คำนำ
หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา อารยธรรมโลก ของ มหาวิทยาลัยศิลปากรโดย
กล่าวถึง ความเป็นมา ความหมายของการสาดสี สถานที่จัดและผงสีมีความหมายว่าอย่างไร
ฯลฯ มีจุดประสงค์เพื่อเสนอเรื่องราวและคำแนะนำของเทศกาลโฮลี เพื่อให้ผู้อ่านได้ความรู้
เกี่ยวกับเทศกาลสาดสีหรือโฮลีของประเทศอินเดีย
หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบผู้อ่านจะได้รับรู้ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลโฮลีอย่าง
แท้จริงที่ไม่ได้มีแค่การเล่นสาดสีอย่างเดียว
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1-4
5-8
01 ที่มาของเทศกาลโฮลี 9 - 13
02 ความหมายของการสาดสี 14 - 18
03 พิธีบูชาต่างๆในเทศกาลโฮลี 19 - 24
04 ผงสีทำมาจากอะไรและมีความหมายว่าอย่างไร 25 - 36
05 การเปลี่ยนฤดูหนาวเข้าสู่หน้าร้อนของเทศกาลโฮลี 37 - 51
06 การเปลี่ยนฤดูหนาวเข้าสู่หน้าร้อนของเทศกาลโฮลี 52 - 53
07 เทศกาลโฮลีในแต่ละพื้นที่ 54 - 56
08 การเตรียมตัวเข้าร่วมเทศกาลโฮลี 57 - 59
09 ความแตกต่างระหว่างเทศกาลโฮลีและพิธีสงกรานต์ของไทย
บรรณานุกรม
บทนำ
หนังสือเล่มนี้เป็นสีสันของประเทศอินเดีย ที่เกี่ยวกับ “เทศกาลโฮลี” เป็นเทศกาลที่
โดดเด่นมาก ๆ ของประเทศอินเดีย ที่จัดขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองของการเปลี่ยนฤดูกาลจากหน้า
หนาวเข้าสู่หน้าร้อน ก่อนวันเทศกาลโฮลีจะมีการจัดซุ้มไฟฉลองในช่วงเช้าและตอนกลางคืน
เป็นพิธีหนึ่งของอินเดียเพื่อขจัดความชั่วร้าย สิ่งไม่ดีทั้งหลายออกไปและเพื่อมิตรภาพ
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่แสดงออกถึงความเป็นอินเดียทั้งด้านสีสัน อาหาร ผงสีต่างๆ การ
แต่แงกาย และการกล่าวถึงประวัติความเป็นมา ตำนานต่างๆของเทศกาลโฮลีอีกด้วย
เทศกาลเเห่งสีสัน 1.
01
ที่มาของเทศกาลโฮลี
เทศกาลเเห่งสีสัน 2.
เทศกาลเเห่งสีสัน 3.
เทศกาลโฮลีมีจุดกำเนิดมาจากตำนานทั้งสองเรื่อง ตำนานเรื่องแรก คือ ตำนาน
ของเจ้าแห่งอสูรมีนามว่า "หิรัณยกศิปุ" เรื่องราวมีอยู่ว่า หิรัญยกศิปุ ได้ขอพรจากพระ
พรหมให้ตัวเองเป็นอมตะที่ไม่มีใครสามารถฆ่าหิรัณยกศิปุได้ พระพรหมบอกว่าให้ไม่ได้
แต่หิรัณยกศิปุก็ฉลาดเลยคิดคำขอมาใหม่ว่างั้นขอให้ข้าถูกฆ่าไม่ตายไม่ว่าจะเป็นตอนกลาง
วันหรือกลางคืน นอกบ้านหรือในบ้าน บนพื้นดินหรือในอากาศ ไม่ว่าจะโดยมนุษย์หรือ
สัตว์ โดยอาวุธหรือมือ ดังนั้นพระพรหมก็ยอมให้พรแก่หิรัณยกศิปุ
ต่อมาหิรัญยกศิปุต้องการให้ทุกคนบูชาตัวเองเท่านั้น และได้สั่งห้ามไม่ให้ชาว
บ้านบูชาพระเจ้าองค์อื่นนอกจากตัวเอง แต่คนที่ขัดคืนไม่ยอมฟังคำสั่งกลับเป็นลูกชายตัว
เองที่มีชื่อว่า ประหลาด ประหลาดนับถือพระวิษณุมากๆ ภายหลังหิรัญยกศิปุจึงมอบ
หมายคำสั่งให้นางโฮลีกะซึ่งเป็นน้องสาวที่ได้รับพรฆ่าไม่ตายมาเหมือนกันกับหิรัณยกศิปุ
นางโฮลีกะจับประหลาดนั่งตักเข้ากองไฟเพราะอยากจะให้ประหลาดตาย แต่ประหลาด
สวดมนต์ขอพรพระวิษณุ จึงไม่ตาย ส่วนนางโฮลีกะถูกเผาไหม้ตายไปในกองเพลิงแทน จึง
เป็นที่มาของพิธีกรรม "โฮลีกะดาเฮิน" พระวิษณุก็ได้แปลงกายมาเป็นนรสิงห์ ครึ่งคนครึ่ง
สิงโต จับหิรัญยกศิปุมานั่งบนตักของตัวเอง ในเวลาใกล้ค่ำ กลางประตู และใช้กรงเล็บ
จัดการสังหารฆ่าหิรัญยกศิปุ เลยเป็นบทสรุปของธรรมะย่อมชนะอธรรมตามศาสนาฮินดู
นั่นเอง
เทศกาลเเห่งสีสัน 4.
ตำนานเรื่องที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลโฮลี เป็นเรื่องของ "พระกฤษณะ"
กับสาวที่ชื่อ "ราธา" ที่เป็นสาวเลี้ยงวัว ว่ากันว่าเมื่อพระกฤษณะเติบโตขึ้นมีสีผิวสีน้ำ
เงินกฤษณะเลยรู้สึกเศร้าใจว่านางราธาที่มีผิวสีขาวเนียน เขาจึงไปถามคุณแม่ของ
ตัวเองว่าทำไมเขาไม่เกิดมามีผิวสีขาวเนียนอย่างนางราธา คุณแม่จึงตอบเพียงแค่ว่า
เช่นนั้นลูกก็เอาสีไปสาดใส่นางราธาเสียสิ ดังนั้นพระกฤษณะเลยทำตามอย่างที่คุณ
แม่บอก จึงเกิดการสาดสีกันไปมากับนางราธา จนกลายเป็นเทศกาลโฮลีในทุกวันนี้
ค่ะ
เทศกาลเเห่งสีสัน 5.
เทศกาลเเห่งสีสัน 6.
02
ความหมายของการสาดสี
เทศกาลเเห่งสีสัน 7.
การสาดสี ใส่กันในเทศกาลโฮลีนั้น เชื่อกันว่า
เป็นการปัดเป่าสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากชีวิตและสีที่ใช้
ก็เป็นสีที่ทำเป็นธรรมชาติจากสมุนไพร เชื่อว่าจะช่วย
ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและการเล่นสาดสีให้
เลอะเทอะจนสีติดตัวหรือติดเสื้อผ้าจนล้างและซักไม่
ออกนั้น สำหรับคนอินเดียมีความหมายที่ลึกซึ้งอย่าง
มาก ซึ่งหมายถึง ความเข้มแข็งของมิตรภาพที่จะอยู่
ติดแน่นเหมือนกับเสื้อผ้าไปตลอดและไม่มีวันจืดจาง
เสื้อผ้าที่ใส่เล่นกันในเทศกาลโฮลีนั้นจึงนิยมเป็นเสื้อผ้า
ที่เป็นสีขาว เพื่อให้ได้เห็นสีที่สาดใส่กันติดดียิ่งขึ้นค่ะ
เทศกาลเเห่งสีสัน 8.
เทเทศศกกาาลลเเหเ่หง่งสีสสีัสนัน 914. .
03
พิธีบูชาต่างๆใน
เทศกาลโฮลี
เทศกาลเเห่งสีสัน 10.
คืนก่อนวันเทศกาลโฮลี ประชาชนจะมีการ
จัดซุ้มกองไฟ เพื่อทำพิธีบูชาสร้างสิริมงคล และ
ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปตามความเชื่อของฮินดู
ลักษณะบรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน ผู้คนจะ
ออกมาชุมนุมกันรอบกองไฟ เฉลิมฉลองมีการ
ป้อนอาหารกันและร้องเพลงเต้นรำร่วมกัน
เทศกาลเเห่งสีสัน 11.
ชาวอินเดียจะตื่นแต่เช้ามาสวดมนต์ในวัดฮินดูและถวายผงสีชนิดต่างๆ แก่เทพฮินดูที่ตน
นับถือ ส่วนใหญ่เป็นพระวิษณุหรือพระกฤษณะกับพระนางราธา ซึ่งล้วนเป็นเทพที่เกี่ยวข้อง
กับตำนานโฮลี จากนั้นจึงกลับบ้านมาขอพรจากบุพการี “ชาวอินเดียอาจฉลองเทศกาลโฮลี
แตกต่างกันไป สำหรับบางคนจะตื่นเช้าไปวัดเพื่อสวดมนต์และบูชาเทพเจ้า จากนั้นจะกลับ
มาขอพรบิดามารดา โดยใช้ผงสีแตะที่หัวแม่เท้าของบุพการีและขอพร แล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อ
เป็นชุดใหม่สีขาว ออกไปเล่นสาดสีกับครอบครัวและเพื่อนฝูง
เทศกาลเเห่งสีสัน 12.
ในช่วงเย็นของวันแรกในเทศกาลโฮลี จะมีการจัดซุ้มกองไฟเพื่อทำพิธีบูชาอีก
ด้วย โดยจัดไว้เฉพาะสำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว และมีลูกชายเท่านั้น เนื่องจากการ
บูชานี้ทำเพื่อสร้างสิริมงคล และปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากลูกชาย และสำหรับคู่
แต่งงานใหม่ที่ยังไม่มีลูก จะทำพิธีบูชาขอลูกชายในเทศกาลนี้ด้วย
เทศกาลเเห่งสีสัน 13.
ในวันที่สอง ทุกคนจะเล่นสาดสีและสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน เปิดเพลงเต้นรำ
กันอย่างคึกคักไปการสาดสีจะเล่นกันเฉพาะช่วงเช้าจนถึงเที่ยงวันเท่านั้น จากนั้น ผู้คน
ก็จะแยกย้ายไปพักผ่อน เมื่อตกเย็นจะออกมาพบปะสังสรรค์กัน แจกขนมหวานและ
สวมกอดกัน
เทศกาลโฮลีจึงถือเป็นเทศกาลแห่งมิตรภาพ มิตรสหายได้แสดงไมตรีเข้า
สวมกอดกัน ผู้ที่เคยขัดแย้งกันก็จะได้ปรับความเข้าใจกัน
เทศกาลเเห่งสีสัน 14.
04
ผงสีทำมาจากอะไร
และมีความหมาย
ว่าอย่างไร
เทศกาลเเห่งสีสัน 15.
ผงสีที่ใช้เล่นกันในเทศกาลโฮลีมีความติดแน่น ทนทานอย่างมาก ถ้าหากติด
เสื้อผ้าแล้วก็แทบจะซักไม่ออกเลย (ซึ่งอาจตั้งใจไม่ซักเสื้อที่ใส่ในวันเทศกาลอยู่แล้ว)
สำหรับคนอินเดียมีความหมายที่ลึกซึ้ง คือหมายถึง มิตรภาพที่เหนียวแน่นยืนยง และ
จะติดตรึงไปตลอดกาล ไม่มีวันจาง เหมือนสีสันที่ติดแน่นบนเนื้อผ้านั่นเอง เสื้อผ้าที่ใส่
เล่นโฮลีจึงนิยมผ้าสีขาว ถึงแม้จะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนด้วยสีต่าง ๆ จนซักไม่ออก ผู้
สวมใส่ก็มักจะเก็บไว้เช่นนั้น ไม่นำไปทิ้ง ส่วนที่ติดตามตัว หน้า ผมนั้นก็ต้องสระต้อง
ล้างกันเป็นวันๆเลยกว่าสีจะจางลง
เทศกาลเเห่งสีสัน 16.
คุณสงสัยหรือไม่ว่าผงสีทำมาจากอะไร?
ผงสีในเทศกาลโฮลีทำมาจากธรรมชาติ ส่วนของใบหรือดอกของพืชพืชพรรณ
สมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น ต้นปะการังอินเดีย ดอกทองกวาว, บีทรูท ขมิ้น
สะเดา ขมิ้น หญ้าฝรั่น ใบมะตูม ฯลฯซึ่งมีคุณสมบัติเป็นยาที่มีประโยชน์ต่อผิวหนังจึง
ไม่เป็นอันตรายต่อรางกายในการเอามาเล่นสาดสีกันค่ะ
แต่! ด้วยความที่ปัจจุบันนี้มีคนนิยมเล่นเทศกาลนี้กันเพิ่มมากขึ้น ทำให้
การสกัดสีจากพืชต่างๆก็ค่อยๆ จางหายไปและมีการถือกำเนิดของสีย้อม
สังเคราะห์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 การหายไปของต้นไม้ในเขตเมืองและการ
แสวงหาผลกำไรที่สูงขึ้นนำไปสู่การละทิ้งสีธรรมชาติ
เทศกาลเเห่งสีสัน 17.
สีย้อมอุตสาหกรรมใหม่ได้รับการผลิตผ่านกระบวนการทางเคมีที่มีพารามิเตอร์ที่ไม่ได้
มาตรฐาน ดังนั้นสีที่ได้อาจส่งผลให้เป็นพิษต่อใบหน้าและผิวหนัง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่นการ
ระคายเคืองตา การแพ้ การติดเชื้อที่ผิวหนังและโรคหอบหืด ผู้ค้ารายย่อยมักขายสินค้าที่ไม่
ปลอดภัยบนท้องถนนในกล่องที่มีป้ายกำกับว่า "สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเท่านั้น" เหลือเพียง
การใช้แป้งที่ใช้ทำอาหาร ผสมน้ำ+สีผสมอาหาร
แต่ก่อนผงสี หรือ ‘กุลาล’ ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น อย่างเช่นดอกทองกาวจะ
บานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม สักหนึ่งสัปดาห์ก่อนเทศกาลโฮลี คนจะเริ่มเก็บดอกมาทำ
สีสำหรับใช้เล่นโฮลีกัน โดยนำไปแช่น้ำข้ามคืนแล้วต้ม จะได้กลิ่นหอมและน้ำสีส้มเหลือง
ยังมีสีที่ทำจาก “เมฮันดี” (หรือเฮนนา) ซึ่งให้สีเขียว
และสีที่ทำจากไม้แก่นจันทน์ที่ให้สีแดง รวมทั้งขมิ้นที่ให้สีเหลือง เป็นต้น
เทศกาลเเห่งสีสัน 18.
“สีที่ทำจากธรรมชาติไม่เพียงแต่จะมีกลิ่นหอมนะคะ ยังมีคุณสมบัติเป็นยาอายุรเวทด้วย คนถึง
นิยมเอามาใช้ในเทศกาลโฮลีกัน เพราะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะในช่วง
เปลี่ยนผ่านฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน อย่างช่วงโฮลีที่คนมักจะไม่สบายเป็นหวัดกันจำนวนมาก”
เทศกาลเเห่งสีสัน 19.
05
เทศกาลเเห่งสีสัน 20.
การเปลี่ยนฤดูหนาว
เข้าสู่หน้าร้อนของเทศกาลโฮลี
เทศกาลเเห่งสีสัน 21.
เทศกาลเเห่งสีสัน 22.
เทศกาลโฮลี เริ่มในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ สภาพ
อากาศเปลี่ยนแปลงจากหน้าหนาวเป็นหน้าร้อน ซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงนี้ มีผลต่อมนุษย์ต่อสุขภาพและต่อจิตใจของ
มนุษย์ เพราะเมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยนจากหนาวมาเป็นร้อน
ผู้คนก็จะไม่สบายเป็นหวัดกันเพราะอากาศเป็นสาเหตุโดย
เบื้องหลังเทศกาลนี้มิใช่เพื่อโปรยสีกันเพื่อสนุกสนานอย่าง
เดียวเท่านั้น แต่คนโบราณได้แฝงเอาธรรมชาติบำบัดโรคเอา
มาซ่อนไว้ในความสนุกสนานด้วย โดยใช้ผงสีจากพืชและพืช
สมุนไพรธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง สีคราม สีเขียว
มาโปรยใส่กันทำนองกายบำบัดเพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับ
ร่างกายด้วย สนุกและสบายตัวด้วย
เทศกาลเเห่งสีสัน 23.
นอกจากนี้ การเปลี่ยนฤดูหนาว เข้าสู่หน้า
ร้อน ธรรมชาติเองก็เปลี่ยนแปลงสีสันตามด้วย
เหมือนกัน อย่างดอกไม้ก็มีสีสันสด บานสะพรั่ง
เต็มที่ คนอินเดียแต่โบราณ ก็ปรับตนให้เข้ากับ
สิ่งแวดล้อม สีสันที่ใช้จึงเป็นสีที่เกิดตาม
ธรรมชาติแท้ๆ ชาวอินเดียจะเปลี่ยนการแต่งตัว
จากเสื้อผ้าหน้าหนาวเป็นหน้าร้อน ส่าหรีสีสัน
สดใสฉูดฉาด อาหารการกินก็เปลี่ยน…. ทั้งหมด
นี้ เป็นสิ่งที่เขาฉลองกัน จึงเป็นเทศกาลแห่งสีสัน
ที่น่าทึ่งของมนุษย์ ที่แสดงถึงความใกล้ชิด
ธรรมชาติ คนอินเดียเหล่านั้นมองเห็นธรรมชาติ
จึงปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับธรรมชาติ และใกล้ชิด
กับธรรมชาติให้มากที่สุด
เทศกาลเเห่งสีสัน 24.
มีขนมที่ทำเพื่อรับประทานโดยเฉพาะในเทศกาลนี้ที่ทำมาจากนมและนม
เปรี้ยวเป็นหลัก เชื่อกันว่าหากได้รับประทานขนมด้วยจิตใจเบิกบานจะเป็นนิมิตร
หมายที่ดีของการเริ่มต้นปีใหม่
เทศกาลเเห่งสีสัน 25
06
สถานที่ฉลอง
เทศกาลโฮลีในอินเดีย
เทศกาลเเห่งสีสัน 26.
เทศกาลเเห่งสีสัน 27.
เทศกาลเเห่งสีสัน 28.
1. เดลี (Delhi)
เมืองเดลีคุณจะได้พบเห็นการเฉลิมฉลองได้ตามท้องถนนและในที่สาธรณะต่างๆ ใน
ช่างเทศกาลสีสันในเทศกาลนี้ยังมีการแสดงดนตรีและการเต้นรำอย่างสนุกสนาน
ครื้นเครงอีกด้วย
2. ปาฮาร์กานจ์(paharganj)
เป็นอีกสถานที่ที่ฉลองเทศกาลเพราะถือเป็นเขตช้อปปิ้งที่คึกคักเต็นไปด้วยผู้คนและ
นักท่องเที่ยวใช่ช่วงเทศกาลมีการเปิดเพลงเต้นรำกันทั้งวันและยังมีผงสีให้เล่นอีกด้วย
เทศกาลนี้รับลองความสนุกด้วยสีสันดนตรีถึง 4 เวทีและจัดขึ้นในเดลีตอนกลาง
เทศกาลเเห่งสีสัน 29.
เทศกาลเเห่งสีสัน 30.
2. ศานตินิเกตัน, รัฐเบงกอลตะวันตก
(Shantiniketan, West Bengal)
รัฐเบงกอลตะวันตกจะเรียกเทศกาลโฮลีว่า Dol
Jatra, Dol Purnima หรือ Swing Festival และชาว
อินเดียในเมืองศานตินิเกตันมีการฉลองตามท้องถนน
พร้อมด้วยพาเหรดและมีการเต้นรำแบบพื้นเมือง
เทศกาลนี้ยังเรียกว่าเทศกาล Basant Utsav ซึ่งหมาย
ถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงเวลาที่หนุ่มสาวมาร้อง
เพลงเต้นรำเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ทุกคนต่างแต่งตัว
ด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันของฤดูกาลนี้ทั้งนี้ยังมีการแห่รูป
ปั้นพระกฤษณะและนางราธาไปตามท้องถนนท่ามกลาง
การเล่นสาดสีของผู้ที่มาร่วมงานเทศกาลอีกด้วยแต่ว่า
เทศกาลในเมืองศานตินิเกตันจะจัดขึ้นก่อนหนึ่งวันก่อน
วันเทศกาลจริง
เทศกาลเเห่งสีสัน 31.
3. รัฐปัญจาบ (Panjab)
เมืองอนันทปุระซาฮิบ (Anandpur Sahib)เป็นการฉลอง
เทศการร่วมกับชาวซิกข์ในรัฐปัญจาบงานฉลองจะจัดหลังจากวัน
โฮลีและเรียกเทศกาลนี้ว่า Hola Mohalla แทนที่จะเล่นสาดสี
ใส่กัน ชาวปัญจาบจะโชว์ความแข็งแรงของร่างกายด้วยการ
แสดงฟันดาบและการแสดงศิลปะป้องกันตัว และการแข่งขันพัน
ผ้าโพกหัว แม้การฉลองโฮลีที่ เมืองอนันทปุระซาฮิบจะไม่ได้โดด
เด่นเรื่องการเล่นสาดสีแต่เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนั้นไม่แพ้
ที่ไหนแน่นอนเทศกาลนี้จะจบลงเมื่อกลุ่มทหารชาวซิกข์เดิน
ขบวนไปตามท้องถนนด้วยชุดสีน้ำเงินสดและผ้าโพกหัวขนาด
ใหญ่เต็มยศ
เทศกาลเเห่งสีสัน 32.
เทศกาลเเห่งสีสัน 33.
เทศกาลเเห่งสีสัน 34.
4. อุทัยปุระ, รัฐราชสถาน (Udaipur, Rajasthan)
เมืองอุทัยปุระเทศกาลโฮลีเป็นงานที่อลังการตระการตามาก
ในวันก่อนเทศกาลโฮลีหรือเทศกาลโฮลีกาดาฮันมหาราชาแห่ง
ราชวงศ์เมวาร์จะมาต้อนรับแขกพิเศษที่มาเยือนพระราชวังซิตี้
พาเลซ จะมีการจุดกองไฟในบริเวณพระราชวัง และชาวเมืองก็
จะมารวมตัวกันเพื่อเต้นระบำรอบกองไฟ นอกจากนี้สมาชิก
ราชวงศ์จะเข้าร่วมขบวนแห่ผ่านฝูงชนโดยนั่งอยู่บนหลังอูฐ ช้าง
และม้า โดยขบวนนี้จะเริ่มต้นที่ พระราชวัง Shiv Niwas และ
เคลื่อนขบวนไปยัง พระราชวังซิตี้พาเลซ และมีการแสดงดอกไม้
ไฟในช่วงค่ำและในวันที่สอบนั้นชาวอินเดียวและนักท่องเที่ยวจะ
ร่วมกันเฉลิมฉลองเทศกาลไปทั่วเมืองด้วยการสาดสีเปียกและ
ละเลงสีแห้งยิงปืนฉีดน้ำใส่กันและกินอาหารและขนมหวานพื้น
เมืองของอินเดียด้วยกันอีกด้วย
เทศกาลเเห่งสีสัน 35.
5. เมืองบาร์ซานา และ เมืองนันทกอน , รัฐอุตตรประเทศ (Barsana and Nandgaon,
Uttar Pradesh)
บาร์ซานา คือ บ้านเกิดของนางราธาคนรักของพระกฤษณะ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่
สถานที่ฉลองเทศกาลโฮลีที่น่าสนใจที่สุดจะอยู่ที่รัฐอุตตรในช่วงเวลาของคืนแรกที่เมืองบาร์
ซานา ผู้ชายจากเมืองนันทกอนซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระกฤษณะ จะเดินทางไปเมืองบาร์ซานา
แล้วยอมให้ผู้หญิงไล่ตีด้วยได้ธรรมเนียมนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและสีสันมากมาย ขณะที่
พวกผู้ชายโดนพวกผู้หญิงไล่ตีด้วยไม้ผู้ชายก็จะแข่งกันไปชักธงขึ้นเหนือวิหาร Shri Radha
Rani Mandir ใครแพ้ก็จะโดนทำโทษด้วยการเต้นต่อหน้าสาธารณชนในชุดผู้หญิงส่วนวันถัด
มาฝ่ายชายก็จะได้เอาคืนบ้างเมื่อพวกเขาบุกไปยัง เมืองนันทกอนและไล่สาดสีใส่ผู้หญิงแต่โชค
ดีที่พวกผู้หญิงที่นี่ก็มีไม้เป็นอาวุธป้องกันตัวเช่นกัน
เทศกาลเเห่งสีสัน 36.
เทศกาลเเห่งสีสัน 37.
07
เทศกาลโฮลีในแต่ละพื้นที่
เทศกาลเเห่งสีสัน 38.
รัฐอัสสัม
เทศกาลโฮลีเรียกว่าภากุวาหรือdoulโดยมีการเฉลิมฉลองทั่วรัฐและในรัฐนี้มีการเฉลิมฉลอง
มากกว่าสองสันในวันแรกมีการเผากระท่อมดินเผาและอัสสัมตอนล่างซึ่งมีการแสดงตำนาน
ของโฮลิก้าในวันที่สองของเทศกาลและมีการเฉลิมฉลองด้วยการเล่นสาดสี
กัว
กัวเรียกเทศกาลโฮลีว่า Ukkuli ในKonkani มีการ
เฉลิมฉลองรอบวัด Konkani ที่เรียกว่าวัด
Gosripuram เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลฤดูใบไม้ผลิจะ
กินเวลาประมาณหนึ่งเดือนและเทศกาลโฮลียังเป็น
เทศกาลที่เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในเทศกาล
ฤดูใบไม้ผลิที่ยาวนาน
เทศกาลเเห่งสีสัน 39.
พิหารหรือฌาร์ขัณฑ์
เทศกาลโฮลีเป็นที่รู้จักในPhaguwaและในภาษาถิ่นคือBhojpuriในภูมิภาคนี้
ตำนานโฮลีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายเนื่องในวันผลุญ ปุณิมาประชาชนจะจุดไฟในกองไฟ
จะใส่พวกมูลวัว รากไม้แห้งของต้นอาราดหรือต้นเรดีและต้นโฮลิกาและในรอบกองไฟ
สมาชิกคนที่โตที่สุดของกระชุมนุมจะเริ่มทาสีเพื่อเป็นการทักทายและในวันวันรุ่งขึ้นจะ
เริ่มเทศกาลเฉลิมฉลองด้วยสีสันและผู้คนยังทำความสะอาดบ้านเพื่อเป็นการฉลอง
เทศกาล
เทศกาลโฮลีในแคว้นมคธจะมีการมาเยี่ยมครอบครัวของกันและกันจะใช้สีป้ายลง
ที่หน้าของกันและกันและและป้ายลงบนเท้าของผู้สูงสูงอายุจะเริ่มตอนเย็น ส่วนวันรุ่งขึ้น
จะเริ่มเทศกาลที่มีการสาดสีเปียตั้งแต่เช้าถึงบ่ายในจากมีการอพยพย้ายถิ่นจึงทำให้
เทศกาลโฮลีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในเทศกาลนี้เด็กและเยวชนจะมีความสุข
มากเนื่องจากเป็นเทศกาลที่สนุกสนานและมีการสาดสีเพื่อการเฉลิมฉลอง มีการเล่น
ดนตรี เต้นรำ และมีสิ่มมึนเมาเช่นการทำกัญชานมเพื่อเพิ่มอารมณ์ของเทศกาล
เทศกาลเเห่งสีสัน 40.
คุชราต
ในรัฐคุชราตเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นสองวันวันแรกผู้คนจะจุดไฟผู้คนนำมะพร้าวดิบและ
ข้าวโพดมาเผาไฟ วันที่สองเป็นเทศกาลแห่งสีสันหรือดูเลติเฉลิมฉลองด้วยการโปรยน้ำสีทวาร
กาเมืองชายฝั่งของรัฐคุชราตจะเฉลิมแลองเทศกาลโฮลีที่วัดวารกาฑีศและมีการแสดงตลกและ
งานดนตรีทั่วเมืองในบ้างพื้นที่ในอินเดียมีธรรมเนียมที่ไม่แบ่งแยกชายหญิงมีการทุบตีพี่เขย
สาหรีม้วนและสาดสีเพื่อให้เปียกส่วนพี่เขยจะเอาขนมอินเดียมาให้ในตอนเย็น
ชัมมูและแคชเมียร์
ในรัฐแคชเมียร์มีการเฉลิมฉลองทั่วไป
เทศกาลโฮลีนี้จะเริ่มเพื่อการเก็บเกี่ยวพืชผล
ในฤดูร้อนและมีการเฉลิมฉลองเทศกาลด้วย
การสาดสี
เทศกาลเเห่งสีสัน 41.
มหาราษฏระ
(เทพเจ้าแห่งไฟ)
มณีปุระ
(การสวมผ้าโพกหัว)
กรณาฏกะ
(รอบกองไฟ กาทาฮานะ)
เทศกาลเเห่งสีสัน 42.
มหาราษฏระ
ในรัฐมหาราษฏระมีการจัดงานฉลองห้าถึงเจ็ดวันจะเริ่มจัดก่อนหนึ่งสัปดาห์ก่อนงาน
เทศกาลจะมีการเผาฝืนรอบกองไฟในตอนเย็นไฟจะจุดทุกครัวเรือนนำอาหารและขนมมา
ถวายเพื่อเป็นเกียรติแก่เทพเจ้าแห่งไฟเป็นอาหารอันโอชะหลักและเด็กๆก็ตะโกนว่า Holi re
Holi puranachi poli และการจัดการฉลองเพื่อการขจัดความชั่วร้ายทั้งหมด
มณีปุระ
จะมีการจัดฉลองเทศกาลโฮลีเป็นระยะเวลาหกวันเทศกาลเริ่มต้นด้วยการเผากระท่อมหญ้า
แห้งและกิ่งไม้เด็กๆจะไปตามบ้านเพื่อเก็บเงินเรียกกันว่านากะเต็งเป็นของขวัญในสองวันแรก
และในเวลากลางคืนจะจัดการเต้นรำและเฉลิมฉลองโดยสวมผ้าโพกหัวสีขาวและสีเหลืองแบบ
ดั้งเดิมในวันสุดท้ายของเทศกาลนั้นจะมีขบวนแห่ขนาดใหญ่ไปที่วัดหลักกฤษณะที่ใกล้กับเมือ
งอิมผาลและจะมีผู้คนทุกวัยออกมาเล่นกีฬาหลากหลายประเภทในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงใน
วันหยุด
กรณาฏกะ
ชนบทของกรณาฏกะเด็กๆจะเก็บเงินและฟืน ในช่วงสัปดาห์ก่อนโฮลีและในช่วงกลาง
คืนกามทาฮานะฟืนและไม้ทั้งหมดที่เก็บมาจะนำมารวมกันเพื่อจุดไฟเทศกาลโฮลีในกรณาฏก
จะจัดขึ้นในสองวันผู้คนในภาคเหนือของกรณาฏกะเตรียมอาหารพิเศษในวันนี้รัฐกรณาฏกะ
เทศกาลโฮลีมีการเฉลิมฉลองด้วยการเต้นรำพื้นบ้านที่ไม่เหมือนใครที่เรียกว่า Bedara Vesha
ซึ่งจัดในช่วงกลางคืนงานเริ่มห้าวันก่อนวันเทศกาลจริง เทศกาลนี้มีการเฉลิมฉลองทุกปีสลับ
กันในเมืองซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากเมืองต่างๆ ของอินเดีย
เทศกาลเเห่งสีสัน 43.
โอริสสา
ชาวโอริสสาจะมีขบวนแห่ของดเหล่าทวยเทพมี
การจัดการเฉลิมฉลองในหมู่บ้านและเป็นที่แพร่
หลายจนถึง ปี 1560 ก่อนที่โอลีจะเริ่มต้นขึ้นโดยที่
จะเคารพรูปของJagannathเคยถูกนำไปที่แท่นใน
วัดjagannathผู้คนเคยเสนอสีธรรมชาติที่เรียกว่าอะ
บิระซึ่งพิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลโฮลี
ปัญจาบ
ในรัฐปัญจาบจะจัดขึ้นแปดวันก่อนเทศกาลโฮลีเรียกว่าลูฮาตักในคืนก่อนวันที่จุดไฟตาม
ประวัติศาสตร์ในชุมชนลูบานาแห่งปัญจาบจะเฉลิมฉลองเทศกาลโฮลีด้วยความอลังการและมี
การฝั่งขี้เถ้ากับหมากมีการก่อไฟขนาดใหญ่เมื่อไฟมอดลงใครหาหมากเจอถือว่าโชคดีมากและ
ในวันงานจะมีการปาสีใส่กันสำหรับชาวบ้านโฮลีถือเป็นการสิ้นสุดของฤดูหนาวและสนามหญ้า
ของบ้านในชนบทจะเพิ่มขึ้นกับภาพวาดและภาพวาดคล้ายกับRangoliในอินเดียใต้และศิลปะ
จะมีการวาดลวดลายต้นไม้ ดอกไม้ เฟิร์น ไม้เลื้อย พืช นกยูง เกวียน ลวดลายเรขาคณิตพร้อม
กับเส้นแนวตั้ง แนวนอน และเฉียง ศิลปะเหล่านี้เพิ่มบรรยากาศงานรื่นเริง
การแสดงละครพื้นบ้านที่เรียกว่า swang จะเกิดขึ้นระหว่างเทศกาลโฮลีโดยมีต้นกำเนิดในรัฐ
ปัญจาบและในบางส่วนของงานยังมีกาเฉลิมฉลองด้วยไม้ขีดไฟและมวยปล้ำ
เทศกาลเเห่งสีสัน 44.
พรรคเตลัง
เทศกาลโฮลีในรัฐพรรคเตลังเรียกว่าKamuni punnami ในฮินดูนั้นจะเฉลิมฉลองเทศกาล
โฮลิที่เกี่ยวข้องกับตำนานของกามเทวะโฮลีในรัฐนี้จัดเทศกาลขึ้นเป็นเวลาสิบวันซึ่งสองวัน
สุดท้ายจะสำคัญอย่างยิ่งในส่วนของเก้าวันก่อนหน้าเด็กๆจะเฉลิมฉลองในที่สาธารณะโดยการ
ละเล่นkolataแท่งพร้อมกับร้องเพลงพื้นบ้านและมีการเก็บเงิน ข้าว ข้าวโพดและไม้ เทศกาล
โฮลีจึงเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ จาจิรี ปาตาลู คามูดี อาตาลูซึ่งหมายถึงเทศกาล เพลงจาจิริและ
เกมคามูดีและในที่ที่เก้าจะรวมตัวกันจุดไฟแทนดาฮานัมและในวันที่สิบจะมีการเล่นสาดสีที่
สกัดด้วยดอกไม้ตามธรรมเนียม
เทศกาลเเห่งสีสัน 45.
อุตตรประเทศ
จะมีการจัดในวัดKrishnaในประเทศอินเดียในภูมิภาคตอนเหนือของอินเดียผู้หญิงจะเอาไม้ตี
ผู้ชายและผู้ชายจะเอาโล่มาป้องกันตัวเองพิธีนี้เรียกว่าไม้ระแนงจะมีการจัดเทศกาลสีสันและมีการ
เต้นรำที่วัดฮันดูใกล้กับมถุราในโฮลีการเฉลิมฉลองจะพิเศษเพราะจะมีประเพณีดั้งเดิมของการบูชา
และที่นี่เทศกาลจะจัดขึ้นตั้งสิบหกวันและเทศกาลนี้ยังมีกีฬาพิธีกรรมที่เกิดขึ้นคือจะมีการเอาหม้อ
ดินที่ใส่เนยหรือผลิตภัณฑ์นมแขวนเชือกไว้สูง ๆ และจะมีกลุ่มเด็กและผู้ชายปีนบนไหล่ของกัน
และกันเพื่อสร้างปิรามิดเพื่อเอื้อมและทำลายมันในขณะที่เด็กผู้หญิงและผู้หญิงร้องเพลงและโยน
น้ำสีลงบนพีระมิดเพื่อทำให้เสียสมาธิและทำให้งานของพวกเขาหนักขึ้นนอกพื้นที่Brajจะจัด
เทศกาลขึ้นเป็นเวลาเจ็ดวันด้วยการสาดสีและในวันสุดท้ายจะมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่เรียก
ว่าGanga MelaหรือHoli Melaเริ่มต้นจากอิสรภาพนักรบที่ต่อสู้การปกครองของอังกฤษใน
สงครามครั้งแรกของอิสรภาพและตามริมฝั่งแม่น้ำคงคาปุระเพื่อเฉลิมฉลองชาวฮินดูและมุสลิมที่
ต่อต้านด้วยกันอังกฤษกองกำลังในเมืองทุกหน่วยงานราชการร้านค้าและศาลโดยทั่วไปยังคงปิดอยู่
Ganga Mela คือ เครื่องหมายสิ้นสุดอย่างเป็นทางการของเทศกาลสาดสีหรือเทศกาลโฮลีในปุระ
และในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของอุตตรเทศกาลโฮลีเริ่มต้นด้วยพิธีบูชาเรียกว่าโฮลีมิลานถือเป็น
วันที่มีสีสันที่สุดของปีส่งเสริมความเป็นพี่น้องกันในหมู่ประชาชนผู้คนมาเยี่ยมทุกบ้านและร้อง
เพลงโฮลีและแสดงความกตัญญูด้วยการใช้ผงสี