The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by meattaboorapa99meat, 2022-10-31 20:28:59

วิจัยการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ

วิจัยการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ

๔๓

ประเดน็ ที่ประเมิน รายการประเมนิ ̅ . ระดับความพงึ พอใจ
0.52 มากทส่ี ุด
แบบฝึกทักษะสามารถวัดความสามารถในการอ่าน 4.63

รปู เลม่ ของ ออกเสียงคำพื้นฐานในภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

แบบฝกึ ทกั ษะ รูปแบบและเนื้อหาในการจัดทำแบบฝึกทักษะ 4.75 0.46 มากทส่ี ุด

ครบถ้วน สมบรู ณ์

แบบฝึกทักษะมคี วามยากง่ายเหมาะสมกับนักเรียน 4.63 0.52 มากที่สุด
0.51 มากทส่ี ุด
รวม 4.65
. ระดบั ความพงึ พอใจ
ประเดน็ และรายการทป่ี ระเมนิ ̅ 0.46
0.46 มากที่สุด
ภาพสวยงามดงึ ดดู ความสนใจ 4.75 0.54 มากท่สี ุด
มากที่สุด
ภาพประกอบใน ภาพประกอบมคี วามสัมพนั ธก์ นั 4.75

แ บ บ ฝ ึ ก ท ั ก ษ ะ ภาพประกอบสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับ 4.50

ประกอบภาพ นักเรยี น

ลกั ษณะภาพเหมาะสมกับวัยของนกั เรยี น 4.63 0.52 มากทส่ี ุด
0.52 มากที่สุด
ขนาดของภาพมคี วามเหมาะสมและมีสีสันสวยงาม 4.63 0.46 มากทสี่ ุด
0.49 มากทสี่ ุด
การจดั เรยี งภาพมคี วามเหมาะสม 4.75
. ระดบั ความพงึ พอใจ
รวม 4.66 0.52
0.52 มากทส่ี ดุ
ประเด็นและรายการทีป่ ระเมิน ̅ 0.52 มากที่สดุ
0.52 มากทส่ี ดุ
เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนมสี ว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรม 4.63 0.46 มากทส่ี ดุ
0.51 มากที่สดุ
นักเรียนมคี วามกระตอื รอื รน้ ในการเรียนมากขึน้ 4.63 มากท่สี ดุ
.
เปิดโอกาสให้นกั เรียนทำกจิ กรรมได้อย่างอิสระ 4.63 0.52 ระดับความพงึ พอใจ

ดา้ นบรรยากาศ เปดิ โอกาสใหซ้ กั ถามและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ 4.63 มากท่ีสดุ

สนุกสนาน ช่วยเหลือกนั และกัน 4.75

รวม 4.65

ประเด็นและรายการท่ปี ระเมนิ ̅

กิจกรรมการเรียนการสอนสอดคล้อ ง กั บ 4.63

จดุ ประสงคก์ ารเรียนการสอน

มีกจิ กรรมการสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั 4.63 0.52 มากที่สดุ
0.46 มากทส่ี ุด
มอบหมายงานและให้เวลาในการทำงานอย่าง 4.75

ด ้ า น ก า ร จั ด เหมาะสม

กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนสนกุ และนา่ สนใจ 4.63 0.52 มากท่ีสุด


๔๔

ประเด็นท่ีประเมิน รายการประเมนิ ̅ . ระดับความพึงพอใจ
รวมทง้ั หมด 0.46 มากทสี่ ุด
กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมการทักษะการอ่านของ 4.75
0.46 มากทีส่ ดุ
นักเรียน
0.49 มากทีส่ ดุ
ใช้คำถามที่ท้าทายและกระตุ้นความคิดของ 4.75 0.40 มากทีส่ ุด

นกั เรยี น

รวม 4.69

4.66

จากตารางท่ี 4 พบว่า เมื่อวิเคราะหโ์ ดยภาพรวม นักเรยี นระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งชา้ ง อำเภอทุง่ ช้าง จังหวดั นา่ นมีความพงึ พอใชต้ ่อการทดลองใชแ้ บบฝึกทักษะการ
อ่านคำอักษรนำ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำในภาษาไทย
ระดับมากที่สุด ( ̅ = 4.66 . =0.40) แต่เมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้านโดยเรียงลำดับระดับค่าเฉล่ีย
จากระดับมากสุดไปหาน้อยสุด 3 ลำดับ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อด้านการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ ( ̅ = 4.69 = 0.49 ) สูงสุด มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด รองลงมาคือด้าน
ภาพประกอบในแบบฝึกทักษะประกอบ ( ̅ = 4.66 = 0.49) มีความพึงพอใจระดับ มากที่สุด
รองลงมาคือด้านรูปเล่มของแบบฝึกทักษะ ( ̅ = 4.65 = 0.51) มีความพึงพอใจระดับ มากที่สดุ
และลำดับสดุ ท้ายคือด้านดา้ นบรรยากาศ ( ̅ = 4.65 = 0.51 ) มคี วาม พงึ พอใจระดบั มากทีส่ ุด


๔๕

บทที่ ๕
สรปุ อภปิ ราย และขอ้ เสนอแนะผลการวจิ ัย

สรปุ ผลการวจิ ยั

เป้าหมายของการวิจัยเพื่อต้องการการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่องการพัฒนาการอ่านออก
เสียงคำที่มีอักษรนำ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ทั้งนี้เพราะว่า
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการอ่านนำแล้วให้นักเรียนอ่านตามพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การ
เรียนรู้ที่ระดับพอใช้ เมื่อเทียบกับเกณฑ์ของ สพฐ. ซึ่งระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ดังกล่าวต่ำกว่าระดับ ดี
ซึ่งเป็นเกณฑ์ประเมินผ่าน ด้วยสาเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยในฐานะผู้สอนจึงต้องการทำการวิจัยเพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธกิ์ ารเรียนรู้เร่ืองการพัฒนาการอ่านออกเสยี งคำที่มีอักษรนำ

โดยอาศัยทฤษฎีของจรัสกร เลก็ ตระกูล (2553) ซง่ึ เป็นผลจากการทบบทวนเอกสารและงานวิจัย
ท่เี กยี่ วขอ้ งนักวิจัยจึงพฒั นานวตั กรรมการพฒั นาการอ่านออกเสียงคำทีม่ ีอักษรนำ โดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะการ
อ่านคำอักษรนำ พร้อมทั้งกำหนดสมมติฐานการวิจัยว่า การทดลองใช้การพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มี
อักษรนำ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ จัดกิจกรรมการเรียนรู้จะมีผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
การเรียนรู้เรือ่ งอักษรนำ และระดับความพึงพอใจของชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒

โรงเรียนชุมชนบา้ นทุ่งชา้ ง อำเภอทงุ่ ชา้ ง จังหวดั น่าน

เม่ือจดั กจิ กรรมการเรียนรู้การอ่านอกั ษรนำ กับนกั เรียนระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ การศึกษา
จำนวน ๒๒ คนที่เป็นกลุม่ ตัวอยา่ งโดยทดลองใช้การพัฒนาการอา่ นออกเสยี งคำทีม่ ีอักษรนำ โดยใช้แบบ
ฝึกทกั ษะการอา่ นคำอกั ษรนำพบวา่

๑. กลุ่มตัวอย่างมีผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ที่ระดับดีมาก เมื่อเทียบกับเกณฑ์ของ สพฐ. ซึ่งสูงกว่า
เกณฑ์ตงั้ แตร่ ะดบั ดี ของ สพฐ.

๒. เมอื่ เปรียบระดบั ผลสมั ฤทธิก์ ารเรียนรขู้ องกลุม่ ตัวอยา่ งกับเกณฑ์ต้งั แตร่ ะดับ ดี ของ สพฐ.
ด้วย One – Sample t Test พบว่า ระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างสูงกว่า อย่างมี
นัยสำคญั ทางสถิตทิ ี่ 0.05 หรือที่ระดับความเชือ่ มน่ั 95%

๓. เมื่อทำการประเมินระดับความพึงพอใจซึ่งกำหนดเป็น ๔ ด้านประกอบด้วยด้านรูปเล่มของ
แบบฝึกทกั ษะการอ่านคำอักษรนำ ภาพประกอบในแบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ ด้านบรรยากาศ และ
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วยด้าน ด้านความรู้ ด้านกิจกรรม พบว่า เมื่อวิเคราะห์โดย


๔๖

ภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความ พึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยภาพรวมทุกด้านที่ระดับ มาก
และมีความพึงพอใช้เฉพาะต่อการใช้การพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ โดยใช้แบบฝึกทักษะ
การอ่านคำอักษรนำ ทีร่ ะดับดมี าก

จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้อ 1 -3 สรุปว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้
การพัฒนาการอา่ นออกเสยี งคำที่มีอักษรนำ โดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะการอ่านคำอักษรนำมผี ลต่อการพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่องอักษรนำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
โดยนักเรยี นจะมีผลสมั ฤทธิ์การเรยี นรู้ท่ีระดับดี และมคี วามพึงพอใจโดยภาพรวมทร่ี ะดับดีมาก

อภิปรายผลการวิจัย

จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวในบทที่ ๔ ประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นมาสู่การอภิปราย
ผลการวิจัยประกอบด้วยผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียน และระดับความพึงพอใจของ
นักเรียน แต่ละประเดน็ ดังกลา่ ว นำมาอภปิ ราย ดงั น้ี

๑. ผลการพฒั นาผลสัมฤทธิ์การเรยี นรู้ของนักเรยี น
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ ๔ พบว่า นักเรียนมีผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของ
นักเรียนต่อการทดลองใช้นวัตกรรมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มี
อกั ษรนำ โดยใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะการอ่านคำอักษรนำทรี่ ะดับดีมาก ทั้งน้เี ป็นเพราะว่าแบบฝึกทักษะมีความ
น่าสนใจ ดึงดูดความสนใจของนักเรียน และนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน และแบบ
ฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ ตอบสนองความต้องการของนักเรียนในระดับประถมศึกษา ซึ่งมุ่งเน้น
พัฒนาผู้เรียนในด้านทักษะและกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้โดยการชี้นำ
ตนเอง ซึ่งผู้เรียนจะได้ฝึกฝนการสร้างองค์ความรู้โดยผ่านกระบวนการคิดด้วยการแก้ปัญหาอย่างมี
ความหมายต่อผู้เรียน ซึ่งผลดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการ แบบฝึกทักษะการ
อา่ นคำอกั ษรนำ คือ การพัฒนาการอา่ นออกเสยี งคำท่ีมีอักษรนำเพ่ือส่งเสรมิ ทักษะการอ่านออกเสียงคำ
ที่มีอักษรนำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างและ
แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำเรื่องการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ ของนักเรียน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธ์กิ ารเรียนรู้ เร่ือง การพฒั นาการอ่านออกเสยี งคำทมี่ ีอักษรนำระหวา่ งก่อนและหลังการใช้แบบ
ฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ กับเกณฑ์ของ สพฐ. ผู้วิจัยดำเนินการสร้างแบบฝึกทักษะประกอบภาพ
แผนการสอน พร้อมทั้งสร้าง นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยจรัสกร เล็ก
ตระกลู (2553) กลา่ วถงึ ความสำคญั แบบฝึกทกั ษะประกอบภาพ ประกอบไว้โดยสรปุ คอื ๑.) ชว่ ยเสริม
เนื้อหาสาระให้ผู้อ่านเข้าใจ เนื้อหาสาระได้รวดเร็ว ๒.) ช่วยดึงดูดความสนใจ ๓.) ช่วยเสริม สร้าง
จินตนาการของผู้อ่าน ๔.) ช่วยสนองจุดมุ่งหมายเฉพาะ เช่น สรุป เปรียบเทียบ เป็นต้น นอกจากนี้ผล
การวิเคราะห์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ จิตรลดา ไมตรีจิตต์ (2549) ทำการวิจัยเรื่องการ


๔๗

พัฒนาการอ่านคำพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้แบบฝกึ ทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กิจกรรมการเรียนรู้
ด้วยกลุม่ ร่วมมือแบบ STAD กับนักเรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ โรงเรียนนาคำพทยาสรรพ์ โดยมี
วตั ถุประสงค์การวิจัยเพื่อ ๑) เพื่อศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ภาษาไทยในการพัฒนาทักษะ
การอ่านคำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนนาคำพทยาสรรพ์ อำเภออุบลรัตน์
จังหวัดขอนแกน่ ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 70/70 ๑) เพ่ือเปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนก่อน
เรยี นและหลังเรียน จากการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการเรยี นรู้ภาษาไทยในการพฒั นาทักษะการอ่านคำ
พ้นื ฐาน ของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ โรงเรยี นนาคำพทยาสรรพ์ อำเภออุบลรตั น์ จงั หวดั ขอนแก่น
๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการเรียนรู้
ภาษาไทยในการพัฒนาทักษะการอ่านคำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนนาคำพ
ทยาสรรพ์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะการอ่านคำพื้นฐาน กลุ่ม
สาระภาษาไทย ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ โรงเรียนนาคำพทยาสรรพ์ จำนวน ๑๕ คน แบบฝึก
มปี ระสทิ ธภิ าพ 85.83/86.47 นักเรียนไดค้ ะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบฝึกทักษะการอา่ นคำพื้นฐานท้ัง
๑๕ แบบฝึก คิดเปน็ รอ้ ยละ 58.83 และได้คะแนนเฉล่ยี จากท่ีทำการวิจัย

จากการอภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงลงข้อสรุปว่าการพัฒนาการอ่าน
ออกเสียงคำที่มีอักษรนำ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ มีผลต่อผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การ
เรียนรูข้ องนักเรยี นซ่งึ สอดคล้องกับสมมตฐิ านการวิจยั ทกี่ ำหนดขึ้นคือ ผ้เู รียนสามารถเรียนรู้โดยการช้ีนำ
ตนเอง ซึ่งผู้เรียนจะได้ฝึกฝนการสร้างองค์ความรู้โดยผ่านกระบวนการคิดด้วยการแก้ปัญหาอย่างมี
ความหมายต่อผู้เรียน โดยใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านคำอักษรนำ ที่มีความน่าสนใจ ดึงดูดความสนใจของ
นักเรียน และนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์การ
เรยี นรเู้ พม่ิ ขึ้น

๒. ระดับความพึงพอใจของนักเรยี น
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ ๔ จากผลการวิเคราะหข์ ้อมูลในบทท่ี ๔ พบว่านักเรียนมี

ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลตอ่ การทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ จัดกิจกรรม
การเรียนรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงคำพื้นฐานในภาษาไทย ที่ระดับดีมาก นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์
ดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของธนู ทดแทนคุณ และกานต์รวี แพทย์พิทักษ์ (2552) ทำการวิจัย
เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคําควบกล้ำ โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะประกอบภาพสำหรับนักเรยี น
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ผลการวิจัยพบว่า เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะประกอบ
ภาพเร่อื งการอ่านออกเสยี งคาํ ควบกลำ้ สำหรบั นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๒ โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก
(EMBED Equation.3 =2.77)

จากการอภปิ รายผลการวิเคราะหข์ ้อมูลดังกล่าวข้างต้น จงึ ลงข้อสรุปวา่ ระดับความพึงพอใจของ
นักเรียนที่มีผลต่อการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การ


๔๘

พัฒนาการอา่ นออกเสียงคำทม่ี ีอักษรนำทรี่ ะดับดมี าก ซ่งึ สอดคล้องกบั สมมติฐานการวิจัยที่กำหนดข้ึนคือ
ผู้เรียนใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำที่มีความน่าสนใจ ดึงดูดความสนใจของนักเรียน และ
นักเรยี นมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียนการสอน เป็นอกี ปัจจัยหน่ึงทท่ี ำระดบั ความพึงพอใจของนักเรียน
ที่มผี ลต่อการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะประกอบภาพ อยูใ่ นระดับดมี าก

ขอ้ เสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะการใชป้ ระโยชนผ์ ลการวจิ ยั
1.1 ผสู้ อนควรมีการจัดกิจกรรมการเรียนรทู้ ี่หลากหลาย ท้งั นีเ้ พราะจะทำให้ผู้เรยี น

เกดิ กระบวนการเรยี นรู้ ทหี่ ลากหลายมคี วามสนกุ สนานสรา้ งเสรมิ การเรยี นรู้
1.2 ผู้สอนจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงคำพื้นฐานใน

ภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบภาพ ควรศึกษาวิธีการ และทฤษฎีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพ่ือ
ประโยชน์ในการจัดการเรียนร้อู ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และสามารถเข้าใจในวธิ ีการสอนได้อยา่ งชัดเจน

1.3 การนำแบบฝึกทักษะไปใช้จะต้องศึกษาวิธีการใช้ และความเหมาะสมของแบบฝึก
ทกั ษะที่จะนำไปใชว้ ่ามีความสอดคล้องกบั เนอ้ื หา เหมาะสมกบั จำนวนของนักเรียน ท้ังนเ้ี พราะจะช่วยให้
ผู้สอนมีตัวช่วย และสามารถมีคำแนะนำช่วยเหลือในการใช้แบบฝึกทักษะประกอบการสอนได้อย่าง
ทั่วถงึ

๒. ขอ้ เสนอแนะการศกึ ษาเพิ่มเตมิ หรอื ทำวิจยั ตอ่ ยอด
2.1 ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการในการจัดทำแบบฝึกทักษะประกอบการ

สอน ทั้งนี้เพราะแบบฝึกทักษะล้วนมีความแตกต่างทั้งวิธีการทำ วิธีการใช้ และเหมาะสมของแบบฝึก
ทักษะกันนักเรียนและความสอดคล้องกับเน้ือหาท่ีแตกตา่ งกัน

2.2 ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถที่แตกต่างของนักเรียนในการใช้
แบบฝึกทักษะประกอบภาพ เรื่องการอ่านออกเสียงคำพื้นฐานในภาษาไทย ทั้งนี้เพราะผู้เรียนจะได้มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจทีช่ ดั เจนย่ิงขึ้น


๔๙

บรรณานุกรม

กิดานันท์ มลทิ อง. (2531). เทคโนโลยีการศกึ ษาร่วมสมัย. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

กดิ านนั ท์ มลิทอง. (2540). เทคโนโลยีการศกึ ษาและนวตั กรรม. กรุงเทพ: โรงพมิ พช์ วนชม.

จรสั กร เลก็ ตระกลู . (2553). การศึกษาความสามารถอ่านคำและความสนใจในการอ่าน ของนักเรียน
ช้ัน

ประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จากการใช้ ชุดพัฒนาทักษะการอ่าน.
ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ.
จติ รลดา ไมตรีจิตต.์ (2549). การศึกษานิสยั รักการอา่ นของนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2
สํานักงานเขตบางพลัด. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัย
ศรนี ครินทรวโิ รฒ.
ชยั ยงศ์ พรมวงศ์. (2523). เทคโนโลยแี ละส่ือสารการศึกษา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.

ไชยยศ เรอื งสุวรรณ. (2533). เทคโนโลยกี ารศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร์.

ถวลั ย์ มาศจรสั . (2550). นวตั กรรมทางการศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร: ธารอักษร.

ธนิดา เรืองวิเศษ. (2550). การพัฒนาทักษะการสะกดคำยาก โดยใช้แบบฝึกทักษะ กระบวนการ
เรียนรู้แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรยี นบา้ นหัวหมู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มหาสารคาม เขต 2. การศึกษา
ค้นคว้าอสิ ระ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัย มหาสารคาม.

ธนู ทดแทนคุณ และกานต์รวี แพทย์พทิ กั ษ.์ (2552). ภาษาไทยเพ่อื การส่ือสาร. กรงเทพมหานคร :

ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และทักษะการคิด
เลขในใจ ของนักเรียนที่ได้รับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกหดั ท่ีเน้นทกั ษะ การ
คิดเลขในใจกับ นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้คู่มือคร.ู วิทยานิพนธ์ ค.ม. (หลักสูตรและการ
สอน). พระนครศรอี ยธุ ยา : บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ พระนครศรีอยุธยา.

มนตรี ยัมกสิกร. การเลือกใช้เกณฑ์ประสิทธภิ าพในการรวิจัยและพฒั นาสื่อการสอน : E1 / E2 และ
90/90 standard. วารสารศึกษาศาสตร์ ปีที่19 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม2550 - มกราคม

2551 http://www.e-learning108.info/file.php/1/blog/1.pdf. โอเดยี นสโตร.์


๕๐

ภาคผนวก


๕๑

ภาคผนวก

ก แบบฝึกทกั ษะการอา่ นคำอกั ษรนำ


๕๒


๕๓


๕๔


๕๕

ภาคผนวก

ข แผนการจัดการเรียนรู้


๕๖

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑/๒๕๖๕
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๓ ชว่ั โมง
เวลา ๑ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ของเล่นธรรมชาติ

เรอื่ ง อักษรนำ จำให้แมน่

โรงเรยี นบา้ นชนุ ชนบา้ นทงุ่ ชา้ ง

๑. มาตรฐานและตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพ่อื นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ัญหา

ในการดำเนินชวี ติ และมีนิสยั รักการอา่ น
ตวั ชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา

และพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชวี้ ัด
ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ

๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
๑. นกั เรยี นสามารถบอกลกั ษณะคำท่มี ีอักษรนำได้ถูกต้อง
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๒. นักเรียนสามารถอา่ นและเขียนสะกดคำที่มีอักษรนำไดถ้ ูกต้อง
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
๓. เหน็ ความสำคญั ของการเรียนรู้คำทมี่ ีอักษรนำ

๓. สาระสำคัญ
อักษรนำ คือ การอา่ นและเขียนคำท่มี อี ักษรนำ เป็นการอา่ นออกเสียงและเขียนคำทม่ี ีพยัญชนะ

๒ ตัว ประสมสระเดียวกัน อ่านออกเสียง ๒ พยางค์ พยางค์แรกออกเสียง อะ กึ่งเสียง พยางค์หลังออก
เสียงตามสระที่ประสมอยู่ เมื่อนักเรียนฝึกอ่าน เขียน แจกลูกสะกดคำและผันวรรณยุกต์คำที่มีอักษรนำ
แลว้ จะทำใหอ้ า่ นออกเสียงไดช้ ัดเจน สามารถนำไปใชส้ อ่ื ความหมายได้ดีและทราบถึงความสำคัญของคำ
ทม่ี อี ักษรนำ
๔. สาระการเรยี นรู้

- การพัฒนาการสะกดคำที่มอี กั ษรนำ
- อา่ นคำทม่ี อี กั ษรนำ


๕๗

- เหน็ ความสำคัญของการเรียนรูค้ ำที่มีอกั ษรนำ
๕. สมรรถนะสำคัญ

๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ ขนั้ เตรียมความพรอ้ ม
๑. ครูและนกั เรียนกลา่ วทกั ทายกนั
๒. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรยี นทราบ โดยครูจะชี้แจงเปา้ หมายในการเรียนรู้ให้ผู้เรียน
ทราบท้งั ๕ ข้อ ดังนี้

๒.๑. บอกลกั ษณะคำที่มอี ักษรนำ
๒.๒. อ่านสะกดคำท่ีมีอักษรนำ
๒.๓. เขยี นสะกดคำทีม่ ีอักษรนำ
ขัน้ ที่ ๒ ข้ันนำเสนอความรู้
๑. ครูติดบตั รคำดงั ต่อไปนีล้ งบนกระดานโดยแยกออกเป็น ๒ กลมุ่
(เม่อื ครูติดคำศัพท์คำใดลงบนกระดานให้นกั เรยี นอ่านคำศัพทค์ ำน้นั พร้อมปรบมือเป็นจังหวะ ๒ ครัง้ )

๒. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ในประเด็นทว่ี ่า จากการอา่ นคำ นกั เรียนสงั เกตหรือไมว่ ่า
คำแตล่ ะคำอ่านอยา่ งไร

๓. ครูแจกแบบฝึกทกั ษะการอา่ นคำอักษรนำใหน้ ักเรียน
๔. ครูให้นักเรียนออกมาอ่านแบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำเพื่อประเมินครั้งที่ ๑ โดยให้
นกั เรียนออกมาตามเลขที่
๕. ครูและนักเรยี นอ่านออกเสียงคำอักษรนำ พร้อมกนั อกี คร้ังโดยดบู ัตรคำไปด้วย
ขนั้ ท่ี ๓ ขน้ั ลงมือเรียนรู้ ฝึกทำ และฝึกฝน


๕๘

๑. ครูใหน้ กั เรยี นฝกึ การอ่านจากแบบฝึกทักษะการอา่ นคำอักษรนำ

๒. ครูให้นักเรียนออกมาอ่านแบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ เพื่อประเมินครั้งที่ ๒ โดยให้

นกั เรยี นออกมาตามเลขที่

ขน้ั ท่ี ๔ ขน้ั สรุปความรู้

๑. ครูใหน้ ักเรยี นอา่ นคำอกั ษรนำจากบตั รคำ โดยสมุ่ เปิดท้ังใหด้ ูบัตรคำและไม่ดบู ตั รคำ

๒. ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรุปเร่อื งการอ่านคำอักษรนำ

๘. สื่อและแหลง่ เรียนรู้

๑. แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นคำอกั ษรนำสำหรบั การพฒั นาการอ่านออกเสยี งคำทมี่ ีอักษรนำ

๒. สื่อบตั รคำอกั ษรนำ

๙. การวดั ประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมือการวดั เกณฑ์การผ่าน

จุดประสงค์

ดา้ นความความเขา้ ใจ (K) ตอบคำถาม แบบประเมนิ การตอบคำถาม

๑. นักเรียนสามารถบอกลักษณะ

คำทมี่ ีอกั ษรนำได้ถูกต้อง

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) อ่านออกเสยี งแบบฝกึ ทักษะ แบบประเมนิ การอา่ นออก ไดค้ ะแนนระดบั

๒. นกั เรยี นสามารถอ่านและเขียน การอ่านคำอักษรนำ เสยี งแบบฝกึ ทักษะการอา่ นคำ คณุ ภาพ

สะกดคำทมี่ ีอกั ษรนำได้ถกู ต้อง อกั ษรนำ ระดับ ๒ ขึน้ ไป

ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓. เหน็ ความสำคญั ของการเรียนรู้

คำท่มี ีอกั ษรนำ

เกณฑ์การประเมนิ ผล (Rubric)

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน น้ำหนกั รวม
คะแนน คะแนน
ประเดน็ การประเมิน ระดับ ๔ ระดับ ๓ ระดบั ๒ ระดบั ๑
(ดีมาก) (ปรบั ปรุง) ๓ ๑๒
ดา้ นความความเขา้ ใจ (K) ตอบคำถาม ได้ (ดี) (พอใช)้ ตอบคำถาม ได้
๑. นกั เรียนสามารถบอก ถูกต้อง ถูกต้องแต่ ไม่
ลักษณะคำทม่ี ีอักษรนำได้ ครอบคลุม ตอบคำถาม ได้ ตอบคำถาม ได้ ตรงประเดน็
ถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจ และไมส่ ามารถ
งา่ ยและ ถูกต้องครอบคลุม ถกู ต้องแต่ ไม่ ยกตัวอยา่ ง
ยกตัวอยา่ ง
ชดั เจนแตย่ ัง ตรงประเดน็

คลมุ เครือ และ และยกตัวอยา่ ง

ยกตวั อย่าง ประกอบการ

ตอบคำถามได้


๕๙

ประกอบการ ประกอบการตอบ ประกอบการ
ตอบคำถามได้ คำถามได้ ตอบคำถาม

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) สามารถอา่ น สามารถอา่ นและ สามารถอา่ นและ สามารถอ่านและ ๓ ๑๒
๓ ๑๒
๒. นักเรียนสามารถอา่ น และเขียนสะกด เขยี นสะกดคำได้ เขียนสะกดคำได้ เขยี นสะกดคำได้
๓๖
และเขียนสะกดคำท่มี ี คำได้ถูกต้อง มี เกือบถกู ต้อง มี ยงั ไม่ค่อยมีความ บ้างและขาด

อักษรนำได้ถกู ต้อง ความมนั่ ใจใน ความมน่ั ใจในการ มน่ั ใจเท่าที่ควร ความม่ันใจ

การอา่ นดี อ่านพอใช้

ดา้ นคุณลักษณะ (A) มีความ มีความ มีความ มคี วาม

๓. เหน็ ความสำคัญของการ กระตือรือร้น มี กระตือรอื รน้ มี กระตือรือรน้ มี กระตือรอื ร้น แต่

เรยี นรคู้ ำที่มีอักษรนำ สว่ นร่วมให้ สว่ นรว่ มและให้ สว่ นร่วม ไมม่ ีการ

ความรว่ มมอื กบั ความ และแสดงความ แสดงความ

การทำกิจกรรม รว่ มมอื ในการทำ คดิ เหน็ คิดเหน็

อย่างเตม็ กจิ กรรมและ มากกวา่ ๑ ครง้ั

ความสามารถ แสดงความ

และแสดงความ คิดเหน็

คิดเหน็ มากกว่า มากกวา่ ๒ ครัง้

๓ ครั้ง

รวม

ระดับคณุ ภาพ ดีมาก
๔ หมายถึง ดี
๓ หมายถงึ พอใช้
๒ หมายถึง ควรปรับปรงุ
๑ หมายถึง
ระดบั คุณภาพ
เกณฑ์การให้ระดับคณุ ภาพ ดมี าก (๔)
ชว่ งคะแนน ดี (๓)
๑๑ - ๑๒ หมายถงึ พอใช้ (๒)
๗ - ๙ หมายถึง ควรปรับปรุง (๑)
๔ - ๖ หมายถึง
๑ - ๓ หมายถงึ


๖๐

เกณฑก์ ารตัดสนิ
รายบุคคล : นกั เรียนมีผลการเรยี นรูไ้ มต่ ่ำกว่าระดบั ๒ จึงถอื ว่าผา่ น
รายกลุ่ม : นกั เรียนร้อยละ ๗๐ ของจำนวนนักเรยี นท้ังหมดมีผลการเรยี นร้ไู มต่ ำ่ กวา่ ระดบั ๒

แบบบนั ทกึ คะแนนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๒ ของเล่นธรรมชาติ เร่ือง อกั ษรนำ จำใหแ้ ม่น

นกั เรยี นสามารถบอก นกั เรียนสามารถอ่านและ เหน็ ความสำคัญของการ ระดบั
คุณภาพ
ลำดบั ที่ ลกั ษณะคำที่มอี ักษรนำได้ เขียนสะกดคำที่มีอักษรนำ เรยี นรู้คำทม่ี ีอักษรนำ (A) รวม

ถกู ต้อง (K) ได้ถูกตอ้ ง (P)

๔ ๓ ๒ ๑ ๔๓ ๒ ๑๔๓๒๑
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
๑๑.
๑๒.
๑๓.
๑๔.
๑๕.
๑๖.
๑๗.
๑๘.


๖๑

๑๙.
๒๐.
๒๑.
๒๒.

คำชี้แจง : ใหท้ ำเครอื่ งหมาย ✓ ในชอ่ งทต่ี รงกับความเป็นจริง
ระดับคณุ ภาพ
๔ หมายถึง ดมี าก
๓ หมายถงึ ดี
๒ หมายถงึ พอใช้
๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารใหร้ ะดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถึง ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถึง ควรปรบั ปรุง (๑)
๑ - ๓ หมายถึง


๖๒

เกณฑ์การประเมินการตอบคำถาม

ประเดน็ การ ระดับประเมนิ การตอบคำถาม

ประเมิน ๔๓ ๒๑ น้ำหนัก รวม
คะแนน คะแนน
(ดีมาก) (ดี) (พอใช้) (ควรปรบั ปรุง)
๑ ๔
๑. การตอบ ตอบคำถามไดถ้ ูกต้อง ตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้
๑ ๔
คำถาม ทกุ ข้อ ถูกต้องเป็น ถูกต้องเปน็ ถกู ต้องน้อยกว่า ๔

ส่วนมาก บางส่วน ๓ คำถาม ๑๒

๒. เวลา ตอบคำถามได้ก่อน ตอบคำถามได้ ตอบคำถามไดช้ า้ ตอบคำถามได้

เวลา ทันเวลา กวา่ เวลาเล็กนอ้ ย ช้ากว่าเวลามาก

๓. ความต้งั ใจ มีความสนใจและมี มีความสนใจ มคี วามสนใจและ มีความสนใจ

ในการตอบ ความตง้ั ใจในการ และมีความ มคี วามตงั้ ใจใน เล็กน้อยและไม่

คำถาม ตอบคำถาม ต้งั ใจทุกครงั้ ใน การตอบคำถาม มีความตง้ั ใจใน

ตลอดเวลาการเรียนรู้ การตอบคำถาม เปน็ บางครงั้ การตอบคำถาม

รวม

เกณฑก์ ารให้ระดบั คณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐-๑๒ หมายถึง ดี (๓)
๗-๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔-๖ หมายถงึ ควรปรับปรุง (๑)
๑-๒ หมายถงึ

เกณฑ์การผ่าน พอใช้ (๒)
๔-๖ หมายถงึ

สรุปผลการประเมินการจัดการเรียนรู้ จำนวน_______คน
นกั เรียนท่ีมผี ลการเรียนระดับ ๔ (ดมี าก) จำนวน_______คน
นกั เรยี นทีม่ ผี ลการเรยี นระดบั ๓ (ดี) จำนวน_______คน
นกั เรียนที่มผี ลการเรยี นระดบั ๒ (พอใช้) จำนวน_______คน
นักเรยี นทม่ี ีผลการเรยี นระดับ ๑ (ควรปรับปรงุ )


๖๓

เกณฑ์การประเมนิ แบบประเมินการอ่านออกเสียงคำ เรอ่ื ง อกั ษรนำ จำใหแ้ ม่น

ประเดน็ การ ระดับประเมินใบงาน นำ้ หนัก รวม
คะแนน
ประเมิน ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน

(ดีมาก) (ด)ี (พอใช้) (ควรปรบั ปรงุ ) ๔

๑. ความถูกตอ้ ง สามารถอ่านได้ สามารถอา่ นได้ สามารถอ่านได้ พยายามอา่ นได้ ๑ ๔

ในการอา่ น ถกู ต้องทง้ั หมด เกือบถกู ต้อง บ้าง บ้าง ๑๒

๒. นำ้ เสียง สามารถอ่านได้ สามารถอ่านได้ สามารถอ่านได้ พยายามอ่านได้ ๑

น้ำเสียงชัดเจน น้ำเสียงชดั เจน คอ่ นข้างชัดเจน บ้างนำ้ เสียงเบา

น้ำเสยี งค่อนขา้ ง ไมช่ ัดเจน

ชดั เจน

๓. ความมัน่ ใจใน มคี วามมั่นใจใน มีความมน่ั ใจใน ยังไม่ค่อยมี ขาดความมน่ั ใจ ๑

การใชภ้ าษา การอ่านดี การอ่านพอใช้ ความม่นั ใจ ในตนเอง

เท่าทค่ี วร

รวม

เกณฑก์ ารให้ระดับคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

๑๐-๑๒ หมายถงึ ดีมาก (๔)

๗-๙ หมายถงึ ดี (๓)

๔-๖ หมายถงึ พอใช้ (๒)

๑-๒ หมายถึง ควรปรับปรุง (๑)

เกณฑก์ ารผา่ น พอใช้ (๒)
๔-๖ หมายถงึ

สรปุ ผลการประเมนิ การจัดการเรียนรู้ จำนวน_______คน
นกั เรียนทม่ี ีผลการเรยี นระดบั ๔ (ดีมาก) จำนวน_______คน
นกั เรยี นที่มผี ลการเรยี นระดับ ๓ (ดี) จำนวน_______คน
นักเรยี นท่มี ผี ลการเรยี นระดับ ๒ (พอใช้) จำนวน_______คน
นกั เรียนทีม่ ผี ลการเรียนระดบั ๑ (ควรปรบั ปรุง)


๖๔

เกณฑก์ ารประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล

ระดับประเมนิ แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล น้ำหนกั รวม

ประเด็นการ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน คะแนน

ประเมนิ (ดีมาก) (ดี) (พอใช)้ (ควรปรับปรุง)

๑. สนใจร่วม ใฝ่เรียนรแู้ ละให้ ใฝเ่ รยี นรแู้ ละให้ ใฝ่เรียนรแู้ ละให้ ใฝเ่ รียนรู้และให้ ๑ ๔

กิจกรรม ความสนใจในการ ความสนใจใน ความสนใจในการ ความสนใจในการ

รว่ มกจิ กรรมตลอด การร่วม ร่วมกิจกรรม รว่ มกจิ กรรมน้อย

การเรยี นรู้ กจิ กรรม บางคร้งั มาก

๒. มคี วาม ปฏบิ ัตงิ านทีไ่ ดร้ ับ ปฏบิ ตั งิ านท่ี ปฏิบัตงิ านท่ไี ดร้ ับ ต้องคอยตักเตอื นให้ ๑ ๔

รบั ผดิ ชอบ มอบหมายได้อย่าง ได้รบั มอบหมาย มอบหมายได้โดย ปฏบิ ตั ิ

กระตือรือร้นและ ได้อยา่ ง ครตู ้องให้คำแนะนำ

เต็มที่ กระตือรอื ร้น

๓. มคี วาม มุ่งม่นั และมคี วาม ม่งุ ม่ันในการ คอ่ นข้างมคี วาม มคี วามมุง่ มั่นในการ ๑ ๔

กระตือรอื รน้ รบั ผดิ ชอบในงานที่ ทำงานท่ีได้รับ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ทำงานท่ีไดร้ บั

ได้รบั มอบหมาย มอบหมาย ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย มอบหมายน้อยมาก

รวม ๑๒

เกณฑ์การให้ระดบั คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

๑๐-๑๒ หมายถึง ดีมาก (๔)

๗-๙ หมายถงึ ดี (๓)

๔-๖ หมายถงึ พอใช้ (๒)

๑-๒ หมายถงึ ควรปรับปรุง (๑)

เกณฑ์การผา่ น จำนวน_______คน
๔-๖ หมายถงึ พอใช้ (๒) จำนวน_______คน
สรุปผลการประเมนิ การจัดการเรยี นรู้ จำนวน_______คน
นักเรยี นที่มีผลการเรียนระดบั ๔ (ดมี าก) จำนวน_______คน
นักเรยี นที่มีผลการเรยี นระดับ ๓ (ดี)
นกั เรียนทมี่ ผี ลการเรยี นระดับ ๒ (พอใช้)
นักเรยี นท่มี ผี ลการเรยี นระดบั ๑ (ควรปรับปรุง)


๖๕

แบบประเมนิ การตอบคำถาม

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑

เร่ือง อกั ษรนำ จำให้แม่น

คำช้ีแจง : ใหท้ ำเคร่ืองหมาย ✓ ในชอ่ งทีต่ รงกับความเป็นจริง

เกณฑก์ ารประเมนิ การตอบคำถาม

เลขท่ี การตอบคำถาม เวลา ความต้งั ใจในการตอบ รวมคะแนน

คำถาม

๔ ๓๒๑๔๓๒๑๔ ๓ ๒ ๑

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

๑๑.

๑๒.

๑๓.

๑๔.

๑๕.

๑๖.

๑๗.

๑๘.

๑๙.

๒๐.

๒๑.

๒๒.


๖๖

ระดบั คุณภาพ ดีมาก
๔ หมายถึง ดี
๓ หมายถึง พอใช้
๒ หมายถึง ควรปรบั ปรุง
๑ หมายถงึ

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถึง ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถงึ พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ (๑)
๑ - ๓ หมายถงึ

ลงชื่อ..............................................................................
()

................../.................................../..............


๖๗

เกณฑก์ ารประเมนิ แบบประเมินการอา่ นออกเสียงคำ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑

เรื่อง อักษรนำ จำใหแ้ มน่

คำชีแ้ จง : ใหท้ ำเคร่ืองหมาย ✓ ในช่องทต่ี รงกับความเป็นจรงิ

ระดับประเมนิ การอา่ นออกเสียงคำ

เลขท่ี ความถูกตอ้ งในการอา่ น นำ้ เสยี ง ความม่ันใจในการใช้ ระดับประเมนิ

ภาษา

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒ ๑

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

๑๑.

๑๒.

๑๓.

๑๔.

๑๕.

๑๖.

๑๗.

๑๘.

๑๙.

๒๐.

๒๑.

๒๒.


๖๘

ระดับคณุ ภาพ ดีมาก
๔ หมายถึง ดี
๓ หมายถงึ พอใช้
๒ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
๑ หมายถึง

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถงึ ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถงึ ควรปรับปรงุ (๑)
๑ - ๓ หมายถงึ

ลงช่ือ.........................................................
()
................../.................................../..........
....


๖๙

เกณฑก์ ารประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล รวมคะแนน
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๑
เรอ่ื ง อักษรนำ จำให้แม่น

คำชี้แจง : ให้ทำเคร่ืองหมาย ✓ ในช่องที่ตรงกับความเป็นจริง
ระดบั ประเมนิ แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

สนใจรว่ มกิจกรรม มีความรบั ผดิ ชอบ มคี วามกระตอื รือรน้ ในการ
เลขที่ ทำงาน

๔ ๓๒๑๔๓๒๑๔ ๓ ๒ ๑
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
๑๑.
๑๒.
๑๓.
๑๔.
๑๕.
๑๖.
๑๗.
๑๘.
๑๙.
๒๐.
๒๑.
๒๒.


๗๐

ระดับคุณภาพ ดีมาก
๔ หมายถึง ดี
๓ หมายถึง พอใช้
๒ หมายถึง ควรปรบั ปรุง
๑ หมายถงึ

เกณฑ์การให้ระดับคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถงึ ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง (๑)
๑ - ๓ หมายถงึ

ลงชื่อ..........................................................................
()

................../.................................../..............


๗๑

บนั ทกึ ผลหลงั สอน

๑. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรูท้ ่ี ๑ นักเรยี นสามารถบอกลกั ษณะคำที่มอี ักษรนำไดถ้ ูกต้อง (K)

นกั เรียนมผี ลการเรียนระดับ ๔ (ดมี าก) คิดเปน็ ร้อยละ……………………

นกั เรยี นมีผลการเรยี นระดับ ๓ (ดี) คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………

นกั เรยี นมีผลการเรยี นระดับ ๒ (พอใช้) คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………

นักเรยี นมีผลการเรยี นระดับ ๑ (ควรปรบั ปรุง) คิดเปน็ ร้อยละ……………………

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ที่ ๒ นักเรยี นสามารถอ่านและเขยี นสะกดคำท่ีมีอักษรนำได้ถูกต้อง (P)

นักเรยี นมีผลการเรยี นระดับ ๔ (ดีมาก) คิดเป็นร้อยละ……………………

นักเรยี นมผี ลการเรยี นระดบั ๓ (ดี) คิดเปน็ ร้อยละ……………………

นักเรยี นมีผลการเรียนระดบั ๒ (พอใช)้ คดิ เปน็ รอ้ ยละ……………………

นักเรยี นมผี ลการเรียนระดับ ๑ (ควรปรบั ปรุง) คดิ เป็นร้อยละ……………………

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ท่ี ๓ เห็นความสำคญั ของการเรยี นรู้คำที่มีอักษรนำ (A)

นักเรียนมผี ลการเรียนระดับ ๔ (ดมี าก) คิดเปน็ ร้อยละ……………………

นกั เรียนมผี ลการเรียนระดับ ๓ (ดี) คดิ เปน็ รอ้ ยละ……………………

นักเรียนมผี ลการเรียนระดับ ๒ (พอใช้) คดิ เปน็ รอ้ ยละ……………………

นกั เรียนมีผลการเรยี นระดับ ๑ (ควรปรบั ปรงุ ) คดิ เปน็ ร้อยละ……………………

ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................ผู้สอน
(…………………………………..)


๗๒

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารหรือผ้ทู ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะของครูพี่เล้ียง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงชือ่ ..........................................................................
(………………………………………..……………)
ครพู ีเ่ ล้ยี ง

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ ฝ่ายวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงช่อื ..........................................................................
(……………………………………………………..)
หวั หนา้ ฝ่ายวิชาการ

ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงช่อื ..........................................................................
(……………………………………………………..)
ผู้อำนวยการสถานศึกษา


๗๓

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๒

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑/๒๕๖๕
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๓ ชว่ั โมง
เวลา ๑ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๒ ของเลน่ ธรรมชาติ

เร่อื ง อักษรนำนา่ รู้ (ห นำ)

โรงเรยี นบา้ นชนุ ชนบา้ นทุง่ ช้าง

๑. มาตรฐานและตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพือ่ นำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปญั หา

ในการดำเนนิ ชีวิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่านออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกตอ้ ง
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ดั
ท ๔.๑ ป.๒/๑ บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกตแ์ ละเลขไทย

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
๑. นักเรียนสามารถบอกลกั ษณะคำที่มีอกั ษรนำ (ห นำ) ได้ถูกต้อง
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๒. นักเรยี นสามารถอ่านออกเสยี งคำทมี่ ีอกั ษรนำ (ห นำ) ได้ถูกต้อง
ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
๓. เห็นความสำคญั ของการเรียนรู้คำทมี่ ีอักษรนำ

๓. สาระสำคัญ
อักษรนำ (ห นำ) คือ คำท่ีมี ห นำ อักษรตำ่ เดยี่ ว ได้แก่ ง ญ น ม ย ร ล ว เชน่ ใหญ่ หนา หมา

หรู หลาย แหวน เวลาอา่ นออกเสียงให้อ่านออกเสยี งร่วมกันสนทิ เป็นพยางคเ์ ดียวกัน
๔. สาระการเรยี นรู้

- อา่ นคำทีม่ ีอกั ษรนำ (ห นำ)
- เหน็ ความสำคัญของการเรยี นร้คู ำท่ีมอี กั ษรนำ
๕. สมรรถนะสำคัญ
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต


๗๔

๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้

๗. กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ข้ันที่ ๑ ขั้นเตรียมความพร้อม

๑. ครแู ละนกั เรยี นกล่าวทักทายกนั

๒. แจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ

๓. ครเู ปิดเพลง ห นำ ใหน้ ักเรียนฟงั เพ่ือเตรียมความพรอ้ มทจ่ี ะเขา้ สูเ่ นื้อหา จากนัน้ ใหน้ ักเรยี น

รอ้ งตาม

เนื้อเพลง ห นำ

เราเด็ก ๆ ไทย จงสนใจคำ ห นำ

น่หี นา จอกแหน หนนุ นำ หมอลำ กำหนด กฎหมาย

ห นำอกั ษรใด ๆ เสยี งจะกลายใหเ้ ป็นจัตวา

หมู หมู่ หรู หรา หวาด หวือ หวา ห ชว่ ยนำเอย

ห ช่วยผนั เสียง เปน็ สำเนยี งเสียงตา่ งกนั

อกั ษร อักษรต่ำนั้น ผันไปใหไ้ ดห้ ้าเสยี ง

หนา นา หนา่ น่าอีกน้า แสนเริงร่า ห ชว่ ยนำควนั

เราไม่แปรผัน คำ ห นำจำใหด้ เี ลย (รอ้ ง ๒ รอบ)

๔. ครแู ละนักเรยี นอภิปรายร่วมกนั เกยี่ วกบั เนื้อเพลง ห นำ

ข้ันที่ ๒ ขน้ั นำเสนอความรู้

๑. ครแู จกแบบฝกึ ทกั ษะการอ่านคำอักษรนำ ห นำ ให้นักเรียน

๒. ครูให้นักเรียนออกมาอ่านแบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ ห นำ เพื่อประเมินครั้งที่ ๑

โดยใหน้ ักเรียนออกมาตามเลขท่ี

๓. ครถู ามคำถามนักเรียนเพือ่ ใหน้ ักเรียนไดเ้ กิดการค้นหาความรู้

- นักเรียนคดิ วา่ คำคืออะไร

(แนวคำตอบ คำทีเ่ ราเปลง่ เสยี งออกมา)

- แลว้ นักเรยี นคดิ ว่าคำอักษรนำคืออะไร

(แนวคำตอบ คำทเ่ี ราควรรู้)

- นักเรยี นรู้จกั คำอักษรนำในชวี ติ ประจำวนั อะไรบา้ ง

(แนวคำตอบ ตอบตามความเขา้ ใจของนักเรียน)

๔. ครูและนกั เรยี นอ่านออกเสียงคำอักษรนำ พรอ้ มกันอกี คร้งั

ขน้ั ท่ี ๓ ข้นั ลงมือเรียนรู้ ฝึกทำ และฝกึ ฝน


๗๕

๑. ครูใหน้ กั เรียนฝึกการอ่านจากแบบฝกึ ทักษะการอา่ นคำอักษรนำ ห นำ

๒. ครูให้นักเรียนออกมาอ่านแบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ ห นำ เพื่อประเมินครั้งที่ ๒

โดยให้นกั เรียนออกมาตามเลขที่

ขนั้ ที่ ๔ ขน้ั สรุปความรู้

๑. ครูใหน้ กั เรียนอา่ นคำอักษรนำ ห นำ โดยสมุ่ เปดิ ทงั้ ให้ดูและไม่ดู

๒. ครูและนักเรยี นช่วยกันสรุปเร่อื งการอา่ นคำอกั ษรนำ ห นำ

๘. ส่ือและแหลง่ เรียนรู้

๑. แบบฝึกทักษะการอา่ นคำอักษรนำสำหรับการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำทมี่ ีอกั ษรนำ

๙. การวดั ประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื การวดั เกณฑ์การผ่าน

จุดประสงค์

ด้านความความเขา้ ใจ (K) ตอบคำถาม แบบประเมนิ การตอบคำถาม

๑. นกั เรยี นสามารถบอกลกั ษณะ

คำทม่ี ีอักษรนำ (ห นำ) ได้ถูกต้อง

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) อ่านออกเสยี งแบบฝกึ ทกั ษะ แบบประเมนิ การอา่ นออก ได้คะแนนระดับ

๒. นักเรยี นสามารถอ่านออกเสยี ง การอา่ นคำอักษรนำ (ห นำ) เสียงแบบฝกึ ทักษะการอา่ นคำ คณุ ภาพ

คำท่ีมีอกั ษรนำ (ห นำ) ไดถ้ กู ต้อง อกั ษรนำ (ห นำ) ระดบั ๒ ขนึ้ ไป

ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓. เห็นความสำคัญของการเรียนรู้

คำทม่ี ีอกั ษรนำ

เกณฑก์ ารประเมินผล (Rubric)

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน นำ้ หนัก รวม
คะแนน คะแนน
ประเดน็ การประเมิน ระดบั ๔ ระดบั ๓ ระดับ ๒ ระดบั ๑
(ดมี าก) (ปรบั ปรุง) ๓ ๑๒
ด้านความความเข้าใจ (K) ตอบคำถาม ได้ (ด)ี (พอใช)้ ตอบคำถาม ได้
๑. นักเรยี นสามารถบอก ถกู ต้อง ถกู ต้องแต่ ไม่
ลกั ษณะคำท่มี ีอักษรนำ ครอบคลุม ตอบคำถาม ได้ ตอบคำถาม ได้ ตรงประเด็น
(ห นำ) ไดถ้ ูกต้อง ชัดเจน เขา้ ใจ และไม่สามารถ
ง่ายและ ถกู ต้องครอบคลมุ ถกู ต้องแต่ ไม่ ยกตัวอย่าง
ยกตัวอยา่ ง
ชัดเจนแต่ยัง ตรงประเดน็

คลมุ เครือ และ และยกตัวอยา่ ง

ยกตวั อย่าง ประกอบการ

ตอบคำถามได้


๗๖

ประกอบการ ประกอบการตอบ ประกอบการ
ตอบคำถามได้ คำถามได้ ตอบคำถาม

ด้านทักษะกระบวนการ (P) สามารถอา่ น สามารถอา่ นและ สามารถอ่านและ สามารถอ่านและ ๓ ๑๒
๓ ๑๒
๒. นกั เรียนสามารถอ่าน และเขยี นสะกด เขียนสะกดคำได้ เขียนสะกดคำได้ เขียนสะกดคำได้
๓๖
ออกเสียงคำท่มี ีอักษรนำ คำได้ถูกต้อง มี เกือบถูกต้อง มี ยังไม่ค่อยมีความ บา้ งและขาด

(ห นำ) ไดถ้ ูกต้อง ความมั่นใจใน ความมนั่ ใจในการ มน่ั ใจเทา่ ที่ควร ความม่ันใจ

การอา่ นดี อ่านพอใช้

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) มีความ มคี วาม มีความ มคี วาม

๓. เห็นความสำคญั ของการ กระตือรอื ร้น มี กระตือรือรน้ มี กระตือรือรน้ มี กระตือรอื ร้น แต่

เรยี นรู้คำทมี่ ีอกั ษรนำ ส่วนร่วมให้ สว่ นร่วมและให้ สว่ นร่วม ไมม่ ีการ

ความรว่ มมือกบั ความ และแสดงความ แสดงความ

การทำกจิ กรรม ร่วมมือในการทำ คดิ เหน็ คดิ เหน็

อยา่ งเตม็ กจิ กรรมและ มากกวา่ ๑ ครัง้

ความสามารถ แสดงความ

และแสดงความ คดิ เห็น

คิดเหน็ มากกวา่ มากกวา่ ๒ ครัง้

๓ ครง้ั

รวม

ระดับคณุ ภาพ ดมี าก
๔ หมายถึง ดี
๓ หมายถึง พอใช้
๒ หมายถึง ควรปรบั ปรุง
๑ หมายถงึ

เกณฑก์ ารให้ระดบั คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก (๔)
๑๑ - ๑๒ หมายถึง ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ (๑)
๑ - ๓ หมายถึง


๗๗

เกณฑก์ ารตดั สนิ
รายบุคคล : นักเรียนมีผลการเรียนรไู้ มต่ ำ่ กว่าระดับ ๒ จึงถือวา่ ผา่ น
รายกลุ่ม : นักเรียนรอ้ ยละ ๗๐ ของจำนวนนกั เรยี นท้ังหมดมีผลการเรยี นร้ไู ม่ต่ำกว่าระดบั ๒

แบบบันทกึ คะแนนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๒

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ของเล่นธรรมชาติ เรื่อง อักษรนำน่ารู้ (ห นำ)
คำชแ้ี จง : ใหท้ ำเครอื่ งหมาย ✓ ในชอ่ งที่ตรงกับความเป็นจริง

ลำดบั ท่ี นักเรยี นสามารถบอก นกั เรียนสามารถอ่านออก เหน็ ความสำคัญของการ รวม ระดบั
ลักษณะคำท่ีมอี ักษรนำ คุณภาพ
(ห นำ) ได้ถูกต้อง (K) เสยี งคำท่มี ีอักษรนำ เรยี นรคู้ ำท่มี ีอักษรนำ (A)
(ห นำ) ได้ถูกต้อง (P)

๔ ๓ ๒ ๑ ๔๓ ๒ ๑๔๓๒๑
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
๑๑.
๑๒.
๑๓.
๑๔.
๑๕.
๑๖.


๗๘

๑๗.
๑๘.
๑๙.
๒๐.
๒๑.
๒๒.

ระดบั คณุ ภาพ

๔ หมายถงึ ดมี าก
๓ หมายถงึ ดี
๒ หมายถึง พอใช้
๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถงึ ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ (๑)
๑ - ๓ หมายถึง


๗๙

เกณฑ์การประเมินการตอบคำถาม

ประเดน็ การ ระดับประเมนิ การตอบคำถาม

ประเมิน ๔๓ ๒๑ น้ำหนัก รวม
คะแนน คะแนน
(ดีมาก) (ดี) (พอใช้) (ควรปรบั ปรุง)
๑ ๔
๔. การตอบ ตอบคำถามไดถ้ ูกต้อง ตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้
๑ ๔
คำถาม ทกุ ข้อ ถูกต้องเป็น ถูกต้องเปน็ ถกู ต้องน้อยกว่า ๔

ส่วนมาก บางส่วน ๓ คำถาม ๑๒

๕. เวลา ตอบคำถามได้ก่อน ตอบคำถามได้ ตอบคำถามไดช้ า้ ตอบคำถามได้

เวลา ทันเวลา กวา่ เวลาเล็กนอ้ ย ช้ากว่าเวลามาก

๖. ความต้งั ใจ มีความสนใจและมี มีความสนใจ มคี วามสนใจและ มีความสนใจ

ในการตอบ ความตง้ั ใจในการ และมีความ มคี วามตงั้ ใจใน เล็กน้อยและไม่

คำถาม ตอบคำถาม ต้งั ใจทุกครงั้ ใน การตอบคำถาม มีความตง้ั ใจใน

ตลอดเวลาการเรียนรู้ การตอบคำถาม เปน็ บางครงั้ การตอบคำถาม

รวม

เกณฑก์ ารให้ระดบั คณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐-๑๒ หมายถึง ดี (๓)
๗-๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔-๖ หมายถงึ ควรปรับปรุง (๑)
๑-๒ หมายถงึ

เกณฑ์การผ่าน พอใช้ (๒)
๔-๖ หมายถงึ

สรุปผลการประเมินการจัดการเรียนรู้ จำนวน_______คน
นกั เรียนท่ีมผี ลการเรียนระดับ ๔ (ดมี าก) จำนวน_______คน
นกั เรยี นทีม่ ผี ลการเรยี นระดบั ๓ (ดี) จำนวน_______คน
นกั เรียนที่มผี ลการเรยี นระดบั ๒ (พอใช้) จำนวน_______คน
นักเรยี นทม่ี ีผลการเรยี นระดับ ๑ (ควรปรับปรงุ )


๘๐

เกณฑ์การประเมนิ แบบประเมนิ การอ่านออกเสียงคำ เร่ือง อกั ษรนำน่ารู้ (ห นำ)

ประเดน็ การ ระดบั ประเมินใบงาน นำ้ หนัก รวม
คะแนน
ประเมนิ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน

(ดมี าก) (ดี) (พอใช)้ (ควรปรบั ปรงุ ) ๔

๔. ความถูกต้อง สามารถอา่ นได้ สามารถอ่านได้ สามารถอา่ นได้ พยายามอา่ นได้ ๑ ๔

ในการอา่ น ถกู ต้องทงั้ หมด เกือบถูกต้อง บา้ ง บา้ ง ๑๒

๕. นำ้ เสียง สามารถอา่ นได้ สามารถอา่ นได้ สามารถอ่านได้ พยายามอ่านได้ ๑

นำ้ เสียงชดั เจน น้ำเสียงชัดเจน ค่อนข้างชัดเจน บา้ งนำ้ เสียงเบา

นำ้ เสียงคอ่ นข้าง ไม่ชดั เจน

ชดั เจน

๖. ความมัน่ ใจใน มีความมนั่ ใจใน มีความมนั่ ใจใน ยงั ไม่ค่อยมี ขาดความมนั่ ใจ ๑

การใชภ้ าษา การอา่ นดี การอ่านพอใช้ ความมน่ั ใจ ในตนเอง

เท่าท่ีควร

รวม

เกณฑก์ ารใหร้ ะดบั คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

๑๐-๑๒ หมายถึง ดีมาก (๔)

๗-๙ หมายถงึ ดี (๓)

๔-๖ หมายถึง พอใช้ (๒)

๑-๒ หมายถงึ ควรปรับปรงุ (๑)

เกณฑ์การผา่ น พอใช้ (๒)
๔-๖ หมายถงึ

สรปุ ผลการประเมินการจดั การเรียนรู้ จำนวน_______คน
นกั เรยี นทม่ี ีผลการเรียนระดับ ๔ (ดมี าก) จำนวน_______คน
นกั เรียนท่ีมีผลการเรียนระดับ ๓ (ด)ี จำนวน_______คน
นักเรยี นทีม่ ีผลการเรยี นระดบั ๒ (พอใช้) จำนวน_______คน
นักเรยี นทมี่ ีผลการเรียนระดบั ๑ (ควรปรบั ปรงุ )


๘๑

เกณฑก์ ารประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

ระดับประเมินแบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล น้ำหนกั รวม

ประเดน็ การ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน คะแนน

ประเมนิ (ดมี าก) (ด)ี (พอใช้) (ควรปรับปรุง)

๔. สนใจรว่ ม ใฝเ่ รยี นรแู้ ละให้ ใฝเ่ รียนรู้และให้ ใฝเ่ รียนรู้และให้ ใฝ่เรียนรู้และให้ ๑ ๔

กิจกรรม ความสนใจในการ ความสนใจใน ความสนใจในการ ความสนใจในการ

ร่วมกจิ กรรมตลอด การรว่ ม รว่ มกจิ กรรม ร่วมกจิ กรรมน้อย

การเรยี นรู้ กิจกรรม บางครงั้ มาก

๕. มคี วาม ปฏิบตั ิงานทไ่ี ดร้ บั ปฏบิ ตั งิ านที่ ปฏบิ ตั ิงานท่ีได้รบั ตอ้ งคอยตักเตอื นให้ ๑ ๔

รบั ผิดชอบ มอบหมายได้อย่าง ได้รับมอบหมาย มอบหมายไดโ้ ดย ปฏิบตั ิ

กระตือรอื ร้นและ ไดอ้ ยา่ ง ครตู ้องให้คำแนะนำ

เต็มที่ กระตือรือรน้

๖. มคี วาม มุ่งมน่ั และมีความ มงุ่ มนั่ ในการ คอ่ นข้างมีความ มคี วามมุง่ มั่นในการ ๑ ๔

กระตอื รือรน้ รับผดิ ชอบในงานท่ี ทำงานที่ได้รับ มุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานท่ีไดร้ บั

ไดร้ บั มอบหมาย มอบหมาย ที่ไดร้ บั มอบหมาย มอบหมายน้อยมาก

รวม ๑๒

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

๑๐-๑๒ หมายถงึ ดีมาก (๔)

๗-๙ หมายถึง ดี (๓)

๔-๖ หมายถึง พอใช้ (๒)

๑-๒ หมายถึง ควรปรับปรุง (๑)

เกณฑก์ ารผา่ น จำนวน_______คน
๔-๖ หมายถึง พอใช้ (๒) จำนวน_______คน
สรุปผลการประเมินการจดั การเรยี นรู้
นักเรยี นท่มี ีผลการเรียนระดับ ๔ (ดีมาก)
นักเรียนท่มี ีผลการเรียนระดับ ๓ (ด)ี


๘๒

นกั เรียนทม่ี ีผลการเรียนระดับ ๒ (พอใช้) จำนวน_______คน
นักเรยี นทีม่ ผี ลการเรียนระดบั ๑ (ควรปรบั ปรงุ ) จำนวน_______คน

แบบประเมินการตอบคำถาม
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒
เรอ่ื ง อกั ษรนำนา่ รู้ (ห นำ)

คำชี้แจง : ให้ทำเครือ่ งหมาย ✓ ในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง

เกณฑก์ ารประเมนิ การตอบคำถาม

เลขท่ี การตอบคำถาม เวลา ความตั้งใจในการตอบ รวมคะแนน

คำถาม

๔ ๓๒๑๔๓๒๑๔ ๓ ๒ ๑

๒๓.

๒๔.

๒๕.

๒๖.

๒๗.

๒๘.

๒๙.

๓๐.

๓๑.

๓๒.

๓๓.

๓๔.

๓๕.

๓๖.

๓๗.

๓๘.

๓๙.

๔๐.


๘๓

๔๑. ดีมาก
๔๒. ดี
๔๓. พอใช้
๔๔. ควรปรับปรงุ

ระดับคณุ ภาพ
๔ หมายถงึ
๓ หมายถงึ
๒ หมายถึง
๑ หมายถึง

เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคณุ ภาพ ระดับคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถึง ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถงึ ควรปรับปรงุ (๑)
๑ - ๓ หมายถึง

ลงชอื่ ..............................................................................
()

................../.................................../..............


๘๔

เกณฑ์การประเมินแบบประเมนิ การอ่านออกเสียงคำ

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๒

เรือ่ ง อักษรนำน่ารู้ (ห นำ)

คำชี้แจง : ใหท้ ำเครอ่ื งหมาย ✓ ในช่องที่ตรงกบั ความเป็นจริง

ระดับประเมนิ การอา่ นออกเสียงคำ

เลขท่ี ความถกู ตอ้ งในการอ่าน น้ำเสียง ความม่นั ใจในการใช้ ระดับประเมนิ

ภาษา

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒ ๑

๒๓.

๒๔.

๒๕.

๒๖.

๒๗.

๒๘.

๒๙.

๓๐.

๓๑.

๓๒.

๓๓.

๓๔.

๓๕.

๓๖.

๓๗.

๓๘.

๓๙.

๔๐.

๔๑.

๔๒.

๔๓.


๘๕

๔๔. ดีมาก
ดี
ระดับคุณภาพ พอใช้
๔ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
๓ หมายถงึ
๒ หมายถงึ
๑ หมายถึง

เกณฑ์การให้ระดบั คณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถงึ ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถึง พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ (๑)
๑ - ๓ หมายถึง

ลงชื่อ................................................................
()

................../.................................../..........
....


๘๖

เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล รวมคะแนน
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๒
เรอื่ ง อกั ษรนำนา่ รู้ (ห นำ)

คำช้แี จง : ใหท้ ำเครือ่ งหมาย ✓ ในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจรงิ
ระดบั ประเมนิ แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล

สนใจร่วมกิจกรรม มคี วามรบั ผดิ ชอบ มคี วามกระตอื รือรน้ ในการ
เลขที่ ทำงาน

๔ ๓๒๑๔๓๒๑๔ ๓ ๒ ๑
๒๓.
๒๔.
๒๕.
๒๖.
๒๗.
๒๘.
๒๙.
๓๐.
๓๑.
๓๒.
๓๓.
๓๔.
๓๕.
๓๖.
๓๗.
๓๘.
๓๙.
๔๐.
๔๑.
๔๒.
๔๓.


๘๗

๔๔. ดมี าก
ดี
ระดบั คุณภาพ พอใช้
๔ หมายถึง ควรปรบั ปรุง
๓ หมายถงึ
๒ หมายถงึ
๑ หมายถึง

เกณฑ์การใหร้ ะดับคุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก (๔)
๑๐ - ๑๒ หมายถงึ ดี (๓)
๗ - ๙ หมายถงึ พอใช้ (๒)
๔ - ๖ หมายถึง ควรปรบั ปรุง (๑)
๑ - ๓ หมายถงึ

ลงชือ่ .....................................................................
()

................../.................................../..............


๘๘

บนั ทึกผลหลงั สอน

๑. จุดประสงค์การเรียนรทู้ ี่ ๑ นักเรียนสามารถบอกลักษณะคำท่ีมอี ักษรนำ (ห นำ) ได้ถูกตอ้ ง (K)

นักเรียนมีผลการเรยี นระดับ ๔ (ดมี าก) คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………

นกั เรยี นมีผลการเรยี นระดับ ๓ (ดี) คิดเปน็ ร้อยละ……………………

นกั เรียนมีผลการเรยี นระดับ ๒ (พอใช้) คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………

นกั เรยี นมผี ลการเรยี นระดับ ๑ (ควรปรบั ปรงุ ) คดิ เปน็ ร้อยละ……………………

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ท่ี ๒ นักเรียนสามารถอ่านอ่านออกเสียงคำท่ีมีอักษรนำ (ห นำ) ได้ถูกต้อง (P)

นักเรยี นมีผลการเรียนระดับ ๔ (ดีมาก) คดิ เปน็ ร้อยละ……………………

นักเรียนมีผลการเรียนระดับ ๓ (ดี) คดิ เปน็ ร้อยละ……………………

นักเรยี นมีผลการเรียนระดับ ๒ (พอใช)้ คิดเป็นร้อยละ……………………

นกั เรียนมผี ลการเรยี นระดับ ๑ (ควรปรบั ปรุง) คิดเป็นร้อยละ……………………

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ท่ี ๓ เห็นความสำคัญของการเรยี นรคู้ ำท่มี ีอกั ษรนำ (A)

นกั เรียนมีผลการเรียนระดับ ๔ (ดมี าก) คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………

นกั เรยี นมผี ลการเรียนระดับ ๓ (ด)ี คดิ เปน็ ร้อยละ……………………

นกั เรียนมผี ลการเรียนระดับ ๒ (พอใช)้ คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………

นกั เรียนมีผลการเรียนระดับ ๑ (ควรปรับปรุง) คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………

ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………..

ลงช่อื ...................................................ผู้สอน
(…………………………………..)


๘๙

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารหรือผ้ทู ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะของครูพี่เล้ียง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงชือ่ ..........................................................................
(………………………………………..……………)
ครพู ีเ่ ล้ยี ง

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ ฝ่ายวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงช่อื ..........................................................................
(……………………………………………………..)
หวั หนา้ ฝ่ายวิชาการ

ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….....……………………………………………………………

ลงช่อื ..........................................................................
(……………………………………………………..)
ผู้อำนวยการสถานศึกษา


๙๐

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๓

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑/๒๕๖๕
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ของเล่นธรรมชาติ เวลา ๓ ชวั่ โมง
เร่อื ง อักษรนำน่ารู้ (อ นำ ย) เวลา ๑ ชวั่ โมง
โรงเรยี นบ้านชนุ ชนบา้ นท่งุ ชา้ ง

๑. มาตรฐานและตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพื่อนำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ัญหา

ในการดำเนนิ ชีวิต และมนี ิสยั รักการอา่ น
ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ

ตวั ช้วี ัด
ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
๑. นกั เรยี นสามารถบอกลกั ษณะคำท่มี ีอักษรนำ (อ นำ ย) ไดถ้ ูกต้อง
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๒. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงคำทมี่ ีอักษรนำ (อ นำ ย) ได้ถูกต้อง
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
๓. เห็นความสำคญั ของการเรียนรู้คำทม่ี ีอกั ษรนำ
๓. สาระสำคัญ
อักษรนำ (อ นำ ย) คือ คำอักษรนำท่ีมี อ นำ ย ในปจั จุบนั มใี ชอ้ ยู่ ๔ คำ ได้แก่ อยา่ อยู่ อย่าง
อยาก เวลา อ่านออกเสยี งให้อา่ นออกเสียงรว่ มกนั สนิทเป็นพยางค์เดยี วกัน
๔. สาระการเรียนรู้
- อ่านคำท่มี ีอกั ษรนำ (อ นำ ย)
- เหน็ ความสำคัญของการเรยี นรูค้ ำที่มีอกั ษรนำ
๕. สมรรถนะสำคัญ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร


๙๑

๒. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้

๗. กระบวนการจดั การเรยี นรู้

ขั้นที่ ๑ ข้ันเตรยี มความพร้อม

๑. ครูและนักเรียนกล่าวทักทายกัน

๒. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ

๓. ครูและนักเรียนทบทวนคำอกั ษรนำ (ห นำ) ในช่วั โมงเรยี นทีแ่ ล้ว

๔. ครูเปดิ เพลง อ นำ ใหน้ กั เรยี นฟังเพ่ือเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสเู่ น้ือหา จากนน้ั ใหน้ ักเรยี น

ร้องตาม

เนอ้ื เพลง อ นำ

มาพวกเราเรว็ ไว ไมช่ ักชา้

ส่คี ำน้หี นา อ นำ จำใหด้ ี

อย่า อยู่ ต้องสนใจ อ นัน้ ไซร้ไมพ่ าที

อย่าง และ อยาก คำนมี้ ี ฟงั ดูใหด้ ี อ นำ อ นำ (ร้อง ๒ รอบ)

๕. ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายร่วมกันเกยี่ วกับเนื้อเพลง (อ นำ ย)

ข้ันที่ ๒ ข้นั นำเสนอความรู้

๑. ครแู จกแบบฝกึ ทักษะการอ่านคำอักษรนำ อ นำ ย ให้นกั เรยี น

๒. ครูให้นักเรียนออกมาอ่านแบบฝึกทักษะการอ่านคำอักษรนำ อ นำ ย เพื่อประเมินครั้งที่ ๑

โดยใหน้ ักเรียนออกมาตามเลขท่ี

๓. ครถู ามคำถามนกั เรยี นเพ่อื ใหน้ ักเรียนไดเ้ กดิ การค้นหาความรู้

- นกั เรียนคดิ วา่ คำคอื อะไร

(แนวคำตอบ คำที่เราเปลง่ เสยี งออกมา)

- แลว้ นกั เรยี นคดิ วา่ คำอักษรนำคอื อะไร

(แนวคำตอบ คำทเี่ ราควรรู้)

- นักเรียนรู้จักคำอกั ษรนำในชวี ิตประจำวันอะไรบา้ ง

(แนวคำตอบ ตอบตามความเขา้ ใจของนักเรียน)

๔. ครูและนักเรยี นอ่านออกเสียงคำอักษรนำ พร้อมกันอกี คร้ัง

ขน้ั ที่ ๓ ขั้นลงมือเรียนรู้ ฝึกทำ และฝึกฝน

๑. ครใู ห้นกั เรยี นฝึกการอ่านจากแบบฝกึ ทักษะการอ่านคำอักษรนำ อ นำ ย


๙๒

๒. ครใู ห้นกั เรียนออกมาอา่ นแบบฝึกทักษะการอ่านคำอกั ษรนำ อ นำ ย เพื่อประเมนิ ครงั้ ที่ ๒

โดยให้นกั เรยี นออกมาตามเลขที่

ข้นั ที่ ๔ ข้ันสรปุ ความรู้

๑. นกั เรียนทำแบบทดสอบเร่ืองการอ่านออกเสยี งคำอักษรนำช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒

๒. ครูใหน้ กั เรียนอา่ นคำอกั ษรนำ อ นำ ย โดยสมุ่ เปิดท้งั ให้ดูและไม่ดู

๓. ครูและนักเรยี นช่วยกันสรุปเร่ืองการอา่ นคำอกั ษรนำ อ นำ ย

๘. สือ่ และแหลง่ เรียนรู้

๑. แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านคำอักษรนำสำหรบั การพฒั นาการอา่ นออกเสยี งคำทมี่ ีอักษรนำ

๒. แบบทดสอบ

๙. การวัดประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื การวัด เกณฑก์ ารผา่ น

จดุ ประสงค์

ดา้ นความความเข้าใจ (K) ตอบคำถาม แบบประเมินการตอบคำถาม

๑. นักเรยี นสามารถบอกลักษณะ

คำทม่ี ีอกั ษรนำ (อ นำ ย) ได้

ถูกต้อง ได้คะแนนระดบั

ด้านทักษะกระบวนการ (P) อา่ นออกเสียงแบบฝึกทกั ษะ แบบประเมินการอา่ นออก คุณภาพ

๒. นกั เรียนสามารถอ่านออกเสยี ง การอา่ นคำอักษรนำ เสยี งแบบฝกึ ทักษะการอา่ นคำ ระดบั ๒ ข้ึนไป

คำทม่ี ีอักษรนำ (อ นำ ย) ได้ (อ นำ ย) อกั ษรนำ (อ นำ ย)

ถกู ต้อง

ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓. เหน็ ความสำคัญของการเรียนรู้

คำทม่ี ีอักษรนำ

เกณฑ์การประเมินผล (Rubric)

เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน น้ำหนกั รวม
คะแนน คะแนน
ประเด็นการประเมนิ ระดับ ๔ ระดับ ๓ ระดับ ๒ ระดับ ๑
(ดีมาก) (ปรบั ปรุง) ๓ ๑๒
ดา้ นความความเข้าใจ (K) ตอบคำถาม ได้ (ด)ี (พอใช)้ ตอบคำถาม ได้
๑. นักเรยี นสามารถบอก ถูกต้อง ถูกต้องแต่ ไม่
ลกั ษณะคำที่มอี ักษรนำ ครอบคลุม ตอบคำถาม ได้ ตอบคำถาม ได้ ตรงประเด็น
(ห นำ) ได้ถูกต้อง ชดั เจน เขา้ ใจ
ถกู ต้องครอบคลมุ ถกู ต้องแต่ ไม่

ชดั เจนแตย่ งั ตรงประเดน็

คลุมเครือ และ และยกตวั อย่าง


Click to View FlipBook Version