The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยควรเป็นไปตามหลักการส่งเสริมพัฒนาการ และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเหมาะสม โรงเรียนวัดทุ่งล้อม (ทองประชานุเคราะห์) เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้นักเรียนขาดเรียนบ่อย ไม่ได้เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีพัฒนาการในด้านต่างๆ ลดลง หรือเรียกว่าภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ข้าพเจ้าในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา จึงได้นำหลักการ การบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยด้วยรูปแบบ PGAC Model มาเป็นกลไกในการส่งเสริม และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ และแก้ปัญหาการถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dararath1999, 2022-06-30 05:00:11

การบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยด้วยรูปแบบ PGAC Model

การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยควรเป็นไปตามหลักการส่งเสริมพัฒนาการ และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเหมาะสม โรงเรียนวัดทุ่งล้อม (ทองประชานุเคราะห์) เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้นักเรียนขาดเรียนบ่อย ไม่ได้เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีพัฒนาการในด้านต่างๆ ลดลง หรือเรียกว่าภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ข้าพเจ้าในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา จึงได้นำหลักการ การบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยด้วยรูปแบบ PGAC Model มาเป็นกลไกในการส่งเสริม และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ และแก้ปัญหาการถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น

Keywords: การบริหารจัดการศึกษา,การบริหารจัดการศึกษาปฐมวัย,PGAC Model,โรงเรียนขนาดเล็ก,Best practice,วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ,โรงเรียนวัดทุ่งล้อม

โดย : ดารารัตน์ จนั ทร์กาย

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

โรงเรยี นวัดทงุ่ ล้อม (ทองประชานุเคราะห)์

สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

คำนำ

เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาชั้นปฐมวัยของโรงเรียนวัดทุ่งล้อม

(ทองประชานุเคราะห์) สามารถบรรลุผลตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาแพร่ เขต 1 โรงเรียนวัดทงุ่ ล้อม (ทอง
ประชานุเคราะห์) จึงได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างให้นักเรียนมีคุณลักษณะ และมีพัฒนาการที่สมวัย โดยการ
ขับเคลอ่ื นการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนในลักษณะของวิธปี ฏบิ ตั ิที่เปน็ เลศิ (Best practice)

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งวา่ การขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในครั้งนี้

จะช่วยพัฒนานกั เรยี นช้ันปฐมวยั ของโรงเรียน ให้มคี ณุ ลักษณะและมพี ัฒนาการทีส่ มวัย สามารถเจริญเติบโต
เปน็ คนดีของสงั คมในอนาคตได้ในท่สี ุด

ดารารตั น์ จนั ทร์กาย
ผูจ้ ดั ทำ

สารบญั

เรือ่ ง หนา้

วธิ ีปฏิบตั ทิ ีเ่ ป็นเลิศ (Best Practices) ด้านการบรหิ ารจดั การศึกษาปฐมวัย
1. ชอ่ื ผลงาน : การบรหิ ารจัดการศกึ ษาปฐมวยั ดว้ ยรูปแบบ PGAC Model ......................... 1
2. ผนู้ ำเสนอผลงาน .............................................................................................................. 1
3. ความสำคัญของผลงาน/ นวตั กรรม หรือแนวปฏบิ ัตทิ ี่นำเสนอ .………………………………….. 1
3.1 ความสำคัญของผลงาน .................................................................................................... 1
3.2 นวัตกรรมหรอื แนวปฏิบัตทิ นี่ ำเสนอ ................................................................................ 2
4. จุดประสงคแ์ ละเปา้ หมายของการดำเนินงาน .................................................................... 3
4.1 จดุ ประสงค์ ....................................................................................................................... 3
4.2 เปา้ หมาย .......................................................................................................................... 3
5. กระบวนการผลติ ผลงานหรือข้ันตอนการดำเนินงาน ......................................................... 3
5.1 การออกแบบผลงาน นวตั กรรม หรือแนวปฏิบตั ิ .............................................................. 3
5.2 การดำเนินงานตามกจิ กรรม ............................................................................................. 5
5.3 ประสทิ ธิภาพของการดำเนินงาน....................................................................................... 5
5.4 การใชท้ รพั ยากร ............................................................................................................... 8
6. ผลการดำเนนิ การ ผลสมั ฤทธิ์ และประโยชนท์ ี่ได้รบั .......................................................... 6
6.1 ผลทีเ่ กิดตามดุ ประสงค์ …………………………………………………………………………………..……. 6
6.2 ผลสมั ฤทธิ์ของงาน ............................................................................................................ 6
6.3 ประโยชน์ท่ีได้รับ .............................................................................................................. 7
7. ปัจจยั ความสำเรจ็ ............................................................................................................ 7
8. บทเรยี นท่ไี ด้รับ ................................................................................................................ 7
9. การเผยแพร่และการได้รับการยอมรบั (รางวลั ท่ีไดร้ ับ) ..................................................... 8
10. การขยายผล ตอ่ ยอดหรือประยกุ ต์ใช้ผลงานนวัตกรรมหรือวิธีปฏบิ ัติ ............................... 8
10.1 การขยายผล .......................................................................................................... 8
10.2 การเรียนรู้เพอ่ื การต่อยอดและการขยายผล ........................................................... 8

ภาคผนวก .................................................................................................................................... 9
การจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ Active learning ………………………………………………………….. 9
การสำรวจใบไม้ในโรงเรยี น ............................................................................................. 9
การเรียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง เร่ืองการปลูกมนั หวาน ....................................................... 9
การทดลองบ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ............................................................................... 10
กิจกรรมประจำวัน ........................................................................................................... 10

บรรณานุกรม ................................................................................................................................ 11

วิธีปฏิบตั ทิ ี่เปน็ เลศิ (Best Practices) ด้านการบรหิ ารจดั การศึกษาปฐมวยั

1. ช่ือผลงาน การบริหารจัดการศึกษาปฐมวยั ดว้ ยรปู แบบ PGAC Model

2. ผนู้ ำเสนอผลงาน นางดารารัตน์ จนั ทรก์ าย ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรียน

โรงเรียน วดั ทงุ่ ลอ้ ม (ทองประชานุเคราะห์)

สังกดั สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาแพร่ เขต 1

ตำบลหว้ ยม้า อำเภอเมอื งแพร่ จังหวดั แพร่ รหสั ไปรษณีย์ 54000

หมายเลขโทรศัพท์ 08 - 9636 - 9917

E-mail address [email protected]

3. ความสำคัญของผลงาน / นวัตกรรม หรอื แนวปฏบิ ัตทิ ี่นำเสนอ

3.1 ความสำคญั ของผลงาน
กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดปรัชญาการศึกษาปฐมวัยในหลักสูตร พ.ศ.2560 ไว้ว่า

การศกึ ษาปฐมวยั เปน็ การพฒั นาเดก็ ต้งั แต่แรกเกดิ ถงึ ๖ ปีบรบิ ูรณอ์ ยา่ งเป็นองคร์ วมบนพน้ื ฐานการอบรมเลีย้ งดู
และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคน ให้เต็มตาม
ศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวฒั นธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรกั ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของ
ทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ โดยหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยมจี ดุ มุ่งหมายหลกั ดงั น้ี

1) ด้านรา่ งกาย ใหร้ า่ งกายเจรญิ เตบิ โตไปในทางทด่ี ี ตวั เด็กมสี ุขภาพท่ดี ีในทกุ ด้าน
2) ด้านจติ ใจ ใหเ้ ด็กมสี ุขภาพจติ ทดี่ ี รา่ เรงิ แจม่ ใส มสี นุ ทรยี ภาพ คณุ ธรรม และจรยิ ธรรมทด่ี ี
3) ด้านสังคม ให้เด็กมีทักษะในการใช้ชีวติ ร่วมกับผู้คนในสังคมได้ สามารถเข้าใจ และยืนอยู่
ในหลกั การของวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4) ดา้ นสติปญั ญา มีทักษะในการคิด การใชภ้ าษาในการสอ่ื สาร และการเสาะแสวงหาความรู้
ใหเ้ หมาะสมแกว่ ยั (สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน, 2560)
นโยบายทางด้านการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โดย นางสาวตรนี ชุ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการขบั เคลื่อนการจัดการศึกษา ให้เกิดความเชื่อมน่ั
และสร้างความมนั่ ใจให้กับสงั คม ข้อ ๘ การพัฒนาเด็กปฐมวยั ใหไ้ ด้รับการดูแลและพฒั นาก่อนเขา้ รบั การศึกษา
เพือ่ พฒั นา ร่างกาย จิตใจ วนิ ัย อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญาให้สมกบั วยั เพ่ือเปน็ การขบั เคลื่อนแผนบูรณาการ
การพัฒนาเดก็ ปฐมวัยตามพระราชบญั ญัติการพัฒนาเด็กปฐมวยั พ.ศ.๒๕๖๒ สู่การปฏบิ ัตเิ ปน็ รูปธรรม โดยให้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมีการติดตาม
ความกา้ วหนา้ เปน็ ระยะ (บัลลงั ก์ โรหิตเสถียร, ออนไลน)์
การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยควรเป็นไปตามหลักการส่งเสริมพัฒนาการ และจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสมอง
สายตา การใชม้ อื เขียนเส้น รจู้ กั สีและอุปกรณ์ในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เดก็ เติบโตและมคี วามพร้อมในเร่ือง
ของการเขียน การอา่ น และการคดิ เลขตอ่ ไปได้ ซึง่ ถอื เป็นหน้าท่หี ลกั ของโรงเรียน
ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาในฐานะผนู้ ําทางการศกึ ษาเป็นผู้ท่มี บี ทบาทหนา้ ท่สี ำคัญ ในการบริหารงาน
ของสถานศึกษาให้บรรลตุ ามเป้าหมาย ผบู้ รหิ ารจึงจำเปน็ ต้องมีเทคนิค และวธิ ีการบริหารที่หลากหลายรูปแบบ
สามารถนําไปใช้ปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสูงสุด โดยอาศัยกระบวนการ
บรหิ ารที่เน้นการมสี ว่ นร่วมของทกุ ฝา่ ยท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การศึกษา ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั จันทรานี สงวนนาม ที่กลา่ วว่า

2

การบริหารแบบมสี ่วนร่วม กอ่ ใหเ้ กดิ ความสามคั คีระหว่างผู้บรหิ ารและผ้รู ว่ มงาน ลดความขัดแย้งในการทำงาน
เพิ่มความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
สอดคล้องกับสัมฤทธิ์ กางเพ็ง ที่กล่าวว่าการมสี ่วนร่วมก่อให้เกิดการระดมความคิดและอภปิ รายร่วมกัน และ
การมสี ่วนร่วมจะทำให้เกิดการต่อต้านนอ้ ยลง ในขณะเดยี วกันก็จะเกิดการยอมรบั มากขึน้ หากผู้ร่วมงานได้ใช้
ทกั ษะความสามารถก็จะเกิดความมนี ้ำใจและจงรักภักดีตอ่ องค์กรและทำให้ผลการปฏบิ ัติงานดีขน้ึ (มดตะนอย,
ออนไลน์)

จากการวเิ คราะห์สภาพปัญหาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนในระดับปฐมวยั ของโรงเรียนวัด
ทุง่ ล้อม (ทองประชานเุ คราะห์) พบวา่ ในชว่ งเวลาการระบาดของโรคโควิด 19 นกั เรียนไมไ่ ด้มาเขา้ เรียนอย่าง
สม่ำเสมอ จึงทำใหเ้ กิดภาวะถดถอยทางการเรียนร้ขู องเด็กปฐมวยั โดยมีพฒั นาการด้านต่างๆ ลดลงเปน็ อนั มาก
ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่จะต้องจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยให้มี
พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2560 เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว
โรงเรยี นจงึ ได้นำกระบวนการการเรียนรู้แบบ Active learning เขา้ มาจดั กระบวนการเรียนรู้ของเดก็ ปฐมวัย ซ่ึง
รูปแบบกระบวนการแบบ Active learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมี
ปฏิสมั พันธ์กบั กจิ กรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบตั ิท่ีหลากหลาย เชน่ การคิดวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การระดม
สมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และฝึกปฏิบตั กิ ารโดยลงมือทำผ่านประสบการณต์ รง กิจกรรมทนี่ ำมาใช้น้ัน
จะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสาร และการนำเสนอ โดยผู้เรียน
นอกจากจะมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมแล้ว ยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียน
ด้วยกันด้วย โดยผู้สอนจะลดบทบาทในลักษณะของการบรรยายลง และเพิ่มบทบาทในการกระตุ้นให้ผู้เรียน
มคี วามกระตอื รอื ร้นทจ่ี ะทำกจิ กรรมต่างๆ เป็นการแก้ไขปัญหาการถดถอยทางการเรียนรู้ของเดก็ ได้เป็นอย่างดี
สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีแนวคิดที่จะลดช่องว่างปัญหาการเรียนรู้ของ
นักเรียน ทั้งด้านความรู้พื้นฐานที่จำเป็น และกระบวนการเรียนรู้ทักษะชีวิต จัดทำแนวทางการจัดการเรียนรู้
Active Learning ใหเ้ กดิ สมรรถนะ พร้อมทัง้ เช่ือมโยงเนื้อหาให้มีความหมาย ทำใหน้ ักเรยี นเห็นคุณค่าต่อส่ิงที่
เรยี นรูแ้ ละสามารถนำไปใช้ได้จรงิ โดยดำเนนิ การเปน็ 2 ส่วน คอื สว่ นแรก เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นไดเ้ รียนรู้และ
เตมิ เตม็ ดว้ ยตนเองนอกหอ้ งเรียน ดว้ ยการทำกิจกรรมในรูปแบบที่สนกุ สนาน สว่ นทสี่ อง สรา้ งความเข้าใจและ
สง่ เสริมการจดั กระบวนการเรียนร้ขู องครูผสู้ อนในลักษณะของ Active Learning ท่ใี ห้ความสำคัญกับสมรรถนะ
ของผเู้ รยี นเป็นสำคัญ (ฐิติมา ชาลกี ุล, ออนไลน)์

3.2 นวตั กรรมหรอื แนวปฏิบตั ทิ นี่ ำเสนอ
โรงเรียนวัดทงุ่ ลอ้ ม (ทองประชานุเคราะห)์ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จัดการเรียนรวมกับโรงเรียน

บา้ นศรีสิทธิ์ (ใจมานเุ คราะห์) มีจำนวนนกั เรยี นในปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 47 คน เป็นนักเรียนช้ันปฐมวัย
(อนุบาล 2 และ อนุบาล 3) จำนวน 12 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 35 คน จากสถานการณ์การ
ระบาดของโรคโควิด 19 มีผลกระทบทำให้นักเรียนขาดเรียนบ่อย ไม่ได้เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้มี
พัฒนาการในด้านต่างๆ ลดลง หรือเรียกว่าภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ข้าพเจ้าในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา
จงึ ได้นำหลกั การ การบรหิ ารจัดการศึกษาปฐมวัยด้วยรูปแบบ PGAC Model มาเป็นกลไกในการส่งเสริม และ
พัฒนากระบวนการจดั การเรยี นรู้ และแก้ปญั หาการถดถอยทางการเรียนรู้ของนกั เรียนให้ดยี งิ่ ขน้ึ

การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) PGAC Model ใช้กระบวนการ
PDCA ควบคุมการดำเนนิ งานได้แก่

P - Participative Management การบริหารแบบมสี ว่ นรว่ ม
G - growth mindset กรอบแนวคิดเชิงบวก ที่เชื่อว่าคนเราสามารถพัฒนาทักษะและความรู้
ความสามารถได้

3

A - Active learning กระบวนการเรียนรู้เชงิ รุก
C - Coaching การให้คำแนะนำ ช่วยเหลอื แกไ้ ขและพัฒนา

4. จดุ ประสงค์และเปา้ หมายของการดำเนินงาน

4.1 จุดประสงค์
๑) เพื่อนำรูปแบบการบริหารโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม PGAC Model เข้ามาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ใน

ระดบั ปฐมวยั
2) เพื่อให้ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาได้เข้ามามีส่วนคิด ตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วม

ทำงาน และตกลงใจรว่ มกันในการบริหารโรงเรยี นใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย
3) เพื่อพัฒนากระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ในระดบั ปฐมวัย
4) เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรูข้ องนักเรียน และส่งเสริมให้เด็กระดับปฐมวัยได้รับการ

พัฒนาท้ังดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา

4.2 เปา้ หมาย
เชงิ ปรมิ าณ
1) นกั เรยี นระดับชน้ั ปฐมวยั ร้อยละ 100 ไดร้ บั การสง่ เสรมิ พฒั นาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและ

สติปัญญา
2) ครผู ูส้ อนระดับชนั้ ปฐมวัยมีการพัฒนากระบวนการจดั การเรยี นรู้โดยใชร้ ูปแบบ Active learning
เชงิ คณุ ภาพ
1) ครูผปู้ กครอง และชุมชน มสี ว่ นรว่ มในการบรหิ ารโรงเรียนให้บรรลุเป้าหมาย
2) ครูมคี วามรูท้ กั ษะและกระบวนการจัดกิจกรรมโดยใช้การเรียนรู้รปู แบบ Active learning
3) เด็กปฐมวัยโรงเรยี นวดั ทงุ่ ล้อม (ทองประชานเุ คราะห)์ ไดร้ บั การพัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพ

5. กระบวนการผลิตผลงานหรือขัน้ ตอนดำเนนิ งาน

5.1 การออกแบบผลงานนวตั กรรมหรือแนวปฏบิ ตั ิ
ข้าพเจ้าได้ศึกษาเอกสารตำรา วิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และแนวคิดเกี่ยวกับการ

จดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 รูปแบบการเรยี นรู้ตา่ งๆท่ีเปน็ การจัดกจิ กรรม Active learning ให้กับนักเรียน
ปฐมวัย วิเคราะห์สภาพปญั หาการจัดการเรยี นรูใ้ นระดับปฐมวยั วิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการนักเรียน
ระดับปฐมวัย นำผลการประเมินพัฒนาการมาหาแนวทางในการพัฒนา จึงได้แนวคิดในการออกแบบ PGAC
Model ดงั น้ี

P - Participative Management การบริหารแบบมีส่วนร่วม ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมใน
การพัฒนา ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการบริหารที่เรยี กว่าการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร อันแนวคิดในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.2542 คือ ให้สถานศึกษาร่วมกับ
บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการและสถาบนั สังคมอ่ืนๆ ในการส่งเสรมิ ความเขม้ แขง็ และจัดกระบวนการเรยี นรู้ (มาตรา 29)
ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน เพ่อื กำกบั ส่งเสริม สนบั สนุนกิจกรรมของสถานศึกษา (มาตรา 40)
ให้มีการระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากชุมชนโดยเน้นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาบริจาค
ทรพั ย์สิน และทรพั ยากรอื่นๆ ให้แก่สถานศึกษา (มาตรา58) ใหค้ ณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีหน้าท่ี
เสนอนโยบาย แผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้การสนับสนุนทรัพยากร
การตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจดั การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน (มาตรา 34) (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2551)

4

G - growth mindset ผู้บรหิ าร ครูและนกั เรียน มีกรอบแนวคดิ เชงิ บวกทเ่ี ชือ่ วา่ ทกั ษะความรู้
ความสามารถของเราสามารถพัฒนาได้ growth mindset มีความสำคัญต่อการทำงานในองค์กรและเป็น
คุณสมบัติสำคัญที่ต้องค้นหาในตัวบุคลากร เพราะการทำงานในปัจจุบันต้องพบกับความท้าทาย และการ
เปล่ียนแปลงที่รวดเรว็ การมี growth mindset จะช่วยให้บุคลากรเป็นคนที่ไม่ยอ่ ท้อต่ออุปสรรค ช่วยผลักดัน
ให้บุคลากรฝึกฝน หาความรู้เพิ่มเติม และพยายามคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาในการทำงาน Growth
Mindset หรือ กรอบความคิดเชิงบวก ที่สามารถพัฒนาและสร้างได้ในตัวบุคคล ปัญหาและอุปสรรคเป็น
โอกาสในการเรียนรแู้ ละพฒั นา ให้ความสำคัญกับความพยายาม เดก็ ทม่ี ี Growth Mindset จะกระตือรือร้นท่ี
จะเรียนรจู้ ากปัญหา สนกุ เวลาเจอโจทย์ทา้ ทาย มคี วามพยายามทจ่ี ะหาทางแกไ้ ขปัญหาอุปสรรค พัฒนาสงิ่ ใหม่
ๆ มีความคิดสรา้ งสรรค์ มักมคี าํ ถามในเรอื่ งส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว การปลกู ฝงั ให้ผเู้ รยี นมี Growth Mindset กระตนุ้
ที่อยากจะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองไม่ใช่เฉพาะตัวผู้เรียนเท่านั้น ครูเองก็สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แนวความคดิ นี้ไปพรอ้ ม ๆ กนั กบั นกั เรียนได้ (สำนักพิมพอ์ กั ษร, ออนไลน์)

A - Active learning ร่วมกันนำการเรียนรู้เชิงรุกเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ผบู้ รหิ าร ครู ร่วมกันกำหนดรูปแบบโดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Approach) ซงึ่ เป็นการเรียนที่
มุ่งเน้นให้เด็กมีส่วนร่วมและกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ในสิ่งที่เด็ก
สนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก และตอบสนองตามความต้องการที่หลากหลายของเด็กๆ โดย
เป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่เน้นให้เด็กลงมือทำได้ด้วยตัวเอง การสอนแบบโครงการนี้ถือเป็นเครื่องมือการ
สอนท่ีดีอย่างยิ่งสำหรับคุณครู เพราะจะแสดงให้เห็นถึงสิ่งต่างๆ ต้ังแต่แนวคิดในเรื่องแห่งความเป็นจริง
การตั้งคำถามจากความสนใจที่แท้จริง และการค้นหาคำตอบในเชิงลึกของเด็กในหัวข้อหรือเร่ืองที่เด็ก
สนใจ แล้วยังส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ผ่านการสำรวจ การสืบค้น การจดบันทึก
และการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อมูลและความรู้ต่างๆ ตามเรื่องที่เด็กสนใจ ผ่านประสบการณ์ตรง
ตลอดจนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะที่สรุปออกมาเป็นชิ้นงาน (ขนษิ ฐา บุนนาค, 2562)

C - Coaching ร่วมให้การแนะนำให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและพัฒนา การฝึกและสอน
งานโดยผู้บริหาร ชี้ให้เห็นถึงวิธีการ รวมถึงขัน้ ตอนในการ ทำงาน ถ่ายทอดความรู้และประสบการณต์ ลอดจน
การจัดหางบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ครูปฏิบัติงานสามารถทำงานจน
สำเร็จลุล่วง การโค้ช (Coaching) เป็นเครื่องมือของผู้บริหารที่สามารถใช้ดึงศักยภาพและประสิทธิภาพจาก
ผใู้ ต้บังคบั บัญชาไดเ้ ปน็ อย่างดี รวมท้งั สามารถพัฒนาความสามารถของทีมในการปฏบิ ัติงานให้ได้ตามเป้าหมาย
ขององค์กรซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญมากอย่างหน่ึงของผู้นำทีมในการบริหารผลการปฏบิ ัติงาน (Performance
Management) (ศศมิ า สุขสวา่ ง, ออนไลน์)

5

5.2 การดำเนินงานตามกิจกรรมประกอบดว้ ย 5 ขน้ั ตอนดงั นี้
ข้ันวางแผน (Plan)
1) Participative Management ใชก้ ระบวนการบริหารแบบการมีสว่ นร่วมของครู ผู้ปกครอง และ

คณะกรรมการสถานศึกษาผมู้ สี ว่ นเกยี่ วข้อง โดย
- ศึกษาวิเคราะห์นโยบายการจัดการศึกษา และวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ในระดับ

ปฐมวัยดงั นี้
(1) ศกึ ษานโยบายด้านการจัดการศกึ ษาศกึ ษาของรฐั บาลและนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการ
(2) ศกึ ษานโยบายของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
(3) ศกึ ษาและวเิ คราะหห์ ลักสตู รปฐมวยั 2560
(4) วิเคราะห์สภาพปญั หาการจดั การเรยี นรใู้ นระดบั ปฐมวยั
(5) จัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนวัดทุ่งล้อม (ทองประชานุเคราะห์) โดยให้ทุกๆ

ฝ่ายมีส่วนรว่ ม
ข้นั ลงมือปฏิบตั ิ (Do)
2) Growth Mindset ใช้กรอบความคดิ เชิงบวกสรา้ งความเขา้ ใจของ คร/ู นักเรยี น/ผู้ปกครองในการ

จดั การเรยี นรู้ของเดก็ ปฐมวยั ใหม้ ีความพร้อมด้านพฒั นาการ และจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ทันต่อการเปล่ียนแปลง
และตอบสนองต่อมาตรฐานตามหลักสูตร

3) Active Learning ร่วมกันระดมความคิด วางแผนนำรูปแบบการเรียนรู้เชงิ รุก เข้ามาจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โดยประสานความร่วมมือด้านภมู ิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรที่มีในท้องถ่ินตลอดจน
แหล่งเรียนรูใ้ นชมุ ชนเข้ามาร่วมในการจัดกจิ กรรม

- ใชก้ ารเรยี นร้แู บบโครงงาน การทำโครงงานบ้านนักวทิ ยาศาสตร์น้อย
ขนั้ ตรวจสอบ (Check)
4) Coaching ผ้บู รหิ ารมสี ว่ นร่วมในการให้คำปรกึ ษา อำนวยความสะดวกดา้ นทรัพยากร งบประมาณ
และช่วยเหลือ ให้คำแนะนำแก้ปัญหา ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาเทคนิคการสอนที่หลากหลาย ตลอดจน
ถา่ ยทอดประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมสำหรบั เด็กปฐมวยั ให้แกค่ รผู สู้ อน
ขั้นปรับปรงุ แก้ไข (Action)
5) สรุปผลการดำเนินงานและนำผลมา PLC เพือ่ หาข้อบกพรอ่ งปัญหานำมาปรับปรงุ แก้ไขตอ่ ไป

5.3 ประสิทธภิ าพของการดำเนนิ งาน
1) การมสี ว่ นร่วม ของผู้ปกครอง/ครูปฐมวัย/ หัวหนา้ งานวิชาการ/ผู้บริหาร ระดมความคิดในการวาง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่มี ีประสทิ ธภิ าพ มีการเรยี นโครงงานในระดบั ปฐมวยั
2) เครื่องมือในการทำงานประกอบด้วย แบบการนิเทศการสอน/แบบประเมินพัฒนาการของเด็ก

ปฐมวัย/แผนการจดั ประสบการณ์
4) การดำเนนิ การตามจุดประสงค์ นักเรยี นระดบั ปฐมวัยได้รับการสง่ เสริมพฒั นาการให้มีความพร้อม

ทง้ั 4 ด้านคือร่างกาย อารมณ์ สังคมและสตปิ ัญญา

5.4 การใช้ทรัพยากร
การบรหิ ารจัดการศึกษาปฐมวัยดว้ ยรปู แบบ PGAC Model มกี ารใช้ทรัพยากร ดังนี้
1) ผบู้ รหิ าร ครู นกั เรียน และผู้ปกครอง ปราชญช์ าวบ้าน
2) งบประมาณ มงี บประมาณเพียงพอ ตามแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปี
3) มวี ัสดุ อปุ กรณ์ สอื่ ที่เปน็ วสั ดุธรรมชาติ ท่มี ีในทอ้ งถ่ิน
4) แหล่งเรียนรูภ้ ายในและภายนอกโรงเรยี น แหลง่ เรยี นรู้ในชมุ ชน

6

6. ผลการดำเนินการ ผลสัมฤทธ์แิ ละประโยชน์ทไี่ ด้รบั

6.1 ผลทเี่ กดิ ตามจดุ ประสงค์
1) เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาความพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา มีผล

การประเมนิ อยใู่ นระดับดรี ้อยละ 100 ผลการประเมินคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงคอ์ ยใู่ นระดบั ดี รอ้ ยละ 98.8
2) ครปู ฐมวยั ไดร้ ับการสง่ เสรมิ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ จากผลการประเมินการ

ดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ระดับปฐมวัยในมาตรฐานที่ 3 การจัด
ประสบการณท์ เ่ี น้นเด็กเป็นสำคัญ อย่ใู นระดบั คุณภาพดีเลศิ

3) ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ชุมชน คณะครู และหน่วยงานทส่ี นบั สนุน จากผลการประเมินการดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา ระดับปฐมวยั ในมาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ อยใู่ นระดบั คณุ ภาพดีเลศิ

6.2 ผลสัมฤทธ์ขิ องงาน
จากการดำเนนิ งานตามโครงการดงั กล่าว เป็นผลให้เด็กนักเรียนในระดับปฐมวัยของโรงเรียน

วดั ทงุ่ ลอ้ ม (ทองประชานเุ คราะห)์ มีพฒั นาการทัง้ 4 ดา้ น คอื พฒั นาการทางดา้ นร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ
ด้านสังคม และด้านสติปัญญา อยู่ในระดับเกณฑ์ที่ดี คิดเป็นร้อยละ 96.35 อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 3.65
ของนกั เรยี นในระดับปฐมวยั ทั้งหมด โดยสามารถแยกเปน็ นักเรยี นระดับชน้ั อนุบาล 2 มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
อยู่ในระดับเกณฑ์ที่ดี คิดเป็นร้อยละ 93.75 อยู่ในระดับพอใช้ คิดเป็นร้อยละ 6.25 ส่วนนักเรียนระดับช้ัน
อนบุ าล 3 มพี ัฒนาการทง้ั 4 ด้าน อยูใ่ นระดับเกณฑ์ท่ีดี คดิ เป็นร้อยละ 100 ไมม่ ีนักเรยี นที่อยู่ในระดับพอใช้
ตามตารางที่แนบ ดังนี้

7

6.3 ประโยชน์ที่ไดร้ บั

1. ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ สถานศึกษาได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เป็นที่ยอมรบั
ของชุมชน

2) ครูปฐมวัยมีความรู้ทักษะและกระบวนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เน้นกระบวนการ
Active learning อย่างมคี ณุ ภาพ

3) เด็กปฐมวัยโรงเรยี นวดั ทงุ่ ลอ้ ม (ทองประชานเุ คราะห์) ได้รบั การพฒั นาเต็มตามศกั ยภาพ ลดภาวะ
ถดถอยทางการเรยี นร้เู พื่อเตรยี มพร้อมขึ้นช้นั เรียนในระดับประถมศึกษาปที ี่ 1 ตอ่ ไป

7. ปจั จยั ความสำเร็จ
ปัจจยั ความสำเร็จของกระบวนการ การบรหิ ารจัดการศึกษาปฐมด้วยรปู แบบ PGAC Model มดี งั น้ีคือ
๑) โรงเรยี นมกี ารกำาหนดเปา้ หมายการทำงานท่ีชัดเจน พรอ้ มท้ังบคุ ลากรมจี ุดมงุ่ หมายเดียวกนั ในการ

พฒั นาการศึกษาของเด็กปฐมวัย
2) ผูบ้ รหิ ารมีการส่งเสรมิ ให้คำแนะนำ และสนับสนนุ วัสดุ อุปกรณ์ ส่อื แหล่งเรียนรทู้ ีม่ คี ณุ ภาพอยา่ งเพียงพอ
3) ผบู้ ริหารมีการตดิ ตามงาน และมคี วามมงุ่ มนั่ ในการทำงาน มมี นษุ ย์สัมพนั ธส์ รา้ งเครือข่ายในการทำงาน

กับชมุ ชนเปน็ อยา่ งดี
4) คณะครูและบุคลากรให้ความรว่ มมอื มีการทำงานเปน็ ทีม การทำงานแบบมสี ่วนรว่ ม โดยร่วมระดม

ความคดิ ร่วมประสาน รว่ มทำ จึงส่งผลให้เด็กได้พฒั นาการเรยี นรูอ้ ย่างตอ่ เนือ่ ง และเกิดประสทิ ธภิ าพสูงสุด
5) คณะกรรมการสถานศึกษาให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงเรียน ให้ความร่วมมือ พร้อมท้ัง

สนบั สนนุ งบประมาณในการจ้างครผู สู้ อนปฐมวยั
6) ชุมชน ประกอบด้วยผปู้ กครอง ผนู้ ำชุมชน และหน่วยงานทเ่ี กยี่ วข้องให้การยอมรบั มีความศรัทธา

และให้การสนับสนนุ และใหค้ วามร่วมมือทุกด้านในการพฒั นาโรงเรียน
7) ผู้ปกครองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยการสนับสนุนกิจกรรม จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ในการจัด

กจิ กรรมและชน่ื ชมผลงานของนกั เรยี น
8) บรรยากาศภายในโรงเรยี นแหลง่ เรยี นรูภ้ ายในเออ้ื ต่อความสำเร็จ ทัศนียภาพ ส่ิงแวดล้อมภายใน

โรงเรยี นน่าอยู่ เรยี นรอู้ ย่างมคี วามสขุ

8. บทเรยี นท่ไี ด้รบั

สิ่งที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) การบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยด้วยรูปแบบ
PGAC Model ของโรงเรียนวัดทุง่ ล้อม (ทองประชานุเคราะห์) พบว่าการดำเนนิ งานด้านการพัฒนาการศึกษา
ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวยั ทง้ั ทางด้านคุณภาพของเด็ก ด้านกระบวนการบริหาร
ดา้ นการจดั ประสบการณ์ที่เนน้ รูปแบบ Active learning เดก็ ได้รับการช่วยเหลือให้มีพัฒนาการท่ีดีขึ้นเรียนรู้
อย่างมีความสุข ครูมีการใช้สี่อการสอนที่หลากหลายจากแหล่งเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอก โดยเน้นการท่ี
เด็กไดม้ ีปฏิสมั พันธ์กับส่อื ได้ลงมอื ปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง ผู้บริหารตอ้ งเข้าไปกำกบั ดูแลให้คำแนะนำและช่วยเหลือ
ใหก้ ำลังใจครผู ู้สอน ในระยะแรกนักเรียนยังไมก่ ลา้ แสดงความคดิ เห็นครตู อ้ งคอยใหก้ ำลงั ใจและใหค้ ำชมเชย

ข้อเสนอแนะเคล็ดลับที่ทำให้ประสบผลสำเร็จของการการบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยด้วย
รูปแบบ PGAC Model มาจากการทผี่ ู้บริหารและทุกฝ่ายที่เกีย่ วข้องมีความต้ังใจที่จะพัฒนานกั เรียนปฐมวัยให้
มีความพร้อมทัง้ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปญั ญา การเรียนรู้แบบโครงงานควรจดั ใหม้ อี ย่างน้อยภาค
เรียนละ 1 ครั้ง ให้นักเรียนได้เรียนรู้จากเรื่องทีใ่ กล้ตัว แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ใช้ทรัพยากรในชุมชน และเปิด
โอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการคิด ตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมให้คำปรึกษา แก้ปัญหา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผลการ
ดำเนนิ งานท่ีมีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธิผล

8

ข้อควรระวังสำหรับผู้นำไปปฏิบัติ แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) การบริหารจัดการศึกษา
ปฐมวัยด้วยรูปแบบ PGAC Model ขึ้นอยู่กับผู้บริหารแต่ละท่านมีความสามารถเทคนิคแตกต่างกัน การ
บรหิ ารแบบกัลยานมิ ติ ร ต้องรู้ปัญหาขององค์กรอยา่ งแท้จรงิ และทกุ คนมองเห็นความสำคญั ในการแก้ไขปัญหา
ร่วมกนั มคี วามจริงใจ และต้องสรา้ งปรับแนวคดิ เชิงสร้างสรรค์รว่ มกนั จงึ จะประสบผลสำเร็จได้
9. การเผยแพร่และการไดร้ ับการยอมรบั (รางวัลท่ไี ดร้ บั )

การเผยแพร่
๑) เผยแพร่ทาง Facebook ของโรงเรยี นวดั ทงุ่ ลอ้ ม
๒) เผยแพร่ผ่านเวบ็ ไซตเ์ พอื่ การศึกษา https://uru-th.academia.edu/DararathChankai
3) เผยแพร่ในกลุม่ เครือข่ายผู้อำนวยการกลมุ่ เพชรนเรศวร

การไดร้ บั การยอมรบั (รางวลั ทีไ่ ด้รบั )
1) ตราพระราชทานบ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อยแห่งประเทศไทย 2564
2) รางวลั ประกวดวาดภาพระบายสีเนื่องในกจิ กรรมวันแมแ่ หง่ ชาติ
3) รางวัลประกวดวาดภาพระบายสเี นอ่ื งในกิจกรรมวันสนุ ทรภู่
4) รางวัลประกวดวาดภาพระบายสีเนื่องในกจิ กรรมวนั เขา้ พรรษา

10. การขยายผล ตอ่ ยอดหรือประยุกตใ์ ชผ้ ลงานนวัตกรรมหรือวธิ ปี ฏิบตั ิ
10.1 การขยายผล
1) มีการถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนากระบวนการ

จดั การเรียรดู้ ้วย PGAC Model ในกลุม่ เครือข่ายผบู้ รหิ ารกล่มุ เพชรนเรศวร
2) มกี ารแลกเปลยี่ นเรียนรู้การจัดประสบการณร์ ูปแบบ Active learning
3) มีการถอดบทเรียนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ Active learning ให้กับครูผู้สอนในระดับ

ประถมศึกษาในโรงเรยี น
10.2 การเรยี นรู้เพือ่ การตอ่ ยอดและการขยายผล
1) ผูบ้ รหิ ารไดร้ ปู แบบการบรหิ ารแบบมสี ่วนรว่ มอยา่ งมีคุณภาพ เพือ่ นำรปู แบบการบรหิ ารไปขยายผล

ใหโ้ รงเรยี นเครือขา่ ยการศกึ ษาพญาพล จงั หวัดแพร่
2) ครูขยายผลการจัดประสบการณใ์ หก้ ับครผู สู้ อนในระดบั ประถมศึกษาในโรงเรียน
3) ครูมีการต่อยอด ในการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบ Active learning ที่มีผลต่อการส่งเสริม

พัฒนาการเด็กปฐมวยั
4) ครพู ฒั นาส่อื และนวตั กรรมใหม่ ๆ เพ่ือให้กจิ กรรมนา่ สนใจมากยิ่งขนึ้

9

ภาคผนวก
การจัดกิจกรรมการเรยี นรรู้ ูปแบบ Active learning

การสำรวจใบไม้ในโรงเรียน

การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรื่องการปลูกมันหวาน

10

การทดลองบ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย

กจิ กรรมประจำวัน

11

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ, (2551). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพช์ มุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย.

ขนษิ ฐา บุนนาค, 2562. การจัดการเรียนรแู้ บบ Project Approach สำหรบั เดก็ ปฐมวยั .
ออนไลน์, https://www.youngciety.com/article/journal/project-approach.html

คณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ, (2553). พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542
แกไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรงุ เทพมหานคร : สยามสปอรต์ ซนั ดเิ คท.

ฐิติมา ชาลกี ุล, 2565. ขา่ วส่วนกลาง สพฐ. ออนไลน์,
https://www.obec.go.th/archives/609965

บรษิ ัท พละกริท คอนซลั แทนท์, Growth Mindset กบั learning เพอ่ื การพฒั นาตนเอง.
ออนไลน์, https://www.palagrit.com/what-is-growth-mindset/

บัลลังก์ โรหิตเสถยี ร, คําแถลงนโยบายการจดั การศึกษา รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ.
ออนไลน์, https://moe360.blog/2021/04/16/education-policy/

มดตะนอย (นามแฝง), การบริหารแบบมสี ว่ นรว่ ม. ออนไลน์,
https://www.gotoknow.org/posts/334443

ศศิมา สขุ สวา่ ง, ทกั ษะการโค้ช (Coaching Skill) สำหรบั ผู้บริหารเพอื่ พฒั นาศักยภาพ.
ออนไลน,์ ทกั ษะการโค้ช (Coaching Skill) สำหรับผบู้ รหิ ารเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ใต้บงั คบั บัญชา
โดยศศิมา สขุ สวา่ ง (sasimasuk.com)

สำนักพมิ พอ์ กั ษร, Growth Mindset สรา้ งได้ดว้ ยมือครู. ออนไลน,์
https://www.aksorn.com/growth-mindset-3

--------------------------------------------------------------


Click to View FlipBook Version