The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการทำสิ่งประดิษฐ์และโครงงาน โดญศึกษานิเทศก์ภาคใต้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิชาติ เนินพรหม, 2020-11-05 21:40:02

คู่มือการทำสิ่งประดิษฐ์และโครงงาน โดญศึกษานิเทศก์ภาคใต้

คู่มือการทำสิ่งประดิษฐ์และโครงงาน โดญศึกษานิเทศก์ภาคใต้

2

คำนำ

คู่มือแนวทางการดำเนินงานสิ่งประดิษฐ์วิทยาลัยเทคนิคชุมพร มีวัตถุประสงค์เพ่ือสร้างความรู้
ความเข้าใจการพัฒนานวตั กรรมสงิ่ ประดษิ ฐ์ของสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาโดย
บรู ณาการเรียนการสอนในการใช้หลักความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการวิจัย เป็นกระบวนการ
สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะความรู้ที่มุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา คิดค้นสร้างสรรค์ผลงาน
ส่งิ ประดษิ ฐ์

เนอ้ื หาของเอกสารฉบับน้ี ประกอบดว้ ย การเตรียมการในการจดั ทำสิ่งประดษิ ฐ์ แนวทางการเขยี น
ข้อเสนอโครงการสิ่งประดิษฐ์ วิธีการดำเนินการโดยนำเสนอตัวอย่าง การประเมินผลโครงการ และการ
นำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์ เพ่ือเป็นแนวทางให้กับครูที่ปรึกษาและผู้ดำเนินโครงการส่ิงประดิษฐ์ในการ
พฒั นาคณุ ภาพผลงาน

หวังเป็นอย่างย่ิงวา่ เอกสารฉบับน้ีคงจะมีประโยชน์แกผ่ ู้เกี่ยวข้องตามสมควร หากมีข้อบกพร่องใด
ๆ ในเอกสารฉบบั นี้ ขอได้โปรดช้ีแนะหรอื เสนอแนะ ผู้จดั ทำจะปรบั ปรุงให้เอ้อื ประโยชน์สูงสดุ แก่ผูเ้ ก่ยี วข้อง
ตอ่ ไป

อภชิ าติ เนินพรหม
งานวจิ ัยพฒั นานวตั กรรมและสิง่ ประดษิ ฐ์

วทิ ยาลัยเทคนคิ ชุมพร
ธนั วาคม 2560

3

สารบัญ

เรอื่ ง หน้า

คำนำ ข

สารบัญ ค

บทนำ 1

1. การเตรียมการในการจดั ทำสง่ิ ประดิษฐ์ 1

2. แนวทางการเขียนขอ้ เสนอโครงการสิ่งประดษิ ฐ์ 2

- โครงการสิง่ ประดิษฐ์ (ตวั อย่าง) 5

3. แนวทางการจดั ทำเอกสารประกอบการนำเสนอผลงานสิ่งประดษิ ฐ์ของคนร่นุ ใหม่ 12

และแบบรายงานการวจิ ยั 13
4. แนวทางการจัดทำแบบรายงานการวจิ ยั 14

-เอกสารประกอบการนำเสนอผลงานสิง่ ประดษิ ฐข์ องคนรนุ่ ใหม่และแบบรายงานการวิจัย 16

ประจำปกี ารศึกษา 2560 (ตัวอย่าง) 28
-แบบเสนอโครงการวิจัยสิง่ ประดิษฐ์ของคนร่นุ ใหม่ (ว-สอศ-2) 64
71
ประจำปกี ารศึกษา 2560(ตัวอยา่ ง)
- แบบรายงานการวิจยั (ตวั อยา่ ง)
- ภาคผนวก (ค่มู อื การใชง้ าน แบบรับรองฯ แบบคณุ ลักษณะฯ)

5.การประเมนิ ผลโครงการสิ่งประดิษฐ์

6.แนวทางการนำเสนอผลงานสิง่ ประดษิ ฐ์ 75

7. การเตรียมบอรด์ นิทรรศการโครงการ/ส่ิงประดษิ ฐ์ 82

เอกสารอ้างองิ 84

ภาคผนวกค่มู อื 85
86
- สรปุ รายละเอยี ด สุดยอดนวตั กรรมอาชีวศึกษา การประกวดส่งิ ประดษิ ฐ์ขอ คนรุ่นใหม่
ประจำปี 2560 88
- เกณฑก์ ารพจิ ารณาคุณภาพผลงานสงิ่ ประดิษฐ์ (ตัวอย่าง) 90
91
- เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสงิ่ ประดิษฐ์ 96
- โครงการเสรมิ เพอ่ื การพฒั นานวัตกรรมสง่ิ ประดิษฐ์ 101

- แบบฟอรม์ ในการเขยี นโครงการส่ิงประดษิ ฐ์
ประวัติผ้เู รยี บเรยี ง

4

คูม่ อื แนวทางการดำเนนิ งานสงิ่ ประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่

ดร.อภชิ าติ เนินพรหม ศึกษานิเทศเชี่ยวชาญ
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชวี ศกึ ษาภาคใต้

บทนำ

โครงงาน/สิ่งประดิษฐ์ เป็นนโยบายหลักของสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยมุ่งเน้น
จากการเรียนการสอน ให้นักเรียน นักศกึ ษา คิดค้นสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ สร้างทักษะวิชาชีพด้าน
ความคิด วิเคราะห์และสง่ เสริมให้มีความรู้ ความชำนาญ สามารถประดิษฐ์คิดค้นพฒั นาสร้างสรรค์ผลงาน
ให้เกิดความก้าวหน้า ซึ่งผลงานสิ่งประดิษฐ์จำนวนมากมีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ
สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้งานได้จริงอยา่ งมคี ุณภาพและไดร้ ับการเผยแพรเ่ ป็นท่ปี ระจักษ์ สามารถตอบโจทย์
ของสังคมในการพัฒนาคุณภาพและยกระดับการอาชวี ศึกษาดว้ ยการส่งเสริมให้มกี ารบรู ณาการองค์ความรู้
ทไ่ี ดร้ ับในหลากหลายสาขาวชิ า โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผ่านกระบวนการวิจัยพัฒนา
นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่อาชีวศึกษา ส่งเสริมให้มีการประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ขึ้นเอง ท้ังใน
ด้านส่ิงอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน การประกอบอา ชีพ พลังงานและส่ิงแวดล้อม ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปท้ังด้านอาหารและเคร่ืองประดับตกแต่ง การช่วยเหลือแก้ปัญหาสาธารณะ
อุปกรณ์ป้องกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ยังรวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีท่ีมีอยู่เดิมให้
สามารถนำไปสู่การจาหน่ายในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในวิชาชีพตลอดจน
สง่ เสริมการเป็นผู้ประกอบการอิสระในอนาคต และนำผลงานไปประกวดและจัดแสดงในระดับนานาชาติ
ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งแสดงถึงคุณภาพ ประสิทธิภาพในการจัดการเรียน การสอน การ
บริหารจดั การของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาการบริหารงานจัดการด้าน
ส่ิงประดิษฐ์ในสถานศึกษา เพ่ือให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันวิทยาลัยเทคนิคชุมพรซ่ึงเป็นสถานศึกษาใน
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงานสิ่งประดิษฐ์
วิทยาลัยเทคนคิ ชุมพร ข้ึนเพอ่ื อำนวยความสะดวกในการดำเนนิ การของคณะผู้ดำเนินการจัดทำสง่ิ ประดษิ ฐ์
และเพื่อสนองโนบายหลักโดยเฉพาะสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่อาชีวศึกษา เพื่อคุณภาพของการจัดการ
อาชีวศกึ ษาในการพัฒนาประเทศชาติใหย้ ่งั ยนื

การเตรียมการในการจัดทำสิง่ ประดษิ ฐ์

คณะผดู้ ำเนินการจดั ทำส่ิงประดิษฐ์ (ครแู ละผู้เรยี นนักประดษิ ฐ)์ ควรเตรียมการในการจัดทำสงิ่ ประดิษฐ์
ดงั นี้

1. ศกึ ษาสภาพและปัญหาท่ีเกิดขน้ึ ตามสภาพของสังคมและทอ้ งถ่ินในปจั จุบัน
2. ครู และผู้เรยี น ศึกษาข้อกำหนดการประกวดส่ิงประดิษฐใ์ นแตล่ ะประเภท
3. พจิ ารณากำหนด หัวข้อในการจัดทำผลงานส่ิงประดษิ ฐ์
4. เขยี นข้อเสนอโครงการ ประกอบด้วย 12 ประการดงั นี้

1) ชอ่ื โครงการ
2) ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
3) ระยะเวลาดำเนนิ การ

5

4) ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา
5) วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ
6) เป้าหมายของโครงการ

6.1) เป้าหมายเชิงคุณภาพ
6.2) เป้าหมายเชงิ ปรมิ าณ
7) วิธดี ำเนินการ (ถา้ มีแบบร่างผลงานสิ่งประดิษฐ์ ให้แนบหลังโครงการ)
8) สถานที่ดำเนินการ
9) งบประมาณ/คา่ ใชจ้ า่ ย
10) ผลท่คี าดว่าจะได้รบั
11) การตดิ ตามและประเมนิ ผล
12) ลงช่ือคณะผดู้ ำเนนิ โครงการ (หัวหนา้ โครงการ) และผูอ้ นมุ ตั โิ ครงการ

แนวทางการเขียนขอ้ เสนอโครงการส่งิ ประดษิ ฐ์

1. ชื่อโครงการ เป็นการกำหนดเรื่องที่สื่อให้ทราบวา่ ต้องการทำอะไร ต้องมีความชัดเจน เหมาะสม

และรัดกุมเฉพาะเจาะจง มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ช่ือโครงการส่ิงประดิษฐ์โดยท่ัวไปควรจะต้องแสดง

ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ เช่น การสร้าง, การพัฒนา เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ส่ิงประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่

อาชีวศึกษานยิ มตั้งช่อื เฉพาะเจาะจง ขน้ึ ตน้ ด้วย เครือ่ งจักร เครื่องมอื อุปกรณ์ กลไก วิธีการ ระบบ เป็นต้น
ท่ีเน้นความแปลกใหม่ไมซ่ ้ำกับผลงานท่มี อี ยู่โดยท่ัวไปหรอื ประดิษฐ์ไปแล้วซ่ึงคณะผู้ดำเนินสิง่ ประดษิ ฐ์ควรมี
การศกึ ษาหรอื ตรวจสอบโครงการสิ่งประดษิ ฐ์จากเวบไซด์หรือแหล่งข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ เพ่อื ให้ได้ผลงาน
ที่แปลกใหม่ เหมาะสมและมคี ณุ คา่

2. ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ เป็นการบอกให้ทราบวา่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนนิ งานตามโครงการ
ระบุผู้เรียนและครูที่ปรึกษาท้ังน้ีเพื่อสะดวกแก่การประสานงานและการตรวจสอบ โดยสิ่งประดิษฐ์
อาชวี ศกึ ษา กำหนดให้ผู้เรยี นไม่เกนิ 10 คนและครูที่ปรึกษาไม่เกิน 5 คน ตอ่ หน่ึงผลงานสงิ่ ประดษิ ฐ์

3. ระยะเวลาในการดำเนินการ เปน็ การระบุระยะเวลาตั้งแต่เร่มิ ต้นโครงการจนกระทั่งส้ินสดุ
โครงการ โดยระบเุ วลาท่เี รม่ิ ต้นต้งั แตแ่ ละส้ินสดุ หรือแลว้ เสรจ็ ใน วัน หรือวัน เดอื น ปีอะไร

4. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ผู้เขียนโครงการจำเป็นต้องเขยี นแสดงให้เห็นถึงความ

เป็นมา ความสำคัญของปัญหาและความจำเป็นท่ีต้องการจัดทำโครงการสง่ิ ประดิษฐ์เพื่อแก้ปัญหา ผู้เขียน

โครงการต้องพยายามหาเหตผุ ล หลักการ และทฤษฎีต่างๆ สนับสนุนโครงการที่จัดทำขน้ึ อยา่ งสมเหตุสมผล

(ระบุอ้างอิง) โดยทั่วไปควรระบุ 3 ส่วนสำคัญ ส่วนท่ี 1 ความเป็นมาเขียนให้เห็นส่ิงท่ีกำลังจะทำมีที่มา

อย่างไร (แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฯ นโยบายรัฐบาล เศรษฐกิจของชุมชน ท้องถ่ิน เป็นต้น) พร้อมท้ังระบุ

อา้ งอิงเพ่ือความนา่ เชอ่ื ถือ ส่วนที่ 2 ความสำคัญของปัญหา เขียนใหเ้ ห็นถึงปญั หาที่เกิดขน้ึ ก่อนทำโครงการ
สง่ิ ประดษิ ฐ์มีสภาพปญั หาเปน็ อยา่ งไร อธิบายให้กระจา่ ง พรอ้ มระบหุ ลักฐานอ้างอิงแสดงความน่าเชอื่ ถือจะ

ดีมาก ส่วนที่ 3 สรุปส่ิงท่ีจะทำ เขียนส่ิงท่ีคณะผู้ประดิษฐ์ต้องการจะทำเพ่ือแก้ปัญหาดังกล่าว ระบุ

วัตถปุ ระสงค์สำคัญและเขียนประโยชน์ที่ได้รบั ของส่ิงประดิษฐ์ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพอ่ื ให้ผู้พจิ ารณา

อนุมัติโครงการหรือผู้มีหน้าท่ีอนุมัติโครงการเห็นชอบตามที่เสนอหลักการและเหตุผลมักนิยมเขียนเป็น
ความเรียงไมเ่ ขียนเป็นขอ้ ๆ

6

5. วัตถุประสงค์ของโครงการ เป็นการระบุแสดงถึงความต้องการ ท่ีจะกระทำสิ่งต่าง ๆ ของ

โครงการใหป้ รากฏผลเป็นรูปธรรม ซ่ึงข้อความท่ีใชเ้ ขียนวัตถุประสงค์น้ันจะต้องมี ความชัดเจน ไม่คลุมเครือ

ตลอดจนสามารถวัดและประเมนิ ผลได้ และตอ้ งครอบคลุมเหตผุ ลทจี่ ัดทำโครงการ โดยจัดลำดับแยกเปน็ ข้อ

ๆ เพ่ือความเข้าใจง่ายและชัดเจน วัตถุประสงค์ในการจัดทำโครงการสิ่งประดิษฐ์จะมีสาเหตุ 2 ประการ
สำคัญ คือ

(1) เพือ่ สรา้ ง/พฒั นา
(2) เพื่อหาประสิทธิภาพ/ทดสอบระบบ
6. เป้าหมายโครงการ เป็นการระบุถึงความต้องการ หรือทิศทางในการปฏิบัติงานว่าผลงานท่ีได้
คืออะไร ซึ่งต้องระบุให้ชัดเจนในเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ ระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนด เพ่ือ
ประสทิ ธภิ าพของโครงการ ดังนี้
(1) เชงิ ปรมิ าณ ระบุประเภท/ชนดิ ของผลผลติ หรอื ผลงาน (Output / Outcome ) พร้อม
จำนวนหรือปริมาณทว่ี ัดได้
(2) เชิงคณุ ภาพ ระบรุ ะดับคณุ ภาพของผลผลิต/ผลงานทคี่ าดหวงั อาจระบุเป็นมาตรฐาน/
เกณฑ์หรอื ตัวช้ีวัดความสำเรจ็
7. วิธีดำเนินการ เป็นการระบุรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมด ต้ังแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดโครงการ
กล่าวถึงลำดับข้ันตอนการทำงาน เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดในโครงการ วิธีดำเนินการ
โดยทั่วไปจะจำแนกเป็นข้ันตอนย่อย ๆ หรือระยะดำเนินงานโดยส่วนใหญ่วิธีการดำเนินการพัฒนา
สงิ่ ประดิษฐ์ มี 4 ส่วนสำคัญได้แก่ 1) ศกึ ษาหรือวิเคราะห์สภาพปัญหา (Analysis) 2) ออกแบบและพัฒนา
สง่ิ ประดิษฐ์ (Design and Development) 3) ทดลองใช้หรอื ทดสอบระบบ (Implement) 4) ประเมินผล
การใช้ (Evaluation) นอกจากนี้ให้แสดงแผนปฏิบัติงาน ในรูปของแผนภูมิ Gantt chart ต้ังแต่เริ่มต้นจน
จบกระบวนการว่ามีกิจกรรมใดท่ตี ้องทำ ทำเมื่อใด ผใู้ ดเป็นผู้รับผดิ ชอบและจะทำอย่างไร หรอื อาจจะจัดทำ
เป็นปฏิทินปฏิบัติงานประกอบ รวมทั้งแสดงระยะเวลาดำเนินการควบคู่ไปด้วย แผนปฏิบัติงาน จะมี
องคป์ ระกอบ คอื
(1) กจิ กรรม ระบุหัวขอ้ เกี่ยวกับการเตรยี มงานก่อนเร่มิ โครงการ การดำเนนิ งานตาม
โครงการการกากับติดตามและการประเมินผลโครงการ
(2) ระยะเวลา ระบุระยะเวลาดำเนนิ การตามแต่ละหวั ขอ้ /ขน้ั ตอนของกิจกรรม
8. สถานที่ดำเนนิ การ ระบสุ ถานทจี่ ะจดั ดำเนนิ การหรือปฏิบตั งิ านท่ีใช้จัดกิจกรรมตามโครงการ
9. งบประมาณ/ค่าใช้จ่าย ระบงุ บประมาณและค่าใช้จา่ ยในการดำเนนิ งานแต่ละสว่ นโดยต้องระบุ
ถึงจำนวนเงิน วัสดุครุภัณฑ์ บุคคลและปัจจัยอ่ืน ๆ ท่ีจาเป็นต่อการดำเนินการอย่างประหยัดทั้งนี้ ต้อง
คำนงึ ถึงประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลของงานเป็นหลัก ทั้งนี้ให้ระบุวา่ งบประมาณหรือค่าใช้จ่ายมีแหล่งมา
จากทีใ่ ด
10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็นการบอกถึงว่าเม่ือโครงการน้ันสิ้นสุดลงแล้วจะเกิดผลอันเป็น

ประโยชน์ทด่ี ีทง้ั ทางตรงและทางอ้อมใดบ้าง (สิ่งทโี่ ครงการคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น) และต้องระบใุ ห้ชดั เจนว่า

ใครเป็นผไู้ ด้รับ ผลประโยชน์นั้น (ผู้ประดิษฐ์ องค์กร ชุมชน สังคมท้องถ่ิน หรือประเทศชาติ) และได้รับใน

ลักษณะอย่างไรหรือมีการเปล่ียนแปลงในเรื่องอะไรทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ อย่างไรก็ตาม การ

เขียนถึงประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ บั น้นั ตามปกติจะเขียนใน 2 ประการ ดว้ ยกัน คอื

(1) ผลทตี่ ง้ั ใจจะใหเ้ กดิ ข้นึ : คอื วตั ถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายท่ีตอ้ งการใหบ้ รรลุ

7

(2) ผลกระทบที่เกดิ ข้ึน : ต้องบอกทงั้ ผลกระทบในดา้ นบวกและลบเพ่ือช้ใี ห้เหน็ ถึง

ผลกระทบที่ดีและส่ิงที่เป็นปัญหา เพ่ือให้หน่วยงานท่ีอนุมัติโครงการ เตรียมการรับผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึน

ต่อไป

11. การติดตามและประเมินผล เป็นการกำหนดวิธกี ารติดตามการดำเนนิ งานตามโครงการแต่ละ
ขนั้ ตอน เพื่อควบคุมให้การปฏบิ ัติงานเป็นไปตามวตั ถุประสงค์ของโครงการ การประเมินผลการดำเนินงาน
ตามโครงการ ซึ่งผู้เขียนแผนโครงการควรระบุวิธีการท่ีใช้ในการควบคุมและประเมินผลโครงการ ไว้ให้

ชัดเจนและบ่งบอกถึง รูปแบบการประเมินผลโครงการ เช่น ประเมินก่อนดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ

และหลังดำเนินการ เพอ่ื เปน็ ขอ้ มูลในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน

12. ลงชื่อผูด้ ำเนินโครงการ (ผ้เู รยี น ครทู ี่ปรึกษา เฉพาะหัวหน้าโครงการ) และผอู้ นมุ ัติโครงการ

นอกจากโครงการจะมีส่วนประกอบสำคัญที่กล่าวมาแล้ว สามารถเพิ่มเติมได้อีก เช่นระบุปัญหา

ระบุปัญหาอุปสรรคท่ีผู้จัดทำโครงการคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นและทำให้โครงการไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย
เพอ่ื ให้ผู้รับผิดชอบพยายามหาทางปอ้ งกัน

โครงการสิง่ ประดิษฐ์ (ตวั อย่าง)

1. ชอ่ื โครงการ อุปกรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่

2. ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ

2.1 ผเู้ รียน (ผปู้ ระดิษฐ)์ ปวช. 3 สาขาวิชาชา่ งกลโรงงาน (หวั หน้าโครงการ)
1) นายยัญไนอู้

2) นายพงษ์ศริ ิ พรมทศั น์ ปวช. 3 สาขาวชิ าชา่ งกลโรงงาน
3) นายณฐั วุฒิ รองมาลี ปวช. 3 สาขาวชิ าชา่ งกลโรงงาน
2.2 ครูทปี่ รึกษาโครงการ

1) นายอภชิ าติ เนินพรหม ครู คศ. 4 แผนกวชิ าช่างกลโรงงาน
2) นายทพิ ย์รตั น์ ทพิ ย์กรรณ ครู คศ. 2 แผนกวชิ าชา่ งกลโรงงาน

3. ระยะเวลาในการดำเนินการ กรกฎาคม - ตุลาคม 2560
4. ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา

หอยแมลงภู่ เปน็ สัตว์ทะเลท่มี คี ุณคา่ ทางเศรษฐกิจอกี ชนิดหนงึ่ หอยชนิดนี้สามารถทำรายไดเ้ ข้า

สู่ประเทศแต่ละปีเป็นเงินจำนวนมาก เป็นอาหารทะเลที่มีรสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึง
เปน็ ท่นี ิยมบรโิ ภคกนั อย่างแพรห่ ลาย โดยสามารถนำมาทำเป็นอาหารรับประทานสดหรอื เพื่อเป็นการถนอม

อาหารในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การทำเค็ม ตากแห้ง หมักดอง เป็นตน้ (นพิ นธ์ ศิริพันธ์. 2543) ลักษณะท่ัวไป
ของหอยแมลงภู่ เปลือกมีลกั ษณะและขนาดเท่ากันท้ัง 2 ฝา ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ

ส่วนของเปลือกซึ่งยาวรีรูปไข่ ด้านหน้าแหลม ท้ายป้าน ผิวด้านนอกของเปลือกเรียบมีสีเขียวเข้ม หรือสี

น้ำตาลไหม้ ดา้ นในเป็นสีมุก สว่ นท่ีสองคือเนือ้ หอยและมีรากหรือซัง (byssus) ซ่งึ เป็นเส้นใยมีลักษณะเป็น
เส้นสีน้ำตาล เหนยี ว อยู่บรเิ วณฐานของเทา้ ซ่งึ หอยใช้สำหรับยึดเกาะกบั เสาไม้ หนิ หรอื วัสดุอนื่ ๆ ท่ีอยู่ในน้ำ

(วันทนา อย่สู ุข. 2551)
ผลผลติ หอยแมลงภู่ทกุ วนั นส้ี ่วนใหญ่ได้จากแหล่งเล้ยี งในทอ้ งทีจ่ ังหวดั ชายฝ่ังทะเล ท้ังในบรเิ วณ

ชายฝ่ังของอ่าวไทยตอนนอก ชายฝ่ังภาคตะวันออก และภาคใต้ ( กรมประมง. 2536) โดยเฉพาะอย่างย่ิง

8

จังหวัดชุมพร ซึ่งมีพื้นท่ีติดชายฝ่ังทะเลยาวถึง 222 กิโลเมตรจึงมีอาชีพเลี้ยงหอยแมลงภู่ เป็นจำนวนมาก
วธิ ีการเลี้ยง จะใช้ไม้ไผ่ปักในทะเลประมาณ 3 เดือน เพ่ือให้ลกู หอยแมลงภู่มาเกาะ โดยเอาอวนมาหุ้มเพ่ือ
ปอ้ งกันหอยรว่ ง เล้ียงไปประมาณ 7-8 เดอื นก็จะได้หอยที่มขี นาด 20 ตัวต่อกิโลกรมั นำมาขายได้กิโลกรัม
ละ 4 บาท ถ้าขูดเพรียงทำความสะอาดจะขายได้กิโลกรัมละ 5-6 บาท ปีหนึ่งทำเงินได้ประมาณ 150,000
บาท ซ่ึงก็ดกี ว่าการทำประมง เพราะเปน็ อาชีพทร่ี ายไดแ้ น่นอน ตลาดมีความต้องการสม่ำเสมอ (ศภุ ชัย นิล
วานิช,2553) ซงึ่ ปัญหาของผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ในการจัดจำหน่ายใหไ้ ด้ราคา หอยแมลงภูต่ ้องล้างและตัดแต่ง
เอาเพรียงทะเลและซังหอยออกก่อนจึงนำไปจำหนา่ ยเพื่อให้ได้ราคาท่สี ูงขนึ้ โดยในขั้นตอนการล้างและตัด
เพรียงทะเลออกมักถูกเปลือกหอยท่ีแหลมคมและเพรียงทะเลบาดมือ โดยส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ เช่น มีด
กรรไกรในการเคาะเพรยี งทะเลและตัดซงั หอย ซ่ึงอาจเกิดอนั ตรายขณะปฏิบัตงิ านและเกดิ อาการเม่ือยล้าได้
เมอื่ ทำงานไปนาน

คณะผู้ดำเนินโครงการสิ่งประดิษฐ์จึงสนสร้างอุปกรณ์สำหรับตัดแต่งหอยแมลงภู่ ท่ีมี
ประสิทธิภาพในการตัดและแต่งหอยแมลงภู่ เพ่ือแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้มีอาชีพเลี้ยงหอยแมลงภู่ให้ได้
ราคาจำหน่ายต่อกิโลกรัมที่สูงข้ึน โดยอำนวยความสะดวกในการเพ่ิมจำนวนผลผลิตหอยแมลงภู่ต่อหน่วย
สงู ข้ึน และไดเ้ คร่อื งมอื ที่มปี ระสทิ ธิภาพและมคี วามปลอดภัยในการทำงานสงู
5. วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ

5.1 เพือ่ สรา้ งอปุ กรณต์ ดั แต่งหอยแมลงภู่
5.2 เพื่อหาประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่
6. เปา้ หมายโครงการ
6.1 เชงิ ปริมาณได้อปุ กรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภู่ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ จำนวน 1 ชิน้ ที่สามารถตัดแตง่
หอยแมลงภไู่ ดอ้ ยา่ งน้อย 15 กโิ ลกรัมต่อคนต่อชวั่ โมง
6.2 เชงิ คุณภาพ ผเู้ ก่ียวข้องกบั การใชม้ คี วามพึงพอใจอปุ กรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภูใ่ นระดบั ดี
7. วิธกี ารดำเนินการ
อุปกรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ มขี ้ันตอนการดำเนนิ การดังตอ่ ไปน้ี

ระยะที่ 1 วิเคราะห์สภาพปญั หา (Analysis)
1) สำรวจสภาพปญั หาของเกษตรกรอาชพี เลยี้ งหอยแมลงภูใ่ นท้องถ่นิ
2) ศึกษาวธิ กี ารและสภาพปัญหาการตดั แต่งหอยแมลงภู่วธิ กี ารเดิมท่เี กษตรกรใช้

ระยะท่ี 2 ออกแบบและพฒั นา (Design and Development)
3) ออกแบบอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ (รา่ งต้นแบบ)
4) ดำเนนิ การสรา้ งและพฒั นาอุปกรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภู่ (ตน้ แบบ)
5) ให้ผู้เช่ียวชาญ ตรวจประเมนิ ผลตวั อปุ กรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภ่ทู ีส่ รา้ งข้นึ พร้อมปรับปรงุ

ขอ้ บกพร่องตามคำแนะนำใหพ้ รอ้ มใชง้ านจรงิ
ระยะท่ี 3 ทดลองใช้ (Implement)
6) ทดลองใช้งานอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ เปรียบเทยี บกับวิธีการเดมิ เพ่อื หา

ประสิทธภิ าพของอปุ กรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภทู่ ส่ี ร้างขึ้น ดงั นี้
6.1) เก็บข้อมูลการตดั แต่งหอยแมลงภู่ ที่สรา้ งขึน้ จำนวน 10 ครง้ั ๆ ละ 1 ชัว่ โมง

โดยการช่ังน้ำหนักหอยแมลงภู่ทีไ่ ดเ้ ปน็ กิโลกรมั และบันทึกขอ้ มูลในแบบบันทกึ ขอ้ มลู โดยนำอุปกรณ์ ไป
ทดลองใชก้ ับเกษตรกรผู้เลีย้ งหอยแมลงภู่ ตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง จังหวัดชมุ พร

6.2) เกบ็ ข้อมูลการตดั แตง่ หอยแมลงภู่ ด้วยวิธีการเดิม จำนวน 10 ครั้ง ๆ ละ 1

9

ชว่ั โมง และบันทกึ ขอ้ มลู ในแบบบันทึกขอ้ มูล กบั เกษตรกรผเู้ ล้ียงหอยแมลงภู่ ตำบลท่งุ คา อำเภอเมือง
จังหวดั ชุมพร

ระยะท่ี 4 ประเมินผลการใช้ (Evaluation)

นำขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ ไปทำการวิเคราะหข์ อ้ มูล โดยใชส้ ถติ ิดงั นค้ี า่ เฉลย่ี และคา่
เบย่ี งเบนมาตรฐานสำหรับการวิเคราะหข์ อ้ มลู ปริมาณการผลติ ได้ด้วยอปุ กรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ และ

วธิ ีการเดมิ หาประสทิ ธภิ าพของอปุ กรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ สรปุ และเขียนรายงานโครงการตั้งแต่บทท่ี 1
ถึงบทที่ 5 พร้อมเผยแพร่

แผนปฏิบตั ิงาน (พฤษภาคม 2560 – เมษายน 2561)

รายการ/ข้ันตอนกจิ กรรม ระยะเวลาดำเนินงาน (พค 60- เมย 61)

1. ศกึ ษา/วิเคราะหส์ ภาพปัญหา พค มิย กค สค กย ตค พย ธค มค กพ มีค เมย
2. จัดทำและเสนอโครงการ
3. ออกแบบการสรา้ งเครอ่ื ง
4. จัดสรา้ งอุปกรณ์
5. สร้างเครื่องมอื เพื่อรวบรวมข้อมลู
6. ประเมินตน้ แบบอุปกรณ์
7. ทดลองใช้อปุ กรณ์/ปรบั ปรุง/ประเมนิ
9. วิเคราะหข์ อ้ มลู
10. เขยี นรายงานและเอกสารประกอบ
12. ดำเนินการประกวดสงิ่ ประดิษฐ์
13. สรุปผลและเผยแพร่ผลงาน

8. สถานทด่ี ำเนินการ แผนกวิชาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยเทคนิคชมุ พร
9. งบประมาณ/คา่ ใชจ้ า่ ยดำเนนิ โครงการ

รายจา่ ย แหลง่ งบประมาณ/จำนวนเงนิ หมายเหตุ

งปม. บกศ. เงินอดุ หนนุ

1. ค่าตอบแทน -- -

2. ค่าใช้สอย -- -

3. ค่าวัสดุ 1200
- กรรไกร 3 อัน ๆ 400 บาท 900
- ใบมดี ตัด 3 ชุด ๆ 300 บาท 900
- สแตนเลส 1 เส้น กว้าง 2 นิว้ x 1 ม.ม x6 ม.
3000
รวมเปน็ เงินทัง้ สิน้

10. ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั
10.1 ผู้ดำเนนิ การได้บรู ณาการความรแู้ ละทักษะวชิ าชพี ที่สอดคลอ้ งกับสาขาวชิ าในการสรา้ ง

ส่งิ ประดษิ ฐ์อุปกรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภู่

10

10.2 สถานศกึ ษาไดผ้ ลงานสง่ิ ประดิษฐส์ อดคล้องกับแนวนโยบายของตน้ สังกัดและรองรบั การประเมิน
จากภายนอกในการประกันคุณภาพการศึกษา

10.3 ชุมชนผเู้ ลยี้ งหอยแมลงภไู่ ด้อปุ กรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ท่มี ีประสิทธภิ าพอำนวยความสะดวกใน
การประกอบอาชีพเปน็ เครอ่ื งมือท่นุ แรง ลดอบุ ตั ิเหตจุ ากการทำงานและสามารถเพิ่มอตั ราการผลิต ไดร้ บั
ผลตอบแทนในการจำหน่ายหอยแมลงภตู่ อ่ หน่วยสงู ขน้ึ
11. การตดิ ตามประเมนิ ผลโครงการ

การติดตามและประเมินระหว่างดำเนนิ การดงั นี้ใช้แบบประเมินคณุ ภาพส่งิ ประดิษฐ์โดยผู้เช่ียวชาญ

แบบประเมินความพงึ พอใจผเู้ กย่ี วขอ้ งกับการใช้ส่ิงประดษิ ฐ์และ แบบบันทกึ ผลการทดลองใช้ส่งิ ประดิษฐ์
12. ลงนามผู้เสนอโครงการและผ้เู กย่ี วขอ้ งกับการอนมุ ตั โิ ครงการ

ลงช่อื ......................................... . ลงชือ่ ....................................

(....................................................) (....................................................)

ผู้เสนอโครงการ (หัวหนา้ ) ครทู ่ีปรกึ ษาโครงการ (หัวหน้า)

ผู้เหน็ ชอบโครงการ...............................................................................................................

(ลงช่ือ).....................................................
(...................................................)

หวั หน้าแผนกวิชา................................................
วันที่........ เดือน....................... พ.ศ..........
ผูเ้ ห็นชอบโครงการ...............................................................................................................

(ลงช่อื ).....................................................
(...................................................)

หัวหน้างานวจิ ยั พฒั นาและส่ิงประดษิ ฐ์

วันที่........ เดอื น....................... พ.ศ..........
ผู้เหน็ ชอบโครงการ...............................................................................................................

(ลงชื่อ).....................................................
(......................................................)

รองผอู้ ำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ
วนั ท.่ี ....... เดอื น....................... พ.ศ............

ผู้อนมุ ัตโิ ครงการ...............................................................................................................

(ลงช่อื ).....................................................

(..............................................................)
ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ ชมุ พร

วันท่.ี ....... เดอื น....................... พ.ศ.............
หมายเหตุ ถา้ มี (แบบรา่ ง) ใหแ้ นบมาด้านหลังแบบเสนอโครงการ ซง่ึ จะเปน็ ประโยชน์ และเปน็ ตัวช้ีวดั

ความสำเร็จของโครงการประการหนึง่

11

*** สำหรับรายละเอยี ด แนวทางการจัดทำผลงานสงิ่ ประดิษฐข์ องคนร่นุ ใหมอ่ าชีวศึกษา ในสถานศึกษา ท่ี
กำหนดโดยสำนกั วิจยั และพฒั นาการอาชวี ศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ( 2557)
ดงั แผนภูมทิ ่ี 1 และแนวทางการจดั ทำสง่ิ ประดษิ ฐ์ วิทยาลัยเทคนิคชุมพร ดังแผนภูมิท่ี 2

12

แผนภมู ทิ ่ี 1 แนวทางการจัดทำผลงานสง่ิ ประดษิ ฐ์ของคนร่นุ ใหม่อาชวี ศกึ ษา ในสถานศกึ ษา
ที่มา: สำนักวจิ ยั และพัฒนาการอาชวี ศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา 2557

ข้ัน ขัน้ ตอนท่ี 1 1 เสรมิ สรา้ งศักยภาพครผู ู้สอนวชิ าโครงการและ ครูท่ี
เตรียมการ วางแผน ปรกึ ษาสง่ิ ประดษิ ฐ์ (จดั โครงการ)
(Plan) 2. ครูทป่ี รกึ ษาเสนอโครงการเบือ้ งต้น (สิ่งประดิษฐ์)
3. พจิ ารณาขอ้ เสนอโครงการและสง่ ประมาณการ (สผ.)
4. การเบิกจา่ ย (ยมื เงิน) เตรียมการจดั ซอื้ วสั ดุ อุปกรณ์
5. สะสางเอกสารทางการเงนิ (ใบเสร็จ)แต่ละโครงการ

ขนั้ ตอนท่ี 2 1 ดำเนนิ โครงการตามแผนงาน
ปฏิบตั ิ 1.1 ส่ิงประดษิ ฐ์ (ชนิ้ งาน)
(Do) 1.2 เอกสารประกอบฯ (ข้อเสนอ,รายงานวิจัย,คู่มอื
ใบรบั รอง แบบคณุ ลกั ษณะ,CD ขอ้ มูล)
ขั้น
ดำเนนิ การ 2. ตดิ ตามความก้าวหน้าลการดำเนนิ โครงการ
(ในข้อ1.1,1.2)

3. พัฒนาทักษะนำเสนอผลงานสิง่ ประดษิ ฐ์ (โครงการ)
4. สง่ เอกสารประกอบฯท่งี านวจิ ยั พฒั นาฯ
5. ประกวดส่งิ ประดษิ ฐ์ (ในระดับ อศจ.หรือสงู ขนึ้ )

ขนั้ ตอนที่ 3 1. ตรวจสอบ/ประเมนิ เอกสารประกอบฯ กอ่ นเขา้
ตรวจสอบ เลม่ เพอื่ สง่ ระดับ อศจ. และระดับทส่ี งู ขนึ้
(Check)
2. ประเมนิ ผลสงิ่ ประดษิ ฐ์ท่ีเข้ารว่ มในระดบั อศจ.
และสูงขน้ึ

ขั้น ขั้นตอนที่ 4 1. สรปุ ผล ปัญหาอุปสรรคของโครงการส่งิ ประดษิ ฐ์
สรุปผล 2 .แนวทางข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงการ
ปรบั ปรงุ
(Action) (สง่ิ ประดิษฐ)์ ครัง้ ต่อไป

รายงานผลโครงการ และเผยแพร่โครงการ

แผนภมู ทิ ่ี 2 แนวทางการจดั ทำสิ่งประดษิ ฐ์ วิทยาลยั เทคนิคชุมพร
ทม่ี า :งานวิจัยนวตั กรรมและส่ิงประดษิ ฐ์ วทิ ยาลยั เทคนคิ ชุมพร

13

3. แนวทางการจดั ทำเอกสารประกอบการนำเสนอผลงานสงิ่ ประดิษฐ์ของคนรนุ่ ใหม่
และแบบรายงานการวิจัย
ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคญั ดังนี้

ส่วนท่ี 1 แบบเสนอโครงการวิจัยส่งิ ประดษิ ฐ์ของคนร่นุ ใหม่“สุดยอดนวัตกรรม
อาชีวศึกษา” การประกวดส่งิ ประดษิ ฐ์ของคนรนุ่ ใหม่ ประจำปกี ารศึกษา
2560 ปพี ุทธศักราช 2560 – 2561 (แบบ ว-สอศ.-2)

สว่ นที่ 2 แบบรายงานการวิจยั (แบบ ว-สอศ.-3) ประกอบด้วย 3 ส่วนดงั นี้
1) ปก บทคัดยอ่ กติ ตกิ รรมประกาศ สารบญั (ส่วนหน้า)
2) บทที่ 1-5 (ไม่เกิน 20 แผ่น) (สว่ นเนื้อหา)
3) บรรณานกุ รมและภาคผนวก (ส่วนท้าย)

ส่วนที่ 3 ภาคผนวก ประกอบด้วย 3 สว่ นดังนี้
1) ค่มู ือการใชภ้ าษาไทยและภาษาองั กฤษ
2) แบบรับรองการนำผลงานสง่ิ ประดิษฐไ์ ปใชง้ านจริง ตามแบบที่สำนกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากำหนด
3) แบบนำเสนอคุณลกั ษณะตามแบบท่ี สำนักงานคณะกรรมการอาชวี ศึกษา
กำหนด

สว่ นท่ี 4 ข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์ (ไฟล์ *.doc และ *.pdf) บนั ทึกลงแผ่น CD/DVD

4. แนวทางการจัดทำแบบรายงานการวจิ ยั

ประกอบไปดว้ ย 3 ส่วนสำคญั ดังนี้
1) สว่ นหน้า ดังนี้

ปกนอก (ช่ือเร่ือง ชอ่ื ผูว้ จิ ัยและข้อความอ่ืน ๆ เชน่ หนว่ ยงานของผู้วิจัย ปีทวี่ ิจยั )
รองปก
ปกใน (รายละเอียดเหมอื นปกนอก)
บทคดั ยอ่ ภาษาไทย (สรุปย่อทัง้ หมดของการวจิ ัยควรมี วัตถุประสงค์ วิธดี ำเนนิ การ ผลการวิจยั )
บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ (สรุปยอ่ เปน็ ภาษาอังกฤษ)
กิตตกิ รรมประกาศ (การประกาศขอบคุณบุคลคลและหน่วยงานท่ีใหค้ วามอนุเคราะหก์ ารวิจัย)
สารบัญ (เนอื้ เร่อื ง)
สารบญั ตาราง
สารบญั ภาพ / แผนภูมิ / อน่ื ๆ (ถ้ามี)
หมายเหตุ การกำหนดหนา้ ในส่วนนน้ี ยิ มใชร้ ะบบอกั ษรคือ ก ข ค......
2) ส่วนเนอื้ หา (บทท่ี 1-5 จำนวนไมเ่ กิน 20 หนา้ ) ดังน้ี
บทท่ี 1 บทนำ (2-3 หน้า)
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีเอกสารและงานวจิ ัยที่เกยี่ วข้อง (3-5 หน้า)
บทท่ี 3 วิธดี ำเนนิ การวจิ ยั (3-4 หน้า)
บทที่ 4 ผลการวจิ ัย (3-4 หนา้ )
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ (1-2 หน้า)

14

3) ส่วนท้าย(บรรณานกุ รม ภาคผนวก)
บรรณานกุ รม
ภาคผนวกรายงานการวจิ ยั
(รายชื่อผทู้ รงคุณวฒุ ิ, เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย , ผลการวเิ คราะห์ หรอื อ่นื ๆ)
ประวัติผวู้ ิจยั
สนั เลม่ รายงานการวิจยั
(ระบุ ช่อื งานวิจยั หวั หนา้ โครงการวิจัย ปีพ.ศ.ทีท่ ำเสร็จ)

หมายเหตุใชร้ ปู แบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 point หวั ข้อใหญ่ 18 point
ระยะขอบ บน 2.5 ซม. ล่าง 2 ซม.
ซ้าย 3.5 ซม. ขวา 2 ซม.

หมายเหตุ : นำเสนอตวั อย่างเรยี งลำดับการจัดรปู เล่มของประกอบการนำเสนอผลงาน
ส่งิ ประดิษฐข์ องคนรนุ่ ใหม่และแบบรายงานการวิจยั (สว่ นท่ี 1-4)
ประจำปีการศึกษา 2560 ดังตัวอย่างข้างลา่ งน้ี

5. วธิ กี ารเขยี นเน้ือหา บทท่ี 1 – บทท่ี 5

บทท่ี 1 บทนำ (2-3 หน้า)
ประกอบดว้ ยส่วนต่างๆทีเ่ ขียนไว้แลว้ ในแบบเสนอโครงการวิจยั ประกอบด้วยหวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
1.1.ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา (เกร่ินนำภาพกวา้ ง ๆ ระบปุ ัญหาท่เี กดิ ขน้ึ และสรปุ

สงิ่ ทีจ่ ำดำเนินการ (สิ่งประดษิ ฐ์)
1.2 วตั ถุประสงค์ของการวิจยั (ส่ิงทม่ี ุง่ หวังจะทำ เช่น เพือ่ สร้าง เพ่อื หาประสทิ ธิภาพ)
1.3 ขอบเขตของการวิจยั (ขอบเขตการสรา้ งสง่ิ ประดิษฐ์และการประเมนิ ประสทิ ธิภาพ

สงิ่ ประดษิ ฐ)์
1.4 ประโยชน์ทีไ่ ด้รับ (ใครจะได้ประโยชน์เมอ่ื ทำส่งิ ประดิษฐน์ ี้สำเรจ็ ผูเ้ กี่ยวข้องตา่ งๆ )

บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎเี อกสารและงานวิจัยทเ่ี กี่ยวขอ้ ง (3-5 หนา้ )
นำเสนอแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจยั ทีเ่ ก่ียวขอ้ งท่ใี ชใ้ นการวิจัย (ต้องใช้ความร้ใู ดในการทำ

สง่ิ ประดิษฐ์น้)ี เรยี บเรียงสรปุ กรอบความคิด หลกั การ การเขยี นตอ้ งเปน็ การเรยี บเรยี งเน้ือหาเหมือนกับการ
เขียนบททางความวิชาการไม่ควรลอกเนื้อหามาต่อกันเป็นทอ่ นๆ หัวขอ้ สำคญั นา่ จะประกอบด้วย

- แนวความคิดหรือทฤษฎีท่ีเก่ยี วข้องท่ีนำมาใช้ในการทำส่ิงประดิษฐ์/งานวิจัย
- ผลการวจิ ัยทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับส่งิ ท่ีนำมาใชใ้ นการแก้ปญั หา
บทท่ี 3 วิธีดำเนินการวิจัย (3-4 หนา้ )
นำเสนอถึงวิธีการสร้างสิ่งประดิษฐ์ แสดงขน้ั ตอนการสร้าง หรอื พฒั นามอี ะไรบ้าง มี
ขน้ั ตอนการสร้างและพฒั นาอย่างไร รวมถงึ วธิ ีสรา้ งเครอื่ งมอื ทใ่ี ช้รวบรวมข้อมลู รปู แบบการวจิ ยั การเกบ็
รวบรวมข้อมูล และวธิ กี ารวเิ คราะห์ขอ้ มูล หัวขอ้ ท่ีควรนำเสนอในบทน้ีได้แก่
1) ขัน้ วเิ คราะห์สภาพปัญหา (Analysis)
2) ข้นั ออกแบและพัฒนา (Design and Development) แสดงข้ันตอนการพฒั นาต้งั แต่เรมิ่ ตน้
กระท่ังสิ้นสดุ (ควรใชร้ ูปภาพเป็นส่อื แสดงรายละเอียดให้ชดั เจนเพ่ือสรา้ งความเขา้ ใจ)
3) ทดลองใช้ (Implement) กบั กลุ่มตวั อยา่ งหรือกลุม่ เป้าหมายเปน็ ใคร ท่ีไหน จำนวนเท่าไหร่
ทดลองกคี่ รัง้ แต่ละครัง้ ใช้เวลาอย่างไร หรือการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลของการทดลอง มีการวเิ คราะห์ข้อมลู การ
อย่างไร

15

4) ประเมนิ ผล (Evaluation) ประสทิ ธภิ าพของส่งิ ประดิษฐ์อย่างไร ประเมนิ ความคิดเห็น
ผูใ้ ชง้ านส่งิ ประดิษฐ์

จะเหน็ วา่ หลาย ๆ หวั ขอ้ ในบทน้อี ยใู่ นแบบเสนอโครงงานวิจัยที่ทำไวแ้ ล้ว แต่ต้องนำมาขยายความ
และเขียนบรรยายในลักษณะท่ีไดท้ ำไปแล้ว
บทที่ 4 ผลการวิจยั (3-4 หนา้ )

นำเสนอผลการวจิ ัย ซึง่ มที ั้งผลการวิเคราะห์ข้อมลู เชิงปรมิ าณและเชิงคุณภาพหลักการนำเสนอ
ผลการวิจัยทัง้ สองลักษณะมดี งั น้ี

- เรียงดับตามวัตถปุ ระสงค์การวิจยั โดยเฉพาะผลการสรา้ งและพฒั นาสง่ิ ประดษิ ฐค์ วรแสดงเปน็
ภาพของสง่ิ ประดิษฐพ์ รอ้ มสว่ นประกอบทสี่ ำคัญ คุณลกั ษณะทางกายภาพ ประสิทธิภาพของสิ่งประดิษฐ์ใช้
ภาษาท่เี ข้าใจงา่ ย หลกี เล่ยี งการใชภ้ าษาทางสถิติ

- หากมีตารางหรอื กราฟใหอ้ ธิบายอย่างชดั เจนวา่ ต้องการนาเสนออะไร
บทที่ 5 สรปุ ผลการวจิ ัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ (1-2 หน้า)

นำเสนอข้อสรุปจากทกุ บทท่ผี ่านมาและข้อคน้ พบทไ่ี ดจ้ ากการวจิ ยั ให้เขียนภาพรวมเป็นความเรยี ง
เริ่มจากวัตถุประสงคก์ ารวิจยั สรปุ วิธกี ารดำเนนิ การโดยย่อให้กระชบั ได้ใจความและมีหัวขอ้ สำคัญดังนี้

1) สรปุ ผลการวิจัย โดยสรุปผลจากบทท่ี 4 หรือข้อสรุปใตต้ ารางบทที่ ไมแ่ สดงตัวเลข
ทางสถิติ นำเสนอเรยี งตามวตั ถปุ ระสงค์

2)การอภิปรายผลการวิจัย โดยนำเสนอประเด็นทส่ี ำคญั หรอื อภิปรายสมมตฐิ าน
สอดคลอ้ งหรือไม่สอดคลอ้ ง ใสค่ วามคดิ หรือเหตผุ ลของนักวจิ ยั /นกั ประดิษฐ์ ทำไมเปน็ เชน่ น้ัน สอดคล้องกบั
ทฤษฎหี รอื ผลการวิจัย (บทท่ี 2) ท่ีคนอ่ืนทำไว้มาเป็นเหตุผลมาประกอบการอภปิ ราย

3) ขอ้ เสนอแนะการวจิ ยั โดยนำเสนอประเดน็ ที่ควรนำผลการวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์
ซึง่ มขี ้อควรระวงั ในการนำไปใชอ้ ะไรบา้ ง แนะนำไปใชอ้ ะไรบ้าง และขอ้ เสนอแนะว่าควรทำวจิ ัยอะไร
อยา่ งไร

สว่ นทา้ ยของการเขียนรายงานการวิจัยประกอบดว้ ย 2 ส่วน คือ เอกสารอา้ งอิง และ
ภาคผนวก การเขียนเอกสารอา้ งอิงน้นั ควรใช้รปู แบบใดรปู แบบหนึ่งให้คงที่ การเขยี นภาคผนวกอาจจะ
นำเสนอภาพกจิ กรรม เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการวิจัย อปุ กรณ์ ตัวอยา่ งขอ้ มลู ดิบ ทั้งนขี้ อใหพ้ ิจารณาความ
เหมาะสมด้วยวา่ ควรนาเสนออะไร ตามลำดบั อย่างไร

หมายเหตุ เปน็ วธิ กี ารเขยี นยกมาเพยี งสน้ั ๆ ควรศกึ ษาเพม่ิ เติมการเขียนรายงานโครงการหรือรายงานวจิ ยั
ในตำราหรือขอ้ มูลออนไลนซ์ ง่ึ มีหลากหลายแหลง่ ใหศ้ กึ ษาค้นคว้า

16

เอกสารประกอบการนำเสนอผลงาน
สง่ิ ประดษิ ฐข์ องคนรุ่นใหมแ่ ละแบบรายงานการวจิ ัย

ประจำปกี ารศึกษา 2560

ประเภทท่ี 2
สงิ่ ประดิษฐ์ดา้ นการประกอบอาชีพ

2.2 ดา้ นเคร่ืองมอื หรืออปุ กรณ์

อุปกรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่

(Green Mussel Cutter)

วิทยาลยั เทคนิคชมุ พร
อาชวี ศกึ ษาจังหวดั ชมุ พร
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

กระทรวงศกึ ษาธิการ

17

รายละเอียดส่วนประกอบของ
เอกสารประกอบการนำเสนอผลงานส่งิ ประดษิ ฐ์ของคนรุ่นใหมแ่ ละแบบรายงานการวิจยั

ประจำปกี ารศึกษา 2560
ดงั นี้

ส่วนที่ 1 แบบเสนอโครงการวิจยั ส่งิ ประดษิ ฐข์ องคนร่นุ ใหม“่ สดุ ยอดนวตั กรรม
อาชีวศกึ ษา” การประกวดส่ิงประดษิ ฐข์ องคนรนุ่ ใหม่ ประจำปกี ารศึกษา
2560 ปพี ทุ ธศกั ราช 2560 – 2561 (แบบ ว-สอศ.-2)

สว่ นที่ 2 แบบรายงานการวิจยั (แบบ ว-สอศ.-3) ประกอบดว้ ย 3 ส่วนดังน้ี
4) ปก บทคัดยอ่ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ (ส่วนหนา้ )
5) บทท่ี 1-5 (ไมเ่ กิน 20 แผน่ ) (ส่วนเน้อื หา)
6) บรรณานุกรมและภาคผนวก (สว่ นทา้ ย)

สว่ นที่ 3 ภาคผนวก ประกอบด้วย 3 ส่วนดงั นี้
1) คมู่ ือการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2) แบบรบั รองการนำผลงานส่งิ ประดิษฐ์ไปใชง้ านจริง ตามแบบท่ีสำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด
3) แบบนำเสนอคณุ ลักษณะตามแบบท่ี สำนกั งานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษา
กำหนด

ส่วนท่ี 4 ข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์ (ไฟล์ *.doc และ *.pdf) บนั ทกึ ลงแผน่ CD/DVD

18
ส่วนที่ 1 แบบเสนอโครงการฯ

แบบเสนอโครงการวิจยั ส่งิ ประดิษฐ์ของคนรนุ่ ใหม่
(ว-สอศ-2)

ประจำปกี ารศกึ ษา 2560
ปพี ุทธศกั ราช 2560 - 2561

ผลงานสงิ่ ประดษิ ฐ์ประเภทท่ี 2
ส่ิงประดิษฐด์ ้านการประกอบอาชีพ

2.2 ด้านเคร่อื งมือหรืออุปกรณ์

อปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่

(Green Mussel Cutter)

วทิ ยาลัยเทคนคิ ชมุ พร
อาชีวศกึ ษาจังหวดั ชมุ พร
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

กระทรวงศึกษาธิการ

19

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา แบบ ว-สอศ.-2

(สำหรับนักเรยี น นักศึกษา)

แบบเสนอโครงการวิจัยสง่ิ ประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ “สดุ ยอดนวัตกรรมอาชวี ศกึ ษา”

การประกวดส่งิ ประดษิ ฐ์ของคนร่นุ ใหม่ ประจำปีการศกึ ษา 2560

ปพี ุทธศักราช 2560 - 2561

......................................................................
ชื่อผลงานวจิ ัย (ภาษาไทย) อปุ กรณต์ ดั แต่งหอยแมลงภู่

(ภาษาองั กฤษ) Green Mussel Cutter
ชือ่ สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนคิ ชมุ พร อาชวี ศึกษา จังหวัดชมุ พร
ท่อี ยู่ 138 ตำบลนาชะองั อำเภอเมือง จงั หวัดชุมพร
เบอร์โทรศัพท์ 077-657043 E-mail -

ส่วน ก : ลักษณะงานวจิ ยั งานวิจัยต่อเนอื่ งระยะเวลา 2 ปี
/ งานวจิ ัยใหม่

ความสอดคล้องระดบั ชาติ
1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 11 (พ.ศ.2555-2559)
ยุทธศาสตร์ที่ 5.4.2การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม
2. นโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารวจิ ยั ของชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ.2555-2559)
ยุทธศาสตร์การวิจัยที่ 2 การสร้างศักยภาพและความสามารถเพ่ือการพัฒนาทาง
เศรษฐก์ จิ
3. ยุทธศาสตรก์ ารวิจยั ของชาตริ ายประเดน็ ปี (2560)
ยทุ ธศาสตร์ที่ 8 การพฒั นาเทคโนโลยี
4. ยุทธศาสตร์ประเทศ
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การเพมิ่ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ เพื่อหลดุ พน้
จากประเทศรายได้ปานกลาง
5. นโยบายรฐั บาล/เปา้ หมายของรัฐบาล
นโยบาย/เป้าหมาย การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี การวจิ ัยและพฒั นานวัตกรรม

ความสอดคลอ้ งระดับกระทรวง
1. นโยบายของรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
นโยบายสง่ เสริมใหส้ ถานศึกษาระดบั อาชีวศกึ ษามีความเปน็ เลิศเฉพาะด้าน
2. ยทุ ธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 พฒั นากำลังคนและงานวิจัยที่สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของ
การพัฒนาประเทศ
3. ยุทธศาสตร์สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการใหม่

20

ความสอดคล้องระดับสว่ นภูมภิ าค
1. ยทุ ธศาสตรก์ ล่มุ จังหวดั ภาคใตฝ้ ่ังอา่ วไทย พ.ศ.2555-2559
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสรา้ งศกั ยภาพและความสามารถเพ่ือการพัฒนานวตั กรรมและ
บุคคลากรทางการวจิ ยั
จงั หวดั ชมุ พร
ยุทธศาสตร์ การพัฒนาคนและสงั คมใหม้ ีคณุ ภาพ
3. พันธกิจหรือนโยบายของสถานศึกษา/สถาบนั การอาชีวศกึ ษา
พนั ธกจิ ท่ี 4 ส่งเสริมและพัฒนาการวจิ ยั สง่ิ ประดิษฐ์ นวตั กรรมและเทคโนโลยีให้มี
คุณภาพ สนองความต้องการชุมชนและทอ้ งถนิ่

โครงการวิจยั น้ี สามารถนำไปเผยแพร่และขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ได้
 เชงิ นโยบาย ระบุ)............................................................................................
 เชงิ พาณชิ ย์ (ระบุ)...........................................................................................
 เชิงวิชาการ (ระบุ)...........................................................................................
 เชิงพนื้ ที่ (ระบุ) เกษตรกรที่เกยี่ วข้องกับอาชีพเลยี้ งหอยแมลงภู่ จ.ชุมพร
 เชิงสาธารณะ/สงั คม (ระบ)ุ .............................................................................
 อืน่ ๆ (ระบุ)....................................................................................................

ภาพแบบร่าง (อุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่)

ใบมีดแต่ง

กรรไกรตัด

ส่วน ข : องค์ประกอบในการจดั ทำโครงการวิจัย
1. ผ้รู บั ผิดชอบประกอบด้วย
1.1 หัวหนา้ ทมี โครงการวจิ ยั
ชื่อนายยัญไนอู้ ตำแหนง่ นักศกึ ษา
ทอี่ ยู่ 138 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จงั หวัดชมุ พร
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 0808766263 E-mail yannaioo [email protected]
1.2 นกั วจิ ัยรุน่ ใหม่
1.2.1 ช่ือนายพงษศ์ ริ ิ นามสกุล พรมทศั ตำแหน่ง นกั ศกึ ษา
ระดับชนั้ ปวส. 1 สาขาวิชา เทคนิคการผลิต

21

1.2.2 ชื่อนายจิณวัตร นามสกุล นอ้ ยนาเวศ ตำแหนง่ นักศกึ ษา
ระดับช้ัน ปวส. 1 สาขาวิชา เทคนคิ การผลิต

1.2.3 ช่อื นายณัฐวุฒิ นามสกุล รองมาลี ตำแหนง่ นกั ศึกษา
ระดับชั้น ปวส. 1 สาขาวชิ า เทคนคิ การผลิต

1.3 คณะผูร้ ่วมวิจยั /ท่ีปรกึ ษาโครงการวจิ ัย
1.3.1 ชื่อนายอภชิ าติ เนนิ พรหม ตำแหน่ง ครู
แผนกวชิ าช่างกลโรงงาน สาขาวิชาทเ่ี ชีย่ วชาญ ช่างกลโรงงาน
1.3.2 ช่อื นายทิพย์รตั น์ นามสกุล ทิพย์กรรณ ตำแหนง่ ครู
แผนกวิชาช่างกลโรงงาน สาขาวิชาทีเ่ ชย่ี วชาญ ชา่ งกลโรงงาน

หน่วยงานหลกั วทิ ยาลัยเทคนคิ ชมุ พร
1.4 หนว่ ยงานสนับสนุน(ถา้ มี)
14.1 สำนกั วจิ ยั และพัฒนาอาชีวศึกษา
14.2 สำนกั นโยบายพลงั งาน กระทรวงพลังงาน
1.5 อน่ื ๆ…………………………………………………………………………………………………………………

2. ประเภทการวจิ ยั
 การวจิ ัยพนื้ ฐาน (basic research)
 การวิจัยประยกุ ต์ (applied research)
 การวจิ ยั และพัฒนา (research and development)

3. สาขาวิชาการ/ประเภทสิ่งประดิษฐข์ องคนรุ่นใหม่
1) สาขาวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพและคณิตศาสตร์
สิง่ ประดิษฐแ์ ละนวัตกรรมทท่ี ำการวจิ ัย ประเภทที่........................
2) สาขาวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
สิ่งประดษิ ฐแ์ ละนวัตกรรมที่ทำการวิจัย ประเภทท่ี........................
3) สาขาวิทยาศาสตร์เคมแี ละเภสัช
สง่ิ ประดษิ ฐแ์ ละนวตั กรรมทที่ ำการวิจัย ประเภทท่ี........................
4) สาขาเกษตรศาสตร์และชวี วิทยา
สิ่งประดิษฐแ์ ละนวัตกรรมที่ทำการวจิ ยั ประเภทท่ี........................

 5) สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอตุ สาหกรรมวจิ ัย
สง่ิ ประดิษฐ์และนวัตกรรมทท่ี ำการวจิ ัยประเภทที่2ส่ิงประดิษฐด์ า้ นการประกอบอาชพี

6) สาขาปรัชญา
สิ่งประดิษฐแ์ ละนวตั กรรมที่ทำการวิจยั ประเภทที่........................

7) สาขานติ ิศาสตร์
สง่ิ ประดษิ ฐ์และนวตั กรรมทที่ ำการวิจัย ประเภทท่ี........................

8) สาขารฐั ศาสตร์และรฐั ประศาสนศาสตร์
ส่งิ ประดษิ ฐ์และนวัตกรรมทีท่ ำการวิจยั ประเภทที่........................

9) สาขาเศรษฐศาสตร์
สง่ิ ประดิษฐ์และนวตั กรรมทท่ี ำการวจิ ัย ประเภทที่........................

10) สาขาสังคมวทิ ยา
สง่ิ ประดษิ ฐ์และนวัตกรรมทท่ี ำการวจิ ยั ประเภทที่........................

22

11) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนเิ ทศศาสตร์
ส่ิงประดิษฐแ์ ละนวัตกรรมทีท่ ำการวิจยั ประเภทท่ี........................

12) สาขาการศกึ ษา
สง่ิ ประดษิ ฐ์และนวัตกรรมทีท่ ำการวิจยั ประเภทที่........................

4. คำสำคัญ (keywords) ของการวจิ ัย
4.1 อปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ หมายถึง เครอื่ งมือสำหรบั ใชใ้ นการตัดแต่งหอยแมลงภู่ท่ี

ผสมผสานระหวา่ งใบมดี และกรรไกรในอันเดียวกนั สำหรับตัดและแตง่ หอยแมลงภโู่ ดยใช้แรงงานคนทำ
4.2 ประสทิ ธิภาพของอุปกรณต์ ดั แต่งหอยแมลงภู่ หมายถึง รอ้ ยละของปริมาณ (กโิ ลกรมั /

ช่วั โมง)ของหอยแมลงภู่ท่ที ำได้ดว้ ยอุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่เทยี บกับปรมิ าณท่ีทำไดด้ ว้ ยวธิ ปี กติ
5. ความสำคญั และท่มี าของปญั หาท่ีทำการวิจยั
หอยแมลงภู่ เป็นสัตว์ทะเลท่ีมีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง หอยชนิดน้ีสามารถทำ

รายไดเ้ ข้าสู่ประเทศแต่ละปีเป็นเงินจำนวนมาก เป็นอาหารทะเลท่มี ีรสชาติอร่อยและมีคณุ คา่ ทางโภชนาการ
สูง จงึ เปน็ ทนี่ ยิ มบริโภคกันอยา่ งแพรห่ ลาย โดยสามารถนำมาทำเป็นอาหารรับประทานสดหรือเพื่อเป็นการ
ถนอมอาหารในรปู แบบตา่ ง ๆ เช่น การทำเคม็ ตากแหง้ หมกั ดอง เปน็ ต้น นิพนธ์ ศิริพนั ธ์. 2543)

จังหวัดชุมพรมีพื้นท่ีติดชายฝั่งทะเลยาวถึง 222 กิโลเมตรมีอาชีพเล้ียงหอยแมลงภู่ เป็น
จำนวนมาก วธิ ีการเล้ียง จะใชไ้ ม้ไผ่ปกั ในทะเลประมาณ 3 เดอื น เพื่อให้ลูกหอยแมลงภู่มาเกาะ โดยเอาอวน
มาหุ้มเพื่อป้องกันหอยร่วง เลี้ยงไปประมาณ 7-8 เดือนก็จะได้หอยท่ีมีขนาด 20 ตัวต่อกิโลกรมั นำมาขาย
ไดก้ ิโลกรัมละ 4 บาท ถ้าขูดเพรียงทำความสะอาดจะขายได้กิโลกรัมละ 5-6 บาท ปีหนึ่งทำเงินได้ประมาณ
150,000 บาท ซ่ึงก็ดีกว่าการทำประมง เพราะเป็นอาชีพที่รายได้แน่นอน ตลาดมีความต้องการสม่ำเสมอ
(ศุภชัย นิลวานิช,2553)

ปัญหาของผู้เล้ียงหอยแมลงภู่ในการจัดจำหน่ายให้ได้ราคา หอยแมลงภู่ต้องล้างและตัด
แต่งเอาเพรียงทะเลและซังหอยออกกอ่ นจึงนำไปจำหน่ายเพ่อื ให้ได้ราคาที่สงู ข้ึน โดยในขนั้ ตอนการล้างและ
ตดั เพรียงทะเลออกมักถูกเปลือกหอยท่ีแหลมคมและเพรียงทะเลบาดมือ โดยส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ เช่น มีด
กรรไกรในการเคาะเพรียงทะเลและตัดซงั หอย ซ่ึงอาจเกิดอันตรายขณะปฏบิ ตั งิ านและเกิดอาการเมือ่ ยล้าได้
เม่ือทำงานไปนาน คณะผู้ดำเนินการวิจัยจึงมีแนวคิดในการสร้างการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับตัดและแต่ง
หอยแมลงภู่เพ่ือแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้มีอาชีพเลี้ยงหอยแมลงภู่เพื่อ อำนวยความสะดวก เพ่ิมจำนวน
ผลผลิต และมคี วามปลอดภัยในการทำงานสงู

6. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจัย
6.1 เพ่ือสรา้ งอปุ กรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่
6.2 เพือ่ หาประสทิ ธิภาพของอปุ กรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภู่

7. ขอบเขตของการวจิ ยั
สรา้ งอปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ ท่มี ีอัตราการผลิต 20 กโิ ลกรัมตอ่ คนต่อชว่ั โมง และ

ทดลองใชก้ ับพื้นที่ จ. ชุมพร
8. ทฤษฎี สมมุติฐาน (ถ้ามี) และกรอบแนวความคิดของการวิจัย
การสร้างอุปกรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ ผวู้ ิจยั ดำเนินการตามกระบวนการวจิ ยั และพัฒนา

นวตั กรรม 4 ขั้นตอนดังนี้ ขัน้ ที่ 1 วเิ คราะหป์ ญั หา (Analysis) ขนั้ ท่ี 2 ออกแบบและพฒั นา (Design and
Development) ข้ันที่ 3 ทดลองใช้ (Implement) และข้ันที่ 4 ประเมนิ ผล (Evaluation) เพอ่ื ให้ได้
อปุ กรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภ่ทู ่มี ีประสทิ ธภิ าพเมื่อเทียบกบั วธิ กี ารปกติโดยมีกรอบแนวคดิ ในการวิจยั ดงั น้ี

23

แนวคดิ ทฤษฏีท่ีใชพ้ ฒั นา ตัวแปรตน้ ตวั แปรตาม
(กระบวนการวิจัยพัฒนานวตั กรรม)
1.อุปกรณ์ตัดแตง่ ประสทิ ธิภาพของ
ขัน้ ท่ี 1 วเิ คราะหป์ ัญหา (Analysis) หอยแมลงภู่ อุปกรณ์ตัดแตง่
หอยแมลงภู่
ขัน้ ท่ี 2 ออกแบบและพัฒนา 2. การตดั แต่งหอย
(Design แมลงภูว่ ิธปี กติ

and Development)
ขนั้ ท่ี 3 ทดลองใช้ (Implement)

ข้ันที่ 4 (Evaluation)

กรอบแนวคิดของการวจิ ยั “อุปกรณต์ ดั แต่งหอยแมลงภ่”ู

9. การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ (information) ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
คมตดั และลกั ษณะของคมตัด
หอยแมลงภู่

10. การสืบค้นจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร
-

11. เอกสารอ้างอิงของการวจิ ยั
กรมประมง. (2536). การเลยี้ งหอยแมลงภู่. กรงุ เทพมหานคร: กรมประมง, กองสง่ เสริม
การประมง.
นิพนธ์ ศริ ิพนั ธ์. (2553). คูม่ ือการเลี้ยงหอยทะเลเศรษฐกจิ . กรุงเทพมหานคร: กรม
ประมง, กองสง่ เสรมิ การประมง.
วันทนา อยูส่ ุข. (2551). หอยทะเล. กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, คณะ
ประมง, ภาควชิ าวิทยาศาสตร์ทางทะเล.
ศุภชัย นลิ วานชิ . “เลี้ยงหอยแมลงภู่” มตชิ นรายวัน. ( 3 มถิ ุนายน 2543 )

12. ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั
12.1 อปุ กรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่ทส่ี รา้ งข้นึ สามารถเพ่มิ อตั ราการผลิตสามารถใช้เป็น

เครื่องมอื ทุ่นแรง ลดเวลาในการผลิต มีความเหมาะสมในการใชง้ านในครัวเรือน
12.2 เกษตรกรทมี่ ีอาชีพเล้ยี งหอยแมลงภู่ ได้รับผลตอบแทนในการจำหน่ายหอยแมลงภู่

ตอ่ หน่วยสงู ข้นึ
12.3 อปุ กรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่ สามารถอำนวยความสะดวกใหก้ บั ผูใ้ ชง้ านได้เป็นอย่างดี
12.4 อปุ กรณต์ ดั แตง่ หอยแมลงภู่สามารถชว่ ยลดอบุ ัตเิ หตุจากการทำงานได้เป็นอยา่ งดี

24

13. แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือผลการวจิ ัยส่กู ลมุ่ เป้าหมาย

รายการ เป้าหมาย ระยะเลา
ผูเ้ รียนช่างอตุ สาหกรรม
1. เผยแพร่นวัตกรรมใหก้ บั ผู้เรียน -ชว่ งเวลาการประกวด
อาชีวศกึ ษา เกษตรกรผูเ้ ลยี้ งหอยแมลงภู่ สงิ่ ประดิษฐฯ์ อศจ.
ต.ทุง่ คา่ อ.เมือง จ.ชมุ พร
2. นำส่กู ารสาธติ และวธิ กี ารใชใ้ น 1 สปั ดาห์
ชุมชนผูเ้ ล้ยี งหอยแมลงภู่

14. วิธกี ารดำเนินการวจิ ยั และสถานทที่ ำการทดลอง/เก็บข้อมูล
วธิ กี ารดำเนนิ การวจิ ยั และพัฒนาดำเนินการ 4 ขั้นตอนดังน้ี

ขั้นท่ี 1 วิเคราะห์สภาพปัญหา (Analysis)
1. สำรวจสภาพปัญหาของเกษตรกรอาชพี เลี้ยงหอยแมลงภใู่ นทอ้ งถน่ิ
2. ศกึ ษาวิธีการและสภาพปญั หาการตัดแต่งหอยแมลงภวู่ ธิ ีการเดมิ ที่เกษตรกรใช้

ขั้นท่ี 2 ออกแบบและพฒั นา (Design and Development)
3. ออกแบบอุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่ (ร่างต้นแบบ)

4. ดำเนินการสร้างและพัฒนาอปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ (ต้นแบบ)
5. ใหผ้ ู้เชี่ยวชาญ ตรวจประเมนิ ผลตวั อุปกรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภูท่ ีส่ รา้ งข้ึนพร้อม
ปรับปรงุ ข้อบกพร่องตามคำแนะนำให้พร้อมใชง้ านจรงิ

ข้นั ท่ี 3 ทดลองใช้ (Implement)
6. ทดลองใช้งานอปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ เปรยี บเทยี บกับวิธีการเดิมเพอ่ื หา

ประสิทธิภาพของอุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภูท่ ่สี ร้างขึ้น ดงั น้ี
6.1 เก็บขอ้ มลู การตัดแตง่ หอยแมลงภู่ ทสี่ รา้ งขึ้น จำนวน 10 คน ๆ ละ 1

ช่วั โมง โดยการช่งั น้ำหนกั หอยแมลงภู่ที่ได้เป็นกิโลกรมั และบันทึกข้อมูลในแบบบันทกึ ข้อมลู โดยนำ

อปุ กรณ์ ไปทดลองใชก้ ับเกษตรกรผู้เล้ยี งหอยแมลงภู่ ตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง จงั หวดั ชมุ พร
6.2 เกบ็ ขอ้ มลู การตัดแต่งหอยแมลงภู่ ดว้ ยวธิ กี ารเดมิ จำนวน 10 คน ๆ ละ

1ชัว่ โมง และบนั ทกึ ข้อมูลในแบบบันทึกขอ้ มูล กับเกษตรกรผู้เล้ยี งหอยแมลงภู่ ตำบลทุง่ คา อำเภอเมอื ง
จงั หวัดชุมพร

ขัน้ ท่ี 4 ประเมินผลการใช้ (Evaluation)

ประเมินผลการใช้งาน ประสทิ ธิภาพของอุปกรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่และปรับปรงุ แกไ้ ขให้
สามารถนำไปใชง้ านไดจ้ รงิ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

15. ระยะเวลาทำการวิจัยและแผนการดำเนินงานตลอดการวิจัย
16 พฤษภาคม 2560 – 20 ตลุ าคม 2560

16. ปจั จัยทีเ่ ออ้ื ตอ่ การวจิ ยั (ถ้ามี)

ปรมิ าณของหอยแมลงภูข่ องเกษตรกรผูเ้ ล้ยี งในจังหวดั ชุมพรมจี ำนวนมากพอสำหรับ
การทดลอง

17. งบประมาณของการวจิ ยั
17.1 งบประมาณท้ังหมด 1,500 บาท

17.2 รายละเอียดงบประมาณค่าใช้จ่าย

25

รายละเอยี ดงบประมาณการวิจยั จำแนกตามงบประเภทต่าง ๆ (ปีงบประมาณที่เสนอขอ)

รายการ จำนวนเงิน หมายเหตุ

1. งบบุคลากร

คา่ จ้างช่วั คราว

2. งบดำเนนิ งาน

2.1 ค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ

2.1.1 ค่าตอบแทน เช่น ค่าตอบแทนปฏิบตั ิงานนอกเวลา

ราชการ คา่ เบ้ยี เลี้ยงประชมุ กรรมการ ฯลฯ

2.1.2 ค่าใช้สอย เช่น

1) คา่ เบ้ียเล้ียง คา่ เช่าท่พี กั ค่าพาหนะ

2) ค่าจา้ งเหมาบริการ

3) ค่าใชจ้ ่ายในการสัมมนาและฝึกอบรม

4) ค่าใชส้ อยอ่ืน ๆ

2.1.3 ค่าวสั ดุ เช่น

1) วัสดสุ ำนักงาน

2) วสั ดุเชอื้ เพลงิ และหล่อลน่ื

3) วัสดุไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์

4) วสั ดุโฆษณาและเผยแพร่

5) วสั ดหุ นงั สือ วารสารและตำรา

6) วัสดุคอมพวิ เตอร์

7) วสั ดอุ ืน่ ๆ 3000

2.2 คา่ สาธารณูปโภค เชน่

คา่ ไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศพั ท์ ค่าไปรษณีย์

คา่ บริการด้านส่อื สารและโทรคมนาคม

3. งบลงทนุ

คา่ ครุภณั ฑ์

รวมงบประมาณที่เสนอขอ 3000

18. ผลสำเร็จและความคุ้มค่าของโครงการวิจัยทคี่ าดว่าจะไดร้ ับ
18.1 อปุ กรณ์สำหรบั การประกอบอาชพี ผู้เลี้ยงหอยแมลงภ่ทู ี่มปี ระสทิ ธภิ าพ
18.2 ผ้เู รียนทักษะการคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรคน์ ำมาสู่การพัฒนานวัตกรรมสงิ่ ประดษิ ฐ์

19. โครงการวิจยั นหี้ รอื ส่วนใดสว่ นหน่ึงหรอื งานวจิ ยั สบื เน่อื งจากนี้ ไดย้ ื่นเสนอขอรบั ทุนหรือ
ไดร้ บั การสนับสนุนจากแหลง่ ทนุ อื่นหรอื ไม่
 ไม่ไดย้ ่ืนเสนอขอรบั ทุน
 ยน่ื เสนอ โปรดระบุแหลง่ ทนุ …………………................................………………......………
( ) ได้รบั การสนบั สนุน จาก……………….....……ชอ่ื โครงการ…………............................
( ) ไม่ไดร้ บั การสนบั สนนุ
( ) ยังไม่ทราบผลการพิจารณา

26

20. โครงการวจิ ยั นีม้ กี ารใชส้ ่งิ มชี ีวิตทมี่ ีการดดั แปลงทางพนั ธุกรรมหรือไม่
 มี  ไม่มี

21. คำชี้แจงอนื่ ๆ (ถา้ มี)
...............………………………………………………………………………………………………….…………

22. ลงชอื่ หัวหน้าทมี วจิ ยั (นักศึกษา)
(ลงชื่อ).....................................................
(นายยญั ไนอู้)
วันที่........ เดอื น....................... พ.ศ..........

23. ลงช่อื ครทู ปี่ รึกษางานวิจยั

(ลงช่ือ).....................................................
(นายอภิชาติ เนนิ พรหม)

วันท่ี........ เดอื น....................... พ.ศ..........

24. คำรบั รองของหวั หน้างานวจิ ยั พัฒนานวัตกรรมและสิง่ ประดิษฐ์
ขอรับรองว่าโครงการวจิ ัย (ชอื่ ) อปุ กรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ เป็นผลงานของ

นักเรียน นกั ศึกษา วิทยาลัยเทคนิคชุมพรจริง

(ลงชือ่ ).....................................................
(นายอภชิ าติ เนนิ พรหม)

วันท.ี่ ....... เดือน....................... พ.ศ..........

25. คำรบั รองของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยแผนงานและความร่วมมอื
ขอรบั รองว่าโครงการวจิ ยั (ชื่อ) อุปกรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่ เป็นผลงานของ

นกั เรยี น นักศึกษา วทิ ยาลัยเทคนิคชมุ พรจรงิ

(ลงชอ่ื ).....................................................
(........................................................)

วันท่.ี ....... เดือน....................... พ.ศ..........

26. คำอนุมตั แิ ละลายมือช่ือของผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
 อนมุ ตั ิ  ไมอ่ นมุ ตั .ิ ...................................................................................

(ลงชอื่ ).....................................................
(นายบำรุง ทองรอด)

ผู้อำนวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ชมุ พร

27

สว่ น ค : ประวัตคิ ณะผู้วิจัย
นักเรยี น นักศกึ ษา (ไม่เกิน 10 คน)
1. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นายยญั ไนอู้
Name – Surname (ภาษาองั กฤษ) Mr, Yannaiooh
เลขหมายบตั รประจำตวั ประชาชน 0860489000218.
ระดับการศกึ ษา  ปวช. ชั้นปีท.ี่ ......... ปวส. ชั้นปีท่.ี .....1..... ทล.บ. ชัน้ ปีท.่ี .........
สาขาวชิ าเทคนคิ การผลิต สาขาเครื่องมือกล
ระยะเวลาที่ใชท้ ำวิจัย ปกี ารศึกษา 2560
ทอ่ี ยู่ทต่ี ดิ ตอ่ ได้สะดวก พรอ้ มหมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร และไปรษณยี อ์ ิเล็กทรอนิกส์
ท่ีอยูท่ ่ี 138 หมู่ท่ี 8 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวดั ชุมพร 86000
(e-mail) [email protected]
2. ช่ือ - นามสกลุ (ภาษาไทย) นายพงษ์ศริ ิ พรมทศั
Name – Surname (ภาษาอังกฤษ) Mr, Pongsiri Promtat
เลขหมายบตั รประจำตวั ประชาชน 1869900373899
ระดับการศึกษา  ปวช. ชั้นปีท.ี่ .........  ปวส. ชัน้ ปีท่ี......1.... ทล.บ. ชั้นปที ี่..........
สาขาวิชาเทคนคิ การผลิต สาขาเคร่อื งมือกล
ระยะเวลาที่ใช้ทำวจิ ยั ปกี ารศึกษา 2560
ท่อี ยู่ทต่ี ดิ ต่อไดส้ ะดวก พร้อมหมายเลขโทรศพั ท์ โทรสาร และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ทอ่ี ยทู่ ่ี 138 หมู่ที่ 8 ตำบลนาชะองั อำเภอเมือง จังหวดั ชุมพร 86000
(e-mail)[email protected]
3. ชอ่ื - นามสกุล (ภาษาไทย) นายจิณวัตร นอ้ ยนาเวศ
Name – Surname (ภาษาองั กฤษ) Mr, Jinnawat Noinaweth
เลขหมายบตั รประจำตวั ประชาชน 1840301094234
ระดับการศึกษา  ปวช. ช้ันปีท่ี........  ปวส. ชน้ั ปที .ี่ .....1..... ทล.บ. ชน้ั ปที ี่..........
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขาเครอ่ื งมือกล
ระยะเวลาทใี่ ช้ทำวจิ ัย ปกี ารศกึ ษา 2560
ทีอ่ ยู่ท่ีติดตอ่ ได้สะดวก พรอ้ มหมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ท่อี ยทู่ ี่ 138 หมู่ท่ี 8 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชมุ พร 86000
(e-mail) [email protected]
4. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นายณฐั วฒุ ิ รองมาลี
Name – Surname (ภาษาองั กฤษ) Mr. Nattawut Rongmalee
เลขหมายบตั รประจำตวั ประชาชน 1869900343027
ระดับการศกึ ษา  ปวช. ชน้ั ปีท่ี..........  ปวส. ช้ันปีท.ี่ .....1.... ทล.บ. ชนั้ ปีท.่ี .........
สาขาวชิ าเทคนิคการผลิต สาขาเครื่องมอื กล
ระยะเวลาทใ่ี ช้ทำวิจัย ปกี ารศึกษา 2560
ทอ่ี ยู่ท่ตี ดิ ต่อไดส้ ะดวก พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร และไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์
ทีอ่ ยทู่ ี่ 138 หมู่ท่ี 8 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวดั ชมุ พร 86000
(e-mail) [email protected]

28

ประวตั ิครูที่ปรกึ ษา (ไมเ่ กิน 5 คน)

1. ชื่อ นายอภิชาติ นามสกลุ เนินพรหม
Name – Surname (ภาษาองั กฤษ) Mr, Apichat Nernprom
เลขหมายบตั รประจำตัวประชาชน 3809900034446
ตำแหนง่ ปจั จบุ ันครเู ชี่ยวชาญ แผนกวิชา ช่างกลโรงงาน
เงินเดือน 40,190 บาท
หนว่ ยงานและสถานที่อยู่ท่ีตดิ ตอ่ วทิ ยาลยั เทคนคิ ชุมพร ท่ี 138 หมู่ท่ี 8 ตำบลนาชะองั
อำเภอเมอื ง จงั หวดั ชมุ พร 86000
ประวัติการศกึ ษา ปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต (วิจัยวัดผลและสถิติศึกษา)

2. ชอื่ นายทพิ ยร์ ตั น์ นามสกุล ทพิ ยก์ รรณ
Name – Surname (ภาษาอังกฤษ) Mr. Tiprat Tipkun
เลขหมายบัตรประจำตวั ประชาชน 3860100142807
ตำแหนง่ ปัจจุบันครูชำนาญการ แผนกวชิ า ช่างกลโรงงาน
เงินเดือน 36,030 บาท
หน่วยงานและสถานทอี่ ยู่ทต่ี ิดตอ่ วทิ ยาลยั เทคนคิ ชุมพร ที่ 138 หมู่ท่ี 8 ตำบลนาชะอัง
อำเภอเมือง จังหวัดชมุ พร 86000
ประวตั ิการศกึ ษา ครศุ าสตรอ์ ุตสาหกรรมบณั ฑิต (วิศวกรรมอุตสาหการ)

29
สว่ นท่ี 2 แบบรายงานการวิจัย

แบบรายงานการวจิ ยั
เรอ่ื ง

อุปกรณต์ ดั แตง่ หอยแมลงภู่
(Green Mussel Cutter)

วิทยาลัยเทคนิคชุมพร

อาชีวศกึ ษาจังหวัดชุมพร
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

กระทรวงศึกษาธกิ าร

30

ชื่อผลงาน อปุ กรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่

ชือ่ ผูว้ ิจัย 1. นายยัญไนอู้ ปวส. 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต

2. นายพงษ์ศิริ พรมทัศ ปวส. 1 สาขาวชิ าเทคนิคการผลิต

3. นายณฐั วุฒิ รองมาลี ปวส. 1 สาขาวิชาเทคนคิ การผลิต

4. นายจณิ วัตร นอ้ ยนาเวศ ปวส. 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต

แผนกวชิ า ช่างกลโรงงาน

ปีการศกึ ษา 2560

สถานศึกษา วทิ ยาลยั เทคนิคชมุ พร

บทคดั ยอ่

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่และหาประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตัด

แต่งหอยแมลงภู่ กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ ต.ทุ่งค่า อ.เมือง จ.ชุมพร จำนวน 10 คน

เคร่ืองมือที่ใช้วิจัยประกอบด้วย 1)อุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ 2) แบบประเมินผลคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ

3) แบบประเมินความพึงพอใจและ 4)แบบบันทึกผลการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉล่ีย ส่วน

เบ่ียงเบนมาตรฐาน และหาประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่เทียบกับวิธีการปกติ ผลการวิจัย

พบวา่ อปุ กรณต์ ดั แตง่ หอยแมลงภู่ท่ีสร้างข้ึนมลี ักษณะผสานระหวา่ งกรรไกรกับใบมดี โดยมสี กรูยึดท่ีสามารถ

ถอดใบมีดออกมาลับคมได้ มีความยาว 30 ซม. น้ำหนัก 350 กรัม สามารถใช้ในการตัดหนวดหอยแมลงภู่

และแต่งเพรียงหินออกจากเปลือกหอยได้อย่างรวดเร็วอำนวยความในการใช้งานเพิ่มผลผลิตและลด

อุบัติเหตุได้เป็นอยา่ งดีมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมากและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่พบว่า

อปุ กรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ทำได้ปริมาณเฉลี่ยต่อช่ัวโมง 17 กโิ ลกรัม/ ชั่วโมง และใช้มดี สบั ได้ปรมิ าณเฉล่ีย

13.60 กโิ ลกรัม/ ช่วั โมง โดยประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่ทสี่ ร้างข้ึนสงู กวา่ การใช้มีดสบั (วิธี

ปกต)ิ รอ้ ยละ 25 โดยผู้ใชง้ านมคี วามพึงพอใจอยูใ่ นระดับมาก

คำสำคญั อุปกรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ ประสทิ ธิภาพของอปุ กรณ์

31

Title Green Mussel Cutter

Researcher 1. Mr. Yannaiooh High Vocational 1, Production Technology

2. Mr. Pongsiri Promtat High Vocational 1, Production Technology

3. Mr. Nattawut Rongmalee High Vocational 1, Production Technology

4. Mr.Jinnawat Noinawet High Vocational 1, Production Technology

Department Machine Shop

Academy Year 2560

Institute Chumphon Technical College

Abstract

This research was aimed at creating a mussel trimmer and finding the efficiency of
the mussel trimmer. The target group was 10 mulberry farmers in Tungkha Sub-area

Muang District, Chumphon Province. 1) Green Mussel Cutter 2) Quality Evaluation by
Expert 3) Satisfaction and 4) Record of results Data Analysis by Average standard deviation.

The efficiency of the green mussel cutter was compared with the normal method. The
research found that The green mussel cutter creates between the scissors and the blade,
with a screw that removes the sharp blade. It is 30 cm long and weighs 350 g. It can be

used to cut the green mussel beetle and quickly remove the stone from the shells,
improve productivity, reduce accidents, improve quality and efficiency of trimming

equipment. Mussel The average milling capacity of the mussel was 17 kg / hr. and the
average cutting time was 13.60 kg / hr. The efficiency of the green mussel cutter was
higher than that of the chopper cutter, 25% The user satisfaction level is very high.

Keyword : green mussel cutter, efficiency

32

กติ ตกิ รรมประกาศ

งานวิจัยการสร้างและหาประสิทธิภาพของอุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่สำเรจ็ ลลุ ่วงไปไดด้ ้วยดคี ณะ
ผู้ดำเนินการต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชุมพร นายวีรศักด์ิ อินทร์กกลับที่อนุญาตให้
ดำเนินงานวิจยั นแ้ี ละหัวหนา้ งานวิจัยพัฒนานวตั กรรมและสง่ิ ประดิษฐ์ วทิ ยาลัยเทคนิคชุมพรทใี่ หค้ ำปรึกษา
คำแนะนำตลอดจนให้ความความรู้อย่างดีย่ิง ผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งและขอกราบขอบพระคุณเป็น
อยา่ งสงู มา ณ โอกาสนี้และขอขอบพระคุณอาจารยท์ ่ปี รกึ ษา ดร.อภิชาติ เนินพรหม อ.ทิพย์รัตน์ ทิพยก์ รรณ์
ให้คำปรึกษาท่ีเป็นประโยชน์ทำให้งาวิจัยน้ีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณผู้เช่ียวชาญครูแผนกวิชาช่างกล
โรงงานทุกท่านท่ปี ระเมินคณุ ภาพของเครื่องมือและให้คำแนะนำเพ่อื ความถูกต้องสมบูรณ์ของเครอื่ งมอื วจิ ัย
เป็นประโยชน์ต่อการสร้างอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่และขอขอบคุณกลุ่มเป้าหมายเกษตรกรผู้เล้ียง
หอยแมลงภู่ ต.ทงุ่ คา อ.เมือง จ.ชุมพรทุกคนทใี่ ห้ความรว่ มมอื ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลเป็นอยา่ งดี

คณะผดู้ ำเนินการ
พฤศจิกายน 2560

สารบัญ 33

เร่ือง หน้า
บทคัดยอ่ ภาษาไทย ข
บทคัดยอ่ ภาษาองั กฤษ ค
กติ ตกิ รรมประกาศ ง
สารบัญ ง
รายการตาราง ช
รายการภาพ ซ
บทที่ 1 บทนำ
1
1.1 ทมี่ าและความสำคญั ของสิง่ ประดิษฐ์ 1
1.2 วัตถุประสงคข์ องงานวจิ ัย 2
1.3 ขอบเขตของการวจิ ัย 2
1.4 ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั 2
1.5 นิยามศพั ท์เฉพาะ 2
1.6 กรอบแนวคิดในการวิจยั
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 3
2.1 คมตัดและลักษณะของคมตัด 8
2.2 หอยแมลงภู่ 10
2.3 งานวิจยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
บทท่ี 3 วธิ ีดำเนินการวิจยั 11
3.1 วเิ คราะหส์ ภาพปัญหา (Analysis) 12
3.2 ออกแบบและพัฒนา (Design and Development) 15
3.3 ทดลองใช้ (Implement) 16
3.4 ประเมินผลการใช้ (Evaluation)
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล 17
ตอนที่ 1 ผลการสรา้ งอปุ กรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่ 18
ตอนท่ี 2 ผลการหาประสทิ ธภิ าพของอปุ กรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่
บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 20
5.1 สรุปผลการวิจยั 20
5.2 การอภิปรายผล 20
5.3 ข้อเสนอแนะ

สารบญั (ตอ่ ) 34

เรื่อง หน้า
21
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก 23
25
เครอื่ งมอื เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 26
ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
ประวัตผิ ู้วจิ ยั

รายการตาราง 35

ตาราง หนา้
4.1 ผลการตัดแต่งหอยโดยใชอ้ ปุ กรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่และการใช้มดี สับตดั แต่ง 18
4.2 คา่ เฉลีย่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของผู้ใช้อปุ กรณ์ตัด 19
แต่งหอยแมลงภู่

36

รายการภาพ

ภาพ หน้า

1-1 กรอบแนวคิดของการวจิ ยั “อปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภ่”ู 2

2.1 ลกั ษณะของคมตดั เดยี่ ว (Single cutting tool) 6

2.2 (ก)และ (ข) ลักษณะของคมของกรรไกรและมดี 7

2.3 อุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภูท่ ี่ผสมผสานระหว่างคมตัดของกรรไกรและมดี 7

2.4 ลกั ษณะส่วนเปลือกและเน้ือของหอยแมลงภู่ 8

2.5 ลกั ษณะลำตัวส่วนออ่ นหรือเน้ือหอย 9

2.6 หอยแมลงภู่และเพรียงทะเลท่ีเกาะติดกบั เปลือกหอย 9

2.7 เมนูอาหารหลากหลายจากหอยแมลงภู่ 10

3.1 หอยแมลงภรู่ อตัดแตง่ เพรยี ง 11

3.2 ลกั ษณะของหอยแมลงภูก่ อ่ นตดั แต่งและวธิ ีการตดั แตง่ หอยโดยใช้มดี 12

3.3 ตดั หนวดหอยและเพรียงหินทีต่ ดิ มากบั หอยแมลงภู่ 12

3.4 อปุ กรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ (รา่ งต้นแบบ) 13

3.5 (ก)-(ค) อุปกรณ์อุปกรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ตน้ แบบพฒั นาขนึ้ 3 รปู แบบ 13

3.6 อปุ กรณอ์ ปุ กรณต์ ดั แตง่ หอยแมลงภู่ที่พัฒนาข้ึน 14

3.7 ผูเ้ ชยี่ วชาญประเมนิ อุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภทู่ ่สี รา้ งขน้ึ 15

3.8 การทดลองเปรยี บเทียบการตดั แตง่ หอยแมลงภ่โู ดยใช้อุปกรณแ์ ละวธิ ีเดมิ ใช้มีดสบั 16

37

บทที่ 1

บทนำ

1.1 ทมี่ าและความสำคญั ของสิง่ ประดษิ ฐ์
หอยแมลงภู่ เป็นสตั วท์ ะเลทมี่ ีคุณคา่ ทางเศรษฐกิจอกี ชนิดหนงึ่ หอยชนิดนี้สามารถทำรายได้เข้า

สู่ประเทศแต่ละปีเป็นเงินจำนวนมาก เป็นอาหารทะเลที่มีรสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึง
เปน็ ที่นิยมบริโภคกนั อย่างแพรห่ ลาย โดยสามารถนำมาทำเปน็ อาหารรับประทานสดหรือเพ่ือเป็นการถนอม
อาหารในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การทำเค็ม ตากแห้ง หมกั ดอง เปน็ ตน้ (นพิ นธ์ ศิริพนั ธ์, 2553) ลกั ษณะทั่วไป
ของหอยแมลงภู่ เปลือกมีลักษณะและขนาดเท่ากันท้ัง 2 ฝา ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ
ส่วนของเปลือกซึ่งยาวรีรูปไข่ ด้านหน้าแหลม ท้ายป้าน ผิวด้านนอกของเปลือกเรียบมีสีเขียวเข้ม หรือสี
น้ำตาลไหม้ ด้านในเป็นสีมุก ส่วนที่สองคือเน้ือหอยและมีรากหรือซัง (byssus) ซงึ่ เป็นเส้นใยมีลักษณะเป็น
เสน้ สีนำ้ ตาล เหนยี ว อยู่บริเวณฐานของเท้าซ่งึ หอยใช้สำหรบั ยึดเกาะกับเสาไม้ หิน หรอื วัสดุอืน่ ๆ ท่ีอยใู่ นน้ำ
(วันทนา อยู่สุข, 2551)

ผลผลิตหอยแมลงภู่ทุกวันนส้ี ่วนใหญไ่ ดจ้ ากแหล่งเลย้ี งในท้องทจ่ี ังหวัดชายฝ่ังทะเล ทั้งในบริเวณ
ชายฝ่ังของอ่าวไทยตอนนอก ชายฝ่ังภาคตะวันออก และภาคใต้ ( กรมประมง, 2546) โดยเฉพาะอย่างย่ิง
จังหวัดชุมพร ซ่ึงมีพ้ืนที่ติดชายฝ่ังทะเลยาวถึง 222 กิโลเมตรจึงมีอาชีพเล้ียงหอยแมลงภู่ เป็นจำนวนมาก
วิธีการเลี้ยง จะใช้ไม้ไผ่ปักในทะเลประมาณ 3 เดือน เพื่อให้ลกู หอยแมลงภู่มาเกาะ โดยเอาอวนมาหุ้มเพื่อ
ปอ้ งกนั หอยรว่ ง เล้ียงไปประมาณ 7-8 เดือนก็จะได้หอยท่ีมีขนาด 20 ตัวต่อกิโลกรมั นำมาขายได้กิโลกรัม
ละ 4 บาท ถ้าขูดเพรียงทำความสะอาดจะขายได้กิโลกรัมละ 5-6 บาท ปีหน่ึงทำเงินได้ประมาณ 150,000
บาท ซึ่งก็ดีกว่าการทำประมง เพราะเปน็ อาชีพที่รายได้แนน่ อน ตลาดมีความต้องการสมำ่ เสมอ (ศภุ ชัย นิล
วานิช,2553)

ปัญหาของผ้เู ล้ยี งหอยแมลงภู่ในการจัดจำหน่ายให้ได้ราคา หอยแมลงภู่ต้องล้างและตดั แตง่ เอา
เพรียงทะเลและซังหอยออกก่อนจึงนำไปจำหน่ายเพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้น โดยในข้ันตอนการล้างและตัด
เพรียงทะเลออกมักถูกเปลือกหอยท่ีแหลมคมและเพรียงทะเลบาดมือ โดยส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ เช่น มีด
กรรไกรในการเคาะเพรยี งทะเลและตัดซังหอย ซึ่งอาจเกิดอันตรายขณะปฏิบัตงิ านและเกิดอาการเม่ือยลา้ ได้
เมอ่ื ทำงานไปนาน ดังน้ันคณะผู้ดำเนินการสิ่งประดษิ ฐ์จึงมีแนวคดิ ในการสร้างการพัฒนาอปุ กรณส์ ำหรับตัด
และแต่งหอยแมลงภู่เพือ่ แก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้มีอาชีพเล้ียงหอยแมลงภู่เพอื่ อำนวยความสะดวก เพ่ิม
จำนวนผลผลิตและมีความปลอดภัยในการทำงานสงู

1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจยั
1.2.1 เพ่ือสร้างอปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่
1.2.2 เพ่ือหาประสทิ ธิภาพของอปุ กรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่

1.3 ขอบเขตของการศกึ ษาวจิ ยั
สร้างอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ที่มอี ัตราการผลติ 15 กโิ ลกรัมตอ่ คนต่อช่วั โมง และ ทดลองใช้กับ

พื้นที่ จ. ชุมพร

38
1.4. ประโยชน์ที่ไดร้ บั

1.4.1 อุปกรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่ที่สรา้ งข้ึนสามารถเพ่มิ อัตราการผลิตสามารถใช้เป็นเคร่อื งมือทุ่นแรง
ลดเวลาในการผลิต มีความเหมาะสมในการใชง้ านกับเกษตรกรที่มีอาชีพเกีย่ วกบั การล้ยี งหอยแมลงภู่

1.4.2 เกษตรกรทม่ี อี าชพี เกีย่ วกับการเลี้ยงหอยแมลงภู่ได้รับผลตอบแทนในการจำหน่ายหอยแมลงภู่
ต่อหน่วยสูงขึ้น

1.4.3 อปุ กรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผใู้ ช้งานได้เปน็ อยา่ งดี
1.4.4 อุปกรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่สามารถช่วยลดอุบตั ิเหตจุ ากการทำงานไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

1.5. นยิ ามศัพท์เฉพาะ

1.5.1 อุปกรณต์ ดั แต่งหอยแมลงภู่ หมายถึง เครอื่ งมอื สำหรับใช้ในการตดั แตง่ หอยแมลงภู่ท่ีผสมผสาน
ระหว่างใบมดี และกรรไกรในอนั เดียวกันสำหรับตดั และแต่งหอยแมลงภู่โดยใช้แรงงานคนทำ

1.5.2 ประสิทธภิ าพของอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ หมายถงึ รอ้ ยละของปรมิ าณ (กิโลกรมั /ชวั่ โมง)
ของหอยแมลงภ่ทู ี่ทำไดด้ ้วยอุปกรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภเู่ ทียบกบั ปริมาณที่ทำได้ดว้ ยวิธปี กติ
1.6 กรอบแนวความคิดของการวิจัย

การสรา้ งอปุ กรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ผูว้ จิ ัยดำเนินการตามกระบวนการวจิ ยั และพฒั นานวัตกรรม 4 ข้นั
ตอนดงั น้ี ขั้นท่ี 1 วิเคราะห์ปญั หา (Analysis) ขัน้ ที่ 2 ออกแบบและพฒั นา(Design and Development)
ขน้ั ที่ 3 ทดลองใช้ (Implement) และข้นั ที่ 4 ประเมินผล (Evaluation) มกี รอบแนวคิดในการวิจยั ดังภาพ
ที่ 1.1

ภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดของการวจิ ยั “อุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู”่

39

บทท่ี 2

เอกสารงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับอปุ กรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภู่ ผูว้ ิจยั ได้ศกึ ษาค้นควา้ และรวบรวม
ขอ้ มูลตามลำดับหวั ขอ้ ดงั น้ี

2.1 คมตัดและลักษณะของคมตดั
2.2 หอยแมลงภู่
2.3 งานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

2.1 คมตัดและลกั ษณะของคมตดั
2.1.1 วัสดุท่ีใช้ทำมีดตัด (Tool Materials)
จากลักษณะการชำรุดของเคร่ืองมือตัด 3 ลักษณะ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้สามารถระบุ

คุณสมบัติทีส่ ำคญั 3 ประการ ของวัสดุที่ควรจะนำมาทำเคร่ืองมอื ตัด ดังน้ี
1) Toughness เปน็ ความสามารถของวัสดทุ ี่จะรบั พลงั งานโดยไม่เกดิ การพังหรอื แตกหกั วัสดทุ ่ี

จะใช้ทำมีดตดั ควรมีลกั ษณะผสมระหวา่ ง ความแขง็ แรง (strength) และความเหนียว (ductility)
2) Hot hardness เป็นความสามารถของวัสดุที่จะยงั คงความแข็งไวไ้ ด้ทอ่ี ณุ หภมู ิสงู
3) Wear resistance เป็นความสามารถของวสั ดใุ นการตา้ นทานการสกึ หรอ ซึง่ คณุ สมบัติท่ี

สำคัญทีส่ ุดในการต้านทานการสึกหรอคือ ความแขง็
วสั ดุท่ใี ชท้ ำมดี ตดั ควรมีคุณสมบตั ิสำคัญทง้ั 3 ประการข้างต้น จะมากน้อยแตกต่างกนั อย่างไรขนึ้ อยู่

กับวัสดุที่เลือกมาใช้ วัสดุท่ีนิยมนำมาใช้ทำมีดตัด ได้แก่ เหล็กกล้าคาร์บอน (plain carbon and low
alloy steels) เหลก็ กล้าความเรว็ สูง (high-speed steel, HSS) โลหะผสมโคบอลท์ (cast cobalt alloys)
ซเี มนตค์ าร์ไบด์ (cemented carbides เซรามิกส์ (ceramics) เพชร (synthetic diamond) เป็นต้น

การพัฒนาวัสดุท่ีใช้ทำมีดตดั เกิดขึ้นเนื่องจากความต้องการความเร็วในการตัดท่ีสูงข้ึน ทำให้ต้องมี
การพัฒนาวสั ดุที่สามารถทนความรอ้ นและรับแรงทค่ี วามเรว็ สูงๆ ได้ วัสดุบางชนิดแม้จะมกี ารพัฒนามานาน
แต่ยังเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเช่น เหล็กกล้าความเร็วสูง (high-speed steel) การพัฒนาวัสดุ
ในช่วงหลงั ๆ จะเน้นท่ีส่วนผสมของโลหะผสมท่มี ีคุณสมบัติพิเศษ รวมถงึ การพิจารณาโลหะวิทยาของวัสดุ
ในบทนจี้ ะกลา่ วถึงคณุ สมบัตขิ องวสั ดุท่ใี ช้ทำมีดตัดบางชนิด ดงั นี้

1) Plain Carbon and Low-alloy Tool Steels เหล็กกล้าคาร์บอน หรือเหลก็ กล้าท่มี ี
สว่ นผสมของโลหะผสมอ่ืนๆ ตำ่ เป็นวัสดชุ นดิ แรกๆ ทถี่ กู พฒั นาใช้ทำมีดตัดก่อนท่จี ะมกี ารพฒั นาเหล็กกลา้
ความเรว็ สูง เหล็กกลา้ คารบ์ อนทจ่ี ะใช้ในการตัดสามารถทำให้มคี วามแขง็ สูงถงึ 60 Rockwell C แต่ใน
ปจั จบุ นั ไมค่ ่อยนยิ มใชใ้ นอตุ สาหกรรมเนอื่ งจากทำงานได้ไม่ดใี นสภาวะการตัดที่เกิดความรอ้ นสงู ยกเวน้ ใน
งานทม่ี ีความเรว็ ในการตดั ตำ่ ๆ

2) High-Speed Steel (HSS) เหล็กกล้าความเร็วสูงจะมีส่วนผสมของโลหะผสมมากข้ึนทำให้
สามารถคงความแข็งของวัสดุได้ดีท่ีอุณหภูมิสงู เมอ่ื เทียบกับเหล็กกลา้ คาร์บอน จงึ สามารถใช้งานท่ีความเร็ว
ตัดสูงๆ ได้ เหล็กกล้าความเร็วสูงมีหลายชนิดแต่สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ โดยสถาบันเหล็กกล้า
อเมริกัน (AISI)ได้แก่ 1) ชนิดท่ีผสมทังสเตน (tungsten type) เรียกว่า เหล็กเกรดที(T-grades) และ 2)
ชนิดท่ีผสมโมลิบดินัม (molybdenum type) เรียกว่า เหล็กเกรดเอ็ม (M-grades)เหล็กกล้าชนิดท่ีผสม

40

ทังสเตน จะมที งั สเตน (W) เป็นโลหะผสมหลักในอัตราส่วน 12 - 20%นอกจากนยี้ งั มโี ลหะผสมอ่ืนๆ อกี เช่น
โครเมียม (chromium, Cr) ประมาณ 4% และวานาเดียม (vanadium, V) 1 - 2% เหล็กกล้าความเร็วสูง
เกรดที ท่ีเป็นท่ีรู้จักและใช้กันมากชนิดหน่ึงคือ T1 หรือเหล็กกล้าความเร็วสูงชนิด 18-4-1 จะมีโลหะผสม
ดังนี้18% W, 4% Cr และ 1% Vเหล็กกลา้ ชนิดท่ีผสมโมลิบดินัม จะมีทังสเตนและโมลิบดินัมเป็นส่วนผสม
หลักในอัตราส่วน6% และ 5% ตามลำดับ รวมทั้งโลหะผสมอื่นๆ เช่นเดียวกับเหล็กเกรดที สำหรับ
คุณสมบัติของโลหะผสมชนิดต่างๆที่เติมในเหล็กกล้าความเร็วสูงเหล็กกล้าความเร็วสูงทั่วไปจะมีส่วนผสม
ของคารบ์ อน (C) ประมาณ 0.75 - 1.5% ในทางการค้าเหล็กกล้าความเร็วสูงจะมีความสำคัญและนิยมใช้
กนั มากในปัจจบุ ันแม้จะมีการใช้งานมานานแล้ว โดยจะเหมาะกบั มีดตัดหรือเครื่องมือตัดท่ีมรี ูปร่างซับซ้อน
เชน่ ดอกเจาะ ดอกต๊าป หรือมีดกัดเป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถผา่ นกระบวนการทางความรอ้ นให้มีความ
แข็งสูงถึง 65 Rockwell Cรวมถึงมีค่า Toughness ท่ีค่อนข้างสูงเม่ือเทียบกับวัสดุชนิดอ่ืน เช่น เซรามิกส์
หรอื ซีเมนต์คาร์ไบดส์ ำหรบั การปรับปรงุ คุณสมบัติหรอื เพิม่ ประสิทธภิ าพในการตัดของวัสดุชนดิ นใ้ี ห้ดีข้ึนทำ
ได้โดยการเคลือบผวิ ดว้ ยไททาเนียมไนไตรด์ (Titanium nitride, TiN)

3) Cast Cobalt Alloys โลหะผสมโคบอลท์ จะประกอบไปด้วย โคบอลท์ประมาณ 40 –
50%, โครเมียมประมาณ 25 -35%, ทงั สเตนประมาณ 15 - 20% และโลหะผสมอ่ืนๆ เคร่อื งมอื ตัดหรือมีด
ตัดที่ทำจากวสั ดุชนิดน้ีจะถกู ผลิตให้มีรูปร่างที่ต้องการด้วยกระบวนการหล่อในแม่พิมพ์กราไฟต์แลว้ ทำการ
เจียระไนให้มีรูปรา่ งและความคมตามตอ้ งการ คุณสมบตั ิในการทนการสึกหรอ (wear resistance) จะมีค่า
สูงกว่าเหล็กกล้าความเร็วสูงแต่ไม่ดีเท่าซีเมนต์คาร์ไบด์ คุณสมบัติเรื่อง toughness จะสูงกว่าซีเมนต์คาร์
ไบดแ์ ตไ่ มด่ เี ท่าเหล็กกล้าความเร็วสงู สว่ นคา่ ความแข็งในการทำงานในสภาวะทม่ี ีความรอ้ นสงู (hot
hardness) ของโลหะผสมโคบอลท์จะมีค่าอยู่ระหวา่ งวัสดทุ ้ังสองมดี ตัดทที่ ำจากวัสดชุ นิดนี้จะเหมาะกับการ
กัดหยาบ (heavy roughing cuts) ที่ความเร็วสูงกว่ามีดตัดท่ีทำจากเหล็กกล้าความเร็วสูงและท่ีอัตราการ
ป้อนสูงกว่ามีดตัดท่ีทำจากซีเมนต์คาร์ไบด์และสามารถใช้ตัดหรือกัดชิ้นงานที่ทำจากท้ังโลหะและอโลหะ
รวมถึงพลาสติกและกราไฟต์ ปัจจุบันมีดตัดที่ทำจากโลหะผสมโคบอลท์มีความสำคัญน้อยกว่ามีดตัดที่ทำ
จากเหล็กกล้าความเรว็ สูงและซีเมนต์คาร์ไบด์

4) Cemented Carbides เป็นกลุ่มของวัสดุที่ทำจากทังสเตนคาร์ไบด์ (WC) โดยใช้เทคนิคการ
ขึ้นรูปด้วยโลหะผง (powder metallurgy technique) โดยมีโคบอลท์เป็นวัสดุประสาน รวมถึงอาจมี
สว่ นผสมอ่ืนๆ เช่น ไททาเนียมคารไ์ บด์ (TiC) และ แทนทาลัมคาร์ไบด์ (TaC) ในช่วงแรกของการทำมีดตัด
จากซีเมนต์คาร์ไบด์ส่วนผสมหลักจะเป็นทังสเตนคาร์ไบด์และโคบอลท์ซ่ึงสามารถใช้ในการกัด12 ช้ินงาน
เหล็กหล่อและชิ้นงานที่ไม่ใช่โลหะเพราะสามารถใช้งานที่ความเร็วตัดสูงกว่ามีดตัดที่ทำจากเหล็กกล้า
ความเรว็ สูงและโลหะผสมโคบอลท์ แต่พบวา่ การสึกหรอแบบ crater wear เกิดข้ึนอย่างรวดเร็วทำให้อายุ
การใช้งานของมีดตัดที่ทำจากซีเมนต์คาร์ไบด์ในยุคแรกๆ ค่อนข้างส้ันและไม่เหมาะกับการตัดช้ินงานที่ทำ
จากเหล็ก จากนั้นมีการค้นพบส่วนผสมที่ทำให้การสึกหรอลดลงได้แก่ การเติมไททาเนียมคาร์ไบด์ (TiC)
และแทนทาลัมคาร์ไบด์ (TaC) ซึ่งส่วนผสมใหม่นี้สามารถใช้ในการตัดหรือกัดชิ้นงานท่ีทำจากเหล็กได้ด้วย
ดังนั้นซีเมนต์คาร์ไบด์จงึ สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1) เกรดที่ใช้ตดั ชิน้ งานที่ไม่ใชเ่ หลก็ (non-
steel cutting grade) เช่น อลูมิเนียม ทองเหลือง ทองแดงแมกนีเซียม เหล็กหล่อ จะมีส่วนผสมหลักคือ
ทังสเตนคารไ์ บด์และโคบอลท์ (WC-Co), 2) เกรดท่ใี ช้กบั ชนิ้ งานที่ทำจากเหลก็ (steel cutting grade) เช่น
เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ สแตนเลส หรอื โลหะผสมกลมุ่ เหลก็ อื่นๆ จะเพ่ิมสว่ นผสมอีกสองอยา่ งคือ ไททาเนยี ม
คาร์ไบด์ (TiC) และ แทนทาลัมคาร์ไบด์ (TaC) คุณสมบัติของซีเมนต์คาร์ไบด์ท้ังสองเกรดจะคล้ายๆ กัน
ได้แก่ 1) มีค่าความทนแรงอัดสูง (high compressive strength) แต่มีค่าความทนแรงดึงต่ำถึงปานกลาง
(low-to-moderate tensile strength), 2) ความแข็งสูง (high hardness), 3) ความแข็งในการทำงานที่

41

อุณหภูมิสูงมีค่าสูง (high hot hardness), 4) ความทนต่อการสึกหรอสูง (high wear resistance), 5) ค่า
การนำความร้อนสูง (high thermal conductivity), 6) ค่าโมดูลัสของอีลาสติกสูง (high modulus of
elasticity), 7) ค่า toughness ต่ำกว่าเหล็กกล้าความเร็วสูงส่วนผสมของซีเมนต์คาร์ไบด์จะมีความ
หลากหลาย

5) Ceramicsเซรามิกส์เป็นวัสดุท่ีมีส่วนผสมหลักคือ อลูมิเนียมออกไซด์ (Al 2 O 3 ) ท่ีมีเกรน
ละเอียดมาก ในปริมาณ 99% โดยประมาณ และอาจมีออกไซด์ชนิดอื่นๆ ผสมอยู่ด้วยเล็กน้อยเช่น
เซอร์โคเนียมออกไซด์ (zirconium oxide) เซรามิกส์ถูกผลิตโดยกระบวนการกดอัดข้ึนรูปท่ีความดันและ
อณุ หภูมิสูงโดยไม่ต้องใช้วัสดุประสาน (sintering process) มีดตัดที่ทำจากเซรามิกส์จะใช้งานได้ดีเยีย่ มใน
การกลงึ เหล็กหล่อและเหล็กกล้าท่ีความเรว็ สงู โดยเฉพาะในการกลึงละเอียดซึ่งจะใหผ้ ิวชิ้นงานที่ดีมาก แต่
ไม่เหมาะอย่างย่งิ ในการกดั หยาบเนื่องจากมคี า่ toughness ต่ำ นอกจากนี้มดี ตดั ที่มสี ว่ นผสมของอลูมิเนียม
ออกไซดม์ ักถกู ใชอ้ ย่างแพรห่ ลายในงานขัดละเอยี ด (abrasive) เช่น การเจียระไน

6 ) Synthetic Diamonds and Cubic Boron Nitride Synthetic Diamonds ห รือ เพ ช ร
สังเคราะห์ ในบรรดาวัสดทุ ้ังหลายที่เรารู้จักเพชร (diamond)นับเป็นวัสดุท่ีมีความแข็งท่ีสุด จากการวัดค่า
ความแข็งพบวา่ เพชรจะมคี ่าความแข็งมากกว่าทงั สเตนคาร์ไบดแ์ ละอลูมิเนียมออกไซด์ประมาณ 3 – 4 เท่า
เน่อื งจากความแข็งเป็นคุณสมบัติสำคญั ประการหนึ่งของมดี ตดั ที่ดีทำใหเ้ พชรเป็นหนึ่งในวสั ดุทถ่ี ูกพิจารณา
มาใชง้ าน กระบวนการผลิตมีดตัดท่ที ำจากเพชรสังเคราะห์ทำไดโ้ ดยกระบวนการกดอดั ข้ึนรูปเพชรท่มี ีเกรน
ละเอียดมากที่ความดันและอุณหภูมิสูงโดยไม่ต้องใช้วัสดุประสาน สำหรับการใช้งานของมีดตัดที่ทำจาก
เพชรจะนิยมใช้ในการกัดชิ้นงานท่ีไม่ใช่เหล็กท่ีความเร็วสูงและใช้ในการขัดผิวชิ้นงานท่ีไม่ใช่โลหะเช่น ไฟ
เบอร์กลาส (fiberglass) และกราไฟต์ ส่วนชน้ิ งานที่ทำจากเหล็กไม่ค่อยนิยมใชก้ ับมีดตัดชนิดนี้เน่ืองจากจะ
เกิดปฏิกริ ยิ าทางเคมีระหว่างเหล็กกับคาร์บอนในเพชร Cubic Boron Nitride (CBN) เป็นวสั ดุที่มีความแข็ง
รองลงมาจากเพชร กระบวนการผลิตจะเหมือนกันคอื ใช้การกดอัดทคี่ วามดันและอุณหภูมิสงู โดยปกติมักใช้
ในการเคลือบผิวมีดตดั ทท่ี ำจาก14ซเี มนต์คารไ์ บด์ และเนือ่ งจาก CBN จะไมท่ ำปฏกิ ิริยากบั เหล็กและนกิ เกิล
เหมอื นกบั เพชร ทำให้เป็นทีน่ ยิ มใชใ้ นการกัดชิน้ งานท่ีทำจากเหล็กกลา้ และโลหะผสมนิกเกิลวสั ดทุ ้ังสองจะมี
ราคาแพง ดงั น้ันการนำมาใชง้ านจำเป็นตอ้ งคำนึงถึงตน้ ทนุ ด้วย

2.1.2 รปู ร่างของมีดตัด (Tool Geometry)
เครื่องมือตัดหรือมีดตัดจะต้องมีรูปร่างเหมาะสมกับวิธีการหรือกระบวนการกัด ดังน้ันการ

จำแนกประเภทของมีดตัดวธิ ีหน่ึงคือการพิจารณาวิธกี ารหรือกระบวนการที่ใช้ เช่น การกลึง การไสการกัด
การเจาะ การเรียกชื่อมีดตัดจึงเรียกตามกระบวนการดังกล่าว เช่น มีดกลึง มีดตัด มีดกัด ดอกเจาะ
ดอกตา๊ ป (Tap) เป็นต้น ดังที่กลา่ วถงึ ในบททีผ่ ่านมาวา่ มีดตัดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคอื มีดตัดคม
เดียว (single-point tools) และมีดตัดหลายคม (multiple-cutting-edge tools) ในส่วนของการ
พจิ ารณารูปร่างของมดี ตดั นี้จะกลา่ วถงึ มดี ตดั คมเดียวเท่านั้น สว่ นมีดตดั หลายคมสามารถประยุกตห์ ลักการ
เดียวกันในการพิจารณารูปร่างมีดตัดท่ีเหมาะสมได้รูปร่างของมีดตัดคมเดียว (Single-point tool
geometry) รปู ร่างของมดี ตัดคมเดียวโดยท่วั ไปและรายละเอียดแสดงได้ดังภาพที่ 2.1

42

ภาพที่ 2.1 ลักษณะของคมตดั เดี่ยว (Single cutting tool)

ตัดคมเดียวบริเวณหน้ามีดที่เรียกว่า rake face พิจารณาจากมุมสำคัญ 2 มุมคือ back rake angle (b a)
และ side rake angle (a a) ซ่ึงมุมท้ังสองนี้จะใช้ในการพิจารณาทิศทางการไหลของเศษตัดบนหน้ามีด
ส่วนผิวของมีดตัดบริเวณ flank จะพิจารณาจากมุม 2 มมุ คือ end relief angle (ERA) และ15side relief
angle (SRA) ซ่ึงมุมท้ังสองนี้จะใช้พิจารณาขนาดของระยะเผ่ือ (clearance) ระหว่างมีดตัดกับผิวหน้าใหม่
ของชนิ้ งาน คมตดั ในมดี ตัดคมเดยี วจะแบ่งเป็น 2 สว่ นคือ side cutting edge และend cutting edge ซ่ึง
แยกออกจากกันที่ส่วนมุมของมีดตัด (tool point) ท่ีมีรัศมีคงที่ค่าหนึ่งเรียกว่าnose radius (NR) สำหรับ
มุมที่เรียกว่า side cutting edge angle (SCEA) เป็นตัวพิจารณาการเข้าตัดของมีดตัดที่กระทำต่อช้ินงาน
ซึ่งช่วยในการลดแรงท่ีมีดกระทำต่อช้ินงาน ส่วน end cutting edge angle (ECEA)เป็นมุมท่ีทำให้เกิด
ชอ่ งว่างระหวา่ งหนา้ มีดกับผิวใหม่ของชิ้นงานซึ่งช่วยลดการขัดถูและความเสยี ดทานท่ีเกิดขึน้ ระหว่างมีดตัด
กบั ช้นิ งาน

งานวิจัยน้ีพัฒนาอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่ ซ่ึงมีลักษณะมีดตัดหลายคม (multiple-cutting-
edge tools) ออกแบบผสมผสานระหว่างกรรไกร (คมตัดคู่) และมีด (คมตัดเด่ียว) ดังภาพที่ 2.2 โดย
อุปกรณ์ท้ังสองมีการใช้งานได้ง่ายและใช้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน ผู้วิจัยใช้หลักการผสมผสานมาใช้
ออกแบบและพัฒนาเปน็ อปุ กรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่ให้สามารถนำไปใช้งานไดอ้ ยา่ งสะดวกและปลอดภัยใน
การนำไปใช้งานตดั และแต่งหอยแลงภู่ ดงั ภาพท่ี 2.3

(ก) กรรไกรคมตดั คู่ (ข) มดี คมตัดเดีย่ ว

ภาพท่ี 2.2 (ก)และ (ข) ลกั ษณะของคมของกรรไกรและมีด

43

ภาพที่ 2.3 อุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภทู่ ่ีผสมผสานระหว่างคมตัดของกรรไกรและมดี

2.2 หอยแมลงภู่
ประเทศไทยไดม้ ีการเลี้ยงหอยแมลงภู่มาเป็นเวลานานไม่น้อยกวา่ 100 ปีแลว้ โดยการเล้ยี งในรูปโป๊ะ

หอยจะเกาะไม้ตามหลักปีกโป๊ะ ต่อมาในปี พ.ศ.2500 จึงได้มีการเลี้ยงหอยแมลงภู่ แบบหลักไม้ไผ่ตาม
บริเวณชายฝงั่ ทะเลของปากแม่น้ำบางปะกง จงั หวัดฉะเชงิ เทรา และขยายตวั ออกไปในเขตชายฝ่งั ทะเลของ
จังหวดั ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมทุ รสงคราม เพชรบุรี และ ชุมพร ฯลฯ หอยแมลงภ่เู ป็นหอยท่ี
นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หอยแมลงภู่ท่ีเล้ียงในประเทศไทยมีชื่อ
วิทยาศาสตร์ Pena iridous Linnaeus มีช่ือเรียกสามัญทั่วไป ว่า Green mussel ลักษณะท่ัวไปของ
หอยแมลงภู่ ประกอบด้วยสว่ นสำคัญ 2 ส่วน คอื

2.2.1 สว่ นของเปลอื กหอย
หอยแมลงภู่ประกอบด้วยเปลือกแข็งท่ีห่อหุ้มลำตัวอยู่ภาคนอกเปลือกหรือฝาหอยมีลักษณะรี

ยาวคล้ายรูปไข่ มีลักษณะเหมือนกันและมีขนาดเท่ากันท้ังสองฝา ด้านนอกของฝามีสีเขียวเข้มคล้าย ปีก
แมลงทับและบ้างก็เป็นสนี ้ำตาล ส่วนดา้ นในมสี ีขาวคลา้ ยมกุ ส่วนประกอบของเปลอื กหอยแบ่ง ออกเป็น 3
ชั้น ชั้นนอกสุดจะมีสีเขยี ว เข้ม มวี งรอยชั้นแสดงการเจริญเติบโตของหอยในแต่ละปี สามารถลอกออกเป็น
แผ่นได้ส่วนชั้นกลางเป็นสขี าวประกอบด้วยแคลเซยี มคาร์บอเนต ช้ันในหรอื สว่ นผิดของ ฝาด้านในมสี ีขาว
เรียบมันวาวเหมือนมุก ฝาทั้งสองจะยึดและประกบติดกันโดยเส้นเอ็น (ligament) ที่อยู่ด้านหลังของฝา
(dorsal part) ซ่ึงมีสีนำ้ ตาลเข้มหรือดำเป็น ทางยาวตลอดแนว ด้านหลัง ต้งั แต่ปลายก้นหอย โค้งไปถงึ หนึ่ง
ในสามของเปลือกด้านหลงั ของหอยเมือ่ เปิดฝาท้ังสองออก ขนาดและความยาวประมาณ 4-20 ซ.ม. ดังภาพ
ที่ 2.4 ภายในจะเป็นลำตัวส่วนอ่อนหรือเน้ือหอย และเม่ือแกะส่วนเนื้อออกจากฝาจะเห็นผิวเปลือกเรียบ
เป็นสีขาวคล้ายมุกและรอยกล้ามเนื้อติดอยู่บนฝา ท้ังสอง รอยกล้ามเนื้อที่พบมีอยู่ 3 มัดด้วยกันคือ รอย
กล้ามเนอ้ื ดึงดา้ นทา้ ย รอยกลา้ มเนอ้ื ยึดดา้ นหวั และรอยกล้ามเนือ้ ยึดดา้ นท้าย

ภาพที2่ .4 ลกั ษณะส่วนเปลือกและเนื้อของหอยแมลงภู่

44
2.2.2 ลำตวั ส่วนอ่อนหรอื เนอ้ื หอย

เน้ือหอยเป็นส่วนที่อ่อนนุ่ม จะอยู่ภายในของฝาทั้งสอง ต้องทำการเปิดฝาออกจึงจะ มองเห็น
ส่วนน้ีประกอบด้วย เยื่อหุ้มลำตัว (mantle) ซ่ึงอยู่ติดกับฝาทั้งสองข้าง ส่วนพุง (visceral mass) ใต้หัวใจ
เช่น ส่วนของต่อมสร้างน้ำย่อย ต่อมย่อยอาหาร เรียกว่า digestive gland มีทางน้ำ เข้าอยู่ทางด้านหัว
(anterior part) ทางน้ำออกอยู่ทางด้านท้าย (posterior part) บริเวณที่อยู่ใกล้กับ ทางน้ำเข้าจะเป็นส่วน
ของปาก (mouth) หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร (stomach) ลำไส้ เป็น ลำไสต้ รงยาวขนานและอยู่ติดกับ
กระเพาะอาหารภายในลำไส้และกระเพาะอาหารจะมี crystalline style-sac ซงึ่ มีลกั ษณะเป็นแท่งใส่ใชใ้ น
การบดอาหาร ย่อยอาหาร รวมท้งั คัดเลอื กอาหารถัดจากลำไส้ เป็นสว่ นของลำ ไสต้ รง และทวาร (anus) ซึ่ง
จะเปิดออกทางด้านท้ายลำตัว บนเยื่อหุ้มลำตัวจะเป็น ส่วนของอวัยวะเพศ และถัดจากส่วนท่ีติดกับเท้า
(foot) ก็จะเป็นของอวัยวะเพศเช่นกันนอกจากนี้มีรากหรือซัง (byssus) ซึ่งเป็นเส้นใยมีลักษณะเป็นเส้นสี
น้ำตาล เหนียว อยู่บริเวณฐานของเท้าซึ่งหอยใช้สำหรบั ยึดเกาะกับเสาไม้ หิน หรือวัสดอุ ื่นๆ ที่อยู่ในน้ำ ดัง
ภาพที่ 2.5

ภาพที่ 2.5 ลกั ษณะลำตวั สว่ นออ่ นหรือเนื้อหอย
2.2.3 สภาพการเพาะเล้ยี งหอยแมลงภู่และการเตรียมการก่อนจำหนา่ ย

ตามปีกโป๊ะหรอื เกาะตามเสาไม้ไผบ่ ริเวณปากแม่น้ำทมี่ พี ื้นเป็นโคลน อาหารของหอยแมลงภู่กิน
ส่ิงมชี วี ิตเลก็ ๆ ในนำ้ โดยตัวเปลือกหอยแมลงภูจ่ ะเพรยี งทะเลมาเกาะตดิ กับเปลอื กซงึ่ ต้องนำมาตดั ตกแต่ง
กอ่ นการจัดจำหนา่ ย ดงั ภาพท่ี 2.6 ก่อนทีจ่ ะนำไปจัดจำหน่ายและประกอบอาหารในเมนูต่าง ๆ ดังภาพที่
2.7

ภาพที่ 2.6 หอยแมลงภูแ่ ละเพรยี งทะเลท่เี กาะตดิ กับเปลอื กหอย

45

ภาพที่ 2.7 เมนอู าหารหลากหลายจากหอยแมลงภู่

2.3 งานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
2.3.1 วัฒนา ศรีฟ้าและสุรัตน์ ไชยณรงค์ (2555) ได้ศึกษาเร่ือง กรรไกรเก็บยางพารา โครงงาน

วิทยาศาสตร์จากโรงเรียนกระบุรีวิทยา อ.กระบุรี จ.ระนองโดยกรรไกรเก็บยางพารา เป็นอุปกรณ์อำนวย
ความสะดวกในการเก็บขี้ยางพารา สร้างข้ึนโดยอาศัยหลักการทำงานของสปริงท่ีเป็นตัวช่วยในการบังคับ
โดยสิ่งประดิษฐ์ได้ใช้หลักการของกรรไกรตัดก่ิงไม้มาประยุกต์การใช้งาน ลักษณะของอุปกรณ์ช่วยเก็บข้ี
ยางพาราจากถ้วยน้ำยางพาราจะคล้ายกับกรงเล็บสัตว์เช่นนกเหยี่ยว หรือนกอินทรีย์ ที่มีความสามารถใน
การยดึ เกาะได้ดี การใช้อุปกรณ์การเก็บข้ียางพาราใช้งานได้งา่ ย และไม่ต้องใช้มือสัมผสั กบั นำ้ หรือของเหลว
ที่เกดิ จากการเกาะรวมกนั ของน้ำยางที่มีกลิ่นเหม็นมาก และการใช้อปุ กรณ์จะมีความรวดเร็วในการเก็บกว่า
การใชม้ อื เปล่าเก็บเปรียบเทียบเวลาในการเกบ็ ข้ียางโดยใช้ต้นยาง 50 ตน้ คนใชเ้ วลาในการเกบ็ เฉล่ีย 13.15
นาที อุปกรณ์ใช้เวลาในการเก็บ 9.66 นาที ดังนั้นอุปกรณ์ช่วยเก็บจึงเป็นนวัตกรรมท่ีนำมาช่วยชาวสวน
ยางพาราได้เปน็ อยา่ งดี

2.3.2 สหรัฐ คุ้มแคว้น (2559) ได้ศึกษาเรื่อง คีมตัดก้นหอยพบว่าพ่อค้าแม่ค้าขายหอยในตลาดสด
เทศบาลเมืองกระบ่ีทดลองใช้ พบว่าคีมตัดหอยสามารถตัดก้นหอยได้เร็วกว่าใช้มีดสับหลายเท่า ใช้เวลาใน
การตัดกน้ หอยตัวละ 3.30 วินาที ในการทดลองตดั กน้ หอยจำนวน 10 ตัว ผู้ใชเ้ ห็นสอดคลอ้ งกันในด้านการ
ออกแบบและคุณลักษณะของชุดต้นแบบในระดับดีถึงดีมาก เช่นเดียวกับการนำไปใช้งานจริง ผู้ใช้มี
ความเห็นในระดับดีถึงดมี ากเช่นกนั ” รายละเอียดขั้นตอนการใช้งาน หลังจากนำหอยก้นแหลมไปลา้ งนำ้ ทำ
ความสะอาดปราศจากดินโคลน คราบตะไคร่น้ำต่างๆ แล้วจับตัวหอยให้แน่นด้วยมือที่ถนัด ในขณะมืออีก
ข้างหนึ่งบีบกดด้ามคีมตัดก้นหอยเพ่ือให้มีดว่ิงเข้าตัดก้นหอยจนขาดตามต้องการ เม่ือได้หอยที่ตัดก้นหอย
แลว้ ก็พรอ้ มทจ่ี ะนำมาประกอบอาหารไดท้ ันที

46

บทที่ 3

วธิ ดี ำเนินการวจิ ยั

การวิจยั ครง้ั นี้เป็นงานวิจัยและพัฒนา อุปกรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ ผู้วิจัยไดด้ ำเนนิ ตามขน้ั ตอนใน
การดำเนินการวจิ ยั 4 ขั้นตอน ดังนี้

3.1 วเิ คราะหส์ ภาพปญั หา (Analysis)
3.2 ออกแบบและพฒั นา (Design and Development)
3.3 ทดลองใช้ (Implement)
3.4 ประเมินผลการใช้ (Evaluation)

3.1 วิเคราะหส์ ภาพปัญหา (Analysis)
3.1.1) ศกึ ษาสภาพการเลยี้ งหอยแมลงภู่และการตัดแต่งหอยแมลงภูข่ องของเกษตรกรผู้เลี้ยงหอย

แมลงภใู่ นพ้นื ที ต.ท่งุ คา่ อ.เมือง จ.ชมุ พร ซึง่ มกี ารเลี้ยงและส่งจำหน่ายหอยแมลงภู่เป็นจำนวนมาก การตัด
แต่งหอยแมลงภู่ก่อนจำหนา่ ยจะไดร้ าคาสงู กวา่ ไม่ตดั แต่งซ่งึ เปลือกหอยแมลงภู่ส่วนใหญ่มเี พรยี งทะเล ดัง
ภาพท่ี 3.1

ภาพท่ี 3.1 หอยแมลงภู่รอตดั แต่งเพรียง

3.1.2) สภาพปญั หาพบวา่ วิธกี ารตัดแตง่ เพรียงทะเลออกจากเปลือกหอยแมลงภู่ของเกษตรกรผู้
เลี้ยงก่อนจำหน่ายตอ้ งใช้มดี ในการตดั แตง่ เพรียงทะเลออกจากเปลอื กหอยซง่ึ จะไดผ้ ลผลิตต่อช่วั โมงตำ่ และ
มสี ภาพการทำงานทีไ่ ม่ปลอดภัยอาจจะประสบอุบัติเหตมุ ีดบาดได้ ดงั ภาพที่ 3.2

47

ภาพที่ 3.2 ลกั ษณะของหอยแมลงภกู่ ่อนตัดแต่งและวิธีการตดั แตง่ หอยโดยใช้มีดสับ
3.1.3) ศึกษาแนวทางในการออกแบบอุปกรณ์สำหรับตัดแต่งหอยแมลงภู่ คือตัดรากหรือซัง
(byssus) และแต่งเพรียงหิน (Rock barnacle) ออกจากหอยแมลงภู่ ดังภาพที่ 3.3 อุปกรณ์ทอี่ อกแบบจึง
ทำหน้าท่ีท้ังตัดและแต่งในเวลาเดียวกันเพ่ืออำนวยความสะดวก เพ่ิมผลผลิตและลดอุบัติเหตุที่อาจจะ
เกิดข้ึนได้ ใหก้ ับเกษตรกร ผเู้ ลีย้ งและจำหน่ายหอยแมลงภู่

ภาพที่ 3.3 รากหรือซัง (byssus) ละเพรียงหิน (Rock barnacle)ท่ีตดิ มากบั หอยแมลงภู่
3.2 ออกแบบและพัฒนา (Design and Development)

การออกแบบและพัฒนาเครอ่ื งมอื ในงานวจิ ยั แบ่งเปน็ 2 ส่วนคอื การสรา้ งอุปกรณต์ ัดแต่ง
หอยแมลงภู่ (Hard Ware) และ การสรา้ งเคร่ืองมอื (Soft Ware) ประกอบดว้ ย แบบประเมินสภาพ
อปุ กรณ์ มีรายละเอยี ดดังต่อไปนี้

3.2.1 อปุ กรณต์ ดั แตง่ หอยแมลงภู่ มกี ารดำเนินการพัฒนา ดงั นี้
3.2.1.1) ออกแบบอุปกรณต์ ดั แต่งหอยแมลงภู่ (รา่ งตน้ แบบ) โดยผู้วจิ ัยได้ออกแบบ

อปุ กรณต์ ัดและแตง่ หอยแมลงภู่จากการไดว้ เิ คราะหส์ ภาพปัญหาและลักษณะของเปลอื กหอยแมลงภู่ใน
ข้ันตอนที่ 1 แลว้ กระทัง่ มกี ารออกแบบตน้ แบบอุปกรณล์ กั ษณะตวั กรรไกรผสมมดี ดังภาพที่ 3.4

48

ใบมีดแต่ง

กรรไกรตัด

ภาพที่ 3.4 อปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ (ร่างตน้ แบบ)
3.2.1.2) พฒั นาอปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ มีวิธีดำเนินการดังนี้

1) การพฒั นาอปุ กรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่ มีการดำเนนิ การพัฒนาต้นแบบ
ทดลองใช้เพือ่ ให้ได้อุปกรณต์ ัดแตง่ หอยแมลงภู่ท่ีสามารถนำไปใชง้ านไดจ้ รงิ ดังน้ี

1.1) พัฒนาต้นแบบ อุปกรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ โดยจัดทำต้นแบบสำหรบั ไป
ทดลองใช้งานตัดแต่งหอยแมลงภู่จริงจำนวน 3 ช้ิน ปรับปรงุ ให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานจรงิ ของผูใ้ ช้
ดงั ภาพท่ี 3.5 ก- ค

(ก) ใบมดี เชอื่ มกับกรรไกรตดั ก่ิงไม้ (ข) ใบมดี เชอ่ื มกบั กรรไกรตัดลวด (ค) ใบมีดยดึ กบั สกรตู ิดกับกรรไกร
ภาพที่ 3.5 (ก)-(ค) อุปกรณ์อปุ กรณต์ ัดแต่งหอยแมลงภู่ตน้ แบบพัฒนาขนึ้ 3 รปู แบบ

ผลการทดลองใช้ต้นแบบท้งั 3 รปู แบบดงั น้ี
(ก) ใบมดี เช่อื มกับกรรไกรตัดกิ่งไม้ : ใช้งานไดช้ ้ามีน้ำหนักมากผูใ้ ชง้ านเม่ือยลา้ ในการทำ
ปริมาณมาก และใบมดี เล็กบางเกนิ ไป
(ข)ใบ มดี เชือ่ มกับกรรไกรตัดลวด: ใช้งานไดด้ ขี น้ึ นำ้ หนักเบาลงแตใ่ บมีดเล็กบางเมื่องาน
นาน ๆ สึกหรอ ลบั ตกแต่งยาก
(ค)ใบมีดยึดกับสกรูติดกบั กรรไกร: ใชง้ านได้ดถี นัดมอื ทำงานได้เร็วและใบมดี ใหญข่ น้ึ ถอด
เปลีย่ นหรอื ลบั ไดอ้ ยา่ งสะดวก
สรุปตน้ แบบอุปกรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภ่ผู วู้ ิจยั เลือกใชใ้ ช้ใบมีดยึดกับสกรตู ดิ กับกรรไกรในรปู
(ค) มีส่วนประกอบสำคญั ไดแ้ ก่ (1) ใบมีดแตง่ (2)กระไกรตดั (3) สกรยู ดึ และ(4)ดา้ มจบั เพ่ือใชส้ ำหรับตดั
เศษใยที่หอยแมลงภเู่ กาะยดึ และเคาะเพรียงทะเลท่ตี ิดอยกู่ บั เปลือกหอยแมลงภู่ ดังภาพท่ี 3.6

1.ใบมีดแต่ง 3.สกรยู ึด 49
4.ดา้ มจับ

2.กรรไกรตัด

ภาพท่ี 3.6 อุปกรณ์อุปกรณ์ตดั แต่งหอยแมลงภู่ท่ีพฒั นาขึ้น

3) ตรวจสอบอุปกรณ์ตดั แตง่ หอยแมลงภู่ท่สี รา้ งขึ้นโดยใหผ้ เู้ ชีย่ วชาญจำนวน 3 ทา่ น ทำ
การประเมินตวั อุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภทู่ ี่สรา้ งข้นึ โดยใช้แบบประเมนิ ผลคุณภาพโดยผู้เช่ียวชาญในด้าน
โครงสรา้ งทวั่ ไป ดา้ นการออกแบบและด้านการใช้งานโดยใชแ้ บบมาตรประมาณคา่ 5 ระดบั ดีมาก ดี ปาน
กลาง พอใช้ และต้องปรับปรงุ ซง่ึ ผลการประเมนิ ภาพรวมอย่ใู นระดบั ดีมาก (รายละเอียดแสดงภาคผนวก)
ปรบั ปรุงขอ้ บกพรอ่ งตามคำแนะนำให้พรอ้ มใช้งานจริง ดังภาพที่ 3.7

ภาพที่ 3.7 ผู้เชย่ี วชาญประเมินอปุ กรณต์ ดั แตง่ หอยแมลงภทู่ ่สี ร้างข้ึน

50
3.3 ทดลองใช้ (Implement)

ผู้วิจัยทำการทดลองใช้งานอุปกรณ์ตัดแต่งหอยแมลงภู่โดยนำไปทดลองใช้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง
หอยแมลงภู่ท่ีมีการตัดตกแต่งหอยแมลงภู่ก่อนการจัดจำหน่าย ตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพรโดย
เปรยี บเทียบกบั วิธีการเดมิ และทำการหาประสทิ ธิภาพของอุปกรณ์ทีส่ ร้างขึน้ ดงั ภาพที่ 3.8 ดงั นี้

3.3.1 ทดลองเก็บรวบรวมขอ้ มลู การใช้อุปกรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่ทส่ี ร้างข้ึน จำนวน 10 คน ๆ ละ
1 ช่ัวโมง โดยการช่ังนำ้ หนกั หอยแมลงภ่ทู ่ไี ด้เป็นกิโลกรมั และบนั ทึกข้อมลู ในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลผลการ
ทดลอง

3.3.2 เกบ็ ข้อมลู การตัดแต่งหอยแมลงภู่ ดว้ ยวธิ ีการปกติ (สับดว้ ยมีด) จำนวน 10 คน ๆ ละ 1
ชว่ั โมง และบันทกึ ขอ้ มลู ในแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู กบั เกษตรกรผ้เู ลี้ยงหอยแมลงภู่ ตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง
จงั หวัดชุมพร

ก.) ใชอ้ ุปกรณ์ตกแตง่ หอยแมลงภู่และผลท่ีได้ ข.)ใช้มดี สบั ตกแตง่ หอยแมลงภแู่ ละผลทไี่ ด้
ภาพที่ 3.8 การทดลองเปรยี บเทียบการตดั แต่งหอยแมลงภู่โดยใชอ้ ุปกรณ์และวธิ เี ดิมใชม้ ีดสับ
3.3.3 หาประสทิ ธิภาพของอปุ กรณ์ตัดแตง่ หอยแมลงภู่เปรียบเทียบกับวธิ กี ารเดิม (สับด้วยมีด)
จำนวนเปน็ กิโลกรัมต่อช่วั โมงโดยใช้สตู รในการคำนวณประสทิ ธิภาพ (นงนชุ ภทั ราคร, 2538) ดังน้ี

 = [T nm −T sm ]x 100
T nm

เมื่อ  คอื ประสทิ ธิภาพของอปุ กรณ/์ นวัตกรรม

T nm คอื ปรมิ าณทท่ี ำได้ด้วยอุปกรณ์/นวัตกรรม (กิโลกรัม/ช่ัวโมง)
T sm คอื ปรมิ าณทท่ี ำด้วยวิธกี ารเดมิ (กิโลกรมั /ชั่วโมง)


Click to View FlipBook Version