The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพลศึกษา ม.2 เทอม 1 ปี 2566 ว่ายน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนพลศึกษา ม.2 เทอม 1 ปี 2566 ว่ายน้ำ

แผนพลศึกษา ม.2 เทอม 1 ปี 2566 ว่ายน้ำ

41 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


42 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การจัดท่าทางเบื้องต้นในการปฏิบัติกิจกรรมกายบริหาร เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม ใน สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญาที่เกิดจากการออก กำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำจนเป็นวิถีชีวิต (พ 3.2 ม. 2/1) 2. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดและความสนใจ พร้อมทั้ง วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง (พ 3.2 ม. 2/2) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและระบุคุณค่าของกิจกรรมกายบริหาร หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร และ การจัดท่าทางเบื้องต้นในการปฏิบัติกิจกรรมกายบริหารอย่างถูกต้องได้(K, P) 2. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับคุณค่าของกิจกรรมกายบริหาร หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วย กิจกรรมกายบริหาร และการจัดท่าทางเบื้องต้นในการปฏิบัติกิจกรรมกายบริหารร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจใฝ่เรียนรู้(A) 3. แสดงทักษะในการจัดท่าทางเบื้องต้นในการปฏิบัติกิจรรมกายบริหารอย่างถูกต้องได้(P) สาระการเรียนรู้ 3. การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร 3.1 คุณค่าของกิจกรรมกายบริหาร 3.2 หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร 3.3 การจัดท่าทางเบื้องต้นในการปฏิบัติกิจกรรมกายบริหาร สาระสำคัญ กิจกรรมกายบริหารเป็นรูปแบบหนึ่งของกิจกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และมักพบว่ารูปแบบท่าทางการ เคลื่อนไหวของท่ากายบริหารบางประเภทมักจะนำมาใช้ในการเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนที่จะปฏิบัติกิจกรรม (warm-up) ที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือประกอบกิจกรรมที่หนักขึ้นหรือนำมาใช้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (cooldown) ภายหลังจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติมีความพร้อมในการปฏิบัติโดยท่าทางเบื้องต้นควรเริ่ม


43 จากการยืดและเหยียดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ควรได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับท่าทางของกายบริหารที่มีความไม่เหมาะสม ควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายการศึกษาถึงคุณค่าและหลักปฏิบัติเกี่ยวกับการ ออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร รวมถึงประเภทและรูปแบบของการฝึกกิจกรรมกายบริหารอย่างถูกต้องจะช่วยให้ สามารถนำรูปแบบของกิจกรรมกายบริหารมาใช้ประโยชน์สำหรับสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายได้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง


44 กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นเตรียมก่อนนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนักเรียนร่วมสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการเข้าร่วมเรียนรู้ กิจกรรมพลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น – ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย – การตรงต่อเวลาหรือการปฏิบัติตนในขณะร่วมปฏิบัติกิจกรรม – การวัดและประเมินผลทักษะการเรียนรู้ฯลฯ 2. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่ม แล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) 2. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการศึกษาและการปฏิบัติกิจกรรมในการเรียนครั้งที่ผ่านมาร่วมกัน เพื่อทบทวน ประสบการณ์และภาระงานตามที่นักเรียนได้รับมอบหมาย 3. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหัวข้อที่ 2.1 ความหมายของคำที่เกี่ยวข้อง และหัวข้อที่ 2.2 ผลของการออกกำลังกายและเล่นกีฬากับการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ ตามที่ได้รับมอบหมายในการ เรียนครั้งที่ผ่าน มา โดยครูให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำในการสรุปประเด็นจากการศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3–4 คน แต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดในการปฏิบัติกิจกรรมการสร้างแผนที่ความคิด การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร ในหัวข้อคุณค่าของกิจกรรมกายบริหารและหลักปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลัง กายด้วยกิจกรรมกายบริหารดังรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการสร้างแผนที่ความคิดแนวทางในการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามข้อสงสัยและครูให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 4. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมติดภาพหรือวาดภาพและ แสดงความคิดเห็น ดังรายละเอียดในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้หรือ จากแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2โดยใช้เวลาตามที่กำหนด 5. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 4–5 คนออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมติดภาพหรือวาดภาพและแสดงความคิดเห็น โดยครูให้ความรู้ที่ถูกต้องและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม 6. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 7. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ • นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมปฏิบัติแล้วแสดงความคิดเห็นดังรายละเอียดในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้หรือจากแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 โดยใช้เวลาตามที่กำหนด ขั้นที่4: การนำไปใช้ • นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมปฏิบัติแล้วแสดงความคิดเห็น โดยอธิบายและ สาธิตวิธีการปฏิบัติในแต่ละท่าให้เพื่อน ๆ ดูประกอบด้วยโดยครูคอยให้คำแนะนำการปฏิบัติให้ถูกต้อง


45 ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนร่วมกันฝึกคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) โดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาใน หัวข้อที่ 3.1 คุณค่าของกิจกรรมกายบริหาร และหัวข้อที่3.2 หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการ ออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร ดังรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มา ล่วงหน้า พร้อมกับจดคำถาม ที่สงสัยมาพูดคุยร่วมกัน เพื่อหาคำตอบในการเรียนครั้งต่อไป โดยอาจใช้เวลาในช่วงการจัด กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด ในการศึกษาค้นคว้า ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพแสดงลักษณะการปฏิบัติในท่าทางเบื้องต้นการปฏิบัติกิจกรรมกายบริหาร 2. อุปกรณ์ประกอบการปฏิบัติในท่าทางเบื้องต้นการปฏิบัติกิจกรรมกายบริหาร เช่น เบาะรอง 3. ลานอเนกประสงค์หรือโรงฝึกพลศึกษา 4. ใบกิจกรรม เรื่อง ติดภาพหรือวาดภาพและแสดงความคิดเห็น 5. ใบกิจกรรม เรื่อง ปฏิบัติแล้วแสดงความคิดเห็น 6. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด • ครูให้นักเรียนฝึกหัดทักษะการจัดท่าทางเบื้องต้นในการปฏิบัติกิจรรมกายบริหารตามที่ได้ศึกษาผ่านมาอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อสร้างเสริมให้มีทักษะและความชำนาญเพิ่มมากขึ้น


46 การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) • ซักถามความรู้เกี่ยวกับ – คุณค่าของกิจกรรมกาย บริหาร – หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการ ออกกำลังกายด้วย กิจกรรมกายบริหาร – การจัดท่าทางเบื้องต้นใน การปฏิบัติกิจรรมกายบริหาร • ตรวจสอบความถูกต้องในการ ปฏิบัติกิจกรรม 1. ทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. ตรวจใบงาน 3. การนำเสนอ ผลงาน • แบบประเมินผล การนำเสนอข้อมูล/ การอภิปราย/การ แสดงความคิดเห็น/ การสร้างแผนที่ ความคิด ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


47 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


48 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหาร เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม ใน สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญาที่เกิดจากการออก กำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำจนเป็นวิถีชีวิต (พ 3.2 ม. 2/1) 2. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดและความสนใจ พร้อมทั้ง วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง (พ 3.2 ม. 2/2) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและระบุประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหารอย่างถูกต้องได้(K, P) 2. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหารร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจ ใฝ่เรียนรู้(A) 3. แสดงทักษะในการฝึกกิจกรรมกายบริหารอย่างถูกต้องได้(P) สาระการเรียนรู้ 3. การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร (ต่อ) 3.4 ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหาร สาระสำคัญ กิจกรรมกายบริหารแบ่งตามลักษณะของวิธีการปฏิบัติได้เป็น 4 ประเภท คือการฝึกกายบริหารแบบมือเปล่า การฝึกกายบริหารแบบหมุนเวียน การฝึกกายบริหารแบบเกร็งกล้ามเนื้อ และการฝึกกายบริหารแบบยกน้ำหนัก แต่ใน ระดับชั้นนี้นักเรียนจะได้ศึกษาการฝึกกายบริหารแบบมือเปล่า ซึ่งแบ่งรูปแบบการฝึกออกเป็น 6 แบบฝึก โดยใช้วิธีการ ฝึกกายบริหารแบบเดี่ยว ซึ่งมีท่าฝึกดังนี้ท่าบริหารกล้ามเนื้อคอ ท่าบริหารแขนและไหล่ ท่าบริหารเกี่ยวกับการ เคลื่อนไหวของข้อต่อที่สะโพก ท่าบริหารลำตัวและเอว ท่าบริหารหลัง และท่าบริหารหน้าท้อง


49 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นเตรียมก่อนนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนักเรียนร่วมสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการเข้าร่วมเรียนรู้ กิจกรรมพลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น – ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย


50 – การตรงต่อเวลาหรือการปฏิบัติตนในขณะร่วมปฏิบัติกิจกรรม – การวัดและประเมินผลทักษะการเรียนรู้ฯลฯ 2. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู 2. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหัวข้อที่ 3.4 ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร ตามที่ได้รับมอบหมายในการ เรียนครั้งที่ผ่านมาโดยครูให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำในการสรุปประเด็นจาก การศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ – การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหารส่งผลดีต่อคนเราอย่างไร(ตอบได้โดยอิสระ) – นักเรียนเคยออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหารบ้างหรือไม่ อย่างไรบ้าง (ตอบได้โดยอิสระ) (ครูอาจใช้คำถามอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพในการจัดการเรียนการสอนได้) 2. ครูอธิบายความรู้เรื่อง การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร ในหัวข้อ ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร โดยใช้ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกปฏิบัติท่ากายบริหารแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 3 แล้วให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ ตาม โดยครูคอยให้คำแนะนำและดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามในประเด็นที่สงสัยและสนใจเพิ่มเติม ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน แต่ละกลุ่มฝึกปฏิบัติกิจกรรมกายบริหารในแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 3 ตามลำดับ โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด 2. ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมสร้างแผนที่ความคิดและให้คำจำกัดความของกิจกรรมกายบริหารในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ ตอนที่ 3 3. นักเรียนอาสาสมัคร 3–4 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม 4. ครูเฉลยคำที่ถูกต้องให้นักเรียนทราบและให้นักเรียนที่ตอบคำถามไม่ถูกต้องแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 5. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 6. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย ขั้นที่4: การนำไปใช้ 1. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมพิจารณาภาพและตอบคำถาม ดังรายละเอียดตามใบกิจกรรมที่ครูแจกให้หรือในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด 2. นักเรียนอาสาสมัคร 3–4 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม 3. ครูเฉลยคำที่ถูกต้องให้นักเรียนทราบและให้นักเรียนที่ตอบคำถามไม่ถูกต้องแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเพื่อนคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) โดยใช้ท่าที่เหมาะสมจากประสบการณ์การเรียนรู้ ครั้งที่ผ่านมา


51 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาใน หัวข้อที่ 4.1 หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ4.2 ตัวอย่างของกิจกรร นันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดังรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้า พร้อมกับจดคำถาม ที่สงสัยมาพูดคุยร่วมกัน เพื่อหาคำตอบในการเรียนครั้งต่อไป โดยอาจใช้เวลา ในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด ในการศึกษาค้นคว้า ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกปฏิบัติท่ากายบริหารแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 6 2. อุปกรณ์ประกอบการฝึกปฏิบัติกิจกรรมกายบริหาร เช่น เบาะรอง 3. ลานอเนกประสงค์หรือโรงฝึกพลศึกษา 4. ใบกิจกรรม สร้างแผนที่ความคิดและให้คำจำกัดความของกิจกรรมกายบริหาร 5. ใบกิจกรรม พิจารณาภาพและตอบคำถาม 6. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด 1. ครูให้นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหารไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 2. ครูให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเรื่อง การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร เกี่ยวกับประเภทและรูปแบบการฝึก กิจกรรมกายบริหารเพิ่มเติมนอกเหนือจากในบทเรียนที่ได้ศึกษาผ่านมา เพื่อเป็นการเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ในเรื่อง ดังกล่าว


52 การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) ซักถามความรู้เกี่ยวกับประเภท และรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร • ตรวจสอบความถูกต้องในการ ปฏิบัติกิจกรรม สร้างแผนที่ ความคิดและให้คำจำกัดความ ของกิจกรรมกายบริหาร • ตรวจสอบความถูกต้องในการ ปฏิบัติกิจกรรม พิจารณาภาพ และตอบคำถาม 1. ทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. ตรวจใบงาน 3. การนำเสนอ ผลงาน • แบบประเมินผล การนำเสนอข้อมูล/ การอภิปราย/การ แสดงความคิดเห็น/ การสร้างแผนที่ ความคิด ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


53 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


54 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหาร (ต่อ) เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม ใน สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญาที่เกิดจากการออก กำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำจนเป็นวิถีชีวิต (พ 3.2 ม. 2/1) 2. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดและความสนใจ พร้อมทั้ง วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง (พ 3.2 ม. 2/2) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและระบุประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหารอย่างถูกต้องได้(K, P) 2. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหารร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจ ใฝ่เรียนรู้(A) 3. แสดงทักษะในการฝึกกิจกรรมกายบริหารอย่างถูกต้องได้(P) สาระการเรียนรู้ 3. การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร (ต่อ) 3.4 ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหาร สาระสำคัญ กิจกรรมกายบริหารแบ่งตามลักษณะของวิธีการปฏิบัติได้เป็น 4 ประเภท คือการฝึกกายบริหารแบบมือเปล่า การฝึกกายบริหารแบบหมุนเวียน การฝึกกายบริหารแบบเกร็งกล้ามเนื้อ และการฝึกกายบริหารแบบยกน้ำหนัก แต่ใน ระดับชั้นนี้นักเรียนจะได้ศึกษาการฝึกกายบริหารแบบมือเปล่า ซึ่งแบ่งรูปแบบการฝึกออกเป็น 6 แบบฝึก โดยใช้วิธีการ ฝึกกายบริหารแบบเดี่ยว ซึ่งมีท่าฝึกดังนี้ท่าบริหารกล้ามเนื้อคอ ท่าบริหารแขนและไหล่ ท่าบริหารเกี่ยวกับการ เคลื่อนไหวของข้อต่อที่สะโพก ท่าบริหารลำตัวและเอว ท่าบริหารหลัง และท่าบริหารหน้าท้อง


55 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นเตรียมก่อนนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนักเรียนร่วมสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการเข้าร่วมเรียนรู้ กิจกรรมพลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น – ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย


56 – การตรงต่อเวลาหรือการปฏิบัติตนในขณะร่วมปฏิบัติกิจกรรม – การวัดและประเมินผลทักษะการเรียนรู้ฯลฯ 2. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู 2. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหัวข้อที่ 3.4 ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร ตามที่ได้รับมอบหมายในการ เรียนครั้งที่ผ่านมาโดยครูให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำในการสรุปประเด็นจาก การศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ – การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหารส่งผลดีต่อคนเราอย่างไร(ตอบได้โดยอิสระ) – นักเรียนเคยออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหารบ้างหรือไม่ อย่างไรบ้าง (ตอบได้โดยอิสระ) (ครูอาจใช้คำถามอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพในการจัดการเรียนการสอนได้) 2. ครูอธิบายความรู้เรื่อง การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร ในหัวข้อ ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร โดยใช้ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกปฏิบัติท่ากายบริหารแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 3 แล้วให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ ตาม โดยครูคอยให้คำแนะนำและดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามในประเด็นที่สงสัยและสนใจเพิ่มเติม ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน แต่ละกลุ่มฝึกปฏิบัติกิจกรรมกายบริหารในแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 3 ตามลำดับ โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด 2. ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมสร้างแผนที่ความคิดและให้คำจำกัดความของกิจกรรมกายบริหารในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ ตอนที่ 3 3. นักเรียนอาสาสมัคร 3–4 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม 4. ครูเฉลยคำที่ถูกต้องให้นักเรียนทราบและให้นักเรียนที่ตอบคำถามไม่ถูกต้องแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 5. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 6. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 7. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) 8. ครูอธิบายความรู้เรื่อง การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร ในหัวข้อ ประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร โดยใช้ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกปฏิบัติท่ากายบริหารแบบฝึกที่ 4 ถึงแบบฝึกที่ 6 แล้วให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ ตาม โดยครูคอยให้คำแนะนำและดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด 9. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน แต่ละกลุ่มฝึกปฏิบัติกิจกรรมกายบริหารในแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 3 ตามลำดับ โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด


57 ขั้นที่4: การนำไปใช้ 1. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมพิจารณาภาพและตอบคำถาม ดังรายละเอียดตามใบกิจกรรมที่ครูแจกให้หรือในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด 2. นักเรียนอาสาสมัคร 3–4 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม 3. ครูเฉลยคำที่ถูกต้องให้นักเรียนทราบและให้นักเรียนที่ตอบคำถามไม่ถูกต้องแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเพื่อนคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) โดยใช้ท่าที่เหมาะสมจากประสบการณ์การเรียนรู้ ครั้งที่ผ่านมา 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาใน หัวข้อที่ 4.1 หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ4.2 ตัวอย่างของกิจกรร นันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดังรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้า พร้อมกับจดคำถาม ที่สงสัยมาพูดคุยร่วมกัน เพื่อหาคำตอบในการเรียนครั้งต่อไป โดยอาจใช้เวลา ในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด ในการศึกษาค้นคว้า ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกปฏิบัติท่ากายบริหารแบบฝึกที่ 1 ถึงแบบฝึกที่ 6 2. อุปกรณ์ประกอบการฝึกปฏิบัติกิจกรรมกายบริหาร เช่น เบาะรอง 3. ลานอเนกประสงค์หรือโรงฝึกพลศึกษา 4. ใบกิจกรรม สร้างแผนที่ความคิดและให้คำจำกัดความของกิจกรรมกายบริหาร 5. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด


58 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด 1. ครูให้นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับประเภทและรูปแบบการฝึกกิจกรรมกายบริหารไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 2. ครูให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเรื่อง การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกายบริหาร เกี่ยวกับประเภทและรูปแบบการฝึก กิจกรรมกายบริหารเพิ่มเติมนอกเหนือจากในบทเรียนที่ได้ศึกษาผ่านมา เพื่อเป็นการเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ในเรื่อง ดังกล่าว การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) ซักถามความรู้เกี่ยวกับประเภท และรูปแบบการฝึกกิจกรรมกาย บริหาร • ตรวจสอบความถูกต้องในการ ปฏิบัติกิจกรรม สร้างแผนที่ ความคิดและให้คำจำกัดความ ของกิจกรรมกายบริหาร • ตรวจสอบความถูกต้องในการ ปฏิบัติกิจกรรม พิจารณาภาพ และตอบคำถาม 1. ทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. ตรวจใบงาน 3. การนำเสนอ ผลงาน • แบบประเมินผล การนำเสนอข้อมูล/ การอภิปราย/การ แสดงความคิดเห็น/ การสร้างแผนที่ ความคิด ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


59 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


60 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด • ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และนำความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิต ประจำวันอย่างเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 2/4) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและระบุหลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการอย่างถูกต้องได้(K, P) 2. อธิบายและระบุตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องได้(K, P) 3. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจ ใฝ่เรียนรู้(A) 4. สื่อสารเพื่ออธิบายถึงหลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการและตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการ ตลอดจนการ นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้ผู้อื่นเข้าใจได้(P) สาระการเรียนรู้ 4. กิจกรรมนันทนาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4.1 หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ 4.2 ตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สาระสำคัญ กิจกรรมนันทนาการ หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราปฏิบัติด้วยความสมัครใจในเวลาว่าง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นเงินตรานอกจากความพึงพอใจและความเพลิดเพลิน อาจทำคนเดียวหรือทำเป็นหมู่คณะก็ได้และกิจกรรมที่ทำต้อง ไม่เป็นอาชีพ ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและกฎหมาย ไม่สร้างความแตกแยกระหว่างหมู่คณะ ไม่ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสาธารณสมบัติตลอดจนไม่สร้างความเดือดร้อน หรือรบกวนผู้อื่น และยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมในการปฏิบัติกิจกรรมนันทนาการนั้นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรม นันทนาการ คือ ต้องพิจารณาจากความสนใจ ความถนัด สุขภาพของร่างกาย ความปลอดภัย เพศและวัย ค่าใช้จ่าย เวลา และสถานที่ความเหมาะสมของกิจกรรมนันทนาการกับงานที่ทำ ความเหมาะสมต่อศีลธรรม ประเพณีและกฎหมาย


61 ความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์และเลือกกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง และเมื่อเลือกกิจกรรมนันทนาการที่จะปฏิบัติได้ เหมาะสมกับตนเองแล้วต้องรู้จักนำกิจกรรมนันทนาการนั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดด้วย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง


62 กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นเตรียมก่อนนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนักเรียนร่วมสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการเข้าร่วมเรียนรู้ กิจกรรมพลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น – ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย – การตรงต่อเวลาหรือการปฏิบัติตนในขณะร่วมปฏิบัติกิจกรรม – การวัดและประเมินผลทักษะการเรียนรู้ฯลฯ 2. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) 2. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการศึกษาและการปฏิบัติกิจกรรมในการเรียนครั้งที่ผ่านมาร่วมกัน เพื่อทบทวน ประสบการณ์และภาระงานตามที่นักเรียนได้รับมอบหมาย 3. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหัวข้อที่ 2.1 ความหมายและความสำคัญของการมี เพศสัมพันธ์และ หัวข้อที่ 2.2 สาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ตามที่ได้รับมอบหมายในการ เรียนครั้งที่ผ่านมา โดยครูให้ ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำ ในการสรุปประเด็นจากการศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูอธิบายและให้ความรู้เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ ให้นักเรียนทราบและเปิดโอกาสให้นักเรียน สอบถามในประเด็นที่สนใจและสงสัยเพิ่มเติม 2. ครูให้ความรู้ในเรื่องน่ารู้นันทนาการ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว (ดูรายละเอียดใน PowerPoint แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 เฟรมที่ 523 ประกอบ) 3. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 4. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) 2. ครูอธิบายและให้ความรู้เรื่อง ตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นักเรียนทราบ 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด ดังรายละเอียดตามใบกิจกรรมที่ครูแจก ให้หรือในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด 4. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 4–5 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด โดยครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องเพิ่มเติม หากนักเรียนคนใดตอบคำถามไม่ถูกต้องให้แก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 5. ครูให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม


63 ขั้นที่4: การนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมเล่นเกมข้ามเชือกมหาสนุก ดังรายละเอียดในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานสุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 2. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเขียนเกมจากประสบการณ์ดังรายละเอียดในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ตอนที่ 3 3. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 4–5 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมเขียนเกมจากประสบการณ์โดยครูให้ความรู้ เพิ่มเติม ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาใน หัวข้อที่ 5.1 กีฬาไทย หัวข้อย่อยที่ 5.1.1 กีฬากระบี่ดังรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้าพร้อมกับจดคำถาม ที่สงสัยมาพูดคุยร่วมกันเพื่อหาคำตอบใน การเรียนครั้งต่อไป โดยอาจใช้เวลาในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด ใน การศึกษาค้นคว้า ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือวีดิทัศน์แสดงลักษณะของกิจกรรมนันทนาการประเภทต่าง ๆ 2. ใบกิจกรรม เรื่อง ทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด 3. ใบกิจกรรม เรื่อง เขียนเกมจากประสบการณ์ 4. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด


64 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด 1. ให้นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 2. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการที่ประชากรในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศให้ ความนิยม โดยจัดแสดงบนป้ายนิเทศเพื่อให้ความรู้กับเพื่อน ๆในโรงเรียน การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) • ซักถามความรู้เกี่ยวกับ – หลักเกณฑ์ในการเลือก กิจกรรมนันทนาการ – ตัวอย่างของกิจกรรม นันทนาการและการนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน • ตรวจสอบความถูกต้องใน การปฏิบัติกิจกรรมทบทวน ความรู้ควบคู่การพัฒนา ทักษะกระบวนการคิด • ตรวจสอบความถูกต้องใน การปฏิบัติกิจกรรมเขียนเกม จากประสบการณ์ 1. ทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. ตรวจใบงาน 3. การนำเสนอ ผลงาน • แบบประเมินผล การนำเสนอข้อมูล/ การอภิปราย/การ แสดงความคิดเห็น/ การสร้างแผนที่ ความคิด ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


65 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


66 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง ตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด • ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และนำความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิต ประจำวันอย่างเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 2/4) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและระบุหลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการอย่างถูกต้องได้(K, P) 2. อธิบายและระบุตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องได้(K, P) 3. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจ ใฝ่เรียนรู้(A) 4. สื่อสารเพื่ออธิบายถึงหลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการและตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการ ตลอดจนการ นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้ผู้อื่นเข้าใจได้(P) สาระการเรียนรู้ 4. กิจกรรมนันทนาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4.1 หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ 4.2 ตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สาระสำคัญ กิจกรรมนันทนาการ หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราปฏิบัติด้วยความสมัครใจในเวลาว่าง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นเงินตรานอกจากความพึงพอใจและความเพลิดเพลิน อาจทำคนเดียวหรือทำเป็นหมู่คณะก็ได้และกิจกรรมที่ทำต้อง ไม่เป็นอาชีพ ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและกฎหมาย ไม่สร้างความแตกแยกระหว่างหมู่คณะ ไม่ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสาธารณสมบัติตลอดจนไม่สร้างความเดือดร้อน หรือรบกวนผู้อื่น และยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมในการปฏิบัติกิจกรรมนันทนาการนั้นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรม นันทนาการ คือ ต้องพิจารณาจากความสนใจ ความถนัด สุขภาพของร่างกาย ความปลอดภัย เพศและวัย ค่าใช้จ่าย เวลา และสถานที่ความเหมาะสมของกิจกรรมนันทนาการกับงานที่ทำ ความเหมาะสมต่อศีลธรรม ประเพณีและกฎหมาย


67 ความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์และเลือกกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง และเมื่อเลือกกิจกรรมนันทนาการที่จะปฏิบัติได้ เหมาะสมกับตนเองแล้วต้องรู้จักนำกิจกรรมนันทนาการนั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดด้วย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง


68 กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นเตรียมก่อนนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูและนักเรียนร่วมสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการเข้าร่วมเรียนรู้ กิจกรรมพลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น – ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย – การตรงต่อเวลาหรือการปฏิบัติตนในขณะร่วมปฏิบัติกิจกรรม – การวัดและประเมินผลทักษะการเรียนรู้ฯลฯ 2. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) ตามครู ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) 2. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการศึกษาและการปฏิบัติกิจกรรมในการเรียนครั้งที่ผ่านมาร่วมกัน เพื่อทบทวน ประสบการณ์และภาระงานตามที่นักเรียนได้รับมอบหมาย 3. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหัวข้อที่ 2.1 ความหมายและความสำคัญของการมี เพศสัมพันธ์และ หัวข้อที่ 2.2 สาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ตามที่ได้รับมอบหมายในการ เรียนครั้งที่ผ่านมา โดยครูให้ ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำ ในการสรุปประเด็นจากการศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูอธิบายและให้ความรู้เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ ให้นักเรียนทราบและเปิดโอกาสให้นักเรียน สอบถามในประเด็นที่สนใจและสงสัยเพิ่มเติม 2. ครูให้ความรู้ในเรื่องน่ารู้นันทนาการ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว (ดูรายละเอียดใน PowerPoint แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 เฟรมที่ 523 ประกอบ) 3. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 4. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ 1. ให้นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้และให้แต่ละกลุ่มสำรวจความพร้อมของสมาชิกภายในกลุ่มแล้วร่วมกับอบอุ่น ร่างกาย (warm-up) 2. ครูอธิบายและให้ความรู้เรื่อง ตัวอย่างของกิจกรรมนันทนาการและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นักเรียนทราบ 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด ดังรายละเอียดตามใบกิจกรรมที่ครูแจก ให้หรือในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2โดยใช้เวลาตามที่ครูกำหนด 4. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 4–5 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด โดยครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องเพิ่มเติม หากนักเรียนคนใดตอบคำถามไม่ถูกต้องให้แก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 5. ครูให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม


69 ขั้นที่4: การนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนร่วมเล่นเกมข้ามเชือกมหาสนุก ดังรายละเอียดในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานสุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 2. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเขียนเกมจากประสบการณ์ดังรายละเอียดในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ตอนที่ 3 3. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 4–5 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมเขียนเกมจากประสบการณ์โดยครูให้ความรู้ เพิ่มเติม ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down ) ตามครูโดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนศึกษาใน หัวข้อที่ 5.1 กีฬาไทย หัวข้อย่อยที่ 5.1.1 กีฬากระบี่ดังรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้าพร้อมกับจดคำถาม ที่สงสัยมาพูดคุยร่วมกันเพื่อหาคำตอบใน การเรียนครั้งต่อไป โดยอาจใช้เวลาในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด ใน การศึกษาค้นคว้า ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือวีดิทัศน์แสดงลักษณะของกิจกรรมนันทนาการประเภทต่าง ๆ 2. ใบกิจกรรม เรื่อง ทบทวนความรู้ควบคู่การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด 3. ใบกิจกรรม เรื่อง เขียนเกมจากประสบการณ์ 4. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด


70 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด 1. ให้นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 2. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการที่ประชากรในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศให้ ความนิยม โดยจัดแสดงบนป้ายนิเทศเพื่อให้ความรู้กับเพื่อน ๆในโรงเรียน การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) • ซักถามความรู้เกี่ยวกับ – หลักเกณฑ์ในการเลือก กิจกรรมนันทนาการ – ตัวอย่างของกิจกรรม นันทนาการและการนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน • ตรวจสอบความถูกต้องใน การปฏิบัติกิจกรรมทบทวน ความรู้ควบคู่การพัฒนา ทักษะกระบวนการคิด • ตรวจสอบความถูกต้องใน การปฏิบัติกิจกรรมเขียนเกม จากประสบการณ์ 1. ทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. ตรวจใบงาน 3. การนำเสนอ ผลงาน • แบบประเมินผล การนำเสนอข้อมูล/ การอภิปราย/การ แสดงความคิดเห็น/ การสร้างแผนที่ ความคิด ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


71 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


72 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง กีฬาว่ายน้ำ เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอมีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬามีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอย่างละ 1 ชนิด โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 2/1) 2. นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 2/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา (พ 3.2 ม. 2/1) 4. ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ และนำแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ (พ 3.2 ม. 2/2) 5. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม (พ 3.2 ม. 2/3) 6. จำแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้ในการเล่นกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับ ทีมไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 2/4) 7. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจำ (พ 3.2 ม. 2/5) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำอย่างถูกต้องได้(K) 2. อธิบายและแสดงท่าการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพอย่างถูกต้องได้(K, P) 3. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจใฝ่เรียนรู้(A) 4. สื่อสารเพื่ออธิบายประวัติความเป็นมา ประโยชน์และท่าการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬา ว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ ให้ผู้อื่นเข้าใจได้(P)


73 สาระการเรียนรู้ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (ต่อ) 3.2 กีฬาว่ายน้ำ – ประวัติกีฬาว่ายน้ำ – ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ – การบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ สาระสำคัญ กีฬาว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและยังคงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและ ถือว่าเป็นกีฬาสากลอีกกีฬาหนึ่ง โดยจะเห็นได้จากการจัดการแข่งขันกีฬาในรายการสำคัญ ๆ ของโลกมีการบรรจุรายการ การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำเอาไว้ด้วยกีฬาว่ายน้ำนอกจากเป็นกีฬาที่ถือว่าเป็นทักษะสำหรับช่วยชีวิตของคนเราได้แล้ว การ ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายในทุก ๆ ส่วนของร่างกายและเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาน้อยกว่า เนื่องจากในขณะ ว่ายน้ำจะมีน้ำเป็นตัวช่วยพยุงร่างกาย ทำให้ลดแรงกระแทกในขณะออกกำลังกาย ซึ่งการว่ายน้ำจะช่วยให้ระบบต่าง ๆ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายได้ออกกำลังและช่วยทำให้มีรูปร่างดีอีกด้วย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ


74 บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนอาสาสมัครผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเพื่อนอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใช้รูปแบบและท่าทางต่าง ๆ ที่ ศึกษาในคาบเรียนที่ผ่านมา 2. ครูนำภาพเกี่ยวกับการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำให้นักเรียนดูและให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อ กิจกรรมในภาพดังกล่าว เพื่อเป็นการประเมินความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นและเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม วางแผนฝึกปฏิบัติทักษะกีฬาพลอง เกี่ยวกับ ทักษะการตีและการต่อสู้ป้องกันตัว ทักษะการกลับหัวสนามไม้รำทักษะการเดินแปลง ตามที่ได้รับมอบหมายในการเรียน ครั้งที่ผ่านมา โดยครูให้คำแนะนำเพิ่มเติม 2. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนื้อหาในหัวข้อที่ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่ 3.2 กีฬาว่ายน้ำ เรื่องประวัติประโยชน์การบริหารร่างกายเพื่อให้เล่นกีฬาว่ายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่ได้รับ มอบหมายจากการเรียนครั้งที่ผ่านมาหน้าชั้นเรียน 3. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติกีฬาว่ายน้ำ และประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ โดยใช้ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์เกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำ ประกอบการอธิบาย 4. ครูอธิบายให้ความรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบัติการบริหารร่างกายเพื่อให้เล่นกีฬาว่ายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ นักเรียนดูตามลำดับและให้นักเรียนฝึกปฏิบัติตาม โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามในประเด็นที่สงสัยและสนใจ เพิ่มเติม ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะประสบการณ์ • แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและฝึกปฏิบัติในเรื่อง การบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬา ว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ โดย กลุ่มที่ 1 ท่ากายบริหารคอ ศีรษะ กลุ่มที่ 2 ท่ากายบริหารแขน ไหล่ศอก และมือ กลุ่มที่ 3 ท่ากายบริหารขา สะโพก เข่า และเท้า


75 กลุ่มที่ 4 ท่ากายบริหารลำตัว เอว และหลัง ขั้นที่4: การนำไปใช้ • นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันออกมาแสดงท่าทางและนำเพื่อนในชั้นแสดงวิธีการบริหารร่างกายตามแบบฝึกที่ กำหนดไว้ในกลุ่มของท่าที่ฝึกจนครบทุกกลุ่ม โดยครูคอยให้คำแนะนำแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) โดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อตามความเหมาะสม 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันแล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมจัดทำสมุดภาพกีฬาว่ายน้ำ จากใบกิจกรรมที่ครูแจกให้หรือ จากแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 แล้วนำมาเสนอในการเรียนต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมบูรณาการอาเซียน โดยให้ศึกษาค้นคว้าความรู้เรื่องนักกีฬาว่ายน้ำที่มีชื่อเสียง ของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน จัดทำเป็นรายงาน (ตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์มีนักว่ายน้ำหญิงที่มีชื่อเสียงมากใน ระดับอาเซียน คือ โจเซลินโยว (JoscelinYeo) ซึ่งคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ไปครองถึง 40 เหรียญ) 6. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนื้อหาในหัวข้อที่ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่3.2 กีฬาว่ายน้ำ เรื่อง แนวทางความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และกติกาการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้าแล้วนำมาพูดคุยในการเรียนครั้งต่อไป ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและ ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ 2. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ 3. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาว่ายน้ำ 4. สระว่ายน้ำ


76 5. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด ให้นักเรียนหมั่นศึกษาทบทวนและฝึกทักษะเกี่ยวกับการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) • ซักถามความรู้เกี่ยวกับ – ประวัติความเป็นมาของ กีฬาว่ายน้ำ – ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ – การบริหารร่างกาย เพื่อให้ การเล่นกีฬาว่ายน้ำมี ประสิทธิภาพ • แบบประเมินผล การนำเสนอ ข้อมูล/ การอภิปราย/การ สร้างแผนที่ ความคิด* 1. แบบทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. แบบประเมินใบ งาน 3. แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์* – แบบประเมินใบ งาน – แบบประเมินการ ปฏิบัติงานกลุ่ม – แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน – แบบประเมิน พฤติกรรม – แบบทดสอบ ประเมินผลหลัง เรียน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน 1. แบบประเมิน พฤติกรรมด้านการ ปฏิบัติตน 2. แบบประเมิน พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


77 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


78 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรื่อง กีฬาว่ายน้ำ (ต่อ) เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอมีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬามีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอย่างละ 1 ชนิด โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 2/1) 2. นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 2/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา (พ 3.2 ม. 2/1) 4. ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ และนำแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ (พ 3.2 ม. 2/2) 5. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม (พ 3.2 ม. 2/3) 6. จำแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้ในการเล่นกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับ ทีมไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 2/4) 7. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจำ (พ 3.2 ม. 2/5) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำอย่างถูกต้องได้(K) 2. อธิบายและแสดงท่าการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพอย่างถูกต้องได้(K, P) 3. เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจใฝ่เรียนรู้(A) 4. สื่อสารเพื่ออธิบายประวัติความเป็นมา ประโยชน์และท่าการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬา ว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ ให้ผู้อื่นเข้าใจได้(P)


79 สาระการเรียนรู้ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (ต่อ) 3.2 กีฬาว่ายน้ำ – ประวัติกีฬาว่ายน้ำ – ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ – การบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ สาระสำคัญ กีฬาว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและยังคงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและ ถือว่าเป็นกีฬาสากลอีกกีฬาหนึ่ง โดยจะเห็นได้จากการจัดการแข่งขันกีฬาในรายการสำคัญ ๆ ของโลกมีการบรรจุรายการ การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำเอาไว้ด้วยกีฬาว่ายน้ำนอกจากเป็นกีฬาที่ถือว่าเป็นทักษะสำหรับช่วยชีวิตของคนเราได้แล้ว การ ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายในทุก ๆ ส่วนของร่างกายและเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาน้อยกว่า เนื่องจากในขณะ ว่ายน้ำจะมีน้ำเป็นตัวช่วยพยุงร่างกาย ทำให้ลดแรงกระแทกในขณะออกกำลังกาย ซึ่งการว่ายน้ำจะช่วยให้ระบบต่าง ๆ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายได้ออกกำลังและช่วยทำให้มีรูปร่างดีอีกด้วย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ


80 บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนอาสาสมัครผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเพื่อนอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใช้รูปแบบและท่าทางต่าง ๆ ที่ ศึกษาในคาบเรียนที่ผ่านมา 2. ครูนำภาพเกี่ยวกับการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำให้นักเรียนดูและให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อ กิจกรรมในภาพดังกล่าว เพื่อเป็นการประเมินความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นและเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม วางแผนฝึกปฏิบัติทักษะกีฬาพลอง เกี่ยวกับ ทักษะการตีและการต่อสู้ป้องกันตัว ทักษะการกลับหัวสนามไม้รำทักษะการเดินแปลง ตามที่ได้รับมอบหมายในการเรียน ครั้งที่ผ่านมา โดยครูให้คำแนะนำเพิ่มเติม 2. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนื้อหาในหัวข้อที่ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่ 3.2 กีฬาว่ายน้ำ เรื่องประวัติประโยชน์การบริหารร่างกายเพื่อให้เล่นกีฬาว่ายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่ได้รับ มอบหมายจากการเรียนครั้งที่ผ่านมาหน้าชั้นเรียน 3. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติกีฬาว่ายน้ำ และประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ โดยใช้ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์เกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำ ประกอบการอธิบาย 4. ครูอธิบายให้ความรู้ประกอบการสาธิตการปฏิบัติการบริหารร่างกายเพื่อให้เล่นกีฬาว่ายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ นักเรียนดูตามลำดับและให้นักเรียนฝึกปฏิบัติตาม โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามในประเด็นที่สงสัยและสนใจ เพิ่มเติม ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะประสบการณ์ • แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและฝึกปฏิบัติในเรื่อง การบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬา ว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ โดย กลุ่มที่ 1 ท่ากายบริหารคอ ศีรษะ กลุ่มที่ 2 ท่ากายบริหารแขน ไหล่ศอก และมือ กลุ่มที่ 3 ท่ากายบริหารขา สะโพก เข่า และเท้า


81 กลุ่มที่ 4 ท่ากายบริหารลำตัว เอว และหลัง ขั้นที่4: การนำไปใช้ • นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันออกมาแสดงท่าทางและนำเพื่อนในชั้นแสดงวิธีการบริหารร่างกายตามแบบฝึกที่ กำหนดไว้ในกลุ่มของท่าที่ฝึกจนครบทุกกลุ่ม โดยครูคอยให้คำแนะนำแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนร่วมกันคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) โดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อตามความเหมาะสม 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันแล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมจัดทำสมุดภาพกีฬาว่ายน้ำ จากใบกิจกรรมที่ครูแจกให้หรือ จากแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 แล้วนำมาเสนอในการเรียนต่อไป 5. มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมบูรณาการอาเซียน โดยให้ศึกษาค้นคว้าความรู้เรื่องนักกีฬาว่ายน้ำที่มีชื่อเสียง ของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน จัดทำเป็นรายงาน (ตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์มีนักว่ายน้ำหญิงที่มีชื่อเสียงมากใน ระดับอาเซียน คือ โจเซลินโยว (JoscelinYeo) ซึ่งคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ไปครองถึง 40 เหรียญ) 6. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนื้อหาในหัวข้อที่ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่3.2 กีฬาว่ายน้ำ เรื่อง แนวทางความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และกติกาการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้าแล้วนำมาพูดคุยในการเรียนครั้งต่อไป ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและ ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ 2. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์แสดงการฝึกการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ 3. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาว่ายน้ำ


82 4. สระว่ายน้ำ 5. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด ให้นักเรียนหมั่นศึกษาทบทวนและฝึกทักษะเกี่ยวกับการบริหารร่างกายเพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) • ซักถามความรู้เกี่ยวกับ – ประวัติความเป็นมาของ กีฬาว่ายน้ำ – ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ – การบริหารร่างกาย เพื่อให้ การเล่นกีฬาว่ายน้ำมี ประสิทธิภาพ • แบบประเมินผล การนำเสนอ ข้อมูล/ การอภิปราย/การ สร้างแผนที่ ความคิด* 1. แบบทดสอบ ประเมินผลก่อน เรียน 2. แบบประเมินใบ งาน 3. แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์* – แบบประเมินใบ งาน – แบบประเมินการ ปฏิบัติงานกลุ่ม – แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน – แบบประเมิน พฤติกรรม ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน 1. แบบประเมิน พฤติกรรมด้านการ ปฏิบัติตน 2. แบบประเมิน พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


83 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


84 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง กีฬาว่ายน้ำ (ต่อ) เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอมีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬามีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอย่างละ 1 ชนิด โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 2/1) 2. นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 2/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา (พ 3.2 ม. 2/1) 4. ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ และนำแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ (พ 3.2 ม. 2/2) 5. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม (พ 3.2 ม. 2/3) 6. จำแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้ในการเล่นกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับ ทีมไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 2/4) 7. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจำ (พ 3.2 ม. 2/5) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำและกติกากีฬาว่ายน้ำอย่างถูกต้องได้ (K) 2. ร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และ กติกากีฬาว่ายน้ำร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจและมีระเบียบวินัย (A) 3. สื่อสารเพื่ออธิบายแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และกติกากีฬาว่ายน้ำให้ ผู้อื่นเข้าใจได้(P)


85 สาระการเรียนรู้ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (ต่อ) 3.2 กีฬาว่ายน้ำ – แนวทางความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ – กติกาการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ สาระสำคัญ กีฬาว่ายน้ำ เป็นอีกกีฬาหนึ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเล่น เพราะหากประมาทหรือเล่นด้วยความคึกคะนองอาจทำ ให้เกิดอันตรายหรือเสียชีวิตได้แนวทางความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุในการว่ายน้ำเป็นหลักปฏิบัติที่ผู้ว่ายน้ำต้อง ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เป็นต้นว่าควรอ่านและเคารพกฎระเบียบการใช้สระว่ายน้ำของแต่ละสถานที่ที่ไปใช้บริการอย่าง เคร่งครัด ควรอบอุ่นร่างกายก่อนว่ายน้ำทุกครั้งประมาณ 3–5 นาทีเพื่อป้องกันการเกิดตะคริวในขณะที่ว่ายน้ำ หากเกิด อาการอ่อนเพลียไม่ควรว่ายน้ำ ไม่ควรว่ายน้ำในสระว่ายน้ำเพียงลำพัง เพราะเมื่อเกิดอาการตะคริว หรือหมดสติในขณะ ว่ายน้ำจะไม่มีใครพบเห็น และสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและนอกจากนี้ควรต้องเรียนรู้กติกาการแข่งขันที่นักเรียน ควรทราบ โดยเฉพาะกฎข้อบังคับกติกาของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติฟีน่า ฉบับ พ.ศ. 2552–2556 ที่ใช้ในปัจจุบัน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู 1. การสอนแบบบรรยาย 2. การสอนแบบทดลอง 3. การสอนแบบมีส่วนร่วม 4.การสอนแบบบูรณาการ บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ


86 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน 1. รัก เมตตา 2. ซื่อสัตย์ 3. กตัญญู 4. อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่1: นำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนอาสาสมัครผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเพื่อนอบอุ่นร่างกาย (warm-up) โดยใช้รูปแบบการบริหารร่างกาย เพื่อให้การเล่นกีฬาว่ายน้ำมีประสิทธิภาพจากที่ศึกษาในคาบเรียนที่ผ่านมา 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมจัดทำสมุดภาพกีฬาว่ายน้ำ โดยให้เพื่อน ๆ ใน ชั้นเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น 3. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการศึกษาและการปฏิบัติกิจกรรมในการเรียนครั้งที่ผ่านมา เพื่อทบทวนความรู้ ขั้นที่2: กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูสุ่มนักเรียน 2–3 คน ออกมารายงานผลการศึกษาเนื้อหาในหัวข้อที่ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่ 3.2 กีฬาว่ายน้ำ เรื่องแนวทางความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และกติกาการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ ตามที่ได้รับมอบหมายจากการเรียนครั้งที่ผ่านมาหน้าชั้นเรียน 2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันอภิปรายเรื่อง แนวทางความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ โดยใช้ เนื้อหาจากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2ประกอบ 3. ครูให้ข้อเสนอแนะในการอภิปรายและอธิบายความรู้เพิ่มเติม 4. ครูให้ความรู้ในเรื่อง กติกาของกีฬาว่ายน้ำ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามในประเด็นที่สงสัยหรือสนใจเพิ่มเติม 5. นักเรียนสรุปความรู้เรื่อง กติกาการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ โดยสร้างเป็นแผนที่ความคิด บันทึกลงสมุดบันทึก ขั้นที่3: ฝึกฝนทักษะประสบการณ์ • นักเรียนทั้งชั้นร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ โดยใช้เวลา ตามที่ครูกำหนด ขั้นที่4: การนำไปใช้ • นักเรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์ของสมาชิกในชั้นเรียนโดยครูให้ความรู้เพิ่มเติม ขั้นที่5: สรุปความรู้ 1. นักเรียนอาสาสมัครผลัดเปลี่ยนกันออกมานำเพื่อนคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) โดยใช้ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อจากที่ ศึกษาผ่านมา 2. นักเรียนทำความสะอาดร่างกายและดูแลความเรียบร้อยของการแต่งกาย


87 3. ครูและนักเรียนสรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้โดยสังเขปลงใน สมุดบันทึก 4. มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเนื้อหาในหัวข้อที่ 3. กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หัวข้อย่อยที่3.2 กีฬาว่ายน้ำ เรื่องการ ฝึกทักษะกีฬาว่ายน้ำ ขั้นตอนที่ 1–2 จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานสุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 มาล่วงหน้าแล้วนำมา พูดคุยในการเรียนครั้งต่อไป ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาใบความรู้ 2. ตรวจใบงาน 3. การซักถามปัญหา 4. การเล่นเกม/ปฏิบัติกิจกรรม 5. การสรุปความรู้และขั้นตอนการเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เกณฑ์การผ่าน 1 เกณฑ์การผ่านรายบุคคล 1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมินหรือ ได้ ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน 2 เกณฑ์การผ่านรายกลุ่ม 2.1 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2.2 จำนวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 3 ระดับคุณภาพของ การประเมินหรือ ได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจาก 5 ระดับคุณภาพของการประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. ภาพหรือสื่อวีดิทัศน์เกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำ 2. อุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาว่ายน้ำ 3. สระว่ายน้ำ 4. ใบกิจกรรมเรื่อง จัดทำสมุดภาพกีฬาว่ายน้ำ 5. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ม. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง กติกาการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ นอกเวลาเรียน หรือในช่วงการจัดกิจกรรมลดเวลา เรียน เพิ่มเวลารู้ตามที่สถานศึกษากำหนด การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ ความรู้ (K) • ซักถามความรู้เกี่ยวกับ แนวทางในการปฏิบัติเพื่อความ • แบบประเมินผล การนำเสนอ ข้อมูล/ • รูปแบบของ กิจกรรมตามที่ระบุ ใน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


ปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุ จากกีฬาว่ายน้ำและกติกากีฬา ว่ายน้ำ • ตรวจสอบความถูกต้องของ การปฏิบัติกิจกรรม – จัดทำสมุดภาพกีฬาว่ายน้ำ การอภิปราย/การ สร้างแผนที่ ความคิด* ใบกิจกรรม/แบบ ฝึกทักษะรายวิชา พื้นฐาน สุขศึกษา และพลศึกษา ม. 2 ทักษะ กระบวนการ (P) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์* • แบบประเมินทักษะ/ กระบวนการ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คุณลักษณะ(A) • สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของนักเรียน 1. รายงานการ สังเกตพฤติกรรม 2. สังเกต พฤติกรรมด้าน คุณธรรมพื้นฐาน • แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


89 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน......................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน..............................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน..........................คน คิดเป็นร้อยละ................................ - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน......................................คน คิดเป็นร้อยละ................................ ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………...... เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายชัยสิทธิ์ เทินสะเกษ) หัวหน้ากลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


90 โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชา พลศึกษา รหัสวิชา พ 22102 ระดับชั้น ม. 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหว จำนวน 20 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง กีฬาว่ายน้ำ (ต่อ) เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอมีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬามีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด 1. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลอย่างละ 1 ชนิด โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม (พ 3.1 ม. 2/1) 2. นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ (พ 3.1 ม. 2/2) 3. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา (พ 3.2 ม. 2/1) 4. ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ และนำแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ (พ 3.2 ม. 2/2) 5. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬา ที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม (พ 3.2 ม. 2/3) 6. จำแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้ในการเล่นกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับ ทีมไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่น (พ 3.2 ม. 2/4) 7. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจำ (พ 3.2 ม. 2/5) จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำและกติกากีฬาว่ายน้ำอย่างถูกต้องได้ (K) 2. ร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และ กติกากีฬาว่ายน้ำร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจและมีระเบียบวินัย (A) 3. สื่อสารเพื่ออธิบายแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุจากกีฬาว่ายน้ำ และกติกากีฬาว่ายน้ำให้ ผู้อื่นเข้าใจได้(P)


Click to View FlipBook Version