The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Next Gen. กับการเสริมสร้างการเมืองการปกครองไทย 360 องศา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 406222060, 2022-10-21 05:53:36

เอกสารประกอบการสัมมนาทางรัฐศาสตร์

Next Gen. กับการเสริมสร้างการเมืองการปกครองไทย 360 องศา

Keywords: Next Gen. กับการเสริมสร้างการเมืองการปกครองไทย 360 องศา

สาสน์ จากประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑติ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน

เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการการประชุมวิชาการ“Next Gen. กับการเสริมสรา้ งการเมืองการปกครอง
ไทย 360 องศา” ได้จัดทำขนึ้ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพื่อเผยแพรผ่ ลงานวิชาการ ผลงานวจิ ัย และแลกเปลย่ี น
แนวคิด ความรู้ ความก้าวหน้าใหม่ ดา้ นรัฐศาสตร์และกฎหมายมหาชน โดยบทความทกุ เรอ่ื งไดผ้ า่ นการ
พจิ ารณากลัน่ กรองจากผู้ทรงคุณวฒุ ใิ นสาขาวชิ าท่ีเกีย่ วขอ้ งจากสาขาวิชา

ปัจจบุ นั การอุดมศกึ ษาในยุค 4.0 กำลงั เผชิญกบั ความท้าทายดา้ น “บทบาทคนรุ่นใหม”่ ท่ีเกิดจาก
การเปลี่ยนผ่านการศึกษาเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานการเรียนรู้ ซึ่งเน้นการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อให้เป็น
กำลังคนที่มสี มรรถนะและคุณภาพสูงในการผลิตนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการผลิตและการบริการ ท่ี
จะต้องใช้องค์ความรู้ในการขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต ได้มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ทาง
รัฐศาสตร์ โดยหนนุ เสริมความรู้ด้านกฎหมายมหาชน ใหบ้ ัณฑติ มีคณุ ลักษณะของนักปกครองท่ีดี ตระหนักใน
ความเป็นพลเมืองที่มีคุณธรรมจริยธรรม สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
พรอ้ มท้งั นำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์และพัฒนาประเทศอยา่ งสมดุลและยั่งยืน โดยผ่านการเรียน
การสอนและกจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร เฉกเช่น รายวชิ าสัมมนาทางรฐั ศาสตรแ์ ละกฎหมายมหาชน เป็นรายวชิ าท่ี
ได้มีการบูรณาการศาสตร์ทางด้านการวิจัย โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์และ
กฎหมายมหาชนมาสังเคราะห์ และเผยแพร่ต่อสาธารณะผ่านงานที่พัฒนามาจากหลักการคิด วิเคราะห์
สงั เคราะห์ เชิงเหตุผล เพอ่ื ตอบโจทยใ์ นการพฒั นาบณั ฑิตทม่ี ีสมรรถนะเป็นท่ยี อมรบั ของสังคมตอ่ ไป

กรรมการบรหิ ารงานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต จึงหวังเป็นอย่างยิ่งวา่ เอกสารฉบับนีจ้ ะเป็นเวที
ทางวิชาการ ที่จะกระตุ้นความคิดและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “บทบาทคนรุ่นใหม่กับการเสริมสร้างการเมือง
การปกครองไทย” ของนักศึกษา นักวิชาการและผู้อ่านทุกท่าน ทั้งนี้ เพื่อการมีส่วนร่วมในการจุดประกาย
ความคิดหรอื ต่อยอดความคิด อันจะกอ่ ให้เกิดกระบวนทัศน์ทางความคดิ ต่อไป

ๆ มมน. .

(อาจารยน์ นิ สุ รา มนิ ทราศกั ดิ์)
ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต
สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน

สารบัญ หนา้
1
เรื่อง 11

กำหนดการ 14
14
รายชอื่ คณะทำงาน 15

การนำเสนอผลงานวิจัยเร่อื ง 16

กล่มุ ย่อยที่ 1 17
ผ้ทู รงคุณวุฒิ อาจารยส์ ไุ ลมาน หะโมะ ผศ.ดร.ชัยวัฒน์ โยธี (มอ.ปัตตาน)ี
เร่ือง การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม 18
กรณศี ึกษา บ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จงั หวดั สตูล 19
นัสเรย์ซาล หลีเสน็ และคณะ 20
เร่ือง ปจั จัยท่มี ีผลต่อความพึงพอใจของประชาชนในการดำเนนิ งานขององคก์ ารบริหาร
ส่วนตำบลดอนรักอำเภอหนองจกิ จงั หวัดปัตตานี 21
รซู ีลา บอื โต และคณะ 22
เรอ่ื ง กระบวนการจัดการพน้ื ท่ีปา่ ในรปู แบบเกษตรผสมผสานโดยสรา้ งการมีส่วนรว่ มใน
กานพัฒนาอาชีพของชุมชน กรณศี ึกษา กลุม่ วิสาหกจิ ชุมชนปลกู ไผบ่ ้านแปแจง ตำบล 23
สะเอะ อำเภอกรงปนิ งั จังหวดั ยะลา
อานีตา มเู ลง และคณะ 24
เรอ่ื ง ผลกระทบของกญั ชาทางสงั คมในชุมชนยามู
ลามูนา ลาเตะ และคณะ
เรื่อง ทศั นคตแิ ละความคาดหวังของเยาวชนทีม่ ตี ่อองค์การบริหารส่วนตำบลของไทย
นิติกร อภนิ ันตบตุ ร และคณะ
เรื่อง การยอมรบั และกระบวนการมสี ว่ นรว่ มในการเลือกผู้นำชุมชน กรณีศกึ ษา : ชมุ ชน
จารนู อก เทศบาลนครยะลา อำเภอเมอื งยะลา จงั หวดั ยะลา
มูฮาหมัดฮากีมิง อะลีละ และคณะ
เรื่อง ความพงึ พอใจของผู้ใชบ้ ริการรถสาธารณะ : กรณศี กึ ษาเทศบาลนครหาดใหญ่
อภิรกั ษ์ มุขนอ้ ย และคณะ
เรอื่ ง พฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มทางการเมืองทอ้ งถน่ิ ของนักศึกษา
มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี จังหวดั ปตั ตานี
ภธู เรศ แก้วกับบัว และคณะ
เรอ่ื งปัญหาของประชาชนท่ีไมส่ ามารถเข้าถึงโครงการเยียวยาจากรัฐในสถานการณโ์ ค
วิด-19 : ศึกษากรณีหมบู่ ้านโต๊ะแบ จ. นราธวิ าส
นุรอามาณีย์ เจะแม และคณะ
กลมุ่ ยอ่ ยที่ 2
ผู้ทรงคณุ วุฒิ อาจารย์คมวทิ ย์ สขุ เสนีย์ อาจารยอ์ ับดลุ คอลกิ อัรรอฮีมยี ์ (มอ.
ปัตตานี)

เรอ่ื ง ศกั ยภาพขององค์การบรหิ ารส่วนตำบลบนั นังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวดั ยะลา 25
ในการยกฐานะเป็นเทศบาลเมอื ง 26
ไหมซูรี สีบู และคณะ 27

เรื่อง กระบวนการประชาธปิ ไตยแบบปรึกษาหาหรือ ผา่ นพ้นื ทีก่ ลางสู่การแก้ปญั หา 28
ทอ้ งถิน่ กรณีศึกษา: โรงเรยี นชาวนาบ้านละหา ตำบลแวง้ อำเภอแวง้ จงั หวัดนราธวิ าส 29
อาฟรี ี รอมอื ลี และคณะ 30
31
เรื่อง แนวทางการบรหิ ารจดั การกลมุ่ วิสาหกิจชมุ ชนบงั เละตรโี กน่า ฟาร์ม (การเล้ียง 32
ชนั โรง) แบบมสี ว่ นรว่ ม กรณศี ึกษาชนุ ชนบา้ นทุ่ง ตำบลท่าขา้ ม อำเภอปะนาเระ จังหวดั 33
ปัตตานี 34
ฟุรกอน การี และคณะ 35
36
เรื่อง แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเทย่ี วหาดตะโละกาโปร์ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอ 37
ยะหร่ิง จงั หวัดปัตตานี
มะรอบซี ี รายอ และคณะ

เรอ่ื ง แนวทางการบรหิ ารจัดการกล่มุ วิสาหกิจชมุ ชนแบบมสี ว่ นร่วมกรณีศกึ ษา กลุ่ม
วิสาหกิจชุมชนตัดเยบ็ เสื้อผ้าบา้ นลมิ ุด ตำบลทา่ สาป อำเภอเมือง จงั หวัดยะลา
รสุ มี สาแม และคณะ

เรอ่ื ง ศักยภาพผนู้ ำเทศบาลนครยะลาต่อการบรหิ ารจดั การเมืองอัจฉรยิ ะ กรณีศึกษา
นายกเทศมนตรี
วันยาซีน อาโกะ และคณะ

เรื่อง กล่มุ เดก็ แวน้ กบั การเมืองทอ้ งถิน่ : กรณีศึกษาพฤติกรรมการแสดงออกทาง
การเมืองทอ้ งถ่นิ ต.ไมเ้ รียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
สัญญาพล อปุ ลา และคณะ

เรื่อง คุณภาพชีวติ ของสมาชิกกองทนุ สวัสดกิ ารชุมชนบา้ นควนแปลงงู จังหวดั ปตั ตานี
มสั วานีย์ เจะดาราโซ

เรื่อง ความพงึ พอใจของประชาชนท่ีมตี อ่ การให้บริการขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบล
ทรายขาว อำเภอโคกโพธ์ิ จงั หวัดปัตตานี
อรณิชา อาจหาญ และคณะ

กลุม่ ยอ่ ยท่ี 3
ผทู้ รง ผศ.ดร.วันฮารงค์ บินอสิ ริส ผศ.ดร.ซัมซู สาอุ (มอ.ปัตตาน)ี

เรอ่ื ง กลมุ่ วิสาหกจิ ชมุ ชนผู้เล้ียงชันโรงโรงเรียนชาวนา กับการยกระดับเศรษฐกิจฐาน
รากท้องถ่ิน และการฟืน้ ฟูทรัพยากรธรรมชาติทอ้ งถ่ิน
อิก๊ รอม หลี และคณะ

เรือ่ ง การบรหิ ารจดั การแบบมีส่วนร่วมของกลมุ่ แมบ่ ้านจกั สานฝาชีแฟนซี กรณศี ึกษา
ตําบลตะโละแมะนา อาํ เภอทงุ่ ยางแดง จังหวดั ปตั ตานี
อีลียัส บนิ เจ๊ะหะ และคณะ

เรื่อง การพัฒนากระบวนการการบริหารจดั การตลาดนดั มะพร้าว อาํ เภอเมือง จงั หวัด
ยะลา แบบมีส่วนรว่ ม
นาอลี ะห์ มลู ูคารี และคณะ

เรอ่ื ง กระบวนการและปจั จัยสู่ความเขม้ แขง็ ของชมุ ชนเขม้ แข็ง กรณีศกึ ษา บา้ นควนลงั 38
งา ตาํ บลทรายขาว อําเภอโคกโพธ์ิ จงั หวัดปัตตานี 39
.นรู ีสมา เจะ๊ นะ และคณะ 40
41
เรื่อง แนวทางการพัฒนาการบรหิ ารจัดการกลุม่ ชุมชนดงตน้ หยี บา้ นปลู าตะเยาะฆอ ม. 42
5 ตําบลระแว้ง อ.ยะรงั จ.ปัตตานี 43
ฟาตฮี ะห์ อาแว และคณะ 44
45
เรอ่ื ง ปัญหาเยาวชนทไ่ี มส่ ามารถเขา้ ถึงการศกึ ษาในระดบั อดุ มศึกษา : กรณศี ึกษาบา้ น 46
ดอนรกั จงั หวัดปตั ตานี 47
ธนวฒั น์ ทะสะระ และคณะ 48
49
เรื่อง ความพงึ พอใจของประชาชนในการให้บริการดา้ นสาธารณสุข : กรณีศกึ ษา ตําบล 50
สะดาวา อําเภอยะรงั จังหวดั ปัตตานี
ทรายนบั มะหเิ ละ และคณะ

เรอ่ื ง การสํารวจปัญหาความยากจนของประชาชนในพื้นทบี่ า้ นบาราเฮาะ จงั หวดั
ปัตตานี
อฟั นาน มะยะเดง็ และคณะ

กลุ่มยอ่ ยท่ี 4
ผ้ทู รง อาจารย์นาเดยี ปายอดร.อบิ รอฮมิ สารมี าแซ (ม.นราธิวาสราชนครินทร์)

เรื่อง การฟน้ื ฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดนตากใบ - มาเลเซยี หลังวกิ ฤตกิ ารณโ์ ควดิ -19
วันรสิ กี สติรักษ์ และคณะ

เรอื่ ง แนวทางการพฒั นาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพเยาวชนดว้ ยกิจกรรมศลิ วฒั นธรรม
ทอ้ งถิน่ แบบมสี ่วนร่วมของชุมชน
อสั รี สุหลง และคณะ

เรื่อง บทบาทผู้นาํ ทอ้ งถ่ินในการสรา้ งเยาวชนเพอ่ื พฒั นาท้องถิน่ บา้ นลมิ ดุ ตาํ บลทา่ สาป
อําเภอเมือง จังหวดั ยะลา
ไฟซอล เจ๊ะมะ และคณะ

เรอื่ ง ปจั จัยท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้นําทอ้ งถิ่น กรณศี กึ ษา
องค์การบริหารสว่ นตาํ บลบาโงย อําเภอรามัน จังหวดั ยะลา
ยสั มีน หะยสี ะมะแอ และคณะ

เรอ่ื ง แนวทางการบริหารจัดการกลมุ่ คดิ มัดออมทรัพย์ชุมชน บ้านตะโละดอื รามนั ตําบล
ตะโละดือรามนั อําเภอกะพอ้ จงั หวดั ปัตตานี
ซวู ารี ดอตา และคณะ

เรื่อง แนวทางการพัฒนากระบวนการใหบ้ ริการงานทะเบยี นราษฎรองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถนิ่ กรณีศกึ ษา: เทศบาลเมืองสะเตงนอก อาํ เภอเมอื ง จังหวดั ยะลา
ซไู วบะห์ มีนา และคณะ

เรื่อง ปญั หาการไม่ยอมรบั วัคซีนโควิด-19 ของประชาชนหมู่บ้านรูสะมแิ ล ตําบลรูสะมิ
แล อําเภอเมือง จังหวัดปตั ตานี
ซไู บดะห์ ดือเระ และคณะ

เร่อื ง ผลกระทบต่อชุมชนจากโครงการพฒั นานิคมอุตสาหกรรมจะนะ จงั หวดั สงขลา 51
อมั บยี าห์ เจะดหุ มนั และคณะ 52

เรอื่ ง บทบาทการมีส่วนรว่ มของประชาชนตอ่ การบริหารงานขององค์กรปกครองสว่ น
ท้องถ่ิน กรณศี ึกษา:องค์การบริหารส่วนตาํ บลท่งุ นุ้ย อําเภอควนกาหลง จงั หวัดสตูล
ฮาบีบี สาริปา และคณะ

1

กำหนดการ การจัดสมั มนาทางรฐั ศาสตรแ์ ละกฎหมายมหาชน

ในกจิ กรรม Next Gen. กบั การเสริมสรา้ งการเมอื งการปกครองไทย 360 องศา
ภายใต้หวั ขอ้ เสวนาพเิ ศษ บทบาทคนรนุ่ ใหม่กบั การเสรมิ สรา้ งการเมืองการปกครองไทย

วนั เสาร์ ท่ี 29 ตลุ าคม พ.ศ. 2565 เวลา 8.00 – 16.00 น.
ณ อาคารสงั คมศาสตร์ ชนั้ 2 มหาวิทยาลยั ราชภัฏยะลา
..............................................................................................................................................................................

(กิจกรรมช่วงเชา้ ) ลงทะเบียน
เวลา 8.00-8.30 น. กล่าวรายงานโดย นาย อิจญลาล สาเล่ นกั ศกึ ษาชัน้ ปที ่ี 4 หลักสูตรรฐั ศาสตรบณั ฑติ
เวลา 8.30-8.45 น.
เวลา 8.45-9.00 น. สาขาการปกครองกฎหมายมหาชน
เวลา 9.00-9.15 น. กล่าวเปดิ งานโดย ผศ.ดร.บญุ สิทธิ์ ไชยชนะ
เวลา 9.15-11.15 น.
รกั ษาราชการแทนอธิการบดี มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา
เวลา 11.15-11.30 น. รับชมวิดทิ ัศน์การแสดงพิธเี ปดิ ในกิจกรรม Next Gen. กับการเสรมิ สรา้ งการเมือง
เวลา 11.30-12.00 น.
เวลา 12.00-13.00 น. การปกครองไทย 360 องศา
การเสวนาภายใต้หัวขอ้ พเิ ศษ เร่อื ง บทบาทคนรุ่นใหม่กบั การเสริมสร้างการเมอื ง

การปกครองไทย โดย

• นาย หะสัน พทิ กั ษ์บัญชาการ ปลดั อำเภอเมืองยะลา

• นาย สูฮัยมี ลือแบซา เลขาธิการกลุ่ม Next Gen

• นายแพทย์ ก๊ฟิ ลนั ดอเลาะ

กจิ กรรมรว่ มแลกเปลย่ี นมมุ มองความคดิ เห็นและตอบคําถามเกย่ี วกับบทบาท
คนร่นุ ใหม่กับการเสริมสร้างการเมืองการปกครองไทย
ชมการประกวดโปรเตอร์บทคัดยอ่ งานวิจยั ของนกั ศกึ ษาชน้ั ปีที่ 4
หลักสูตรรฐั ศาสตรบัณฑติ สาขาการปกครองกฎหมายมหาชน
พักรบั ประทานอาหารกลางวัน

(กิจกรรมช่วงบ่าย)
เวลา 13.00-15.40 น. กจิ กรรมนำเสนอผลงานวิจัย 5 บท ของนักศกึ ษาชน้ั ปีท่ี 4 หลักสูตรรฐั ศาสตร
บัณฑติ

2

เวลา 15.40-15.50 น. สาขาการปกครองกฎหมายมหาชน และนกั ศึกษาชน้ั ปีที่ 4 คณะรฐั ศาสตร์
องศา มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี โดยแบง่ ออกเปน็ 4 กล่มุ ย่อย ดงั น้ี

เวลา 15.50-16.00 น. • กล่มุ ย่อยที่ 1 ณ ห้องติงเซยี ง โดยมีคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จำนวน 2 ท่าน

ได้แก่ 1.ผศ.ดร.ชัยวัฒน์ โยธี 2.อาจารย์ สไุ ลมาน หะโมะ

• กล่มุ ย่อยที่ 2 ณ ห้องบราแง โดยมีคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิ จำนวน 2 ทา่ น

ได้แก่ 1.อาจารย์ อบั ดุลคอลกิ อรั รอฮีมีย์ 2.อาจารย์ คมวทิ ย์ สุขเสนยี ์

• กลุ่มยอ่ ยท่ี 3 ณ ห้องเรยี น 1 โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ จำนวน 2 ทา่ น

ได้แก่ 1.ผศ.ดร.ซัมซู สาอุ 2.ผศ.ดร.วันฮารงค์ บนิ อสิ รสิ

• กลมุ่ ย่อยท่ี 4 ณ ห้องเรียน 2 โดยมีคณะกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิ จำนวน 2 ทา่ น

ไดแ้ ก่ 1.ดร.อิบรอฮิม สารีมาแซ 2.อาจารย์ นาเดีย ปายอ
กล่าวปิดกิจกรรม Next Gen. กับการเสริมสร้างการเมอื งการปกครองไทย 360

โดย อาจารย์ นินสุ รา มินทราศกั ดิ์ ประธานหลักสตู รรัฐศาสตรบณั ฑิต
สาขาการปกครองกฎหมายมหาชน
ถ่ายภาพเป็นทรี่ ะลึกร่วมกัน

หมายเหตุ.....กำหนดการอาจมีการเปลีย่ นแปลงตามความเหมาะสม

3

กำหนดการ กลุม่ ยอ่ ยที่ 1
กจิ กรรมนำเสนอผลงานวจิ ัย 5 บท
ของนักศกึ ษาช้นั ปีท่ี 4 หลักสูตรรฐั ศาสตรบณั ฑติ
สาขาการปกครองกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
และนักศึกษาชนั้ ปที ่ี 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี
วนั เสาร์ ท่ี 29 ตลุ าคม พ.ศ. 2565 เวลา 13.00 – 15.40 น.
ณ หอ้ งติงเซยี ง ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
..............................................................................................................................................................................
เวลา 13.00-13.15 น. ลงทะเบียนกลุ่มย่อยท่ี 1 และแจกอาหารว่าง
เวลา 13.15-13.30 น. กล่าวต้อนรับและแนะนำผทู้ รงคุณวฒุ ิประจำกลุ่มยอ่ ยที่ 1
เวลา 13.30-15.30 น. ดำเนินการสอบ นำเสนอผลงานวจิ ัย 5 บท ของนกั ศึกษาช้ันปที ี่ 4
หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑติ สาขาการปกครองกฎหมายมหาชน
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา และนักศกึ ษาชัน้ ปีท่ี 4 คณะรัฐศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ทา่ น ดงั นี้

• 1. ผศ.ดร.ชยั วัฒน์ โยธี อาจารยป์ ระจำคณะรัฐศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

• 2. อาจารย์ สุไลมาน หะโมะ อาจารยป์ ระจำหลกั สตู รรัฐศาสตรบณั ฑิต

สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา

เวลา 13.30-13.35 น. • นำเสนอกลุ่มท่ี 1 หัวข้อวิจยั การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนรุ กั ษ์

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม กรณีศกึ ษาบ้านบ่อเจ็ดลกู ตำบลปากนำ้
อำเภอละงู จงั หวัดสตูล

เวลา 13.35-13.45 น. • นำเสนอกลุม่ ท่ี 2 หวั ข้อวจิ ัย ปจั จยั ที่มีผลตอ่ ความพงึ พอใจของประชาชน

ในการดำเนนิ งานขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลดอนรัก อำเภอหนองจกิ
จังหวัดปตั ตานี

เวลา 13.45-14.00 น. • นำเสนอกลุ่มท่ี 3 หวั ข้อวจิ ัย กระบวนการจดั การพืน้ ท่ีปา่ ในรปู แบบ

เกษตรผสมผสาน โดยสรา้ งการมีสว่ นร่วมในการพฒั นาอาชีพของชมุ ชน
กรณีศึกษา กลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชน ปลกู ไผ่บ้านแปแจง ตำบลสะเอะ
อำเภอกรงปินัง จังหวดั ยะลา

4

เวลา 14.00-14.15 น. • นำเสนอกลมุ่ ที่ 4 หวั ข้อวิจัย ผลกระทบของกญั ชาทางสังคมในชมุ ชนยามู

อำเภอยะหรง่ิ จงั หวัดปัตตานี

เวลา 14.15-14.30 น. • นำเสนอกลมุ่ ที่ 5 หัวข้อวจิ ัย ทศั นคตแิ ละความคาดหวงั ของเยาวชนทมี่ ีต่อองคก์ าร

บริหารส่วนตำบลของไทย

เวลา 14.30-14.45 น. • นำเสนอกลมุ่ ที่ 6 หวั ข้อวจิ ยั การยอมรับและการมสี ่วนรว่ มในการเลอื กผู้นำชุมชน

กรณีศึกษา ชุมชนจารูนอก เทศบาลนครยะลา จังหวดั ยะลา

เวลา 14.45-15.00 น. • นำเสนอกลมุ่ ท่ี 7 หัวข้อวิจัย ความพึงพอใจของผใู้ ช้บริการรถสาธารณะ

กรณีศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่

เวลา 15.00-15.15 น. • นำเสนอกลมุ่ ที่ 8 หัวข้อวิจัย พฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มทางการเมืองทอ้ งถนิ่

ของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

เวลา 15.15-15.30 น. • นำเสนอกลมุ่ ที่ 9 หัวข้อวิจัย ปัญหาของประชาชนที่ไมส่ ามารถเขา้ ถึงโครงการ

เยียวยาจากรฐั บาลในสถานการณ์โควดิ -19 กรณีศกึ ษาหม่บู ้านโต๊ะแบ
จังหวดั นราธิวาส

หมายเหตุ.....กำหนดการอาจมกี ารเปล่ียนแปลงตามความเหมาะสม

5

กำหนดการ
สมั มนาทางรัฐศาสตรแ์ ละกฎหมายมหาชน
ภายใตห้ ัวข้อ Next Gen. กับการเสริมสร้างการเมอื งการปกครองไทย 360 องศา

นำเสนอวิจยั กลมุ่ ยอ่ ย 2
ณ หอ้ งบราแง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ยะลา

29 ตุลาคม 2565 กิจกรรม
กำหนดการ : ลงทะเบยี นพรอ้ มแจกอาหารว่าง
13.00 - 13.20 น. : กล่าวตอ้ นรับผ้ทู รงคุณวุฒิ และคณะผูว้ ิจัย
13.20 – 13.25 น. : เปดิ พิธีช้แี จงกำหนดการ
13.25 – 13.35 น. : กลมุ่ ที่ 1 ศักยภาพขององค์การบริหารสว่ นตำบลบันนงั สตา อำเภอบนั นังสตา
13.35 – 13.47 น. จังหวัดยะลา ในการยกฐานะเปน็ เทศบาลเมือง
: กลมุ่ ท่ี 2 กระบวนการสร้างประชาธปิ ไตยแบบปรึกษาพ้ืนท่กี ลางสู่การแกไ้ ขปญั หท้องถน่ิ
13.47 – 13.59 น. กรณศี กึ ษา:โรงเรยี นชาวนาบา้ นละหาตำบลแว้งอำเภอแวง้ จงั หวันราธิวาส
: กลมุ่ ที่ 3 แนวทางการบรหิ ารจดั การกลุ่มวิสาหกิจชมุ ชนบงั เละตรีโกน่า ฟาร์มแบ
13.59 – 14.11 น. มสี ว่ นร่วม กรณศี กึ ษาชมุ ชนบา้ นทุ่ง ตำบลทา่ ข้าม อำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี
: กล่มุ ที่ 4 แนวทางการพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วหาดตะโละกาโปร์ อำเภอยะหรง่ิ
14.11 – 14.24 น. จงั หวดั ปตั ตานี
: กลุม่ ท่ี 5 แนวทางการบริหารจดั การกลุม่ วิสาหกิจชมุ ชนแบบมีสว่ นรว่ ม กรณีศกึ ษา
14.24 – 14.36 น. บา้ นลิมดุ ท่าสาป ตำบลทา่ สาป อำเภอเมือง จังหวดั ยะลา
: กลมุ่ ท่ี 6 ศกั ยภาพผูน้ ำเทศบาลนครยะลา ต่อการบริหารจัดการเมืองอจั ฉรยิ ะ
14.36 – 14.48 น. กรณีศกึ ษา นายกเทศมนตรนี ครยะลา
: กลุ่มท่ี 7 กล่มุ เดก็ แว้นกบั การเมอื งท้องถ่นิ : กรณีศกึ ษาพฤตกิ รรมการแสดงออก
14.48 – 15.00 น. ทางการเมอื งท้องถ่นิ ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
: กลุ่มท่ี 8 คุณภาพชีวิตของสมาชกิ กองทุนสวสั ดิการชุมชนบ้านควนแปลงงู ตำบล
15.00 – 15.12 น. ป่าไร่ อำเภอแมล่ าน จงั หวัดปัตตานี
: กลมุ่ ที่ 9 ความพงึ พอใจของประชาชนท่มี ีตอ่ การใหบ้ รกิ ารขององค์การบริหารส่วน
15.12 – 15.24 น. ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธ์ิ จงั หวดั ปตั ตานี
: ปิดพิธี
15.24 – 16.00 น.

6

หมายเหตุ - นำเสนอวิจยั กลมุ่ ละ 7 นาที
- ผทู้ รงคณุ วฒุ คิ อมเมนท์ 5 นาที
- กำหนดการอาจมเี ปล่ียนแปลงตามความเหมาะสม

7

กำหนดการ
สัมมนาทางรฐั ศาสตรแ์ ละกฎหมายมหาชน
ภายใต้หัวขอ้ Next Gen. กับการเสริมสร้างการเมืองการปกครองไทย 360 องศา

นำเสนอวิจัยกลุม่ ยอ่ ย 3
ณ หอ้ งเรยี น 1 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

29 ตลุ าคม 2565 กิจกรรม
กำหนดการ
13.00 – 13.15 น. : ลงทะเบียนพรอ้ มแจกอาหารวา่ ง
13.15 – 13.20 น. : กล่าวตอนรบั ผู้ทรงคณุ วุฒิ และคณะผวู้ จิ ัย
13.20 – 13.30 น. : เปดิ พิธีชีแ้ จงกำหนดการ
13.30 – 13.42 น. : กลุ่มที่ 1 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรงโรงเรียนชาวนา กับ การยกระดับ
เศรษฐกิจฐานรากท้องถิน่ และการฟนื้ ฟทู รพั ยากรธรรมชาติท้องถนิ่
13.42 – 13.54 น. : กลุม่ ท่ ่ี 2 การบรหิ ารจัดการแบบมสี ่วนรว่ มของกลุ่มแม่บา้ นจกั สานฝาชแี ฟนซี
กรณีศกึ ษา ตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จงั หวดั ปตั ตานี
13.54 - 14.06 น. : กลุม่ ที่ 3 การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการตลาดนัดมะพรา้ ว
อำเภอเมือง จังหวดั ยะลา แบบมสี ว่ นร่วม
14.06 – 14.18 น. : กล่มุ ที่ 4 กระบวนการและปจั จัยสู่ความเขม้ แขง็ ของชุมชนเข้มแขง็
กรณีศึกษา บา้ นควนลังงา ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธ์ิ จังหวัดปัตตานี
14.18 – 14.30 น. : กลุ่มที่ 5 แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการกลุ่มชุมชนดงต้นหยี บ้านปูลาตะ
เยาะฆอ ม.5 ตำบลระแว้ง อ.ยะรงั จ.ปตั ตานี
14.30 – 14.42 น. : กลุ่มที่ 6 ปญั หาเยาวชนทไี่ ม่สามาเข้าถงึ การศกึ ษาในระดับอดุ มศึกษา: กรณีศึกษา
บ้านดอนรกั จังหวดั ปตั ตานี
14.42 – 14.54น. : กลุ่มที่ 7 ความพงึ พอใจของประชาชนในการใหบ้ ริการดา้ นสาธารณสขุ : กรณีศกึ ษา
ตำบลสะดาวา อำเภอยะรัง จงั หวัดปัตตานี
14.54 – 15.06 น. : กลุ่มที่ 8 การสำรวจปัญหาความยากจนของประชาชนในพื้นที่บ้านบาราเฮาะ
จงั หวดั ปัตตานี
15.06 – 16.00 น. : ปดิ พธิ ี

8

หมายเหตุ
- นำเสนอวจิ ัยกล่มุ ละ 7 นาที
- ผทู้ รงคณุ วฒุ คิ อมเมนท์ 5 นาท
– กำหนดการอามกี ารเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม

9

กำหนดการ
สัมมนาทางรฐั ศาสตรแ์ ละกฎหมายมหาชน
ภายใต้หวั ข้อ Next Gen. กบั การเสรมิ สร้างการเมืองการปกครองไทย 360 องศา

นำเสนอวจิ ัยกล่มุ ย่อย 4

ณ ห้องเรียน 2 คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา

29 ตุลาคม 2565 กิจกรรม
กำหนดการ : ลงทะเบียนพรอ้ มแจกอาหารว่าง
13.00 - 13.20 น.
13.20 – 13.25 น. : กล่าวตอนรบั ผูท้ รงคุณวฒุ ิ และคณะผูว้ ิจยั
13.25 – 13.35 น. : เปิดพิธีชี้แจงกำหนดการ
13.35 – 13.47 น. : กลมุ่ ท่ี 1 การฟืน้ ฟเู ศรษฐกิจการคา้ ชายแดนตากใบ-มาเลเซยี หลงั

13.47 – 13.59 น. วกิ ฤติการณ์โควดิ - 19
: กล่มุ ท่ี 2 แนวทางการพฒั นาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพเยาวชนดว้ ยกจิ กรรม
13.59 – 14.11 น.
ศิลปวฒั นธรรมท้องถน่ิ แบบมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน
14.11 – 14.24 น. : กล่มุ ท่ี 3 บทบาทผ้นู ําทอ้ งถิน่ ในการสร้างเยาวชนเพือ่ พัฒนาท้องถ่ิน บา้ นลมิ ดุ
ตำบลท่าสาป อำเภอเมอื ง จังหวัดยะลา
14.24 – 14.36 น.
: กลุ่มท่ี 4 ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ การตดั สินใจของประชาชนในการเลือกผนู้ าํ ท้องถ่ิน
14.36 – 14.48 น. กรณีศกึ ษา องค์การบริหารสว่ นตำบลบาโงย อำเภอรามนั จังหวดั ยะลา

14.48 – 15.00 น. : กลมุ่ ที่ 5 แนวทางการบรหิ ารจดั การกลุ่มคิดมัดออมทรัพย์ชมุ ชน บา้ นตะโละ
ดอื รามนั ตำบลตะโละดือรามนั อำเภอกะพอ้ จังหวดั ปัตตานี
15.00 – 15.12 น. : กลมุ่ ท่ี 6 แนวทางการพัฒนากระบวนการให้บริการงานทะเบียนราษฎร

15.12 – 15.24 น. องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ กรณศี ึกษา: เทศบาลเมืองสะเตงนอก อำเภอเมอื ง
จังหวัดยะลา
15.24 – 16.00 น.
: กลุ่มที่ 7 ปญั หาการไม่ยอมรับวคั ซีนโควิด-19 ของประชาชนหมูบ่ า้ นรสู ะมิแล
ตำบลรสู ะมแิ ล อำเภอเมือง จงั หวัดปตั ตานี
: กล่มุ ที่ 8 ผลกระทบตอ่ ชุมชนจากโครงการพฒั นานิคมอุตสาหกรรมจะนะ

จงั หวัดสงขลา
: กล่มุ ท่ี 9 บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนตอ่ การบรหิ ารงานขององค์กร

ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน กรณีศึกษา:องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลทงุ่ นุ้ย อำเภอควน
กาหลง จังหวัดสตลู
ปิดพิธี

10

หมายเหตุ - นำเสนอวิจยั กลุม่ ละ 7 นาที
- ผทู้ รงคุณวฒุ ิคอมเมนท์ 5 นาที

- กำหนดการอาจมีการเปลีย่ นแปลงตามความเหมาะสม

11

รายชือ่ คณะทำงาน นายนัสเรยซ์ าล หลีเส็น
1.ฝ่ายกำหนดการตอ้ นรับ นายอิจญลาล สาเล่
นายอธกิ รณ์ เย็นใจรอด
2.ลงทะเบียน/เอกสารประกอบการสมั มนา นางสาวรซู ลี า บอื โต
3.จดั เตรียมอาหารวา่ งชว่ งเช้า/อาหารเทีย่ ง นางสาวซฮู าดา เดะห์
นางสาวแวนูรซี ัน แวแม
4.จดั นิทรรศการถา่ ยภาพ นางสาวนาเดยี กโู นแม
นางสาวอานตี าร์ มูเลง
นางสาวซรู ายา ยะเอะ๊
นายมฮู าหมัดกีมงิ อาลลี ะ
นางสาวโซเฟยี อาบู
นายซาฮาดมั มะเย็ง
นายวันริสกี สติรกั ษ์

นางสาวลามูนา ลาเตะ
นางสาวนรู ยี ะห์ บากา
นายวนั เฟาวาซ แวสามะ
นายอาแม มามุ
นายนัสรี อีซอ
นายอดินันต์ ดมู าลี
นางสาวอัศมะ วาเงาะ
นางสาวซูวารี ดอตา

นางสาวฟาระห์ หะยีเจะ๊ แว
นายอัฟนันต์ สาและ
นายมุสรอฟา มือลี
นายนติ ิกร อภินนั ตบุตร
นางสาวนูรสี มา เจะ๊ นะ
นางสาวญารินดา เจะเตะ๊
นายไอมนั อับดลุ รอแม
นางสาวอัฟนันท์ หะยีมะนสุ
นายไฟซอล เจะ๊ มะ รหสั
นางสาวฮุสนี ตยุ ง รหัส
นางสาวนูรฮูดา กทู า รหสั
นางสาวอาแอเสาะ นิวา
นางสาวซไู วบะห์ มนี า
นางสาวรอซียะห์ มะแซ
นายนัดรี เฮงยามา

นางสาวไหมซรู ี สีบู

12

5.ประเมนิ ผลโครงการ นางสาวนิซอฟียะห์ วาจิ
นางสาวนุรมา เจะ๊ เตะ๊
6.สื่อประชาสมั พนั ธ์/ถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊ค นางสาวฟารีดา อามิง
นายอาฟีรี รอมอื ลี
นายมูฮำหมัดอามนี อาแว
นายสไุ ลมาน มะสิละ
นายอาหะมะ ดอเลาะ
นายสรู ียา แชเลาะ
นายนอิ มิ รอน บินดอื ราแม
นายฟรุ กอน การี
นายอภิชาติ หะดอมิ
นายมะรอบซี ี รายอ
นายซูฟียัน เซะบากอ
นายมะสุปยัน เงา๊ ะ
นางสาวรสุ มี สาแม
นางสาวยาวาตี กะโด
นางสาวนรู ฮาลีซา ดอเล๊าะ

นางสาวอาซอื ละ มะยายอ
นาย อ๊ิกกรอม หลี
นางสาว ดาริกา อาแซ
นางสาว นรู ฮารซี า ยูโซะ๊
นางสาว ฟาตเี มาะ มะแด
นาย อีลยี ัส บินเจ๊ะหะ
นาย อาบฏู อลบิ ดายะ

นางสาว สุนิตรา มะสะแห
นางสาว นรู มี มะ

นายวันยาซนี อาโกะ
นางสาวฮามีลา แวกาจิ
นางสาวองั คณี ตว่ นลือแมะ
นายฮามีซนั วาฮะ

นางสาวแวฟาตีฮะห์ หะยแี วสาและ
นางสาวนรู ีซนั หมะหมนี
นางสาวฟาตีฮะห์ อาแว
นางสาวมชั ฌิมา ทองขาว

นายอัสรี สหุ ลง
นายซะห์รง ยะโกะ
นายเฟาซัน เจ๊ะแต
นายอารอฟตั นิทอง

13

7.พธิ ีกร นางสาวยสั มนี หะยสี ะมะแอ
8.คณะอาจารย์ทป่ี รกึ ษากิจกรรม นางสาวนูรฮาดลิ า สมาแห
นายรุสลนั สะรีมะ

นายซเู ฟียน หะมะ
นางสาวนูรอาลฟิ ฟาร์ บรี ู
นางสาวอฟั นนั ท์ หะยีมะนสุ
นายลุตฟี อามโี ดง

อาจารย์นินุสรา มินมราศกั ด์ิ
ผศ.ดร.วันฮารงค์ บนิ อสิ ริส
อาจารย์คมวทิ ย์ สุขเสนีย์
อาจารย์สไุ ลมาน หะโมะ
อาจารยน์ าเดยี ปายอ

14

การนำเสนอผลงานวิจัยกลมุ่ ยอ่ ยท่ี 1

15

การมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
กรณศี ึกษา บ้านบอ่ เจ็ดลกู ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จงั หวัดสตูล

Public participation in conservation of natural resources and environment
Case study Baan Bo Seven Luk Pak Nam Subdistrict
La-ngu District Satun Province.

นสั เรยซ์ าล หลีเสน็ 1, อธิกรณ์ เยน็ ใจรอด1, อิจญลาล สาเล่1, นนิ ุสรา มินทราศักด์ิ2
1นักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

2อาจารย์ คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา

บทคดั ย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ
(Quantitative research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (QualitativeResearch ) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ
1.เพื่อศึกษาสภาพปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู
จังหวดั สตลู 2.เพื่อศกึ ษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
บ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 3.เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปญั หาของประชาชน
ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล
โดยกลมุ่ ตัวอย่างการวิจยั เชงิ ปริมาณเป็นประชาชนในพ้นื ที่บา้ นบ่อเจ็ดลูก จำนวน 292 คน ทำการเก็บรวบรวม
ข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามในการหาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนและแนวทางในการแก้ไข
ปญั หาของประชาชนในการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมในชมุ ชนบา้ นบอ่ เจด็ ลกู วเิ คราะหข์ อ้ มูล
โดยใชส้ ถิตเิ ชงิ พรรณนา ได้แก่ รอ้ ยละ คา่ เฉลี่ย และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และกลุ่มตัวอย่างผใู้ หข้ ้อมูลสำคัญ
ในการวิจัยเชิงคณุ ภาพ จำนวน 5 คน ทำการเกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยใช้เครือ่ งมอื เปน็ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อ
หาข้อมูลของสภาพปญั หาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมในชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก

ผลการศึกษาพบว่า 1.สภาพปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นในพื้นท่ีของชุมชน
ม า จ า ก ก า ร ก ร ะ ท ำ ข อ ง ม น ุ ษ ย ์ ท ี ่ ไ ด้ ท ิ ้ ง ข ย ะ ล ง ส ู ่ ท ะ เ ล แ ล ะ อ ี ก ส ่ ว น ห น ึ ่ ง ม า จ า ก ภ ั ย พ ิ บ ั ต ิ ท า ง ธ ร ร ม ชาติ
จนก่อให้เกิดการทำลายแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติและส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเล
จนทำให้ทัศนียภาพของชุมชนเสื่อมโทรมลง 2.ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง มีค่าเฉลี่ย (x̅) เท่ากับ 3.20 และ3.แนวทางในการแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยภาพรวมอยู่ใน
ระดบั ปานกลาง มคี า่ เฉลย่ี (x̅) เทา่ กบั 3.40

คำสำคัญ : การมสี ่วนรว่ ม, ประชาชน, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม

16

ปจั จัยท่ีมผี ลต่อความพงึ พอใจของประชาชนในการดำเนนิ งานขององค์การบรหิ ารส่วน

ตำบลดอนรักอำเภอหนองจิก จงั หวดั ปัตตานี

Factors Affecting People's Satisfaction totheAdministrativeOrganization,

Don RakSubdistrict, NongChikDistrict, PattaniProvince.

รซู ีลา บอื โต1,ซฮู าดา เดะห1์ ,แวนรู ซี ัน แวแม1,นาเดยี กูโนแม1และสไุ ลมานหะโมะ2

1นักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

2อาจารยป์ ระจำสาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนคณะมนษุ ย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา

บทคดั ยอ่

การวิจยั เร่อื ง“ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของประชาชนในการดำเนนิ งานขององค์การบริหารส่วน
ตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของ
ประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และเพ่ือ
เปรยี บเทยี บปัจจัยที่มีผลตอ่ ความพึงพอใจของประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลดอน
รกั อำเภอหนองจิก จังหวดั ปตั ตานี จำแนกตามเพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา และอาชพี กลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีใช้คือผู้มา
รับบริการจากองค์การบริหารส่วนตำบลดอนรัก จำนวน 351คน เคร่ืองมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ
แบบสอบถาม และสถิติที่ใชใ้ นวเิ คราะห์ ได้แก่ คา่ ความถี่ คา่ รอ้ ยละ คา่ เฉลย่ี และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน สว่ น
การทดสอบสมมติฐานใชค้ า่ สถิติ t-test ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉล่ยี ใช้สถติ ิ One - way ANOVA

ผลการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วน
ตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จงั หวัดปัตตานี จากการศึกษาเรื่องปัจจัยท่ีมีผลต่อความพงึ พอใจของประชาชน
ในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พบว่าประชาชนมี
ความพงึ พอใจในการดำเนินงานขององคก์ ารบริหารส่วนตำบลดอนรกั อำเภอหนองจิก จังหวดั ปัตตานี ในด้าน
การใหบ้ ริการอยา่ งเพียงพอมีความพงึ พอใจในระดับมาก รองลงมาดา้ นการใหบ้ ริการอย่างสม่ำเสมอมีความพึง
พอใจในระดับมาก ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่องมีความพึงพอใจในระดับมาก ด้านการให้บริการอย่าง
ก้าวหน้ามคี วามพงึ พอใจในระดับมาก และสุดทา้ ยดา้ นการให้บริการที่ตรงตอ่ เวลามีความพึงพอใจในระดบั มาก
ผลการทดสอบสมมติฐานเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของประชาชนใน
การดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พบว่า เพศ อายุ
สถานภาพ การศึกษา และอาชีพ ต่างกนั มีปจั จยั ท่ีมีผลต่อความพงึ พอใจของประชาชนในการดำเนินงานของ
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก จังหวัดปตั ตานี ไม่แตกต่างกัน
คำสำคัญ : ความพึงพอใจ,ประชาชน, และองค์การบริหารสว่ นตำบลดอนรัก

17

เรอ่ื ง กระบวนการจัดการพื้นทป่ี า่ ในรูปแบบเกษตรผสมผสานโดยสรา้ งการมีส่วนร่วมในกานพัฒนาอาชีพ
ของชมุ ชน กรณศี กึ ษา กลุ่มวิสาหกจิ ชมุ ชนปลูกไผ่บา้ นแปแจง ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปนิ งั จงั หวัดยะลา

The process of managing forest areas in the form of integrated agriculture by creating
participation in the professional development of the community case study Ban Pae
Chaeng Bamboo Planting Community Enterprise Group Sa-e Subdistrict, Krong Pinang

District, Yala Province

อานีตาร์ มเู ลง1,ซรู ายา ยะเอ๊ะ1,วันฮารงค์ บินอิสรสิ 2

บทคัดยอ่

การวิจัยครัง้ น้ีมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการจัดการป่าในรูปแบบเกษตรและเพ่ือศึกษาการมี
สว่ นร่วมในการพฒั นาอาชีพของชมุ ชน บา้ นแปแจง หมู่ 5 ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินงั จังหวดั ยะลา การวิจัย
ในครั้งนี้เป็นการวจิ ัยเชิงคุณภาพ มีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกตและการสัมภาษณ์ประชากรและ
กลุ่มตัวอย่างที่ได้ทำการคัดเลือกแบบเจาะจง โดยมีโครงสร้างคำถามแบบปลายเปิดหรือกึ่งโครงสร้าง ผล
การศกึ ษาพบวา่ กระบวนการจัดการพน้ื ทป่ี ่าชุมชน เรม่ิ ต้นจากการมองถงึ ปญั หานชุมชนที่เก่ียวกับป่าชุมชนที่
ไม่เกิดประโยชน์และปัญหารายได้ของประชาชน โดยสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการพืน้ ที่ป่าและ
แก้ไขปัญหาในชุมชนให้เกิดการพัฒนา จึงเกิดการก่อตั้งกลุ่มวิสากิจชุมชนปลูกไผ่บ้านแปแจง ตำบลสะเอะ
อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นทื่ป่าโดยการทำการเกษตรผสมผสาน คือ การทำ
การเกษตรทีม่ กี ารปลกู พชื และเล้ียงสัตว์ ผลผลติ ท่ีไดส้ ามารถแก้ปญั หาในชุมชนทเี่ กย่ี วกับรายได้ของประชาชน
ในพื้นที่ เนื่องจากประชาชนในพ้ืนที่ประกอบอาชีพทำสวนรายได้ไม่เพียงพอ ซึ่งมีการเปิดโอกาสให้ประชาชน
ในชมุ ชนเขา้ มามสี ่วนร่วมในการจดั การพน้ื ทีป่ ่าในรปู แบบเกษตรผสมผสานเพอ่ื พัฒนาให้มีอาชพี และเกิดรายได้
ดังนั้นจะต้องมีการส่งเสรมิ ให้ประชาชนใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เป็นประโยชนถ์ ึงที่สุดและส่งเสริมองค์ความรู้
เพอ่ื พัฒนาอาชีพใหเ้ กดิ รายได้ให้แก่ประชาชาชนในชมุ ชน

คำสำคญั : กระบวนการจดั การป่า, เกษตรผสมผสาน, การมสี ่วนร่วม, การพัฒนาอาชีพ

18

ผลกระทบของกัญชาทางสงั คมในชุมชนยามู
Marijuana and Social impacts in Yamu community Yarin district,

Pattani Province
ลามูนาลาเตะ1,นูรยี ะห์ บากา1,อาแมมามุ1,นัสรี อซี อ1,วนั เฟาวาซแวสามะ1,และสุไลมานหะโมะ2
1นกั ศกึ ษาคณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา
2อาจารยค์ ณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

บทคดั ย่อ
งานวจิ ยั ครั้งนม้ี วี ตั ถุประสงค์ เพอ่ื ศกึ ษาผลกระทบของกญั ชาในชุมชนยามู เปน็ การวิจยั เชิงคุณภาพใช้
วธิ กี ารสมั ภาษณ์ สงั เกต และการสนทนา โดยมีผ้ใู หข้ อ้ มูลประกอบดว้ ย ผูน้ ำชุมชน ผู้นำศาสนา ประชาชน และ
กลมุ่ วัยรุ่น จากผลการศึกษาพบว่า ชมุ ชนยามูใช้กญั ชามาตงั้ แต่รนุ่ สู่รุ่น ในสมยั ก่อนจะทำเปน็ ยารักษาโรค แต่
ปจั จบุ นั วัยร่นุ เอามาผสมใชใ้ นทางทผ่ี ิด ดังนน้ั หากพิจารณาผลกระทบทางสังคมประกอบ 4 ด้านที่สำคัญ ด้าน
ศาสนา พบว่า กัญชาถึงแมว้ ่าจะถูกกฎหมาย หรือเป็นทีย่ อมรับของคนในสงั คม แต่ก็ยังคงเปน็ สิ่งที่ผิดในหลัก
ของศาสนาอิสลาม ตามหลักคำสอนในคำภีร์อัลกุรอานกล่าวไว้ว่า สิ่งใดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือระบบ
ประสาท ยอ่ มเปน็ ส่งิ ทผี่ ิดเสมอ ด้านครอบครัว พบว่า มีความกังวลอยมู่ าก กัญชาไดป้ ลดลอ็ คไม่เป็นยาเสพติด
แต่ยงั ออ่ นแอในการควบคมุ จากรัฐบาล สถาบนั ทางครอบครัวจงึ จำเป็นตอ้ งเปน็ พืน้ ทีท่ สี่ ำคญั ในการทีจ่ ะส่ังสอน
และตักเตือน ด้านการศึกษา พบว่า กัญชาเป็นผลที่ทำให้คนขาดการศึกษา เพราะกัญชาเป็นสิ่งที่ร้ายแรงต่อ
ระบบประสาท ผ้ทู ีไ่ ม่รูจ้ กั ผลกระทบของกญั ชา ควรให้สถาบันการศึกษา เปน็ พ้ืนที่ในการเรียนรูก้ ารใช้ในทางท่ี
ถูกต้อง และดา้ นเศรษฐกิจ พบ วา่ กญั ชาทำให้เปน็ พน้ื ท่ีสำหรับทำการคา้ ขายเป็นพ้ืนท่ีในการสร้างอาชพี ทำให้
บุคคลบางกลมุ่ สามารถหารายไดจ้ ากตรงนีไ้ ด้

คำสำคัญ ; กัญชา , ผลกระทบทางสงั คม และชุมชนยามู

19

ทัศนคติและความคาดหวังของเยาวชนทม่ี ตี อ่ องค์การบริหารสว่ นตำบลของไทยกรณีศึกษานักศึกษา:
หลกั สตู รรฐั ศาสตรบณั ฑิต สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนคณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา

Attitudes and Expectations of Youth towards Thailand’s Sub-District Administrative Organization Case Study:
Students of Political Science Faculty of Humanities and Social Sciences Yala Rajabhat University

นติ ิกรอภินนั ตบุตร1,มุสรอฟามือลี2,อฟั นนั ต์ สาและ2, ฟาระห์ หะยีเจะ๊ แว2,นนิ สุ รามนิ ทราศกั ด์ิ3

1นักศึกษาคณะมนษุ ศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

2อาจารย์คณะมนษุ ศาสตร์และสงั คมศาสตรส์ าขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจของเยาวชนที่มีต่อองค์การบริหารส่วนตำบล 2)เพื่อ
ศึกษาทัศนคติและความคาดหวังของเยาวชนที่มีต่อองค์การบริหารส่วนตำบล 3)เพื่อเสนอแนวทางในการกระจายอำนาจใน
มุมมองของเยาวชน โดยเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้
แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมอื เพอ่ื ดำเนินการเกบ็ ข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย ไดแ้ ก่ นกั ศึกษาหลักสูตรรัฐศาสตร
บัณฑิต สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน ทั้ง 4 ชั้นปี โดยการส่งผ่าน Messenger และข้อคำถามผ่าน google form
รวมทั้งการสัมภาษณ์ ได้แก่ กลุ่มผู้นำนักศึกษาและ นักการเมืองในพื้นที่ จำนวน 4 คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวม
ข้อมลู และทำการวเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป วิเคราะหโ์ ดยการแจกแจงความถี่และหาค่ารอ้ ยละ คา่ เฉลยี่ และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ คา่ ที การวิเคราะห์การแปรปรวนแบบจำแนกทางเดียว

ผลการศึกษาพบว่า 1.นกั ศึกษามีระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าท่ีขององค์การบริหารส่วนตำบล อยู่ใน
ระดับมากที่สุด ได้แก่เรื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก 2. ทัศนคติของ
นักศึกษาที่มีต่อองค์การบริหารส่วนตำบล มากที่สุดอยู่ในด้านสาธารณูปโภค ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.03 และน้อยที่สุดด้าน
สาธารณสุข ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.76 3. ความคาดหวังของนักศึกษาที่มีต่อองค์การบริหารส่วนตำบลโดยเรียงลำดับความคาดหวัง
ของนักศกึ ษาตามลำดบั ค่าเฉล่ยี จากมากไปนอ้ ย คือ ลำดบั ที่1 ไดแ้ กเ่ รอ่ื ง องคก์ ารบริหารส่วนตำบลควรปฏิบตั ิหน้าทอ่ี ย่างเป็น
กลางไม่เอนเอียงเข้าขา้ งฝ่ายใด(2.77) รองลงมา ได้แก่เรื่ององค์การบริหารส่วนตำบลควรมีหนา้ ที่ที่ชัดเจนและไม่ทับซ้อนกบั
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอ่ืน (2.47) และองคก์ ารบริหารส่วนตำบลควรให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนรว่ มในการดำเนนิ งาน (2.44)
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลต้องไม่มาจากระบบอุปถัมภ์ (1.79) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลต้องปราศจากการทุจรติ และประพฤติมิ
ชอบ (1.76) ตามลำดับ 4. แนวทางในการกระจายอำอาจในมมุ มองของเยาวชน มที ัศนคตติ ่อองค์การบริการส่วนตำบลว่า ตั้งแต่
มีองค์การบริหารส่วนตำบล คุณภาพชีวิตของประชาชน ชุนชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความคาดหวังที่มีต่อองค์บรหิ ารส่วน
ตำบลต้องทำงานเพ่ือประชาชนจรงิ ๆ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลเปน็ องคก์ รที่ใกล้ชิดกบั ประชาชนมากท่ีสุด

คำสำคัญ : ความคาดหวงั ของเยาวชน, ความรู้ความเข้าใจ, องค์การบรหิ ารส่วนตำบล

20

การยอมรับและกระบวนการมสี ่วนร่วมในการเลือกผู้นำชมุ ชน
กรณีศกึ ษา : ชุมชนจารนู อก เทศบาลนครยะลา อำเภอเมอื งยะลา จงั หวดั ยะลา
Recognition and participation process in the selection of leaders
Case Study : Jaroonok Community, Yala City Municipality Mueang Yala District, Yala

Province
มูฮาหมดั ฮากมี งิ อะลลี ะ1,โซเฟยี อาบ1ู ,และนาเดยี ปายอ2
1นกั ศึกษาคณะมนษุ ย์ศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา
2อาจารย์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสงั คมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวทิ ยาลัยราชภัฏยะลา

บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการยอบรับของประชาชนที่มีต่อผู้นำชุมชนและเพื่อศึกษา
กระบวนการมีส่วนรว่ มในการเลือกผูน้ ำของประชาชนในชุมชนจารูนอก ชุมชนจารูนอกต้ังอยู่ในเขตพื้นที่และ
เป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลนครยะลาเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ปัจจุบัน
ชุมชนจารูนอกได้ขาดผู้นำชุมชน ซึ่งกำลังรอให้ทางเทศบาลรับรองชื่อผู้ที่จะขึ้นเป็นผู้นำชุมชน โดยไม่มีการ
เลือกตั้ง ประชาชนแสดงการยอมรับรปู แบบการเลอื กผู้นำโดยไม่มีการเลือกตั้ง วิธีดำเนินการวิจัย ใช้การวิจัย
เชงิ คุณภาพ โดยเปน็ การสัมภาษณเ์ กย่ี วกับการยอบรบั และการเลือกผ้นู ำชุมชนของประชาชนที่มีต่อผู้นำชุมชน
จารูนอก ผลการศกึ ษาพบว่า การยอบรับและการเลอื กผู้นำชุมชนของประชาชนท่ีมีต่อผู้นำชุมชนจารนู อก เกิด
จากการที่ประชาชนให้ความสนใจต่อการเลือกผู้นำชุมชน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนได้
แสดงความคิดเหน็ ในการเลือกผู้นำ ประชาชนเสนอความเห็น และตดั สนิ ใจ ในการเลือกผนู้ ำทมี่ ีศักยภาพ และ
มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ หน้าที่ ท่ีได้รบั มอบหมาย ซ่งึ บุคลลท่ปี ระชาชนเลือกน้ันคือบคุ ลท่ดี ำเนนิ ตำแหน่งมาหลาย
สมัยทำให้ประชาชนยินดีและยินยิมที่จะใหเ้ ปน็ ผู้นำของชมุ ชนในปีต่อ ๆ ไป ทั้งนีก้ ารตัดสินใจนัน้ มาจากการ
ยอมรับของคนในชุมชน

คำสำคัญ : ผ้นู ำ , การยอมรับ , ประชาชน

21

ความพงึ พอใจของผูใ้ ช้บริการรถสาธารณะ : กรณศี กึ ษาเทศบาลนครหาดใหญ่
Public Transport User Satisfaction: A Case Study of Hat Yai Municipality

อภริ ักษ์ มขุ น้อย*, ชัยวัฒน์ โยธ*ี *
Apirak Muknoi, Chaiwat Yotee

บทคัดย่อ

การวิจัยเรือ่ งความพึงพอใจของผู้ใชบ้ รกิ ารรถสาธารณะ : กรณีศึกษาเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นการ
วิจัยเชิงคณุ ภาพ มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ศึกษาความพงึ พอใจของผู้ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะในเขตเทศบาลนคร
หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจงจากผู้ใช้บริการรถสาธารณะ 3 ประเภทคือ รถ
สองแถวประจำทาง รถตุ๊ก ตุ๊ก และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จำนวน 15 คน ใช้การ
เก็บข้อมูลจากการสมั ภาษณ์และการสังเกตแบบมสี ่วนร่วมและไม่มีสว่ นร่วม ผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช้บรกิ ารมี
ข้อคำนงึ ที่ส่งผลต่อความพงึ พอใจในการใช้บรกิ ารรถสาธารณะ 4 ด้านหลักคือ 1) ดา้ นความตรงตอ่ เวลาในการ
ออกรถ ไดแ้ ก่ การเขา้ ควิ ของรถและการออกรถตรงตามเวลาของผูใ้ ห้บริการ 2) ด้านราคาในการให้บริการ คือ
ราคาที่เป็นธรรมตามเกณฑ์มาตรฐาน 3) ด้านมารยาทของผู้ให้บริการ คือ การแต่งกายและการใช้คำพูดของ
คนขับรถ และ 4) ดา้ นความปลอดภัย คือ ความพร้อมของตวั รถและอุปกรณ์ภายในตวั รถ

คำสำคญั : ความพึงพอใจ , ผู้ใช้บรกิ าร, รถสาธารณะ

*นักศึกษาแขนงวิชาการปกครองทอ้ งถิ่น มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี
**ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวิชาการปกครองทอ้ งถิ่น มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี E-mail : [email protected]

22

พฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ มทางการเมอื งทอ้ งถ่ินของนกั ศกึ ษามหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปัตตานี
จังหวัดปตั ตานี

Behavior of local political participation of PSU students, Pattani Campus, Pattani
Province

นายภธู เรศ แกว้ กับบัว*, ชยั วฒั น์ โยธ*ี *
Phootares Kaewkubbua, Chaiwat Yotee

บทคดั ยอ่
การศึกษาครั้งนีม้ ีวัตถุประสงค์เพือ่ ศึกษาพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมทางการเมืองท้องถ่ินของนักศึกษา
มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี (คนร่นุ ใหม่ Generation Z) โดยใชร้ ะเบยี บวธิ ีวจิ ยั เชิงคุณภาพ
กำหนดกลมุ่ เปา้ หมายแบบเจาะจง ไดแ้ ก่ นักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี จาก 4 คณะ
ที่มีอายุตั้งแต่ 19 - 23 ปี จํานวน 12 คน โดยใช้การแบบสัมภาษณ์ปลายเปิดและการสัมภาษณ์เชิงลึก การ
สงั เกตแบบมีส่วนร่วมและไมม่ ีส่วนร่วม ซ่ึงเก็บรวบรวมขอ้ มลู จนกว่าข้อมูลจะอิ่มตวั และนำข้อมูลมาวิเคราะห์
เชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า คนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่น 4
ประการหลกั คอื 1) พฤติกรรมความสนใจติดตามขา่ วสารทางการเมืองท้องถนิ่ ซึง่ จะตดิ ตามข่าวสารผ่าน สื่อ
ออนไลน์ ป้ายหาเสียง ครอบครัว 2) พฤติกรรมการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งปัจจัยในการตัดสินใจออกไปใช้สิทธิ
เลือกตั้ง คือ นโยบาย ผลงานผู้สมัคร ครอบครัว 3) พฤติกรรมการวิพากษ์วิจารณ์การดําเนินงานของพรรค
การเมอื งทอ้ งถ่ินและผบู้ รหิ ารท้องถิ่น ซึ่งพบวา่ ช่องทางในการแสดงออก คือ เพอ่ื นสนทิ ครอบครัว สื่อออนไลน์
และ 4) พฤติกรรมการสนับสนุนพรรคการเมืองท้องถิ่น คือ การสนับสนุนในการหาเสียงของพรรคการเมือง
โดยปัจจัยที่สง่ ผลต่อพฤตกิ รรมดังกล่าวมาจาก นโยบายของพรรคการเมอื ง เครือญาติ และความสามารถของ
ตวั ผูส้ มัคร

คำสำคญั : พฤตกิ รรม, การมีสว่ นร่วม, การเมอื งท้องถิ่น

*นกั ศึกษาแขนงวชิ าการปกครองท้องถิน่ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตานี**ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวชิ าการปกครอง
ทอ้ งถิ่น มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี E-mail : [email protected]

23

ปญั หาของประชาชนท่ไี มส่ ามารถเขา้ ถึงโครงการเยยี วยาจากรัฐในสถานการณ์โควดิ -19 : ศึกษากรณี
หมู่บา้ นโต๊ะแบ จ. นราธิวาส

Problems of people not having access to state remedies during COVID-19: Study the
case of Toobae village, Narathiwat.
นุรอามาณีย์ เจะแม*, สวุ รรณี บูละ*, ชยั วฒั น์ โยธ*ี *
Nuramanee Chemae, Suwannee Bula, Chaiwat Yotee

บทคดั ย่อ
บทความวจิ ัยนี้มวี ตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษาสภาพปัญหาของผู้ทไ่ี ม่สามารถเข้าถึงโครงการเยียวยาจากรัฐ
ในสถานการณ์โควิด-19 ของประชาชนหมู่บ้านโต๊ะแบร์ จังหวัดนราธิวาส เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้
เครื่องมือในการเก็บข้อมูลคือ แบบสัมภาษณ์แบบปลายเปิด การสัมภาษณ์เจาะลึก การสังเกตแบบไม่มีส่วน
รว่ ม และเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง โดยแบ่งผู้ใหข้ ้อมูลเปน็ 4 กลุ่มได้แก่ กลมุ่ สมาชิกองคก์ ารบริหารส่วน
ตำบล กลุ่มบัณฑิตอาสาฯ กลุ่มครู และกลุ่มโต๊ะอีหม่าม ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้มีความเกี่ยวข้องหรือปฏิบัติหน้าท่ี
โดยตรงในโครงการเยียวยาสถานการณ์โควดิ -19 ของหมู่บ้านโต๊ะแบร์ เมื่อข้อมูลอิ่มตัวจึงนำมาวิเคราะห์เชงิ
เน้อื หา ผลการศกึ ษาพบวา่ ประชาชนที่ไม่สามารถเขา้ ถึงโครงการเยยี วยาจากรัฐในสถานการณโ์ ควิด-19 ได้น้ัน
มาจากสภาพปัญหา 2 ด้านหลักคือ 1) สภาพปัญหาด้านเทคโนโลยี กล่าวคือ พื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของ
ประชาชนยังไม่มีสัญญานอินเทอร์เน็ต และความสำคัญอีกประการคือ อุปกรณ์และเครื่องมือสื่อสารของ
ประชาชนยังไม่สามารถตอบสนองต่อระบบฟงั ก์ชันสมัยใหม่ อีกทงั้ ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการ
ใช้งานระบบการลงทะเบียนรับสิทธิเยียวยาจากรัฐ 2) ด้านนโยบาย คือ รฐั ไดก้ ำหนดมาตรการเยยี วยาในสถาน
การณโควิด-19 ที่มีเงือ่ นไขไม่สอดคล้องและไมค่ รอยคลุมกับกลุ่มประชาชนผู้ประสบปัญหา เช่น เงื่อนไขดา้ น
อาชีพของผทู้ จี่ ะลงทะเบยี นรบั สทิ ธิเปน็ ตน้

คำสำคัญ : ปญั หาของประชาชน, โครงการเยียวยา, สถานการณ์โควิด-19

*นกั ศึกษาแขนงวชิ าการปกครองท้องถน่ิ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตานี
**ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวิชาการปกครองทอ้ งถิน่ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี E-mail : [email protected]

24

การนำเสนอผลงานวิจัยกลมุ่ ยอ่ ยท่ี 2

25

ศักยภาพขององค์การบรหิ ารส่วนตำบลบนั นังสตา อำเภอบนั นังสตา จงั หวดั ยะลา ในการยกฐานะเปน็
เทศบาลเมอื ง

Potential of Bannang Sata Subdistrict Administrative Organization Bannang Sata District,
Yala Province, in raising the status of a municipality

ไหมสรุ ี สีบ1ู , นซิ อฟียะห์ วาจ1ิ , นุรมา เจ๊ะเต๊ะ1 , ฟารดี า อามงิ 1, สุไลมาน หะโมะ2

บทคดั ยอ่

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสตา อำเภอ
บนั นงั สตา จังหวัดยะลา ในการยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง การวจิ ัยในคร้งั น้ีเปน็ การวิจยั เชิงคุณภาพ โดยการ
สมั ภาษณแ์ บบเจาะลกึ และสนทนากลมุ่ เปน็ เคร่ืองมือในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ท่ีเกยี่ วกบั ยกฐานะเปน็ เทศบาล
เมอื ง ผลการศกึ ษาพบวา่ องค์การบริหารส่วนตำบลบันนงั สตา อำเภอบนั นังสตา จงั หวดั ยะลา มศี ักยภาพท่ีจะ
ยกเป็นเทศบาลเมอื ง โดยแยกเป็นประเดน็ 3 ประเด็น 1.ศักยภาพด้านงบประมาณ ถ้ายกเป็นเทศบาลเมอื ง จะ
ไดร้ บั การจัดสรรงบประมาณและเงนิ อดุ หนุนจากรัฐบาลในอัตราท่ีเพ่ิมข้ึน และมคี วามเพียงพอของงบประมาณ
ตอ่ การใชจ้ ่ายในการบรหิ ารงาน ตามความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณนำมาพฒั นาในพ้ืนที่ ในส่วนของ
รายไดข้ ององคก์ ารบริหารส่วนตำบลบนั นังสตาก็มาจากภาษีต่างๆ 2.ศักยภาพด้านประชากร ตามหลกั เกณฑ์ให้
มีจำนวนประชากรตง้ั แตห่ นงึ่ หม่นื คนข้ึนไป ประชากรตำบลบนั นงั สตา มที ง้ั หมด 18,460 คน แตใ่ นสว่ นของ 3.
ศักยภาพดา้ นโครงสรา้ งและบคุ ลากร ยังไมม่ คี วามพร้อมและไม่เพยี งพอในขณะน้ี ยงั ขาดแคลนกองชา่ ง ในการ
บริหารจดั การจากบุคลากรทีม่ ีอยู่เพ่ือทจ่ี ะรองรบั การเปล่ยี นแปลงทำให้ในปจั จบุ ันเปน็ ลักษณะของการฝากงาน
ไว้กับงานอื่น ๆ ทำให้ขาดความต่อเนื่องและความรบั ผิดชอบที่ไม่ชัดเจน ถ้ายกฐานะเป็นเทศบาลเมอื ง ต้องมี
บุคลากรเพมิ่ ขึ้นเพอ่ื รองรบั งานทเ่ี พม่ิ ข้นึ ดว้ ย เป็นต้น

คำสำคัญ: ศกั ยภาพ,องค์การบริหารสว่ นตำบลบันนังสตา,การยกฐานะเทศบาลเมอื ง

26

กระบวนการประชาธิปไตยแบบปรกึ ษาหาหรือ ผ่านพน้ื ทก่ี ลางสกู่ ารแก้ปัญหาทอ้ งถ่นิ
กรณีศึกษา: โรงเรยี นชาวนาบ้านละหา ตำบลแวง้ อำเภอแวง้ จงั หวัดนราธวิ าส

The process of establishing a consultative democracy through the central area to solve
local problems. Case Study Ban Laha Farmers' School, Waeng Sub-district, Waeng
District, Narathiwat Province

อาฟีรี รอมอื ลี1, มุอำหมดั อามีน อาแว1, สไุ ลมาน มะสีละ1,อาหะมะ ดอเลาะ1,คมวทิ ย์ สขุ เสนยี ์2

บทคัดยอ่
การศึกษาแนวประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือผ่านพื้นที่กลางสู่การแก้ปัญหาท่องถิ่นกรณีศึกษา
โรงเรยี นชาวนาบา้ นละหา อำเภอแว้ง จงั หวัดนราธวิ าสมีวัตถปุ ระส่งเพอ่ื ศึกษากระบวนการสร้างประชาธิปไตย
แบบปรึกษาหารือผ่านพื้นที่กลาง และศึกษาลักษณะประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ กรณีศึกษา โรงเรียน
ชาวนาบ้านละหา ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิง
คณุ ภาพเชิงลึกโดยใชว้ ิธกี ารสงั เกตและการสัมภาษณ์ มีกลมุ่ เปา้ หมายในการศึกษา คอื ประธานโรงเรยี นชาวนา
และสมาชกิ จำนวน 2 คน ประธานกล่มุ เครือขาย จำนวน 3 คน และผ้ใู หญบ่ ้านจำนวน 1 คน
ผลการศึกษาพบว่ากระบวนการสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือของโรงเรยี นชาวนาบ้านละหา
อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะทีห่ นึ่งเป็นการฟื้นฟูนาร้าง ระยะ2 เป็นการก็
อรูปโรงเรียนชาวนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของกลุ่มชาวนาและเครือข่าย ระยะที่ 3 การสร้างพื้นที่กลางให้กับ
เครือข่ายโรงเรียนชาวนา ลักษณะของประชาธิปไตยแบบปรกึ ษาหาหรือโรงเรียนชาวนาบ้านละหา ตำบลแวง้
จังหวัดนราธิวาส มี2ลักษณะ ได้แก่ 1ลักษณะประชาธิปไตยแบบปรกึ ษาหารือ(สภากาแฟ) และ 2ลักษณะวง
เสวนาแก้ปญั หาชุมชน

คำสำคัญ: ประชาธิปไตย, การปรึกษาหารือ, โรงเรยี นชาวนา

27

แนวทางการบรหิ ารจัดการกล่มุ วสิ าหกจิ ชมุ ชนบงั เละตรโี กน่า ฟารม์ (การเล้ียงชนั โรง) แบบมสี ่วนรว่ ม
กรณีศกึ ษาชนุ ชนบ้านทงุ่ ตำบลท่าขา้ ม อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

Management approach ofbang leakTrigonaFarm Community EnterpriseGroup (beekeeping) Participation
CaseStudy ofBan Thung Community,ThaKham Sub-district, PanareDistrict, Pattani Province

ฟรุ กอนการี1,สูรยี าแชเลาะ2,นอิ ิมรอนบินดือราแม3อภชิ าติ หะดอม4ิ , สไุ ลมาน หะโมะ5

1คณะมนุษศาสตร์และสงั คมศาสตร์สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลัยราชภฏั ยะลา

2-4คณะมนษุ ศาสตร์และสังคมศาสตรส์ าขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

5อาจารยป์ ระจำสาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

บทคดั ย่อ

การวจิ ัยครัง้ น้มี วี ตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ศึกษากระบวนการบรหิ ารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบังเละตรีโกน่า
ฟารม์ (การเล้ียงชนั โรง) แบบมสี ่วนร่วม ตำบลทา่ ข้าม อำเภอปะนาเระ จังหวัดปตั ตานีและเพื่อหาแนวทางใน
การพฒั นากลุม่ วสิ าหกิจชุมชนบงั เละตรีโกน่า ฟารม์ (การเลย้ี งชนั โรง) ชุนชนบา้ นท่งุ ตำบลทา่ ข้าม อำเภอปะ
นาเระ จังหวัดปัตตานี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย
ประธาน กรรมการ และสมาชิก ใช้สัมภาษณ์เชิงลึก การเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย การสังเกต การ
สนทนากลุ่ม และการมีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า จากการศึกษา พบว่า กระบวนการบริหารจัดการกลุ่ม
วิสาหกิจชุมชนบังเละตรีโกน่า ฟาร์ม ได้มีการบริหารด้านคน ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารจัดการวัสดุ
อุปกรณ์ ด้านการบริหารจัดการกลุม่ และด้านการมีส่วนรว่ ม พบว่า มีการแบง่ หน้าที่ต่างๆ อย่างชัดเจน คนท่ี
ถนนั เร่ืองน้นั ก็จะทำหนา้ ที่ไดร้ บั มอบหมายเพื่อใหก้ ารดำเนนิ งานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกิดประสทิ ธิภาพ ได้มี
บริหารจดั การอย่างเป็นระบบใช้จ่ายอย่างประหยัดในการใช้จ่ายแต่ละครัง้ ทางกลุ่มมีการบริจาคหรือแจกจ่าย
ให้กับเด็กๆหรือผู้เฒ่าผู้แก่ ดังนั้นทางกลุ่มพอครบปีก็จะมีการแจกจ่ายแก่ชาวบ้านกลุ่มนั้นเพื่อช่วยเหลือกัน
สร้างด้านการมีส่วนรว่ มแนวทางการพัฒนากลุ่มวสิ าหกจิ ชุมชนในอนาคตทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบังเละตรีโก
น่า ฟาร์ม มีเป้าหมายหลายอย่างไม่ใช่เพียงแค่ทำน้ำผึ้งชันโรงอย่างเดียว มีการแปรรูปเปน็ ผลติ ภัณฑ์อื่น เช่น
การทำสบู่ สครบั เปน็ ต้น ทางกลุ่มได้มกี ารเคล่ือนไหวหรือประชาสัมพนั ธ์ทางเพจเฟสบคุ๊ อกี ท้ังผลิตภัณฑ์ของ
กลมุ่ เป็นท่ียอมรับในด้านคุณภาพ และความสะอาดและปลอดภัยตอ่ ผูบ้ ริโภค เมือ่ กลุม่ วสิ าหกจิ มเี ครือข่ายเป็น
จำนวนมาก ทำให้มีอำนาจการต่อรองยิ่งเพิ่มยิง่ ขึ้น เพราะอำนาจต่อรองขึ้นอยู่กับเครือข่ายเพื่อสามารถที่จะ
กดดันหรอื กำหนดราคาน้ำผึ้งชันโรงได้

คำสำคัญ : การบริหารจัดการ,แนวทางการพัฒนา,วิสาหกิจชุมชน,การมสี ว่ นร่วม

28

แนวทางการพฒั นาแหล่งทอ่ งเทีย่ วหาดตะโละกาโปรต์ ำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปตั ตานี
Guidelines for the development of tourist attractions at Talo Kapo Beach, Yaring
District, Pattani Province
มะรอบีซี รายอ1 ซเู ฟียัน เซะบากอ2 มะสปู ยัน เงา๊ ะ2 สุไลมาน หะโมะ3

บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ วัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพบริบทหาดตะโละกาโปร์ 2) เพื่อหาแนวทางการ
พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหาดตะโละกาโปร์ ได้รับประสบปัญหา เช่น ปัญหาขยะมูลฝอย ปัญหาจราจรและ
อุบัติเหตุ ปัญหาค่าครองชีพที่สูง ปัญหา อาชญากรรม ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาชายหาดสกปรก การพัฒนาการ
ท่องเทย่ี วตามแนวทางการ พัฒนาท่ียัง่ ยนื จงึ เปน็ การแก้ปัญหาดังกล่าว โดยแนวคดิ การพัฒนาการท่องเท่ียวท่ี
ยั่งยืนจะเน้นการ พัฒนาที่สมดลุ ระหว่างมติ ิการพัฒนาทั้งสามด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การ
พัฒนาที่มีส่วนร่วมของทกุ ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบการท่องเที่ยว และเน้นการรักษาและ เสริมสร้างโอกาส
ของการพัฒนาอนาคตสำหรับคน การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ผใู้ หญ่บ้านในพ้ืนที่ เจ้าหน้าท่ีผดู้ ูแลหาด แมค่ า้ ที่ขายของหาด นักการท่องเที่ยว ผลการวจิ ยั พบวา่ แนวทางการ
พฒั นาการทอ่ งเท่ียวอย่างยัง่ ยนื ไดแ้ ก่ แนวทางทห่ี นงึ่ การพฒั นาทรัพยากรแหลง่ ท่องเท่ียว ควรปรับภูมิทัศน์
แหล่งท่องเที่ยว จัดทำคู่มือและออกกฎข้อบังคับให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตาม แนวทางที่สอง การพัฒนา
สิ่งแวดล้อม ในแหล่งท่องเที่ยว ควรรักษาความสะอาดและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แนวทางที่สาม การ
พัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว ควรรณรงค์ให้ ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลาย
ทรพั ยากรธรรมชาติให้เสื่อมโทรมลงไป

คำสำคัญ: แนวทางการพฒั นาแหลง่ ท่องเท่ียว การท่องเที่ยวยงั่ ยนื หาดตะโละกาโปร์

29

แนวทางการบริหารจัดการกลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชนแบบมสี ่วนร่วม

กรณศี ึกษา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตดั เยบ็ เสอ้ื ผา้ บ้านลมิ ดุ ตำบลทา่ สาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

Guidelines for the management of community enterprises with participative action: a
case study of Ban Limut Garment Community Enterprise Group, Tha Sap Sub-district,

Mueang District, Yala Province

รุสมี สาแม1 ยาวาตี กะโด2 โนรฮ์ าลีซา ดอเล๊าะ3 อาซือละห์ มะยายอ4 นินสุ รา มินทราศักดิ์5

บทคัดย่อ

การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษา กลุ่มวิสาหกิจ
ชุมชนตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านลิมุด ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษา
กระบวนการบริหารจดั การกลุ่มวสิ าหกิจชุมชนตัดเย็บเสอื้ ผ้าบ้านลมิ ุด ตำบลทา่ สาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
2) เพือ่ ศกึ ษาแนวทางการบริหารจดั การกลมุ่ วิสาหกิจชุมชนตดั เย็บเส้อื ผ้าบ้านลิมุด ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง
จังหวัดยะลา แบบมีส่วนร่วม โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ศึกษาจากเอกสาร
หนังสือ เอกสารทางวิชาการ และขอ้ มลู จากระบบเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ต รวมท้ังการศึกษาจากขอ้ มูลภาคสนาม
(Field Study) โดยใช้วิธีการดำเนินการสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเชิงลึก โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลักที่สำคัญ 12 คน คือ
ประธานกลุ่ม จำนวน 1 คน สมาชิกในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน และนายกเทศมนตรีตำบลท่าสาป
จำนวน 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัย พบว่า แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตดั เย็บเสื้อผ้าบา้ นลิมุด ได้แก่ 4 ด้าน 1) ด้านคน หัวหน้ากลุ่มมีภาวะความเป็นผู้นำอย่าง
มาก ดูแลจดั การสมาชิกภายในกล่มุ อยา่ งท่ัวถึง 2) ด้านเงิน มีการวางแผนการเงนิ อย่างมรี ะบบ มีแหล่งเงินทุน
จากภาครัฐเข้ามาสนับสนนุ พรอ้ มให้ความรู้ 3) ด้านวัสดุ อปุ กรณ์ มกี ระบวนการเตรียมวัตถุดิบ จดั หาอปุ กรณ์ที่
มีคณุ ภาพ 4) ดา้ นการจดั การ มกี ารจดั โครงสร้างกลุ่มทช่ี ัดเจน เพือ่ ให้การปฏบิ ตั ิงานบรรลุวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้
ส่วนในเรื่องของแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านลิมุด ตำบลท่าสาป อำเภอ
เมือง จังหวัดยะลา แบบมีส่วนร่วม ได้แก่ 4 ด้าน 1) การมีส่วนร่วมในกรตัดสินใจ มีการเปิดโอกาสให้สมาชกิ
สามารถแสดงความคิดเหน็ และตดั สินใจในกิจกรรมต่างๆ 2) การมีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ัติงาน มีการดำเนินงาน
อย่างเป็นระบบ มอบหมายตามความถนัดของแตล่ ะบุคคล ใช้วิธีการปฏิบัตงิ านแบบมสี ่วนร่วม 3) การมีส่วน
ร่วมในผลประโยชน์ สมาชิกภายในกลุ่มได้รับผลประโยชนอ์ ยา่ งเทา่ เทียมกนั 4) การมีส่วนรว่ มในการประเมิล
ผล มีการจดั ทำหนังสอื รายงานผลอยตู่ ลอด เพอื่ ชีแ้ จงใหก้ บั สมาชกิ ภายในกลมุ่ รบั ทราบอย่างทั่วถงึ

คำสำคญั : การบริหารจัดการ, วิสาหกจิ ชมุ ชน, กลมุ่ ตัดเย็บเส้อื ผ้า

30

ศักยภาพผู้นำเทศบาลนครยะลาตอ่ การบริหารจัดการเมืองอัจฉรยิ ะ กรณีศึกษา นายกเทศมนตรี
Potential of Yala City Municipality Leaders towards Smart City Management :

A Case Study of the Mayor
วนั ยาซนี อาโกะ1 ฮามลี า แวกาจิ2 อังคณี ตว่ นลอื แมะ3 ฮามซี ัน วาฮะ4 และนาเดยี ปายอ5

บทคดั ย่อ
การวิจยั คร้งั น้ีมวี ัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ศึกษาศักยภาพของนายกเทศมนตรีนครยะลาต่อการบริหารจัดการ
ยะลาเมืองอัจฉริยะ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งจำนวนผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 8 คน
ประกอบด้วย ฝ่ายบริหารเทศบาลนครยะลา 5 คน สมาชิกสภาเทศบาลนครยะลา 1 คน ประธานชุมชนคูหา
มุข 1 คน กรรมการชุมชนสามัคคี 1 คน โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ (Snowboll sampling)
และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลด้านเอกสาร (Review Data)
และการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ภาคสนาม (Field Data)
ผลการวิจัยพบว่า 1) การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเป็นอยู่ของ
ประชาชนส่งผลให้ผู้นำต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อสนองความต้องการของประชาชน 2) อำนาจหน้าที่ตาม
กฎหมายที่จำกัดมีผลต่อศักยภาพของนายกเทศมนตรีในการพัฒนาเทศบาลนครยะลาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ
3) การจดั การภาวะสมองไหล มดี งั นี้ 1. สรา้ งคุณภาพการศึกษา 2. สร้างความทา้ ทายให้กบั คนร่นุ ใหม่ 3.สร้าง
พื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ 4. สร้างเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี เพราะมนุษย์ต้องการอยู่ในเมอื งมสี ิ่งแวดล้อมที่ดี
เปน็ ระเบยี บ และสงบ ซงึ่ ก่อใหส้ ขุ ภาวะและความคิดสร้างสรรค์ 4) งบประมาณทีไ่ มเ่ พียงพอมีผลต่อศักยภาพ
ซึ่งทางเทศบาลนครยะลาจึงมีการพัฒนา โดยการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้
เศรษฐกิจเกิดการเติบโต 5) ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อศักยภาพ มีดังนี้ การปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส กลไก
ของท้องถิ่น การมีเครือข่าย การศึกษาและประสบการณ์ การกระจายอำนาจของผู้นำ การพัฒนาทรัพยากร
มนุษย์ ความโปรงใสท่ ีก่ ่อใหเ้ กดิ การร่วมมือของประชาชน

คำสำคัญ : ศักยภาพและภาวะผนู้ ำ, เทศบาลนครยะลา, เมืองอจั ฉรยิ ะ

31

กลุม่ เดก็ แว้นกบั การเมอื งท้องถิน่ : กรณีศกึ ษาพฤตกิ รรมการแสดงออกทางการเมอื งทอ้ งถิ่น ต.ไม้เรียง อ.
ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

Motorpunks in Local Politics: A Case Study of Local Political Expression Behavior. T.S.
Maireang Chawang, Nakhon Si Thammarat Province

สัญญาพล อุปลา*, ธรี ภทั ร จงจิตร*, ชยั วฒั น์ โยธ*ี *
Sanyapol Upala, Therapat Jongjit, Chaiwat Yotee

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองท้องถิ่นของกลุ่มเด็ก
แว้น ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ กำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบ
เจาะจงจำนวน 10 ราย โดยแบง่ กลุ่มตวั อย่างตามชว่ งอายุคือ กลมุ่ อายุ 18 ปี กลุ่มอายุ 20 ปี และกลมุ่ อายุ 22
ปี ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตแบบเป็นทางการและการสังเกตแบบไม่เป็นทางการ เมื่อได้ข้อมูลมี
ความอ่มิ ตัวจงึ นำมาวิเคราะห์เชงิ เน้อื หา ผลการศกึ ษาพบวา่ พฤตกิ รรมการแสดงออกทางการเมอื งของกล่มุ เด็ก
แว้นทงั้ 3 กลมุ่ มีพฤติกรรมการแสดงออกทีเ่ กย่ี วข้องกบั การเมอื งทอ้ งถน่ิ 3 ประการหลักคือ 1) พฤตกิ รรมการ
ออกไปใช้สทิ ธ์เิ ลอื กตั้ง โดยสาเหตทุ ่ีทำให้กลุ่มเด็กแวน้ มีพฤติกรรมออกไปใช้สิทธ์ิเลอื กตง้ั สามารถจำแนกได้เป็น
2 สาเหตุคือ 1.1 การถูกซื้อสทิ ธ์ิขายเสียง 1.2 เครือข่ายความเป็นเครือญาตทิ ี่มีพีน่ อ้ งลงสมคั รรับเลอื กตัง้ 2)
พฤติกรรมการออกไปเรียกร้องทางการเมือง ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมให้กลุ่มเด็กแว้นออกไปเรียกร้อง
ทางการเมืองมี 3 ประการ ได้แก่ 2.1 เพื่อนชักชวน 2.2 การบ่มเพาะจากสถาบันครอบครวั 2.3 การบ่มเพาะ
จากสถาบันการศึกษา 3) พฤตกิ รรมการชว่ ยกลุ่มการเมืองหาเสยี งเลือกตัง้ แสดงใหเ้ หน็ ได้ 3 วธิ คี อื 3.1 การขบั
ขี่รถยนตแ์ ละมอเตอร์ไซค์ประกาศ 3.2 การโพสตป์ ระกาศผ่านสือ่ ออนไลน์ 3.3 การซอ้ื ของฝากประชาชน
คำสำคญั : กลุ่มเดก็ แวน้ , การเมอื งทอ้ งถน่ิ , พฤตกิ รรมการแสดงออก

*นกั ศกึ ษาแขนงวิชาการปกครองทอ้ งถ่ิน มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี
**ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวิชาการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตานี E-mail : [email protected]

32

คุณภาพชวี ิตของสมาชิกกองทนุ สวสั ดิการชุมชนบ้านควนแปลงงู จงั หวดั ปัตตานี
Quality of life of members of the Ban Khuan Plaengngu Community Welfare Fund,

Pattani Province

มัสวานีย์ เจะดาราโซ*
Maswanee jehdaraso

บทคดั ย่อ

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1.เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับ
นโยบาย กองทุนหมูบ่ ้านและชุมชน 2.เพื่อศึกษากระบวนการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางในการนำนโยบาย
กองทุน หมู่บ้านใช้ในการจัดทำของกองทุนสวัสดกิ ารหมูบ่ ้านและชมุ ชน 3.เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของสมาชกิ
กองทุน สวัสดิการหมู่บ้านควนแปลงงูผู้ศึกษาเลือกใช้รูปแบบวิจัยเชิงคุณภาพ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบ
สัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 8 คน ที่มาจากการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ หัวหน้าและตัวแทนของ
กองทุน หมูบ่ า้ น ผนู้ าชมุ ชน และประชาชน ทำการถอดบทเรยี นเพ่อื วิเคราะห์ข้อมลู ดว้ ยการสรุปประเด็น แล้ว
นำข้อมูล ที่รวบรวมได้จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและนำเสนอโดยความเรียง โดยสรุปเป็นการจัด
สวัสดิการที่มี จุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดที่มคี วามเก่ียวข้องการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างมีสว่ นร่วม
กล่าวคือ เป็น การดำเนินงานที่อาศัยทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกันตั้งแต่หน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง
ระดับประเทศ ระดับ จังหวัด ระดับตำบล รวมทั้งคนในพ้ืนทีน่ ั้นนัน้ ซึ่งในที่นี้ คือ สถาบันพัฒนาองค์กรชมุ ชน
กับคณะกรรมการ กองทุนสวัสดิการชุมชน คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนสวัสดิการหมู่บ้านควนแปลงงู
โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ใน การพฒั นาคุณภาพชีวติ ให้ ดีข้ึน คอื มีความสุขทง้ั รา่ งกายและ จิตใจนนั้ คนในชมุ ชนต้อง
มีการให้ความ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รวมทั้งการได้รับสวัสดิการที่มีความครอบคลุมทุกประเด็นที่มีความ
เก่ียวขอ้ งกับวิถชี ีวติ ต้ังแตเ่ กิดจนกระทัง่ เสียชีวิต จึงจะเกดิ หลกั ประกนั ในการด าเนินชีวิตอย่างแท้จรงิ

คำสำคัญ : คุณภาพชีวิต,สวสั ดิการ,ประชาชน

*นักศกึ ษาแขนงวิชาการปกครองท้องถิ่น มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

33

ความพึงพอใจของประชาชนทมี่ ีตอ่ การใหบ้ รกิ ารขององค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว
อำเภอโคกโพธ์ิ จงั หวดั ปัตตานี

Public satisfaction with the services provided by the Sai Khao Subdistrict Administrative
Organization Khok Pho District, Pattani Province

อรณชิ า อาจหาญ*, ดวงกมล เตง่ ศริ ธิ รรม*, ชยั วฒั น์ โยธี**
Onnicha Arthan, Duanggamon Tengsiritham, Chaiwat Yotee

บทคดั ยอ่
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การ
บริหารส่วนตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาคือ ประชาชนตำบล
ทรายขาวซึ่งเป็นผู้ใช้บริการองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว จำนวน 87 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้
แบบสอบถามความคิดเห็น การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ผลการศึกษาพบวา่
ประชาชนมคี วามพงึ พอใจในการให้บรกิ ารขององคก์ ารบริหารสว่ นตำบลทรายขาวอยู่ในระดับมาก โดยผลการ
ประเมนิ ภาพรวมอยใู่ นระดับความพึงพอใจมาก ( x =̅ 3.65, S.D. = .924) เม่อื พจิ ารณารายด้าน พบว่า อยู่ใน
ระดับพึงพอใจมากทุกด้าน และเมื่อพิจารณาความพึงพอใจรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการ
ให้บรกิ ารอยา่ งก้าวหน้า ( x ̅= 3.74 , S.D. = .834) รองลงมาคือ ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ( x =̅ 3.69
, S.D. = .883) และ ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ( x ̅= 3.65 , S.D. = .963) และด้านการให้บริการตรง
เวลา ( x ̅= 3.63 , S.D. = .965) และด้านทีม่ คี ่าเฉลี่ยตำ่ ท่ีสดุ คือ ด้านการใหบ้ ริการอยา่ งเพียงพอ ( x ̅= 3.57 ,
S.D. = .975) ตามลำดบั

คำสำคญั ความพึงพอใจ, การให้บรกิ าร, องค์การบรหิ ารส่วนตำบลทรายขาว

*นกั ศกึ ษาแขนงวิชาการปกครองทอ้ งถิ่น มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี
**ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวชิ าการปกครองทอ้ งถ่ิน มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี E-mail : [email protected]

34

การนำเสนอผลงานวิจัยกลมุ่ ยอ่ ยท่ี 3

35

พัฒนาการและการบริหารจดั การของกลมุ่ วสิ าหกิจชุมชนผเู้ ลยี้ งชันโรง โรงเรยี นชาวนา ตำบลแวง้

อำเภอแวง้ จังหวัดนราธวิ าส

Development and management of community entries groups coveter former school
waeng subdistrict waeng district narathiwat province

อกิ๊ กรอม หลี1ดาริกา อาแซ2นรู ฮารีซา ยโู ซ๊ะ3ฟาตเี มาะ มะแด4คมวิทย์ สุขเสนยี ์5

บทคดั ย่อ

การศึกษาวิจัยเรอ่ื ง พัฒนาการและการบริหารจดั การกลุ่มวสิ าหกจิ ชมุ ชนผเู้ ลย้ี งชันโรง โรงเรยี นชาวนา
อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พัฒนาการ การบริหารจัดการและการอนุรักษ์ชันโรง
ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง โรงเรียนชาวนา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิง
คุณภาพ ซงึ่ มีผู้ใหข้ อ้ มูลหลัก ไดแ้ ก่1) ประธานกลุม่ และสมาชิก 2) เจ้าหนา้ ท่ีภาคประชาสงั คม 3) ผู้ใหญ่บ้าน
4) เจา้ หน้าทส่ี ภาเกษตร และ5) แกนนำเครือข่าย

ผลการศกึ ษา พบว่า กล่มุ วสิ าหกิจชุมชนผู้เลยี้ งชันโรง โรงเรยี นชาวนา อำเภอแวง้ จงั หวดั นราธวิ าส มี
พัฒนาการแบ่งออกเปน็ 5 ระยะ ไดแ้ ก่ 1) กระบวนฟ้ืนฟู 2) หาแนวรว่ มและสรา้ งเครอื ขา่ ย 3) ก่อตง้ั กลุ่มอสิ ระ
4) ขน้ึ ทะเบยี นวิสาหกิจชุมชน 5) พฒั นากลุ่ม และผลติ ภณั ฑ์ ซ่งึ ภายในกลุม่ มกี ารบริหารจัดการ แบ่งออกเป็น
4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านคน เปน็ การแบ่งหน้าทีต่ ามความเหมาะสม และความถนัดของแตล่ ะบุคคล โดยเชื่อมโยงกับ
อาชีพของสมาชิกเปน็ หลัก ด้านงบประมาณ ใช้วิธีการระดมทนุ จากสมาชกิ ภายในกลมุ่ เพื่อจัดกจิ กรรมในแต่ละ
คร้ัง ด้านวัสดุอุปกรณ์ โดยแบ่งความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม มีการวาง
โครงสร้างทชี่ ัดเจน ได้แก่ ประธาน รองประธาน เลขานกุ าร ฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ และทปี รกึ ษา นอกจากนี้ยังมี
การวางระบบที่ไม่ซับซ้อน เป็นความสัมพันธ์ในแนวราบ ด้วยมิตรภาพ และเป็นกันเองเพื่อที่จะสามารถ
ขับเคลื่อนกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพ อีกทั้งแนวทางการอนุรักษ์ชันโรง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส แบ่ง
ออกเป็น 2 ด้าน 1) การใหค้ วามรู้เกี่ยวกับผลกระทบและการขยายรัง 2) จดั ตง้ั กลุ่มธนาคารต้นไม้เพ่ืออนุรักษ์
ป่าตน้ น้ำในชุมชนสู่ความยงั่ ยืน

คำสำคญั : พัฒนาการ,การบริหารจัดการ,วสิ าหกิจ,ชนั โรง

36

การมสี ่วนร่วมของกลมุ่ แมบ่ า้ น
กรณศี กึ ษากลุ่มแม่บา้ นจักสานฝาชีแฟนซี หมู่1ตำบลตะโละแมะนา อำเภอทงุ่ ยางแดงจังหวงั ปตั ตานี
participation ofthehousewives group Acasestudy ofthefancy weavinghousewives group,

Moo 1, Talo ManaSubdistrict Thung Yang DaengDistrict PattaniProvince
อีลยี สั บินเจะ๊ หะ1 อาบฏู อลบิ ดายะ2 สนุ ติ รา มะสะแห3 นรู มี มะ4 และนาเดีย ปายอ5

บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของกลุ่มแม่บ้านจักสานฝาชีแฟนซี หมู่1
ตำบลตะโละแมะนา อำเภอทงุ่ ยางแดง จังหวัดปัตตานี โดยใชร้ ะเบยี บวิธวี จิ ยั เชิงคณุ ภาพและทำการเก็บข้อมูล
จากประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 11 คน ด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างการสนทนากลุ่มและการ
สังเกตแบบมสี ่วนรว่ ม และทำการวเิ คราะหข์ ้อมลู โดยใชก้ ารพรรณนาและวเิ คราะหเ์ นอื้ หา
ผลการวจิ ยั แสดงใหเ้ หน็ ว่า การมีสว่ นรว่ มของกลมุ่ แม่บา้ นจกั สานฝาชีแฟนซีแบง่ ออกเปน็ 4 ดา้ น ได้แก่
(1) ด้านการตัดสินใจ (2) ด้านการดำเนินงาน (3) ด้านรับผลประโยชน์ (4) ด้านประเมินผลประโยชน์ ด้านที่1
โดยกลุ่มผู้นำชุมชนร่วมกันตัดสินใจจัดหาโครงการให้กลุ่มแม่บ้านจักสานฝาชีแฟนซีตามที่กลุ่มแม่บ้านเสนอ
ความต้องการ ส่วนในด้านที่2 ประธานกลุม่ ได้มกี ารประสานงานใหส้ มาชิกในกลุ่มร่วมกนั ดำเนินงานเป็นการ
ประชุมระดมความคดิ และแบง่ หนา้ ท่ีเพื่อให้สมาชิกในกลุ่มได้ดำเนินการปฏิบตั งิ านตามแผน ดา้ นที่3 ส่งผลให้มี
สว่ นในการรบั ผลประโยชน์ร่วมกันคือทำให้มีรายไดเ้ สรมิ และได้สร้างความสัมพนั ธ์ท่ีดีต่อกนั ด้านที่4 กลุ่มผู้นำ
ชุมชนและคณะกรรมการร่วมกันประเมนิ ผล โดยมกี ารประเมินท้ังด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ดา้ นรายได้และด้าน
ศักยภาพการผลติ ส่วนสมาชกิ กลุ่มแมบ่ ้านจักสานฝาชแี ฟนซีไมม่ ีส่วนร่วมในการประเมนิ ผล

คำสำคญั : การมีสว่ นรว่ ม,กล่มุ แมบ่ า้ น,ตะโละแมะนา

37

การพฒั นากระบวนการบริหารจดั การตลาดนดั มะพร้าว อำเภอเมอื ง จงั หวดั ยะลา แบบมสี ่วนรว่ ม

Participatory Development of Coconut Market Management Process, Muang District,
Yala Province

นาอีละห์ มูลคู ารี1, ตาฮานี มะโซะ1, ซีฟะ วาแมยซี า1, ซไู ฮมี ดาแมง็ 1, นนิ ุสรา มนิ ทราศกั ดิ์2

1นกั ศึกษาคณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวทิ ยาลัยราชภัฏยะลา

2อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลัยราชภฏั ยะลา

บทคดั ยอ่

การวจิ ัยครง้ั นีม้ วี ตั ถุประสงค์เพื่อศึกษาบรบิ ทของตลาดนัดมะพร้าว อำเภอเมอื ง จังหวัดยะลา แบบมี
ส่วนร่วม เพื่อศึกษากระบวนการบริหารจัดการตลาดนัดมะพร้าวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม และเพื่อพัฒนา
แนวทางกระบวนการบริหารจัดการตลาดนัดมะพร้าวโดยชมุ ชนแบบมีส่วนร่วม โดยเป็นการวจิ ยั แบบผสมผสาน
ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยใช้แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามเป็น
เคร่ืองมอื เพ่อื ดำเนนิ การเก็บข้อมูลจากเป้าหมาย ไดแ้ ก่ นักการเมืองทอ้ งถน่ิ หวั หนา้ ชมุ ชนวัดยะลาธรรมราม
หัวหน้าชุมชนเสรี ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่เทศกิจ คณะกรรมการกลุ่มผู้ประกอบการค้าตลาดนัดมะพร้าว
อำเภอเมือง จงั หวัดยะลา รวม 9 คน และใช้แบบสอบถามโดยการลงพื้นที่แจกควิ อาร์โค้ดกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม
และสง่ ผ่าน Messenger ของประชาชนทม่ี าใช้บรกิ ารในตลาดนัดมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ผ่านการ
ใช้ Google form กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้ใช้บริการที่เดินทางมายังตลาด
สินค้านำเข้ามือสอง จำนวน 400 คน โดยการเปิดตารางของ Krejcie and Morgan (1970) และการสุ่ม
ตวั อย่างแบบตามความสะดวก (อษุ ณยี ์ พรหมศรียา และคณะ, 2563 )

ผลการศึกษาพบว่า 1. ตลาดนัดมะพร้าวเป็นพื้นที่ที่ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเมืองยะลาในพื้นที่สาม
จังหวัดชายแดนภาคใต้ สนิ คา้ มีความแปลกใหม่ มีสนิ ค้าให้เลือกหลากหลาย และตลาดนดั มะพรา้ วมีความเป็น
เอกลักษณ์เฉพาะตัว 2. การบริหารจัดการตลาดนัดมะพร้าว เป็นการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการกลุ่ม
ผู้ประกอบการค้าตลาดนัดมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อเป็นตัวแทนในการประชุมหารอื ข้อตกลง
การควบคุมกำกบั ดูแล และแนวทางในการแกไ้ ขของกลมุ่ ผปู้ ระกอบการค้าตลาดมะพรา้ ว โดยตลาดนดั มะพร้าว
มีปัญหาเรื่องการจราจร และระบบการจัดการตลาด ที่ได้สร้างความเดือดร้อนแก่คนในชุมชน 3. แนวทาง
กระบวนการบริหารจัดการตลาดนัดมะพร้าวโดยชมุ ชนแบบมีส่วนร่วม ผลวิจัยพบว่า การบริหารจัดการตลาด
นัดมะพร้าว ประชาชนขาดการมีส่วนร่วมในการตั้งกฎระเบียบ ข้อบังคับ และเทศบาลนครยะลาไม่ได้มีส่วน
รว่ มในการบรหิ ารจัดการตลาดนดั มะพร้าว อำเภอเมือง จงั หวดั ยะลา

คำสำคัญ : การบรหิ ารจัดการ, ตลาดนัดมะพร้าว, การมีส่วนร่วมในชมุ ชน

38

ปัจจัยในการขับเคลื่อนสู่ความเข้มแขง็ ของชมุ ชนพหุวฒั นธรรม
กรณีศกึ ษา ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธ์ิ จังหวัดปตั ตานี

Factors Driving the Strength of Multi-Culture Community: A Case Study of
Saikhao Sub-district , Khokpho District , Pattani Province

นูรสี มา เจ๊ะนะ1 , ญารินดา เจะเต๊ะ1 , ไอมนั อับดุลรอแม1, อัฟนันท์ หะยีมะนสุ 1 และคมวิทย์ สุขเสนยี ์2

บทคดั ยอ่
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสรา้ งความเข้มแข็งของตำบลทรายขาว
จังหวัดปัตตานีและเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของชุมชนเข้มแข็ง กรณีศึกษา ตำบลทรายขาว จังหวัดปัตตานี เป็น
การศึกษาเชิงคุณภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์จากผู้ให้ข้อมูลหลักได้แก่ กำนัน
โตะ๊ อหิ ม่าม เจ้าอาวาส และประชาชนในพนื้ ท่ี จำนวน 2 คน

ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนทรายขาว มีประวัติความเป็นมา ชุมชนมีผู้นำที่มี
ความสามารถหลายดา้ น มีส่วนรว่ มในการทำกจิ กรรมรวมกบั ประชาชน คนในชุมชนมีความสัมพนั ธร์ ะบบเครือญาติและมีการ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และในชุมชนมีศูนย์รวมจิตใจของแต่ละศาสนาใช้ในการรวมตัวกัน ซึ่งชาวไทยมุสลมิ ที่นับถือศาสนา
อิสลามจะใช้พื้นที่ของมัสยิดเป็นพื้นที่ในการรวมตัวกันและศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยท่ีนับถือศาสนาพุทธ ได้แก่ ศาลาการ
เปรยี ญวัดทรายขาว

ปัจจัยในการขับเคลื่อนสู่ความเข้มแข็งของชุมชนทรายขาว ประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยภายใน ได้แก่

ผู้นำเข้มแข็งมีความสามารถหลายดา้ น มคี วามเสยี สละ และเป็นแบบอย่างทดี่ ีให้กับคนในชุมชน มีศูนยก์ ลางของความสัมพันธ์
ท่ีเชือ่ มโยงคนระหว่างประชาชนชาวพุทธและชาวมสุ ลมิ ใชใ้ นการรวมตัวผ่านกจิ กรรม มที รัพยากรธรรมชาติท่อี ดุ มสมบูรณ์เป็น

ปัจจัยพนื้ ฐานในการประกอบอาชพี สามารถสร้างรายได้ใหก้ บั คนในชมุ ชน อีกทงั้ มีการใช้ภาษาร่วมกันในการสือ่ สาร 2) ปัจจัย

ภายนอก ชุมชนได้รับการสนบั สนุนสง่ เสริมจากหน่วยงานภาครฐั ทั้งระดับท้องถ่นิ และท้องที่ ซึ่งสงิ่ เหลา่ น้มี ารวมกนั เป็นปัจจัยท่ี
นำไปสูก่ ารพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดขี ้ึน เป็นชุมชนเขม้ แขง็ และยัง่ ยืน

คำสำคญั : ปัจจัยขับเคลอ่ื น , ชมุ ชนเข้มแขง็ , สงั คมพหวุ ฒั นธรรม

39

แนวทางการพฒั นาการบรหิ ารจดั การกลุ่มชุมชนดงตน้ หยี บา้ นปลู าตะเยาะฆอ หมู่ที่5
ตำบลระแว้ง อำเภอยะรัง จงั หวัดปัตตานี

Guidelines for the development of management Dong Ton Yee Community Group, Ban
Pula Ta Yao Kho, Village No. 5,Tambon Rawang, Amphoe Yarang, Pattani Province

ฟาตฮี ะห์ อาแว1,แวฟาตฮี ะห์ หะยแี วสาและ2,นูรีซัน หมะหมนี 3,มชั ฌมิ า ทองขาว4และนาเดีย ปายอ5

บทคัดย่อ

การศกึ ษาแนวทางการพัฒนาบรหิ ารจัดการกลุม่ ชุมชนดงต้นหยี บา้ นปลู าตะเยาะฆอ หมู่ที่5 ตำบลระ
แว้ง อำเภอยะรัง จังหวัดปตั ตานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวธิ ีการบริหารจัดการกลุ่มชุมชนดงต้นหยี บ้านปูลา
ตะเยาะฆอ หมู่ที่5 ตำบลระแว้ง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และ2.เพื่อหาแนวทางในการจัดการปัญหากลุ่ม
ชุมชนดงต้นหยี บ้านปูลาตะเยาะฆอ หมู่ที่5 ตำบลระแว้ง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี งานวิจัยนี้เป็นการวิจยั
โดยใช้ระเบยี บวิธีวจิ ัยเชิงคณุ ภาพ มีกลมุ่ เป้าหมายคือกลุ่มชมุ ชนดงต้นหยี บา้ นปูลาตะเยาะฆอ หมทู่ 5ี่ ตำบลระ
แว้ง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี โดยมีสมาชิกภายในกลุ่ม 24คน โดยใช้กระบวนการสัมภาษณ์เชิงลึก เป็น
เคร่ืองมอื ในการรวบรวมข้อมลู โดยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา

การศกึ ษาพบว่า 1.วิธีการบรหิ ารจัดการกลุ่มชมุ ชนดงตน้ หยี บา้ นปูลาตะเยาะฆอ หมูท่ 5ี่ ตำบลระแว้ง
อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี การก่อตั้งกลุ่มชุมชนดงต้นหยีเกิดขึ้นจากการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งมี
ประธานกลมุ่ เป็นผู้ก่อตัง้ บริหารจดั การกลมุ่ ซึ่งวิธกี ารบริหารจัดการกลมุ่ ของประธานกลุ่มนั้นเป็นการเข้าร่วม
แบบไมบ่ งั คบั เขา้ รว่ มกลุม่ ตามความสมัครใจ จากการบริหารด้วยวิธีเข้ารว่ มกลุม่ แบบตามความสมัครใจทำให้
ทางกลุ่มได้มีปญั หาตามมาซึ่งควรได้รับการแก้ไข 2.ในแนวทางการพฒั นาบริหารจัดการกลุ่ม ประธานกล่มุ ได้
เห็นถึงความสำคัญของปญั หาท่ีเกิดขึน้ จึงไดศ้ กึ ษาแนวทาง เข้าไปเรียนร้กู ลมุ่ ทป่ี ระสบความสำเร็จแล้วกลับมา
พัฒนากลุ่มชุมชน มีกฎระเบียบ เสนอแนะแนวทาง รวมถึงการเรียกรวมตัวพูดคุยเพือ่ ทำความเข้าใจเกี่ยวกบั
การพัฒนากลุ่ม ทำให้กลุ่มชุมชนดงต้นหยี บ้านปูลาตะเยาะฆอ หมู่ที่5 ตำบลระแว้ง อำเภอยะรัง จังหวัด
ปัตตานี มกี ารพฒั นาการบรหิ ารจดั การกลมุ่ ทดี่ ขี นึ้

คำสำคญั : การพฒั นาบรหิ ารจัดการกลมุ่ กลมุ่ ชุมชนดงต้นหยี การจดั การท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน

40

ปัญหาเยาวชนท่ีไมส่ ามารถเข้าถงึ การศึกษาในระดบั อดุ มศกึ ษา : กรณีศกึ ษาบา้ นดอนรัก จงั หวัดปตั ตานี

The problem of youth not having access to higher education : a case study of Ban Donrak, Pattani Province

ธนวัฒน์ ทะสะระ*, ศุภกิตต์ิ สำเร*, ชยั วฒั น์ โยธี**
Tanawat Tasara, Suppakit sumre, Chaiwat. Yotee

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของเยาวชนที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาใน
ระดบั อดุ มศกึ ษา โดยใช้วิธีวิจยั เชงิ คุณภาพ และระเบียบวธิ กี ารศึกษาเฉพาะกรณี เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์
เชิงลึก และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากเยาวชนในชุมชนบ้านดอนรัก
จำนวน 30 ราย เพ่ือตคี วามอธบิ ายปรากฏการณ์ จากการศกึ ษาพบว่า สภาพปัญหาเยาวชนทไ่ี ม่สามารถเข้าถึง
การศึกษาในระดบั อดุ มศึกษามีปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ 1) ปัญหาทางดา้ นเศรษฐกิจ ซ่งึ พบว่าเป็นผลจาก 2
สาเหตุสำคญั คือ1.1 เหตุการณค์ วามไม่สงบในพืน้ ท่ี ซ่งึ สง่ ผลต่อสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ครอบครวั ประสบความ
ยากลำบากในการหารายได้ 1.2 ผูป้ กครองมีอาชพี และรายไดท้ ีไ่ มแ่ นน่ อน มีความขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึง่ สง่ ผล
ให้ผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ให้มาทำงานช่วยหารายได้เข้าสู่ครอบครัว 2)
ปัญหาทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 สาเหตุสำคัญคือ 2.1 การไม่พร้อมปรับตัวกับ
สภาพแวดลอ้ มใหม่ ๆ และค่านิยมของกล่มุ วัยในชุมชน คอื นิยมการทะเลาะวิวาท คบเพือ่ นเกเร เท่ียวกลางคืน
ดื่มสุรา และเสพสิ่งเสพติด 2.2 สภาพแวดล้อมภายในครอบครัว คือ ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของสถาบัน
ครอบครัว ผู้ปกครองหย่าร้างและไมไ่ ด้รบั การอบรมจากผปู้ กครอง 3) สภาพปญั หาดา้ นบุคคล ซง่ึ พบ 2 สาเหตุ
สำคัญคือ 3.1 การเรียนด้อย เนื่องจากการไม่ต้ังใจเรยี นและมีภาระทางครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ เบื่อหน่าย
ในการเรียน 3.2 สภาพปัญหาทางร่างกายทีเ่ กิดความบกพรอ่ งไม่สง่างาม ทำให้สูญเสียความมัน่ ใจเกิดเป็นปม
ด้อยในใจ

คำสำคญั : ปญั หาเยาวชน, การไม่สามารถถงึ การศึกษา, อดุ มศกึ ษา

*นกั ศึกษาแขนงวิชาการปกครองทอ้ งถิ่น มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปัตตานี
**ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวชิ าการปกครองท้องถน่ิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี E-mail : [email protected]

41

ความพึงพอใจของประชาชนในการใหบ้ รกิ ารด้านสาธารณสุข : กรณีศกึ ษา ตำบลสะดาวา อำเภอยะรัง
จงั หวดั ปตั ตานี

Public satisfaction in public health services: a case study of Sadawa Subdistrict, Yarang District, Pattani Province

ทรายนับ มาหเิ ละ*, ปยิ ธดิ า บุญม่ิง*, ชัยวฒั น์ โยธี**
Sainab Mahileh, Piyathida Boonming, Chaiwat Yotee

บทคดั ยอ่
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของประชาชนในการให้บริการด้านสาธารณะสุข
ของตำบลสะดาวา เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ เป็นแบบสัมภาษณ์ปลายเปิดและการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ
การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากประชาชนผู้ใช้บริการด้านสาธารณสุขของ
ตำบลสะดาวา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และวิเคราะห์ ตีความปรากฏการณ์ตามข้อค้นพบ ผลการศึกษา
พบว่า ประชาชนมีความพงึ พอใจในการให้บริการด้านสาธารณสุขของตำบลสะดาวา ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน
สำคัญ คือ 1. ด้านการรับรู้ พบว่าประชาชนในพื้นที่ตำบลสะดาวา สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารการ
ประชาสัมพันธก์ ารใหบ้ รกิ ารสาธารณะสุขของตำบลสะดาวาได้ ผ่านเสียงตามสายและสื่อโซเซียลมิเดีย ทำให้
รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว และทราบข้อมูลโดยทั่วถึง 2. ด้านระยะเวลา พบว่าการให้บริการสาธารณะสขุ
ของตำบลสะดาวา มีการกำหนดระยะเวลาในการเขา้ รบั บรกิ ารแตล่ ะจุด จดุ ละไม่เกนิ 10 นาที ทำให้ระบบการ
ทำงานมีความเป็นระบบในการให้การประชาชน รวมถึงมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการให้บริการมี
ความรัดกุมและมีระเบยี บข้นั ตอนที่ชัดเจน 3. ดา้ นความน่าเชื่อถือ พบว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่การบริการ
สาธารณะสุขของตำบลสะดาวาเป็นระบบและมีแบบแผน อีกทั้งยังมีการจัดอบรม อสม. ให้มีความรู้
ความสามารถในการใช้อปุ กรณท์ างการแพทย์ และเจา้ หนา้ ทีม่ ที ักษะดี มีการพดู จาท่ีดี อ่อนน้อมถอ่ มตน เข้าใจ
ง่าย 4. ด้านความรับผิดชอบ พบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการพฒั นามี
ประสทิ ธิภาพด้วยการใหบ้ รกิ ารแบบบูรณาการศาสตร์

คำสำคญั : ความพงึ พอใจของประชาชน, การให้บรกิ าร, สาธารณสขุ

*นักศกึ ษาแขนงวชิ าการปกครองทอ้ งถนิ่ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี
**ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวชิ าการปกครองทอ้ งถิ่น มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตานี E-mail : [email protected]

42

การสำรวจปัญหาความยากจนของประชาชนในพืน้ ท่ีบา้ นบาราเฮาะ จังหวัดปตั ตานี

Survey of people's poverty in Ban Barahao area, Pattani Province

อฟั นาน มะยะเด็ง*, นูรีฮนั ยาโฮะ*, ชัยวัฒน์ โยธี**
Afnan Mayadeng, Nureehan Yahoh, Chaiwat Yotee

บทคัดยอ่

การศึกษาครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือสำรวจสภาพปัญหาความยากจนของประชาชนในพื้นที่บ้านบารา
เฮาะ จังหวัดปัตตานี โดยมุ่งเน้นทำความเข้าใจกับสภาพปัญหาของครัวเรือนด้านรายได้ ด้านสภาพความ
เป็นอยู่ ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา และด้านการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ
เลือกกลุ่มตวั อย่างแบบเจาะจงจากประชาชนในพนื้ ท่ีบา้ นบาราเฮาะ จำนวน 15 ครัวเรอื น เก็บข้อมูลจากการ
สัมภาษณเ์ ชิงลกึ และการสงั เกตแบบไมม่ ีสว่ นร่วม เก็บข้อมูลจนข้อมูลมีความครบถ้วนและอิม่ ตวั และวิเคราะห์
ข้อมูลโดยวเิ คราะห์เชงิ เนอ้ื หา ผลการศกึ ษาพบว่า จากสภาพปัญหาความยากจนทั้ง 5 ด้าน ประชาชนประสบ
กับปญั หาในลักษณะท่ีไม่แตกต่างกัน คือ 1. รายได้ พบว่า ประชาชนมีรายไดท้ ่ีไม่เพียงพอ เน่ืองจากมีรายจ่าย
มากกวา่ รายรบั มรี ายได้ในแตล่ ะวันที่ไม่แนน่ อน เนอ่ื งจากการประกอบอาชพี ทีไ่ มม่ ีความม่ันคง คือ เกษตรกร
รบั จ้างทั่วไป คา้ ขาย 2. ดา้ นสภาพความเปน็ อยู่ พบว่า ประชาชนมสี ภาพความเป็นอยู่ท่ีไมเ่ อ้ืออำนวยต่อการ
ดำเนินชีวิตที่มีสุขอนามัย คือ สภาพครัวเรือนที่มีลักษณะพื้นที่ที่คับแคบที่ไม่สมดุลต่อประชากรภายในบ้าน
และ สภาพแวดล้อมภายนอกบ้านท่ีดอ้ ยต่อการพัฒนาในพื้นที่ 3. ด้านสุขภาพ พบว่า มีประชาชนที่เป็นกลมุ่
ผู้สูงอายุจำนวนไม่มากทไ่ี ม่สามารถทำงานได้ ทัง้ น้ปี ระชาชนสว่ นใหญ่มีสุขภาพท่ีดีมีความพร้อมในการทำงาน
4. ด้านการศึกษา พบว่า ประชาชนมีการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีวุฒิ
การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาและขาดโอกาสในการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ไม่มีแหล่งทุนในการศึกษา
5. ด้านการเข้าถึงสวสั ดกิ ารของรัฐ พบว่า ประชาชนบางส่วนได้รบั สิทธิสวัสดิการชว่ ยเหลือจากรัฐ หากแต่ยังมี
บางส่วนทีไ่ ม่สามารถเข้าถงึ การชว่ ยเหลือจากรัฐ เน่ืองจากขาดความรู้เรอื่ งเทคโนโลยี

คำสำคญั : การสำรวจ, ปญั หาความยากจน , บ้านบารอเฮาะ

*นักศกึ ษาแขนงวิชาการปกครองท้องถ่นิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี
**ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำแขนงวชิ าการปกครองท้องถ่ิน มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี E-mail : [email protected]

43

การนำเสนอผลงานวิจัยกลมุ่ ยอ่ ยท่ี 4

44

การฟน้ื ฟกู ารค้าชายแดนตากใบ – มาเลเซยี หลงั วกิ ฤตโควิด-19

The Restoration of Tak Bai-Malaysia border trade after the COVID-19 crisis

นายวนั รสิ กี สตริ กั ษ์1 นายซาฮาดมั มะเยง็ 2และสุไลมาน หะโมะ3

บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชายแดนอำเภอตากใบ และ
ศึกษาแนวทางการฟื้นฟูและการปรบั ตัวของผู้ประกอบการ หลังวิกฤตโควิด-19 ใช้วิจัยแบบเขิงคุณภาพ โดย
การสัมภาษณ์เชิงลึก เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ ในตลาดชายแดนด่านตากใบ
อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 8 คน โดยมีความแตกต่างและความหลากหลายในรูปแบบของการ
ประกอบการ
ผลการศึกษาพบว่า การประกอบกิจการและธุรกิจในพื้นที่ชายแดนตากใบ ขาดรายได้จากเดิมถึง 3
เทา่ ทำให้กิจการหรอื ธรุ กิจของ ผู้ประกอบการในช่วงเวลานีไ้ ม่สามารถดำเนนิ ตอ่ ไปได้เหมอื นเดิม เนอื่ งจากไม่
มีลูกค้าที่เป็นชาวมาเลเซีย 90 % ของกิจการทุกกิจการในพื้นที่ชายแดนตากใบ - มาเลเซีย เนื่องจากอยู่ใน
มาตรการของการปิดประเทศ ทำให้ไม่สามารถข้ามประเทศเข้ามายงั ประเทศไทยได้ การปดิ ประเทศนั้นส่งผล
กระทบอย่างมากให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ สำหรับการปรับตวั และฟ้ืนฟกู ิจการของผู้ประกอบการในพื้นที่
ชายแดนตากใบ - มาเลเซีย ในชว่ ง วกิ ฤตวิกฤตโควิด – 19 ผู้ประกอบการบางรายได้ให้ขอ้ มูลท่ีแตกต่างกันไป
เนื่องจากแต่กิจการหรือธุรกจิ มีการรับมือและฟื้นฟูที่ตา่ งกัน ซึ่งการรับมือและฟ้ืนฟนู ั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ การ
ฟน้ื ฟกู ารปรบั เปลยี่ นรปู แบบการคา้ ขาย เปลี่ยนฐานลกู ค้าจากเดมิ ชาวมาเลเซยี และไม่ฟ้ืนฟใู ด ๆ เปน็ ประเภท
สนิ คา้ ทส่ี ตอ็ กของนาน ๆ ซึ่งไมส่ ามารถปรบั เปลย่ี นหรอื ฟื้นฟูได้

คำสำคัญ : การฟนื้ ฟู,การคา้ ชายแดน


Click to View FlipBook Version