45
แนวทางการพฒั นาศักยภาพเยาวชนด้วยกจิ กรรมศลิ ปวฒั นธรรมท้องถ่นิ แบบมสี ว่ นรว่ มของชุมชน
ในพนื้ ทบี่ า้ นกรอื ซอ ตำบลแวง้ อำเภอแว้ง จงั หวดั นราธิวาส
Guidelines for developing and empowering youth through local arts and culture activities
Ban Kreso, Waeng District, Narathiwat Province
อสั รี สุหลง1, ซะห์รง ยะโกะ1, เฟาซัน เจ๊ะแต1, อารอฟตั นทิ อง1, และนนิ สุ รา มนิ ทราศักดิ์2
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเยาวชน แบบมีส่วนร่วมของชุมชน
บ้านกรือซอ ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเยาวชน บนฐาน
ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น บ้านกรือซอ ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส โดยได้ทำการศึกษาในพื้นที่
บ้านกรือซอ จำนวน 1596 คน ได้ขนาดกลุ่มตวั อย่าง จำนวน 320 คน ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอยา่ งแบบบงั เอิญ
เคร่ืองมอื ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมเปน็ แบบสอบถาม โดยใชส้ ถิติเชงิ พรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูล และอธิบาย
ขอ้ มูลต่างๆ
ผลการศกึ ษาวิจัย พบว่าระดบั การมสี ่วนรว่ มในการพัฒนาเยาวชนของประชาชน ในพื้นท่ีบ้านกรือซอ
ตำบลแวง้ อำเภอแวง้ จงั หวดั นราธิวาส โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก(x̅= 4.13, S.D.= 0.57) และเมอื่ พจิ ารณา
แต่ละด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (x̅= 4.19, S.D.= 0.94)
รองลงมาคือ ดา้ นการมีส่วนร่วมในการตัดสนิ ใจ (x̅= 4.11, S.D.= 0.59) รองลงมาอกี คือ ด้านการมสี ่วนร่วมใน
การดำเนนิ งาน (x̅= 4.10, S.D.= 0.58) และด้านท่มี ีคา่ เฉล่ียนอ้ ยท่สี ดุ คือ ดา้ นการมีสว่ นร่วมในการประเมนิ ผล
(x̅= 4.03, S.D.= 0.61) และระดับการพัฒนาเยาวชนบนฐานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ในพื้นที่บ้านกรือซอ
ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธวิ าส โดยภาพรวมอย่ใู นระดับมาก (x̅=4.13, S.D.=0.57) และเมื่อพิจารณา
ในแต่ละด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการพัฒนาโดยนำเอามิติทางวัฒนธรรมเข้าไปสอดแทรกใน
กิจการทุกส่วนของชีวิต (x̅= 4.19, S.D.= 0.94) รองลงมาคือ ด้านนำเอาวัฒนธรรมดั้งเดิมด้านรูปแบบและ
เนื้อหามาใชใ้ นการพัฒนา (x̅= 4.11, S.D.= 0.58) และด้านทม่ี ีค่าเฉล่ียนอ้ ยท่ีสุดคอื ดา้ นการถือเอาวฒั นธรรม
เป็นเปา้ หมาย (x̅= 4.10, S.D.= 0.58)
คำสำคญั : แนวทางการพฒั นา, กลุ่มเยาวชน, การมีส่วนรว่ ม, ศลิ ปวัฒนธรรมท้องถ่ิน
46
บทบาทผู้นำทอ้ งถน่ิ ในการสรา้ งเยาวชนเพอื่ พฒั นาทอ้ งถิ่น
กรณีศึกษา: บ้านลิมุด ตำบลท่าสาป อำเภอเมอื ง จังหวัดยะลา
Role of local leader in enhancing youth for local development :
A case study of Ban Limut,Tha sap Subdistrict ,Yala District,Yala Province
ไฟซอล เจะ๊ มะ1, ฮุสนี ตุยง2, นูรฮูดา กูทา2, อาแอเสาะ นิวา2, นาเดีย ปายอ3
Faisol Chema1, Husnee Tuyong2, Nurhuda Kutha2, Ar-aesah Niwa2, Nadia Payo3
บทคดั ยอ่
การวจิ ัยมีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อศกึ ษาบทบาทผู้นำทอ้ งถน่ิ ในการสรา้ งเยาวชนและ 2.เพอ่ื ศึกษาการมี
ส่วนร่วมของเยาวชนในการพฒั นาทอ้ งถนิ่ เป็นการวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพใชว้ ธิ กี าร สมั ภาษณ์ และการสนทนา โดยมี
ผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย ผู้นำท้องถิ่น จำนวน 3 คน เเละเยาวชน จำนวน 15 คน โดยการใช้เเบบ
สัมภาษณ์เชิงลกึ เป็นเคร่ืองมือในการเก็บขอ้ มูล ผลการศกึ ษาพบว่าผ้นู ำท้องถ่ินในการสร้างเยาวชนเพื่อพัฒนา
บา้ นลมิ ดุ บทบาทผู้นำมีความสำคญั มาก ในการพฒั นาท้องถน่ิ เน่ืองจากเปน็ ปัจจยั หลักในการสร้างเยาวชน อกี
ทั้งจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำในการชักจูงเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในหมู่บ้านเอง หรือผู้นำตามธรรมชาติที่มี
อุดมการณ์เพ่อื ที่จะชักนำเยาวชนมาพฒั นาทอ้ งถ่ิน โดยจะขอสรปุ ตามวัตถปุ ระสงค์ดงั ต่อไปนี้ จากปัญหาและ
อุปสรรคทไี่ ดก้ ลา่ ว ในพืน้ ทบ่ี า้ นลมิ ุดขาดความร่วมมือของคนในชุมชน ชุมชนจงึ ไม่ได้มีการเปลย่ี นแปลง ทำให้
เกิดสภาวะความลา้ หลงั ทำให้สมาชิกทไี่ ดอ้ าศัยอยู่ในทะเบยี นราษฎรของหม่บู ้านลมิ ุด ได้ริเรมิ่ มกี ารชักนำกลุ่ม
เยาวชนบางส่วนเขา้ มามสี ว่ นรว่ ม แตก่ ารชักนำในครง้ั น้ไี มค่ อ่ ยได้รบั การสนบั สนุนอยา่ งเตม็ ท่ี และผลการศึกษา
พบวา่ การมสี ่วนร่วมของเยาวชนในการพฒั นาท้องถ่ินปัจจุบันบ้านลิมุดเกิดการพฒั นาจากแต่ก่อนอย่างเห็นได้
ชัด เช่น เรื่องของการเข้ามามีส่วนรว่ ม และการสนับสนุน เยาวชนในหมู่บา้ นลมิ ดุ ส่วนใหญใ่ ห้ความร่วมมือไม่ว่า
จะเป็นกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้น เช่น กิจกรรมเมาลิด กิจกรรมอาซูรอ กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติด เป็นต้น
เยาวชนในบา้ นลมิ ดุ เข้ามามีส่วนร่วมมากขนึ้ อย่างเหน็ ได้ชัด เนอ่ื งจากผ้นู ำมีการลงพื้นทไี่ ปหากลุ่มเยาวชนที่ม่ัว
สุมยาเสพติด สร้างความคุ้นเคยและสร้างความไว้วางใจ ทำให้เยาวชนกลุ่มนั้นมีความกล้าที่จะเข้ามามีส่วน
ร่วมกบั เยาวชนกลมุ่ อืน่ ๆ
คำสำคญั :บทบาทผู้นำท้องถ่ิน ,เยาวชน ,เพ่ือพฒั นาท้องถ่ิน
47
ปจั จัยที่สง่ ผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้นำท้องถิ่น
กรณีศกึ ษา องค์การบรหิ ารส่วนตำบลบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
Factors of Affecting people's decision to choose Local leaders:
A Case Study of Bangoy Subdistrict Administrative Organization, Raman District,
Yala Province
ยสั มนี หะยสี ะมะแอ1, นรู ฮาดิลา สมาแห1, ซูเฟียน หะมะ1, รุสลนั สะรมี ะ1, นินสุ รา มนิ ทราศักดิ์2
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบระดับการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจผู้นำ
ทอ้ งถน่ิ เพ่ือศกึ ษาคุณลกั ษณะของผนู้ ำองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงย และปจั จัยของประชาชนทีม่ ีผลต่อการ
ตัดสินใจในการเลอื กผู้นำท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวจิ ัยคอื ประชาชนผู้มีสทิ ธิเลือกตั้งในพื้นที่ตำบลบา
โงย จำนวน 336 คน โดยใชว้ ธิ ีการคำนวณหากลุ่มตวั อยา่ งของทาโร่ ยามาเน่ เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้เป็นแบบสอบถาม
โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
ผลการวิจัยพบวา่
1. ระดับการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของผู้นำท้องถิ่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก
(x̅=3.94) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต รองลงมาคือ จัด
ระเบียบและรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ การบริหารงานและการปฏิบัติ
หน้าท่ี
2. คุณลักษณะของผู้นำองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยที่ต้องการ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
(x̅=4.25) เม่อื พจิ ารณาเปน็ รายด้าน พบวา่ ด้านค่าเฉลีย่ สงู สุดคอื ความยุติธรรม ซื่อสตั ย์ สจุ รติ ลำดับทสี่ องคือ
มนษุ ยสมั พันธท์ ดี่ ี ลำดบั ทีส่ ามคอื ความคิดริเริม่ และสร้างสรรค์ และคา่ เฉลี่ยนอ้ ยทสี่ ุดคอื ความรู้ความสามารถ
ในการบริหารงาน
3. ปัจจัยของประชาชนที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกผู้นำท้องถิ่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก
(x̅=3.85) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ คุณสมบัติของผู้สมัคร ลำดับที่สองคือ
นโยบายของผู้สมัคร ลำดบั ทส่ี ามคอื ผลประโยชนส์ ิง่ ตอบแทนของผู้สมัคร ลำดับทีส่ ่ีคอื กลยุทธ์ในการหาเสียง
และค่าเฉลย่ี นอ้ ยทส่ี ดุ คือ ความสมั พันธ์ส่วนตวั กับผู้สมคั ร
คำสำคญั : การตัดสินใจ, ประชาชน, การเลือกตัง้ , ผู้นำทอ้ งถ่ิน
48
แนวทางการบริหารจัดการกลมุ่ คิดมัดออมทรัพย์ชมุ ชน บา้ นตะโละดือรามัน ตำบลตะโละดือรามัน อำเภอ
กะพ้อ จงั หวดั ปัตตานี
Community Savings Group Management Guidelines Bantalokderaman Talokderaman
Subdistrict, Kapho District, Pattani Province
ซวู ารี ดอตา1, นูรอาลีฟฟาร์ บีรู1, อดนิ นั ต์ ดมู าลี1, อศั มะ วาเงาะ1, นาเดยี ปายอ2
1นกั ศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา
2อาจารย์คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
บทคัดยอ่
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มคิดมัดออมทรัพย์ชุมชน
และ 2) เพื่อศึกษาหาแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการกลุ่มคิดมัดออมทรพั ย์ชุมชน บ้านตะโละดือรามนั
ตำบลตะโละดือรามัน อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้ทำการสัมภาษณ์
แบบจำเพาะเจาะจง ซ่งึ กลมุ่ ตัวอยา่ งทีไ่ ดค้ ัดเลอื กมีดงั นี้ 1) ผูบ้ ริหารกลมุ่ คดิ มดั ออมทรพั ย์ชุมชน จำนวน 4 คน
2) สมาชิกองค์การบริหารสว่ นตำบล จำนวน 1 คน 3) กลมุ่ ผู้นำชมุ ชน จำนวน 2 คน 4) กล่มุ ประชาชน จำนวน
3 คน โดยการใชแ้ บบสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ เป็นเครื่องมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
ผลการศกึ ษาพบว่า กลุ่มคิดมดั ออมทรพั ยช์ ุมชนบ้านตะโละดือรามนั เป็นกลุม่ ขนาดเล็กภายในชุมชน
โดยท่ไี ม่มหี นว่ ยงานภายนอกเข้ามาสนบั สนุน การทำงานของคณะกรรมการและเจ้าหนา้ ทอ่ี น่ื ๆ เปน็ เพียงการ
สมัครใจหรือจิตอาสาที่ทำแล้วโดยไม่มีคา่ ตอบแทนใด ๆ ซึ่งคณะกรรมการเป็นแกนหลักในการบริหารจดั การ
กลุ่ม และกล่มุ คิดมดั ออมทรัพยช์ ุมชนได้มกี ารทำธุรกรรม ประกอบดว้ ย การฝาก-ออม การฝากสินเชือ่ การฝาก
หนุ้ และการฝากกุรบาน (การฝากเพอ่ื ทำพิธเี ชือดสัตวพ์ ลีทานในวนั อีด ตามหลกั ศาสนาอิสลาม) โดยกลุ่มเป็น
ส่วนสำคญั ในการขบั เคล่อื นกจิ กรรมและอำนวยความสะดวกให้แก่คนในชุมชน
คำสำคัญ : การบรหิ ารจดั การ, กลุ่มออมทรพั ย์
49
แนวทางการพัฒนากระบวนการให้บรกิ ารงานทะเบียนราษฎร
กรณีศึกษา : เทศบาลเมืองสะเตงนอก อำเภอเมอื ง จงั หวัดยะลา
Guidelines for the development of the process for providing civil registration services,
Ase Study of Sateng Nok Municipality, Muang District, Yala Province
ซูไวบะห์ มนี า1,รอซยี ะห์ มะแซ1,ลตุ ฟี อามโี ดง1,นดั รี เฮงยามา1,นาเดีย ปายอ2
1นกั ศกึ ษาคณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน
มหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา
2อาจารยป์ ระจำสาขาการปกครองและกฎหมายมหาชนคณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
บทคัดย่อ
งานวิจยั ในครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศกึ ษากระบวนการใหบ้ ริการงานทะเบียนราษฎรเทศบาลเมอื ง
สะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 2)เพือ่ หาแนวทางการพัฒนากระบวนการให้บริการงานทะเบียนราษฎร
เทศบาลเมืองสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการให้บริการแบ่งออกเป็น 4
ด้าน ดังนี้ 1.ด้านการให้บริการกระบวนการให้บริการและขั้นตอนในการให้บริการเป็นไปตามกฎหมายและ
ระเบียบในการใหบ้ รกิ าร ไม่ไดม้ ขี ั้นตอนทย่ี งุ่ ยากหรอื มขี ั้นตอนซบั ซอ้ น มกี ารประชาสมั พันธ์ขนั้ ตอนการเข้ารับ
บริการเป็นอย่างดี 2.ด้านการรับบริการ มีการเปิดจองบัตรคิวล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับ
บริการ มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการเข้ารับบริการและใช้เวลาไม่นาน 3.ด้านอำนวยความสะดวก มี
สถานที่ให้บริการที่เหมาะสมและมีการบริการอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆในการให้บริการ 4.ด้านความพึงพอใจ
ประชาชนมีความพึงพอใจอย่างมากต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่และกระบวนการหรือขั้นตอนให้บริการใน
ขณะที่แนวทางการพัฒนากระบวนการให้บริการ พบว่า 1.ด้านเจ้าหน้าที่ให้บริการควรพัฒนาศักยภาพของ
บุคลากรของเจา้ หนา้ ที่งานทะเบียนราษฎรในการให้บรกิ ารแกป่ ระชาชน เพื่อใหบ้ ุคลากรมคี วามเขา้ ใจ มีทกั ษะ
เฉพาะดา้ นงานทะเบยี นราษฎร 2.ด้านอำนวยความสะดวก อาคารสถานที่ในการให้บริการควรมีสถานที่ในการ
ให้บริการเป็นของตนเอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสำนักงานเทศบาลเมืองสะเตงนอกให้เป็นลักษณะของการ
ดำเนินงานรบั บริการ ณ จดุ เดยี ว
คำสำคัญ : องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ , สำนกั งานทะเบียนท้องถ่ิน, คุณภาพการบรกิ าร
50
ปญั หาการไมย่ อมรบั วัคซีนโควดิ -19 ของประชาชนหมบู่ า้ นรูสะมแิ ล ตำบล รูสะมิแล อำเภอเมอื ง
จงั หวัดปตั ตานี
The problem of non-acceptance of COVID-19 vaccines by the people of Rusamilae Village, Rusamila Subdistrict, Muang District
Pattani
ซไู บดะห์ ดอื เระ*, ฮายาตี รอเซ็ง*
Subaidah duereh, Hayati roseng
บทคัดย่อ
บทความวจิ ัยนี้มวี ตั ถุประสงค์เพือ่ ศกึ ษาสภาพปัญหาการไมย่ อมรบั วัคซีนโควิด-19 ของประชาชนหมู่บ้าน
รูสะมิแล ต. รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยใช้ระเบียบการวิจัยเชิงคุณภาพ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบ
สัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 4 คน ที่มาจากการเลือกแบบเจาะจงได้แก่ ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร
สาธารณสุข และประชาชน ทำการถอดบทเรียนเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสรุปประเด็น แล้วนำข้อมูลท่ี
รวบรวมได้จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอโดยความเรียง ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาการไม่
ยอมรับวัคซีนโควิด-19 ของประชาชนหมู่บ้านรูสะมิแล ซึ่งไดข้ อ้ สรุปพบปัญหาการไม่ยอมรับวคั ซีนออกเป็น 3
ประเด็น คือ 1-ปัญหาด้านสังคม 2-ปัญหาด้านวัฒนธรรม 3-ปัญหาอุปสรรคด้านการประสานงาน และ
นอกจากนี้ยังพบปัญหาการไม่ยอมรับวัคซีนโดยการเบี่ยงเบนเหตุผลต่างๆและไม่ให้ความร่วมมือ ที่จะไม่
ยอมรบั วัคซีน
คำสำคัญ : ปญั หาการไม่ยอมรับ, วัคซีน, ประชาชนหมู่บา้ นรูสะมีแล ต.รสู ะมแิ ล อ.เมือง จ.ปตั ตานี
*นกั ศึกษาแขนงวชิ าการปกครองทอ้ งถน่ิ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
51
ผลกระทบต่อชุมชนจากโครงการพฒั นานิคมอตุ สาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา
Impact on communities from chana industrial estate development project, Songkhla Province
อมั บยี าห์ เจะดุหมัน*, อารียา เย็นจิต*
Ambeeya Gehduman, Areeya Yenjit
บทคัดยอ่
การศึกษาวิจยั น้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ศึกษาผลกระทบจากโครงการพฒั นานิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัด
สงขลา เปน็ วจิ ัยเชิงคณุ ภาพ มเี คร่อื งมอื การวิจยั คอื แบบสัมภาษณ์ โดยมกี ล่มุ เป้าหมาย จำนวน 3 คน ท่ีมา
จากการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ ผู้นำชมุ ชน และประชาชน ทำการถอดบทเรยี นเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการ
สรุปประเด็น แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอโดยความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีจุดเด่นคือท้องทะเล ทำให้เป็นท่ี
ต้องการของกลมุ่ นายทนุ ขนาดใหญ่ในการมองหาท่ีดิน เพอ่ื สร้างโรงงานอตุ สาหกรรมจะนะใหเ้ ปน็ เมอื งต้นแบบ
อุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งปัจจบุ ันมกี ารประท้วงเเละต่อต้านการสรา้ งโรงงานอตุ สาหกรรม เน่ืองจากวา่ โรงงาน
อุตสาหกรรมจะสง่ ผลให้ประชาชนไดร้ ับผลกระทบทางดา้ นลบที่มากกว่าทางด้านบวก ซง่ึ ไดจ้ ำแนกผลกระทบ
ของการสร้างโรงงานอุตสาหกรรจะนะออกเป็น 3 ประเด็น คือ 1)ด้านสิ่งแวดล้อม ในภาพรวมที่ได้รับ
ผลกระทบภายหลังที่จะมีนิคมอุตสาหกรรม 2)ด้านเศรษฐกิจ และ 3)ด้านสังคม นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อมี
โครงการพฒั นานคิ มอุตสาหกรรมจะนะเกิดข้ึน จะมีความเป็นไปไดท้ ี่จะก่อใหเ้ กิดปญั หาสารเคมีต่างๆ รั่วไหล
ลงสู่ทะเล จึงทำให้ชาวบ้านหวั่นเกรงการรั่วไหลของสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งจะส่งผลทำให้สภาพแวดล้อมใน
ระบบนเิ วศเปลีย่ นแปลง
*นักศึกษาแขนงวชิ าการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี
52
บทบาทการมีสว่ นร่วมของประชาชนต่อการบรหิ ารงานขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
กรณศี ึกษา:องค์การบริหารส่วนตำบลท่งุ น้ยุ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตลู
The role of public participation in the administration of local governing bodies Case Study:Thung Nui Subdistrict Administrative
Organization, Khuan Kalong District, Satun Province
ฮาบีบยี ์ สารปิ า*, สไุ งนี่ กอหลัง*
Habeebee saripa, Sungainee Kolang
บทคดั ยอ่
การศึกษาเรื่อง บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
กรณีศึกษา:องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของ
ประชาชนต่อการบรหิ ารงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ศกึ ษาแนวทางแกไ้ ขการมสี ่วนร่วมของประชาชนต่อการ
บรหิ ารงานปกครองส่วนท้องถน่ิ ในพืน้ ที่ปกครององค์การบรหิ ารสว่ นตำบลทุ่งน้ยุ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตลู โดย
กลุ่มตวั อย่างคือประชาชนท่ีอาศัยอยู่เฉพาะในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ ได้แก่
ค่าร้อยละ คา่ เฉล่ีย และค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน
ผลการวจิ ัยพบว่า กลุ่มตัวอยา่ งมีบทบาทในการมีสว่ นร่วมต่อการบริหารงานปกครองส่วนท้องถน่ิ ด้านการมี
ส่วนร่วมในการตัดสินใจและดา้ นการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านการมีส่วนร่วมในการ
ปฏบิ ตั ดิ ำเนนิ งาน และด้านการมีส่วนรว่ มในการประเมินผล อยูใ่ นระดับนอ้ ย
นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมีข้อเสนอแนะว่า ประชาชนต้องการเสนอแนะการทำงานขององค์การบริหารส่วน
ตำบล และร้องทุกข์เรื่องราวต่าง ๆ ได้หลากหลายช่องทาง ในขณะเดียวกันต้องการให้ องค์การบริหารส่วนตำบล
ชี้แจงผลการรอ้ งทุกข์ ชี้แจงการใช้งบประมาณ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลให้มากขึน้ และ
ประชาชนต้องการให้องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกลุ่มประชาชน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม
สามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล เพ่ือ
ประโยชน์ดา้ นความเป็นอยู่และคุณภาพชีวติ ของประชาชน ควรเปิดโอกาสให้เข้าร่วมควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงาน
ตามแผนพัฒนาองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลและการบรหิ ารใหเ้ กิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้จ่ายเงินงบประมาณอยา่ ง
คมุ้ ค่าและพฒั นาท้องถิน่ ให้มากท่สี ดุ
*นกั ศกึ ษาแขนงวชิ าการปกครองท้องถน่ิ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี