0 ชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ วิชากลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาชางยนต สาขางานยานยนต เอกศักดิ์ สงวนคำ แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช
1 คำนำ ชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกล รหัส 20101-2007 ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาชางยนต สาขางานยานยนต จัดทำขึ้นโดยมี วัตถุประสงคเพื่อพัฒนาผูเรียนทั้งดานพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย โดยใชกระบวนการจัดการเรียนรูที่ เนนผูเรียนเปนสำคัญ การจัดทำชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกลใชรูปแบบการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู ของสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมีขั้นตอนการวิเคราะห หลักสูตรรายวิชา คือ การวิเคราะหจุดประสงครายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา เพื่อนำมา กำหนดจุดประสงคการเรียนรูเปนตนทางสำหรับการออกแบบและจัดทำชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกลซึ่ง ประกอบดวย คูมือครูแผนการจัดการเรียนรู เอกสารประกอบชุดการสอน คำแนะนำสำหรับผูเรียน บัตร ความรู บัตรทำกิจกรรม บัตรแบบฝกหัด บัตรเฉลยแบบฝกหัด บัตรทดสอบประจำหนวย บัตรเฉลยทดสอบ ประจำหนวย โดยชุดการสอนชุดนี้คือ ชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ สำหรับใช จัดการเรียนรูใหผูเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์และคุณลักษณะที่พึงประสงค ผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวาชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกล รหัส 20101-2007 หนวยที่ 8 ความ เคนและความเครียดของวัสดุจะเกิดประโยชนตอทั้งผูเรียนและผูสอนที่จะนำไปใชพัฒนาใหเกิดการเรียนรู อยางมีประสิทธิภาพตอไป นายเอกศักดิ์ สงวนคำ วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช
2 สารบัญ หนา คำนำ 1 สารบัญ 2 สารบัญภาพ 3 คูมือครู 4 แผนการจัดการเรียนรู 8 เอกสารประกอบชุดการสอน 14 คำแนะนำสำหรับนักเรียน 16 บัตรทดสอบประจำหนวย 19 บัตรเฉลยทดสอบประจำหนวย 22 บัตรความรู 23 บัตรทำกิจกรรม 34 บัตรแบบฝกหัด 35 บัตรเฉลยแบบฝกหัด 39 แบบตรวจสอบรายชื่อนักเรียน 40 แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค 41 สื่อการสอน 43 บรรณานุกรม 44 ภาคผนวก 45 ภาคผนวก ก หลักสูตรรายวิชา 46 ภาคผนวก ข การวิเคราะหหลักสูตรรายวิชา 47 ภาคผนวก ค การวิเคราะหหัวขอเรื่อง 48 ภาคผนวก ง การวิเคราะหหัวขอหลักหัวขอยอย 49 ภาคผนวก จ รายการจุดประสงคเชิงพฤติกรรม 50 ภาคผนวก ฉ การวิเคราะหระดับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม 51
3 สารบัญภาพ หนา ภาพที่ 1.1 แสดงลำดับขั้นตอนการเรียนรูดวยชุดการสอน 15 1.2 แสดงความเคนดึง 23 1.3 แสดงความเคนอัด 25 1.4 แสดงความเคนเฉือนระนาบเดียว 27 1.5 แสดงความเคนเฉือนสองระนาบ 27 1.6 แสดงความเครียดดึง 29 1.7 แสดงความเครียดอัด 30 1.8 แสดงความเครียดเฉือน 32
4 คูมือครู ชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ ************************************************************************* คำชี้แจง ครูผูสอนตองศึกษาและทำความเขาใจหลักสูตรรายวิชาและคูมือครูใหเขาใจกอนการจัดการเรียนรูพรอม ทั้งจัดเตรียม วัสดุ อุปกรณ เพื่อใชในการจัดการเรียนรูตามที่ระบุไวชุดการสอน 1. สมรรถนะประจำหนวย 1. แสดงความรูเกี่ยวกับความเคนความเครียดของวัสดุและการคำนวณความเคนความเครียดของวัสดุ 2. แสดงพฤติกรรมใฝหาความรูหมั่นศึกษาเลาเรียน มีระเบียบวินัย และรูจักดำรงตนโดยใชหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 2. จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกความหมายของความเคนดึงไดถูกตอง 2. คำนวณความเคนดึงไดถูกตอง 3. บอกความหมายของความเคนอัดไดถูกตอง 4. คำนวณความเคนอัดไดถูกตอง 5. บอกความหมายของความเคนเฉือนไดถูกตอง 6. คำนวณความเคนเฉือนไดถูกตอง 7. บอกความหมายของความเครียดดึงไดถูกตอง 8. คำนวณความเครียดดึงไดถูกตอง 9. บอกความหมายของความเครียดอัดไดถูกตอง 10. คำนวณความเครียดอัดไดถูกตอง 11. บอกความหมายของความเครียดเฉือนไดถูกตอง 12. คำนวณความเครียดเฉือนไดถูกตอง 3. สวนประกอบของชุดการสอน 3.1 คูมือครูชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 3.2 แผนการจัดการเรียนรูหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 3.3 เอกสารประกอบชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 3.4 คำแนะนำสำหรับนักเรียน 3.5 จุดประสงคการเรียนรู 3.6 บัตรทดสอบประจำหนวย 3.7 บัตรเฉลยทดสอบประจำหนวย 3.8 บัตรความรู 3.9 บัตรทำกิจกรรม 3.10 บัตรแบบฝกหัด
5 3.11 บัตรเฉลยแบบฝกหัด 3.12 แบบตรวจสอบรายชื่อนักเรียน 3.13 แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค 3.14 สื่อประกอบการจัดการเรียนรูชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 3.15 บรรณานุกรม 3.16 ภาคผนวก 4. เวลาที่ใชในการจัดการเรียนรู การจัดการเรียนรูครั้งที่ 10-11 เวลาที่ใชในการจัดการเรียนรู จำนวน 4 ชั่วโมง 5. การเตรียมความพรอมของครูผูสอนสำหรับจัดการเรียนรู ครูผูสอนตองดำเนินการเตรียมความพรอมกอนการจัดการเรียนรู ดังนี้ 5.1 ศึกษาคูมือครูและแผนการจัดการเรียนรูหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 5.2 ศึกษาชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 5.3 จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ สื่อ ที่ใชประกอบการจัดการเรียนรู 6. สื่อการจัดการเรียนรู 6.1 สื่อสิ่งพิมพ 6.1.1 ชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 6.2 สื่อโสตทัศน 6.2.1 สื่อนำเสนอ Power Point หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 7. การจัดชั้นเรียน การจัดชั้นเรียนสำหรับจัดการเรียนรูรายวิชากลศาสตรเครื่องกลไดจัดบรรยากาศที่สงเสริมและ พัฒนาการเรียนรูสำหรับผูเรียน จัดหองเรียนใหมีปายนิเทศ ภาพสื่อที่นาสนใจและสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการ จัดการเรียนรูพื้นที่มีความสะอาดและเปนระเบียบเรียบรอย 8. ขั้นตอนการใชชุดการสอน 8.1 ศึกษาคูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู 8.2 ศึกษาการใชสื่อการจัดการเรียนรู 8.3 ศึกษาวิธีการวัดผลประเมินผล 9. ขั้นตอนการจัดการเรียนรู 9.1 ครูผูสอนกลาวทักทายตรวจสอบรายชื่อและการแตงกายของนักเรียนที่เขาเรียนจดบันทึกลงในแบบ ตรวจสอบรายชื่อนักเรียน ชี้แจงรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู การวัดและประเมินผล ขอตกลงในการเรียน การสอน การใชชุดการสอนประกอบการจัดการเรียนรู 9.2 ครูผูสอนจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยมีรูปแบบ ดังนี้ 9.2.1 การทดสอบกอนเรียน โดยใชบัตรทดสอบประจำหนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ แบบเลือกตอบ จำนวน 12 ขอ คะแนน 12 คะแนน เวลา 20 นาที
6 9.2.2 การนำเขาสูบทเรียน - ขั้นนำเขาสูบทเรียน ตั้งคำถามพรอมใชสื่อประกอบเพื่อกระตุนความสนใจของนักเรียน และเชื่อมโยงเขาสูเนื้อหาเรื่องที่จะเรียนรูโดยวิธีการสุมถามนักเรียนหลายๆคน 9.2.3 การเรียนรู - ขั้นศึกษาขอมูล ใหเนื้อหากับนักเรียนโดยใชวิธีจัดการเรียนรูแบบ บรรยาย ถามตอบ และการจัดกิจกรรมกลุมของนักเรียนและสาธิตการคำนวณประกอบการใชชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกล - ขั้นพยายาม มอบหมายใหนักเรียนทำแบบฝกหัดเพื่อนำเนื้อหาที่ไดจากขั้นศึกษาขอมูล มาใชแกปญหาและเปนการตรวจสอบความกาวหนาทางการเรียนรู 9.2.4 การสรุป - ขั้นสำเร็จผล ตรวจสอบความกาวหนาทางการเรียนรูของนักเรียนโดยการตรวจคำตอบที่ ถูกตองของแบบฝกหัดโดยครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง - สรุปเนื้อหาสาระที่สำคัญของการเรียนรูโดยเปนกิจกรรมรวมกันของนักเรียนทุกคน 9.2.5 การทดสอบหลังเรียน โดยใชบัตรทดสอบประจำหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ แบบเลือกตอบ จำนวน 12 ขอ คะแนน 12 คะแนน เวลา 20 นาที 9.3 การจัดสอนซอมเสริมใหกับนักเรียนที่มีผลการประเมินไมผานเกณฑที่กำหนด 9.4 การสังเกตพฤติกรรมนักเรียนโดยใชแบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค 10. บทบาทของนักเรียน 10.1 นักเรียนศึกษาคำแนะนำสำหรับนักเรียน 10.2 นักเรียนปฏิบัติตามคำชี้แจงในการจัดการเรียนรูของครูผูสอน 10.3 นักเรียนทำกิจกรรมการเรียนรูตามที่ไดรับมอบหมายจากครูผูสอน 10.4 นักเรียนปฏิบัติตนดวยความมุงมั่นตั้งใจ รูจักแสวงหาความรูตรงตอเวลา ประพฤติตรงตามคำสั่ง หรือขอบังคับ ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายเสร็จตามกำหนดอยางมีคุณภาพ 11. การวัดผลและประเมินผล 11.1 เครื่องมือวัดผล 11.1.1 บัตรทดสอบประจำหนวย 11.1.2 บัตรเฉลยทดสอบประจำหนวย 11.1.3 บัตรแบบฝกหัด 11.1.4 บัตรเฉลยแบบฝกหัด 11.1.5 บัตรทำกิจกรรม 11.1.6 แบบตรวจสอบรายชื่อนักเรียน 11.1.7 แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค 11.2 วิธีการวัดผล 11.2.1 ตรวจสอบรายชื่อการเขาเรียน 11.2.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู 11.2.2 ตรวจสอบผลการทำบัตรแบบฝกหัด 11.2.3 ตรวจสอบผลการทำบัตรทดสอบประจำหนวย
7 11.3 เกณฑการประเมินผล 11.3.1 นักเรียนไดคะแนนจากการทำบัตรแบบฝกหัดไมต่ำกวา รอยละ 70 11.3.2 นักเรียนไดคะแนนจากการทำบัตรทดสอบประจำหนวย (หลังเรียน) ไมต่ำกวา รอยละ 70 11.3.3 นักเรียนไดคะแนนคุณธรรมจริยธรรม ไมต่ำกวารอยละ 80
8 แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่8 ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 ชื่อหนวย ความเคนและความเครียดของวัสดุ ชั่วโมงรวม 4 สาระสำคัญ ความเคนดึงคือแรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงมากระทำตอวัตถุโดยแรง ดึงนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุความเคนอัดคือแรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของ วัตถุเนื่องจากมีแรงอัดมากระทำตอวัตถุโดยแรงอัดนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุความเคน เฉือนคือแรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงเฉือนมากระทำตอวัตถุโดยแรงเฉือนนั้น กระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ ความเครียดดึงคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงดึงมา กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุยืดออก ความเครียดอัดคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงอัด มากระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุหดลง ความเครียดเฉือนคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรง เฉือนมากระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุเปลี่ยนแปลงมุม สมรรถนะประจำหนวย 1. แสดงความรูเกี่ยวกับความเคนความเครียดของวัสดุและการคำนวณความเคนความเครียดของวัสดุ 2. แสดงพฤติกรรมใฝหาความรูหมั่นศึกษาเลาเรียน มีระเบียบวินัย และรูจักดำรงตนโดยใชหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงคการเรียนรูนักเรียนสามารถ ดานความรู 1. บอกความหมายของความเคนดึงไดถูกตอง 2. คำนวณความเคนดึงไดถูกตอง 3. บอกความหมายของความเคนอัดไดถูกตอง 4. คำนวณความเคนอัดไดถูกตอง 5. บอกความหมายของความเคนเฉือนไดถูกตอง 6. คำนวณความเคนเฉือนไดถูกตอง 7. บอกความหมายของความเครียดดึงไดถูกตอง 8. คำนวณความเครียดดึงไดถูกตอง 9. บอกความหมายของความเครียดอัดไดถูกตอง 10. คำนวณความเครียดอัดไดถูกตอง 11. บอกความหมายของความเครียดเฉือนไดถูกตอง 12. คำนวณความเครียดเฉือนไดถูกตอง ดานคุณลักษณะที่พึงประสงค 1. มุงมั่นตั้งใจเพียรพยายามในการเรียน 2. แสวงหาความรูทั้งทางตรงและทางออม 3. ตรงตอเวลา
9 4. ประพฤติตรงตามคำสั่งหรือขอบังคับของสถานศึกษา 5. ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายเสร็จตามกำหนดอยางมีคุณภาพ เนื้อหาสาระการเรียนรู 1. ความเคนดึง 1.1 ความหมายของความเคนดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 1) 1.2 การคำนวณความเคนดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 2) 2. ความเคนอัด 2.1 ความหมายของความเคนอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 3) 2.2 การคำนวณความเคนอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 4) 3. ความเคนเฉือน 3.1 ความหมายของความเคนเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 5) 3.2 การคำนวณความเคนเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 6) 4. ความเครียดดึง 4.1 ความหมายของความเครียดดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 7) 4.2 การคำนวณความเครียดดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 8) 5. ความเครียดอัด 5.1 ความหมายของความเครียดอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 9) 5.2 การคำนวณความเครียดอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 10) 6. ความเครียดเฉือน 6.1 ความหมายของความเครียดเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 11) 6.2 การคำนวณความเครียดเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 12) กิจกรรมการจัดการเรียนรู สอนครั้งที่10 (ชั่วโมงที่19-20) - กลาวทักทาย ตรวจสอบรายชื่อและการแตงกายของนักเรียนที่เขาเรียนและจดบันทึกลงในสมุด บันทึกเวลาเรียน (10 นาที) - ทดสอบกอนเรียนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ (20 นาที) การนำเขาสูบทเรียน ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) (10 นาที) - ตั้งคำถามพรอมใชสื่อของจริง (ดินน้ำมัน) “เมื่อเราออกแรงดึงแทงดินน้ำมันจะเกิดผลอยางไร” กระตุนความสนใจของนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงเขาสูเนื้อหาเรื่องที่จะเรียนรูโดยวิธีการสุมถามนักเรียนหลายๆคน - สรุปความเชื่อมโยงของคำตอบกับเนื้อหาที่จะเรียนรู - แจงจุดประสงคการเรียนรูและเรื่องที่จะเรียนรู
10 การเรียนรู ขั้นศึกษาขอมูล (Information) (30 นาที) - ใหเนื้อหากับนักเรียนเรื่องความเคนดึง ความเคนอัด ความเคนเฉือน โดยใชวิธีการจัดการเรียนรู แบบ บรรยาย ถามตอบ สาธิตการคำนวณความเคน ประกอบการใชชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกล - ใชกลยุทธ “การตรวจสอบจากเพื่อน (Peer check)” โดยครูใหนักเรียนจับคูกันตางคนตาง ทำโจทยความเคนที่ครูมอบหมายใหเมื่อทำเสร็จแลวแลกเปลี่ยนวิธีการคิดคำนวณกับคูของตนโดยนักเรียนให ขอมูลยอนกลับซึ่งกันและกัน ครูฟงคำวิพากษวิจารณและใหขอมูลยอนกลับพรอมสรุปประเด็นสำคัญของการ เรียนรู ขั้นพยายาม (Application) (25 นาที) - มอบหมายใหนักเรียนทำแบบฝกหัดเพื่อนำเนื้อหาที่ไดจากขั้นศึกษาขอมูลมาใชแกปญหาและ เปนการตรวจสอบความกาวหนาทางการเรียนรู การสรุป ขั้นสำเร็จผล (Progress) (25 นาที) - ตรวจสอบความกาวหนาทางการเรียนรูของนักเรียนโดยการตรวจคำตอบที่ถูกตองของ แบบฝกหัดโดยครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง - สรุปเนื้อหาสาระที่สำคัญเรื่องความเคนดึง ความเคนอัด ความเคนเฉือน - มอบหมายใหนักเรียนเก็บอุปกรณทำความสะอาดหองเรียน ปดระบบไฟฟา และสำรวจความ เรียบรอยของหองเรียน สอนครั้งที่11 (ชั่วโมงที่21-22) - กลาวทักทาย ตรวจสอบรายชื่อและการแตงกายของนักเรียนที่เขาเรียนและจดบันทึกลงในสมุด บันทึกเวลาเรียน (10 นาที) การนำเขาสูบทเรียน ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) (10 นาที) - ตั้งคำถามพรอมใชสื่อของจริง (แทงดินน้ำมัน) “เมื่อออกแรงดึงแทงดินน้ำมันความยาวของแทง ดินน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงอยางไร”กระตุนความสนใจของนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงเขาสูเนื้อหาเรื่องที่จะเรียนรู โดยวิธีการสุมถามนักเรียนหลายๆคน - สรุปความเชื่อมโยงของคำตอบกับเนื้อหาที่จะเรียนรู - แจงจุดประสงคการเรียนรูและเรื่องที่จะเรียนรู การเรียนรู ขั้นศึกษาขอมูล (Information) (40 นาที) - ใหเนื้อหากับนักเรียนเรื่องความเครียดดึง ความเครียดอัด ความเครียดเฉือน โดยใชวิธีการ จัดการเรียนรูแบบ บรรยาย ถามตอบ และสาธิตการคำนวณความเครียด ประกอบการใชชุดการสอนวิชา กลศาสตรเครื่องกล - ใชกลยุทธ “การตรวจสอบจากเพื่อน (Peer check)” โดยครูใหนักเรียนจับคูกันตางคนตาง ทำโจทยความเครียดดึงที่ครูมอบหมายใหเมื่อทำเสร็จแลวแลกเปลี่ยนวิธีการคิดคำนวณกับคูของตนโดย นักเรียนใหขอมูลยอนกลับซึ่งกันและกัน ครูฟงคำวิพากษวิจารณและใหขอมูลยอนกลับพรอมสรุปประเด็น สำคัญของการเรียนรู
11 ขั้นพยายาม (Application) (20 นาที) - มอบหมายใหนักเรียนทำแบบฝกหัดเพื่อนำเนื้อหาที่ไดจากขั้นศึกษาขอมูลมาใชแกปญหาและ เปนการตรวจสอบความกาวหนาทางการเรียนรู การสรุป ขั้นสำเร็จผล (Progress) (40 นาที) - ตรวจสอบความกาวหนาทางการเรียนรูของนักเรียนโดยการตรวจคำตอบที่ถูกตองของ แบบฝกหัดโดยครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง - สรุปเนื้อหาสาระที่สำคัญเรื่องความเครียดดึง ความเครียดอัด ความเครียดเฉือน - มอบหมายใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดและประเมินผลการเรียนรูของนักเรียน เปนรายบุคคล - มอบหมายใหนักเรียนเก็บอุปกรณทำความสะอาดหองเรียนปดระบบไฟฟาและสำรวจความ เรียบรอยของหองเรียน สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู สื่อสิ่งพิมพ - ชุดการสอนวิชากลศาสตรเครื่องกล หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ สื่อโสตทัศน - คอมพิวเตอร เครื่องฉายภาพและจอภาพ - สื่อนำเสนอ Power Point หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ หุนจำลอง/ของจริง - แทงดินน้ำมัน แหลงการเรียนรู - ไมมี - เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู - บัตรความรู - บัตรแบบฝกหัด - บัตรเฉลยแบบฝกหัด - บัตรกิจกรรมกลุม - บัตรทดสอบประจำหนวย - บัตรเฉลยทดสอบประจำหนวย - แบบตรวจสอบรายชื่อนักเรียน - ใบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค การบูรณาการ/ความสัมพันธกับวิชาอื่น - ไมมี -
12 การวัดและประเมินผล การวัดผล กอนเรียน - การทดสอบกอนเรียนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ ขณะเรียน - การสังเกตการตอบขอซักถาม - การสังเกตการทำกิจกรรมกลุม - การสังเกตพฤติกรรมใฝหาความรูหมั่นศึกษาเลาเรียน มีระเบียบวินัย และรูจักดำรงตนโดยใชหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - การตรวจผลการทำแบบฝกหัดหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ หลังเรียน - การทดสอบหลังเรียนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ การประเมินผล - นักเรียนที่ไดคะแนนรอยละ 70 ขึ้นไป ถือวาผานการประเมิน - นักเรียนที่ไดคะแนนคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงครอยละ 80 ขึ้นไปถือวาผาน การประเมิน
13 บันทึกหลังสอน ผลการใชแผนการจัดการเรียนรู …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ผลการเรียนรูของนักเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. (นายเอกศักดิ์ สงวนคำ) ครูผูสอน
14 เอกสารประกอบชุดการสอน วิชากลศาสตรเครื่องกล รหัสวิชา 20101-2007 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาชางยนต ชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ นายเอกศักดิ์ สงวนคำ วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
15 ลำดับขั้นตอนการเรียนรู ดวยชุดการสอนหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ ภาพที่ 1.1 แสดงลำดับขั้นตอนการเรียนรูดวยชุดการสอน เริ่ม ศึกษาคำแนะนำ สำหรับนักเรียน ทดสอบกอนเรียน กิจกรรมการเรียนรู ทดสอบหลังเรียน ศึกษาชุดการสอนตอไป จบ ไมผานเกณฑ สอนซอมเสริม ผานเกณฑ
16 คำแนะนำสำหรับนักเรียน ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง ********************************************************************************** 1. นักเรียนศึกษาคำแนะนำสำหรับนักเรียนและรายการจุดประสงคการเรียนรู/เนื้อหาสาระการเรียนรู 2. นักเรียนทำแบบทดสอบประจำหนวย (กอนเรียน) หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 12 ขอ คะแนน 12 คะแนน เวลา 20 นาที 3. นักเรียนศึกษาบัตรความรูหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 4. นักเรียนทำกิจกรรมกลุมโดยใชบัตรทำกิจกรรมหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 5. นักเรียนทำบัตรแบบฝกหัดหนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 6. นักเรียนทำแบบทดสอบประจำหนวย (หลังเรียน) หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 12 ขอ คะแนน 12 คะแนน เวลา 20 นาที 7. นักเรียนเก็บอุปกรณทำความสะอาดหองเรียนปดระบบไฟฟาและสำรวจความเรียบรอยของหองเรียน 8. สำหรับนักเรียนที่ไมผานเกณฑการประเมินผลจะจัดกิจกรรมการสอนซอมเสริมเพื่อเติมเต็มและ ทำการทดสอบใหม
17 รายการจุดประสงคการเรียนรู/เนื้อหาสาระการเรียนรู ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง ********************************************************************************** จุดประสงคการเรียนรูนักเรียนสามารถ ดานความรู 1. บอกความหมายของความเคนดึงไดถูกตอง 2. คำนวณความเคนดึงไดถูกตอง 3. บอกความหมายของความเคนอัดไดถูกตอง 4. คำนวณความเคนอัดไดถูกตอง 5. บอกความหมายของความเคนเฉือนไดถูกตอง 6. คำนวณความเคนเฉือนไดถูกตอง 7. บอกความหมายของความเครียดดึงไดถูกตอง 8. คำนวณความเครียดดึงไดถูกตอง 9. บอกความหมายของความเครียดอัดไดถูกตอง 10. คำนวณความเครียดอัดไดถูกตอง 11. บอกความหมายของความเครียดเฉือนไดถูกตอง 12. คำนวณความเครียดเฉือนไดถูกตอง ดานคุณลักษณะที่พึงประสงค 1. มุงมั่นตั้งใจเพียรพยายามในการเรียน 2. แสวงหาความรูทั้งทางตรงและทางออม 3. ตรงตอเวลา 4. ประพฤติตรงตามคำสั่งหรือขอบังคับของสถานศึกษา 5. ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายเสร็จตามกำหนดอยางมีคุณภาพ เนื้อหาสาระการเรียนรู 1. ความเคนดึง 1.1 ความหมายของความเคนดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 1) 1.2 การคำนวณความเคนดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 2) 2. ความเคนอัด 2.1 ความหมายของความเคนอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 3) 2.2 การคำนวณความเคนอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 4) 3. ความเคนเฉือน 3.1 ความหมายของความเคนเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 5) 3.2 การคำนวณความเคนเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 6)
18 4. ความเครียดดึง 4.1 ความหมายของความเครียดดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 7) 4.2 การคำนวณความเครียดดึง (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 8) 5. ความเครียดอัด 5.1 ความหมายของความเครียดอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 9) 5.2 การคำนวณความเครียดอัด (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 10) 6. ความเครียดเฉือน 6.1 ความหมายของความเครียดเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 11) 6.2 การคำนวณความเครียดเฉือน (จุดประสงคการเรียนรูดานความรู ขอที่ 12)
19 บัตรทดสอบประจำหนวย หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ *************************************************************************************** คำชี้แจง 1. แบบทดสอบประจำหนวยเปนแบบเลือกตอบ จำนวน 12 ขอ คะแนน 12 คะแนน ใหนักเรียนใชเวลาในการทำแบบทดสอบ 20 นาที 2. ใหนักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดและทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ 3. อนุญาตใหนักเรียนใชเครื่องคำนวณในการทำแบบทดสอบ 1. ความเคนดึงคืออะไร ก. แรงตานทานตอพื้นที่ของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงมากระทำตอวัตถุ ข. แรงตานทานตอพื้นที่ทั้งหมดของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงมากระทำตอวัตถุ ค. แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงมากระทำตอวัตถุ ง. แรงตานทานภายในตอพื้นที่ทั้งหมดของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงดูดมากระทำตอวัตถุ 2. แทงทองแดงมีพื้นที่หนาตัดเทากับ 0.000176 m2 ถูกดึงดวยแรง 1,250 N จงคำนวณหาความเคนดึงที่ เกิดขึ้น ก. 6.45 MN/m2 ข. 7.10 MN/m2 ค. 7.89 MN/m2 ง. 8.21 MN/m2 3. ความเคนอัดคืออะไร ก. แรงตานทานตอพื้นที่ของวัตถุเนื่องจากมีแรงอัดมากระทำตอวัตถุ ข. แรงตานทานตอพื้นที่ทั้งหมดของวัตถุเนื่องจากมีแรงอัดมากระทำตอวัตถุ ค. แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงมากระทำตอวัตถุ ง. แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงอัดมากระทำตอวัตถุ 4. แทงทองเหลืองขนาดเสนผานศูนยกลาง 13 mm ถูกอัดโดยแทนอัดไฮดรอลิกสดวยแรง 1,500 N จง คำนวณหาความเคนอัดที่เกิดขึ้น ก. 9.08 MN/m2 ข. 9.46 MN/m2 ค. 10.87 MN/m2 ง. 11.36 MN/m2 5. ความเคนเฉือนคืออะไร ก. แรงตานทานตอพื้นที่ของวัตถุเนื่องจากมีแรงเฉือนมากระทำตอวัตถุ ข. แรงตานทานตอพื้นที่ผิวของวัตถุเนื่องจากมีแรงเฉือนมากระทำตอวัตถุ ค. แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงมากระทำตอวัตถุ ง. แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงเฉือนมากระทำตอวัตถุ
20 6. จงคำนวณหาความเคนเฉือนระนาบเดียวที่เกิดขึ้นในน็อตขนาดเสนผานศูนยกลาง 12 mm ที่ใชสำหรับยึด แผนเหล็กสองแผนใหติดกันโดยแผนเหล็กถูกดึงดวยแรง 60 kN ก. 353.98 MN/m2 ข. 355.12 MN/m2 ค. 360.42 MN/m2 ง. 376.99 MN/m2 7. ความเครียดดึงคืออะไร ก. แรงที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุยืดออก ข. แรงดึงที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุบิดตัว ค. แรงดึงที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุยืดออก ง. แรงดึงที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุขาดออกจากกัน 8. เหล็กเสนกลมยาว 250 mm ถูกแรงดึงทำใหยืดออกจากเดิม 4 mm จงคำนวณหาความเครียดดึงที่เกิดขึ้น ก. 0.013 ข. 0.014 ค. 0.015 ง. 0.016 9. ความเครียดอัดคืออะไร ก. แรงที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุหดตัว ข. แรงอัดที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุโกงตัว ค. แรงอัดที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุหดตัวลง ง. แรงอัดที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุขาดออกจากกัน 10. ทอนทองแดงกลมยาว 126 mm ถูกอัดโดยเครื่องอัดไฮดดรลิกสทำใหหดตัวลง 2 mm จงคำนวณหา ความเครียดอัดที่เกิดขึ้น ก. 0.0158 ข. 0.0160 ค. 0.0163 ง. 0.0165 11. ความเครียดเฉือนคืออะไร ก. แรงที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุยืดตัว ข. แรงเฉือนที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุโกงตัว ค. แรงเฉือนที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุขาดออกจากกัน ง. แรงเฉือนที่กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุเปลี่ยนแปลงมุม
21 12. ทอโลหะยึดติดกับฐาน มีแรง 700 N มากระทำที่ผิวบนทำใหทอโลหะเฉไป 2 mm จงคำนวณหา ความเครียดเฉือนที่เกิดขึ้น ก. 0.0024 ข. 0.0028 ค. 0.0032 ง. 0.0036 700 N 550 mm 2 mm
22 บัตรเฉลยทดสอบประจำหนวย หนวยที่ 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ ***************************************************************************************
23 บัตรความรู ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง *************************************************************************************** ความเคนดึงคือแรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงมากระทำตอวัตถุโดยแรง ดึงนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ ความเคนอัดคือแรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของ วัตถุเนื่องจากมีแรงอัดมากระทำตอวัตถุโดยแรงอัดนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ ความเคน เฉือนคือแรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงเฉือนมากระทำตอวัตถุโดยแรงเฉือนนั้น กระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ ความเครียดดึงคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงดึงมา กระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุยืดออก ความเครียดอัดคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงอัด มากระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุหดลง ความเครียดเฉือนคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรง เฉือนมากระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุเปลี่ยนแปลงมุม 1. ความเคนดึง 1.1 ความหมายของความเคนดึง ความเคนดึง (Tensile Stress) คือ แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงดึงมา กระทำตอวัตถุโดยแรงดึงนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ เขียนแทนดวยสัญลักษณ σt มี หนวย นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) ภาพที่1.2 แสดงความเคนดึง ที่มา http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/physics5_1/
24 1.2 การคำนวณความเคนดึง จากภาพแสดงความหมายของความเคนดึงสามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ ความเคนดึง =แรงดึงที่กระทำกับวัตถุ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ σt = F A เมื่อ σt คือ ความเคนดึง มีหนวย นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) F คือ แรงดึงที่กระทำกับวัตถุ มีหนวย นิวตัน (N) A คือ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ มีหนวย ตารางเมตร (m2 ) ตัวอยางที่1.1 เหล็กเสนกลมมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 15 mm ถูกดึงดวยแรง 1,000 N จงคำนวณหาความ เคนดึงที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด d = 15 mm = 0.015 mm F = 1,000 N σt = ? วิธีทำ สูตร σt = F A หาคาพื้นที่ A = πd2 4 A = π(0.015)2 4 A = 0.000176 m2 แทนคา σt = 1,000 N 0.000176 m2 σt = 5,681,818.18 N/m2 σt = 5.68 MN/m2 ความเคนดึงที่เกิดขึ้นเทากับ 5.68 MN/m2 ตอบ ตัวอยางที่ 1.2 ใชลวดสลิงขนาดเสนผานศูนยกลาง 20 mm ลากรถยนตคันหนึ่งโดยมีความเคนดึงเกิดขึ้น เทากับ 15 MN/m2 จงคำนวณหาแรงดึงที่ใชลากรถยนต โจทยกำหนด d = 20 mm = 0.020 mm σt = 15 MN/m2 F = ? วิธีทำ สูตร σt = F A F = σtA หาคาพื้นที่ A = πd2 4 A = π(0.020)2 4 A = 0.000314 m2 แทนคา F = (15 MN/m2 )( 0.000314 m2 ) F = 0.004710 MN
25 F = 4,710 N แรงดึงที่ใชลากรถยนตเทากับ 4,710 N ตอบ 2. ความเคนอัด 2.1 ความหมายของความเคนอัด ความเคนอัด (Compressive Stress) คือ แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมี แรงอัดมากระทำตอวัตถุโดยแรงอัดนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ เขียนแทนดวยสัญลักษณ σc มีหนวย นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) ภาพที่1.3 แสดงความเคนอัด ที่มา https://www.masterbond.com/properties/high-compressive-strength 2.2 การคำนวณความเคนอัด จากภาพแสดงความเคนอัดสามารถเขียนเปนสมการไดดังนี้ ความเคนอัด =แรงอัดที่กระทำกับวัตถุ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ σc = F A เมื่อ σc คือ ความเคนอัด มีหนวย นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) F คือ แรงอัดที่กระทำกับวัตถุ มีหนวย นิวตัน (N) A คือ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ มีหนวย ตารางเมตร (m2 ) F F A
26 ตัวอยางที่ 1.3 แทงเหล็กขนาดเสนผานศูนยกลาง 25 mm ถูกอัดโดยแทนอัดไฮดรอลิคดวยแรง 1,250 N จงคำนวณหาความเคนอัดที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด d = 25 mm = 0.025 mm F = 1,250 N σc = ? วิธีทำ สูตร σc = F A หาคาพื้นที่ A = πd2 4 A = π(0.025)2 4 A = 0.000490 m2 แทนคา σc = 1,250 N 0.000490 m2 σc = 2,551,020.40 N/m2 σc = 2.55 MN/m2 ความเคนอัดที่เกิดขึ้นเทากับ 2.55 MN/m2 ตอบ ตัวอยางที่ 1.4 แรงจากการระเบิดในหองเผาไหม 3,000 N กดอัดลงบนหัวลูกสูบที่มีขนาดพื้นที่หนาตัดเทากับ 0.0050 m2 จงคำนวณหาความเคนอัดที่เกิดขึ้นที่หัวลูกสูบ โจทยกำหนด F = 3,000 N A = 0.0050 m2 σc = ? วิธีทำ สูตร σc = F A แทนคา σc = 3,000 N 0.0050 m2 σc = 600,000 N/m2 σc = 0.60 MN/m2 ความเคนอัดที่เกิดขึ้นที่หัวลูกสูบเทากับ 0.60 MN/m2 ตอบ 3. ความเคนเฉือน 3.1 ความหมายของความเคนเฉือน ความเคนเฉือน (Shear Stress) คือ แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมีแรงเฉือนมา กระทำตอวัตถุโดยแรงเฉือนนั้นกระทำในแนวตั้งฉากกับพื้นที่หนาตัดของวัตถุ เขียนแทนดวยสัญลักษณ τ มี หนวย นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) แบงเปน 2 ชนิด คือ ความเคนเฉือนระนาบเดียว (Single Shear Stress)
27 ภาพที่1.4 แสดงความเคนเฉือนระนาบเดียว ที่มา https://amesweb.info/StressStrainTransformations/Shear-Stress.aspx และความเคนเฉือนสองระนาบ (Double Shear Stress) ภาพที่1.5 แสดงความเคนเฉือนสองระนาบ ที่มา https://amesweb.info/StressStrainTransformations/Shear-Stress.aspx 3.2 การคำนวณความเคนเฉือน 3.2.1 การคำนวณความเคนเฉือนระนาบเดียว โดยแรงเฉือนที่กระทำกับวัตถุเกิดขึ้นในระนาบ เดียวของวัตถุจากภาพความเคนเฉือนระนาบเดียวสามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ ความเคนเฉือนระนาบเดียว =แรงเฉือนที่กระทำกับวัตถุ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ
28 τ = F A เมื่อ τ คือ ความเคนเฉือน มีหนวย นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) F คือ แรงเฉือนที่กระทำกับวัตถุ มีหนวย นิวตัน (N) A คือ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ มีหนวย ตารางเมตร (m2 ) ตัวอยางที่ 1.5 จงคำนวณหาความเคนเฉือนแบบ Single Shear Stress ที่เกิดขึ้นในน็อตขนาดเสนผาน ศูนยกลาง 15 mm ที่ใชสำหรับยึดแผนเหล็กสองแผนใหติดกันโดยแผนเหล็กถูกดึงดวยแรงขนาด 60 kN โจทยกำหนด d = 15 mm = 0.015 mm F = 60 kN τ = ? วิธีทำ สูตร τ = F A หาคาพื้นที่ A = πd2 4 A = π(0.015)2 4 A = 0.000176 m2 แทนคา τ = 60 kN 0.000176 m2 τ = 340,909.09 kN/m2 τ = 340.90 MN/m2 ความเคนเฉือนที่เกิดขึ้นเทากับ 340.90 MN/m2 ตอบ 3.2.2 การคำนวณความเคนเฉือนสองระนาบ โดยแรงเฉือนที่กระทำกับวัตถุเกิดขึ้นในสอง ระนาบของวัตถุ จากภาพความเคนเฉือนสองระนาบสามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ ความเคนเฉือนสองระนาบ =แรงเฉือนที่กระทำกับวัตถุ พื้นที่หนาตัดของวัตถุสองระนาบ τ = F 2A ตัวอยางที่ 1.6 จงคำนวณหาความเคนเฉือนแบบ Double Shear Stress ที่เกิดขึ้นในน็อตขนาดเสนผาน ศูนยกลาง 25 mm ที่ใชสำหรับยึดแผนเหล็กใหยึดติดกันโดยแผนเหล็กถูกดึงดวยแรงขนาด 70 kN โจทยกำหนด d = 25 mm = 0.025 mm F = 70 kN τ = ? วิธีทำ สูตร τ = F 2A หาคาพื้นที่ A = πd2 4 A = π(0.025)2 4 A = 0.000490 m2 แทนคา τ = 70 kN (2)0.000490 m2 τ = 71,428.57 kN/m2
29 τ = 71.42 MN/m2 ความเคนเฉือนที่เกิดขึ้นเทากับ 71.42 MN/m2 ตอบ 4. ความเครียดดึง 4.1 ความหมายของความเครียดดึง ความเครียดดึง (Tensile Strain) คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงดึงมากระทำตอขนาด ของวัตถุเดิมแลวทำใหวัตถุยืดออก เขียนแทนดวยสัญลักษณ εt โดยความเครียดดึงไมมีหนวย ภาพที่1.6 แสดงความเครียดดึง ที่มา https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/elasticity1/tensile-strain 4.2 การคำนวณความเครียดดึง จากภาพแสดงความเครียดดึงสามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ ความเครียดดึง =ระยะที่วัตถุยืดตัวออก ความยาวเดิมของวัตถุ εt = δ L เมื่อ εt คือ ความเครียดดึง (ไมมีหนวย) δ คือ ระยะที่วัตถุยืดตัวออก มีหนวย เมตร (m) L คือ ความยาวเดิมของวัตถุ มีหนวย เมตร (m) ตัวอยางที่ 1.7 เหล็กเสนกลมยาว 240 mm ถูกแรงดึงทำใหยืดออกจากเดิม 5 mm จงคำนวณหาความเครียด ดึงที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด L = 240 mm = 0.24 m δ = 5 mm = 0.005 mm εt = ? L δ
30 วิธีทำ สูตร εt = δ L แทนคา εt = 0.005 m 0.24 m εt = 0.020 ความเครียดดึงที่เกิดขึ้นเทากับ 0.020 ตอบ ตัวอยางที่ 1.8 เหล็กเสนกลมยาว 740 mm ดานหนึ่งถูกยึดติดกับผนังสวนอีกดานหนึ่งถูกแรงดึงใหยืดออกทำ ใหเกิดความเครียดดึงเทากับ 0.065 จงคำนวณหาความยาวที่ยืดออก โจทยกำหนด L = 740 mm = 0.74 m εt = 0.065 δ = ? วิธีทำ สูตร εt = δ L δ = εt L แทนคา δ = (0.065)(0.74 m) δ = 0.048 m ความยาวที่เหล็กเสนยืดออกเทากับ 0.048 m ตอบ 5. ความเครียดอัด 5.1 ความหมายของความเครียดอัด ความเครียดอัด (Compressive Strain) คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงอัดมากระทำตอ ขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุหดตัวลง เขียนแทนดวยสัญลักษณ εc โดยความเครียดอัดไมมีหนวย ภาพที่1.7 แสดงความเครียดอัด ที่มา https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/elasticity1/compressive-strain L δ
31 5.2 การคำนวณความเครียดอัด จากภาพแสดงความเครียดอัดสามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ ความเครียดอัด =ระยะที่วัตถุหดตัว ความยาวเดิมของวัตถุ εc = δ L เมื่อ εc คือ ความเครียดดึง (ไมมีหนวย) δ คือ ระยะที่วัตถุยืดหดตัว มีหนวย เมตร (m) L คือ ความยาวเดิมของวัตถุ มีหนวย เมตร (m) ตัวอยางที่ 1.9 เหล็กเสนกลมยาว 155 mm ถูกอัดโดยเครื่องอัดไฮดรอลิคทำใหเหล็กเสนหดตัวลง 3 mm จง คำนวณหาความเครียดอัดที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด L = 155 mm = 0.155 m δ = 3 mm = 0.003 m εc = ? วิธีทำ สูตร εc = δ L แทนคา εc = 0.003 m 0.155 m εt = 0.0193 ความเครียดอัดที่เกิดขึ้นเทากับ 0.0193 ตอบ ตัวอยางที่ 1.10 ใชเครื่องอัดไฮดรอลิคอัดทอนเหล็กกลมยาว 85 mm ทำใหความยาวของทอนเหล็กลดลง เหลือ 83 mm จงคำนวณหาความเครียดอัดที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด L = 85 mm = 0.085 m δ = 85-83 = 2 mm = 0.002 m εc = ? วิธีทำ สูตร εc = δ L แทนคา εc = 0.002 m 0.085 m εc = 0.0235 ความเครียดอัดที่เกิดขึ้นเทากับ 0.0235 ตอบ
32 6. ความเครียดเฉือน 6.1 ความหมายของความเครียดเฉือน ความเครียดเฉือน (Shear Strain) คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมีแรงเฉือนมากระทำตอขนาด ของวัตถุเดิมทำใหวัตถุเปลี่ยนแปลงมุม เขียนแทนดวยสัญลักษณ εs ความเครียดเฉือนมีหนวยเปนเรเดียน ภาพที่1.8 แสดงความเครียดเฉือน ที่มา https://courses.lumenlearning.com/suny-osuniversityphysics/ 6.2 การคำนวณความเครียดเฉือน จากภาพแสดงความเครียดเฉือนสามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ εs = δ L = γ เนื่องจาก εs = δ L = tan γ (มุมที่เปลี่ยนแปลงไปมีขนาดเล็กมาก ดังนั้น tan γ = γ) เมื่อ εs คือ ความเครียดเฉือน δ คือ ความยาวที่เปลี่ยนแปลงไปของวัตถุ มีหนวย เมตร (m) L คือ ความยาวเดิมของวัตถุ มีหนวย เมตร (m) γ คือ มุมที่เกิดขึ้นเมื่อไดรับแรงเฉือน มีหนวย เรเดียน (rad) ตัวอยางที่ 1.11 ทอโลหะยึดติดกับแผนโลหะโดยมีแรง 850 N มากระทำที่ผิวบนทำใหทอโลหะเฉไป 4 mm จงคำนวณหาความเครียดเฉือนที่เกิดขึ้น L δ 4 mm 350 mm 850 N
33 โจทยกำหนด L = 350 mm = 0.35 m δ = 4 mm = 0.004 m εs = ? วิธีทำ สูตร εs = δ L = γ แทนคา γ = 0.004 m 0.35 m εc = 0.0114 rad ความเครียดเฉือนที่เกิดขึ้นเทากับ 0.0114 ตอบ สรุป ความเคนดึงเปนอัตราสวนของแรงดึงตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุ ความเคนอัดเปนอัตราสวนของแรงอัดตอ พื้นที่หนาตัดของวัตถุ ความเคนเฉือนเปนอัตราสวนของแรงเฉือนตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุประกอบดวยความ เคนเฉือนระนาบเดียวและความเคนเฉือนสองระนาบโดยความเคนมีหนวยเปนนิวตันตอตารางเมตร ความเครียดดึงเปนอัตราสวนระหวางระยะที่ยืดตัวของวัตถุตอความยาวเดิม ความเครียดอัดเปนอัตราสวน ระหวางระยะที่หดตัวของวัตถุตอความยาวเดิมและความเครียดเฉือนเปนขนาดของวัตถุที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อมี แรงเฉือนมากระทำตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุเปลี่ยนแปลงมุมโดยความเครียดไมมีหนวย
34 บัตรทำกิจกรรม ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง *************************************************************************************** กลยุทธ“การตรวจสอบจากเพื่อน (Peer check)” 1. ครูใหนักเรียนจับคูกันโดยแตละคนทำโจทยคำนวณความเคนและความเครียดของวัสดุที่ครูมอบหมายให 2. เมื่อนักเรียนทำโจทยคำนวณเสร็จใหแลกเปลี่ยนวิธีการคิดคำนวณกับคูของตนโดยนักเรียนใหขอมูลยอนกลับ ซึ่งกันและกัน 3. ครูฟงคำวิพากษวิจารณและใหขอมูลยอนกลับ 4. ครูสรุปประเด็นสำคัญของการคำนวณเรื่องความเคนและความเครียดของวัสดุ
35 บัตรแบบฝกหัดที่ 1 ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง *************************************************************************************** คำชี้แจง 1. แบบฝกหัดที่ 1 มีจำนวน 6 ขอ คะแนน 24 คะแนน 2. ใหนักเรียนใชเวลาในการทำแบบฝกหัด 20 นาที 1. ความเคนดึง คือ แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมี………………………………………………… มากระทำตอวัตถุ เขียนแทนดวยสัญลักษณ…………………………………………… 2.ความเคนอัด คือ แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมี………………………………………………… มากระทำตอวัตถุ เขียนแทนดวยสัญลักษณ…………………………………………… 3. ความเคนเฉือน คือ แรงตานทานภายในตอพื้นที่หนาตัดของวัตถุเนื่องจากมี…………………………………………….. มากระทำตอวัตถุ แบงเปน 2 ชนิด คือ 3.1………………………….…………..3.2…………………………………………… เขียนแทนดวยสัญลักษณ…………………………………………… 4. เหล็กเสนกลมมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 12 mm ถูกดึงดวยแรง 950 N จงคำนวณหาความเคนดึงที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 950 N 950 N ∅ = 12 mm
36 5. แรงที่เกิดจากการจุดระเบิดภายในหองเผาไหมขนาด 3,500 กดอัดลงบนหัวลูกสูบที่มีขนาดพื้นที่หนาตัด เทากับ 0.0055 m2 จงคำนวณหาความเคนอัดที่เกิดขึ้นที่หัวลูกสูบ โจทยกำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 6. จงคำนวณหาความเคนเฉือนที่เกิดขึ้นในน็อตขนาดเสนผานศูนยกลาง 22 mm ที่ใชสำหรับยึดแผนเหล็กสอง แผนใหติดกันโดยแผนเหล็กถูกดึงดวยแรงขนาด 85 kN โจทยกำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 0.0055 m2 3,500 N 85 kN ∅ = 22 mm
37 บัตรแบบฝกหัดที่ 2 ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง *************************************************************************************** คำชี้แจง 1. แบบฝกหัดที่ 2 มีจำนวน 6 ขอ คะแนน 18 คะแนน 2. ใหนักเรียนใชเวลาในการทำแบบฝกหัด 20 นาที 1. ความเครียดดึง คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมี………………………………………..……………มากระทำ ตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุยืดออก เขียนแทนดวยสัญลักษณ………………………………………………………………. 2. ความเครียดอัด คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมี………………………………………..……………มากระทำ ตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุหดตัวลง เขียนแทนดวยสัญลักษณ……………………………………………………………… 3. ความเครียดเฉือน คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุเมื่อมี………………………………………..…………มากระทำ ตอขนาดของวัตถุเดิมทำใหวัตถุเปลี่ยนแปลงมุม เขียนแทนดวยสัญลักษณ…………………………………………………… 4. เหล็กเสนกลมมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 12 mm ถูกดึงดวยแรง 950 N จงคำนวณหาความเครียดดึงที่ เกิดขึ้น โจทยกำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 300 mm 8 mm
38 5. ใชเครื่องอัดไฮดรอลิคอัดทอนเหล็กกลมยาว 120 mm ทำใหความยาวของทอนเหล็กลดลงเหลือ 117 mm จงคำนวณหาความเครียดอัดที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. ทอโลหะยึดติดกับแผนโลหะโดยมีแรง 900 N มากระทำที่ผิวบนทำใหทอโลหะเฉไป 3 mm จงคำนวณหา ความเครียดเฉือนที่เกิดขึ้น โจทยกำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 120 mm 117 mm 3 mm 450 mm 900 N
39 บัตรเฉลยแบบฝกหัดที่ 1 ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง ***************************************************************************************
40 แบบตรวจสอบรายชื่อนักเรียน ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง ********************************************************************************** รหัส ประจำตัว ชื่อ-สกุล พฤติกรรมการเขาเรียน หมายเหตุ มา ปกติ มา สาย ขาด เรียน ลา กิจ ลา ปวย รวม (คน) รวมทั้งสิ้น (คน) หมายเหตุครูผูสอนทำเครื่องหมาย ในชองที่ตรงกับพฤติกรรมการเขาเรียน สรุป จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น………………………คน มาปกติ…………………………คน มาสาย………………………คน ขาดเรียน………………………คน ลากิจ……..…………………คน ลาปวย……………….…………คน (นายเอกศักดิ์ สงวนคำ) ครูผูสอน
41 แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง ********************************************************************************** การประเมินคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค (ที่มา : แนวทางการประเมินพฤติกรรมผูเรียนอาชีวศึกษา ตามคานิยมหลักของคนไทย 12 ประการ) ใหครูผูสอนทำเครื่องหมาย ลงในชองระดับพฤติกรรมการปฏิบัติของนักเรียนตามเกณฑการใหคะแนน รายการประเมิน พฤติกรรมบงชี้ พฤติกรรมการปฏิบัติ 4 3 2 1 ใฝหาความรูหมั่นศึกษาเลา เรียน มุงมั่นตั้งใจเพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรูทั้งทางตรงและทางออม มีระเบียบวินัย ตรงตอเวลา ประพฤติตรงตามคำสั่งหรือขอบังคับของ สถานศึกษา รูจักดำรงตนโดยใชหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายเสร็จตาม กำหนดอยางมีคุณภาพ รวมคะแนน คิดเปนรอยละ ผลการประเมิน ผาน ไมผาน หมายเหตุ ผลการประเมิน ผาน หมายถึง คาคะแนนที่ไดตั้งแตรอยละ 80 ขึ้นไป ผลการประเมิน ไมผาน หมายถึง คาคะแนนที่ไดต่ำกวากวารอยละ 80 ชื่อนักเรียน : …………………………………………. ครูผูสอน : ………………………………………… ระดับชั้น : ……………………………………...….. วันที่ : ………………………………………..
42 เกณฑการใหคะแนนคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค รายการประเมิน พฤติกรรมบงชี้ เกณฑการใหคะแนน ใฝหาความรูหมั่น ศึกษาเลาเรียน มุงมั่นตั้งใจเพียร พยายาม ในการเรียน 1 = ตั้งใจในการศึกษาและปฏิบัติงานนอย 2 = มุงมั่นตั้งใจในการศึกษาและปฏิบัติงาน 3 = มุงมั่นตั้งใจ เพียรพยายามในการศึกษาและปฏิบัติงาน 4 = มุงมั่นตั้งใจ เพียรพยายามในการศึกษาและปฏิบัติงาน จนเปนแบบอยางที่ดี แสวงหาความรูทั้ง ทางตรง และทางออม 1 = แสวงหาความรูทางตรงเพียงอยางเดียว 2 = แสวงหาความรูทางตรงและทางออมเมื่อไดรับ มอบหมายเทานั้น 3 = แสวงหาความรูทั้งทางตรงและทางออมดวยตนเอง 4 = แสวงหาความรูทั้งทางตรงและทางออมดวยตนเอง และเปนแบบอยางที่ดี มีระเบียบวินัย ตรงตอเวลา 1 = เขาหองเรียน / สงงานไมตรงเวลาทุกครั้ง 2 = เขาหองเรียน / สงงานตรงตามเวลาที่กำหนดบางครั้ง 3 = เขาหองเรียน / สงงานตรงเวลาที่กำหนดเปนสวนใหญ 4 = เขาหองเรียน / สงงานตามเวลาที่กำหนดและเปน แบบอยางที่ดี ประพฤติตรงตามคำสั่ง หรือขอบังคับของ สถานศึกษา 1 = เขาใจระเบียบการแตงกาย 2 = แตงกายถูกระเบียบเปนบางครั้ง 3 = แตงกายถูกระเบียบเปนประจา 4 = แตงกายถูกระเบียบเปนประจำและเปนแบบอยางที่ดี รูจักดำรงตนโดยใช หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติงานตามที่ไดรับ มอบหมายเสร็จตาม กำหนดอยางมีคุณภาพ 1 = ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายเมื่อถูกรองขอ 2 = ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายแต ไมสำเร็จตามที่ กำหนดหรือปฏิบัติงานสำเร็จตามกำหนดแตมิไดคำนึงถึง คุณภาพของงาน 3 = ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายสำเร็จตามที่กำหนด อยางมีคุณภาพโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง 4 = ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายสำเร็จตามที่กำหนด อยางมีคุณภาพโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและ ผูอื่น
43 สื่อประกอบการจัดการเรียนรู ชื่อวิชา กลศาสตรเครื่องกล (20101-2007) สอนครั้งที่10-11 หนวยที่8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ จำนวน 4 ชั่วโมง *************************************************************************************** สื่อประกอบการจัดการเรียนรูเปนสื่อนำเสนอ Power Point ใชกับโปรแกรม Microsoft Power Point มีจำนวนทั้งสิ้น 52 สไลด
44 บรรณานุกรม ขนบ เพชรซอน. กลศาสตรเครื่องกล. กรุงเทพมหานคร : ศูนยหนังสือเมืองไทย, 2556. บุญธรรม ภัทราจารุกุล. กลศาสตรเครื่องกล. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2553. วีระศักดิ์ มะโนนอม. กลศาสตรเครื่องกล. กรุงเทพมหานคร : เอมพันธ, 2557. Hibbeler R.C. Engineering Mechanics Static 12th edition. New Jersey : Prentice-Hill, 2010. (ออนไลน) เขาถึงไดจาก http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/physics5_1/ สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ2565 https://www.masterbond.com/properties/high-compressive-strength สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ 2565 https://amesweb.info/StressStrainTransformations/Shear-Stress.aspx สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ 2565 https://amesweb.info/StressStrainTransformations/Shear-Stress.aspx สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ 2565 https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/elasticity1/tensile-strain สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ 2565 https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/elasticity1/compressive-strain สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ 2565 https://courses.lumenlearning.com/suny-osuniversityphysics/ สืบคนวันที่ 20 กุมภาพันธ 2565
45 ภาคผนวก
46 ภาคผนวก ก หลักสูตรรายวิชา หลักสูตรรายวิชา วิชา กลศาสตรเครื่องกล รหัส 20101-2007 หนวยกิต 2 (2-0-2) หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 จุดประสงครายวิชา เพื่อให 1. เขาใจหลักการคํานวณเกี่ยวกับกลศาสตรเครื่องกล 2. สามารถคํานวณหาคาที่ตองใชในงานเครื่องกล 3. มีความรับผิดชอบ ตรงตอเวลามีเจตคติที่ดีในการเรียนรู สืบคนเกี่ยวกับวิชากลศาสตรเครื่องกล สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรูเกี่ยวกับหลักกลศาสตรและการประยุกตในงานเครื่องกล 2. คํานวณการสมดุลและการเคลื่อนที่ 3. คํานวณงานและพลังงาน 4.คํานวณสมบัติของวัสดุ 5.คํานวณสมบัติของของไหลและเทอรโมไดนามิกส คําอธิบายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวกับระบบแรง การสมดุล การเคลื่อนที่ในแนวเสนตรง การเคลื่อนที่ในแนวโคง ความเสียด ทาน ความเร็ว งานและพลังงาน ความเคนและความเครียดของวัสดุ สมบัติของของไหลเบื้องตน สมบัติทาง เทอรโมไดนามิกสเบื้องตนและการประยุกตใชในงานเครื่องกล
47 ภาคผนวก ข การวิเคราะหหลักสูตรรายวิชา การวิเคราะหหลักสูตรรายวิชา วิชา กลศาสตรเครื่องกล รหัส 20101-2007 หนวยกิต 2 (2-0-2) หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ขั้นตอนการวิเคราะหหลักสูตรรายวิชา 1. การวิเคราะหหัวขอเรื่อง (Topic) การวิเคราะหหัวขอเรื่อง (Topic) เพื่อกำหนดโครงการจัดการเรียนรูรายวิชากลศาสตรเครื่องกล โดย วิเคราะหจากแหลงขอมูลตางๆ ประกอบดวย หลักสูตรรายวิชา (Course Description) ตำราและเอกสาร (Literatures) ประสบการณ(Experiences) ผูเชี่ยวชาญ (Experts) และระบบสารสนเทศอินเตอรเน็ต (Internet) โดยหัวขอเรื่องที่วิเคราะหครอบคลุมทั้งจุดประสงครายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบาย รายวิชา 2. การวิเคราะหหัวขอหลัก (Main Elements) หัวขอยอย (Elements) การวิเคราะหหัวขอหลักหัวขอยอย (Main Elements/Elements) เปนขั้นตอนตอเนื่องจากการ วิเคราะหหัวขอเรื่อง โดยนำหัวขอเรื่อง (Topic) มาวิเคราะหเพื่อหาหัวขอหลัก (Main Elements ) หัวขอยอย (Elements) จากแหลงขอมูลตางๆ ประกอบดวย หลักสูตรรายวิชา (Course Description) ตำราและเอกสาร (Literatures) ประสบการณ(Experiences) ผูเชี่ยวชาญ (Experts) และระบบสารสนเทศอินเตอรเน็ต (Internet) 3. การกำหนดจุดประสงคเชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) การนำหัวขอหลัก (Main Elements ) หัวขอยอย (Elements) ที่ไดจากการวิเคราะหมากำหนดเปน จุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่คาดหวัง (Behavioral Objectives) ที่เกิดขึ้นกับผูเรียน 3 ดาน ประกอบดวย - ดานความรูหรือสติปญญา (Intellectual Skills) - ดานทักษะกลามเนื้อ (Physical or Moter Skills) - ดานลักษณะกิจนิสัยการทำงาน ( Work Habit ) 4. การวิเคราะหระดับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) การวิเคราะหระดับจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่คาดหวังวาจะเกิดขึ้นกับผูเรียนในรายวิชา ประกอบดวย ดานความรูหรือสติปญญา (Intellectual Skills) ที่เกิดขึ้นกับผูเรียน 3 ขั้น ประกอบดวย - ขั้นฟนคืนความรู (Recalled Knowledge) - ขั้นประยุกตความรู (Applied Knowledge) - ขั้นสงถายความรู (Transferred Knowledge) ดานทักษะกลามเนื้อ (Physical or Moter Skills) ที่เกิดขึ้นกับผูเรียน 3 ขั้น ประกอบดวย - ขั้นเลียนแบบ (Imitation) - ขั้นทำดวยความถูกตอง (Control) - ขั้นชำนาญ (Automatism) ดานลักษณะกิจนิสัยการทำงาน ( Work Habit ) ที่เกิดขึ้นกับผูเรียน 3 ขั้น ประกอบดวย - ขั้นการยอมรับ ( Receiving) - ขั้นตอบสนอง ( Response) - ขั้นลักษณะนิสัย ( Internalization)
48 ภาคผนวก ค การวิเคราะหหัวขอเรื่อง การวิเคราะหหัวขอเรื่อง วิชา กลศาสตรเครื่องกล รหัส 20101-2007 หนวยกิต 2 (2-0-2) หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ที่ หัวขอเรื่อง แหลงขอมูล ก ข ค ง จ 1 หลักการพื้นฐานกลศาสตรเครื่องกล 2 ระบบแรง 3 การสมดุล 4 การเคลื่อนที่ 5 ความเสียดทาน 6 ความเร็ว 7 งานและพลังงาน 8 ความเคนและความเครียดของวัสดุ 9 สมบัติของของไหลเบื้องตน 10 สมบัติทางเทอรโมไดนามิกสเบื้องตน 11 การประยุกตใชกลศาสตรเครื่องกล แหลงขอมูล ก : หลักสูตรรายวิชา (Course Description) ข : ตำราและเอกสาร (Literatures) ค : ประสบการณ(Experiences) ง : ผูเชี่ยวชาญ (Experts) จ : ระบบสารสนเทศอินเตอรเน็ต (Internet)
49 ภาคผนวก ง การวิเคราะหหัวขอหลักหัวขอยอย การวิเคราะหหัวขอหลักหัวขอยอย วิชา กลศาสตรเครื่องกล รหัส 20101-2007 หนวยกิต 2 (2-0-2) หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 หัวขอเรื่อง ความเคนและความเครียดของวัสดุ หัวขอหลัก หัวขอยอย แหลงขอมูล ก ข ค ง จ 1. ความเคนดึง 1.1 ความหมายของความเคนดึง 1.2 การคำนวณความเคนดึง 2. ความเคนอัด 2.1 ความหมายของความเคนอัด 2.2 การคำนวณความเคนอัด 3. ความเคนเฉือน 3.1 ความหมายของความเคนเฉือน 3.2 การคำนวณความเคนเฉือน 4. ความเครียดดึง 4.1 ความหมายของความเครียดดึง 4.2 การคำนวณความเครียดดึง 5. ความเครียดอัด 5.1 ความหมายของความเครียดอัด 5.2 การคำนวณความเครียดอัด 6. ความเครียดเฉือน 6.1 ความหมายของความเครียดเฉือน 6.2 การคำนวณความเครียดเฉือน แหลงขอมูล ก : หลักสูตรรายวิชา (Course Description) ข : ตำราและเอกสาร (Literatures) ค : ประสบการณ(Experiences) ง : ผูเชี่ยวชาญ (Experts) จ : ระบบสารสนเทศอินเตอรเน็ต (Internet)