แผนการจดั การเรียนรู้
รหสั วิชา 30901-2001
โครงสรา้ งข้อมลู และอลั กอริทึม
หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพชนั้ สงู (ปวส.)
ภาคเรยี นที่ 2 ปี การศึกษา 2563
นายพฒั น์สาริทธ์ิ มณีเขียว
ตาแหน่ง ครู
แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
วิทยาเทคนิคสมทุ รปราการ
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
แผนการจดั การเรยี นรูม้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ
ช่อื วชิ า..โครงสร้างขอ้ มูลและอัลกอรทิ ึม..รหัสวชิ า..30901-2001...ทฤษฎ.ี ...1...ปฏบิ ตั ิ...4....หน่วยกิต..3.....
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ✓หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสงู
ประเภทวิชา. เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร...สาขาวชิ า...เทคโนโลยสี ารสนเทศ..................................
สาขางาน.......เทคโนโลยีสารสนเทศ......
จดั ทาํ โดย
นายพัฒน์สารทิ ธ์ิ มณีเขยี ว
วิทยาลยั เทคนิคสมุทรปราการ
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
หลักสตู รรายวิชา
ชอื่ วิชา.. ..โครงสรา้ งข้อมูลและอัลกอริทึม..รหัสวิชา..30901-2001...ทฤษฎี....1...ปฏิบตั ิ...4....หนว่ ยกติ ..3.....
✓ หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ช้ันสูง
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพ
สาขาวิชา..............เทคโนโลยีสารสนเทศ.................
สาขางาน ............เทคโนโลยสี ารสนเทศ......................
จุดประสงค์รายวิชาเพือ่ ให้
1. เขา้ ใจเกี่ยวกับโครงสรา้ งข้อมลู และอลั กอริทึม
2. สามารถปฏิบัติการจัดทําโครงสร้างขอ้ มูลและอัลกอรทิ มึ
3. มีเจตคติและกจิ นิสัยทีด่ ีต่อการศึกษาเรียนร้/ู การปฏิบัตงิ านด้วยความประณตี รอบคอบและปลอดภัย
ตระหนกั ถึงคุณภาพของงานและมจี รยิ ธรรมในงานอาชีพ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั การเลือกใช้โครงสร้างข้อมลู และอัลกอรทิ ึมให้เหมาะสมกบั งาน
2. ปฏบิ ัตกิ ารเขยี นโปรแกรมตามที่ไดอ้ อกแบบ
3. ทดสอบโปรแกรมโครงสร้างข้อมลู
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบตั ิเกี่ยวกบั หลักการของโครงสร้างขอ้ มูล (Principle of Data Structures), ข้อมูลแบบ
นามธรรม (Abstract Data Type), การจัดโครงสร้างแบบ Linear และ non-linear data structures,
อัลกอริทึมและการ หาประสิทธิภาพ, Big-O Notations, การสร้างและจัดการโครงสร้างข้อมูลแบบ Linked
Lists, Stack, Queues, Trees และ Graph, การจัดการข้อมูลแบบ Heap และ Hash Tables, อัลกอรทิ ึมการ
จดั เรยี งข้อมูลและการคน้ หาขอ้ มูล (Sorting and Searching Algorithms)
หน่วยการเรยี นรู้
หน่วยที่ ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ จาํ นวน สัปดาห์ที่
ชว่ั โมง
1 พืน้ ฐานการจดั การขอ้ มลู 51
2 ตัวแปรชนดิ อารเ์ รย์ 52
3 การจัดเรยี งและคน้ หาข้อมลู เบอื้ งต้น 10 3-4
4 ลงิ กล์ ิสต์ 10 5-6
5 สแต็ก และควิ 10 7-8
6 Recursion 10 9-10
7 ทรี 10 11-12
8 ไบนารีเสริ ช์ ทรี 10 13-14
9 การจัดเรียงขอ้ มูลช้ันสูง 10 15-16
10 กราฟ 10 17-18
ชอื่ หน่วย หน่วยการเรียนร้แู ละส
หน่วยท่ี 1 พน้ื ฐานการจดั การข้อมลู
ความรู้
1. แสดงความรู้พนื้ ฐานการจัดการข้อมูล
หน่วยท่ี 2 1. แสดงความรู้ตวั แปรชนดิ อาเรย์
ตวั แปรชนิดอาเรย์
หน่วยท่ี3 1. รู้จักการการจัดเรียงและค้นหาข้อ
การจดั เรียงและค้นหาขอ้ มลู เบอื้ งตน้ เบอ้ื งต้น
สมรรถนะประจำหน่วย 4
สมรรถนะ
ทักษะ คุณลกั ษณะท่พี ึง่ ประสงค์
1. สามารถอธบิ ายความรู้พ้นื ฐานการ 1. มีวนิ ัย
จดั การข้อมูล 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อย่อู ย่างพอเพยี ง
1. สามารถอธิบายตัวแปรชนดิ อาเรย์ 4. มุ่งม่นั ในการทำงาน
5. มีจิตสาธารณะ
มูล 1. สามารถเลือกการจัดเรียงและคน้ หา 1. มวี ินัย
ข้อมูลเบ้อื งต้น 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
5. มีจิตสาธารณะ
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
5. มจี ติ สาธารณะ
ช่อื หนว่ ย ความรู้
หน่วยที่ 4 1. แสดงความรู้ลิงก์ลสิ ต์ (Linked List)
ลงิ ก์ลิสต์ (Linked List)
1. รจู้ กั กับสแต็ก และคิว
หนว่ ยท่ี 5
สแต็ก และควิ 1. ความรู้จกั Recursion
หนว่ ยท่ี 6
Recursion
สมรรถนะ คุณลักษณะท่ีพ่ึงประสงค์
ทักษะ
1. มวี นิ ัย
1. อธบิ ายขัน้ ตอนการทำงานลิงก์ลสิ ต์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
(Linked List) 3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งม่นั ในการทำงาน
1. สามารถอธิบายสแตก็ และคิว 5. มจี ิตสาธารณะ
1. มวี นิ ยั
1. สามารถอธบิ าย Recursion 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยูอ่ ย่างพอเพียง
4. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
5. มจี ิตสาธารณะ
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อย่อู ย่างพอเพียง
4. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
5. มจี ิตสาธารณะ
ชื่อหนว่ ย ความรู้
หน่วยที่ 7 1. ความรู้ท่วั ไปเกยี่ วกบั ทรี
ทรี
1. ความหมายของไบนารเี สริ ์ชทรี
หน่วยท่ี 8
ไบนารีเสิรช์ ทรี 1. ความหมายของการจัดเรยี งขอ้ มลู ขั้นสงู
หนว่ ยที่ 9
การจดั เรียงข้อมูลข้นั สูง
สมรรถนะ
ทักษะ คุณลักษณะทีพ่ ่งึ ประสงค์
1. บอกขัน้ ตอนการทำงานทรี 1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ มั่นในการทำงาน
5. มีจติ สาธารณะ
1. สามารถอธบิ ายไบนารีเสริ ์ชทรี 1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
4. มุ่งม่นั ในการทำงาน
5. มจี ิตสาธารณะ
1. สามารถนำเสนอการจดั เรียงข้อมลู ข้ันสงู 1. มีวนิ ัย
ไปประยุกต์ใช้ 2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
4. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
5. มจี ิตสาธารณะ
ชื่อหน่วย ความรู้
1. ความหมายของการ กราฟ
หน่วยที่ 10
กราฟ
สมรรถนะ คุณลกั ษณะทพี่ ่งึ ประสงค์
ทักษะ 1. มวี นิ ยั
1. สามารถนำกราฟไปประยกุ ตใ์ ช้ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพยี ง
4. มงุ่ มั่นในการทำงาน
5. มีจิตสาธารณะ
8
แผนการจัดการเรียนร้มู ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท…่ี …1……….
ชื่อหนว่ ย……พื้นฐานการจัดการข้อมลู สอนคร้งั ท่ี……1………
ชั่วโมงเรียน……5……
…..
จำนวนช่วั โมง…5……
1. สาระสำคัญ
คอมพิวเตอร์จะเก็บข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอล ข้อมูลต่างๆ บางส่วนจะมี
ความสัมพันธ์ต่อกัน ในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์จะต้องมีการจัดการกับข้อมูลเหล่าน้ัน
ตวั อยา่ งเช่น การลบขอ้ มูล การค้นหาขอ้ มลู เป็นตน้ วิธีดำเนินการกับขอ้ มูลทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีจะมี
ผลตอ่ ความเร็วของคอมพวิ เตอร์แตกตา่ งกนั วิธที ใี่ ชใ้ นการประมวลผลขอ้ มลู น้นั เรียกว่า อัลกอริทึม
2. สมรรถนะประจำหน่วย
1. บอกความหมายของรปู แบบของขอ้ มูล ระดับข้อมูล การจัดการข้อมูลได้
2. ยกตัวอย่างโครงสรา้ งข้อมูลของระบบคอมพวิ เตอร์ได้
3. บอกความหมายของอลั กอรทิ มึ ได้
4. ยกตวั อย่างวธิ ีการวดั ประสิทธภิ าพของอัลกอริทมึ ได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1……แสดงความรู้พน้ื ฐานการจัดการขอ้ มูล…………………………………………………
3.1.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.2 ด้านทักษะ
3.2.1……สามารถอธบิ ายความรู้พืน้ ฐานการจัดการข้อมลู …………………………………………………
3.2.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.3 คุณลกั ษณะท่พี ึ่งประสงค์
3.3.1 มวี ินัย
3.3.2 ใฝ่เรียนรู้
3.3.3 อยู่อย่างพอเพียง
3.3.4 มุ่งมัน่ ในการทำงาน
3.3.5 มีจติ สาธารณะ
9
แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …1……….
ชอื่ หน่วย……พนื้ ฐานการจัดการข้อมลู สอนคร้งั ท่ี……1………
….. ช่วั โมงเรียน……5……
จำนวนช่ัวโมง…5…
4. เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้
บทบาทและความสำคญั ของการจดั การข้อมลู
ข้อมูล (Data) เป็นองค์ประกอบท่ีสำคัญส่วนหน่ึงของระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ การจัดการ
ข้อมลู (Data Management) เป็นกลยุทธห์ น่งึ ในการบริหารองคก์ ารให้มปี ระสิทธิภาพ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงใน
ยุคของเทคโนโลยีข่าวสาร คอมพิวเตอร์ที่เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การจัดการและบริหารองค์การให้
ประสบความสำเรจ็ น้ัน การตัดสนิ ใจที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทนั ต่อเหตุการณ์ถอื เป็นหัวใจของการทำธุรกิจใน
ยคุ ปัจจุบัน ดังนั้นการจัดการข้อมลู ให้มีประสิทธภิ าพ เพ่ือนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องจะช่วยให้องค์การอยู่
รอดได้ในการแขง่ ขันกบั องค์การอื่นๆ
ขอ้ มูล คอื ขอ้ เท็จจริงท่ีเกดิ ข้ึน ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้จากการสังเกต การจดบนั ทึก การสัมภาษณ์
และการสอบถาม แตข่ ้อมูล นี้ตอ้ งยังไม่มกี ารประมวลผล ไม่มีการวเิ คราะห์ หรอื ท่ีเรียกวา่ เป็นขอ้ มลู ดิบ โดย
ท่ยี งั ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชนไ์ ดท้ ันที
การจัดการข้อมูล คือ การบริหาร การจัดเก็บข้อมูล การประมวลข้อมูลให้ได้มาซ่ึงข้อมูลท่ีมี
ประโยชน์ที่พร้อมจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในทันทีการจัดการข้อมูลจะเกิดประโยชน์สูงสุดหรือ
ประสิทธิภาพสงู สดุ ก็ต่อเม่ือผใู้ ช้ข้อมูลสามารถใช้ข้อมูลท่ตี ้องการไดอ้ ย่างรวดเรว็ ถูกตอ้ ง และเป็นกลางมาก
ที่สดุ เพ่ือจะไดน้ ำข้อมลู เหลา่ นน้ั มาชว่ ยในการตัดสนิ ใจหรอื นำไปใช้ประโยชน์อน่ื ๆ ตอ่ ไปใน ปจั จบุ นั น้ีข้อมูล
ตา่ งๆ ได้ถูกจดั การไวอ้ ย่างเปน็ ระเบียบ โดยเกบ็ ไวใ้ นส่งิ ท่เี รยี กวา่ แฟ้ม (File)
หลักในการบรหิ ารขอ้ มูล ประกอบดว้ ย
1. ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล (Access) ได้งา่ ยรวดเร็วและถูกต้อง โดยจะต้องมีการกำหนด
สทิ ธิในการเรียกใช้ขอ้ มูลตามลำดบั ความสำคัญของผู้ใช้
2. จะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Security) ข้อมูลที่จัดเก็บไว้จะต้องมีระบบรักษา
ความปลอดภยั เพ่ือปอ้ งกันการจารกรรมข้อมูล
3. สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในอนาคตได้ (Edit) ท้ังน้ีเนื่องจากแผนที่วางไว้อาจจะต้องมีการ
เปลยี่ นแปลงตามสถานการณจ์ งึ ทำให้ตอ้ งมีการจดั ระเบียบขอ้ มลู แกไ้ ขข้อมลู พรอ้ มทง้ั จดั หาขอ้ มลู มาเพ่มิ เตมิ
4. ข้อมูลที่จัดเก็บอาจจะต้องมีการจัดแบ่งเป็นส่วนหรือสร้างเป็นตาราง เพื่อง่ายแก่การปรับปรุง
ขอ้ มลู ในลกั ษณะการจัดการฐานข้อมลู แบบสัมพันธ์ (Relational database) ซงึ่ จะกลา่ วถึงภายหลงั
10
วตั ถุประสงคใ์ นการจัดการขอ้ มูล
– การเกบ็ ข้อมลู เพอ่ื ใหส้ ามารถนำกลบั มาใช้ได้ในภายหลัง
– การจดั ขอ้ มลู ให้อยใู่ นรูปแบบที่สามารถเรียกใช้ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
– การปรบั ปรุงข้อมูลใหม้ คี วามถกู ต้องสมบรู ณอ์ ยูเ่ สมอ
– การปกป้องข้อมูล จากการทำลาย ลักลอบใช้ หรือแก้ไขโดยมิชอบ รวมทั้งปกป้องข้อมูลจาก
อบุ ตั เิ หตุทอ่ี าจเกิดจากวินาศภัยหรือความบกพร่องภายในระบบคอมพิวเตอร์
ประเภทของข้อมูล
ข้อมลู ทน่ี ำมาประมวลผลเพ่ือใหเ้ ปน็ สารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะได้ 2 ลักษณะคอื
1) จำแนกตามแหล่งท่มี า 2) จำแนกตามรูปแบบของขอ้ มลู
ข้อมลู ทีจ่ ำแนกตามแหล่งทม่ี า สามารถจำแนกออกเปน็ 2 ประเภท คอื
1. แหล่งข้อมูลภายในองค์กร แบบนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลท่ีเกิดข้ึนภายในหน่วยงานของ
ตนเอง เช่น ขอ้ มูลของนักเรียน ข้อมูล ในบรษิ ทั ขอ้ มูลในโรงพยาบาล เปน็ ต้น
2. แหล่งขอ้ มูลภายนอกองคก์ ร เป็นข้อมูลทไ่ี ด้มาจากแหล่งอ่ืนท่ีอยู่นอกหน่วยงาน ซ่ึงข้อมูล
เหล่านี้ส่วนมากจะเป็นข้อมูลที่มี ความพิเศษกว่าข้อมูลภายในองค์กร เพราะต้องอาศัยความสามารถของ
หน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพ่ือความเหมาะสม และ ความเป็นธรรมของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการทราบ
อัตราการใช้จำนวนไฟฟ้าท่ีมีจำนวนมากที่สุด 10 อันดับต้นของประเทศ จะเห็น ว่าการต้องการทราบข้อมูล
เหลา่ น้ีจะตอ้ งอาศยั แหลง่ ข้อมูลของที่อน่ื เชน่ หนว่ ยงานการไฟฟา้ หนว่ ยงานจดั เก็บคา่ ไฟฟ้า
ข้อมูลท่จี ำแนกตามรูปแบบของข้อมูล สามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คอื
1. ข้อมูลชั้นต้น หรือ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) เป็นข้อมูลทางตรง ท่ีพบ หรือประสบ
ด้วยตน หรือถ้าเปน็ การเขยี น ตอ้ งเป็นการเขียนรวบรวมไว้เป็นคร้ังแรก จากผ้เู ขียนโดยตรง ข้อมลู ขั้นปฐมภมู ิ
นี้บางครั้งอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากความเป็นจริง เพราะยังไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูล เช่น การสำรวจมด
จากการสำรวจด้วยตาเปลา่ อาจจะมองเหน็ ว่ามดไมม่ ีขนท่ีบริเวณรอบๆ ร่างกาย แต่ในความเป็นจริงถ้านำมด
มาส่องด้วยกลอ้ ง จลุ ทรรศน์ จะเหน็ ว่ามดจะมขี นรอบๆ ร่างกาย
2. ข้อมูลช้ันที่สอง หรือ ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) เป็นข้อมูลท่ีได้จากบันทึกของ
บุคคลอื่น หรือการบอกกล่าวถ่ายทอดต่อเนื่องมาจากผู้อื่น เช่น การค้นคว้าเอกสารในห้องสมุด การอ่าน
หนังสือ การดโู ทรทัศน์ การฟงั รายการขา่ ว เป็นตน้
11
แผนการจดั การเรยี นรูม้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท…ี่ …1……….
ชื่อหน่วย พนื้ ฐานการจัดการขอ้ มูล สอนครัง้ ที่……1………
….. ชัว่ โมงเรยี น……5……
จำนวนช่ัวโมง……5…
5.1 การนำเขา้ สู่บทเรียน
5.1.1 ผู้สอนจัดเตรยี มเอกสาร พรอ้ มกับแนะนำหนว่ ยเรยี น วธิ กี ารให้คะแนนและวิธีการเรียน
5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหนว่ ยเรียน และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการเรียน
การสอน
5.1.3 ผู้สอนให้ผูเ้ รียนแสดงความรู้ โดยต้ังคำถามว่า เกีย่ วกบั หน่วยทเ่ี รยี น
5.2 การเรียนรู้
5.2.1 ผู้สอนทดสอบความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั หน่วยการเรยี น โดยการถาม – ตอบ
5.2.2 ผูส้ อนอธิบายเน้ือหาเกย่ี วกบั บทเรยี น
5.2.3 ผู้สอนและผูเ้ รยี นรว่ มกันอธิบายพร้อมยกตัวอยา่ งได้ศึกษาจากบทเรยี น
5.3 การสรปุ
5.3.1 อธบิ ายเพม่ิ เติมและสรุปเนอ้ื หาในหน่วยการเรยี นรู้
5.3.2 ใหผ้ เู้ รยี นทำกิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
5.3.3 ใหผ้ ้เู รยี นทำแบบทดสอบเพื่อประเมนิ ผลหลังการเรยี นรู้
5.3.4 มอบหมายให้ผู้เรียน ไปทบทวนบทเรยี น และเตรียมอา่ นหนงั สือเพอ่ื เตรียมพรอ้ มในการเรยี น
คร้งั ตอ่ ไป
5.4 การวดั และประเมินผล
5.4.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียน
5.4.2 ประเมนิ จากการนำเสนอผลงาน
5.4.3 ทดสอบความรูค้ วามเขา้ ใจทา้ ยหน่วยการเรียนรู้
12
แผนการจดั การเรยี นรูม้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท…ี่ …1……….
ชื่อหน่วย พืน้ ฐานการจดั การข้อมลู สอนคร้ังท่ี……1………
ช่ัวโมงเรียน……5……
จำนวนชั่วโมง…5……
6. ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
6.1 สอ่ื สิ่งพิมพ์
6.1.1 หนงั สือเรยี น
6.2 ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
6.2.1 PowerPoint
6.3 หุน่ จำลองหรือของจรงิ (ถ้ามี)
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
6.4 อื่น ๆ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
7. เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบงาน ตามหนว่ ยการเรียนรู้
8. การบูรณาการ/ความสมั พันธก์ ับวิชาอ่นื
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
13
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุง่ เน้นสมรรถนะ หน่วยท…่ี …1……….
ชอ่ื หน่วย พน้ื ฐานการจัดการขอ้ มูล สอนคร้งั ท่ี……1………
ชัว่ โมงเรียน……5……
จำนวนชวั่ โมง……5…
9. การวดั และแระเมนิ ผล
9.1 กอ่ นเรยี น
9.1.1 ศกึ ษาหาความร้เู ก่ียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
9.2 ขณะเรียน
9.2.1 แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษา
9.2.2 จดบนั ทึก สาระการเรียนรู้
9.2.3 ทำใบงาน ตรวจสอบใบงาน แกไ้ ขใบงาน
i. ทบทวนเน้ือหา
9.3 หลังเรยี น
9.3.1 ร่วมกนั สรุปบทเรียน พรอ้ มบนั ทึกผลการสรุป
9.3.2 ผู้เรียนและครูผู้สอนร่วมกันประเมินข้อสรุปของผู้เรียนท่ีออกแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้
ข้อสรุปที่ถูกต้อง และครูผู้สอนแสดงความช่ืนชมกับผู้เรียนทุกคนที่ออกแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมทีม่ อบหมาย
9.3.3 ทำแบบฝกึ หัดหลังเรียน
9.3.4 ร่วมกนั เฉลยแบบฝกึ หดั
14
แผนการจัดการเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท…ี่ …1……….
ชอื่ หน่วย พื้นฐานการจดั การข้อมูล สอนครง้ั ท่ี……1………
ช่ัวโมงเรียน……5……
จำนวนชัว่ โมง…5…
10 บนั ทกึ หลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.2 ผลการเรียนรู้ของนกั เรียน นกั ศึกษา
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
15
แผนการจัดการเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท…ี่ …2……….
ชือ่ หนว่ ย……ตัวแปรชนิดอาเรย์ สอนคร้งั ท่ี……2……
ชวั่ โมงเรยี น……5……
จำนวนชัว่ โมง…5……
1. สาระสำคัญ
การเก็บข้อมูลแบบอาร์เรย์เป็นการเก็บข้อมูลที่ใชห้ นว่ ยความจำต่อเน่ืองกันไป ขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ แต่ละตัว
จะตอ้ งเป็นขอ้ มลู ประเภทเดียวกัน การเก็บข้อมูลจะต้องจองเน้อื ทีห่ นว่ ยความจำสำหรับเก็บขอ้ มูลข้นึ มาก่อน
จากนั้นจึงประมวลผลกับข้อมูลในลักษณะอาร์เรย์ได้ ในภาษาจาวายังมีคลาสสำหรับประมวลผลกับข้อมูล
แบบอาร์เรย์ให้ใช้อีกด้วย
2. สมรรถนะประจำหน่วย
1. ข้อมูลชนดิ อารเ์ รย์ 2. ตวั แปรอาร์เรย์ 1 มติ ิ
3. กำหนดคา่ เรมิ่ ต้นใหก้ ับอารเ์ รย์ 1 มิติ 4. การประมวลผลอารเ์ รย์
5. ลปู แบบ for กับอารเ์ รย์ 6. อาร์เรย์กับการผา่ นค่า
7. อารเ์ รย์ของออบเจก็ ต์
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1…แสดงความรู้ตวั แปรชนิดอาเรย์
3.1.2……......................................................
3.2 ด้านทกั ษะ
3.2.1……สามารถอธิบายตวั แปรชนิดอาเรย์
3.2.2… ..................................................................
3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึ่งประสงค์
3.3.1 มีวนิ ยั
3.3.2 ใฝ่เรียนรู้
3.3.3 อยู่อย่างพอเพียง
3.3.4 ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
3.3.5 มีจติ สาธารณะ
16
แผนการจดั การเรียนร้มู ่งุ เน้นสมรรถนะ หน่วยท…ี่ …2……….
ช่อื หนว่ ย…………ตวั แปรชนิดอาเรย์ สอนคร้ังที่……2……
ชว่ั โมงเรียน……5……
จำนวนชัว่ โมง……5…
4. เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้
ชนิดขอ้ มูลอารเ์ รย์
array คือกลมุ่ ของข้อมูลที่เรียงลำดับกัน มจี ำนวนแน่นอนซง่ึ ข้อมูลจะเปน็ ประเภทเดยี วกนั ข้อมูลแต่
ละตวั ของอารเ์ รย์
จะเรียกวา่ อีลีเมนต(์ Element) และขอ้ มูลแต่ละอีลีเมนตจ์ ะมหี มายเลขเพือ่ ใชใ้ นการอา้ งองิ ถึงเรียกตัวเลขนี้
ว่า เลขดัชนี (Index) จะเป็นตวั แปรที่ช่ือ เหมอื นกนั แต่จะแตกต่างกันตรงหมายเลข
5.1 ตัวแปรarray 1 มิติ
การใชต้ วั แปร array มรี ูปแบบดงั นี้
ประเภทตวั แปร ชอ่ื ตัวแปรarray[จำนวนสมาชกิ ของ array];
เช่น
int Score[4];
ในที่น้ีมีความหมายว่า เปน็ การประกาศตัวแปร array ช่อื Score มีจำนวน 4 รายการ โดยมรี ายการที่
Score[0]
Score[1]
Score[2]
Score[3]
Score[0] Score[1] Score[2] Score[3]
int int int int
รายการของ array จะเรม่ิ ท่ี 0 ไมไ่ ดเ้ ริม่ ที่ 1 ถ้าเราประกาศตวั แปร array เชน่ int i[3] กจ็ ะมีรายการที่ 0 ถึง
2 จะไมม่ ีหมายเลข
17
5.2ตัวแปรอาร์เรยห์ ลายตวั
การประกาศอารเ์ รยห์ ลายตัวทำไดด้ งั นี้
int [] abc , xyz;
abc = new int[500];
xyz = new int[10];
หรือเขียนรวมกนั ไดด้ ังนี้
int[] abc = new int [500], xyz = new int[10];
***ข้อควรระวงั
int [] a , b ; a และ b เปน็ Array
int a[], b ; a เปน็ Array b ไม่เป็น Array
18
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …2……….
ชอื่ หน่วย……ตวั แปรชนดิ อาเรย์ สอนคร้งั ที่……2……
ช่วั โมงเรยี น……5……
จำนวนชั่วโมง…5……
5.1 การนำเขา้ สู่บทเรยี น
5.1.1 ผสู้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำหน่วยเรยี น วธิ กี ารใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียน
5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหนว่ ยเรียน และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการเรียน
การสอน
5.1.3 ผ้สู อนให้ผูเ้ รยี นแสดงความรู้ โดยตั้งคำถามวา่ เกย่ี วกับหนว่ ยท่เี รียน
5.2 การเรียนรู้
5.2.1 ผสู้ อนทดสอบความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับหน่วยการเรยี น โดยการถาม – ตอบ
5.2.2 ผู้สอนอธบิ ายเนอื้ หาเกย่ี วกับบทเรียน
5.2.3 ผู้สอนและผเู้ รียนรว่ มกนั อธบิ ายพร้อมยกตัวอย่างได้ศึกษาจากบทเรียน
5.3 การสรุป
5.3.1 อธิบายเพ่มิ เติมและสรปุ เนื้อหาในหนว่ ยการเรียนรู้
5.3.2 ใหผ้ เู้ รยี นทำกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
5.3.3 ให้ผูเ้ รยี นทำแบบทดสอบเพ่ือประเมนิ ผลหลังการเรยี นรู้
5.3.4 มอบหมายให้ผู้เรียน ไปทบทวนบทเรียน และเตรยี มอ่านหนงั สือเพ่อื เตรยี มพร้อมในการเรยี น
ครง้ั ต่อไป
5.4 การวัดและประเมินผล
5.4.1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี น
5.4.2 ประเมินจากการนำเสนอผลงาน
5.4.3 ทดสอบความรคู้ วามเข้าใจทา้ ยหนว่ ยการเรยี นรู้
19
แผนการจดั การเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท…ี่ …2……….
ชอื่ หน่วย……ตัวแปรชนดิ อาเรย์ สอนครง้ั ท่ี……2……
ชวั่ โมงเรยี น……5……
จำนวนชั่วโมง…5……
6. สอื่ การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
6.1 ส่ือสิ่งพิมพ์
6.1.1 หนังสอื เรียน
6.2 สอื่ โสตทศั น์ (ถ้ามี)
6.2.1 PowerPoint
6.3 หุ่นจำลองหรอื ของจรงิ (ถ้ามี)
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
6.4 อ่นื ๆ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบงาน ตามหน่วยการเรียนรู้
8. การบรู ณาการ/ความสัมพันธก์ ับวชิ าอืน่
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
20
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท่ี……2……….
ช่อื หนว่ ย……ตวั แปรชนดิ อาเรย์ สอนครัง้ ท่ี……2……
ช่ัวโมงเรียน……5……
จำนวนชั่วโมง…5…
9. การวัดและแระเมนิ ผล
9.1 กอ่ นเรียน
9.1.1 ศึกษาหาความรเู้ กย่ี วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ
9.2 ขณะเรียน
9.2.1 แบ่งกลมุ่ เพ่อื ศึกษา
9.2.2 จดบนั ทึก สาระการเรียนรู้
9.2.3 ทำใบงาน ตรวจสอบใบงาน แก้ไขใบงาน
ทบทวนเน้ือหา
9.3 หลงั เรยี น
9.3.1 ร่วมกนั สรปุ บทเรียน พร้อมบันทึกผลการสรปุ
9.3.2 ผู้เรียนและครูผู้สอนร่วมกันประเมินข้อสรุปของผู้เรียนที่ออกแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้
ขอ้ สรุปที่ถูกต้อง และครูผู้สอนแสดงความชื่นชมกับผู้เรียนทุกคนท่ีออกแสดงความคิดเห็นและมีสว่ นร่วมใน
กิจกรรมทีม่ อบหมาย
9.3.3 ทำแบบฝกึ หดั หลังเรียน
9.3.4 รว่ มกนั เฉลยแบบฝกึ หัด
21
แผนการจัดการเรียนรมู้ งุ่ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…ี่ …2……….
ชอื่ หนว่ ย……ตัวแปรชนิดอาเรย์ สอนครั้งที่…2……
ช่วั โมงเรียน……5……
จำนวนชัว่ โมง.5…
10. บันทึกหลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.2 ผลการเรยี นรู้ของนกั เรยี น นกั ศกึ ษา
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
22
แผนการจัดการเรียนรูม้ งุ่ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …3……….
ชอ่ื หน่วย……การจัดเรยี งและคน้ หาขอ้ มูลเบ้ืองต้น สอนคร้งั ท่ี……3……
ช่วั โมงเรยี น……5……
จำนวนช่วั โมง…10…
1. สาระสำคญั
นักวิเคราะห์ระบบมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบ ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม 2 ด้านใหญ่ คือ
ทักษะดา้ นการทำงาน และลกั ษณะนิสัย มีบทบาทหลกั ที่มผี ลต่อการพัฒนาระบบโดยตรงคอื วิเคราะห์ระบบ
เพ่ือกำหนดความต้องการและเลือกแนวทางการออกแบบท่ีเหมาะสม อีกบทบาทคือต้องใช้เครื่องมือการ
วเิ คราะห์ระบบในการทำงานอย่างมปี ระสทิ ธิผล
2. สมรรถนะประจำหน่วย
1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความหมายของนกั วิเคราะหร์ ะบบ
2. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับบทบาทและความสำคญั ของนักวเิ คราะหร์ ะบบ
3. มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั คุณสมบตั ิท่เี หมาะสมกับการเปน็ วเิ คราะห์ระบบ
4. มีความรู้ความสามารถในการอธิบายขั้นตอนการวเิ คราะห์
5. มีความรู้ความสามารถในการใช้งานเครื่องมอื สำหรับการวิเคราะหร์ ะบบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1……รูจ้ กั การการจัดเรียงและคน้ หาขอ้ มูลเบื้องตน้
3.1.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.2 ดา้ นทักษะ
3.2.1……สามารถเลอื กการจัดเรียงและคน้ หาข้อมูลเบ้ืองต้น
3.2.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ่งึ ประสงค์
3.3.1 มีวินยั
3.3.2 ใฝ่เรยี นรู้
3.3.3 อยู่อย่างพอเพียง
3.3.4 ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
3.3.5 มีจิตสาธารณะ
23
แผนการจัดการเรยี นรูม้ งุ่ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …3……….
ชือ่ หนว่ ย……การจัดเรียงและคน้ หาข้อมูลเบอื้ งต้น สอนครั้งที่……3……
ช่ัวโมงเรียน……5……
จำนวนชวั่ โมง…10…
4. เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้
การจดั เรียงข้อมลู Sorting
ความสำคญั ของการจดั เรยี งข้อมูล
การจัดเรียงขอ้ มูล เปน็ การจัดการข้อมลู ท่กี ระทำกนั มากในงานประยุกตต์ ่างๆ เชน่ การทำขอ้ มลู นักศึกษามา
จดั เลียงลำดับรหัสนักศึกษา เพ่ือนำไปใช้ในการพิมพ์ใบเซน็ ชื่อเข้าสอบหรอื การเรียงขอ้ มูลพนักงานตามรหัส
พนกั งานเพือ่ ใช้งการพมิ พ์สลิปเงนิ เดอื น เป็นตน้
การจัดเรียงข้อมลู แบบแทรกใส่ Insertion Sort
จะมีลักษณะเป็นแบบการจดั ไพใ่ นมือของผู้เลน่ คือ มีผู้เล่นได้ไพ่ใบไหม่ เพ่ิมข้นึ มา จะนไพ่ใบน้ันไป
แทรกในำแต่งที่เหมาะสม ทำให้ไพ่ในมือบ่างส่วนต้องขยับตำแหน่งออกไป ซึ่งการจัดเรียงลำดับข้อมูลแบบ
แทรกนิจะเรมิ่ พิจารณาคีย์ในตำแหน่งที่ 2 เปน็ ต้นไป โดยนำคยี ์พิจารณาไปแทรกในตำแหน่งท่ถี ูกต้องและจะ
มผี ลคยี ์ใหต้ ำแหนง่ ท่อี ยู่หลงั ตำแหน่งท่แี ทรกขยบั ตำแหนง่ ออกไปเรือ่ ย ๆ
หลกั การทำคือ จะอ่านข้อมลู มาที่ละตัว แล้วนำไปแทรกลงในจตำแหนง่ ท่ีเหมาะสมบนแถวขอ้ มบู ไหม่ท่เี ตี่ยม
ไว้จะมขั้นตอนดังนี้
1. สรง้ แถวขอ้ มูลมาไหม่ท่ีมขี นาดเทา่ กับจำนวนขอ้ มูลที่ต้องการจดั เรียง
2. อา่ นขอ้ มลู แรกแล้วไสล่ งในตำแหน่งแทรกในแทวขอ้ มูลไหม่
3. อา่ นขอ้ มูลทัดไปมา 1 ตวั แลว้ เปรยี บเทียมกบั ขอ้ มูลไหมท่ ่ลี ะตัว ตง้ั แตต่ ัวแรกไปจนถงึ ตัวสุดท้าย เพ่ือ
หาตำแหน่งท่ีเหมาะสมในแถวข้อมูลไหม่โดยถ้าข้อมูลที่อ่านมาน้อยกว่าข้อมูลใดในแถวก็จะเล่ือน
ข้อมูบในแถวตั้งแตข่ ้อมลู นั้นไป แล้วใส่ข้อมลู ที่อ่านเขา้ มาลงในตำแหนง่ นนั้ ถ้าขอ้ มูลทั้งหมดในแถว
นอ้ ยกวา่ ข้อมลู ทอ่ี ่านมาก็จะใสข่ อ้ มูลทีอ่ า่ นมาไว้ทดั จากข้อมลู ตัวสดุ ท้ายในแถว
4. ทำซำ้ ข้นตอนท่ี 3 จนครบท้งั ชุดขอ้ มูล
24
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท…่ี …3……….
ช่ือหนว่ ย……การจัดเรียงและค้นหาขอ้ มูลเบื้องต้น สอนครง้ั ท่ี……3……
ช่ัวโมงเรยี น……5……
จำนวนช่วั โมง…10…
5.1 การนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
5.1.1 ผสู้ อนจัดเตรียมเอกสาร พรอ้ มกบั แนะนำหนว่ ยเรียน วธิ กี ารใหค้ ะแนนและวิธกี ารเรยี น
5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วยเรียน และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการเรียน
การสอน
5.1.3 ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นแสดงความรู้ โดยตงั้ คำถามว่า เกีย่ วกบั หน่วยทเ่ี รยี น
5.2 การเรียนรู้
5.2.1 ผู้สอนทดสอบความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั หน่วยการเรยี น โดยการถาม – ตอบ
5.2.2 ผูส้ อนอธิบายเนอื้ หาเกี่ยวกบั บทเรียน
5.2.3 ผูส้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั อธิบายพร้อมยกตวั อย่างไดศ้ กึ ษาจากบทเรยี น
5.3 การสรุป
5.3.1 อธบิ ายเพม่ิ เตมิ และสรุปเนือ้ หาในหน่วยการเรียนรู้
5.3.2 ใหผ้ ้เู รยี นทำกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
5.3.3 ใหผ้ ูเ้ รยี นทำแบบทดสอบเพื่อประเมินผลหลังการเรยี นรู้
5.3.4 มอบหมายให้ผูเ้ รียน ไปทบทวนบทเรียน และเตรยี มอา่ นหนงั สอื เพอ่ื เตรยี มพรอ้ มในการเรียน
ครัง้ ต่อไป
5.4 การวดั และประเมนิ ผล
5.4.1 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
5.4.2 ประเมนิ จากการนำเสนอผลงาน
5.4.3 ทดสอบความรู้ความเข้าใจท้ายหน่วยการเรียนรู้
25
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท…ี่ …3……….
สอนครั้งที่……3……
ชื่อหน่วย……การจัดเรยี งและค้นหาข้อมูลเบอ้ื งต้น ช่วั โมงเรยี น……5……
จำนวนชัว่ โมง…10…
6. สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้
6.1 ส่อื ส่ิงพมิ พ์
6.1.1 หนังสอื เรยี น
6.2 สอ่ื โสตทศั น์ (ถ้ามี)
6.2.1 PowerPoint
6.3 หุ่นจำลองหรือของจริง (ถา้ มี)
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
6.4 อ่นื ๆ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบงาน ตามหนว่ ยการเรียนรู้
8. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับวชิ าอ่นื
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
26
แผนการจดั การเรยี นรูม้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท่ี……3……….
ชือ่ หน่วย……การจดั เรียงและคน้ หาข้อมูลเบ้อื งต้น สอนครัง้ ท่ี……3……
ชวั่ โมงเรียน……5……
จำนวนชั่วโมง…10…
9. การวัดและแระเมินผล
9.1 ก่อนเรยี น
9.1.1 ศึกษาหาความรูเ้ กยี่ วกบั การเสนอโครงการอนมุ ตั ิ
9.2 ขณะเรียน
9.2.1 แบ่งกลมุ่ เพอื่ ศึกษา
9.2.2 จดบนั ทกึ สาระการเรียนรู้
9.2.3 ทำใบงาน ตรวจสอบใบงาน แกไ้ ขใบงาน
9.2.4 ทบทวนเน้ือหา
9.3 หลังเรียน
9.3.1 รว่ มกันสรปุ บทเรยี น พร้อมบนั ทึกผลการสรุป
9.3.2 ผู้เรียนและครูผู้สอนร่วมกันประเมินข้อสรุปของผู้เรียนที่ออกแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้
ขอ้ สรุปท่ีถูกต้อง และครูผสู้ อนแสดงความชื่นชมกับผู้เรียนทุกคนท่ีออกแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมใน
กจิ กรรมทม่ี อบหมาย
9.3.4 ทำแบบฝึกหัดหลังเรยี น
9.3.4 ร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด
27
แผนการจดั การเรียนรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …3……….
ช่ือหน่วย……การจดั เรยี งและคน้ หาขอ้ มูลเบ้ืองต้น สอนคร้ังที่……3……
ช่ัวโมงเรยี น……5……
จำนวนชัว่ โมง.10…
10. บนั ทึกหลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.2 ผลการเรียนรู้ของนกั เรยี น นักศกึ ษา
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
28
แผนการจดั การเรียนรมู้ ่งุ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …4……….
ชอ่ื หนว่ ย……ลิงกล์ สิ ต์ (Linked List) สอนคร้ังที่……6……
ชั่วโมงเรียน……5……
จำนวนชวั่ โมง…10…
1. สาระสำคญั
ลิงก์ลิสต์เป็นการเก็บข้อมูลต่อเนื่องกันไปต้ังแต่ข้อมูลแรกไปจนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย คล้ายๆ กับ
อาร์เรย์ แต่การประมวลผลกับอาร์เรย์นั้นถ้าหากมีการเพิ่มข้อมูล หรือลบข้อมูลบางตำแหน่งอาจต้องมีการ
ขยับข้อมูลต่างๆ ท่ีเก็บในอาร์เรย์ด้วย ส่วนลิงก์ลิสต์น้ันสามารถเพ่ิมข้อมูลและลบข้อมูลบางตำแหน่งได้ง่าย
เนือ่ งจากลงิ ก์ลสิ ต์จะมขี ้อมูลสว่ นหนึ่งทใ่ี ชช้ ี้ไปยงั ข้อมลู ตวั ตอ่ ไป
2. สมรรถนะประจำหน่วย
1. อธิบายความหมายและข้อแตกต่างระหวา่ งลงิ ก์ลิสต์กบั อาร์เรย์ได้
2. เขียนโปรแกรมเพ่ือสรา้ งโหนดใหก้ ับลิงก์ลสิ ต์ได้
3. เขยี นโปรแกรมเพ่ิมข้อมลู อ่านข้อมลู จากลิงก์ลิสตไ์ ด้
4. รจู้ กั วิธีใช้เมธอดของจาวาในการจัดการข้อมลู กบั ลงิ กส์ สิ ต์
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้
3.1.1……แสดงความรู้ลงิ กล์ สิ ต์ (Linked List)
3.1.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.2 ดา้ นทักษะ
3.2.1……อธบิ ายข้ันตอนการทำงานลิงกล์ ิสต์ (Linked List)
3.2.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.3 คุณลกั ษณะท่ีพงึ่ ประสงค์
3.3.1 มีวนิ ยั
3.3.2 ใฝ่เรยี นรู้
3.3.3 อยู่อย่างพอเพียง
3.3.4 มุ่งมั่นในการทำงาน
3.3.5 มีจติ สาธารณะ
29
แผนการจัดการเรียนรู้มงุ่ เน้นสมรรถนะ หน่วยท…ี่ …4……….
ชอ่ื หน่วย……ลงิ ก์ลสิ ต์ (Linked List) สอนครัง้ ท่ี……6……
ชว่ั โมงเรยี น……5……
จำนวนชั่วโมง…10…
4. เน้อื หาสาระการเรียนรู้
โครงสร้างข้อมูลแบบลิงค์ลิสท์ ถือเป็นโครงสร้างข้อมูลท่ีสำคัญมากอีกประเภทหนึ่ง เพราะเป็น
โครงสรา้ งขอ้ มูลที่สร้างข้ึนมาเพ่ือหลีกเล่ียงปัญหาการเสียเวลาในการเพิ่มและลบข้อมูลของโครงสร้างข้อมูล
แบบอาร์เรย์ ปัญหาและความยุ่งยากในการปฏบิ ัตกิ ารเพิ่มข้อมูลเข้าหรือลบข้อมูลออกออกจากอาร์เรย์ อาจ
แก้ไขได้โดยการใช้ลิงค์ลิสท์ ซึ่งข้อมูลแต่ละตัวถูกจัดเก็บอย่างกระจัดกระจายในหน่วยความจำหลัก อาจจะ
ไม่ได้ใช้เนื้อท่ีท่ีเรียงต่อเนื่องกัน แต่มีการเช่ือมโยงถึงกันระหว่างข้อมูลได้โดยใช้ตัวชี้ภายในโหนด (Internal
Pointer) หรือเรียกอีกอยา่ งว่าลิงค์ฟิลด์ (Linked Field) เก็บเลขท่ีความจำหลัก (address) ของข้อมูลที่มา
เชื่อมต่อกัน ซ่ึงความสัมพันธ์ของข้อมูลแตล่ ะตัวยงั คงเรียงลำดับกนั ในมโนภาพของนักเขียนโปรแกรม แต่
ตำแหน่งที่อยู่ในหน่วยความจำหลกั ไมจ่ ำเป็นต้องเรยี งลำดับกัน และระหวา่ งข้อมูลใดๆ ในลงิ ค์ลสิ ท์อาจมีเน้ือ
ท่ีว่างค่ันอยู่ได้เสมอ ข้อมูลท้ังหมดในลิงค์ลิสท์จะเชื่อมต่อกันด้วยค่าในลิงค์ฟิลด์ นอกจากนี้ต้องมีตัวชี้
ภายนอกโหนด (External Pointer) หรือเรียกสั้นๆ ว่า ตัวชี้ (Pointer) ที่ทำหน้าที่เก็บตำแหน่งของข้อมูล
แรกในลิงคล์ สิ ทด์ ้วย เพื่อเปน็ จุดเร่มิ ต้นในการเข้าถงึ ขอ้ มูลต่างๆ
การแทนทีล่ งิ คล์ สิ ทใ์ นความจำหลัก
การแทนที่ลิงค์ลิสท์ในหน่วยความจำหลัก สามารถกระทำได้ 2 แบบคอื การแทนท่ีลิงค์ลิสท์แบบได
นามิกและการแทนที่ลิงคล์ สิ ท์แบบสแตติก
1. การแทนที่ลิงค์ลิสท์แบบไดนามิก เป็นการนำชนิดของข้อมูลแบบ ตัวช้ี หรือ พอยเตอร์ มา
ประยุกต์ในการสร้างลิงค์ลิสท์ซึ่งภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการจัดการหน่วยความจำแบบได
นามิกได้แก่ ภาษาปาสคาล ภาษาซี เป็นต้น การจัดการหน่วยความจำประเภทน้ีมีความยืดหยุ่นสูง ผู้เขียน
โป ร แ ก ร ม ไ ม่ ต้ อ ง จ อ ง (allocate) เนื้ อ ท่ี ห น่ ว ย ค ว า ม จ ำ ไว้ ล่ ว ง ห น้ า ส า ม า ร ถ จ อ ง ห รื อ
ปลอ่ ย (free) หนว่ ยความจำไดข้ ณะที่โปรแกรมกำลังทำงาน
ในการใช้งานหน่วยความจำแบบไดนามิกน้ัน จะใชห้ น่วยความจำในส่วนของสตอรเ์ รจพูล (storage
pool) ซึ่งเป็นเนื้อที่ส่วนหน่ึงในหน่วยความจำหลัก โดยภายในสตอร์เรจพูลจะเก็บโหนดอิสระ (free
node) ท่ียงั ไม่ได้ถกู นำไปใช้งาน ทุกครัง้ ท่ีมกี ารเพมิ่ โหนดใหมเ่ ข้าสู่ลิสท์ท่กี ำลังทำงานอยู่ ตอ้ งขอโหนดอิสระ
จากสตอร์เรจพลู เสมอ
สำหรบั งานที่มกี ารเพิ่มโหนดเขา้ และดึงโหนดออกจากลสิ ท์ค่อนข้างบ่อย โหนดที่ถกู ดึงออกจากลิสท์
30
แล้วควรจะต้องนำมาบรรจุกลับคืนในสตอร์เรจพูลด้วย เพ่ือให้สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ วิธีการน้ี
เรียกว่า การเก็บขยะ (garbage collection) มิฉะนั้นแล้วเมือ่ เราขอโหนดจากสตอร์เรจพูลบ่อยๆ แล้วทำให้
โหนดอิสระหมด อาจทำให้การปฏิบัติงานหยุดชะงักได้ กรณีน้ีเรียกว่า หน่วยความจำไม่พอ (memory
overflow)
2. การแทนท่ีลิงค์ลิสท์แบบสแตติก โดยท่ัวไปการสรา้ งลิงค์ลิสท์นิยมใช้ชนิดข้อมูลแบบ ตัวช้ี หรือ
พอยเตอร์ แต่ในภาษาคอมพิวเตอร์บางภาษาไม่มชี นิดขอ้ มูลแบบนี้ เช่น ภาษาโคบอล ภาษาฟอร์แทรน และ
ภาษาเบสิค เป็นต้น ดังนั้นเมื่อต้องการแทนท่ีลิงค์ลิสท์ในหน่วยความจำหลักจะต้องใช้แถวลำดับแทน โดย
ตอ้ งมีการจองเน้ือท่ีไว้ในขนาดที่คงท่แี น่นอน และสามารถใชเ้ น้ือท่ีได้ไม่เกินท่ีประกาศไว้ เปน็ การแทนท่ลี ิงค์
ลสิ ทแ์ บบสแตตกิ
31
แผนการจดั การเรียนร้มู ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท…่ี …4……….
ชือ่ หนว่ ย……ลิงกล์ สิ ต์ (Linked List) สอนคร้ังที่……6……
ชว่ั โมงเรยี น……5……
จำนวนชว่ั โมง10……
5.1 การนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
5.1.1 ผสู้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำหน่วยเรียน วิธกี ารให้คะแนนและวิธกี ารเรียน
5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วยเรียน และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการเรียน
การสอน
5.1.3 ผสู้ อนใหผ้ ้เู รียนแสดงความรู้ โดยต้ังคำถามวา่ เกยี่ วกับหนว่ ยทเี่ รยี น
5.2 การเรยี นรู้
5.2.1 ผสู้ อนทดสอบความรูค้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับหน่วยการเรยี น โดยการถาม – ตอบ
5.2.2 ผูส้ อนอธิบายเนือ้ หาเก่ยี วกับบทเรยี น
5.2.3 ผู้สอนและผเู้ รยี นร่วมกันอธบิ ายพร้อมยกตัวอย่างไดศ้ ึกษาจากบทเรยี น
5.3 การสรปุ
5.3.1 อธบิ ายเพ่มิ เติมและสรุปเนอื้ หาในหนว่ ยการเรียนรู้
5.3.2 ใหผ้ ู้เรยี นทำกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
5.3.3 ใหผ้ เู้ รียนทำแบบทดสอบเพ่ือประเมนิ ผลหลังการเรียนรู้
5.3.4 มอบหมายให้ผู้เรยี น ไปทบทวนบทเรียน และเตรียมอา่ นหนงั สือเพ่ือเตรยี มพร้อมในการเรยี น
ครง้ั ต่อไป
5.4 การวัดและประเมนิ ผล
5.4.1 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี น
5.4.2 ประเมินจากการนำเสนอผลงาน
5.4.3 ทดสอบความรคู้ วามเขา้ ใจท้ายหนว่ ยการเรียนรู้
32
แผนการจดั การเรียนรู้มุง่ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท…ี่ …4……….
สอนครง้ั ที่……6……
ชอ่ื หนว่ ย……ลิงก์ลิสต์ (Linked List) ช่ัวโมงเรยี น……5……
จำนวนชว่ั โมง…10…
6. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้
6.1 ส่อื ส่ิงพมิ พ์
6.1.1 หนงั สอื เรียน
6.2 ส่ือโสตทศั น์ (ถ้ามี)
6.2.1 PowerPoint
6.3 หุ่นจำลองหรือของจรงิ (ถา้ มี)
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
6.4 อื่น ๆ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
7. เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบงาน ตามหนว่ ยการเรยี นรู้
8. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กับวชิ าอ่ืน
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
33
แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี……4……….
ชอื่ หน่วย……ลงิ กล์ สิ ต์ (Linked List) สอนคร้งั ที่……6……
ชวั่ โมงเรยี น……5……
จำนวนช่ัวโมง…10…
9. การวัดและแระเมินผล
9.1 ก่อนเรียน
9.1.1 ศึกษาหาความร้เู กย่ี วกับการเสนอโครงการอนุมัติ
9.2 ขณะเรยี น
9.2.1 แบง่ กล่มุ เพือ่ ศกึ ษา
9.2.2 จดบนั ทกึ สาระการเรียนรู้
9.2.3 ทำใบงาน ตรวจสอบใบงาน แกไ้ ขใบงาน
9.2.4 ทบทวนเน้ือหา
9.3 หลังเรียน
9.3.1 รว่ มกนั สรุปบทเรยี น พรอ้ มบันทึกผลการสรุป
9.3.2 ผู้เรียนและครูผู้สอนร่วมกันประเมินข้อสรุปของผู้เรียนที่ออกแสดงความคิดเห็นเพ่ือให้ได้
ขอ้ สรุปท่ีถูกต้อง และครูผู้สอนแสดงความช่ืนชมกับผู้เรียนทุกคนท่ีออกแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมใน
กจิ กรรมท่ีมอบหมาย
9.3.5 ทำแบบฝึกหัดหลงั เรยี น
9.3.4 ร่วมกนั เฉลยแบบฝึกหดั
34
แผนการจัดการเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท…ี่ …4……….
ชอ่ื หนว่ ย……ลงิ ก์ลิสต์ (Linked List) สอนครั้งท่ี……6……
ช่วั โมงเรยี น……5……
จำนวนชว่ั โมง.10…
10. บันทึกหลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.2 ผลการเรยี นร้ขู องนักเรยี น นกั ศึกษา
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.3 แนวทางการพฒั นาคุณภาพการเรยี นรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
35
แผนการจดั การเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…ี่ …5……….
ชอ่ื หน่วย……สแตก็ และคิว สอนครง้ั ท่ี……8……
ชว่ั โมงเรยี น……5……
จำนวนชั่วโมง…10…
1. สาระสำคัญ
สแตก็ และคิวเป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้หน่วยความจำแบบต่อเน่ืองกันไปต้ังแต่ข้อมูลแรกจนถงึ ข้อมูล
ตวั สุดท้าย โดยหน่วยความจำแบบสแต็กน้ันข้อมูลจะถกู เขียนเข้าไปหลายๆ คา่ ขอ้ มลู ทีเ่ ขียนไปค่าสุดทา้ ยจะ
เป็นข้อมูลท่ีจะถูกอ่านออกมาได้กอ่ น ข้อมูลท่ีเขียนเข้าไปก่อนจะถูกอ่านออกมาทีหลัง ส่วนโครงสรา้ งข้อมูล
แบบคิวนั้น ขอ้ มลู ทีเ่ ขยี นเขา้ ไปก่อนจะถกู อ่านออกมาได้กอ่ นตามลำดบั ท่เี ขยี นข้อมลู เขา้ ไป
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. อธิบายความหมายของสแตก็ และควิ ได้
2. เขียนโปรแกรมประมวลผลกบั ข้อมลู แบบสแต็กและคิวได้
3. ยกตวั อย่างการนำโครงสร้างขอ้ มูลแบบสแตก็ และคิวไปประยุกต์ใชง้ านได้
4. นำคลาสในภาษาจาวาที่ประมวลผลกบั ข้อมูลแบบสแต็กและควิ มาใชง้ านได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1……ร้จู กั กับสแตก็ และควิ
3.1.2……………………………………………………………………………………………………………………………
3.2 ดา้ นทกั ษะ
3.2.1……สามารถอธบิ ายสแต็ก และควิ
3.2.2……………………………………………………………………………………………………………………………………
3.3 คุณลกั ษณะที่พึ่งประสงค์
3.3.1 มวี ินยั
3.3.2 ใฝ่เรียนรู้
3.3.3 อยู่อย่างพอเพียง
3.3.4 มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
3.3.5 มีจติ สาธารณะ
36
แผนการจดั การเรียนร้มู ่งุ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …5……….
ชอ่ื หนว่ ย……สแต็ก และควิ สอนครัง้ ท่ี……8……
ชวั่ โมงเรยี น……5……
จำนวนช่วั โมง…10…
4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้
โครงสร้างขอ้ มลู แบบสแตก (Stack)
โครงสร้างแบบอาร์เรย์และลิงค์ลิสท์ เป็นโครงสร้างที่เราสามารถแทรกหรือลบอิลิเมนท์ใน
ตำแหน่งใดๆ ของรายการได้ตามต้องการ แต่มีการใช้งานหลายอย่างที่เราต้องการเฉพาะการแทรกหรือการ
ลบขอ้ มูลในตำแหนง่ สุดทา้ ยเท่านน้ั ซงึ่ โครงสรา้ งขอ้ มูลทใ่ี ช้ในงานลักษณะนี้ คือ โครงสรา้ งสแตก
โครงสร้างข้อมูลแบบสแตก (Stack)
สแตกเป็นโครงสร้างข้อมูลท่ีถูกกล่าวถึงมากโครงสร้างหน่ึง ซ่ึงมักจะใช้เป็นประโยชน์ในการ
อิน เตอร์รัพ ต์ ก ารก ระ โดดไป มาระ ห ว่างโป รแก รมย่อ ย ก ารเขียน โปรแก รมแบบ เรียก ใช้
ตวั เอง (recursive) นอกจากน้ันแล้วโครงสร้างข้อมูลชนิดนี้มกั จะใช้ช่วยในการเข้าไปในโครงสร้างแบบพิเศษ
เช่น เครือข่าย หรอื ต้นไม้ โดยจะช่วยในการจำเส้นทาง และงานท่ีเรานำโครงสร้างแบบสแตกแล้วเราพบเห็น
บ่อยๆ คอื การยกเลกิ คำสงั่ (Undo) ในไมโครซอฟท์เวริ ด์
สแตกเป็นโครงสร้างแบบเชิงเส้น ที่มีลักษณะท่ีว่า การนำข้อมูลเข้าสู่สแตก (insertion) และ
การนำข้อมูลออกจากสแตก (deletion) สามารถจะทำได้ท่ีปลายด้านหนึ่งของลิสท์ท่ีแทนสแตกเท่านั้น
ดังน้ันอันดับของการนำสมาชกิ เข้าและออกจากสแตกมีความสำคัญ คือ สมาชิกท่ีเข้าไปอยใู่ นสแตกก่อนจะ
ออกจากสแตกหลังสมาชิกที่เข้าไปใน สแตกทีหลัง นั่นคือ การเข้าทีหลังออกก่อน จึงเรียกลักษณะแบบน้ี
วา่ LIFO (Last In First Out)
สแตกประกอบดว้ ยสว่ นสำคัญ ๆ 2 สว่ น คอื
1. ตัวชี้สแตก หรือ Stack Pointer ซึ่งเป็นตัวควบคุมการนำสมาชิกเข้า หรือออกจากส
แตก เป็นตวั ใชบ้ อกวา่ สแตกนนั้ เตม็ หรือยัง
2. ส่วนสมาชิกของสแตก หรือจะเรยี กอีกอยา่ งว่า Stack Element สมาชิกของสแตกนี้จะเป็น
ข้อมลู ชนดิ เดยี วกันทง้ั หมด
การสร้างสแตก
ในการแทนโครงสร้างข้อมูลแบบสแตกจะใช้โครงสร้างข้อมูลแบบอาร์เรย์ หรือลิงค์ลิสท์ก็ได้
ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสมในการนำไปใช้ในการทำงาน ถ้าใช้การแทนท่ีข้อมูลของสแตกด้วยอะเรย์ซึ่งเป็น
การจัดสรรเนื้อท่ีหน่วยความจำแบบสแตติก ก็จะต้องมีการกำหนดขนาดของสแตกล่วงหน้าว่าจะมีขนาด
เท่าใด แต่ถ้าเลือกการแทนท่ีข้อมูลของสแตกด้วยลิงค์ลิสต์ซึ่งเป็นการจัดสรรเนื้อท่ีหน่วยความจำแบบไดนา
37
มิก สแตกจะไม่มวี ันเต็มตราบใดทยี่ งั มเี น้อื ทใ่ี นหนว่ ยความจำ น้นั คือ หน่วยความจำจะถกู จดั สรรเมือ่ มีการขอ
ใชจ้ รงิ ๆ ระหวา่ งการประมวลผลโปรแกรมผ่านตัวแปรชนิด pointer แต่ในทน่ี จี้ ะกำหนดให้ตวั สแตกเปน็ แบบ
อารเ์ รย์
นอกจากตวั สแตกเองแล้ว ในการทำงานกบั สแตกยังต้องกำหนดตัวแปรเพิ่มอีกหน่ึงตัวเพ่ือเก็บ
ตัวช้ีสแตก (Stack Pointer) โดยเร่ิมแรกในขณะท่ีสแตกยังไม่มีข้อมูล ตัวช้ีสแตกก็จะชี้ที่ 0 (ยังไม่ได้ช้ีท่ีช่อง
ใดๆ ในสแตก)
การดำเนนิ งาน
ทำงานกบั โครงสรา้ งข้อมูลแบบสแตกไดแ้ ก่ การ PUSH และการ POP
การ PUSH
เป็นการกระทำหรือการทำงานของสแตกที่นำข้อมูลเข้าสู่สแตก โดยก่อนท่ีจะนำข้อมูลเข้าน้ัน
จะต้องมีการจัดการให้ตัวชี้สแตกช้ีไปยังช่องหรือตำแหน่งต่อไปของส่วนของตัวสแตกก่อน ซ่ึงเป็นช่องหรือ
ตำแหน่งทว่ี ่างอยู่ไมม่ ีขอ้ มูล แลว้ จงึ ค่อยทำการ PUSH ขอ้ มูลลงสู่สแตกในตำแหนง่ ท่ีตัวชี้สแตกชี้อยู่
ในกรณีท่ี PUSH ขอ้ มูลลงสู่สแตก จนตัวช้สี แตกเท่ากับจำนวนช่องของสแตกแลว้ จะไม่สามารถ
ทำการ PUSH ข้อมูลลงสแตกได้อีก เนื่องจากตัวชี้สแตกไม่สามารถท่ีจะขยับไปยังช่องต่อไปได้ จะ
เกดิ Error ทเ่ี รียกวา่ Stack Overflow
38
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ุง่ เน้นสมรรถนะ หน่วยท…่ี …5……….
ชอ่ื หนว่ ย……สแตก็ และคิว สอนคร้งั ท่ี……8……
ช่วั โมงเรียน……5……
จำนวนช่ัวโมง.10……
5.1 การนำเขา้ สู่บทเรียน
5.1.1 ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกบั แนะนำหน่วยเรยี น วธิ กี ารให้คะแนนและวธิ ีการเรียน
5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วยเรียน และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการเรียน
การสอน
5.1.3 ผู้สอนให้ผู้เรยี นแสดงความรู้ โดยตงั้ คำถามว่า เกย่ี วกบั หน่วยทีเ่ รียน
5.2 การเรยี นรู้
5.2.1 ผู้สอนทดสอบความรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั หน่วยการเรียน โดยการถาม – ตอบ
5.2.2 ผู้สอนอธิบายเนอ้ื หาเกย่ี วกับบทเรียน
5.2.3 ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกนั อธบิ ายพรอ้ มยกตัวอย่างไดศ้ กึ ษาจากบทเรียน
5.3 การสรุป
5.3.1 อธิบายเพิม่ เติมและสรปุ เน้อื หาในหน่วยการเรียนรู้
5.3.2 ใหผ้ ้เู รียนทำกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
5.3.3 ใหผ้ เู้ รียนทำแบบทดสอบเพื่อประเมนิ ผลหลังการเรยี นรู้
5.3.4 มอบหมายให้ผ้เู รยี น ไปทบทวนบทเรียน และเตรียมอา่ นหนังสอื เพอ่ื เตรยี มพรอ้ มในการเรียน
ครั้งต่อไป
5.4 การวดั และประเมนิ ผล
5.4.1 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียน
5.4.2 ประเมนิ จากการนำเสนอผลงาน
5.4.3 ทดสอบความรคู้ วามเข้าใจทา้ ยหนว่ ยการเรียนรู้
39
แผนการจดั การเรียนรูม้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท…ี่ …5……….
สอนคร้ังท่ี……8……
ชือ่ หน่วย……สแตก็ และคิว ชวั่ โมงเรยี น……5……
จำนวนช่ัวโมง…10…
6. สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้
6.1 สอ่ื สิ่งพิมพ์
6.1.1 หนงั สือเรยี น
6.2 สอื่ โสตทัศน์ (ถ้ามี)
6.2.1 PowerPoint
6.3 หนุ่ จำลองหรอื ของจรงิ (ถา้ มี)
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
6.4 อ่ืน ๆ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
7. เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบงาน ตามหน่วยการเรียนรู้
8. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธ์กับวชิ าอื่น
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
40
แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่……5……….
ชอ่ื หน่วย……สแตก็ และควิ สอนครั้งท่ี……8……
ชัว่ โมงเรยี น……5……
จำนวนชวั่ โมง…10…
9. การวดั และแระเมนิ ผล
9.1 กอ่ นเรียน
9.1.1 ศึกษาหาความร้เู กีย่ วกบั การจดั สมั มนา
9.2 ขณะเรยี น
9.2.1 แบง่ กลมุ่ เพื่อศึกษา
9.2.2 จดบันทึก สาระการเรียนรู้
9.2.3 ทำใบงาน ตรวจสอบใบงาน แกไ้ ขใบงาน
9.2.4 ทบทวนเนอื้ หา
9.3 หลังเรยี น
9.3.1 รว่ มกันสรุปบทเรียน พร้อมบันทกึ ผลการสรุป
9.3.2 ผู้เรียนและครูผู้สอนร่วมกันประเมินข้อสรุปของผู้เรียนท่ีออกแสดงความคิดเห็นเพ่ือให้ได้
ข้อสรุปท่ีถูกต้อง และครูผู้สอนแสดงความชื่นชมกับผู้เรียนทุกคนที่ออกแสดงความคิดเห็นและมีสว่ นร่วมใน
กิจกรรมทีม่ อบหมาย
9.3.6 ทำแบบฝึกหัดหลังเรียน
9.3.4 รว่ มกนั เฉลยแบบฝกึ หัด
41
แผนการจดั การเรียนร้มู ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่……5……….
ช่ือหน่วย……สแต็ก และควิ สอนคร้ังที่……8……
ชัว่ โมงเรียน……5……
จำนวนชั่วโมง.10…
10. บนั ทึกหลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.2 ผลการเรียนรขู้ องนกั เรียน นกั ศกึ ษา
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรู้
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
42
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …6……….
ช่ือหน่วย…… Recursion สอนครง้ั ท่ี…10
ชั่วโมงเรียน……5……
จำนวนช่ัวโมง…10…
1. สาระสำคัญ
การเขียนโปรแกรมแบบเรียกตัวเองหรือ Recursion เป็นการเขียนโปรแกรมท่ีเรียกช่ือของเมธ
อดขึ้นมาทำซํา้ และมกี ารออกจากการทำซํ้าตามเงื่อนไขท่กี ำหนดขน้ึ การเขียนโปรแกรมลกั ษณะน้ที ำให้การ
ทำงานของโปรแกรมมปี ระสทิ ธิภาพยิง่ ข้ึน
2. สมรรถนะประจำหน่วย
1. อธบิ ายความหมายและการทำงานแบบ Recursion ได้
2. เขยี นโปรแกรมที่ประมวลผลแบบ Recursion ได้
3. นำวธิ ีการเขยี นโปรแกรมแบบ Recursion มาใชก้ ับอาร์เรย์ได้
4. นำ Recursion ไปประยกุ ต์กับปัญหาบางปญั หาทางคณิตศาสตรไ์ ด้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1……แสดงความรู้เก่ยี วกบั Recursion
3.1.2…………………………………………………………………………………………………………………………
3.2 ด้านทักษะ
3.2.1……สามารถอธบิ าย Recursion
3.2.2……………………………………………………………………………………………………………………………
3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ่งึ ประสงค์
3.3.1 มวี ินยั
3.3.2 ใฝ่เรยี นรู้
3.3.3 อยู่อย่างพอเพียง
3.3.4 มุ่งมัน่ ในการทำงาน
3.3.5 มีจิตสาธารณะ
43
แผนการจดั การเรียนรมู้ ่งุ เน้นสมรรถนะ หน่วยท…ี่ …6……….
ช่ือหนว่ ย…… Recursion สอนคร้งั ท่…ี 10
ช่ัวโมงเรียน……5……
จำนวนชวั่ โมง…10…
4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้
วิธีการเขียน recursive แบบงา่ ย ๆ คือ
• ทำความเข้าใจโจทย์
• หาจุดวนกลับ (Initial condition หรือบางคนเรียก Base case)
• หาข้ันตอนท่ตี ้องเรียกซ้ำ
ส่วนตวั ไมเ่ คยเขียน recursive function จะเขยี นเป็น Iterative ตลอด ดงั นน้ั ผมจะยกตวั อย่างการเขียน
recursive กบั Iterative ใหด้ ูในการเขียนฟงั กช์ นั หา Fibonacci(ทงั้ หมดจะเขยี นดว้ ย Python นะครบั )
Fibonacci Recursive function
ในกรณีตวั อย่างคอื เมื่อ n = 0 และ n = 1 ทำให้ fibonacci ท่ี 0,1 เปน็ คา่ 0,1 ตามลำดบั หากตอ้ งการ
แกใ้ ห้ fibonacci ที่ 0 เปน็ ค่า 1 กท็ ำการ return เปน็ 1 แทน การทำแบบนที้ ำใหฟ้ งั กช์ นั น้ีไมว่ นลปู infinity
และสามารถได้คำตอบออกมา Fibonacci Iterative functionการเขียน Iterative กเ็ หมอื นกับการเขียน
โปรแกรมทั่ว ๆ ไป คอื เขียนตามเงอ่ื นไขท่ตี ้องการไดเ้ ลย อย่างในตัวอย่างนกี้ ็ใชก้ ารวนลูป
44
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยท…่ี …6……….
ชอ่ื หน่วย…… Recursion สอนครง้ั ที่…10
ชั่วโมงเรียน……5……
จำนวนช่ัวโมง.10……
5.1 การนำเขา้ ส่บู ทเรียน
5.1.1 ผ้สู อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกบั แนะนำหน่วยเรียน วธิ ีการให้คะแนนและวธิ ีการเรยี น
5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหนว่ ยเรียน และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการเรียน
การสอน
5.1.3 ผู้สอนใหผ้ ูเ้ รียนแสดงความรู้ โดยตัง้ คำถามวา่ เกี่ยวกับหนว่ ยท่เี รยี น
5.2 การเรียนรู้
5.2.1 ผสู้ อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับหน่วยการเรียน โดยการถาม – ตอบ
5.2.2 ผสู้ อนอธิบายเน้อื หาเก่ยี วกับบทเรยี น
5.2.3 ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกันอธบิ ายพร้อมยกตวั อยา่ งได้ศึกษาจากบทเรียน
5.3 การสรุป
5.3.1 อธบิ ายเพมิ่ เติมและสรุปเนอื้ หาในหน่วยการเรยี นรู้
5.3.2 ใหผ้ ู้เรียนทำกิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
5.3.3 ใหผ้ ูเ้ รียนทำแบบทดสอบเพ่ือประเมินผลหลังการเรียนรู้
5.3.4 มอบหมายให้ผูเ้ รยี น ไปทบทวนบทเรยี น และเตรียมอา่ นหนงั สือเพอ่ื เตรียมพร้อมในการเรียน
ครั้งต่อไป
5.4 การวดั และประเมินผล
5.4.1 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
5.4.2 ประเมินจากการนำเสนอผลงาน
5.4.3 ทดสอบความร้คู วามเขา้ ใจทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
45
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท…่ี …6……….
สอนครั้งท่ี…10
ชอ่ื หนว่ ย…… Recursion
ชว่ั โมงเรียน……5……
6. ส่ือการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้ จำนวนชวั่ โมง…10…
6.1 ส่อื สิ่งพมิ พ์
6.1.1 หนังสอื เรียน
6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
6.2.1 PowerPoint
6.3 หุน่ จำลองหรอื ของจรงิ (ถ้ามี)
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
6.4 อนื่ ๆ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
7. เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบงาน ตามหน่วยการเรยี นรู้
8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั วชิ าอ่ืน
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………..……
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………