The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารนิพนธ์ เรื่อง การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดย นางสาวสมพร ศรีใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สารนิพนธ์ เรื่อง การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดย นางสาวสมพร ศรีใจ

สารนิพนธ์ เรื่อง การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดย นางสาวสมพร ศรีใจ

๘๕ ตารางที่ ๔.๒๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของต่อภาวะ ผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน จำแนกตามรายได้ด้านสังคม (n=๓๓๖) รายได้ รายได้ ไม่มีรายได้ ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท 3.01 3.00 3.04 3.27 ไม่มีรายได้ 3.01 - 0.01 -0.03 -0.26* ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท 3.00 - - -0.04 -0.27* ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท 3.04 - - - -0.23* ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท 3.27 - - - - * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๓๕ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่มีรายได้, ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท และ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยภาพรวม น้อยกกว่า ประชาชนที่มีรายได้๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๒ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยจำแนก ตามปัจจัยส่วนบุคคล ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ค่า t ค่า F Sig ผลการศึกษา ยอมรับ ปฏิเสธ เพศ ภาวะผู้นำ 2.179 - ๐.030* - อายุ ภาวะผู้นำ - ๑.๙๙๑ ๐.๔๑๒ - การศึกษา ภาวะผู้นำ - ๑.๑๗๑ ๐.๓๒๑ - อาชีพ ภาวะผู้นำ - 1.842 0.104 - รายได้ ภาวะผู้นำ - ๗.๗๐๑ ๐.๐๐๐** -


๘๖ ตารางที่ ๔.๒๒ พบว่า ประชาชนที่มีเพศ และรายได้ที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะ ผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนประชาชนที่มี อายุ การศึกษา และอาชีพ ที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้าน พี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๔.๓ แนวทางการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน การสัมภาษณ์เกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ซึ่งสรุปบทสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informant) จำนวน ๑๐ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๔.๓.๑ ภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน การสัมภาษณ์เกี่ยวกับภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอ บ้านหลวง จังหวัดน่าน ซึ่งสรุปบทสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informant) จำนวน ๑๐ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. ด้านทักษะ ๑) ผู้บริหารต้องมีทักษะในการทำงาน และหมั่นเพิ่มพูนทักษะในการทำงานของตนให้ มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เพราะทักษะในการทำงานนั้น จะช่วยในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นใน การทำงานและทำให้การทำงานนั้นๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ ๒) มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มองการณ์ไกล และต้องมีทักษะด้านกระบวนาการคิด เป็นคน ที่คิดในมุมกว้าง คิดวางแผนได้อย่างเป็นระบบขั้นตอน มีความคิดสร้างสรรค์ และนำความรู้และ ประสบการณ์ที่มีเข้ามาช่วยในการวางแผนหรือตัดสินใจในงานต่างๆ และต้องมีทักษะในการพูดเชิง บวก เพื่อสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนอีกด้วย๑ ๓) ต้องบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ปฏิบัติงานได้รวดเร็วทันต่อ เหตุการณ์ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส วางตัวเป็นกลาง สามารถเข้าถึงได้ง่าย ต้องรักษา ภาพพจน์ของตัวเองได้ดี เพื่อเป็นตัวอย่าง และสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา รวมถึง ประชาชน๒ ๔) ต้องบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ โดยมุ่งหวังให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร แก่ประชาชน และต้องมีทักษะหลายด้าน เพื่อใช้ในการบริหารงาน เช่น ๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕.


๘๗ ทักษะด้านการบริหารงาน ทักษะด้านการคิด ทักษะด้านการตัดสินใจ และทักษะด้านการพูด เป็น ต้น๓ ๕) มีทักษะในการบริหารจัดการทรัพยากร ทรัพยากรต่างๆ ในองค์กรไปสู่ ท้องถิ่น ประชาชน ให้เกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และต้องมีทักษะในการบริหารงาน ทำงานเชิงรุกให้ทันต่อเหตุการณ์ และต้องมองการณ์ไกล สามารถวางแผนอนาคตให้กับองค์กร ท้องถิ่น ได้อย่างชัดเจน๔ ๖) ผู้บริหารต้องมีทักษะด้านการพูดที่ดี ต้องพบปะกับผู้คนมากมายหลากหลายระดับ ต้องพูดในเชิงบวก ต้องพูดโน้มน้าวจิตใจให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน พูดเพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับผู้ร่วมงาน นอกจากจะเป็นผู้พูดที่ดีแล้ว ยังต้องมีทักษะในการทำงาน และเป็นผู้ที่ลง มือปฏิบัติที่ดีด้วย และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้๕ ๗) ต้องมีทักษะด้านการบริหารงานเป็นอย่างดี มีความจริงใจ มีความโปร่งใส ชัดเจน ตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ต้องมีทักษะในการทำงาน ในการบริหารงาน และ ทำงานอย่างเป็นระบบขั้นตอน มีแผนงาน เพื่องานสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์๖ ๘) ต้องมีทักษะในการบริหารงาน ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อกฎหมาย ที่กำหนดไว้ใน สังคมอย่างถูกต้อง และวางตนเป็นกลาง ปฏิบัติตนกับทุกคนในสังคมอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือก ปฏิบัติกับบุคคลเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง๗ ๙) ในตัวของผู้บริหารนั้น จะต้องมีทักษะหลากหลายด้าน รวมถึงการมีทักษะด้านการ บริหารจัดการสามารถบริหารเรื่องงาน บริหารเวลา ได้อย่างเหมาสม ทั้งเวลาทำงาน เวลาให้กับ ครอบครัว และเวลาส่วนตัว๘ ๑๐) ต้องมีทักษะในด้านการตัดสินใจ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ทันต่อเหตุการณ์ สามารถตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่มี ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เป็นที่ตั้ง๙ กล่าวโดยสรุป มีทักษะหลากหลายด้าน เช่น ในการทำงาน หมั่นเพิ่มพูนทักษะในการ ทำงานให้มีความเชี่ยวชาญมาก ยิ่งขึ้น มีทักษะในการบริหารจัดการที่ดี จัดการทรัพยากรในองค์กรให้ เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับ ข้อกฎหมาย มี ความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ มีทักษะด้านการตัดสินใจ ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันต่อเหตุการณ์ มีทักษะด้านการพูดเชิงบวก เพื่อสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี และสร้างขวัญกำลังใจแก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๘๘ ๒. ด้านบุคลิกภาพ ๑) ต้องวางตนและปฏิบัติตนให้เหมาะสม กับกาลเทศะ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีความ อ่อนน้อมถ่อมตน ดังคำกล่าวที่ว่า ชนะใจผู้น้อยด้วยการให้ ชนะใจผู้ใหญ่ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มี สัมมาคาราวะ๑๐ ๒) มีบุคลิกภาพภายนอกที่ดี แต่งกายสุภาพ เหมาะสมตามกาลเทศะ และพัฒนา บุคลิกภาพของตนให้ดียิ่งขึ้น เป็นคนที่มีศีลธรรม คุณธรรม นำหลักศีล ทาน และภาวนา มาปรับใช้ใน การดำเนินชีวิต และให้บริการประชาชนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ และยิ้มแย้ม แจ่มใส และเป็นคนคิดบวก มีบุคลิกภาพภายในที่ดี มีทัศนคติที่ดีอีกด้วย๑๑ ๓) ต้องมีบุคลิกภาพภายนอกที่ดี แต่งกายให้ถูกต้องและเหมาะสมตามกาลเทศะ เพื่อ เกิดความประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็น และเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นคนคิดบวก มีทัศนะคติที่ดีในการใช้ชีวิต ในการทำงาน๑๒ ๔) ต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพของตน ให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา บุคลิกภาพภายใน เช่น ความคิดที่ดี ทัศนคติที่ดีเพราะผู้บริหารต้องเป็นผู้ที่อยู่ในสังคม และผู้คนมากมายหลากหลายระดับ ต้องมีบุคลิกภาพภายนอกที่ดี แต่งกายสะอาดสะอ้าน เรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะเพื่อให้เกิดความ ประทับกับผู้ที่พบเห็น ก่อให้เกิดมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี๑๓ ๕) ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าราคาแพงๆ ที่เน้นความโก้หรู แต่ต้องแต่งกาย เหมาะสมกับกาลเทศะ แต่งกาย และมีบุคลิกทั้งการเดิน การนั่ง ที่ดี ความถึงการพูดจาที่ดีและ เหมาะสม จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือแก่บุคคลที่พบเห็น๑๔ ๖) ต้องมีบุคลิกภาพภายนอกที่ดี คือ แต่งกายเหมาะสมกับกาลเทศะเป็นแบบอย่างที่ดี แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และมีบุคลิกภาพภายในที่ดี คือ มีความคิดความอ่าน และมีทัศนคติที่ดี มีสัมมาคา ราวะและมีความอ่อนน้อมถ่อมตน๑๕ ๗) ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง เป็นพื้นฐาน วางตนเหมาะสม เท่าเทียมกับบุคคลอื่น มี ความอ่อนน้อมถ่อมตน และแต่งกายได้เหมาะสมกับกาละเทศะ๑๖ ๘) ต้องแต่งกายสะอาดเรียบร้อย เหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสมกับตำแหน่ง แต่ง กายสะอาด เรียบร้อย โดยไม่จำเป็นต้องโก้หรู และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน๑๗ ๙) ต้องพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองให้ดีขึ้น ทั้งบุคลิกภาพทางด้านการแต่งกาย การ พูด การคิด การกระทำต่างๆ เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดี แก่ผู้ที่ร่วมทำงานด้วย๑๘ ๑๐ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๑๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕.


๘๙ ๑๐) ต้องวางตนเหมาะสม วางตนเสมอกับชาวบ้าน ไม่โอ้อวดตน ดูถูกผู้อื่น และแต่ง กายได้เหมาะสมกับงาน กับกาละเทศะด้วย๑๙ กล่าวโดยสรุป ผู้มีบุคลิกภาพที่ดีทั้งภายในและภายนอก ภายนอกคือ การแต่งกาย ภายในคือ ความคิดทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมา คาราวะ แต่งกายเหมาะสมกับกาละเทศะ และวางตนได้อย่างเหมาะสม ไม่วางตัวเหนือผู้อื่น และ ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ๓. ด้านบทบาทหน้าที่ ๑) ปฏิบัติหน้าที่ของตน ตามบทบาทหน้าที่ที่ตนได้รับอย่างเต็มกำลัง และความสามารถ มี ใจรักในงานที่ทำ มีความเพียรพยายามในการทำงาน ใช้สติปัญญาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน และความรัก และปรารถนาดี แก่ผู้ที่ร่วมงาน และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน๒๐ ๒) ผู้บริหารที่ดีนั้นต้องปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตน อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้กฏระเบียบ ข้อกฎหมาย มีคุณธรรมและศีลธรรม จริยธรรมกำกับ๒๑ ๓) ผู้บริหารมีหน้าที่ดูแลครอบครัวของตนเองให้ดี เนื่องจากครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้น ของความสุข เมื่อครอบครัวมีความสุขแล้วย่อมส่งผลให้การทำงานมีความสุขตามไปด้วย และต้องไม่ เห็นแก่ตัว คดโกง ทุจริต ปฏิบัติติงานอย่างถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง๒๒ ๔) ต้องปฏิบัติงานให้กับส่วนรวมอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยยึดประโยชน์ ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่มีพวกพ้อง ไม่เอาตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ให้กับตนเอง๒๓ ๕) บทบาทต่อครอบครัว ต้องดูแลครอบครัวให้ดี เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้อื่น เนื่องจากครอบครัวเป็นพื้นที่ทำให้มีภาพพจน์ที่ดี สังคมยอมรับนับถือ บทบาทในหน้าที่การงานต้อง ปฏิบัติหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็น ที่ตั้ง๒๔ ๖) ต้องดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน ให้มีความสุข ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริตต่อหน้าที่ของตน และยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง๒๕ ๗) มีความรับผิดชอบต่องานที่ทำ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มุ่งทำงานด้วยความ เสียสละ วางแผนการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด แบ่งเวลาให้กับการทำงานอย่างเหมาะสม๒๖ ๘) ผู้บริหารที่ดี ต้องปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง ความสามารถ ทำ ในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง ตามกฎ ระเบียบ และข้อกฎหมาย๒๗ ๑๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๐ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๐ ๙) จะต้องมีภาวะผู้นำที่ดี และเป็นผู้มีคุณธรรมประจำใจ เป็นทั้งคนที่เก่ง และเป็นคนดี ที่มีความประพฤติตนดีงาม เป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมอีกด้วย ปฏิบัติงานโดยใช้คุณธรรม ศีลธรรมเข้ามา กำกับด้วย๒๘ ๑๐) มีการกำหนดเป้าหมายทิศทางในการทำงานที่ชัดเจน ปฏิบัติหน้าที่ และภารกิจ ของตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถมีคุณธรรมและศีลธรรม กำกับ ในการปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ใน การปฏิบัติงาน และปฏิบัติงานโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง๒๙ กล่าวโดยสรุป ด้านสังคมผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำที่ดี นอกจากความรู้ความสามารถใน การบริหารงานแล้วผู้บริหารต้องนำหลักธรรม เข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน เช่น ปาปณิกธรรม ๓, อคติ๔ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และถูกต้องตามศีลธรรม โดยยึด ประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ ๔. ด้านสังคม ๑) ผู้บริหารจะต้องมีวางตนเหมาะสม นำหลักพุทธ คือ ทาน ซึ่งแปลว่า การให้ มาใช้ ในการบริหารงานด้วย ได้แก่ การให้สิ่งของ ให้ข้อคิด และให้อภัยทาน โดยจะต้อง คำนึงถึง ผลประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ทำให้เกิดความ ศรัทธาและเชื่อถือ๓๐ ๒) ผู้บริหารที่ดีนั้นต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน และนำ หลักพุทธธรรม ด้านมนุษย์สัมพันธ์(นิสยสัมปันโน)เข้ามาปรับใช้ในการบริหารงาน เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีใน จะต้องไม่วางตัวเหนือกว่าสังคม เหนือกว่าผู้ใต้ เหนือกว่าประชาชน เพื่อให้ ตนเองสามารถพัฒนาองค์ความรู้ไปด้วยกัน พัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับบุคคลอื่น องค์กรอื่น หน่วยงาน อื่น ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าในการงาน หากผู้บริหารวางตัวเหนือสังคม ก็จะทำให้ให้เกิดช่องว่าง ในการพัฒนาตน และพัฒนางาน๓๑ ๓) ผู้บริหารจะเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกล(จักขุมา) เพื่อขับเคลื่อนองค์กร ไป ยังทิศทางและเป้าหมายที่ต้องการ แสดงออกต่อสังคมภายนอกองค์กร อย่างจริงใจ ทั้งการกระทำ และคำพูด๓๒ ๔) ผู้บริหารงานที่ดีจะต้องมีภาวะผู้นำ และจะต้องวางตัวให้เหมาะสมในสังคม ทั้ง ภายในและนอกองค์กรเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี บริหารงานถูกต้องตามกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย มี และคุณธรรม ศีลธรรมยึดประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน๓๓ ๕) ผู้บริหารมีภาพลักษณ์ที่ดี วางตนได้อย่างเหมาะสมในสังคม วางตนใหพอดี เหมาะสมกับสิ่งที่เป็นอยู่ ต้องวางตนเป็นกลาง ไม่วางตนเหนือกว่าผู้อื่น ไม่โอ้อวดตน สามารถเข้ากับ ๒๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๒๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๐ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๑ ทุกคนในสังคมได้ ให้เหมาะสมกับการเป็นผู้นำ ไม่หลงตน มีความเคารพนอบน้อม ให้เกียรติผู้อื่น ย่อมเป็นที่รักแก่ผู้ร่วมงาน ๓๔ ๖) ต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ ดีแก่สังคม โดยการใช้ศีล ๕ มากำกับในการดำเนินชีวิต และนำมาใช้กับครอบครัว ทำให้ครอบครัวมี ความสุข และทำให้สังคมยอมรับ๓๕ ๗) ต้องมีภาวะผู้นำที่ดี มีมิตรไมตรีจิตที่ดี สามารถเข้ากับสังคมได้ทุกๆระดับ บริหารงานอย่างไม่มีอคติ และบริหารงานด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ไม่ลำเอียง๓๖ ๘) ผู้บริหารเป็นผู้ที่ทำงานเพื่อสังคม ทำงานเพื่อคนหมู่มาก ผู้บริหารต้องวางตัวอย่าง เหมาะสมในสังคม เดินทางสายกลาง ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่มีอคติในการทำงาน และสามารถ ปรับตนเองให้เข้ากับสังคมนั้นๆได้เป็นอย่างดี๓๗ ๙) ผู้บริหารต้องเป็นผู้ที่เดินทางสายกลาง ทำงานโดยปราศจากความลำเอียง นำอคติ ๔ มาใช้ในการบริหารงาน ไม่มีความลำเอียงเพราะชอบ ลำเอียงเพราะโกรธ ลำเอียงเพราะหลง ลำเอียงเพราะเกรงกลัวภัยจากผู้มีอำนาจ๓๘ ๑๐) ต้องเป็นผู้ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้เป็นอย่างดี เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง มีความประพฤติที่ดีงาม สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้คนในสังคมได้๓๙ กล่าวโดยสรุป ด้านสังคมผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำที่ดี นอกจากความรู้ความสามารถใน การบริหารงานแล้วะผู้บริหารต้องนำหลักธรรม เข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน เช่น ปาปณิ กธรรม ๓, อคติ ๔ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และถูกต้องตามศีลธรรม โดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ ๔.๓.๒ การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การ บริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน การสัมภาษณ์เกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ซึ่งสรุปบทสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informant) จำนวน ๑๐ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. ด้านวิสัยทัศน์ ๑) ผู้บริหารต้องมองการณ์ไกล มองไปถึงอนาคตข้างหน้า มองทิศทาง และเป้าหมาย ที่ต้องการให้บรรลุตามความมุ่งหมาย มองเห็นตั้งแต่งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายปลายน้ำ ไม่มองเพียงจุด ใดจุดหนึ่ง จึงจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรต่อไปได้๔๐ ๓๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๓๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๐ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๒ ๒) ต้องมองการณ์ไกล มองอย่างมุมกว้าง มองอย่างกว้างไกล และมองเห็นในทุกๆ ด้าน ทั้งทางด้านกฎหมาย การบริหารงาน มองเห็นถึงผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และมองเห็น ถึงความต้องการของประชาชนเป็นหลักสำคัญและต้องเป็นผู้ที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และนำมาความรู้ที่ได้ใหม่นั้น มาพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า๔๑ ๓) ผู้บริหารต้องมองเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจน มองเห็นอนาคตตนเอง อนาคตของ องค์กร อนาคตของสังคมในวันข้างหน้า และยังต้องเป็นผู้ที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆให้ทันโลก ไม่ยึดติดกับ กรอบความคิดแบบเดิมๆ ให้มีความรู้เท่าทันกับยุคสมัย ทันโลก ทันสมัย๔๒ ๔) ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และมีความชัดเจน มองไปข้างหน้า ๑ ปี,๓ปี, ๕ปี ว่ามี ความต้องการให้องค์กร สังคม เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด โดยการมองไปข้างหน้านั้นต้องอาศัย ข้อมูลประกอบการวางแผนงานในอนาคต๔๓ ๕) ผู้บริหารต้องเป็นคนหัวคิดทันสมัย เปิดรับสิ่งใหม่ๆ และปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์ ปรับตัวให้ทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องมีความคิดกว้างไกล มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มองเห็นอนาคตข้างหน้า ครอบคลุมทุกๆมิติ ในการพัฒนาท้องถิ่น๔๔ ๖) ผู้บริหารต้องมองการณ์ไกล มองเห็นอนาคตข้างหน้า และมีความกล้าที่จะ เปลี่ยนแปลงตนเอง องค์กร ไม่ยึดติดกับรอบหรือการปฏิบัติแบบเดิมๆเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ใน การปฏิบัติงานให้มีความรวดเร็ว ทันสมัย และมีผลการปฏิบัติงานที่ดียิ่งขึ้น๔๕ ๗) ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถชี้นำผู้อื่นให้เห็นถึงเป้าหมาย สามารถ สร้างแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ทีมงาน ผู้ร่วมงาน เพื่อให้เกิดความร่วมแรงร่วม ใจในการปฏิบัติงาน และนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้๔๖ ๘) ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มองเห็นภาพที่ชัดเจนในอนาคต และสามารถ จูงใจ สร้างแรงบันดาลใจ และชี้นำผู้อื่นให้เห็นถึงเป้าหมาย ที่จะไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน๔๗ ๙) ผู้บริหารต้องมีจุดมุ่งหมาย หรือเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรที่ชัดเจน ต้องมีข้อมูล พื้นฐานของพื้นที่ ที่มากพอ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนงานต่างๆ ในการพัฒนาในอนาคต๔๘ ๑๐) ต้องมีฐานข้อมูลที่ใช้ประกอบการวางแผน และต้องรู้จักสภาพแวดล้อม ทั้งภายใน และภายนอกองค์กร นโยบายภาครัฐ ภาคประชาสังคม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ด้วยผู้บริหารต้อง มองการณ์ไกล มองเห็นอนาคตข้างหน้า ว่าต้องการให้องค์กร เกิดการพัฒนาไปในทิศทางใด และใช้ วิธีการอย่างไรที่จะไปถึงยังจุดเป้าหมายที่ได้วางไว้๔๙ ๔๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๔๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๓ กล่าวโดยสรุป เป็นคนหัวคิดทันสมัย เปิดรับสิ่งใหม่ ให้ทันกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ ยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆ มองการณ์ไกล มองเห็นภาพในอนาคตที่ชัดเจน โดยใช้ฐานข้อมูลต่างๆมา ประกอบการวางแผน มีความสามารถชี้นำ สร้างแรงบันดาลใจ จูงใจให้ผู้อื่นร่วมให้ร่วมปฏิบัติงานจน เกิดความสำเร็จ ๒. ด้านการบริหารจัดการที่ดี ๑) ต้องใช้คุณธรรมในการบริหารงานบริหารงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สุขแก่ ประชาชน เป็นหลักสำคัญ เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แก้ปัญหาพัฒนาท้องถิ่น ตนเอง๕๐ ๒) ต้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก คำนึงถึงผลประโยชน์สุขของประชาชน เป็นหลักสำคัญ และต้องเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา พัฒนาท้องถิ่นของ ตนเอง๕๑ ๓) ในการบริหารจัดการนั้น ผู้บริหารจะต้องมีความรู้ต้องมีความรู้ เพราะ ความรู้จะ ช่วยให้การทำงานเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และจะต้องมีความจริงใจในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องต้องมีความเสียสละสูง และคำนึงเสมอว่าตนเข้ามาทำ หน้าที่เพื่อทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม คำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง๕๒ ๔) ต้องสามารถในการบริหารคน ให้ทำงานร่วมกับชุมชนได้ ใช้หลักการวิธีการปฏิบัติ ให้ทันกับยุคสมัย เทคโนโลยี มาปรับใช้ในการทำงานการบริหารงาน บริหารงานโดยให้ประชาชนใน ท้องถิ่นมีส่วนร่วม เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ท้องถิ่น๕๓ ๕) ต้องมีความทันสมัย ปรับวิธีการปฏิบัติให้ทันกับยุคสมัย ทันกับเทคโนโลยี ให้มี ความถูกต้อง แม่นยำ มีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก มีการประชุม แก้ไขข้อบกพร่องอยู่ตลอดเวลา ซื่อตรง โปร่งใส สุจริต๕๔ ๖) ต้องปฏิบัติงานด้วยความสุจริต โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และปฏิบัติงานให้ เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และมีความคุ้มค่า กับงบประมาณของภาครัฐ เพราะงบประมาณนั้นมา จากภาษีของประชาชน ที่มีความมุ่งหวังในการพัฒนาประเทศ๕๕ ๗) การบริหารจัดการที่ดีประชาชนทุกคน ต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆจาก ภาครัฐได้โดยง่าย และข้อมูลข่าวสารนั้นต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง บริหารจัดการที่ดีประชาชน ๕๐ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๔ ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ อย่างเท่าเทียมกัน ทุกคนทุกฝ่าย บริหารงานโดยคำนึงถึง ประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ๕๖ ๘) ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เสียสละเพื่อส่วนรวม ต้องตอบสนองความต้องการ ของประชาชน และกลุ่มต่างๆ ในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียมกัน เสมอภาค และเป็นธรรม๕๗ ๙) ต้องปรับปรุงวิธีการทำงาน ให้มีความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ มีการติดตาม ประเมินผลการทำงาน อยู่เป็นระยะๆ เพื่อที่จะนำผลการปฏิบัตินั้นมาปรับปรุงพัฒนาในการทำงานให้ ดียิ่งขึ้น โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงาน ในการพัฒนา และแก้ปัญหาในท้องถิ่น ด้วย๕๘ ๑๐) การบริหารงานจะต้องมีความสุจริต ซื่อตรง มีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบการบริหารงานได้ และประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารงาน ด้วย๕๙ กล่าวโดยสรุป ระบบการบริหารจัดการที่ดี มีวิธีการปฏิบัติงานที่รวดเร็ว ทันกับยุคสมัย บริหารงานโดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงาน และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ มี ความสุจริตโปร่งใส ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานได้ บริหารงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สุข ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ๓. ด้านมนุษย์สัมพันธ์ ๑) ต้องเป็นผู้ที่มีมิตรไมตรีที่ดี ต่อผู้อื่น พูดจาไพเราะอ่อนหวาน วางตนเหมาะสม และ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ เข้ากับผู้คนได้ทุกระดับ๖๐ ๒) ต้องเป็นคนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย มนุษย์สัมพันธ์ที่ดีทั้งในองค์กรและ นอกองค์กร ต้องวางตนเสมอกับประชาชน และคนในองค์กร ทำให้เกิดความชื่อมั่น เชื่อถือในการ ทำงาน๖๑ ๓) ต้องดูอุปนิสัยคนให้ออก คนดีให้ต้องส่งเสริม สามารถบอกคนได้ ใช้คนเป็น กล้า ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อลูกน้องทำผิดต้องกล้าลงโทษ เมื่อทำถูกก็ต้องชมเชย ใช้คนให้เหมาะสม กับงาน และใช้มีวิธีการใช้คนที่เหมาะสม เป็นคนที่สามารถเข้าถึง พบปะพูดคุยได้ง่าย ไม่ถือตัว๖๒ ๔) ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานในองค์กร ผู้บริหารงาน ประชาชน เป็นบุคคลที่ สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีความเสียสละ อุทิศตนเพื่อส่วนรวม และยอมรับความเห็นต่าง และยอมฟัง ความคิดเห็นของบุคคลอื่นด้วย๖๓ ๕๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๕๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๐ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๑ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๒ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๒ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๓ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๓ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๔ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๕ ๕) มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีต่อกัน เป็นคนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เข้ากับคนได้ ทุกระดับทั้งในหน่วยงาน และในหมู่บ้าน๖๔ ๖) ต้องพบปะผู้คนหลากหลายกลุ่ม หลายระดับ ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถ เข้าถึงง่าย เข้าถึงผู้คนทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย๖๕ ๗) เป็นคนที่มีอัธยาศรัยไมตรีที่ดี พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ใจกว้าง ไม่แบ่งพรรคแบ่ง พวก ไม่ใช้อารมณ์ในการทำงาน๖๖ ๘) เป็นคนที่พูดจาไพเราะ สามารถเข้ากับคนทุกคนได้และยอมรับฟังความคิดเห็นของ ผู้อื่น ถ้าเราให้เกียรติผู้อื่น ก็ย่อมจะทำให้เราได้รับความร่วมมือที่ดีกลับมาด้วยเช่นกัน๖๗ ๙) มีความประพฤติที่เหมาะสม วางตัวเหมาะสม เข้ากับทุกเพศทุกวัย ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น และมีความเสียสละ ย่อมเป็นที่รักของผู้ที่ร่วมงานด้วย๖๘ ๑๐) เสียสละตนเพื่อทำงานให้กับส่วนรวม สามารถบูรณาการทำงาน ให้เข้ากับหลาย ฝ่าย ไม่แบ่งแยก ไม่มีอคติ๖๙ กล่าวโดยสรุป ผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีอัทธยาศัยไมตรีที่ดี วางตัวเป็นกลาง เป็นคนที่ใจ กว้าง ไม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ พูดจาไพเราะ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้เกียรติผู้อื่น ประชาชน สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีความเสียสละในการอุทิศตนปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวม สรุปได้ว่า แนวทางการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน พบว่า แนวทางการบูรณาการต้องใช้ EBM โมเดล คือ ๑) E = Executive ผู้บริหารต้องมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน ๒) B = Buddhism การใช้หลักพุทธธรรม คือ ยึดหลักปาปนิกธรรม คือ จักขุมา วิธุโร นิสสยสัมปันโน และ ๓) M = Management การบริหารจัดการต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ ควบคุม กำกับการบริหารงานให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักของศีลธรรมที่ดีงาม ในการบริหารงานท้องถิ่น ดังนั้นผู้บริหารต้องใช้ ทั้ง ๓ หลักมาประกอบกัน โดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้ จึงจะทำให้การบริหารงานในองค์กรนั้นความสำเร็จเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ ถูกต้อง ตามกฎระเบียบ ถูกต้องตามหลักศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนใน ท้องถิ่น ๖๔ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๕ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๕ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๖ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๖ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๗ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๗ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๘ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๘ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๙ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. ๖๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๙๖ ๔.๔ องค์ความรู้ ๔.๔.๑ องค์ความรู้ที่ได้รับจากการวิจัย ผลการวิจัยเรื่อง“การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยได้สรุปเป็นองค์ความรู้จากการ วิจัยดังนี้ แผนภาพที่ ๔.๑ องค์ความรู้ที่ได้รับจากการวิจัย สังเคราะห์โดย: นางสาวสมพร ศรีใจ จากแผนภาพที่ ๔.๑ องค์ความรู้จากการวิจัย “การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะ ผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน” ซึ่งแต่ละด้าน มีข้อค้นพบที่สำคัญ คือ ๑) ด้านทักษะ มีทักษะหลากหลายด้าน เช่น ในการทำงาน หมั่นเพิ่มพูนทักษะใน การทำงานให้มีความเชี่ยวชาญมาก ยิ่งขึ้น มีทักษะในการบริหารจัดการที่ดี จัดการทรัพยากรใน องค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับ ข้อ กฎหมาย มีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ มีทักษะด้านการตัดสินใจ ตัดสินใจได้ อย่างถูกต้อง ทันต่อเหตุการณ์ มีทักษะด้านการพูดเชิงบวก เพื่อสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี และสร้าง ขวัญกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้


๙๗ ๒) ด้านบุคลิกภาพ เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดีทั้งภายในและภายนอก ภายนอกคือ การ แต่งกาย ภายในคือ ความคิด ทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคาราวะ แต่งกายเหมาะสมกับกาละเทศะ และวางตนได้อย่างเหมาะสม ไม่วางตัวเหนือผู้อื่น และประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ๓) ด้านบทบาทหน้าที่ มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน มีการกำหนดเป้าหมายทิศทางใน การทำงานที่ชัดเจน ปฏิบัติหน้าที่และภารกิจของตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ปฏิบัติงานอย่างเต็ม กำลังความสามารถมีคุณธรรมและศีลธรรม กำกับในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการปฏิบัติงาน และปฏิบัติงานโดย ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ๔) ด้านสังคม ผู้บริหารมีภาพลักษณ์ที่ดี วางตนได้อย่างเหมาะสมในสังคม วางตนให้ พอดีเหมาะสมกับสิ่งที่เป็นอยู่ ต้องวางตนเป็นกลาง ไม่วางตนเหนือกว่าผู้อื่น ไม่โอ้อวดตน สามารถ เข้ากับทุกคนในสังคมได้ ให้เหมาะสมกับการเป็นผู้นำ ไม่หลงตน มีความเคารพนอบน้อม ให้เกียรติ ผู้อื่น ย่อมเป็นที่รักแก่ผู้ร่วมงาน ๕) ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) เป็นคนหัวคิดทันสมัย เปิดรับสิ่งใหม่ ให้ทันกับโลกที่มี การเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆ มองการณ์ไกล มองเห็นภาพในอนาคตที่ชัดเจน โดย ใช้ฐานข้อมูลต่างๆมาประกอบการวางแผน มีความสามารถชี้นำ สร้างแรงบันดาลใจ จูงใจให้ผู้อื่น ร่วมให้ร่วมปฏิบัติงานจนเกิดความสำเร็จ ๖) ด้านวิธุโร (การบริหารจัดการ) มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีวิธีการ ปฏิบัติงานที่รวดเร็ว ทันกับยุคสมัย บริหารงานโดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงาน และ มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ มีความสุจริตโปร่งใส ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานได้ บริหารงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง ๗) ด้านนิสนิสยสัมปัณโณ ( มนุษย์สัมพันธ์) เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีอัทธยาศัย ไมตรีที่ดี วางตัวเป็นกลาง เป็นคนที่ใจกว้าง ไม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ พูดจาไพเราะ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ให้เกียรติผู้อื่น ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีความเสียสละในการอุทิศตน ปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวม ๔.๔.๒ องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน เพื่อให้เกิดการเสริมสร้างภาวะผู้นำ ให้ผู้นำเป็นผู้นำที่มี ศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างในการบริหารงาน และ พัฒนาองค์กร นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยนำหลักปาปณิกธรรม ๓ มาเป็นหลักการในการ บริหารงาน ประกอบด้วย จักขุมา (มีวิสัยทัศน์)ด้านวิธุโร (การบริหารจัดการที่ดี) ด้านนิสยสัมปัญโณ (มนุษย์สัมพันธ์) ซึ่งผู้วิจัยสามารถสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้จากการวิจัยได้EBM : MODEL ดังนี้


๙๘ แผนภาพที่ ๔.๒ องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย สังเคราะห์โดย: นางสาวสมพร ศรีใจ จากแผนภาพที่ ๔.๒ องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์งานการวิจัยเรื่อง “การบูรณาการ หลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน”ทำให้ผู้วิจัยได้รับองค์ความรู้จากการสังเคราะห์งานวิจัยดังปรากฏเป็น EBM โมเดลสรุป ได้ดังนี้ ๑) E = Executive ผู้บริหาร คือ ผู้นำที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน เป็นผู้ที่เชื่อมความสัมพันธ์ของหน่วยงานและบุคลากรให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อการทำงานของ องค์กรจะได้มีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จ ๒) B = Buddhism หลักพุทธธรรม คือ หลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนา ๓) M=Management การบริหารจัดการ คือ การประสานงานและการบริหาร หน้าที่ต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง ประกอบไปด้วยการวางแผน การบริหารทรัพยากรบุคคล และการควบคุมองค์กร โดยที่การบริหารจัดการครอบครัวขยายตัวของธุรกิจตั้งแต่การบริหารจัดการ การเงิน การตลาด ทรัพยากรบุคคล กลยุทธ์ การผลิต การปฏิบัติการ และการบริการ โดยการบริหาร จัดการนั้นผู้บริหารจะต้องมีทักษะการบริหารด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กล่าวโดยสรุป “การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การ บริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน” ที่ต้องใช้ คือ EBM โมเดล ได้แก่ ๑) E = Executive ผู้บริหาร ต้องมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน ๒) B = Buddhism หลักพุทธ ธรรม และ ๓) M = Management การบริหารจัดการต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดีเป็น เครื่องมือสำคัญที่ควบคุม กำกับการบริหารงานให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักของ ศีลธรรมที่ดีงามในการบริหารงานท้องถิ่น ดังนั้นผู้บริหารต้องใช้ ทั้ง ๓ หลักมาประกอบกัน โดยขาด


๙๙ อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จึงจะทำให้การบริหารงานในองค์กรนั้นความสำเร็จเรียบร้อย บรรลุตาม วัตถุประสงค์ ถูกต้องตามกฎระเบียบ ถูกต้องตามหลักศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ก่อให้เกิด ประโยชน์สุขกับประชาชนในท้องถิ่น


บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง “การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การ บริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน” มีวัตถุประสงค์คือ ๑) เพื่อศึกษาระดับภาวะ ผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ๒) เพื่อ เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน และ ๓) เพื่อเสนอแนวทางการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อ ส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเก็บรวมรวมข้อมูลจาก กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๓๓๖ คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test และ F-test เมื่อพบค่าที่แตกต่างกันจึงหาค่า LSD และการวิจัยเชิง คุณภาพ โดยใช้แบบสัมภาษณ์เก็บข้อมูลกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๑๐ รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนานำเสนอตามวัตถุประสงค์การวิจัย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๑.๑ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นหญิง จำนวน ๑๖๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๓๐มีอายุ ระหว่าง ๔๑ - ๕๐ ปีจำนวน ๑๐๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๑๐มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน ๑๐๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๔๐ มีรายได้ต่อเดือน อยู่ระหว่าง ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๕๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๙๐และส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร จำนวน ๒๐๓ คน คิดเป็นร้อย ละ ๖๐.๔๐ ๕.๑.๒ ระดับภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้าน หลวง จังหวัดน่าน ระดับภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำของของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับปานกลาง ( = ๓.๒๓) เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ๑. ด้านทักษะ (Conceptual skill) โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = ๓.๐๖) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ คณะผู้บริหารมีทักษะการบริหารจัดการที่ดี ภายใต้พันธกิจและวิสัยทัศน์( = ๓.๕๓) รองลงมา คือ คณะผู้บริหารมีทักษะการตัดสินใจที่รวดเร็ว รอบคอบ ( = ๓.๑๐) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ คณะผู้บริหารมีทักษะการติดตามประเมินผล การปฏิบัติที่ดี( = ๒.๖๖) ตามลำดับ


๑๐๑ ๒. ด้านบุคลิกภาพ (Personality) โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = ๓.๓๔) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ คณะผู้บริหารมีความยืดหยุ่น แก้ไข สถานการณ์อย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ( = ๓.๕๑) รองลงมา คือ ผู้บริหารมีจิต วิญญาณผู้บริหารท้องถิ่นที่ดี ( = ๓.๔๐) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ คณะผู้บริหารมีเหตุผล รับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่น ( = ๓.๐๕) ๓. ด้านสังคม (Social Characteristics) โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = ๓.๔๙) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ คณะผู้บริหารมีการทำงานเชื่อม เครือข่ายท้องถิ่น ท้องที่ และภาคประชาชน ( = ๓.๗๙) รองลงมา คือ มีคณะผู้บริหารมีความ รับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ส่วนรวม ( = ๓.๖๙) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ คณะผู้บริหารมี กระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะท้องถิ่น ( = ๓.๐๐) ๔. ด้านบทบาทหน้าที่ (Roles) โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = ๓.๐๖) เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ คณะผู้บริหารสร้างบรรยากาศองค์กรแห่งการ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ( = ๓.๔๕) รองลงมา คือ คณะผู้บริหารสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งข้อมูล สารสนเทศเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น ( = ๓.๐๔) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ คณะผู้บริหารดึงศักยภาพในการสร้างทีมออกมาใช้สร้างนวัตกรรมเพื่อการบริการประชาชน ( = ๒.๘๖) ๕.๑.๓ การเปรียบเทียบภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๑. เพศ พบว่า ประชาชนที่เพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน แตกต่างกัน (Sig. = ๐.030) ดังนั้นจึง ปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อ ภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ในด้าน ทักษะ แตกต่างกัน (Sig. = ๐.๐๐๐) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่ แตกต่างกัน ทุกด้าน ๒. อายุ พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ ไม่แตกต่างกัน (Sig. = ๐.๔๑) ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ไม่แตกต่างกันทุกด้าน ๓. การศึกษา พบว่า ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของ คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ ไม่แตกต่างกัน (Sig. = ๐.๓๒) ดังนั้นจึงปฏิเสธ สมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อ ภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ด้านทักษะ (Skills) แตกต่างกัน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนด้านบุคลิกภาพ (Personality) ด้านสังคม (Social Characteristics)และด้านบทบาทหน้าที่ (Roles) ไม่แตกต่างกัน ๔. อาชีพ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ ไม่แตกต่างกัน (Sig. = ๐.๑๐) ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานการ


๑๐๒ วิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ด้านบุคลิกภาพ (Personality) แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนด้านทักษะ (Skills) ด้านสังคม (Social Characteristics)และด้านบทบาท หน้าที่ (Roles) ไม่แตกต่างกัน ๕. รายได้ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้แตกต่างกัน (Sig. = ๐.๐๐) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ ๐.๐๑ ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ประชาชนที่มีรายได้ ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ด้านทักษะ (Skills) แตกต่างกัน ด้านบุคลิกภาพ (Personality) ด้านบทบาทหน้าที่ (Roles) อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และ ด้านสังคม (Social Characteristics) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนด้านทักษะ (Skills) ไม่แตกต่างกัน ๕.๑.๔ นำเสนอแนวทางการบูรณาการตามหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของ คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน แนวทางการบูรณาต้องยึดหลักปาปนิกธรรม คือ จักขุมา วิธุโร นิสสยสัมปันโน และยึด หลักตัวแบบผู้นำ ๔ ด้าน คือ ด้านทักษะ ด้านบุคลิกภาพ ด้านสังคม และด้านบทบาทหน้าที่ ซึ่ง สามารถอธิบายได้ดังนี้ ๔.๑ ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) คือ ต้องเป็นคนหัวคิดทันสมัย เปิดรับสิ่งใหม่ ให้ทันกับ โลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆ มองการณ์ไกล มองเห็นภาพในอนาคตที่ชัดเจน โดยใช้ฐานข้อมูลต่างๆมาประกอบการวางแผน มีความสามารถชี้นำ สร้างแรงบันดาลใจ จูงใจให้ผู้อื่น ร่วมให้ร่วมปฏิบัติงานจนเกิดความสำเร็จ ๔.๒ ด้านวิธุโร (การบริหารจัดการ) คือ ต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีวิธีการ ปฏิบัติงานที่รวดเร็ว ทันกับยุคสมัย บริหารงานโดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงาน และ มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ มีความสุจริตโปร่งใส ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานได้ บริหารงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง ๔.๓ ด้านนิสยสัมปัณโณ (มนุษย์สัมพันธ์) คือ ต้องเป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีอัธยาศัย ไมตรีที่ดี วางตัวเป็นกลาง เป็นคนที่ใจกว้าง ไม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ พูดจาไพเราะ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ให้เกียรติผู้อื่น ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีความเสียสละในการอุทิศตน ปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวม ๔.๔ ด้านทักษะ คือ ต้องมีทักษะหลากหลายด้าน เช่น ในการทำงาน หมั่นเพิ่มพูน ทักษะในการทำงานให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น มีทักษะในการบริหารจัดการที่ดี จัดการทรัพยากร ในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับ ข้อ กฎหมาย มีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ มีทักษะด้านการตัดสินใจ ตัดสินใจได้อย่าง ถูกต้อง ทันต่อเหตุการณ์ มีทักษะด้านการพูดเชิงบวก เพื่อสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี และสร้างขวัญ กำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ๔.๕ ด้านบุคลิกภาพ คือ ต้องเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดีทั้งภายในและภายนอก ภายนอก คือ การแต่งกาย ภายในคือ ความคิด ทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น มีความอ่อนน้อม


๑๐๓ ถ่อมตน มีสัมมาคาราวะ แต่งกายเหมาะสมกับกาลเทศะ และวางตนได้อย่างเหมาะสม ไม่วางตัวเหนือ ผู้อื่น และประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ๔.๖ ด้านบทบาทหน้าที่ คือ ต้องมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน มีการกำหนดเป้าหมาย ทิศทางในการทำงานที่ชัดเจน ปฏิบัติหน้าที่ และภารกิจของตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ปฏิบัติงาน อย่างเต็มกำลังความสามารถมีคุณธรรมและศีลธรรม กำกับในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานได้ถูกต้องตาม กฎ ระเบียบ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการปฏิบัติงาน และปฏิบัติงาน โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ๔.๗ ด้านสังคม คือ ผู้บริหารมีภาพลักษณ์ที่ดี วางตนได้อย่างเหมาะสมในสังคม วางตน ให้พอดีเหมาะสมกับสิ่งที่เป็นอยู่ ต้องวางตนเป็นกลาง ไม่วางตนเหนือกว่าผู้อื่น ไม่โอ้อวดตน สามารถ เข้ากับทุกคนในสังคมได้ ให้เหมาะสมกับการเป็นผู้นำ ไม่หลงตน มีความเคารพนอบน้อม ให้เกียรติ ผู้อื่น ย่อมเป็นที่รักแก่ผู้ร่วมงาน สรุปได่ว่า แนวทางการบูรณาการต้องใช้ EBM โมเดล คือ ๑) E = Executive ผู้บริหารต้องมี ความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน ๒) B = Buddhism การใช้หลักพุทธธรรม คือ ยึดหลักปาปนิก ธรรม คือ จักขุมา วิธุโร นิสสยสัมปันโน และ ๓) M = Management การบริหารจัดการต้องมีการ บริหารจัดการองค์กรที่ดีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ควบคุม กำกับการบริหารงานให้เป็นไปตามทิศทางที่ ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักของศีลธรรมที่ดีงามในการบริหารงานท้องถิ่น ดังนั้นผู้บริหารต้องใช้ ทั้ง ๓ หลักมาประกอบกัน โดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จึงจะทำให้การบริหารงานในองค์กรนั้น ความสำเร็จเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ ถูกต้องตามกฎระเบียบ ถูกต้องตามหลักศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนในท้องถิ่น ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย จากการสรุปผลการวิจัยเรื่อง “การบูรณาการหลักธรรม เพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยขอนำผลการวิจัยที่ น่าสนใจมาอภิปรายผลการวิจัยดังนี้ ๑. ระดับภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำของของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านสังคม (Social Characteristics) รองลงมา คือ ด้านบุคลิกภาพ (Personality) ด้านทักษะ (Conceptual skill) และ ด้านบทบาทหน้าที่ (Roles) ตามลำดับ ทั้งนี้เป็นเพราะว่า คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลมี มี วิสัยทัศน์นำการเปลี่ยนแปลง มีทักษะการถ่ายทอดความคิดสู่การปฏิบัติ เป็นผู้นำมีความยืดหยุ่นใน การแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างสร้างสรรค์มีความกระตือรือร้นในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมมีการ สื่อสารต่อสังคมอย่างดี มีการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ มีการดึงศักยภาพในทีมงานออกมา สร้างนวัตกรรมในการทำงานอย่างต่อเนื่องซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พระทรงพล กิตฺติโก (สัน ประภา) ได้วิจัยเรื่อง “การบริหารงานเพื่อพัฒนาสังคมขององค์บริหารส่วนตำบลทรายขาว อำเภอหัว ไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผลการวิจัยพบว่า ระดับการบริหารงานเพื่อพัฒนาสังคมขององค์การ


๑๐๔ บริหารส่วนตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของ สิทธิ์ธนัชท์ วารุณสหรัชภณ๑ ได้วิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อ การบริหารงานปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลตลาดจินดา อำเภอสามพราน จังหวัด นครปฐม” ผลการวิจัยพบว่า ระดับการส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานปกครองส่วน ท้องถิ่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ๓. การเปรียบเทียบภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอ บ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ การศึกษา และอาชีพ ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านพี้ ไม่แตกต่างกัน ส่วนประชาชนที่มีรายได้ ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้แตกต่างกัน ทั้งนี้เป็นเพราะว่า การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญเพราะผู้ที่มี การศึกษาทำให้สามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะการปฏิบัติตนของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลว่ามีภาวะผู้นำหรือไม่อย่างไรซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พระปัญญา โชติธมโม (แก้วหาวงค์)๒ ได้วิจัยเรื่อง “ภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่า มะกา จังหวัดกาญจนบุรี” ผลการวิจัยพบว่า ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อ ภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัด กาญจนบุรี จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลพบว่า พนักงานที่มีการศึกษาและเงินเดือนต่างกัน มีความ คิดเห็นต่อภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วน พนักงานที่มีเพศ อายุ ตำแหน่งต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหาร เทศบาลไม่แตกต่างกันปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย และสอดคล้องกับงานวิจัยของ Phra Chamroeun Uttatechou (Nuon)๓ ได้วิจัยเรื่อง “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อการบริหารงานขององค์การ บริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา” ผลการศึกษาพบว่า ผลการเปรียบเทียบ ความคิดเห็นของประชาชนต่อการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อ การบริหารงานขององค์การบริหาร ส่วนตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยจำแนก ตามสถานภาพส่วนบุคคล พบว่า ประชาชนที่มีเพศ สถานภาพ อายุ และระดับการศึกษา ต่างกัน มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน จึง ปฏิเสธสมมติฐาน ส่วนประชาชนที่มีรายได้แตกต่างกัน มีความคิดเห็น แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐาน ๑ สิทธิ์ธนัชท์ วารุณสหรัชภณ, “การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลตลาดจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม”, วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง, (คณะรัฐศาสตร์: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๕๙). ๒ พระปญญา โชติธมฺโม (แกวหาวงค), “ภาวะผูนําตามหลักปาปณิกธรรมของผูบริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแทน อําเภอทามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). ๓ Phra Chamroeun Uttatechou Nuon, “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อการบริหารงานของ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๐๕ ๓. นำเสนอแนวทางการบูรณาการตามหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ผลการวิจัยพบว่า แนวทาง การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน พบว่า แนวทางการบูรณาการต้องใช้EBM โมเดล คือ ๑) E = Executive ผู้บริหารต้องมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน ๒) B = Buddhism การใช้หลักพุทธ ธรรม คือ ยึดหลักปาปนิกธรรม คือ จักขุมา วิธุโร นิสสยสัมปันโน และ ๓) M = Management การ บริหารจัดการต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ควบคุม กำกับการบริหารงาน ให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักของศีลธรรมที่ดีงามในการบริหารงานท้องถิ่น ดังนั้นผู้บริหารต้องใช้ ทั้ง ๓ หลักมาประกอบกัน โดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จึงจะทำให้การ บริหารงานในองค์กรนั้นความสำเร็จเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ ถูกต้องตามกฎระเบียบ ถูกต้อง ตามหลักศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระปัญญา โชติธมโม (แก้วหาวงค์)๔ ได้วิจัยเรื่อง “ภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของ ผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี” ผลการวิจัยพบว่า แนว ทางการเสริมสร้างภาวะผู้นำตามหลักปาปนิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอ ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) ผู้บริหารควรเข้าใจทิศทางของแผนและทิศทาง ขององค์กรเพื่อสื่อสารต่อไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาโดยทำความเข้าใจหลักการบริหาร ด้านวิธูโร (ความสามารถด้านการบริหาร) ผู้บริหารควรปรับเปลี่ยนทัศนคติ ของผู้บริหารให้เป็นบุคคลที่มีมนุษย สัมพันธ์ที่ดีก็จะเป็นบุคคลที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย มีจิตสาธารณะ เป็นที่รักของผู้อื่นใครเห็นใครก็ อยากอยู่ใกล้ ควรเอาใจใส่บุคลากรสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความผูกพันให้กับทุกคนในองค์กร และ สอดคล้องกับงานวิจัยของ สุรกิจ สุวรรณแกม๕ ได้วิจัยเรื่อง “ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการ พัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีดังต่อไปนี้ ผู้บริหารควร พัฒนาทักษะการจัดการตนเองให้เป็นนักบริหารมืออาชีพ ด้วยการใฝ่เรียนรู้ การอบรมเพิ่มเติมความรู้ อย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารควรสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานทุกคนสามารถแสดงออกถึงความ กระตือรือร้นที่จะพัฒนาองค์กรท้องถิ่นให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ และ ผู้บริหารควรปฏิบัติตามหลักพรหมวิหารธรรม ๔ พระปญญา โชติธมฺโม (แกวหาวงค), “ภาวะผูนําตามหลักปาปณิกธรรมของผูบริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแทน อําเภอทามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). ๕ สุรกิจ สุวรรณแกม, “ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๐๖ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การบูรณาการหลักธรรม เพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยขอเสนอประเด็นที่ควร กำหนดเป็นนโยบายเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ดังต่อไปนี้ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๑. ผู้บริหารควรให้ความสำคัญ โดยมอบนโยบายการบูรณาการหลักธรรม เพื่อ ส่งเสริมภาวะผู้นำ เป็นแนวทางที่นำมาใช้ในการบริหารงาน ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการ บริหารงานขององค์กรให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ๒. ผู้บริหารควรจัดให้มีโครงการอบรม เพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ แก่ผู้บริหาร พนักงานและบุคลากรในองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรในองค์กร ๓. ผู้บริหารสามารถนำผลการวิจัยนี้ไปศึกษา และปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ภายในองค์กรด้านการพัฒนาส่งเสริมภาวะผู้นำ กับผู้บริหาร พนักงานทุกคนในองค์กร ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ๑. ผู้บริหารควรปรับปรุงพัฒนาตนเอง ให้มีความรู้ มีความสามารถมีทักษะที่ หลากหลายในการปฏิบัติงาน พัฒนาตนเองให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น มี บุคลิกภาพที่ดีทั้งภายในและภายนอก เป็นบุคคลที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ๒. ผู้บริหารควรใช้หลักคุณธรรม และจริยธรรม เข้ามาปรับและประยุกต์ใช้ในการ บริหารงานทำงาน เพื่อเป็นเครื่องชี้นำ ให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความถูกต้อง ถูกต้องตาม กฎระเบียบ และถูกต้องตามหลักของศีลธรรมในการบริหารงาน ๓. ผู้บริหารควรจัดอบรมในด้านการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มา ประยุกต์ใช้ประโชย์กับการทำงานในองค์กรให้กับผู้บริหาร และพนักงานในองค์กร ๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป ๑. ควรทำการศึกษาเพิ่มในกลุ่มประชากร ที่มีขนาดใหญ่ และมีขอบเขตกว้างมาก ขึ้น เช่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประชาชนทั่วไป ๒. ควรทำวิจัยในเชิงคุณภาพ เกี่ยวกับการนำหลักปาปณิกธรรม ๓ มาประยุกต์ใช้ ในการบริหารงานระดับอำเภอ ระดับจังหวัด เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่นำมาใช้ในการบริหารงานกับ องค์กรอื่น ๆ อีกด้วย ๓. ควรนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้กับองค์กรอื่นๆ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหาร จัดการองค์กร


บรรณานุกรม ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย. ฉบับมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. ข. ข้อมูลทุติยภูมิ (๑) หนังสือ : โกวิทย์ พวงงาม. การปกครองท้องถิ่นว่าด้วยทฤษฎีแนวคิดและหลักการ. กรุงเทพมหานคร: เอ็กซเปอร์เน็ท, ๒๕๕๐. ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี. ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารองค์การ : แนวคิด ทฤษฎีและกรณีศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ปัญญาชน, ๒๕๖๐. ณัฐนรี ศรีทอง. การเพิ่มศักยภาพความเป็นผู้นำในงานพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๒. ติน ปรัชญพฤทธิ์. ศัพท์รัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๓๕. ธงชัย สันติวงษ์. องค์การและการบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ ๑๑. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๔๓. เนตร์พัณณา ยาวิราช. การจัดการสมัยใหม่. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพมหานคร: บริษัททริป เพิ้ล กรุ๊ป จำกัด, ๒๕๕๖. บุญทัน ดอกไธสง. การจัดองค์การ. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๓๗. บุษยา วีรกุล. ภาวะผู้นำ. กรุงเทพมหานคร: องค์การทหารผ่านศึก, ๒๕๕๘. ปธาน สุวรรณมงคล. การเมืองการปกครองส่วนท้องถิ่น. นนทบุรี: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๕๕. ประกอบ กรรณสูตร. สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพมหานคร: ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๔๒. พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมมฺจิตฺโต). พุทธวิธีในการบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๙. . พุทธวิธีบริหาร. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒. พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: สหธรรมมิก, ๒๕๕๔. พิทยา บวรวัฒนา. การบริหารเชิงบูรณาการ. นนทบุรี: สำนักงานข้าราชการพลเรือน, ๒๕๔๖. ไพบูลย์ ช่างเรียน. วัฒนธรรมการบริหาร. กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๓๒.


๑๐๘ มัทนา วังถนอมศักดิ์. ภาวะผู้นำทางการศึกษา: ทฤษฎีและการปฏิบัติ. นครปฐม: เพชรเกษมพริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด, ๒๕๖๑. มัลลิกา ต้นสอน. การจัดการยุคใหม่. กรุงเทพมหานคร : เอ๊กซเปอร์เน็ท จำกัด, ๒๕๔๔. รัตติกรณ์ จงวิศาล. ภาวะผู้นำ ทฤษฏี และแนวทางสู่การพัฒนา. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๙. วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. การบริหารเมืองหลวงและการบริหารท้องถิ่น สหรัฐเอมริกา อังกฤษฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และไทย. กรุงเทพมหานคร: โฟร์เพช, ๒๕๔๕. วิโรจน์ สารรัตนะ. แนวคิด ทฤษฎี และประเด็นเพื่อการบริหารการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพมหานคร: ทิพยวิสุทธิ์, ๒๕๕๕. ศิริ ถีอาสนา. เทคนิคการจัดคุณภาพแนวใหม่ แนวคิด หลักการสู่การบริหารจัดการคุณภาพ การศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๒ มหาสารคาม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, ๒๕๕๗. ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. ทฤษฎีองค์การ. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสาร, ๒๕๔๕. สมนึก ภัททิยธนิ. การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์, ๒๕๔๙. สมพงศ์ เกษมสิน. การบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช. ๒๕๒๓. สิน พันธุ์พินิจ. เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: บริษัทจูนพับลิชชิ่ง จำกัด, ๒๕๔๗. สุธี สุทธิสมบูรณ์. หลักการบริหารเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สวัสดิการสำนักพิมพ์ก.พ., ๒๕๓๖. สุนทร โคตรบรรเทา. ภาวะผู้นำในองค์การสถานศึกษา ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร: ปัญญาชน, ๒๕๖๐. สุรพล สุยะพรหม และคณะ. ทฤษฎีองค์การและการจัดการเชิงพุทธ. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕. . พื้นฐานทางการจัดการ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕. องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้. แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๕. น่าน: องค์การบริหาร ส่วนตำบลบ้านพี้, ๒๕๖๕. อภินันท์ จันตะนี. ระเบียบวิธีวิจัยทางการจัดการชั้นสูง. คณะสังคมศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. อุทัย หิรัญโต. การปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๖๓. (๒) ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์สารนิพนธ์ กัญญานัฐ หนูรักษ์. “พฤติกรรมภาวะผู้นำและการใช้อำนาจในการบริหารงานของหัวหน้าสถานี ตำรวจภูธรในจังหวัดสงขลา”. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชา การจัดการธุรกิจ. บัณทิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยทักษิณ, ๒๕๕๖.


๑๐๙ เจริญ สุระประเสริฐ. “ภาวะผู้นำของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดพิจิตร”. วิทยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, ๒๕๕๙. ซอฟี ราเซะ. “ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนตามทัศนะของครูผู้สอนในอำเภอทุ่งยางแดง สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานีเขต ๓”. วิทยานิพนธ์หลักสูตร ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. บัณทิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราช ภัฏยะลา, ๒๕๖๐. เดือนพันธ์ แก้วภูบาล. “ภาวะผูนําของผูบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ โรงเรียนพระปริยัติ ธรรมแผนกสามัญศึกษา สังกัดสํานักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดอุดรธานี”. วิทยานิพนธ ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. นัยนา ตรงบรรทัด. “การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการมีส่วน ร่วมของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์”. วิทยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาประชาคมเมืองและ ชนบท. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ๒๕๕๗. พระกฤษฎา สุทฺธิโก สารนอก. “ภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรมของพระราชวชิรเมธี”. วิทยานิพนธ์ พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. พระทรงพล กิตฺติโก สันประภา. “การบริหารงานเพื่อพัฒนาสังคมขององค์บริหารส่วนตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐. พระปญญา โชติธมฺโม แกวหาวงค. “ภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผูบริหารเทศบาลเมือง ทาเรือพระแทน อำเภอทามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. พระสมุห์สมประสงค์ ปริชาโน ตุ้มทอง. “สัมฤทธิผลการจัดการสวัสดิการผู้สูงอายุขององค์การบริหาร ส่วนตำบลหลุมข้าว อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา”. วิทยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ๒๕๖๑. พระสุรศักดิ์ มหาปุญฺโญ. “การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลขนาด กลางในเขตพื้นที่ตำบลตะเคียนเลื่อน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ๒๕๕๖.


๑๑๐ ภัคควลัณชญ์ สาระลัย. “การบริหารและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยเพื่อเตรียมความพร้อม สู่ประชาคมอาเซียน โรงเรียนเทศบาลบูรพาทิศพิทยาคาร สังกัดเทศบาลเมือง มหาสารคาม”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, ๒๕๕๘. สมหมาย เจริญภูมิ. “ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษากับการ ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบุรีเขต ๒”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหาร การศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ๒๕๕๕. สิทธิ์ธนัชท์ วารุณสหรัชภณ. “การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลตลาดจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง. คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๕๙. สุขฤทัย จันทร์ทรงกลด. “ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดจันทบุรี สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๗”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๘. สุบรรลุ เหตุผล. “ภาวะผูนําตามหลักพรหมวิหาร ๔ ของผูบริหารสถานศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดสํานักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดมหาสารคาม”. วิทยานิพนธ์ พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. สุรกิจ สุวรรณแกม. “ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. สุวิมล สังวร. “การบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสิงห์บุรี”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. อรอนงค์ โรจน์วัฒนบูลย์. “การพัฒนาตัวแบบผู้นำเชิงนวัตกรรม”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ๒๕๕๓. Phra Chamroeun Uttatechou Nuon. “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อการบริหารงานของ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา”. วิทยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ๒๕๖๑.


๑๑๑ ๒. ภาษาอังกฤษ (I) Books: Bass. Bernard M & Avolio. Bruce J. Improving Organization Effectiveness Trough Transformational Leadership. Thousand Oaks: Sage, 1994. Daft. R. L. Organization theory and design. USA: South-Western College Publishing. Thompson Learning, 2000. Gulick. L. & Lydall. U.. Paper on the Sciences of Adminstration. New York: Institute of Public Administration, 1973. Henri Fayol. General and Industrial Management. London: Sir Isaac Pitman andSons, 1916. Herbert A. Simon. Administrative Behvior. New York: Macmillian, 1947. Max Weber. from Max : Essays in Sociology. Trans. By Hans Gert C.W. Wright Mill. New York : Oxford University, 1974. Mouton. J. The Managerial Grid : The Key to Leadership Excellence. Houston: Gulf Publishing, 1964. Yamane. T. Statistics : An Introductory Analysis. 3 rd ed. New York: Harper and Row, 1973.


๑๑๒ ภาคผนวก


๑๑๓ ภาคผนวก ก เครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ


๑๑๔ แบบสอบถามเพื่อการวิจัย การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน BUDDHADHAMMA INTERRATION FOR PROMOTING EXECUTIVE LEADERSHIP OF BANPEE SUBSDISTRIC ADMINISTRATIVE ORGANIZATION , BANLUANG DISTRICT, NAN PROVINCE ----------------------------------- คำชี้แจง แบบสอบถามนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการศึกษาวิจัย เรื่อง"การบูรณาการหลักธรรมเพื่อ ส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน" ตามหลักสูตรรัฐประศาสนศาตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แบบสอบถามฉบับนี้ มี 3 ตอน คือ ตอนที่ ๑ แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ ๒ แบบสอบถามเกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ตอนที่ 4แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอแนะการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ ของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน แบบสอบถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของสารนิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญารัฐประศาสนศาตรมหา บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามนี้จะนำไปใช้เพื่อ การศึกษาในเชิงวิชาการเท่านั้น จะไม่เกิดผลเสียหายหรือผลกระทบต่อท่านผู้ตอบแบบสอบถามแต่ ประการใด จึงขอความอนุเคราะห์จากทุกท่านได้ให้คำตอบตามข้อเท็จจริง ตรงความเป็นจริงมากที่สุด และขอขอบคุณผู้ตอบแบบสอบถามทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ นางสาวสมพร ศรีใจ นิสิตหลักสูตรรัฐประศาสนศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ


๑๑๕ ตอนที่ ๑ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ⁄ลงใน ตามสถานภาพความเป็นจริงของท่าน 1. เพศ ชาย หญิง ๒. อายุ 18 - 30 ปี ๓1 - ๔๐ ปี ๔๑ - ๕๐ ปี ๕๑ - 60 ปี 60 ปี ขึ้นไป ๓. วุฒิการศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอนุปริญญา (ปวช.ปวส.) ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก 4. อาชีพ นักเรียน,นักศึกษา ค้าขาย เกษตรกร พนักงานเอกชน ข้าราชการ พ่อบ้าน, แม่บ้าน อื่นๆ (โปรดระบุ)........................................ 5. รายได้ต่อเดือน ไม่มีรายได้ ต่ำกว่า 5,000 บาท ๕,๐๐๑-10,๐๐๐ บาท 10,001-20,000 บาท 20,001-30,000 บาท 30,001 บาทขึ้นไป


๑๑๖ ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน คำชี้แจง จากคำถามในแต่ละข้อ โปรดพิจารณาว่าข้อคำถามตรงตามวัตถุประสงค์การวิจัยในระดับใด โดยใส่เครื่องหมาย⁄ลงในช่องระดับการพิจารณาของท่าน ดังนี้ ข้อ ที่ การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ ของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (๕) มาก (๔) ปาน กลาง (๓) น้อย (๒) น้อย ที่สุด (๑) ๑. ด้านจักขุมา : มีวิสัยทัศน์ ๑ คณ ะผู้บริหารมีวิสัยทัศน์มองการณ์ ไกล มี เป้าหมาย ๒ คณะผู้บริหารมีความรู้ความสามารถในการบริหาร จัดการ ๓ คณะผู้บริหารกำหนดทิศทางการดำเนินงานของ องค์กร โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ๔ คณะผู้บริหารมีกระบวนการกำกับ ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็น ระบบ ๒. ด้านวิธุโร : มีการบริหารจัดการที่ดี ๕ คณะผู้บริหารมีแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ ๖ คณะผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดีในการบริหารเวลา ให้เกิดประโยชน์กับองค์กร ๗ คณะผู้บริหารเป็นผู้ที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทัน ต่อเหตุการณ์และเวลา ๘ คณะผู้บริหารมีความรับผิดชอบต่อภารกิจที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ๓. ด้านนิสยสัมปันโน : มีมนุษยสัมพันธ์ ๙ คณะผู้บริหารเป็นกัลยาณมิตรกับผู้ร่วมงานและ ประชาชน ๑๐ คณะผู้บริหารมีทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีใน การติดต่อประสานงาน ๑๑ คณะผู้บริหารรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากทุกภาคส่วน


๑๑๗ ข้อ ที่ การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ ของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (๕) มาก (๔) ปาน กลาง (๓) น้อย (๒) น้อย ที่สุด (๑) ๑๒ คณะผู้บริหารมีการส่งเสริมกิจกรรมสร้างมนุษย สัมพันธ์ในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน คำชี้แจง จากคำถามในแต่ละข้อ โปรดพิจารณาว่าข้อคำถามตรงตามวัตถุประสงค์การวิจัยในระดับใด โดยใส่เครื่องหมาย⁄ลงในช่องระดับการพิจารณาของท่าน ดังนี้ ข้อ ที่ ภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (๕) มาก (๔) ปาน กลาง (๓) น้อย (๒) น้อย ที่สุด (๑) ๑. ด้านทักษะ (skills) ๑ คณะผู้บริหารมีทักษะการบริหารจัดการที่ดีภายใต้ พันธกิจและวิสัยทัศน์ ๒ คณะผู้บริหารมีทักษะการตัดสินใจที่รวดเร็ว รอบคอบ ๓ คณะผู้บริหารมีทักษะการถ่ายทอดความรู้สู่การ ปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ๔ คณะผู้บริหารมีทักษะการติดตามประเมินผลการ ปฏิบัติที่ดี ๒. ด้านบุคลิกภาพ(Personality) ๕ คณะผู้บริหารมีความยืดหยุ่น แก้ไขสถานการณ์ อย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบของกฎหมาย ๖ คณะผู้บริหารมีใจกว้าง เป็นแบบอย่างที่ดี ๗ คณะผู้บริหารมีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ๘ คณะผู้บริหารมีจิตวิญญาณผู้บริหารท้องถิ่นที่ดี ๓. ด้านทางสังคม(Social Characteristics) 9 คณะผู้บริหารมีการทำงานเชื่อมเครือข่ายท้องถิ่น ท้องที่ และภาคประชาชน 10 คณะผู้บริหารมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ส่วนรวม 11 คณ ะผู้บริหารยึดหลักธรรมาภิบาลในการ


๑๑๘ ข้อ ที่ ภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (๕) มาก (๔) ปาน กลาง (๓) น้อย (๒) น้อย ที่สุด (๑) บริหารงาน กับทุกภาคส่วน 12 คณะผู้บริหารมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะท้องถิ่น ๔. ด้านบทบาทหน้าที่ (Roles) 13 คณะผู้บริหารสร้างบรรยากาศองค์กรแห่งการ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 14 คณะผู้บริหารมีการจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจ ให้ทีมงาน 15 คณะผู้บริหารดึงศักยภาพในทีมออกมาใช้สร้าง นวัตกรรมเพื่อการบริการประชาชน 16 คณะผู้บริหารสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งข้อมูล สารสนเทศเพื่อพั ฒ นาการปฏิบัติงานให้มี ประสิทธิภาพขึ้น


๑๑๙ แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย การบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ---------------------------------------------------------- ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ชื่อ นามสกุล .......................................................................................................................................... อายุ ...................ปี วุฒิการศึกษา ..................................... อาชีพ ......................................................... ตำแหน่ง ................................................................................................................................................. หน่วยงานที่สังกัด ................................................................................................................................... สถานที่สัมภาษณ์ ................................................................................................................................... วัน/เดือน/ปี ที่ให้สัมภาษณ์ ................................................................... เวลา ...................................... ตอนที่ ๒ ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ๑. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยใช้หลักพุทธธรรม ด้าน จักขุมา (วิสัยทัศน์) อย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................


๑๒๐ ๒. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยใช้หลักพุทธธรรม ด้าน วิธุโร (การบริหารจัดการ) อย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการหลักธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยใช้หลักพุทธธรรม ด้าน นิสยสัมปันโน (มนุษย์สัมพันธ์) อย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๔. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ด้านทักษะอย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๕. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ด้านบุคลิกภาพอย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................


๑๒๑ ๖. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ด้านทางสังคมอย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๗. ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมภาวะผู้นำของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ด้านบทบาทหน้าที่อย่างไร .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอขอบคุณในความอนุเคราะห์ให้สัมภาษณ์ นางสาวสมพร ศรีใจ นิสิตหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ


๑๒๒ ภาคผนวก ข หนังสือขอความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย


๑๒๓


๑๒๔


๑๒๕


๑๒๖


๑๒๗


๑๒๘ ภาคผนวก ค ผลการวิเคราะห์การหาค่า IOC


๑๒๙


๑๓๐


๑๓๑ ภาคผนวก ง หนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูล เพื่อตรวจสอบค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Try Out)


๑๓๒ ภาคผนวก จ ผลการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Reliability)


๑๓๓


๑๓๔


Click to View FlipBook Version