๓๖ ๔) พระมหาสุนันท์ สุนนโทและคณะ ได้เสนอบทความการวิจัยเรื่อง “พุทธบูรณาการเพื่อ การบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัดในพระพุทธศาสนา” โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีคือ งานวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม สําหรับงานวิจัยเชิงปริมาณด้วย การวิจัยเชิงสํารวจ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง สถิติที่ ใช้ในการวิจัยได้แก่ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า (๑) ระดับปฏิบัติการในการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัดในพระพุทธศาสนาของ พระสังฆาธิการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (๒) กระบวนการจัดการศาสนสมบัติของวัดเป็นตัวหลักของงานคณะสงฆ์ ผู้ปฎิบัติ โดยตรงคือเจ้าอาวาส (๓) พุทธบูรณาการเพื่อการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัดในพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย ๔ ขั้นตอนคือขั้นฉันทะ (วางแผน)ขั้นวิริยะ (ลงมือทํา) ขั้นจิตตะ(ตรวจสอบ) และขั้น วิมังสา(ปรับปรุงแก้ไข๖๒ ๕) ประเวศน์ มหารัตน์สกุล ได้เสนอบทความวิจัยเรื่อง“ป๎จจัยการบริหารที่เกื้อหนุนการ คงอยู่ของพุทธศาสนาในประเทศไทย” ผลการวิจัยพบว่า (๑) สถานะการคงอยู่ของพุทธศาสนาในประเทศไทยเป็นไปในลักษณะการควบแน่น หลักพุทธธรรมกับความเชื่อดั้งเดิมในลัทธิพราหมณ์ พัฒนาเป็นวัฒนธรรมไทยที่อยู่ในรูปของจารีต ประเพณี (๒) ป๎จจัยการบริหารที่เกื้อหนุนการคงอยู่ของศาสนาพุทธในประเทศไทย ด้านการ จัดการวัดเชิงพุทธ ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสวัดในการบูรณาการหลักการบริหารกับหลักพุทธธรรม ด้านการ บริหารการปกครองคณะสงฆ์ในกิจกรรมสงฆ์โดยแท้ยึดพระธรรมวินัย ยึดกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวกับ การบริหารประเทศ และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม ด้านบทบาทหน้าที่ พุทธบริษัท มีการศึกษาพระธรรมวินัยให้รู้แจ้งเห็นจริงก่อนเผยแผ่ ป๎จจุบันเป็นแบบตั้งรับแทนที่จะ จาริกไปเผยแผ่ การเสื่อมของพุทธศาสนาเกิดจากพุทธบริษัทส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเนื้อหาหลักพุทธธรรม และ ๓) แนวทางที่เกื้อหนุนการคงอยู่ของพุทธศาสนาในประเทศไทย ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม๖๓ ๖๒ พระมหาสุนันท์ สุนนโทและคณะ, “พุทธบูรณาการเพื่อการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัดใน พระพุทธศาสนา”, วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๒ (เมษายน-มิถุนายน ๒๕๖๑): ๑๑๗- ๑๒๘. ๖๓ ประเวศน์ มหารัตน์สกุล,“ป๎จจัยการบริหารที่เกื้อหนุนการคงอยู่ของพุทธศาสนาในประเทศไทย”, วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยวิทยาเชิงพุทธ, ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๗ (กรกฎาคม ๒๕๖๓): ๒๗๓-๒๘๓.
๓๗ ๒.๗.๔ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและส่งเสริม ๑) พระมหาวัฒนา ขันทะชา ได้เสนอบทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนากลยุทธ์การ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของวัดปุาภูเหล็กวนาราม ตําบลชัยพฤกษ์ อําเภอเมือง จังหวัดเลย” ผลการวิจัยพบว่า ๑. การวิเคราะห์กลยุทธ์ของวัดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่ประสบ ความสําเร็จมีกลยุทธ์๗ด้าน ได้แก่การวางแผน การจัดองค์กรการบริหารงานบุคคลการอํานวยการการ ประสานงาน การควบคุมงานและการรายงานผลงาน และด้านแนวทางการพัฒนาสังคมและชุมชนใน พื้นที่นั้น ๒. แผนการพัฒนากลยุทธ์ของวัดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสมกับ บริบทชุมชนมี๑๗ ด้าน ได้แก่การประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลุมพอเพียง การใช้ บทบาทของพระสงฆ์สร้างภาวะผู้นํา การบริหารจัดการวัด การรักษาศีล ๘ หลักประกันชีวิต ๕ ด้าน การสร้างทุนความคิดทั้งการศึกษาและปฏิบัติการสร้างแนวทางการพัฒนาคนให้มีความรู้การบริหาร จัดการวัดตามหลักภาวนา ๔ การศึกษาเป็นฐานของการพัฒนา การพัฒนาสวัสดิการภายในวัด ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมในวันสําคัญต่างๆ การใช้ทักษะเฉพาะของผู้นํา การสร้างคนผ่านกิจกรรมต่างๆ การทําวัตรสวดมนต์เป็นประจํากรรมการฝุายนอกบ่งบอกภายใน วิสัยทัศน์ของผู้นําในทํากิจกรรม สาธารณประโยชน์ และการประชาสัมพันธ์ของวัด ๓. การประเมินผลรูปแบบกลยุทธ์ของวัดในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของวัดที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน มี๔ ด้าน ได้แก่การสร้างจิตอาสา พัฒนาการเรียนรู้ หลุมพอเพียงสร้างความเพียงพอในชุมชน การพัฒนาแนวคิดชุมชนต้นแบบ และบัญชีครัวเรือนสร้างครอบครัว๖๔ ๒) จุมพต อ่อนทรวงและคณะ ทําการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาสื่อภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวของวัดในจังหวัดพิษณุโลก” ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการพัฒนาสื่อภาษาอังกฤษเพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของวัดในจังหวัดพิษณุโลกประกอบด้วย ๔ ขั้นตอนคือ ขั้นการวางแผน ขั้น เตรียมการผลิต ขั้นผลิต และขั้นผลิต ผลการนําเสนอสื่อภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวทาง พระพุทธศาสนา โดยใช้วิธีประชุมกลุ่มย่อย มีจุดเด่นคือเนื้อหาชวนติดตาม เรื่องราวต่อเนื่อง ภาพ คมชัด เสียงชัดเจน ข้อมูลถูกต้องและอ้างอิงได้ จุดด้อยคือระยะเวลาบางฉากสั้นเกินไป ข้อเสนอแนะ ควรใช้เครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพสูง เพื่อปูองกันลมจากปากเวลาพูด และใช้กล้องในการถ่ายทํา อย่างน้อย ๒ ตัว จะได้ภาพที่ลึกและลื่นไหล๖๕ ๓) พระสมุห์มโณวัฒน์ ธมฺมโชโต (แพเพชร)และคณะ เสนอบทความวิจัย เรื่อง “แนว ทางการพัฒนาวัดโดยใช้ชุมชนรอบวัดเป็นฐาน ศึกษาเฉพาะกรณีวัดโพธาวาส ตําบลตลาด อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์จากกลุ่มผู้ให้ ๖๔ พระมหาวัฒนา ขันทะชา, “การพัฒนากลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของวัดปุาภูเหล็ก วนาราม ตําบลชัยพฤกษ์ อําเภอเมือง จังหวัดเลย”, วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๒ (เมษายนมิถุนายน ๒๕๖๓): ๑๒๗-๑๓๗. ๖๕ จุมพต อ่อนทรวงและคณะ, “การพัฒนาสื่อภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของวัดในจังหวัด พิษณุโลก”, รายงานการวิจัย, (สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑), หน้า ๑๑๔.
๓๘ ข้อมูลสําคัญ จํานวน ๒๑ คน ผู้วิจัยเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญเก็บรวบรวม ข้อมูลจากการลงพื้นที่ภาคสนาม ผลการวิจัยพบว่า ๑) หลักการและแนวคิดการพัฒนาวัด ฯ ๖ ด้าน คือ ด้านการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านการเผยแพร่ ด้านศึกษาสงเคราะห์ ด้านสาธารณูปการ และ ด้านการสาธารณะสงเคราะห์แนวคิด คือ ชุมชนได้ร่วมกันกําหนดมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขและ จัดทําระเบียบ ประกาศ และคําสั่งต่างๆ ของวัดโพธาวาส ให้มีความสอดคล้องกับป๎จจุบัน ข้อมูลมี ความครบถ้วนครบสมบูรณ์ ทําให้การปกครองดูแลพระภิกษุสามเณรภายในวัดมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น ๒) ขอเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาวัดฯ ได้แก่ ๑) ด้านการปกครองเจ้าอาวาสควร กวดขันควบคุมดูแลความประพฤติปฏิบัติของหมู่พระภิกษุสงฆ์๒) ด้านศาสนศึกษาควรสนับสนุนและ ให้โอกาสทางการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร ๓) ด้านการเผยแผ่ใช้เทคโนโลยีช่วยเผยแผ่ศาสนา ๔) ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ควรมีการสนับสนุนการเรียนให้แก่นักเรียน นักศึกษา และพระภิกษุสามเณร ๕) ด้านสาธารณูปการ บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะหรือถาวรวัตถุและ ๖) ด้านสาธารณะสงเคราะห์ควรมี การช่วยเหลือประชาชนในยามที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ๖๖ ๔) พระชยานันทมุนีและคณะ ได้เสนอบทความการวิจัยเรื่อง “การเสริมสร้างเครือข่าย การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของวัดและชุมชนในล้านนา” โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพคือการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interviews) และการจัดสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group Discussion) การวิจัยเชิง ปริมาณใช้การตอบแบบสอบถาม โดยมีพื้นที่ในการวิจัยในสามจังหวัด คือ จังหวัดเชียงราย จังหวัด น่าน และจังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า ๑) นโยบายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของ ภาครัฐและองค์กรท้องถิ่นในล้านนาพบว่า ภาครัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยวของประเทศ ๒) การพัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยวของวัดและชุมชนในล้านนาเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจ สืบ สานวัฒนธรรมและภูมิป๎ญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้/วิถีชีวิตชุมชนดีขึ้น และเป็นการ ตอบสนองความต้องการชุมชนในการฟื้นฟูความรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชนและการมีส่วน ร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓)แนวทางการเสริมสร้างเครือข่ายการจัดการวัดเพื่อการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมนั้น แบ่งเป็นเครือข่ายภายในชุมชน โดยใช้แนวทางของคําว่า“บวร” ๔) ความสัมพันธ์ใน การท่องเที่ยวในรูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่ายการท่องเที่ยวในการจัดการสถานที่ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทั้งวัด ชุมชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐและเอกชน ให้ความสําคัญต่อการ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของวัดและชุมชน๖๗ ๖๖ พระสมุห์มโณวัฒน์ ธมฺมโชโต (แพเพชร) และคณะ,“แนวทางการพัฒนาวัดโดยใช้ชุมชนรอบวัดเป็น ฐาน ศึกษาเฉพาะกรณีวัดโพธาวาส ตําบลตลาด อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี”, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๒ (เมษายน-มิถุนายน ๒๕๖๓): ๔๒-๕๗. ๖๗ พระชยานันทมุนีและคณะ, “การเสริมสร้างเครือข่ายการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของวัดและ ชุมชนในล้านนา”, วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๖๓): ๒๑๕-๒๒๗.
๓๙ ๕) พระครูจริยธรรมานุรักษ์ (วัลลภ จริยธมฺโม) ได้เสนอบทความเรื่อง “สภาพป๎ญหาและ แนวทางแก้ไขในการบริหารจัดการที่พักสงฆ์” ซึ่งใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการ วิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่าสภาพทั่วไปในการบริหารจัดการที่พักสงฆ์ อํานาจ หน้าที่ในการบริหารปกครองก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าที่พักสงฆ์ ต้องคอยควบคุมดูแล และส่งเสริมการรักษา ความเรียบร้อยดีงามให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ด้านการศาสนศึกษา เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนการจัด การศึกษาของพระภิกษุสามเณรให้ได้รับความรู้ ด้านการศึกษาสงเคราะห์ เป็นงานที่ต้องจัดการ สงเคราะห์จะเป็นการส่วนตัวหรือเป็นคณะก็ได้ ด้านการเผยแผ่ศาสนธรรม รักษาศรัทธาความเลื่อมใส เป็นการสืบทอดต่อของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว ด้านการสาธารณูปการ วางแผนการก่อสร้าง และ บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานให้สอดคล้องเข้ากับชุมชน ด้านการสาธารณสงเคราะห์ เข้าไปดูแล ช่วยเหลือร่วมกับชุมชน และทําให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนดีขึ้น๖๘ ๒.๗.๕ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ ๑) ศรินฌากรณ์ โชคพิริยะภิญโญและกชพร นรมาตย์ ได้เสนอบทความการวิจัยเรื่อง “แนวทางในการจัดการระบบบัญชีและการจัดทํารายงานทางการเงินสําหรับวัดสู่ความยั่งยืน” ผลการวิจัยพบว่าแนวทางในการจัดการระบบบัญชีและการจัดทํารายงานทางการเงินที่ดี มี ประสิทธิภาพสําหรับวัด มีดังต่อไปนี้ ๑) การอบรมให้ความรู้กับผู้จัดทําบัญชีหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ๒) กําหนดขั้นตอนการจัดทําบัญชีสําหรับวัด เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน ๓) จัดประชุมประจําเดือนและ ประจําปี เพื่อปรึกษาหารือ ร่วมแก้ป๎ญหาและติดตามประเมินผล ๔) การใช้รูปแบบเอกสารทางบัญชีที่ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ๕) ตรวจสอบและรับรองการจัดทําบัญชีทุกครั้งก่อนทํารายงาน ๖) ยึดหลักการ ทําบัญชีด้วยความโปร่งใสและถูกต้อง ๗)จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทําบัญชีอย่างครบถ้วน และทวนสอบได้๘) สร้างแผนผังการไหลของเอกสารทางบัญชี๙) แบ่งแยกหน้าที่ในการจัดทําบัญชี ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ๑๐) ควรมีการแบ่งกลุ่มวัดตามบริบทและศักยภาพด้านการจัดทําบัญชี๑๑) จัดทําโปรแกรมระบบบัญชีสําเร็จรูปอย่างง่ายให้วัดใช้๑๒) เพิ่มจํานวนวัดนําร่องในการใช้ระบบบัญชี มาตรฐานให้มากขึ้น ๑๓) ต้องมีผู้จัดทําเอกสาร ผู้ตรวจสอบและผู้ทําการอนุมัติในกระบวนการเบิก จ่ายเงินวัดทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใส ๑๔) ควรมีศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้ข้อมูลและคําปรึกษาเกี่ยวกับ การจัดทําบัญชีวัด ๑๕) กําหนดรอบระยะเวลาในการจัดทําบัญชีที่ชัดเจนและ ๑๖) ใช้วัดที่ประสบ ความสําเร็จทําหน้าที่พี่เลี้ยงให้คําปรึกษากับวัดอื่น ๆ ที่ยังไม่เคยทําบัญชีมาก่อน๖๙ ๒) พระครูวินัยธรศิริเชษฐ์ สิริวฑฺฒโน ได้เสนอบทความวิชาการเรื่อง “การจัดการ เสนาสนะภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยใช้หลักอิทธิบาทธรรม” ท่านได้ความเห็นเกี่ยวกับการ ๖๘ พระครูจริยธรรมานุรักษ์ (วัลลภ จริยธมฺโม), “สภาพป๎ญหาและแนวทางแก้ไขในการบริหารจัดการ พักสงฆ์”, วารสารศิลปการจัดการ, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๖๓): ๗๗๒-๗๘๒. ๖๙ ศรินฌากรณ์ โชคพิริยะภิญโญและกชพร นรมาตย์, “แนวทางในการจัดการระบบบัญชีและการ จัดทํารายงานทางการเงินสําหรับวัดสู่ความยั่งยืน”, วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม-สิงหาคม ๒๕๖๓): ๑๕๑-๑๖๐.
๔๐ จัดการเสนาสนะ ให้เป็นไปตามหลักการบริหารจัดการที่ดี โดยยึดหลัก “อิทธิบาทธรรม” ประกอบด้วย ๑) หลักความพึงพอใจ หรือมีใจรักในการจัดองค์การ (ฉันทะ) ๒) หลักความเพียร พยายาม หรือความมุ่งมั่น อดทนในการบริหารจัดการ (วิริยะ) ๓) หลักความตั้งใจ หรือจิตฝ๎กใฝุ ตั้งมั่น อย่างมีสติ (จิตตะ) ๔) หลักการพิจารณาไตร่ตรอง หรือหมั่นตรวจสอบ (วิมังสา) ทั้งนี้การบริหาร จัดการเสนาสนะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จําเป็นต้องนําหลักอิทธิบาทธรรมเพื่อประยุกต์ใช้ในการ บริหารจัดการเสนาสนะให้เกิดความเรียบร้อย ถูกสุขลักษณะ และเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชน มากที่สุด๗๐ ๓) พระศรีสมโพธิ (วรัญํู สอนชุน) ได้เสนอบทความวิจัยเรื่อง “ลุ่มน้ํานครสวรรค์: การ สร้างเครือข่ายและการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมตามแนวพระพุทธศาสนา” ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการพัฒนาและแนวทางการจัดการเชิงเครือข่ายมรดกทางวัฒนธรรมตามแนวทาง พระพุทธศาสนาในเขตลุ่มน้ํานครสวรรค์ประกอบด้วย รูปแบบ 3E และรูปแบบ LINK ได้แก่ E1= Educationการให้ความรู้ E2= Engineering การสร้างสรรค์และประดิษฐ์นวัตกรรม E3= Enforcement การดําเนินการตามกฎระเบียบ L= Learning การเรียนรู้จากตัวอย่างที่ดี I= Information การประชาสัมพันธ์ N= Network การมีส่วนร่วม K= Knowledge เกิดองค์ความรู้ ในท้องถิ่น และแนวทางการจัดการเชิงเครือข่ายมรดกทางวัฒนธรรมตามแนวทางพระพุทธศาสนาใน เขตลุ่มน้ํานครสวรรค์ ประกอบด้วย ๗ ประการ คือ ๑. การสร้างองค์ความรู้ ๒.เครือข่ายต้องมี ความเห็นพ้องต้องกันในการเห็นความสําคัญ ๓. การสร้างความตระหนักในการหวงแหนมรดกทาง วัฒนธรรม ๔. การสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนในการสร้างเครือข่ายจัดการมรดกทางวัฒนธรรม ๕. การเผยแพร่องค์ความรู้ ๖. การบังคับใช้กฎเกณฑ์ ข้อปฏิบัติ ข้อบัญญัติ และ ๗. การฟื้นฟู ผลิตซ้ํา และสร้างใหม่๗๑ ๔) จารุณี สิงหกุลและพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ได้เสนอบทความวิจัยเรื่อง “การ พัฒนาการบริหารจัดการด้านการเงินของวัดไทยตามหลักสันติธรรมาภิบาล: ศึกษากรณีวัดท่าคอยนาง อําเภอปรางคกู่ จังหวัดศรีสะเกษ” ผลการวิจัยพบว่า ๑) การจัดการการเงินของวัด ส่วนมากไม่มี โครงสร้างในการบริหารการเงิน การจัดทํารายงานไม่เป็นไปตามหลักมาตรฐานบัญชี ไม่มีการ ตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี การเผยแพร่ข้อมูลทางการเงินของวัดมีน้อย ไม่มีการรวบรวมข้อมูลอย่าง เป็นระบบ บุคลากรยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดี และหลักการ บริหารการเงินของผู้มีอํานาจหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการ ๒) การบริหารจัดการด้านการเงิน ตามหลักสันติธรรมาภิบาลของวัดท่าคอยนาง มี ๕ ด้าน คือ 5 P’s Peace Finance Model ไดแก ๗๐ พระครูวินัยธรศิริเชษฐ์ สิริวฑฺฒโน, “การจัดการเสนาสนะภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยใช้ หลักอิทธิบาทธรรม”, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖ (มิถุนายน ๒๕๖๔): ๑๖๔-๑๗๖. ๗๑ พระศรีสมโพธิ (วรัญํู สอนชุน), “ลุ่มน้ํานครสวรรค์ : การสร้างเครือข่ายและการจัดการมรดกทาง วัฒนธรรมตามแนวพระพุทธศาสนาบาทธรรม”, วารสารวิจยวิชาการ, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๔): ๓๗-๔๖.
๔๑ Peace person (ผู้ที่เกี่ยวข้องและคุณสมบัติ) Peace management (การบริหารการเงินของวัด) Peace principle (หลักธรรม) Peace law (การปฏิบัติตามกฎกระทรวง) และ Peace governance (หลักสันติธรรมาภิบาล) ๓) การพัฒนาการบริหารจัดการการเงินของวัดท่าคอยนาง ในรูปแบบ QR Code e-Donation โดยมีการจัดทําบัญชีรับ-จ่าย มี ๔ ประเภท คือ การบริหารจัดการสมุดบัญชีเงิน สดย่อยการบริหารจัดการบัญชีเงินสดรับ-จายการบริหารจัดการสมุดบัญชีรายรับ และการบริหาร จัดการสมุดบัญชีรายจ่าย๗๒ ๕) พระครูวิโชติสิกขกิจและคณะ ได้เสนอบทความวิจัยเรื่อง “ชุมชนสีเขียววัดสีขาว: รูปแบบการจัดการพื้นที่ด้านสิ่งแวดล้อมด้วยความโปรงใสของวัดและชุมชนในจังหวัดพิจิตร” ผลการวิจัยพบว่า (๑) การจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยความโปร่งใสประกอบดวย ๒ ประเด็นหลัก ๑๑ ประเด็นย่อย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้การจัดการสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ๑) การสร้างพื้นที่สีเขียว ๒) แหล่ง เรียนรู้๓) การอนุรักษ์ ๔) การลดพลังงานและความโปร่งใส ได้แก่ ๑) การปฏิบัติหน้าที่ ๒) การใช้ งบประมาณ ๓) การใช้อํานาจ ๔) การแก้ไขป๎ญหาการทุจริต ๕) การปรับปรุงระบบการทํางาน ๖) การเปิดเผยข้อมูล ๗) การปูองกันการทุจริต (๒) การปรับภูมิทัศนเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณวัดให้สอดคล้องกับกิจกรรมทางศาสนา ให้เหมาะแก่การพักผ่อนและปฏิบัติธรรมโดยยึดธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่มีอยู่เดิมพร้อมทั้งการ ปรับปรุงใหม่ดําเนินการในรูปแบบคณะกรรมการวัดทุกขั้นตอนโครงการหรือกิจกรรมภายในวัดมีการ ปรึกษาหารือกันมีการรายงานให้คนในชุมชนรับรูรับทราบและสามารถตรวจสอบได้เพื่อลดข้อครหา ระหว่างเจ้าอาวาสและชุมชนใช้ความร่วมมือในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับหน่วยงานในด้าน คุณธรรมสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใสในการดําเนินงาน๗๓ ๒.๘ กรอบแนวคิดในการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียงจังหวัดน่าน” ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎี เอกสารวิชาการทางพระพุทธศาสนาและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้ยึดเอาบทบาทหน้าที่ของไวยาวัจกรตามกฎหมาย กฎมหาเถรสมาคมและ กฎกระทรวง อันประกอบด้วยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร กฎกระทรวงฉบับ ๗๒ จารุณี สิงหกุลและพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส, “การพัฒนาการบริหารจัดการดานการเงินของวัด ไทยตามหลักสันติธรรมาภิบาล: ศึกษากรณีวัดทาคอยนาง อําเภอปรางคกูจังหวัดศรีสะเกษ ”, วารสารสันติศึกษา ปริทรรศน มจร, ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๕ (กันยายน-ตุลาคม ๒๕๖๓): ๑๖๖๔-๑๖๗๙. ๗๓ พระครูวิโชติสิกขกิจและคณะ, “การพัฒนาการบริหารจัดการดานการเงินของวัดไทยตามหลักสันติ ธรรมาภิบาล: ศึกษากรณีวัดทาคอยนาง อําเภอปรางคกูจังหวัดศรีสะเกษ ”, วารสารสันติศึกษาปริทรรศน มจร, ปี ที่ ๘ ฉบับที่ ๕ (กันยายน-ตุลาคม ๒๕๖๓): ๑๖๘๐-๑๖๙๔.
๔๒ ที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และเมื่อทราบสภาพและ ป๎ญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของไวยาวัจกรในอําเภอภูเพียง จังหวัดน่านแล้ว จึงได้รูปแบบการพัฒนา และส่งเสริมไวยาวัจกรในพื้นที่ดังกล่าว อันประกอบด้วยการอบรม การอบรมเชิงปฏิบัติการและการ ถ่ายทอดความรู้ซึ่งจะได้แนวทางการพัฒนาไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัด น่านออกมาเป็นโมเดล ทั้งนี้คุณลักษณะพื้นฐานของไวยาวัจกรอันประกอบด้วย ซื่อสัตย์ (sincere) อ่อนน้อม (polite) รอบรู้ (expert) เก่งประสานงาน (cooperation) มีวิสัยทัศน์ (vision) สร้าง เครือข่าย (network) จิตอาสา (volunteer) และมีส่วนร่วมกับชุมชน (participation) ซึ่งผู้เป็น ไวยาวัจกรควรใช้หลักไตรสิกขาอันประกอบด้วย ศีล(precept) สมาธิ (mediation) และป๎ญญา (wisdom) ในการปฏิบัติงาน อนึ่ง วิธีการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรทําได้โดย การอบรม (training) อบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) และถ่ายทอดความรู้(knowledge transferring) จึงจะ ได้ไวยาวัจกรต้นแบบที่มีคุณลักษณะเป็นนักบริหาร (Management skill) ตระหนักรู้กิจการพุทธ ศาสนา (Awareness of Buddhism Affair) และคล่องประชาสัมพันธ์ (Publication skill) ตาม MAP Model ซึ่งแสดงเป็นกรอบแนวคิดการวิจัยได้ ดังนี้ แผนภาพที่ ๒.๑ กรอบแนวคิดการวิจัย
บทที่ ๓ วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอ ภูเพียง จังหวัดน่าน ผู้วิจัยมีวิธีดําเนินการวิจัย ดังนี้ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓.๒ กลุ่มเปูาหมาย/ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ ๓.๓ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๑ รูปแบบการวิจัย การศึกษาวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ภาคสนาม มีรูปแบบ การวิจัย ดังนี้ ๓.๑.๑ การวิจัยเชิงคุณภาพภาคเอกสาร (Documentary study) จากข้อมูลชั้นปฐมภูมิ (Primary Source) ได้แก่ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ และข้อมูลชั้นทุติยภูมิ (Secondary source) ได้แก่ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หนังสือ ตํารา บทความ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับไวยาวัจกร กิจการคณะสงฆ์ กิจการพุทธศาสนา และการจัดการความรู้ ๓.๑.๒ การวิจัยเชิงคุณภาพภาคสัมภาษณ์เชิงลึก (In – depth Interview) เพื่อให้ทราบ วิธีการจัดการความรู้ของไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนาจากไวยาวัจกรในเขตอําเภอภูเพียง จังหวัด น่าน ๓.๒ กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักในการวิจัยครั้งนี้ ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง(Purposive sampling) เฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นการวิจัยในพื้นที่วิจัย โดยเก็บข้อมูลด้วยการ สัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มและการสังเกต โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑) ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) ผู้วิจัยได้ทําการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูล สําคัญจํานวน ๑๘ รูป/คน โดยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ประกอบด้วย (๑) ผู้ที่มีอํานาจแต่งตั้งไวยาวัจกรคือเจ้าอาวาสโดยเป็นพระระดับสังฆาธิการ คือเจ้า คณะอําเภอ รองเจ้าคณะอําเภอ เจ้าคณะตําบล เจ้าอาวาสวัดพัฒนาดีเด่น รวมจํานวน ๗ รูป
๔๔ (๒) ไวยาวัจกรที่จะเป็นต้นแบบโดยคัดเลือกจากไวยาวัจกรของวัดพระอารามหลวง หรือไวยาวัจกรของวัดราษฎร์ที่ได้รับรางวัล จํานวน ๘ คน (๓) ผู้นําชุมชน จํานวน ๓ คน ๓.๓ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยนี้ครั้งนี้ ได้กําหนดเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและมีขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ วิจัยดังต่อไปนี้ ๓.๓.๑ แบบเครื่องมือวิจัย การวิจัยนี้ใช้แบบสัมภาษณ์(interview) เป็นเครื่องมือในการวิจัย ออกแบบมาเพื่อ สัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญในพื้นที่วิจัย ๓ กลุ่ม ซึ่งแบบสัมภาษณ์จําแนกออกเป็น ๕ ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ ๑ ข้อมูลพื้นฐานของผู้ให้สัมภาษณ์ เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ เป็นต้น ตอนที่ ๒ ความคิดเห็นเกี่ยวกับไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา โดยเน้นภารกิจ ๘ ด้านของกิจการ พระพุทธศาสนา ตอนที่ ๓ ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกร ตอนที่๔ ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกร อําเภอภูเพียง จังหวัดน่านและตอนที่ ๕ ความเห็นอื่นและข้อเสนอแนะ ๓.๓.๒ การสร้างและตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ได้สร้างและออกแบบเครื่องมือวิจัย ให้ถูกต้องและสอดคล้องกับประเด็น การวิจัย เหมาะสมกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญทั้ง ๓ กลุ่ม โดยมีขั้นตอนการสร้างและตรวจสอบเครื่องมือ วิจัย ๙ ขั้นตอนดังนี้ ๑. กําหนดประเด็นของแบบสัมภาษณ์ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย ๒. ออกแบบสัมภาษณ์ โดยจําแนกออกเป็น ๕ ตอน เพื่อสะดวกในการเก็บรวบรวมและ เรียบเรียงข้อมูล ๓. ทดลองใช้แบบสัมภาษณ์กับเพื่อนนิสิตที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับผู้ให้ข้อมูลสําคัญ เพื่อ ทราบความเห็นต่อแบบสัมภาษณ์ขั้นต้น และปรับให้เหมาะสม ๔. นําแบบสัมภาษณ์มาขอความเห็นจากอาจารย์ที่ปรึกษาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ๕. ตรวจสอบเครื่องมือวิจัย โดยนําร่างเครื่องมือวิจัยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง ของประเด็นที่จะสัมภาษณ์และความเหมาะสมของเนื้อหา โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา ด้าน การวิจัย และด้านการพัฒนา รวม ๓ ท่าน ประกอบด้วย ๑) พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ๒) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรปรัชญ์ คําพงษ์ รองผู้อํานวยการฝุายวิชาการ วิทยาลัย สงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ ๓) อาจารย์ ดร.โสภณ บัวจันทร์ อาจารย์ประจําหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ
๔๕ ๖. วิเคราะห์ content analysis วิเคราะห์ความตรงของประเด็น ตามความเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๓ ท่าน และปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือวิจัยตามคําแนะนําของผู้เชี่ยวชาญ ๗. ตรวจสอบจริยธรรมการวิจัย โดยนําเครื่องมือวิจัยส่งสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เพื่อตรวจสอบจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์และรับรองการนําเครื่องมือวิจัยไปใช้โดยไม่ขัดจริยธรรมการ วิจัย ๘. ได้ใบรับรองจริยธรรมการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เลขที่ ว.๑๕๓/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ระยะเวลาการ รับรองวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ - ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ซึ่งคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย ในมนุษย์มีความเห็นให้เพิ่มข้อคําถามสําหรับเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรว่า “เมื่อมีป๎ญหาเกิดขึ้นใน องค์กรสงฆ์หรือในพระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสหรือไวยาวัจกรควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไร”และชื่อ ภาษาอังกฤษควรเปลี่ยนใหม่เป็น Guidelines for Developing and Promoting Temple Affairs Managers in Buddhism Affairs, Phu Phiang District, Nan Province ๙. นําเครื่องมือวิจัยที่คณะกรรมการจริยธรรมฯแนะนําให้เพิ่มคําถาม ไปสัมภาษณ์เชิงลึก กับผู้ให้ข้อมูลสําคัญที่กําหนดไว้ แต่ระหว่างดําเนินการวิจัยมีผู้เสียชีวิต คือ พระครูโอภาสนันทสาร ติกขปํฺโญ เจ้าคณะตําบลน้ําแก่น-น้ําเกี๋ยน (จต.ชอ.) วัดสว่างอรุณ มรณะภาพ จึงเลือกเจ้าอาวาสวัด ใกล้เคียงเป็นผู้ให้ข้อมูลทดแทน ทั้งนี้มีผู้ให้ข้อมูลสําคัญจริงดังนี้ ๑) ผู้ที่มีอํานาจแต่งตั้งไวยาวัจกรคือเจ้าอาวาสโดยเป็นพระระดับสังฆาธิการ คือเจ้า คณะอําเภอ รองเจ้าคณะอําเภอ เจ้าคณะตําบล เจ้าอาวาสวัดพัฒนาดีเด่น รวมจํานวน ๗ รูป ๒) ไวยาวัจกรที่จะเป็นต้นแบบโดยคัดเลือกจากไวยาวัจกรของวัดพระอารามหลวง หรือไวยาวัจกรของวัดราษฎร์ที่ได้รับรางวัล จํานวน ๘ คน ๓) ผู้นําชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา จํานวน ๓ คน ๓.๓.๓ การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (participatory observation) เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปเป็นสมาชิกหรือมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรมนั้น ด้วยกัน การสังเกตในลักษณะนี้จะทําให้ได้เห็นพฤติกรรมเหตุการณ์อย่างละเอียดทุกแง่ทุกมุม ซึ่ง ผู้วิจัยได้เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์หรือกิจกรรม โดยการจดบันทึกเหตุการณ์และทําการ ถ่ายภาพเหตุการณ์นั้น ๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูล ในงานวิจัยนี้ได้กําหนดแนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูลออกเป็น ๒ ส่วน คือ การเก็บ รวบรวมข้อมูลเอกสารและเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามดังรายละเอียดต่อไปนี้ ๓.๔.๑ การเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร ผู้วิจัยได้ทําการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสารทางวิชาการ ตํารา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง บทความ หนังสือ ข้อมูลจากระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง โดยมีคําสําคัญคือการ
๔๖ พัฒนาและส่งเสริม ไวยาวัจกร และกิจการพุทธศาสนา เป็นประเด็นหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูล เอกสาร ๓.๔.๒ การเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่วิจัย ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลออกเป็น ๒ วิธีการ ประกอบด้วย ๑) สัมภาษณ์เชิงลึก (in-dept interview) แบบกึ่งมีโครงสร้าง กําหนดผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (key informants) โดยผู้วิจัยเลือกกลุ่มเปูาหมายเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการพุทธศาสนา ๑๕ รูป/คน และผู้นําชุมชนหรือตัวแทนชาวบ้านที่ได้เข้าไปใช้บริการจากวัดในเขตอําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน จํานวน ๓ คน ในการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกมีการชี้แจงถึงวัตถุประสงค์และขอบเขตการสัมภาษณ์ โดย กําหนดประเด็นสัมภาษณ์ตามกรอบแนวคิดการวิจัย ให้มีความชัดเจนและน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ไม่ปิด กั้นให้แสดงความเห็นนอกเหนือจากกรอบแนวคิดหากเห็นว่าเป็นความจริงที่ผู้วิจัยไม่ได้กําหนดอยู่ ภายใต้กรอบแนวคิดการวิจัย ผู้วิจัยทําการสัมภาษณ์จากบุคคลเพียงคนเดียวต่อการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง โดยมีแบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง เพื่อใช้เป็นแนวคําถามระหว่างการสัมภาษณ์ เครื่องมือที่ช่วยในการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยบันทึกโดยเครื่องบันทึกเสียงและการจดบันทึก ๒) การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Observations Participant) คือการเข้าไปร่วมอยู่กับ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่จะเก็บข้อมูล เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่ง ๑ แบบบันทึกการสังเกต พื้นฐานสําหรับการบันทึกผลและการสรุปการบันทึกข้อมูลในแบบบันทึกภาคสนามและการสะท้อนผล ภาคสนาม การบรรยายบันทึกภาคสนาม ประกอบด้วย (๑) วัน เวลา สถานที่และช่วงเวลาสังเกต (๒) บันทึกรายการมีส่วนร่วม (๓) บรรยายรายละเอียดของบุคคล ปฏิสัมพันธ์ กิจกรรมและประเด็นที่สังเกต (๔) บันทึกคําต่อคําในการสนทนา และข้อความที่ยกมาอ้างโดยตรง ๒ ทั้งนี้ใน สถานการณ์จริง ผู้วิจัยได้ใช้วิธีบันทึกเสียงเพื่อเก็บรายละเอียดให้ครบทุกประเด็น ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม การเก็บข้อมูลข้อมูลภาคสนามครั้งนี้มี ๘ ขั้นตอนดังนี้ ๑) การสํารวจบริบทพื้นที่อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยการลงพื้นที่เพื่อสังเกตทั้งบริบท ของวิถีชีวิต สภาพสังคม เศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการพุทธศาสนา ตลอดถึงวาง แผนการเดินทางเพื่อเก็บข้อมูล ๑ พิสณุ ฟองศรี, การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัย, (กรุงเทพมหานคร: บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์ จํากัด, ๒๕๕๔), หน้า ๒๕๘. ๒ ภัทราพร เกษสังข์, การวิจัยปฏิบัติการ, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย), ๒๕๕๙, หน้า ๑๐๖.
๔๗ ๒) การประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้าเพื่อขอเก็บข้อมูลวิจัย ทั้งการใช้โทรศัพท์และ เข้าพบแบบเผชิญหน้า โดยทําการชี้แจง ทําความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และประโยชน์ของการ ศึกษาวิจัยครั้งนี้ ๓) การนัดหมายกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญ กําหนดวัน เวลา สถานที่และประเด็นที่ต้องการ สัมภาษณ์ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ให้สัมภาษณ์มีเวลาเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการสัมภาษณ์ ๔) จัดเตรียมความพร้อมของเอกสาร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย (๑) หนังสือนําขออนุญาตสัมภาษณ์ (๒) เอกสารชี้แจงแก่ผู้เข้าร่วมทําการวิจัย (๓) หนังสือแสดงเจตนายินยอม (๔) หนังสือรับรองความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัย (๕) แบบสัมภาษณ์ (๖) เครื่องบันทึกเสียงและกล้องบันทึกภาพอาจใช้โทรศัพท์มือถือแทนได้ (๗) เครื่องเขียน อาทิ ปากกา กระดาษเปล่า คลิปบอร์ด (๘) ของที่ระลึก พิจารณาตามความเหมาะสมกับผู้ให้สัมภาษณ์ ๕) ลงมือเก็บข้อมูลภาคสนามกับผู้ให้ข้อมูลสําคัญตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ ทั้งนี้ควร โทรศัพท์ยืนยันอีกครั้งในช่วงเช้าก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์และไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนประมาณ ๑๕ - ๓๐ นาที ๖) รวบรวมข้อมูลภาคสนามทั้งหมด โดยทําการถอดเทปและเก็บข้อมูลในระบบ คอมพิวเตอร์ภายในวันเดียวกัน ๗) ตรวจสอบข้อมูลว่าครบตามขอบเขตและเนื้อหาครบถ้วน หากไม่ครบกลับไปเก็บข้อมูล เพิ่มเติมโดยใช้วิธีสังเกตการณ์ ๘) จัดระเบียบข้อมูลตามกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญและจัดระเบียบข้อมูลเชิงเนื้อหาตามลําดับ โครงสร้างเนื้อหาของการวิจัย เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยนี้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยอาศัยข้อมูลจากเอกสาร งานวิชาการที่ เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์บริบทพื้นที่วิจัย รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ ข้อมูลสําคัญด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา(Analytical Description)เพื่อตอบวัตถุประสงค์โดยมุ่งแสวงหา ชุดความรู้ใหม่จากงานวิจัยในประเด็นที่เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการ พุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลตามขั้นตอนต่อไปนี้ ๓.๕.๑ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ดังนี้ ๑) วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์โดยการจัดระบบข้อมูลตามประเด็นกรอบ แนวคิดในการวิจัยและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการวิจัยให้เป็นหมวดหมู่
๔๘ ๒) วิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ว่าแต่ละความเห็นมีความสําคัญและ สัมพันธ์กันอย่างไร ๓) วิเคราะห์แบบพรรณนาตรรกะ (logicial descriptive analysis) ซึ่งแต่ละ ประเด็น ความเห็นและเหตุผลของไวยาวัจกร เจ้าอาวาสและผู้นําชุมชน ๔) การตีความหมาย (interpretation) แต่ละประเด็นความเห็นหมายถึงอะไร เกี่ยวกับป๎จจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ๕) เปรียบเทียบข้อมูล (data benchmarking analysis) ผู้วิจัยได้ทําการ เปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานที่ได้จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๖) สรุปผลการวิจัย ป๎จจัยที่มีผลการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธ ศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ๗) เสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอ ภูเพียง จังหวัดน่าน จริยธรรมการท าวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ยื่นขอจริยธรรมการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยใน มนุษย์ สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และได้ผ่านการรับรอง จริยธรรมการวิจัย ตามใบรับรองจริยธรรมการวิจัย เลขที่ ว.๑๕๓/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ อันมีระยะเวลารับรองระหว่าง ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ - ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ดังนั้นการ ดําเนินการวิจัยผู้วิจัยจึงวางตัวเป็นกลางในการเก็บรวบรวมข้อมูล ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่แต่งเติม ข้อมูล ไม่เปิดเผยความลับของข้อมูล ให้เกียรติและเคารพ รวมถึงปฏิบัติต่อผู้ร่วมวิจัยอย่างสุภาพ ด้วย ความเป็นมิตร ไม่ดัดแปลงข้อมูลผลการวิจัย รวมถึงใช้หลักการที่เป็นวิทยาศาสตร์ และพร้อมที่จะให้ สาธารณชนเข้าถึงผลงานวิจัยได้สะดวก๓ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ยึดหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ รวมทั้งได้ใช้ หลัก Nuremberg Code และ The Belmont Report ในการวิจัยครั้งนี้ โดยคาดหวังเพื่อให้เกิด ความเป็นสากลต่อไป ๓ ประเวศน์ มหารัตน์สกุล, แนวคิด หลักการและกระบวนการวิจัย, (นครสวรรค์: สํานักพิมพ์ ป๎ญญาชน, ๒๕๖๑), หน้า ๗๕-๗๖.
บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในบทนี้ผู้วิจัยจะทําการวิเคราะห์ข้อมูล จากการวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาและ ส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนาอําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” ซึ่งมีวัตถุประสงค์การวิจัย ๓ ข้อ คือ ๑) เพื่อศึกษาองค์ความรู้และบทบาทของไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาสภาพและ ป๎ญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของไวยาวัจกรในอําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และ ๓) เพื่อนําเสนอแนว ทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยวิเคราะห์ ข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์การวิจัยและสรุปองค์ความรู้จากงานวิจัยดังนี้ ๔.๑ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ๔.๒ ผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์การวิจัย ๔.๓ องค์ความรู้จากการวิจัย ๔.๑ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การศึกษาวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยเก็บข้อมูลด้วย การสัมภาษณ์ และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผู้ให้ข้อมูลสําคัญจํานวน ๑๘ รูป/คน โดยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ประกอบด้วย ๑) ผู้ที่มีอํานาจแต่งตั้งไวยาวัจกรคือเจ้าอาวาสโดยเป็นพระระดับสังฆาธิการ คือเจ้าคณะ อําเภอ รองเจ้าคณะอําเภอ เจ้าคณะตําบล เจ้าอาวาสวัดพัฒนาดีเด่น รวมจํานวน ๗ รูป ๒) ไวยาวัจกรที่จะเป็นต้นแบบโดยคัดเลือกจากไวยาวัจกรของวัดพระอารามหลวงหรือ ไวยาวัจกรของวัดราษฎร์ที่ได้รับรางวัล จํานวน ๘ คน ๓) ผู้นําชุมชน จํานวน ๓ คน เนื่องจากการวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มเปูาหมายหลักคือไวยาวัจกร เพื่อมิให้เกิดความลําเอียงใน การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ผู้วิจัยจึงใช้รหัสแทนชื่อสกุลจริงของ ผู้เข้าร่วมวิจัย โดยกําหนดรหัส ดังนี้ A คือ เจ้าอาวาส B คือ ไวยาวัจกร C คือ ผู้นําชุมชน การวิจัยครั้งนี้อยู่ในช่วงของการระบาดของโควิด-๑๙ ผู้วิจัยจึงดําเนินการวิจัยภายใต้ ข้อกําหนดของกระทรวงสาธาณสุขในมาตรการปูองกันแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โดยการสวม หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่เข้าพบเพื่อติดต่อประสานงานและระหว่างการสัมภาษณ์ อนึ่งการ หาข้อมูลปฐมภูมิของไวยาวัจกรจึงต้องสอบถามข้อมูลเบื้องต้นอาทิ ชื่อ สกุล หมายเลขโทรศัพท์ของ ไวยาวัจกรจากเจ้าอาวาสเบื้องต้นก่อนแล้วจึงดําเนินการสัมภาษณ์เชิงลึกกับไวยาวัจกร เนื่องจากไม่มี
๕๐ ข้อมูลทุติยภูมิที่เป็นป๎จจุบันจากหน่วยงานใด ผู้วิจัยจึงใช้เวลาในการลงพื้นเพื่อสร้างการยอมรับจาก ชุมชนและเก็บข้อมูลค่อนข้างนาน รวมระยะเวลาประมาณหนึ่งปี ข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น เจ้าอาวาส ผู้วิจัยได้เริ่มดําเนินการวิจัยโดยเริ่มจากการสัมภาษณ์เจ้าอาวาสก่อน จากการสังเกตพบว่า วัดส่วนใหญ่กําลังอยู่ในช่วงของการบูรณะปฏิสังขรณ์และก่อสร้างศาสนสถาน บริเวณวัดจึงมีผู้เข้ามา ดําเนินงานหลากหลายหน่วยงาน ภูมิทัศน์ไม่สวยงามเหมือนปกติ และจะมีการบวงสรวงทั้งก่อนและ หลังการบูรณะศาสนสถาน จากรูปภาพที่ ๔.๑ ดังนี้ ภาพที่ ๔.๑ การบวงสรวงก่อนบูรณะองค์พระธาตุ วัดพระธาตุแช่แห้ง(๑๘ พ.ย.๖๔)และการบวงสรวงหลัง การก่อสร้างเจดีย์ วัดฝายแก้ว(๒๘ ม.ค.๖๕) สําหรับผลการสัมภาษณ์ในเบื้องต้นจากประเด็นอายุ จํานวนพรรษา ตําแหน่งทางวิชาการ การศึกษาทางโลกและทางธรรม ประเภทวัด จํานวนไวยาวัจกรและการใช้อีเมล์ ข้อค้นพบในการวิจัย มีรายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๔.๑
๕๑ ตารางที่ ๔.๑ ข้อมูลพื้นฐานของเจ้าอาวาสวัดกลุ่มเปูาหมาย (n=7) จากตาราง ๔.๑ ดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าเจ้าอาวาสที่เป็นพระระดับสังฆาธิการที่ทําการ สัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนใหญ่มีอายุช่วงตั้งแต่ ๕๑ ปีจนถึงอายุเกิน ๖๐ ปี ส่วนน้อยอายุระหว่าง ๔๑-๕๐ ปี ส่วนใหญ่จํานวนพรรษาเกิน ๓๐ พรรษา ส่วนใหญ่ไม่มีตําแหน่งทางวิชาการ มีระดับการศึกษาตั้งแต่ ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ทุกรูปเป็นนักธรรมเอก ส่วนใหญ่ไม่มีวุฒิทางเปรียญธรรมและได้เปรียญ ธรรม ๔- ๖ รองลงมา นอกนั้นได้ประโยค ๑ - ๓ จํานวนไวยาวัจกรขึ้นอยู่กับขนาดของวัดจึงมีจํานวน ไม่มากแค่ ๑ - ๒ ท่าน หากเป็นพระอารามหลวงจํานวนไวยาวัจกรจะมากกว่า แต่มีบางวัดที่ยังอยู่ ประเด็น รายละเอียด จํานวน ร้อยละ อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ๓ ๔๒.๙ ๕๑ - ๖๐ ปี ๓ ๔๒.๙ ๔๑ - ๕๐ ปี ๑ ๑๔.๒ จํานวนพรรษา เกิน ๓๐ พรรษา ๕ ๗๑.๔ ๒๑ - ๓๐ พรรษา ๒ ๒๘.๖ ตําแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ๑ ๑๔.๓ ไม่มี ๖ ๘๕.๗ การศึกษาทางโลก ปริญญาเอก ๑ ๑๔.๒ ปริญญาโท ๓ ๔๒.๙ ปริญญาตรี ๓ ๔๒.๙ การศึกษาทางธรรม นักธรรมเอก ๗ ๑๐๐ การศึกษาทางเปรียญธรรม เปรียญธรรม๔ – ๖ ๒ ๒๘.๖ ประโยค ๑ - ๓ ๑ ๑๔.๓ ไม่มีวุฒิทางเปรียญธรรม ๔ ๕๗.๑ ประเภทวัด วัดราษฎร์ ๖ ๘๕.๗ พระอารามหลวง ๑ ๑๔.๓ จํานวนไวยาวัจกร ๐ ท่าน(ไม่มี) ๑ ๑๔.๒ ๑ ท่าน ๒ ๒๘.๖ ๒ ท่าน ๓ ๔๒.๙ ๕ ท่าน ๑ ๑๔.๒ การใช้อีเมล์ มีอีเมล์ ๔ ๕๗.๑ ไม่มีอีเมล์ ๓ ๔๒.๙
๕๒ ระหว่างการสรรหาไวยาวัจกรจึงยังไม่มีไวยาวัจกร ทั้งนี้วัดในเขตอําเภอภูเพียง จังหวัดน่านมีแต่วัด มหานิกาย และพระอารามหลวงมีเพียงหนึ่งวัด สําหรับการใช้อีเมล์พบว่าเจ้าอาวาสส่วนมากมีอีเมล์ ภาพที่ ๔.๒ การแสดงความยินดีกับเจ้าอาวาสนักพัฒนา ภายในโบสถ์วัดหาดเค็ดบน (๒๘ ธ.ค.๖๔) ไวยาวัจกร จากการเลือกไวยาวัจกรที่ได้ทําการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยได้เลือกแบบเฉพาะเจาะจงคือเลือก ไวยาวัจกรที่จะเป็นต้นแบบโดยคัดเลือกจากไวยาวัจกรของวัดพระอารามหลวงหรือไวยาวัจกรของวัด ราษฎร์ที่ได้รับรางวัล จํานวน ๘ คน โดยสอบถามในประเด็นเกี่ยวกับอายุ อาชีพ ระดับการศึกษา ผลการวิจัยมีรายละเอียดดัง ตารางที่ ๔.๒ ดังนี้
๕๓ ตารางที่ ๔.๒ ข้อมูลพื้นฐานของไวยาวัจกรกลุ่มเปูาหมาย (n=8) จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าไวยาวัจกรของวัดพระอารามหลวงหรือไวยาวัจกร ของวัดราษฎร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้ทําการสัมภาษณ์ จํานวน ๘ คน พบว่าทั้งหมดเป็นเพศชายเป็นไปตาม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์พ.ศ.๒๕๐๕ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ส่วนน้อยอายุต่ํากว่า ๖๐ ปี ส่วนใหญ่ เป็นข้าราชการบํานาญ รองลงมาคือค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว นอกนั้นเป็นเกษตรกร การศึกษาระดับ ปริญญาตรีและต่ํากว่าเท่ากัน ส่วนใหญ่ไม่มีวุฒิทางธรรม รองลงมาเป็นนักธรรมตรีและนักธรรมเอก ตามลําดับ มีความเชี่ยวชาญในการเป็นศาสนพิธีกร/สู่ขวัญ เขียนตั๋วเมืองและกฎหมายอาญา สําหรับ การใช้อีเมล์พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีอีเมล์ ประเด็น รายละเอียด จํานวน ร้อยละ เพศ ชาย ๘ ๑๐๐ หญิง - - อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ๗ ๘๗.๕ ๕๑ - ๖๐ ปี ๑ ๑๒.๕ อาชีพหลัก ข้าราชการบํานาญ ๕ ๖๒.๕ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ๒ ๒๕.๐ เกษตรกร ๑ ๑๒.๕ การศึกษาทางโลก ปริญญาตรี ๔ ๕๐.๐ ต่ํากว่าปริญญาตรี ๔ ๕๐.๐ การศึกษาทางธรรม นักธรรมเอก ๑ ๑๒.๕ นักธรรมโท - - นักธรรมตรี ๓ ๓๗.๕ ไม่มีวุฒิทางธรรม ๔ ๕๐.๐ ความเชี่ยวชาญ ศาสนพิธีกร/สู่ขวัญ ๓ ๓๗.๕ เขียนตั๋วเมือง ๑ ๑๒.๕ กฎหมายอาญา ๑ ๑๒.๕ ไม่มี ๓ ๓๗.๕ การใช้อีเมล์ มีอีเมล์ ๑ ๑๒.๕ ไม่มีอีเมล์ ๗ ๘๗.๕
๕๔ ภาพที่ ๔.๓ การปฏิบัติงานของไวยาวัจกร วัดพระธาตุแช่แห้ง ๒๐ ต.ค.๖๔ สําหรับผู้นําชุมชน ผู้วิจัยได้เลือกแบบเฉพาะเจาะจง เป็นตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องด้วยในระหว่างการวิจัยอยู่ในช่วงของการเลือกตั้งผู้นําท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงได้สัมภาษณ์ว่าที่ นายกอบต.จํานวน ๒ ท่าน ซึ่งอยู่ในระหว่างการประกาศผลอย่างเป็นทางการและรับรองผลการ เลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และสมาชิกสภาอบต.อีกหนึ่งท่าน ซึ่งทําการสัมภาษณ์ ภายหลังการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พบว่า ทุกท่านอายุเกิน ๖๐ ปี การศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาโท มีเพียงท่านเดียวที่ได้นักธรรมตรี ประสบการณ์เคยรับ ราชการตํารวจ ครูและผู้ใหญ่บ้าน ภาพที่ ๔.๔ ปูายประกาศผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ภายในที่ทําการอบต.ฝายแก้ว ๒๙ พ.ย.๖๔
๕๕ ๔.๒ ผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์การวิจัย ๔.๒.๑ ศึกษาองค์ความรู้และบทบาทของไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา ๑) ผลการวิจัยจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholders)คือเจ้า อาวาสและผู้นําชุมชนและกลุ่มเปูาหมายคือไวยาวัจกร เรียงตามประเด็นดังนี้ ประเด็นความเข้าใจในกิจการพุทธศาสนา พบว่าเจ้าอาวาสมีความเข้าใจในกิจการพุทธศาสนากับกิจการคณะสงฆ์เป็นเรื่องเดียวกัน แม้จะไม่สอดคล้องกับนิยามศัพท์การวิจัยครั้งนี้ที่ให้ความหมายของกิจการพุทธศาสนาว่ามี องค์ประกอบหลัก ๘ ส่วน คือ ๑) การปกครองคณะสงฆ์ ๒) การศึกษาสงฆ์ ๓) การเผยแผ่ พระพุทธศาสนา ๔) การปฏิบัติธรรม ๕) การอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา ๖) การศาสนสถาน ๗) การศาสนสมบัติ และ ๘) การส่งเสริมพระพุทธศาสนา ส่วนกิจการคณะสงฆ์ประกอบด้วย ๑) การ ปกครอง ๒) การศาสนศึกษา ๓) การศึกษาสงเคราะห์ ๔) การเผยแผ่ ๕) การสาธารณูปการ และ ๖) การสาธารณสงเคราะห์คําตอบที่ได้จึงได้คําตอบที่เป็นงานของกิจการคณะสงฆ์ และประเด็นของ หน่วยอบรมประชาชนประจําตําบล(อ.ป.ต.) ซึ่งจะเห็นได้จากตัวอย่างคําตอบดังนี้ โดยหลักการทั่วไปมีอยู่หกด้าน เหมือนกับภาระหน้าที่ของพระสงฆ์ คือพระสงฆ์เป็น ตัวแทนของวัดเป็นคณะนิติบุคคล เพราะฉะนั้นบทบาทหน้าที่จึงมีหกอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการ เผยแผ่ งานด้านการศึกษา งานด้านปกครอง สาธารณูปการ สาธารณสงเคราะห์ และการศึกษา สงเคราะห์๑ คิดว่ากิจการพุทธศาสนามีแปดด้านคือ ศีลธรรมและวัฒนธรรม อนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห์ สาธารณสงเคราะห์ กตัญํูกตเวทิตาและสามัคคีธรรม ๒ ส่วนผลการสัมภาษณ์ไวยาวัจกรพบว่า ไวยาวัจกรส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกิจการพุทธศาสนา ด้วยคําตอบที่ได้มีความหลากหลายตามความเข้าใจและประสบการณ์ของแต่ละท่าน คําตอบที่ได้มีทั้ง อยู่ในคํานิยามศัพท์ของการวิจัยครั้งนี้ที่ให้ความหมายของกิจการพุทธศาสนาไว้ ๘ ด้าน แต่ความ คําตอบที่ได้มีความเข้าใจเป็นเรื่องของกิจการคณะสงฆ์ ๖ ด้าน และคําตอบอื่นอาทิ อนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี การพัฒนา การเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ ดังตัวอย่างผลการสัมภาษณ์ที่น่าสนใจต่อไปนี้ มีหกด้าน มีเผยแพร่น้อ ด้านปฺกครอง ด้านศึกษาสงเคราะห์ ศาสนาศึกษา สาธารณูปก๋าน สาธารณสงเคราะห์ ความจริงปะเดี๋ยวนี้เปิ้นว่ามีเจ็ดด้านอี่น่า๓ กิจการพุทธศาสนามันก้อจะมีอยู่ด้านการเผยแผ่ศาสนา อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ และก้อ เอ้อพัฒนาองค์ความรู้ให้กับพระภิกษุสามเณรอันนี้ส าคัญมากเพราะพระเณรสมัยนี้พระวินัยไม่ เหมือนพระสมัยก่อน(หัวเราะ) องค์รวมต้องจะพัฒนา…คิดว่ามีสามอย่าง๔ ๑ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A5, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A1, ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๓ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B3, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๕๖ ประเด็นบทบาทของไวยาวัจกร ความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย(stakeholder) อันประกอบด้วยเจ้าอาวาสและผู้นําชุมชน เกี่ยวกับบทบาทของไวยาวัจกร พบว่าเจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรเป็นตัวแทน เป็นที่ปรึกษา เป็น เพื่อนคู่คิด เป็นผู้ช่วยทําบัญชี ทําหน้าที่ตามคําสั่งเจ้าอาวาส ดูแลทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และ อสังหาริมทรัพย์ ดูแลผลประโยชน์ของวัด ดูแลเรื่องกฎระเบียบภายในวัดที่เจ้าอาวาสตั้งไว้ช่วยเหลือ พระสงฆ์ในวัดนั้นๆ ประสานงานกับหน่วยงานราชการเช่นสํานักงานพระพุทธศาสนา ดังตัวอย่างการ สัมภาษณ์ดังนี้ หน้าที่หลักๆคือเป็นตัวแทนของเจ้าอาวาส มีหน้าที่ รับท าหน้าที่ตามค าสั่งของเจ้าอาวาส และเมื่อเจ้าอาวาสมีเรื่องมีราวไวยาวัจกรต้องรับหน้าที่ว่าแทน ดูแลเรื่องกฎระเบียบภายในวัดที่เจ้า อาวาสตั้งไว้และไวยาวัจกรดูแล ทรัพย์สินของวัดก็ใช่ ประโยชน์อะไรต่างๆของวัดก็ใช่ แล้วแต่ว่าเจ้า อาวาสจะสั่ง๕ น่าจะช่วยอ านวยความสะดวกให้เจ้าอาวาสเนอะ ประสานงานของหน่วยงานราชการ พุทธศาสนาจั๊งหวัดนี่นะเหนอะ ดูแลทรัพย์สมบัติเนอะ ช่วยดูแลทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังริมทรัพย์ ของวัดนี่นะเนอะ๖ ส่วนผู้นําชุมชนพบว่าต้องการให้ไวยาวัจกร ดูแลทรัพย์สิน การเงินของวัด ช่วยเหลือทํา กิจการในวัดแทนพระสงฆ์คอยช่วยเหลือและดูแลความเป็นอยู่ของพระภิกษุสงฆ์ ดูแลประชาชนที่จะ มาร่วมกิจกรรมในวัด เป็นผู้นําในการทํากิจกรรมในศาสนพิธีเป็นผู้นําในศาสนพิธี โดยเน้นให้ ไวยาวัจกรทําหน้าที่ดูแลทรัพย์สิน ดังจะเห็นได้จากผลการสัมภาษณ์บางส่วนดังนี้ ดูแลทรัพย์สินของทางวัด ดูแลก๋านเงิน ดูแลความเป็นอยู่ของพระภิกษุสงฆ์ ดูแลอ้า อะ หยังก้อ ประชาชนที่เปิ้นจะมาร่วมกิจกรรมในวัดและอื่นๆอีกหลายอย่าง๗ คือน า น าในเรื่องของด้านพิธี ผู้น าด้านศาสนพิธีแล้วก้อ ช่วยเหลือเจ้าอาวาสค่ะ คือถ้า ภาษาพื้นเมืองบอกว่า น ากิ๋น น าตาน๘ ๔ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B1, ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๕ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A3, ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๖ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A4, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๗ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C2, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๘ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C3, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๕๗ ภาพที่ ๔.๕ การปฏิบัติงานของไวยาวัจกร วัดพระธาตุแช่แห้ง ๑๒ ธ.ค.๖๔ เมื่อทราบความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว จากการสัมภาษณ์ไวยาวัจกรพบว่า ผู้ที่จะ เป็นไวยาวัจกรต้องมีลักษณะเป็นผู้เสียสละในการร่วมทํานุบํารุงศาสนา มีจิตอาสาเพราะไม่มี ผลประโยชน์ตอบแทน ต้องมีวิสัยทัศน์ ทําหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ต้องประสานงาน สนองงาน ดูแลทรัพย์สินของวัด แก้ป๎ญหาระหว่างชุมชนกับวัด ช่วยบูรณะซ่อมแซมวัด รวมถึงเป็นผู้นําในศาสน พิธีได้ ดังผลการสัมภาษณ์บางส่วนดังนี้ ไวยาวัจกรน่าจะเป็นผู้ที่เสียสละในก ารที่… ในการที่จะเข้าม าร่วมท านุบ ารุง พระพุทธศาสนากับทางวัด โดยมีจิตอาสาที่แท้จริงนะครับเพราะมันไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน๙ หน้าที่บทบาทของไวยาวัจกรอันดับหนึ่งคือดูแล ดูแลไอ้ ทรัพย์สินอะไรของวัด ดูแล ทรัพย์สินของวัด ดูแลแก้ป๎ญหาของวัดถ้ามีป๎ญหา ก้อต้องแก้ป๎ญหาเรื่องไอ้ระหว่างชุมชนกับวัดที่ยัง เข้าใจแปลกๆแตกๆต่างอะไรออกไป แล้วต้องมีการสร้างสรรค์ มีการบูรณะซ่อมแซมอะหยังอีแน๊ะ๑๐ หน้าที่ ควรจะมี มีวิสัยทัศน์ มีบทบาทเข้าไป อ้า ช่วยเหลือวัดให้ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เผยแพร่พุทธศาสนาให้ก้าวไกล ให้ เป็นการช่วยเหลือพระ พระอาจารย์ที่เป็นเจ้าอาวาสอ่ะ อย่างวัด พระธาตุแช่แห้งผมก้อไปช่วยท่านอยู่ ๑๑ ๙ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B1, ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๐ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B6, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๑ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B7, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๕๘ ภาพที่ ๔.๖ การปฏิบัติงานของไวยาวัจกร วัดม่วงตื๊ด ๗ พ.ย.๖๔ เมื่อวิเคราะห์ถึงบทบาทของไวยาวัจกรตามความเห็นของทั้งสามกลุ่มจากความถี่ของ คําตอบพบว่า อันดับแรกไวยาวัจกรต้องมีความสามารถในด้านการจัดการทรัพย์สิน คือจัดทําบัญชี ดูแลทรัพย์สินและผลประโยชน์ของวัด อันดับถัดมาด้านการบริหารคือเป็นทั้งผู้นํา เป็นตัวแทน เป็น ผู้ช่วย เป็นที่ปรึกษา ดูแลกฏระเบียบ รองลงมาคือเป็นผู้ประสานงาน เป็นเพื่อนคู่คิด โดยไวยาวัจกร ต้องมีจิตอาสา ซื่อสัตย์และมีวิสัยทัศน์ สามารถนํามาเขียนได้ตามแผนภาพ ๔.๑ แผนภาพที่ ๔.๑ คุณลักษณะเบื้องต้นของไวยาวัจกรตามบทบาทไวยาวัจกร ประเด็นด้านการปกครองคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรให้คําปรึกษา คําแนะนํา รวมทั้งคอยสอดส่องดูแลพระ และลูกศิษย์วัด ในกรณีที่เจ้าอาวาสไม่อยู่ที่วัด รวมถึงสอดส่องผู้มาอาศัยวัดเป็นครั้งคราว ส่วนผู้นํา ชุมชนต้องการให้ไวยาวัจกรทําความสนิทสนมกับพระเณรในวัดและแนะนํา สอดส่อง ดูแลให้อยู่ใน กรอบพระวินัย ดังตัวอย่างข้อคิดเห็นจากการสัมภาษณ์ดังนี้
๕๙ ช่วยได้แยะมาก ก้อ สามารถที่จะช่วย เอ้อ การบริหารคณะสงฆ์นี่ก้อ ในแต่ละบ้านแต่ละ วัดหนา ช่วยได้แยะอยู่ จะท าอะไรก็ ไวยาวัจกรสามารถที่จะแนะน า บอกกล่าวอะไรหลายๆอย่าง บาง สิ่งบางอย่างพระสงฆ์ก้อนึกไม่ถึงอย่างเงี่ย ไวยาวัจกรสามารถช่วยแนะช่วยน า๑๒ เรื่องเกี่ยวกับ อ้า การปกครอง เค้าก็มีสิทธิสามารถที่จะท าได้ถ้าเจ้าอาวาสมอบหมายให้ เค้าช่วยดูแล บางวัดเนี่ยมันไม่ได้มีเพียงแค่พระภิกษุสามเณร แต่มันมีอารามิกชน อารมิกชนแปลว่า ผู้ ชนผู้มาอาศัยอาวาสหรืออารามนั้น เช่นมาเป็นครั้งเป็นคราว เช่นมาปฏิบัติธรรม มาอะไรต่างๆ บทบาทหน้าที่เจ้าอาวาสจะไปปกครองผู้ปฏิบัติธรรมแหมมันเหนื่อย พระเณรก้อพอละ ก้ออาศัย ไวยาวัจกร อ านวยความสะดวกให้ ช่วยให้… บางเรื่องที่มันเป็นสุดวิสัยของความเป็นพระที่จะท า อย่างเช่นปกครอง อาจจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายระเบียบ ข้อวิพาทอะไรทั้งหลายก้ออาศัยไวยาวัจกร เป็นผู้แทนเจ้าอาวาส แม้แต่เรื่องของสัญญา การก่อสร้าง ท าสัญญา ถ้าพระลงนามไปเป็นโมฆะหมด ตามกฎหมาย ก้ออาศัยไวยาวัจกรเป็นผู้แทนของเจ้าอาวาสแต่ต้องได้รับการมอบอ านาจเหมือนการท า กิจการงานทั้งหลาย งั้นการปกครองมีความส าคัญมากด้วย แต่ว่าจะท าเกินเจ้าอาวาส ค าสั่งไม่ได้ทุก อย่างที่ท าต้องเป็นไปตามลายลักษณ์อักษรที่ได้มอบหมาย๑๓ ควรท าความสนิทสนมกับพระภิกษุสามเณรทุกรูปเพื่อจะได้รู้ว่าแต่ละรูปมีนิสัยอย่างไรและ ก้อคอย คอยแนะน า แนะน าในการประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย๑๔ ภาพที่ ๔.๗ การปกครองคณะสงฆ์โดยกรรมการมหาเถรสมาคม วัดพระธาตุแช่แห้ง ๘ พ.ย.๖๔ ประเด็นด้านการปกครองไวยาวัจกรได้ช่วยเหลือโดยการสอดส่องพฤติกรรมของพระ ลูกวัด ช่วยดูแลและเป็นที่ปรึกษา รวมทั้งช่วยเมื่อเกิดป๎ญหาเท่านั้น หลายท่านไม่ได้ช่วย ความเห็น บางส่วนมีดังนี้ ๑๒ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A6, ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๓ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A7, ๗ กุมภาพันธ์๒๕๖๕. ๑๔ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C1, ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๐ ส่วนมากดูแลความสุขทุกข์ของท่านอาจารย์ เป็นที่ปรึกษาเจ้าอาวาสเวลามีป๎ญหา ภายใน วัดนอกวัด๑๕ จริงๆ แล้วมันบ่มีป๎ญหาถึงขั้นที่ต้องวิ่งเข้ามาช่วย เปิ้นก๊ะเอาของเปิ้ลได้อยู่ บางทีเปิ๊นก็ หารือแล้วก๊ะอู้กั๊นไป๑๖ ประเด็นด้านการศึกษาของสงฆ์ สําหรับด้านการศึกษาของสงฆ์เจ้าอาวาสและผู้นําชุมชนมีความเห็นให้ไวยาวัจกรช่วยด้าน การเดินทาง โดยการช่วยเหลือค่าพาหนะหรือจัดหาพาหนะ ช่วยป๎จจัยในอุปกรณ์การศึกษา หรือให้ และหาทุนการศึกษา ให้คําแนะนํา ให้กําลังใจ ดังผลการสัมภาษณ์ดังนี้ การศึกษาสงฆ์ โดยรวมคือชนบทคือง่ายๆหน่า หน้าที่หลักๆของไวยาวัจกรส่วนมากจะไม่ ค่อยมีด้านเต้าใดละ แต่ว่าเปิ๊นก็มีบ ารุงพระเณร หยังก๊ะ ภายในในวัดของเฮา มีเล็กๆน้อยๆตี้ว่าช่วย ทุนการศึกษาละอ่อน พระเณรไปเฮียนเปิ้นว่ากะมีอยู่ แต่ว่าจะเกี่ยวโดยรวมกว้างๆอาจจะบ่มี แต่ว่า โดยหลักช่วยพระเณรก๊ะมีอยู่ เป็นทุนการศึกษาก๊ะ ค่าพาหนะก๊ะ ก็มีอยู่๑๗ การศึกษาของสงฆ์ ความจริงไวยาวัจกรก้อสนับสนุนถ้าหากมีพระภิกษุสามเณรภายในวัด จะต้องศึกษาเล่าเรียนไวยาวักรจะต้องสนับสนุน ทุนการศึกษาบ้างอะไรบ้าง ยานพาหนะ ดูแลเรื่อง ยานพาหนะไปกลับบ้าง อ านวยความสะดวกให้กับพรภิกษุสามเณรที่ตั้งใจเรียน เรียนดี๑๘ ช่วยส่งเสริม ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรศึกษาพระธรรมวินัยและพระธรรม พระธรรม วินัยและพระธรรมตามค าสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คอยหาหนังสือและวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับ การศึกษาเนี่ย สนับสนุนพระภิกษุสงฆ์ในวัดนั้น๑๙ ในส่วนของไวยาวัจกรได้ช่วยได้การศึกษาโดยการสนับสนุนให้พระสงฆ์มีการศึกษา ให้ ทุนการศึกษา ให้ความรู้เฉพาะด้านทางภาษาพื้นเมือง ประเพณีบายศรีสู่ขวัญ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไม่ได้ ช่วยเพราะจํานวนพระสงฆ์ที่กําลังศึกษามีไม่มากหรือไม่มีเลย ดังตัวอย่างความเห็นดังนี้ …ก้อพอได้บ้าง ท่านมาถามไอ้พวกตัวลานนาตัวพื้นเมืองอะไรเงี้ย มีความเชี่ยวชาญมี ความรู้ทางนี้ก้อเราก้อมาช่วยเค้า..และประเพณีเรื่องท าสู่ขวัญ บายศรีสู่ขวัญอะไรเงี่ย๒๐ การศึกษาของสงฆ์ของเรานี่จริงๆในป๎จจุบันนี้พระที่ก าลังศึกษาก้อแค่รูปเดียว ท่านมหา หนุ่ยก้อรู้สึกว่าก าลังต่อโทหรืออะไรเนี่ย ก้อ ก้อ ไม่ได้ช่วยเพราะมีแค่รูปเดียว๒๑ ๑๕ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B4, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๖ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B6, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๗ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A2, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๘ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A3, ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๙ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C1, ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๐ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B2, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๑ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B1, ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๑ ภาพที่ ๔.๘ การให้ทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณรในวันบูรพาจารย์ วัดพระธาตุแช่แห้ง ๒ พ.ย.๖๔ ประเด็นด้านการศึกษาของฆราวาส สําหรับประเด็นด้านการศึกษาของฆราวาส ไวยาวัจกรเมื่อได้รับความรู้จะมาถ่ายทอดให้ ชุมชน เคยเป็นกรรมการศึกษาของอําเภอที่วัด หรือช่วยประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวของโรงเรียนพระ ปริยัติธรรม รวมถึงมหาวิทยาลัย ส่งเสริมให้เด็กชาวเขามาเรียนหนังสือและบวชเรียน บางท่านไม่ได้ ช่วย ดังความเห็นบางส่วนดังนี้ ฆราวาสนี่ก๊ะ ประสัมพันธ์นั่นนะ ข่าวสารการศึกษาข้างในส่วนมหาวิทยาลัยและโรงเรียน พระประยัติธรรมอี่เน๊ะน้อ๒๒ เมื่อก่อนนั้นผมยังท ากับพระอาจารย์องค์ก่อน เราไปให้เด็กชาวเขาอ๊ะเข้ามา เราพยายาม ชักจูงให้ชาวเขาเข้ามาวัดอ๊ะ เอาเค้ามาอยู่ที่วัดแล้วก้อบวชให้ บวชเรียน ให้ศึกษาเล่าเรียนฟรี มีทุนให้ ก้อเด็กก้อหลายคน มาศึกษาเล่าเรียนวัดพระธาตุแช่แห้งเนี่ยหลายคน ก็จบไปหลายคนก้อมีงานท า.. มี อยู่ท่านหนึ่งบวช เป็นพระมหา สอบได้เป็นประโยคสามเลยหนา๒๓ ๒๒ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B3, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๓ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B7, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๖๒ ภาพที่ ๔.๙ การให้ทุนการศึกษานิสิตฆราวาสในวันบูรพาจารย์ วัดพระธาตุแช่แห้ง ๒ พ.ย.๖๔ ประเด็นด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อกล่าวถึงประเด็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสและผู้นําชุมชนต้องการให้ ไวยาวัจกรช่วยประสัมพันธ์เชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนมาร่วมในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา หรือ กิจกรรม งานประเพณีของวัด ช่วยอํานวยความสะดวกในเรื่องยานพาหนะแก่พระสงฆ์เมื่อต้องออก นอกสถานที่ ทําโครงการอบรมธรรมะให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งความเห็นบางส่วนมีดังนี้ เกี่ยวกับเรื่อง ดูเรื่องประสัมพันธ์เชิญชวนให้เข้าวัด ร่วมกิจกรรมวันส าคัญทาง พระพุทธศาสนา ๒๔ ก้อสามารถที่จะ สมมุติว่าพระท่านจะออกไปเผยแผ่ในด้านศาสนา ไวยาวัจกรสามารถที่จะ ช่วย ยานพาหนะก้อสามารถช่วยได้ ยานพาหนะส าคัญมาก ออกไปโน่นไปนี่นะ ช่วยเหลือพระสงฆ์อยู่ ละ ๒๕ ท าโครงการอบรมธรรมะผ่อง อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประชาชน คือน าข่าวสารเทคโนโลยี มาบอกมากล่าว๒๖ ๒๔ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A1, ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๕ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A6, ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๖ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C2, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๓ ภาพที่ ๔.๑๐ การมีส่วนร่วมของผู้นําชุมชนในประเพณีหกเป็ง วัดพระธาตุแช่แห้ง ๒๖ ก.พ.๖๔ ภาพที่ ๔.๑๑ การอํานวยความสะดวกในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทางเข้าวัดพระธาตุแช่แห้ง ๕ มี.ค.๖๔ สําหรับความเห็นของไวยาวัจกรในด้านการเผยแผ่ ได้เป็นตัวแทนของวัดนําเสนอในที่ ประชุมหมู่บ้าน ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ชาวบ้านทราบทั้งประชาสัมพันธ์เองและแจ้ง ให้ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ เป็นตัวอย่างโดยเข้าวัดทุกวันพระ เชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้าวัด บางท่าน โน้มน้าวให้ชาวบ้านไม่ให้ขายที่ดินให้ผู้นับถือศาสนาอื่น มีบางท่านไม่ได้ช่วย ดังตัวอย่างบทสัมภาษณ์ ดังนี้
๖๔ ช่วยอบรมชาวบ้านอะไรเงี่ย วันพระ วันส าคัญทางพุทธศาสนา พูดกับชาวบ้าน ท างั้นท า งี้๒๗ คือศาสนาเราเป็นศาสนาพุทธอย่าให้พวกไอ้ อะไรนะคู่แข่งของเรา ศาสนาอิสลาม อย่าให้ เข้ามาใกล้เน้อ ใครมีที่มีทางอย่าไปขายให้เขาหนา เขาเอาเงินมาซื้อแยะๆ…คริสต์ก็ไม่ขาย๒๘ ภาพที่ ๔.๑๒ ประเพณีตานก๋วยสลาก วัดพระธาตุแช่แห้ง ๑๘ ต.ค.๖๔ ประเด็นด้านสาธารณูปการ การช่วยงานเจ้าอาวาสของไวยาวัจกรด้านสาธารณูปการ ได้ช่วยโดยการดูแลงานก่อสร้าง ในที่ธรณีสงฆ์ แจ้งเจ้าหน้าที่มาแก้ไขความผิดปกติของระบบน้ําไฟฟูา บางท่านช่วยโดยใช้แรงงาน ตนเอง ช่วยเบิกจ่ายและบันทึกบัญชีหมวดสาธารณูปโภค ซึ่งผลบางส่วนของการสัมภาษณ์ดังนี้ น้ าไฟ ไอ้เรื่องเงินเรื่องทองเก็บเงินนี่หนา เก็บเป็นหมวดเป็นหมู่ เรานั่นเหลาะเป็นผู้จัดการ มีกี่หมวดกี่หมู่จะเก็บยังไง จะยังไงก้อมาประชุม ตกลงเอาหยังงั้นเอาอย่างงี้๒๙ หาช่างเข้ามาช่วย เมื่อก่อน เมื่อปีที่แล้ว มันจะมีอยู่ค่าน้ า มันท าไมเก็บแยะ…เราก้อมา ส ารวจดู พอดีน้ ามันรั่ว เราก้อมาช่วยกันซ่อมแซม ค่าไฟอีก ที่นี่(เคาะโต๊ะ)เราก็ใช้เงินวัด ไฟที่นี่ก็ใช้ วัด๓๐ ๒๗ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B2, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๘ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B5, ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๒๙ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล B6, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๓๐ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B7, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๖๕ ภาพที่ ๔.๑๓ การรวบรวมเงินจากการทอดกฐินของไวยาวัจกร วัดม่วงตื๊ด ๗ พ.ย.๖๔ ประเด็นด้านศาสนสถานและศาสนาสมบัติ ด้านศาสนสถาน เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยดูแลบูรณะซ่อมแซม ใช้ได้เป็น ป๎จจุบัน ทําให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้รับรู้ รับทราบ ดูแลที่ดิน โฉนด ที่ธรณีสงฆ์และแจ้งเจ้าอาวาส เมื่อชํารุด เป็นกระบอกเสียงของเจ้าอาวาส เก็บข้อมูล ภาพศาสนสถาน บํารุงซ่อมแซมส่วนที่ชํารุด ทรุดโทรมในรูปแบบกรรมการ จะต้องมี มีเก็บข้อมูลน้อ ภาพศาสนสถาน ล่ะก๊ะช่วยบ ารุงซ่อมแซมส่วนที่ช ารุดทรุด โทรมน้อ..จัดตั้งเป็นคณะกรรมการน้อ๓๑ ผู้นําชุมชนต้องการให้จัดทําทะเบียนศาสนสถานเช่น โบสถ์ วิหาร กุฎิ จะได้ตรวจสอบและ ดูแลได้ดูแลบูรณะซ่อมแซม ใช้ได้เป็นป๎จจุบัน ทําให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ช่วยดูแลรักษา มีส่วน ร่วมกับประชาชนในหมู่บ้าน ๓๑ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A4, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๖ ศาสนสถานเนี่ย ช่วยดูแลน๊อ ช่วยดูแล รักษา อ้าเนี่ย ดูแลรักษา ปกปูองดูแลว่าส่วนไหนที่ อะไร สมมุติว่ามีคนมาอะไรเนี่ยมันต้องช่วยกันน๊อ ต้องมีส่วนร่วม ต้องพูดว่าต้องมีส่วนร่วมกับ ประชาชนด้านอื่นๆในหมู่บ้านของเราเนี่ยแหละ๓๒ ภาพที่ ๔.๑๔ ความร่วมมือของชาวบ้านหลังงานทอดกฐิน วัดม่วงตื๊ด ๗ พ.ย.๖๔ ด้านศาสนสมบัติ เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอและนับ จํานวนเมื่อมีการยืมไปใช้การเก็บรักษาพระพุทธรูป ต้องรู้ว่าศาสนสมบัติมีอะไรบ้าง อาทิ พระพุทธรูป โบราณกี่องค์ รวมทั้งดูแลแทนเจ้าอาวาสด้วย ควรทําบัญชีศาสนสมบัติถูกต้อง ขึ้นทะเบียนและแยก ประเภทไว้ทั้งเอกสารและสื่่ออิเลคทรอนิกส์รวมทั้งพัฒนา จัดการศาสนสมบัติให้เกิดประโยชน์ต่อวัด เช่นเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ตามความเห็นบางส่วนดังนี้ อันที่หนึ่งคือดูแลรักษา อันสองนอกจากดูแลรักษาแล้วจะต้องพัฒนาหรือจัดการศาสน สมบัตินั้นให้เป็นประโยชน์ต่อวัดได้อย่างไรบ้างเช่นบางวัดที่เค้ามีโบราณสถาน เค้ามีโบราณวัตถุ ไวยาวัจกรนอกจากรักษาให้มันคงทนถาวรแล้ว ท าอย่างไรจะจัดการศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุให้เป็น ประโยชน์ต่อวัดเช่น การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเรียนรู้ ถ้าไวยาวัจกรมีความรู้ ความสามารถด้านนี้จะดี๓๓ ผู้นําชุมชนต้องการให้ไวยาวัจกรทําบัญชีพร้อมถ่ายภาพประกอบ เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละ ชิ้นอยู่ครบและเก็บรักษา เก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย เงินฝากต้องได้รับอนุมัติจึงจะเบิกจ่ายได้ ทํางานให้โปร่งใส ถูกต้อง ตรวจสอบได้รวมถึงชี้แจงให้ชาวบ้านทราบด้วย ซึ่งผู้ให้ข้อมูลได้เน้นให้เก็บ ๓๒ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C3, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕. ๓๓ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A5, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๗ รักษาให้ปลอดภัยและทําบัญชีพร้อมถ่ายภาพประกอบ เพื่อปูองกันมิจฉาชีพมาขโมยสิ่งของมีค่าไป จากวัด ซึ่งจะเห็นได้จากบางส่วนของการสัมภาษณ์ดังนี้ ท าบัญชีพร้อมกับถ่ายภาพศาสนสมบัติต่างๆมาประกอบ เพื่อจะได้ตรวจสอบว่าศาสน สมบัติแต่ละชิ้นแต่ละองค์นั้นอยู่ครบ ไม่สูญหายไป จะได้ท าการแก้ไขและเก็บรักษา ต่อไป๓๔ ภาพที่ ๔.๑๕ ศูนย์การเรียนรู้พุทธศิลป์น่าน วัดแสงดาว ๑๙ ก.พ.๖๕ ประเด็นด้านสาธารณสงเคราะห์ การช่วยเหลือกิจการพุทธศาสนา ไวยาวัจกรได้ช่วยเหลือโดยนําสิ่งของที่ได้จากงานทาน สลากภัตหรืองานบุญช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและออกพรรษา ไปบริจาคให้คนยากไร้ในหมู่บ้านหรือ ชาวบ้านในต่างอําเภออาทิ อ.บ่อเกลือ อ.เฉลิมพระเกียรติเป็นตัวแทนไปช่วยบริจาคในนามวัด ทั้งใน หมู่บ้าน ตําบลและอําเภอ โดยจะไปเมื่อมีการร้องขอมาหากเป็นการช่วยนอกหมู่บ้าน ตลอดถึงเชิญ ชวนให้คนมาทําบุญดูแลสุสาน สร้างเมรุและมีการ ใช้พุทธเกษตรสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน ออกพรรษาเน๊อะ ของมันแยะ ของที่มาท าทาน เราก็บอกเอาไปให้คนยากจน บ้านโน้น บ้านนี่ บ้านไหนยากจน เราต้องถามกรรมการก่อน ควรจะให้บ้านไหน ในหมู่บ้านเราเนี่ยแหละ..ที่อื่น ก้อมี๓๕ ๓๔ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C1, ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๓๕ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B5, ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๘ ภาพที่ ๔.๑๖ การจัดสรรสิ่งของหลังงานตานก๋วยสลาก วัดพระธาตุแช่แห้ง ๑๘ ต.ค.๖๔ ประเด็นด้านการปฏิบัติธรรม ประเด็นด้านการปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นเพชรน้ําเอกของพุทธศาสนา เจ้าอาวาสมีความเห็น อยากให้ไวยาวัจกรเป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไป ควรรับรู้ รับทราบ สนับสนุน โดยอาจอยู่ฝุายอํานวยการ ควรช่วยเตรียมสถานที่ ปรับปรุงสถานที่ปฏิบัติธรรม ดูแลสิ่งอํานวยความสะดวก ช่วยอํานวยความ สะดวกด้านที่พัก อาหารเครื่องดื่มแก่ผู้ปฏิบัติธรรม รวมถึงควรเข้าร่วมการปฏิบัติธรรม หรือแนะนํา การปฏิบัติแทนเจ้าอาวาส ทั้งนี้ไวยาวัจกรต้องมีความรู้และความซื่อสัตย์เป็นหลัก ไวยาวัจกรก๊ะช่วยอ านวยความสะดวกน้อ ด้านที่พักอาศัย อาหารน้ าดื่มน้อ อ านวยความ สะดวกให้แก่ผู้มาปฏิบัติธรรม ถ้ามีเวลาก๊ะให้ไวยาวัจกรเข้าร่วมด้วย๓๖ ปฏิบัติธรรมคือเอามาฝึกสมาธิ ขัดเกลาฮื้อจิตใจ๋สะอาด เปนการนุ่งขาวห่มขาว… ไวยาวัจกรจะต้องฮู้ ถ้าบ่ฮู้ก๊ต้องไปขวนขวายดูเอกสาร ดูอะหยังเกี่ยวกับพุทธศาสนานั่นนะเอามา น าเสนอท าโครงการที่จะเป็นไปได้ จะท าหื้อคนได้ปฏิบัติธรรมน่ะ อย่างว่าสอนศาสนาวันอาทิตย์ก๊ะ หยังอี้๓๗ ๓๖ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A4, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๓๗ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C2, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖๙ ภาพที่ ๔.๑๗ การปฏิบัติธรรม วัดพระธาตุแช่แห้ง ๒๓ ก.ค.๖๔ ไวยาวัจกรได้ให้ข้อมูลว่าได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ป๎จจุบันงดเข้าร่วม เพราะสถานการณ์โควิด-๑๙ มีบางท่านได้ร่วมนั่งสมาธิในวันสําคัญทางพุทธศาสนาช่วยประชาสัมพันธ์ และช่วยสนับสนุนโดยการประสานงาน เตรียมสถานที่ ตลอดถึงหางบประมาณมาสร้างศาลาปฏิบัติ ธรรมดังผลการสัมภาษณ์บางส่วนต่อไปนี้ ปฏิบัติธรรมเมื่อก่อน อ้า เมื่อก่อนก็จะดูแลด้านการปฏิบัติธรรมอยู่เพราะว่าตรงวัดพระ ธาตุแช่แห้งเค้าก้อมีศาลาปฏิบัติธรรมอยู่ เพราะเมื่อก่อนเค้าก้อมีปฏิบัติธรรม ก้อมาช่วยด้านการ ประสานงานมากกว่า…เตรียมสถานที่อะไรพวกเนี้ยแหละครับ หางบประมาณมาสร้างศาลาเนี่ย ศาลา ปฏิบัติธรรมตรงเนี้ย๓๘ ประเด็นด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยพัฒนาวัดด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาโดยเป็น แกนนําจัดกิจกรรมต่างๆทางพระพุทธศาสนา เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจ รักษาประเพณีของท้องถิ่น สนับสนุนให้มีการปฏิบัติธรรมประจําปีและโอกาสวันสําคัญ หาทุนการศึกษาให้พระภิกษุ ทั้งนี้ หาก ไวยาวัจกรเข้าใจจะช่วยส่งเสริมพุทธศาสนาได้อย่างดี ทําให้วัดมีชื่อเสียงและเจริญ ส่วนผู้นําชุมชน มี ความเห็น ว่าหากวัดมีกิจกรรมไวยาวัจกรช่วยประสัมพันธ์ให้ร่วมกิจกรรม เพื่อนําทุนทรัพย์มา ซ่อมแซมหรือสนับสนุนพุทธศาสนา หรือส่งเสริมให้คนมาบวชเรียน ทําสถานที่น่าอยู่ น่าศรัทธา สร้าง ๓๘ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B8, ๔ กุมภาพันธ์๒๕๖๕.
๗๐ สิ่งแวดล้อมให้สวยงาม หรือช่วยประชาสัมพันธ์วันสําคัญทางพุทธศาสนาและ มีส่วนร่วมกับวัดอื่นๆใน วันสําคัญทางศาสนาของท้องถิ่นอาทิ งาน สามเป็ง ห้าเป็ง เจ็ดเป็ง ซึ่งความเห็นบางส่วนมีดังนี้ ….ถ้าเป็นไวยาวัจกรที่เข้าใจก้อจะช่วยส่งเสริมจะช่วยเหลืองานพระศาสนาได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าวัดไหนเนี่ย มีเยอะแยะที่ไม่ประสบความส าเร็จ ไม่ก้าวหน้า ไม่ท างานของตนเองให้ประสบ ความส าเร็จได้ วัดนั้นก็จะไม่มีชื่อเสียง อ้า ไม่เจริญ ดูเสื่อมค่าไปเลย เงียบหยังเงี้ยครับ๓๙ ….อันดับแรกก็บุคลากรนะเนอะ ส่งเสริมฮื้อบุคลากรเนี่ยมาประจ าวัด มีการบวช บวช เรียนหยังเอี้ย ส่งเสริมสถานที่ฮื้อมันดูเป็นที่น่าอยู่ น่าเคารพนับถือ บ ารุงด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆนานา ฮื้ออยู่ในข้อปฏิบัติหรือข้อบัญญัติหรือข้อตกลงของหมู่บ้านหยังเอี้ย๔๐ ความเห็นของไวยาวัจกรด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาได้ช่วยโดยการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนชาวบ้านมาร่วมพัฒนาวัด ช่วยการศึกษาของพระสงฆ์ช่วยเงินบริจาคและใช้แรงงานช่วยงาน ช่วยงานของวัด โดยเป็นตัวแทนวัดในการต่างตอบแทนวัดอื่น ช่วยศูนย์เรียนรู้พุทธศิลป์ ช่วยสร้าง โบสถ์ช่วยงานของวัดด้านศิลปวัฒนธรรมดังบางส่วนของการสัมภาษณ์ต่อไปนี้ ….ด้านการส่งเสริม ด้านศาสนาก้อ มันจะเป็นด้านศิลปวัฒนธรรมมากกว่าเน๊อะ เช่นงาน ประเพณีหกเป็ง งานประเพณีต่างๆของวัด กิจกรรมวันพ่อ วันวิสาขบูชา อะไรพวกนี่แหละครับ ก้อ ได้มาช่วย มาช่วยท่าน๔๑ ๓๙ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A7, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๐ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C2, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๔๑ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B8, ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๑ ภาพที่ ๔.๑๘ การแสดงในงานประเพณีหกเป็ง วัดพระธาตุแช่แห้ง ๒๖ ก.พ.๖๔ ภาพที่ ๔.๑๙ การมีส่วนร่วมประชาสัมพันธ์การตักบาตร วัดพระธาตุแช่แห้ง ๕ มี.ค.๖๔ เมื่อวิเคราะห์กิจการพุทธศาสนาทั้งแปดด้านมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมที่ไวยาวัจกรควรมี ลักษณะเพิ่มเติมคือเป็นนักบริหารและนักประชาสัมพันธ์ เป็นผู้มีมีส่วนร่วมกับชุมชน ช่วยปกปูองพุทธ
๗๒ ศาสนา อํานวยความสะดวกแก่พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชน มีเครือข่าย จึงได้เพิ่มคุณลักษณะ ของไวยาวัจกรในแผนภาพที่ ๔.๒ ดังนี้ แผนภาพที่ ๔.๒ คุณลักษณะของไวยาวัจกรตามบทบาทไวยาวัจกรและกิจการพุทธศาสนา ๔.๒.๒ ศึกษาสภาพและปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของไวยาวัจกรในอ าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน จากผลการศึกษาพื้นที่วิจัย ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม พบว่า ๑. เจ้าอาวาสที่เป็นพระระดับสังฆาธิการ ประกอบด้วยเจ้าคณะอําเภอ รองเจ้าคณะอําเภอ เจ้า คณะตําบล เจ้าอาวาสวัดพัฒนาดีเด่น รวมจํานวน ๗ รูป ส่วนใหญ่มีอายุช่วงตั้งแต่ ๕๑ ปีจนถึงอายุ เกิน ๖๐ ปี ส่วนน้อยอายุระหว่าง ๔๑-๕๐ ปี ส่วนใหญ่จํานวนพรรษาเกิน ๓๐ พรรษา ส่วนใหญ่ไม่มี ตําแหน่งทางวิชาการ มีระดับการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ทุกรูปเป็นนักธรรมเอก ส่วน ใหญ่ไม่มีวุฒิทางเปรียญธรรมและได้เปรียญธรรม ๔-๖ รองลงมา นอกนั้นได้ประโยค ๑-๓ จํานวน ไวยาวัจกรขึ้นอยู่กับขนาดของวัดจึงมีจํานวนไม่มากแค่ ๑-๒ ท่าน หากเป็นพระอารามหลวงจํานวน ไวยาวัจกรจะมากกว่า แต่มีบางวัดที่ยังอยู่ระหว่างการสรรหาไวยาวัจกรจึงยังไม่มีไวยาวัจกร สําหรับ การใช้อีเมล์พบว่าเจ้าอาวาสส่วนมากมีอีเมล์ ๒. ไวยาวัจกรของวัดพระอารามหลวงหรือไวยาวัจกรของวัดราษฎร์ที่ได้รับรางวัล จํานวน ๘ คน พบว่า ทั้งหมดเป็นเพศชาย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบํานาญ รองลงมา คือค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว นอกนั้นเป็นเกษตรกร การศึกษาระดับปริญญาตรีและต่ํากว่าเท่ากัน ส่วน ใหญ่ไม่มีวุฒิทางธรรม รองลงมาเป็นนักธรรมตรีและนักธรรมเอกตามลําดับ มีความเชี่ยวชาญในการ เป็นศาสนพิธีกร/สู่ขวัญ เขียนตั๋วเมืองและกฎหมายอาญา สําหรับการใช้อีเมล์พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีอีเมล์
๗๓ การที่ไวยาวัจกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ดังนั้น บางท่านจึงมีป๎ญหาสุขภาพด้านสายตา เป็น พิธีกรงานศพ ตอนนี้หยุดละ สองปี๋ละเพราะสายต๋าบ่อดี๔๒ และจะให้บุคคลในครอบครัวช่วยทําบัญชี ของวัด ลูกเป็นหัวหน้าฝุายจัดเก็บภาษีช่วยท าบัญชีให้๔๓ บางวัดจะมีจิตอาสาที่สําเร็จการศึกษาด้าน บัญชีมาช่วยทําบัญชี แต่บางวัดไวยาวัจกรที่มีเพียงหนึ่งท่านจะทําบัญชีและงานอื่นตามที่เจ้าอาวาส มอบหมาย ช่วยงานทุกอย่าง…แถมท้ายเวลามีก๋านมีงานอะหยังเฮาก๋าออกแหม ออกร้อยออกร้อย เนี่ย๔๔ ส่วนความสามารถในการใช้เทคโนโลยีนั้นจะนิยมใช้งานไลน์ (Line Appication) แต่ไม่ถนัดใน การใช้โปรแกรมอื่น นอกจากนั้น ไวยาวัจกรขาดความเข้าใจในหน้าที่ของตนตามกฎหมาย แม้จะมีการจัด อบรมประจําปีแต่ไม่มีการติดตามประเมินผลหลังการอบรม ดังความเห็นที่ว่า แต่ถามว่าปริมาณ ไวยาวัจกรสามารถตอบได้ คุณภาพตอบไม่ได้ ไวยาวัจกรควรจะมีการจัดอย่างงี้ ควรสร้างแผนขึ้นมา แล้วให้การสนับสนุนไวยาวัจกรให้เป็นรูปแบบโดยอาศัยองค์กรของพระพุทธศาสนานี่แหละ มันจะ เรียกว่าการฟื้นฟูไวยาวัจกรเหมือนในคริสจักร เค้าจะมีบท เค้าจะมีช่วงหนึ่งมาเรียกประชุมกัน ใช้ค า ว่าฟื้นฟูศาสนิกในศริสจักรนั้นๆเค้าก้อมีการคิดของเค้านะ อ้า อาตมาก้อไปเห็นเค้าอยู่พอสมควร แต่ พุทธเราไม่เคยท าเลย ๔๕ และความเห็น บางคนได้รับการแต่งตั้งมาบางคนก้อไม่รู้ว่าไวยาวัจกรคืออะไร หน้าที่คืออะไร กฏหมายไวยาวัจกรเป็นอะไร๔๖ อนึ่ง การวิจัยครั้งนี้อยู่ในช่วงของสถานการณ์จากไวรัส covid-19 กิจกรรมต่างๆของวัด ถูกงดไป รัฐบาลมีคําสั่งให้จัดงานแบบออนไลน์ หรือจํากัดผู้เข้าร่วมงาน ทําให้คนเข้าวัดน้อยลง จึงมี ผลกระทบกับรายรับของวัดจากเงินบริจาค สะท้อนจากความเห็นที่ว่า ป๎ญหาคนไม่ค่อยเข้าวัด คนไม่ เข้าวัดเนี่ย เราต้องช่วยกันแก้ป๎ญหา ผมจะคุยและพยายามบอกบุญ๔๗ ๔.๒.๓ น าเสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อ าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน จากการสัมภาษณ์เพื่อทราบความเห็นของรูปแบบที่จะนํามาพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกร ของผู้ให้ข้อมูลทั้งสามกลุ่มคือเจ้าอาวาส (A) ไวยาวัจกร (B)และผู้นําชุมชน (C) ความเห็นเป็นดังนี้ เจ้าอาวาสมีความเห็นก่อนแต่งตั้งไวยาวัจกรเจ้าอาวาสควรพิจารณาเลือกผู้ที่จะเป็น ไวยาวัจกร อาทิ รู้หลักธรรม เคยบวชพระมาก่อน รู้การพัฒนาวัด จัดให้มีการอบรมสัมมนาเพิ่มความรู้ แก่ไวยาวัจกรอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง รวมถึงเจาะจงให้ดูแลเฉพาะทรัพย์สินของวัดเป็นหลักเพื่อความ ๔๒ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B2, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๔๓ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B2, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๔๔ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B6, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๔๕ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A7, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๖ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B8, ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๗ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B7, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๗๔ ชัดเจนในหน้าที่ หรือใช้ตามแบบพุทธศาสนาคือปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ โดยใช้หลักอปริหาริยธรรมใน การอบรม ตามบางส่วนของความเห็นดังนี้ ….อาตมาคิดว่ารูปแบบของการพัฒนาและการส่งเสริมเนี่ยก้อคือใช้องค์แห่ง อ้า การ การ ส่งเสริมแบบพระพุทธศาสนาก้อคือปฏิยัติ ปฏิบัติ แล้วก้อปฏิเวธ ….ไวยาวัจกรจะท างานก้อต้องรู้ กฎหมายไวยาวัจกรใช่มั๊ยครับ ค าว่ารู้กฎหมายก้อต้องเรียนรู้ใช่มั๊ยครับ ก้อคือปริยัติไง …ปริยัติไม่ได้ หมายถึงมาเรียนอย่างเดียว อย่างน้อยต้องผ่านการอบรม การสัมมนา บ่อยครั้ง หลักการตัวนี้เขียนใน หลักธรรมว่าอปริหาริยธรรมเจ็ดประการ ถ้าเค้าท าได้เนี่ยตัวหนึ่งมันจะ มันจะออกมาคือทักษะ….. ประการที่สองไวยาวัจกรก้อจะต้องปฏิบัติตนเองด้วย งั้นต้องสร้างทักษะของการเป็นผู้เป็น ไวยาวัจกร….ถ้าออกมาเป็นคู่มือไวยาวัจกรได้ยิ่งดี ทั้ง ทั้งปริยัติและทั้งปฏิบัตินี่นะต้องมีคู่มือไวยาวัจกร เนี่ย งานประชาสัมพันธ์เผยแผ่จะท ายังไงนะให้มันออกมาให้ได้ เอาเป็นพื้นฐานหลักๆนะ แต่ว่าวัดแต่ ละวัดมันไม่เหมือนกัน…ต้องมีไทม์ไลน์ในการปฏิบัติ ต้องมีบทบาทสรุปของตนเอง..พอปริยัติเต็ม ปฏิบัติเต็ม อัตโนมัติของมันก้อคือปฎิเวธครับ ผลสะท้อนจะกลับมาในเรื่องดีหมดเลย.. มันหมายถึงอิม แพ๊คที่วัดเกิดขึ้น อิมแพ๊คที่บ้านเกิดการยอมรับวัดขึ้น อิมแพ๊คที่สังคมรอบๆของชุมชนของวัดนั้นมา มาให้ความร่วมมือเกิดพลังแห่งศรัทธา การที่มีพลังศรัทธา องค์กรหรือหน่วยงานนั้นหรือวัดนั้น ก้อจะ มีองค์แห่งป๎ญญาเกิดขึ้นเลย ป๎ญญาโลกกัสมิงปะโชโต ป๎ญญาเป็นแสงสว่างในโลก วัดนั้นก้อจะสว่าง ไสวเลย ใช่มั๊ยครับ เพราะงั้นตัวปฎิเวธไม่ต้องท าอะไรหรอก มันจะออกมาจากการปฏิบัติ ปริยัติและ ปฏิบัติ ปฎิเวธมันจะออกมาให้เห็นเลย แล้วจะเกิดความสวยงามด้วย เนี่ยหลักการข้อสามเนี่ย รูปแบบ การพัฒนาและก้อส่งเสริมด้วยมันควรจะเป็นอย่างนี้๔๘ สําหรับความเห็นของผู้นําชุมชนพบว่าควรสํารวจไวยาวัจกรแต่ละวัดว่ามีความรู้พุทธ ศาสนาในระดับใด แล้วให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ไวยาวัจกรเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา หรือให้นําคําแนะนําจากผู้รู้หรือปราชญ์ชาวบ้าน นํามาใช้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งฝึกสวดมนต์ นั่ง สมาธิดังบางส่วนของความเห็นดังนี้ ….ส ารวจไวยาวัจกรแต่ละวัด แต่ละวัดว่ามีความรู้มีความรู้เกี่ยวพระพุทธศาสนาในระดับ ไหน แล้วก้อจัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา อบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของเขานั่นน๊ะ เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาต่อไป๔๙ ความเห็นของไวยาวัจกรในรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมนั้นมีความเห็นว่าควรมีการ อบรมไวยาวัจกรในการปฏิบัติหน้าที่ อบรมเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องในงานศาสนพิธีการใช้คําที่ถูกต้อง ของศาสนพิธีกร หรือเข้าร่วมส่งเสริมพุทธศาสนาในแต่ละตําบล และต้องการให้สํานักงาน ๔๘ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A7, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๙ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C1, ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๗๕ พระพุทธศาสนาหรือมหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นผู้เพิ่มองค์ความรู้ให้แก่ไวยาวัจกร ควรมีไลน์กลุ่มของ ไวยาวัจกร เพื่อรู้การเคลื่อนไหว ข่าวประชาสัมพันธ์ซึ่งความเห็นบางส่วนมีดังนี้ ….ไวยาวัจกรตอนเนี้ย ถามว่า เอ้อเราต้องการให้ทางหน่วยงานอ้า เช่น เขาเรียกว่า พุทธ ส านักงานพุทธศาสนาเนี่ยจัดหรือว่าในส่วนของ ตัวแทนของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับสงฆ์นี่แหละ วิทยาลัยสงฆ์เนี่ยแหละ เป็น เป็นตัวที่จะผู้เพิ่มองค์ความรู้ให้กับไวยาวัจกร เพราะไวยาวัจกรที่แต่งตั้ง มาเนี่ย แต่ละคน บางคนก้อไม่รู้ว่าไวยาวัจกรคืออะไร หน้าที่คืออะไร กฎหมายไวยาวัจกรเป็นอะไร ก้อ ต้องการให้ทาง อ้า และเป็นตัวรวบรวมและก้อเอาไวยาวัจกรมาอบรมให้องค์ความรู้ให้ความรู้ที่จะ น าไปปฏิบัติ รู้บทบาทหน้าที่ของตนเองในแต่ละวัด แต่ละที่ ที่ตัวเองได้ไปนั่น๕๐ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา พบว่า เจ้าอาวาสมีความเห็นว่าก่อนแต่งตั้งไวยาวัจกรเจ้าอาวาสควรพิจารณาเลือกผู้ที่จะเป็นไวยาวัจกรที่มี ความรู้รอบอาทิหลักธรรม การพัฒนาวัด จัดให้มีการอบรมสัมมนาเพิ่มความรู้แก่ไวยาวัจกรอย่างน้อย ปีละ ๒ ครั้ง รวมถึงเจาะจงให้ดูแลเฉพาะทรัพย์สินของวัดเป็นหลักหรือใช้ตามแบบพุทธศาสนาคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ โดยใช้หลักอปริหานิยธรรมในการอบรม สําหรับความเห็นของผู้นําชุมชนพบว่า ควรสํารวจไวยาวัจกรแต่ละวัดว่ามีความรู้พุทธศาสนาในระดับใด แล้วให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ไวยาวัจกรเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา หรือให้นําคําแนะนําจากผู้รู้หรือปราชญ์ชาวบ้าน นํามาใช้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งฝึกสวดมนต์ นั่งสมาธิความเห็นของไวยาวัจกรพบว่าควรมีการอบรม ไวยาวัจกรในการปฏิบัติหน้าที่ อบรมเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องในงานศาสนพิธี หรือเข้าร่วมส่งเสริมพุทธ ศาสนาในแต่ละตําบล และต้องการให้สํานักงานพระพุทธศาสนาหรือมหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นผู้เพิ่มองค์ ความรู้ให้แก่ไวยาวัจกร ซึ่งสามารถเขียนเป็นแผนภาพได้ตามแผนภาพที่ ๔.๓ ดังนี้ แผนภาพที่ ๔.๓ รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกร ๕๐ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B8, ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๖ แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัด น่าน จากผู้ให้ข้อมูลทั้งสามกลุ่มคือเจ้าอาวาส ไวยาวัจกรและผู้นําชุมชน ความเห็นเป็นดังนี้ เจ้าอาวาสมีความเห็นควรมีฝึกอบรมถึงหน้าที่หลัก และมีการประชุมไวยาวัจกร ให้ความรู้ แก่ไวยาวัจกรทุกปีอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง ให้ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนาและมหาเถรสมาคม ซึ่ง ไวยาวัจกรควรนํากระบวนการทําแผนระยะ๕ ปีมาพัฒนาวัดตนเองและทบทวนแผนทุกปีควรให้ ความรู้แก่ไวยาวัจกรในการบริหารเงินหรือการก่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และควรมีปูายติดในแต่ ละวัดที่มีรูปแบบและบทบาทหน้าที่ของไวยาวัจกรที่ชัดเจนเขียนไว้เพื่อให้ไวยาวัจกรใหม่และเก่าทราบ และปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดรวมถึงทําความเข้าใจระหว่างกรรมการวัดกับไวยาวัจกร ซึ่งมี ความเห็นบางส่วนดังนี้ ….ก้อคือการที่จัดเกิดการมาอบรม สัมมนา สร้างความเข้าใจ แล้วก้อติดตามผลของการ ท างานนั้นๆ ยิ่งไวยาวัจกรในรูปแบบสมัยใหม่เค้าเรียกว่า ยิ่งไวยาวัจกรมีโอกาสที่น ากระบวนการสมัย ไปใช้ ที่จริงกระบวนเหล่านี้เป็นกระบวนการสมัยพระพุทธเจ้าแล้วล่ะ แต่สมัยใหม่เรียกว่าท า แผนพัฒนา ไปท าแผนพัฒนา ท าแผนวัดตนเอง งานทั้งหมดหกด้านที่ถามมาเนี่ยเอาลงไปใส่ตรงนั้น ใครมีอ านาจหน้าที่ท าอะไรก้อแบ่งอ านาจหน้าที่กันท างาน แล้วใช้กระบวนการแผนเข้าไปช่วย อ้า แผนเล็กแผนใหญ่สุดแล้วแต่ เราจะเห็นภาพชัดเลยว่าห้าปีจากที่เราท าเนี่ยมันเกิดผลชัดเจนขึ้น แผน ตัวไหนไม่ท าแต่ละปีอย่าได้ถือว่าเปูนความผิด ก้อเอาสิ่งเหล่านั้นมาทบทวนแล้วก้อไปท าปีที่สอง ปีที่ สามที่สี่ พอถึงปีที่สี่เราจะท าแผนห้าปีข้างหน้าอีก เราก้อมาทบทวนแผนกันว่าเราจ าท าต่อไปอีกห้า ปีมั๊ย พระศาสนาก้อจะเกิดความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงเกิดขึ้นได้ แต่ทุกวันนี้ไม่เคยคุยกันเลย ไม่เคย ท าอะไรกันเลย ไม่เคยพัฒนา๕๑ ไวยาวัจกรมีความเห็นว่า ให้เปิดอบรมหรืออบรมเชิงปฏิบัติการไวยาวัจกรทุกวัด เพื่อให้ ข้อมูลที่ถูกต้องในการงานศาสนพิธี ในทางที่ถูกต้องและแบบแผนเดียวกันและมีเครือข่ายให้รู้จักกัน ระหว่างไวยาวัจกร ควรมีไลน์กลุ่มไวยาวัจกร อําเภอภูเพียง และบางท่านยินดีที่จะเป็นวิทยากรในการ สอนการสู่ขวัญ การอ่านธรรมมหาเวสสันดรด้วยภาษาล้านนา และศาสนพิธีกร ดังความเห็นบางส่วน ดังนี้ จะมีก๋านจัดอบรมไวยาวัจกรน้อ ในทิศทางที่ถูกต้องฮื้อ เป็นแบบแผนอันเดียวกั๋น๕๒ ผู้นําชุมชนมีความเห็นว่า ให้เชิญไวยาวัจกรแต่ละวัดมาประชุมและสอบถามความต้องการ แล้วจัดให้มีการฝึกอบรมตามที่ไวยาวัจกรต้องการ หรืออบรมให้มีความรู้ในการเลือกบุคลากรที่เอาใจ ใส่ต่อหมู่บ้าน ซื่อสัตย์ เคารพนับถือจากชาวบ้าน ยึดหลักประชาธิปไตย ถูกต้อง ถูกกฎหมาย มาเป็น ไวยาวัจกร โดยมีเอกสารประกอบการอบรม รวมทั้งควรมีเครือข่ายของไวยาวัจกรและทํางานร่วมกับ อปต. ดังบางส่วนความเห็นดังนี้ ๕๑ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล A7, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๒ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล B3, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๗๗ ….ถ้าระดับอ าเภอเนี่ยมันมีเครือข่ายแยะมากใช่ไหม เพราะมันต้องสร้างเครือข่ายไปทุก ต าบลหมู่บ้านไง เนี่ยมันก้อมารวมเป็นต าบลอ าเภอใช่มั๊ยอ่ะ อ าเภอมันก้อจะมีต าบลหมู่บ้าน อ้า เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก้อจะต้องเป็นโครงการใหญ่แล้วก้อเชื่อม เชื่อมโยงไปเน๊อะ ว่าสุดท้ายแล้วมันจะได้ อะไรไปมั่งเพราะว่าที่ผ่านมายังไม่มีใครคิด หรือว่าคิดยากอะไรเงี่ย หรือว่ายังไงก็ไม่ทราบเน๊อะ แต่ ส่วนใหญ่ในต าบลฝายแก้วจะมีโครงการอปต.อาสาของพระสงฆ์ที่รูปเดิมของวัดท่าล้อท าไว้ เมื่อก่อน ท่านจะให้ความรู้ทุกวัด ทุกวัดอยู่แล้ว… มรณภาพตั้งนานแล้ว แต่ตอนนี้ก้อยังท าอยู่ถึงแม้ไม่มี งบประมาณอะไรก้อตาม ก้อยังท าอยู่ป๎จจุบันน๊ะค่ะ ยังมีอยู่นะคะฝายแก้ว แต่ว่าที่อื่นไม่เห็น๕๓ สําหรับรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เมื่อทราบบริบทและความต้องการของผู้ให้ข้อมูลสําคัญทั้งสามกลุ่มแล้วจึงได้รูปแบบที่ เหมาะสมกับพื้นที่คือ การฝึกอบรม (training) การอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) และถ่ายทอด ความรู้(knowledge transferring) ตามแผนภาพที่ ๔.๔ ดังนี้ แผนภาพที่ ๔.๔ รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกร อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน สําหรับข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการทํางานของเจ้าอาวาสและไวยาวัจกร จากข้อคําถามเพิ่มเติม “เมื่อมีป๎ญหาเกิดขึ้นในองค์กรสงฆ์หรือในพระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสหรือไวยาวัจกรควรมีบทบาท หน้าที่อย่างไร?”นั้น จากผลการสัมภาษณ์ของผู้ให้ข้อมูลคือเจ้าอาวาสและไวยาวัจกร มีความเห็นดังนี้ เจ้าอาวาส มีความเห็นดังนี้เจ้าอาวาสและไวยาวัจกรควรร่วมกันหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบ ปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกไม่ให้เผยแพร่ไปภายนอก และระงับเหตุนั้นให้ได้โดยอาศัยผู้ปกครอง ตามลําดับชั้น คือเจ้าคณะตําบล อําเภอ จังหวัด ภาค และผู้รู้ทางพุทธศาสนา ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่อง นั้นๆ และหาแนวทางปูองกันไม่ให้ป๎ญหาเกิดขึ้น เจ้าอาวาสต้องรับฟ๎งเหตุผลของไวยาวัจกรด้วยเพราะ มีมุมมองกว้างกว่า ระวังเรื่อง fake news แต่ไม่ควรปล่อยให้เจ้าอาวาสกับไวยาวัจกรสองท่านตัดสิน ป๎ญหากันเอง ๕๓ สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล C3, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๗๘ ไวยาวัจกร มีความเห็นดังนี้หากเป็นป๎ญหาวัดกับชุมชน ฆราวาสไม่ควรก้าวก่ายพระสงฆ์ หากเจ้าอาวาสกับไวยาวัจกรทํางานประสานกันและคิดเห็นในทางที่ถูกต้องจะช่วยพระพุทธศาสนาได้ เมื่อมีป๎ญหาควรสอบถามถึงเหตุผล หาข้อเท็จจริงก่อนแล้วหาข้อไกล่เกลี่ย หากเป็นพระภิกษุควร พิจารณาก่อนอาบัติหรือปราชิก ปฏิบัติให้ถูกต้องและเป็นธรรม ช่วยกันแก้ป๎ญหาเมื่อมีเหตุการณ์ ต่างๆที่เกิดขึ้นภายในวัดหรือหมู่บ้าน จะช่วยกันแก้ป๎ญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี ปรึกษากันให้เข้าใจ แต่ ท้ายที่สุดให้อํานาจเจ้าอาวาสในการตัดสินป๎ญหา โดยให้แก้ป๎ญหาภายในวัดก่อน และควรช่วยกัน ทํางานประสานกันเองและประสานกับชาวบ้านจะไม่ได้ไม่เกิดป๎ญหา หรือใช้วิธีปกปูององค์กร ชี้แจง ป๎ญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรและหาสาเหตุ ชี้แจงให้คนที่ไม่เข้าใจได้รับรู้ นอกจากนั้น ผู้ให้ข้อมูลทั้งสามกลุ่มได้ให้ข้อคิดเห็นอื่นๆดังนี้ เจ้าอาวาสให้ความเห็นว่า ไวยาวัจกรควรเป็นบุคคลที่มีความรู้ความถนัดในการดูแล ทรัพย์สินและการจัดการในวัด เข้าได้กับพระสงฆ์ในวัดและเป็นที่นับถือของชาวบ้าน และควรจัดให้มี การประชุมไวยาวัจกรอย่างน้อยทุกปีต้องการให้ไวยาวัจกรมีส่วนร่วมกิจการคณะสงฆ์ ในการแนะนํา เจ้าอาวาสต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการแก้ป๎ญหาให้งานพระพุทธศาสนา อาจมีการใช้ “ผู้นําทาง ธรรมชาติ”มาช่วยสนับสนุนงานของวัด ควรพัฒนาไวยาวัจกรในทางที่เหมาะสมสอดคล้องกับธรรม เนียมประเพณี ค่านิยมของแต่ละวัด ไวยาวัจกรให้ความเห็นว่า เมื่อมีป๎ญหาระหว่างหัวหน้าชุมชนกับวัด ไวยาวัจกรควร ประสานงานกับสํานักงานพระพุทธศาสนามาชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ไม่ควรชี้แจงด้วยตนเอง เพื่อให้ เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องการสนับสนุนให้เข้าวัดต้องพยายามชักจูงให้ มากๆ ช่วยเสริมจรรโลงกิจกรรมของพุทธศาสนาให้ก้าวหน้า ไม่ปล่อยให้พระสงฆ์ทําเอง รวมทั้งอยาก ให้มีองค์กรหรือวิทยาลัยสงฆ์ทําคู่มือนําไปอ่านศึกษา หรือมีapplication เพื่อศึกษาได้ง่าย สะดวกใน การเข้าถึง เป็นการสรุปกฎหมาย ผู้นําชุมชนมีความเห็นว่า การปกปูองพระพุทธศาสนา ต้องแก้ไขป๎ญหาร่วมกัน เจ้าอาวาส กับไวยาวัจกรเป็นผู้นําในแต่ละวัดถึงระดับ ตําบล อําเภอและจังหวัดหาวิธีในการปกปูอง พระพุทธศาสนา หากไม่ทําจะแก้ป๎ญหาไม่ทัน ถือเป็นป๎ญหาเร่งด่วน โดยให้ไวยาวัจกรเป็นผู้นําในการ ติดต่อและร่วมกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยปกปูองพระพุทธศาสนา ด้านการศึกษา ความเป็นอยู่ของ พระสงฆ์ควรดูแลให้เสมอภาคกันทุกวัด รวมถึงอยากให้ขยายเครือข่ายอปต.ในระดับอําเภอ เมื่อทราบความเห็นผนวกกับบริบทของพื้นที่ รวมทั้งเมื่อนําเอาแผนภาพตั้งแต่แผนภาพที่ ๑-๔ มาผสานเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดเป็นไวยาวัจกรต้นแบบจึงได้เป็นโมเดลขั้นต้น ดังแผนภาพที่ ๔.๕ ดังนี้
๗๙ แผนภาพที่ ๔.๕ รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน การนําหลักธรรมมาใช้ในการทํางานของไวยาวัจกรนั้น ผู้วิจัยมีความเห็น ควรเพิ่มหลัก ไตรสิกขาใช้ในการพัฒนาไวยาวัจกรซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์สําคัญในการขับเคลื่อนงานของกิจการ พุทธศาสนาอันประกอบด้วยศีล สมาธิ และป๎ญญาจึงจะทําให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมดังแผนภาพที่ ๔.๖ แผนภาพที่ ๔.๖ แนวทางการพัฒนาไวยาวัจกรกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ๔.๓ องค์ความรู้จากการวิจัย จากการสัมภาษณ์และการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยได้ทราบความต้องการและข้อมูลที่ได้รับมา ประมวลเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสําหรับการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา ในเขต อําเภอภูเพียง จังหวัดน่านจึงได้คุณลักษณะของไวยาวัจกรที่พึงประสงค์คือมีความซื่อสัตย์เป็นสําคัญ
๘๐ เนื่องจากเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินและผลประโยชน์ของวัด ต่อมาคือมีความอ่อนน้อม เนื่องจากบทบาทเป็น ผู้ช่วยเหลือเจ้าอาวาส มีวิสัยทัศน์เนื่องจากการทํางานเท่ากับเป็นผู้บริหารวัดฝุายฆราวาส รอบรู้ ควรมี ความรู้รอบด้านหลายศาสตร์รวมถึงความสามารถด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะเป็นที่ปรึกษาให้แก่เจ้า อาวาสได้ มีจิตอาสาเนื่องจากตําแหน่งนี้ไม่มีค่าตอบแทน ทํางานด้วยความเสียสละ เก่งประสานงาน เนื่องจากต้องติดต่อกับหลายหน่วยงาน มีส่วนร่วมกับชุมชนเนื่องจากแต่ละวัดมีกิจกรรมตลอดทั้งปี ต้องอาศัยความร่วมมือกับชุมชนในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง สร้างเครือข่ายเนื่องจากไม่มีเครือข่าย ไวยาวัจกรระดับอําเภอ สําหรับรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมนั้นควรเป็นรูปแบบการอบรม อบรมเชิง ปฏิบัติการและถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยควรมีการจัดสม่ําเสมอทุกปี ซึ่งหลักธรรมที่นํามาใช้ในการ พัฒนาคือไตรสิกขา หากได้มีการให้ความรู้และพัฒนาไวยาวัจกรจะทําให้ได้ไวยาวัจกรต้นแบบที่มี ความตระหนักรู้ในกิจการพุทธศาสนา ๘ ด้านคือ ๑) การปกครองคณะสงฆ์ ๒) การศึกษาสงฆ์ ๓) การ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ๔) การปฏิบัติธรรม ๕) การอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา ๖) การศาสน สถาน ๗) การศาสนสมบัติ และ ๘) การส่งเสริมพระพุทธศาสนา รวมถึงมีความเป็นนักบริหารและนัก ประชาสัมพันธ์ ผู้วิจัยได้ทําการปรับปรุงรูปแบบของการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธ ศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่านออกมาเป็นโมเดล โดยนําคําแรกของอักษรภาษาอังกฤษของ ไวยาวัจกรต้นแบบคือการตระหนักรู้กิจการพุทธศาสนา (Awareness of Buddhism Affair) มีทักษะ นักบริหาร (Management skill) และคล่องประชาสัมพันธ์ (Publication skill) มาเรียงให้เป็นคําที่ เข้าใจและจดจําได้ง่าย เป็นคําว่า MAP จึงเกิดเป็น MAP Model ซึ่งคุณลักษณะพื้นฐานของ ไวยาวัจกรเปรียบได้กับรากของต้น(ดอก)ไม้อันประกอบด้วยซื่อสัตย์ (sincere) อ่อนน้อม (polite) รอบรู้ (expert) เก่งประสานงาน (cooperation) มีวิสัยทัศน์ (vision) สร้างเครือข่าย(network) จิต อาสา (volunteer) และมีส่วนร่วมกับชุมชน (participation) โดยความซื่อสัตย์สําคัญที่สุด ประดุจ รากแก้วที่ไวยาวัจกรต้องใช้การจัดทําบัญชี ดูแลทรัพย์สินและผลประโยชน์ของวัด อันดับถัดมาสําหรับ ก้านดอกเปรียบกับสิ่งที่เป็นแก่นหรือหลักธรรม อันจะทําให้ดอกไม้เด่นชัดโดยใช้หลักไตรสิกขา ประกอบด้วย ศีล (precept) สมาธิ(mediation) และป๎ญญา (wisdom) ทั้งนี้ดอกไม้จะสวยงามได้ ควรมีรดน้ําให้สม่ําเสมอเปรียบได้กับจะทําการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรโดยการอบรม (training) ฝึกฝน (workshop)และถ่ายทอดความรู้(knowledge transferring) จึงจะได้ดอกไม้หรือไวยาวัจกร ต้นแบบที่มีคุณลักษณะเป็นนักบริหาร (Management skill) ตระหนักรู้กิจการพุทธศาสนา (Awareness of Buddhism Affair) และคล่องประชาสัมพันธ์ (Publication skill) ดังแสดงใน แผนภาพที่ ๔.๗
๘๑ แผนภาพที่ ๔.๗ MAP Model ดังนั้น ในการคัดสรรผู้ที่จะเข้ามาทําหน้าที่ไวยาวัจกรในพื้นที่วิจัยนี้ จึงควรมีคุณสมบัติ ซื่อสัตย์อ่อนน้อม รอบรู้ เก่งประสานงาน มีวิสัยทัศน์ สร้างเครือข่าย มีจิตอาสา และมีส่วนร่วมกับ ชุมชน ตลอดถึงไวยาวัจกรควรมีหลักธรรมพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์คือไตรสิกขา ส่วนรูปแบบการ พัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรขณะดํารงตําแหน่งควรทําในรูปแบบอบรม อบรมเชิงปฏิบัติการและ ถ่ายทอดความรู้จึงจะทําให้ได้ไวยากรต้นแบบที่มีคุณลักษณะเป็นนักบริหาร ตระหนักรู้กิจการพุทธ ศาสนา และคล่องประชาสัมพันธ์ อันจะสืบสานงานของกิจการพุทธศาสนาและพระพุทธศาสนาให้ ยั่งยืนในพื้นที่อําเภอภูเพียง จังหวัดน่านต่อไป
บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” ซึ่งมีวัตถุประสงค์การวิจัย ๓ ข้อ คือ ๑) เพื่อศึกษาองค์ความรู้และ บทบาทของไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาสภาพและป๎ญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ไวยาวัจกรในอําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และ ๓) เพื่อนําเสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริม ไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitive Research) ศึกษาข้อมูลจากเอกสารและภาคสนาม เพื่อรวบรวมข้อมูลและทําการ สัมภาษณ์ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย การศึกษาวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) สรุปผลการวิจัย ดังนี้ ๕.๑.๑ ศึกษาองค์ความรู้และบทบาทของไวยาวัจกรในกิจการพุทธศาสนา ประเด็นความเข้าใจในกิจการพุทธศาสนา พบว่าเจ้าอาวาสมีความเข้าใจในกิจการพุทธศาสนากับกิจการคณะสงฆ์เป็นเรื่องเดียวกัน แม้จะไม่สอดคล้องกับนิยามศัพท์การวิจัยครั้งนี้ที่ให้ความหมายของกิจการพุทธศาสนาว่ามี องค์ประกอบหลัก ๘ ส่วน ส่วนกิจการคณะสงฆ์ประกอบด้วย ๖ ด้าน คําตอบที่ได้จึงได้คําตอบที่เป็น งานของกิจการคณะสงฆ์ และประเด็นของหน่วยอบรมประชาชนประจําตําบล (อ.ป.ต.) ส่วนผลการ สัมภาษณ์ไวยาวัจกรพบว่า ไวยาวัจกรส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกิจการพุทธศาสนา ด้วยคําตอบที่ได้มีความ หลากหลายตามความเข้าใจและประสบการณ์ของแต่ละท่าน ประเด็นบทบาทของไวยาวัจกร ความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย(stakeholder) อันประกอบด้วยเจ้าอาวาสและผู้นําชุมชน เกี่ยวกับบทบาทของไวยาวัจกร พบว่าเจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรเป็นตัวแทน เป็นที่ปรึกษา เป็น เพื่อนคู่คิด เป็นผู้ช่วยทําบัญชี ทําหน้าที่ตามคําสั่งเจ้าอาวาส ดูแลทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และ อสังหาริมทรัพย์ ดูแลผลประโยชน์ของวัด ดูแลเรื่องกฎระเบียบภายในวัดที่เจ้าอาวาสตั้งไว้ช่วยเหลือ พระสงฆ์ในวัดนั้นๆ ประสานงานกับหน่วยงานราชการ ส่วนผู้นําชุมชนพบว่าต้องการให้ไวยาวัจกร ดูแลทรัพย์สิน การเงินของวัด ช่วยเหลือทํากิจการในวัดแทนพระสงฆ์ คอยช่วยเหลือและดูแลความ เป็นอยู่ของพระภิกษุสงฆ์ ดูแลประชาชนที่จะมาร่วมกิจกรรมในวัด เป็นผู้นําในการทํากิจกรรมในศา สนพิธี เป็นผู้นําในศาสนพิธี โดยเน้นให้ไวยาวัจกรทําหน้าที่ดูแลทรัพย์สิน จาการสัมภาษณ์ไวยาวัจกรพบว่า ผู้ที่จะเป็นไวยาวัจกรต้องมีลักษณะเป็นผู้เสียสละในการ ร่วมทํานุบํารุงศาสนา มีจิตอาสาเพราะไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน ต้องมีวิสัยทัศน์ ทําหน้าที่เป็นผู้ช่วย
๘๓ เจ้าอาวาส ต้องประสานงาน สนองงาน ดูแลทรัพย์สินของวัด แก้ป๎ญหาระหว่างชุมชนกับวัด ช่วย บูรณะซ่อมแซมวัด รวมถึงเป็นผู้นําในศาสนพิธีได้ ประเด็นด้านการปกครองคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรให้คําปรึกษา คําแนะนํา รวมทั้งคอยสอดส่องดูแลพระ และลูกศิษย์วัด ในกรณีที่เจ้าอาวาสไม่อยู่ที่วัด รวมถึงสอดส่องผู้มาอาศัยวัดเป็นครั้งคราว ส่วนผู้นํา ชุมชนต้องการให้ไวยาวัจกรทําความสนิทสนมกับพระเณรในวัดและแนะนํา สอดส่อง ดูแลให้อยู่ใน กรอบพระวินัยไวยาวัจกรได้ช่วยเหลือโดยการสอดส่องพฤติกรรมของพระลูกวัด ช่วยดูแลและเป็นที่ ปรึกษา รวมทั้งช่วยเมื่อเกิดป๎ญหาเท่านั้น หลายท่านไม่ได้ช่วย ประเด็นด้านการศึกษาของสงฆ์ เจ้าอาวาสและผู้นําชุมชนมีความเห็นให้ไวยาวัจกรช่วยด้านการเดินทาง โดยการ ช่วยเหลือค่าพาหนะหรือจัดหาพาหนะ ช่วยป๎จจัยในอุปกรณ์การศึกษา หรือให้และหาทุนการศึกษา ให้คําแนะนํา ให้กําลังใจ ไวยาวัจกรได้ช่วยได้การศึกษาโดยการสนับสนุนให้พระสงฆ์มีการศึกษา ให้ ทุนการศึกษา ให้ความรู้เฉพาะด้านทางภาษาพื้นเมือง ประเพณีบายศรีสู่ขวัญ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไม่ได้ ช่วยเพราะจํานวนพระสงฆ์ที่กําลังศึกษามีไม่มากหรือไม่มีเลย ประเด็นด้านการศึกษาของฆราวาส ไวยาวัจกรเมื่อได้รับความรู้จะมาถ่ายทอดให้ชุมชน เคยเป็นกรรมการศึกษาของอําเภอที่ วัด หรือช่วยประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวของโรงเรียนพระปริยัติธรรม รวมถึงมหาวิทยาลัย ส่งเสริมให้เด็ก ชาวเขามาเรียนหนังสือและบวชเรียน บางท่านไม่ได้ช่วย ประเด็นด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสและผู้นําชุมชนต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยประสัมพันธ์เชิญชวนให้ พุทธศาสนิกชนมาร่วมในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา หรือกิจกรรม งานประเพณีของวัด ช่วยอํานวย ความสะดวกในเรื่องยานพาหนะแก่พระสงฆ์เมื่อต้องออกนอกสถานที่ ทําโครงการอบรมธรรมะให้ ความรู้แก่ประชาชน ความเห็นของไวยาวัจกรได้เป็นตัวแทนของวัดนําเสนอในที่ประชุมหมู่บ้าน ช่วย ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ชาวบ้านทราบทั้งประชาสัมพันธ์เองและแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ เป็นตัวอย่างโดยเข้าวัดทุกวันพระ เชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้าวัด บางท่านโน้มน้าวให้ชาวบ้านไม่ให้ขาย ที่ดินให้ผู้นับถือศาสนาอื่น มีบางท่านไม่ได้ช่วย ประเด็นด้านสาธารณูปการ ไวยาวัจกรได้ช่วยโดยการดูแลงานก่อสร้างในที่ธรณีสงฆ์ แก้ไขความผิดปกติของระบบน้ํา ไฟฟูา บางท่านช่วยโดยใช้แรงงานตนเอง ช่วยเบิกจ่ายและบันทึกบัญชีหมวดสาธารณูปโภค ประเด็นด้านศาสนสถาน เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยดูแลบูรณะซ่อมแซม ใช้ได้เป็นป๎จจุบัน ทําให้อยู่ใน สภาพที่ใช้งานได้ รับรู้ รับทราบ ดูแลที่ดิน โฉนด ที่ธรณีสงฆ์ และแจ้งเจ้าอาวาสเมื่อชํารุดเป็น กระบอกเสียงของเจ้าอาวาส เก็บข้อมูล ภาพศาสนสถาน บํารุงซ่อมแซมส่วนที่ชํารุดทรุดโทรมใน รูปแบบกรรมการ ผู้นําชุมชนต้องการให้จัดทําทะเบียนศาสนสถานเช่น โบสถ์ วิหาร กุฎิ จะได้
๘๔ ตรวจสอบและดูแลได้ ดูแลบูรณะซ่อมแซม ใช้ได้เป็นป๎จจุบัน ทําให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ช่วยดูแล รักษา มีส่วนร่วมกับประชาชนในหมู่บ้าน ประเด็นด้านศาสนสมบัติ เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอและนับจํานวนเมื่อมีการยืมไป ใช้ การเก็บรักษาพระพุทธรูป ต้องรู้ว่าศาสนสมบัติมีอะไรบ้าง อาทิ พระพุทธรูปโบราณกี่องค์ รวมทั้ง ดูแลแทนเจ้าอาวาสด้วย ควรทําบัญชีศาสนสมบัติถูกต้อง ขึ้นทะเบียนและแยกประเภทไว้ ทั้งเอกสาร และสื่่ออิเลคทรอนิกส์ รวมทั้งพัฒนา จัดการศาสนสมบัติให้เกิดประโยชน์ต่อวัด เช่นเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ ผู้นําชุมชนต้องการให้ไวยาวัจกรทําบัญชีพร้อมถ่ายภาพประกอบ เพื่อ ตรวจสอบว่าแต่ละชิ้นอยู่ครบและเก็บรักษา เก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย เงินฝากต้องได้รับอนุมัติจึง จะเบิกจ่ายได้ ทํางานให้โปร่งใส ถูกต้อง ตรวจสอบได้รวมถึงชี้แจงให้ชาวบ้านทราบด้วย ซึ่งผู้ให้ข้อมูล ได้เน้นให้เก็บรักษาให้ปลอดภัยและทําบัญชีพร้อมถ่ายภาพประกอบ เพื่อปูองกันมิจฉาชีพ ประเด็นด้านสาธารณสงเคราะห์ ไวยาวัจกรได้ช่วยเหลือโดยนําสิ่งของที่ได้จากงานทานสลากภัตหรืองานบุญช่วงเทศกาล เข้าพรรษาและออกพรรษา ไปบริจาคให้คนยากไร้ในหมู่บ้านหรือชาวบ้านในต่างอําเภออาทิ อ.บ่อ เกลือ อ.เฉลิมพระเกียรติ เป็นตัวแทนไปช่วยบริจาคในนามวัด ทั้งในหมู่บ้าน ตําบลและอําเภอ โดยจะ ไปเมื่อมีการร้องขอมาหากเป็นการช่วยนอกหมู่บ้าน ตลอดถึงเชิญชวนให้คนมาทําบุญดูแลสุสาน สร้าง เมรุและมีการ ใช้พุทธเกษตรสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน ประเด็นด้านการปฏิบัติธรรม เจ้าอาวาสมีความเห็นอยากให้ไวยาวัจกรเป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไป ควรรับรู้ รับทราบ สนับสนุน โดยอาจอยู่ฝุายอํานวยการ ควรช่วยเตรียมสถานที่ ปรับปรุงสถานที่ปฏิบัติธรรม ดูแลสิ่ง อํานวยความสะดวก ช่วยอํานวยความสะดวกด้านที่พัก อาหารเครื่องดื่มแก่ผู้ปฏิบัติธรรม รวมถึงควร เข้าร่วมการปฏิบัติธรรม หรือแนะนําการปฏิบัติแทนเจ้าอาวาส ทั้งนี้ไวยาวัจกรต้องมีความรู้และความ ซื่อสัตย์เป็นหลัก ไวยาวัจกรได้ให้ข้อมูลว่าได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ป๎จจุบันงดเข้าร่วม เพราะสถานการณ์โควิด-๑๙ มีบางท่านได้ร่วมนั่งสมาธิในวันสําคัญทางพุทธศาสนา ช่วย ประชาสัมพันธ์และช่วยสนับสนุนโดยการประสานงาน เตรียมสถานที่ ตลอดถึงหางบประมาณมาสร้าง ศาลาปฏิบัติธรรม ประเด็นด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสต้องการให้ไวยาวัจกรช่วยพัฒนาวัดด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาโดยเป็น แกนนําจัดกิจกรรมต่างๆทางพระพุทธศาสนา เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจ รักษาประเพณีของท้องถิ่น สนับสนุนให้มีการปฏิบัติธรรมประจําปีและโอกาสวันสําคัญ หาทุนการศึกษาให้พระภิกษุ ทั้งนี้ หาก ไวยาวัจกรเข้าใจจะช่วยส่งเสริมพุทธศาสนาได้อย่างดี ทําให้วัดมีชื่อเสียงและเจริญ ส่วนผู้นําชุมชน มี ความเห็น ว่าหากวัดมีกิจกรรมไวยาวัจกรช่วยประสัมพันธ์ให้ร่วมกิจกรรม เพื่อนําทุนทรัพย์มา ซ่อมแซมหรือสนับสนุนพุทธศาสนา หรือส่งเสริมให้คนมาบวชเรียน ทําสถานที่น่าอยู่ น่าศรัทธา สร้าง สิ่งแวดล้อมให้สวยงาม หรือช่วยประชาสัมพันธ์วันสําคัญทางพุทธศาสนาและ มีส่วนร่วมกับวัดอื่นๆใน วันสําคัญทางศาสนาของท้องถิ่นอาทิ งาน สามเป็ง ห้าเป็ง เจ็ดเป็ง ไวยาวัจกรได้ช่วยโดยการ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวบ้านมาร่วมพัฒนาวัด ช่วยการศึกษาของพระสงฆ์ ช่วยเงินบริจาคและใช้
๘๕ แรงงานช่วยงาน ช่วยงานของวัด โดยเป็นตัวแทนวัดในการต่างตอบแทนวัดอื่น ช่วยศูนย์เรียนรู้พุทธ ศิลป์ ช่วยสร้างโบสถ์ช่วยงานของวัดด้านศิลปวัฒนธรรม ๕.๑.๒ ศึกษาสภาพและปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของไวยาวัจกรในอ าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน การที่เจ้าอาวาสมีภาระงานมาก จึงทําให้ไม่สามารถบริหารงานภายในวัดได้ทั่วถึงต้อง อาศัยไวยาวัจกรในการช่วยงานดังกล่าว หากเป็นวัดพระอารามหลวงจะมีกิจกรรมตลอดทั้งปี รวมถึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจําจังหวัดด้วย จึงต้องใช้ความร่วมมือและความศรัทธาของชุมชนรอบวัดใน การสนับสนุนกิจกรรมของวัด บางวัดที่มีไวยาวัจกรหนึ่งท่านจึงต้องใช้ความสามารถเฉพาะและความ ศรัทธา ตลอดถึงป๎จจัย(เงิน)ในการสนับสนุนงานของเจ้าอาวาส ด้วยวัดในเขตอําเภอภูเพียง จังหวัดน่านมีพระอารามหลวงหนึ่งวัด นอกนั้นเป็นวัดราษฎร์ เจ้าอาวาสที่มีอํานาจแต่งตั้งไวยาวัจกรจึงต่างกันในด้านจํานวนไวยาวัจกรคือ วัดพระธาตุแช่แห้งพระ อารามหลวง มีไวยาวัจกรจํานวน ๕ ท่านจึงแบ่งการทํางานตามความถนัดและความสามารถ แต่จะไม่ ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กัน ส่วนวัดอื่นมีจํานวน ๑-๒ ท่าน แต่มีบางวัดที่ยังอยู่ระหว่างการสรรหาไวยาวัจกร จึงยังไม่มีไวยาวัจกร การที่บางวัดเจ้าอาวาสแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดเป็นไวยาวัจกรจึงมีความเสี่ยงจากการ ทุจริตทรัพย์สินของวัด ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงสามารถวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของการปฏิบัติหน้าที่ ไวยาวัจกรได้ ดังนี้ จุดแข็ง ไวยาวัจกรส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบํานาญและมีฐานะทางเศรษฐกิจดี เป็นที่นับถือของ ชาวบ้านและมีจิตอาสา จึงช่วยงานเจ้าอาวาสด้วยความเต็มใจ มีจิตสาธารณะ ไวยาวัจกรส่วนใหญ่เชื่อในเรื่องบุญบาปตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชน ในการวิจัยครั้ง นี้จึงไม่พบป๎ญหาในการทุจริตทรัพย์สินของวัด จุดอ่อน เจ้าอาวาสบางท่านแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดเป็นไวยาวัจกร จึงมีความเสี่ยงในการร่วมกันทุจริต ทรัพย์สินของวัด เจ้าอาวาสส่วนใหญ่มีภาระงานและกิจนิมนต์มาก บางครั้งต้องอาศัยไวยาวัจกรดูแลกิจการ ของวัดระหว่างไปกิจนิมนต์ ไวยาวัจกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ บางท่านจึงมีป๎ญหาสุขภาพเป็นอุปสรรคต่อการ ปฏิบัติงาน ไวยาวัจกรไม่เข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไวยาวัจกรไม่ถนัดในการทําบัญชี ไวยาวัจกรวัดขนาดเล็กต้องทําหน้าที่ทุกอย่าง ไวยาวัจกรวัดขนาดใหญ่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ กัน จะทํางานตามความถนัดและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของตนเท่านั้น