The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กองฝึกอบรมและสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลปกครองเกี่ยวกับอาคารชุด (KM 2568)

กองฝึกอบรมและสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

Keywords: รวมคำพิพากษา

46คดีนี้มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ตามหนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด ที่ นบ ๐๐๑๙.๐๓/๗๙๑๖ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่วินิจฉัยว่า ความเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคาร เมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ของผู้ฟ้องคดีสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีซึ่งแจ้งตามหนังสือสำนักงานที่ดิน จังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด ที่ นบ ๐๐๑๙.๐๓/๑๐๑๐๖ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งบัญญัติว่า ข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้... (๑๑) การแต่งตั้ง อำนาจหน้าที่ วาระ การดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการ... มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ให้นิติบุคคลอาคารชุดมีผู้จัดการคนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณี ที่นิติบุคคลเป็นผู้จัดการ ให้นิติบุคคลนั้นแต่งตั้งบุคคลคนธรรมดาคนหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลในฐานะผู้จัดการ และมาตรา ๓๖ บัญญัติว่า ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๓๓ หรือมติของที่ประชุมเจ้าของร่วม หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๓๗ ทั้งนี้ โดยไม่ขัดต่อข้อบังคับ (๒) ในกรณีจำเป็นและรีบด่วน ให้ผู้จัดการมีอำนาจโดยความริเริ่มของตนเองจัดการในกิจการเพื่อความปลอดภัยของอาคารดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาและจัดการทรัพย์สินของตนเอง (๓) เป็นผู้แทนของนิติบุคคลอาคารชุด (๔) หน้าที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง วรรคสอง บัญญัติว่าผู้จัดการต้องปฏิบัติกิจการในหน้าที่ด้วยตนเอง เว้นแต่กิจการซึ่งตามข้อบังคับ หรือมติของที่ประชุมเจ้าของร่วมตามมาตรา ๔๘ (๓) กำหนดให้มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ และพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒ บัญญัติว่า พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๘ บัญญัติว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๒ ข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งต้องมีคำว่า “นิติบุคคลอาคารชุด” ไว้ด้วย(๒) วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๓๓ (๓) ที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งจะต้องตั้งอยู่ในอาคารชุด (๔) จำนวนเงินค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลอาคารชุดที่เจ้าของร่วมต้องชำระล่วงหน้า (๕) การจัดการ ทรัพย์ส่วนกลาง (๖) การใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลาง (๗) อัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละ ห้องชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด (๘) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายร่วมกันของเจ้าของร่วมตามมาตรา ๑๘ (๙) ข้อความอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง...” มาตรา ๑๙ บัญญัติว่า ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๕/๑ มาตรา ๓๕/๒ และมาตรา ๓๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ “... มาตรา ๓๕/๒ การแต่งตั้งผู้จัดการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมตาม .


47มาตรา ๔๙ และให้ผู้จัดการซึ่งได้รับแต่งตั้งนำหลักฐานหรือสัญญาจ้างไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมมีมติมาตรา ๓๕/๓ ผู้จัดการพ้นตำแหน่งเมื่อ(๑) ตายหรือสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล (๒) ลาออก (๓) สิ้นสุดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕/๑ (๕) ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อน ไข ที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างและที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมมีมติให้ถอดถอนตามมาตรา ๔๙ (๖) ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมมีมติให้ถอดถอน” มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “...มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินเก้าคน ซึ่งแต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม วรรคสอง กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี ในกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการ เพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว วรรคสาม เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคสอง หากยังมิได้มีแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ วรรคสี่ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ เว้นแต่ไม่อาจหาบุคคลอื่น มาดำรงตำแหน่งได้ วรรคห้า การแต่งตั้งกรรมการให้ผู้จัดการนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมมีมติ” มาตรา ๒๒ บัญญัติว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๘ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมการจัดการนิติบุคคลอาคารชุด (๒) แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ในกรณีที่ไม่มีผู้จัดการหรือผู้จัดการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้เกินเจ็ดวัน (๓) จัดประชุมคณะกรรมการหนึ่งครั้งในทุกหกเดือนเป็นอย่างน้อย (4) หน้าที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” มาตรา ๓๓ บัญญัติว่า ให้ข้อบังคับที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงยังใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้และให้นิติบุคคลอาคารชุดดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้ภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และมาตรา ๓๔ บัญญัติว่า ให้ผู้จัดการหรือกรรมการของนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือจนกว่า ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการหรือกรรมการขึ้นใหม่ แล้วแต่กรณี ประกอบกับข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ข้อ ๗ วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ระยะเวลาอยู่ในตำแหน่ง ผู้จัดการจะมีกำหนดระยะเวลาอยู่ในตำแหน่งคราวละห้าปีหรือกำหนดระยะเวลาอื่น ซึ่งอาจตกลงกันโดยสัญญาระหว่างนิติบุคคลอาคารชุดกับผู้จัดการ ทั้งนี้ .


48อยู่ภายใต้ข้อบังคับของการให้พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ โดยมติของที่ประชุมเจ้าของร่วม เมื่อครบกำหนดระยะเวลาอยู่ในตำแหน่งแต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ ให้ผู้จัดการคนเดิม อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น และข้อ ๑๐ กำหนดว่า การพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการ ผู้จัดการจะพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย (๓) ศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือน ไร้ความสามารถ (๔) พ้นจากตำแหน่งตามวาระ (๕) ลาออกโดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือ ต่อที่ประชุมใหญ่ของเจ้าของร่วม (๖) ที่ประชุมใหญ่ลงมติถอดถอนตามข้อบังคับข้อ ๗ (๗) สัญญาว่าจ้างผู้จัดการสิ้นสุดลงจากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการ นิติบุคคลอาคารชุด โดยมีเพียงบทบัญญัติมาตรา ๓๖ ที่บัญญัติเรื่องอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดไว้ และมาตรา ๓๒ บัญญัติให้ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดจะต้องกำหนดรายละเอียด เรื่องการแต่งตั้ง อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดไว้ ดังนั้น การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด จึงต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด ต่อมา เมื่อได้มีการตราพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวได้มีบทบัญญัติให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ เดิมและให้ใช้ความที่บัญญัติขึ้นใหม่แทน ซึ่งมิได้บัญญัติให้ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดจะต้องกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการแต่งตั้ง อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดไว้แต่อย่างใด และได้เพิ่มบทบัญญัติมาตรา ๓๕/๑ มาตรา ๓๕/๒ และมาตรา ๓๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด โดยมิได้มีบทบัญญัติให้ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในระหว่าง ที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการ นิติบุคคลอาคารชุดขึ้นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากกรณีของกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดที่มีบทบัญญัติ มาตรา ๓๗ บัญญัติให้กรรมการนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว ในระหว่างที่ยังมิได้ มีการแต่งตั้งกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดขึ้นใหม่ ให้กรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ .


49อันเป็นบทบัญญัติที่ให้มีการรักษาการในตำแหน่งกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดได้ เมื่อพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มิได้มีบทบัญญัติให้มีการรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดขึ้นใหม่ ดังนั้น ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต่อไปได้ การที่ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด ป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ข้อ ๗ เฉพาะข้อความที่กำหนดว่า “เมื่อครบกำหนดระยะเวลาอยู่ในตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ ให้ผู้จัดการคนเดิมอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่” ซึ่งเป็นข้อบังคับที่กำหนดให้ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้วสามารถรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต่อไปได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุดขึ้นใหม่ ถือว่าขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติมาตรา ๓๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงไม่อาจใช้บังคับตามนัยมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผู้ฟ้องอุทธรณ์ว่า กฎหมายว่าด้วยอาคารชุดมิได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุดซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วสามารถรักษาการต่อไปได้ ในกรณีที่ผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุดดำรงตำแหน่งจนครบวาระแล้ว แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนใหม่ ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนเดิมก็ยังคงสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ใน ทำนองเดียวกันกับกรณีของกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด จึงไม่อาจรับฟังได้เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ปรากฏว่า อาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานี เพื่อข้าราชการ ๕ ได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ โดยมีผู้ฟ้องคดีในขณะนั้นใช้ชื่อว่า บริษัท เมืองทอง ชอร์ แมเน็จเม้นท์ จำกัด เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด และมีข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด ข้อ ๗ กำหนดว่า ผู้จัดการ จะมีกำหนดระยะเวลาอยู่ในตำแหน่งคราวละห้าปี หรือกำหนดระยะเวลาอื่น ซึ่งอาจตกลงกันโดยสัญญาระหว่างนิติบุคคลอาคารชุดกับผู้จัดการ ทั้งนี้อยู่ภายใต้ข้อบังคับของการให้พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ โดยมติของที่ประชุมเจ้าของร่วมเมื่อครบกำหนดระยะเวลาอยู่ในตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ ให้ผู้จัดการคนเดิมอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจนครบวาระห้าปีแล้วได้มีการจัดประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเพื่อให้มีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด แต่มีเจ้าของร่วม มาประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุม ทำให้ไม่สามารถแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนใหม่ได้ ผู้ฟ้องคดี


50จึงปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต่อไปตามข้อ ๗ แห่งข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว จนกระทั่งต่อมาได้มีพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ใช้บังคับเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม 2551 ซึ่งมาตรา ๓๗ บัญญัติให้มีคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดประกอบด้วย กรรมการไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินเก้าคน ซึ่งแต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม นิติบุคคลอาคารชุด ป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ จึงได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมประจำปี ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการ นิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้นายเศก ตีรณธาดา นายเฉลิมพร ศักดิ์ศรีปัญญากุล นายกรณ์ มีดี นายไพรินทร์ จงเสรีจิตต์ นายมนต์ชัย พิเชฐสกุล นางนลิน วานิชชัย และนายบงกช จิตตรง เป็นกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด และผู้ฟ้องคดีโดยนางสาวจิราภรณ์ ได้นำมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมดังกล่าวไปยื่นคำขอจดทะเบียนกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้จดทะเบียนกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดตามคำขอของผู้ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ หลังจากนั้น คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดได้จัดให้มีการประชุมนัดพิเศษ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ แล้วมีมติแต่งตั้งนายเฉลิมพร ศักดิ์ศรีปัญญากุล ซึ่งเป็นกรรมการ นิติบุคคลอาคารชุดขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ มาตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ มีวาระการดำรงตำแหน่ง ๕ ปี ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ดำรงตำแหน่งจนครบกำหนด ตามวาระห้าปีแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงพ้นจากตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดตามวาระตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ทั้งนี้ ตามข้อ ๑๐แห่งข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด แต่เมื่อที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนใหม่ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนเดิมจึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต่อไปได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดคนใหม่ ทั้งนี้ ตามข้อ ๗ แห่งข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อมาพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วว่า ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ข้อ ๗ เฉพาะข้อความที่กำหนดว่า “เมื่อครบกำหนดระยะเวลาอยู่ในตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ ให้ผู้จัดการคนเดิมอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการ คนใหม่” เป็นข้อบังคับที่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติมาตรา ๓๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงไม่มีผลใช้บังคับตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ผู้ฟ้องคดีซึ่งรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมีเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ตามข้อ ๗ แห่งข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต่อไปได้ สถานะความเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕.


51ของผู้ฟ้องคดี จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ และเมื่อผู้ฟ้องคดีไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุดแล้ว จึงไม่จำต้องมีมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมให้ถอดถอนผู้ฟ้องคดีจากการเป็นผู้จัดการ นิติบุคคลอาคารชุดตามที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์แต่อย่างใด ดังนั้น คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ตามหนังสือ สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด ที่ นบ ๐๐๑๙.๐๓/๗๙๑๖ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่วินิจฉัยว่า ความเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานี เพื่อข้าราชการ ๕ ของผู้ฟ้องคดีสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า ผู้ฟ้องคดีโดยนางสาวจิราภรณ์ ยุทธโกวิท ได้รับ การรับรองตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ยังคงดำรงตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ต่อไป จนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือจนกว่าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการขึ้นใหม่ความเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดของผู้ฟ้องคดียังไม่สิ้นสุดลง จึงมิใช่กรณีที่ไม่มีผู้จัดการหรือผู้จัดการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้เกินเจ็ดวันตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดไม่มีอำนาจแต่งตั้งนายเฉลิมพร ศักดิ์ศรีปัญญากุล เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดแทน ผู้ฟ้องคดี นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๔ บัญญัติว่า ให้ผู้จัดการหรือกรรมการของนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือจนกว่าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม จะมีการแต่งตั้งผู้จัดการหรือกรรมการขึ้นใหม่ แล้วแต่กรณี และพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๘ บัญญัติว่า คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ...(๒) แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ในกรณีที่ไม่มีผู้จัดการหรือผู้จัดการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้เกินเจ็ดวัน...เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า ผู้ฟ้องคดีได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจนครบวาระห้าปีตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ และความเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดของผู้ฟ้องคดีได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งดำรงตำแหน่ง อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับกับผู้ฟ้องคดีได้ ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจดำรงตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ หรือจนกว่าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดขึ้นใหม่ และกรณีนี้ ซึ่งที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม .


52ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดขึ้นใหม่ ถือว่านิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ไม่มีผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดจึงมีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งนายเฉลิมพร ศักดิ์ศรีปัญญากุล ซึ่งเป็นกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดชั่วคราว จนกว่าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการ นิติบุคคลอาคารชุดขึ้นใหม่ได้ตามนัยมาตรา ๓๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีในประเด็นนี้จึงฟังไม่ขึ้นเมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ตามหนังสือสำนักงานที่ดิน จังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด ที่ นบ ๐๐๑๙.๐๓/๗๙๑๖ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่วินิจฉัยว่า ความเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ของผู้ฟ้องคดีสิ้นสุดลงโดยผลกฎหมาย ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับชอบด้วยกฎหมาย คำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีซึ่งแจ้งตามหนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด ที่ นบ ๐๐๑๙.๐๓/๑๐๑๐๖ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ จึงชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกันส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงนายเฉลิมพร ศักดิ์ศรีปัญญากุล เป็นผู้จัดการ นิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ แทนผู้ฟ้องคดี โดยนางสาวจิราภรณ์ ยุทธโกวิท นั้น เห็นว่า เมื่อได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วว่าการปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการ นิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ของผู้ฟ้องคดี ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ ผู้ฟ้องคดีจึงมิได้มีประโยชน์เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียโดยตรงกับ การที่คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดได้มีมติแต่งตั้งนายเฉลิมพร ซึ่งเป็นกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดประกอบกับข้อเท็จจริงปรากฏตามคำให้การของผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๓ ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้นายเฉลิมพร ศักดิ์ศรีปัญญากุล เข้าเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด เนื่องจากได้ถือปฏิบัติตามหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ มท ๐๕๑๗.๓/ว ๒๓๑๒๘ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ เรื่องการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่กำหนดให้กรรมการผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด จะต้องแสดงหลักฐานรายงานการประชุมคณะกรรมการที่มีมติแต่งตั้งให้กรรมการคนดังกล่าว ดำรงตำแหน่งในฐานะผู้จัดการตามมาตรา ๓๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ด้วยทุกครั้งเมื่อมาดำเนินการใด ๆ .


53กับพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่ต้องจดทะเบียนการเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ดังนั้นผู้ฟ้องคดี จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีข้อหานี้ต่อศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีในประเด็นนี้จึงฟังไม่ขึ้นสำหรับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ นั้น เห็นว่า การกระทำที่เป็นเหตุแห่ง การฟ้องคดีนี้ คือการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้มีคำสั่งตามหนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ดที่ นบ ๐๐๑๙.๐๓/๗๙๑๖ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ วินิจฉัยว่า ความเป็นผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารเมืองทองธานีเพื่อข้าราชการ ๕ ของผู้ฟ้องคดีสิ้นสุดลง โดยผลของกฎหมาย ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑๐ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่อย่างใด กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒


Click to View FlipBook Version