The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมระเบียบคำสั่งกรมที่ดิน ประจำปี 2549 (ส่วนที่ 1) (ปี 2549)

กองแผนงาน

Keywords: ด้านทั่วไป

ความสามารถเท่าที่จะทำได้เพื่อให้บังเกิดผลดีที่สุด แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
โดยด่วน

(๖) ดูแลรกั ษาเครือ่ งรับวทิ ย ุ โทรศัพท์ โทรทัศน ์ และอุปกรณ์อน่ื ๆ ใหอ้ ย่

ในสภาพเรียบร้อย ห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด หากสิ่งของ
ดังกล่าวเกิดการชำรุดหรือสูญหายในหน้าท่ีของเวรใด ผู้อยู่เวรน้ันจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่า
เสียหาย

(๗) ควบคุมบุคคลท่ีจะเข้ามาในบริเวณกรมที่ดินในวันหยุดราชการโดยถือ
ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ๖

(๘) ในวันหยดุ ราชการ หากผอู้ ยเู่ วรได้รับหนงั สือราชการจากภายนอก ให้

หวั หนา้ เวรบันทกึ ไวใ้ นแบบบันทึกการอยเู่ วรรกั ษาสถานท่ีราชการกรมท่ีดินด้วย

(๙) ปฏบิ ัตติ ามคำสัง่ หรือคำแนะนำของหัวหนา้ เวร และผ้ตู รวจเวร ใน

กิจการที่เกยี่ วกับการอยู่เวรและรกั ษาความปลอดภัยแก่สถานทีร่ าชการ

๒.๒ หัวหน้าเวร ให้ผู้เวรท่ีเป็นข้าราชการระดับ ๖ ในแต่ละผลัด ทำหน้าที่เป็น
หัวหน้าเวรโดยให้มหี น้าท่เี ชน่ เดยี วกบั ผอู้ ยู่เวร และมหี น้าท่ีดงั ต่อไปนี้ดว้ ย

(๑) เชิญธงชาติขึน้ สู่เสาในเวลา ๐๘.๐๐ น. และเชิญธงชาติลงจากยอดเสาใน
เวลา ๑๘.๐๐ น. โดยรว่ มกบั ผชู้ ่วยเวรอยา่ งนอ้ ย ๒ คน แลว้ นำไปเกบ็ ไวใ้ นที่อนั สมควร

(๒) มีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติของยามรักษาการณ์ ตรวจสอบการมารับ
หนา้ ที่และสง่ มอบหนา้ ทย่ี ามรักษาการณ์ในเวลา ๐๘.๓๐ น. ๑๖.๓๐ น. และ ๐๐.๓๐ น.
โดยใหบ้ นั ทึกไวใ้ นสมดุ ยามรกั ษาการณก์ รมทด่ี นิ ด้วย

(๓) ใหห้ วั หน้าเวรอยเู่ วรประจำตึกกรมที่ดินด้านคลองหลอด (บรเิ วณหอ้ งโถง
หน้าฝ่ายสารบรรณ) และมอบหมายให้ผู้ช่วยเวรไปอยู่เวรประจำตึกกรมท่ีดิน ด้านกรมการ
รกั ษาดินแดน (บริเวณห้องโถงหนา้ กองคลัง) และบริเวณประต ู ๓ แห่งละ ๑ คน เพื่อให้
ทำหน้าทค่ี อยดแู ละตรวจตราบุคคลท่จี ะขน้ึ - ลงตกึ กรมท่ดี นิ

(๔) ให้หวั หน้าเวร เปน็ เจา้ หน้าที่ประจำศูนยบ์ ริการประชาชน (Call Center)
นอกเวลาราชการ (๐๘.๓๐- ๑๖.๓๐ น. ของวนั หยุดราชการ และ ๑๖.๓๐ - ๐๘.๓๐ น.
ของทกุ วนั ) โดยมีหน้าทีต่ ิดตอ่ สอื่ สารกับศนู ยบ์ ริการประชาชน (Call Center) ของกระทรวง
มหาดไทย และใหบ้ ริการประชาชน ด้วยการตอบปัญหาข้อสงสยั คำถาม ด้วยถ้อยคำสภุ าพ
อ่อนโยน มีไมตรีจิต ตลอดจนให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ท่ีสามารถให้บริการได้รวมทั้งมีหน้าท่ี
ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของสำนัก/กอง เพ่ือตอบข้อซักถามหรือให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ใน
ลักษณะเบด็ เสรจ็ กรณไี มส่ ามารถให้บรกิ ารในลกั ษณะเบ็ดเสรจ็ ได ้ ให้รบี ตดิ ต่อและแจง้ ผลให้
ประชาชนทราบโดยเร็ว

(๕) จดขา่ ววทิ ยุ และ/หรือโทรทศั นป์ ระจำวันทเ่ี ก่ียวขอ้ งหรอื เป็นประโยชน์ตอ่
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีกรมที่ดิน ข่าวใดจำเป็นจะต้องปฏิบัติจัดทำโดยรีบด่วนเพ่ือให้ทัน
ตอ่ เหตกุ ารณ์ ใหห้ วั หน้าเวรแจง้ ใหเ้ ลขานกุ ารกรมทราบทางโทรศพั ทท์ ันที ไม่ตอ้ งรอใหถ้ งึ วัน
ทเ่ี ปดิ ทำการ


49

(๖) รายงานเหตุการณใ์ นระหวา่ งปฏิบตั หิ น้าที่อยู่เวรรกั ษาสถานที่ราชการกรม
ทีด่ นิ โดยปฏบิ ตั ดิ ังน้

- ให้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ในแบบบันทึกการอยู่เวรรักษาสถานท่ี
ราชการกรมที่ดินแล้วส่งมอบให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการกรม นำเรียนเลขานุการกรม
ทราบในวันเปิดทำการ เช่น บันทึกเวลาการมารับเวร บันทึกการมอบหมายให้อยู่เวรประจำ
ตึกต่างๆ บันทึกเวลาการออกไปรับประทานอาหาร บันทึกการรับหนังสือประเภทต่างๆ ที่
เจ้าหน้าท่ีไปรษณยี ์หรือบคุ คลภายนอกนำมาส่ง และบันทกึ เหตกุ ารอน่ื ๆ เชน่ บันทกึ การอยู่
เวรในวันน้ันเหตุการณ์ปกติหรือไม่อย่างไร บันทึกกรณีผู้อยู่เวรไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าท่ีทัน
ตามกำหนดเวลา หรอื ไม่มาอยเู่ วร หรือกรณีรับแจ้งการจบ็ ป่วยกระทันหนั ของผมู้ หี นา้ ทอี่ ยูเ่ วร
ทางโทรศัพท์ หรือกรณีที่ผู้มีหน้าที่อยู่เวรได้รับมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาแจ้งการเจ็บ
ป่วยต่อหัวหน้าเวร และบนั ทึกเหตุการณอ์ น่ื ๆ ท่จี ำเป็น เป็นต้น

- กรณีมีเหตุการณ์โจรกรรม อัคคีภัย การก่อวินาศกรรม หรือเหตุร้าย
อื่นๆ ในบริเวณกรมที่ดิน หรือสถานที่ใกล้เคียงกับกรมท่ีดินจักต้องรายงานเหตุการณ์ให้เจ้า
หนา้ ท่ที ่ีเก่ียวขอ้ ง เชน่ เจา้ หนา้ ที่ตำรวจ เจา้ หน้าทห่ี นว่ ยดับเพลิง และผบู้ ังคับบัญชา ทราบ
โดยด่วนที่สดุ

- สง่ มอบอุปกรณ์เคร่ืองใช้ต่างๆ ให้หัวหน้าเวรถดั ไป

๒.๓ ผตู้ รวจเวร ให้ขา้ ราชการระดบั ๗ เปน็ ผ้ตู รวจเวร โดยมหี นา้ ท่ดี งั น
ี้
(๑) ให้ผู้ตรวจเวร (ชาย) ตรวจตราการปฏบิ ตั ิงานของเวรรกั ษาสถานที่
ราชการกรมทด่ี นิ ยามรกั ษาการณ์ และเวรพนักงานขับรถยนต ์ ระหวา่ งเวลา ๒๐.๐๐ น. -
๐๖.๐๐ น. ของวันรุ่งขนึ้ อยา่ งน้อย ๑ ครงั้ และใหผ้ ู้ตรวจเวร (หญิง) ตรวจเวร ระหว่าง
เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. อย่างน้อย ๑ คร้ัง

(๒) ตรวจความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยของสถานท่รี าชการ สง่ิ ของ ไฟฟา้
ประปา และอ่ืนๆ

(๓) ตรวจรายงานเหตุการณ์ท่ัวไป สภาพแวดล้อม จำนวนผู้อยู่เวร-
ยามรกั ษาการณ ์ และให้คำแนะนำหรือความคดิ เหน็ เพิม่ เตมิ แกผ่ อู้ ยเู่ วร

(๔) ให้บันทึกเหตุการณ์หรือรายงานเหตุการณ์เท่าท่ีตรวจพบ พร้อมทั้ง
ลงชอื่ วัน เดือน ปี และเวลาท่ีตรวจเวร ลงในแบบบันทึกการอยู่เวรรกั ษาราชการกรมท่ีดนิ

๓. การปฏิบัตหิ นา้ ทเ่ี วรรักษาสถานท่ีราชการกรมท่ีดิน

ใหผ้ ู้อย่เู วร หัวหนา้ เวร และผู้ตรวจเวร ปฏบิ ตั ิหน้าท่เี วรรักษาสถานท่ีราชการ
กรมท่ีดิน ตามวันและเวลาที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด ผู้ใดละเลยการปฏิบัติหน้าที่ มาอยู่เวร
สาย หรือไม่มาอยเู่ วร โดยไมม่ ีเหตุผลจำเป็นอนั สมควร จะต้องถกู พิจารณาโทษทางวนิ ยั ตาม
ควรแก่กรณ

(๓.๑) กรณีไมม่ าอยู่เวรตามกำหนด

หากผู้มีหนา้ ทอี่ ยเู่ วร ไม่มาอยเู่ วร หรือมาอยู่เวรสาย ไมว่ า่ ดว้ ยเหตุ
ใดๆ ต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลพร้อมเอกสารหลักฐานผ่านสำนัก/กอง ต้นสังกัด ให้
50

เลขานุการกรมทราบ เพอ่ื พิจารณาดำเนนิ การตามควรแก่กรณี

กรณีผู้อยู่เวรไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าท่ีทันตามกำหนดเวลา เนื่องจากมี
เหตุผลความจำเป็นจักต้องแจ้งเหตุท่ีมาอยู่เวรสายกว่ากำหนดให้หัวหน้าเวรทราบทันที หรือ
อย่างชา้ ภายในเวลาเริ่มต้นการอยเู่ วรเพอ่ื ใหห้ วั หน้าเวรบนั ทกึ ไว้เป็นหลกั ฐาน

กรณีผู้อยู่เวรไม่สามารถมาอยู่เวรตามกำหนดเพราะเหตุเจ็บป่วยกระทันหัน
หรือมีเหตุผลความจำเป็นอื่น ให้ผู้มีหน้าท่ีอยู่เวรนั้นโทรศัพท์แจ้งหัวหน้าเวร หรือมอบหมาย
ให้บุคคลอ่ืนมาแจ้งหัวหน้าเวรทราบก่อนกำหนดการอยู่เวรหรืออย่างน้อยในวันท่ีจะต้องอยู่เวร
เพ่ือให้หัวหน้าเวรบันทึกไว้เป็นหลักฐานการชี้แจงเหตุผลการไม่มาอยู่เวรเพราะเหตุเจ็บป่วย
ต้องแสดงหลกั ฐานใบรับรองแพทยป์ รญิ ญาสาขาเวชกรรมประกอบคำชีแ้ จงดว้ ย

(๓.๒) การออกไปรับประทานอาหาร

ให้ผู้อยู่เวรทุกคนผลัดเปลี่ยนกันออกไปรับประทานอาหารได้
คนละ ๑ ช่ัวโมง แต่จะตอ้ งมีผ้อู ย่ปู ฏิบตั ิหนา้ ที่ไมน่ อ้ ยกว่า ๒ คน โดยใหห้ วั หน้าเวรบนั ทึก
เวลาท้ังไปและกลับของผู้ที่ออกไปรับประทานอาหารไว้ในแบบบันทึกการอยู่เวรรักษาสถานท่ี
ราชการกรมท่ดี ินเป็นหลกั ฐาน

(๓.๓) การหยดุ พักเนอ่ื งจากอยเู่ วร

ให้ผู้ที่พ้นหน้าที่เวรในเวลา ๐๘.๓๐ น. ของวันทำการ อยู่
ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติจนถึงเวลา ๑๒.๐๐ น. ของวันท่ีพ้นจากหน้าท่ีเวรนั้นแล้วให้
หยุดราชการกลบั ไปพักผอ่ นได้

(๓.๔) ข้อหา้ มสำหรบั ผู้มหี น้าทีอ่ ยู่เวร

(๑) ห้ามละท้ิงหน้าทโี่ ดยเดด็ ขาด

(๒) ห้ามอนุญาตหรือปลอ่ ยใหบ้ ุคคลใดๆ เขา้ พกั อาศยั หรอื หลบั
นอนในบริเวณส่วนหน่ึงส่วนใดของกรมทดี่ ิน

(๓) หา้ มเล่นการพนันทกุ ชนิด

(๔) ห้ามด่ืมสรุ าระหวา่ งปฏิบัตหิ น้าท
่ี
(๕) หา้ มประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นผิดศลี ธรรมอนั ด

(๖) หา้ มมิให้ออกไปทำธรุ ะสว่ นตัวนอกสถานที่ราชการกรมที่ดิน
เว้นแต่การออกไปรับประทานอาหารซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเวร และต้องปฏิบัติตาม
ขอ้ ๓.๒

๔. การจดั เวรพนกั งานขบั รถยนต์

ให้กองพัสดุเป็นผู้จัดเวรพนักงานขับรถยนต ์ ผลัดละ ๑ คน พร้อมด้วย
รถยนต์เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ฉุกเฉินซึ่งอาจจะเกิดข้ึน โดยให้อยู่ในความควบคุมดูแลของ
หัวหน้าเวรรักษาสถานทร่ี าชการกรมทดี่ นิ และตอ้ งปฏิบตั ิหน้าทเ่ี ชน่ เดียวกบั ผ้อู ยเู่ วรรักษาสถาน
ทร่ี าชการกรมทดี่ นิ

๕. การจัดเวรภายในสำนัก/กองในวันทำการ

ให้สำนัก/กองต่าง เป็นผู้จัดเวรภายในสำนัก/กองในวันทำการตามปกต ิ

51

โดยจัดให้ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ในสังกัดอย่างน้อย ๒ คน
เป็นผู้มีหน้าที่อยู่เวร และควบคุมดูแลการปฏิบัติงานประจำวันของพนักงานทำความสะอาด
ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. และให้มหี น้าทีด่ ังนด้ี ้วย คอื

(๑) ให้เปิดสถานท่ีทำงานก่อนเวลาราชการอย่างช้าต้องไม่น้อยกว่าคร่ึงช่ัวโมง
และจะต้องไม่ละท้ิงสถานที่ทำงานหรือไปทำธุระส่วนตัว จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของสำนัก/กอง
นั้น มาทำงานแลว้ ไม่น้อยกว่า ๒ คนหรอื จนกวา่ จะไดม้ อบให้เจา้ หนา้ ท่ีของสำนกั /กอง ผ้อู ื่น
ชว่ ยดแู ลสถานท่ีทำงานนน้ั แทนตนแล้ว

(๒) เม่ือหมดเวลาราชการให้เจ้าหน้าท่ีเวรปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้เรียบร้อย
และให้เจ้าหน้าที่เวรหรือผู้มีหน้าที่เก่ียวข้องเก็บเคร่ืองมือเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
เพ่ือป้องกันการโจรกรรมและก่อนกลับจะต้องตรวจดูเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า ก๊อกน้ำในห้องน้ำ
ห้องส้วม ตลอดจนประตูหน้าต่างว่าได้ปิดเรียบร้อยแล้วหรือไม ่ อีกครั้งหน่ึง ถ้าไม่เรียบร้อย
ให้จดั การปดิ ให้เรยี บร้อยดว้ ย

(๓) ตรวจความสะอาดของพื้นหอ้ ง ฝาผนงั ฝ้าเพดาน ของสถานท่ที ำงาน

(๔) ตรวจอุปกรณไ์ ฟฟ้า อยา่ เปิดทิง้ ไวโ้ ดยมไิ ดใ้ ช้

(๕) ตรวจประตูหน้าต่าง มจี ดุ ใดชำรุดหรือไม ่ เปิด-ปิดเรียบรอ้ ยแล้วหรอื ไม

(๖) ตรวจเครอ่ื งใชอ้ ่นื ๆ ในสถานท่ที ำงานด้านความสะอาดความเรียบร้อยตาม
สภาพการใชง้ าน

(๗) การออกไปรับประทานอาหาร ระหว่างเวลา ๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น.
ของเวรภายในสำนัก/กอง ให้ผู้อยู่เวรผลัดเปล่ียนกันออกไปรับประทานอาหารได้คนละ ๓๐
นาที แลว้ ให้รีบกลับมาปฏบิ ตั ิหน้าทโี่ ดยเร็ว

สำหรับผู้ควบคุมการอยู่เวรสำนัก/กอง ให้สำนัก/กอง ต่างๆ จัดให้มีผู้ตรวจ
เวรวันละ ๑ คน ผลัดเปลี่ยนกันตรวจเวรเป็นประจำทุกวัน และให้รายงานเหตุการณ์ให้ผู้
อำนวยการสำนัก/กอง หรอื ผไู้ ดร้ ับมอบหมายทราบ

๖. การควบคมุ บคุ คลทจี่ ะเขา้ มาในบรเิ วณกรมทีด่ นิ ในวันหยดุ ราชการ

๖.๑ เจ้าหน้าท่ีที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้มาปฏิบัติงานในวันหยุด
ราชการ ให้สำนกั /กองต้นสงั กัดแจ้งรายช่อื และจำนวนเจา้ หน้าท่ที จ่ี ะมาปฏิบัติงานในวนั หยุด
ราชการให้สำนักงานเลขานุการกรมทราบล่วงหน้า เพ่ือแจ้งให้หัวหน้าเวรทราบ และบันทึก
การมาปฏบิ ัติงาน จำนวนเจา้ หนา้ ทีผ่ ู้ปฏบิ ัติงานไว้ในสมดุ ท่สี ำนกั งานเลขานกุ ารกรมจัดเตรยี ม
ไว้เพ่ือเป็นหลกั ฐาน

๖.๒ เจ้าหน้าท่ีท่ีไม่ได้รับอนุญาตจากสำนัก/กองต้นสังกัด แต่มีความจำเป็น
และประสงค์จะเข้ามาในบริเวณกรมท่ีดิน ให้แจ้งความประสงค์และเหตุผลความจำเป็นต่อ
หวั หนา้ เวร และเมอ่ื หัวหนา้ เวรอนญุ าตแลว้ ใหผ้ ้นู ั้นบนั ทกึ การมาปฏิบัติงาน หรือการเข้ามา
ในบรเิ วณกรมทดี่ นิ เชน่ ตามท่ีกลา่ วข้อ ๖.๑

๖.๓ บุคคลภายนอกห้ามเข้ามาในบริเวณกรมท่ีดินโดยเด็ดขาด หากมีความ
ประสงค์จะขอทราบรายละเอียดในเร่ืองใด ใหต้ ดิ ตอ่ สอบถามจากหวั หนา้ เวร

52

๖.๔ สำหรับผู้ประกอบกิจการร้านค้าในบริเวณกรมท่ีดิน จะต้องขออนุญาต
หวั หนา้ เวรก่อน เม่อื ได้รับอนุญาตแล้ว จงึ ให้เขา้ มาในบริเวณกรมท่ดี ินได ้ และต้องบันทกึ ราย
ละเอียดต่างๆ ในสมุดที่สำนกั งานเลขานกุ ารกรมจดั ให้เปน็ หลักฐาน

๗. การรักษาสถานท่ีราชการอาคารรงั วัดและทำแผนท่ี กรมท่ีดนิ

ใหม้ ีการจดั เวรรกั ษาสถานทีร่ าชการอาคารรงั วัดและทำแผนที ่ กรมทีด่ ิน

โดยถือปฏิบัติตามคำสั่งน้ีโดยอนุโลม ทั้งนี้ให้อยู่ในความควบคุม กำกับ ดูแล ของนายช่าง
ใหญ

ท้ังน ี้ ตัง้ แต่บดั นี้เป็นต้นไป




สั่ง ณ วนั ท ่ี ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙




(ลงชอ่ื ) ชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ

(นายชัยฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ)

รองปลดั กระทรวงมหาดไทย รกั ษาราชการแทน


อธบิ ดกี รมทีด่ นิ




53

บัญชรี ายชอ่ื ผูท้ ำหนา้ ทหี่ วั หน้าเวร ผู้ช่วย ผตู้ รวจเวร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙




ลำดับ ช่อื - สกลุ สังกดั ระดับ วันท ่ี หมายเหต


ท่ ี ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

1 คำนำหน้า ชือ่ ชื่อสกุล

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30



หมายเหตุ บันทกึ เฉพาะลำดับที ่ ชอื่ -สกลุ สงั กัด ระดบั (ลูกจ้างประจำ = ล, พนกั งานราชการ = พ)


54

บญั ชีรายชอื่ หนกังสออื งเกวียานรเจรา้ะเหบนยี บ้าทแ่
ี ละคำสง่ั ตา่ งๆ


ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙


๑. เลขทหี่ นังสือเวยี น
ชอ่ื เรื่อง หนา้

ลำดบั ท ่ี ระเบียบ คำสง่ั
๒. ลงวัน เดือน ป
ี การพฒั นาและบรหิ ารกำลังคน


๑. ท่ี มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๑๗๐๓๔ เพื่อเพ่มิ ประสิทธภิ าพในการ

ลว. ๑๕ ธ.ค. ๔๘ ปฏบิ ตั ริ าชการของกรมท่ดี ิน

การแกไ้ ขบญั ชีกำหนด

๒. ที่ กค ๐๔๑๕ / ว ๑๘ อตั ราคา่ จา้ งและคุณสมบัต

ลว. ๑๗ ม.ค. ๔๙ เฉพาะตำแหนง่ ของลกู จา้ งประจำ
ซอ้ มความเข้าใจและชแ้ี จง

๓. ที่ มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๐๓๑๑๒ แนวทางปฏิบตั ิเพิม่ เตมิ เก่ยี วกับ

ลว. ๗ มี.ค. ๔๙ ระเบยี บกรมทดี่ นิ วา่ ดว้ ยการบริหาร

งานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๐

ซอ้ มความเข้าใจและช้ีแจง

๔. ที่ มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๐๗๓๒๔ แนวทางปฏิบตั ิเพ่มิ เติม

ลว. ๗ ม.ี ค. ๔๙ เกี่ยวกบั ระเบียบกรมที่ดนิ

ว ่าด้วยการบริหารงานบคุ คล

พ.ศ. ๒๕๔๐

การซักซอ้ มความเขา้ ใจเกีย่ วกบั

๕. ด่วนมาก ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรีว่าดว้ ย

ที่ กค ๐๓๑๓ / ๓๙๓๐ การจัดสวัสดกิ ารภายสำนกั ราชการ

ลว. ๒๐ มี.ค. ๔๙ พ.ศ. ๒๕๔๗

การยา้ ยขา้ ราชการสงั กัดกรมท่ดี ิน

๖. ที่ มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๑๐๙๗๓
ลว. ๑๒ เม.ย. ๔๙
แนวทางปฏิบัตใิ นการจัดสวัสดิการ

๗. ที่ นร ๑๐๑๒.๗ / ๑๔ ภ ายในหน่วยงานของสว่ นราชการ

ลว. ๒๑ เม.ย. ๔๙ การซักซ้อมความเขา้ ใจเกยี่ วกบั

๘. ที่ นร ๑๐๑๒.๗ / ๑๕ การจดั สวัสดิการภายในส่วนราชการ

ลว. ๑ พ.ค. ๔๙ พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหนา้ ที่

๙. ท่ี นร ๑๐๐๘.๕ / ๓๗ ของรฐั และผูม้ อี ำนาจออกบัตร

ลว. ๒๕ ก.ค. ๔๙ ประจำตัวเจา้ หน้าทีข่ องรัฐตาม

พระราชบัญญัตปิ ระจำตวั เจ้าหน้าท
่ี
ของรฐั พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบบั ท่ี ๑๐)

พ.ศ. ๒๕๔๙



55

บญั ชรี ายช่ือหนกงั สออื งเกวยี านรเจร้าะเหบนียบา้ ทแ
่ี ละคำสั่งตา่ งๆ


ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙


๑. เลขทีห่ นงั สือเวียน
ช่ือเรอื่ ง หนา้

ลำดับที่ ระเบียบ คำส่ัง
๒. ลงวนั เดอื น ป


๑๐. ที่ มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๒๔๘๔๓ การจัดทำทะเบียนประวัตขิ า้ ราชการ

ลว. ๓๐ ส.ค. ๔๙

๑๑. ท่ี มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๑๒๒๘๓ ซอ้ มความเข้าใจและช้แี จงแนวทาง

ลว. ๓๑ ส.ค. ๔๙ ปฏิบตั เิ พิม่ เติมเกย่ี วกบั ระเบยี บ

กรมทดี่ ินวา่ ด้วยการบริหารงานบคุ คล

พ.ศ. ๒๕๔๐

๑๒. ด่วนท่ีสดุ การบรหิ ารจัดการฐานขอ้ มูล

ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๓๔ บุคลากรภาครัฐ

ลว. ๔ ก.ย. ๔๙

๑๓. ที่ มท ๐๕๐๒.๔ / ว ๒๗๗๔๖ การช่วยเหลือลูกจา้ งชัว่ คราว

ลว. ๒๖ ก.ย. ๔๙ เงินนอกงบประมาณ

๑๔. คำสงั่ กรมที่ดิน เรอื่ ง มอบอำนาจการปฏิบัติราชการ

ที่ ๒๓๙๐ / ๒๕๔๙ แทนอธิบดีกรมทด่ี นิ

ลว. ๒๙ ก.ย. ๔๙

๑๕. คำสงั่ กรมท่ดี ิน เร่อื ง มอบอำนาจการปฏบิ ัติราชการ

ท่ี ๓๒๘๘ / ๒๕๔๙ แทนอธบิ ดีกรมท่ดี ิน

ลว. ๑ พ.ย. ๔๙

๑๖. ท่ี มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๑๕๘๐๐ การรับรองเวลาราชการตอนเป็นทหาร

ลว. ๖ พ.ย. ๔๙

๑๗. ท่ี มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๓๒๐๒๓ การรบั รองเวลาราชการตอนเปน็ ทหาร

ลว. ๖ พ.ย. ๔๙

๑๘. ด่วนทส่ี ุด ซกั ซอ้ มความเขา้ ใจกรณกี ารนบั ระยะ

ที่ มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๑๖๐๔๗ เวลาราชการ ตอนเป็นทหารของลูกจ้าง

ลว. ๑๐ พ.ย. ๔๙ ประจำ

๑๙. ดว่ นที่สดุ การรับรองเวลาราชการตอนเปน็ ทหาร

ท่ี มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๓๒๖๒๖

ลว. ๑๐ พ.ย. ๒๙

๒๐. ท่ี มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๑๗๙๘๗ ซอ้ มความเข้าใจและช้ีแจงแนวทางปฏบิ ตั

ลว. ๒๗ ธ.ค. ๔๙ เพม่ิ เติมเกยี่ วกับการเบกิ จ่ายเงินชว่ ย

พเิ ศษ กรณขี ้าราชการถึงแกค่ วามตาย

๒๑. ที่ มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๓๖๗๙๐ การจัดทำหนงั สอื แสดงเจตนาระบุตวั

ลว ๒๗ ธ.ค. ๔๙ ผูร้ บั เงนิ ช่วยพเิ ศษ กรณขี า้ ราชการถงึ

แก่ความตาย


56

(สำเนา)




บนั ทึกขอ้ ความ


ส่วนราชการ กรมทดี่ นิ กองการเจา้ หนา้ ที่ โทร. ๐ - ๒๒๒๒ - ๙๘๑๓ (๔๐๕)

ท่ี มท ๐๕๐๒.๓ / ว ๑๗๐๓๔ วนั ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๘

เรื่อง การพฒั นาและบรหิ ารกำลงั คนเพื่อเพมิ่ ประสิทธิภาพการปฏบิ ตั ิราชการของกรมท่ดี ิน

เรยี น ผอู้ ำนวยการสำนกั เจ้าพนกั งานท่ดี นิ กรุงเทพมหานคร เลขานุการกรม ผู้อำนวยการกอง

ผู้อำนวยการสำนักงาน หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน และผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริม

ประสทิ ธิภาพกรมท่ีดิน



ตามบันทึกกรมท่ีดิน ด่วนที่สุด ท่ี มท ๐๕๐๒.๓/ว ๑๔๖๒๓ ลงวันที่ ๔
พฤศจิกายน ๒๕๔๘ กรมท่ีดินได้ส่ังให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการประเมินประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการทุกราย และให้รายงานข้อมูลของข้าราชการกลุ่มผู้ได้
รับการประเมินลำดับสูงและลำดับต่ำเพ่ือนำเป็นข้อมูลในการส่งเสริมสนับสนุน/แก้ไขปรับปรุง
และพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับลักษณะและวิธีการทำงานของภาครัฐแนวใหม่ ความละเอียด
แจ้งแล้ว นน้ั

ขอเรียนว่า การประเมนิ ฯ ดังกลา่ วกรมท่ีดินมเี จตนารมณ์ที่จะนำผลการประเมิน
ไปพัฒนาและบริหารกำลังคนเพ่ือเพิ่มประสทิ ธภิ าพการปฏบิ ตั ิราชการของกรมท่ดี ิน โดยเนน้ ย้ำ
แล้วว่าใหม้ ีการประเมนิ ดว้ ยความโปร่งใส เปน็ ธรรม ปราศจากอคติ แต่กลบั ปรากฎว่ามีผบู้ งั คบั
บัญชาบางรายได้ดำเนินการประเมินโดยมีการต่อรองผลประโยชน์ในเรื่องส่วนตัวและหน้าท่ี
ราชการ ทำให้เกิดการบั่นทอนขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการโดยรวม ฉะน้ัน เพ่ือเป็นการสร้าง
ความเชอ่ื มัน่ แก่ข้าราชการผถู้ ูกประเมิน กรมทด่ี นิ ขอเรยี นยืน่ ยนั ว่า

๑. ผลการประเมินที่พิจารณาไปแล้วมิได้หมายความว่าเป็นที่ยุติหรือ
สนิ้ สดุ เพียงเทา่ นนั้ กล่าวคือ กรมทีด่ ินจะดำเนนิ การตรวจสอบผลการประเมนิ อกี ทางหน่ึง

๒. หากข้าราชการผู้ใดท่ีถูกประเมินอยู่ในลำดับต่ำเห็นว่ามิได้รับความ
เป็นธรรมหรือถูกกล่ันแกล้งจากผู้ประเมินสามารถร้องทุกข์หรืออุทธรณ์ข้อเท็จจริงหรือแจ้ง
เบาะแสในทางลบั ไปยังอธบิ ดกี รมทด่ี ินได้โดยตรง


57

๓. หากพบว่าผลการประเมินฯ มีความไม่ถูกต้องเป็นธรรมเกิดขึ้น ขัด

แย้งกับความเป็นจริงกรมท่ีดินจะพิจารณาดำเนินการทางวินัยสถานหนักกับผู้บังคับบัญชาทุก

ระดับลงไปโดยเฉยี บขาด





จึงเรียนมาเพ่ือทราบ และแจ้งให้ข้าราชการในสังกัดทราบและถือปฏิบัติ

โดยเคร่งครัดต่อไป



(ลงช่ือ) พรี พล ไตรทศาวทิ ย์




(นายพีรพล ไตรทศาวิทย)์


อธิบดีกรมท่ดี นิ


58

ที่ กค ๐๔๑๕ / ว ๑๘
(สำเนา)




ถึง กรมที่ดนิ


ตามนัยหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๑๕ / ว ๑๖๐ ลงวันท่ี ๒๐ ตุลาคม

คม ๒๕๔๘ ไดก้ ำหนดบญั ชกี ำหนดอตั ราคา่ จ้างและคุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหน่งของลกู จา้ งประจำ

เพือ่ ทราบและถอื ปฏิบตั ติ ง้ั แต่วนั ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ น้นั


เนื่องจากมีข้อความคลาดเคลื่อนบางประการ ดังน้ัน จึงขอเรียนมาเพื่อโปรด

แก้ไขข้อความในหนังสือกระทรวงการคลังดังกล่าว เพื่อให้ถูกต้องและชัดเจนย่ิงขึ้น ตามราย

ละเอยี ดทแ่ี นบมาพรอ้ มน
ี้




กรมบญั ชีกลาง


๑๗ มกราคม ๒๕๔๙

















กลุ่มงานพฒั นาระบบลกู จ้าง


โทร. ๐-๒๒๗๑-๓๑๑๙


โทรสาร ๐-๒๒๗๑-๓๑๑๕





















59

60 ลำดับ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

หมวด หน้า ชอ่ื ตำแหน่ง

ท ่ี เดิม ใหม่


หมวดกงึ่ ฝมี อื ๒ ๑๙ ชา่ งปรบั ซอ่ มเครอื่ งจกั รกลชน้ั ๑ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมในการ มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมใน

ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท ี่ การปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท
ี่

๒. เปน็ ผผู้ า่ นมาตรฐานฝมี อื แรงงงานชนั้ ๓


๓ ๓๐ ชา่ งเยบ็ และเขา้ เลม่ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมในการ มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมใน

ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท ่ี การปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท
่ี

๒. เปน็ ผผู้ า่ นมาตรฐานฝมี อื แรงงงานชนั้ ๓


๖ ๙๒ พนกั งานตรวจสอบขา้ ว ชน้ั ๑ มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมในการ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและ


ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท ี่ เหมาะสมในการปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ี และ


๒. เคยผา่ นงานดา้ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งมาแลว้


เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๓ ป


๗ ๑๑๕ พนกั งานพธิ สี งฆ ์ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมในการ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและเหมาะสมในการ


ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท ี่ ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ี หรอื


๒. ไดร้ บั เปรยี ญธรรม ๕ ประโยค ๒. ไดร้ บั เปรยี ญธรรม ๕ ประโยค


หมวดฝมี อื ๕ ๒๙ ชา่ งซอ่ มปรบั เครอื่ งมอื สำรวจ ชนั้ ๒ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและความชำนาญงาน ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและความชำนาญงาน

ในหนา้ ทแ่ี ละเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนมี้ าแลว้ ในหนา้ ทแี่ ละเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนมี้ าแลว้

เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปี หรอื เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปี หรอื


๒. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ๒. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี


หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั


ลกั ษณะงานในหนา้ ที่ หรอื ลกั ษณะงานในหนา้ ที่ หรอื


๓. แตง่ ตง้ั จากผดู้ ำรงตำแหนง่ ชา่ งซอ่ มปรบั ๓. แตง่ ตง้ั จากผดู้ ำรงตำแหนง่ ชา่ งซอ่ มปรบั

ลำดับ คณุ สมบัติเฉพาะตำแหนง่

หมวด หนา้ ชื่อตำแหนง่

ที่ เดิม ใหม่


เครอื่ งมอื ชน้ั ๑ ซงึ่ ปฏบิ ตั งิ านมาแลว้ เปน็ เครอ่ื งมอื สำรวจ ชน้ั ๑ หรอื


เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปี หรอื


๔. เปน็ ผผู้ า่ นการทดสอบมาตรฐานฝมี อื แรงงาน ๔. เปน็ ผผู้ า่ นการทดสอบมาตรฐานฝมี อื แรงงาน


ชน้ั ๒ ชนั้ ๒


๑๘ ๑๒๔ พนกั งานเขยี นโฉนด ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและชำนาญในหนา้ ท ่ี ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถและชำนาญงานในหนา้ ทแี่ ละ


๒. มลี ายมอื งาม ๒. มลี ายมอื งาม


๒๒ ๑๕๒ พนกั งานพมิ พด์ ดี ชน้ั ๒ ๑. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ๑. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี


หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ลกั ษณะงาน


ลกั ษณะงานในหนา้ ท ่ี ในหนา้ ท
ี่

ก. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกฎหมายวา่ ดว้ ย ก. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกฎหมายวา่ ดว้ ย


ระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื นและระเบยี บ ระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื นและระเบยี บ


ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ลกู จา้ งของสว่ นราชการ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ลกู จา้ งของสว่ นราชการ


กฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบรหิ ารราชการ กฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบรหิ ารราชการ


แผน่ ดนิ และกฎหมาย กฎ ระเบยี บ แผน่ ดนิ และกฎหมาย กฎ ระเบยี บ


และขอ้ บงั คบั อนื่ ทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน และขอ้ บงั คบั อนื่ ทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน


ข. มคี วามรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน ข. มคี วามรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน


สารบรรณ และการใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม สารบรรณ และการใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม


แกก่ ารปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท ี่ แกก่ ารปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ี หรอื


๒. แตง่ ตงั้ จากผดู้ ำรงตำแหนง่ พนกั งานพมิ พด์ ดี ๒. แตง่ ตง้ั จากผดู้ ำรงตำแหนง่ พนกั งานพมิ พด์ ดี


61

62 ลำดับ คุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหน่ง

หมวด หน้า ช่ือตำแหน่ง

ท่ี เดิม ใหม่


ชน้ั ๑ ซงึ่ ปฏบิ ตั งิ านมาแลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ชนั้ ๑ ซงึ่ ปฏบิ ตั งิ านมาแลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่


๓ ป ี ๓ ป


๓. ทงั้ ขอ้ ๑ และขอ้ ๒ ตอ้ งสามารถพมิ พด์ ดี ๓. ทงั้ ขอ้ ๑ และขอ้ ๒ ตอ้ งสามารถพมิ พด์ ดี


ภาษาไทยไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๓๕ คำ ภาษาไทยไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๓๕ คำ


และสำหรบั ภาษาตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ และสำหรบั ภาษาตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ


๒๕ คำ หรอื ในอตั ราความเรว็ สำหรบั ๒๕ คำ หรอื ในอตั ราความเรว็ สำหรบั


ภาษาตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๔๐ คำ ภาษาตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๔๐ คำ


และสำหรบั ภาษาไทย ๒๕ คำ และสำหรบั ภาษาไทย ๒๕ คำ


๔. กรณพี มิ พเ์ ครอื่ งคอมพวิ เตอรต์ อ้ งสามารถพมิ พด์ ดี ๔. กรณพี มิ พเ์ ครอ่ื งคอมพวิ เตอรต์ อ้ งสามารถพมิ พด์ ดี


ภาษาไทยไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๔๐ คำ ภาษาไทยไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๔๐ คำ


และสำหรบั ภาษาตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ และสำหรบั ภาษาตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ


๓๐ คำ หรอื ในอตั ราความเรว็ สำหรบั ๓๐ คำ หรอื ในอตั ราความเรว็ สำหรบั


ภาษาตา่ งประเทศ ไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๔๐ คำ ภาษาตา่ งประเทศ ไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๔๐ คำ


และสำหรบั ภาษาไทยไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๓๐ คำ และสำหรบั ภาษาไทยไมน่ อ้ ยกวา่ นาทลี ะ ๓๐ คำ


๒๕ ๑๖๕ ลา่ มชาวเขา มคี วามรคู้ วามสามารถและความชำนาญงานในหนา้ ท่ี มคี วามรคู้ วามสามารถและความชำนาญงาน


สามารถพดู ภาษาชาวเขาได ้ ในหนา้ ทสี่ ามารถแปลภาษาตา่ งประเทศเปน็ ภาษาไทยได ้


หมวดฝมี อื ๒๑ ๕๙ พนกั งานพมิ พด์ ดี ชน้ั ๓ * เชน่ เดยี วกบั กค ๐๔๑๕ / ว ๑๖๐ ยงั คงเดมิ


พเิ ศษ (เฉพาะตวั )


(ระดบั ตน้ )

ลำดับ คณุ สมบตั ิเฉพาะตำแหนง่

หมวด หนา้ ชือ่ ตำแหน่ง

ที่ เดมิ ใหม่







หมวดฝมี อื ๕ ๑๗ ผจู้ ดั การสโมสร ๑. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี สงู ๑. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี สงู


พเิ ศษ หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั


(ระดบั กลาง) ลกั ษณะงานในหนา้ ทแ่ี ละเคยปฏบิ ตั ใิ นดา้ นกจิ การ ลกั ษณะงานในหนา้ ทแี่ ละเคยปฏบิ ตั ใิ นดา้ นกจิ การ


สโมสรหรอื กจิ การทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั มาแลว้ เปน็ เวลา สโมสรหรอื กจิ การทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั มาแลว้ เปน็ เวลา


ไมน่ อ้ ยกวา่ ๒ ปี หรอื ไมน่ อ้ ยกวา่ ๒ ปี หรอื


๒. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รมธั ยมศกึ ษา ๒. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รมธั ยมศกึ ษา


ตอนตน้ หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ตอนตน้ หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั


ลกั ษณะงานในหนา้ ทแ่ี ละเคยปฏบิ ตั ใิ นดา้ น ลกั ษณะงานในหนา้ ทแี่ ละเคยปฏบิ ตั ใิ นดา้ น


กจิ การสโมสรหรอื กจิ การทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั กนั มา กจิ การสโมสรหรอื กจิ การทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั กนั มา


แลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๒ ปี หรอื แลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๗ ปี หรอื


๓. มคี วามรคู้ วามสามารถเหมาสมและความชำนาญ ๓. มคี วามรคู้ วามสามารถเหมาสมและความชำนาญ


งานมาแลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๕ ป ี งานมาแลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๕ ป


๖ ๒๐ ผชู้ ำนาญวชิ าการทำรองเทา้ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถเหมาะสมความชำนาญ ๑. มคี วามรคู้ วามสามารถเหมาะสมความชำนาญ


ในการออกแบบและการทำรองเทา้ ชายและหญงิ ในการออกแบบและการทำรองเทา้ ชายและหญงิ


สามารถถา่ ยทอดความรแู้ กน่ กั เรยี นได้ และเคย สามารถถา่ ยทอดความรแู้ กน่ กั เรยี นได้ และเคย


ปฏบิ ตั งิ านดา้ นนมี้ าแลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นนม้ี าแลว้ เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่


๑๒ ปี หรอื ๑๒ ปี หรอื


๒. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู ๒. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี


63 หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ลกั ษณะ หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ลกั ษณะ


* เปลย่ี นตำแหนง่ จากพนกั งานพมิ พด์ ดี ชน้ั ๓ (เฉพาะตวั ) เปน็ พนกั งานพมิ พด์ ดี ชนั้ ๓ สว่ นคณุ สมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ ยงั คงเดมิ

64 ลำดบั คณุ สมบัติเฉพาะตำแหนง่

หมวด หนา้ ชื่อตำแหนง่

ท่ ี เดิม ใหม


งานในหนา้ ท่ี และเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนม้ี าแลว้ งานในหนา้ ที่ และเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนมี้ าแลว้


เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๐ ปี หรอื เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๐ ปี หรอื หมวด


๓. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู ๓. ไดร้ บั วฒุ ไิ มต่ ำ่ กวา่ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู


หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ลกั ษณะ หรอื เทยี บเทา่ ในสาขาวชิ าทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ลกั ษณะ


งานในหนา้ ทแ่ี ละเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนม้ี าแลว้ เปน็ งานในหนา้ ทแี่ ละเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนม้ี าแลว้ เปน็


เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ป ี เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ป


๖ ๒๔ ผสู้ อนชา่ งเครอื่ งประดบั และอญั มณี * เชน่ เดยี วกบั กค ๐๔๑๕ / ว ๑๖๐ ยงั คงเดมิ


๗ ๒๗ ผสู้ อนชา่ งเตาเผาเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา ** เชน่ เดยี วกบั กค ๐๔๑๕ / ว ๑๖๐ ยงั คงเดมิ


๑๐ ๔๖ หวั หนา้ ชา่ งมเิ ตอร ์ มคี วามรคู้ วามสามารถเหมาะสมและความชำนาญ มคี วามรคู้ วามสามารถเหมาะสมและความชำนาญ


งานในหนา้ ที่ และเคยปฏบิ ตั งิ านดา้ นนมี้ าแลว้ เปน็ งานในหนา้ ท่ี โดยแตง่ ตง้ั จากผดู้ ำรงตำแหนง่


เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปี ชา่ งมเิ ตอรซ์ ง่ึ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นนม้ี าแลว้ เปน็ เวลา


ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ป


(สำเนา)




บนั ทกึ ข้อความ

สว่ นราชการ กองการเจา้ หน้าท่ี โทร. ๐-๒๒๒๖-๐๓๗๔-๕ (๓๕๘, ๓๒๖)


ท่ี มท ๐๕๐๒.๒/ว ๐๓๑๑๒ วันท่ี ๗ มนี าคม ๒๕๔๙

เรือ่ ง ซ้อมความเข้าใจและช้ีแจงแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเก่ียวกับระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วย


การบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๐

เรยี น ผอู้ ำนวยการสำนกั เจา้ พนักงานทด่ี นิ กรุงเทพมหานคร เลขานุการกรม ผู้อำนวยการกอง


ผู้อำนวยการสำนักงาน หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน และผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริม


ประสิทธิภาพกรมท่ดี นิ





ตามบันทึกกองการเจ้าหน้าท่ี ที่ มท ๐๕๐๒.๒/ว ๐๙๒๗๘ ลงวันที่ ๒๕

กรกฎาคม ๒๕๔๘ ซ้อมความเข้าใจและชี้แจงแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบ

กรมที่ดิน ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๐ มาเพ่ือโปรดทราบ และแจ้งให้ข้าราชการ

ทราบและถอื ปฏิบตั โิ ดยเครง่ ครดั นัน้


กองการเจ้าหน้าท่ีได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่ายังมีหน่วยงานในสังกัดมิได้ถือ

ปฏิบัติตามนัยหนังสือดังกล่าว จึงขอเรียนซ้อมความเข้าใจและช้ีแจงแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม

กรณมี ีข้าราชการได้รับวฒุ ิการศกึ ษาเพิ่มขึน้ สมรส หย่า เปลี่ยนชอ่ื ตวั เปลี่ยนชอ่ื สกลุ หรือผ่าน
การฝกึ อบรม ขอใหจ้ ดั ส่งสำเนาเอกสารไปให้กองเจา้ หนา้ ท่ีภายใน ๕ วันทำการ ดงั น้


๑. หลักฐานการศึกษาให้ส่งสำเนาปริญญาบัตรและใบรายงานผลการ


ศึกษา (Transcript) จำนวน ๑ ชดุ


๒. หลักฐานการสมรส หย่า เปล่ียนช่ือตัวหรือชื่อสกุล ให้ส่งพร้อมกับสำเนา


หลักฐานทะเบียนบ้านที่มีการแก้ไขช่ือตัว-ชื่อสกุล แล้ว จำนวน ๗ ชุด โดย ให้แจ้งชื่อตัว-

ช่ือสกลุ ที่เปน็ ภาษาอังกฤษด้วย


๓. ส่วนหลกั ฐานการฝกึ อบรมใหแ้ จ้งกองฝึกอบรมโดยตรง


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้ข้าราชการในสังกัดทราบและถือปฏิบัติ

โดยเครง่ ครดั ต่อไป



(ลงชอ่ื ) ธีรศักด์ิ ล้มิ ประสทิ ธศิ ักด
ิ์



(นายธรี ศักด์ิ ลมิ้ ประสิทธศิ กั ด์ิ)


ผ้อู ำนวยการกองการเจา้ หน้าที่


65

(สำเนา)


ที่ มท ๐๕๐๒.๒/ว ๐๗๓๒๔

ถึง จังหวัดทุกจังหวดั

ตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๕๐๒.๒/ว ๒๒๔๗๑ ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม
๒๕๔๘ ซ้อมความเข้าใจและช้ีแจงแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบกรมท่ีดิน ว่าด้วย
การบรหิ ารงานบคุ คล พ.ศ. ๒๕๔๐ หมวด ๑๓ การทะเบียนประวตั ขิ า้ ราชการ ข้อ ๖๗ ๖๘ ๖๙
และ ๗๐ และหนงั สอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๕๐๒.๒/ว ๒๔๓๙๑ ลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๘ แจ้ง
แนวทางปฏิบัติเก่ียวกบั การบันทึกรายการตา่ งๆ ในหลกั ฐานทะเบยี นประวัติ นน้ั

กรมท่ีดินได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่ายังมีหลายจังหวัดมิได้ถือปฏิบัติตามนัย
หนังสอื ดังกล่าว จงึ ขอเรียนซ้อมความเข้าใจและชี้แนวทางปฏิบัติเพ่มิ เติม ดงั น
ี้
๑. ข้าราชการผู้ใดผ่านการฝึกอบรม ได้รับวุฒิการศึกษาเพ่ิมข้ึน สมรส หย่า
เปล่ียนชื่อตัวหรือเปล่ียนช่ือสกุล ให้จังหวัดบันทึกรายการเพิ่มเติมของข้าราชการผู้น้ันลงใน
หลักฐานทะเบียนประวัติ (สมุดประวัติ/ก.พ. ๗) ฉบับท่ีเก็บรักษาไว้ทางสำนักงานที่ดินจังหวัด
และรายงานสำนักงาน ก.พ. แลว้ จดั ส่งสำเนาเอกสารไปให้กรมท่ดี ินภายใน ๕ วันทำการ ดงั นี

๑.๑ หลักฐานการศึกษาให้ส่งสำเนาปริญญาบัตรและใบรายงาน

ผลการศึกษา (Transcript) จำนวน 1 ชุด

๑.๒ หลักฐานการสมรส หย่า เปล่ียนชื่อตัวหรือช่ือสกุล ให้ส่งพร้อมกับ
สำเนาหลักฐานทะเบียนบ้านที่มีการแก้ไขชื่อตัว-ช่ือสกุล แล้ว จำนวน ๗ ชุด โดยให้แจ้งช่ือ
ตวั -ชอ่ื สกลุ ท่เี ป็นภาษาองั กฤษด้วย

๒. เมื่อจังหวัดได้ออกคำส่ังเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลแล้ว ให้จังหวัด
บันทึกรายการตามคำสั่งดังกล่าวลงในหลักฐานทะเบียนประวัติ (สมุดประวัติ/ก.พ. ๗) ให้ครบ
ถ้วนและถูกต้อง พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้บันทึกรายการลงลายมือช่ือพร้อมประทับตราช่ือ
กำกบั ไวท้ กุ รายการเพอ่ื เปน็ หลกั ฐานในการตรวจสอบ














66

จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบถือปฏิบัติโดย
เคร่งครัดตอ่ ไป

กรมทีด่ ิน

๗ มนี าคม ๒๕๔๙











กองการเจ้าหนา้ ท
่ี
โทร. (มท) ๕๐๘๐๑-๑๒ ตอ่ ๓๕๘, ๓๒๖, ๐-๒๒๒๖-๐๓๗๔-๕

โทรสาร (มท) ๕๐๘๐๑-๑๒ ต่อ ๔๐๕, ๐-๒๒๒๒-๗๗๒๐









































67

ดว่ นมาก
(สำเนา)


ท่ี กค ๐๓๑๓ / ๓๙๓๐ กรมธนารกั ษ์


ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐


๒๐ มีนาคม ๒๕๔๙

เรอ่ื ง การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการ


ภายในสว่ นราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

เรียน เลขาธกิ าร ก.พ. ประธานกรรมการสวัสดิการขา้ ราชการ





ตามท่ีได้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วน

ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และประกาศคณะกรรมการสวสั ดิการขา้ ราชการ เรื่องหลกั เกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ฉบับลงวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ กำหนด

แนวทางปฏิบัติในการพิจารณาจัดสวัสดิการภายในและสวัสดิการเชิงธุรกิจของส่วนราชการ

โดยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการน้ันให้หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติ

ให้ใช้ที่ดิน ทรัพย์สิน หรืออาคารของราชการได้ตามที่จำเป็นและสมควรสำหรับการจัด

สวัสดิการเชิงธุรกิจต้องได้รับอนุมัติให้ใช้ท่ีดิน อาคาร หรือสถานท่ีจากหัวหน้าส่วนราชการหรือ

กรมธนารกั ษ์ ตามกฎหมายและระเบยี บของทางราชการนัน้


กรมธนารักษ์พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเก่ียวกับแนวทาง

ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.

๒๕๔๗ และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ เร่ืองหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข

การจัดสวัสดิการในเชิงธุริจ ณ วันท่ี ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ในการพิจารณาการจัด

สวัสดิการภายในและสวัสดิการเชิงธุรกิจของส่วนราชการในที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามกฎหมาย

และระเบียบว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในท่ีราชพัสดุ จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้สำนักงาน

ก.พ. โปรดซักซอ้ มความเขา้ ใจกับส่วนราชการ ๓ ประการ ดงั น้

๑. ความหมายของ “สวัสดิการภายในส่วนราชการ”


การจัดสวัสดิการภายในตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัด

สวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๔ แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ “การจัด

สวสั ดกิ ารภายในสว่ นราชการ” และ “การจัดสวัสดกิ ารภายในเชงิ ธรุ กจิ ”


(๑) “การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ” หมายความว่า กิจกรรม

หรือกิจการใดๆ ท่ีคณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการจัดให้มีข้ึน โดยมีวัตถุประสงค์ใน

การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าราชการเพื่อประโยชน์แก่การดำรงชีพนอกเหนือ

68

จากสวัสดิการท่ีทางราชการจัดให้แก่ข้าราชการเป็นกรณีปกติ หรือเพื่อประโยชน์แก่การ
สนับสนุนการปฏิบัติราชการ หรือที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้จัดเพ่ิมข้ึนสำหรับส่วนราชการ
ต่างๆ โดยมไิ ด้เปน็ ไปในเชิงรุกและภายใต้กรอบ ดังน
้ี
(๑.๑) ผู้ให้บริการ ต้องเป็นการดำเนินการโดยคณะกรรมการ
สวัสดิการภายในส่วนราชการเทา่ นัน้

(๑.๒) ผู้รบั บริการ ตอ้ งเปน็ สมาชิกของสว่ นราชการน้นั เปน็ หลกั

(๑.๓) สภาพทำเลท่ีตั้งของท่ีดินและหรืออาคารจะต้องไม่เอื้อหรือ
มุ่งให้บริการแก่ผู้รับบริการท่ีเป็นบุคคลภายนอกท่ัวไปที่มิใช่สมาชิกเป็นหลัก เช่น ติดถนน
สาธารณะ

(๑.๔) ระยะเวลาเปิดและปิดของกิจกรรมหรือกิจการใด ๆ ที่จัด
เปน็ สวัสดกิ ารจะตอ้ งอยใู่ นเวลาปกตขิ องการปฏิบัตริ าชการ

(๑.๕) ประเภทของการจัดสวัสดิการเป็นไปตามระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑๐ ได้แก่ การ
ออมทรพั ย์ การใหก้ ู้เงนิ การเคหะสงเคราะห์ การฌาปนกจิ สงเคราะห์ การกฬี าและนนั ทนาการ
การให้บริการของร้านค้าสวัสดิการ การฝึกวิชาชีพเพื่อเสริมรายได้หรือลดรายจ่ายให้แก่สมาชิก
การสงเคราะห์ข้าราชการในด้านอ่ืน ๆ กิจกรรมหรือสวัสดิการภายในส่วนราชการประเภทอ่ืน
ตามทคี่ ณะกรรมการสวัสดิการเห็นสมควร

ท้ังน้ี การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการประเภทใดดังกล่าวข้างต้น ให้คำนึง
ถงึ สภาพและลกั ษณะของภารกิจของส่วนราชการ ความตอ้ งการของสมาชกิ จำนวนเงินทนุ และ
ศักยภาพในการจัดสวัสดกิ ารภายในสว่ นราชการของสว่ นราชการน้ัน

(๒) “การจัดสวัสดิการภายในเชิงธุรกิจ” หมายความว่า การดำเนิน
กิจกรรมหรือกิจการสวัสดิการใด ฯ ท่ีจัดเป็นสวัสดิการภายในของส่วนราชการท่ีคณะกรรมการ
สวสั ดิการภายในสว่ นราชการจดั ให้มขี ึ้น ซงึ่ เปน็ ไปในทางการค้ากับสมาชิก และบุคคลภายนอก
ท่ัวไป ภายใต้กรอบ ดังน
้ี
(๒.๑) เปน็ การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ เพ่อื ประโยชน์ของ
ส่วนราชการและเป็นโครงการท่ีคณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการได้จัดให้มีขึ้นหรือ
มอบหมายใหบ้ ุคคล คณะบคุ คล หรอื คณะอนุกรรมการท่เี ป็นขา้ ราชการหรือผูท้ ไี่ ม่ใชข่ า้ ราชการ
เป็นผดู้ ำเนินการ

(๒.๒) การอนุมัติโครงการในที่ราชพัสดุนั้น คณะกรรมการ
สวัสดิการภายในส่วนราชการจะต้องส่งรายละเอียดของโครงการให้กรมธนารักษ์เพื่อพิจารณา
การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุและต้องได้รับอนุญาตให้เช่าท่ีราชพัสดุก่อน คณะกรรมการ ฯ จึงจะ

69

อนมุ ตั โิ ครงการนัน้ ได้

(๒.๓) ประเภทของสวัสดิการภายในเชิงธุรกิจท่ีคณะกรรมการสวัสดิการ
ข้าราชการกำหนดไว้ให้สามารถกระทำได้ เชน่ ร้านอาหาร รา้ นขายเครอ่ื งดืม่ / ขายอาหารวา่ ง
ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค ตลาดนัด ร้านรับถ่ายเอกสาร ร้านขายหนังสือและหรืออุปกรณ์
เครื่องเขียน ร้านตัดผมหรือเสริมสวย ร้านขายเส้ือผ้าหรือรับตัดเสื้อผ้า ร้านรับซักรีด สถานท่ี
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา คลินิกสุขภาพ สถานที่จำหน่ายน้ำมันเช้ือเพลิง สถานที่และหรือ
บ้านพกั ตากอากาศ และบรกิ ารรบั - สง่ หรือให้เช่าพาหนะ เปน็ ต้น

(๒.๔) ให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ เรื่อง
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจเก่ียวกับข้อกำหนดอื่น ๆ โดย
เครง่ ครดั

๒. อำนาจ “ในการอนญุ าตให้ใช้ หรอื ให้เชา่ ที่ราชพสั ดุ เพ่อื เป็นสวัสดิการ
ภายใน ส่วนราชการ”

(๑) การจัด “สวัสดิการภายในส่วนราชการ” ท่ีมิได้เป็นไปในเชิงธุรกิจ
ในที่ราชพัสดุ หัวหน้าส่วนราชการสามารถพิจารณาอนุมัติให้ใช้ที่ดิน ทรัพย์สิน หรืออาคารของ
ส่วนราชการตามความจำเป็นและสมควรได้โดยไม่ต้องเช่า รวมท้ังอนุมัติให้ใช้น้ำและกระแส
ไฟฟ้าของส่วนราชการ เพ่ือการสวัสดิการได้ โดยประหยัดตามนัยข้อ ๑๗ (๑) และ (๓) ของ
ระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรวี า่ ด้วยการจดั สวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

(๒) การจัด “สวัสดิการในเชิงธุรกิจ” ในท่ีราชพัสดุจะต้องกระทำโดย
การเช่าตามกฎหมายและระเบียบกระทรวงการคลังเก่ียวกับการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
ดังน้ัน ก่อนท่ีคณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการจะอนุมัติโครงการต้องส่งรายละเอียด
ของโครงการให้กรมธนารักษ์พิจารณาอนุญาตก่อน เพื่อให้สอดคล้องตามประกาศคณะ
กรรมการสวัสดิการข้าราชการ เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิง
ธุรกิจ ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ข้อ ๒ (๒) ทั้งน้ี การจัดให้เช่าท่ีราชพัสดุเพ่ือเป็น
สวัสดิการในเชิงธรุ กิจไดห้ รือไม่น้นั ใหถ้ อื การพิจารณาของกรมธนารกั ษ์เป็นที่สดุ

อน่ึง ในการพิจารณาจัดให้เช่าท่ีราชพัสดุที่ต้ังอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็น
อำนาจของอธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอ่ืนเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการ
จังหวัด และที่ราชพัสดุที่มีกฎหมายให้ส่วนราชการอ่ืนมีอำนาจในการปกครอง ดูแล และจัดหา
ประโยชนไ์ ด้ ก็ให้เปน็ ไปตามท่กี ฎหมายนน้ั กำหนด

๓. กรณีเป็นการดำเนินธุรกิจ ในท่ีราชพัสดุที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การจัด
สวัสดิการภายในส่วนราชการและการจัดสวัสดิการภายในเชิงธุรกิจดังกล่าวข้างต้น ไม่สามารถ
ดำเนินการภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ

70

พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเก่ียวกับการจัดหาประโยชน์ในที่ราช

พสั ดเุ ทา่ นัน้





จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบตามความเห็นของกรมธนารักษ์

โปรดแจ้งเวียนซักซ้อมความเข้าใจกับส่วนราชการต่างๆ เพ่ือถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปด้วย

จะขอบคณุ ย่ิง





ขอแสดงความนบั ถอื



(ลงชอื่ ) วสิ ทุ ธิ์ ศรีสุพรรณ




(นายวสิ ทุ ธ์ิ ศรีสุพรรณ)


อธบิ ดีกรมธนารกั ษ

















สำนักบรหิ ารทร่ี าชพัสดุกรุงเทพมหานคร


โทรศัพท์ ๐ - ๒๒๗๘ - ๒๔๒๖


โทรสาร ๐ - ๒๒๗๙ - ๘๔๑๐























71

(สำเนา)


ท่ี มท ๐๕๐๒.๓ / ๑๐๙๗๓ กรมท่ีดิน


ถนนพระพพิ ธิ กทม. ๑๐๒๐๐


๑๒ เมษายน ๒๕๔๙

เรอ่ื ง การยา้ ยข้าราชการสงั กัดกรมทีด่ ิน


เรียน ผู้ว่าราชการจงั หวัดทกุ จงั หวดั


ด้วยปรากฏว่า มีข้าราชการในสังกัดกรมท่ีดินบางรายได้ยื่นคำร้องขอย้าย

ไปดำรงตำแหน่งทางส่วนราชการต่าง ๆ โดยได้ระบุเหตุผลและความจำเป็นในการขอย้าย ให้

กรมที่ดินพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

พ.ศ. ๒๕๔๐ แต่เมื่อกรมท่ีดินได้มีคำส่ังย้ายให้ตามความประสงค์แล้ว กลับขอให้กรมท่ีดิน

พิจารณาย้ายกลับไปดำรงตำแหน่งทางส่วนราชการเดิมหรือขอช่วยราชการ โดยอ้างว่า ไม่มี

ความจำเป็นตามคำร้องขอย้ายแล้ว ทั้งที่มิได้มีการแจ้งยกเลิกคำร้องขอย้ายเป็นลายลักษณ์

อักษรใหก้ รมทดี่ นิ ทราบในระหว่างทค่ี ำร้องขอยา้ ยยงั มผี ลอยแู่ ต่อย่างใด


กรมที่ดินพิจารณาแล้ว เพ่ือมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และเกิดผล

กระทบต่อข้าราชการผู้ที่มีคำส่ังย้ายหรือย่ืนคำร้องขอย้ายรายอ่ืน จึงขอให้กำชับข้าราชการ

กรมท่ดี นิ ทกุ รายที่ได้ย่นื คำรอ้ งขอยา้ ยไว้ หากภายหลังไมป่ ระสงคจ์ ะย้ายตามคำร้องขอย้ายแลว้

จะต้องมีบันทึกยกเลิกคำร้องขอย้ายเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งให้กรมที่ดินทราบเพื่อเป็นหลัก

ฐานด้วย มิฉะนั้น กรมท่ีดินจะถือว่าคำร้องขอย้ายฉบับดังกล่าวยังมีผลอยู่ และเม่ือกรม ฯ ได้

พิจารณาย้ายให้ตามคำร้องขอย้ายแล้ว จะต้องเดินทางไปปฏิบัติงานตามตำแหน่งทุกราย โดย

จะอา้ งเหตุผลใด ๆ เพอื่ ขอผัดการเดนิ ทางหรือขอช่วยราชการไม่ได้อกี ตอ่ ไป


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้ข้าราชการสังกัดกรมท่ีดินทราบและถือ

ปฏิบัติโดยเคร่งครดั ดว้ ย จกั ขอบคณุ ยง่ิ



ขอแสดงความนบั ถือ

(ลงชื่อ) พรี พล ไตรทศาวิทย



(นายพรี พล ไตรทศาวิทย)์


อธบิ ดีกรมที่ดิน


กองการเจ้าหนา้ ท
ี่

โทร. (มท) ๕๐๘๐๑-๑๒ ต่อ ๔๐๕, ๐-๒๒๒๒-๙๘๑๓


โทรสาร ๐-๒๒๒๒-๗๗๒๐


72

(สำเนา)

ที่ นร ๑๐๑๒.๗ / ๑๔ สำนักงาน ก.พ.


ถนนพษิ ณโุ ลก กทม. ๑๐๓๐๐


๒๑ เมษายน ๒๕๔๙

เรอ่ื ง แนวทางปฏิบัติในการจดั สวัสดิการภายในหน่วยงานของส่วนราชการ

เรยี น อธบิ ดีกรมท่ีดนิ

สิ่งท่สี ่งมาด้วย คำแนะนำของศูนย์ประสานการจัดสวัสดิการข้าราชการ เรื่อง แนวทาง


ปฏิบัตใิ นการจดั สวสั ดิการภายในหนว่ ยงานของส่วนราชการ





ด้วยส่วนราชการได้หารือศูนย์ประสานการจัดสวัสดิการข้าราชการเก่ียวกับวิธี

การบริหารจัดการสวัสดิการของหน่วยงานในส่วนราชการหลายรูปแบบ ซ่ึงคณะกรรมการ

สวัสดิการข้าราชการพิจารณาแล้วมีมติให้ศูนย์ประสานการจัดสวัสดิการข้าราชการจัดทำคำ

แนะนำ เรื่อง แนวทางปฏบิ ัติในการจัดสวสั ดกิ ารภายในหน่วยงานของสว่ นราชการเพื่อแจง้ สว่ น

ราชการต่อไป ตามสงิ่ ที่ส่งมาดว้ ย


อนึ่ง สำหรับส่วนราชการที่ได้จัดสวัสดิการภายในหน่วยงานแล้ว ให้ดำเนินการ

ตามแนวทางเดิมต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัด

สวสั ดกิ ารภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ หรอื อาจจะปรบั ปรุงให้เปน็ ไปตามคำแนะนำที่ส่งมา

พร้อมหนังสือน้ีก็ได้ และให้ส่วนราชการจัดส่งรายงานการประเมินผลการจัดสวัสดิการภายใน

หน่วยงานของส่วนราชการให้ศูนยป์ ระสาน ฯ พร้อมกับการจดั ส่งรายงานการประเมนิ ผลการจดั

สวสั ดิการของส่วนราชการประจำปตี ามข้อ ๒๕ ของระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการจดั

สวสั ดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ดว้ ย



จึงเรียนมาเพือ่ โปรดดำเนินการต่อไป



ขอแสดงความนบั ถือ


(ลงชอ่ื ) ปรชี า วชั ราภัย


(นายปรีชา วชั ราภยั )


เลขาธกิ าร ก.พ.


สำนกั วิจยั และพัฒนาระบบงานบุคคล


ศนู ย์ประสานจดั สวัสดิการขา้ ราชการ


โทรศพั ท์ ๐-๒๒๘๒-๐๘๗๕ โทรสาร ๐-๒๒๘๒-๑๘๒๘




73

คำแนะนำของศนู ยป์ ระสานการจัดสวสั ดกิ ารข้าราชการ

เรือ่ ง แนวทางปฏบิ ัติในการจัดสวัสดิการภายในหน่วยงานของสว่ นราชการ



โดยท่ีข้อ ๑๕ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วน
ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ กำหนดให้คณะกรรมการสวัสดิการของส่วนราชการสามารถดำเนินการ
แยกบริหารจัดการสำหรับการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการเร่ืองใดท่ีมีความสำคัญและมี
ลักษณะเฉพาะ ให้มีระเบียบการจัดสวัสดิการเป็นการเฉพาะตลอดจนให้มีกองทุนสวัสดิการและ
การจดั ทำบญั ชีรับจ่ายเงินในเร่ืองนั้น ๆ แยกจากการกองทนุ สวัสดกิ ารของสว่ นราชการได้ คณะ
กรรมการสวัสดิการข้าราชการพิจารณาเห็นชอบให้มีการแนะนำวิธีการจัดสวัสดิการภายใน
หนว่ ยงานของสว่ นราชการ เพ่อื ให้คณะกรรมการสวัสดิการของส่วนราชการสามารถดำเนนิ การ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้ศูนย์ประสานการจัดสวัสดิการข้าราชการดำเนินการ
ศูนยป์ ระสาน ฯ จึงมคี ำแนะนำ ดงั น้

๑. หน่วยงานของส่วนราชการต่าง ๆ ท่ีอาจมีการจัดสวัสดิการภายในหน่วยงาน
แยกบรหิ ารจัดการต่างหากจากสวัสดกิ ารของส่วนราชการ ควรมีลักษณะดงั นี

(๑.๑) หน่วยงานในราชการส่วนกลางที่มีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อ่ืนปฏิบัติ
งานในหน่วยงานนั้นเป็นจำนวนมาก เชน่ คณะต่าง ๆ ในมหาวทิ ยาลยั โรงพยาบาล เปน็ ตน้

(๑.๒) หน่วยงานในราชการส่วนภูมิภาค

(๑.๓) หน่วยงานในราชการสว่ นกลางตงั้ อยูใ่ นส่วนภมู ภิ าค

๒. คณะกรรมการสวัสดิการของส่วนราชการอาจพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
สวัสดิการของหน่วยงานตามที่หัวหน้าหน่วยงานในข้อ ๑ เสนอและพิจารณามอบอำนาจให้
คณะอนุกรรมการสวัสดิการดังกล่าวจัดสวัสดิการให้สมาชิกสวัสดิการที่ปฏิบัติงานในหน่วยงาน
ต่าง ๆ นน้ั ได้

การแต่งตั้งและมอบอำนาจการจัดสวัสดิการให้หน่วยงานส่วนภูมิภาคควรเป็นอำนาจ
ของคณะกรรมการสวัสดิการจังหวัด เว้นแต่กรณีท่ีไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ
จงั หวดั ใหเ้ ปน็ อำนาจของคณะกรรมการสวสั ดกิ ารกรมหรอื คณะกรรมการสวสั ดกิ ารสว่ นราชการ
อ่ืนตามระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วย การจดั สวสั ดกิ ารภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗
แล้วแต่กรณี

๓. คณะอนุกรรมการสวัสดิการของหน่วยงาน ควรประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงาน
เป็นประธานอนุกรรมการ และข้าราชการของหน่วยงานน้ันไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบห้า
คนเป็นอนุกรรมการ ให้อนุกรรมการคนหนึ่งซ่ึงมีความรู้ความสามารถในการจัดทำบัญชี มี
ความซ่ือสัตย์สุจริต และไม่เคยมีปัญหาทางการเงินมาก่อนเป็นเหรัญญิกรับผิดชอบการเงินและ

74

บญั ชีสวสั ดกิ ารของหน่วยงาน และให้อนกุ รรมการคนหนึง่ เปน็ อนกุ รรมการและเลขานุการ

๔. วิธีการมอบอำนาจควรให้แยกบริหารจัดการสวัสดิการ คณะกรรมการสวัสดิการ
ของสว่ นราชการอาจเลอื กดำเนินการด้วยวิธกี าร ดงั น
ี้
(๔.๑) กำหนดระเบียบสวัสดิการของส่วนราชการมอบอำนาจให้คณะ
อนกุ รรมการสวัสดิการของหน่วยงานจัดสวัสดิการประเภทใด หรอื ทุกประเภทตามทเ่ี หน็ สมควร
โดยจะมอบอำนาจให้กำหนดระเบียบการจัดสวัสดิการ ดำเนินการจัดสวัสดิการ จัดตั้งกองทุน
สวัสดิการ และ / หรือจัดทำบัญชีรับจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการของหน่วยงานเป็นการเฉพาะ
แยกจากกองทุนสวสั ดกิ ารของส่วนราชการดว้ ยกไ็ ด้ หรอื

(๔.๒) กำหนดหลักเกณฑ์ และเง่ือนไขใหห้ น่วยงานต่าง ๆ ตามข้อ ๒ ท่ีมีความ
ประสงค์จะจัดสวัสดิการของหน่วยงานแยกต่างหากจากสวัสดิการของส่วนราชการจัดทำคำขอ
ให้คณะกรรมการสวัสดิการของส่วนราชการมอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการของ
หน่วยงานรับผิดชอบการจัดสวัสดิการประเภทใด หรือทุกประเภทตามท่ีเห็นสมควร และคณะ
กรรมการสวัสดิการของส่วนราชการจะพิจารณามอบอำนาจให้ผู้ขอรับมอบอำนาจดังกล่าว
กำหนดระเบียบการจัดสวัสดิการ ดำเนินการจัดสวัสดิการ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการ และ / หรือ
จัดทำบัญชีรับจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการของหน่วยงานเป็นการเฉพาะแยกจากกองทุนสวัสดิการ
ของส่วนราชการดว้ ยกไ็ ด้

๕. การมอบอำนาจให้ดำเนินการตามข้อ ๒ และข้อ ๔ คณะกรรมการสวัสดิการควร
กำหนดขอบเขตของการมอบอำนาจใหช้ ดั เจน

๖. การมอบอำนาจให้จัดสวัสดิการนั้น หมายความรวมถึงการมอบหมายภารกิจ
หน้าที่ความรับผิดชอบ และการมอบอำนาจให้ทำนิติกรรมกับบุคคลใด ๆ ในขอบเขต
วัตถุประสงค์ของการจัดสวสั ดิการภายในสว่ นราชการด้วย

๗. ในกรณีท่ีคณะกรรมการสวัสดิการของส่วนราชการมอบอำนาจให้คณะ
อนุกรรมการสวัสดิการของหน่วยงานแล้ว คณะกรรมการสวัสดิการของส่วนราชการต้องรับผิด
ชอบต่อการดำเนินการผู้รับมอบอำนาจในขอบเขตที่ได้รับมอบอำนาจคณะกรรมการสวัสดิการ
ของส่วนราชการจึงต้องให้คำปรึกษาแนะนำ และกำกับดูแลการดำเนินการของผู้รับมอบอำนาจ
ดงั นี

(๗.๑) ให้คำปรึกษาแนะนำ และกำกับดูแลให้การกำหนดระเบียบการจัด
สวัสดิการ ดำเนินการจัดสวัสดิการ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการ และ / หรือจัดทำบัญชีรับจ่ายเงิน
กองทุนสวัสดิการของหน่วยงานเป็นไปตามระเบียบสวัสดิการของส่วนราชการ และระเบียบ
สำนักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ย การจดั สวสั ดกิ ารภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

(๗.๒) ให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการของหน่วยงานรายงานผลการจัด

75

สวสั ดิการของหนว่ ยงานต่อคณะกรรมการสวสั ดิการของส่วนราชการเปน็ ระยะ และประจำปี

(๗.๓) ให้มีการตรวจสอบการเงินและบัญชีของสวัสดิการของหน่วยงานหรือ
กองทุนสวสั ดกิ ารของหน่วยงานเปน็ ระยะ และประจำป



























































76

(สำเนา)
สำนกั งาน ก.พ.

ที่ นร ๑๐๑๒.๗ / ๑๕

ถนนพษิ ณโุ ลก กทม. ๑๐๓๐๐


๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙

เรื่อง การซักซ้อมความเขา้ ใจเกีย่ วกับการจดั สวัสดกิ ารภายในส่วนราชการ

เรียน อธิบดกี รมทด่ี ิน

ส่งิ ที่สง่ มาด้วย ๑. เอกสารเร่ือง การซักซ้อมความเข้าใจเก่ียวกับการจัดสวัสดิการภายใน


ส่วนราชการและการจัดสวสั ดิการในเชงิ ธุรกิจในทรี่ าชพัสด


๒. หนังสือกรมธนารักษ์ ท่ี กค ๐๓๑๓ / ๓๙๓๐ ลงวันท่ี ๒๐ มีนาคม


๒๕๔๙ เร่ือง การซักซ้อมความเข้าใจเก่ียวกับระเบียบสำนายกรัฐมนตร


วา่ ด้วยการจดั สวสั ดกิ ารภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗





ด้วยส่วนราชการต่าง ๆ ได้หารือไปท่ีศูนย์ประสานการจัดสวัสดิการข้าราชการ

สำนักงาน ก.พ. เพอื่ สอบถามเรื่องการขอใชพ้ นื้ ทีร่ าชพัสดุจากกรมธนารกั ษ์ในการจดั สวัสดกิ าร

ภายในส่วนราชการและการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย

การจดั สวัสดกิ ารภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงาน ก.พ. จงึ ไดห้ ารือกับกรมธนารกั ษ์

เก่ียวกับเร่ืองดังกล่าว และบัดนี้ กรมธนารักษ์ได้มีหนังสือขอให้สำนักงาน ก.พ. ซักซ้อมความ

เขา้ ใจกับส่วนราชการตา่ ง ๆ เกยี่ วกับเรอื่ ง การจัดสวสั ดกิ ารการภายในสว่ นราชการและการจดั

สวสั ดกิ ารในเชิงธุรกจิ ในทีร่ าชพัสดุ ตามสิง่ ทส่ี ่งมาดว้ ย


สำนักงาน ก.พ. จึงขอซ้อมความเข้าใจเรื่องการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการและ

การจดั สวัสดกิ ารในเชิงรุกธรุ กิจในทร่ี าชพัสดุ มายงั ส่วนราชการตา่ งๆ เพ่อื โปรดทราบ





ขอแสดงความนบั ถอื



(ลงช่ือ) ปรีชา วชั ราภยั




(นายปรีชา วชั ราภัย)


เลขาธิการ ก.พ.


สำนักวจิ ัยและพฒั นาระบบงานบุคคล


ศนู ยป์ ระสานจัดสวสั ดิการขา้ ราชการ


โทรศพั ท์ ๐-๒๒๘๒-๐๘๗๕


โทรสาร ๐-๒๒๘๒-๑๘๒๘


77

การซักซ้อมความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การจัดสวสั ดกิ ารภายในส่วนราชการ

และการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจในทร่ี าชพสั ด


-------------------------

๑. การจัดสวัสดิการภายในตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การจัด
สวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๔ แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ “การจัด
สวัสดิการภายในส่วนราชการ” และ “การจัดสวัสดกิ ารในเชงิ ธุรกจิ ”

(๑) “การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ” หมายความว่า กิจกรรม
หรือกิจการใด ๆ ที่คณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการจัดให้มีข้ึน โดยมีวัตถุประสงค์
ในการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าราชการเพ่ือประโยชน์แก่การดำรงชีพนอก
เหนือจากสวัสดิการท่ีทางราชการจัดให้แก่ข้าราชการเป็นกรณีปกติ หรือ เพ่ือประโยชน์แก่การ
สนับสนุนการปฏิบัติราชการ หรือท่ีคณะกรรมการเห็นสมควรให้จัดเพ่ิมข้ึนสำหรับส่วนราชการ
ต่างๆ โดยมไิ ด้เปน็ ไปในเชิงธุรกจิ และมีหลกั เกณฑ์ประกอบการพิจารณา ดังน้

(๑.๑) ให้ผู้บริการ ได้แก่ คณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วน
ราชการหรือคณะกรรมการสวัสดกิ ารข้าราชการเป็นผ้จู ดั

(๑.๒) ผู้รับบริการ ได้แก่ ข้าราชการที่เป็นสมาชิกสวัสดิการของ
ส่วนราชการเปน็ หลัก

(๑.๓) เจตนารมณ์ในการจัดสวัสดิการ มีวัตถุประสงค์ในการช่วย
เหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าราชการเพ่ือประโยชน์แก่การดำรงชีพนอกเหนือจาก
สวัสดิการท่ีทางราชการจัดให้แก่ข้าราชการเป็นกรณีปกติ หรือเพ่ือประโยชน์แก่การสนับสนุน
การปฏบิ ตั ริ าชการ โดยมไิ ด้เปน็ ไปในเชงิ ธุรกิจ

(๑.๔) สภาพทำเลที่ตั้งของท่ีดินและหรืออาคารท่ีใช้ในการจัด
สวสั ดิการภายในส่วนราชการจะต้องไม่เอื้อหรือมุง่ ให้บริการแก่ผู้รับบริการท่ีเป็นบุคคลภายนอก
ทวั่ ไปทีม่ ิใชส่ มาชิกเปน็ หลัก เช่น ติดถนนสาธารณะ เป็นตน้

(๑.๕) ระยะเวลาเปิดและปิดของกิจกรรมหรือกิจการใดๆ ท่ีจัดเป็น
สวัสดิการจะตอ้ งใกลเ้ คยี งกับระยะเวลาของการปฏิบัตริ าชการตามปกติ

(๑.๖) ประเภทของการจัดสวัสดิการเป็นไปตามระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑๐ ได้แก่ การ
ออมทรพั ย์ การให้กเู้ งิน การเคหะสงเคราะห์ การฌาปนกิจสงเคราะห์ การกฬี าและนันทนาการ
การให้บริการของร้านค้าสวัสดิการ การฝึกวิชาชีพเพ่ือเสริมรายได้หรือลดรายจ่ายให้แก่สมาชิก
การสงเคราะห์ข้าราชการในด้านอื่น ๆ กิจกรรมหรือสวัสดิการภายในส่วนราชการประเภทอ่ืน
ตามทคี่ ณะกรรมการสวสั ดิการเหน็ สมควร


78

ทั้งน้ี การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการประเภทใดดังกล่าวข้างต้นให้คำนึงถึง
สภาพและลักษณะของภารกิจของส่วนราชการ ความต้องการของสมาชิก จำนวนเงินทุนและ
ศกั ยภาพในการจดั สวัสดกิ ารภายในส่วนราชการของสว่ นราชการนน้ั ดว้ ย

(๒) “การจัดสวัสดิการในเชงิ ธรุ กจิ ” หมายความว่า การดำเนนิ กจิ กรรม
หรือกิจการสวัสดิการใด ๆ ท่ีจัดเป็นสวัสดิการภายในของส่วนราชการท่ีคณะกรรมการ
สวัสดิการภายใน ส่วนราชการจัดให้มีข้ึน ซ่ึงเป็นไปในทางการค้ากับสมาชิกสวัสดิการ และ
บุคคลภายนอกทั่วไปและมหี ลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณา ดังนี

(๒.๑) เป็นการจัดกิจการสวัสดิการภายในส่วนราชการ เพื่อ
ประโยชน์ของ ส่วนราชการและเป็นโครงการท่ีคณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการได้
จัดให้มีขึ้นหรือมอบหมายให้บุคคล คณะบุคคล หรือคณะอนุกรรมการท่ีเป็นข้าราชการหรือผู้ที่
ไม่ใช่ขา้ ราชการเป็นผดู้ ำเนนิ การ

(๒.๒) การอนุมัติโครงการในท่ีราชพัสดุน้ัน คณะกรรมการ
สวัสดิการภายในส่วนราชการจะต้องส่งรายละเอียดของโครงการให้กรมธนารักษ์เพ่ือขออนุญาต
เช่าท่ีราชพัสดุ และต้องได้รับอนุญาตให้เช่าที่ราชพัสดุก่อน คณะกรรมการ ฯ จึงจะอนุมัติให้
ดำเนินการโครงการน้ันได

(๒.๓) ประเภทของสวัสดิการในเชิงธุรกิจที่คณะกรรมการ
สวัสดกิ ารขา้ ราชการกำหนดไวใ้ หส้ ามารถกระทำได้ เช่น รา้ นอาหาร รา้ นขายเคร่ืองดม่ื / ขาย
อาหารว่าง ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค ตลาดนัด ร้านรับถ่ายเอกสาร ร้านขายหนังสือและ
หรืออุปกรณ์เคร่ืองเขียน ร้านตัดผมหรือเสริมสวย ร้านขายเสื้อผ้าหรือรับตัดเสื้อผ้า ร้านรับ
ซักรีด สถานท่ีออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา คลินิกสุขภาพ สถานท่ีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
สถานทแี่ ละหรอื บ้านพักตากอากาศ และบริการรับ - ส่ง หรอื ให้เชา่ พาหนะ เปน็ ต้น

(๒.๔) ให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ
เร่อื งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการจดั สวสั ดกิ ารในเชิงธรุ กจิ เกีย่ วกบั ขอ้ กำหนดอื่น ๆ โดย
เคร่งครัด

๒. อำนาจ “ในการอนุญาตให้ใช้ หรือให้เช่าที่ราชพัสดุ เพื่อเป็นสวัสดิการ
ภายใน สว่ นราชการ”

(๑) การจัด “สวัสดิการภายในส่วนราชการ” ที่มิได้เป็นไปในเชิงธุรกิจ
ในท่ีราชพัสดุ หัวหน้าส่วนราชการสามารถพิจารณาอนุมัติให้ใช้ท่ีดิน ทรัพย์สิน หรืออาคารของ
ส่วนราชการตามความจำเป็นและสมควรได้โดยไม่ต้องเช่า รวมท้ังอนุมัติให้ใช้น้ำและกระแส
ไฟฟ้าของส่วนราชการ เพื่อการสวัสดิการได้ โดยประหยัดตามนัยข้อ ๑๗ (๑) และ (๓) ของ

79

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และ
ประกาศคณะกรรมการสวัสดกิ ารขา้ ราชการ เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละเง่อื นไขการพิจารณาอนมุ ัตใิ ห้
ใชน้ ำ้ กระแสไฟฟา้ หรือส่งิ สาธารณูปโภคอ่นื เพือ่ การจัดสวัสดกิ ารภายในส่วนราชการ

(๒) การจัด “สวัสดิการในเชิงธุรกิจ” ในที่ราชพัสดุจะต้องกระทำโดย
การขออนุญาตเช่าตามกฎหมายและระเบียบกระทรวงการคลังเก่ียวกับการจัดหาประโยชน์ในที่
ราชพสั ดุ ดังนนั้ กอ่ นท่คี ณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการจะขออนุมัติโครงการตอ้ งส่ง
รายละเอียดของโครงการให้กรมธนารักษ์พิจารณาอนุญาตก่อน เพ่ือให้สอดคล้องตามประกาศ
คณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการจัดสวัสดิการใน
เชิงธุรกิจ ลงวันท่ี ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ข้อ ๒ (๒) ทั้งน้ี การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุเพื่อเป็น
สวสั ดกิ ารในเชิงธรุ กจิ ไดห้ รอื ไม่นัน้ ให้ถือการพิจารณาของกรมธนารกั ษเ์ ปน็ ท่ีสุด

อน่ึง ในการพิจารณาจัดให้เช่าที่ราชพัสดุที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็น
อำนาจของอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่ีราชพัสดุท่ีต้ังอยู่ในจังหวัดอ่ืนเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการ
จังหวัด

สำหรับที่ราชพัสดุท่ีมีกฎหมายให้ส่วนราชการอ่ืนมีอำนาจในการปกครองดูแล
บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์ การอนุญาตให้ใช้หรือเช่าท่ีราชพัสดุให้เป็นไปตามท่ี
กฎหมายนั้นกำหนด เช่น ที่ราชพัสดุที่เป็นสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลตามพระราช
บญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นตน้



















หมายเหต ุ กรณีท่ีส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐจะดำเนินธุรกิจในที่ราชพัสดุ ท่ีไม

เป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการและการจัด

สวัสดิการในเชิงธุรกิจ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การจัด

สวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 ตามที่กล่าวมาแล้ว ต้องปฏิบัติตาม

กฎหมายและระเบยี บเกยี่ วกบั การจดั หาประโยชน์ในที่ราชพสั ดุเทา่ นั้น


80

(สำเนา)


ที่ นร ๑๐๐๘.๕ / ว ๓๗




ถึง กรมท่ดี ิน





ด้วยได้มีประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าท่ีของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตร

ประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒

(ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ.๒๕๔๙ ในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก ตามสำเนาเอกสารท่ี

แนบมาพรอ้ มนี้





จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และดำเนินการเพื่อให้พนักงานราชการมีบัตรประจำตัวต่อ

ไปได้









สำนักงาน ก.พ.




๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙




























สำนกั พัฒนาระบบจำแนกตำแหนง่ และค่าตอบแทน


ศูนยบ์ ริหารพนกั งานราชการ


โทร. ๐ - ๒๒๘๑ - ๕๐๒๐ โทรสาร ๐ -๒๒๘๒ - ๐๘๗๔




81

แบบหนังสือแสดงเจตนาระบตุ ัวผรู้ บั เงินช่วยพิเศษกรณขี า้ ราชการถงึ แก่ความตาย



เขียนท่ี .............................................................

วนั ท่ี ..........................................................................



ข้าพเจ้า......................................................เป็นข้าราชการ (พลเรือน ทหาร ฯลฯ)
ชน้ั /ยศ/ระดบั ....................... ตำแหน่ง ......................................................................................

สังกดั กอง/สำนกั งาน...............................................................กรม ...........................................

กระทรวง..........................จังหวดั ...........................ไดร้ บั เงนิ เดือน เดือนละ........................ บาท

ขอแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษโดยหนังสือฉบับนี้ว่า ในกรณีที่ข้าพเจ้าถึงแก่ความ
ตายใน ระหว่างรับราชการ และทางราชการจะต้องจ่ายเงินช่วยพิเศษให้ตามพระราชกฤษฎีกา
การจ่ายเงินเดือน เงินปีบำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ข้าพเจ้าประสงค์ให้
จ่ายเงนิ ชว่ ยพเิ ศษแก่.................................................ซงึ่ มีภมู ลิ ำเนาอยบู่ า้ นเลขท.ี่ ......................

ถนน.............................................................ตำบล/แขวง...........................................................

อำเภอ/เขต...................................จังหวดั .....................................รหสั ไปรษณยี ์........................



(ลงชอ่ื ) ...........................................ผแู้ สดงเจตนา

(...............................................)

(ลงชื่อ ..............................................พยาน

(...............................................)

(ลงชอ่ื )..............................................พยาน

(...............................................)





ได้บนั ทึกไว้ในสมุดประวัต/ิ ก.พ. ๗ แล้ว



(ลงชื่อ) .................................................. เจ้าหน้าท่ีทะเบยี นประวตั


(......................................................)

ตำแหน่ง ..................................................

วันที่ .........................................................





82

(สำเนา)

พระราชกฤษฎกี า


กำหนดเจา้ หน้าทข่ี องรฐั และผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว

เจา้ หน้าทีข่ องรฐั ตามพระราชบญั ญัติบัตรประจำตัว

เจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับท่ี ๑๐)

พ.ศ. ๒๕๔๙


---------------------------


ภูมพิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙


เป็นปที ่ี ๖๑ ในรัชกาลปจั จุบัน




พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ใหป้ ระกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเจ้าหน้าท่ีของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้า
หน้าทข่ี องรัฐตามพระราชบญั ญตั ิบัตรประจำตัวเจา้ หน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๔ (๑๖) และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎกี าขน้ึ ไว้ ดงั ตอ่ ไปนี

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกวา่ “พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าท่ขี องรฐั และ
ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าท่ีของ
รัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษาเปน็ ต้นไป

มาตรา ๓ ให้เพ่ิมความตอ่ ไปนี้เป็น ๒๐. ในหัวข้อเจา้ หน้าท่ขี องรัฐ และผมู้ ีอำนาจออก
บัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามลำดับของมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนด
เจ้าหน้าท่ีของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตร
ประจำตวั เจ้าหน้าท่ีของรฐั พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๕

“๒๐. พนักงานราชการซง่ึ มีวาระ ๒๐. ปลดั กระทรวงสำหรบั พนกั งาน

การจ้างไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง

อธิบดี หัวหน้าสว่ นราชการของ

สว่ นราชการที่มฐี านะเป็นกรม หรือ


83

ผวู้ ่าราชการจังหวดั สำหรบั พนักงาน

ราชการในราชส่วนภมู ิภาค

ท่ีสงั กดั จงั หวดั นั้น หรอื ผู้ทีไ่ ดร้ ับ

มอบหมายจากผู้ดำรงตำแหน่งดงั กล่าว”





ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ

พลตำรวจเอก ชดิ ชยั วรรณสถิตย

รองนายกรัฐมนตร



























หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชกฤษฎีกาฉบบั น้ี คอื เนื่องจากพนักงานราชการ
เป็นบุคลากรภาครัฐประเภทหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติงานควบคู่ไปกับข้าราชการได้ทั้งในภารกิจหลัก
ภารกิจรอง และภารกิจสนับสนุนของส่วนราชการ แต่ปรากฎว่าตามพระราชบัญญัติบัตรประจำ
ตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ยังมิได้กำหนดให้พนักงานราชการเป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐตาม
พระราชบัญญัติดังกล่าว ประกอบกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็มิได้กำหนดเร่ืองบัตรประจำตัวพนักงานราชการไว้เป็นการเฉพาะ สมควรให้
บุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐเพ่ือปฏิบัติหน้าที่โดยมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าท่ีของ
รัฐตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐได้ รวมท้ังกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตร
ประจำตัวไว้ดว้ ย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎกี าน


84

(สำเนา)


ท่ี มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๒๔๘๔๓

ถงึ จงั หวัดทุกจังหวดั

ด้วยปรากฏว่าขณะน้ีมีหลายจังหวัดมิได้ถือปฏิบัติตามนัยระเบียบกรมท่ีดิน ว่า
ดว้ ยการบรหิ ารงานบคุ คล พ.ศ. ๒๕๔๐ หมวด ๑๓ การทะเบยี นประวัตขิ ้าราชการ ข้อ ๖๗ ๖๙
และ ๗๐ จึงขอเรียนซ้อมความเข้าใจและชแี้ จงแนวทางปฏิบัติเพมิ่ เตมิ ดงั น้ี

๑. กรณีข้าราชการถึงแก่กรรม ให้จังหวัดรายงานเวลาราชการของข้าราช
การผู้ที่ถึงแก่กรรมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันที่ถึงแก่กรรมไปพร้อมกับมรณบัตรในคราว
เดยี วกนั ภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันทไี่ ดร้ ับแจง้

๒. กรณีข้าราชการขอลาออกจากราชการ เมื่อถึงวันที่ครบกำหนดวันลาออก
จากราชการ ให้จังหวัดรายงานเวลาราชการของข้าราชการผู้นั้นตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจน ถึง
วันท่ีขอลาออกจากราชการไปให้กรมท่ีดินทราบภายใน ๕ วันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดลา
ออก

๓. ข้าราชการผู้ใดผ่านการฝึกอบรม ได้รับวุฒิการศึกษาเพ่ิมขึ้น สมรส หย่า
เปลี่ยนชื่อตัว เปล่ียนชื่อสกุล หรือเปล่ียนคำนำหน้านาม ให้จังหวัดบันทึกรายการเพิ่มเติมของ
ข้าราชการผู้น้ันลงในหลักฐานทะเบียนประวัติ (สมุดประวัติ/ก.พ. ๗) ฉบับท่ีเก็บรักษาไว้ทาง
สำนักงานท่ีดินจังหวัด และรายงานสำนักงาน ก.พ. แล้วจัดส่งสำเนาเอกสารไปให้กรมที่ดิน
ภายใน ๕ วนั ทำการนบั แตว่ นั ท่ไี ด้รบั แจ้ง ดังนี้

๓.๑ หลักฐานการศึกษาให้ส่งสำเนาปริญญาบัตรและใบรายงานผลการ
ศกึ ษา (Transcript) จำนวน 1 ชุด

๓.๒ หลักฐานการสมรส หย่า เปล่ียนชื่อตัว ช่ือสกุล หรือเปลี่ยนคำนำ
หน้าชื่อ ให้ส่งพร้อมกับสำเนาหลักฐานทะเบียนบ้านที่มีการแก้ไขช่ือตัว-ชื่อสกุล คำนำหน้าชื่อ
แล้ว จำนวน ๗ ชุด โดยให้แจ้งชื่อตัว - ชื่อสกุล ท่ีเป็นภาษาอังกฤษด้วย พร้อมรับรองสำเนา
ถูกตอ้ งทุกฉบับ

๔. เม่ือจังหวัดได้ออกคำสั่งเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลแล้ว ให้จังหวัด
บันทึกรายการตามคำส่ังดังกล่าวลงในหลักฐานทะเบียนประวัติ (สมุดประวัติ/ก.พ. ๗) ให้ครบ
ถ้วนและถูกต้อง พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าท่ีผู้บันทึกและแก้ไขรายการลงลายมือชื่อพร้อม
ประทบั ตราช่ือกำกบั ไวท้ ุกรายการเพื่อเปน็ หลักฐานในการตรวจสอบ

๕. การบันทึกรายการเกี่ยวกับเงินเดือนให้จังหวัดถือปฏิบัติตามเอกสาร
ตัวอย่างท่ีส่งมาพร้อมน้ีและให้ใช้ปากกาตามสีท่ีกำหนด เพ่ือความสะดวกในการตรวจสอบ
ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนข้าราชการ สำหรับเงินค่าครองชีพช่ัวคราวและค่าตอบแทนราย

85

เดือนไม่ต้องบันทึกในหลักฐานทะเบียนประวัติ เนื่องจากไม่ได้นำมาคำนวณในการขอรับ

บำเหนจ็ บำนาญของข้าราชการ


๖. กรณที ห่ี ลักฐานทะเบียนประวตั ิ (สมดุ ประวัติ / ก.พ. ๗) ของข้าราชการ

บางรายมขี อ้ มูลไม่ครบถว้ น เนอ่ื งจากเม่อื มีการแตง่ ต้ัง โยกยา้ ยแล้ว (ขา้ ราชการผนู้ นั้ ยังคงช่วย

ราชการอยู่หรือยังไม่ได้เดินทางไปปฏิบัติงานตามตำแหน่งท่ีได้รับแต่งตั้ง) จังหวัดเดิมมิได้ส่ง

หลักฐานทะเบียนประวัติของผู้น้ันไปให้จังหวัดหรือหน่วยงานที่ได้รับแต่งตั้งตามคำส่ัง ดังนั้น

หลักฐานทะเบียนประวัติของข้าราชการดังกล่าวจึงยังคงตกค้างอยู่ที่จังหวัดเดิม ฉะน้ัน ขอให้

จังหวัดจัดส่งหลักฐานทะเบียนประวัติ (สมุดประวัติ / ก.พ. ๗) ของข้าราชการผู้น้ันไปยังส่วน

ราชการท่ีได้รบั แต่งต้ังใหมท่ ุกครัง้


๗. ข้าราชการผู้ใดท่ีได้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบสำรวจข้อมูลข้าราช

การกรมที่ดิน ซึ่งกรมท่ีดิน ได้บันทึกในฐานข้อมูลของข้าราชการผู้นั้นแล้ว หากภายหลังมีการ

เปล่ียนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลดังกล่าว ขอได้กรอกข้อมูลไปให้กรมที่ดินใหม่ เพื่อประโยชน์ใน

การบริหารงานบุคคลและสิทธิประโยชน์ตามโครงการจ่ายตรงเงินเดือนข้าราชการ ซ่ึงสามารถ

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์กรมท่ีดินหัวข้อ “ดาวน์โหลด > แบบสำรวจข้อมูล

ข้าราชการกรมที่ดิน”


๘. สำหรับหลกั ฐานทะเบยี นประวัติ (สมุดประวตั ิ / ก.พ. ๗) ของข้าราชการ

ท่พี ้นจากราชการใหจ้ ังหวดั เก็บไวเ้ ป็นหลกั ฐานตอ่ ไป ห้ามมใิ ห้ส่งมอบแก่เจ้าของประวัต





จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้ข้าราชการในสังกัดพร้อมทั้งเจ้าหน้าท่ี

ผู้รบั ผดิ ชอบทราบและถอื ปฏิบตั โิ ดยเครง่ ครัดตอ่ ไป







กรมท่ีดนิ


๓๐ สงิ หาคม ๒๕๔๙














กองการเจา้ หน้าท
ี่

โทร. (มท) ๕๐๘๐๑-๑๒ ต่อ ๓๕๘, ๓๒๖, ๐-๒๒๒๖-๐๓๗๔-๕


โทรสาร (มท) ๕๐๘๐๑-๑๒ ตอ่ ๔๐๕, ๐-๒๒๒๒-๗๗๒๐


86

(สำเนา)

บันทกึ ข้อความ

สว่ นราชการ กองการเจ้าหน้าที่ โทร. ๐ - ๒๒๒๖ - ๐๓๗๔ - ๕ (๓๕๘, ๓๒๖)

ที่ มท ๐๕๐๒.๒ / ว ๑๒๒๘๓ วนั ที่ ๓๑ สงิ หาคม ๒๕๔๙

เร่อื ง ซ้อมความเข้าใจและช้ีแจงแนวทางปฏิบัติเพ่ิมเติมเก่ียวกับระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วย


การบริหารงานบคุ คล พ.ศ. ๒๕๔๐

เรยี น ผู้อำนวยการสำนัก เจ้าพนักงานท่ีดินกรุงเทพมหานคร เลขานุการกรม ผู้อำนวยการ


กอง ผอู้ ำนวยการสำนกั งาน หัวหน้าหนว่ ยตรวจสอบภายใน และผอู้ ำนวยการศนู ย์สง่


เสรมิ ประสิทธภิ าพกรมท่ดี ิน





ด้วยปรากฏว่าขณะน้ีมีหลายหน่วยงานในสังกัดมิได้ถือปฏิบัติตามนัยระเบียบกรม

ที่ดินว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๐ หมวด ๑๓ การทะเบียนประวัติข้าราชการ ข้อ

๖๗ ๖๙ และ ๗๐ จงึ ขอเรยี นซ้อมความเขา้ ใจและช้แี จงแนวทางปฏบิ ัตเิ พมิ่ เตมิ ดังน
้ี

๑. กรณีข้าราชการถึงแก่กรรม ให้รายงานเวลาราชการของข้าราชการผู้ท่ีถึงแก่

กรรมต้ังแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันท่ีถึงแก่กรรมไปพร้อมกับมรณบัตรในคราวเดียวกัน

ภายในวนั 5 วันทำการนบั แต่วนั ที่ไดร้ บั แจ้ง


๒. กรณีข้าราชการขอลาออกจากราชการ เมื่อถึงวันที่ครบกำหนดวันลาออกจาก

ราชการให้รายงานเวลาราชการของข้าราชการผู้น้ันตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันท่ีขอลาออก

จากราชการ ไปให้ภายใน ๕ วันทำการนับแตว่ นั ทคี่ รบกำหนดลาออก


๓. ขา้ ราชการผู้ใดผ่านการฝกึ อบรม ไดร้ ับวุฒิการศึกษาเพม่ิ ข้ึน สมรส หย่า เปลี่ยน

ช่ือตัว เปล่ียนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ขอให้จัดส่งสำเนาเอกสารไปให้กองการ

เจ้าหนา้ ที่ภายใน 5 วนั ทำการนับแตว่ นั ที่ไดร้ บั แจ้ง ดงั น้


๓.๑ หลักฐานการศึกษาให้ส่งสำเนาปริญญาบัตรและใบรายงานผลการศึกษา

(Transcript) จำนวน ๑ ชดุ พรอ้ มรบั รองสำเนาถกู ต้อง


๓.๒ หลักฐานการสมรส หย่า เปลี่ยนช่ือตัว ช่ือสกุล หรือเปล่ียนคำนำหน้าช่ือ

ให้ส่งพร้อมกับสำเนาหลักฐานทะเบียนบ้านท่ีมีการแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือคำนำหน้าชื่อแล้ว

จำนวน ๗ ชดุ โดยให้แจง้ ช่ือตัว - ชือ่ สกลุ ทีเ่ ป็นภาษาอังกฤษดว้ ย พรอ้ มรบั รองสำเนาถูกตอ้ ง

ทกุ ฉบับ


สำหรบั หลกั ฐานการฝกึ อบรมขอใหแ้ จ้งกองฝกึ อบรมโดยตรง


๔. ข้าราชการผู้ใดท่ีได้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบสำรวจข้อมูลข้าราชการกรม

ที่ดิน ซ่ึงกรมที่ดินได้บันทึกในฐานข้อมูลของข้าราชการผู้น้ันแล้ว หากภายหลังมีการ

87

เปล่ยี นแปลงหรือแกไ้ ขขอ้ มูลเกย่ี วกับท่อี ยปู่ จั จบุ ัน ทอ่ี ยตู่ ามหลักฐานทะเบยี นบ้าน หรือบคุ คลที่

สามารถติดต่อได้ ขอได้กรอกข้อมูลไปให้ใหม่ ฯลฯ เพ่ือประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลและ

สิทธิประโยชน์ตามโครงการจ่ายตรงเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้

จากเวบ็ ไซดก์ รมที่ดินหวั ขอ้ “ดาวน์โหลด > แบบสำรวจขอ้ มลู ข้าราชการกรมท่ีดนิ ”





จึงเรียนมาเพ่ือทราบ และแจ้งให้ข้าราชการในสังกัดพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้อง

ทราบและถือปฏิบัตโิ ดยเครง่ ครัดต่อไป



(ลงช่ือ) ธีรศกั ดิ์ ลม้ิ ประสทิ ธิศกั ดิ์




(นายธรี ศกั ด์ิ ล้ิมประสิทธิศักด์)ิ


ผูอ้ ำนวยการกองการเจ้าหนา้ ท
ี่





























































88

ด่วนที่สดุ
(สำเนา)


ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๓๔ กรมบญั ชกี ลาง


ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐


๔ กนั ยายน ๒๕๔๙

เรอ่ื ง การบรหิ ารจัดการฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ

เรยี น อธิบดกี รมทดี่ นิ

อา้ งถึง ๑. หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนท่สี ุด ท่ี กค ๐๔๑๗/ว ๓๘


ลงวันท่ี ๒๖ มกราคม ๒๕๔๙


๒. หนงั สอื กรมบัญชกี ลาง ด่วนทส่ี ุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๑๑๔


ลงวนั ท่ี ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๙


๓. หนังสือกรมบญั ชกี ลาง ดว่ นท่สี ดุ ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๑๘๐


ลงวันท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙


๔. หนังสอื กรมบัญชีกลาง ด่วนทส่ี ุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๒๓๗


ลงวันท่ี ๘ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

สง่ิ ท่ีสง่ มาดว้ ย แนวปฏบิ ตั กิ ารบริหารจัดการฐานข้อมูลบคุ ลากรภาครัฐ





ตามหนังสือที่อ้างถึง ๑ - ๔ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานหลักประกันสุขภาพ

แห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐผ่านทาง Website (http://

csmbs.nhso.go.th/csmbs/) โดยให้ผู้มีสิทธิ (ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ) เข้าทำการ

ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลของตนเอง และบุคคลในครอบครัวผ่าน Website ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ ๑๖

มกราคม ๒๕๔๙ ถึงวันท่ี ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ และให้นายทะเบียนของส่วนราชการ (นาย

ทะเบียนระดับกรมและนายทะเบียนส่วนภูมิภาค) ดำเนินการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล ต้ัง

แต่วันท่ี ๑๖ มกราคม ๒๕๔๙ ถึงวนั ที่ ๓๐ มถิ ุนายน ๒๕๔๙ โดย กรมบญั ชกี ลาง และ สปสช.

ได้ทำการปรับปรุงระบบฐานขอ้ มลู บุคลากรภาครัฐ ในระหว่างวันที่ ๑ - ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙

และเปิดระบบดังกล่าวอีกคร้ังในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ เพ่ือให้นายทะเบียนของส่วนราชการ

สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขปรับปรุงข้อมูลของผู้มีสิทธิ และบุคคลในครอบครัวให้ถูกต้องครบ

ถว้ น และเปน็ ปจั จุบนั ผา่ นทาง Website (www.cgd.go.th) นน้ั


กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว เพ่ือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการผ่านทาง Website ดัง

กล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรกำหนดแนวปฏิบัติการบริหารจัดการฐานข้อมูล

บุคลากรภาครัฐให้ผู้ที่เก่ียวข้องในส่วนต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามสิ่งท่ีส่งมาด้วย โดยกรมบัญชีกลาง

89

ได้มีการปรบั ปรุงการดำเนนิ การบางส่วนในระบบฐานขอ้ มลู บคุ ลากรภาครฐั ดงั น
้ี
๑. ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนเอง และบุคคลในครอบครัวผ่าน Website
ดังกล่าวได้ โดยไม่มีสิทธิเข้าปรับปรุงแก้ไข หรือเพ่ิมเติมข้อมูล หากผู้มีสิทธิพบว่าข้อมูลใด ไม่
ถูกต้องหรือต้องการเพ่ิมเติมข้อมูล ให้ผู้มีสิทธิติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัด
เพ่ือให้นายทะเบียนของส่วนราชการเข้าทำการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพ่ิมเติมข้อมูลแล้วแต่กรณี
ท้ังนี้ ผู้มีสิทธิจะต้องนำเอกสารอ้างอิงแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีสิทธิกับบุคคลในครอบครัว
มายื่นให้นายทะเบียนของส่วนราชการตรวจสอบความถูกต้องด้วย โดยข้อมูลของบุตรรวมท้ัง
บุตรบุญธรรมให้แสดงข้อมูลทุกคนไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม ต้ังแต่ลำดับท่ี ๑ จนถึง
ลำดบั สดุ ท้ายไม่วา่ จะเกิดจากการสมรสคร้งั ใด

๒. เพื่อลดภาระของนายทะเบียนระดับกรม และเพ่ิมความคล่องตัวในการปรับปรุง
แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อมูลผู้มีสิทธิในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ กรมบัญชีกลางจึงเห็นควรให้
นายทะเบียนส่วนภูมิภาคสามารถดำเนินการปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อมูลผู้มีสิทธิ และ
บุคคลในครอบครัวในสังกัดได้ต่อไปเช่นเดียวกับนายทะเบียนระดับกรม จนถึงวันท่ี ๓๑
ธันวาคม ๒๕๔๙ ท้ังน้ี โดยผ่าน Website (www.cgd.go.th) ของกรมบัญชีกลาง สำหรับรหัส
ผ่านให้ใช้รหัสผา่ นเดมิ

หากข้อมูลของผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวท่ีนายทะเบียนยืนยันความถูกต้องของ
ข้อมูลแล้ว ภายหลังพบว่าไม่ถูกต้อง และกรมบัญชีกลางได้มีการนำข้อมูลน้ันไปใช้เพื่อ
ประโยชน์ในการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือดำเนินการอื่นใดที่
เกย่ี วขอ้ งแลว้ ส่วนราชการผ้เู บกิ ระดับกรมมีหน้าทีต่ ิดตามนำเงนิ ทีไ่ ด้เบิกจ่ายไปส่งคนื คลงั

๓. สำหรับฐานข้อมูลของผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัว กรมบัญชี
กลางได้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐแล้ว ต้ังแต่วันท่ี ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ จึง
ขอให้สว่ นราชการดำเนินการ ดังน้

๓.๑ ประชาสัมพนั ธ์ให้ผู้รบั เบยี้ หวดั บำนาญในสงั กัด ตรวจสอบความถูกต้องของ
ข้อมลู ของตนเอง และบุคคลในครอบครวั หากข้อมลู ไมถ่ กู ตอ้ ง หรอื ไม่สมบรู ณ์ ให้ผรู้ ับเบย้ี หวดั
บำนาญแจ้งนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัด เพื่อให้นายทะเบียนของส่วนราชการเข้า
ทำการแก้ไขปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อมูลแล้วแต่กรณี ท้ังนี้ ผู้รับเบ้ียหวัดบำนาญจะต้องนำ
เอกสารอ้างอิงแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับเบ้ียหวัดบำนาญกับบุคคลในครอบครัว (เช่น
ทะเบยี นสมรส สูตบิ ัตร ฯลฯ) มายน่ื ให้นายทะเบยี นดำเนนิ การ

๓.๒ นายทะเบียนของส่วนราชการทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลท่ี
ผู้รับเบ้ียหวัดบำนาญในสังกัดนำมาย่ืน หากข้อมูลไม่ถูกต้องให้นายทะเบียนของส่วนราชการ
เข้าทำการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพ่ิมเติมข้อมูลแล้วแต่กรณี ผ่าน Website ตามเอกสารอ้างอิงท่ี

90

ผรู้ ับเบี้ยหวดั บำนาญจัดสง่ ให





จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ และถือปฏิบัติ

ตอ่ ไปด้วย





ขอแสดงความนับถือ



(ลงชอ่ื ) สมภพ บัณฑรวพิ ากษ์




(นายสมภพ บัณฑรวิพากษ)์


รองอธบิ ดี ปฏิบตั ริ าชการแทน



อธิบดกี รมบญั ชกี ลาง














กลมุ่ งานสวสั ดิการรกั ษาพยาบาลข้าราชการ


โทร. ๐-๒๒๗๓-๙๐๒๔ ตอ่ ๔๑๐๐, ๔๖๘๔


e-mail : [email protected]


www.cgd.go.th























91

การบรหิ ารจดั การฐานขอ้ มลู บุคลากรภาครฐั




ผู้มสี ิทธ ิ หมายถึง ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และลูกจ้างชาวต่าง
ประเทศตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และท่ี
แกไ้ ขเพมิ่ เติม



บุคคลในครอบครวั หมายถงึ บดิ า มารดา คูส่ มรส และบุตร ทถี่ กู ตอ้ งตามกฎหมายของ

ผู้มสี ิทธิ

สถานพยาบาล หมายถึง สถานพยาบาลของทางราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาเงิน

สวสั ดกิ ารเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และที่แก้ไขเพม่ิ เติม

ส่วนราชการผเู้ บกิ (หนว่ ยเบิกต้นสงั กัด) หมายถงึ ส่วนราชการผู้เบกิ ระดับกรม และส่วน

ราชการ ผู้เบกิ ในส่วนภมู ิภาค

ส่วนราชการผ้เู บิกระดับกรม หมายถึง ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบ

ประมาณทีอ่ ยใู่ นสว่ นกลาง

สว่ นราชการผเู้ บิกในสว่ นภูมภิ าค หมายถึง ส่วนราชการท่ีเบิกเงินจากสำนักงานคลัง

จงั หวัด

นายทะเบียนระดับกรม หมายถึง ข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนราชการ

ผู้เบิกระดับกรม ซ่ึงดำรงตำแหน่งในกองการเจ้าหน้าที่

(หรือเรียกช่ืออย่างอื่น) หรือมีหน้าที่ดูแลทะเบียนประวัติ

(ก.พ. ๗) ของขา้ ราชการในสงั กัด

นายทะเบียนส่วนภมู ิภาค หมายถึง ข้าราชการท่ีได้รับการแต่งตั้งจากส่วนราชการผู้

เบิกในส่วนภูมิภาค ซ่ึงดำรงตำแหน่งในกองการเจ้าหน้าท่ี

(หรือเรียกช่ือย่างอื่น) หรือมีหน้าท่ีดูแลทะเบียนประวัติ

(ก.พ. ๗) ของข้าราชการในสังกัด ทั้งนี้ หากไม่มีข้าราช

การที่ดำรงตำแหน่งข้างต้น ให้แต่งต้ังข้าราชการท่ีมีหน้าท
่ี
เบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้มีสิทธิในสังกัดทำ

หน้าทแี่ ทน

Website หมายถึง Website ทก่ี รมบญั ชกี ลางจัดทำขน้ึ (www.cgd.go.th)



การบริหารจัดการฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ให้หน่วยงานและบุคคลท่ีเก่ียวข้องดำเนินการ
ดงั น
ี้

92

๑. ผมู้ สี ทิ ธิ มหี น้าทด่ี งั น
ี้
๑.๑ คน้ หาข้อมลู ของตนเอง และบุคคลในครอบครวั ในฐานข้อมลู บคุ ลากรภาครัฐผา่ น
ทาง Website โดยจะต้องลงทะเบียนขอรหัสผ่าน สำหรับรหัสผ่านท่ีเคยได้รับก่อน 1 สิงหาคม
2549 ระบบได้ทำการยกเลิกแล้ว หากไม่ปรากฏข้อมูล หรือข้อมูลไม่สมบูรณ์ ให้ติดต่อนาย
ทะเบียนของส่วนราชการ กรณีผู้มีสิทธิอยู่ในส่วนกลางให้ติดต่อนายทะเบียนระดับกรม และ
กรณีผู้มีสิทธิอยู่ในส่วนภูมิภาค ให้ติดต่อนายทะเบียนส่วนภูมิภาค เพื่อทำการเพิ่มเติมข้อมูล
หรือแกไ้ ข ปรับปรงุ ขอ้ มูลให้สมบรู ณ์

๑.๒ ผู้มีสิทธิต้องจัดส่งสำเนาเอกสารทางราชการต่าง ๆ ท่ีแสดงสถานภาพ หรือ
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีสิทธิกับบุคคลในครอบครัวท่ีใช้อ้างอิง เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร
ฯลฯ ให้กับนายทะเบียนส่วนราชการเพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการยืนยันความถูกต้องของ
ขอ้ มลู

๑.๓ ผู้มีสิทธิต้องแจ้งการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ให้นายทะเบียนของส่วนราชการ เพ่ือ

ทำการปรับปรุงฐานขอ้ มูลบคุ ลกรภาครฐั ให้เป็นปจั จบุ ัน ดงั น้

(๑) แจง้ การเสียชีวติ ของบิดา - มารดา

(๒) แจง้ การสมรส หรือหย่าของตนเอง

(๓) แจ้งการเสยี ชีวิตของคู่สมรส

(๔) แจ้งการเกิด - เสียชีวิตของบุตร และแจ้งการสมรสของบุตร (สมรสก่อน

อายคุ รบ ๒๐ ปีบรบิ รู ณ์)

(๕) แจ้งการจดทะเบียนรับรองบุตร หรือคำส่ังศาลส่ังให้เป็นบุตรชอบด้วย

กฎหมาย

(๖) แจ้งการยกบตุ รใหเ้ ป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น



๒. สว่ นราชการผู้เบิกระดบั กรม มีหนา้ ที่ดังน้

๒.๑ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิในสังกัดท้ังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าค้นหา
ข้อมูลของตนเองและบุคคลในครอบครัวในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐผ่านทาง Website เพ่ือ
ตรวจสอบข้อมูลของตนเองและบุคคลในครอบครัวว่ามีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน
หรือไม

๒.๒ แจ้งเวียนส่วนราชการผู้เบิกในส่วนภูมิภาคในสังกัดให้ดำเนินการตามที่ได้รับ

มอบหมาย (รายละเอยี ดปรากฏตามขอ้ ๓)

๒.๓ ควบคุมดูแลนายทะเบียน และผู้มีสิทธิในสังกัดให้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบ

หมาย


93

๒.๔ หากส่วนราชการใดมีการเปลี่ยนแปลงนายทะเบียน ขอให้ส่วนราชการทำ


หนังสือแจ้งกรมบัญชีกลาง เพ่ือยกเลิกรหัสผ่าน (Password) ของนายทะเบียน


เดิม และกำหนดรหสั ผา่ น (Password) ของนายทะเบียนใหม่ให้ โดยขอให้ส่วน


ราชการแจ้งช่ือ - นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลข


โทรศัพท์ของนายทะเบียนใหม่มาในหนังสือ พร้อมแนบคำส่ังที่ส่วนราชการแต่ง


ตง้ั นายทะเบยี นดังกล่าวมาใหด้ ว้ ย


๒.๕ จัดระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐตามความ

เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการนำไปใช้โดยไม่เหมาะสม หรือเป็นผลร้ายต่อเจ้าของข้อมูลตาม

พระราชบญั ญตั ขิ อ้ มูลขา่ วสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๓ (๕)




๓. ส่วนราชการผเู้ บิกในส่วนภูมิภาค มหี น้าท่ดี งั นี ้


๓.๑ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิในสังกัดเข้ามาค้นหาข้อมูลของตนเอง และบุคคลใน


ครอบครัวในฐานข้อมูลบุคคลภาครัฐผ่านทาง Website ตรวจสอบข้อมูลของ


ตนเอง และบคุ คลในครอบครัววา่ มขี อ้ มูลครบถ้วนถกู ต้อง และเป็นปัจจุบันหรอื ไม


๓.๒ ควบคุมดูแลนายทะเบียน และผู้มีสิทธิในสังกัดให้ดำเนินการตามท่ีได้รับมอบ


หมาย


๓.๓ หากส่วนราชการใดมีการเปลี่ยนแปลงนายทะเบียน ขอให้ส่วนราชการทำ


หนังสือแจ้งกรมบัญชีกลาง เพื่อยกเลิกรหัสผ่าน (Password) ของนายทะเบียน


เดิม และกำหนดรหสั ผ่าน (Password) ของนายทะเบียนใหมใ่ ห้ โดยขอใหส้ ว่ น


ราชการแจ้งช่ือ - นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลข


โทรศัพท์ของนายทะเบียนใหม่มาในหนังสือ พร้อมแนบคำส่ังที่ส่วนราชการแต่ง


ตั้งนายทะเบยี นดงั กลา่ วมาให้กรมบญั ชกี ลางดว้ ย


๓.๔ จัดระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐตามความ


เหมาะสมเพ่ือป้องกันมิให้มีการนำไปใช้โดยไม่เหมาะสม หรือเป็นผลร้าย


ต่อเจ้าของข้อมูลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐


มาตรา ๒๓ (๕)




๔. นายทะเบยี น (นายทะเบยี นระดบั กรม นายทะเบยี นส่วนภูมภิ าค) มหี น้าท่ีดงั น้ี


๔.๑ รับผิดชอบดูแลรักษารหัสผ่าน (Password) ที่ได้รับจากกรมบัญชีกลาง


(Password ใช้ในการเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของผู้มีสิทธิและ


บุคคลในครอบครวั ในสังกัด)


94

๔.๒ นายทะเบียนสามารถเข้าดำเนินการในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐผ่าน Website

(www.cgd.go.th) ของกรมบัญชกี ลางได้เชน่ เดยี วกบั ทด่ี ำเนินการผา่ น Website

(http ://csmbs.nhso.go.th/csmbs/) โดยใชร้ หัสผ่านเดมิ

๔.๓ มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิในสังกัดผ่าน

Website ตามเอกสารอ้างองิ ทผี่ ูม้ ีสิทธจิ ดั สง่ ใหใ้ นข้อ ๑.๒ โดย

(๑) หากข้อมูลถูกต้องให้กดปุ่ม “บันทึก” เพ่ือให้ระบบทำการบันทึกข้อมูล

ลงในฐานข้อมูลบุคลกรภาครัฐ และกดปุ่ม “สมบูรณ์” เม่ือข้อมูลครบ

ถว้ นแล้ว

(๒) หากปรากฏว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องแล้ว จึง

ทำการ “บันทึก” เพ่ือให้ระบบทำการบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูล

บุคลากรภาครฐั และกดปมุ่ “สมบูรณ”์ เมื่อขอ้ มลู ถูกต้องแลว้

๔.๔ กรณีบุคคลในครอบครัวเป็นบุคคลต่างด้าว ไม่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน

๑๓ หลัก กรมบัญชีกลางจะออกเลขท่ีบัตรให้โดยอัตโนมัติ ๑๓ หลัก ซึ่งข้ึนต้น

ด้วย B ใหน้ ายทะเบยี นดำเนนิ การ ดงั น
้ี
(๑) คน้ หาชื่อเจ้าของสทิ ธิ เลอื กบุคคลในครอบครวั

(๒) เมื่อเข้าหน้าจอบุคคลในครอบครัว เลือกเพิ่มข้อมูล ระบุความสัมพันธ์ว่า

เปน็ บิดา มารดา คู่สมรส หรอื บตุ ร และลำดับท่ีของบคุ คลทเ่ี ลือก

(๓) เลือกประเภทบัตรเป็นหนังสือต่างด้าว / หนังสือเดินทาง ที่บุคคลนั้นใช้

ในการแสดงตนเลขท่ีบัตร / หนังสือไม่ต้องกรอกเว้นว่างไว้ และกรอก

รายละเอียดทุกรายการใหค้ รบถ้วน

(๔) กดปุ่มบันทึก ระบบจะออกเลขที่บัตรให้อัตโนมัติ ๑๓ หลัก ซึ่งจะข้ึนต้น

ดว้ ย B และกดปุ่มสมบูรณ์

๔.๕ นอกจากการทำหน้าท่ีตรวจสอบความถูกต้อง ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

แล้ว นายทะเบียนมีหน้าท่ีเพ่ิมเติม แก้ไข ปรับปรุง และลบข้อมูลของผู้มีสิทธิ

และบุคคลในครอบครัวในสังกัด เพื่อให้ข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐมี

ความถกู ตอ้ ง และเป็นปัจจุบัน



หากมีขอ้ สงสยั ในการดำเนนิ การ โปรดสอบถาม

ก. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมบัญชีกลาง ในเร่ือง โปรแกรม Website
Password และการใช้งาน


95

• หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๓-๙๐๒๔ หรอื ๐-๒๒๗๓-๙๖๑๔ ต่อ ๔๑๐๒

• หมายเลขโทรศัพท์ (สายตรง) ๐-๒๒๗๓-๙๗๒๕, ๐-๒๒๙๘-๖๓๑๕

ข. กลุ่มงานสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กรมบัญชีกลาง ในเร่ืองของผู้มี
สิทธแิ ละบคุ คลในครอบครวั

• หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๓-๙๐๒๔ หรือ ๐-๒๒๗๓-๙๖๑๔ ต่อ ๔๑๐๐,

๔๓๑๙, ๔๔๓๗, ๔๔๔๑, ๔๖๘๔

• หมายเลขโทรศัพท์ (สายตรง) ๐-๒๒๗๓-๙๕๖๑, ๐-๒๒๗๓-๙๖๖๔,

๐-๒๒๙๘-๖๐๘๗









































96

(สำเนา)

ที่ มท ๐๕๐๒.๔ / ว ๒๗๗๔๖ กรมที่ดนิ


ถนนพระพิพิธ กทม. ๑๐๒๐๐


๒๖ กนั ยายน ๒๕๔๙

เรอ่ื ง การช่วยเหลอื ลูกจา้ งช่วั คราวเงินนอกงบประมาณ

เรียน ผู้ว่าราชการจังหวดั ทุกจังหวัด

อ้างถึง ๑. หนังสอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๕๐๒.๔ / ว ๒๘๘๐๐ ลงวันที่ ๑๕ กนั ยายน ๒๕๔๘


๒. หนงั สอื กรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๕๐๒.๔ / ว ๓๓๖๒๒ ลงวนั ท่ี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๘





ตามหนังสือที่อ้างถึง กรมที่ดิน ได้อนุมัติให้ลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ

ในปีงบประมาณ ๒๕๔๙ ที่ปฏิบัติงานต่อเนื่อง และทำงานในลักษณะซ้ำตัวบุคคลเป็นเวลาไม่

น้อยกว่า ๕ ปี ได้รับความช่วยเหลือเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กรมทด่ี ินกำหนด นัน้


กรมที่ดิน พิจารณาแล้ว เห็นว่า เพ่ือให้ลูกจ้างชั่วคราวของกรมที่ดิน ที่ปฏิบัติ

งานตอ่ เนอ่ื งไม่น้อยกว่า ๕ ปี มขี วัญกำลังและแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน โดยมีรายไดเ้ หมาะสม

สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จึงอนุมัติในหลักการให้ลูกจ้างช่ัวคราวเงินนอกงบ

ประมาณ ปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ดงั น้

๑. หลกั เกณฑ


๑.๑ มีสถานภาพเป็นลูกจ้างช่ัวคราวท่ีจ้างจากเงินนอกงบประมาณของ

กรมทีด่ นิ ในปงี บประมาณ ๒๕๕๐


๑.๒ เป็นลูกจ้างชั่วคราวของกรมท่ีดินท่ีปฏิบัติงานต่อเน่ืองไม่น้อยกว่า

๕ ปี ถึงวนั ที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๙ (เศษ ๖ เดือน นับเปน็ ๑ ปี)


๑.๓ การนับระยะเวลานับทุกตำแหน่ง เว้นช่วงการจ้างได้กรณีเป็นการ

รอการจา้ ง


๑.๔ ใหไ้ ด้รบั เงนิ เพิ่มการครองชพี ช่ัวคราว ตั้งแตว่ นั ที่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๙

ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐

๒. การให้ความชว่ ยเหลือ


ใหไ้ ด้รับเงินเพิม่ การครองชพี ชวั่ คราว เดอื นละ ๑,๐๐๐ บาท เช่นเดยี วกบั ลูกจ้าง

ประจำหรอื ขา้ ราชการระดบั ต้น โดยมเี ง่ือนไข ดงั น้ี


๒.๑ กรณีได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เม่ือรวม

97

กบั ค่าจา้ งทไ่ี ด้รบั อยู่แล้ว ต้องไมเ่ กนิ ๑๐,๕๐๐ บาท


๒.๒ กรณที ไี่ ด้รับเงนิ เพม่ิ การครองชพี ชั่วคราว เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อรวม

กับค่าจ้างท่ีได้รับอยู่แล้วไม่ถึงเดือนละ ๗,๓๕๐ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพช่ัวคราวอีก

จำนวนหน่งึ เพอ่ื ให้มีรายได้ รวมเปน็ เดือนละ ๗,๓๕๐ บาท

๓. เงนิ ท่ใี หค้ วามช่วยเหลอื


ให้จังหวัดบริหารเงินนอกงบประมาณ ตามประเภทเงินที่เบิกจ่ายค่าจ้างช่ัวคราว

ให้ลกู จา้ งชั่วคราว เพอ่ื จ่ายเปน็ เงนิ เพิ่มการครองชีพช่วั คราว


จึงเรียนมาเพ่อื โปรดทราบและดำเนินการต่อไป





ขอแสดงความนบั ถอื




(ลงชื่อ) พีรพล ไตรทศาวิทย์


(นายพรี พล ไตรทศาวิทย์)


อธิบดกี รมทด่ี ิน

















กองการเจา้ หนา้ ท
่ี

โทร./โทรสาร ๐ - ๒๒๒๒ - ๙๘๑๒


โทร. (มท) ๕๐๘๐๑ - ๑๒ (๒๗๔)


















98


Click to View FlipBook Version