The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมระเบียบคำสั่งกรมที่ดิน ประจำปี 2549 (ส่วนที่ 1) (ปี 2549)

กองแผนงาน

Keywords: ด้านทั่วไป

๖. การจ่ายค่าจ้างตกเบิก ให้บันทึกรายการจ่ายค่าจ้างส่วนที่เพิ่มขึ้นในช่องด้านล่างของช่อง

เดือนที่ตกเบิก ตามระยะเวลาท่ีตกเบิก และในเดือนถัดไป เมื่อมีการเบิกจ่ายให้บันทึก

รายการจา่ ยเตม็ จำนวน

๗. การจ่ายเพิ่ม หรือลด

๗.๑ จ่ายเพิ่ม ในกรณเี ลอื่ นขัน้ ฯ ไดร้ ับแต่งต้งั ไปดำรงตำแหน่งใหมโ่ ดยไดร้ บั ค่าจ้างเพ่ิมขึน้

ใหบ้ นั ทึกเฉพาะจำนวนเงนิ ทไ่ี ดร้ ับเพมิ่ ขึ้น ใหบ้ นั ทึกเฉพาะจำนวนเงนิ ทไี่ ด้รบั เพ่มิ

๗.๒ จ่ายลด ในกรณีถูกตัดเงนิ เดือน หรือถกู ลดข้ันคา่ จ้าง ให้บนั ทกึ ตามจำนวนทีจ่ า่ ยจรงิ

๘. การงดเบิก ถ้ามีการงดเบิกในเดือนใด ให้ลงอักษร “ง” ด้วยหมึกแดงทางด้านซ้ายของ

ช่องเดือนท่ีงดเบิก ถ้ามีการจ่ายใหม่ในภายหลัง ให้ลงอักษร “จ” ด้วยหมึกแดงถัดจาก

อักษร “ง” (กรณจี า่ ยค่าจา้ งเทา่ เดมิ )

๙. การโอนหรือย้ายสังกดั

๙.๑ ถ้าโอนหรือย้ายสังกัด ต้ังแต่วันที่ ๑ ของเดือน โดยค่าจ้างไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ต้อง

บันทึกรายการจ่ายค่าจ้าง แต่ให้ใส่เคร่ืองหมายกากบาทด้วยดินสอดำไว้ในช่องเดือน

ที่โอนหรือย้ายสังกัดน้ัน เพื่อทราบว่าส่วนราชการผู้เบิกเดิมไม่ได้จ่ายค่าจ้างในเดือน

น้ัน เม่ือมีการจ่ายค่าจ้างทางส่วนราชการผู้เบิกใหม่ ให้ส่วนราชการผู้เบิกใหม่ลบ

เครื่องหมายออก ถ้าค่าจ้างเปลี่ยนแปลง ให้บันทึกจำนวนค่าจ้างไว้ในเดือนท่ีโอน

หรือยา้ ยสังกัดน้ันด้วยและถา้ ในเดอื นถดั ไปจ่ายคา่ จ้างเทา่ เดิมใหท้ ้ิงชอ่ งว่างไว้

๙.๒ ถ้าโอนหรือย้ายสังกัดระหว่างเดือน ให้บันทึกรายการจ่ายเงินเดือนในเดือนท่ีโอนหรือ

ย้ายสังกัดนั้น ทางส่วนราชการผู้เบิกเดิม และส่วนราชการผู้เบิกใหม่ให้บันทึกจำนวน

เงินของส่วนราชการผู้เบิกเดิมไว้ตอนบน และส่วนราชการผู้เบิกใหม่ในช่องด้านล่าง

ของช่องเดือนท่ีโอนหรือย้ายสังกัดน้ัน ส่วนเดือนถัดไปให้บันทึกตามจำนวนท่ีได้เบิก
จ่ายจรงิ

๑๐. กรณีพ้นจากราชการ ถ้าเป็นการพ้นจากราชการในวันที่ ๑ ของเดือนใด ให้ลงอักษร “ง”

ไว้ในช่องเดือนท่ีงดเบิกนั้น ถ้าเป็นการพ้นจากรายการระหว่างเดือน ให้บันทึกตามจำนวน

ท่ไี ด้เบิกจ่ายจริงไว้ในช่องเดอื นท่ีพน้ จากราชการ และลงอกั ษร “ง” ในเดือนถดั ไป

***ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิก หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงลายมือชื่อกำกับในช่องหมายเหตุ
ในแตล่ ะปีท่ีมกี ารจา่ ยคา่ จา้ ง




299

หลักเกณฑแ์ ละวธิ ปี ฏิบัติเก่ยี วกับหลกั ฐานในการควบคมุ การเบกิ จ่าย

เงนิ เดอื นและค่าจา้ งประจำ


(แนบทา้ ยหนงั สือกระทรวงการคลงั ท่ี กค ๐๔๓๐.๓ / ว ๕๕

ลงวันท่ ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๙)




ด้วยกระทรวงการคลังได้เริ่มโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการ
และลูกจ้างประจำโดยตรง ซ่ึงเป็นการเบิกจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ GFMIS ทำให้ข้ันตอน
การปฏิบัติงานในส่วนของการเบิกจ่าย และเอกสารประกอบต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปล่ียนไป
จากเดิม อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓๕ แห่งระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ.
๒๕๒๐ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม กระทรวงการคลังจึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ
เกีย่ วกับหลักฐานในการควบคมุ การเบกิ จ่ายเงนิ เดอื นและคา่ จ้างประจำใหม่ ดังน
้ี
ข้อ ๑. หลักเกณฑ์น้ีเรียกว่า “หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับหลักฐานในการ
ควบคมุ การเบกิ จา่ ยเงินเดือนและคา่ จา้ งประจำ

ขอ้ ๒. ในหลักเกณฑ์น้ี คำว่า “ส่วนราชการผู้เบิก” หมายถึง ส่วนราชการผู้เบิก
ตามคำนิยามในระเบยี บการเบกิ จา่ ยเงินจากคลงั พ.ศ. ๒๕๒๐ และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเติม

ข้อ ๓. กำหนดวิธีดำเนินการ ดงั น้

๓.๑ ให้ส่วนราชการผู้เบิกที่รับผิดชอบการเบิกจ่ายเงินเดือน / ค่าจ้าง
ประจำใช้บัตรตรวจจ่ายเงินเดือนรายตัว และบัตรลูกจ้างประจำรายช่ือ เป็นหลักฐานในการ
ควบคมุ การเบิกจ่าย

๓.๒ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปีงบประมาณ ส่วนราชการท่ียังไม่ได้นำ
ข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง ให้จัดทำบัญชีรายชื่อ วันเดือน
ปีเกิด ของลูกจ้างประจำท่ีจะมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งจะต้องพ้นจากราชการเพราะครบ
เกษียณอายุเม่ือส้ินปีงบประมาณนั้น ๆ ส่งให้กรมบัญชีกลางเพื่อใช้ตรวจสอบกับประกาศ
เกษียณอายุลูกจ้างประจำของส่วนราชการ สำหรับส่วนราชการท่ีมีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูล
ฯ แล้ว กรมบัญชีกลางจะส่งข้อมูลจากระบบ ฯ ให้ส่วนราชการใช้ประกอบการประกาศเกษียณ
อายุลกู จ้างประจำตอ่ ไป

๓.๓ การโอน / ย้าย ให้ส่วนราชการผู้ให้โอน / ย้าย รับรองและจัดส่ง
เอกสารใหแ้ ก่สว่ นราชการผูร้ ับโอน / ย้าย ดังน้

- สมุดทะเบียนประวัติ (กพ.๗) / เอกสารเกี่ยวกับประวัติ

ลูกจ้างประจำ

- บัตรตรวจจ่ายเงินเดอื นรายตัว / บัตรลูกจ้างประจำรายชือ่

- หนังสือสำคัญการจ่ายเงินเดือน / ค่าจ้าง ครั้งสุดท้าย เฉพาะ
กรณีการโอน หากมีการเบิกล่วงล้ำ ให้ระบุระยะเวลาและจำนวนเงินที่ล่วงล้ำให้ชัดเจน โดย
300

ส่วนราชการผู้รับโอนจะต้องดำเนินการเบิกหักผลักส่งชดใช้คืนตามวิธีการที่ทางราชการกำหนด
โดยเรว็ ตอ่ ไป

๓.๔ การพ้นจากราชการ ให้ส่วนราชการผู้เบิกแนบบัตรตรวจจ่ายเงินเดือนรายตัว/
บัตรลูกจ้างประจำรายช่ือ / บัตรจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้าง จากระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ
เพ่ือใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญ ท้ังน้ี ให้มีข้อความรับรองความถูก
ตอ้ งของการเบิกจ่าย ฯ ดังน้ี

“ขอรับรองว่าข้าราชการ / ลูกจ้างประจำ รายนี้ ได้เบิกจ่ายเงินเดือน / ค่าจ้าง
ประจำ เดือนสุดท้ายเดือนละ ................. บาท เงิน พ.ส.ร. เดือนละ ............... บาท และ /
หรือเงิน อ่ืน ๆ ............ จำนวน ................... บาท จนถึงวันท่ี........................................ หาก
มีการเบิกจ่ายเงินเกินสิทธิ จะดำเนินการตามระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง
ของ สว่ นราชการ พ.ศ. ๒๕๒๐ ต่อไป”



(ลงช่ือ) ................................................... ผู้เบกิ


301

ด่วนทส่ี ดุ
(สำเนา)


ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๓๐๘ กรมบัญชกี ลาง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๙

เรื่อง อัตราค่าบริการสาธารณสุขเพ่ือใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในสถาน

พยาบาลของทางราชการ

เรียน อธิบดีกรมทดี่ ิน

อ้างถงึ ๑. หนังสอื กรมบญั ชีกลาง ดว่ นทสี่ ุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๒๕๔

ลงวันท่ี ๒๒ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

๒. หนงั สอื กรมบัญชกี ลาง ดว่ นที่สดุ ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๒๕๕

ลงวันท่ี ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๙

๓. หนงั สอื กรมบัญชีกลาง ดว่ นท่สี ุด ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๒๕๖

ลงวนั ที่ ๒๒ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

๔. หนงั สือกระทรวงสาธารณสุข ด่วนท่สี ดุ ที่ สธ ๐๕๐๓.๐๓ / ๓๓๖๕

ลงวนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙



ตามหนังสือที่อ้างถึง ๑ - ๓ กรมบัญชีกลางได้เวียนแจ้งส่วนราชการ ส่วน
ราชการที่มีสถานพยาบาลในสังกัด สถานพยาบาลรัฐวิสาหกิจ สถานพยาบาลที่กระทรวงการ
คลังกำหนด และสถานพยาบาลของทางราชการทั่วประเทศ ให้ทราบและถือปฏิบัติตาม
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราค่าบริการสาธารณสุขเพ่ือใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษา
พยาบาลในสถานพยาบาลของราชการซึ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ นั้น
เน่ืองจาก กระทรวงสาธารณสขุ ได้แจง้ ขอให้ชะลอการใช้ประกาศอตั ราคา่ บริการสาธารณสุขเพ่ือ
ใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ เพื่อให้สถาน
พยาบาลมีเวลาในการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการให้สอดรับกับหลักเกณฑ์และ
อัตราท่ีกำหนดในประกาศอัตราค่าบริการดังกล่าวตามหนังสือท่ีอ้างถึง ๔ ความละเอียดแจ้ง
แล้ว นั้น

กรมบัญชีกลางโดยได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นควร
ขยายระยะเวลาการมีผลใช้บังคับประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวจากวันท่ี ๑ สิงหาคม
๒๕๔๙ เปน็ วนั ท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๔๙








302

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้ผู้มีสิทธิและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบและ
ถือปฏิบตั ติ ่อไป



ขอแสดงความนบั ถือ



(ลงชอื่ ) สมภพ บัณฑรวิพากษ ์
(นายสมภพ บณั ฑรวิพากษ์)

รองอธิบดี ปฏบิ ัติราชการแทน

อธิบดีกรมบัญชกี ลาง











กลุ่มงานสวสั ดิการรกั ษาพยาบาลขา้ ราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๙๘ - ๖๐๘๗ โทรสาร ๐ - ๒๒๙๘ - ๖๐๘๙

www.cgd.go.th





















303

ด่วนทีส่ ุด
(สำเนา)


ท่ี กค ๐๔๐๙.๓ / ว ๖๒ กระทรวงการคลัง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙

เรือ่ ง การหักเงินคา่ ธรรมเนยี มการสอบแขง่ ขนั บุคคลเป็นเจา้ หน้าทีข่ องรฐั

เรยี น อธิบดีกรมท่ดี ิน

สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินค่าธรรมเนียมการสอบ

แขง่ ขนั บคุ คลเป็นเจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙



ตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดรายข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหัก
เงนิ ค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันบคุ คลเป็นเจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นสมควรปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวให้
เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยกำหนดข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการ
หักเงินค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันบุคคลเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549
อนุญาตให้ส่วนราชการท่ีดำเนินการสอบแข่งขันบุคคลเป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐเพื่อการปฏิบัติ
หน้าท่ีราชการของส่วนราชการน้ันหักเงินค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันท่ีได้รับในแต่ละคร้ัง ไว้
ใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสอบแข่งขันในกรณีท่ีมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องรีบ
ดำเนินการและไม่ได้มีการต้ังงบประมาณไว้ หรือต้ังงบประมาณไว้แต่ไม่เพียงพอ ได้ตามที่จ่าย
จริง สำหรับการใช้จ่ายเงินดังกล่าว ให้จ่ายได้เฉพาะรายจ่ายท่ีจำเป็นและประหยัด โดยถือ
ปฏิบตั ติ ามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างเครง่ ครดั

จึงเรียนมาเพือ่ โปรดทราบและถือปฏบิ ัติตอ่ ไป



ขอแสดงความนับถือ



(ลงชื่อ) ศานิต รา่ งน้อย
(นายศานิต รา่ งนอ้ ย)

รองปลดั กระทรวงการคลงั

หัวหนา้ กลุ่มภารกจิ ด้านรายได้

รกั ษาราชการแทน หวั หน้ากล่มุ ภารกจิ ดา้ นรายจา่ ยและหน้ีสิน

กรมบัญชกี ลาง

สำนกั มาตรฐานดา้ นกฎหมายและระเบียบการคลงั

กลุ่มกฎหมายและระเบยี บด้านการเบิกจ่าย

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๖๖๒ www.cgd.go.th


304

(สำเนา)


ข้อบังคบั กระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการหกั เงินคา่ ธรรมเนยี มการสอบแข่งขนั บุคคลเป็นเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐ


(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๙


------------------------------

โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินค่า
ธรรมเนยี มการสอบแข่งขนั บุคคลเป็นเจา้ หน้าทขี่ องรัฐใหเ้ หมาะสมยง่ิ ขึน้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ.
๒๔๙๑ และที่แกไ้ ขเพม่ิ เติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลงั จึงกำหนดข้อบงั คบั ไว้ดงั ต่อไปนี้

ขอ้ ๑ ข้อบังคับน้ีเรียกว่า “ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินค่า
ธรรมเนียมการสอบแขง่ ขนั บุคคลเป็นเจ้าหน้าทขี่ องรฐั (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙”

ข้อ ๒ ขอ้ บังคบั นี้ใหใ้ ชบ้ ังคับตัง้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศเป็นตน้

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ แห่งข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงิน
ค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันบุคคลเป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปน้ี
แทน

“ขอ้ ๕ ส่วนราชการใดดำเนินการสอบแข่งขันบุคคลเป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐเพื่อการ
ปฏิบัติหน้าที่ราชการของส่วนราชการน้ัน ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการ
มอบหมายหักเงินค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันที่ได้รับในแต่ละครั้ง ไว้ใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายใน
การดำเนินการสอบแข่งขันบุคคลเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนท่ีต้องรีบ
ดำเนินการและไม่ไดม้ ีการตงั้ งบประมาณไว้ หรอื ตง้ั งบประมาณไวแ้ ตไ่ มเ่ พียงพอ เท่าทจี่ ่ายจริง

หา้ มมใิ ห้นำเงินท่ีหักไวต้ ามวรรคหน่ึงไปใช้จ่ายกอ่ นนำสง่ เขา้ บญั ชเี งนิ ฝากตามขอ้ ๖”

ขอ้ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงิน
ค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันบุคคลเป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน

“ข้อ ๗ การจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขัน ให้ใช้จ่ายได้เฉพาะรายจ่ายท่ี
จำเป็นและประหยดั โดยถอื ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างเครง่ ครัด




ประกาศ ณ วันท ี่ ๑๐
สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

(ลงชื่อ) ศานิต รา่ งน้อย


(นายศานติ รา่ งน้อย)

รองปลดั กระทรวงการคลัง หวั หนา้ กลมุ่ ภารกจิ ด้านรายได


รกั ษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงการคลงั

หัวหนา้ กลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สนิ ปฏบิ ตั ริ าชการแทน


305

(สำเนา)
กรมบัญชกี ลาง

ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๓๒๓
ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๑๕ สงิ หาคม ๒๕๔๙

เร่ือง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการเป็นผู้ไม่มีสิทธิตามพระราช

กฤษฎีกา เงนิ สวสั ดกิ ารเกยี่ วกบั การรกั ษาพยาบาล

เรียน อธิบดีกรมที่ดนิ

อา้ งถงึ หนังสอื กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๒๒๙

ลงวนั ที่ ๖ มถิ นุ ายน ๒๕๔๙



ตามหนังสือท่ีอ้างถึง กรมบัญชีกลางได้ขอให้ส่วนราชการออกหนังสือรับรองการ
เป็นผู้ไม่มสี ิทธแิ กบ่ ุคคลในครอบครัวของขา้ ราชการและลูกจ้างประจำที่มิได้มคี วามสมั พนั ธก์ ับผู้
มสี ิทธิ (ขา้ ราชการ และลกู จา้ งประจำ) ตามทีก่ ำหนดในพระราชกฤษฎกี า ฯ ทำใหไ้ มส่ ามารถ
เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกา ฯ เพ่ือให้บุคคลเหล่าน้ันนำไปย่ืนต่อสำนักงาน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อขอรับบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อไป น้ัน
ปรากฏว่าผู้มีสิทธิ และส่วนราชการมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการดำเนินการตามหนังสือ
เวียนดังกล่าวว่าหากผู้มีสิทธิทำการปรับปรุงข้อมูลบุคคลในครอบครัวไม่ทันตามกำหนด
(ภายในวันท่ี 31 พฤษภาคม 2549) หรือเอกสารอ้างอิงแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้มีสิทธิ
กับบุคคลในครอบครัวไม่ครบถ้วน ทำให้นายทะเบียนของส่วนราชการไม่สามารถยืนยันข้อมูล
ของบุคคลดังกล่าว ผู้มีสิทธิจะต้องขอหนังสือรับรองการเป็นผู้ไม่มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกา ฯ
ให้กบั บุคคลในครอบครวั รายดังกลา่ วจากสว่ นราชการ น้ัน

เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ กรมบัญชีกลางจึงใคร่ขอเวียนซ้อม
ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการเป็นผู้ไม่มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกา ฯ เพ่ือนำ
ไปยน่ื ขอรับบตั รประกนั สุขภาพถ้วนหนา้ จาก สปสช. ดงั นี

๑. “หนังสือรับรองการเป็นผู้ไม่มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกา ฯ” ให้ใช้เฉพาะกรณี
ท่ีบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิ ไม่มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ
รักษาพยาบาล เนื่องจากไม่มีเอกสารอ้างอิงแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีสิทธิกับบุคคลใน
ครอบครัว (และบุคคลในครอบครัวรายดังกล่าว ไม่มีสิทธิสวัสดิการอ่ืน ๆ อยู่ด้วย เช่น สิทธิ
ประกันสังคม สิทธริ ฐั วสิ าหกิจ) ตัวอยา่ งเชน่

ตวั อยา่ งท่ี ๑

บิดาของขา้ ราชการ ทม่ี ไิ ด้จดทะเบียนสมรสกบั มารดาของขา้ ราชการ และไม่
ได้จดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำส่ังศาลสั่งให้เป็นบิดาชอบด้วยกฎหมาย กรณีเช่นนี้ บิดา
ของข้าราชการรายดังกล่าวจึงเป็นผู้ไม่มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการ
รักษาพยาบาล


306

ตวั อย่างที่ ๒

ข้าราชการ (ชาย) มีบุตรนอกสมรส และไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำส่ัง
ศาลสั่งให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย กรณีเช่นนี้ บุตรของข้าราชการรายดังกล่าวจึงเป็น ผู้
ไม่มีสิทธติ ามพระราชกฤษฎกี าเงินสวสั ดกิ ารเก่ยี วกับการรักษาพยาบาล

๒. จากกรณีในข้อ ๑. หากต่อมาภายหลัง บุคคลในครอบครัวรายดังกล่าวมีเอกสาร
อ้างอิงแสดงความสัมพันธ์กับผู้มีสิทธิตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ฯ ผู้มีสิทธิก็สามารถนำ
เอกสารดังกล่าวมาย่ืนต่อนายทะเบียนของส่วนราชการเพื่อขอเพ่ิมเติมบุคคลในครอบครัวดัง
กล่าวเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐได้ และขอให้ผู้มีสิทธิแจ้งบุคคลในครอบครัวแจ้งขอ
ยกเลิกบตั รประกนั สขุ ภาพถว้ นหน้าตอ่ สำนักงานหลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาตดิ ้วย

๓. เม่ือส่วนราชการออก “หนังสือรับรองการเป็นผู้ไม่มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกา ฯ”
แล้วให้บุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธินำไปย่ืนขอรับบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าจาก สปสช.
โดยดำเนนิ การดังน้

๓.๑ การย่นื ขอรับบัตร

- กรุงเทพมหานคร : ศูนย์บริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลของรัฐที่
อยูใ่ กล้บา้ นหรือสถานที่ที่ สปสช. จะประกาศให้ทราบ (สอบถามไดท้ สี่ ายด่วน ๑๓๓๐)

- ต่างจังหวดั : สถานอี นามยั หรือโรงพยาบาลของรฐั ท่ีอย่ใู กลบ้ ้าน

๓.๒ เอกสารประกอบการยืน่ ขอรับบตั ร

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (เด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ให้ใช้สำเนา
สตู บิ ัตร / ใบเกดิ )

- สำเนาทะเบียนบา้ นที่ผู้ยนื่ ขอรับบตั รมชี ือ่ อยู่



จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องทราบ และถือปฏิบัติ
ตอ่ ไปด้วย



ขอแสดงความนับถอื



(ลงช่ือ) สมภพ บณั ฑรวพิ ากษ์

(นายสมภพ บัณฑรวพิ ากษ)์

รองอธิบดี ปฏบิ ัติราชการแทน

อธิบดกี รมบญั ชกี ลาง





กลุ่มงานสวัสดกิ ารรักษาพยาบาลขา้ ราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๐๒๔ ตอ่ ๔๑๐๐, ๔๖๘๔

www.cgd.go.th


307

ดว่ นทสี่ ุด
(สำเนา)


ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๓๒๙ กรมบัญชกี ลาง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๑๘ สงิ หาคม ๒๕๔๙

เรอ่ื ง การใช้สทิ ธเิ บิกค่ารกั ษาพยาบาล สำหรบั “โครงการทวั รส์ ุขภาพ”

เรียน อธบิ ดีกรมท่ดี ิน

อ้างถงึ ๑. หนงั สอื กระทรวงการคลงั ดว่ นทส่ี ุด ท่ี กค ๐๕๒๖.๕ / ว ๑๖๖

ลงวันท่ี ๒๗ ธนั วาคม ๒๕๓๙

๒. หนงั สือกระทรวงการคลัง ดว่ นท่ีสดุ ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๑๔

ลงวันท่ี ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

๓. หนังสอื กระทรวงการคลัง ดว่ นทีส่ ดุ ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๗

ลงวนั ท่ี ๑๑ มกราคม ๒๕๔๘



ด้วยขณะนี้สถานพยาบาลของทางราชการหลายแห่งได้มีการจัดทำโครงการทัวร์
สุขภาพเม่ือข้าราชการและบุคคลในครอบครัวเข้ารับบริการจะได้รับการวินิจฉัยโรคว่า เป็นโรค
กระดูกและข้อโดยใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลจะประกอบด้วยรายการ ค่าชันสูตรโรค ค่า
เอ็กซเรย์ ค่าตรวจวินิจฉัย โดยวิธีอื่น ๆ และค่ากายภาพบำบัด ขณะเดียวกันจะเป็นกรณีของ
ผู้มีสิทธิในสังกัดเดียวกันเข้ารับการรักษาพยาบาลพร้อมกันในวันเดียวกัน มีรายการเก่ียวกับ
การรักษาเหมือนกัน ต่างกันท่ีจำนวนเงินบ้างซ่ึงเร่ืองดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาในการเบิกจ่าย
เงินคา่ รักษาพยาบาลกับสว่ นราชการต้นสงั กดั และกรมบัญชีกลางอยา่ งมาก

กรมบญั ชีกลางพจิ ารณาแลว้ ขอเรยี นดังน้ี

๑. ในหลักการ ค่ารักษาพยาบาลท่ีจะนำมาเบิกจ่ายจากทางราชการได้ต้องเป็นค่า
รักษาพยาบาลอันเกิดจากการท่ีแพทย์ได้ดำเนินการบำบัดรักษาโรคหรืออาการผิดปกติของ
ร่างกายโดยใช้วิธีการตามท่ีแพทย์เห็นว่าจำเป็นและสมควรเพ่ือทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคหรือ
อาการผิดปกติดังกล่าว แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่อยู่ในลักษณะเป็นค่าธรรมเนียมพิเศษ และค่า
บรกิ ารอืน่ ทำนองเดียวกนั ทม่ี ลี ักษณะเปน็ เงินตอบแทนพิเศษ

๒. การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้หมายความรวมถึงค่าตรวจสุขภาพประจำปี แต่
ท้ังน้ีต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราท่ีกระทรวงการคลังกำหนด ตามมาตรา ๑๑ (๓)
และมาตรา ๑๑ ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.
๒๕๒๓ และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ กล่าวโดยสรุป คือ

๒.๑ ให้สิทธิเฉพาะข้าราชการ และลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัด / บำนาญ โดย
ไม่รวมถึงบุคคลในครอบครวั

๒.๒ เป็นกรณีท่เี ข้ารับการตรวจสขุ ภาพในสถานพยาบาลของทางราชการ


308

๒.๓ ต้องเป็นไปตามรายการและอัตราการเบิกจ่าย ตามหนังสือกระทรวงการคลัง
ด่วนที่สุด ท่ี กค ๐๕๒๖.๕ / ว ๑๖๖ ลงวันท่ี ๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๙ (รายละเอียดปรากฎ
ตามหนังสอื ทอ่ี า้ งถงึ ๑)

๓. กรณีการบำบัดรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนไทย จะต้องเป็นกรณีเพ่ือการ
รักษาพยาบาลหรือฟ้ืนฟูสมรรถภาพ มิใช่กรณีเพื่อการส่งเสริมสุขภาพหรือการป้องกันโรค
โดยให้มีข้อบ่งช้ีทางการแพทย์ว่า จำเป็นต้องรักษาหรือฟ้ืนฟูสมรรถภาพด้วยการแพทย์แผน
ไทยเพื่อประกอบการเบิกจ่ายสำหรับอัตรา และเอกสารท่ีใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย
ให้เป็นไปตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนท่ีสุด ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๑๔ ลงวันท่ี ๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ และดว่ นที่สดุ ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๗ ลงวนั ท่ี ๑๑ มกราคม ๒๕๔๘ (ราย
ละเอียดปรากฏตามหนงั สอื ทอ่ี ้างถึง ๒ และ ๓)

๔. จากการหารือไปยังแพทยสภาเก่ียวกับการรักษาตามโครงการส่งเสริมสุขภาพได้
รับแจ้งว่าโปรแกรมทัวร์สุขภาพ บางส่วนมีลักษณะเป็นการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ บาง
ส่วนเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี บางส่วนไม่เก่ียวข้องกับการรักษาพยาบาล หากเป็นการ
บำบัดรักษาโรคแพทย์ต้องมีการตรวจและให้การวินิจฉัยเป็นราย ๆ ซึ่งจะมีข้อบ่งช้ีในการส่งไป
ดำเนินการบำบัดรักษาโรคหรืออาการผิดปกติของร่างกายในส่วนน้ัน ส่วนประเด็นเกี่ยวกับ
มาตรฐานการรักษาพยาบาลนี้การบำบัดรักษาโรคส่วนใหญ่มิได้เป็นการรักษาแพทย์แผน
ปจั จบุ ัน แตเ่ ป็นการรกั ษาแพทยแ์ ผนไทย

ดังนั้น กรณีโครงการทัวร์สุขภาพ จึงเป็นลักษณะของการตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ใช่
การบำบัดรักษาโรค จำต้องแยกค่ารักษาพยาบาลออกเป็นรายการค่าตรวจสุขภาพประจำปี
ตาม ข้อ ๒. และให้มกี ารเบิกจา่ ยตามอัตราที่กำหนดไวเ้ ทา่ น้ัน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและแจ้งให้ผู้มีสิทธิและเจ้าหน้าที่ที่เก่ียวข้องทราบและถือ
ปฏบิ ตั ติ อ่ ไป



ขอแสดงความนบั ถอื



(ลงชือ่ ) บุญศกั ด์ ิ เจียมปรีชา
(นายบุญศักดิ์ เจยี มปรีชา)

อธิบดกี รมบญั ชกี ลาง









กลมุ่ งานสวสั ดกิ ารรักษาพยาบาลขา้ ราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๕๖๑

www.cgd.go.th


309

ด่วนที่สดุ
(สำเนา)


ที่ กค ๐๔๐๙.๓ / ว ๓๓๕ กรมบญั ชีกลาง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๘ สงิ หาคม ๒๕๔๙

เรอ่ื ง การอนุญาตให้ส่วนราชการเก็บเงินรายรับจากการให้บริการสถานที่เสนอราคาด้วยวิธี

การ ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ไวใ้ ชจ้ า่ ยเพือ่ บรู ณะทรพั ย์สนิ

เรยี น อธบิ ดีกรมทด่ี นิ



ด้วยปัจจุบันส่วนราชการดำเนินการจัดอาคารสถานที่ของทางราชการเพ่ือให้ผู้ให้
บริการตลาดกลางใช้เป็นสถานที่เสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ทำให้ส่วนราชการ
มภี าระคา่ ใช้จ่ายท่เี กดิ จากการใหบ้ รกิ ารอาคารสถานทีด่ งั กล่าว

กรมบญั ชกี ลางโดยไดร้ บั มอบอำนาจจากรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการคลงั พจิ ารณา
แล้วอนุญาตให้ส่วนราชการท่ีให้บริการสถานที่เสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงได้รับ
การขน้ึ ทะเบยี นโดยกรมบญั ชกี ลางใหเ้ ปน็ สถานทเ่ี สนอราคาตามระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรวี า่
ดว้ ยการพสั ดดุ ว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ เกบ็ เงนิ คา่ ใชส้ ถานทซ่ี ง่ึ ไดร้ บั จากผใู้ ห้
บรกิ ารตลาดกลางไวใ้ ชจ้ า่ ยสมทบงบประมาณในการบำรงุ ซอ่ มแซมอาคารสถานทแี่ ละอปุ กรณท์ ี่
เกย่ี วขอ้ งกบั การใหบ้ รกิ ารสถานทเี่ สนอราคาดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และชำระคา่ นำ้ และคา่
ไฟฟา้ ของสว่ นราชการไดจ้ นถงึ วนั ที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๐

สำหรับวิธีการเก็บรักษาเงินและการจ่ายเงินที่ได้รับดังกล่าวให้ถือปฏิบัติตาม
หนังสอื กรมบญั ชีกลาง ท่ี กค ๐๔๐๙.๓ / ว ๕๐๓ ลงวันที่ ๑๙ ธนั วาคม ๒๕๔๘



จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดทราบและถอื ปฏบิ ัตติ ่อไป



ขอแสดงความนบั ถือ



(ลงชื่อ) บญุ ศกั ดิ์ เจยี มปรชี า
(นายบญุ ศกั ดิ์ เจยี มปรชี า)

อธบิ ดกี รมบญั ชกี ลาง



สำนกั มาตรฐานดา้ นกฎหมายและระเบยี บการคลงั

กลุ่มกฎหมายและระเบยี บด้านการเบกิ จ่าย

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๖๖๒


310

ดว่ นทีส่ ดุ
(สำเนา)


ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๖๘ กระทรวงการคลงั

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๓๑ สงิ หาคม ๒๕๔๙

เรอื่ ง การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาลตามโครงการเบิกจ่ายตรงสำหรับ

ผู้ปว่ ยโรคมะเรง็

เรยี น อธิบดกี รมท่ดี นิ

อ้างถึง หนังสอื กระทรวงการคลัง ดว่ นท่ีสุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๑๒๒

ลงวนั ที่ ๓๑ สงิ หาคม ๒๕๔๘



ด้วยปรากฏว่าสถานพยาบาลหลายแห่งได้มีการรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ารับการ
รักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในเพ่ือเบิกค่ายา โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนรักษาในสถาน
พยาบาล ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถทดรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลในการซ้ือยาที่มี
ราคาสงู ได้ ทำใหม้ คี า่ ใช้จา่ ย อนั เกดิ จากการเขา้ นอนในสถานพยาบาลโดยไมจ่ ำเป็น

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า เพื่อเป็นลดภาระค่าใช้จ่ายท่ีไม่จำเป็น
จากการเข้านอนในสถานพยาบาล และอำนวยความสะดวกของผู้ป่วยโรคมะเร็ง จึงเห็นสมควร
กำหนดการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามโครงการเบิกจ่ายตรงสำหรับ
ผปู้ ว่ ยโรคมะเร็ง ซ่ึงจำตอ้ งใชย้ านอกบัญชยี าหลกั แห่งชาติทมี่ คี า่ ใช้จา่ ยสูง ๖ ชนดิ ไดแ้ ก

๑. Imatinib ใช้ในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเร้ือรังและมะเร็งลำไส้ ชนิด
gastrointestinal stromal tumor (GIST)

๒. Rituximab ใชใ้ นการรกั ษามะเร็งต่อมนำ้ เหลอื ง

๓. Trastuzumab ใช้ในการรกั ษามะเรง็ เตา้ นมระยะแพรก่ ระจาย

๔. Bivacizumab ใช้ในการรักษามะเรง็ ลำไส้ใหญร่ ะยะแพร่กระจาย

๕. Erlotinib ใช้เป็นยารักษามะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย ที่ไม่ตอบสนองต่อยา
กลมุ่ Platinum และ Docetaxel แลว้

๖. Gefitinib ใชเ้ ป็นยารักษามะเรง็ ปอดระยะแพร่กระจายทีไ่ ม่ตอบสนองตอ่ ยากลุม่
Platinum และ Docetaxel แลว้

โดยผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวท่ีป่วยด้วยโรคมะเร็งที่แพทย์ผู้ทำการรักษามี
แผนการรักษาด้วยยานอกบัญชีหลักแห่งชาติที่มีค่าใช้จ่ายสูง ๖ ชนิดดังกล่าว ให้ดำเนินการ
ลงทะเบียน ณ สถานพยาบาลของทางราชการ เพื่อเข้าสู่ระบบจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลางโดย
ถือปฏิบัติตามหนังสือที่อ้างถึง โดยผู้มีสิทธิจะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่ายานอกบัญชียา
หลักแห่งชาติท่ีมีค่าใช้จ่ายสูง ๖ ชนิดดังกล่าวมาเบิกกับส่วนราชการต้นสังกัดได้ตามระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕

311

แต่ให้สถานพยาบาลของทางราชการเป็นผู้เบิกจ่ายโดยตรงกับกรมบัญชีกลางต้ังแต่วันที่ ๑
กันยายน ๒๕๔๙ เป็นตน้ ไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและแจ้งให้ผู้มีสิทธิและเจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องทราบและ
ถอื ปฏบิ ัตติ ่อไป



ขอแสดงความนบั ถือ



(ลงช่ือ) พันธ์ทพิ ย์ สุรทิณฑ์
(นางพนั ธ์ทิพย์ สุรทณิ ฑ์)

รองปลดั กระทรวงการคลัง

หัวหนา้ กลุม่ ภารกิจด้านทรพั ยส์ ิน

รักษาราชการแทน หัวหน้ากล่มุ ภารกิจดา้ นรายจา่ ยและหน้สี ิน











กรมบญั ชกี ลาง

กลุ่มงานสวัสดิการรักษาพยาบาลขา้ ราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๕๖๑, ๐ - ๒๒๙๘ - ๖๐๘๗

www.cgd.go.th

















312

ดว่ นทส่ี ุด
(สำเนา)


ท่ี กค ๐๔๓๐.๗ / ว ๓๑ กรมบญั ชกี ลาง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๑ กนั ยายน ๒๕๔๙

เรือ่ ง การตรวจสอบการมีชวี ติ ของผูร้ ับบำนาญ

เรียน อธบิ ดกี รมทด่ี นิ

ตามที่พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นใน
ลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพ่ิมเติมฉบับท่ี ๔ พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๔๔ ได้
บัญญัติให้การตรวจสอบการมีชีวิตของผู้รับบำนาญก่อนจ่ายบำนาญให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวธิ กี ารท่ีกรมบญั ชกี ลางกำหนด นน้ั

กรมบัญชีกลางจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบการมีชีวิตของผู้รับ
บำนาญกอ่ นจ่ายบำนาญ ดังน้ี

๑. การขอเบิกเงินบำนาญครั้งแรก เม่ือส่วนราชการผู้เบิกได้รับหนังสือสั่งจ่าย
บำนาญจากกรมบัญชีกลางแล้ว ให้ดำเนินการขอเบิกเงินบำนาญต่อไปได้ทันที โดยผู้รับ
บำนาญไมต่ อ้ งเดินทางไปรายงานตวั ตอ่ ส่วนราชการผู้เบิก

๒. ส่วนราชการผู้เบิกไม่ต้องตรวจสอบการมีชีวิตของผู้รับบำนาญ และผู้รับ
บำนาญไม่ต้องเดินทางไปแสดงตนหรือส่งใบรับรองการมีชีวิตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จ่าย
บำนาญ หรือตอ่ ส่วนราชการผูเ้ บิกอีกต่อไป

๓. ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการมีชีวิตของผู้รับบำนาญก่อน
การจ่ายบำนาญจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หาก
พบว่าผู้รับบำนาญรายใดถึงแก่ความตายก็ให้งดจ่ายบำนาญแก่ผู้รับบำนาญรายนั้นในโอกาส
แรกท่ีสามารถกระทำได

สำหรับการตรวจสอบการเสียสิทธิรับบำนาญด้วยเหตุอ่ืนของผู้รับบำนาญ ยังคง
เปน็ หน้าทีข่ องส่วนราชการผ้เู บกิ ท่ีจะต้องดำเนินการตามกฎหมายท่เี กย่ี วขอ้ งต่อไป

๔. หลักเกณฑน์ ี้ ใหเ้ ร่มิ ใชต้ งั้ แต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นตน้ ไป


















313

จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดทราบและถือปฏบิ ัติต่อไป



ขอแสดงความนับถือ



(ลงชื่อ) มนสั แจม่ เวหา

(นายมนัส แจ่มเวหา)

รองอธบิ ดี ปฏิบัตริ าชการแทน

อธบิ ดกี รมบญั ชกี ลาง











สำนกั บริหารการจา่ ยเงินเดือน ค่าจา้ ง บำเหนจ็ บำนาญ

กลุ่มกฎหมายและระเบยี บด้านเงินเดือน ค่าจา้ ง บำเหน็จบำนาญ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๖๐๗






















314

(สำเนา)
กรมบัญชกี ลาง

ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๓๖
ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๖ กนั ยายน ๒๕๔๙

เรื่อง การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรและการรักษาพยาบาลสำหรับ

บุตร ในกรณีทผี่ ู้มสี ิทธิและคูส่ มรสได้หยา่ หรอื แยกกันอยโู่ ดยมิไดห้ ยา่ กันตามกฎหมาย

เรียน อธิบดกี รมที่ดิน

อา้ งถึง ๑. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของ

บตุ ร พ.ศ. ๒๕๔๗

๒. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษา

พยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕

ส่ิงทส่ี ่งมาดว้ ย ๑. แบบหนงั สือแจ้งการใช้สิทธิเบกิ เงนิ สวสั ดกิ าร (แบบ ๗๑๒๕)

๒. แบบหนังสือตอบรับการแจ้งการใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการ (แบบ

๗๑๒๖)



ตามหนังสือที่อ้างถึง ๑. และ ๒. ได้กำหนดหลักการใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการศึกษาของบุตรและการรักษาพยาบาลสำหรับบุตร กรณีผู้มีสิทธิและคู่สมรสได้หย่า
หรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมายว่า ให้ฝ่ายท่ีปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดูบุตร
เป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเฉพาะบุตรท่ีอยู่ในอำนาจปกครองหรืออยู่ในความอุปการะ
เลี้ยงดูของตน แลว้ แต่กรณี นน้ั

กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า เน่ืองจากการกำหนดหลักการดังกล่าว
ทำให้ผู้มีสิทธิที่เป็นบิดาหรือมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของบุตร ที่ได้หย่าหรือแยกกันอยู่โดย
มิได้หย่ากันตามกฎหมายกับคู่สมรส และมิได้เป็นฝ่ายที่ปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดูบุตร
แล้วแต่กรณี ไม่สามารถเป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตรและการ
รักษาพยาบาลสำหรับบุตรของตนได้ ดังนั้น เพ่ือเป็นการผ่อนคลายเง่ือนไข และบรรเทาความ
เดอื ดรอ้ น ตามหลักการดงั กล่าว จงึ เหน็ ควรกำหนดให้ดำเนินการ ดังน้ี

๑. กรณีผู้มีสิทธิและคู่สมรสเป็นข้าราชการทั้งสองฝ่าย ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้
ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการสำหรับบุตรของตนได้ แม้จะมิได้เป็นฝ่ายที่ปกครอง หรืออุปการะ
เลี้ยงดูบุตรของตน โดยผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการสำหรับบุตรของตน จะต้องรับรองตนเอง
ว่าเป็นผู้ใช้สิทธิแต่ฝ่ายเดียว โดยให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดแจ้งการใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการ
ตามแบบ ๗๑๒๕ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดของคู่สมรสอีกฝ่ายได้ทราบและตอบรับตามแบบ
๗๑๒๖ ใหส้ ว่ นราชการเจ้าสงั กัดของผใู้ ชส้ ิทธขิ อรับเงนิ สวัสดิการสำหรบั บตุ รดว้ ย

๒. กรณีผู้มีสิทธิฝ่ายเดียวเป็นข้าราชการ เมื่อหย่ากับคู่สมรสหรือแยกกันอยู่
โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมายกับคู่สมรส ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการสำหรับ

315

บตุ รของตนได้ แม้จะมิได้เป็นฝ่ายปกครอง หรอื อุปการะเล้ยี งดูบุตรของตน

๓. กรณีผู้มีสิทธิมีคู่สมรสท่ีมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตร
หรือเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจากหน่วยงานอื่น เมื่อหย่าหรือแยกกันอยู่โดย
มิได้หย่ากันตามกฎหมาย แม้ผู้มีสิทธิจะมิได้เป็นฝ่ายปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดูบุตรของตน
ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหรือเงินสวัสดิการเกี่ยว
กับการรักษาพยาบาลได้ เฉพาะส่วนท่ีต่ำกว่าสิทธิท่ีพึงจะได้รับตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่า
ด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหรือกฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ
รักษาพยาบาล

ท้ังนี้ การใช้สิทธิหรือเงินสวัสดิการดังกล่าวคร้ังแรกในแต่ละกรณี ให้ส่วนราชการ
เจ้าสังกัดเรียกเอกสารเพ่ือประกอบการเบิกจ่ายโดยกรณีท่ีมีการหย่ากันตามกฎหมายให้แนบ
สำเนาทะเบียนการหย่า ส่วนกรณีที่แยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมายให้แนบสำเนา
ทะเบยี นการสมรส

จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดทราบ และแจ้งใหผ้ มู้ ีสิทธิและเจ้าหน้าทที่ เ่ี ก่ยี วข้องทราบและ

ถือปฏบิ ตั ิต่อไป



ขอแสดงความนบั ถือ



(ลงช่อื ) สมภพ บัณฑรวพิ ากษ

(นายสมภพ บณั ฑรวพิ ากษ์)

รองอธบิ ดี ปฏิบัตริ าชการแทน

อธบิ ดกี รมบัญชกี ลาง























กลมุ่ งานสวสั ดกิ ารรกั ษาพยาบาลข้าราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๕๖๑, ๐ - ๒๒๗๑ - ๒๔๒๔

www.cgd.go.th


316

แบบหนงั สือแจง้ การใชส้ ิทธเิ บกิ เงินสวัสดกิ าร
แบบ ๗๑๒๕




ท่ี ..........(๑)........... สว่ นราชการ ...............(๒)...........

วนั ท่ี ....... เดอื น ................... พ.ศ. ..........

เรือ่ ง การใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาล / เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ

ศึกษาของบตุ รกรณหี ย่าหรอื แยกกันอยู่โดยไม่ไดห้ ย่ากันตามกฎหมาย

เรยี น (หวั หนา้ สว่ นราชการ)



ด้วย ...............(๓).................... ได้แจ้งความประสงค์จะเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงิน
สวัสดิการเกย่ี วกับการรกั ษาพยาบาล / เงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาของบตุ ร เน่ืองดว้ ย

ได้จดทะเบียนหยา่ กับคูส่ มรสช่อื

แยกกันอย่โู ดยไม่ไดห้ ย่ากันตามกฎหมายกบั

..........................(๔)....................... ตำแหนง่ ......................................... สงั กัด / รับบำนาญ

กอง ............................................ กรม .....................................................



จึงเรียนมาเพื่อทราบ และมิให้เบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล / เงิน
สวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตรให้แก่ .................(๔)................... และขอให้แจ้งตอบรับ
หนังสือแจ้งการใช้สิทธมิ าเพ่ือ .......................(๒).......................... ทราบดว้ ย



ขอแสดงความนับถือ













หมายเหตุ (๑) ให้ใชเ้ ชน่ เดยี วกับหนังสือราชการ

(๒) สว่ นราชการเจ้าสังกัดของผขู้ อใชส้ ทิ ธ

(๓) ช่ือข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับบำนาญเบี้ยหวัด ซ่ึงประสงค์เป็นผู้ใช้สิทธิ

เบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาลหรือเงินสวัสดิการเก่ียวกับการ

ศกึ ษาของบุตร

(๔) ชื่อคู่สมรสท่ีจดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่าตามกฎหมายของผ
ู้
ทีป่ ระสงคเ์ ปน็ ผูใ้ ชส้ ทิ ธ




317

แบบหนังสือตอบรบั การแจ้งการใชส้ ิทธิเบิกเงนิ สวัสดกิ าร
แบบ ๗๑๒๖




ที่ ..........(๑)........... สว่ นราชการ ..............(๒)............

วันที่ ........ เดอื น .................. พ.ศ. ..........

เรื่อง ตอบรับการแจ้งการใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาล / เงิน

สวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรกรณีหย่าหรือแยกกันอยู่โดยไม่ได้หย่ากันตาม

กฎหมาย

เรียน (หวั หนา้ สว่ นราชการ)

อา้ งถงึ ..........................(๓)...........................

ตามหนังสือที่อ้างถึง แจ้งการใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
/ เงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกับการศกึ ษาของบตุ รของ ..............(๔).................... นั้น

....................(๒)................... รับทราบแล้ว และได้งดเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยว
กับการรักษาพยาบาล / เงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตรให้แก่ ..........(๕)........... แล้ว
ทั้งนี้ ได้เบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรครั้งสุดท้ายสำหรับภาคการศึกษา
ที่ ................ ปกี ารศกึ ษา .............................

จึงเรยี นมาเพ่ือทราบ



ขอแสดงความนบั ถอื















หมายเหตุ (๑) ใหใ้ ช้เชน่ เดียวกบั หนงั สือราชการ

(๒) สว่ นราชการเจา้ สงั กัดของค่สู มรสของผ้ขู อใช้สิทธิ

(๓) หนังสือแจ้งการใช้สิทธ

(๔) ช่อื ขา้ ราชการ ลูกจา้ งประจำ ผู้รับบำนาญเบี้ยหวัด ซ่ึงประสงค์เปน็ ผู้ใช้สิทธิ

เบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาลหรือเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ

ศึกษาของบุตร

(๕) ช่ือคู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่าตามกฎหมายของผ
ู้
แจ้งการใช้สิทธ




318

(สำเนา)


ที่ กค ๐๕๐๓/ ว ๒๖๑๘๗ กรมที่ดิน

ถนนพระพพิ ธิ กทม. ๑๐๒๐๐

๑๒ กนั ยายน ๒๕๔๙

เรอ่ื ง แนวปฏิบัติการรบั และนำสง่ เงินรายได้แผ่นดนิ ตามระบบ GFMIS

เรยี น ผู้ว่าราชการจังหวัด

สิง่ ที่สง่ มาด้วย ๑. หนังสอื กรมบัญชกี ลาง ท่ี กค ๐๔๑๐.๓/ ว ๑๙๒๖๑

ลงวนั ท่ี ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙

๒. ข้ันตอนการปรับปรุงรายการทางบัญชี



ด้วยกรมท่ีดินได้หารือกรมบัญชีกลางเก่ียวกับแนวทางปฏิบัติการรับและนำส่งเงิน
รายได้แผ่นดินตามระบบ GFMIS กรณีสำนักงานที่ดินบางแห่งบันทึกรับรู้รายได้ (แบบ นส
๐๑ และ นส ๐๓) โดยระบุสถานะเงินที่จัดเก็บเป็นเงินสด และเม่ือบันทึกการนำส่งรายได้
สำนักงานคลังจังหวัดให้บันทึกข้อมูลการนำส่งรายได้ (แบบ นส ๐๒) โดยระบุรายละเอียด
รายการนำฝากเป็นเช็ค ตามเอกสารที่นำเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานคลังจังหวัดเป็น
แคชเชียร์เช็คหรือดร๊าฟท์ หรือเช็คที่สำนักงานที่ดินเขียนส่ังจ่ายเงินออกจากบัญชีเงินฝาก
ธนาคารพาณิชย์ของหน่วยงานย่อย ทำให้เพิ่มข้ันตอนการปรับปรุงบัญชี (แบบ บช ๐๑
ประเภทเอกสาร JR) จากบัญชีเงินสดในมือเป็นบัญชีเช็คในมือทุกคร้ังท่ีมีการนำส่งเงิน โดย
กรมท่ีดินพิจารณาเห็นว่ากรณีดังกล่าวควรเป็นการรับเงินรายได้เป็นเงินสด และนำส่งเงินราย
ได้เปน็ เงนิ สด เช่นกนั

กรมบัญชกี ลางได้ตอบข้อหารือดังกล่าวตามสิ่งทส่ี ง่ มาดว้ ย ๑ สรุปได้ดงั นี

๑. การรับเป็นเงินสดหรือดร๊าฟท์ให้รับรู้เป็นบัญชี “เงินสดในมือ” และเม่ือมี
การนำสง่ เงินให้ระบุจำนวนเงินท่ีบรรทัด “เงินสด”

๒. การรับเป็นแคชเชียร์เช็ค ให้รับรู้เป็นบัญชี “เช็คในมือ” เมื่อการนำส่งเงินให้
ระบุจำนวนเงนิ ที่บรรทดั “เช็ค / อ่ืน ๆ”

๓. กรณีท่ีหน่วยงานย่อยรับเงินสดและนำฝากธนาคารพาณิชย์ แล้วจึงเขียนเช็ค
สัง่ จ่ายเงนิ ออกจากบญั ชเี พื่อนำฝากคลงั หน่วยงานสามารถบันทึกขอ้ มลู นำส่งเป็นเงินสดได้


319

ทั้งน้ี กรณีสำนักงานท่ีดินบันทึกรับรู้รายได้โดยระบุสถานะเงินที่จัดเก็บเป็นเงินสด
ในมือหรือเงินสดในมือของแผ่นดิน หรือเช็คในมือ แต่เมื่อนำส่งรายได้บันทึกรายละเอียด
รายการนำฝากไม่ตรงตามสถานะเงินท่ีจัดเก็บ และยังไม่ได้ทำการปรับปรุงบัญชี (แบบ บช
๐๑ ประเภทเอกสาร JR) กรมที่ดินได้จัดทำข้ันตอนการปรับปรุงรายการทางบัญชีเพ่ือให้
สำนักงานท่ีดินใช้เป็นแนวทางแก้ไขปรบั ปรุงข้อมลู ทางบัญชี ตามส่ิงที่สง่ มาดว้ ย ๒

จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ และแจ้งใหส้ ำนกั งานที่ดินถอื เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ติ อ่ ไป



ขอแสดงความนบั ถอื



(ลงช่อื ) สมศกั ด ์ิ สลลิ ศริ

(นายสมศกั ดิ์ สลิลศิริ)

รองอธบิ ดี ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดกี รมท่ีดนิ











กองคลัง

โทร. มท ๕๐๘๐๑ - ๑๒ ต่อ ๔๖๗ โทร. ๐ - ๒๒๒๑ - ๐๒๔๙

โทรสาร ๐ - ๒๒๒๑ - ๐๒๔๙

















320

(สำเนา)
กรมบัญชีกลาง

ที่ กค ๐๔๑๐.๓/ ว ๑๙๒๖๑
ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๒๐๐

๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙

เรอ่ื ง แนวปฏิบตั ิการรับและนำส่งเงินรายได้แผ่นดนิ ตามระบบ GFMIS

เรยี น อธบิ ดกี รมที่ดนิ

อา้ งถงึ หนงั สอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๕๐๓ / ๑๗๒๔๓ ลงวันท่ี ๒๖ มิถนุ ายน ๒๕๔๙



ตามหนังสือท่ีอ้างถึง ได้หารือแนวปฏิบัติการบันทึกข้อมูลการรับและนำส่งรายได้
แผ่นดินในระบบ GFMIS กรณีท่ีสำนักงานท่ีดินจัดเก็บรายได้เป็นเงินสด แคชเชียร์เช็ค หรือ
ดร๊าฟท์สั่งจ่ายกระทรวงการคลังโดยบันทึกรายการบัญชีเป็นเงินสด และเม่ือครบกำหนดการ
เก็บรักษาจึงนำเงินสด แคชเชียร์เช็ค หรือดร๊าฟท์นำฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
หรือเขียนเช็คของหน่วยงานนำส่งเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานคลังจังหวัด โดยได้บันทึก
ข้อมูลการนำส่งรายได้ (แบบ นส.๐๒) และระบุรายละเอียดการนำฝากเป็น “บัญชีเช็คในมือ”
ทำใหต้ อ้ งเพม่ิ ข้ันตอนการปรบั ปรุงบัญชี น้ัน

กรมบญั ชกี ลาง พจิ ารณาแลว้ ขอเรยี นวา่ ขอ้ หารอื ดงั กลา่ วจำแนกเปน็ ๒ กรณี คอื

๑. การรับเป็นเงินสดหรือเป็นดร๊าฟท์ให้รับรู้เป็นบัญชี “เงินสดในมือ” ซึ่งระบบจะ
ประมวลผลในรหัสบัญชีแยกประเภท ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ ดังน้ัน เมื่อมีการนำส่งเงิน ให้ระบุ
จำนวนเงินที่บรรทัด “เงินสด” ซ่ึงระบบจะประมวลผลลดยอดบัญชีแยกประเภท
๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑

๒. การรับเป็นแคชเชียร์เช็ค ให้รับรู้เป็นบัญชี “เช็คในมือ” ซึ่งระบบจะประมวล
ผลในรหัสบัญชีแยกประเภท ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖ ดังน้ัน เม่ือมีการนำส่งเงินในระบุจำนวนเงินที่
บรรทดั “เชค็ / อน่ื ๆ” ซง่ึ ระบบจะประมวลผลยอดบัญชีแยกประเภท ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖

สำหรับกรณีท่ีหน่วยงานย่อยรับเงินสดและนำฝากธนาคารพาณิชย์ แล้วจึงเขียน
เช็คสั่งจ่ายเงินออกจากบัญชีเพ่ือนำส่งคลังนั้น หน่วยงานสามารถบันทึกข้อมูลนำส่งเป็นเงิน
ตามข้อ ๑ ได้


321

อน่ึง กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการปรับปรุงผังบัญชีมาตรฐานในระบบ GFMIS
ซง่ึ บัญชเี ชค็ ในมอื เป็นบญั ชหี น่ึงท่จี ะพจิ ารณาปรบั ลดและใช้ช่อื บัญชเี งินสดในมอื แทน

จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ



ขอแสดงความนับถือ



(ลงชือ่ ) อรอนงค ์ มณกี าญจน์

(นางอรอนงค์ มณกี าญจน)์

ที่ปรกึ ษาด้านพัฒนาระบบการเงนิ การคลัง

ปฏิบตั ริ าชการแทน อธบิ ดีกรมบญั ชีกลาง











สำนกั มาตรฐานดา้ นการบญั ชภี าครฐั

กลุ่มระบบบญั ชีภาครฐั

โทร. ๐ - ๒๒๗๐ - ๐๓๙๙ โทรสาร. ๐ - ๒๒๗๑ - ๒๙๒๐

E - mail : [email protected]






























322

ขน้ั ตอนการปรบั ปรุงรายการทางบญั ชี




เนื่องจากกรมบัญชีกลางได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๑๐.๒ / ว ๒ ลงวันที่ ๔
มกราคม ๒๕๔๘ ปรับผังบัญชีมาตรฐาน (Version ๒๗.๑) โดยยุบบัญชีเงินสดของหน่วย
งานเหลือเพียงบัญชีเดียว คือบัญชีเงินสดในมือ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑) ดังนั้น การปรับปรุง
รายการบัญชีในคร้ังน้ี ให้ทำการปรับปรุงบัญชีเงินสดในมือของแผ่นดิน (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒) ไป
พร้อมกัน ดังน
ี้
๑. ให้สำนักงานท่ีดินเป็นหน่วยผู้เบิก เรียกรายงานงบทดลอง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน
๒๕๔๙ จากระบบ Excel Loader โดยเข้าไปท่ี http://gfmisreport.mygfmis.com (Web
Report) เรียกงบทดลองรายเดือน - หน่วยเบิกจ่าย (G๑๒C) เพ่ือดูยอดคงเหลือของบัญชี
ดงั น
ี้
๑.๑ บัญชีเงนิ สดในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑)

๑.๒ บัญชีเงินสดในมือของแผ่นดนิ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒)

๑.๓ บญั ชีเช็คในมือ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖)

๒. ให้สำนักงานท่ีดินประสานงานกับสำนักงานคลังจังหวัดเรียกดูรายงานบัญชีแยก
ประเภทท่ัวไปจากเครื่อง GFMIS TERMINAL โดยใช้คำสั่งงาน FBL๓N ในรหัสบัญชีแยก
ประเภท ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ (บัญชีเงินสดในมือ) รหัสบัญชีแยกประเภท ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒
(บญั ชีเงินสดในมือของแผ่นดิน) และรหัสบญั ชีแยกประเภท ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖ (บัญชเี ช็คในมือ)
แล้วมาตรวจสอบดูว่า แต่ละบัญชีแยกประเภทดังกล่าวมีรายการรับรู้รายได้ใดท่ีไม่มีรายการนำ
ส่ง หรือมีรายการนำส่งแต่ไม่ได้บันทึกบัญชีรับรู้รายได้ โดยตรวจสอบกับแบบ นส ๐๑, นส
๐๒ และ นส ๐๓ เสร็จแล้วให้รวบรวมรายละเอียดรายการดังกล่าวสรุปยอดออกมาเฉพาะ
รายการท่ีมีการทำรายการรับรู้ (นส ๐๑, นส ๐๓) และนำส่ง (นส ๐๒) คนละบัญชี เพื่อ
ทำการปรบั ปรงุ บัญชี

๓. การปรบั ปรุงบญั ชี มขี ัน้ ตอน ดงั น้ี




323

324

ขั้นตอนการปรบั ปรุงรายการบัญชี


กรณที ี่ บัญชที บ่ี นั ทึกเมือ่ รับร้รู ายได้ บญั ชีท ่ีบันทึกเมอื่ นำส่ง รายได้ เงนิ สดยในอ มดอืคง เหเชล ค็ อื ใทนี่ปมอืรา ก เฏงดนิ ลุสดใน ในงบมอืทขดอลงอแงผ
น่ ดนิ
การปรับปรงุ บญั ช


๑. เงนิ สดในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑) เชค็ ในมอื เดบติ เครดติ DR. เชค็ ในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖)


CR. เงนิ สดในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑)


เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เดบติ เครดติ DR. เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒)


CR. เงนิ สดในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑)


๒. เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เชค็ ในมอื เครดติ เดบติ DR. เชค็ ในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖)


(๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒) CR. เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒)


เงนิ สดในมอื เครดติ เดบติ DR. เงนิ สดในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑)


CR. เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒)


๓. เชค็ ในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖) เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เดบติ เครดติ DR. เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒)


CR. เชค็ ในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖)


เงนิ สดในมอื เครดติ เดบติ DR. เงนิ สดในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑)


CR. เชค็ ในมอื (๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖)

(ตวั อย่าง กรณที ี่ ๑)


ใบบนั ทึกรายการบญั ชี


รหสั หนว่ ยงาน วันที่เอกสาร

รหสั หนว่ ยงานเบกิ จา่ ย วนั ทผ่ี า่ นรายการบัญช

รหัสพ่นื ท ี่ เลขทเ่ี อกสารตงั้ แต

อ้างองิ ประเภทเอกสาร


รายการ ชอ่ื บญั ช ี ศนู ยต์ น้ ทนุ รหสั กจิ กรรมหลกั รหสั เจา้ ของบญั ชเี งนิ ฝาก รหสั บญั ชเี งนิ ฝาก

PK รหสั บญั ชแี ยกประเภท จำนวนเงนิ แหลง่ ของเงนิ รหสั กจิ กรรมยอ่ ย รหสั เจา้ ของบญั ชยี อ่ ย รหสั บญั ชยี อ่ ย

รายละเอยี ดบรรทดั รายการ รหสั งบประมาณ เลขทเี่ อกสารสำรองเงนิ รหสั บญั ชธี นาคารยอ่ ย หมวดพสั ด



เดบติ เชค็ ในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พน้ื ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖ XXX วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๒ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเชค็ ในมอื เปน็ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

เครดติ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)ี่ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๓ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเชค็ ในมอื เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

เดบติ เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๔ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ ว่างไว้

เครดติ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว


ปรบั ปรงุ การจา่ ยเงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว








รวมยอดเดบติ ศนู ยบ์ าทถว้ น
ผตู้ รวจ (ลงชอื่ ) ผอู้ นมุ ตั ลิ งบญั ชี (ลงชอ่ื )

รวดยอดเครดติ ศนู ยบ์ าทถว้ น

325
หมายเหต
ุ ผบู้ นั ทกึ (ลงชอ่ื )


เลขทเี่ อกสารจากระบบ GFMIS

(ตวั อยา่ ง กรณีที่ ๒)


ใบบันทึกรายการบญั ช


รหสั หน่วยงาน วนั ทเ่ี อกสาร

รหสั หนว่ ยงานเบกิ จ่าย วันทีผ่ า่ นรายการบัญชี

รหสั พืน่ ที่ เลขทีเ่ อกสารต้งั แต

อา้ งอิง ประเภทเอกสาร


รายการ ชอื่ บญั ช ี ศนู ยต์ น้ ทนุ รหสั กจิ กรรมหลกั รหสั เจา้ ของบญั ชเี งนิ ฝาก รหสั บญั ชเี งนิ ฝาก

PK รหสั บญั ชแี ยกประเภท จำนวนเงนิ แหลง่ ของเงนิ รหสั กจิ กรรมยอ่ ย รหสั เจา้ ของบญั ชยี อ่ ย รหสั บญั ชยี อ่ ย

รายละเอยี ดบรรทดั รายการ รหสั งบประมาณ เลขทเ่ี อกสารสำรองเงนิ รหสั บญั ชธี นาคารยอ่ ย หมวดพสั ด



เดบติ เชค็ ในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖ XXX วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๒ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเชค็ ในมอื เปน็ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

เครดติ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๓ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเชค็ ในมอื เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

เดบติ เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พน้ื ท)ี่ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๔ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ ว่างไว้

เครดติ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)ี่ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว


ปรบั ปรงุ การจา่ ยเงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว








รวมยอดเดบติ ศนู ยบ์ าทถว้ น
ผตู้ รวจ (ลงชอ่ื ) ผอู้ นมุ ตั ลิ งบญั ชี (ลงชอ่ื )

รวดยอดเครดติ ศนู ยบ์ าทถว้ น


หมายเหต
ุ ผบู้ นั ทกึ (ลงชอ่ื )


เลขทเ่ี อกสารจากระบบ GFMIS


326

(ตัวอย่าง กรณที ี่ ๓)


ใบบันทกึ รายการบญั ชี


รหสั หนว่ ยงาน วันที่เอกสาร

รหสั หนว่ ยงานเบกิ จา่ ย วันทผ่ี า่ นรายการบัญช

รหัสพ่นื ท ี่ เลขทเ่ี อกสารตงั้ แต

อ้างองิ ประเภทเอกสาร


รายการ ชอ่ื บญั ช ี ศนู ยต์ น้ ทนุ รหสั กจิ กรรมหลกั รหสั เจา้ ของบญั ชเี งนิ ฝาก รหสั บญั ชเี งนิ ฝาก

PK รหสั บญั ชแี ยกประเภท จำนวนเงนิ แหลง่ ของเงนิ รหสั กจิ กรรมยอ่ ย รหสั เจา้ ของบญั ชยี อ่ ย รหสั บญั ชยี อ่ ย

รายละเอยี ดบรรทดั รายการ รหสั งบประมาณ เลขทเี่ อกสารสำรองเงนิ รหสั บญั ชธี นาคารยอ่ ย หมวดพสั ด



เดบติ เชค็ ในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พน้ื ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๖ XXX วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๒ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเชค็ ในมอื เปน็ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

เครดติ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)ี่ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๓ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเชค็ ในมอื เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

เดบติ เงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๒ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว

๔ ปรบั ปรงุ การจา่ ยเงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ ว่างไว้

เครดติ เงนิ สดในมอื ๑๕๐๐๕๐๐๐XX PXXXX (พนื้ ท)่ี วา่ งไว ้ วา่ งไว

๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว


ปรบั ปรงุ การจา่ ยเงนิ สดในมอื ของแผน่ ดนิ เปน็ เงนิ สดในมอื XXX ๑๕๐๐๕ วา่ งไว ้ วา่ งไว ้ วา่ งไว








รวมยอดเดบติ ศนู ยบ์ าทถว้ น
ผตู้ รวจ (ลงชอื่ ) ผอู้ นมุ ตั ลิ งบญั ชี (ลงชอ่ื )

รวดยอดเครดติ ศนู ยบ์ าทถว้ น

327
หมายเหต
ุ ผบู้ นั ทกึ (ลงชอ่ื )


เลขทเี่ อกสารจากระบบ GFMIS

ด่วนทสี่ ุด
(สำเนา)


ที่ กค ๐๔๐๙.๖ / ว ๗๘ กระทรวงการคลัง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๑๕ กนั ยายน ๒๕๔๙

เร่อื ง การเบิกค่าพาหนะรบั จ้างกรณกี ารเดนิ ทางข้ามเขตจงั หวดั

เรยี น อธบิ ดีกรมท่ีดนิ

อา้ งถงึ หนงั สือกระทรวงการคลงั ด่วนท่สี ุด ท ี่ กค ๐๔๐๙.๖ / ว ๑๒๗

ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๘



ตามหนังสือที่อ้างถึง กระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๒ แห่งพระ
ราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. ๒๕๒๖ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม ได้กำหนด
หลักเกณฑ์การเบิกค่าพาหนะรับจ้าง กรณีการเดินทางข้ามเขตจังหวัดระหว่างสถานท่ีอย่ ู
ที่พัก หรือสถานที่ปฏิบัติราชการกับสถานียานพาหนะประจำทาง หรือกับสถานท่ีจัดพาหนะท่ี
ต้องใชใ้ นการเดินทางไปยังสถานทป่ี ฏบิ ัตริ าชการ นั้น

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นสมควรปรับปรุงแก้ไขอัตราการเบิกจ่ายให้
เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะในกรณีการเดินทางข้ามเขตจังหวัด
เพ่ือเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูม ิ โดยยกเลิกหนังสือท่ีอ้างถึง และให้ใช้หลักเกณฑ์
การเบิกค่าพาหนะรับจ้าง กรณีผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๖ ขึ้นไป หรือตำแหน่งท่ีเทียบเท่า
ข้าราชการตุลาการซึ่งรับเงินเดือนช้ัน ๑ ขึ้นไป ข้าราชการอัยการซ่ึงรับเงินเดือนชั้น ๒ ขึ้นไป
หรือข้าราชการทหารซ่ึงมียศพันโท นาวาโท นาวาอากาศโทขึ้นไป หรือข้าราชการตำรวจซ่ึงมี
ยศพันตำรวจโทขึ้นไป เดินทางข้ามเขตจังหวัดระหว่าง สถานท่ีอยู่ ท่ีพัก หรือที่ปฏิบัติ
ราชการกับสถานียานพาหนะประจำทางหรือกับสถานท่ีจัดยานพาหนะท่ีต้องใช้ในการเดินทาง
ไปยงั สถานท่ปี ฏิบตั ริ าชการ ดังนี

๑. การเดินทางข้ามเขตจังหวัดระหว่างกรุงเทพ ฯ กับจังหวัดท่ีเขตติดต่อ
กรุงเทพ ฯ ให้ผู้เดินทางไปราชการเบิกค่าพาหนะรับจ้างได้เท่าท่ีจ่ายจริงภายในวงเงินเที่ยวละ
ไม่เกิน ๖๐๐ บาท

๒. การเดินทางข้ามเขตจังหวัดอ่ืน ๆ นอกเหนือจากข้อ ๑ ให้ผู้เดินทางไป
ราชการเบกิ ค่าพาหนะรับจ้างไดเ้ ทา่ ทีจ่ า่ ยจรงิ ภายในวงเงินเที่ยวละไม่เกนิ ๕๐๐ บาท

ทัง้ น้ ี ตัง้ แตว่ ันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นไป










328

จึงเรียนมาเพือ่ โปรดทราบและแจ้งให้หนว่ ยงานในสังกัดทราบและถอื ปฏบิ ัติตอ่ ไป



ขอแสดงความนับถือ



(ลงชอื่ ) ศานิต รา่ งน้อย

(นายศานิต ร่างน้อย)

รองปลัดกระทรวงการคลัง

หวั หน้ากลุ่มภารกจิ ดา้ นรายได

รักษาราชการแทน หัวหนา้ กล่มุ ภารกิจดา้ นรายจา่ ยและหน้สี นิ











กรมบญั ชกี ลาง

สำนกั มาตรฐานด้านกฎหมายและระเบยี บการคลัง

กลุม่ กฎหมายและระเบียบดา้ นค่าใชจ้ า่ ยในการบริหาร

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๕๗๓

www.cgd.go.th


















329

ดว่ นทสี่ ดุ
(สำเนา)


ท ่ี กค ๐๔๓๐.๗ / ว ๗๙ กระทรวงการคลงั

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๑๘ กันยายน ๒๕๔๙

เร่อื ง หลักเกณฑ์และวิธีปฎิบัติเกี่ยวกับการขอรับและการจ่ายบำนาญพิเศษกรณีข้าราชการ

ตายตามโครงการจ่ายตรง

เรยี น อธบิ ดกี รมท่ีดนิ

สง่ิ ทส่ี ง่ มาดว้ ย หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับและการจ่ายบำนาญพิเศษกรณี

ขา้ ราชการตายตามโครงจ่ายตรง



ตามท่ีกระทรวงการคลังได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามโครงการจ่ายตรงและได้
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเบ้ียหวัด บำเหน็จ บำนาญ ตาม
โครงการจ่ายตรงเพ่ือให้ส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลดีต่อ
การเบิกจ่ายเงินเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ทั้งยังเป็นการลดขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน ทำให้เกิดความคล่องตัว สะดวก และรวดเร็วในการ
ดำเนินงาน รวมท้ังสามารถใช้เป็นข้อมูลในการจัดสรรงบประมาณของประเทศให้มี
ประสทิ ธิภาพ และประสทิ ธผิ ลยิง่ ขนึ้ นัน้

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า โดยท่ีโครงการจ่ายตรงดังกล่าวยัง
ครอบคลุมไม่ถึงการจ่ายตรงเงินบำนาญพิเศษกรณีข้าราชการตาย เพื่อเป็นการอำนวยความ
สะดวกให้แก่ผู้รับบำนาญพิเศษเช่นเดียวกับผู้รับบำนาญจึงเห็นควรให้เข้าร่วมโครงการจ่ายตรง
ด้วย จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเก่ียวกับการขอรับและการจ่ายบำนาญพิเศษ
กรณีข้าราชการตายตามโครงการจ่ายตรง ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติท่ีแนบมาพร้อมนี้ ทั้งนี ้
ต้งั แตว่ นั ที ่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๙ เป็นตน้ ไป


330

จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบ และแจ้งให้หนว่ ยงานในสงั กัดทราบและถอื ปฏิบตั ิต่อไป



ขอแสดงความนับถือ



(ลงชอ่ื ) ศานติ รา่ งนอ้ ย

(นายศานติ รา่ งน้อย)

รองปลัดกระทรวงการคลงั

หวั หน้ากลุม่ ภารกิจด้านรายได้

รักษาราชการแทน หวั หนา้ กลุ่มภารกจิ ด้านรายจา่ ยและหนี้สิน







กรมบัญชีกลาง

สำนักบริหารการจ่ายเงินเดอื น คา่ จา้ ง บำเหนจ็ บำนาญ

กลมุ่ กฎหมายและระเบยี บด้านเงนิ เดอื น ค่าจา้ ง บำเหน็จบำนาญ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๖๐๗








































331

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับและการจ่ายบำนาญพิเศษกรณีข้าราชการ
ตายตามโครงการจา่ ยตรง

๑. การใช้แบบขอรบั เงนิ

ให้ใช้แบบขอรับบำนาญพิเศษและหรือบำเหน็จตกทอดกรณีถึงแก่ความตาย
(แบบ ๕๓๐๙)

๒. การยนื่ เร่อื งขอรับเงนิ

ให้ยื่นแบบขอรับเงินต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือจังหวัดท่ีข้าราชการผู้ตายรับ
ราชการครัง้ สุดทา้ ย แลว้ แตก่ รณี

๓. การขอเบกิ เงิน

๓.๑ การเบิกเงนิ ครง้ั แรก

ให้ส่วนราชการผู้ขอแนบหนังสือรับรองการขอเบิกบำนาญพิเศษกรณีข้าราชการ
ตาย (แบบบำนาญพิเศษ ๑) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย ์ สะสม
ทรัพย์ หรือกระแสรายวัน หน้าท่ีมีช่ือและเลขท่ีบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน ไป
พรอ้ มกับแบบ ๕๓๐๙

กรณีท่ีผู้มีสิทธิรับเงินไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้ใช้แบบหนังสือยินยอมให้ผู้อ่ืน
ร่วมใช้บัญชเี งนิ ฝากธนาคาร (แบบ สบง. ๙) โดยอนโุ ลม

๓.๒ การเบิกเงินในเดือนต่อไป

กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับเงินในเดือนต่อ
ไปตามรายละเอยี ดและจำนวนเงินท่สี ง่ั จา่ ยให้ในเดือนก่อน

กรณีผู้รับเงินหมดสิทธิรับบำนาญพิเศษให้แจ้งการหมดสิทธิไปให้กรมบัญชี
กลางเพื่องดจ่ายบำนาญพิเศษในเดอื นตอ่ ไป

๔. ให้นำข้อกำหนดใน

๔.๑ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการขอรับและการจ่ายบำเหน็จบำนาญ
ขา้ ราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ และท่ีแก้ไขเพิม่ เติม

๔.๒ หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ท่ี กค ๐๕๑๘.๓ / ว ๗๙ ลงวันท่ ี ๑๙
สงิ หาคม ๒๕๔๕

๔.๓ หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๙.๔ / ว ๔๙ ลงวันท่ี ๒๕
มถิ ุนายน ๒๕๔๖

มาใช้บังคับโดยอนุโลม ยกเว้น ข้อกำหนดในเร่ืองการหักเงินบำเหน็จบำนาญเพ่ือ
ชำระหนี้

หากมขี ้อสงสยั สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเตมิ ได้ที่

ส่วนบรหิ ารการจา่ ยเงนิ ๑ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๓-๙๕๖๗ และ ๐- ๒๒๗๓-๙๕๖๕

สว่ นบริหารการจ่ายเงิน ๒ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๑-๐๗๘๓ และ ๐-๒๒๗๓-๙๕๓๔

ส่วนบรหิ ารการจ่ายเงิน ๓ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๑-๓๑๑๒ และ ๐-๒๒๗๑-๓๑๒๗

สว่ นบรหิ ารการจ่ายเงิน ๔ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๓-๙๙๗๘ และ ๐-๒๒๗๓-๙๕๖๔

332

(แบบบำนาญพเิ ศษ ๑)

หนังสือรบั รองการขอเบกิ บำนาญพเิ ศษกรณีข้าราชการตาย

วัน / เดือน / ปี ที่แจง้ รายการ ...................................................................................



ขอให้กรมบัญชกี ลางโอนเงินบำนาญพิเศษ ของ ........................................................................

ซึ่งเปน็ ขา้ ราชการ พลทหารกองประจำการ อาสาสมัครรกั ษาดนิ แดน

อาสาสมัครทหารพราน กรณถี งึ แกค่ วามตาย ใหแ้ ก

ทายาท ผอู้ ุปการะ ผอู้ ยูใ่ นความอุปการะ



เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธินับเงินตามรายชื่อและจำนวนเงินที่ระบุในหนังสือสั่งจ่าย
ตามรายช่ือ ต่อไปนี ้ โดย

(๑) ช่อื ........................... ชอ่ื สกุล .............................. เลขประจำตัวประชาชน.......................

โอนเขา้ บัญชเี งินฝากธนาคาร......................................... สาขา .................................................

ช่อื บญั ช ี ........................................................................ เลขที่บญั ช ี ........................................

(๒) ชือ่ .......................... ชือ่ สกลุ ............................... เลขประจำตวั ประชาชน......................

โอนเข้าบัญชเี งนิ ฝากธนาคาร ....................................... สาขา .................................................

ชอ่ื บัญชี ........................................................................ เลขท่ีบญั ชี ........................................

(๓) ชอ่ื .......................... ช่ือสกุล ............................... เลขประจำตัวประชาชน......................

โอนเข้าบญั ชเี งนิ ฝากธนาคาร ....................................... สาขา .................................................

ชือ่ บญั ชี ........................................................................ เลขทบ่ี ัญชี ........................................

(๔) ชอ่ื .......................... ชือ่ สกลุ ............................... เลขประจำตวั ประชาชน......................

โอนเขา้ บัญชีเงินฝากธนาคาร ....................................... สาขา .................................................

ชอื่ บญั ช ี ........................................................................ เลขท่บี ัญช ี ........................................

(๕) ชื่อ ........................... ช่ือสกลุ .............................. เลขประจำตัวประชาชน......................

โอนเข้าบัญชเี งนิ ฝากธนาคาร ....................................... สาขา ................................................

ช่อื บัญชี ........................................................................ เลขทบี่ ญั ชี ........................................



(ลงชื่อ) ........................................ (หวั หนา้ ส่วนราชการ)

(................................................................)

ตำแหน่ง ..........................................................................

วันท ่ี ............. เดอื น .................................. พ.ศ. ..............

หมายเหต

๑. ให้ส่วนราชการผู้ขอแนบไปกับแบบขอรับเงิน พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (ออม
ทรพั ย์ / สะสมทรพั ย์ / กระแสรายวัน) ของผมู้ ีสทิ ธิรับเงนิ ทุกราย ซงึ่ รบั รองสำเนาแล้ว

๒. กรณมี ที ายาทมากกวา่ ๕ ราย ให้ใชแ้ บบบำนาญพิเศษ ๑ ต่ออกี ฉบบั หนงึ่


333

ดว่ นทสี่ ดุ
(สำเนา)


ท ่ี กค ๐๔๐๙.๒ / ว ๘๐ กระทรวงการคลงั

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๒ กนั ยายน ๒๕๔๙

เรอ่ื ง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจังหวัดแบบบูรณาการ

พ.ศ. ๒๕๔๙

เรยี น อธบิ ดีกรมทด่ี นิ

ด้วยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจังหวัดแบบ
บูรณาการ พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศและงานท่ัวไป เล่ม
๑๒๓ ตอนพิเศษ ๙๕ ง วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๙ มีผลใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือ วันท่ี ๙ กันยายน ๒๕๔๙ รายละเอียดสามารถดูได้จาก
เวบ็ ไซตข์ องกรมบัญชกี ลาง www.cgd.go.th

โดยที่ระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว ข้อ ๗ กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานหลัก
หรือหัวหน้าหน่วยงานรองจัดทำคำรับรองของหัวหน้าหน่วยงานนั้นตามแบบท่ีกรมบัญชีกลาง
กำหนดให้แก่สำนักงานจังหวัดเพ่ือประกอบการขอเบิกจ่ายเงินค่าครุภัณฑ ์ ที่ดินและส่ิงก่อสร้าง
และได้รับรายงานจากกรมบัญชีกลางว่ามีส่วนราชการหลายแห่งหารือเก่ียวกับวิธีปฏิบัติในการ
ยืมเงินกรณีที่หน่วยงานหลักหรือหน่วยงานรองได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานหลายโครงการ
และแต่ละโครงการมีระยะเวลาเร่ิมต้นของการปฏิบัติงานแตกต่างกัน รวมท้ังวิธีปฏิบัติในการ
เบิกจ่ายเงินค่าจ้างท่ีปรึกษาโครงการหรือจ้างงานวิจัยโครงการ และการนำเงินที่ได้รับจากการ
ปฏบิ ตั งิ านส่งคลังเป็นรายได้แผน่ ดนิ

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า เพื่อให้การถือปฏิบัติเป็นไปอย่าง
เหมาะสมและเป็นไปในแนวเดียวกัน จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว
ดงั น้

๑. การเบิกเงินคา่ ครุภณั ฑ ์ ทดี่ ินและสิ่งก่อสรา้ ง

ให้หน่วยงานหลักหรือหน่วยงานรองเบิกได้เม่ือหนี้ถึงกำหนดหรือใกล้ถึงกำหนด
ชำระโดยให้ส่งสำเนาใบแจ้งหน้ี หรือใบส่งมอบทรัพย์สินหรือส่งมอบงาน แล้วแต่กรณี พร้อม
หนังสอื รบั รองของหวั หนา้ หน่วยงานนั้น ซ่งึ มสี าระสำคญั ระบไุ วอ้ ยา่ งน้อย ดังน้ี

(๑) ชือ่ หนว่ ยงานหลักหรอื หน่วยงานรองผขู้ อเบกิ เงิน

(๒) เลขท่ ี วันท ่ี และจำนวนเงินรวมของสัญญา หรือใบส่ังซ้ือ หรือใบส่ังจ้าง
หรือข้อตกลง

(๓) รายการค่าใช้จ่ายท่ีจะขอเบิกเงิน จำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่จะขอเบิกทั้งตัวเลข
และตัวอกั ษร และคา่ ปรบั (ถ้ามี)

(๔) คำรับรองของหัวหน้าหน่วยงานหลักหรือหัวหน้าหน่วยงานรองซึ่งลงลายมือ

334

ช่ือรับรองว่า “ได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสด ุ พ.ศ.
๒๕๓๕ (หรือระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ
งานซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี) แล้ว
และมหี นีผ้ ูกพันท่ถี งึ กำหนดหรอื ใกล้จะถงึ กำหนดที่จะตอ้ งจ่ายเงนิ ”

๒. การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการหรือจ้างงานวิจัยโครงการ ให้
ปฏิบัติเชน่ เดยี วกันการเบิกจา่ ยเงนิ ค่าครุภณั ฑ์ ทด่ี ินและส่ิงกอ่ สร้าง

๓. การยืมเงินค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากค่าครุภัณฑ ์ ที่ดิน และสิ่ง
กอ่ สรา้ ง

๓.๑ ให้หัวหน้าหน่วยงานหลักหรือหัวหน้าหน่วยงานรอง แล้วแต่กรณ ี
ขอยืมเงินงบประมาณจังหวัดแบบบูรณาการเพ่ือใช้ปฏิบัติงานได้เมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาที่จะ
ปฏิบตั ิงานตามโครงการทไี่ ด้รบั อนมุ ตั เิ งินงบประมาณดงั กล่าว

๓.๒ กรณีท่ีระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าวกำหนดให้หัวหน้าหน่วย
งานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานสามารถขอยืมเงินเพื่อใช้ปฏิบัติได้คราวละไม่เกิน ๖๐ วัน
และจะต้องจัดทำใบสรุปค่าใช้จ่ายส่งใช้เงินยืมก่อน จึงจะขอยืมเงินคราวต่อไปได้ดังน้ัน หมาย
ถึงกรณีท่ีเป็นการยืมเงินเพ่ือใช้ปฏิบัติงานในโครงการเดียวกัน หากเป็นกรณีที่หน่วยงานหลัก
หรือหน่วยงานรองได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานหลายโครงการ โดยแต่ละโครงการมีระยะเวลา
เรม่ิ ต้นการปฏบิ ัติงานแตกตา่ งกนั และใกล้ถงึ กำหนดเวลาที่จะปฏิบตั ิงานแล้ว ใหห้ วั หน้าหน่วย
งานหลักหรือหัวหน้าหน่วยงานรอง แล้วแต่กรณีขอยืมเงินเพ่ือใช้ปฏิบัติงานได้ตามความ
จำเป็น โครงการละคราวละไม่เกิน ๖๐ วัน ท้ังน้ ี ไม่เกินวงเงินท่ีได้รับอนุมัติในแต่ละโครงการ
ดังกลา่ ว

๓.๓ เงินที่เบิกไปเพื่อจ่ายให้ยืม ถ้าจำเป็นต้องจ่ายติดต่อคาบเก่ียวไปถึง
ปีงบประมาณใหม่จะเบิกล่วงหน้าจากปีงบประมาณปัจจุบันไปจ่ายสำหรับระยะเวลาในปีใหม่
ก็ได้ แต่รวมระยะเวลาทั้งหมดในแตล่ ะคราวแลว้ ไมเ่ กนิ ๖๐ วัน

๔. การนำเงินทีไ่ ด้รบั จากการปฏิบตั งิ านส่งคลังเปน็ รายไดแ้ ผ่นดนิ

กรณีหน่วยงานหลักหรือหน่วยงานรองได้รับเงินจากการปฏิบัติงานตามแผน
ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดหรือแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เช่น เงินจากการ
ขายซองประกวดราคา หรือขายแบบ เป็นต้น ให้หน่วยงานหลักหรือหน่วยงานรองดังกล่าวนำ
เงินที่ได้รบั ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดนิ ในบัญชีของสำนักงานจังหวดั
















335

จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ และโปรดแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดทราบและถือปฏิบัต ิ
ตอ่ ไป



ขอแสดงความนบั ถือ



(ลงชือ่ ) ศานติ รา่ งน้อย
(นายศานติ รา่ งนอ้ ย)

รองปลดั กระทรวงการคลงั

หวั หน้ากลุม่ ภารกจิ ดา้ นรายได

รกั ษาราชการแทน หัวหน้ากล่มุ ภารกิจด้านรายจา่ ยและหนส้ี นิ











กรมบญั ชีกลาง

สำนกั มาตรฐานดา้ นกฎหมายและระเบียบการคลงั

กลมุ่ พัฒนากฎหมายและระเบยี บ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๘๐๒ โทรสาร ๐ - ๒๒๗๓















- ๙๖๐๙

336

ดว่ นทีส่ ุด
(สำเนา)


ท่ ี กค ๐๔๐๙.๓ / ว ๗๘ กรมบัญชีกลาง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๗ กันยายน ๒๕๔๙

เรื่อง วธิ ปี ฏิบตั ใิ นการเบิกจา่ ยเงนิ คา่ จ้างตามสญั ญาจ้างเหมาบริการจากบคุ คลธรรมดา

เรยี น อธบิ ดีกรมที่ดนิ

อ้างถึง หนงั สอื กระทรวงการคลัง ดว่ นทสี่ ดุ ที่ กค ๐๔๐๙.๓ / ว ๓๓

ลงวนั ที ่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙



ตามหนังสือที่อ้างถึง กระทรวงการคลังได้กำหนดให้การเบิกจ่ายเงินเพื่อจ่ายตาม
สัญญาจ้างเหมาบริการจากบุคคลธรรมดา ทั้งในกรณีการจ้างลูกจ้างท่ีไม่ได้เกิดจากคำส่ังจ้าง
ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง หรือการจ้างกรณีอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน ส่วนราชการไม่
ต้องสร้างข้อมูลหลักผู้ขาย และไม่ต้องจัดทำใบส่ังซื้อส่ังจ้าง ตามแบบ บส ๐๑ หรือ บส ๐๑ - ๑
โดยให้ตั้ง เบิกเงินเพื่อจ่ายเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของส่วนราชการ ตามแบบ ขบ. ๐๒ เพ่ือ
ให้ส่วนราชการนำเงินไปจ่ายให้กับผ้รู บั จ้างโดยตรงตอ่ ไป นั้น

กรมบัญชีกลางโดยได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า
เพ่ือให้การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวตามสัญญาจ้างเหมาบริการจากบุคคล
ธรรมดา มีความคล่องตัวและสะดวกรวดเร็วมากย่ิงข้ึน จึงกำหนดให้ส่วนราชการทำการขอ
เบิกเงินจากคลังได้ตั้งแต่วันท่ ี ๑๕ ของเดือน โดยเมื่อส่วนราชการได้รับเงินจากคลังแล้ว ให้
ส่วนราชการปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการก่อนดำเนินการจ่ายเงินให้กับลูกจ้างผู้มีสิทธิได้
รับเงนิ ตอ่ ไป

จึงเรียนมาเพอื่ โปรดทราบ และแจง้ ให้เจ้าหน้าทท่ี ีเ่ ก่ยี วข้องทราบ และถอื ปฏิบัติตอ่ ไป



ขอแสดงความนับถือ



(ลงช่ือ) สมภพ บัณฑรวิพากษ์

(นายสมภพ บณั ฑรวิพากษ์)

รองอธิบดี ปฏบิ ตั ิราชการแทน

อธบิ ดีกรมบัญชีกลาง

อธิบดีกรมบญั ชีกลาง

สำนกั มาตรฐานดา้ นกฎหมายและระเบียบการคลงั

กลมุ่ กฎหมายและระเบยี บด้านการเบิกจา่ ย

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๕๔๙


337

ด่วนทส่ี ุด
(สำเนา)


ท ่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๘๐ กรมบัญชีกลาง

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๗ กันยายน ๒๕๔๙

เรื่อง อัตราค่าบริการสาธารณสุขเพ่ือใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในสถาน

พยาบาลของทางราชการ

เรยี น อธิบดกี รมทดี่ ิน

อา้ งถงึ หนงั สือกรมบัญชีกลาง ดว่ นที่สุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๓๐๘

ลงวนั ท่ี ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๙



ตามหนังสือท่ีอ้างถึง กรมบัญชีกลางได้เวียนแจ้งส่วนราชการ ส่วนราชการที่มี
สถานพยาบาลในสังกัด สถานพยาบาลรัฐวิสาหกิจ สถานพยาบาลท่ีกระทรวงการคลังกำหนด
และสถานพยาบาลของทางราชการทั่วประเทศ ในการขยายระยะเวลาการมีผลใช้บังคับ
ประกาศกระทรวงการคลงั เรอ่ื ง อตั ราคา่ บรกิ ารสาธารณสขุ เพ่อื ใหส้ ำหรับการเบกิ จ่ายคา่ รกั ษา
พยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ จากวันท ่ี ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ เป็นวันท่ี ๑
ตลุ าคม ๒๕๔๙ ความละเอียดแจง้ แลว้ น้ัน

กรมบัญชีกลางโดยได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว
เนื่องจากในวันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ กระทรวงการคลังจะขยายระบบการเบิกจ่ายตรงค่ารักษา
พยาบาลให้ครอบคุลมถึงข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีสัญญาจ้างและ
สัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเก่ียวกับค่ารักษาพยาบาลไว ้ และบุคคลในครอบครัว ในการน ้ี หากให้
สถานพยาบาลเร่ิมใช้อัตราค่าบริการสาธารณสุขตามประกาศกระทรวงการคลังในวันที่ ๑
ตุลาคม ๒๕๔๙ พร้อมกับระบบการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล อาจจะทำให้สถานพยาบาล
เกิดความไม่คล่องตัวในการปฏิบัติงานขึ้นได ้ ดังน้ันจึงเห็นควรขยายระยะเวลาการมีผลใช้
บังคับประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวจากวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ เป็นวันท ่ี ๑ ธันวาคม
๒๕๔๙


338

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและแจ้งให้ผู้มีสิทธิและเจ้าหน้าที่ท่ีเกี่ยวข้องทราบและ
ถอื ปฏิบัตติ อ่ ไป



ขอแสดงความนบั ถือ



(ลงชอื่ ) บุญศักด์ิ เจียมปรีชา
(นายบุญศักด ิ์ เจียมปรีชา)

อธิบดีกรมบญั ชีกลาง











กลมุ่ งานสวสั ดกิ ารรกั ษาพยาบาลขา้ ราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๙๘ - ๖๐๘๗ โทรสาร ๐ - ๒๒๙๘ - ๖๐๘๙

www.cgd.go.th





















339

ดว่ นท่สี ุด
(สำเนา)


ที ่ กค ๐๔๑๗ / ว ๘๔ กระทรวงการคลงั

ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๘ กันยายน ๒๕๔๙

เร่ือง หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล

ของทางราชการ

เรียน อธิบดีกรมทด่ี ิน

อ้างถึง ๑. หนังสอื กระทรวงการคลงั ดว่ นทส่ี ุด ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๑๔๔

ลงวันที่ ๒๗ กนั ยายน ๒๕๔๘

๒. หนงั สอื กระทรวงการคลงั ด่วนทสี่ ดุ ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๑๒๒

ลงวันท่ี ๓๑ สงิ หาคม ๒๕๔๘

๓. หนงั สือกรมบญั ชกี ลาง ด่วนทีส่ ดุ ที่ กค ๐๔๑๗ / ว ๑๓๓

ลงวันที่ ๓๑ มนี าคม ๒๕๔๙

๔. หนังสือกระทรวงการคลงั ดว่ นทสี่ ุด ท่ี กค ๐๔๑๗ / ว ๖๘

ลงวันท่ี ๓๑ สงิ หาคม ๒๕๔๙

สิง่ ที่สง่ มาด้วย หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาลใน

สถานพยาบาลของทางราชการ

ตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยว
กับการรักษาพยาบาลผู้รับเบี้ยหวัด / บำนาญให้แก่สถานพยาบาลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส ์
ทั้งน้ ี เพ่ือเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระเม่ือจำต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ
สถานพยาบาลของทางราชการ โดยกรณีผู้ป่วยนอกไม่ต้องทดรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล
และกรณผี ูป้ ว่ ยในไมต่ ้องขอหนังสอื รับรองการมสี ิทธริ ับเงินค่ารกั ษาพยาบาล นนั้

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นสมควรขยายการดำเนินการดังกล่าวให้
ครอบคลุมถึงข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชาวต่างประเทศซ่ึงมีหนังสือสัญญาจ้างท่ีได้รับ
ค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่ายและสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเก่ียวกับค่ารักษาพยาบาลไว ้ และ
บุคคลในครอบครัว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมกระทรวงการคลังจึงเห็นสมควร
ยกเลิกหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาลผู้รับเบ้ียหวัด /
บำนาญตามหนังสอื ทีอ่ า้ งถงึ ๑. และใหถ้ อื ปฏบิ ัต ิ ดังนี้

๑. การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล
ของทางราชการให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ รายละเอียดปรากฎตามสิง่ ที่ส่งมาดว้ ย

๒. การสมัครเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกรักษาต่อเน่ืองตามหนังสือ

340

ท่ีอ้างถึง ๒. ให้ยกเลิกการยื่นคำขอหนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาล (แบบ
๗๑๐๐ / ๑) หนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาล (แบบ ๗๑๐๑ / ๑) และวิธีการ
รับรองการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาต ิ และให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๑. โดยให้รวมถึงกรณีการ
รักษาทดแทนไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังด้วยวิธีไตเทียมตามหนังสือที่อ้างถึง ๓. และกรณีผู้ป่วย
มะเร็งท่ีจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติที่มีค่าใช้จ่ายสูง ๖ ชนิด ตามหนังสือที่อ้าง
ถึง ๔. ด้วย

ทงั้ นี ้ ใหม้ ีผลบงั คับใชต้ งั้ แต่วนั ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้ผู้มีสิทธิและเจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องทราบและถือ
ปฏบิ ตั ิตอ่ ไป


ขอแสดงความนับถอื




(ลงช่ือ) ศานิต รา่ งนอ้ ย

(นายศานิต ร่างนอ้ ย)

รองปลัดกระทรวงการคลัง

หัวหน้ากลุ่มภารกิจดา้ นรายได

รักษาราชการแทน หัวหน้ากล่มุ ภารกิจด้านรายจา่ ยและหนี้สิน











กรมบญั ชกี ลาง

กลมุ่ งานสวสั ดิการรกั ษาพยาบาลขา้ ราชการ

โทร. ๐ - ๒๒๗๓ - ๙๕๖๑, ๐ - ๒๒๙๘ - ๖๐๘๗























341

หลกั เกณฑก์ ารเบกิ จ่ายตรงเงนิ สวัสดกิ ารเกย่ี วกับการรักษาพยาบาล

ในสถานพยาบาลของทางราชการ


ผู้มสี ิทธ ิ หมายถึง ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชาวต่างประเทศซ่ึงมีหนังสือสัญญา
จ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่ายและสัญญาจ้างน้ันมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษา
พยาบาลไว ้ ผู้รับเบ้ียหวัด / บำนาญ และบุคคลในครอบครัว ซึ่งมีรายชื่อปรากฏอยู่ในฐาน
ข้อมูลผู้มสี ิทธิไดร้ บั เงนิ คา่ รักษาพยาบาล



ค่ารักษาพยาบาล หมายถึง ค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยว
กัการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม แต่ไม่รวมถึงค่าตรวจสุขภาพประจำป ี
โดยใช้ได้เฉพาะในสถานพยาบาลของทางราชการท่ีเข้าสู่ระบบจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาล และผู้มสี ทิ ธิเลือกเข้ารบั การรักษาเทา่ นั้น



สถานพยาบาลผู้เบกิ หมายถึง สถานพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับ
การรกั ษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และทีแ่ ก้ไขเพม่ิ เติม เวน้ แต่ในกรณที ี่สถานพยาบาลทใี่ ห้การ
รักษาทดแทนไต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลผูป้ ่วยนอกรักษาตอ่ เนื่อง



ฐานข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล หมายถึง ข้อมูลของผู้มีสิทธิที่ได้มาจากการ
บันทกึ ของนายทะเบียนตามแนวปฏบิ ัตกิ ารบรหิ ารจดั การฐานขอ้ มูลบุคลากรภาครฐั



ข้ันตอนการเบิกเงนิ สวสั ดิการรกั ษาพยาบาล ให้หน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ งดำเนินการ ดังนี

ก. ผมู้ ีสิทธิ

๑. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของตนเอง หากปรากฎช่ือในฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ
ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลถือเป็นการรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาล ตามพระราช
กฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกบั การรกั ษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และที่แก้ไขเพ่ิมเตมิ

๒. เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาลของทางราชการ และประ
สงคจ์ ะเขา้ สรู่ ะบบจา่ ยตรงให

(๒.๑) แสดงเอกสาร หรือบัตรท่ีปรากฏเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ๑๓
หลัก เพ่ือให้สถานพยาบาลทำการตรวจสอบข้อมูลซึ่งมีระยะเวลาตรวจสอบข้อมูลกับกรมบัญชี
กลาง ๑๕ วัน ดังนั้น ในระยะเวลา ๑๕ วันดังกล่าว หากเข้ารับการรักษาพยาบาล จะต้อง
ทดรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแล้วนำใบเสร็จรับเงินมาเบิกคืนจากส่วนราชการต้นสังกัด
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาล
พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒.๒) กรณีที่มีผู้รับยาแทน ให้นำผู้รับยาแทนจำนวนไม่เกิน ๒ คน ไปลง
342

ลายนิว้ มอื อิเล็กทรอนกิ ส์พรอ้ มผปู้ ว่ ย (ตวั ผมู้ สี ทิ ธิ / บุคคลในครอบครวั ) ดว้ ย

๓. กรณีต่อไปน้ ี สามารถใช้สิทธิในโครงการน้ีได้ทันท ี โดยไม่ต้องรอระยะเวลา
ตามขอ้ ๒ หลงั จากที่ได้ลงทะเบยี นสมัครเข้าโครงการโดยการแสดงเอกสาร หรอื บัตรที่ปรากฏ
เลขท่ีบัตรประจำตวั ประชาชน ๑๓ หลกั ณ สถานพยาบาลของทางราชการ

๓.๑ ผู้ป่วยนอก ซ่ึงแพทย์ผู้ให้การรักษา วินิจฉัย และรับรองว่ามีความ
เจ็บป่วยที่ต้องรักษาในกรณีการรักษาทดแทนไต ในผู้ป่วยไตวายเร้ือรังด้วยวิธีไตเทียม และ
กรณผี ูป้ ่วยมะเร็งทจี่ ำเป็นตอ้ งใช้ยานอกบญั ชียาหลกั แห่งชาตทิ มี่ คี ่าใชจ้ า่ ยสูง ๖ ชนิด

๓.๒ ผรู้ บั เบย้ี หวดั / บำนาญ

ข. สถานพยาบาล

๑. การตรวจสอบสิทธิและขอเลขอนุมัติแทนหนังสือรับรองสิทธิให้สถาน
พยาบาลดำเนนิ การ ดังน
ี้
(๑.๑) ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวผู้รับเบี้ยหวัด
/ บำนาญ หรือเอกสารอื่นใดของทางราชการที่ปรากฎเลขที่บัตรประชาชนของผู้มีสิทธิให้ถูก
ต้องตรงกับฐานข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล ท่ีได้รับการรับรองจากกรมบัญชีกลาง
ผ่านเครือข่ายตามคู่มือการขอเลขอนุมัติแทนหนังสือรับรองการมีสิทธิที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซ่ึง
ปจั จุบนั เป็นฉบับเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซ่ึงเมอื่ มีการตรวจสอบแล้วพบขอ้ มลู ตรงตาม
ฐานข้อมูล ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล ให้ถือว่าได้มีการรับรองว่าเป็นผู้มีสิทธิรับเงิน
สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษา
พยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม โดยสถานพยาบาลจะได้รับเลขอนุมัติแทนหนังสือ
รับรองการมีสิทธิ เพื่อใช้ประกอบการเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน และผู้ป่วย
นอกจากระบบเบิกจา่ ยตรงคา่ รักษา พยาบาลตามทีก่ รมบญั ชกี ลางกำหนด

(๑.๒) ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของสิทธิ โดยหากพบว่าผู้มีสิทธิมีสิทธิได้รับ
เงินค่ารักษาพยาบาลจากหน่วยงานอื่น (เช่น สิทธิตามประกันสังคม สิทธิตามรัฐวิสาหกิจ
สิทธิตามองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ เป็นตน้ ) มิใหม้ กี ารเขา้ รว่ มโครงการนี้ แตใ่ ห้ออกใบเสร็จ
รบั เงินให้ผู้ปว่ ย

๒. ลงทะเบียนผมู้ ีสทิ ธิและการจดั ทำข้อมูล ใหส้ ถานพยาบาลดำเนินการ ดงั น
ี้
(๒.๑) การจดั ทำขอ้ มลู ผมู้ ีสทิ ธ

(๒.๑.๑) ให้สถานพยาบาลจัดทำข้อมูลผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเข้ารับ
การรักษาพยาบาลโดยให้มีรายละเอียดตาม (เอกสารแนบ ๑) สำหรับกรณีตามข้อ ก (๒.๑)
ซ่ึงจะมีระยะเวลาในการตรวจสอบ และรับรองความถูกต้องในรอบ ๑๕ วัน หากมีให้การรักษา
พยาบาลแก่ผู้ป่วย (ผู้มีสิทธิ / บุคคลในครอบครัว) ในระยะเวลาดังกล่าว ให้ออกใบเสร็จรับ
เงินใหผ้ ปู้ ว่ ย

(๒.๑.๒) จัดเก็บลายนิ้วมืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วย (ตัวผู้มีสิทธิ /
บคุ คลในครอบครัว) และผูร้ ับยาแทน

(๒.๒) ข้อมูลการเบิกจา่ ยค่ารกั ษาพยาบาล


343

(๒.๒.๑) การจัดทำข้อมูลหลักผู้ขาย (Vendor code) เพื่อรับ
โอนเงินค่ารักษาพยาบาลในระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์
(GFMIS) ให้ทำตามแบบฟอร์มทีก่ รมบญั ชกี ลางกำหนด (เอกสารแนบ ๒)

(๒.๒.๒) การจัดทำข้อมูลการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายใน
การรักษาพยาบาล

(๒.๒.๒.๑) กรณีผู้ป่วยใน ให้สถานพยาบาลขอเลขอนุมัติ ฯ ตาม
ข้อ ๑.๑ ในแต่ละคร้ังท่ีผู้มีสิทธิเข้ารับการรักษา เพ่ือใช้บันทึกแทนเลขท่ีหนังสือรับรองการมี
สิทธิรับเงินค่า-รักษาพยาบาลในครั้งนั้น ๆ และจัดทำข้อมูลการรักษาพยาบาลข้อมูลค่าใช้จ่าย
ในการรกั ษาพยาบาลตามโปรแกรมที่กรมบญั ชีกลางกำหนด

(๒.๒.๒.๒) กรณีผู้ป่วยนอก รวมท้ังกรณีผู้ป่วยโรคไตวายเร้ือรังที่
รักษาทดแทนไตให้สถานพยาบาลจัดทำข้อมูลการรักษาพยาบาลและข้อมูลค่าใช้จ่ายในการ
รักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วย
นอกรักษาตอ่ เนือ่ ง

(๒.๒.๓) สำหรับกรณีที่แพทย์ผู้ทำการรักษาเห็นว่า ผู้มีสิทธิมี
ความจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชียาหลกั แหง่ ชาต ิ และยาดงั กล่าว

(๒.๒.๓.๑) ไม่มีอยู่ในบัญชียาของสถานพยาบาล ให้คณะ
กรรมการแพทย์ที่ผู้อำนวยการสถานพยาบาลของทางราชการแต่งตั้งเป็นผู้วินิจฉัย และออก
หนังสือรับรอง เพ่ือการรักษาพยาบาลในแต่ละคร้ังโดยให้ถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงการ
คลงั ด่วนท่สี ดุ ท ี่ กค ๐๕๒๖. ๕ / ว ๖๕ ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒

(๒.๒.๓.๒) มีอยู่ในบัญชียาของสถานพยาบาล ให้แพทย์ผู้ทำการ
รักษา เป็นผู้วินิจฉัยและออกหนังสือรับรองตามข้อ (๒.๒.๓.๑) แทนคณะกรรมการแพทย์ของ
สถานพยาบาลได้ในการรักษาพยาบาลแต่ละคร้ัง และขอให้บันทึกข้อบ่งช้ีและความจำเป็นต้อง
ใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติไว้ในเวชระเบียน โดยให้บันทึกเฉพาะคร้ังแรกของการใช้ยา
นอกบญั ชียาหลกั แห่งชาตนิ ้ัน ๆ

(๒.๒.๔) คำขอเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาล ให้
สถานพยาบาลจัดทำคำขอเบิกสำหรับค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยใน ตามบัญชีสรุปค่าใช้จ่าย
ในรายการรักษาพยาบาลท่ีสถานพยายาลได้ยืนยัน และรับรองความถูกต้องในแต่ละงวด ตาม
แบบคำขอเบิกเงินสวัสดิการการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในกรณีการจ่ายตรง (แบบ กสพ.ขบ.
๐๐๑) (เอกสารแนบ ๓) และแบบ คำขอเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกกรณีการ
จ่ายตรง (แบบ กสพ.ขบ.๐๐๒) (เอกสารแนบ ๔)

(๒.๒.๕) การเก็บหลกั ฐานเพอ่ื ประกอบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล สำหรับ
ผู้ป่วยซ่ึงอยู่ในระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ให้ถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที ่
กค ๐๔๑๗ / ว ๔๖ ลงวนั ที่ ๒๙ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

๓. การจดั สง่ ข้อมูล ใหส้ ถานพยาบาลดำเนนิ การดงั น้ี

(๓.๑) การจัดส่งข้อมูลทางบัญชีเพื่อรับโอนเงินจากกรมบัญชีกลางให้ถือ

344

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก
รักษาตอ่ เนอ่ื งโดยอนโุ ลม

(๓.๒) จัดส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่กรมบัญชีกลางมอบหมาย (สำนักงาน
กลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.)) ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้โปรแกรมที่ สกส.
กำหนด และใหจ้ ัดส่งขอ้ มูล ดังน้

(๓.๒.๑) ขอ้ มูลเกี่ยวกับผูม้ สี ิทธิและการลงทะเบียน ตามข้อ ๒.๑

(๓.๒.๒) ข้อมูลการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตาม
ขอ้ (๒.๒.๒)

๔. การขอเบิกเงินคา่ รกั ษาพยาบาล ให้สถานพยาบาลดำเนินการ ดังน้

(๔.๑) ให้สถานพยาบาลตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูลค่าใช้จ่าย
ในการรักษาพยาบาลตามที่ สกส. ได้ตรวจสอบและส่งกลับให้สถานพยาบาล โดยการยืนยัน
ความถูกต้องและให้แนบคำขอเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลตามข้อ (๒.๒.๓ (ง)) ทาง
อิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที ่ สกส. กำหนดภายใน ๒ วันทำการ นับแต่ท่ีได้รับข้อมูลจาก
สกส.

(๔.๒) ให้สถานพยาบาลเก็บรวบรวมต้นฉบับคำขอเบิกเงินสวัสดิการรักษา
พยาบาล แต่ละครั้งไว้คู่กับแบบการโอนเงินค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยในกรณีการจ่ายตรง
(แบบ กสพ.๐๐๑) (เอกสารแนบ ๕) และแบบการโอนเงินค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยนอก
กรณีการจ่ายตรง (แบบ กสพ.๐๐๒) (เอกสารแนบ ๖) ท่ีกรมบัญชีกลางจัดส่งให้ไว้เพ่ือใช้ใน
การตรวจสอบ

(๔.๓) หากสถานพยาบาลยืนยันความถูกต้องของข้อมูลตามข้อ (๔.๑) ภาย
หลงั ระยะเวลาทีก่ ำหนดใหถ้ อื ว่าสถานพยาบาลแสดงเจตนาขอเบกิ เงนิ ในงวดถดั ไป

๕. การเก็บรักษาข้อมูลผู้มีสิทธิท่ีได้ลงทะเบียนไว้กับสถานพยาบาลและได้รับการ
รับรองแล้ว จากกรมบัญชีกลาง หรือหน่วยงานท่ีกรมบัญชีกลางมอบหมาย (สกส.) ให้สถา
พยาบาลมีหน้าที่ในการรักษาฐานข้อมูลดังกล่าว โดยมิให้มีการคัดลือก เผยแพร่หรือกระทำ
การอย่างใด ๆ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวผู้มีสิทธิรวมตลอดถึงบุคคลในครอบครัว
และกรมบญั ชีกลาง

ค. สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.)

๑. การตอบรบั และตรวจสอบขอ้ มูล

(๑.๑) เม่ือ สกส.ได้รับข้อมูลตามข้อ ข (๓.๒) ให้ดำเนินการตอบรับ
ข้อมูลตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด (เอกสารแนบ ๗ ส่วนท ่ี ๑ หรือส่วนที่ ๒) ให้แก่
สถานพยาบาลผ้ขู อเบกิ ภายใน ๑ วนั ทำการนับแตไ่ ดร้ บั ขอ้ มลู จากสถานพยาบาล

(๑.๒) ตรวจสอบข้อมูลตามข้อ ข (๓.๒.๒) ที่สถานพยาบาลจัดส่งให้ตาม
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม
เพือ่ จัดทำบญั ชีสรปุ ยอดคา่ ใชจ้ ่ายในการรักษาพยาบาล (Statement) ในแต่ละงวด

๒. การจัดส่งขอ้ มูล


345

(๒.๑) ให้ดำเนินการจัดส่งฐานข้อมูลทะเบียนผู้มีสิทธิในรอบ ๑๕ วันตามที่กรม
บัญชีกลางได้ตรวจสอบ และรับรองความถูกต้องแล้ว ให้แก่สถานพยาบาลในวันท่ี ๑๕ และ
วันส้ินเดือนของทุกเดือน หากวันท่ี ๑๕ และวันส้ินเดือนเป็นวันหยุดราชการให้ใช้วันทำการ
ก่อนหน้าน้นั เป็นวนั ส่งแทนตามแต่กรณี

(๒.๒) จัดทำข้อมูลการเบิกจ่ายรายงวดจากข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้วตาม ข้อ
ค. (๑.๒) และส่งข้อมูลท่ีตรวจสอบแล้วให้สถานพยาบาลตรวจสอบพร้อมยืนยันความถูกต้อง
ตามวิธกี ารดงั นี้

(๒.๒.๑) กรณีผูป้ ่วยนอก ให้ถือปฏบิ ัติตามหลกั เกณฑก์ ารเบกิ จ่ายตรงเงิน

สวัสดิการเก่ียวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกรักษาต่อเนื่อง

โดยอนโุ ลม

(๒.๒.๒) กรณผี ปู้ ว่ ยใน ใหถ้ ือปฏิบตั ติ ามแนวทางการปฏิบตั ิการเบกิ จ่ายคา่
รักษาพยาบาลของสถานพยาบาลของทางราชการประเภทผ้ปู ว่ ยใน โดยอนุโลม

(๒.๓) นำเข้าข้อมูลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลท่ีสถานพยาบาลยืนยัน ตาม
ข้อ (๒.๒) เข้าสู่ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส ์ (GFMIS)
ด้วยวิธีการ Interface

(๒.๔) จัดส่งข้อมูลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลยืนยัน และ
คำขอเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล ตามข้อ ข. (๔.๑) เป็นเอกสารการขอเบิกเงินต่อกรม
บัญชีกลางทางอิเล็กทรอนิกส ์ ท้ังนี้ ไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการก่อนวันสิ้นงวดการจ่ายเงินใน
แต่ละงวด

ง. กรมบัญชกี ลาง

๑. การจัดทำข้อมูลผู้ขาย (Vendor Code) ให้กรมบัญชีกลางดำเนินการจัดทำ
ข้อมูลหลักผู้ขายตามที่ได้รับจากสถานพยาบาลในข้อ ข (๒.๒.๑) และนำเข้าสู่ระบบการ
บริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส ์ (GFMIS) และแจ้งให้สถานพยาบาล
ทราบ

๒. การจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล ให้กรม
บัญชกี ลางจดั ทำฐานข้อมูลผ้มู สี ทิ ธิไดร้ ับเงินค่ารกั ษาพยาบาลจากฐานข้อมลู บุคลากรภาครฐั

๓. การตรวจสอบคำขอเบิก ให้กรมบัญชีกลางดำเนินการตรวจสอบคำขอเบิก
เงินสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ได้รับจาก สกส. ตามข้อ ค (๒.๔) ด้วยโปรแกรมการตรวจสอบ
คำขอเบิกเงนิ สวัสดิการรักษาพยาบาลตามท่ีกรมบัญชีกลางกำหนด

๔. การอนุมัติเพือ่ ขอเบิกเงินค่ารกั ษาพยาบาล

(๔.๑) ดำเนินการอนุมัติการขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลแทนส่วนราชการ
ในระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส ์ (GFMIS) เพื่อจ่ายเงินให้แก่
สถานพยาบาล

(๔.๒) ในกรณีการจัดทำคำขอเบิกของสถานพยาบาลท่ีไม่ได้รับการยกเว้น
การหักภาษี ณ ท่ีจ่ายตามประมวลรัษฎากร ให้หักภาษ ี ณ ที่จ่ายออกจากยอดค่าใช้จ่ายใน
346

การรักษาพยาบาลกอ่ นขอเบกิ

๕. การจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล อนุมัติคำขอเบิก และส่ังจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลผู้
ป่วยนอกในระบบการจ่ายตรงทางอิเล็กทรอนิกส ์ จะจ่ายเดือนละ ๒ งวด ตามแนวทางการจัด
ทำบัญชสี รุปยอดค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาล (Statement)

๖. การจัดทำรายงานการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ให้กรมบัญชีกลางดำเนินการจัด
ทำรายงานการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล เพ่ือจัดส่งแบบการโอนเงินค่ารักษาพยาบาลของผู้
ป่วยในกรณีการจ่ายตรง (แบบ กสพ.๐๐๑) (เอกสารแนบ ๕) และแบบการโอนเงินค่ารักษา
พยาบาลของผู้ป่วยนอก กรณีการจ่ายตรง (แบบ กสพ. ๐๐๒) (เอกสารแนบ ๖) ซ่ึงถือเป็น
เอกสารทางการเงนิ ใหแ้ กส่ ถานพยาบาล




















347

เอกสารแนบ ๑

สำหรบั เจา้ หนา้ ที่

วันทสี่ มคั ร........................เวลา...........................



แบบใบสมัครเข้ารว่ มโครงการ ฯ

(โครงการเบกิ จา่ ยตรงเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ)



ขอ้ มลู ผสู้ มคั ร



ขา้ พเจ้า (นาย / นาง / นางสาว) ............................... นามสกลุ ..................................

เลขประจำตวั ผู้ปว่ ย ........................ เลขประจำตัวประชาชน -

วัน - เดือน - ป ี เกิด ....... / ............. / ......................

ซ่ึงเป็นผู้มีสิทธิที่มีรายช่ือปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล มีความ
ประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในสถาน
พยาบาลของทางราชการตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.
๒๕๒๓ และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ

(ขา้ พเจ้ายินดจี ะปฏิบัติตามระเบียบทไ่ี ด้กำหนดไวท้ กุ ประการ)



ลงช่ือ ................................... ผูร้ ับยาแทน (ถ้ามี) ลงชอ่ื ....................................... ผู้ป่วย

(............................................) (..................................................)

....... / ...................... / .......... ....... / .................... / ........





ลงชือ่ ................................... ผู้รบั ยาแทน (ถา้ ม)ี

(............................................)

....... / ...................... / ..........






348


Click to View FlipBook Version