แนวทางการจัดการคำขอ
ออกโฉนดท่ีดินหรอื หนงั สอื รบั รอง
การทำประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน
ส.ค.1 ทค่ี า้ งดำเนนิ การ
ณ วันท่ี 8 กมุ ภาพนั ธ์ 2553
นทส. รนุ่ ที่ 37 ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562
กลมุ่ ท่ี 5
แนวทางการจดั การคาขอออกโฉนดท่ีดนิ หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วนั ท่ี 8 กุมภาพนั ธ์ 2553
โดยกลมุ่ 5
1. นายกวีวรรณ วรรณทวี นทส.37.1819
2. นายเชาวลกั ษณ์ เสนานิคม นทส.37.1825
3. นางสาวบญุ ตา กนั โต นทส.37.1867
4. นายยทุ ธนา แย้มสี นทส.37.1846
5. นางสาวเรวดี เจษฎาวรภคั นทส.37.1849
6. นายวนั ดี จนั ทราช นทส.37.1851
7. นายสจุ นิ ต์ โง้วสกลุ นทส.37.1861
8. นายสริ ิศกั ด์ิ สระฏนั นทส.37.1860
9. นางสาวสธุ าทิพย์ รังสโิ ยภาส นทส.37.1863
10. นายอภเิ ชษฐ สพุ รรณรัตน์ นทส.37.1866
11. นายสนิ ธิพงษ์ เพียรงเู หลือม นทส.37.พ.70
เอกสารวิจยั นีเ้ป็นสว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษาอบรมหลกั สตู ร นกั บริหารงานทด่ี ินระดบั สงู
วิชา การวจิ ยั สาหรับนกั บริหาร
โรงเรียนนกั บริหารงานที่ดินระดบั สงู
กรมท่ีดิน กระทรวงมหาดไทย
2562
เอกสารนี้เป็นเอกสารวิจัยของกองฝึกอบรม กรมท่ีดิน
การอ้างอิง การคัดลอก การพิมพ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด หรือ
บางส่วนก็ดีต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จาก
อธิบดีกรมที่ดิน
ข้อความและความคิดเห็นต่างๆท่ีปรากฏในเอกสารนี้
เป็นผลการวิจัยของนักศึกษาหลักสูตร นักบริหารงาน
ที่ดินระดับสูงโดยเฉพาะ และไม่จาเป็นต้องถอื ว่า กองฝึกอบรม
กรมทดี่ นิ มีความเห็นพอ้ งด้วยเสมอไป
โรงเรยี นนักบริหารงานทด่ี ินระดบั สงู
กองฝกึ อบรม กรมท่ีดนิ
บทคัดย่อ
หัวข้อการวิจัย: แนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันที่
8 กุมภาพนั ธ2์ 553
ผูเ้ ขยี น: นักศกึ ษาหลักสตู รนักบรหิ ารงานท่ีดนิ ระดับสูง ร่นุ ที่ 37 กลุ่มท5่ี
สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่ 11)พ.ศ.2551
มาตรา 8 กาหนดใหผ้ ซู้ ึ่งไดค้ รอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินอยู่กอ่ นวนั ที่ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
ใช้บังคับ โดยมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินและยังมิได้ยื่นคาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์นาหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินมาย่ืนคาขอเพื่อออก
โฉ น ด ท่ี ดิ น ห รือ ห นั งสื อ รับ รอ งก ารป ร ะโย ช น์ ต่ อพนั กงานเจ้ าหน้ าที่ ภายในสองปี นั บแต่ วั นที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจึงมีผลทาให้ประชาชนมาย่ืนคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน(ส.ค.1) ท่ัวประเทศเป็นจานวน 414,235 ราย
และยังคงมีคาขอค้างดาเนินการอีกจานวน 312,872 ราย(คิดเป็นร้อยละ 75.54) หากนับระยะเวลา
ต้ังแต่พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดินฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับถึงปัจจุบัน
รวมระยะเวลา9 ปีกว่ากรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยื่นคาขอ ก่อให้เกิดปัญหาต่อ
บุคลากรของกรมที่ดินในการปฏิบัติหน้าท่ีและกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรมท่ีดินในการให้บริการท่ี
ล่าช้า คณะผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาแนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือการทา
ประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนนิ การ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างแบบจาลองแนวทางการจัดการคาขอที่ค้าง
ดาเนินการให้สานักงานท่ีดินนาไปใช้ปฏบิ ัติงานใหเ้ ป็นไปในแนวทางเดียวกัน
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้คณะผู้วิจัยใช้รูปแบบการศึกษาวิจัยแบ บผสมผสาน(Mixed
Mithod Research) คือ การศึกษาวจิ ัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคือ
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้าฝ่ายรังวัดและเจ้าหน้าท่ีที่เกี่ยวข้อง ส่วน
การวิจัยเชิงคุณภาพผู้ใหข้ ้อมูลสาคัญคือ ผู้บริหารส่วนกลางได้แก่รองอธิบดีและผู้บริหารจากสานัก
มาตรฐานการออกหนังสือสาคัญ ผู้บริหารส่วนภูมิภาค ได้แก่ เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด/สาขา
หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและหัวหน้าฝ่ายรังวัดประกอบการศึกษาวิจัยเอกสาร โดยการศึกษาค้นคว้า
เอกสารทางวชิ าการทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ผลการศึกษาวิจัยสรุปว่า ประเด็นปัญหาที่ส่งผลให้คาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รบั รองการประโยชน์ค้างดาเนินการ มีความหลากหลาย และมีสภาพปัญหาท่ีแตกต่างกันในแต่ละ
พ้ืนท่ี แต่ปัญหาที่เกิดข้ึนในแต่ละพ้ืนท่ีนั้นกรมที่ดินได้วางแนวทางปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนแล้ว และ
พบว่าวิธีการจัดการคาขอของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันโดยมีปัจจัยแห่งความสาเร็จท่ีส่งผลให้
สานักงานที่ดินจัดการคาขอได้ดี นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนท่ีกรมที่ดิน
กาหนดไว้อย่างเคร่งครัดแล้ว ส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของเจ้าพนักงาน
ที่ดิน และเจ้าหน้าที่มีทักษะความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ดี ปัจจัยท่ีส่งผลให้สานักงาน
ท่ีดินจัดการคาขอไม่ประสบผลสาเร็จ เกิดจากการบริหารงานท่ีไม่มีประสิทธิภาพของเจ้าพนักงาน
ที่ดินและบุคลากรขาดทักษะ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ รวมถึงการไม่ปฏิบัติตาม
แนวทางปฏิบัติท่ีกรมท่ีดินกาหนดไว้ สาหรับปัญหาและแนวทางแก้ไขท่ีค้นพบสามารถแบ่งออก
ได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ปัญหาและแนวทางแก้ไขงานค้างที่อยู่ระหว่างดาเนินการของฝ่ายทะเบียน
และงานค้างที่อยู่ระหว่างดาเนินการของฝ่ายรังวัด ซึ่งมีระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องจานวนมาก
หากได้นาระเบียบปฏิบัติดังกล่าวมาจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ตามประเด็นสภาพของปัญหา ก็สามารถ
ใช้สร้างแบบจาลองในการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลกั ฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ได้ คณะผู้วิจัยจึงมีความเห็นว่าควร
ท่ีจะได้รวบรวมปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของสานักงานที่ดินที่ประสบผลสาเร็จในการ
จัดการคาขอเพ่ือนาไปสร้างแบบจาลองการจัดการคาขอสาหรับใช้ในการปฏิบัติงานของสานักงาน
ที่ดินทั่วประเทศ ควรรวบรวมกรณีตัวอย่างของปัญหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ประสบ
ผลสาเร็จตลอดจนระเบียบปฏิบัติที่เก่ียวข้องเพื่อจัดทาคู่มือสาหรับใช้ปฏิบัติงาน หรือใช้ในการให้
ความรู้แกป่ ระชาชน และควรจัดฝึกอบรมใหค้ วามร้แู ละฝกึ ทกั ษะใหแ้ กบ่ ุคลากรของกรมท่ีดนิ เพ่ือให้
สามารถปฏบิ ตั ิงานไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล
กิตติกรรมประกาศ
รายงานการวิจัย เร่ือง แนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ คณะผู้วิจัย
ได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือและคาแนะนาจากนายณรงค์ สืบตระกูล รองอธิบดี
กรมท่ีดิน นายเปลยี่ น แก้วฤทธิ์ รองอธบิ ดีกรมท่ดี ิน นายสรุ พล ศรีวิโรจน์ รองอธบิ ดกี รมท่ีดิน
นายวัชระ มาลัยมาตร ผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านออกหนังสือสาคัญ นางชุติมา ศูนยะคณิต
ผู้อานวยการส่วนบริหารงานรังวัดทาแผนที่เพื่องานออกโฉนด นายบวรวิทย์ เจริญสิน
ผู้อานวยการส่วนปฏิบัติการรังวัดและหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน สานักมาตรฐานการออก
หนังสือสาคัญ และเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด/สาขา หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและหัวหน้าฝ่ายรังวัด
ตลอดจนเจ้าหน้าท่ีทุกคนที่เก่ียวข้องในสานักงานท่ีดิน ท่ีให้โอกาสและให้ความร่วมมือใน
การสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถาม จนเป็นผลให้งานวจิ ัยคร้งั น้สี าเรจ็ ดว้ ยดี
ในด้านวิชาการคณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณ ผศ.ดร.ปิ่นกนก วงศ์ป่ินเพชร ดร.ตรีทิพ บุญแย้ม
ดร.สุจินดา ประเสริฐ อาจารย์ณัชชามน เปรมปลื้ม ดร.สิริลักษณ์ เที่ยงธรรม ซึ่งกรุณา
ถ่ายทอดความรู้ ให้คาแนะนาและให้คาปรึกษาการวิจัยในทุกเรื่อง และทาให้การศึกษาวิจัย
ครั้งน้ีสาเร็จลงได้โดยสมบูรณ์ ภายใต้การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจาก ดร.สุจินดา ประเสริฐ
ท่ีได้กรุณาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการศึกษาวิจัย คณะผู้วิจัย จึงขอขอบพระคุณอย่างสูง
ณ โอกาสน้ี
ผู้เข้ารบั การศึกษาอบรม
หลกั สตู รนักบริหารงานท่ดี นิ ระดบั สงู
รุน่ 37 กล่มุ ที่ 5
สารบัญ
บทคัดย่อ หนา้
กติ ติกรรมประกาศ (3)
สารบญั (5)
สารบัญภาพ (6)
สารบัญตาราง (8)
(10)
บทท่ี
1
1 บทนา 1
3
ท่ีมาและความสาคัญของปัญหา 3
4
วัตถุประสงค์ 5
6
ขอบเขตการวจิ ยั 7
ข้อจากัดการวจิ ัย 8
8
นิยามศพั ท์เฉพาะ
10
กรอบแนวคิดในการวิจยั
15
ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะได้รับ
13
2 เอกสารและงานวิจัยทเี่ ก่ียวข้อง
21
สถานการณแ์ ละข้อมลู การจดั การคาขอออกโฉนดที่ดนิ หรือหนงั สอื รบั รอง
การทาประโยชนจ์ ากหลักฐาน ส.ค.1 ณ วนั ท่ี 8 กมุ ภาพันธ์ 2553 22
กฎหมายเก่ยี วกับการจัดคาขอออกโฉนดทด่ี ินหรือหนงั สอื รับรับรองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ท่ีคา้ งดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553
หนังสอื เวยี นเกี่ยวกบั การจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสอื รับรองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ทค่ี ้างดาเนินการ ณ วันที่ 8 กมุ ภาพันธ์
2553
กระบวนการออกโฉนดท่ีดินและหนงั สอื รับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยการแกไ้ ขปัญหาการบุกรกุ ท่ีดินของรัฐ
พ.ศ.2545
งานวิจยั ทเี่ กีย่ วข้อง
(6)
สารบัญ (ต่อ) หนา้
25
บทท่ี 26
3 การดาเนินการวจิ ัย 27
29
ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง 30
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการวิจยั 31
การเก็บรวบรวมข้อมูล 31
การวิเคราะห์ขอ้ มูล 31
4 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู 38
การวิเคราะหข์ ้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 53
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชงิ ปริมาณ 64
การวเิ คราะหข์ อ้ มูลเพ่อื ตอบวตั ถุประสงคข์ องการวิจัย 64
การวิเคราะหข์ อ้ มูลเชิงคุณภาพ 66
5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ 76
สรุปผลการวิจัย 77
การอภิปรายผลการวจิ ัย 78
ข้อเสนอแนะผลการวิจยั 79
บรรณานุกรม 110
ภาคผนวก ก 111
ระเบียบและขอ้ กฎหมายท่ีเกยี่ วข้อง 120
ภาคผนวก ข 121
แบบสอบถาม แบบจาลอง และ แบบสัมภาษณ์ 128
ภาคผนวก ค 129
ภาพถ่ายคณะผู้วิจัยสมั ภาษณ์ผ้บู รหิ ารกรมท่ีดิน และผูบ้ รหิ ารสว่ นภมู ิภาค
ภาคผนวก ง
รายนามผู้เช่ยี วชาญ
(7)
สารบัญภาพ หน้า
6
ภาพที่ 32
1 กรอบแนวคิดการวิจัย 32
2 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ 33
3 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามอายุ 34
4 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามระดับการศกึ ษา 35
5 จานวนและรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามตาแหน่งปัจจบุ ัน 36
6 จานวนและรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามระดบั ตาแหนง่ 36
7 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาค
8 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์ 37
ทางานด้านทะเบยี น 39
9 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์ทางาน 41
43
ด้านรงั วัด 45
10 คา่ เฉลย่ี ปญั หารวมทุกดา้ น 49
11 ค่าเฉลย่ี ปญั หาด้านประชาชน 51
12 ค่าเฉลย่ี ปัญหาดา้ นบุคลากรสว่ นเจ้าพนกั งานทีด่ ิน 52
13 คา่ เฉลย่ี ปญั หาด้านบุคลากรส่วนเจ้าหน้าท่ี 53
14 คา่ เฉล่ียปัญหาด้านกระบวนการ
15 แบบจาลองแนวทางการจัดทาคาขอออกโฉนดทดี่ ิน
16 รอ้ ยละของความคดิ เห็นความเป็นไปได้ของแบบจาลอง
17 ร้อยละของความคิดเห็นความเหมาะสมของแบบจาลอง
(8)
สารบัญตาราง หน้า
31
ตารางท่ี 32
1 จานวนและรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ 33
2 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามอายุ 33
3 จานวนและรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระดับการศกึ ษา 34
4 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามตาแหนง่ ปัจจุบัน 35
5 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระดบั ตาแหน่ง 36
6 จานวนและรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาค 37
7 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์ 38
ทางานด้านทะเบียน 440
8 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์
42
ทางานดา้ นรังวัด
9 ค่าเฉลี่ย (x)̄ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) การแปลความ และการจัด 44
อนั ดับของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาพรวมปัญหาทางการจัดการ
คาขอออกโฉนดทด่ี ินหรอื หนังสอื รับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1 ทค่ี ้างดาเนนิ การ ณ วนั ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553
10 คา่ เฉล่ยี ( X ) คา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) การแปลความ และการจดั
อันดบั ของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามภาพย่อยรายขอ้ ของปัญหาด้าน
ประชาชนในการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนงั สือรบั รองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่คา้ งดาเนนิ การ ณ วันที่ 8 กมุ ภาพันธ์
2553
11 ค่าเฉลยี่ ( X ) คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) การแปลความ และการจัด
อนั ดบั ของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามภาพยอ่ ยรายขอ้ ของปญั หาดา้ น
บุคลากรส่วนเจา้ พนักงานทด่ี ินในการจดั การคาขอออกโฉนดท่ดี นิ หรือ
หนงั สือรับรองการทาประโยชนจ์ ากหลักฐาน ส.ค.1 ทีค่ ้างดาเนนิ การ ณ
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553
12 ค่าเฉล่ยี ( X ) คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การแปลความ และการจดั
อันดบั ของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาพยอ่ ยรายขอ้ ของปญั หาด้าน
บุคลากรสว่ นเจา้ หน้าท่ีปฏิบัติงานในการจดั การคาขอออกโฉนดทด่ี นิ หรอื
หนงั สอื รับรองการทาประโยชน์จากหลกั ฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ
วนั ที่ 8 กมุ ภาพนั ธ์ 2553
(9)
สารบัญตาราง (ต่อ) หน้า
46
ตารางท่ี
51
13 ค่าเฉลยี่ ( X ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)การแปลความ และการจัด
อันดับของผ้ตู อบแบบสอบถามจาแนกตามภาพย่อยรายข้อของปญั หาดา้ น 52
กระบวนการในการจัดการคาขอออกโฉนดท่ดี ินหรือหนังสอื รบั รองการทา
ประโยชน์จากหลกั ฐาน ส.ค.1 ทคี่ า้ งดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กมุ ภาพันธ์
2553
14 จานวนและร้อยละของความคดิ เห็นความเปน็ ไปได้ของแบบจาลอง
แนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดทดี่ นิ หรือหนังสอื รบั รองการทา
ประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนนิ การ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์
2553
15 จานวนและร้อยละของความคดิ เห็นความเหมาะสมของแบบจาลอง
แนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดนิ หรอื หนังสือรบั รองการทา
ประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีคา้ งดาเนนิ การ ณ วันท่ี 8 กุมภาพนั ธ์
2553
(10)
บทที่ 1
บทนา
ท่มี าและความสาคญั ของปัญหา
1วันที่ 1 ธันวาคม 2497 ได้มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินและพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ซ่งึ มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดนิ ได้
บญั ญัติวา่ ใหผ้ ู้ทไ่ี ด้ครอบครองและทาประโยชน์ในทีด่ ินอยู่กอ่ นวนั ทีป่ ระมวลกฎหมายทดี่ ินใชบ้ งั คับโดย
ไมม่ ีหนังสือสาคัญแสดงกรรมสิทธิท์ ่ีดนิ แจ้งการครอบครอง ต่อนายอาเภอทอ้ งที่ภายในหน่งึ ร้อย
แปดสิบวนั นบั แต่วนั ท่ีพระราชบัญญัตินใ้ี ช้บังคับตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกาหนด โดย
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิ
ขึ้นใหม่แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด ซึ่งการประกาศให้ราษฎรแจ้งการครอบครองท่ีดินดังกล่าวข้างต้น
เพราะเป็นนโยบายของรัฐอย่างหน่ึงเพื่อจะได้ทราบว่านอกจากที่ดินที่ทางราชการได้ออกหนังสือ
แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้กับราษฎรแล้วนั้น ยังคงมีที่ดินที่ราษฎรได้ครอบครองและทา
ประโยชน์อยู่โดยไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอีกเป็นจานวนเท่าใด เมื่อได้จานวนการถือครอง
ท่ีดินทั้งหมดแล้วทางการก็จะได้ทราบต่อไปอีกว่า ยังมีท่ีดินของรัฐเหลืออีกเป็นจานวนเท่าใดเพื่อจะ
ได้กาหนดนโยบายการใช้ประโยชน์ ในที่ดินของรัฐในส่วนที่ยังไม่มีผู้ถือครองที่ดินได้ถูกต้อง
ฉะนั้นหลังจากพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2497 มีผลบังคับใช้ ได้มีราษฎร
แจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) ทั้งสิ้นจานวน 7,386,730 ฉบับ บัดนี้ล่วงเลยระยะเวลามาแล้ว
ประมาณ 64 ปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซ่ึงพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับ
เร่ือยมาจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีราษฎรนาแบบแจ้งการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.1) มายื่นคาขอรังวัด
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสอื รับรองการทาประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และไม่มีทา่ ทีว่าจะหมดสิ้นไปทา
ให้ยากต่อการตรวจสอบถึงความถูกต้องและพยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพยานเอกสารหรือ
พยานบุคคลท่ีไม่สามารถตรวจสอบได้ รัฐจึงมีนโยบายและมาตรการท่ีจะเร่งรัดให้ราษฎร นา
หลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) มาดาเนินการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทาประโยชน์ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี (8 กุมภาพันธ์ 2553) และเมื่อพ้นกาหนดเวลา
ดงั กลา่ วหากมรี าษฎรนาหลักฐานส.ค.1 มาขอออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนังสือรับรองการทาประโยชน์อกี
จึงต้องย่ืนคาร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคาพิพากษาหรือคาส่ัง ถึงที่สุดว่า ผู้นั้นเป็นผู้ซึ่งได้
ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินโดยชอบด้วยกฎหมายอย่กู อ่ นวนั ท่ีประมวลกฎหมายทด่ี ินใช้
บังคับดังนั้นในปี พ.ศ. 2551 จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
ที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551ซึ่งมาตรา 8 บัญญัติว่า “ให้ผู้ซึ่งได้ครอบครองและทาประโยชน
ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน
และยังมไิ ด้ยน่ื คาขอออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สือรับรองการทาประโยชน นาหลักฐานการแจ้งการ
1หนังสือความเป็นมาของ ส.ค.1 และการทาความเหน็ เสนอต่อศาลยุติธรรมตามมาตรา 8 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายท่ดี นิ (ฉบบั ที่ 11) พ.ศ.2551
125
ครอบครองที่ดินนั้นมายื่นคาขอเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทาประโยชนต่อ
พนักงานเจาหน้าท่ีภายในสองปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ี ใช้บังคับ เมื่อได้รับคาขอและ
หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งแลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดาเนินการเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชนตามประมวลกฎหมายท่ีดินตอไป เม่ือพนกาหนด
เวลาตามวรรคหน่ึงหากมีผู้นาหลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชนพนักงานเจาหนาที่จะออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรอง การทา
ประโยชนใหได้ตอเมื่อศาลยุติธรรม ได้มีคาพิพากษาหรือคาส่ังถึงที่สุดวาผู้น้ันเป็นผู้ซึ่งได้
ครอบครองและทาประโยชนในท่ีดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน
ใชบังคับ ในการพิจารณาของศาลตามวรรคสามใหศาลแจงใหกรมที่ดินทราบ และใหกรมท่ีดิน
ตรวจสอบกับระวางแผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถายทางอากาศฉบับท่ีทาข้ึนก่อนสุดเท
าท่ีทางราชการมีอยู่ พรอมทั้งทาความเห็นเสนอตอศาลวาผู้นั้นได้ครอบครองหรือทาประโย
ชนในที่ดินนั้น โดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายท่ีดินใชบังคับหรือไม่ เพื่อ
ประกอบการพิจารณาของศาล ความเห็นดังกล่าวใหเสนอตอศาลภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับ
แต่วันได้รับแจงจากศาล เว้นแต่ศาลจะขยายระยะเวลาเป็นอย่างอื่น เพ่ือประโยชนแหงมาตราน้ี ผู
ครอบครองท่ีดินตามวรรคหน่ึงใหหมายความรวมถึงการครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินต
อเนื่องมาจากบุคคลดังกล่าวด้วย ปรากฏเมื่อพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
ที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 ฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 2 ต้ังแต่วันถัดจาก
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 29 ก ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์
2551) ปรากฏว่าวันท่ีครบกาหนด 2 ปี ตามมาตรา 8 วรรคแรก ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553
ซึ่งเป็นวันเสาร์ ฉะนั้นจึงต้องถือว่าวันที่ครบกาหนด 2 ปี คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นวัน
จันทร์ถือวันราชการทางานปกติ ตามมาตรา 64 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครอง พ.ศ. 2539 ดังนั้นภายในกาหนดระยะเวลา 2 ปีดงั กล่าว 2จึงมี ราษฎรมาย่ืนคาขอ
ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐานส.ค.1ณ สานักงานที่ดินทั่ว
ประเทศเป็นจานวนมากถึง 471,850 ราย แต่พนักงานเจ้าหน้าท่ีท่ีจะพิจารณาคาขอไม่สามารถ
ดาเนินการได้ทันภายในกาหนด ทาให้คาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
ค้างสะสมเป็นจานวนมากและสามารถดาเนินการเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์สิทธิในที่ดินได้
เพียง158,978 ราย โดยยังคงมีคาขอค้างดาเนินการอีกเป็นจานวนมากถึง 312,872 ราย ทาให้
กระบวนการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ล่าช้า จึงส่งผล
กระทบต่อภาพลกั ษณ์ที่ประชาชนมีตอ่ กรมที่ดิน การทราบถงึ ปัญหาและแนวทางการแกไ้ ขปัญหาการ
จัดการคาขอออกโฉนดท่ีดนิ หรือหนงั สอื รบั รองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ
ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 จะส่งผลให้กรมที่ดินสามารถดาเนินการจัดการคาขอตอบสนองความ
ตอ้ งการของประชาชนผู้ขอไดอ้ ย่างรวดเร็ว อนั เป็นการสร้างการบรกิ ารทดี่ รี กั ษาสทิ ธิของประชาชน
2ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 31มกราคม 2562 สานกั ผตู้ รวจราชการ
3
ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถดาเนินการจัดการ คาขอได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นการ
เพ่ิมศักยภาพของสานกั งานทีด่ ิน
ดังน้ันจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะผู้วิจัยจึงมีความสนใจท่ีจะศึกษาเร่ืองแนวทาง
การจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้าง
ดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาแนวทางการแก้ไข
ปัญหา และสร้างแบบจาลองแนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ผลประโยชน์
ท่ีได้รับ ได้แก่ การได้รับทราบปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดิน
หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์
2553 เพ่อื ใชเ้ ป็นข้อมูลในการวางแนวทางแผนและมาตรการในการพฒั นาและปรับปรุงการจัดการ
คาขอให้สามารถดาเนนิ การได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพส่งผลให้ปริมาณงานค้างลดลง การนา
ข้อมูลจากงานวิจัยเก่ียวกับปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553
มาใช้เพื่อสร้างแบบจาลองแนวทางการจัดการคาขอและใช้ต้นแบบสาหรับพนักงาน เจ้าหน้าท่ี
นาไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีคุณภาพประชาชน
ได้รับโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ซ่ึงออกจากหลักฐาน ส.ค.1 รวดเร็ว มาเป็น
หลักประกันความม่ันคงทางทรัพย์สินและเป็นการกระจายการถือครองที่ดิน ป้องกันการบุกรุกและ
ใช้เป็นหลักประกันการลงทุนต่าง ๆ ได้สานักงานที่ดินสามารถดาเนินการจัดการคาขอออกโฉนด
ท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลกั ฐาน ส.ค.1 คา้ งดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์
2553 ได้อย่างมีประสิทธิผลและกรมที่ดินมีภาพลักษณ์ท่ีดีได้รับความเช่ือถือจากประชาชน
เกิดความพึงพอใจในการให้บริการ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8กมุ ภาพนั ธ์ 2553
2. เพื่อสร้างแบบจาลองแนวทางการจัดการในการแก้ปัญหาการจัดการคาขอออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8
กมุ ภาพันธ์ 2553
ขอบเขตการวจิ ยั
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ใช้รูปแบบการศึกษาวิจัยแบบผสมผสาน (MixedMethod
Research) คอื การศกึ ษาวิจัยเชงิ ปรมิ าณและการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี
1. ขอบเขตดา้ นเนื้อหา
การวิจัยคร้ังน้ีมุ่งศึกษาปัญหาแนวทางการแก้ไขปัญหา และสร้างแบบจาลองกลวิธี
จัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้าง
ดาเนินการ ณ วันที่ 8 กมุ ภาพันธ์ 2553 ตามกฎหมายและระเบียบ ดงั นี้
4
1.1 มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี 11)
พ.ศ. 2551
1.2 หนังสือเวียนของกรมท่ีดินเกี่ยวข้องกับแนวทางปฏิบัติในการดาเนินการกับคาขอ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8
กุมภาพนั ธ์ 2553
1.3 แนวคดิ เกยี่ วกับสมรรถนะของกรมทีด่ นิ
2. ขอบเขตดา้ นประชากร
2.1 การวิจัยเชิงปริมาณ
ประชากรท่ีใช้ในการวิจัย คือ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้า
ฝ่ายรังวัด และเจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้องกับการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ ซ่ึง
รวมแล้วมีจานวน 6,122 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา หัวหน้าฝ่าย
ทะเบียน หัวหน้าฝ่ายรังวดั และเจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องกบั การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์ ท่ีได้คานวณโดยใช้ตารางสาเร็จรูปของ Krejcie and Morgan แล้วพบว่าขนาดของ
กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการกาหนดเป็นจานวน 364 คน โดยได้จัดเก็บจานวน 5 ภาค รวมเป็น
จานวน 380 คน
2.2 การวจิ ัยเชิงคุณภาพ
ผู้ใหข้ อ้ มูลสาคญั (key informants) ท่ใี ช้ในการวจิ ยั ครั้งน้ี 2 สว่ น ดังน้ี
2.2.1 ผู้บริหารส่วนกลาง ได้แก่รองอธิบดีกรมท่ีดิน 3 คนผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้าน
การออกหนังสือสาคัญ 1 คน ผู้อานวยการส่วนปฏิบัติการรงั วัดและออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
1 คน ผู้อานวยการส่วนบริหารงานรังวัดทาแผนท่ีเพ่ือออกโฉนดท่ีดิน 1 คน
2.2.2 เจ้าพนักงานที่ดิน หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและหัวหน้าฝ่ายรังวัดส่วนภูมิภาค
รวมจานวน 9 คน แบ่งออกเปน็ 2 ลกั ษณะ ดังนี้
1) สานักงานที่ดินที่มีการจัดการคาขอได้ดี ได้แก่ สานักงานที่ดินจังหวัด
เพชรบุรี สานักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาท่ายางและสานักงานที่ดินจังหวัด กาแพงเพชร
จานวน 5 คน
2) สานักงานที่ดินท่ีมีการจัดการคาขอได้ปกติ ได้แก่ สานักงานที่ดินจังหวัด
สุรนิ ทร์ และสานกั งานทดี่ นิ จงั หวดั สรุ ินทร์ สาขาปราสาท จานวน 4 คน
3. ขอบเขตดา้ นเวลา
ในการทาวิจัยคร้ังน้ีการวิจัย ระยะเวลาเก็บข้อมูลคือ ช่วงวันท่ี 4 มิถุนายน 2562
ถึงวนั ท่ี 28 มิถุนายน 2562
5
นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
แนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 หมายถึงกระบวนการจัดการคาขอ
ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8
กมภาพันธ์ 2553 ที่ดาเนินการให้การจัดการคาขอเคลื่อนไหวให้งานค้างลด จานวนลง
การจัดการคาขอประกอบด้วยด้านประชาชน ดา้ นบคุ ลากรและด้านกระบวนการ
ปัญหาการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 หมายถึง ข้อขัดข้องหรืออุปสรรค
ในการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก หลักฐาน ส.ค.1 ท่ี
ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 ประกอบด้วยด้านประชาชน ด้านบุคลากรและด้าน
กระบวนการ
แบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) หมายถึงหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดินของ
ราษฎร โดยผู้ครอบครองที่ดินเป็นผู้แจ้งว่าตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่ตามกฎหมาย แบบแจ้ง
การครอบครอง (ส.ค.1) ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิท่ีดินเพราะไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้ ที่ดิน
ท่ีมีหลักฐานแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) ผู้ครอบครองมีแต่สิทธิครอบครองซ่ึงสามารถโอนกันได้
เพียงแต่แสดงเจตนาสละการครอบครองและส่งมอบการถือครองที่ดินให้ผู้รับโอนเท่านั้น และผู้
ครอบครองที่ดินตามหลักฐานแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) สามารถยืน่ คาขอเพ่ือพิสูจน์สิทธิ
ในการออกโฉนดท่ดี ินหรอื หนังสือรับรองการทาประโยชน์ (น.ส.3 ,น.ส.3 ก หรือ น.ส.3 ข ) ได้
สมรรถนะ หมายถึง บุคลิกลักษณะที่ซ่อนอยู่ภายในบุคคล ซึ่งสามารถผลักดันให้บุคคล
น้ันสร้างผลการปฏิบัติงานที่ดี หรือตามเกณฑ์ที่กาหนดในการดาเนินการจัดการคาขอออกโฉนด
ท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8
กุมภาพันธ์ 2553 ที่ตนรับผิดชอบ ประกอบด้วยความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ค่านิยม บทบาททาง
สังคม บุคลกิ ลกั ษณะประจาของแตล่ ะบุคคล แรงจูงใจ
แบบจาลองการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 หมายถึงภาพข้ันตอนแสดงถึง
วิธีการดาเนินการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ จากหลักฐาน
ส.ค.1 ท่คี ้างดาเนินการ ณ วนั ที่ 8 กุมภาพนั ธ์ 2553 อย่างเป็นรปู ธรรมและชดั เจน
กรอบแนวความคดิ ในการวิจยั 6
ปัญหาดา้ นประชาชน ปัญหาและแนวทางการ
- ความเขา้ ใจในการยืน่ คาขอ แกไ้ ขปญั หาการจดั การ
- ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั หลกั ฐาน คาขอออกโฉนดทด่ี ินหรือ
- ทัศนคติ หนงั สือรบั รองการทา
- ความร่วมมอื ประโยชน์ทจ่ี ากหลักฐาน
ส.ค.1 ค้างดาเนินการ ณ
ปญั หาดา้ นบุคลากร วันท่ี 8กุมภาพนั ธ์ 2553
1.เจา้ พนกั งานที่ดิน
- ภาวะความเป็นผู้นา แบบจาลองแนวทางการ
- การตัดสนิ ใจ จัดการคาขอออกโฉนดท่ีดิน
- ความรคู้ วามสามารถ ห รื อ ห นั ง สื อ รั บ ร อ ง ก า ร ท า
2.เจ้าหนา้ ท่ผี ูป้ ฎบิ ัตงิ าน ประโยชน์จากหลักฐานส.ค.1
- ความเข้าใจการจัดการคาขอ ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8
- ความเข้าใจเก่ียวกบั ระเบยี บ กุมภาพันธ์ 2553
- ทักษะการทางาน
- การตดั สนิ ใจ
- ภาวะผูน้ า
- การทางานเป็นทีม
- แรงจงู ใจ
ด้านกระบวนการ
- การรบั คาขอ
- การรังวัด
- การตรวจสอบ
7
ประโยชน์ที่คาดว่าจะไดร้ ับ
1.การได้รับทราบปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553
เพอื่ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการวางแนวทางและหามาตรการในการพฒั นาและปรบั ปรุงการจัดการคาขอให้
สามารถดาเนินการได้อย่างรวดเรว็ มปี ระสทิ ธิภาพสง่ ผลให้ปริมาณงานค้างลดลง
2.การนาข้อมูลจากงานวิจัยเก่ียวกับปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการคาขอ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชนจ์ ากหลักฐาน ส.ค.1ท่ีคา้ งดาเนินการ ณ วันท่ี 8
กุมภาพันธ์ 2553 มาใช้เพื่อสร้างแบบจาลองแนวทางการจัดการ คาขอและใช้เป็นต้นแบบ
สาหรับพนักงานเจ้าหนา้ ท่ีนาไปใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงานใหเ้ ป็นไปทิศทางเดียวกันสง่ ผลการปฏบิ ัติงานท่ี
มคี ณุ ภาพ
3.ประชาชนได้โฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ซ่ึงออกจากหลักฐาน ส.ค.1
อนั เป็นหนังสือแสดงสิทธใิ นที่ดินมาเป็นหลักประกันความมัน่ คงทางทรัพยส์ นิ และเป็นการกระจาย
การถอื ครองทดี่ ิน ปอ้ งกนั การบุกรกุ และใชเ้ ปน็ หลกั ประกันการลงทนุ ตา่ งๆได้
4. สานักงานที่ดินสามารถดาเนินการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 ได้อย่างมี
ประสิทธิผลและไดม้ าตรฐาน
5.กรมท่ีดินมีภาพพจนท์ ี่ดี ไดร้ ับความเช่ือถอื จากประชาชนและเกดิ ความพึงพอใจ
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ยี วขอ้ ง
งานวิจัยเร่ืองแนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553มีแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัย
ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ดังนี้
1. สถานการณ์ และข้อมูลการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553
2. กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
จากหลกั ฐาน ส.ค.1 ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553
3. หนังสือเวียนกรมท่ีดินเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติการจัดการคาขอออก โฉนดท่ีดิน
หรอื หนังสือรับรองการทาประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.1 ณ วนั ท่ี 8 กมุ ภาพันธ์ 2553
4. กระบวนการออกโฉนดทีด่ ินและหนงั สือรับรองการทาประโยชน์
5.ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรกุ ท่ดี นิ ของรฐั พ.ศ. 2545
6. งานวจิ ัยทเี่ ก่ยี วข้อง
สถานการณ์และข้อมลู การจัดการคาขอออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรบั รองการทาประโยชน์จาก
หลกั ฐาน ส.ค.1 ณ วนั ท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553
1. สถานการณ์การจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1 ณ วนั ที่ 8 กมุ ภาพันธ์ 2553
จากประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.
2551 กาหนดให้ผู้มีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ไปย่ืนคาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์ ภายใน 2 ปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ภายใน 8
กุมภาพันธ์ 2553) หากพ้นกาหนดเวลาดังกล่าวจะต้องมีคาพิพากษาหรือคาส่ังศาลถึงท่ีสุดท่ีแสดง
วา่ ผู้ขอเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดิน โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่กอ่ นวนั ที่ประมวล
กฎหมายที่ดินใช้บังคับมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีทาให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ
ภายในกาหนดระยะเวลาสองปีดังกลา่ วมีราษฎรมายน่ื คาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐานส.ค.1ณสานกั งานท่ดี นิ ทว่ั ประเทศเปน็ จานวนมากถงึ 471,850 ราย
ยังคงมีคาขอค้างดาเนินการอีกเป็นจานวนมาก 312,872ราย(ข้อมูลสานักผู้ตรวจราชการตรวจสอบ
ณวนั ที่ 31มกราคม 2562) โดยมจี านวนคาขอค้างดาเนินการในพื้นท่ีจังหวดั ตา่ งๆ
9
สถานการณ์ปัญหาด้านประชาชนกล่าวคือประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการ
ย่ืน คาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐานส.ค.1 ณวันท่ี 8
กุมภาพันธ์ 2553 ในเรื่องพยานหลักฐานท้ังพยานบุคคลและพยานเอกสาร รวมท้ังไม่สามารถช้ี
ตาแหนง่ ทดี่ นิ ได้
สถานการณ์ปัญหาด้านเจ้าพนักงานท่ีดินและเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ยังขาด
ความรู้ความสามารถ และความเข้าใจในกฎหมาย ระเบียบ คาสั่ง ในการจัดการคาขอออกโฉนด
ทด่ี นิ หรือหนังสือรบั รองการทาประโยชน์จากหลกั ฐาน ส.ค.1 ณ วันท่ี 8 กมุ ภาพนั ธ์ 2553
สถานการณ์ ปัญ หาด้านกระบวนการจัดการคาขอกล่าวคือ เมื่อมีการบังคับใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 มาตรา 8 บัญญัติว่า
ผู้ครอบครองและทาประโยชนในท่ีดินอยูกอนวันท่ีประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยมีหลักฐาน
การแจงการครอบครองที่ดิน และยังมิไดยื่นคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน
นาหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดินน้ันมาย่ืนคาขอเพ่ือออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชนตอพนักงานเจาหน้าท่ีภายในสองปนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ทาให้มีผู้มา
ยื่นคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 เป็นจานวนมาก
และกรมที่ดินยังไม่มีมาตรการเพียงพอในการรับคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ประโยชนด์ ังกลา่ ว ทาใหเ้ กิดมีงานคา้ งสะสมเป็นจานวนมาก
2. ข้อมูลการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน
ส.ค.1 ณ วนั ท่ี 8 กมุ ภาพนั ธ์ 2553
ตามข้อมูลสานักผู้ตรวจราชการกรมที่ดินตามรายงานงานค้างการออกโฉนดที่ดิน
จากหลักฐาน ส.ค.1 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 พบว่ามีผู้มายื่นคาขอออกโฉนดที่ดิน
ห รือ ห นัง สือ รับ ร อ ง ก า ร ทา ป ร ะ โ ย ช น์ภ า ย ใ น เว ล า ที่ก ฎ ห ม า ย กา ห น ด ทั่ว ป ร ะ เท ศ มี จานวน
471,850ราย คงค้างอยู่จานวน 312,872 ราย แยกงานค้างเปน็ 2 ประเภท คอื
2.1 งานคา้ งฝ่ายทะเบียน จานวน 151,492 ราย โดยแยกสาเหตขุ องงานค้าง ดังน้ี
1. ระหวา่ งการพิจารณาของเจา้ หน้าท่ี จานวน 35, 462 ราย
2. ระหว่างการพจิ ารณาของ กบร. จานวน 3,010 ราย
3. ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฎกระทรวงฉบบั ท่ี 43
จานวน16,382 ราย
4. ระหว่างพิจารณาของหน่วยงานอื่น จานวน25,341ราย
5. ค้างอ่ืน ๆ จานวน 71,297 ราย
2.2 งานค้างฝ่ายรังวดั จานวน 161,380 ราย โดยแยกสาเหตขุ องงานค้าง ดังน้ี
1.ยงั ไมไ่ ด้ช้ีระวาง จานวน 114,794 ราย
2. ช้รี ะวางและนัดรงั วัดแล้ว จานวน 9,780 ราย
3. ชี้ระวางแล้วยงั ไม่ไดน้ ดั รังวัด จานวน 26,987 ราย
4. ค้างอื่น ๆ จานวน 9,819 ราย
10
กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐาน ส.ค.1 ทค่ี ้างดาเนนิ การ ณ วันที่ 8 กมุ ภาพันธ์ 2553
1.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 มาตรา 8
บัญญตั ิวา่
“ใหผ้ ซู้ ึ่งได้ครอบครองและทาประโยชนใ์ นทดี่ ินอยู่กอ่ นวนั ท่ีประมวลกฎหมายทด่ี ินใช้บังคับ
โดยมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินและยังมิได้ย่ืนคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์ นาหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินนั้นมายื่นคาขอเพื่อออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์ต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้
บังคับ เม่ือได้รับคาขอตามหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้พนักงาน
เจ้าหน้าทีด่ าเนนิ การเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนงั สอื รับรองการทาประโยชน์ตามประมวลกฎหมาย
ที่ดินต่อไป เม่ือพ้นกาหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีผู้นาหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดินมา
ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้ได้ต่อเมื่อศาลยุติธรรมได้มีคาพิพากษาหรือคาสั่งถึงที่สุดว่าผู้น้ัน
เป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันท่ีประมวล
กฎหมายทีด่ ินใชบ้ งั คับ
ในการพิจารณาของศาลตามวรรคสาม ให้ศาลแจ้งให้กรมท่ีดินทราบและให้กรมท่ีดิน
ตรวจสอบกับระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศฉบับท่ีทาข้ึนก่อนสุด
เท่าที่ทางราชการมีอยู่ พร้อมท้ังทาความเห็นเสนอต่อศาลว่าผู้น้ันได้ครอบครองหรือทาประโยชน์
ในทดี่ นิ นน้ั โดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันท่ปี ระมวลกฎหมายทด่ี ินใช้บงั คับหรือไม่ เพอ่ื ประกอบการ
พิจารณาของศาล ความเห็นดังกล่าวให้เสนอต่อศาลภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้ง
จากศาล เว้นแตศ่ าลจะขยายระยะเวลาเป็นอย่างอ่นื
เพ่ือประโยชน์แห่งมาตราน้ี ผู้ครอบครองท่ีดินตามวรรคหน่ึงให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้
ครอบครองและทาประโยชน์ในทด่ี ินต่อเนอ่ื งจากบคุ คลดังกล่าวด้วย”
2.ประมวลกฎหมายทดี่ นิ มาตรา 59 บัญญัตวิ ่า
“ในกรณี ท่ีผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา 58แล้วหรือไม่
กต็ าม เมื่อพนักงานเจา้ หนา้ ทพี่ ิจารณาเห็นสมควร ให้ดาเนินการออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสอื รับรอง
การทาประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีประมวลกฎหมายนี้กาหนดเพื่อ
ประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองท่ีดินตามวรรคหน่ึงให้หมายความรวมถึงผู้ซ่ึงได้
ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ดี ินต่อเน่อื งมาจากผ้ซู ึ่งมหี ลักฐานการแจง้ การครอบครองด้วย”
11
3. กฎระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายทีด่ นิ พ.ศ.2497
ขอ้ 10เม่ือได้พิสูจนส์ อบสวนการทาประโยชน์แล้วปรากฏว่าได้มีการครอบครองและทาประโยชน์
ตาม สม ค วรแ ก่สภ าพ ที่ดิน ใน ท้อง ถิ่น ต ล อ ด จน ส ภ าพ ข อ งกิจ ก ารที่ได้ ทาประโยชน์ให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ดี าเนนิ การดงั น้ี
(1) ประกาศการออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้ทราบมีกาหนดสามสิบวัน
ประกาศนั้นให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ สานักงานที่ดินท้องที่สานักงานเขตหรือท่ีว่าการอาเภอหรือ
ท่ีว่าการกิ่งอาเภอท้องที่ทีท่ าการแขวงหรือท่ีทาการกานนั ท้องท่ี และในบริเวณท่ีดินน้ัน แห่งละหนึ่ง
ฉบับในเขตเทศบาลให้ปดิ ไว้ ณ สานกั งานเทศบาลอกี หน่ึงฉบับ
(2) ถ้าปรากฏว่าท่ีดินน้ันไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธุ์
สัตว์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตท่ีไดจ้ าแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและท่ีดิน
น้ันไม่เป็นที่ดินซึ่งต้องห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ตามข้อ ๕และไม่มีผู้คัดค้าน
ภายในกาหนดเวลาทป่ี ระกาศตาม (1) ใหพ้ นักงานเจ้าหน้าทอี่ อกหนังสอื รับรองการทาประโยชน์ให้ได้
(3) ปรากฏว่าที่ดินนั้นต้ังอยู่ในตาบลที่มีป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติพนื้ ที่รกั ษาพันธุ์
สัตว์ป่าพ้ืนที่ห้ามล่าสัตว์ป่าหรือพื้นที่ที่ได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและ
กรมป่าไม้หรือกรมพัฒนาที่ดินยังไม่ได้ขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษา
พันธ์ุสัตว์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ลง
ในระวางรูปถ่ายทางอากาศเพื่อการออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์หรือกรณีที่ขีดเขต
แล้วแต่ที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์มีอาณาเขตติดต่อคาบเก่ียวหรืออยู่ในเขตป่า
สงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จาแนกให้
เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังคณะกรรมการร่วมกันออกไป
ตรวจพิสูจน์ท่ีดินประกอบด้วยป่าไม้อาเภอหรือผู้ท่ีป่าไม้จังหวัดมอบหมายสาหรับท้องท่ีที่ไม่มีป่าไม้
อาเภอเจ้าหน้าที่บริหารงานท่ีดินอาเภอ ปลัดอาเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง)และกรรมการอื่นตามท่ี
เห็นสมควรเมื่อคณะกรรมการดังกล่าวได้ทาการตรวจพิสูจน์เสร็จแล้วให้เสนอความเห็นตอ่ ผู้ว่า
ราชการจังหวัดว่าสมควรออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้ได้หรือไม่เพียงใด สาหรับที่ดินที่ได้
จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้ขีดเขตหรือขีดเขตแล้วแต่ที่ดิน
ดังกล่าวมีอาณาเขตคาบเกี่ยวกับเขตท่ีได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรให้แต่งตัง้ ผู้แทนกรมพัฒนา
ทีด่ นิ เป็นกรรมการด้วย
4. ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการรายงานผลการปฏิบัติงาน และการจัดการงานค้างของ
สานกั งานท่ดี นิ พ.ศ. 2555
ข้อ 87 กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีสามารถสั่งยกเลิกคาขอรังวัดออกหนังสือแสดงสิทธิ
ในทีด่ นิ จากหลกั ฐาน ส.ค.1 ได้แก่
12
(1) กรณีท่ีดินอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ หากตรวจสอบแล้วปรากฏชัดเจนว่าเป็นการ
แจ้ง ส.ค.1 ในพ้ืนที่ต้องห้าม ให้เจ้าพนักงานท่ีดินสั่งยกเลิกคาขอและหมายเหตุไว้ในบัญชี
ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจง้ ผขู้ อทราบตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธปี ฏิบัติราชการทางปกครอง
(2) กรณีที่ดินอยู่ในเขตป่าคุ้มครองหรือเขตป่าสงวน ซ่ึงออกตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ.2481ท่ีได้ประกาศมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ หาก
ตรวจสอบแล้วปรากฏชัดเจนจากหลักฐาน ส.ค.1ว่าเป็นการแจ้งการครอบครองท่ีดินภายหลังการ
ประกาศเป็นเขตป่าคุ้มครองหรือเขตป่าสงวน ย่อมเป็นการแจ้งท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เจ้า
พนักงานท่ีดินสั่งยกเลิกคาขอและหมายเหตุไว้ในบัญชีท่ีเก่ียวข้อง พร้อมท้ังแจ้งให้ผู้ขอทราบตาม
กฎหมายวา่ ด้วยวธิ ปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง
(3) กรณีพนักงานเจ้าหน้าท่ีรับคาขอไว้โดยยังไม่มีการสอบสวน หรือยังไม่มีการ
ชี้ระวาง หรือยังไม่มีการวางเงินมัดจารังวัดหรือไม่มาติดต่อเพื่อนัดทาการรังวัด ซึ่งพนักงาน
เจ้าหน้าท่ีได้มีหนังสือแจ้งผู้ขอให้มาดาเนินการแต่ผู้ขอไม่มา และได้มีหนังสือเตือนโดยส่งทาง
ไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั แจ้งผูข้ อไปอีกครงั้ หน่งึ แลว้ ใหเ้ จ้าพนักงานท่ีดินสงั่ ยกเลกิ คาขอและ
หมายเหตุไว้ในบัญชีท่ีเก่ียวข้อง พร้อมทั้งแจ้งผู้ขอทราบตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง
(4) กรณีผู้ขอย่ืนคาขอเพื่อรักษาสิทธิโดยไม่ทราบตาแหน่งที่ดินท่ีขอออกโฉนดท่ีดิน
หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ จากหลักฐาน ส.ค.1 ไม่สามารถช้ีระวางเพื่อออกโฉนดท่ีดินได้
แสดงว่าผู้ขอมไิ ด้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินแปลงน้นั จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะออกโฉนด
ท่ีดินให้ได้ ให้เจ้าพนักงานทด่ี ินส่ังยกเลิกคาขอ และหมายเหตุไว้ในบัญชีทเี่ กีย่ วข้อง พร้อมทั้งแจ้งผู้
ขอทราบตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธีปฏิบตั ริ าชการทางปกครอง
(5) กรณีท่ีทาการรังวัดพิสูจน์สอบสวนแล้วปรากฏว่าที่ดินท่ีขอรังวัดไม่ตรงตาม
ตาแหน่ง ส.ค.1 และผู้ขอยืนยันว่าไม่มีที่ดินแปลงอื่นอีก ให้มีหนังสือแจ้งผลการรังวัดให้ผู้ขอทราบ
หากผู้ขอประสงคย์ กเลิกคาขอให้เจ้าพนกั งานที่ดินส่ังยกเลกิ คาขอ แต่หากผู้ขอยืนยนั ให้ดาเนนิ การ
ออกโฉนดทดี่ นิ โดยไมป่ ระสงค์จะยกเลิกคาขอหรอื ผ้ขู อไดร้ บั หนงั สอื แจ้งแลว้ ไม่มาติดตอ่ ดาเนินการ
เม่ือครบกาหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้เจ้าพนักงานที่ดินส่ังยกเลิกคาขอและ
แจง้ ผูข้ อทราบตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวธิ ปี ฏิบัติราชการทางปกครอง
(6) กรณีที่ดินท่ีขอรังวดั ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไม่ตรงตาแหนง่ แตผ่ ู้ขอยืนยัน
ว่ามีที่ดินแปลงอื่นที่คาดว่าจะเป็นท่ีดินตามตาแหน่ง ส.ค.1 เป็นการนารังวัดผิดแปลง ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งผู้ขอทราบ หากผู้ขอประสงค์ยกเลิกคาขอให้เจ้าพนักงานที่ดินส่ังยกเลิกคาขอ
และแจ้งให้ผู้ขอทราบว่าผลการยกเลิกคาขอดังกล่าวไม่กระทบสิทธิท่ีจะยื่นคาขอใหม่ แต่เป็นการ
ยื่นคาขอภายหลังวันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 จะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 8 แห่ง
พระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายท่ีดนิ (ฉบบั ที่ 11) พ.ศ.2551หากผูข้ อยงั คงยืนยนั ให้
13
ออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน โดยไม่ประสงค์ยกเลิกคาขอ หรือได้รับหนังสือแจ้งแล้วไม่มาติด
ต่อเมื่อครบกาหนด 30 วัน นับแต่วันท่ีผู้ขอได้รับหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินส่ังยกเลิกคาขอ
และแจ้งใหผ้ ู้ขอทราบตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง
(7) กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าท่ีดินแปลงดังกล่าวมีการออกหนังสือ
แสดงสิทธิในที่ดินไปแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีตรวจสอบว่าที่ดินที่ได้ออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินนั้นเป็นการออกไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากเป็นการออกไปโดยชอบและมิใช่
ตาแหน่งท่ีดินตามส.ค.1ที่ผู้ขอนามาเป็นหลักฐานให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอทราบ หากผู้ขอประสงค์จะ
ยกเลิกคาขอ ให้เจ้าพนักงานที่ดินส่ังยกเลิกคาขอ แต่หากผู้ขอยังคงยืนยันให้พนักงานเจ้าหน้าท่ี
ดาเนินการออกโฉนดท่ีดินให้ หรอื ไมม่ าติดตอ่ ดาเนินการ เม่ือครบกาหนดสามสิบวันนับแตว่ ันทไ่ี ด้รับ
หนังสือแจ้ง ให้เจ้าพนักงานท่ีดินส่ังยกเลิกคาขอและแจ้งให้ผู้ขอทราบตามกฎหมายว่าด้วยวิธี
ปฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง
หนังสือเวียนกรมที่ดินเก่ียวกับแนวทางปฏิบัติการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนังสอื รับรองการทาประโยชนจ์ ากหลักฐาน ส.ค.1 ณ วนั ท่ี 8 กุมภาพนั ธ์ 2553
1. หนังสือกรมท่ีดิน ด่วนที่สุด ที่ มท 0516.2(1)/ว 7190 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์
2553 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการดาเนินการกับคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทา
ประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีได้ย่ืนไว้ต้ังแต่วันท่ี 7 กุมภาพันธ์ 2551 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์
2553
1.1 สานักงานท่ีดินที่มคี าขอเกดิ ไม่มาก และสามารถดาเนินการตามขน้ั ตอนปกติได้
ให้เร่งรดั ดาเนินการออกโฉนดทดี่ นิ ให้แกร่ าษฎร
1.2 สานักงานท่ีดินแห่งใดท่ีมีคาขอเกิดมาก และในวันรับคาขอยังไม่มีการช้ีระวาง
ใหด้ าเนนิ การ ดงั นี้
(1) นาคาขอทั้งหมดแยกเป็นอาเภอ ตาบล และหมู่บ้าน
(2) นาคาขอที่เกิดในแต่ละหมู่บ้านมาตรวจสอบว่ามี ส.ค.1 จานวนก่ีแปลง
และมี ส.ค.1 แปลงใดที่นามาเป็นหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดินหลายแปลง ให้จาแนกข้อมูล
จานวนแปลงในแต่ละหมู่บ้าน แล้วจัดทาบัญชีหมู่บ้านไว้ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบตาแหน่ง
ท่ีดนิ ในภายหลัง
(3) เม่ือได้คาขอและจานวนแปลงแล้วให้ตรวจสอบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ใน
ระวางรูปถ่ายทางอากาศหรือระวางแผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศหมายเลขใด ให้ลงหมายเลขระวาง
และบัญชเี พื่อง่ายแก่การตรวจสอบ ถ้าสามารถระบุตาแหน่ง ส.ค.1 ในระวางได้ก็ให้หมายเหตุไว้ให้
ทราบ
14
(4) ที่ดินแปลงใดไม่สามารถกาหนดตาแหน่งในระวางได้ ให้สานักงานท่ีดิน
กาหนดนัดวัน เวลา และสถานท่ีในการลงพื้นท่ีแต่ละหมู่ แต่ละตาบล เพื่อให้ราษฎรท่ีย่ืนคาขอไว้มา
นาชี้ตาแหน่งท่ีดินในระวาง โดยแจ้งให้ผู้ขอทราบเป็นกลุ่มตามหมู่และตาบลในการช้ีตาแหน่งอาจ
ใชเ้ ครอื่ ง GPS ชว่ ยหาตาแหนง่ ท่ดี ิน
(5) เมื่อได้ทราบตาแหน่งท่ีดินครบถ้วนแล้วให้ตรวจสอบในเบ้ืองต้นว่ามีที่ดิน
แปลงใดอยู่ในพื้นท่ีต้องห้ามมิให้ออกโฉนดท่ีดิน ให้แยกเป็นกลุ่มที่น่าจะยกเลิกคาขอเป็นกลุ่มที่ 1
กลมุ่ ท่นี ่าจะออกหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี ินได้แต่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบตามระเบียบกฎหมาย
เพ่ิมเติมเป็นกลุม่ ท2่ี และกลุ่มทส่ี ามารถออกโฉนดทด่ี นิ ได้ตามปกตเิ ป็นกลุ่มที่3
(6) กลุ่มท่ี 1 หากตรวจสอบแล้วเป็นการแจ้ง ส.ค.1ในพ้ืนท่ีต้องห้ามโดยชัดแจ้ง
ว่าได้มาภายหลังการเป็นที่หวงห้าม ให้เจ้าพนักงานที่ดินสั่งยกเลิกคาขอและแจ้งให้ผู้ขอทราบตาม
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และหมายเหตุในบัญชีการรับคาขอว่า
ยกเลกิ เพราะเหตใุ ดพรอ้ มลงลายมือชื่อ และวนั เดอื น ปี กากบั ไว้
(7) กลุ่มที่ 2 ให้ตรวจสอบในระวางว่าทดี่ ินแปลงขา้ งเคียง ได้มีการออกหนังสือ
แสดงสิทธิในที่ดินไปแล้วหรือไม่ ตรวจสอบสารบบที่ดินแปลงข้างเคียงว่าสอดคล้องสัมพันธ์กับ
ส.ค.1 ท่ีผู้ขอนามาเป็นหลักฐานหรือไม่ ถ้าไม่มีด้านใดสัมพันธ์กับ ส.ค.1 และสามารถพิสูจน์ได้
ชัดเจนว่าตาแหน่งท่ีดินท่ีขอออกโฉนดท่ีดินไม่ใช่ที่ดินตาม ส.ค.1 ให้ส่ังยกเลิกคาขอและแจ้งผู้ขอ
ทราบ
(8) กลุม่ ที่ 2 และกล่มุ ท่ี 3 หากตรวจสอบแล้วพบว่าสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า
ตาแหนง่ ท่ีดนิ ทขี่ อออกโฉนดทีด่ นิ เปน็ ท่ีดนิ ตาม ส.ค.1 ให้ดาเนนิ การนดั รงั วดั ใหผ้ ู้ขอ
1.3 หากพิจารณาแลว้ วา่ มีคาขอมากเกินกวา่ อตั รากาลังของสานักงานทดี่ ินให้เขียน
แผนงาน/โครงการเพ่ือเสนอแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอัตรากาลัง เคร่ืองมือเครื่องใช้และ
งบประมาณ โดยดาเนินการดังน้ี
(1) แยกคาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินตาม ส.ค.1 ออกจากงานรังวัด
ประเภททวั่ ไปอื่นๆ
(2) กาหนดใหม้ กี ารใชเ้ วลาทางานในวนั หยดุ ราชการเพ่มิ เตมิ
(3) พิจารณาว่าจะสามารถนัดรังวัดเป็นกลุ่มตามคาขอที่เกิดได้หรือไม่ หาก
สามารถดาเนินการไดใ้ หแ้ บง่ เจ้าหน้าที่รบั ผิดชอบเป็นกล่มุ ๆ
(4) หากปริมาณคาขอในสานักงานที่ดินน้ันยังคงมีจานวนมากเกินกว่า
อัตรากาลังของสานักงานที่ดินน้ัน ให้รายงานเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดทราบ เพ่ือขอให้เกลี่ ย
อัตรากาลังของสานักงานท่ีดินที่มีปริมาณงานน้อยไปช่วยสานักงานท่ีดินท่ีมีปริมาณงานมากเป็น
การชัว่ คราว
15
(5) กรณีเจ้าพนักงานท่ีดินไม่สามารถบริการจัดการในเรื่องเกลี่ยอัตรากาลัง
ในจงั หวัดได้ ใหร้ ายงานกรมท่ดี ินทราบ
(6) ในพ้ืนที่ใดมีศูนย์อานวยการเดินสารวจออกโฉนดท่ีดินเข้าไปดาเนินการ
ให้สานักงานที่ดินประสานกับศูนย์ฯ หากปริมาณงานมากและเป็นกลุ่มใหญ่พอท่ีจะให้ศูนย์ฯเข้า
ดาเนินการได้โดยไม่กระทบกบั แผนงานปกติของศนู ยฯ์ และเปน็ พ้ืนทีท่ ่ีอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ศี ูนย์ฯจะ
ดาเนนิ การได้เสร็จภายในปีงบประมาณนน้ั ใหส้ านักงานที่ดินส่งมอบคาขอออกโฉนดท่ีดนิ ตามหลัง
ฐาน ส.ค.1 ทผ่ี ขู้ อยื่นไว้ภายในวันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 ใหศ้ ูนย์ฯรับไปดาเนนิ การ
2. หนังสือกรมท่ีดิน ด่วนที่สุด ที่ มท 0516.5/ว22021 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2555 เรื่อง
แนวทางปฏิบัติในการดาเนินการกับคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ตาม
หลกั ฐาน ส.ค.1 ทไี่ ด้ย่นื ไวต้ งั้ แต่วันท่ี 7 กุมภาพนั ธ์ 2551 ถงึ วันท่ี 8 กมุ ภาพันธ์ 2553
2.1 ให้สานักงานท่ีดินทุกแห่งตรวจสอบคาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินจาก
หลักฐาน ส.ค.1ว่ามีจานวนเท่าใด เกนิ กว่าอัตรากาลังเจ้าหน้าที่ท่ีมอี ยู่หรือไม่ สามารถนัดรงั วัดตาม
คิวรงั วัดปกติไม่เกิน1เดือนหรอื ไม่ ถา้ สามารถนัดรังวัดตามคิวรังวดั ปกตไิ ด้กใ็ ห้ดาเนนิ การรังวดั ออก
หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ราษฎรไปตามปกติ โดยไม่ต้องจัดทาแผนงาน/โครงการแยกต่างหาก
จากงานรังวดั แบง่ แยก สอบเขตและอ่ืนๆซง่ึ เปน็ งานปกติ
2.2 หากสานักงานที่ดินใดมีคาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจากหลักฐาน ส.ค.1
เกินกว่าอัตรากาลังเจ้าหน้าท่ีท่ีมีอยู่ และไม่สามารถนัดรังวัดตามคิวปกติคือมีคิวรังวัดเกินกว่า 1
เดือน ให้สานักงานท่ีดินนั้นจัดทาแผนงาน/โครงการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามหลักฐาน
ส.ค.1 แยกออกจากงานรังวัดแบ่งแยก สอบเขตและอ่ืนๆ โดยให้นาคาขอที่ได้ลงบัญชีนัดรังวัด
(ร.ว.12) รวมกับคาขอรังวัดประเภทอื่นไว้แล้ว แยกเป็นบัญชีนัดรังวัดประเภทออกหนังสือแสดง
สิทธิในท่ีดินจากหลักฐาน ส.ค.1 เป็นอีกเล่มหนึ่งต่างหาก เพื่อนาคาขอดังกล่าวมาจัดทาแผนงาน/
โครงการหนงั สือแสดงสิทธิในทดี่ นิ ตามหลกั ฐาน ส.ค.1
2.3 ในการจัดทาแผนงาน/โครงการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามหลักฐาน ส.ค.1
หากสานักงานท่ีดินใดสามารถบริหารจัดการได้โดยใช้ช่างรังวัดของสานักงานที่ดินเองหรือเกล่ีย
อัตรากาลังจากสานักงานท่ีดินอ่ืนที่มีงานรังวัดน้อยกว่าไปช่วยได้ หรือการนัดรังวัดเป็นงานกลุ่ม ก็
ใหส้ านักงานท่ดี นิ น้นั ดาเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามแผนงาน/โครงการท่ีได้จัดทาขึ้น และใหม้ ีการติดตาม
งานและมีการประเมินผลให้เป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่ได้วางไว้อย่างเป็นรปู ธรรม
2.4 ถ้าจังหวัดใดมีคาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจากหลักฐาน ส.ค.1 มากเกินกว่า
อัตรากาลังของจังหวัดจะดาเนินการได้ และปริมาณงานมีจานวนมากพอและเป็นกลุ่มซึ่งอยู่ใน
หลักเกณฑ์ที่ทาโครงการออกโฉนดที่ดินแบบท้องถ่ินได้ ให้รายงานกรมที่ดินเพ่ือจัดทาโครงการ
ออกโฉนดที่ดินแบบท้องถ่ิน เพอ่ื แกไ้ ขปัญหางานรงั วัดต่อไป
16
2.5 ให้สานักงานที่ดินทุกแห่งตรวจสอบ ส.ค.1 ท่ีผู้ขอนามาขอออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินโดยละเอยี ดว่า ส.ค.1ที่นามาเปน็ หลกั ฐานได้มีการออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นทดี่ ินไปแลว้ หรือไม่
หรือเป็นการแจ้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากปรากฏว่าได้มีการออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ทดี่ ินไปแล้ว หรือเป็น ส.ค.1ที่แจ้งไว้โดยไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย ก็ใหส้ านักงานท่ีดนิ ยกเลิกคาขอและ
แจ้งสิทธิอุทธรณ์ให้ผู้ขอทราบหรือจาหน่าย ส.ค.1 ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินตาม
ระเบยี บ
2.6 หากสานักงานที่ดินใดมีคาขอรงั วดั ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจากหลักฐาน ส.ค.
1จานวนมากเกินกว่าอัตรากาลังเจ้าหน้าที่ โดยมิได้จัดทาแผนงาน/โครงการ รวมทั้งไม่ได้แยกเป็น
บัญชีนัดรังวัดประเภทรังวัดออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจากหลักฐานส.ค.1 เป็นอีกเล่มหน่ึง
ต่างหากตามหนังสือส่ังการนี้ และปรากฏว่าสานักงานที่ดินนั้นยังมีคิวรังวัดนานเกินกว่า 1 เดือน
เพราะเหตุดงั กลา่ วกรมที่ดนิ พจิ ารณาดาเนินการกบั ผทู้ ี่เก่ยี วขอ้ งตามสมควรแก่กรณี
3. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0516.5/ว4470 ลงวันที่ 18กุมภาพันธ์ 2556 เร่ือง การสั่ง
ยกเลิกคาขอออกโฉนดทีด่ นิ
3.1 กรณีมีผู้มาย่ืนคาขอออกโฉนดที่ดินโดยพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้ทาการรังวัดและ
ประกาศครบกาหนดแล้วและไม่มีเหตุขัดข้องอ่ืน ให้เจ้าพนักงานท่ีดินดาเนินการออกโฉนดที่ดินให้แก่
ผูข้ อและเรียกผู้ขอมารับโฉนดที่ดินโดยเรว็
3.2 กรณีเร่ืองอยู่ระหว่างดาเนินการ แต่ยังไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้เนื่องจากอยู่
ระหว่างตรวจสอบของหน่วยงานอื่น ถ้ายังไม่ได้รับแจ้งผลจากหน่วยงานนั้นให้มีหนังสือสอบถาม
เป็นระยะๆ
3.3 กรณีเรื่องใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะออกโฉนดที่ดินให้ผู้ขอได้ ให้เจ้าพนักงานที่ดิน
ส่ังยกเลิกคาขอและแจ้งผู้ขอทราบ เพ่ือใช้สิทธิอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง พ.ศ.2539 โดยเร็ว หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถออกโฉนดท่ีดินได้ ห้ามมิให้เก็บ
เรื่องไว้โดยไม่ส่ังยกเลิกคาและแจ้งผู้ขอทราบโดยเด็ดขาดหากปรากฏว่ามีการรอ้ งเรียนวา่ เจ้าหน้าที่
ไม่ออกโฉนดท่ดี ินให้และเป็นกรณที ่ีไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดท่ีดินได้ แต่เจ้าพนักงานที่ดิน
ไม่ได้สั่งยกเลิกคาขอในเร่ืองน้ัน กรมที่ดินจะพิจารณาสมรรถนะของเจ้าพนักงานท่ีดินตามควรแก่
กรณี
4. หนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท 0516.5/ว 14178 ลงวันท่ี 14 มิถุนายน 2559 เร่ือง การ
ดาเนนิ การในเร่อื งคาขอออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรบั รองการทาประโยชนท์ ี่ค้างดาเนินการ
4.1 กรณีผู้ขอไม่สามารถช้ีระวางเพ่ือการออกโฉนดที่ดิน หรือไม่ทราบตาแหน่งท่ีดิน
หรือมไิ ดเ้ ป็นผ้คู รอบครองและทาประโยชน์ในทดี่ ิน ให้เจ้าพนกั งานท่ดี ินส่ังยกเลกิ คาขอ
17
4.2 กรณีคาขอท่ียังไม่มีการสอบสวน หรือยังไม่มีการช้ีระวาง หรือยังไม่มีการวางเงินมัด
จารังวดั หรือไม่มาตดิ ต่อเพอ่ื ทาการรังวดั ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าทีม่ ีหนงั สือแจง้ ผู้ขอมาดาเนินการแล้ว
แต่ผู้ขอไม่มาให้พนกั งานเจ้าหน้าท่มี หี นงั สือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบยี นตอบรับแจ้งผู้ขออกี ครัง้ หนึ่ง
ตามแบบท้ายระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการรายงานผลการปฏิบัติงานและการจัดการงานค้างของ
สานกั งานทด่ี ิน พ.ศ.2555 ข้อ 87.3.1เมื่อพ้นกาหนดระยะเวลาให้เจ้าพนกั งานทด่ี ินสง่ั ยกเลิกคาขอ
4.3 กรณีปรากฏหลักฐานว่าตาแหน่งท่ีดินที่ย่ืนคาขอมีการออกหนังสอื แสดงสทิ ธิในท่ีดิน
ไปแล้ว หากตาแหน่งที่ดินเป็นตาแหน่งเดียวกันกับหลักฐาน ส.ค.1 ให้เจ้าพนักงานท่ีดินส่ังยกเลิก
คาขอและดาเนินการหมายเหตุใน ส.ค.1 และทะเบียนการครอบครองท่ีดินว่าได้มีการออกเป็น
หนงั สอื แสดงสทิ ธิในท่ดี นิ เลขทใ่ี ด ต้งั แต่เมื่อใด
4.4 กรณีปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งตามเอกสารซงึ่ ผู้ขอนามาเปน็ หลักฐานในการยืน่ คาขอ
ออกหนงั สือแสดงสทิ ธิในท่ีดนิ วา่ ไดม้ ีการครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดนิ ภายหลังจากการเป็น
ท่ีดินของรัฐตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0516.2/ว 19473 ลงวันท่ี 6 กรกฎาคม 2547 เรื่อง การ
ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ ข้อ 2ให้เจ้าพนักงานที่ดินส่ังยกเลิกคาขอ หากมี
หลักฐาน ส.ค.1 ให้จาหน่าย ส.ค.1 ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดิน ตามคาสั่งกรมที่ดิน
ที่ 23/2513 ลงวนั ท่ี 27 พฤษภาคม 2513 เรื่อง จาหน่าย ส.ค.1 ออกจากทะเบียนการครอบครอง
ทด่ี ิน
ในการช้ีระวางแผนท่ีหากปรากฏว่า ตาแหน่งท่ีดินท่ีขอรังวัดอยู่ในเขตท่ีดินของรัฐ
แต่ตามหลักฐาน ส.ค.1ปรากฏว่าเป็นการได้มาภายหลังเป็นที่ดินของรัฐให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีแจ้ง
และบันทึกถ้อยคาของผู้ขอทราบ ว่ากรณีดังกล่าวเป็นการได้มาภายหลังการเป็นท่ีดินของรัฐ ที่ดิน
ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ในการออกโฉนดท่ีดิน เม่ือผู้ขอยินยอมให้ยกเลิกคาขอให้เจ้าพนักงานท่ีดินมี
คาสั่งยกเลิกคาขอ แต่หากผู้ขอยืนยันให้ดาเนินการรังวัดให้บันทึกถ้อยคาผู้ขอไว้เป็นหลักฐานและ
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดาเนินการรังวัดแล้วให้เจ้าพนักงานท่ีดินพิจารณาเรื่องการออกโฉนดท่ีดิน
ตามขอ้ เทจ็ จริงทป่ี รากฏและสงั่ การไปตามอานาจหนา้ ท่ี
4.5 ในการสั่งยกเลิกคาขอ ให้เจ้าพนักงานที่ดนิ แจ้งสิทธิในการอุทธรณ์และฟ้องคดีให้
ผขู้ อทราบ ตามพระราชบัญญัตวิ ิธปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง
5. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท 0516.5/ว 9780 ลงวันท่ี 25 เมษายน 2561 เรื่อง มาตรการเร่งรัด
การออกหนงั สอื แสดงสิทธิในท่ดี ิน
5.1 ให้จัดทาคาสั่งพิจารณามอบหมายงานให้เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานทุกคนในฝ่าย
ทะเบียนทงั้ งานนิตกิ รรม 1 และนิติกรรม 2ร่วมกันสะสางงานค้างดังกลา่ วให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และ
ใหเ้ จ้าพนักงานท่ีดินจงั หวดั เจ้าพนกั งานทด่ี ินจังหวดั สาขา กากับดูแลอย่างใกล้ชดิ เพอื่ ติดตามความ
คบื หน้าในการดาเนนิ การ
18
5.2 การพิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินให้แก่ราษฎร ให้เจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้อง
ปฏิบัติตามขั้นตอน กฎหมาย ระเบียบ คาสั่งท่ีเกี่ยวข้องอย่างเครง่ ครดั เพื่อป้องกันการออกหนังสือ
แสดงสิทธิในท่ีดินที่อาจออกไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากเร่ืองใดไม่อยู่ใน
หลักเกณฑ์ท่จี ะออกหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดนิ ใหพ้ ิจารณายกเลิกคาขอแล้วแจง้ สทิ ธอิ ุทธรณโ์ ตแ้ ย้ง
คาส่ังตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และดาเนินการตามข้ันตอนที่
กฎหมายกาหนดโดยเครง่ ครดั
6. แนวทางปฏิบัติและมาตรการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทา
ประโยชนจ์ ากหลักฐาน ส.ค.1 ณ วนั ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553
1. สานักงานท่ีดินที่มีคาขอเกิดไม่มาก และสามารถดาเนินการตามขั้นตอนปกติได้ให้
เรง่ รัดดาเนินการออกโฉนดที่ดนิ ให้แก่ผู้ขอ
2. คาขอที่รับไวย้ งั ไมม่ ีการชร้ี ะวาง ให้ดาเนินการ ดงั นี้
2.1 ให้ดาเนินการตรวจสอบคาขอท้ังหมดโดยแยกเป็นอาเภอ ตาบล และหมู่บ้าน
และตรวจสอบวา่ มี ส.ค.1 จานวนกีแ่ ปลง และให้ตรวจสอบว่าท่ีดินดังกล่าวอยู่ในระวางรูปถ่ายทาง
อากาศหรือระวางแผนท่ีทางอากาศหมายเลขใด ที่ดนิ แปลงใดไมส่ ามารถกาหนดตาแหน่งในระวาง
ได้ ให้สานักงานท่ีดินลงพ้ืนท่ีเพื่อให้ราษฎรท่ีย่ืนคาขอไว้มานาช้ีตาแหน่งในระวาง โดยแจ้งให้ผู้ขอ
ทราบเปน็ กลมุ่ ตามหมู่และตาบล ในการชีต้ าแหน่งอาจใช้เครอื่ ง GPSช่วยหาตาแหน่งทด่ี ิน
2.2 เม่ือได้ทราบตาแหน่งที่ดินแล้วให้ตรวจสอบคาขอ หากตรวจสอบแล้วเป็นการ
แจ้ง ส.ค.1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็น ส.ค.1 ที่ได้มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินไปแล้ว
หรือพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าตาแหน่งที่ดินท่ีขอออกโฉนดท่ีดินไม่ใช่ท่ีดินตาม ส.ค.1ให้เจ้าพนักงานท่ีดิน
ส่ังยกเลกิ คาขอและแจง้ ใหผ้ ู้ขอทราบตามพระราชบัญญัติวธิ ปี ฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
หากสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าตาแหน่งที่ดินที่ขอออกโฉนดท่ีดินเป็นที่ตาม ส.ค.1 ให้ดาเนินการ
นัดรงั วัดใหผ้ ขู้ อ
3. กรณคี าขอที่ยังไม่มกี ารชี้ระวาง หรือยังไม่มีการวางเงินมัดจารงั วัด หรือไม่มีติดตอ่ เพื่อ
ทาการรังวัดซ่ึงพนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งผู้ขอมาดาเนินการแล้ว แต่ผู้ขอไม่มาให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ีมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งผู้ขออีกครั้งหน่ึง เมื่อพ้นกาหนด
ระยะเวลาใหเ้ จ้าพนักงานที่ดินสงั่ ยกเลิกคาขอ หรือกรณผี ูข้ อไม่สามารถช้ีระวางเพ่ือออกโฉนดทดี่ ิน
หรือไม่ทราบตาแหน่ง ให้เจ้าพนักงานท่ีดินสั่งยกเลิกคาขอและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์และฟ้องคดี
ให้ผู้ขอทราบ
4. หากพิจารณาแล้วว่ามีคาขอมากเกินกว่าอัตรากาลังของสานักงานท่ีดินไม่สามารถ
รังวัดตามคิวปกติได้ ให้เขียนแผนงาน/โครงการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินจากหลักฐาน ส.ค.1
โดยแยกคาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตาม ส.ค.1ออกจากงานรังวัดประเภททั่วไปอื่นๆและ
พิจารณาว่าจะสามารถนัดรังวัดเป็นกลุ่มตามคาขอที่เกิดได้หรือไม่ หากสามารถดาเนินการได้ให้
แบง่ เจ้าหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบเปน็ กลุ่มๆ
19
5. หากปริมาณคาขอในสานักงานที่ดินน้ันยังคงมีจานวนมากเกินกว่าอัตรากาลังของ
สานักงานท่ีดินนั้น ให้รายงานเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดทราบ เพ่ือขอให้เกล่ียอัตรากาลังของ
สานักงานที่ดินทมี่ ีปริมาณงานน้อยไปช่วยสานกั งานที่ดนิ ท่ีมีปริมาณงานมากเป็นการชั่วคราว กรณี
เจา้ พนักงานที่ดนิ ไมส่ ามารถบริหารจัดการในเรื่องการเกลี่ยอัตรากาลังในจังหวดั ได้ ให้รายงานกรม
ทีด่ ินทราบ
6. ในพื้นท่ีใดมีศูนย์อานวยการเดินสารวจออกโฉนดท่ีดินเข้าไปดาเนินการ ให้สานักงาน
ที่ดินประสานกับศูนย์ฯ หากปริมาณงานมากและเป็นกลุ่มใหญ่พอท่ีจะให้ศูนย์ฯ เข้าดาเนินการได้
โดยไม่กระทบกับแผนงานปกติของศูนย์ฯจะดาเนินการได้เสร็จภายในปีงบประมาณน้ัน ให้
สานักงานท่ีดินส่งมอบคาขอออกโฉนดท่ีดินตามหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีผู้ขอยื่นไว้ภายในวันที่ 8
กุมภาพันธ์ 2553 ให้ศูนย์ฯรับไปดาเนินการ หรืออาจทาโครงการออกโฉนดที่ดินแบบท้องถิ่นได้
เพือ่ แก้ไขปัญหางานรังวัดค้างต่อไป
7. กรณีมีผู้มายื่นคาขอออกโฉนดที่ดินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รงั วัดและประกาศครบ
กาหนดแล้วและไม่มีเหตุขัดข้องอ่ืน ให้เจ้าพนักงานที่ดินดาเนินการออกโฉนดท่ีดินให้แก่ผู้ขอและ
เรยี กผขู้ อมารับโฉนดทดี่ ินโดยเรว็
8. กรณีเร่ืองอยู่ระหว่างดาเนินการ แต่ยังไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้เน่ืองจากอยู่
ระหว่างตรวจสอบของหน่วยงานอ่ืนถ้ายังไม่ได้รับแจ้งผลจากหน่วยงานน้ัน ให้มีหนังสือสอบถาม
เปน็ ระยะๆ
9. คาขอออกหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นที่ดินจากหลกั ฐาน ส.ค.1 ทต่ี ้องมกี ารดาเนนิ การตรวจ
พิสูจน์ท่ีดินโดยคณะกรรมการตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 43 (พ.ศ.2537)ฯ มีเป็นจานวนมากแต่
เนื่องจากการดาเนินการของคณะกรรมการไม่มีการกาหนดระยะเวลาและแนวทาง ท่ีชัดเจนทา
ให้เกิดความล่าช้า จึงวางแนวทางปฏิบัติให้คณะกรรมการฯถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันโดย
กาหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการฯควรดาเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นกรอบในการดาเนินการให้
เกิดความรวดเร็ว
10. กรณีเร่ืองใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินให้ผู้ขอได้ให้เจ้าพนักงานท่ีดินสั่ง
ยกเลิกคาขอและแจ้งผู้ขอทราบ เพื่อให้สิทธิอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง พ.ศ.2539 โดยเร็ว หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ห้ามมิให้เก็บเร่ือง
ไว้โดยไม่ส่ังยกเลิกคาขอและแจง้ ผู้ขอทราบโดยเด็ดขาด หากปรากฏว่ามีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่
ไม่ออกโฉนดที่ดินให้และเป็นกรณีไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินได้ แต่เจ้าพนักงาน
ที่ดินไม่ได้สั่งยกเลิกคาขอในเรื่องนั้น กรมที่ดินจะพิจารณาสมรรถนะของเจ้าพนักงานที่ดินตาม
ควรแกก่ รณี
11. ให้จัดทาคาส่ังพิจารณามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในฝ่ายทะเบียน
ท้ังงานนิติกรรม 1 และนิติกรรม 2ร่วมกันสะสางงานคา้ งดงั กลา่ วให้แล้วเสร็จโดยเรว็ และให้เจอ
20
พนักงานท่ีดินจังหวัด และเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาส่วนแยก
กากบั ดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ เพอื่ ติดตามความคืบหน้าในการดาเนินการ
12. การพิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินให้แก่ราษฎร ให้เจ้าหน้าที่ที่เก่ียวข้อง
ปฏบิ ัติตามขั้นตอน กฎหมาย ระเบียบ คาส่ัง ทเ่ี กี่ยวข้องอย่างเคร่งครดั เพื่อปอ้ งกนั การออกหนังสือ
แสดงสิทธิในที่ดินที่อาจออกไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากเรื่องใดไม่อยู่ใน
หลักเกณฑ์ท่ีจะออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดนิ ใหพ้ ิจารณายกเลิกคาขอแล้วแจ้งสทิ ธิอุทธรณโ์ ตแ้ ย้ง
คาส่ังตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และดาเนินการตามข้ันตอนท่ี
กฎหมายกาหนดโดยเคร่งครดั
กระบวนการออกโฉนดท่ีดินและหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1
หลกั เกณฑ์วธิ ีการเงอ่ื นไขในการยืน่ คาขอ3
บคุ คลท่ีจะขอออกโฉนดทดี่ นิ ได้
1. มีสภาพบุคคลและนิติบคุ คลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยต้องพจิ ารณาถึง
ความสามารถของบุคคลบางประเภทตามท่ีกฎหมายได้จากัดความไว้ เช่น ผู้เยาว์ บุคคลวิกลจริต
บุคคลไร้ความสามารถ บุคคลเสมอื นไรค้ วามสามารถ รวมถงึ พจิ ารณาการเปน็ นิติบุคคลด้วย
2. ผู้มีสิทธิครอบครองท่ีดินโดยชอบด้วยกฎหมาย มีหลักฐาน ส.ค.1 ใบจอง ใบเหยียบย่า
หนังสือรับรองการทาประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่าได้ทาประโยชน์ หรือหนังสือแสดง
การทาประโยชน์ (น.ค.3, ก.ส.น.5) ท้ังน้ีผู้มีสิทธิครองครองท่ีดิน รวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทา
ประโยชน์ต่อเนื่องจากผู้มีหลักฐาน ส.ค.1 ต้องเป็นการส่งมอบโดยยินยอมและสมัครใจมิใช่ได้มาโดย
การแย่งการครอบครองซงึ่ ถอื เปน็ การเริม่ ตน้ สทิ ธิของตนใหม่ ไม่ถือเปน็ การครอบครองต่อเนือ่ ง
3. วัดที่ได้ครอบครองทาประโยชน์ในที่ดินมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ไม่
จาเป็นต้องแจ้งการครอบครองท่ีดิน และถือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามมาตรา 59 แห่ง
ประมวลกฎหมายที่ดิน เน่ืองจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง ให้
กระทาได้แต่โดยพระราชบญั ญัติ
4. ผูม้ ีกรรมสิทธใิ์ นทดี่ ินทง่ี อกจากโฉนดท่ีดนิ ไม่จาเป็นตอ้ งแจ้งการครอบครองทด่ี นิ และถือ
เป็นผ้มู สี ทิ ธิครอบครองท่ีดินตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดนิ
5.ผู้ขอต้องย่ืนคาขอพร้อมหลักฐานแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) ต่อเจ้าพนักงาน
ทีด่ นิ ณ สานกั งานท่ีดนิ จังหวัดหรอื สานกั งานทดี่ นิ สาขา แลว้ แตก่ รณี
6. เมื่อได้รับคาขอแล้ว เจ้าหน้าที่สอบสวน ตรวจสอบ และจะออกไปทาการรังวัดและทา
การไตส่ วน เจ้าของท่ดี ินผปู้ กครองทอ้ งท่แี ละเจา้ ของที่ดินขา้ งเคยี ง
3กรมทด่ี นิ . (2562). คู่มอื สาหรับประชาชน.[ออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา:
http://www.dol.go.th/Documents/manual/2561/22.[25 มิถุนายน 2562].
21
7. เมื่อรังวัดเสร็จเรียบร้อยและไม่มีข้อขัดข้อง เจ้าพนักงานท่ีดินก็ประกาศออกโฉนดที่ดินมี
กาหนด30 วัน โดยปิดไว้ ณ สานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสานักงานท่ีดินสาขาที่ว่าการอาเภอหรือ
กิ่งอาเภอที่ทาการกานัน และบริเวณท่ีดินที่ขอออกโฉนดท่ีดินแห่งละ1 ฉบับในเขตเทศบาลให้ปิด
ไว้ ณ สานักงานเทศบาลอกี 1 ฉบับ
8. ถ้ามกี ารโต้แย้งคัดค้าน เจ้าพนักงานท่ีดินจะทาการสอบสวนเปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันได้ ก็
จะดาเนินการไปตามความตกลง ถ้าตกลงกันไม่ได้หรือไม่ตกลง เจ้าพนักงานท่ีดินสั่งตามท่ี
เห็นสมควรถ้าฝ่ายใดไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วย ให้ฝ่ายนั้นไปฟ้องศาลภายใน 60 วันนับแต่วันทราบ
คาสั่ง ถ้าไม่มีการฟ้องศาลก็ดาเนินการไปตามที่เจ้าพนักงานที่ดินสั่ง
9. ถ้าไมม่ ผี ใู้ ดคดั ค้านโตแ้ ย้ง ก็ออกโฉนดท่ดี นิ ใหแ้ ก่ผูข้ อต่อไป
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแกไ้ ขปญั หาการบกุ รุกทดี่ นิ ของรฐั พ.ศ. 2545
มาตรการของคณะกรรมการแกไ้ ขปัญหาการบกุ รกุ ทดี่ นิ ของรัฐ เรอื่ ง การพสิ จู น์สทิ ธิการ
ครอบครองท่ีดินของบคุ คลในเขตที่ดินของรฐั
การพิสูจน์สิทธิการครอบครองท่ีดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ต้องมีพยานหลักฐานท่ี
เกี่ยวกับท่ีดินแปลงน้ัน ซึ่งแสดงว่าได้ครอบครองทาประโยชน์อย่างต่อเน่ืองมาก่อนการเป็นที่ดิน
ของรัฐ ดังน้ี
1) เอกสารทีท่ างราชการทาขึน้ และพสิ ูจน์ไดว้ ่าเปน็ เอกสารซ่งึ ลงวันทกี่ ่อนการเปน็ ที่ดินของ
รฐั หรอื
2) เอกสารท่ีทางราชการทาข้นึ และพิสจู นไ์ ด้ว่าเป็นเอกสารซ่ึงลงวันทภี่ ายหลงั การเป็นท่ีดิน
ของรัฐ แต่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (วันท่ี 1 ธันวาคม 2497) โดยเอกสารดังกล่าว
มีขอ้ ความแสดงวา่ ไดค้ รอบครองทาประโยชน์ในทด่ี นิ แปลงน้ันมาก่อนการเป็นท่ีดนิ ของรฐั
3) พยานหลักฐานอื่นนอกจากข้อ 1 หรือ 2 เช่น ส.ค.1 หรือพยานบุคคล เป็นต้นเม่ือพิจารณา
แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานน้ันมีส่วนสนับสนุนคากล่าวอ้างว่ามีการครอบครองทาประโยชน์มาก่อน
การเป็นท่ีดินของรัฐ ให้ดาเนินการอ่านภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารท่ีถ่ายภาพพื้นที่นั้นไว้
เป็นครั้งแรกหลังจากเป็นที่ดินของรัฐ หากปรากฏร่องรอยการทาประโยชน์ในที่ดินอยู่ในภาพถ่าย
ทางอากาศ จึงจะเชอื่ ตามพยานหลกั ฐานอนื่ น้ัน
22
งานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
สันติชัย วิริยาจาร และคณะ (นักบริหารงานท่ีดินระดับสูง รุ่นที่ 11) (2539) ได้ศึกษาวิจัย
เร่ือง ปัญหาการใช้แบบแจ้งการครอบครองท่ีดินเป็นหลักฐานประกอบในการออกหนังสือแสดง
สิทธิในที่ดิน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขท่ีเป็นไปได้ ในการดาเนินการให้
ปริมาณ ส.ค.1 ที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการครอบครองที่ดินมียอดคงเหลือที่ถูกต้องตรงตามความ
เป็นจริง ในเวลาที่เร็วที่สุด จากการศึกษาพบว่าปัญหาอันเกิดจากการนาแบบแจ้งการครอบครอง
ท่ีดินมาใช้เป็นหลักฐานในการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน มีสาเหตุมาจากการไม่ปฏิบัติตาม
ระเบียบ คาส่ัง และกฎหมาย หรือมีการสร้างหลักฐานอันเป็นเทจ็ เพ่อื ให้สอดรับไปตามหลักเกณฑ์
ที่กฎหมายกาหนด ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและบุคคลฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงต้นเหตุก็คือ
“คน” ดงั นัน้ แนวทางในการแกไ้ ขปัญหาได้แกก่ ารขจัดแนวทางปฏบิ ตั ิทีเ่ อื้อต่อการกระทาผดิ
ประวิตร บรรจงการ และคณะ (นักบริหารงานที่ดินระดับสูง รุ่นที่ 16) (2543) ได้
ศึกษาวิจัยเรื่อง ยุทธวิธีดาเนินการจาหน่าย ส.ค.1 ให้ตรงกับข้อเท็จจริง โดยมีวัตถุประสงค์หลัก
3 ประการ คือ เพื่อศึกษาลักษณะของปัญหาและสาเหตุท่ีทาให้จานวน ส.ค.1 และทะเบียนการ
ครอบครองท่ีดินไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อศึกษาว่าสาเหตุใด สานักงานที่ดินจึงไม่สามารถลดยอด
ส.ค.1 และบันทึกการเปลี่ยนแปลงในทะเบียนครอบครองท่ีดินให้ตรงกับข้อเท็จจริง เพ่ือวิเคราะห์
หายทุ ธวิธีดาเนินการเพ่ือจาหน่าย ส.ค.1 และบนั ทึกการเปลี่ยนแปลงในทะเบยี นการครอบครองให้
ตรงกับข้อเท็จจริง จากการศึกษาพบว่า ยุทธวิธีดาเนินการเพื่อจาหน่ายแบบแจ้งการครอบครอง
ที่ดิน ส.ค.1 ให้ตรงกับข้อเท็จจริงประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ มาตรการทางด้านการบริหาร
มียุทธวิธีดาเนินการ ประกอบด้วยยุทธวิธีรวบรวมและปรับปรุงระเบียบ ยุทธวิธีการบริหารจัดการ
หมู่บ้าน แล้วจัดทาโครงการนัดรังวัดกลุ่ม หรือใช้วิธีการรังวัดออกโฉนดที่ดินแบบท้องถ่ินแต่ยังมี
ขอ้ จากดั และตา่ งเหน็ ว่าควรเสนอโครงการขอรบั การสนับสนนุ จากกรมที่ดิน
นายวิชัย กาญจนสุวรรณ และนายธงชัย เนตรชิรกุล (2553) ไดศ้ ึกษาวจิ ัยเรือ่ ง ปัญหาการ
ปฏิบัติของเจ้าหน้าท่ีที่ดิน ในการออกโฉนดที่ดินที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครอง พ.ศ. 2539 กรณีศึกษา : สานักงานท่ีดินจังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทราบ
ปัญหาอุปสรรคในการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินด้านการออกโฉนดท่ีดินในบริบทของ
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และเพ่ือเป็นแนวทางแก้ปัญหาในการ
ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จากการศึกษาพบว่า พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ.2539 มีสถานะเป็นกฎหมายกลางที่มีวัตถุประสงค์เพ่ือกาหนดวิธีการ ขั้นตอน และแนวทาง
การทางานของพนกั งานเจา้ หน้าที่ ซึ่งจะเป็นหลกั ประกันในการให้ความมน่ั ใจแก่ประชาชน
23
ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะใช้อานาจหน้าที่ท่ีมีอยู่โดยถูกต้องตามกฎหมาย จะใช้อานาจอย่างไร้
เหตุผลหรือเกินสมควรแก่เหตุไม่ได้ ในแต่ละขั้นตอนของการออกโฉนดท่ีดิน ดังน้ัน กรมท่ีดินใน
ฐานะท่ีเป็นหน่วยงานของภาครัฐท่ีมีหน้าท่ีนาพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปบังคับใช้ให้ถูกต้องตาม
เจตนารมณ์ของกฎหมาย อันเป็นภาคนโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเปาหมาย จึงต้องให้
ความสาคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรในองค์กร ซ่ึงผู้นากฎหมายฉบับน้ีไปบังคับใช้
โดยตรงใหม้ ีความรู้ ความสามารถในการปรบั ใช้กฎหมายไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง แมน่ ยา
นายวิชญ์ธรรมนารถ สุวรรณโกตา (2556) เรื่อง ปัญหาและอุปสรรคของการออกโฉนด
ท่ีดินในจังหวัดภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาการถือครองท่ีดินและ
กระบวนการออกโฉนดที่ดินในประเทศไทย ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการออกโฉนดท่ีดินใน
จังหวัดภูเก็ต อันจะนาไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ
การออกโฉนดท่ีดิน เพ่ือความเป็นธรรมแก่ประชาชน ซ่ึงจากการศึกษาพบว่า ปัญหาอุปสรรคของ
การออกโฉนดท่ีดินมีความเก่ียวพันกับหลายส่วนราชการท่ีต่างมีระเบียบ คาสั่ง กฎหมายท่ี
เก่ียวข้อง และต่างมีจุดมุ่งหมายในการบังคับใช้ท่ีแตกต่างกัน ทาให้เกิดความล่าช้า และไม่เอื้อ
ประโยชน์ต่อผู้ขอออกโฉนดท่ีดิน ปัญหาเรื่องความชานาญของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีการ
โยกย้ายเจ้าหน้าที่บ่อยคร้ัง ปัญหาสภาพพ้ืนท่ีมีแนวเขตที่ดินไม่ชัดเจนประกอบกับสภาพท่ีดิน
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งระวางภาพถ่ายทางอากาศไม่ชัดเจน จึงเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการ
ออกโฉนดท่ดี นิ
นายฉันชัย เดชณัฐวุฒิ และคณะ (นักบริหารงานที่ดินระดับสูง รุ่นท่ี 36)(2561) ได้
ศกึ ษาวจิ ัยเรื่อง ปญั หาและอุปสรรคในการดาเนินการตามกระบวนการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทาประโยชน์จากหลักฐานส.ค.1 ตามมาตรา 8แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติม
ประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี 11)พ.ศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัญหาและ
อปุ สรรคในการดาเนินการตามกระบวนการออกโฉนดที่ดินหรอื หนงั สอื รบั รองการทาประโยชน์จาก
หลักฐานส.ค.1 ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดนิ (ฉบับที่ 11)
พ.ศ. 2551 (2) เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามกระบวนการและปัญหางานค้าง
ดาเนินการในสานักงานที่ดินในการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จาก
หลักฐานส.ค. 1 ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี
11) พ.ศ. 2551จากการศกึ ษาพบวา่ ผลการศกึ ษาสภาพและความรุนแรงของปญั หาโดยรวมอย่ใู น
ระดับมากเม่ือพิจารณาด้านกระบวนการพบว่าข้ันตอนทาการรังวัดตรวจพิสูจน์สิทธิในที่ดินเป็น
ขั้นตอนที่มีปัญหาโดยปัญหาตาแหน่งท่ีดินไม่ตรงตามหลักฐานส.ค.1 อยู่ในระดับมากท่ีสุดการนา
รังวัดทับท่ีดินของรัฐและการนารังวัดเกินหลักฐานส.ค. 1 เป็นปัญหาที่อยู่ในลาดับรองลงมาโดยมี
สาเหตุของปัญหารายดา้ นและโดยรวมพบว่าอย่ใู นระดบั มากเมื่อพจิ ารณาเปน็ รายด้านพบว่าปญั หา
24
ท่ีเกิดจากการติดตามประเมินผลการจัดการงานค้างอยู่ในระดับมากรองลงมาเป็นด้านบุคลากรอยู่
ในระดับปานกลางสรปุ สาเหตปุ ระเด็นของปัญหางานคา้ งจากการดาเนินการตามกระบวนการท่ี
เกิดจากการติดตามประเมินผลการจัดการงานค้างสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยคร้ังน้ี
สาหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในด้านกระบวนการเสนอให้แก้กฎหมายมาตรา 8วรรคสี่โดยใน
การพิจารณาตามวรรคสามให้ศาลแจ้งกรมท่ีดินและหน่วยงานของรัฐร่วมตรวจสอบตาแหน่งที่ดิน
ร่วมกันด้านบุคลากรควรจัดให้มีการฝึกอบรมสอนงานให้เจ้าหน้าท่ีมีความรู้ความชานาญในการ
ปฏิบัติงานและมีการแต่งต้ังเจ้าหน้าท่ีรับผิดชอบในการดาเนินการตามมาตรา 8 เป็นการเฉพาะ
และควรเพ่ิมอัตรากาลังเจ้าหน้าท่ีในการอ่านแปลภาพถ่ายให้เหมาะสมกับปริมาณงานท่ีเกิดข้ึน
รวมทั้งจัดทาคู่มือในการปฏิบัติงานเพ่ือให้เป็นมาตรฐานเดียวกันท้ังประเทศสร้างมาตรการในการ
สร้างจิตสานึกของเจ้าพนักงานท่ีดินในการสั่งคาขอตามมาตรา 8ตามแนวทางจัดการงานค้างและ
ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ.2539 โดยกาหนดให้การออกคาส่ังทาง
ปกครองเป็นตัวชี้วัดในการปฏิบัติงานและในการพิจารณาประเมินผลการเลื่อนระดับและเลื่ อน
เงินเดือนดาเนินการจัดทาแผนงานโครงการการตรวจสอบความมีอยู่จริงของส.ค.1 และโครงการ
บริหารคาขอที่ค้างดาเนินการตามมาตรา 8 ในส่วนด้านเคร่ืองมือและอุปกรณ์ให้จัดทาแผนที่เป็น
มาตรฐานเดียวกันทุกหน่วยงานกาหนดแนวเขตท่ีดินของรัฐทุกประเภทตามโครงการ One map
เพอื่ แก้ไขปัญหาตามกระบวนการและแก้ไขปญั หางานคา้ งในการออกโฉนดท่ดี นิ จากหลักฐานส.ค.1
บทท่ี 3
การดาเนนิ การวิจยั
การวิจัยครั้งน้ี เป็ น การวิจัย แบ บ ผสมผสาน (Mixed Method Research) ซ่ึงมี
วัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาในการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดิน หรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐานส.ค.1ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553
และเพ่ือสร้างแบบจาลองแนวทางในการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทา
ประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553โดยดาเนินการศึกษา
ดังน้ี
1. การศึกษาข้อมูลเอกสาร (documentary research) เป็นการศึกษารวบรวมข้อมูลจาก
กฎหมาย ระเบียบ คาสงั่ หนังสือเวียน รวมท้งั เอกสารทางวชิ าการตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั กรณีศึกษา
2. การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากประชากรท่ีใช้ในการวิจัย คือ เจ้าพนักงาน
ที่ดินจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้าฝ่ายรังวัด และเจ้าหน้าที่ท่ี
เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินหรอื หนังสอื รับรองการทาประโยชน์ ซง่ึ รวมแลว้ มีจานวน 6,122คน
และกลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หัวหน้ าฝ่าย
ทะเบียน หัวหน้าฝ่ายรังวัดและเจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์ ที่ได้คานวณโดยใชต้ ารางสาเรจ็ รปู ของ krejcie and Morgan แล้วพบว่าขนาดของกลุ่ม
ตัวอย่างที่ต้องการกาหนดเป็นจานวน364 คน โดยได้จัดเก็บรวมเป็นจานวน 5 ภาค รวมเป็นจานวน
380 คน
3. การเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์(interview) โดยเก็บข้อมูลจากผู้บริหารส่วนกลาง
ได้แก่รองอธิบดีกรมที่ดิน 3 ท่านผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการออกหนังสือสาคัญ1ท่าน ผู้อานวยการ
สว่ นรังวัดและออกหนังสอื แสดงสทิ ธิในทด่ี ิน 1ท่าน ผู้อานวยการสว่ นบริหารงานรังวัดทาแผนที่เพื่อ
ออกโฉนดท่ีดิน 1ท่าน รวมจานวน 6ท่านและเจ้าพนักงานที่ดิน หัวหน้าฝ่ายทะเบียน และหัวหน้า
ฝ่ายรังวัดส่วนภูมิภาค รวมจานวน 9ท่าน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ สานักงานที่ดินท่ีมีการ
จัดการคาขอประสบความสาเร็จ ได้แก่ สานักงานท่ีดินจังหวัดเพชรบุรี สานักงานท่ีดินจังหวัด
เพชรบุรี สาขาท่ายางและสานักงานที่ดินจงั หวัดกาแพงเพชรจานวน 4ท่าน และสานักงานท่ีดินท่ีมี
การจัดการคาขอไม่ประสบผลสาเร็จได้แก่สานักงานท่ีดินจังหวัดสุรินทร์ และสานักงานที่ดินจังหวัด
สรุ นิ ทร์ สาขาปราสาท จานวน 5 ท่าน
26
สาหรับรายละเอียดเกย่ี วกับวิธดี าเนนิ การวิจยั มดี งั น้ี
1.ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
2.เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการวจิ ัย
3.การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
4.การวิเคราะหข์ ้อมลู
ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
1. การวจิ ัยเชงิ ปริมาณ
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา
หัวหน้าฝา่ ยทะเบียน หัวหน้าฝา่ ยรงั วัด และเจา้ หน้าที่ท่ีเกย่ี วข้องกับการออกโฉนดท่ีดินหรอื หนังสือ
รบั รองการทาประโยชน์ซง่ึ รวมแล้วมจี านวน6,122คน
กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา หัวหน้าฝ่ายทะเบียน
หัวหน้าฝ่ายรังวัด และเจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องกับการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทา
ประโยชน์ทไ่ี ดค้ านวณ โดยใช้ตารางสาเรจ็ รปู ของ krejcie and Morgan แลว้ พบว่าขนาดของกลุ่ม
ตัวอย่างที่ต้องการกาหนดเป็นจานวน 364คนโดยได้จัดเก็บรวมเป็นจานวน 5 ภาค รวมเป็น
จานวน 380 คน
2. การวจิ ัยเชงิ คณุ ภาพ
ผใู้ ห้ขอ้ มลู สาคญั (key informants) ท่ีใช้ในการวิจัยคร้งั น้ี 2 ส่วน ดังน้ี
2.1 ผู้บริหารส่วนกลาง ได้แก่รองอธิบดีกรมที่ดิน จานวน3ท่านผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
การออกหนังสือสาคัญ จานวน1ท่านผู้อานวยการส่วนปฏิบัติการรังวัดและออกหนังสือแสดงสิทธิ
ในที่ดินจานวน 1 ท่าน ผู้อานวยการส่วนบริหารงานรังวัดทาแผนที่เพอ่ื ออกโฉนดทดี่ ินจานวน 1 ท่าน
รวมจานวน 6 ท่าน
2.2 เจ้าพนักงานที่ดิน หัวหน้าฝ่ายทะเบียน และหัวหน้าฝ่ายรังวัดส่วนภูมิภาค รวม
จานวน 9 ทา่ นแบง่ ออกเปน็ 2 ลกั ษณะ ดังน้ี
1) สานักงานที่ดินที่มีการจัดการคาขอประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานที่ดนิ จังหวัด
เพชรบุรี สานักงานท่ีดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาท่ายางและสานักงานท่ีดินจังหวัดกาแพงเพชร
จานวน 4 ท่าน
2) สานักงานที่ดินที่มีการจัดการคาขอไม่ประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานท่ีดิน
จงั หวัดสุรนิ ทร์ และสานกั งานทดี่ นิ จงั หวัดสุรนิ ทร์ สาขาปราสาทจานวน 5 ท่าน
27
โดยมีเกณฑ์ในการคดั เลอื ก ดังนี้
1) เปน็ ผู้บริหารส่วนกลางที่มหี น้าท่เี กี่ยวขอ้ งกับการออกโฉนดท่ีดนิ หรือหนังสือ
รับรองการทาประโยชนโ์ ดยตรง
2) เป็นผู้บริหารส่วนภูมิภาคที่มีหน้าท่ีเก่ียวข้องกับการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสอื รับรองการทาประโยชนโ์ ดยตรง
3) เป็นเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนังสอื รับรองการทาประโยชน์โดยตรง
เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการวิจัย
1.เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการเกบ็ ขอ้ มลู ประกอบดว้ ยเครอ่ื งมือ 2 ฉบบั
(1) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ จานวน 1 ฉบับ ได้แก่ แบบสอบถาม
ปัญหา แนวทาง และแบบจาลองการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทา
ประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.1ทีค่ ้างดาเนนิ การ ณ วนั ท่ี 8กมุ ภาพนั ธ2์ 553โดยแบ่งเป็น 5 ส่วน ดงั นี้
ส่วนที่ 1ข้อมูลท่ัวไปเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับเพศ อายุ ตาแหน่งปัจจุบัน ระดับตาแหน่ง
สงั กดั ประสบการณก์ ารทางาน
ส่วนที่ 2 แบบสอบถามปัญหาและแนวทางการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือ
รับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ที่ค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553ส่วน
ประเมินค่า (Rating Scale) 5ระดับแบ่งออกเป็นปัญหาด้านประชาชนจานวน 4ข้อ ปัญหาด้าน
บุคลากร จานวน 10ข้อ และปัญหาด้านกระบวนการ จานวน 10 ข้อ รวมเป็นทั้งหมดจานวน24
ข้อโดยมคี วามหมายและเกณฑ์การใหค้ ะแนน ดงั น้ี
ความหมายของคะแนนความคิดเห็นตอ่ ปญั หา
คะแนน 5หมายถึง ผูต้ อบแบบสอบถามคิดเหน็ วา่ ขอ้ ดงั กลา่ วมปี ัญหามากทีส่ ดุ
คะแนน 4หมายถึง ผูต้ อบแบบสอบถามคิดเห็นว่าขอ้ ดังกล่าวมีปญั หามาก
คะแนน 3หมายถงึ ผู้ตอบแบบสอบถามคดิ เห็นวา่ ข้อดังกล่าวมปี ญั หาปานกลาง
คะแนน 2หมายถึง ผู้ตอบแบบสอบถามคิดเหน็ วา่ ข้อดงั กล่าวมีปัญหานอ้ ย
คะแนน 1หมายถึง ผู้ตอบแบบสอบถามคิดเหน็ วา่ ขอ้ ดังกล่าวมปี ัญหานอ้ ยทส่ี ดุ
ซึ่งเลอื กใชเ้ กณฑ์การแปลความหมายของเบสต์ (Best, 1981)
4.51-5.00หมายถงึ ขอ้ ดงั กล่าวมปี ญั หาระดับมากทสี่ ุด
3.51 – 4.50หมายถงึ ข้อดังกล่าวมปี ัญหาระดับมาก
2.51 – 3.50 หมายถงึ ขอ้ ดังกลา่ วมปี ัญหาระดบั ปานกลาง
1.51 - 2.50หมายถงึ ขอ้ ดังกลา่ วมีปญั หาระดับน้อย
1.00-1.50หมายถงึ ข้อดงั กลา่ วมปี ัญหาระดับน้อยท่ีสดุ
ส่วนท่ี 3 แบบสอบถามเก่ียวกับความคิดเห็นต่อปัญหาและแนวทางการแก้ไขในการจัดการ
คาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนงั สอื รบั รองการทาประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.1ที่ค้างดาเนนิ การณ
28
วันที่ 8กุมภาพันธ์ 2553ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเป็นแบบปลายเปิด (Opened form)
จานวน8 ขอ้
สว่ นที่ 4แบบสอบถามแบบปลายเปิด (Opened form)ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
เก่ียวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
จากหลกั ฐาน ส.ค.1ทีค่ า้ งดาเนินการ ณ วันที่ 8กมุ ภาพันธ2์ 553จานวน 1ขอ้
ส่วนที่ 5 แบบสอบถามความคิดเห็นแบบจาลองการจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553
จานวน 3 ขอ้
(2) เคร่ืองมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพจานวน 1 ฉบับ เป็นแบบสัมภาษณ์เก่ียวกับ
ปัญหาแนวทาง และแบบจาลองแนวทางการจัดการคาขออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรอง
การทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี8กุมภาพันธ์ 2553 ประกอบด้วย
ประเด็นสัมภาษณ์ ได้แก่ ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหา และแบบจาลอง
โดยทาการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่1) ผู้บริหารส่วนกลาง ได้แก่รองอธิบดีกรมที่ดินจานวน
3 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการออกหนังสือสาคัญ จานวน 1ท่าน ผู้อานวยการส่วนปฏิบัติการ
รังวัดและออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน จานวน1 ท่าน ผู้อานวยการส่วนบริหารงานรังวัดทาแผนที่
เพ่ือออกโฉนดที่ดิน จานวน 1 ท่าน รวมจานวน 6ท่าน 2)เจ้าพนักงานท่ีดิน หัวหน้าฝ่ายทะเบียน
และหัวหน้าฝ่ายรังวัดส่วนภูมิภาค รวมจานวน 9ท่าน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ สานักงาน
ท่ีดินท่ีมีการจัดการคาขอประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สานักงานที่ดิน
จังหวัดเพชรบุรี สาขาทา่ ยางและสานกั งานท่ีดินจังหวัดกาแพงเพชรจานวน 4ท่าน และ สานักงาน
ที่ดินท่ีมีการจัดการคาขอไม่ประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ และสานักงาน
ทีด่ ินจังหวัดสรุ ินทร์ สาขาปราสาทจานวน 5 ทา่ น
2. การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมอื
แบบสอบถามฉบับนี้ ผ้วู จิ ยั ได้สร้างข้ึนเอง มีขนั้ ตอนในการสรา้ ง ดังนี้
1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เก่ียวข้อง ในเรื่องการศึกษาแนวทางการแก้ไข
ปัญหาจัดการคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้าง
ดาเนินการ ณ วันที่ 8กุมภาพันธ์2553จากน้ันนามากาหนดกรอบแนวคิดท่ีใช้ในการวิจัย กาหนด
นิยาม และเพอ่ื ใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถามและแบบสมั ภาษณ์
2) สร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์เก่ียวกับการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการคาขอ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี
8 กุมภาพันธ์ 2553 ตามแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยั ทีเ่ กย่ี วขอ้ งท่ศี ึกษา
3) ตรวจสอบคุณภาพของเน้ือหาของแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ว่าครอบคลุม
วัตถุประสงค์หรือไม่ โดยนาไปให้อาจารย์ท่ีปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญจานวน 5ท่านตรวจสอบความ
เที่ยงตรงเชิงเน้ือหา (Content validity) แล้วนามาปรับปรุงเนื้อหาตามคาแนะนาของอาจารย์ท่ี
ปรกึ ษาและผเู้ ชี่ยวชาญ ดังนี้
29
1. ผศดร.ปนิ่ กนก วงศป์ นิ่ เพ็ชร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนือ
2. ดร. ตรที พิ บุญแย้ม มหาวิทยาลัยมหิดล
3.ดร.สิริลกั ษณ์ เท่ยี งธรรม มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
4.ดร.สจุ นิ ดา ประเสรฐิ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏจันทรเกษม
5. อาจารย์ณชั ชามน เปรมปลม้ื มหาวิทยาลยั รามคาแหง
4) นาแบบสอบถามที่มีข้อคาถาม 24 ข้อท่ีได้ปรับปรุงแก้ไขตามคาแนะนาของผู้เช่ียวชาญ
แล้วไปทดลองใช้ (Try out) กับเจ้าหน้าที่สานักงานท่ีดินท่ีไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จานวน 30 คน เพ่ือ
หาค่าอานาจจาแนกรายข้อ โดยคัดเลือกข้อคาถามท่ีมีค่าอานาจจาแนกตั้งแต่ .2 ขึ้นไปไว้ ได้ข้อ
คาถาม 24 ข้อ
5) นาแบบสอบถามท่ีไปทดลองใช้ (Try out) กับนักศึกษาท่ีไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจานวน
24 ข้อ ไปหาความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบวัดโดยใช้วิธีการของครอนบาช ได้ค่าความ
เชอื่ มนั่ ของแบบสอบถามทั้งฉบบั เทา่ กบั 0.938
6) นาแบบสอบถามไปเก็บขอ้ มูลจริงกบั กลมุ่ ตัวอย่าง
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
คณะผวู้ จิ ัยดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลมขี ัน้ ตอนดังน้ี
1. การวจิ ัยเชงิ ปรมิ าณ
1) ทอดแบบสอบถามไปยังสานักงานที่ดินต่างๆท่ัวประเทศและส่งแบบสอบถามออนไลน์
ไปยังเจ้าหนา้ ท่ีผูเ้ ก่ียวข้องกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชนโ์ ดยแบ่งออกเป็น
5ภาค จานวน 380 ชุดได้ทาการสมุ่ ตวั อย่างแบบสอบถามแบบเฉพาะเจาะจง
2) จากการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถามไปจานวน 380ชุด โดยมี
แบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมาและมีความสมบูรณ์ จานวน 380ชดุ คิดเป็น100เปอร์เซน็ ต์
2. การวิจยั เชิงคุณภาพ
1) คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลสาคัญจากผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการกาหนดนโยบายโดยตรง และ
คัดเลือกจากผู้มีประสบการณ์และมีหน้าที่เกี่ยวข้องการออกโฉนดท่ีดินและหนังสือรับรองการทา
ประโยชน์
2) ขอความอนุเคราะห์ ผู้บริหารส่วนกลาง ได้แก่รองอธิบดีกรมท่ีดิน จานวน 3 ท่าน
ผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านการออกหนังสือสาคัญ จานวน1ท่าน ผู้อานวยการส่วนปฏิบัตกิ ารรังวัดและ
หนังสือแสดงสิทธิในที่ดนิ จานวน1ท่าน ผู้อานวยการส่วนบรหิ ารงานรังวัดทาแผนท่ีเพ่ือออกโฉนด
ทดี่ ิน จานวน1ทา่ น รวมจานวน 6ท่านและเจา้ พนักงานท่ีดิน หัวหน้าฝ่ายทะเบยี น และหัวหน้าฝ่าย
รงั วดั ส่วนภูมิภาค รวมจานวน 9ทา่ น แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ไดแ้ ก่ สานกั งานท่ีดนิ ท่ีมีการจัดการ
คาขอประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานท่ีดินจังหวัดเพชรบุรี สานักงานทดี่ ินจังหวดั เพชรบุรี สาขา
ท่ายางและสานักงานท่ีดินจังหวัดกาแพงเพชรจานวน 4 ท่าน และ สานักงานที่ดินท่ีมีการจัดการ
คาขอไม่ประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ และสานักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์
สาขาปราสาทจานวน 5ทา่ น
30
3) สัมภาษณ์ผู้บริหารส่วนกลาง ได้แก่รองอธิบดีกรมที่ดินจานวน 3 ท่านผู้เช่ียวชาญ
เฉพาะด้านการออกหนังสือสาคัญ จานวน1ทา่ น ผู้อานวยการสว่ นปฏิบัติการรงั วัดและออกหนังสือ
แสดงสิทธิในท่ีดิน จานวน1ท่าน ผู้อานวยการส่วนบริหารงานรังวัดทาแผนที่เพื่อออกโฉนดท่ีดิน
จานวน1ทา่ น รวมจานวน 6ท่านและเจ้าพนักงานที่ดิน หัวหน้าฝ่ายทะเบียน และหัวหน้าฝ่ายรังวัด
ส่วนภูมิภาค รวมจานวน 9ท่าน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ สานักงานท่ีดินท่ีมีการจัดการคา
ขอประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานท่ีดินจังหวัดเพชรบุรี สานักงานท่ีดินจังหวัดเพชรบุรี สาขา
ทา่ ยางและสานักงานทดี่ นิ จงั หวดั กาแพงเพชรจานวน 4ทา่ น และสานักงานที่ดินทีม่ กี ารจดั การ
คาขอไม่ประสบผลสาเร็จ ได้แก่ สานักงานท่ีดินจังหวัดสุรินทร์ และสานักงานท่ีดินจังหวัดสุรินทร์
สาขาปราสาทจานวน 5ทา่ น
การวเิ คราะห์ข้อมูล
1. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณสาหรับการวิจัยครั้งนี้แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ตอน
คือตอนที่ 1แบบสอบถามการวิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม และตอนท่ี 2 การ
วิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นต่อปัญหาการจัดการคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทา
ประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8กุมภาพันธ์ 2553และตอนท่ี
3 แบบสอบถามความคดิ เห็นตอ่ แบบจาลองการจัดการคาขอออกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนังสอื รับรองการ
ทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 จานวน 3 ข้อโดย
ใชว้ ิธกี ารประมวลผลคา่ ทางสถติ ดิ ้วยเครือ่ งคอมพิวเตอร์
สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์เพ่ือให้สอดคล้องกับ
ลกั ษณะของขอ้ มูล และตอบวตั ถุประสงค์ ดังนี้
1) ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา ตาแหน่งปัจจุบัน
ระดบั ตาแหนง่ สงั กัด ประสบการณก์ ารทางาน วเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยใช้คา่ ความถ่ี รอ้ ยละ
2) ข้อมูลความคิดเห็นต่อกรมที่ดินในการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทา
ประโยชน์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยใช้ความถ่ี ค่าเฉลี่ย X และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (S.D.)
2. การวิเคราะห์ข้อมลู เชงิ คณุ ภาพ
1) ผวู้ จิ ยั เกบ็ รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ (interview)
2) นาขอ้ มูลทไี่ ดม้ าวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) สรุปความตามประเด็นสาคญั
3) นาเสนอข้อมูลในรูปความเรยี งตามวตั ถปุ ระสงค์
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
จ า ก ก า ร วิ จั ย เรื่ อ ง แ น ว ท า ง ก า ร จั ด ก า ร ค า ข อ อ อ ก โ ฉ น ด ที่ ดิ น ห รื อ ห นั ง สื อ รั บ ร อ ง
การทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ที่ค้างดาเนินการ ณ วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 โดยใช้วิธี
การศึกษาแบบผสมผสาน (Mixed Methodology Research) เป็นการวิจัยทั้งเชิงปริมาณ โดย
เก็บข้อมูลจากประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา หัวหน้าฝ่าย
ทะเบยี น หวั หน้าฝา่ ยรังวดั และเจ้าหน้าที่ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการออกโฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์ ซึ่งรวมแล้วมีจานวน 6,122 คน เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ได้คานวณโดยใช้ตาราง
สาเร็จรูปของ Krejcie and Morgan แล้วพบว่าขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการกาหนดเป็น
จานวน 364 คน โดยได้จัดเก็บจานวน 5 ภาค รวมเป็นจานวน 380 คน และการวิจัยเชิง
คุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ (key informants) ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 ส่วน ดังนี้ ผู้บริหาร
ส่วนกลาง ได้แก่ รองอธิบดีกรมที่ดิน จานวน 3 ท่าน ผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านการออกหนังสือ
สาคัญ จานวน 1 ท่าน ผู้อานวยการส่วนปฏิบัติการรังวัดและออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
จานวน 1 ท่าน ผู้อานวยการส่วนบริหารงานรังวัดทาแผนท่ีเพ่ืองานออกโฉนดที่ดิน จานวน 1 ท่าน
รวมทั้งหมดจานวน 6 ท่าน และ เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด/สาขา หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้า
ฝ่ายรังวัดส่วนภูมิภาค รวมจานวน 9 ท่าน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ สานักงานท่ีดินท่ีมีการ
จัดการคาขอประสบความสาเร็จ จานวน 2 จังหวัด ได้แก่ สานักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สานักงาน
ที่ดนิ จังหวัดเพชรบุรี สาขาท่ายาง สานักงานท่ีดินจังหวัดกาแพงเพชร ส่วนสานักงานที่ดินที่มีการ
จัดการคาขอไม่ประสบความสาเร็จ จานวน 1 จังหวัด ได้แก่ สานักงานท่ีดินจังหวัดสุรินทร์ และ
สานกั งานทีด่ นิ จังหวัดสรุ ินทร์ สาขาปราสาท ซง่ึ ผวู้ จิ ัยไดน้ าเสนอผลการวิเคราะหเ์ ป็น 2 ตอน ดงั นี้
ตอนที่ 1 การวิเคราะหข์ อ้ มลู ทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 การวิเคราะหข์ ้อมลู เพอ่ื ตอบวตั ถปุ ระสงค์การวจิ ัย
2.1 ผลการวิเคราะห์การวิจัยเชิงปริมาณ
2.2 ผลการวเิ คราะห์การวจิ ยั เชิงคุณภาพ
ตอนที่ 1 การวเิ คราะหข์ อ้ มูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 4.1 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ
เพศ จานวน ร้อยละ
ชาย 191 50.3
หญงิ 189 49.7
รวม 380 100
32
ภาพที่ 4.1 จานวนและร้อยละของผ้ตู อบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ
จากตารางท่ี 4.1 และภาพท่ี 4.1 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เป็นเพศชาย คิดเปน็
ร้อยละ 50.3 รองลงมา คือเพศหญงิ คดิ เปน็ ร้อยละ 49.7 ตามลาดบั
ตารางท่ี 4.2 จานวนและรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามอายุ
อายุ จานวน รอ้ ยละ
20 – 30 ปี 6 1.6
31 – 40 ปี 62 16.3
41 – 50 ปี 190 50.0
51 ปีขนึ้ ไป 122 32.1
รวม 380 100
ภาพที่ 4.2 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามอายุ
จากตารางที่ 4.2 และภาพท่ี 4.2 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีอายุ 41 – 50 ปี
คิดเป็นร้อยละ 50 รองลงมา คืออายุ 51 ปีขึ้นไป อายุ 31 – 40 ปี และอายุ 20 – 30 ปี
คิดเป็นร้อยละ 32.1 16.3 และ 1.6 ตามลาดบั
33
ตารางที่ 4.3 จานวนและรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระดับการศกึ ษา
ระดับการศึกษา จานวน ร้อยละ
ต่ากวา่ ปริญญาตรี 28 7.4
ปรญิ ญาตรี 201 52.9
ปริญญาโท 151 39.7
ปรญิ ญาเอก 0 0.0
รวม 380 100
ภาพท่ี 4.3 จานวนและร้อยละของผูต้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระดบั การศกึ ษา
จากตารางท่ี 4.3 และภาพที่ 4.3 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จบการศึกษา
ปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 52.9 รองลงมา คือปริญญาโท และต่ากว่าปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ
39.7 และ 7.4 ตามลาดบั
ตารางท่ี 4.4 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามตาแหนง่ ปัจจบุ นั
ตาแหนง่ ปจั จุบนั จานวน รอ้ ยละ
ประเภททั่วไป 112 29.4
ประเภทวชิ าการ 237 62.4
ประเภทอานวยการ 31 8.2
รวม 380 100
34
ภาพที่ 4.4 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามตาแหน่งปจั จบุ ัน
จากตารางที่ 4.4 และภาพที่ 4.4 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีตาแหน่งปัจจุบัน
ประเภทวิชาการ คดิ เป็นร้อยละ 62.4 รองลงมา คอื ประเภททั่วไปและประเภทอานวยการ คิดเป็น
ร้อยละ 29.4 และ 8.2 ตามลาดับ
ตารางที่ 4.5 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระดบั ตาแหน่ง
ระดบั ตาแหน่ง จานวน รอ้ ยละ
ปฏิบัติงาน/ปฏิบัตกิ าร 41 10.8
ชานาญงาน/ชานาญการ 212 55.8
อาวโุ ส/ชานาญการพิเศษ 97 25.5
อานวยการต้น/อานวยการ 30 7.9
รวม 380 100
35
ภาพท่ี 4.5 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามระดับตาแหนง่
จากตารางท่ี 4.5 และภาพท่ี 4.5 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับตาแหน่ง
ชานาญงาน/ชานาญการ คิดเป็นร้อยละ 55.8 รองลงมา คืออาวุโส/ชานาญการพิเศษ,ปฏิบัติงาน/
ปฏบิ ตั ิการและอานวยการตน้ /อานวยการ คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.5, 10.8 และ 7.9 ตามลาดบั
ตารางที่ 4.6 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาค
ภาค จานวน ร้อยละ
เหนือ 56 14.7
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 119 31.3
กลางและตะวนั ตก 61 16.1
ตะวันออก 64 16.8
ใต้ 80 21.1
รวม 380 100
36
ภาพท่ี 4.6 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาค
จากตารางที่ 4.6 และภาพที่ 4.6 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ อาศัยอยู่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นร้อยละ 31.3 รองลงมา คือภาคใต้และภาคตะวันออก คิดเป็น
รอ้ ยละ 21.1 และ 16.8 ตามลาดับ
ตารางท่ี 4.7 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์
การทางานด้านทะเบียน
อายุราชการ จานวน ร้อยละ
1-7 ปี 79 20.9
8-14 ปี 82 21.7
15-21 ปี 91 24.1
ตั้งแต่ 22 ปขี นึ้ ไป 126 33.3
รวม 378 100
ภาพท่ี 4.7 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์
37
การทางานด้านทะเบียน
จากตารางท่ี 4.7 และภาพท่ี 4.7 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีประสบการณ์
ทางานด้านทะเบียนตั้งแต่ 22 ปีข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ 33.3 รองลงมา คือ 15-21 ปี 8-14 ปี และ
1-7 ปี คิดเปน็ รอ้ ยละ 24.1, 21.7 และ 20.9 ตามลาดบั
ตารางที่ 4.8 จานวนและรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์
การทางานด้านรังวัด
อายรุ าชการ จานวน รอ้ ยละ
1-7 ปี 18 4.7
8-14 ปี 8 2.1
15-21 ปี 19 5.0
ตัง้ แต่ 22 ปีข้ึนไป 334 88.1
รวม 379 100
ภาพท่ี 4.8 จานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามประสบการณ์
การทางานด้านรังวัด
จากตารางท่ี 4.8 และภาพที่ 4.8 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีประสบการณ์
ทางานดา้ นรังวัด ต้ังแต่ 22 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 88.1 รองลงมา คือ 15-21 ปี 1-7 ปี และ
8-14 ปี คดิ เปน็ ร้อยละ 5.0, 4.7 และ 2.1 ตามลาดบั
38
ตอนที่ 2 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เพอื่ ตอบวัตถปุ ระสงคก์ ารวจิ ัย
2.1 ผลการวเิ คราะหก์ ารวจิ ัยเชงิ ปรมิ าณ
ตารางที่ 4.9 ค่าเฉลี่ย ( X ) คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) การแปลความ และการจดั
อันดับของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาพรวมปญั หา
อนั ดับของปญั หา แปล
ปัญหา มาก มาก ปาน นอ้ ย น้อย X ความ
ท่ีสุด กลาง ทส่ี ุด SD มปี ัญหา
1 ปญั หาด้าน 56 135 112 63 14
3.5151 0.97779 มาก
ประชาชน (14.7) (35.5) (29.5) (16.6) (3.7)
2 ปญั หาด้าน 77 154 108 29 12 มาก
เจ้าพนกั งาน (20.3) (40.5) (28.4) (7.6) (3.2) 3.6754 0.94804
ทดี่ นิ
3 ปญั หาด้าน 73 129 122 50 6
3.5613 0.95567 มาก
เจ้าหนา้ ที่ (19.2) (33.9) (32.1) (13.2) (1.6)
4 ปญั หาด้าน 31 118 168 55 8 ปาน
กระบวนการ 3.3582 0.84192 กลาง
(8.2) (31.1) (44.2) (14.5) (2.1) ปาน
กลาง
ปญั หาภาพรวม 3.4832 0.73403
39
ภาพท่ี 4.9 ค่าเฉลยี่ ปญั หารวมทกุ ดา้ น
จากตารางที่ 4.9 และภาคท่ี 4.9 พบว่า ค่าเฉล่ีย ( X ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การ
แปลความ และการจัดอันดับของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามภาพรวมปัญหาทางการจัดการ
คาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จากหลักฐาน ส.ค.1 ท่ีค้างดาเนินการ ณ
วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2553 พบว่า ประเด็นปัญหาด้านเจ้าพนักงานท่ีดิน อยู่ในระดับมาก
( X = 3.67) ด้านเจ้าหน้าที่ อยู่ในระดับม าก ( X = 3.56) ประชาชนอยู่ในระดับมาก
( X = 3.51) ด้านกระบวนงานอยใู่ นระดับ ปานกลาง ( X = 3.35)