The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanjananat Pussadorn, 2023-03-03 10:38:31

คู่มือ IC

คู่มือ IC

1 ค ำน ำ คู่มือเล่มนี้จัดท ำขึ้นโดยงำนป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล โรงพยำบำลเฝ้ำไร่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ใน กำรเป็นเอกสำรคู่มือส ำหรับเจ้ำหน้ำที่โรงพยำบำลเฝ้ำไร่ เพื่อใช้ในกำรเป็นแนวทำงในกำรท ำงำน และกำรปฏิบัติเพื่อป้องกัน ควบคุมกำรแพร่กระจำยเชื้อในโรงพยำบำลเฝ้ำไร่ ผู้จัดท ำได้เลือกหัวข้อในกำรท ำคู่มือ เนื่องมำจำกเป็นเรื่องที่น่ำสนใจ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงควำมมุ่งมั่นในกำรสื่อสำร ข้อมูลเรื่องกำรป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อ ผู้จัดท ำต้องขอขอบคุณอำจำรย์ผู้ให้ควำมรู้ และแนวทำงกำรศึกษำ ทีปรึกษำ และ คณะกรรมกำรกำรป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล (ICC) หวังว่ำรำยงำนฉบับนี้จะให้ควำมรู้ และเป็นประโยชน์แก่ ผู้อ่ำนทุก ๆ ท่ำน หำกมีข้อเสนอแนะประกำรใด ผู้จัดท ำขอรับไว้ด้วยควำมขอบพระคุณยิ่ง ผู้จัดท ำ กำญจนำณัฏฐ์ พัศดร พยำบำลวิชำชีพปฏิบัติกำร พยำบำลป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล


2 สารบัญ หน้า กำรป้องกันกำรติดเชื้อแบบครอบจักรวำล 1 กำรล้ำงมือ 2 กำรสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำย 6 กำรบริหำรจัดกำรขยะในโรงพยำบำล 9 แนวทำงกำรป้องกันอุบัติเหตุจำกของมีคมและสำรคัดหลั่งจำกกำรท ำงำน 13 กำรควบคุมสิ่งแวดล้อมในโรงพยำบำล 21 กำรจัดกำรผ้ำเปื้อนในโรงพยำบำล 23 กำรท ำลำยเชื้อและกำรท ำให้ปรำศจำกเชื้อส ำหรับอุปกรณ์กำรแพทย์ในโรงพยำบำล 31 กำรแยกผู้ป่วย 33 กำรเฝ้ำระวังกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล 44 กำรใช้ยำ Antibiotic 48 กำรควบคุมกำรแพร่กระจำยเชื้อดื้อยำ 51 กำรสอบสวนกำรระบำดของกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล 53 ปอดอักเสบจำกกำรนอนโรงพยำบำล 55 กำรพยำบำลผู้ป่วยได้รับสำรน้ ำทำงหลอดเลือดด ำส่วนปลำย 56 เรื่องกำรควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อในผู้ป่วยวัณโรคปอด 61 กำรดูแลผู้ป่วยคำสำยสวนปัสสำวะในโรงพยำบำล 63 มำตรฐำนกำรใช้งำนของน้ ำยำและสำรน้ ำ 71


1 การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Precautions / Standard Precautions) 1. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อป้องกันกำรติดเชื้อ/แพร่กระจำยเชื้อจำกเลือด และสำรคัดหลั่งจำกกำรให้บริกำรทำงกำรแพทย์ 2. เพื่อป้องกันกำรเกิดอุบัติเหตุของบุคลำกรที่อำจเกิดจำกกำรให้บริกำรทำงกำรแพทย์ 3. เพื่อควำมปลอดภัยจำกกำรติดเชื้อ /ป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อในผู้รับบริกำรและญำติเพื่อเพิ่มควำมมั่นใจในกำรปฏิบัติงำน บุคลำกร ค าศัพท์ ค าอธิบาย 1. Universal Precautions / Standard Precautions กำรป้องกันกำรติดเชื้อแบบครอบจักรวำล เป็นกำรปฏิบัติดูแลรักษำพยำบำลผู้ป่วยโดยถือว่ำผู้ป่วย ทุกรำยมีกำรติดเชื้อในร่ำงกำยซึ่งเป็นกำรปฏิบัติเกี่ยวกับเลือด สำรน้ ำ สำรคัดหลั่งของร่ำงกำยทุก ชนิด รวมทั้งเยื่อบุผิวหนังและผิวหนังที่มีบำดแผล 2. Personal Protective Equipment (PPE) เครื่องป้องกันร่ำงกำย ได้แก่ ผ้ำปิดปำกจมูก, ถุงมือ, เสื้อคลุม แว่นป้องกันตำ, หมวก, รองเท้ำบู๊ท, Mask N95 3. สำรน้ ำและสำรคัดหลั่ง น้ ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid) ,น้ ำจำกไขข้อ (Synovial fluid), น้ ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural fluid),น้ ำในช่องคลอด (Vaginal Secretions) น้ ำอสุจิ น้ ำลำย หนอง เสมหะ อุจจำระ ปัสสำวะ 1. ขั้นตอนการท างาน Universal Precautions / Standard Precautions เป็นมำตรฐำนกำรป้องกันกำรติดเชื้อโดยปฏิบัติในกำรดูแลผู้ป่วยทุกรำยที่เข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำลไม่ว่ำผู้ป่วยจะได้รับกำร วินิจฉัยว่ำมีกำรติดเชื้อหรือไม่ Universal Precautions / Standard Precautions จึงเป็นหลักกำรปฏิบัติเพื่อใช้ในกำรระมัดระวังกำร ติดเชื้อ และแพร่กระจำยเชื้อในโรงพยำบำลเมื่อสัมผัสเลือด สำรคัดหลัง (ยกเว้นเหงื่อ) สิ่งขับถ่ำยเยื่อบุผิวหนัง และผิวหนังที่มีบำดแผล รวมทั้งเป็นมำตรกำรในกำรป้องกันกรเกดอุบัติเหตุจำกเข็มทิ่มต ำและสำรคัดหลั่ง โดยมีหลักกำรในกำรปฏิบัติดังนี้ 1. กำรล้ำงมือ 2. กำรป้องกันอุบัติเหตุจำกของมีคมและสำรคัดหลังจำกกำรท ำงำน 3. กำรใช้เครื่องป้องกันร่ำงกำย (Personal Protective Equipment : PPE) 4. Patient-Care Equipment 5. Environment Control 6. กำรจัดกำรผ้ำเปื้อน 7. กำรจัดกำรขยะ 4. Flow chart กระบวนกำรท ำงำน ผู้ป่ วยทุกคน Universal Precautions / Standard Precautions การล้างมือ Hand Washing -Normal - Hygienic - Surgical การป้องกัน อุบัติเหตุถูกของมี คมหรือสารคัด หลั่ง การใช้อุปกรณ์ ป้องกัน -ถุงมือ -เสื้อคลุม -ผ้ากันเปื้อน -ผ้าปิดจมูก-ปาก -แว่นป้องกันตา การท าความ สะอาดและการ ท าลายเชื้อ -อาคารสถานที่ -อุปกรณ์เครื่องมือ -เสื้อผ้า การจัดการขยะ -ขยะทั่วไป -ขยะติดเชื้อ ขยะมีคมติดเชื้อ -ขยะสารเคมีอันตราย -ขยะรีไซเคิล


2 การล้างมือ 1. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อป้องกันกำรน ำเชื้อโรคจำกบุคลำกรไปสู่ผู้ป่วยและป้องกันกำรน ำเชื้อจำกผู้ป่วยสู่บุคลำกรและผู้ป่วยอื่นๆรวมทั้งป้องกันกำรติด เชื้อจำกต ำแหน่งหนึ่งไปสู่ต ำแหน่งอื่น 2. เพื่อรักษำสุขภำพอนำมัยส่วนบุคคลของบุคลำกร 3. เพื่อให้บุคลำกรในทีมสุขภำพทุกระดับที่เกี่ยวข้องในกำรดูแลผู้ป่วยล้ำงมือได้ถูกต้องและมีประสิทธิภำพ การล้างมือ หมำยถึง กำรขัดถูให้ทั่วมือรวมทั้งช่องลำยนิ้วมือด้วยสบู่หรือสำรเคมีและน้ ำ แล้วล้ำงออกให้สะอำด เป็นวิธีที่มีประสิทธิภำพ สูงสุดและคุ้มค่ำที่สุดในกำรป้องกันกำรติดเชื้อ กำรล้ำงมือที่ถูกวิธีร่วมกับกำรเช็ดมือด้วยผ้ำสะอำดทุกครั้งสำมำรถลดกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลได้ กำรล้ำงมือแบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1. กำรล้ำงมือด้วยน้ ำกับสบู่ธรรมดำ (Normal Handwashing) เป็นกำรล้ำงและท ำควำมสะอำดมือ เพื่อขจัดครำบสกปรกที่อำจ ปนเปื้อนที่มือออก โดยใช้น้ ำและสบู่ธรรมดำ เวลำที่ใช้ในกำรล้ำงมือควรนำนอย่ำงน้อย 30 วินำที 2. กำรล้ำงมือด้วยน้ ำกับน้ ำยำท ำลำยเชื้อ (Hygienic Handwashing) เป็นกำรล้ำงท ำควำมสะอำดมือ เพื่อขจัดเชื้อที่ปนเปื้อนบน มือหรือต้องกำรท ำควำมสะอำดมือ ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อกำรให้บริกำรผู้ป่วย โดยใช้น้ ำและน้ ำยำท ำลำยเชื้อ เช่น 4% chlorhexidine เวลำที่ใช้ในกำรล้ำงมือ ควรนำนอย่ำงน้อย 30 วินำที ในกรณีที่มือไม่เปื้อนเลือด สำรน้ ำหรือสำรคัดหลั่งของผู้ป่วย และสถำนที่ไม่เอื้ออ ำนวยในกำรล้ำงมือด้วยน้ ำและน้ ำยำท ำลำยเชื้อ อำจใช้น้ ำยำท ำลำยเชื้อที่มีแอลกอฮอล์ (Alcohol hand rub) ประมำณ 5 มิลลิลิตร ถูมือสองข้ำงให้ทั่วจนน้ ำยำแห้ง ใช้เวลำประมำณ 20-30 วินำที (2 ปั๊ม) กำรล้ำงมือด้วยแอลกอฮอล์ (Alcohol-bases hand rub) ในกรณีที่มือไม่เปื้อนเลือด สำรน้ ำหรือสำรคัดหลั่งของผู้ป่วย และสถำนที่ ไม่เอื้ออ ำนวยในกำรล้ำงมือด้วยน้ ำและน้ ำยำท ำลำยเชื้อ อำจใช้น้ ำยำท ำลำยเชื้อที่มีแอลกอฮอล์ ประมำณ 5 มิลลิลิตร ถูมือสองข้ำงให้ทั่วจน น้ ำยำแห้ง ใช้เวลำประมำณ 20-30 วินำที (2 ปั๊ม)


3 3. กำรล้ำงมือก่อนท ำหัตถกำร (Surgical Handwashing) เป็นกำรล้ำงและท ำควำมสะอำดมือ เพื่อขจัดเชื้อจนมั่นใจว่ำผู้ป่วยที่ ได้รับบริกำรต้องปลอดภัย โดยใช้น้ ำและน้ ำยำท ำลำยเชื้อ 4% chlorhexidine เวลำที่ใช้ในกำรล้ำงมือจนถึงข้อศอกนำน 3-5 นำที นำที 2 รอบ ล้ำงจนถึงข้อศอก หรือ Alcohol hand rub แทนกำรล้ำง ด้วยน้ ำและน้ ำยำท ำลำยเชื้อ วิธีปฏิบัติงาน 1. ยึดแนวทำงกำรล้ำงมือ 5 moments ส ำหรับสุขอนำมัยของมือ (ตำมเอกสำรแนบ) 2. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรล้ำงมือให้ครบถ้วนและได้มำตรฐำน 3. ตัดเล็บให้สั้นและสะอำด ไม่ใส่เล็บปลอม ไม่ทำสีเล็บ 4. ถอดแหวน นำฬิกำ และเครื่องประดับอื่น ๆ ออกก่อนล้ำงมือ 5. ล้ำงมือด้วยวิธีกำรล้ำงอย่ำงถูกต้องตำมขั้นตอนของกำรล้ำงมือดังนี้ ก.การล้างมือด้วยน้ ากับสบู่ธรรมดา (Normal Handwashing) ข้อบ่งชี้ในกำรล้ำงมือ 1. ก่อนและหลังสัมผัสผิวหนังผู้ป่วยปกติ ที่ไม่มีกำรปนเปื้อน ที่มองเห็นได้ เช่น เลือด หนอง ฯลฯ 2. ก่อนปฏิบัติกิจกรรมพยำบำลทั่วไปที่ไม่ต้องใช้เทคนิคปรำศจำกเชื้อ 3. หลังถอดถุงมือ 4. หลัง สัมผัสอุปกรณ์ เครื่องมือหรือเฟอร์นิเจอร์รอบตัวผู้ป่วยและก่อนออกจำกบริเวณเตียงผู้ป่วยแม้ว่ำจะไม่ได้สัมผัสตัวผู้ป่วยก็ ตำม ขั้นตอนการล้างมือประกอบด้วย 1. ใช้ข้อศอกเปิดก๊อกให้น้ ำไหลผ่ำนมือและข้อมือทั้ง 2 ข้ำง และใช้ข้อศอกปิดก๊อกน้ ำ 2. ใช้สบู่เหลวฟอกให้ทั่วฝ่ำมือและระหว่ำงซอกนิ้วมือด้ำนหน้ำ โดยหันฝ่ำมือเข้ำหำกัน กำงนิ้วและถูระหว่ำงซอกนิ้วมือ 3. ฟอกหลังมือและระหว่ำงซอกนิ้วมือด้ำนหลัง โดยใช้ฝ่ำมือข้ำงหนึ่งถูหลังมืออีกข้ำงหนึ่ง กำงนิ้วและถูระหว่ำงซอกนิ้วมือ ท ำ สลับกันทั้ง 2 ข้ำง 4. ฟอกนิ้วและข้อนิ้วมือด้ำนหลัง ท ำมือลักษณะจับล็อคกัน ใช้ฝ่ำมือข้ำงหนึ่งถูหลังนิ้วมืออีกข้ำงหนึ่ง ท ำสลับกันทั้ง 2 ข้ำง 5. ฟอกนิ้วหัวแม่มือโดยมือข้ำงหนึ่งก ำนิ้วหัวแม่มืออีกข้ำงหนึ่งหมุนไปมำท ำสลับกันทั้ง 2ข้ำง 6.ฟอกปลำยนิ้วมือและลำยเส้นมือ โดยขยุ้มปลำยนิ้วมือข้ำงหนึ่ง ถูวนไปมำบนฝ่ำมืออีกข้ำงหนึ่ง ท ำสลับกันทั้ง 2 ข้ำง 7.ฟอกรอบข้อมือ โดยมือข้ำงหนึ่งก ำรอบข้อมืออีกข้ำงหนึ่งหมุนไปมำ ท ำสลับกันทั้ง 2 ข้ำง 8. ใช้ข้อศอกเปิดก๊อกน้ ำ 9.ล้ำงสบู่ด้วยน้ ำที่ไหลผ่ำนตลอด โดยล้ำงจำกปลำยนิ้วไปข้อมือ พร้อมถูมือให้ทั่ว 10. ชูปลำยนิ้วมือขึ้น เพื่อป้องกันน้ ำไหลย้อนจำกส่วนที่สกปรกมำส่วนที่สะอำด 11. ใช้ข้อศอกปิดก๊อกน้ ำให้สนิท 12. เช็ดมือให้แห้งด้วยกระดำษเช็ดมือชนิดใช้ครั้งเดียว หรือผ้ำเช็ดมือ 1 ผืนต่อครั้งโดยเช็ดจำกปลำยนิ้วมือมำยังข้อมือหรือข้อศอก


4 ข.การล้างมือด้วยน้ ายาท าลายเชื้อ (Hygienic Handwashing) ข้อบ่งชี้ในกำรล้ำงมือ 1. ก่อนปฏิบัติกำรรักษำพยำบำลที่ใช้เทคนิคปลอดเชื้อ เช่น กำรสอดใส่อุปกรณ์กำรแพทย์ 2. ภำยหลังสัมผัสเลือดหรือสำรคัดหลั่งจำกร่ำงกำยหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อโรค 3. ก่อนกำรสัมผัสหรือท ำกิจกรรมกับผู้ป่วยที่ไวต่อกำรติดเชื้อ เช่น ทำรก ผู้ป่วยที่มีภูมิต้ำนทำนต่ ำ และผู้ป่วยที่ผิวหนังมีแผล 4. ก่อนและหลังดูแลผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง หรือเชื้อดื้อยำ ขั้นตอนการล้างมือประกอบด้วย ปฏิบัติตำมขั้นตอนกำรล้ำงมือแบบ Normal Handwashingแต่ใช้น้ ำยำท ำลำยเชื้อแทนสบู่เหลว หรือกรณีมือไม่เปื้อนเลือด สำร น้ ำหรือสำรคัดหลั่ง ใช้แอลกอฮอล์ล้ำงมือปริมำณ 5 มิลลิลิตร ถูฟอกมือแทนสบู่เหลวแบบ Normal Handwashing โดยไม่ต้องล้ำงออก และ ปล่อยให้แห้ง ใช้เวลำ 20-30 วินำที ค. การล้างมือก่อนท าหัตถการ (Surgical Handwashing )ข้อบ่งชี้ในกำรล้ำงมือคือ ใช้ในกรณีท ำหัตถกำร เช่น กำรท ำคลอด กำรผ่ำตัดข้อบ่งชี้ในกำรล้ำงมือ 1. มือต้องไม่เลอะเลือดหรือสำรคัดหลั่ง 2. ก่อนปฏิบัติกำรรักษำพยำบำลที่ใช้เทคนิคปลอดเชื้อ เช่น กำรสอดใส่อุปกรณ์กำรแพทย์ 3. ภำยหลังสัมผัสเลือดหรือสำรคัดหลั่งจำกร่ำงกำยหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อโรค 4. ก่อนกำรสัมผัสหรือท ำกิจกรรมกับผู้ป่วยที่ไวต่อกำรติดเชื้อ เช่น ทำรก ผู้ป่วยที่มีภูมิต้ำนทำนต่ ำ และผู้ป่วยที่ผิวหนังมีแผล 5. ก่อนและหลังดูแลผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง หรือเชื้อดื้อยำ ขั้นตอนการล้างมือประกอบด้วย แต่ใช้น้ ำยำท ำลำยเชื้อแทนสบู่เหลว หรือกรณีมือไม่เปื้อนเลือด สำรน้ ำหรือสำรคัดหลั่ง ใช้แอลกอฮอล์ล้ำงมือปริมำณ 5 มิลลิลิตร ถู ฟอกมือแทนสบู่เหลวแบบ Normal Handwashing โดยไม่ต้องล้ำงออก และปล่อยให้แห้ง ใช้เวลำ 20-30 วินำที ง. การล้างมือก่อนท าหัตถการ (Surgical Handwashing )ข้อบ่งชี้ในกำรล้ำงมือคือ ใช้ในกรณีท ำหัตถกำร เช่น กำรท ำคลอด กำร ผ่ำตัด ขั้นตอนการล้างมือประกอบด้วย ปฏิบัติตำมขั้นตอนกำรล้ำงมือแบบ Hygienic Handwashing แต่กำรฟอกน้ ำยำให้ฟอกจำกมือ รอบข้อมือไล่ขึ้นมำจนถึงข้อศอก ท ำซ้ ำอย่ำงน้อย 2 ครั้ง ใช้เวลำประมำณ 3 - 5 นำที ผ้ำที่ใช้เช็ดมือต้องปรำศจำกเชื้อชนิดใช้ครั้งเดียว หรือใช้น้ ำยำท ำลำยเชื้อที่มีแอลกอฮอล์ (Alcohol hand rub) ปริมำณ 10 มิลลิลิตร โดยปฏิบัติตำมHygienic Handwashing แต่ถูมือให้ทั่วจนถึงข้อศอก รอจนน้ ำยำแห้ง


5 1. ก่อนสัมผัสผู้ป่วย (Before touching a patient) 2. ก่อนท าหัตถการสะอาดหรือปราศจากเชื้อ (Before clean/Aseptic procedure) 3. หลังสัมผัสสารน้ าหรือสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ป่วย (After body fluid exposure risk) 4. หลังสัมผัสผู้ป่วย (After touching a patient Surroundings) 5. หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย (After touching patient)


6 การสวมเครื่องป้องกันร่างกาย(Personal Protective Equipment : PPE) หลักการใช้เครื่องกันกันร่างกาย 1. ใช้เมื่อจ ำเป็น ควรให้เครื่องป้องกันร่ำงกำยเฉพำะในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ให้ใช้เท่ำนั้น และเมื่อหมดกิจกรรมนั้นแล้วให้ถอดเครื่องกัน ร่ำงกำยนั้นออก 2. เลือกใช้เครื่องป้องกันร่ำงกำยให้เหมำะแก่งำน กำรเลือกใช้เครื่องป้องกันร่ำงกำยแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่ำต้องกำร ป้องกันใครและอวัยวะส่วนใด ผู้ปฏิบัติงำนต้องมีควำมรู้ว่ำกิจกรรมแต่ละอย่ำงเสี่ยงต่อกำรสัมผัสเชื้อโรคหรือสำรพิษหรือไม่ 3. เลือกใช้ขนำดที่พอดี ต้องใช้เครื่องมือป้องกันร่ำงกำยที่ขนำดเหมำะสม เพื่อให้ได้ผลดีในด้ำนกำรป้องกันและสะดวกต่อกำร ปฏิบัติงำน 4. เลือกใช้ให้เหมำะกับเศษฐำนะ 5. กำรหมุนเวียนและก ำจัดอย่ำงเหมำะสม การใช้เครื่องป้องกันร่างกายประกอบด้วย 1. หมวก (Cap) 2. แว่นตำ (Eyeware) 3. ผ้ำปิดปำก ปิดจมูก (Mask) 4. ถุงมือ (Glove) 5. เสื้อคลุม (Gown) 6. ผ้ำกันเปื้อน (Apron) 7. รองเท้ำ (Footwere) 1. หมวก (Cap) ท ำด้วยผ้ำหรือกระดำษ ต้องมีขนำด พอดีที่จะคลุมผมได้หมด ประโยชน์ของหมวกที่ส ำคัญคือป้องกันกำรกระจำยตัวของรังแค และเส้นผมของผู้สวมใส่ ข้อบ่งชี้ 1. ปฏิบัติงำนอยู่ในสถำนที่ต้องกำรควำมสะอำด เช่น คลอดฉุกเฉิน ทันตกรรม พนักงำนท ำควำมสะอำดในรพ.สต 2. ขณะปฏิบัติงำนเกี่ยวกับวัสดุที่ปรำศจำกเชื้อ เช่น กำรท ำให้เครื่องมือปรำศจำกเชื้อ 2. แว่นตา (Eyeware) /กระจังหน้า (Eye chail) ต้องเป็นแว่นตำที่ปกปิดเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนเชื้อโรคที่เป็นน้ ำหรือละอองไม่ให้กระเด็นหรือฟุ้งเข้ำตำ ข้อบ่งชี้ หัตถกำรที่อำจจะมีเลือด สำรคัดหลั่ง ละอองฝอย กระเด็นเข้ำตำ เช่น กำรผ่ำตัดเล็ก กำรท ำคลอดฉุกเฉิน กำรท ำหัตถกำรต่ำงๆ กำร ท ำหัตถกำรทันตกรรม กำรล้ำงท ำควำมสะอำเครื่องมือต่ำง ๆ 3. ผ้าปิดปาก ปิดจมูก (Mask) เพื่อป้องกำรสิ่งปนเปื้อนที่มำกับระบบละอองฝอยและระบบทำงเดินหำยใจ มี 2 แบบ 1. Surgical Mask คือ ผ้ำปิดปำก ปิดจมูก ที่ใช้ในกำรดูดซับ และป้องกันกำรดูดซับสำรคัดหลั่ง ละอองฝอยต่ำงๆ ลดกำร แพร่กระจำยเชื้อทำงอำกำศจำกผู้อื่นมำสู่เรำและลดกำรแพร่กระจายเชื้อจากเราไปสู่ผู้อื่น ข้อบ่งชี้ 1. กำรท ำหัตถกำร เช่น กำรท ำคลอดฉุกเฉิน กำรท ำแผล เย็บแผล ฟอกผิวหนังผู้ป่วยไฟไหม้น้ ำร้อนลวก กำรท ำหัตกำรฟัน เป็นต้น 2. เมื่อบุคลำกร ผู้ป่วย และญำติ ต้องสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัย ในรำยที่มีโรคต่อระบบหำยใจ เช่น ไข้หวัด ปอดปวด เป็นต้น 3. กำรปฏิบัติงำนในกำรท ำควำมสะอำดทั่ว ๆ ไป กำรปฏิบัติงำนเมื่อเก็บ ย้ำย ขนส่งขยะ กำรปฏิบัติเมื่อซักฟอก และล้ำงท ำควำม สะอำดเครื่องมือ 4. กำรปฏิบัติงำนเกี่ยวกับวัสดุปรำศจำกเชื้อ


7 2. HEPA filler mask คือ อุปกรณ์ป้องกันกำรติดเชื้อในระบบทำงเดินหำยใจ จำกผู้อื่นสู่เรำ เช่น N95 ลดโอกำสติดเชื้อ จำกผู้อื่นสู่เรำได้ 95 % ข้อบ่งใช้ 1. หัตถกำรที่เสี่ยงต่อกำรรับเชื้อจำกผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยวัณโรคหรือผู้ป่วยที่สงสัยวัณโรค ไข้หวัดสำยพันธุ์ใหม่ ไข้หวัดนก MERS เป็นต้น 2. กำรปฏิบัติงำนที่เสี่ยงต่อกำรสูดเชื้อโรคเข้ำทำงเดินหำยใจ เช่น โรคติดต่อทำงอำกำศ ละอองฝอย และห้องปฏิบัติกำร ขั้นตอนการสวมใส่หน้ากากกองอากาศ 1. เลือกขนำดที่เหมำะสมกับตนเอง 2. ใช้มือข้ำงไม่ถนัดจับด้ำนหน้ำของหน้ำกำก 3. เชือกเส้นแรกคล้องเหนือใบหู เส้นที่สองคล้องศีรษะ 4. ขยับให้หน้ำกำกระชับพอดี 5. (Fit check) ตรวจสอบควำมแน่น กดรอบหน้ำกำกให้กระชับพอดีหน้ำ ไม่มีลมรั่ว (Fit test) ตรวจสอบควำมแนบสนิท เวลำหำยใจเข้ำ หน้ำกำกควบยุบเล็กน้อย หำยใจออก ไม่ควรลมรั่วตำมแนวสันจมูก-คำง ควรใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถ้ำจ ำเป็นต้องใช้ซ้ ำ ให้แขนไว้ และเมื่อใช้ซ้ ำอีกครั้งใช้สวมถุงมือข้ำงที่ถนัด ข้ำงเดียวจับบริเวณ ด้ำนหน้ำของ Mask เพื่อไม่ให้มีกำรปนเปื้อนจำกกำรสัมผัสด้ำนหน้ำ mask และห้ำมให้ด้ำนหน้ำหรือถุงมือที่สัมผัส ไป สัมผัสกับส่วนอื่น 4.ถุงมือ (Glove) ถุงมือใช้ป้องกันเมื่อต้องสัมผัสสิ่งสกปรก เช่น กำรสัมผัสเลือด สำรคัดหลั่งผู้ป่วย เมื่อเจำะเลือด ดูดเสมหะ ท ำแผล เย็บแผล หรือท ำควำม สะอำดเครื่องมือหรือบริเวณที่เปื้อนเลือดและสำรคัดหลั่งผู้ป่วย และหำกมือบุคลำกรมีบำดแผลหรือเป็นโรคผิวหนังและบุคลำกรต้องให้กำร ดูแลผู้ป่วย ควรสวมถุงมือทุกครั้ง กำรแบ่งถุงมือแบ่งตำมประเภทกำรใช้งำนเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. ถุงมือสะอำด ไม่จ ำเป็นต้องปรำศจำกเชื้อใช้กับกำรปฏิบัติกำรพยำบำลที่ไม่จ ำเป็นต้องปรำศจำกเชื้อ เช่น กำรเจำะเลือด กำรท ำแผล ควรเป็นถุงมือที่ใช้เพียงครั้งเดียวทิ้ง 2. ถุงมือปรำศจำกเชื้อ ใช้กับกำรปฏิบัติกำรพยำบำลที่ต้องกำรกำรปรำศจำกเชื้อ ได้แก่ กำรสวนปัสสำวะ กำรเย็บแผล กำร ท ำคลอดฉุกเฉิน กำรใส่สำยสวนปัสสำวะ 3. ถุงมือยำงหนำ มีควำมเหนียวแลละคงทนใช้ในกำรท ำควำมสะอำด กำรล้ำงเครื่องมือ กำรท ำควำมสะอำดทั่วไปของพื้นที่ โรงพยำบำล ข้อบ่งใช้ถุงมือปราศจากเชื้อ 1. หยิบจับเครื่องมือที่ปรำศจำกเชื้อ 2. กำรท ำหัตถกำรที่ปรำศจำกเชื้อ เช่น กำรเจำะ กำรเย็บแผล กำรท ำคลอดฉุกเฉิน กำรเปลี่ยนสำยสวนปัสสำวะ เป็นต้น วิธีการใช้ถุงมือปราศจากเชื้อ 1. ก่อนใส่ถุงมือให้ล้ำงมือด้วยน้ ำกับน้ ำยำท ำลำยเชื้อ (Hygienic Handwashing) 30 วินำที หรือ กำรล้ำงมือก่อนท ำ หัตถกำร (Surgical hand washing) 3-5 นำที แล้วแต่ชนิดของกำรท ำหัตถกำรเพื่อป้องกันเชื้อบนมือไม่ให้ไปปนเปื้อน วัสดุ 2. เมื่อล้ำงมือแล้วเช็ดมือให้แห้งด้วยผ้ำปรำศจำกเชื้อ แล้วจึงสวมถุงมืออย่ำงถูกวิธี โดยระวังด้ำนนอกอย่ำให้ผิวด้ำนนอกของ ถุงมือสัมผัสกับผิวหนัง 3. ถ้ำถุงมือรั่วหรือขำดเล็กน้อยขณะที่ใช้ ให้สวมถุงมือปรำศจำกเชื้อคู่ใหม่ทับบนถุงมือเก่ำ แต่ถ้ำขำดมำก ให้ถอดถุงมือทิ้ง แล้วล้ำงมือด้วยน้ ำยำท ำลำยเชื้อเช่นเดียวดังกล่ำวข้ำงต้นก่อนสวมถุงมือใหม่ 4. เมื่อเสร็จภำรกิจ ให้ถอดถุงมือทิ้งขยะติดเชื้อทันที วิธีกำรถอดถุงมือคือ จับขอบถุงมือมือด้ำนในก่อนที่สกปรกก่อน ให้ถอด ถุงมือออกมำ 1 ข้ำงและอีกข้ำงให้จับขอบด้ำนที่สะอำดเพรำะใช้มือที่ถอดถุงมือออกแล้วซึ่งเป็นมือที่สะอำด 5. ล้ำงมือให้สะอำด


8 5.เสื้อคลุม (Gown) กำรสวมเสื้อคลุมพิจำรณำตำมกิจกรรมกำรพยำบำลที่ปฏิบัติ หำกคำดว่ำจะมีเลือดหรือสำรคัดหลั่งของผู้ป่วยกระเด็นหรือพุ่งสู่ร่ำงกำยบุคลำกร เช่น กำรท ำแผลที่มีเลือดกระเด็น กำรท ำคลอดฉุกเฉิน วิธีการสวมเสื้อคลุม - เลือกชนิดและขนำดของเสื้อคลุมให้เหมำะสม - สวมเสื้อคลุมให้ส่วนที่สำยอยู่ด้ำนหลัง - ผูกสำยเสื้อคลุมบริเวณคอและเอว - หำกเสื้อคลุมมีขนำดเล็ก ให้ใช้เสื้อคลุม 2 ตัว ตัวแรกให้ผูกด้ำนหน้ำ ตัวที่สองให้ผูกด้ำนหลัง วิธีการถอดเสื้อคลุม - ปลดสำยเสื้อคลุมออก - ดึงเสื้อคลุมออกให้พ้นคอและบ่ำ - ม้วนให้ด้ำนที่ปนเปื้อนอยู่ด้ำนในทิ้งในภำชนะที่มีฝำปิดมิดชิด 6. ผ้ากันเปื้อน (Apron) ผู้ปฏิบัติงำนควรใส่ผ้ำกันเปื้อนเสื้อผ้ำที่สวมอยู่เช่น ขณะที่ผ่ำตัด สำรคัดหลั่ง เลือด อำจจะซึมผ่ำนเสื้อคลุมถูกผิวหนังใต้เสื้อคลุมได้หรือ ขณะที่ท ำหัตถกำร ล้ำงสกปรก ขณะที่ท ำควำมสะอำดทั่วๆ ไปหรือ เก็บขยะ 7. รองเท้า (Footwere) รองเท้ำแตะ ใช้ส ำหรับห้องที่สะอำดหรือต้องกำรแยกจำกรองเท้ำที่ใช้ภำยนอก เพื่อที่จะเข้ำสู่ภำยในห้อง รองเท้ำบู้ท ใช้ส ำหรับป้องกันสำรน้ ำสกปรกที่จะกระเด็นมำเลอะเท้ำ สถานที่ที่ควรใส่รองเท้าเป็นพิเศษ 1. ห้องที่ต้องกำรควำมสะอำด เช่น กำรซักผ้ำต่ำง ๆ กำรล้ำงเครื่องมือ 2. บริเวณพื้นที่เปียก สกปรก มีเชื้อโรค เช่น ห้องน้ ำ ส ำหรับผู้เข้ำห้องน้ ำควรใส่รองเท้ำฟองน้ ำ ส ำหรับผู้ที่ท ำควำมสะอำดควรใส่ รองเท้ำบู้ท เก็บขยะ โรงพักขยะ ผู้ปฏิบัติควรใส่รองเท้ำบู้ท ขั้นตอนการใส่เครื่องป้องกันร่างกาย 1. เสื้อคลุม 2. ผ้ำปิดปำก-จมูก 3. แว่น/กระจังหน้ำ 4. หมวก 5. ถุงมือ 6. รองเท้ำบู้ท ขั้นตอนการถอดเครื่องป้องกันร่างกาย 1. ถุงมือ 2. หมวก 3. แว่นตำ/กระจังหน้ำ 4. เสื้อคลุมและรองเท้ำ 5. ผ้ำปิดปำก- จมูก 6. รองเท้ำบู้ท


9 การบริหารจัดการขยะในโรงพยาบาล ขยะทั่วไป หมำยถึง ขยะที่ไม่สำมำรถน ำกลับมำใช้ได้อีก และไม่ปนเปื้อนสิ่งติดเชื้อ ขยะที่เกิดจำกหอพัก โรงอำหำร บริเวณสำธำรณะ และ ส ำนักงำน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบริกำร กำรตรวจวินิจฉัย กำรรักษำพยำบำล กำรให้ภูมิคุ้มกันโรค และกำรศึกษำวิจัย ขยะ Recycle หมำยถึง ขยะที่สำมำรถน ำมำแปรรูปใช้ใหม่หรือขำยได้ ขยะติดเชื้อ หมำยถึง ขยะทำงกำรแพทย์ ซึ่งมีเหตุอันควรให้สงสัยว่ำมีหรือ อำจมีเชื้อโรคปะปน เป็นขยะที่สัมผัสหรือสงสัยว่ำได้สัมผัสเลือด ส่วนประกอบเลือด และสำรน้ ำจำกร่ำงกำยผู้ป่วย ขยะเคมีอันตราย หมำยถึง ขยะทำงกำรแพทย์ที่มีพิษก่อให้เกิดอันตรำยกับมนุษย์ และสภำพแวดล้อม ต้องใช้วิธีกำรท ำลำยแบบพิเศษ ประกอบด้วย ขยะสำรเคมี และสำรกัมมันตรังสี การคัดแยกและการเก็บรวบรวมขยะ แบ่งภำชนะรองรับขยะเป็น 5 ประเภท คือ ขยะติดเชื้อ ขยะทั่วไป ขยะ Recycle ขยะอันตรำย/ สำรเคมี ขยะมีคมติดเชื้อ - ถังขยะทั่วไป ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับรองรับขยะสีด ำมีฝำปิดมิดชิด ใช้รองรับขยะทั่วไป จ ำพวกเศษขยะ เศษอำหำร ถุงพลำสติก มัดปำก ถุงด้วยเชือกเขียนป้ำยระบุขยะทั่วไป - ถังขยะ Recycle ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับรองรับขยะสีด ำมีฝำปิดมิดชิด ใช้รองรับขยะทั่วไป จ ำพวกขวดพลำสติก ขวดน้ ำเกลือ ขวดยำน้ ำ กระดำษ กล่อง ลัง กระป๋องน้ ำอัดลม ขวดแก้ว มัดปำกถุงด้วยเชือกเขียนป้ำยระบุขยะ Recycle - ถังขยะติดเชื้อ ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับรองรับขยะสีแดงมีฝำปิดมิดชิด ควรมีลักษณะเปิดปิดด้วยเท้ำ ใช้รองรับขยะติดเชื้อที่เป็นวัสดุสัมผัส สำรคัดหลั่ง หรือเลือดของผู้ป่วย กระบอกฉีดยำพลำสติกที่ใช้แล้ว ชิ้นเนื้อ กระดูก ถุงมือที่ใช้แล้ว ก๊อซ ส ำลีที่ทิ้งแล้ว อุจจำระ แพมเพอส ผ้ำอนำมัย ถุงพลำสติกที่รองสำรคัดหลั่ง วัคซีนต่ำงๆ มัดปำกถุงด้วยเชือกเขียนป้ำยระบุขยะติดเชื้อ


10 - ถังขยะของมีคมติดเชื้อ ใช้ภำชนะเก็บที่เข็ม หรือของมีคมไม่สำมำรถแทงทะลุได้ให้ปิดฝำแล้วน ำทิ้งลงถุงแดง ส่งบริษัท เขียนระบุขยะมี คมติดเชื้อ เช่น กระป๋องพลำสติกหนำ ขยะของมีคมติดเชื้อได้แก่ ใบมีด เข็มฉีดยำ เข็มเย็บแผล หลอดแก้ว ปลำยแหลมของชุดให้น้ ำเกลือ แผ่นสไลด์ กระจก เครื่องมือแหลมคมต่ำง ๆ ที่ใช้กับผู้ป่วย หัว Amp ยำที่หักแล้ว มัดปำกถุงด้วยเชือกเขียนป้ำยระบุขยะของมีคมติดเชื้อ - ถังขยะอันตรำย/สำรเคมี ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับรองรับขยะสีแดงมีฝำปิดมิดชิด ส่วนปรอทแตกใส่ถุง 2 ชั้นมัดปำกถุงให้มิดชิด โดยมัด ปำกถุงทีละชั้น ควรมีลักษณะเปิดปิดด้วยเท้ำ ใช้รองรับขยะที่เป็นสำรเคมี เช่น ถ่ำนไฟฉำย กระป๋องสเปรย์ ปรอทวัดไข้ หลอดไฟ แบตเตอรี่ ขวดยำ Antibiotic และให้แยกขยะแต่ละชนิด บรรจุใส่ถุงแดงเพื่อแยกทิ้งกับบริษัทก ำจัดขยะ มัดปำกถุงด้วยเชือกเขียนป้ำยระบุขยะอันตรำย/สำรเคมี 6.2 การเก็บขนย้ายขยะ 6.2.1 พนักงำนขนย้ำยขยะ สวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ ถุงมือยำงหนำ ผ้ำปิดปำก และจมูก ผ้ำยำงกันเปื้อน รองเท้ำบูท ขณะปฏิบัติงำน ต้องปฏิบัติตำมอย่ำงเคร่งครัด 6.2.2 พนักงำนขนย้ำยขยะ ในจุดที่มีภำชนะรองรับตั้งอยู่ตำมที่ก ำหนด 6.2.3 ตรวจสอบกำรรั่ว ซึม แตกของถุงขยะก่อนขนย้ำย ถ้ำพบให้ใส่ถุงสีตำมประเภทขยะนั้นๆ ซ้อน แล้วมัดปำกถุง 6.2.4 ถ้ำขยะติดเชื้อ หรือขยะสำรเคมีหล่น ให้พนักงำนใช้คีมเหล็กหรือหยิบด้วยมือที่สวมถุงมือยำงหนำ เก็บขยะใส่ในถุง ขยะติดเชื้อ และท ำควำมสะอำดพื้นโดยเช็ดครำบสกปรกออกให้มำกที่สุดด้วยกระดำษหรือผ้ำ ทิ้งกระดำษหรือผ้ำใน ขยะติดเชื้อ หรือขยะเคมี แล้วท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำและผงซักฟอก เช็ดตำมด้วยผ้ำสะอำด 6.2.5 เวลำเก็บขนย้ำยขยะ - พนักงำนขนย้ำยขยะภำยในโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพ o ขยะติดเชื้อ น ำส่งที่โรงพักขยะติดเชื้อ ที่รพ.สต และ รพ.เฝ้ำไร่จะน ำรถไปเก็บขยะ ทุกวันศุกร์ เวลำ 13.00 น.-16.00 น.เพื่อน ำมำเก็บที่โรงพักขยะรอ ให้บริษัทน ำไปก ำจัด o ขยะทั่วไป น ำส่งที่โรงพักขยะทั่วไป โดยรพ.สต เผำเอง ทุกสัปดำห์ o ขยะ Recycle น ำไปขำยที่โรงพักขยะ Recycle ร้ำนรับซื้อของเก่ำมำรับ o ถังขยะอันตรำย/สำรเคมี - ถ่ำนไฟฉำย กระป๋องสเปรย์ ใส่ถุงแดง มัดถุงแดง 1 ชั้น ให้น ำมำเก็บไว้ในถังขยะแยกประเภท น ำไปพักที่โรงพักขยะสำรเคมีและ รพ.เฝ้ำไร่จะน ำรถไปเก็บขยะ ทุกวันศุกร์ เวลำ 13.00 น.-16.00 น.เพื่อน ำมำเก็บที่โรงพักขยะรอให้บริษัทน ำไปก ำจัด - ปรอทแตก น ำทรำยโรยไว้สถำนที่ปรอทแตกประมำณ 15-30 นำทีหลังจำกนั้นให้ถุงมือยำงหนำ ปิดปำกปิดจมูก โกยใส่ถุงแดง มัดถุงแดง 2 รพ.เฝ้ำไร่จะน ำรถไปเก็บขยะ ทุกวันศุกร์ เวลำ 13.00 น.-16.00 น.เพื่อน ำมำเก็บที่โรงพักขยะรอให้บริษัทน ำไปก ำจัด 6.3 เทคนิคการขนย้าย ให้มัดปำกถุงขยะด้วยเชือกให้แน่น เมื่อปริมำณขยะไม่เกินสองในสำมส่วนของภำชนะบรรจุ และตรวจสอบกำรรั่วซึมน ำไปวำงไว้ในภำชนะรองรับในบริเวณพักขยะรอกำรขนย้ำยที่ก ำหนดไว้ 6.3.1 ขยะทั่วไป, ขยะติดเชื้อ (ไม่มีคม), ขยะอันตรำย กำรขนย้ำยให้จับถุงบริเวณที่มัด ยกให้จับถุงบริเวณที่มัด ยกให้ ห่ำงจำกตัวพอควร ไม่อุ้ม ลำกหรือโยนถุงขยะ ใส่รถขนย้ำยขยะ ** ถุงขยะในห้องน้ ำผู้ป่วย และเจ้ำหน้ำที่ ใช้ถุงสี แดง ** 6.3.2 ขยะมีคมติดเชื้อ เมื่อขยะในถัง 2/3 ส่วน ให้เก็บทิ้ง 6.3.3 ขยะติดเชื้อ เมื่อขยะในถัง 2/3 ส่วน ให้เก็บทิ้ง


11 การแยกขยะโรงพยาบาลเฝ้าไร่และเครือข่ายโรงพยาบาลเฝ้าไร่ มี 5 ชนิด 1.ขยะทั่วไป 2.ขยะ Recycle 3.ขยะติดเชื้อ 4.ขยะมีคมติดเชื้อ 5.ขยะเคมีอันตราย - เศษอำหำร - เศษไม้ - เศษซอง - ซองพลำสติก - กล่อง - ลัง - ขวดพลำสติก - กระป๋องน้ ำอัดลม - ขวดน้ ำเกลือ - ขวดแก้ว - เศษกระดำษ - ส ำลี ก๊อซ - กระบอกฉีดยำพลำสติก ที่ใช้แล้ว - ชิ้นเนื้อ กระดูก - สิ่งคัดหลังผู้ป่วย - รก - ถุงมือที่ใช้แล้ว - อุจจำระ - แพมเพอส - ผ้ำอนำมัย - ถุงพลำสติกที่รองสำร คัดหลั่ง - วัคซีนต่ำงๆ - ใบมีด - เข็มฉีดยำ - เข็มเย็บแผล - หลอดแก้ว - ส่วนปลำยของแหลมคม ของชุดให้น้ ำเกลือ - แผ่นกระจกสไลด์ - เครื่องมือแหลมคมต่ำง ๆ ที่ใช้กับผู้ป่วยแล้ว - หัว AMP ยำที่หักแล้ว - ถ่ำนไฟฉำย - หลอดไฟ - แบตเตอรี่ - กระป๋องสเปรย์ - ปรอทวัดไข้ - ขวดยำ Antibiotic การก าจัด การก าจัด การก าจัด การก าจัด การก าจัด - ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับ รองรับขยะสีด ำมีฝำปิด มิดชิด ส่งเทศบำล ฝัง กลบ เผำ มัดป ำกถุงด้ ำยเชือก เขียนป้ำยระบุ ขยะทั่วไป - ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับ รองรับขยะสีด ำมีฝำปิด มิดชิด น ำไปใช้ประโยชน์ น ำไป ขำย มัดปำกถุงด้ำยเชือก เ ขี ย น ป้ ำ ย ร ะ บุ ข ย ะ Recycle - ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับ รองรับขยะสีแดงมีฝำปิด มิดชิด ควรมีลักษณะเปิด ปิดด้วยเท้ำ ส่งบริษัทก ำจัดขยะ มัดปำกถุงด้ำยเชือก เขียนป้ำยระบุขยะติดเชื้อ - ใช้กระป๋องพลำสติก หนำที่เข็ม หรือของมีคม ไม่สำมำรถแทงทะลุได้ ให้ปิดฝำแล้วน ำทิ้งลงถุง แดง ส่งบริษัท มัดปำกถุงด้ำยเชือก เขียนป้ำยระบุขยะมีคม ติดเชื้อ -ใช้ถุงพลำสติกส ำหรับ รองรับขยะสีแดงมีฝำปิด มิดชิด ส่วนปรอทแตกใส่ ถุง 2 ชั้นมัดปำกถุงให้ มิดชิด โดยมัดปำกถุงทีละ ชั้น ใช้รองรับขยะที่เป็น สำรเคมี แยกขยะแต่ละ ชนิด บรรจุใส่ถุงแดงเพื่อ แยกทิ้งกับบริษัทก ำจัด ขยะมัดปำกถุงด้ำยเชือก เขียนป้ำยระบุขยะ อันตรำยและระบุชนิด ขยะ


12 ตารางการขนส่งรอบอาหาร / อุปกรณ์ติดเชื้อ / ขยะมูลฝอย กิจกรรม เช้า กลางวัน-บ่าย เย็น เจ้าหน้าที่ เวลำส่งอำหำร (สะอำด) 07.00-07.15 น. 11.45-12.00 น. 16.45-17.00 น. แม่ครัว เวลำรับอุปกรณ์ติดเชื้อ (สกปรก) 07.15-07.30 น. 12.00-12.30 น. - หน่วยจ่ำกลำง เวลำรับผ้ำเปื้อน 07.30-07.45 น. 12.30-13.00 น. - หน่วยจ่ำยกลำง เวลำรับขยะ (สกปรก) 07.45-08.00 น. 14.30-15.00 น. - แม่บ้ำน


13 เรื่อง แนวทำงกำรป้องกันอุบัติเหตุจำกของมีคมและสำรคัดหลั่งจำกกำรท ำงำน 3. นิยำม อุบัติเหตุในกำรให้บริกำรทำงกำรแพทย์หมำยถึงกำรเกิดอุบัติเหตุในกำรให้บริกำรผู้ป่วยขณะปฏิบัติงำนจำกของมีคมเช่นเข็มใบมีดเศษ แก้วฯลฯ หรือถูกเลือดสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย( เสมหะ ปัสสำวะ เลือด) ผ่ำนทำงลูกตำหรือปำก หรือทำงผิวหนังที่มีบำดแผลซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกำร ติดเชื้อที่ส ำคัญคือเชื้อไวรัสเอชไอวี เชื้อไวรัสตับอักเสบบีและเชื้อไวรัสตับอักเสบซี การป้องกันอุบัติเหตุจากเข็มต าและของมีคม 1. ไม่สวมปลอกเข็มกลับ ถ้ำจ ำเป็นต้องสวมปลอกเข็มให้ใช้ “เทคนิคสวมแบบมือเดียว” 2. ไม่ใช้มือจับต้องของมีคมโดยตรงให้ใช้อุปกรณ์เช่น Artery Clamp ,Needle Holder 3. ส่งของมีคมโดยใช้ภำชนะรองรับหรือ Non touch technique 4. ทิ้งเข็ม ของมีคมในภำชนะรองรับที่ป้องกันกำรแทงทะลุได้ตำมนโยบำยโรงพยำบำล การป้องกันอุบัติเหตุจากเลือดและสารคัดหลั่ง 1. Tube เลือด ภำชนะใส่ Urine /Stool ภำชนะใส่ชิ้นเนื้อส่งตรวจ ลงในถุงพลำสติก หรือใส่ภำชนะที่ตั้งตรง มีกล่องใส่LAB น ำส่งตำม มำตรฐำนโรงพยำบำล 2. มีป้ำยชื่อผู้ป่วยเพื่อเป็นกำรบ่งชี้ 3. น ำส่งสภำพตั้งตรง 4. กรณีตกแตกหก เปื้อนเลือด ผู้ท ำควำมสะอำดใส่ถุงมือ ใช้กระดำษช ำระ Gauze หรือเศษผ้ำเช็ดออกให้หมดหรือเหลอน้อยที่สุด ทิ้ง กระดำษหรือผ้ำที่เช็ดลงในถุงแดง ท ำควำมสะอำดครำบที่เหลือด้วยทิชชู่เปียกฆ่ำเชื้อหรือน้ ำยำฆ่ำเชื้อ 5. เลือกใช้เครื่องป้องกันร่ำงกำยให้เหมำะสมโดยขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่จะปฏิบัติว่ำต้องสัมผัสหรือมีกำรฟุ้งกระจำยของเลือดมำกน้อยเพียงใด 6.1. เมื่อได้รับอุบัติเหตุสัมผัสเลือดหรือสำรคัดหลั่งของผู้ป่วย 6.1.1 กรณีบุคลากรได้รับอุบัติเหตุจาก เข็มต าหรือถูกของมีคมที่ปนเปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยบาดต าหรือทิ่ม แทง ให้ปฐมพยำบำลบำดแผลหรือช ำระล้ำงบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุทันที 1) ล้ำงบำดแผลด้วยน้ ำและสบู่ 2-3 รอบ ให้สะอำด 2) เช็ดบำดแผลด้วย providine หรือ 70% alcohol 6.1.2 กรณีถูกเลือดหรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยกระเด็นเข้าปากตาหรือแผล 1) กรณีกระเด็นเข้ำปำกให้บ้วนน้ ำลำยทิ้งทันทีและบ้วนปำกด้วยน้ ำสะอำด 5 ครั้ง 2) กรณีกระเด็นเข้ำตำให้ล้ำงด้วยน้ ำสะอำดหรือ 0.9% NSS ปริมำณ 1 ลิตร 3) กรณีกระเด็นถูกแผลให้ล้ำงแผลผ่ำนน้ ำสะอำด 2-3 ครั้งและเช็ดด้วย providine 6.2 รำยงำนพยำบำลควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล 6.3 พบแพทย์ที่แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินเพื่อรับยาต้านไวรัสภายใน 2 ชั่วโมง ไม่ช้ากว่า 72 ชั่วโมง 6.3.1 แจ้งชื่อท ำประวัติ/ ค้นประวัติ ตรวจรักษาที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน 6.3.2 พบแพทย์เพื่อรับกำรตรวจรักษำ 6.3.3 รับยาต้านไวรัสที่ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และรับประทำนยำที่ได้รับทันที 6.3.4 เจำะเลือดเพื่อดูควำมเสี่ยงต่อกำรติดเชื้อ 1) เจำะเลือดบุคลำกรตรวจหำ Anti-HIV, HBs Ag, Anti HCV, CBC, Cr, AST, ALT, HBs Ag (ถ้ำรู้ว่ำ HB Positive แล้วไม่ จ ำเป็นต้องเจำะ) (อย่ำงช้ำเจำะเลือดภำยใน 72 ชั่วโมงนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ)


14 2) เจำะเลือดผู้ป่วยตรวจหำ Anti-HIV, HBs Ag ,Anti HCV (ในกรณีที่ยังไม่ทรำบว่ำผู้ป่วย ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคตับ อักเสบชนิดบี) 6.3.5 เขียนแบบบันทึก รำยงำนกำรสัมผัสถูกเลือด/สำรคัดหลั่ง/ของมีคมทิ่มต ำโรงพยำบำลเฝ้ำไร่ตำมแบบฟอร์มที่ห้องอุบัติเหตุ และฉุกเฉิน 6.3.6 เขียนใบอุบัติกำรณ์ 6.4 กลับไปปฏิบัติงำนตำมปกติ กรณีปฏิบัติงำนไม่ได้ให้ขอใบรับรองแพทย์ลำหยุด 6.5 หัวหน้ำเวรรำยงำนพยำบำลป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อ เก็บเอกสำรไว้ในแฟ้ม บุคลำกรได้รับอุบัติเหตุในกำรให้บริกำรทำง กำรแพทย์ 6.5.1 กรณีที่ทรำบผลเลือดผู้ป่วยว่ำ HIV positive ให้โทรแจ้งผลแก่พยำบำลงำนควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อทันที คุณบัณฑิดำ พร จันทร์ศรี(087-2344627) กำญจนำณัฏฐ์ 084 2242521 6.5.2 กรณีที่ไม่ทรำบผลเลือดผู้ป่วยให้โทรแจ้งผลแก่พยำบำลงำนควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อ ภำยใน 24 ชั่วโมง คุณบัณฑิดำ พร จันทร์ศรี(087-2344627) กำญจนำณัฏฐ์ 084 2242521 6.6 นัดพบแพทย์ 6.7 เมื่อพบมีกำรติดเชื้อ HIV ให้พบแพทย์คลินิกHIVเพื่อให้กำรตรวจวินิจฉัยและขอรับค ำปรึกษำแนวทำงกำรปฏิบัติในกำรดูแลตนเอง และกำรรักษำที่เห็นว่ำสมควรที่สุดแพทย์จะประเมินควำมเสี่ยงต่อกำรได้รับเชื้อเอชไอวีของบุคลำกรและพิจำรณำให้ยำต้ำนไวรัสเอชไอวีและนัด ติดตำมต่อไป 6.8 ให้บุคลำกรเจำะเลือดตรวจหำ Anti-HIV ภำยหลังรับประทำนยำครบ 1 เดือน และ 3เดือน โดยรับใบนัดวันที่เจำะเลือดที่งำน ป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อ * ถ้ำผู้ป่วยมีปัญหำ HBV/HCV infection ให้เจำะ HBsAg/Anti HCV ในเดือนที่ 3 ด้วย * ถ้ำผู้ป่วยมีปัญหำ HCV infection ให้ตรวจ Anti HIV ซ้ ำที่ เดือนที่ 12 ด้วย การประเมินความเสี่ยง กำรประเมินควำมเสี่ยงต่อกำรได้รับเชื้อเอชไอวีของบุคลำกรที่ได้รับอุบัติเหตุจำกกำรปฏิบัติงำน 1. บุคลากรที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี ได้แก่ 1.1 บุคลำกรถูกของมีคมทิ่มต ำที่มีกำรปนเปื้อนเลือด รอยบำดแผลไม่ลึกหรือไม่มีเลือดออก 1.2 เลือดของผู้ป่วย สำรคัดหลั่ง ต่ำงๆ เข้ำสู่ ตำ ปำก 1.3 เลือดของผู้ป่วยเข้ำบำดแผลของบุคลำกร 1.4 ผู้ป่วยเป็นเอดส์หรือผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี 1.5 ผู้ป่วยที่มีควำมเสี่ยง จำกประวัติ ทำงเพศ กำรสัก รักร่วมเพศ หรือพฤติกรรมน่ำสงสัย สูตรยาที่บุคลากรได้รับ - TDF 300 mg Oral OD - 3TC 300 mg Oral OD - EFV 600 mg Oral OD ให้ยำทั้งหมดเป็นระยะเวลำ 4 สัปดำห์


15 2. บุคลากรที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี ได้แก่ 3.1 ผู้ป่วยไม่เป็นโรคติดเชื้อเอชไอวี 3.2 บุคลำกรได้รับอุบัติเหตุจำกของมีคมหรือสำรคัดหลั่งจำกปัสสำวะ อุจจำระหรือน้ ำลำยที่ไม่มีเลือดปน หลังได้รับยำต้ำนไวรัสเอชไอวีให้บุคลำกรเจำะเลือดตรวจหำ Anti-HIV ภำยหลังรับประทำนยำครบ1 เดือน และ 3 เดือน 1. กรณีผู้ประสบอุบัติเหตุติดเชื้อ HIVจำกกำรปฏิบัติงำนให้ปฏิบัติตำมระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรสงเครำะห์ผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ อันเนื่องมำจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่ พ.ศ. 2540 2. บุคลำกรทำงกำรแพทย์ทุกคนที่ปฏิบัติงำนกับผู้ป่วยจะต้องมีภูมิต้ำนทำนต่อไวรัสตับอักเสบบีจะมีกำรตรวจทุกปี ข้อปฏิบัติหลังได้รับการ Counseling กรณีที่ได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน 1. ท่ำนได้รับยำรับประทำนเพื่อป้องกันกำรติดเชื้อ HIV เป็นระยะเวลำ 1 เดือน รับประทำนยำที่ได้ให้ครบและตรงเวลำ กรณีมีปัญหำ หรือรับประทำนยำไม่ได้ เนื่องจำกผลข้ำงเคียงของยำ ให้แจ้งเจ้ำหน้ำที่งำน IC เพื่อรำยงำนแพทย์ผู้ดูแลเพื่อให้ยำแก้แพ้หรือปรับเปลี่ยนสูตรยำ 2. ให้ติดตำมผลเลือด โดยเจำะเลือดตรวจ เฉพำะ Anti HIV เมื่อครบ 1 เดือนและ3 เดือน โดยใช้สิทธิ์กำรรักษำของตนเอง ยื่นบัตร ไปที่คลินิกHIV ได้ผลตรวจให้แจ้งผลที่ส ำนักงำน IC หมายเหตุ วันนัดเจำะเลือดสำมำรถเลื่อนกำรเจำะเลือดได้ โดยไม่ควรเลื่อนเกิน 1 อำทิตย์ถ้ำไม่สำมำรถเจำะได้ตำมนัด กรณีมีปัญหำสงสัย หรือมีค ำถำม ติดต่อที่งำนป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล โทร. 082-3488189 /084 2242521


16 บันทึก ผู้รับผิดชอบ สถานที่เก็บ ระยะเวลาที่เก็บ วิธีจัดเรียง แบบรำยงำนกำรเกิดอุบัติเหตุจำกกำร ปฏิบัติหน้ำที่โรงพยำบำลส่งเสริม สุขภำพต ำบลเฝ้ำไร่ - พยำบำลหัวหน้ำเวร -พยำบำลป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อโนโรงพยำบำล ส่งเสริมสุขภำพต ำบล - พยำบำลป้องกันและควบคุมกำรติด-เชื้อในโรงพยำบำล - พยำบำลคลินิก HIV - ส ำนักงำนป้องกัน และควบคุมกำรติด เชื้อในโรงพยำบำล 5 ปี เดือนปี แบบรายงานการเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่โรงพยาบาลเฝ้าไร่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของบุคลกรที่ได้รับอุบัติเหตุ ชื่อเจ้าหน้าที่.......................................................................โรงพยาบาล...................................................... ต าแหน่ง..................................... 1. วันที่สัมผัส................................ 2 .เวลำที่สัมผัส.............................. 3. ชื่อผู้ป่วยต้นตอ..................................................HN………………………………ผลเลือด HIV…………………………… 4. ประเภทบุคลำกรทำงกำรแพทย์........................................ 5. เบอร์โทร................................... 6. สถำนที่เกิดเหตุ................................. 7. สำมำรถระบุผู้ป่วยต้นตอได้หรือไม่ ได้ ไม่ได้ 8. ขณะที่เกิดอับติเหตุได้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำย (PPE) สวมอุปกรณ์ป้องกัน ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน สวมอุปกรณ์ป้องกันแต่ไม่ครบ/ไม่เหมำะสม อุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำยที่ใช้ (สำมำรถเลือกตอบได้มำกกว่ำ 1 รำยกำร) ถุงมือ 2 ข้ำง ถุงมือข้ำงเดียว Mask แว่นตำ เสื้อคลุม หน้ำกำก รองเท้ำบูท อื่น ๆ (โปรดระบุ)......................... * กรณีสัมผัสถูกเลือดหรืองสารคัดหลั่ง ตอบข้อ 9-17,27-29 * กรณีได้รับบาดเจ็บจากของมีคมทิ่มต า ตอบข้อ 1-29 9. ของเหลวจำกร่ำงกำยที่สัมผัส................................. 10. บริเวณที่ถูกสัมผัส…………………………………………..


17 11. เลือดหรือสำรคัดหลั่งนั้น สัมผัสถูกผิวหนังที่ไม่มีกำรป้องกัน สัมผัสถูกผิวหนังระหว่ำงช่องว่ำงของชุดที่สวม เปียกโชกผ่ำนชุดที่สวมป้องกันหรือผ่ำนเครื่องป้องกัน เปียกโชกผ่ำนชุดที่สวม อื่น ๆ ระบุ.................................................. 12. กำรสัมผัสนั้นเป็นผลมำจำกอะไร................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................. 13.ระยะเวลำที่เลือดหรือของเหลวจำกร่ำงกำยสัมผัสผิวหนังเรือเยื่อเมือก.......................................................... 14. ปริมำณของเลือดหรือของเหลวจำกร่ำงกำย ที่สัมผัสถูกผิวหนังหรือเอเมือก จ ำนวนเล็กน้อย (มำกถึง 5 CC หรือมำกถึงช้อนชำ) จ ำนวนปำนกลำง (มำกถึง 5 CC หรือมำกถึงหนึ่งส่วนสี่แก้ว) จ ำนวนมำก (มำกกว่ำ 50 CC) 15. อุบัติเหตุกำรสัมผัสเลือด/ของเหลวเกิดขึ้นเมื่อ ขณะก ำลังใช้ของมีคม หลังใช้ของมีคม ก่อนทิ้ง ของมีคมถูกวำง/ทิ้งในต ำแหน่ง/บริเวณที่ไม่เหมำะสม ขณะทิ้งของมีคม ขณะที่ปลดเข็ม/ถอดอุปกรณ์ สวมปลอกเข็มกลับคืน เข็ม/ของมีคม ทิ่มแทงทะลุจำกขยะ ก่อนใช้ของมีคม อื่น ๆ ระบุ......................................................... กำรสัมผัสเลือด/ของเหลวเกิดขึ้นที่ไหน (สถำนที่)............................................................. 16.ขณะเกิดอุบัติเหตุ เป็นกำรท ำงำนที่มีลักษณะต้องปฏิบัติแบบ ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ไม่ฉุกเฉินเร่งรีบท ำงำน ไม่ฉุกเฉิน ไม่เร่งรีบ 17. ท่ำนคิดว่ำท่ำนทรำบวิธีกำรใช้งำนของอุปกรณ์อย่ำงถูกต้องหรือไม่................................................................ 18. ชนิดของเข็ม/ของมีคม เข็มเจำะเลือด เข็มฉีดยำ เข็มเย็บแผล ใบมีด


18 IV catheter อื่น ๆ ระบุ....................................................... 19. ผู้ที่ได้รับบำดเจ็บเป็นผู้ใช้วัสดุมีคมนั้นเองหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ 19.1 ของมีคมนั้นมีกำรปนเปื้อนสำรคัดหลั่งหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ 20. ใช้ของมีคมนั้นในกำรท ำหัตถกำรใด................................................................... 21. กำรบำดเจ็บเกิดขึ้นนั้นขณะปฏิบัติอะไร (ก่อน,ขณะ,หลัง)............................................. 22. อุปกรณ์ใดที่ท ำให้เกิดกำรบำดเจ็บ............................................................. 23. หำกวัสดุที่ก่อให้เกิดกำรบำดเจ็บนั้นเป็นเข็ม หรืออุปกรณ์กำรแพทย์ที่มีควำมคม อุปกรณ์เหล่ำนั้นได้รับกำรออกแบบให้ใช้อย่ำงปลอดภัย (Safety Design) หรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ 24. กำรบำดเจ็บนั้น เล็กน้อย ปำนกลำง รุนแรง 25. หำรเกิดกำรบำดเจ็บที่มือ ของมีคมนั้นทะลุผ่ำน ถุงมือ 1 ชั้น ถุงมือ 2 ชั้น ไม่ได้สวมถุงมือ 26. บุคลำกรนั้นถนัดมือ ซ้ำย ขวำ 27. ต ำแหน่งและบริเวณที่สัมผัส/ได้รับบำดเจ็บ……………………………………………………….. 28. อธิบำยเหตุกำรณ์ที่น ำไปสู่กำรสัมผัสถูกเลือดหรือสำรคัดหลั่ง/บำดเจ็บ ...................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................... 29. กำรปฏิบัติตนเหลังได้รับอุบัติเหตุ : กำรปฐมพยำบำลเบื้องต้น ได้ท ำ ไม่ได้ท ำ ได้รับประทำนยำ Stat dose เมื่อ ..................นำที หรือ...................ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ ยำที่ได้รับ TDF 300 mg Oral OD 3TC 300 mg Oral OD EFV 600 mg Oral OD อื่น ๆ ได้แก่..................................... ไม่ได้รับประทำนยำ Stat dose ภำยใน 72 ชั่วโมง เนื่องจำก.......................................................... ............................................................................................................................................................................


19 ส่วนที่ 2 ส าหรับแพทย์ผู้ตรวจรักษา พบผู้ป่วยวันที่ ......./.............../.............. เวลำ.................น. ลักษณะของกำรสัมผัสเลือด/ของเหลว แนวทำงกำรประเมินลักษณะของกำร expose เลือด/ของเหลว และภำวะเสี่ยงของผู้ป่วย (บำดแผลชั้นผิวหนัง) Percutaneous injury Less severe More severe * Percutaneous injury มีโอกำสติดเชื้อ 0.3 % เลือด/ของเหลวกระเด็นเข้ำปำก/ ตำเยื่อบุ(Mucous membrane exposure) Small volume Large volume * Mucous membrane exposure มีโอกำสติดเชื้อ 0.9 % สัมผัสเลือด/ของเหลวเนื่องจำกมือมี บำดแผล/รอยแตก (Non-intact skin exposure) Small volume Large volume * Non-intact skin exposure มีโอกำสติดเชื้อ <0.9 % Medical record อำกำรส ำคัญ......................................................................................................................................................... ประวัติกำรเจ็บป่วยปัจจุบัน.................................................................................................................................. ประวัติกำรเจ็บป่วยในอดีต................................................................................................................................... ประวัติ LMP……………………………………………………………………………………………………………………………………….. แพ้ยำ.................................................................................................................................................................... การตรวจร่างกาย ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... กำรได้รับยำเพื่อป้องกันกำรติดเชื้อ เอชไอวีอย่ำงต่อเนื่อง ไม่ได้รับยำต่อเนื่องจำก ประเมินแล้วมีควำมเสี่ยงไม่เพียงพอ ไม่ต้องกำรรับประทำนยำต่อเนื่อง ได้รับยำ (28 วัน) ได้รับยำและวัคซีน เพื่อป้องกัน Hepatitis B ไม่ได้รับ เนื่องจำก............................................... ได้รับ HBIG วันที่............................. Hepatitis B Vaccine Day 0 วันที่.................................. 1 เดือน วันที่.................................


20 6 เดือน วันที่................................. กำรตรวจเลือด ไม่จ ำเป็นต้องได้รับกำรตรวจเลือดเนื่องจำก ประเมินแล้วควำมเสี่ยงไม่เพียงพอ ไม่ยินยอมที่จะตรวจเลือด ยินยอมให้ตรวจเลือด Anti HIV CBC (เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐำนก่อนได้รับยำต่อเนื่อง) AST, ALT, Cr (เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐำนก่อนได้รับยำต่อเนื่อง) แพทย์ผู้บันทึก/แพทย์ผู้ดูแล.......................................... (...........................................) วันที่...................................... ส่วนที่ 3 ส าหรับ ICN กำรให้ค ำปรึกษำแก่บุคลำกรภำยหลังกำรเกิดอุบัติเหตุ บุคลำกรทรำบถึงโอกำสเสี่ยงของกำรติดเชื้อ ทรำบ ไม่ทรำบ บุคลำกรทรำบถึงข้อดี ข้อเสียของกำรตรวจเลือด ทรำบ ไม่ทรำบ บุคลำกรทรำบถึงควำมส ำคัญของกำรรับประทำนยำต่อเนื่อง รวมทั้ง S/E ที่อำจเกิดขึ้น บุคลำกรทรำบถึงควำมส ำคัญของกำรได้รับกำรติดตำมภำวะสุขภำพ ทรำบ ไม่ทรำบ กำรรับรู้ของบุคลำกร รับรู้ ไม่รับรู้ ไม่แน่ใจ ผลการตรวจเลือดหลังเกิดอุบัติเหตุทันที (Day 0) Hemoglobin….mg% Hematocrit….mg% Neutropil….% Lymphocyte….% Red cell morphology…… Monocyte….% Basophil….% WBC count……Per cu.mm. Eosinophil….% Band form….% SGPT…………..ALT……………Cr………………… Anti-HIV บวก ลบ HBsAg บวก ลบ Anti-HCV บวก ลบ ผลกำรรับประทำนยำ ไม่ครบ รับประทำนยำได้.........วัน/สัปดำห์ เหตุผลที่หยุดยำก่อนครบ 4 สัปดำห์ ทนต่อผลข้ำงเคียงของยำไม่ได้ อื่น ๆ ระบุ......................... รับประทำนยำครบ 4 สัปดำห์ ไม่มีผลข้ำงเคียงของยำ มีผลข้ำงเคียงของยำ ได้แก่ คลื่นไส้ อำเจียน ผมร่ำง เบื่ออำหำร ปวดศีรษะ น้ ำหนักลด ผื่น ตำเหลือง/ตัวเหลือง เวียนศีรษะ อื่นๆ....................


21 ผลการตรวจเลือดบุคลากร สัปดาห์ที่ 2 Hemoglobin….mg% Hematocrit….mg% Neutropil….% Lymphocyte….% Red cell morphology…… Monocyte….% Basophil….% WBC count……Per cu.mm. Eosinophil….% Band form….% SGPT…………..ALT……………Cr………………… 1 เดือน Anti-HIV บวก ลบ 3 เดือน Anti-HIV บวก ลบ 6 เดือน Anti-HIV บวก ลบ พยาบาลควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล.......................................... (...........................................) การควบคุมสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล Environment Control วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้สิ่งแวดล้อมของโรงพยำบำลส่งสิรมสุขภำพปลอดภัยต่อผู้ป่วย บุคลำกร และผู้มำเยี่ยม สิ่งแวดล้อมไม่ส่งเสริมกำรเจริญ เพิ่มจ ำนวนของเชื้อจุลชีพ 2. เพื่อป้องกันผู้ป่วยและบุคลำกรมิให้ได้รับเชื้อจำกกำรปนเปื้อนเชื้อที่มีในสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อจำกสิ่งแวดล้อมสู่ผู้ป่วยและบุคลำกร สำรคัดหลั่ง หมำยถึง สิ่งที่ออกมำจำกร่ำงกำยผู้ป่วยและอำจมีกำรปนเปื้อนเชื้อโรค ได้แก่ น้ ำลำย หนอง เสมหะ อุจจำระ ปัสสำวะ น้ ำคร่ ำ น้ ำอสุจิ วิธีปฏิบัติ การท าความสะอาดพื้น 1. กำรท ำควำมสะอำดพื้นควำมใส่ผ้ำปิดปำก ปิดจมูก หมวดคลุมผม ถุงมืองำนบ้ำน เอี๊ยม และรองเท้ำบู้ท 2. ใช้ไม้ถูพื้นแบบแห้งกวำดฝุ่นไม่ใช้ไม้กวำดฝุ่นบนพื้น เพรำะจะท ำให้เกิดกำรฟุ้งกระจำยของฝุ่นละอองและท ำให้เชื้อจุลชีพฟุ้งกระจำย เป็นอย่ำงมำก 3. กำรท ำควำมสะอำดพื้นให้ใช้วิธีถู ใช้ผ้ำแห้งถูท ำควำมสะอำดกวำดฝุ่นออก แล้วถูตำมด้วยผ้ำเปียก ไม่สะบัดผ้ำถูพื้นเพรำะจะท ำให้ เกิดกำรฟุ้งกระจำยเชื้อจุลชีพ 4. กำรถูพื้นด้วยผ้ำเปียก ให้ผสมน้ ำยำท ำควำมสะอำดพื้นในน้ ำให้มีควำมเข้มข้นที่ก ำหนด 5%โซเดียมไฮโปรคลอไรด์ ให้เตรียมภำชนะ 2 ใบ ส ำหรับใส่น้ ำผสมสำรขัดล้ำง 1 ใบ และส ำหรับใส่น้ ำธรรมดำ 1 ใบ เมื่อเช็ดด้วยน้ ำผสมสำรขัดล้ำงแล้วให้ซักผ้ำให้สะอำดในถัง ใส่น้ ำก่อนที่จะน ำลงไปซักในถังผสมสำรขัดล้ำง บิดให้หมำดแล้วจึงใช้เช็ดถูพื้นเปลี่ยนผ้ำและน้ ำผสมสำรขัดล้ำง บิดให้หมำดแล้วจึง ใช้เช็ดถูพื้นเปลี่ยนผ้ำและน้ ำผสมสำรขัดล้ำงเมื่อเห็นว่ำสกปรก 5. กำรท ำควำมสะอำดผ้ำที่ใช้ถูพื้น ซักให้สะอำด ตำกแดดให้แห้ง ไม่ผึ่งไว้ภำยในอำคำรหรือในบริเวณหอผู้ป่วย เพรำะจะเป็นแหล่ง สะสมของเชื้อจุลชีพ 6. กำรท ำควำมสะอำดบริเวณที่สะอำดก่อนและค่อยท ำควำมสะอำดบริเวณที่สกปรกตำมล ำดับ และท ำควำมสะอำดห้องแยกเป็น ล ำดับสุดท้ำย 7. ท ำควำมสะอำดพื้นอย่ำงน้อยวันละ 1 ครั้ง และทุกครั้งเมื่อเปื้อน สกปรก หรือมีครำบเลือด อำเจียน สิ่งคัดหลั่ง 8. ปิดพัดลมทุกครั้งเมื่อท ำควำมสะอำดพื้นเพรำะจ ำท ำให้ฝุ่นและเชื้อจุลชีพฟุ้งกระจำย


22 กรณีไม่เปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่ง - ท ำควำมสะอำดด้วย 5%โซเดียมไฮโปรคลอไรด์ เช็ดหลังจำกนั้นเช็ดตำมด้วยผ้ำแห้ง - ผู้ปฏิบัติสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำยได้แก่ ถุงมือยำงชนิดหนำ ผ้ำกันเปื้อน พลำสติก และสวมรองเท้ำบู๊ท กรณีพบเปื้อนเลือด หรือสารคัดหลั่ง - ผู้ปฏิบัติสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำยได้แก่ ถุงมือยำงชนิดหนำ ผ้ำกันเปื้อน พลำสติก และสวมรองเท้ำบู๊ท ในกรณีที่เปื้อนเป็นบริเวณ กว้ำง มีปริมำณ เลือดมำก - ใช้กระดำษหรือผ้ำเช็ดบริเวณที่เปื้อนเลือดหรือสิ่งขับถ่ำยออกให้หมด เช็ดครำบสะอำดมำกที่สุด ทิ้งกระดำษและผ้ำที่เปื้อนลงใน ถุงขยะติดเชื้อ เช็ดบริเวณนั้นให้สะอำดและเช็ดตำมด้วยน้ ำยำ 0.5 % โซเดียมไฮโปรคลอไรด์ หรือกรณีเช็ดบริเวณที่เปื้อนเพียง บริเวณแคบ ๆ ตำมด้วย 70 % Alcohol การท าความสะอาด Zone แยก ของผู้ป่วยวัณโรค - ผู้ปฏิบัติสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำยได้แก่ ถุงมือยำงชนิดหนำ ผ้ำกันเปื้อน พลำสติก และสวมรองเท้ำบู๊ท - ควรแยกผ้ำ หรืออุปกรณ์ จำกบริเวณอื่น เช็ดท ำควำมสะอำดบริเวณที่มีเลือด มีเสมหะ สำรคัดหลั่งผู้ป่วย ด้วยผ้ำหรือ กระดำษมำกที่สุด และเช็ดตำมด้วย 0.5 % โซเดียมไฮโปรคลอไรด์ ถ้ำบริเวณสกปรกบริเวณแคบก็เช็ดตำมด้วย 70% Alcohol การท าความสะอาดเตียงผู้ป่วย เสาน้ าเกลือ กำรท ำควำมสะอำดควรหลีกเลี่ยงกำรใช้อุปกรณ์ท ำควำมสะอำดที่ท ำให้เกิดกำรฟุ้งกระจำยควำมถี่ของกำรท ำควำมสะอำดปฏิบัติดังนี้ - อุปกรณ์ที่มีโอกำสสัมผัสกับมือของบุคลำกรหรือผู้ป่วยน้อย เช่น ฝำผนัง มุ้งลวด กระจก ม่ำน หน้ำกำกแอร์ ฯลฯให้ท ำควำมสะอำด อย่ำงน้อยเดือนละ 1 ครั้งและทุกครั้งเมื่อพบเปื้อนสกปรกหรือตำมหน่วยงำนก ำหนด - อุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสกับมือของบุคลำกรหรือผู้ป่วยบ่อยครั้ง เช่น เตียงผู้ป่วย เก้ำอี ้ลูกบิดประตู ฯลฯ ให้ท ำควำมสะอำดอย่ำงน้อยวัน ละ 1 ครั้งและทุกครั้งเมื่อพบเปื้อนสกปรกด้วยน้ ำผงซักฟอกเช็ดและเช็ดตำมด้วยผ้ำแห้ง หรือตำมหน่วยงำนก ำหนด การท าความสะอาดอ่างล้างมือ กำรท ำควำมสะอำดอ่ำงล้ำงมือ ควรท ำอย่ำงน้อยวันละ 1 ครั้ง และทุกครั้งเมื่อพบสกปรก โดยใช้ผงซักฟอก ขัดอ่ำงล้ำงมือให้ทั่วถึงแล้วล้ำงด้วยน้ ำสะอำด ส ำหรับอ่ำงล้ำงเครื่องมือควรซักถูด้วยสำรขัดล้ำงทุดครั้งที่ล้ำงเครื่องมือ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ควำมชื้นเป็นปัจจัยส ำคัญที่ส่งเสริมเชื้อจุลชีพสำมำรถมีชีวิตอยู่และเพิ่มจ ำนวนได้ ดังนั้นภำยในห้องต่ำงๆควรดูแลให้ สิ่งแวดล้อมแห้งเสมอ ไม่น ำผ้ำปูซับน้ ำทิ้งไว้เพรำะจะท ำให้เกิดควำมชื้น เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เมื่อบุคลำกรล้ำงมือควรระมัดระวังไม่ให้ น้ ำกระเด็นไปทั่วบริเวณโดยกำรเปิดน้ ำให้พอเหมำะ ล้ำงมือให้สะอำดด้วยควำมระมัดระวัง การท าความสะอาดตู้เก็บอุปกรณ์ของ sterile ใช้ผ้ำแยกจำกส่วนอื่น เป็นผ้ำเช็ดตู้ หรือชั้นเก็บของ Sterile เพียงอย่ำงเดียว ใช้ถัง 2 ถัง ถังแรกใช้น้ ำผงซักฟอก ถังที่ 2 ใช้ น้ ำเปล่ำเช็ดตำม และใช้ผ้ำแห้งเช็ดตำม ควรท ำอย่ำงน้อยสัปดำห์ละครั้ง และทุกครั้งเมื่อพบสกปรกหรือตำมหน่วยงำน การท าความสะอาดถังขยะ - ผู้ปฏิบัติสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำยได้แก่ ถุงมือยำงชนิดหนำ ผ้ำกันเปื้อน พลำสติก และสวมรองเท้ำบู๊ท โซนให้บริกำรผู้ป่วย ถังขยะของหน่วยงำนต่ำงๆ ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดทุกวันและคว่ ำให้แห้ง โดยให้มีถังขยะให้ผลัดเปลี่ยน เพื่อให้หมุนเวียนสับเปลี่ยนให้เพียงพอ โซนบริหำร ถังขยะของหน่วงงำนต่ำง ๆ ให้ล้ำงท ำควำมสะอำด สัปดำห์ละ 1 ครั้ง หรือเมื่อสกปรก และคว่ ำให้แห้ง โดยให้มีถัง ขยะให้ผลัดเปลี่ยนเพื่อให้หมุนเวียนสับเปลี่ยนให้เพียงพอ โซนโรงพักขยะ ถังขยะต่ำงๆ ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดทุกสัปดำห์หรือเมื่อทุกครั้งที่บริษัทก ำจัดขยะน ำขยะไปท ำลำย และคว่ ำให้ แห้ง โดยให้มีถังขยะให้ผลัดเปลี่ยนเพื่อให้หมุนเวียนสับเปลี่ยนให้เพียงพอ การท าความสะอาดรถเข็นขยะหรือกล่องอุปกรณ์ขนย้ายขยะ ผู้ปฏิบัติสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำยได้แก่ ถุงมือยำงชนิดหนำ ผ้ำกันเปื้อน พลำสติก และสวมรองเท้ำบู๊ทให้ล้ำงท ำควำมสะอำด รถเข็นขยะหรือกล่องอุปกรณ์ขนย้ำยขยะทุกวันหลังเก็บขยะช่วงบ่ำย ล้ำงผึ่งรถให้แห้ง


23 การท าความสะอาดห้องน้ า ผู้ปฏิบัติสวมเครื่องป้องกันร่ำงกำยได้แก่ ถุงมือยำงชนิดหนำ ผ้ำกันเปื้อน พลำสติก และสวมรองเท้ำบู๊ท กำรท ำควำมสะอำดห้องน้ ำเจ้ำหน้ำที่ ให้ท ำควำมสะอำดวันละ 1 ครั้งหรือทุกครั้งที่มีกลิ่น มีครำบ สกปรกลื่นหรือสกปรก และ เตรียมของใช้ในห้องน้ ำให้พร้อมใช้ กำรท ำควำมสะอำดห้องน้ ำผู้ป่วยให้ท ำควำมสะอำด วันละ 2 ครั้ง หรือทุกครั้งที่มีกลิ่น มีครำบสกปรก มีน้ ำเปียกลื่น หรือสปก รก และเตรียมของใช้ในห้องน้ ำให้พร้อมใช้ เช็ดพื้นให้แห้งทุกครั้งเมื่อเปียก ข้อห้าม ห้ำมรำด Alcohol ลงบนบริเวณที่มีสิ่งคัดหลั่ง เลือด เสมหะ อุจจำระ โดยตรงเลย เพรำะถ้ำครำบเหล่ำนั้นไม่ขจัดออกให้หมด ก่อน ก็จะไม่สะอำดได้เลย ยังหลงเหลือครำบโปรตีนหลงเหลืออยู่ ท ำให้เป็นแหล่งขยำยเชื้อของแบคทีเรีย ต้องขจัดครบต่ำงๆ เหล่ำนั้นออกก่อน ให้หมดแล้วถึง ฆ่ำเชื้อด้วย 0.5 % โซเดียมไฮโปรคลอไรด์ถ้ำบริเวณสกปรกบริเวณแคบก็เช็ดตำมด้วย 70% Alcohol เพรำะยังอำจให้สิ้นเปลืองด้วยค่ำใช้จ่ำยโดยไม่มีเหตุจ ำเป็น ห้ำมรำด Hydrogenperoxide ลงบนบริเวณที่มีสิ่งคัดหลั่ง เลือด เสมหะ อุจจำระ เพรำะเนื่องจำกไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์มี ฤทธิ์กัดกร่อน กำรหำยใจเอำสำรชนิดนี้เข้ำไป อำจท ำให้เกิดอำกำรเจ็บคอ ไอ หำยใจติดขัด เมื่อสัมผัสผิวหนัง อำจเกิดผื่นแดง รู้สึกปวดแสบปวดร้อน เกิดอำกำรเจ็บคอ ปวดท้อง และเมื่อสัมผัสถูกดวงตำ จะก่อให้เกิดอำกำรระคำยเคือง ตำแดง ปวดตำ สำยตำอำจพร่ำมัวได้ การดูแลรักษาอุปกรณ์ท าความสะอาด 1. ท ำควำมสะอำดอุปกรณ์ต่ำง ๆ ภำยหลังกำรใช้งำนด้วยน้ ำและผงซักฟอก ท ำให้แห้งโดยกำรเช็ดหรือผึ่งแดดก่อนกำรใช้งำนครั้งต่อไป 2. เก็บอุปกรณ์ท ำควำมสะอำดไว้ในบริเวณที่แห้งสะอำด การจัดการผ้าเปื้อนในโรงพยาบาล 3.1 ผ้าสกปรก หมำยถึง ผ้ำที่เปื้อนสำรคัดหลั่ง เช่น เลือด อุจจำระ เป็นจ ำนวนมำก เมื่อน ำไปทิ้งรวมกับผ้ำเปื้อนทั่วไปแล้วท ำให้ผ้ำ ผืนอื่นเปื้อนไปด้วย หรือเป็นผ้ำที่มีรอยเปื้อนครำบเลือด อุจจำระ หรือสำรคัดหลั่ง 3.2 ผ้าสะอาด หมำยถึง ผ้ำที่ใช้กับผู้ป่วยแล้วเปื้อนสำรคัดหลั่งเล็กน้อย เช่น เปื้อนเหงื่อไคล เปื้อนเลือดเล็กน้อย เมื่อทิ้งลงถังผ้ำ แล้วไม่ท ำให้ผ้ำผืนอื่นเปื้อนไปด้วย 6.1 ผ้ำเปื้อนที่ใช้แล้วแยกเป็น 2 ชนิด - ผ้าสกปรก เช่น ให้ทิ้งผ้ำเปื้อนเลือดและอุจจำระในถังผ้ำเปื้อนปิดฝำให้มิดชิด เพื่อรอเจ้ำหน้ำที่จำกงำนซักฟอกน ำไปท ำควำมสะอำด - ผ้าสะอาด ให้ทิ้งผ้ำลงในถังผ้ำเปื้อนที่มีฝำปิดมิดชิด เพื่อรอเจ้ำหน้ำที่จำกงำนซักฟอกน ำไปท ำควำมสะอำด


24 นิยำม ค ำศัพท์ ค ำอธิบำย 1.ผ้ำเปื้อนทั่วไป ผ้ำเปื้อนเหงื่อ อำหำร เครื่องดื่ม ครำบสกปรกธรรมดำทั่วไป ฝ่ำชนิดนี้ถือเป็นผ้ำไม่ติดเชื้อ 2.ผ้ำปนเปื้อนเชื้อโรคหรือผ้ำ ติดเชื้อ ผ้ำที่เปื้อนเลือด สำรน้ ำหรือสำรคัดหลั่งจำกร่ำงกำย เช่นหนอง เสมหะ อุจจำระ ปัสสำวะเป็นต้น รวมถึงผ้ำที่เปื้อนน้ ำยำท ำลำยเชื้อ จำกกำรท ำหัตถกำร 3.สำรน้ ำ และสำรคัดหลังจำก ร่ำงกำย น้ ำไขสันหลัง น้ ำในช่องท้อง (Ascities fluid) น้ ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural fluid) น้ ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardial fluid) น้ ำคร่ ำ (Amniotic fluid) น้ ำในข้อ (Synovial fluid) น้ ำอสุจิ (Semen) สำรคัดหลั่งในช่องท้อง Vaginal secretion) น้ ำหนอง อุจจำระ และปัสสำวะ 4.Personal Protective Equipment ( PPE ) อุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำย ประกอบด้วย หมวกคลุมผม mask แว่นตำ ผ้ำพลำสติกกันเปื้อน ถุงมือ รองเท้ำบูท เสื้อกำวน์กันเปื้อน ชุด PPE เครื่อง PAPR 5.ผ้ำสะอำด ผ้ำที่ผ่ำนกำรซัก อบ รีดเรียบร้อย โดยไม่มีครำบสกปรกติดอยู่บนผ้ำ สำมำรถตรวจสอบด้วยกรดและไม่มีกลิ่นสกปรก 6.First in-First out กำรเรียงล ำดับกำรใช้อุปกรณ์ เวชภัณฑ์และสิ่งของต่ำง ๆ เพื่อให้หยิบใช้จำกบนลงล่ำงและจำกขวำไปซ้ำย 7. ผ้ำสกปรก ผ้ำที่เปื้อนสำรคัดหลั่ง เช่น เลือด อุจจำระ เป็นจ ำนวนมำก เมื่อน ำไปทิ้งรวมกับผ้ำเปื้อนทั่วไปแล้วท ำให้ผ้ำผืนอื่นเปื้อนไปด้วย หรือเป็นผ้ำที่มีรอยเปื้อนครำบเลือด อุจจำระ หรือสำรคัดหลั่ง 8.ผ้ำสะอำด ผ้ำที่ใช้กับผู้ป่วยแล้วเปื้อนสำรคัดหลั่งเล็กน้อย เช่น เปื้อนเหงื่อไคล เปื้อนเลือดเล็กน้อย เมื่อทิ้งลงถังผ้ำแล้วไม่ท ำให้ผ้ำผืนอื่นเปื้อน ไปด้วย 6. วิธีปฏิบัติ 6.1 ผ้ำเปื้อนที่ใช้แล้วแยกเป็น 2 ชนิด - ผ้าสกปรก เช่น ให้ทิ้งผ้ำเปื้อนเลือดและอุจจำระในถังผ้ำเปื้อนปิดฝำให้มิดชิด เพื่อรอเจ้ำหน้ำที่จำกงำนซักฟอกน ำไปท ำควำมสะอำด - ผ้าสะอาด ให้ทิ้งผ้ำลงในถังผ้ำเปื้อนที่มีฝำปิดมิดชิด เพื่อรอเจ้ำหน้ำที่จำกงำนซักฟอกน ำไปท ำควำมสะอำด * เมื่อมีผ้ำในถังผ้ำประมำณ 2/3 ของถัง เมื่อยังไม่ถึงเวลำเจ้ำหน้ำที่ซักฟอกมำเก็บ ให้ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยรัดปิดปำกถุงพลำสติก แล้ว เปลี่ยนใช้ถุงใหม่ใส่ เตรียมไว้ใส่ผ้ำที่ใช้แล้วต่อไป และน ำถุงพลำสติกมัดปำกถุงน ำไปส่งผ้ำที่หน่วยจ่ำยกลำงบริเวณถังรับผ้ำต่ำงๆ 6.2 เจ้ำหน้ำที่จำกงำนซักฟอกเก็บถุงผ้ำตำมตึกผู้ป่วยต่ำงๆ โดยกำรยกถุงผ้ำใส่รถเข็น โดยมีกำรใส่อุปกรณ์ป้องกันคือใส่ถุงมือยำงหนำ, หมวก, Mask, รองเท้ำบู้ท และเอี้ยม 6.3 น ำผ้ำที่รับจำกตึกผู้ป่วยเข้ำเครื่องซักผ้ำ โดยน ำผ้ำเปื้อนน้อยเข้ำซักก่อน และผ้ำที่เปื้อนมำกซักในรอบหลังๆ โดยเจ้ำหน้ำที่สวม Mask, ถุงมือยำงหนำ ,เอี๊ยม, รองเท้ำบู้ท และหมวก 6.4 น ำผ้ำที่ผ่ำนกระบวนกำรซัก เข้ำสู่ตู้อบแห้งที่อุณหภูมิ 60 – 80 องศำเซลเซียส โดยสวมถุงมือยำงหนำ 6.5 น ำผ้ำที่ผ่ำนกำรอบแล้ว มำคัดผ้ำที่ซักไม่สะอำดมีครำบสิ่งสกปรกออกเข้ำไปสู่กระบวนกำรซักซ้ ำ ผ้ำที่ผ่ำนกำรคัดแล้วน ำมำพับ 6.6 น ำผ้ำที่พับแล้วจ่ำยแก่หน่วยงำนต่ำงๆ ตำมจ ำนวนที่เบิก 6.7 น ำผ้ำที่เหลือจำกกำรจ่ำยไปตำมหน่วยงำนต่ำงๆ เก็บเข้ำชั้นวำงผ้ำ แนวทางปฏิบัติ ส าหรับการทิ้งผ้าเปื้อน 1.ถังผ้ำเปื้อนต้องวำงในเขตพื้นที่สกปรก ซึ่งแยกจำกพื้นที่สะอำด / ห้องเก็บอุปกรณ์สะอำดและอุปกรณ์ ที่ผ่ำนกำร ท ำลำยเชื้อ บริเวณ ทำงเดินภำยในหอผู้ป่วย / ห้องผู้ป่วย ห้องเตรียมอำหำรอย่ำงชัดเจน โดยเส้นทำงในกำรขนส่งผ้ำ เปื้อนต้องไม่ผ่ำนพื้นที่เหล่ำนี้เพื่อป้องกันกำร แพร่กระจำยเชื้อไปสู่ผู้ป่วย บุคลำกร และสิ่งแวดล้อม 2.ถังหรือภำชนะหรือถุงบรรจุผ้ำเปื้อน ควรมีฝำปิด หรือมีผ้ำคลุมมิดชิดป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อและเป็นแบบ กันน้ ำ สำมำรถท ำควำม สะอำดได้ง่ำย โดยท ำควำมสะอำดด้วย Detergent และ น้ ำยำฆ่ำเชื้อวันละครั้ง 3. ผู้ปฏิบัติทิ้งผ้ำเปื้อนตำมประเภทดังนี้ ผ้ำติดเชื้อที่ปนเปื้อนเลือด สำรคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมทั้งปัสสำวะ อุจจำระทิ้งในถังผ้ำติดเชื้อ ผ้ำที่ใช้แล้ว ผ้ำเปื้อนเหงื่อไคล เปื้อนเศษอำหำร ทิ้งในถังผ้ำเปื้อนทั่วไป ไม่วำงผ้ำเปื้อนบนพื้น เก้ำอี้ หรือรถเข็นส ำหรับกิจกรรมกำรรักษำพยำบำลต่ำงๆ ในหน่วยงำน


25 ตรวจสอบของมีคมอันตรำยอุปกรณ์กำรแพทย์และสิ่งแปลกปลอมก่อนทิ้งผ้ำลงถังผ้ำเปื้อน ถ้ำพบว่ำมีของมีคมและสิ่งแปลกปลอม ให้เก็บออกจำกผ้ำและทิ้งใส่ภำชนะที่เหมำะสม บรรจุผ้ำเปื้อน 3/4 ของถังผ้ำ ไม่อัดแน่นจนเกินไปและไม่ตรวจนับผ้ำเปื้อนในหอผู้ป่วย เจ้ำหน้ำที่หน่วยจ่ำยกลำงและซักฟอกที่รับผิดชอบขนย้ำยผ้ำเปื้อน สวมอุปกรณ์ป้องกันคือSurgical mask เสื้อกำวน์เสี่ยงต่ ำ ถุงมือ ยำง ผูกปำกถุงผ้ำให้แน่น ด ำเนินกำรขนส่งผ้ำเปื้อนไปยังห้องผ้ำ กรณีที่เก็บผ้ำผู้ป่วย Airborne Precaution เช่น TB หรือผู้ป่วยโค วิด 19 ให้สวมชุด Full PPE ก ำหนดเส้นทำงกำรเคลื่อนย้ำย ส่งผ้ำเปื้อน และก ำหนดเวลำในกำรขนส่งไม่ให้ทับเวลำกำรเคลื่อนย้ำยอำหำรหรือขยะ เพื่อละกำร ปนเปื้อน แพร่กระจำยเชื้อ เป็นเส้นทำงระหว่ำงหอผู้ป่วยในและคลินิกพิเศษ ตารางการขนส่งรอบอาหาร / อุปกรณ์ติดเชื้อ / ขยะมูลฝอย กิจกรรม เช้า กลางวัน-บ่าย เย็น เจ้าหน้าที่ เวลำส่งอำหำร (สะอำด) 07.00-07.15 น. 11.45-12.00 น. 16.45-17.00 น. แม่ครัว เวลำรับอุปกรณ์ติดเชื้อ (สกปรก) 07.15-07.30 น. 12.00-12.30 น. - หน่วยจ่ำกลำง เวลำรับผ้ำเปื้อน 07.30-07.45 น. 12.30-13.00 น. - หน่วยจ่ำยกลำง เวลำรับขยะ (สกปรก) 07.45-08.00 น. 14.30-15.00 น. - แม่บ้ำน ไม่ให้มีกำรคงค้ำงผ้ำเปื้อนในหน่วยงำนมำกกว่ำ 24 ชั่วโมง เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อโรคและป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อ ก ำหนด รอบซักผ้ำทันทีหลังจำกเก็บลงมำ ไม่ให้ค้ำงไว้ ก าหนดช่วงเวลาซักผ้าเปื้อน ประเภทผ้ำเปื้อน รอบเช้ำ รอบบ่ำย เครื่องซักผ้ำ ผ้ำเปื้อนทั่วไป 08.00-09.00 น. 13.00-14.00 น เครื่อง 50 ปอนด์ ผ้ำเปื้อนติดเชื้อ 08.00-09.00 น. 13.00-14.00 น เครื่อง 150 ปอนด์ พื้นที่ปลำยทำงรองรับผ้ำเปื้อน แผนกห้องผ้ำท ำควำมสะอำดพื้นที่ ดังต่อไปนี้ท ำควำมสะอำดบริเวณพื้นที่ด้วยน้ ำผสมผงซักฟอก และเช็ดด้วยน้ ำสะอำดอย่ำงน้อยวันละหนึ่งครั้งและ/หรือเมื่อพบว่ำ สกปรก กรณีมีเลือด สำรคัดหลั่งปนเปื้อนบริเวณรถเข็นหรือพื้นที่ให้สวมถุงมือเช็ดครำบเลือดด้วยผ้ำหรือกระดำษทิชชูออกให้มำกที่สุด ทิ้งขยะติดเชื้อ เช็ดด้วยน้ ำยำท ำลำยเชื้อ Caviwipe หรือ ทิชชูฆ่ำเชื้อแบบเปียกทิ้งไว้ 15 นำทีแล้วเช็ดด้วยผ้ำแห้งให้สะอำด หลังสัมผัสผ้ำเปื้อนต้องล้ำงมือทุกครั้ง แนวทางปฏิบัติส าหรับการทิ้งผ้าเปื้อนในห้องผู้ป่วยติดเชื้อ ห้อง Negative Pressure Room) ห้องผู้ป่วยแยก โรคตามหลักการของIsolation precautions 1. ผ้ำเปื้อนที่ใช้กับผู้ป่วย ให้ทิ้งในถุงพลำสติกสีแดงและท ำกำรทิ้งผ้ำภำยในห้องผู้ป่วยรวบปำกถุงปิดให้แน่นแล้วจึง ท ำกำรขนออกมำทิ้งในถังผ้ำ เปื้อนติดเชื้อ ส่งแผนกห้องผ้ำตำมปกติ 2. บุคลำกรที่ท ำกำรเก็บขนย้ำยผ้ำเปื้อนติดเชื้อมำกจำกห้อง Negative Pressure Room และ ห้องผู้ป่วยโควิด 19 จะต้องสวมถุง มือ ผ้ำปิดปำก จมูก ชนิด N-95 Particulate Mask เสื้อคลุมแขนยำว (Full PPE ใช้กรณีที่มีหัตถกำรที่ฟุ้งกระจำยของระบบทำงเดินหำยใจหรือกำรเปื้อนเลือด สำรคัดหลัง)


26 แนวทางปฏิบัติส าหรับการเก็บและขนส่งผ้าเปื้อน 1. ผู้ท ำกำรรวบรวมผ้ำเปื้อน สวมเครื่องป้องกันร่ำงกำย ผ้ำปิดปำก จมูก ถุงมือยำง และผ้ำพลำสติกกันเปื้อน 2. ไม่บรรจุผ้ำในถังทิ้งผ้ำจนอัดแน่นเกินไป ให้บรรจุ 3/4ของถัง เพื่อป้องกันผ้ำเปื้อนหล่นสำรคัดหลั่งไหลปนเปื้อน สิ่งแวดล้อม 3.รวบรวมผ้ำแต่ละประเภท และมัดปำกถุงผ้ำให้เรียบร้อย 4. น ำถุงผ้ำที่รวบรวมแล้วใส่รถเข็นผ้ำเปื้อน โดยปำกถุงผ้ำต้องปิดมิดชิด เพื่อป้องกันกำรตกหล่นซึ่งท ำให้แพร่กระจำยเชื่อ 5. เข็นรถผ้ำเปื้อนไปยังแผนกห้องผ้ำโดยไม่แวะตำมสถำนที่ต่ำงๆ เพื่อป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อสู่สิ่งแวดล้อมโดยผู้ ที่ท ำกำรขนย้ำยต้องใส่ อุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำยให้เหมำะสม 6.น ำถุงผ้ำเปื้อนแต่ละประเภทวำงลงในพื้นที่ก ำหนด โดยกำรยกและกำรวำงถุงผ้ำเปื้อนต้องอย่ำงถูกวิธี คือ ไม่โยน ไม่คุ้ม หรือลำกถุงผ้ำ 7.ล้ำงท ำควำมสะอำดรถเข็นผ้ำด้วยผงซักฟอก ตำก หรือเช็ดให้แห้งก่อนน ำไปใช้ครั้งใหม่รับผ้ำสะอำด ซักท ำควำมสะอำดถุงผ้ำเปื้อนทุกวันหรือส่ง ซักพร้อมผ้ำเปื้อน แนวทางปฏิบัติส าหรับห้องผ้าในการส่งผ้าซัก 1. กำรขนส่งผ้ำเปื้อนต้องใช้ตำมเส้นทำงขนส่งที่ก ำหนด 2. ก่อนสัมผัสผ้ำเปื้อน บุคลำกรต้องสวมถุงมือ หมวกคลุมผม หน้ำกำกปิดปำก จมูก ผ้ำกันเปื้อนพลำสติก รองเท้ำบู๊ท 3. หลีกเลี่ยงกำรเทผ้ำเปื้อนลงบนพื้น 4. ไม่ควรมีกำรนับจ ำนวนผ้ำเปื้อนที่ห้องเก็บผ้ำ เพื่อป้องกันกำรกระจำยเชื้อสู่บุคลำกรและสิ่งแวดล้อม 5. ห้องพักผ้ำเปื้อน ควรอยู่ในบริเวณห้องที่ห่ำงจำกห้องผ้ำสะอำดมีที่กั้นควรปรับระบบหมุนเวียนอำกำศภำยในห้องผ้ำ เปื้อนเพื่อป้องกัน กำรแพร่กระจำยเชื้อในอำกำศ แนวทางปฏิบัติส าหรับห้องผ้าในการรับผ้าสะอาด 1. บุคลำกรห้องผ้ำตรวจสอบควำมสะอำดของผ้ำและชั่งน้ ำหนัก 2. ล้ำงมือก่อนสัมผัสผ้ำสะอำด และสวมหน้ำกำกปิดปำก จมูก เพื่อป้องกันฝุ่นผ้ำตรวจสอบว่ำมีผ้ำช ำรุด ผ้ำสกปรกผ้ำรีดไม่เรียบร้อย คัดแยกไว้เพื่อด ำเนินกำรแก้ไข 3. จัดผ้ำที่ซักรีดเรียบร้อย แยกเป็นแผนก ให้เป็นระเบียบในตู้ที่สะอำด ปิดมิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและสัตว์พำหะน ำโรค และ เตรียมพร้อมส ำหรับน ำส่งหน่วยงำนต่ำงๆ 4. เช็ดท ำควำมสะอำดตู้เก็บผ้ำด้วยน้ ำผงซักฟอก เช็ดให้แห้งด้วยผ้ำสะอำด อย่ำงน้อยสัปดำห์ละ 1 ครั้ง แนวทางปฏิบัติของห้องผ้าส าหรับการบริการผ้าสะอาดและการจัดเก็บผ้าของหน่วยงาน 1. บุคลำกรห้องผ้ำขนส่งผ้ำสะอำดให้หอผู้ป่วย โดยรถขนผ้ำสะอำดต้องอยู่ในสภำพที่สะอำดแยกเฉพำะจำกรถขน ของสกปรกทั่วไป รถขนผ้ำสะอำดต้องปกปิดมิดชิดก่อนท ำกำรขนส่ง 2. ล้ำงมือก่อนท ำกำรรับผ้ำเข็นรถผ้ำสะอำดไม่วำงอุปกรณ์ต่ำงๆ ไว้บนรถเข็นผ้ำสะอำดและไม่แวะตำมสถำนที่ต่ำงเพื่อป้องกันผ้ำ สะอำดเกิดกำรปนเปื้อน 3. จัดเก็บผ้ำ โดยแยกตำมประเภท เช่น เสื้อ กำงเกง ผ้ำปูเตียง อย่ำงเป็นระเบียบในตู้ชั้นเก็บผ้ำของหน่วยงำนโดยตู้ หรือชั้นเก็บผ้ำ สะอำด ต้องปิดมิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและสัตว์พำหะน ำโรค 4. ตู้หรือชั้นเก็บผ้ำสะอำดทั้งของห้องผ้ำ และของหน่วยงำนท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำสะอำดและผ้ำแห้งอย่ำงน้อย สัปดำห์ละ 1 ครั้ง 5. ท ำควำมสะอำดรถขนผ้ำสะอำดทุกวันด้วยน้ ำผสมผงซักฟอก แล้วใช้ผ้ำชุบน้ ำเช็ดจนสะอำดถึงรถให้แห้งก่อนน ำไปรับผ้ำครั้งใหม่ แนวทางปฏิบัติส าหรับบุคลากรห้องผ้า 1. ไม่ปรุงอำหำร รับประทำนอำหำร สูบบุหรี่ ในบริเวณห้องผ้ำ 2. บุคลำกรห้องผ้ำต้องปฏิบัติตำมหลักมำตรฐำนกำรป้องกันกำรติดเชื้อ/Standard precautions อย่ำงเคร่งครัด เมื่อต้องสัมผัสผ้ำเปื้อน เลือดและสำรคัดหลั่ง 3. ล้ำงมือก่อนและหลังสัมผัสผ้ำเปื้อน


27 4. ล้ำงมือก่อนสัมผัสผ้ำสะอำด 5. หลังเลิกปฏิบัติงำนควรอำบน้ ำท ำควำมร่ำงกำย และรักษำสุขภำพให้แข็งแรงเสมอ การดูแลสิ่งแวดล้อมภายในห้องผ้า 1. แยกบริเวณรับผ้ำเปื้อนและผ้ำสะอำดออกจำกกันให้ชัดเจน 2. เส้นทำงกำรขนส่งผ้ำเปื้อนและผ้ำสะอำด ควรเป็นคนละเส้นทำง 3. ระบบกำรหมุนเวียนอำกำศภำยในพื้นที่ อำกำศต้องไหลจำกพื้นที่สะอำดไปสู่พื้นที่สกปรก 4. พื้นที่ห้องผ้ำต้องสะอำด ไม่พบแมลง/สัตว์น ำโรคและต้องมีอำกำศถ่ำยเทสะดวก ไม่อับชื้น 5. ท ำควำมสะอำดห้องผ้ำทุกวันโดยเริ่มจำกบริเวณที่สะอำดไปยังบริเวณที่สกปรกพื้นด้วยน้ ำผสมผงซักฟอกและเช็ดท ำควำมสะอำดอีกครั้ง ด้วยผ้ำชุบน้ ำสะอำด 6. จัดให้มีกล่องทิ้งเข็ม/อุปกรณ์มีคม และถังขยะติดเชื้อในแผนก เพื่อสะดวกต่อกำรทิ้งของมีคมที่อำจติดมำกับผ้ำ เปื้อนและช่วยลด อุบัติเหตุจำกกำรทิ้งของมีคมไม่เหมำะสม 7. มีอุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำย (PPE) ในกำรปฏิบัติงำนให้กับบุคลำกรอย่ำงเพียงพอพร้อมใช้ 8. จ ำกัดบุคคลเข้ำ-ออก เพื่อป้องกันกำรสัมผัสและแพร่กระจำยเชื Flow Chart กระบวนการท างาน กำรแยกผ้ำเปื้อน 1. ผ้ำใช้แล้ว เปื้อนเหงื่อไคล เศษ อำหำร ผ้ำห่ออุปกรณ์ กำรแพทย์ทิ้งถังผ้ำเปื้อนทั่วไป 2. ผ้ำเปื้อนเลือดและสำรคัดหลั่ง ทิ้งถังผ้ำเปื้อนติดเชื้อ 3. ตรวจสอบของมีคม และสิ่งของ กำรรับผ้ำสะอำด 1.รถขนผ้ำสะอำดเป็นรถที่แยก จำกรถขนผ้ำเปื้อน 2.ล้ำงมือก่อนสัมผัสผ้ำสะอำด 3. ไม่ว่ำงอุปกรณ์ต่ำง ๆ บนรถผ้ำ 4.ไม่แวะตำมสถำนที่ต่ำง ๆ กำรส่งผ้ำซัก 1.บุคลำกรสวม PPE ที่เหมำะสม 2. ไม่นับจ ำนวนผ้ำเปื้อนที่ห้องผ้ำควร ดูจำกแบบบันทึก 3.หลีกเลี่ยงกำรเทผ้ำลงพื้น กำรขนส่งผ่ำเปื้อน 1.บุคลำกรสำม PPE ที่เหมำะสม 2.รวบรวมผ้ำเปื้อน มัดปำกถุงให้แน่น 3.เข็นผ้ำเปื้อนส่งห้องผ้ำไม่แวะ ตำม สถำนที่ต่ำงๆ 4.วำงถุงผ้ำเปื้อนในพื้นที่ ที่ก ำหนด 5.ท ำควำมสะอำดรถเข็นผ้ำก่อน น ำไปใช้ใหม่ กำรจัดกำรผ้ำสะอำด 1.เก็บผ้ำสะอำดตำมระบบ First in First out ในตู้สะอำดปิดมิดชิด 2.ท ำควำมสะอำดตู้เก็บผ้ำทุกสัปดำห์


28


29 แบบติดตามการปฏิบัติตามแนวทางการจัดการผ้าเปื้อน (Dirty linenmanagement) วันที่............................ผู้ตรวจ…………………………………………………………………… ล ำดับที่ หัวข้อกำรตรวจประเมิน Yes No N/A สิ่งที่ตรวจพบ REMARKS 1 ถังผ้ำเปื้อนต้องวำงในเขตพื้นที่สกปรก ซึ่งแยกจำกพื้นที่สะอำด / ห้องเก็บ อุปกรณ์สะอำดและอุปกรณ์ ที่ผ่ำน กำรท ำลำยเชื้อ / บริเวณทำงเดิน ภำยในหอผู้ป่วย / ห้องผู้ป่วย / ห้องเตรียมอำหำรอย่ำงชัดเจน โดย เส้นทำงใน กำรขนส่งผ้ำเปื้อนต้องไม่ผ่ำนพื้นที่เหล่ำนี้ เพื่อป้องกันกำร แพร่กระจำยเชื้อไปสู่ผู้ป่วย บุคลำกร และสิ่งแวดล้อม 2 ถังหรือภำชนะหรือถุงบรรจุผ้ำเปื้อน ควรมีฝำปิด หรือมีผ้ำคลุมมิดชิด ป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อ และเป็นแบบ กันน้ ำ สำมำรถท ำควำมสะอำด ได้ง่ำย โดยท ำควำมสะอำดด้วย Caviwipe วันละครั้ง 3 ผู้ปฏิบัติทิ้งผ้ำเปื้อนตำมประเภทดังนี้ - ผ้ำติดเชื้อที่ปนเปื้อนเลือด สำรคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมทั้งปัสสำวะ อุจจำระ ทิ้งในถังผ้ำติดเชื้อ • ผ้ำที่ใช้แล้ว ผ้ำเปื้อนเหงื่อไคล เปื้อนเศษอำหำร ทิ้งในถังผ้ำเปื้อนทั่วไป 4 ไม่วำงผ้ำเปื้อนบนพื้น เก้ำอี้ หรือรถเข็นส ำหรับกิจกรรมกำรรักษำพยำบำล ต่ำง ๆ ในหน่วยงำน 5 ตรวจสอบของมีคมอันตรำย อุปกรณ์กำรแพทย์ และสิ่งแปลกปลอมก่อน ทิ้งผ้ำลงถังผ้ำเปื้อน ถ้ำพบว่ำมีของมี คมและสิ่งแปลกปลอม ให้เก็บออก จำกผ้ำและทิ้งใส่ภำชนะที่เหมำะสม 6 บรรจุผ้ำเปื้อน 3/4 ของถังผ้ำ ไม่อัดแน่นจนเกินไป และไม่ตรวจนับผ้ำ เปื้อนในหอผู้ป่วย 7 บุคลำกรซักฟอกที่รับผิดชอบขนย้ำยผ้ำเปื้อน สวมอุปกรณ์ป้องกันคือ Surgical mask ถุงมือยำง ผูก ปำกถุงผ้ำให้แน่น ถ้ำเป็นถุงพลำสติกให้สวม 2 ชั้น เพื่อป้องกัน ถุงพลำสติกแตก 8 ไม่ให้มีกำรคงค้ำงผ้ำเปื้อนในหน่วยงำนมำกกว่ำ 24 ชั่วโมง เพื่อลดแหล่ง สะสมเชื้อโรคและป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อ 9 กรณีหน่วยงำนใช้รถขนย้ำยผ้ำมำยังแผนกห้องผ้ำ เมื่อส่งผ้ำเปื้อนเรียบร้อย ให้เช็ดถังผ้ำเปื้อนและรถขนย้ำยผ้ำ เปื้อนด้วย Caviwipe ( เมื่อท ำควำม สะอำดเรียบร้อยสำมำรถใช้ลิฟต์ตัวที่ 3 และ 4 ได้) 10 พื้นที่ปลำยทำงรองรับผ้ำเปื้อนจำกปล่องผ้ำ แผนกซักรีดประสำนกับแผนก แม่บ้ำนในกำรท ำควำมสะอำดพื้นที่ดังต่อไปนี้ - ท ำควำมสะอำดบริเวณพื้นที่ด้วยน้ ำผสมผงซักฟอกและเช็ดด้วยน้ ำสะอำด เช็ดน้ ำยำท ำลำยเชื้ออย่ำงน้อยวันละหนึ่งครั้งและ/หรือเมื่อพบว่ำ สกปรก - กรณีกล่องทิ้งผ้ำมีเลือด สำรคัดหลั่งปนเปื้อน เช็ดครำบเลือดด้วยผ้ำหรือ กระดำษออกให้มำกที่สุดทิ้งขยะติด เชื้อ เช็ดด้วยน้ ำยำท ำลำยเชื้อ Caviwipe /Umoform 11 หลังสัมผัสผ้ำเปื้อนต้องล้ำงมือทุกครั้ง แนวทำงปฏิบัติส ำหรับกำรทิ้งผ้ำเปื้อนในห้องผู้ป่วยติดเชื้อ ห้อง Negative Pressure Room) ห้อง ผู้ป่วยแยกโรคตำมหลักกำรของ Isolation precautions 1. ผ้ำเปื้อนที่ใช้กับผู้ป่วย ให้ทิ้งในถุงพลำสติกสีแดงและท ำกำรทิ้งผ้ำภำยใน ห้องผู้ป่วย รวบปำกถุงปิดให้แน่นแล้ว จึงท ำกำรขนออกมำทิ้งในถังผ้ำ เปื้อนติดเชื้อ ส่งแผนกห้องผ้ำตำมปกติ


30 2 บุคลำกรที่ท ำกำรเก็บ/ขนย้ำยผ้ำเปื้อนติดเชื้อมำก จำกห้อง Negative Pressure Room และ ห้องตรวจไข้หวัด นกจะต้องสวมถุงมือ ผ้ำปิดปำก - จมูก ชนิด N -95 Particulate Mask เสื้อคลุมแขนยำว 3 บุคลำกรที่ขนย้ำยผ้ำเปื้อนจำกห้องผู้ป่วยติดเชื้อที่ต้องแยกโรค (Isolation) ให้สวมถุงมือ ผ้ำปิดปำกจมูกใน กรณีที่ผ้ำเปื้อนเลือดและสำรคัดหลั่งมำก ให้สวมเสื้อคลุมแขนยำว เพื่อป้องกันสำรคัดหลั่งปนเปื้อนเสื้อผ้ำของ บุคลำกร แนวทำงปฏิบัติส ำหรับกำรเก็บและขนส่งผ้ำเปื้อน 1. ผู้ท ำกำรรวบรวมผ้ำเปื้อน สวมเครื่องป้องกันร่ำงกำย ผ้ำปิดปำก จมูก ถุง มือยำง และผ้ำพลำสติกกันเปื้อน 2 ไม่บรรจุผ้ำในถังทิ้งผ้ำจนอัดแน่นเกินไป ให้บรรจุ 3/4 ของถัง เพื่อป้องกัน ผ้ำเปื้อนหล่นสำรคัดหลั่งไหลปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม 3 รวบรวมผ้ำแต่ละประเภท และมัดปำกถุงผ้ำให้เรียบร้อย4 น ำถุงผ้ำที่รวบรวมแล้วใส่รถเข็นผ้ำเปื้อน โดยปำกถุงผ้ำต้องปิดมิดชิด เพื่อ ป้องกันกำรตกหล่น ซึ่งท ำให้แพร่กระจำยเชื้อ 5 เข็นรถผ้ำเปื้อนไปยังแผนกห้องผ้ำโดยไม่แวะตำมสถำนที่ต่ำง ๆ เพื่อ ป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อสู่สิ่งแวดล้อม โดยผู้ที่ท ำกำรขนย้ำยต้องใส่ อุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำยให้เหมำะสม 6 น ำถุงผ้ำเปื้อนแต่ละประเภทวำงลงในพื้นที่ก ำหนด โดยกำรยกและกำรวำง ถุงผ้ำเปื้อนต้องอย่ำงถูกวิธี คือ ไม่ โยน ไม่อุ้ม หรือลำกถุงผ้ำ 7 ล้ำงท ำควำมสะอำดรถเข็นผ้ำด้วยผงซักฟอก ตำก หรือเช็ดให้แห้งก่อน น ำไปใช้ครั้งใหม่ รับผ้ำสะอำด 8 ซักท ำควำมสะอำดถุงผ้ำเปื้อนทุกวันหรือส่งซักพร้อมผ้ำเปื้อน แนวทำงปฏิบัติส ำหรับห้องผ้ำในกำรส่งผ้ำซัก1 กำรขนส่งผ้ำเปื้อนต้องใช้ตำมเส้นทำงขนส่งที่ก ำหนด2 ก่อนสัมผัสผ้ำเปื้อน บุคลำกรต้องสวมถุงมือ หมวกคลุมผม หน้ำกำกปิด ปำก จมูก ผ้ำกันเปื้อนพลำสติก รอง เท้ำบู๊ท 3 หลีกเลี่ยงกำรเทผ้ำเปื้อนลงบนพื้น4 ไม่ควรมีกำรนับจ ำนวนผ้ำเปื้อนที่ห้องผ้ำ เพื่อป้องกันกำรกระจำยเชื้อสู่ บุคลำกรและสิ่งแวดล้อม 5 ห้องพักผ้ำเปื้อน ควรอยู่ในบริเวณห้องที่ห่ำงจำกห้องผ้ำสะอำด ควรปรับ ระบบหมุนเวียนอำกำศภำยในห้องผ้ำเปื้อนเพื่อป้องกันกำรแพร่กระจำย เชื้อในอำกำศ แนวทำงปฏิบัติส ำหรับห้องผ้ำในกำรรับผ้ำสะอำดและกำรจัดเก็บ 1. บุคลำกรห้องผู้ตรวจสอบควำมสะอำดของผ้ำและชั่งน้ ำหนักบันทึกข้อมูล 2. ล้ำงมือก่อนสัมผัสผ้ำสะอำด และสวมหน้ำกำกปิดปำก จมูก เพื่อป้องกัน ฝุ่นผ้ำตรวจสอบว่ำมีผ้ำช ำรุด ผ้ำ สกปรก ผ้ำรีดไม่เรียบร้อยคัดแยกไว้เพื่อ ด ำเนินกำรแก้ไขโดยบริษัทคู่สัญญำ 3 จัดผ้ำที่ซักรีดเรียบร้อย แยกเป็นแผนก ให้เป็นระเบียบในตู้ที่สะอำด ปิด มิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นและสัตว์พำหะน ำ โรค และเตรียมพร้อมส ำหรับ น ำส่งหน่วยงำนต่ำงๆ 4 เช็ดท ำควำมสะอำดตู้เก็บผ้ำด้วยน้ ำสะอำด อย่ำงน้อยสัปดำห์ละ 1 ครั้ง แนวทำงปฏิบัติของห้องผ้ำส ำหรับกำรบริกำรผ้ำสะอำด และกำรจัดเก็บผ้ำของหน่วยงำน1 บุคลำกรห้องผ้ำขนส่งผ้ำสะอำดให้หอผู้ป่วย โดยรถขนผ้ำสะอำดต้องอยู่ใน สภำพที่สะอำดแยกเฉพำะ จำกรถขนของสกปรกทั่วไป รถขนผ้ำสะอำด ต้องปกปิดมิดชิดก่อนท ำกำรขนส่ง


31 2 ล้ำงมือก่อนท ำกำรรับผ้ำเข็นรถผ้ำสะอำดไม่วำงอุปกรณ์ต่ำง ๆ ไว้บน รถเข็นผ้ำสะอำดและไม่แวะตำมสถำนที่ ต่ำง ๆ เพื่อป้องกันผ้ำสะอำดเกิด กำรปนเปื้อน 3 จัดเก็บผ้ำ โดยแยกตำมประเภท เช่น เสื้อ กำงเกง ผ้ำปูเตียง อย่ำงเป็น ระเบียบในตู้ชั้นเก็บผ้ำของหน่วยงำน โดยตู้หรือชั้นเก็บผ้ำสะอำด ต้องปิด มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและสัตว์พำหะน ำโรค 4. ตู้หรือชั้นเก็บผ้ำสะอำดทั้งของห้องผ้ำ และของหน่วยงำนท ำควำมสะอำด ด้วยน้ ำสะอำดและผ้ำแห้ง อย่ำงน้อย สัปดำห์ละ 1 ครั้ง 5 ท ำควำมสะอำดรถขนผ้ำสะอำดทุกวันด้วยน้ ำผสมผงซักฟอก แล้วใช้ผ้ำชุบ น้ ำเช็ดจนสะอำด ฝั่งรถให้แห้งก่อนน ำไปรับผ้ำครั้งใหม่ แนวทำงปฏิบัติส ำหรับบุคลำกรห้องผ้ำ 1. ไม่ปรุงอำหำร รับประทำนอำหำร สูบบุหรี่ ในบริเวณห้องผ้ำ 2 บุคลำกรห้องผ้ำต้องปฏิบัติตำมหลัก มำตรฐำนกำรป้องกันกำรติดเชื้อ Standard precautions อย่ำงเคร่งครัดเมื่อต้องสัมผัสผ้ำเปื้อนเลือดและ สำรคัดหลั่ง 3 ล้ำงมือก่อนและหลังสัมผัสผ้ำเปื้อน 4 ล้ำงมือก่อนสัมผัสผ้ำสะอำด 5 หลังเลิกปฏิบัติงำนควรอำบน้ ำท ำควำมร่ำงกำย และรักษำสุขภำพให้ แข็งแรงเสมอ กำรดูแลสิ่งแวดล้อมภำยในห้องผ้ำ 1 แยกบริเวณรับผ้ำเปื้อนและผ้ำสะอำดออกจำกกันให้ชัดเจน 2 เส้นทำงกำรขนส่งผ้ำเปื้อนและผ้ำสะอำด ควรเป็นคนละเส้นทำง 3 ระบบกำรหมุนเวียนอำกำศภำยในพื้นที่ อำกำศต้องไหลจำกพื้นที่สะอำด ไปสู่พื้นที่สกปรก 4 พื้นที่ห้องผ้ำต้องสะอำด ไม่พบแมลง/สัตว์น ำโรค และต้องมีอำกำศถ่ำยเท สะดวก ไม่อับชื้น 5 ท ำควำมสะอำดห้องผ้ำทุกวันโดยเริ่มจำกบริเวณที่สะอำดไปยังบริเวณที่ สกปรก ปูพื้นด้วยน้ ำผสมผงซักฟอกและเช็ดท ำควำมสะอำดอีกครั้งด้วยผ้ำ ชุบน้ ำสะอำด 6 จัดให้มีกล่องทิ้งเข็ม/อุปกรณ์มีคม และถังขยะติดเชื้อในแผนก เพื่อสะดวก ต่อกำรทิ้งของมีคมที่อำจติดมำกับผ้ำเปื้อนและช่วยลดอุบัติเหตุจำกกำรทิ้ง ของมีคมไม่เหมำะสม 7 มีอุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำย (PPE) ในกำรปฏิบัติงำนให้กับบุคลำกรอย่ำง เพียงพอ พร้อมใช้ 8 จ ำกัดบุคคลเข้ำ-ออก เพื่อป้องกันกำรสัมผัสและแพร่กระจำยเชื้อ การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อส าหรับอุปกรณ์การแพทย์ในโรงพยาบาล 1.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อท ำลำยเชื้อในอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์แต่ละชนิดอย่ำงควำมเหมำะสมและได้มำตรฐำน 2. จัดเก็บอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์แต่ละชนิดที่ผ่ำนกระบวนกำรท ำลำยเชื้อแล้วถูกต้อง นิยำม การท าลายเชื้อ (Disinfection) หมำยถึง กระบวนกำรท ำลำยเชื้อจุลชีพทุกชนิด ยกเว้นสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย การท าให้ปราศจากเชื้อ (Sterillization) หมำยถึง กระบวนกำรท ำลำยเชื้อจุลชีพทุกรูปแบบรวมถึงสปอร์ของแบคทีเรีย การล้าง (Cleaning) หมำยถึง กำรล้ำงด้วยน้ ำหรือน้ ำยำซัก ล้ำง


32 การแบ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ Critical items เครื่องมืออุปกรณ์ที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อปรำศจำกเชื้อ เช่น เครื่องมือผ่ำตัด เข็ม Intermediate items เครื่องมืออุปกรณ์ที่สัมผัสกับเยื่อบุที่ไม่มีบำดแผล เช่น อุปกรณ์เครื่องช่วยหำยหำย ปรอทวัดไข้ Non-critical items อุปกรณ์เครื่องใช้ที่สัมผัสผิวหนังปกติ เช่น หม้อนอน หมอนผ้ำห่ม การรับอุปกรณ์ปนเปื้อน 1. เจ้ำหน้ำที่รับผิดชอบกำรล้ำงท ำควำมสะอำดเครื่องมือปรำศจำกเชื้อในโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพ ประกอบไปด้วย หมวก ผ้ำปิดปำกปิดจมูก ถุงมือ เอี๊ยม รองเท้ำบู้ท ให้ปฏิบัติอย่ำงเคร่งครัด 2 เจ้ำหน้ำที่รับผิดขอบกำรล้ำงท ำควำมสะอำดเครื่องมือปรำศจำกเชื้อในโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพ ที่ใส่ฝำกล่องเครื่องมือที่ใช้แล้วให้มิดและน ำไป ไปอุปกรณ์ไปล้ำงท ำควำมสะอำด 3. ชุดเครื่องสำยยำง เช่นอุปกรณ์ สำยต่อออกซิเจน Ambumbag ที่ล้ำงท ำควำมสะอำด ผึ่งแห้งแล้ว น ำใส่กล่องฝำปิดมิดชิดน ำส่งอบแก๊สที่ โรงพยำบำลเฝ้ำไร่ โดยโรงพยำบำลจะเป็นผู้บรรจุหีบห่อ และอบแก๊สให้ การล้างท าความสะอาด 1. เจ้ำหน้ำที่รับผิดชอบกำรล้ำงท ำควำมสะอำดเครื่องมือปรำศจำกเชื้อในโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพ สวมอุปกรณ์ล้ำงท ำควำมสะอำด เครื่องมือ ประกอบไปด้วย หมวก ผ้ำปิดปำกปิดจมูก ถุงมือ เอี๊ยม รองเท้ำบู้ท แว่นตำหรือ กระจังหน้ำ ให้ปฏิบัติอย่ำงเคร่งครัด 2. ตรวจสอบคัดแยกอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ว่ำมีอำกำรช ำรุดหรือไม่ 3. แช่น้ ำยำตำมควำมเหมำะสมกับอุปกรณ์ 4. ล้ำงท ำควำมสะอำด 5. ผึ่ง หรือ เช็ดให้แห้ง การหีบห่อ เขตสะอาด 1. ล้ำงมือ 7 ขั้นตอนด้วยน้ ำกับน้ ำยำท ำลำยเชื้อ (Hygienic Handwashing) 2. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ล้ำงไม่ได้มำตรฐำนออกและคัดแยกอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ที่มีกำรช ำรุด แตกร้ำวออก 3. จัดอุปกรณ์ตำมชุดให้ครบถ้วน 4. เลือกวัสดุในกำรหีบห่อให้เหมำะสมตำมประเภทของเครื่องมือ 5. ใส่แผ่นตรวจสอบภำยในห่ออุปกรณ์ที่ต้องกำรตรวจสอบว่ำควำมร้อนสำมำรถเข้ำถึงด้ำนในสุด 6. แสดงป้ำย: วันผลิต วันหมดอำยุ ผู้เตรียม ผู้ตรวจ เครื่องนึ่ง รอบ ติดแผ่นทดสอบภำยนอก ทุกหีบห่อ 7. ล้ำงมือ 7 ขั้นตอนด้วยน้ ำกับน้ ำยำท ำลำยเชื้อ (Hygienic Handwashing) การท าลายเชื้อและท าให้ปราศจากเชื้อ 1. ตรวจสอบควำมพร้อมใช้ของเครื่องท ำให้ปรำศจำกเชื้อและเครื่องท ำลำยเชื้อ 2. กำรจัดเรียงอุปกรณ์เข้ำเครื่องท ำให้ปรำศจำกเชื้อ 3. ตรวจสอบประสิทธิภำพของเครื่องท ำให้ปรำศจำกเชื้อ กำรจัดเก็บอุปกรณ์ปรำศจำกเชื้อ 1. ล้ำงมือ 7 ขั้นตอนด้วยน้ ำกับน้ ำยำท ำลำยเชื้อ (Hygienic Handwashing) 2. สวมเสื้อผ้ำเฉพำะภำยในห้องสะอำดนี้โดยเฉพำะ 3. ตรวจสอบสภำพหีบห่อ 4. จัดเก็บตำมล ำดับบนที่ได้ผ่ำนกระบวนกำร 5. จัดเก็บในตู้หรือชั้นที่มีฝำปิดมิดชิดในห้องที่ไม่มีคนพลุกพล่ำน ไม่มีสัตว์หรือแมลงไม่ร้อนไม่ชื้น เปิดฝำหรือประตูตู้แล้วให้ปิด มิดชิด 6. อุปกรณ์ที่จัดเรียงสูงจำกพื้นอย่ำงน้อย 8 นิ้ว ห่ำงจำกฝำ 2 นิ้วและห่ำงจำกเพดำน 7. หลีกเลี่ยงกำรสัมผัสอุปกรณ์ที่ปรำศจำกเชื้อโดยไม่จ ำเป็น 8. เช็ดท ำควำมสะอำดห้องทุกวัน โดยไม่ใช้ผ้ำร่วมกับห้องอื่น 9. จัดเก็บอุปกรณ์ภำยในหน่วยงำนตำมระบบกำรจัดเก็บเครื่องมือปรำศจำกเชื้อ เช่น ตู้ ล ำดับกำรจัดเรียง ใช้หลัก First in First out หยิบซ้ำยใช้ขวำ


33 มาตรฐานการก าหนดระยะเวลาวันหมดอายุอุปกรณ์เครื่องมือปราศจากเชื้อ งานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรงพยาบาลเฝ้าไร่จังหวัดหนองคาย การบรรจุหีบห่อ ระยะเวลาวันหมดอายุ ห่อผ้ำ 1 ชั้น 7 วัน ห่อผ้ำ 2 ชั้น 14 วัน ห่อผ้ำ 2 ชั้น (ห่อพลำสติก) 45 วัน ซองซิล 45 วัน ห่อผ้ำ 1 ชั้น (ใส่ซอง Seal) 3 เดือน ห่อผ้ำ 2 ชั้น (ใส่ซอง Seal) 6 เดือน อบแก๊ส(ใส่ซอง Seal) 6 เดือน การแยกผู้ป่วย การแยกผู้ป่วย (Isolation Precaution) หมำยถึง กำรปฏิบัติเพื่อป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อจุลชีพจำกผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่มีเชื้อ อยู่แต่ไม่ปรำกฏอำกำรไปสู่ผู้ป่วยอื่น สู่บุคลำกร หรือญำติผู้ป่วยถือว่ำเป็นกำรป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อจำกแหล่งโรค ซึ่งอำจท ำได้หลำยวิธี ได้แก่ กำรแยกผู้ป่วย กำรล้ำงมือ กำรท ำลำยเชื้อบนวัสดุ อุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ รวมถึงกำรแยกผู้ป่วยให้อยู่ในห้องแยก กำรจัดให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ชนิดเดียวกันอยู่ในห้องเดียวกัน กำรใช้ผ้ำปิดปำก ปิดจมูก กำรใช้เสื้อคลุม กำรสวมถุงมือ กำรล้ำงมือ และกำรน ำสิ่งส่งตรวจที่ปนเปื้อนเชื้อ กำร แยกผู้ป่วยแบ่งเป็น 2 วิธี คือ Standard Precautions และ Transmission-Based Precautions Standard Precautions หมำยถึง กำรปฏิบัติในกำรดูแลผู้ป่วยทุกรำย ที่เข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำล ไม่ว่ำผู้ป่วยจะมีกำรติดเชื้อ หรือไม่ หรือได้รับกำรวินิจฉัยว่ำป่วยเป็นโรคใด Standard Precautions เป็นกลวิธีแรกที่จะช่วยให้สำมำรถควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลได้ ส ำเร็จ เกิดขึ้นจำกกำรน ำแนวทำงในกำรปฏิบัติของ Universal Precautions ซึ่งเป็นกำรป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อจำกเลือดและสำรคัดหลั่งของ ร่ำงกำย มำใช้กับผู้ป่วยทุกรำยซึ่งเข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำล โดยไม่ค ำนึงว่ำผู้ป่วยเป็นโรคหรือมีกำรติดเชื้อหรือไม่ Standard Precautions ใช้ กับเลือด สำรน้ ำของร่ำงกำย สำรคัดหลั่งทุกชนิด อุจจำระ ปัสสำวะ ผิวหนังที่มีบำดแผล และเยื่อบุของร่ำงกำย (mucous membrane) ยกเว้นเหงื่อ Transmission-Based Precautions หมำยถึง กำรแยกผู้ป่วยในกรณีที่ทรำบว่ำผู้ป่วยเป็นโรคใดหรือสงสัยว่ำผู้ป่วยมีกำรติดเชื้อ หรือมี เชื้อเจริญอยู่ตำมร่ำงกำยของผู้ป่วย ซึ่งเชื้อสำมำรถแพร่กระจำยทำงอำกำศ ฝอยละอองน้ ำมูกน้ ำลำย หรือโดยกำรสัมผัส Transmission-Based Precautions แบ่งเป็น 3 วิธี คือ Airborne Precautions, Droplet Precautions และ Contact Precautions Airborne Precautions (การติดต่อทางอากาศ) หมำยถึง กำรปฏิบัติเพื่อลดกำรแพร่กระจำยเชื้อทำงอำกำศ ซึ่งเกิดจำกฝอยละออง น้ ำมูกน้ ำลำยที่มีขนำดเล็กประมำณ 5 µm หรือเล็กกว่ำ ซึงล่องลอยอยู่ในอำกำศเป็นเวลำนำน หรือฝุ่นละอองที่มีเชื่อโรคอยู่ ผู้ป่วยที่อยู่ห้อง เดียวกัน อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรืออยู่ไกลออกไป อำจสูดหำยใจเอำเชื้อที่มีอยู่เหล่ำนี้เข้ำไป ท ำให้เกิดกำรติดเชื้อได้ จึงควรใช้Airborne Precautions ในผู้ป่วยที่ทรำบว่ำสำมำรถแพร่กระจำยเชื้อทำงอำกำศได้ Droplet Precautions (การติดต่อทางละอองฝอย) หมำยถึงกำรปฏิบัติเพื่อป้องกัน กำรแพร่กระจำยเชื้อจำกฝอยละอองมูก น้ ำลำย ซึ่งมีขนำดใหญ่กว่ำ 5 µm กำรสัมผัสเชื้อบริเวณเยื่อบุตำ เยื่อบุจมูกและปำก ฝอยละอองน้ ำมูกน้ ำลำยนี้เกิดจำกผู้ป่วยที่มีเชื่อโรคอยู่หรือ ผู้ป่วยที่มีกำรติดเชื้อ ไอ จำม พูด หรือเกิดขึ้นขณะมีกำรดูดเสมหะ ทั้งนี้ เนื่องจำกฝอยละอองฝอยมีขนำดใหญ่ จึงใช้ Droplet Precautions กับผู้ที่ สงสัยว่ำติดเชื้อที่สำมำรถแพร่กระจำยทำงฝอยละอองน้ ำมูกน้ ำลำย Contact Precautions (การติดต่อทางสัมผัส) หมำยถึงกำรปฏิบัติเพื่อลดกำรแพร่กระจำยเชื้อ ซึ่งเกิดจำกกำรสัมผัสทั้งทำงตรงและ ทำงอ้อม กำรแพร่กระจำยเชื้อจำกกำรสัมผัสโดยตรง ได้แก่ กำรสัมผัสผิวหนังที่มีบำดแผล กำรแพร่กระจำยเชื้อจำกบุคลำกรที่เป็นพำหะไปสู่ ผู้ป่วยขณะพลิกตัวให้ผู้ป่วย กำรสัมผัสทำงอ้อม ได้แก่ กำรสัมผัสกับสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ หรือสงสัยว่ำเชื้อสำมำรถแพร่กระจำยได้ง่ำย หรือเป็นเชื้อที่ก่อ ให้เกิดปัญหำรุนแรงในโรงพยำบำล ควรได้รับกำรดูแลโดย ใช้ Standard Precautions และ Transmission-Based Precautions เพื่อตัดหนทำงกำรแพร่กระจำยของเชื้อ


34 Drug Resistance Precautionเป็นมำตรกำรที่ใช้ลดควำมเสี่ยงต่อกำรแพร่กระจำยเชื้อที่ดื้อต่อยำต้ำนจุลชีพหลำยชนิดทั้งในกลุ่ม gram positive gram negative Multiple Drug resistance gram negative bacilli (MDRGNB) ,MRSA,MRSE,Vancomycin resistance (VRSA/VISA/VRE) ESBL (Klebseilla pneumonia,E coli), Carbapenam resistance (CRE) Reverse Precautionเป็นมำตรกำรที่ใช้ป้องกันกำรติดเชื้อผู้ป่วยทีมีภำวะดังต่อไปนี้ Second degree burn ขึ้นไป และ Total body surface area burn >30% โดยจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องแยกทีมีควำมดันบวก (Positive pressure) เพื่อป้องกันกำรรับเชื้อจำกสิ่งแวดล้อมภำยนอกสู่ห้องผู้ป่วย Neutropenia มีเม็ดเลือดขำวชนิด neutropenia ต่ ำ โดยเป็นผู้ป่วยที่มี Absolute neutropenia conut <500 เซลล์/ลูกบำศก์มิลลิเมตร Positive Pressure Roomห้องที่มีควำมดันบวกมำกกว่ำ +2.5 ปำสคำล เมื่อเทียบกับบรรยำกำศภำยนอก ระบบปรับอำกำศและระบบ ระบำยอำกำศแยกจำกส่วนอื่นๆของอำคำร มีลมจ่ำยหรือลมหมุนเวียนภำยในห้องไม่น้อยกว่ำ 12 เท่ำของปริมำตรห้องต่อชั่วโมง อำกำศที่จ่ำยเข้ำ มำในห้องผู้ป่วยกรองด้วย Hepa filter กรองอนุภำคมำกกว่ำหรือเท่ำกับ 0.3 ไมครอน ประสิทธิภำพกำรกรอง 99.97% ก่อนปล่อยสู่ภำยในห้อง ผู้ป่วย (CDC:2007) Negative Pressure Roomห้องทีมีควำมดันเป็นลบ มำกกว่ำ -10 ปำสคำล เมื่อเทียบกับบรรยำกำศภำยนอก ระบบปรับอำกำศและ ระบำยอำกำศ แยกจำกส่วนอื่นๆของอำคำร มีลมจ่ำยหรือลมหมุนเวียนภำยในห้องไม่น้อยกว่ำ 12 เท่ำของปริมำตรห้องต่อชั่วโมง อำกำศกรองด้วย Hepa filter ประสิทธิภำพกำรกรอง 99% และถูกท ำลำยด้วย UV light ก่อนปล่อยสู่นอกอำคำร ค าศัพท์ ค าอธิบาย 2. Universal Precautions / Standard Precautions กำรป้องกันกำรติดเชื้อแบบครอบจักรวำล เป็นกำรปฏิบัติดูแลรักษำพยำบำลผู้ป่วยโดยถือว่ำผู้ป่วย ทุกรำยมีกำรติดเชื้อในร่ำงกำยซึ่งเป็นกำรปฏิบัติเกี่ยวกับเลือด สำรน้ ำ สำรคัดหลั่งของร่ำงกำยทุก ชนิด รวมทั้งเยื่อบุผิวหนังและผิวหนังที่มีบำดแผล 3. Personal Protective Equipment (PPE) เครื่องป้องกันร่ำงกำย ได้แก่ ผ้ำปิดปำกจมูก, ถุงมือ, เสื้อคลุม แว่นป้องกันตำ, หมวก, รองเท้ำบู๊ท, Mask N95 4. สำรน้ ำและสำรคัดหลั่ง น้ ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid) ,น้ ำจำกไขข้อ (Synovial fluid), น้ ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural fluid),น้ ำในช่องคลอด (Vaginal Secretions) น้ ำอสุจิ น้ ำลำย หนอง เสมหะ อุจจำระ ปัสสำวะ 6.ขั้นตอนการปฏิบัติ ควำมรู้เกี่ยวกับ Isolation Precautions Isolation Precaution เป็นมำตรกำรในกำรป้องกันกำรติดเชื้อและแพร่กระจำยเชื้อ ซึ่งมีหลักปฏิบัติดังนี้ 1. Universal Precautions / Standard Precautionsในกำรดูแลผู้ป่วยทุกรำยที่เข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำล ไม่ว่ำผู้ป่วยจะได้รับ กำรวินิจฉัยว่ำมีกำรติดเชื้อหรือไม่ Universal Precauiton / Standard Precautions ใช้ปฏิบัติเพื่อระมัดระวังกำรติดเชื้อและ แพร่กระจำยเชื้อในองค์กร เมื่อสัมผัสเลือดสำรคัดหลั่ง (ยกเว้นเหงื่อ) สิ่งขับถ่ำย เยื่อบุผิวหนังและ ผิวหนังที่มีบำดแผล รวมทั้งเป็น มำตรกำรในกำรป้องกันกำรเกิดอุบัติเหตุจำกเข็มทิ่มต ำหรือสำรคัดหลั่งกระเด็น 2. Transmission-Based Precaution ใช้ในกรณีที่ทรำบว่ำผู้ป่วยเป็นโรคใด หรือสงสัยว่ำผู้ป่วยมีกำรติดเขื้อหรือมีเชื้อเจริญอยู่ตำม ร่ำงกำยซึ่งสำมำรถแพร่กระจำยทำงอำกำศ ฝอยละอองน้ ำมูก น้ ำลำยหรือโดยกำรสัมผัสผู้ป่วยที่ติดเชื้อ หรือสงสัยว่ำติดเชื้อที่ สำมำรถแพร่กระจำยได้ง่ำยควรได้รับกำรดูแลโดยใช้ Standard Precaution ร่วมกับ พยำบำลที่ดูแลพิจำรณำและด ำเนินกำรแยก ผู้ป่วยตำมแนวทำง Transmission –Based Precaution เพื่อตัดหนทำงกำรแพร่กำรจำยของเชื้อโดยแบ่งได้ออกเป็น 3 วิธีคือ 1. Airborne Precautions 2. Droplet Precautions 3. Contact Precations นอกจำกแบ่งตำมวิธีกำรแพร่กระจำยเชื้อแล้วพบว่ำ โรงพยำบำลต้องท ำกำรดูแลรักษำ ผู้รับบริกำรที่มีควำมเสี่ยงต่อกำรติดเชื้อสูง กว่ำคนทั่วไป จึงได้ก ำหนดแนวปฏิบัติกำรแยกผู้ป่วยที่มีภำวะเสี่ยงสูงจำกกำรติดเชื้อโดยแบ่งออกเป็นประเภท ดังนี้ วิธีกำรแพร่กระจำยเชื้อ มีได้หลำยทำง คือ


35 1. กำรแพร่ทำงกำรสัมผัส (Contact transmission) 1.1 กำรสัมผัสโดยตรง (Direct contact) เป็นกำรสัมผัสแบบ Person to person เช่นผู้ป่วยกับบุคลำกร ทำงกำรแพทย์ หรือ ผู้ป่วยตัวต่อตัวผู้ป่วยเองและอำจเกิดจำกตัวผู้ป่วยเองน ำเชื้อจำกส่วนหนึ่งไปยังส่วนอื่นของร่ำงกำยได้วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ กำรล้ำงมืออย่ำงถูกต้อง 1.2 กำรสัมผัสโดยอ้อม (Indirect contact) เป็นกำรสัมผัสกับสิ่งของเครื่องมือ เครืองใช้หรืออุปกรร์ทำงกำรแพทย์ที่มีเชื้อโรค ปนเปื้อน เป็นกำรที่เชื้อเข้ำสู่ร่ำงกำยโดยผ่ำนตัวกลำงเช่น กำรท ำลำยเชื้อบนกล้องส่องตรวจภำยใน (Endoscope) ไม่ดี พอก็จะเป็นกำรน้ ำเชื้อโรคไปสู่ผู้ป่วยได้ 2. กำรแพร่กระจำยทำงละอองฝอย (Droplet contact) เกิดจำกกำรสัมผัสกับฝอยละอองเสมหะ ซึ่งมีขนำดมำกกว่ำ 5 ไมครอน เชื้ออำจอยู่บริเวณเยื้อบุจมูกปำก น้ ำมูก น้ ำลำย ละอองเสมหะของผู้ที่มีเชื้อฟุ้งกระจำยออกมำจำกกำรที่ผู้นั้น ไอจำมหรือพูด กำรสัมผัสวิธีนี้มักเกิดในระยะไม่เกิน 3 ฟุต และเชื้อจะลอยอยู่ในอำกำศเพียงช่วงเวลำสั้นๆ 3. กำรแพร่ทำงอำกำศ (Airborn transmisstions) เป็นกำรแพร่กระจำยเชื้อโดยสูดหำยใจเอำเชื้อที่ลอยอยู่ในอำกำศ เข้ำสู่ระบบ ทำงเดินหำยใจ ซึ่งเชื้อจุลชีพจะอยู่ในรูปของ Droplet nuclei หรือฝุ่นละอองทีมีเชื้อปะปนอยู่และล่องลอยในอำกำศได้นำน Droplet nuclei มีขนำดเล็กกว่ำ 5 ไมครอน และมีขนำดเล็กกว่ำ Droplet ที่เกิดจำกกำรไอจำม เชื้อจุลชีพที่แพร่กระจำยโดย วิธีนี้ได้แก่ วัณโรคปอด (TB) ระยะแพร่เชื้อ , หัด (Measle) สุกใส (Chickenpox) เป็นต้น 4. Vehicle Transmission เป็นกำรแพร่กระจำยเชื้อจำกกำรที่มีจุลชีพปนเปือนอยู่ในเลือดผลิตภัณฑ์ของเลือด อำหำร น้ ำยำ สำร น้ ำ ที ให้แก่ ผู้ป่วย กำรแพร่กระจำยวิธีนี้ มักพบว่ำท ำให้เกิดกำรติดเชื้อในผู้ป่วยหลำยรำยเนื่องจำก จะมีผู้ป่วยได้รับสิ่งที่มีเชื้อ ปนเปื้อนอยู่ครั้งละหลำยคน เช่น กำรเกิดกำรติดเชื้อ Salmonella จำกอำหำร 5. Vector Borne Transmission เป็นกำรแพร่กระจำยเชื้อโดยแมลง หรือสัตว์น ำโรค คนได้รับเชื้อจำกแมลง หรือสัตว์กัดและ เชื้อที่มีอยู่ในตัวแมลงถูกถ่ำยทอดสู่คน แนวทำงปฏิบัติในกำรแยกผู้ป่วย (Isolation Precaution) 1. กำรคัดกรองผู้ป่วยที่จุด Triage ท ำกำรคัดกรองและแยกผู้ป่วยในกลุ่มที่ต้องป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อ PUI/Airborne/Droplet/Contact Precaution เป็นต้น 2. ผู้ป่วยนอก/ER ให้กำรดูแลผู้ป่วยในโซนผู้ป่วยที่แยกไว้ ตำมแนวทำงป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อ 3. เมื่อให้กำรดูแลผู้ป่วยต้องท ำกำรประเมินภำวะติดเชื้อของผู้ป่วยและมีกำรบันทึกทำงกำรพยำบำล 4. ใช้หลักกำร Standard Precaution ในกำรดูแลผู้ป่วยทุกรำยที่เข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำลไม่ว่ำแพทย์จะวินิจฉัยว่ำมีกำรติดเชื้อ หรือไม่ 5. เมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคพบว่ำผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อหรือพยำบำลพิจำรณำจำกกำรวินิจฉัยของแพทย์หรือผลตรวจทำงห้องปฏิบัติกำร พบว่ำเป็นโรคติดเชื้อ หรือโรคใดที่สงสัยว่ำผู้ป่วยมีกำรติดเชื้อ ให้ด ำเนินกรแยกผู้ป่วยได้ออกเป็น 3 วิธีคือ Airborne precautions/Droplet Precaution/Contact Precaution 6. กำรแยกผู้ป่วยใช้สัญลักษณ์สีแยกตำมกลุ่มผู้ป่วยตำมวิธรกำรแพร่กระจำยเชื้อโดยติดสัญลักษณ์ Isolation ที่ Chart และติดป้ำหน้ำ เตียงผู้ป่วยเพื่อเป็นกำรสื่อสำรให้เจ้ำหน้ำที่ทรำบถึงวิธีกำรแพร่กระจำยเชื้อรวมถึงกำรใช้เครื่องป้องกันร่ำงกำนที่เหมำะสม และใช้ เป็นสัญลักษณ์เพื่อสื่อสำรข้อมูลกำรติดเชื้อให้เจ้ำหน้ำที่ในแผนกที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยทรำบพร้อมทั้งปฏิบัติเป็นแนวทำงเดียวกันทั้ง องค์กร เมื่อต้องส่งผู้ป่วยไปรับกำรตรวจรักษำ สัญลักษณ์สีที่ใช้ในกำรแยกผู้ป่วยดังนี้ ประเภทผู้ป่วย สัญลักษณ์สี Isolation สี 1. Airborne Precautions สีฟ้ำ 2. Droplet Precautions สีส้ม 3. Contact Precautions สีเขียว 4. Drug Resistance Precautions สีม่วง 5. Reverse Precautions สีชมพู


36 1. กำรป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อทำงอำกำศ (Airborne Precaution) เป็นมำตรกำรที่ใช้ลดควำมเสี่ยงต่อกำรแพร่กระจำยเชื้อทำงอำกำศที่เกิดฝอยละออง ที่มีขนำดเล็กกว่ำ 5 ไมครอน ซึ่งล่องลอย อยู่ในอำกำศเป็นเวลำนำน หรือฝุ่นละอองที่มีเชื้อจุลชีพปะปนอยู่ได้แก่ Active Pulmonary TB , Measle, Chicken pox, SARS, Avian Influenza, Antrax (aerosolized), Small pox,Monkey pox, Disseminated zoster, Viral Hemorrhagic Fever (VHF) ,Ebola/Lassa fever เป็นต้น *****Covid-19 ยังใช้มำตรกำรแบบAirborn****** ข้อปฏิบัติ ใช้หลักกำร Standard Precaution ร่วมกับ 1.ติดสัญลักษณ์ Isolation สีฟ้ำที่ Chart และเตียงผู้ป่วย 2.จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้อง Negetive Pressure room จนพ้นระยะแพร่เชื้อ 3.กรณี Negativepressure room ไม่เพียงพอ ให้จัดให้อยู่ห้องแยก ,มีกำรแลกเปลี่ยนระบำยอำกำศได้ดี 4.หลัง Discharge ควรเปิดระบบทิ้งห้องไว้อย่ำงน้อย 30 นำที ก่อนท ำควำมสะอำด 5.จ ำกัดบุคคลที่เข้ำเยี่ยม 6.เจ้ำหน้ำที่สวม N95 เมื่อดูแลผู้ป่วยหรือเข้ำในห้องผู้ป่วย 7.จ ำกัดกำรเคลื่อนย้ำยผู้ป่วยออกนอกห้อง หำกจ ำเป็นต้องเคลื่อนย้ำยให้ผู้ป่วยสวมผ้ำปิดปำก-จมูก (Surgical Mask) เพื่อ ป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจำย 8.ขยะในห้องผู้ป่วยจัดเป็นขยะติดเชื้อ 9.เครื่องผ้ำทุกชนิดที่ใช้แล้วกับผู้ป่วย ทิ้งเป็นผ้ำเปื้อนติดเชื้อ 10.ควรแนะน ำกำรปฏิบัติตัวแก่ญำติในกำรเข้ำเยี่ยม เพือป้องกันกำรติดเชื้อ และควรจ ำกัดกำรเยี่ยมผู้ป่วยที่ติดโรคได้ง่ำย มี ภูมิคุ้มกันต่ ำไม่ควรเข้ำเยี่ยม 11.ล้ำงมือก่อนและหลังให้กำรพยำบำลหรือเข้ำเยี่ยมผู้ป่วยทุกครั้ง 12. อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทีมีกำรปนเปื้อนเสมหะ น้ ำมูก น้ ำลำยผู้ป่วย ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดและท ำลำยเชื้อหรือท ำให้ ปรำศจำกเชื้อตำมควำมเหมำะสม 13. พื้นห้องหรือหอผู้ป่วย เตียงผู้ป่วยให้เช็ดท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำยำท ำลำยเชื้อ เช่นทิชชู่เปียกฆ่ำเชื้อเป็นต้น 14.กำรยกเลิก Airborne Precaution กระท ำเมื่อผู้ป่วยได้รับกำรรักษำจนพ้อนระยะกำรแพร่กระจำยเชื้อหรือเมื่อแพทย์วินิจฉัย 2. กำรป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อทำงละอองเสมหะ (Droplet Precaution)เป็นมำตรกำรที่ใช้ลดควำมเสี่ยงต่อกำรแพร่กระจำย เชื้อจำกละอองฝอย ละอองน้ ำมูก เสมหะ และ หรือน้ ำลำย ซึ่งมีขนำดใหญ่กว่ำ 5 ไมครอน เชื้ออำจอยู่บริเวณเยื่อบุจมูก ปำก เชื้อสำมำรถฟุ้งกระจำยออกมำกับละอองเสมหะ ซึ่งเกิดจำกกำรสัมผัสใกล้ชิดระหว่ำงแหล่งของเชื้อโรคกับผู้ที่สัมผัส ได้แก่ Group A Streptococcal pneumonia ,H Influenza Type B,Mycoplasma pneumonia,Pneumonia


37 plague,Diphtheria, Pertussis,Neisseria meningitis,Scarlet fever, และยังมีกลุ่มโรคติดเชื้อไวรัส ได้แก่ Rubella , Mump, Adenovirus,Influenza เป็นต้น ข้อปฏิบัติ ใช้หลัก Standard Precaution ร่วมกับ 1. ติดสัญลักษณ์ Isolation สีส้ม ที่ Chart และเตียงผู้ป่วย 2. ควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ห่ำงเตียงกันไม่น้อยกว่ำ 3 ฟุต และมีอำกำศถ่ำยเทสะดวก 3. สวมผ้ำปิดปำกและจมูก (Surgical mask) เมื่อเข้ำใกล้ผู้ป่วย 4. สวมเสื้อกำวน์เมื่อจะสัมผัสเสมหะ น้ ำมูก น้ ำลำยของผู้ป่วย 5. สวมถุงมือเมื่อจะสัมผัสเสมหะน้ ำมูกน้ ำลำยของผู้ป่วย 6. ล้ำงมือก่อนและหลังให้กำรดูแลผู้ป่วยหรือจับอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ใช้กับผู้ป่วยทุกครั้ง หรือหลังถอดถุงมือทันที 7. ขยะผู้ป่วยที่ปนเปื้อนเลือด/สำรคัดหลั่งจัดเป็นขยะติดเชื้อ 8. ผ้ำปนเปื้อนเลือด/สำรคัดหลั่งถือเป็นผ้ำเปือนติดเชื้อ 9. กำรเคลื่อนย้ำยผู้ป่วยให้ผู้ป่วยสวม Surgical mask 10. แนะน ำให้ผู้ป่วยใช้ผ้ำหรือกระดำษเช็กดหน้ำปิดปำกและจมูกขณะไอ-จำม และบ้วนเสมหะในภำชนะปิดมิดชิด 11. แนะน ำญำติให้สวมผ้ำปิดปำก-จมูก ล้ำงมือหลังจับต้องผู้ป่วยหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ของผู้ป่วย 12. พื้นห้องหรือหอผู้ป่วย เตียงท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำและผงซักฟอกตำมปกติ 13. อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทีมีกำรปนเปื้อนเสมหะ น้ ำมูก น้ ำลำยผู้ป่วย ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดและท ำลำยเชื้อหรือท ำให้ ปรำศจำกเชื้อตำมควำมเหมำะสม 14. กำรยกเลิก Droplet Precaution กระท ำเมื่อผู้ป่วยได้รับกำรรักษำจนพ้อนระยะกำรแพร่กระจำยเชื้อหรือเมื่อแพทย์ วินิจฉัย 3. กำรป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อทำงกำรสัมผัส (Contact Precautions)เป็นมำตรกำรที่ใช้ลกควำมเสี่ยงต่อกำรแพร่กระจำยเชื้อ จำกกำรสัมผัสโดยตรง (Diract contact) , เป็นกำรแพร่กระจำยเชื้อจำกคนสู่คน หรือจำกกำรสัมผัสโดยอ้อม (Indirect contact) ซึ่งเป็นกำรแพร่กระจำยเชื้อจำกคนที่เป็นแหล่งของเชื้อโรคและปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม แล้วเชื้อที่ปนเปื้อนนั้นกระจำย ไปสู่อีกคนหนึ่งโดยกำรสัมผัส ได้แก่ Infectious wound, HFMD, Infection Diarrhea, Abscess, Impetigo, Skin Infection, Viral conjunctivitis, Herpes simplex, Cutaneous Antrax, salmonellosis ,Rabies ข้อปฏิบัติ ใช้หลัก Standard Precaution ร่วมกับ 1. ติดสัญลักษณ์ Isolation สีเขียว ที่ Chart และเตียงผู้ป่วย


38 2. ควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ห่ำงเตียงกันไม่น้อยกว่ำ 3 ฟุต และมีอำกำศถ่ำยเทสะดวก 3. ควรแยกอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรดูแลผู้ป่วยและของใช้ของผู้ป่วยระมัดระวังในกำรจับต้องกรณีที่เป็นอุปกรณ์ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่นเครื่องวัดควำมดัน ถอด Cuff ซักท ำควำมสะอำดก่อนน ำไปใช้ต่อกับผู้ป่วยรำยอื่น 4. เจ้ำหน้ำที่ต้องสวมถุงมใอใอสัมผัสผู้ป่วย หรือสิ่งแวดล้อมในห้องผู้ป่วยและล้ำงมือหลังถอดถุงมือทุกครั้ง 5. สวมเสื้อคลุมและผ้ำกันเปื้อนพลำสติกเมื่อคำดว่ำจะต้องสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจำกตัวผู้ป่วย เช่นอุจจำระ Colostomy Ileostomy หนองจำกแผลเป็นต้น 6. ขยะผู้ป่วยที่ปนเปื้อนเลือด/สำรคัดหลั่งจัดเป็นขยะติดเชื้อ 7. ผ้ำปนเปื้อนเลือด/สำรคัดหลั่งถือเป็นผ้ำเปื้อนติดเชื้อ 8. ให้ผู้ป่วยล้ำงมือทุกครั้งหลังสัมผัสสำรคัดหลังตัวเองหรือออกจำกห้องน้ ำ 9. แนะน ำญำติให้สวมผ้ำปิดปำก-จมูก ล้ำงมือหลังจับต้องผู้ป่วยหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ของผู้ป่วย 10. พื้นห้องหรือหอผู้ป่วย เตียงท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำและผงซักฟอกตำมปกติ 11. อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทีมีกำรปนเปื้อนเสมหะ น้ ำมูก น้ ำลำยผู้ป่วย ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดและท ำลำยเชื้อหรือท ำ ให้ปรำศจำกเชื้อตำมควำมเหมำะสม 12. กำรยกเลิก Contact Precaution กระท ำเมื่อผู้ ไม่พบเชื้อจำกกำรเพำะเชื้อจำกเลือด ปัสสำวะ ของเหลว/สิ่งคัดหลั่ง ระบำยออก และหรือเมื่อรักษำหำยแล้ว ไม่มีของเหลวที่ระบำยออก 13. กำรป้องกันกำรแพร่เชื้อดื้อยำ (Drug Resistance Precautions)เป็นมำตรกำรที่ใช้ลดควำมเสี่ยงต่อกำรแพร่กระจำย เชื้อที่ดื้อต่อยำต้ำนจุลชีพหลำยชนิดทั้งในกลุ่ม gram positive gram negative Multiple Drug resistance gram negative bacilli (MDRGNB) ,MRSA, MRSE, Vancomycin resistance (VRSA/VISA/VRE) ESBL (Klebseilla pneumonia,E coli), Carbapenam resistance (CRE)


39 ข้อปฏิบัติ ใช้หลัก Standard Precaution ร่วมกับ 1. ติดสัญลักษณ์ Isolation สีม่วง ที่ Chart และเตียงผู้ป่วย 2. ควรจัดผู้ป่วยอยู่ห้องเดี่ยว(ในกรณีที่ไม่มีห้องเดี่ยวควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องหรือโซนโรคเดียวกัน) 3. จัดอุปกรณ์วัดสัญญำณชีพแยกจำกผู้ป่วยรำยอื่น 4. บุคลำกรต้องสวมถุงมือ เมื่อสัมผัสผู้ป่วย หรือสิ่งแวดล้อมในห้อง/เตียงผู้ป่วย และล้ำงมือหลังถอดถุงมือทุกครั้ง 5. สวมเสื้อคลุมและผ้ำกันเปื้อนพลำสติกเมื่อคำดว่ำจะต้องสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจำกตัวผู้ป่วย 6. ไม่เคลื่อนย้ำยผู้ป่วยออกจำกห้องหำกไม่จ ำเป็น กำรเคลื่อนย้ำยผู้ป่วยควรคลุมด้วยผ้ำสะอำด 7. ขยะในห้องจัดเป็นขยะติดเชื้อ 8. เครื่องผ้ำทุกชนิดใช้กับผู้ป่วยถือเป็นผ้ำเปื้อนติดเชื้อ 9. ให้ผู้ป่วยล้ำงมือทุกครั้งหลังจำกออกจำกห้องย้ ำหรือสัมผัสสำรคัดหลั่งจำกร่ำงกำย 10. แนะน ำผู้เข้ำเยี่ยม/ญำติเรื่องกำรปฏิบัติตัวเพื่อป้อกันกำรติดเชื้อ 11. พื้นห้อง/หอผู้ป่วย เตียงผู้ป่วยให้เช็ดท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำและผงซักฟอกตำมควำมเหมำะสม 12. อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทีมีกำรปนเปื้อนเสมหะ น้ ำมูก น้ ำลำยผู้ป่วย ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดและท ำลำยเชื้อหรือท ำให้ ปรำศจำกเชื้อตำมควำมเหมำะสม 13. หลังจ ำหน่ำยผู้ป่วยต้องถอดม่ำนรอบเตียงผู้ป่วยซักท ำควำมสะอำด 14. กำรยกเลิก Drug resistance Precaution กระท ำเมื่อ -VRE/CRE เพำะเชื้อ Negative 3 ครั้งติดกัน -MRSA/MRSE เพำะเชื้อ Negative 3 ครั้งติดกัน -Multidrug resistance gram negative baciili เพำะเชื้อ Negative 1 ครั้ง -Extended spectrum beta-lactamase producing เพำะเชื้อ Negative 1 ครั้ง 14. กำรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันกำรติดเชื้อ Protective environment precautions/Reverse precautions เป็นมำตรกำรที่ใช้ป้องกันกำรติดเชื้อผู้ป่วยทีมีโอกำสติดเชื้อจำกผู้ป่วยอื่นบุคลำกรและผู้มำเยี่ยม ทั้งเชื้อจำกภำยนอกร่ำงกำย และเชื้อในร่ำงกำยผู้ป่วยเอง Second degree burn ขึ้นไป และ Total body surface area burn >30% Neutropenia มีเม็ดเลือดขำวชนิด neutropenia ต่ ำ โดยเป็นผู้ป่วยที่มี Absolute neutropenia conut <500 เซลล์/ลูกบำศก์มิลลิเมตร ข้อปฏิบัติใช้หลัก Standard Precaution ร่วมกับ


40 1. ติดสัญลักษณ์ Isolations สีชมพู ที่ chart และตียงผู้ป่วย 2. จัดให้ผู้ป่วยอยู่ห้องเดี่ยว 3. จัดอุปกรณ์วัดสัญญำณชีพแยกจำกผู้ป่วยอื่น 4. บุคลำกรและผู้เข้ำเยี่ยมล้ำงมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยก่อนให้กำรพยำบำล และก่อนท ำหัตถกำรใดๆ 5. บุคลำกรและผู้เข้ำเยี่ยมต้องสวมผ้ำปิดปำกจมูกและเสื้อคลุมทุกครั้งก่อนเข้ำห้องผู้ป่วย 6. ห้ำมผู้ที่มีอำกำรแสดงของอำกำรติดเชื้อเช่นไข้ ไอ เจ็บคอ หรือไข้หวัดเข้ำเยี่ยม 7. งดน ำผลไม้สด ผัก พืชสดและแห้งเข้ำห้องผู้ป่วย กรณี Neutropenia อำหำรและน้ ำดื่มต้องต้มสุกงดผัก ผลไม้ ไข่ ลวก 8. ให้ค ำแนะน ำผู้เข้ำเยี่ยม /ญำติ เรื่องกำรปฏิบัติเพื่อป้องกันกำรติดเชื้อในผู้ป่วย 9. จ ำกัดญำติและผู้เข้ำเยี่ยม งดเยี่ยมหำกไม่จ ำเป็น 10. พื้นห้อง เตียงผู้ป่วย ให้เช็ดท ำควำมสะอำดด้วยน้ ำและผงซักล้ำงตำมปกติ 11. อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทีมีกำรปนเปื้อนเสมหะ น้ ำมูก น้ ำลำยผู้ป่วย ให้ล้ำงท ำควำมสะอำดและท ำลำยเชื้อหรือ ท ำให้ปรำศจำกเชื้อตำมควำมเหมำะสม 12. ไม่เคลื่อนย้ำยผู้ป่วยออกจำกห้อง ยกเว้นกรณีจ ำเป็นหำกต้องเคลื่อนย้ำย ให้ผู้ป่วยสวมผ้ำปิดปำก ปิดจมูกตลอดเวลำ 13. กำรยกเลิก Reverse Precautions กระท ำเมื่อ -กรณี Secondary Degree Burn ขึ้นไป และ Total body surface area burn >30% เมื่อแพทย์วินิจฉัย -กรณีผู้ป่วยมีภำวะ neutropenia มี Absolute Neutropenia Count มำกกว่ำ 500 เซลล์/ลูกบำศก์มิลลิเมตรหรือ แพทย์วินิจฉัย


41 ตำรำงกำรแยกผู้ป่วยตำมวิธีกำรแพร่กระจำยเชื้อ/ สัญลักษณ์ โดยบันทึก Standard Precautions ร่วมด้วยเสมอ วิธีกำรแพร่กระจำยเชื้อ Contact Droplet Airborne Drug resistance Reverse สัญลักษณ์สี เขียว ส้ม ฟ้ำ ม่วง ชมพู กำรปฏิบัติ Precautions Precautions Precautions Precautions Precautions 1.ห้องแยก √ √ √√ ปิดประตูทุก ครั้ง √ √√ ปิดประตูทุก ครั้ง 2. ล้ำงมือก่อน-หลังกำรให้บริกำร √ √ √ √ √ 3. สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสสำรคัดหลั่ง เลือด √ √ √ √ √ 4.สวมผ้ำปิดปำก ปิดจมูก √ √ √√ N95 for Active TB √√ ถ้ำมีเชื้อ ระบบทำงเดิน หำยใจ √ 5.สวมเสื้อกำวน์/เสื้อคลุม เมื่อปฏิบัติกิจกรรมหรือหัตถกำรที่กำรกระเด็นของเลือดหรือสำรคัดหลั่ง √ 6.แยกผ้ำเปื้อน √ √ √ √ √ 7.แยกเครื่องวัดควำมดัน √ √ √ 8.คลุมตัวด้วยผ้ำสะอำดผืนใหม่ก่อนกำร เคลื่อนย้ำย √ √ √ √# √ 9.ถอดผ้ำม่ำนซักท ำควำมสะอำดหลังจ ำหน่ำย √ √ 10.ท ำควำมสะอำดห้องผู้ป่วยด้วยน้ ำยำท ำลำย เชื้อ √ √ √√ √√ √ หมำยเหตุ √ สิ่งที่ปฏิบัติ √√ สิ่งที่จ ำเพำะเจำะจงเลือกปฏิบัติเป็นกรณี # เคลื่อนย้ำยเมื่อจ ำเป็นและแจ้งแผนกที่จะเคลื่อนย้ำยให้ทรำบล่วงหน้ำ 6. ข้อควรระวัง/ข้อแนะน ำ 1. ผู้ป่วย Covid-19 งดกำรเฝ้ำผู้ป่วย 2. งดเยี่ยมผู้ป่วยหำกไม่จ ำเป็น 3. แนะน ำญำติผู้ดูแลผู้ป่วยล้ำงมือและผู้ที่มำเยี่ยม 6.1 พยำบำลคัดกรอง OPD/ER (สวม N95 และแว่นตำคัดกรอง) 6.2 เมื่อพบผู้ป่วยเข้ำข่ำยโรค Covid-19 ให้รำยงำนแบบรำยงำนผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่ำ 2019 (Novelcorona 1) รำยงำน IC รพ.นำงสำว บัณฑิดำพร จันทร์ศรี(062-348-8189) และ SRRT รพ.นำงสำวพรรทิวำ สุขเสริม 082-308-5926) เพื่อประสำน สสจ. Confirm ผู้ป่วยเข่ำข่ำย โรค Covid-19 6.3 ประสำนงำนหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง พนักงำนเปล ตึกผู้ป่วยใน แพทย์ Lab X-ray รปภ 6.4 เมื่อพบผู้ป่วยเข่ำข่ำยโรค Covid-19 ให้พยำบำลสวมอุปกรณ์ป้องกัน Coverall น ำส่งผู้ป่วยที่ห้องแยกโรคของโรงพยำบำล ในกรณีที่ ผู้ป่วยไม่สำมำรถเดินได้เอง แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สำมำรถเดินเองได้ให้ใช้รถเข็นนั่งหรือรถเข็นนอนของโรงพยำบำล โดยให้พนักงำนเปลสวมอุปกรณ์ ป้องกัน Coverall น ำส่งห้องแยกของโรงพยำบำล กำรน ำส่งให้ประสำนรปภ. Clear เส้นทำง เดินทำงโดยเส้นทำงเลี่ยงที่จัดไว้ให้ 6.5 น ำผู้ป่วย Admit ห้องแยกโรค 2 ของโรงพยำบำล 6.6 แพทย์ตรวจผู้ป่วย และพยำบำลเป็นผู้เก็บสิ่งส่งตรวจผู้ป่วย สวม coverall 6.7 เจ้ำหน้ำที่ห้อง LAB สวมอุปกรณ์ป้องกันระดับควำมเสี่ยงต่ ำเตรียมอุปกรณ์เพื่อเก็บสิ่งส่งตรวจเพื่อส่งศูนย์วิทย์ เมื่อพยำบำลเก็บสิ่งส่ง ตรวจเรียบร้อยแล้ว ปิดกล่องสิ่งส่งตรวจ ฉีดสเปย์ฆ่ำเชื้อฉีดพ่นบริเวณด้ำนนอกกล่องและน ำสิ่งส่งตรวจใส่ในรถที่เตรียมส่งสิ่งตรวจที่ศูนย์วิทย์ อุดรธำนี 6.8 กำรรำยงำนผล LAB ผลจะรำยงำนจำกศูนย์วิทย์มำที่ส ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัด(กลุ่มงำนควบคุมโรค) และส ำนักงำนสำธำรณสุข จังหวัด รำยงำนกลับมำที่ SRRT ของโรงพยำบำล SRRT รำยงำนผลให้ผู้บริหำร IC และแจ้งแพทย์เจ้ำของไข้ รับทรำบ 6.9 ในกรณีผลเป็น Positive ให้ส่ง Refer Admit ที่ห้อง AIIR ที่โรงพยำบำลหนองคำย โดยน ำส่งโดยพยำบำลผู้ที่ดูแลผู้ป่วยคนสุดท้ำย ในกรณีผลเป็น Negative ให้ดูแลผู้ป่วยตำมมำตรฐำนกำรรักษำ 6.10 เตรียมรถ Refer โดยกำรห่อหุ้มพลำสติกในอุปกรณ์ภำยในรถเพื่อป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อให้เรียบร้อยก่อนน ำส่งผู้ป่วย


42 6.11 กำรส่งต่อผู้ป่วยใช้ระบบ 1669 ระบุว่ำ กำรส่งตัวด้วยโรค Covid-19 ให้แจ้งโรงพยำบำลหนองคำย Refer หมำยเลขทะเบียน ให้ โรงพยำบำลหนองคำยรับทรำบ ให้แจ้งเวลำรถออกจำกโรงพยำบำลปลำยทำง ถึงโรงพยำบำลหนองคำยแจ้ง รปภ.โรงพยำบำลหนองคำยรับทรำบ เข้ำไปทำงด้ำนหลังตึกกำยภำพ โดยพยำบำลผู้น ำส่งจำกโรงพยำบำลเฝ้ำไร่น ำส่งผู้ป่วยถึงห้องแยกโรคโรงพยำบำลหนองคำย 6.12 เมื่อเดินทำงกลับให้พขร.พักรถ Refer ไว้ อย่ำงน้อย 1 ชั่วโมงและท ำควำมสะอำดรถโดยใช้น้ ำยำท ำลำยเชื้อ 7. วิธีปฏิบัติ 7.1 กำรคัดกรอง (เจ้ำหน้ำที่สวม Sergical Mask) ผู้ป่วยทุกคนที่เข้ำรับบริกำรโรงพยำบำลเฝ้ำไร่ ต้องซักประวัติเรื่องระบบทำงเดิน หำยใจและใช้แบบคัดกรอง Covid-19 เมื่อพบผู้ป่วยให้ประวัติเข้ำข่ำยหรือสงสัยให้ผู้ป่วยนั่งประจ ำจุดแยก (พยำบำลคัดกรองสวม N 95 สวม แว่นตำ) ไปซักประวัติผู้ป่วยเข้ำข่ำย 1. ผู้ป่วยมีไข้ ≥ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีอาการทางระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ( ไอ น้ ำมูก เจ็บคอ หำยใจเร็ว หรือ หำยใจเหนื่อยหอบ หรือหำยใจล ำบำก) ร่วมกับประวัติภำยใน 14 วันก่อน วันเริ่มมีอำกำร คือ ก. เดินทำงมำจำกพื้นที่ระบำดหรืออำศัยอยู่ในพื้นที่รำยงำนกำรระบำดต่อเนื่อง (จีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมณี) ข. ประกอบอำชีพที่สัมผัสนักท่องเที่ยวจำกพื้นที่ที่รำยงำนกำรระบำดต่อเนื่อง ค. มีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยสงสัยหรือยืนยันโรคโคโรน่ำ 2019 ง. เป็นบุคลำกรทำงกำรแพทย์และสำธำรณสุขที่สัมผัสกับผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อ โคโรน่ำ 2019 2. ผู้ป่วยปอดอักเสบที่มีประวัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ ก. มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่สงสัยติดเชื้อโรคโคโรน่ำ 2019 ข. เป็นบุคลำกรทำงกำรแพทย์ หรือ ค. เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบที่รักษำแล้วอำกำรไม่ดีขึ้น หรือ ง. เป็นผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่หำสำเหตุไม่ได้ □ เกณท์เข้าข่าย ข้อ1หรือข้อ 2 มีร่วมกับ ข้อ ก-ง □ เกณท์ไม่เข้าข่าย ข้อ1หรือข้อ 2 ไม่มีร่วมกับ ข้อ ก-ง *เข้าเกณฑ์บันทึก Novelcorona1* ให้แจ้งเพื่อยืนยันผู้ป่วยเข้าข่าย* พยาบาล IC รพ.ทันที น.ส.บัณฑิดาพร จันทร์ศรี 062-348-8189 SRRT รพ.ทันที น.ส.พรรณทิวา สุขเสริม 082-308-5926 7.2 การสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal protective equipment) แนะน าให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลทั้ง 4 ชิ้น คือ - กรำว์กันน้ ำแขนยำวรัดข้อมือ - N95 - แว่นตำหรือกระจังกันใบหน้ำ - ถุงมือ ทั้งนี้อุปกรณ์ที่แนะน ำให้ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นมูลฝอยติดเชื้อ ได้แก่ ถุงมือและหน้ำกำกปิดปำก จมูก ชนิดต่ำง ๆ ส่วนที่ใช้แล้วสำมำรถ น ำมำท ำควำมสะอำดก่อนใช้ใหม่ ได้แก่ แว่นตำ/กระจังหน้ำ กรำว์กันน้ ำแขนยำวรัดข้อมือส ำหรับกำรดูแลผู้ป่วยหลำยคนใน cohort ward ต้อง เปลี่ยนถุงมือทิ้งเป็นมูลฝอยติดเชื้อ ล้ำงมือ และ สวมถุงมือคู่ใหม่ก่อนจะไปดูแลผู้ป่วยอีกรำยหนึ่ง ส่วนอุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำยส่วนบุคคลชิ้นอื่น พิจำรณำตำม ควำมเหมำะสมของกำรปนเปื้อน หรือลักษณะกำรสัมผัสหรือกำรดูแลผู้ป่วย หรือลักษณะของกำรสัมผัส กำร ดูแลผู้ป่วย เช่น มีกำร ปนเปื้อนสำรคัดหลั่งผู้ป่วย ควรเปลี่ยน PPE ใหม่ทั้งชุด - ข้อแนะน ำกำรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ดังนี้ 1. ในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ กำรช่วยพื้นชีพ กำรใส่ท่อช่วยหำยใจ กำรดูดเสมหะ หรือ กำรดูแลผู้ป่วยที่มีภำวะปอด อักเสบ หรือมีอำกำรไอมำก ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำยส่วนบุคคล ดังนี้ 1) เสื้อคลุมกันน้ ำแขนยำวรัดข้อมือ (gown) 2) N95 mask 3) แว่นตำหรือกระจังกันใบหน้ำ 4) หมวกคลุมผม 5) ถุงมือ


43 6) ถุงเท้ำกันน้ ำ 7) รองเท้ำบู้ท ระดับควำมเสี่ยงในกำรได้รับเชื้อ กิจกรรม กำรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเรียงตำมล ำดับกำรสวม 1.ควำมเสี่ยงน้อย -ซักประวัติคัดกรองโรคด้วยค ำถำมสั้นๆ -ดูแลผู้ป่วยในระยะห่ำง < 1 เมตร แต่ไม่มีกำรสัมผัส ผู้ป่วย/สิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อและใช้ระยะเวลำสั้นมำก -เจ้ำหน้ำที่รปภ.กั้นพื้นที่ผู้ป่วยห่ำง > 1 เมตร -ผู้ป่วยและญำติให้สวมหน้ำกำกอนำมัยหลีกเลี่ยงกำรสัมผัส หรือใกล้ชิดผู้ป่วย -ล้ำงมือและสวมหน้ำกำกอนำมัย ระดับควำมเสี่ยงในกำรได้รับเชื้อ กิจกรรม กำรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเรียงตำมล ำดับกำรสวม 2.ควำมเสี่ยงปำนกลำง -พยำบำลคัดกรองประวัติเสี่ยงของผู้ป่วยขั้นต้นในพื้นที่คัด กรอง ใช้เวลำในกำรคัดกรองประวัติและผู้ป่วยมีอำกำรไอ จำม เล็กน้อย -ล้ำงมือและสวมหน้ำกำกอนำมัย -แว่นตำ -ถุงมือ Disposible ระดับควำมเสี่ยงในกำรได้รับเชื้อ กิจกรรม กำรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเรียงตำมล ำดับกำรสวม 3.ควำมเสี่ยงสูง ระดับควำมเสี่ยงในกำรได้รับเชื้อ กิจกรรม กำรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเรียงตำมล ำดับกำรสวม 4.ควำมเสี่ยงน้อย 8. ห้องแยกโรค - ห้องแยกโรคไว้ส ำหรับแยกผู้ป่วยที่เข้ำข่ำยสงสัยเพื่อตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น เป็นกำรคัดแยกผู้ป่วยที่มีประวัติเสี่ยงต่อกำรติดเชื้อ ที่ใช้ ธรรมชำติในกำรหมุนเวียนอำกำศได้ -อุปกรณ์ภำยในกำรดูแลผู้ป่วยจะต้องมีอำกำรแยก คือ ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดควำมดันโลหิต เครื่องตรวจวัดออกซิเจน ชุดให้ออกซิเจน ไม้ กดลิ้น ไฟฉำย เสำน้ ำเกลือ Sharp container ถังผ้ำเปื้อน ถังขยะติดเชื้อ -ให้มี Alcohol hand rub ไว้ในห้องผู้ป่วย/และหน้ำห้องส ำหรับเจ้ำหน้ำที่ล้ำงมือ ทุกครั้งก่อนและหลังกำรเข้ำดูแลผู้ป่วย -ส่วนอุปกรณ์ของใช้ต่ำงๆท ำควำมสะอำดเสร็จแล้วให้แยกใช้เฉพำะห้องนั้น ๆ ไม่ปะปนของใช้กับผู้ป่วยรำยอื่น เช็ดด้วย 70% Alcohol -ถอดอุปกรณ์ที่ใช้แล้วในส่วนที่จัดเตรียมไว้ให้ 9. การท าความสะอาดห้องแยกโรค - ท ำควำมสะอำดอย่ำงน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ตำมควำมจ ำเป็น โดยเน้นพื้นผิวแนวระนำบ โดยเฉพำะบริเวณใกล้ผู้ป่วย อุปกรณ์ที่ผู้ป่วยจับ บ่อย ๆ ให้เช็ดท ำควำมสะอำดด้วย 70 % Alcohol ห้องน้ ำให้ใช้สำรละลำย 0.4 % โซเดียมไฮโปคลอไรต์ รำดทิ้งไว้ 30 นำที ระหว่ำงรอเวลำให้ไป ท ำควำมสะอำดในห้องผู้ป่วย เก็บขยะและถูพื้น หลังจำกนั้นท ำควำมสะอำดห้องน้ ำ ตำมปกติ - หำกมีเลือดหรือสำรคัดหลั่งเปรอะเปื้อนชัดเจนให้เช็ดออกให้มำกที่สุดด้วยกระดำษช ำระ แล้วใช้ 0.4 % โซเดียมไฮโปคลอไรต์ รำดทิ้งไว้ 15 นำทีแล้วจึงเช็ดถูด้วยน้ ำผสมผงซักฟอกท ำควำมสะอำดตำมปกติ หลังจำกเช็ดแห้งแล้วให้ใช้ 70% Alcohol - หลังจำกจ ำหน่ำยผู้ป่วยท ำควำมสะอำดห้องด้วย 70 % Alcohol เปิดห้องด้ำนหลังระบำยอำกำศใช้ธรรมชำติในกำรหมุนเวียน อย่ำง น้อย 1 ชั่วโมง ก่อนรับผู้ป่วยรำยใหม่ 10 . กำรท ำควำมสะอำดผ้ำที่ใช้กับผู้ป่วย ข้อปฏิบัติส ำหรับบุคลำกรงำนบริกำรผ้ำ - ให้ถือปฏิบัติตำมแนวทำงกำรจัดกำรผ้ำเปื้อน ในเรื่อง ผ้ำเปื้อนติดเชื้อ อย่ำงเคร่งครัด ผ้ำเปื้อนของผู้ป่วย ให้บรรจุในถุงข้ำวโพดที่สำมำรถส่งเข้ำ เครื่องซักผ้ำโดยไม่ต้องแกะถุงออก โดยถุงชนิดนี้สำมำรถละลำยได้ด้วยน้ ำร้อนมำกกว่ำ 65 องศำเซลเซียสขึ้นไป หำกไม่มีสำมำรถใส่ผ้ำในถุงแดง และบรรจุใส่ถังมีฝำปิด เช็ดท ำควำมสะอำดรอบถัง ด้วย 70% แอลกอฮอลล์ก่อนน ำ ส่งให้งำนบริกำรผ้ำ - ล้ำงมือทุกครั้งก่อน และหลังที่สัมผัสถุงผ้ำเปื้อน - ขณะปฏิบัติงำนสวมอุปกรณ์ป้องกันร่ำงกำยส่วนบุคคล ได้แก่ เสื้อคลุมแขนยำวรัดข้อ หน้ำกำกกรอง อนุภำค N 95 แว่นป้องกันตำ/กระจังกันใบหน้ำ ปิดทับด้วยผ้ำกันเปื้อนพลำสติกอย่ำงหนำ ถุงมือแม่บ้ำนยำว อย่ำงหนำ และ รองเท้ำบูท - หลังถอดถุงมือให้ล้ำงมือด้วย Alcohol hand rub แต่หำกสัมผัสสำรคัดหลั่งของผู้ป่วยต้องล้ำงด้วยสบู่ และน้ ำก่อน เช็ดมือให้แห้ง แล้วจึงล้ำงด้วย Alcohol hand rub ซ้ ำอีกครั้ง


44 เรื่อง การเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล 1. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ทรำบอุบัติกำรณ์และกำรกระจำยของกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล 2. เพื่อให้ทรำบควำมผิดปกติหรือกำรระบำดของกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล 3. เพื่อใช้ประเมินมำตรกำรควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล 4. เพื่อให้กำรดูแลผู้ป่วยมีคุณภำพและประสิทธิภำพ 3. นิยาม การติดเชื้อในโรงพยาบาล (Nosocomial infection : NI) หมำยถึง กำรติดเชื้ออันเป็นผลจำกำรที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อจุลชีพ หลังจำก ผู้ป่วยเข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำลเฝ้ำไร่ 48 ชั่วโมง การเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล หมำยถึง กำรติดตำมสังเกตกำรณ์กำรเกิดกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลอย่ำงเป็นระบบและต่อเนื่อง พร้อมกับกำรบันทึกรำยงำน การเฝ้าระวังเฉพาะเจาะจง (Targeted Surveillance) เป็นกำรเฝ้ำระวังเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีควำมชัดเจนและละเอียด โดยกำรเฝ้ำ ระวังเฉพำะกลุ่มเสี่ยง การเฝ้าระวังในผู้ป่วยทุกราย (Hospital-wide surveillance ) เป็นกำรเฝ้ำระวังในผู้ป่วยทุกคนทุกรำยที่เข้ำรับกำรรักษำใน โรงพยำบำลในหอผู้ป่วยของโรงพยำบำลและทุกต ำแหน่งที่เกิดกำรติดเชื้อ Infection Control Committee (ICC) หมำยถึง คณะกรรมกำรบริหำรงำนป้องกันและควบคุมกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลเฝ้ำไร่ Infection Control Nurse (ICN) หมำยถึง พยำบำลควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล Infection Control Word Nurse (ICWN) หมำยถึง พยำบำลควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลประจ ำหอผู้ป่วย 6. วิธีปฏิบัติงาน 1. พยำบำลผู้รับผิดชอบดูแลผู้ป่วย เฝ้ำระวังกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลและบันทึกให้ครบถ้วน ในผู้ป่วยทุกรำยที่นอนโรงพยำบำล และ บันทึกอำกำร สิ่งผิดปกติ ได้แก่ ผู้ป่วยแผลผ่ำตัดสะอำด, ผู้ป่วยใส่สำยสวนปัสสำวะ,ผู้ป่วยให้สำรน้ ำทำงหลอดเลือดด ำ ,ปอดอักเสบจำกกำรนอน โรงพยำบำล ต้องมีกำรบันทึกอำกำรผู้ป่วยจนกว่ำผู้ป่วยจะ กลับจำก รพ. 2. หำกสงสัยหรือพบว่ำมีอำกำรกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล ให้ รำยงำน ICWN ในตึกผู้ป่วย และรำยงำน ICN ทันที 3. แพทย์ ICN ICWN พยำบำลวิชำชีพที่เกี่ยวข้องเจ้ำหน้ำที่ LAB ท ำกำรสอบสวนกำรติดเชื้อร่วมกันหำกพบว่ำไม่ใช่กำรติดเชื้อใน โรงพยำบำล ให้รำยงำนกลับไปยัง ICWN และหัวหน้ำหอผู้ป่วย 4. ผู้ป่วยสงสัยหรือมีกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลทุกรำย ให้ทีมคณะกรรมกำรควบคุมและป้องกันกำรติดเชื้อร่วมกับแพทย์ วินิจฉัยกำรติด เชื้อในโรงพยำบำล 5. ผู้ป่วยสงสัยหรือมีกำรติดเชื้อในโรงพยำบำลทุกรำย ให้ร่วมกันกับสหวิชำชีพที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสอบสวนและทบทวนแนวทำง ขั้นตอน ในกำรปฏิบัติแต่ละขั้นตอนเพื่อหำสำเหตุ หรือเพื่อทบทวนแลฟื้นฟูวิชำกำร เพื่อป้องกันกำรติดเชื้อซ้ ำ 6. แพทย์และพยำบำลให้กำรดูแลรักษำ ตำมแนวทำงปฏิบัติส ำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ 7. รวบรวมข้อมูลจำกกำรสอบสวน วิเครำะห์ประเมินผลและข้อสรุปกำรติดเชื้อในโรงพยำบำล และรำยงำนผลต่อผู้บริหำรและรำยงำนผล แก่หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องทรำบ


45 แผนผังการปฏิบัติการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล ไม่มีการติดเชื้อในรพ. มีการติดเชื้อในรพ. แบบบันทึกเฝ้ำระวังกำรติดเชื้อในผู้ป่วย สงสัยผู้ป่วยติดเชื้อในโรงพยำบำล รำยงำนหัวหน้ำหอผู้ป่วย/แพทย์ รำยงำน ICWN รำยงำน ICN สอบสวนกำรติดเชื้อ รวบรวม วิเครำะห์ สังเครำะห์สรุป แพทย์วินิจฉัยกำรติดเชื้อ รำยงำนผลต่อคณะกรรมกำรและผู้เกี่ยวข้องน ำข้อมูลแก้ไขปัญหำ รักษำตำมแนวทำง


46 แบบฟอร์มการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลเฝ้าไร่ หัตถกำร ครั้ง ที่ วันที ON วันที่ OFF วันที่ ติดเชื้อ อำกำรแสดงเกณฑ์กำรวินิจฉัย กำรดูแลรักษำ การให้สารน้ า/ ยา ทางหลอด เลือดด า On Plug IV ฉีดยำ ระดับ 0 ไม่มีอำกำร ระดับ 1 เจ็บและแดงรอบเข็ม ระดับ 2 แดงบริเวณที่แทงไม่มีอำกำรปวด ระดับ 3 ปวดบริเวณที่แทง มี บวม แดง ร่วมกับเส้นเลือด ด าได้เส้นแข็ง ≤ 1 นิ้วฟุต ระดับ 4 ปวดบริเวณที่แทง มี บวม แดง ร่วมกับเส้นเลือด ด าได้เส้นแข็ง > 1 นิ้วฟุต ระดับ 0 ระดับ 1-4 -หยุดให้ยำ -เปลี่ยนต ำแหน่งใหม่ -ยกต ำแหน่งให้สูงขึ้นลดปวดบวม -ประคบร้อน -ให้ยำแก้ปวดหรือยำ ATB หำกเกิดอำกำร ติดเชื้อ ระดับ 3-4 รายงานแพทย์และรายงาน ICWN ทันที การใส่สายสวน ปัสสาวะ intermittent cath Foley’cath แบบมีอาการ ไข้ > 38 องศำเซลเซียส กดเจ็บหัวหน่ำว ปัสสำวะบ่อย ปัสสำวะล ำบำก ปัสสำวะ ขุ่น เพำะเชื้อจำกปัสสำวะพบเชื้อ 105 Colonies/ml เพำะเชื้อจำกปัสสำวะ โดยที่เก็บ 2 ครั้งพบเชื้อชนิดเดียวกัน 105 Colonies/ml แบบไม่มีอาการ ไม่มีอำกำร ผู้ป่วยได้รับกำรใส่คำสำยสวนปัสสำวะภำยใน 7 วันก่อนที่ จะพบเชื้อ เพำะเชื้อปัสสำวะพบเชื้อ 105 Colonies/ml พบเชื้อไม่เกิน 2 ชนิด ในกรณี มีอาการ มีไข้ร่วมกับอำกำรข้อใดข้อหนึ่งในระบบ ทำงเดินปัสสำวะ โดยไม่มีสำเหตุอื่นร่วมด้วย ให้ดูแลตำม อำกำร ในกรณี ไม่มีอาการ ไม่มีไข้ ผลกำรตรวจปัสสำวะ พบเชื้อ รำยงำนแพทย์และรำยงำน ICWN ทันที การติดเชื้อปอด อักเสบ HAP ไข้ > 38 องศำเซลเซียส โดยไม่มีสำเหตุอื่น ไอ หำยใจเหนื่อยหอบ หำยใจเร็วเพิ่มขึ้น เสมหะเปลี่ยนสี ปริมำณมำกขึ้น เสมหะเป็นหนอง สีเหลือง สีเขียว ฟังปอดได้ยินเสียง Crepitation both lung หรือ Bronchial breath sound WBC<4,000/mm3 หรือ WBC 12,000/mm3 CXR บ่งชี้ว่ำมีภำวะปอดอักเสบ มีไข้ร่วมกับอำกำรข้อใดข้อหนึ่งในระบบ ทำงเดินหำยใจโดย ไม่มีสำเหตุอื่นร่วมด้วย ให้ดูแลตำมอำกำร รำยงำนแพทย์และ รำยงำน ICWN ทันที แผลผ่าตัด ระบุ............... หัถตกำรอื่นๆ ระบุ.............. ..................... ไข้ > 38 องศำเซลเซียส โดยไม่มีสำเหตุอื่น บริเวณที่ผ่ำตัด ปวด บวม แดง ร้อน แผลแยก มีหนองไหลจำกแผล เพำะเชื้อจำกของเหลวหรือเนื้อเยื่อมีกำรพบเชื้อ มีอำกำรข้อใดข้อหนึ่งโดยไม่มีสำเหตุอื่น ร่วมด้วย ให้ดูแลตำมอำกำร รำยงำนแพทย์ และรำยงำน ICWN ทันที ติดเชื้ออื่นๆ ระบุ................. อาการ ระบุ ..................................................................... ………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………….. หำกสงสัยมีอำกำรติดเชื้อ ไม่แน่ใจ ให้ สอบถำม รำยงำน ICWN ทันที วันที่Admit……………………….รวมวันAdmit........วัน สรุป หลังจ ำหน่ำยในกำรอนโรงพยำบำลครั้งนี้ จ าหน่ายวันที่ .......................................................................... ความเห็นพยาบาลเบื้องต้น ติดเชื้อ กำรวินิจฉัย/สงสัย.............................. ไม่ติดเชื้อ ชื่อผู้สรุป.................................................... ความเห็นแพทย์ ติดเชื้อ กำรวินิจฉัย/สงสัย............................ ไม่ติดเชื้อ ชื่อผู้สรุป................................................... ชื่อ-สกุล..............................................................................อายุ.................... HN…………………………………..………….AN……………………………………………… แพทย์เจ้าของไข้................................................การผ่าตัด.............................


47 กรุณาน าใบนี้มาให้เจ้าหน้าที่ในวันครบเปิดแผลและวันตัดไหม หรือส่งแบบฟอร์มที่ โรงพยาบาลเฝ้าไร่ ที่อยู่ 311 ม.11 ต.เฝ้ำไร่ อ.เฝ้ำไร่ จ.หนองคำย 43120 แบบประเมินการติดเชื้อหลังผ่าตัดเล็ก โรงพยาบาลเฝ้าไร่ ชื่อ-สกุล ……………………………………………………………….อายุ……………….ปี HN………………………….. ชนิดของการผ่าตัด Excision นัดประเมินแผลหลังผ่าตัดเมื่อครบ 72 ชั่วโมง วันที่ ………………………………………… ผลการประเมิน แผลแห้งดี พบควำมผิดปกติ ระบุ…………………………………………. นัดตัดไหมวันที่……..……เดือน……………………………………….พ.ศ……………………… ผลการประเมินภายหลังการตัดไหมพบว่า แผลติดดี แผลไม่ติด………………………….Stitehes ( ) มีหนองจำกแผล ( ) แผลปวด บวม แดง (อื่นๆ) ระบุ…………………………………………………………….. ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยในขณะดูแผลบาดแผลอยู่ที่บ้าน (ประเมินทุกราย) ผ้ำปิดแผลหลุดหรือเปิดผ้ำปิดแผลเองขณะอยู่ที่บ้ำน ไม่มำท ำแผลตำมนัด แผลผ่ำตัดเปียกน้ ำ หรือเปื้อนสกปรก มีอำกำรปวด บวมแผล ตั้งแต่วันที่……………………………… สรุปการเฝ้าระวังการติดเชื้อของแผลหลังผ่าตัดรายนี้ ติดเชื้อ ไม่ติดเชื้อ ค าแนะน าการดูแลบาดแผล 1.ท ำแผลทุกวันที่สถำนบริกำรใกล้บ้ำน 2.ระวังไม่ให้แผลเปียกชื้น หรือสกปรก ถ้ำเปียกให้รีบกลับไปท ำแผลใหม่ 3. ไม่แคะแกะเกำบำดแผล 4.ปิดแผลไม่เปิดแผลเอง 5.รับประทำนยำตำมค ำแนะน ำ 6.มำตัดไหม เมื่อครบก ำหนดวันนัดตัดไหม ส่วนที่ 1 เจ้ำหน้ำที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ส่วนที่ 2 พยาบาลควบคุมการติดเชื้อ


Click to View FlipBook Version