PART II SAR 2022 ACCREDITATION HA FAORAI HOSPITAL ศูนย์คุย์ณคุภาพ โรงพยาบาลเฝ้าไร่
สารบัญ บั II-1 การบริหริารความเสี่ย สี่ ง ความปลอดภัย และคุณคุภาพ Description Page II-3 สิ่งสิ่แวดล้อมในการดูแดูลผู้ป่ผู้ วป่ย II-5 ระบบเวชระเบียบีน 01 II-7.1 บริกริารรังรัสีวิสีทวิยา/ภาพการแพทย์ II-7.3 & II-7.5 พยาธิวิธิทวิยากายวิภวิาค & บริกริารตรวจวินิวิจนิฉัย อื่นๆ II-2.1 การกำ กับดูแดูลวิชวิาชีพชี II-4 การป้อป้งกันและควบคุมคุการติดเชื้อชื้ II-6 ระบบการจัดจัการด้าด้นยา II-7.2 บริกริารห้อห้งปฏิบัติบั ติการทางการแพทย์/ย์ พยาธิวิธิทวิยาคลินิกนิ II-7.4 ธนาคารเลือดและงานบริกริารโลหิตหิ II-8 การเฝ้าระวังวัโรคและภัยสุขสุภาพ II-9 การทำ งานกับชุมชน 50 56 64 27 38 43 08 20 0 65 66 71
1 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ตอนที่ II ระบบงานสําคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: บรรยากาศที่สงเสริมการพัฒนาคุณภาพ ระดับความกาวหนาของการพัฒนาคุณภาพ วัฒนธรรมความปลอดภัย ประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงและกระบวนการบริหารความเสี่ยง (risk register) ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. จํานวนรายงานอุบัติการณ ความเสี่ยงที่ไดรับ(เรื่อง >500 เรื่อง/ป 600 605 546 514 317 187 2. ความเสี่ยงทั่วไป Non clinic 1000 เรื่อง ≥300 เรื่อง/ป 0 349 479 213 120 105 3. ความเสี่ยงทางคลินิก clinic ≥700 เรื่อง/ป 0 200 478 207 79 60 4. ความเสี่ยงทางคลินิก special clinic ≥500 เรื่อง/ป 56 124 66 10 22 5. รอยละของการรายงาน เหตุการณ near miss (ระดับA,B) 70% 100% 94.5% 87.4% 36.57% 68.51% 80.74% 6. จํานวนของการรายงาน ความเสี่ยงระดับความรุนแรง E-I <50เรื่อง/ป 50 198 153 172 102 6 7. รอยละของความเสี่ยงระดับ ความรุนแรง E-I ไดรับการ ทบทวน 100% 0 90.4% 179 100% 153 68.6% 118 70.6% 72 100% 6 8. อัตราการเกิดซ้ําของความ เสี่ยงระดับความรุนแรง E-F <10% NA NA 0 0 0 0 9. รอยละของหนวยงานที่มี การจัดทําปรับปรุงบัญชี รายการความเสี่ยง 100% NA NA NA 20 84 NA
2 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 10.การฟองรองทางกฎหมาย การดําเนินงานของ โรงพยาบาล 0% 0 NA 0 0 0 0 ii บริบท โครงสรางการบริหารงานคุณภาพและความปลอดภัย: มีคณะกรรมการความเสี่ยงและคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลกําหนดนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง ,ถายทอดนโยบาย การบริหารจัดการความเสี่ยง, สรางระบบบริหารจัดการความเสี่ยง และวางแผนการ ดําเนินการตามระบบ, ใหความรู ความเขาใจเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง, สงเสริมการคนหาความเสี่ยง เชิงรุก รายงานความเสี่ยงและอุบัติการณ ในทุกหนวยงาน สรางบรรยากาศที่ดีใหเอื้อตอการดําเนินการบริหาร จัดการความเสี่ยง เชื่อมโยงขอมูลความเสี่ยง ของแตละทีมนํา(PCT,PTC,IC,IM,HRD,ENV ) ใหเกิดการ ทบทวน รวมกัน, , ติดตามผล วิเคราะหและ ประเมินผลการดําเนินการตามเปาหมายอยางตอเนื่อง ตลอดจน ประสานงานระหวางคณะกรรมการที่ปรึกษาทีมไกลเกลี่ยภายในและภายนอก โรงพยาบาล หากเกิดอุบัติการณ ที่จะนําไปสูการฟองรอง วัตถุประสงคเชิงกลยุทธที่เกี่ยวของกับคุณภาพและความปลอดภัย: 1. เพื่อใหเกิดกระบวนการบริหารความเสี่ยงในโรงพยาบาลและหนวยงาน 2. เพื่อใหผูปวย ประชาชนที่มารับการบริการ ไดรับการรักษาที่ปลอดภัย ไดมาตรฐาน (Patient Safety) 3. เพื่อใหบุคลากรในโรงพยาบาลไดรับความปลอดภัยจากการปฏิบัติหนาที่ (Personnel Safety) 4. เพื่อเปนแนวทางในการปองกัน ลดความเสี่ยงและแกไขอุบัติการณที่สําคัญในโรงพยาบาล 5. ลดการเกิดกรณีฟองรองการดําเนินงานของโรงพยาบาล จุดเนนหรือเข็มมุงขององคกรดานคุณภาพและความปลอดภัย: พัฒนาระบบการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เนนการคันหาความเสี่ยงเชิงรุก และพัฒนาระบบบริหาร จัดการ ความปลอดภัย Patient and Personnel Safety (2P safety) เปาหมายความปลอดภัย: ระบบบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยที่มีประสิทธิผล โรคที่มีความเสี่ยงสูง: Covid-19,HI , ACS, STROKE, SEPSIS หัตถการที่มีความเสี่ยงสูง: ICD, CPR, ใส tube, เจาะทอง iii กระบวนการ II-1.1 ก. ระบบบริหารงานคุณภาพ: (1) การนําระบบบริหารงานคุณภาพตามแนวคิด 3C-PDSA มาใช:
3 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร 1 ประสาน เชื่อมโยงขอมูลของแตละโปรแกรมความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสเกิดอันตราย แกผูปวย 2 กําหนด นโยบาย ทิศทาง และประเมินผลระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง 3 วิเคราะหขอมูลความเสี่ยง เพื่อดู แนวโนม/คันหา และใหขอเสนอแนะ 4 ประเมินมาตรการในการจัดการความเสี่ยง/อุบัติการณ มอบหมาย หนาที่รับผิดชอบทีม การแกไขและปองกันการเกิดซ้ํา 5 ใหความรูและสื่อสารดานการบริหารความเสี่ยงแก บุคลากร หนวยงาน และทีมนําตางๆ ในโรงพยาบาล เฝาไร (2) บทบาทของผูนําในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย: การพัฒนาคุณภาพโดยผูนําระดับสูงผูนําสนับสนุนใหบุคลากรอบรม ความรูเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงทั้ง ภายในและภายนอกองคกร ผูนําระดับสูงเห็นความสําคัญดานความปลอดภัย และไดกําหนดเปนยุทธศาสตร และกลยุทธขององคกร สงเสริมใหนํา 2P safety มากําหนดเปนนโยบายความปลอดภัย และนําไปสูการปฏิบัติ สื่อสารลงหนางาน ผลักดันใหเปนสวนหนึ่งของงานประจํา รวมทั้งสนับสนุนใหมีการจัดอบรมให ความรูกับ บุคลากรอยางทั่วถึง สนับสนุนใหมิการจัดอบรมใหความรูกับบุคลากร การทบทวนการดูแลผูปวยโดยใช เครื่องมือคุณภาพทั้ง Clinical Tracer , RCA, 12 กิจกรรมทบทวน, Trigger tool ผูอํานวยการรวมทบทวน เมื่อเกิดอุบัติการณความเสี่ยงเกิดขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงระดับรุนแรงคือ E-I รวมทั้งทําหนาที่เปน Facilitator ในการทบทวนทําใหเจาหนาที่ใหความ รวมมือและเห็นความสําคัญในการบริหารความเสี่ยง ผูอํานวยการรวมทํากิจกรรม Internal Quality Round รวมกับเจาหนาที่และทีมนําตางๆ ทําใหไดรับรูปญหา ที่หนางาน รวมกับผูปฏิบัติทําใหสามารถแกปญหาไดอยางรวดเร็วและสามารถเรียงลําดับความสําคัญในการ แกไขปญหาไดอยาง เหมาะสม (3) การประสานงานและบูรณาการ QM/PS/RM และการทําใหสอดคลองกับแผนกลยุทธ: มีการกําหนดยุทธศาสตรที่มุงเนนความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อเชื่อมโยงระบบบริหารความเสี่ยงไปยังทีมระบบและ หนวยงานคือกิจกรรมดนหาความเสี่ยงโดยใช Risk Profile และการติดตามประเมินผลการจัดการความเสี่ยง โดยใช Risk Register ใหความรูคณะกรรมการความเสี่ยงของแตละหนวยงานและเจาหนาที่ ทําใหเจาหนาที่ใน แตละ หนวยงานเขาใจระบบบริหารความเสี่ยง สามารถจัดการความเสี่ยงเบื้องตนและรายงานเขาระบบ รายงานอุบัติการณได ทีมมีการกําหนดปรับปรุงการทํางานคือ 1. จัดทําโครงสรางการพัฒนาคุณภาพ โดยให เหมาะสมกับบริบท กําหนดบทบาทหนาที่ๆชัดเจน 2. ใหจัดทําแผนพัฒนางานคุณภาพ ความปลอดภัย และ ความเสี่ยงในแผนปฏิบัติการประจําปทุกปในหัวขอกลยุทธ3. ทุกทีมนํามีการทบทวนกระบวนการทํางานแลว คนหาความเสี่ยงที่สําคัญ จัดทําบัญชีรายการความเสี่ยง (Risk Profile)ของหนวยงานและจัดทํามาตรการ ปองกัน 4. มอบหมายทุกทีมนํา( FA RM ENV PCT IM PTC และ IC จัดประชุมระบบการพัฒนาคุณภาพ และ ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงขององคกรใหกับบุคลากรทุกคนทราบทุกๆป ปละ 1-2 ครั้งหรือตามที่ทีมนํา กําหนดในแผนพัฒนาคุณภาพ 5. ติดตามประเมินผล โดยทีมนํา FA ลงตรวจเยี่ยมทุกหนวยงาน บูรณาการกับ การติดตามผลตัวชี้วัดขององคกร ทําใหเกิดผลลัพธ 1) ทีมนําและบุคลากรมีความรูความเขาใจระบบการพัฒนา คุณภาพ 2)ทีมนําระบบและหนวยงานมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูที่หนางาน 3) หนวยงานและทีมนํามี กระบวนการพัฒนาคุณภาพตอเนื่อง(CQI) (4) การทํางานเปนทีม: สมาชิกทีมบริหารความเสี่ยงแบงหนาที่รับผิดชอบในการรวบรวมความเสี่ยงของทีมระบบและหนวยงาน ทํา หนาที่ประสานขอมูลความเสี่ยงเพื่อใหทีมระบบตางๆ และหนวยงานไดรับทราบอุบัติการณความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ของระบบและ นําไปสูการทบทวนและบริหารจัดการความเสี่ยง
4 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (5) การประเมินตนเอง: บทเรียนจากการใชเครื่องมือประเมินตนเองตาง ๆ กระตุนหนวยงานใหรายงานอุบัติการณความเสี่ยง เพื่อให เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยมอบรางวัลหนวยงาน ดีเดนประจําเดือนในการสงรายงานตรงเวลาและ ครบถวน ทุกหนวยงานมิการจัดทํา Risk profile โดยใหมีการปรับ ขอมูลให เปนปจจุบันทุก 3 เดือน การ ทบทวนขางเตียงโดยใชเครื่องมือ C3THER ทําใหพบวาสามารถปองกันความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผูปวย และมีการวางแผนปองกันแกไขไดอยางทันทวงทีและสงเสริมใหเห็นความสําคัญของการทํางานเปนทีม การใช Trigger tool ทําใหมองเห็นความเสี่ยงในแตละขึ้นตอน ไดเรียนรู AE ที่เกิดขึ้น และนาไปสูการวางแผนการ ดูแลรักษาผูปวยเพื่อปองกันการเกิดซ้ําไดดี AE ที่พบในผูปวยเสียชีวิต พบในขึ้นตอน การ Re-assessment (8) การทําแผนพัฒนาคุณภาพ: พัฒนาระบบการจัดการความเสี่ยงที่มิประสิทธิภาพ เนนการดนหาความเสี่ยงเชิงรุก และการติดตาม ประเมินผลการ จัดการความเสี่ยงที่สําคัญ พัฒนาระบบบริหารจัดการ ความปลอดภัย 2P safety องคกรมี เปาหมายการผานการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลตอเนื่อง จึงมีการกําหนดจัดทําแผนพัฒนาคุณภาพ ดังนี้ 1)องคกรกําหนดยุทธศาสตรและกลยุทธในการขับเคลื่อน นโยบาย แผนงาน กิจกรรม ทุกๆป 2)จัดกิจกรรมทบทวนการพัฒนาคุณภาพของทีมนําและหนวยงาน โดยกําหนดตัวชี้วัด ใหมีผูรับผิดชอบ 3)นําเสนอแผนพัฒนาคุณภาพตอคณะกรรมการจัดทําแผนของโรงพยาบาล ทําใหเกิดผลลัพธ 1)องคกรมี แผนพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่องทุกๆป2)เกิดผลงานคุณภาพของทีมนํา และหนวยงาน (9) การดําเนินการตามแผน และการติดตามประเมินผล: การคันหาความเสี่ยงเชิงรุก โดยจัดกิจกรรม RM round ในทุกหนวยงาน, การทบทวนขางเตียงโดยใช เครื่องมือ C3THER, Case conference, ทบทวน 12 กิจกรรม, จัดทํา Risk profile พบวา สามารถปองกัน ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผูปวยและมีการวางแผนปองกันแกไขไดอยางทันทวงทีที่ผานมา พบวา patient safety goal ไมสามารถสื่อสารไปถึงผูปฏิบัติได จึงมิการกําหนด เปน patient safety goal ที่เหมาะ กับบริบทของโรงพยาบาลเฝาไร ใหมิการจดจําไดงาย โดยเลือกเฉพาะประเด็นที่เปนปญหาที่ตองเรงแกไข แลว ประกาศเปนนโยบายสื่อสารใหแกผูปฏิบัติงานทั่วขึ้งโรงพยาบาล ซึ่งทีมนาบริหารความเสี่ยงจะเปนผูกํากับ ติดตามผลการปฏิบัติตาม patient safety goal แตในสวนของ personnel safety ยังอยูในชวงกําหนด แนวทางปฏิบัติในแตละหัวขอ จัดอบรมคณะกรรมการความเสี่ยง เจาหนาที่เรื่องการบริหารความเสี่ยง ติดตาม การปฏิบัติตามแนวทางที่ ไดกําหนดไว รวบรวมรายงานความเสี่ยง/อุบัติการณนามาวิเคราะหผลคืนขอมูล ใหกับทีมระบบ ศูนยคุณภาพ ทบทวนและ ติดตามผลการดําเนินงาน การปองกัน แกไขอุบัติการณความเสี่ยงที่ สําคัญ นําเครื่องมือการทําทะเบียนความเสี่ยง(Risk register) มาใชการติดตามประเมินผลการจัดการความ เสี่ยงที่สําคัญในทีมระบบตางๆ (10) การประเมินตนเอง การทําแผนพัฒนาคุณภาพ การดําเนินการตามแผน: จากที่ไดดําเนินงานการคันหาความเสี่ยงเชิงรุก พบวา บางหนวยงานยังขาดความเขาใจความเสี่ยงเชิงรุก ทีมได วางแผนให RM Unit ครอมสายงาน เปนคู buddy ใหคําปรึกษากันยังพบอุบัติการณที่เกี่ยวของกับ patient safety goal พบปญหาดานการสื่อสารที่เขาใจงาย ไมมิการปฐมนิเทศ เจาหนาที่ใหม ขาดการเฝาระวัง ทีมจึง สรางคํานิยามเพื่อการจดจําไดงายและมีจัดทําการจัดเก็บขอมูลโดยใช โปรแกรมการบริหารความเสี่ยงและมิ ระบบการเตือนทีมระบบ ปรับปรุงการทํา Risk profile ใหถูกตอง ครอบคลุม และเปนปจจุบัน อยางตอเนื่อง รวมทั้งการพิจารณาผลกระทบ และความรุนแรง เชน นําเอา Risk matrix มาใชมีการกระตุนใหทีมนํา ที่ เกี่ยวของกับหัวขอความเสี่ยงที่รายงานเขามากําหนดใหทบทวน RCA ทุกกรณี ในความเสี่ยงระดับ E-I สงเสริม ใหมีการประชุมรวมกันระหวางทีมความเสี่ยงและทีมนําในการสงเสริมกิจกรรมทบทวนคุณภาพในงานประจจํา
5 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร สรุปจํานวนอุบัติการณที่เกิดขึ้นประจําปทีมบริหารความเสี่ยงขาดการจัดการ และการติดตามประเมินผลอยาง ตอเนื่อง จึงเริ่มนาเครื่องมือการทําทะเบียน ความเสี่ยง (Risk register) มาใชพัฒนาระบบการรายงานและการ จัดเก็บขอมูลโดยใช โปรแกรมคอมพิวเตอรชวยในการรายงานและประเมินผลใหมีความสม่ําเสมอและตอเนื่อง II-1.1 ข. คุณภาพการดูแลผูปวย: (1) การทบทวนการใหบริการและการดูแลผูปวย: การทบทวนการใหบริการและการดูแลผูปวยตามแนวทางการทํากิจกรรมทบทวน 12 กิจกรรม จากการที่ทีมมี การสงเสริมประชุมทบทวน ความเสี่ยงระดับ E ขึ้นไป พบวาผูปฏิบัติงานไมมีเวลาเพียงพอ ในการประชุม ทบทวน เนื่องจากตางมีภาระงานมีเวลาวางไมตรงกัน จึงไมสามารถประชุมทบทวนไดตรงตามระยะเวลาที่ กําหนด จึงได กําหนดวันศุกรและกระตุนใหผูรับผิดชอบขึ้นเวรตรงกัน เพื่อสงเสริมการทบทวนมากขึ้น การ สงเสริมการรายงานความเสี่ยงในระบบ Fast Track ( ติดตามหนางาน และเลขาทีมบริหารความเสี่ยงบันทึก และรายงานความเสี่ยงดวยตนเอง พบวารายงานอุบัติการณเพิ่มมากขึ้นและบุคลกรมีความเขาใจเรื่องความ เสี่ยงทางคลินิกเฉพาะโรคมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการทํากิจกรรม RM Round ที่กําหนดใหหลังดําเนินการแลวมี การประเมินผล ของการรับรูความเขาใจเรื่องระบบการบริหารความเสี่ยง โดยการสอบถามที่หนางาน การ ติดตามจากการวิเคราะห ระดับความเสี่ยง ยังพบโอกาสพัฒนาเรื่องการแบงระดับความรุนแรงของความเสี่ยง และอุบัติการณที่เกิดขึ้น จากการ ประเมินการปฏิบัติตามมาตรการปองกันความเสี่ยงพบวา เจาหนาที่ปฏิบัติ ตามแนวทางที่กําหนดไวเปนอยางดีแตพบวาการรายงานความเสี่ยงเชิงรุกยังไมครอบคลุม ความเสี่ยงทาง คลินิกมีสัดสวนการรายงานนอยกวาความเสี่ยงทั่วไป จึงไดมีการนิเทศในหนวยงานเพื่อกระตุนใหมีการคนหา ความเสี่ยงเชิงรุกและความเสี่ยงทางคลินิกมากขึ้นโดย กําหนดใหแตละทีมทํา RM round , การทบทวนขาง เตียง, การทํา Trigger Tool, การทบทวนกระบวนการทํางานเพิ่มมากขึ้นสงผลใหสัดสวนความเสี่ยงทางคลินิก มีลัดสวนการรายงานที่เพิ่มสูงขึ้น จากการประเมินประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงพบวา ความครอบคลุม ของการรายงานความเสี่ยงมีความ ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น กําหนด Trigger และทํา Concurrent Trigger ทําให การทบทวนความเสี่ยงครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และทีมไดเรียนรู AE ที่เกิดขึ้น นํามาเปนขอมูลในการวางแผนการ ดูแลผูปวยเพื่อปองกันการเกิดอุบัติการณซ้ําไดครอบคลุมมากขึ้น (2)(3) การกําหนดเปาหมายและการติดตามตัวชี้วัดการดูแลผูปวย: • ประสานงานรวมดับ ทีมระบบที่เกี่ยวของ ในการใช 2P Safety • ประชุมชี้แจงรวมกับ ทีมระบบที่เกี่ยวของ ในการสื่อสารการใช 2P Safety (4) การพัฒนาคุณภาพการดูแลผูปวย: • จากกิจกรรมการตามรอยกระบวนการดูแลผูปวยรายโรคในโรคสําคัญ 15 โรค เชนCovid-19 ,HI , ACS, STROKE, SEPSIS ซึ่งเห็น กระบวนการการทํางาน ตั้งแตแรกรับผูปวยจนถึงสงผูปวยกลับบาน ทําใหรูปญหา จริงที่หนางาน และจากการตามรอยแบบบูรณาการของสหสาขา วิชาชีพ ทําใหเกิดมุมมองที่หลากหลายของแต ละสาขา เกิดการปรับปรุงพัฒนาในสวนของตัวเอง II-1.2 ก. ระบบบริหารความเสี่ยง: (1) องคประกอบสําคัญและโครงหลักของการบริหารความเสี่ยง (PDSA ของระบบบริหารความเสี่ยง: • มีการพัฒนาระบบรายงานความเสี่ยง การคนหาความเสี่ยงเชิงรุกโดย RM Round และมีการ พัฒนาความรู ความ เขาใจของเจาหนาที่เรื่องระบบการบริหารความเสี่ยง มีการทําขอมูลมาวิเคราะหโดยใช Risk matrix เพื่อจัดการ High risk, High volume ของอุบัติการณและสงขอมูลยอนกลับใหทีมระบบหรือหนวยงานที่ เกี่ยวของใหดําเนินการ ปรับปรุง • มีการคนหาความเสี่ยงเชิงรุกมากขึ้น, การหา AE โดยใช Trigger tool โดย
6 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร กําหนด Trigger เชน ผูปวยที่สงตอโดย ไมไดวางแผน ผูปวยเสียชีวิต ผูปวยนอนนาน หรือผูปวย re-admitted ภายใน 28 วันเปนตน (2)(3) แผนการบริหารความเสี่ยง ระเบียบปฏิบัติ กระบวนการบริหารความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง และ risk register: เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยใหมีคุณภาพ องคกรไตกําหนด ระเบียบปฏิบัติ ดงนี้• ระเบียบปฏิบัติ การบงชี้ ลําดับความสําคัญ ประเมินและจัดการความเสี่ยง ระเบียบปฏิบัติ การจัดการ กระบวนการบริหารความเสี่ยง จัดทํา Risk register ในทุกระบบ เพื่อการตอเนื่องของ การติดตามประเมินผล อุบัติการณที่สําคัญ ซึ่งความเสี่ยงสําคัญที่นํามาจัดทํา Risk Register ระดับโรงพยาบาล มีดังนี้Clinical Risk… 1.ผูปวยแพยาซ้ํา 2.ผูปวย miss การรักษา 3.จายยาผิด 4.ผูปวยพลัดตกหกลม 5.เกิดอุบัติเหตุกับผูปวยขณะ refer Non-Clinical Risk… 1.ทรัพยสินของเจาหนาที่และผูรับบริการสูญหาย 2.ไฟฟาลัดวงจร 3.รถ โรงพยาบาลเกิดอุบัติเหตุ4.ไฟไหม5.ออกซิเจนไมเพียงพอ 6.น้ําใชไมเพียงพอ 7.เครื่องสํารองไฟไมทํางาน 8. ตามคนขับรถ refer ไมไดจากรายการความเสี่ยงที่คัดเลือกมาไดมีการมอบหมายผูรับผิดชอบทั้งหมด และ กําลังอยูในชวงพัฒนาใหทะเบียนจัดการความเสี่ยงสมบูรณยิ่งขึ้น (4) การรายงาน การเรียนรูปรับปรุง จากอุบัติการณ (incident) และเหตุเกือบพลาด (near miss): • จากการดักจับการรายงานอุบัติการณและเหตุเกือบพลาดที่ยังมีรายงานนอย จัดใหทุกหนวยงานมีการระดม ความคิด จัดทํา Risk profile เพื่อใหมีการดักจับและรายงานอุบัติการณและเหตุเกือบพลาดไดอยางครอบคลุม ขึ้น (5) การจัดการเพื่อบรรลุเปาหมายความปลอดภัยของผูปวย (PSG): จัดการทบทวนอุบัติการณที่เกี่ยวของกับ PSG ระดับ E up ทั้งหมด เพื่อบรรลุเปาหมายความปลอดภัยของ ผูปวย และพัฒนาการดูแลผูปวยอยางมีคุณภาพองคกรไดกําหนดความเสี่ยง 4 ดาน และไดวางแนวทางรวมทั้ง มอบหมาย ผูรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยง เพื่อใหบรรลุเปาหมายความปลอดภัยของผูปวย คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรวมกับ PCT กําหนดใหทุกหนวยงานนํา PSG(SIMPLE) มาเปนเปาหมายการ ดําเนินงาน มีการฝกอบรมสรางความตระหนัก มีการวิเคราะห GAP Analysis ของ SIMPLE จัดทํามาตรการ ปองกันและนําเขาสู Risk Register และมีการติดตามตัวชี้วัดใหครอบคลุม PSG (6) การประเมินประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงและการตอบสนองที่เกิดขึ้น: การประเมินประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาล พบวาในกระบวนการบริหารความเสี่ยง ทั้ง 4 ขั้นตอนไดแก การคนหาความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง และการประเมินผล มี การดําเนินการไดครอบคลุมในระดับหนึ่ง แตมีโอกาสพัฒนาในเรื่องการกระตุนใหมีการรายงานอุบัติการณให ครบถวน และสม่ําเสมอ มีแผนจัดทําทะเบียนจัดการความเสี่ยงใหสมบูรณ ผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการบริหาร ความเสี่ยงที่ผานมา ทําใหจํานวนอุบัติการณความเสี่ยงที่รุนแรงลดลง และไมพบอุบัติการณขอรองเรียน เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในการตอบสนองตอความเสี่ยง ทีมไดกําหนดมาตรการในการจัดการความเสี่ยง 3 แนวทาง คือ 1. Risk prevention เพื่อลดความนาจะเปนของการเกิดอุบัติการณโดยการเรียงลําดับกอนหลังที่ จะดําเนินการตาม Risk maxtric ไดแก1.1 การทํา Risk profile มีลัดสวนของ near miss : miss ที่เพิ่มขึ้น ทําใหดักจับความเสี่ยงและจัดการกับความเสี่ยงไดดีขึ้น 1.2 ใหความรูความเขาใจในหนวยงานเรื่องความเสี่ยง การรายงาน การจัดการความเสี่ยงในหนวยงาน 2. Risk monitoring เพื่อติดตามตัวชี้วัด เพื่อตรวจจับโอกาส เกิดอุปติการณ2.1 จากการสงรายงานอุบัติการณความเสี่ยงที่ชา มีแผนพัฒนาในการนําโปรแกรมคอมพิวเตอร บริหารความเสี่ยง มาใช เพื่อการรายงาน ประเมินความเสี่ยง จัดการอุบัติการณความเสี่ยงที่รวดเร็ว 2.2 จาก การที่มีการเฝาระวังอุบัติการณระดับ E – I ทําใหจํานวนการเกิดอุบัติการณซ้ําดวยสาเหตุเดิมของอุบัติการณ
7 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ความเสี่ยงลดลง 3. จากการที่ระบบสําคัญมีระบบปองกันความเสี่ยงสําคัญของทีมโดยการทําทะเบียนความ เสี่ยง (Risk register) อยางนอย 1 เรื่อง แตยังพบวายังขาดความตอเนื่องในการ monitor ทีมระบบ Risk mitigation เมื่อมีการจัดการความเสี่ยงใน Prevention และ Monitoring แลว เกิดอุบัติการณขึ้น ตองมีแผน รองรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อลดความเสียหายหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้น เชน การกําหนดระบบเตือนภัยหรือสัญญาณ ไฟฉุกเฉิน การขอความชวยเหลือจากหนวยงานอื่นเมื่อมีผูปวย arrest การซอมแผนอุบัติเหตุและการ เคลื่อนยาย ผูปวย เปนตัน iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ • หนวยงานมีการรายงานความเสี่ยงเชิงรุกที่เพิ่มขึ้น • จากการทํา Risk register ทําใหมีการจัดการกับอุบัติการณที่สําคัญได v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 31. ระบบบริหารงานคุณภาพ การประสานงานและบูรณา การ การทํางานเปนทีม 4 LI พัฒนางานโดยการนํา 3C-PDSA มาใชในการ บริหารงานคุณภาพในหนวยงาน /ระบบงาน / กระบวนการหลักและติดตามความกาวหนาของ การพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง 32. การประเมินตนเองและ จัดทําแผนพัฒนาคุณภาพ 4 L พัฒนากระบวนการสําคัญ / แผนการพัฒนา คุณภาพและมีการนําผลการประเมินตนเองมา เรียนรูรวมกัน 33. การทบทวนการใหบริการ และการดูแลผูปวย 3 ALI • ในการทบทวนที่ลาชา เบื้องตันจัดใหมีการ ทบทวนใน หนวยงานที่เกิดอุบัติการณกอน แลวจัด ทบทวนกับทีม ระบบที่เกี่ยวของตอไป หนวยงานที่ พบอุบัติการณ E up เปนเจาภาพในการ ทบทวน 34. การพัฒนาคุณภาพการ ดูแลผูปวย 4 ALI กระตุนการหาความเสี่ยงเชิงรุกในหนวยงาน โดย ใชคู buddy 35. ระบบบริหารความเสี่ยง และความปลอดภัย 3 ALI ติดตามการรายงานอุบัติการณความเสี่ยงให ครอบคลุม เพิ่มการmonitor โดยหัวหนางาน ,RM Unit และทีม ระบบ นําโปรแกรมคอมพิวเตอรการ บริหารความเสี่ยงมาใช
8 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 36. กระบวนการบริหารความ เสี่ยง 3 ALI ผลลัพธการติดตามที่ยังไมครอบคลุม เพิ่มการ monitor โดยหัวหนางาน, RM Unit และทีม ระบบ 37. การเรียนรูจากอุบัติการณ 3 ALI จัดกิจกรรมการเรียนรูอุบัติการณที่นาสนใจ ทั้ง ภาย'ใน และ ภายนอกโรงพยาบาลรวมกัน II-2.1 การกํากับดูแลวิชาชีพดานการพยาบาล i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ประสิทธิภาพประสิทธิผลของการกํากับดูแลวิชาชีพ ผลลัพธของปฏิบัติการพยาบาลที่มีตอผูปวย (เชน ความ ปลอดภัย ความสามารถในการดูแลตนเอง ฯลฯ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1.อัตราครองเตียง ≥80% 168.08 60.68 54.84 86.51 71.03 NA 2.ผูปวยในมีภาพรวมผลผลิต ทางการพยาบาล (Productivity) ≥90-110% 81.53 84.87 63.86 109.09 120.67 NA 3.ผูปวยนอกมีภาพรวมผลผลิต ทางการพยาบาล (Productivity) ≥90-110% 93.25 91.44 66.11 100.10 83.64 NA 4.อัตราการบันทึกเวชระเบียน ผูปวยนอก >80% NA NA 93.05 89.56 89.84 NA 5.อัตราการบันทึกเวชระเบียน ผูปวยใน >80% NA NA 88.21 95.16 87.22 NA 6.ความพึงพอใจผูปวยใน >80% NA NA 96.49 98.35 98.51 NA 7.ความพึงพอใจผูปวยนอก >80% NA NA 89 92 93 NA 8.อัตราความพึงพอใจของ บุคลากรทางการพยาบาล > 65% NA NA 69.82 68.13 65.72 NA 9.อุบัติการณผูปวยอาการทรุด ลงขณะรอตรวจ 0 NA NA 3 1 0 0
9 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 10. จํานวนผูปวยพลัดตกหก ลม/ตกเตียงบาล 0 ราย/ป 1 0 1 1 1 0 ii บริบท ลักษณะผูปวยสําคัญ: องคกรพยาบาลโรงพยาบาลเฝาไร มีกรรมการบริหารบริหารองคกรพยาบาลประกอบดวยหัวหนาพยาบาล หัวหนางานทุกหนวยงาน และตัวแทนพยาบาลจากงานเวชปฏิบัติครอบครัว และตัวแทนพยาบาลจากทุก หนวยงานเปนกรรมการ มีบทบาทในการบริหารจัดการองคกรพยาบาลและการกํากับดูแลวิชาชีพ และการ ประสานงานในชุมชน มีโครงสรางการบริหาร ดังนี้ งานผูปวยนอก งานอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินและนิติเวช รวมถึงการ ดูแลผูปวยคลอดฉุกเฉิน งานผูปวยใน งานจายกลางและซักฟอก งานคลินิกพิเศษเปนการดูแลกํากับในเชิง วิชาชีพ กลุมผูปวยที่มีความเสี่ยงสูง: Covid-19,Truma ,STEMI ,Stroke, Sepsis Brithasphysia จํานวนกําลังคนดานการพยาบาลเทียบกับภาระงาน: บุคลากรทางการพยาบาล ประกอบดวย พยาบาลวิชาชีพ 30 คน องคกรพยาบาล 25 คน งานเวชปฏิบัติ ครอบครัว 5 คน (ขาราชการ 23 คน ลูกจาง 7 คน เจาพนักงานสาธารณสุข(เวชกิจฉุกเฉิน 2 คน ผูชวยเหลือ คนไข11 คน พนักงานเปล 5 คน บุคลากรงานจายกลาง 5 คน องคกรพยาบาลไดจัดทาแผนอัตรากาลัง บุคลากรทางการพยาบาลทั้งดานปริมาณ และคุณภาพ ใหเพียงพอ สอดคลองกับบริบท และService Plan ผล การวิเคราะห พบวาอยูในเกณฑ ภาระงานเทากับจํานวนบุคลากรที่มีอยู (90-110%) สาขาที่มีพยาบาลเชี่ยวชาญ: เฝาไรขนาด F2 ยังไมมีแพทยเฉพาะทางดานการดูแลผูปวย บุคลากรที่ผานการอบรมหลักสูตร เฉพาะทางการ บริหารทางการพยาบาล 1 คน วิสัญญีพยาบาล 1คน(รับยายจาก โรงพยาบาลโพนพิสัยพยาบาลเวชปฏิบัติ ครอบครัว 1 คน พยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผูติดสารเสพติด 1 คน พยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป(การ รักษาโรคเบื้องตน 5 คน หลักสูตรผูจัดการระบบการดูแลผูสูงอายุ (CM) 1 คน หลักสูตรการดูแลผูปวยแบบ ประคับประคอง(PCN) 1 คน การพยาบาลเฉพาะทาง สาขา การผดุงครรภในภาวะเสี่ยงสูง 1 คน หลักสูตรการ ปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล 2 คน แผนพัฒนาบุคลากร เปนการพัฒนา เพื่อตอบสนอง Service plan และการปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองนโยบาย และผูรับบริการในพื้นที่ iii กระบวนการ II-2.1 ก. การบริหารการพยาบาล: (1) การจัดทีมผูบริหาร: องคกรพยาบาล ใชกระบวนคัดเลือก ผูบริหารระดับตางๆ แบง 3 ระดับ คือ 1) หัวหนากลุมการพยาบาล 2) หัวหนาหอผูปวย/หัวหนาหนวยงาน และ3) หัวหนาทีม โดยกําหนดคุณสมบัติพื้นฐานตามระดับของผูบริหาร
10 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร อาทิเชน ระดับ หัวหนากลุมการพยาบาล ดํารงตาแหนงพยาบาลวิชาชีพชานาญการ ? 7 ป และเปน ผูปฏิบัติงานในตําแหนงหัวหนางาน ? 2 ป และเปนผูไดรับการอบรมหลักสูตรผูบริหารทางการพยาบาลเฉพาะ ทาง หรืออื่นๆที่เทียบเทา กรณีไมไดรับการอบรมหลักสูตรดังกลาวมากอน เมื่อไดรับการคัดเลือก สามารถเขา รับการอบรมหลักสูตรผูบริหารทางการพยาบาลเฉพาะทางไดหรือหลักสูตรเทียบเทา หรือเฉพาะทางดานคลินิก หัวหอผูปวย /หัวหนาหนวยงาน กําหนดคุณสมบัติพื้นฐาน เชน เปนพยาบาลวิชาชีพ ดํารงตําแหนงพยาบาล วิชาชีพชํานาญการ ? 5 ป ปฏิบัติงานในหอผูปวย/หนวยงานนั้นๆ อยางนอย 1 ป และเปนที่ยอมรับของเพื่อน รวมงาน เปนตน ดวยโรงพยาบาลเฝาไรยังเปดใหบริการไดไมนาน การพัฒนาผูบริหารแตละระดับยังอยูใน ขั้นตอนการวางแผนงาน (2) การจัดอัตรากําลัง โดยเฉพาะอยางยิ่งในหนวยงานที่มีความเสี่ยงสูง หรือขาดแคลนบุคลากร: • มีแนวทางการจัดสรรกาลังคน และกระจายอัตรากาลังตามภาระงานทั้งปริมาณ และคุณภาพ โดยใชเกณฑ ดังนี้ คือ 1) การจําแนกประเภทผูปวยของ ของวาสตเลอร (Wastler Classification) 2) การจัดสัดสวน พยาบาลตอผูปวย ไดบูรณาการตามเกณฑมาตรฐานของสภาการพยาบาล และกองการพยาบาล อาทิเชน พยาบาลตอผูปวย (N: Pt) : งานอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน = 1: 10, หอผูปวยทั่วไป = 1 : 8, ผูปวยนอก/คลินิกพิเศษ = 1: 50 และ 3) การจัดอัตรากาลังสํารอง เพื่อเตรียมพรอมรับภาวะฉุกเฉินตางๆ อาทิเชน การจัดเวรสงตอ โรค ระบาด โรคอุบัติใหม นอกจากนี้มีแนวทางปฏิบัติใหพยาบาลเวรตรวจนอกเวลาราชการ ในการเรียกเสริมอัตรา กาลัง หรือการทดแทนอัตรากาลัง หรือ แนวทางกาหนดหนวยงานที่มีภาระงานนอย ไปชวยหนวยงานที่มีภาระ งานมากกวา (3) โครงสรางและกลไกกํากับดูแลการกํากับดูแลมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ: • การกํากับดูแลมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ: องคกรพยาบาลไดกาหนดขอบเขต บทบาทหนาที่ความรับผิดชอบและมอบหมายให หัวหนางาน ควบคุมกากับใหพยาบาลวิชาชีพมีการสอบใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ มีระบบแจง เตือนใหพยาบาลดาเนินการตออายุใบประกอบวิชาชีพ และสื่อสารใหหัวหนาหนวยงานรับทราบ มี การปฏิบัติพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อความปลอดภัยของผูปวยและพยาบาลผูปฏิบัติงาน อาทิ เชน แนวปฏิบัติคลินิกสาหรับพยาบาล (CNPG) ของสภาการพยาบาล : การดูแลผูปวยระยะสุดทาย การดูแลผูฉุกเฉิน และการดูแลผูปวยสูงอายุ นอกจากนี้องคกรพยาบาลยังไดจัดทาแนวทางปฏิบัติใน การปองกันปญหาดานจริยธรรม การดูแลผูถูกทารุณกรรม การพิทักษสิทธิผูปวย การเขาถึงระบบ บริการผูปวยติดเชื้อเอดส การจัดระบบบริการและสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการดูแลผูปวยตามหลัก IC ดานคุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพ ป .2562,2563,2564 รองเรียนการบริการพยาบาล(แบบ ไมเปนทางการ 2,3,2 ตามลาดับ เมื่อวิเคราะห พบวา รองเรียนพฤติกรรมบริการ โอกาสพัฒนา คือ ปรับปรุงแนวทาง หรือมาตรการบุคลากรทางการพยาบาลที่ไมไดปฏิบัติตามมาตรฐานและจริยธรรม วิชาชีพ เชน หัวหนาหนวยวากลาวตักเตือน 2 ครั้ง และครั้งตอไปบันทึกลายลักษณอักษรถึงหัวหนา พยาบาล • การนิเทศ กํากับดูแลปฏิบัติการพยาบาล: มีกระบวนการนิเทศ ดังนี้ 1) การนิเทศโดยหัวหนาหนวยงาน 3) การนิเทศโดยระบบงานที่สาคัญ เชน IC เครื่องมือแพทย จัดทําแผนการนิเทศ กํากับ พบโอกาสพัฒนา การใชกระบวนการพยาบาล ป
11 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร 2563 สวนใหญการประเมินผูปวยขาดขอมูลสนับสนุน และการประเมินผลการพยาบาล ไดทบทวน โดยมีการปฐมนิเทศพยาบาลที่ปฏิบัติงานใหม และมีการนิเทศกํากับติดตามโดยหัวหนาหอผูปวย มี การแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน การนิเทศดานการบันทึกทางการพยาบาลดวยแนวคิด Focus Charting ยังไมมีการสรุปผลการดําเนิการเนื่องจาก ติดภารกิจ การระบาดของ โรคติดเชื้อ โควิด-19 นอกจากนี้ ยังมีการนิเทศทางคลินิก การดูแลผูปวยภาวะวิกฤตในกลุมโรคที่สําคัญ ไดแก Sepsis, STEMI, Stroke, HI, เปนตน พบอุบัติการณผูปวยทรุดลงขณะดูแล จึงมีการจัดประชุมใหมีความรูและทักษะใน เรื่องการใช SOS Score นํามาใชในทุกหนวยงาน เพื่อเฝาระวังผูปวยวิกฤติและรายงานแพทยได ทันทวงที การนิเทศดานอื่นๆ เชน ระบบเครื่องมือแพทย พบโอกาสพัฒนา ความพรอมใชของ เครื่องมือเสี่ยงสูง อาทิเชน เครื่องกระตุนหัวใจ ไดทบทวนความรู สรางความตระหนัก และนิเทศ ติดตามมีความถี่มากขึ้น โดยเฉพาะเจาหนาที่มาปฏิบัติงานใหมการสงเสริมการพัฒนาคุณภาพและ ความปลอดภัย: • การสงเสริมการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย: มีการกําหนดเปนนโยบายใหหนวยบริการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย โดยการนาเครื่องมือการ พัฒนาคุณภาพไปใชอาทิเชน 2P Safety ,CQI /CAPD, การทบทวนอุบัติการณ ตัวชี้วัดที่ไมไดตาม เปาหมาย และการใชกระบวนการดูแลผูปวย 6 ขั้นตอน • การสงเสริมการตัดสินใจทางคลินิกและการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม: มีการกําหนดเปนนโยบายใหหนวยบริการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย โดยการนาเครื่องมือการ พัฒนาคุณภาพไปใชอาทิเชน 2P Safety ,CQI /CAPD, การทบทวนอุบัติการณ ตัวชี้วัดที่ไมไดตาม เปาหมาย และการใชกระบวนการดูแลผูปวย 6 ขั้นตอน • การควบคุมดูแลบุคลากรที่อยูระหวางการฝกอบรมหรือมีคุณวุฒิต่ํากวาเกณฑ: โรงพยาบาลเฝาไร ยังไมไดเปดเปนแหลงฝกประสบการณใหกับบุคลากรดานสาธารณสุข แตมีการ ติดตอขอนํานักศึกษาฝกปฏิบัติงาน เปนครั้งคราว บุคลากรของโรงพยาบาลเฝาไร ยังไมผานการอบรม หลักสูตรการเปนครูพี่เลี้ยง โรงพยาบาลรับฝกอบรม ใหกับบุคลากรของโรงยาบาลเอง เชน พยาบาล ใหมผูชวยเหลือคนไขโดยมีแผนการฝกประสบการณ 2 ขั้นตอน ดังนี้1) ฝกประสบการณทุก หนวยงานในกลุมการพยาบาล ระยะ เวลา 1 เดือน เพื่อเรียนรูและสรางสัมพันธภาพกับบุคลากรและ ผูมารับบริการ 2) ฝกประสบการณืในหนวยงานที่ตองเขาปฏิบัติงาน ระยะเวลา 1-2 เดือน ตามการ ประเมินของหัวหนาหนวยงาน/หอผูปวย • การจัดการความรูและสงเสริมการวิจัย: คณะกรรมการดานวิชาการในการจัดการความรูใหกับองคกรพยาบาล มีการสงเสริมและสนับสนุนให ทําวิจัย และเสนอผลงานในเวที ระดับจังหวัด ในสวนการนําเสนอภายในโรงพยาบาล มีการวางแผน ดําเนินการ
12 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (4) การประสานความรวมมือกับคณะกรรมการตางๆ: • องคกรพยาบาลไดเห็นความสําคัญการมีสวนรวมในและนอกองคกร ในการพัฒนางานคุณภาพ โดยมีตัวแทน พยาบาลเปนคณะกรรมการ ทุกระดับมีบทบาทเปนเลขานุการ หรือกรรมการ อาทิ ดังนี้ 1) ระดับองคกร เชน กรรมการบริหารโรงพยาบาล กรรมการบานพักโรงพยาบาล เปนตน 2) ระดับทีมนาทางคลินิก เชน เลขานุการ PCT ,RM ,IC,EM เปนตน 3) ระบบงานสาคัญ เชน กรรมการบริหารความเสี่ยง กรรมการบริหารความ ปลอดภัยดานยา กรรมการดานสิ่งแวดลอมและความปลอดภัย กรรมการ COC เปนตน และ 4) กก.อื่นๆ ภายนอก เชน กรรมการ QA จังหวัดหนองคาย กรรมการ QLN และ Service Plan เปนตน โดยมีการ monitor ตัวชี้วัดเปนระยะ และรวบรวมสงงานคุณภาพซึ่งมีพยาบาลเปนผูประสานงานหลักของงานคุณภาพ กิจกรรมที่สาคัญ ที่ไดรวมดําเนินการ อาทิเชน การทบทวนวิธีปฏิบัติเพื่อปองกันการติดเชื้อในหนวยบริการ การทบทวนวิธีปฏิบัติเพื่อปองกันการแพรกระจายเชื้อดื้อยา ทบทวนความเสี่ยงดานคลินิกรวมกับทีม ทบทวน ระบบการทํางาน สิ่งแวดลอมในการทางานใหเอื้อตอการปฏิบัติงานและไดตามมาตรฐาน Green & Clean (5) การเชื่อมโยงการจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ กับภาพรวมขององคกร: • โรงพยาบาลเฝาไรมีโปรแกรมความเสี่ยง(โดยใชโปรแกรมของโรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย และ เมื่อมีความเสี่ยงทางคลินิก (Clinical Risk) ระบบ Pop Alert ที่ระดับ G, H, I สวนความเสี่ยงที่ไมใชทางคลินิก ( Non - Clinical Risk) ระบบการระบบ Pop Alert ที่ระดับ 4 และ 5 Admin จะแจงใหผูที่เกี่ยวของดําเนิน ตามแนวทางระบบความเสี่ยง ซึ่งองคกรพยาบาลดําเนินการตามระบบบริการความเสี่ยงของโรงพยาบาล โดย กําหนดใหหนวยงาน มอบหมายใหมีผูรับผิดชอบชัดเจน มีบทบาทหนาที่ ประเมินระดับความเสี่ยงเบื้องตน และประเมินซา โดย Admin RM พรอมสื่อสารผูเกี่ยวของดําเนินการแกไขปรับปรุง หากความเสี่ยงครอม หนวยงาน กก.RM จะเปนแกนนาในการ จะดําเนินงาน กรณี ความเสี่ยงอยูในระดับหนวยงานๆ จะเปน ผูดําเนินการ (6) การประเมินการบรรลุเปาหมายของปฏิบัติการพยาบาล: • เพื่อใหผูปวยเกิดความปลอดภัยและ ใหบรรลุเปาหมายการปฏิบัติการพยาบาล องคกรพยาบาลไดกําหนด เปาหมาย ในกลุมโรค หรือ หัตถการ 10 อันดับแรก โดยใหหัวหนาหนวยงาน หรือผูที่ไดรับมอบหมาย หรือ หัวหนาเวรผูใหประเมินตามแนวทางปฏิบัติ และแผนการมีการสุมประเมินแบบครอมหนวยงาน อยูระหวาง ดําเนินการ II-2.1 ข. ปฏิบัติการพยาบาล: (1) สิทธิผูปวยและจริยธรรมวิชาชีพ: • แนวทางปฏิบัติ เรื่องสิทธิผูปวย ดานมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมการพยาบาลซึ่งกาหนดใหปฏิบัติ ตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540 เนนใหการพยาบาลทุกคนเทาเทียมกัน โดยยึดหลักสิทธิผูปวย 10 ประการ โดย เนนในประเด็นการรักษาความลับของผูปวย การเปดเผยรางกายของผูปวย กลุมผูปวยออนไหว เชน กลุมผูปวย ติดเชื้อเอดส กลุมผูปวย OSCC การใหขอมูลบริการ การลงนามยินยอมในการรักษา และการระบุตัวผูปวยโดย ติดชื่อที่ขอมือผูปวยตั้งแตจุดใหบริการผูปวยที่admit และองคกรพยาบาล ไดกําหนดหลักสูตรการปฐมนิเทศ รวมวิชาชีพอื่น ผลการดําเนินงานป 2562-2564 ไมพบขอรองเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิผูปวยที่รุนแรงดาน มาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม พบขอรองเรียนตอการบริการพยาบาล 2,3 และ 2 ครั้ง ตามลาดับ และพัฒนา ชองทางรับขอรองเรียนโดยคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยง (2) การใชขอมูลวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ: • ไดประเมินมาตรฐานการบริการพยาบาล ดานการนําองคกรโดยใชหลัก PDCA โดยหัวหนาพยาบาล รวมกับ ทีมผูบริหาร และตัวแทนหนวยงาน ขอมูลที่ไดจาก SWOT Analysis มาบูรณการสอดคลองกับ วิสัยทัศน พันธ
13 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร กิจและ ยุทธศาสตรของโรงพยาบาล เพื่อกําหนดยุทธศาสตร ทิศทางองคกรพยาบาลเปนเปาหมายเดียวกัน โดยยึดมาตรฐานวิชาชีพพยาบาล กองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ไดแก 1) การบริการพยาบาลผูปวย นอก และดานการใหคําปรึกษาสุขภาพ 2) การบริการพยาบาลผูปวย ผูปวยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 3) การบริการ ผูปวยใน การปฏิบัติการพยาบาลผูปวยใน 4) การปฏิบัติการพยาบาลฝากครรภ 5) การปฏิบัติการพยาบาลหอง คลอด สําหรับแนวทางปฏิบัติการพยาบาล (CNPG) ไดบูรณาการของสภาการพยาบาล เชน การพยาบาล ผูปวยระยะสุดทาย การดูแลผูปวยสูงอายุระยะยาว และการดูแลผูปวยติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง เปนตน (3) การใชกระบวนการพยาบาล การดูแลที่เปนองครวม สอดคลองกับภาวะสุขภาพ วิถีชีวิต และบริบททาง สังคม: • เพื่อใหผูรับบริการไดรับบริการที่มีคุณภาพสูงเบ็ดเสร็จผสมผสานและเปนองครวม องคกรพยาบาลกําหนดให ทุกหนวยงานใชกระบวนการพยาบาลในการปฏิบัติการพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ และสรางความตระหนัก แกผูปฏิบัติการพยาบาลตั้งแตแรกรับจนกระทั่งจาหนายและดูแลตอเนื่องในชุมชน โดยมุงเนนใหสอดคลองกับ ภาวะสุขภาพ วิถีชีวิตของผูรับบริการและมีการเสริมพลังใหผูปวยสามารถดูแลตนเองไดอยางตอเนื่อง กําหนดใหมีการนิเทศการใชกระบวนการพยาบาลโดยหัวหนาหอผูปวย (4) บันทึกทางการพยาบาล: • เพื่อใหมีการบันทึกทางการพยาบาลและเวชระเบียนใหไดคุณภาพตามหลัก 4 C (Correct, Complete, Clear, Concise ) และเปนหลักฐานทางกฎหมาย และขอมูลเชิงประจักษ องคกรพยาบาล รวมมือกับ คณะกรรมการ ทีมตรวจสอบคุณภาพเวชระเบียน มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการตรวจสอบเวชระเบียน การ บันทึกทางการพยาบาล ทุกหนวยงานทั้งผูปวยนอกและผูปวยใน รวมถึงมีการสุมตรวจสอบเวชระเบียนโดยใช เกณฑมาตรฐานของ สปสช. มาตรวจสอบ มีการพัฒนาและปรับปรุงแบบฟอรมใหเหมาะสม และสะดวกในการ ใชงาน จัดทําแบบบันทึกการพยาบาลรายโรค มีตัวอยางบันทึกทางการพยาบาลในโรคที่พบบอย การพยาบาล ในหัตถการที่สาคัญ และมีการพัฒนาการบันทึกทางการพยาบาลอยางตอเนื่องป 2561-2564 ผลการ ดําเนินงานการบันทึกทางการพยาบาล ผูปวยนอกรอยละ 91.62, 92.36,93.34 และ 92.88 แนวโนมดีขึ้น ผูปวยใน รอยละ 93.31, 92.64,94.81 และ 90.00 ป 2564 ผลการดําเนินการลดลง แตยังสูงกวา เปาหมาย ไดทบทวนพบวามีการดําเนิการ รพ.สนามและมีบุคลากรจากตางหนวยบริการนื้นที่ (รพ.สต. เขามาชว ย ดําเนินการ (5) การประเมินและปรับปรุงปฏิบัติการพยาบาล: • องคกรพยาบาลไดประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาลอยางเปนระบบและมีการปรับปรุงอยางตอเนื่องเพื่อให เหมาะสมในการดูแลผูปวย จัดทําปรับปรุงแนวทางปฏิบัติทางการพยาบาล โดยใชกิจกรรมและวิธีการที่ หลากหลาย เชน การทบทวนอุบัติการณการใหบริการดานหนา ความรวมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพ การใช ขอมูลวิชาการ การวิเคราะห RCA นวัตกรรมการเปรียบเทียบผูที่ทําไดดีกวา ที่ผานมาไดปรับปรุงปฏิบัติการ พยาบาล : การคัดกรองผูปวยกอนเขารับบริการ (Triage) ในกลุมโรคฉุกเฉิน การคัดแยกประเภทผูปวยทรุดลง ขณะรอตรวจ และการพยาบาลผูปวยไขเลือดออก เปนตน iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ พัฒนาระบบการคัดกรองและดูแลผูปวยโรคติดเชื้อ โควิด-19
14 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 38. ระบบบริหารกาพยาบาล 3 L,I -การเพิ่มประสิทธิภาพทางการบริหารการ พยาบาลโดยมุงเนนใหหัวหนาหนวยทุกระดับ ควบคุม กากับ ประเมิน สนับสนุน และปรับปรุง แกไขใหมีความตอเนื่อง -พัฒนาสมรรถนะบุคลากรใหมีความเชี่ยวชาญ ใหสอดคลองบริบทของโรงพยาบาล -ทบทวนแผน และสรรหากําลังคน ใหสอดคลอง กับภาระงานที่แทจริง 39. ปฏิบัติการทางการพยาบาล 3 L,I -ทบทวนแผนการนิเทศและกาหนดประเด็นการ นิเทศทางคลินิกใหครอบคลุม กลุมโรคหลัก / หัตถการ 10 อันดับ แรกหนวยงาน และService Plan ขององคกร II-2.2 การกํากับดูแลวิชาชีพแพทย i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ประสิทธิภาพประสิทธิผลของการกํากับดูแลวิชาชีพ การศึกษาตอเนื่อง มาตรฐานและจริยธรรม ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 รอยละของความสมบูรณของการ บันทึกทาง เวชระเบียนผูปวยใน >80 90.77 92.46 93.05 89.56 89.84 NA คา Case Mixed Index (CMI) มี แนวโนมเพิ่มขึ้น โดยอยูในชวงที่ เหมาะสม 0.45-0.65 0.6529 0.6593 0.6593 0.6594 0.590 NA รอยละของความพึงพอใจของ ผูรับบริการ >80% NA NA NA 86.85 88.62 NA ระดับความสําเร็จการมีสวนรวมของ องคกร แพทยในการด าเนินงาน พัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลเพื่อผาน การประเมินมาตรฐาน HA 100% 100 100 100 100 100 100
15 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ii บริบท ลักษณะผูปวยสําคัญ: โรงพยาบาล มีการกํากับดูแลวิชาชีพแพทย โดยแพทยปฏิบัติการ และแพทยชํานาญการ ในสัดสวนระหวาง แพทย และประชากร เปน 1 : 10,000 ในขนาดโรงพยาบาล 30 เตียง ตามมาตรฐานวิชาชีพ และจริยธรรม ของแพทย? มีการจัดเวรขึ้นปฏิบัติงานดูแลผูปวยอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน และผูปวยใน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใชระบบ รับใหคําปรึกษานอกเวลาราชการ มีการใหบริการผูปวย และใหคําปรึกษาในการดูแลผูปวยในโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบล โรงพยาบาลเฝาไร ประกอบดวย แพทยเวชปฏิบัติทั่วไป จํานวน 4 คน โดยใหบริการ ผูปวย ทั้งในแผนกผูปวยนอก ผูปวยใน และแผนกผูปวยฉุกเฉิน ีคณะกรรมการองคกรแพทยและธรรมนูญ องคกรแพทยในการดูแลติดตามและกํากับตามมาตรฐาน วิชาชีพ และจริยธรรมวิชาชีพโดยมีผูอํานวยการ โรงพยาบาลเปนที่ปรึกษาและเปนผูกํากับดูแลวิชาชีพ ลักษณะผูปวยส าคัญ: ผูปวยอายุรกรรมและศัลยกรรม ทั่วไป ผูปวยโรคเรื้อรังตางๆ กลุมมารดาและเด็ก กลุมผูปวยเฉพาะทางตางๆ กลุมผูปวยที่มีความเสี่ยงสูง: ผูปวย Covid – 2019, STEMI, Stroke, Sepsis, TB iii กระบวนการ (1)(2) บทบาทหนาที่และวิธีการทํางานขององคกรแพทย: -ไดจัดตั้งองคกรแพทยรับผิดชอบการสงเสริมและกํากับดูแลมาตรฐานและจริยธรรมผูประกอบวิชาชีพ เพื่อ บรรลุพันธกิจขององคกร -มีการจัดทําธรรมนูญองคกรแพทย เพื่อก ากับการทํางานของแพทย-องคกรแพทยมี สวนรวมและมีบทบาทการเปนผูนําในการพัฒนางานคุณภาพในหลายๆดาน ไดแก ประธานทีม PCT คณะกรรมการทีม RM ประธานระบบยาหรือ PTC เปนคณะกรรมการทีม ENV , เปนประธานทีม IC เปน คณะกรรมการทีมเวชระเบียน เปนตน รวมเปนคณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาล เปนคณะกรรมการทีม คปสอ.ของอําเภอเฝาไร โดยมีบทบาทหนาที่ในการกําหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล การ สนับสนุนทรัพยากรและการติดตามผลการพัฒนางาน - สงเสริมการดูแลพิทักษสิทธิผูปวย (5) การทําหนาที่ขององคกรแพทย: • การกําหนดสิทธิการดูแลรักษาผูปวยของแพทยแตละคน: เพื่อใหมีแนวทางปฏิบัติในการดูแลผูปวยที่รับผิดชอบ องคกรแพทยไดมีการกําหนดสิทธิในการดูแล ผูปวยของแพทยประจําวัน ประจําคลินิก แตละแผนกนั้น จากการประชุมองคกรแพทย ไดมีการ กําหนดหนาที่ความรับผิดชอบของแพทยในการดูแลผูปวย นอก ผูปวยใน และผูปวยที่มารับบริการที่ หองฉุกเฉิน โดยจัดเปนตารางมอบหมายงาน การดูแลผูปวยนอก จําแนกงาน ตามตารางการทํางาน โดยแพทยเวรประจําวันจําดูแลผูปวยฉุกเฉิน ผูปวย PUI ผูปวยที่มี Consult แพทยประจําคลินิกพิเศษ จะแบงมอบหมายตามคลินิกที่รับผิดชอบ วันจันทร : คลินิก COPD/Asthma/Thyroid อังคาร : คลินิกจิตเวช /ANC
16 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร วันพุธ : คลินิกเบาหวาน วันพฤหัสบดี : คลินิกความดัน คลินิกโรคไต วันศุกร : คลินิกวัณโรค และแพทยที่ตรวจผูปวยนอก • การศึกษาตอเนื่องของแพทยและการแลกเปลี่ยนเรียนรู: - สงแพทยอบรมวิชาการ ตามแผนพัฒนาบุคลากรทุกป และมีการถายทอดความรูใหแกองคกรแพทย และหนวยงานที่เกี่ยวของ หลังจากที่ไดรับการอบรม - มีการทบทวนการดูแลผูปวยความเสี่ยงสูง รวมกับโรงพยาบาลแมขาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูและหาแนวทางการปฏิบัติ- มีการทบทวนปญหาใน การดูแลผูปวย ภายในโรงพยาบาล รวมกับสหวิชาชีพ - มีการทบทวน และปรับปรุง CPG ใหเปน ปจจุบัน และเหมาะสม • การควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของแพทยที่อยูระหวางการฝกอบรม แพทยเวรที่ไมใชแพทยประจํา: 1. การตรวจสอบคุณสมบัติของแพทย จากปริญญาบัตร อนุมัติบัตร และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมและหนังสือแพทยเฉพาะทาง ไดรับหนังสือแสดงถึงความรูความชํานาญตามสาขา มี คุณสมบัติครบตามที่ระบุไวมีการตรวจสอบมาตรฐานวิชาชีพโดยการประเมินความสมบูรณของเวช ระเบียนผูปวยใน 2. การควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของแพทยเพิ่มพูนทักษะ ไดมีการกําหนดแพทยที่ปรึกษาเพื่อการ ปฏิบัติงานตามแผนกตางๆ โดยมีระบบการใหคําปรึกษาการปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลา • การสงเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานและจริยธรรมของผูประกอบวิชาชีพ: 1. มีธรรมนูญองคกรแพทย ที่กําหนดบทบาทของแพทยในการดูแลผูปวยตามจริยธรรม และตาม มาตรฐานวิชาชีพ ผูปวยที่ไดรับการดูแลจากแพทยจะรับรูชื่อแพทยเจาของไขและไดรับรูขอมูลการ เจ็บปวยรวมถึงไดรับตามสิทธิผูปวย กรณีสมาชิกขององคกรแพทย โรงพยาบาลเฝาไร มีพฤติกรรมที่ สื่อในการประพฤติผิดดานจริยธรรมและจรรยาบรรณ องคกรแพทยจะมีแนวทางดําเนินการดังนี้ 1.1 ในกรณีที่ความประพฤติดังกลาวเปนการกระทําครั้งแรก หรือยังไมเกิดผลกระทบทางลบ/เสียหาย ตอองคกร องคกรแพทยจะทําการแตงตั้งคณะกรรมการภายในองคกร เพื่อทําการตรวจสอบ ให ความเห็น และทําการตักเตือนแพทยเปนการสวนตัว กรณีที่แพทยในขอ 1 ยังคงมีความประพฤติ ดังกลาวอยางตอเนื่อง หรือความประพฤตินั้นสงผลกระทบตอ ภาพลักษณ ความนาเชื่อถือและ ชื่อเสียงขององคกร องคกรแพทยจะพิจารณาสงเรื่องใหคณะกรรมการพิจารณาการบริหารงานดาน บุคคลของโรงพยาบาล เพื่อดําเนินการดานวินัยตอไป 1.2. เพื่อการสรางความตระหนักใหผูประกอบวิชาชีพปฏิบัติตามมาตรฐานและจริยธรรม องคกรได ดําเนินการ ดังนี้ มีการประชุมองคกรแพทยทุกเดือน นําความเสี่ยง และอุบัติการณดานจริยธรรมมา ปรึกษาหารือรวมกันทางไลนกลุม และในที่ประชุม รวมทั้งการพูดคุย หรือหารือแบบไมเปนทางการใน
17 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ที่พักหองพักแพทย สรางบรรยากาศแลกเปลี่ยนแบบพี่นองผลการดําเนินการ ไมพบอุบัติการณการ ละเมิดมาตรฐานวิชาชีพ และจริยธรรมที่มีผลกระทบตอผูปวย • การสงเสริมการทบทวนและพัฒนาคุณภาพการดูแลผูปวย: การจําแนกและการคัดกรองผูปวยรวมทั้งการจัดชองทางพิเศษในผูปวยบางกลุมตลอดจนระบบบริการ EMS ที่มีประสิทธิภาพ การประสานงานระหวางแผนกคลินิกบริการเฉพาะเพื่อสงผูปวยไปตรวจในจุด นั้น มีการประเมินความพึงพอใจใหแกผูรับบริการ การจัดชองทางพิเศษส าหรับโรคติดเชื้อทางเดิน หายใจโดยเฉพาะ โควิด-19 และวัณโรค การสงตรวจภายใตหองปฏิบัติการและหองตรวจรังสีที่ได มาตรฐาน ผูปวยอุบัติเหตุและฉุกเฉินไดรับการทบทวนคุณภาพ เชน การทบทวนจากเหตุการณสําคัญ การทบทวนการตรวจรักษาโดยผูมิใชแพทย การทบทวนการติดเชื้อ ทบทวนความคลาดเคลื่อนทางยา โดยเฉพาะการใชยาปฏิชีวนะ ทบทวนขอรองเรียน มีการนําระบบ Fast tract มาใชในผูปวย STEMI Stroke และ Sepsis มีการทบทวนระบบสงตอและการบันทึกทางเวชระเบียน มีการเพิ่มศักยภาพการ ปฐมพยาบาลเบื้องตนของ FR .เครือขายอําเภอเฝาไร การเขารวมเครือขายระบบการดูแลผูปวย STEMI กับโรงพยาบาลหนองคาย โรงพยาบาลอุดรธานี มีการประเมินการใชยาปฏิชีวนะตาม มาตรฐานงาน RDU ผูปวยในมีการประเมินซ้ําดวย Early Warning Signs (MEWS) และ Pre Arrest Sign (PAS) มีการประเมินความเจ็บปวด การดูแลผูปวยในระยะสุดทายและการรักษาแบบ ประคับประคอง มีการใช Consultation record การบริหารยา high alert drugs การใชระบบ LASA และ Medical Reconciliation มีกระบวนการจําหนายผูปวย(Discharge Planning)โดยใช หลัก D-METHOD มี CPG และ CNPG มีจัดการความเสี่ยงโดยวิธี Root Cause Analysis ทบทวน เหตุการณไมพึงประสงคดวย Trigger tools พรอมทั้งหาวิธีการปองกันความเสี่ยงโดยมีแนวคิด Patients Safety Goal มีระบบการทบทวน 12 กิจกรรม การทบทวนการสงตอ ขอยาย ปฏิเสธการ รักษา ทบทวนการติดเชื้อในโรงพยาบาล ผูปวยคลินิกโรคเรื้อรังมีการใหบริการตามมาตรฐานของ NCD Clinic Plus มี Foot Care มีการใชแพทยแผนไทยเขามาบูรณาการในการรักษาโรค การใหสุข ศึกษารายกลุมในผูปวยที่คุมน้ําตาลหรือความดันโลหิตไมไดตามเปาหมาย การใช CVD Risk ในการ ประเมินความเสี่ยงตอการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มีการพัฒนาคลินิกคุณภาพ ของโรค COPD มี คลินิก CAPD มีคลินิกกัญชา หองแยกติดเชื้อ 1 หอง มีหอง Negative Pressure 1 หอง • การสงเสริมการพัฒนาคุณภาพเวชระเบียน: เพื่อเพิ่มความสมบูรณของเวชระเบียนใหมีคุณภาพมากขึ้น มีการดําเนินกิจกรรม ดังนี้1. มีการติดตาม และแจงผลการประเมินคุณภาพในการสรุปเวชระเบียน ความทันเวลา ใหแกองคกรแพทยทราบทุก ไตรมาส เพื่อแจงแกแพทยผูเกี่ยวของทราบและประเมินผลซ โดยกระบวนการตรวจสอบเวชระเบียน ภายใน (Internal audit) โดยการตรวจสอบประเมินมีทั้งในดานความถูกตอง และความสมบูรณ2. มี การจัดอบรมเรื่องความถูกตองและสมบูรณของเวชระเบียนแกแพทยประจําทุก 1 ป3. มีการจัด ปฐมนิเทศในดานเวชระเบียน ในกลุมแพทยเพิ่มพูนทักษะหมุนเวียนกอนเริ่มปฏิบัติงาน 4. เปนตัวแทน ขององคกรแพทยในการรวม audit เวชระเบียนในระดับจังหวัดและเขต5. กําหนดใหแพทยมีการลง บันทึกทางเวชระเบียนใหครบถวน และกําหนดเปนตัวชี้วัดระดับบุคคลของแพทย เพื่อใชประกอบใน การประเมินบุคคลและผลงานประจําป โดยมีการปฐมนิเทศกรณีแพทยยายมาใหมทุกคน มีการ
18 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ประเมินผลการบันทึกของแพทยรายบุคคล และวิเคราะหปญหาที่พบจากการบันทึกใหองคกรแพทย ไดรับทราบในแตละไตรมาส เพื่อ ปรับปรุงการบันทึกใหถูกตอง • การสงเสริมการตัดสินใจทางคลินิกและการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม: เพื่อใหมีการสงเสริมการตัดสินใจทางคลินิกและการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม องคกรแพทยจึงมีขอ ปฎิบัติดังนี้1. ในการสงตรวจพิเศษที่ใชเทคโนโลยีชั้นสูงและมีราคาแพง เชน อุลตราซาวน CT Scan หรือ MRI ตองมีขอบงชี้ที่เหมาะสม 2. มีการสั่งใชยาตามแนวทางการใชยาสมเหตุสมผล โดยเฉพาะใน กลุมยาปฏิชีวนะ ทําใหลดการใชยาทีไมเหมาะสมและลดการเกิดเชื้อดื้อยา มีแนวทางการสั่งใชยาบาง ตัวที่มีราคาแพงหรือยาที่ตองไดรับการอนุมัติเปนพิเศษ 3. มีระบบการใชเทคโนโลยีดานการสื่อสาร ชวยในการใหคําปรึกษาและรับปรึกษาจากแพทยจากจังหวัดและอําเภอขางเคียง โดยมีการจัดตั้งกลุม แยกตามแผนก เพื่อใหผูปวยไดรับประโยชนสูงสุด 4. การดูแลผูปวยที่มาดวยอาการเจ็บหนาอก ปวดราวไปดานหลัง หายใจไมออก โรงพยาบาลสามารถสงตรวจ EKG และ Line เพื่อขอคําปรึกษา จากแพทยผูเชี่ยวชาญโรคหัวใจที่โรงพยาบาลอุดรธานี ในการวางแผนการรักษาพยาบาลผูปวย กอน สงผูปวยไปรักษาตอ ทําใหผูปวยไดรับการดูแลอยาง ทันทวงทีและตอเนื่อง ทําใหผูปวยปลอดภัยจาก ภาวะวิกฤต 5. การพัฒนาระบบ Fast Track ของ Sepsis • การกําหนดหรือรับรองนโยบายที่เกี่ยวกับการดูแลผูปวย: 1. การปฏิบัติตามสิทธิผูปวยและจริยธรรม เชน Inform Consent, การลดความแออัดของ OPD มี คลินิกพิเศษประจําวัน 2. มีการกํากับควบคุมแพทยประจําและแพทยเพิ่มพูนทักษะใหปฏิบัติตาม ขอกําหนด ใหเปนไปตามมาตรฐานวิชาชีพ การแตงตัวสุภาพ การแขวนปายชื่อระบุตัวแพทย พฤติกรรมการบริการของแพทย3. กําหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรองรับนโยบาย Fast Track ในกลุมโรค ฉุกเฉินในแตละสาขาและมีการจัดท า CPG ที่ใชรวมกันทั้งเครือขาย 4 .การจัดแนวทางการดูแลผูปวย (CPG ) ในโรคที่สําคัญและเปนปญหาสําคัญของพื้นที่ โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เชน DM, HT มีการนํา CPG สูการปฏิบัติในรพ.และรพสต. สามารถดูแลผูปวยไดอยางเหมาะสม การดูแลผูปวยที่สําคัญดังตอไปนี้ 1. การพัฒนาทบทวนองคความรูเรื่องการชวยฟนคืนชีพซึ่งมีการจัดเปนประจําทุกป2. การพัฒนา ทบทวนองคความรูเรื่อง การรองรับอุบัติเหตุหมูและภัยธรรมชาติ3. การจัดวิชาการประจ าปเรื่อง Dengue infection โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรคอุบัติใหม อุบัติซ าและไวรัสโคโรนา 2019 ตลอดจนการเตรียมความพรอมดานทรัพยากรในการปองกันและรักษาโรค เนื่องจากสถานการณการ แพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ทางองคกรแพทยไดยึดแนวทางการเฝา ระวังและปองกันการแพรระบาดตามประกาศของจังหวัดรวมทั้งแนวปฎิบัติในการดูแลรักษาผูปวยใน สถานการณที่มีการแพรระบาดอยูอันไดแก 1. สถานพยาบาลทุกแหงใหความสําคัญ ประกาศเปา หมายความปลอดภัยของบุคลากรสาธารณสุขทุกคน ในสถานการณ COVID-19 จัดการประชุมรวมกับ ทีมปองกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล (IC) เพื่อเสริมสรางแรงจูงใจ ลดความ กังวล ใหความรูการใช อุปกรณ และแนวทางปฏิบัติปองกันความเสี่ยง เพื่อใหบุคลากรสามารถปฏิบัติหนาที่ดวยความมั่นใจ มี การจัดตั้งศูนยปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขหรือ Emergency Operation Center; EOC 2. จัดสรรหนากากอนามัยชนิด Surgical Mask ใหเพียงพอ สําหรับผูปวยและบุคลากรทางสาธารณสุขทุก คน และบริหาร จัดการหนากากชนิด N95 รวมถึงอุปกรณปองกันอื่นๆ ใหมีสํารองพรอมใชอยาง
19 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร เหมาะสมกับความจําปน 3. มีการยึดแนวปฎิบัติการทําหัตถการและการผาตัดในสถานการณการแพร ระบาดของโควิด 19 4. จัดสรรอัตรากําลังทีมพยาบาล เตียง และอุปกรณทางการแพทยใน Cohort ward ใหเพียงพอจัดตั้งศูนยประสานสงตอผูปวย COVID-19 เพื่อเปนการรับ-สงตอผูปวย 5.บุคลากร สาธารณสุขทุกคนที่ปฏิบัติหนาที่ ที่มีความเสี่ยงตอการติดเชื้อหรือสงสัยติดเชื้อ COVID-19 จะไดรับ การตรวจคัดกรองเพื่อการเฝาระวัง และหากพบวามีการติดเชื้อจะไดรับการรักษาทันที 6. มี หลักประกันคุมครองดูแล เยียวยาบุคลากรสาธารณสุข ที่ติดเชื้อ COVID-19 จากการปฏิบัติหนาที่ทุก คน (6) การปฏิบัติตามขอตกลงและแนวปฏิบัติ: มีการประชุม และกําหนดแนวทางปฏิบัติงานขององคกรแพทย และมีการติดตามการปฏิบัติงาน โดยหัวหนา องคกรแพทย (7) การประสานความรวมมือกับคณะกรรมการตางๆ: แพทยมีสวนรวมเปนคณะกรรมการตางๆ มีการประสานการดําเนินงานในรูปแบบของคณะกรรมการที่มาจาก ทุกหนวยงาน สื่อสารผานการประชุมหารือรวมกัน องคกรแพทยมีสวนรวมและมีบทบาทการเปนผูนําในการ พัฒนางานคุณภาพในหลายๆดาน ไดแก ประธานทีม PCT คณะกรรมการทีม RM ประธานระบบยาหรือ PTC เปนคณะกรรมการทีม ENV , เปนประธานทีม IC เปนคณะกรรมการทีมเวชระเบียน เปนตน รวมเปน คณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาล เปน คณะกรรมการทีม คปสอ.ของอ าเภอ โดยมีบทบาทหนาที่ในการ กําหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล การสนับสนุนทรัพยากรและติดตามผลการพัฒนางาน รวมเปน คณะกรรมการภาคีเครือขาย เพื่อประสานงานระหวางโรงพยาบาล กับชุมชน iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ แพทยเปนแกนนําหลักในแตละระบบงานสําคัญของโรงพยาบาล ทําใหงานคุณภาพดําเนินไปไดดวยดี มี คุณภาพและความปลอดภัย องคกรแพทยมีบรรยากาศการพึ่งพาอาศัยกันแบบพี่นอง ทําใหอยูรวมกันอยาง สามัคคี และมีความสุขใน การทํางานละพัฒนางานตางๆดังนี้1)ระบบการดูแลผูปวยโควิด 2019 โดยมีการ จัดตั้ง Cohort ward 2) คลินิกกัญชา 3) Primary NCD Clinic 4) CAPD clinic v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 40. องคกรแพทย 3 L 1.มีการจัดตั้งคลินิกพิเศษอื่นเพิ่มเติม เชน ARV clinic 2.มีการลงพื้นที่ของแพทยในเชิงรุก 3.ความสมบูรณเวชระเบียนผูปวยนอก และผูปวย ใน 4.พัฒนาใหมีหมอครอบครัว II-3 สิ่งแวดลอมในการดูแลผูปวย i ผลลัพธ
20 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ความพรอมใช ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การพิทักษสิ่งแวดลอม ความเอื้อตอสุขภาพและการเรียนรู ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 ผลการประเมินโครงสรางทาง กายภาพและสิ่งแวดลอมของ โรงพยาบาลผานเกณฑมาตรฐาน ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระดับ คุณภาพ ระดับ พัฒนา ระดับ พัฒนา ระดับ พัฒนา คุณภาพ ระดับ พัฒนา NA 1. อุบัติการณเครื่องปนไฟฟา สํารอง ไมพรอมใช หรือ ทํางานลาชา เมื่อเกิดไฟฟาดับ <10 ครั้ง/ ป 1 10 0 2 1 0 2. รอยละของเจาหนาที่ที่เขารวม อบรม/ซอมแผนอัคคีภัย 100% 100% 100% 100% NA 100% NA 3. อุบัติการณความไมพรอมใช ของน้ําประปา <3 ครั้ง 3 1 12 2 1 0 4. ผลการตรวจนาทิ้งที่บาบัดแลว ไดคา BOD ผานเกณฑ มาตรฐาน <30 มก./ ลิตร ผาน ผาน ผาน ผาน ผาน ผาน 5. เครื่องมือแพทยที่มีความเสี่ยง สูงไดรับการสอบเทียบ 100% 100 100 100 100 100 NA 6. เครื่องมือแพทยที่มีความเสี่ยง ปานกลางและต่ําไดรับการ สอบเทียบ 80% 78.80 81.00 82.50 NA 100 NA 7. มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital NA NA ดี ดี พื้นฐาน NA ii บริบท
21 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ลักษณะสิ่งกอสราง: โรงพยาบาลเฝาไร มีอาคารบริการ จานวน 4 หลัง ดังนี้ 1.อาคารผูปวยนอก 2.อาคารผูปวยใน 3.อาคารปฐม ภูมิและแพทยแผนไทย 4.อาคารคลินิกพิเศษ มีอาคารสนับสนุนบริการ จานวน 3 หลัง ดังนี้ 1.อาคารพัสดุ 2. อาคารหนวยจายกลาง 3.โรงปนไฟฟาสํารอง 4.อาคารโรงพักขยะ มีอาคารที่พักเจาหนาที่ ดังนี้ 1.บานพัก ระดับ 7–8 จํานวน 2 หลัง 2.แฟลตที่พัก 12 ยูนิต 24 หอง จํานวน 2 หลัง คณะกรรมการสิ่งแวดลอมและ ความปลอดภัยโรงพยาบาลเฝาไร สมาชิกในทีมประกอบดวยบุคลากรจากทุกกลุมงานโดยดําเนินการสารวจ และปรับปรุงโครงสรางอาคารบริการบางจุดบริการ เชนหองอุบัติเหตุฉุกเฉิน และปรับปรุงสิ่งแวดลอมใน โรงพยาบาล เพื่อใหมีความพรอมในการใหบริการสําหรับผูมารับบริการรวมไปถึงผูใหบริการ มีความสะดวก ปลอดภัย เอื้อตอการใหบริการและสรางเสริมสุขภาพ รวมไปถึงมีระบบเครื่องมือแพทย ระบบสาธารณูปโภคที่ เพียงพอ พรอมใชไดมาตรฐาน เครื่องมือและเทคโนโลยีสําคัญ: โรงพยาบาลเฝาไร มีการจัดตั้งคณะกรรมการเครื่องแพทย เพื่อบริหารจัดการดาน เครื่องมือแพทย และดูแล บริหารจัดการระบบเพื่อใหมีเครื่องมือแพทยเพียงพอ พรอมใช และปลอดภัย ไดมาตรฐาน คณะกรรมการ ประกอบดวยคณะกรรมการจากกลุม/ฝาย/หนวยงานที่เกี่ยวของเปนที่ปรึกษาและเปน บุคลากรงานเครื่องมือ แพทย1. เครื่องชวยชีวิตฉุกเฉินเชนเครื่อง Defifbrirator 2. เครื่องมือดานการตรวจวินิจฉัย เชน EKG,NST, Ultrasound ,x-ray 3. ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ : Server Hosxp (Linux)-Center , Server computer iii กระบวนการ II-3.1 ก. ความปลอดภัยและสวัสดิภาพ: (1) ผลการตรวจสอบและการปรับปรุงโครงสรางอาคารสถานที่ใหเปนไปตามกฏหมาย เอื้อตอความปลอดภัย/ ประสิทธิภาพ: คณะกรรมการสิ่งแวดลอมและความปลอดภัยโรงพยาบาลเฝาไร ไดมีการสํารวจและวิเคราะหอาคารสถานที่จุด บริการบางจุดที่ยังไมสะดวกในการใหบริการเชน หองอุบัติเหตุฉุกเฉินคับแคบไมเหมาะแกการใหบริการ, ทางเดินขึ้นดานหนาตึกผูปวยนอก มีความเสี่ยงตอการเกิดอุบัติเหตุ,หองปฏิบัติการทางการแพทยคับแคบและ หองบริการทันตกรรมคับแคบ เปนตน เพื่อเสนอคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลเฝาไร เพื่อปรับปรุงอาคาร ใหไดมาตรฐาน มีความปลอดภัยในการใหบริการ (2) การกํากับดูแล ติดตาม และปรับปรุงระบบบริหารอาคารสถานที่และการรักษาความปลอดภัย: คณะกรรมการสิ่งแวดลอมและความปลอดภัยโรงพยาบาลเฝาไร ไดมีการสํารวจและวิเคราะหอาคารสถานที่ และสิ่งแวดลอม ดําเนินการจัดทําแผนการปรับปรุงอาคารสถานที่สิ่งแวดลอม เพื่อเอื้อตอการบริการและ สุขภาพ เสนอคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลเฝาไร ใหมีแผนการการปรับปรุงและพัฒนาอาคารสิ่งแวดลอม ตอไป (3) การตรวจสอบความเสี่ยง/การปฏิบัติที่ไมปลอดภัย (ความถี่ สิ่งที่พบ การปรับปรุง: จากการตรวจสอบความเสี่ยง การปฎิบัติงานที่ไมปลอดภัย ไดพบวาพนักงานเปลผูรับผิดชอบเรื่องการ เคลื่อนยายถังแกสทางการแพทย โดยไมใชรถเข็นในการเคลื่อนยาย ทาใหถังแกสตกกระแทกพื้น แตไมรุนแรง ถือเปนความเสี่ยง ไดมีการประชุมทบทวนการเคลื่อนยายถังแกสทางการแพทยแกพนักงานเปลและสรุปผลการ ทบทวนเสนอผูบังคับบัญชาทราบและมีการตรวจสอบอยางสมาเสมอ
22 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (4) ความเสี่ยงดานสิ่งแวดลอมที่สําคัญและการปองกัน: คณะกรรมการสิ่งแวดลอมและความปลอดภัยโรงพยาบาลเฝาไร ไดมีการสารวจและวิเคราะหอาคารสถานที่ เสนอคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลเฝาไร ใหมีการปรับปรุงและพัฒนาอาคารสิ่งแวดลอม ดังนี้1. ปงบประมาณ 2557 ปรับปรุงขยายหองอุบัติเหตุฉุกเฉินใหกวางมากขึ้น เนื่องจากหองคับแคบไมเหมาะแกการ ใหบริการ 2.ปงบประมาณ 2558 ปรับปรุงถนนทางขึ้นหนาโอพีดี เพื่อปองกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นขณะ ผูรับบริการเดินมารับบริการและใสหลังคาเพิ่มปองกันความรอน 3.ปงบประมาณ 2559 ปรับปรุงและขยาย หองปฎิบัติการทางการแพทยเพื่อใหเหมาะสมกับการใหบริการและครุภัณฑทางหองปฎิบัติการทางการแพทยที่ มากขึ้นที่เพิ่มมากขึ้น 4. ปงบประมาณ 2560 5.ปงบประมาณ 2561... 6.ปงบประมาณ 2562.. 7. ปงบประมาณ 2563 ปรับปรุงหองแยกโรค เปนหอง Isolation เพื่อรองรับการใหบริการผูปวยที่จําเปนตอง กักกัน/แยกโรค ปองกันการแพรกระจายเชื้อ 8. ปงบประมาณ 2564 ทําหอง Negative Pressure เพื่อรองรับ การใหบริการผูปวยที่จําเปนตองกักกัน แยกโรค ปองกันการแพรกระจายเชื้อ และ ปรับปรุงประตูที่งานอุบิต เหตุ-ฉุกเฉิน เพื่อปองกันการทํารายในหองฉุกเฉิน จากประตูธรรมดาเปนประตูอัติโนมัติ มีคียการดเฉพาะ บุคลากรที่สามารถเขาได (5) การใหความรูและฝกอบรมดานสิ่งแวดลอม : วันที่ เนื้อหา จํานวนผูเขารวม 16 มิย.2560 อบรมเรื่องการจัดการขยะในโรงพยาบาล/รพสต. 125 22 กพ 2561 อบรมการปองกันและซอมแผนอัคคีภัยโรงพยาบาล 105 26 มิย 2561 อบรมเรื่องการจัดการขยะในโรงพยาบาล/รพสต. 125 25-26 กค 2562 อบรมการปองกันและซอมแผนอัคคีภัยโรงพยาบาล 122 24 กย 2562 อบรมอาชีวอนามัยดานการยศาสตร 122 17-19 ส.ค. 2565 อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปองกันและควบคุมการติดเชื้อ สิ่งแวดลอมและอาชีวอนามัย 138 6-7 ต.ค. 2565 การปองกันความเสี่ยงจากการทํางานของเจาหนาที่ และการ ซอมแผนอัคคีภัย 152 II-3.1 ข. วัสดุและของเสียอันตราย: (1) วัสดุและของเสียอันตรายที่สําคัญ มาตรการปองกัน การจัดการเมื่อเกิดอุบัติการณ: สารเคมีในโรงพยาบาล เชน ปรอท แอลกออล คลอรีน คลอเฮกซิดีน น้ํายาทําความสะอาด เปนตน การจัดการ สารเคมีในโรงพยาบาลมีดังนี้1. จัดทํา safety data sheet สําหรับสารเคมีที่ใชภายในโรงพยาบาล และแจก ใหทุกหนวยงานเพื่อใชในการคนหาขอมูลสารเคมี2. จัดทํา chemical spill kit สําหรับจัดการสารเคมีที่หก รั่วไหล ในโรงพยาบาล พรอมทั้งมีคูมือปฏิบัติตัว และแบบรายงานความเสี่ยง 3. ขยะอันตรายในโรงพยาบาล เชน ถานไฟฉาย กระปองสเปรย vial ยา เปนตน การจัดการขยะอันตรายในโรงพยาบาล ดังนี้กําหนดแนวทาง การจัดการขยะอันตรายในโรงพยาบาล การรวบรวม การเก็บ การขน การเคลื่อนที่ และการทําลาย รวมถึง ภาชนะที่รองรับ 3.1) การรวบรวม : หนวยงานที่มีขยะอันตรายใหรวบรวมขยะใสในถุงสีเทาพรอมปดปากถุงให มิดชิด และมีการระบุขยะ อันตรายในถุงวาเปนขยะอะไร รวบรวมไวที่หนวยงานตนเอง และฝากแมบานขน
23 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขยะอันตรายไปดําเนินการตอ 3.2) การเก็บ/การขน/การเคลื่อนที่ : เก็บ ขน ขยะอันตรายไปรวมไวที่โรงพัก ขยะ หองขยะอันตราย โดยแมบานทุกวัน 3.3) การทําลาย : เทศบาลตําบลเฝาไร นําขยะอันตรายไปสงกําจัด ทุก 3 เดือน II-3.1 ค. การจัดการกับภาวะฉุกเฉิน: (1) ภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่มีโอกาสประสบ ผลกระทบและความตองการบริการที่เพิ่มขึ้น การนําแผนไป ปฏิบัติ: ภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่มีโอกาสประสบ เชน อัคคีภัย อุทกภัย อุบัติเหตุหมู โรคระบาด โรคติดตออันตราย เชนโควิด-19 เปนตน ซึ่งผลกระทบเหตุการณภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติอาจขึ้นอยูกับระดับความรุนแรง การ ขยายวงกวาง และจะนํามาซึ่งความเสียหายดานชีวิต ทรัพสิน ดังนั้นจึงจําเปนตองมีการเตรียมพรอมรับมือกับ ภาวะฉุกเฉินหรือภัยภิบัตินั้นๆ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยมีการจัดตั้งศูนยปฏิบัติการรองรับภาวะ ฉุกเฉิน (EOC) ระดับอําเภอขึ้น โดยทุกภาคสวนที่เกี่ยวของมีสวนรวม และปฏิบัติการตอบโตภาวะฉุกเฉินตาม แผงโครงสราง ICS โดยสมาชิกในทีมประกอบดวยบุคลากรทุกภาคสวนในอําเภอเฝาไร (2) การจัดทําแผนรองรับภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ และการนําแผนไปปฏิบัติ: 1. กําหนดมาตรการปองกันและผูรับผิดชอบทุกบทบาทตามผัง ICS สาหรับโตตอบภาวะฉุกเฉิน และฟนฟู สถานการณ/ภัยพิบัติฉุกเฉิน รวมถึงโรคที่สําคัญในพื้นที่ โรคตามฤดูกาล โรคที่มากับภัยธรรมชาติ2. มีศูนย ปฏิบัติการระดับอําเภอ (EOC) เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน ภัยพิบัติ หรือกรณีเกิดโรคระบาด เชน โควิด 19 โรคติดตออันตราย เปนตน โดยปฏิบัติการตามโครงการระบบบัญชาการ ICS ประกอบดวย (บทบาทสมาชิกใน แตละตําแหนงขึ้นอยูกับเหตุการณ/สถานการณ/โรคติดตออันตราย/โรคระบาด 1) ผูบัญชาการเหตุการณ2) ฝายประสานงานและเลขานุการ 3) ฝายปฏิบัติการรักษาพยาบาล 4) ทีมสอบสวนและควบคุมโรค 5) ทีม เยียวยาจิตใจ 6) ทีมอนามัยสิ่งแวดลอม 7) ทีม SAT 8) ฝายสนับสนุนวัสดุ/สถานที่/เวชภัณฑ/ทรัพยากร 9) ฝายสื่อสารความเสี่ยง 10) ฝายการเงินและงบประมาณ (3) การฝกซอมแผน: 1. การซอมแผนปองกันและระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาล ปละ 1 ครั้ง 2. การซอมแผนรองรับอุบัติเหตุหมู ปละ 1 ครั้ง II-3.1 ง. ความปลอดภัยจากอัคคีภัย: (1) แผนปองกันและควบคุมอัคคีภัย : 1. มีการประชุมรวมกับกรรมการบริหารโรงพยาบาลเฝาไร จัดทําแผนและซอมแผนอัคคีภัย/รวมกับภาคี เครือขาย 2. แผนปองกันและระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาลเฝาไร ประกอบดวยทีมปฏิบัติการภายในโรงพยาบาล และการประสานขอความชวยเหลือจากหนวยงานภายนอก โดยการปฏิบัติการระงับอัคคีภัยตามโครงสราง ICs 3. ทีมปฏิบัติการในโรงพยาบาล ประกอบดวย ทีมอานวยการระงับอัคคีภัย ทีมดับเพลิง ทีมเคลื่อนยาย ทีมกู ชีพ/รักษาพยาบาล ทีมสื่อสาร/ประชาสัมพันธ และทีมรักษาความปลอดภัย ซึ่งสมาชิกแตละทีมปฏิบัติหนาที่ ตามคาสั่งที่ไดรับมอบหมาย 4. หนวยงานที่เกี่ยวของ โดยการประสานงานขอความชวยเหลือจากโรงพยาบาล เมื่อเกิดอัคคีภัยในโรงพยาบาล ไดแก ทีมดับเพลิงเทศบาลตาบลเฝาไร/นาดี/หนองหลวง/วังหลวง/อุดมพร สถานีตารวจภูธรเฝาไร การไฟฟาอาเภอเฝาไร โดยมอบหมายใหทีมสื่อสาร/ประชาสัมพันธเปนผูประสานขอ ความชวยเหลือ (2) การสรางความตระหนัก การซอมแผนและปรับปรุง การประเมินผลระบบ: 1. เจาหนาที่ทุกคนผานการอบรมการปฎิบัติตนในการปองอัคคีภัยและขณะเกิดอัคคีภัยไดอยางถูกตอง 2. เจาหนาที่ทุกคนมีสวนรวมในการเฝาระวังโอกาสการเกิดอัคคีภัยในแผนกตนเอง 3. มีการซอมแผนอัคคีภัยใน
24 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร โรงพยาบาลปละ 1 ครั้ง โดยภาคีเครือขายมีสวรรวมในการซอมแผนอัคคีภัย 4. มีการประเมินสรุปทบทวน ผล การซอมแผนอัคคีภัยทุกครั้งเพื่อนาไปปรับปรุงและสรางมาตรการในการปองกันอัคคีภัยในโรงพยาบาล และ รายงานผลแกผูบังคับบัญชาทราบ (3) การตรวจสอบ ทดสอบ บํารุงรักษาระบบและเครื่องมือในการปองกันและควบคุมอัคคีภัย: 1. มีการแตงตั้งเจาหนาที่รักษาความปลอดภัยในการดูแล ตรวจสอบ ทดสอบ บํารุงรักษาเครื่องมือในการ ปองกันและควบคุมอัคคีภัย ใหมีความพรอมใชงานเดือนละ 1 ครั้ง 2. การตรวจสอบความพรอมใชของถัง ดับเพลิงเดือนละ 1 ครั้ง 3. การตรวจสอบความพรอมใชของไฟฉุกเฉินในอาคารสัปดาหละ 1 ครั้ง II-3.2 ก. เครื่องมือ: (1) ผลการประเมินความเพียงพอและแผนการจัดหา: เพื่อใหเครื่องมือแพทยมีความเพียงพอ ทีมเครื่องมือแพทยไดจัดทาระบบการบริหารงานเครื่องมือแพทยโดยจัด ใหมีคณะกรรมการเครื่องมือซึ่งประกอบดวยทีมสหสาขาวิชาชีพ มีแผนบริหารการจัดหาเครื่องมือ กระบวนการ การคัดเลือก มีการจัดทาบัญชีรายการเครื่องมือแพทยที่ครอบคลุมการใชงานใหเปนไปตามหลักวิศวกรรมหรือ มาตรฐาน (2) การบริหารจัดการเพื่อใหมีเครื่องมือที่จําเปนพรอมใช: เพื่อใหเกิดระบบจัดการเครื่องมือแพทยใหมีความพรอมใชทีมเครื่องมือแพทยไดสํารวจและประเมินความ ตองการ โดยให หนวยงานกาหนดรายการเครื่องมือแพทยในหนวยงานตามมาตรฐาน โดยวิเคราะหจากความ จําเปนที่ตองการใชเครื่องมือ อางอิงจากความจําเปน และปริมาณความตองการใช ตามหลัก High risk / High volume หากไมเพียงพอตอความตองการ จะมีการกําหนดแนวทางการปฏิบัติในการหมุนเวียนเครื่องมือ ระหวางหนวยงานในกรณีสงซอมภายนอก ทีม EM จะประสานขอยืมอุปกรณดังกลาวจากบริษัท หรือ โรงพยาบาลแมขาย (3) ผลการวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับระบบบริหารเครื่องมือ: 1. มีเจาหนาที่กํากับติดตามและดูแลเครื่องมือแพทย และมีแบบบันทึกขอมูลแสดงถึงความเพียงพอและพรอม ใชในแตละแผนกทุกเวร 2. จากการวิเคราะหพบวา ประสิทธิภาพของอุปกรณ และเครื่องมือไมไดมาตรฐาน และขาดผูเชี่ยวชาญที่มีความรูในการบํารุงรักษาเชิงปองกัน 3. เจาหนาที่ขาดความรูและความตระหนักในการ บารุงรักษาเครื่องมือ ทําใหพบอุปกรณเสีย และไมพรอมใช4.เครื่องมือที่จาเปนตองจัดซื้อยังไมไดครบถวน 5. ปจจุบันมีการกาหนดแนวทางการปฏิบัติในการหมุนเวียนเครื่องมือระหวางหนวยงานในกรณีเครื่องมือไม เพียงพอหรือชารุด ในปงบประมาณ 2563 มีแผนการจัดการและสารองเครื่องมือ โดยการวางแผน มีการ สารวจความตองการใชอุปกรณ II-3.2 ข. ระบบสาธารณูปโภค: (1) แผนบริหารระบบสาธารณูปโภค: 1. จัดทาแผนเตรียมพรอมความเพียงพอระบบประปาและระบบไฟฟา 2. มีชางเทคนิครับผิดชอบ ตรวจสอบ ระบบไฟฟาทุกสัปดาห และระบบประปาทุกวัน 3. มีชางเทคนิครับผิดชอบ ตรวจสอบระบบสํารองไฟฟาและ การสํารองน้ําระบบประปาทุกเดือน (2) ระบบไฟฟาสํารองและระบบสํารองสําหรับแกสที่ใชทางการแพทย : • ความครอบคลุม ระยะเวลาที่สํารองได สมรรถนะของระบบไฟฟาสํารอง: ความครอบคลุม ระยะเวลา ที่สํารองได สมรรถนะของระบบไฟฟาสํารอง: มีเครื่องสํารองไฟที่มีประสิทธิภาพสามารถจาย กระแสไฟฟาสารองไดภายใน 8 วินาที
25 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร • ระบบสํารองสําหรับแกสที่ใชทางการแพทย: ระบบสารองสาหรับแกสที่ใชทางการแพทย: จัดสารวจ ความตองการเพียงพอหรือไมหากไมเพียงพอดําเนินการซื้อถังแกสทางการแพทยเพิ่มขึ้นและให เพียงพอ หากบริษัทสงไมทัน จะสํารองโดยการยืมถังแกสจากโรงพยาบาลใกลเคียง • การบํารุงรักษา ทดสอบ และตรวจสอบ: มีการบํารุงรักษา ทดสอบและตรวจสอบประจําป (3) การติดตามขอมูลระบบสาธารณูปโภค เพื่อวางแผนปรับปรุงหรือสรางทดแทน: คณะกรรมการสิ่งแวดลอมและความปลอดภัยโรงพยาบาลเฝาไรมีการตรวจสอบความพรอม และความเพียงพอ ของสาธารณูปโภค-จากอุบัติการณความไมพรอมใชของนาประปาในปงบประมาณ 2561 และปงบประมาณ 2562 คณะกรรมการไดดาเนินการแกไขปญหาโดยการจัดทําระบบน้ําถังสํารองไวใชงานที่ใตหอถังสูง ในชวง เวลาที่ไมสามารถใชหอถังสูงไดเนื่องจากการชํารุดของอุปกรณบางอยาง และมีการทดสอบน้ําสํารองทุกเดือน และทําใหไมเกิดอุบัติการณน้ําไมพรอมใชอีกตอไป II-3.3 ก. สิ่งแวดลอมเพื่อการสรางเสริมสุขภาพ: (1) สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการมีสุขภาพดี : ไดการปรับปรุงภูมิสถาปตยของโรงพยาบาล เพื่อใหสวยงามรมรื่น ทั้งภายในและภายนอกอาคาร (2) สิ่งแวดลอมเพื่อการเรียนรู: แปลงสาธิต สวนสมุนไพร ของงานแพทยแผนไทย มีการจัดทําสื่อใหความรูเกี่ยวกับเฉพาะโรค (3)(4) การเขาถึงอาหาร/ผลิตภัณฑเพื่อการสรางเสริมสุขภาพ การใชวัสดุครุภัณฑที่ไมมีอันตรายตอสุขภาพ: -มีการดําเนินงานตามโครงการคุมครองผูบริโภค เชน การตรวจคุณภาพนาดื่มที่โรงผลิต สุขาภิบาลอาหารใน ตลาดสดและรานคาแผงลอย เปนตน -มีการจัดกิจกรรมรณรงค ใหความรู เกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารเพื่อ บริโภค -มีการจัดทาปายรณรงคลดการใชสารเคมีในเกษตรกรรม -มีการรณรงคใชถุงผารับยากลับบาน แทน ถุงพลาสติก -มีการเลือกใชวัสดุอุปกรณที่ใชบรรจุอาหาร โดยปราศจากสารตะกั่ว II-3.3 ข. การพิทักษสิ่งแวดลอม: (1) ระบบบําบัดน้ําเสีย: -มีการกอสรางระบบบาบัดนาเสียเสร็จในป พ.ศ. 2558 -มีการเชื่อมตอทอในจุดตางๆ ของหนวยงาน เขาระบบ บาบัด ป 2560 หลังจากนั้นระบบบาบัดมีการรั่วซึม -การแกไข ซอมแซมการรั่วของระบบบาบัดเสร็จ ในเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2561 -มีการเติมคลอรีนในนากอนปลอยลงสูแหลงนา -มอบหมายใหมีผูดูแลระบบบาบัดและ ตรวจเฝาระวังคุณภาพนาทุกวัน (อุณหภูมิ, pH , คา DO , คา free chlorine) - จัดทํารายงานแบบ ทส.1 , ทส.2 -มีคูมือการปฏิบัติงาน กาหนดขั้นตอน และแนวทางการปฏิบัติงาน -สงตรวจคุณภาพน้ําทิ้ง ปละ 4 ครั้ง - การจัดทําแผนสําหรับการนําน้ําในสระมาใชรดนาตนไม เพื่อประหยัดน้ํา (2) การลดปริมาณของเสีย: -การแยกขยะตามหลัก 3R เพื่อลดปริมาณขยะภายในโรงพยาบาล -การนํากระดาษมาใชซ้ํา (3) การกําจัดขยะ: -ขยะทั่วไป : นําไปกําจัดโดยเทศบาลตําบลเฝาไร -ขยะติดเชื้อ : กําจัดโดยบ.เอกชน (บ.ไทยเอนไวรอนเมนท จํากัด -ขยะอันตราย : มีการแยกเก็บขยะอันตรายที่โรงพักขยะ หลังจากนั้นเทศบาลตําบลเฝาไรดําเนินการ ตอไป (4) การรวมมือกับชุมชนในการปรับปรุงและปกปองสิ่งแวดลอม:
26 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร -การพิทักษสิ่งแวดลอมในชุมชน โดยการบําบัดน้ําเสียดวยระบบปด ไมปลอยลงแหลงน้ําชุมชน -ลดปริมาณ ขยะในชุมชน โดยการจัดการขยะตามหลัก 3R เชน การนําขยะอินทรียไปทําปุยหมัก การนํากระดาษกลับมาใช ซ้ํา การนําขยะที่สามารถนาไปรีไซเคิลไปขาย หรือนําไปประดิษฐของใชภายในครัวเรือน iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ -ไดรับรางวัลมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ระดับดี ระยะการรับรอง วันที่ 31 ตุลาคม 2563 ถึง วันที่ 31 ตุลาคม 2565 -ไดรับการรับรองมาตรฐานระบบบริการสุขภาพจากระดับดีจาก สบส.8 ในปงบประมาณ 2562 -ไดรับรางวัลการบริหารจัดการน้ําเสียของแหลงกาเนิดมลพิษระดับทอง ป 2562 จากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม วันที่ 5 กันยายน 2562 v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 41. ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของ โครงสรางและสิ่งแวดลอมทางกายภาพ การจัดการกับวัสดุและของเสียอันตราย 3 I 1.มีแผนการปรับปรุงโครงสรางอาคาร และสถานที่เพื่อใหเหมาะสมกับการ บริการใหมีมาตรฐานยิ่งขึ้น 2.จัดทา ทะเบียนคุมของเสียอันตรายทุกฝายงาน 42. การจัดการกับภาวะฉุกเฉิน และการ ปองกันอัคคีภัย 3 L 1.วิเคราะหทบทวนแนวทางการดาเนิน งาน เพื่อปรับปรุงการซอมแผน และ ทบทวนภาวะฉุกเฉิน และการปองกัน อัคคีภัยอยางเปนระบบทุกป 43. ระบบการบริหารเครื่องมือและ สาธารณูปโภค 3 L 1.มีผูเชี่ยวชาญที่มีความรูในการบารุง รักษาเชิงปองกัน 2.มีการอบรมเจาหนาที่ เกี่ยวกับการใช และดูแลเครื่องมือที่ ถูกตอง 44. สิ่งแวดลอมเพื่อการสรางเสริม สุขภาพ 3 L 1.มีการปรับปรุงภูมิสถาปตย ที่เอื้อตอการ สงเสริมสุขภาพของเจาหนาที่ และ ผูรับบริการ 2.มีการจัดทาโรงจอดรถ และ ที่ออกกาลังการของเจาหนาที่ 45. การพิทักษสิ่งแวดลอม 3 L 1.ลดปริมาณการใชกระดาษ ในการ สื่อสารระหวางแผนก และบันทึกขอมูล 2. รณรงคลดการใชพลาสติก ในโรงพยาบาล
27 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร II-4 การปองกันและควบคุมการติดเชื้อ i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: เหมาะสม ปลอดภัย ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. อัตราการเฝาระวังการติดเชื้อใน โรงพยาบาล (จํานวน NI x1000 /วัน นอน <0.8% 0.3% 0.2% 0.2% 0% 0% 0% อัตราการติดเชื้อทางเดินปสสาวะใน ผูปวยที่ใสสายคาสายสวนปสสาวะ (CAUTI) <3ครั้ง/1000 วันนอน 0.3% 0.1% 0.5% 0% 0% 0% อัตราการอักเสบติดเชื้อของหลอดเลือด ดําสวนปลายจากการใหสารน้ําทางหลอด เลือดดํา (Phlebitis) 0.1 ครั้ง/ 1000 วัน นอน 2.6 0 0 0 1.3 0 อัตราการติดเชื้อปอดอักเสบจากการนอน โรงพยาบาล (Pneuminia) < 3 ครั้ง/ 1000 วัน นอน 0.1 0.1 0 0 0 0 อัตราการติดเชื้อจากแผลผาตัด (Excistion ,Suture) <0.5% 2.6% 0% 0% 0 % 0 % 0% ประสิทธิภาพการทําใหปราศจากเชื้อของ เครื่องนึ่งไอน้ํา (จํานวนครั้ง Spore test x 100 /จํานวนครั้งที่ทดสอบ Spore test ทั้งหมด 100% 100% 100 % 100 % 100 % 100% 100% จํานวนบุคลากรไดรับอุบัติเหตุจากของมี คม / สัมผัสสารคัดหลั่งจากการ ปฏิบัติงาน 0 ราย 2 3 3 2 3 2 อุบัติการณบุคลากรติดเชื้อ TB HIV Hepatiis B สุกใส ตาแดง ไขหวัดใหญ จากการทํางาน 0 ราย 3 2 2 3 2 0 บุคลากรไดรับการตรวจสุขภาพ กอนระหวางการปฏิบัติงาน >90% 100% 100 % 100 % NA 100% NA
28 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 บุคลากรตามกลุมเปาหมายไดรับวัคซีน >90% 100% 100 % 100 % 100% 100% 100% รอยละของบุคลากรลางมืออยางมี ประสิทธิภาพถูกตองครบถวนตามหลัก 7 ทา 5 Moment >80% 80% 83% 83% 84% 85% 85.4% อัตราการคัดแยก-ทิ้งขยะ-ระบบกําจัด ถูกตองไดมาตรฐาน >90% 94% 96% 96% 96% 96% 92.1% อัตราบุคลากรไดรับการอบรมความรูดาน การปองกันและควบคุมการติดเชื้อใน โรงพยาบาล อยางนอย 1 ครั้ง/คน/ป >80% 96 96 92 92 100 NA ii บริบท จํานวนเตียง จํานวนผูรับบริการ: โรงพยาบาลเฝาไร เปนโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ใหบริการรักษาโรค สงเสริมสุขภาพ ปองกันโรคและ ฟนฟูสภาพผูปวย ใหบริการตรวจโรคทั่วไปผูปวยนอก ผูปวยใน และ คลินิกพิเศษ พื้นที่โดยรอบ เปนชุมชน ชนบท กลุมประชากรที่ใชบริการ ประกอบดวย ประชากรตามเขตบริการสุขภาพ ประชากรเขตติดตอระหวาง อําเภอโพนพิสัย เขตติดตอระหวางจังหวัดบึงกาฬ อําเภอโซพิสัย ตําบลบัวตูมและมีผูปวยนอกเขตบริการ โรงพยาบาลพิสัยเวชเปนบางสวน โรงพยาบาลเฝาไรใหบริการรักษาพยาบาลผูปวยทั่วไป อุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน การ จัดบริการคลอดฉุกเฉิน การจัดบริการผูปวยนอก ผูปวยในและคลินิกพิเศษตางๆ รวมไปถึงแพทยทางเลือก เชน แพทยแผนไทยเปนตน จํานวนผูรับบริการ 2560 2561 2562 2563 2564 2565 (ตค-27 ธค 64) จํานวนผูมา รับบริการผูปวยนอก 64,282 66,366 75,642 66,214 76,499 34986 จํานวนผูมารับบริการผูปวยใน 1,755 2,018 2,246 1,792 2,020 352 บริการที่มีความเสี่ยงตอการติดเชื้อและลักษณะของการติดเชื้อ: บริการที่มีความเสี่ยงตอการติดเชื้อ ไดแก • เสี่ยงตอการติดเชื้อระบบทางเดินปสสาวะ เชน การใสสายสวน ปสสาวะในผูปวยติดเตียงที่ตองกลับไปดูแลที่บานจึงตองสอนวิธึการดูแลสายและสังเกตุอาการกับญาติผูดูแล • เสี่ยงตอการอักเสบติดเชื้อทางหลอดเลือดําสวนปลาย(Plebitis) จากการใหสารน้ําทางหลอดเลือดดําสวนปลาย กรณีที่ผูปวยนอนโรงพยาบาลเปนตน • เสี่ยงตอการติดเชื้อในปอดในผูปวยที่นอนรพ.นานๆ • การดูแลผูปวย ปอดติดเชื้อ การบริการผูปวยโรคติดเชื้อที่สามารถแพรกระจายเชื้อทางอากาศ การรับ/สงตอ/การดูแลผูปวย ติดเชื้อดื้อตอยาตานจุลชีพทั่วไป (MDR, ESBLs) และ เชื้อดื้อยาที่ตองควบคุมเปนกรณีพิเศษ (VRE, CRE) • ความเสี่ยงการติดเชื้อ จากถูกของมีคมทิ่มตํา การสัมผัสเลือดหรือ สารคัดหลั่ง จากการปฏิบัติงานของบุคลากร การติดเชื้อสําคัญ:
29 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร • การติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เปนปญหาและพบบอย ไดแก Phebitis, CAUTI, HAP • การติดเชื้อที่มีโอกาส แพรกระจายเชื้อในโรงพยาบาล ไดแก การติดเชื้อดื้อยาชนิดที่ตอง ควบคุมเปนกรณีพิเศษ เชื้อกอโรคที่เปน สาเหตุการติดเชื้อในโรงพยาบาล 3 อันดับแรกคือ Escherichia Coli, Klebsiella Pneumoniae Ssp, Pseudomonas Aeruginosa โอกาสรับผูปวยติดเชื้อจากสถานพยาบาลอื่น: จากการวิเคราะหโอกาสในการรับผูปวยติดเชื้อจากโรงพยาบาลอื่นไดแกผูปวยติดเชื้อดื้อยา เนื่องจาก โรงพยาบาลเฝาไร เปนโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ รับผูปวยสงตอจาก โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพระดับตําบล ในเขต และรับสงตอผูปวยจากโรงพยาบาลหนองคาย โรงพยาบาลพิสัยเวช โรงพยาบาลโซพิสัย เพื่อใหการ รักษาพยาบาลอยางตอเนื่อง ซึ่งอาจเปนกลุมผูปวยติดเตียงหรือมีการติดเชื้อดื้อยาเปนตน การติดเชื้อดื้อยา: จากขอมูลการสงเพาะเชื้อในโรงพยาบาล พบเชื้อดื้อยาที่เปนปญหาสําคัญของโรงพยาบาล 3 ลําดับแรก คือ Escherichia ESBL , Klebsiella Pneumonia ESBL, และ Acinetobacter Baumanii MDR โดยพบในสิ่ง สงตรวจที่ไดจากปสสาวะมากที่สุด, รองลงมาคือจากเสมหะ จํานวน ICN และการศึกษาอบรม: • มี ICN Part time 1 คน ผานการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผูปวยโรคติดเชื้อ และควบคุมการติดเชื้อ 2 สัปดาห (สถาบันบําราศนราดูร ป พ.ศ.2558) และผานการอบรมหลักสูตรการ ปองกันและควบคุมกรติดเชื้อในโรงพยาบาลจากเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ 2 สัปดาห• ICWN 1 คน ผานการ อบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผูปวยโรคติดเชื้อและควบคุมการติด เชื้อ 2 สัปดาห (สถาบันบําราศนราดูร ป พ.ศ.2561) iii กระบวนการ II-4.1 ก. ระบบการปองกันและควบคุมการติดเชื้อ: (1) คณะกรรมการกํากับดูแล การตัดสินใจที่สําคัญ: • คณะกรรมการปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลจํานวน 14 คนประกอบดวยแพทย ทันตแพทย พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข จพง.สาธารณสุขปฏิบัติการ ผูชวยเหลือผูปวยและพนักงานบริการ หัวหนางานตางๆเปนกรรมการในการตัดสินใจดําเนินงานปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล มี บทบาทหนาที่ในการกําหนดนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงาน กําหนดเปาหมายในการดําเนินงานใน โรงพยาบาลเพื่อใหผูปวย บุคลากร สิ่งแวดลอมในโรงพยาบาลและชุมชนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อใน โรงพยาบาล วางแผนใหมีการประชุมอยางนอยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน สรุปผลการดําเนินงานและนํามาพัฒนาปรับปรุงระบบตอไป • ดานการเฝาระวังอัตราการติดเชื้อในผูปวย เปน Targeted Survellance มีการติดตามเฝาระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล 4 รายการไดแก การเฝาระวังการติด เชื้อ CAUTI การเฝาระวังการติดเชื้อ Phlebitis การเฝาระวังการติดเชื้อปอดอักเสบจากการนอนโรงพยาบาล และการเฝาระวังการติดเชื้อจากแผลผาตัด • ดานการเฝาระวังบุคลากร • บุคลากรกลุมเสี่ยงตามกลุมเปาหมาย ไดรับวัคซีนปองกันไขหวัดใหญ วัคซีนปองกัน Hepatitis B วัคซีนปองกันหัดและหัดเยอรมัน และวัคซีนปองกัน โควิดครบ 100 % • จํานวนบุคลากรถูกเข็มทิ่มตําและสัมผัสสารคัดหลั่งตามสถิติป 2560-2564 เทากับ 2,2,3,3,2 รายตามลําดับทั้งหมดเกิดจากอุบัติเหตุกะทันหัน เชนผูปวยเมาสะบัดใบหนาทําใหเข็มทิ่มมือแตมี การสวมถุงมือตามแนวทางการสวมใสชุด มีการทบทวนเคสรวมกับ RM เรื่องการปองกัน คณะกรรมการ กําหนดออกนโยบายการผูกมัดผูปวยกอนทําหัตถการที่ตองใชของมีคม • ไมพบมีการรายงานโรคติดเชื้อ TB
30 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร HBV HIV Covid-19 ในบุคลากร • มีการเตรียมอุปกรณปองกัน ชุด PPE และมีการสอนการสวมใสถอดชุดเพื่อ ปองกันการติดเชื้อในชวงการระบาดของ Covid-19 • ดานการเฝาระวังในสิ่งแวดลอม : • งาน Central Sterile Services Department(CSSD) ดานการทําลายเชื้อและทําใหปราศจากเชื้อมีคูมือการทํางานมีการ ควบคุมตัวชี้วัดโดยการนิเทศจาก ICN มีการตรวจสอบเครื่องมือทําใหปราศจากเชื้อใน CSSD ผลการทดสอบ ทางชีวภาพ Sportest Negative และไมพบอุบัติการณการติดเชื้อที่มีการปนเปอนของเชื้อกอนโรคในอุปกรณ ที่ผานการทําใหปราศจากเชื้อ • งานซักฟอก มีการแยกผาเปอนและผาไมเปอน ผาผูปวยติดเชื้อ Covid-19 ณ จุดบริการ มีการจัดระบบการเก็บผาผูปวย Covid-19 มีการประเมินควบคุมการปองกันและแพรกระจายเชื้อ จาก ICN ผลการประเมินเจาหนาที่ปฏิบัติไดตามแนวทางที่กําหนด • การกําจัดขยะมูลฝอยในโรงพยาบาล มี การกําหนดนโยบาย การคัดแยกขยะ การจัดเก็บ การนําสงขยะโดยขยะทั่วไปกําจัดโดยเทศบาลเฝาไร และ ขยะติดเชื้อกําจัดโดยบริษัทเอกชน (2) การวิเคราะหความเสี่ยงเพื่อกําหนดการติดเชื้อที่เปนจุดเนนของการปองกันและควบคุม: • จากขอมูลผลการเฝาระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลเฝาไร พบวา Phebitis, CAUTI, HAP เปนการติดเชื้อที่ พบไดบอยที่สุด เพื่อใหสามารถวิเคราะหปจจัยที่เกี่ยวของในการติดเชื้อในเชิงลึกไดมากขึ้น คณะกรรมการ IC จึง กําหนดการเฝาระวังการติดเชื้อแบบมุงเปาในระบบที่สําคัญ (targeted surveillance) โดยมีแบบเฝาระวัง การติดเชื้อในผูปวยกลุมเปาหมายชัดเจน • .สําหรับดานบริการใหความสําคัญกับการติดเชื้อที่มีโอกาส แพรกระจายเชื้อในโรงพยาบาล ไดแก การติดเชื้อดื้อยาชนิดที่ตองควบคุมเปนกรณีพิเศษ โรคที่แพรกระจาย เชื้อทางอากาศ โดยเฉพาะวัณโรค และโรคติดเชื้ออุบัติใหม/อุบัติซ้ํา • การคัดกรองโรคติดเชื้อระบบทางเดิน หายใจในกลุมผูปวยที่มีอาการสงสัยโรคติดตอ เชน โรคโควิด-19 TB ไขหวัดใหญ สุกใส มีการกําหนด Zone ผูปวยโควิด-19 ,Zone แยกผูปวย PUI, Zone แยก ARI ,Zone แยกไอเรื้อรัง และ Zone ตุมน้ําใส มีจุดคัด กรองผูปวยเพื่อแยกผูปวยตามZone แยกที่กําหนด รวมทั้งมีจุดบริการตรวจรักษาแยกจากผูปวยอื่นที่เฉพาะ สําหรับรายที่ตองนอนรักษาแบบผูปวยในมีหองแยกโรคที่เปนระบบปด (Negative Pressure) หองแยกโรค (Isolation Room) หอผูปวยโควิด (Co-hort ward) • การเฝาระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล : ไดมีระบบการ ติดตามเฝาระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล 4 รายการไดแก การเฝาระวังการติดเชื้อ CAUTI การเฝาระวังการ ติดเชื้อ Phlebitis การเฝาระวังการติดเชื้อปอดอักเสบจากการนอนโรงพยาบาล และการเฝาระวังการติดเชื้อ จากแผลผาตัด (3)(4) การนําความรูทางวิชาการมาใชในการปองกันและควบคุมการติดเชื้อ การกําหนดนโยบายและเกณฑ ปฏิบัติ: • คณะกรรมการ IC กําหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการปองกันและควบคุมการติดเชื้อบนพื้นฐานความรูทาง วิชาการ โดย โรงพยาบาลเฝาไร จัดทําอยางเปนลายลักษณครอบคลุมการติดเชื้อสําคัญขององคกร ไดแก Standard Precautions, Isolation Precautions, มาตรการรับมือกับโรคอุบัติใหม/อุบัติซ้ํา,การปองกันการ สัมผัสเลือดและสารคัดหลั่งในระหวางการปฏิบัติงาน, การปองกันการติดเชื้อ (ระบบทางเดินปสสาวะ ระบบ ทางเดินหายใจ แผลผาตัด การใหสารน้ําทางหลอดเลือด มาตรกา รเพื่อจัดการ ควบคุมการ แพรกระจายของ เชื้อดื้อยา และการปองกันและควบคุมการแพรกระจายเชื้อ Covid-19 • มีการน่ํา evidence based และ งานวิจัยตางๆเชนจาก WHO CDC ชมรมพยาบาลปองกันและควบคุมการติดเชื้อ สภาการพยาบาล และ วารสารการประชุมวิชาการ โดยทีมคณะกรรมการ IC ไดนาหลักการเหลานั้นมาปรับใหเหมาะสมกับบริบทของ โรงพยาบาลและมีการประชุมรวมกับทีมPCT ทีมRM และทีมอื่นๆที่เกี่ยวของ รวมทบทวนและออกแบบ แนวทางปฏิบัติใหถูกตองตาม มาตรฐานการพยาบาล แลวนาสูการปฏิบัติในหนวยงานไดแก • แนวทางปกิบัติ การสวนปสสาวะและการคาสายสวนปสสาวะ โดยการยกเลิกการคาสายสวนใหเร็วที่สุด และ ความถี่การ
31 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร เปลี่ยนสายสวน 1 เดือนและหางออกโดยสังเกตสีปสสาวะ การเกาะของหินปูนที่ปลายสายสวนเปนดน ทํา ให ใมพบอุบัติการณ CAUTI • แนวทางปกิบัติการปองกันการติดเชื้อที่สัมพันธกับการใหสารนํ้าทางหลอดเลือดดํา โดยมีการกําหนดวันเปลี่ยน สายใหสารนํ้าที่ชัดเจนดือ กรณีใหสารนํ้าทั่วไป เปลี่ยนทุก 72 ชั่วโมง กรณีใหยา HAD และ ATB ที่มีความเสี่ยงตอ การเกิด Phlebitis กําหนดใหเปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง โดยใชัสีของสติ๊กเกอร เปนตัวกําหนดวันที่ในการเปลี่ยนสายที่ให สารนํ้าทางหลอดเลือดดําจากการปฏิบัติตามแนวทางนี้ทําใหใมพบ อุบัติการณ Phlebitis ในปงบประมาณ 2565 • แนวทางปฏิปติการปองกันอุบัติเหตุจากของแหลมคมทิ่มตํา โดยใหปฏิบัติตามหลัก One hand technique มาใชเพื่อลดอุบัติการณของแหลมคมทิ่มตํา มีโปสเตอรกระตุน เตือนในทุกหนวยงานที่มืความเสี่ยง และเพิ่มนโยบายการผูกมัดผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการดิ้นกอนทําหัตถการ อยูในชวงดําเนินการ • แนวทางปฏิบัติการใหออกซิเจนและการพนยา เดิมมีการใช Set จนกวาผูปวยจําหนาย เปลี่ยนเปนเปลี่ยนทุก 72 ชม. และปจจุบันเปลี่ยนทุก 24 ชม. โดยกําหนดใหเปลี่ยนในเวรเชา ทําใหใมพบ อุบัติการณผูปวยติดเชื้อทางเดินหายใจ แทรกซอนจากการนอนโรงพยาบาล• จัดทํา Gap Analysis เรื่องการ ทําความสะอาดมือ และแนวทางปฏิบัติการลางมือ มีการใชันวัตกรรมการประกวดคลิปลางมือเพื่อใหจําขั้นตอน การลาง งายขึ้นตามหลักของ CDC และมีการประเมินแบบ 5 Moment สนับสนุนอุปกรณที่อํานวยความ สะดวก ในการลางมือและเขาถึงไดงาย เชน ปายโปสเตอรนั้นตอนการลางมือ น้ํายาลางมือเบิกจากหองยา และ การปรับปรุงความสะอาดอางลาง มือเปนตน การ'ใช'นํ้ายา Alcohol gel แทนการลางมือ เพื่อสงเสริมการลาง มือกอนและหลังการพยาบาลมีการสอนที่ หนางานการฝกทักษะผานกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรูในการ ประชุมฟนฟูวิชาการและการสุมประเมิน ทําให เจาหนาที่ปฏิบัติไดงายชื้นและเกิดความตื่นตัวในการลางมือ มากชื้น • การยกเลิกการ'ใช Transfer forceps และหมอกอสนั้งโรงพยาบาล เปลี่ยนเปนแบบ Single Pack และ สามารถ เปดหออุปกรณเพิ่มโดยไมตองคีบ ทําใหลดการปนเปอนเชื้อโรคจากการวาง Transfer Forceps ผิดหลักและการเปด หมอกอสบอยๆ ลดภาระงานการนี้ง Transfer Forceps หมอกอส และลดพลังงานลด คาใชจายของโรงพยาบาล • แนวทางปฏิบัติการปองกันการแพรกระจายเชื้อCovid-19 TB ไขหวัดใหญสาย พันธุใหม และ โรคอุบติ ใหมอุบัติชํ้า(Mer.cov. EBOLA) สําหรับบุคลากรทางการแพทยโดยมีการจัดระบบการ ปองจันการแพรกระจายเชื้อตั้งแตจฺดคัดกรองไปจนถึงการเคลื่อนยายและการจําหนาย การเตรียมอุปกรณปอง จันใหเพียงพอ พรอมใชอยูเสมอ การสวมอุปกรณปองกันและมีการประสานการสงตอไปยังโรงพยาบาลแมขาย ที่มีศักยภาพในการดูแลผูปวย เชน โรงพยาบาลหนองคายและโรงพยาบาลศูนย อุดรธานี มีกากําหนดแนว ทางการทําความสะอาดหอง และรถRefer ที่ชัดเจน (5)(6) การประสานงานระบบการปองกันและควบคุมการติดเชื้อ (IPC) ทั่วทั้งองคกร ความครอบคลุมพื้นที่ การ เชื่อมประสานระบบงาน IPC กับระบบงานพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย: • ความครอบคลุมพื้นที่ การเชื่อมประสานระบบงาน IPC จับระบบงานพัฒนา คุณภาพและความปลอดภัย คณะกรรมการปองจันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล รวมเปนคณะกรระการทีม ระบบพัฒนาคุณภาพ จํานวน 8 ทีม ประกอบดวย ทีม PCT, PTC , RM, ENV, NSO, SRRT, IM • ไดกําหนดใหการติดเชื้อใน รพ.เปน โปรแกรมหนึ่งของระบบความเสี่ยงของ รพ.และกําหนดใหHand hygiene เปน Patient Safety Goal ของ รพ. • คณะกรรมการ IC ไดออกแบบใหมีการประสานงานเรื่องการปองกันการติดเชื้อไดทั่วทั้งองคกร โดยผาน ทาง ICN และระบบรายงานตาง ๆ เชน รายงานความเสี่ยง รายงานการติดเชื้อ รายงานอุบัติเหตุของมีคม/ สัมผัสสารคัดหลั่ง เปนตน นําขอมูลที่ไดมาวิเคราะหและประสานกลับไปยังหนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อดําเนินการ ใหบรรลุวัตถุประสงคของการปองกันและควบคุมการติดเชื้อ มีการประสานการปฏิบัติงานสูผูเกี่ยวของทั้ง องคกร และประสานโดยตรงสูระบบงานสําคัญอื่นในโรงพยาบาล • ทีม IC เปนคณะกรรมการรวมในงานพัฒนา คุณภาพ RM เพื่อใหขอมูลความเสี่ยงดานการติดเชื้อมีความจําเพาะเจาะจงมากขึ้น ทําใหไดรับขอมูลความ
32 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร เสี่ยงดานการติดเชื้อรอบดานขึ้น มีการรวมทบทวนกรณีผูปวยเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาล หรือผูปวยที่มี โอกาสเกิดการแพรกระจายเชื้อไดสูง ทําใหไดแนวทางปฏิบัติเมื่อพบผูปวยดังกลาวในครั้งตอไป • การปองกัน และควบคุมการติดเชื้อ ครอบคลุมทุกพื้นที่บริการสําหรับผูปวย มีการสํารวจดานสิ่งแวดลอมรวมกับ ENV เพื่อ คนหาความเสี่ยงดานการติดเชื้อ เชน ในป 2561 พบวาพื้นที่ในงานจายกลางมีการจัด Zoning ยังไมครอบคลุม ทุกจุด และไมไดจัดใหมีทิศทางการไหลเปนแบบทางเดียว ยังมีเสนทางคอมเสนจึงไดรวมออกแบบระบบ จน ปจจุบันสามารถจัด Zoning และ One Way Flow ในงาน ใบบางกรณีใชเสนทางเลี่ยงเวลา และมีกลองที่มีฝา ปดมิดชิดเพื่อลดการปนเปอน ซึ่งในป 2563 มีแผนพัฒนาในการปรับโครงสรางสวนจายกลางใหเปนแบบ One way flow ไดทุกสวน ( 48. Gap : I, 3) (7) การสนับสนุนทรัพยากร บุคลากร ระบบสารสนเทศ: • การสนันสนุนทรัพยากร ในชวงที่มีการระบาดของโรคCovid-19 ไดมีการรวมมือกับทีมบริหารโรงพยาบาล SRRT RM และหนวยงานภานในและภายนอกรวมทั้งหนวยงานเอกชน มีการสนันสนุนดานทรัพยากรในการ ปองกันโรค Covid-19 และการปองกันการแพรกระจายเชื้อ ทางทีม IC ทีม SRRT และผูเกี่ยวของไดมีการชวย จัดสรรทางดานอุปกรณเครื่องมือปองกันเชน PPE Sticker ปายขยะ ปายลางมือ สบูฆาเชื้อลางมือ เจลแอลกอ ฮอร และปายแนวทางการสวมใสถอด PPE ตางๆรวมทั้งการใหความรูเพื่อสรางความเขาใจใหกับบุคลากรทั้ง ภายในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนามและ CI ภายนอกเปนตน • การสนับสนุนดานบุคลากร มีการกําหนดการ ตรวจสุขภาพกอนเขาทํางาน และตรวจสุขภาพประจําปโดยมีการวิเคราะหความเสี่ยงในการทํางานรวมกับงาน อาชีวะอนามัยโรงพยาบาล เพื่อตรวจเพิ่มเติมตามความเสี่ยงประเมินและวิเคราะหผลการตรวจสุขภาพ แบงกลุมเจาหนาที่ปวย เจาหนาที่ปกติ และเจาหนาที่กลุมเสี่ยง จัดสงขอมูล ใหกลุมงานเวชปฏิบัติครอบครัว เพื่อดําเนินการสงเสรีมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตอไป นอกจากนี้มีการใหวัคซีนปองกันไขหวัดใหญ วัคซีนปองกัน ไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนปองกันโรคโควิด-19 และวัคซีนปองกันหัด-หัดเยิรมัน ใหความรูและ ฝกอบรม เจาหนาที่ใหมีความรูความเขาใจในการปองกันนและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลทุกป เชน ความรูและ แนวทางการปองกันโรค Covid-19 การลางมือ ขยะมูลฝอย การใชสวมอุปกรณปองกัน การปองกันอุบัติเหตุ จากของมีคมและการสัมผัสสารคัดหลังของผูปวย เปนตน • การสนันสนุนดานสารสนเทศ มีการกําหนดเรื่อง การปองกันการแพรกระจายเชื้อเขาไปในโปรแกรมความเสี่ยงของโรงพยาบาล(RM) สามารถบันทึกขอมูล อุบัติการณได• มีการจัดบันทึกขอมูลเพื่อรองรับการทํางาน เพื่อใหมีการนําขอมูลดานการติดเชื้อมาใช ประโยชนมีการจัดระบบการเก็บขอมูลการติดเชื้อนํามาวิเคราะห รวบรวมขอมูลโดย ICN นําขอมูลที่วิเคราะห แลวมาวางแผนการเฝาระวังและปองกันตอไป นอกจากนี้มีการใชแอพพลิเคชั่น LINE ใน การสื่อสารขอมูลดาน IC รวมถึงการประสานงานตาง ๆ (8) การใหความรูและฝกอบรมแกบุคลากรและผูปวย: • กําหนดหลักสูตรการปฐมนิเทศเจาหนาที่ใหมทุกคน เกี่ยวจับหลักการปองจันและแพรกระจายเชื้อ • มีการ อบรมใหความรูเจาหนาที่ในเรื่อง IC ประจําทุกป• การใหความรูกลุมผูปวยและญาติกอนผูปวย discharge โดยใหความรูการปฏิบัติตัว การทิ้งขยะ การลางมือ และ มีระบบการสงตอขอมูลและติดตามผลโดยทีม COC เจาหนาที่ รพ.สต. และคณะกรรมการปองกันและควบคุมการติดเชื้อใน โรงพยาบาล • การสอนนิเทศงานโดย ทําไปพรอมกันกับกิจกรรม IC Round ทําใหบุคลากรมีความสนใจมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรูไดทั่วถึง • มี การจัดกิจกรรมการรณรงคและใหความรูการลางมือที่ถูกวิธี 7 ขั้นตอน รวมถึงประกวดคลิปการลางมือถูกวิธี ระหวางแผนก เพื่อกระตุนการลางมือของเจาหนาที่ในโรงพยาบาล • ป 2562 กลุมงาน IC รวมกับ หองปฏิบัติการ จัดกิจกรรม “การเก็บสิ่งสงตรวจที่ถูกตองแกเจาหนาที่โรงพยาบาลและเครือขาย” • ในป 2563 ไดมีการบรรจุแผนการอบรมเจาหนาที่พยาบาลในเรื่องการทําหัตถการเฉพาะเพื่อใหปฏิบัติไดอยาง
33 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ถูกตอง เหมาะสมและเปนไปในแนวทางเดียวกัน รวมถึงใหความรูเกี่ยวกับ sterile technique กับเจาหนาที่ ทุกป เนื่องจากมีการผลัดเปลี่ยนเจาหนาที่ของโรงพยาบาลคอนขางบอย ( 46. Gap : L 2.5) (9)(10) พยาบาลควบคุมการติดเชื้อ (ICN) กลไกการดําเนินงานและประสานงาน: • กลไกการดําเนินงานและประสานงานระบบปองกันและควบคุมการติดเชื้อ มีคณะกรรมการที่เปน สหวิชาชีพ โดยมี ICN เปนผูประสานงานและรับผิดชอบดําเนินงานระบบ • ขั้นตอนการดําเนินงานของ ICN คือ การ กําหนดแนวทางและ เปาหมายงาน วัตถุประสงคขึ้น และกําหนดแบบฟอรมตางๆเกี่ยวกับการเฝาระวังการติด เชื้อในโรงพยาบาลเพื่อเก็บรวบรวมข อมูล วิเคราะห แปลผล และรายงานขอมูลการติดเชื้อในโรงพยาบาลให หนวยงานและบุคคลากรไดรับท ราบปญหา และนําขอมูลไปแกปญหาการติดเชื้อในโรงพยาบาลตอไป • คณะกรรมการปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลรวมกับทีม SRRT กําหนดแนวทางการการควบคุม โรค ติดเชื้อ เชน โรคติดเชื้อจากระบบทางหายใจ Covid-19 กําหนดแนวทางการทํางาน การคัดกรอง การดูแล รักษา การปองกันการแพรระบาดของเชื้อในชุมชน การจัดการขยะ ผาของผูปวยและการประสานสงตอขอมูล ใหกับเจาหราที่รพ.สต.ตามพื้นที่รับผิดชอบ • มี ICN parttime 1 คน ผานการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางIC 2 สัปดาห และ ICWN Part-Time 1 คน ผานการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางIC 2 สัปดาห ได กําหนดบทบาท หนาที่ของ ICN ที่ชัดเจน ไดแก รวบรวมผลการเฝาระวังการติดเชื้อ การใชและวิเคราะหขอมูลการเฝาระวัง การติดเชื้อในการพัฒนางานIC การสอบสวนการระบาด การติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย การ สนับสนุนทรัพยากร การใหความรูและขอเสนอแนะดานIC สามารถที่จะใชมาตรการควบคุมการติดเชื้อหรือ คนหาสาเหตุและกํา หนดแนวทางแกไขได เมื่อรับรูวาจะมีอันตรายดานการติดเชื้อเกิดขึ้นกับผูปวยหรือ บุคลากร • กรณีพบวาสิ่งสงตรวจพบเชื้อดื้อยา หัวหนาเวรจะตองรายงาน ICWN และรายงานตอ ICN ทันที รวมถึงรายงานความเสียผานโปรแกรม RM จากนั้น ICN จะเขาเยี่ยมผูปวย นําขอมูลดังกลาว เพื่อปองกันการ แพรกระจายเชื้อทันที• กรณีไดรับการรายงานการติดเชื้อดื้อยาในผูปวยที่ไดรับเชื้อมาจากนอกโรงพยาบาล( community acquire infection ) จะมีการประสานกลับไปที่โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลใกลเคียงกับที่ อยูของผูปวย เพื่อใหเจาหนาที่ลงตรวจสอบบริเวณบานผูปวย ทําความสะอาด และใหความรูการเฝาระวัง ปองกันการแพรกระจายเชื้อแกสมาชิกในครอบครัวผูปวย และระแวกบานใกลเคียง เพื่อลดการแพรกระจาย เชื้อดื้อยาในชุมชน รวมถึงมีการทบทวนประวัติการไดรับการจายยาปฏิชีวนะในผูปวยดังกลาว เพื่อหาสาเหตุ ของการติดเชื้อดื้อยาและหาแนวทางปองกันตอไป ( 47. Gap : L , 3) II-4.1 ข. การเฝาระวังและควบคุมการติดเชื้อ: (1) การเฝาระวังแบบ active prospective surveillance หรือ targeted surveillance: • ไดมีการกําหนดเฝาระวังการติดเชื้อแบบ targeted surveillance แบบประยุกต ทําใหขอมูลการเฝาระวัง การติดเชื้อที่ไดคอนขางไดคุณภาพ นํามาวิเคราะห ทําใหสามารถทราบตําแหนงของการติดเชื้อที่มีความสําคัญ ทางระบาดวิทยา ไดแก CAUTI HAP Phebitis โดยไดมีการกําหนดเปนจุดเนนหรือปญหาสําคัญของการติด เชื้อในโรงพยาบาล จากการประเมินประสิทธิภาพในการเฝาระวังการติดเชื้อป 2564 พบวาประสิทธิภาพของ การเฝาระวังการติดเชื้ออยูที่รอยละ 80 ทําใหการเฝาระวังการติดเชื้อมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะหถึง ปจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ และสามารถนําขอมูลการเฝาระวังการติดเชื้อมาใชประโยชนในการพัฒนางานได มากยิ่งขึ้น เชน ในกลุม Phebitis มีการทํากิจกรรมพัฒนาระบบ(สติกเกอรสายรุง,IV round) เปนตน • เฝา ระวังแบบ active prospective surveillance o หอผูปวยและหองปฏิบัติการรายงานการติดเชื้อดื้อยาแก ICN และระบบ RM ทันทีเมื่อพบผูปวย จากนั้น ICN ดําเนินการติดตามการปฏิบัติบนหอผูปวยทันทีเพื่อ ควบคุมไมใหเกิดการแพรกระจายเชื้อเกิดขึ้น o หอผูปวยรายงาน ICN เมื่อสงสัยวามี HAI จากนั้น ICN ติดตาม ขอมูลผูปวยเพื่อยืนยันการติดเชื้อและรายงานความเสี่ยงผานระบบ RM เพื่อเก็บขอมูล นํามาวิเคราะหสาเหตุ
34 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร หาแนวทางการปองกันแกไขตอไป o หอผูปวย/งานควบคุมโรครายงาน ICN ทันทีเมื่อพบโรคอุบัติใหม/อุบัติ ซ้ํา/โรคที่ตองรายงานในระบบรายงานโรค จากนั้น ICN ดําเนินการประสานงานการใหบริการผูปวยตามที่ กําหนดไว (2) การวินิจฉัยและยืนยันการติดเชื้อที่ไมไดทํา active prospective surveillance: • กรณีที่สงสัยวาจะมีการแพรกระจายเชื้อ จะมีการวางระบบการรายงานทั้งในและนอกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง เชน ในแตละหนวยงานสามารถรายงานการติดเชื้อ/รายงานกรณีสงสัยการติดเชื้อไดโดยผานชองทางไลนกลุม งานปองกันและควบคุมการติดเชื้อ • มีการเฝาระวังเชนการประเมินคา ILI ในฤดูที่มีการระบาดของระบบ ทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร หรือสุกใสเพื่อคาดการณแนวโนมของการระบาดและการแพรกระจาย เชื้อ รวมทั้งสารมารถวางแผนควบคุมการระบาดไดอยางรวดเร็ว • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเฝาระวังการ ติดเชื้อใหมีประสิทธิภาพ จัดอบรมผูรับผิดชอบ(ICWN) แตละหนวยงานเพื่อใหมีความร็สารมารถวินิจฉัยการติด เชื้อเบื้องตนได (3) การใชผลของการเฝาระวังเพื่อใหขอมูลแกผูเกี่ยวของ และเพื่อปรับปรุงระบบงาน: • จากขอมูลการเฝาระวังการติดเชื้อพบวามีการติดเชื้อ Phlebitis ในป 2561 พบจํานวน 3 ราย ป จากขอมูล ตังกลาวขางตัน คณะกรรมการ IC ไดมีการทบทวนหาสาเหตุการเกิด Phlebitis พบวา Phlebitis เกิดในผูปวย ที่ไดรับยา HAD และ ATB (Cloxacilline,Cef-3) เมื่อพบสาเหตุทีม IC,PTC, PTC, RM รวมกําหนดแนวทาง ปฏิบัติในการใหสารนํ้า ยา HAD ยา ATB ทางหลอดเลือดดํา ดัง • นี้ กําหนดใหมีการเปลี่ยน Set เปลี่ยน Site IV ทุก 72 ชั่วโมงในกรณีใหสารนํ้าทั่วไป และ กรณีใหยา HAD หรือ ATB ที่มีความเสี่ยงตอการเกิด Phlebitis กําหนดใหCare IV และเปลี่ยนสาย IV ทุก 24ชั่วโมง(Single Use) โดยใชสีของสติ๊กเกอรเปนตัวกําหนดวันที่ใน การ เปลี่ยนสายที่ใหสารนํ้าทางหลอดเลือดดํา ในป 2562-2564 ไมพบอุบัติการณ Phlebitis • จากขอมูการ เฝาระวังการเกิด Phebitis พบวา ป2561 มีอัตราการเกิด Phebitis 0.6 ครั้ง/1000 วันนอน จึงไดมีการทํา กิจกรรมพัฒนาระบบ(สติกเกอรสายรุง,IV round) เพื่อปองกันการเกิดหลอดเลือดดําอักเสบ ทําใหอัตราการ เกิด Phebitis ในป 2562 0.6 ครั้ง/1000 วันนอน (4)(5) การบงชี้การระบาดและการควบคุมการระบาด (บทเรียนในรอบ 3 ปที่ผานมา: • มีการแตงตั้งคณะกรรมการศูนยปฏบัติการภาวะฉุกเฉินระดับอําเภอที่มีเจาหนาที่ทุกภาคสวนเขามามีสวน รวมในการดําเนินการในกรณีที่มีการระบาดของโรค Covid-19 • มีการจัดทําแนวทางการคัดกรองผูปวย PUI และดูแลผูปวย Covid-19 และสื่อสารใหเขาหนาที่ในโรงพยาบาลและเจาหนาที่เครือขาย สําหรับการคัดกรอง เชิงรุกเพื่อเฝาระวังการแพรกระจายเชื้อการระบาดของโรคได และสามารถควบคุมการแพรกระจายเชื้อไดเร็ว ขึ้นหากมีหากคัดกรองที่ถูกตอง • ประสานงานรวมกับ SRRT จัดทํารายชื่อโรคติดตอที่ตองรายงานทีมระบาด เพื่อสอบสวนการระบาดในแตละโรคสื่อสารใหเจาหนาที่ที่เกี่ยวของไดรับทราบเชน ER OPD คลินิกพิเศษ หอ ผูปวยใน กายภาพ/แผนไทย เปนตน II-4.2 ก. การปองกันการติดเชื้อทั่วไป: (1) มาตรการปองกันการติดเชื้อและทําใหปราศจากเชื้อ: • Hand hygiene: มีการกําหนดนโยบายการลางมือของโรงพยาบาลโดยไดกําหนดขอบงชี้ในการลางมือ และแบง ประเภทของการลางมือเปน 3 ประเภท 1. Normal Hand washing 2. Hygenic Handwsahing 3. Surgical Handwashing ใชหลัก 7 ทา 5 Moment สนับสนุนใหมีอุปกรณในการลางมือเพียงพอ ครบถวน จัดใหมี alcohol hand rub ที่เขาถึงงาย ณ จุดบริการผูปวย ไดแก บริเวณจุดนั่งรอตรวจ
35 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร บริเวณเสาและผนังที่ตึกผูปวยใน หนาหองพิเศษและหนาหองแยก รถทําหัตถการ โตะปฏิบัติงาน มี โปสเตอรแสดงวิธีการทําความสะอาดมือที่ถูกตองในจุดที่เห็นไดงาย มีการจัดกิจกรรมรณรงคการลาง มือใหมีประสิทธิภาพอยางนอย 1 ครั้ง/ป ในป 2561 จากการสํารวจเรื่องประสิทธิภาพของการลางมือ พบวาเจาหนาที่ ผลการประเมินประสิทธิภาพของการลางมือไดรอยละ 80 ป 2562 รอยละ 83 ป 2563 รอยละ 90 และป 2564 ไดรอยละ 92 ( 48. Gap : LI, 3) ลําดับที่ หัวขอการประเมิน 2561 2562 2563 2564 2565 ประสิทธิภาพของการลางมือ 80 83 90 92 • Isolation precautions: มีการกําหนดนโยบายการปองกันและควบคุมการติดเชื้อและควบคุมการแพรกระจายเชื้อเพื่อเปน มาตรฐานในการปองกันการแพรจะจายเชื้อโรคในผูปวยไปยังผูปวยคนอื่น ญาติ พนักงานใน โรงพยาบาลหรือจากบุคคลอื่นไปยังผูปวยและสิ่งแวดลอมของโรงพยาบาล เปนแนวทางในการ ปฏิบัติงานในการปองกันและการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลประกอบดวย Standard Precaution/Universal Precaution,Transmision Based Precaution ซึ่งจะแบงการแยกผูปวย ออกเปน 5 วิธี คือ 1. Airborn Precaution 2. Droplet Precaution 3. Contact Precaution 4. Drug Resistance Precaution 5.Reverse Precaution o แบง Zoning กําหนดทางเดิน การ เคลื่อนยายผูปวยที่มีการติดเชื้อ กําหนดหองแยก o มีระเบียบปฏิบัติเรื่องการแยกผูปวยตามแนว ทางการติดตอ ผลการทํา IC round พบวา รายงานการประเมินตนเอง โรงพยาบาลเฝาไร ผูปฏิบัติ สามารถแยกผูปวยไดถูกตองตามแนวทางที่กําหนดไวมากกวารอยละ80 ในป 2564 ไดเพิ่มแนว ทางการแยกผูปวย Drug Resistance Precaution ขึ้นมาใหมซึ่งอยูในชวงกําลังดําเนิน PDCA ของ กระบวนการ ลําดับที่ รอยละของประสิทธิภาพการแยกผูปวย 2561 2562 2563 2564 2565 1 Contact Precaution 81.48 83.58 85.56 86.23 2 Droplet Precaution 89.12 3 Airborn Precaution 92.58 4 Drug Resistance Precaution 58.48 5 Reverse Precaution NA • Standard precaution อื่นๆ: : มีการกําหนดนโยบายการปองกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล(Univesal Precaution/Standard Precaution)เปนมาตรฐานการปองกันการติดเชื้อในการดูแลผูปวยโดยถือวาผูปวยทุกรายมีการติด เชื้อในรางกาย ปฏิบัติเหมือนกันทุกครั้งและปฏิบัติตอผูปวยทุกคนโดยมีหลักการ 5 ประการ 1. การ ลางมือ 2. การปองกันอูบัติเหตุจากของมีคมและสารคัดหลังจากการทํางาน 3. การใชเครื่องปองกัน รางกาย (Persinal Protective Equipment : PPE)อยางเหมาะสม 4. การทําความสะอาด การ ทําลายเชื้อและการทําใหปราศจากเชื้อ 5. การจัดการขยะ • มีระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวกับ Standard precaution ที่จําเปนครบถวน สนับสนุนใหมี อุปกรณปองกันอยางเพียงพอ ใหมีอุปกรณทิ้งเข็ม/ของ มีคมเพื่อปองกันอุบัติเหตุเข็มทิ่มตําจากการทํางาน มีการจัดระบบจัดการ ขยะตั้งแตการแยกขยะในจุด กําเนิด การขนยายอยางมิดชิด การจัดเก็บขยะรอทําลายในจุดพักขยะที่เหมาะสม และการนําขยะ ไป ทําลาย โดยบริษัทเอกชนรับดําเนินการขนยายและกําจัดขยะติดเชื้อ • การทําความสะอาด ทําลายเชื้อ ทําใหปราศจากเชื้อ:
36 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร มีระเบียบปฏิบัติการทําลายเชื้อการทําใหปราศจากเชื้อเปนมาตรฐานเดียวกันทั้งโรงพยาบาล เพื่อลด ความคลาดเคลื่อนของขอมูลบนฉลากเครื่องมือทางการแพทย ไดมีการนําระบบคอมพิวเตอร เขามา ใชในการบันทึกและพิมพขอมูลฉลากบนหอเครื่องมือทางการแพทย ทําใหอุบัติการณการกําหนด จํานวนวันหมดอายุ บนเครื่องมือผิดเทากับ 0 เพื่อใหเครื่องมือทางการแพทยมีความปลอดภัยจากการ ติดเชื้อ ในป 2561 ไดมีการทบทวนการจัด หนวยจายกลางใหไดตามมาตรฐาน จึงไดปรับปรุงเรื่องการ จัด zoning และชุดปฏิบัติงานในแตละจุด กําหนดตัวบุคคล กําหนดเสนทางการเขาออกของเครื่องมือ เปน one way flow ยกเลิกการลางทุกชนิดในหองฉุกเฉิน ในหอผูปวย ทันตกรรม หองคลอด กําหนดวิธีการ ขนยายเครื่องมือปนเปอนจากทุกหนวยงานมายังหนวยจายกลางอยางถูกวิธี ไม แพรกระจายเชื้อ การจัดเก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อในหองเก็บเครื่องมือที่ไดมาตรฐานมีการควบคุม อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ การจายเครื่องมือตามหลักเขากอนออกกอน (First In, First Out: FIFO) แผนการดําเนินการในระยะยาว คือการบริการสงเครื่องมือปราศจากเชื้อดวยรถขนยายที่ได มาตรฐานโดยหนวยจายกลาง (48. Gap : I, 3) o การจัดการกับวัสดุหมดอายุ : o กําหนดรอบ เบิกจายตรงตามรอบที่กําหนด o มีการตรวจเช็ควันหมดอายุของวัสดุทุกเวร o ประมาณการใชวัสดุ และเบิกตามความเหมาะสม o มี IC Round ประเมิน Disinfection and Sterilization ตาม หนวยงาน ทุกเดือน • การ reprocess กลองสองอวัยวะ: โรงพยาบาลเฝาไรไมมีอุปกรณกลองสองอวัยวะ • การจัดการกับวัสดุหมดอายุและ single-use device reprocessing: มีการกําหนดนโยบายการนําเวชภัณฑทางการแพทยชนิดใชครั้งเดียว กลับมาใชใหม (SUD= Single Use Device) เพื่อลดความเสี่ยงตอการติดเชื้อจากการนําเวชภัณฑทางการแพทยขนิดใชครั้งเดียว กลับมาใชใหม (2) การปรับปรุงและควบคุมสิ่งแวดลอมเพื่อลดความเสี่ยงในการแพรกระจายเชื้อโรคและการปนเปอนใน สิ่งแวดลอม: • ทีม IC SRRT และ ENV ปรับปรุงการแยกโซนผูปวยเพื่อปองกันการแพรกระจายเชื้อจากผูปวยสูผูปวย สูญาติ สูบุคลากร และสิ่งแวดลอมผูปวยโดยมีการกําหนดพื้นที่ 1. จุดคัดกรองผูปวย PUI 2. จุดตรวจCovid-19 3. จุด พักรอผูปวย Covid -19 4. จุดสวมใส-ถอด PPE 5. หอผูปวยติดเชื้อโควอด-19 Co-hort ward 6. Isolation Room 7. Negative Pressure • ทีม IC SRRT และ ENV รวมกันกําหนดพื้นที่แยกสําหรับผูปวย ARI ผูปวยไอ เรื้อรัง และ ผูปวยตุมน้ําใส • ทีม IC มาการตรวจสอบ IC Round ทุกเดือน (3) การลดความเสี่ยงตอการติดเชื้อในพื้นที่ตางๆ : • หอผูปวยในมี Negative Pressure 1 หอง หองแยก 1 หอง โซนแยก 4 เตียง เพื่อรองรับคนไขติดตอ ทาง Airborne, Droplet, Contact • มีการคัดกรองโรคระบบทางเดินหายใจในจุดงานที่ใหบริการผูปวย มีการแยก Zone ผูปวยตามกลุมโรคโดยใช สติ๊กเกอรสีเปนตัวแบงกลุมโรค กําหนดเสนทางการเคลื่อนยายผูปวย มีการ จัดหากังขยะ 4 ประเภทและมีการติดปาย ระบุประเภทขยะใหชัดเจนโดยสื่อสารเปนภาพ กําหนดเสนทางและ เวลาการขนสงของสกปรก ผา ของSterile และ ขยะ กําหนดแนวทางการทําความสะอาดใหชัดเจน กําหนด
37 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร Zoning ใน Supply ใหเปน Close system และกําหนดการทํางานของเจาหนาที่แตละจุดใหชัดเจนเพื้อลด การแพรกระจายเชื้อ II-4.2 ข. การปองกันการติดเชื้อในกลุมเฉพาะ: (1) การดําเนินการเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่สําคัญขององคกร*: • ผูปวย Covid-19 PUI ARI มีการจัด Zone แยกในการใหบริการ กําหนดเสนทางการเคลื่อนยายเพื่อปองการ การแพรกระจายเชื้อสูบุคคลอื่น ควบคุมดูแลโดยงาน IC และ SRRT • จัดระบบARI PUI ใหเปน one stop service เพื่อแยกโซนตรวจจากผูปวยทั่วไป • มีการแจกผาปดจมูกสําหรับผูปวย ไอ มีน้ํามูก ทุกรายบริเวณจุด คัดกรอง (2) การดูแลผูปวยที่ติดเชื้อซึ่งติดตอไดทางโลหิต ผูปวยที่มีภูมิตานทานต่ํา การติดเชื้อที่ดื้อยาและเชื้ออุบัติใหม: • ผูปวยติดเชื้อซึ่งติดตอไดทางโลหิต ผูปวยภูมิตานทานต่ําติดเชื้อดื้อยา และอุบัติการใหม มีการแยกโซนออก จากผูปวยทั่วไป ติดปายสื่อความหมายใหเจาหนาที่ โรงพยาบาลเฝาไร ผูปฏิบัติงานรับรูที่เตียงและแฟม อธิบายใหญาติผูดูแลไดรับรูและปฏิบัติตามแนวทาง เพื่อเฝาระวังอยางตอเนื่อง มีหองแยกและโซนแยกรองรับ ผูปวย ผลไมพบบุคลากรติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน (3) การดูแลเจาหนาที่ที่สัมผัสเลือด/สารคัดหลั่ง หรือเจ็บปวยจากการทํางาน*: • ปรับแนวทางการรับยาในเจาหนาที่ ผูสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่งตามแนวทางการตรวจรักษาและ ปองกัน การติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ในป 2562 • อบรมใหความรู เกี่ยวกับการปองกัน การสัมผัสเลือด/สารคัดหลัง หรืออื่นๆ จากการทํางาน • ตรวจสุขภาพกอนเขาทํางานและตรวจสุขภาพประจําป iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ • การจัดระบบการคัดกรองผูปวยไอเรื้อรัง ทําใหสามารถลดอุบัติการณความเสี่ยงการแพรกระจายเชื้อในระบบ ทางเดินหายใจได โดยพบผูปวย AFB positive ที่ไมไดรับการคัดกรองแยกโรค ในป 2561 จํานวน 18 ราย และในป 2562 จํานวน 5 ราย ลดลงตามลําดับ • พัฒนาระบบการนําของปนเปอนทั้งหมดในโรงพยาบาลมาทํา ใหปราศจากเชื้อที่หนวยจายกลางทั้งหมด • การทํากิจกรรมพัฒนาระบบ(สติกเกอรสายรุง,IV round) ทําให อัตราการติดเชื้อหลอดเลือดดําอักเสบลดลงทุกป และในป 2562 ยังไมพบการรายงานการติดเชื้อหลอดเลือด ดําอักเสบในโรงพยาบาลเฝาไร • การรวมกันกับทีม SRRT ENV และกรรมการบริหารจัดทําแผนและแนวทาง ในการดูแลและควบคุมสถานการณการระบาดของโรค Covid-19 ในพื้นที่ v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 46. ระบบปองกันและควบคุมการติด เชื้อ 4 L กําหนดนโยบายแนวทางการสื่อสาร ปองกันและควบคุมการติดเชื้อ ให ครอบคลุมทุกหนวยงาน
38 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 47. การเฝาระวังและควบคุมการติดเชื้อ 4 L กําหนดแนวทางการสื่อสารการเฝาและ ควบคุมการติดเชื้อ ใหครอบคลุมทุก หนวยงาน 48. การปองกันการติดเชื้อทั่วไป 4 LI กําหนดแนวทางการสื่อสารปองกันและ ควบคุมการติดเชื้อ ใหครอบคลุมทุก หนวยงาน 49. การปองกันการติดเชื้อในกลุม เฉพาะ 3.5 I กําหนดมาตรการการปองกันและควบคุม การติดเชื้อในกลุม เฉพาะ II-5 ระบบเวชระเบียน i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ความถูกตอง สมบูรณ ทันเวลา มีเนื้อหาที่จําเปน (สําหรับการสื่อสาร การดูแลตอเนื่อง การประเมินคุณภาพ ความปลอดภัย การรักษาความลับ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1.ระดับความสมบูรณของเวชระเบียน ผูปวยนอก ≥ 80% 94.26 88.77 93.05 89.56 89.84 NA 2.ระดับความสมบูรณของเวชระเบียน ผูปวยใน ≥ 80% 90.77 92.46 88.21 95.16 87.22 NA 3.อัตราความบกพรองในการ ใหบริการฐานขอมูลโปรแกรม HOSxP ≤ 5% 0.55 0.00 0.82 0.55 0.75 0.00 4. ระดับความสําเร็จในการเบิกคา รักษาพยาบาลผูปวยนอก ≥ 90 % 94.29 95.16 96.52 96.11 91.83 NA 5. ระดับความสําเร็จในการเบิกคา รักษาพยาบาลผูปวยใน ≥ 90% 87.71 105.31 71.99 148.14 43.13 NA 6. ระดับความสําเร็จในการ ลงทะเบียนสิทธิ์ UC ≥ 99.99% 99.98 99.98 99.98 99.98 99.98 NA
39 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 7. ระดับความสําเร็จของศักยภาพ การจัดบริการผูปวยใน (CMI) ≥ 0.6000 0.6531 0.6529 0.6593 0.6594 0.59 NA ii บริบท ปริมาณผูปวยนอกและผูปวยใน: รายการ 2560 2561 2562 2563 2564 หมายเหตุจํานวนผูมารับบริการผูปวยนอก 64,282 66,366 75,642 66,196 76,499 ครั้ง จํานวนผูมารับบริการผูปวยใน 1,755 2,018 2,246 1,792 2,020 ครั้ง ขอบเขตการใช digital technology ในระบบเวชระเบียน: ทีมพัฒนาคุณภาพเวชระเบียนและสารสนเทศมีการออกแบบ และวางแผนการนําระบบการจัดเก็บเวชระเบียน ในรูปแบบไฟลอิเล็กทรอนิกส มาใชเพื่อลดพื้นที่การจัดเก็บ และเอื้ออํานวยความสะดวกใหผูมารับบริการ,ทั้งผู มารับบริการภายนอกเพื่อลดระยะเวลารอคอย และผูมารับบริการ ภายในเพื่อใชขอมูลในการรักษาที่ตอเนื่อง ขอมูลครบถวน รวดเร็ว iii กระบวนการ II-5.1 ก. การวางแผนและออกแบบระบบ: (1)(2) การกําหนดเปาหมาย การออกแบบระบบเวชระเบียน การประเมินสวนขาด/ความซ้ําซอน/การไมไดใช ประโยชน: โรงพยาบาลเฝาไรมีการใหสหสาขาวิชาชีพมารวมกันกําหนดเปาหมายในการบันทึกและการออกแบบบันทึก ตาม มาตรฐานวิชาชีพ ไดแก แพทย ทันตแพทย พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบําบัด นักเทคนิคการแพทย แพทยแผน ไทย เพื่อเปนการสื่อสารระหวางวิชาชีพ การรักษาตอเนื่องในการดูแลผูปวย และมีการทบทวน ปรับปรุงแบบบันทึกเวชระเบียนมาตรฐานวิชาชีพหรือเมื่อพบสวนขาดจากการทบทวนเวชระเบียนตามแนว ทางการบันทึกและตรวจประเมิน คุณภาพการบันทึกเวชระเบียน( Medical Record Audit Guideline ) ของ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ และไดปรับปรุงเปลี่ยนแบบบันทึกเวชระเบียน ดังนี้1.เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2560 มีการนําระบบจัดเก็บเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสมาใชในการจัดเก็บขอมูลเวชระเบียนเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บเวชระเบียน ลดพื้นที่การจัดเก็บ ลดปริมาณการใชกระดาษ ปองกันการสูญหาย ผูใชงานสามารถเรียกดูเวชระเบียนไดอยางสะดวกรวดเร็ว 2. มีการจัดแกไขแบบฟอรมกรอกประวัติผูมารับ บริการใหมีรายละเอียดขอมูลใหครบถวนมากขึ้น ตามเกณฑการบันทึกขอมูลเวชระเบียนของสํานักงาน หลักประกันสุขภาพแหงชาติ3. แกไขใบสื่อสารใหมีขอมูลHN ชื่อ-สกุล ที่อยู อายุ วันเดือนปเกิด เพื่อให เจาหนาที่ใชในการสอบถามเพื่อยืนยันตัวตนกอนใหบริการ 4. ใชเครื่อง Smart card reader ในการอาน ขอมูลและรูปถายของผูมารับบริการรายใหมเพื่อขอมูลที่ถูกตอง 5. มีการเพิ่มชื่อโรงพยาบาลในเอกสารเวช ระเบียนผูปวยในทุกแผน 6. แกไขใบ clinical summary จากการบันทึกดวยลายมือ เปนการสั่งพิมพดวย ระบบคอมพิวเตอร (3) การประเมินการปฏิบัติตามนโยบายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกเวชระเบียน:
40 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร จากการประชุมและทําขอตกลงในเรื่องหนาที่ความรับผิดชอบของแตละฝายในเรื่องการบันทึกขอมูลใหครบใน สวนที่เกี่ยวของทั้งเวชระเบียน ผูปวยนอก หองฉุกเฉิน หองคลอด ผูปวยใน งานสงเสริม งานทันตกรรม เวช ระเบียน : มีการสอบถามขอมูลเพิ่มเติมในสวนของ เบอรโทรศัพท ชื่อผูติดตอ ไดบางในสวนของผูมารับบริการ ที่มาติดตอโดยตรง และมีการอานขอมูลรูปถายจากบัตรประจําตัวประชาชนของผูมารับบริการไดในบางรายที่ นําบัตรมา ผูปวยนอก : มีการสอบถามขอมูลเพิ่มเติม เชน อายุ วันเดือนปเกิด ที่อยู เพื่อยืนยันตัวตนกอน ใหบริการทุกครั้ง หองฉุกเฉิน : ใชรหัส Z000 ในการบันทึกขอมูล ICD -10 ในโรคที่ไมทราบรหัส ICD – 10 เพื่อใหเวชสถิติมาแกไขขอมูลใหถูกตองกอนสงออกขอมูล (4) การประมวลผลจากเวชระเบียนและการนําขอมูลที่ประมวลไดไปใช: มีการประมวลผลเวชระเบียนเพื่อใหไดขอมูลตามความตองการของผูใชเวชระเบียน ไดแก การจัดทํารายงาน จํานวนผูมารับบริการ การจําแนกโรคผูปวยนอกผูปวยใน สิทธิการรักษาและคาใชจาย การใหรหัสโรคเพื่อเบิก คารักษาพยาบาล ดังนั้นกระบวนการเริ่มจากการตรวจสอบความสมบูรณของเวชระเบียน ใหรหัสโรค ใหขอมูล ตาม รายงาน ลงขอมูลลงในโปรแกรมจัดทํารายงานสําเร็จรูป วิเคราะห นําเสนอไวในแฟมรายงานของงานเวช ระเบียน และจัดสงรายงานไปยังระดับจังหวัดและในระดับเขตใหครบถวน ทันเวลา จากการประเมินเวช ระเบียนพบวา เวชระเบียนผูปวยนอก - ไมมีการบันทึกขอมูลชื่อ-สกุลญาติที่สามารถติดตอได- ไมมีการบันทึก คําแนะนําเกี่ยวกับโรคหรือภาวะ การเจ็บปวย - ขาดการบันทึกประวัติหรือเหตุผลในการมา follow up เวช ระเบียนผูปวยใน - ขาดการบันทึกกรณีเปนผูหญิงอายุ 11-60 ป ตองบันทึกประวัติประจําเดือนหรือกรณีเปน เด็ก 0-4 ป ตองบันทึกประวัติ vaccination และ growth development - ขาดการลงวันเดือนปและเวลา พรอมลงนามกํากับในใบคําสั่งการรักษาทุกครั้งที่มีการสั่งการรักษา โดยสามารถระบุไดวาเปนผูใด (5) การประเมินประสิทธิภาพของระบบบริหารเวชระเบียน: - เวชระเบียน มีขอมูลเพียงพอสําหรับการสื่อสาร การดูแลตอเนื่อง การประเมินผล และการใชเปนหลักฐาน ทาง กฎหมาย มีการประเมินเวชระเบียนเปนระยะเพื่อประเมินความสมบูรณ ความถูกตอง และการบันทึกใน เวลาที่ กําหนด - คณะกรรมการเวชระเบียนมีการทบทวนความสมบูรณของเวชระเบียนทุก 1 เดือนตาม มาตรฐาน Medical record audit guideline ซึ่งทางทีม IM รวมกับหนวยงานไดมีการสื่อสารประเด็นที่พบ และปรับปรุงแบบฟอรมและประชุมชี้แจงบุคลากรเพื่อใหการบันทึกมีความสมบูรณมากขึ้น - มีระบบการ Review เวชระเบียนที่แพทยสรุปกอนโดยทีมแพทยที่ผานการอบรม Auditor ซึ่งมีผลตอรายรับ โรงพยาบาล เพิ่มมากขึ้นจากการเบิกเงินตามระบบ DRGs ของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ- การจัดการการสูญ หายเวชระเบียนลดการสูญหายที่เกิดจากใหผูปวยถือเวชระเบียนเอง โดยใชใบสื่อสารแทน ในการติดตอ ระหวางหนวยงานและใชระบบการจัดเก็บเวชระเบียนแบบอิเล็กทรอนิกสไฟล II-5.1 ข. การรักษาความปลอดภัยและความลับ: (1) การจัดเก็บเวชระเบียน ความปลอดภัย: - มีหองจัดเก็บเวชระเบียน ที่มีกุญแจปดมิดชิด จํากัดผูใชขอมูลหากตองการใชขอมูลตองมาลงทะเบียนบันทึก การยืมประวัติเวชระเบียน - มีการนําระบบจัดเก็บเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสมาใชในการจัดเก็บขอมูลเวช ระเบียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บเวชระเบียน โดยมีการกําหนดการเขาถึงขอมูล - ขอมูลในโปรแกรม ฐานขอมูลของโรงพยาบาล (HOSxP) มีการนํารหัสผานมาใช ปองกันการเขาใชงานของโปรแกรมจาก บุคคลภายนอกและมีการกําหนดระดับชั้นการเขาถึงของบุคคลที่เกี่ยวของอยางเหมาะสม หนวยงานแตละ หนวยงานจะมีรหัสผานเขาใชงานได เฉพาะของหนวยงานของตนเองเทานั้น ไมสามารถเขาถึงขอมูล ของ หนวยงานอื่นได (2)(3) การรักษาความลับของขอมูลในเวชระเบียน:
41 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร - จัดทําแนวทางในการใหบริการที่จําเพาะ สําหรับผูรับบริการที่ตองไดรับการพิทักษสิทธิ์ เชน ผูปวยถูกกระทํา ชําเรา จะไมมีการบันทึกขอมูลในสวนที่เปนความลับลงในระบบคอมพิวเตอร โดยจะใชเปนโรคเจ็บปวยทาง อวัยวะสืบพันธุแทน (N99.9) มีการจัดเก็บเวชระเบียนไวในตูเก็บพิเศษ ที่มีการกําหนดสิทธิการเขาถึงอยาง รัดกุม มีผูรับผิดชอบเฉพาะ - การรักษาความลับของผูปวยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส กําหนดสิทธิการเขาถึงของ เจาหนาที่ ที่เกี่ยวของในระดับที่แตกตางกัน กําหนดรหัสการเขาใชงานในโปรแกรม HOSxP ของเจาหนาที่ทุก คนและสามารถ ตรวจสอบยอนกลับไดเมื่อพบความผิดพลาด - ผูปวย HIV ไดมีการกําหนด Code แทนผูปวย ที่ติดเชื้อ HIV เพื่อใชเฉพาะภายในโรงพยาบาลเฝาไร C (Voluntary Counseling Test) F (Faorai) ตามดวย ผลการตรวจ Anti HIV Negative แทนดวย หมายเลข 0 Positive แทนดวย หมายเลข 1 Inconclusive แทน ดวย หมายเลข 2 ผูรับบริการที่ผลการตรวจ Negative คือ CF0 ผูรับบริการที่ผลการตรวจ Positive คือ CF1 ผูรับบริการที่ผลการตรวจ Inconclusive คือ CF2 โดยมีการกําหนดการเขาถึงขอมูลไดเฉพาะแพทย พยาบาล ผูรับผิดชอบคลินิก ARV เทานั้น (4) การใหผูปวยเขาถึงขอมูลของตนในเวชระเบียน: - สําหรับแนวทางในการอนุญาตใหเปดเผยขอมูลโดยตองมีการบันทึกเปนลายลักษณอักษรและผานการอนุมัติ เห็นชอบจากผูอํานวยการ ซึ่งการเปดเผยก็จะมีการแบงแยกออกเปนกรณีตางๆเชน การเปดเผยขอมูลตอ หนวยงานภายนอก การเปดเผยขอมูลตอเจาหนาที่ตํารวจ เปนตน - ผูปวยขอดูเวชระเบียนของตนเองโดย ผูปวยจะแสดงหลักฐานที่แสดงวาเปนตัวผูปวยจริง เชน บัตรประชาชนหรือเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให แสดงความเปนลายลักษณอักษรในแบบฟอรมการขอใช/ขอยืมเวชระเบียนผูอํานวยการเปนผูอนุมัติเปนลาย ลักษณอักษรถาหากผูไมสามารถมาไดดวยตนเองจะตองมีใบมอบอํานาจจากผูปวยทุกครั้งยกเวนผูเยาวตองเปน ผูปกครองหรือผูแทนโดยชอบ - การขอประวัติผูปวยสําหรับบริษัทประกันชีวิต ตัวแทนจากบริษัทประกันชีวิต ตองมีหนังสือยินยอมใหเปดเผยประวัติการรักษาจากตัวผูปวยมาดวยทุกครั้ง แสดงความจํานงเปนลายลักษณ อักษรในแบบการขอใช/ขอยืมเวชระเบียน ผูอํานวยการเปนผูอนุมัติเปนลายลักษณอักษร II-5.2 เวชระเบียนผูปวย: (1) การออกแบบและมาตรการเพื่อใหบันทึกเวชระเบียนมีขอมูลเพียงพอตามขอกําหนด: - มีหองจัดเก็บเวชระเบียน ที่มีกุญแจปดมิดชิด จํากัดผูใชขอมูลหากตองการใชขอมูลตองมาลงทะเบียนบันทึก การยืมประวัติเวชระเบียน - มีการนําระบบจัดเก็บเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสมาใชในการจัดเก็บขอมูลเวช ระเบียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บเวชระเบียน โดยมีการกําหนดการเขาถึงขอมูล - ขอมูลในโปรแกรม ฐานขอมูลของโรงพยาบาล (HOSxP) มีการนํารหัสผานมาใช ปองกันการเขาใชงานของโปรแกรมจาก บุคคลภายนอกและมีการกําหนดระดับชั้นการเขาถึงของบุคคลที่เกี่ยวของอยางเหมาะสม หนวยงานแตละ หนวยงานจะมีรหัสผานเขาใชงานได เฉพาะของหนวยงานของตนเองเทานั้น ไมสามารถเขาถึงขอมูล ของ หนวยงานอื่นได (2) การทบทวนและปรับปรุงคุณภาพของการบันทึกเวชระเบียน (ความสมบูรณ ความถูกตอง การบันทึกใน เวลาที่กําหนด: - จัดทําแนวทางในการใหบริการที่จําเพาะ สําหรับผูรับบริการที่ตองไดรับการพิทักษสิทธิ์ เชน ผูปวยถูกกระทํา ชําเรา จะไมมีการบันทึกขอมูลในสวนที่เปนความลับลงในระบบคอมพิวเตอร โดยจะใชเปนโรคเจ็บปวยทาง อวัยวะสืบพันธุแทน (N99.9) มีการจัดเก็บเวชระเบียนไวในตูเก็บพิเศษ ที่มีการกําหนดสิทธิการเขาถึงอยาง รัดกุม มีผูรับผิดชอบเฉพาะ - การรักษาความลับของผูปวยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส กําหนดสิทธิการเขาถึงของ เจาหนาที่ ที่เกี่ยวของในระดับที่แตกตางกัน กําหนดรหัสการเขาใชงานในโปรแกรม HOSxP ของเจาหนาที่ทุก คนและสามารถ ตรวจสอบยอนกลับไดเมื่อพบความผิดพลาด - ผูปวย HIV ไดมีการกําหนด Code แทนผูปวย
42 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ที่ติดเชื้อ HIV เพื่อใชเฉพาะภายในโรงพยาบาลเฝาไร C (Voluntary Counseling Test) F (Faorai) ตามดวย ผลการตรวจ Anti HIV Negative แทนดวย หมายเลข 0 Positive แทนดวย หมายเลข 1 Inconclusive แทน ดวย หมายเลข 2 ผูรับบริการที่ผลการตรวจ Negative คือ CF0 ผูรับบริการที่ผลการตรวจ Positive คือ CF1 ผูรับบริการที่ผลการตรวจ Inconclusive คือ CF2 โดยมีการกําหนดการเขาถึงขอมูลไดเฉพาะแพทย พยาบาล ผูรับผิดชอบคลินิก ARV เทานั้น iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ • คะแนนการตรวจสอบคุณภาพบัญชี อยูในระดับ A • รางวัลการใชระบบสินไหมอัตโนมัติดีเดน ประเภคโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาการดีเดน v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 50. ระบบบริหารเวชระเบียน 3 1 - มีการนําระบบจัดเก็บเวชระเบียน อิเล็กทรอนิกส มาใชในการจัดเก็บขอมูล เวชระเบียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ จัดเก็บเวชระเบียน ลดพื้นที่การจัดเก็บ ลดปริมาณการใชกระดาษ ปองกันการสูญ หาย ผูใชงานสามารถเรียกดูเวชระเบียน ไดอยางสะดวกรวดเร็ว - มีหองจัดเก็บเวช ระเบียนเปนสัดสวน ไดมาตรฐาน 51. การทบทวนและความสมบูรณของ การบันทึก 3 1 - จัดอบรมการบันทึกขอมูลตามแนว ทางการบันทึกเวชระเบียนของสํานักงาน หลักประกันสุขภาพแหงชาติ(สปสช. ใหแกเจาหนาที่ ที่มีบทบาทในการบันทึก ขอมูล HOSxP เพื่อความถูกตองของ ขอมูลที่จะนําไปใช- ออกแบบปรับปรุง พัฒนา แบบฟอรมเวชระเบียนใหมี ครบถวน ความสมบูรณ ตอบสนองการใช งานมากยิ่งขึ้น II-6 ระบบการจัดการดานยา i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ถูกตอง ปลอดภัย ไดผล ทันเวลา adherence ประสิทธิภาพ
43 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. อุบัติการณ Medication error: Prescribing <10:1,000 3.76 1.84 2.11 2.51 2.21 NA 2. อุบัติการณ Medication error: Transcribing <10:1,000 1.56 1.14 1.32 1.54 0.35 NA 3. อุบัติการณ Medication error: Predispensing <10:1,000 3.63 3.08 1.61 1.50 1.29 NA 4. อุบัติการณ Medication error: Dispensing <10:1,000 1.28 0.07 0.02 0.05 0.05 NA 5. อุบัติการณ Medication error: Administration <10:1,000 0.71 0.56 0.78 1.23 1.14 NA 6. อุบัติการณการเกิดอาการไมพึง ประสงคที่รุนแรงจากการใชยา High Alert Drug 0 0 0 0 0 0 0 7. อุบัติการณ ADE ที่รุนแรง (E-I) 0 0 0 0 0 0 0 ii บริบท ยาที่ตองระมัดระวังสูง: ระบบการจัดการยาความเสี่ยงสูง (High Alert Drug): ฝายเภสัชกรรมมีการจัดเก็บยา HAD แยกออกจากยาตัว อื่น และติดสติ๊กเกอรสีแดงที่ระบุขอความวา High alert drug บนตัวยาทุกตัว เมื่อแพทยประสงคสั่งใชยา ความเสี่ยงสูงตองเขียนคําสั่งชัดเจน (ไมรับ order ทางโทรศัพท ระบุจํานวนยาที่ใช ระบุปริมาณตัวผสม และ อัตราเร็วในการบริหารยา ใหชัดเจน (ไมใชคํายอหรืออัตราสวน เมื่อคําสั่งแพทยถึงฝายเภสัชกรรม ผูที่มีหนาที่ ในการจัดยาและจายยาคือ เจาพนักงานเภสัชกรรม หรือเภสัชกรเทานั้น กอนพยาบาลเริ่มทําหัตถการตอง ตรวจสอบซ้ําอีกครั้งกอนบริหารยาใหผูปวยโดยขั้นตอน Triple Check สําหรับพยาบาลประจําผูปวยในมี หนาที่แนบแบบประเมิน ติดสติ๊กเกอร HAD หนาชารจผูปวย ติดสติ๊กเกอรยา HAD ที่ขวดน้ําเกลือผูปวย ติด สติ๊กเกอรยา HAD ที่ Nurse note และติดปายเตือนสําหรับผูปวยและญาติผูปวยซึ่งจะนําไปแขวนไวที่เตียง
44 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ผูปวย เพื่อผูใหญาติและผูปวยเฝาระวังชวยอีกทาง สําหรับพยาบาลประจําหองฉุกเฉินมีหนาที่แนบแบบ ประเมิน ผูปวย ติดสติ๊กเกอรยา HAD ที่ขวดน้ําเกลือผูปวยและติดสติ๊กเกอร HAD หนา OPD card ผูปวย พยาบาลจะ monitor ผูปวย ตามแบบประเมินที่หองยาจายไปพรอม และถาหากมีอากาขางเคียงเกิดขึ้น จะแจงและเภสัชกรทราบทันทีเพื่อแกไข iii กระบวนการ II-6.1 ก. การกํากับดูแลการจัดการดานยา: (1) การทําหนาที่ของ PTC การบรรลุเปาประสงคของระบบยา ประสิทธิภาพของการจัดการระบบยา: 1. การทําหนาที่ของ PTC: 1.1 คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบําบัด (PTC) ของโรงพยาบาลเฝาไร ประกอบดวย หัวหนาฝายทันตกรรมเปนประธาน มีหนาที่ดูแลพิจารณาบัญชียาโรงพยาบาล กําหนดนโยบาย ดานการจัดซื้อจัดหายา การสํารองยา การกระจายยา การประเมินความเหมาะสมในการสั่งใชยา ตลอดจน ความปลอดภัยดานยา 1.2 วางระบบในการจัดหายาเมื่อเกิดปญหายาขาดแคลน รวมทั้งการจัดหายาใน สถานการณภัยพิบัติ1.3 กําหนดมาตรการปองกันความคลาดเคลื่อนสําหรับรายการยาที่มีความเสี่ยงสูง ให เหมาะสมปลอดภัย 1.4 กําหนดนโยบายการปองกันความคลาดเคลื่อนทางยาตั้งแตขั้นตอนการสั่งยา กอนจาย ยา จายยาและบริหารยา 1.5 กําหนดนโยบายการดําเนินการเรื่อง Medication reconciliation เพื่อใหผูปวย ไดรับยาตอเนื่อง 1.6 กําหนดแนวทางการเฝาระวังและติดตามเหตุการณไมพึงประสงคจากการใชยา รวมถึง การปองกันการแพยาซ้ําทั้งในสวนของโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล โดยฝายเภสัชกรรม จะสงขอมูลการแพยาในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลทุกเดือน 1.7 การควบคุมการใชยาเสพติดใหโทษ ประเภทที่ 3 ทุกครั้งที่มีการสั่งใชยาเสพติด แพทยเจาของไขตองบันทึกลงในใบยส.5 ทุกครั้ง (2) การปรับปรุงบัญชียาครั้งสุดทาย นโยบายสําคัญ จํานวนยาในบัญชี: • มีการประชุมพิจารณาทบทวนบัญชีโรงพยาบาลอยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อจํากัดใหมีรายการยาเทาที่จําเปน โดยพิจารณาจากขอบงชี้ ประสิทธิผล ขอมูลความปลอดภัย ความเสี่ยงและตนทุน ในปงบประมาณ 2564 รายการยานําเขามีทั้งสิ้น 5 รายการ ดังนี้ Daflon 500 mg(Diosmin 450 mg + Hesperidin 50 mg), Atorvastatin 40 mg, Metoclopramide 10 mg, Cyproheptadine 4 mg, และ Diclofenac gel ใน ปงบประมาณ 2564 รายการยานําออกมีทั้งสิ้น 9 รายการ ดังนี้ Erythromycin dry syrup 125 mg/5ml, Theophylline 200 mg, Vitamin B1 100 mg, Vitamin B1-6-12, Dimetapp syrup(Phenylephrine 5 mg + Brompheniramine maleate 2 mg/5 ml), Dimetapp tablet(Phenylephrine 4 mg + Brompheniramine maleate 10 mg), Benadryl syrup, MTV syrup, และ Acyclovir cream (3) ผลการติดตามการปฏิบัติตามมาตรการปองกัน ME/ADE การตอบสนองเมื่อเกิด ME/ADE*: กําหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติเพื่อปองกันความคลาดเคลื่อนทางยาและเหตุการณไมพึงประสงคจากยา แลวนําไปสูการปฏิบัติและมีการตรวจสอบการปฏิบัติ โดยหากพบความคลาดเคลื่อนทางยาขึ้นจะบันทึกขอมูล ลงในแบบบันทึกความเสี่ยงเพื่อใหหนวยงานที่เกี่ยวของนํากลับไปทบทวนหาแนวทางการแกปญหาตอไป (4) ผลการติดตามการใชยาที่มีความเสี่ยงสูงหรือตองมีความระมัดระวังในการใชสูง (HAD): ในสวนของฝายเภสัชกรรมไดเนนย้ําเจาหนาที่กอนหยิบยานั้นตองใชหลัก Triple Check ทุกครั้ง และกอนจาย ยาเภสัชกรตองตรวจสอบใหละเอียดทั้งชื่อยา ขนาด วิธีใช จํานวน วาตรงตามคําสั่งแพทยหรือไม ในสวนของ พยาบาลนั้น กอนการบริหารยาตองใชหลักการ Triple Check เชนกันเพื่อตรวจสอบวายาที่ตนหยิบขึ้นมานั้น ใชยาที่ตองการใชจริงหรือไม หากผูปวยรายใดมีการใชยาความเสี่ยงสูง สิ่งที่พยาบาลตองปฏิบัติคือ ติด สติ๊กเกอร HAD สีแดงหนาชารทผูปวย แนบใบติดตามอาการ ติดสติ๊กเกอรที่ขวดน้ําเกลือ หอยปาย High
45 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร Alert Drug ที่เสาน้ําเกลือ และติดสติ๊กเกอร HAD ที่ Nurse Note เพื่อเปนที่สังเกตวาผูปวยรายนี้ไดรับยา ความเสี่ยงสูงซึ่งตองมีการเฝาระวังเพิ่มขึ้น (5) ผลการดําเนินงานตามแผนงานใชยาสมเหตุผล (rational drug use) และแผนงานดูแลการใชยาตานจุลชีพ (antimicrobial stewardship): ปงบประมาณ 2560 เริ่มแผนดําเนินงานเรื่องการใชยาสมเหตุผลในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลทั้ง 7 แหงในเขตอําเภอเฝาไร จังหวัดหนองคาย มีการดําเนินการตามตัวชี้วัด โดยจากโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตําบล 7 แหง มี 5 แหงที่ผานตัวชี้วัด คิดเปน 71.43 % เกณฑการผานคือ 60% ถือวาผาน RDU 1 ขั้นที่ 1 ปงบประมาณ 2561 ดําเนินงานเรื่องการใชยาสมเหตุผลในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลทั้ง 7 แหงในเขต อําเภอเฝาไร จังหวัดหนองคาย ในปงบประมาณนี้ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลทั้ง 7 แหง ผานตัวชี้วัดทั้ง 7 แหง สงผลใหผาน RDU 1 ขั้น 2 ปงบประมาณ 2562 ดําเนินงานเรื่องการใชยาสมเหตุผลในโรงพยาบาลเฝา ไร จังหวัดหนองคาย โดยตัวชี้วัดการสั่งใชยาปฏิชีวนะในโรคระบบทางเดินหายใจสวนบน โรคอุจจาระรวง เฉียบพลันและแผลติดเชื้อ เปนตัวชี้วัดที่ทาทาย แตโรงพยาบาลเฝาไรสามารถผานตัวชี้วัดไดทุกขอ ทําใหผาน RDU 2 ในปงบประมาณนี้ และในปงบประมาณ 2563 กําลังดําเนินการสู RDU 3 (6) การติดตามตัวชี้วัด การทบทวนวรรณกรรม การประเมินและปรับปรุงระบบจัดการดานยา: การติดตามตัวชี้วัด: ทีมนําระบบยามีการติดตามตัวชี้วัดจากแตละฝายอยูเปนประจํา ทั้งนี้เพื่อติดตามงานและ หากตัวชี้วัดใดยังพบปญหาจะไดหาแนวทางการแกปญหาตอไป นําไปสูการพัฒนาเรื่องระบบยา อีกทั้งจะมีการ ควบคุมหรือแนวทางการบริหารจัดการยาปรุงสมุนไพรใหมีระบบไดมาตราฐานตามแนวทางการบริหารยา เพื่อใหยามีคุณภาพ เกิดความปลอดภัยตอผูมารับบริการ II-6.1 ข. สิ่งแวดลอมสนับสนุน: (1) การฝกอบรมเพื่อเพิ่มความรูความสามารถ: ในปงบประมาณ 2562 วันที่ 8 ตุลาคม 2562 มีการจัดอบรมใหความรูเกี่ยวกับวัคซินพิษสุนัขบาและอัพเดท แนวทางการรักษาใหแกบุคลลากรในโรงพยาบาลเฝาไรและโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลภายในพื้นที่ อําเภอเฝาไร (2) การเขาถึงขอมูลเฉพาะของผูปวยแตละราย: โรงพยาบาลเฝาไรใชระบบ HOSxP โดยเจาหนาที่แตละฝายจะมีรหัสเพื่อเขาระบบได เชนเดียวกันในฝาย เภสัชกรรม เภสัชกร เจาพนักงานเภสัชกรรมสามารถเขาระบบ HOSxP ได แตอาจจํากัดขอบเขตการเขาถึง ขอมูลผูปวยซึ่งกําหนดโดยบทบาทหนาที่ของเจาหนาที่เอง เชน ขอมูลน้ําหนักตัวผูปวยทั้งเภสัชกรและเจา พนักงานเภสัชกรรมสามารถเขาถึงไดเหมือนกัน เพื่อคํานวณขนาดยาที่ผูปวยไดรับ เภสัชกรสามารถเขาถึง ขอมูลการแพยาของผูปวยได ทั้งนี้เพราะวาเภสัชกรมีหนาที่ลงขอมูลการแพยา ผูปวย ที่มีประวัติแพยา ที่หนา OPD card จะมีสติ๊กเกอรติดดานหนาเพื่อแจงเตือน และไดทําการเนนย้ําแพทยผูปฏิบัติงาน ใหตรวจสอบ ทั้ง สติ๊กเกอร และPop up ที่เตือนเรื่องการแพยาทุกครั้ง ในแผนกผูปวยในจะมีการปมเตือนการแพยา ในทุกหนา ของชารจ พรอมแจงเตือนดานหนาของชารจ เนนย้ําแพทยตรวจสอบทุกครั้ง ทั้งนี้ยังไมพบอุบัติการณผูปวยแพ ยาซ้ํา แตอุบัติการณที่แพทยเขียนใบสั่งยาที่ผูปวยแพ ยังพบอยู แตหากแพทยสั่งยาโดยผานระบบ HOSxP จะ มี Pop up ขึ้นเตือนทุกครั้งที่มีการสั่งยาที่ผูปวยแพ (3) การเขาถึงขอมูลยาที่จําเปน: ฝายเภสัชกรรมไดจัดทําแนวทางการบริหารยาฉีดใหแกพยาบาล เนื่องจากพยาบาลมีตารางการใหยาฉีดแก ผูปวยเชน หากยาฉีดบริหารทุก 24 ชั่วโมง พยาบาลมีตารางการบริหารยาคือ เวลา 12:00 และ 24:00 หาก ผูปวยเขามานอนโรงพยาบาลเวลา 11:00 แลวยาครั้งตอไป จะใหเวลา 12:00 ของวันตอไป ดวยขอจํากัดของ
46 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร บุคลากร พยาบาลไมสามารถบริหารยาครั้งตอไปในเวลา 11:00 ของวันตอไปได จึงเกิดเปนแนวทางการบริหาร ยาฉีดใหแกพยาบาล เพื่อความสะดวกและไดมาตรฐานการรักษา ฝายเภสัชกรรมไดจัดทําแนวทางการบริหาร ยาความเสี่ยงสูงและแนวทางการเฝาระวังการใชยา รายการยาที่ หามใชในผูปวยตั้งครรภ แนวทางการบริหาร ยาฉีดและความคงตัวหลังผสม ลักษณะผื่นแพยา ใหแกหองฉุกเฉินและหอผูปวยใน (4) ระบบคอมพิวเตอรสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับการใชยา การสงสัญญาณเตือน: จัดทํา Pop – up ในระบบ HOSxP เตือนรายการยาที่ผูปวยแพใหแพทยไดทราบ เพื่อปองกันการแพยาซ้ํา จัดทํา Pop – up ในระบบ HOSxP ยาที่มีอันตรกิริยารวมกัน เพื่อใหแพทยทราบวาหากมีการใชรวมกันจะ สงผลอยางไรบาง (5) สิ่งแวดลอมทางกายภาพเกี่ยวกับการใชยา: ฝายเภสัชกรรมมีสถานที่สํารองยา 2 แหงคือ คลังยาเวชภัณฑและคลังยาสํารองภายในหองยา โดยมีการ บันทึกอุณหภูมิภายในหองไมเกิน 30 องศาเซลเซียสและความชื้นไมเกิน 70 % มีการจดบันทึกในเวลา 8:00 และ 16:00 เชนเดียวกับยาที่เก็บรักษาในตูเย็น สําหรับวัคซินที่ตองเก็บรักษาในชองแชแข็ง อุณหภูมิตองอยู ระหวาง - 25 องศาเซลเซียส ถึง - 15 องศาเซลเซียส สําหรับวัคซินที่เก็บรักษาในชองธรรมดา อุณหภูมิตองอยู ระหวาง 2 – 8 องศาเซลเซียส มีการจดบันทึกในเวลา 8:00 และ 16:00 เชนเดียวกัน หากไฟดับ มีแนวทาง การจัดการเคลื่อนยายวัคซินอยูบริเวณฝาตูเย็น II-6.1 ค. การจัดหาและเก็บรักษายา: (1) การจัดหายา: หลังจากการประชุมบัญชียาเพื่อนํายาเขา - ออก และไดขอสรุปวามีรายการยาใดบางที่นําออก มีรายการยา ใดบางที่นําเขาบัญชียาโรงพยาบาล หัวหนาฝายเภสัชกรรมจะจัดทําแผนการซื้อยาประจําปงบประมาณ โดย พิจารณาขอมูล 3 ปยอนหลัง ทั้งปริมาณการใชยา มูลคายา ชวงเวลาที่ใช เพื่อประกอบการพิจารณาและ กําหนดปริมาณการสั่งซื้อ ในการสั่งยาจากองคการเภสัชกรรมและการจัดซื้อยาจากบริษัทยาที่ผานการสอบการ จัดซื้อรวมของเขต 8 แลว หลังจากนั้นเมื่อเวชภัณฑยาถึงโรงพยาบาล เจาหนาที่คลังยานั้นมีหนาที่ตรวจสอบ ชนิด จํานวน ความเรียบรอยและลงรับในบันชีเวชภัณฑ หากพบวายาที่ไดรับไมตรงตามที่สั่งเจาหนาคลังยาจะ ประสานกับหัวหนาฝายเภสัชกรรมเพื่อดําเนินการแกไขตอไป สําหรับยาที่แพทยตองการใชแตโรงพยาบาล สํารองยาไมเพียงพอ ฝายเภสัชกรรมมีหนาที่ประสานโรงพยาบาลใกลเคียงเพื่อขอยืม เมื่อบริษัทจัดสงเวชภัณฑ ยาดังกลาวถึงโรงพยาบาลเฝาไรแลว ทางฝายเภสัชกรรมจะดําเนินการคืนยาตอไป (2) การเก็บสํารองยาอยางเหมาะสมและปลอดภัย: คลังยาเวชภัณฑและคลังยาสํารองภายในหองยา มีการบันทึกอุณหภูมิภายในหองไมเกิน 30 องศาเซลเซียส และความชื้นไมเกิน 70 % มีการจดบันทึกในเวลา 8:00 และ 16:00 ตูเย็นสําหรับเก็บรักษาวัคซินที่ตองเก็บ รักษาในชองแชแข็ง อุณหภูมิตองอยูระหวาง - 25 องศาเซลเซียส ถึง – 15 องศาเซลเซียส สําหรับวัคซินที่เก็บ รักษาในชองธรรมดา อุณหภูมิตองอยูระหวาง 2 – 8 องศาเซลเซียส มีการจดบันทึกในเวลา 8:00 และ 16:00 เชนเดียวกัน หากไฟดับ มีแนวทางการจัดการเคลื่อนยายวัคซินอยูบริเวณฝาตูเย็นตามแนวทางของ Cold Chain ฝายเภสัชกรรมปฏิบัติงานในเวรเชาถึงเวรบาย (8:00 – 24:00) ทุกวัน ดังนั้นชวงเวลาเวรดึก (24:00 – 8:00) หองฉุกเฉินไดสํารองยาไวที่จําเปนไวที่หองฉุกเฉินเรียบรอยพรอมสติ๊กเกอรยา โดยยาที่สํารองไวนั้นใช เฉพาะในเวรดึกเทานั้น ชวงเวลาเวรเชาถึงเวรบายหากมีการใชยาใหมาเบิกที่ฝายเภสัชกรรมทุกรายการ ทั้งนี้ เพื่อปองกันการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยา ในสวนของยาความเสี่ยงสูงไดสํารองไวในกลองยาฉุกเฉิน ซึ่งหอง ฉุกเฉินมีสํารองไวจํานวน 3 กลองและหอผูปวยในสํารองไวจํานวน 1 กลอง โดยหากมีการใช เจาหนาที่หอง ฉุกเฉินหรือหอผูปวยในจะนํามาเปลี่ยนทันที เพื่อใหพรอมใชในผูปวยรายตอไป
47 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (3) การจัดใหมียา/เวชภัณฑฉุกเฉินในหนวยดูแลผูปวย: ฝายเภสัชกรรมไดจัดทํากลองยาฉุกเฉินโดยยาฉุกเฉินมีทั้งหมด 11 รายการ ดังนี้ Adenosine Injection 3 mg/mL (2 mL), Adrenaline Injection 1 mg/mL (1 mL), Amiodarone Injection 50 mg/mL (3 mL), Atropine Injection 0.6 mg/mL (1 mL), Calcium gluconate Injection 10%w/v, 0.45 mEq/mL (10 mL), Digoxin Injection 0.25 mg/mL (2 mL), Dopamine Injection 25 mg/mL (10 mL), Magnesium sulfate Injection 50% (2 mL), 10% (10mL), Nicardipine Injection 1 mg/mL (10 mL), Norepinephrine Injection 1 mg/mL (4 mL), Potassium chloride Injection 20 mEq/10 mL ที่หอง ฉุกเฉินสํารองไวจํานวน 3 กลองและหอผูปวยในจํานวน 1 กลอง หากมีการใชกลองยาฉุกเฉินกลองใด หลังจาก ใชเจาหนาที่จะนํามาเปลี่ยนทันที และมีเอกสารแนบแตละกลองวามียารายการใดบาง Lot No. จํานวน วัน หมดอายุ จํานวนที่ใช วันที่ใช พยาบาลผูทําหัตถการ HNผูปวย หากลงขอมูลไมครบเชน ไมไดระบุวาฉีดยาให ผูปวยรายใด จะตองกลับไปลงขอมูลใหครบกอนมาแลกกลองยาฉุกเฉิน พอเจาหนาที่มาแลกกลองยาฉุกเฉิน เภสัชกรจะตองดูวันหมดอายุของยากอนบรรจุยาลงในกลองยาฉุกเฉินทุกครั้ง หากยานั้นมีอายุนอยกวา 6 เดือนจะนําออกทันที และจัดเรียงยาตาม First Expire First Out เนื่องจากยาความเสียงสูงมีอัตราการใช คอนขางนอย (4) การจายยาเมื่อหองยาปด: หลังจากเภสัชกรลงเวรบายในเวลา 24:00 จะนําสงรถยาที่สํารองยาที่จําเปนในเบื้องตนไปที่หองฉุกเฉิน พยาบาลตรวจรักษาผูปวยแลว จะสงมอบยาที่ฝายเภสัชกรรมไดจัดไวใหพรอมกับอธิบายวิธีการทานยาใหแก ผูปวย สําหรับยาฉีด สารน้ํา และยาเม็ดที่นอกเหนือจากที่อยูในรถยา หากมีการใชในเวรดึก เจาหนาที่หอง ฉุกเฉินหรือหอผูปวยใน จะสงใบเบิกเพื่อนําไปสํารองที่แผนกของตนใหพรอมใชงานในเวรดึกตอไป โดยใบเบิก นั้นจะสงกอน 9:00 ของทุกวัน (5) การจัดการกับยาที่สงคืนมาหองยา: ฝายเภสัชกรรมจัดเตรียมกลองคืนยาไวบริเวณหนาฝายเภสัชกรรม เพื่อที่ผูปวยสามารถนํามาคืนได หลังจาก นั้นเจาพนักงานเภสัชกรรมจะนํายาคืนมาตรวจสอบ คิดมูลคา หากยาหมดอายุหรือหมดสภาพจะนําสงเพื่อ ทําลายตอไป II-6.2 ก. การสั่งใชและถายทอดคําสั่ง: (1) การเขียนคําสั่งใชยาและถายทอดคําสั่ง เพื่อการใชยาที่ถูกตอง เหมาะสม ปลอดภัย: ในแผนกผูปวยนอก การสั่งยาใชหรือเพิ่มยา แพทยจะตองสั่งผานคอมพิวเตอรเทานั้น ไมมีการเขียนสั่งยาโดย การเขียน เพื่อปองกันความคลาดเคลื่อนทางยาที่อาจเกิดขึ้น ในหอผูปวยในนั้นการสั่งใชยา แพทยยังคงสั่งยา โดยการเขียน ในการสั่งยานั้นแพทยจะตองระบุชื่อยาสามัญ หรือชื่อการคาที่เปนที่รูจัก หากตองการใชตัวยอ ตัวยอนั้นตองเปนตัวยอสากล นอกจากชื่อยาที่ตองระบุแลว ยังตองระบุขนาดยา วิธีใช จํานวน และระยะเวลา ที่ตองการใหในการถายทอดคําสั่ง พยาบาลผูรับคําสั่งแพทยทางโทรศัพทนั้นจะตองทวนคําสั่งแพทยใหแพทย ทราบทุก ครั้งและเขียนลงในใบสั่งยาทันที (2) medication reconciliation: การทํา Medication Reconciliation เพื่อใหผูปวยไดรับยาเดิมอยางตอเนื่องขณะที่ผูปวยนอนรักษาตัวอยูที่ โรงพยาบาลจนกระทั่งผูปวยออกจากโรงพยาบาล ผูปวยรายที่ตองการใหทํา Medication Reconciliation แพทยจะเปนผูสั่งในใบ Order โดยเจาหนาที่หองฉุกเฉินจะโทรมาแจงฝายเภสัชกรรมถึงชื่อ-นามสกุลผูปวย เลขประจําตัวผูปวย และโรงพยาบาลที่ผูปวยรับยาเพื่อใหเภสัชกรจะไดตามประวัติผูปวยไดถูกตอง เมื่อตาม ประวัติยาของผูปวยเรียบรอยแลวจะทําการปริ้นใสกระดาษสีเหลือง เพื่อใหแพทยผูเกี่ยวของไดสังเกตเห็นงาย
48 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร เมื่อเอกสาร Medication Reconciliation อยูในชารจผูปวย ในกรณีที่ผูปวยถูกจําหนายออก แพทยจะดู เอกสาร Medication Reconciliation ประกอบในการสั่งยากลับบานใหผูปวย ทั้งนี้เพื่อปองกันผูปวยไมไดรับ ยาเดิมกลับบานดวย (3) ถามีการสั่งจายยาผานระบบคอมพิวเตอรใช (Computerized Physician Order Entry; CPOE) ระบบมี ฐานขอมูลที่เปนปจจุบันที่ชวยสนับสนุนการตัดสินใจ: ยังไมมีการใชระบบดังกลาว II-6.2 ข. การเตรียม เขียนฉลาก จัดจาย และสงมอบยา: (1) การทบทวนคําสั่งใชยา: เจาหนาที่ที่ประจําเครื่องคอมพิวเตอรเมื่อไดรับใบสั่งยาจากผูปวยมีหนาที่ปอนเลขใบสั่งยา / HN ตรวจ ชื่อ – สกุล ตรงกับใบสั่งยา ตรวจเช็ครายการยาสัมพันธกับอาการและการวินิจฉัย หากเปนโรคเรื้อรังเช็คเทียบกับ รายการครั้งกอน นอกจากนั้นยังตองตรวจสอบความแรง ขนาดและวิธีใช Drug Interaction ขอหาม ผลทาง หองปฏิบัติการที่เกี่ยวของหากพบความคลาดเคลื่อนทางยาใหประสานผูสั่งจายยา เพื่อแกไข และหากผูปวย ตองชําระเงินใหสงชําระเงิน (2) การจัดเตรียมยา: พนักงานนําตะกราไปจัดยาและตรวจสอบจํานวนรายการยาที่จัดวาตรงกับใบสั่งยาหรือไม (3) การติดฉลากยา: หลังจากที่เจาหนาที่ที่ประจําเครื่องคอมพิวเตอรติดฉลากยาบนซองยาแลว มีการตรวจ ชื่อ – สกุล บนใบสั่งยา กับฉลากยาในตะกราวาตรงกันหรือไม ฉลากยาที่มีเครื่องหมาย # หมายถึงยานั้นตองบรรจุในซองสีชากันแสง (4) การสงมอบยาใหหนวยดูแลผูปวย: หองฉุกเฉินมีการสํารองยาไวเพื่อใชในเวรดึกเทานั้น หากตองการใชยาในเวรเชา – บาย จะมาเบิกยาที่ฝาย เภสัชกรรม เพื่อปองกันความคลาดเคลื่อนทางยาและเพื่อควบคุมปริมาณการใชยาได โดยหองฉุกเฉินจะสงใบ เบิกยาเพื่อนําไปสํารองไวที่หองฉุกเฉินในชวงเชาของทุกวัน (5) การสงมอบยาใหแกผูปวย: เภสัชกรจะเรียก ชื่อ – สกุล ผูปวย เมื่อผูปวยเดินมารับยา เภสัชกรจะเรียกชื่อแลวใหผูปวยขานนามสกุล ตัวเอง เภสัชกรจะถามอีกหนึ่งคําถามเพื่อเปนการยืนยันตัวผูปวยอีก เชนถามบานเลขที่ หลังจากนั้น เภสัชกร สงมอบยาพรอมแนะนํา (สรรพคุณ, ขนาดและวิธีใช , อาการขางเคียงที่อาจเกิด, ขอควรระวัง, การปฏิบัติเมื่อ เกิดปญหาจากการใชยา, การปฏิบัติตัวอื่นที่เกี่ยวของ สอนใชยาเทคนิคพิเศษรายใหม / ทบทวนการใชยา เทคนิคพิเศษรายเกา **กลุมผูปวยโรคเรื้อรังจะถามสรรพคุณยา , ขนาดและวิธีใช เปนปลายเปดใหผูปวย ตอบ** II-6.2 ค. การบริหารยา: (1) การบริหารยา การใชแบบบันทึกการใหยา (Medication Administration Record; MAR) การตรวจสอบ ซ้ํา: หลังจากแพทยราวดวอรดแลว พยาบาลรับคําสั่งแพทยเสร็จ จะนําสงใบ Copy Order มาที่ฝายเภสัชกรรม เภสัชกรหรือเจาพนักงานเภสัชกรรมมีหนาที่ตรวจสอบชื่อผูปวยวาตรงกับ Foot Note หรือไม หากตรงกันจะ ลงขอมูลยา (ชื่อยา, ความแรง, ขนาดและวิธีใช, จํานวนยาที่สั่งจายตาม one day dose , วันที่เริ่ม / วันที่ หยุด แลวพิมพใบสั่งยาและฉลากยา หลังจากนั้นเช็คยาที่เหลือบนรถยา ประสานตึกผูปวยในหากพบยาที่ไม ควรเหลือบนรถยา ตรวจ ชื่อ – สกุล บนใบสั่งยากับฉลากยา ติดฉลากยา จัดยาใสล็อคยาของผูปวยบนรถสงยา ตรวจจํานวนรายการยาที่จัดตรงกับใบสั่งยา จัดแยกสารน้ําสงรวม ตรวจรายการยาที่จัดกับ order และใบสั่งยา