49 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (ชื่อ สกุล, จํานวนรายการยา, ชนิดยา, ความแรง, ขนาดและวิธีใช,จํานวน แกไขความคลาดเคลื่อนทางยา หากตรวจพบ รายใหม จายยาใหญาติ และตามยาเดิมของผูปวยรายเกา สงรถยาและตรวจสอบยาที่นําสงกับ พยาบาลโดยเช็คกับ Med Sheet รวมสารน้ําสงรวม (2) การใหความรู การมีสวนรวมของผูปวย/ครอบครัว: คลินิกวัณโรค: เภสัชกรใหความรูแกผูปวยเกี่ยวกับยา วิธีการทานยา ใหผูปวยตระหนักถึงความสําคัญของการ ทานยาวาวัณโรคหายไดหากทานยาครบ อีกทั้งยังแนะนําหากผูปวยทานยาแลวมีอาการผื่นคันขึ้นตามรางกาย ใหรีบมาพบแพทยทันทีคลินิกหอบหืด/ปอดอุดกั้นเรื้อรัง: เภสัชกรนอกจากอธิบายชื่อยาพนแลว ยังสาธิต วิธีการพนยาที่ถูกตองใหแกผูปวย และใหผูปวยตระหนักถึงความสําคัญของการใชยาพนดวย (3) การติดตามผลการใชยา: มีแบบบันทึกเฝาระวังการใชยาสําหรับยาความเสี่ยงสูง (High Alert Drugs) (4) การจัดการกับยาที่ผูปวยนําติดตัวมา: ผูปวยโรคเรื้อรังทั้งเบาหวาน ความดัน หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง วัณโรคจะนํายาที่เหลือมาโรงพยาบาลดวย แพทยจะใหยาถึงวันนัดครั้งตอไปโดยหักลบกับยาที่ผูปวยมีอยู ทั้งนี้ลดปริมาณยาที่คางอยูที่ผูปวย สําหรับ ผูปวยที่นอนโรงพยาบาล หากผูปวยมียาที่ตองรับประทานตอเนื่อง ผูปวยจะนํายามาฝากไวที่ฝายเภสัชกรรม เพื่อใหจัดผูปวยทาน และเมื่อผูปวยไดกลับบานจะนํายาคืนแกผูปวยทุกราย iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ ในปงบประมาณ 2560 โรงพยาบาลเฝาไรผานการรับรอง การพัฒนาระบบ Service Plan สาขา การใชยา อยางสมเหตุผล ระดับ ดีเยี่ยม จากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ใหไวในวันที่ 11 กันยายน 2560 ใน ปงบประมาณ 2562 คปสอ. เฝาไรผานการรับรอง Service Plan สาขาการใชยาอยางสมเหตุผล ผาน เกณฑ RDU ขั้น 2 จากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ในปงบประมาณ 2562 คปสอ. เฝาไรผานการรับรอง Service Plan สาขาการใชยาอยางสมเหตุผล ผาน เกณฑ RDU ขั้น 3 จากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด หนองคาย ในปงบประมาณ 2562 โรงพยาบาลเฝาไรผานการรับรอง การพัฒนาระบบบริการใหมีการใชยา อยางสม เหตุผลและจัดการการดื้อยาตานจุลชีพ ผานเกณฑ ขั้น 3 จากเขตสุขภาพที่ 8 ใหไวในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 52. การกํากับดูแลการจัดการดานยา 4 I สํารองยาใหเพียงพอตอผูปวย ลดการยืม ยาจากโรงพยาบาลขางเคียง 53. สิ่งแวดลอมสนับสนุน การจัดหา และเก็บรักษายา 3 L มีการเก็บรักษายาที่ตามหลักมาตรฐาน มี การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นที่ถูกหลัก
50 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 54. การสั่งใชยาและการถายทอดคําสั่ง 3 L หากแพทยประสงคเพิ่ม/ลดยาผูปวยนอก ตองผานระบบ HOSxP เทานั้น ไมมีการ เขียน 55. การทบทวนคําสั่ง เตรียม เขียน ฉลากจัดจาย และสงมอบยา 3 I - จัดหาคอมพิวเตอรใหเภสัชกรในจุดจาย ยา เพื่อที่จะตรวจสอบขอมูลยาและขอมูล ผูปวยกอนจายยา - ระบบบริการแบบ One stop service ในคลินิกเฉพาะโรค 56. การบริหารยาและติตตามผล 3 I มีการติดตามผลการดําเนินงานทุกๆไตร มาส II-7.1 บริการรังสีวิทยา/ภาพการแพทย i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: คุณภาพฟลม ปลอดภัย ถูกตอง รวดเร็ว ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. อัตราฟลมเสีย <3% 3.6% 1% 0% 0% 0% 0% 2. อัตราการเอกซเรยซ้ํา <3% 3.6% 1% 0% 0% 0% 0% 3. จํานวนผิดพลาดในการเอกซเรย ผิดคน 0 ราย 1 0 0 1 0 0 4. จํานวนความผิดพลาดในการ เอกซเรยผิดขาง/ตําแหนง 0 ราย 3 2 0 0 0 0 5. จํานวนความผิดพลาดในการ เอกซเรยผิดคําสั่ง 0 ราย 1 0 0 0 0 0 6. ระยะเวลาโดยรวมในการใหบริการ 15 นาที/ Study <15 <15 <15 <15 <15 <15
51 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 7. ความไมพรอมใชงานของ เครื่องเอกซเรย <5 ครั้ง/ ป 3 3 2 4 0 0 8. จํานวนอุบัติการณที่ผูปวยไดรับ อุบัติเหตุขณะรับบริการ 0 ครั้ง 0 0 0 0 0 0 ii บริบท ขอบเขตบริการ (ในเวลา นอกเวลา การสงตรวจภายนอก: • งานรังสีวิทยาเปนงานบริการสุขภาพดานการถายภาพรังสี เพื่อการวินิจฉัยโรคตามคําสั่งของแพทย• โรงพยาบาลเฝาไร มีพนักงานบริการทั่วไป 2 คน ประจําที่หองเอกซเรย และมีกําลังสํารองเปนพนักงานบริการ ประจําฝายกลุมงานเทคนิคการแพทยชวยปฏิบัติงานนอกเวลาราชการหรือปฏิบัติงานเสริมทดแทนอีก 1 คน โดยเจาหนาที่ดังกลาวไดรับการฝกปฏิบัติงานจากนักรังสีการแพทยโรงพยาบาลโพนพิสัย และปฏิบัติงานโดย ไดรับคําปรึกษาจากนักรังสีการแพทยของโรงพยาบาลใกลเคียง • เปาหมายของการใหบริการถายภาพเอกซเรย ทั่วไป เพื่อประกอบการวินิจฉัยโรคของแพทย โดยมีเปาหมายใหไดภาพเอกซเรยที่คมชัด ถูกตอง รวดเร็ว ได คุณภาพที่ดี ผูรับบริการปลอดภัยและพึงพอใจ โดยมีการเปดใหบริการในเวลาราขการและนอกเวลาราชการ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งผูปวยนอกและผูปวยใน การตรวจพิเศษ/การทํา intervention ทางรังสี: ไมมี จํานวนเจาหนาที่รังสีเทคนิค/เจาหนาที่ถายภาพรังสี (ปริญญา/ต่ํากวาปริญญา: • ในเวลาราชการมีอัตรากําลัง 2 อัตรา ไดแก1. พนักงานบริการทั่วไป จํานวน 2 อัตรา (วุฒิบัตร ปวส. * เสริมผูชวยหองปฏิบัติการ(สํารองเพื่อทดแทนหรือปฏิบัติงานเสริมในกรณีเรงดวนหรือกรณีปริมาณงานเกิน กําลังจํานวน 1 อัตรา จํานวนรังสีแพทย: ไมมี เทคโนโลยีสําคัญ: • ใหบริการเอกซเรยดวยระบบดิจิตอล (Digital Radiography) พรอมทั้งมีระบบจัดการ จัดเก็บและรับสง ภาพถายทางรังสีแบบดิจิตอล (PACS) iii กระบวนการ II-7.1 ก. การวางแผน ทรัพยากร และการจัดการ: (1) การวางแผนและจัดบริการ:
52 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร • การใหบริการถายภาพเอกซเรยทั่วไป มีการจัดกลุมของผูรับบริการไวตามประเภทของความเรงดวน คือ ผูปวยโรคติดตอที่มีการขอผลดวน เชน ผูปวยPUI ผูปวย Covid-19 ผูปวยฉุกเฉิน ผูปวยตรวจโรคทั่วไป ลําดับ สุดทายคือผูปวยที่ตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย ทั้งนี้จะมีการพิจารณาจากพยาธิสภาพของผูปวยในแต ละประเภท และความเรงดวนรวมดวยเพื่อใหทันตอการรักษา • มีการประกันเวลาในการรอรับบริการสําหรับ ผูรับบริการไมเกิน 15 นาที• กรณีที่แพทยผูตรวจสงสัยภาพเอกซเรยสามารถปรึกษาทีมแพทยพี่เลี้ยง (ทีม แพทยเฉพาะทาง ได โดยแพทยพี่เลี้ยงสามารถเรียกดูภาพเอกซเรยในระบบ PACS ดวยโทรศัพทมือถือสวนตัว โดยสามารถดูผานระบบออนไลนได และสามารถปรึกษารังสีแพทยจากโรงพยาบาลใกลเคียงดวยชองทางทาง โทรศัพทหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสได• การปฏิบัติงานเปดบริการในวันเวลาราชการ ตั้งแตเวลา 08.00- 16.00 น. โดยมีเจาหนาที่ประจํา 2 อัตรา หลัง 16.00น.จัดใหมีเวร 16.00-20.00 น. 1 อัตรา และหลังจากนั้น เปนเวร On Call • ปฏิบัติงานในวันหยุดนักขัตฤกษ ตั้งแตเวลา 08.00-16.00 น.โดยมีเจาหนาที่ประจํา 1 อัตรา หลัง 16.00 น.จัดใหมีเวร 16.00-20.00น. 1 อัตรา และหลังจากนั้นเปนเวร On Call • กรณีมีเหตุ อุบัติเหตุหมูนอกเวลาราชการสามารถเรียกใหเจาหนาที่ขึ้นปฏิบัติงานเสริมได (2) ทรัพยากรบุคคล: • พนักงานบริการ จํานวน 2 อัตรา (ปวส. • พนักงานบริการหองปฏิบัติการ จํานวน 1 อัตรา (มัธยมศึกษาตอน ปลาย * กรณีทดแทนหรือชวยเสริม • มีการมอบหมายงานใหบุคลากรทุกคน รับผิดชอบโดยทําเปนคําสั่ง หนาที่ความรับผิดชอบและคุณลักษณะของตําแหนงงาน (Job Descriptions) แบบรายบุคคล มีการรวมกัน ตรวจสอบติดตามเพื่อหาแนวทางที่ดียิ่งขึ้น และมีการสงบุคลากรเขารวมประชุมและอบรมวิชาการทางรังสีกับ หนวยงานตางๆทั้งภายในและภายนอกองคกร (3)(4) พื้นที่ใชสอย เครื่องมืออุปกรณ การตรวจสอบจากหนวยงานตามกฎหมาย: • เครื่องเอกซเรยและหองปฏิบัติการทางรังสีไดมีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยจากศูนย วิทยาศาสตรการแพทยเขต 8 จ.อุดรธานี ในปงบประมาณ 2562 • การสอบเทียบเครื่องเอกซเรย กําลัง ดําเนินการขอสอบเทียบและเขารวมโครงการ • พื้นที่ใชสอยหลังจากมีการปรับปรุงระบบการถายภาพรังสีจาก ระบบเดิมคือระบบฟลม เปนระบบ PACS ทําใหสามารถปรับปรุงพื้นที่ของหนวยงานได โดยจากเดิมมีสภาพ ภายในหองทํางานมีกลิ่นจากน้ํายาลางฟลม แตปจจุบันไมมีปญหาดังกลาวแลว • มีการใชเครื่องวัดรังสีประจํา บุคคล (OSL) สําหรับบุคลากรที่ทํางานดานรังสีทุกราย • มีระบบไฟสัญญาณเตือนหนาหองขณะทํางานเพื่อ ปองกันการแพรกระจายของรังสีสูบุคคลที่ไมเกี่ยวของ • มีปายสัญลักษณเตือนใหทราบถึงเขตการแผกระจาย ของรังสี• มีกริ่งสัญญาณกรณีฉุกเฉิน (5) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางรังสีวิทยา: • การบันทึกขอมูลของผูปวยที่มารับบริการทางรังสี ขอมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไวในระบบ IT ของหนวยงาน ดังนั้นการเรียกคนและลงทะเบียนขอมูลจึงทําไดเฉพาะทาง HOSxP และระบบโปรแกรมของงานรังสี การแพทย (TPACS) เทานั้น โดยมีรหัสปลดล็อคเพื่อปองกันการเขาถึงขอมูลของหนวยงานไวเฉพาะ • การ เรียกคนประวัติฟลม / ประวัติภาพถายรังสี สามารถเรียกคนไดจาก ระบบ HOSxP เชนกัน โดยใช HN. หรือ XN. ของผูปวยเรียกคน ซึ่งการจัดเรียงฟลมเอกซเรย จะเรียงตามลําดับ XN. • ในกรณีที่ฟลมเปนฟลมคดีความ หากมีการขอยืมฟลม จะตองไดรับความยินยอมจากแพทยเวรหรือแพทยเจาของคนไขเทานั้น พรอมหลักฐาน เชน สําเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารอื่นๆที่สามารถระบุตัวตนหรือที่อยูไดอยางชัดเจน • มีจอแสดงภาพ ความละเอียดสูงเพื่อควบคุมคุณภาพของภาพเอกซเรยในหองตรวจโรคทั่วไป หองฉุกเฉิน และตึกผูปวยใน และ มีการตรวจสอบคุณภาพของจอที่ใชเปดดูภาพเอกซเรยของแพทย• มีระบบเรียกดูภาพเอกซเรยผานมือถือ (Mobile PACS Viewer) สําหรับแพทยเฉพาะทางและแพทยที่ไดรับอนุญาตในการเขาถึงในระบบออนไลน•
53 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร มีระบบสําหรับจัดการจัดเก็บและรับสงภาพทางการแพทยพรอมระบบสํารองและกูคืนระบบจากภัยพิบัติ (PACS Server with Back Up and Disaster Recovery System) (6) คุณภาพของบริการที่สงตรวจภายนอก: • มีการควบคุมคุณภาพของภาพถายรังสีในการสงตอผูปวยไปยังโรงพยาบาลภายนอกและกรณีขอรับคําปรึกษา จากรังสีแพทยโรงพยาบาลใกลเคียง (7) การสื่อสารกับแพทยผูสงตรวจ: • มีระบบการสื่อสารการสงตรวจทางรังสี โดยผานทางใบสื่อสาร และระบบคอมพิวเตอร ระบบ IT (HOSxP) รวมกับการโทรศัพทประสานงานหนวยงานที่เกี่ยวของ • มีการใหคําแนะนําการใชงานที่เกี่ยวกับการเปดดูภาพ เอกซเรยผานระบบการจัดเก็บและรับสงภาพทางการแพทยโดยตัวแทนบริษัทที่วางเครื่องระบบ PACS II-7.1 ข. การใหบริการรังสีวิทยา: (1) คําขอสงตรวจ: • ใบสื่อสาร • ระบบโปรแกรมออนไลนโรงพยาบาล (HOSxP) • โดยเจาหนาที่หองรังสีมีหนาที่ในการตรวจสอบ คําขอเอกซเรยของแพทยผานใบสื่อสารและระบบโปรแกรมออนไลนโรงพยาบาล (HOSxP) รวมกับการ สอบถามผูปวยเพิ่มเติมและพิจารณาตรวจสอบสภาพของผูปวยเพื่อใหแนใจวาไมเกิดการคลาดเคลื่อน (2) การใหขอมูลและเตรียมผูปวย: • กอนการเอกซเรยทุกครั้งตองมีการตรวจสอบความถูกตองของชื่อ – นามสกุลผูปวยจากใบสื่อสารและระบบ โปรแกรม HOSxP รวมกับการสอบถามชื่อ-สกุล และขอมูลเพิ่มเติมจากผูปวยโดยตรง • ใหคําแนะนําและชี้แจง เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผูปวยกอนการถายภาพรังสี เชน ถอดเครื่องประดับ และอุปกรณอิเล็กทรอนิก ขอ ควรระวังตางๆ เชน กรณีของหญิงตั้งครรภตองไดรับการเอกซเรยที่จําเปนเทานั้น • อธิบายแนวทางการ ใหบริการคนไขกอน - หลัง ถายภาพรังสี เพื่อใหผูรับบริการปฏิบัติไดถูกตอง เชน มีการอธิบายเพื่อใหผูปวย เขาใจสัญลักษณตางๆโดยเฉพาะกรณีมีไฟแดงสัญญาณเตือนในขณะถายภาพรังสี หามไมใหผูใดเขาไปในหอง เอกซเรยเพื่อปองกันการแผของรังสีมีการอธิบายถึงสัญลักษณรูปใบพัดแสดงบริเวณรังสี กรณีผูปวยตั้งครรภที่ จําเปนตองเอกซเรย จะตองอธิบายใหผูปวยไดรับทราบถึงผลของรังสีในการตรวจและแนวทางในการปองกัน รังสีสําหรับผูปวยเพื่อใหผูปวยเขาใจและคลายกังวลเรื่องอันตรายของรังสี• มีการจัดเตรียมอุปกรณปองกันที่มี คุณภาพและมีความไวตอรังสีสูงไวสําหรับผูปวย เพื่อปองกันการไดรับรังสีจากการใหบริการ • ในกรณีผูปวย PUI หรือผูปวยโควิด-19 จะมีการเตรียมกั้นโซนบริเวณพื้นที่เสนทางเดินและมีการสวมชุด Full PPE เพื่อทํา การจัดทา Position ผูปวยและถาย X-ray ผูปวย จะมีการประสานงานกับหนวยงานผูเกี่ยวของกรณีที่มีการ X ray ผูปวยเพื่อเวนระยะเวลาในการถายภาพและการทําความสะอาด (3) การใหบริการในเวลาที่เหมาะสม: • มีการจัดกลุมของผูรับบริการไวตามประเภทของความเรงดวน คือ ผูปวยฉุกเฉิน ผูปวยโรคติดตอที่มีการขอผล ดวนเชน โควิด-19 ผูปวยโรคทั่วไป และลําดับสุดทายคือผูปวยที่ตองการตรวจสุขภาพ เพื่อใหสะดวกในการ จัดลําดับการใหบริการ • การใหบริการถายภาพรังสีผูปวย ระยะเวลารอคอย ไมเกิน 15 นาที• การใหบริการ ถายภาพรังสีผูปวยฉุกเฉิน ระยะเวลารอคอย ไมเกิน 10 นาที (4) การดูแลระหวางไดรับบริการ: • กรณีผูปวยเด็ก จําเปนตองมีผูปกครองชวยระหวางการถายภาพทางรังสีรวมกับเจาหนาที่รังสี เพื่อลดความ วิตกกังวลของผูปกครอง • กรณีผูปวยหนัก จะตองมีพยาบาลวิชาชีพนําสงผูปวยและดูแลตลอดการถายภาพ รังสีรวมกับเจาหนาที่รังสี• ผูสูงอายุ และผูที่ชวยเหลือตัวเองไมได จะตองมีพนักงานเปลนําสงและคอยดูแล ผูปวยรวมกับเจาหนาที่รังสี• ผูปวยกลุมเสียงโควิดและผูปวยโควิด-19 จะตองมีการสวมชุด Full PPE กอนการ
54 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ใหบริการถายภาพรังสี• การดูแลผูปวยทั่วไป มีการอธิบายใหขอมูลแนวทางการใหบริการคนไขกอน - หลัง ถายภาพรังสี เชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนชุด ถอดเครื่องประดับในสวนที่จําเปนออก การเตรียมชุดผูปวยใหมไมใช ซ้ํา (5) กระบวนการถายภาพรังสี: 1. ขั้นตอนการปฏิบัติงานรังสี1. เจาหนาที่รังสีรับใบสื่อสาร ตรวจสอบ ชื่อ – สกุลในใบสงตรวจ(ใบสื่อสาร หรือในระบบคอมพิวเตอรใหตรงกับผูปวยทุกครั้งกอนการเอกซเรยกรณีที่ผูปวยไมมีญาติ / ไมรูสึกตัว ใหดูจาก สัญลักษณหรือขอมูลจากเจาหนาที่ที่นําสง ตรวจสอบคําสั่งแพทย/ ตําแหนงที่จะเอกซเรยใหถูกตอง กรณีที่ ตําแหนงที่จะเอกซเรยไมตรง กับตําแหนงที่ไดรับบาดเจ็บใหประสานงานแพทยผูสั่ง 2. เจาหนาที่รังสี ลงทะเบียน 3. เจาหนาที่รังสีอธิบายแนวทางการใหบริการคนไขกอน - หลัง ถายภาพรังสี เพื่อใหผูรับบริการ ปฏิบัติไดถูกตอง 4. เตรียมผูปวย เชน ใหผูปวยเปลี่ยนเสื้อผาสําหรับถายภาพรังสี5. เจาหนาที่รังสีเตรียม อุปกรณสําหรับถายภาพรังสี6. เจาหนาที่รังสีดําเนินการถายภาพรังสี และปรับคุณภาพของภาพ โดยเลือกใช เทคนิคที่ทําใหผูปวยไดรับปริมาณรังสีที่นอยแตเพียงพอที่จะทําใหภาพมีคุณภาพได7. เจาหนาที่รังสีอานและ แปลงสัญญาณภาพถายรังสี8. เจาหนาที่รังสีตรวจสอบคุณภาพภาพถาย 9. เจาหนาที่รังสียืนยันผลการ ถายภาพรังสีจัดเก็บและสงขอมูลภาพเขาสูระบบโปรแกรม 2. กระบวนการอื่นๆเพื่อใหการถายภาพรังสีมี คุณภาพ 1. การทบทวน/ฟนฟูวิชาการอยางสม่ําเสมอ 2. การจัดทําคูมือ / กระบวนการเพื่อประกอบในการ ปฏิบัติงานรังสีการแพทย (6) การแสดงขอมูลสําคัญบนภาพรังสี: • มีขอมูลของผูรับบริการที่ประกอบดวย คํานําหนาชื่อ ชื่อ - สกุล, อายุ, HN, เพศ ,ชื่อโรงพยาบาล , ทาตรวจ และวันที่ในการตรวจ มีสัญลักษณบอกตําแหนงซาย ขวา แสดงบนภาพรังสี (7) การแปลผลภาพรังสี: • เจาหนาที่รังสีการแพทย ตรวจสอบคุณภาพภาพถายรังสีเบื้องตนกอนสงผลยืนยันใหแพทยผูสงตรวจแปลผล • แพทยผูตรวจแปลผลและสามารถปรึกษาแพทยเฉพาะทางได ดวยของทางโทรศัพทโดยตรง หรือชองทาง จดหมายอิเล็กทรอนิกส II-7.1 ค. การบริหารคุณภาพและความปลอดภัย: (1) ความปลอดภัยของผูปวย: • การใหบริการดานรังสี ยึดหลักผูรับและผูใหบริการตองไดรับความปลอดภัยทางรังสี โดยไดรับรังสีในปริมาณ นอยที่สุดเทาที่จําเปน พรอมกับมีการประเมินอันตรายตอตัวผูปฏิบัติงานและผูรับบริการกอนการถายภาพรังสี ทุกครั้ง • มีการออกแบบโครงสรางหองปฏิบัติงานเพื่อปองกันอันตรายที่อาจเกิดจากการแผของรังสี• มีการ ตรวจสอบความถูกตองของขอมูลผูปวยทั้ง ชื่อ – นามสกุลของผูปวยทั้งในใบสื่อสาร ระบบออนไลน และจาก การสอบถามผูปวยโดยตรงกอนการเอกซเรยทุกครั้ง • ประเมินสภาพผูรับบริการกอนใหบริการ เพื่อปองกัน อันตรายที่อาจเกิดกับผูรับบริการ • การใหบริการกลุมผูรับบริการเพศหญิงที่มีอายุ 10 ปขึ้นไป ตองมีการซัก ประวัติขอมูลประจําเดือน หากสงสัยวาตั้งครรภตองปรึกษาแพทยใหพิจารณากอนการเอกซเรย เพื่อปองกัน อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในสตรีและบุตรในครรภ กรณีผูปวยตั้งครรภที่จําเปนตองไดรับการถายภาพรังสี จะตองมี การอธิบายถึงผลของรังสีในการตรวจและแนวทางการปองกันรังสีใหผูปวยเขาใจและคลายกังวลเกี่ยวกับ อันตรายของรังสี• มีสัญลักษณและปายเตือนผูรับบริการ ทั้งไฟแดงสัญญาณเตือนในขณะถายภาพรังสี ปาย สัญลักษณเตือนกรณีผูปวยตั้งครรภ สัญลักษณรูปใบพัดแสดงบริเวณรังสี เปนตน • มีอุปกรณปองกันรังสี เพียงพอและเหมาะตอผูรับบริการ • กรณีถายรังสีผูปวยโควิด-19 จะมีการกั้นโซนพรอมติดปายแจงไมใหผูปวย หรือเจาหนาที่เขามาในบริเวณ
55 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (2) การจัดการเพื่อปองกันอันตรายจากรังสี: • มีอุปกรณปองกันรังสีเพียงพอและเหมาะตอเจาหนาที่และผูรับบริการ เชน ชุดปองกันรังสี, Thyroid shield, Gonad shield • มีเครื่องวัดรังสีประจําตัวบุคคล (OSL) สงตรวจวัดผลปริมาณรังสีที่ผูปฏิบัติงานไดรับทุกๆ 3 เดือนโดยกองรังสีและ เครื่องมือแพทย กรมวิทยาศาสตรการแพทย และให จนท.บันทึกลายมือรับทราบผลการ ตรวจวัดทุกครั้ง • เจาหนาที่ตองยืนใหหางจากหัวหลอดเอกซเรยใหมากที่สุดและอยูหลังเครื่องกําบังรังสี ในขณะปฏิบัติงานถายเอกซเรยทั่วไป • เอกซเรยโดยใชหลักการของการใหผูรับบริการไดรับปริมาณรังสีใหนอย ที่สุดเทาที่จําเปนจะไดรับ มีการจํากัดลํารังสีและใชเวลาในการเอกซเรยใหนอยที่สุด หลีกเลี่ยงไมจับยึดผูปวย ใหอยูนิ่งดวยตนเองเพื่อทําการถายรังสี โดยใหเพื่อนหรือญาติของผูปวยจับยึดโดยสวมอุปกรณปองกันรังสี หาก จําเปนตองจับยึดดวยตนเองจะตองสวมอุปกรณปองกันรังสีทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการถายรังสีซ้ําที่อวัยวะเดิม • หลีกเลี่ยงไมหันชองทิศทางออกของรังสี (Primary beam) ไปยังบริเวณที่ควบคุมเครื่องเอกซเรย• มีปาย สัญลักษณเตือนหามไมใหเจาหนาที่และญาติที่ไมเกี่ยวของเขาไปยังพื้นที่หองเอกซเรย เชน มีหลอดไฟสัญญาณ สีแดงเตือนติดอยูหนาหองเอกซเรยขณะมีการถายรังสีและมีปายสัญลักษณทางรังสีเตือนติดอยูหนาประตู ชัดเจน • กรณีผูปวยเด็กตองมีอุปกรณในการชวยจับยึด เพื่อลดการเคลื่อนไหว จํากัดลํารังสีและใช Gonad shield • การปฏิบัติงานถายรังสีดวยเครื่องเอกซเรยฟน จะตองสวมอุปกรณปองกันรังสี ทั้งเสื้อปองกันรังสี และ Thyroid (Collar) Shield ใหผูปวยทุกครั้งและหลีกเลี่ยงชองทิศทางของลํารังสี (Primary beam) ไมให ตรงไปยังลูกนัยนตาและบริเวณไทรอยดของผูปวย หลีกเลี่ยงการถายซ้ํา โดยใหอยูภายใตการกํากับของทันต แพทยอยางใกลชิด หากจําเปนตองจับฟลมใหผูปวย ใหหลีกเลี่ยงชองทิศทางออกของรังสี (Primary beam) และตองใสเสื้อปองกันรังสีทุกครั้ง • ไมจัดตั้งที่นั่งรอติดชิดหองเอกซเรย โดยเฉพาะดานที่มี Chest Stand ตั้งอยูในหอง (3) ระบบบริหารคุณภาพ: • การดูแลรักษาเครื่องมือหลักและอุปกรณประกอบการเอกซเรยอยางครอบคลุมเพื่อตรวจสอบคุมีณภาพให พรอมใชและไดคุณภาพทั้งจากผูใชงานและโดยผูเชี่ยวชาญจากภายนอก • มีแผนการจัดหาจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณประกอบการเอกซเรยเพื่อทดแทนหรือเพื่อใหเพียงพอในการใหบริการและทันสมัยตอเทคโนโลยีที่ เปลี่ยนไป รวมถึงมีแผนการซอมบํารุงเพื่อตรวจสอบคุณภาพใหอุปกรณพรอมใชงานและไดคุณภาพ • ติดตาม ประเมินผลตางๆที่เกิดขึ้นในการใหบริการถายภาพเอกซเรย โดยนําขอมูลตางๆจากอุบัติการณหรือปญหาที่เกิด ขึ้นมาวิเคราะหหาสาเหตุและแนวทางแกไขรวมกันทั้งในกลุมงานรังสีวิทยาและรวมกับทีมวิชาชีพอื่นๆ ผานทีม นําตางๆ เพื่อใหผูรับบริการและเจาหนาที่ไดรับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้1. การ ลดจํานวนการเอกซเรยซ้ํา การเอกซเรยผิดพลาด 2. การคัดกรองสตรีวัยเจริญพันธุกอนการเอกซเรยทุกครั้ง 3. การพัฒนาระบบการจัดเก็บภาพเอกซเรยใหเปนระบบดิจิตอล 4. การควบคุมเอกสารการสงตรวจใหมีความ ถูกตองครบถวนและไมสูญหาย 5. การสํารวจความพึงพอใจของผูรับบริการทั้งภายในและภายนอก • จัดทํา แผนงานและกิจกรรมพัฒนาคุณภาพตอเนื่อง เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรง ความพรอมใชงาน ทั้งแผนการดูแล ทําความสะอาดประจําวัน ประจําสัปดาห ประจําเดือน • ปองกันระบบ PACS ลมและขอมูลสูญหาย โดยจัดชุด สําหรับจัดการจัดเก็บและรับสงภาพทางการแพทยพรอมระบบสํารองและกูคืนระบบจากภัยพิบัติ iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ • หลังปรับเปลี่ยนระบบการถายภาพรังสีมาเปนระบบดิจิตอลทําใหความผิดพลาด อัตราการถายภาพซ้ําลดลง ตามตัวชี้วัดที่แสดง การใหบริการเปนไปดวยความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผูรับบริการไดรับความพอใจมากยิ่งขึ้น
56 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 57. บริการรังสีวิทยา/ภาพการแพทย 3 I -ผานการรับรองระบบบริหารคุณภาพ หองปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย -จัดสรรนักรังสี การแพทยเพิ่มเติมเพื่อใหการบริการงาน รังสีครอบคลุม ไดมาตรฐาน II-7.2 บริการหองปฏิบัติการทางการแพทย/พยาธิวิทยาคลินิก i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ถูกตอง แมนยํา รวดเร็ว ปลอดภัย ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. อุบัติการณการตรวจวิเคราะหและ การรายงานผลแลป <10 ครั้ง/ ป NA NA NA 1 0 0 2. อัตรารายการสงตรวจที่ไมสามารถ นําสิ่งสงตรวจมาวิเคราะหได <0.5% 1.8% 1.2% 0.1% 0.1% 0 0 3. อุบัติการณการรายงานผลผิด 0 ครั้ง 4 1 0 2 0 0 4. อัตรารายการทดสอบที่ทําการ ควบคุมคุณภาพภายใน (IQC) 100% 90% 90% 90% 90% 90% 90% 5. อัตรารายการทดสอบที่ทําการ ควบคุมคุณภาพจากองคกร ภายนอก (EQA/PT) 100% 66% 66% 68% 40% NA NA 6. ผลการควบคุมคุณภาพภายนอก (EQA) อยูนอกชวงที่กําหนด <5% 5.8% 5.8% 3.1% 2% NA NA 7. อัตราความพึงพอใจของผูรับบริการ : แพทย >85% 96% 94.5 % 95% 91% 86% NA
57 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 8. อัตราความพึงพอใจของผูรับบริการ : เจาหนาในโรงพยาบาล >85% 95.03 % 93% 90% 86% 75% NA 9. อัตราความพึงพอใจของผูรับบริการ : ผูปวยและญาติ >85% 85.2% 86% 82% 78% 72% NA ii บริบท ขอบเขตบริการ (ในเวลา นอกเวลา การสงตรวจภายนอก: • หองปฏิบัติการมีหนาที่ใหบริการตรวจวิเคราะหทางหองปฏิบัติการทางการแพทยที่ถูกตองตามมาตรฐาน วิชาชีพเทคนิคการแพทย พรอมใหขอมูลอยางมีคุณภาพ • เวลาเปดใหบริการตรวจวิเคราะหทางหองปฏิบัติการ ดังนี้วัน เวลา เจาหนาที่ขึ้นปฏิบัติงาน เวลา เจาหนาที่ขึ้นปฏิบัติงาน จันทร - ศุกร08.00 - 16.00 น. 4 คน 16.00 - 20.00 น. 1 คน วันหยุด 08.00 - 20.00 น. 1 คน 16.00 - 20.00 น. 1 คน วันหยุดนักขัตฤกษ08.00 - 16.00 น. 2 คน 16.00 - 20.00 น. 1 คน วันพุธ-พฤหัสบดีคลินิกเบาหวาน- ความดัน06.00 - 08.00 น.2 คน - - *เวลา 20.00-08.00 น. ของแตละวันเปนเวร On-call เจาหนาที่ขึ้นปฏิบัติงาน 1 คน จํานวนผูทําการตรวจทางหองปฏิบัติการ (ปริญญา/ต่ํากวาปริญญา: ประเภทของเจาหนาที่ จํานวน ระดับปริญญา ระดับต่ํากวาปริญญา 1. นักเทคนิคการแพทย2 2 - 2. พนักงานบริการ 2 - 2 iii กระบวนการ II-7.2 ก. การวางแผน ทรัพยากร และการจัดการ: (1) การวางแผนและจัดบริการ: แผนงานสําคัญ 3 แผนคือ 1) แผนจัดหาอัตรากําลัง: โดยการพิจารณาจากภาระงานตามแบบฟอรมและความ ตองการของผูใชบริการ 2) แผนการประเมินความสามารถของบุคลากรดานความรูและทักษะการปฏิบัติงาน ประเมินจากผลการปฏิบัติหนาที่ตาม Job Description ทุกๆ 6 เดือน โดยอาศัยการสังเกตจากการปฏิบัติงาน และคุณภาพของงานที่ทําไดโดยหัวหนาหนวยงานหรือนักเทคนิคการแพทย รวมทั้งมีการประเมินผล ความสามารถจากการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ3) แผนการฝกอบรมบุคลากร กําหนดใหบุคลากร ตองไดรับการอบรมเพิ่มเติมในสวนที่เกี่ยวของกับงานเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากร รวมทั้งการอบรมเพิ่มเติมใน สวนที่ขาดจากการประเมินความสามารถบุคลากร มีการกําหนดแผนดานการพัฒนาบุคคลากร การฝกอบรม ของบุคลากรทุกระดับใหครอบคลุมในหัวขอ ดานเทคนิคบริการ ดานเทคนิคการตรวจทางหองปฏิบัติการ ดาน ระบบประกันคุณภาพ ดานการปองกันอัคคีภัย ดานการกําจัดขยะมูลฝอย และความรูทางวิชาการตางๆ โดยมี บันทึกไวในแฟมประวัติเจาหนาที่ชันสูตรเพื่อใหมีคุณลักษณะตรงตามลักษณะงาน -การใหบริการของหอง หองปฏิบัติการทางการแพทย มีกระบวนการทํางานทั้งหมด 3 ขั้นตอนดังนี้คือ 1. ขั้นตอนกอนการตรวจ วิเคราะหจัดทําระเบียบปฏิบัติในการใชหองปฏิบัติการชันสูตรสาธารณสุข (QP-LAB-01) ซึ่งจะมีรายละเอียดที่ จําเปนสําหรับผูสงตรวจ เชน การเก็บสิ่งสงตรวจ, เกณฑการปฏิเสธสิ่งสงตรวจ, การเก็บรักษาตัวอยางหลังการ
58 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ตรวจวิเคราะห, การสั่งตรวจทางโทรศัพท และการรายงานผลทางโทรศัพท, วิธีวิเคราะห, รายการทดสอบ, กําหนดเวลาการรายงานผลและสถานที่สงตรวจ แจกจายใหกับผูสงตรวจ ไดแก แพทยตึกผูปวยนอก หอง อุบัติเหตุฉุกเฉิน PCU ต.เฝาไร ไดใชเปนแนวทางในการใชบริการการตรวจวิเคราะห และมีการปรับปรุง ระเบียบปฏิบัตินี้ในชวงเวลาเหมาะสมอยางนอย ทุก 1 ป2. ขั้นตอนการวิเคราะห1. กําหนดใหมีการเลือกใช วิธีวิเคราะหซึ่งเปนที่ยอมรับตามหลักวิชาการ และมีการปรับเปลี่ยนใหเหมาะสมตามเทคโนโลยีและหลักฐาน ทางวิชาการที่ทันสมัย รวมทั้งมีการทบทวนคาอางอิงในชวงเวลาอยางนอยทุก 1 ป หรือเมื่อมีการเปลี่ยนวิธีการ ตรวจวิเคราะห หรือเปลี่ยนน้ํายาตรวจวิเคราะห2. มีคูมือการตรวจวิเคราะห โดยเขียนเปนเอกสารคุณภาพ คือ ระเบียบปฏิบัติ (QP) หรือวิธีปฏิบัติ (WI) หรือคูมือการวิเคราะหจากเอกสารอางอิงหรือเอกสารจากผูผลิต ตามความเหมาะสมของแตละสาขางาน โดยมีหลักของการเขียนคูมือการวิเคราะห คือ มีจํานวนของเอกสาร เพียงพอตอการใชงาน ครอบคลุมการทดสอบที่ใหบริการ มีการอบรมผูปฏิบัติงานทุกคนที่เกี่ยวของกับคูมือ วิเคราะห นั้นเพื่อนํามาใชตามที่กําหนดไว และการประเมินคูมือเพื่อการปรับปรุงเอกสารในชวงเวลาอยางนอย ทุก 1 ปสอดคลองกับระบบการจัดทําและควบคุมเอกสารของงานงานตรวจทางหองปฏิบัติการ กรณีมีการ เปลี่ยนแปลงรายละเอียดของ การปฏิบัติ ตองมีการแกไขเอกสารคุณภาพตาม “คูมือการจัดทําและควบคุม เอกสารคุณภาพทางหองปฏิบัติการ ” (WI-LAB-01) 3. ขั้นตอนหลังการตรวจวิเคราะหกําหนดให นักเทคนิค การแพทยเปนผูตรวจสอบผลการวิเคราะห และลงนามในใบรายงานผลกอนรายงานผล เพื่อใหสามารถทวน สอบผูรับผิดชอบในการรายงานผลนั้นกําหนดใหพนักงานผูชวยชันสูตรหรือ นักเทคนิคการแพทยเปนผูลง ขอมูลผลการตรวจจากใบรายงานผล โดยใชลายมือชื่อของแตละบุคคลที่สามารถทวนสอบกลับหาผูดําเนินการ ไดมีการเก็บสิ่งสงตรวจหลังการตรวจวิเคราะหไวในชวงเวลาเหมาะสมตามชนิดของสิ่งสงตรวจ เพื่อการ ทดสอบซ้ํา หรือการตรวจสอบการชี้บงหากตองการหรือกรณีมีปญหา ตามที่ระบุในระเบียบปฏิบัติในการใช หองปฏิบัติการชันสูตรสาธารณสุข (QP-LAB-01) และมีวิธีการทําลายสิ่งสงตรวจอยางถูกตองโดยไมมี ผลกระทบตอสิ่งแวดลอมในดานการแพรกระจายเชื้อตามที่ระบุในเอกสารเรื่องการทําลายสิ่งสงตรวจและคูมือ ความปลอดภัยทางหองชันสูตร (WI-LAB-05 และ WI-LAB-06) และปฏิบัติตามหลัก IC ของโรงพยาบาล (2)(4) พื้นที่ใชสอย เครื่องมือและอุปกรณ: หองปฏิบัติการทางการแพทย ตั้งอยูในบริเวณตึกผูปวยนอกโรงพยาบาลเฝาไร (หองเบอร5 ) พื้นที่ปฏิบัติการ ทดสอบวิเคราะหไมไดแยกแผนกโดยชัดเจน (Central lab) แตอาศัยการจัดแบงสัดสวนของการทํางานให เหมาะสมตามสภาพและและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยแยกพื้นที่ทํางานเอกสารออกจากสวน ปฏิบัติการตรวจวิเคราะห โดยโรงพยาบาลติดตั้งระบบโปรแกรม HosXp หองปฏิบัติการใชระบบโปรแกรม LIS (SBJ_LIS) และระบบผลตรวจวิเคราะหทางหองปฏิบัติการแล็บนอกออนไลน (TLCLab) • เครื่องมือที่สําคัญ รายการเครื่องที่มือสําคัญ จํานวน ระบบการดูแลรักษาเครื่องมือ 1. เครื่องตรวจวิเคราะหอัตโนมัติทางเคมี คลินิก Blood chem. Analyzer (Mindray BS480) 1 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ ผูมีสิทธิเขาโปรแกรม Calibration มีตารางการบํารุงรักษาเชิง ปองกัน และประวัติการซอม บันทึกไวใน ประวัติเครื่องมือ มีเครื่อง สํารองไฟ 2. เครื่องนับเม็ดเลือดอัตโนมัติCell Counter ( 5 parts differential ) 1 เครื่อง กําหนด ผูรับผิดชอบ ผูมีสิทธิเขาโปรแกรม Calibration มีตารางการบํารุงรักษาเชิง ปองกันและประวัติการซอม พรอม ทั้งบันทึกไวในประวัติเครื่องมือ มีเครื่องสํารองไฟ 3. เครื่องตรวจ Electrolyte 1 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ มีตารางการบํารุง รักษาเชิงปองกันและประวัติการซอม พรอมทั้งบันทึกไวในประวัติเครื่องมือ มีเครื่องสํารอง ไฟ 4.เครื่องตรวจ Hb A1C (HPLC Analyser H9) 1 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ ผูมีสิทธิเขาโปรแกรม Calibration มีตารางการบํารุงรักษาเชิง ปองกันและประวัติการซอม เครื่องสํารองไฟ 5.เครื่องทําความรอน Drybath 1 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ มีตารางการบํารุง รักษาเชิงปองกันและประวัติการซอม พรอม ทั้ง
59 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร บันทึกไวในแฟมการบํารุงรักษาเครื่องมือ 6. กลองจุลทรรศนชนิด 2 ตา 2 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ มีตาราง การบํารุงรักษา เชิงปองกันและประวัติการซอม พรอมทั้ง บันทึกไวในแฟมการบํารุงรักษาเครื่องมือ 8. ตูเย็น เก็บน้ํายา 2 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ บันทึกอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง มีตารางการบํารุงรักษาเชิง ปองกันและ ประวัติการซอม ทดสอบการกระจายอุณหภูมิปละ 1 ครั้ง 10. เครื่องดูดปลอยสารอัตโนมัติ (Autopipette)2 อัน สอบเทียบปละ 2 ครั้ง มีบันทึกผลการสอบ เทียบในแตละครั้ง 11. เทอรโมมิเตอร (Thermometer) ควบคุมอุณหภูมิ4 อัน สอบเทียบปละ 2 ครั้ง มีบันทึกผลการสอบ เทียบในแตละครั้ง 13. เครื่องอานแถบ ตรวจปสสาวะ (LabUReaderPlus) 1 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ มีตารางการบํารุงรักษา เชิงปองกันและมี บันทึกประวัติการซอม Calibrate เครื่องทุกครั้งที่เปดแถบตรวจ กลองใหม14. ตูปลอดเชื้อ (Safety Biocabinet) 1 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ มีตารางการบํารุงรักษา เชิงปองกันและมีบันทึกประวัติการซอม รวม ถึงการ Calibrate เครื่องทุกๆ 1 ป15. เครื่อง Centrifuge 3 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ มีตารางการ บํารุงรักษา เชิง ปองกันและมีบันทึกประวัติการซอม สอบ เทียบปละ 1 ครั้ง 16. ตูเย็นเก็บน้ํายา 2 เครื่อง กําหนดผูรับผิดชอบ บันทึกอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง มีตารางการบํารุงรักษาเชิง ปองกันและ ประวัติการซอม ทดสอบการกระจายอุณหภูมิปละ 1 ครั้ง (3) ทรัพยากรบุคคล: • บุคลากรทางหองปฏิบัติการ จํานวน 4 คน - นักเทคนิคการแพทย จํานวน 2 คน - พนักงานบริการ จํานวน 2 คน เจาหนาที่ทุกคนตองไดรับการปฐมนิเทศจากหัวหนางานเทคนิคการแพทยในเรื่องตาง ๆ การปฏิบัติงาน บุคลากร และกระบวนการทํางานของงานเทคนิคการแพทยตามหัวขอตางๆในคูมือคุณภาพ มีความสามารถใน เชิงปฏิบัติการหรือทักษะที่จําเปน และจัดใหมีการฝกงานภายใตการควบคุมดูแลของบุคลากรเดิมที่มีความรู ความชํานาญมีการประเมินบุคลากรทุกคน 6 เดือนครั้งโดยหัวหนากลุมงานเทคนิคบริการ (5)(6) การคัดเลือกและตรวจสอบมาตรฐานงานบริการจากภายนอก เครื่องมือ วัสดุ น้ํายา หองปฏิบัติการที่รับ ตรวจตอ ผูใหคําปรึกษา: • การจัดซื้อจัดจาง การคัดเลือกวัสดุวิทยาศาสตรการแพทยและการควบคุมวัสดุภายในหองปฏิบัติการเปนไป ตามระเบียบในสวนที่เกี่ยวของกับการจัดซื้อ โดยเนนความโปรงใส ตรวจสอบได ประหยัด ไดสินคาที่มีคุณภาพ มีการแขงขันอยางเสรี ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติอยางเครงครัด มีการทบทวนการจัดซื้อสินคาและการใช บริการภายนอกอยางนอย 1 ครั้ง/ป มีระบบการตรวจสอบ การสอบเทียบหรือทดสอบกอนนําไปใชโดยมีการ ตรวจสอบวัสดุสารเคมีที่มีผลตอคุณภาพการทดสอบ หรือทวนสอบเครื่องมือ/วัสดุมาตรฐาน ใหเปนไปตาม เกณฑที่กําหนด หรือความตองการตามความเหมาะสม เปนกรณีไป เพื่อใหเกิดความมั่นใจวาการจัดซื้อสินคา และบริการมีคุณภาพ ตรวจสอบความถูกตองและครบถวนของสินคาหรือบริการโดยเจาหนาที่พัสดุ และลงชื่อ กํากับ ลงวันที่ หากไมเปนไปตามขอกําหนดมีการแจงเพื่อขอคืนสินคา มีการบันทึกและเก็บรักษารายละเอียด เกี่ยวกับผูผลิต/ผูจําหนาย/ผูใหบริการ /การตรวจสอบสินคาหรือบริการตามแบบฟอรมหลักเกณฑการตรวจรับ สินคา มีการประเมินผูขายเพื่อการตัดสินใจซื้อในครั้งตอไป • การสงตอหองปฏิบัติการอื่น เลือกใช หองปฏิบัติการรับสงตอที่มีคุณภาพมาตรฐานอยางใดอยางหนึ่ง คือ LA หรือ ISO 15189 มีบัญชีรายชื่อ หองปฏิบัติการภายนอก การรายงานผลจากหองปฏิบัติการภายนอกบันทึกในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกสเขา ระบบ HOSxP และจัดเก็บใบรายงานผลฉบับจริงไวที่หองปฏิบัติการ มีการบันทึกการทบทวนขอตกลงที่มีตอ หองปฏิบัติการรับสงตออยางนอยปละ1 ครั้ง เพื่อทบทวน รายชื่อหองปฏิบัติการ การเก็บตัวอยาง การเตรียม ตัวอยาง วิธีที่ใชทดสอบ กําหนดวันรับผลและการจัดการใบรายงานผล รวมทั้งอัตราคาบริการและขอตกลงตาง ๆ โดยมีรายการทดสอบดังนี้ประเภท /ลักษณะการ ใหบริการ การทดสอบที่สงตรวจตอ หนวยตรวจ 1.สาขา โลหิตวิทยา Hb Typing , G-6PD LE Cell, MB , PT , INR , PTT , PTT Ratio บริษัท ศูนยแล็บธนบุรี จํากัด
60 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร 2.สาขาเคมีคลินิก LDH, CPK , CKMB , TFT, Lipase , Amylase , SI TIBC , CSF Protein , Urine Protein 24 hrs บริษัท ศูนยแล็บธนบุรี จํากัด Troponin-T โรงพยาบาลโพนพิสัย 3.สาขาจุลทรรศนศาสตรคลินิก Stool Reducing , บริษัท ศูนยแล็บธนบุรี จํากัด 4.สาขาภูมิคุมกันวิทยา Lepto IgG/IgM , ASO , RF , Widal ,Weil Felix , Salmonella IgG/IgM , Rickettsia IgG/IgM, Crypto Ag , TPHA บริษัท ศูนยแล็บธน บุรี จํากัด 5.สาขาจุลชีววิทยา Hemoculture, Urine culture, Stool Culture, Pus Culture , Fluid Culture , CSF Culture, H/C บริษัท ศูนยแล็บธนบุรี จํากัด 6.อื่นๆ TB Gene X-pert PAP smear Rt-PCR โรงพยาบาลหนองคาย (7) การสื่อสารกับผูสงตรวจ: • ใบสื่อสาร • ระบบโปรแกรมออนไลนโรงพยาบาล (HOSxP) • โดยเจาหนาที่หองปฏิบัติการมีหนาที่ในการ ตรวจสอบคําขอตรวจทางหองปฏิบัติการของแพทยผานใบสื่อสารและระบบโปรแกรมออนไลนโรงพยาบาล (HOSxP) รวมกับการสอบถามผูปวยเพิ่มเติมและพิจารณาตรวจสอบสภาพของผูปวยเพื่อใหแนใจวาไมเกิด ความคลาดเคลื่อน • มีการจัดทําคูมือการเก็บสิ่งสงตรวจสําหรับหนวยงานที่ตองเก็บสิ่งสงตรวจเพื่อใหผูเก็บสิ่ง สงตรวจมีความรูเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติที่ถูกตองกอนเก็บสิ่งสงตรวจเพื่อสงตรวจทางหองปฏิบัติการ • มี การติดตอสื่อสารระหวางหองปฏิบัติการกับผูสงตรวจผานทางการโทรศัพทเพื่อยืนยัน สอบถาม หรือ ประสานงานเพิ่มเติม กรณีเกิดความสงสัย ไมแนใจ II-7.2 ข. การใหบริการ: (1) การจัดการกับสิ่งสงตรวจ: การจัดการสิ่งสงตรวจหองปฏิบัติการ ครอบคลุม ผูเก็บ การใหขอมูล การนําสงการรับและปฏิเสธสิ่งสงตรวจ การเตรียม การเก็บรักษาหลังการตรวจวิเคราะห และการทําลายสิ่งสงตรวจ รับผิดชอบโดยหัวหนาฝายเทคนิค การแพทย นักเทคนิคการแพทย และพนักงานบริการ กําหนดเกณฑการรับ/ปฏิเสธสิ่งสงตรวจ ดังนี้• ภาชนะที่ สะอาด ไมแตกราว และมีฝาปดมิดชิด ดวยเทคนิคที่ปราศจากเชื้อ ไดแก1) หลอดบรรจุสารกันเลือดแข็ง EDTA (จุกสีมวง 2) หลอดบรรจุสารที่เรงการแข็งตัวของเลือด (Clot activator) จุกสีแดง 3) หลอดบรรจุ 3.2% Sodium citrate (จุกสีฟา 4) หลอดบรรจุ Lithium-heparin (จุกสีเขียว 5) ตลับสําหรับบรรจุเสมหะ หรืออุจจาระ 6) กระปองสําหรับบรรจุปสสาวะ 7) อาหารเลี้ยงเชื้อสําหรับสงเพาะเชื้อแบคทีเรีย • ระบุขอมูล สําคัญ เชน ชื่อ – สกุล, HN, อายุ, เพศ หนวยงานที่สง, ชนิดการทดสอบชนิดของตัวอยางสิ่งสงตรวจ ตําแหนง ที่เก็บตัวอยางสงตรวจ จํานวนตัวอยาง หรือจํานวนชิ้นของตัวอยาง วันที่เก็บและวันที่สงสิ่งสงตรวจ การ วินิจฉัยของแพทยหรือขอสงสัยของแพทย และลายเซ็นผูสงตรวจ • การขนสงสิ่งสงตรวจจากหนวยงานตนทาง มาสูหองปฏิบัติการ ตองทําดวยความรวดเร็ว ในกลองหรือภาชนะพลาสติกที่มีฝาปดมิดชิด หรือใสใน ถุงพลาสติกที่มัดปากถุงใหแนนหนา และวางหลอดเก็บสิ่งสงตรวจในแนวตั้ง หลีกเลี่ยงความรอนและการ กระทบกระเทือนโดยระยะเวลาจัดเก็บตัวอยางจนถึงสั่งตรวจอยูภายในเวลาที่กําหนด • แพทยหรือพยาบาล ประจําหอผูปวยสั่งรายการสั่งตรวจของแพทยลงในคอมพิวเตอรทุกครั้งกอนสงตรวจ • ตรวจสอบความถูกตอง และครบถวนของใบนําสงและสิ่งสงตรวจ กรณีสงตรวจรายการทดสอบที่ตองการผลเรงดวน พยาบาลประจํา ตึกผูปวยจะตองแจงหองปฏิบัติการใหทราบ การทําลายสิ่งสงตรวจ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการรักษา เจาหนาที่หองปฏิบัติการจะนําออกจากตูเย็นเพื่อรอทําลาย - กรณีสิ่งสงตรวจประเภทของเหลว ไดแก ทิ้งลงใน อางสําหรับเตรียมสิ่งสงตรวจและเปดน้ําตาม เพื่อกําจัดเขาสูระบบบอบําบัดของโรงพยาบาล - สิ่งสงตรวจอื่น ๆ พนักงานบริการ จะเปนผูทําลายสิ่งสงตรวจตามมาตรฐาน IC โดยนําสิ่งสงตรวจรอการกําจัด เก็บใสถุงแดง2 ชั้น ผูกปากถุงใหเรียบรอย รอการขนยายจากพนักงานขนขยะ เพื่อนําไปทิ้งโรงพักขยะ รอการขนยายโดย องคกรเอกชน
61 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร (2) กระบวนการตรวจวิเคราะห: • ใชวิธีทดสอบที่ไดมาตรฐาน ที่ยอมรับในระดับสากล จัดทําระเบียบปฏิบัติวิธีการทดสอบในหองปฏิบัติการ (WI-LAB) เพื่อใหการปฏิบัติงานวิเคราะหทดสอบเปนไปอยางถูกตองและเปนระบบเดียวกัน ตามวิธีปฏิบัติการ ทดสอบทางหองปฏิบัติการทบทวนกระบวนการอยางนอย 1 ครั้ง/ป การทบทวนวิธีวิเคราะหและคาอางอิง กรณีที่ใชวิธีการทดสอบที่จัดทําขึ้นเอง ใหมีการทวนสอบความถูกตองตามหลักวิชาการ และบันทึกไวเปนลาย ลักษณอักษรจัดทําวิธีปฏิบัติงานอยางยอวาง ณ จุดปฏิบัติงาน ครอบคลุมรายละเอียดที่สําคัญ ที่มีผลกระทบ ตอคุณภาพการทดสอบ และปรับปรุงใหเปนปจจุบันเสมอ แจงวิธีการทดสอบที่ใชใหผูใชบริการทราบในกรณีที่ มีการเปลี่ยนแปลงวิธีทดสอบหรือวิธีการแปลผลตองแจงผูใชบริการทราบ โดยระบุถึงชนิดของตัวอยาง ระยะเวลาที่ใชในการตรวจวิเคราะหและราคาคาตรวจเปนลายลักษณอักษรโดยกําหนดในคูมือการใชบริการ ทางหองปฏิบัติการ มีการทบทวนคาอางอิงคาวิกฤติตาง ๆอยางนอย 1 ครั้ง/ปมีการกํากับติดตามใหบุคลากร ปฏิบัติตามอยางเครงครัด และ ทบทวนระเบียบปฏิบัติและวิธีปฏิบัติตาง ๆ อยูเสมอ (3) การสงมอบผลการตรวจวิเคราะห การรายงานคาวิกฤติ การรักษาความลับ*: • หองปฏิบัติการมีระบบลงผลตรวจโปรมแกรม LIS (SBJ_LIS) ซึ่งเปนระบบเชื่อมตอการลงผลตรวจของเครื่อง ที่ใชในการทําการตรวจทุกเครื่องในหองปฏิบัติการ โดยโปรแกรมนี้จะเชื่อมตอกับระบบโปรแกรม HOSxP ของ โรงพยาบาลซึ่งแพทยผูสั่งตรวจสามารถดูผลการตรวจไดผานระบบโปรแกรมของโรงพยาบาล ยกเวนผลตรวจที่ ตองทําการรักษาความลับของคนไข ซึ่งไดแก ผลการตรวจ Anti-HIV และ สารเสพติด ? การรายงานผลการ ตรวจที่เปนความลับ - ทั้งผูปวยนอกและผูปวยใน จะสงมอบผลการตรวจวิเคราะห Anti – HIV ใหผูให คําปรึกษาหรือเจาหนาที่ที่เกี่ยวของในการสงตรวจ Anti – HIV เทานั้น โดยการนําใบรายงานผลใสซองปดผนึก จาหนาซอง โดยใชรหัสการตรวจที่ไดรับจากผูรับผิดชอบงานตรวจ Anti-HIV การรับซองผลผลการวิเคราะห จะไมสงมอบใหผูปวยหรือญาติผูปวยเด็ดขาด - การตรวจสารเสพติดปจจุบันใชระบบเดียวกันกับการตรวจ Anti-HIV • การรายงานคาวิกฤติ ระบบการรายงานคาวิกฤติ- หองปฏิบัติการจะทําการรายงานคาวิกฤติทันที ผานทางโทรศัพทและใบสื่อสารแกผูรับบริการ(แพทย/พยาบาล โดยจะแจงผลการตรวจ ชนิดของการทดสอบ ชื่อ-สกุล คนไขที่มีผลวิกฤติ โดยหองปฏิบัติการมีระบบการบันทึกการรายงานคาวิกฤติผานทางโปรแกรม LIS ซึ่งมีขอมูลเกี่ยวกับชื่อผูรายงาน-ผูรับรายงานผล หนวยงาน ที่แจง หนวยงานที่รับแจง ระยะเวลาการรายงาน คาวิกฤติ ซึ่งจะสามารถสอบทวนผลเหลานี้ไดในระบบ คาวิกฤติ หนวยงานชันสูตร โรงพยาบาลเฝาไร NO. คา วิกฤต คาต่ํา สูง 1 WBC count < 1,500 cell/uL > 30,000 cell/uL 2 Hct < 15 % > 50 % 3 Platelet count < 100,000 cell/uL > 1,000,000 cell/uL 4 FBS, DTX < 70 mg/dL > 350 mg/dL 5 Troponin T >50ng/L 6 Na < 120 mmol/L > 160 mmol/L 7 K < 2.5 mmol/L > 5.5 mmol/L 8 CO2 < 10 mmol/L > 40 mmol/L 9 AST,ALT,ALP > 350 U/L 10 Sputum AFB AFB Positive 11 Influenza A & B Positive 12 Hemoculture พบเชื้อ (4) การจัดการกับสิ่งสงตรวจหลังการตรวจวิเคราะห: • กําหนดใหนักเทคนิคการแพทย ทําหนาที่ในการตรวจสอบผลการวิเคราะหและรับรองผลการวิเคราะหเทานั้น และเก็บสิ่งสงตรวจหลังการวิเคราะหไวในชวงเวลาที่เหมาะสมตามชนิดของสิ่งสงตรวจ เพื่อการทดสอบซ้ําหรือ ตรวจสอบ และมีวิธีการทําลายสิ่งสงตรวจอยางถูกตองตามระเบียบปฏิบัติ II-7.2 ค. การบริหารคุณภาพและความปลอดภัย: (1) ระบบบริหารคุณภาพ: • มีเอกสารคุณภาพประกอบดวย คูมือคุณภาพ ระเบียบปฏิบัติ วิธีปฏิบัติและเอกสารสนับสนุน ผานการอนุมัติ ใชเอกสารโดยผูอํานวยการโรงพยาบาล ทบทวนและปรับปรุงเอกสารคุณภาพระบบสารสนเทศทาง
62 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร หองปฏิบัติการ (Laboratory Information System-LIS) รวมถึงขอมูลในระบบหองปฏิบัติการที่เชื่อมตอกับ ฐานขอมูลโรงพยาบาล มีการกําหนดรหัสชั้นความลับควบคุมตั้งแตการเขาถึงการใชงาน การเปลี่ยนแปลง และ การเก็บรักษาและทําลาย เปนไปตามระเบียบปฏิบัติ (2) การเขารวมโปรแกรมทดสอบความชํานาญระหวางหองปฏิบัติการ: • มี Interlab Compare ระหวางโรงพยาบาลอยางนอย 3 แหง ในแตละรายการที่ไมมี EQC โดยมี โรงพยาบาลที่เขารวม คือ โรงพยาบาลพิสัยเวช โรงพยาบาลรัตนวาป และโรงพยาบาลเฝาไร โดยใช Test ที่จะ เขารวมประเมินที่มีหลักการเดียวกัน และ สลับกันเปนเจาภาพในการสงสิ่งสงตรวจไปรวมกันประเมินดัง ตัวอยาง (3) ระบบควบคุมคุณภาพ: งานหองปฏิบัติการทางการแพทย มีนโยบายเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ ของหองปฏิบัติการ ดังนี้1. การ ควบคุมคุณภาพภายในหองปฏิบัติการ (Internal quality control) และใชขอมูลของผลการควบคุมคุณภาพ ภายในเพื่อการแกไขปรับปรุงอยางตอเนื่อง ดังรายละเอียดที่ระบุในวิธีปฏิบัติกระบวนการควบคุมคุณภาพทาง หองชันสูตร (WI-LAB-02) 2. เขารวมโครงการเปรียบเทียบผลระหวางหองปฏิบัติการ (External quality assessment) ระดับประเทศ ในกรณีที่การทดสอบนั้นไมมีโครงการสอบเทียบระดับประเทศ มีกิจกรรม แลกเปลี่ยนตัวอยางระหวางหองปฏิบัติการ เก็บบันทึกไว และใชเปนโอกาสในการพัฒนาตอไป ดังรายละเอียด ที่ระบุในวิธีปฏิบัติกระบวนการควบคุมคุณภาพทางหองชันสูตร (WI-LAB-02) 3. การเปรียบเทียบวิเคราะห/ เครื่องมือ ในกรณีที่มีการทดสอบชนิดเดียวกันแตใชเครื่องมือ/วิธีวิเคราะหที่แตกตางกันในตัวอยางสิ่งสงตรวจ รายเดียวกันนั้น เพื่อใหมั่นใจไดวาสิ่งสงตรวจของผูปวยที่สงมาวิเคราะหในหองปฏิบัติการในชวงเวลาเดียวกัน มีการรายงานผลอยูในเกณฑที่ใกลเคียงกัน หากพบปญหาในการเปรียบเทียบผล มีการแกไขและบันทึกผลการ แกไขไวเพื่อใชเปนโอกาสพัฒนาตอไป 4. การตรวจติดตามภายใน มีการวางแผนการตรวจติดตามภายในโดย หัวหนางานชันสูตร/ผูจัดการวิชาการ มีหนาที่ กําหนดแผนการตรวจติดตาม ผูตรวจติดตาม ความถี่ วิธีการ รวมถึงติดตามผลการแกไข และปองกัน เพื่อใหสามารถทวนสอบถึงระบบบริหารคุณภาพที่ดําเนินการอยาง ตอเนื่อง มีการกําหนดสาระของการ ตรวจติดตามใหครอบคลุมทั้งระบบบริหารและดานเทคนิค ตามขอกําหนด ในมาตรฐานงานเทคนิคการแพทยและเนนในสวนที่มีผลกระทบตอการดูแลหรือการใหบริการผูปวยหรือ ผูใชบริการ โดยประสานขอความรวมมือผูตรวจติดตามจากทีมงานของโรงพยาบาล/ และผูประกอบวิชาชีพ โดยกําหนดใหมีการตรวจติดตามภายในอยางนอยปละ 1 ครั้ง หลังการตรวจติดตาม มีผลบันทึกการตรวจ ติดตามในจุดเดนของงานและบันทึกเมื่อพบสิ่งที่ไมสอดคลองกับขอกําหนด หรือโอกาสพัฒนา แลวนําเสนอตอ ผูบริหารโรงพยาบาลและที่ ประชุมงานตรวจทางชันสูตร และตองนํามาปฏิบัติการแกไข/ ปองกัน ใหแลวเสร็จ ภายในเวลา 60 วัน (4) การเขาสูกระบวนการรับรองมาตรฐานซึ่งเปนที่ยอมรับ/การปฏิบัติตามขอแนะนําจากองคกรที่มาประเมิน: • ผานการรับรองคุณภาพการบริหารจัดการหองปฏิบัติการ (LA) ปพ.ศ.2558 ปจจุบัน ในปงบประมาณ 2563 อยูในขั้นตอนการขอรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย 2560 iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ • มีการจัดอบรมการเก็บสิ่งสงตรวจและการตรวจวิเคราะหทางหองปฏิบัติการในโรงพยาบาล ป 2562 ทําให อัตรารายการสงตรวจที่ไมสามารถนําสิ่งสงตรวจมาวิเคราะหไดลดลง
63 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร • ผลการประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะหสาขาจุลชีววิทยา ระดับดีเยี่ยมอยางตอเนื่องตลอดปงบประมาณ พ.ศ.2560 • การปรับปรุงพื้นที่หองปฏิบัติการใหมีการแยกโซนปฏิบัติการออกจากโซนเอกสารได v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 58. บริการหองปฏิบัติการทาง การแพทย/พยาธิวิทยาคลินิก 3 I -เพิ่มรายการตรวจวิเคราะหใหได ครอบคลุมตามความตองการของแพทย มากยิ่งขึ้น เชน การเปดตรวจ TroponinT -เพิ่มระบบระบายอากาศภายใน หองปฏิบัติการ -เพิ่มตู/ระบบสําหรับดูด กลิ่นขณะปฏิบัติงาน เชน ในกรณีการ ยอมสีสําหรับรายการทดสอบ CBC, AFB เปนตน และแยกอางสําหรับการยอมสี และอางลางมือออกจากกัน -ผานการ รับรองคุณภาพการบริหารจัดการ หองปฏิบัติการ (LA) II-7.4 ธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ถูกตอง ปลอดภัย เหมาะสม ทันความตองการ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย 2561 2562 2563 2564 2565 2566 *อุบัติการณการใหเลือดผิดคน ผิดหมู ผิดชนิด ทั้งหมด/ระดับ E* 0 ราย 0 0 0 0 0 0 จํานวนเกิดปฏิกิริยาจากการใหเลือด <3% NA NA NA 0 0 0 จํานวนผูปวยที่ติดเชื้อจากการใหเลือด 0 ราย 0 0 0 0 0 0 ii บริบท ขอบเขตบริการ:
64 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร เนื่องจากโรงพยาบาลเฝาไรไมมีการสํารองเลือด และการตรวจการเขากันไดของเลือดที่โรงพยาบาล ผูปวย ที่มี การใหเลือดจะถูกสงตัวตอไปโรงพยาบาลโพนพิสัย และโรงพยาบาลหนองคาย หากมีการขอเลือดแบบไม เรงดวน ทางหองปฏิบัติการจะมีการเจาะเลือด ตรวจหาหมูเลือดเบื้องตนและสงหลอดเลือดที่จะนําไปทําการ Cross match ที่โรงพยาบาลโพนพิสัยหรือโรงพยาบาลหนองคาย การเตรียมสวนประกอบของเลือดที่ทําได: ไมมี iii กระบวนการ ระบบตรวจสอบและทบทวนการใชโลหิต/ผูกํากับดูแล: กรณีรับเลือดจากโรงพยาบาลแมขายมา มีการลงทะเบียนในโปรแกรมเพื่อตรวจสอบหมูเลือด ตรวจสอบปาย คลอง ชื่อ-สกุล ผูปวยและหมายเลขถุงเลือดผูบริจาคและการทวนสอบความถูกตองของใบคลองถุงและถุงเลือด กอนนําไปสงตึกผูปวย หอผูปวยมีกาารกําหนดแนวทางการใหเลือด (Blood Transfusion) โดยเปน 1. กระบวนการกอนการใหเลือดที่ตองมีการ Identify หลังจากไดถุงเลือด ใหตรวจดู ชื่อ-นามสกุล หมูเลือด Rh และ Blood number (Pack ID)ของผูใหกับเอกสาร Lab Report ใหตรงกัน ตรวจทานอยางนอย 2 ครั้ง และ มีพยาบาลคนที่ 2 ตรวจทานอีกครั้งใหแนใจวาผูปวยไดรับเลือดที่ถูกตอง และเว็นชื่อกํากับทั้งสองคนที่เอกสาร Lab-Report 2. กระบวนการการใหเลือด และสังเกตุอาการผิดปกติขณะใหเลือด 3. กระบวนการหลังการให เลืด 4. ขอปฏิบัติเมื่อผูปวยมีอาการแพเลือด ระดับขั้นต่ําของการสํารองเลือดและสวนประกอบของเลือด และผลการปฏิบัติ: - ระบบการแจงผลการติดเชื้อแกผูบริจาคโลหิต/จํานวนผูติดเชื้อในรอบปที่ผานมา: รายงานการติดเชื้อผานทางระบบ RM การรายงานอุบัติการณของโรงพยาบาล มาตรฐานการตรวจรองรอยการติดเชื้อ (disease marker): - ระบบคัดแยก กักกัน ชี้บงเลือดที่ไมผานการตรวจและเลือดที่ติดเชื้อ: - ระบบหวงโซความเย็นของการเก็บรักษาและขนสง: - ประเด็นที่ยังไมสามารถดําเนินการตามมาตรฐาน/แนวทางของศูนยบริการโลหิตแหงชาติได: - การเขารวมระบบประกันคุณภาพจากภายนอก: ยังไมมีธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต การรับรองคุณภาพที่ไดรับ: ยังไมมีธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ
65 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร พัฒนาระบบการใหบริการโลหิตโดยกําหนดแนวทางการปฏิบัติสําหรับพยาบาลในขั้นตอนการตรวจสอบ ขั้น ตอนการใหเลือด และสังเกตอาการหลังใหเลือด v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 59. ธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต 3 I สามารถใหเลือดแกผูปวยไดอยาง ปลอดภัย II-7.3 & II-7.5 พยาธิวิทยากายวิภาค & บริการตรวจวินิจฉัยอื่นๆ i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ถูกตอง ปลอดภัย เหมาะสม ทันความตองการ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 อุบัติการณการตรวจวิเคราะหและรายงาน ผลตรวจวิเคราะหทางพยาธิและการตรวจ วินิจฉัยอื่น คลาดเคลื่อน (เชน ลาชา/ ผิดสิ่ง สงตรวจ/ ผิดวิธีการ/ผลคลาดเคลื่อน ทั้งหมด/ระดับ E ขึ้นไป* 0 0 0 0 0 0 NA ความทันเวลาในการรายงานผลการตรวจ วิเคราะหภายใน 2 สัปดาห 100% NA NA NA 100 100 NA ii บริบท การตรวจวินิจฉัยที่ใหบริการ: เปดบริการเฉพาะสงตอหนวยงานภายนอก iii กระบวนการ II-7.3 พยาธิวิทยากายวิภาค: (1) การประเมิน การเตรียมผูปวย การใหขอมูลและขอคํายินยอม: II-7.5 บริการตรวจวินิจฉัยอื่นๆ: (1) การประเมิน การเตรียมผูปวย การใหขอมูลและขอคํายินยอม: (2) การแปลผลการตรวจ และรายงานผล*: รายงานผลระบบ Online หองปฏิบัติการนําขอมูลเขาระบบ
66 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 60. พยาธิวิทยากายวิภาค และบริการ ตรวจวินิจฉัยอื่นๆ 3 I - II-8 การเฝาระวังโรคและภัยสุขภาพ i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ถูกตอง ครบถวน ทันเวลา ครอบคลุม ประสิทธิภาพ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมา ย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. การประเมินมาตรฐาน ทีมเฝาระวังสอบสวน เคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ตามกฎอนามัยระหวาง ประเทศ พ.ศ.2548 (IHR2005) ระดับดี ระดับดี พื้นฐาน ระดับดี ระดับดี ระดับดี ระดับดี NA 2. อัตราปวยดวยโรค ไขเลือดออกลดลง ≥ รอยละ 20 ของ คามัธยฐาน 5 ป ยอนหลัง ลดลง <20% 67.55( ลดลง 20%) 179.69 (เพิ่มขึ้น 81.67%) 86.11 (เพิ่มขึ้น 216.70%) 86.11 (เพิ่มขึ้น 216.70%) 3.95 (ลดลง 98.52% ) NA 3. ความทันเวลาในการสง รายงาน 506 100 % NA NA NA 78.80% 89.00 % NA 4. การคัดกรองเพื่อคนหา ผูปวยวัณโรคเชิงรุกใน ชุมชน 90% 91.96 179.69 (เพิ่มขึ้น 81.67%) 94.70% 13.14% 13.14% NA
67 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ii บริบท โรคและภัยสุขภาพสําคัญในพื้นที่: การเฝาระวังโรคและภัยสุขภาพทางสาธารณสุข เปนกิจกรรมที่สาคัญและจาเปนในการนําไปสูการปองกัน ควบคุมโรคในพื้นที่ เพราะการปองกันควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพจะชวยลดอัตราปวย อัตราตาย ลดคาใชจาย ตางๆ ได ดังนั้นโรงพยาบาลจึงตองมีแนวทางการเฝาระวังปองกันและควบคุมโรค โดยกาหนดใหทีม SRRT รับผิดชอบเฝาระวังโรคและภัยสุขภาพ ทีมเฝาวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance and rapid respond team : SRRT) มีหนาที่ในการเฝาระวัง ปองกัน และควบคุมโรค โดยสมาชิกในทีม srrt โรงพยาบาลเฝาไร ประกอบไปดวย แพทย พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข เจาพนักงานสาธารณสุข อสม. อปท. ผูนาชุมชน เครือขายหนวยงานอื่นๆ ในพื้นที่ เพื่อเฝาระวังและพรอมตอบสนองตอสถานการณไดอยางรวดเร็ว โรคและภัย สุขภาพสําคัญในพื้นที่: โรคที่พบมากในโรงพยาบาลเฝาไร 5 อันดับ ไดแก1) โรคระบาดไวรัสโควิด-19 2) โรค อุจจาระรวง 3) โรคมือ เทา ปาก 4) วัณโรค 5) โรคไขเลือดออก ที่มา : รายงานขอมูล 5 อันดับโรคโรคทาง 506 ป พ.ศ. 2564 จากโปรแกรม HOSxP โรคและภัยสุขภาพสําคัญที่อยูในแผนเฝาระวัง: โรคติดตอที่ตองเฝาระวัง 1) โรคติดตอที่ตองเฝาระวัง 55 โรค ตามพรบ.โรคติดตอ พ.ศ. 2558 เปนโรคที่ตอง ติดตาม ตรวจสอบ หรือจัดเก็บ/รายงานขอมูลอยางตอเนื่อง 2) โรคติดตออันตราย 14 โรค ตามพรบ.โรคติดตอ พ.ศ. 2558 เปนโรคที่มีความรุนแรงสูงสามารถแพรไปสูผูอื่นไดอยางรวดเร็ว 3) อุบัติเหตุจราจร iii กระบวนการ II-8 ก. การบริหารจัดการและทรัพยากร: (1)(2) นโยบาย แผนกลยุทธ แผนปฏิบัติการ: เพื่อใหเกิดกระบวนการปองกันโรคติดตอระบาดในพื้นที่ โรงพยาบาลมีนโยบายการเฝาระวัง ปองกัน และ ควบคุมโรค และจัดทําแผนปฏิบัติการและกระบวนการเฝาระวัง เตรียมความพรอมของบุคลากร ทรัพยากร เพื่อตอบโตกรณีเกิด (3)(4) บุคลากร งบประมาณ เทคโนโลยี ทรัพยากรอื่นๆ: • เพื่อใหพรอมตอการสอบสวนโรค ควบคุมโรคอยางมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลไดพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผูรับผิดชอบงานระบาดวิทยาผานการอบรมหลักสูตรระบาดวิทยาเบื้องตน และพัฒนาศักยภาพอยางตอเนื่อง และปฏิบัติตามมาตรฐาน SRRT ในการดาเนินการเฝาระวัง ปองกัน และควบคุมโรค • มีการจัดเตรียม ทรัพยากรสาหรับการดําเนินงานใหพรอมใช เพียงพอ สาหรับการเฝาระวัง สอบสวน และควบคุมโรคอยางมี ประสิทธิภาพ • ทรัพยากรประกอบดวย 1) ยานพาหนะ 2) อุปกรณสอบสวนโรค เชน 2.1 โรคระบาดไวรัสโค วิด-19 ประกอบดวย ชุด PPE หมวก Green cap Surgical Mask MaskN95 Faceshild CPE ถุงมือ Dispasible ถุงมือSterile ถุงหุมเทา ถุงหุมขา รองเทาบูท Caviwip ทําความสะอาด อุปกรณเจาะเลือด อุปกรณใหน้ําเกลือ 2.2 โรคระบบทางเดินอาหาร (ประกอบดวย สาลี, แอลกอฮอล, ถุงมือยาง, mask, สติ๊กเกอรติดหลอดแกว, cary blair, ไมสวอป, ถุงซิปล็อก, กระติดนาแข็ง, Ice pack, ไฟฉาย, หนังสือนาสง ตัวอยาง, แบบบันทึก E1, แบบสอบสวนโรค, ขวดเก็บนา 500 cc, ไฟแช็ค, ปากกาเคมี, น้ํายาไลโซน 2.2) อุปกรณเก็บอาหาร (ประกอบดวย ถุงรอน, หนังยาง, กระติกนาแข็ง, Ice pack, กระดาษกาว, แบบบันทึก รายการ 2.3) อุปกรณเก็บน้ํา (ประกอบดวย ขวดเก็บน้ํา sterile ขนาด 500 cc, กระดาษ Label ติดขวดน้ํา, ไฟแช็ค, แบบบันทึกรายการ 2.4) อุปกรณสอบสวนโรคทางระบบทางเดินหายใจ (ประกอบดวย สาลี, แอ
68 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ลกอฮฮล, ถุงมือยาง, mask, สติ๊กเกอรติดหลอดแกว, ไมกดลิ้น, ไมสวอป, Nasopharyngeal swab, กระติด นาแข็ง, Ice pack, ไฟฉาย, หนังสือนาสงตัวอยาง, แบบสอบสวนโรค, Tourniquet, syringe, เข็ม, Tube EDTA, ปากกาเคมี, พลาสเตอรปดแผล, Rack, ถุงดา, ถุงซิปล็อค, พาราฟลม, กรรไกร, termomiter) 2.5) อุปกรณเจาะเลือด 2.6) อุปกรณปองกันตนเอง (ประกอบดวย ชุดปองกัน, N95, แวนตานิรภัย, รองเทาบูท, กระบังหนา, ถุงมือ 3) ขอมูลดานวิชาการ (5) การสรางความรูความเขาใจ: • จัดทําแนวทางในการเฝาระวัง ปองกัน ควบคุมโรค สําหรับบุคลากรที่เกี่ยวของในโรงพยาบาล • ประชุมชี้แจง แนวทางปฏิบัติ /ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู II-8 ข. การเก็บและวิเคราะหขอมูลเฝาระวัง: (1)(2) การเฝาระวัง บันทึก และจัดเก็บขอมูล: การเฝาระวังเชิงรุก : เฝาระวังรวมกับภาคีเครือขาย ไดแก อสม. ผูนําชุมชน ประชาชนทั่วไป เทศบาลตําบล โรงเรียน ศพด. แจงแกบุคลากรสาธารณสุขทราบเมื่อพบเหตุการณผิดปกติ เชน ผูปวยกลุมเสี่ยงหรือสงสัยติด เชื้อโควิด-19 ไกตายจํานวนมากไมทราบสาเหตุ หรือกรณีเกิดโรคที่ตองเฝาระวัง/โรคระบาด เชน ผูปวยอาหาร เปนพิษเปนกลุมกอนในชุมชน เด็กในศูนยพัฒนาเด็กเล็กที่มีอาการคลายโรคมือ เทา ปาก ในหองเรียนเดียวกัน จานวนหลายราย เปนตน • การเฝาระวังเชิงรับ : เฝาระวังรวมกับหนวยงานภายในโรงพยาบาล ไดแก แพทย และพยาบาล OPD, ER, IPD โดยใหพยาบาลเปนผูรายงานโรค ตามพรบ.โรคติดตอ พ.ศ. 2558 แกงานระบาด วิทยางานบริการดานปฐมภูมิและองครวมใหทราบ เพื่อดาเนินการสอบสวนโรคเบื้องตนและรายงานผูปวยให พื้นที่ดําเนินการควบคุมโรคตอไป • การบันทึกและจัดเก็บขอมูล : การบันทึกขอมูลโรคที่ตองเฝาระวัง จาก โปรแกรม HosXP โดยดึงจาก ICD-10 และนาเขาขอมูลในโปรแกรม R506, Dashboard เขต8 โดยบันทึกให เปนปจจุบัน ทันเวลา และรายงานโรคไปยัง สสอ. และ สสจ. อยางตอเนื่อง (3)(4) การวิเคราะห เปรียบเทียบ แปลความหมาย คนหาการเพิ่มผิดปกติหรือการระบาด: • ดําเนินการรวบรวมขอมูล เปรียบเทียบอัตราปวยกับคามัธยฐาน 5 ปยอนหลัง ของโรคที่สาคัญในพื้นที่ เพื่อ วิเคราะหการระบาดของโรค และเพื่อกําหนดมาตรการปองกันโรค (5)(6) การติดตามเฝาดูสถานการณ การคาดการณแนวโนมเพื่อวางแผนปองกัน: • ดําเนินการเก็บขอมูลโรคติดตอที่มารับบริการที่ รพ.แลวนามาวิเคราะหเพื่อ ดูแนวโนมการระบาดวาเกิด ในชวงใดของป แลวนํามาจัดทําโครงการรวบถึงเตรียมทรัพยากรและมาตรการในการปองกัน II-8 ค. การตอบสนองตอการระบาดของโรคและภัยสุขภาพ: (1) แผนตอบสนอง การเตรียมความพรอม: • พัฒนาศักยภาพทีม SRRT ในโรงพยาบาล และเครือขายสสอ. รพ.สต. เพื่อเตรียมพรอมรับมือกรณีเกิดการ ระบาดของโรคทุกป• จัดเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล และอุปกรณเก็บสิ่งสงตรวจ ยานพาหนะ ทีม srrt พรอมสาหรับการรับมือตอการระบาดของโรค • ซอมแผนสถานการณโรคและภัยสุขภาพที่สาคัญของพื้นที่ ระดับอาเภอ รวมกับหนวยงานอื่นๆที่ เกี่ยวของ เชน อําเภอ สสอ. รพ.สต. เทศบาลตาบล ปศุสัตว ตํารวจ เปน ตน (2) ทีม SRRT: • มีการจัดตั้งทีม srrt ระดับอาเภอ และระดับตําบล ซึ่งสมาชิกในทีมประกอบดวยบุคลากรทางสาธารณสุขที่ ผานการอบรมหลักสูตรระบาดวิทยาพื้นฐาน/ระบาดวิทยาประยุกต รวมถึงภาคีเครือขายที่ไดรับการอบรมการ เฝาระวังและปองกันโรค• ทีม srrt โรงพยาบาลเฝาไร ประกอบดวย แพทย พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข (3) มาตรการปองกันที่จําเปน:
69 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร • จัดทําแนวทางการสอบสวนโรคระดับตําบล ระดับอําเภอ เพื่อกําหนดขีดจํากัดของการควบคุมโรค เชน โค วิด-19 • กําหนดมาตรการปองกันและควบคุมโรคที่สําคัญในพื้นที่ โรคตามฤดูกาล โรคที่มากับภัยธรรมชาติ• มี ศูนยปฏิบัติการระดับอําเภอ (EOC) เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน หรือกรณีเกิดโรคระบาด โรคติดตออันตราย เปน ตน โดยปฏิบัติการตามโครงการระบบบัญชาการ ICS ประกอบดวย 1) ผูบัญชาการเหตุการณ2) ฝาย ประสานงานและเลขานุการ 3) ฝายปฏิบัติการรักษาพยาบาล 4) ทีมสอบสวนและควบคุมโรค 5) ทีมเยียวยา จิตใจ 6) ทีมอนามัยสิ่งแวดลอม 7) ทีม SAT 8) ฝายสนับสนุนวัสดุ/สถานที่/เวชภัณฑ/ทรัพยากร 9) ฝาย สื่อสารความเสี่ยง 10) ฝายการเงินและงบประมาณ (4) ชองทางรับรายงาน: เพื่อใหรพ.มีการตอบสนองตอโรคและภัยสุขภาพทันเวลา รพ.มีการกําหนดชองทางรองรับการรายงานผูปวย โดย มีเจาหนาที่งานระบาดโรงพยาบาลเฝาไรในการรับรายงานโรคที่ตองเฝาระวังตลอด 24 ชั่วโมง ทาง โทรศัพท และแจงไปยังผูรับผิดชอบงานระบาดสานักงานสาธารณสุขอาเภอเฝาไร เพื่อประสานไปยังเจาหนาที่ รพ.สต. เทศบาลตาบล/อบตในพื้นที่ดาเนินการควบคุมโรคตอ (5) การสอบสวนผูปวยเฉพาะราย: กรณีที่ไดรับรายงานโรค เจาหนาที่งานระบาดวิทยา จะดําเนินการสอบสวนโรคเฉพาะรายเบื้องตน และสง ขอมูลไปยังพื้นที่เพื่อสอบสวนควบคุมโรค และคนหาผูปวยเพิ่มเติม และหากพบผูปวยที่มีอาการเดียวกันเปน กลุมกอนอาจสอบสวนการระบาด รวมถึงการเก็บตัวอยางสงตรวจ ควบคุมโรค เพื่อไมใหเกิดการระบาด กระจายเปนวงกวาง • ทรัพยากรในการออกสอบสวนโรค : บุคลากรผูรับผิดชอบงานระบาดตองเตรียมขอมูล ดานวิชาการในโรคนั้นๆ รวมถึงการเตรียมพรอมอุปกรณอื่นๆที่จาเปน เชน ยานพาหนะ แบบสอบสวนโรค อุปกรณปองกันตนเอง (PPE) อุปกรณเก็บตัวอยาง อุปกรณควบคุมโรค เปนตน (6) การสืบคนและควบคุมการระบาด: มีการกําหนดนโยบายแนวทางปฏิบัติในการสอบสวนโรคระบาดและควบคุมการระบาดเชนโรคโควิด-19 ที่มี การระบาดในพื้นที่และสื่อสารบุคลากรในโรงพยาบาลและเครือขาย II-8 ง. การเผยแพรขอมูลขาวสารและเตือนภัย: (1) การจัดทํารายงานและเผยแพรสถานการณโรคตอสาธารณะ: • เพื่อใหหนวยงานที่เกี่ยวของไดทราบสถานการณโรค ทาง รพ.ไดดําเนินการแจงสถานการณโรคโดยทา สถานการณ โรค แจงไปหนวยงานและชุมชนที่เกี่ยวของ โดยการทาหนังสือราชการ และ LINEกลุม เชน การ แจงการระบาดหรือกลุมเสี่ยงโควิด-19 การแจงเตือนการเกิดโรคไขเลือดออกไปที่ตาบลเฝาไร การแจงการ ระบาดของโรค มือ เทา ปาก ไปยังโรงเรียน ศูนยเด็กเล็ก (2) การรายงานโรคตามกฎหมาย: • เพื่อปรับปรุงกระบวนการรายงานโรคตาม พรบ.โรคติดตอ 2558 ใหรวดเร็วและทนเวลา รพ.ไดดําเนินการสง รายงาน 506 จากเดิม สัปดาหละ 1 ครั้ง เปนสัปดาหละ 3 ครั้ง ใหแก ศูนยระบาดอําเภอเพื่อวิเคราะหขอมูล ผลที่ไดคือ พื้นที่ไดรับทราบขอมูลอยางรวดเร็วและสามารถดําเนินการควบคุมไดทันที iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ • การประเมินมาตรฐานทีมเฝาระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) อาเภอเฝาไร ผานระดับดี (รับประเมินจาก สานักงานปองกันควบคุมโรคที่ 8 อุดรธานี ป พ.ศ. 2561)
70 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 61. การเฝาระวังโรคและ ภัยสุขภาพ 3 L 1. มีการวิเคราะหและรายงานสถานการณโรคใหแก หนวยงานที่เกี่ยวของทราบ ทุกเดือน 2. การซอม เปดศูนยปฏิบัติการระดับอาเภอ (EOC) เพื่อให บุคลากรมีความพรอมตอการรับมือกรณีเกิดโรคหรือ ปญหาทางสาธารณสุขที่สงผลกระทบรุนแรง 3. การ ติดตามประเมินผล เพื่อปรับปรุงและพัฒนา กระบวนการเฝาระวังโรคและภัยสุขภาพ ใหดีขึ้น II-9 การทํางานกับชุมชน i ผลลัพธ ประเด็นสําคัญที่ควรรายงาน: ความครอบคลุม ผลกระทบ ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1. รอยละของหญิงตั้งครรภใตรับ การ ฝากครรภครั้ง แรกกอน หรือเทากับ 12 สัปดาห 70% 82% 85% 89.47% 75% 80% 100% 2. รอยละหญิงตั้งครรภไดรับการ ดูแล กอนคลอด 5 ครั้งตาม เกณฑ 70% 82% 87% 84.21% 62.50% 45% 100% 3. อัตราภาวะโลหิตจากในหญิง ตั้งครรภ <10% 10.95% 7.03% 11.72% 6.28% 5.70% 2.27% 4. อัตราผูปวยดวยโรคเบาหวาน รายใหม ใน ประชากรอายุ 35 ปขึ้นไป <5% 0.68% 0.27% 1.24% 2.68% 1.12% 1.13%
71 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ขอมูล/ตัวชี้วัด เปาหมาย ปงบประมาณ 2561 2562 2563 2564 2565 2566 5. อัตราผูปวยดวยโรคความดน โลหิต สูง ใน ประชากรอายุ 35 ปขึ้นไป <5% 2.15 1.25 1.25% 2.15 6.39 4.39 6. จํานวน อสค.ไดรับการอบรม ตาม หลักสูตร กระทรวง สาธารณสุขและมี ศักยภาพ ตามเกณฑอสค. 80% 85% 85% 85% 85% 0 NA 7. รอยละความพึงพอใจของ ผูใชบริการในขุมชน >85% 90% 91 89 87 84 NA ii บริบท ชุมชนที่รับผิดชอบ ความตองการ ศักยภาพ กลุมเปาหมายสําคัญ: โรงพยาบาลเฝาไรเปนหนวยบริการทุติยภูมิ ขนาด 30 เตียง มีการดูแลประชาชนครอบคลุม จ ำนวน 53,118 คน ในสวนการดูแลระดับปฐมภูมิ/ชุมชน โรงพยาบาลเฝาไรพื้นที่รับผิดชอบคือ ต ำบลฝาไรรับผิดชอบดูแล สุขภาพทุกกลุม วัยซึ้งมีประชากรจ ำนวน 3,167 คน มีศักยภาพในการใหบริการดานสุขภาพเชิงรุกในชุมชน ครอบคลุม 7 กลุมวัย ทั้ง 4 มิติ (ดูแลดานสงเสริม ปองกันและควบคุมโรค การรักษา การฟนฟูแบบองครวม ผสมผสาน โดยเนนการสงเสริมสุขภาพ ปองกันโรค การคัดกรอง การสงตอ และการดูแลตอเนื่องเชื่อมโยงจาก โรงพยาบาลถึงที่บาน นอกจากนี้ยังรวมกับสาธารณสุขอําเภอเฝาไร และภาคีเครือขายในการสงเสริมระบบ บริการปฐมภูมิและสนับสนุนเครือขายทั้งอําเภอเฝาไรทั้ง 7 รพ.สต. รวม 73 หมูบาน ประชากร 53,118 คน กลุมเปาหมายสําคัญการทําางาน เชื่อมโยงกับระบบสุขภาพอําเภอ (district Health System: DHS) เปน เปาหมายขับเคลื่อน ประเด็นสุขภาพ 7 ประเด็น หลัก ไดแก แมและเด็ก การออกกําาลังกาย ผูสูงอายุ การลด อุบัติการณจารจร การจัดการขยะ มะเร็งเตานม โค วิด นอกจากนี้ยังมีกลุมเปาหมายในการใหบริการในกลุม โรคสําคัญของอําเภอ เชน กลุม NCDs iii กระบวนการ II-9.1 การจัดบริการสรางเสริมสุขภาพสําหรับชุมชน: (1)(2) การกําหนดชุมชน ประเมินความตองการและศักยภาพ วางแผน ออกแบบบริการสรางเสริมสุขภาพ สําหรับชุมชน: ? เครือขายหนวยบริการปฐมภูมิเปาหมายการจัดบริการปฐมภูมิในรูปแบบ เครือขายหนวยบริการปฐมภูมิ ครอบคลุมทั้งอําเภอภายในป 2565 ปญหาการดําเนินการในอดีตพบวาการดําเนินการไมสามารถทําไดตอเนื่อง
72 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ทําใหพื้นที่ขาดความเชื่อมั่นในการประสานความรวมมือ ไมสามารถเขาถึงปญหาที่เปนบริบทของพื้นที่ จึงปรับ ยุทธศาสตรเริ่มสรางจากพื้นที่ตนแบบ พัฒนาบุคลากร แลวจึงคอยขยายการดําเนินการใหไดตามเปาหมาย ดําเนินการ 1. ประชุมวางแผนเลือกพื้นที่ตนแบบ ที่เปนพื้นที่หางไกล และมีทีมงานที่มีศักยภาพ โดยเลือกเปน เขตตําบลหนองหลวง 2. จัดตั้งเปน เครือขายหนวยบริการปฐมภูมิครอบคลุมหนวยบริการ 7 รพ.สต. 3. จัด ดําเนินการคนหาปญหาครบทีม สหวิชาชีพ แพทย พยาบาลเวชปฏิบัติ เภสัชกร นัก กายภาพบําบัด ทันต แพทย/ทันตาภิบาล แพทยแผนไทย นักโภชนาการ ของโรงพยาบาลเขาไปรวมดําาเนินการกับทีม สหวิชาชีพ ของ รพ.สต. ในเขต โดยแนนใหมีการบูรณาการความรู ทําใหเกิดการวางแผนการสงเสริมสุขภาพที่ตรงกับ ปญหาของคนไขอยางตรงจุด (Focus) ทําไดจริง (Realistic) ตอเนื่อง (continuity) 4. เริ่มจากโรคที่เปน ปญหาหลัก คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผูปวยที่มีปญหาซับซอนในการดูแล ไมสามารถเดินทางไปรับ บริการที่ โรงพยาบาลได เชนผูปวยติดเตียง จิตเวชที่มีปญหาในชุมชน ตั้งครรภในวัยเรียน 5. รวมกับภาคีใน ชุมชน โดยเฉพาะองคการบริหารสวนทองถิ่น แลกเปลี่ยนปญหา และหาแนวทางการแกไข รวมถึงการขอรับ อุปกรณและบริการสนับสนุนตางๆใหกับผูปวยในพื้นที่6. การทําระบบจัดการดานทรัพยากรทั้ง บุคลากร เวชภัณฑเพิ่มเติม การสํารองระบบเชื่อมโยงขอมูลสารสนเทศระหวาง โรงพยาบาลเฝาไร และ PCU (3) การรวมมือกับภาคีที่เกี่ยวของ จัดบริการสุขภาพสําหรับชุมชน: เปาหมาย เพื่อการเชื่อมโยงความรวมมือกับภาคีเครือขาย โดยเฉพาะภาคีหลักในทองถิ่น ดํา เนินการทีมงาน ของโรงพยาบาลเขารวมเปนคณะกรรมการ พชอ. พชต. รวมกับทีมงานรพ.สต. พื้นที่ เพื่อทําความเขาใจความ ตองการของชุมชน เปนประโยชนในการวางแผนปรับแผนงานระดับอ ำเภอใหสอดคลองกัน การจัดสรร งบประมาณและกําลังคน การชวยเหลือเปนไปอยางสอดคลอง และเชื่อมโยงเปนอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งอําเภอ ไมใหงบประมาณกระจายนําไปสูผลลัพธที่เกิดขึ้นใหเห็น ผลลัพที่ไดไดรับการสนับสนุนอุปกรณทางการแพทย จากหนวยงานภาคีเครือขายทั้งดานสถานที่ อุปกรณ และบุคลากรเปนตน (4) การประเมินและปรับปรุง: ? มีคณะกรรมการ DHB ระดับอ ำเภอ เพื่อติดตามและประเมินผลงาน น ำสภาพปญหาที่พบมาปรับปรุงและ แกปญหา ตอไป II-9.2 การเสริมพลังชุมชน: (1) ภาพรวมของการทํางานรวมกับชุมชน การสงเสริมการมีสวนรวม การสรางเครือขาย: ? โรงพยาบาลมีการก ำหนดยุทธศาสตรดานการสงเสริมการสรางสุขภาพของประชาชนโดยมีชุมชนเปนสวน รวม เปน ยุทธศาสตรระดับโรงพยาบาล ? มีการจัดประชาคม และท ำแผนยุทธศาสตรรวมกับชุมชนเพื่อก ำหนดแนวทางการพัฒนา รวมทั้งการประสานและ สรางเครือขายเพื่อแกปญหารวมกัน เชน เครือขายการดูแล สุขภาพของผูปวยเบาหวาน เครือขายชมรมผูสูงอายุ ชมรมสายใยรักแหงครอบครัว แกนน ำเยาวชนปองกัน การตั้งครรภในวัยรุน อสม. เปนตน ? มีการประสานคับ อปท. ผูนําชุมชน ชาวบาน โรงเรียน และวัด ในการ พัฒนาวัดใหเปนวัดสงเสริมสุขภาพ (2) การสงเสริมความสามารถของกลุมตางๆ เพื่อแกปญหาที่สําคัญของชุมชน: มีชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานประกอบดวย อสม. ประจ ำหมูบาน และอสม.เชี่ยวชาญดาน ตางๆ และ อสค. Care giver มีการประสานงานการดูแลและบองกันภัยสุขภาพ การควบคุมการระบาดของ โรคไขเลือดออก โดยออกรณรงคควบคุมลูกน้ํายุงลายเปนประจําการเยี่ยม/จัดทําแผนการดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง ผูปวยระยะเฝาระวังและผูปวยระยะสุดทายภายในชุมชนอยางตอเนื่อง (3) การสงเสริมพฤติกรรมและทักษะสุขภาพสวนบุคคล:
73 รายงานการประเมินตนเอง (SAR2020) รพ.เฝาไร ? กําหนดกลุมเปาหมายเขารวมอบรมใหความรูโรคตางๆ อบรมฟนฟู อสม. ประจําหมูบาน และอสม. เชี่ยวชาญ อสค. และ Care giver (4) การสงเสริมสิ่งแวดลอมทางกายภาพและทางสังคมที่เอื้อตอการมีสุขภาพดี การชี้แนะและสนับสนุน นโยบายสาธารณะ: ? การมีสวนรวมกับอสม.และผูนําชุมชน ชาวบาน รณรงคไนการพัฒนาสภาพแวดลอมเพื่อตัดวงจรชีวิตของ ยุงลาย ? การมีสวนรวมกับ อบต. และประชาชน ในพื้นที่รับผิดชอบในการก ำจัดขยะในชุมชน ? การมีสวน รวมกับชุมชนในการจัดสิ่งแวดลอมในจัดในโครงการจัดสงเสริมสุขภาพ ? ใหความรูเจาหนาที่ที่ท ำหนาที่ในการ กําจัดขยะที่ถูกตอง ? บริการวัคซีนบองกันโรคไขหวัดใหญในกลุมเสี่ยง ? รวมทําโรงทาน เพื่อบริจาคอาหาร ฟรีส าหรับผูมาทําบุญที่วัดเขตอําเภอเฝาไรในชวงเทศกาลสําคัญ ? ใหขอมูล ความรูดานสุขภาพ แกพระสงฆ เพื่อเทศนเรื่องการดูแลสุขภาพแกประชาชนที่มาทําบุญในชวง วันพระและทําบุญตามประเพณี iv ผลการพัฒนาที่โดดเดนและภาคภูมิใจ ? การพัฒนาศูนยบริการที่เปนมิตรสําหรับวัยรุนและเยาวชนไดตามเกณฑมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ? การพัฒนาคลินิกบําบัดและฟนฟูสมรรถภาพผูเสพสารเสพติด ? ประเมินผานเกณฑมาตรฐาน PCU ติดดาว ? การพัฒนาศูนยพึ่งได(OSCC) ? การไดรับรางวัลเชิดชูเกียรติการด ำเนินงานคลินิกวัณโรคตามแนวทางWHO v แผนการพัฒนา มาตรฐาน Score DALI Gap ประเด็นพัฒนาใน 1-2 ป 62. การทํางานกับชุมชน 3 I 1. ขยาย อสค.ใหคลอบคลุมทุกกลุมโรค 2. การพัฒนาระบบสารสนเทศในการ เชื่อมโยงขอมูลในเครือขายใหมี ประสิทธิภาพมากขึ้น
FAORAI HOSPITAL ศูนย์คุย์ณคุภาพ โรงพยาบาลเฝ้าไร่