The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Putsakit Susane, 2021-08-05 05:47:13

เอกสารประกอบชุดวิชา พื้นฐานวิชาชีพครู 20505

เอกสารประกอบชุดวิชา 20505

ขอบข่ายพฒั นาการเด็กแต่ละวยั และการประยุกตใ์ ช้

การประยุกตใ์ ช้ 1. วัยกอ่ นวัยเรยี น
ด้านการออกแบบ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ลักษณะพฒั นาการ
ส่อื การเรียนการสอน เด็กแตล่ ะวยั
และการวัด - ร่ายกาย
และประเมนิ ผล - อารมณ์ – จติ ใจ
- สงั คม
3. - สติปัญญา 2.
วัยรุ่น วัยเด็ก

ธรรมชาติของผเู้ รียนการศึกษานอกระบบ

1. ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล : ดา้ นร่างกาย ดา้ นอารมณ์
ดา้ นสงั คม และดา้ นสติปัญญา

2. ความแตกตา่ งตามวยั : วยั เด็ก วยั รุ่น วยั ผูใ้ หญ่ วยั สูงอายุ
3. ความแตกตา่ งดา้ นพ้ืนฐานความรู้ : ไมร่ ูห้ นังสือ

มีความรูร้ ะดบั การศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน และระดบั อุดมศึกษา
4. ความแตกตา่ งดา้ นสถานภาพทางสงั คม : กลุม่ ท่ีมีปัญหาในชีวิต

คนยากจน ผูใ้ ชแ้ รงงาน
ผูต้ อ้ งขงั คนพิการ ฯลฯ

หลกั การเรียนรขู้ องผูใ้ หญ่และผูส้ งู วยั

1. หลกั ความพรอ้ ม : พฒั นาการและภารกิจตามวยั และความสนใจ
2. หลกั ความตอ้ งการ : ทฤษฎีลาํ ดบั ขน้ั ความตอ้ งการของมาสโลว์
3. หลกั การเสริมแรง : การเสริมแรงท่ีไดจ้ ากการ

ตอบสนองความตอ้ งการทฤษฎีของมาสโลว์
4. หลกั การเรียนรู้ : การรบั รู้ การหยง่ั เห็น การเรียนรูเ้ ชิง

ประสบการณ์ การเรียนรูแ้ บบมีสว่ นร่วม

แรงจงู ใจที่ทําใหผ้ ใู้ หญ่สนใจเรียน

1. ดา้ นอาชีพ
2. เพ่ือพฒั นาตนเอง
3. แมบ่ า้ นพฒั นา
4. ดา้ นสงั คม
5. เหตุผลอ่ืน

แนวทางการประยุกตใ์ ชจ้ ิตวิทยาการเรียนรใู้ นการศึกษานอกระบบ
1. สรา้ งบรรยากาศเพ่ือเตรยี มความพรอ้ มของผเู้ รยี น
2. จดั โครงสรา้ งองคก์ ารเพ่ือวางแผนการเรยี นรว่ มกนั
3. การวิเคราะหค์ วามตอ้ งการของผเู้ รยี น
4. การกาํ หนดวตั ถปุ ระสงคใ์ นการสอน
5. การจดั แผนการเรยี นการสอน
6. การดาํ เนินการสอน
7. การประเมินผเู้ รยี น

จติ วทิ ยาพฒั นาการ เป็นวิชาท่ีศกึ ษาถึงการ
เปล่ยี นแปลงของบคุ คลในดา้ น
ตา่ ง ๆ ตงั้ แตเ่ รม่ิ ปฏิสนธิจนแก่
ตาย ทงั้ ในดา้ นท่ีเจรญิ ขนึ้ และ
เส่อื มถอยลง

ขน้ั ของพฒั นาการมนุษย์

1. วยั กอ่ นคลอด ตงั้ แตเ่ ร่ิมปฏิสนธิ – คลอด
2. วยั ทารก ตงั้ แตค่ ลอด – 2 หรือ 3 ปี
3. วยั เด็กตอนตน้ /ปฐมวยั /วยั กอ่ นเขา้ เรียน 3 – 6 ปี
4. วยั เด็กตอนกลาง 6 – 12 ปี
5. วยั รุ่น 12 – 20 หรือ 25 ปี
6. วยั ผูใ้ หญต่ อนตน้ 20 หรือ 25 – 40 ปี
7. วยั กลางคน 40 – 60 หรือ 65 ปี
8. วยั สูงอายุ 60 หรือ 65 ไปจนตลอดชีพ

ขน้ั พฒั นาการบคุ ลิกภาพตามแนวคิดของฟรอยด์

1. ขนั้ พึงพอใจท่ีปาก ในชว่ งขวบแรก
2. ขนั้ พึงพอใจท่ีอวยั วะขบั ถา่ ย ชว่ งอายุ 2 – 3 ขวบ
3. ขนั้ พึงพอใจในอวยั วะเพศ ชว่ งอายุ 4 – 5 ขวบ
4. ขนั้ แอบแฝง ชว่ งอายุ 6 – 12 ปี
5. ขน้ั วุฒิภาวะทางเพศ อายุ 13 ปีข้ึนไป

โครงสรา้ งของสติปัญญา

เกิดจาก 2 กระบวนการ
1. กระบวนการดูดซึม (assimilation)
2. กระบวนการปรบั โครงสรา้ ง (accommodation)

ขน้ั พฒั นาการทางสติปัญญาตามแนวคิดของ Piaget
1. ขน้ั การรับรูด้ ว้ ยประสาทสมั ผสั และการเคล่ือนไหว
2. ขนั้ การคิดกอ่ นเหตุผล
3. ขนั้ การคิดแบบเหตุผลเชิงรูปธรรม
4. ขน้ั การคิดแบบเหตุผลเชิงนามธรรม

พฒั นาการทางจริยธรรมตามแนวคิดของ Kohlberg

มี 3 ระดบั 6 ขนั้
ระดบั ท่ี 1 กอ่ นกฎเกณฑส์ งั คม

ขน้ั ท่ี 1 จริยธรรมจากภายนอก
ขน้ั ท่ี 2 ปัจเจกบุคคลนิยม
ระดบั ท่ี 2 กฎเกณฑส์ งั คม
ขนั้ ท่ี 3 การคาดหวงั กบั ความสมั พนั ธต์ อ่ กนั และกนั ระหวา่ งบุคคล
ขนั้ ท่ี 4 ระบบสงั คมและมโนธรรม
ระดบั ท่ี 3 เหนือกฎเกณฑส์ งั คมหรือการยึดหลกั การ
ขน้ั ท่ี 5 สญั ญาหรืออรรถประโยชน์ทางสงั คมและสิทธิสว่ นบุคคล
ขน้ั ท่ี 6 หลกั การจริยธรรมสากล

ชุดวชิ า 20505 พนื้ ฐานวชิ าชพี ครู

ครงั้ ท่ี 2
หน่วยท่ี 8-15

ประเดน็ อภปิ รายหน่วยท่ี 8 และ 9

1. การพฒั นาทกั ษะทางภาษาไทยมีความสาํ คญั
ต่อการประกอบวิชาชีพครอู ยา่ งไร จงอธิบาย
พร้อมให้เหตผุ ล

2. ให้อธิบายการใช้ภาษาของครปู ระเภทใด
ประเภทหน่ึง พรอ้ มยกตวั อยา่ งสถานการณ์
ในการใช้ภาษาดงั กล่าว

ทกั ษะทางภาษาไทยสาํ หรับครู

การฟังอยา่ งมีวิจารณญาณ

การอ่านเพ่ือ ทกั ษะ การอ่านเพ่ือ
ความรอบรู้ การรบั สาร ประโยชน์
ทางวิชาการ

การเขยี น พดู อธบิ าย การพดู
โครงการ เชงิ วชิ าการ
วชิ าการ ทกั ษะ
การส่งสาร

การเขยี น
บทความ
วชิ าการ

ปัญหาการใช้ภาษาไทย

เสียงและตวั อกั ษร
การใช้คาํ
การใช้ประโยค
การใช้กล่มุ ประโยค
การสะกดคาํ และวรรคตอน

การสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ

การชี้แจง การโน้มน้าวใจ การเจรจาต่อรอง

การแสดงความคิดเหน็ การปลอบใจ

การชี้แจงเพอ่ื เน้นยาํ้

การชี้แจงเพื่อแก้ไข การชี้แจง การชี้แจงเพือ่ ป้องกนั
การเข้าใจผิด การเข้าใจผิด

การแสดงความคิดเหน็ การสนทนา
ระหว่างบคุ คล การสมั ภาษณ์

การแสดงความคิดเหน็

การแสดงความคิดเหน็ ในกลมุ่ : การประชมุ

สภุ าพ

มารยาท ร้จู กั ควบคมุ อารมณ์
เปิ ดใจรบั ฟังผอู้ ื่น

จดุ มงุ่ หมายของการโน้มน้าวใจ

เพื่อให้มีความเหน็ คล้อยตาม
เพอ่ื ให้เกิดการกระทาํ
เพ่ือกระต้นุ ความร้สู ึก

หลกั การโน้มน้าวใจ

จิตวิทยา
การสร้างความเช่ือถอื
การใช้ภาษา

วิธีการปลอบใจ

คณุ สมบตั ิผ้ปู ลอบใจ การ การสื่อสารเพื่อปลอบใจ
ปลอบใจ

คณุ สมบตั ิ ปัจจยั ที่มีผล วิธีดาํ เนินการ

การ
เจรจา
ต่อรอง

ประเดน็ อภปิ รายหน่วยท่ี 10 และ 11

1. ครูตอ้ งพฒั นาทกั ษะการฟัง การพดู การอ่าน
และการเขียนภาษาองั กฤษในเรื่องใดบา้ ง
และจะมแี นวทางในการพฒั นาอยา่ งไร

2. ใหย้ กตวั อยา่ งประโยคภาษาอังกฤษการพดู
โทรศัพทใ์ นสถานการณท์ ก่ี าํ หนดให้

ประโยชนข์ องภาษาอังกฤษสาํ หรับครู

การติดต่อส่ือสาร
การแสวงหาความรู้
การใหค้ าํ แนะนําผเู้ รียน

ทกั ษะภาษาอังกฤษทค่ี รูควรพัฒนา

1. การฟัง
* เสียงในภาษาองั กฤษที่แตกต่างกบั ภาษาไทย

* การฟังภาษาองั กฤษในชีวิตประจําวนั
- เช่น โทรศพั ท์ วิทยุ โทรทศั น์ อินเทอรเ์ น็ต

2. การพูด
- เช่น การขอรอ้ ง การชกั ชวนช้ีแนะ การแนะนํา
การแสดงความยินดีและชมเชย การแสดงความขอบคณุ
การขอโทษ การแสดงความเกรงใจ

ทกั ษะภาษาอังกฤษทคี่ รูควรพฒั นา (ต่อ)

3. การอ่าน
* การใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษ
* การอ่านเอกสารวิชาการ
* การอ่านหนังสือพมิ พภ์ าษาอังกฤษ

4. การเขยี น
* ลักษณะของการเขียนภาษาอังกฤษทเี่ ป็ นปัญหาสาํ หรับคนไทย
* การเขยี นคาํ ไทยทบั ศัพทเ์ ป็ นภาษาอังกฤษ
* การเขยี นจดหมาย
* การเขยี นจดหมายสมัครเข้าศกึ ษา
* การเขยี นประวัตยิ อ่

การฟังในการใช้โทรศัพท์

มสี ํานวนทส่ี ําคญั 6 ลกั ษณะ คือ
- การรับโทรศัพท์ Hello./ Good morning./ Good afternoon.
- การขอพูดโทรศัพท์กบั คนทต่ี ้องการ
May I speak to ……., please?
- การบอกวตั ถุประสงค์ของการโทรศัพท์
I’m calling about ……………….
- การรับฝากข้อความ Can I take a message?
- การขอฝากข้อความ Can I leave a message?
- การจบการสนทนา Good bye./ Thanks a lot, bye.

การฟังข่าวทางวทิ ยุ

มคี าํ สําคญั (key words) ทค่ี วรจบั ประเดน็ ให้ได้ คือ
- เกดิ อะไรขนึ้ What happened? What has happened?
- ใครเป็ นคนทาํ Who did it?
- เกดิ ขนึ้ ทไ่ี หน Where did it happen?
- เกดิ ขึน้ เม่ือไร When did it happen?

สํานวนภาษาองั กฤษในชีวติ ประจําวนั

การขอร้อง (Request)
การแนะนํา (Advice)
การแสดงความขอบคุณ
การกล่าวตอบคาํ ขอบคุณ
การขอโทษ
การกล่าวตอบคาํ ขอโทษ

วธิ ีการทวั่ ไปสําหรับการอ่านหนังสือพมิ พ์ภาษาองั กฤษ

1. อ่านเฉพาะข่าวทต่ี นเองสนใจ ข่าวอ่ืน ๆ อ่านเพยี งผ่าน ๆ เท่าน้ัน
2. ควรหาหนังสือพมิ พ์ภาษาไทยทอ่ี อกวันเดยี วกนั มาอ่านเสียก่อน

เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาของข่าว แล้วจึงอ่านข่าวเดียวกนั ใน
หนังสือพมิ พ์ภาษาองั กฤษ
3. พยายามเดาความหมายของคาํ จากข้อความท่อี ่านหรือเทียบกบั
ข่าวในภาษาไทย หลกี เลย่ี งการใช้พจนานุกรมเว้นแต่จําเป็ นจริง ๆ

การอ่านส่ วนประกอบของข่าว

การอ่านพาดหัวข่าว (headlines)
เป็ นภาษาทส่ี ้ัน กะทดั รัด และมสี ํานวนภาษาทเี่ ป็ น
ลกั ษณะเฉพาะ

การอ่านความนํา (news leads)
เป็ นข้อความทสี่ ําคญั ทสี่ ุดของข่าว
เพราะเสนอความคดิ หลกั ของข่าว

การอ่านเนื้อข่าว (news body)
เป็ นรายละเอยี ดของข่าวซึ่งเพมิ่ เตมิ จากความนํา

การเขียนจดหมาย

จดหมายส่ วนตวั จดหมายธุรกจิ

ส่วนประกอบหลกั ของจดหมายธุรกจิ (a)
(Components of Business Letters) (b)

(c) (f)
(h)
(d) Dear Sir, (e - 1)
(e - 2)
(e - 3)

I look forward to hearing from you.
Muhamat Kavegee (g)

Salutation หมายถึง คาํ ขนึ้ ต้นจดหมาย การเขยี นคาํ ขนึ้ ต้นจดหมาย

จะสัมพนั ธ์กบั การเขยี นชื่อและทอ่ี ยู่ของผู้รับ (inside address) มหี ลกั สังเกตได้ดงั นี้
1) ในกรณที ท่ี ราบชื่อผู้รับจดหมาย และได้ระบุชื่อผู้รับจดหมายใน

Inside address ไว้ชัดเจน จะเขยี นคาํ ขนึ้ ต้นจดหมายดังนี้
Dear + คาํ นําหน้าช่ือ + นามสกลุ เช่น
Dear Mr. Axford:
Dear Mrs. Olson:
Dear Miss Thomson:

Dear + ตําแหน่งทางวชิ าการ หรือ + ชื่อสกลุ เช่น
ตาํ แหน่งในอาชีพ

Dear Professor Harbers:
Dear President Johnson:
Dear Dr. Cheston:

ตวั อย่าง: การเขยี น salutation ทีส่ อดคล้องกบั inside address

Inside Address Mr. Roger W. Axford
221 Burwood Highway
Burwood, Victoria 3125
Australia

Salutation Dear Mr. Axford:
Inside Address Professor John T. Cardwell
Department of Dairy Science
Mississippi State University
Mississippi State, Ms 39762
U.S.A.

Salutation Dear Professor Cardwell:

ตวั อย่าง: การเขยี น salutation ที่สอดคล้องกบั inside address (ต่อ)

2) ในกรณที ไี่ ม่ทราบช่ือผู้รับจดหมายและไม่ได้ระบุชื่อผู้รับจดหมาย
แต่ระบุตาํ แหน่งในหน่วยงาน เช่น Dean, Manager, Director ไว้ใน
Inside address ให้เลือกใช้สํานวนใดสํานวนหนึ่งต่อไปนี้

Sir: (กรณที ราบแน่ชัดว่าเป็ นบุรุษ)
Dear Sir:

Dear Madam: (กรณที ราบแน่ชัดว่าเป็ นสตรี)

Dear Sir or Madam: (กรณไี ม่ทราบว่าเป็ นบุรุษหรือสตรี)

ตวั อย่าง: การเขยี น salutation ทีส่ อดคล้องกบั inside address (ต่อ)

ตวั อย่าง :

Inside Address The Sales manager
Salutation Delta Tractors Ltd.
12/50 Vibhavadi-Rangsit Road
Don Muang, Bangkok 10210
Thailand
Sir: หรือ
Dear Sir: หรือ
Dear Madam: หรือ
Dear Sir or Madam:

ตัวอย่าง: การเขยี น salutation ท่ีสอดคล้องกบั inside address (ต่อ)

ตวั อย่าง :

Inside Address Office of Graduate Admissions
Salutation The Pennsylvania State University
201 Kern Graduate Building
University Park, PA 16802-3391
U.S.A.
Dear Sirs, หรือ
Gentlemen:

การเขียนประวตั ยิ ่อ
ประวตั ยิ ่อ หรือ CV (Curriculum Vitae) ในภาษาองั กฤษ
และมกั เรียกทบั ศัพท์ว่า re′sume′ ซ่ึงเป็ นคาํ ศัพท์มาจาก
ภาษาฝร่ังเศส หมายถงึ ประวตั ยิ ่อ ๆ ของบุคคลทนี่ ําเสนอให้แก่
องค์กร หน่วยงาน สถาบัน หรือบริษทั ทบ่ี ุคคลต้องการสมคั ร
เข้าศึกษาต่อ เข้าทาํ งาน หรือเพื่อขอรับทุน

เนื้อหาทน่ี ําเสนอใน CV
a) ชื่อ (name) และ

รายละเอยี ดสถานทต่ี ดิ ต่อ (full contact details)
b) จุดประสงค์ของการทาํ ประวตั ยิ ่อ (objective)
c) จุดประสงค์ในการทาํ งานหรือ

ขอบข่ายงานทที่ าํ ส้ัน ๆ (a short career objective
or career profile)

เนื้อหาทนี่ ําเสนอใน CV (ต่อ)
d) การศึกษาและคุณวฒุ ิ (education and qualifications)
e) ประสบการณ์ทาํ งานทเี่ กยี่ วข้อง (relevant work experience)
f) ความสนใจ (interest) กจิ กรรม (activities) หรือ

ความสามารถพเิ ศษ (expertise) / ความสําเร็จ (achievements)
ทแี่ สดงถึงทกั ษะ หรือความสามารถทจ่ี าํ เป็ นสําหรับ
งาน/การศึกษา/ตาํ แหน่งทสี่ มคั ร
g) รายละเอยี ดของผู้รับรอง ได้แก่ ช่ือ ตาํ แหน่ง ทอ่ี ยู่
หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร e-mail address หรือ เขียนว่า
“References on Request” ถ้าผู้จ้างหรือหน่วยงานไม่ได้ระบุ
ให้แจ้งช่ือผู้รับรอง

ตวั อย่าง การเขยี นเนื้อหาหลกั ใน CV (1)

a) ATHIPAT SOMPRASONG 148 Soi Sirirat Phahonyothin Road
Bangkhen, Bangkok 10900
Tel. 0 2983 4300
[email protected]

b) OBJECTIVE
A manager in a language institution

c) CAREER PROFILE
Client services, management

ตัวอย่าง การเขยี นเนื้อหาหลกั ใน CV (2)

d) EDUCATION AND QUALIFICATIONS
2009 – present Sukhothai thammathirat Open University,
School of Educational studies
- (Master’s Degree – Expected January 2012)
2004 – 2007 Rajamangala Institute of Technology,
Bangkok Technical Campus,
Faculty of Administration – Bachelor’s Degree
2002 – 2004 Rajamangala Institute of Technology,
Bangkok Technical Campus,
Foreign Language Department Diploma

ตวั อย่าง การเขยี นเนื้อหาหลกั ใน CV (3)

e) EXPERIENCE
2003 – present Assistant manager, LCC Language Center
1999 – 2002 Language instructor, Bangkok College

f) LANGUAGES
English – excellent (oral and written)
Chinese – fair (oral)

g) References on request

ประเดน็ อภิปรายหน่วยที่ 12 และ 13

1. ในปัจจบุ นั มีปัญหาในการใช้เทคโนโลยีการศึกษา
ในเรือ่ งใดมากที่สดุ และจะมีแนวทางในการแก้ไข
ปัญหาดงั กล่าวได้อย่างไร

2. เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะกบั การนํามาใช้
ในการจดั การเรียนการสอนมีอะไรบา้ ง

แนวคิดเกี่ยวกบั นวตั กรรม

ความหมาย เกณฑใ์ นการพจิ ารณา
มีทฤษฎีทีม่ าของการสรา้ ง
เป็ นของใหม่โดยอาจใหม่บางสว่ น/
ใหม่ทง้ั หมด
นาํ วิธีการจดั ระบบมาใช้
ผา่ นการวิจยั /อยใู่ นระหว่างการวิจยั
ยงั ไม่เป็ นสว่ นหน่ึงของระบบปัจจบุ นั

แนวคิดเกี่ยวกบั สารสนเทศ

ความหมาย ลกั ษณะสารสนเทศท่ีดี ความสาํ คญั
ความถูกตอ้ ง รากฐานการตดั สนิ ใจ
ความทนั สมยั รากฐานการพฒั นา
ความตรงประเด็น
ความสมบูรณค์ รบถว้ น


Click to View FlipBook Version