Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื
บทนำ
มันสาปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสาคัญของประเทศไทย ผลผลิตใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
มันเส้น มนั อัดเมด็ และแปง้ มนั สาปะหลัง ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ส่งจาหน่ายต่างประเทศ สร้างรายได้ไม่
น้อยกว่าปีละ 8 หมน่ื ลา้ นบาท โดยไทยเป็นประเทศสง่ ออกผลิตภัณฑม์ นั สาปะหลังมากเป็นอันดับหน่ึง
ของโลก สร้างรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 8 หมื่นล้านบาท ประเทศคู่ค้าสาคัญได้แก่จีน ที่นาไปผลิต
แอลกอฮอลแ์ ละเอทานอล เนอ่ื งจากมนั สาปะหลังเป็นพชื ปลูกง่ายและทนทานต่อสภาพความแห้งแล้ง
จึงมีการปลูกกระจายทั่วประเทศ โดยในปี 2558/59 พ้ืนที่ปลูกมันสาปะหลังท้ังประเทศมี 9.32 ล้าน
ไร่ อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 53 ภาคกลางและภาคตะวันตกร้อยละ 25 ส่วนท่ีเหลืออีก
รอ้ ยละ 22 อยู่ในภาคตะวันออกและภาคเหนือ ผลผลิตทั้งประเทศ 32.36 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ย 3.61
ตนั ต่อไร่ ภาคกลางและภาคตะวันตกมีผลผลิตรวม 5.04 ล้านตัน ผลผลิตเฉล่ีย 3.36 ตันต่อไร่ จังหวัด
ที่ปลูกมันสาปะหลังมากในภาคกลางได้แก่ กาญจนบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และอุทัยธานี (สานักงาน
เศรษฐกิจการเกษตร, 2559) แต่เน่ืองจากสภาพพ้ืนท่ีและลักษณะเน้ือดินทีปลูกมันสาปะหลังในภาค
กลางมีความแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ดินทรายหรือทรายปนร่วนมีความอุดมสมบูรณ์ต่า จนถึงดินร่วน
หรือร่วนเหนียวความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง หรือบางแห่งมีปัญหาเร่ืองคุณสมบัติทางเคมี เช่น
ดินด่าง รวมถึงการเผชิญกับความแปรปรวนของฟ้าอากาศในปัจจุบันที่สร้างความเสียหายให้ผลผลิต
โดยตรง หรอื โดยออ้ มจากการเกดิ โรคและแมลงศัตรูอุบตั ิใหม่ ทาให้ผลผลิตตกตา่ และแปรปรวนได้ง่าย
นอกจากน้ันเกษตรกรยงั ประสบปัญหาเรือ่ งราคาผลผลิตต่าและไม่แน่นอน โดยในปี 2557/58 มีความ
ต้องการใช้ในการผลิตเอทานอลเพื่อเป็นพลังงานทดแทน ทาให้ประเทศไทยเพิ่มพ้ืนที่ผลิตมัน
สาปะหลังสูงสุดในรอบ 10 ปี ได้ผลผลิตมากถึง 31.24 ล้านตัน มีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสาปะหลัง
สูงถึง 11.2 ล้านตัน มีมูลค่า 115.89 ล้านบาท หลังจากนั้นราคาหัวมันสาปะหลังสดลดลงอย่าง
ต่อเน่ืองจนเหลือ 1.22 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนกันยายน 2559 เน่ืองจากการชะลอตัวด้านเศรษฐกิจ
ของจีน ประกอบกับการลดค่าเงินหยวน การระบายสต๊อกข้าวโพดซึ่งใช้ผลิตเอทานอลได้ และการ
ส้ินสุดของแผนพัฒนาพลังงานทดแทน รวมถึงการท่ีจีนนาเข้าเอทานอลจากประเทศบราซิล แต่ใน
ด้านการผลิตกลับมีการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเดียวกันมากข้ึน เช่น ลาว เขมร และ
เวียดนาม ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะพื้นท่ี โดยเน้นการลดต้นทุนและ
เพิ่มผลผลิตต่อพื้นท่ี รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจะช่วยสร้างความยั่งยืนในการผลิต และเพ่ิมขีด
ความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรผู้ผลิตมันสาปะหลังและผู้เก่ียวข้อง โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีภาค
กลางและตะวนั ตก ซง่ึ เป็นแหลง่ ผลิตสาคญั แหลง่ หน่ึงของประเทศ
การจัดการความรู้ในครั้งน้ีจึงเป็นการรวบรวมและกลั่นกรององค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีการ
ผลิต ที่ครอบคลุมสถานการณ์มันสาปะหลัง พันธ์ุ การจัดการแปลงพันธุ์และท่อนพันธุ์ การปลูก การ
จัดการวัชพืช การจัดการดิน น้าและปุ๋ย การจัดการโรคและแมลงศัตรู การเก็บเก่ียว การปฏิบัติหลัง
การเก็บเก่ียว การสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตและผลพลอยได้ และการเพ่ิมผลผลิตมันสาปะหลังเฉพาะ
พื้นท่ี เพ่ือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพ้ืนที่ของตัวเองอย่างมี
ประสิทธิภาพ ตอ่ ไป
การจัดการความร้เู ทคโนโลยีการผลติ มันสาปะหลังในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 1
สารบญั
หนา้
บทท่ี 1 สถานการณ์มนั สาปะหลัง 2
บทที่ 2
บทที่ 3 เครือวัลย์ บุญเงนิ และ เกษร แชม่ ชนื่
บทที่ 4
บทท่ี 5 พันธม์ุ ันสาปะหลังทีเ่ หมาะสมสาหรับพน้ื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวนั ตก 7
บทท่ี 6
บทท่ี 7 นิลบุ ล ทวกี ุล และ สุวิทย์ สอนสขุ
บทที่ 8 การจัดการแปลงพนั ธแ์ุ ละทอ่ นพนั ธ์มุ ันสาปะหลัง 29
นลิ ุบล ทวกี ลุ 36
การปลูก การให้น้า และการกาจดั วัชพืชมนั สาปะหลัง
สนั ติ พรมคา และ สุภาพร สุขโต
การจัดการดนิ ปุย๋ และการให้น้ามันสาปะหลงั ในภาคกลางและภาคตะวันตก 48
อานนท์ มลพิ ันธ์
โรคและแมลงศตั รูของมันสาปะหลัง 64
สันติ พรมคา
การเก็บเกยี่ ว การปฏบิ ตั ิหลงั การเก็บเกี่ยวและการสร้างมูลค่าเพ่ิม 88
มันสาปะหลัง
นิลุบล ทวกี ลุ และ สวุ ทิ ย์ สอนสขุ
เทคโนโลยกี ารเพิ่มผลผลิตเฉพาะพน้ื ท่ี 105
อานนท์ มลพิ ันธ์ุ, สภุ าพร สขุ โต และ นลิ ุบล ทวีกลุ
สารบญั ตาราง
ตารางที่ 1 เนอ้ื ที่ ผลผลิต และผลผลิตต่อไรใ่ นเขตภาคกลางและภาคตะวันตก หนา้
ปี 2558-2559 3
ตารางที่ 2 ต้นทนุ การผลติ มันสาปะหลงั โรงงานปีเพาะปลูก 2557 จงั หวดั ชัยนาท 5
ตารางที่ 3 พันธ์ุมันสาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพื้นที่ ทีม่ ีเน้อื ทีม่ ากกว่า 1,000 ไร่ 17
ในอาเภอของจงั หวดั กาญจนบุรี 18
ตารางที่ 3 (ตอ่ ) พนั ธม์ุ ันสาปะหลังท่ีเหมาะสมเฉพาะพื้นท่ี ท่ีมีเน้อื ที่มากกว่า 1,000 ไร่
19
ในอาเภอของจังหวัดกาญจนบรุ ี
ตารางที่ 3 (ตอ่ ) พนั ธม์ุ นั สาปะหลงั ทเ่ี หมาะสมเฉพาะพืน้ ท่ี ทีม่ ีเนื้อท่ีมากกว่า 1,000 ไร่ 20
ในอาเภอของจงั หวัดกาญจนบรุ ี 21
ตารางที่ 4 พันธุ์มันสาปะหลงั ที่เหมาะสมเฉพาะพน้ื ท่ี ทมี่ เี นอ้ื ทม่ี ากกวา่ 1,000 ไร่
22
ในอาเภอของจังหวดั อุทยั ธานี
ตารางท่ี 4 (ตอ่ ) พนั ธ์ุมันสาปะหลังทเ่ี หมาะสมเฉพาะพ้นื ท่ี ทม่ี ีเน้ือท่ีมากกว่า 1,000 ไร่ 23
ในอาเภอของจังหวดั อทุ ยั ธานี 24
ตารางที่ 5 พนั ธม์ุ นั สาปะหลงั ทเ่ี หมาะสมเฉพาะพนื้ ที่ ทม่ี เี นื้อที่มากกวา่ 1,000 ไร่
25
ในอาเภอของจงั หวัดชัยนาท
ตารางที่ 6 พนั ธม์ุ ันสาปะหลังทีเ่ หมาะสมเฉพาะพ้ืนที่ ท่มี ีเนื้อท่มี ากกว่า 1,000 ไร่ ใน 26
อาเภอของจังหวดั ราชบุรี 27
ตารางที่ 7 พนั ธ์ุมันสาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพ้ืนท่ี ที่มีเนื้อทม่ี ากกว่า 1,000 ไร่
44
ในอาเภอของจงั หวดั ลพบุรี 53
ตารางที่ 8 พนั ธม์ุ นั สาปะหลงั ทเ่ี หมาะสมเฉพาะพื้นท่ี ทมี่ ีเนื้อที่มากกว่า 1,000 ไร่ ใน
อาเภอของจังหวดั สระบุรี
ตารางท่ี 9 พันธม์ุ นั สาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพ้ืนที่ ทม่ี ีเนือ้ ทม่ี ากกว่า 1,000 ไร่
ในอาเภอของจงั หวัดนครสวรรค์
ตารางที่ 9 (ตอ่ ) พันธม์ุ ันสาปะหลังทเ่ี หมาะสมเฉพาะพน้ื ท่ี ทม่ี เี นอ้ื ท่ีมากกวา่ 1,000 ไร่
ในอาเภอของจังหวดั นครสวรรค์
ตารางที่ 10 สารกาจัดวัชพืชท่แี นะนาให้ใชใ้ นการปลูกมนั สาปะหลัง
ตารางที่ 11 ค่าเฉลี่ยปริมาณธาตุอาหารในวสั ดุอนิ ทรียท์ ส่ี ามารถหาได้งา่ ยในพน้ื ท่ภี าค
กลางและภาคตะวนั ตก
สารบัญตาราง (ตอ่ )
ตารางที่ 12 การใส่ปุ๋ยเคมีตามลักษณะของเน้ือดินในการผลิตมันสาปะหลังพ้ืนที่ภาค หนา้
กลางและภาคตะวนั ตก 55
ตารางที่ 13 การใสป่ ยุ๋ เคมตี ามค่าวเิ คราะหด์ ินในพนื้ ทปี่ ลูกมนั สาปะหลงั
ตารางที่ 14 ความถีข่ องการให้น้าตามชว่ งอายุมนั สาปะหลงั และชนดิ ของเน้ือดิน 57
ตารางท่ี 15 สารฆ่าแมลงที่มปี ระสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกันกาจัดเพล้ยี แป้งมันสาปะหลัง 61
ตารางท่ี 16 คุณค่าทางโภชนาการของ มันเส้นเปรยี บเทียบกับข้าวโพด และปลายข้าว 77
ตารางท่ี 17 คุณค่าทางโภชนาการของใบ และยอดและใบมนั สาปะหลังแหง้ 96
ตารางท่ี 18 ผลผลติ ผลตา่ ง ผลผลิตท่เี พ่ิมขนึ้ และเปอรเ์ ซน็ ตแ์ ป้งของมันสาปะหลงั แปลง 99
เกษตรกรต้นแบบเทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลงั อย่างถูกต้องและ 112
ตารางท่ี 19 เหมาะสมปี จ.อุทัยธานี ระหวา่ ง ปี 2556-2558
ตน้ ทุน (บาทต่อไร่) รายได้ (บาทต่อไร่) ผลตอบแทน (บาทต่อไร่) และ อัตรา 112
ผลตอบแทนต่อการลงทนุ (BCR) ของของมันสาปะหลงั แปลงเกษตรกร
ตน้ แบบเทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังอยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม จ.
อุทยั ธานี ปี 2556-2558
สารบัญภาพ
ภาพท่ี 1 การใหน้ ้าด้วยระบบนา้ หยดโดยใชพ้ ลงั งานแสงอาทติ ย์ หนา้
ภาพท่ี 2 วชั พชื ในมนั สา้ ปะหลงั 39
45
ภาพที่ 3 การปลกู มันสา้ ปะหลงั พนั ธร์ุ ะยอง 9 ในสภาพดนิ มีความอุดมสมบรู ณส์ งู 49
มกี ารเจริญเติบโตทางลา้ ตน้ มากเกนิ ไป ท้าให้ผลผลิตหวั ต้า่
50
ภาพที่ 4 การปลูกมันส้าปะหลังในสภาพดินดา่ งซ่ึงอาจจะมีอาการใบเหลืองและขอบใบไหม้ 58
ภาพที่ 5 อาการขาดธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมบางตวั ของมันสา้ ปะหลงั ในบางพนื ท่ี 61
ภาพท่ี 6 การให้นา้ ระบบ (ก) น้าหยดในมันส้าปะหลงั และ (ข) ลกั ษณะการใหร้ ะบบน้าพ่งุ
106
ในการปลูกพชื
ภาพที่ 7 ลักษณะอาการใบเหลอื งซีดและขอบใบแหง้ ของมนั สา้ ปะหลงั ทีป่ ลูกในสภาพดินดา่ ง
บทที่ 1
สถานการณ์มันสาปะหลงั
เครอื วัลย์ บญุ เงิน1/และเกษร แชม่ ช่ืน2/
มันสาปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สาคัญของประเทศไทย การผลิตของโลก ปี 2556/57
FAO คาดการณ์ว่า มีผลผลิตมันสาปะหลัง 270.29 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปี 2555/56 ที่มีผลผลิต
263.32 ล้านตัน พบว่า ผลผลิตเพิ่มข้ึนร้อยละ 2.65 โดยทวีปแอฟริกา ละตินอเมริกา เอเชีย และ
โอเชียเนียมีผลผลิตเพิ่มข้ึนร้อยละ 1.79 ร้อยละ 7.68 ร้อยละ 2.36 และร้อยละ 3.21 ตามลาดับ ซึ่ง
ผลผลิตมันสาปะหลังส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา ประมาณร้อยละ 54 รองลงมาคือ เอเชีย ร้อยละ
33 ละตินอเมรกิ า ร้อยละ 12 และ โอเชียเนียร้อยละ 1 โดยผู้ผลิตรายใหญ่ 5 อันดับแรก คือ ไนจีเรีย
ไทย อนิ โดนีเซยี บราซลิ และคองโก
พื้นท่ีปลูกมันสาปะหลังท่ีมีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจกระจายอยู่ในภาคต่างๆ คือ อยู่ใน
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ร้อยละ 53 เชน่ จังหวัดนครราชสีมา ชยั ภูมิ กาฬสินธ์ุ ขอนแก่น และบุรีรัมย์
ในภาคกลางและภาคตะวันตกร้อยละ 25 เช่นจังหวัดกาญจนบุรี ลพบุรี และนครสวรรค์ ที่เหลืออีก
ร้อยละ 22 อยู่ในภาคตะวันออกและภาคเหนือ เช่นจังหวัด สระแก้ว ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พิษณุโลก
และกาแพงเพชร
ปีเพาะปลูก 2558/59 เน้ือท่ีเก็บเก่ียวลดลง เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนท้ิงช่วงเป็น
เวลานาน ทาให้บางพื้นท่ีมีเพลี้ยแป้งระบาดและต้นมันสาปะหลังตาย ทาให้ขาดแคลนท่อนพันธ์ุเพ่ือ
ปลูกซ่อมจึงปรับเปล่ียนไปปลูกพืชชนิดอ่ืนแทน เช่น อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ ถั่วเขียว เป็นต้น
ผลผลิตต่อไร่ลดลง เนื่องจากในบางพ้ืนท่ีกระทบแล้งและเพลี้ยแป้งระบาด ทาให้ต้นมันสาปะหลัง
เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ หัวมันสาปะหลังมีขนาดเล็กส่วนมันเส้นมีความต้องการใช้ลดลงเนื่องจาก ผู้
ประกอบ
การตลาด
ความต้องการใช้มันสาปะหลังในประเทศของไทย ปี 2557/58 เพิ่มขึ้นจากปี 2556/57 ร้อย
ละ 10 เนื่องจากความต้องการใช้เพ่ือผลิตเอทานอลเพ่ิมสูงขึ้น จากนโยบายยกเลิกน้ามันเบนซิน 91
ปจั จบุ ันมีโรงงานท่ีใช้เฉพาะมันสาปะหลังเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล 7 แห่ง ส่วนความต้องการ
ใชเ้ พื่อผลติ แปง้ มนั สาปะหลังเพม่ิ ขึ้นเนือ่ งจากใชเ้ ป็นวัตถดุ ิบในอุตสาหกรรมต่อเน่ืองไดห้ ลากหลาย
----------------------------------------------------- หนา้ 2
1/นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ สานกั วจิ ัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 5 จงั หวดั ชยั นาท
2/นักวิชาการเกษตรปฏิบตั ิการ สานกั วิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตท่ี 5 จงั หวัดชัยนาท
การจัดการความรูเ้ ทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังในพน้ื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวันตก
ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารสตั ว์หันไปใชพ้ ืชทดแทนอื่นๆ ที่มีราคาถูก ประกอบกับราคามันเส้น
ปรับตัวสูงข้ึนโดยความต้องการใช้ภายในประเทศมีประมาณร้อยละ 20 ที่เหลือร้อยละ 80 เป็นการ
สง่ ออกมลู ค่าการสง่ ออกผลิตภณั ฑ์มนั สาปะหลังของไทย ปี 2557/58 เพิ่มข้ึนจากปี 2556/57 ร้อยละ
4 เนื่องจากประเทศคู่ค้ายังมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์มันสาปะหลังเพ่ิมสูงข้ึน ทั้งนี้การส่งออกมัน
เส้นขึ้นอยู่กับราคาธัญพืชของประเทศคู่ค้า ส่วนแป้งมันสาปะหลัง มีการใช้ในอุตสาหกรรมที่
หลากหลายมากขึ้นทา ให้ความต้องการใช้ขยายตัว จีนเป็นประเทศผู้นาเข้าผลิตภัณฑ์มันสาปะหลัง
รายใหญ่ที่สุดของไทยเนื่องจากมีความต้องการใช้มันเส้นเพ่ือนาไปผลิตแอลกอฮอล์ และแป้งมัน
สาปะหลังเพือ่ ใช้ในอตุ สาหกรรมกระดาษและส่ิงทอ
สาหรับพ้ืนท่ีปลูกมันสาปะหลังในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก ประกอบด้วย จังหวัด
ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบรุ ี สระบรุ ี อทุ ัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ในปี 2558
มีพื้นท่ีเก็บเก่ียวผลผลิตรวมประมาณ 1.4 ล้านไร่ มีผลผลิตรวมประมาณ 5.0 ล้านตัน โดยมีผลผลิต
เฉล่ียประมาณ 3.3 ตนั ต่อไร่ และป2ี 559 มีพน้ื ทเ่ี กบ็ เกี่ยวผลผลติ รวมประมาณ 1.4 ล้านไร่ มีผลผลิต
รวมประมาณ 4.6 ล้านตันโดยมผี ลผลติ เฉลยี่ ประมาณ 3.3 ตนั ต่อไร่ (ตารางท่ี 1)
ตารางท่ี 1 เนื้อที่ ผลผลติ และผลผลติ ตอ่ ไร่ในเขตภาคกลางและภาคตะวนั ตก ปี 2558-2559
เนอ้ื ทีเ่ พาะปลูก (ไร่) เน้ือที่เกบ็ เกย่ี ว (ไร่) ผลผลติ (ตัน) ผลผลติ ตอ่ ไร่
จงั หวัด (ตนั )
2558 2559 2558 2559 2558 2559 2558 2559
ชัยนาท 68,400 69,631 66,859 63,571 212,713 201,393 3.2 3.2
นครสวรรค์ 439,814 458,651 383,852 365,534 1,363,349 1,298,865 3.6 3.5
ลพบุรี 260,894 268,616 248,043 251,143 856,450 853,386 3.5 3.4
สระบรุ ี 34,476 35,439 34,476 35,097 120,265 118,697 3.5 3.4
อุทยั ธานี 155,753 160,425 148,726 145,330 534,945 511,271 3.6 3.5
สุพรรณบรุ ี 39,949 41,347 39,575 41,080 129,199 134,167 3.2 3.3
กาญจนบรุ ี 470,854 473,929 469,250 472,532 1,575,692 1,557,465 3.4 3.3
ราชบุรี 76,184 79,019 75,588 76,152 240,634 3,160 3.2 3.2
เพชรบุรี 1,068 1,098 1,011 999 3,113 3,085 3.1 3.1
รวม 1,547,392 1,588,155 1,467,380 1,451,438 5,036,360 4,681,489 3.4 3.3
ที่มา : สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตร (2559)
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลังในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก หนา้ 3
การเพ่ิมผลผลิตของมันสาปะหลัง จาเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตด้านพันธ์ุ การเขต
กรรม และการอารักขาพืชท่ีเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผลผลิตและคุณภาพของมันสาปะหลัง มีความ
แตกต่างกัน ตามสภาพภูมิอากาศ พันธุ์ และการจัดการผลิตมันสาปะหลังท่ีถูกต้อง และเหมาะสมใน
แต่ละพื้นที่ ซึ่งจาเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการวิจัยมาสนับสนุนและช่วยในการตัดสินใจเลือกใช้
เทคโนโลยกี ารผลติ ใหเ้ หมาะสมกบั พ้ืนท่ี
ตน้ ทนุ การผลิตมนั สาปะหลังของภาคกลาง
ต้นทุนการผลิตมันสาปะหลังของภาคกลาง 5,454.21 บาทต่อไร่ คิดเป็น 1.64 บาทต่อ
กิโลกรัม ผลตอบแทนต่อไร่ 8,432.84 บาทต่อไร่ กาไรสุทธิ 3,008.64 บาทต่อไร่ หรือ 0.91 บาทต่อ
กโิ ลกรมั (ตารางที่ 2)
การใช้เครื่องจักรกลในการผลิต ช่วยลดต้นทุนการผลิตมันสาปะหลังได้ จากการศึกษาของ
สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2558) โดยใช้ข้อมูลในปีเพาะปลูก 2555/2556 ในพื้นที่จังหวัด
กาแพงเพชร นครราชสีมา สระแก้ว และกาญจนบุรี พบว่าเกษตรกรท่ีใช้เครื่องจักรกล ซ่ึงมีการใช้
เครอื่ งจักรในการเตรยี มดินท้ังหมด แต่ไม่ใช้ในขั้นตอนการปลูก ส่วนขั้นตอนการเก็บเก่ียว มีการใช้ทั้ง
การแรงงานคนและเครื่องจักรกล มีต้นทุนที่เป็นเงินสดไร่ละ 4,492.88 บาท และมีรายได้สุทธิเหนือ
ต้นทุนทั้งหมดที่เป็นเงินสดไร่ละ 4,719.70 บาท ส่วนเกษตรกรท่ีใช้แรงงานคนทั้งหมด มีต้นทุนเป็น
เงินสดไร่ละ 5,417.42 บาท และมีรายได้สุทธิเหนือต้นทุนท้ังหมดที่เป็นเงินสดไร่ละ 4,292.48 บาท
และเกษตรกรท่ีใช้เครื่องจักรกลในการเก็บเกี่ยวมันสาปะหลัง มีรายได้สุทธิเหนือต้นทุนทั้งหมดที่เป็น
เงินสดสูงกว่าเกษตรกรท่ใี ชแ้ รงงานคนเก็บเก่ียวมันสาปะหลังไร่ละ 427.22 บาท
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลังในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 4
ตารางท่ี 2 ต้นทนุ การผลิต มนั สาปะหลงั โรงงานปเี พาะปลูก 2557 จังหวัดชัยนาท
หนว่ ย :บาท/ไร่
ต้นทุนการผลิต เงินสด ประเมิน รวม ร้อยละ
954.78 4,022.41 74.16
1.ตน้ ทันผันแปร 3,067.62 379.69 2,288.51 42.19
303.05 861.62 15.96
1.1 คา่ แรงงาน 1,908.82 0.00 150.18 2.77
64.64 388.25 7.16
เตรยี มดนิ 562.53 12.00 884.46 16.31
510.56 1,461.99 26.95
ปลูก 150.18 509.60 738.01 13.61
0.00 514.24 9.48
ดแู ลรักษา 323.61 0.96 159.20 2.93
0.00 37.97 0.70
เก็บเกยี่ ว 872.46 0.00 8.87 0.16
0.00 1.92 0.04
1.2 คา่ วสั ดุ 951.43 0.00 1.78 0.03
64.54 271.91 5.01
คา่ พนั ธุ์ 228.41 1,401.80 1,401.80 25.84
1,303.28 1,303.28 24.03
ค่าปยุ๋ 514.24 52.99 52.99 0.98
54.53 54.53 0.84
ค่าสารเคมีปราบศัตรูพืชและวัชพืช 158.24 2,356.59 5,424.21 100
1.64
ค่าสารเคมีอนื่ ๆ และวสั ดุปรับปรุงดิน 37.97 3,307.00
2.55
คา่ นา้ มนั เช้อื เพลงิ และหล่อล่ืน 8.87 8,432.84
3,008.64
ค่าวสั ดกุ ารเกษตรและวสั ดุสน้ิ เปลอื ง 1.92 0.91
ค่าซอ่ มแซมอุปกรณก์ ารเกษตร 1.78
1.3 ค่าเสียโอกาสเงินลงทุน 207.37
2. ตน้ ทนุ คงที่ 0.00
2.1 ค่าเชา่ ทด่ี นิ 0.00
2.2 ค่าเสื่อมอปุ กรณ์ 0.00
2.3 ค่าเสียโอกาสเงนิ ลงทุนอปุ กรณ์การเกษตร 0.00
3. ตน้ ทนุ รวมต่อไร่ 3,067.62
4. ต้นทุนรวมต่อกิโล
5. ผลผลิตต่อไร่ (กโิ ลกรมั )
6.ราคาท่เี กษตรกรขายได้ท่ไี ร่นา (บาท/กก.)
7. ผลตอบแทนตอ่ ไร่
8.ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่
9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ กิโลกรัม
ทม่ี า : สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรเขตที่ 7 ( ตดิ ต่อส่วนตวั )
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 5
บรรณานุกรม
สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร.2559.สถิตกิ ารเกษตรของประเทศไทย ปี 2558. โรงพมิ พ์สานกั งาน
พระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ.กรงุ เทพฯ. 215 หน้า.
สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร. 2559. การศึกษาการเปรียบเทียบต้นทนุ และผลตอบแทนของ
แรงงานคนและเครื่องจักรในการผลติ มันสาปะหลัง.http://www.oae.go.th/download/research/2558.
การจัดการความรู้เทคโนโลยีการผลติ มันสาปะหลงั ในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 6
บทที่ 2
พันธ์ุมันสาปะหลังทเี่ หมาะสมสาหรับพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก
นลิ บุ ล ทวกี ุล1/และสวุ ทิ ย์ สอนสขุ 2/
พันธ์มุ ันสาปะหลังท่เี หมาะสมสาหรับพ้นื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวันตก
พันธ์ุเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักท่ีจะนาไปสู่ความสาเร็จในการผลิตพืชรวมถึงมันสาปะหลัง
เนอื่ งจากสามารถลดต้นทุนการผลิตไดโ้ ดยตรง เพราะพนั ธ์เุ ป็นเทคโนโลยีในการเพ่ิมผลผลิตพืชท่ีราคา
ถูกที่สุด หากมีการเลือกใช้พันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสภาพพื้นท่ี พันธุ์มันสาปะหลังที่
เหมาะสมกับการปลกู ในสภาพพ้ืนท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก มดี งั นี้
1. พันธ์ุระยอง 90
ลักษณะประจาพันธุ์ ลาต้นมีลักษณะโค้ง สีน้าตาลอ่อน สูงประมาณ 165 เซนติเมตร มีระดับการ
แตกกิ่ง 1-2 ระดับ แตกก่ิงแรกที่ระดับความสูง 120 - 140 เซนติเมตร กิ่งทามุมกับลาต้น 75-90
องศา แผน่ ใบรูปร่างเป็นแบบใบหอก ใบแก่สีเขียวเข้ม ยอดอ่อนและก้านใบสีเขียวอ่อน หัวรูปร่างยาว
เรยี ว เปลือกหัวสีนา้ ตาลเขม้ เน้ือในสขี าว
--------------------------------------------------------------------------- 7
1/ผูเ้ ชย่ี วชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพนื้ ที่ (ภาคกลาง)
สานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จงั หวดั ชยั นาท
2/ผ้อู านวยการศูนย์วิจยั และพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลงั ในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก
ลกั ษณะดเี ด่น
1. ผลผลิตสูงในพนื้ ท่ที อ่ี ุดมสมบรู ณส์ งู และให้เปอร์เซน็ ต์แป้งสูงแม้ในดินทราย
2. ผลผลติ หัวสดสงู เมอ่ื เก็บเกย่ี วอายุ 12 เดือน (เฉล่ยี 3.81 ตันตอ่ ไร่)
3. ให้เปอร์เซน็ ต์แปง้ สงู ประมาณ 24 และ 24-29 เปอร์เซน็ ตต์ ามลาดบั ในฤดูฝนและฤดแู ล้ง
4. ผลผลิตมนั แห้งสงู 1.4 ตันต่อไร่ และแปง้ สงู 966 กิโลกรมั ตอ่ ไร่
5. ต้านทานโรคใบไหม้
ฤดปู ลกู ท่เี หมาะสม ต้นฤดฝู น เดอื นพฤษภาคมถึงเดือนมถิ นุ ายน
ข้อควรระวงั
1. ไมเ่ หมาะสมกบั พ้ืนท่ที ่พี บการแพร่ระบาดของแมลงหวี่ขาวอยูเ่ สมอ
2. ตอบสนองตอ่ ปุ๋ย และความอุดมสมบูรณ์ของดิน จึงให้ผลผลิตสูงในดินท่ีดีหรือค่อนข้างดี ควร
ใสป่ ุ๋ยตามคาแนะนา สูตร 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กโิ ลกรมั ต่อไร่
3. ลาตน้ มีลักษณะโคง้ ถ้าหากแตกกง่ิ จะทาใหป้ ฏบิ ตั ดิ แู ลรักษายาก
4. ต้นพันธุเ์ สื่อมคุณภาพเรว็ และไมท่ นแล้ง ไมค่ วรเก็บตน้ พันธไ์ุ วน้ านเกนิ 2 สปั ดาห์
5. ขนาดหัวไม่สมา่ เสมอ ไมเ่ หมาะต่อการใชเ้ ครื่องขุด
การจัดการความรูเ้ ทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลังในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก 8
2. พันธ์ุระยอง 5
ลักษณะประจาพันธุ์
ลาต้นสีเขียวอมน้าตาล สูงประมาณ 170 เซนติเมตร มีระดับการแตกกิ่ง 2-3 ระดับ ระดับ
ความสูงการแตกก่ิงระดับแรก 100-120 เซนติเมตร ก่ิงทามุมกับลาต้น 15-30 องศา แผ่นใบรูปร่าง
เป็นแบบใบหอก ใบแก่สีเขียวเข้ม ยอดอ่อนสีม่วงอมน้าตาล ก้านใบสีแดงเข้ม หัวรูปร่างอ้วนป้อม
เปลือกหัวสีนา้ ตาลอ่อน เนือ้ ในสีขาว
ลกั ษณะดเี ดน่
1. ผลผลติ หวั สดสูง 4.42 ตันตอ่ ไร่ เหมาะทจี่ ะเก็บเก่ียว 8 – 12 เดอื น
2. เปอรเ์ ซ็นตแ์ ปง้ ในฤดูฝน ประมาณ 22.7 เปอร์เซ็นต์ และฤดแู ล้ง 25 – 27 เปอรเ์ ซ็นต์
3. ผลผลิตมันแห้งสูง 1.55 ตนั ตอ่ ไร่และผลผลติ แปง้ 1.03 ตันต่อไร่
4. มีความงอกของท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกดี และต้นพันธ์ุอยู่รอดจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวสูง 93
เปอรเ์ ซน็ ต์
5. มีเสถยี รภาพและปรบั ตวั เขา้ กับสภาพแวดลอ้ มไดด้ ี
6. ต้านทานไรแดง
ฤดปู ลกู ทีเ่ หมาะสม
ตน้ ฤดฝู น เดือนพฤษภาคมถึงเดอื นมิถุนายน
ปลายฤดูฝน เดอื นกันยายนถงึ เดอื นตุลาคม
ขอ้ ควรระวัง
ให้ผลผลติ ตา่ ในดินเลว เปน็ โรคใบไหมไ้ ดง้ ่ายกวา่ พันธุ์อื่นๆ แต่อาการไม่รุนแรงถงึ กับทาให้ตน้ ตาย
การจดั การความรู้เทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลงั ในพน้ื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวันตก 9
3. พันธ์ุระยอง 72
ลักษณะประจาพันธุ์
ลาต้นสีเขียวเงิน สูงประมาณ 200 เซนติเมตร มีระดับการแตกก่ิง 0-1 ระดับ ความสูงการ
แตกกิ่งระดับแรก 130-140 เซนติเมตร ก่ิงทามุมกับลาต้น 60-75 องศา ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบสีแดง
เข้ม ความยาวกา้ นใบ 25-31 เซนติเมตร ยอดออ่ นสีมว่ ง เปลอื กหวั สขี าวนวล เนอื้ ในสขี าว
ลักษณะดเี ด่น
1. ผลผลติ หัวสดสงู 5.1 ตันตอ่ ไร่
2. ผลผลติ แปง้ สูง 1.23 ตนั ต่อไร่
3. ผลผลติ มันแห้งสูง 1.91 ตนั ต่อไร่
4. ท่อนพนั ธ์มุ ีความอยู่รอดถงึ เกบ็ เกี่ยวสงู ถึง 92 เปอร์เซน็ ต์
5.ทรงต้นดี แตกกิง่ บา้ งเล็กน้อยในระดับท่สี ูงจากโคนตน้ ทาใหส้ ามารถขยายพนั ธไุ์ ดม้ ากข้ึน
ฤดูปลกู ที่เหมาะสม
ตน้ ฤดฝู น เดอื นพฤษภาคมถึงเดอื นมิถุนายน
ปลายฤดฝู น เดอื นกนั ยายนถึงเดือนตุลาคม
ขอ้ ควรระวงั
1. ปริมาณแปง้ ในหวั สดต่ามาก ถา้ เก็บเกีย่ วช่วงฤดูฝน
2. ขนาดหัวไม่สมา่ เสมอ มีก้านหวั และหวั ขาดงา่ ยไม่เหมาะกบั การใชเ้ คร่ืองขุด
การจดั การความร้เู ทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลงั ในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก 10
4. พันธุ์ระยอง 7
ลกั ษณะประจาพนั ธ์ุ
ลาต้นสีน้าตาลอ่อน โค้งเล็กน้อย สูงประมาณ 195 เซนติเมตร ไม่แตกก่ิง มีลาต้นแตกออกก
จากทอ่ นปลกู 3 ลาตน้ ยอดอ่อนสเี ขียวอมน้าตาล ใบแก่สีเขียว ก้านใบสีเขียวอ่อนปนแดง เปลือกหัว
สนี ้าตาลออ่ น เนอ้ื ในสขี าว อายุเกบ็ เก่ียว 12 เดอื น
ลกั ษณะดีเดน่
1. ผลผลิตหวั สดสงู ถงึ 6.1 ตันต่อไร่ และปรมิ าณแปง้ ในหวั สดสูงมาก (29 เปอร์เซ็นต)์
2. ใหผ้ ลผลิตสูงเม่ือเก็บเก่ียวที่ 10-16 เดือน โดยเฉพาะในดนิ ทีม่ ีความอดุ มสมบูรณ์
3. ผลผลติ แป้งสงู 1.66 ตันต่อไร่
4. ผลผลิตมนั แห้งสูง 2.25 ตนั ตอ่ ไร่
5. ทอ่ นพันธุง์ อกเรว็ และมอี ตั รารอดสงู ลงหวั เร็ว ไม่หกั ล้ม ขนาดหัวใกล้เคียงกัน เรียงเป็นชั้น
รอบโคนตน้ เหมาะกบั การใช้เครอื่ งขดุ
6. ไมม่ กี ้านหัว มีจานวนหัวมากและออกรอบโคนตน้ จงึ เหมาะตอ่ การใชเ้ ครื่องขุด
ฤดปู ลกู ท่เี หมาะสม
ปลกู ไดด้ ที ้ังต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน
ขอ้ ควรระวัง
ถา้ ปลูกในดนิ ท่มี คี วามอุดมสมบูรณ์ต่าและกระทบภาวะแล้งยาวนาน หลังจากได้รับน้าฝนอีก
คร้ัง จะเกิดการแตกตาตามลาตน้ มากกวา่ ในสภาพปกติ ทาให้ไดป้ ริมาณทอ่ นพนั ธุ์ท่ีจะนาไปปลูกลดลง
และคอ่ นขา้ งอ่อนแอตอ่ ไรแดง
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลงั ในพนื้ ทีภ่ าคกลางและภาคตะวนั ตก 11
5. พนั ธ์รุ ะยอง 9
ลกั ษณะประจาพนั ธ์ุ
ลาต้นสีน้าตาลอมเหลือง ไม่ค่อยแตกก่ิง เม่ืออายุ 1 ปี สูง 235 เซนติเมตร แตกกิ่งน้อยอยู่ใน
ระดับ 0-2 ความสูงทแี่ ตกกิ่ง 160-190 เซนตเิ มตร มมุ ของกิ่ง 45-60 องศา ก้านใบสีเขียวอ่อนอมชมพู
มีความยาว 25-30 เซนติเมตร แฉกใบกลางเป็นรูปใบหอก ใบและยอดอ่อนสีเขียวอ่อน หัวสีน้าตาล
อ่อน เนอ้ื ของหวั สขี าว
ลกั ษณะดเี ด่น
1. ผลผลิตแป้งสูง 1.24 ตันต่อไร่ และผลผลิตมันแห้ง 2.11 ตันต่อไร่ เหมาะสาหรับ
อตุ สาหกรรมเอทานอล
2. ให้ผลผลิตเอทานอลสูงท่ีอายุเก็บเก่ียว 8 12 และ 18 เดือน โดยให้เอทานอล 191 208
และ 194 ลติ รต่อตันหวั สด ตามลาดบั
3. ทรงต้นดี สงู ตรง อัตราการขยายพนั ธุส์ งู กว่า 1:8
ฤดูปลกู ท่เี หมาะสม
ปลูกได้ดที ้ังตน้ ฤดูฝนและปลายฤดูฝน
ขอ้ ควรระวงั
ควรเก็บเกย่ี วเมื่ออายุ 1 ปี เนื่องจากมีการสะสมน้าหนักช้า การเก็บเกี่ยวเร็วจะให้ผลผลิตหัว
สดต่ากวา่ พันธ์ุมาตรฐานอ่ืนๆ ไมต่ ้านทานไรแดง ถ้าปลูกในดินดีจะให้ลาต้นโตและลงหัวช้า ไม่เหมาะ
สาหรับดนิ เหนียวและดินรว่ นปนลกู รัง เพราะจะเจริญเตบิ โตทางลาต้นมากกว่าการสร้างหัว
การจัดการความร้เู ทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวนั ตก 12
6. พนั ธ์ุระยอง 11
ลกั ษณะประจาพนั ธ์ุ
ลาตน้ สเี ขียวเงิน ความสูงประมาณ 170 - 220 เซนติเมตร ลาต้นโค้งเล็กน้อย มีน้าหนักต้นดี
มีการแตกกิ่งท่ีระดับความสูงใกล้ยอด กิ่งทามุม 60-90 องศากับลาต้น มีจานวนลาที่ใช้ทาพันธ์ุ 1-3
ลาต่อต้น สว่ นใหญ่มี 2 ลา ก้านใบสเี ขยี วอมแดง ใบกลางเปน็ รปู ใบหอก ใบแก่สีเขียวเข้ม ยอดอ่อนสี
น้าตาลอมเขยี ว เปลอื กนอกของหวั สนี ้าตาล เน้ือของหวั สีขาว
ลกั ษณะเดน่
1. มเี ปอรเ์ ซ็นต์แป้งสงู เมอ่ื เกบ็ เกี่ยวในฤดูฝน มีเปอร์เซ็นต์แป้ง 25.8 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิต
แปง้ 1.25 ตันต่อไร่ เก็บเก่ียวในฤดแู ล้ง เปอร์เซน็ ตแ์ ป้งจะสงู ขึ้นเป็น 29-32 เปอร์เซ็นต์
2. ปริมาณมนั แห้งสูง มีเปอร์เซ็นต์มันแห้ง 42.8 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิตมันแห้ง 2.00 ตันต่อ
ไร่
3. ให้ผลผลิตหวั สดเฉล่ีย 4.77 ตนั ต่อไร่ ใกล้เคยี งกับพนั ธรุ์ ะยอง 5 และเกษตรศาสตร์ 50
ฤดูปลูกทเ่ี หมาะสม
ปลกู ไดด้ ีทั้งตน้ ฤดูฝนและปลายฤดูฝน
ขอ้ ควรระวงั
ควรเก็บเกี่ยวเม่ืออายุประมาณ 1 ปี ถ้าเก็บเกี่ยวเร็วจะให้ผลผลิตหัวสดต่ากว่าพันธ์ุรับรอง
พันธ์ุอ่ืน ๆ เช่น ระยอง 5 ระยอง 72 ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์ 50 เน่ืองจาก พันธุ์ระยอง 11 มี
การสะสมน้าหนักช้า และไม่เหมาะกับพ้ืนท่ีท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ต่า (อินทรียวัตถุต่ากว่า 1
เปอรเ์ ซ็นต)์
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลงั ในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวันตก 13
7. พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50
ลกั ษณะประจาพันธ์ุ
ลาต้นโคง้ เล็กน้อย สเี ขียวเงิน สงู 180-200 เซนติเมตร แตกกง่ิ ที่ระดบั แรกที่ความสูง 80-
150 เซนตเิ มตร ยอดอ่อนสีม่วงและไม่มขี นออ่ น กา้ นใบสีเขยี วอมมว่ ง ลาต้นสเี ขยี วเงนิ เนอื้ หวั สขี าว
เปลือกหวั สนี า้ ตาลอ่อน ผลผลิตเฉลยี่ 4.4 ตันตอ่ ไร่ มีแป้งเฉลีย่ 23 เปอรเ์ ซน็ ต์ในฤดูฝน และ 28
เปอร์เซ็นตใ์ นฤดแู ลง้
ลกั ษณะเด่น
1. เปอรเ์ ซน็ ตแ์ ป้ง และผลผลิตสูง
2. ปรับตัวเขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มได้กวา้ ง
3. ตน้ พนั ธแ์ุ ขง็ แรง และทนความแหง้ แล้งไดด้ ี
ฤดปู ลกู ทีเ่ หมาะสม
ปลกู ไดด้ ีทั้งต้นฤดฝู นและปลายฤดูฝน
ขอ้ ควรระวงั
ในบางพื้นท่ีจะแตกก่ิงมากและมุมกิ่งกว้างทาให้หักล้มง่าย ผลผลิตลดลง ขนาดหัวไม่
สม่าเสมอ มีกา้ นหวั ไมเ่ หมาะตอ่ การใช้เคร่ืองขุด
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลังในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก 14
8. พันธ์หุ ว้ ยบง 60
ลกั ษณะประจาพนั ธ์ุ
มีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 คือ มีลาต้นสีเขียวเงิน ก้านใบสีเขียวอมม่วง
และเน้ือหัวมีสีขาว ส่วนเปลือกหัวมีสีน้าตาล ความแตกต่างท่ีสามารถสังเกตได้ของพันธ์ุ ห้วยบง 60
คือ ยอดจะมีสีม่วงอ่อนกว่าและแตกก่ิงมากกว่า โดยเฉล่ียแล้วจะแตกก่ิงแรกที่ความสูงระดับ 90 -
140 เซนติเมตร ให้ผลผลิตหวั สดเฉล่ีย 5.7 ตนั ตอ่ ไร่ โดยมปี ริมาณแป้งในหวั เฉล่ยี 25.8 เปอร์เซน็ ต์
ลกั ษณะเดน่
1. ใหผ้ ลผลิต และมเี ปอรเ์ ซน็ ต์แปง้ สูง
2. ตน้ พนั ธม์ุ เี ปอรเ์ ซน็ ตก์ ารงอก ความแขง็ แรง และอตั รารอดสงู
3. ทนทานต่อความแห้งแลง้ ได้ดี
ฤดูปลูกที่เหมาะสม
ปลูกไดด้ ีทั้งต้นฤดฝู นและปลายฤดฝู น
ขอ้ ควรระวงั
ในดินอุดมสมบรู ณส์ งู จะแตกกิง่ มากและลงหัวน้อย ผลผลิตลดลง ขนาดหัวไม่สม่าเสมอและ
มีกา้ นหัวจงึ ไมเ่ หมาะกับการใชเ้ ครื่องขดุ และไม่ควรเก็บเก่ยี วทอ่ี ายตุ า่ กวา่ 10 เดือน
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลังในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก 15
9. พนั ธุ์ห้วยบง 80
ลกั ษณะประจาพันธุ์
มลี ักษณะทรงต้นสงู แตกก่งิ น้อย เหมาะสมกับการปลูกของเกษตรกร ตลอดจนผลผลติ หวั สด
เหมาะกับการใชแ้ ปรรูปทามันเส้น แปง้ และเอทานอล แตไ่ ม่เหมาะกับการบรโิ ภคโดยตรงเน่อื งจากมี
ปริมาณไซยาไนด์สงู มีแป้งเฉลยี่ 27.3 เปอรเ์ ซ็นต์ ผลผลติ หัวสด 4.9 - 5.5 ตนั ตอ่ ไร่ ใกล้เคียงกับพันธ์ุ
หว้ ยบง 60 แต่สูงกวา่ เกษตรศาสตร์ 50
ลักษณะเดน่
1. มีเปอรเ์ ซน็ ต์แป้งและผลผลิตสูง
2. ต้นพันธม์ุ ีเปอรเ์ ซน็ ตก์ ารงอกและความแข็งแรงสงู ลาตน้ สูงไมแ่ ตกก่งิ สามารถปลกู ระยะถี่
ขึ้นได้
3. มปี ริมาณแป้ง มันแห้ง และไซยาไนด์ในหัวสูง เหมาะสาหรับอตุ สาหกรรมแปง้ มนั เส้น และ
เอทานอล
4. เหมาะสาหรับเขตท่ีมีศกั ยภาพของผลผลติ สงู
ฤดูปลกู ทเี่ หมาะสม
ปลกู ได้ดที ้ังตน้ ฤดูฝนและปลายฤดฝู น
ขอ้ ควรระวงั
ในดนิ อุดมสมบรู ณ์จะแตกกง่ิ มาก และไม่ควรเก็บเก่ยี วที่อายตุ ่ากวา่ 10 เดือน
การจัดการความรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก 16
พนั ธุม์ ันสาปะหลังทเ่ี หมาะสมกบั พืน้ ท่ใี นแตล่ ะจังหวดั
พันธ์ุมนั สาปะหลังแตล่ ะพันธ์มุ คี วามสามารถทีจ่ ะปรบั ตวั ใหเ้ หมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้
แตกต่างกนั ดงั นนั้ มนั สาปะหลังพันธ์เุ ดยี วกนั แตป่ ลกู ตา่ งสภาพแวดล้อมกัน จะให้ผลผลิตแตกต่างกนั
ซง่ึ พนั ธมุ์ นั สาปะหลงั แตล่ ะพนั ธุ์มีความเหมาะสมเฉพาะพื้นที่ของจงั หวดั ต่าง ๆ ในเขตภาคกลางและ
ภาคตะวนั ตก ดังนี้
กาญจนบรุ ี
พนื้ ทปี่ ลูกมันสาปะหลงั ในจังหวัดกาญจนบุรีมีประมาณ 660,709 ไร่ กระจายอยู่ในทุกอาเภอ
เนื้อดนิ ท่ปี ลูกมันสาปะหลงั มหี ลากหลาย เช่นดินร่วนเหนียว ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียวปนทราย
กรวด ดินเหนียวปนทรายแปง้ ดินรว่ นปนทราย และทรายปนดินร่วน เป็นต้น สาหรับชุดดินมีมากกว่า
20 ชุดดิน เช่น โคราช เรณู สตึก ท่ายา กาแพงแสน ยางตลาด ปากช่อง ด่านซ้าย และบ้านจ้อง เป็น
ต้น อาเภอท่ีปลกู มันสาปะหลังทีส่ าคัญได้แก่ เลาขวญั ด่านมะขามเต้ีย ทองผาภูมิ ท่าม่วง ไทรโยค บ่อ
พลอย พนมทวน สังขละบุรี หนองปรือ ห้วยกระเจา และอาเภอเมือง ปริมาณฝนท่ีตกในแต่ละปีมีค่า
ระหว่าง 800 ถึง 1800 มิลลิเมตร โดยอาเภอทองผาภูมิมีปริมาณฝนตกมากที่สุด (1600-1800
มิลลเิ มตร) พนั ธ์ุมนั สาปะหลังทเ่ี หมาะสมกับพ้ืนที่ ได้แก่ พนั ธุร์ ะยอง 5,7,9, และ 72 (ตารางท่ี 3 )
ตารางท่ี 3 พันธ์ุมันสาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพื้นท่ี ท่ีมีเนื้อที่มากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวดั กาญจนบรุ ี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนื้อดิน ชดุ ดิน พนั ธุท์ ีเ่ หมาะสม
โคราช ระยอง 7,9
ด่านมะขามเต้ยี 1000-1200 ดินร่วนปนทราย เรณู ระยอง 7,9
สตกึ
ทองผาภูมิ 1600-1800 ดินร่วนเหนียว กาแพงแสน ระยอง 5,7,72,9
ดนิ ร่วนเหนยี วปนทราย ทา่ ยาง ระยอง 9,7,72
ระยอง 7,9
กรวด ยางตลาด
ทรายปนดนิ ร่วน ปากชอ่ ง ระยอง 5,7,72,9
ดนิ เหนยี วปนทรายแป้ง ระยอง 9,7,72,5,
เกษตรศาสตร์ 50
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลังในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก 17
ตารางที่ 3 (ตอ่ ) พันธุ์มันสาปะหลงั ทเ่ี หมาะสมเฉพาะพืน้ ท่ี ทมี่ ีเนอ้ื ทม่ี ากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวดั กาญจนบรุ ี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เน้อื ดิน ชดุ ดนิ พันธท์ุ ี่เหมาะสม
ท่าม่วง 1000-1200 ดนิ รว่ นปนทราย ด่านซา้ ย ระยอง 9,7,72
ดินร่วนเหนยี วปนทราย น้าพอง ระยอง 9
ไทรโยค 1000-1200
กรวด ยางตลาด ระยอง 5,7,72,9
ทรายปนดนิ รว่ น กาแพงแสน ระยอง 9,7,72
ดินรว่ นเหนยี ว บ้านจอ้ ง
ลาดหญ้า ระยอง 9
ดินรว่ นเหนียวปนทราย ระยอง 9,7,72
กรวด ท่ายาง ระยอง 7,9
บ่อพลอย 1000-1200 ดินเหนียวปนทรายแป้ง ปากช่อง ระยอง 7,9
ดินร่วนปนทราย เรณู ระยอง 7,9
ระยอง 5,7,72,9
800-1000 ทรายปนดนิ ร่วน หุบกะพง ระยอง 9
ดินร่วนปนทราย นา้ พอง ระยอง 9,7,72
แมแ่ ตง ระยอง 5,7,72,9
ดินร่วนเหนยี วปนทราย วารนิ ระยอง 7,9
กรวด ท่ายาง
พนมทวน 1000-1200 ทรายปนดนิ ร่วน นา้ พอง ระยอง 9
เมอื ง 800-1000 ทรายปนดินร่วน น้าพอง ระยอง 9
1000-1200 ทรายปนดินรว่ น นา้ พอง ระยอง 9
ดนิ รว่ นเหนียว ตาคลี ระยอง 7,9
ดินร่วนเหนยี วปนทราย ท่ายาง ระยอง 7,9
กรวด
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยีการผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวันตก 18
ตารางท่ี 3 (ตอ่ ) พันธุม์ นั สาปะหลังทเ่ี หมาะสมเฉพาะพนื้ ที่ ท่ีมเี นอ้ื ทม่ี ากกวา่ 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวัดกาญจนบรุ ี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนอ้ื ดิน ชดุ ดิน พนั ธทุ์ ีเ่ หมาะสม
เลาขวญั 800-1000 ดินร่วนปนทราย โคราช ระยอง 9
โพนงาม
ดินร่วนเหนยี ว แม่แตง ระยอง 9,7,72
ดินเหนยี วปนทรายแป้ง ยโสธร ระยอง 9,7,72
วาริน ระยอง 5,7,72,9
ทรายปนดินร่วน สตกึ ระยอง 5,7,72,9
ทรายปนดินร่วน สนั ปา่ ตอง ระยอง 5,7,72,9
ทรายปนดนิ ร่วน ลาดหญา้ ระยอง 9,7,72
ปากชอ่ ง ระยอง 9,7,72
ท่ามว่ ง 1000-1200 ดินรว่ นปนทราย จันทกึ ระยอง 9,72
ดนิ ร่วนเหนยี วปนทราย น้าพอง ระยอง 7,9
สงั ขละบุรี 1600-1800 ยางตลาด
หนองปรอื 800-1000 กรวด ระยอง 9
ทรายปนดินร่วน ดา่ นซ้าย ระยอง 9,7,72,5,
ดินรว่ นเหนียว นา้ พอง เกษตรศาสตร์ 50
ดนิ ร่วนปนทราย ระยอง 9,7,72
ระยอง 9
หว้ ยกระเจา 800-1000 ดินรว่ นเหนียว ยางตลาด ระยอง 5,7,72,9
ดนิ รว่ นปนทราย มวกเหล็ก ระยอง 5,7,72,9
โคราช
ดนิ รว่ นเหนียว ระยอง 9
ทรายปนดินรว่ น แมร่ มิ ระยอง 9
วาริน ระยอง 5,7,72,9
สตึก ระยอง 5,7,72,9
ลาดหญ้า ระยอง 9,7,72
โตราช ระยอง 9
โพนงาม ระยอง 9,7,72
ลาดหญา้ ระยอง 9,7,72
นา้ พอง ระยอง 9
การจัดการความรู้เทคโนโลยีการผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ทภี่ าคกลางและภาคตะวันตก 19
อุทยั ธานี
พ้ืนที่ปลูกมันสาปะหลังในจังหวัดอุทัยธานีประมาณ 231,727 ไร่ พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ใน
อาเภอบ้านไร่ ลานสัก สว่างอารมณ์ และห้วยคต เน้ือดินในเขตดังกล่าวเป็นดินร่วนปนทราย ดินร่วน
เหนยี ว ดินร่วนเหนียวปนทรายกรวด และทรายปนดินร่วน เป็นต้น สาหรับชุดดินที่พบในเขตปลูกมัน
สาปะหลังมีหลายชุดดิน เช่น มาบบอน สันป่าตอง กาแพงแสน ลาดหญ้า ท่ายาง และจันทึก เป็นต้น
ปรมิ าณฝนตกในแต่ละปมี ีค่าระหวา่ ง 800-1200 มิลลิเมตร พันธ์ุมันสาปะหลังท่ีเหมาะสมส่วนใหญ่จะ
เปน็ พนั ธ์รุ ะยอง 7 ตามดว้ ยพันธ์รุ ะยอง 5 (ตารางที่ 4 )
ตารางที่ 4 พันธุ์มันสาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพ้ืนที่ ท่ีมีเนื้อท่ีมากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวดั อุทยั ธานี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนอ้ื ดิน ชดุ ดนิ พนั ธุท์ เ่ี หมาะสม
บ้านไร่ 800-1000 ดินรว่ นปนทราย มาบบอน ระยอง 7
สนั ปา่ ตอง ระยอง 7
ดินร่วนเหนยี ว กาแพงแสน ระยอง 7
ลาดหญา้ ระยอง 7
ดนิ รว่ นเหนียวปนทราย ทา่ ยาง ระยอง 7
กรวด
ทรายปนดินร่วน จันทึก ระยอง 7
ดงตะเคยี น ระยอง 7
ทบั เสลา ระยอง 7
ลานสัก 100-1200 ดนิ ร่วนปนทราย มาบบอน ระยอง 5,7,72,9
ดนิ ร่วนเหนียวปนทราย เชยี งคาน ระยอง 7
กรวด
ทรายปนดนิ รว่ น จันทกึ ระยอง 5,7,72
ทับเสลา ระยอง 5,7,72,9
น้าพอง ระยอง 7
800-1000 ดนิ ร่วนปนทราย มาบบอน ระยอง 7
ทรายปนดินรว่ น จนั ทึก ระยอง 7
ทบั เสลา ระยอง 7
ทรายหยาบปนดนิ รว่ น ภูสนา ระยอง 72
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลังในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวันตก 20
ตารางท่ี 4 (ต่อ) พันธุ์มันสาปะหลังท่ีเหมาะสมเฉพาะพ้ืนท่ี ท่ีมีเน้ือที่มากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวดั อุทัยธานี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนื้อดนิ ชุดดิน พนั ธุ์ทเ่ี หมาะสม
สร่างอารมณ์ 1000-1200 ดินรว่ นปนทราย มาบบอน ระยอง 5,7,72,9
ระยอง 9,7,72,5,
หว้ ยคต 800-1000 ดนิ รว่ นเหนยี ว กาแพงแสน เกษตรศาสตร์ 50
ระยอง 9,7,72,5,
ดินร่วนปนทราย มาบบอน เกษตรศาสตร์ 50
สันป่าตอง
ดนิ รว่ นเหนยี ว กาแพงแสน ระยอง 7
ทรายปนดนิ ร่วน ทับเสลา ระยอง 7
ระยอง 7
ระยอง 7
ชัยนาท
พื้นท่ีปลูกมันสาปะหลังในจังหวัดชัยนาทมีประมาณ 46,794 ไร่ พ้ืนท่ีปลูกอยู่ในเขตอาเภอ
เนนิ ขาม วดั สงิ ห์ หนองมะโมง และหันคา เนอ้ื ดินเป็นดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ดินร่วนเหนียว
ปนทรายกรวด และทรายปนดินร่วน เป็นต้น ชุดดินที่พบในเขตดังกล่าวมีหลายชุดดิน เช่น มาบบอน
สันป่าตอง กาแพงแสน ลาดหญ้า ท่ายาง และจันทึก เป็นต้น ปริมาณฝนท่ีตกในแต่ละปีมีค่าระหว่าง
800 ถึง 1000 มิลลิเมตร พันธุ์มันสาปะหลังที่เหมาะสมกับพ้ืนท่ีส่วนใหญ่จะเป็นพันธ์ุระยอง 7
( ตารางที่ 5 )
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลงั ในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวนั ตก 21
ตารางที่ 5 พันธ์ุมันสาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพ้ืนที่ ท่ีมีเนื้อท่ีมากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จงั หวัดชยั นาท
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนือ้ ดิน ชุดดนิ พันธ์ทุ เี่ หมาะสม
เนนิ ขาม 800-1000 ดนิ รว่ นปนทราย วารนิ ระยอง 7,
วัดสงิ ห์ 800-1000 ดนิ ร่วนเหนียว สันปา่ ตอง เกษตรศาสตร์ 50
หนองมะโมง 800-1000 ดินรว่ นเหนยี วปนทราย ส่ีควิ้ ระยอง 7
ระยอง 7
หนั คา 800-1000 กรวด ลาดหญ้า ระยอง 7
ดินรว่ นปนทราย ท่ายาง ระยอง 7
ดนิ ร่วนเหนียว
ดนิ รว่ นเหนยี วปนทราย สันป่าตอง ระยอง 7
ลาดหญา้ ระยอง 7
กรวด ทา่ ยาง ระยอง 7
ดินร่วนปนทราย
ดินร่วนเหนียว สันปา่ ตอง ระยอง 7
กาแพงแสน ระยอง 7
ทรายปนดินร่วน ระยอง 7
ตาคลี ระยอง 7
ลาดหญ้า ระยอง 7
ดงตะเคยี น
ราชบุรี
พ้ืนท่ีปลูกมันสาปะหลังในจังหวัดราชบุรีมีประมาณ 99,082 ไร่ พ้ืนที่ปลูกอยู่ในเขตอาเภอ
จอมบงึ บ้านโป่ง โพธาราม สวนผ้ึง และเมือง เนือ้ ดนิ สว่ นใหญ่เปน็ ดนิ ร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ดิน
รว่ นเหนยี วปนทรายแป้ง และทรายปนดินร่วน เป็นต้น สาหรับชุดดินที่พบในเขตปลูกมันสาปะหลังมี
หลายชุดดิน เช่น โคราช ด่านซ้าย สตึก ลาดหญ้า ยางตลาด ตาคลี ปากช่อง และยางตลาด เป็น
ปริมาณฝนทต่ี กในแตล่ ะปีมีคา่ ระหว่าง 800 ถึง 1200 มลิ ลิเมตร พันธุ์มันสาปะหลังที่เหมาะสมส่วน
ใหญ่จะเป็นพันธุ์ระยอง 5,7,9 และ 72 อย่างไรก็ตามพันธุ์ระยอง 7 ให้ผลผลิตดีในทุกอาเภอ
(ตารางท่ี 6 )
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลังในพนื้ ท่ภี าคกลางและภาคตะวนั ตก 22
ตารางท่ี 6 พันธุ์มันสาปะหลังท่ีเหมาะสมเฉพาะพื้นท่ี ทมี่ เี นอื้ ทีม่ ากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จงั หวัดราชบุรี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนือ้ ดิน ชุดดิน พนั ธุท์ ่ีเหมาะสม
จอมบงึ โคราช ระยอง 7,9
1000-1200 ดินร่วนปนทราย ด่านซ้าย ระยอง 9,7,72
บ้านโปง่ สตกึ
ปากท่อ 800-1000 ดนิ รว่ นเหนยี ว ลาดหญ้า ระยอง 5,7,72,9
โพธาราม ทรายปนดินรว่ น ยางตลาด ระยอง 9,7,72
เมือง ดินร่วนปนทราย สตกึ ระยอง 5,7,72,9
สวนผ้ึง ดินร่วนเหนยี ว ตาคลี ระยอง 7,5,72
ดินเหนียวปนทราย ปากชอ่ ง
ระยอง 7
แปง้ น้าพอง ระยอง 7,72
ทรายปนดินรว่ น ยางตลาด
จันทกึ ระยอง 7
1000-1200 ทรายปนดนิ รว่ น ระยอง 7,5,72
800-1000 ดินรว่ นปนทราย สตึก ระยอง 9,7,72
ดนิ รว่ นเหนยี วปน ท่ายาง ระยอง 7,5,72
1000-1200
ทรายกราด ยโสธร ระยอง 7
800-1000 ดนิ ร่วนปนทราย ยางตลาด
1000-1200 ทรายปนดนิ ร่วน ยางตลาด ระยอง 9,7,72
800-1000 ทรายปนดนิ รว่ น ระยอง 5,7,72,9
ดนิ รว่ นปนทราย สตึก ระยอง 7,5,72
ดินร่วนปนทราย แม่ริม ระยอง 5,7,72,9
ทรายปนดินรว่ น จนั ทกึ
ระยอง 7,72
ระยอง 7
ลพบุรี
พื้นทีป่ ลกู มนั สาปะหลงั ในจังหวดั ลพบุรีมปี ระมาณ 368,494 ไร่ สว่ นใหญ่ปลูกอยู่ในเขต
อาเภอโคกเจรญิ โคกสาโรง ชยั บาดาล ทา่ หลวงบ้านหมี่ พัฒนานคิ ม และหนองม่วง เน้ือดนิ ส่วนใหญ่
เปน็ ดนิ รว่ น ดนิ ร่วนเหนยี ว ดนิ เหนียว ดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง และทรายปนดนิ รว่ น เป็นต้น ชดุ
ดนิ ทพ่ี บมีหลายชดุ ดนิ เช่น ม่วงต่อม ตาคลี ลพบรุ ี สบปราบ ชัยบาดาล ลานารายณ์ ปากชอ่ ง และ
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลงั ในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก 23
วเิ ชยี รบรุ ี เปน็ ต้น ปริมาณน้าฝนทตี่ กในแต่ละปมี ีค่าระหวา่ ง 1000-1200 มลิ ลเิ มตร พันธมุ์ นั
สาปะหลงั ทเ่ี หมาะสมส่วนใหญจ่ ะเปน็ พันธ์ุระยอง 5,7,9 และ 72 พนั ธุ์ระยอง 7 และ 9 เปน็ พนั ธุ์ท่ี
ใหผ้ ลผลติ ดีในแทบทุกอาเภอ (ตารางที่ 7)
ตารางท่ี 7 พันธ์ุมันสาปะหลังท่ีเหมาะสมเฉพาะพน้ื ที่ ท่ีมเี น้อื ที่มากกวา่ 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวัดลพบรุ ี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เน้อื ดิน ชุดดนิ พนั ธ์ุท่เี หมาะสม
โคกเจริญ 1000-1200 ดนิ ร่วน ม่วงค่อม ระยอง 7,9
โคกสาโรง 1000-1200 ดนิ ร่วนเหนียว ตาคลี
ดินเหนียว ลพบรุ ี ระยอง 5,7,72,9
ชยั บาดาล สบปราบ ระยอง 9
1000-1200 ดนิ ร่วนเหนียว ชยั บาดาล ระยอง 9
ทา่ หลวง ดินเหนยี ว ลานารายณ์ ระยอง 7,9
บา้ นหม่ี สบปราบ ระยอง 7,9
พฒั นานิคม 1000-1200 ดินเหนียวปน ปากชอ่ ง ระยอง 9
1000-1200 ทรายแปง้ ระยอง 7,9
หนองมว่ ง 1000-1200 ดินเหนยี วปน ปากชอ่ ง
ทรายแปง้ ระยอง 7,9
1000-1200 ดนิ ร่วนเหนยี ว ตาคลี
ดินเหนียว ลพบรุ ี ระยอง 7
ดนิ ร่วนเหนียว ตาคลี ระยอง 9
ดนิ เหนียวปน ปากช่อง ระยอง 5,7,72,9
ทรายแปง้ ระยอง 9,7,72,5,
ทรายปนดินร่วน วิเชยี รบุรี เกษตรศาสตร์ 50
ดินร่วนเหนยี ว บ้านจ้อง ระยอง 7,9
ดินเหนยี วปน ปากชอ่ ง ระยอง 7,9
ทรายแปง้ ระยอง 7,5,72
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลังในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก 24
สระบรุ ี
พ้ืนท่ีปลูกมันสาปะหลังในจังหวัดสระบุรีมีประมาณ 59,467 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกอยู่ในเขต
อาเภอ แก่งคอย พระพทุ ธบาท มวกเหลก็ และวงั มว่ ง เนอื้ ดนิ เป็นดินร่วนเหนียว ถึงดินเหนียว ชุดดิน
ที่พบมี 4 ชุด ได้แก่ ตาคลี ทับกวาง ลพบุรี และปากช่อง ปริมาณฝนท่ีตกในแต่ละปีมีค่าระหว่าง
1000-1200 มิลลิเมตร พันธ์ุมันสาปะหลังท่ีเหมาะสมส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ระยอง 5,7,9 และ 72
หรบั พนั ธรุ์ ะยอง 7 และ 9 เป็นพนั ธทุ์ ใ่ี หผ้ ลผลติ ดีในทกุ อาเภอ (ตารางที่ 8 )
ตารางท่ี 8 พันธ์มุ ันสาปะหลงั ทเ่ี หมาะสมเฉพาะพืน้ ที่ ท่ีมีเนอื้ ทมี่ ากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จงั หวดั สระบรุ ี
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เน้อื ดิน ชุดดิน พนั ธ์ทุ ีเ่ หมาะสม
แกง่ คอย 800-1000 ดนิ ร่วนเหนียว ตาคลี ระยอง 9,7,72
พระพทุ ธบาท 1000-1200 ดนิ รว่ นเหนียว ทับกวาง ระยอง 5,7,72,9
ตาคลี ระยอง 5,7,72,9
มวกเหล็ก 1000-1200 ดินร่วนเหนยี ว ตาคลี ระยอง 9,7,72
วังม่วง 1000-1200 ดนิ เหนียว ลพบุรี ระยอง 5,7,72,9
ปากชอ่ ง ระยอง 9,7,72,5,
ดินเหนียวปนทราย เกษตรศาสตร์ 50
แป้ง ตาคลี ระยอง 9,7,72
ลพบรุ ี
ดินรว่ นเหนยี ว ระยอง 5,72,9
ดนิ เหนยี ว
นครสวรรค์
พื้นท่ีปลูกมันสาปะหลังในจังหวัดนครสวรรค์ประมาณ 532,929 ไร่ พื้นที่ปลูกกระจายอยู่ใน
ทุกอาเภอ เช่น ตากฟ้า ตาคลี ท่าตะโก บรรพตพิสัย ไพศาลี แม่เปิน แม่วงก์ ลาดยาว และหนองบัว
เน้ือดินที่ปลูกมีหลายชนิด เช่น ดินร่วนเหนียว ดินร่วนปนทราย ทรายบนดินร่วน ดินร่วนเหนียวปน
กรวด เป็นต้น ชุดดินที่พบมีหลายชุด เช่น เชียงคาน ตาคลี น้าพอง สันป่าตองม่วงค่อม ลาดยาว
และสตึก เป็นต้น ปริมาณน้าฝนท่ีตกในแต่ละปีมีค่าระหว่าง 1,000-1,600 มิลลิเมตร พันธ์ุมัน
สาปะหลังส่วนใหญ่จะเป็นพันธ์ุระยอง 5,7,9 และ 72 แต่พบว่า พันธุ์ระยอง 7 ให้ผลผลิตสูงในพ้ืนท่ี
ปลกู สว่ นใหญ่ (ตารางที่ 9)
การจดั การความรูเ้ ทคโนโลยีการผลติ มันสาปะหลังในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก 25
ตารางท่ี 9 พันธ์ุมันสาปะหลังที่เหมาะสมเฉพาะพ้ืนท่ี ท่ีมีเนื้อที่มากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอของ
จังหวัดนครสวรรค์
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนื้อดิน ชุดดนิ พนั ธทุ์ ่ีเหมาะสม
ชมุ ตาบง 1000-1200 ดริ ว่ นเหนยี วปน เชียงคาน ระยอง 7
ตากฟ้า 1000-1200
กรวด สกล ระยอง 7
ตาคลี 1000-1200 ดนิ ร่วนปนกรวด
ท่าตะโก 1000-1200 ตาคลี ระยอง 7
บรรพตพิสัย 1000-1200 หยาบ ตาคลี ระยอง 7
ไพศาลี 1000-1200 ดินรว่ นเหนียว สกล ระยอง 7
ดนิ รว่ นเหนียว
แมเ่ ปิน 1200-1400 ดินรว่ นปนกรวด น้าพอง ระยอง 7
1000-1200 มว่ งค่อม ระยอง 7,9
1400-1600 หยาบ ระยอง 7
ทรายปนดนิ ร่วน สกล
ดินร่วน สันป่าตอง ระยอง 7,5,72
ดนิ รว่ นปนกรวด วิเชยี รบรุ ี ระยอง 7
ไพศาลี ระยอง 7
หยาบ ลาดยาว
ดินรว่ นปนทราย ลาดยาว ระยอง 5,7,72,9
ทรายปนดนิ รว่ น ระยอง 9,7,72,5,
ดนิ รว่ นปนทราย เกษตรศาสตร์ 50
ดินร่วน
ดินรว่ น
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลังในพน้ื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวนั ตก 26
ตารางท่ี 9 (ต่อ) พันธ์ุมันสาปะหลังท่ีเหมาะสมเฉพาะพื้นท่ี ที่มีเน้ือท่ีมากกว่า 1,000 ไร่ ในอาเภอ
ของจงั หวดั นครสวรรค์
อาเภอ เขตฝน(มม.ปี) เนอ้ื ดนิ ชุดดิน พนั ธ์ทุ ่ีเหมาะสม
แมว่ งก์ โคราช ระยอง 7,5,72
1000-1200 ดนิ ร่วนปนทราย หนองบวั ระยอง 9,7,72,5,
ลาดยาว เกษตรศาสตร์ 50
ลาดยาว 1200-1400 ดินร่วนเหนยี ว หนองมด ระยอง 5,7,72,9
1000-1200 ดินร่วนเหนยี วปน บ้านจ้อง ระยอง 5,7,72,9
หนองบัว เชยี งคาน
กรวด ระยอง 7
ดินรว่ นเหนียวปน เชยี งคาน
ระยอง 7
กรวด โคราช
ดินร่วนปนทราย สตกึ ระยอง 7,5,72
หนองมด ระยอง 5,7,72,9
1000-1200 ทรายปนดินรว่ น นา้ พอง ระยอง 5,7,72,9
ยางตลาด
1000-1200 ทรายละเอยี ดปนดนิ ระยอง 7
รว่ น วิเชียรบรุ ี ระยอง 9,7,72,5,
กาบง เกษตรศาสตร์ 50
ทรายปนดนิ รว่ น ระยอง 7,5,72
น้าพอง
ยางตลาด ระยอง 7
ระยอง 7
ระยอง 9,7,72,5,
เกษตรศาสตร์ 50
การจดั การความรูเ้ ทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลงั ในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวนั ตก 27
บรรณานุกรม
จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข. 2558. พันธุ์มันสาปะหลัง. ในเอกสารประกอบการบรรยายโครงการ
การเพ่ิมประสิทธิภาพมันสาปะหลังและการใช้น้า. ระหว่างวันท่ี 19 - 20 กุมภาพันธ์
2558 ณ ศูนยว์ ิจัยพืชไรข่ อนแก่น จงั หวัดขอนแก่น. 21 หน้า.
เจริญศักด์ิ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์. 2519. มันสาปะหลัง. ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ. 239 น.
สานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 5 จังหวัดชัยนาท. 2554. การจัดการความรู้ พันธ์ุมัน
สาปะหลังท่ีเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก. กรม
วชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 61 หนา้ .
การจัดการความร้เู ทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลังในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก 28
บทที่ 3
การจดั การแปลงพันธุแ์ ละท่อนพันธม์ุ ันสาปะหลัง
นลิ ุบล ทวกี ลุ 1/
มนั สาปะหลงั เป็นพชื ทข่ี ยายพันธ์โุ ดยใช้ลาตน้ อตั ราขยายพันธ์ุ 1:5 โดยทั่วไปเกษตรกรจะใช้ลา
ต้นที่ตัดเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตไปเป็นท่อนพันธ์ุเพ่ือปลูกต่อไป โดยไม่มีการคัดเลือกท่อนพันธุ์หรือ
บารุงรักษาท่อนพันธุ์ขณะอยู่ในแปลงปลูก และการจัดการท่อนพันธุ์หลังเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ทาให้
เกิดการเสื่อมของพันธ์ุมีการปนพันธ์ุ ท่อนพันธ์ุมีคุณภาพด้านความงอกและความแข็งแรงต่า อัตรา
รอดของมนั สาปะหลังในแปลงปลกู ต่า และการงอกไม่สม่าเสมอส่งผลกระทบต่อการจัดการแปลงปลูก
และทาให้ผลผลิตต่า การใช้ท่อนพันธุ์ท่ีมีคุณภาพตรงตามพันธุ์ มีความงอกและความแข็งแรงสูง
ปลอดภยั จากโรคและแมลงศัตรูสาคัญติดไปกับทอ่ นพนั ธ์ุ จึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะนาไปสู่ผลสาเร็จใน
การผลิตมันสาปะหลัง เพื่อให้ได้ท่อนพันธุ์มันสาปะหลังท่ีมีคุณภาพดีเหมาะสมต่อการนาไปปลูก จึง
ควรมกี ารจัดการแปลงผลติ ทอ่ นพนั ธ์แุ ละการจัดการหลังการเก็บเกีย่ วทเี่ หมาะสม มดี งั นี้
การจัดการแปลงผลิตท่อนพันธ์ุ
มันสาปะหลังสามารถเจริญเตบิ โตได้แม้ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่า แต่เพ่ือให้ได้ท่อนพันธุ์
ท่ีมีคุณภาพสูง ควรปลูกมันสาปะหลังเพ่ือผลิตท่อนพันธุ์โดยเฉพาะ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติสาคัญ
ดงั นี้
1. การคัดเลือกพ้ืนที่ ควรเป็นพื้นท่ีที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงหรือปานกลาง เป็นดินร่วน ดิน
ร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียว การระบายน้าดี ไม่มีน้าท่วมขัง ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) 4.5-
8.0 อยู่ในแหล่งท่ีมีปริมาณน้าฝน 1,000-1,500 มิลลิเมตรต่อปี และควรอยู่ใกล้แหล่งน้าท่ีสามารถให้
น้าเสริมได้ในชว่ งอายุ 1-5 เดอื น เน่อื งจากช่วงนเ้ี ป็นช่วงวิกฤตท่ีไมค่ วรขาดน้า
2. ฤดูปลูก การผลิตท่อนพันธุ์มันสาปะหลังจะต้องพิจารณาให้สัมพันธ์กับฤดูปลูกท่ีต้องการ
ใช้ท่อนพันธุ์ โดยในพื้นท่ีภาคกลางและภาคตะวันตกนิยมปลูกมันสาปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนในเดือน
เมษายนถึงพฤษภาคม และปลายฤดูฝนในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ประกอบกับอายุท่อน
พันธ์ุที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อการนาไปปลูก คือ 8-14 เดือน ดังนั้นหากต้องการใช้ท่อนพันธ์ุในเดือน
ไหนใหน้ ับยอ้ นหลังไปจานวน 8-14 เดือน เพอื่ กาหนดวนั ปลูก เพ่อื การผลติ ทอ่ นพันธุ์
-----------------------------------------------------------
1/ผเู้ ชีย่ วชาญด้านการจดั การผลิตพืชทเี่ หมาะสมกบั สภาพพ้นื ท่ี (ภาคกลาง)
สานักวจิ ัยและพฒั นาการเกษตรเขตท่ี 5 จังหวัดชยั นาท
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลังในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 29
3. พันธุ์และแหล่งพันธุ์ ในการผลิตท่อนพันธ์ุ ควรเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพ้ืนที่ภาคกลาง
และภาคตะวันตก และเหมาะสมกับสภาพพนื้ ท่ีของตนเอง เน่ืองจากพ้ืนที่ของเกษตรกรแต่ละรายอาจ
แตกต่างกันไปถึงแม้จะอยู่ในภาคเดียวกันก็ตาม นอกจากนั้นสิ่งท่ีจะต้องระมัดระวัง คือ การตรงตาม
พนั ธ์ุของทอ่ นพันธ์ุทจี่ ะใช้ในการผลิต ผู้ผลิตท่อนพันธุ์ควรศึกษาลักษณะประจาพันธ์ุของมันสาปะหลัง
พันธ์ุท่ีจะผลิต และควรใช้ท่อนพันธ์ุจากแหล่งที่เช่ือถือได้ เช่น หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรและ
หน่วยงานที่ผลิตท่อนพันธุ์มันสาปะหลัง หรือเกษตรกรท่ีเป็นเครือข่ายของหน่วยงานราชการหรือ
หน่วยงานท่ีผลิตท่อนพันธ์ุ และควรคัดเลือกท่อนพันธ์ุท่ีมีลักษณะแตกต่างจากพันธุ์ที่ต้องการผลิต
หรือทอ่ นพนั ธท์ุ ่มี โี รคหรอื แมลงศัตรสู าคัญตดิ มาท้ิงไป
4. การเตรียมพ้ืนท่ีปลูก ควรไถดิน 1 คร้ัง และพรวน 1 ครั้ง โดยไถลึก 20-30 เซนติเมตร
แล้วคราดให้หน้าดินสม่าเสมอ ถ้าปลูกฤดูฝนควรยกร่องเพ่ือป้องกันน้าขัง หากพื้นท่ีมีการใช้ปลูกมัน
สาปะหลงั มานานหรือดนิ มคี วามอุดมสมบูรณค์ ่อนขา้ งตา่ ควรปรับปรุงบารงุ ดนิ ก่อนปลูก โดยการใส่ปุ๋ย
อินทรยี ์ เช่น ปยุ๋ คอก หรือปุย๋ พชื สด แลว้ จงึ ไถพรวน
5. การเตรียมทอ่ นพันธุ์ ลาต้นมนั สาปะหลังที่จะนามาเปน็ ทอ่ นพนั ธป์ุ ลกู นอกจากต้องมีความ
ตรงตามพันธ์ุแล้วยังตอ้ งมีความสมบูรณแ์ ข็งแรง มีคณุ สมบตั ิ และการจดั การทเ่ี หมาะสม ดงั น้ี
5.1 อายุท่อนพันธุ์ การใช้ท่อนพันธุ์ที่อ่อนเกินไปจะสูญเสียน้าอย่างรวดเร็ว อ่อนแอ
ต้องการเข้าทาลายของโรคและแมลง ทาให้อัตราการงอกและอัตรารอดในแปลงปลูกต่า ส่วนท่อน
พนั ธุ์ทแ่ี กเ่ กินไปเน้อื เยอ่ื จะแข็งเปน็ อปุ สรรคตอ่ การงอก ท่อนพันธ์ุงอกช้าและงอกไม่สม่าเสมอ อายุต้น
พันธุ์มันสาปะหลังท่ีเหมาะต่อการปลูก คือ 8-14 เดือน นอกจากน้ันความแก่-อ่อน ของท่อนพันธุ์ยัง
ขนึ้ อย่กู บั ตาแหน่งของลาต้น โดยท่อนพันธุ์น้ีอายุ 12 เดือน จากส่วนกลางและโคนจะมีความงอกและ
ความแข็งแรงมากกว่าท่อนพันธุ์จากส่วนยอด และในท่อนพันธุ์ท่ีมีอายุมากข้ึน ควรเลือกใช้ท่อนพันธ์ุ
จากส่วนกลางของลาต้น หรืออาจพิจารณาความแก่-อ่อน ของท่อนพันธุ์จากไส้กลางของลาต้น ถ้าไส้
กลางของลาต้นมีขนาดครึ่งหนึ่งของเส้นผ่านศูนย์กลางลาต้นจะเป็นท่อนพันธ์ุที่เหมาะสมที่สุด ท่ีจะ
นาไปปลกู ตอ่ ไป
5.2 ขนาดของท่อนพันธุ์ ควรมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตรขึ้นไป เพ่ือความ
สมบรู ณแ์ ละแข็งแรงของท่อนพนั ธ์ุ ตน้ พันธท์ุ ่ีมขี นาดเลก็ เกนิ ไป จะให้ท่อนพันธุ์ที่อ่อนแอ สูญเสียน้าได้
ง่าย อัตราการงอกและความแข็งแรง หรือ อัตราการรอดในแปลงปลูกต่า ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่
แปรปรวน
5.3 ปริมาณตาและความยาวของท่อนพันธ์ุ ท่อนพันธ์ุท่ีเหมาะสมในการปลูกควรมี
จานวนตา 7-10 ตาต่อท่อน หรือมคี วามยาว 15-20 เซนติเมตร ท่อนพันธุ์ที่สั้นเกินไปหรือมีจานวนตา
น้อยเกินไปจะทาให้ความงอกลดลง สูญเสียความช้ืนเร็ว โรคและแมลงเข้าทาลายได้ง่าย ส่วนท่อน
พนั ธุท์ ่ยี าวเกนิ ไป ทาใหส้ น้ิ เปลืองทอ่ นพนั ธุ์และลาบากในการจดั การปลูก
การจดั การความร้เู ทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลังในพน้ื ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 30
5.4 อายุเก็บรักษาท่อนพันธ์ุ ควรใช้ท่อนพันธุ์ท่ีใหม่และสด หลังการเก็บเกี่ยวหรือมี
อายุเก็บรักษาส้ันท่ีสุด หรือ ไม่ควรเกิน 1-2 สัปดาห์ เน่ืองจากความงอกและความแข็งแรงของท่อน
พันธุ์จะลดลงเม่ืออายุเก็บรักษาท่อนพันธุ์นานขึ้น เนื่องจากการสูญเสียน้าในลาต้น อย่างไรก็ตามอายุ
เกบ็ รักษาทอ่ นพนั ธขุ์ องมนั สาปะหลงั จะแตกตา่ งกันข้นึ กบั พันธแุ์ ละความสมบรู ณ์ของท่อนพันธ์ุ
5.5 โรคและแมลง ต้นพันธุ์มันสาปะหลังท่ีจะใช้เป็นท่อนพันธ์ุจะต้องไม่มีโรค และ
แมลงศัตรูสาคัญติดมา โดยเฉพาะเพลยี้ แปง้ ซึ่งเป็นแมลงศตั รูสาคญั ทพี่ บติดมากับท่อนพันธ์ุ ในปัจจุบัน
หากไม่ม่ันใจว่าต้นพันธุ์ปลอดภัยจากแมลงดังกล่าว ควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งที่
แนะนา เป็นเวลา 5-10 นาที ก่อนนาไปปลูก สารเคมีที่กรมวิชาการเกษตรแนะนา ได้แก่ ไทอะมิโท
แซม 25% WG อัตรา 4 กรัมต่อน้า 20 ลิตร อิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 4 กรัมต่อน้า 20 ลิตร
หรอื ไดโนทีฟแู รน 10% WP อตั รา 40 กรัมตอ่ นา้ 20 ลิตร
5.6 การตัดท่อนพันธ์ุ ควรตัดท่อนพันธ์ุให้มีรอยแตกหรือช้าน้อยท่ีสุด เพ่ือให้ส่วน
ของรากงอกได้รวดเร็ว สมบูรณ์ แข็งแรง และมีจานวนมาก การตัดท่อนพันธุ์ทาได้ 2 วิธี คือ การตัด
ด้วยมดี โดยนาตน้ พันธวุ์ างบนขอนไมแ้ ล้วใชม้ ีดสบั ซงึ่ เกษตรกรไทยทาได้รวดเรว็ แตห่ ากมีดไม่คมหรือ
ผู้ปฏิบัติงานขาดความชานาญจะทาให้ท่อนพันธุ์แตกหรือเปลือกท่อนพันธุ์ฉีกขาด ตาช้า ทาให้ความ
งอกและความแข็งแรงของท่อนพันธุ์ลดลง โรคและแมลงเข้าทาลายท่อนพันธุ์ได้ง่าย และการตัดด้วย
เครื่องจักร ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องมือในการตัดท่อนพันธ์ุโดยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
รวมถึงเกษตรกร ทาให้ตัดท่อนพันธุ์ได้รวดเร็วและลดปัญหาเรื่องการแตกของท่อนพันธ์ุหรือการฉีก
ขาดของเปลือกท่อนพนั ธ์ุ ลดผลกระทบต่อความงอกและความแข็งแรงของท่อนพันธุ์ได้
5.7 การกระตุ้นการงอกของท่อนพันธ์ุ การนาท่อนพันธ์ุไปแชน่ า้ หรือน้าผสมสารชนิด
ใดชนิดหนึ่ง ได้แก่ ยูเรีย น้าวีนัส (น้ากากส่า) น้าส้มควันไม้ ไคโตซาน หรือน้าหมักชีวภาพอัตรา 0.1-
2.0 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 2 ช่ัวโมง หรือการแช่ค้างคืนก่อนนาไปปลูก ช่วยกระตุ้นการงอกและเพิ่ม
ความแข็งแรงของท่อนพันธ์ุ โดยในท่อนพันธุ์ท่ีมีคุณภาพสูง เช่น ท่อนพันธุ์หลังเก็บเกี่ยวใหม่ การแช่
ท่อนพันธุช์ ่วยเร่งความเร็วในการงอกและทาให้การงอกสมา่ เสมอ ส่วนท่อนพันธ์ุท่ีมีคุณภาพต่าลง เช่น
ท่อนพันธหุ์ ลังเกบ็ รักษาไวร้ ะยะหน่งึ การแช่ท่อนพันธุ์ชว่ ยเพิ่มเปอรเ์ ซน็ ต์การงอก ความเร็ว และความ
สม่าเสมอในการงอก และสามารถทาพร้อมไปกับการแช่ท่อนพันธุ์ เพื่อป้องกันและกาจัดเพลี้ยแป้ง
โดยการเตมิ สารไทอะมิโทแซม 25% WP ลงในน้าแช่ท่อนพันธุ์ตามอัตราท่ีแนะนา โดยไม่มีผลกระทบ
ตอ่ อตั ราการงอกของท่อนพนั ธ์ุ (นิลุบลและคณะ, 2554)
6. ระยะปลูก การผลิตท่อนพันธ์ุสามารถใช้ระยะปลูกปกติท่ีใช้ในการผลิตหัวได้ แต่จะทาให้
ได้จานวนท่อนพันธุ์ต่อไร่ต่า การขยายพันธุ์ทาได้ล่าช้า โดยมีอัตราการขยายพันธุ์เพียง 1:5 – 1:10 ไร่
ต่อปี การปลูกระยะถ่ีข้ึน คือ 0.5x1.0 – 0.55x0.60 เมตร จะได้จานวนต้นพันธุ์มากข้ึนเป็น 3,200 –
4,800 ต้นต่อไร่ อย่างไรก็ตามในบางพ้ืนท่ีการปลูกระยะถ่ีมากเป็นอัตราประชากร 4,800 ต้นต่อไร่
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลงั ในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก หน้า 31
อาจทาใหล้ าต้นมีขนาดเล็กเกินไป การปลูกให้ได้จานวนต้น 3,200 ต้นต่อไร่ จะมีอัตราการขยายพันธุ์
เพ่มิ เป็น 1:10 – 20 ไรต่ ่อปี
7. การจดั การปยุ๋ หากพื้นท่ีปลูกมีความอุดมสมบรู ณ์ของดินต่า หรอื ปลูกมันสาปะหลังมานาน
ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น มูลสัตว์ต่างๆ หรือ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเทศบาล อัตรา 500 – 1,000 กิโลกรัมต่อไร่
หรือใช้ปุ๋ยพืชสด เช่น ปอเทือง ปลูกแล้วไถกลบในช่วงออกดอก ก่อนปลูกมันสาปะหลัง 1-2 สัปดาห์
เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดิน อย่างไรก็ตามในแง่ของความอุดมสมบูรณ์ดิน หรือธาตุอาหารมัน
สาปะหลัง การผลิตมันสาปะหลังมีความจาเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีที่มีธาตุอาหารหลักแต่ละชนิด ที่
สอดคล้องกับความต้องการใช้ของมันสาปะหลัง และปริมาณธาตุอาหารท่ีมีอยู่ในดิน ซ่ึงนิลุบลและ
คณะ (2553) พบว่ามันสาปะหลังท่ีปลูกในดินทราย อินทรียวัตถุ ต่ากว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปแตสเซียม (N-P2O5-K2O) 32-8-16, 16-8-32 หรือ 16-8-16 จะให้ท่อน
พันธุ์ที่มีขนาดและน้าหนักสูงสุด ท่อนพันธุ์มีความงอกและความแข็งแรงสูงสุด โดยงอกได้เร็วและ
สม่าเสมอทีส่ ดุ
8. การจัดการน้า การผลิตท่อนพันธุ์มันสาปะหลังควรมีการให้น้าเสริมโดยเฉพาะช่วง 1-5
เดือน หลังปลูก มันสาปะหลังต้องการน้าเพื่อการเจริญเติบโตประมาณ 800-1,400 มิลลิเมตรต่อ
ฤดูกาลผลิต การให้น้าด้วยระบบน้าหยดจะมีประสิทธิภาพที่สุด การให้น้าแต่ละครั้งควรให้ประมาณ
40 มิลลิเมตร โดยให้ทุก 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามปริมาณน้าที่ให้จะแปรปรวนตามปริมาณที่มัน
สาปะหลังต้องการในแต่ละช่วงเจริญเติบโตปริมาณน้าฝนและความสามารถในการอุ้มน้าของดิน การ
ขาดน้าจะทาใหท้ อ่ นพันธแุ์ คระแกร็น ความสามารถในการงอกและอตั ราการรอดเม่ือนาไปปลูกลดลง
9. การตรวจแปลง เพ่ือให้ได้ท่อนพันธุ์ท่ีมีความตรงตามพันธุ์ มีความสมบูรณ์แข็งแรง และ
ปลอดภยั จากโรคและแมลงศัตรูสาคญั ท่ีติดมากับท่อนพันธุ์ ควรทาการตรวจแปลงจานวน 3 คร้ัง โดย
ครงั้ แรกเมอื่ มันสาปะหลังงอก เพ่ือถอนขจัดต้นมันสาปะหลังที่เกิดจากท่อนพันธุ์ที่เร้ืออยู่ในแปลงออก
ท้ิง และต้นท่ีมีลักษณะแตกต่างจากพันธ์ุท่ีผลิต รวมถึงการปลูกซ่อมท่อนพันธุ์ไม่งอก ครั้งท่ี 2 ช่วง
อายุ 3-4 เดือน ควรถอนขจดั ตน้ ทมี่ ลี ักษณะแตกตา่ งจากพนั ธท์ุ ่ีทาการผลิต โดยสังเกตจากสีของลาต้น
ใบ ยอด ลักษณะตา และทรงพุ่ม รวมถึงการแตกก่ิง ซึ่งเป็นลักษณะประจาพันธุ์ที่แสดงออกชัดเจน
ในชว่ งน้ี ครัง้ ท่ี 3 ช่วงก่อนเกบ็ เกี่ยว ช่วงนตี้ รวจสอบขนาดและความสมบูรณ์ของทอ่ นพันธ์ุ รวมถึงการ
ปลอดจากโรคและแมลงที่ตดิ มากบั ท่อนพนั ธุ์
10. การเก็บเก่ียว ต้นพันธุ์มันสาปะหลังสามารถนาไปเป็นท่อนพันธุ์ปลูกได้ท่ีอายุ 8-18 เดือน
แตท่ ่ีอายุ 12 เดอื น ให้ตน้ พนั ธท์ุ ม่ี ีปรมิ าณมากและมีคณุ ภาพท่อนพันธ์ุดีที่สุด โดยท่อนพันธ์ุในส่วนโคน
และส่วนกลางของต้นพันธ์ุจะมีคุณภาพสูงกว่าส่วนยอด การเก็บเก่ียวท่อนพันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี
ส่วนโคนของท่อนพันธ์ุจะแกเ่ ป็นอปุ สรรคต่อการงอก จงึ ควรใชส้ ว่ นกลางของต้นพันธไุ์ ปเป็นทอ่ นพนั ธุ์
การจัดการความรู้เทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลังในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 32
11. การเก็บรักษาท่อนพันธุ์ ท่อนพันธ์ุมันสาปะหลังจะมีคุณภาพสูงสุดเม่ือเก็บเก่ียวใหม่
หลงั จากน้ันคุณภาพทอ่ นพนั ธ์จุ ะลดลง แตเ่ ม่ือมีความจาเป็นที่ต้องตัดท่อนพันธุ์ไว้ระยะหน่ึงก่อนนาไป
ปลูก ต้องมีการจดั การท่เี หมาะสม เพื่อชะลอการเสอ่ื มคุณภาพของท่อนพันธุ์และการสูญเสียท่อนพันธุ์
เน่ืองจากการแห้งและการเข้าทาลายของโรคและแมลง ควรเก็บรักษาโดยต้ังกองท่อนพันธุ์ใต้ร่มไม้
หรือกลางแจ้ง มันสาปะหลงั บางพนั ธุ์จาเปน็ ตอ้ งต้ังกองท่อนพันธุ์ในร่มเน่ืองจากเสื่อมคุณภาพเร็ว เช่น
พนั ธุ์ระยอง 9 และไมค่ วรเกบ็ รักษานานเกิน 2-4 สัปดาห์
เทคนิคการขยายพันธ์ุมันสาปะหลงั อยา่ งรวดเรว็
ในกรณีที่จาเป็นต้องผลิตท่อนพันธุ์ให้ได้ปริมาณมากในเวลาจากัด โดยเฉพาะพันธุ์ออกใหม่ที่มี
ความตอ้ งการใช้สงู ซง่ึ มวี ธิ ีดาเนินการ ดังนี้
1. การตัดต้นพันธุ์ทุกอายุ 6 เดือน ถึงแม้มีอายุเก็บเก่ียวที่เหมาะสมสาหรับท่อนพันธุ์ คือ 8
เดือนข้ึนไป แต่การเก็บเกี่ยวท่ีอายุ 6 เดือน แล้วบารุงรักษาต้นตอให้ได้ต้นพันธ์ุใหม่ที่เก็บเก่ียวอีกคร้ัง
ที่อายุ 12 เดือน หลังปลูกหรือ 6 เดือนหลังเก็บเก่ียวคร้ังแรกจะทาให้ได้ต้นพันธ์ุเพ่ิมขึ้น โดยในพันธ์ุ
ระยอง 60 เม่ือใช้วิธีการดังกล่าว ทาให้ได้อัตราการขยายพันธ์ุเพิ่มข้ึนเป็น 1:24 ไร่ต่อปี ( จาริณี,
2537) วิธีการนี้หากมีการบารุงรักษาตอให้ดีจะสามารถเก็บเก่ียวท่อนพันธุ์ได้ทุกๆ 6 เดือน แต่ต้อง
ควบคมุ จานวนต้นพันธทุ์ ่ีแตกจากตอใหม่ไม่ให้มากเกินไป โดยให้เหลือไว้ 3-4 ลาต่อต้น เพราะจานวน
ตน้ พนั ธ์ทุ ่มี ากเกนิ ไปจะใหต้ น้ พนั ธุ์มขี นาดเลก็ ไมเ่ หมาะต่อการเป็นท่อนพนั ธ์ุ
2. การปักชา โดยนาท่อนพันธุ์มาตัดท่อนขนาด 2-3 ตา หรือยาว 3-5 เซนติเมตร นาไปแช่สาร
ปอ้ งกนั กาจัดเช้ือราคาร์เบนดาซิม อัตรา 3-5 กรัมต่อนา้ 1 ลติ ร เปน็ เวลา 3-5 นาที นาไปปลูกเพาะชา
ในถงุ พลาสตกิ ขนาด 4x6 นิ้ว เจาะรูเพ่ือระบายน้าที่ก้นหลุม ใช้ดินผสมทรายเป็นวัสดุเพาะ วางเพาะ
ใต้ร่มไม้หรือเรือนเพาะ รดน้าให้ชุ่มเป็นเวลา 3 สัปดาห์ มันสาปะหลังจะแตกยอดและรากพร้อมปลูก
ในแปลง วธิ ีการนีจ้ ะให้อตั ราขยายพันธุ์ 1 : 40 เทา่
เทคนิคการขยายพันธ์ุอย่างรวดเร็วมีข้อควรระวังคือ เม่ือตัดท่อนพันธุ์ที่ยังอ่อน
(อายุ 6 เดือน ) ไปปลูก ท่อนพันธุ์จะสูญเสียความช้ืนหรือน้าในท่อนพันธ์ุอย่างรวดเร็ว และท่อนพันธุ์
จะถูกทาลายโดยเชอ้ื โรคหรอื แมลงได้ง่าย ดังน้ันก่อนนาท่อนพันธุ์ไปปลูกต้องแช่ในสารละลายป้องกัน
กาจัดเช้ือรา และแปลงปลูกจะต้องมีความช้ืนเพียงพอต่อการงอกและการเจริญเติบโตของมัน
สาปะหลัง ในทานองเดียวกัน การปลูกด้วยต้นกล้าก็จะต้องระมัดระวังเร่ืองความช้ืนในแปลงปลูก
เชน่ เดียวกับการปลูกด้วยท่อนพนั ธอุ์ ่อน
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลังในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 33
ตัดท่อนพนั ธข์ุ นาด 2-3 ตา และชาในถงุ พลาสตกิ ต้นกลา้ พร้อมย้ายปลูก
การเก็บรักษาท่อนพนั ธุ์
การตดั ท่อนพันธุ์ การแชท่ ่อนพันธุ์
การจัดการความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลงั ในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 34
บรรณานกุ รม
จารินี จันทร์คา. 2537. การขยายพันธุ์มันสาปะหลัง. ใน เอกสารวิชาการ มันสาปะหลัง ศูนย์วิจัย
พืชไร่ระยอง สถาบันวจิ ัยพชื ไร่. หนา้ 63 – 70.
จารินี จันทร์คา จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข อัจฉรา ลิ่มศิลา สุนี ศรีสิงห์ และนเรศ สอน
หลักทรัพย์. 2540. ผลของขนาดต้นพันธ์ุมันสาปะหลังท่ีมีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิต.
รายงานผลงานวิจัยมันสาปะหลัง ปี 2540 ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง สถาบันวิจัยพืชไร่. หน้า
195-207.
จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข จรุงสิทธ์ิ ลิ่มศิลา ชุมพล นาควิโรจน์ นเรศ สอนหลักทรัพย์ สมาน
ร่งุ เรอื ง . 2541. อทิ ธพิ ลของปุ๋ย NPK และวสั ดุอนิ ทรีย์ต่อคณุ ภาพและปริมาณของ ท่อนพันธุ์
มันสาปะหลัง. รายงานผลงานวจิ ยั มนั สาปะหลงั ปี 2541 ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง สถาบันวิจัย
พชื ไร่. หนา้ 124-127.
นลิ ุบล ทวีกุล จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข อัจรา ล่ิมศิลา เพียงเพ็ญ ศรวัต กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ
และ อรอุมา สีไว. 2551. ศึกษาวิธีการจัดการธาตุอาหารในการผลิตท่อนพันธุ์และการ
เตรียมท่อนพันธ์ุมันสาปะหลังสายพันธ์ุก้าวหน้า. รายงานผลงานวิจัยประจาปี 2551 (เล่มที่
1) ศูนย์วจิ ัยพชื ไรข่ อนแก่น สานักวิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตท่ี 3. หน้า 89-96.
นิลุบล ทวีกุล จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข อัจรา ลิ่มศิลา เพียงเพ็ญ ศรวัต กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ
และ อรอุมา สีไว. 2552. ศึกษาวิธีการจัดการธาตุอาหารในการผลิตท่อนพันธุ์และการ
เตรียมท่อนพันธุ์มันสาปะหลังสายพันธุ์ก้าวหน้า. รายงานผลงานวิจัยประจาปี 2552 (เล่มที่
1) ศูนย์วิจยั พืชไร่ขอนแกน่ สานักวจิ ัยและพฒั นาการเกษตรเขตที่ 3. หนา้ 29-45.
นิลุบล ทวีกุล จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข อัจรา ล่ิมศิลา เพียงเพ็ญ ศรวัต กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ
และ อรอุมา สีไว. 2553. ศึกษาวิธีการจัดการธาตุอาหารในการผลิตท่อนพันธุ์และการ
เตรียมท่อนพันธ์ุมันสาปะหลังสายพันธ์ุก้าวหน้า. รายงานผลงานวิจัย 2553 ศูนย์วิจัยพืชไร่
ขอนแกน่ สถาบนั วิจัยพืชไร่. หนา้ 29-45.
นิลุบล ทวีกุล ศรีสุดา ทิพย์รักษ์ เพียงเพ็ญ ศรวัต และ อรอุมา สีไว. 2554. ศึกษาวิธีการเตรียม
ท่อนพนั ธุ์มันสาปะหลังก่อนปลูก. รายงานผลงานวิจัยประจาปี 2554 ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น
สถาบันวจิ ัยพชื ไรแ่ ละพชื ทดแทนพลังงาน. หนา้ 22-38.
การจัดการความร้เู ทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 35
บทท่ี 4
การปลูก การใหน้ ้า และการกา้ จัดวัชพืชมันส้าปะหลัง
สันติ พรมคา 1/และสุภาพร สุขโต2/
การปลูก
1 การเตรียมดนิ
1.1 ไถดะด้วยผาล 3 จานวน 1 คร้ัง ลึก 20-30 เซนติเมตร ควรไถดะในขณะที่ดินมี
ความช้นื พอเหมาะ ห้ามไถดะด้วยผาล 7 เพราะจะไถได้ไม่ลึก การไถดะให้ลึกจะเพิ่มความสามารถใน
การกักเก็บความช้ืนของดินได้มากขึ้น และมันสาปะหลังลงหัวได้ ตากดินท้ิงไว้7-10 วัน เพ่ือให้วัชพืช
ตาย และไถแปรดว้ ยผาล 7 1 คร้งั ถ้าเปน็ ดนิ เหนยี วควรไถแปรดว้ ยผาล 7 2 คร้ัง จงึ ยกร่อง
1.2 พ้นื ท่ีลุม่ หรอื ลาดเอียง ใหย้ กร่องขวางแนวลาดเอียง ความสูงสันร่อง 30-40 เซนติเมตร
ระยะระหวา่ งรอ่ ง 100 เซนตเิ มตร
1.3 พ้ืนที่ลาดเอียงมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ควรปลูกแฝกตามแนวระดับ ระหว่างแถวมัน
สาปะหลังเพ่ือป้องกันการชะล้างพังทลายของดินทุกระยะ 20-30 เมตร ระยะระหว่างหลุมแฝก 10
เซนติเมตร หลมุ ละ 1 ต้น
1.4 พื้นท่ีปลูกมันสาปะหลังท่ีปลูกต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ควรเพ่ิมอินทรียวัตถุเพ่ือ
ปรับปรุงดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ทุก 2 ปี หรือ ควรปลูกพืชบารุงดิน เช่น
ปอเทือง หรือพชื ตระกูลถ่ัว และไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเม่ือดอกบาน โดยก่อนการปลูกมันสาปะหลังทุก
ปี ซ่ึงในเขตพื้นท่ีจังหวัดอุทัยธานี เกษตรกรท่ีเคยเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมัน
สาปะหลงั อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม และเกษตรกรในพ้ืนที่ใกล้เคียงเร่ิมมีการปรับปรุงดินโดย
ใช้ปุ๋ยคอก มูลสัตว์ เช่น มูลไก่แกลบ เป็นต้น เนื่องจากสภาพดินเสื่อมโทรม และเห็นความแตกต่าง
ระหวา่ งการปรบั ปรุงดินกับไม่ปรบั ปรงุ ดิน คอื การปรับปรงุ ดนิ ทาให้ดินรว่ นซยุ และผลผลติ เพ่ิมขน้ึ
----------------------------------------------------------- หน้า 36
1/ ผอู้ านวยการศนู ยว์ ิจัยและพฒั นาการเกษตรลพบรุ ี
2/นักวิชาการเกษตรปฏบิ ัตกิ าร ศนู ย์วิจยั และพฒั นาการเกษตรอทุ ัยธานี
การจัดการความรูเ้ ทคโนโลยีการผลติ มันสาปะหลงั ในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก
2 วิธีการปลกู
2.1 ควรปลูกโดยใช้ ระยะปลูก 80X80 หรือ 80X100 หรือ 100X100 เซนติเมตร ซ่ึงจะมี
จานวน 1,600-2,500 ต้นต่อไร่ ระยะปลูกห่างข้ึนทาให้หัวมันสาปะหลังยาวข้ึน ผลผลิตเพ่ิมขึ้น และ
ลดตน้ ทนุ การใชท้ อ่ นพันธุไ์ ด้
2.2. กรณียกร่องปลูก ให้ปลกู บนสนั ร่อง
2.3 เลอื กตน้ พนั ธุ์ใหม่และสด หรอื ตัดไว้นานเกิน 15-30 วนั ควรเลือกต้นที่สมบูรณ์ อายุ 8-
12 เดือน ปราศจากโรค หรือแมลงศัตรมู ันสาปะหลัง
2.4 ตัดท่อนพันธ์ุยาวประมาณ 20 เซนติเมตร มีจานวนไม่น้อยกว่า 5 ตา การใช้ท่อนพันธ์ุ
ยาวจะทาให้มนั สาปะหลังเจริญเตบิ โตไดเ้ ร็วและคลุมวชั พืชไดด้ ีกว่าทอ่ นพนั ธ์สุ ้นั
2.5 ปกั ทอ่ นพันธใุ์ ห้ต้ังตรงลกึ ประมาณ 10 เซนตเิ มตร
การให้น้าส้าหรบั มนั ส้าปะหลัง
การให้น้าสาหรับมันสาปะหลัง และการเลือกใช้วิธีการให้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ
คุณสมบัติของดิน ลักษณะของพ้ืนที่ท่ีเตรียมไว้ วิธีการปลูก เงินทุน และแหล่งน้า วิธีการให้น้ามัน
สาปะหลังมี 4 วิธดี ังน้ี
1. การให้น้าแบบฉีดฝอย หรือแบบสปริงเกอร์ (Sprinkler Irrigation) มีหลายแบบ ได้แก่
แบบหลายหวั แบบหวั เดยี ว แบบคานยื่น และแบบขนาดเล็ก การให้น้าแบบสปริงเกอร์ ประกอบด้วย
อปุ กรณ์ ดงั นี้
1.1 เคร่ืองสูบน้า ทาหน้าท่ีสูบน้าจากแหล่งน้าแล้วดันออกไปตามท่อผ่านออกสู่
อากาศโดยอาศยั กาลงั จากมอเตอร์หรือเครื่องยนต์
1.2 ท่อประธาน ทาหน้าที่นาน้าออกจากเครื่องสูบน้า ไปยังท่อแขนง อาจเป็นท่อ
ออ่ น หรอื ท่อแขง็ เคลอ่ื นยา้ ยได้ หรือทาที่ตดิ ต้งั แบบถาวร
1.3 ทอ่ แขนง ทาหน้าทน่ี านา้ ออกจากท่อประธานไปยังหัวพ่น อาจเป็นท่ออ่อน หรือ
ทอ่ แข็งเคลือ่ นย้ายได้ หรอื ท่อท่ีตดิ ต้งั ถาวร
การจัดการความร้เู ทคโนโลยีการผลิตมนั สาปะหลงั ในพนื้ ท่ภี าคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 37
1.4 หัวพ่น ทาหน้าที่พ่นน้าออกเป็นฝอยคล้ายกับฝน หัวพ่นจะมี 2 รู โดยรูแรกพ่น
นา้ ออกไปไกล อีกรหู น่ึงพน่ นา้ ในระยะใกล้
2 การใหน้ ้าแบบนา้ หยด (Drip or Trickle Irrigation) การให้น้าแบบนา้ หยด เป็นการให้น้า
แก่มันสาปะหลังที่จุดใดจุดหน่ึงบนผิวดินในเขตบริเวณราก โดยผ่านท่อน้าหยด ในเขตพื้นที่จังหวัด
อุทัยธานี เกษตรกรเริ่มพัฒนาวิธีการปลูกมันสาปะหลังแบบน้าหยดเพ่ิมมากข้ึน เน่ืองจากปัญหาภัย
แล้ง ซึ่งมีผลกระทบต่อผลผลิตทาให้ผลผลิตต่า เกษตรกรจึงให้น้าเสริมด้วยน้าหยดทาให้ผลผลิต
เพมิ่ ขน้ึ จาก 2 ตนั ต่อไร่ เป็น 5 ตนั ตอ่ ไร่ ซง่ึ การให้นา้ แบบนา้ หยดมสี ่วนประกอบดงั นี้
2.1 เคร่ืองสูบน้า เพื่อสูบน้าจากแหล่งน้าส่งเข้าสู่ระบบน้าหยด ต้องสูบน้าให้มีแรงดัน
อย่างนอ้ ย 0.6 บาร์
2.2 ระบบส่งนา้ ประกอบดว้ ย
1) ทอ่ ประธาน เปน็ ทที่ ีต่ ่อจากแหลง่ น้า โดยวางไวบ้ นดนิ หรือฝังดนิ
2) ท่อรองประธาน เป็นท่อที่แตกจากท่อประธาน อาจใช้ท่อพีวีซี หรือพีอี
ขนาด 30 – 50 มิลลิเมตร
3) ท่อน้าหยด เป็นท่อท่ีแตกจากท่อรอง วางขนานกับแถวของพืช อาจใช้
ทอ่ พีวีซหี รือพีอี ขนาด 12 – 20 มลิ ลิเมตร ยาวไมเ่ กนิ 300 เมตร
4) หัวน้าหยด เป็นหัวปล่อยน้าอยู่ติดกับท่อน้าหยด เป็นตัวควบคุมปริมาณ
การไหลของนา้ จากทอ่ นา้ หยดสู่ดนิ ขนาดของรู 1.0 – 1.5 มิลลิเมตร
5) เครื่องกรอง จะทาหน้าที่กรองเอาเศษวัชพืช ใบไม้ ทราย ออกจากน้า ถ้า
ปลอ่ ยให้ส่งิ เหล่านี้ผ่านไปจะทาให้หัวน้าหยดเกิดการอุดตัน เป็นสาเหตุให้ต้นพืชขาดน้าและชะงักการ
เจรญิ เตบิ โต
6) เครื่องควบคมุ การจ่ายน้าต้นทาง ทาหน้าท่ีควบคุมการจ่ายน้าท้ังระบบจาก
แหล่งน้าไปสู่ระบบของการให้น้าแบบน้าหยด ประกอบด้วยประตูน้าใหญ่ เคร่ืองวัดปริมาตรน้า
เคร่ืองวดั แรงดนั น้า เครื่องควบคมุ แรงดัน ประตูป้องกันนา้ ไหลกลับ และเคร่ืองใสป่ ุ๋ยหรือสารเคมี
การจดั การความรู้เทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลงั ในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก หนา้ 38
ภาพท่ี 1 การให้น้าด้วยระบบนา้ หยดโดยใชพ้ ลังงานแสงอาทติ ย์
3. การให้น้าทางผิวดิน (Surface Irrigation) การให้น้าทางผิวดินทาได้โดยให้น้านั้นขังหรือ
ไหลไปบนผิวดินและซึมลงไปในดนิ ตรงจุดทน่ี ้านัน้ ขังหรือไหลผ่าน ดงั นัน้ อาจจะถือว่าผิวดินเป็นทางน้า
ทางนา้ ดังกล่าวน้ีมีขนาดหรือมีรปู รา่ งทแี่ ตกต่างกันออกไป กล่าวคือ จะมีขนาดต้ังแต่เป็นร่องน้าเล็ก ๆ
หรือท่ีมีร่องน้าขนาดใหญ่ข้ึน ในการให้น้าทางร่องรูแคบต่าง ๆ จนกระท่ังถึงร่องน้าท่ีมีขนาดใหญ่ ซึ่ง
พน้ื ท่ีเพาะปลกู ทั้งหมดปกคลมุ ดว้ ยนา้ ในแบบใหน้ า้ ท่วมผิวดิน เมอื่ พจิ ารณาจากลักษณะของทางน้าเรา
อาจแบ่งการให้น้าทางผิวดินออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ด้วยกันคือแบบให้น้าท่วมผิวดินเป็นผืนใหญ่
และแบบใหน้ า้ ทว่ มเฉพาะในรอ่ ง
4. การให้น้าแบบใต้ผิวดิน (Subsurface Irrigation) การให้น้าทางใต้ผิวดินเป็นการให้น้าแก่
พืช โดยการยกระดับน้าใต้ดินข้ึนมาให้สูงพอท่ีน้าจะไหลซึมข้ึนมาสู่ระดับรากได้ วิธีเพิ่มระดับน้าใต้ดิน
อาจจะทาได้สองแบบคือ โดยการให้น้าในคูและโดยการให้น้าไหลเข้าไปในท่อซึ่งฝังไว้ใต้ดิน ความลึก
ของระดับน้าใต้ดินในขณะท่ีให้น้าน้ันจะอยู่ระหว่าง 30 – 60 เซนติเมตร ทั้งน้ี ขึ้นอยู่กับลักษณะของ
ดินและความลึกของรากพืชท่ีปลูก น้าใต้ดินจะไหลไปสู่จุดต่าง ๆ ในเขตรากโดยการดูดซับ การ
ยกระดับน้าใต้ดินโดยการให้น้าในคูน้ัน เป็นที่นิยมกันมากกว่าการให้น้าในท่อ คูดังกล่าวนี้จะขุดข้ึน
ตามแนวเส้นขอบเนินเป็นระยะๆ ช่วงห่างระหว่างคูเหล่านี้จะต้องไม่ไกลกันจนเกินไปนัก เพื่อน้าจะ
สามารถไหลซมึ เข้าไปในดินและระบายออกได้อย่างรวดเร็วเมอ่ื ส้ินสุดการให้น้าควรควบคุมระดับน้าใต้
ดนิ นี้เช่ือมต่อกับคสู ่งนา้ ซ่งึ มีอาคารชลประทานคอยรวบคมุ นา้ ในคูทั้งสองให้อย่ใู นระดบั ทตี่ ้องการได้
สาหรับการเพิ่มระดับน้าใต้ดิน โดยใช้ท่อซ่ึงฝังไว้ใต้ดินนั้นค่าลงทุนจะสูงมาก ท่อใต้ดิน
ส่วนมากเป็นท่อดินเผา จะฝังลึกประมาณ 0.60 – 1.0 เมตรจากผิวดิน มีความลาดเทเล็กน้อยเป็น
การจดั การความร้เู ทคโนโลยีการผลิตมนั สาปะหลงั ในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 39
แนวขนานกัน และขนานกับความลาดเทของพ้ืนท่ี ระยะระหว่างท่อจะต้องอยู่ใกล้กันพอท่ีจะควบคุม
ระดับน้าใต้ดินได้ง่าย ปลายบนของท่อต่อเข้ากับรูท่ีทาหน้าท่ีส่งน้าให้กับพ้ืนที่ ส่วนปลายล่างก็ต่อเข้า
กบั ท่อซ่ึงทาหนา้ ทีร่ ะบายนา้ ที่มากเกนิ ไปออกใน คูสง่ นา้ จะตอ้ งมีอาคารควบคมุ ระดับน้าด้วย
การควบคมุ วัชพืชในมันสา้ ปะหลงั
วัชพืชในไรม่ นั สาปะหลงั เปน็ ปญั หาที่สาคัญท่สี ุดในขบวนการอารักขาพืช เม่ือเปรียบเทียบกับ
แมลง โรค และศัตรูมันสาปะหลังอื่น ๆ ในประเทศไทยการกาจัดวัชพืชเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูงเมื่อ
เปรียบเทียบกับพืชไร่อีกหลายชนิด ซึ่งคิดเป็น 20-30 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการผลิต เน่ืองจากมัน
สาปะหลังต้องปลูกด้วยท่อนพันธ์ุ ใช้ระยะปลูกกว้าง สามารถปลูกได้ตลอดปีโดยอาศัยน้าฝน ผลผลิต
เป็นหัวอยู่ใต้ดิน มีการเจริญเติบโตในระยะแรกช้า มีช่วงการเจริญเติบโตท่ียาวนาน (8-14 เดือน) ทา
ให้เกิดปัญหาวัชพืชขึ้นแข่งขันมาก ท้ังวัชพืชปีเดียวและวัชพืชข้ามปี และต้องมีการกาจัดหลายคร้ัง
วัชพืชในมันสาปะหลงั ทาใหผ้ ลผลิตลดลงได้มาก 20-90 เปอรเ์ ซ็นต์
จดุ วกิ ฤตขิ องการแข่งขันของวชั พืชกับมันส้าปะหลัง
วัชพืชท่ีข้ึนแข่งขันกับพืชปลูก มีความต้องการสภาพแวดล้อมท่ีเหมือนกับพืชปลูก ซึ่งได้แก่
ดิน ธาตุอาหาร น้า และแสงแดด วัชพืชมีความสามารถในการแข่งขันกับพืชปลูกได้มากในช่วง
ระยะเวลาใดเวลาหน่งึ ของการเจริญเติบโตของพืชปลูก ซ่ึงต้องมีการกาจัดวัชพืชไม่ให้มีการแข่งขันกับ
พืชปลูกเกินกว่าระดับจุดวิกฤติของการแข่งขันของวัชพืช และควรมีการกาจัดวัชพืชในช่วงจุดวิกฤติ
ทางการแข่งขันของวัชพืชต่อพืชปลูก ซ่ึงช่วงของการแข่งขันและระยะเวลาของการแข่งขันของวัชพืช
มีความสาคัญและจาเป็นในการท่ีจะสามารถเลือกใช้วิธีการป้องกันกาจัดวัชพื ชที่มีประสิทธิภาพ
เหมาะสม ประหยัด และปลอดภัย การมีการป้องกันกาจัดวัชพืช ช่วงระยะเวลาวิกฤติของการแข่งขัน
ของพชื ท่ปี ลูก โดยเฉพาะในพืชปลูกฤดเู ดยี ว จะอยู่ในช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตทางลาต้นของพืช
น้ัน ๆ หรือจะอยู่ในช่วงต้ังแต่เริ่มปลูกจนถึงอายุประมาณ 25 – 30เปอร์เซ็นต์ ของอายุพืชน้ัน ๆ
ดังนั้น มันสาปะหลังมีอายุการเก็บเกี่ยว 12 เดือน ช่วงอายุท่ีเหมาะสมในการมีการกาจัด หรือไม่ให้มี
การแขง่ ขันของวชั พชื ควรจะอยใู่ นช่วงตงั้ แต่เร่มิ ปลูกจนถงึ ระยะประมาณ 3 เดอื นหลังปลูก เปน็ ตน้
การจ้าแนกวชั พชื
วัชพืชอาจจาแนกได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะสิ่งสาคัญที่ต้องการศึกษา ในด้าน
การศึกษาการป้องกันกาจดั วัชพชื มกั จะนิยมจาแนกวัชพชื อย่างง่าย ๆ ตามลกั ษณะภายนอกของพชื
การจัดการความร้เู ทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลงั ในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 40
1. จา้ แนกตามลักษณะทางพฤกษศาสตร์ แบ่งเป็นประเภทตา่ ง ๆ ดงั นี้
1.1 วัชพืชใบแคบ คอื พชื ทอ่ี ย่ใู นวงศ์หญา้ ซ่ึงมลี ักษณะทส่ี าคญั ที่มองเห็นได้คือ ลาต้นเห็นข้อ
และปล้องชัดเจน ใบมีรูปร่างยาวเรียว เส้นใบขนานกัน เช่น หญ้านกสีชมพู หญ้าตีนติด และหญ้า
ตีนกา เปน็ ตน้
1.2 วัชพืชใบกว้าง มีทั้งพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเล้ียงคู่ ท่ีใบมีลักษณะแผ่กว้างและใบมี
ขนาดใหญ่กว่าวัชพืชใบแคบ เช่น ผักปลาบ ผักโขม ผักเบ้ียหิน สาบม่วง หญ้ายาง หญ้าท่าพระ และ
เซ่งใบมน เปน็ ต้น
1.3 วัชพืชกก คือ พืชท่ีอยู่ในวงศ์ Cyperaceae ลักษณะคล้ายวัชพืชใบแคบ ลาต้นอาจมี
ลักษณะกลม หรอื เปน็ สามเหลยี่ มและไม่มีขอ้ ปลอ้ ง เช่น แห้วหมู กกทราย กกดอกแบน และกกขนาก
เปน็ ตน้
2. จ้าแนกตามความยาวนานของชพี จักร
สามารถจาแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ วัชพืชอายุฤดูเดียวหรือวัชพืชล้มลุก และวัชพืชอายุ
หลายปีหรือวชั พชื อายขุ ้ามปี
2.1 วัชพืชอายุฤดูเดียว หมายถึง วัชพืชท่ีส้ินสุดอายุไขหรือชีพจักรภายใน 1 ฤดู กล่าวคือ
วัชพืชเหล่าน้ีจะงอกจากเมล็ด ออกดอก ติดเมล็ดแล้วตาย ภายในระยะเวลาสั้นประมาณ 3-4 เดือน
ปกตจิ ะขยายพันธโ์ุ ดยใชเ้ มล็ดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมล็ดจะงอกได้ตลอดปี บางชนิดเมล็ดมีการพักตัว บาง
ชนดิ สามารถแตกต้นใหม่ได้ เช่น ผักเบ้ียหิน ผักเบี้ยใหญ่ และผักปราบไร่ หากถูกตัดเป็นช้ินส่วนเล็กๆจะ
แพรก่ ระจายไดร้ วดเรว็ ข้นึ
2.2 วัชพืชข้ามปี จะมีอายุยาวนานกว่า 1 ปี สามารถออกดอก ติดเมล็ด ได้หลายครั้ง
นอกจากจะขยายพันธ์ุโดยเมล็ดแล้ว ยังขยายพันธ์ุได้ด้วยส่วนของลาต้นหรือหัวใต้ดินท่ีสะสมอาหาร
ภายในหัวหรอื เหงา้ น้นั มีตาทพี่ รอ้ มจะงอกเป็นต้นพืชข้ึนมาใหม่ เม่ือส่วนท่ีอยู่เหนือดินถูกทาลาย ปกติ
พอถึงฤดูแล้งวัชพืชเหล่าน้ีจะชะงักการเจริญเติบโต แต่พอถึงฤดูฝนจะเจริญเติบโตข้ึนมาใหม่ วัชพืช
เหลา่ นี้มักพบในพชื ปลูกทมี่ อี ายยุ ืนยาว มที ้ังใบเลี้ยงเดีย่ วและใบเลยี้ งคู่ ขนึ้ ไดท้ งั้ บนบกและในนา้
การปอ้ งกนั กา้ จัดวชั พชื ในมนั ส้าปะหลงั วิธีการปอ้ งกนั กาจดั วชั พืชอาจแยกได้เป็น 2 วธิ ีการ คอื
1. การกา้ จดั วชั พืชโดยไมใ่ ช้สารก้าจดั วชั พชื อาจทาไดห้ ลายวิธี เช่น
1.1 การไถเตรียมดนิ ก่อนปลูก ทาการไถพรวน 1-2 คร้งั โดยท้ิงระยะการไถครั้งแรก และครั้ง
ทีส่ องห่างกนั ประมาณ 1-2 สัปดาห์ การไถครั้งแรกเพื่อกาจัดวัชพืชท่ีขึ้นอยู่และการไถคร้ังท่ีสองกาจัด
วชั พืชทีง่ อกขึ้นมาใหมอ่ กี หลังจากไถคร้ังแรก
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลงั ในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก หน้า 41
1.2 การใช้แรงงานคนหรือเครื่องมือกล ระยะเวลาและจานวนครั้งของการกาจัดวัชพืชท่ี
เหมาะสม มีความสัมพันธ์ต่อผลผลิตมันสาปะหลังอย่างมาก การกาจัดวัชพืชควรกาจัด 2 คร้ัง ขณะท่ี
มันสาปะหลงั มีอายุ 30 วัน และ 60 วัน นอกจากการใช้แรงงานกาจัดวัชพืชแล้ว ยังมีการใช้เคร่ืองทุ่น
แรง เช่น รถไถเดินตามรถแทรกเตอร์ หรือไถพื้นเมืองซึ่งใช้กาจัดวัชพืชแตกต่างกันไปตามความ
เหมาะสมสาหรบั แตล่ ะทอ้ งที่ มรี ายงานวา่ การใชเ้ ครื่องจักรกลทุ่นแรงขนาดใหญ่ ทาให้ผลผลิตของมัน
สาปะหลังลดลงต่ากว่าการใช้สารกาจัดวัชพืชคือเมื่อใช้เครื่องจักรกล ขณะท่ีปลูกมันสาปะหลังได้ 15
วัน แตก่ ารใชเ้ คร่อื งจักรกลล่าช้าไปกวา่ น้ี ทาให้กระทบกระเทือนตอ่ หัวมันสาปะหลัง
1.3 อื่นๆ เช่น การใช้วัสดุคลุมดิน เลือกใช้อัตราปลูก วิธีการปลูกท่ีเหมาะสม หรือ การปลูก
พืชหมุนเวียนหรอื พืชสลบั
2. การกา้ จดั วชั พชื โดยใชส้ ารก้าจัดวชั พืช มอี ยู่ 3 ประเภท คือ
2.1 การใช้สารเคมกี ่อนปลูกพืช (pre-planting) เพ่ือช่วยกาจัดวัชพืชที่มีอยู่ในแปลงก่อนการ
เตรียมดนิ จะช่วยลดการระบาดของวัชพชื และชว่ ยให้การเตรียมดินสะดวกขึ้น ซึ่งมีส่ิงที่ต้องพิจารณา
คือ ถ้าต้องการรีบปลูกพืช ไม่มีเวลาไถตากดินท้ิงไว้ได้นานพอ สาหรับวัชพืชปีเดียวควรใช้สารเคมี
ประเภทไม่เลือกทาลาย ท่ีไม่มีฤทธิ์ตกค้าง เช่น พาราควอท (paraquat) หรือไกลโฟเสท
(glyphosate) พ่น 3 และ 10 วัน ก่อนการเตรียมดินตามลาดับ แต่ถ้ามีวัชพืชข้ามปีอยู่ ใช้ไกลโฟเสท
พ่นกอ่ นการเตรยี มดินประมาณ 10 วัน
2.2 การใช้สารเคมีก่อนงอก (pre-emergence) เป็นสารเคมีประเภทเลือกทาลายวัชพืช คือ
ป้องกันการงอกของเมล็ดวัชพืช ยับยั้งการเจริญเติบโต หรือ ทาลายต้นกล้าวัชพืชท่ีงอกแล้วแต่ยังอยู่
ใตด้ นิ จาเปน็ ต้องพน่ ทันทหี ลงั จากปลูกพชื เสร็จ และยงั มขี ้อควรระมดั ระวังเพิ่มเติม คือ การเตรียมดิน
ควรประณีตพอสมควร เพื่อกาจัดต้นวัชพืช หรือส่วนของวัชพืชให้หลุดจากดินและตากให้แห้งตาย มี
การตากดินระหวา่ งไถประมาณ 10-15 วัน ควรพน่ ขณะดินชุ่ม เช่น หลังฝนตกใหม่ ๆ หรือพ่นในขณะ
ดินแห้งที่สามารถให้น้าได้ หรือคาดว่าจะมีฝนตกภายใน 2-3 วัน แต่ไม่ควรให้น้าทันทีหลังการพ่น
โดยเฉพาะการให้นา้ แบบร่องหรือใหจ้ นท่วมแปลงปลกู เพราะอาจเปน็ การชะล้างสารกาจัดวัชพืชท่ีพ่น
ไว้ และดินทรายหรือดินที่มีอินทรียวัตถุต่าต้องใช้อัตราต่า ส่วนดินเหนียวหรือดินท่ีมีอินทรียวัตถุมาก
ตอ้ งใชอ้ ัตราสงู ข้นึ
2.3 การใช้สารเคมีกาจัดวัชพืชหลังงอกหรือหลังปลูก (post-emergence) หมายถึง การใช้
สารเคมีหลังจากที่พืชปลูกและวัชพืชงอกข้ึนมาแล้วแต่ต้องอยู่ในระยะก่อนออกดอก มีสารที่ใช้ 2
ประเภทคอื เลือกและไม่เลือกทาลาย มีคาแนะนาการใช้สารคือ หลังจากพ่นสารเคมีควรมีระยะปลอด
ฝนประมาณ 4 ชั่วโมง อาจมากหรือน้อยกว่านี้ ข้ึนกับชนิดของสารเคมีน้ันๆ การผสมสารจับใบหรือ
ผงซักฟอกบางชนิดอาจช่วยได้ ควรพ่นในช่วงที่ลมสงบและระวังละอองสารไม่ให้ปลิวไปโดนพืชอื่นที่
อยู่บรเิ วณใกลเ้ คียง
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลงั ในพนื้ ทีภ่ าคกลางและภาคตะวันตก หน้า 42
หลักการพิจารณาเพ่ือใช้สารเคมีก้าจัดวัชพืชให้มีประสิทธิภาพ มีหลักง่าย ๆ โดยทั่วไปในการ
พิจารณาคือ
1. การใช้ให้ถูกต้อง หมายถึง การเลือกสารเคมีกาจัดวัชพืชชนิดใดมาใช้ สารเคมีน้ันต้องไม่
ทาลาย หรือเป็นพิษต่อพืชปลูก สามารถกาจัดศัตรูพืชที่ข้ึนแข่งขันอยู่ได้ดี และมีประสิทธิภาพสูง มี
ข้ันตอนในการพิจารณาคือ จะใช้กาจัดวัชพืชในพืชปลูกอะไร จะใช้กาจัดวัชพืชอะไร จะใช้สารเสริม
ประสทิ ธิภาพประเภทไหน และควรใชห้ วั พ่นรูปพดั หรือหวั ปะทะ
2. การใช้ให้ถูกอัตรา การใช้สารเคมีกาจัดศัตรูพืชในอัตราที่สูงเกินไป จะเป็นการสิ้นเปลือง
สารเคมี แต่ถ้าใช้อัตราต่าเกินไปอาจทาให้การกาจัดศัตรูพืชไม่ได้ผลเท่าท่ีควร ดังน้ันควรใช้ให้ถูกต้อง
ตามคาแนะนา
3. การใชใ้ หถ้ กู เวลา หมายถึง ควรใชส้ ารเคมีเวลาใดจึงจะเหมาะสมและได้ประสทิ ธิภาพสูงสุด
เพราะสารเคมีกาจัดศตั รพู ชื ทวั่ ไปมีความสามารถในการกาจัดวชั พืชในระยะเวลาท่ีตา่ งกัน
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยีการผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ทภี่ าคกลางและภาคตะวันตก หน้า 43
ตารางท่ี 10 สารกาจัดวชั พชื ทีแ่ นะนาใหใ้ ชใ้ นการปลกู มนั สาปะหลัง
สารกาจัดวชั พืช อตั ราการใช้ กาหนด วชั พชื ทค่ี วบคุม หมายเหตุ
(กรมั (ai)/ไร)่
ไดยูรอน (diuron) การใช้ ได้
อะลาคลอร์ (alachior) 120-240
เมทรบิ ูซนิ (metribuzin) 300-320 พ่นคลุมดินก่อน วัชพืชที่งอกจาก ควรมีการไถเตรียมดินให้ร่วน
ออกซีฟลอู อร์เฟน 70-100
(oxyfluorfen) 40-50 มันส าปะหลั ง เมล็ ดชนิ ดใบ พอสมควร และไม่ควรมีต้น
เอส-เมโทลาดลอร์
ฟลมู โิ อซาซนิ 300-320 และวัชพืชงอก แคบและใบกว้าง วัชพืชงอกขึ้นมาก่อนปลูก
(flumioxazin) 10
ฟลูอะซิฟอป-พ-ี บวิ ทิล มั นดิ นควรมี ความช้ื น
(fluazifop-P-buty) 24
ฮาโลซฟี อป-อาร-์ เมทิล พอสมควร
(haloxyfop-R-methyl) 20
ควิ ซาโลฟอป-พ-ี ทฟวิ ริล พ่นหลังวัชพืช วัชพืชที่งอกจาก พ่นคลุมไปบนต้นวัชพืช
(Quizalofop-p-tefuryl) 10-14 งอกมีจานวนใบ เมล็ดประเภทใบ และมนั สาปะหลัง
พาราควอต 3-5 ใบ แคบ
(paraquat) 80-120
พ่นระหว่างแถว วัชพืชที่งอกจาก ใ ช้ วั ส ดุ ค ร อ บ หั ว พ่ น
หลังวัชพืชงอกมี เมล็ดประเภทใบ ป้องกันไม่ให้ละอองสาร
จานวนใบ 3-5 แคบและประเภท สัมผัสใบและลาต้นมัน
ใบ ใบกวา้ ง สาปะหลัง
อะลาคลอร์ + 300 + 80 พ่นคลุมดินก่อน วชั พืชที่งอกจาก ควรมีการไถเตรียมดินให้
พาราควอต
(alachlor+paraquat) มันสาปะหลั ง เมล็ด และต้น ร่วนพอสมควร และก่อน
และวัชพืชงอก อ่อนของวัชพืช ปลูกมีวัชพืชงอกข้ึนมา
ทุกชนิด สูงไม่ ดิ น ค ว ร มี ค ว า ม ชื้ น
เกนิ 15 ซม. พอสมควร
ไกลโฟเสท 120-240 พ่นระหว่างแถว วัชพืชทกุ ชนิด ใ ช้ วั ส ดุ ค ร อ บ หั ว พ่ น
(glyphosate) 75-150
กลูโฟซิเนท เมือ่ มนั สาปะหลงั ป้องกันไม่ให้ละอองสาร
สู ง เ กิ น 8 0 วัชพืชท่ีงอกจาก สัมผัสใบและลาต้นมัน
เซนตเิ มตร เมล็ดประเภท สาปะหลงั
ใบแคบ
หมายเหตุ : ใชน้ า้ อตั รา 80 ลติ รตอ่ ไร่
การจัดการความรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลงั ในพน้ื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 44