ตารางท่ี 16 คุณค่าทางโภชนาการของ มันเส้นเปรยี บเทียบกบั ข้าวโพด และปลายขา้ ว
คณุ คา่ ทางโภชนาการ มนั เส้น ข้าวโพด ปลายขา้ ว
โปรตนี (%) 2.00 8.00 8.00
พลังงานใชป้ ระโยชน์ได้(กโิ ลแคลอร่ี/กิโลกรัม)
- สาหรับสกุ ร 3,260 3,300 3,596
- สาหรบั สตั วป์ ีก 3,500 3,370 3,500
ไขมนั (%) 0.75 4.00 0.90
เย่ือใย(%) 4.00 2.50 1.00
แคลเซยี ม(%) 0.12 0.01 0.03
ฟอสฟอรสั (%) 0.05 0.10 0.04
กรดอะมิโนจาเปน็
-ไลซีน(%) 0.09 0.25 0.27
-เมทไธโอนนี +ซีนตนี (%) 0.06 0.39 0.32
-ทรปิ โตเฟน(%) 0.02 0.09 0.10
- ทรีโอนนี (%) 0.07 0.32 0.36
ทมี่ า :อทุ ัย และสกุ ัญญา (2547)
วิธีทามันเส้น นาหัวมันสดมาคัดแยกสิ่งเจือปนและเหง้าออก หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
และนาไปตากแดด โดยกลับทุก 2-3 ชั่วโมง โดยตาก 3 – 5 วัน จนความชื้นเหลือต่า
กว่า 10 เปอร์เซ็นต์นาไปเลี้ยงสัตว์ หรือบรรจุถุงใยพลาสติก เก็บไว้เลี้ยงสัตว์ภายหลัง
ประเทศไทยมีแสงแดดมากการทามนั เส้นเป็นวิธกี ารทาอาหารสตั วท์ ่งี า่ ยและประหยัด
การห่ันหวั มันอาจใชแ้ รงงานคน การตากเพื่อทามนั เสน้
หรอื เครอ่ื งจักร
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลงั ในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 96
มาตรฐานมันเส้น
แปง้ > 60 เปอร์เซ็นต์
ทราย < 3 เปอรเ์ ซ็นต์
เสน้ ใย <5.0 เปอร์เซน็ ต์
ความชืน้ < 14 เปอร์เซน็ ต์
ไมม่ ีกลน่ิ สี เชื้อรา แมลง และวัตถุเจือปน
การทาหวั มนั หมกั ในกรณีที่ไม่สามารถทามันเส้น เนื่องจากฝนตกชกุ ไมม่ ีแดด
การหมกั เป็นทางเลือกในการทาอาหารสตั ว์ โดยนาหัวมนั สาปะหลังมาสับเป็นช้นิ เล็ก ๆ หรอื
ห่ันเปน็ แผน่ บาง ๆ ผ่งึ ไวใ้ ห้หมาด 2-3 ชั่วโมง นามาผสมสารเสรมิ การหมกั ชนดิ ใดชนิดหน่งึ
เชน่ กากน้าตาล อัตรา 5 -10 เปอรเ์ ซน็ ต์ หรือใบมนั สดสับ อตั รา 30-50 เปอร์เซน็ ต์โดยน้าหนกั
หรอื ไม่ผสมสารเสริมการหมัก นามาใส่พลาสติก หรือภาชนะท่ปี ิดไดส้ นิท เช่น ถังพลาสตกิ
อดั มนั ให้แน่นและไลอ่ ากาศออกใหห้ มด ปิดปากถุงหรอื ฝาใหส้ นิทเก็บรักษาในโรงเรือนท่ีกัน
แดดและฝนเป็นเวลา 1 เดือน นามาเล้ียงสัตว์ได้
การทาความสะอาดหน่ั และหรอื สับหวั มัน ผึง่ ให้หมาด ผสมสารเสริมการหมัก
ใส่ในภาชนะกนั อากาศเขา้ -ออก อดั หวั มนั หมักคุณภาพดี
ใหแ้ นน่ และปดิ ให้สนทิ
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลงั ในพน้ื ท่ีภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 97
การทาใบมันสาปะหลงั เปน็ อาหารสตั ว์
1. ใบมันตากแห้ง หรือมันเฮย์
1) เกบ็ เกี่ยวใบมนั สาปะหลงั โดยการตัดท้ังช่อ(รวมส่วนลาต้นท่ีมีสีเขียว ก้านใบ ใบ
และยอด) หากลามันสาปะหลงั แกม่ าก เช่น ใบที่เก็บเก่ยี วพรอ้ มการเกบ็ เกยี่ วหวั ใหต้ ดั ลาต้นตรงจดุ
ใตใ้ บล่างสดุ ทม่ี ีสเี ขยี วอาจใช้ใบมนั ท่ีปลกู เพือ่ เก็บเก่ียวใบโดยเฉพาะ ซ่งึ สามารถเก็บเกย่ี วได้ทุก 2-3
เดือน
2) สบั ใบและลาตน้ อ่อนมันสาปะหลังเป็นชิ้น ขนาด 2-3 เซนตเิ มตร โดยใชม้ ดี หรอื
เครอื่ งสบั
3) นาไปตากบนพ้ืนซีเมนต์ หรือบนผ้าใยพลาสติก หรอื ผ้าตาขา่ ยไนลอ่ น โดยเกลย่ี ใบ
มันให้บาง ๆ (หนา 2-3 เซนติเมตร) เกลี่ยใบมันขณะตากทุก 2-3 ชวั่ โมง
4) ตาก 1-2 วัน ความชน้ื ยังคงสูงกว่า 10 เปอรเ์ ซน็ ต์ นาไปเลีย้ งสัตว์ได้ สัตวจ์ ะชอบ
กินเพราะยงั คงความนมุ่ และยังมสี ีเขียว
5) ตาก 3-5 วนั ความช้นื ตา่ กว่า 10 เปอร์เซน็ ต์ (ใชม้ ือกาดูจะกรอบ) สามารถเก็บไว้
ใหส้ ตั ว์กนิ ไดน้ าน
6) การเก็บรักษา ใบมันตากแห้งควรเก็บรักษาในถุงพลาสตกิ ปิดใหส้ นทิ ซง่ึ จะเกบ็
รกั ษาไดม้ ากกว่า 8 เดือนถงึ แมจ้ ะมฝี นตกในระหว่างการเก็บรกั ษา ถา้ เก็บรักษาในระยะสัน้ หรือในช่วง
ฤดูแลง้ อาจใชถ้ งุ ใยพลาสตกิ (ถุงปยุ๋ ) กไ็ ด้ แต่การเก็บรักษาแบบน้ี ใบมันแห้งจะเหม็นหืนและมีเชื้อ
รา ถ้ามีฝนตกในระหว่างการเกบ็ รกั ษา
(ก) (ข)
การเกบ็ เกย่ี วใบมนั สาปะหลัง (ก) จากแปลงปลกู เพ่ือผลิตใบโดยตรง และ (ข) เป็นผลพลอยได้เม่ือเกบ็ เก่ียวหัว
การจัดการความรู้เทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลังในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก หนา้ 98
การสบั ใบมันสาปะหลังและการตาก เพื่อทาใบมนั ตากแหง้
ตารางที่ 17 คุณคา่ ทางโภชนาการของใบ และยอดและใบมนั สาปะหลงั แหง้
คณุ ค่าทางโภชนาการ ใบ(1) ยอดและใบ(2)
ความช้ืน(%) 9.28 10.05
โปรตนี รวม(%) 23.10 18.78
เยื่อใย(%) 21.11 16.20
ไขมัน(%) 7.24 6.18
เถ้า(%) 5.72 9.27
แคลเซียม(%) 0.99 2.39
ฟอสฟอรสั (%) 0.73 0.20
กรดอะมโิ นท่จี าเป็น(%)
-ไลซีน 6.77 -
-เมทไธโอนีน 1.68 -
-ทรปิ โตเฟน 1.77 -
-ทรีโอนีน 4.88 -
ที่มา: (1) อุทัย และสกุ ัญญา (2547) (2) สมุ นั และคณะ (2547) อา้ งถงึ ใน นิลบุ ล (2552)
การจัดการความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลงั ในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก หน้า 99
วธิ หี มักใบมันสาปะหลัง
1) การเกบ็ เก่ียวและสับใบมันสาปะหลงั ทาเชน่ เดียวกับการตากแหง้ แต่เพ่อื ลดกรดไฮโดรไซ
ยานิคไดเ้ รว็ ควรสบั และผึง่ คา้ งคืน หรอื ผ่ึงในร่ม 2-3 ช่วั โมงก่อนหมัก (ความชื้น 70-75 เปอรเ์ ซ็นต์)
2) การหมกั โดยผสมสารเสรมิ การหมัก เช่น มนั เสน้ บด หรอื กากนา้ ตาล อตั รา 5 เปอรเ์ ซน็ ต์
หรอื หัวมนั สดสบั 25 – 50 เปอรเ์ ซ็นต์ โดยน้าหนักและหมัก
ผสมใบมันสาปะหลงั สับกบั สารเสริมการหมัก บรรจุถุงหรอื ถงั พลาสติกอัดให้แนน่
ไลอ่ ากาศออกคลกุ ใหเ้ ขา้ กัน
ปิดถงุ หรอื ฝาถังให้สนิท เกบ็ ไว้ในท่ีรม่ 1 เดอื น ใช้เลยี้ งสัตวไ์ ด้ และเกบ็ รักษาได้นาน 5 เดอื นข้ึนไป
การจดั การความรู้เทคโนโลยีการผลติ มันสาปะหลังในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 100
คุณภาพใบมันสาปะหลงั หมกั
ใบมนั สาปะหลังทหี่ มักตามวธิ ีการที่กลา่ วมาแลว้ ขา้ งต้น มคี ณุ ภาพดเี มื่อเทยี บกับมาตรฐานพืช
หมักของกรมปศุสัตว์ (นลิ ุบลและคณะ, 2552) ดังนี้
1. กลนิ่ หอมคลา้ ยผลไมด้ อง
2. สเี หลอื งอมเขียว
3. เนือ้ แน่น ไมเ่ ปน็ เมือก
4. ไม่เนา่ เสยี หรอื มีเชือ้ ราทาลาย (หากพบเชื้อราข้นึ ท่ีผิวใหเ้ อาออก สว่ นทเ่ี หลอื ยงั ใช้เลีย้ งสัตวไ์ ด้)
5. มีรสเปร้ียว (ค่าความเปน็ กรดเปน็ ดา่ ง หรอื pH 3.8 – 4.2)
6. กรดไฮโดรไซยานิคตา่ กว่า 100 มิลลิกรมั /กโิ ลกรัม
7. ความชน้ื 70-75 เปอร์เซ็นต์
8. โปรตนี 16-18 เปอรเ์ ซ็นต์
ลกั ษณะใบมันหมักมีคณุ ภาพดี
การผสมผลิตภัณฑใ์ บและหัวมันสาปะหลงั ในอาหารข้นของวัวนม
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ มันสาปะหลังในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 101
ผลิตภัณฑ์จากหวั และใบมนั สาปะหลงั ใช้เล้ียงสัตว์ได้ทั้งในรูปอาหารข้นหรืออาหารหยาบ
ปลา ไหมอีรี่
สัตวบ์ างชนิดกินใบมนั สาปะหลังสดได้ โดยไม่ไดร้ ับอนั ตรายจากสารพษิ
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ท่ภี าคกลางและภาคตะวันตก หน้า 102
บรรณานุกรม
กรมปศุสัตว์. 2547. มาตรฐานพืชอาหารสัตว์หมักของกองอาหารสัตว์. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร
แหง่ ประเทศไทย จากัด. กรงุ เทพฯ. 23 หน้า.
กรมปศุสัตว์. 2547. มาตรฐานพืชอาหารสตั วห์ มักของกองอาหารสัตว์. ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่
ประเทศไทย จากดั . กรุงเทพฯ. 23 หนา้ .
จารินี จันทร์คา. 2537. การขยายพันธุ์มันสาปะหลัง. ใน เอกสารวิชาการ มันสาปะหลัง ศูนย์วิจัย
พืชไรร่ ะยอง สถาบันวิจัยพชื ไร่. หน้า 63 – 70
นิลุบล ทวีกุล เพียงเพ็ญ ศรวัต แฉล้ม มาศวรรณา ศรีสุดา ทิพยรักษ์ บุญช่วย สงฆนาม
เทวาเมาลานนท์ อัจฉรา ลิม่ ศลิ า และ สมศักด์ิ ทองศรี. 2552. การตอบสนองของพันธ์ุ
ต่อเทคโนโลยีการแปรรูปใบมันสาปะหลังเพ่ือเป็นหารสัตว์. รายงานผลงานวิจัยประจาปี
2552 (เล่มท่ี 1) ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น สานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3. หน้า
29-45.
นลิ บุ ล ทวกี ลุ เพียงเพ็ญ ศรวตั แฉลม้ มาศวรรณา ศรสี ุดา ทพิ ยรกั ษ์ บญุ ชว่ ย สงฆนาม เท
วาเมาลานนท์ อัจฉรา ลิ่มศิลา และ สมศกั ด์ิ ทองศรี. 2552. การตอบสนองของพันธุ์ตอ่
เทคโนโลยกี ารแปรรปู ใบมนั สาปะหลงั เพ่ือเปน็ หารสัตว์. รายงานผลงานวจิ ัยประจาปี 2552 (เล่ม
ที่ 1) ศูนย์วจิ ยั พืชไรข่ อนแกน่ สานกั วิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตท่ี 3. หน้า 29-45.
ประสาท พันธุตา อัครพล เสนาณรงค์ สุภาสิต เสงี่ยมพงศ์ อนุชิต ฉ่าสิงห์ และ ขนิษฐ์ หว่าน
ณรงค์. 2554. วิจัยและพัฒนาเครื่องขุดและเก็บมันสาปะหลัง. ผลงานวิจัยดีเด่นและ
ผลงานวิจัยที่เสนอเข้าร่วมพิจารณาเป็นผลงานวิจัยดีเด่น ประจาปี 2554 .กรมวิชาการ
เกษตร.กรุงเทพฯ. 216 หนา้ .
วารณุ ี พานชิ ผล ฉายแสง ไผแ่ กว้ สมคดิ พรหมมา โสภณ ชินเวโรชน์ จันทกานต์ อรุณนันท์ วิ
โรชน์ ฤทธ์ิฤๅชัย และ วรรณา อ่างทอง. 2547. มาตรฐานพืชอาหารสัตว์หมักคุณภาพดี.
ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด. กรงุ เทพฯ. 70 หน้า.
สุกัญญา จัตตุพรพงษ์. 2543. รูปแบบธุรกิจและการใช้มันสาปะหลังเป็นอาหารสัตว์. เอกสาร
ประกอบการบรรยายในการสัมมนาวิชาการเรื่อง “การพัฒนามันสาปะหลังของไทย”
สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ. 11
กรกฎาคม 2543. 15 หน้า.
อนุชิต ทองกล่า, ชาญ ถิรพร และ โสภญ สินธุประมา. 2521. ผลของระยะเวลาการเก็บเก่ียว
หลังการตัดต้นท่ีมีต่อผลผลิตและคุณภาพมันสาปะหลัง. รายงานผลการทดลองมันสาปะหลัง
พ.ศ. 2521. สาขาพืชหัว กรมวิชาการเกษตร. หน้า 142-145.
การจัดการความรูเ้ ทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หน้า 103
อนชุ ติ ทองกลา่ , นเรศ สอนหลักทรัพย์, ชาญ ถิรพร และ โสภญ สินธุประมา. 2520. ผลของ
ระยะเวลาการเก็บเก่ียวหลังการตัดต้นท่ีมีต่อผลผลิตและคุณภาพมันสาปะหลัง. รายงานผล
การทดลองมันสาปะหลัง พ.ศ. 2520. สาขาพชื หวั กรมวิชาการเกษตร. หนา้ 99-102.
อนชุ ิต ฉา่ สงิ ห์ อัครพล เสนาณรงค์ สุภาสิต เสงี่ยมพงศ์ พกั ตร์วภิ า สุทธิวารี ยทุ ธนา เครอื หาญ
ชาญพงค์ ขนษิ ฐ์ หวา่ นณรงค์ และประสาท แสงพนั ธต์ุ า. 2552. วจิ ยั และพฒั นาเคร่อื งขดุ มัน
สาปะหลัง. รายงานผลงานวิจยั ประจาปี 2551: เคร่ืองจักรกลเกษตร. สถาบนั วิจยั เกษตร
วิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร. 2552.
อุทัย คันโธ และสุกัญญา จัตตุพรพงษ์. 2547. การใช้มันสาปะหลังเป็นอาหารสัตว์: ผลการใช้และ
ขอ้ มลู การวิจัยในประเทศไทย. ศูนยค์ ้นควา้ และพฒั นาวชิ าการอาหารสตั ว์ สถาบันสุวรรณวาจก
กสิกิจฯ และภาควิชาสัตวบาลคณะเกษตร กาแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นครปฐม.
99 หน้า.
การจดั การความรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังในพนื้ ที่ภาคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 104
บทที่ 8
เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตเฉพาะพนื้ ท่ี
อานนท์ มลพิ นั ธ์ุ1/สุภาพร สุขโต2/ และ นิลบุ ล ทวีกลุ 3/
การผลิตมนั สาปะหลังในสภาพดินด่างจังหวัดลพบุรี
สภาพพ้นื ท่สี ่วนใหญ่ของ ต.คลองเกตุ อ.โคกสาโรง จ.ลพบุรี มีสภาพของดินเป็นดินด่าง จาก
การวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของดินในการดาเนินงานวิจัยและพัฒนาของศูนย์วิจัยและพัฒนาการ
เกษตรลพบุรีในไร่เกษตรกรจานวนมากกว่า 30 แปลง พบว่า มีค่า pH 7.3-8.2 และมีปริมาณ
แคลเซียมท่ีแลกเปล่ียนได้ตั้งแต่ 2,774-17,572 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าปริมาณ
แคลเซียมที่แลกเปล่ียนได้ที่เหมาะสมกับการผลิตมันสาปะหลังที่ควรอยู่ในช่วง 125-2,500 มิลลิกรัม
ต่อกิโลกรัม (สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน, 2556) นอกจากน้ันพื้นท่ียังเป็นเขตอับฝนทา
ให้พืชหลายชนิดท่ีปลูกโดยอาศัยน้าฝนมีความเส่ียงสูงต่อการขาดน้า ส่วนพืชที่สามารถปลูกได้ดีใน
สภาพดนิ ดา่ ง ได้แก่ ขา้ วโพดเลีย้ งสัตว์ มคี วามเส่ยี งสูงต่อการขาดน้าในช่วงการออกดอกและระยะเร่ิม
ติดฝัก เน่ืองจากในเขตน้ีจะมีฝนท้ิงช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกลางสิงหาคม ดังน้ันมันสาปะหลัง
จึงเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่มากกว่าข้าวโพดเล้ียงสัตว์ ถึงแม้ว่าอาจพบอาการใบเหลืองซีด
(Chlorosis) แตม่ ันสาปะหลังเป็นพืชท่ีสามารถทนแล้งได้ดี รวมท้ังให้ผลตอบแทนต่อพ้ืนท่ีค่อนข้างสูง
กว่าการปลูกพชื ชนิดอ่ืนในกรณีเกดิ ความแหง้ แลง้
ผลของดินด่างต่อการเจริญเติบโตของพืชเกิดจากดินมีค่า pH สูง มีปริมาณแคลเซียม
คาร์บอเนต (CaCO3) อยู่มาก ส่งผลให้ความเข้มข้นของแคลเซียมไอออน (Ca2+)ในสารละลายดินสูง
และมีอนุมูล HCO3-สูง ส่งผลทาให้ความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารหลายชนิดลดลง เช่น
ฟอสฟอรัส และเหล็ก นอกจากนั้นยังทาให้กระบวนการทางสรีรวิทยาของพืชเกิดความผิดปกติ
สาหรับความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสฟอสเฟตในสารละลายดินจะทาปฏิกิริยากับแคลเซียม
(Ca2+)ทาให้เกดิ การตกตะกอนในรปู แคลเซยี มฟอสเฟต (Ca3(PO4)2) ซึ่งเป็นรูปที่ละลายน้าได้ยากส่วน
ความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็กในดินท่ีมีค่า pH สูง จะทาให้ Fe3+ในสารละลายดินเกิดการ
ตกตะกอนในรปู ของ Fe(OH)3เพ่มิ ขน้ึ ซงึ่ เปน็ รปู ทีล่ ะลายนา้ ไดย้ าก สง่ ผลทาให้พชื ขาดธาตเุ หล็ก
------------------------------------------------ หน้า 105
1/นักวชิ าการเกษตรชานาญการพิเศษ ศูนยว์ จิ ยั และพฒั นาการเกษตรลพบรุ ี
2/นักวิชาการเกษตรชานาญการศนู ย์วิจยั และพัฒนาการเกษตรอุทัยธานี
3/ผ้เู ชี่ยวชาญด้านการจดั การผลิตพืชที่เหมาะสมกบั สภาพพื้นที่ (ภาคกลาง)
สานกั วิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จงั หวดั ชัยนาท
การจัดการความรเู้ ทคโนโลยีการผลติ มันสาปะหลังในพน้ื ทีภ่ าคกลางและภาคตะวนั ตก
นอกจากนั้นการขาดธาตุเหล็กของพืชในดินด่างยังอาจมาจากสาเหตุด้านกระบวนการทาง
สรรี วทิ ยาของพืชด้วย เนื่องจากดินด่างมีความเข้มข้นของCa2+และมีอนุมูล HCO3-สูง จะทาให้การดูด
ใชแ้ ละการลาเลียงธาตุเหลก็ ภายในต้นพชื ลดลงส่งผลให้ใบอ่อนมีอาการสีเหลืองซีดเนื่องจากธาตุเหล็ก
มีบทบาทสาคัญในปฏิกิริยาการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์และธาตุเหล็กไม่สามารถเคลื่อนที่จากใบแก่ไป
ยงั ใบอ่อนได้
การปรบั ใช้เทคโนโลยกี ารผลิตมนั สาปะหลงั
1. การใชพ้ ันธม์ุ ันสาปะหลังทเี่ หมาะสมตอ่ สภาพดินด่าง
มันสาปะหลังพันธ์ุระยอง 5 ระยอง 72 ระยอง 11 สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพดินด่าง
แต่อาจพบว่าอาการใบอ่อนและยอดสีเหลืองซีด (Chlorosis) และขอบใบแห้งบ้าง (ภาพที่ 16)
นอกจากน้ันในกรณีเกษตรกรมีการให้น้าชลประทานแบบน้าหยดและให้ในปริมาณท่ีเหมาะสมมัน
สาปะหลังพันธุ์ระยอง 11 เป็นพันธ์ุที่มีศักยภาพการให้ผลผลิตหัวสดต่อไร่สูงและให้ปริมาณแป้งในหัว
สดสูง ทาให้ได้รับผลตอบแทนต่อพื้นท่ีเพ่ิมข้ึน ส่วนพันธุ์ระยอง 7 และระยอง 9 ไม่แนะนาให้ปลูกใน
สภาพดนิ ด่าง เน่อื งจากจะมอี ตั ราการอยู่รอดหลงั ปลูกน้อยและไมท่ นต่อสภาพดินด่าง
ภาพท่ี 7 ลกั ษณะอาการใบเหลืองซีดและขอบใบแหง้ ของมนั สาปะหลังทป่ี ลูกในสภาพดนิ ด่าง
2. การใชป้ ุย๋ เคมีในสภาพดินด่าง
การใช้ปุ๋ยเคมีในการผลิตมันสาปะหลังในสภาพดินด่าง ซ่ึงมีปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนต
(CaCO3) ในดินอยู่มากทาให้ความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารหลายชนิดลดลง รวมทั้งปุ๋ยเคมีที่ใช้
อาจจะสูญเสียไดง้ ่ายหรอื ความเปน็ ประโยชน์ลดลงเช่น
การใช้ปุ๋ยยูเรีย (CO(NH2)2) ในสภาพดินด่าง ปุ๋ยยูเรียที่ใส่จะถูกเปล่ียนรูปเป็นแอมโมเนีย
(NH3) อย่างรวดเร็ว เนื่องจากดินด่างมีปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตสูงเม่ือเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
การจัดการความรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลงั ในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 106
ก่อให้เกิดไฮดรอกซิลไอออน (OH-) ซ่ึงมีความสัมพันธ์กับแอมโมเนียม (NH4+) ท่ีได้จากการใส่ปุ๋ยยูเรีย
และเกิดปฏิกริ ยิ าเปล่ียนรูปเป็นกา๊ ซแอมโมเนยี (NH3) อยา่ งรวดเร็ว ดงั สมการ
NH4+ + OH-
NH3 + H2O
กา๊ ซแอมโมเนีย (NH3) ทเี่ กิดข้ึนจะสูญเสียไปยังบรรยากาศต่อไป ดังนั้นการใส่ปุ๋ยยูเรียจึงควร
กลบลงดินหรือควรไถกลบให้ลึกพอประมาณเพ่ือลดการสญู เสีย
การใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสในสภาพดินด่าง ปุ๋ยในรูปของไดแอมโมเนียมฟอสเฟต
(Diammonium phosphate; (NH4)2HPO4) จะช่วยลดการใส่ปริมาณแคลเซียมลงเมื่อเทียบปุ๋ย
ซุปเปอร์ฟอสเฟต (Superphosphate; Ca(H2PO4)2+CaSO4) และทริปเปิลซุปเปอร์ฟอสเฟต (Triple
superphosphate; Ca(H2PO4)2) ทม่ี แี คลเซียมเปน็ องคป์ ระกอบทางเคมี นอกจากนั้นปุ๋ยฟอสฟอรัสที่
ใส่ลงไปในดินบางส่วนจะทาปฏิกิริยากับแคลเซียม (Ca2+) ทาให้ตกตะกอนในรูปแคลเซียมฟอสเฟต
(Ca3(PO4)2 + 4H+) ซึ่งเป็นรูปที่ละลายน้าได้ยากส่งผลให้ความเป็นประโยชน์ลดลง ดังนั้นการใช้ปุ๋ย
ฟอสฟอรัสในสภาพดินด่างควรพิจารณาใส่ในปริมาณท่ีมากขึ้นจากคาแนะนาเพื่อเพ่ิมความเป็น
ประโยชนข์ องฟอสฟอรสั ในดนิ
สาหรบั การใช้ปุย๋ เคมตี ามคา่ วเิ คราะห์ดนิ ในสภาพดนิ ดา่ ง ในพนื้ ท่ี ตาบลคลองเกตุ อาเภอโคก
สาโรง จังหวัดลพบุรี ที่มีลักษณะเนื้อดินเป็นดินเหนียวสีดาปนเม็ดปูนหรือดินร่วนเหนียวสีเทาปนเม็ด
ปนู จากผลวิเคราะห์คณุ สมบตั ิทางเคมีของดินในการดาเนนิ งานทดสอบและแปลงต้นแบบมากกว่า 30
แปลง พบว่า มีปริมาณอินทรียวัตถุ 1.03-3.10 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสท่ีเป็นประโยชน์ 3-26
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และปริมาณโพแทสเซียมท่ีแลกเปลี่ยนได้ 45-290 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เม่ือ
วิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของดินกับคาแนะนาตามค่าวิเคราะห์ดินดังเน้ือหาในบทที่ 4 จะเห็นว่า
ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอัตรา 4 กิโลกรัมต่อไร่ ของ N ปุ๋ยฟอสฟอรัสอัตรา 4-8 กิโลกรัมต่อไร่ของ P2O5
ต่อไร่ และปุ๋ยโพแทสเซียม 4-8 กิโลกรัมต่อไร่ของ K2O เมื่อพิจารณาความเป็นประโยชน์ของปุ๋ยเคมี
โดยเฉพาะการใชป้ ุ๋ยยเู รยี และป๋ยุ ฟอสฟอรสั ในดินด่างซง่ึ ควรใส่ปริมาณเพ่ิมขึ้นจากคาแนะนา ดังน้ันจึง
สามารถสรปุ อตั ราท่เี หมาะสมคอื
ใช้ปุ๋ยเคมีที่อัตรา 6-8-10 กิโลกรัมต่อไร่ของ N-P2O5-K2O โดยใส่ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (ปุ๋ยเคมี
18-46-0) ปริมาณ17 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (ปุ๋ยเคมี 0-0-60) ปริมาณ 16.5
กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ กลบลงไปดนิ กอ่ นปลูกหรอื หวา่ นก่อนการชักร่องปลูก และใส่ปุ๋ยยูเรีย (ปุ๋ยเคมี 46-0-0)
ปรมิ าณ 6.5 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ ในช่วงมนั สาปะหลังอายุ 2-3 เดือนหลังปลูก
การจดั การความรู้เทคโนโลยีการผลิตมนั สาปะหลังในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก หนา้ 107
3. การพน่ ธาตอุ าหารเสรมิ ทางใบ
การปลูกมันสาปะหลังในสภาพดินด่างทาให้ใบและยอดเกิดอาการเหลืองซีด (Chlorosis)
เนอื่ งจากขาดธาตเุ หลก็ ซง่ึ เป็นองคป์ ระกอบของคลอโรฟิลล์ โดยอาการขาดธาตุเหล็กเกิดท่ีใบอ่อนก่อน
เพราะธาตเุ หล็กไม่สามารถเคล่อื นทจี่ ากใบแกไ่ ปยงั ใบออ่ นได้ ดงั น้ันในสภาพดินด่างควรพ่นธาตุอาหาร
เสริม (จุลธาตุ) ทางใบให้กับมันสาปะหลังโดยเฉพาะธาตุเหล็ก รูปของปุ๋ยใช้ควรจะอยู่ในรูปของปุ๋ย
เหลก็ คเี ลท (Fe chelates) ซ่ึงเป็นรปู สารประกอบอนิ ทรีย์ ควรฉดี พน่ 2-3 ครง้ั เม่ือต้นมนั สาปะหลังมี
อาการขาดธาตุเหล็ก โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-4 เดือนหลังปลูก หลังฉีดพ่นพืชจะเริ่มมีใบสีเขียวข้ึน
ใหม่อีกครงั้ แต่เมือ่ มนั สาปะหลังเจริญเติบโตมากขึ้นอาจจะพบอาการใบเหลอื งซีดอีกครั้ง ซ่ึงไม่สามารถ
เขา้ ไปฉีดพน่ ไดแ้ ตม่ นั สาปะหลงั สามารถทนต่อสภาพดนิ ดา่ งไดด้ ีข้ึน
4. การควบคมุ ปรมิ าณนา้ ให้เหมาะสม
การให้น้าชลประทานในสภาพพ้ืนที่ดินด่าง ควรให้น้าในปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงการ
เจรญิ เตบิ โตของมันสาปะหลังและชนดิ ของเนื้อดิน เนือ่ งจาก
ในกรณีให้น้ามากเกินความจาเป็นในสภาพดินด่างจะทาให้ปริมาณความเข้มข้นของสารปูน
เพ่ิมขึ้น ซึ่งมีผลต่อระดับความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืช เนื่องจากน้าจะเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไล
ซิสของสารแคลเซียมคาร์บอเนตก่อให้เกดิ ไฮดรอกซิลไอออน (OH-) ซ่งึ ทาใหค้ ่า pH สูงขึ้น ดังสมการ
CaCO3 + H2O Ca2+ + HCO3- + OH-
การให้น้าชลประทานท่ีมากเกินความจาเป็นในสภาพดินด่างอาจทาให้ใบมันสาปะหลังมี
อาการใบสีเหลืองซีดมากข้ึนหรือมีอาการขอบใบแห้งเพ่ิมขึ้น รวมท้ังความเป็นประโยชน์ของ
ฟอสฟอรัสและเหล็กในดินลดลงและการดูดใช้ธาตุอาหารลดลงส่งผลให้ผลผลิตหัวสดลดลงได้ ดังนั้น
จึงควรควบคุมปริมาณการใหน้ า้ อยา่ งเหมาะสมในการปลูกมันสาปะหลงั ในสภาพพ้ืนท่ดี นิ ด่าง
การยอมรับเทคโนโลยีของเกษตรกร
1. เกษตรกรในพ้ืนท่ีมีความเข้าใจถึงผลกระทบของดินด่างต่อการเจริญเติบโตและการให้ผล
ผลิตของมนั สาปะหลงั เพมิ่ ข้ึน
2. เกษตรกรเลือกใช้พันธ์ุมันสาปะหลังและการใช้ปุ๋ยเคมีมีความเหมาะสมต่อสภาพดินด่าง
เพมิ่ ขึ้น
3. เกษตรกรมีการใช้ธาตุอาหารเสริมโดยเฉพาะธาตุเหล็กฉีดพ่นทางใบเพื่อทาให้ใบมัน
สาปะหลังมสี ีเขยี วขน้ึ และทาใหต้ น้ มนั สาปะหลังเจรญิ เตบิ โตไดด้ ีข้ึน
การจดั การความรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังในพนื้ ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 108
4. เกษตรกรลดการใช้ปจั จยั การผลิตทางการเกษตรที่เกินความจาเป็น เช่น ฮอร์โมน สารเคมี
ทางการเกษตร และปุ๋ยเคมอี ืน่ ๆ ทไ่ี ม่เหมาะสม สง่ ผลใหต้ น้ ทุนการผลิตต่อไรล่ ดลง
5. เกษตรกรท่ีปลูกมันสาปะหลังโดยให้น้าชลประทานแบบระบบน้าหยด ทาให้ มี
ประสทิ ธิภาพในการให้นา้ เพม่ิ ขนึ้ และทาให้การเจรญิ เติบโตของตน้ มนั สาปะหลงั ดขี ึ้น
การพัฒนาเกษตรกรต้นแบบในพนื้ ที่
ในช่วงก่อนเข้าดาเนินงานทดสอบและการจัดทาแปลงต้นแบบในพ้ืนที่ เกษตรกรผู้ปลูกมัน
สาปะหลัง มีปัญหาในการผลิตหลายด้าน เช่น ไม่เข้าใจผลของสภาพดินด่างต่อการเจริญเติบโตและ
การให้ผลผลิตของมันสาปะหลัง มีการเปลี่ยนพันธุ์ตามคาโฆษณาชวนเชื่อ การใช้ต้นพันธุ์ท่ีตัดกองไว้
ในแปลงเป็นเวลานาน และการใช้ปัจจัยการผลิตทางเกษตร (ปุ๋ยเคมี สารเคมีทางการเกษตร) ท่ีไม่
ถูกต้องและไม่เหมาะสม ทาให้ผลผลิตต่อไร่ต่าและต้นทุนการผลิตสูง เม่ือศูนย์วิจัยและพัฒนาการ
เกษตรลพบุรไี ด้เขา้ ไปถา่ ยทอดเทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังอย่างถูกต้องและเหมาะสมร่วมกับการ
ดาเนินงานวจิ ยั และพัฒนา รวมถงึ การจัดทาแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสาปะหลัง
ในพ้ืนท่ี ผลลัพธ์ที่ได้ทาให้ผลผลิตมันสาปะหลังต่อไร่สูงขึ้นอย่างเด่นชัดและช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย
ผลผลิต นอกจากนั้นยงั เกิดการพฒั นาเกษตรกรผู้นาที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังที่
ถูกต้องรวมถึงสามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการผลิต ต้นทุนการผลิตและราคาได้ ซึ่ง
เกษตรกรผูน้ าต้นแบบมีจานวน 2 ราย ดังน้ี
1. นายสมพิษ คาหวาน
บ้านเลขที่ 199 หมู่ 5 ต.คลองเกตุ อ.โคกสาโรง จ.ลพบรุ ี
พกิ ดั แปลง 47P X691057 Y1660206
ชนดิ เน้ือดิน ดินรว่ นเหนยี วสเี ทาปนเม็ดปูน
คุณสมบัติทางเคมีของดิน ค่า pH 8.21 ปริมาณ
อนิ ทรียวัตถุ 2.63 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทงั้ หมด
0.132 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสท่ีเป็นประโยชน์ 9 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณโพแทสเซียมท่ี
แลกเปล่ียนได้ 129 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณแคลเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 4,894 มิลลิกรัมต่อ
กิโลกรัม ปริมาณแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 395 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และปริมาณเหล็กท่ี
แลกเปล่ยี นได้ 4.44 มลิ ลิกรัมตอ่ กโิ ลกรัม
ข้อมลู การผลติ เดิม
- ไมเ่ ขา้ ใจผลของสภาพดนิ ดา่ งตอ่ การเจรญิ เติบโตและให้ผลผลติ ของมนั สาปะหลัง
- ผลผลติ หัวสดเฉลีย่ 3.5-4 ตนั ต่อไร่
การจดั การความรู้เทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลังในพนื้ ทภี่ าคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 109
ผลของการปรับใช้เทคโนโลยี
- ใชม้ นั สาปะหลงั พนั ธ์ุระยอง 11 ทสี่ ามารถเจรญิ เตบิ โตได้ดใี นสภาพดนิ ดา่ ง
- ไดผ้ ลผลติ หวั สดต่อไร่เพิม่ ข้นึ เฉล่ยี 6.5 ต่อไร่
- ใชป้ ุ๋ยเคมีตามค่าวเิ คราะหด์ นิ อตั รา 6-8-10 กิโลกรัมตอ่ ไรข่ อง N-P2O5-K2O
- ใช้ป๋ยุ ธาตอุ าหารเสริม ไดแ้ ก่ เหล็กคเี ลท พ่นทางใบ
- ลดการใช้ปัจจยั การผลติ ทไ่ี มจ่ าเป็นไดแ้ ก่ ฮอร์โมนพืช ปยุ๋ เคมีละลายน้าในรูปต่าง ๆ
- ในปีท่ผี า่ นมามีการใชร้ ะบบนา้ หยดชว่ ยเพมิ่ ผลผลิตต่อไรใ่ หส้ ูงข้ึน
2. นายเศรษฐสิทธิ์ ตั้งสมบูรณ์
บ้านเลขท่ี 555 หมู่ 10 ต.คลองเกตุ อ.โคกสาโรง จ.ลพบุรี
พกิ ดั แปลง 47P X688955 Y1658322
ชนิดเนือ้ ดิน ดนิ ร่วนเหนียวสเี ทาปนเม็ดปูน
คุณสมบัติทางเคมีของดิน ค่า pH 8.14ปริมาณอินทรียวัตถุ 2.58
เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.129 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 6มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณ
โพแทสเซียมที่แลกเปล่ียนได้ 97มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณ
แคลเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 5,173 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณ
แมกนีเซียมท่ีแลกเปล่ียนได้ 1004 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ
ปรมิ าณเหลก็ ท่แี ลกเปลีย่ นได้ 6.67 มลิ ลกิ รัมต่อกโิ ลกรมั
ขอ้ มูลการผลิตเดิม
- ไม่เขา้ ใจผลของสภาพดินด่างตอ่ การเจรญิ เติบโตและให้ผลผลติ ของมนั สาปะหลงั
- ผลผลติ หัวสดเฉลีย่ 4.0 ตนั ต่อไร่
ผลของการปรบั ใชเ้ ทคโนโลยี
- ใชม้ ันสาปะหลังพนั ธุ์ระยอง 11 ท่สี ามารถเจริญเตบิ โตไดด้ ีในสภาพดินด่าง
- ได้ผลผลิตหวั สดต่อไรเ่ พมิ่ ขึน้ เฉลีย่ 6.5 ตอ่ ไร่
- ใชป้ ุ๋ยเคมีตามคา่ วเิ คราะห์ดนิ อตั รา 6-8-10 กโิ ลกรัมตอ่ ไรข่ อง N-P2O5-K2O
- ใช้ปยุ๋ ธาตุอาหารเสรมิ ได้แก่ เหลก็ คเี ลทโดยการฉีดพน่ ทางใบ
- ลดการเปล่ยี นไปใชพ้ ันธม์ุ ันสาปะหลงั ตามคาโฆษณาชวนเชอ่ื
- ลดการใชป้ ัจจยั การผลติ ที่ไม่จาเปน็ ไดแ้ ก่ ฮอรโ์ มนพชื และปุ๋ยเคมีละลายนา้ ในรูปตา่ ง ๆ
- ในปีท่ผี ่านมามกี ารใช้ระบบน้าหยดช่วยเพ่มิ ผลผลิตต่อไร่ให้สงู ข้ึน
การจัดการความรูเ้ ทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลงั ในพนื้ ท่ีภาคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 110
การเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ มันสาปะหลังในพืน้ ที่จงั หวัดอทุ ัยธานี
อุทัยธานีเป็นหน่ึงในจังหวัดท่ีปลูกมันสาปะหลังมากของเขตพื้นที่ภาคตะวันตก โดยในปี
2557 มีพื้นท่ีปลูกมันสาปะหลัง 139,587 ไร่ และเพิ่มขึ้นเป็น 155,753 ไร่ในปี 2558 แต่ผลผลิต
เฉล่ียของจังหวัด (3.4 ตันต่อไร่) ยังคงต่ากว่าผลผลิตเฉลี่ยของทั้งประเทศ (3.6 ตันต่อไร่) ท้ังน้ี
เน่ืองมาจาก สภาพดนิ ในเขตปลูกมันสาปะหลังจังหวัดอุทัยธานีส่วนใหญ่ มีลักษณะดินเป็นดินร่วนปน
ทรายมคี วามอดุ มสมบูรณ์ต่า มักประสบปัญหาความแห้งแล้งและฝนท้ิงช่วงเป็นเวลานาน การใช้พันธุ์
และเทคโนโลยีการผลิตที่ยังไม่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพพ้ืนท่ี โดยเกษตรกรปลูกมันสาปะหลังถี่
เกินไป และส่วนใหญ่ยังใช้ปุ๋ยไม่ถูกต้อง ท้ังสูตรปุ๋ย วิธีการและช่วงเวลาในการใส่ รวมถึงปริมาณปุ๋ยที่
ใส่ นอกจากนั้น ที่มีการปลูกมันสาปะหลังมาช้านานโดยขาดการปรับปรุงบารุงดิน ทาให้สภาพดิน
เสื่อมโทรมลงตามลาดับ การจัดการแมลงศัตรูยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และขาดการใช้พันธุ์ท่ี
เหมาะสมกับสภาพพื้นท่ี ทาให้ได้ผลผลิตและคุณภาพต่า โดยในพื้นที่ อ.ลานสัก และ อ.สว่างอารมณ์
มันสาปะหลังให้ผลผลิตเพียง 2-3 ตันต่อไร่ จากการร่วมวิเคราะห์ประเด็นปัญหา และหาแนวทางใน
การแก้ไขปัญหาร่วมกับเกษตรกร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุทัยธานี จึงได้ถ่ายทอดเทคโนโลยี
ในการเพม่ิ ประสิทธิภาพการผลิตมนั สาปะหลังใหเ้ กษตรกร โดยการฝึกอบรม ซึ่งเน้นเรื่องการปรับปรุง
ดินและการจัดการปุ๋ย พันธ์ุมันสาปะหลัง ระยะปลูกท่ีเหมาะสม และการจัดการแมลงศัตรูของมัน
สาปะหลงั ทถ่ี ูกต้องและเหมาะสม ควบคไู่ ปกบั การจัดทาแปลงตน้ แบบในไร่เกษตรกร โดยเกษตรกรทา
แปลงต้นแบบด้วยตัวเอง และมีคณะผู้วิจัยเป็นพ่ีเลี้ยงอย่างใกล้ชิด เรื่องเทคโนโลยีการผลิตมัน
สาปะหลงั อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม ซึ่งประกอบดว้ ย การเปรยี บเทียบเทคโนโลยี 2 ชุด ดงั น้ี
1. เทคโนโลยเี กษตรกร เป็นเทคโนโลยที ่เี กษตรกรปฏิบตั มิ าอย่างต่อเน่ือง ซึ่งเกษตรกรแต่ละ
รายมวี ธิ กี ารปฏิบัติที่แตกต่างกัน คือ ใช้พันธ์ุระยอง 5 ระยอง 9 และ ห้วยบง 60 ระยะปลูก 0.5x0.5
0.6x0.6 1.0x0.3 1.0x0.5 1.0x0.7 และ 1.0x0.8 เมตร ไม่มีการปรับปรุงดินก่อนปลูก ไม่มีการแช่
ท่อนพันธ์ุเพื่อป้องกันกาจัดเพล้ียแป้งก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 อัตรา 15-50 กิโลกรัมต่อไร่
หรือ 18-46-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ และ 0-0-60 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ 15-15-15 อัตรา
25-50 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ ใส่เป็นปุ๋ยรองพื้น และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ 15-
15-15 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ 46-0-0 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ผสมกับ 15-15-15 อัตรา 25
กิโลกรมั ต่อไร่ เปน็ ปยุ๋ แตง่ หนา้ เม่อื มนั สาปะหลังมอี ายุ 3-5 เดอื นหลังปลกู
2. เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ ระยะปลูก 1.0 x 0.8 เมตร ปรับปรุงบารุงดิน
ด้วยมลู ไกแ่ กลบ 500 กโิ ลกรัมต่อไร่ ใช้พันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรที่ให้เปอร์เซ็นต์แป้งสูง ได้แก่ พันธุ์
ระยอง 11 แช่ท่อนพันธ์ุก่อนปลูกป้องกันกาจัดเพลี้ยแป้ง และใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน โดยใช้
18-46-0 และ 0-0-60 เป็นปุ๋ยรองพ้ืน และใส่ 46-0-0 เป็นป๋ยุ แต่งหนา้ ทีอ่ ายุ 1 และ 3 เดือนหลังปลกู
ดาเนินการในช่วงปี 256 – 2558 ในแปลงเกษตรกรจานวน 30 ราย ๆ ละ 5 ไร่พบว่า
เกษตรกรมีความรู้เพ่ิมข้ึนร้อยละ 32 – 83 ในด้านการปรับปรุงดิน พันธ์ุ ระยะปลูก ป้องกันกาจัด
การจัดการความรู้เทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลังในพน้ื ทภี่ าคกลางและภาคตะวนั ตก หนา้ 111
แมลงศัตรู และใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสาหรับมันสาปะหลัง และเกษตรกรมีความพึงพอใจในการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่วนการทาแปลงต้นแบบ พบว่าการใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ให้
ผลผลิตมันสาปะหลังเฉล่ีย 5.5ตันต่อไร่ สูงกว่าเทคโนโลยีของเกษตรกร 1.8 ตันต่อไร่ และให้
เปอร์เซ็นต์แป้งในหัวสูงกว่า (ตารางท่ี 18 ) ถึงแม้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรจะมีต้นทุนต่อไร่
สูงกว่าเทคโนโลยีของเกษตรกร แต่ให้รายได้และผลตอบแทนสูงกว่า (ตารางท่ี 19 ) เกษตรกรมี
ความพึงพอใจในเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรโดยเฉพาะการปรับปรุงบารุงดินและพันธ์ุถึงร้อยละ
90 – 100 การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินโดยผสมปุ๋ยจากแม่ปุ๋ยใช้เองร้อยละ 70 -–90 ระยะปลูก
ร้อยละ 50 – 70 และการแช่ท่อนพันธุ์ป้องกันกาจัดเพลี้ยแป้งร้อยละ 40 – 50 และยอมรับการใช้
เทคโนโลยขี องกรมวชิ าการเกษตร และมเี กษตรอ่ืนรบั เทคโนโลยไี ปขยายผลตอ่ ไมต่ ่ากวา่ 100 ราย
ตารางที่ 18 ผลผลิต ผลต่าง ผลผลติ ทเ่ี พม่ิ ข้นึ และเปอร์เซน็ ตแ์ ปง้ ของมันสาปะหลังแปลงเกษตรกร
ต้นแบบเทคโนโลยีการผลิตมันสาปะหลังอย่างถูกต้องและเหมาะสมปี จ.อุทัยธานี
ระหวา่ ง ปี 2556-2558
ปี พ.ศ. ผลผลิต (กก./ไร)่ ผลต่าง ผลผลิตท่ี เปอรเ์ ซน็ ต์แป้ง (%)
(กก./ไร่) เพม่ิ ขึน้
เทคโนโลยี เทคโนโลยีกรม (%) เทคโนโลยี เทคโนโลยีกรม
เกษตรกร วิชาการเกษตร เกษตรกร วชิ าการเกษตร
2556 3,161 5,471 2,310 76.3 26.8 29.8
2557 2,778 5,068 2,290 82.4 22.9 23.6
2558 5,207 6,005 798 16.8 31.7 31.8
เฉล่ยี 3,715 5,515 1,799 58.5 27.1 28.4
ตารางที่ 19 ต้นทุน (บาทต่อไร่) รายได้ (บาทต่อไร่) ผลตอบแทน (บาทต่อไร่) และ อัตราผลตอบแทน
ต่อการลงทุน (BCR) ของของมันสาปะหลังแปลงเกษตรกรต้นแบบเทคโนโลยีการผลิตมัน
สาปะหลังอยา่ งถูกต้องและเหมาะสม จ.อุทยั ธานี ปี 2556-2558
ปี พ.ศ. ต้นทนุ เทคโนโลยเี กษตรกร BCR เทคโนโลยกี รมวิชาการเกษตร
รายได้ ผลตอบแทน ต้นทนุ รายได้ ผลตอบแทน BCR
2556 5,948 6,954 1,007 1.2 6,630 12,043 5,405 1.8
2557 5,167 6,617 1,450 1.3 5,844 12,108 6,265 2.1
2558 5,381 11,976 6,595 2.3 6,189 13,811 7,622 2.3
เฉลี่ย 5,499 8,516 3,017 1.6 6,221 12,654 6,431 2.1
การจดั การความรูเ้ ทคโนโลยีการผลติ มนั สาปะหลงั ในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวันตก หนา้ 112
บรรณนุกรม
ปัทมาวิตยากร. 2547. ความอุดมสมบูรณ์ของดินขน้ั สูง. ภาควชิ าทรัพยากรทีด่ ินและส่ิงแวดล้อม คณะ
เกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . 423 หนา้ .
ปทั มาวิตยากร. 2547. ความอดุ มสมบูรณ์ของดินขั้นสงู . ภาควชิ าทรัพยากรทดี่ ินและสงิ่ แวดลอ้ ม คณะ
เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น. 423 หนา้ .
เพ่ิมพูน กีรติกสิกร. 2528. เคมีของดิน. ภ าควิช าปฐ พีศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . 249 หนา้ .
เพ่มิ พนู กีรติกสกิ ร. 2528. เคมีของดิน. ภาควชิ าปฐพศี าสตร์ คณะเกษตรศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น. 249 หนา้ .
สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน. 2556. ดิน น้า และการจัดการปลูกมันส้าปะหลัง.
สถาบันวจิ ยั พชื ไรแ่ ละพชื ทดแทนพลงั งาน กรมวิชาการเกษตร. 49 หน้า.
สถาบันวิจัยพชื ไรแ่ ละพชื ทดแทนพลังงาน. 2556. ดนิ น้า และการจัดการปลกู มันสาปะหลงั .
สถาบันวจิ ยั พืชไรแ่ ละพชื ทดแทนพลงั งาน กรมวิชาการเกษตร. 49 หน้า.
สุภาพร สุขโต สมบตั ิ บวรพรเมธี สงดั ดวงแกว้ จันทนา ใจจติ ร และนิลุบล ทวกี ลุ . 2559.
เทคโนโลยกี ารผลติ มนั สาปะหลงั อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม. เอกสารประกอบการ
ประชุมสัมมนา Year end ปี 2559 กรมวชิ าการเกษตร 28 – 29 กนั ยายน 2559 ณ โรงแรม
รามาการ์เดนท์ กรุงเทพฯ. 10 หน้า.
Westermann, D.T. 1992. Lime effects on phosphorus availability in calcareous soil.
Soil Sci. Soc. Am. J. 56: 489-494.
Westermann, D.T. 1992. Lime effects on phosphorus availability in calcareous soil.
Soil Sci. Soc. Am. J. 56: 489-494.
การจดั การความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลิตมันสาปะหลังในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคตะวนั ตก หน้า 113
ผใู้ ห้ขอ้ มลู /แหลง่ ข้อมูล
นางสาวเครือวลั ย์ บญุ เงิน นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ
นางสาวเกษร แชม่ ชืน่ สานักวิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตที่ 5
นางนิลบุ ล ทวีกุล นกั วิชาการเกษตรปฏิบัติการ
สานกั วจิ ัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5
นายสุวทิ ย์ สอนสุข ผเู้ ชยี่ วชาญด้านการจัดการผลิตพชื ท่ีเหมาะสม
นายสันติ พรมคา กบั สภาพพ้ืนที่ (ภาคกลาง)
นางสุภาพร สุขโต สานกั วจิ ยั และพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5
นายอานนท์ มลิพันธ์ ผอู้ านวยการศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์
นางวลั ลีย์ อมรพล สานกั วจิ ยั และพฒั นาการเกษตรเขตท่ี 5
นางจิณณจาร์ หาญเศรษฐสขุ ผอู้ านวยการศูนยว์ จิ ยั และพัฒนาการเกษตรลพบุรี
นายรังสี เจรญิ สถาพร สานกั วจิ ัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5
นักวิชาการเกษตรปฏบิ ตั กิ าร
สานกั วิจยั และพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5
นกั วิชาการเกษตรชานาญการพเิ ศษ
สานกั วจิ ัยและพฒั นาการเกษตรเขตที่ 5
นักวชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ
ศูนยว์ จิ ยั พืชไร่ระยอง
ผู้อานวยการศูนย์วิจยั พชื ไร่ระยอง
ศนู ย์วิจัยพืชไร่ระยอง
นกั วชิ าการโรคพชื ปฏบิ ัติการ
สถาบนั วิจยั พชื ไร่
ออกแบบปกหนา้ /หลัง : นางสาววิชยา สุทธพิ งษ์ นกั วชิ าการเกษตร
สานกั วจิ ัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 5
ห น้ า | 1
ทำเนยี บผทู้ รงคุณวฒุ ิและเชี่ยวชำญ
ด้ำนเทคโนโลยกี ำรผลติ มันสำปะหลังในเขตภำคกลำงและภำคตะวันตก
ช่ือ – สกุล นางนิลบุ ล ทวกี ลุ
ตำแหนง่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลติ พชื ที่เหมาะสมกับสภาพพน้ื ท่ี (ภาคกลาง)
ท่ีอยู่ สานักวิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตที่ 5
552 หมู่ 4 ตาบลบางหลวง อาเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 17150
E – mail [email protected]
โทร 08-1972-0784
ควำมเชี่ยวชำญ ทอ่ นพันธุ์ และวิทยาการหลังการเกบ็ เกีย่ ว
ชอ่ื – สกุล นางสาวจารวุ รรณ บางแวก
ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญดา้ นวทิ ยาการหลงั การเก็บเกย่ี ว
ทีอ่ ยู่ สานักผเู้ ช่ยี วชาญ
กรมวชิ าการเกษตร ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ
E – mail 10900
โทร [email protected]
ควำมเช่ยี วชำญ 08-1863-6989
วทิ ยาการหลงั การเก็บเก่ียว
ชื่อ – สกุล นางจรรยา มณีโชติ
ผู้เชยี่ วชาญดา้ นวัชชพชื
ทอ่ี ยู่ สานกั ผเู้ ช่ยี วชาญ
กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรงุ เทพฯ
E – mail 10900
โทร [email protected]
ควำมเช่ยี วชำญ 08-1494-6247, 0-2940-5472
วชั พืช
ชอื่ – สกลุ ห น้ า | 2
ตำแหน่ง
ทีอ่ ยู่ นายวรี วฒั น์ นิลรัตนคุณ
ผูเ้ ช่ียวชาญด้านการจัดการผลิตพืชทีเ่ หมาะสมกับสภาพพน้ื ท่ี(ภาคเหนอื ตอนล่าง)
E – mail สานกั วจิ ยั และพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ตาบลวงั ทอง อาเภอวังทอง
โทร จงั หวดั พิษณุโลก 65130
ควำมเชยี่ วชำญ [email protected]
08-9787-8099
ดนิ และปยุ๋ มนั สาปะหลงั
ช่ือ – สกุล นายสันติ พรหมคา
ตำแหน่ง นักวชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ (ผู้อานวยการ)
ท่ีอยู่ ศนู ย์วจิ ัยและพัฒนาการเกษตรลพบุรี
ตาบลโคกตูม อาเภอเมืองลพบุรี จงั หวดั ลพบรุ ี 15210
E – mail [email protected]
โทร 093-1393030
ควำมเช่ียวชำญ วชั พืช
ชอื่ – สกลุ นางจณิ ณจาร์ หาญเศรษฐสุข
ตำแหน่ง นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ (ผอู้ านวยการ)
ท่ีอยู่ ศนู ย์วจิ ัยพืชไรร่ ะยอง
320 หมู่ 8 ถนนสขุ มุ วทิ ตาบลหว้ ยโปง่ อาเภอเมืองระยอง จังหวัด
E – mail ระยอง 21150
โทร [email protected]
ควำมเชี่ยวชำญ 081-8409458
ปรบั ปรุงพนั ธุแ์ ละการผผลิตทอ่ นพนั ธุ์มันสาปะหลงั
ชื่อ – สกลุ นายสุเทพ สหายา
ตำแหนง่ ผู้เช่ียวชาญดา้ นศตั รูพืช
ทีอ่ ยู่ สานกั วจิ ัยและพัฒนาการอารกั ขาพืช
กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธนิ แขวงลาดยาว เขตจตจุ กั ร กรงุ เทพฯ
E – mail 10900
โทร [email protected]
ควำมเชย่ี วชำญ 0-2940-5396
แมลงศตั รูมนั สาปะหลัง
ช่ือ – สกลุ ห น้ า | 3
ตำแหนง่
ท่อี ยู่ นางวัลลยี ์ อมรพล
นักวิชาการเกษตรชานาญการพิเศษ
E – mail ศนู ย์วิจยั พืชไร่ระยอง
โทร 320 หมู่ 8 ถนนสุขุมวทิ ตาบลหว้ ยโป่ง อาเภอเมอื ง จังหวดั ระยอง
ควำมเช่ียวชำญ 21150
[email protected]
08-1429-8640, 09-8817-8649
ดนิ และปุย๋ มันสาปะหลงั
ช่ือ – สกลุ นางสาวสุนี ศรสี งิ ห์
ตำแหน่ง นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพิเศษ
ทีอ่ ยู่ ศนู ย์วจิ ยั และพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี
อาเภออู่ทอง จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี 72160
E – mail [email protected]
โทร 086-6042639
ควำมเช่ียวชำญ โรคพชื
ชอ่ื – สกลุ นายอานนท์ มลิพนั ธ์
ตำแหนง่ นักวิชาการเกษตรชานาญการพิเศษ
ทอ่ี ยู่ ศูนย์วจิ ยั และพัฒนาการเกษตรลพบุรี
ตาบลโคกตูม อาเภอเมืองลพบุรี จงั หวดั ลพบรุ ี 15210
E – mail [email protected]
โทร 089-5841993
ควำมเช่ียวชำญ เขตกรรมมนั สาปะหลัง
ช่ือ – สกุล นางสาวเครือวัลย์ บญุ เงนิ
ตำแหน่ง นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพิเศษ
ท่ีอยู่ สานกั วิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตที่ 5
552 หมู่ 4 ตาบลบางหลวง อาเภอสรรพยา จังหวดั ชัยนาท 17150
E – mail [email protected]
โทร 089-8605911
ควำมเชี่ยวชำญ การทดสอบในพ้นื ท่ีเกษตรกร
ชอ่ื – สกลุ ห น้ า | 4
ตำแหนง่
ทอ่ี ยู่ นางสาวศิวิไล ลาภบรรจบ
นักวชิ าการเกษตรชานาญการพิเศษ
E – mail ศนู ย์วจิ ยั พชื ไรน่ ครสวรรค์
โทร ตาบลสขุ สาราญ อาเภอตากฟ้า จังหวดั นครสวรรค์ 60190
ควำมเชย่ี วชำญ [email protected]
084-6212161
โรค แมลง และวัชพืชมันสาปะหลัง
ชื่อ – สกุล ดร.อนชุ ิต ฉา่ สงิ ห์
ตำแหน่ง วศิ วกรการเกษตรชานาญการพิเศษ
ท่ีอยู่ สถาบนั วจิ ยั เกษตรวิศวกรรม
ตาบลคลองหน่ึง อาเภอคลองหลวง จังหวัดปทมุ ธานี 12120
E – mail [email protected]
โทร 089-5173411
ควำมเชย่ี วชำญ เคร่อื งจกั รกลการเกษตร