ในเล่มประกอบไปด้วยแนวข้อสอบหัวข้อดังนี้ ภาค ก. ข้อสอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายความรอบรู้ 30 ข้อ ข้อสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 50 ข้อ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 40 ข้อ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 35 ข้อ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 35 ข้อ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 25 ข้อ ข้อสอบความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ English Test 1 50 ข้อ English Test 2 50 ข้อ ภาค ข. ข้อสอบวิชาการศึกษา 100 ข้อ หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร หลักการสอนที่เน้นการสอนคิดวิเคราะห์และการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว การพัฒนาผู้เรียน การบริหารจัดการชั้นเรียน การวิจัยทางการศึกษา สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา การวัดและประเมินผลการศึกษ
หลักเกณฑ์ในการสอบ และค่าคะแนนของแต่ล่ะภาค มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ หลักสูตรแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจําเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สํานักงาน ก.ค.ศ. ว. ๑๖ ***************************************** ภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู ( ๑๐๐ คะแนน) ๑. ความรอบรู้ (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) ให้ทดสอบโดยการสอบข้อเขียนแบบปรนัยในเรื่อง ต่อไปนี้ ๑.๑ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน ๑.๒ นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ๑.๓ วัฒนธรรมไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ๑.๔ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ ๑.๔.๑ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๑.๔.๒ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๑.๔.๓ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๖ ๑.๔.๔ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๑.๔.๕ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑.๔.๖ พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑.๔.๗ กฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ส่วนราชการนั้น ๑.๕ ความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน โดยให้เป็นไป ตามที่ ส่วนราชการกําหนด
๒. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) ให้ทดสอบโดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย ในเรื่องต่อไปนี้ ๒.๑ วินัยและการรักษาวินัย ๒.๒ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ๒.๓ มาตรฐานวิชาชีพ ๒.๔ จรรยาบรรณวิชาชีพ ๒.๕ สมรรถนะวิชาชีพ ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่ง (๑๐๐ คะแนน) ๑. ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) ๑.๑ หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร ๑.๒ หลักการสอนที่เน้นการสอนคิดวิเคราะห์และการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น สําคัญ ๑.๓ จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว ๑.๔ การพัฒนาผู้เรียน ๑.๕ การบริหารจัดการชั้นเรียน ๑.๖ การวิจัยทางการศึกษา ๑.๗ สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ๑.๘การวัดและประเมินผลการศึกษา ๒.ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาเอก (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) ภาค ค. ความเหมาะสมกับตําแหน่งและวิชาชีพ (๑๐๐ คะแนน) ๑. ประวัติและผลงานซึ่งได้รับการรับรองจากผู้อํานวยการสถานศึกษา (๕๐ คะแนน) ๒. สัมภาษณ์ (๕๐ คะแนน)
ภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู รัฐธรรมนูญและกฎหมายความรอบรู้ 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมฉขับที่เท่าใค ก. ฉบับที่ 18 ข. ฉบับที่ 19 ค. ฉบับที่ 20 ง. ฉบับที่ 21 2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีผลขังคับใช้เมื่อใค ก. 2 เมษายน 2560 ข. 3 เมษายน 2560 ค. 5 เมษายน 2560 ง. 6 เมษายน 2560 3. อํานาจอธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นของใคร ก. ศาลรัฐธรรมนูญ ข. ปวงชนชาวไทย ค. พระมหากษัตริย์ ง. รัฐสภา 4. ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี ก. ประธานรัฐสภา ข. หัวหน้า คสช. ค. นายกรัฐมนตรี ง. ประธาน สนช. 5. คณะองคมนตรี มีจํานวนเท่าใด ก. 18 คน ข. ไม่เกิน 18 คน ค. 19 คน ง. ไม่เกิน 19 คน 6. ใครเป็นตู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการ แทนพระองค์ ก. ประธานรัฐสภา ข. หัวหน้า คสช. ค. นายกรัฐมนตรี ง. ประธาน สนช. 7. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติไว้ว่า...รัฐต้องดําเนินการให้เด็ก ทุก คนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ข. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ง. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 8. หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาระดับใดเพิ่มขึ้น ก. ปฐมวัย ข. ประถมศึกษา ค. มัธยมศึกษาตอนต้น ง. มัยมศึกษาตอนปลาย
9. ยุทธศาสตร์ชาตินั้นถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมภิบาลเพื่อใช้ เป็น กรอบในการจัดทําแผนต่างๆ หากจะนํามาใช้บังคับได้ จะต้องผ่านขั้นตอนใด ก. คสช.อนุมัติให้ดําเนินการ ข. นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ง. คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ 10. ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ข. สามารถเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ง. ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา 11. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นโดยคําแนะนําและยินยอม ของใคร ก. คณะรัฐมนตรี ข. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ค. นายกรัฐมนตรี ง. รัฐสภา 12. สภาตู้แทนราษฎร ส.ส.กี่คน ก. 350 คน ข. 400 คน ค. 500 คน ค. 550 คน 13. อายุของสภาผู้แทนราชฎร มีกําหนดคราวละกี่ปี ก. 3 ปี ก. 4 ปี ก. 5 ปี ก. 6 ปี 14. วุฒิสภา ส.ว.กี่คน ก. 150 คน ข. 200 คน ข. 250 คน ข. 300 คน 15. การเลือกสมาชิกวุฒิสภา ให้ตราเป็นกฎหมายใด ก. พระราชกฤษฎีกา ข. กฎกระทรวง ค. มติคณะรัฐมนตรี ง.ประกาศกระทรวง 16. สมาชิกวุฒิสภาจะต้องมีอายุกี่ปี ก. 35 ปี ข. ไม่ตํ่ากว่า 35 ปี ค. 40 ปี ง. ไม่ตํ่ากว่า 40 ปี 17. การเรียกประชุม การขอายเวลาประชุม และการปีค ประชุมรัฐสภา ให้กระทําตามข้อใก ก. มติคณะรัฐมนตรี ข. พระราชกฤษฎีกา ค. ประกาศกระทรวง ง. กฎกระทรวง 18. สมาชิกวุฒิสภา มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละกี่ป
ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี 19. คณะรัฐมนตรีมีกี่คน ก. 35 คน ข. ไม่เกิน 35 คน ค. 36 คน ง. ไม่เกิน 36 คน 20. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ก. แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ ข. ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ค. จะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี มิได้ ง. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง 21. คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาต้องสอคคล้องกับข้อใ ก. หน้าที่ของรัฐ ข. แนวนใยบายแห่งรัฐ ค. ยุทธศาสตร์ชาติ ง.ถูกทุกข้อ 22. จากข้อ 21 ต้องกระทําตามระยะเวลาในข้อใด ก. ภายใน 7 วัน ค. ภายใน 30 วัน ข. ภายใน 15 วัน ง.ภายใน 45 วัน 23. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจํานวนกี่คน ก. 5 คน ข. 7 คน ค. 9 คน ง.11 คน 24. ข้อใดไม่ใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ก. ศาลรัฐธรรมนูญ ข. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ค. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ง. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 25. ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาตู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้ใครเป็นผู้ทําหน้าที่แหน ก. สมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ ข. คณะรัฐมนตรี ค. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ง. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 26. อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการมีกี่คณะ ก. 1 คณะ ข. 2 คณะ ค. 3 คณะ ง. 4 คณะ 27. ใครเป็นประธานอ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวง ง. รัฐมนตรีที่นายกมอบหมาย 28. คําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 ใครเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วย ก. ผู้อํานวยการสถานศึกษา โดยความเห็นชอบ กศจ. ข. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยความเห็นชอบ กศจ. ค. ศึกษาธิการจังหวัด โดยความเห็นชอบ กศจ. ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความเห็นชอบ กศจ. 29. สํานักงานศึกษาธิการภาค สังกัดหน่วยงานใด ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ง. สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 30. ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ จะต้องใช้ คําใด ก. รักษาราชการแทน ข. รักษาการในตําแหน่ง ค. ปฏิบัติราชการแทน ง. ปฏิบัติราชการในตําแหน่ง
เฉลยแบบทดสอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายความรอบรู้ 1 ค 11 ง 21 ง 2 ง 12 ค 22 ข 3 ข 13 ข 23 ค 4 ก 14 ข 24 ก 5 ง 15 ก 25 ง 6 ก 16 ง 26 ก 7 ง 17 ข 27 ข 8 ก 18 ค 28 ค 9 ค 19 ง 29 ข 10 ข 20 ก 30 ข
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 1.ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับการศึกษาในระบบ ก. 2 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุคมศึกษา ข. 3 ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา ค. 3 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ง. 4 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา 2. ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับการแบ่งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษา ข. 3 ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุมศึกษา ค. 3 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ง. 4 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา 3. เด็กชายประสิทธิ์ เกิดในปี พ.ศ. 2557 เด็กชายโจโจ้ จะต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับในปี การศึกษาใด ก. ปีการศึกษา 2563 ข. ปีการศึกษา 2564 ค. ปีการศึกษา 2565 ง. ปีการศึกษา 2566 4. ข้อใดกล่าวถูก เกี่ยวกับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ก. ศูนย์เด็กเล็ก ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา ง. ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม 5. ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับโรงเรียน ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ก. โรงเรียนของรัฐ ข. โรงเรียนเอกชน
ค. โรงเรียนที่สังกัดสถาบันศาสนา ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับศูนย์การเรียน ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ก. หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน ข. องค์กรเอกชน ค. โรงพยาบาล ง. ไม่มีข้อใดกล่าวผิด 7. การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็นกี่ระดับ ก. 2 ระดับ ข. 3 ระดับ ค. 4 ระดับ ง. 5 ระดับ 8. แนวทางการจัดการศึกษา ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ต้องยึดหลักใด ก. หลักสูตรมีความสําคัญที่สุด ข. กระบวนการเรียนการสอนสําคัญที่สุด ค. ผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด ง. ถูกทุกข้อ 9. การจัดการศึกษา ต้องเน้นให้ความสําคัญทางด้านใด ก. ความรู้ ข. คุณธรรม ค. กระบวนการเรียนรู้ ง. ถูกทุกข้อ 10. การจัดการศึกษา ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ต้องยึดหลักตามข้อใด ก.ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด ค. ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ง. ถูกทุกข้อ 11. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 254
ก. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดย คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ข. ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหา ค. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด แก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต ง. จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ 12. ข้อใดไม่ใช่ แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก. ห้องเรียน ข. ห้องสมุด ค. สวนสาธารณะ ง. ศูนย์กีฬา 13. ข้อใดไม่ใช่หลักการพิจารณา ของสถานศึกษาที่จัดการประเมินผู้เรียน ก. การพัฒนาการของผู้เรียนความประพฤติ ข. การสังเกตพฤติกรรมการเรียน ค. เวลาในการเข้าเรียน ง. การทดสอบควบคู่กับกระบวนการเรียนการสอน 14. ผู้ใดเป็นผู้กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. สภาการศึกษา ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ก.ค.ศ 15. ผู้ใดมีหน้าที่จัดทําสาระหลักสูตร ก. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข.สถานศึกษา ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ก.ศ.จ 16. ผู้ใดเป็นผู้จัดทําหลักสูตรท้องถิ่น ก. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข. สถานศึกษา
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. กศจ. 17. ผู้ใดเป็นผู้จัดทํากรอบหลักสูตรท้องถิ่น ก. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข. สถานศึกษา ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. กศจ. 18. ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอน สามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา สอดคล้องกับข้อใด ก. มาตรา 27 ข. มาตรา 28 ค.มาตรา 29 ง. มาตรา 30 19. กระทรวงศึกษาธิการ มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลการศึกษา ตามข้อใด ก. ทุกระดับทุกประเภท ข. อาชีวศึกษา ค.ไม่รวมถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา ง. ถูกทกข้อ 20. การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวง ให้กระทรวงมีองค์กรหลักที่เป็นคณะบูคคล ในรูปสภาหรือในรูปคณะกรรมการ กี่องค์กร ก.3 องค์กร ข. 4 องค์กร ค. 5 องค์กร ง. 6 องค์กร 21. ข้อใดไม่เป็นองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปของสภาหรือคณะกรรมการ ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการกรศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการอาชีวศึกษา ง. คณะกรรมการอุดมศึกษา
22. คณะกรรมการสภาการศึกษา มีจํานวนเท่าใด ก. 27 คน ข. 32 คน ค. 41 คน ง. ไม่เกิน 41 คน 23. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย มีจํานวนเท่าใด ก. 17 คน ข. 27 คน ค. ไม่เกิน 27 คน ง. ถูกทั้ง ข และ ค 24. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานชุดปัจจุบัน มีจํานวนเท่าใด ก. 17 คน ข. 27 คน ค. ไม่เกิน 27 คน ง. ถูกทั้ง ข และ ค 25. คณะกรรมการอาชีวศึกษาตามกฎหมาย มีจํานวนเท่าใด ก. 27 คน ข. 32 คน ค.ไม่เกิน 32 ง. ถูกทั้ง ข และ ค 26. คณะกรรมการอาชีวศึกษาชุดปัจจุบัน มีจํานวนเท่าใด ก. 27 คน ข. 32 คน ค. ไม่เกิน 32 คน ง. ถูกทั้ง ข และ ค 27. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของสภาการศึกษา ก. จัดทําเสนอแลชการศึกษาแห่งชาติ
ข. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ค. ดําเนินการประเมินผลการจัดการศึกษา ง. ให้คําแนะนําเกี่ยวกับกฎหมาย 28. มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับข้อใด ก.สภาการศึกษา ข.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาบ ค. ใณะกรรมการอาชีวศึกษา ง. คณะกรรมการอุดมศึกษา 29. มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรการอาชีวศึกษาทุกระดับ สอดคล้องกับข้อใด ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค.คณะกรรมการอาชีวศึกษา ง. คณะกรรมการอุดมศึกษา 30. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดสิ่งใดสําคัญที่สุด ก.ระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 ข.จํานวนสถานศึกษา ค. จํานวนประชากร ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น จ. เขตพื้นที่การศึกษา 31. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา ก. ระดับการศึกษาภาคบังคับ ข. จํานวนโรงเรียน ค. จํานวนนักเรียน ง.วัฒนธรรม 32. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา โดยคํานึงถึงข้อใดเป็นอันดับ แรก ก.ระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. จํานวนสถานศึกษา ค. จํานวนประชากร ง.วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น 33. การบริหารและการจัดการศึกษาชั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา โว้นแต่การจัดการศึกษาชั้น พื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยข้อใด ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ข.อุดมศึกษา ค. อาชีวศึกษา ง. ถูกทั้ง ข และ ค 34. การกําหนดเขตพื้นที่การศึกษาของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สอดคล้องกับข้อใด ก. รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของสภาการศึกษา ข.รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของสภาการศึกษา ง. คณะรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 35. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งตามข้อใด ก. ก่อนประถม ประถมศึกจํา และมัธยมศึกษา ข. ประถมศึกษา มัธยมตอนตน (และมัธยมศึกษาตอนปลาย ค.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยบศึกษา ง. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 36. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ให้ยึดข้อใดเป็น สําคัญในการกําหนดเขตพื้นที่การศึกษา ก. ระดับการศึกษาของสถานศึกษา ข. จํานวนสถานศึกษา ค. จํานวนประชากร ง. ถูกทุกข้อ 37. ข้อใด มีอํานาจหน้าที่ในการกํากับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวมหรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. สถาการศึกษา ข. คณะกรรมการสถานศึกษา ค. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 38. ให้กระทรวงกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งหมดกี่ด้าน ก. 2 ด้าน ข. 3 ด้าน ค. 4 ด้าน ง. 5 ด้าน 39. ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับการกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา ก. วิชาการ งบประมาณ งานบุคคล บริหารทั่วไป ข. วิชากรา กิจการนักเรียน งานบุคคล บริหารทั่วไป ค. วิชาการ งบประมาณ กิจการนักเรียน บริหารทั่วไป ง. วิชการ งบประมาน งานบุคคล กิจการนักเรียน 40. ให้กระทรวงกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้ง 4 ด้าน ไปยังข้อใด ก. สถานศึกษา ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ง. ถูกทุกข้อ 41. โรงเรียนมีจํานวนนักเรียน 300 คน ต้องมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานกี่คน ก. 9 คน ข. ไม่เกิน 9 คน ค. 15 คน ง. ไม่เกิน 15 คน 42 โรงเรียนมีจํานวนนักเรียน 301 คน ต้องมีคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐานกี่คน ก. 9 คน ข. ไม่เกิน 9 คน ค. 15 คน ง. ไม่เกิน 15 คน 43. ข้อใดไม่สอดคล้องกับคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐาน ก. ผู้แทนผู้ปกครอง
ข. ผู้แทนนักเรียน ค. ผู้แทนองค์กรชุมชน ง. ผู้แทนองค์กรปกครองท้องถิ่น 44. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ,สําหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก มีจํานวนกี่คน ก. 1 คน ข. 2 คน ค. 4 คน ง. 6 คน 45. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สําหรับสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีจํานวนกี่คน ก. 1 คน ข. 2 คน ค. 4 คน ง. 6 คน 46. ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐาน ก. ครู ข. ผู้อํานวยการสถานศึกษา ค. ผู้ทรงคุณวุฒิ ง. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 47. ข้อใดไม่สอดคล้องกับ ภาคี 4 ฝ่าย ก. ผู้แทนครู ข. ผู้แทปนักเรียน ค. ผู้แทนชุมชน ง. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 48. องค์กรปกครองท้องถิ่น มีสิทธิจัดการศึกษาตามข้อใด ก. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบ ข. ระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับ ค. ทุกระดับทุกประเภท ง. ถูกทุกข้อ 49. สถานศึกษาเอกชน มีสิทธิจัดการศึกษาตามข้อใด
ก. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบ ข. ระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับ ค. ทุกระดับทุกประเภท ง. ถูกทุกข้อ 50. สถานศึกษา มีสิทธิจัดการศึกษาตามข้อใด ก. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบ ข. ระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับ ค. ทุกระดับทุกประเภท ง. ถูกทุกข้อ เฉลยแบบทดสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 1 ก 11 ค 21 ง 31 ง 41 ก 2 ค 12 ก 22 ค 32 ก 42 ค 3 ข 13 ค 23 ค 33 ค 43 ข 4 จ 14 ค 24 ก 34 ก 44 ก 5 ง 15 ข 25 ค 35 ค 45 ง 6 ง 16 ก 26 ข 36 ก 46 ข 7 ก 17 ก 27 ก 37 ค 47 ง 8 ข 18 ง 28 ข 38 ค 48 ข 9 ง 19 ง 29 ค 39 ก 49 ค 10 ง 20 ก 30 จ 40 ง 50 ก
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 1. กฎหมายในข้อใดที่บัญญัติให้มี พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ ศ. 2506 ก. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ค. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ง. พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 2. หมวดใดของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่บัญญัติให้มี พรบ.ระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ก. หมวด 4 ข. หมวด 5 ค. หมวด 6 ง. หมวด 7 3. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่เท่าไร ก.ฉบับที่ 1 ข. ฉบับที่ 2 ค. ฉบับที่ 3 ง. ฉบับที่ 4 4. สาเหตุในการประกาศใช้ พรบ.ระเบียบบริหารราชกรกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 คือ ข้อใด ก. หมวด 5 ของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข. แยกกระทรวง ค. แยกเขตพื้นที่ประถม มัธยม ง. จัดตั้ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม 5. การจัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ( ตามมาตรา 6 ) แบ่งเป็นกี่ประเภท ก. 2 ประภท ข. 3 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท
6. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ การจัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ( ตามมาตรา 6 ) ก. ส่วนกลาง ข. เขตพื้นที่การศึกษา ค. ส่วนท้องถิ่น ง. สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคลแต่ไม่รวนสการจัดการศึกษา ที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกําหนดไว้เป็นการเฉพาะ 7. การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง (มาตรา 9) แบ่งเป็นกี่ประเภท ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 8. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง (มาตรา9) ก. สํานักรัฐมนตรี ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ทุกข้อที่กล่าวมาเป็นการจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง 9. แบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการตามพรบ.ระเบียบบริหารราช ศึกษาธิการ โดยให้มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อข้อใด ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ถูกทุกข้อ 10. การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ สอดคล้องกับข้อใด ก. 3 ส่วน ข. 4 ส่วน ค. 5 ส่วน ง. 6 ส่วน 11. ข้อใดไม่ใช่ ส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ก. สํานักงานนายกรัฐมนตรี
ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12. ส่วนราชการในส่วนกลางข้อใด ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ก. สํานักงานรัฐมนตรี ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 13. ส่วนราชการในส่วนกลางข้อใด ไม่มีฐานะเป็นกรม ก. สํานักงานรัฐมนตรี ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 14. การกําหนดอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ต้องคํานึงถึงข้อใด ก. คุณวุฒิ ข. อายุราชการ ค. ประสบการณ์ ง. มาตรฐานวิชาชีพ 15. การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดําเนินการตามข้อใด ก. พระราชกฤษฎีกา ข. กฎกระทรวง ค. ประกาศกระทรวง ง. ระเบียบที่ กศจ. กําหนด 16. การแบ่งส่วนราชการในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดําเนินการตามข้อใด ก. พระราชกฤษฎีกา ข. กฎกระทรวง ง. ระเบียบที่ กศจ. กําหนด ค. ประกาศกระทรวง 17. การแบ่งส่วนราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดําเนินการตามข้อใด
ก. พระราชกฤษฎีกา ข. กฎกระทรวง ง. ระเบียบที่ กศจ. กําหนด ค. ประกาศกระทรวง 18. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดําเนินการตามข้อใด ก. พระราชกฤษฎีกา ข. กฎกระทรวง ค. ประกาศกระทรวง ง. ระเบียบที่ กศจ. กําหนด 19. ข้อใด เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 20. ข้อใดไม่ใช่ องค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปสภาหรือคณะกรรมการ ก. สภาการศึกษา ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 21. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีอํานาจประกาศในราชจานุเบกษากําหนดเขตพื้นที่การศึกษา โดยคําแนะนําตามข้อใด ก. นายกรัฐมนตรี ข. สภาการศึกษา ค คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค 22. การคํานึงถึงคุณภาพและความเป็นเลิศทางวิชาชีพ สอดคล้องกับข้อใด ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ง. คณะกรรมการการอุดมศึกษา 23. ข้อใดเป็นข้าราชการเมือง ก. เลขานุการรัฐมนตรี ข. เลขาธิการรัฐมนตรี ค. เลขาธิการสภาการศึกษา ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 24. หน่วยงานใด ที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง ก. สํานักงานรัฐมนตรี ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ถูกทุกข้อ 25. ผู้บังคับบัญชาข้าราซการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานรัฐมนตรี สอดคล้องกับ ข้อใด ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขานุการรัฐมนตรี ง. เลขานุการนายกรัฐมนตรี 26. ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับข้อใด ก. นายกรัฐมนตรี ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 27. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดตามข้อใด ก. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข. เขตพื้นที่การศึกษา ค. ธรรมเนียมประเพณี ง. ความเหมาะสมทางด้านอื่น 28. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คํานึงถึง ยกเว้นข้อใด
ก. ระดับการศึกษาภาคบังคับ ข. จํานวนสถานศึกษา ค. จํานวนประชากร ง. ความเหมาะสมทางด้านอื่น 29. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มีจํานวนกี่เขต ก. 41 เขต ข. 42 เขต ค.182 เขต ง. 183 เขต 30. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีจํานวนกี่เขต ก. 42 เขต ข. 62 เขต ค.182 เขต ง. 183 เขต 31. สํานักงานศึกษาธิการภาค มีทั้งหมดกี่ภาค ก. 16 ภาค ข. 17 ภาค ค. 18 ภาค ง. 19 ภาค 32. สํานักงานศึกษาธิการภาค สังกัดหน่วยงานใด ก. สํานักงานรัฐมนตรี ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 33. สํานักงานศึกษาธิกาจังหวัด สังกัดหน่วยงานใด ก. สํานักงานรัฐมนตรี ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
34. ให้ปลัดกระทรวง เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา ตามข้อใด ก. วิชาการ กิจการนักเรียน บุคลากร อาคารสถานที่ ข. วิชาการ กิจการนักเรียน ธุรการ อาคารสถานที่ ค. วิชาการ งบประมาณ บุคลากร บริหารทั่วไป ง.วิชาการ งบประมาณ ธุรการ บริหารทั่วไป 35. การกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้ง 4 ด้าน ไปยังข้อใด ก. คณะกรรมการการศึกษาธิการจังหวัด ข.สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สถานศึกษา ง. ถูกทุกข้อ 36. จากข้อ 35 ให้คํานึงถึงข้อใด ก. ความเป็นอิสระ ข. การบริหารงานที่คล่องตัว ค. ตรงตามความมุ่งหมายของกฎระเบียบข้อบังคับ ง. ถูกทั้ง ก และ ข 37. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่สามารถมอบอํานาจให้กับตําแหน่งในข้อใด ก.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวง ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด ง. ผู้อํานวยการสถานศึกษา 38. บุคคลในข้อใด ที่สามารถมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนได้ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ ค. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ 39. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ การมอบอํานาจในการปฏิบัติราชการแทน
ก. ทําเป็นคําสั่ง ข. ทําเป็นหนังสือ ค. ทําเป็นวาจา ง. ถูกทั้ง ก และ ข 40. ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับหลักการพิจารณาในการมอบอํานาจในการปฏิบัติราชการแทน ก. การอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน ข. ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ ค. การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพของตําแหน่งของผู้รับมอบอํานาจ ง. ถูกทุกข้อ เฉลยแบบทดสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 1 ก 11 ก 21 ข 31 ค 2 ข 12 ก 22 ค 32 ข 3 ค 13 ก 23 ก 33 ข 4 ง 14 ข 24 ก 34 ค 5 ข 15 ข 25 ค 35 ง 6 ค 16 ข 26 ง 36 ง 7 ก 17 ค 27 ข 37 ข 8 ก 18 ง 28 ก 38 ง 9 ค 19 ข 29 ง 39 ค 10 ค 20 ข 30 ข 40 ง
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 1. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เกิดจากพระราชบัญญัติ แห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตราใด ก. มาตรา 51 ข. มาตรา 52 ค. มาตรา 53 ง. มาตรา 54 2. ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. นายชวน หลีกภัย ข. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ค. พันตํารวจโททักษิณ ชินวัตร ง. นายบรรหาร ศิลปอาชา 3. ใครเป็นผู้มีอํานาจที่ความแสววนิจจัยชี้บาดปัญหากับ(กี่อวกับการปฏิบัติการ อํานาจหน้าที่ขอ ตําแหน่ง หรือหน่วยงานต่างๆ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและขุดลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. คณะกรรมการคุรุสภา ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 4. บุคคลใดเป็นผู้ประกอบวิปาชีพทางการศึกษา ก. หัวหน้าศูนย์กาเรียนรู้ชุมชน ข. ครูสอนทําผมให้งเรียนเสริมสวย ค. อาจารย์ในมนิวิทยาลัย ง . ผอ.กองการศึกษาอบจ. 6. ขัดใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของคุรุสภา ก. กําหนดมาตรฐานวิชาชีพ ข. พักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาต
ค. รับรองความรู้และประลบการณ์ทางวิชาชีพ ง. วางระเบียบการทํางานของเลขาธิการคุรุสภา 6. สภาครูและบุดลากรทางการศึกษามีฐานะตามข้อใค ก. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ข. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกํากับของรัฐบาล ค. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกํากับของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกํากับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 7. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา ก. กําหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต ข. กําหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบ .4นของวิซาชีพ ค. กําหนดนใยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ ง. ประสาน ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิ 8. ข้อใดเป็นอํานาจหน้าที่ของคุรุสภา ก.กํากับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ ข. ส่งเสริม ยกย่องและพัฒนาวิชาชีพไปสูความเป็นเลิคในสาขาต่างๆ ค. บริหารและดําเนินการตามวัดถุประสงค์และอํานาจหน้าที่ของคุรุสภา ง. รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร / วุฒิบัตรของสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ 9. คณะกรรมการคุรุสภามีการประชุมตามข้อใด ก. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ข. อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ค. อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ง. อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 10. กรรมการคุรุสภากรรมการมาตรฐานวิชาชีพ อนุกรรมการ หรือเข้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการดูแล ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เป็นเจ้าพนักงาน ตามข้อใด ก. ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ข.ตามประมวลกฎหมายแห่และพาณิชย์ ค.ตามประมวลกฎหนูรังอาณา ง. ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
11. ใครเป็นผู้มีอํานาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนเลขาธิการคุรสภา ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ประธานกรรมการคุรุสภา ง.คณะกรรมการคุรุสภา 12 ข้อใดเป็นหน้าที่ของเลขาธิการคุรุสภา ก. ออกใบอนุญาต ข. พักใช้ / เพิกถอนใบอนุญาต ค. ดูแลรักษาทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาต ง. รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร /วุฒิบัตรของสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ 13. ใครเป็นผู้กําหนลอัตราเงินเดือนและประโอชน์ตอบแหนอื่นของเลบาธิการลุรุสภา ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. คณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการคุรุสภา ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 14. การกําพนคอัตราเงินเดือนและประโอชน์ตอบแหนอื่นของเลบาธิก ารคุรุสภาจะต้องได้รัชค" เห็นชอบจากใคร ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. กระทรวงการคลัง ค. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ง. คณะรัฐมนตรี 15. ไม่ใช่วิชาชีพควบคุมคามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. ครู ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้บริหารการศึกษา ง. ศึกษานิเทศก์ 16. วิชาชีพควบคุมใดที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวง ก. ครู ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้บริหารการศึกษา ง. ศึกษานิเทศก์ 17. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ต้องมีอายุเท่า ก. ไม่ตํ่ากว่า 18 ปี ข. ไม่ตํ่ากว่า 20 ปี ค. ไม่ตํ่ากว่า 18 ปีบริบูรณ์ ง.ไม่ตํ่ากว่า 20 ปีบริบูรณ์ 18. การออก การกําหนคอายุ การต่ออายุใบอนุญาศ การขอรับใบแทนใบอนุญาศ การ แหนใขอนุญาค ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดตามข้อใด ก. ข้อบังคับของคุรุสภา ข. กฎกระทรวง ค. ประกาศคุรุสภา ง. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 19. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจัย ไม่ออกใบอนุญาต/ไม่ต่ออายุใขอนุญาตให้อุทธรณ์ คําสั่งต่อผู้ใค ก. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ข. คุรุสภา ค. คณะกรรมการคุรุสภา ง. เลขาธิการคุรุสภา 20. ข้อขังคับคุรุสภา ต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร ก. เลขาธิการคุรุสภา ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. คณะกรรมการคุรุสภา ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 21. ขอใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับรายได้ของคุรุสภาเงินอุดหนุนจากงบประมาณกระทรวง ก.ศึกษาธิการ ข. เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา ค. เป็นรายได้ที่ไม่ต้องนําส่งกระทรวงการคลัง ง. ไม่อยู่ในข่ายการเก็บภาษี
22. บุคคลใดที่มีการแก้ไขเพิ่มเดิมลําสุดคามคําสั่งหัวพน้าคสช. ให้เป็นกรรมการจุรุสกา ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการคุรุสภา ค.เลขาธิการสภาการศึกษา ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 23. ใครเป็นประธานกรรมการคุรุสภา ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ ครม.แต่งตั้ง ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 24. คณะกรมการคุรุสภามีกี่คน ก. 9 คน ข. 10 คน ค. 11 คน ง. 12 คน 25. ข้อใดเป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา ก.วินิจฉัยอุทธรณ์คําสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ข.พิจารณารออก / พักใช้ /เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ค. กํากับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ ง. ส่งเสริม ยกย่องและพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่าง ๆ 26. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัย ไม่ออกใบอนุญาต/ไม่ต่ออายุใบอนุญาตคําสั่งใน ระยะเวลาตามข้อใด ก. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบ ข. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ค. ภายใน วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบ ง. ภายใน 08 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง 27. ผู้มีความประสงค์จะขอต่อใขอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องคําเนินการอย่างไร
ก. ยื่นขอภายใน 180 วัน ต่อเลขาธิการคุรุสภาก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ ข. ยื่นขอต่อใบอนุญาตก่อนหมดอายุ ไม่น้อยกว่า 180 วัน ต่อเลขาธิการคุรุสภา ค. ยื่นขอต่อใบอนุญาตก่อนหมดอายุ ไม่น้อยกว่า 180 วัน ต่อคุรุสภา ง. ยื่นขอต่อใบอนุญาตก่อนหมดอายุ ไม่เกิน 180 วัน ต่อเลขาธิการคุรุสภา 28. สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษาต้องระวางโทษข้อใด ก. จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่น 60,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ 29. นายวิสุทแสดง ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าคนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จากคุรุสภา นายวิสุทจะต้องได้รับโทษตามข้อใค ก. จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,00 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ 30 ครูกัน ประกอบวิชาชีพครูโคยที่ไม่ได้รีบอนุญาตจากคุรุสภา ครุกันจะต้องได้รับโทษตามข้อใด ก. จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ข.ทําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 80,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ 31. ผู้ที่มีความประสงค์ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาต ให้อื่นคําขอต่อ ก. คณะกรรมการคุรุสภา ข.คุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา 32. ข้อใดเป็นคํานาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชา ก. พิจารณาการออก /พักใช้ /เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ข.กําหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ค.ออกใบอนุญาต
ง. พักใช้ / เพิกถอนใบอนุญาต 33. การรประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเพื่อดํารงไว้ซึ่งเรื่องต่อไปนี้ ตาม คุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ยกเว้นข้อใด ก. ความรู้ ข. ความสามารถ ค. ความเชี่ยวชาญ ง. ความซํ้านาญการ 34. ใครไม่สามารถเป็นคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพได้? ก. ผอ.มานพเป็นผอ.โรงเรียนมา 12 ปี ข. ครูปิ่น วิทยฐานะ ครูชํานาญการพิเศษ ค. ผอ.สุมา เป็นผอ.เขตฯมาแล้ว 8 ปี ง. ศน.อุ้ม เป็นศน.มาแล้ว 10 ปี 35. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษแล้ว ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่อง ดังกล่าว ต่อคณะกรรมการคุรุสภาโดยไม่ชักช้า ข. การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วนั้น ไม่เป็นเหตุให้ระงับกาล ค. สิทธิการกล่าวหา/กล่าวโทษ ให้ยื่นต่อ คณะกรรมการคุรุสภา ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ออกใบอนุญาตให้ ต้องอุทธรณ์ต่อเลขาธิการคุรูสภา
เฉลยแบบทดสอบพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 1 ค 11 ค 21 ข 31 ง 2 ข 12 ง 22 ก 32 ค 3 ค 13 ง 23 ง 33 ง 4 ค 14 ง 24 ก 34 ข 5 ก 15 ข 25 ก 35 ง 6 ค 16 ก 26 ค 7 ง 17 ง 27 ค 8 ข 18 ค 28 ค 9 ข 19 ข 29 ก 10 ง 20 ข 30 ข
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 1. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มีการแก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่เท่าไหร่ ก. ฉบับที่ 2 ข. ฉบับที่ 3 ค. ฉบับที่ 4 ง. ไม่เคยมีการแก้ไข 2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เกิดจากกฎหมายข้อใด ก. มาตรา 52 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข. มาตรา 53 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ค. มาตรา 54 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ง. มาตรา 55 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 3. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงศึกษาธิการ ข. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงยุติธรรม ง. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงวัฒนธรรม 4. ข้อใดคือความหมายของคําว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ก. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงศึกษาธิการ
ข. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเตือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงวัฒนธรรม ง. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงวัฒนธรรม 5. ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียบรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการต่างๆในสถานศึกษาของรัฐ สอดคล้องกับข้อใด ก. ผู้สอน ข. ครู ค. ข้าราชการครู ง.อาจารย์ 6. บุคลากรซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถนศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา สอดคล้องกับข้อใด ก. ครู ข. ข้าราชการครู ค. คณาจารย์ ง. อาจารย์ 7. ข้อใดไม่ใช่ บุคลากรทางการศึกษา ก. ข้าราชการครู ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้บริหารการศึกษา ง. ผู้สนับสนุนการศึกษา 8. ข้อใดไม่สอดคล้องกับความหมายของ วิชาชีพ ก. วิชาชีพครู ข. วิชาชีพบริหารสถานศึกษา ค. วิชาชีพบริหารการศึกษา ง. วิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น 9. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของ หน่วยงานศึกษา
ก. สถานศึกษา ข. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียนตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป ค. แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของ หน่วยงานศึกษา ก. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน ค. แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ 11. ก.ค.ศ. ย่อมาจากข้อใด ก. กรรมกาชสู่และบุคลากรทางการศึกษา ข. กรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ค. คณะกรรมคารูและบุคลากรทางการศึกษา ง. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 12. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีจํานวนเท่าใด ก.10 คน ข. 12 คน ค. 14 คน ง. 15 คน 13. ประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สอดคล้องกับข้อใด ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 14. กรมการและเลขานุการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สอดคล้องกับข้อใด ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
15. กรรมการโดยตําแหน่งในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกี่คน ก. 6 คน ข. 7 คน 8 คน ง. 9 คน 16. ข้อใดไม่เป็นกรรมการโดยในตําแหน่งในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. เลขาธิการสภาการศึกษา ข เลขาธิการ ก.ค.ศ. ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. เลขาธิการ ก.พ. 17. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีกี่คน ก. 3 คน ข. 5 คน ค. 7 คน ง. 9 คน 18. ข้อใดไม่สอดคล้องกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก. ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ข. ผู้เชี่ยวชาญอ้านการศึกษา ค. ผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณ ง. ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย 19. ผู้ใดแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 20. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ การดําเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการและบุคลากรทางการ ศึกษา ก. ระบบคุณธรรม ข. ความเสมอภาคระหว่างบุคคล
ค. หลักการได้รับการปฏิบัติและการคุ้มครองสิทธิอย่างเห่า ง. หลักการความเป็นกลางทางการเมือง 21. คุณสมบัติทั่วไปของผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกี่ข้อ ก. 12 ข้อ ข. 13 ข้อ ค. 14 ข้อ ง. 15 ข้อ 22. ข้อใดกล่าวถูกต้อง คุณสมบัติทั่วไปของผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ก. มีเชื้อชชิติไทย ข. มีอายุไม่ตํ่ากว่า 18 ปี ค. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ง. ไม่เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ 23. ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษได้ต้องอายุตามข้อใด ก. 18 ปี ข. ไม่ตํ่ากว่า 18 ปีบริบูรณ์ ค. 20 ปี ง. ไม่ตํ่ากว่า 20 ปีบริบูรณ์ 24. ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องไม่เป็นโรคที่กําหนด ในกฎหมายข้อใด ก. กฎกระทรวง ข. ประกาศกระทรวง ค. กฎ ก.ค.ศ. ง. ระเบียบ ก.ค.ศ. 25. กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยโรค มีจํานวนเท่าใด ก. 3 โรค ข. 4 โรค ค. 5 โรค ง. 6 โรค
26. ข้อใดไม่สอดคล้องกับ กฏ ก.ค.ศ. ว่าด้วยโรค ก. โรคเรื้อนในระยะติดต่อ ข. วัณโรคในระยะติดต่อ ค. โรคเท้าช้างในระยะยังไม่ปรากฏอาการ ง.โรคพิษสุราเรื้อรัง 27. ตําแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกี่ประเภท. ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 28. บุคคลในข้อใด ขาดคุณสมบัติทั่วไปที่จะเข้าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. สัญชาติไทย ข. เป็นผู้ถูกพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ค. กระทําความผิดโดยศาลตัดสินให้รอลงอาญา ง. ทุจริตในการสอบเข้าในหน่วยงานเอกชน 29. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับประเภท ของตําแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. ผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา ข. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ค. บุคลากรทางการศึกษาอื่น ง. ไม่มีข้อใดกล่าวผิด 30. ชิราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 38 ก มีกี่ตําแหน่ง ก. 4 ตําแหน่ง ข. 5 ตําแหน่ง ค. 6 ตําแหน่ง ง. 7 ตําแหน่ง 31. ข้อใดไม่ใช่ตําแหน่งหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา ก. ครูผู้ช่วย ข. ครู ค. ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ง. ผู้อํานวยการสถานศึกษา 32. ตําแหน่งทางวิชาการ สอดคล้องกับข้อใด ก. ครูผู้ช่วย ข. ครู ค. อาจารย์ ง. ถูกทุกข้อ 33. ตําแหน่งในข้อใดที่อยู่ในหน่วยงานการศึกษาระดับปริญญา ก. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ข. รองศาสตรจารย์ ค. ศาสตราจย์ ง. ถูกทุกข้อ 34. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษามีกี่ตําแหน่ง ก. 4 ตําแหน่ง ข. 5 ตําแหน่ง ค. 6 ตําแหน่ง ง. 7 ตําแหน่ง 35. ข้อใดไม่ใช่ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ก. รองผู้อํานวยการโรงเรียน ข. ผู้อํานวยการโรงเรียน ค. ศาสตราจารย์ ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยแบบทดสอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 1 ค 11 ง 21 ข 31 ง 2 ค 12 ค 22 ค 32 ค 3 ค 13 ข 23 ข 33 ง 4 ง 14 ง 24 ค 34 ข 5 ค 15 ง 25 ค 35 ง 6 ค 16 ข 26 ค 7 ก 17 ก 27 ข 8 ข 18 ค 28 ข 9 ก 19 ค 29 ง 10 ง 20 ค 30 ค
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 1. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้เมื่อใด ก. เมื่อพันกําหนด 30 วันนับแต่วันประกาคในราชกิจจานุเบกษา ข. เมื่อพันกําหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ค. เมื่อพันกําหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ง. เมื่อพันกําหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 2. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ตราขึ้นตามข้อใด ก. โดยคําแนะนําของสภาผู้แทนราษฎร ข. โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ค. โดยคําแนะนําของสภาผู้แทนราษฎรและยินยอมของวุฒิสภา ง. โดยคําแนะนําของวุฒิสภา 3. ใครเป็นตู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ก. นายชวน หลีกภัย ข. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ค. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ง. นายวิษณุ เครืองาม 4. เด็ก หมาอความว่า..บุคคลซึ่งมีอาธุตามข้อใค ก. ไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ ข. ตํ่ากว่า 18 ปีบริบูรณ์ ค. ไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ ง. ตํ่ากว่า 20 ปีบริบูร 5. เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารคา หรือไม่สมารถสืบหาบิดามารคาได้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พส. 2546 หมายถึงข้อใด ก. เร่ร่อน ข. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด ค. เด็กกําพร้า
ง. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก 6. เด็กที่บิคามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลําบาก ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หมายถึงข้อใคร ก. เร่ร่อน ข. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด ค. เด็กกําพร้า ง. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก 7. เด็กที่มีความขกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญาหรือจิตใจ ไม่ว่าความบกพร่องนั้นจะมีมาแต่ กําเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หมายถึงข้อใด ก. เร่ร่อน ข. เด็กพิการ ค. เด็กกําพร้า ง. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก 8. เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนําไปในทางกระทําผิดกฎหมาย ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หมายถึงข้อใด ก. เร่ร่อน ข. เด็กพิการ ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด ง. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก 9. การที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัย หรือกําลังความสามารถและสติปัญญา หรือไม่สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หมายถึงข้อใด ก. เร่ร่อน ข. เด็กพิการ ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด ง. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก 10. การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนหรือพัฒนาเด็กคามมาตรฐานขั้นตํ่าที่กฏกระทรวง จนนํา จะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หมายถึงข้อใด ก. การลิดรอนสิทธิเด็ก
ข. การละทิ้งเด็ก ค. ทารุณกรรม ง. การเลี้ยงดูโดยมิชอบ 11. สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วราวเพื่อสับเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว เพื่อกําหนคแนวทาง ในการสงเคราะห์และตุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็ก หมายถึงข้อใด ก. สืบสาะและพินิจ ข. สถานรับเลี้ยงเด็ก ค. สถานแรกรับ ง. สถานสงเคราะห์ 12. สถานที่รับเลี้องและพัฒนาเด็กที่มีอาตุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ และมีจํานวนตั้งแต่ ธ คนขึ้นไป ซึ่งเด็ก ไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดําเนินการสถานรับเลี้ยงเด็ก ก. สืบเสาะและพินิจ ข. สถานรับเลี้ยงเด็ก ค. สถานแรกรับ ง. สถานสงเคราะห์ 13. การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล และนํามาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทาง สังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมายและหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของ บุคคลนั้น หมายถึงข้อใด ก. สืบเสาะและพินิจ ข. สถานรับเลี้ยงเด็ก ค. สถานแรกรับ ง. สถานสงเคราะห์ 14. ศาลตามข้อใจมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคคีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546ศาลอาญา ก. ศาลอาญา ข. ศาลปกครอง ค. ศาลจังหวัด ง. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว 15. กรณีจังหวัดใจฮังไม่มีศาลตามข้อ 14 ให้ศาลใจมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี คามพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 แทน
ก. ศาลอาญา ข. ศาลปกครอง ค. ศาลจังหวัด ง. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว 16. ดณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ มีจํานวน เท่าใค ก. ไม่เกิน 23 คน ข. 23 คน ค. ไม่เกิน 27 คน ง. 25 คน 17. ใครเป็นประธาน คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 18. กรรมการตู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นสตรีต้องมีจํานวนเท่าใค ก. ไม่เกิน 1 ใน 3 ข. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ค. ไม่เกิน 2 ใน 3 ง.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 19. หน่วองานใดเป็นผู้ทําหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ก. สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ข. สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ค. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 20. กรรมการตู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละกี่ปี ก. คราวละ 2 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ข. คราวละ 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ค. คราวละไม่เกิน 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ง. คราวละไม่เกิน 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
21. การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คํานึงถึงข้อใค ก. ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ข. วุฒิภาวะของเด็กเป็นสําคัญ ค. ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสําคัญ ง. ก และ ค ถูก 22 ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้องดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองคูแลขลนย ตามสมควรแก่ ข้อใด ก. ขนบธรรมเนียมประเพณี ข. วัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น ค. พัฒนาการของเด็กตามช่วงวัย ง. ก และ ข ถูก 23. ถ้าทํานพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจําต้ลงได้รับการสงเคราะห์หรืองุ้มครองสวัสดิภาพ ทําหะ ดําเนินการอย่างไรเป็นอันดับแรก ก. ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ข. แจ้งเจ้าหน้าที่ ค. พาไปส่งผู้ปกครอง ง. ถูกทุกข้อ 24. พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอํานาจกักตัวเด็กไว้ตามระยะเวลาในข้อใค ก. เกินกว่า 12 ชั่วโมงไม่ได้ ข. เกินกว่า 24 ชั่วโมงไม่ได้ ค. เกินกว่า 48 ชั่วโมงไม่ได้ ง. เกินกว่า 1 วันไม่ได้ 25 . กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้การสงเคราะห์โคยวิธีการมอบเด็กให้อยู่ในความปกครองของ บุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูตามเวลาในข้อใค ก. ไม่เกิน 1 เดือน ข. ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน 1 เดือน ค. ไม่เกิน 2 เดือน ง. ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน 2 เดือน
เฉลยแบบทดสอบพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 1 ง 11 ค 21 ง 2 ข 12 ข 22 ง 3 ค 13 ก 23 ก 4 ข 14 ง 24 ก 5 ค 15 ค 25 ก 6 ง 16 ข 7 ข 17 ก 8 ค 18 ข 9 ง 19 ก 10 ง 20 ข
ความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ English Test 1 Part 1 Conversation 1. Situation : John is buying a book. Salesgirl : This book is eighty baht. John : O.K. __A__ Salesgirl : __B__ A. 1. This is my money. 2. Here you are. 3. There it is. 4. It is. B. 1. How nice. 2. All right. 3. Thank you. 4. Good. 2. Situation : Jane sees Don and talks to him. Jane : How are you, Don? Don : Fine. Thanks. __A__ Jane : __B__ A. 1. What do you do? 2. What are you doing? 3. And you? 4. Are you? B. 1. Very well, thank you. 2. That‟s good. 3. It is very nice. 4. I‟m sorry to hear that. 3. Situation: Mary is asking Jum to go swimming with her. Mary : Jum, I‟m going for a swim tomorrow. __A__ Jum : __B__ I‟ll see you at the pool, then. A. 1. Would you like to come? 2. Can you swim? 3. What do you want to do? 4. Where do you like to swim? B. 1. I don‟t like swimming. 2. Swimming is difficult. 3. I‟d love to.