3.3.2 แนวทางการปฏิบตั ริ ่วมกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ
(1) แนวทางการปฏิบัตริ ่วมกบั หนว่ ยทหาร
ในการปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมระหว่างพลเรือนกบั ทหารนัน้ จะตอ้ ง
มกี ารประสานงานระหว่างกันอย่างใกลช้ ดิ และพยายามเสริมสรา้ งความเขา้ ใจระหว่างกัน รวมทั้งดำ� รงการตดิ ต่อ
ส่ือสารระหว่างกันอย่างต่อเน่ือง เพ่ือป้องกันความเข้าใจท่ีคลาดเคล่ือนระหว่างการปฏิบัติงาน ทั้งน้ี
เพอ่ื เปน็ การสนบั สนนุ การจดั การสาธารณภยั ของกองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ และ
ศนู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณแ์ ตล่ ะระดบั ฝา่ ยทหารอาจพจิ ารณาจดั ตง้ั ศนู ยป์ ระสานงานระหวา่ งพลเรอื นกบั ทหาร
หรือศูนย์ปฏิบัติงานร่วมระหว่างพลเรือนกับทหาร ข้ึนอยู่กับระดับของหน่วยและสถานการณ์สาธารณภัย
เพอื่ ประชมุ หารอื และแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ในการจดั การสาธารณภยั รวมทงั้ การบรรยายสรปุ สถานการณป์ ระจำ� วนั
เพื่อท�ำความเข้าใจต่อสถานการณ์ให้ตรงกัน โดยยึดกรอบแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐานหลักสากล และ
พระราชบญั ญตั ปิ ้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 ดังน้ี
(1.1) ด�ำเนินการตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ. 2550
(1.2) ดำ� เนนิ การตามแนวทางการปฏบิ ตั งิ านรว่ มระหวา่ งพลเรอื นกบั ทหารในการบรรเทา
สาธารณภยั
(1.3) ดำ� รงการตดิ ตอ่ สอื่ สารและประสานการปฏบิ ตั อิ ยา่ งใกลช้ ดิ ระหวา่ งพลเรอื นกบั ทหาร
ในพ้นื ท่ี
(2) แนวทางการปฏบิ ตั ิรว่ มกบั ภาคประชาสงั คม และองค์การสาธารณกุศล
(2.1) ให้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แต่ละระดับ (กรณี
เกดิ สาธารณภยั ) เพอ่ื รว่ มปฏบิ ตั กิ ารปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั และการชว่ ยเหลอื สงเคราะหผ์ ปู้ ระสบภยั
ให้เป็นไปอยา่ งมีเอกภาพ
(2.2) ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสขุ สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ
รว่ มกับองค์การสาธารณกศุ ลจัดทำ� แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการสนับสนนุ ก�ำลงั ทรัพยากร เจา้ หน้าท่ี อุปกรณ์ และ
เคร่ืองมอื เพ่ือการปฏิบตั งิ านขององค์กรปฏบิ ตั ใิ นการจัดการสาธารณภัยแต่ละระดบั
(3) แนวทางการปฏบิ ัตริ ่วมกบั ต่างประเทศหรอื องคก์ ารระหว่างประเทศ
(3.1) รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศในกรณีที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างย่ิง
(ระดบั 4) และมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งขอรบั ความชว่ ยเหลอื จากตา่ งประเทศ ใหก้ ระทรวงการตา่ งประเทศนำ� เรอ่ื งเสนอ
สู่การพิจารณาของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
กองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาตดิ งั กลา่ วขา้ งตน้ แลว้ ใหป้ ระสานงานกบั กระทรวงมหาดไทย
(กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) และหน่วยงานอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ
เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการประสานงานการรับความช่วยเหลอื จากต่างประเทศต่อไป
42 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(3.2) ให้กระทรวงการต่างประเทศ จัดท�ำมาตรฐานวิธีปฏิบัติส�ำหรับหน่วยงานและ
องค์การระหว่างประเทศทด่ี �ำเนนิ การใหค้ วามช่วยเหลือประเทศไทยในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(3.3) กรณีท่ีรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศหรือองค์กรภาคเอกชน
ต่างประเทศมีความประสงค์จะให้การสนับสนุนสิ่งของ ก�ำลังเจ้าหน้าที่หรือส่ิงอื่นใด เพื่อให้ความช่วยเหลือ
ผปู้ ระสบสาธารณภยั ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในราชอาณาจกั รไทยใหด้ ำ� เนนิ การตามขอ้ ผกู พนั สญั ญาขอ้ ตกลงหรอื ความรว่ มมอื
ระหว่างประเทศท่ีได้มีการจัดท�ำข้ึน โดยยกเว้นอากรแก่สิ่งของนั้น ทั้งน้ี ให้กระทรวงการต่างประเทศ
เปน็ หนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบหลกั
(3.4) ให้กระทรวงการต่างประเทศจัดท�ำแนวทางการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือ
ตา่ งประเทศกรณเี กดิ สาธารณภยั และมกี ารรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื จากประเทศไทย โดยใหห้ นว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ให้การสนับสนนุ
3.4 ขอบเขตสาธารณภัย
ขอบเขตสาธารณภัยตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติฉบับนี้ ให้เป็นไปตาม
ความหมาย “สาธารณภยั ” ตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 ดงั นี้
“อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาดสัตว์น�้ำ
การระบาดของศตั รพู ชื ตลอดจนภยั อน่ื ๆ อนั มผี ลกระทบตอ่ สาธารณชน ไมว่ า่ เกดิ จากธรรมชาติ มผี ทู้ ำ� ให้
เกิดข้ึน อุบตั เิ หตุ หรือเหตอุ ่นื ใด ซึ่งก่อให้เกิดอนั ตรายแก่ชวี ิต รา่ งกายของประชาชน หรอื ความเสยี หาย
แกท่ รพั ยส์ นิ ของประชาชน หรอื ของรฐั และใหห้ มายความรวมถงึ ภยั ทางอากาศ และการกอ่ วนิ าศกรรมดว้ ย”
3.5 ระดับการจัดการสาธารณภัย
ระดับการจัดการสาธารณภัยแบ่งเป็น 4 ระดับ ทั้งน้ี ข้ึนกับพื้นท่ี ประชากร ความซับซ้อน หรือ
ความสามารถในการจัดการสาธารณภัย ตลอดจนศักยภาพด้านทรัพยากร ท่ีผู้มีอ�ำนาจตามกฎหมาย
ใชด้ ุลยพนิ ิจในการตดั สินใจเก่ียวกบั ความสามารถในการเข้าควบคมุ สถานการณเ์ ป็นหลกั ดังน้ี
ระดบั การจัดการ ผูม้ ีอำ� นาจตามกฎหมาย
1 สาธารณภยั ขนาดเลก็ ผู้อ�ำนวยการอ�ำเภอ ผู้อ�ำนวยการทอ้ งถ่ิน และ/หรอื
2 สาธารณภยั ขนาดกลาง ผู้ช่วยผอู้ ำ� นวยการกรงุ เทพมหานคร ควบคมุ และสั่งการ
3 สาธารณภยั ขนาดใหญ่ ผู้อำ� นวยการจงั หวัด หรอื ผู้อำ� นวยการกรงุ เทพมหานคร
4 สาธารณภยั ร้ายแรงอยา่ งยิง่ ควบคุม ส่งั การและบัญชาการ
ผูบ้ ญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
ควบคุม สง่ั การและบัญชาการ
นายกรฐั มนตรหี รอื รองนายกรฐั มนตรซี ง่ึ นายกรฐั มนตรมี อบหมาย
ควบคมุ สง่ั การและบัญชาการ
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 43
3.6 กฎหมายและระเบียบทเี่ กีย่ วข้องกับการจดั การความเส่ียงจากสาธารณภยั
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายหลักในการจัดการ
ความเส่ียงจากสาธารณภัยของประเทศ โดยมกี ฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศ/ค�ำส่ังอ่นื ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ งสนับสนนุ
การจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภัย ดังน้ี
3.6.1 กฎหมายหลกั
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และอนุบัญญัติท่ีเก่ียวข้อง
รวม 6 ฉบับ ได้แก่
(1) กฎกระทรวงกำ� หนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารชดเชยความเสยี หายแกผ่ เู้ สยี หายจากการบำ� บดั
ภยนั ตรายจากสาธารณภยั พ.ศ. 2554
(2) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งต้ังและการปฏิบัติหน้าที่ของ
เจา้ พนกั งานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2553
(3) ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยกจิ การอาสาสมคั รปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น พ.ศ. 2553
(4) ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยเครอ่ื งแบบ เครอื่ งหมาย และบตั รประจำ� ตวั เจา้ พนกั งาน
ปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2554
(5) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์เก่ียวกับการออกหนังสือรับรอง
กรณีผูป้ ระสบภยั หรือเจา้ ของหรือผคู้ รอบครองทรพั ย์สิน ร้องขอหลักฐานเพื่อรับการสงเคราะห์ หรือบริการอ่ืนใด
พ.ศ. 2552
(6) ประกาศกรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง แบบหนงั สอื รบั รองผปู้ ระสบภยั
3.6.2 กฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศ/ค�ำส่ัง ที่ส�ำคัญเพื่อการสนับสนุนการจัดการความเสี่ยง
จากสาธารณภัย
(1) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และระเบียบส�ำนักนายก
รัฐมนตรที ี่เก่ยี วขอ้ ง ไดแ้ ก่
(1.1) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการบรหิ ารทรพั ยากรนำ�้ แหง่ ชาติ พ.ศ. 2550
(1.2) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และขจดั มลพษิ ทางนำ�้ เนอื่ งจาก
นำ�้ มนั พ.ศ. 2547
(1.3) ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารระบบเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
พ.ศ. 2552
(1.4) ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริจาคและการให้ความช่วยเหลือ
ผูป้ ระสบสาธารณภัย พ.ศ. 2542
(1.5) ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยกองทุนร่วมบรรเทาความเสียหาย
ทางการเกษตร พ.ศ. 2539
(1.6) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยกองทนุ รว่ มบรรเทาความเสยี หายทางการเกษตร
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548
44 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(1.7) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการประสานงานดา้ นสาธารณปู โภค พ.ศ. 2529
(1.8) ระเบยี บส�ำนกั นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปอ้ งกนั อุบัติภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2538
(1.9) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยนโยบายและการฟน้ื ฟทู ะเลไทย พ.ศ. 2539
(1.10) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการเรยี่ ไรของหนว่ ยงานของรฐั พ.ศ. 2544
(1.11) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยคณะกรรมการบรหิ ารสนิ เชอื่ เกษตรแหง่ ชาติ
พ.ศ. 2541
(2) พระราชบญั ญตั วิ ธิ กี ารงบประมาณ พ.ศ. 2502 และระเบยี บกระทรวงการคลงั ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
ไดแ้ ก่
(2.1) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบ
ภัยพิบัติกรณฉี ุกเฉนิ พ.ศ. 2556
- หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี
ฉกุ เฉนิ พ.ศ. 2556
(2.2) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือคนไทย
ในตา่ งประเทศ พ.ศ. 2549
(2.3) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าดว้ ยเงินทดรองราชการเพ่อื ใชจ้ า่ ยกรณีฉกุ เฉินหรอื
จำ� เปน็ ในการรักษาความม่นั คงของประเทศ พ.ศ. 2532
(2.4) ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการจา่ ยเงนิ ทดรองราชการเพอื่ การปอ้ งกนั และ
ขจัดภาวะมลพิษทางทะเลเนอ่ื งจากนำ�้ มนั พ.ศ. 2527
(2.5) ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการจา่ ยเงนิ ทดรองราชการเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ราษฎร
ที่ประสบภาวะฝนแลง้ พ.ศ. 2521
(3) พระราชกำ� หนดการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางการเงนิ แกผ่ ทู้ ไี่ ดร้ บั ความเสยี หายจากอทุ กภยั
พ.ศ. 2555
(4) พระราชกำ� หนดกองทนุ สง่ เสรมิ การประกันภัยพบิ ตั ิ พ.ศ. 2555
(5) ค�ำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 85/2557 เรื่อง แต่งต้ังคณะกรรมการก�ำหนด
นโยบายและการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรนำ้�
(6) พระราชบัญญตั ิ/ระเบยี บ/ประกาศ/คำ� สั่งอื่น ๆ
(6.1) พระราชบัญญตั ิลกั ษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457
(6.2) พระราชบัญญตั คิ วบคุมกจิ การธนาคารในภาวะฉกุ เฉนิ พุทธศกั ราช 2484
(6.3) พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ และจดั การกจิ การหรอื ทรพั ยส์ นิ ของคนตา่ งดา้ วบางจำ� พวก
ในภาวะคับขนั พทุ ธศักราช 2484
(6.4) พระราชบญั ญตั คิ นั และคนู �ำ้ พ.ศ. 2505
(6.5) พระราชบญั ญัติทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. 2542
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 45
(6.6) พระราชบญั ญตั สิ งเคราะหผ์ ปู้ ระสบภยั เนอ่ื งจากการชว่ ยเหลอื ราชการ การปฏบิ ตั งิ าน
ของชาติ หรือการปฏบิ ัติตามหนา้ ทีม่ นุษยธรรม พ.ศ. 2543
(6.7) พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535
(6.8) พระราชบญั ญัติความปลอดภัย อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการท�ำงาน
พ.ศ. 2554
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กําหนดแบบแจ้งการเกิด
อบุ ัติภัยร้ายแรง หรือการประสบอนั ตรายจากการทํางาน พ.ศ. 2554
(6.9) พระราชบัญญัติสงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะ
เหตุปฏบิ ัตริ าชการ พ.ศ. 2546
(6.10) พระราชบญั ญตั ิจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551
(6.11) พระราชบญั ญัตสิ ่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535
(6.12) พระราชบญั ญัติโรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2523
- กฎกระทรวงกําหนดแบบและวิธีการให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ
ทเี่ ขา้ มาในราชอาณาจกั รแจง้ และยน่ื เอกสารตอ่ เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ประจาํ ดา่ นควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระหวา่ ง
ประเทศ พ.ศ. 2552
(6.13) พระราชบัญญัติโรคระบาดสตั ว์ พ.ศ. 2499
(6.14) พระราชบัญญตั ิโรคพษิ สุนัขบ้า พ.ศ. 2535
(6.15) พระราชบญั ญัตวิ ัตถุอนั ตราย พ.ศ. 2535
(6.16) พระราชบัญญัตพิ ลังงานปรมาณเู พ่อื สนั ติ พ.ศ. 2504
- กฎกระทรวงกาํ หนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารจดั การกากกมั มนั ตรงั สี พ.ศ. 2546
(6.17) พระราชบญั ญตั อิ าวธุ ปนื เครอ่ื งกระสนุ ปนื วตั ถรุ ะเบดิ ดอกไมเ้ พลงิ และสงิ่ เทยี ม
อาวธุ ปืน พ.ศ. 2490
(6.18) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ เรือ่ ง หลักเกณฑ์และวธิ ีการปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการกระจายเสยี งและกจิ การ
โทรทัศน์ ในกรณเี กดิ ภัยพบิ ัตหิ รือเหตฉุ กุ เฉิน
(6.19) กฎกระทรวงยกเว้นคา่ ธรรมเนยี มรายปีและคา่ ธรรมเนยี มการต่ออายใุ บอนุญาต
ประกอบกจิ การโรงงานใหแ้ ก่ผปู้ ระกอบกิจการโรงงานซง่ึ ไดร้ ับความเสยี หายจากภัยธรรมชาติ พ.ศ. 2547
(6.20) ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เรอ่ื งการจดั สรรเงนิ อดุ หนนุ เฉพาะกจิ โครงการชว่ ยเหลอื ฟน้ื ฟคู วามเสยี หายจากภยั พบิ ตั ธิ รรมชาตแิ ละสาธารณภยั
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2551
46 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
3.6.3 กฎหมายในการจัดการความเส่ยี งจากสาธารณภยั ที่ส�ำคัญ
สาธารณภยั กฎหมายหลกั กฎหมาย/ระเบยี บ/ประกาศ/ กฎหมาย/ระเบียบ
(1) แผน่ ดนิ ไหว, ในการจดั การความเส่ียงจาก ค�ำส่งั ทส่ี ำ� คัญเพ่ือสนับสนุน ประกาศ/คำ� สัง่
อาคารถลม่ การจัดการความเสีย่ งจาก อื่น ๆ ที่นำ� มาปรบั ใช้
สาธารณภยั กบั ทกุ สาธารณภัย
สาธารณภัย
พระราชบญั ญตั ิป้องกนั และ (1.1) พระราชบัญญัติควบคุม กฎหมาย/ระเบยี บ/
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 อาคาร พ.ศ. 2522 ประกาศอนื่ ๆ
และอนุบญั ญัตทิ เี่ กี่ยวขอ้ ง (1.2) กฎกระทรวงก�ำหนด ดงั ระบุไว้ใน
หลกั เกณฑก์ ารอนญุ าตดัดแปลง l ข้อ 3.6.2 (1.3)-
อาคารเพ่ือเสรมิ ความมั่นคงแข็งแรง (1.8), (1.10), (1.11)
ของอาคารใหส้ ามารถต้านแรง l ข้อ 3.6.2 (2.1)-
สัน่ สะเทือนจากแผน่ ดนิ ไหว (2.3)
พ.ศ. 2555 l ข้อ 3.6.2 (3)-(4)
(1.3) กฎกระทรวงก�ำหนดการรับ l ข้อ 3.6.2 (6)
น�ำ้ หนัก ความตา้ นทาน ความคงทน (6.1)-(6.11), (6.18)
ของอาคารและพื้นดินทร่ี องรับ ใหน้ ำ� มาปรับใช้
อาคารในการต้านทานแรง กับการจัดการ
สัน่ สะเทอื นของแผ่นดนิ ไหว สาธารณภัย
พ.ศ. 2550 ตามควรแก่กรณี
ฯลฯ
(2) อุทกภัย พระราชบัญญตั ปิ ้องกันและ (2.1) พระราชบัญญัติ
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 การชลประทานหลวง พ.ศ. 2485
และอนุบญั ญตั ทิ ี่เกี่ยวขอ้ ง (2.2) พระราชบญั ญัติ การเดินเรอื
ในนา่ นน้�ำไทย พ.ศ. 2456
(2.3) พระราชก�ำหนด การให้
ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่
ผทู้ ไี่ ดร้ บั ความเสยี หายจากอทุ กภยั
พ.ศ. 2555
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 47
สาธารณภัย กฎหมายหลกั กฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศ/ กฎหมาย/ระเบียบ
ในการจดั การความเสี่ยงจาก ค�ำสั่ง ท่สี �ำคัญเพื่อสนบั สนุน ประกาศ/ค�ำสงั่
การจดั การความเสย่ี งจาก อ่นื ๆ ทีน่ �ำมาปรับใช้
สาธารณภยั กับทุกสาธารณภัย
สาธารณภยั
(2.4) คำ� สง่ั คณะรกั ษาความสงบ กฎหมาย/ระเบียบ/
แห่งชาติ ท่ี 85/2557 เรื่อง ประกาศอื่น ๆ
แตง่ ตั้งคณะกรรมการกำ� หนด ดังระบไุ ว้ใน
นโยบายและการบริหารจัดการ l ข้อ 3.6.2 (1.3)-
ทรพั ยากรน้ำ� (1.8), (1.10), (1.11)
(2.5) ระเบียบส�ำนักนายก l ข้อ 3.6.2 (2.1)-
รฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการบรหิ ารระบบ (2.3)
เตอื นภยั พบิ ตั แิ หง่ ชาติ พ.ศ. 2552 l ขอ้ 3.6.2 (3)-(4)
(2.6) ระเบียบส�ำนักนายก l ข้อ 3.6.2 (6)
รัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหาร (6.1)-(6.11), (6.18)
ทรพั ยากรนำ้� แหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 ใหน้ �ำมาปรับใช้
ฯลฯ กบั การจัดการ
สาธารณภยั
ตามควรแกก่ รณี
(3) อคั คีภัย พระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและ (3.1) พระราชบัญญัติควบคุม
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 อาคาร พ.ศ. 2522
และอนุบญั ญตั ทิ ่เี ก่ยี วข้อง (3.2) พระราชบัญญัติ
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดลอ้ มในการทำ� งาน
พ.ศ. 2554
(3.3) กฎกระทรวงก�ำหนด
ประเภทและระบบความปลอดภยั
ของอาคารทีใ่ ชเ้ พอ่ื ประกอบ
กจิ การเปน็ สถานบริการ
พ.ศ. 2555
48 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
กฎหมายหลัก กฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศ/ กฎหมาย/ระเบยี บ
ในการจัดการความเส่ียงจาก ค�ำส่ัง ทีส่ �ำคญั เพอ่ื สนับสนนุ ประกาศ/คำ� สั่ง
สาธารณภยั การจัดการความเส่ยี งจาก อน่ื ๆ ที่น�ำมาปรับใช้
สาธารณภัย
สาธารณภยั กบั ทกุ สาธารณภัย
(3.4) กฎกระทรวงวา่ ดว้ ย กฎหมาย/ระเบยี บ/
การอนญุ าตให้ใช้อาคาร ประกาศอ่นื ๆ
เพื่อประกอบกิจการ โรงมหรสพ ดงั ระบุไวใ้ น
ประเภทและระบบความปลอดภยั l ข้อ 3.6.2 (1.3)-
ของโรงมหรสพ และอัตราค่า (1.8), (1.10), (1.11)
ธรรมเนยี มส�ำหรับการอนญุ าต l ข้อ 3.6.2 (2.1)-
ให้ใช้อาคาร เพือ่ ประกอบกจิ การ (2.3)
โรงมหรสพ พ.ศ. 2550 l ขอ้ 3.6.2 (3)-(4)
(3.5) กฎกระทรวงก�ำหนดชนิด l ข้อ 3.6.2 (6)
หรอื ประเภทของอาคารทเ่ี จา้ ของ (6.1)-(6.11), (6.18)
อาคารหรือผคู้ รอบครองอาคาร ใหน้ ำ� มาปรับใช้
หรอื ผูด้ �ำเนินการต้องท�ำ กบั การจัดการ
การประกันภัยความรับผดิ ตาม สาธารณภยั
กฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และ ตามควรแก่กรณี
ทรัพย์สนิ ของบุคคลภายนอก
พ.ศ. 2548
(3.6) ประกาศกรมธรุ กจิ พลงั งาน
เรอ่ื ง หลักเกณฑ์และวิธีการ
ในการจัดใหม้ ีการประกันภัย
ความเสียหายแก่ผ้ไู ด้รับ
ความเสยี หายจากภัยอันเกดิ
จากการประกอบกิจการควบคมุ
ประเภทที่ 3 พ.ศ. 2549
ฯลฯ
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 49
สาธารณภยั กฎหมายหลกั กฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศ/ กฎหมาย/ระเบยี บ
(4) ภัยจาก ในการจดั การความเส่ียงจาก คำ� สั่ง ท่ีส�ำคัญเพอื่ สนบั สนุน ประกาศ/ค�ำสั่ง
สารเคมี/วัตถุ การจดั การความเสยี่ งจาก อื่น ๆ ท่ีนำ� มาปรับใช้
อนั ตราย สาธารณภัย กบั ทกุ สาธารณภัย
สาธารณภัย
(5) สาธารณภยั
ทางนำ้� และ พระราชบญั ญัตปิ ้องกนั และ (4.1) พระราชบญั ญตั ิวัตถุ กฎหมาย/ระเบียบ/
ทางทะเล เช่น บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 อันตราย พ.ศ. 2535 ประกาศอนื่ ๆ
มลพษิ ทางน�้ำ และอนบุ ัญญัติท่ีเก่ียวขอ้ ง (4.2) พระราชบัญญัติพลังงาน ดงั ระบุไวใ้ น
เนื่องจาก ปรมาณเู พ่ือสนั ติ พ.ศ. 2504 l ข้อ 3.6.2 (1.3)-
น้ำ� มัน, - กฎกระทรวงกําหนด (1.8), (1.10), (1.11)
การกภู้ ัย หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการจดั การ l ข้อ 3.6.2 (2.1)-
ทางทะเล กากกมั มันตรังสี พ.ศ. 2546 (2.3)
(4.3) พระราชบัญญัติอาวุธปืน l ข้อ 3.6.2 (3)-(4)
เคร่ืองกระสุนปืน วัตถุระเบิด l ข้อ 3.6.2 (6)
ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ (6.1)-(6.11), (6.18)
ปนื พ.ศ. 2490 ใหน้ �ำมาปรับใช้
ฯลฯ กับการจัดการ
สาธารณภยั
ตามควรแก่กรณี
พระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกันและ (5.1) พระราชบญั ญตั กิ ารเดนิ เรอื
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ในน่านน้�ำไทย พ.ศ. 2456
และอนุบัญญัติทเ่ี กยี่ วขอ้ ง (5.2) พระราชบัญญัติให้อ�ำนาจ
ทหารเรือปราบปรามการกระท�ำ
ความผดิ บางอยา่ งทางทะเล
พ.ศ. 2490 และ ทแ่ี ก้ไขเพิม่ เตมิ
(5.3) พระราชบัญญัตวิ ่าดว้ ย
ความผิดเก่ียวกบั สถานทผี่ ลิต
ปโิ ตรเลยี มในทะเล พ.ศ. 2530
(5.4) พระราชบญั ญตั เิ พม่ิ อำ� นาจ
ตำ� รวจในการป้องกันและ
ปราบปรามการกระทำ� ผิดทางน�ำ้
พ.ศ. 2496
50 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
สาธารณภยั กฎหมายหลกั กฎหมาย/ระเบยี บ/ประกาศ/ กฎหมาย/ระเบยี บ
ในการจดั การความเสี่ยงจาก ค�ำสัง่ ทสี่ ำ� คญั เพ่อื สนับสนุน ประกาศ/คำ� สั่ง
การจดั การความเสี่ยงจาก อ่นื ๆ ทนี่ ำ� มาปรับใช้
สาธารณภัย กบั ทกุ สาธารณภัย
สาธารณภัย
(5.5) พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และ กฎหมาย/ระเบยี บ/
รกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ ประกาศอนื่ ๆ
พ.ศ. 2535 ดังระบไุ ว้ใน
(5.6) พระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารราชการแผน่ ดิน l ข้อ 3.6.2 (1.3)-
พ.ศ. 2534 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (1.8), (1.10), (1.11)
(5.7) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี l ข้อ 3.6.2 (2.1)-
วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และขจดั มลพษิ (2.3)
ทางนำ�้ เนอื่ งจากนำ้� มนั พ.ศ. 2547 l ข้อ 3.6.2 (3)-(4)
(5.8) ประกาศกรมเจ้าทา่ l ข้อ 3.6.2 (6)
ที่ 411/2543 เรื่อง มาตรการ (6.1)-(6.11), (6.18)
ความปลอดภยั ในการขนสง่ นำ้� มนั ใหน้ �ำมาปรับใช้
และเคมภี ณั ฑ์ กบั การจัดการ
(5.9) ประกาศกรมเจ้าทา่ สาธารณภัย
ท่ี 412/2543 เรอื่ ง แนวทาง ตามควรแก่กรณี
การจดั ท�ำแผนปฏบิ ตั ิการขจัด
มลพษิ ประจำ� ทา่ เรอื สำ� หรบั ขนสง่
สินคา้ อนั ตราย
(5.10) ระเบียบส�ำนักนายก
รัฐมนตรี ว่าด้วยนโยบายและ
การฟน้ื ฟูทะเลไทย พ.ศ. 2539
(5.11) ระเบียบกระทรวงการคลัง
วา่ ดว้ ยการจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ
เพอื่ การป้องกันและขจดั ภาวะ
มลพิษทางทะเลเนือ่ งจากนำ้� มนั
พ.ศ. 2527
(5.12) พระราชบัญญัติป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
และอนบุ ญั ญตั ทิ เี่ กย่ี วขอ้ ง (เฉพาะ
จังหวัดท่ีมีเขตพืน้ ทใี่ นทะเล)
ฯลฯ
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 51
สาธารณภัย กฎหมายหลกั กฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศ/ กฎหมาย/ระเบยี บ
ในการจัดการความเสยี่ งจาก ค�ำส่ัง ท่ีสำ� คัญเพือ่ สนบั สนนุ ประกาศ/คำ� สัง่
การจดั การความเสย่ี งจาก อื่น ๆ ทน่ี ำ� มาปรบั ใช้
สาธารณภัย กบั ทุกสาธารณภัย
สาธารณภัย
(6) ภัยจาก พระราชบัญญัตปิ อ้ งกนั และ (6.1) พระราชบัญญัติโรคติดต่อ กฎหมาย/ระเบียบ/
โรคระบาด บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2523 ประกาศอ่ืน ๆ
ในมนุษย์ และอนบุ ัญญตั ทิ เี่ กย่ี วขอ้ ง (6.2) พระราชบัญญตั ิ ดังระบุไว้ใน
การสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 l ข้อ 3.6.2 (1.3)-
ฯลฯ (1.8), (1.10), (1.11)
l ข้อ 3.6.2 (2.1)-
(2.3)
l ข้อ 3.6.2 (3)-(4)
l ข้อ 3.6.2 (6)
(6.1)-(6.11), (6.18)
ให้นำ� มาปรบั ใช้
กับการจัดการ
สาธารณภยั
ตามควรแก่กรณี
(7) ภัยจาก พระราชบญั ญัตปิ ้องกันและ (7.1) พระราชบัญญตั โิ รคระบาด
โรคระบาดสตั ว์ บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 สตั ว์ พ.ศ. 2499
และอนบุ ัญญตั ทิ ่ีเก่ียวข้อง (7.2) พระราชบญั ญตั เิ ชอ้ื โรคและ
พษิ จากสตั ว์ พ.ศ. 2525
(7.3) พระราชบญั ญตั ิ โรคพษิ สนุ ขั บา้
พ.ศ. 2535
ฯลฯ
หมายเหตุ ในกรณที ก่ี ฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ประกาศ ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ ด มไิ ดร้ ะบไุ วใ้ นแผนการปอ้ งกนั และบรรเทา
สาธารณภยั แห่งชาตนิ ้ี ใหผ้ ้มู อี �ำนาจหน้าที่ บงั คบั บัญชา สง่ั การ ควบคุม กำ� กับดูแล หรอื มีอ�ำนาจหนา้ ที่อื่นในการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 พิจารณาน�ำ
กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ประกาศ ขอ้ ปฏบิ ตั ิ นนั้ มาปรบั ใชเ้ พอื่ สนบั สนนุ กฎหมายหลกั ในการจดั การสาธารณภยั ใด ๆ
เท่าท่ีจะเปิดช่องให้กระท�ำได้ โดยไม่ขัดหรือแย้งกัน โดยค�ำนึงถึงประสิทธิภาพในการจัดการความเส่ียงจาก
สาธารณภยั ท่กี �ำหนดไวใ้ นแผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติน้ี
52 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
4บทท่ี การลดความเสย่ี งจากสาธารณภัย
การลดความเส่ียงจากสาธารณภัย เป็นแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการลดโอกาสท่ีจะได้รับผลกระทบ
ทางลบจากสาธารณภยั โดยการวเิ คราะหแ์ ละการบรหิ ารจดั การปจั จยั ทเี่ ปน็ สาเหตแุ ละผลกระทบของสาธารณภยั
เพื่อก�ำหนดนโยบาย มาตรการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ให้สามารถลดความล่อแหลม ลดปัจจัยที่ท�ำให้เกิด
ความเปราะบาง และเพม่ิ ศกั ยภาพในการจดั การปญั หา โดยมเี ปา้ หมายในการลดความเสยี่ งทมี่ อี ยใู่ นชมุ ชนและ
สังคมในปจั จุบัน รวมถงึ ปอ้ งกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขนึ้ ในอนาคต
ความเส่ียงจากสาธารณภัย (Disaster Risk) หมายถึง โอกาสท่ีสาธารณภัยท�ำให้เกิดการสูญเสีย
ตอ่ ชวี ติ รา่ งกาย ทรพั ยส์ นิ ความเปน็ อยู่ และภาคบรกิ ารตา่ ง ๆ ในชมุ ชนใดชมุ ชนหนง่ึ ณ หว้ งเวลาใดเวลาหนง่ึ
ในอนาคต ซึ่งสามารถแทนด้วยสมการแสดงความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เก่ียวข้องกับความเสี่ยง ได้แก่ ภัย
ความล่อแหลม ความเปราะบาง และศักยภาพ ดงั น้ี
ความเส่ยี ง (Risk) = ภัย (Hazard) x ความลอ่ แหลม (Exposure) x ความเปราะบาง (Vulnerability)
ศักยภาพ (Capacity)
4.1 แนวคดิ เชงิ กลยุทธล์ ดความเสย่ี งจากสาธารณภยั
การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยในแต่ละประเทศไม่สามารถด�ำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้
โดยบคุ คลใดบคุ คลหน่ึง หรือหน่วยงานใดหนว่ ยงานหน่ึง เน่ืองจากสาธารณภยั เป็นเรื่องของทุกคน จงึ จ�ำเปน็
ต้องมีการก�ำหนดแนวทางให้ด�ำเนินการลดความเส่ียงจากสาธารณภัยร่วมกันทุกภาคส่วนของประเทศ ท้ังน้ี
ระดับสากลและระดับภูมิภาคได้มีการจัดท�ำกรอบการด�ำเนินงานเพื่อเป็นแนวทางในการลดความเสี่ยงจาก
สาธารณภยั ใหเ้ กดิ ประสทิ ธผิ ล และไดม้ กี ารยอมรบั แนวคดิ ในการปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื ลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั
หรอื Disaster Risk Reduction : DRR ขนึ้ เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจความเสยี่ งจากสาธารณภยั เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพในการ
บรหิ ารและจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภยั ลงทุนด้านการลดความเส่ียงจากสาธารณภยั เพื่อใหม้ ภี ูมิค้มุ กัน
ในการพร้อมรับมือและฟื้นคืนกลับได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมพร้อมในการเผชิญเหตุ
สาธารณภยั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และการฟน้ื สภาพและซอ่ มสรา้ งใหด้ กี วา่ และปลอดภยั กวา่ เดมิ ในชว่ งการฟน้ื ฟู
4.2 กลยุทธ์ลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย
4.2.1 กลยุทธท์ ่ี 1 สร้างระบบการประเมินความเส่ยี งจากสาธารณภัยใหม้ ีมาตรฐาน
การประเมนิ ความเสย่ี งจากสาธารณภยั เปน็ กระบวนการทชี่ ว่ ยตรวจสอบระดบั ของความเสยี่ ง
ทช่ี มุ ชนหรอื สงั คมมตี อ่ สาธารณภยั โดยการวเิ คราะหป์ จั จยั เสยี่ งทเี่ กยี่ วกบั ความลอ่ แหลมและความเปราะบาง
ทอ่ี าจกอ่ ให้เกดิ อันตราย ท้งั น้ี ผลทไ่ี ด้จากการประเมนิ จะเป็นเคร่อื งมอื ทางกลยทุ ธ์ท่จี ัดการสาธารณภัยนั้น ๆ
โดยใหก้ องบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
แตล่ ะระดบั และหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบประเมนิ ความเสย่ี งจากสาธารณภยั โดยมแี นวทาง
ปฏิบัติในการประเมนิ ความเสย่ี งจากสาธารณภยั ดงั น้ี
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 53
(1) สง่ เสริมและสนบั สนนุ ใหม้ ีกระบวนการประเมนิ ความเสย่ี ง ประกอบด้วย
(1.1) ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันและข้อมูลหรือผลการศึกษาที่มีอยู่เพ่ือทราบถึง
ขดี ความสามารถในการเตรยี มพรอ้ มรับมือกบั สาธารณภยั
(1.2) ประเมนิ ภัยอนั ตราย เพอ่ื ให้ทราบถึงความรุนแรงของภัย ประเภทภยั และสถานท่ี
รวมถงึ การดำ� รงชวี ติ ของชุมชนและสังคมท่จี ะไดร้ บั ผลกระทบ
(1.3) การประเมนิ ความลอ่ แหลม เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ ประชาชนและทรพั ยส์ นิ ทอี่ ยใู่ นพนื้ ที่
ที่มคี วามเสยี่ งจากสาธารณภัย
(1.4) การวิเคราะห์ความเปราะบาง เพื่อให้ทราบถึงระดับความเส่ียงของสภาพหรือ
องคป์ ระกอบของสิ่งน้ันว่ามีความสามารถตา้ นทานต่อภัยอันตรายไดเ้ ท่าใด
(1.5) การวเิ คราะหค์ วามสญู เสยี และผลกระทบ เพอ่ื คาดคะเนความสญู เสยี ตอ่ ประชาชน
ทรัพยส์ นิ การบรกิ าร การด�ำรงชีวติ และสิ่งแวดล้อมทเ่ี กิดจากสาธารณภยั และประเมนิ ผลกระทบที่จะสรา้ ง
ความสูญเสียตอ่ เศรษฐกจิ และสงั คม
(1.6) การจดั ทำ� ขอ้ มลู สถานะความเสยี่ งและการประเมนิ ผลเพอ่ื ใหก้ ารจดั การความเสย่ี ง
จากสาธารณภัยเกิดความคุ้มคา่ ตามหลักเศรษฐศาสตร์
(1.7) การวางแผนปฏบิ ตั กิ ารและการทบทวนกลยทุ ธใ์ นการลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั
เพื่อจัดล�ำดับความส�ำคัญ จัดสรรแหล่งทรัพยากร (งบประมาณและบุคลากร) และริเร่ิมโครงการในการลด
ความเสยี่ งจากสาธารณภัย
(2) เพ่มิ ศกั ยภาพให้ระดบั ท้องถ่ิน อ�ำเภอ และจังหวัดในการประเมินความเปราะบาง และ
ความล่อแหลม
(3) เพิ่มศักยภาพและปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยระดับชาติ เพื่อใช้
ในการกำ� หนดนโยบายการลดความเสย่ี ง การจดั สรรงบประมาณ การออกกฎหรือระเบียบ การจดั ท�ำแผนงาน
และโครงการ รวมถึงการจัดทำ� ดชั นีความเสย่ี งและแผนท่เี สี่ยงภัย เปน็ ตน้
4.2.2 กลยทุ ธ์ท่ี 2 พัฒนามาตรการลดความเส่ยี งจากสาธารณภยั
(1) แนวทางปฏิบัตใิ นการป้องกนั และลดผลกระทบ
การปอ้ งกนั และลดผลกระทบ เปน็ การดำ� เนนิ การทเ่ี นน้ ชว่ งกอ่ นเกดิ ภยั ทงั้ ทใี่ ชโ้ ครงสรา้ ง
และไม่ใช้โครงสรา้ ง เพื่อขจดั หรอื ลดโอกาสทสี่ าธารณภัยจะสร้างผลกระทบต่อบคุ คล ชุมชน หรือสงั คม ไดแ้ ก่
(1.1) การกำ� หนดเขตพน้ื ที่ และจดั กลมุ่ ทตี่ งั้ ทางเศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม เพอื่ หลกี เลย่ี ง
พื้นที่เสี่ยงภัย เช่น การวางแผนการใช้ที่ดิน การจัดท�ำแผนท่ีเสี่ยงภัย การก�ำหนดมาตรฐานความปลอดภัย
ของกิจกรรมต่าง ๆ การกำ� หนดโซนนง่ิ เปน็ ตน้
(1.2) การกำ� หนดมาตรฐานการกอ่ สรา้ งอาคารทตี่ า้ นทาน และไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ สาธารณภยั ตา่ ง ๆ
เชน่ แผน่ ดินไหว พายุ เป็นตน้
(1.3) การเสรมิ สรา้ งความแขง็ แรงของตลิ่ง ปลูกตน้ ไม้ ไมพ้ ุม่ หญ้าแฝก และปา่ โกงกาง
ปอ้ งกนั ชมุ ชนรมิ น�ำ้ หรือรมิ ทะเล
(1.4) การขดุ ลอกคคู ลอง ทอ่ ระบายนำ�้ และรกั ษาความสามารถในการระบายนำ�้ ของพน้ื ท่ี
แบบปกตแิ ละแบบฉกุ เฉิน
54 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(1.5) การปรับแผนการเกษตรเพือ่ กระจายความเสย่ี ง เชน่ ปลกู ปา่ ต้นไม้ ปลกู ไม้คลมุ หน้าดนิ
กนั ดนิ พงั ทลาย ทำ� แนวปลกู แบบขวาง แนะนำ� พนั ธพ์ุ ชื ทที่ นตอ่ แมลงศตั รพู ชื และความแหง้ แลง้ รวมถงึ สง่ เสรมิ
การปลกู พืชให้เหมาะสมกบั สภาพพื้นทแี่ ละสภาพภูมอิ ากาศ เป็นต้น
(1.6) การพัฒนาบอ่ บาดาล และบอ่ น้�ำต้ืน
(1.7) การสรา้ งความตระหนกั เพ่ือป้องกันการติดต่อของเช้อื โรค และอ่นื ๆ
(1.8) การออกกฎหมายที่จำ� เป็นในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย
(2) แนวทางปฏิบตั ิในการเตรียมความพรอ้ ม
การเตรียมความพร้อม เป็นการด�ำเนินการที่เน้นช่วงก่อนเกิดภัยเพ่ือให้ประชาชน
หรือชมุ ชน และหน่วยงานทเี่ ก่ียวข้องมีองคค์ วามรู้ ขดี ความสามารถ และทกั ษะต่าง ๆ พร้อมที่จะรับมอื กับ
สาธารณภัย ได้แก่
(2.1) การจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั โดยอาศยั ชมุ ชนเปน็ ฐาน (Community
Based Disaster Risk Management : CBDRM) เนน้ การอาศยั ชมุ ชนเปน็ ศนู ยก์ ลางในการปอ้ งกนั แกไ้ ข
บรรเทา และฟน้ื ฟคู วามเสยี หายจากสาธารณภยั โดยใหช้ มุ ชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการวางแผน ตดั สนิ ใจ กำ� หนด
แนวทางแก้ปัญหาในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย เพื่อลดความเสี่ยงภัยของชุมชนและเพิ่ม
ขดี ความสามารถใหค้ นในชมุ ชนมศี กั ยภาพในการระงบั บรรเทาภยั ไดด้ ว้ ยตนเองในระดบั หนงึ่ กอ่ นทห่ี นว่ ยงานภายนอกจะ
เขา้ ไปใหค้ วามชว่ ยเหลอื จงึ เปน็ เครอื่ งมอื ในการเตรยี มประชาชน/ชมุ ชน ใหม้ คี วามพรอ้ มทจี่ ะเผชญิ สาธารณภยั
และได้รับผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินให้น้อยที่สุด รวมทั้งเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายภาคประชาชน
ในรปู แบบอาสาสมคั รเพอ่ื ชว่ ยเหลอื งานเจา้ หนา้ ทใี่ นขน้ั ตอนการเตรยี มความพรอ้ ม เชน่ การศกึ ษาขอ้ มลู การวเิ คราะห์
ข้อมูลภัย การแจ้งเตือนภัย การจัดต้ังคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของชุมชน/หมู่บ้าน
การฝึกการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย และการประเมนิ ผล เป็นตน้
(2.2) การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเคร่ืองมือและกิจกรรมในการ
สร้างความพร้อมและเพ่ิมศักยภาพของหน่วยงานและบุคลากร รวมทั้งเป็นการทดสอบการประสานงานและ
การบูรณาการความร่วมมือ ท�ำให้ทราบจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน เพื่อน�ำไปสู่
การปรับปรุงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ แผนปฏิบัติการ และแผนเผชิญเหตุให้มี
ความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ท้ังนี้ การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้หมายรวมถึงการฝึกซ้อมแผน
การซกั ซ้อม และการฝึกปฏิบตั ิตามความเหมาะสมและความจำ� เป็นของแต่ละหน่วยงาน
ประเภทของการฝกึ การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แบง่ เปน็ 2 ประเภท คอื
(2.2.1) การฝกึ เชงิ อภปิ ราย (Discussion Base Exercise) เปน็ การฝกึ โดยใช้
วิธีการหารืออภิปรายเกี่ยวกับแผน มาตรการ หรือวิธีการปฏิบัติเพื่อมุ่งเน้นประเด็นยุทธศาสตร์และนโยบาย
ของหนว่ ยงานเปน็ ส�ำคญั แบ่งออกเป็น
(2.2.1.1) การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Workshop) เปน็ การตงั้ สมมตฐิ าน
สถานการณส์ าธารณภยั ทอี่ าจเกดิ ขนึ้ เพอ่ื ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารไดแ้ สดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั ในการ
ค้นหาทางเลอื กที่เหมาะสมตอ่ การเผชิญเหตุ
(2.2.1.2) การฝึกบนโต๊ะ (Table Top Exercise) เป็นการจ�ำลอง
สถานการณ์แบบกว้าง เพ่ือค้นหาจุดอ่อน ปัญหา อุปสรรคของแผนฯ เพื่อน�ำมาก�ำหนดแนวทาง ขั้นตอน
การปฏบิ ัติ และระเบยี บปฏบิ ตั ิประจำ� (Standard Operating Procedure : SOP) โดยเน้นการฝึกในระดบั
ผูบ้ ริหารและผู้มอี �ำนาจตดั สินใจ
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 55
(2.2.2) การฝึกเชิงปฏิบัติการ (Operation Base Exercise) เป็นการฝึกท่ีมี
การจ�ำลองสถานการณ์ให้ใกล้เคียงความเป็นจริง โดยมีการเคลื่อนย้าย ระดมทรัพยากรและบุคลากรจริง
ตามสถานการณ์ แบง่ ออกเป็น
(2.2.2.1) การฝกึ ปฏบิ ตั ิ (Drill) เปน็ การฝกึ ปฏบิ ตั ขิ องหนว่ ยงานขนาดเลก็
ระดับพืน้ ท่ี โดยเน้นการเผชิญเหตุของเจา้ หนา้ ที่ภาคสนามเฉพาะด้าน
(2.2.2.2) การฝึกเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise) เป็นการฝึก
ของหนว่ ยงานหรอื ระหวา่ งหนว่ ยงานเพอื่ ทดสอบและประเมนิ ขดี ความสามารถของบคุ คลทมี่ หี นา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ
เฉพาะด้าน รวมท้งั บทบาทหนา้ ท่ที ่ีใช้ในการเผชิญเหตุกบั สถานการณ์สมมติท่กี ำ� หนดขน้ึ
(2.2.2.3) การฝึกเต็มรูปแบบ (Full Scale Exercise) เป็นการฝึก
ท่ีมีความสลับซับซ้อน มีข้ันตอนการเตรียมการและการใช้ทรัพยากรมากที่สุดเม่ือเทียบกับการฝึกรูปแบบอื่น ๆ
รวมทั้งเก่ียวข้องกับบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงานในหลายระดับ โดยมีการเคลื่อนย้ายทรัพยากรและ
บุคลากรเพื่อเผชิญเหตุตั้งแต่การประสานข้อมูล การสนับสนุนทรัพยากรของกองอ�ำนวยการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั จนถงึ การเชอื่ มโยงและการสงั่ การจากศนู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณไ์ ปยงั เจา้ หนา้ ที่
ผู้ปฏิบตั ิภาคสนาม
กองบัญชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กองอ�ำนวยการป้องกนั
และบรรเทาสาธารณภยั แต่ละระดบั และหน่วยงานทีร่ บั ผิดชอบแผนสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉกุ เฉิน
แต่ละด้าน ต้องจัดให้มีการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง ทั้งนี้ หน่วยงาน
ทเี่ กยี่ วขอ้ งสามารถนำ� ประเภทการฝกึ ดงั กลา่ วไปปรบั ใชใ้ นการฝกึ การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ของหนว่ ยงาน
ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ การประเมนิ ผลแต่ละคร้ังควรมีประเด็นคำ� ถามอย่างน้อย ไดแ้ ก่ การฝึกบรรลุ
ตามวัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้หรือไม่ ความจ�ำเป็นในการปรับปรุงระบบการจัดการในภาวะฉุกเฉิน ขั้นตอน และ
แนวทางปฏบิ ัตใิ นการประสานงาน การส่ือสาร ทรัพยากร ทกั ษะ ประสบการณ์ ความตอ้ งการ การฝกึ อบรม
ทรัพยากรเพม่ิ เติม ขอ้ บกพร่อง อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะในการฝึกครั้งตอ่ ไป
(2.3) การเตรียมการอพยพ
ให้กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับจัดท�ำแผนอพยพ
แผนอพยพส่วนราชการ หรือวางมาตรการการอพยพ ซ่ึงอย่างน้อยมีสาระส�ำคัญประกอบด้วย บัญชีจ�ำนวน
ผู้อพยพ บัญชสี ว่ นราชการ สง่ิ อ�ำนวยความสะดวกในการอพยพ การกำ� หนดเขตพื้นทรี่ องรับ การอพยพให้อยู่
ในพน้ื ทที่ เ่ี หมาะสม การกำ� หนดเจา้ หนา้ ทห่ี รอื ผรู้ บั ผดิ ชอบการอพยพไวใ้ หช้ ดั เจน การกำ� หนดเสน้ ทางอพยพหลกั
และเสน้ ทางอพยพสำ� รองสำ� หรบั แตล่ ะประเภทภยั รวมทงั้ การสำ� รวจและการจดั เตรยี มพาหนะ นำ้� มนั เชอ้ื เพลงิ
แหล่งพลงั งาน และระบบสอ่ื สารสำ� หรับการอพยพ
(2.4) การเตรยี มการจดั ตงั้ ศนู ยพ์ กั พงิ ชวั่ คราว (Temporary Shelter Management)
เปน็ การแกป้ ญั หาทอ่ี ยอู่ าศยั ชวั่ คราวในสถานการณท์ เ่ี กดิ สาธารณภยั ขน้ึ ซง่ึ รฐั ตอ้ ง
มีการเตรียมแผนรบั มอื ต่อจากการอพยพในภาวะฉุกเฉนิ โดยก�ำหนดอาคารทจ่ี ะใชเ้ ป็นศนู ยพ์ กั พิงชวั่ คราวไว้
และการบริหารจัดการในศูนย์พักพิงช่ัวคราว เพราะจะมีผลโดยตรงต่อการด�ำรงชีวิตและศักด์ิศรีกับผู้ประสบภัย
ท่ีเข้าพักพิง ทั้งนี้ การเตรียมการจัดต้ังศูนย์พักพิงช่ัวคราวท่ีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรประกอบด้วย
อยา่ งนอ้ ย ดังนี้
56 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(2.4.1) จัดหาสถานที่ต้ังศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยกองอ�ำนวยการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดบั ต้องดำ� เนินการคดั เลือกสถานทีต่ ้ัง
(2.4.2) จัดการภายในศูนย์พักพิงช่ัวคราว ให้ก�ำหนดผู้รับผิดชอบภายใน
ศนู ยพ์ กั พงิ ชว่ั คราว ไดแ้ ก่ ผจู้ ดั การศนู ยพ์ กั พงิ ชว่ั คราว ซงึ่ อาจเปน็ ไดท้ ง้ั หนว่ ยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
องคก์ ารระหวา่ งประเทศ ผนู้ ำ� ชมุ ชน หรอื ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี น (กรณโี รงเรยี นเปน็ ศนู ยฯ์ ) ทงั้ นี้ ศนู ยพ์ กั พงิ ชว่ั คราว
อาจมีโครงสรา้ งภายในแบง่ เปน็ ฝ่ายปฏบิ ตั ิการและฝา่ ยอ�ำนวยการตามความเหมาะสม
(2.4.3) ปัจจัยความจ�ำเป็นข้นั ตำ�่ ของศนู ย์พกั พิงชัว่ คราวอื่น ๆ
(2.4.4) ใหม้ กี ารบรหิ ารจดั การขอ้ มลู ผอู้ พยพ โดยมกี ารเกบ็ บนั ทกึ ขอ้ มลู ทจี่ ำ� เปน็
ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลัก
ในการจดั ทำ� แผนบรหิ ารจดั การศนู ย์พกั พงิ ชวั่ คราว
(2.5) การจัดต้งั องคก์ รการเรียนรสู้ าธารณภัย
(2.5.1) ศูนย์การเรียนรู้สาธารณภยั
เปน็ แนวคดิ เพอื่ ใหป้ ระชาชน/ชมุ ชนไดเ้ รยี นรขู้ น้ั ตอนและวธิ กี ารจดั การ
ความเสยี่ งจากสาธารณภยั เพอ่ื ลดผลกระทบและความสญู เสยี ชวี ติ ทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ประกอบกบั เปน็ การเพม่ิ ทกั ษะ
ใหป้ ระชาชน/ชมุ ชนช่วยเหลือตนเองและสามารถรักษาชวี ิตรอดได้เม่ือเกิดสาธารณภัยขึ้น รวมทั้งเป็นวธิ กี าร
ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ผู้ประสบภัยได้พยายามช่วยเหลือตนเองเป็นล�ำดับแรกระหว่างรอความช่วยเหลือจาก
ภาครัฐ ท้ังน้ี ศูนย์การเรียนรู้สาธารณภัยยังให้องค์ความรู้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการจัดการความเส่ียง
จากสาธารณภัย ได้แก่ บุคลากรของทุกภาคส่วน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
เพ่ือเปน็ การเสรมิ สรา้ งศักยภาพในการจดั การด้านสาธารณภัยของประเทศตอ่ ไป
ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และ
กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั พจิ ารณาจดั ตงั้ ศนู ยก์ ารเรยี นรสู้ าธารณภยั แตล่ ะระดบั
ตามความเหมาะสม ไดแ้ ก่ ศูนย์การเรยี นร้สู าธารณภัยประเทศ ศูนย์การเรียนร้สู าธารณภัยจงั หวัด ศนู ยก์ ารเรียนรู้
สาธารณภยั อำ� เภอ และศนู ยก์ ารเรยี นรู้สาธารณภัยท้องถน่ิ
(2.5.2) สถาบนั พัฒนาการจัดการสาธารณภยั แห่งชาติ
เปน็ แนวคดิ ใหม้ สี ถาบนั หลกั ในการศกึ ษา ฝกึ อบรม และพฒั นาบคุ ลากร
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั แกส่ ว่ นราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีกระบวนการศึกษาและอบรมโดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์
ในการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั ในแตล่ ะระดบั พนื้ ที่ การจำ� ลองสถานการณภ์ ยั ใหค้ รอบคลมุ การจดั การ
สาธารณภัย การประสานและการปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพ่ือเสริมสร้างศักยภาพให้กับ
เจา้ หนา้ ทต่ี ง้ั แตผ่ เู้ ผชญิ เหตถุ งึ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณใ์ หส้ ามารถทำ� หนา้ ทใี่ นความรบั ผดิ ชอบไดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบและ
มีการประสานงานอย่างบูรณาการ ส�ำหรับระดับผู้บริหารจะมีความสามารถในการอ�ำนวยการ ก�ำกับ ดูแล
ควบคุม ส่ังการ และตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ก�ำหนดเป็นสถาบันการพัฒนา
การจดั การสาธารณภยั ระดับประเทศ และสถาบนั การพัฒนาการจัดการสาธารณภัยระดบั ภาค
ใหก้ รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั และกองอำ� นวยการปอ้ งกนั และ
บรรเทาสาธารณภัยกลาง จัดทำ� แนวทางและรายละเอยี ดร่วมกบั หนว่ ยงานและสถาบันการศกึ ษาทเ่ี ก่ยี วข้อง
จัดให้มีการเรียนการสอน การฝึกอบรม ตั้งแตใ่ นระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ จนถงึ ปริญญาตรี หรอื สงู กวา่
ตามความเหมาะสม
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 57
(2.6) การพัฒนาคลงั ขอ้ มลู สาธารณภัยแห่งชาติ
เป็นการจัดท�ำระบบมาตรฐานกลางด้านฐานข้อมูลและสารสนเทศ โดยเฉพาะ
อยา่ งยง่ิ ขอ้ มลู ดา้ นสาธารณภยั เพอ่ื ใหท้ กุ หนว่ ยงานสามารถนำ� ระบบมาตรฐานกลางฐานขอ้ มลู ไปดำ� เนนิ การจดั ทำ�
พฒั นา ปรบั ปรงุ ระบบฐานขอ้ มลู ของแตล่ ะหนว่ ยงานใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานเดยี วกนั ซง่ึ สามารถเชอื่ มโยงและ
แลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้ โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยงานหลัก
ตามมติคณะรัฐมนตรเี มื่อวนั ท่ี 17 พฤศจิกายน 2552 ด�ำเนินการพัฒนาคลังขอ้ มูลสาธารณภัยแห่งชาติ ดังน้ี
(2.6.1) การเช่ือมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบคลังข้อมูลสาธารณภัยแห่งชาติเข้ากับ
ฐานข้อมูลของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฐานข้อมูลพ้ืนที่เส่ียงภัย ฐานข้อมูลการรายงาน
เหตุดว่ นสาธารณภัย ฐานข้อมลู ทรพั ยากร เครื่องจกั รกล อุปกรณเ์ ครอื่ งมอื กภู้ ัย ฐานขอ้ มลู การฝกึ ฐานข้อมูล
คลงั ทรัพยากรด้านสาธารณภยั เปน็ ตน้ โดยเช่ือมโยงฐานขอ้ มูลเข้าสูค่ ลงั ขอ้ มลู สาธารณภยั แหง่ ชาตติ อ้ งใหม้ ี
เสถียรภาพ ครอบคลมุ ครบถว้ น และสามารถเชื่อมโยงใหแ้ ลกเปล่ยี นขอ้ มลู ระหว่าง สว่ นราชการ หน่วยงาน
และองค์การสาธารณกุศลทีเ่ กย่ี วขอ้ งดา้ นสาธารณภยั ท้งั ในและตา่ งประเทศ
(2.6.2) การจัดท�ำระบบการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลจากคลังข้อมูล
สาธารณภยั แห่งชาติ
(2.6.3) การพฒั นาระบบขอ้ มลู เพอื่ ไปสรู่ ะบบสนบั สนนุ การตดั สนิ ใจ (Decision
Support System : DSS) ของผู้บญั ชาการเหตกุ ารณแ์ ตล่ ะระดับทเี่ ช่ือมโยงขอ้ มูลกับคลังข้อมลู สาธารณภยั
แหง่ ชาติ
(2.6.4) การจัดท�ำระบบการน�ำเสนอข้อมูลสาธารณภัยให้กับประชาชนท่ัวไป
เพ่ือเป็นข้อมูลส�ำหรับความรู้ด้านการศึกษาและการรวบรวมสถิติ เช่น ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย พ้ืนท่ีประสบภัย
สถติ กิ ารเกดิ ภยั ทรพั ยากรพเิ ศษ ผเู้ ชย่ี วชาญ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื มลู คา่ ความเสยี หาย และการฟน้ื ฟู เปน็ ตน้
(2.7) การจัดตั้งคลงั ส�ำรองทรพั ยากร (Stockpiling)
เปน็ การสำ� รองทรพั ยากรเพอ่ื ความรวดเรว็ ในการสงั่ ใชแ้ ละการสนบั สนนุ ทรพั ยากร
ไปยงั พ้ืนทปี่ ระสบภัย โดยให้มกี ารก�ำหนดวงรอบการจดั การและการรักษาสภาพทรัพยากรใหพ้ รอ้ มใชง้ านได้
ตลอดเวลา ส�ำหรับทรัพยากรประเภทใดท่ีมีระยะเวลาหมดอายุการใช้งานให้ก�ำหนดวงรอบ การหมุนเวียน
ใช้ให้เหมาะสม ท้ังน้ี ให้กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางก�ำหนดคลังส�ำรองทรัพยากร
อย่างน้อยภาคละ 1 แห่งในพืน้ ท่ที มี่ ีความเหมาะสม และให้หน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องกบั การปอ้ งกันและบรรเทา
สาธารณภยั น�ำทรัพยากรไปใชใ้ นการปฏิบตั ิ
(2.8) แผนการบริหารความตอ่ เนือ่ ง (Business Continuity Plan : BCP)
เปน็ แผนรองรบั การดำ� เนนิ ภารกจิ เพอื่ ใหบ้ รกิ ารประชาชนไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เมอื่ อยู่
ในสภาวะวกิ ฤต โดยแนวคดิ การบรหิ ารความตอ่ เนือ่ งของหนว่ ยงานภาครัฐเน้นการควบคุม ดูแล และป้องกัน
ทรพั ยากรทส่ี ำ� คญั ตอ่ การดำ� เนนิ งานหรอื ใหบ้ รกิ ารเพอื่ สรา้ งประโยชนส์ งู สดุ สำ� หรบั ผรู้ บั บรกิ ารและผมู้ สี ว่ นได้
ส่วนเสีย โดยหากการควบคุมภายในที่มีอยู่ไม่สามารถควบคุม ดูแล และป้องกันได้ทั้งหมดเม่ือเกิดสภาวะ
วกิ ฤตจะทำ� ใหก้ ารดำ� เนนิ งานหรือการใหบ้ รกิ ารของหนว่ ยงานลดลงและไม่ตอ่ เนอ่ื ง ดงั นนั้ บทบาทหนา้ ท่ขี อง
หน่วยงานภาครัฐ คือ ต้องเร่งด�ำเนินการให้การด�ำเนินงานหรือการให้บริการกลับมาให้เหมือนภาวะปกติ
แมใ้ นสถานการณ์สาธารณภัยตามมติคณะรฐั มนตรเี ม่ือวนั ที่ 24 เมษายน 2555
58 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(3) แนวทางปฏบิ ตั ิของระบบการเตือนภยั
เปน็ โครงสรา้ ง และระบบสอ่ื สารทช่ี ว่ ยใหม้ ขี อ้ มลู เกย่ี วกบั สาธารณภยั และการสง่ ขอ้ มลู
ทถ่ี กู ต้องรวดเรว็ ไปยังสว่ นราชการ หน่วยงาน และประชาชน ดงั น้ี
(3.1) ระดบั ของระบบการเตือนภัย มีความหมายของสีในการเตือนภยั ดังนี้
สแี ดง หมายถงึ สถานการณอ์ ยใู่ นภาวะอนั ตรายสงู สดุ ใหอ้ าศยั อยแู่ ตใ่ นสถานทปี่ ลอดภยั
และปฏิบตั ิตามข้อสั่งการ
สสี ้ม หมายถงึ สถานการณอ์ ยใู่ นภาวะเสย่ี งอนั ตรายสงู เจา้ หนา้ ทกี่ ำ� ลงั ควบคมุ สถานการณ์
ให้อพยพไปยงั สถานที่ปลอดภยั และปฏบิ ตั ิตามแนวทางทก่ี ำ� หนด
สเี หลอื ง หมายถงึ สถานการณอ์ ยใู่ นภาวะเสย่ี งอนั ตราย มแี นวโนม้ ทส่ี ถานการณ์ จะรนุ แรง
มากข้นึ ให้จัดเตรียมความพรอ้ มรับสถานการณ์ และปฏิบัตติ ามคำ� แนะน�ำ
สนี �้ำเงนิ หมายถงึ สถานการณอ์ ยู่ในภาวะเฝา้ ระวงั ให้ตดิ ตามข้อมลู ข่าวสารอยา่ งใกลช้ ิด
ทกุ ๆ 24 ชัว่ โมง
สีเขยี ว หมายถึง สถานการณอ์ ย่ใู นภาวะปกติ ให้ติดตามขอ้ มูลข่าวสารเปน็ ประจ�ำ
(3.2) กระบวนการแจ้งเตือนภยั ประกอบด้วย
(3.2.1) การเฝ้าระวงั ติดตามสถานการณ์
เปน็ การตดิ ตามขอ้ มลู ความเคลอ่ื นไหวของเหตกุ ารณท์ อ่ี าจสง่ ผลใหเ้ กดิ
สาธารณภัย รวมทั้งท�ำหน้าท่ีเฝ้าระวัง ให้ข้อมูลและข่าวสารแก่ประชาชน โดยมีส่วนราชการและหน่วยงาน
ทเ่ี ก่ยี วข้องท่มี ีความรูแ้ ละเคร่ืองมอื ทางเทคนคิ เชน่ กรมอุตนุ ยิ มวิทยา กรมชลประทาน กรมทรพั ยากรธรณี
กรมอทุ กศาสตร์ ฯลฯ มหี น้าท่เี ฝ้าระวัง และติดตามสถานการณป์ ฏบิ ัตงิ านตลอด 24 ชั่วโมง โดยใหก้ ระทรวง
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร เปน็ หนว่ ยจดั วางระบบสอ่ื สาร รวมทง้ั ใหท้ กุ ภาคสว่ นทเี่ กย่ี วขอ้ งจดั เตรยี ม
จัดหาอุปกรณ์ และเครื่องมือสื่อสารส�ำหรับเช่ือมกับระบบส่ือสารให้เพียงพอและใช้การได้ตลอดเวลา
โดยใหก้ องบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลาง
แลกเปลยี่ นขอ้ มูลขา่ วสาร วเิ คราะห์ และประเมนิ สถานการณเ์ พอื่ ตดั สนิ ใจในการเตรยี มรบั มอื กับสาธารณภยั
(3.2.2) การแจง้ เตือนลว่ งหนา้
เป็นการแจ้งข้อมูลข่าวสารท่ีบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มท่ีจะเกิดสาธารณภัยข้ึน
ในพน้ื ทที่ มี่ คี วามเสย่ี งภยั ไปยงั สว่ นราชการ หนว่ ยงาน กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั
และประชาชน เพอื่ ใหต้ ดิ ตามขอ้ มลู ขา่ วสารและความเคลอ่ื นไหวอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ทง้ั นี้ ระยะเวลาสำ� หรบั การแจง้ เตอื น
ล่วงหน้าขึ้นอยู่กับสาธารณภัยแต่ละประเภท โดยปกติควรมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดสาธารณภัย
ไมต่ ำ่� กว่า 120 ช่ัวโมง
ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นหน่วย
ประสานงานกลางรว่ มกบั กรมประชาสมั พนั ธ์ ในการจดั วางแนวทาง มาตรการ และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ รว่ มกบั
หน่วยงานที่มีหนา้ ทีใ่ นการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ เผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ และแจกจ่ายข้อมูลขา่ วสาร
เพ่ือให้การแจ้งเตือนล่วงหน้าที่มีมาตรฐานเป็นรูปแบบเดียวกันซ่ึงสะดวกต่อการรับทราบและท�ำความเข้าใจ
กับข้อมลู ทีไ่ ด้รับ
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 59
(3.2.3) การแจ้งเตือนภยั
เปน็ การยนื ยนั ขอ้ มลู วา่ มโี อกาสเกดิ สาธารณภยั มากกวา่ รอ้ ยละ 60 และ
เปน็ การแจง้ แนวทางปฏบิ ตั ใิ หก้ บั สว่ นราชการ หนว่ ยงาน กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั
และประชาชนในพื้นท่ีเส่ียงภัย เพ่ือให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยท่ีจะเกิดขึ้น โดยให้มี
การแจ้งเตอื นภยั ไมต่ �่ำกว่า 72 ชัว่ โมงก่อนเกิดภยั และมขี อ้ มูลการแจ้งเตือนภัย ไดแ้ ก่
(3.2.3.1) คาดการณร์ ะยะเวลา และบริเวณพนื้ ท่ที ี่จะเกิดสาธารณภัย
(3.2.3.2) ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ และความยาวนานของภยั (ระยะเวลา)
(3.2.3.3) แนวทางการปฏิบัติตนของส่วนราชการ หน่วยงาน และ
ประชาชน
(3.2.3.4) การเตรยี มความพรอ้ มรบั มอื เชน่ อาหาร นำ้� ดม่ื ยารกั ษาโรค
เป็นต้น
ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลาง จดั วางแนวทาง
มาตรการ และข้ันตอนการปฏิบัติ ร่วมกับหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีในการแจ้งเตือนภัยเพ่ือการสั่งการไปยัง
กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั ศนู ยป์ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต พรอ้ มทงั้
ใหก้ รมประชาสมั พนั ธ์ รว่ มกบั กรมการปกครอง กำ� หนดขนั้ ตอนวธิ ปี ฏบิ ตั เิ พอ่ื เผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ แจกจา่ ย
ขอ้ มูลข่าวสาร และแจ้งเตอื นภยั ใหก้ บั ผ้ปู กครองท้องท่แี ละประชาชนเพ่อื ให้มน่ั ใจได้ว่าประชาชนได้รบั ข้อมูล
ข่าวสารที่ถูกตอ้ งและรวดเรว็ โดยมีการปฏิบัติเพอื่ เตรยี มรบั สถานการณ์ เป็นไปตามแนวทางท่กี ำ� หนด
ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั รายงาน
ผลการปฏิบัติ ให้กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบภายใน 24 ชั่วโมงนับต้ังแต่ได้รับแจ้ง
การเตอื นภยั เพอื่ เปน็ การยืนยนั การส่ือสารสองทาง (Two - way Communication)
(3.2.4) การรบั มอื และการอพยพ
กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับพิจารณา
ก�ำหนดแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติส�ำหรับส่วนราชการ หน่วยงาน และองค์กรเอกชนในการรับมือกับ
สาธารณภัยทีเ่ กดิ ขน้ึ รวมถงึ การจัดทำ� แผนอพยพและการฝึกอพยพ โดยศนู ยป์ ้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต
เป็นหน่วยงานสนับสนุนทรัพยากร เคร่ืองมือพิเศษ ทั้งน้ี หากเกินศักยภาพที่จะรับมือกับสถานการณ์ได้
ใหร้ ายงานกองอำ� นวยการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลางทราบทนั ที
(3.3) การพัฒนาระบบเตอื นภัย
การพฒั นาระบบเตอื นภยั มคี วามจำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ เพอื่ ทำ� ใหก้ ารเตอื นภยั มคี วามแมน่ ยำ�
น่าเช่อื ถอื และมีประสิทธภิ าพมากยิง่ ขึน้ โดยมีแนวทางการพฒั นา ดงั น้ี
(3.3.1) พฒั นาศักยภาพในการพยากรณ์และการเผยแพรข่ ้อมูลเตอื นภัย
(3.3.1.1) ปรบั ปรงุ อปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื และเทคโนโลยใี หส้ ามารถรองรบั
กับระบบเตือนภัยในปัจจุบนั และต่างประเทศได้
(3.3.1.2) จัดท�ำระเบียบปฏิบัติประจ�ำ (Standard Operating
Procedure : SOP) และเสรมิ สรา้ งขีดความสามารถของเจ้าหนา้ ทผี่ ูป้ ฏบิ ตั ิงาน
(3.3.1.3) จัดวางระบบส่ือสารหลัก อย่างน้อย 2 ระบบ และระบบ
สื่อสารสำ� รอง
60 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(3.3.2) เสรมิ สร้างกระบวนการและวธิ ีการเตอื นภยั โดยมแี นวปฏบิ ัตดิ ังนี้
(3.3.2.1) เตรียมความพร้อมและสร้างความตระหนัก รวมถึง
ให้ประชาชนมีการรับรู้และเข้าใจความเสี่ยงจากข้อมูลที่ได้รับ โดยจัดให้มีการฝึกอบรม เช่น อาสาสมัคร
แจ้งเตือนภัยในชุมชนเมือง ต�ำบล และหมู่บ้าน เพ่ือเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเตือนภัย ท่ีมี
ความแตกต่างกนั ของภยั แตล่ ะประเภท เปน็ ต้น
(3.3.2.2) จัดทำ� Web Service ในการน�ำเสนอขอ้ มูล และ Mobile
Application เพื่อเป็นชอ่ งทางในการใหบ้ รกิ ารข้อมลู และแจ้งเตอื นภัยใหแ้ ก่ประชาชนและบุคคลที่ตอ้ งไดร้ บั
การดูแลเปน็ พิเศษในกล่มุ เสย่ี งอืน่ ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน (Smart Phone) หรอื แทบ็ เล็ต (Tablet)
(3.3.2.3) จดั ใหม้ กี ารฝกึ กระบวนการระบบเตอื นภยั เพอ่ื เปน็ การทดสอบ
แผนปฏิบตั กิ าร แผนเผชิญเหตุ ขัน้ ตอน เคร่ืองมือ อปุ กรณ์ และความพรอ้ มของประชาชนทั้งในระดบั จังหวดั
อ�ำเภอ ตำ� บล หมบู่ า้ น อย่างน้อยปีละ 1 คร้งั
4.2.3 กลยทุ ธ์ท่ี 3 ส่งเสรมิ ใหท้ ุกภาคส่วนและทกุ ระดับสร้างแนวปฏบิ ตั ิในการลดความเส่ยี ง
เป็นการท�ำให้ทุกภาคส่วนยอมรับที่จะร่วมมือกันด�ำเนินกิจกรรมในการลดความเสี่ยงจาก
สาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ โดยให้สังคมและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมรับมือกับ
สาธารณภยั และเป็นการน�ำเรื่องการลดความเสย่ี งจากสาธารณภัยเข้าสกู่ ระแสหลกั ในการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยืน
ของประเทศ (Mainstreaming Disaster Risk Reduction into Sustainable Development) รวมถงึ
การเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ หรอื ภมู คิ มุ้ กนั ใหแ้ กช่ มุ ชน สงั คม และประเทศตอ่ ไป ทง้ั น้ี รฐั จะตอ้ งกำ� หนดนโยบาย
และขับเคลื่อนการบูรณาการลดความเส่ียงจากสาธารณภัยให้ทุกภาคส่วนน�ำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รวมท้ัง
การให้ความส�ำคัญในการวางแผน และจัดสรรงบประมาณที่จะท�ำให้การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยเป็น
นโยบายส�ำคัญในการจดั การความเสี่ยงจากสาธารณภยั ของประเทศอย่างจรงิ จัง
(1) แนวทางปฏบิ ตั ิในการก�ำหนดใหเ้ ปน็ นโยบายแหง่ รัฐทีส่ ำ� คัญ ๆ
(1.1) การกำ� หนดใหห้ ลกั การลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั เปน็ นโยบายของรฐั เชงิ เศรษฐกจิ
สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ การระบุการลดความเสยี่ งจากสาธารณภัยไว้ในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม
แหง่ ชาตแิ ละยทุ ธศาสตรส์ ำ� คญั ของรฐั สนบั สนนุ ความเปน็ หนุ้ สว่ นรฐั รว่ มกบั เอกชน กระบวนการวางแผน และ
ข้นั ตอนการจัดสรรงบประมาณ
(1.2) การสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณส�ำหรับการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย
การเผชญิ เหตุ และการฟ้ืนฟู
(1.3) การศกึ ษาและรวบรวมมาตรการทเ่ี กยี่ วกบั การลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั ทเี่ ปน็
ข้อบังคับ กฎเกณฑ์ และระเบียบเพ่ือใชจ้ ัดการกระบวนการและวางแผนพฒั นา เชน่ การประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม รหสั อาคาร ฯลฯ
(1.4) การสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการสร้าง
ความรว่ มมือระหว่างรัฐบาล ภาคประชาสงั คม และภาคเอกชนในทุกระดับ
(1.5) การสง่ เสรมิ การจดั การโครงการบรหิ ารความพรอ้ มตอ่ สภาวะวกิ ฤต ไดแ้ ก่ องคร์ วม
ของกระบวนการบริหารซ่งึ บ่งชี้ภัยคกุ คามต่อองคก์ ร และผลกระทบของภัยคุกคามต่อการด�ำเนนิ ธุรกจิ รวมท้ัง
ใหแ้ นวทางในการสรา้ งขดี ความสามารถใหก้ บั องคก์ รมคี วามยดื หยนุ่ เพอื่ การตอบสนองและปกปอ้ งผลประโยชน์
ของผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี ช่อื เสียง ภาพลกั ษณ์ และกิจกรรมทสี่ ร้างมูลคา่ ให้เกดิ ประสทิ ธิผล
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 61
(1.6) การกระตุ้นให้ทุกหน่วยงานภาครัฐจัดท�ำแผนรองรับการด�ำเนินภารกิจการให้
บริการประชาชนได้อยา่ งตอ่ เนื่องเม่อื เกิดสาธารณภัยขน้ึ เพือ่ เปน็ การเร่งใหก้ ารด�ำเนนิ งานหรอื การให้บรกิ าร
แก่ประชาชนกลบั มาใหเ้ หมอื นภาวะปกติ
(1.7) การส่งเสริมและสนับสนุนโครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนโดยการให้
เอกชนเขา้ มามีส่วนรว่ มกับภาครฐั ในการจัดสรา้ ง ปรับปรงุ และพฒั นาการบรหิ ารจัดการสาธารณปู โภคและ
สาธารณปู การข้ันพ้นื ฐาน รวมถึงการใหบ้ ริการที่เกี่ยวขอ้ งอน่ื ๆ ใหแ้ กป่ ระชาชนภายใตก้ รอบความเสย่ี งและ
ระยะเวลาทีก่ ำ� หนด
(2) แนวทางปฏบิ ัตใิ นการส่งเสรมิ การลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั ได้แก่
(2.1) การทบทวนและปรบั ปรงุ นโยบาย กฎหมาย และองคก์ รในการจดั การความเสยี่ ง
จากสาธารณภยั ของประเทศ
(2.2) การพัฒนาและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับชาติถึงชุมชนด�ำเนินแผนงาน
โครงการ/กจิ กรรมทเี่ กย่ี วกบั การลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั เชน่ การจดั ลำ� ดบั ความเสย่ี งทตี่ อ้ งมมี าตรการ
จัดการ เสริมสรา้ งความรว่ มมอื /การมสี ่วนร่วม แผนสนับสนนุ งบประมาณ เป็นตน้
(2.3) การสนบั สนนุ งบประมาณของรฐั เพอื่ นำ� นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม
และมีประสทิ ธภิ าพ
(2.4) การจัดท�ำบันทึกข้อตกลงระหว่างภาคประชาสังคมกับรัฐในการน�ำนโยบาย
การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยไปสูก่ ารปฏิบัติ
(2.5) การทบทวนกฎ/ระเบยี บในการวางแผนพฒั นาทมี่ อี ยใู่ นมมุ มองของการใชบ้ ทบญั ญตั ิ
(การบงั คับใช้กฎหมาย)
(2.6) การพัฒนาและส่งเสริมการสร้างความตระหนักให้แก่ผู้มีอ�ำนาจตัดสินใจและ
ทางการเมืองในการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั
(2.7) การแตง่ ตง้ั ผปู้ ระสานงานดา้ นการลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั ในแตล่ ะกระทรวง
ที่เกย่ี วข้อง
(2.8) การจัดตั้งกองทุนการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยและกองทุนพิเศษ
เพื่อการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยหลักในการจัดตั้งกองทุน
การบรหิ ารกองทุน การจัดหารายได้ การเบกิ จ่าย และการใช้จ่ายเงินกองทนุ
(2.9) การจัดให้มีสมัชชาการจัดการสาธารณภัยเป็นเวทีสาธารณะระดับชาติ ที่เปิด
โอกาสให้ภาคส่วนตา่ ง ๆ ในสังคมได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเรยี นรู้รว่ มกนั เพอ่ื ค้นหา
ทางออกในประเด็นปัญหารว่ มที่แต่ละฝา่ ยให้ความสำ� คัญและน�ำไปสู่การเสนอแนะพฒั นานโยบายสาธารณะ
ในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยของประเทศ โดยจัดให้มีการประชุม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือ
ตามความเหมาะสมให้เปน็ ระบบและเปน็ ไปอย่างมสี ่วนรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
62 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
5บทท่ี การจดั การในภาวะฉกุ เฉิน
การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ เปน็ การปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ ลดความรนุ แรงของสาธารณภยั รวมทงั้ การรกั ษาขวญั
สร้างความม่ันใจ และปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเป็นระเบียบของเจ้าหน้าท่ีและประชาชน โดยให้ยึดถือว่า
การรกั ษาชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของประชาชนเปน็ เรอ่ื งเรง่ ดว่ นลำ� ดบั แรกทจ่ี ะตอ้ งเรง่ เขา้ ระงบั และใหค้ วามชว่ ยเหลอื
ดังน้ัน ในภาวะปกติจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้เพ่ือให้สามารถเผชิญกับเหตุสาธารณภัยที่เกิดข้ึน
ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทนั ต่อเหตุการณ์
สำ� หรบั ประเทศไทยการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ แตล่ ะระดบั ไดม้ อบหมายใหผ้ ทู้ มี่ อี ำ� นาจหนา้ ทใ่ี นการ
ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ตามพระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
แตล่ ะระดบั ของการจดั การสาธารณภยั
5.1 แนวคดิ เชงิ กลยุทธ์จดั การในภาวะฉกุ เฉนิ
5.1.1 มาตรฐานการจดั การในภาวะฉุกเฉิน
ใหม้ กี ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ภายใตร้ ปู แบบ ระบบ และความเขา้ ใจทเ่ี ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั
เพื่อให้การจัดการสาธารณภัยสามารถเช่ือมต่อพ้ืนท่ีและภารกิจได้ทันที โดยการน�ำระบบการบัญชาการ
เหตุการณม์ าบงั คับใชก้ ับหน่วยงานท่ีมหี น้าท่เี ข้าปฏบิ ตั กิ ารเผชญิ เหตสุ าธารณภยั ทเ่ี กิดข้นึ
5.1.2 เอกภาพการจดั การในภาวะฉุกเฉิน
ตอ้ งมกี ารกำ� หนดลำ� ดบั การบงั คบั บญั ชาทช่ี ดั เจน ระหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ วา่ จะรบั หนา้ ทแี่ ละ
ภารกิจจากผู้ใด หนว่ ยงานใดเป็นหนว่ ยงานหลกั ในการเผชญิ เหตุสาธารณภัยท่เี กิดขึ้น หน่วยงานใดท�ำหนา้ ท่ี
สนับสนุน รวมทั้งมีการแบ่งความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ด้วยการก�ำหนดแนวทางปฏิบัติ (วัตถุประสงค์)
กลยุทธ์/ยุทธวิธีท่ีชัดเจน ซ่ึงจะท�ำให้เจ้าหน้าท่ีจากหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเข้าร่วมในการเผชิญเหตุสาธารณภัย
ที่เกดิ ขึ้นสามารถปฏิบัตงิ านไดเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกันอย่างรวดเรว็ ราบรืน่ และมีประสิทธิภาพ
5.1.3 ความยืดหยุ่นของโครงสร้างองค์กรการจัดการในภาวะฉุกเฉิน
เปน็ สงิ่ จำ� เปน็ สำ� หรบั ระบบการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ เพอ่ื ทจ่ี ะสามารถปรบั ใชก้ บั เหตฉุ กุ เฉนิ
ทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ ทกุ ประเภท และทกุ ขนาด รวมถงึ เหตฉุ กุ เฉนิ ทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั การประสานงานระหวา่ งหนว่ ยงาน
ขอบเขตอ�ำนาจหนา้ ที่ และพ้ืนทรี่ บั ผดิ ชอบ (เชน่ เหตฉุ กุ เฉินท่เี กิดข้ึนบริเวณพรมแดนระหวา่ งประเทศ) และ/
หรอื ระหวา่ งสาขาวชิ าชพี ตา่ ง ๆ ลกั ษณะความยดื หยนุ่ ภายในระบบการจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ ทำ� ใหเ้ กดิ ความสะดวก
ในการปรบั เปลย่ี นปรมิ าณ ระดบั ของกจิ กรรม และโครงสรา้ งในการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ และการปฏบิ ตั กิ าร
ตอบโต้ ทงั้ น้ี ระบบการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ สามารถปรบั เปลย่ี นตามสถานการณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ เพอ่ื ใชใ้ นการดำ� เนนิ งาน
เฉพาะด้านไดท้ ว่ั ประเทศ
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 63
5.2 กลยทุ ธ์จดั การในภาวะฉกุ เฉนิ
5.2.1 กลยุทธท์ ี่ 1 สร้างมาตรฐานการจัดการในภาวะฉุกเฉิน
เป็นการวางแผนการเผชิญเหตุสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึนอย่างเป็นระบบ โดยก�ำหนดโครงสร้าง
องค์กร ข้อมูลการสนับสนุนการตัดสินใจ การควบคุม การสั่งการ และการใช้แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม
เพ่อื ให้การจดั การในภาวะฉุกเฉนิ เปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
(1) แนวทางปฏบิ ัตใิ นการจดั การเมื่อเกดิ สาธารณภยั
(1.1) ในเขตจังหวดั อ�ำเภอ และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ใหด้ ำ� เนินการดังน้ี
(1.1.1) เมอื่ เกดิ หรอื คาดวา่ จะเกดิ สาธารณภยั ขนึ้ ในเขตองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
แหง่ พน้ื ทใี่ ด ใหเ้ ปน็ หนา้ ทข่ี องผอู้ ำ� นวยการทอ้ งถน่ิ ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แหง่ พน้ื ทน่ี นั้ เขา้ ดำ� เนนิ การ
ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั โดยเรว็ และใหแ้ จง้ ผอู้ ำ� นวยการอำ� เภอทรี่ บั ผดิ ชอบในเขตพน้ื ที่ และผอู้ ำ� นวยการ
จังหวดั ทราบทนั ที
(1.1.2) กรณที พี่ นื้ ทที่ เี่ กดิ หรอื คาดวา่ จะเกดิ สาธารณภยั อยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของ
ผู้อ�ำนวยการท้องถิ่นหลายคน ผู้อ�ำนวยการท้องถิ่นคนหน่ึงคนใดจะใช้อ�ำนาจหรือปฏิบัติหน้าท่ีไปพลางก่อน
ก็ได้ แล้วให้แจ้งผู้อำ� นวยการท้องถนิ่ อนื่ ทราบโดยเรว็
(1.1.3) กรณีผู้อ�ำนวยการท้องถ่ินมีความจ�ำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจาก
เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั หรอื หนว่ ยงานของรฐั ทอ่ี ยนู่ อกเขตขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แหง่ พนื้ ทข่ี องตน ใหแ้ จง้ ให้
ผู้อ�ำนวยการอ�ำเภอ หรือผอู้ �ำนวยการจงั หวดั แลว้ แต่กรณี เพ่อื สง่ั การโดยเร็วตอ่ ไป
(1.1.4) ผอู้ ำ� นวยการในเขตพนื้ ทท่ี ต่ี ดิ ตอ่ หรอื ใกลเ้ คยี งมหี นา้ ทส่ี นบั สนนุ การปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภยั แก่ผ้อู ำ� นวยการซ่งึ รบั ผดิ ชอบในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยทีเ่ กิดข้นึ ในพืน้ ท่ี
ตดิ ต่อหรอื ใกลเ้ คียงน้ัน
(1.1.5) เมอ่ื เกดิ สาธารณภยั ขน้ึ เจา้ พนกั งานทป่ี ระสบเหตมุ หี นา้ ทตี่ อ้ งเขา้ ดำ� เนนิ การ
เบอื้ งตน้ เพอ่ื ระงบั ภยั นน้ั แลว้ รบี รายงานใหผ้ อู้ ำ� นวยการทอ้ งถนิ่ เพอ่ื สง่ั การตอ่ ไป และในกรณจี ำ� เปน็ อนั ไมอ่ าจ
หลีกเลี่ยงได้ ให้เจ้าพนักงานมีอ�ำนาจด�ำเนินการใดเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองชีวิตหรือป้องกันอันตราย
ที่จะเกดิ แก่บุคคลได้
(1.1.6) กรณเี จ้าพนกั งานจ�ำเปน็ ต้องเข้าไปในอาคาร หรือสถานทีท่ ี่อยูใ่ กล้เคียง
กับบริเวณท่ีเกิดสาธารณภัยเพ่ือท�ำการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กระท�ำได้ต่อเม่ือได้รับอนุญาตจาก
เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานท่ีแล้ว เว้นแต่ไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองอยู่ในเวลานั้น หรือ
เมอื่ มีผ้อู �ำนวยการอยู่ดว้ ย และหากทรพั ยส์ ินนน้ั เป็นสิ่งทท่ี �ำใหเ้ กดิ สาธารณภยั ได้งา่ ย ใหเ้ จา้ พนกั งานมีอ�ำนาจสงั่ ให้
เจ้าของหรือผู้ครอบครองขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารหรือสถานท่ีดังกล่าวได้ หากเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคำ� สงั่ ใหเ้ จา้ พนกั งานมอี ำ� นาจขนยา้ ยทรพั ยส์ นิ นน้ั ไดต้ ามความจำ� เปน็ แกก่ ารปอ้ งกนั และบรรเทา
สาธารณภยั โดยเจ้าพนักงานไม่ตอ้ งรบั ผดิ ชอบบรรดาความเสยี หายอันเกิดจากการกระทำ� ดงั กล่าว
64 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(1.1.7) ใหผ้ อู้ ำ� นวยการในเขตพนื้ ทท่ี ร่ี บั ผดิ ชอบสำ� รวจความเสยี หายทเี่ กดิ ขน้ึ และ
ทำ� บญั ชรี ายชอ่ื ผปู้ ระสบภยั และทรพั ยส์ นิ ทเ่ี สยี หายไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน พรอ้ มทง้ั ออกหนงั สอื รบั รองใหผ้ ปู้ ระสบภยั
ไว้เป็นหลกั ฐานในการรบั การสงเคราะห์และฟื้นฟู
(1.1.8) ในกรณที เี่ กดิ สาธารณภยั รา้ ยแรงอยา่ งยงิ่ (ระดบั 4) นายกรฐั มนตรหี รอื
รองนายกรฐั มนตรซี งึ่ นายกรฐั มนตรมี อบหมายมอี ำ� นาจสง่ั การผบู้ ญั ชาการ ผอู้ ำ� นวยการ หนว่ ยงานของรฐั และ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ใหด้ ำ� เนนิ การอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดเพอื่ การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั รวมตลอดทง้ั
ใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกป่ ระชาชน โดยมอี ำ� นาจเชน่ เดยี วกบั ผบู้ ญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
และผู้อ�ำนวยการแตล่ ะระดับ
(1.2) ในเขตกรงุ เทพมหานคร ใหด้ �ำเนนิ การดังน้ี
(1.2.1) เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ช่วย
ผู้อ�ำนวยการกรุงเทพมหานครมีหน้าท่ีเข้าด�ำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และแจ้งให้
ผู้อำ� นวยการกรุงเทพมหานครและรองผู้อ�ำนวยการกรงุ เทพมหานครทราบทันที
(1.2.2) ในกรณีที่มีความจ�ำเป็นท่ีจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าท่ี
ของรัฐผู้ใดหรือหน่วยงานของรัฐใดในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึนในเขตกรุงเทพมหานคร
ใหผ้ อู้ ำ� นวยการกรงุ เทพมหานครแจง้ ใหเ้ จา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ผนู้ นั้ หรอื หนว่ ยงานของรฐั นน้ั ทราบ และเมอ่ื เจา้ หนา้ ที่
ของรัฐผู้นั้นหรือหน่วยงานของรัฐน้ัน แล้วแต่กรณี ได้รับแจ้งแล้ว ให้เป็นหน้าที่ที่จะต้องด�ำเนินการ
ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในกรงุ เทพมหานครตามทไ่ี ดร้ บั แจง้ โดยเรว็
(2) แนวทางปฏบิ ตั ิในการจดั ตง้ั องค์กรปฏิบตั ิการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ
(2.1) กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งพื้นท่ี (องค์การบริหาร
สว่ นตำ� บล/ เทศบาล/ เมอื งพทั ยา) จดั ตงั้ ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ ทอ้ งถน่ิ เมอ่ื เกดิ สาธารณภยั ขน้ึ โดยมผี อู้ ำ� นวยการ
ทอ้ งถนิ่ เปน็ ผคู้ วบคมุ และสง่ั การเพอื่ ทำ� หนา้ ทจ่ี ดั การสาธารณภยั ทเี่ กดิ ขนึ้ จนกวา่ สถานการณจ์ ะกลบั เขา้ สภู่ าวะปกติ
พร้อมท้ังประสานกับส่วนราชการและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในพ้ืนท่ีท่ีรับผิดชอบ และประสานความร่วมมือ
กับทุกภาคส่วนในการจัดการสาธารณภัยทุกขั้นตอน หากในกรณีไม่สามารถควบคุมสถานการณ์สาธารณภัย
ตามขีดความสามารถโดยล�ำพัง ให้ขอรับการสนับสนุนจากกองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ในเขตพืน้ ที่ติดตอ่ หรือใกลเ้ คยี ง และหรอื กองอ�ำนวยการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั อำ� เภอ
(2.2) ศนู ย์บัญชาการเหตุการณอ์ �ำเภอ (ศบก.อ.)
ให้กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอ�ำเภอจัดตั้งศูนย์บัญชาการ
เหตุการณ์อ�ำเภอเม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยข้ึนโดยมีผู้อ�ำนวยการอ�ำเภอเป็นผู้ควบคุมและส่ังการ
เพื่อท�ำหน้าที่ในการจัดการสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ พร้อมทั้ง
เปน็ ศนู ยก์ ลางในการระดมสรรพกำ� ลงั และทรพั ยากรในการจดั การสาธารณภยั ทเ่ี กดิ ขนึ้ รวมทง้ั อำ� นวยการและ
ประสานการปฏบิ ตั ริ ะหว่างหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทง้ั ฝ่ายพลเรือนและฝา่ ยทหาร ตลอดจนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่
และองค์การสาธารณกศุ ลในพนื้ ท่ีทรี่ บั ผดิ ชอบไดอ้ ย่างมเี อกภาพ รวดเร็ว และทว่ั ถึง
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 65
(2.3) ศูนย์บัญชาการเหตกุ ารณจ์ งั หวัด/กรุงเทพมหานคร (ศบก.จ./ศบก.กทม.)
ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั /กรงุ เทพมหานครจดั ตงั้
ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด/กรุงเทพมหานครเม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยข้ึน โดยมีผู้อ�ำนวยการ
จังหวดั /ผ้อู ำ� นวยการกรงุ เทพมหานคร เป็นผู้สัง่ การ ควบคมุ และบญั ชาการ เพ่อื ทำ� หนา้ ที่รบั ผดิ ชอบในการ
จัดการสาธารณภัยในพ้ืนท่ีจังหวัด/กรุงเทพมหานครจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้ง
เปน็ ศนู ยก์ ลางในการระดมสรรพกำ� ลงั และทรพั ยากรในการจดั การสาธารณภยั จากสว่ นราชการและหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
เพ่ือสนับสนุนให้แก่กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นท่ี รวมท้ังอ�ำนวยการและประสาน
การเผชิญเหตรุ ะหวา่ งหนว่ ยงานต่าง ๆ ทั้งฝา่ ยพลเรอื นและฝ่ายทหาร ตลอดจนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
และองค์การสาธารณกศุ ลในพนื้ ท่ีทร่ี บั ผดิ ชอบไดอ้ ยา่ งมีเอกภาพและประสิทธภิ าพ
(2.4) ศนู ยบ์ ัญชาการเหตุการณส์ ่วนหนา้ จังหวดั /กรุงเทพมหานคร
ใหศ้ นู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณจ์ งั หวดั /กรงุ เทพมหานครแปรสภาพเปน็ ศนู ยบ์ ญั ชาการ
เหตกุ ารณส์ ว่ นหนา้ จงั หวดั /กรงุ เทพมหานครของกองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ ในกรณี
เมื่อมีการยกระดับเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) หรือการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างย่ิง
(ระดับ 4) ให้มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามการบัญชาการจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
โดยรบั ผดิ ชอบอำ� นวยการ ควบคมุ ปฏบิ ตั งิ าน และประสานการปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ในเขตพ้ืนท่ีจังหวัด/กรุงเทพมหานคร พร้อมท้ังเป็นศูนย์กลางในการระดมสรรพก�ำลังและทรัพยากร
เพอ่ื การจดั การสาธารณภัย และประสานการปฏิบตั ิระหว่างหนว่ ยงานต่าง ๆ ท้งั ฝา่ ยพลเรือนและฝ่ายทหาร
ตลอดจนองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ และองคก์ ารสาธารณกุศลในพ้ืนทีท่ รี่ ับผดิ ชอบ
(2.5) กองอำ� นวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั กลาง (กอปภ.ก.)
ในกรณกี ารจัดการสาธารณภยั ขนาดเลก็ (ระดบั 1) และการจดั การสาธารณภยั
ขนาดกลาง (ระดบั 2) ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลางรบั ผดิ ชอบอำ� นวยการ ประสาน
การปฏิบัติ ประเมินสถานการณ์ และสนับสนุนกองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ
รวมทงั้ ตดิ ตาม เฝา้ ระวงั สถานการณ์ วเิ คราะหส์ ถานการณ์ รายงาน และเสนอความคดิ เหน็ ตอ่ ผบู้ ญั ชาการปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรี เพ่ือตัดสินใจยกระดับเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่
(ระดับ 3) หรือการจัดการสาธารณภัยรา้ ยแรงอย่างยงิ่ (ระดับ 4)
(2.6) กองบัญชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ (บกปภ.ช.)
ให้รับผิดชอบบังคับบัญชา อ�ำนวยการ วินิจฉัยส่ังการ ควบคุม และประสาน
ความรว่ มมอื จากทกุ ภาคสว่ นในการจดั การสาธารณภยั ในกรณกี ารจดั การสาธารณภยั ขนาดใหญ่ (ระดบั 3) หรอื
การจัดการสาธารณภัยรา้ ยแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4)
ทั้งนี้ โครงสร้างกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ/
ศนู ย์บัญชาการเหตกุ ารณ์ตามแผนภาพท่ี 5 - 1
66 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
กองบญั ชาการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ/
ศนู ย์บญั ชาการเหตกุ ารณ์
ผู้บัญชาการ/
ผู้อ�ำนวยการ
ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธร์ ่วม ทป่ี รึกษา/ผ้เู ช่ียวชาญ
ศนู ย์ประสานการปฏิบัติ
ส่วนปฏบิ ตั กิ าร สว่ นอำ� นวยการ สว่ นสนบั สนุน
แผนภาพที่ 5 - 1 : โครงสร้างกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ / ศนู ย์บญั ชาการเหตกุ ารณ์
(2.6.1) คณะที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ มีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ ค�ำแนะน�ำ ข้อมูล
ทางวิชาการ การสังเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ และเทคนิคการปฏิบัติท่ีเก่ียวข้องกับเหตุการณ์สาธารณภัย
ที่เกิดข้ึน โดยให้ค�ำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นส�ำคัญ พร้อมท้ังปฏิบัติหน้าที่อ่ืนใดตามที่
ผบู้ ญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาต/ิ ผอู้ ำ� นวยการเหน็ สมควร ทง้ั น้ี จำ� นวนของคณะทปี่ รกึ ษา/
ผู้เชี่ยวชาญให้เป็นไปตามทเ่ี หน็ สมควร
(2.6.2) ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม มีหน้าท่ีประสานข้อมูลเหตุการณ์กับ
ส่วนต่าง ๆ เพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนและส่ือมวลชน รวมท้ังปฏิบัติการ
ทางจิตวิทยามวลชน โดยให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลัก ในการจัดท�ำขอบเขต แผนงาน ภารกิจ
และโครงสร้างภายในศูนย์ฯ
(2.6.3) ศูนยป์ ระสานการปฏบิ ัติ มีหนา้ ที่ประสานงานกับหน่วยงานภาคเอกชน
และภาคประชาสังคมด้านกฎหมาย ธรุ การและก�ำลงั พล ท้งั นี้ ในกรณกี ารจดั การสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง
(ระดบั 4) ใหป้ ระสานงานดา้ นกจิ การตา่ งประเทศ โดยใหก้ ระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย
เป็นหน่วยงานหลกั รว่ มกนั จัดท�ำ ขอบเขต แผนงาน ภารกจิ และโครงสรา้ งภายในของศนู ย์ฯ ท้งั น้ี ใหส้ �ำนัก
เลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรี และหนว่ ยงานทม่ี ภี ารกจิ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งในสำ� นกั นายกรฐั มนตรเี ขา้ รว่ มปฏบิ ตั งิ าน ในฐานะ
หนว่ ยงานหลกั ดว้ ย
(2.6.4) สว่ นปฏบิ ตั กิ าร มหี นา้ ทป่ี ฏบิ ตั กิ ารลดอนั ตรายทเี่ กดิ ขนึ้ โดยเรว็ โดยรกั ษา
ชีวิตและปกป้องทรัพยส์ ิน เขา้ ควบคุมสถานการณ์ ฟื้นฟูสูส่ ภาวะปกติ ดับเพลิง คน้ หาและกู้ภัย สารเคมีและ
วัตถอุ นั ตราย บริการการแพทย์และสาธารณสขุ คมนาคม รกั ษาความสงบเรยี บร้อย ประสานทรพั ยากร และ
ทางทหาร โดยใหห้ นว่ ยงานทม่ี ีหน้าท่ดี ังกลา่ วร่วมกนั จัดทำ� ขอบเขต แผนงาน ภารกจิ และโครงสรา้ งภายใน
ของส่วนฯ
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 67
(2.6.5) ส่วนอ�ำนวยการ มีหน้าที่ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้ม
สถานการณ์ แจง้ เตอื นภยั รวบรวม ประสานขอ้ มลู และประเมนิ ความตอ้ งการและความจำ� เปน็ ในการสนบั สนนุ
ทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงจัดเตรียมเอกสารและวางแผนเผชิญเหตุโดยใช้ข้อมูลท่ีได้รับจากส่วนปฏิบัติการ
เป็นฐานด�ำเนินการ ท้ังน้ี ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/หน่วยงานตามท่ีผู้อ�ำนวยการมอบหมาย
เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดท�ำ ขอบเขต แผนงาน ภารกิจ และโครงสร้างภายในของส่วนฯ พร้อมท้ัง
ใหก้ ารสนบั สนนุ สถานทป่ี ฏบิ ตั งิ านแกก่ องบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาต/ิ ศนู ยบ์ ญั ชาการ
เหตกุ ารณ์
(2.6.6) สว่ นสนบั สนุน มีหน้าทด่ี ังน้ี
(2.6.6.1) ตอบสนองการรอ้ งขอรบั การสนบั สนนุ ในทกุ ๆ ดา้ นทจี่ ำ� เปน็
เพื่อให้การจัดการในภาวะฉุกเฉินด�ำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้แก่ ด้านการสื่อสาร
โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ การพลังงาน การเกษตร ทรพั ยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อมและวฒั นธรรม
การสาธารณปู โภค การโยธาธกิ ารและซอ่ มบำ� รงุ การฟน้ื ฟเู ศรษฐกจิ สงั คมและชมุ ชน โดยใหห้ นว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบ
ภารกจิ ในแต่ละดา้ นร่วมกันจัดทำ� ขอบเขต แผนงาน ภารกิจ และโครงสรา้ งภายในของสว่ นฯ
(2.6.6.2) ตอบสนองการร้องขอรับการสนับสนุนในด้านงบประมาณ
การเงนิ การคลงั และการรบั บรจิ าค โดยใหส้ ำ� นกั งบประมาณ และกรมบญั ชกี ลาง เปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบภารกจิ
ด้านงบประมาณ การเงิน การคลัง พร้อมทั้งส�ำนักนายกรัฐมนตรีและส�ำนักงานปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี
เปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบภารกจิ ดา้ นการรบั บรจิ าค พรอ้ มทง้ั ใหร้ ว่ มกนั จดั ทำ� ขอบเขต แผนงาน ภารกจิ โครงสรา้ ง
ภายในของส่วน ฯ
(2.7) ผู้มีอ�ำนาจหน้าท่ีในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ที่เก่ียวข้อง
อยา่ งเปน็ เอกภาพและชดั เจนแตล่ ะระดบั ตงั้ แตร่ ะดบั ประเทศ ระดบั จงั หวดั และระดบั ทอ้ งถน่ิ ตามแผนภาพท่ี 5 - 2
68 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
สาธารณภัยสาธารณภัย นายกรัฐมนตร/ี
รา้ ยแรงอยา่ งย่งิ รองนายกรฐั มนตรที ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
่สังการให้ �ดำเนินการอย่างห ่ึนงอ ่ยางใดเ ่พือ ้ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย/ ผบู้ ัญชาการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
ควบคุมและกำ� กับการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย ใ ้หความช่วยเหลือประชาชนใน ้พืนท่ีที่ �กำหนด (มาตรา 31)
ทั่วราชอาณาจักร (มาตรา 13) แหง่ ชาติ (รมว.มท.)
รองผ้บู ัญชาการ (ปมท.)
ช่วยเหลอื ผบู้ ัญชาการ มอี �ำนาจบังคบั บัญชาและสั่งการ
รองจากผู้บัญชาการ (มาตรา 13) ผอู้ �ำนวยการกลาง (อ.ปภ.)
ผอ.จังหวัด (ผวจ.)
ควบคุมและกำ� กบั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี อง ผอ./รอง ผอ./ผช.ผอ.
เจา้ พนกั งานและอาสาสมคั รไดท้ ั่วราชอาณาจักร (มาตรา 14) รอง ผอ.จังหวัด (นายก อบจ.)
รบั ผดิ ชอบในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในเขต ผอ.กทม. (ผว. กทม.)
จงั หวัด (มาตรา 15) รอง ผอ.กทม. (ปลัด กทม.)
ช่วยเหลือ ผอ.จงั หวัด และปฏบิ ัติหน้าท่ีอนื่ ตามที่ ผอ.จว. ผู้ชว่ ย ผอ.กทม. (ผอ.เขต)
มอบหมาย (มาตรา 18)
ผอ.อ�ำเภอ. (นายอ�ำเภอ)
รับผดิ ชอบในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขต กทม. ผอ.ท้องถิน่
(มาตรา 32)
มหี น้าท่ชี ่วยเหลือ ผอ.กทม. ในการป้องกันและบรรเทา (นายก อบต./นายกเทศมนตรี/นายกเมอื งพัทยา)
สาธารณภยั และปฏบิ ตั หิ นา้ ทอี่ ื่นตามท่ี ผอ.กทม.มอบหมาย ผช.ผอ.ท้องถิน่
(มาตรา 35,36)
รับผดิ ชอบและปฏบิ ตั ิหน้าที่ในการปอ้ งกันและบรรเทา (ปลดั อบต./ปลัดเทศบาล/ปลดั เมอื งพัทยา)
สาธารณภยั ในเขตของตนและมหี น้าที่ชว่ ยเหลอื ผอ.กทม.
ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (มาตรา 36)
รบั ผดิ ชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตอ�ำเภอ
และช่วยเหลือ ผอ.จว. (มาตรา 19)
รับผดิ ชอบในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในเขตของตน
และมหี น้าทชี่ ว่ ยเหลอื ผอ.จว./ผอ.อ.(มาตรา 20)
รับผดิ ชอบในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในเขตของตน
และมหี น้าทชี่ ว่ ยเหลอื ผอ.ทอ้ งถิน่ ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
(มาตรา 20)
แผนภาพที่ 5 - 2 : การกำ� หนดบคุ คลผ้มู อี ำ� นาจในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
ตามพระราชบัญญัตปิ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550
แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 69
(3) แนวทางปฏิบตั ใิ นการประกาศเขตพนื้ ทีป่ ระสบสาธารณภัย
เพ่ือประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยในเขตพื้นท่ีให้มีการออกประกาศเขตพ้ืนท่ี
ประสบสาธารณภยั ไดต้ ามดุลยพนิ จิ เพือ่ ให้สว่ นราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ภาคเอกชน
สามารถให้ความช่วยเหลอื ผูป้ ระสบภยั ได้ตามระเบียบกฎหมายทเี่ กีย่ วขอ้ ง
ระดบั การจัดการ ผูอ้ อกประกาศเขตพนื้ ทปี่ ระสบสาธารณภยั
1 สาธารณภัยขนาดเลก็ ผ้อู �ำนวยการจงั หวดั / ผู้อ�ำนวยการกรุงเทพมหานคร
2 สาธารณภัยขนาดกลาง ผอู้ �ำนวยการจงั หวดั / ผู้อำ� นวยการกรุงเทพมหานคร
3 สาธารณภยั ขนาดใหญ่ ผูบ้ ญั ชาการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
4 สาธารณภยั รา้ ยแรงอยา่ งยงิ่ นายกรัฐมนตรี
หรอื รองนายกรัฐมนตรซี ึง่ นายกรฐั มนตรีมอบหมาย
ทั้งน้ี ผู้ประสบภัยอาจขอให้มีหนังสือรับรองพื้นที่ประสบภัย ท้ังท่ีเป็นบุคคล และ
นิตบิ ุคคลได้ โดยใหก้ รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย กำ� หนดรูปแบบ แนวทางปฏบิ ัติในการประกาศเขต
พืน้ ทปี่ ระสบสาธารณภยั และหนังสอื รบั รองผูป้ ระสบภยั ประเภทบุคคลธรรมดาและนติ ิบคุ คลตามมาตรา 30
แหง่ พระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550
(4) แนวทางปฏบิ ัตใิ นการตัดสินใจยกระดบั การจัดการสาธารณภัย
ให้ผบู้ ัญชาการหรือผูอ้ �ำนวยการใชเ้ กณฑห์ รอื เง่อื นไขดังตอ่ ไปนี้ ประกอบการพิจารณา
เกณฑ/์ เงื่อนไข ขอ้ มลู ท่ใี ช้ระบุเง่ือนไข
(4.1) พืน้ ท่ี พ้ืนทใี่ ช้สอยในลกั ษณะตา่ ง ๆ ทีไ่ ด้รับผลกระทบ และความเสยี หาย
(4.1.1) พื้นทท่ี างการเกษตรและปศสุ ัตว์
(4.2) ประชากร (4.1.2) พนื้ ทธ่ี รุ กิจ อตุ สาหกรรม และการประกอบการ
(4.1.3) พื้นท่อี ยอู่ าศัย (จ�ำนวนหลังคาเรือน)
(4.1.4) พน้ื ทท่ี างธรรมชาติ
จ�ำนวนและลกั ษณะของประชากรในพนื้ ท่ที ่ีไดร้ บั ผลกระทบ
(4.2.1) จ�ำนวนผู้ได้รบั ผลกระทบ
(4.2.2) จ�ำนวนผู้อพยพ
(4.2.3) จ�ำนวนผูไ้ ด้รบั บาดเจบ็ และเสยี ชวี ิต
(4.3) ความซับซอ้ น ความยากง่าย สถานการณ์แทรกซ้อน และเง่ือนไขทางเทคนิคของ
สถานการณ์
(4.3.1) ความรุนแรงของภัย ความเฉพาะเจาะจงทางเทคนิคของภัย
การเกิดภัยตอ่ เนอื่ ง
70 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
เกณฑ/์ เงือ่ นไข ข้อมูลทีใ่ ชร้ ะบุเงือ่ นไข
(4.3.2) ความเสียหายที่เกดิ ข้นึ ต่อสาธารณปู โภคพ้ืนฐาน สถานท่ีส�ำคัญ
และเสน้ ทางการให้ความช่วยเหลือ
(4.3.3) การคาดการณ์การขยายตัวของภัย พื้นที่ท่ีจะเสียหายต่อไป
ระยะเวลาทก่ี ารดำ� เนนิ กจิ กรรมปกตทิ ต่ี อ้ งหยดุ ชะงกั ระยะเวลาทต่ี อ้ งใช้
ในการตอบสนองตอ่ สถานการณ์ และระยะเวลาทต่ี อ้ งชว่ ยฟน้ื ฟเู บอื้ งตน้
(4.4) ศักยภาพด้านทรพั ยากร ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านจากทรพั ยากร
(4.4.1) ก�ำลังคน ทั้งของหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน
พร้อมท้งั อาสาสมคั รหนว่ ยตา่ ง ๆ
(4.4.2) เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ ยานพาหนะ และอปุ กรณพ์ เิ ศษตา่ ง ๆ ที่ต้อง
ใชต้ ามแตล่ กั ษณะทางเทคนิคของภัย
(4.4.3) ปัจจัยยังชีพสำ� หรับแจกจ่ายแก่ผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบของหน่วยงานหลัก
และจากการสนับสนุนจากภาคีหลกั
(4.4.4) แหลง่ ทีม่ าและจ�ำนวนเงนิ งบประมาณจากหนว่ ยงานในพืน้ ที่
(4.5) การพจิ ารณาตดั สนิ ใจ ดลุ ยพนิ ิจจากการประเมินสถานการณ์จากเง่อื นไขต่าง ๆ
ของผบู้ ัญชาการ/ (4.5.1) ขอบเขตการปกครอง
ผู้อ�ำนวยการ (4.5.2) การประเมนิ ศกั ยภาพในการจดั การสาธารณภยั
ทงั้ นี้ ใหใ้ ชเ้ กณฑเ์ งอื่ นไขทางดา้ นพน้ื ท/ี่ ประชากร/ความซบั ซอ้ น/ศกั ยภาพดา้ นทรพั ยากร
และวิจารณญาณหรือดุลยพินิจของผู้อ�ำนวยการอย่างใดอย่างหน่ึง หรือหลายอย่างประกอบกันเป็นเกณฑ์ในการ
นำ� เสนอผบู้ ญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ หรอื นายกรฐั มนตรพี จิ ารณาตดั สนิ ใจในการประกาศ
ยกระดบั เปน็ การจดั การสาธารณภยั ขนาดใหญ่ (ระดบั 3) และการจดั การสาธารณภยั รา้ ยแรงอยา่ งยง่ิ (ระดบั 4)
(5) แนวทางปฏิบัตใิ นการอพยพ
เม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในพ้ืนท่ีใด และการอาศัยอยู่ในเขตพ้ืนท่ีน้ัน
จะเป็นอันตราย ใหผ้ ู้มอี �ำนาจตามมาตรา 28 แหง่ พระราชบญั ญตั ิป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
มอี ำ� นาจสงั่ อพยพผซู้ ง่ึ อยใู่ นพนื้ ทนี่ นั้ ออกไปจากพน้ื ทอ่ี ยา่ งเปน็ ระเบยี บ ทง้ั นี้ ใหด้ ำ� เนนิ การอพยพ ไมต่ ำ�่ กวา่ 12
ชว่ั โมงกอ่ นเกดิ สาธารณภยั และจดั ใหม้ กี ำ� ลงั เจา้ หนา้ ทเี่ ขา้ รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย เพอื่ ปอ้ งกนั ทรพั ยส์ นิ ของ
ประชาชน โดยให้ด�ำเนินการ ดงั น้ี
(5.1) การอพยพเคลอ่ื นยา้ ย ประกอบด้วย
(5.1.1) จัดล�ำดับความส�ำคัญของผู้อพยพ โดยแบ่งกลุ่มผู้อพยพที่ต้องได้รับ
การดแู ลเปน็ พเิ ศษ (กลมุ่ เปราะบาง) เชน่ กลมุ่ ผปู้ ว่ ยทพุ พลภาพ คนพกิ าร คนชรา เดก็ สตรี ควรไดร้ บั การพจิ ารณา
ใหอ้ พยพไปกอ่ น เปน็ ตน้ กรณเี ดก็ บดิ าและมารดาควรอพยพไปดว้ ยกนั ทง้ั ครอบครวั และควรอพยพเปน็ กลมุ่
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 71
(5.1.2) จัดให้มีสถานท่ีปลอดภยั และทพี่ กั พิงชว่ั คราวแกผ่ ้อู พยพและเจ้าหน้าท่ี
โดยจดั ระเบยี บพนื้ ท่ีอพยพให้เหมาะสมเป็นสัดส่วน
(5.1.3) จดั ระเบยี บการจราจรชว่ั คราวในพน้ื ทท่ี เี่ กดิ สาธารณภยั และพนื้ ทใ่ี กลเ้ คยี ง
รวมทัง้ จัดระเบียบการจราจรในพืน้ ทพี่ กั พิงชว่ั คราวเพือ่ รองรบั การอพยพ
(5.1.4) ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพในการขนย้ายทรัพย์สินของใช้ในพ้ืนท่ีท่ีเกิด
สาธารณภยั และพน้ื ท่ีใกลเ้ คียงตามที่ได้รับการรอ้ งขอ
(5.1.5) ให้มีการจัดท�ำทะเบียนเพ่ือตรวจสอบจ�ำนวนผู้อพยพและผู้ที่ยังติดค้าง
ในพ้ืนท่ี
(5.1.6) จดั ให้มีการบริการดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ในพ้ืนทอ่ี พยพ
(5.1.7) จัดให้มีระบบการรักษาความสงบเรียบร้อยของพื้นท่ีรองรับการอพยพ
โดยจัดกำ� ลงั เจ้าหน้าที่ต�ำรวจและอาสาสมัครตามความเหมาะสม
(5.1.8) จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานกับเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจในพ้ืนที่เพื่อจัดก�ำลัง
ดแู ลบา้ นเรอื นและทรพั ยส์ นิ ของผอู้ พยพเปน็ ระยะ ๆ หากกำ� ลงั เจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจไมเ่ พยี งพอใหป้ ระสานขอกำ� ลงั
สนบั สนนุ จากหนว่ ยอาสาสมคั รปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น (อปพร.) หรอื จดั หาอาสาสมคั รจากประชาชน แตห่ าก
สถานการณล์ อ่ แหลมเสยี่ งตอ่ การสญู เสยี ชวี ติ หา้ มเจา้ หนา้ ท/ี่ อาสาสมคั รออกปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นพนื้ ทเ่ี สยี่ งโดยเดด็ ขาด
จนกวา่ สถานการณจ์ ะบรรเทาความรนุ แรงลง และสามารถเขา้ ไปตรวจในพน้ื ทไี่ ดโ้ ดยไมม่ คี วามเสย่ี ง พรอ้ มทงั้
ใหม้ ีการประชาสัมพนั ธใ์ หผ้ ู้อพยพทราบสถานการณอ์ ย่างตอ่ เนอื่ ง
(5.2) การยกเลกิ สถานการณ์
ให้มีการติดตามความเคล่ือนไหวของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
โดยประชาสมั พนั ธใ์ หป้ ระชาชนทราบถงึ สถานการณเ์ ปน็ ระยะ ๆ เพอื่ ปอ้ งกนั ความสบั สน พรอ้ มทงั้ ใหม้ กี ารยนื ยนั
ความชดั เจนถงึ การยกเลกิ สถานการณ์ และแจง้ ใหผ้ อู้ พยพเตรยี มพรอ้ มในการอพยพกลบั สพู่ นื้ ทอ่ี ยอู่ าศยั ตอ่ ไป
(5.3) การอพยพกลับ
ใหผ้ นู้ ำ� ชมุ ชนหรอื ผนู้ ำ� กลมุ่ อพยพจดั ระเบยี บและลำ� ดบั กอ่ นหลงั กอ่ นการอพยพกลบั
พร้อมท้ังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท่ีด�ำเนินการควบคุมดูแลการอพยพกลับเมื่อได้รับแจ้งข่าวการสิ้นสุด
สถานการณ์สาธารณภยั เพอ่ื ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมและรอรบั แจ้งจุดอพยพกลับไปสพู่ ืน้ ทอี่ ยู่อาศยั
(5.4) การอพยพส่วนราชการ และองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
เปน็ การเคลอ่ื นยา้ ยหนว่ ยราชการและองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เพอื่ ใหส้ ามารถ
ให้บริการได้ตามปกติ โดยให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพ้ืนท่ีแบ่งประเภทส่วนราชการท่ีจะอพยพ
ตามลำ� ดบั และความจำ� เปน็ เรง่ ดว่ น พรอ้ มทง้ั กำ� หนดพนื้ ทร่ี องรบั การอพยพสว่ นราชการ ครอบครวั สว่ นราชการ
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ล่วงหน้า โดยการด�ำเนินการอพยพให้เป็นไปตามแผนอพยพส่วนราชการ
ทก่ี ล่าวไวใ้ นบทที่ 4
5.2.2 กลยทุ ธ์ที่ 2 พัฒนาระบบ/เครื่องมอื สนับสนนุ การเผชิญเหตุ
(1) แนวทางปฏิบัตใิ นการสื่อสารและโทรคมนาคม
การติดต่อส่ือสารมีความส�ำคัญอย่างมากในการจัดการในภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากต้องมี
การประสานการปฏิบัติในการจดั การสาธารณภัยอย่างต่อเนือ่ ง รวมทัง้ การแลกเปลีย่ นขอ้ มูล (Information)
72 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
ขา่ วสาร (Intelligence) เพื่อแจง้ เตอื นภยั แกป่ ระชาชน ประสานงาน ควบคุม สั่งการ และรายงานผลการปฏบิ ตั ิงาน
ระหว่างหน่วยเผชิญเหตุด้วยกันกับหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีสนับสนุนการเผชิญเหตุในด้านต่าง ๆ โดยมีหลักการ
ปฏบิ ตั ิ ดังนี้
(1.1) จัดให้มีระบบการติดต่อส่ือสารท่ีสามารถใช้ได้ในภาวะฉุกเฉินส�ำหรับติดต่อ
ประสานงานในการปฏิบัติหน้าท่ีและภารกิจร่วมกันระหว่างส่วนราชการ หน่วยงาน กองอ�ำนวยการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขต และประชาชน
ในการวางระบบการติดต่อส่อื สารและโทรคมนาคมซง่ึ อย่างนอ้ ยตอ้ งมีมากกว่า 2 ระบบข้ึนไป
(1.2) จดั ระบบการสอ่ื สารดว้ ยเครอ่ื งวทิ ยคุ มนาคมใหป้ ฏบิ ตั ติ ามประกาศคณะกรรมการ
กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เร่ืองหลักเกณฑ์การอนุญาตและ
การก�ำกับดูแลการใช้คล่ืนความถ่ีกลาง ส�ำหรับการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและประชาชน
รวมถึงระเบยี บการใชค้ ล่ืนความถวี่ ิทยสุ ือ่ สารและโทรคมนาคมท่ีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำ� หนด
(1.3) ติดต่อส่ือสารระหว่างกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดบั สว่ นราชการ หน่วยงาน และประชาชน โดยต้อง
สามารถกระทำ� ได้ตลอด 24 ช่ัวโมง พรอ้ มท้งั ต้องจดั ใหม้ มี ากกว่า 2 ชอ่ งทางข้ึนไป และยึดหลักความถูกต้อง
แม่นย�ำของข้อมูล การรักษาความปลอดภัยทางการส่ือสารควบคู่กับความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อ
ส่อื สารเสมอ
(1.4) จัดให้มรี ะบบการแจง้ เหตแุ ละการสนับสนุนขอ้ มลู ดา้ นสาธารณภัยแก่ประชาชน
โดยการเชื่อมโยงการใช้เลขหมายโทรคมนาคมพิเศษระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานท่ีท�ำหน้าท่ีแจ้งเหตุ
และเผชญิ เหตฉุ ุกเฉิน
หมายเลข หนว่ ยงาน การใหบ้ รกิ าร
191 ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ศนู ยร์ บั แจง้ เหตุฉุกเฉนิ
192 ศนู ย์เตือนภยั พบิ ัติแห่งชาติ
198 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั รบั แจ้งเหตุและข้อมูลเตือนภยั
199 กรุงเทพมหานคร ชว่ ยเหลือประชาชนและประสานงาน
ด้านสาธารณภยั
รบั แจง้ เหตุเพลงิ ไหม้
ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นหน่วยงานหลักในการจัดให้มี
ระบบการติดต่อส่ือสารท่ีสามารถใช้ได้ในภาวะฉุกเฉิน การจัดระบบการส่ือสารด้วยเครื่องวิทยุคมนาคม
การตดิ ตอ่ สอื่ สารระหวา่ งกองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และ
บรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั สว่ นราชการ หนว่ ยงาน และประชาชน พรอ้ มทง้ั ใหม้ รี ะบบการแจง้ เหตุ และ
การสนับสนนุ ข้อมูลด้านสาธารณภัยแกป่ ระชาชน โดยมีกระทรวงมหาดไทย ส�ำนักงานต�ำรวจแหง่ ชาติ และ
กระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการบูรณาการการติดตอ่ สื่อสาร การจดั วางระบบ และการฝกึ อบรม
ใหค้ วามรู้
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 73
ทงั้ นี้ หากมกี ารเปลย่ี นแปลงหรอื เพมิ่ เตมิ เลขหมายโทรคมนาคม และความถก่ี ลางในการ
จัดการสาธารณภัย ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ
(2) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการเผยแพร่และประชาสมั พนั ธ์ขอ้ มูลขา่ วสารในภาวะฉกุ เฉนิ
เปน็ ระบบและกระบวนการกระจายขอ้ มลู ขา่ วสารทเี่ กดิ หรอื คาดวา่ จะเกดิ สาธารณภยั ขนึ้
ให้ส่วนราชการและประชาชนได้รับรู้และเข้าใจสถานการณ์ โดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่ก�ำหนดไว้ เช่น
โทรทัศน์ วิทยุ หอกระจายข่าว ฯลฯ หรือวิธีการอ่ืน ๆ เพ่ือให้ประชาชนรับทราบ เข้าใจในสถานการณ์ท่ีถูกต้อง
และลดความตื่นตระหนก ทั้งน้ี จัดให้มีศูนย์ประสานข้อมูลร่วม (Joint Information Center : JIC)
ในภาวะฉกุ เฉนิ เพอื่ เปน็ ศนู ยย์ อ่ ยในศนู ยข์ อ้ มลู ประชาสมั พนั ธร์ ว่ ม ทำ� หนา้ ที่ Point of Contact กบั สอื่ มวลชน
และหนว่ ยงานด้านขา่ วสาร พร้อมทั้งรวบรวมขอ้ มลู ขา่ วสารท่ีจ�ำเปน็ และเปน็ ปจั จุบนั เพ่ือใหผ้ ้ทู มี่ ีหน้าทร่ี บั ผดิ ชอบ
หรือผู้ท่ีต้องการทราบข้อมูลข่าวสารใช้เป็นจุดปฏิบัติงานในการติดตามและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แนวโน้ม
ความเปลยี่ นแปลงของสถานการณ์ และการตรวจสอบยนื ยนั ความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู โดยใหจ้ ดั ตงั้ ขนึ้ ในทกุ ระดบั
ของการจดั การสาธารณภยั
ให้ส�ำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก�ำหนดแนวทาง
ปฏบิ ตั หิ รอื จดั ทำ� คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านการใหข้ อ้ มลู ขา่ วสารและการประชาสมั พนั ธใ์ นภาวะฉกุ เฉนิ เพอ่ื เปน็ กรอบ
การปฏบิ ตั ิทม่ี ีมาตรฐานเดียวกนั ท่ัวประเทศ
(3) แนวทางปฏบิ ตั ิในการก�ำกับ ควบคมุ พนื้ ท่ี (Area Command)
เป็นเครื่องมือส�ำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉินท่ีมีขนาดรุนแรงมากครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง
หลายอ�ำเภอหรือหลายจังหวัด และอาจใช้เวลาในการเผชิญเหตุท่ียาวนานกว่าปกติ หรือเป็นการจัดการ
สาธารณภยั ขนาดใหญ่ (ระดบั 3) และการจดั การสาธารณภัยรา้ ยแรงอยา่ งยง่ิ (ระดบั 4) โดยกองบญั ชาการ
ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาตอิ าจแตง่ ตงั้ และจดั สง่ ผกู้ ำ� กบั ควบคมุ พนื้ ทเ่ี ขา้ ไปรว่ มกำ� หนดแนวทาง
การปฏิบัติงานในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้ม่ันใจว่า การปฏิบัติของแต่ละจังหวัดเป็นไปตามข้อส่ังการของ
กองบญั ชาการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยความรบั ผิดชอบของผกู้ �ำกับ ควบคมุ พ้นื ทท่ี ่ไี ดร้ บั
มอบหมายมดี ังตอ่ ไปนี้
(3.1) กำ� หนดแนวทางการเผชญิ เหตขุ องแตล่ ะจงั หวดั ทปี่ ระสบภยั ใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั
เพ่ือใหก้ ารปฏิบตั งิ านมีความชัดเจนและไม่ขัดแยง้ หรือซ�้ำซ้อนระหวา่ งกัน
(3.2) ประสานการกำ� หนดกลยทุ ธแ์ ละยทุ ธวธิ ขี องแตล่ ะจงั หวดั เพอ่ื ใหเ้ กดิ เอกภาพในการ
เผชิญเหตุรว่ มกัน
(3.3) พิจารณาการร้องขอการจัดสรร การปรบั เปลย่ี น และการเคล่อื นย้ายทรัพยากร
ที่ได้รบั การสนบั สนุนจากสว่ นกลางไปยงั พื้นทปี่ ระสบภยั ท่มี ีความจ�ำเป็น
(3.4) รายงานสถานการณ์ สภาวะแนวโนม้ และการวเิ คราะหส์ ถานการณใ์ นพนื้ ทปี่ ระสบภยั
ให้กองบัญชาการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาตทิ ราบ
(3.5) ประสานการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั ของแตล่ ะจงั หวดั ใหม้ มี าตรฐานเดยี วกนั
เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานตา่ ง ๆ สามารถเขา้ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นการฟน้ื ฟรู ะยะกลาง และระยะยาวใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งคลอ่ งตวั
และต่อเนอื่ ง
74 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
ทง้ั นี้ การแตง่ ตงั้ ผกู้ ำ� กบั ควบคมุ พน้ื ที่ ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลาง
กำ� หนดโครงสรา้ ง จำ� นวนบคุ ลากร แนวทางและระเบยี บปฏบิ ตั ปิ ระจำ� เพอื่ ใหผ้ กู้ ำ� กบั ควบคมุ พนื้ ทป่ี ฏบิ ตั งิ าน
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ พรอ้ มทงั้ ใหพ้ จิ ารณาใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรของศนู ยป์ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต
เป็นสถานทปี่ ฏบิ ัติงานของผกู้ �ำกบั ควบคุมพนื้ ท่ี เป็นลำ� ดับแรก
(4) แนวทางปฏิบัติในการบญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Command)
เป็นเครอ่ื งมือทใ่ี ชส้ งั่ การ ควบคุม และประสานความร่วมมือของแตล่ ะหน่วยงานในการ
จดั การในภาวะฉกุ เฉนิ และเปน็ ระบบปฏบิ ตั กิ ารในการระดมทรพั ยากรไปยงั ทเี่ กดิ เหตุ เพอื่ ใหส้ ามารถปกปอ้ ง
ชีวิต ทรัพย์สิน และส่ิงแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ โดยให้ทุกส่วนราชการ
หนว่ ยงาน และภาคเอกชน สามารถปรบั ใชร้ ะบบบญั ชาการเหตกุ ารณเ์ ปน็ ระบบมาตรฐานของประเทศในการ
จัดการในภาวะฉกุ เฉิน ซ่ึงมสี าระสำ� คญั ดังนี้
การบญั ชาการเหตุการณ์ สาระสำ� คัญ
(4.1) รูปแบบโครงสรา้ ง (4.1.1) การบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command) หมายถึง
การบญั ชาการ โครงสร้างการบัญชาการพ้ืนฐานท่ีมีผู้บัญชาการเหตุการณ์รับผิดชอบ
การจัดการเหตุการณท์ ้งั หมดแต่ผู้เดยี ว
(4.1.2) การบญั ชาการรว่ ม (Unified Command) หมายถงึ การจดั การ
เหตุการณ์ท่ีมีหน่วยงานตั้งแต่ 2 หน่วยงานขึ้นไป มีหน้าที่รับผิดชอบ
ตามกฎหมาย โดยรบั ผดิ ชอบในพน้ื ทที่ ท่ี บั ซอ้ นกนั สามารถรว่ มกนั ปฏบิ ตั งิ าน
ประสานแผนการท�ำงาน และประสานทรัพยากรในท่ีเกิดเหตุร่วมกัน
รวมถงึ มกี ารกำ� หนดความมงุ่ หมายในการปฏบิ ตั ิ วตั ถปุ ระสงค์ (Objectives)
กลยุทธ์ (Strategies) และยุทธวิธี (Tactics) เพื่อท�ำงานเดียวกันได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
การบัญชาการรว่ มจะมีผบู้ ัญชาการเหตกุ ารณ์ไดห้ ลายคนสามารถ
ตดั สินใจ และก�ำหนดแนวทางการปฏบิ ัติรว่ มกนั ภายใตโ้ ครงสรา้ งองค์กรเดียว
ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติงานหลายหน่วยงานก็ตาม
ซงึ่ หมายความวา่ หนว่ ยงานเหลา่ นนั้ จะตอ้ งรกั ษาไวซ้ งึ่ เอกภาพในการบงั คบั
บญั ชาโดยจะตอ้ งรบั มอบหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบจากหวั หนา้ เพยี งผเู้ ดยี ว
สำ� หรบั เหตกุ ารณไ์ มร่ นุ แรง ใหห้ วั หนา้ หนว่ ยงานทเี่ ขา้ ถงึ ทเี่ กดิ เหตุ
เป็นล�ำดับแรกบัญชาการเหตุการณ์ไปพลางก่อนจนกว่าผู้มีอ�ำนาจตาม
กฎหมายจะเขา้ เป็นผูบ้ ญั ชาการเหตกุ ารณต์ ามอำ� นาจหนา้ ทีต่ ่อไป
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 75
การบญั ชาการเหตกุ ารณ์ สาระสำ� คญั
(4.2) ระบบการบัญชาการ เป้าประสงค์สำ� คัญประกอบด้วย
เหตกุ ารณ์ (4.2.1) ความปลอดภัยทงั้ ผปู้ ระสบภยั และเจ้าหนา้ ทผ่ี ปู้ ฏบิ ัติงาน
(4.2.2) บรรลุวตั ถปุ ระสงค์เชงิ กลยทุ ธ์ หรือยุทธวธิ ี
(4.2.3) ใช้ทรพั ยากรในการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งคุ้มคา่ และมีประสิทธิภาพ
(5) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ : สปฉ. (Emergency
Support Function : ESF)
การจัดการในภาวะฉุกเฉิน กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
จะสถาปนาการสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ (สปฉ.) เพยี งสว่ นงานใดสว่ นงานหนงึ่ หรอื หลายสว่ นงาน
เขา้ รว่ มสนับสนนุ การจัดการสาธารณภยั ตามแผนภาพที่ 5 – 3 ทงั้ น้ี ขนึ้ อยู่กับความจ�ำเป็นของสถานการณ์
ทเี่ กดิ ขน้ึ เพอื่ ประสานงานระหวา่ งสว่ นราชการ และหน่วยงานทม่ี ีหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบภารกจิ ดา้ นใดด้านหน่งึ
เป็นการเฉพาะ เช่น ภารกิจด้านการคมนาคมท่ีมีหลายส่วนราชการมีลักษณะงานเหมือนหรือใกล้เคียงกัน
มาร่วมกันประสานการปฏิบัติ อันจะเป็นการลดความซ้�ำซ้อนในการช่วยเหลือ และสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ของกองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับที่เกิดสาธารณภัย โดยในแต่ละส่วนงานฯ
มีหนว่ ยงานหลักและหนว่ ยงานสนบั สนุน แบง่ ออกเปน็ 18 สว่ นงาน ได้แก่
(5.1) สปฉ.1 : ส่วนงานคมนาคม มขี อบเขตหน้าท่ี ดงั นี้
(5.1.1) จัดการระบบ และควบคมุ ความปลอดภัยทางคมนาคม
(5.1.2) ปรับปรุงเส้นทางและโครงข่ายคมนาคม รวมถึงสนับสนุนภารกิจ
การสง่ ก�ำลงั บำ� รงุ
(5.1.3) จดั ใหม้ เี สน้ ทางสำ� รอง เสน้ ทางเลย่ี ง ดดั แปลงแกไ้ ขระบบการคมนาคม
ใหส้ ามารถใชก้ ารได้เมือ่ เกิดสาธารณภัย
(5.1.4) สนบั สนนุ การอพยพเคลอ่ื นยา้ ยประชาชนออกจากพนื้ ทป่ี ระสบภยั หรอื
พื้นทเี่ ส่ยี งต่อการเกิดสาธารณภยั
(5.1.5) สนบั สนนุ ขอ้ มลู และการจดั การดา้ นคมนาคมใหแ้ กก่ องบญั ชาการปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ และกองอ�ำนวยการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง
ใหก้ ระทรวงคมนาคมเปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งสว่ นราชการ
และหนว่ ยงาน รวมถึงจัดทำ� แผนสนับสนนุ การปฏบิ ตั ิงานในภาวะฉกุ เฉนิ ด้านคมนาคม
(5.2) สปฉ.2 : ส่วนงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร มขี อบเขตหน้าที่ ดังน้ี
(5.2.1) จดั ใหม้ รี ะบบสอ่ื สารและโทรคมนาคมทงั้ ระบบสอ่ื สารหลกั ระบบสอื่ สารรอง
และระบบสื่อสารส�ำรอง ตลอดจนให้บริการฐานข้อมูลด้านสารสนเทศและการส่ือสารให้สามารถใช้การได้
ในทกุ สถานการณ์
76 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(5.2.2) สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ในการสื่อสาร การจัดช่อง
การสอ่ื สารสำ� รองเพอ่ื ใช้ในภาวะฉุกเฉิน
(5.2.3) สนับสนุนก�ำลังเจ้าหน้าที่เพื่อบริการติดต่อส่ือสารได้ตลอดระยะเวลา
ทเ่ี กิดภัย
(5.2.4) สนบั สนนุ การฟน้ื ฟโู ครงสรา้ งพนื้ ฐานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร
(5.2.5) รกั ษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเปน็ หนว่ ยงานหลัก ในการประสาน
การปฏิบัติระหว่างส่วนราชการ และหน่วยงาน รวมถึงจัดท�ำแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(5.3) สปฉ.3 : ส่วนงานสาธารณูปโภคและโครงสร้างพืน้ ฐาน มขี อบเขตหนา้ ท่ี ดังนี้
(5.3.1) เตรียมความพร้อม และด�ำเนินการป้องกันหรือลดผลกระทบที่อาจมี
ตอ่ พ้ืนที่ เขตเมอื ง พ้นื ที่เศรษฐกจิ โครงสรา้ งพ้นื ฐาน และส่งิ สาธารณูปโภคในพืน้ ทเ่ี ส่ียงภยั
(5.3.2) ด�ำรงสถานะ ด�ำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมโครงสร้างพ้ืนฐาน และ
สง่ิ สาธารณปู โภคในพน้ื ทป่ี ระสบภยั ใหส้ ามารถใชก้ ารไดใ้ นระหวา่ งเกดิ สาธารณภยั โดยเฉพาะในพนื้ ทเ่ี ขตเมอื ง
และพน้ื ทเี่ ศรษฐกิจ
ให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้า
นครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการประสานการปฏิบัติ
ระหวา่ งสว่ นราชการ และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นสาธารณปู โภค
และโครงสร้างพนื้ ฐาน
(5.4) สปฉ.4 : ส่วนผจญเพลงิ มีขอบเขตหน้าท่ี ดังน้ี
(5.4.1) ประสานการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินเม่ือเกิดอัคคีภัยในเคหสถาน
ประกอบการ นิคมอุตสาหกรรม
(5.4.2) ประสานงานกับส่วนราชการและหน่วยงานในการป้องกันและระงับ
อคั คีภัย
(5.4.3) สนบั สนนุ การปฏบิ ตั กิ ารปอ้ งกนั และระงบั อคั คภี ยั เมอ่ื เกดิ อคั คภี ยั ในพน้ื ท่ี
พเิ ศษ เชน่ อทุ ยานแหง่ ชาติ นคิ มอตุ สาหกรรม ทา่ อากาศยาน หรอื บรเิ วณทสี่ ง่ ผลตอ่ มลพษิ สงิ่ แวดลอ้ ม เปน็ ตน้
(5.4.4) สนบั สนนุ ขอ้ มลู ดา้ นเทคนคิ และองคค์ วามรใู้ นการปอ้ งกนั และระงบั อคั คภี ยั
ให้กบั สว่ นราชการ หน่วยงาน ในภมู ิภาคและท้องถนิ่ ทัง้ ในเขตเมืองและชนบท
ให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการประสานการปฏิบัติระหว่างส่วนราชการ
และหน่วยงาน รวมถงึ จัดท�ำแผนสนบั สนนุ การปฏบิ ัติงานในภาวะฉุกเฉนิ ด้านการผจญเพลงิ
(5.5) สปฉ.5 : สว่ นงานการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ มีขอบเขตหน้าที่ ดงั น้ี
(5.5.1) เฝ้าระวังและตดิ ตามข้อมูลสถานการณท์ อ่ี าจสง่ ผลใหเ้ กิดสาธารณภยั
(5.5.2) แจง้ เตือนลว่ งหนา้ ใหป้ ระชาชน ส่วนราชการ และหนว่ ยงานรบั ทราบ
สถานการณแ์ ละแนวโน้มการเกิดสาธารณภัย
แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 77
(5.5.3) แจง้ เตอื นและแจง้ แนวทางในการปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื เตรยี มพรอ้ มรบั สถานการณ์
สาธารณภัยทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ รวมถึงส่งั การให้มกี ารอพยพ และเคลอ่ื นย้ายไปยังท่ีปลอดภัย
(5.5.4) วเิ คราะห์และวางแผนการเผชิญเหตุ
(5.5.5) ประสาน และสนับสนุนในการจัดการและการเผชิญเหตุสาธารณภัย
แก่กองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แต่ละระดบั
(5.5.6) สนับสนุนทรัพยากรที่จ�ำเป็นในการเผชิญเหตุสาธารณภัยให้กับ
กองอำ� นวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดบั
(5.5.7) ก�ำหนดจ�ำนวนชนิดของทรัพยากรและบุคลากรที่ต้องใช้เพ่ือให้มี
ประสิทธภิ าพและรวดเร็วในการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ
(5.5.8) ประสานการใช้ทรัพยากรจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทุกภาคส่วน
เพื่อสนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิงานในภาวะฉกุ เฉินด้านต่าง ๆ
(5.5.9) ประสานงานในการจัดการในภาวะฉุกเฉินกับส่วนต่าง ๆ ในส่วนงาน
สนับสนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉกุ เฉนิ (สปฉ.) ด้านอน่ื ๆ
ให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานการปฏิบัติระหว่าง
สว่ นราชการ และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นการจดั การสาธารณภยั
และการสนับสนนุ ทรัพยากรในภาวะฉุกเฉนิ
(5.6) สปฉ.6 : ส่วนงานสวัสดกิ ารสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย์ มีขอบเขตหน้าท่ี
ดังน้ี
(5.6.1) ประสานงานและสนบั สนุนการจัดตง้ั ศนู ย์พักพิงช่วั คราว
(5.6.2) สนับสนุนการแจกจ่ายสง่ิ ของจำ� เป็นตอ่ การดำ� รงชพี ให้แก่ผปู้ ระสบภยั
(5.6.3) สนับสนนุ งานดา้ นการสังคมสงเคราะห์แกผ่ ปู้ ระสบภัย
(5.6.4) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับสวัสดิการ
ด้านสาธารณภัย
(5.6.5) วางแผนการให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย การดูแลบุคคลที่ต้อง
ไดร้ บั การปฏบิ ตั เิ ปน็ กรณพี เิ ศษ การฟน้ื ฟดู า้ นสงั คมและจติ ใจใหแ้ กผ่ ปู้ ระสบภยั และผปู้ ระสบปญั หาทางสงั คม
(5.6.6) ให้บรกิ ารสาธารณกุศล
(5.6.7) กำ� หนดแนวทางการช่วยเหลือผู้ว่างงานเนอ่ื งจากการเกดิ สาธารณภัย
(5.6.8) ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครท่ีพิการทุพพลภาพ และเจ็บป่วย
หรือบาดเจ็บจากการปฏบิ ตั หิ น้าที่ขณะเกิดภัย
ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลัก โดยมี
กระทรวงแรงงาน และสภากาชาดไทย เปน็ หนว่ ยงานสนบั สนนุ ในการประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งสว่ นราชการ
หนว่ ยงาน และองคก์ ารสาธารณกศุ ล รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นสวสั ดกิ าร
สังคมและความมน่ั คงของมนุษย์
78 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
(5.7) สปฉ.7 : ส่วนงานการสนับสนนุ ทรัพยากรทางทหาร มีขอบเขตหนา้ ที่ ดงั น้ี
(5.7.1) ประสานการสนบั สนนุ ทรพั ยากรทางทหาร เพอ่ื ใชส้ นบั สนนุ สว่ นราชการ
หน่วยงานพลเรือน กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับในการเผชิญเหตุสาธารณภัย
รวมถงึ การส่งคนื ทรพั ยากร
(5.7.2) ใหข้ อ้ เสนอแนะ และคำ� ปรกึ ษาในกรณที ต่ี อ้ งใชค้ วามชำ� นาญทางทหาร
สนับสนุนภารกจิ
(5.7.3) ติดตาม และรายงานสถานะทรัพยากรทางทหารท่ีถูกก�ำหนดให้ใช้
ในภารกิจสนบั สนุนการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ
ให้กระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานการปฏิบัติระหว่างเหล่าทัพ
รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉินด้านการสนบั สนนุ ทรัพยากรทางทหาร
(5.8) สปฉ.8 : ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสขุ มขี อบเขตหน้าที่ ดังนี้
(5.8.1) จัดเตรียมและจัดหาทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมท้ัง
ประสานการระดมสรรพกำ� ลังดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข
(5.8.2) จดั ทำ� ระบบฐานขอ้ มลู ผเู้ ชย่ี วชาญทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ รวมทงั้
เคร่อื งมอื ทางการแพทยใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ ของรฐั และเอกชน เพอ่ื ให้พรอ้ มต่อการปฏบิ ตั ิเมอื่ เกิดสาธารณภัย
(5.8.3) พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Service :
EMS) หน่วยปฏิบัติการกู้ชีพ และทีมตอบสนองด้านการแพทย์ ได้แก่ ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์
ในภาวะฉกุ เฉินระดับอ�ำเภอ (Mini MERT) ทีมปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ ทางการแพทย์ระดับตตยิ ภมู ใิ นภาวะฉกุ เฉิน
(MERT: Medical Emergency Response Team) ทมี เฝา้ ระวงั สอบสวนเคลอ่ื นทเ่ี รว็ (SRRT : Surveillance
Rapid Response Team) ทมี ปฏิบตั ิการด้านจิตเวช (MCATT : Mental Health Crisis Assessment and
Treatment Team) ที่พร้อมออกปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดระบบ
เครือข่ายสาธารณสุขให้บริการและสนับสนุนการปฏิบัติงานทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพ่อื เตรียมความพรอ้ มให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันทีเมอื่ เกิดสาธารณภยั
(5.8.4) จัดให้มีการพัฒนาระบบส่ือสาร เพ่ือประสานงานและส่ังการภายใน
หนว่ ยงานสาธารณสขุ และหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งให้มปี ระสทิ ธภิ าพ
(5.8.5) จดั ใหม้ กี ารเตรยี มพรอ้ มทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทที่ นั สมยั และไดม้ าตรฐาน
(5.8.6) จดั ใหม้ กี ารพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู ความเสยี หายทางดา้ นการแพทยแ์ ละ
สาธารณสุข รวมถึงการรายงานผลอย่างถกู ต้องและรวดเร็ว
(5.8.7) พัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัคร ให้มีความรู้และทักษะ
พรอ้ มท่ีจะปฏิบัติงานเมอ่ื เกิดสาธารณภยั และปอ้ งกันตนเองจากภยั ที่เกดิ ขึ้นขณะปฏบิ ัติงาน
(5.8.8) ให้ความรู้แก่ประชาชนและชุมชนในด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น
การสขุ าภิบาล และอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม เพอื่ ให้สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองและผู้อนื่ ได้เมอ่ื ประสบภัย
(5.8.9) เฝ้าระวัง ควบคุม และติดตามโรคติดต่อ พร้อมทั้งจัดให้มีการรักษา
พยาบาล การอนามยั การสขุ าภบิ าล และการป้องกนั โรคแก่ผูป้ ระสบภัย
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 79
(5.8.10) ฟืน้ ฟูสภาพจิตใจของผ้ปู ระสบภยั ใหก้ ลบั มาด�ำรงชีวิตได้ตามปกติ
ใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งสว่ นราชการ
และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ โดยมี
หนว่ ยงานสนบั สนนุ ไดแ้ ก่ โรงพยาบาล สถานพยาบาลของสงั กดั ตา่ ง ๆ ทงั้ ภาครฐั และเอกชน เชน่ มหาวทิ ยาลยั
กระทรวงกลาโหม มูลนิธิ อาสาสมัครต่าง ๆ สภากาชาดไทย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ส�ำนักงาน
หลักประกันสุขภาพแหง่ ชาติ ส�ำนักงานกองทนุ สนับสนุนการสร้างเสริมสขุ ภาพ เป็นตน้
(5.9) สปฉ.9 : สว่ นงานการค้นหาและกู้ภัย มขี อบเขตหนา้ ที่ ดังนี้
(5.9.1) สนับสนุนการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านการค้นหาและช่วยชีวิต
ผู้ประสบภัย
(5.9.2) ประสานการช่วยเหลือ สนบั สนุน การค้นหาและกู้ภยั กับส่วนราชการ
หน่วยงาน และกองอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดบั
(5.9.3) ประสานงานกบั สมาคม มลู นธิ ิ และองคก์ รการกศุ ล ทมี่ ีภารกจิ ในการ
คน้ หาและกภู้ ัย
(5.9.4) จดั ระบบการปฏบิ ตั งิ านดา้ นการคน้ หาและกภู้ ยั ใหเ้ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั
ทุกภาคสว่ น
(5.9.5) สนบั สนนุ ทรพั ยากร และอปุ กรณพ์ เิ ศษในการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ คน้ หาและ
กภู้ ัย
(5.9.6) สนบั สนนุ ขอ้ มลู ดา้ นเทคนคิ และองคค์ วามรใู้ หก้ บั หนว่ ยงานปฏบิ ตั กิ าร
ค้นหาและก้ภู ยั
ให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสาน
การปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งสว่ นราชการ หนว่ ยงาน และองคก์ ารสาธารณกศุ ล รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ าน
ในภาวะฉุกเฉินดา้ นการคน้ หาและกภู้ ยั
(5.10) สปฉ.10 : ส่วนงานสารเคมี วัตถุอนั ตราย และกัมมนั ตรงั สี มขี อบเขตหน้าที่
ดงั นี้
(5.10.1) วางแผน ควบคุม และป้องกันภัยจากสารเคมี วัตถุอันตราย และ
กัมมนั ตรังสี ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ประชาชน ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม
(5.10.2) พัฒนาระบบ รปู แบบ และวิธีการทเ่ี หมาะสมเพอ่ื น�ำมาประยุกต์ใช้
ในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมี วัตถอุ นั ตราย และกมั มันตรังสี
(5.10.3) ระงับภัยจากสารเคมี วัตถุอันตราย และกัมมันตรังสีในพื้นที่ท่ีมี
การปนเป้ือนมลพษิ และประเมนิ ความเสยี หายตอ่ ส่ิงแวดล้อม
(5.10.4) ใหค้ วามชว่ ยเหลอื และคำ� ปรกึ ษา แนะนำ� เกย่ี วกบั การจดั การมลพษิ
อนั เกิดจากสารเคมี วตั ถอุ นั ตราย และกมั มันตรงั สี
(5.10.5) ส่งเสริมสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ด้านสารเคมี วัตถุอันตราย
และกัมมันตรังสี เพ่อื ประโยชนใ์ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
80 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
(5.10.6) จดั การสาธารณภยั และสนบั สนนุ การกำ� กบั ดแู ลดา้ นพลงั งานปรมาณู
และนวิ เคลยี ร์รังสี
(5.10.7) ปฏบิ ตั ิการและการปอ้ งกนั ภัยทางเคมี ชีวภาพและนวิ เคลียร์
ให้กระทรวงอุตสาหกรรม เปน็ หนว่ ยงานหลกั โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรมควบคุมมลพษิ ส�ำนักงานปรมาณู
เพ่ือสันติ เป็นหนว่ ยงานสนับสนนุ ในการประสานการปฏิบัติระหวา่ งสว่ นราชการ และหน่วยงาน รวมถึงจัดท�ำ
แผนสนบั สนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นสารเคมี วัตถุอนั ตราย และกัมมนั ตรงั สี
(5.11) สปฉ.11 : สว่ นงานการเกษตร มขี อบเขตหนา้ ที่ ดงั น้ี
(5.11.1) ประสานการปฏบิ ตั เิ มอ่ื เกดิ สาธารณภยั ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ดา้ นการเกษตร
(5.11.2) ตดิ ตามเฝา้ ระวงั ประเมนิ สถานการณ์ และแจง้ เตอื นภยั แกเ่ กษตรกร
(5.11.3) สำ� รวจและตดิ ตามความเสยี หายดา้ นการเกษตรเพอื่ ใหก้ ารชว่ ยเหลอื
(5.11.4) สนับสนุนทรัพยากร เครือ่ งมอื อปุ กรณ์ต่าง ๆ เพ่ือชว่ ยเหลือพนื้ ที่
การเกษตร ท่ีประสบภัย
(5.11.5) สนับสนุนข้อมูลด้านการเกษตรและให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการ
ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาทมี่ ผี ลกระทบตอ่ ดา้ นการเกษตร รวมทง้ั แนวทางการชว่ ยเหลอื เกษตรกรทปี่ ระสบภยั
ใหก้ ระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปน็ หนว่ ยงานหลัก โดยมีกระทรวงพาณชิ ย์ เปน็ หนว่ ยงาน
สนบั สนนุ ในการประสานการปฏบิ ัตริ ะหวา่ งส่วนราชการ และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนับสนุนการปฏิบตั ิงาน
ในภาวะฉกุ เฉนิ ด้านการเกษตร
(5.12) สปฉ.12 : ส่วนงานพลังงาน มขี อบเขตหน้าท่ี ดงั น้ี
(5.12.1) ดแู ล รกั ษา และปอ้ งกนั ทรพั ยากรดา้ นพลงั งานใหส้ ามารถปฏบิ ตั งิ าน
ได้ตลอดระยะเวลาการเกดิ สาธารณภัย
(5.12.2) ปอ้ งกนั และบำ� รงุ รกั ษาสถานทสี่ ำ� คญั ดา้ นพลงั งานใหส้ ามารถปฏบิ ตั งิ าน
รวมถึงสนับสนุนพลังงานแก่ส่วนราชการ และหน่วยงานที่ส�ำคัญในการบริการประชาชน เช่น โรงพยาบาล
สถานบริการน้�ำมันเช้อื เพลงิ ใหเ้ พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการในภาวะฉกุ เฉนิ
(5.12.3) จัดท�ำฐานข้อมูลแหล่งพลังงานเพ่ือใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน
ในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(5.12.4) ก�ำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยให้กับสถานที่ส�ำคัญ
ท่ีเป็นแหลง่ ผลติ พลงั งาน และสถานทใี่ ห้บรกิ าร
(5.12.5) สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเพ่ือการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย
ใหก้ ระทรวงพลงั งาน เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งสว่ นราชการ
และหน่วยงาน รวมถงึ จัดทำ� แผนสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉินดา้ นพลงั งาน
(5.13) สปฉ.13 : ส่วนงานรักษาความสงบเรยี บร้อย มขี อบเขตหน้าที่ ดังนี้
(5.13.1) ประสานการปฏบิ ตั ใิ นการรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย และความปลอดภยั
ของประชาชน สถานท่สี �ำคญั ทางเศรษฐกจิ เขตเมือง และชมุ ชน ในพื้นที่ประสบภัยและพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี ง
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 81
(5.13.2) วางแผนการรกั ษาความปลอดภยั และความชว่ ยเหลอื ดา้ นเทคนคิ ตา่ ง ๆ
รวมถงึ การสนับสนนุ เทคโนโลยีท่ีทันสมยั ในการรกั ษาความสงบเรียบร้อย
(5.13.3) ควบคุม และบังคับใช้กฎหมาย เพ่ือป้องกันและปราบปราม
การกระท�ำผิด ทม่ี ผี ลกระทบต่อความม่นั คง และความสงบเรียบร้อยของประเทศ
(5.13.4) ปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี า้ นการพสิ จู นเ์ อกลกั ษณบ์ คุ คล การจดั การศพ การตดิ ตาม
ผู้สญู หาย และการสง่ กลบั
(5.13.5) จัดระบบจราจรในบริเวณพื้นท่ีประสบภัยและพนื้ ทใ่ี กลเ้ คียง
ให้ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานการปฏิบัติระหว่าง
สว่ นราชการ และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นการรกั ษา ความสงบ
เรียบรอ้ ย
(5.14) สปฉ.14 : ส่วนงานการฟนื้ ฟูเศรษฐกจิ การศกึ ษา และวฒั นธรรม มีขอบเขต
หน้าท่ี ดงั น้ี
(5.14.1) ประเมินผลกระทบระบบเศรษฐกิจ การศกึ ษา วฒั นธรรม และสถานที่
ส�ำคัญทางประวัตศิ าสตร์ในพนื้ ท่ปี ระสบภัย
(5.14.2) ให้ข้อเสนอแนะ แนวทาง และวิธีการในการเตรียมความพร้อมรับ
สถานการณ์สาธารณภัย รวมถงึ การฟืน้ ฟใู นภาพรวมหลงั เกดิ ภยั
(5.14.3) ก�ำหนดแนวทางการสนับสนุนของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ
และเอกชนในการฟ้นื ฟแู ละลดชอ่ งว่างทางเศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนในระยะยาว
(5.14.4) วิเคราะห์ ประเมิน ป้องกันและลดผลกระทบจากสาธารณภัย
แก่สถานทีส่ ำ� คัญทางประวัติศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม
(5.14.5) ติดตาม ตรวจสอบ และฟื้นฟูพนื้ ทีเ่ ศรษฐกจิ การศึกษา วัฒนธรรม
และสถานทส่ี �ำคญั ทางประวัตศิ าสตรใ์ ห้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
ให้ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวง
ศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลัก โดยมีกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานสนับสนุน
ในการประสานการปฏิบัติระหว่างส่วนราชการ และหน่วยงาน รวมถึงจัดท�ำแผนสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ในภาวะฉุกเฉนิ ดา้ นการฟนื้ ฟเู ศรษฐกจิ การศึกษา และวัฒนธรรม
(5.15) สปฉ.15 : สว่ นงานการตา่ งประเทศ มขี อบเขตหน้าท่ี ดงั นี้
(5.15.1) ติดตามและรายงานข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับสถานการณ์สาธารณภัย
ทีเ่ กิดขน้ึ ใหแ้ ก่ประเทศต่าง ๆ
(5.15.2) ประสานความรว่ มมอื ระหว่างประเทศในภาวะฉกุ เฉิน
(5.15.3) ประสาน และสนบั สนนุ การดำ� เนนิ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั
ที่เป็นชาวต่างประเทศ
(5.15.4) ให้ข้อเสนอแนะ กรณีที่จ�ำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล
ต่างประเทศ องค์การระหวา่ งประเทศ และองคก์ รพฒั นาภาคเอกชนระหว่างประเทศ
82 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558
(5.15.5) ก�ำหนดแนวทางการอ�ำนวยความสะดวกการน�ำเข้าทรัพยากร
จากต่างประเทศ และการส่งกลบั
(5.15.6) ประสานการรบั -การใหค้ วามชว่ ยเหลอื จากรฐั บาล องคก์ ารระหวา่ ง
ประเทศ และองคก์ รภาคเอกชนระหวา่ งประเทศ
(5.15.7) ประสานการอำ� นวยความสะดวก และใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกผ่ ปู้ ระสบภยั
ชาวตา่ งชาตแิ ละญาตผิ ู้ประสบภัย
ใหก้ ระทรวงการตา่ งประเทศ เปน็ หนว่ ยงานหลกั โดยมกี รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
กระทรวงกลาโหม สำ� นกั งานตำ� รวจแหง่ ชาติ และกรมศลุ กากร เปน็ หนว่ ยงานสนบั สนนุ ในการประสานการปฏบิ ตั ิ
ระหว่างส่วนราชการ และหน่วยงาน รวมถึงจัดท�ำแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
ด้านการต่างประเทศ
(5.16) สปฉ.16 : สว่ นงานการประชาสมั พนั ธแ์ ละการจดั การขอ้ มลู ขา่ วสาร มขี อบเขต
หน้าที่ ดงั นี้
(5.16.1) ประชาสมั พนั ธแ์ ละใหข้ อ้ มลู ขา่ วสารแกป่ ระชาชนเกยี่ วกบั สาธารณภยั
ในภาวะฉกุ เฉนิ หรือภยั คุกคามที่เกดิ ขึ้น
(5.16.2) เผยแพร่ข้อมูล และความรู้ที่ถูกต้องเพ่ือการเตรียมพร้อมรับมือ
สถานการณ์ใหแ้ ก่ประชาชน
(5.16.3) จัดต้งั ศูนยข์ ้อมูลขา่ วสารรว่ ม (Joint Information Center : JIC)
เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลางการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ขา่ วสาร ระหวา่ งสว่ นราชการ หนว่ ยงาน ภาคเอกชน และสอื่ มวลชน
ทง้ั ในและต่างประเทศ
(5.16.4) กำ� หนดมาตรการ ปอ้ งกนั ตอบโตข้ า่ วลอื ขา่ วอนั เปน็ เทจ็ และขอ้ มลู
ที่จะสรา้ งความตระหนก แตกตน่ื และหวาดกลัวใหแ้ ก่ประชาชน
ให้กรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานการปฏิบัติระหว่าง
สว่ นราชการ และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นการประชาสมั พนั ธแ์ ละ
การจดั การข้อมลู ข่าวสาร
(5.17) สปฉ.17 : ส่วนงานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม มขี อบเขตหนา้ ท่ี ดงั นี้
(5.17.1) ประสานการปฏิบัติเม่ือเกิดสาธารณภัยที่มีผลกระทบต่อทรัพยากร
ธรรมชาติ และสงิ่ แวดล้อม
(5.17.2) วิเคราะห์และประเมินผลกระทบจากสาธารณภัยท่ีมีต่อทรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม พร้อมทง้ั ก�ำหนดวิธกี ารป้องกันและลดผลกระทบ
(5.17.3) ให้ข้อเสนอแนะ แนวทาง วิธีการป้องกัน ลดผลกระทบ และ
เตรยี มความพร้อมรับสถานการณ์ในพน้ื ทที่ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม อทุ ยานธรรมชาติ สัตวป์ า่ และ
พนั ธ์พุ ืช รวมถึงการฟ้ืนฟหู ลังเกิดภัย
ใหก้ ระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการประสาน
การปฏิบัติระหว่างส่วนราชการ และหน่วยงาน รวมถึงจัดท�ำแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 83
(5.18) สปฉ.18 : สว่ นงานงบประมาณและการบริจาค มีขอบเขตหน้าที่ ดงั น้ี
(5.18.1) ติดตามและรายงานสถานะของแหล่งงบประมาณเพื่อการจัดการ
สาธารณภัย และงบประมาณเพ่ือการฟน้ื ฟู
(5.18.2) ให้ข้อเสนอแนะ กรณีที่จ�ำเป็นต้องใช้เงินทดรองราชการเพ่ือการให้
ความชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภยั พบิ ตั กิ รณีฉุกเฉิน หรืองบกลางจากรฐั บาล
(5.18.3) ดำ� เนนิ การรบั บรจิ าคเงนิ และสงิ่ ของเพอื่ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั
(5.18.4) ประสานงานการควบคมุ และตรวจสอบยอดเงนิ ธรุ กรรมทางการเงนิ
ของเงนิ บรจิ าคในบญั ชธี นาคารทหี่ นว่ ยงาน องคก์ รหรอื บคุ คล โดยเปดิ บญั ชไี วแ้ ละแจง้ ใหป้ ระชาชนบรจิ าคเงนิ
ใหก้ ระทรวงการคลงั เปน็ หนว่ ยงานหลกั โดยมสี ำ� นกั นายกรฐั มนตรี สำ� นกั งบประมาณ
และสำ� นกั งานปลดั สำ� นกั นายกรฐั มนตรี เปน็ หนว่ ยงานสนบั สนนุ ในการประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งสว่ นราชการ
และหนว่ ยงาน รวมถงึ จดั ทำ� แผนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นการงบประมาณและการบรจิ าค
84 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
ศนู ยข์ อ้ มูลประชาสัมพนั ธร์ ว่ ม ผูบ้ ัญชาการ/ผ้อู ำ� นวยการ ที่ปรึกษา/ผ้เู ช่ยี วชาญ
สว่ นปฏบิ ตั ิการ สว่ นอำ� นวยการ ศูนยประสานการปฏบิ ัติ
สว่ นสนบั สนุน
แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 85 สปฉ.1 คมนาคม สปฉ.7 การสนบั สนุน สปฉ.15 การตา่ งประเทศ สปฉ.5 การจดั การ สปฉ.2 เทคโนโลยี สปฉ.14 การฟ้นื ฟูเศรษฐกจิ
สปฉ.4 ผจญเพลงิ ทรัพยากรทางทหาร ในภาวะฉุกเฉิน สารสนเทศและการสอื่ สาร การศกึ ษา และวฒั นธรรม
สปฉ.9 การค้นหาและกูภ้ ัย สปฉ.8 การแพทยแ์ ละ
สาธารณสุข กฎหมาย สปฉ.3 สาธารณปู โภค สปฉ.12 พลังงาน
สปฉ.10 สารเคมี วัตถุ และโครงสรา้ งพ้นื ฐาน สปฉ.17 ทรพั ยากรธรรมชาติ
อนั ตราย และกมั มันตรงั สี สปฉ.11 การเกษตร และสงิ่ แวดล้อม
สปฉ.13 รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย สปฉ.6 สวสั ดิการสงั คม สปฉ.18 งบประมาณและ
และความมน่ั คงของ การบรจิ าค
มนษุ ย์
แผนภาพท่ี 5-3 : การสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉกุ เฉนิ : สปฉ.
(6) แนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management
Assistance Team : IMAT)
การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ของหลาย ๆ ประเทศ เมอ่ื สาธารณภยั ทเี่ กดิ ขนึ้ มคี วามซบั ซอ้ น
ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดการสาธารณภัยนานกว่าเหตุการณ์ทั่วไป (ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป) หรือเมื่อมี
ความจำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารวางแผนปฏบิ ตั งิ านอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ทำ� ใหม้ กี ารประสานเพอ่ื ขอรบั การสนบั สนนุ ทรพั ยากร
ในพนื้ ทป่ี ระสบภยั ทเ่ี ปน็ พน้ื ทพ่ี เิ ศษในความดแู ลของหลายหนว่ ยงาน และจำ� เปน็ ตอ้ งใชเ้ ครอื่ งมอื อปุ กรณ์ และ
ผ้เู ชย่ี วชาญเฉพาะด้านเปน็ กรณีพเิ ศษ จึงใหม้ กี ารจดั ส่งชุดปฏิบัติการสนับสนนุ การจดั การเหตุการณ์ (IMAT)
เพื่อเข้าร่วมสนับสนุนการจัดการสาธารณภัยของหน่วยงานในพื้นท่ีที่เกิดสาธารณภัย ซึ่งจะเป็นการช่วย
แบง่ เบาภาระแก่หนว่ ยงานในพน้ื ที่ หรือเสรมิ สร้างความเขม้ แข็งในการบัญชาการ ควบคุม สง่ั การ และแกไ้ ข
สถานการณ์
การปฏิบัตภิ ารกิจของชดุ ปฏบิ ตั กิ ารสนบั สนนุ การจัดการเหตุการณ์ (IMAT) ประกอบไปดว้ ย
เจ้าหน้าท่ีที่มีประสบการณ์ในการจัดการในภาวะฉุกเฉิน โดยผ่านการฝึกที่ให้ความสามารถในการจัดการ
สาธารณภัยทุกประเภท/ระดับ/ขนาด และมีความสามารถในการประสานการปฏิบัติได้ท้ังส่วนราชการ
หน่วยงานพลเรอื น ภาคเอกชน และหน่วยทหาร ในพน้ื ท่ีประสบภยั หรือที่คาดวา่ จะประสบภัย เพอื่ ทำ� หน้าท่ี
ให้การสนับสนุนการจัดการเหตุการณ์ ท้ังน้ี ขนาด จ�ำนวน ระดับ และความเชี่ยวชาญของชุดปฏิบัติการ
สนับสนุนการจดั การเหตกุ ารณ์ (IMAT) ข้นึ อยู่กบั สถานการณ์สาธารณภยั ท่เี กิดข้นึ
ทงั้ น้ี เมอ่ื เกดิ สถานการณส์ าธารณภยั ทมี่ คี วามจำ� เปน็ ตอ้ งจดั สง่ ชดุ ปฏบิ ตั กิ ารสนบั สนนุ
การจัดการเหตุการณ์ (IMAT) เข้าสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพ้ืนที่ ให้หน่วยงานส่วนกลางท่ีจัดส่งชุดปฏิบัติการ
สนับสนุนการจัดการเหตุการณ์ (IMAT) เข้าพ้ืนท่ี ให้แจ้งกองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบ
เพื่อประสานการปฏิบัติ และบางกรณีอาจต้องการขอรับการสนับสนุนต่อกองบัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภยั แหง่ ชาติเพ่ือพจิ ารณาตอ่ ไป
5.2.3 กลยทุ ธ์ที่ 3 เสรมิ สร้างระบบและแนวปฏิบตั ใิ นการบรรเทาทุกข์
(1) แนวทางปฏิบัติในการขอใช้เงนิ ทดรองราชการเพ่อื ช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบภัยพบิ ัตกิ รณี
ฉกุ เฉนิ
เม่ือเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึนในพ้ืนที่ใด ให้ผู้มีอ�ำนาจด�ำเนินการประกาศให้ท้องท่ีนั้น
เปน็ เขตการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พบิ ตั กิ รณฉี กุ เฉนิ ตามระเบยี บกระทรวงคลงั วา่ ดว้ ยเงนิ ทดรองราชการ
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และหลักเกณฑ์วิธีการท่ีเก่ียวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์บรรเทา
ความเดอื ดรอ้ นเฉพาะหนา้ ของผปู้ ระสบภยั พบิ ตั ิ แตม่ ไิ ดม้ งุ่ หมายทจี่ ะชดใชค้ วามเสยี หายใหแ้ กผ่ ใู้ ด ทงั้ นี้ ตอ้ งเปน็
ค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็นในการด�ำรงชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน หรือเป็นการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพเดิม
อนั เปน็ การบรรเทาความเดอื ดรอ้ นเฉพาะหนา้ โดยไดก้ ำ� หนดวงเงนิ ทดรองราชการของสว่ นราชการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
สำ� หรบั ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั ไวใ้ นระเบยี บน้ี และใหก้ ารขอใชว้ งเงนิ ทดรองราชการใหด้ ำ� เนนิ การตามวธิ กี าร
และหลักเกณฑท์ กี่ �ำหนดไวใ้ นระเบียบอย่างถูกตอ้ ง
86 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
(2) แนวทางปฏิบัติในการประเมินความเสียหายและความต้องการความช่วยเหลือ
(Damage and Need Assessment : DANA)
ให้กองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ ประเมินความเสียหาย
และความต้องการความชว่ ยเหลือภายในพ้นื ท่ีประสบภัย โดยวเิ คราะหผ์ ลกระทบจากความเสียหายท่ีเกิดข้นึ
จากสาธารณภยั เพอื่ ประเมนิ สถานการณ์ และวเิ คราะหค์ วามสามารถของผปู้ ระสบภยั ในการตอบโตส้ ถานการณ์
ฉกุ เฉินดว้ ยตนเอง รวมทั้งความต้องการความชว่ ยเหลอื เพิ่มเติมจากหนว่ ยงานภายนอก เชน่ ความชว่ ยเหลือ
ดา้ นอาหาร นำ�้ ดมื่ การรกั ษาพยาบาล สขุ อนามยั และการกำ� จดั สงิ่ ปฏกิ ลู ความชว่ ยเหลอื ดา้ นสขุ ภาวะ ทพี่ กั พงิ
อปุ กรณย์ งั ชพี เปน็ ตน้ การประเมนิ นเี้ ปน็ กระบวนการทสี่ ำ� คญั ในการปฏบิ ตั งิ านดา้ นมนษุ ยธรรมและการชว่ ยเหลอื
ผูป้ ระสบภัยใหอ้ ยรู่ อดปลอดภยั โดยมีหลักการปฏบิ ัติ ดงั น้ี
(2.1) การประเมนิ แบบรวดเรว็ (rapid assessment) กระทำ� ทนั ทภี ายหลงั มเี หตกุ ารณ์
สาธารณภยั เกดิ ขน้ึ โดยมากภายในสปั ดาหแ์ รกของการเกดิ ภยั เปน็ การประเมนิ แบบครา่ ว ๆ เพอื่ รวบรวมขอ้ มลู
ความต้องการ สิ่งทคี่ วรปฏิบตั ิหลงั จากเกดิ ภยั และทรพั ยากรทจ่ี �ำเป็นทกุ ๆ ด้าน ทั้งผู้ประสบภยั โครงสร้าง
พน้ื ฐาน สงิ่ แวดลอ้ ม ลำ� ดบั ความสำ� คญั กอ่ น - หลงั การใหค้ วามชว่ ยเหลอื เบอื้ งตน้ เพอ่ื ใหท้ นั ตอ่ ความตอ้ งการ
ในภาวะฉกุ เฉิน
(2.2) การประเมินแบบละเอียด (detailed assessment) ให้ด�ำเนินการทันที
เมอื่ ภาวะฉกุ เฉนิ สนิ้ สดุ ลง หรืออยา่ งน้อยภายใน 2 สปั ดาหห์ ลงั จากเกิดสาธารณภัย ทั้งนี้ ขน้ึ อยกู่ ับการเข้าถงึ พนื้ ที่
ประสบภยั ซง่ึ เปน็ การประเมนิ เพอื่ ใชใ้ นการฟน้ื ฟรู ะยะยาวไดอ้ กี ดว้ ย เปน็ การระบมุ ลู คา่ ความเสยี หายทางกายภาพ
โครงสร้างทางสังคม ประมาณการด้านการเงินและวัสดุอุปกรณ์ท่ีจะต้องใช้ในการให้ความช่วยเหลือและ
ความต่อเน่ือง ท้ังนี้ จ�ำเป็นจะต้องใช้ผู้เช่ียวชาญในแต่ละสาขาด�ำเนินการประเมินความเสียหายและ
ความตอ้ งการในแตล่ ะดา้ น
การประเมินความเสียหายและความต้องการความช่วยเหลือ จะต้องมีความเชื่อมโยง
กับการตอบสนองความตอ้ งการของผู้ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบตามหลกั มาตรฐาน โดยคำ� นงึ ถึงปจั จยั ด้านต่าง ๆ เชน่
อายุ เพศ เชอ้ื ชาติ ศาสนา สตรีมคี รรภ์ และผูพ้ ิการ เพื่อประกอบการพจิ ารณาด้วย
(3) แนวทางปฏิบัตใิ นการรบั บรจิ าค
หากกองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ หรอื กองอำ� นวยการปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั พจิ ารณาเหน็ วา่ มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งจดั ใหม้ กี ารรบั บรจิ าคเงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ
เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบสาธารณภยั ให้ดำ� เนินการตามระเบียบที่เกยี่ วข้อง ดงั ตอ่ ไปนี้
(3.1) ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับบริจาคและการให้ความช่วยเหลือ
ผปู้ ระสบสาธารณภยั พ.ศ. 2542 และทีแ่ ก้ไขเพิ่มเติม
(3.2) ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการเรย่ี ไรของหนว่ ยงานของรฐั พ.ศ. 2544
(3.3) ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการรบั เงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ทม่ี ผี บู้ รจิ าคใหท้ างราชการ
พ.ศ. 2526
(3.4) ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ว่าด้วยการรับบริจาคส่ิงของเหลือใช้
ของศนู ย์รบั บรจิ าคเพอื่ การสงเคราะห์ผเู้ ดอื ดรอ้ น พ.ศ. 2547
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 87
กรณีท่ีบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรใดจัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบ
สาธารณภัย โดยท่ีบุคคล หนว่ ยงานหรอื องคก์ รน้นั ไม่ไดร้ ับมอบภารกิจใด ๆ จากกองบญั ชาการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือกองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ ให้รับผิดชอบ
ค่าใชจ้ ่ายในการขนยา้ ยและส่งมอบส่ิงของบรจิ าคเอง
(4) แนวทางปฏิบัตใิ นการรายงานขอ้ มูล
เปน็ การรายงานขอ้ มลู ขา่ วสารกรณเี กดิ สาธารณภยั ใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบจดั ทำ� รายงาน พรอ้ มทงั้
รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดข้ึนทั้งด้านสถานการณ์สาธารณภัย ด้านการปฏิบัติการระงับบรรเทาสาธารณภัย
ด้านการให้ความช่วยเหลอื และด้านอืน่ ๆ ท่ีจ�ำเปน็ โดยให้คำ� นึงถึงความถกู ตอ้ ง ความชัดเจน และรวดเร็ว
ตามแนวทางปฏิบัตดิ งั นี้
(4.1) ให้ผู้น�ำชุมชนส�ำรวจความเสียหายและความต้องการเบ้ืองต้น แล้วรายงาน
ใหศ้ ูนย์บัญชาการเหตุการณใ์ นพนื้ ท่ีทราบ และรวบรวมความเสยี หายและความต้องการเบื้องต้น
(4.2) ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นท่ี รายงานสถานการณ์สาธารณภัยต่อ
กองอำ� นวยการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยตามล�ำดบั ชน้ั ท่เี หนอื ข้นึ ไป
(4.3) ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในเขตพนื้ ทร่ี ายงานสถานการณ์
สาธารณภัยต่อกองอ�ำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ และกองบัญชาการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติตามลำ� ดบั ช้ันท่ีเหนอื ขึน้ ไป
(5) แนวทางปฏิบตั ใิ นการจดั ตงั้ ศูนย์พกั พงิ ช่ัวคราว
เปน็ การชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั ทอ่ี าศยั ในศนู ยพ์ กั พงิ ชวั่ คราวในระยะตน้ และระยะกลาง
ใหไ้ ด้ผลดี จำ� เป็นตอ้ งคำ� นงึ ถงึ สิ่งสำ� คญั ได้แก่
(5.1) การดแู ลด้านความปลอดภยั
(5.2) การจดั การดา้ นสวสั ดกิ าร อาหาร สขุ าภบิ าล และความเปน็ อยใู่ หม้ คี วามสะดวก
(5.3) การรักษาพยาบาล และการควบคุมป้องกันโรคเปน็ ไปอย่างทั่วถึง
(5.4) การมกี จิ กรรมฟน้ื ฟสู ภุ าพจิตรว่ มกันเพอื่ ท�ำให้มีสุขภาพจิตดี
(5.5) การรวมกลมุ่ เปน็ แหลง่ เดียวกันเพื่อติดตอ่ ขอรบั การสนับสนนุ จากภายนอก
ใหก้ ระทรวงพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ เปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบหลกั ในการกำ� หนด
มาตรฐานและจัดท�ำคู่มือการบรหิ ารศูนย์พักพงิ ช่ัวคราว
88 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
6บทท่ี การฟืน้ ฟู
การฟน้ื ฟู เปน็ การดำ� เนนิ การภายหลงั จากทภ่ี าวะฉกุ เฉนิ จากสาธารณภยั บรรเทาลง หรอื ไดผ้ า่ นพน้
ไปแลว้ เพือ่ ปรบั สภาพระบบสาธารณูปโภค การด�ำรงชวี ิต และสภาวะวิถคี วามเป็นอยขู่ องชุมชนท่ีประสบภัย
ให้กลับสู่สภาวะปกติ หรือพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Better and Safer)
ตามความเหมาะสม โดยการน�ำปัจจัยต่าง ๆ ในการลดความเส่ียงจากสาธารณภัยเข้ามาช่วยในการฟื้นฟู
ซึ่งหมายรวมถึง การซ่อมสรา้ ง (Reconstruction) และการฟื้นสภาพ (Rehabilitation) โดยมีหลักการสำ� คัญ
ของการฟ้นื ฟู ไดแ้ ก่
การชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั ใหส้ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ เพอ่ื ใหก้ ารดำ� รงชวี ติ กลบั เขา้ สภู่ าวะปกติ
โดยไมจ่ �ำเปน็ ต้องพึ่งพงิ ความชว่ ยเหลอื จากภายนอกแตเ่ พยี งอย่างเดยี ว
ผปู้ ระสบภยั ตอ้ งมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการตดั สนิ ใจ เพอื่ ใหเ้ กดิ กระบวนการยอมรบั และมสี ว่ นรว่ ม
ในขนั้ ตอนต่าง ๆ ท่ีจะด�ำเนนิ การ
การพจิ ารณาความเสยี่ งตอ่ ภยั ในการฟน้ื คนื สภาพและการสรา้ งใหมเ่ สมอ เพอื่ ไมใ่ หง้ บประมาณ
ต้องสูญเสยี ไปโดยเปลา่ ประโยชน์จากการเกดิ สาธารณภยั ครัง้ ตอ่ ไป
เตรียมความพรอ ม
ปอ งกนั และลดผลกระทบ เผชิญเหตุ
ฟน ฟู
สรา้ งใหมใ่ ห้ดีกวา่ และปลอดภัยเดิม
เตรยี มความพรอม เผชิญเหตุ
ปองกันและลดผลกระทบ ฟน ฟู
แผนภาพที่ 6 - 1 : วงจรการจัดการสาธารณภยั สู่การสร้างใหม่ใหด้ ีกว่าและปลอดภยั กวา่ เดิม
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 89
6.1 แนวคดิ เชิงกลยทุ ธ์ในการฟื้นฟู
การฟน้ื ฟสู ภาพหลงั สาธารณภยั ตอ้ งมกี ารประเมนิ สาธารณภยั ทเี่ กดิ ขน้ึ ไดแ้ ก่ ความสญู เสยี ชวี ติ และ
ทรพั ยส์ นิ สภาพแวดลอ้ ม ระบบนเิ วศ ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ถ่ี กู ทำ� ลาย การสญู เสยี พนั ธพ์ุ ชื และพนั ธส์ุ ตั วท์ ส่ี ำ� คญั
ในพ้ืนทป่ี ระสบภัย ต้นทนุ ของสภาพแวดลอ้ มทีเ่ ปลย่ี นแปลงจากสาธารณภยั ทเ่ี กิดขน้ึ เมือ่ เทยี บกบั สภาพปกติ
ระบบสาธารณูปโภคที่ถูกท�ำลาย การเยียวยาจากผลกระทบท้ังหมดที่เกิดขึ้นให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ฯลฯ
ดงั นน้ั การฟน้ื ฟทู มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพจงึ มปี จั จยั สำ� คญั ๆ ประกอบดว้ ย ดา้ นกายภาพ (Physical) ดา้ นชวี ภาพ (Biological)
ดา้ นคณุ คา่ การใช้ประโยชน์มนษุ ย์ (Human use value) และด้านคุณภาพชีวติ (Quality of life) โดยให้น�ำผล
การประเมนิ สาธารณภัยและปจั จัยส�ำคญั มาใชก้ �ำหนดเปน็ กรอบแผนการฟื้นฟู ไดแ้ ก่
6.1.1 ระยะสั้น เป็นการด�ำเนินการต่อเนื่องจากการค้นหา การบรรเทา และการช่วยเหลือ
ในภาวะฉกุ เฉนิ ไดย้ ตุ ลิ ง เพอ่ื สนองความตอ้ งการทจี่ ำ� เปน็ ของผปู้ ระสบภยั ธรุ กจิ และชมุ ชนทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจาก
สาธารณภัยในระยะเรง่ ด่วนหรือระยะส้นั รวมถึงการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่ให้เกดิ อันตรายหรือ
สาธารณภยั ซ้�ำขึน้ อกี การประเมนิ ความเสยี หายของโครงสรา้ งพื้นฐาน การจดั เตรียมทพี่ ักอาศัยชว่ั คราว และ
การให้บริการสาธารณะ
6.1.2 ระยะกลาง เปน็ การดำ� เนนิ การตอ่ เนอ่ื งในการประสานและสนบั สนนุ ชมุ ชนทป่ี ระสบภยั ฟน้ื ฟู
หรอื สรา้ งสง่ิ อำ� นวยความสะดวกในการดำ� รงชวี ติ ขน้ึ ใหม่ การฟน้ื ฟเู ศรษฐกจิ และสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ สภาพจติ ใจ
ร่างกาย และสงั คมของผู้ประสบภยั
6.1.3 ระยะยาว เปน็ การดำ� เนินการตอ่ เนอื่ งจากระยะกลาง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดอื นหรอื หลายปี
นับจากหลงั เกิดสาธารณภยั โดยมุ่งเน้นการกลบั สสู่ ภาวะปกติ หรือให้ดกี วา่ และปลอดภัยกว่าเดิม
6.2 กลยุทธฟ์ ้ืนฟูอย่างยง่ั ยนื
6.2.1 กลยทุ ธท์ ่ี 1 พฒั นาระบบการประเมนิ ความตอ้ งการหลงั เกดิ สาธารณภยั (Post - Disaster
Need Assessment : PDNA)
เปน็ การประมาณการความเสยี หายของสนิ ทรพั ยท์ างกายภาพและสาธารณปู โภคทไี่ ดร้ บั ผล
กระทบจากสาธารณภยั ขนาดใหญ่ และความสญู เสยี ทางดา้ นเศรษฐกจิ ทเ่ี ปน็ ผลตามมา รวมทง้ั เปน็ การประเมนิ มติ ิ
ทางด้านสังคม โดยเฉพาะความต้องการในการฟื้นฟูระดับชุมชน และภาคส่วน/สาขาการผลิต (Sector)
ทเี่ กยี่ วขอ้ งตา่ ง ๆ ทง้ั นี้ ขอบเขตของแผนงานและกระบวนการเพอ่ื การฟน้ื ฟนู อกจากจะขน้ึ อยกู่ บั ความเสยี หาย
ความสญู เสยี และความต้องการแล้ว ยงั ตอ้ งคำ� นงึ ถึงทรพั ยากรท่ีมีอยู่ ตลอดจนยุทธศาสตร์สำ� คญั ในการฟ้นื ฟู
ของประเทศ เพ่ือน�ำไปสู่การตัดสินใจระดับนโยบายในการสร้างคืนใหม่ให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม
โดยใหส้ ำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ (สศช.) เปน็ หนว่ ยงานดำ� เนนิ การ และ
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลงั และสำ� นักงบประมาณ เปน็ หน่วยรว่ มดำ� เนินการ
90 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(1) แนวทางปฏิบัติการประเมินความเสียหายและความสูญเสีย (Damage and Loss
Assessment : DALA)
เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบจากสาธารณภัยที่ประมาณการเชิงปริมาณว่า เกิดผล
กระทบอะไรขน้ึ จากเหตกุ ารณส์ าธารณภยั โดยอาศยั การเกบ็ ขอ้ มลู ทตุ ยิ ภมู จิ ากพน้ื ทป่ี ระสบภยั และนำ� ขอ้ มลู
จากการประเมินไปใช้ในการประมาณการซ่อมสร้างสิ่งก่อสร้างท่ีเสียหายไป และการวางแผน การฟื้นฟูจาก
ความสูญเสียทเี่ กิดขึน้ ซง่ึ การประเมนิ ความเสยี หายและความสญู เสยี ประกอบด้วย
(1.1) การประเมนิ ความเสยี หาย (Damages Assessment) (1.2) การประเมินความสูญเสยี (Losses Assessment)
• สินทรัพย์ทางกายภาพที่ถูกท�ำลายทั้งหมดหรือ • การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
บางส่วน อันรวมถึงอาคารและส่วนประกอบ อันเนื่องมาจากสาธารณภัย
โครงสรา้ งพน้ื ฐานสนิ คา้ ทีเ่ ก็บไวใ้ นคลงั • ความสูญเสีย เชน่ ผลผลิตที่ไมส่ ามารถเกดิ ขน้ึ และ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ฯลฯ ขายได้ และมีผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพ่ิมข้ึนจาก
• ความเสียหายเกิดข้ึนระหว่างหรือหลังเกิด กระบวนการผลิตมูลค่าต้นทุนการด�ำเนินการ
เหตกุ ารณใ์ นทนั ที ตอ่ หนว่ ยเพมิ่ ขนึ้ และรายไดท้ ล่ี ดลงรายจา่ ยทไี่ มไ่ ด้
• ความเสียหายค�ำนวณในเชิงกายภาพและ คาดหมาย (เช่น การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม
คดิ คำ� นวณด้วยมูลคา่ ทดแทนเปน็ ตวั เงิน การรอ้ื ถอน และการขนย้าย ซากปรักหักพงั )
• คำ� นวณหามลู คา่ ในการซอ่ มแซมหรอื สรา้ งคนื ใหม่ • ความสูญเสียเกิดขึ้นต้ังแต่ช่วงระยะเวลาที่
ของทรัพย์สินท่ถี กู ทำ� ลาย เกดิ สาธารณภยั จนถงึ เมอ่ื เศรษฐกจิ ไดร้ บั การฟน้ื ฟู
กลับมาส่สู ภาพปกติ และมกี ารก่อสร้างสนิ ทรัพย์
ที่เสียหายคืนใหมเ่ สรจ็ ส้นิ โดยสมบูรณ์
• ความสญู เสยี จะถกู คดิ คำ� นวณดว้ ยมลู คา่ ในปจั จบุ นั
(Present Value)
(1.3) การค�ำนวณมูลค่าผลกระทบจากสาธารณภัยที่มีผลต่อมวลรวมของระบบเศรษฐกิจมหภาค
โดยอ้างองิ กบั อัตราการเตบิ โตของระบบเศรษฐกจิ หรอื ผลิตภณั ฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic
Product : GDP) รวมถงึ ดุลการช�ำระเงิน และสถานการณท์ างการเงนิ ของประเทศ
(2) แนวทางปฏิบัติการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมและผลกระทบที่มีต่อประชาชน
เป็นการประเมินผลกระทบของสาธารณภัยต่อการพัฒนาหรือเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า
การประเมินความต้องการของมนุษย์ด้านการฟน้ื ฟู (Human Recovery Needs Assessment : HRNA) คอื
การประเมินความต้องการของประชาชนและชุมชน เพ่ือให้สามารถวางกรอบนโยบายการฟื้นฟูสร้างคืนใหม่
ได้อยา่ งเหมาะสมและเป็นทย่ี อมรบั
แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 91