The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wiruth youngmeesuk, 2021-05-10 23:38:49

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

6.2.2 กลยุทธ์ที่ 2 พฒั นาระบบปฏิบตั ิการและบริหารจดั การดา้ นการฟน้ื ฟู
(1) แนวทางปฏิบตั ใิ นการฟนื้ ฟูสขุ ภาพผ้ปู ระสบภยั ไดแ้ ก่ ดา้ นสมรรถภาพทางกายใหแ้ ก่
ผปู้ ระสบภยั (การตรวจรกั ษา ปอ้ งกนั ควบคมุ โรค และการฟน้ื ฟคู วามแขง็ แรงทางรา่ งกาย) ดา้ นสภาพจติ ใจของ
ผปู้ ระสบภยั โดยใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารและกำ� หนดแนวทาง
การปฏบิ ัติรว่ มกับส่วนราชการ หน่วยงาน และภาคเอกชนที่เกย่ี วข้อง
(2) แนวทางปฏิบตั ิในการฟนื้ ฟสู ถานภาพสงั คม ไดแ้ ก่ การใหบ้ รกิ ารดา้ นข้อมูลขา่ วสาร
ความรู้ และค�ำปรึกษาต่าง ๆ การรับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือ การฟื้นฟูอาชีพ การช่วยเหลือ
ดา้ นการเสรมิ ศกั ยภาพประชาชน/ชมุ ชน การโยกยา้ ยและการตงั้ ถน่ิ ฐานของผปู้ ระสบภยั การทำ� ใหป้ ระชาชนหรอื
ผปู้ ระสบภยั สามารถกลบั มาประกอบอาชพี และดำ� เนนิ ชวี ติ ไดอ้ ยา่ งปกติ โดยใหก้ ระทรวงการพฒั นาสงั คมและ
ความมน่ั คงของมนษุ ย์ เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารและกำ� หนดแนวทางการปฏบิ ตั ริ ว่ มกบั
ส่วนราชการ หน่วยงาน และภาคประชาสงั คมที่เกี่ยวขอ้ ง
(3) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการฟน้ื ฟแู ละเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกจิ ไดแ้ ก่ การให้
ความช่วยเหลือทางการเงินท่ีจ�ำเป็น การก�ำหนดแนวทางปฏิบัติด้านการเงินการคลังที่เหมาะสม
เพ่ือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น เงินให้เปล่า (Grant)
เงนิ อดุ หนนุ (Subsidies) เงนิ สมทบ (Co-funding) เงนิ ชดเชย (Compensation) การผอ่ นผนั ดา้ นการเงนิ (Prolong)
การพักช�ำระหนี้ การช่วยเหลือด้านการกู้ยืมหรือการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยการจัดตั้งกองทุนพิเศษ
เพอื่ การจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั รวมถงึ เงนิ ทนุ ในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่ การฟน้ื ฟอู าชพี แกผ่ ปู้ ระสบภยั การฟน้ื ฟู
ภาคการเกษตร กองทุนเงินกู้ยืม เงินกู้ดอกเบี้ยต่�ำเพื่อส่งเสริมการลงทุนประกอบอาชีพ เงินแก้ไขปัญหา
ดา้ นสาธารณภยั ฉกุ เฉนิ ในระยะสน้ั เปน็ ตน้ โดยใหก้ ระทรวงการคลงั เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ าร
และก�ำหนดแนวทางปฏิบัติด้านเศรษฐกิจ การเงินการคลงั และมีกระทรวงพาณชิ ย์ เป็นหนว่ ยงานสนับสนุน
(4) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการฟน้ื ฟทู รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสภาพแวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ การกำ� หนด
แนวทางการฟน้ื ฟสู ภาพแวดลอ้ มทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ชมุ ชนและแหลง่ ทรพั ยากรทางธรรมชาติ รวมทงั้ พนื้ ทช่ี มุ ชน
ท่ีได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลัก
ในการจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั ิการและกำ� หนดแนวทางการปฏิบัติรว่ มกบั ส่วนราชการ และหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
6.2.3 กลยุทธ์ที่ 3 เสริมสร้างแนวทางการฟื้นฟูที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back
Better and Safer)
(1) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการวางแผนและสนบั สนนุ การฟน้ื ฟชู มุ ชนและการพฒั นาศกั ยภาพ
ให้วางแผนและด�ำเนินกิจกรรมฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน
เพอื่ ใหม้ คี วามพรอ้ มรบั มอื และฟน้ื กลบั อยา่ งรวดเรว็ ซงึ่ เปน็ การดำ� เนนิ งานฟน้ื ฟทู ต่ี อ่ เนอื่ งจากการบรรเทาภยั
ที่เกิดขึ้น โดยให้จดั เวทปี ระชุมหารือเพ่อื บรู ณาการกระบวนการวางแผนการฟืน้ ฟูใหม้ สี าระส�ำคัญ เชน่ ระบุ
ขอบเขต ลักษณะส�ำคัญของผลกระทบจากภัย การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในการวางแผนการฟื้นฟู
การระบแุ ละตดิ ตามการแกไ้ ขความขดั แยง้ และการลดความแตกตา่ ง รวมถงึ การประยุกต์ใชห้ ลกั การพัฒนา
อย่างยงั่ ยนื ในการวางแผน และการกำ� หนดการประสานความต้องการที่ยังไม่ได้รบั การช่วยเหลือ

92 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

(2) แนวทางปฏิบัติในการวางแผนและสนับสนุนการฟื้นฟูบริการด้านสุขภาพ และ
การบริการสังคม
ให้เสริมสร้างความพร้อมท่ีจะรับมือ และการฟื้นกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
ของทอ้ งถนิ่ ในการบรกิ ารดา้ นสขุ ภาพ และการบรกิ ารดา้ นสงั คมของบคุ คลและชมุ ชนทปี่ ระสบภยั ครอบคลมุ ถงึ
การสาธารณสุข สขุ ภาพจิต และการบรกิ ารทางการแพทย์
(3) แนวทางปฏบิ ัตใิ นการวางแผนและสนับสนุนการฟืน้ ฟทู อ่ี ยู่อาศยั
ให้มีการบูรณะ และการก่อสร้างท่ีอยู่อาศัยท่ีถูกท�ำลายและได้รับความเสียหายใหม่
หรอื พฒั นาทอี่ ยอู่ าศยั ถาวร เพอื่ เปน็ ทางเลอื กใหมใ่ นการแกไ้ ขปญั หาดา้ นทอี่ ยอู่ าศยั ทจ่ี ะรองรบั ความตอ้ งการ
ของท้ังชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุมชนมีส่วนในการเสริมสร้างความถาวรยั่งยืนและความต้านทาน
ต่อสาธารณภัยของที่อยู่อาศัย ท้ังนี้ ภารกิจสนับสนุนการฟื้นฟูท่ีอยู่อาศัยมุ่งที่จะแก้ไขปัญหาด้านท่ีอยู่อาศัย
หลงั การเกิดสาธารณภยั เพ่อื ปอ้ งกันและลดผลกระทบต่อสาธารณภัยทจี่ ะเกดิ ขึน้ อีก
(4) แนวทางปฏิบตั ใิ นการวางแผนและสนบั สนุนการฟ้นื ฟูระบบโครงสรา้ งพ้นื ฐาน
เพ่ิมศักยภาพในการด�ำเนินงานฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานให้ลุล่วงเร็วขึ้น โดยจะ
เกย่ี วขอ้ งกบั หน่วยงานเครือข่ายท้ังภาครัฐและเอกชนท่ีมคี วามเชยี่ วชาญดา้ นวิศวกรรมบริการและประชาชน
ในภาคส่วนโครงสรา้ งพ้นื ฐานหลายภาคส่วน ซึง่ มีขอบเขตครอบคลุมโครงสรา้ งพ้นื ฐาน สว่ นหลกั และส่วนยอ่ ย
ดังต่อไปน้ี : พลังงาน น้�ำ เข่ือน การส่ือสาร ระบบการขนส่ง การเกษตร (การผลิตอาหารและการจัดส่ง)
สถานที่ทำ� การของรฐั บาล สาธารณูปโภค การสขุ าภิบาล วศิ วกรรม การควบคุม และระบบอน่ื ๆ ที่สนบั สนุน
โครงสรา้ งพนื้ ฐานทางกายภาพดา้ นการสอ่ื สาร รวมถงึ สถานทที่ ำ� การสำ� หรบั การใหบ้ รกิ าร ไดแ้ ก่ ความปลอดภยั
สาธารณะ การบรกิ ารฉุกเฉิน และสถานทีพ่ ักผอ่ นหยอ่ นใจ เป็นตน้
(5) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการวางแผนและสนบั สนนุ การฟน้ื ฟทู รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ในการ
ด�ำเนนิ งานตอบโต้และฟ้นื ฟทู ่ีเหมาะสม เพ่อื ทจ่ี ะสงวน อนรุ ักษ์ บรู ณะ และปฏสิ งั ขรณใ์ ห้กลับคนื สูส่ ภาพเดิม
หรอื ดกี ว่าหรือปลอดภยั กว่าเดิมตามทช่ี มุ ชนร้องขอการสนับสนุน โดยเป็นการกระตนุ้ ใหห้ น่วยงานทีม่ หี นา้ ท่ี
รบั ผดิ ชอบในทกุ ระดบั รวมถงึ หนว่ ยงานภาคเอกชนทเี่ ปน็ เครอื ขา่ ยใหก้ ารสนบั สนนุ แผนงานและภารกจิ สำ� คญั
ตามแผนปฏิบตั ิการท้องถ่ินท่กี ำ� หนดวธิ ีการทจ่ี ะใช้ทรัพยากรและสมรรถนะเพ่ือตอบสนองความต้องการของ
ชุมชนได้ตรงและเพยี งพอ
(6) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการวางแผนและสนบั สนุนการฟนื้ ฟรู ะบบเศรษฐกิจ
สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การพลกิ ฟน้ื ระบบเศรษฐกจิ (รวมถงึ ดา้ นเกษตรกรรม) คนื สสู่ ภาวะ
ที่มั่นคง และพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจ ซ่ึงจะส่งผลให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งย่ังยืน และสามารถอยู่รอด
ในเชิงเศรษฐกจิ ได้ ทงั้ นี้ สาธารณภัยไม่เพยี งแตส่ รา้ งความเสียหายต่อทรัพยส์ ินเท่านัน้ แตย่ งั เกิดความเสยี หาย
ให้กับตลาดสินค้าและบริการทั้งหมดอีกด้วย ดังน้ัน ความรวดเร็วและประสิทธิผลในการพลิกฟื้นชุมชน
ใหส้ ามารถพง่ึ พาตนเอง และมคี วามสามารถในการอยรู่ อดขนึ้ อยกู่ บั การปรบั ตวั อยา่ งรวดเรว็ ใหเ้ ขา้ กบั สภาวะ

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 93

ตลาดทเ่ี ปล่ียนไป การเปิดดำ� เนนิ ธรุ กิจต่อเนือ่ ง และ/หรอื การสรา้ งธุรกิจใหม่ การด�ำเนนิ ธรุ กิจท�ำใหม้ ีการจ้าง
คนงาน การจัดหาบริการให้และตอบสนองความต้องการของชุมชน รวมถึงการสร้างรายได้อีกคร้ัง
ซง่ึ เป็นการชว่ ยเหลือชมุ ชน รวมถงึ การสนบั สนนุ ทางการเงนิ ในการฟน้ื ฟดู า้ นอน่ื ๆ ทมี่ ีความจ�ำเปน็ ต่อการเสรมิ สรา้ ง
ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ การดึงดูดการลงทุนจากภายนอก และบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
เปน็ ประเด็นส�ำคัญท่ีไมอ่ าจจะมองข้ามไดใ้ นฐานะที่เปน็ รากฐานทส่ี ำ� คัญส�ำหรบั การฟืน้ ฟูเศรษฐกิจของชุมชน
94 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

บทที่ ความร่วมมอื ระหว่างประเทศในการจัดการ

7 ความเสย่ี งจากสาธารณภยั

ธนาคารเพอื่ การพฒั นาแหง่ เอเชยี (Asian Development Bank : ADB) ไดค้ าดการณว์ า่ พ.ศ. 2568
ประชากรในภูมิภาคเอเชียจะมีความหนาแน่นสูง และจะเกิดมหานคร (megacity) ข้ึนมากที่สุดในโลก
โดยจะเพมิ่ ขน้ึ ถงึ 21 แหง่ จาก 37 แหง่ ทม่ี อี ยทู่ วั่ โลก ซง่ึ หมายถงึ ภมู ภิ าคเอเชยี จะมคี วามเสย่ี งจากสาธารณภยั
ทอี่ าจสรา้ งความเสยี หายไดห้ ลายลา้ นลา้ นบาท ในขณะทศ่ี กั ยภาพและความพรอ้ มในการจดั การความเสย่ี งจาก
สาธารณภัยของแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกัน อันเป็นเหตุให้ผลกระทบจากสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึน
ในยคุ ปจั จบุ นั มคี วาม “ไรพ้ รมแดน” กลา่ วคอื สาธารณภยั ทเี่ กดิ ขน้ึ ไมเ่ พยี งจะสง่ ผลกระทบตอ่ การจดั การความเสยี่ ง
จากสาธารณภยั ของรฐั บาลประเทศน้ัน ๆ แต่ยงั มีผลให้ประเทศเพอ่ื นบา้ นหรอื ประเทศอ่นื ๆ ตอ้ งหยุดชะงกั
ดว้ ยเชน่ กนั ดว้ ยเหตนุ ค้ี วามรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศในการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั และการประสาน
ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมเมอ่ื ประสบสาธารณภยั จงึ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั ของแตล่ ะประเทศ รวมทง้ั ประเทศไทย
ตอ้ งใหก้ ารสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ซง่ึ กนั และกนั ในการเพม่ิ ศกั ยภาพการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั ใหแ้ ก่
ประเทศที่ประสบภยั ในแตล่ ะครง้ั ใหไ้ ด้

7.1 แนวคิดเชิงกลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการความเส่ียงจาก
สาธารณภยั

ประเทศไทยได้ร่วมให้การรับรองกรอบการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการ
ความเสย่ี งจากสาธารณภยั และกรอบการประสานความช่วยเหลือดา้ นมนุษยธรรมระหวา่ งประเทศ ซึง่ กลายเปน็
นโยบายด้านต่างประเทศท่ีท�ำให้ประเทศไทยมีโอกาสเข้าร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพ
การจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั ภายใตก้ รอบตา่ ง ๆ ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ โดยมจี ดุ มงุ่ หมายเพอ่ื พฒั นา
ศักยภาพของประเทศไทย 4 ด้าน ประกอบด้วย (1) การประสานงานด้านมนุษยธรรมของประเทศให้มี
ความเปน็ เอกภาพ (2) การปฏบิ ตั งิ านดา้ นมนษุ ยธรรมของประเทศเปน็ ไปตามมาตรฐานของโลก (3) การจดั การ
ความเสยี่ งจากสาธารณภยั ของประเทศบนฐานความรตู้ ามหลกั สากล และ (4) การนำ� ประเทศไทยสรู่ ะดบั แนวหนา้
ในการจดั การความเส่ยี งจากสาธารณภยั

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 95

7.2 กลยทุ ธ์ร่วมมือระหว่างประเทศในการจดั การความเสี่ยงสาธารณภยั

7.2.1 กลยทุ ธท์ ่ี 1 พัฒนาระบบการประสานความชว่ ยเหลือดา้ นมนุษยธรรมทีม่ ีเอกภาพ
(1) แนวทางปฏิบตั ิ “การรับ” ความชว่ ยเหลือดา้ นมนษุ ยธรรมจากตา่ งประเทศ
(1.1) จัดท�ำมาตรฐาน แผนปฏิบัติการ คู่มือประชาสัมพันธ์และข้ันตอนการรับ
ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมจากตา่ งประเทศ เพอื่ เปน็ กรอบการดำ� เนนิ งานและการปฏบิ ตั ขิ องหนว่ ยงานฝา่ ยไทย
ที่เก่ียวข้อง ตลอดจนต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศท่ีจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
เมอื่ เกดิ สาธารณภยั รา้ ยแรงอยา่ งยง่ิ ทงั้ นี้ ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั กฎหมาย/กฎระเบยี บของประเทศไทยและระหวา่ ง
ประเทศ ตลอดจนกรอบการปฏบิ ตั ติ า่ ง ๆ ของสากลทไ่ี ดร้ บั การรบั รอง โดยใหก้ ระทรวงการตา่ งประเทศ รว่ มกบั
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลงั และหน่วยงานอ่ืน ๆ ที่เกยี่ วขอ้ งรบั ผิดชอบด�ำเนนิ การ
ซงึ่ ตอ้ งประกอบดว้ ยสาระสำ� คญั อยา่ งนอ้ ย ไดแ้ ก่ แนวทางปฏบิ ตั ขิ องประเทศไทยในการขอรบั ความชว่ ยเหลอื
จากตา่ งประเทศ เงอื่ นไขและขนั้ ตอนในการรบั รอ้ งขอ ปฏเิ สธ และยตุ คิ วามชว่ ยเหลอื จากตา่ งประเทศ ขนั้ ตอน
การเปดิ รับ การจดั การข้อมลู การรักษาระบบ National Single Window ตามขอ้ 7.2.1 (3) พร้อมทง้ั ขน้ั ตอน
การอำ� นวยความสะดวก และการดแู ลความปลอดภยั ใหแ้ กต่ า่ งประเทศ องคก์ ารระหว่างประเทศ และองคก์ ร
ตา่ งประเทศอน่ื ๆ ทใี่ หค้ วามชว่ ยเหลอื โดยครอบคลมุ การจดั การความชว่ ยเหลอื ในดา้ นตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ บคุ ลากร
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมายใหป้ ฏบิ ตั กิ ารชว่ ยเหลอื และบรรเทาทกุ ข์ ผเู้ ชย่ี วชาญทมี่ ี ใบประกอบวชิ าชพี เฉพาะ เชน่ แพทย์
วิศวกร สถาปนกิ พนกั งานขับเครือ่ งจักรกล เป็นตน้ รวมถึงเคร่อื งอุปโภค บรโิ ภค อปุ กรณใ์ นการช่วยเหลอื
การปฏิบัติงานของบุคลากร/ผู้เช่ียวชาญ และอุปกรณ์ชนิดพิเศษ เช่น ยานพาหนะ เครื่องจักร อุปกรณ์
การสอ่ื สาร อปุ กรณด์ าวเทยี ม คลน่ื ความถ่ี อปุ กรณท์ างการแพทย์ ยาและเวชภณั ฑ์ เปน็ ตน้ พรอ้ มทงั้ การขนสง่
ทางบก ทางนำ�้ ทางอากาศ สนุ ขั ค้นหา ทรัพยากรทางทหาร และเงนิ บริจาค
(1.2) จดั ใหม้ กี ารฝกึ การรบั ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมจากตา่ งประเทศเปน็ ประจำ�
อยา่ งนอ้ ยปลี ะ 1 ครงั้ โดยใหเ้ ปน็ การฝกึ ระดบั ประเทศของกองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
และใหก้ ระทรวงการตา่ งประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เปน็ หนว่ ย
จัดการฝึก โดยใหม้ สี ถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล และองคก์ ารระหว่างประเทศเขา้ ร่วมการฝึก
(2) แนวทางปฏบิ ัติ “การให้” ความชว่ ยเหลือดา้ นมนุษยธรรมแกต่ า่ งประเทศ
(2.1) จัดท�ำมาตรฐาน แผนปฏิบัติการ คู่มือประชาสัมพันธ์และข้ันตอนการให้
ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมแกต่ า่ งประเทศ เพอื่ เปน็ กรอบการดำ� เนนิ งานและการปฏบิ ตั ขิ องหนว่ ยงานฝา่ ยไทย
ทเี่ กยี่ วขอ้ ง ตลอดจนตา่ งประเทศที่จะรบั ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมจากประเทศไทย โดยตอ้ งสอดคล้อง
กับกฎหมาย/กฎระเบียบของประเทศไทยและระหว่างประเทศ ตลอดจนกรอบการปฏิบัติต่าง ๆ ของสากล
ที่ไดร้ ับการรบั รอง โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกบั กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวง
การคลัง และหนว่ ยงานอนื่ ๆ ท่เี กี่ยวข้องดำ� เนินการ ซง่ึ ตอ้ งประกอบดว้ ยสาระสำ� คญั อย่างน้อย ได้แก่ หน้าที่
ความรบั ผดิ ชอบของประเทศไทยในฐานะผใู้ หค้ วามชว่ ยเหลอื หนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของประเทศรบั ความชว่ ยเหลอื
เง่อื นไขและข้ันตอนในการให้และยุตคิ วามช่วยเหลือ ทั้งนี้ ใหค้ รอบคลุมการจัดการความชว่ ยเหลอื ในดา้ นตา่ ง ๆ
ตามขอ้ 7.2.1 (1.1)

96 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

(2.2) จดั ใหม้ กี ารฝกึ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมจากตา่ งประเทศเปน็ ประจำ�
อย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง โดยให้เป็นการฝึกระดับประเทศของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แหง่ ชาติ (กรณสี าธารณภยั ทเี่ กดิ อยนู่ อกอาณาเขตของประเทศไทย) และใหก้ ระทรวงการตา่ งประเทศ กระทรวง
มหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เก่ียวข้องเป็นหน่วยจัดการฝึก โดยให้มีสถานเอกอัครราชทูต
และสถานกงสุลตา่ งประเทศที่ประจำ� อยู่ในประเทศไทยเขา้ ร่วมการฝึก
(3) แนวทางปฏิบัติระบบการประสานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ณ จุดเดียว
(Single Window System)
เพอื่ ใหก้ าร “รบั ” และ “ให”้ ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมในภาวะฉกุ เฉนิ มเี อกภาพ
และได้มาตรฐานสากล จึงให้มีการประสานงานเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของประเทศเพียงจุดเดียว
โดยใหส้ อดคล้องกับหลักการสากลว่าด้วยการพฒั นาระบบการประสานงาน ณ จดุ เดียว (National Single
Window : NSW) ตามมตสิ มชั ชาใหญแ่ หง่ สหประชาชาติ ที่ 60/21 วนั ท่ี 23 พฤศจกิ ายน 2548 เอกสารขอ้ เสนอแนะ
ล�ำดับท่ี 33 ของศูนย์การส่งเสริมการค้าและธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์แห่งสหประชาชาติ (UN/CEFACT)
โดยคณะกรรมาธกิ ารเศรษฐกจิ ยโุ รป และกรอบความตกลงวา่ ดว้ ยการอำ� นวยความสะดวกดา้ นศลุ กากรดว้ ยระบบ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ณ จดุ เดยี วของอาเซยี น วนั ที่ 9 ธนั วาคม 2548 เพอ่ื เปน็ ระบบจดั การขอ้ มลู และเอกสารในการ
อนญุ าตนำ� เขา้ และสง่ ออกทางธรุ กรรมระหวา่ งประเทศเพยี ง ณ จดุ เดยี วในการจดั การสาธารณภยั แผนภาพท่ี 7 - 1
ไม่ว่าจะเป็นการน�ำเข้าทางกายภาพหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง และ/หรือมีกระบวนการควบคุมร่วมกัน เพ่ือให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องในธุรกรรมนั้นได้รับประโยชน์
อยา่ งรวดเรว็ และถว้ นหนา้ ทงั้ นี้ ใหก้ ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ นำ� ระบบดงั กลา่ วสนบั สนนุ ในการจดั การสงิ่ ของตา่ ง ๆ
ทีไ่ ด้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ หรอื ให้ความชว่ ยเหลือแก่ต่างประเทศ โดยให้ด�ำเนนิ การดังนี้
(3.1) จดั ใหม้ กี ารพฒั นาระบบการประสานความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรม ณ จดุ เดยี ว
(National Single Window : NSW) ของกรมศุลกากรตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550
มาปรบั ใช้ เพอ่ื อำ� นวยความสะดวกดา้ นศลุ กากรในการจดั การสาธารณภยั และเพอื่ รองรบั การเขา้ สปู่ ระชาคม
เศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 โดยให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก กระทรวง
การคลงั และกระทรวงมหาดไทย รวมถงึ หนว่ ยงานออกใบอนญุ าตและใบรบั รองสง่ิ ของบรรเทาทกุ ขต์ ามกฎหมาย
ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เปน็ หนว่ ยสนบั สนนุ โดยใหค้ รอบคลมุ การจดั การความชว่ ยเหลอื ในดา้ นตา่ ง ๆ ตามขอ้ 7.2.1 (1.1)
(3.2) เชื่อมโยงระบบการประสานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ณ จุดเดียว
(National Single Window : NSW) เข้ากับระบบคลังข้อมูลสาธารณภัยแห่งชาติ เพ่ือให้สามารถติดตาม
(Tracking) การจัดเก็บส่ิงของส�ำรองจ่ายในคลังส�ำรองทรัพยากรท่ีก�ำหนดไว้ในแต่ละภาค (Stockpiling)
การจัดสรร/การแจกจ่ายสิ่งของ ตลอดจนมีการปรับปรุงและพัฒนาระบบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยให้
กระทรวงมหาดไทยเปน็ หน่วยดำ� เนินการ
(3.3) จัดให้มีระบบข้อมูลสารสนเทศท่ีสามารถเช่ือมโยงกับต่างประเทศได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการจัดให้มีเว็บไซต์ท้ังภาษาอังกฤษและภาษาไทยเพื่อใช้เป็นช่องทาง
ในการประชาสมั พนั ธ์ สอื่ สาร และตดิ ตามเกยี่ วกบั การประสานความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมกบั ตา่ งประเทศ
และองคก์ รผใู้ หค้ วามชว่ ยเหลอื ตลอดจนประชาชนทว่ั ไป โดยใหเ้ ปน็ ระบบขอ้ มลู สารสนเทศหลกั ของประเทศ

แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 97

ทใ่ี ชแ้ ลกเปลี่ยนข้อมลู กบั ระบบอืน่ ๆ ของภูมิภาค และองคก์ รระหว่างประเทศท่เี ก่ยี วข้อง เชน่ ศูนยป์ ระสานงาน
การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียน (ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian
Assistance and Disaster Management : AHA Centre) ส�ำนักงานประสานด้านมนุษยธรรม
แหง่ สหประชาชาติ (United Nations’s Office for The Coordination of Humanitarian Affairs,UN-OCHA)
และหน่วยงานหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานภาคประชาสังคมท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวกับการให้
ความชว่ ยเหลือดา้ นมนษุ ยธรรมอื่น ๆ ท่เี ก่ยี วข้อง
(3.4) ใหก้ องบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ ใชร้ ะบบการประสาน
ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรม ณ จดุ เดยี วเปน็ หลกั ในการจดั การ สงั่ การ ตดิ ตาม และตรวจสอบ ความชว่ ยเหลอื
ด้านมนษุ ยธรรมท้งั ในการรบั ความช่วยเหลอื จากต่างประเทศเมอ่ื เปน็ การจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างย่งิ
และให้ความช่วยเหลือแกป่ ระเทศอนื่ ๆ
7.2.2 กลยุทธท์ ่ี 2 ยกระดบั มาตรฐานการปฏบิ ัติงานด้านมนษุ ยธรรม
(1) แนวทางปฏบิ ตั ิการปรับปรงุ ระเบยี บ/กฎหมายดา้ นมนุษยธรรม
ประเทศไทยต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานข้ันต�่ำของ
การปฏบิ ตั งิ านดา้ นมนษุ ยธรรมใหเ้ ปน็ ทย่ี อมรบั โดยแตง่ ตงั้ คณะอนกุ รรมการดา้ นกฎหมายระหวา่ งประเทศและ
ความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศด้านมนุษยธรรม มอี �ำนาจหนา้ ท่ีติดตาม รวบรวม ศกึ ษา ทบทวน และวเิ คราะห์
ระเบียบ/กฎหมาย/กรอบการด�ำเนินการด้านมนุษยธรรมท้ังที่มีอยู่ภายในประเทศและที่เป็นหลักสากล
พร้อมทั้งจัดท�ำข้อเสนอด้านเทคนิคเพื่อการปรับปรุงระเบียบ/กฎหมาย/กรอบการด�ำเนินการที่เก่ียวข้อง
กบั การประสานงานและปฏบิ ตั งิ านดา้ นมนษุ ยธรรมของประเทศตามความเหมาะสมและจำ� เปน็ ทงั้ น้ี ใหร้ กั ษาไวซ้ ง่ึ
เง่อื นไขทางการเมอื งการปกครอง สงั คม และวฒั นธรรม ตลอดจนภมู ิปญั ญาของคนในประเทศ โดยนำ� เสนอ
ตอ่ คณะกรรมการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติใหค้ วามเห็นชอบ
(2) แนวทางปฏิบัติการสร้างมาตรฐานบุคลากรในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือ
ดา้ นมนุษยธรรม
(2.1) ใหห้ นว่ ยงานภาครฐั และภาคสว่ นอน่ื ๆ รว่ มกบั คณะอนกุ รรมการตามขอ้ 7.2.2 (1)
รับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในด้านท่ีเก่ียวข้องอย่างน้อย 9 ด้าน
ตามหลกั องคก์ ารสหประชาชาติ “กลมุ่ งานดา้ นมนษุ ยธรรม (cluster approach)” ไดแ้ ก่ ดา้ นสขุ ภาพอนามยั
ดา้ นโลจสิ ตกิ ส์ ดา้ นการบรหิ ารจดั การศนู ยพ์ กั พงิ ชว่ั คราว ดา้ นนำ้� และการสขุ าภบิ าล ดา้ นการสอื่ สารในภาวะฉกุ เฉนิ
ด้านความม่ันคงทางอาหาร ด้านโภชนาการ ด้านการคุ้มครอง และด้านการศึกษาเพ่ือปรับปรุงมาตรฐาน
การปฏบิ ตั ิงาน
(2.2) ให้มีการจัดต้ังชุดค้นหาและกู้ภัยในเมืองแห่งชาติ (National Urban Search
and Rescue : USAR) ที่มีสมรรถนะสูงในการประสานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และปฏิบัติการ
ค้นหาและกู้ภัยท่ีมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานของคณะท่ีปรึกษาด้านการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองสากล
(International Search and Rescue Advisory Group : INSARAG) ซง่ึ สามารถทำ� งานรว่ มกบั ชดุ ปฏบิ ตั กิ าร
ดา้ นมนษุ ยธรรมระหวา่ งประเทศอนื่ ๆ ไดท้ งั้ ในภาวะทเ่ี กดิ สาธารณภยั อยา่ งรา้ ยแรงในประเทศ และรว่ มปฏบิ ตั กิ าร
ระหว่างประเทศในพื้นท่ีประสบภัยอื่น ๆ โดยให้กระทรวงมหาดไทย (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)
98 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

เป็นผู้ประสานงานด้านนโยบาย (Policy Focal Point) และด้านปฏิบัติ (Operation Focal Point)
รว่ มกบั หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ กระทรวงการตา่ งประเทศ กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงกลาโหม องคก์ าร
สาธารณกุศลท่ีมีภารกิจด้านการกู้ชีพกู้ภัย และให้ส�ำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุน
การพฒั นามาตรฐานการชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมของประเทศ และศกั ยภาพชดุ คน้ หาและกภู้ ยั ในเมอื งแหง่ ชาติ
ใหไ้ ดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง เช่น การอบรมทง้ั ภายใน/ตา่ งประเทศ การฝกึ ร่วมภายในประเทศ การฝึกรว่ มตามปฏทิ ิน
ของ INSARAG เปน็ ต้น
(2.3) จดั ทำ� แผนการพฒั นาและจดั สรรทรพั ยากรบคุ คลเพอ่ื รองรบั การจดั ตงั้ ชดุ คน้ หา
และกภู้ ยั ในเมอื งแหง่ ชาติ โดยใหส้ ำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาขา้ ราชการพลเรอื น (ก.พ.) สำ� นกั งานคณะกรรมการ
พฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รว่ มกับกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ดำ� เนนิ การ
(2.4) ให้ผบู้ ญั ชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และ/หรอื ผ้อู �ำนวยการกลาง
เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจสงั่ ใชช้ ดุ คน้ หาและกภู้ ยั ในเมอื งแหง่ ชาติ (National Urban Search and Rescue : USAR) สง่ั การ
ใหเ้ ตรยี มความพรอ้ ม และปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ ามทไี่ ดร้ บั มอบหมายทง้ั ภายในราชอาณาจกั ร และนอกราชอาณาจกั ร
โดยให้เบกิ จา่ ยงบประมาณจากงบกลางหรอื กองทนุ พเิ ศษเพอื่ การจดั การความเส่ยี งจากสาธารณภัย
7.2.3 กลยุทธท์ ่ี 3 เสริมสร้างการแลกเปล่ยี นเรยี นร้ดู า้ นสาธารณภัยของประเทศ
(1) แนวทางปฏบิ ัตใิ นการจัดการความรดู้ า้ นสาธารณภัยของประเทศ
(1.1) จัดทำ� ฐานข้อมูลทรัพยากรเพอ่ื การพัฒนาระหวา่ งประเทศ ประกอบด้วย ขอ้ มูล
ความร่วมมือ ความเชี่ยวชาญ แหล่งทุนจากต่างประเทศ และองค์การพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่อน�ำมา
วเิ คราะห์ และจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั ดา้ นการพฒั นาศกั ยภาพการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั เพอื่ กำ� หนด
นโยบาย/ยุทธศาสตร์ความร่วมมือกับต่างประเทศในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยของประเทศไทย
โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เปน็ หนว่ ยงานหลกั และใหส้ ำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ และผทู้ รงคณุ วฒุ จิ ากสถาบนั การศกึ ษาเปน็ หนว่ ยสนบั สนนุ
(1.2) เชอ่ื มโยงฐานขอ้ มลู ดงั กลา่ วไวใ้ นคลงั ขอ้ มลู สาธารณภยั แหง่ ชาติ เพอ่ื นำ� ขอ้ มลู ไป
ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการตดั สินใจกำ� หนดนโยบาย/ยุทธศาสตร์ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาตอ่ ไป
(1.3) จดั การองคค์ วามรดู้ า้ นสาธารณภยั จากตา่ งประเทศผา่ นศนู ยก์ ารเรยี นรสู้ าธารณภยั
ทกุ ระดบั โดยใหม้ ีกระบวนการจดั การความร้จู ากตา่ งประเทศมาประมวล/ประยุกต์ใชใ้ หส้ อดคล้องกับบริบท
ทางการเมอื ง สงั คม และวัฒนธรรมของประเทศ
(2) แนวทางปฏิบตั ใิ นการพัฒนาความร่วมมือด้านสาธารณภยั
(2.1) จัดท�ำกรอบความร่วมมือด้านสาธารณภัยกับต่างประเทศ และแผนปฏิบัติการ
ความร่วมมือด้านสาธารณภัยกับต่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ ท้ังในระดับทวิภาคีและพหุภาคีท่ีสอดคล้อง
กับทนุ ศกั ยภาพ และความตอ้ งการในการพฒั นาประเทศ โดยใหก้ ระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกบั กระทรวง
มหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก
(2.2) ติดตามการด�ำเนินงานความร่วมมือด้านสาธารณภัยกับต่างประเทศ
โดยคณะอนุกรรมการกิจการด้านต่างประเทศว่าด้วยการจัดการสาธารณภัย และรายงานผลการด�ำเนินงาน
ต่อคณะกรรมการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 99

(3) แนวทางปฏบิ ตั กิ ารขับเคลื่อนความรู้ดา้ นสาธารณภัยสู่สาธารณะ
(3.1) จัดให้มีกระบวนการถ่ายโอนความรู้ด้านสาธารณภัย (Knowledge Transfer)
ไปสู่สาธารณะให้กว้างขวาง โดยอาศัยศูนย์การเรียนรู้สาธารณภัยทุกระดับเพ่ือเป็นศูนย์กลางในการรับและ
ถา่ ยทอดชุดความรู้ด้านการจัดการสาธารณภยั ไปยังประชาชน นกั เรยี น และนักศกึ ษา
(3.2) พฒั นาบคุ ลากรดา้ นการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั ใหเ้ ปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญ โดยนำ� ความรู้
ด้านสาธารณภัยจากต่างประเทศมาปรบั ใหเ้ ขา้ กบั บรบิ ทของประเทศ
(3.3) ให้มีเครื่องมือในการระดมองค์ความรู้ในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย
โดยใหก้ ระทรวงมหาดไทย และหนว่ ยงานเครอื ขา่ ยทเี่ กยี่ วขอ้ งรว่ มดำ� เนนิ การ ไดแ้ ก่ หนงั สอื ปกขาว (White Paper)
เพ่ือรวบรวมข้อมูลสาธารณภัยของประเทศไทยในรอบ 1 ปี และบทความท้ังในและต่างประเทศเกี่ยวกับ
ตวั อยา่ งการปฏบิ ตั ทิ ด่ี ี (Best Practice) ในการลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั ของประเทศไทย และประเทศอน่ื ๆ
รวมถึงจัดให้มี เวทีระดับชาติ/สมัชชาสาธารณภัย เพ่ือให้ภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมหารือแลกเปลี่ยนรับฟัง
ความคิดเหน็ ต่อผลการดำ� เนนิ งานและทิศทางการด�ำเนนิ งานของประเทศ
7.2.4 กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมบทบาทความเป็นประเทศแกนน�ำด้านการจัดการความเส่ียงจาก
สาธารณภัย
(1) แนวทางปฏบิ ตั ิในการสรา้ งความเปน็ เลิศด้านวชิ าการและด้านปฏิบตั กิ าร
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 ได้ก�ำหนดให้
ประเทศไทยต้องด�ำรงไว้ซ่ึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การพัฒนา
บทบาทแกนน�ำด้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยจะเป็นการสร้างความมั่นคงและม่ันใจให้แก่นานา
ประเทศถึงความพร้อม ความปลอดภัยในการลงทุน และการท่องเท่ียวของประเทศไทย โดยการยกระดับ
องคค์ วามรขู้ องสถาบนั พฒั นาการจดั การสาธารณภยั แหง่ ชาตใิ หไ้ ดม้ าตรฐานตามหลกั สากล รวมถงึ ความสามารถ
ใหบ้ รกิ ารและใหก้ ารสนบั สนนุ การพัฒนาศักยภาพให้แกภ่ มู ิภาคได้ ตลอดจนแสวงหาแหลง่ งบประมาณในรูป
ของกองทุนพิเศษสำ� หรับสง่ เสริมภารกิจดังกลา่ วไดอ้ ยา่ งต่อเน่อื ง
(2) แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการพฒั นาบทบาทแกนนำ� ดา้ นการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั
โดยมกี รอบแนวทางดงั ต่อไปนี้
(2.1) สง่ เสรมิ ชดุ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นคน้ หาและกภู้ ยั ในเมอื งแหง่ ชาตทิ งั้ ภายในและภายนอก
ราชอาณาจักร
(2.2) ใหก้ ารสนบั สนนุ ทางวชิ าการแกก่ ลมุ่ ประเทศกำ� ลงั พฒั นาและประเทศรายไดน้ อ้ ย
(2.3) จดั ใหม้ โี ครงการทนุ การศกึ ษาและวจิ ยั ดา้ นการพฒั นามาตรฐานการลดความเสยี่ ง
จากสาธารณภัยของประเทศและของภมู ิภาค
100 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

8บทที่ การขับเคลือ่ นแผนไปสู่การปฏบิ ตั ิ

8.1 การขับเคลอ่ื นแผนไปสู่การปฏบิ ตั ิ

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ได้น�ำกรอบแนวคิดและแนวทาง
การจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั ประกอบดว้ ย การมงุ่ เนน้ การลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั การบรู ณาการ
การจดั การในภาวะฉกุ เฉิน การเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการฟนื้ ฟูอย่างยั่งยืน และการส่งเสรมิ ความร่วมมือระหว่าง
ประเทศในการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั ซง่ึ การจะดำ� เนนิ การทจ่ี ะใหบ้ รรลผุ ลสมั ฤทธต์ิ ามวตั ถปุ ระสงค์
จึงตอ้ งอาศัยการบรู ณาการจากทุกภาคส่วนทง้ั ภาคราชการ พลเรอื น ทหาร ภาคเอกชน มลู นิธิ/อาสาสมัคร
และองคก์ ารสาธารณกุศล กอปรกับแนวทางกระบวนการขบั เคล่อื นแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั
แหง่ ชาติ โดยมคี ณะกรรมการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ (กปภ.ช.) เปน็ กลไกสำ� คญั ของประเทศ
ในการก�ำกับดแู ลยทุ ธศาสตร์ต่าง ๆ ไปสกู่ ารปฏิบัติใหเ้ กดิ ผลและเป็นรูปธรรม โดยใหม้ ีแนวทางดังต่อไปนี้
8.1.1 การเสริมสร้างและพัฒนาความเข้าใจเก่ียวกับสาระส�ำคัญของแผนการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาติเก่ียวกับนโยบายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และยุทธศาสตร์การจัดการ
ความเสย่ี งจากสาธารณภยั รวมถงึ การมสี ว่ นรว่ มจากทกุ ภาคสว่ นในขบั เคลอื่ นแผนไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ทง้ั สว่ นกลาง
ส่วนภูมิภาค และทอ้ งถ่ิน เช่น การจัดประชมุ สรา้ งความเขา้ ใจ การประชาสัมพนั ธ์ผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ เป็นตน้
8.1.2 การบรู ณาการประสานการปฏบิ ตั แิ ผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาตกิ บั แผนอน่ื ๆ
ท่ีเกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่มีความเชื่อมโยงกัน รวมท้ัง
จัดให้มีการฝึกการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยร่วมกันทกุ ระดบั
8.1.3 การผลักดันให้มีงบประมาณเชิงบูรณาการด้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยของ
ทกุ หนว่ ยงาน โดยการจดั ประชมุ หารอื กบั หนว่ ยงานสว่ นกลาง เชน่ สำ� นกั งบประมาณ กรมบญั ชกี ลาง สำ� นกั งาน
คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง เพอ่ื กำ� หนดแนวทางวธิ กี ารจดั สรรงบประมาณ
ให้สอดคล้องกับการขับเคล่ือนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ รวมทั้งงบประมาณตาม
แผนปฏบิ ตั ิราชการประจ�ำปขี องหน่วยงาน และการจดั สรรงบประมาณใหแ้ ก่ระดับพ้ืนท่ี
8.1.4 การกำ� หนดบทบาทหนว่ ยงานและภาคเี ครอื ขา่ ยทกุ ระดบั ในการขบั เคลอื่ นแผนไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
ตามบทบาทหนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ไดแ้ ก่ รฐั บาล หนว่ ยงานกลาง หนว่ ยราชการสว่ นกลาง รฐั วสิ าหกจิ จงั หวดั
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และสื่อต่าง ๆ
โดยมีแนวทางดำ� เนินการของแต่ละภาคสว่ น ดงั นี้

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 101

หนว่ ยงาน แนวทางด�ำเนนิ งาน

(1) รัฐบาล สนบั สนนุ ใหก้ ารปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เปน็ นโยบาย/ยทุ ธศาสตรห์ ลกั
(2) หนว่ ยงานกลาง ของชาติ พร้อมท้ังบรรจุเป็นสาระส�ำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมแห่งชาติ

(2.1) กรมปอ้ งกันและ (2.1.1) จัดประชุมชี้แจงหน่วยงานร่วมในการด�ำเนินงานของทุกภาคส่วน
บรรเทาสาธารณภัย ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือ
(พระราชบัญญตั ปิ ้องกันและ เปดิ โอกาสใหห้ นว่ ยงานกำ� หนดแนวทางรว่ มกนั สำ� หรบั ใชเ้ ปน็ กรอบการจดั ทำ�
บรรเทาสาธารณภยั แผนปฏิบัตกิ ารป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั และการขอต้ังงบประมาณ
พ.ศ. 2550 มาตรา 11) รวมถึงการติดตามและประเมนิ ผล

(2.1.2) จัดประชุมหน่วยงานสว่ นกลาง ได้แก่ ส�ำนกั งบประมาณ ส�ำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และหนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ ง รว่ มกำ� หนด
ประเด็นการขับเคลื่อนท่ีส�ำคัญเพื่อบูรณาการกับยุทธศาสตร์การจัดสรร
งบประมาณ การกำ� หนดเปา้ หมายตวั ชวี้ ดั ใหเ้ ชอื่ มโยงกบั การจดั ทำ� คำ� รบั รอง
การปฏิบตั ิราชการ รวมท้ังรว่ มผลักดันการด�ำเนินงานอยา่ งต่อเนือ่ ง

(2.1.3) ประสานหน่วยงานในการตรวจสอบและประเมินผล การน�ำเป้าหมาย
การจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั ตามแผนประกอบการจดั ทำ� แผนระดบั
กระทรวง แผนปฏิบัติการประจ�ำปี เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้เป็นแผนขอรับ
การจัดสรรงบประมาณ และเปน็ กรอบการปฏิบัตขิ องหน่วยงานตอ่ ไป

(2.1.4) ประสานส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดท�ำฐานข้อมูลการติดตามและ
ประเมินผลในระดบั ภาพรวมและพ้ืนที่

(2.2 ) ส�ำนักงบประมาณ จัดท�ำยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการขับเคล่ือน
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยให้ความส�ำคัญกับ
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ เพ่ือให้การบูรณาการ
การจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
เป็นรปู ธรรม

(2.3) ส�ำนักคณะกรรมการ ให้หน่วยราชการที่เก่ียวข้อง ก�ำหนดเป็นตัวชี้วัดในการจัดท�ำค�ำรับรอง
พัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) การปฏบิ ตั ริ าชการระดบั กระทรวงและระดบั จงั หวดั พรอ้ มทง้ั ใหม้ กี ารตดิ ตาม

และประเมินผลทุกปี

(2.4) หนว่ ยราชการสว่ นกลาง ให้หน่วยงานจดั ท�ำแผนปฏิบัตกิ ารปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยระดบั ตา่ ง ๆ
รัฐวิสาหกจิ ท่ีเกย่ี วข้องใหส้ อดคลอ้ งกับแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ
พร้อมทง้ั ก�ำหนดแนวทางการติดตามและประเมนิ ผลการจดั ท�ำแผนปฏิบัตกิ ารฯ
ของหน่วยงานทุกระดับ ให้มีการด�ำเนินการอย่างสอดคล้องในทิศทาง
เดยี วกัน

102 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

หน่วยงาน แนวทางดำ� เนนิ งาน

(3) สว่ นภูมภิ าค

(3.1) หนว่ ยงานระดบั จงั หวดั (3.1.1) ชี้แจงนโยบายและแนวทางการด�ำเนนิ งานตามแผนการปอ้ งกนั และ
บรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ โดยอาจต้งั คณะท�ำงานขบั เคล่อื นตดิ ตามและ
ประเมนิ ผลระดับจังหวัด ระดบั อำ� เภอ เพ่อื รบั ผิดชอบการด�ำเนินงาน และ
มีฐานข้อมูลเช่อื มโยงกับหนว่ ยงานกลางอยา่ งเปน็ ระบบ

(3.1.2) ประชมุ หารอื เพอ่ื จดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ระดับตา่ ง ๆ รวมถงึ ให้ความรว่ มมือติดตามและประเมนิ ผล

(3.2) องคก์ รปกครอง จดั ทำ� แผนปฏบิ ัตกิ ารในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยขององคก์ ร
สว่ นท้องถิ่น ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น

(4) ภาคเอกชน มีสว่ นรว่ มในการขบั เคลื่อนแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยใหเ้ ป็น
รูปธรรม ซ่ึงแต่ละองค์กรสามารถน�ำประเด็นที่เกี่ยวข้องไปด�ำเนินงานเอง
หรือร่วมกับหนว่ ยงานทงั้ ภาครฐั ภาคเอกชน และภาคีเครอื ขา่ ยท่เี ก่ยี วข้อง
(Public Private Partnership : PPP) พรอ้ มทง้ั ให้ม่งุ เน้นความรับผิดชอบ
ต่อสงั คมและสิง่ แวดล้อมขององค์กร (Corporate Social Responsibility
: CSR) ภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย
อนั น�ำไปสูก่ ารพัฒนาอย่างยง่ั ยืน

(5) สถาบันการศึกษา/หน่วย ใหค้ วามรูแ้ ก่ภาคเี ครอื ข่ายท้งั ด้านวิชาการและการปฏบิ ตั ิ สนบั สนนุ เงินทุน
งานวจิ ัย และประสานความร่วมมือเครือข่ายการวิจัย เพื่อผลิตผลงานวิจัย สร้าง
องคค์ วามรู้ เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ในการกำ� หนดนโยบายทง้ั ระดบั ประเทศสรู่ ะดบั พน้ื ท่ี

(6) สือ่ สารมวลชน ผลติ สอื่ ประชาสมั พนั ธก์ ระตนุ้ ใหท้ กุ ภาคสว่ นของสงั คมมสี ว่ นรว่ มขบั เคลอ่ื น
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และด�ำเนินงานภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาติ รวมถึงสะท้อนสถานการณ์การจัดการความเส่ียงจาก
สาธารณภยั ดา้ นตา่ ง ๆ ทชี่ ดั เจนสปู่ ระชาชน ชมุ ชน และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง

8.1.5 การติดตามและประเมนิ ผล โดยการมีสว่ นรว่ มของหน่วยงานตา่ ง ๆ ทง้ั สว่ นกลางและระดับ
พ้ืนท่ีการก�ำหนดให้จัดท�ำรายงานผลการด�ำเนินการเป็นประจ�ำทุกปี รวมทั้งการติดตามและประเมินผล
ในการนำ� แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาตไิ ปสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นทกุ ระดบั โดยดำ� เนนิ การในชว่ งกลางแผน
และปลายแผนเพอ่ื เป็นขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณาแนวทางในการปรบั ปรงุ หรอื ทบทวนแผนต่อไป
8.1.6 การวจิ ยั และพฒั นาการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั ของประเทศภายใตแ้ ผนการปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ เพอ่ื ใชใ้ นการปรบั ปรงุ กฎหมายและระเบยี บตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหม้ มี าตรฐาน
และดำ� เนนิ การไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมากย่ิงข้ึน

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 103

กระบวนการขับเคลือ่ นแผนไปสูก่ ารปฏิบตั ิ สามารถอธบิ ายได้ดงั แผนภาพ ดงั น้ี

ประเด็นหลกั ขับเคล่อื น นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ สู่การปฏบิ ตั ิ

การเสริมสรา้ ง พัฒนา จดั ประชุมสรา้ งความเขา้ ใจ ผลการขับ
ความเข้าใจเก่ยี วกบั แนวคดิ การประชาสมั พนั ธ์ผา่ นสอื่ ต่าง ๆ เคล่ือนแผนฯ
และสาระส�ำคญั ของแผน 1. หน่วยงาน
จดั ท�ำแผนระดับต่าง ๆ และจดั ใหม้ กี ารฝึกการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ทเี่ กีย่ วขอ้ ง
การขบั เคลื่อนแนวทาง มคี วามเข้าใจ
การด�ำเนนิ งานเชิงบูรณาการ 1. แผนการป้องกัน 2. แผนการปอ้ งกัน 3. แผนปฏบิ ัตกิ าร 4. แผนปฏบิ ตั ิการ และสามารถ
อย่างมีสว่ นร่วมในแตล่ ะระดับ และบรรเทา และบรรเทา ในการปอ้ งกันและ ปอ้ งกันและ ขับเคล่ือนแผนฯ
สาธารณภัย สาธารณภัย บรรเทาสาธารณภัย เชงิ บูรณาการ
ของทกุ ภาคส่วน จงั หวดั / อำ� เภอ ขององคก์ รปกครอง แก้ไขปัญหาจาก มากข้นึ
การจดั สรรทรัพยากร สาธารณภยั 2. ทกุ ภาคส่วน
เพ่ือใชป้ ระโยชนร์ ่วมกนั และ กรงุ เทพมหานคร ส่วนทอ้ งถ่ิน มสี ่วนร่วม
ปรับวิธกี ารท�ำงานของ อย่างจริงจัง
หารอื กบั หน่วยงานสว่ นกลางในการปรับวิธกี ารจัดสรรงบประมาณ 3. การเชือ่ มโยง
หนว่ ยงานภาครฐั ดา้ นการจดั การความเส่ียงจากสาธารณภยั แผนในระดบั
ใหร้ ่วมด�ำเนนิ การ ต่าง ๆ มมี ากข้ึน
กับหนว่ ยงานต่าง ๆ 4. แผนทกุ ระดบั
มกี ารดำ� เนินงาน
การติดตาม เชงิ บูรณาการ
และประเมนิ ผล มากขนึ้

จดั ประชุมหารือสร้างความเขา้ ใจกับหนว่ ยงานภาครัฐทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
ในการเปดิ ช่องทางในการบรู ณาการกับแผนของหน่วยงาน
เพอ่ื บรรลเุ ปา้ หมายท่ีกำ� หนดไว้

คณะอนุกรรมการจัดทำ� ตดิ ตามความก้าวหน้า ปรับวิธี l การตดิ ตาม
แผนการปอ้ งกนั และบรรเทา การด�ำเนนิ งานภายใต้แนวทาง เช่ือมโยง ประเมินผล
สาธารณภยั แหง่ ชาติ กำ� หนด การตดิ ตามและประเมินผล การบูรณาการ ภาพรวม
แนวทางการตดิ ตามและ งานของ l จดั ท�ำ
ประเมินผล l ตดิ ตามความก้าวหนา้ หนว่ ยงาน รายงาน
l จัดทำ� แผนการติดตามและ การดำ� เนินงานภายใต้แผนฯ ระดับต่าง ๆ เสนอตอ่
ประเมินผล แตล่ ะระดบั ใหส้ อดคลอ้ งกนั กปภช.
l ชีแ้ จงหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง l ทบทวน บทบาทและ เพ่ือพิจารณา
แต่ละระดับ กลไก ตลอดจนการมสี ว่ นรว่ ม สกู่ ารปรบั ปรงุ
ของหน่วยงานร่วมในการ ต่อไป
ด�ำเนนิ งานเชงิ บรู ณาการ
l ปรบั วธิ ีดำ� เนินการ
ขบั เคล่ือนเชงิ บรู ณาการ
ให้มปี ระสิทธภิ าพมากขึน้

ปรบั ปรุงกฎหมายและ การวจิ ัยและพฒั นาแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ
ระเบียบ

แผนภาพที่ 8 - 1 : กระบวนการขบั เคล่อื นแผนไปสกู่ ารปฏิบตั ิ

104 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

ความเชอื่ มโยงการขับเคลอื่ นแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้

การจัดกเาปร้าคหวมาามยเสยี่ งจาก ระบบและมาตรฐาน สังคมไทยมีการเรยี นรู้ ประชาชนสรา้ งวฒั นธรรม
สาธารณภยั การจัดการความเสยี่ งจาก และมภี มู คิ ุ้มกันในการจัดการ ความปลอดภยั และมศี ักยภาพ
สาธารณภยั ของประเทศ สาธารณภัย โดยการมสี ว่ นร่วม ในการรรู้ บั ปรบั ตัว ฟื้นเรว็ ทวั่
ทีม่ คี วามพรอ้ มรบั กบั สถานการณ์
จากทุกภาคสว่ น อยา่ งยง่ั ยืน (Resilience)
อยา่ งบรู ณาการ

ยุทธศาสตรก์ ารจดั การความเสีย่ งจากสาธารณภัย การติดตาม
และประเมินผล

กระบวนการ การมงุ่ เน้นการลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั การบูรณาการการจัดการในภาวะฉกุ เฉิน
ขับเคล่อื นแผนฯ การเพิ่มประสทิ ธิภาพการฟ้ืนฟอู ย่างยัง่ ยนื การส่งเสริมความรว่ มมือระหว่างประเทศ
ในการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั
การขับเคลื่อนแผนสกู่ ารปฏบิ ัติ
ประเดน็ ทดี่ �ำเนินการในแผนฯ ประเดน็ การขบั เคลอื่ นสำ� คญั 9 ขอ้ การตดิ ตาม
และประเมินผล

ประเด็นการขบั เคลือ่ นส�ำคญั ยกุทารธลศสดาาคสธวตาารรม์กณเาสภรยี่มัยงุ่งจเนากน้ การบใูรนยณภุทาาธกวศาะารฉสกกุ ตาเรฉรจ์ินดั การ กกาารรเฟพย้นืทุ่ิมฟธปศูอราะยสสา่ ติทงยรธ์่งัภิ ยาืนพ คยวคทุปาวธรมาะศเมสเาท่ียรสศง่วตใจมนราม์กกกือาาสรรราจะสธดัหา่งกรเวสณาา่ รรงภิมัย

1.การหลกี เลยี่ งภยั อนั ตรายลดผลกระทบทอี่ าจเกดิ ขน้ึ โดยการลด 3
ความเปราะบาง และความล่อแหลม พร้อมทั้งการเพิ่มขีด
ความสามารถในการเตรยี มพรอ้ มกบั สาธารณภยั ทเี่ กิดขน้ึ

2. มาตรการปอ้ งกนั แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกนั การลดผลกระทบ 3
และการเตรียมความพร้อมทมี่ ีประสทิ ธิภาพ

3. การจัดการสาธารณภัยในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีระบบ 3
มมี าตรฐาน เปน็ เอกภาพ และบรู ณาการความรว่ มมอื กบั ทกุ ภาค
สว่ นใหเ้ กิดประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล

4. ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์อย่างรวดเร็ว 3
ทั่วถงึ และทันเหตกุ ารณ์

5. ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ได้รับผล 3
กระทบจากสาธารณภยั ให้มีน้อยทสี่ ุด

6. ฟื้นฟูให้ผู้ประสบภัยได้รับการสงเคราะห์ ช่วยเหลือ 3
อย่างรวดเรว็ ท่ัวถงึ ตอ่ เนื่อง เป็นธรรมและสามารถกลบั ไปด�ำรงชวี ติ
ไดต้ ามปกติ

7. พน้ื ทปี่ ระสบภยั ไดร้ บั การฟน้ื ฟใู หก้ ลบั คนื สสู่ ภาวะปกตหิ รอื ให้ 3
ดกี วา่ และปลอดภัยกวา่ เดิม

8. การพฒั นาระบบและกลไกงานดา้ นสาธารณภยั รว่ มกบั หนว่ ยงาน 3
และองค์การความรว่ มมอื ระหว่างประเทศ

9. การพัฒนาและเช่ือมโยงกับมาตรฐานงานด้านสาธารณภัย 3
ระดบั ภูมิภาค อนภุ มู ิภาค และระหวา่ งภูมภิ าค

หมายเหตุ :หน่วยงานหลัก/ ภาคีเครือข่าย สามารถใช้ผังความเชื่อมโยงตรวจสอบประเด็นท่ีด�ำเนินการในแผนฯ เพ่ือเชื่อมโยงกับภารกิจ/ บทบาทหน่วยงานท่ีสอดคล้องกับประเด็น
การขบั เคลือ่ นส�ำคัญ 9 ขอ้ ส�ำหรับใชจ้ ดั ท�ำแผนงาน/ โครงการ เพอ่ื ขอตัง้ งบประมาณในการขบั เคลื่อนแผนฯ

แผนภาพท่ี 8 - 2 ความเชอื่ มโยงการขบั เคลือ่ นแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติไปสกู่ ารปฏิบัติ

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 105

8.2 การตดิ ตามและประเมนิ ผล

8.2.1 แนวทางการติดตามและประเมินผล ประกอบด้วย หลักการประเมินผลสัมฤทธ์ิ
โดยวิเคราะห์การบรรลุถึงเป้าหมายการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย หลักการคิดเชิงเหตุผล เชื่อมโยง
ความสมั พนั ธเ์ ชงิ สาเหตแุ ละผลผลติ ไปสผู่ ลลพั ธแ์ ละผลกระทบดว้ ยขอ้ มลู รวมถงึ เหตผุ ลเชงิ ประจกั ษท์ เ่ี ชอื่ ถอื ได้ และ
หลักความร่วมมอื ระหวา่ งหน่วยงาน และภาคสว่ นต่าง ๆ ในสังคม พรอ้ มท้งั กำ� หนดให้มีการจดั ทำ� รายงานผล
เสนอตอ่ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาตทิ ้งั รายปี กลางแผน และปลายแผน
8.2.2 หน่วยงานและภาคีเครือข่ายด�ำเนินการติดตามและประเมินผล โดยให้คณะอนุกรรมการ
จัดท�ำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักด�ำเนินงานตามแนวทาง
การผลักดนั ประเด็นส�ำคัญไปส่กู ารปฏบิ ตั ิ โดยมีแนวทางปฏบิ ตั ิในการตดิ ตามและประเมนิ ผล ดงั น้ี
(1) คณะอนกุ รรมการจดั ทำ� แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ ดำ� เนนิ งาน
ดังน้ี
(1.1) ติดตามและประเมินผลประเด็นการขบั เคลอื่ นทสี่ �ำคัญ
(1.2) ตดิ ตามและประเมินผลระดับยุทธศาสตร์
(1.3) ตดิ ตามและประเมินผลภาพรวม
โดยใหจ้ ดั ทำ� รายงานการตดิ ตามและประเมนิ ผลภาพรวมทบี่ รรลผุ ลตามเปา้ หมายการจดั การ
ความเสยี่ งจากสาธารณภยั การประเมนิ ผลกระทบจากการขบั เคลอ่ื น และสรปุ ภาพรวมการตดิ ตามและประเมนิ ผล
พร้อมทั้งจัดท�ำเป็นรายงานเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติพิจารณาเพื่อน�ำ
ไปสูก่ ารปรบั ปรงุ หรอื ทบทวนแนวทางการดำ� เนนิ งานต่อไป
(2) กรอบระยะเวลาการตดิ ตามและประเมนิ ผล
(2.1) การตดิ ตามและประเมนิ ผลรายปี
(2.2) การตดิ ตามและประเมินผลในระยะกลางแผนฯ
(2.3) การตดิ ตามและประเมนิ ผลในระยะปลายแผนฯ
โดยใหจ้ ดั ทำ� รายงานผลการขบั เคลอื่ นแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาตไิ ปสู่
การปฏิบัติ เพ่ือตอบสนองต่อเป้าหมายการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยของประเทศให้มีประสิทธิภาพ
ยกระดบั ไปสมู่ าตรฐานตามหลกั สากล ตลอดจนนำ� ปญั หาอปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะไปปรบั ปรงุ แผนการปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาตติ อ่ ไป
(3) กลไกการตดิ ตามและประเมนิ ผล ใหค้ ณะอนกุ รรมการจดั ทำ� แผนการปอ้ งกนั และบรรเทา
สาธารณภยั แหง่ ชาติ เปน็ กลไกในการประสานการปฏบิ ตั ิ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องแผนการปอ้ งกนั
และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาตภิ ายใตก้ ารกำ� กบั ดแู ลของคณะกรรมการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
ตามแผนภาพที่ 8 - 3
106 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ รายงาน สาธารณชน

แต่งตงั้

คณะอนุกรรมการจดั ท�ำแผนการป้องกนั และบรรเทา
สาธารณภัยแหง่ ชาติ

ประสานการขับเคลือ่ นและการติดตาม/ประเมินผล

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
- ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 การมุ่งเน้นการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย
- ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 การบรู ณาการการจัดการในภาวะฉุกเฉิน
- ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 การเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการฟนื้ ฟูอย่างยัง่ ยนื
- ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ
ในการจัดการความเส่ยี งจากสาธารณภัย

แผนภาพที่ 8 - 3 : กลไกการตดิ ตามและประเมินผลสมั ฤทธข์ิ องแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ
(4) ข้ันตอนการติดตามและประเมนิ ผล ประกอบด้วย

(4.1) ก�ำหนดกรอบการตดิ ตามและประเมินผล โดยสร้างความเขา้ ใจในสาระส�ำคญั ของแผนการปอ้ งกนั และบรรเทา
สาธารณภยั แห่งชาติ แนวทางการขับเคลอ่ื นประเดน็ สำ� คัญไปสู่การปฏิบตั ิ ก�ำหนดประเดน็ และตวั ชีว้ ดั การประเมิน

แหล่งข้อมลู เพือ่ ประกอบการวิเคราะหแ์ ละประเมินผลให้สะท้อนกระบวนการดำ� เนินงาน ผลผลติ และผลลพั ธ์

(4.2) รวบรวมขอ้ มลู ภายใต้กรอบการตดิ ตามและประเมินผล ไดแ้ ก่ (1) ขอ้ มูลปฐมภมู ทิ ี่ได้จากการส�ำรวจ
การระดมความคิดเห็น และอ่ืน ๆ รวมทั้งควรกำ� หนดเป้าหมายและพน้ื ทีจ่ ดั เกบ็ ขอ้ มูลท่ีชัดเจน
และ (2) ขอ้ มูลทุตยิ ภมู ิทไี่ ดจ้ ากเอกสารรายงานผลการด�ำเนินงานของหนว่ ยงาน

(4.3) ประเมินผลและวิเคราะหข์ อ้ มลู (4.4) จดั ท�ำรายงานสรปุ ผลภาพรวม และข้อเสนอแนะ

(4.5) น�ำเสนอรายงานสรปุ ผลใหผ้ ู้บริหารระดบั หน่วยงาน
พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ
(4.6) ปรบั ปรงุ ผลการประเมนิ

กอ่ นเสนอใหค้ ณะอนุกรรมการจัดท�ำแผน
การป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ

แผนภาพท่ี 8 - 4 : ขน้ั ตอนการติดตามและประเมนิ ผล

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 107

8.3 การวจิ ัยและพัฒนา

การวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) เป็นกระบวนการของการศึกษา
การเรียนรู้ และการคน้ หาแนวคิด แนวทาง และวธิ ีปฏิบัตหิ รอื สิ่งประดิษฐ์ เพื่อน�ำไปใชใ้ นการพฒั นาเทคนิค
วธิ กี าร รปู แบบการดำ� เนนิ งาน หรอื ระบบการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั ทเ่ี ปน็ ประโยชนท์ งั้ แกป่ ระชาชน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งการน�ำส่ิงท่ีได้มีการคิดค้นหรือค้นพบมาพัฒนา ออกแบบ
เปล่ียนแปลง ผลการด�ำเนินงาน กระบวนการด�ำเนินงาน และการบริการให้มีลักษณะรูปแบบใหม่ หรือ
การปรบั ปรงุ ให้ดีขน้ึ กวา่ เดมิ และสามารถดำ� เนินการรว่ มกับการติดตามและประเมินผล โดยการเกบ็ รวบรวม
ข้อมูลภายใต้กรอบการติดตามและประเมินผลในลักษณะของการทบทวนจากบทเรียนและการเรียนรู้
ทั้งก่อนด�ำเนินการ ระหว่างด�ำเนินการ และเมื่อเสร็จส้ินการด�ำเนินการ ซ่ึงถือว่าเป็นการทบทวนวิธีการ
ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั และนำ� ปญั หาอปุ สรรคทเ่ี กดิ ขน้ึ ไปวจิ ยั และพฒั นา
องค์ความรดู้ ้านวชิ าการทีเ่ น้นด้านนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้แก่ ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ รวมถึงการพัฒนาระบบ
การป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั เพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการนโยบายทสี่ ำ� คญั ของรฐั บาล โดยมีแนวทาง
การดำ� เนนิ การวิจยั และพฒั นา ดังนี้
8.3.1 ศึกษา ค้นคว้าด้านการวิจัยและพัฒนาที่เก่ียวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ร่วมกับสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง
เพอ่ื นำ� องคค์ วามรู้ และเทคโนโลยที ที่ นั สมยั มาพฒั นาและประยกุ ตใ์ ชเ้ พอ่ื การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ของประเทศใหเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานหลักสากล
8.3.2 ศึกษาบทเรียนของเหตุการณ์สาธารณภัยส�ำคัญท่ีผ่านมา (Lesson Learnt) เพ่ือให้ทราบ
ขอ้ มลู ขอ้ เทจ็ จริงส�ำหรับน�ำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจัดการความเสย่ี งจากสาธารณภัยให้มีประสิทธภิ าพยิ่งขึน้
ใหส้ ำ� นกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.) และกรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เปน็ หนว่ ยงานกลาง
ในการประสานการด�ำเนินการเกี่ยวกับการปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ ร่วมกับหน่วยงานให้ทุนต่าง ๆ
ภายใตเ้ ครือขา่ ยองคก์ รบรหิ ารงานวิจัยแหง่ ชาติ (คอบช.) และหนว่ ยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง เพื่อกอ่ ใหเ้ กดิ การมีส่วนรว่ ม
ในการขับเคลื่อนการวจิ ัยสกู่ ารพฒั นาประเทศแบบบรู ณาการและยั่งยืน

8.4 การทบทวนแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

พระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 มาตรา 44 กำ� หนดวา่ ในกรณที ขี่ อ้ เทจ็ จรงิ
เกี่ยวกับสาธารณภัยหรือการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ไี ดก้ �ำหนดไว้ในแผนตา่ ง ๆ ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
เปลี่ยนแปลงไปหรือแผนดังกล่าวได้ใช้ครบห้าปีแล้ว ให้เป็นหน้าท่ีของผู้รับผิดชอบในการจัดท�ำแผน
ดำ� เนนิ การปรับปรุงหรือทบทวนแผนทอี่ ยู่ในความรบั ผิดชอบ
กรณที ไี่ ดด้ ำ� เนนิ การตามกระบวนการทกี่ ำ� หนดไวใ้ นแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
พ.ศ. 2558 และได้มกี ารติดตามประเมินผลสัมฤทธขิ์ องแผน หรือมกี ารวิจยั และพฒั นา พบขอ้ บกพร่องหรือ
มีนวัตกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ีทันสมัยและเหมาะสมให้พิจารณาทบทวนปรับปรุง
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 ไดต้ ามความเหมาะสม

108 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

ภาคผนวก ก นยิ ามศพั ท ์

กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง แผนท่วั ๆ ไป หรือคำ� แนะนำ� ที่เลอื กมาใช้เพ่อื ใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงค์
ของการจดั การความเส่ยี งจากสาธารณภัย
กลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีความสามารถจ�ำกัดในการเผชิญ
เหตุการณส์ าธารณภยั ซง่ึ ต้องการความดูแลเป็นพิเศษ เชน่ เด็ก สตรมี ีครรภ์ ผสู้ ูงอายุ บคุ คลทพุ ลภาพ ผ้ปู ว่ ย
ผพู้ ลดั ถ่นิ ผู้ล้ภี ยั คนต่างด้าว
การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ (Emergency Management) หมายถงึ การจดั ระบบและบรหิ ารจดั การ
ทรัพยากรและความรบั ผิดชอบเพ่อื เผชิญเหตกุ ารณฉ์ ุกเฉินทุกรูปแบบ
การซอ่ มสรา้ ง (Reconstruction) หมายถงึ การฟน้ื ฟโู ครงสรา้ งและสง่ิ กอ่ สรา้ งทไ่ี ดร้ บั ความเสยี หาย
จากเหตกุ ารณ์สาธารณภยั ใหก้ ลับมาสู่สภาพทีส่ ามารถใช้งานได้ดงั เดิม
การเตรียมความพร้อม (Preparedness) หมายถึง ความพยายามในการเตรียมการรับมือกับ
สาธารณภัย มุ่งเน้นกจิ กรรมต่าง ๆ ที่ทำ� ให้ผคู้ นมคี วามสามารถในการคาดการณ์ เผชญิ เหตุ และจัดการกบั
ผลกระทบจากสาธารณภยั อย่างเปน็ ระบบ หากมกี ารเตรียมความพร้อมไดด้ ีจะท�ำใหส้ ามารถด�ำเนินการต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสมทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเกิดสาธารณภัย และเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิต
ให้ปลอดภัยจากเหตกุ ารณส์ าธารณภยั ได้มากขึ้น
การเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) หมายถึง การให้ข้อมูลข่าวสารท่ีเป็นประโยชน์และ
ทันเหตุการณ์ผ่านทางหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ เพ่ือให้บุคคลที่ก�ำลังเผชิญความเส่ียงต่อการเกิดสาธารณภัย
สามารถกระท�ำการอยา่ งใดอย่างหน่ึงเพื่อหลกี เล่ยี งหรือลดความเสี่ยงและพร้อมท่ีจะรับมอื กบั สถานการณไ์ ด้
อย่างมีประสิทธภิ าพ
การบรรเทาทุกข์ (Relief) หมายถึง การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในทันทีท่ีเกิดสาธารณภัย
เพอื่ รักษาชีวิตและตอบสนองความตอ้ งการข้นั พืน้ ฐานใหผ้ ปู้ ระสบภยั สามารถด�ำรงชพี อยไู่ ด้
การบัญชาการ (Command) หมายถึง การทำ� หนา้ ทอ่ี ำ� นวยการ สงั่ การหรือการควบคมุ โดยอาศัย
อ�ำนาจท่ีก�ำหนดไว้อย่างชัดเจนในกฎหมาย กฎระเบียบหรอื อำ� นาจหน้าที่ท่ีได้รบั มอบ
การบัญชาการร่วม (Unified Command) หมายถงึ การประยุกต์ใช้ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์
เมื่อมีหน่วยงานทมี่ ีอำ� นาจหนา้ ทีต่ ามกฎหมายในการจดั การเหตฉุ ุกเฉนิ ที่เกิดข้นึ มากกวา่ หนึง่ หน่วยงาน หรือ
เมื่อเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นขยายตัวข้ามขอบเขตอ�ำนาจหน้าท่ีทางการเมือง หน่วยงานต่างๆ จะท�ำงานร่วมกัน
ผ่านตัวแทนของแต่ละหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกในหน่วยบัญชาการร่วม มีหน้าที่หลักในการ
กำ� หนดวัตถุประสงคแ์ ละกลยุทธร์ ่วม และจัดท�ำแผนเผชญิ เหตทุ จ่ี ะใชร้ ่วมกันเพียงแผนเดียว
การบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Incident Command) หมายถึง หน่วยบญั ชาการทีท่ ำ� หน้าทรี่ บั ผิดชอบ
การจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในภาพรวม และประกอบด้วยผู้บัญชาการเหตุการณ์ และเจ้าหน้าที่
สนับสนุนทีไ่ ด้รับการมอบหมาย

แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 109

การประเมนิ ความเสียหายและความตอ้ งการ (Damage and Needs Assessment : DANA) หมายถงึ
การประเมินผลกระทบจากสาธารณภัยเพ่ือวิเคราะห์ความสามารถของผู้ประสบภัยในการเผชิญสถานการณ์
ฉกุ เฉินดว้ ยตนเอง รวมท้ังความต้องการความช่วยเหลอื เพ่มิ เตมิ จากหนว่ ยงานภายนอก เชน่ ความช่วยเหลือ
ดา้ นอาหาร นำ้� ดมื่ การรกั ษาพยาบาล สขุ อนามยั และการกำ� จดั สงิ่ ปฏกิ ลู ดา้ นสขุ ภาวะ ทพี่ กั พงิ อปุ กรณย์ งั ชพี
การประเมนิ ความเสยี หายและความสญู เสยี (Damage and Loss Assessment : DALA) หมายถึง
การวิเคราะห์ผลกระทบจากสาธารณภัย เป็นการประมาณการเชิงปริมาณว่าเกิดผลกระทบอะไรขึ้น
จากเหตกุ ารณส์ าธารณภยั โดยอาศยั การเกบ็ ขอ้ มลู ทตุ ยิ ภมู จิ ากพนื้ ทปี่ ระสบภยั ขอ้ มลู จากการประเมนิ จะนำ� ไปใช้
ในการประมาณการซอ่ มสรา้ งสง่ิ กอ่ สรา้ งทเ่ี สยี หายไป และเพอื่ ใชใ้ นการวางแผนเพอื่ การฟน้ื ฟจู ากความสญู เสยี
การประสานงาน ณ จุดเดยี ว (National Single Window : NSW) หมายถึง การเชือ่ มโยงข้อมลู
ทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร ระหว่างหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในกระบวนการ น�ำเข้า ส่งออกสินค้า
เพอื่ อำ� นวยความสะดวกใหแ้ กผ่ ปู้ ระกอบการ ในการตรวจสอบใบอนญุ าต และใบรบั รองตา่ งๆ ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
กอ่ นการตรวจปลอ่ ยสนิ คา้ ระบบนจ้ี ะทำ� หนา้ ทป่ี ระสานกจิ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ แบบครบวงจร ผปู้ ระกอบการ
สามารถรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับองค์กรที่เก่ียวข้องได้อัตโนมัติ ตลอด 24 ช่ัวโมง โดยไม่ต้อง
เดนิ ทางไปตดิ ตอ่ กับหนว่ ยงานต่างๆ ดว้ ยตัวเอง
การปรบั ตวั (Adaptation) หมายถงึ การปรบั ตวั ในระบบธรรมชาตหิ รอื ระบบมนษุ ยเ์ พอ่ื ตอบสนอง
ตอ่ ส่ิงเร้าทางภูมิอากาศหรอื ผลกระทบทเ่ี กิดขึน้ จากสาธารณภยั ซ่ึงจะช่วยลดความเสยี หายทีอ่ าจเกิดขนึ้ หรือ
ชว่ ยสรา้ งโอกาสจากสภาวะวกิ ฤตได้
การป้องกนั (Prevention) หมายถงึ มาตรการหรือแนวทางต่างๆ เพอื่ ช่วยขจดั ผลกระทบเชิงลบ
จากเหตุการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดกับบุคคลหรือทรัพย์สินให้หมดไปอย่างส้ินเชิง ครอบคลุมถึงมาตรการ
เชงิ โครงสร้างและมาตรการที่ไมใ่ ช่เชิงโครงสร้าง
การปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น (Civil Defense) หมายถงึ การปอ้ งกนั พลเรอื นใหป้ ลอดภยั จากการโจมตี
ทางทหาร แต่ปัจจุบันครอบคลุมถึงการช่วยให้พลเรือนปลอดภัยจากการคุกคามทางสาธารณภัย ด้วยหน้าท่ี
ของกองก�ำลงั ปอ้ งกันภัยฝ่ายพลเรอื น (civil defense force) จากเดิมทมี่ ีแตก่ ารฝึกการทหาร จึงหมายรวมถึง
การดูแลให้ประชาชนปลอดภัยจากสาธารณภัยและการปฏิบัติการช่วยเหลือเม่ือเกิดเหตุสาธารณภัย เช่น
การชว่ ยเหลอื เคลอื่ นยา้ ยในชว่ งอพยพ การชว่ ยกระจายถงุ ยงั ชพี การอำ� นวยความสะดวก ในการขนสง่ อปุ กรณ์
และเคร่อื งมือเคร่ืองใช้ การชว่ ยซอ่ มแซม กอ่ สร้างบา้ นเรอื นที่เสยี หายจากภัยธรรมชาติ
การเผชญิ เหตุ (Response) หมายถงึ มาตรการหรอื การปฏบิ ตั กิ ารตา่ ง ๆ ทค่ี วรเกดิ ขนึ้ อยา่ งรวดเรว็
และทนั ทว่ งทเี พอื่ รกั ษาชวี ติ และใหค้ วามชว่ ยเหลอื บรรเทาทกุ ขข์ น้ั พนื้ ฐานแกป่ ระชาชนทไ่ี ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น
จากเหตุการณ์สาธารณภัย เช่น การกู้ชีพกู้ภัย การปฐมพยาบาล การแจกถุงยังชีพและส่ิงของบรรเทาทุกข์
การบัญชาการในเหตุการณฉ์ กุ เฉิน การประสานงานเพ่ือล�ำเลียงผ้ปู ่วย การบริหารจัดการศนู ยอ์ พยพ
การฝกึ การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (Exercise) หมายถงึ การจำ� ลองสถานการณเ์ พอ่ื ฝกึ ฝน
ทักษะหรือซักซ้อมกระบวนการการด�ำเนินงานท่ีได้วางแผนไว้ เป็นแบบฝึกหัดเพ่ือให้ผู้ท่ีมีบทบาทหน้าท่ีและ
ความรับผิดชอบในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ฝึกซ้อมขั้นตอนปฏิบัติท่ีจ�ำเป็น ท�ำให้มีทักษะสามารถ
ใชเ้ คร่ืองมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ซึง่ ชว่ ยให้พร้อมปฏิบัตงิ านไดจ้ ริงหากเกดิ สาธารณภัยขึ้น
110 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

การฟนื้ ฟู (Recovery) หมายถึง การปรบั สภาพระบบสาธารณปู โภค การดำ� รงชพี และสภาวะวิถี
ความเป็นอยู่ของชุมชนที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาวะปกติ หรือพัฒนาให้ดีย่ิงขึ้นกว่าเก่าตามความเหมาะสม
โดยการนำ� เอาปจั จยั ตา่ งๆ ในการลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั เขา้ มาชว่ ยในการฟน้ื ฟดู ว้ ย (Build back better)
หมายรวมถึง การซ่อมสร้าง (Reconstruction) และการฟ้ืนสภาพ (Rehabilitation)
การฟน้ื สภาพ , การเยยี วยา (Rehabilitation) หมายถงึ การจดั การความเสยี หายหรอื ผลทเ่ี กดิ จาก
สาธารณภัยเพ่ือพลิกฟื้นสภาวะการด�ำรงชีพของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดสาธารณภัยให้กลับคืน
สสู่ ภาพที่เป็นอยู่ก่อนหนา้ น้ี รวมทัง้ การดูแลสภาพจติ ใจและจิตสงั คม (Psychosocial Support) ของผู้ไดร้ บั
ผลกระทบ ตลอดจนการกระตนุ้ และช่วยเหลือใหเ้ กดิ การปรบั ตัวใหเ้ ข้ากับการเปล่ยี นแปลงตามความจำ� เปน็
การลดความเส่ียงจากภยั พิบัติ (Disaster Risk Reduction : DRR) หมายถึง แนวคดิ และวิธีปฏิบตั ิ
ในการลดโอกาสทจ่ี ะไดร้ บั ผลกระทบทางลบจากสาธารณภยั ผา่ นความพยายามอยา่ งเปน็ ระบบทจ่ี ะวเิ คราะห์
และบริหารจัดการปัจจัยท่ีเป็นสาเหตุและผลกระทบของสาธารณภัย เพื่อดำ� เนินนโยบาย มาตรการ หรือ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในการลดความลอ่ แหลม ลดปจั จยั ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ ความเปราะบาง และเพมิ่ ศกั ยภาพในการจดั การ
ปัญหา มีเป้าหมายในการลดความเสี่ยงที่มีอยู่ในชุมชนและสังคมในปัจจุบัน และป้องกันความเส่ียงที่อาจ
เกดิ ขนึ้ ในอนาคต
การลดผลกระทบ (Mitigation) หมายถึง ปฏิบัติการลดผลกระทบทางลบโดยตรงของภัยที่เป็น
อนั ตรายตอ่ สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม เนอ่ื งจากผลกระทบทางลบของภยั โดยมากไมส่ ามารถขจดั ใหห้ มดไปอยา่ งสน้ิ เชงิ
แต่ขนาดและความรุนแรงของความเสยี หายสามารถลดทอนลงได้จากการดำ� เนินนโยบายและกิจกรรมตา่ ง ๆ
การวิเคราะหค์ วามเสี่ยง , การประเมินความเสีย่ ง (Risk Assessment) หมายถงึ กระบวนการ
ก�ำหนดลกั ษณะ ขนาด หรอื ขอบเขตของความเส่ยี งโดยการวิเคราะห์ภัยท่ีเกิดข้นึ และประเมินสภาวะการเปดิ รับ
ตอ่ ความเสยี่ ง (exposure) ความเปราะบาง (vulnerability) และศกั ยภาพ (capacity) ในการรบั มอื ของชมุ ชน
ท่ีอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การด�ำรงชีวิตและส่ิงแวดล้อม เป็นการวิเคราะห์ความน่าจะเป็น
ในการเกดิ ผลกระทบจากภัยในพนื้ ที่หนึง่ ๆ มปี ระโยชน์ในการวางแผนเพ่ือจดั การความเสี่ยงอยา่ งมรี ะบบ
การสนับสนุนการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management Assistance Team : IMAT)
หมายถึง การจัดรูปแบบการบัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งประกอบด้วยทีมงานบัญชาการและทีมงานปฏิบัติการ
และเจา้ หนา้ ทท่ี เ่ี หมาะสมอน่ื ๆ ภายในโครงสรา้ งระบบบญั ชาการณ์ ทส่ี ามารถจะจดั สง่ ไปปฏบิ ตั งิ านหรอื ลงมอื
ปฏบิ ัตงิ านไดต้ ามความจำ� เปน็ มีการกำ� หนดคณุ สมบตั แิ ละการรับรองอยา่ งเปน็ ทางการ
การอพยพ (Evacuation) หมายถงึ การเคลอ่ื นยา้ ย การกระจาย และการนำ� พลเรอื นออกจากพนื้ ที่
อนั ตราย หรอื พน้ื ทท่ี อี่ าจเปน็ อนั ตรายอยา่ งเปน็ ระบบตามขน้ั ตอนและมกี ารกำ� กบั ดแู ล รวมถงึ การรบั รองและ
การดแู ลบคุ คลเหลา่ น้ใี นสถานท่ีปลอดภยั ด้วย
ข้นั ตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) หมายถึง วิธกี าร
ทไี่ ดก้ ำ� หนดหรอื จดั ทำ� ขนึ้ เพอ่ื ใหผ้ มู้ หี นา้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งปฏบิ ตั ติ ามอยา่ งเปน็ กจิ วตั รในการทำ� งานอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ
ข่าวสาร (Intelligence) หมายถงึ ข่าวสารท่ีเก่ียวกับเหตุฉุกเฉนิ ทีเ่ กิดขึ้นเปน็ องค์ประกอบท่สี �ำคญั
ของการบัญชาการเหตุการณ์ เปน็ ภารกิจของสว่ นแผนงานซ่งึ ม่งุ เน้นไปที่ข่าวสารในเหตฉุ ุกเฉิน

แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 111

ขดี ความสามารถ , ศกั ยภาพ (Capacity) หมายถงึ ความสามารถทจี่ ะกระทำ� การอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่
หรือความสามารถท่อี าจจะพัฒนาตอ่ ไปให้เปน็ ประโยชนม์ ากขน้ึ
คลังสำ� รองทรัพยากร (Stockpiling) หมายถึง วัสดุหรอื เสบียงทส่ี ะสมไว้เพื่อใช้ในเวลาฉกุ เฉินหรือ
ยามเกดิ ภยั พบิ ตั ิ เชน่ อปุ กรณป์ ฐมพยาบาล อาหาร นำ�้ ดมื่ ไฟฉาย ถงุ นอน เครอ่ื งนงุ่ หม่ เครอ่ื งประกอบอาหาร
ความเปราะบาง (Vulnerability) หมายถึง ปัจจัยหรือสภาวะใด ๆ ที่ท�ำให้ชุมชนหรือสังคม
ขาดความสามารถในการปกปอ้ งตนเอง ทำ� ใหไ้ มส่ ามารถรบั มอื กบั สาธารณภยั หรอื ไมส่ ามารถฟน้ื ฟไู ดอ้ ยา่ งรวดเรว็
จากความเสียหายอันเกิดจากสาธารณภัย ปัจจัยเหล่าน้ีมีอยู่ในชุมชนหรือสังคมมานานก่อนเกิดสาธารณภัย
และอาจเปน็ ปัจจัยท่ที ำ� ให้ผลกระทบของภยั มคี วามรนุ แรงมากขึ้น
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) หมายถึง
การรว่ มลงทนุ ระหวา่ งภาครฐั และภาคเอกชนในกจิ การของรฐั โดยมกั เปน็ การใหเ้ อกชนรว่ มลงทนุ ในโครงการ
พนื้ ฐาน หรอื โครงการใหบ้ รกิ ารสาธารณะในระยะยาวทม่ี งุ่ เนน้ การใหบ้ รกิ ารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพคมุ้ คา่ กบั ตน้ ทนุ
มากกวา่ ภาครฐั จะดำ� เนนิ การเอง เปน็ ทางเลอื กในการพฒั นาประเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซง่ึ ใหเ้ อกชนมสี ว่ นรว่ ม
ในกจิ กรรมตา่ ง ๆ เชน่ การก่อสรา้ ง การด�ำเนนิ การบ�ำรุงรกั ษา การจัดหาเงินทุน การใหบ้ รกิ าร ซง่ึ เอกชน
เปน็ ผบู้ ริหารจดั การความเสย่ี งของโครงการตามระยะเวลาและรายละเอียดของสัญญาท่กี �ำหนดไว้
ความล่อแหลม (Exposure) หมายถึง การทผ่ี คู้ น อาคารบ้านเรือน ทรพั ย์สิน ระบบตา่ ง ๆ หรอื
องค์ประกอบใด ๆ มีทตี่ ้ังอยใู่ นพื้นทีเ่ สย่ี งภัยและอาจไดร้ บั ความเสยี หาย
ความสญู เสยี (Loss) หมายถงึ ความเปลยี่ นแปลงของการหมนุ เวยี นสนิ คา้ และบรกิ าร รวมถงึ สภาพ
ทางเศรษฐกจิ ซง่ึ เปน็ ผลจากสาธารณภยั ความเปลย่ี นแปลงนเี้ กดิ ขนึ้ ตงั้ แตช่ ว่ งระยะเวลาทเ่ี กดิ สาธารณภยั จวบจน
กระทั่งมีการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ของทรัพย์สินท่ีเสียหาย และมีการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ อย่างสมบูรณ์
ในบางกรณอี าจใชเ้ วลาหลายปี
ความเสยี หาย (Damage) หมายถงึ ทรพั ยส์ นิ ทางกายภาพ เชน่ อาคารและสว่ นประกอบ โครงสรา้ ง
พื้นฐาน สินค้าที่เกบ็ ไวใ้ นคลัง และทรัพยากรธรรมชาติ ทถ่ี ูกท�ำลายท้ังหมดหรอื บางสว่ น โดยความเสยี หาย
อาจเกิดข้ึนระหว่างหรือภายหลังจากประสบเหตุการณ์ภัยในทันที ความเสียหายถูกวัดในเชิงกายภาพและ
คิดคำ� นวณด้วยมูลคา่ ทดแทนเปน็ ตวั เงนิ
ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดข้ึนกับประชาชน สังคม เศรษฐกิจ และ
สงิ่ แวดล้อมจากการเกิดเหตกุ ารณใ์ ด ๆ
ผบู้ ญั ชาการ (National Command) หมายถงึ ผบู้ ญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
ผู้บญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) หมายถึง บุคคลท่มี ีหน้าทีร่ บั ผิดชอบการดำ� เนิน
กจิ กรรมทั้งหมดท่เี กี่ยวขอ้ งกับเหตุฉุกเฉนิ ทเี่ กิดขึ้น และรบั ผิดชอบการพฒั นากลยุทธ์ และยุทธวิธี และการส่งั ใช้
และการจดั สง่ ทรพั ยากร ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณม์ อี ำ� นาจหนา้ ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบโดยรวมตอ่ การปฏบิ ตั กิ าร
ตอบโต้เหตฉุ กุ เฉิน และรบั ผิดชอบการจัดการการปฏิบัตกิ ารตอบโต้เหตุฉกุ เฉินในสถานทเ่ี กิดเหตทุ ง้ั หมด
ผู้อ�ำนวยการ (Director) หมายถึง ผู้อ�ำนวยการกลาง ผู้อ�ำนวยการจังหวัด ผู้อ�ำนวยการอ�ำเภอ
ผอู้ ำ� นวยการทอ้ งถิ่น และผ้อู ำ� นวยการกรุงเทพมหานคร
112 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนทเี่ สยี่ งภยั (Hazard Map) หมายถงึ แผนทแ่ี สดงพน้ื ทซี่ ง่ึ มคี วามเสย่ี งตอ่ การเกดิ ภยั เชน่ อทุ กภยั
สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด เปน็ ผลของการประเมนิ ความเป็นไปได้ ความถ่ขี องการเกิดภยั ตลอดจนความรนุ แรง
ของภยั น้นั ๆ
แผนเผชิญเหตุ (Incident Action Plan) หมายถึง แผนซึง่ จดั ทำ� เปน็ ลายลกั ษณ์อักษรหรือส่งั ดว้ ย
วาจาซง่ึ ประกอบดว้ ยวตั ถปุ ระสงคท์ วั่ ไปทส่ี ะทอ้ นหรอื แสดงถงึ กลยทุ ธใ์ นภาพรวมสำ� หรบั การจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ
อาจรวมถงึ การกำ� หนดทรพั ยากรทจี่ ะใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน ภารกจิ ทม่ี อบหมาย และขอ้ มลู ขา่ วสารสำ� หรบั จดั การ
เหตุฉุกเฉินระหว่างชว่ งระยะเวลาการปฏบิ ตั ิการชว่ งหน่ึงหรอื หลายช่วง
ภัย (Hazard) หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดจากธรรมชาติหรือการกระท�ำของมนุษย์ที่อาจน�ำมาซ่ึง
ความสญู เสียตอ่ ชีวติ ทรัพยส์ ิน ตลอดจนทำ� ให้เกดิ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม
ภาคประชาสังคม (Civil Society) หมายถึง หน่วยงานหรือองค์กรอิสระซึ่งไม่แสวงหาผลก�ำไร
ทมี่ บี ทบาทในการดำ� เนนิ กจิ กรรมเพอื่ สาธารณะ มเี ปา้ หมายเพอื่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเปลย่ี นแปลงทด่ี ดี า้ นสงั คมและ
สิ่งแวดล้อม
ยุทธวิธี (Tactics) หมายถึง การใช้งานและการกำ� กบั ดแู ลทรพั ยากรทปี่ ฏิบัติการตอบโต้เหตฉุ กุ เฉนิ
เพื่อให้บรรลวุ ัตถุประสงคท์ ก่ี ำ� หนดข้ึนดว้ ยกลยุทธ์
ระบบเตือนภยั ลว่ งหนา้ (Early Warning System) หมายถงึ ระบบที่มีศักยภาพในการประมวลผล
ข้อมูลและแจ้งเตือนตามช่วงระยะเวลา เพื่อให้บุคคล ชุมชน และหน่วยงานท่ีเสี่ยงต่อภัยมีเวลาเพียงพอ
ในการเตรียมการและรบั มือไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เพอ่ื ลดโอกาสการเกิดอนั ตรายและความสูญเสีย
ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Incident Command System : ICS) หมายถงึ แนวทางในการบรหิ าร
จัดการเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยทุกประเภทอย่างมีมาตรฐานในพ้ืนท่ีเกิดเหตุ ต้ังแต่เหตุฉุกเฉินขนาดเล็ก
ไปจนถงึ เหตฉุ กุ เฉนิ ทมี่ คี วามซบั ซอ้ น โดยผปู้ ฏบิ ตั งิ านในบทบาทหนา้ ทต่ี า่ ง ๆ จากหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งสามารถ
ด�ำเนนิ การรว่ มกันไดภ้ ายใต้การบญั ชาการแบบรวมศนู ย์ (unified command) โดยปกติมีการจัดโครงสร้าง
ระบบเพ่อื การปฏิบตั งิ านใน 5 สายงานหลกั คือ ส่วนบญั ชาการ (command) สว่ นปฏิบัตกิ าร (operation)
ส่วนแผนงาน (planning) ส่วนสนับสนุนก�ำลังบ�ำรุงหรือโลจิสติกส์(logistics) และส่วนการเงิน/การบริหาร
จัดการ (finance/administration) ซ่ึงมีความยืดหยุ่นในการปรับลดหรือขยายส่วนงานท่ีอาจจ�ำเป็นหรือ
ไมจ่ �ำเป็นต้องใชง้ าน ขึน้ อยูก่ ับลกั ษณะของเหตุการณ์น้นั ๆ
ศนู ยป์ ระสานขอ้ มลู รว่ ม (Join Information Center : JIC) หมายถงึ สถานทท่ี จี่ ดั ตง้ั ขนึ้ เพอื่ ทำ� หนา้ ท่ี
ประสานขอ้ มลู ขา่ วสารสาธารณะทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ กจิ กรรมการจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ ศนู ยป์ ระสานขอ้ มลู รว่ ม
เปน็ จุดกลางของการติดตอ่ สำ� หรบั ส่อื ข่าวทกุ ประเภท
หน่วยสนับสนุน (Supporting Agency) หมายถึง หน่วยงานท่ีให้การสนับสนุน และ/หรือให้
ความช่วยเหลือดา้ นทรัพยากรแกห่ นว่ ยงานอน่ื ๆ

แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 113

เอกภาพในการบัญชาการ (Unity of Command) หมายถึง หลกั การของระบบการบัญชาการ
เหตกุ ารณท์ กี่ ำ� หนดใหแ้ ตล่ ะบคุ คลทท่ี ำ� หนา้ ทตี่ อบโตเ้ หตฉุ กุ เฉนิ จะไดร้ บั การมอบหมายใหอ้ ยภู่ ายใต้ ผคู้ วบคมุ
ดแู ลเพียงหน่ึงคนเทา่ นน้ั
114 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

ภาคผนวก ข ตวั อย่างลกั ษณะภยั

สาธารณภัย หมายถึง อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสัตว์
โรคระบาดสัตว์นำ�้ การระบาดของศตั รูพชื ตลอดจนภยั อนื่ ๆ อนั มผี ลกระทบต่อสาธารณชน ไมว่ า่ เกดิ จาก
ธรรมชาติ มีผ้ทู ำ� ให้เกิดขึ้น อุบตั ิเหตุ หรือเหตอุ นื่ ใด ซ่งึ กอ่ ใหเ้ กดิ อันตรายแกช่ วี ติ รา่ งกายของประชาชน หรือ
ความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ และให้หมายความรวมถึงภัยทางอากาศและ การก่อ
วนิ าศกรรมด้วย
1. ภัยจากอัคคีภัย
อัคคีภัย หมายถึง ภยันตรายอันเกิดจากไฟที่ขาดการควบคุมดูแล ท�ำให้เกิดการติดต่อลุกลาม
ไปตามบรเิ วณทมี่ เี ชอื้ เพลงิ เกดิ การลกุ ไหมต้ อ่ เนอ่ื ง สภาวะของไฟจะรนุ แรงมากขนึ้ ถา้ การลกุ ไหมท้ มี่ เี ชอื้ เพลงิ
หนนุ เน่อื ง หรอื มีไอของเชือ้ เพลงิ ถกู ขับออกมามากความรอ้ นแรงกจ็ ะมากย่งิ ข้ึน
2. ภยั จากวาตภยั
2.1 ภยั จากพายหุ มนุ เขตรอ้ น หมายถงึ ภยั ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายของอาคารบา้ นเรอื น ตน้ ไม้
และสง่ิ กอ่ สรา้ งตา่ ง ๆ เปน็ บรเิ วณกวา้ งจากความแรงของลมทพี่ ดั เวยี นเขา้ หาศนู ยก์ ลางของพายหุ มนุ เขตรอ้ น
ตามแนวเสน้ ทางเดนิ ของพายุ โดยปกตจิ ะมคี วามกวา้ ง 50 -100 กโิ ลเมตร ขน้ึ อยกู่ บั ขนาดและความแรง ของพายุ
แตล่ ะลกู โดยความเสยี หายจะมมี ากท่สี ดุ บริเวณใกล้แนวศนู ย์กลางท่ีพายเุ คลื่อนผ่าน
2.2 ภัยจากคลืน่ พายุซดั ฝ่งั หมายถึง ภัยธรรมชาตซิ ่ึงเกดิ จากพายุหมนุ เขตร้อนเคล่อื นเข้าหาฝง่ั
ความสงู ของคลน่ื ขนึ้ กบั ความแรงของพายุ ปรากฏการณน์ เี้ กดิ ขนึ้ เมอ่ื พายหุ มนุ เขตรอ้ นทม่ี คี วามแรงลมมากกวา่
100 กโิ ลเมตรต่อช่ัวโมง ระดบั น้ำ� ทีส่ งู ขน้ึ จากความกดอากาศทล่ี ดต�ำ่ ลงบริเวณใกล้ศนู ย์กลางของพายพุ ร้อม
กับคลนื่ ลมแรงจดั ที่พัดเขา้ หาฝัง่ ก่อใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ พ้ืนท่ีราบชายฝ่งั ทะเลใกล้ศนู ยก์ ลางของพายุ โดย
เฉพาะพ้ืนที่ชายฝั่งท่ีเป็นด้านรับลมระดับความรุนแรงของความเสียหายจะข้ึนอยู่กับ ความแรงลมของพายุ
สภาพภมู ิประเทศ และขนาดของชมุ ชน
2.3 ภยั จากพายฤุ ดรู อ้ น หมายถงึ ภยั จากพายทุ เี่ กดิ ในชว่ งทมี่ ลี กั ษณะอากาศรอ้ นอบอา้ วตดิ ตอ่
กนั หลายวนั และเมอ่ื มอี ากาศเยน็ จากความกดอากาศสงู ในประเทศจนี พดั มาปะทะกบั อากาศรอ้ น ทำ� ใหอ้ ากาศ
ร้อนช้ืนที่เบากว่าลอยตัวข้ึนเหนืออากาศเย็นอย่างรวดเร็วเกิดเป็นเมฆและพายุฟ้าคะนองที่มียอดเมฆสูงมาก
(เมฆคิวมูโลนิมบัส) เกิดพายุฟ้าคะนองลมกรรโชกแรง ฟ้าผ่า และมักมีลูกเห็บตกตามมาด้วย พายุฤดูร้อน
มกั เกดิ ขนึ้ และสน้ิ สดุ ลงในชว่ งเวลาสนั้ ๆ ไมเ่ กนิ หนงึ่ ชว่ั โมง และครอบคลมุ บรเิ วณพนื้ ทไ่ี มเ่ กนิ 20-30 กโิ ลเมตร
แต่จะมีลมกระโชกแรงที่เร่ิมสร้างความเสยี หาย เม่ือมคี วามแรงลมตงั้ แต่ 50 กิโลเมตรตอ่ ชว่ั โมงขนึ้ ไป
2.4 ภัยจากลูกเห็บ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากก้อนน้�ำลักษณะเหมือนน้�ำแข็งรูปร่างไม่แน่นอน
เกิดจากละอองหยาดฝนซึง่ เยน็ แบบย่งิ ยวดในเมฆฝน (ยังอยใู่ นสภาพของเหลวท่อี ุณหภูมติ ่ำ� กว่าจุดเยอื กแข็ง)
ปะทะกบั วตั ถแุ ขง็ เชน่ ผงฝนุ่ หรอื กอ้ นลกู เหบ็ ทเี่ กาะตวั อยกู่ อ่ นแลว้ จนเกดิ การแขง็ ตวั เกาะรอบวตั ถนุ น้ั ๆ และ
กลายเปน็ กอ้ นลกู เหบ็ ซ่งึ มกั เกิดขน้ึ พรอ้ มกับพายฤุ ดรู ้อน

แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 115

2.5 ภยั จากพายฤุ ดรู อ้ น หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากลมกรรโชกแรง พายุ ฝนฟา้ คะนอง หรอื ลกู เหบ็
มักเกิดในระยะเวลาสั้น ๆ 10 -15 นาที ในช่วงการเปลี่ยนฤดูจากฤดูหนาวไปสู่ฤดูร้อนและช่วงก่อนเร่ิมต้น
ฤดฝู น ก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายของอาคารบา้ นเรอื น ตน้ ไม้ และสง่ิ กอ่ สรา้ งต่างๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ เป็นบริเวณแคบ ๆ
3. ภยั จากอทุ กภยั
3.1 ภัยจากอุทกภัย หมายถึง เหตุการณ์ที่มีน้�ำท่วมพื้นดินสูงกว่าระดับปกติ ซึ่งมีสาเหตุจาก
มีปริมาณน้�ำฝนมากจนท�ำให้มีปริมาณน�้ำส่วนเกินมาเติมปริมาณน�้ำผิวดินท่ีมีอยู่ตามสภาพปกติจนเกิน
ขีดความสามารถการระบายน้�ำของแม่น้�ำ ล�ำคลอง และยังมีสาเหตุมาจากการกระท�ำของมนุษย์ โดยการ
ปดิ กน้ั การไหลของน้ำ� ตามธรรมชาติ ท้ังเจตนาและไมเ่ จตนา จนเปน็ อนั ตรายต่อชีวิต ทรัพย์สนิ ของประชาชน
และสิง่ แวดลอ้ ม สามารถจำ� แนกตามลักษณะการเกดิ ได้ ดงั นี้
(1) นำ�้ ทว่ มขงั /นำ้� ลน้ ตลง่ิ หมายถงึ สภาวะนำ�้ ทว่ มหรอื สภาวะนำ�้ ลน้ ตลง่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ เนอ่ื งจาก
ระบบระบายนำ�้ ไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ มลี กั ษณะคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป อนั เปน็ ผลจากการเกดิ ฝนตกหนกั ณ บรเิ วณนน้ั ๆ
ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน มักเกิดข้ึนในบริเวณที่ราบลุ่มริมแม่นำ�้ และบริเวณชุมชนเมืองใหญ่ ๆ น้�ำท่วมขัง
สว่ นใหญจ่ ะเกิดบรเิ วณท้ายนำ้� และแผ่เป็นบริเวณกวา้ งเนื่องจากไม่สามารถระบายน�ำ้ ได้ทัน
(2) น้�ำท่วมฉับพลัน หมายถึง สภาวะน้�ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในพ้ืนท่ีเนื่องจาก
ฝนตกหนกั ในบรเิ วณพนื้ ทซี่ ง่ึ มคี วามชนั มาก และมคี ณุ สมบตั ใิ นการกกั เกบ็ นำ้� หรอื ตา้ นนำ�้ นอ้ ยหรอื อาจเกดิ จาก
สาเหตุอนื่ ๆ เช่น เขือ่ นหรอื อ่างเกบ็ น�้ำพังทลาย น�้ำท่วมฉับพลัน มักเกดิ ขึ้นหลงั จากฝนตกหนัก และ มักเกิดข้นึ
ในบรเิ วณทรี่ าบระหวา่ งหบุ เขา ซงึ่ อาจจะไมม่ ฝี นตกหนกั ในบรเิ วณนนั้ มากอ่ นเลย แตม่ ฝี นตกหนกั มากบรเิ วณ
ตน้ นำ้� ทอ่ี ยหู่ า่ งออกไป การเกดิ นำ�้ ทว่ มฉบั พลนั มคี วามรนุ แรงและเคลอื่ นทด่ี ว้ ยความเรว็ มาก โอกาสทจ่ี ะปอ้ งกนั
และหลบหนจี ึงมนี อ้ ย
3.2 ภัยจากดินถลม่ หรือโคลนถล่ม หมายถึง ภัยทีเ่ กิดจากปรากฏการณท์ ี่มวลดินหรอื หินไถล
เลอ่ื นลงจากพน้ื ทส่ี งู สพู่ น้ื ทตี่ ำ�่ กวา่ ภายใตอ้ ทิ ธพิ ลแรงโนม้ ถว่ งของโลก และการมนี ำ้� เปน็ ตวั กลางทำ� ใหม้ วลวสั ดุ
เกดิ ความไมม่ เี สถยี รภาพ อตั ราการไถลเลอ่ื นดงั กลา่ วขา้ งตน้ อาจชา้ หรอื เรว็ ขน้ึ กบั ประเภทของวสั ดุ ความลาดชนั
สภาพส่ิงแวดล้อม และปริมาณน�้ำฝน ในบางกรณีแผ่นดินถล่มอาจเกิดจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด
การเคลอื่ นตวั ของวสั ดดุ งั กลา่ วอาจพดั พาตน้ ไม้ บา้ นเรอื น รถยนต์ สงิ่ ปลกู สรา้ งอนื่ ๆ ชำ� รดุ หรอื พงั ทลาย และ
ยงั อาจทำ� ใหช้ อ่ งเปดิ ของสะพานและแมน่ ำ้� ลำ� คลองอดุ ตนั จนเปน็ สาเหตใุ หเ้ กดิ อทุ กภยั ขน้ึ ไดใ้ นเสน้ ทางการเคลอื่ นตวั
ปรากฏการณ์ดังกลา่ วเป็นอนั ตรายต่อชีวิต ทรัพยส์ ินของประชาชนและสิ่งแวดลอ้ ม
4. ภัยแลง้
ภยั แลง้ หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากความแหง้ แลง้ ของลมฟา้ อากาศ อนั เกดิ จากการทม่ี ปี รมิ าณฝนนอ้ ย
หรือฝนไม่ตกเป็นระยะเวลานานและครอบคลุมพ้ืนที่เป็นบริเวณกว้าง ท�ำให้เกิดการขาดแคลนน�้ำด่ืม น้�ำใช้
พชื พันธ์ไุ ม้ตา่ ง ๆ ขาดน�ำ้ ไม่สามารถเจรญิ เติบโตไดต้ ามปกติ เกดิ ความเสียหายและส่งผลกระทบ อย่างกว้างขวาง
รนุ แรงต่อประชาชนโดยภัยแล้งเกิดจากสาเหตุ ดงั นี้
116 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

(1) ฝนแลง้ หมายถงึ สภาวะทมี่ ฝี นนอ้ ยหรอื ไมม่ ฝี นเลยในชว่ งเวลาหนง่ึ ซง่ึ ตามปกตจิ ะตอ้ งมฝี น
(ภาวะท่ปี ริมาณฝนตกนอ้ ยกวา่ ปกติหรอื ไม่ตกต้องตามฤดกู าล) โดยขนึ้ อยกู่ ับสถานทีแ่ ละฤดูกาล ณ ที่นนั้ ๆ
(2) ฝนท้ิงช่วง หมายถึง ช่วงท่ีมีปริมาณฝนตกไม่ถึงวันละ1 มิลลิเมตรติดต่อกันเกิน 15 วัน
ในช่วงฤดูฝน เดือนที่มโี อกาสเกดิ ฝนท้ิงช่วงสงู คอื เดือนมิถนุ ายนและกรกฎาคม
5. ภัยจากโรคระบาดในมนุษย์
ภยั จากโรคระบาดในมนษุ ย์ หมายถึง ภยั จากโรคซ่งึ ปรากฏขน้ึ ในประชากรกลมุ่ หนง่ึ ในระยะ
เวลาหน่ึง ในอัตราที่สูงขึ้นมากกว่าท่ีคาดการณ์ไว้ โดยเทียบกับประวัติการเกิดโรคในอดีต โรคน้ันอาจเป็น
โรคติดต่อทางสัมผัสหรือไม่ก็ได้ ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในพื้นท่ีเกิดโรคระบาดและพ้ืนท่ี
ใกลเ้ คยี ง
6. ภยั จากโรคระบาดสัตว์
ภยั จากโรคระบาดสตั ว์ หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากโรคซงึ่ ปรากฏขน้ึ ในประชากรสตั วเ์ ลยี้ งหรอื สตั วป์ า่
โดยเป็นโรคติดต่อท้ังในสัตว์ชนิดเดียวกัน ต่างชนิดกัน รวมถึงการติดต่อมาสู่คน ในระยะเวลาหนึ่ง ในอัตรา
ท่ีสูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเทียบกับประวัติการเกิดโรคในอดีต สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและ
สุขภาพของประชาชน
7. ภัยจากโรคระบาดสัตวน์ �ำ้
ภยั จากโรคระบาดสตั วน์ ำ�้ หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากโรคซงึ่ ปรากฏขนึ้ ในประชากรสตั วน์ ำ้� โดยเปน็
โรคตดิ ตอ่ ทง้ั ในสตั วน์ ำ�้ ชนดิ เดยี วกนั ตา่ งชนดิ กนั รวมถงึ การตดิ ตอ่ มาสคู่ น ในระยะเวลาหนง่ึ ในอตั รา ทสี่ งู ขนึ้
มากกว่าทีค่ าดการณ์ไว้ โดยเทียบกบั ประวตั ิการเกดิ โรคในอดตี สรา้ งความเสียหายตอ่ เศรษฐกจิ และสขุ ภาพ
ของประชาชน
8. ภยั จากการระบาดของศตั รพู ืช
ภัยจากการระบาดของศัตรพู ืช หมายถงึ ภัยทเ่ี กดิ จากสิ่งซึง่ เป็นอันตรายแก่พืช เชน่ เชือ้ โรค
พืช แมลง สัตว์ หรอื พืชท่ีอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่พืช ส่งผลใหส้ ่วนหน่งึ สว่ นใดของพชื เชน่ ตน้ ตา ตอ
แขนง หน่อ ก่ิง ใบ ราก เหง้า หวั ดอก ผล เมลด็ เช้อื และสปอร์ของเหด็ ไมว่ ่าที่ยังทำ� พนั ธุไ์ ด้หรือตายแล้ว
และใหห้ มายความรวมถงึ ตัวหำ�้ ตัวเบยี น ตัวไหม ไข่ไหม รงั ไหม ผ้ึง รังผงึ้ และจุลนิ ทรีย์ จนสง่ ผลกระทบใน
วงกวา้ งตอ่ เศรษฐกิจ สงั คม และประชาชน
9. ภยั จากการคมนาคม
ภยั จากการคมนาคม หมายถงึ ภยั จากอบุ ตั ิเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้�ำ และทางอากาศ
ภยั จากระบบขนสง่ มวลชนขนาดใหญ่ ภยั จากกระบวนการขนสง่ สารเคมแี ละวตั ถอุ นั ตราย และภยั จากการรวั่ ไหล
ของน้ำ� มนั และวัตถุอันตรายในแหลง่ น้ำ� รวมถึงการเททง้ิ นำ้� มนั หรอื ของเสียในแมน่ �้ำหรอื ทะเล

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 117

10. ภยั จากไฟปา่ และหมอกควัน
ภัยจากไฟปา่ และหมอกควัน หมายถงึ ภัยทเี่ กดิ จากไฟปา่ ไม่ว่าจะจากสาเหตใุ ดก็ตามเกิดข้นึ
ในปา่ ธรรมชาตหิ รอื สวนปา่ กต็ าม แลว้ ลกุ ลามไปไดโ้ ดยอสิ ระปราศจากการควบคมุ ตลอดจนเปน็ ผลใหฝ้ นุ่ ควนั
และอนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมตัวกันในสภาวะที่อากาศปิด เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินและสุขภาพของ
ประชาชน
11. ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถลม่
11.1 ภัยจากแผ่นดินไหว หมายถึง ภัยธรรมชาติซ่ึงเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้พิภพ
ท�ำให้เกิดการสั่นสะเทือนของพื้นดิน การส่ันสะเทือนน้ีอาจมีระดับความรุนแรงข้ันต่�ำที่ไม่ก่อให้เกิดความ
เสียหายใด ๆ แต่บางคร้ังก็อาจมีระดับความรุนแรงในข้ันท่ีเป็นอันตรายจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่าง
ใหญ่หลวงได้
11.2 ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากอาคารและสิ่งปลูกสร้าง
ได้แก่ ตึก บ้าน โรงเรือน รา้ น แพ คลงั สินค้า ส�ำนักงาน ท่ีได้รบั ความเสยี หายจากการโยกไหวตัวรนุ แรงของ
แผ่นดนิ ซ่งึ เป็นผลมาจากแผ่นดนิ ไหวและก่อให้เกิดความเสยี หายหรอื พังทลายลงมาได้
12. ภยั สึนามิ
ภัยจากสึนามิ หมายถึง ภัยที่เกิดจากคลื่นยักษ์ ค�ำว่า สึนามิ เป็นภาษาญ่ีปุ่น แปลว่า คล่ืน
ท่าเรือ สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือ คล่นื สนึ ามิเฉพาะแห่ง (Local Tsunami) มักจะ
เกิดใกล้ ๆ ชายฝั่งและเคลื่อนเข้าถล่มชายฝั่งอย่างทันทีทันใด และประเภทท่ีสอง คือ คลื่นสึนามิที่เดินทาง
ขา้ มทวปี (Distance Tsunami) มักจะเกิดจากแผน่ ดนิ ไหวท่คี อ่ นข้างรุนแรงและสามารถเคล่ือนตัวขา้ มทวปี
ไปยังชายฝั่งท่อี ย่หู า่ งไกลหลายหมนื่ กิโลเมตร สาเหตุของการเกิดคลืน่ สนึ ามิ มีหลายสาเหตุ เช่น แผน่ ดินไหว
ภเู ขาไฟระเบิด ดินถลม่ และอกุ กาบาตตกลงสูม่ หาสมุทร โดยภยั จากสึนามกิ ่อใหเ้ กดิ ความเสียหายทงั้ ตอ่ ชวี ติ
ประชาชนและส่งิ ปลูกสรา้ งตลอดแนวพน้ื ทรี่ าบชายฝง่ั
13. ภัยทางอากาศ
ภัยทางอากาศ หมายถึง ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ โดยอากาศยาน อาวุธน�ำวิถี
ขปี นาวธุ หรือส่งิ ใด ๆ ทส่ี ามารถเคลื่อนทห่ี รอื ทรงตัวบนอากาศ และการโจมตดี ังกลา่ วส่งผลกระทบตอ่ ชีวิต
และทรพั ย์สินของประชาชน
14. ภยั จากการก่อวินาศกรรม
14.1 ภยั จากการกอ่ วนิ าศกรรม หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากการกระทำ� ใด ๆ อนั เปน็ การมงุ่ ทำ� ลาย
ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ หรือส่ิงอันเป็นสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวาง หน่วงเหน่ียว
ระบบการปฏิบัติงานใด ๆ ตลอดจนการประทษุ ร้ายต่อบุคคลอนั เป็นการก่อใหเ้ กดิ ความปัน่ ปว่ นทางการเมือง
เศรษฐกิจ และสงั คม โดยมงุ่ หมายทีจ่ ะกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายตอ่ ความม่นั คงของรฐั
118 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

14.2 ภยั จากการกอ่ การร้าย หมายถงึ ภัยท่ีเกดิ จากการกระทำ� ใด ๆ ท่ีสร้างความป่นั ป่วนให้
ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเพ่ือขู่เข็ญหรือบีบบังคับรัฐบาล หรือองค์การระหว่างประเทศให้กระท�ำ
หรือละเว้นกระทำ� การอย่างหนึ่งอย่างใดอนั ก่อให้เกิดความเสียหายตอ่ ชวี ติ และทรัพย์สนิ ท่สี �ำคัญ
14.3 ภยั จากการกอ่ การรา้ ยสากล หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากการปฏบิ ตั กิ ารของบคุ คล หรอื กลมุ่
บคุ คลทมี่ งุ่ หวงั ผลตามเงอ่ื นไขขอ้ เรยี กรอ้ งทางการเมอื ง เศรษฐกจิ และสงั คม ซงึ่ สว่ นใหญจ่ ะปฏบิ ตั กิ ารลว่ งลำ�้
เขตแดน หรอื เกี่ยวพันกับชาตอิ ่ืน การกระท�ำนัน้ อาจเป็นไปโดยเอกเทศ ปราศจากการสนับสนุนจากรฐั ใด ๆ
หรอื มรี ฐั ใดรฐั หนงึ่ สนบั สนนุ รเู้ หน็ กไ็ ด้ เมอ่ื เกดิ ขน้ึ ยอ่ มมผี ลกระทบโดยตรง ตอ่ ผลประโยชนข์ องชาติ พนั ธกรณี
ระหวา่ งประเทศ นโยบายของชาตทิ ้งั ดา้ นการเมืองและการป้องกนั ประเทศ การเศรษฐกิจและสังคมจิตวทิ ยา
ชื่อเสียงและเกยี รตภิ มู ิของชาติ

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 119

ประกอบดว้ ย คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ

1. นายกรัฐมนตรหี รือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรฐั มนตรีมอบหมาย ประธานกรรมการ
2. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการคนทหี่ น่ึง
3. ปลดั กระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการคนทสี่ อง
4. ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ
5. ปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย ์ กรรมการ
6. ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ ์ กรรมการ
7. ปลดั กระทรวงคมนาคม กรรมการ
8. ปลัดกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม กรรมการ
9. ปลัดกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร กรรมการ
10. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ กรรมการ
11. ผู้อำ� นวยการสำ� นกั งบประมาณ กรรมการ
12. ผูบ้ ัญชาการตำ� รวจแห่งชาต ิ กรรมการ
13. ผู้บญั ชาการทหารสงู สุด กรรมการ
14. ผู้บญั ชาการทหารบก กรรมการ
15. ผบู้ ัญชาการทหารเรอื กรรมการ
16. ผู้บญั ชาการทหารอากาศ กรรมการ
17. เลขาธกิ ารสภาความม่ันคงแหง่ ชาต ิ กรรมการ
18. ร้อยโท ดร.สวุ ิทย์ ยอดมณี ผู้ทรงคุณวฒุ ิ
19. นายไพโรจน ์ พรหมสาสน์ ผู้ทรงคณุ วุฒิ
20. อธิบดกี รมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรรมการและเลขานกุ าร
21. ขา้ ราชการกรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จำ� นวน 2 คน ผู้ช่วยเลขานุการ

อำ� นาจหนา้ ที่
1. กำ� หนดนโยบายในการจดั ทำ� แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ
2. พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี
3. บรู ณาการพฒั นาระบบการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ระหวา่ งหนว่ ยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
และหนว่ ยงานภาคเอกชนที่เกีย่ วขอ้ งใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ
4. ให้คำ� แนะนำ� ปรึกษาและสนับสนนุ การปฏบิ ัตหิ น้าที่ในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
5. วางระเบียบเกี่ยวกับค่าตอบแทน คา่ ทดแทน และคา่ ใชจ้ า่ ยในการด�ำเนนิ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลงั
6. ปฏิบัตกิ ารอ่ืนทบ่ี ญั ญตั ิตามพระราชบัญญัติปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 หรอื กฎหมายอื่น หรือ
ตามทคี่ ณะรัฐมนตรมี อบหมาย

120 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 121

122 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 123

124 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 125

126 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 127

128 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 129

130 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 131

132 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558

บรรณานกุ รม

กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. การลดความเสย่ี งจากสาธารณภัย. กรุงเทพฯ :
กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย, 2556.
กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. ความรว่ มมอื ดา้ นการจดั การภยั พบิ ตั ใิ นอาเซยี น.
กรุงเทพฯ 2555.
กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. คมู่ อื การจดั การภยั พบิ ตั โิ ดยอาศยั ชมุ ชนเปน็ ฐาน
สำ� หรับประชาชน. กรุงเทพฯ : ส�ำนกั พิมพ์เกษตรและสหกรณ์, 2550.
กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. คมู่ อื การฝกึ ซอ้ มแผนปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั .
พิมพ์ครง้ั ท่ี ๒. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั , 2555.
กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. พระราชบัญญัติปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
พ.ศ. 2550 และอนุบัญญัต.ิ กรงุ เทพฯ : สำ� นักมาตรการป้องกันสาธารณภัย, ม.ป.ป.
กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. ระบบการจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ แหง่ ชาติ ( NATIONAL
INCIDENT MANAGEMENT SYSTEM : NIMS). กรงุ เทพฯ : กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , ม.ป.ป.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กระทรวงมหาดไทย. สถิติสถานการณ์สาธารณภัยของประเทศไทย,
ประจ�ำปี พ.ศ. 2552 - 2556. กรุงเทพฯ.
กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , กระทรวงมหาดไทย. หนงั สอื คำ� ศพั ทด์ า้ นการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง
จากภยั พิบตั ิ. กรุงเทพฯ : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั , 2557.
กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ . พระราชบญั ญตั กิ ำ� หนดแผนและขน้ั ตอนการกระจายอำ� นาจใหแ้ กอ่ งคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549. กรุงเทพฯ :
สำ� นกั พัฒนาระบบ รปู แบบและโครงสรา้ ง, 2553.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน. พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13)
พ.ศ. 2552. กรุงเทพฯ : สำ� นักพฒั นาระบบ รูปแบบและโครงสร้าง, 2553.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. พระราชบัญญัติสภาต�ำบลและองค์การบริหารส่วนต�ำบล พ.ศ. 2537
แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ถงึ (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2552. กรงุ เทพฯ : สำ� นกั พฒั นาระบบ รปู แบบและโครงสรา้ ง, 2553.
กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ . พระราชบญั ญตั อิ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั พ.ศ. 2540 แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ถงึ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2552. กรุงเทพฯ : สำ� นักพฒั นาระบบ รปู แบบและโครงสร้าง, 2553.
กรมศลุ กากร. ระบบการประสานความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรม ณ จดุ เดยี ว (Single Window System).
สำ� นักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร, 2550.
กระทรวงการคลงั . คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยเงนิ ทดรองราชการเพอื่ ชว่ ยเหลอื
ผูป้ ระสบภยั พบิ ัติกรณฉี ุกเฉนิ พ.ศ. 2556. กรงุ เทพฯ : กรมบัญชกี ลาง, 2556.
คณะกรรมการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาต.ิ แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ
พ.ศ. 2553-2557. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั , 2552.

แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 133

คณะกรรมการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ. แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ
พ.ศ. 2553-2557 “บทว่าด้วยการบริหารจัดการน้�ำและอุทกภัย”. กรมป้องกันและบรรเทา
สาธารณภยั , 2556.
โครงการบรหิ ารจดั การและประสานงานการพฒั นาระบบ e-logistics ของหนว่ ยงานภาครฐั . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
http://www.edisiam.com. (สืบคน้ เมอื่ วนั ท่ี 21 เมษายน พ.ศ. 2558).
พระราชกำ� หนดกองทนุ สง่ เสรมิ การประกนั ภยั พิบัติ พ.ศ. 2555. เลม่ 129 ตอนท่ี 10 ก ราชกิจจานเุ บกษา
26 มกราคม 2555.
พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับท่ี 6 พ.ศ. 2543. เข้าถึงได้จาก
http://www.local.moi.go.th/law52.htm. (สืบคน้ เม่อื วันท่ี 12 มกราคม พ.ศ. 2557).
พระราชก�ำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ท่ีได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. 2555.
เล่ม 129 ตอนท่ี 10 ก ราชกิจจานุเบกษา 26 มกราคม 2555.
พระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534. ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ 108 ตอนท่ี 156
ฉบบั พเิ ศษ หนา้ 1. 4 กนั ยายน 2534.
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
แก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับท่ี 2-3) พ.ศ. 2543. เข้าถึงได้จาก http//www.tasaton.go.th/
datacenter/…/a_060914_091239p... (สืบคน้ เมือ่ วนั ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557).
ศูนยว์ จิ ยั ทางระบาดวทิ ยาภยั พบิ ัติ. ความสูญเสียจากสาธารณภยั ในทวีปเอเชีย. Centre for Research on
the Epidemiology of Disasters : CRED, UNISDR.
สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต,ิ สำ� นกั นายกรฐั มนตร.ี แผนพฒั นาเศรษฐกจิ
และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่สี บิ เอ็ด พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙. กรงุ เทพฯ : ส�ำนักงานคณะกรรมการ
พฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ, ม.ป.ป.
ส�ำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. คูม่ อื การบรหิ ารความพรอ้ มตอ่ สภาวะวิกฤต. 2556.
ส�ำนักนายกรัฐมนตรี. ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2538 และ
ทแ่ี ก้ไขเพ่มิ เตมิ ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 112/ตอนที่ 95 ง/ หนา้ 34/28 พฤศจกิ ายน 2538.
สำ� นกั นายกรฐั มนตร,ี ม.ป.ป.
องค์กรระหวา่ งประเทศเพอ่ื การโยกยา้ ยถิ่นฐาน. แนวทางการบริหารจัดการศูนย์พกั พงิ ชัว่ คราว. 2555.
ASEAN Secretariat. ASEAN Agreement on Disaster Management and Emergency Response.
Jakarta : ASEAN Secretariat, 2006.
ASEAN Secretariat. ASEAN Agreement on Disaster Management and Emergency Response
(AADMER) Work Program for 2010 - 2015. Jakarta : ASEAN Secretariat, 2010.
ASEAN Secretariat. Standard Operating Procedure for Regional Standby Arragements
and Coordination of Joint Disaster Relief and Emergency Response Operations.
Jakarta : ASEAN Secretariat, 2011.
134 แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

Jerry Velasquez. Practitioners’ Workshop on Disaster Resilience. UNISDR.
Tim Deal, Chuck Mills and Mike Deal. All Hazard Field Guide ICS. USA, 2011.
Tim Tim Deal, Micheal de Bettencourt and Vickie Deal. Beyond Initial Response ICS. USA, 2010.
United Nations Development Programme. Post Disaster Needs Assessments. UNDP.

แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558 135

ท่ีปรึกษา พรหมเลิศ อธบิ ดกี รมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั
แก้วกงั วาล รองอธบิ ดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั
1. นายฉัตรชัย เพ็ญพาส รองอธบิ ดกี รมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
2. นายอนุสรณ ์ โพธปิ์ ภาพนั ธ์ รองอธบิ ดกี รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
3. นายพรพจน์ กมลเวชช รองคณบดฝี า่ ยวชิ าการ คณะรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
4. นายสุปกติ ผู้อ�ำนวยการสำ� นกั นโยบายปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
5. ผศ.ดร. ทวดิ า ผูอ้ ำ� นวยการส่วนนโยบายภัยธรรมชาติ
นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชำ� นาญการพเิ ศษ
คณะผจู้ ัดทำ� นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนช�ำนาญการพิเศษ
1. นายกอบชัย บุญอรณะ รก. นักวชิ าการเผยแพร่ชำ� นาญการพเิ ศษ
2. นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รก. นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนชำ� นาญการพิเศษ
3. นางมณีรัตน ์ อดุลยประภากร นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนช�ำนาญการ
4. นางสาวสร้อยสริ ิ บรรณวัฒน์ นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนชำ� นาญการ
5. นางสาวฉัตราภรณ์ แกว้ ยนต ์ นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนช�ำนาญการ
6. นายณฏั ฐวฒั น ์ วงศ์ศิรคิ ุณากร นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนช�ำนาญการ
7. นางสริ พิ นิ ทพิ ย์รภสั กลุ นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชำ� นาญการ
8. รอ้ ยเอก พงศช์ นก ยงิ่ วริ ิยะ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชำ� นาญการ
9. นางสาวดาวหวัน แสงออ่ ง นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชำ� นาญการ
10. นายสทิ ธิกร ขวญั ด ี นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชำ� นาญการ
11. นางสาวนฤมล ตนั สวุ รรณดี นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชำ� นาญการ
12. นางสาววยิ ดา โสภณ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนช�ำนาญการ
13. นายรัฐปิ ตั ย ์ ปางวชั รากร นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชำ� นาญการ
14. นางสาวปรางค์เนตร เฟอื่ งฟุง้ พนกั งานนโยบายและแผน
15. นางสาวอรอนงค์ มโนหรทัต พนักงานนโยบายและแผนงาน
16. นางสาวสุปรยี า ปรีดารมย์โรจน์
17. นางสนุ นั ทา สทิ ธสิ ขุ
18. นางสาวยุพาวรรณ กรองสันเทียะ
19. นางสาวปารฉิ ตั ร นมิ ิตกุล

136 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั กระทรวงมหาดไทย
โทร. 0-2637-3304-9 Fax. 0-2243-2204
www.disaster.go.th


Click to View FlipBook Version