The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by takrabueschool, 2022-05-16 22:27:00

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 2565

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 2565

82

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา คะแนน
ที่
(ชม.)
3 Festivals
๔. ขอและให้ขอ้ มูลเก่ียวกับ นักเรียนได้เรียนรู้ถึงปร ะ เพ ณี 8 15

บุคคล สถานที่ เหตุการณ์ ความสำคัญ และความเป็นมาของเทศ

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถี การต่าง ๆ ที่สำคัญของเจ้าของภาษา

ชีวิตของเจ้าของภาษา และ จนทำให้สามารถพูดตอบคำถาม บอก

เปรยี บเทียบกับของไทย ความสำคัญ ของเทศกาลต่าง ๆ ด้วย

๕. ใช้ภาษาตามมารยาททาง ประโยคสั้นที่สามารถเข้าใจได้ดี อีกทั้ง

สังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ สามารถบอกความเหมือนและความ

ระหว่างบุคคลและสามารถ แตกต่างของเทศกาลวันสำคัญ งาน

ดำเนินการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ฉลอง เทศกาลของต่างประเทศกับ

โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่ง ของประเทศไทยได้ ด้วยถ้อยคำ

เรยี นรูท้ ้ังในและนอกสถานศึกษา น้ำเสียงกิริยาท่าทาง อย่างสุภาพตาม

มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของ

เจ้าของภาษา

4 Characters ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ การเรียนคำศัพท์ที่เกี่ยวกับลักษณะ 8 15

และข้อความที่มีขั้นตอนการ นิสัย รูปร่าง หน้าตา ของบุคคล จน

ปฏบิ ตั ิ สามารถพูด หรือเขียนบรรยายนิสัย

๒. ระบุการเน้นเสียงหนัก-เบาใน ลักษณะรูปร่างของบุคคลอื่นได้ดี เช่น

คำ กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง-ต่ำ My hair is brown. I am funny.

เสียงเชื่อมโยง การแบ่งวรรคตอน สามารถเลือกใช้คำ หรือวลีสั้น ๆ เพ่ือ

คำสำคัญ บ่งบอกถึงลักษณะของบุคคลอื่นได้ จน

๓. ให้ความหมายของสีหน้า สามารถพูดสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล

ท่าทาง น้ำเสียง เข้าใจ ตีความ กับบุคคลอื่นได้ ทำให้นักเรียนนำไปใช้

และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ใ น ช ี ว ิ ต ป ร ะ จ ำ ว ั น ไ ด ้ อ ย ่ า ง มี

ข้อความ ข้อมูลและข่าวสารจาก ประสิทธภิ าพ

สื่อส่ิงพิมพ์ หรอื สอื่ อิเล็คทรอนิคส์

เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในความสนใจ

ในชีวิตประจำวนั

83

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา คะแนน
ท่ี
(ชม.)
5 Daily
routine ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ การเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตประจำวันเป็น 8 15

Final Test และข้อความที่มีขั้นตอนการ การเสริมสร้างการตรงต่อเวลา การ
รวมทัง้ สิ้น
ปฏิบัติ เรียนรู้ประโยคสนทนาถาม – ตอบ ถึง

๒. ระบุการเน้นเสียงหนัก-เบาใน สิ่งที่ทำเป็นประจำ What do you

คำ กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง-ต่ำ do in the morning ? คำศัพท์ ท่ี

เสียงเชื่อมโยง การแบ่งวรรคตอน บ อ ก เ ก ี ่ ย ว ก ั บ เ ว ล า morning ,

คำสำคญั afternoon หรือคำกริยาวิเศษณ์เพ่ือ

๕. ใช้ภาษาตามมารยาททาง บ่งบอกความถี่ในสิ่งที่เรากระทำเป็น

สังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ประจำ ทำให้ผู้เรียนสามารถสนทนา

ระหว่างบุคคลและสามารถ ถาม – ตอบ ถึงสิ่งที่นักเรียนกระทำ

ดำเนินการ เป็นประจำและทำให้สามารถนำไปต่อ

สื่อสารอย่างต่อเนื่องโดยใช้ ยอดในการดำเนินชีวิตได้อย่างมี

เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่งเรียนรู้ ประสิทธภิ าพ

ทงั้ ในและนอกสถาน

ศกึ ษา

2 30

40 100

84

โครงสร้างรายวชิ า Basic Conversation กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง/ปี

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา คะแนน

ที่ (ชม.)

1 I love ๑. ปฏิบตั ติ ามคำสงั่ คำแนะนำ การเรียนเกี่ยวกับคำศัพท์ประเภท 6 10

Food & Drinks และข้อความที่มีขั้นตอนการ อาหารคำนามทั้งท่ีนับไดแ้ ละนับไม่ได้

ปฏบิ ตั ิ ผัก ผลไม้ และวัตถุดิบประเภทต่าง

๒. ระบกุ ารเน้นเสียงหนัก-เบา ๆ ใช้ประโยคสนทนาในการสอบถาม

ในคำ กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง- ราคา และให้คำตอบได้ How much

ต่ำ เสียงเชื่อมโยง การแบ่ง is a carton of milk ? ใช้ประโยค

วรรคตอน คำสำคัญ ถาม ตอบ ตามสถานการณ์ได้อย่าง

ถูกต้องสามารถแยกประเภทนามนับ

ได้และนามนับไม่ได้ พูด บอกถึง

สิ่งของที่ต้องการ อ่านและจับ

ใจความจากเนื้อเรื่อง ข้อความสั้น ๆ

หรือป้ายโฆษณา และสามารถตอบ

คำถามได้ ซึ่งการเรียนภาษาอังกฤษ

สามารถนำไปเป็นพื้นฐานในการ

สอ่ื สารกับบุคคลอ่ืนได้

2 Classroom ๑. ปฏบิ ัตติ ามคำสั่ง คำแนะนำ การเรียนเกี่ยวกับ การพูด ประโยค 8 15

funny และข้อความที่มีขั้นตอนการ คำสั่งในห้องเรียน คำขอร้อง คำขอ

ปฏิบตั ิ อนุญาต และคำแนะนำ และมารยาท

๒. ระบุการเนน้ เสยี งหนัก-เบา ที่ดีในห้องเรียน ที่มี 2 - 3 ขั้นตอน

ในคำ กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง- ทำให้นักเรียนสามารถปฏิบัติตาม

ต่ำ เสียงเชื่อมโยง การแบ่ง คำสั่ง คำขอร้อง และเข้าใจในภาษา

วรรคตอน คำสำคัญ ของเจ้าของภาษาได้ดี การใช้ภาษา

๕. ใช้ภาษาตามมารยาททาง ด้วยท่าทาง จนสามารถเข้าใจและ

สังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ สอื่ สารไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

ระหว่างบุคคลและสามารถ

ดำเนินการสื่อสารอย่าง

ต่อเนื่องโดยใช้เทคโนโลยีที่มี

อยู่ในแหล่งเรียนรู้ทั้งในและ

นอกสถานศกึ ษา

85

หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา คะแนน

ที่ (ชม.)

3 Culture ๔. ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล การเรียนรู้วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 8 15

สถานที่ เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียม การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงและกิริยา

ประเพณี วิถีชีวิตของเจ้าของภาษา ท่าทางอย่างสุภาพ ให้เหมาะสมตาม

และเปรยี บเทยี บกบั ของไทย มารยาท สังคม และวัฒนธรรมของ

๕. ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอ

เพอ่ื สร้างความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคล โทษ การใชส้ ีหน้าท่าทาง ประกอบการ

และสามารถดำเนินการสื่อสารอย่าง พูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ

ต่อเนอื่ งโดยใช้เทคโนโลยที ่มี ี การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ

อยู่ในแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอก ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดง

สถานศึกษา อาการตอบรับหรือปฏิเสธ ทำให้

สามารถแสดงออกและเลือกใช้ได้อยา่ ง

ถูกต้องและเหมาะสมกับกาละเทศะ

ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

4 Enjoy ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ และ การเรียนเกี่ยวกับคำบุพบท การบอก 8 15

Directions ข้อความทมี่ ขี ้นั ตอนการปฏิบตั ิ ทาง และโครงสร้างประโยคในการ

๔. ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล สอบถามเส้นทางหรือการสอบถามถึง

สถานที่ เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียม สถานที่ ที่นักเรียนต้องการจะเดินทาง

ประเพณี วิถีชีวิตของเจ้าของภาษา ไปด้วยประโยคที่ถกู ต้องตามหลักภาษา

และเปรียบเทียบกับของไทย เ ช ่ น How do you go to the

zoo? Where is the market? ท ำ

ให้นักเรียนสามารถสื่อสาร และ

สนทนาถามตอบกับเจ้าของภาษาได้

อีกทั้งยังสามารถให้ความช่วยเหลือกับ

บคุ คลอ่นื ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

86

หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา คะแนน

ที่ (ชม.)

5 Reading and ๒. ระบุการเน้นเสียงหนัก-เบาในคำ การสอนการ อ่ าน แล ะเ ข ี ย น 8 15

Writing กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง-ต่ำ เสียง ข้อความ นิทาน และบทกลอนส้ัน

เชือ่ มโยง การแบง่ วรรคตอน คำสำคัญ ๆ ที่ถูกต้องตามหลักการอ่านและ

๓. ให้ความหมายของสีหน้าท่าทาง การเขียน ทำให้นักเรียนสามารถ

น้ำเสียง เข้าใจ ตีความ และแสดง สรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน

ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ข้อความ และตอบคำถามได้ ด้วยประโยค

ข้อมูลและข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สั้น ๆ ที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์เกี่ยวกับเรื่องที่ และสามารถจดจำคำศัพท์จาก

อยใู่ นความสนใจในชวี ติ เรื่องที่อ่านได้ รวมถึงการใช้

ประจำวัน พจนานกุ รมท่ถี กู ต้อง

๔. ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล

สถานที่ เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียม

ประเพณี วิถีชีวิตของเจ้าของภาษา

และเปรียบเทยี บกับของไทย

Final Test 2 30
รวมทั้งส้ิน 40 100

87

แนวทางการวัดและประเมนิ ผล
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ

ความสำคัญ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็น

กระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรยี นรู้และพัฒนาการด้านต่างๆของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้
/ตัวชีว้ ัด ของหลักสตู ร นำผลไปปรับปรุงพฒั นาการจดั การเรียนรู้ และใชเ้ ป็นขอ้ มูลสำหรบั การตัดสนิ ผลการเรียน โดยมี
องค์ประกอบของการวัดผลและประเมินการเรียนรู้ ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ได้กำหนด จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมาย
และกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เปน็ คนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวที
ระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กำหนดในสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ
มีความสามารถด้านการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนการ
วัดและประเมินผลรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนตามตัวชี้วดั ใน
รายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย จาก
แหล่งข้อมูลหลายๆแหล่ง เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อนความรู้ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนโดยการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนโดยสังเกตพัฒนาการและความประพฤติของผู้เรียน
สงั เกตพฤติกรรมการเรียนการร่วมกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เช่นการประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจาก
แฟ้มสะสมงาน เป็นต้น ควบคู่กับการใช้การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุลและครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ
ด้านเจตคติ และใช้เป็นข้อมูลเพื่อการประเมินการเลื่อนชั้นและการจบการศึกษาและเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมี
ประสิทธิภาพผู้สอนต้องตรวจสอบความรู้ความสามารถที่แสดงพัฒนาการของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และ
ผู้เรียนต้องรับผิดชอบและตรวจสอบความก้าวหน้าของตนเองอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน หน่วยการเรียนรู้เป็นส่วนที่ผู้สอน
และผู้เรียนใช้ตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือยัง การประเมินในระดับช้ันเรียนต้องอาศัยทั้งผลการประเมิน
ย่อยเพอ่ื พฒั นา และการประเมินผลรวมเพื่อสรุปผลการเรียนรูเ้ ม่อื จบหน่วยการเรียนรแู้ ละจบรายวชิ า

วิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนรู้ที่วางไว้ควรมีแนวทาง
ดงั ตอ่ ไปนี้

๑. ต้องวัดทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมรวมท้ัง
โอกาสในการเรยี นของผู้เรยี น

๒. วิธกี ารวัดผลและประเมนิ ผล ต้องสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ ที่กำหนดไว้
๓. ต้องเกบ็ ข้อมูลทไ่ี ดจ้ ากการวดั ผลและประเมินผลตามความเป็นจริงและต้องประเมินผลภายใต้ข้อมลู ท่ี
มีอยู่
๔. ผลการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผเู้ รยี นตอ้ งนำไปสู่การแปลผลและลงข้อสรปุ ทสี่ มเหตุสมผล
๕. การวัดผลต้องเท่ยี งตรงและเป็นธรรม ทัง้ ดา้ นของวิธีการวดั โอกาสของการประเมิน

88

วตั ถุประสงค์ของการวดั และประเมินผลในรายวิชาภาษาอังกฤษ
1. การประเมินเพื่อจัดตำแหนง่ (Placement Evaluation) เป็นการประเมินเพื่อพิจารณาดูวา่ ผู้เรียนมีความรู้

ความสามารถในสาระที่จะเรียนอยู่ในระดับใดของกลุ่ม ประโยชน์ของการประเมินประเภทนี้ คือครูใช้ผลการประเมิน
เพ่อื กำหนดรปู แบบการจัดการเรียนรใู้ ห้เหมาะสมกบั กลุ่มผูเ้ รยี น

2. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Evaluation) เป็นการประเมินก่อนการเรียนการสอนอีกเช่นกัน
แตเ่ ป็นการประเมนิ เพ่ือพจิ ารณาแยกแยะวา่ ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในสาระทจี่ ะเรียนรู้มากน้อยเพียงใด มีพื้นฐาน
เพียงพอที่จะเรียนในเรื่องที่จะสอนหรือไม่ จุดใดสมบูรณ์แล้ว จุดใดยังบกพร่องอยู่ จำเป็นต้องได้รับการสอนเสริมให้มี
พื้นฐานที่เพียงพอเสียก่อนจึงจะเริ่มต้นสอนเนื้อหาในหน่วยการเรยี นต่อไปและจากพื้นฐานที่ผูเ้ รียนมีอยู่ควรใช้รูปแบบ
การเรยี นการสอนอย่างไร

3. การประเมินเพื่อพัฒนา หรือการประเมินย่อย (Formative Evaluation) เป็นการประเมินเพื่อใช้ผลการ
ประเมินเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ การประเมินประเภทนี้ใช้ระหว่างการจัดการเรียนการสอน
เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ในระหว่างการจัดการเรียนการสอนหรือไม่
หากผู้เรียนไม่ผ่านจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้สอนก็จะหาวิธีการที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ผลการ
ประเมินยังเป็นการตรวจสอบครูผู้สอนเองว่าเป็นอย่างไร แผนการเรียนรู้รายครั้งที่เตรียมมาดีหรือไม่ ควรปรับปรุง
อยา่ งไร กระบวนการจัดการเรียนรเู้ ป็นอยา่ งไร มีจดุ ใดบกพร่องที่ตอ้ งปรบั ปรุงแก้ไขต่อไป

4. การประเมินเพื่อตัดสินหรือการประเมินผลรวม (Summative Evaluation) เป็นการประเมินเพื่อตัดสนิ ผล
การจัดการเรียนรู้ เป็นการประเมินหลังจากผู้เรยี นไดเ้ รียนไปแล้ว อาจเป็นการประเมินหลังจบหน่วยการเรียนรู้หน่วยใด
หน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วย รวมทั้งการประเมินปลายภาคเรียนหรือปลายปี ผลจากการประเมินประเภทนี้ใช้ในการ
ตดั สนิ ผลการจัดการเรียนการสอน หรอื ตัดสินใจว่าผูเ้ รียนคนใดควรจะไดร้ บั ระดบั คะแนนใด

ลกั ษณะของการวดั และประเมินผล
การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ที่มีประสทิ ธภิ าพ ควรมลี ักษณะดังน้ี

1. ต้องระบุสิ่งที่มุ่งประเมินให้ชัดเจน ผู้ประเมินต้องทราบว่าผลการเรียนรู้ที่ต้องการประเมิน ประกอบด้วย
คณุ ลกั ษณะ (Traits) ที่สำคัญอะไรบ้าง เพื่อทจ่ี ะเลอื กใชเ้ คร่ืองมอื และวธิ กี ารทเี่ หมาะสม

2. เลือกเทคนิคการวัดให้เหมาะสม ผู้ประเมินต้องเลือกเครื่องมือ รูปแบบคำถามที่ใช้ให้สอดคล้องกับ
คุณลักษณะ หรือสมรรถภาพของผู้เรียน โดยเครื่องมือนั้นต้องให้ผลที่ถูกต้อง มีความเป็นปรนัยและสะดวกต่อการ
นำไปใช้

3. ควรใชว้ ธิ ีการวัดหลายอย่างประกอบกัน เนือ่ งจากเครื่องมอื แต่ละชนิดมีข้อดี/ข้อเสยี ทีแ่ ตกตา่ งกัน ผู้ประเมิน
จึงควรเลือกใช้วิธีการวัดหลายอย่างให้ครอบคลุมผลสัมฤทธิ์และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน และต้องทำการวัด
หลาย ๆ ครัง้

4. ควบคุมความคลาดเคลื่อนจากการวัดใหเ้ กดิ ข้นึ น้อยที่สุด การวัดคุณลกั ษณะใดกต็ ามจะมีความคลาดเคล่ือน
เกดิ ขึน้ ไดเ้ สมอ ผปู้ ระเมินควรศกึ ษาถึงแหล่งของความคลาดเคลื่อนและพยายามขจดั ใหเ้ หลือน้อยทสี่ ดุ

5. ใช้สารสนเทศจากการประเมินสำหรับการตัดสินใจ การประเมินเป็นกระบวนการของการปรับปรุงและ
พัฒนาสู่สิ่งที่ดีขึ้น การประเมินมิได้สิ้นสุดเมื่อทราบผลการประเมนิ แต่การประเมินมีความสำคัญอยู่ที่การนำผลไปใชใ้ ห้
เกิดประโยชนต์ อ่ การตดั สินใจที่ดใี นการจัดการศึกษา และพฒั นาประสทิ ธิภาพของการเรียนการสอน

89

คุณภาพของผู้เรยี นทต่ี ้องประเมิน
การวัดและประเมินผลของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศนั้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้ทำการวัดและประเมินผลตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ตัวชี้วัดในการวัดและประเมินผล
ทตี่ อ้ งนำมาพิจารณา ดังนี้

๑. ดา้ นความรู้
ในการวดั ประเมนิ ผลด้านความรตู้ อ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ ๔ สาระ ดังน้ี

สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ตีความ นำเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ
และสร้างความสัมพนั ธร์ ะหว่างบุคคลอยา่ งเหมาะสม

สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาต่างประเทศตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาความสัมพันธ์
ความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับ
วัฒนธรรมไทย และนำไปใช้อยา่ งเหมาะสม

สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื การใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่อื มโยงความรู้

กบั กลุ่มสาระการเรียนร้อู ื่น เป็นพน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน

สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งใน

หอ้ งเรยี นและนอกหอ้ งเรียน ชุมชน และสังคมโลก เปน็ เครอ่ื งมอื พื้นฐานในการศกึ ษาต่อ ประกอบอาชีพและแลกเปลี่ยน

เรียนรู้กับสงั คมโลก
๒. ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ
๒.๑ ทักษะพ้นื ฐาน
๒.๑.๑ การฟัง (listening)
๒.๑.๒ การพดู (speaking)
๒.๑.๓ การอ่าน (reading)
๒.๑.๔ การเขียน (writing)
๒.๒ ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 (21st Century Skills)
๒.๒.๑ การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ (Critical Thinking)
๒.๒.๒ การแกป้ ญั หา (Problem Solving)
๒.๒.๓ การสื่อสาร (Communications)
๒.๒.๔ ความร่วมมอื (Collaboration)
๒.๒.๕ การสรา้ งสรรค์ (Creativity)
๒.๒.๖ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( Information and Communication

Technology (ICT))
วธิ กี ารและแหล่งขอ้ มูลที่ใช้ในการวดั ผลและประเมนิ ผล

เพื่อให้การวัดผลและประเมินผลได้สะท้อนความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน ผลการประเมินอาจ ได้มาจาก
แหลง่ ข้อมูลและวธิ กี ารตา่ งๆ ดังตอ่ ไปน้ี

1. สงั เกตการแสดงออกเป็นรายบคุ คลหรอื รายกลุ่ม
2. ชนิ้ งาน ผลงาน รายงาน
3. การสัมภาษณ์ทงั้ แบบเปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ

90

4. บันทกึ ของนักเรยี น
5. การประชุมปรกึ ษาหารอื รว่ มกันระหว่างนักเรียนและครู
6. การวดั และประเมนิ ผลภาคปฏบิ ตั ิ
7. การวดั และประเมินผลด้านความสามารถ
8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้โดยใช้แฟ้มผลงาน
เกณฑ์การประเมนิ
เกณฑ์การประเมินที่นำเสนอนี้เพื่อเป็นแนวทางให้ครูผู้สอนใช้เป็นกรอบในการประเมินคุณภาพของผู้เรียนใน
ดา้ นต่าง ๆ ดังน้ี
๑. เกณฑก์ ารให้คะแนนผลการเรยี นรโู้ ดยการสอบ

สำหรับแบบทดสอบท่เี ป็นปรนัยเลือกตอบ สามารถกำหนดเกณฑ์ในการให้คะแนนอยา่ งกว้าง ๆ คือ ตอบ
ถกู ได้ ๑ คะแนน ตอบผิดได้ ๐ คะแนน

สำหรับแบบทดสอบที่เป็นอัตนัย หรือแบบความเรียงสามารถกำหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์ในการให้คะแนน
มากกว่าสองระดับ เชน่ อาจกำหนดคะแนนเต็มเปน็ ๔ คะแนน แล้วพิจารณากำหนดเกณฑ์การให้คะแนนลดหลั่นลง
มา สำหรบั นักเรียนท่แี สดงผลการเรยี นยงั ไม่ถงึ เกณฑก์ ำหนด

เกณฑก์ ารให้คะแนนผลการทำข้อสอบแบบอัตนยั ที่พจิ ารณาจากการแสดงวิธีการหาคำตอบ และความถูกต้อง
ของคำตอบ

คะแนน / ความหมาย ผลการทำขอ้ สอบทีป่ รากฏใหเ้ หน็
๔ ดมี าก การแสดงวธิ ีทำชดั เจน สมบูรณ์ คำตอบถูกต้อง ครบถว้ น
๓ ดี การแสดงวิธีทำยังไม่ชัดเจนดีนัก แต่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง คำตอบถูกต้อง
ครบถ้วน
๒ พอใช้ การแสดงวิธีทำยังไม่ชัดเจน หรือไม่แสดงวิธีทำ คำตอบถูกต้องครบถ้วน หรือ
การแสดงวิธีทำชดั เจน สมบรู ณ์ แต่คำตอบไมถ่ กู ตอ้ ง ขาดการตรวจสอบ
๑ ควรแก้ไข การแสดงวิธที ำยังไมช่ ัดเจนดีนัก แต่อยใู่ นแนวทางที่ถูกต้อง คำตอบไม่ถูกต้อง
หรอื ไม่แสดงวิธที ำ และคำตอบทไ่ี ด้ไม่ถกู ตอ้ งแต่อยู่ในแนวทางท่ถี กู ต้อง
๐ ตอ้ งปรับปรงุ ทำได้ไม่ถึงเกณฑ์

๒. เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านทักษะ/ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 (21st Century Skills)

คะแนน/ความหมาย ความสามารถในการปฏิบตั ิ

๓ ดี สามารถปฏิบตั ิได้ดว้ ยตนเองโดยไม่เพ่ิมความคิดเหน็

๒ พอใช้ สามารถปฏิบตั ไิ ดแ้ ตต่ ้องอาศยั การชแี้ นะจากผู้อน่ื

๑ ตอ้ งปรับปรงุ มไี มส่ ามารถปฏบิ ัตไิ ด้แม้ว่าครหู รือผู้อนื่ ชว่ ยแนะนำหรอื ช้แี นะ

91

๓. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คะแนน/ความหมาย คุณลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็

๓ ดมี าก ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ

๒ ดี ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั

๑ พอใช้ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดีเยยี่ ม

2 ดี

1 ผ่าน

0 ไม่ผา่ น

๔. เกณฑก์ ารนำเสนอผลงาน

คะแนน/ความหมาย คณุ ภาพการนำเสนอผลงานทปี่ รากฏใหเ้ ห็น

๓ ดี - เนอ้ื หาละเอยี ดชัดเจน ความถูกตอ้ งของเนื้อหา ภาษาทใี่ ชเ้ ข้าใจง่าย ประโยชน์

ที่ได้จากการนำเสนอ วิธีการนำเสนอผลงาน สอดคล้องกับรายการประเมิน

สมบรู ณช์ ัดเจน

๒ พอใช้ - เนอ้ื หาละเอียดชัดเจน ความถูกต้องของเนื้อหา ภาษาทใ่ี ช้เขา้ ใจง่าย ประโยชน์

ที่ได้จากการนำเสนอ วิธีการนำเสนอผลงาน สอดคล้องกับรายการประเมินเป็น

สว่ นใหญ่

๑ ตอ้ งปรับปรงุ - เน้อื หาละเอยี ดชัดเจน ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา ภาษาทใ่ี ช้เข้าใจง่าย ประโยชน์

ที่ได้จากการนำเสนอ วิธีการนำเสนอผลงาน สอดคล้องกับรายการประเมิน

บางส่วน

๕. เกณฑป์ ระเมินพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

คะแนน/ความหมาย พฤติกรรมทป่ี รากฏให้เห็น

๓ ดี - การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตาม

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ความมีน้ำใจ การตรงต่อเวลา แสดงพฤติกรรมอย่าง

สม่ำเสมอ

๒ พอใช้ - การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตาม

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ความมีน้ำใจ การตรงต่อเวลา แสดงพฤติกรรมอย่าง

สม่ำเสมอ แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั

๑ ตอ้ งปรับปรงุ - การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตาม

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ความมีน้ำใจ การตรงต่อเวลา แสดงพฤติกรรมอย่าง

สม่ำเสมอ แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั แสดงพฤติกรรมบางคร้งั

92

๖. เกณฑ์ประเมินด้านคณุ ธรรม

คะแนน/ความหมาย ความสามารถในการปฏบิ ตั ิ

๑ เกิดพฤตกิ รรม เกดิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรมตามรายการทปี่ ระเมิน

๐ ไม่เกิดพฤตกิ รรม ไมเ่ กิดพฤติกรรมด้านคุณธรรมตามรายการทีป่ ระเมนิ

เกณฑ์การตดั สนิ - มากกวา่ 80 % ระดับดมี าก - 70% - 80 % ระดบั ดี

- 60 % - 70 % ระดับพอใช้ - ตำ่ กว่า 60 % ระดบั ปรบั ปรงุ

๗. เกณฑ์พฤติกรรมการทำงานกล่มุ

คะแนน/ความหมาย พฤติกรรมที่ปรากฏใหเ้ ห็น

๓ ดี - การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตาม

หนา้ ท่ีทไ่ี ด้รับมอบหมาย ความมีน้ำใจ การมสี ว่ นร่วมในการปรบั ปรุงผลงานกลุ่ม

แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ

๒ พอใช้ - การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตาม

หน้าที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย ความมีนำ้ ใจ การมีส่วนร่วมในการปรับปรุงผลงานกลุ่ม

แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้

๑ ตอ้ งปรับปรงุ - การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตาม

หน้าทที่ ่ีได้รับมอบหมาย ความมีนำ้ ใจ การมสี ว่ นรว่ มในการปรบั ปรุงผลงานกลุ่ม

แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง แสดงพฤติกรรม

บางครัง้

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

93

เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรียน

๑. การตดั สิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน

๑.๑ การตัดสินผลการเรยี น

ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นนัน้ ผูส้ อนตอ้ งคำนงึ ถึงการพัฒนานักเรยี นแตล่ ะคนเป็นหลัก และตอ้ งเก็บข้อมูลของ

นกั เรียนทกุ ดา้ นอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรยี น รวมทง้ั สอนซ่อมเสริมผเู้ รยี นให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ

ระดับประถมศกึ ษา

(๑) ผู้เรียนตอ้ งมเี วลาเรียนไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด

(๒) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมินทุกตัวชวี้ ัด และผ่านเกณฑ์ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของจำนวนตัวชีว้ ดั

(๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “ ๑ ” จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์

ตามท่ีสถานศึกษากำหนด

(๔) นักเรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

ในระดับ “ ผ่าน ” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ“ ผ่าน ” ขึ้นไป และมีผลการประเมิน

กิจกรรมพัฒนานักเรยี นในระดับ “ ผ่าน ”

การพิจารณาเลื่อนชั้นทั้งระดับประถมศึกษา ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่า

สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมี

แนวโน้มวา่ จะเป็นปญั หาต่อการเรียนในระดบั ชั้นท่ีสูงข้นึ ให้ตั้งคณะกรรมการพจิ ารณาให้เรยี นซ้ำช้ันได้ ทั้งน้ีให้คำนึงถึง

วุฒภิ าวะและความรูค้ วามสามารถของนักเรยี นเปน็ สำคญั

๑.๒ การให้ระดับผลการเรยี น

ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ

คณุ ภาพการปฏบิ ัติของนกั เรียน เปน็ ระบบตัวเลขแสดงระดบั ผลการเรียนเป็น ๘ ระดับดังน้ี

ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนรอ้ ยละ

๔ ผลการเรยี นดีเย่ียม ๘๐ - ๑๐๐

๓.๕ ผลการเรียนดมี าก ๗๕ - ๗๙

๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔

๒.๕ ผลการเรยี นคอ่ นขา้ งดี ๖๕ - ๖๙

๒ ผลการเรียนน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔

๑.๕ ผลการเรียนพอใช้ ๕๕ - ๕๙

๑ ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ขน้ั ตำ่ ๕๐ - ๕๔

๐ ผลการเรยี นตำ่ กว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับผลการประเมนิ เป็น ดี

เยี่ยม ดี ผา่ น และไมผ่ ่าน

การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะตอ้ งพจิ ารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัตกิ จิ กรรมและผลงาน

ของผเู้ รียน ตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผา่ น และไมผ่ า่ น

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น

การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ของ

นักเรียน ต้องสรุปผลการประเมินและจดั ทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรยี นละ

๑ ครัง้

94

การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดบั คุณภาพการปฏบิ ตั ิของนักเรียนท่สี ะท้อนมาตรฐานการ
เรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรโรงเรียนวัดท่ากระบือ(ท่ากระบือพิทยาคาร) กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษา ระดับ
ประถมศกึ ษา ดังน้ี

๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศกึ ษา
๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๕,๐๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติม/กิจกรรมเพิ่มเติม

จำนวน ๑๒๐ ชว่ั โมง และมีผลการประเมนิ รายวชิ าพืน้ ฐานผ่านทกุ รายวชิ า
๒. ผเู้ รยี นตอ้ งมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดบั “ผา่ น” ขึ้นไป
๓. ผเู้ รียนต้องมผี ลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป
๔. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และได้รับการตัดสินผลการเรียน”ผ่าน”

ทุกกจิ กรรม
๕. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนจากการประเมินปลายปี ในกลุ่มสาระการเรียนรู้

กลมุ่ ละ ๑๐๐ คะแนน

95


Click to View FlipBook Version