The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือดุษฎีนิพนธ์-วิทยานิพนธ์-และสารนิพนธ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 113ed00307, 2022-07-08 00:35:51

คู่มือดุษฎีนิพนธ์-วิทยานิพนธ์-และสารนิพนธ์

คู่มือดุษฎีนิพนธ์-วิทยานิพนธ์-และสารนิพนธ

๙๒ I คมู่ ือดุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

ตวั อยา่ ง การวางรูปหนา้ กระดาษสาหรับกระดาษ ขนาด เอ ๔

Top/ขอบบน ๑.๕ น้วิ /๓.๘๑ ซม. เลขหน้าวัดจากขอบบนและขวา ๑ นิ้ว
๒ ๑ นิ้ว

บรรทัดแรกทุกย่อหน้า ให้เว้นระยะไปจากแนวปกติ
๐.๗ นิ้ว หรือ ๑.๗๕ ซม. และต้องเว้นระยะห่างระหว่างบรรทัด
ในแต่ละย่อหนา้ (Paragraph) โดยกาหนดกอ่ นหน้า ๖ พอ้ ยท์ (Spacing
= Before: 6pt)

นี่คือการพิมพ์ท่ีถูกต้อง โดยการเว้นระยะห่างระหว่าง
บรรทัด ในแต่ละย่อหน้า (Paragraph) โดยกาหนดก่อนหน้า ๖ พ้อยท์
(Spacing = Before: 6pt)

การตั้งค่าย่อหน้า หรือ Paragraph กาหนดก่อนหน้า 6
พ้อยท์ ส่ิงท่ีควรระมัดระวังคือ ระยะห่างแต่ละบรรทัดในย่อหน้า
เดียวกันยังคงใช้ระยะห่างเท่ากับ ๑ เท่า หรือ Single ดังน้ัน เฉพาะ
แตล่ ะย่อหน้าเท่านัน้ ทม่ี รี ะยะหา่ งทีม่ ากกว่าปกติ ตามตวั อย่างท่ียกมาน้ี
ส่วนระยะบรรทัดในย่อหน้าเดียวกัน จะต้องมีระยะ ๑ เทา่ เสมอกันจน
จบย่อหน้านน้ั ๆ

Left/ขอบซา้ ย ๑.๕ นิว้ /๓.๘๑ ซม.

Right/ขอบขวา ๑ นิว้ /๒.๕๔ ซม.

๑ แนวเชิงอรรถต้องมีระยะห่างจากขอบซ้ายเท่ากับ ๐.๗ น้ิวหรือ
๑.๗๕ ซม. เท่ากับข้อความเสมอ (จดั ชิดขอบแบบไทย)

Bottom/ขอบลา่ ง ๑ นิว้ /๒.๕๔ ซม.

บทท่ี ๓ การจดั พิมพด์ ษุ ฎนี พิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ I ๙๓
ตวั อยา่ ง การตั้งคา่ ใน MS Word (Menu PAGE LAYOUT)

๑. Margins (ขอบกระดาษ)

๒. Paper (ขนาดกระดาษ)

๓. Header (ตาแหน่งเลขหน้า)

๙๔ I คูม่ ือดษุ ฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

๓.๔ ระยะการพมิ พ์

ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ภาษาไทย กาหนดระยะห่างระหว่างบรรทัด
หน่งึ เทา่ หรือ Single

ส่วนดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ภาษาอังกฤษ กาหนดระยะห่างระหว่าง
บรรทัด ๑.๕ เทา่ (1.5 lines) เมอ่ื พิมพด์ ว้ ย font Times New Roman

๓.๕ การย่อหนา้

บรรทัดแรกทุกย่อหน้า ให้เว้นระยะไปจากแนวปกติ โดยกาหนดเย้ืองซ้ายบรรทัดแรกท่ี
๐.๗ น้ิว หรือ ๑.๗๕ ซม. และในแต่ละย่อหน้า (Paragraph) ให้กาหนดระยะห่างก่อนหน้าไว้ที่ ๖
พอ้ ยทเ์ สมอ

ตัวอย่าง การตัง้ คา่ ยอ่ หน้า หรอื Paragraph

บทที่ ๓ การจดั พมิ พด์ ษุ ฎนี ิพนธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ I ๙๕

๓.๖ การข้ึนหน้าใหม่

ถ้าพิมพ์มาถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ ตามปกติเว้นขอบล่างประมาณ ๑ นิ้ว
และจะต้องขึ้นหน้าใหม่ แต่มีข้อความเหลืออีกเพียงบรรทัดเดียว จะจบย่อหน้าเดิม ให้พิมพ์ต่อไป
ในหนา้ เดิมจนจบย่อหนา้ นน้ั แลว้ จึงขึ้นย่อหน้าใหมใ่ นหนา้ ต่อไป

ถ้าจะต้องขึ้นย่อหน้าใหม่ แตม่ ีเนอื้ ท่ีเหลือใหพ้ ิมพ์ไดอ้ ีกเพียงบรรทัดเดียวในหนา้ นั้น ให้ยก
ยอ่ หน้านน้ั ไปตง้ั ตน้ พมิ พ์ในหนา้ ต่อไป

ข้อความท่ีคัดลอกมา (Quotations) ไม่เกิน ๓ บรรทัด ให้พมิ พ์ต่อไปในเนื้อความนั้น
โดยไม่ต้องขึ้นบรรทัดใหม่ แต่ให้พิมพ์ข้อความนั้นไว้ภายในเคร่ืองหมาย “……………………”
(อัญประกาศ) ถ้าข้อความท่ีคัดลอกมาเกิน ๓ บรรทัด ไม่ต้องใช้เครื่องหมายอัญประกาศ ให้ข้ึน
บรรทัดใหม่ และเว้นระยะไปจากแนวปกติ ๔ ช่วงตัวอักษรจากขอบซ้ายมือ โดยให้เร่ิมพิมพ์
ตัวอกั ษรที่ ๕ (หมายถึงเว้น ๔ ตัวอกั ษร เรม่ิ พิมพ์ตัวอักษรท่ี ๕ หรือ ๐.๙ ซม.) ชดิ หลัง ในกรณีท่ีจะมี
การย่อหน้าภายในข้อความท่ีคดั ลอกมา ให้เวน้ ระยะจากแนวปกติ ๖ ช่วงตัวอักษรจากขอบซ้ายมือ
หรอื เร่มิ พมิ พต์ วั อกั ษรที่ ๗ (๑.๓ ซม.)

ตัวอย่างการพิมพ์ขอ้ ความทคี่ ัดลอกมายาวเกิน ๓ บรรทัดและเชิงอรรถ:

เว้น ๖ ตัวอักษร เริม่ พิมพ์ตัวอักษรท่ี ๗ (๑.๓ ซม.) ในบรรทดั แรก
บรรทดั ตอ่ มา เวน้ ๔ ตัวอกั ษร เรม่ิ พิมพต์ วั อกั ษรท่ี ๕ (๐.๙ ซม.)

ในเม่ือสิ่งท้ังหลาย เกิดจากการประชุมกันเข้าขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นส่วนย่อย
ลงไปและองค์ประกอบเหล่าน้ันแต่ละอย่าง ล้วนไม่เที่ยง กาลังตกอยู่ในอาการเกิดขึ้น
แปรไป และสลายตัวตามหลักอนิจจตา อยู่ด้วยกันท้ังสิ้น ส่ิงท่ีเปน็ หน่วยรวมนั้นจงึ เท่ากับ
เป็นท่ีรวมของความปรวนแปรและความขัดแย้งต่าง ๆ และแฝงเอาภาระที่ พร้อมจะ
แตกแยกและเสื่อมสลายเข้าไว้ในตัวด้วยอย่างเต็มท่ี... โดยนาเอาตัวเข้าไปผูกมัดให้สิ่ง
เหล่าน้นั บบี ค้นั ซง่ึ นอกจากจะทาให้เกิดความทกุ ข์แก่ตนเองแล้ว ก็ไมช่ ว่ ยใหเ้ กิดผลดอี ย่าง
ใด ๆ ข้นึ มา

ถา้ ต้องการเว้นข้อความทคี่ ัดลอกมาบางสว่ น ให้พิมพ์เคร่ืองหมายจดุ (Ellipsis dots) สาม
คร้งั โดยพมิ พเ์ วน้ ระยะ ๑ ช่วงตัวอักษร (. . .) เช่น “ในทนี่ ี้เมื่อสังเกตอยา่ งหน่งึ วา่ คนในประเทศฝ่าย
ตะวันตกจานวนมากแปลจุดหมายชีวติ ของชาวพุทธผดิ ไปว่า ชีวติ ไมม่ ีอะไรมแี ตค่ วามทุกขแ์ ละทรมาน
... แตพ่ ระพุทธศาสนามองทกุ อยา่ งในสภาพท่ีเปน็ จริง โดยปราศจากอุปาทานแห่งชีวิตและโลก”

หากต้องการจะเพิ่มข้อความของผู้เขียนดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ลงไปใน
ข้อความท่ีคดั ลอกมา ให้ใช้เคร่ืองหมายวงเล็บเหลี่ยม […….] กากับ เพื่อให้แตกตา่ งจากวงเล็บซ่ึงอาจ
ปรากฏในขอ้ ความท่คี ัดลอกมาโดยตรงนน้ั

๙๖ I คู่มอื ดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

๓.๗ การลาดับหน้าและการพมิ พเ์ ลขหน้า

๓.๗.๑ ในส่วนนาท้งั หมด การลาดับหน้าให้เป็นไป ดงั น้ี

สาหรับดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ภาษาไทย ให้ใช้ตัวอักษรเรียงตาม
พยัญชนะภาษาไทย (ก, ข, ค, ...) หรือใช้ตัวเลขไทยในเคร่ืองหมายวงเลบ็ เชน่ (๑), (๒), (๓), ... จะใช้
ตวั อักษรหรือตวั เลขไทยใหใ้ ชแ้ บบเดยี วกันตลอดท้งั สว่ นนา

สาหรับดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ภาษาอังกฤษ ให้ใช้เลขโรมันเล็ก
(I, II, III, ...) หรอื เลขอารบิกใหใ้ ช้แบบเดยี วกันตลอดท้งั สว่ นนา

การนับหน้าในส่วนนาน้ี ให้เริ่มนับตั้งแต่หน้าบทคัดย่อ ไปจนถึงการอธิบายสัญลักษณ์
และคาย่อ

๓.๗.๒ ในส่วนเน้ือความเป็นต้นไป ให้ลาดับหน้าไปตามลาดับต้ังแต่หมายเลข ๑, ๒, ๓, ...
สาหรับหน้าแรกของบทในส่วนเนื้อความ, หน้าแรกของส่วนอ้างอิง และภาคผนวกแต่ละภาค ไม่ต้อง
ใชเ้ ลขกากับหน้า แต่ตอ้ งนบั จานวนหน้ารวมไปดว้ ย

เลขกากับหน้าทั้งส่วนนาและส่วนเน้ือความทั้งหมด ให้พิมพ์ห่างจากริมกระดาษ ส่วนบน
๑ นิ้ว (๒.๕๔ ซม.) และให้อยู่ในแนวเดียวกับขอบทางขวามือ (อักษรสุดท้ายของบรรทัด) หรือห่าง
จากริมกระดาษขวามอื ๑ นว้ิ (๒.๕๔ ซม.)

๓.๘ การพมิ พ์บทหรอื ภาคและหัวขอ้ ในบท

๓.๘.๑ บท (Chapter)

เม่ือขึ้นบทใหม่ ต้องขึ้นหน้าใหม่ทกุ ครั้ง และต้องมีเลขลาดับบท ควรใช้เลขไทย ในดุษฎีนิพนธ์
วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ภาษาไทย และเลขโรมันใหญ่ในดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์
ภาษาอังกฤษ โดยพมิ พ์ บทท่.ี .. ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษ ห่างจากขอบบนสุด ๒ นวิ้ (๕.๐๘ ซม.) พมิ พ์
ชื่อบทไว้กลางหน้ากระดาษในบรรทดั ตอ่ มา โดยพมิ พ์ขนาด ๒๐ พ้อยท์

หากช่ือบทที่ยาวเกิน ๑ บรรทัดหรือมากกว่า ๔๘ ตัวอักษร ให้แบ่งออกเป็น ๒ หรือ ๓
บรรทัดตามความเหมาะสม โดยพิมพ์เรียงให้บรรทัดเรียงรูปลงมาในลักษณะสามเหลี่ยมหัวกลับ
(หรือพิรามดิ หวั กลบั ) โดยไม่ต้องขีดเส้นใตช้ ่ือบท

๓.๘.๒ ภาคหรอื ตอน (Parts)

ในกรณที ด่ี ุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์มคี วามยาวมาก อาจแบง่ ออกได้เป็นหลาย
ภาคหรือหลายตอน ให้พิมพเ์ ลขลาดับภาค และชือ่ ของภาคไว้อกี หน้าหนึ่งต่างหาก เรียกวา่ หนา้ บอกภาค
หน้าน้จี ะอยกู่ ่อนทีจ่ ะถงึ บทแรกของภาคนน้ั ๆ

ใหเ้ ริ่มพมิ พ์เน้ือเร่ืองในบท ถัดจากชื่อบทโดยเว้นระยะห่างจากชอื่ บท ใหก้ าหนดก่อนหน้า
ไวท้ ี่ ๖ พอยท์ เชน่ เดียวกบั การย่อหน้า

บทที่ ๓ การจัดพมิ พ์ดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ I ๙๗

สาหรับภาคที่มีช่อื ส้ัน อาจพิมพ์ไว้บรรทดั เดียวกนั กบั เลขลาดับภาค แตถ่ ้าชอ่ื ยาวให้พมิ พ์
ช่ือภาคไว้อีกบรรทัดหนึ่งหรือ ๒-๓ บรรทัดแล้วแต่ความยาวของช่ือ โดยให้อักษรตัวแรกของแต่ละ
บรรทัดตรงกันและจัดข้อความท้ังหมดไวต้ รงกลางหน้ากระดาษ ห่างจากขอบบนและขอบล่างเทา่ กัน
ทงั้ หา่ งจากขอบซ้าย ๑.๕ น้วิ (๓.๘๑ ซม.) และขอบขวา ๑ น้ิว เทา่ กับการต้งั คา่ หน้ากระดาษ

๓.๘.๓ หัวขอ้ ใหญ่ หรอื หัวข้อสาคัญ (Main Title)

หวั ขอ้ ใหญห่ รือหัวขอ้ สาคัญของแตล่ ะบท หมายถึงหัวข้อท่ไี ม่ใช่ช่ือเรอ่ื งประจาบท ให้พิมพ์
ชิดขอบกระดาษดา้ นซา้ ย ตัวอักษรขนาด ๑๘ พ้อยท์ และพิมพ์ห่างจากบรรทดั บน โดยกาหนดทก่ี ่อน
หน้า ๖ พ้อยท์ โดยให้ทาตัวหนาที่หัวข้อสาคัญนั้น ๆ และการพิมพ์บรรทัดต่อไปก็ให้เว้นระยะห่าง
ระหวา่ งบรรทัดโดยกาหนดทกี่ อ่ นหนา้ ๖ พ้อยท์

ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของคาทุก ๆ คาใน
หัวข้อสาคัญ ๆ เหล่าน้ี ต้องพิมพ์ด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ นอกจากบุพบท (preposition)
สันธาน (conjunction) และคานาหน้านาม (article) เท่าน้ัน ท่ีไม่ต้องพิมพ์ด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่
ยกเว้น บุพบท, สันธาน และคานาหน้านามดังกล่าวจะเปน็ คาแรกของหัวข้อสาคญั นนั้ ๆ

อน่ึง ถ้าจะขึ้นหัวข้อใหม่อีก แต่มที ่ีว่างสาหรับพิมพ์ข้อความต่อไปไดไ้ ม่เกินหน่ึงบรรทัด
ในหนา้ นั้นแล้ว ใหข้ ึน้ ตน้ หวั ข้อใหม่ในหน้าตอ่ ไป

๓.๘.๔ หัวข้อยอ่ ย (Subordinate Title)

ถ้าในหวั ข้อใหญ่มีหวั ขอ้ ย่อย ให้พมิ พ์หัวขอ้ ยอ่ ยเว้นระยะจากขอบซ้ายของกระดาษ ๘ ชว่ ง
ตัวอักษร เร่มิ พิมพ์ตวั อักษรที่ ๙ (๐.๗ นว้ิ หรือ ๑.๗๕ ซม.) โดยกาหนดระยะห่างจากบรรทัดก่อนนั้น
ที่ก่อนหนา้ ๖ พ้อยท์ และขนาดตัวอกั ษร ๑๖ พอ้ ยท์

การพิมพ์หัวข้อย่อย ผู้เขียนต้องใช้ระบบตัวอักษรกากับสลับตัวเลข หรือ ระบบตัวเลข
กากบั สลับตัวเลข โดยต้องเน้นตัวอักษรด้วยตัวหนาในหวั ข้อยอ่ ยทกุ หัวขอ้ ดังตวั อยา่ งต่อไปนี้

แบบ ก ตวั อกั ษรกากบั สลับกบั ตัวเลข

เวน้ ระยะจากขอบซา้ ยของกระดาษ ๘ ตัวอกั ษร เริม่ พมิ พ์ตัวอกั ษรที่ ๙

ความขัดแย้ง

ก. ภายใน
.............................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
๑. สาเหตุ ............................................................................................................................

ก) ทิฏฐิ .....................................................................................................................
................................................................................................................................................................

๑) การแก้ไข .............................................................................................................

๙๘ I คู่มือดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

................................................................................................................................................................
(ก) การแกไ้ ขโดยขม่ เอาไว้ ...........................................................................

................................................................................................................................................................
(ข) การแกไ้ ขโดยเด็ดขาด..............................................................................

................................................................................................................................................................

แบบ ก ตัวอักษรกากบั สลบั กบั ตัวเลข (ภาษาอังกฤษ)

United States.

A. Civil War, 1861-1865 ...........................................................................................
................................................................................................................................................................

1. Causes .......................................................................................................................
................................................................................................................................................................

a) Slavery ..............................................................................................................
................................................................................................................................................................

1) Compromise .........................................................................................
................................................................................................................................................................

(a) Missouri Compromise....................................................................
................................................................................................................................................................

(b) Compromise of 1860 ……...............................................................
................................................................................................................................................................

แบบ ข ตวั เลขกากับสลบั กับตวั เลข

เวน้ ระยะจากขอบซ้ายของกระดาษ ๘ ตัวอักษร เรมิ่ พมิ พต์ ัวอกั ษรท่ี ๙

สหรฐั อเมรกิ า

๑. สงครามกลางเมือง ๑๘๖๑-๑๘๖๕ ..............................................................................
................................................................................................................................................................

๑.๑ สาเหตุ .........................................................................................................................
๑.๑.๑ ทาส ................................................................................................................

................................................................................................................................................................
๑.๑.๒ การประนีประนอมแหง่ ปี ๑๘๕๐ ....................................................................

................................................................................................................................................................

บทที่ ๓ การจดั พมิ พด์ ษุ ฎนี พิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ I ๙๙

แบบ ข ตวั เลขกากับสลบั กบั ตวั เลข (ภาษาอังกฤษ)

United States.

1. Civil War, 1861-1865……………………………………………………………..........................
................................................................................................................................................................

1.1 Causes .......................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

1.1.1 Slavery............................................................................................................
...............................................................................................................................................................

1.1.2 Compromise of 1860..................................................................................
................................................................................................................................................................
หมายเหตุ: หากเลือกแบบใดให้ใช้เหมือนกันทง้ั เล่ม

ตวั อยา่ งการลาดับหัวขอ้ ใหญ่-หวั ขอ้ ยอ่ ย

๒ นิ้ว / ๕.๐๘ ซม.

บทท่ี ๓ (๒๐ พ้อยท์)

(เว้น ๑ บรรทดั ๑๖ พอ้ ยท์)

การเผยแผ่การปฏบิ ตั อิ านาปานสั สติเพือ่ พัฒนาคุณภาพชวี ติ (๒๐ พ้อยท์)

(เว้น ๑ บรรทดั ๑๖ พ้อยท์)

เร่มิ คาอธิบาย (เว้นระยะจากขอบซ้าย ๐.๗ นิ้ว หรอื 1.75 cm) ….(๑๖ พ้อยท์) ...............
.................................................................................................................................................

๓.๑ หัวข้อใหญห่ รอื หวั ข้อสาคญั (๑๘ พ้อยท,์ ตัวหนา before 6 pt.)

๓.๑.๑ หัวขอ้ ยอ่ ย (๑๖ พอ้ ยท์ before 6 pt.)..............................................................
๓.๑.๑.๑ ........................................................................................................

...................................................................................................................................................
๓.๑.๑.๒ ........................................................................................................

....................................................................................................................................................
๓.๑.๒ (๑๖ พ้อยท์ before 6 pt.)...............................................................................

๓.๒ หัวขอ้ ใหญห่ รือหวั ข้อสาคัญ (๑๘ พอ้ ยท,์ ตัวหนา before 6 pt.)

๓.๒.๑ (๑๖ พอ้ ยท์ before 6 pt.)...............................................................................
....................................................................................................................................................

๓.๒.๑.๑ .........................................................................................................
....................................................................................................................................................

๓.๒.๑.๒ .........................................................................................................
....................................................................................................................................................

๑๐๐ I คู่มือดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

๓.๙ ตาราง กราฟ แผนภมู ิ และรปู ประกอบตา่ ง ๆ

ตาราง กราฟ แผนภูมิ และรปู ประกอบจะต้องมีหมายเลขประจาและเรยี งลาดับไปตลอด
เลม่ โดยให้พมิ พ์เลขลาดับท่แี ละชอื่ ของตาราง กราฟ แผนภูมิ และรูปประกอบพร้อมทงั้ ขอ้ ความและ
ที่มาไวใ้ นหนา้ เดยี วกันทัง้ หมด

กรณีที่ตารางนั้นมีความยาวมากจนไม่สามารถพิมพ์ให้จบในหน้าเดียวได้ ให้พิมพ์ส่วนท่ี
เหลอื ในหน้าถัดไป แต่ท้งั นจี้ ะต้องมีลาดับที่และชื่อของตารางและมีสว่ นของขอ้ ความในตารางรวมอยู่
ดว้ ยในแตล่ ะหน้าอย่างน้อย ๒ บรรทดั ในกรณีทส่ี ่วนขอ้ ความของตารางสิ้นสุดลง และจาเป็นจะต้อง
อา้ งถึงทม่ี าของตารางในหน้าถดั ไป จะต้องยกข้อความบางสว่ นของตารางไปรวมไว้หน้าใหม่อย่างนอ้ ย
๒ บรรทัด โดยยอมปล่อยให้มีท่ีว่างในตารางหน้าเดิม ขนาดของตารางไม่ควรเกินกรอบของหน้า
ดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สาหรับตารางขนาดใหญ่ ควรพยายามลดขนาด โดยใช้เครื่องถ่ายย่อส่วน
หรือลดชนาดอักษรในตารางหรือวิธีอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสม แต่จะต้องชัดเจนพอทจ่ี ะอ่านได้ง่าย
สาหรับตารางทก่ี ว้างเกนิ กว่าความกว้างของหนา้ ดษุ ฎีนพิ นธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ กอ็ าจจะจัด
ให้ส่วนขวางของตารางนนั้ หนั เขา้ หาขอบของหน้า

สาหรับภาพประกอบ หากเป็นภาพถา่ ยท่ีอา้ งอิงมาจากท่ีอื่นอาจใช้ภาพถ่ายสาเนาได้ แต่
ถา้ เป็นภาพถา่ ยของผลการวจิ ัย ให้ใช้ภาพจรงิ ทัง้ หมดจะเป็นภาพสีหรอื ขาวดาก็ได้

ตวั อย่าง การพมิ พต์ ารางที่มีความยาวเกินหน่งึ หนา้

ตารางท่ี ๓.๑ แสดงการใช้หลกั สารณยี ธรรมของนกั เรียนโรงเรียนราชวินิตมธั ยม

ผลจากการสมั ภาษณ์ คดิ เปน็
เปอร์
ลาดับที่ คาสัมภาษณ์ ผูต้ อบ การปฏิบตั ิ จานวน เซน็ ต์
ผตู้ อบ ๕๓.๕๗

๑ เมตตากายกรรม ๒๘ ปัจจุบันกินไม่เป็นเวลา กิน ๑๕ ๒๑.๔๓

คิดว่าตัวเองควรปรับปรุงการ เยอะ และนอนดกึ ๒๕.๐๐
๗.๑๔
รั ก ษ า สุ ข ภ า พ ร่ า ง ก า ย ต น เ อ ง ปัจจุบันไม่ค่อยออกกาลัง ๖ ๔๒.๘๖
๔๒.๘๖
อย่างไรบา้ ง กาย ๗.๑๔
๗๘.๕๗
เหมาะสมแลว้ ๗ ๒๑.๔๓

๒ เมตตาวจีกรรม ๒๘ พูดคาหยาบเยอะอยู่ ๒ ๗.๑๔

คนอื่นบอกว่าเราพูดจาไพเราะ ไม่เพราะมาก พูดตรง ๆ ๑๒

และมหี ลักการนา่ เช่อื ถอื หรอื ไม่ แลว้ แตก่ าลเทศะ ๑๒

พดู เพราะ และน่าเชือ่ ถอื ๒

๓ เมตตามโนกรรม ๒๘ หากิจกรรมอนื่ มาทา ๒๒

เวลาเครียด มีวิธีจัดการตัวเอง คดิ หาสาเหตุแลว้ แก้ไข ๖

ยังไง

๔ สาธารณโภคติ า ๒๘ ไม่ให้ ๒

ห ากเร าไป ซ้ื อห นัง สือพ็อ ค

เก็ตบุ๊คมาใหม่เล่มหน่ึงยังไม่ได้

อ่านเลย หยิบขึน้ มา ปรากฏว่า

บทท่ี ๓ การจัดพิมพ์ดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ I ๑๐๑

ผลจากการสัมภาษณ์ คดิ เป็น
เปอร์
ลาดับที่ คาสมั ภาษณ์ ผู้ตอบ การปฏบิ ัติ จานวน เซน็ ต์
๕๗.๑๔
ผตู้ อบ
๒๑.๔๓
มีเพื่อนในห้องคนหนึ่งว่ิงเข้ามา ต้องดูว่าคนน้ันน่าไว้ใจหรือ ๑๖
๑๔.๒๙
ขอยมื ไปอ่าน จะให้เขายืมไหม เปล่า
๑๐๐
ขอเราอ่านใหจ้ บกอ่ นนะแล้ว ๖
๓.๕๗
จะให้ ๖๔.๒๙

ให้เพื่อนยืมไปก่อน เพราะ ๔ ๓๒.๑๔

ยังไงก็เป็นของเราจะอ่าน

เมอื่ ไหรก่ ไ็ ด้

๕ สลี สามญั ญตา ๒๘ บกพร่อง ๒๘

ศีล ๕ ข้อ เราบกพร่องหรอื เปล่า

๖ ทิฏฐิสามัญญตา ๒๘ ไมเ่ หมาะสม ๑

คิดว่าการตัดสินใจแก้ไขปัญหา เหมาะสมบ้าง ๑๘

ในชีวิตท่ีผ่านมาเราได้ตัดสินไป ไมเ่ หมาะสมบ้าง

ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมหรือยัง เหมาะสมแล้ว ๙

ตวั อย่าง การพิมพต์ ารางซึง่ อยู่ในหน้าเดยี วกบั เนอื้ เรือ่ ง

ตารางท่ี ๓.๒ ปญั หามนษุ ยสัมพันธข์ องนักเรียนตามหลักสารณียธรรมต่อตนเอง

ลาดบั ที่ หลกั สารณียธรรม พฤตกิ รรม จานวน
นักเรยี น(คน)
๑ เมตตากายกรรม ปจั จบุ ันกนิ ไมเ่ ปน็ เวลา กินเยอะ และนอนดกึ
ปจั จุบันไมค่ อ่ ยออกกาลงั กาย ๑๕
๒ เมตตาวจีกรรม พดู คาหยาบบ่อยคร้ัง ๖
๓ เมตตามโนกรรม ๒
๔ สาธารณโภคิตา - -
๕ สลี สามัญญตา หวงทรพั ย์สนิ ของตน ๒
๖ ทฏิ ฐิสามัญญตา ศลี ๕ บกพร่อง ๒๘
คิดวา่ ตนตัดสินใจแก้ไขปัญหายังไมเ่ หมาะสม ๑

ตารางที่ ๓.๓ ปญั หามนษุ ยสัมพันธ์ของนักเรยี นตามหลักสารณียธรรมต่อเพอื่ น

ลาดับท่ี หลกั สารณียธรรม พฤติกรรม จานวน
นักเรยี น(คน)
๑ เมตตากายกรรม -
๒ เมตตาวจีกรรม ช่ืนชมเพือ่ นในใจแตไ่ ม่แสดงออก -
๓ เมตตามโนกรรม โกรธเมือ่ เพ่อื นพูดจาไม่ดกี บั ตน ๓
๔ สาธารณโภคติ า ไม่เคยแบ่งปนั อุปกรณ์การเรยี น/ขนมกบั เพอื่ น ๑๘
๕ สีลสามัญญตา ไม่รักษาเวลาเม่ือนดั กบั เพอ่ื น ๖
๖ ทิฏฐสิ ามญั ญตา ๒๘
- -

๑๐๒ I ค่มู ือดุษฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

กรณีท่เี น้อื หาในตารางไม่ยาวมากนกั สามารถลดขนาดตัวอักษรได้ (จาก ๑๖ เป็น ๑๔
พอ้ ยท์ ซึ่งไมค่ วรมีขนาดเล็กกวา่ นี้) เพอื่ ใหต้ ารางนั้นอยู่ในหนา้ เดยี วกนั ดงั นี้

ตารางท่ี ๓.๔ การใช้หลักสารณียธรรมต่อตนเองของนกั เรียนโรงเรยี นราชวินติ มัธยม

ลาดับที่ คาสมั ภาษณ์ ผลจากการสัมภาษณ์ จานวน คิดเป็น
๑ ผูต้ อบ การปฏบิ ัติ ผู้ตอบ เปอร์
๑๕ เซ็นต์
๒ เมตตากายกรรม ๒๘ ปัจจุบันกินไม่เป็นเวลา ๕๓.๕๗
๓ คิดว่าตัวเองควรปรับปรุงการ กนิ เยอะ และนอนดึก ๖
๔ รักษาสุขภาพร่างกายตนเอง ๒๑.๔๓
อย่างไรบ้าง ปัจ จุ บั น ไ ม่ค่ อ ย อ อ ก ๗
๕ กาลังกาย ๒ ๒๕.๐๐
๖ ๑๒ ๗.๑๔
เหมาะสมแลว้ ๑๒ ๔๒.๘๖
๒ ๔๒.๘๖
เมตตาวจกี รรม ๒๘ พดู คาหยาบเยอะอยู่ ๒๒ ๗.๑๔
คนอื่นบอกวา่ เราพดู จาไพเราะ ๖ ๗๘.๕๗
แล ะมีห ลักการ น่าเช่ือถือ ไม่เพราะมาก พดู ตรง ๆ ๒๑.๔๓

แลว้ แต่กาลเทศะ ๑๖ ๗.๑๔
หรือไม่ พูดเพราะ และน่าเชอ่ื ถอื ๕๗.๑๔
เมตตามโนกรรม ๒๘ หากจิ กรรมอ่นื มาทา ๖
เวลาเครียด มีวิธีจัดการตัวเอง ๒๑.๔๓
ยังไง คิดหาสาเหตุแล้วแกไ้ ข ๔
๑๔.๒๙
สาธารณโภคิตา ๒๘ ไมใ่ ห้ ๒๘
ห า ก เ ร า ไ ป ซ้ื อ ห นั ง สื อ พ็ อ ค ๑๐๐
เก็ตบุ๊คมาใหม่เล่มนึงยังไม่ได้ ต้องดูว่าคนน้ันน่าไว้ใจ ๑
หรอื เปลา่ ๑๘ ๓.๕๗
อา่ นเลย หยิบขึ้นมา ปรากฏวา่ มี ๖๔.๒๙
เพอ่ื นในหอ้ งคนนึงวิ่งเขา้ มาขอยืม ขอเราอ่านให้จบก่อนนะ ๙
แลว้ จะให้ ๓๒.๑๔
ไปอ่าน จะใหเ้ ขายมื ไหม
ใ ห้ เ พ่ื อ น ยื ม ไ ป ก่ อ น
เพราะยังไงก็เป็นของเรา
จะอา่ นเมื่อไหรก่ ็ได้

สลี สามัญญตา ๒๘ บกพร่อง
ศีล ๕ ข้อ เราบกพร่องหรือ
เปล่า
ทิฏฐสิ ามัญญตา ๒๘ ไมเ่ หมาะสม
คดิ ว่าการตัดสนิ ใจแก้ไขปัญหา
ในชีวติ ทีผ่ า่ นมาเราได้ตัดสินไป เ ห ม า ะ ส ม บ้ า ง ไ ม่
เหมาะสมบ้าง
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมหรือ
ยงั เหมาะสมแลว้

บทท่ี ๓ การจัดพมิ พด์ ุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ I ๑๐๓

๓.๑๐ การเวน้ ระยะการพิมพห์ ลงั เครือ่ งหมายวรรคตอน

ให้พิมพ์เครื่องหมายวรรคตอนน้ันอยู่ชิดตัวหน้า หลังเครื่องหมายต่อไปนี้ ให้เว้นวรรค ๑
ช่วงตวั อกั ษร

“ . ” มหัพภาค (period) ใหเ้ ว้น ๑ ช่วงตัวอักษร ใช้แสดงวา่ จบความ
“ , ” จุลภาค (comma) ให้เว้น ๑ ช่วงตัวอักษรใช้เพื่อแยกวลีหรืออนุประโยค เพ่ือ
ปอ้ งกนั ความเขา้ ใจสับสน
“ ; ” อฒั ภาค (semicolon) ให้เว้น ๑ ช่วงตัวอักษร ใช้คั่นบทนิยามของคาที่มี
ความหมายหลายอยา่ ง แต่ความหมายนน้ั มนี ยั เนอ่ื งกับความหมายเดิม
“ : ” ทวภิ าค (colons) ใหเ้ วน้ ๑ ชว่ งตัวอักษรใช้แทนคาวา่ คอื , ดงั น้ี

วธิ กี ารใส่เครื่องหมายวรรคตอน

๑. ต้องพิมพเ์ คร่ืองหมายวรรคตอนไว้ทา้ ยข้อความเสมอ (หมายถึง เครือ่ งหมายวรรคตอน
นัน้ ให้ติดอกั ษรตวั หน้า) เช่น กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพม์ หาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕.

๒. หลังตวั ยอ่ เวน้ ๑ ชว่ งตัวอกั ษร เชน่ ที.ส.ี อ. (ไทย) p. 5.
๓. ระหวา่ งคาย่อท่มี มี ากกว่า ๑ ตวั อกั ษรไมต่ ้องเว้น๑ เชน่ ม.ป.ท. ม.ป.ป. พธ.ม. n.d. pp.

อน่ึง หลักเกณฑ์การเว้นวรรคในคู่มือเล่มน้ี ให้ยึดตามเกณฑ์ที่สานักงานราชบัณฑิตย-
สภา๒ ไดก้ าหนดไว้ โดยสรปุ ดงั น้ี

๑. เว้นวรรค ในกรณีตอ่ ไปนี้

๑.๑ เว้นวรรคเลก็ ๓ ระหว่างชอ่ื กับนามสกลุ

นายเสริม วนิ จิ ฉยั กุล

๑.๒ เวน้ วรรคเลก็ หลังคานาพระนามพระบรมวงศานวุ งศ์ พระนาม และฐานนั ดรศกั ดิ์

(๑) สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
(๒) สมเดจ็ ฯ เจา้ ฟ้ากรมพระยานรศิ รานวุ ดั ติวงศ์
(๓) สมเดจ็ ฯ เจา้ ฟ้าจาตุรนตร์ ศั มี กรมพระจักรพรรดพิ งศ์

๑.๓ เว้นวรรคเล็กระหว่างคานาหน้านามแตล่ ะชนิด

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ หรือ

๑ ดูรายละเอียดใน ราชบัณฑิตยสถาน, หลักเกณฑ์การเว้นวรรค, [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา:
http://www.royin.go.th/?page_id=629 [16 มถิ ุนายน 2561].

๒ สานักงานราชบัณฑิตยสภา, การเว้นวรรค, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: http://www.royin.go.th/?
page_id=629 [13 กันยายน 2561].

๓ เว้นวรรคเลก็ มรี ะยะห่างระหว่างวรรคประมาณเท่ากับความกว้างของพยญั ชนะ ก ดูรายละเอียดใน
สานักงานราชบัณฑิตยสภา, การเว้นวรรค, [ออนไลน์], แหล่งท่มี า: http://www.royin.go.th/? page_id=629 [21
กนั ยายน 2561].

๑๐๔ I คูม่ อื ดุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

ศ. นพ. ม.ล.เกษตร สนทิ วงศ์

๑.๔ เว้นวรรคเล็กระหวา่ งยศกับช่ือ

(๑) จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
(๒) พลเรอื เอก สงดั ชลออยู่ หรอื พล.ร.อ. สงดั ชลออยู่
(๓) ร้อยโทหญิง สุชาดา ทาความดี

๑.๕ เว้นวรรคเลก็ ระหว่างกลุม่ อักษรย่อ

นายเสริม วนิ ิจฉัยกลุ ป.จ. ม.ป.ช. ม.ว.ม.

๑.๖ เว้นวรรคระหว่างเคร่อื งหมายตา่ ง ๆ

๑.๖.๑ เว้นวรรคเล็กหน้าและหลังเครื่องหมายไปยาลใหญ่ ไม้ยมก เสมอภาคหรือ
เท่ากับ ทวิภาค วภิ ัชภาค และเครอื่ งหมาย + ท่ีใชใ้ นทางภาษา (มิใช่เครอ่ื งหมาย + ท่ีใช้ในทาง
คณิตศาสตร)์

(๑) เขาเจรญิ พทุ ธคณุ วา่ อติ ิปิ โส ฯลฯ ภควาติ
(๒) วันหนึง่ ๆ เขาทาอะไรบ้าง
(๓) อเปหิ = อป + เอหิ

๑.๖.๒ เวน้ วรรคเล็กหน้าเคร่ืองหมายอัญประกาศเปดิ และวงเลบ็ เปิด
(๑) สถานภาพของสตรีในสงั คมอนิ เดียในอดีตมีลกั ษณะคลา้ ย “เถาวลั ย์”
หรอื บางทกี ็ดูคล้าย “กาฝาก” เพราะสตรีไมส่ ามารถพง่ึ ตนเองได้
(๒) มนุษยไ์ ดส้ รา้ งโลภะ (ความโลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ
(ความหลง) ใหแ้ ก่ตัวเองทั้งสนิ้

๑.๖.๓ เวน้ วรรคเล็กหลงั เครื่องหมาย จุลภาค อฒั ภาค ไปยาลน้อย อัญประกาศปิด
และวงเล็บปิด

(๑) พระพทุ ธ, พระธรรม, พระสงฆ์ เป็นรัตนะ ๓ ของพทุ ธศาสนิกชน
(๒) ชีวิตของตนเปน็ ท่รี กั ย่ิงฉันใด ชีวติ ของผอู้ นื่ ก็ปานนั้น; สตั บรุ ุษเอาตนเขา้

ไปเทียบดงั น้ี จงึ กระทาความเมตตากรณุ าในสัตว์มชี วี ติ ทัว่ ไป
(๓) โอ๊ย ! มาไมท่ นั รถอกี แล้ว
(๔) สมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินีนาถ
(๕) สถานภาพของสตรีในสังคมอนิ เดียในอดีตมลี ักษณะคลา้ ย “เถาวัลย์”

หรอื บางทีก็ดูคลา้ ยเป็น “กาฝาก” เพราะสตรไี ม่สามารถพ่งึ ตนเองได้
(๖) มนษุ ย์ไดส้ ร้างโลภะ (ความโลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ (ความหลง)

ใหแ้ กต่ นเองทงั้ ส้นิ

๑.๗ เวน้ วรรคเล็กหลังขอ้ ความทีเ่ ปน็ หวั ข้อ

(๑) อุทานวลี อุทานวลีหมายถึงคาอุทานท่ีมีคาอื่นประกอบท้ายให้เป็นวลียืดยาว
ออกไป เชน่ คุณพระชว่ ย

บทที่ ๓ การจดั พิมพด์ ุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ I ๑๐๕

(๒) วิเคราะห์กลวิธีดาเนินเร่ือง ในการวิเคราะห์กลวิธีดาเนินเรื่องจาเป็นต้องเข้าใจ
ศลิ ปะการอา่ น หรือกตกิ าของนักอา่ น นักอ่านต้องพยายามทาใจเกย่ี วกบั สัญนิยมของการแต่งหนงั สือ

๑.๘ เวน้ วรรคเล็กท้ังข้างหนา้ และข้างหลงั คา ณ ธ

(๑) การนาสตั วข์ ้ึนหรอื ลง ณ สถานใี ด ให้เปน็ ดลุ ยพินจิ ของเจา้ หน้าท่ีปศสุ ตั ว์
ประจาท้องท่ี

(๒) ผลพระคุณ ธ รกั ษา ปวงประชาเป็นศุขสานต์

๑.๙ เว้นวรรคเลก็ หนา้ และหลงั คาวา่ “ไดแ้ ก”่ ทีต่ ามด้วยรายการ มากกวา่ ๑ รายการ

(๑) เครอ่ื งลอ่ ใจใหต้ ิดอย่ใู นโลก ไดแ้ ก่ รปู เสียง กลิ่น รส และสมั ผสั
(๒) อาหารทช่ี ว่ ยป้องกนั และต้านทานโรค ไดแ้ ก่ โปรตีน เกลือแร่ และวติ ามิน

๑.๑๐ เวน้ วรรคเลก็ หนา้ และหลงั คา “เชน่ ” (ในความหมายวา่ ยกตัวอยา่ ง)

สว่ นหนง่ึ แห่งสกลจกั รวาล เชน่ มนุษยโลก เทวโลก พรหมโลก
ยกเว้น “เชน่ ” ทีม่ ีความหมายว่า “อยา่ ง, เหมือน” ไมต่ ้องเว้นวรรคท้งั หนา้ และหลงั คา

(๑) ดา ว. มีสีเช่นสเี ขมา่ , มดื .
(๒) ใจดาเช่นกา

๑.๑๑ เว้นวรรคเลก็ หนา้ คาสนั ธาน “และ”, “หรอื ” ในรายการ

(๑) ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทรายว่าด้วยการผลิต การบรรจุ การเก็บ
รักษา การสารวจ การขนย้าย การจาหน่าย และการส่งมอบน้าตาลทราย

(๒) แล้วกัน (ปาก) ว. ออกเสียงแสดงความไม่พอใจ ตกใจ เสียใจ หรือประหลาดใจ
เป็นตน้

ยกเวน้ ถ้ามเี พียง ๒ รายการ ไมต่ ้องเวน้ วรรค
(๑) ส่งเสริมสวัสดิการของครแู ละนักเรียนของโรงเรียน
(๒) เสยี งสระทุกเสยี งเปน็ เสยี งก้องหรือเสียงโฆษะ

๑.๑๒ เว้นวรรคเลก็ หน้าคา “เป็นต้น” ทีอ่ ยหู่ ลงั รายการ

(๑) ประเภท น. สว่ นท่แี บง่ ย่อยออกไปเป็นพวก จาพวก ชนิด หมู่ เหลา่
อย่าง แผนก เปน็ ตน้ .

(๒) บา้ นเปน็ คาไทย เดิมหมายความว่าหมู่บา้ น ปัจจุบนั ยังมีเคา้ ให้เห็นอยู่ในช่ือตาบลต่าง ๆ
มี บา้ นหมอ้ บ้านหม่ี บา้ นไร่ บา้ นนา บา้ นบ่อ เปน็ ต้น

๑.๑๓ เว้นวรรคเลก็ หลังคาว่า “ว่า” ในกรณที ่ขี อ้ ความต่อมาเปน็ ประโยค

จะสงั เกตได้ว่า คนถนัดมอื ซ้ายมีนอ้ ยกว่าคนทถี่ นัดมือขวา

๑๐๖ I ค่มู ือดษุ ฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

๒. กรณีที่ไมเ่ วน้ วรรค

๒.๑ ไม่เวน้ วรรคระหว่างคานาหน้าชอื่ กับชอื่

(๑) พระมหาสทุ ธิ สทุ ธฺ ิ าโณ
(๒) นายเสรมิ วนิ ิจฉัยกลุ
(๓) นางอินทริ า คานธี
(๔) นางสาววารุณี วงศค์ นไทย
(๕) เด็กชายวรา สิทธิ์รัตน์
(๖) เด็กหญิงสิรนิ ท์ ทองดี
(๗) คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง
(๘) คุณหญงิ ป๋ิว มหาโยธา
(๙) ทา่ นผ้หู ญิงพวั อนุรกั ษ์ราชมณเฑียร

๒.๒ ไม่เวน้ วรรคระหวา่ งบรรดาศักดิ์ สมณศกั ดิ์ ฐานันดรศกั ดิ์ กบั นาม หรือราชทินนาม

(๑) หลวงวิศาลศิลปกรรม
(๒) หม่อมราโชทยั
(๓) สมเด็จพระพทุ ธโฆษาจารย์
(๔) หม่อมเจา้ โวฒยากร วรวรรณ
(๕) เจา้ จอมมารดาชมุ (ในรชั กาลที่ ๔)

๒.๓ ไม่เวน้ วรรคระหว่างคานาหนา้ ช่อื ท่เี ป็นตาแหนง่ หรอื อาชพี กับชื่อ

(๑) ศาสตราจารย์รอง ศยามานนท์
(๒) นายแพทยด์ ารง เพ็ชรพลาย

๒.๔ ไม่เวน้ วรรคหลงั เครอ่ื งหมายไปยาลนอ้ ย ในกรณที ีม่ ีเครอื่ งหมายอนื่ ตามมา

รถไฟเทีย่ วจากกรงุ เทพฯ-เชยี งใหม่

๒.๕ ไมเ่ วน้ วรรคท้ังหนา้ และหลงั เคร่ืองหมายยตั ภิ งั ค์ ยัตภิ าค

(๑) -กระเฉง ใชเ้ ขา้ คู่กบั คากระฉับ เปน็ กระฉับกระเฉง.
(๒) ภาษาตระกลู ไทย–จีน

บทที่ ๓ การจัดพิมพด์ ุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ I ๑๐๗
ตัวอย่าง การเวน้ วรรคและไมเ่ วน้ วรรคตาแหนง่ ทางวชิ าการและคานาหน้าช่ือบุคคล๔

๔ ดูรายละเอียดใน สานกั งานราชบณั ฑิตยสถาน, รายชื่อราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกปัจจุบัน: สานัก
ธรรมศาสตร์และการเมือง, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: http://www.royin.go.th/?page_id=17123#tab-
1503287974284-2-10 [21 กันยายน 2561].

๑๐๘ I คู่มอื ดุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

บทท่ี ๔

การอา้ งองิ และการเขียนเอกสารอ้างอิงหรอื บรรณานุกรม

เน้ือหาของบทนี้มี ๓ ส่วน คือ ส่วนท่ีว่าด้วยการทาเชิงอรรถ (Footnote) การทา
บรรณานกุ รม (Bibliography) และการทาภาคผนวก มรี ายละเอียด ดงั น้ี

๔.๑ เชงิ อรรถ (Footnote)

วิธีอ้างอิงให้ใช้ระบบเชิงอรรถ ได้แก่ ข้อความที่พิมพ์ไว้ท่ีส่วนล่างของหน้ากระดาษ เพื่อ
อธิบายท่ีมาของแหล่งค้นคว้าหรือข้อมูลเป็นเร่ืองที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ หรืออธิบายข้อความเพิ่มเติม
เกีย่ วกบั เนอ้ื เร่อื งบางตอน

๔.๑.๑ การพิมพเ์ ชิงอรรถ
ให้พิมพ์เชิงอรรถไว้ที่ส่วนล่างของแต่ละหน้าท่ีจะอ้างอิง และให้แยกจากเน้ือเรื่องโดยขีด
เส้นค่ันขวางจากขอบซ้ายของกระดาษยาวประมาณ ๒๐ ตัวพิมพ์ กาหนดให้เว้นห่างจากบรรทัด
สุดทา้ ยของเน้ือเรอ่ื ง เทา่ กับ before 12 pt. และหา่ งจากบรรทดั แรกของเชิงอรรถเทา่ กบั after 6 pt.
วธิ กี ารพิมพ์เชิงอรรถ ให้เขา้ ไปที่รายการ “อา้ งองิ ” หรอื “REFERENCES” แลว้ คลิกเลือก
อา้ งอิง – เชงิ อรรถหรอื Insert Footnote จากโปรแกรมของ Microsoft Word โดยใช้ขนาดตวั อกั ษร
๑๔ พ้อยท์และให้พิมพ์บรรทัดแรกย่อหน้าเข้ามาจากขอบซ้ายของกระดาษ ๑.๗๕ ซม. (เช่นเดียวกัน
กับการย่อหน้า) หากข้อความยาวเกิน ๑ บรรทัด บรรทัดต่อมาให้พิมพ์ชิดขอบซ้ายมือทุกบรรทัดจน
จบรายการนน้ั และใหบ้ รรทดั สดุ ท้ายของข้อความในเชงิ อรรถอยู่ห่างจากขอบกระดาษด้านลา่ ง ๑ นว้ิ
การลงเลขเชงิ อรรถ ให้ลงทา้ ยข้อความทอี่ ้างอิง หรือทสี่ รุปมา

ตวั อยา่ งการพิมพ์เชิงอรรถ
ตามหลักกิจในอริยสัจ หน้าท่ีที่จะต้องปฏิบัติต่อทุกข์ ได้แก่ ปริญญา คือ การกาหนดรู้

หรือ ทาความเข้าใจ หมายความว่าเร่ืองทุกข์น้ีบุคคลมีหน้าที่เกี่ยวข้องเพียงแค่กาหนดรู้หรือทาความ
เข้าใจเท่านนั้ การปฏิบัตติ ่อทกุ ข์โดยถูกต้องตามหลักในอริยสจั น้ี เปน็ เรอ่ื งสาคัญอย่างยิ่งแต่เป็นเรื่องท่ี
มกั ถูกมองข้ามไป พุทธธรรมสอนใหป้ ฏิบตั ติ อ่ ทกุ ขด์ ว้ ยการศึกษาให้ร้วู ่าอะไรเป็นอะไร ให้รู้จกั ทุกข์๑

จากขอบ
ซา้ ย =
1.75 cm

เส้นคั่น ห่างจากบรรทัดสุดท้ายของเนอ้ื หา (before) 12 pt.
และหา่ งจากบรรทัดแรกของเชงิ อรรถ (after) 6 pt.

๑ พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ.ปยตุ โฺ ต), พุทธธรรม ฉบบั ปรับปรงุ และขยายความ, พมิ พค์ รงั้ ที่ ๑๓,
(กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั สหธรรมกิ จากัด, ๒๕๔๙), หนา้ ๗๓.

๑๑๐ I ค่มู ือดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

๔.๑.๒ การเรียงลาดบั เลขของเชิงอรรถ
เชิงอรรถแรกในแต่ละบท ให้เร่ิมต้ังแต่ ๑ และนับต่อเนื่องไปจนจบบทน้ัน ๆ เม่ือเริ่ม
บทใหม่ ตอ้ งเริ่ม ๑ ใหมเ่ สมอ โดยไม่ต้องแยกเปน็ เชงิ อรรถของหนังสอื ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
รูปแบบการลงเชิงอรรถน้ัน แตกต่างกันไปตามชนิดของหลักฐานของการอ้างอิง เช่น
หนังสือ บทความในหนังสือ บทความในวารสาร บทความในหนังสือพิมพ์ ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์
เอกสารท่ียังไม่ตีพิมพ์ และการสัมภาษณ์/การสนทนากลุ่มย่อย ในการพิมพ์เชิงอรรถนั้น สาหรับ
หนังสอื ท่ีอ้างถึงเปน็ คร้ังแรก ในแต่ละบท ให้ลงรายการอยา่ งสมบูรณ์ ตามแบบอย่างเอกสารประเภท
ตา่ ง ๆ ดังน้ี

รปู แบบการลงเชิงอรรถในแตล่ ะประเภท
๑) คมั ภีรพ์ ระไตรปฎิ กหรือหนังสือสาคญั พิมพ์เปน็ ชดุ

ใหอ้ า้ งช่ือย่อคัมภีร์ เลม่ /ขอ้ /หนา้ . และให้วงเลบ็ คาวา่ (บาล)ี ไวห้ ลังคายอ่ ในกรณที ่ีใช้
พระไตรปิฎกฉบบั ภาษาบาลี หรือวงเลบ็ คาว่า (ไทย) ไวห้ ลังคาย่อ ในกรณีทใี่ ชพ้ ระไตรปิฎกฉบบั
ภาษาไทย

ตวั อยา่ ง

๑ ขุ.ชา. (บาล)ี ๒๗/๘๗/๕๓, ขุ.ชา. (ไทย) ๒๗/๘๗/๘๗.

การอา้ งพระไตรปฎิ ก ถา้ เขยี นแบบสรุปขอ้ ความจากพระไตรปฎิ ก ซ่ึงเมือ่ เปดิ พระไตรปิฎก
ที่อ้างอิง จะไม่พบขอ้ ความทีเ่ ปน็ คาสรุป ให้เขยี นคาวา่ “ดรู ายละเอียดใน...” แล้วต่อดว้ ยคมั ภรี ์

ตวั อย่าง

มีภิกษุสร้างกุฎีด้วยตนเองบ้าง๑ แต่เนื่องจากภิกษุผู้สร้างกุฎีเองไปขออุปกรณ์การ
สร้างจากชาวบ้าน การสร้างเองจงึ ตอ้ งมขี ้อจากดั ๒

๑ ดูรายละเอียดใน วิ.มหา. (บาลี) ๑/๘๔-๘๖/๕๕-๕๗, ว.ิ มหา. (ไทย) ๑/๘๔-๘๖/๗๔-๗๔.
๒ ดูรายละเอียดใน วิ.มหา. (บาลี) ๑/๓๔๒-๓๗๘/๒๕๗-๒๘๔, ว.ิ มหา. (ไทย) ๑/๓๔๒-๓๗๘/๓๗๘-
๔๑๐.

การอ้างพระไตรปิฎกท่ีเป็นข้อธรรมซ่ึงมีเฉพาะหัวข้อ แล้วมีคาอธิบายในหนังสืออื่น อัน
เปน็ ความเหน็ ของผู้เรียบเรียงหนังสือ ซึ่งเมือ่ ดูพระไตรปิฎกที่อ้าง จะพบแตข่ ้อธรรมเนื้อหาสัน้ ๆ เชน่
พจนานกุ รม ใหอ้ ้างอิงเป็น ๒ ชว่ ง คอื อา้ งช่วงข้อธรรมตอนหน่งึ อา้ งช่วงคาอธบิ ายตอนหนง่ึ

บทที่ ๔ การอ้างอิงและการเขียนเอกสารอา้ งอิงหรอื บรรณานุกรม I ๑๑๑

ตัวอย่าง
พรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา๑ พรหมวิหาร คือธรรมเคร่ืองอยู่อย่าง

ประเสริฐ เปน็ ธรรมประจาใจและปฏิบตั ิตนตอ่ เพอื่ นมนุษย์โดยชอบ
เมตตา ความรัก ปรารถนาดีอยากให้เขามีสุข มีจิตอันแผ่ไมตรีและคิดทาประโยชน์แก่

มนุษยส์ ัตว์ทั่วหนา้
กรุณา ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจในอันจะปลดเปล้ืองบาบัดความทุกข์ยาก

เดือดรอ้ นของปวงสัตว์
มุทิตา ความยินดี ในเมื่อผู้อ่ืนอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใสบันเทิง กอปรด้วยอาการแช่มชื่น

เบิกบานอยู่เสมอ ต่อสัตว์ทั้งหลายผู้ดารงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงาม
ยงิ่ ขึ้น

อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง อันจะให้ดารงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา
คือมีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรมดุจตราชั่ง ไม่ลาเอียงด้วยรักและชัง พิจารณาเห็นกรรมท่ีสัตว์ทั้งหลาย
กระทาแล้ว อันควรได้รับผลดีหรือชั่ว สมควรแก่เหตุอันตนประกอบ พร้อมท่ีจะวินิจฉัยและปฏิบัติไป
ตามธรรม รวมท้ังรู้จักวางเฉย สงบใจมองดู ในเม่ือไม่มีกิจที่ควรทา เพราะเขารับผิดชอบตนได้ดีแล้ว
เขาสมควรรับผิดชอบตนเอง หรอื เขาควรได้รบั ผลอนั สมกบั ความรับผิดชอบของตน๒

๑ อง.ฺ ปญฺจก. (ไทย) ๒๒/๑๙๒/๓๑๙.
๒ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, พิมพ์ครั้งท่ี ๑๑,
(กรุงเทพมหานคร: บริษัท สหธรรมกิ จากดั , ๒๕๔๕), หนา้ ๑๒๔.

๒) หนงั สือ
๒.๑) หนังสือทัว่ ไป (General Books)

ผู้แต่ง, ช่ือเร่ือง, ช่ือชุดและลาดับที่ (ถ้ามี) หรือ เล่มท่ี (ถ้ามีหลายเล่ม), พิมพ์คร้ังท่ี (กรณี
ท่ีพิมพ์มากกว่า ๑ ครั้ง), (สถานที่พิมพ์: สานักพิมพ์หรือโรงพิมพ์, ปีที่พิมพ์), หน้าหรือจานวนหน้าที่
อ้างถงึ .

Author, Title, Edition or ed., (Place: Publisher, Year), page (s).
ตัวอย่าง

๑ พระเทพโสภณ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต), ทิศทางการศึกษาไทย, พิมพ์คร้ังที่ ๓, (กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๖), หน้า ๔-๕.

๒ มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช, ความเชอื่ และศาสนาในสงั คมไทย หนว่ ยที่ ๑-๗, พิมพค์ รง้ั ท่ี ๕,
(นนทบุรี: สานักพิมพม์ หาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๕), หน้า ๑๗-๒๓.

๓ Phra Medhidhammaphorn (Prayoon Dhammacitto), An Ancient Greek Philosophy,
(Bangkok: The Council of Graduate School’s Monk Students, Mahachulalongkornrajavidyalaya
Universiry, 2532 B.E./1989), pp. 38-45.

๔ Walpola Rahula, What the Buddha Taught, (New York: Grove Press, 1962), p. 69.

๑๑๒ I ค่มู อื ดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

หากการอ้างอิงน้ัน เป็นการนาข้อความจากดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์
ของผูอ้ ื่นมาใช้ ให้ใชค้ าว่า “อา้ งใน...”
ตัวอยา่ ง

วินัยบญั ญัติมีเป็นจานวนมาก สมัยแรก ๆ ยังไมม่ ีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อกั ษร พระ
สาวกได้ท่องจากันมา ผู้ที่เชี่ยวชาญพระวินัย ก็ทรงจาพระวินัย ผู้ท่ีเช่ียวชาญพระสูตร ก็ทรงจาพระ
สูตร ผู้ที่เช่ียวชาญพระอภิธรรม ก็ทรงจาพระอภิธรรม ภิกษุและภิกษุณีผู้ทรงจาพระวินัย เช่ียวชาญ
ทางดา้ นพระวินัย เรียกวา่ พระวนิ ัยธร หมายถงึ ผู้รแู้ ละเช่ียวชาญทางพระวินัยโดยท่องจาไว้ได้๒

๒ Davids, T.W. Rhys and Stede, W., Pali English Dictionary, (Delhi: Motilal Banarsidass,
1977), p. 23, อ้างใน แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม, “การศึกษาเชิงวิเคราะห์บทบาทของพระวินัยธรในพระวินัยปิฎก:
กรณีศึกษาพระอุบาลีและพระปฏาจาราเถรี”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๕), หนา้ ๓.

การอ้างหนังสือท่ัวไป ถ้าเขียนแบบสรุปความจากหนังสือนั้น ให้อ้างอย่างอ้างสรุป
พระไตรปิฎกท่กี ลา่ วขา้ งต้น คอื ใช้คาวา่ “ดรู ายละเอียดใน...”

๒.๒) หนงั สอื แปล (Translated Books)
รปู แบบ

ผ้แู ต่ง, ชอื่ เรื่อง, แปลโดย ชื่อผูแ้ ปล, ช่ือชุดและลาดับที่ (ถ้าม)ี หรอื เล่มท่ี (ถ้ามีหลายเล่ม
จบ), พิมพ์ครั้งที่ (ในกรณีพิมพ์มากกว่า ๑ คร้ัง), (สถานที่พิมพ์: สานักพิมพ์หรือโรงพิมพ์, ปีที่พิมพ์),
หนา้ ทหี่ รือจานวนหน้าทอ่ี ้างถงึ .

Author, Title, Tr. by Translator, ed., (Place: Publisher, Year), page (s).
ตวั อย่าง

๑ พระดบั บลิว ราหุล, พระพุทธเจ้าสอนอะไร, แปลโดย ชูศกั ด์ิ ทิพย์เกสรและคณะ, พิมพ์ครั้งท่ี ๓,
(กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพม์ หาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๗), หนา้ ๗๗.

๒ Piyadassi Thera, Buddhism - The Immoral Teaching, Tr. by Chinavudh Sunthornsima,
17th Edition, (Bangkok: Ruankaew Press, 2532/1989), pp. 31-32.

๓) บทความ
๓.๑) บทความจากหนังสือรวมบทความ (Articles from the Books Edited)

รปู แบบ
ผู้เขยี น, “ชอ่ื บทความ”, ใน ชอื่ เรอ่ื ง, รวบรวมโดย ชอื่ ผูร้ วบรวม, ชอ่ื ชดุ (ถ้ามี) หรอื เล่มท่ี

(กรณีมีหลายเล่มจบ), พิมพ์คร้ังท่ี (กรณีที่พิมพ์มากกว่า ๑ ครั้ง), (สถานที่พิมพ์: สานักพิมพ์ หรือโรง
พมิ พ์, ปีท่ีพมิ พ)์ : หน้าหรือจานวนหนา้ ท่ีอ้างถึง (ใสเ่ ฉพาะเลขหนา้ ).

บทที่ ๔ การอา้ งอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิงหรอื บรรณานกุ รม I ๑๑๓

Author, “Name of Article”, Title, Name of the Editor (ed), (Place: Publisher,
Year): page (s).
ตวั อยา่ ง

๑ พระเทพโสภณ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต), “โรงเรียนวิถีพุทธเพ่ือสังคมไทย”, ใน รวมบทความทาง
วิชาการพระพุทธศาสนา, รวบรวมจดั พมิ พ์โดย พระศรธี วัชเมธี (ชนะ ป.ธ.๙), (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพม์ หาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๘): ๖๒.

๒ W.T. Stace, “Survival after Death”, Philosophical Issue, ed. by James Rachels,
(London : Harper & Row Publishers, 1972): 87-91.

รูปแบบ ๓.๒) บทความในวารสาร (Articles in the Journals)

ผ้เู ขียน, “ช่ือบทความ”, ชือ่ วารสาร, เล่มท่หี รือปที ่ี (เดอื น ป)ี : เลขหนา้ (ใส่เฉพาะตัวเลข).

Author, “Title of Article”, Name of Journal, Volume Number (month, year):
page (s) (number only).

ตวั อยา่ ง

๑ ธีรวิทย์ ลักษณะก่ิง, “ปรัชญาศาสนา”, พุทธจักร, ปีที่ ๔๓ ฉบับท่ี ๒ (มกราคม ๒๕๓๓): ๒๖-
๒๙.

๒ K.N., Jayatilleke, “The Buddhist Theory of Causality”, The Maha Bodhi, Vol. 77
No. 1 (1969): 10-15.

รูปแบบ ๓.๓) บทความในหนงั สือพมิ พ์ (Columns in the Newspaper)

ผเู้ ขยี น, “ช่อื บทความ”, ชอ่ื หนงั สอื พมิ พ์, (วัน เดือน ปี): เลขหน้า (ใสเ่ ฉพาะตัวเลข).

Authors, “Title of Column”, Name of Newspaper, (day/ month/ year): page
(s) (number only).

ตวั อย่าง

๑ พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยรู ธมมฺ จิตฺโต), “สงครามคเู วต”, สยามรฐั , (๒๑ สงิ หาคม ๒๕๓๓): ๒.
๒ Sommart Noimarerng, “Buddhist to Protest Changes in Curriculum”, The Nation,
(2 September 1990): A 2.

รูปแบบ ๓.๔) บทความในสารานกุ รม (Articles in the Encyclopedia)

ผเู้ ขียน, “ชื่อบทความ”, ช่อื สารานกุ รม, เล่มที่ (ปีท่ีพิมพ์): เลขหนา้ (ใสเ่ ฉพาะตัวเลข).

๑๑๔ I คมู่ ือดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

Author, “Title of Article”, Name of Encyclopaedia, Volume Number (Year
of Publication): page (s) (number only).
ตัวอย่าง

๑ เกษม บุญศร,ี “พทุ ธวงศ”์ , สารานกุ รมไทยฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน, ๒๑ (๒๕๒๙-๓๐):
๑๓๓๙๕-๑๓๔๒๓.

๒ Charles Landesman, Jr., “Consciousness”, The Encyclopedia ofPhilosophy, Vol.
2 (1967): 191-195.

๓.๕) บทวจิ ารณห์ นังสือ (The Critic of Books)
รูปแบบ

ผเู้ ขียนบทวจิ ารณ์, “วิจารณ์เร่ือง”, ช่ือหนังสอื ท่วี ิจารณ,์ โดยผ้แู ต่งหนงั สอื ทีว่ จิ ารณ์, ใน
ชื่อวารสาร, ปีท่หี รอื เลม่ ที่ (เดือน ป)ี : เลขหนา้ (ใส่เฉพาะตัวเลข).

Author of the Critics, “Title of Criticized Book”, written by the Name of
Author of criticized books, Name of Journal, Volume Number (month, year): page (s)
(number only).

ตัวอย่าง

๑ พระมหาอินศร จินฺตาปญฺโ , “วิเคราะห์พระเทพเวที กรณีสันติอโศก”, โดย ว. ชัยภัค, ใน
พุทธจักร, ปที ่ี ๔๔ เล่มท่ี ๔ (เมษายน ๒๕๓๓): ๒๔-๒๖.

๒ Peter Harvey, “The Five Aggregates: Understanding Theravada Psychology and
Soteriology”, by Mathieu Boisvert, Journal of Buddhist Ethics, Vol.3 (1996): 91-97.

๔) ดุษฎีนพิ นธ/์ วิทยานพิ นธ์ (Dissertation/Thesis)
รปู แบบ

ช่ือผู้วิจัย, “ช่ือดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์”, ระดับของดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์ สาขาวิชา,
(คณะหรือบัณฑติ วิทยาลัย: ช่ือสถาบนั , ปีทสี่ าเร็จ), หนา้ .

Name of Researcher, “Title of Dissertation/Thesis”, Level of
Dissertation/Thesis field, (Faculty or Graduate School: Name of University which is a
Copyright-holder of the Dissertation/Thesis, Year of Graduation/Publication), page (s).
ตัวอย่าง

๑ พระครปู ระคณุ สรกจิ (สชุ าติ ชิโนรโส), “การศึกษาวธิ กี ารสอนวิปสั สนากรรมฐาน ตามแนวทาง
ของสานักวิปัสสนาวเิ วกอาศรม”, วิทยานพิ นธ์พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา, (บัณฑติ
วิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๗), หนา้ ๓๐.

๒Ven. Skalzang Dolma, “An Analytical Study of the Emptiness in the Prajñāpāramitā
Hṛdaya Sūtra and in Mahāyāna Schools with Special References to Their Commentaries”, A
Dissertation of Doctor of Philosophy in Buddhist Studies, (Graduate School:
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, 2015), p. 30.

บทที่ ๔ การอา้ งอิงและการเขียนเอกสารอา้ งอิงหรอื บรรณานกุ รม I ๑๑๕

๓Phramaha Apinyawat Phosan, “A Comparative Study of Woman’s
Socio-familial Life-ways in Vedic Hinduism and Theravāda Buddhism”, A Dissertation of Doctor
of Philosophy in Buddhist Studies, (The Department of Philosophy: University of Madras,
2001), p. 30.

๕) รายงานวจิ ัย
รูปแบบ

ช่อื ผูว้ จิ ยั (และคณะ), “ชื่อหวั ขอ้ รายงานการวิจยั ”, รายงานวิจัย, (ชอ่ื แผนกวชิ า กองหรือ
คณะ: สถาบนั มหาวทิ ยาลยั หรอื กระทรวง, ปีทพ่ี ิมพ)์ , หน้า.
ตวั อย่าง

๑ มนัส ภาคภูมิ, “ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของเจ้าอาวาสในการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลาง
ชมุ ชน”, รายงานวิจยั , (กองแผนงาน: กรมการศาสนา กระทรวงศกึ ษาธิการ, ๒๕๔๐), หนา้ ๑๐.

๖) เอกสารอ่นื ๆ ที่ไม่ไดต้ พี ิมพ์ (Other Unprinted Documents)
ให้ใช้รูปแบบเหมือนการลงเชงิ อรรถ ยกเวน้ ชือ่ เรื่องใส่ไวใ้ นเคร่ืองหมายอญั ประกาศ และ
ระบุลักษณะของเอกสารนั้น เช่น อัดสาเนา หรือ Mimeographed พิมพ์ดีด หรือ Typewriter
แล้วแต่กรณี ไว้ในเครอื่ งหมายวงเล็บตอนสดุ ท้ายของรายการ
ตัวอย่าง

๑ พระมหาสมชัย กุสลจิตฺโต, “ทัศนะเรื่องจิตในพระพุทธปรัชญา”, เอกสารประกอบการสอน
รายวิชาพุทธปรัชญา, (บัณฑติ วทิ ยาลยั : มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๓). (อดั สาเนา).

๒ Phramaha Prayoon Dhammacitto (Mererk), “Buddhism and World Peace”, Paper
Presented at the 16th General Conference of the World Fellowship of Buddhists, (Los
Angeles: November 19-26, 1988). (Mimeographed).

๗) สัมภาษณ์ (Interviews)/สนทนากลุ่ม (Focus Group)
รปู แบบ

สัมภาษณ์ ชอ่ื ผู้ใหส้ ัมภาษณ,์ ตาแหนง่ (ถ้ามี), วัน เดือน ปี (ท่ีสัมภาษณ์).
สนทนากลุม่ ชื่อผ้เู ขา้ ร่วมสนทนา, ตาแหน่ง (ถา้ มี), วันที่ เดอื น ปีทีจ่ ดั สนทนากล่มุ .
Interview/ Focus Group with the name of one who gives an interview,
position (if any), day month year.
ตัวอยา่ ง

๑ สัมภาษณ์ พระธรรมโกศาจารย์ (ประยรู ธมฺมจิตโฺ ต), ศ. ดร., อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ
ราชวิทยาลัย, ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐.

๒ Interview with Phra Dharmakosajarn (Prayoon Dhammacitto), Prof. Dr., Rector of
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, 16 July 2007.

๓สนทนากลมุ่ พระศรสี ุนทรโวหาร (สุนทร สทุ ฺธิธมฺโม), เจ้าอาวาสวดั ลุ่มประชาธรรม, ๑๐ กรกฎาคม
๒๕๖๑.

๔ สนทนากลุม่ พระมหาวรวทิ ย์ วรกว,ี เจ้าอาวาสวัดสองหลัก, ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.
๕ สนทนากลุ่ม พระอธิการคม อธจิ ิตโฺ ต, เจ้าอาวาสวดั เสาหิน, ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.

๑๑๖ I คู่มือดุษฎนี พิ นธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

๘) ระเบยี บ คาสงั่ ข้อบังคบั กฎหมาย พระราชบญั ญตั ิ ฯลฯ ทีไ่ ม่ปรากฏผ้แู ต่ง

รปู แบบ
“ชื่อเรื่อง”, หนังสือรวมประกาศ/เอกสารสาคัญทางราชการ ปีท่ีหรือเล่มที่, ฉบับที่

(เดอื น ปที พี่ ิมพ)์ : เลขหนา้ .

ตัวอย่าง

๑“พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. 2518”, ราชกิจจานุเบกษา 92 (กุมภาพนั ธ์
2518): 120.

๒“ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวชิ าการ สาหรับการเผยแพรผ่ ลงาน
ทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๖”, ราชกจิ จานเุ บกษา ๑๓๐ (ตลุ าคม ๒๕๕๖): ๑๔.

๔.๑.๓ การลงเชงิ อรรถ เม่ืออ้างถงึ เอกสารซา

ในกรณีที่มกี ารอา้ งเอกสารเรื่องเดยี วกันซา้ อีก ใหล้ งรายการดังต่อไปน้ี

การอ้างเอกสารเชิงอรรถโดยไม่มีเอกสารอื่นมาค่ัน ซึ่งเป็นการอ้างถึงเอกสารเร่ือง
เดียวกัน แต่ต่างหน้ากัน ให้ใช้คาว่า เรื่องเดียวกัน สาหรับภาษาไทย และใช้คาว่า Ibid. สาหรับ
ภาษาอังกฤษ พร้อมลงเลขหน้าหรือจานวนหน้ากากับด้วย เช่น เร่ืองเดียวกัน, หน้า ๑๓. หรือ Ibid.,
p. 13. หรือ Ibid., pp. 5-20.

ถ้าต้องการอา้ งซาข้อความท่ีได้อา้ งแลว้ โดยไม่มีเอกสารอ่ืนมาคั่น (หมายถงึ เป็นเอกสาร
เรอื่ งเดียวกัน หน้าเดียวกนั ให้ใชค้ าวา่ อ้างแล้ว หรอื Loc. cit.

การอา้ งถงึ เอกสารเรื่องเดียวกันหรอื ข้อความเดียวกนั ซา้ อีก โดยมีเอกสารอนื่ มาคนั่ ใหล้ ง
รายการอย่างย่อ คอื ลงชื่อผูแ้ ตง่ และชื่อเรื่อง สว่ นรายการเกีย่ วกบั สถานท่ีพมิ พ์ สานกั พิมพ์ ปที ่ีพิมพ์
ใหต้ ดั ออก และใหเ้ ตมิ เลขหน้าต่อจากช่ือเรอื่ งกากับด้วย เช่น

๑ พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยรู ธมมฺ จติ โฺ ต), ปรัชญากรกี โบราณ, หนา้ ๑๕-๒๐. หรือ
๑ Phramedhidhammaphorn (Prayoon Dhammacitto), An Ancient Greek Philosophy,
pp. 15-20.

ในกรณที ่ีชื่อเร่อื งยาวเกินหนง่ึ บรรทดั แลว้ อา้ งถึงหลายคร้งั ใหอ้ ย่ใู นดุลยพินจิ ของผเู้ ขียนที่
จะย่อช่ือเร่ืองให้สั้นลง แต่จะตอ้ งไมใ่ หเ้ สียใจความสาคัญ และใช้รปู แบบเดียวกันท้ังเล่ม
ตวั อยา่ งเชิงอรรถภาษาไทย

๑ พระเทพเวที (ประยทุ ธ์ ปยตุ ฺโต), กรรมตามนยั แหง่ พุทธธรรม, (กรุงเทพมหานคร: มลู นิธิพทุ ธธรรม,
๒๕๒๙), หนา้ ๒๗.

๒ พทุ ธทาสภกิ ขุ, อิทัปปจั จยตา (ฉบบั ย่อ), (กรุงเทพมหานคร: สานกั พมิ พส์ ขุ ภาพใจ, ๒๕๓๓), หนา้
๑๒๔.

๓ วิทย์ วิศทเวทย์, ความคิดเร่ืองอนัตตาในพระสูตร, (กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั ,
๒๕๑๘), หน้า ๒๐.

๔ พระเทพเวที (ประยทุ ธ์ ปยุตฺโต), กรรมตามนัยแห่งพุทธธรรม, หน้า ๓๑.
๕ เรือ่ งเดยี วกนั , หนา้ ๓๕. (หมายถงึ เรอื่ งกรรมตามนัยแห่งพุทธธรรม หน้า ๓๕)
๖ อา้ งแลว้ . (หมายถึง เร่ืองกรรมตามนยั แห่งพุทธธรรม หน้า ๓๕)

บทที่ ๔ การอ้างอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานกุ รม I ๑๑๗

ตัวอยา่ งเชิงอรรถภาษาอังกฤษ

1 Phramaha Prayoon Dhammacitto (Mererk), Selflessness in Sartre’s Existentialism
and Early Buddhism, (Bangkok: Mahachulalongkorn Buddhist University, 1988), p. 93.

2 Chinda Chandrkaew, Nibbana the Ultimate Truth of Buddhism, (Bangkok:
Mahachulalongkorn Buddhist University, 1979), p. 88.

3 Phramaha Prayoon Dhammacitto (Mererk), Selflessness in Sartre’s Existentialism
and Early Buddhism, p.102.

4 Ibid., p. 99.
5 Loc. cit.

ตวั อย่างการพิมพ์อัญประกาศสัน ๆ และเชงิ อรรถ
กล่าวโดยย่อจริยธรรมหรือการรู้จักถือเอาประโยชน์จากหลักอนิจจตามี ๒ ข้ันตอน คือ

ขั้นตอนที่หน่ึง เมื่อประสบความเปลี่ยนแปลงท่ีไม่ปรารถนา ก็บรรเทาหรือกาจัดทุกข์โศกได้ เมื่อ
ประสบความเปลี่ยนแปลงที่พงึ ใจ ก็ไมห่ ลงใหลมวั เมา เพราะรูเ้ ท่าทันกฎธรรมดา ข้นั ตอนที่สอง เร่ง
ขวนขวายทากิจทคี่ วรทาต่อไปใหด้ ีทีส่ ุดและทาด้วยจติ ใจที่เป็นอสิ ระ เพราะร้วู ่าความเปลี่ยนแปลงนั้น
เป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่เป็นไปเองหรือเล่ือนลอย หรือตามความปรารถนาของเรา ผู้ท่ีเห็นว่าส่ิง
ทั้งหลาย ไม่ยั่งยืนย่อมเปล่ียนแปลงไป จะทาอะไรไปทาไม และปล่อยชีวติ ใหเ้ ลอ่ื นลอย ปล่อยอะไร ๆ
ไปตามเรื่อง แสดงถึงความเขา้ ใจผิดและปฏิบัตผิ ดิ ตอ่ หลักอนิจจตา ขัดกบั พทุ โธวาทท่เี ปน็ ปจั ฉิมวาจา
ว่า “สังขารทั้งหลาย มีความเส่ือมไปเป็นธรรมดาเธอท้ังหลาย จงทาหน้าที่ให้สาเร็จด้วยความ
ไมป่ ระมาทเถิด”๑

๑ ท.ี ม. (ไทย) ๑๐/๒๑๘/๑๖๖.

๔.๑.๔ เชิงอรรถประเภทส่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ได้แก่ แหลง่ สารนิเทศที่บนั ทกึ อยู่ในสื่อทค่ี อมพวิ เตอร์อา่ นได้ เช่น แผน่
ดสิ เกต็ ซีดี-รอม ฐานข้อมลู ต่าง ๆ ในระบบสายตรง (Online) อนิ เทอรเ์ น็ต เป็นตน้
การลงรายการบรรณานุกรมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ใช้ข้อกาหนดเดียวกันกับการลงรายการ
บรรณานุกรมของหนังสือและวัสดุอ้างอิงประเภทต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่อาจจะเป็น
ขอ้ มลู ที่มลี ักษณะเฉพาะท่ีต้องการลงรายการแตกต่างออกไปเชน่

๑) แผน่ ดสิ เก็ต และซีดี-รอมท่ีเปน็ ผลงานเด่ยี ว
ผแู้ ต่ง, ชื่อเร่อื ง, [ประเภทของสื่อ], สถานท่ผี ลติ : ช่ือแหลง่ ผลติ , ปที ่ผี ลิต.
ตวั อยา่ ง

ปราณี แสนทวสี ุข, การแสดงพืนบ้านไทย, [ซดี ี-รอม], กรุงเทพมหานคร: ไทยอินฟอรเ์ มชน่ั พบั ลชิ ช่ิง
ซีสเตม็ , ๒๕๔๐.

๑๑๘ I ค่มู อื ดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

๒) สาระสงั เขปบนซีดี-รอม
ผ้แู ตง่ , ชอ่ื เร่ือง, [ประเภทของสื่อ], สาระสังเขปจาก: ชือ่ ฐานข้อมูล/ช่อื แฟ้มขอ้ มูล/
หมายเลขข้อมลู (ถ้าม)ี ,ปีท่ีผลิต.
ตวั อยา่ ง

ปราณี แสนทวีสุข, การนาเสนอรูปแบบการพฒั นาภาวะผู้นาทางวชิ าการสาหรบั ผู้บรหิ าร
สถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งานเขตพนื ทกี่ ารศึกษาอา่ งทอง, [ซีดี-รอม], สาระสงั เขปจาก: ฐานข้อมูลดษุ ฎีนิพนธ์
วิทยานิพนธไ์ ทย (๒๕๔๖) แผ่นท่ี ๒, ๒๕๔๗.

๓) บทความ/สาระสังเขปออนไลน์
ผแู้ ต่ง, ช่อื เรื่อง, [ประเภทของสือ่ ], แหล่งทีม่ า: ช่ือแหลง่ ขอ้ มลู [วนั เดือน ปี ท่ีเข้าถึง
ขอ้ มลู ]. (ใสเ่ ฉพาะวัน เดอื น ปี)
ตัวอยา่ ง

วทิ ยากร เชยี งกูล, คดิ ถกู ทาถกู : ปฏริ ปู การส่อื สารและสอื่ สารมวลชน, [ออนไลน]์ , แหลง่ ทม่ี า:
http://www.rsu.ac.th/thai/Opinion-think-default.html [๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓].

๔) บทความในวารสารอเิ ล็กทรอนกิ ส์
ผ้แู ต่ง, (วัน เดือน ปี), “ชอื่ บทความ”, ช่ือวารสาร, [ประเภทของส่ือ], ปีท่ี (ฉบับท)ี่ : เลข
หนา้ หรือความยาวของเน้ือเร่ือง, แหล่งท่มี า: ชือ่ แหลง่ ข้อมูล [วนั เดอื น ปี ท่เี ข้าถึงข้อมูล]. (ใสเ่ ฉพาะ
วนั เดือน ป)ี
ตวั อยา่ ง

ปราณี แสนสขุ , (2 ม.ี ค. 44), “การจัดองคก์ รเทคโนโลยสี ารสนเทศใหเ้ หมาะสมกับสง่ิ แวดลอ้ ม
องคก์ ร”, KU Electronic Magazine, [ออนไลน์], 3 (2): 7 ย่อหนา้ , แหลง่ ทมี่ า: http://www.ku.ac.th/e-
magazine/march44/it/organize.html [2 มีนาคม 2546].

๕) บทความในหนงั สือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์
ผแู้ ตง่ , (วนั เดอื น ปี), “ชื่อบทความ”, ช่ือหนงั สือพิมพ์, [ประเภทของส่ือ], ปที ่ี (ฉบบั ท่ี):
เลขหนา้ หรอื ความยาวของเน้ือเรือ่ ง, แหลง่ ท่ีมา: ช่อื แหลง่ ข้อมูล [วนั เดอื น ปี ทีเ่ ข้าถึงขอ้ มลู ]. (ใส่
เฉพาะวัน เดอื น ป)ี
ตวั อยา่ ง

ลม เปล่ียนทิศ, (๑๙ ธ.ค. ๔๘), “หมายเหตุประเทศไทย: สังคมไทยกาลังป่วยหนัก”, ไทยรัฐ,
[ออนไลน์], ๑๒ ย่อหน้า, แหล่งที่มา : http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/ column/remark/
dec/19_12_48.php [๒๐ ธนั วาคม ๒๕๔๘].

บทที่ ๔ การอ้างอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม I ๑๑๙

๖) ไปรษณีย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ชือ่ ผู้สง่ (ท่ีอยทู่ างอเี มล) เร่ืองที่สง่ , ผู้รบั หรอื e-mail to ชือ่ ผูร้ ับ (ทอี่ ย่ทู างอเี มล), (วัน
เดือน ปี). (ใสเ่ ฉพาะวนั เดอื น ปี)
ตัวอย่าง

วรวฒุ ิ อรชนุ ([email protected]), ระบบการจดั เกบ็ เอกสารอิเล็กทรอนกิ ส์, ผ้รู บั
พนติ นันต์ อุดมทรัพย์ ([email protected]), (๕ สงิ หาคม ๒๕๕๑).

๔.๒ การทาบรรณานกุ รม:

บรรณานุกรม (Bibliography) หมายถึง บัญชีรายช่ือหนังสือที่ใช้ประกอบการค้นคว้า
หรือบัญชีรายช่ือหนังสือในหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ยุคใดยุคหน่ึง หรือ ของผู้เขียนคนใดคนหน่ึง มักมี
รายละเอียดหรือบทวิจารณ์สั้น ๆ ประกอบ โดยให้พิมพ์คาว่า บรรณานุกรม ไว้ตรงกลางบรรทัด
บนสุดของหน้าแรกของบรรณานุกรม โดยพิมพ์ห่างจากขอบบน ๑.๕ นิ้ว (๓.๘๑ ซม.) ต่อจากนั้น ให้
เว้นระยะห่างระหว่างบรรทัด โดยกาหนดท่ีก่อนหน้าไว้ท่ี ๑๒ พอยท์ แล้วพิมพ์โดยแยกตามประเภท
ของเอกสารดงั ตอ่ ไปน้ี

- คมั ภรี พ์ ระไตรปิฎก ปกรณ์วเิ สส อรรถกถา ฎีกา อนุฎกี า และคัมภรี ์อ่ืน ๆ
- หนงั สือท่ัวไป
- หนังสอื แปล
- บทความตา่ ง ๆ (บทความในวารสาร หนังสือพมิ พ์ สารานุกรม หนงั สือรวมบทความและ
บทวจิ ารณห์ นังสอื )
- เอกสารอนื่ ๆ (ดุษฎนี พิ นธ์ วิทยานิพนธ์ รายงานวิจัย รายงานการประชุมทางวิชาการ จุล
สารเอกสารอัดสาเนา และเอกสารอืน่ ๆ ทีไ่ ม่ได้ตีพิมพ)์
- สมั ภาษณ์/สนทนากลุ่ม
- เอกสารไมป่ รากฏผูแ้ ต่ง เชน่ พระราชบัญญัติต่าง ๆ หรอื ประกาศหนว่ ยงานราชการ เป็น
ตน้
- ส่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส์
ให้พิมพ์บรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิงในแต่ละประเภท โดยแยกประเภทหนังสือเป็น
ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ และพิมพ์แยกตามประเภทดังกล่าวข้างต้น โดยจัดเรียงบรรณานุกรมหรือ
เอกสารอ้างอิงในแต่ละประเภท ตามลาดับอักษรของช่ือผู้แต่งหรือชื่อเร่ือง (กรณีที่ไม่ปรากฏนาม
ผู้แต่ง)
ในกรณีท่ีมีเอกสารอ้างอิงจานวนไม่มาก จะใช้วิธีเรียงตามลาดับอักษรของชื่อผู้แต่งหรือ
ช่ือเร่อื งโดยไม่แยกประเภทเอกสารได้
ถ้ามีบรรณานุกรมภาษาต่างประเทศด้วย ให้พิมพ์แยกต่างหากจากภาษาไทย โดยถือ
หลักเช่นเดียวกันกับบรรณานุกรมภาษาไทย คือ แยกประเภทและเรียงลาดับอักษรชื่อของผู้แต่ง ใน
กรณีท่ีมจี านวนไมม่ ากจะไม่แยกประเภทก็ได้

๑๒๐ I คมู่ อื ดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

การพิมพ์บรรณานุกรมให้เร่ิมพิมพ์แต่ละรายการ โดยพิมพ์ชิดขอบกระดาษด้านซ้าย ถ้า
รายการใดไม่จบลงใน ๑ บรรทดั ให้พมิ พใ์ นบรรทดั ต่อมาโดยย่อหน้า ๘ ชว่ งตัวอกั ษร เร่ิมพมิ พ์อักษร
ตัวที่ ๙ จนกว่าจะจบรายการน้ัน ๆ
ตัวอยา่ ง

๑. ภาษาไทย
ก. ขอ้ มลู ปฐมภูมิ (คัมภรี ์ทางพระพทุ ธศาสนา)
ข. ข้อมูลทุติยภูมิ (หนังสือ และ/หรือ บทความในหนังสือ ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์

บทความ และ/หรือ บทความในวารสาร, หนังสือพิมพ์, สารานุกรม และเอกสารอื่น ๆ รวมทั้งจุลสาร,
เอกสารอดั สาเนาตา่ ง ๆ และการสมั ภาษณ)์
๒. ภาษาอังกฤษ

A. Primary Sources ใช้หลกั การเดยี วกับภาษาไทย
B. Secondary Sources
หมายเหตุ: รายละเอยี ดการอ้างอิงแตล่ ะประเภท ให้ทาตามรปู แบบที่จะนาเสนอต่อไป

๔.๒.๑ รูปแบบการทาบรรณานุกรม
โดยหลกั การของรูปแบบบรรณานุกรมนั้น จะลอ้ ตามรูปแบบการลงเชงิ อรรถ เพยี งเปล่ียน
เครื่องหมาย (,) ท้ังหมดเป็น (.) ยกเว้น หน้าปี ให้คงเคร่ืองหมาย (,) ไว้เท่าน้ัน อย่างไรก็ตาม ให้ลง
บรรณานุกรมหรอื เอกสารอ้างองิ ตามรูปแบบซงึ่ กาหนดไว้ตามประเภทของเอกสาร ดังน้ี

๑) คัมภีรพ์ ระไตรปฎิ กและหนงั สือท่ัวไป
รูปแบบ
ผูแ้ ต่ง. ชื่อเร่อื ง. ช่ือชดุ หนงั สือและลาดับท่ี (ถ้ามี) และ/หรือ จานวนเล่ม (ถ้ามหี ลายเลม่ จบ). พมิ พ์คร้งั

ที่ (ถ้าพมิ พ์มากกว่า ๑ ครัง้ ). สถานท่พี ิมพ์: สานักพมิ พ์หรอื โรงพมิ พ์, ปที ี่พมิ พ์.
ตวั อยา่ งภาษาไทย

พระราชวรมนุ ี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์คร้ังท่ี ๖. กรุงเทพมหานคร:
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๓๘.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

ตวั อย่างภาษาอังกฤษ

Phramaha Prayoon Dhammacitto (Mererk). Selflessness in Sarte’s Existentialism and Early
Buddhism. Bangkok: Mahachulalongkorn Buddhist University Press, 1988.

Rahula, Walpola. What the Buddha Taught. New York: Grove Press, 1963.

บทที่ ๔ การอา้ งอิงและการเขยี นเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม I ๑๒๑

หมายเหตุ: บรรณานุกรมในหนงั สอื ภาษาไทย ให้เรียงช่อื ตามดว้ ยนามสกลุ และ/หรือ ฐานนั ดรศักด์ิ
(ถ้ามี) เช่น คึกฤทธ์ิ ปราโมช, ม.ร.ว., สมภาร พรมทา ฯลฯ ส่วนบรรณานุกรมในหนังสือ
ภาษาอังกฤษ ให้เรียงนามสกุลขึ้นก่อน แล้วตามด้วยชื่อของผู้แต่ง เช่น Rahula, Walpola.
ในกรณีท่ีผู้แต่งเป็นพระภิกษุ ให้พิมพ์ชื่อ – ฉายา ตามจริง เช่น พระมหาราชัน จิตฺตปาโล
หากมีสมณศกั ดิ์ ใหใ้ สส่ มณศกั ด์ิตามชือ่ โดยไมต่ อ้ งแยกคาวา่ พระมหา/ พระ ตามดว้ ยชอื่ -
ฉายาในวงเล็บ เช่น พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร มีฤกษ์) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
พระราชปริยัตกิ วี (สมจนิ ต์ สมฺมาปญฺโ โดยไม่ตอ้ งใสต่ าแหน่งทางวชิ าการ

๒) หนงั สอื แปล
รูปแบบ
ผู้แต่ง. ช่ือเร่ือง. แปลโดย ช่ือผู้แปล. พิมพ์ครั้งที่ (ถ้าพิมพ์มากกว่า ๑ คร้ัง). สถานที่พิมพ์:

สานกั พมิ พ์, ปที พี่ ิมพ.์
ตวั อยา่ ง

พระดับบลิว ราหุล. พระพทุ ธเจา้ สอนอะไร. แปลโดย ชูศักดิ์ ทพิ ยเ์ กสร และคณะ. พิมพ์คร้ังท่ี ๓. กรงุ เทพมหานคร:
โรงพมิ พ์มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๗.

Kant, Immanuel. Critique of Pure Reason. Tr. by Narman Kemp Smith. London: The Macmillan
Press, 1978.

๓) บทความ

รูปแบบ ๓.๑) บทความในวารสาร

ผเู้ ขียน. “ช่อื บทความ”. ชอื่ วารสาร. ปีท่ี ฉบบั ที่ (เดอื น ปี): เลขหน้า (ใส่เฉพาะเลขหนา้ ).

ตัวอยา่ ง

ธรี วทิ ย์ ลักษณะกงิ่ . “ปรชั ญาศาสนา”. พุทธจักร. ปที ี่ ๔๓ ฉบับที่ ๒ (มกราคม ๒๕๓๓): ๒๖-๒๙.
Jayatilleke, K.N. “The Buddhist Theory of Causality”. The Maha Bodhi. Vol. 77 No. 1:10-15.

รปู แบบ ๓.๒) บทความในหนังสือพิมพ์

ผ้เู ขยี น. “ชือ่ บทความ”. ช่อื หนังสอื พิมพ.์ ฉบับท่ี (วนั เดือน ปี): เลขหน้า (ใส่เฉพาะเลขหนา้ ).

ตวั อยา่ ง

พระเมธธี รรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจติ ฺโต). “สงครามคเู วต”. สยามรฐั . ฉบบั ที่ ๓ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๓): ๒.
Noimarerng, Sommart. “Buddhist to Protest Changes in Curriculum”. The Nation. 3 (2 September

1990): A 2.

๑๒๒ I คู่มือดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

รูปแบบ ๓.๓) บทความในสารานกุ รม

ผ้เู ขยี น. “ชอ่ื บทความ”. ชือ่ สารานกุ รม. เลม่ ที่ (ปีท่ีพิมพ)์ : เลขหน้า (ใสเ่ ฉพาะเลขหนา้ ).

ตวั อยา่ ง

เกษม บุญศร.ี “พทุ ธวงศ์”. สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน. เลม่ ที่ ๒๑ (๒๕๒๙-๓๐): ๑๓๓๙๕-
๑๓๓๙๒๓.

Landesman, Charles. “Consciousness”. The Encyclopedia of Philosophy. Vol. 2 (1967): 191-
195.

๓.๔) บทความจากหนังสือรวบรวมบทความ

รปู แบบ
ผู้เขยี น. “ชือ่ บทความ”. ใน ชื่อเรอื่ ง. หน้า. ชื่อบรรณาธกิ ารหรือผู้รวบรวม. สถานทพี่ มิ พ์: สานกั พมิ พ,์

ปีทพี่ ิมพ.์
ตวั อย่าง

พระเทพโสภณ (ประยรู ธมมฺ จติ ฺโต). “โรงเรยี นวิถีพุทธเพื่อสงั คมไทย”. ใน รวมบทความทางวชิ าการพระพุทธศาสนา.
หน้า ๑๐-๑๕. รวบรวมจัดพมิ พ์โดย พระศรธี วัชเมธี (ชนะ ป.ธ. ๙). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพม์ หาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๘.

รปู แบบ ๓.๕) บทวจิ ารณห์ นังสอื

ผู้เขียนบทวิจารณ์. “ชื่อเร่ืองที่วิจารณ์”. ชื่อหนังสือท่ีวิจารณ์. โดยผู้แต่งหนังสือที่วิจารณ์. ใน
ชอ่ื วารสาร. ปีทห่ี รือเล่มที่พิมพห์ รอื ฉบับที่ (เดือน ปี): เลขหน้า (ใส่เฉพาะเลขหน้า).

ตัวอยา่ ง

พระมหาอนิ ศร จนิ ตฺ าปญฺโ . “วิเคราะหพ์ ระเทพเวท”ี . กรณสี ันตอิ โศก. โดย ว. ชัยภคั . ใน พุทธจกั ร. ปีท่ี ๔๔
เล่มท่ี ๔ (เมษายน ๒๕๓๓): ๒๔-๒๖.

Harvey, Peter. “The Five Aggregates: Understanding Theravada Psychology and Soteriology”, by
Mathieu Boisvert. Journal of Buddhist Ethics. Vol. 3 (1996): 91-97.

๔) ดษุ ฎนี พิ นธ/์ วิทยานพิ นธ์
รูปแบบ
ชื่อผูว้ ิจยั . “ช่ือดษุ ฎีนิพนธ/์ วิทยานิพนธ์”. ระดบั ของดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์ สาขาวิชา. คณะ หรือ

บัณฑิตวิทยาลัย: ชอ่ื สถาบนั , ปีท่สี าเร็จ.
ตวั อย่าง

พระครูประคุณสรกจิ (สุชาติ ชิโนรโส). “การศึกษาวิธีการสอนวปิ สั สนากรรมฐาน ตามแนวทางของสานกั วปิ สั สนา
วิเวกอาศรม”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๓๗.

บทที่ ๔ การอา้ งอิงและการเขยี นเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม I ๑๒๓

๕) เอกสารอื่น ๆ ทไี่ มไ่ ด้ตพี ิมพ์
ให้ใชร้ ปู แบบเดียวกันกบั การลงเชงิ อรรถ ยกเวน้ ช่ือเรื่องให้ใสไ่ ว้ในเคร่ืองหมายอญั ประกาศ
และต้องระบุลักษณะของเอกสารน้ัน เช่น อัดสาเนา หรือ Mimeographed พิมพ์ดีด หรือ
Typewritter แลว้ แต่กรณี ไว้ในเครื่องหมายวงเล็บตอนสุดท้ายของรายการ
ตวั อย่าง

พระมหาสมชยั กสุ ลจติ โฺ ต. “ทรรศนะเร่ืองจติ ในพุทธปรชั ญา”. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาพุทธปรชั ญา.
บณั ฑิตวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๒. (อดั สาเนา).

Phramaha Prayoon Dhammacitto (Mererk). “Buddhism and World Peace”. Paper at the 16th
General Conference of the World Fellowship of Buddhist. Los Angeles, November
19-26, 1988. (Mimeographed).

๖) บทสัมภาษณ/์ สนทนากลุ่ม
รูปแบบ
สมั ภาษณ์ ชือ่ ผู้ให้สมั ภาษณ์. ตาแหนง่ (ถา้ มี), วนั ที่ เดือน ปีทส่ี มั ภาษณ์.
สนทนากลมุ่ ชอ่ื ผู้เขา้ รว่ มสนทนา. ตาแหนง่ (ถา้ ม)ี , วันที่ เดอื น ปจี ัดสนทนากล่มุ .

ตัวอยา่ ง

สัมภาษณ์ พระธรรมโกศาจารย์, ศ. ดร. (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). อธิการบดี มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ,
๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐.

Interview with Phra Dharmakosajarn, Prof. Dr. ( P r a y o o n D h a m m a c i t t o ) . R e c t o r
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, 16 July 2007.

สนทนากล่มุ พระศรสี ุนทรโวหาร (สนุ ทร สทุ ฺธิธมโฺ ม). เจา้ อาวาสวดั ล่มุ ประชาธรรม, ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.
พระมหาวรวิทย์ วรกว.ี เจา้ อาวาสวัดสองหลัก, ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.
พระอธกิ ารคม อธจิ ิตโฺ ต. เจา้ อาวาสวัดเสาหนิ , ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.

๗) จลุ สาร เอกสารอดั สาเนา และเอกสารทีไ่ มไ่ ด้ตีพิมพ์อ่ืน ๆ
ให้ใช้รูปแบบเดียวกันกับหนังสือ ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใส่ไว้ในเคร่ืองหมายอัญประกาศ และ
ต้องระบุลักษณะของเอกสารน้ัน เช่น อัดสาเนา หรือ Mimeographed พิมพ์ดีด หรือ Typewriter
แล้วแตก่ รณี ไวใ้ นเคร่ืองหมายวงเลบ็ ตอนสดุ ทา้ ยของรายการ
ตวั อยา่ ง

พระมหาสมชัย กุสลจิตฺโต. “ทรรศนะเรอื่ งจติ ในพุทธปรัชญา”. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาพุทธปรชั ญา.
บัณฑิตวทิ ยาลัย: มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๒. (อัดสาเนา).

๑๒๔ I คู่มอื ดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

๔.๒.๒ ตัวอยา่ งการพิมพบ์ รรณานุกรม

บรรณานกุ รม (๒๐ พอ้ ยท,์ ตัวหนา)

๑. ภาษาไทย (๑๘ พอ้ ยท์, ตวั หนา,before 12)

ก. ข้อมลู ปฐมภูมิ ๑ (๑๖ พ้อยท,์ ตวั หนา)

มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏก ๒๕๐๐. กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๕.

_________. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

มหามกุฏราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับสยฺ ามรฏฺ เตปฏิ ก ๒๕๒๕. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย, ๒๕๒๕.

_________. พระไตรปฎิ กพรอ้ มอรรถกถา แปล ชุด ๙๑ เล่ม. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พม์ หามกุฏ
ราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๔.

มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . ปกรณวิเสสภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาปกรณวิเสโส. กรงุ เทพมหานคร:
โรงพิมพว์ ิญญาณ, ๒๕๓๙.

________. อรรถกถาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาอฏฺ กถา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๓๒.

________. ฎีกาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาฎีกา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั , ๒๕๓๙.

ข. ขอ้ มูลทตุ ิยภมู ิ

(๑) หนงั สือ:

จานงค์ ทองประเสรฐิ . ประวัติพระพุทธศาสนาในเอเชียอาคเณย์. พระนคร: มูลนธิ ิอภิธรรมมหาธาตุ
วิทยาลยั , ๒๕๑๔.

เสฐียร พันธรังษ.ี ศาสนาโบราณ. กรุงเทพมหานคร: แผนกวชิ าการ คณะกรรมการบริหาร กรรมการ
นสิ ติ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๒๑.

เสฐยี รพงษ์ วรรณปก. พทุ ธวจนะในธรรมบท. กรงุ เทพมหานคร: ชอ่ มะไฟ, ๒๕๓๑.
แสง จันทรง์ าม. พระพทุ ธศาสนาจากพระโอษฐ์. กรุงเทพมหานคร: บรรณาคาร, ๒๕๒๓.

(๒) ดษุ ฎนี พิ นธ์/วิทยานิพนธ์/สารนพิ นธ:์

อุษา โลหะจรูญ.“การศึกษาชีวิตและผลงานด้านวรรณกรรมพระพุทธศาสนามหายานของสมณะ
เสวียนจ้ัง (พระถังซัมจ๋ัง)”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
พระพุทธศาสนา. บัณฑิตวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๖.

๑ขอ้ มูลปฐมภูมนิ ี้ เนน้ การวจิ ยั เชงิ คมั ภรี ์ในสาขาวิชาพระพทุ ธศาสนาและปรัชญา สาหรบั ข้อมูลปฐมภมู ิ
ในสาขาวชิ าอนื่ ๆ ให้เปน็ ไปตามทีส่ าขาวชิ านัน้ ๆ เห็นสมควร

บทท่ี ๔ การอ้างอิงและการเขยี นเอกสารอา้ งอิงหรอื บรรณานกุ รม I ๑๒๕

(๓) รายงานวิจัย:

มนัส ภาคภูมิ. “ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของเจ้าอาวาสในการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชน”.
รายงานวิจยั . กองแผนงาน: กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๐.

(๔) บทความ:

ธีรวิทย์ ลกั ษณะกงิ่ . “ปรัชญาศาสนา”. พุทธจักร. ปีที่ ๔๓ ฉบบั ที่ ๒ (มกราคม ๒๕๓๓): ๒๖-๒๗.
พระมหาพรชัย สิริวโร, ดร.และคณะ. “มโนทัศน์ว่าด้วยธรรมะในมุมมองของ ดร. บี อาร์ อัมเบ็ดการ์

ตามคัมภีร์พระพุทธศาสนา”. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์. ปีท่ี ๑๔ ฉบับท่ี ๒
(พฤษภาคม-สิงหาคม ๒๕๖๑): ๑๖๕-๑๗๓.
สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน). “หลักพระพุทธศาสนา”. สมาธิ. ปีท่ี ๔ ฉบับที่ ๔๐
(ม.ป.ป.): ๔๖ - ๕๒.

(๕) เอกสารที่ไม่ไดต้ ีพมิ พ์เผยแพร่และเอกสารอืน่ ๆ:

พระมหาสมจินต์ วันจันทร์ แปลและเรียบเรียง. “พระพุทธศาสนามหายาน”. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๖. (ถ่ายเอกสารเย็บเล่ม).

พระมหาสมชัย กสุ ลจิตโฺ ต. “ทรรศนะเร่อื งจติ ในพุทธปรชั ญา”. เอกสารประกอบการบรรยายรายวิชา
พุทธปรัชญา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๒.
(อัดสาเนา).

(๖) สื่ออิเล็กทรอนกิ ส์:

ลม เปลี่ยนทิศ (๑๙ ธ.ค. ๔๘). “หมายเหตุประเทศไทย: สังคมไทยกาลังป่วยหนัก”. ไทยรัฐ.
[อ อ น ไ ล น์ ]. ๑ ๒ ย่ อ ห น้ า . แ ห ล่ ง ที่ ม า : http://www.thairath.co.th/thairath1
/2548/column/ remark/dec/19_12_48.php [๒๐ ธนั วาคม ๒๕๔๘].

วิทยากร เชียงกูล. คิดถูกทาถูก: ปฏิรูปการส่ือสารและสื่อสารมวลชน. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:
http://www.rsu.ac.th/thai/Opinion-think-default.html [๑ กรกฎาคม. ๒๕๕๓].

(๗) สัมภาษณ์/สนทนากลมุ่ :

สมั ภาษณ์ พระธรรมโกศาจารย์, ศ. ดร. (ประยูร ธมมฺ จติ ฺโต). อธกิ ารบดี มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย, ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐.

Interview with Phra Dharmakosajarn, Prof. Dr. (Prayoon Dhammacitto) . Rector
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, 16 July 2007.

สนทนากล่มุ พระศรีสุนทรโวหาร (สุนทร สทุ ฺธธิ มฺโม). เจา้ อาวาสวดั ลุ่มประชาธรรม, ๑๐ กรกฎาคม
๒๕๖๑.
พระมหาวรวิทย์ วรกว.ี เจ้าอาวาสวัดสองหลกั , ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.
พระอธกิ ารคม อธจิ ติ โฺ ต. เจ้าอาวาสวดั เสาหนิ , ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.

๑๒๖ I ค่มู ือดุษฎนี ิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

๒. ภาษาอังกฤษ

1. Primary Sources

C.E.F. Rhys Davids. Compendium of Philosophy. Tr. by Narada Mahathera. London:
PTS., 1910.

E. Windisch. Itivuttaka. London: PTS., 1889.
Narada Mahathera. A Manual of Abhidhamma. Kandy: BPS., 1975.
T.W. Rhys Davids. Abhidhammatthasangaha. Tr. by S.Z. Aung and C.E.F. Rhys Davids.

London: PTS., 1884.
T.W. Rhys Davids, J.E. Carpenter and W. Stede. Digha - Nikaya Atthakatha:

Sumangalavilasini. 3 Vols. London: PTS., 1886-1932.

2. Secondary Sources

(I) Books:

Bapat, P.V. 2500 Years of Buddhism. New Delhi: Govt. of India, 1956.
Collins, S. Selfless Persons: Imagery and Thought in Theravada Buddhism. London:

Cambridge University Press, 1981.
Hiriyanna, M. Outlines of Indian Philosophy. London: George Allen and Unwin, 1967.
Stcherbatsky, Th. The Soul Theory of The Buddhists. Delhi: Bharatiya Vidya

Prakashan, 1976.

(II) Articles:

Bhattacharya, Kalidas. “The Concept of Self in Buddhism”. The Philosophical
Quartery (India). Vol. 34 No. 2 (1961): 18-29.

Jayatileke, K.N. “The Buddhist Theory of Causality”. The Maha Bodhi. Vol. 77 No. 1
(1969): 20-25.

Tulkun, L.T.D. “Atman: The Basis of Debate between the Buddhists and the Hindus”.
Bodhi-Rashmi. (n.d.): 65-69.

(III) Report of the Research:

Peter Masefield. A Critical Edition, and Translation, of the Pali Text Known
as the Sotabbamālinī. Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya
University, 2008.

Veerachart Nimanong. The Educational Inequality of Buddhist Monks and Novices
in Thailand. Graduate School of Philosophy and Religious Studies,
Assumption University, 2003.

บทท่ี ๔ การอา้ งอิงและการเขยี นเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม I ๑๒๗

(IV) Electronics:
Gretchen, Walsh. “REPLY: Using African newspapers in teaching” in H-AFRICA.<h-

[email protected]> [18 October 2006].
Miller, M.E. The Interactive Tester (Version 4.0). [Computer Software]. Westminster,

CA: Psytek Services, 2005.

๔.๓ การทาภาคผนวก

ภาคผนวก คือ ขอ้ ความที่ผ้เู ขียนดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานพิ นธ์และสารนิพนธ์กลา่ วถงึ ในเนื้อหา
โดยยอ่ แตต่ ้องการใหผ้ ศู้ ึกษาได้ทราบรายละเอยี ด จงึ นารายละเอียดมานาเสนอในภาคผนวก เชน่

เหตทุ ท่ี าให้ตังครรภ์ ๗ ประการ
เหตุท่ีทาให้ตั้งครรภ์ มีประการ ๑ คือ การใช้มือลูบท่ีอุทร กล่าวถึงในงานวิจัยนี้ หน้า ๑๑๔
ทั้งหมดมี ๗ ประการคือ
๑. ด้วยถูกต้องร่างกายกัน เช่น สตรีบางคน ช่วงที่พร้อมจะต้ังครรภ์ ถูกบุรุษจับมือหรือจับ
มวยผมแล้วตั้งครรภ์
๒. ด้วยการจับผ้า เช่น ภิกษุณีอดีตภรรยาของพระอุทายี จับผ้าสบงที่เป้ือนอสุจิของ
พระอุทายี สอดเขา้ องคก์ าเนดิ ของตนแลว้ ตั้งครรภ์
๓. ด้วยการด่มื น้าอสจุ ิ เชน่ แม่เน้อื มารดาของมคิ สิงคดาบส ชว่ งท่ีพรอ้ มจะตง้ั ครรภ์ ได้ด่ืมน้า
ปัสสาวะซึ่งมีนา้ อสจุ เิ จอื ปนของดาบสเข้าไปแล้วต้งั ครรภ์
๔. ด้วยการลบู คลาทสี่ ะดือ เชน่ ที่ดาบสเปน็ บดิ าของสวุ ณั ณสามโพธิสัตว์ ใช้มอื ลูบสะดือของ
ดาบสนิ ีมารดาของสุวัณณสามโพธสิ ัตวแ์ ล้วนางตงั้ ครรภ์
๕. ด้วยการดูรูป เช่น พวกนางสนมแอบมองบุรุษในช่วงที่พร้อมจะต้ังครรภ์ แล้วเกิดตั้งครรภ์
โดยมิไดม้ ีการถกู ต้องกายบุรษุ
๖. ด้วยการฟงั เสยี ง เช่น พวกนกยาง ไมม่ นี กตัวผู้ มแี ตต่ ัวเมยี ไดฟ้ งั เสียงฟ้าร้องแล้วต้ังครรภ์
หรือพวกแม่ไกไ่ ด้ฟงั เสยี งพ่อไกแ่ ลว้ ตงั้ ครรภ์
๗. ด้วยการดมกลิ่น เชน่ พวกแมโ่ คไดก้ ล่ินพ่อโคแลว้ ตัง้ ครรภ์๑

๑ ว.ิ มหา.อ. (ไทย) ๑/๓๖/๒๒๒-๒๒๓, อา้ งใน ไพลนิ องคส์ ุวรรณ, “การศึกษาวิเคราะหก์ ารสรา้ งบารมี
ของพระนางพิมพาท่ปี รากฏในชาดก”, วิทยานพิ นธ์พทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา, (บัณฑติ
วทิ ยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๖), หนา้ ๒๐๐.

๑๒๘ I คู่มอื ดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

ภาคผนวก

๑๓๐ I ค่มู ือดุษฎนี พิ นธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

ภาคผนวก ก
ข้นั ตอนปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์

ขั้นตอนการเสนอขออนมุ ัติหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานิพนธ์และสารนพิ นธ์

๑. เสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์จานวน ๑ ชุด ต่อบัณฑิต
วิทยาลัยเพื่อขอตรวจรปู แบบ

๒. เมื่อผา่ นการตรวจรูปแบบและแก้ไขแลว้ เสนอใหผ้ ู้สมควรเป็นคณะกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์
วทิ ยานพิ นธ์และสารนพิ นธท์ ุกคนลงลายมือชอ่ื บนปกโครงร่างฯ จานวน ๑ ฉบับ

๓. ขอแบบคาร้องเกย่ี วกบั ดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานิพนธ์และสารนิพนธ์ (บฑ ๘) จากบณั ฑติ วทิ ยาลยั
๔. กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนแล้วนาเสนอขอความเห็นชอบ จากผู้สมควรเป็นประธาน

กรรมการควบคุมดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์
๕. ยื่นแบบคาร้องเกี่ยวกับดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ (บฑ ๘) ท่ีผ่านความเห็นชอบ

จากกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์แล้ว พร้อมเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์
วทิ ยานิพนธ์ จานวน ๖ ชุด สารนพิ นธ์ ๑ ชดุ ตอ่ บัณฑติ วิทยาลัย เพอื่ ขอสอบอนมุ ตั ิ
๖. ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์เชิงปริมาณ นิสิตต้องส่งระเบียบวิธีวิจัยและ
แบบสอบถามชั่วคราวก่อนวันพิจารณาหัวข้อและโครงร่างฯ ไม่น้อยกว่า ๓ วัน ต่อบัณฑิต
วทิ ยาลยั
๗. เมื่อผ่านการสอบและแก้ไขแล้ว ขอใบนาส่งโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ (บฑ ๘.๑) และ
สารนิพนธ์ (บฑ ๘.๒) กรอกรายละเอียดครบถ้วนแล้ว เสนอขอความเห็นชอบจากผู้สมควรเป็น
ประธานควบคุมดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ และจากประธานกรรมการพิจารณา
หวั ข้อและโครงรา่ งดษุ ฎนี ิพนธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์ ตามลาดับ
๘. เสนอใบนาส่งโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ จานวน ๒ ชุด และสารนิพนธ์ ๒ ชุด ตอ่ บัณฑิต
วทิ ยาลยั
๙. บัณฑิตวิทยาลัยประกาศอนุมัติหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์แล้ว
ขอแบบฟอร์มการลงทะเบียนดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ (บฑ ๙) จากบัณฑิต
วิทยาลยั และลงทะเบียนภายในกาหนด ๓๐ วัน นับจากวันที่ประกาศ

ภาคผนวก I ๑๓๑

ขัน้ ตอนการเสนอขอตรวจรปู แบบดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานิพนธ์และสารนพิ นธ์

๑. ขอแบบคารอ้ งท่วั ไป (บฑ ๖) จากบัณฑิตวิทยาลัย
๒. กรอกรายละเอียดตามแบบคาร้องน้ัน ขอลายเซ็นจากประธานกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์

วทิ ยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์ และจากอาจารยท์ ปี่ รึกษา
๓. สง่ เอกสารแกบ่ ณั ฑติ วิทยาลัย ดังน้ี

- ดษุ ฎนี พิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์และสารนพิ นธ์ ท่ีเรียบเรยี งเสรจ็ แล้ว ๑ ฉบับ
- แบบคาร้องขอตรวจรปู แบบ (บฑ ๖)
- ใบเสียค่ารักษาสถานภาพของภาคการศกึ ษาล่าสดุ
- ชื่อและโครงร่างดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนิพนธ์ เลม่ เดมิ ทไ่ี ด้รบั อนุมัติใหท้ าวจิ ยั
๔. รอรบั ทราบการแกร้ ปู แบบเจ้าหน้าที่จะแจ้งใหม้ ารับไปแก้ไข
๕. แก้ไขเสร็จแล้ว นามาให้เจ้าหน้าที่ตรวจอีก ๑ คร้ัง เสร็จส้ินการตรวจรูปแบบ เร่ิมกระบวนการ
ขอสอบตอ่ ไป

ขัน้ ตอนการเสนอขอสอบดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธแ์ ละสารนพิ นธ์

๑. ขอแบบคารอ้ งเกย่ี วกับดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานพิ นธ์และสารนิพนธ์ (บฑ ๘) จากบัณฑิตวิทยาลัย
๒. กรอกรายละเอยี ดให้ครบถ้วนแล้วนาเสนอขอความเหน็ จากประธานคณะกรรมการควบคุม

ดษุ ฎนี ิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนพิ นธ์
๓. สง่ เอกสารแกบ่ ัณฑิตวทิ ยาลยั เพอ่ื ขอสอบ ดังนี้

- แบบคารอ้ งขอสอบดุษฎนี ิพนธ์ วทิ ยานิพนธ์และสารนิพนธ์ (บฑ ๘)
- เอกสารคาร้องทว่ั ไป (บฑ ๖) เพือ่ ขอตรวจรูปแบบ
- ใบแสดงผลการตรวจรปู แบบ
- ใบรับรองการตรวจแกบ้ ทคัดยอ่ ภาษาองั กฤษ (บฑ ๑๑.๓)
- ใบตรวจสอบคุณสมบัติผู้ควรสอบป้องดุษฎนี ิพนธ์ (บฑ ๘ ก)
- เลม่ ดษุ ฎนี ิพนธ์ วิทยานิพนธ์จานวน ๖ ชุด และสารนพิ นธจ์ านวน ๔ ชดุ
- แจ้งสถานทตี่ ิดต่อ (เบอรโ์ ทรศพั ท์) ให้ชดั เจน เพื่อนัดสอบ

ข้ันตอนการสอบและส่งดุษฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์ฉบับสมบูรณ์

๑. สอบตามวันและเวลาท่บี ณั ฑติ วิทยาลัยกาหนด
๒. แกไ้ ขดษุ ฎนี พิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์และสารนิพนธ์ ตามมตคิ ณะกรรมการ
๓. ให้คณะกรรมการลงนามที่หนา้ อนมุ ัติ จานวน ๕-๗ แผ่น
๔. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยลงนามที่หน้าอนุมัติ วันสาเร็จการศึกษา (วันท่ีศึกษาครบสมบูรณ์ตาม

หลักสูตรฯ ไม่ใชว่ ันอนุมัตปิ รญิ ญา) คอื วนั ที่คณบดลี งนามหนา้ อนุมัติ
๔. ส่งเอกสารต่อบัณฑิตวิทยาลยั และห้องสมุดกลาง ดังน้ี

- ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ ฉบับสมบูรณ์ จานวน ๒ เล่ม (สาหรับวิทยานิพนธ์
และดุษฎีนพิ นธ์ สง่ ห้องสมดุ กลาง ๑ เลม่ บัณฑิตวิทยาลยั ๑ เลม่ )

๑๓๒ I คู่มือดุษฎนี ิพนธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

- สาเนาหน้าปก /หน้าอนุมตั ิ/บทคดั ย่อภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เย็บรวมกนั ๒ ชุด
- แผ่น CD บรรจุข้อมูลดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ ฉบับสมบูรณ์ จานวน ๒ ชุด
(สาหรับวิทยานิพนธ์และดุษฎีนพิ นธ์ มอบให้บัณฑิตวิทยาลัย ๑ ชุด มอบให้ห้องสมุดกลาง ๑
ชดุ พร้อม บฑ ๑๓ เอกสารขอจบการศึกษาเพือ่ ให้ จนท. ห้องสมดุ กลางบันทกึ การรับเล่มดา
และ CD ใหเ้ รียบรอ้ ยก่อนเสนอเซ็นประธานควบคุมเล่ม)
- บฑ ๑๒ (ใบนาสง่ ดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนพิ นธ์)
๕. บฑ ๑๓
- นสิ ิตกรอกขอ้ ความในแบบคาร้องเก่ยี วกับการจบการศึกษา (บฑ ๑๓)
- นสิ ติ นา บฑ ๑๓ ไปใหเ้ จ้าหน้าทีม่ หาวทิ ยาลัยลงความเห็น ดงั น้ี
๑. เจา้ หน้าทกี่ องทะเบยี นและวดั ผล
๒. เจ้าหน้าทห่ี ้องสมดุ กลาง
๓. ประธานกรรมการควบคุมดุษฎนี พิ นธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์
๖. ส่งบฑ ๑๓ ทส่ี านักงานคณบดบี ัณฑิตวิทยาลยั
๗. ติดต่อกองทะเบยี นและวดั ผล เพื่อรับปริญญาและทรานสครปิ ต์ (เอกสารรายงานผลการศกึ ษา)

ภาคผนวก I ๑๓๓

ข้นั ตอนการเสนอขอสอบโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนพิ นธ์

(๑)
นสิ ติ ขอแบบคารอ้ งโครงรา่ งฯ (บฑ ๘)
จากบัณฑติ วทิ ยาลยั /ศนู ยบ์ ณั ฑติ ศกึ ษา

(๒)
กรอกรายละเอยี ดตามคาร้องนน้ั ในหน้าแรก
(ระบหุ มายเลขโทรศพั ทท์ ต่ี ดิ ต่อไดส้ ะดวกใหช้ ดั เจน)
ขอลายเซ็นจากประธานกรรมการควบคมุ ดษุ ฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ/์

สารนิพนธ์

(๓)
ส่งสาเนาโครงร่างฯ
แก่บณั ฑิตวิทยาลัย/ศูนย์บณั ฑิตศึกษา จานวน ๖ ฉบบั /
๔ ฉบบั สาหรับสารนพิ นธ์

(๔)
เข้าสอบตามวนั เวลาและหอ้ ง

ตามประกาศกาหนดสอบ
(ดูประกาศฯ)

(๕)
ภายหลงั สอบหัวข้อและโครงรา่ งฯ
๑. ใหแ้ กไ้ ขตามมตคิ ณะกรรมการ
๒. ส่งเล่มแก้ไขฉบับสมบรู ณ์ ๒ เล่ม (แนบ บฑ ๘.๑ สาหรับดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์, บฑ
๘.๒ สาหรับสารนิพนธ์) พร้อมลายเซ็นกรรมการควบคุมและกรรมการที่ได้รับ
มอบหมายใหด้ แู ลการแก้ไขหัวขอ้ ทห่ี น้าปกโครงร่างฯ
๓. ตดิ ตามประกาศอนมุ ตั ิหัวข้อและโครงรา่ งดษุ ฎนี ิพนธ์ วิทยานิพนธแ์ ละสารนพิ นธ์
๔. ลงทะเบยี นดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ/์ สารนิพนธ์ (บฑ ๙)

๑๓๔ I คมู่ อื ดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

ข้ันตอนการเสนอขอตรวจรูปแบบดุษฎีนพิ นธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์

เม่อื นิสิตไดเ้ รยี บเรียงดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยความเห็นชอบ
ของกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ ก่อนจะขอสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์
วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์ ให้นิสติ ดาเนินการตามข้นั ตอน ดังน้ี

(๑)
ขอแบบคารอ้ งทัว่ ไป (บฑ ๖) ระบุ “ขอตรวจรปู แบบดุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธแ์ ละสารนิพนธ”์

จากบัณฑติ วิทยาลยั /ศูนย์บณั ฑติ ศกึ ษา

(๒)
กรอกรายละเอียดตามแบบคารอ้ งน้นั
(ระบุหมายเลขโทรศัพท์ท่ีตดิ ตอ่ ไดส้ ะดวกใหช้ ดั เจน)
ขอลายเซ็นจากประธานกรรมการควบคุมดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธแ์ ละสารนพิ นธ์

(๓)
สง่ เอกสารแก่บัณฑิตวิทยาลยั ตามขน้ั ตอนดังน้ี
๑. สาเนาดษุ ฎีนิพนธ์ วทิ ยานพิ นธแ์ ละสารนพิ นธท์ ่ีเรยี บเรยี งเสร็จแลว้ ไม่เข้าปก ๑ ฉบับ
๒. แบบคาร้องขอตรวจรูปแบบ (บฑ ๖)
๓. ใบชาระคา่ รักษาสถานภาพของภาคการศึกษาล่าสดุ
๔. ชอ่ื และโครงร่างดษุ ฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และสารนพิ นธเ์ ล่มเดมิ ท่ีได้รบั อนุมตั ิใหท้ าวิจัย

(๔)
รอรับทราบผลการแกร้ ูปแบบ
เจ้าหนา้ ทีบ่ ณั ฑิตวทิ ยาลยั /ศูนยบ์ ณั ฑติ ศกึ ษา จะแจ้งใหม้ ารบั ไปแกไ้ ข

(๕)
แก้ไขเสร็จแลว้ นาฉบบั เดิมและฉบบั ทีแ่ ก้ไขแล้ว

มาให้เจ้าหนา้ ท่ีตรวจอกี ๑ ครัง้
(เสร็จสิน้ การตรวจรปู แบบ=เรมิ่ กระบวนการขอสอบดุษฎนี พิ นธ์ วิทยานพิ นธแ์ ละสารนพิ นธ์ตอ่ ไป)

ภาคผนวก I ๑๓๕

ขั้นตอนการเสนอขอสอบดษุ ฎนี พิ นธ์ วิทยานิพนธแ์ ละสารนพิ นธ์

นสิ ิตที่ผา่ นขนั้ ตอนการตรวจรูปแบบเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ ใหด้ าเนนิ การตามข้นั ตอน
ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑)
ขอแบบคาร้องเกี่ยวกับดษุ ฎนี พิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์และสารนิพนธ์ (บฑ ๘)

จากบณั ฑติ วทิ ยาลัย/ศนู ยบ์ ณั ฑติ ศึกษา

(๒)
กรอกรายละเอียดให้ครบถว้ น
แลว้ นาเสนอขอความเหน็ ลงลายเซน็ ตามแบบฟอร์ม
จากประธานกรรมการ/กรรมการควบคุมดุษฎนี ิพนธ์ วิทยานพิ นธแ์ ละสารนิพนธ์

ให้ครบทกุ ท่าน

(๓)
สง่ เอกสารใหบ้ ณั ฑิตวทิ ยาลยั /ศูนยบ์ ณั ฑติ ศึกษา

เพ่อื ขอสอบ ดังนี้
๑. แบบคาร้องขอสอบดุษฎนี ิพนธ์ วิทยานิพนธแ์ ละสารนพิ นธ์ (บฑ ๘)
๒. สาเนาดุษฎนี ิพนธ์ วิทยานพิ นธท์ ่ีเข้าเล่มปกออ่ น จานวน ๖ ชุด สาหรบั สารนพิ นธ์

จานวน ๔ ชดุ
๓. ใบแสดงผลการตรวจรูปแบบดษุ ฎนี ิพนธ์ วิทยานพิ นธแ์ ละสารนพิ นธ์
๔. บฑ ๑๑.๓ ใบตรวจแกบ้ ทคดั ยอ่ ภาษาอังกฤษ

(ระบุหมายเลขโทรศพั ทใ์ ห้ชดั เจน เพื่อนัดวัน/เวลาสอบ)

๑๓๖ I คมู่ อื ดุษฎีนิพนธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑

ขัน้ ตอนการสอบและส่งดษุ ฎีนพิ นธ์ วทิ ยานิพนธ์และสารนิพนธฉ์ บบั สมบรู ณ์

(หมวด ๕ การสอบดุษฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์)

(๑) (๒)
สอบตามวันและเวลา กรณีสอบผา่ นใหแ้ ก้ไขดุษฎีนพิ นธ์
ทีบ่ ัณฑิตวทิ ยาลยั กาหนดภายหลงั ที่นสิ ิตย่นื
ขอสอบไม่น้อยกวา่ ๑๕ วนั วิทยานิพนธ์
และสารนิพนธ์ตามมติคณะกรรมการ
(ควรมากอ่ นเวลาสอบครึ่งชว่ั โมง)
(เลขาฯ บนั ทกึ รายละเอยี ดการสอบ)

(๔) (๓)
เสนอคณบดบี ัณฑิตวทิ ยาลยั ลงนามทีห่ น้าอนมุ ัติ ใหค้ ณะกรรมการฯ ลงนาม
จานวน ๒ แผ่น
(วันสาเรจ็ การศกึ ษา คือวันท่คี ณบดีลงนาม) ท่หี น้าอนมุ ตั ิ จานวน ๒ แผ่น

ขน้ั ตอนต่อจากนี้ ทางศูนย์บัณฑติ ศึกษาจะดาเนนิ การสง่ เรื่องเพ่ือขออนมุ ตั จิ ากบณั ฑิตวทิ ยาลยั

(๕)
ก่อนส่งเอกสารตอ่ บณั ฑติ วิทยาลยั นสิ ิตต้องดาเนนิ การสง่ เอกสารเหลา่ นใ้ี หก้ ับศูนย์บณั ฑติ ศึกษาใหค้ รบ
รายละเอียด ดังนี้
๑. ดุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์และสารนพิ นธ์ฉบบั สมบูรณ์ จานวน ๒ เลม่
๒. หนา้ ปก/หน้าอนุมตั /ิ บทคดั ย่อภาษาไทย-องั กฤษ เย็บรวมกัน จานวน ๒ ชุด
๓. แผน่ CD บรรจขุ ้อมูลดุษฎนี พิ นธ์ วิทยานิพนธ์และสารนพิ นธ์ฉบับสมบูรณ์ จานวน ๒ ชุด

๔. บฑ ๑๒ (ใบนาสง่ ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานพิ นธ=์ กรอกรายละเอียดใหค้ รบถว้ น)

(๖)
เขา้ สูก่ ระบวนการขอจบการศึกษา
๑. นิสติ กรอกข้อความในแบบคารอ้ งเกีย่ วกบั การจบการศกึ ษา (บฑ ๑๓)
๒. นสิ ิตนา บฑ ๑๓ ไปให้เจ้าหนา้ ทีม่ หาวทิ ยาลัยเซ็นลงความเห็น ดงั นี้
- เจา้ หน้าท่ีกองทะเบยี นและวดั ผล - เจ้าหน้าท่หี อ้ งสมดุ - ประธานกรรมการควบคมุ ดษุ ฎนี พิ นธ์

วิทยานิพนธแ์ ละสารนพิ นธ์

(๗) (๘)
สง่ บฑ ๑๓ ท่ีสานักงานคณบดี ติดต่อกองทะเบยี นฯ

บัณฑติ วิทยาลยั เพื่อรบั ปรญิ ญาและทรานสครปิ

ภาคผนวก I ๑๓๗

บนั ไดสู่ความเปน็ ดษุ ฎีบณั ฑิต

๑๐. ดุษฎบี ณั ฑติ

๙. เผยแพร่ดุษฎนี ิพนธ์
วทิ ยานพิ นธ์
๘. สอบป้องกันดุษฎนี พิ นธ์

๗. เสนอวจิ ารณ์ดษุ ฎีนพิ นธ์

๖. สอบผ่านการวัดคณุ สมบตั ภิ าษาตา่ งประเทศ ๒ ภาษา

๕. ผา่ นการปฏบิ ตั ิธรรม ๔๕ วนั

๔. สอบผ่านโครงรา่ งดุษฎีนพิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์

๓. สอบผ่านสารนิพนธ์ และ/หรือ บทความวชิ าการ/บทวจิ ารณห์ นงั สือ

๒. สอบผ่านครบทกุ รายวิชา

๑. สอบผา่ นการคดั เลือกเขา้ เรยี นระดบั ป.เอก แผน ๑.๑, ๑.๒, ๒.๑, ๒.๒

หมายเหตุ:
การสอบภาษาต่างประเทศ:

- ระดบั ปริญญาเอก แบบ ๑.๑, ๑.๒ เลอื กสอบภาษาตา่ งประเทศ ๑ ภาษา
- ระดบั ปรญิ ญาเอก แบบ ๒.๑, ๒.๒ สอบภาษาองั กฤษ และภาษาอื่น ๆ อีก ๑ ภาษา

การสอบวดั คุณสมบตั ิสารนิพนธ์/บทความวชิ าการ/บทวจิ ารณห์ นังสอื :
- ระดบั ปริญญาเอก แบบ ๑.๒ สอบวดั คณุ สมบติสารนิพนธ์ ๑ เร่ือง
- ระดับปริญญาเอก แบบ ๑.๑, ๒.๑ และ ๒.๒ สอบวดั คณุ สมบตั ิสารนิพนธ์ ๑ เรื่อง สอบวดั

คุณสมบตั บิ ทความวชิ าการ ๑ เร่ือง บทวจิ ารณ์หนงั สอื ๑ เรือ่ ง สาหรับการสอบวัดคณุ สมบัติบทความ
วิชาการและบทวิจารณ์หนังสือ สามารถนาเอกสารตอบรับการตีพิมพ์จากวารสารที่ได้รับการรับรอง
จาก TCI มายื่นเพื่อขออนมุ ัติผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ โดยกรอกคาร้อง บฑ ๖ เสนอคณะกรรมการ
บณั ฑิตวทิ ยาลัยเพ่ือพิจารณา

๑๓๘ I คู่มอื ดุษฎนี พิ นธ์ วทิ ยานพิ นธ์ และสารนพิ นธ์ ๒๕๖๑

ภาคผนวก ข
ตารางเทยี บขนาดอักษร ประกอบคู่มือดษุ ฎีนิพนธ์ วทิ ยานิพนธ์ และสารนพิ นธ์

บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. ๒๕๖๑

ดุษฎนี ิพนธ์ วทิ ยานพิ นธ์และสารนิพนธ์ ภาษาไทย

ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ

TH SarabunPSK TH SarabunPSK Times New Roman
(Line space=single) (Line space=single) (line space=1.5)

ช่อื เร่ืองปกนอก A STUDY ON … A STUDY ON…
(ตัวอยา่ ง: การศึกษา 18pt. ALL CAPS. 13pt. ALL CAPS.

เรือ่ ง ...) A Study on… A Study on…
20pt. ตวั หนา (BOLD) 20pt. Small caps.
ช่อื เรื่องปกรอง ๑, ๒ 16pt. Small caps.
(ตัวอย่าง: การศกึ ษา Mr. Rakdee Sukdee
18pt. Small caps. Mr. Rakdee Sukdee
เรอ่ื ง...) 14pt. Small caps.
20pt. ตัวหนา (Bold) A Dissertation/Thesis
18pt. Small caps. A Dissertation/Thesis
ชอ่ื ผู้วจิ ยั ปกนอก/ 14pt. Small caps.
ปกรอง ๑, ๒ บทท่ี ๑
บทนา Chapter I
(ตัวอย่าง: นายรักดี สุขดี) Introduction
18pt. ตวั หนา (Bold)

รายละเอยี ดปริญญา
ปกนอก/ปกรอง ๑, ๒
(ตวั อย่าง: ดุษฎนี พิ นธ์/

วิทยานพิ นธ์)
18pt. ตวั ปกติ (Regular)

บท
(ตวั อยา่ ง: บทที่ ๑

บทนา)

๑๔๐ I คู่มอื ดุษฎนี ิพนธ์ วิทยานพิ นธ์ และสารนิพนธ์ ๒๕๖๑ 16pt. Small caps.

20pt. ตัวหนา (Bold) 20pt. ระยะห่าง 1
บรรทัด (16 pt)

เน้อื หา: หวั ขอ้ หลักจัดชิด ๑.๑ ความเป็นมา ... 1.1 Background…
ซา้ ยเสมอ 18pt. 14pt.

(ตวั อยา่ ง: ๑.๑ ความ Dissertation Title: Dissertation Title:
เปน็ มา...) 16pt. Small caps. 12pt. Small caps.

18pt. ตัวหนา (Bold)

หวั เรอื่ งบทคดั ย่อ
(ตัวอย่าง: ชอ่ื ดุษฎนี ิพนธ์: )

16pt. ตวั หนา (Bold)

หวั ข้อสาคัญย่อย 1.1.1 Causes… 1.1.1 Causes…
(ตัวอยา่ ง: ๑.๑.๑ สาเหตุ ) 16pt. 12pt.

16pt. ตัวหนา (Bold)

สว่ นเนอื้ หา Graduate School Graduate School
(ตวั อยา่ ง: บณั ฑิตวทิ ยาลัย) 16pt. 12pt.
16pt. ตัวปกติ (Regular)

สว่ นเชิงอรรถ/footnote Graduate School Graduate School
(ตัวอยา่ ง: บัณฑติ วิทยาลยั ) 14pt. 11pt.

14pt. (Regular)

Dissertation/ Thesis /Thematic Paper (English Plan)

TH SarabunPSK Times New Roman
(Line space=single) (line space=1.5)

BLACK COVER A STUDY ON… A STUDY ON…
(TITLE, e.g. A STUDY 18pt. ALL CAPS. 13pt. ALL CAPS.

ON…) (BOLD) (BOLD)

COVER II A Study on… A Study on…
20pt. Small caps.
(Title, e.g. A Study 16pt. Small caps.
on…) (Bold) (Bold)

Researcher Mr. Rakdee Sukdee Mr. Rakdee Sukdee
(Name Surname, e.g. 18pt. Small caps.
Mr. Rakdee Sukdee) 14pt. Small caps.
(Bold) (Bold)

ภาคผนวก I ๑๔๑

Degree details A Dissertation/Thesis/ A Dissertation/Thesis/
(A Dissertation/Thesis/ Thematic Paper… Thematic Paper …
18pt. Small caps. 14pt. Small caps.
Thematic Paper…) (Regular) (Regular)

Chapter Chapter I Chapter I
(e.g. Chapter I Introduction
Introduction) 20pt. Small caps. Introduction

Main Title (Bold) 16pt. Small caps.
(e.g. 1.1 (Bold)
1.1 Background…
Background…) 18pt. (Bold) 1.1 Background…

Subordinate Title 1.1.1 Causes… 14pt. (Bold)
(e.g. 1.1.1 Causes…) 16pt. (Bold)
1.1.1 Causes…
12pt. (Bold)

Content To study the meditation To study the meditation
practice in…
16pt. practice in …
(Regular)
12pt.
(Regular)


Click to View FlipBook Version