เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำใบขน ขาออก กรณีศึกษาแผนก AirFreight Customs บริษัท DSV Air & Sea จิราภรณ์ ใหม่ไชย รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำใบขน ขาออก กรณีศึกษาแผนก AirFreight Customs บริษัท DSV Air & Sea จิราภรณ์ ใหม่ไชย รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ก ชื่องานวิจัย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำใบขนขาออก กรณีศึกษาแผนก AirFreight Customs บริษัท DSV Air & Sea ชื่อนักศึกษา นางสาวจิราภรณ์ ใหม่ไชย รหัสนักศึกษา 116310509531-4 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ รายงานวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการการสอบวิจัย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา ……………………………………………............. ( ดร. นพปฎล สุวรรณทรัพย์ ) รายงานวิจัยนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโดย ประธานกรรมการ ……………………………………………… ( ผศ.ดร.โชติมา โชติกเสถียร ) กรรมการ …………………………………………………………. ( ดร.วรางกูร อิศรางกูร ณ อยุธยา ) ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ข ชื่องานวิจัย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำใบขนขาออก กรณีศึกษาแผนก AirFreight Customs บริษัท DSV Air & Sea ชื่อนักศึกษา นางสาวจิราภรณ์ ใหม่ไชย ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ บทคัดย่อ การศึกษาปัญหาพิเศษฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สําหรับการจัดทําเอกสารขาออก 2) เพื่อพัฒนาคู่มือการใช้ งานโปรแกรม Netbay ให้กับผู้ที่ต้องการใช้งาน 3) เพื่อให้เข้าใจในการจัดเตรียมเอกสาร และขั้นตอน การใช้งานโปรแกรม Netbay 4) เพื่อลดความผิดพลาดในขั้นตอนการทํางาน กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea ผู้วิจัยได้นำหลักการและเครื่องมือ Why-Why Analysis เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตรากเหง้าของปัญหา โดยหากเราสามารถค้นพบสาเหตุรากเหง้าและกำจัดได้ แล้วปัญหาเดิมจากกระบวนการทำงานจะไม่เกิดปัญหาซ้ำ เมื่อได้ปัญหาแล้วนำมาวิเคราะห์ต่อใน เครื่องมือแก้ไขปัญหา ได้แก่เครื่องมือคุณภาพ 7 อย่าง (7QC Tools) โดยเลือกใช้แผนผังก้างปลา (Fish-bone Diagram) เพื่อศึกษาหาสาเหตุของปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและจัดทำคู่มือ การใช้งานโปรแกรม Netbay จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่พนักงานหรือนักศึกฝึกสหกิจที่จะเข้ามา ทำงานในแผนก Airfreight Customs ได้ทราบถึงขั้นตอนในการเข้าใช้งานโปรแกรม Netbay และ สามารถนำคู่มือฉบับนี้ไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ผลการเปรียบเทียบก่อนมี
ค คู่มือได้ค่าเฉลี่ย 4.938 และผลการเปรียบเทียบหลังมีคู่มือได้ค่าเฉลี่ย 3.958 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยลดลง 0.981 ผลการเปรียบเทียบความผิดพลาดโดยนับเป็นจุดก่อนมีคู่มือได้ค่าเฉลี่ย 3.9 และเปรียบเทียบ ความผิดพลาดหลังมีคู่มือได้ค่าเฉลี่ย 1.1 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยลดลง 2.8 ผลเปอร์เซ็นท์จับเวลาก่อนมี คู่มือเท่ากับ 56% จับเวลาหลังมือคู่มือเท่ากับ 44% และผลเปอร์เซ็นท์การวัดความผิดพลาดก่อนมี คู่มือเท่ากับ 78% วัดความผิดพลาดหลังมือคู่มือเท่ากับ 22% คำสำคัญ : ใบขนสินค้าขาออก / ใบ Invoice Packing List / คู่มือการใช้งาน / โปรแกรม Netbay
ง Title Improving the efficiency of using the Netbay program for preparing export declarations, case study of AirFreight Customs Department, DSV Air & Sea Company. Student name Miss Jiraporn Maichai Degree Bachelor of Business Administration Program Logistics and Supply Chain Management Academic year 2023 Advisor Dr. Noppadol Suwannasap Abstract Examine special problems and examine the investigation in depth to 1) study and see the use of the Netbay program for processing outgoing documents 2) to develop the Netbay program for those who want to use it 3) to provide Understand document research and steps in using the Netbay program. 4) Work functions in conducting a study of the Air Freight Customs department of DSV Air & Sea Company. The researcher has brought research and tools. Why - Why? The analysis can therefore analyze the root causes of the problem. If the root cause can be found and eliminated, then the original problem from the motherboard will not repeat itself again. The problem will be analyzed further in the troubleshooting tools, including the 7 known tools (7QC Tools) by using the diagram. Fishbone Diagram (Fish-bone Diagram) to study problems and find leaders and systems as usual. The Netbay program is a service provider created to benefit employees or trainees. Saha, who will come to the
จ Airfreight Customs department, will know the steps for accessing the Netbay program and the system control system for effective efficiency. Research results before the manual were completed... 4.938 and the result after having the manual was a remote control 3.958 comparing the efficiency of reducing efficiency 0.981 The results of the control point control before having the manual were screaming 3.9 and comparing errors after having the manual, the average was 1.1 comparing the average decreased to 2.8 Comparing the average value, it decreased by 2.8. The percentage of timekeeping before the manual was 56%, the timer behind the manual was 44%, and the percentage of measurement errors before the manual was 78%. The measurement error behind the manual was 22%. Keywords : Export Declaration / Invoice Packing List / User Manuals / Program Netbay
ฉ กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยได้รับความกรุณาและความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จากบุคคลหลายฝ่ายด้วยกัน ผู้วิจัยจึงขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ เริ่มจากอาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ ซึ่งกรุณาเสียสละเวลาให้คำปรึกษาและคำแนะนำ รวมถึงการแก้ไข ข้อบกพร่องเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินการศึกษาจนงานวิจัยแบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณ บริษัท Dsv Air & Sea Ltd. แผนก EDI Export, Airfreight Customs ซึ่งได้รับการ อนุเคราะห์ข้อมูลต่างๆและมาเป็นส่วนร่วมในการเก็บข้อมูลไปจนถึงสอนการปฏิบัติงานต่างๆ ขอขอบพระคุณคณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลามาเป็นคณะกรรมการในการสอบและตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมทั้งให้ คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้งานวิจัยนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนขอขอบพระคุณคณะบุคคลท่าน อื่นที่ไม่ได้กล่าวนามทุกท่าน ที่ได้ให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งการ แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดทำรายงานวิจัยในครั้งนี้ จิราภรณ์ ใหม่ไชย ตุลาคม 2566
ช สารบัญ หัวข้อ หน้า บทคัดย่อ ก Abstract ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ บทที่1 บทนำ 1 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 1.4 ขอบเขตงานวิจัย 3 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6 2.1 โปรแกรม Netbay 6 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับพิธีการทางศุลกากร 7 2.3 แนวคิดทฤษฎีเครื่องมือคุณภาพ 7 อย่าง (7QC Tools) 10 2.4 แนวคิดทฤษฎี Why-Why Analysis 18 2.5 เอกสารที่เกี่ยวข้องใช้ในการส่งออกสินค้า 20 2.6 ข้อมูลองค์กรกรณีศึกษา (บริษัทที่ฝึกสหกิจ) 22
ซ สารบัญ(ต่อ) 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 25 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา 28 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 28 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 28 3.3 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 29 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 30 บทที่ 4 ผลการวิจัย 31 4.1 ผลของการศึกษารูปแบบการคีย์ใบขนโดยใช้โปรแกรม Neybay 31 4.2 ผลการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยใช้เทคนิค (Why Why 31 Analysis) 4.3 ผลการวิเคราะห์สาเหตุปัญหาโดยใช้แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and 33 Effect Diagram) 4.4 ขั้นตอนก่อนเริ่มทำคู่มือการใช้งาน 35 4.5 คู่มือการใช้งานโปรแกรม Netbay 36 4.6 ดำเนินการจับเวลาโดยใช้วิธีการจับเวลาโดยตรง 49 4.7 สรุปผลเปรียบเทียบเวลาและความผิดพลาดก่อนและหลังมีคู่มือการใช้งาน 53 โปรแกรม Netbay บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 56 5.1 สรุปผลการวิจัย 56
ฌ สารบัญ(ต่อ) 5.2 อภิปรายผล 57 5.3 ข้อเสนอแนะ 57 บรรณานุกรม 59 ภาคผนวก 60 ภาคผนวก ก. 61
ญ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะห์เทคนิค Why Why Analysis 32 ตารางที่ 4.2 การจับเวลาก่อนมีคู่มือ 49 ตารางที่ 4.3 การจับเวลาหลังมีคู่มือ 50 ตารางที่ 4.4 เปรียบเทียบความผิดพลาดก่อนมีคู่มือ 51 ตารางที่ 4.5 เปรียบเทียบความผิดพลาดหลังมีคู่มือ 52 ตารางที่ 4.6 เปรียบเทียบก่อนและหลังมือคู่มือ 53 ตารางที่ 4.7 วัดความผิดพลาดก่อนและหลังมือคู่มือ 53
ฎ สารบัญรูป ภาพที่ หน้า ภาพที่ 2.1 ตัวอย่างใบตรวจสอบ 10 ภาพที่ 2.2 ตัวอย่างกราฟเส้น 11 ภาพที่ 2.3 ตัวอย่างกราฟแท่ง 11 ภาพที่ 2.4 ตัวอย่างกราฟวงกลม 12 ภาพที่ 2.5 ลักษณะการกระจายของฮิสโตแกรม 12 ภาพที่ 2.6 ตัวอย่างแผนภาพพาเรโต 13 ภาพที่ 2.7 ตัวอย่างโครงสร้างแผนผังก้างปลา 15 ภาพที่ 2.8 ตัวอย่างแผนภาพการกระจาย 16 ภาพที่ 2.9 ตัวอย่างแผนภูมิควบคุม 17 ภาพที่ 2.10 ตัวอย่างแผนภูมิควบคุม 17 ภาพที่ 2.11 ตัวอย่างการวิเคราะห์ Why Why Analysis 19 ภาพที่ 2.12 โลโก้บริษัท DSV 24 ภาพที่ 4.1 แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) 33 ภาพที่ 4.2 ตัวอย่างใบ Invoice/Packing List 36 ภาพที่ 4.3 ตัวอย่างเลข Reference 37 ภาพที่ 4.4 ขั้นตอนการเข้าใช้โปรแกรม Netbay 37 ภาพที่ 4.5 ขั้นตอนการหา Reference 38
ฏ สารบัญรูป(ต่อ) ภาพที่ 4.6 ขั้นตอนการเช็คก่อนทำการ Copy 38 ภาพที่ 4.7 ขั้นตอนการเช็คเลขพิกัดและ Product อีกครั้ง 39 ภาพที่ 4.8 ขั้นตอนการ Copy 39 ภาพที่ 4.9 ขั้นตอนการลบ ชื่อเรือ เลขMaster , เลขHouse , ท่าที่ตรวจปล่อย 40 เรือ ภาพที่ 4.10 ตัวอย่างใบ Invoice/Packing List 40 ภาพที่ 4.11 ขั้นตอนการเปลี่ยนวันที่ Submit Date และ Departure Date 41 และเช็คประเทศต้นทาง-ปลายทาง ภาพที่ 4.12 ตัวอย่างใบ Invoice/Packing List 41 ภาพที่ 4.13 ขั้นตอนการส้ม เปลี่ยนเลข Invoice เปลี่ยนวันที่ รหัสผู้ซื้อและใส่ยอดเงินรวม 42 Net Weight Gross ภาพที่ 4.14 ตัวอย่างใบ Invoice/Packing List 42 ภาพที่ 4.15 ขั้นตอนการ Copy Product , เลขP/NO , Shipping Mark , 43 ใส่เลข Package , Net Weight , Gross Weight , OTY.INV.และราคา ภาพที่ 4.16 ตัวอย่างใบ Invoice/Packing List 43 ภาพที่ 4.17 ขั้นตอนการเช็ค 44 ภาพที่ 4.18 ขั้นตอนการลบ Package ,Net Weight , Gross Weight 44 และยอดรวม ภาพที่ 4.19 ขั้นตอนการลบเพื่ออัพเดทข้อมูลปัจจุบัน 45 ภาพที่ 4.20 ข้อมูลปัจจุบัน 45
ฐ สารบัญรูป(ต่อ) ภาพที่ 4.21 ตัวอย่างใบขนขาออก 46 ภาพที่ 4.22 ตัวอย่าง Air Way Bill 47 ภาพที่ 4.22 ขั้นตอนการใสไฟล์บิน , เลข Hawb และ Master ท่าตรวจ 48 ปล่อย ภาพที่ 4.23 ขั้นตอนการตรวจสอบและยิงใบขนขาออกเข้ากรมศุลกากร 48 ภาพที่ 4.24 กราฟเปรียบเทียบการจับเวลาก่อนและหลังมีคู่มือ 54 ภาพที่ 4.25 กราฟเปรียบเทียบการวัดความผิดพลาดก่อนและหลังมีคู่มือ 54 ภาพที่ 4.26 กราฟแสดงเปอร์เซ็นท์เปรียบเทียบเวลาก่อนและหลังมือคู่มือ 55 ภาพที่ 4.27 กราฟแสดงเปอร์เซ็นท์เปรียบเทียบความผิดพลาดก่อนและหลังมือคู่มือ 55
1 บทที่1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ในปัจจุบันการขนส่งทางอากาศเป็นรูปแบบหนึ่งของการขนส่งที่มีบทบาทและได้รับความ นิยมสูงในยุค ปัจจุบัน เนื่องจากลักษณะของการขนส่งทางอากาศที่มีความรวดเร็ว สะดวก และ ปลอดภัย เมื่อเปรียบเทียบ กับการ ขนส่งในรูปแบบอื่นๆ การขนสงทางอากาศถือเป็นสาธารณูปโภค ประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ และ จําเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และในบางประเทศถือเป็น หน้าที่ของภาครัฐจะต้องจัดหาบริการ ดัง กล่าวให้แก่ประชาชน สำหรับประเทศไทย นอกจากการขน สงทางอากาศจะเป็นกิจการสาธารณูปโภค ประเภท หนึ่งแล้ว การขนส่งทางอากาศยังจัดเป็น โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) อยางหนึ่ง ที่มบี ทบาท สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในแง่ เศรษฐกิจการค่าการลงทุนระหวางประเทศ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะการ ขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ปัจจุบันในยุคข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี มีความสำคัญในทุก ขั้นตอนของการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกชีวิต ให้ มีความ รวดเร็วและลดความยุ่งยากลงไปได้มาก (กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, 2566) Piyanuch Sathapongpakdee (2566) อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศของ ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจาก การขยายตัวที่ดีขึ้นของการค้าระหว่าง ประเทศโดยรวมทั่วโลก และความต้องการของการใช้บริการเพิ่มสูงขึ้น เป็นลำดับ โดยปัจจุบันเป็น ที่ยอมรับกันว่าบทบาทของอุตสาหกรรมของการขนส่งทางอากาศมีความสำคัญต่อการพัฒนา ประเทศในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง รวมทั้งการคาระหว่างประเทศ ผู้ส่งของออกต้องส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออก และส่งข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้าทาง อากาศยาน พร้อมกันในคราวเดียวก่อนการขนย้ายของส่งออกผ่านจุดที่กำหนด checking post เลขที่ ใบกำกับฯ จะใช้เลขที่เดียวกันกับใบขนสินค้า ทั้งนี้ให้ยื่นข้อมูลก่อนตารางเวลา (Vessel Schedule) ที่อากาศยานจะออกไปนอกราชอาณาจักรไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการส่งออกสินค้าเป็นอับดับต้น ๆ ของโลก และพิธีการทาง ศุลกากรถือเป็นขั้นตอนที่สําคัญของการส่งออกสินค้า แต่ด้วยขั้นตอนที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและ ต้องมีความละเอียดรอบคอบในการจัดทําเอกสาร จึงทําให้ในบริษัทหลาย ๆ บริษัทเลือกทําการ
2 ว่าจ้างบริษัทที่ให้บริการจัดทําเอกสารเพื่อส่งออกหรือบริษัทที่เป็นตัวแทนการนําเข้าส่งออก โดยเฉพาะให้เป็นผู้จัดทําเอกสารแทน นางสาวรุสตา มะเระ (2565) ปัจจุบันกระบวนการพิธีการศุลกากรในประเทศไทยได้มีการ จัดทำเอกสารผ่านโปรแกรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น NETbay เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการจัดทำ เอกสารใบวางบิลทำให้ง่ายขึ้น บริษัทโลจิสติกส์ซื้อและติดตั้ง บริษัทโลจิสติกส์ส่วนใหญ่เลือกซื้อ โปรแกรม NETbay เพื่อใช้ในการทำใบแจ้งหนี้ เนื่องจากระบบใช้งานง่ายกว่าระบบอื่นๆ Net Bay Shipping ยังคงต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในการใช้งานโปรแกรม เนื่องจากการดำเนินงานของสห กิจศึกษาในประเทศไทย (DSV AIR & SEA Ltd.) ตําแหน่ง Airfreight Customs ที่มีหน้าที่ในการ จัดทําใบขนและใบกํากับสินค้าขาออกทางอากาศยานโดยเฉพาะและได้โอกาสเข้าไปปฏิบัติงาน ณ แผนก Airfreight Customs (EDIExport) ทําให้ได้รับประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และได้ เล็งเห็นถึงปัญหาการใช้งานโปรแกรม NETbay หรือโปรแกรมทําใบขนขาออกทางอากาศยานที่ ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบโปรแกรม Netbay เป็นโปรแกรม จัดทำ นำส่ง ใบขนสินค้าขาเข้า และ Last Port ขาออก พร้อมลงลายเซ็น อิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ส่งไปยังกรมศุลกากรเพื่อ ขอ ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ระหว่างประเทศและ ภายในประเทศ รวมถึงการชำระภาษีอากรทาง อิเล็กทรอนิกส์ (Customs Payment) และ Feature อำนวย ความสะดวกมากมาย ติดตาม สถานะของใบขนสินค้า, ตรวจสอบค่าใช้จ่ายในแต่ละใบขนสินค้าได้ทันทีช่วยลด ขั้นตอนการทำงาน และลดความผิดพลาด ของผู้ใช้งาน ทำใบขนสินค้าออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา การติดตั้ง โปรแกรม สามารถติดตั้งที่เครื่อง Server ของลูกค้า หรือ HOST บนระบบ Cloud ของ Netbay เพื่อความ สะดวก และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา (Web-based Solution บนเทคโนโลยีCloud Computing เพื่อ การทำงาน ได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์) ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษา การศึกษาการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับ การจัดทำ เอกสารขาออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea ซึ่งจาก การศึกษาปัญหาดังกล่าวทําให้ผู้วิจัยได้มีการดําเนินการจัดทำคู่มือการใช้โปรแกรม Netbay เบื้องต้น สําหรับขนสินค้าขาออกทางอากาศยาน ขึ้นมาตอบโจทย์สําหรับผู้ใช้รายใหม่ที่ยังไม่เคยใช้โปรแกรม ดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงการนําส่งข้อมูลในโปรแกรมจัดทําใบขนและใบกํากับทางอากาศยานที่ต้องมี ความละเอียดรอบคอบ ทําให้เกิดเป็นความน่าสนใจที่จะจัดทําคู่มือการใช้โปรแกรม Netbay เบื้องต้น สําหรับขนสินค้าขาออกทางอากาศยาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและมีความสะดวกรวดเร็วในการ ทํางาน นอกเหนือจากนั้นยังนำเครื่องมือคุณภาพ 7 อย่าง (7QC Tools) และเทคนิค Why-Why Analysis มาช่วยในการวิเคราะห์
3 1.2วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำเอกสารขาออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea 2.เพื่อพัฒนาคู่มือการใช้งานโปรแกรม Netbay ให้กับผู้ที่ต้องการใช้งาน 3.เพื่อให้เข้าใจในการจัดเตรียมเอกสาร และขั้นตอนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำเอกสารขา ออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea 4.เพื่อลดความผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.ทราบถึงวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำเอกสารขาออก กรณศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea 2.ทราบถึงขั้นตอนในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำ เอกสารขาออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea 3.ลดความผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน และ ลดระยะเวลาในการทำงานให้มีความถูกต้องแม่นยำ มากขึ้น 1.4 ขอบเขตงานวิจัย การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำเอกสาร ขาออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea มีขอบเขตของการวิจัย 3 ด้าน ดังนี้ 1.ขอบเขตด้านเนื้อหา การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำเอกสารขาออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air & Sea .2. ขอบเขตด้านเวลา
4 ระยะเวลาในการทำการศึกษานี้มรีะยะเวลาในการทำการศึกษาตั้งแต่ วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 - 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566 3.ขอบเขตด้านสถานที่ สถานที่ที่ใช้ในการศึกษารวบรวมข้อมูล คือ บริษัท DSV Air & Sea Ltd. 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับการจัดทำเอกสาร ขาออก กรณีศึกษาแผนก Air Freight Customs บริษัท DSV Air& Sea มีคำศัพท์เฉพาะที่สำคัญ ให้เข้าใจตรงกัน ดังนี้ 1. โปรแกรม NETBAY หมายถึง โปรแกรมใบขนสินค้า สำหรับสร้าง จัดการ และนำส่งใบ ขนสินค้าขา เข้า ใบขนสินค้าขาออก ใบกำกับการขนย้ายสินค้า และ ใบแจ้งของส่งออกไม่ครบ จำนวน ไปยังกรมศุลกากร ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด รวมถึงการชำระภาษีอากรทาง อิเล็กทรอนิกส์ พร้อม Feature อำนวย ความสะดวกมากมาย ที่ช่วยลดการทำงาน และลดความ ผิดพลาดของผู้ใช้งาน โดยการติดตั้งโปรแกรม สามารถติดตั้งที่เครื่อง Server ของลูกค้า หรือ HOST บนระบบ Cloud ของ Netbay เพื่อความสะดวก และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา (โซลูชั่น Web based บนเทคโนโลยีCloud Computing เพื่อการทำงาน ได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์) 2.เอกสารขาออก 1.ใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration) หมายถึง เอกสารแสดงข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดที่ เกี่ยวข้องกับสินค้า ตัวอย่างเช่น ประเภทของสินค้า ปริมาณสินค้า น้ำหนักรวม น้ำหนักสุทธิ ราคา สินค้า และเอกสารอื่นๆตามที่ศุลกากร ต้องการ เป็นต้น ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ศุลกากร ส่งสินค้าต่างๆออกนอกประเทศ (ขา ออก) และผู้นําเข้าจะต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ศุลกากร เมื่อนําสินค้าต่างๆเข้าสู่ประเทศ (ขาเข้า) 2.Invoice หมายถึง ใบแจ้งหนี้ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการออกให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อเป็น หลักฐาน ยืนยันว่าผู้ขายได้ขายสินค้าและให้บริการแก่ผู้ซื้อแล้ว โดยจะมีรายละเอียดของสินค้าและ บริการรวมถึงมูลค่า ของสินค้าและบริการ ในเอกสารดังกล่าวจะมีลายเซ็นจากทางฝั่งผู้ขายและผู้ ซื้อเพื่อยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายยอมรับ ในมูลหนี้ที่เกิดขึ้นในใบแจ้งหนี้แล้ว
5 3.AWB (Air Waybill) หมายถึง เป็นเอกสารกำกับสินค้าโดยมีหลักฐานในการขนส่งสินค้าที่ทำขึ้น ในลักษณะ ของสัญญา การขนส่ง สินค้าระหว่างผู้ส่งออกกับผู้ทำการขนส่งโดยมีผู้รับสินค้าเป็น บุคคลที่สามที่ทำให้สัญญา การขนส่งสมบูรณ์สัญญานี้จะครอบคลุมตั้งแต่จุดรับมอบสินค้า ณ สนามบินต้นทางจนถึงจุดส่งมอบสินค้า ปลายทางของ สินค้าทุกประเภท 4.Hawb (House AWB) หมายถึง เป็นสัญญาการจัดส่งระหว่าง Shipper และ Forwarder 5.MAWB (Master AWB) หมายถึง เป็นสัญญาการจัดส่งระหว่าง Shipper และ Forwarder 3.การเพิ่มประสิทธิภาพในองค์การ (Organization Efficiency Increasing) หมายถึง กระบวนการวางแผนที่มุ่งจะพัฒนาความสามารถขององค์การ เพื่อให้สามารถที่จะบรรลุและธำรงไว้ซึ่ง ระดับการปฏิบัติงานที่พอใจที่สุด ซึ่งสามารถวัดได้ในแง่ของประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความ เจริญเติบโตขององค์การ 4.Air Freight Customs หมายถึง ศุลกากรขนส่งสินค้าทางอากาศ 5.กรมศุลกากร (Customs) หมายถึง หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่โดยตรง ในการจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าและส่งออกจากราชอาณาจักร อีกทั้งยังดูแล ป้องกัน ปราบปราม การลักลอบหนีภาษีศุลกากร 6.บริษัท DSV Air & Sea หมายถึง DSV Panalpina A/S (ชื่อที่สอง: DSV A/S) เป็นบริษัท ขนส่งและ โลจิสติกส์ของเดนมาร์กที่ให้บริการขนส่งทั่วโลกทั้งทางถนน ทางอากาศ ทะเล และรถไฟ
6 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาวิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay กรณีศึกษา บริษัท DSV แผนก Airfreight Customs ทางผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมีขั้นตอน ดังนี้ 2.1 โปรแกรม Netbay 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับพิธีการทางศุลกากร 2.3 แนวคิดทฤษฎีเครื่องมือคุณภาพ 7 อย่าง (7QC Tools) 2.4 แนวคิดทฤษฎี Why-Why Analysis 2.5 เอกสารที่เกี่ยวข้องใช้ในการส่งออกสินค้า 2.6 ข้อมูลองค์กรกรณีศึกษา (บริษัทที่ฝึกสหกิจ) 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 โปรแกรม Netbay โปรแกรม Netbay คือ โปรแกรมที่ใช้จัดทำ นำส่ง ใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก พร้อมลง ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ส่งไปยังกรมศุลกากรเพื่อขอ ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ระหว่าง ประเทศและภายในประเทศรวมถึงการชำระภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (Customs Payment) และ Feature อำนวยความสะดวกมากมาย ติดตาม สถานะของใบขนสินค้า, ตรวจสอบค่าใช้จ่ายใน แต่ละใบขนสินค้าได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และลดความผิดพลาด ของผู้ใช้งาน ทำใบขน สินค้าออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา การผ่านพิธีการที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ 100% เริ่มต้นตั้งแต่การส่งข้อมูล Invoice, ข้อมูล ใบขนสินค้าผ่านผู้ให้บริการรับส่งข้อมูล (Vans) ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อตรวจสอบ ความถูกต้องตาม (Profile) ที่กำหนด หากถูกต้องดีแล้ว เครื่องของกรมศุลกากรจะออกเลขที่ใบขน
7 สินค้าให้ แต่ถ้าไม่ถูกต้อง จะแจ้งกลับโดยบอกรหัสข้อผิดพลาดเพื่อให้ผู้ส่งข้อมูลทำการแก้ไขและ ส่งกลับไปตามช่องทางเดิมเพื่อตรวจสอบใหม่ (NEXT A, 2551) โปรแกรมคีย์ใบขน เป็นโปรแกรมจำเป็นในการนำเข้าและส่งออกสินค้า สำหรับบริษัทชิปปิ้ง สร้างความสะดวกสบายในการใช้บริการ ดำเนินพิธีการด้านเอกสารกับทางกรม ศุลกากรเป็นอย่างมาก และปัจจุบันบริษัทชิปปิ้งหรือขนส่งจะมีการดำเนินเรื่องในการนำเข้าและ ส่งออกสินค้าให้ครบวงจร เป็น One-Stop Service ทั้งการจัดเตรียมเอกสาร และเดินพิธีการกับกรม ศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผู้นำเข้าสินค้าลดความยุ่งยากและวุ่นวายในขั้นตอนการ นำเข้า-ส่งออก 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับพิธีการทางศุลกากร พิธีการศุลกากร เป็นขั้นตอนการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าสินค้า เพื่อให้ ถูกต้องและครบถ้วน โดยกรมศุลกากร เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในกรณีดังกล่าว จึงได้ออกระเบียบ ในรูปแบบประกาศจากกรมศุลกากรให้วิสาหกิจส่งออก – รู้วิธีนำเข้าสินค้า ขณะเดียวกันก็จะมีคำสั่ง จากกรมศุลกากรด้วย ออกมาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ศุลกากรต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการ ให้บริการแก่ผู้มาเยี่ยมเยือน ติดต่อผ่านงาน ขั้นตอนการทำงานเหล่านี้เป็นงานพิธีหรือในบางกรณี เรียกว่า "งานพิธี" ศุลกากร ศุลกากร หรือขั้นตอนทางศุลกากรได้รับการพัฒนาและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากเดิมเป็นการผ่านพิธีการแบบ Manual ในรูปแบบของ เอกสาร จนกระทั่ง มาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) หรือระบบ E-Customs ซึ่ง ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก-นำเข้าสินค้านั้นมีอยู่มากมายหลากหลาย กระบวนการโดยการ ผ่านงานก็จะใช้เอกสารซึ่งกำหนดรูปแบบเป็นฟอร์มชนิดต่าง ๆ จำนวนหลายร้อยแบบฟอร์มด้วยกัน ทั้งนี้ หากจะแบ่งขั้นตอนพิธีการศุลกากร สรุปได้เป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ และ 3 รูปแบบ ดังนี้ ขั้นตอนพิธีการทางศุลกากร 1. ขั้นตอนการผ่านพิธีการๆ อันเป็นงานด้านการสำแดงเอกสาร แบบฟอร์มต่าง ๆ ใบขน สินค้า และการบันทึก การส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ E-Customs 2. ขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งเป็นงานทางด้านปฏิบัติ อันได้แก่ การเปิดตรวจ สินค้า การควบคุมการบรรจุตู้สินค้า หรือการคุมส่งสินค้า เป็นต้น
8 รูปแบบพิธีการทางศุลกากร 1. พิธีการศุลกากรนำเข้าและส่งออกทางบก 2. พิธีการศุลกากรนำเข้าและส่งออกทางเรือ 3. พิธีการศุลกากรนำเข้าและส่งออกทางอากาศ การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศประเทศ การส่งของออกนอกราชอาณาจักร หมายถึง การนำของใด ๆ จากภายในราชอาณาจักรขน หรือย้ายขน โดยทางเรื่อ ทางอากาศยาน ทางรถไฟ ทางบก ทางท่อส่ง ส่งทางไปรษณีย์ เป็นต้นเพื่อ ส่งออก และให้ดำเนินการ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ ท่า หรือที่ หรือ สนามบินสุลกากร สุดท้าย ที่ระบุไว้ว่าจะทำการขน หรือย้ายขนของส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ก. เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำส่งออกสินค้า เอกสารที่ผู้ส่งออกควรจัดเตรียมในการจัดทำพิธีการทางศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้า 1. ใบขนสินค้าขาออก 2. บัญชีราคาสินค้า 3. บัญชีการบรรจุหีบห่อ 4. ใบอนุญาตส่งออกหรือเอกสารอื่นใดสำหรับสินค้าควบคุมการส่งออก 5. Booking Confirmations หรือ Freight Forwarder 6. เอกสารอื่น เช่น เอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น ประเภทใบขนสินค้าขาออก คือ เป็นแบบพิมพ์ที่กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องยื่นต่อกรมศุลกากรใน การส่งออกสินค้า ซึ่งจำแนกออกเป็น 4 แบบิน ตามลักษณะการส่งออก ดังนี้ 1. แบบ กศก.101/1 ใบรับรองการขนส่งขาออก ใช้สำหรับการส่งออก ในกรณีดังต่อไปนี้ การ ส่งออกสินค้าทั่วไป การส่งออกสินค้าส่วนบุคคลและสินค้าพิเศษ การส่งออกผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการ
9 ลงทุน การส่งออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน การส่งออกสินค้าที่ขอชดเชยภาษี อากร ทวิ การส่งออก สินค้าที่ต้องมีใบรับรองการคืนสินค้า การส่งสินค้าคืน (RE-Export) 2. แบบ กศก.103 ขอผ่อนผันการรับสินค้า/ส่งสินค้าก่อน ใช้สำหรับขอส่งออกสินค้าก่อน ดำเนินการพิธีขนสินค้าส่งออก ลักษณะของกรมศุลกากรระบุไว้ในระเบียบศุลกากรกระบวนการ พ.ศ. 2545 3. แบบ A.T.A. Carnet ใบขนสินค้าเข้าหรือส่งออกชั่วคราว ใช้สำหรับพิธีการส่งออกชั่วคราว ตามลักษณะที่กำหนดในอนุสัญญา 4. ใบขนสินค้าพิเศษสำหรับรถยนต์/จักรยานยนต์นำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว สำหรับการ ส่งออกรถยนต์และจักรยานยนต์ชั่วคราว ข. ระบบพิธีการส่งออกทาง (E-Export) การส่งสินค้าออกจากประเทศไทยจะต้องผ่านพิธีการส่งออกตามปกติ ในความหมายของ ศุลกากร การส่งออก คือการเคลื่อนย้ายสินค้าทางเรือหรือเครื่องบิน จากที่หนึ่งในประเทศไปยังอีกที่ หนึ่งนอกประเทศ สินค้าที่ส่งออกจากประเทศไทยทั้งหมดจะต้องรายงาน และผ่านพิธีการทางศุลกากร ก่อนบรรทุกสินค้าในเรือหรือเครื่องบินเพื่อการส่งออกกรมศุลกากรต้องได้รับข้อมูลของสินค้าดังกล่าว และอนุญาตให้ส่งออกได้ ข้อมูลการส่งออกส่วนใหญ่ส่งด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ E-Export ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการ พิธีการส่งออกมีความคล้ายคลึงกับพิธีการนำเข้า ข้อมูลใบขนสินค้าขาออกจะเข้าสู่ กระบวนการ อัตโนมัติทันทีที่ระบบ คอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรได้รับข้อมูลดังกล่าวจากผู้ที่ เกี่ยวข้อง โดยปกติพิธีการทางสุลกากรเพื่อการส่งออกประกอบด้วย 4 ขั้นตอนดังนี้ 1.การโอนถ่าย และ/หรือ การยื่นข้อมูลใบขนสินค้า:พิธีการส่งออกเริ่มต้นเมื่อผู้ส่งออกหรือ ตัวแทนส่งข้อมูลใบขนสินค้าโดยใช้ eb-XML ผ่านระบบ VAN หรืออินเตอร์เน็ตเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร 2. การตรวจสอบพิสูจน์การสำแดงข้อมูล: ขั้นตอนที่ 2 คือ การตรวจสอบพิสูจน์การสำแดง ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ผู้ส่งออกยื่นมาทันทีที่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรได้รับ ข้อมูลใบขนสินค้าขาออกข้อมูลจะได้รับจะถูกตรวจสอบ ในกรณีที่ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วไม่ปรากฎ ข้อผิดพลาดใด 1 ระบบจะออกเลขที่ใบขนสินค้าซึ่งจะเชื่อมต่อ E Payment
10 3. การชำระภาษีอากร: ขั้นตอนที่ 3 คือการชำระภาษีอากรหรือการวางประกันที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันสามารถชำระได้ 3 วิธี: ชำระที่กรมศุลกากร ชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) และชำระที่ธนาคาร 4. การตรวจสอบและปล่อยสินค้า ขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจสอบและปล่อยสินค้าจาก อารักขาของศุลกากร ในขั้นตอนนี้ Freight Forwarder จะแพ็คสินค้าลงตู้คอนเทนเนอร์และส่ง รายงานไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ข้อมูลที่ได้รับจะได้รับการตรวจสอบ ในกรณีที่ข้อมูล ที่ตรวจสอบแล้วไม่แสดงข้อผิดพลาด ระบบจะสร้างหมายเลขจัดส่ง และส่งข้อความไปยังบริษัทขนส่ง สินค้าซึ่งหลังจากนั้น Freight Forwarders พิมพ์ใบกำกับการขนข้ายที่ระบุหมายเลข และเคลื่อนย้าย สินค้าไปยังท่าที่ส่งออก ในขั้นนี้ ข้อมูลของสินค้าถูกตรวจสอบความถูกต้องโดยละเอียดเพื่อจะได้ระบุ ว่าสินค้าดังกล่าว ต้องผ่านการเปิดตรวจ (Red Line) หรือยกเว้นการตรวจ (Green Line)หากเป็นใบ ขนฯยกเว้นการตรวจจะใช้เวลาน้อยมาก ขณะที่สินค้าที่ต้องเปิดให้ตรวจจะถูกเคลื่อนย้ายเพื่อเตรียม ให้เจ้าหน้าที่ ศุลกากรตรวจ (กรมศุลกากร.2560) 2.3 แนวคิดทฤษฎีเครื่องมือคุณภาพ 7 อย่าง (7QC TOOLS) 2.3.1 ใบตรวจสอบ (Check Sheet) ใบตรวจสอบ เป็นแบบฟอร์มที่อยู่ในรูปตารางหรือ รูปภาพ ใช้สำหรับกรอกรายละเอียดของข้อมูลเพื่อช่วยในการวิเคราะห์หาสาเหตุและติดตามผลการ ดำเนินงานซึ่งลักษณะของใบตรวจสอบต้องคำนึงถึงคือการกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ผู้ตรวจสอบ วันและเวลาที่ตรวจ เป็นต้น มีการจัดรูปแบบของแบบฟอร์ม ให้สะดวกต่อการบันทึกข้อมูล ง่ายต่อการจำแนกข้อมูล และวิเคราะห์ผล และ ที่สำคัญควรกำหนด และใช้ใบตรวจสอบให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ใบตรวจสอบใน อุตสาหกรรม การผลิตมีหลายแบบในนี้จะกล่าวถึง 6 แบบ ซึ่งในแต่ละแบบแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน มีดังนี้ (เรืองลักษณ์ บุตรเพ็ชร และคณะ, มปป.)
11 ภาพที่ 2.1 ตัวอย่างใบตรวจสอบ (ที่มา: ทองพันชั่ง พงษ์วารินทร์, มปป.) 2.3.2 กราฟ (Graph) เป็นแผนภาพที่อธิบายความแตกต่างของข้อมูลจากการเก็บบันทึก กราฟใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจโดยอาศัยการพิจารณาด้วยตาเปล่าได้ สามารถให้รายละเอียดของการเปรียบเทียบได้ดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีอื่น กราฟที่สำคัญได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟวงกลมโดยรายละเอียดของกราฟแต่ละชนิดมีดังนี้ กราฟเส้น เป็นเส้นกราฟที่ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงค่าของข้อมูลเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป ลักษณะของกราฟเส้นจะมีแกนตั้งเป็นคำาข้อมูล และแกนนอนเป็นช่วงเวลา กราฟเส้นใช้สำหรับการ นำเสนอข้อมูลในกรณีที่ต้องการทราบแนวโน้มของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา หรือใช้สำหรับ การดูการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป เช่น ราคาขายปลีกน้ำมันดีเขลระหว่างปี พ.ศ. 2555-2559 เป็นต้น ภาพที่ 2.2 ตัวอย่างกราฟเส้น (ที่มา: TQM , MANAGEMENT, มปป.)
12 กราฟแท่ง เป็นกราฟรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความกว้างเท่ากัน โดยจะใช้ขนาดความยาวหรือ ความสูงของแท่งกราฟเปรียบเทียบจำนวนข้อมูล การนำเสนอข้อมูลคล้ายกับกราฟเส้น โดยที่กราฟ แท่งสามารถนำเสนอได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ภาพที่ 2.3 ตัวอย่างกราฟแท่ง (ที่มา: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น) กราฟวงกลม มีลักษณะเป็นวงกลมมีการแบ่งส่วนของข้อมูลจากจุดศูนย์กลางของวงกลม ออกเป็นกลุ่ม ๆ ใช้สำหรับเปรียบเทียบสัดส่วนของข้อมูลชนิดเดียวกันในรูปแบบร้อยละ ซึ่งการ นำเสนอข้อมูลคล้ายกับกราฟเส้นและกราฟแท่ง เช่น สัดส่วนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 3 ประเภทใน ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2559ยอดขายของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่มี 3 สาขาในปี พ.ศ. 2558 เป็นต้น ภาพที่ 2.4 ตัวอย่างกราฟวงกลม (ที่มา: TQM , MANAGEMENT, มปป.) 2.3.3 ฮิสโตแกรม (Histogram) เป็นแผนภูมิใช้ในการเปรียบทียบลักษณะการกระจายของ ข้อมูลกับข้อกำหนดเฉพาะเพื่อตรวจสอบความผิดปกติหรือติดตามการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการ ผลิต ฮิสโตแกรมมีลักษณะเป็นกราฟแท่งเป็นรูปสีเหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้างเท่ากัน และในแต่ละแท่ง จะเรียงชิดติดกัน โดยแกนตั้งเป็นความถี่และแกนนอนเป็นค่าของข้อมูลที่ต้องการแสดง
13 ภาพที่ 2.5 ลักษณะการกระจายของฮิสโตแกรม (ที่มา: solutioncenter, 2564) 2.3.4 แผนภูมิพาเรโต (Pareto Diagram) เป็นแผนภูมิใช้แสดงสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ ผลิตภัณฑ์เกิดข้อบกพร่อง โดยแสดงสาเหตุหลักและสาเหตุรองตามลำดับ เพื่อเป็นแนวทางในการ ตัดสินใจว่าควรปรับปรุงสาเหตุใดก่อนและใช้ตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นหลังจากการแก้ไขปรับปรุง แผนภูมิพาเรโตมีลักษณะคล้ายกับฮิสโตแกรม คือ เป็นกราฟแท่งรูปสีเหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้าง เท่ากัน และในแต่ละแท่งจะเรียงชิดติดกัน แต่จะประกอบด้วยแกนตั้ง 2 แกนและแกนนอน 1 แกน คือ แกนตั้งด้านซ้ายเป็นจำนวนของการเกิดสาเหตุข้อบกพร่อง แกนตั้งด้านขวาเป็นร้อยละสะสมของ การเกิดสาเหตุข้อบกพร่อง ส่วนแกนนอนเป็นสาเหตุของการเกิดข้อบกพร่องโดยเรียงลำดับจากมากไป หาน้อย และมีเส้นแสดงร้อยละสะสม (ดังภาพที่ 2) งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแผนภูมิพาเรโตในบทความ นี้ คือ เรื่องการลดของเสียในกระบวนการฉีดพลาสติกของเสียประเภทจุดดำ (ธนกฤษ ฝุ่นเช่ง, 2557) งานวิจัยเรื่องนี้นำแผนภูมิพาเรโตมาใช้ในการควบคุมคุณภาพในการลดข้อบกพร่องในกระบวนการฉีด พลาสติก พบว่าจำนวนของเสียทั้งหมด 5,325 ชิ้น มีลักษณะจุดดำซึ่งมีจำนวนของเสียของขึ้นงานมาก ที่สุดเท่ากับ 2,844 ขึ้น คิดเป็นร้อยละ 53.41 ของปริมาณของเสียทั้งหมด จึงเลือกแก้ปัญหาประเภท จุดตำและหลังปรับปรุงพบว่าจำนวนของเสียประเภทจุตดำเท่ากับ 1,294 ขึ้น คิดเป็นร้อยละ45.49 ของจำนวนของเสียประเภทจุดดำก่อนการปรับปรุง
14 ภาพที่ 2.6 ตัวอย่างแผนภาพพาเรโต (ที่มา: logistics basic, มปป.) 2.3.5 แผนภาพก้างปลา (Fish-bone Diagram) หรือเรียกเป็นทางการว่า แผนผังสาเหตุ และผล (Cause and Effect Diagram) แผนผังสาเหตุและผลเป็นแผนผังแสดงถึงความสัมพันธ์ ระหว่างปัญหา (Problem) พร้อมสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่อาจก่อให้เกิดปัญหา (Possible Cause) เราอาจคุ้นเคยกับแผนภาพเหตุและผลภายใต้ชื่อ "แผนภาพก้างปลา" เพราะลักษณะแผนภาพจะคล้าย กับแผนภาพปลาที่มีแต่กระดูกหรือเหลือกระดูกจำนวนมาก คุณอาจรู้จักสิ่งนี้ในชื่อแผนภาพอิชิกาวะ ซึ่งพัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี 1943 โดยศาสตราจารย์คาโอรุ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว (ศิริชัย เพิ่ม กาญจนา, 2555) นำแผนผังก้างปลามาใช้เมื่อ 1. เมื่อต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา 2.เมื่อต้องการทำการศึกษา ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จักกับกระบวนการอื่น ๆ เพราะว่า โดยส่วนใหญ่พนักงานจะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้น แต่เมื่อมีการ ทำผังก้างปลาแล้ว จะทำ ให้เราสามารถรู้กระบวนการของแผนกอื่นได้ง่ายขึ้น 3. เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางใน การระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุกๆ คนให้ความสนใจใน ปัญหาของกลุ่มซึ่งแสดงไว้ที่หัวปลา
15 วิธีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา สิ่งสำคัญในการสร้างแผนผัง คือ ต้องทำ เป็นทีม เป็นกลุ่ม โดยใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา 2. กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้นๆ 3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย 4. หาสาเหตุหลักของปัญหา 5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ 6. ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จำเป็น การกำหนดหัวข้อปัญหาที่หัวปลา ควรกำหนดหัวข้อปัญหาให้ชัดเจนและเป็นไปได้ หากเรากำหนดปัญหานี้ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เราจะใช้เวลานานในการค้นหาสาเหตุ และจะใช้เวลานานในการทำแผนภาพก้างปลาและระบุปัญหา หัวปลา เช่น อัตราของเสีย และชั่วโมงการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ . อัตราการเกิดอุบัติเหตุหรือ อัตราต้นทุนต่อสินค้าหนึ่งชิ้น เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า ควรกำหนดหัวข้อปัญหาในเชิงลบเทคนิคการ ระดมความคิดเพื่อจะได้ก้างปลาที่ละเอียดสวยงาม คือ การถาม ทำไม ทำไม ทำไม ในการเขียนแต่ละ ก้างย่อยๆ ภาพที่ 2.7 ตัวอย่างโครงสร้างแผนผังก้างปลา (ที่มา: เรืองลักษณ์ บุตรเพ็ชร และคณะ, มปป.)
16 ผังก้างปลาประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้ ส่วนปัญหาหรือผลลัพธ์ (Problem or Effect) ซึ่งจะแสดงอยู่ที่หัวปลา ส่วนสาเหตุ (Causes) จะสามารถแยกย่อยออกได้อีกเป็น -ปัจจัย (Factors) ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหา (หัวปลา) - สาเหตุหลัก - สาเหตุย่อย ซึ่งสาเหตุของปัญหา จะเขียนไว้ในก้างปลาแต่ละก้าง ก้างย่อยเป็นสาเหตุของก้างรองและก้าง รองเป็นสาเหตุของก้างหลัก เป็นต้น หลักการเบื้องต้นของแผนภูมิก้างปลา (fishbone diagram) คือการใส่ชื่อของปัญหาที่ ต้องการวิเคราะห์ ลงทางด้านขวาสุดหรือซ้ายสุดของแผนภูมิ โดยมีเส้นหลักตามแนวยาวของกระดูก สันหลัง จากนั้นใส่ชื่อของปัญหาย่อย ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาหลัก 3 - 6 หัวข้อ โดยลากเป็นเส้น ก้างปลา (sub-bone) ทำมุมเฉียงจากเส้นหลักและเส้นก้างปลาแต่ละเส้นให้ใส่ชื่อของสิ่งที่ทำให้เกิด ปัญหานั้นขึ้นมา ระดับของปัญหาสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก ถ้าปัญหานั้นยังมีสาเหตุที่เป็น องค์ประกอบย่อยลงไปอีก โดยทั่วไปมักจะมีการแบ่งระดับของสาเหตุย่อยลงไปมากที่สุด4– 5 ระดับ เมื่อมีข้อมูลในแผนภูมิที่สมบูรณ์แล้วจะทำให้มองเห็นภาพขององค์ประกอบทั้งหมด ที่จะเป็นสาเหตุ ของปัญหาที่เกิดขึ้น 2.3.6 แผนภาพการกระจาย (Scatter Diagram) แผนผังการกระจาย คือ แผนผังที่ใช้แสดงข้อมูลที่มีค่าตัวแปร 2 ตัว เป็น 7 (C Tools ที่ใช้ใน การเปรียบเทียบว่าข้อมูลที่มีทั้งหมดมีแนวโน้มไปในทิศทางใด แผนผังการกระจาย (Scatter Diagram) เกิดจากการนำข้อมูลจำนวนมากที่มี 2 ตัวแปรซึ่งมี ความสัมพันธ์กัน ที่เก็บได้มาพล็อตกราฟตามแกน x และ y ของข้อมูลแต่ละตัว (Kris Piroj, 2562)
17 ภาพที่ 2.8 ตัวอย่างแผนภาพการกระจาย (ที่มา: Nutvipa, 2559) 2.3.7 แผนภูมิควบคุม (Control Chart) เป็นแผนภูมิที่ใช้สำหรับควบคุมกระบวนการผลิต ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้กลับ เข้าสู่สภาพปกติ โดยลักษณะของแผนภูมิจะเป็นกราฟ โดยจะมีแกนตั้งเป็นคุณลักษณะของข้อมูลที่ ควบคุม และแกนนอนเป็นเวลาหรือเป็นตัวอย่างของข้อมูลที่เก็บมาตามลำตับเวลา แผนภูมิควบคุมจะ ประกอบด้วยเส้นควบคุม 3 เส้น ได้แก่ เส้นควบคุมบน(Upper Control Limit: UCL) เส้นควบคุม ดล่าง (Lower Control Limit: LCL) และเส้นกลาง (CentralLine: CL) โดย CL จะอยู่ที่ค่าเฉลี่ย และ มีระยะห่างของ CL ถึง UCL และ LCL เท่ากับ 3 เท่าขอส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ดังภาพที่ 5) แผนภูมิ ควบคุมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ แผนภูมิควบคุมเชิงปริมาณและแผนภูมิควบคุมเชิง คุณลักษณะ โดยแผนภูมิควบคุมแต่ละชนิดมีรายละเอียดดังนี้ แผนภูมิควบคุมเชิงปริมาณ (Variable Control Chart) เป็นแผนภูมิที่ใช้ควบคุม คุณลักษณะของข้อมูลเชิงปริมาณที่สำคัญ ได้แก่ แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย ( X Chart) และแผนภูมิ ควบคุมพิสัย (R-Chart)โดย X Chart ใช้ควบคุมค่าเฉลี่ยของกระบวนการผลิต ส่วน R Chart ใช้ ควบคุมการกระจายของกระบวนการผลิต
18 ภาพที่ 2.9 ตัวอย่างแผนภูมิควบคุม (ที่มา: เรืองลักษณ์ บุตรเพ็ชร และคณะ, มปป.) งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแผนภูมิควบคุมเชิงปริมาณบทความนี้ คือ เรื่องการควบคุมคุณภาพเชิงสถิติ สำหรับกระบวนการผลิตพรมทอมือของของโรงงานผลิตพรม (พรเทพ ขอขจายเกียรติ และศิวดล กัญญาคำ,2548) งานวิจัยเรื่องนี้นำแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย และแผนภูมิควบคุมพิสัยของจำนวนฝีเข็ม ต่อความยาว 5เชนติเมตร โดยตรวจวัดจำนวนผีเข็มต่อความยาว 5 เขนติเมตร ในแต่ละชั่วโมงที่ทำ การทอพรมแต่ละผืนจำนวน 5 ค่า มาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมความหนาแน่นของพรม ภาพที่ 2.10ตัวอย่างแผนภูมิควบคุม (ที่มา: เรืองลักษณ์ บุตรเพ็ชร และคณะ, มปป.)
19 2.4 แนวคิดทฤษฎี Why-Why Analysis Why Why Analysis เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น เทคนิคในการวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์หรือปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะหาต้นตอ หรือต้นตอที่แท้จริง และสิ่งสำคัญคือต้องนำไปสู่แนวทางแก้ไข และป้องกันการเกิดซ้ำอีก(ผศ.ดร.ณัฐ พงศ์ คงประเสริฐ, 2560) วัตถุประสงค์ why why analysis คือ วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ว่าทำไม-ทำไมคือการ ช่วยให้นักวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำ เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ปัญหาหรือ สถานการณ์ที่ต้องแก้ไข แล้วถามตามลำดับสาเหตุว่า “ทำไม” เพื่อหาสาเหตุหลัก นั่นคือสาเหตุของ ปัญหา ขั้นตอนการทำ Why Why Analysis หรือ 5 Why ประกอบด้วย 1.ระบุปัญหาที่ต้องการแก้ไข 2.สอบถามตนเอง "ทำไม" (Why) เกี่ยวกับปัญหานี้ และเขียนคำตอบลงในช่องว่าง 3.ใช้คำตอบจากข้อ 2 เป็นสาเหตุหลักของปัญหาในข้อถัดไป และสอบถามตนเองอีกครั้ง "ทำไม" (Why) เกี่ยวกับสาเหตุดังกล่าว และเขียนคำตอบลงในช่องว่าง 4.ทำซ้ำขั้นตอนข้อ 3 จนกว่าจะพบว่าสาเหตุของปัญหาเป็นปัญหาหลักแล้ว 5.ตรวจสอบสาเหตุหลักที่เจอว่าเป็นปัญหา และแก้ไขปัญหาดังกล่าว ข้อดีการทำ Why Why Analysis 1.ช่วยค้นหาสาเหตุของปัญหาจริงๆ : เทคนิคนี้ช่วยให้เราสามารถค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาได้ โดยการใช้คำถาม "Why" ที่ต่อเนื่องกันจนไปถึงสาเหตุหลักๆ ที่เป็นต้นเหตุของปัญหานั้น 2.เปิดโอกาสให้เราพบวิธีแก้ไขปัญหา : เมื่อเราเจาะลึกสู่สาเหตุหลักของปัญหา จะช่วยให้เราเห็น ภาพรวมของปัญหา และเปิดโอกาสให้เราสามารถพบวิธีแก้ไขปัญหาได้ตามที่เห็นสมควร 3.ช่วยลดเวลาแก้ไขปัญหา : เมื่อเราทำการวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุของปัญหาโดยใช้เทคนิคนี้ จะ ช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากเราสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาโดยตรงจากสาเหตุของปัญหา ได้ทันที 4.ช่วยลดความผิดพลาด : เมื่อเราทำการวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุของปัญหาโดยใช้เทคนิคนี้ จะช่วย ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากเราสามารถหาสาเหตุหลักๆ ของปัญหาได้ อย่างถูกต้องและชัดเจน 5.เพิ่มความเข้าใจในระบบหรือกระบวนการ : การทำ Why Why Analysis ยังช่วยเพิ่มความเข้าใจใน ระบบหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆ โดยการค้นหาสาเหตุของปัญหาเราสามารถเข้าใจ ตำแหน่งและหน้าที่ของแต่ละองค์กรหรือหน่วยงานได้ดียิ่งขึ้น
20 6.ช่วยเสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์ : การใช้เทคนิคนี้ยังช่วยเสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์ สาเหตุของปัญหา โดยให้เราเรียนรู้วิธีการวิเคราะห์และการใช้คำถามในการหาสาเหตุของปัญหาอย่าง มีประสิทธิภาพ 7.ช่วยสร้างการเรียนรู้และพัฒนา : เมื่อเราใช้เทคนิคนี้เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาและหาวิธีแก้ไข ปัญหา จะช่วยสร้างการเรียนรู้และพัฒนาในองค์กรหรือทีมงาน เนื่องจากสามารถนำประสบการณ์ และความรู้ในการแก้ไขปัญหาไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนางานต่อไปได้ (การวิเคราะห์และแก้ไข ปัญหาด้วย Why Why Analysis/5 Why, 2566) ภาพที่ 2.11 ตัวอย่างการวิเคราะห์ Why Why Analysis (ที่มา: ผศ.ดร.ณัฐพงษ์ คงประเสริฐ, 2560)
21 2.5 เอกสารที่เกี่ยวข้องใช้ในการส่งออกสินค้า 1.ใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration) (CTT Free zone, 2565) การส่งออก หมายถึง การนำของใด ๆ จากภายในราชอาณาจักร ขน หรือย้ายขน โดยทางเรือ ทางอากาศยาน ทางรถไฟ ทางบก ทางท่อส่ง ส่งทางไปรษณีย์ เป็นต้น เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ ท่า หรือที่ หรือ สนามบินศุลกากร สุดท้าย ที่ระบุไว้ว่าจะทำการขนหรือย้ายขนของเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ประเภทใบขนสินค้าขาออกเป็นแบบพิมพ์ที่กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องยื่นต่อกรมศุลกากรใน การส่งออกสินค้า ซึ่งจำแนกออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะการส่งออก ดังนี้ 1.1 แบบ กศก.101/1 ใบขนสินค้าขาออก ใช้สำหรับการส่งออกในกรณี ดังต่อไปนี้ การ ส่งออกสินค้าทั่วไป, การส่งออกของส่วนบุคคลและเอกสิทธิ์, การส่งออกสินค้าประเภท ส่งเสริมการ ลงทุน (BOI), การส่งออกสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บน, การส่งออกสินค้าที่ขอชดเชยค่าภาษีอากร, การส่งออกสินค้าที่ขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ, การส่งออกสินค้าที่ต้องการใบสุทธินำกลับ, การส่ง สินค้ากลับออกไป (RE-Export) 1.2 แบบ กศก.103 คำร้องขอผ่อนผัน/ส่งของออกไปก่อน ใช้สำหรับการขอส่งสินค้าออกก่อน ปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าขาออกในลักษณะที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ในประมวลระเบียบปฏิบัติ ศุลกากร พ.ศ. 2544 1.3 แบบ A.T.A. ใบขนสินค้าสำหรับนำของเข้าหรือส่งของออกชั่วคราว ใช้สำหรับพิธีการส่ง ของออกชั่วคราวในลักษณะที่กำหนดในอนุสัญญา 1.4 ใบขนสินค้าพิเศษสำหรับรถยนต์และจักรยนต์นำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว ใช้สำหรับการ ส่งออกรถยนต์และจักรยานยนต์ชั่วคราว 2.บัญชีราคาสินค้า (Commercial Invoice) Commercial Invoice คือ เอกสารที่ยืนยันการจำหน่ายและโอนกรรมสิทธิสินค้าระหว่างผู้ นำเข้ากับผู้ส่งออก หรือหากพูดกันง่ายๆคือ เอกสารบันทึกการขายสำหรับผู้ส่งออก และเป็นเอกสาร บันทึกการสั่งซื้อสำหรับผู้นำเข้า
22 Commercial Invoice จะใช้เมื่อมีการขนส่งสินค้าหรือเริ่มโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ส่งออกไปยังผู้นำเข้า โดยเป็นเอกสารตั้งต้น เพื่อให้ชิปปิ้งไปดำเนินพิธีศุลกากร ให้ตัวแทนสายเรือ / สายการบิน(Freight Forwarder) หรือ สายเรือ / สายการบิน เป็นหลักฐานในการออกเอกสารใบตราส่งทางทะเล (Bill of Lading) หรือใบตราส่งทางอากาศ (Airway Bill) นั่นเอง การใช้งานเอกสารนี้ จะออกโดยผู้ส่งออก และทุกครั้งที่ออกเอกสารนี้ จะต้องออกเอกสาร Packing List (ใบกำกับหีบห่อ)ควบคู่กันเสมอ 3.บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List) Packing List คือ เอกสารไว้สำหรับระบุการบรรจุหีบห่อของสินค้าส่งออก เพื่อความชัดเจน ในการบรรจุ และเตรียมการขน ถ่ายสินค้า ให้สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการขนถ่ายสินค้าไม่ว่าจะเป็น การนำไปให้ ตัวแทนสายเรื่อ / สายการบิน ได้จองเรือ จองเครื่องบินได้ถูกต้อง หรือสายเรือ กับสาย การบิน วางแผนพื้นที่สำหรับบรรจุสินค้า รวมถึง เอาไว้ให้ฝ่ายขนถ่ายสินค้าของศุลกากรตรวจสอบให้ แน่ใจเพื่อความรวดเร็ว 4.ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading) ใบตราส่งทางทะเลเป็นเอกสารที่สำคัญมากในการนำสินค้าจากประเทศต้นทางไปยัง ปลายทาง โดยการขนส่งผ่านทางเรือมักเรียกกันย่อๆ ว่า B/L และมีชื่อเต็มว่า Ocean Bill of Lading เนื่องจากเป็นเอกสารที่ออกโดยสายเรือ (Sea Freight / Liners) หรือ ตัวแทนสายเรือ (FreightForwarder) 5.ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมขาออก (Export License) ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสินค้าควบคุมขาออก (Export License) ของการค้าระหว่าง ประเทศเป็นเอกสารส่งออกที่ผู้ต้องการส่งออกสินค้าจะต้องลงทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกับทางกรม ศุลกากรด้วย จึงจะดำเนินพิธีการศุลกากรได้ แต่สำหรับบริษัทใดที่ไม่ได้ลงทะเบียนส่งออกกับกรม ศุลกากรสามารถเลือกใช้ Shipping หรือ Agent ที่มีความเชี่ยวชาญส่งออกแทนได้ โดยหากจะส่งออก ในนามบริษัทก็สามารถใช้เอกสารหนังสือรับรองบริษัทเพื่อประกอบให้ผู้ส่งออกดำเนินการส่งออกให้ 6.ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) “Certificate of Origin (C/O) ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษภาษีศุลกากร คือหนังสือที่ออกให้แก่ผู้ส่งออกในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าว่ามีแหล่งกำเนิดจากประเทศผู้ออก หนังสือรับรองฯ และสามารถใช้เป็นเอกสารรับรองการนำเข้าตามเงื่อนไขของประเทศปลายทาง หรือ
23 ตามเงื่อนไขของผู้นำเข้า แต่นำไปใช้ลดหย่อนทางภาษีไม่ได้ และใช้เป็นเอกสารประกอบเพื่อยื่นขอเปิด L/C (letter of credit) กับธนาคารได้หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร 2.หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร 7.เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสาร 2.6 ข้อมูลองค์กรกรณีศึกษา (บริษัทที่ฝึกสหกิจ) ( Thanathas Akkhachotkawanich, 2563.) DSV ย่อมาจากวลีภาษาเดนมาร์ก "De Sammensluttede Vognmænd" ซึ่งแปลว่า "ผู้ส่งต่อรวม"ชื่อนี้ได้รับเมื่อก่อตั้ง บริษัท ในปี 2519 โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยกลุ่ม บริษัท ขนส่งอิสระ 9 แห่งที่ตัดสินใจให้บริการไปรษณีย์และโลจิสติกส์ ในดินแดนของประเทศตั้งแต่นั้นมาชื่อก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลง มากมายพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะปล่อยให้เป็นชื่อย่อปัจจุบัน บริษัท มีการขนส่งสินค้า DSV และ ให้บริการด้านลอจิสติกส์และการขนส่งที่หลากหลายทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศด้วย วิธีการที่แตกต่างกัน: ถนนทางอากาศทางทะเลและทางรถไฟ จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา บริษัท ได้รับความร่วมมือกับคู่แข่งเชิงกลยุทธ์ซึ่งทำให้สามารถขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปยัง จุดหมายปลายทางอื่น ๆ อีกมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศเครื่องมือ DSV ได้รับการปรับปรุง อย่างมากเช่นการติดตาม DSV และบริการอีคอมเมิร์ซ (ship 24, มปป.) ดีเอสวี เอ/เอส ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2519 พนักงานมากกว่า 75,000 คน มากกว่า 80 ประเทศ/ ภูมิภาค (ดูรายชื่อประเทศ) DSV Group มีโครงสร้างเป็นสามแผนก ได้แก่ DSV Air & Sea, DSV Road และ DSV Solutions การมีสามแผนกช่วยให้มีความเชี่ยวชาญ ความยืดหยุ่น และการมุ่งเน้น ลูกค้ามากขึ้น แผนกต่างๆ เป็นหน่วยธุรกิจที่กำกับดูแลตนเอง และซีอีโอของแผนกเป็นส่วนหนึ่งของ ฝ่ายบริหารกลุ่มและรายงานต่อคณะกรรมการบริหาร ถึงกระนั้นก็ตาม การให้ความสำคัญกับการทำ หน้าที่เป็น ONE DSV เป็นอย่างมาก และการรับประกันการทำงานร่วมกันข้ามสายงานต่างๆ ให้ได้ มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทุกอย่างเริ่มต้นในปี 1976 เมื่อ Leif Tullberg และบริษัทขนส่งอิสระเก้ารายก่อตั้ง DSV "De Sammensluttede Vognmænd af 13-7 1976 A/S" ชื่อนี้หมายถึง "The Consolidated Hauliers
24 ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2519" DSV ดำเนินการเป็นแผนกขนส่ง สินค้าสำหรับเจ้าของ และดูแลเฉพาะการขนส่งสินค้าตามสัญญาและการส่งมอบเท่านั้น ในปี 2559 เราได้ซื้อกิจการ UTi Worldwide Inc. โดยขยายกิจกรรมทางอากาศและทาง ทะเล และเพิ่มโซลูชั่นและถนนนอกยุโรป การเข้าซื้อกิจการ Panalpina ในปี 2562 ช่วยเพิ่มความ แข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของลูกค้าทั่วโลก และเราผนึกกำลังกันภายใต้ชื่อบริษัทจดทะเบียน DSV Panalpina A/S และ ในเดือนสิงหาคม ปี 2021 DSV Panalpina A/S ได้เข้าซื้อธุรกิจ Global Integrated Logistics (GIL) ของ Agility เพื่อขยายเครือข่ายทั่วโลกของเราด้วยตำแหน่งทาง การตลาดที่แข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง และเรากลายเป็นบริษัทขนส่งและโลจิ สติกส์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก การเพิ่มประสิทธิภาพ DSV นำเสนอโซลูชันการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ได้รับการปรับปรุงซึ่ง ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานของเรา เพื่อให้มั่นใจถึงความสมดุลที่เหมาะสมระหว่าง ต้นทุน การชดเชย CO2 ระดับการบริการ เวลาดำเนินการ และความเสี่ยง เครือข่ายทั่วโลกและ พันธมิตรที่แข็งแกร่งของเราช่วยให้คุณมีผู้ให้บริการที่หลากหลายซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการ ของคุณ เรารับประกันการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกรูปแบบการขนส่งผ่านข้อมูลเชิงลึกของผู้เชี่ยวชาญ ในพื้นที่ของเรา ในโปรแกรมความสำเร็จของลูกค้า เรากำลังสร้างแผนที่ว่าลูกค้าจะได้รับบริการของ เราอย่างไร เพื่อช่วยให้เราระบุจุดแข็งของเรารวมถึงจุดที่ต้องปรับปรุง เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 1.มุ่งเน้นลูกค้า เราให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์กับลูกค้าหัวโลกด้วย คุณภาพสูงสม่ำเสมอ 2.มุ่งเน้นการเติบโต เราดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการเติบโตของความสมดุลระหว่าง การเติบโตในฐาน ลูกค้าเดิมกับลูกค้าใหม่และการเข้าควบรวม กิจการอื่น 3.มุ่งเนันความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ความเป็นเลิศในการดำเนินงานในกระบวนทางธุรกิจของเรา มี ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ เราสามารถแข่งข้นและส่งมอบการ บริการได้ตรงตามเวลา ทั้งนี้ เพื่อสงมอบคุณภาพสูงในการบริการให้กับลูกค้า 4.มุ่งเน้นบุคคลากร เรามุ่งมั่นรักษาบุคคลากรที่มีความสามารถ ด้วยการสร้าง แรงจงใจ มอบหน้ำที่ มอบอำนาจให้ทำงานและให้โอกาสในการ เติบโต เราดูแลบคคลากรที่มีความสามารถและทำงานร่าม กัน เสมือนหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกันหัวโลกเพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้า
25 ที่ตั้งบริษัท DSV AIR & SEA ที่อยู่ : 136 ถ. ร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 ภาพที่ 2.11 (ที่มา: DSV, มปป.)
26 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สุนทรี พุฒิวร (2562) ชื่อเรื่องวิจัย การศึกษาแนวทางการจัดทำเอกสารขนส่งสินค้าขาออก กรณีศึกษาบริษัทเอกชนในเขตสีลม กรุงเทพมหานครงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอน กระบวนการในการจัดทำเอกสารของแผนกขาออก และ เพื่อศึกษาปัญหาในการจัด ทำเอกสารใบขน สินค้าขาออกของแผนกเอกสารขาออก เพื่อนำไปการปรับปรุงวิธีการ ทำงานใหม่โดยการนำแนวคิด การปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง หรือแนวคิดไคเซ็น (Kaizen) ในการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานในด้านของเวลา และความถูกต้องของเอกสาร คือ ให้มีการตรวจทาน ใบขนส่งสินค้าให้ถี่ ถ้วน โดยการเพิ่มจำนวนครั้งในการตรวจเพิ่มขึ้น รวมถึงให้พนักงานแผนกเอกสารขาออกมีการ ติดตามประสานงาน กับลูกค้าเพื่อขอข้อมูลการส่งออกสินค้า ผลการวิจัยพบว่า หลักการ ดังกล่าว สามารถลดระยะเวลาการทำงานของพนักงานในการทำงานเอกสารใบขนส่งสินค้าขาออกส่งให้กับ ลูกค้า จากเดิมใช้เวลาเฉลี่ย 29 ชั่วโมง 50 นาที สามารถลดเวลาโดยเฉลี่ยลงเพียง 7 ชั่วโมงเท่านั้น หลักจากมีการติดตาม ประสานงาน และการเจรจากับลูกค้าเพื่อขอข้อมูลการส่งออกสินค้าและ เอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการทำใบขนส่งสินค้าอย่างน้อย 1-2 วัน ก่อนเรือออก สามารถลด ระยะเวลาการรอเอกสารจากลูกค้าจากเดิมที่ต้องรอเอกสาร 1-2 วัน ลดเหลือเพียง 4-5 ชั่วโมงโดย เฉลี่ย และในด้านความถูกต้องของเอกสารจากเดิมที่ทำเอกสารใบขนส่งสินค้า จำนวน 40 ชุด มีความ ผิดพลาดถึง 70% ของงานทั้งหมดใน 1 สัปดาห์ วิธีการปรับปรุงการทำงานใหม่ก็สามารถ ลด ข้อผิดพลาดในการทำเอกสารใบขนสินค้าจำนวน 40 ชุด ได้ถึง 100% ของงานทั้งหมดใน 1 สัปดาห์ พัชรินทร์ จันทร์แจ้ง (2559) เรื่อง การคู่มือการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดโครงงานการ บริการวิชาการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาคู่มือการเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายในการจัดโครงการ บริการวิชาการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 2) เพื่อศึกษา ประสิทธิภาพของคู่มือการเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายในการจัดโครงการบริการวิชาการ ผลการวิจัยพบว่า 1. ได้พัฒนาคู่มือการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดโครงวิชาการ ของมหาวิทยาลัย ราชภัฏนครปฐม ประกอบไปด้วย อัตราค่าในใช้จ่ายในการจัดโครงการบริการ เอกสารประกอบการ เบิกค่าใช้จ่ายใน การจัดโครงการบริการวิชาการ และตัวอย่างประกอบการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัด ณิชพัทธ์ จงสุขสิริ. (2559) การวิจัยศึกษาแนวทางการพัฒนาโปรแกรมการจัดการโลจิสติกส์. กรณีศึกษาแผนกนำเข้าทางอากาศของบริษัท อะกิลิตี้ จำกัด เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ และ จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการนำเข้าสินค้า เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามีความ รับผิดชอบ และสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้กับงานที่ได้รับมอบหมาย จากการศึกษา และเรียนรู้กระบวนการทำงานด้านโลจิสติกส์ได้ ในแผนกพิธีการนำเข้าทางอากาศเช่น การศึกษา
27 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การใช้โปรแกรมด้านโลจิสติกส์การรับและตามใบปล่อยสินค้า การเสียภาษีการ จัดรถเพื่อขนส่งสินค้า และดูงานภายในคลังสินค้า เพื่อแก้ปัญหาและนำมาวิเคราะห์ด้วย Flow chart และ Activity chart ทำให้สามารถลดความผิดพลาด ลดขั้นตอนและเวลาในการทำงาน นางสาวรุสตา มะเระ (2565) วิจัยเรื่อง การจัดทําแนวปฏิบัติการใช้โปรแกรม Netbay เบื้องต้นสําหรับขนสินค้าขาออกทางอากาศยานบริษัท ดีเอสวี แอร์แอนด์ซี จํากัด (มหาชน) ใบกํากับ ขาออกออกทางอากาศยานในเบื้องต้น ได้ดําเนินงานโดยศึกษาวางแผนการดําเนินงาน ดังต่อไปนี้1. ศึกษาทฤษฎีทางการจัดการ PDCA (Plan-Do-Check-Act) 2. วิธีการดําเนินการ / ขั้นตอนการจัดทํา คู่มือ โดยวัตถุประสงค์ของโครงงานนี้มีไว้เพื่อพนักงานและนักศึกษาที่เข้ามาฝึกปฏิบัติในครั้งต่อไปได้ ทราบถึงขั้นตอนในการเข้าใช้โปรแกรม Netbay สําหรับการบันทึกข้อมูลเพื่อช่วยเหลือการทํางานและ สามารถนําแนวทางฉบับนี้ไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กชกร พันธโคตร และคณะ (2558) วิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง ของ ห้างหุ้นส่วนจํากัด สงวนวงษ์กาฬสินธุ์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขใน การจัดการสินค้า คงคลัง 2) เพื่อปรับเปลี่ยนการวางสินค้า 3) เพื่อนําระบบฐานข้อมูลเข้ามาใช้ จาก วัตถุประสงค์ ดังกล่าวคณะผู้จัดทํา ได้ใช้เครื่องมือเพื่อศึกษาปัญหาขององค์กรโดย ศึกษาใบตรวจสอบ รายการ (Check Sheet) เพื่อหาปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร ใช้แผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) เพื่อจัด อันดับ ความสําคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น และใช้แผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) เพื่อใช้ค้นหา สาเหตุของปัญหา ขั้นตอน ต่อมา คือจัดสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ตามการหมุนเวียนของสินค้าโดยใช้ ทฤษฎี ABC Analysis และ นําทฤษฎีFIFO จัดสินค้าประเภทแบตเตอรี่ เพราะมีข้อจํากัดด้านอายุ การใช้งานผลจากการใช้ เครื่องมือดังกล่าว พบว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด สงวนวงษ์กาฬสินธุ์ มีการ เปลี่ยนแปลงด้านการจัดการสินค้าโดยภายในคลังสินค้ามีความเป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่ง่ายต่อ การค้นหาทําให้ได้ทราบรายการและจํานวนสินค้าในคลังสินค้าที่แน่นอนและจากการนําระบบ ฐานข้อมูลเข้ามาใช้ทําให้สามารถจัดทําใบเสร็จรับเงินโดยระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทําให้ใบเสร็จมีความ ถูกต้อง และข้อมูล ครบถ้วนอีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่ในคลังสินค้า8.44% สรุปผลการศึกษาของห้างหุ้นส่วน จํากัด สงวนวงษ์กาฬสินธุ์ ด้านการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถแก้ไขปัญหาบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ ได้ตั้งไว้ทุกประการ สภณ เกิดสมบัติ และคณะ (2560) วิจัยเรื่อง การวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการลด ต้นทุนในกระบวนการบรรจุน้ำดื่ม โดยการประยุกต์ใช้แนวคิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง KAIZEN ใน การทำวิจัยครั้งนี้ ประสบปัญหาเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการผลิตมาโดยตลอด เนื่องจากต้นทุน ในการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดยังคงสูงอยู่ ทำให้บริษัทได้รับผลกำไรไม่ดีเท่าที่ควร ผลประกอบการในแต่
28 ละเดือนจึงยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ จากการศึกษาขั้นตอนการบรรจุน้ำลงขวดนั้น พบว่าหัวจ่ายน้ำแต่ ละหัวเริ่มจ่ายน้ำและหยุดจ่ายน้ำไม่พร้อมกัน จึงท้าให้น้ำดื่มแต่ละขวดมีปริมาณไม่ เท่ากันและยังเกิด ปัญหาการบรรจุน้ำล้นออกจากขวด จากปัญหาที่กล่าวมานั้นผู้วิจัยจึง โดยการวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุ และแนวทางการลด ต้นทุนในกระบวนการบรรจุน้ำดื่ม ซึ่งอาศัยการประยุกต์ใช้แนวคิดการปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง KAIZEN ในการวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดปัญหาในกระบวนการบรรจุน้ำดื่ม ผู้วิจัย ได้น้าเทคนิค 7 QC Tools มาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและหาสาเหตุที่ท้าให้เกิดปัญหา จากนั้นนำ เทคนิค Why-Why Analysis มาวิเคราะห์เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของปัญหา เมื่อทราบสาเหตุของ ปัญหาที่ แท้จริงแล้วจึงท้าการวางแผนและกำหนดวิธีการแก้ไข และน้าหลักการ 5W1H มาใช้ในการ สร้าง มาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำผลจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตท้า ให้ของเสียลดลง 5 เปอร์เซ็น แสดงให้เห็นว่าการ ประยุกต์ใช้แนวคิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง KAIZEN นั้นสามารถใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและ แก้ไขกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดต้นทุนใน กระบวนการผลิตจึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทเป็นอีกทั้งสถานประกอบการอื่นๆ ที่มีลักษณะ ใกล้เคียงกันสารถน้าไปใช้เป็นแนวทางการปรับปรุง
29 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา การวิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay กรณีศึกษา บริษัท DSV Air & Sea แผนก Airfreight Customs เพื่อศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพและศึกษาวิธีการ แก้ไข ปัญหาในการใช้งานโปรแกรม Netbay ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งผู้วิจัยได้กำหนดแนวทางใน การดำเนินงานวิจัยโดยมีรายละเอียดดังนี้ 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.1.1 ศึกษาขั้นตอนการทำงานของแผนก Airfreight Customs และศึกษาปัญหาที่พบใน กระบวนการ ทำงาน 3.1.2 ศึกษารูปแบบการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับคีย์ใบขนขาออก และ ทำการศึกษา ระยะเวลาในการคีย์ใบขน 3.1.3 ศึกษารูปแบบการพัฒนาด้วยคู่มือเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการคีย์ใบขน 3.1.4 เปรียบเทียบเวลา ก่อนและหลังปรับปรุง 3.1.5 สรุปผลการศึกษาว่าสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาการทำวิจัยครั้งนี้คือ ผู้ที่ใช้งานโปรแกรม Netbay ในการคีย์ ใบขนขาออก หรือพนักงานในแผนก Airfreight Customs ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้จะ ทำการศึกษาเกี่ยวกับการ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับจัดทำใบขนขออก
30 โดยจัดทำคู่มือในการใช้งานโปรแกรม Netbay เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการ ทำงานให้มีความสะดวกและรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น 3.3 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - การศึกษาเวลาโดยตรง (Direct Time) เป็นการศึกษาโดยใช้เครื่องมือการจับเวลาโดยตรง จากการ ทำงานของพนักงานที่ใช้โปรแกรม Netbay ในการคีย์ใบขนขาออก โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้ใน การเก็บรวบรวมข้อมูล คือ นาฬิกาจับเวลาหรือกล้องถ่ายภาพใช้สำหรับการถ่ายภาพนิ่งและ ภาพเคลื่อนไหวเพื่อบันทึกรายละเอียดใน การทำงาน เครื่องคิดเลข และสมุดจดบันทึกในการจับ เวลาการทำงานแต่ละขั้นตอนจะมีจำนวนรอบในการจับเวลา 3.3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูล วิธีที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจะมีการใช้ข้อมูลทั้งหมดจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ และ จาก แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ - แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) ผู้วิจัยจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการออกไป สัมภาษณ์ (Interview) ร่วมกับการสังเกต (Observation) ขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานในแต่ ละขั้นตอนการทำงาน แบบสัมภาษณ์ (Interview) ผู้วิจัยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับพนักงานที่ใช้โปรแกรม Netbay ในการคีย์ใบขนขาออก โดยตั้งคำถามให้ตรงประเด็นที่ผู้วิจัยต้องการเก็บข้อมูลหรือ รายละเอียดต่างๆในขั้นตอนการทำงาน เพื่อนำข้อมูลในการสัมภาษณ์นี้มาวิเคราะห์หาสาเหตุและ สรุปปัญหาว่าในขั้นตอนการทำงานนี้มีปัญหาอย่างไร แบบสังเกตุ (Observation) ผู้วิจัยจะเข้าไปทำการสังเกตขั้นตอนการทำงานในแต่ละ ขั้นตอน โดยจะสังเกตปัญหาที่เกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาดในการคีย์ในขนขาออกโดยใช้โปรแกรม Netbay จากนั้นผู้วิจัยจะทำการจดบันทึกและทำการจับเวลา ซึ่งจะนำปัญหาในขั้นตอนการทำงาน มาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพ - แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) คือ ข้อมูลที่ผู้วิจัยได้สืบค้นจากเอกสารทาง วิชาการ หนังสือเอกสารงานวิจัย วารสาร แหล่งที่มาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานใน แผนก Airfreight Customs รวมทั้ง ตำราบทความ หรือรายงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ตลอดจนข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในครั้งนี้
31 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay กรณีศึกษา บริษัท DSV Air & Sea แผนก Airfreight Customs โดยการวิจัยครั้งนี้จะใช้วิธีการสังเกตการณ์ทำงาน และการ จับเวลาพนักงานที่ใช้โปรแกรม Netbay ในการคีย์ใบขนขาออก เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลโดย เครื่องมือในวิเคราะห์ข้อมูลมีดังนี้ 3.4.1 เทคนิค Why-Why Analysis ผู้วิจัยได้นำเทคนิค Why-Why Analysis มาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิด ปัญหาในการ ทำงานผิดพลาด โดยการตั้งคำถาม ทำไม ? ทำไม ? ทำไม ? เพื่อให้พบปัญหาและ สาเหตุอย่างครบถ้วนและมี หลักการ 3.4.2 ผังก้างปลา หรือ ผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) ผู้วิจัยได้นำการทำผังก้างปลา หรือ ผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) มาใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อจำแนกสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการ ทำงาน โดยแบ่งสาเหตุหลัก สาเหตุรองและสาเหตุย่อยตามลำดับ 3.4.3 การศึกษาเวลาโดยตรง (Direct Time Study) ผู้วิจัยได้ทำการจับเวลาในการคีย์ใบขนขาออก ก่อนและหลังการใช้คู่มือการใช้งานโปรแกรม Netbay แล้วนำเวลาที่ได้จากการจับเวลามากำหนดเป็นเวลามาตรฐานของการทำงาน (Standard Time) โดยผู้วิจัยจะ ทำการจับเวลาการทำงานด้วยนาฬิกาจับเวลาหรือสมารท์โฟนในการจับ ซึ่งใน การรู้ข้อมูลในการจับเวลาในการ ปฏิบัติงาน จะทำให้เห็นถึงการใช้เวลาว่ามีความรวดเร็วหรือมีความ ผิดพลาดหรือไม่ และยังนำข้อมูลเวลาที่ ได้มาพัฒนาเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3.4.4 คู่มือการใช้งานโปรแกรม Netbay ผู้วิจัยได้จัดทำคู่มือการใช้งานโปรแกรม Netbay สำหรับคีย์ใบขนขาออก โดยผู้วิจัยจะจัดทำ คู่มือเป็นขั้นตอน วิธีการและรายละเอียดต่างๆในการคีย์ข้อมูล ซึ่งคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์แก่ นักศึกษาที่จะเข้ามาฝึกงานในแผนก EDI และคู่มือนี้ยังสามารถลดความผิดพลาดและลดระยะเวลา ในการทำงานให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
32 บทที่ 4 ผลการวิจัย จากการศึกษาวิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรม Netbay กรณีศึกษา บริษัท DSV Air & Sea แผนก Airfreight Customs ผู้วิจัยได้ศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของ แผนกส่งออกทางอากาศ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาสาเหตุของปัญหาและนำเครื่องมือการวิเคราะห์ ข้อมูลมาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จากผลการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้ 4.1ผลของการศึกษารูปแบบการคีย์ใบขนโดยใช้โปรแกรม Neybay สรุปผลการสัมภาษณ์และสังเกตขั้นตอนกระบวนการทำงานพนักงานที่ใช้โปรแกรม Netbay โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (Indepth Interview) โดยมีข้อคำถามดังต่อไปนี้ 1.ขั้นตอนในการทำงานในปัจจุบันเป็นอย่างไร 2.มีปัญหาและอุปสรรคในการทำงานอย่างไร 3.มีข้อเสนอแนะและวิธีการแก้ไขหรือปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างไร จากการสัมภาษณ์พนักงานที่ใช้โปรแกรม Netbay ในการคีย์ใบขน ขาออกได้พูดถึงปัญหา ต่างๆของกระบวนการทำงาน โดยมีปัญหาการทำงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนซึ่งทำให้ระยะเวลาในการ คีย์ใบขนมีความล่าช้า ปัญหาการคีย์ข้อมูลผิดทำให้เกิดความผิดพลาดและเสียเวลา สัญญาญ อินเตอร์เน็ตภายในมีปัญหาทำให้มีปัญหาในเรื่องการส่งเอกสารให้ลูกค้าช้าและปัญหาเกี่ยวกับ โปรแกรม Neybay ซึ่งปัญหาที่เจอจะเป็นในเรื่องระบบล่ม ล่าช้าทำให้การคีย์ข้อมูลเกิดความผิดพลาด ในหลายขั้นตอน ปัญหาการคีย์เอกสารผิดซึ่งสาเหตุมาจากไม่ได้ตรวจเช็คข้อมูลก่อนส่งให้ Checker ทำการตรวจสอบอีกครั้ง 4.2 ผลการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยใช้เทคนิค (Why Why Analysis) ลักษณะของ ปัญหา Why 1 Why 2 Why 3 แนวทางการแก้ไข ความ ผิดพลาดใน การคีย์ใบขน นักศึกษาฝึกงาน / พนักงาน พึ่ง เข้ามาใหม่ พนักงานขาดทักษะ หรือประสบการณ์ใน การทำงาน พนักงานขาด การฝึกอบรม - ให้คู่มือการใช้งานสำหรับ การคีย์ใบขนแก่พนักงานที่ เข้ามาใหม่
33 - ควรมีการจัดการฝึกอบรม เพื่อฝึกทักษะหรือสกิลให้มี ประสิทธิภาพในการทำงาน ความล่าช้า ในการ ทำงาน พนักงาน พักผ่อนไม่ เพียงพอ ระบบโปรแกรม Netbay เกิดความ ผิดพลาดขณะใช้งาน อินเตอร์เน็ต/ สัญญาณ ล่าช้า - พนักงานควรพักผ่อนให้ เพียงพอ เพื่อลดความ ผิดพลาดและความล่าช้า - เมื่อระบบโปรแกรม Netbay หรือสัญญาณ อินเตอร์มีปัญหาให้แจ้งฝ่าย IT เพื่อแก้ปัญหา ขาดการ ตรวจเช็ค ข้อมูล ขาดการ ตรวจสอบข้อมูล ก่อนคีย์ใบขน ขาดการตรวจสอบ ข้อมูลหลังการคีย์ใบ ขนเสร็จ - ให้พนักงานทำการ ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อน ส่งให้ Checker ตรวจสอบ ตารางที่ 4.1 แผนภาพการวิเคราะห์ Why Why Analysis (ที่มา: จิราภรณ์ ใหม่ไชย 2566)
34 4.3 ผลการวิเคราะห์สาเหตุปัญหาโดยใช้แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) ภาพที่ 4.1 แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) (ที่มา: จิราภรณ์ ใหม่ไชย 2566) จากการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาการทำงานในแผนก Airfreight Customs โดยใช้แผนผัง แสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) ทำให้ทราบปัญหาต่างๆ ในปัจจัยด้านพนักงาน ปัจจัยด้านอุปกรณ์ ปัจจัยด้านวิธีการและปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม มีดังนี้ 4.3.1 ผลการวิเคราะห์แนวทางการแก้ไข -ปัญหาด้านพนักงาน (Man) 1.ความล่าช้าในการทำงานเนื่องจากพนักงานขาดทักษะในการทำงาน ทำให้การดำเนินงานต่างๆเกิด ความล่าช้า ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจเกิดจากมีพนักงานหรือนักศึกษาฝึกงานพึ่งเข้ามาใหม่ที่ยังขาดความ ชำนาญและความสามารถในการเรียนรู้งานช้า ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 2.พนักงานพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งการพักผ่อนไม่เพียงพอของพนักงานจะทำให้เกิดอาการง่วงในเวลา ส่งผลเสียเช่น การทำงานล่าช้า ไม่มีความรอบคอบในการตรวจเช็คข้อมูลให้ละเอียดและอาจส่งผล กระทบแก่บริษัท 3.ขาดความรอบคอบ เช่น ขาดการตรวจสอบในขั้นตอนการทำงานต่างๆ
35 4.ขาดทักษะในการทำงาน พนักงานมีความรู้ความสามารถไม่เพียงพอต่อการทำงานตามที่เหมาะสม หรือการใช้ทรัพยากรภายในบริษัทไม่คุ้มค่าและไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการทำงาน แนวทางการแก้ไขปรับปรุง แก้ไขปัญหาด้านความรู้พื้นฐาน ด้านการทำงาน ด้านทักษะและประสบการณ์ของพนักงาน ควรมีการจัดการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ เทคนิคการทำงานจากผู้เชี่ยวชาญหรือหัวหน้างาน เพื่อให้ พนักงานสามารถเรียนรู้การทำงานได้ถูกต้องและควรมีการจัดอบรมทุกๆ 6 เดือน ซึ่งจะช่วยให้ พนักงานมีสกิลทักษะ ความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ นอกจากนี้พนักงานควรมีเวลาพักสายตา พักความเมื่อยล้า จากการทำงาน ควรมีการตรวจสอบสายตาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้สายตาเป็นอย่าง มากในการจดจ่อกับการทำงานและควรจัดสรรเวลาการพักผ่อนของตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ การทำงาน -ปัญหาด้านอุปกรณ์การทำงาน 1.อุปกรณ์ขาดความทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันไม่ได้อัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่มีความล่าช้า 2.โปรแกรม Netbay เกิดการล่มหรือล่าช้า ทำให้การใช้งานเกิดความล่าช้าและส่งผลเสียต่อเวลาและ ทำให้เกิดการส่งงานที่ไม่ตรงต่อเวลา แนวทางการแก้ไขปรับปรุง บริษัทควรมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยพร้อมใช้งานที่เหมาะสมแก่การทำงานและมีการตรวจสอบ สภาพอุปกรณ์อยู่เสมอเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน และถ้าหากโปรแกรม Netbay มีปัญหา หรือระบบล่มควรรีบแจ้งฝ่าย IT ทันทีเพื่อให้การทำงานไม่ล่าช้าเท่าที่ควร -ปัญหาด้านวิธีการ 1.ขาดการตรวจสอบ เนื่องจากพนักงานขาดการตรวจสอบเอกสารก่อนส่งให้ Checker 2.ขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน สาเหตุเกิดจากพนักงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานและพนักงาน อาจไม่ใส่ใจในรายละเอียดขั้นตอนการทำงานทำให้เกิดความผิดพลาดได้ 3.ใช้เวลาในการคีย์ใบขนนาน สาเหตุอาจมาจากพนักงานหรือนักศึกษาพึ่งเข้ามาใหม่ ซึ่งอาจจะยังไม่ เข้าใจในขั้นตอนคีย์ใบขน 4.การคีย์ Manual ในปกติจะใช้วิธีการคัดลอกจากเอกสาร เช่น คัดลอกตัวเลข ภาษาอังกฤษ ถ้าเกิด โปรแกรม Netbay มีปัญหาหรือไม่สามารถดึงข้อมูลเข้ามาได้จะได้ใช้วิธีการคีย์ Manual ซึ่งการใช้วิธีนี้ อาจลดความผิดพลาดลงได้