The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความหมายของคำว่า คนดีอยู่เย็นเป็นสุข คือ ครอบครัวสามัคคีปรองดอง การงานประสบความสำเร็จ การศึกษาก้าวหน้า สังคมดี เป็นที่รักของญาติมิตร ร่างกายแข็งแรง ร่าเริง มีความสุข ส่วนลึกของจิตใจได้รับธรรมปีติอย่างต่อเนื่อง ฝึกปฏิบัติจนได้ดวงจิตที่สงบนิ่ง มีความสงบนิ่งจึงมีความยั่งยืน ความสงบนิ่งจะนำพาสิริมงคลสมความปรารถนามาให้
หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราว วิธีการ เทคนิค และประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติเต้าเต๋อซิ่นซี เพื่อผู้ที่สนใจจะได้ไปศึกษาปฏิบัติ ค้นหาสุขภาพ ค้นหาความสุขที่ยั่งยืน เป็นวิธีปฏิบัติอย่างง่าย ๆ ขั้นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ ผู้สรรค์สร้างเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ด้วยการนำเอาแก่นสารในคัมภีร์เต้าเต๋อจิงของท่านเหลาจื่อประสานกับทฤษฎีแนววิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันเป็นกุญแจทองที่ทำให้คนดีอยู่เย็นเป็นสุขและมีสุขภาพแข็งแรง

ด้วยรักและเคารพ
ธนณัฏฐ์ เอื้ิอธนบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cavee cara, 2022-08-09 21:54:36

คนดีอยู่เย็นเป็นสุข

ความหมายของคำว่า คนดีอยู่เย็นเป็นสุข คือ ครอบครัวสามัคคีปรองดอง การงานประสบความสำเร็จ การศึกษาก้าวหน้า สังคมดี เป็นที่รักของญาติมิตร ร่างกายแข็งแรง ร่าเริง มีความสุข ส่วนลึกของจิตใจได้รับธรรมปีติอย่างต่อเนื่อง ฝึกปฏิบัติจนได้ดวงจิตที่สงบนิ่ง มีความสงบนิ่งจึงมีความยั่งยืน ความสงบนิ่งจะนำพาสิริมงคลสมความปรารถนามาให้
หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราว วิธีการ เทคนิค และประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติเต้าเต๋อซิ่นซี เพื่อผู้ที่สนใจจะได้ไปศึกษาปฏิบัติ ค้นหาสุขภาพ ค้นหาความสุขที่ยั่งยืน เป็นวิธีปฏิบัติอย่างง่าย ๆ ขั้นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ ผู้สรรค์สร้างเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ด้วยการนำเอาแก่นสารในคัมภีร์เต้าเต๋อจิงของท่านเหลาจื่อประสานกับทฤษฎีแนววิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันเป็นกุญแจทองที่ทำให้คนดีอยู่เย็นเป็นสุขและมีสุขภาพแข็งแรง

ด้วยรักและเคารพ
ธนณัฏฐ์ เอื้ิอธนบูรณ์

Keywords: คนดีอยู่เย็นเป็นสุข,เต้าเต๋อซิ่นซี,สุขภาพ,สมาธิ

คนดีอยูเยน็ เปน สขุ

ชีวติ ทส่ี ะอาด
บรสิ ทุ ธ์ิ และอสิ ระ

ส่งิ ดี ๆ จากผูให...
สผู รู ับ

ผูที่มอบหนังสือเลมนี้ใหแดทาน คือผูทีม่ ีความเอาใจใส
และปรารถนาแตสิ่งที่ดีที่สุด จึงไดมอบหนังสือที่มีขอคิดทาง
หลักธรรมและปรัชญา เพิ่มพูนความรูทางสติปญญาและจิต
วิญญาณแมเพยี งเลก็ นอย

นี่คือ สิ่งที่คนพิเศษ ผูที่รักและหวงใยในตัวทานไดมอบ
ให เพียงเพอื่ ตอ งการใหส ิ่งดี ๆ ทสี่ ามารถเปลี่ยนแปลงชวี ิตของ
ทา นไปสสู ่ิงท่ีดีกวา

“แจกเงินใหแกผ ูอนื่
สูแจกคติสอนใจไมได”

สภุ าษิตจีน

สารบญั

บทนำ...................................................................................... 1
สมาธิ – สติ............................................................................. 2
การปฏบิ ัตสิ มาธอิ ยางงา ย....................................................... 7
กฎของเตา ธรรมชาติ.............................................................12
แนะนำเทคนคิ เตาเตอซ่ินซี...................................................17
จรรยาเตา จากคัมภรี เตา เตอจงิ ............................................30
ประสบการณของผูทีฝ่ ก ปฏิบัติเทคนิคเตา เตอซ่ินซี ..............41

อักษร 2 คำ “อเู หวย” เคล็ดลับทำใหสขุ ภาพแข็งแรง............42
เทคนิคเตา เตอซน่ิ ซี คือยาอายุวัฒนะ.....................................48
หวั ใจสำคญั ของการฝกเทคนคิ เตา เตอซ่ินซี ............................59
ความหนักแนน ......................................................................66
“เตา ” ตอ งมากอน คณุ ธรรมทีหลัง .......................................70
ไมรสู ึกผิดในใจ ......................................................................74

ประเพณถี ือศลี กนิ เจ..............................................................80
ยึดมั่นในคุณธรรมเสมอ .........................................................86
การเขียนเปนการสรางสรรคช วี ติ ใหม.....................................94

ทา ยเลม ................................................................................99
พิมพเ ผยแพรเ ปน ธรรมทาน................................................101

สงบและวา่ งเปลา่
ทา่ มกลางความเปน็ จรงิ ในชวี ติ ประจำวนั

จึงจะไดช้ อื่ วา่
ประสบความสำเรจ็ ในการฝกึ ฝน

จิตที่สงบนิง่
จะสอ่ื เช่ือมเสยี งแห่งปญั ญา

อาจารยจ์ ้าวเมย่ี วกวอ่ 7 สิงหาคม 2563

บทนำ

ความหมายของคำวา คนดีอยูเยน็ เปนสุข คอื ครอบครวั

สามัคคีปรองดอง การงานประสบความสำเร็จ การศึกษา

กาวหนา สังคมดี เปนที่รักของญาติมิตร รางกายแข็งแรง รา

เริง มีความสุข สวนลึกของจิตใจไดรับธรรมปติอยางตอเนื่อง

ฝก ปฏบิ ตั ิจนไดด วงจติ ทส่ี งบนิ่ง มคี วามสงบนง่ิ จึงมคี วามย่ังยืน

ความสงบนิ่งจะนำพาสริ มิ งคลสมความปรารถนามาให

หนังสือเลมนี้ไดรวบรวมเรื่องราว วิธีการ เทคนิค และ

ประสบการณจากการฝกปฏิบัติเตาเตอซิ่นซี เพื่อผูที่สนใจจะ

ไดไปศึกษาปฏิบัติ คนหาสุขภาพ คนหาความสุขที่ยั่งยืน เปน

วิธีปฏบิ ัติอยางงาย ๆ ข้นั พื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ขอกราบขอบพระคุณอาจารยจาวเมี่ยวกวอ ผูสรรค

สรางเทคนิคเตา เตอซิน่ ซี ดวยการนำเอาแกนสารในคัมภีรเตา

เตอ จิงของทา นเหลาจอ่ื ประสานกับทฤษฎแี นววทิ ยาศาสตรย คุ

ปจจุบันเปนกุญแจทองที่ทำใหคนดีอยูเย็นเปนสุขและมี

สุขภาพแข็งแรง ดวยรกั และเคารพ

ธนณฏั ฐ เอิ้ือธนบรู ณ 1

คนดอี ยูเย็นเปน สุข

สมาธิ – สติ

สมาธิ แปลวา ความตง้ั มน่ั ของจติ หรอื ภาวะท่จี ิตแนวแน
ตอ สง่ิ ทกี่ ำหนดจติ เรียบสม่ำเสมอหรอื การท่จี ติ กำหนดแนวแน
อยูกับสิ่งใดส่ิงหนึ่ง ไมฟุงซาน ไมกระสับกระสาย ไมกระวน
กระวาย ถาจะพิจารณาหรือคิดเรื่องอะไรก็อยูกับสิ่งนั้นส่ิง
เดียว สิง่ อน่ื มาแทรกมากวนก็จะไมห ลดุ ออกจากสิ่งนั้น อยางนี้
เรยี กวา สมาธิ

สมาธิ คือความสงบสบายและความรูสึกเปน สุขอยางยิ่ง
ที่มนุษยสามารถสรางขึ้นได พัฒนาตนเองเพื่อการดำรง
ชีวิตประจำวันอยางเปนสุข ไมประมาท เต็มไปดวย
สติสัมปชัญญะและปญญา อันเปนเรื่องไมเหลือวิสัย ทุกคน
สามารถปฏิบัตไิ ดง าย ๆ

สมาธิ คือ การมีสติรูเนื้อรูตัวอยูต ลอดเวลา ไมวาจะลุก
จะนั่ง จะยนื จะเดิน จะนอน ก็มีสติกำกับอยูต ลอดเวลา จะทำ
จะพูด ก็ใหรูตัววากำลังทำอะไรและพูดอะไร เทากับเปนการ
เจรญิ สติในชวี ิตประจำวนั เปนการฝก สมาธใิ นทกุ ขณะจิต โดย

2 คนดีอยเู ยน็ เปนสุข

พิจารณาจากตัวอยางในการเดินจงกลม เราก็ตองมีสติรูวา
กำลังยกเทา กำลงั กา วเทา กำลงั เหยยี บลงบนพื้น ใหจิตต้ังมั่น
อยูที่เทาที่กำลังยก กำลังกาว กำลังเหยียบ เทากับใหรูตัว
ตลอดเวลา ฉะนั้น เราสามารถฝกสมาธิไดตลอดเวลา ในทุก
อิริยาบถและทุกการกระทำ ดวยการใหมีสติรูเ นื้อรูตัวทุกการ
กระทำ และทุกความเคลื่อนไหว โดยมีสติกำกับอยู ใจเปน
สมาธิใจจะเย็นลงมาก มีความอดทนอดกลั้นมากข้ึน ระบบ
ความคิดคำพูดและการกระทำจะถูกเรียบเรียงใหเปนระบบ
ระเบยี บทีถ่ ูกตองดงี ามโดยอตั โนมัติ คิด พดู ในส่งิ ท่ถี ูกตองดวย
เหตุและผล มีสติมากขึ้น รูตัวเองมากขึ้น ฉะนั้น จึงควรฝก
สมาธิเพื่อใหมีสติรูเนื้อ รูตัวอยูตลอดเวลา และเรียนรูกฎของ
เตาธรรมชาติใหเขาใจ จนกลายเปนจิตสำนึกที่จะอยูคูกับสติ
จงึ จะแสดงออกมาเปน บุคลิกทดี่ งี ามหรือการกระทำทถ่ี ูกท่คี วร
อยางอัตโนมัติหรือเปนธรรมชาติของตัวเองที่บงบอกถึง
ลักษณะคนดีอยูเ ย็นเปนสุข คำพูดที่วา “คนดีอยูเย็นเปน สุข”
ก็คือการที่เรามีสติ ควบคุมการกระทำใหอยูในกฎของเตา

คนดีอยูเ ย็นเปนสขุ 3

ธรรมชาติ ผลลัพธก็คือ ไมมีศัตรู มีแตคนรัก ไมทุกข มีแต
ความสขุ ดว ยการเขา ใจธรรมชาตติ ามความเปน จรงิ

ประโยชนทไ่ี ดจากการมีสติ

1. สติชวยไมใหเกิดความงวงเหงาหาวนอน เกียจคราน อัน
เปน เหตุทข่ี ัดขวางความกา วหนาของชวี ติ

2. สติชวยใหการศึกษามีประสิทธิผล ความจำดี ไมเกิด
ความสับสน ไดหนาลืมหลงั

3. สติชวยใหงานมีประสิทธิภาพลำดับงานกอนหลังได
ถูกตอง วางหรือเกบ็ ของไวแ ลว ไมลืม

4. สติชวยใหการนัดหมายไมผิดพลาด ไมเสียมิตร เสียงาน
เสยี เวลาและเสียคน (เพราะขลี้ มื )

5. สติชวยใหไมล ืมปดประตู หนาตาง ไมลืมใสกุญแจประตู
บา น ประตูรถ เปน ตน

6. สตชิ ว ยไมใหเกดิ เพลิงไหม เพราะลมื ดบั ไฟ ธปู เทยี น เตา
ไฟ ลมื ปดถงั แกส ฯลฯ

4 คนดอี ยเู ย็นเปนสขุ

7. สติชวยไมใหเจ็บตัว และไมเกิดอันตรายเพราะเดิน
ซมุ ซาม ไมระมดั ระวงั มอื เทา และรางกาย

8. สติชวยปองกันอุบัติเหตุ เกี่ยวกับทรัพยสินและชีวิตจาก
การทำงาน ขบั รถ ขบั เรอื เปนตน

9. สติชว ยใหค วามโกรธท่ีพลงุ พลา นระงบั ลงไดรวดเรว็ และ
ไมเ ปนคนทีโ่ กรธงา ยหงุดหงิด อารมณเสีย

10. สติชวยใหจิตใจไมฟุงซาน นั่งเหมอ ใจลอย ทำใหนอน
หลบั งายและหลบั เปนสขุ

11. สติชวยไมใหเปนโรคประสาทโรคหัวใจ โรคความดัน
โลหติ โรคกระเพาะ โรคเครยี ด ฯลฯ

12. สติชวยใหคนเจ็บไขไมทุรนทุราย วิตกกับอาการจนเกิน
เหตุ บนเพอ จูจี้ แสดงอารมณจนญาติมิตรและผู
พยาบาลระอา

13. สติชวยไมใหเปนคนหลงลืมใน
ยามแกชราและมีสติขณะที่จิตจะดับ
ยอมไปสสู คุ ติ

คนดีอยูเย็นเปน สขุ 5

14. สติชวยยับยั้งไมใหทำความชั่ว ถึงแมไดทำไปแลวโดยไม
รูตัว สติก็สามารถสำนึกได ใหเกิดการงดเวนในการ
กระทำท่ีเปน ความช่ัวได

15. สติชวยใหไมกลาที่จะละเมิดศีล หรือละเมิดตอกฎ
ธรรมชาติหรือจักรวาล แตจะหนุนใหเกิดธรรม ฉันทะ
หรอื แรงจงู ใจในการทำความดยี ิง่ ๆ ข้นึ ไป

16. สตชิ วยประกบปญ ญา มิใหป ญ ญาเพอ เจอ เกิดการยกตน
ดูหมิ่นผูอืน่ ดวยหลงลืมตวั

17. สติชวยกั้นกิเลสตัณหาและเปนดานหนาของธรรมทุก
ประเภท ท้งั คดีโลกและคดธี รรม

18. สตชิ วยใหม องเห็นโอกาสทจ่ี ะรอดเม่ือภัยมาถงึ
19. สติชวยใหเกิดปญญาที่จะจัดการกับปญหาตางๆ ที่เกิด

ขึ้นกับตนเองและผูอืน่ ได ไมวติ กและกลัวจนเกินเหตุ
20. สติจะชวยใหเราไมพายแพตัวเอง จะชนะกิเลสในใจ

ตวั เอง

ทกุ สงิ่ ตนเปน็ ผ้สู ร้าง สรา้ งสรรค์ทุกส่ิงของตน

6 คนดอี ยเู ย็นเปนสขุ

การปฏบิ ตั สิ มาธิอยา งงา ย

โดย รองศาสตราจารยว รรณี โสมประยรู

สมาธิทำใหจิตคนเราสงบนิ่งมีความสุข เพราะสมองหลั่ง
ฮอรโมนเอ็นโดรฟน (Endorphin) สารสุขใหกับรางกายและจะ
ทำใหระบบภูมิตานทานรางกายดีขึ้น เพราะพลังสมาธิสามารถ
เปลี่ยนเซลลรายใหกลายเปนเซลลดีดวยตัวเองได เราจึงควรมา
ฝกจิตหรือบริหารจิตใหเกิดสมาธิอยางสม่ำเสมอ จะพบ
ปาฏหิ าริยอ ีกมากมาย ตามกำลังและเวลาทฝี่ ก สมาธิ

สมาธิ คือ การตั้งมั่นของจิตในอารมณเดียวหรือสิ่งใดสิ่ง
หน่ึงเพยี งสิ่งเดียว

การทำสมาธิ คอื การจบั จติ ทดี่ ้ินรนไมอ ยูน่งิ ใหตงั้ ม่นั นิง่ ท่ี
สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรืออารมณใดอารมณหนึ่งเพียงอารมณเดียว
(อารมณค วามรสู ึก ไมใชค วามคิด)

การฝกสมาธิ (การฝกจิต) ใหอยูกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีหลาย

วิธี ดงั น้ี

คนดอี ยูเย็นเปน สขุ 7

วิธีที่ 1 ฝกจิตตั้งมั่นสิ่งภายนอกรางกาย เชน การรอง
เพลง ฟงเพลง การฟง บรรยาย ฟงเทศน ดลู กู แกว ฯลฯ

วิธีที่ 2 ฝกดูจิตใหตั้งมั่นที่รางกาย มีความรูสึกของกาย
ความรสู ึกทใี่ จ ความรูสึกที่ธรรมะตาง ๆ

วิธีที่ 3 ฝกเฝาดูจิตตั้งมั่นที่ความคิดปจจุบัน ไมคิดถึง
สงิ่ แวดลอ มทง้ั อดีตและอนาคต หรือสง่ิ ตาง ๆ นอกรา งกาย

ตัวอยา งวิธฝี ก สมาธอิ ยางงา ย

1. การนั่งสมาธิ ใหนั่งหันหนาไปทางทิศตะวันออก ทิศเหนือ
หรือทศิ ใต อยา หันไปทางทิศตะวันตก

2. ถา มีการสวดมนต กส็ วดมนตแผเ มตตาใหเ สรจ็ กอ น สำรวม
รางกายอยา งผอ นคลาย

3. การนั่ง ถานั่งที่พื้นก็เอาขาขวาทับขาซาย มือขวาทับมือ
ซาย ตั้งกายใหตรง จะนั่งพับเพียบก็ได มือขวาทับมือซาย
ถานง่ั บนเกาอ้ใี หนง่ั 1 ใน 3 ของเกาอี้ จะทำใหลำตวั ตั้งตรง
มอื ขวามือซายหงายฝา มอื ถาเปนโรคความดนั ใหคว่ำฝา มือ

8 คนดีอยูเ ย็นเปนสขุ

4. เมอ่ื น่งั ดแี ลว ใหทำวธิ ีลดความเร็วของจติ ดงั นี้
a. อยาเพิ่งหลับตา อยาเพิ่งกำหนดจิต ปลอยตัวปลอยใจ
ใหสบาย คลายความตึงเครียดทั่วรา งกาย ดึงจิตมาอยู
กบั ปจ จุบนั กอน
b. จิตสำรวจ สิ่งทอ่ี ยูรอบ ๆ ตัวกอนวา มีอะไรบาง
c. หลับตาลงชา ๆ พรอมผอนคลายจิตใจและรางกายทั่ว
ทัง้ ตวั
d. กำหนดสภาพแวดลอม โดยนึกดูดวยจิตจากความทรง
จำวา สถานที่เรานั่งมีอะไรอยูบาง ดานหนา ดานหลัง
ดานขาง ซาย - ขวา ดานบนศีรษะ วามีอะไรบาง
พยายามกำหนดทุกอยางใหเห็นอยางละเอียด แมแต
ลม แสง เสยี ง ฯลฯ ทก่ี ายสัมผสั รวมท้ังลมหายใจ

5. เริ่มสมาธิจะจินตนาการแสงที่ศีรษะ หัวใจ มือ ลำตัวกอน
แลวจึงกำหนดลมหายใจ เขา-ออก ไวในใจ แลวบริกรรม
พทุ –หายใจเขา โธ-หายใจออก หรือ 1,2,3,4 หายใจเขา
ห ย ุ ด 5,6,7,8,9,10 ห า ย ใ จ อ อ ก ห ร ื อ บ ร ิ ก ร ร ม วา

คนดีอยูเยน็ เปนสขุ 9

เกิด - หายใจเขา ดับ - หายใจออก และอื่นๆ ตามจริต
ของแตละทา นซง่ึ มีถึง 40 วิธี
6. พยายามรักษาจิตใหสบาย ปลอดโปรง อยากดจิตตนมาก
เกินไป อยาใหจิตหลุดไปอยูที่อื่น ใหตั้งมั่นที่ลมหายใจ
ตลอดเวลา
7. หายใจใหเบาลง แลวดูลมหายใจนั้นแหละวา ลมเบาลง
เทา ไร ก็ใหร ูส ึกรปู ระคองจติ ใหอ ยกู บั ลมน้ัน เม่ือเรารูจักวา
จติ ของเราอยกู บั ลมนีแ้ ลว ก็ใหวางคำบริกรรม พทุ -โธ แลว
หายใจใหเบา ๆ ละเอยี ดลงไปอกี
8. หายใจสบายและเบา ละเอียดสุขุมลงไปอีกจนรูสึกไมมลี ม
เลย กายเบา เหมือนไมมีกายอยูแลว ความเจ็บปวดทาง
กายกห็ ายไปเหมอื นไมมีกายเลยทีเดียว
9. เราจะนั่งตอตามความตองการ แลวก็วางลมเสีย หันมาดู
ความเบาของกาย ความวางของกายที่มีความสงบและมี
ความสุข ใหจิตดคู วามเบาและความวางของกายอยางสงบ
ถาทำได 15-20 นาที แลวก็ถอนออกไปสูอารมณภายนอก

10 คนดีอยเู ย็นเปนสขุ

จิตสงบขณะนี้เรียก “ขณิกสมาธิ” (การทำสมาธิแบบน้ี
เปนแคข ั้นพน้ื ฐานทีจ่ ะนำมาใชในชวี ิตประจำวันได)

ขณะจิตตั้งมั่นในอารมณเดียว ใหเอาสติมาจับใหระลึก
รูสึกตัววาลมหายใจ เบา-วาง สั้น - ยาว อยูตลอดเวลา ดวย
จะไมท ำใหร สู กึ งวงนอน เพราะการเจรญิ สตพิ รอ มสมาธิจะได
ประโยชนม าก จึงควรฝก ปฏิบตั ิควบคูก ันดว ย

ความสงบและสมถะ
จงึ จะมีสุขภาพแข็งแรง
และอยู่เย็นเปน็ สขุ ได้

(คตธิ รรมจากคมั ภีรเ์ ต้าเต๋อจิง หนา้ 59 ข้อ 5)

คนดอี ยูเย็นเปน สุข 11

กฎของเตาธรรมชาติ

เตาธรรมชาติ ก็คือ ตัวแทจริงของธรรม ของธรรมะก็

ได ของธรรมชาติก็ได เปนสิ่งเดียวกัน ตัวแทจริงของธรรมชาติ
คือ ความสมดุล ความสงบ ความวางเปลา ความเชื่อมโยง
ไมมีอะไรที่จะอยูอยางโดดเดี่ยวได ตองอาศัยกันและกัน ไมมี
แผนดิน ตน ไมกอ็ ยูไมได ไมมตี นไม แผน ดนิ จะอยูไดอยางไร หรอื
วาน้ำจะอยูไ ดอยางไร ถาไมมตี น ไม ไมมีแผน ดิน

ดนิ ฟาอากาศที่เหมาะสมท่มี นุษยจะอยูเปนสุขสบาย มนั มี
อะไรแตเ พียงสิ่งเดยี วไมได มนั ตองเช่ือมโยงกันหลาย ๆ อยาง ดู
ใหลึกลงไปอีกวา ถามีแตธาตุดิน จะมีประโยชนอะไร ตองมีธาตุ
น้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม อากาศธาตุ วิญญาณธาตุ เปนตน ถาเชื่อม
สัมพันธกันอยางดีถึงจะมีอะไรขึ้นมาได และเปนธรรมชาติ ดั่งที่
ปรากฎใหเห็นอยูนี้ วาเปนมนุษยบาง เปนสัตวบาง เปนตนไม
บาง เปน แผน ดนิ บาง เปน หว ย หนอง คลอง บงึ อะไรตา งๆ อยู

12 คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ

ในสภาพที่เหมาะสม ความชื้นพอดี มีความอบอุนพอดี มีความ
สมดุล จงึ จะมชี วี ิตอยูอยางนไ้ี ด

รางกายมนุษยก็เหมอื นกัน อวัยวะใหญนอยทั้งหลายตอง
รวมกันทำงาน ทำหนาที่ใหถูกตองตามธรรมชาติของสิ่งที่
ประกอบกันข้ึนมาเปน รางกาย จงึ จะอยูได ไมม ีอะไรที่จะแยกอยู
ตามลำพังได ตองทำงานสัมพันธกันอยางที่จะแยกกันไมได ใน
จักรวาลมีพลังมากมายและรางกายมนุษยสามารถมีปฏิกิริยา
ตอบรับได รางกายมนุษยคือแหลง กำเนิดสื่อสารท่ีลี้ลับแหงหน่ึง
ในสมองมนุษยไดสั่งสมสำรองสติปญญาและศักยภาพไวมากจน
ยากจะประเมินได ทวา สติปญญากับลกั ษณะที่เคล่อื นไหวไดของ
มนุษยชนิดนี้ตองอยูภายใตการนำพาของการปฏิบัติเชิง
สรางสรรคอยา งตอ เนอื่ ง จงึ จะสำแดงบทบาทไดเ ต็มที่

เนื่องจากคนคือศูนยรวมความสัมพันธของสังคมที่ไมอาจ
อยูโดดเดี่ยว พฤติกรรมของคน จึงเปนตัวกำหนดคุณภาพของ
สังคมและคุณคาของคนในการดำรงอยูใ นธรรมชาตทิ ่ียิ่งใหญ ใน
เมื่อคนเปน สวนหนงึ่ ของธรรมชาติ จึงตอ งปฏบิ ัติตวั ใหสอดคลอง

คนดีอยูเ ยน็ เปนสขุ 13

กบั ธรรมชาติ เปน หนึง่ เดยี วกับจักรวาล เพื่อใหธ รรมชาตดิ ำรงอยู
อยางมีดุลยภาพ จึงขอมอบกฎของเตาธรรมชาติ ที่เปนเพียง
สว นหนึง่ ในคัมภรี เตา เตอจิง ฉบบั ประยกุ ตใ ช ประพันธแ ละเรียบ
เรียงโดย อาจารยจาวเมี่ยวกวอ แปลโดย กล่นิ สคุ นธ วงศสนุ ทร

1. รจู กั ตนเอง เขา ใจอารมณ และพฤติกรรมของตนเอง
2. รจู ักเอาใจเขามาใสใจเรา
3. รจู กั ใหโดยไมหวังสง่ิ ตอบแทน
4. รูจ กั รกั โดยไมห วังผลตอบแทน
5. รจู ักรบั ผิดชอบในหนาที่ทต่ี นเปนอยู
6. รักจักผอ นปรนใหอภยั
7. รูคิด รทู ำ รูจำ รลู มื ในสง่ิ อันควร
8. รูจ ักสรา งความเปน หนึง่ กบั ผอู น่ื ทีอ่ ยใู นสังคมเดียวกัน
9. รูจักตอบแทนบุญคุณของผูที่ไดชวยเหลือตน แตไมตอง

จดจำในสง่ิ ที่ไดชวยเหลือผูอ น่ื
10. รูจักคนหาขอดีของคนอื่น ขณะเดียวกันตองคนพบ

ขอดอยของตนเอง

14 คนดีอยูเยน็ เปน สขุ

11. รจู กั ทำใจกวา งเหมือนดง่ั ทอ งทะเลสมหาสมุทรรองรับได
ทกุ ส่ิงแลว จะพบวา จติ เปนอสิ ระ โปรง ใสบรสิ ุทธิ์

12. รูจักใชเ หตุใชผล อยา งมคี ุณธรรมและยตุ ธิ รรม
13. รจู ักรักษาความสงบสุขของตนไว และไมท ำลายความสุข

ของผูอ ื่น
14. รจู กั มองโลกในแงดี แตไมหลับหูหลับตา
15. รูจักถอ มตน ปราศจากภาวะจติ ท่ีอวดดอี วดฉลาด
16. รูจักสรา งแรงบันดาลใจใหตนเองและผูอ ื่น
17. รูจักฝก ฝนหลอมหลอ เพ่ือยกระดับจติ วญิ ญาณ
18. รูจกั สรา งธรรมปตีอยางตอ เนอ่ื งเพื่อเสริมสรา งพลงั ชีวติ
19. รูจ กั มองเหน็ ความสุขมากกวาความทุกข
20. รจู กั รักและศรัทธาในคุณคา การเปนมนษุ ยข องตนเอง
21. รจู ักรักษาสจั จะ ซอื่ สตั ยและจริงใจ
22. รจู กั ทดแทนบุญคณุ ของโลก สิ่งแวดลอ มและธรรมชาติ
23. รูจักมีน้ำใจเอื้อเฟอเผื่อแผ เมตตาอารี ตอเพื่อนมนุษย

และสรรพสง่ิ ท่ีมชี ีวิต

คนดีอยเู ยน็ เปน สขุ 15

24. รูจักเอาจิตความรักของฟามาเปนจิตความรักของตน
(ฟาใหน้ำ ใหฝน ใหแสงแดด ใหสรรพสิ่งไดกอเกิด เพื่อ
หลอเลยี้ งมนุษย โดยไมเ คยมาทวงบญุ คณุ )

25. รูจักสรางภาวะจิตที่เรยี บงา ย ไมฟุงเฟอ เหอเหิมไปตาม
กระแสสงั คม

26. รูจ ักรกั ทปี่ รารถนาใหผ ูอนื่ เปนสขุ
27. รจู กั รกั ษาจิตของตนไมใ หละโมบโลภมาก
28. รจู กั สำนกึ ผดิ ดวยการทบทวนตนเองอยา งตอเนอื่ ง
29. รูจกั พ่งึ พาตนเองมากกวา การคอยรบั การชว ยเหลอื
30. รูจักที่จะไมรับของกำนัลจากผูอื่น จนกลายเปนหน้ี

บุญคุณที่ตองตอบแทน

ประเทศ เปรยี บเหมอื นคนคนหนงึ่
ต้องมคี วามมน่ั คง จงึ จะสงบ

ตอ้ งมีความสงบ จงึ จะเจรญิ รงุ่ เรือง

อาจารยจ์ ้าวเมย่ี วกว่อ 22 สงิ หาคม 2563

16 คนดีอยเู ยน็ เปน สขุ

แนะนำเทคนิคเตา เตอ ซ่นิ ซี

“เทคนิคเตาเตอ ซิน่ ซเี ปน มิติหนึง่ ของความเปนมนุษย
ที่มีความสุขอันละเอียดกวาการสนองตอบทางวัตถุอยาง
หยาบ ๆ เปนรากฐานของการพัฒนาจิตใจและสติปญญา
ยกระดับจิตวิญญาณอยางตอเนื่อง” คำพูดของอาจารย
จาวเมี่ยวกวอ (ผูริเริ่มสรางสรรคเทคนคิ เตาเตอซ่ินซี) ดิฉันตอ ง
ใชเวลาศึกษาปฏิบัติเทคนิคเตาเตอซิ่นซีเปนเวลาหลายปถึงจะ
เขา ใจถึงความหมายของคำพดู ประโยคขางบนนี้ไดอ ยางถองแท
ตองลงมือปฏิบัติ เรียนรูได สัมผัสไดดวยตนเอง ถึงจะรูจักเตา
เขาใจเตา คนพบความสุขท่แี ทจรงิ ได

หลักการของเทคนคิ เตา เตอซ่นิ ซี
เนนฝกปฏบิ ัติ เพอ่ื ใหไ ดสภาวะจติ ที่วา งเปลาและสงบน่ิง
อยางแทจริง จิตที่สงบนิ่ง ทำใหเลือดบริสุทธิ์ รางกายก็จะ
แข็งแรง ฝกปฏิบัติเพื่อใหไดรางกายและจิตใจที่ผอนคลายไม
เครียด ซึ่งเปนหัวใจสำคัญของสุขภาพ ที่สำคัญเปนการฝก

คนดีอยเู ย็นเปนสขุ 17

ปฏิบัติ เพื่อใหคนในยุคปจจุบัน สามารถเชื่อมกับแหลงกำเนิด
ของพลังธรรมชาติมากขึ้น จุดประกายไฟแหงชีวิต ใหดวงจิต
ผูคนแจมใสเบิกบาน สามารถนำเอาศักยภาพหรือพลังแฝงที่มี
อยูในตัวมนุษยมาเปนพลังขับเคลื่อนที่จะแปรเปลี่ยนความ
เจ็บปวยใหเปนความแข็งแรง เปลี่ยนความทุกขใหเปนปญญา
เปลี่ยนความลมเหลวใหเปนความสำเร็จ เปลี่ยนโลกที่ไรน้ำใจ
ใหเปนโลกท่ีมีนำ้ ใจ ฉะน้นั เทคนคิ เตาเตอซนิ่ ซี จงึ เปนเทคนิคที่
จะสรางใหคนดไี ดอยูเย็นเปนสขุ

อาจารยจาวเมี่ยวกวอ เปนผูคิดคนเทคนิคเตาเตอซิ่นซี
ทานนำเอาแกนสารใน “คัมภีรเตาเตอจิง” ของทานเหลาจ่ือ
ประสานกับทฤษฎีวิทยาศาสตร ในยุคปจจุบัน กลั่นกรองเปน
เทคนิคเตา เตอ ซ่ินซี โดยมี 8 สาขา ในการฝกปฏบิ ตั ิ กค็ อื

1. มวยเตา เตอ ซิ่นซี
2. กายบรหิ ารเตา เตอซน่ิ ซี
3. ดนตรีเตาเตอ ซ่ินซี
4. สมาธิเตาเตอ ซิน่ ซี
5. กจิ กรรมนนั ทนาการ

18 คนดอี ยเู ยน็ เปนสุข

6. การพฒั นาศกั ยภาพซอฟตแวรใ นรางกาย
7. รว มฝก ปฏิบัตใิ นวันอาทติ ย
8. การรบั ใชสังคม
ทั้ง 8 สาขาวิชา ลวนแลวแตเปนการฝกปฏิบัติ เพื่อให
ผอนคลาย สงบ และวางเปลา เมื่อไหรที่กายและจิตสามารถ
ผอ นคลายและสงบอยา งแทจรงิ กายและจิตกจ็ ะสมดลุ เปน หนึ่ง
เดียวกับจักรวาล เชื่อมกับแหลงกำเนิดของพลังธรรมชาติ เกิด
เปนพลังขับเคลื่อนที่จะแปรเปลี่ยนความเจ็บปวยใหเปนความ
แข็งแรงได

1. มวยเตา เตอ ซนิ่ ซี
มีทั้งหมด 9 ทาดวยกัน มีดนตรีประกอบการรำ ตองรำ

สอดคลองกับจังหวะจึงเกิดเปนสมาธิในการรำมวย ขบวนทา
ทัง้ หมดเปนการสอ่ื ถึงหลกั ปรัชญาของทานเหลาจือ่ วา ดวยสอง
สิ่งตรงกันขามที่กอเกิดซึ่งกันและกัน ตางซึมซับดวยหลักการ
ฝกฝนทั้งซายและขวา บนและลาง เดินหนาและถอยหลัง แยก
และหุบ งอและยืดตรง ขึ้นและลง กมและเงย สอดคลองกับ
เหตุผลของหยินและหยางเกื้อหนุนกัน กอเกิดไมหยุดยั้ง และ

คนดีอยเู ย็นเปนสุข 19

สอดคลองกับวิถีธรรมชาติ เปนการออกกำลังกายดวยทาทางท่ี
ชา ๆ ออนชอยนิ่มนวล รำอยางผอนคลายและมีสมาธิ เหตุท่ี
มวยตองรายรำชา ๆ เพราะเคลื่อนไหวไปตามอัตราความเร็ว
ของการไหลเวยี นของชใ่ี นรา งกาย

ประโยชนของการรำมวย
1. พัฒนาซอฟตแวรในรางกาย (ระบบควบคุมการทำงาน
ตาง ๆ ในรางกาย รวมถงึ ระบบประสาทและสมอง)
2. ขจดั สารพษิ ทตี่ กคา งอยูในรางกาย
3. เสริมสรา งเซลลในรา งกายใหม ีชวี ิตชีวา เสรมิ แรงกระตุน
การหมุนเวียนโลหิต 9 ระบบใหญ ๆ ทั่วรางกายให
หมุนเวียนดีและมีความสมดุล อาทิ ระบบหมุนเวียน
โลหิตหัวใจและหลอดโลหิต สมอง ทางเดินหายใจ
ทางเดินอาหาร ทางเดินปสสาวะ เสนโลหิตฝอยและ
โครงกระดกู
4. ชวยใหกลามเนื้อ เอ็น หลอดเลือด ทั่วรางกายมีความ
ยดื หยุนและแข็งแรง

20 คนดีอยูเยน็ เปน สขุ

2. กายบรหิ ารเตา เตอ ซิ่นซี
เปนการฝกสมาธิแบบเคลื่อนไหว เปนการเคลื่อนไหว

ตามจังหวะดนตรีแบบชา ๆ ทำใหส นามแมเหล็กในรา งกายเปน
ระเบียบ เปนการพฒั นาสมองซกี ขวา ลดความตงึ เครยี ด ชว ยให
สมองมีความจำดี และมีความคิดสรางสรรค เปดเสนทางเดิน
พลังแสงของศูนยพลังงานใหญเจ็ดแหงในรางกาย เปดประตู
ใหญข องจติ วิญญาณ สื่อเชอ่ื มระหวางจุลจกั รวาลในรางกายกับ
มหาจักรวาลในธรรมชาติ มีทั้งหมด 3 ทา จัดวามีลีลางดงาม
สภุ าพ สงบ ในความนมิ่ นวล ออนชอ ย แฝงไวด วยความเขม แขง็
หมุนเวยี นเปน วัฏจกั ร ทำใหประสาทอัตโนมัติผอนคลาย รักษา
พลงั ชวี ิตทส่ี มดุลของรา งกาย

ทาของมวยและกายบริหาร ลว นแลว แตแฝงไปดวยหลัก
ปรัชญาและวิทยาศาสตรสมัยใหม คำนึงถึงกลไกในการทำงาน
ของรางกาย ระบบเลือดลม พลังชี่ในรางกาย สารเคมีใน
รางกาย ประสาทอัตโนมัติ ขบวนการสั่นสะเทือนของจิต
วญิ ญาณจากเสยี งเพลงเนือ้ รอ งท่เี ต็มเปยมดว ยหลกั ปรัชญา ท่ีมี
ผลตอรางกาย ดังเชน ตัวอยา งเนอื้ รองมวยเตาเตอซ่นิ ซี

คนดอี ยเู ย็นเปน สุข 21

ทา ที่ 1
รักเมตตาทำความดี คือเตาวงทรงกลม
แลยิ่งใหญไ หวเคลือ่ นสมดุล
หมนุ เวียนเคล่อื นไหว
เตาวงทรงกลม
ชุมฉำ่ ดวงจิตชีวติ เรา
รกั เมตตาทำความดี
เสริมระบบหมนุ เวยี นโลหติ ไหลคลอ ง
สอ่ื ความศานติโคจรตามเตา
ดวงจิตชีวิตเราแสนอบอนุ
โอ! เตา ยง่ิ ใหญเ กรยี งไกร
คือเคลื่อนไหวทวนวิถีสรางทกุ สง่ิ สรร
ใหคุณทว่ั เมินช่ือเสยี งผลได
คอื กองทพั ธรรมะพิทกั ษร ักษาปกปอง
ขอใหเรานำพารักเมตตา
ทำความดสี ูธุรกจิ สคู รวั เรอื น
ความสงบของสงั คมเรยี กรองตอ งการทา น
เศรษฐกิจววิ ัฒนต อ งการทา นตอ งการทาน

22 คนดอี ยูเย็นเปนสขุ

3. ดนตรีเตาเตอ ซนิ่ ซี
การรองเพลงจะชวยกระตุนเซลลในรางกาย ใหคึกคักมี

ชีวิตชีวา สรางยาอายุวัฒนะปรับดุลยภาพระบบตางๆ ใน

รา งกายโดยอัตโนมตั ิ จากผลงานทางวิทยาศาสตร แสดงใหเห็น

วา เวลาที่เรานั่งทำงานหรือคิดอะไรที่ซับซอน หรือเครียด

เกนิ ไป ขณะน้นั เลือดจะไหลเวียนไปเลย้ี งสมองของเรานอยมาก

แตถาเราคิดอะไรที่เปนเรื่องงาย ๆ หรือ รองเพลงดัง ๆ ที่เปน

ส่ือที่ดี เลือดจะไหลเวยี นไดท วั่ ทั้งสมองทีเดียว ดวยเหตนุ ี้ สังคม

ในทุกวันนี้ มนุษยจึงหันมาจับกลุมกันรองเพลงมากขึ้น เพ่ือ
ชะลอความแกและรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะรองเพลงเตาเตอ
ที่มีเนื้อหาสาระเต็มไปดวยหลักปรัชญาแหงธรรมชาติ
ความหมายในเนื้อเพลงจะสั่นสะเทือนจิตวิญญาณใหเกิด
ธรรมปต ิ ก็เปนอกี หนึ่งความสขุ ที่จะทำใหอายยุ นื

ชมรมเตา เตอ ซิ่นซี

ใหเราจงรักถวนหนา ใหเ ราจงซอ่ื สัจจา

ใหเ รานำพาถอ มตน ดังแสงเลศิ เจดิ จา

ดงั แสงเจิดจาเบกิ ฟา สากล ใหเรารซู ้งึ ถึงเกียรติภมู นิ า

คนดอี ยเู ย็นเปนสุข 23

ใหวญิ ญาบงั เกิดปญ ญา ใหกายาสมบูรณเคยี งคชู ่ัวชีวา

พนพนั ธนาจวบจนกาลนาน ใหเตาเตอซนิ่ ซพี ลังรกั จงบันดาล

ภาวนาใหสขุ สนั ตทุกฐานที่ เตา เตอซน่ิ ซี เตาเตอซ่ินซี

สองแสงอบอุนทว่ั ทั้งปฐพี สอ งทั่วพน้ื ธรณี

* สองทวั่ พน้ื ธรณี (*รอบ 2 รอ งซำ้ )

มชี วี ิตทด่ี กี วา

1. เฝาเรียกรอ งใหใ ครทำดี ตนน้นั สิตองดกี อนใคร

วางแผนดจี ะทำใหกา วหนา ไกล ตองดำรงซอื่ ตรงใหดี

เอยวาจาเพราะพริง้ ออนหวาน ควรประสานอภยั น้ำใจอารี

ดไี ดเ พยี งครยู ังมิสดู ี เทาทำดีใหด ยี งั่ ยืน

2. นาเลอ่ื มใสพูดจาดี ย่ิงตองดีที่การกระทำ
ชวี ติ ฟมุ เฟอ ยเลศิ หรดู ูงาม ย่ิงสขุ ยามเรียบๆ งายๆ
ประดับกายฉายภายนอกงาม ตัวตนย้ำตองดีแททภี่ ายใน
รูปโฉมงามยงิ่ ควรคไู ว ดวยจิตใจทีง่ ามแสนงาม

24 คนดีอยเู ยน็ เปน สุข

3. หมน่ั สะสมสนิ ทรัพยม่ังมี สะสมดพี รอมมีคณุ ธรรม
มเี บื้องหนา ดคี นยกยอ งวา งาม ยง่ิ งามลำ้ เบ้ืองหลังท่ดี ี
เร่ิมกจิ การขน้ึ มาดแี ลว ยงั ไมแ คลว ตอ งปกปอ งไวใหด ี
ยามเมื่อวยั เด็กประพฤตติ นดี แกเฒาดยี ่ิงประพฤตธิ รรม

4. ชีวติ นย้ี ่งิ ดีข้นึ ได ตองเขาใจซงึ้ ถึงแกนธรรม
รักษาอาชีพตนไดดตี องย้ำ หลกั ธรรมเตา ใชนำหนา
บากบั่นมานะกา วหนาไป บมเพาะไวดวยธรรมะในวิญญา
ชวี ติ เปน สุขดเี ม่ือวัยชรา ช่วั ชีวาตอ งรกั ษาธรรม

4. สมาธเิ ตา ซน่ิ
เปนการนั่งสมาธิ โดยมีเสียงพลงนำพาจิตมุงเนนให

รางกายและจิตใจไดรับความผอนคลายมากที่สุด สงบ สบายมี

ความสุข ปลูกเซลลสมอง พัฒนาสติปญญา ชวยใหกลไกและ

ระบบการทำงานตาง ๆ ของรา งกายเกดิ ความสมดลุ

คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ 25

5. นนั ทนาการเตาซ่ิน
เปนการเตนรำเขาจังหวะกับดนตรี สามารถขับพิษท่ี

สะสมในรางกาย เพิ่มภูมิคุมกันและเสริมความงาม ชวยให
รา งกายมีความสมดุล และจิตใจผอ นคลาย

6. เทคนิคพฒั นาศกั ยภาพซอฟตแ วรใ นรา งกาย
ใชถอยคำภาษาเปนขอ มลู พื้นฐานเรียบเรียงเปน ขัน้ ตอน

โดยใชการคิดทวนวิถีพัฒนาซอฟตแวรและปรับดุลยภาพ
รา งกายและจติ ใจ ทำใหส ขุ ภาพกายและจิตแข็งแรงสมบูรณ

7. การรวมฝกปฏิบตั เิ ตา ซ่นิ
เพื่อแบงปนธรรมปติ และความสุขดวยการศึกษาคัมภีร

“เตา เตอจงิ ” และแลกเปลยี่ นประสบการณ

8. การรับใชสังคม
เปน การฝก ฝนหลอหลอมและยกระดบั จิตวิญญาณ มอบ

อุทิศจิตแหงความรัก รับใชสวนรวมและมวลมนุษยชาติดวย
จิตใจทอ่ี อนนอ มถอ มตน โดยไมห วงั ผลตอบแทน และไมถ ือเปน
บญุ คณุ
26 คนดีอยูเย็นเปนสขุ

กิจกรรมท้งั 8 ลวนแตเ ปน ขบวนการท่ที ำใหร างกายผอน
คลาย มีความสงบเปนสมาธิ เซลลรางกายเปนระเบียบ จิตเปน
สมาธิ เกิดธรรมปติ จากสาระในเนื้อเพลง ในลำนำมังกร ใน
เพลงรำมวย ลวนแลวแตเปนสื่อทำใหเกิดแรงสั่นสะเทือน
จิตสำนึกในดานบวก เปนธรรมปติ ทำใหเกิดสารหลั่งที่เรยี กวา
สารแหงความสุข ตัวนี้จะเปนตัวเสริมสรางเซลลทีเ่ สื่อมภายใน
รางกาย ทำใหรางกายแข็งแรง ซึ่งตรงตามทฤษฎีของทาน
เหลาจื่อ ทานเหลาจื่อใหหลักการไวในคัมภีรเตาเตอจิง ฉบับ
ประยุกตใช บทที่ 2 หนา 30 “สรรพสิ่งใด ๆ ในจักรวาล ตาง
ประกอบดวยดานสองดานที่เปนปฏิปกษตอกัน เชน กลางวัน
กับกลางคืน ทองฟาแจมใสกับครึ้มฟาครึ้มฝน อากาศรอนอบ
อาวกับอากาศหนาวเหน็บ การเคลื่อนไหวกับการหยุดนิ่ง”
ฉะนนั้ ในเทคนคิ เตาเตอ ซ่ินซีท้งั 8 กจิ กรรมนี้ ดานหนง่ึ ฝก ใหจิต
วญิ ญาณสงบน่งิ แตอีกดา นหนง่ึ ฝกใหเ กดิ แรงส่ันสะเทือนกอ
เกดิ ธรรมปต ิ

ดา นท่ีสงบนงิ่ ทำใหเ กดิ สมาธิ เกิดปญ ญา จติ สงบเลือด
บริสุทธิ์รางกายแข็งแรง เมื่อไรที่ความสงบนิ่งจนกลายเปน
ภาวะความวางเปลา ได จะกลายเปนหน่งึ เดียวกับธรรมชาติ จุล
จักรวาลในรางกายเปนหนึ่งเดียวกับมหาจักรวาล เมื่อนั้นก็จะ

คนดอี ยูเย็นเปน สขุ 27

กอเกิดปาฏิหาริย ปรากฏการณของเตาทำงาน เตาจะรักษา
และขจัดโรคในรางกายของเราได

อีกดานหนึ่งของการฝกฝนใหเกิดการสั่นสะเทือนใน
จิตสำนกึ ในดานบวกมาก ๆ เปนธรรมปติ ดว ยการทำความดรี ับ
ใชสังคม กิจกรรมนันทนาการรวมฝกปฏิบัติในวันอาทิตย ฝก
เปนผูใหโดยไมหวังผลตอบแทน ก็จะเกิดปติสุข เปนความสุข
ลึกๆ ที่เปนยาอายุวัฒนะ ที่สำคัญคือ ฝกใหสงบและวางเปลา
ทามกลางความเปนจริงดวยการใชชีวิตอยูภายใตจรรยาเตา
ฝกฝนหลอมหลอใหมีจิตแหงความรัก รักโดยไมหวัง
ผลตอบแทน รกั ทป่ี รารถนาใหผ ูอน่ื เปนสุข รักในมวลมนษุ ยชาติ
ชว ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั มนี ้ำใจเอื้อเฟอเผ่ือแผ ตรงไปตรงมา น้ำ
ใสใจจริง เปนบุคลิกที่สงาผาเผยและภาคภูมิใจ และที่สำคัญ
ตองฝกฝนอุปนสิ ยั จนบรรลถุ ึงสภาวะออนโยนนิม่ นวล ออนนอ ม
ถอมตน ชำระลางความคิดที่สับสน ปราศจากความคิดที่อวดดี
อวดฉลาด ไมคำนงึ ถึงแตผ ลประโยชนข องตนเอง ตองมีจิตเรยี บ
งาย ไมฟุงเฟอเหอเหิมแมแตนอย ทะเลมหาสมุทรนั้นอยูใน
พื้นที่ที่ต่ำที่สุดและกวางใหญไพศาลมาก เราตองเหมือนด่ัง
ทะเลมหาสมทุ รอันกวางใหญ

28 คนดีอยูเ ย็นเปนสุข

เทคนิคเตาเตอซิ่นซีตองปฏิบัติภายใตจรรยาเตาใน
“คมั ภรี เ ตา เตอ จิง” ของทา นเหลาจอ่ื ท่ีเนนการใชช ีวติ แบบองค
รวม รางกาย จิตใจ อารมณ สังคม สติปญญาไมเนนใหยึดติด
กับตำรา ฝก ใหใ ชชีวติ ท่ีเขาถงึ ความดงี าม ความจริงทม่ี อี ยู หรือ
เปน อยู

หากตอ้ งการประสบความสำเรจ็
ตอ้ งทนแบกรบั ความลำบากได้

คดิ เพื่อผอู้ ่นื ใหม้ าก
ใช้ความซือ่ สตั ยจ์ รงิ ใจและสำนกึ บุญคุณ

มาส่ือเช่ือมกับโลกใบนี้
ประสบการณจ์ ะขัดเกลาความเปน็ เทพในตวั เรา

อาจารย์จา้ วเมี่ยวกวอ่ 3 สิงหาคม 2563

คนดอี ยูเย็นเปนสุข 29

จรรยาเตา จากคมั ภีรเตา เตอจิง

1. รักเมตตา ฝกฝนหลอมหลอใหมีจิตแหงความรักของฟา
มาเปนจิตแหงความรักของตน รักที่ไมหวังผลตอบแทน
รักฉันพี่ฉันนอง รักที่พรอมจะปลดเปลื้องทุกขของผูอื่น
เสมือนทุกขนัน้ เปนของตนเอง ฝกฝนหลอมหลอ ใหมจี ิต
แหงความรักของฟา มาเปนจิตแหง ความรกั ของตน รกั ที่
ไมหวังผลตอบแทน ก็คอื ฟาไมไ ดถอื กำเนิดมาเพื่อตนเอง
ไมไ ดอ ยรู อดเพอ่ื ตัวเอง ฟาปกคลมุ ไปทุกท่ี ปกคลมุ ไปทุก
ตารางนิ้ว ไมวาทานจะเปนคนดีหรือไมดี ฟาก็มีทาทีท่ดี ี
ตอทานเชนเดียวกัน ฟาใหกำเนิดสรรพสิ่ง ดูแลฟูมฟก
สรรพสิ่ง ใหกำเนิดสรรพสิ่งแตไมถือครองเปนของตน
การเจริญเติบโตของสรรพสิ่งตองพึ่งพาอาศัยฟา แตฟา
กลบั ไมพึง่ พาอาศยั สรรพสิ่ง ไมถ อื ความชอบของตนเปน
บุญคุณและไมครอบงำการเจริญเติบโตของพวกเขา ให
พวกเขาพัฒนาคุณสมบัติดั้งเดิมตามธรรมชาติไดอยาง
เต็มที่ นี่แหละคือ “คุณธรรมอันล้ำลึก” การอบรมบม
เพาะ “คณุ ธรรมประจำใจ”

30 คนดีอยเู ย็นเปนสุข

การรกั ฉนั พฉี่ นั นอง คอื การรกั พอ แมข องตน แลว
ขยายความรักไปสูการรักพอแมทั่วโลก ประหนึ่งรักพอ
แมของตนเชนกัน รักพี่รักนองของตน จากนั้นก็ขยาย
ความรัก กาวไปสูการรักพี่นองทั่วหลา ดุจดังรักพี่นอง
ของตนเชนกัน รักลูกของตน แลวขยายความรักกวาง
ออกไปสูการรักเด็ก ๆ ในโลกหลา ดุจดังรักลูกของตน
คุณสมบัติของเตาท่ียิ่งใหญแหงธรรมชาติ ก็คือ ความ
รกั ฉนั พฉ่ี นั นอ ง ความรกั ฉันพ่ีฉันนอ งของเตา ทยี่ ่ิงใหญ
แหงธรรมชาตนิ ้ันไมหวงั ผลตอบแทน

ความรักฉันพี่ฉันนอง ก็คือ ใหความชวยเหลือ
และปลดเปลื้องความทุกขยากของผูอื่น โดยถือวาเปน
ความทุกขยากของตน ไมวาเรื่องใด ๆ ก็ตาม ผูที่สนใจ
แตตัวเองในที่สุดก็ถูกลิขิตวาตองมีอุปสรรค ตองไดรับ
ความเสียหาย พวกที่ทำในสิ่งที่ไมเปนประโยชนตอ
ประเทศชาติ ไมเ ปน ประโยชนตอสงั คม ไมเ ปน ประโยชน
ตอประชาชน ไมเปนประโยชนตออารยธรรมและ
ความกาวหนา เรื่องที่ทำใหผูอื่นแคนเคืองและเรื่องที่
ทำลายผูอื่นแตเปนประโยชนตอตวั เอง แนนอน จำตอง

คนดีอยเู ย็นเปนสขุ 31

ลิ้มรสผลรายที่ตนไดกอไว หากพบวาสภาพแบบนี้ เรา
ตองสันทัดการใชสติปญญามาเสริมการชีน้ ำ

ขอยกตวั อยางเรื่องหนึ่งเพอ่ื เปนการพิสจู น ในยุค
สมัยชุนชิวของจีน อูอองอาศัยบานเมืองของตนมีกำลัง
ทหารมากมายมหาศาล ก็เตรียมยกทัพไปตีกกฉูอยางไร
เหตุผล กลัววาความเห็นของตนจะถูกเหลาขุนนางชั้น
ผูใหญคัดคาน เลยถือโอกาสออกคำสั่งเสียเลยวา “ใคร
กลามาหามปรามขาบกุ โจมตีกกฉู ขา ก็จะตดั หัวของคนๆ
น้นั ” ขนุ นางชัน้ ผูใ หญบ างคนเห็นวา “การบุกโจมตีกกฉู
จะไดรับชัยชนะแนนอน แตวาเราไมมีความเคียดแคน
และไมมีสาเหตุอะไรเลย ขาดความรักฉันพี่ฉันนอง กก
ขางเคียงจะพากันลุกฮือขึ้นมาโจมตีเราได ในที่สุดผล
กลับปรากฏวาเปนเหตุใหบานเมืองตองสูญเสียเอกราช
ยังคงไมยกทัพจับศึกดีกวา แตวาอูอองไดออกคำส่ังเปน
ทแ่ี นนอนแลว ใครกไ็ มกลาเส่ยี งชีวิตถวายคำทัดทาน ใน
บรรดาองครักษของอูออง มีเดก็ หนุม คนหนึง่ มคี วามรูสึก
วาการโจมตกี ก ฉจู ะกอใหเ กดิ ภัยพิบัติในภายภาคหนาได
ควรตองหามปรามอูอองอยาทรงทำอยางน้ี แตวาเขายงั
ไมมีคุณสมบัติพอจะถวายคำทัดทานได แลวจะถวาย

32 คนดอี ยูเ ยน็ เปนสขุ

ความคิดเห็นของตนแดอูอองไดอยางไร? เขาครุนคิด
อยางหนัก ในที่สุดก็คิดไดวิธีหนึ่ง รุงเชาวันหน่ึง เขาถือ
หนังสะติ๊กหยิบคันไมอันหนึ่งพรอมลูกกระสุนจำนวน
มากติดตัวไป เดินเลนไปมาในสวนอุทยานหลัง
พระราชวัง เหมือนกับจะหานกเปนเปายิง จนกระท่ัง
เสื้อผาของเขาเปยกปอนไปดวยน้ำคาง แลวคอยไปทำ
หนาที่เปน คนรับใช รุงเชาวันที่ 2 เขาก็ทำอยางนี้อีก ใน
ทีส่ ดุ รุงเชา วนั ที่ 3 ออู องมาพบเขา อูอ อ งถามวา "เจา มา
นี่ซิ ทำไมเจาจึงทำใหเสื้อผาเปยกปอนอยางนี้ "ขอเดชะ
พระอาญาไมพนเกลา ขานอยกำลังยิงนกเจาคะ" อูออง
ทรงเกิดอารมณสนุกขึ้นมาทันที จึงทรงถามอีกวา "เจา
ยิงนกไดไหม? ใหขาดูหนอยสิ" เด็กหนุมพูดอยางไม
สบายใจวา "ขานอยยงิ ไมไ ดน กสกั ตัวพระเจาคะ ขานอย
มาที่นี่ติดตอกัน 3 วันแลว ไดพบเรื่องหนึง่ ที่มีคาควรแก
การใครครวญอยางยิ่งพระเจาคะ" อูอองทรงถามดวย
อารมณดีวา "เปนเรื่องอะไรหรือ? เจาลองบอกใหขาฟง
หนอยซิ" เด็กหนมุ พดู วา "ในขณะท่ีขานอยกำลังตระเวน
หานกยิง เห็นตน ไมใ นอุทยานมีจ๊กั จน่ั เกาะอยูบนยอดไม
สูง กำลังกินน้ำคางและร่ำรองดวยความเวทนา" อูออง

คนดีอยูเ ย็นเปน สุข 33

ทรงอดรนทนไมได จึงทรงตัดบทของเขาแลวทรงตรสั วา
"นี่มีคาควรแกการใครครวญอะไรเลา ? จั๊กจัน่ ตองร่ำรอ ง
วันยังค่ำ และจะตองกินน้ำคางดวยแนนอน" เด็กหนุม
พูดวา "ทานอองพระเจาคะ ทรงโปรดฟงขานอยพูดตอ
พระเจาคะ จั๊กจั่นตัวนี้ไมทราบวามีตัวตั๊กแตนอยูขาง
หลังของมัน ตั๊กแตนตัวนั้นกำลังโกงตัว ยกขาหนาจะ
ตะครุบจั๊กจั่น แตก็หารูไมวานกขมิ้นสเี หลืองก็อยูข า ง ๆ
ตัวมัน" อูอองทรงชมเชยวา "เจาชางสังเกตไดละเอียดดี
มาก แลวนกขมิ้นกำลังจะทำอะไร?" เด็กหนุมพูดตอวา
"นกขม้ินตัวนัน้ กำลงั ยื่นคอหมายจะกินตวั ตัก๊ แตน แตมัน
ก็หาทราบไมวาลูกกระสุนหนาไมหนังสะติ๊กกำลังอยู
เบื้องลางของมัน กำลังจะยิงมันใหตายในทันทีดวย" อู
อองทรงตรัสวา "เปนเรื่องที่ตัวหนึ่งจะกินอีกตัวหน่ึง
จริงๆ" เด็กหนุมก็พูดตออยางจริงจังวา "จั๊กจั่น ตั๊กแตน
และนกขมน้ิ ตางคดิ ถึงผลประโยชนเฉพาะหนากลับมิได
คำนึงถึงภัยพิบัติท่ีจะตามมาขางหลัง" เมื่อทรงฟงคำพูด
เหลานี้ของเด็กหนุมแลว อูอองก็ทรงสำนึกตัวขึ้นโดย
ฉบั พลนั แทท ่ีจรงิ เดก็ หนุมคนนก้ี ำลังเตือนสตขิ า อยายก
ทัพไปโจมตีกกฉูอยางสุมเสี่ยง เพื่อมิใหนำพาความ

34 คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ

หายนะมาสูแควนของตน หากจะพดู ใหถงึ ท่ีสุดแลว การ
โจมตกี ก อ่นื ยอมจะทำใหประชาชนในแวน แควน นัน้ และ
แวน แควน ตนตอ งเดอื ดรอ นไปทุกหยอ มหญา

นี่คือนิทานเรื่องตั๊กแตนจับจั๊กจั่น มีนกขมิ้นอยู
ขางหลัง ใชนิทานเรื่องนี้มาวากลาวตักเตือนผูที่เห็นแก
ตัว มีสายตาส้ัน คิดแตเพียงผลประโยชนเฉพาะหนา แต
ไมคำนึงถึงภัยพิบัติอันจะเกิดขึ้นในภายภาคหนา ทำให
สูญเสียผลประโยชนระยะยาว ดวยเหตุนี้ การเสนอให
ฝกฝนหลอมหลอจิตใจที่รักฉนั พ่ีฉันนอง เพื่อสรางสรรค
ชวี ติ อันทรงเกยี รติและมคี วามสุขเบิกบาน

2. ซื่อสัตย สุจริต จริงใจ ตรงไปตรงมา น้ำใสใจจริง ทำให
เทพในจิตเกิดความซาบซ้ึงสะเทือนใจ ซ่ือสัตยตอตนเอง
ตออำนาจหนาที่ ไมเห็นแกตัว และไรอัตตา ใน
ชีวติ ประจำวันของเรา ไมวาเราจะทำอะไรก็แลว แต ลวน
ตอ งมีความซือ่ สตั ยต อประเทศชาติ ซ่ือสตั ยตอ ประชาชน
ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีที่รักษากฎหมาย ขณะเดียวกัน
ตองซื่อสัตยตอบิดามารดา ซื่อสัตยตอสามี ซื่อสัตยตอ
ภรรยา ซื่อสัตยตออำนาจหนาที่ ซื่อสัตยตอธุรกิจ เปน
คนดอี ยเู ย็นเปน สุข 35

สหายทด่ี ที ซ่ี ื่อสตั ยใ นตำแหนงหนา ท่ี จิตใจที่ซื่อสัตยเปน
รูปแบบการดำรงชีพที่สูงสงชนิดหนึ่ง เปนรูปแบบการ
ดำรงชีวิตที่ราเริงเบิกบานและเปยมดวยสาระ ความ
ซอื่ สตั ยก ็เปน การสง่ั ตนใหเ ห็นแกสวนรวมและลืมสวนตัว
ดังนั้น จิตใจที่ซื่อสัตยจึงเปนการกระทำที่ยกระดับจาก
ความจริงใจ ความดแี ละความงามชนดิ หนง่ึ

ขอยกตัวอยางนิทานเรื่องหนึ่งเปนขอพิสูจน เลา
ขานกันวา ในยุคสมัยของเหยา-ซุน ปรากฏมีน้ำปาไหล
หลาก ในที่สุด ขาดแคลนเบญจธัญพืช แตตนไมใบหญา
กลับเจริญงอกงาม สิงสาราสัตวขยายพันธุเปนจำนวน
มาก คุกคามถึงความปลอดภัยของชีวิตผูคนอยางสาหสั
จักรพรรดิเหยาออกคำสั่งใหคนชื่อกุนรับผิดชอบการ
ปองกนั นำ้ ทว ม กุนจดั การปอ งกนั น้ำหลากโดยใชวิธีสกัด
กั้น ทำงานปองกันเปนเวลา 9 ปติดตอกนั สุดทายยังคง
จนปญญาทจี่ ะปอ งกันนำ้ หลากได และแลวจกั รพรรดซิ ุน
ซึ่งไดรับชวงการปกครองตอจากจักรพรรดิเหยา มีคำสั่ง
ใหควบคุมตัวกุนมายังสถานที่แหงหนึ่งเรียกวา เขาอว่ี
ซาน สำเร็จโทษตามกระบิลเมืองพรอมทั้งมีคำส่ัง
ใหตาอวี่ลูกชายของกุนทำหนาที่ปองกันน้ำหลากตอไป

36 คนดีอยูเย็นเปน สุข

อวี่ไดสรุปประสบการณและบทเรียนที่ลมเหลวของกุน
และใชวิธีขุดลอกคลองระบายน้ำโดยอาศัยลักษณะภูมิ
ประเทศ ใหน ้ำไหลลงสูทะเลมหาสมทุ ร อาศัยความเพยี ร
พยายามถึง 13 ป ในที่สุดก็เอาชนะน้ำหลากได ตั้งแต
นั้นมาน้ำในแมน้ำลำคลองระบายสะดวก ไหลลงสูทะเล
มหาสมุทรทางทศิ ตะวันออก ทั้งยังลอกทะเลสาบ ทำให
เก็บกักน้ำไดและทดน้ำได อันที่จริง พื้นดินที่ถูกน้ำปา
ทวม ปจจุบันไดกลายเปนที่นาอันอุดมสมบูรณ เพื่อ
ปอ งกันมิใหน้ำทวม อวต่ี อ งทนทกุ ขท รมานแสนเข็ญ เขา
ไมมีจิตใจอาฆาตมาดราย อันเนื่องมาจากซุนไดฆาบิดา
ของตน แตกลับถือประเทศชาติและประชาชนเปน
สำคัญ ตัดสินใจแนวแนจะลอกคลองระบายน้ำและ
ปองกันน้ำทวมใหดี เขารักงานลอกคลองระบายน้ำ
ปองกันน้ำทวมเปนชีวิตจิตใจ โดยถือเปนงานสราง
สวัสดิการแกสังคม มอบลูกใหศรีภรรยาเลี้ยงดู ขนาด
เดินผานหนาบานของตนไป 3 ครั้ง 3 ครา ก็ไมเคยแวะ
บา นเลย คอยทำหนาที่สำรวจตรวจสอบ ลยุ นำ้ ขามคู บกุ
ปาฝาดงไปทุกถิ่นตลอดทั้งป เหนื่อยจนสายตวั แทบขาด
ใบหนา ซีดเซียว ฝา มอื ฝา เทาหนาและหยาบดา น ผิวหนัง

คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ 37

ถูกแดดเผาจนไหมเกรียม หลังจากอวี่ลอกคลองระบาย
น้ำและปองกันน้ำทวมไดส ำเรจ็ แลว ไดรับการสนับสนุน
และรักใครจากประชาชน ซนุ เหน็ วาอว่ปี องกันน้ำทว มได
ถูกทาง ทั้งยังไดรับการสนับสนุนและรักใครจาก
ประชาชนเปนอยางมาก ก็เลยยกตำแหนงผูนำใหแ กเ ขา
พรอมทั้งพูดกับอวี่วา "อวี่เอย ทานคือบุคคลท่ี
เพียบพรอ มดวยคุณธรรม ปญ ญาและความสามารถ เมือ่
มีความขยันหมั่นเพียรก็สามารถปกครองบานเมืองได
เมื่อความประหยัดมัธยัสถก็ดูแลครอบครัวได" เมื่อซุน
ยืนหยัดจะสละอำนาจใหเขา ในที่สุด อวี่ก็ไดรับชวงตอ
จากซนุ ข้ึนครองราชยเ ปนจักรพรรดิ

3. ออนนอมถอมตน ชำระลางความคิดที่สับสน ปราศจาก
ภาวะจิตที่อวดดี อวดฉลาด หยิ่งยโส ไมคำนึงแต
ผลประโยชนของตนเอง เปนรากฐานที่มั่นคงของ
คุณธรรมทุกประการ ความออนนอมทำใหคนกาวหนา
ความเยอหยิ่งทำใหคนลาหลัง ความออนนอมจะเขาสู
อาณาจักรที่ไรอัตตา ลดทิฐิ ลดความถือตัว ลดความ

38 คนดอี ยเู ย็นเปนสุข

ทะนงตน เทากบั ลดการมปี ญ หาจากคนรอบขา ง จิตเปน
สขุ ขนึ้

4. ประหยัด มัธยัสถ อยูอยางเรียบงาย สอดคลองกับ
ธรรมชาติ รูจักพอ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัวฯ

5. สำนึกบุญคุณ กตัญู ตอบิดามารดาและผูมีพระคุณ
เคารพครูอาจารย ทดแทนบุญคณุ โลก ถนอมรกั สรรพส่ิง
ทำเพอื่ สว นรวม มอบอทุ ศิ ตน รบั ใชสังคม

ถา ไดพ จิ ารณาดหู ลักการของเทคนคิ เตาเตอ ซ่นิ ซี ดังท่ีได
กลาวมาทั้งหมดนี้ มิตองสงสัยเลยวา มีสมาชิกจำนวนไม
นอ ยเลยท่ีเดนิ เขา สปู ระตขู องเมอื งวัฒนธรรมเหลาจอ่ื ไดพบ
กับชีวิตใหม ไดพบกับความสุขที่แทจริงของชีวิต มี
สุขภาพจิตและกายที่สมบูรณ และยกระดับจิตวิญญาณ
พรอมที่จะใหอภัย มีความเห็นแกตัวนอยลง พรอมที่จะ
ชวยเหลือสวนรวมมากขึน้ จากอัตตาสูสวนรวม จนถึงขั้นไร
อตั ตา

คนดอี ยูเยน็ เปนสุข 39

จะเห็นไดวา ขบวนการฝกฝนเทคนคิ ของเตาเตอ ซ่ินซี เรา
ฝกฝนทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกคือรางกาย ภายใน
คือการยกระดับจิตวิญญาณ จึงจะไดสุขภาพที่แข็งแรงและ
อยเู ยน็ เปน สขุ

รายการอา งองิ

1. อาจารยจาวเมีย่ วกวอ (2546) คมั ภีรเ ตาเตอจิงฉบับประยุกตใช
แปลโดย กล่ินสคุ นธ วงศสนุ ทร

2. อาจารยจ า วเมี่ยวกวอ (2546) ทารกสีทอง
แปลโดย กลน่ิ สุคนธ วงศสุนทร

ปญั หาทง้ั มวลของชวี ิต คือ ววิ ทิวทศั น์
ทช่ี ีวติ จะขาดเสยี มิได้

ขณะเดียวกนั ก็เปน็ ขน้ั บนั ได
ใหเ้ ดนิ ไปสูค่ วามยอดเย่ียมและสมบูรณ์

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ 5 กรกฎาคม 2563

40 คนดอี ยูเ ย็นเปน สุข

ประสบการณข องผูทีฝ่ กปฏิบตั เิ ทคนิคเตา เตอ ซิ่นซี

เพื่อใหมองเห็นภาพและทำความเขาใจไดอีกระดับหนึ่ง
ในการศึกษาปฏิบตั ิเทคนิคเตาเตอ ซิ่นซี ไดนำเอาประสบการณ
จรงิ ของผทู ฝี่ กปฏิบัตมิ าลงไว

ประสบการณของผูฝ กปฏบิ ัติจะไมเหมือนกัน ข้ึนอยูกบั
รางกาย การเจ็บปวย จิตสำนึกของแตละทาน จะมี
ปรากฏการณไมเหมือนกัน ในที่น้ี ขอนำเอาประสบการณของ
ตนเองมาลงกอน ประสบการณมีประโยชนตอรางกายและ
ความเขาใจในเทคนิคเตาเตอซิ่นซีเปนอยางมาก จึงขอแบงปน
ความสขุ ใหก บั ผทู ่สี นใจในการศึกษาเทคนิคเตา เตอซ่นิ ซี

สภาวะ 3 ระดับ ของ "การรบั " ได้แก่
ทนรบั คอื การเผาผลาญ
ยอมรับ คอื ความสมดลุ
ยม้ิ รบั คือ การพฒั นา

อาจารยจ์ า้ วเมี่ยวกวอ่ 27 สิงหาคม 2563

คนดีอยูเยน็ เปน สขุ 41

อักษร 2 คำ “อูเหวย” เคลด็ ลบั ทำใหส ขุ ภาพแขง็ แรง

ธนณฏั ฐ เอือ้ ธนบรู ณ

คมั ภีร “เตาเตอ จงิ ” ของทานเหลาจ่อื บทท่ี 43 กลาววา
เวลาฝกฝนหลอมหลอ หากทำไดถึงขึ้น “อูเหวย” ยุติความคิด
ฟุงซาน “ละทิ้ง” แขนขาของรางกาย ปดหูปดตา เหินหาง
ภาพลักษณ องคพ ลังชวี ติ หยนิ -หยาง ก็จะรวมเปน หนึ่งเดียวกบั
ธรรมชาติ และเวียนวนอยูในรางกาย โคจรอยูในสวนประกอบ
โครงสรางที่ “แข็งแกรง” ที่สุดกอเกิดผลตอการบำรุงรักษา
สขุ ภาพทดี่ มี าก ผูฝ กฝนหลอมหลอจะสมั ผัสถงึ ความรสู กึ ที่วา ผู
ชนะคลายไดด ืม่ สุราดี” และ “น่งั ฟงดนตรพี ณิ สวรรค” อันเปน
ความรูสึกที่นุมนวลและเบาสบาย มีคนพรรณนาวา “ตนกำลัง
ดมื่ สุราอายุวฒั นะ ความอิสระ สบาย ใครทราบได” ภาวะเชน นี้
แมมีความมุงมั่นก็ไมอาจแสวงหาได มีเพียงหลัก “อูเหวย”
เทา นัน้ จึงจะไดรับ

กอนเดินทางมาเขาหลักสูตรเตาซิ่น ที่ศูนยฝกปฏิบัติ
เทคนิคเตาเตอซิ่นซี อำเภอบอพลอย ครั้งนี้ ดิฉันปวยตองเขา

42 คนดีอยูเ ยน็ เปน สุข

พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 4 วัน ซึ่งในระหวางนั้น
แพทยไดใหการรักษาดวยยาหลายขนานแตก็ไมดีขึ้น มีอาการ
จะอาเจียนอยูตลอดและไมถาย แพทยที่รักษาไดใหยาระบาย
แตก็ไมเกิดผลดีตอรางกายแตอยางใด ดิฉันเกิดความรูสึกวายง่ิ
นอนอยใู นโรงพยาบาลกลับทำใหมีอาการหนกั ย่งิ กวา เกาดว ยซำ้
จึงตัดสินใจขอกลับบานมารักษาโดยใชแนวทางการปฏิบัติของ
เทคนิคเตาเตอซิ่นซี สมัครมาเขาหลักสูตร 7 วัน ไดผลดีแบบ
ชนดิ คิดไมถงึ มากอ น

ดิฉันตั้งใจวาจะมาเขาหลักสูตร เพื่อปรับสภาพรางกาย
ตองการใหขับสารพิษที่ตกคางในรางกายออก เพราะดิฉันรูอยู
แกใจวาดิฉันรับประทานยามากเกินไป ทำใหรางกายเสียสมดลุ
แตก็ไมลืมที่จะเตือนตัวเองวาไมใหคาดหวังอะไร ใหใชหลัก
อักษร 2 คำ “อูเหวย” ที่เปนหัวใจของการปฏิบัติเทคนิคเตา
เตอซิ่นซี ใหทำตัวเหมือนมานอนพักฟน แตกลับไดผลดีอยาง
คาดไมถึง วันแรกของการอบรม ดิฉันนั่งฟงเทปการบรรยาย
ของอาจารยจ า วไดไมถึงชัว่ โมงกง็ ว งหลับ ในขณะที่สะลึมสะลือ
ดิฉันก็รับรูวามีกระแสไฟฟาวิ่งอยูบริเวณลำคอและขากรรไกร

คนดอี ยูเ ยน็ เปนสขุ 43

จุดที่กำลังอักเสบอยู ดิฉันรับรูแตก็วางเฉยปลอยใหธรรมชาติ
จัดการเอง ตอมาชว งเย็นเปนกจิ กรรมรำมวย ดิฉนั กร็ ว มรำมวย
ในขณะที่รำมวยดิฉันมีความรูสึกวานองซายของดิฉันเหมือนมี
น้ำไหลออกมาอยูตลอดเวลา พอรำมวยจบ ดิฉันก็มาสำรวจดู
ไมเห็นมีน้ำ ถุงเทาก็ไมเปยก หลังจากนั้น ดิฉันไดสอบถาม
อาจารยผูฝกปฏิบัติก็ไดคำอธิบายวา นี่คืออาการของรางกายท่ี
สามารถขบั พิษออกมานน่ั เอง

ตอมาในระหวางวันที่ 3 และ 4 ดิฉันก็สัมผัสไดวา
รางกายสวนที่มีปญหาอยูนั้น ไดรับการปรับอยูตลอดเวลา มี
อาการปวดมากขึ้น ถึงวันที่ 5 รางกายผอนคลายเต็มที่ จิตใจ
เบาสบายขึ้น จิตวางเปลา และจิตสงบจนสามารถสัมผัสไดวา
เตาหมุนไปมาอยูภายในรางกาย ตอมาในวันเดยี วกัน ตอนสาย
ประมาณ 10.00 น. นง่ั ฟง เทปบรรยายของอาจารยจาว นั่งแบบ
ปลดปลอยอารมณปลอยจิตใหวางเปลา สบาย ๆ เพลิน ๆ อยู
ในสมาธิก็รูสึกประหนึ่งวา ตัวเองไดอยูภายใตแ สงสีทองอันเจิด
จาเหลืองอราม ในขณะเดียวกันก็รูสึกวารางกายของดิฉัน
หายไปกับแสงสีทองนั้น กอนจะหลุดหายไปก็รูสึกวามีพลังอีก

44 คนดอี ยูเ ย็นเปนสขุ


Click to View FlipBook Version