คนดีอยูเยน็ เปน สขุ
ชีวติ ทส่ี ะอาด
บรสิ ทุ ธ์ิ และอสิ ระ
ส่งิ ดี ๆ จากผูให...
สผู รู ับ
ผูที่มอบหนังสือเลมนี้ใหแดทาน คือผูทีม่ ีความเอาใจใส
และปรารถนาแตสิ่งที่ดีที่สุด จึงไดมอบหนังสือที่มีขอคิดทาง
หลักธรรมและปรัชญา เพิ่มพูนความรูทางสติปญญาและจิต
วิญญาณแมเพยี งเลก็ นอย
นี่คือ สิ่งที่คนพิเศษ ผูที่รักและหวงใยในตัวทานไดมอบ
ให เพียงเพอื่ ตอ งการใหส ิ่งดี ๆ ทสี่ ามารถเปลี่ยนแปลงชวี ิตของ
ทา นไปสสู ่ิงท่ีดีกวา
“แจกเงินใหแกผ ูอนื่
สูแจกคติสอนใจไมได”
สภุ าษิตจีน
สารบญั
บทนำ...................................................................................... 1
สมาธิ – สติ............................................................................. 2
การปฏบิ ัตสิ มาธอิ ยางงา ย....................................................... 7
กฎของเตา ธรรมชาติ.............................................................12
แนะนำเทคนคิ เตาเตอซ่ินซี...................................................17
จรรยาเตา จากคัมภรี เตา เตอจงิ ............................................30
ประสบการณของผูทีฝ่ ก ปฏิบัติเทคนิคเตา เตอซ่ินซี ..............41
อักษร 2 คำ “อเู หวย” เคล็ดลับทำใหสขุ ภาพแข็งแรง............42
เทคนิคเตา เตอซน่ิ ซี คือยาอายุวัฒนะ.....................................48
หวั ใจสำคญั ของการฝกเทคนคิ เตา เตอซ่ินซี ............................59
ความหนักแนน ......................................................................66
“เตา ” ตอ งมากอน คณุ ธรรมทีหลัง .......................................70
ไมรสู ึกผิดในใจ ......................................................................74
ประเพณถี ือศลี กนิ เจ..............................................................80
ยึดมั่นในคุณธรรมเสมอ .........................................................86
การเขียนเปนการสรางสรรคช วี ติ ใหม.....................................94
ทา ยเลม ................................................................................99
พิมพเ ผยแพรเ ปน ธรรมทาน................................................101
สงบและวา่ งเปลา่
ทา่ มกลางความเปน็ จรงิ ในชวี ติ ประจำวนั
จึงจะไดช้ อื่ วา่
ประสบความสำเรจ็ ในการฝกึ ฝน
จิตที่สงบนิง่
จะสอ่ื เช่ือมเสยี งแห่งปญั ญา
อาจารยจ์ ้าวเมย่ี วกวอ่ 7 สิงหาคม 2563
บทนำ
ความหมายของคำวา คนดีอยูเยน็ เปนสุข คอื ครอบครวั
สามัคคีปรองดอง การงานประสบความสำเร็จ การศึกษา
กาวหนา สังคมดี เปนที่รักของญาติมิตร รางกายแข็งแรง รา
เริง มีความสุข สวนลึกของจิตใจไดรับธรรมปติอยางตอเนื่อง
ฝก ปฏบิ ตั ิจนไดด วงจติ ทส่ี งบนิ่ง มคี วามสงบนง่ิ จึงมคี วามย่ังยืน
ความสงบนิ่งจะนำพาสริ มิ งคลสมความปรารถนามาให
หนังสือเลมนี้ไดรวบรวมเรื่องราว วิธีการ เทคนิค และ
ประสบการณจากการฝกปฏิบัติเตาเตอซิ่นซี เพื่อผูที่สนใจจะ
ไดไปศึกษาปฏิบัติ คนหาสุขภาพ คนหาความสุขที่ยั่งยืน เปน
วิธีปฏบิ ัติอยางงาย ๆ ข้นั พื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขอกราบขอบพระคุณอาจารยจาวเมี่ยวกวอ ผูสรรค
สรางเทคนิคเตา เตอซิน่ ซี ดวยการนำเอาแกนสารในคัมภีรเตา
เตอ จิงของทา นเหลาจอ่ื ประสานกับทฤษฎแี นววทิ ยาศาสตรย คุ
ปจจุบันเปนกุญแจทองที่ทำใหคนดีอยูเย็นเปนสุขและมี
สุขภาพแข็งแรง ดวยรกั และเคารพ
ธนณฏั ฐ เอิ้ือธนบรู ณ 1
คนดอี ยูเย็นเปน สุข
สมาธิ – สติ
สมาธิ แปลวา ความตง้ั มน่ั ของจติ หรอื ภาวะท่จี ิตแนวแน
ตอ สง่ิ ทกี่ ำหนดจติ เรียบสม่ำเสมอหรอื การท่จี ติ กำหนดแนวแน
อยูกับสิ่งใดส่ิงหนึ่ง ไมฟุงซาน ไมกระสับกระสาย ไมกระวน
กระวาย ถาจะพิจารณาหรือคิดเรื่องอะไรก็อยูกับสิ่งนั้นส่ิง
เดียว สิง่ อน่ื มาแทรกมากวนก็จะไมห ลดุ ออกจากสิ่งนั้น อยางนี้
เรยี กวา สมาธิ
สมาธิ คือความสงบสบายและความรูสึกเปน สุขอยางยิ่ง
ที่มนุษยสามารถสรางขึ้นได พัฒนาตนเองเพื่อการดำรง
ชีวิตประจำวันอยางเปนสุข ไมประมาท เต็มไปดวย
สติสัมปชัญญะและปญญา อันเปนเรื่องไมเหลือวิสัย ทุกคน
สามารถปฏิบัตไิ ดง าย ๆ
สมาธิ คือ การมีสติรูเนื้อรูตัวอยูต ลอดเวลา ไมวาจะลุก
จะนั่ง จะยนื จะเดิน จะนอน ก็มีสติกำกับอยูต ลอดเวลา จะทำ
จะพูด ก็ใหรูตัววากำลังทำอะไรและพูดอะไร เทากับเปนการ
เจรญิ สติในชวี ิตประจำวนั เปนการฝก สมาธใิ นทกุ ขณะจิต โดย
2 คนดีอยเู ยน็ เปนสุข
พิจารณาจากตัวอยางในการเดินจงกลม เราก็ตองมีสติรูวา
กำลังยกเทา กำลงั กา วเทา กำลงั เหยยี บลงบนพื้น ใหจิตต้ังมั่น
อยูที่เทาที่กำลังยก กำลังกาว กำลังเหยียบ เทากับใหรูตัว
ตลอดเวลา ฉะนั้น เราสามารถฝกสมาธิไดตลอดเวลา ในทุก
อิริยาบถและทุกการกระทำ ดวยการใหมีสติรูเ นื้อรูตัวทุกการ
กระทำ และทุกความเคลื่อนไหว โดยมีสติกำกับอยู ใจเปน
สมาธิใจจะเย็นลงมาก มีความอดทนอดกลั้นมากข้ึน ระบบ
ความคิดคำพูดและการกระทำจะถูกเรียบเรียงใหเปนระบบ
ระเบยี บทีถ่ ูกตองดงี ามโดยอตั โนมัติ คิด พดู ในส่งิ ท่ถี ูกตองดวย
เหตุและผล มีสติมากขึ้น รูตัวเองมากขึ้น ฉะนั้น จึงควรฝก
สมาธิเพื่อใหมีสติรูเนื้อ รูตัวอยูตลอดเวลา และเรียนรูกฎของ
เตาธรรมชาติใหเขาใจ จนกลายเปนจิตสำนึกที่จะอยูคูกับสติ
จงึ จะแสดงออกมาเปน บุคลิกทดี่ งี ามหรือการกระทำทถ่ี ูกท่คี วร
อยางอัตโนมัติหรือเปนธรรมชาติของตัวเองที่บงบอกถึง
ลักษณะคนดีอยูเ ย็นเปนสุข คำพูดที่วา “คนดีอยูเย็นเปน สุข”
ก็คือการที่เรามีสติ ควบคุมการกระทำใหอยูในกฎของเตา
คนดีอยูเ ย็นเปนสขุ 3
ธรรมชาติ ผลลัพธก็คือ ไมมีศัตรู มีแตคนรัก ไมทุกข มีแต
ความสขุ ดว ยการเขา ใจธรรมชาตติ ามความเปน จรงิ
ประโยชนทไ่ี ดจากการมีสติ
1. สติชวยไมใหเกิดความงวงเหงาหาวนอน เกียจคราน อัน
เปน เหตุทข่ี ัดขวางความกา วหนาของชวี ติ
2. สติชวยใหการศึกษามีประสิทธิผล ความจำดี ไมเกิด
ความสับสน ไดหนาลืมหลงั
3. สติชวยใหงานมีประสิทธิภาพลำดับงานกอนหลังได
ถูกตอง วางหรือเกบ็ ของไวแ ลว ไมลืม
4. สติชวยใหการนัดหมายไมผิดพลาด ไมเสียมิตร เสียงาน
เสยี เวลาและเสียคน (เพราะขลี้ มื )
5. สติชวยใหไมล ืมปดประตู หนาตาง ไมลืมใสกุญแจประตู
บา น ประตูรถ เปน ตน
6. สตชิ ว ยไมใหเกดิ เพลิงไหม เพราะลมื ดบั ไฟ ธปู เทยี น เตา
ไฟ ลมื ปดถงั แกส ฯลฯ
4 คนดอี ยเู ย็นเปนสขุ
7. สติชวยไมใหเจ็บตัว และไมเกิดอันตรายเพราะเดิน
ซมุ ซาม ไมระมดั ระวงั มอื เทา และรางกาย
8. สติชวยปองกันอุบัติเหตุ เกี่ยวกับทรัพยสินและชีวิตจาก
การทำงาน ขบั รถ ขบั เรอื เปนตน
9. สติชว ยใหค วามโกรธท่ีพลงุ พลา นระงบั ลงไดรวดเรว็ และ
ไมเ ปนคนทีโ่ กรธงา ยหงุดหงิด อารมณเสีย
10. สติชวยใหจิตใจไมฟุงซาน นั่งเหมอ ใจลอย ทำใหนอน
หลบั งายและหลบั เปนสขุ
11. สติชวยไมใหเปนโรคประสาทโรคหัวใจ โรคความดัน
โลหติ โรคกระเพาะ โรคเครยี ด ฯลฯ
12. สติชวยใหคนเจ็บไขไมทุรนทุราย วิตกกับอาการจนเกิน
เหตุ บนเพอ จูจี้ แสดงอารมณจนญาติมิตรและผู
พยาบาลระอา
13. สติชวยไมใหเปนคนหลงลืมใน
ยามแกชราและมีสติขณะที่จิตจะดับ
ยอมไปสสู คุ ติ
คนดีอยูเย็นเปน สขุ 5
14. สติชวยยับยั้งไมใหทำความชั่ว ถึงแมไดทำไปแลวโดยไม
รูตัว สติก็สามารถสำนึกได ใหเกิดการงดเวนในการ
กระทำท่ีเปน ความช่ัวได
15. สติชวยใหไมกลาที่จะละเมิดศีล หรือละเมิดตอกฎ
ธรรมชาติหรือจักรวาล แตจะหนุนใหเกิดธรรม ฉันทะ
หรอื แรงจงู ใจในการทำความดยี ิง่ ๆ ข้นึ ไป
16. สตชิ วยประกบปญ ญา มิใหป ญ ญาเพอ เจอ เกิดการยกตน
ดูหมิ่นผูอืน่ ดวยหลงลืมตวั
17. สติชวยกั้นกิเลสตัณหาและเปนดานหนาของธรรมทุก
ประเภท ท้งั คดีโลกและคดธี รรม
18. สตชิ วยใหม องเห็นโอกาสทจ่ี ะรอดเม่ือภัยมาถงึ
19. สติชวยใหเกิดปญญาที่จะจัดการกับปญหาตางๆ ที่เกิด
ขึ้นกับตนเองและผูอืน่ ได ไมวติ กและกลัวจนเกินเหตุ
20. สติจะชวยใหเราไมพายแพตัวเอง จะชนะกิเลสในใจ
ตวั เอง
ทกุ สงิ่ ตนเปน็ ผ้สู ร้าง สรา้ งสรรค์ทุกส่ิงของตน
6 คนดอี ยเู ย็นเปนสขุ
การปฏบิ ตั สิ มาธิอยา งงา ย
โดย รองศาสตราจารยว รรณี โสมประยรู
สมาธิทำใหจิตคนเราสงบนิ่งมีความสุข เพราะสมองหลั่ง
ฮอรโมนเอ็นโดรฟน (Endorphin) สารสุขใหกับรางกายและจะ
ทำใหระบบภูมิตานทานรางกายดีขึ้น เพราะพลังสมาธิสามารถ
เปลี่ยนเซลลรายใหกลายเปนเซลลดีดวยตัวเองได เราจึงควรมา
ฝกจิตหรือบริหารจิตใหเกิดสมาธิอยางสม่ำเสมอ จะพบ
ปาฏหิ าริยอ ีกมากมาย ตามกำลังและเวลาทฝี่ ก สมาธิ
สมาธิ คือ การตั้งมั่นของจิตในอารมณเดียวหรือสิ่งใดสิ่ง
หน่ึงเพยี งสิ่งเดียว
การทำสมาธิ คอื การจบั จติ ทดี่ ้ินรนไมอ ยูน่งิ ใหตงั้ ม่นั นิง่ ท่ี
สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรืออารมณใดอารมณหนึ่งเพียงอารมณเดียว
(อารมณค วามรสู ึก ไมใชค วามคิด)
การฝกสมาธิ (การฝกจิต) ใหอยูกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีหลาย
วิธี ดงั น้ี
คนดอี ยูเย็นเปน สขุ 7
วิธีที่ 1 ฝกจิตตั้งมั่นสิ่งภายนอกรางกาย เชน การรอง
เพลง ฟงเพลง การฟง บรรยาย ฟงเทศน ดลู กู แกว ฯลฯ
วิธีที่ 2 ฝกดูจิตใหตั้งมั่นที่รางกาย มีความรูสึกของกาย
ความรสู ึกทใี่ จ ความรูสึกที่ธรรมะตาง ๆ
วิธีที่ 3 ฝกเฝาดูจิตตั้งมั่นที่ความคิดปจจุบัน ไมคิดถึง
สงิ่ แวดลอ มทง้ั อดีตและอนาคต หรือสง่ิ ตาง ๆ นอกรา งกาย
ตัวอยา งวิธฝี ก สมาธอิ ยางงา ย
1. การนั่งสมาธิ ใหนั่งหันหนาไปทางทิศตะวันออก ทิศเหนือ
หรือทศิ ใต อยา หันไปทางทิศตะวันตก
2. ถา มีการสวดมนต กส็ วดมนตแผเ มตตาใหเ สรจ็ กอ น สำรวม
รางกายอยา งผอ นคลาย
3. การนั่ง ถานั่งที่พื้นก็เอาขาขวาทับขาซาย มือขวาทับมือ
ซาย ตั้งกายใหตรง จะนั่งพับเพียบก็ได มือขวาทับมือซาย
ถานง่ั บนเกาอ้ใี หนง่ั 1 ใน 3 ของเกาอี้ จะทำใหลำตวั ตั้งตรง
มอื ขวามือซายหงายฝา มอื ถาเปนโรคความดนั ใหคว่ำฝา มือ
8 คนดีอยูเ ย็นเปนสขุ
4. เมอ่ื น่งั ดแี ลว ใหทำวธิ ีลดความเร็วของจติ ดงั นี้
a. อยาเพิ่งหลับตา อยาเพิ่งกำหนดจิต ปลอยตัวปลอยใจ
ใหสบาย คลายความตึงเครียดทั่วรา งกาย ดึงจิตมาอยู
กบั ปจ จุบนั กอน
b. จิตสำรวจ สิ่งทอ่ี ยูรอบ ๆ ตัวกอนวา มีอะไรบาง
c. หลับตาลงชา ๆ พรอมผอนคลายจิตใจและรางกายทั่ว
ทัง้ ตวั
d. กำหนดสภาพแวดลอม โดยนึกดูดวยจิตจากความทรง
จำวา สถานที่เรานั่งมีอะไรอยูบาง ดานหนา ดานหลัง
ดานขาง ซาย - ขวา ดานบนศีรษะ วามีอะไรบาง
พยายามกำหนดทุกอยางใหเห็นอยางละเอียด แมแต
ลม แสง เสยี ง ฯลฯ ทก่ี ายสัมผสั รวมท้ังลมหายใจ
5. เริ่มสมาธิจะจินตนาการแสงที่ศีรษะ หัวใจ มือ ลำตัวกอน
แลวจึงกำหนดลมหายใจ เขา-ออก ไวในใจ แลวบริกรรม
พทุ –หายใจเขา โธ-หายใจออก หรือ 1,2,3,4 หายใจเขา
ห ย ุ ด 5,6,7,8,9,10 ห า ย ใ จ อ อ ก ห ร ื อ บ ร ิ ก ร ร ม วา
คนดีอยูเยน็ เปนสขุ 9
เกิด - หายใจเขา ดับ - หายใจออก และอื่นๆ ตามจริต
ของแตละทา นซง่ึ มีถึง 40 วิธี
6. พยายามรักษาจิตใหสบาย ปลอดโปรง อยากดจิตตนมาก
เกินไป อยาใหจิตหลุดไปอยูที่อื่น ใหตั้งมั่นที่ลมหายใจ
ตลอดเวลา
7. หายใจใหเบาลง แลวดูลมหายใจนั้นแหละวา ลมเบาลง
เทา ไร ก็ใหร ูส ึกรปู ระคองจติ ใหอ ยกู บั ลมน้ัน เม่ือเรารูจักวา
จติ ของเราอยกู บั ลมนีแ้ ลว ก็ใหวางคำบริกรรม พทุ -โธ แลว
หายใจใหเบา ๆ ละเอยี ดลงไปอกี
8. หายใจสบายและเบา ละเอียดสุขุมลงไปอีกจนรูสึกไมมลี ม
เลย กายเบา เหมือนไมมีกายอยูแลว ความเจ็บปวดทาง
กายกห็ ายไปเหมอื นไมมีกายเลยทีเดียว
9. เราจะนั่งตอตามความตองการ แลวก็วางลมเสีย หันมาดู
ความเบาของกาย ความวางของกายที่มีความสงบและมี
ความสุข ใหจิตดคู วามเบาและความวางของกายอยางสงบ
ถาทำได 15-20 นาที แลวก็ถอนออกไปสูอารมณภายนอก
10 คนดีอยเู ย็นเปนสขุ
จิตสงบขณะนี้เรียก “ขณิกสมาธิ” (การทำสมาธิแบบน้ี
เปนแคข ั้นพน้ื ฐานทีจ่ ะนำมาใชในชวี ิตประจำวันได)
ขณะจิตตั้งมั่นในอารมณเดียว ใหเอาสติมาจับใหระลึก
รูสึกตัววาลมหายใจ เบา-วาง สั้น - ยาว อยูตลอดเวลา ดวย
จะไมท ำใหร สู กึ งวงนอน เพราะการเจรญิ สตพิ รอ มสมาธิจะได
ประโยชนม าก จึงควรฝก ปฏิบตั ิควบคูก ันดว ย
ความสงบและสมถะ
จงึ จะมีสุขภาพแข็งแรง
และอยู่เย็นเปน็ สขุ ได้
(คตธิ รรมจากคมั ภีรเ์ ต้าเต๋อจิง หนา้ 59 ข้อ 5)
คนดอี ยูเย็นเปน สุข 11
กฎของเตาธรรมชาติ
เตาธรรมชาติ ก็คือ ตัวแทจริงของธรรม ของธรรมะก็
ได ของธรรมชาติก็ได เปนสิ่งเดียวกัน ตัวแทจริงของธรรมชาติ
คือ ความสมดุล ความสงบ ความวางเปลา ความเชื่อมโยง
ไมมีอะไรที่จะอยูอยางโดดเดี่ยวได ตองอาศัยกันและกัน ไมมี
แผนดิน ตน ไมกอ็ ยูไมได ไมมตี นไม แผน ดนิ จะอยูไดอยางไร หรอื
วาน้ำจะอยูไ ดอยางไร ถาไมมตี น ไม ไมมีแผน ดิน
ดนิ ฟาอากาศที่เหมาะสมท่มี นุษยจะอยูเปนสุขสบาย มนั มี
อะไรแตเ พียงสิ่งเดยี วไมได มนั ตองเช่ือมโยงกันหลาย ๆ อยาง ดู
ใหลึกลงไปอีกวา ถามีแตธาตุดิน จะมีประโยชนอะไร ตองมีธาตุ
น้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม อากาศธาตุ วิญญาณธาตุ เปนตน ถาเชื่อม
สัมพันธกันอยางดีถึงจะมีอะไรขึ้นมาได และเปนธรรมชาติ ดั่งที่
ปรากฎใหเห็นอยูนี้ วาเปนมนุษยบาง เปนสัตวบาง เปนตนไม
บาง เปน แผน ดนิ บาง เปน หว ย หนอง คลอง บงึ อะไรตา งๆ อยู
12 คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ
ในสภาพที่เหมาะสม ความชื้นพอดี มีความอบอุนพอดี มีความ
สมดุล จงึ จะมชี วี ิตอยูอยางนไ้ี ด
รางกายมนุษยก็เหมอื นกัน อวัยวะใหญนอยทั้งหลายตอง
รวมกันทำงาน ทำหนาที่ใหถูกตองตามธรรมชาติของสิ่งที่
ประกอบกันข้ึนมาเปน รางกาย จงึ จะอยูได ไมม ีอะไรที่จะแยกอยู
ตามลำพังได ตองทำงานสัมพันธกันอยางที่จะแยกกันไมได ใน
จักรวาลมีพลังมากมายและรางกายมนุษยสามารถมีปฏิกิริยา
ตอบรับได รางกายมนุษยคือแหลง กำเนิดสื่อสารท่ีลี้ลับแหงหน่ึง
ในสมองมนุษยไดสั่งสมสำรองสติปญญาและศักยภาพไวมากจน
ยากจะประเมินได ทวา สติปญญากับลกั ษณะที่เคล่อื นไหวไดของ
มนุษยชนิดนี้ตองอยูภายใตการนำพาของการปฏิบัติเชิง
สรางสรรคอยา งตอ เนอื่ ง จงึ จะสำแดงบทบาทไดเ ต็มที่
เนื่องจากคนคือศูนยรวมความสัมพันธของสังคมที่ไมอาจ
อยูโดดเดี่ยว พฤติกรรมของคน จึงเปนตัวกำหนดคุณภาพของ
สังคมและคุณคาของคนในการดำรงอยูใ นธรรมชาตทิ ่ียิ่งใหญ ใน
เมื่อคนเปน สวนหนงึ่ ของธรรมชาติ จึงตอ งปฏบิ ัติตวั ใหสอดคลอง
คนดีอยูเ ยน็ เปนสขุ 13
กบั ธรรมชาติ เปน หนึง่ เดยี วกับจักรวาล เพื่อใหธ รรมชาตดิ ำรงอยู
อยางมีดุลยภาพ จึงขอมอบกฎของเตาธรรมชาติ ที่เปนเพียง
สว นหนึง่ ในคัมภรี เตา เตอจิง ฉบบั ประยกุ ตใ ช ประพันธแ ละเรียบ
เรียงโดย อาจารยจาวเมี่ยวกวอ แปลโดย กล่นิ สคุ นธ วงศสนุ ทร
1. รจู กั ตนเอง เขา ใจอารมณ และพฤติกรรมของตนเอง
2. รจู ักเอาใจเขามาใสใจเรา
3. รจู กั ใหโดยไมหวังสง่ิ ตอบแทน
4. รูจ กั รกั โดยไมห วังผลตอบแทน
5. รจู ักรบั ผิดชอบในหนาที่ทต่ี นเปนอยู
6. รักจักผอ นปรนใหอภยั
7. รูคิด รทู ำ รูจำ รลู มื ในสง่ิ อันควร
8. รูจ ักสรา งความเปน หนึง่ กบั ผอู น่ื ทีอ่ ยใู นสังคมเดียวกัน
9. รูจักตอบแทนบุญคุณของผูที่ไดชวยเหลือตน แตไมตอง
จดจำในสง่ิ ที่ไดชวยเหลือผูอ น่ื
10. รูจักคนหาขอดีของคนอื่น ขณะเดียวกันตองคนพบ
ขอดอยของตนเอง
14 คนดีอยูเยน็ เปน สขุ
11. รจู กั ทำใจกวา งเหมือนดง่ั ทอ งทะเลสมหาสมุทรรองรับได
ทกุ ส่ิงแลว จะพบวา จติ เปนอสิ ระ โปรง ใสบรสิ ุทธิ์
12. รูจักใชเ หตุใชผล อยา งมคี ุณธรรมและยตุ ธิ รรม
13. รจู ักรักษาความสงบสุขของตนไว และไมท ำลายความสุข
ของผูอ ื่น
14. รจู กั มองโลกในแงดี แตไมหลับหูหลับตา
15. รูจักถอ มตน ปราศจากภาวะจติ ท่ีอวดดอี วดฉลาด
16. รูจักสรา งแรงบันดาลใจใหตนเองและผูอ ื่น
17. รูจักฝก ฝนหลอมหลอ เพ่ือยกระดับจติ วญิ ญาณ
18. รูจกั สรา งธรรมปตีอยางตอ เนอ่ื งเพื่อเสริมสรา งพลงั ชีวติ
19. รูจ กั มองเหน็ ความสุขมากกวาความทุกข
20. รจู กั รักและศรัทธาในคุณคา การเปนมนษุ ยข องตนเอง
21. รจู ักรักษาสจั จะ ซอื่ สตั ยและจริงใจ
22. รจู กั ทดแทนบุญคณุ ของโลก สิ่งแวดลอ มและธรรมชาติ
23. รูจักมีน้ำใจเอื้อเฟอเผื่อแผ เมตตาอารี ตอเพื่อนมนุษย
และสรรพสง่ิ ท่ีมชี ีวิต
คนดีอยเู ยน็ เปน สขุ 15
24. รูจักเอาจิตความรักของฟามาเปนจิตความรักของตน
(ฟาใหน้ำ ใหฝน ใหแสงแดด ใหสรรพสิ่งไดกอเกิด เพื่อ
หลอเลยี้ งมนุษย โดยไมเ คยมาทวงบญุ คณุ )
25. รูจักสรางภาวะจิตที่เรยี บงา ย ไมฟุงเฟอ เหอเหิมไปตาม
กระแสสงั คม
26. รูจ ักรกั ทปี่ รารถนาใหผ ูอนื่ เปนสขุ
27. รจู กั รกั ษาจิตของตนไมใ หละโมบโลภมาก
28. รจู กั สำนกึ ผดิ ดวยการทบทวนตนเองอยา งตอเนอื่ ง
29. รูจกั พ่งึ พาตนเองมากกวา การคอยรบั การชว ยเหลอื
30. รูจักที่จะไมรับของกำนัลจากผูอื่น จนกลายเปนหน้ี
บุญคุณที่ตองตอบแทน
ประเทศ เปรยี บเหมอื นคนคนหนงึ่
ต้องมคี วามมน่ั คง จงึ จะสงบ
ตอ้ งมีความสงบ จงึ จะเจรญิ รงุ่ เรือง
อาจารยจ์ ้าวเมย่ี วกว่อ 22 สงิ หาคม 2563
16 คนดีอยเู ยน็ เปน สขุ
แนะนำเทคนิคเตา เตอ ซ่นิ ซี
“เทคนิคเตาเตอ ซิน่ ซเี ปน มิติหนึง่ ของความเปนมนุษย
ที่มีความสุขอันละเอียดกวาการสนองตอบทางวัตถุอยาง
หยาบ ๆ เปนรากฐานของการพัฒนาจิตใจและสติปญญา
ยกระดับจิตวิญญาณอยางตอเนื่อง” คำพูดของอาจารย
จาวเมี่ยวกวอ (ผูริเริ่มสรางสรรคเทคนคิ เตาเตอซ่ินซี) ดิฉันตอ ง
ใชเวลาศึกษาปฏิบัติเทคนิคเตาเตอซิ่นซีเปนเวลาหลายปถึงจะ
เขา ใจถึงความหมายของคำพดู ประโยคขางบนนี้ไดอ ยางถองแท
ตองลงมือปฏิบัติ เรียนรูได สัมผัสไดดวยตนเอง ถึงจะรูจักเตา
เขาใจเตา คนพบความสุขท่แี ทจรงิ ได
หลักการของเทคนคิ เตา เตอซ่นิ ซี
เนนฝกปฏบิ ัติ เพอ่ื ใหไ ดสภาวะจติ ที่วา งเปลาและสงบน่ิง
อยางแทจริง จิตที่สงบนิ่ง ทำใหเลือดบริสุทธิ์ รางกายก็จะ
แข็งแรง ฝกปฏิบัติเพื่อใหไดรางกายและจิตใจที่ผอนคลายไม
เครียด ซึ่งเปนหัวใจสำคัญของสุขภาพ ที่สำคัญเปนการฝก
คนดีอยเู ย็นเปนสขุ 17
ปฏิบัติ เพื่อใหคนในยุคปจจุบัน สามารถเชื่อมกับแหลงกำเนิด
ของพลังธรรมชาติมากขึ้น จุดประกายไฟแหงชีวิต ใหดวงจิต
ผูคนแจมใสเบิกบาน สามารถนำเอาศักยภาพหรือพลังแฝงที่มี
อยูในตัวมนุษยมาเปนพลังขับเคลื่อนที่จะแปรเปลี่ยนความ
เจ็บปวยใหเปนความแข็งแรง เปลี่ยนความทุกขใหเปนปญญา
เปลี่ยนความลมเหลวใหเปนความสำเร็จ เปลี่ยนโลกที่ไรน้ำใจ
ใหเปนโลกท่ีมีนำ้ ใจ ฉะน้นั เทคนคิ เตาเตอซนิ่ ซี จงึ เปนเทคนิคที่
จะสรางใหคนดไี ดอยูเย็นเปนสขุ
อาจารยจาวเมี่ยวกวอ เปนผูคิดคนเทคนิคเตาเตอซิ่นซี
ทานนำเอาแกนสารใน “คัมภีรเตาเตอจิง” ของทานเหลาจ่ือ
ประสานกับทฤษฎีวิทยาศาสตร ในยุคปจจุบัน กลั่นกรองเปน
เทคนิคเตา เตอ ซ่ินซี โดยมี 8 สาขา ในการฝกปฏบิ ตั ิ กค็ อื
1. มวยเตา เตอ ซิ่นซี
2. กายบรหิ ารเตา เตอซน่ิ ซี
3. ดนตรีเตาเตอ ซ่ินซี
4. สมาธิเตาเตอ ซิน่ ซี
5. กจิ กรรมนนั ทนาการ
18 คนดอี ยเู ยน็ เปนสุข
6. การพฒั นาศกั ยภาพซอฟตแวรใ นรางกาย
7. รว มฝก ปฏิบัตใิ นวันอาทติ ย
8. การรบั ใชสังคม
ทั้ง 8 สาขาวิชา ลวนแลวแตเปนการฝกปฏิบัติ เพื่อให
ผอนคลาย สงบ และวางเปลา เมื่อไหรที่กายและจิตสามารถ
ผอ นคลายและสงบอยา งแทจรงิ กายและจิตกจ็ ะสมดลุ เปน หนึ่ง
เดียวกับจักรวาล เชื่อมกับแหลงกำเนิดของพลังธรรมชาติ เกิด
เปนพลังขับเคลื่อนที่จะแปรเปลี่ยนความเจ็บปวยใหเปนความ
แข็งแรงได
1. มวยเตา เตอ ซนิ่ ซี
มีทั้งหมด 9 ทาดวยกัน มีดนตรีประกอบการรำ ตองรำ
สอดคลองกับจังหวะจึงเกิดเปนสมาธิในการรำมวย ขบวนทา
ทัง้ หมดเปนการสอ่ื ถึงหลกั ปรัชญาของทานเหลาจือ่ วา ดวยสอง
สิ่งตรงกันขามที่กอเกิดซึ่งกันและกัน ตางซึมซับดวยหลักการ
ฝกฝนทั้งซายและขวา บนและลาง เดินหนาและถอยหลัง แยก
และหุบ งอและยืดตรง ขึ้นและลง กมและเงย สอดคลองกับ
เหตุผลของหยินและหยางเกื้อหนุนกัน กอเกิดไมหยุดยั้ง และ
คนดีอยเู ย็นเปนสุข 19
สอดคลองกับวิถีธรรมชาติ เปนการออกกำลังกายดวยทาทางท่ี
ชา ๆ ออนชอยนิ่มนวล รำอยางผอนคลายและมีสมาธิ เหตุท่ี
มวยตองรายรำชา ๆ เพราะเคลื่อนไหวไปตามอัตราความเร็ว
ของการไหลเวยี นของชใ่ี นรา งกาย
ประโยชนของการรำมวย
1. พัฒนาซอฟตแวรในรางกาย (ระบบควบคุมการทำงาน
ตาง ๆ ในรางกาย รวมถงึ ระบบประสาทและสมอง)
2. ขจดั สารพษิ ทตี่ กคา งอยูในรางกาย
3. เสริมสรา งเซลลในรา งกายใหม ีชวี ิตชีวา เสรมิ แรงกระตุน
การหมุนเวียนโลหิต 9 ระบบใหญ ๆ ทั่วรางกายให
หมุนเวียนดีและมีความสมดุล อาทิ ระบบหมุนเวียน
โลหิตหัวใจและหลอดโลหิต สมอง ทางเดินหายใจ
ทางเดินอาหาร ทางเดินปสสาวะ เสนโลหิตฝอยและ
โครงกระดกู
4. ชวยใหกลามเนื้อ เอ็น หลอดเลือด ทั่วรางกายมีความ
ยดื หยุนและแข็งแรง
20 คนดีอยูเยน็ เปน สขุ
2. กายบรหิ ารเตา เตอ ซิ่นซี
เปนการฝกสมาธิแบบเคลื่อนไหว เปนการเคลื่อนไหว
ตามจังหวะดนตรีแบบชา ๆ ทำใหส นามแมเหล็กในรา งกายเปน
ระเบียบ เปนการพฒั นาสมองซกี ขวา ลดความตงึ เครยี ด ชว ยให
สมองมีความจำดี และมีความคิดสรางสรรค เปดเสนทางเดิน
พลังแสงของศูนยพลังงานใหญเจ็ดแหงในรางกาย เปดประตู
ใหญข องจติ วิญญาณ สื่อเชอ่ื มระหวางจุลจกั รวาลในรางกายกับ
มหาจักรวาลในธรรมชาติ มีทั้งหมด 3 ทา จัดวามีลีลางดงาม
สภุ าพ สงบ ในความนมิ่ นวล ออนชอ ย แฝงไวด วยความเขม แขง็
หมุนเวยี นเปน วัฏจกั ร ทำใหประสาทอัตโนมัติผอนคลาย รักษา
พลงั ชวี ิตทส่ี มดุลของรา งกาย
ทาของมวยและกายบริหาร ลว นแลว แตแฝงไปดวยหลัก
ปรัชญาและวิทยาศาสตรสมัยใหม คำนึงถึงกลไกในการทำงาน
ของรางกาย ระบบเลือดลม พลังชี่ในรางกาย สารเคมีใน
รางกาย ประสาทอัตโนมัติ ขบวนการสั่นสะเทือนของจิต
วญิ ญาณจากเสยี งเพลงเนือ้ รอ งท่เี ต็มเปยมดว ยหลกั ปรัชญา ท่ีมี
ผลตอรางกาย ดังเชน ตัวอยา งเนอื้ รองมวยเตาเตอซ่นิ ซี
คนดอี ยเู ย็นเปน สุข 21
ทา ที่ 1
รักเมตตาทำความดี คือเตาวงทรงกลม
แลยิ่งใหญไ หวเคลือ่ นสมดุล
หมนุ เวียนเคล่อื นไหว
เตาวงทรงกลม
ชุมฉำ่ ดวงจิตชีวติ เรา
รกั เมตตาทำความดี
เสริมระบบหมนุ เวยี นโลหติ ไหลคลอ ง
สอ่ื ความศานติโคจรตามเตา
ดวงจิตชีวิตเราแสนอบอนุ
โอ! เตา ยง่ิ ใหญเ กรยี งไกร
คือเคลื่อนไหวทวนวิถีสรางทกุ สง่ิ สรร
ใหคุณทว่ั เมินช่ือเสยี งผลได
คอื กองทพั ธรรมะพิทกั ษร ักษาปกปอง
ขอใหเรานำพารักเมตตา
ทำความดสี ูธุรกจิ สคู รวั เรอื น
ความสงบของสงั คมเรยี กรองตอ งการทา น
เศรษฐกิจววิ ัฒนต อ งการทา นตอ งการทาน
22 คนดอี ยูเย็นเปนสขุ
3. ดนตรีเตาเตอ ซนิ่ ซี
การรองเพลงจะชวยกระตุนเซลลในรางกาย ใหคึกคักมี
ชีวิตชีวา สรางยาอายุวัฒนะปรับดุลยภาพระบบตางๆ ใน
รา งกายโดยอัตโนมตั ิ จากผลงานทางวิทยาศาสตร แสดงใหเห็น
วา เวลาที่เรานั่งทำงานหรือคิดอะไรที่ซับซอน หรือเครียด
เกนิ ไป ขณะน้นั เลือดจะไหลเวียนไปเลย้ี งสมองของเรานอยมาก
แตถาเราคิดอะไรที่เปนเรื่องงาย ๆ หรือ รองเพลงดัง ๆ ที่เปน
ส่ือที่ดี เลือดจะไหลเวยี นไดท วั่ ทั้งสมองทีเดียว ดวยเหตนุ ี้ สังคม
ในทุกวันนี้ มนุษยจึงหันมาจับกลุมกันรองเพลงมากขึ้น เพ่ือ
ชะลอความแกและรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะรองเพลงเตาเตอ
ที่มีเนื้อหาสาระเต็มไปดวยหลักปรัชญาแหงธรรมชาติ
ความหมายในเนื้อเพลงจะสั่นสะเทือนจิตวิญญาณใหเกิด
ธรรมปต ิ ก็เปนอกี หนึ่งความสขุ ที่จะทำใหอายยุ นื
ชมรมเตา เตอ ซิ่นซี
ใหเราจงรักถวนหนา ใหเ ราจงซอ่ื สัจจา
ใหเ รานำพาถอ มตน ดังแสงเลศิ เจดิ จา
ดงั แสงเจิดจาเบกิ ฟา สากล ใหเรารซู ้งึ ถึงเกียรติภมู นิ า
คนดอี ยเู ย็นเปนสุข 23
ใหวญิ ญาบงั เกิดปญ ญา ใหกายาสมบูรณเคยี งคชู ่ัวชีวา
พนพนั ธนาจวบจนกาลนาน ใหเตาเตอซนิ่ ซพี ลังรกั จงบันดาล
ภาวนาใหสขุ สนั ตทุกฐานที่ เตา เตอซน่ิ ซี เตาเตอซ่ินซี
สองแสงอบอุนทว่ั ทั้งปฐพี สอ งทั่วพน้ื ธรณี
* สองทวั่ พน้ื ธรณี (*รอบ 2 รอ งซำ้ )
มชี วี ิตทด่ี กี วา
1. เฝาเรียกรอ งใหใ ครทำดี ตนน้นั สิตองดกี อนใคร
วางแผนดจี ะทำใหกา วหนา ไกล ตองดำรงซอื่ ตรงใหดี
เอยวาจาเพราะพริง้ ออนหวาน ควรประสานอภยั น้ำใจอารี
ดไี ดเ พยี งครยู ังมิสดู ี เทาทำดีใหด ยี งั่ ยืน
2. นาเลอ่ื มใสพูดจาดี ย่ิงตองดีที่การกระทำ
ชวี ติ ฟมุ เฟอ ยเลศิ หรดู ูงาม ย่ิงสขุ ยามเรียบๆ งายๆ
ประดับกายฉายภายนอกงาม ตัวตนย้ำตองดีแททภี่ ายใน
รูปโฉมงามยงิ่ ควรคไู ว ดวยจิตใจทีง่ ามแสนงาม
24 คนดีอยเู ยน็ เปน สุข
3. หมน่ั สะสมสนิ ทรัพยม่ังมี สะสมดพี รอมมีคณุ ธรรม
มเี บื้องหนา ดคี นยกยอ งวา งาม ยง่ิ งามลำ้ เบ้ืองหลังท่ดี ี
เร่ิมกจิ การขน้ึ มาดแี ลว ยงั ไมแ คลว ตอ งปกปอ งไวใหด ี
ยามเมื่อวยั เด็กประพฤตติ นดี แกเฒาดยี ่ิงประพฤตธิ รรม
4. ชีวติ นย้ี ่งิ ดีข้นึ ได ตองเขาใจซงึ้ ถึงแกนธรรม
รักษาอาชีพตนไดดตี องย้ำ หลกั ธรรมเตา ใชนำหนา
บากบั่นมานะกา วหนาไป บมเพาะไวดวยธรรมะในวิญญา
ชวี ติ เปน สุขดเี ม่ือวัยชรา ช่วั ชีวาตอ งรกั ษาธรรม
4. สมาธเิ ตา ซน่ิ
เปนการนั่งสมาธิ โดยมีเสียงพลงนำพาจิตมุงเนนให
รางกายและจิตใจไดรับความผอนคลายมากที่สุด สงบ สบายมี
ความสุข ปลูกเซลลสมอง พัฒนาสติปญญา ชวยใหกลไกและ
ระบบการทำงานตาง ๆ ของรา งกายเกดิ ความสมดลุ
คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ 25
5. นนั ทนาการเตาซ่ิน
เปนการเตนรำเขาจังหวะกับดนตรี สามารถขับพิษท่ี
สะสมในรางกาย เพิ่มภูมิคุมกันและเสริมความงาม ชวยให
รา งกายมีความสมดุล และจิตใจผอ นคลาย
6. เทคนิคพฒั นาศกั ยภาพซอฟตแ วรใ นรา งกาย
ใชถอยคำภาษาเปนขอ มลู พื้นฐานเรียบเรียงเปน ขัน้ ตอน
โดยใชการคิดทวนวิถีพัฒนาซอฟตแวรและปรับดุลยภาพ
รา งกายและจติ ใจ ทำใหส ขุ ภาพกายและจิตแข็งแรงสมบูรณ
7. การรวมฝกปฏิบตั เิ ตา ซ่นิ
เพื่อแบงปนธรรมปติ และความสุขดวยการศึกษาคัมภีร
“เตา เตอจงิ ” และแลกเปลยี่ นประสบการณ
8. การรับใชสังคม
เปน การฝก ฝนหลอหลอมและยกระดบั จิตวิญญาณ มอบ
อุทิศจิตแหงความรัก รับใชสวนรวมและมวลมนุษยชาติดวย
จิตใจทอ่ี อนนอ มถอ มตน โดยไมห วงั ผลตอบแทน และไมถ ือเปน
บญุ คณุ
26 คนดีอยูเย็นเปนสขุ
กิจกรรมท้งั 8 ลวนแตเ ปน ขบวนการท่ที ำใหร างกายผอน
คลาย มีความสงบเปนสมาธิ เซลลรางกายเปนระเบียบ จิตเปน
สมาธิ เกิดธรรมปติ จากสาระในเนื้อเพลง ในลำนำมังกร ใน
เพลงรำมวย ลวนแลวแตเปนสื่อทำใหเกิดแรงสั่นสะเทือน
จิตสำนึกในดานบวก เปนธรรมปติ ทำใหเกิดสารหลั่งที่เรยี กวา
สารแหงความสุข ตัวนี้จะเปนตัวเสริมสรางเซลลทีเ่ สื่อมภายใน
รางกาย ทำใหรางกายแข็งแรง ซึ่งตรงตามทฤษฎีของทาน
เหลาจื่อ ทานเหลาจื่อใหหลักการไวในคัมภีรเตาเตอจิง ฉบับ
ประยุกตใช บทที่ 2 หนา 30 “สรรพสิ่งใด ๆ ในจักรวาล ตาง
ประกอบดวยดานสองดานที่เปนปฏิปกษตอกัน เชน กลางวัน
กับกลางคืน ทองฟาแจมใสกับครึ้มฟาครึ้มฝน อากาศรอนอบ
อาวกับอากาศหนาวเหน็บ การเคลื่อนไหวกับการหยุดนิ่ง”
ฉะนนั้ ในเทคนคิ เตาเตอ ซ่ินซีท้งั 8 กจิ กรรมนี้ ดานหนง่ึ ฝก ใหจิต
วญิ ญาณสงบน่งิ แตอีกดา นหนง่ึ ฝกใหเ กดิ แรงส่ันสะเทือนกอ
เกดิ ธรรมปต ิ
ดา นท่ีสงบนงิ่ ทำใหเ กดิ สมาธิ เกิดปญ ญา จติ สงบเลือด
บริสุทธิ์รางกายแข็งแรง เมื่อไรที่ความสงบนิ่งจนกลายเปน
ภาวะความวางเปลา ได จะกลายเปนหน่งึ เดียวกับธรรมชาติ จุล
จักรวาลในรางกายเปนหนึ่งเดียวกับมหาจักรวาล เมื่อนั้นก็จะ
คนดอี ยูเย็นเปน สขุ 27
กอเกิดปาฏิหาริย ปรากฏการณของเตาทำงาน เตาจะรักษา
และขจัดโรคในรางกายของเราได
อีกดานหนึ่งของการฝกฝนใหเกิดการสั่นสะเทือนใน
จิตสำนกึ ในดานบวกมาก ๆ เปนธรรมปติ ดว ยการทำความดรี ับ
ใชสังคม กิจกรรมนันทนาการรวมฝกปฏิบัติในวันอาทิตย ฝก
เปนผูใหโดยไมหวังผลตอบแทน ก็จะเกิดปติสุข เปนความสุข
ลึกๆ ที่เปนยาอายุวัฒนะ ที่สำคัญคือ ฝกใหสงบและวางเปลา
ทามกลางความเปนจริงดวยการใชชีวิตอยูภายใตจรรยาเตา
ฝกฝนหลอมหลอใหมีจิตแหงความรัก รักโดยไมหวัง
ผลตอบแทน รกั ทป่ี รารถนาใหผ ูอน่ื เปนสุข รักในมวลมนษุ ยชาติ
ชว ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั มนี ้ำใจเอื้อเฟอเผ่ือแผ ตรงไปตรงมา น้ำ
ใสใจจริง เปนบุคลิกที่สงาผาเผยและภาคภูมิใจ และที่สำคัญ
ตองฝกฝนอุปนสิ ยั จนบรรลถุ ึงสภาวะออนโยนนิม่ นวล ออนนอ ม
ถอมตน ชำระลางความคิดที่สับสน ปราศจากความคิดที่อวดดี
อวดฉลาด ไมคำนงึ ถึงแตผ ลประโยชนข องตนเอง ตองมีจิตเรยี บ
งาย ไมฟุงเฟอเหอเหิมแมแตนอย ทะเลมหาสมุทรนั้นอยูใน
พื้นที่ที่ต่ำที่สุดและกวางใหญไพศาลมาก เราตองเหมือนด่ัง
ทะเลมหาสมทุ รอันกวางใหญ
28 คนดีอยูเ ย็นเปนสุข
เทคนิคเตาเตอซิ่นซีตองปฏิบัติภายใตจรรยาเตาใน
“คมั ภรี เ ตา เตอ จิง” ของทา นเหลาจอ่ื ท่ีเนนการใชช ีวติ แบบองค
รวม รางกาย จิตใจ อารมณ สังคม สติปญญาไมเนนใหยึดติด
กับตำรา ฝก ใหใ ชชีวติ ท่ีเขาถงึ ความดงี าม ความจริงทม่ี อี ยู หรือ
เปน อยู
หากตอ้ งการประสบความสำเรจ็
ตอ้ งทนแบกรบั ความลำบากได้
คดิ เพื่อผอู้ ่นื ใหม้ าก
ใช้ความซือ่ สตั ยจ์ รงิ ใจและสำนกึ บุญคุณ
มาส่ือเช่ือมกับโลกใบนี้
ประสบการณจ์ ะขัดเกลาความเปน็ เทพในตวั เรา
อาจารย์จา้ วเมี่ยวกวอ่ 3 สิงหาคม 2563
คนดอี ยูเย็นเปนสุข 29
จรรยาเตา จากคมั ภีรเตา เตอจิง
1. รักเมตตา ฝกฝนหลอมหลอใหมีจิตแหงความรักของฟา
มาเปนจิตแหงความรักของตน รักที่ไมหวังผลตอบแทน
รักฉันพี่ฉันนอง รักที่พรอมจะปลดเปลื้องทุกขของผูอื่น
เสมือนทุกขนัน้ เปนของตนเอง ฝกฝนหลอมหลอ ใหมจี ิต
แหงความรักของฟา มาเปนจิตแหง ความรกั ของตน รกั ที่
ไมหวังผลตอบแทน ก็คอื ฟาไมไ ดถอื กำเนิดมาเพื่อตนเอง
ไมไ ดอ ยรู อดเพอ่ื ตัวเอง ฟาปกคลมุ ไปทุกท่ี ปกคลมุ ไปทุก
ตารางนิ้ว ไมวาทานจะเปนคนดีหรือไมดี ฟาก็มีทาทีท่ดี ี
ตอทานเชนเดียวกัน ฟาใหกำเนิดสรรพสิ่ง ดูแลฟูมฟก
สรรพสิ่ง ใหกำเนิดสรรพสิ่งแตไมถือครองเปนของตน
การเจริญเติบโตของสรรพสิ่งตองพึ่งพาอาศัยฟา แตฟา
กลบั ไมพึง่ พาอาศยั สรรพสิ่ง ไมถ อื ความชอบของตนเปน
บุญคุณและไมครอบงำการเจริญเติบโตของพวกเขา ให
พวกเขาพัฒนาคุณสมบัติดั้งเดิมตามธรรมชาติไดอยาง
เต็มที่ นี่แหละคือ “คุณธรรมอันล้ำลึก” การอบรมบม
เพาะ “คณุ ธรรมประจำใจ”
30 คนดีอยเู ย็นเปนสุข
การรกั ฉนั พฉี่ นั นอง คอื การรกั พอ แมข องตน แลว
ขยายความรักไปสูการรักพอแมทั่วโลก ประหนึ่งรักพอ
แมของตนเชนกัน รักพี่รักนองของตน จากนั้นก็ขยาย
ความรัก กาวไปสูการรักพี่นองทั่วหลา ดุจดังรักพี่นอง
ของตนเชนกัน รักลูกของตน แลวขยายความรักกวาง
ออกไปสูการรักเด็ก ๆ ในโลกหลา ดุจดังรักลูกของตน
คุณสมบัติของเตาท่ียิ่งใหญแหงธรรมชาติ ก็คือ ความ
รกั ฉนั พฉ่ี นั นอ ง ความรกั ฉันพ่ีฉันนอ งของเตา ทยี่ ่ิงใหญ
แหงธรรมชาตนิ ้ันไมหวงั ผลตอบแทน
ความรักฉันพี่ฉันนอง ก็คือ ใหความชวยเหลือ
และปลดเปลื้องความทุกขยากของผูอื่น โดยถือวาเปน
ความทุกขยากของตน ไมวาเรื่องใด ๆ ก็ตาม ผูที่สนใจ
แตตัวเองในที่สุดก็ถูกลิขิตวาตองมีอุปสรรค ตองไดรับ
ความเสียหาย พวกที่ทำในสิ่งที่ไมเปนประโยชนตอ
ประเทศชาติ ไมเ ปน ประโยชนตอสงั คม ไมเ ปน ประโยชน
ตอประชาชน ไมเปนประโยชนตออารยธรรมและ
ความกาวหนา เรื่องที่ทำใหผูอื่นแคนเคืองและเรื่องที่
ทำลายผูอื่นแตเปนประโยชนตอตวั เอง แนนอน จำตอง
คนดีอยเู ย็นเปนสขุ 31
ลิ้มรสผลรายที่ตนไดกอไว หากพบวาสภาพแบบนี้ เรา
ตองสันทัดการใชสติปญญามาเสริมการชีน้ ำ
ขอยกตวั อยางเรื่องหนึ่งเพอ่ื เปนการพิสจู น ในยุค
สมัยชุนชิวของจีน อูอองอาศัยบานเมืองของตนมีกำลัง
ทหารมากมายมหาศาล ก็เตรียมยกทัพไปตีกกฉูอยางไร
เหตุผล กลัววาความเห็นของตนจะถูกเหลาขุนนางชั้น
ผูใหญคัดคาน เลยถือโอกาสออกคำสั่งเสียเลยวา “ใคร
กลามาหามปรามขาบกุ โจมตีกกฉู ขา ก็จะตดั หัวของคนๆ
น้นั ” ขนุ นางชัน้ ผูใ หญบ างคนเห็นวา “การบุกโจมตีกกฉู
จะไดรับชัยชนะแนนอน แตวาเราไมมีความเคียดแคน
และไมมีสาเหตุอะไรเลย ขาดความรักฉันพี่ฉันนอง กก
ขางเคียงจะพากันลุกฮือขึ้นมาโจมตีเราได ในที่สุดผล
กลับปรากฏวาเปนเหตุใหบานเมืองตองสูญเสียเอกราช
ยังคงไมยกทัพจับศึกดีกวา แตวาอูอองไดออกคำส่ังเปน
ทแ่ี นนอนแลว ใครกไ็ มกลาเส่ยี งชีวิตถวายคำทัดทาน ใน
บรรดาองครักษของอูออง มีเดก็ หนุม คนหนึง่ มคี วามรูสึก
วาการโจมตกี ก ฉจู ะกอใหเ กดิ ภัยพิบัติในภายภาคหนาได
ควรตองหามปรามอูอองอยาทรงทำอยางน้ี แตวาเขายงั
ไมมีคุณสมบัติพอจะถวายคำทัดทานได แลวจะถวาย
32 คนดอี ยูเ ยน็ เปนสขุ
ความคิดเห็นของตนแดอูอองไดอยางไร? เขาครุนคิด
อยางหนัก ในที่สุดก็คิดไดวิธีหนึ่ง รุงเชาวันหน่ึง เขาถือ
หนังสะติ๊กหยิบคันไมอันหนึ่งพรอมลูกกระสุนจำนวน
มากติดตัวไป เดินเลนไปมาในสวนอุทยานหลัง
พระราชวัง เหมือนกับจะหานกเปนเปายิง จนกระท่ัง
เสื้อผาของเขาเปยกปอนไปดวยน้ำคาง แลวคอยไปทำ
หนาที่เปน คนรับใช รุงเชาวันที่ 2 เขาก็ทำอยางนี้อีก ใน
ทีส่ ดุ รุงเชา วนั ที่ 3 ออู องมาพบเขา อูอ อ งถามวา "เจา มา
นี่ซิ ทำไมเจาจึงทำใหเสื้อผาเปยกปอนอยางนี้ "ขอเดชะ
พระอาญาไมพนเกลา ขานอยกำลังยิงนกเจาคะ" อูออง
ทรงเกิดอารมณสนุกขึ้นมาทันที จึงทรงถามอีกวา "เจา
ยิงนกไดไหม? ใหขาดูหนอยสิ" เด็กหนุมพูดอยางไม
สบายใจวา "ขานอยยงิ ไมไ ดน กสกั ตัวพระเจาคะ ขานอย
มาที่นี่ติดตอกัน 3 วันแลว ไดพบเรื่องหนึง่ ที่มีคาควรแก
การใครครวญอยางยิ่งพระเจาคะ" อูอองทรงถามดวย
อารมณดีวา "เปนเรื่องอะไรหรือ? เจาลองบอกใหขาฟง
หนอยซิ" เด็กหนมุ พดู วา "ในขณะท่ีขานอยกำลังตระเวน
หานกยิง เห็นตน ไมใ นอุทยานมีจ๊กั จน่ั เกาะอยูบนยอดไม
สูง กำลังกินน้ำคางและร่ำรองดวยความเวทนา" อูออง
คนดีอยูเ ย็นเปน สุข 33
ทรงอดรนทนไมได จึงทรงตัดบทของเขาแลวทรงตรสั วา
"นี่มีคาควรแกการใครครวญอะไรเลา ? จั๊กจัน่ ตองร่ำรอ ง
วันยังค่ำ และจะตองกินน้ำคางดวยแนนอน" เด็กหนุม
พูดวา "ทานอองพระเจาคะ ทรงโปรดฟงขานอยพูดตอ
พระเจาคะ จั๊กจั่นตัวนี้ไมทราบวามีตัวตั๊กแตนอยูขาง
หลังของมัน ตั๊กแตนตัวนั้นกำลังโกงตัว ยกขาหนาจะ
ตะครุบจั๊กจั่น แตก็หารูไมวานกขมิ้นสเี หลืองก็อยูข า ง ๆ
ตัวมัน" อูอองทรงชมเชยวา "เจาชางสังเกตไดละเอียดดี
มาก แลวนกขมิ้นกำลังจะทำอะไร?" เด็กหนุมพูดตอวา
"นกขม้ินตัวนัน้ กำลงั ยื่นคอหมายจะกินตวั ตัก๊ แตน แตมัน
ก็หาทราบไมวาลูกกระสุนหนาไมหนังสะติ๊กกำลังอยู
เบื้องลางของมัน กำลังจะยิงมันใหตายในทันทีดวย" อู
อองทรงตรัสวา "เปนเรื่องที่ตัวหนึ่งจะกินอีกตัวหน่ึง
จริงๆ" เด็กหนุมก็พูดตออยางจริงจังวา "จั๊กจั่น ตั๊กแตน
และนกขมน้ิ ตางคดิ ถึงผลประโยชนเฉพาะหนากลับมิได
คำนึงถึงภัยพิบัติท่ีจะตามมาขางหลัง" เมื่อทรงฟงคำพูด
เหลานี้ของเด็กหนุมแลว อูอองก็ทรงสำนึกตัวขึ้นโดย
ฉบั พลนั แทท ่ีจรงิ เดก็ หนุมคนนก้ี ำลังเตือนสตขิ า อยายก
ทัพไปโจมตีกกฉูอยางสุมเสี่ยง เพื่อมิใหนำพาความ
34 คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ
หายนะมาสูแควนของตน หากจะพดู ใหถงึ ท่ีสุดแลว การ
โจมตกี ก อ่นื ยอมจะทำใหประชาชนในแวน แควน นัน้ และ
แวน แควน ตนตอ งเดอื ดรอ นไปทุกหยอ มหญา
นี่คือนิทานเรื่องตั๊กแตนจับจั๊กจั่น มีนกขมิ้นอยู
ขางหลัง ใชนิทานเรื่องนี้มาวากลาวตักเตือนผูที่เห็นแก
ตัว มีสายตาส้ัน คิดแตเพียงผลประโยชนเฉพาะหนา แต
ไมคำนึงถึงภัยพิบัติอันจะเกิดขึ้นในภายภาคหนา ทำให
สูญเสียผลประโยชนระยะยาว ดวยเหตุนี้ การเสนอให
ฝกฝนหลอมหลอจิตใจที่รักฉนั พ่ีฉันนอง เพื่อสรางสรรค
ชวี ติ อันทรงเกยี รติและมคี วามสุขเบิกบาน
2. ซื่อสัตย สุจริต จริงใจ ตรงไปตรงมา น้ำใสใจจริง ทำให
เทพในจิตเกิดความซาบซ้ึงสะเทือนใจ ซ่ือสัตยตอตนเอง
ตออำนาจหนาที่ ไมเห็นแกตัว และไรอัตตา ใน
ชีวติ ประจำวันของเรา ไมวาเราจะทำอะไรก็แลว แต ลวน
ตอ งมีความซือ่ สตั ยต อประเทศชาติ ซ่ือสตั ยตอ ประชาชน
ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีที่รักษากฎหมาย ขณะเดียวกัน
ตองซื่อสัตยตอบิดามารดา ซื่อสัตยตอสามี ซื่อสัตยตอ
ภรรยา ซื่อสัตยตออำนาจหนาที่ ซื่อสัตยตอธุรกิจ เปน
คนดอี ยเู ย็นเปน สุข 35
สหายทด่ี ที ซ่ี ื่อสตั ยใ นตำแหนงหนา ท่ี จิตใจที่ซื่อสัตยเปน
รูปแบบการดำรงชีพที่สูงสงชนิดหนึ่ง เปนรูปแบบการ
ดำรงชีวิตที่ราเริงเบิกบานและเปยมดวยสาระ ความ
ซอื่ สตั ยก ็เปน การสง่ั ตนใหเ ห็นแกสวนรวมและลืมสวนตัว
ดังนั้น จิตใจที่ซื่อสัตยจึงเปนการกระทำที่ยกระดับจาก
ความจริงใจ ความดแี ละความงามชนดิ หนง่ึ
ขอยกตัวอยางนิทานเรื่องหนึ่งเปนขอพิสูจน เลา
ขานกันวา ในยุคสมัยของเหยา-ซุน ปรากฏมีน้ำปาไหล
หลาก ในที่สุด ขาดแคลนเบญจธัญพืช แตตนไมใบหญา
กลับเจริญงอกงาม สิงสาราสัตวขยายพันธุเปนจำนวน
มาก คุกคามถึงความปลอดภัยของชีวิตผูคนอยางสาหสั
จักรพรรดิเหยาออกคำสั่งใหคนชื่อกุนรับผิดชอบการ
ปองกนั นำ้ ทว ม กุนจดั การปอ งกนั น้ำหลากโดยใชวิธีสกัด
กั้น ทำงานปองกันเปนเวลา 9 ปติดตอกนั สุดทายยังคง
จนปญญาทจี่ ะปอ งกันนำ้ หลากได และแลวจกั รพรรดซิ ุน
ซึ่งไดรับชวงการปกครองตอจากจักรพรรดิเหยา มีคำสั่ง
ใหควบคุมตัวกุนมายังสถานที่แหงหนึ่งเรียกวา เขาอว่ี
ซาน สำเร็จโทษตามกระบิลเมืองพรอมทั้งมีคำส่ัง
ใหตาอวี่ลูกชายของกุนทำหนาที่ปองกันน้ำหลากตอไป
36 คนดีอยูเย็นเปน สุข
อวี่ไดสรุปประสบการณและบทเรียนที่ลมเหลวของกุน
และใชวิธีขุดลอกคลองระบายน้ำโดยอาศัยลักษณะภูมิ
ประเทศ ใหน ้ำไหลลงสูทะเลมหาสมทุ ร อาศัยความเพยี ร
พยายามถึง 13 ป ในที่สุดก็เอาชนะน้ำหลากได ตั้งแต
นั้นมาน้ำในแมน้ำลำคลองระบายสะดวก ไหลลงสูทะเล
มหาสมุทรทางทศิ ตะวันออก ทั้งยังลอกทะเลสาบ ทำให
เก็บกักน้ำไดและทดน้ำได อันที่จริง พื้นดินที่ถูกน้ำปา
ทวม ปจจุบันไดกลายเปนที่นาอันอุดมสมบูรณ เพื่อ
ปอ งกันมิใหน้ำทวม อวต่ี อ งทนทกุ ขท รมานแสนเข็ญ เขา
ไมมีจิตใจอาฆาตมาดราย อันเนื่องมาจากซุนไดฆาบิดา
ของตน แตกลับถือประเทศชาติและประชาชนเปน
สำคัญ ตัดสินใจแนวแนจะลอกคลองระบายน้ำและ
ปองกันน้ำทวมใหดี เขารักงานลอกคลองระบายน้ำ
ปองกันน้ำทวมเปนชีวิตจิตใจ โดยถือเปนงานสราง
สวัสดิการแกสังคม มอบลูกใหศรีภรรยาเลี้ยงดู ขนาด
เดินผานหนาบานของตนไป 3 ครั้ง 3 ครา ก็ไมเคยแวะ
บา นเลย คอยทำหนาที่สำรวจตรวจสอบ ลยุ นำ้ ขามคู บกุ
ปาฝาดงไปทุกถิ่นตลอดทั้งป เหนื่อยจนสายตวั แทบขาด
ใบหนา ซีดเซียว ฝา มอื ฝา เทาหนาและหยาบดา น ผิวหนัง
คนดีอยเู ยน็ เปนสขุ 37
ถูกแดดเผาจนไหมเกรียม หลังจากอวี่ลอกคลองระบาย
น้ำและปองกันน้ำทวมไดส ำเรจ็ แลว ไดรับการสนับสนุน
และรักใครจากประชาชน ซนุ เหน็ วาอว่ปี องกันน้ำทว มได
ถูกทาง ทั้งยังไดรับการสนับสนุนและรักใครจาก
ประชาชนเปนอยางมาก ก็เลยยกตำแหนงผูนำใหแ กเ ขา
พรอมทั้งพูดกับอวี่วา "อวี่เอย ทานคือบุคคลท่ี
เพียบพรอ มดวยคุณธรรม ปญ ญาและความสามารถ เมือ่
มีความขยันหมั่นเพียรก็สามารถปกครองบานเมืองได
เมื่อความประหยัดมัธยัสถก็ดูแลครอบครัวได" เมื่อซุน
ยืนหยัดจะสละอำนาจใหเขา ในที่สุด อวี่ก็ไดรับชวงตอ
จากซนุ ข้ึนครองราชยเ ปนจักรพรรดิ
3. ออนนอมถอมตน ชำระลางความคิดที่สับสน ปราศจาก
ภาวะจิตที่อวดดี อวดฉลาด หยิ่งยโส ไมคำนึงแต
ผลประโยชนของตนเอง เปนรากฐานที่มั่นคงของ
คุณธรรมทุกประการ ความออนนอมทำใหคนกาวหนา
ความเยอหยิ่งทำใหคนลาหลัง ความออนนอมจะเขาสู
อาณาจักรที่ไรอัตตา ลดทิฐิ ลดความถือตัว ลดความ
38 คนดอี ยเู ย็นเปนสุข
ทะนงตน เทากบั ลดการมปี ญ หาจากคนรอบขา ง จิตเปน
สขุ ขนึ้
4. ประหยัด มัธยัสถ อยูอยางเรียบงาย สอดคลองกับ
ธรรมชาติ รูจักพอ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัวฯ
5. สำนึกบุญคุณ กตัญู ตอบิดามารดาและผูมีพระคุณ
เคารพครูอาจารย ทดแทนบุญคณุ โลก ถนอมรกั สรรพส่ิง
ทำเพอื่ สว นรวม มอบอทุ ศิ ตน รบั ใชสังคม
ถา ไดพ จิ ารณาดหู ลักการของเทคนคิ เตาเตอ ซ่นิ ซี ดังท่ีได
กลาวมาทั้งหมดนี้ มิตองสงสัยเลยวา มีสมาชิกจำนวนไม
นอ ยเลยท่ีเดนิ เขา สปู ระตขู องเมอื งวัฒนธรรมเหลาจอ่ื ไดพบ
กับชีวิตใหม ไดพบกับความสุขที่แทจริงของชีวิต มี
สุขภาพจิตและกายที่สมบูรณ และยกระดับจิตวิญญาณ
พรอมที่จะใหอภัย มีความเห็นแกตัวนอยลง พรอมที่จะ
ชวยเหลือสวนรวมมากขึน้ จากอัตตาสูสวนรวม จนถึงขั้นไร
อตั ตา
คนดอี ยูเยน็ เปนสุข 39
จะเห็นไดวา ขบวนการฝกฝนเทคนคิ ของเตาเตอ ซ่ินซี เรา
ฝกฝนทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกคือรางกาย ภายใน
คือการยกระดับจิตวิญญาณ จึงจะไดสุขภาพที่แข็งแรงและ
อยเู ยน็ เปน สขุ
รายการอา งองิ
1. อาจารยจาวเมีย่ วกวอ (2546) คมั ภีรเ ตาเตอจิงฉบับประยุกตใช
แปลโดย กล่ินสคุ นธ วงศสนุ ทร
2. อาจารยจ า วเมี่ยวกวอ (2546) ทารกสีทอง
แปลโดย กลน่ิ สุคนธ วงศสุนทร
ปญั หาทง้ั มวลของชวี ิต คือ ววิ ทิวทศั น์
ทช่ี ีวติ จะขาดเสยี มิได้
ขณะเดียวกนั ก็เปน็ ขน้ั บนั ได
ใหเ้ ดนิ ไปสูค่ วามยอดเย่ียมและสมบูรณ์
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ 5 กรกฎาคม 2563
40 คนดอี ยูเ ย็นเปน สุข
ประสบการณข องผูทีฝ่ กปฏิบตั เิ ทคนิคเตา เตอ ซิ่นซี
เพื่อใหมองเห็นภาพและทำความเขาใจไดอีกระดับหนึ่ง
ในการศึกษาปฏิบตั ิเทคนิคเตาเตอ ซิ่นซี ไดนำเอาประสบการณ
จรงิ ของผทู ฝี่ กปฏิบัตมิ าลงไว
ประสบการณของผูฝ กปฏบิ ัติจะไมเหมือนกัน ข้ึนอยูกบั
รางกาย การเจ็บปวย จิตสำนึกของแตละทาน จะมี
ปรากฏการณไมเหมือนกัน ในที่น้ี ขอนำเอาประสบการณของ
ตนเองมาลงกอน ประสบการณมีประโยชนตอรางกายและ
ความเขาใจในเทคนิคเตาเตอซิ่นซีเปนอยางมาก จึงขอแบงปน
ความสขุ ใหก บั ผทู ่สี นใจในการศึกษาเทคนิคเตา เตอซ่นิ ซี
สภาวะ 3 ระดับ ของ "การรบั " ได้แก่
ทนรบั คอื การเผาผลาญ
ยอมรับ คอื ความสมดลุ
ยม้ิ รบั คือ การพฒั นา
อาจารยจ์ า้ วเมี่ยวกวอ่ 27 สิงหาคม 2563
คนดีอยูเยน็ เปน สขุ 41
อักษร 2 คำ “อูเหวย” เคลด็ ลบั ทำใหส ขุ ภาพแขง็ แรง
ธนณฏั ฐ เอือ้ ธนบรู ณ
คมั ภีร “เตาเตอ จงิ ” ของทานเหลาจ่อื บทท่ี 43 กลาววา
เวลาฝกฝนหลอมหลอ หากทำไดถึงขึ้น “อูเหวย” ยุติความคิด
ฟุงซาน “ละทิ้ง” แขนขาของรางกาย ปดหูปดตา เหินหาง
ภาพลักษณ องคพ ลังชวี ติ หยนิ -หยาง ก็จะรวมเปน หนึ่งเดียวกบั
ธรรมชาติ และเวียนวนอยูในรางกาย โคจรอยูในสวนประกอบ
โครงสรางที่ “แข็งแกรง” ที่สุดกอเกิดผลตอการบำรุงรักษา
สขุ ภาพทดี่ มี าก ผูฝ กฝนหลอมหลอจะสมั ผัสถงึ ความรสู กึ ที่วา ผู
ชนะคลายไดด ืม่ สุราดี” และ “น่งั ฟงดนตรพี ณิ สวรรค” อันเปน
ความรูสึกที่นุมนวลและเบาสบาย มีคนพรรณนาวา “ตนกำลัง
ดมื่ สุราอายุวฒั นะ ความอิสระ สบาย ใครทราบได” ภาวะเชน นี้
แมมีความมุงมั่นก็ไมอาจแสวงหาได มีเพียงหลัก “อูเหวย”
เทา นัน้ จึงจะไดรับ
กอนเดินทางมาเขาหลักสูตรเตาซิ่น ที่ศูนยฝกปฏิบัติ
เทคนิคเตาเตอซิ่นซี อำเภอบอพลอย ครั้งนี้ ดิฉันปวยตองเขา
42 คนดีอยูเ ยน็ เปน สุข
พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 4 วัน ซึ่งในระหวางนั้น
แพทยไดใหการรักษาดวยยาหลายขนานแตก็ไมดีขึ้น มีอาการ
จะอาเจียนอยูตลอดและไมถาย แพทยที่รักษาไดใหยาระบาย
แตก็ไมเกิดผลดีตอรางกายแตอยางใด ดิฉันเกิดความรูสึกวายง่ิ
นอนอยใู นโรงพยาบาลกลับทำใหมีอาการหนกั ย่งิ กวา เกาดว ยซำ้
จึงตัดสินใจขอกลับบานมารักษาโดยใชแนวทางการปฏิบัติของ
เทคนิคเตาเตอซิ่นซี สมัครมาเขาหลักสูตร 7 วัน ไดผลดีแบบ
ชนดิ คิดไมถงึ มากอ น
ดิฉันตั้งใจวาจะมาเขาหลักสูตร เพื่อปรับสภาพรางกาย
ตองการใหขับสารพิษที่ตกคางในรางกายออก เพราะดิฉันรูอยู
แกใจวาดิฉันรับประทานยามากเกินไป ทำใหรางกายเสียสมดลุ
แตก็ไมลืมที่จะเตือนตัวเองวาไมใหคาดหวังอะไร ใหใชหลัก
อักษร 2 คำ “อูเหวย” ที่เปนหัวใจของการปฏิบัติเทคนิคเตา
เตอซิ่นซี ใหทำตัวเหมือนมานอนพักฟน แตกลับไดผลดีอยาง
คาดไมถึง วันแรกของการอบรม ดิฉันนั่งฟงเทปการบรรยาย
ของอาจารยจ า วไดไมถึงชัว่ โมงกง็ ว งหลับ ในขณะที่สะลึมสะลือ
ดิฉันก็รับรูวามีกระแสไฟฟาวิ่งอยูบริเวณลำคอและขากรรไกร
คนดอี ยูเ ยน็ เปนสขุ 43
จุดที่กำลังอักเสบอยู ดิฉันรับรูแตก็วางเฉยปลอยใหธรรมชาติ
จัดการเอง ตอมาชว งเย็นเปนกจิ กรรมรำมวย ดิฉนั กร็ ว มรำมวย
ในขณะที่รำมวยดิฉันมีความรูสึกวานองซายของดิฉันเหมือนมี
น้ำไหลออกมาอยูตลอดเวลา พอรำมวยจบ ดิฉันก็มาสำรวจดู
ไมเห็นมีน้ำ ถุงเทาก็ไมเปยก หลังจากนั้น ดิฉันไดสอบถาม
อาจารยผูฝกปฏิบัติก็ไดคำอธิบายวา นี่คืออาการของรางกายท่ี
สามารถขบั พิษออกมานน่ั เอง
ตอมาในระหวางวันที่ 3 และ 4 ดิฉันก็สัมผัสไดวา
รางกายสวนที่มีปญหาอยูนั้น ไดรับการปรับอยูตลอดเวลา มี
อาการปวดมากขึ้น ถึงวันที่ 5 รางกายผอนคลายเต็มที่ จิตใจ
เบาสบายขึ้น จิตวางเปลา และจิตสงบจนสามารถสัมผัสไดวา
เตาหมุนไปมาอยูภายในรางกาย ตอมาในวันเดยี วกัน ตอนสาย
ประมาณ 10.00 น. นง่ั ฟง เทปบรรยายของอาจารยจาว นั่งแบบ
ปลดปลอยอารมณปลอยจิตใหวางเปลา สบาย ๆ เพลิน ๆ อยู
ในสมาธิก็รูสึกประหนึ่งวา ตัวเองไดอยูภายใตแ สงสีทองอันเจิด
จาเหลืองอราม ในขณะเดียวกันก็รูสึกวารางกายของดิฉัน
หายไปกับแสงสีทองนั้น กอนจะหลุดหายไปก็รูสึกวามีพลังอีก
44 คนดอี ยูเ ย็นเปนสขุ