วิธีกำรสอน / กิจกรรม
1. นาเขา้ สู่บทเรียน 20 นาที
2. ความหมายและองคป์ ระกอบของทกั ษะชีวติ ในการ
ป้องกนั ภยั ยาเสพตดิ 30 นาที
3. แบง่ กลมุ่ ผเู้ ขา้ รับการอบรมปฏบิ ตั งิ านกลุ่มตามใบความรู้
110 นาที
4. รว่ มกนั สรุปบทเรยี น 20 นาที
สื่อกำรสอน เน้ือหำวิชำ
1. กระดาษทาแผนภมู ิ 1. ทกั ษะชีวติ เพอ่ื การปอ้ งกนั ยาเสพตดิ
2. ปากกาเคมี
3. ภาพขา่ วเกย่ี วกบั
ยาเสพตดิ
กำรประเมินผล
1. วธิ ีการวดั ผล : สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้
ร่วมและการตอบคาถาม สอบถาม ซักถาม
2. เครอื่ งมือวดั ผล : แบบประเมินผลงานกลุม่
3. เกณฑก์ ารประเมินผล : มีผลการประเมิน
ผา่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด
เอกสำรอ้ำงอิง / แหล่งขอ้ มูล
1. สารปฏริ ูป ปที ่ี 4 ฉบับท่ี 37 ประจาเดอื น เมษายน 2544 หน้าที่ 31
2. แนวการพัฒนาหลกั สูตรการจดั กจิ กรรมลกู เสอื ในสถานศกึ ษา พ.ศ. 2522
3. คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ , สานักงาน. เอกสารความรู้
แนวทางการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาสารเสพตดิ . มปท.
4. เวบ็ ไซต์ www.nfe.go.th/0405/NFE-note/
SkillLife.html
www.oncb.go.th
41
ใบควำมรูท้ ี่ 4
เรอื่ ง ทกั ษะชีวิต
เพื่อกำรป้องกนั
ยำเสพตดิ
ทักษะชีวิต คือ ควำมสำมำรถ
พ้ืนฐำนทที่ ุกคนต้องใช้ในกำรเลือกทำง
ดำเนินชีวติ ให้มีประสิทธิภำพ
ใครบ้ำงควรมีทักษะชีวิต
ทกุ คน
ทกุ เพศ
ทุกวยั
ทุกอำชีพ
42
กำรสร้ำงหรือกำรถ่ำยทอดทักษะชีวิต ทาได้โดยวิธีใด
1. โดยการถ่ายทอดประสบการณ์
2. โดยการฝกึ อบรมใหเ้ กดิ ความชานาญ
จนสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ได้
ทกั ษะชีวิต
1. การประเมินสถานการณแ์ ละระบปุ ญั หา
2. การประเมินศกั ยภาพของตนเอง
ในสถานการณเ์ ฉพาะหนา้
3. การคดิ ทางเลอื กและจดั ลาดับทางเลือก
4. การตดั สินใจเลือกทางท่ีเหมาะสม
5. การส่ือสารแจง้ ความคดิ และการตดั สนิ ใจ
6. การปฏเิ สธและการตอ่ รองเพือ่ รกั ษานาํ าใจและประโยชนข์ อง
ตนเอง
7. การส่ือสาร โน้มน้าวจูงใจไปสู่ทางท่ถี กู ตอ้ ง
8. การควบคมุ อารมณ์
9. การพฒั นาและปรบั เปล่ียนอารมณ์
ทักษะชีวิตทจ่ี ำเป็น ควำมคดิ ไดม้ ำจำกไหน
1. ทักษะการคิด 1. สังเกต
2. ทกั ษะการแกป้ ญั หา 2. การสง่ เสรมิ ประสบการณ์
3. ทักษะการส่ือสาร 3. การเรยี นรู้
4. จดจาเกยี่ วกบั ชีวติ เราเอง
จินตนาการได้ ทกั ษะกำรสื่อสำร
คาดการณไ์ ว้ว่า.. สื่อสารด้วย มื อ ท่าทาง
“ส่ิงที่เกิดข้ึนเป็ น วาจา เพื่อถ่ายทอดความคิด
เรื่องใกล้ตัว ได้ฝึก และความคิดและความรู้สึก
คดิ ในช่วงเวลำชีวิต การตดั สินใจเลือกทางเลือก
แตล่ ะวัน” ข อ ง ต น ท่ี เ ห ม า ะ ส ม กั บ
สถานการณ์ การยําข้อเสนอ
ข อ ง ต น แ ล ะ ก า ร ส รุ ป
เรอื่ งราว
43
หลักกำรปฏเิ สธ
ก า ร ป ฏิ เ ส ธ เ ป็ น สิ ท ธิ ส่ ว น บุ ค ค ล ท่ี ทุ ก ค น ค ว ร เ ค า ร พ แ ล ะ
ยอมรับการปฏิเสธท่ีใช้ได้ผล มักเป็นการปฏิเสธในสถานการณท์ ่ี
ถูกชวนไปทาในส่ิงท่ีไม่เกิดประโยชนห์ รือเกิดผลกระทบในแง่ลบ
ตามมาการปฏเิ สธที่ดี จะตอ้ งปฏเิ สธอยา่ งจริงจังท้ังท่าทาง คาพูด
และนําเสยี ง เพอื่ แสดงความตง้ั ใจอยา่ งชัดเจนที่จะปฏเิ สธ
ขัน้ ตอนกำรปฏเิ สธ
1. ใช้ความรูส้ ึกเป็นข้ออ้างประกอบเหตุผล เพราะใช้เหตผุ ล
อย่างเดยี ว มักถูกโตเ้ ถียงด้วยเหตผุ ลอื่น การอา้ งความรูส้ กึ จะทา
ใหโ้ ตแ้ ย้งได้ยากข้ึน เช่น “ฉันกลวั คณุ พอ่ คณุ แม่จะเป็นห่วงถ้ากลับ
บา้ นช้า”
2. การขอปฏเิ สธ เป็นการบอกปฏิเสธให้ชัดเจนเป็นคาพูด
เช่น “ขอไม่ไปนะเพื่อน”
3. การขอความเหน็ ชอบ เพือ่ รักษานําใจของผชู้ วน และควร
กล่าวขอบคณุ เมื่อผูช้ วนยอมรับ เช่น “เธอคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม...”
44
กำรหำทำงออก
เม่ือถกู เซ้ำซี้หรอื สบประมำท
บางคร้ังผู้ชวนพูดเซ้าซ้ีต่อเพื่อชวนให้สาเร็จ ผู้ถูกชวนไม่
ควรหว่ันไหวไปกับคาพูด เพราะจะทาให้ขาดสมาธิในการหา
ทางออก ควรยืนยันการปฏิเสธด้วยท่าทีมั่นคง และหาทางออก
โดยเลอื กวธิ ตี อ่ ไปน้ี
1 ปฏิเสธซําโดยไม่ต้องใช้ข้ออ้าง พร้อมท้ังบอกลา
แลว้ เดนิ จากไปทันที
เช่น
“ไม่ไปดกี วำ่ เรำขอกลับกอ่ นนะ”
(เดินออกไปทันที)
2 การตอ่ รอง โดยการชวนไปทากจิ กรรมอ่ืนท่ีดีกว่า
มาทดแทน
เช่น
“เอำอยำ่ งนด้ี ีไหม เธอไปดหู นงั สอื ทบี่ ้ำนเรำก็แล้วกนั ”
3 การผดั ผ่อน โดยการขอยืดระยะเวลาออกไปเพื่อให้
ผชู้ วนเปล่ยี นความตงั้ ใจ
เช่น
“ฉนั ต้องไปแล้ว ไว้วนั หลังกแ็ ล้วกนั นะ”
(เดนิ ออกจากเหตกุ ารณ)์
45
1 บอกไปตรงๆ “ไม่หรอก
ขอบใจนะ” แม้วิธีปฏิเสธเช่นนี้
อาจดูว่าแสนธรรมดา แต่ทว่า
ทกั ษะกำรปฏเิ สธ เ ป็ น ค า พู ด ท่ี ห ล า ย ค น มั ก จ ะ
มองขา้ ม คาวา่
8 วธิ ี “ไม่หรอก ขอบใจนะ”
เม่อื ถกู ชักชวนเสพยำ จ ะ ใ ช้ ไ ด้ ผ ล ท้ั ง เ มื่ อ ต ก อ ยู่ ใ น
ส ถ า น ก า ร ณ์ท่ี ถู ก เ พ่ื อ น ช ว น
อย่างเป็นมิ ตรหรือถูกกดดัน
อย่างไรก็ดี ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า คาปฏิเสธเช่นนี้อาจใช้ไม่ได้ผล
เสมอไป ดังนั้นจงึ จาเป็นต้องมีวิธีการปฏเิ สธรูปแบบอื่นเตรียมรองรับ
ไวด้ ้วย
2 ให้เหตุผลหรือข้ออ้ำง บ่อยครั้งท่ีเด็กๆ มักจะลาบากใจท่ีจะบอก
ปฏิเสธเพื่อน ดังน้ันเด็กต้องรู้เท่าทันท่ีจะหลีกเล่ียงการถูกกดดันจาก
กลมุ่ หรือแกง๊ ท่ีชักชวนใหเ้ สพยา โดยการใหเ้ หตผุ ลหรือข้ออ้าง เพียงแต่
ตอ้ งระลึกเสมอว่าเหตผุ ลหรือข้ออ้างนี้จะต้องทาใหผ้ ู้ชักชวนยอมแพ้ไป
เองได้ เช่น ไม่มีเงนิ สุขภาพไม่ดี ไม่อยากทาใหแ้ ม่เสียใจ เป็นตน้
3 พูดปฏิเสธซ้ำซำก การยืนกระต่ายขาเดียว “ไม่” อย่างซําซาก
นบั เป็นวิธปี ฏเิ สธท่ีได้ผล เม่ือตอ้ งการบอกจุดยืนของตวั เอง และอาจใช้
เทคนิคปฏเิ สธแบบอนื่ รว่ มด้วยได้
46
4 เดินหนี วิธีการนี้นับว่าเป็นอีกวิธีหน่ึงท่ีใช้ได้ผลมากที่สุด ท้ังนี้
จะตอ้ งตระหนักว่า เรามีสทิ ธิเตม็ ทท่ี ีจ่ ะปฏเิ สธส่ิงไม่ดที ่มี ีผหู้ ยิบย่นื ให้
5 เปลี่ยนเรื่องสนทนำในบำงสถำนกำรณ์ เราอาจไม่สามารถเดิน
หนีหรือหลีกเลี่ยงสภาวะถูกกดดันได้ ดังน้ันให้ลองเปล่ียนหัวข้อการ
สนทนาเพอื่ เบีย่ งเบนความสนใจของผชู้ ักชวน เมื่อคุยจนเบ่ือแล้วให้หา
โอกาสเดนิ ออกมาทนั ที
6 หลีกเล่ียงสถำนกำรณ์ สามัญสานกึ ของมนษุ ยจ์ ะบอกวา่ สถานที่
ใด เวลาใด สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรง หรือต้องตกอยู่ใน
สภาวะกดดัน ดังนั้นพยายามหลีกเล่ียงสถานการณเ์ หล่านี้ใหม้ ากที่สุด
เพื่อความไม่ประมาทควรแจ้งใหพ้ ่อแม่ทราบว่า เราทากิจกรรมใดบ้าง
และไปกบั ใคร
7 ทำเป็นไม่สนใจ หากต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่ชักชวนให้เสพยา
พยายามอย่าคุยด้วย ให้หันไปคุยกับคนอื่นท่ีเหลือ เป็นการซื้อเวลา
กอ่ นท่ีจะนาทกั ษะปฏเิ สธอ่นื ๆ มาใช้
8 เลือกคบเพ่ือนดี วิธีการนี้นับได้ว่าเป็นทักษะการปฏิเสธ (การ
เสพยา) ทีส่ าคัญท่สี ดุ การคบเพอื่ นทีด่ จี ะทาใหเ้ ราไม่ต้องตกอยู่ในวังวน
ของการส่มุ เสีย่ ง ถูกชักนาใหล้ องเสพยา
ตรงกนั ขา้ ม หากเราคบเพ่อื นทีม่ ีปญั หา
ปญั หาท่จี ะมาถึงตวั เราไม่ช้ากเ็ ร็ว
47
ตวั อยำ่ งแบบประเมิน
แบบประเมินผลงำนของกลุ่ม
กลุ่มท_่ี ____________________________
ข้อ รำยกำรประเมิน 4 ระดับคณุ ภำพ 1
32
1 ผลงานเป็นไปตามจุดประสงค์
2 ผลงานเสรจ็ ทันเวลา
3 ผลงานมีความคดิ รเิ รมิ่
สรา้ งสรรค์
4 เน้อื หาสาระของผลงานมีความ
สมบรู ณ์
5 วิธีการนาเสนอผลงาน
รวม
รวมทั้งส้ิน
(ดมี ำก + ดี + พอใช้ + ปรบั ปรุง)
ผลการประเมนิ คณุ ภาพอย่ใู นระดบั .............................................................
เกณฑต์ ดั สินคุณภำพ ลงช่ือ.........................................ผูป้ ระเมนิ
(........................................)
ช่วงคะแนน
ระดบั คณุ ภาพ
24 – 30
17 - 23 ดมี าก
10 - 16 ดี
ตํากวา่ 10
พอใช้
ปรบั ปรุง
48
รำยกำรที่ ระดบั คณุ ภำพ
ประเมิน
ดมี ำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1. ผลงำน
เป็นไปตำม ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคล้อง ผลงานไม่
จุดประสงค์ จุดประสงคท์ ุกขอ้ / กบั จุดประสงคเ์ ปน็ กบั จุดประสงคบ์ าง สอดคล้อง
ท่ีกำหนด ส่วนใหญ/่ เกอื บทุก กบั จุดประสงค์
ทกุ ประเด็น ประเด็นสมบูรณ์ ขอ้ /บางประเดน็
2. ผลงำน สมบรู ณ์ สมบูรณ์ ไม่เสร็จ
เสร็จทันตำม
กำหนดเวลำ เสรจ็ กอ่ นเวลา เสรจ็ ตามเวลา เสร็จช้ากวา่ เวลา ผลงานมี
ที่กาหนด ท่ีกาหนด ขอ้ บกพรอ่ งและ
3. ผลงำนมี ผลงานถกู ตอ้ งตาม
ควำมคดิ หลกั วชิ าการและ ผลงานถูกตอ้ งตาม ผลงานถูกตอ้ งตาม ไม่มีแนวคดิ
ริเร่มิ มีแนวคดิ แปลกใหม่ หลกั วชิ าการและ หลกั วิชาการแตย่ งั แปลกใหม่
สรำ้ งสรรค์ มีแนวคดิ แปลกใหม่
และเปน็ ระบบ แตย่ งั ไม่เปน็ ระบบ ไม่มีแนวคิด เนอ้ื หาสาระของ
4.เนื้อหำ แปลกใหม่ ผลงานไม่ถกู ตอ้ ง
สำระของ เน้ือหาสาระของ
ผลงำนมี ผลงานครบถ้วนทกุ เนอื้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เป็นส่วนใหญ่
ควำม ผลงานครบถ้วน ผลงานถกู ตอ้ งเป็น
สมบูรณ์ ประเดน็ มีวธิ ีการนาเสนอ
เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ ผลงานไม่นา่ สนใจ
5. วธิ ีกำร มีวธิ ีการนาเสนอ พดู เสียงเบาออก
นำเสนอ ผลงานทีน่ ่าสนใจ มีวิธีการนาเสนอ มีวิธีการนาเสนอ
ผลงำนกลุ่ม พดู เสียงดงั ออก ผลงานทนี่ า่ สนใจ ผลงานทนี่ า่ สนใจ เสยี งอกั ขระ
เสียงอกั ขระชัดเจน พดู เสียงดงั ออก พดู เสยี งดังออก ไม่ชัดเจนและ
เสยี งอักขระชัดเจน ไม่คลอ่ งแคล่ว
คล่องแคลว่ แตไ่ ม่คลอ่ งแคลว่ เสียงอกั ขระ
ไม่ชัดเจนและ
ไม่คลอ่ งแคลว่
49
บทเรยี นท่ี 5 “
ช่ือวิชำ
“ ลูกเสือกบั กำรป้องกนั
ยำเสพตดิ
เวลำ 180 นำที
ขอบข่ำยรำยวชิ ำ
จัดทาคาขวัญต่อต้านยาเสพติด อุทาหรณ์
สอนใจ รณรงคด์ ้วยเสียงเพลง ค้นคิดกจิ กรรม การ
พ่ึ งพา ต น เ อ ง เ พื่อ น ช่ ว ย เ พ่ือ น เ กม ย า เ ส พติด
นทิ รรศการยาเสพตดิ บทบาทสมมติ
จุดหมำย
เพือ่ ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การฝึกอบรมมีทกั ษะในการปอ้ งกนั ภยั ยาเสพตดิ
วัตถปุ ระสงค์
เม่ือจบบทเรียนนแ้ี ล้ว ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถ
1. ระบุท่มี าของปัญหาทเ่ี กดิ จากภยั ยาเสพตดิ
2. บอกแนวทางการปอ้ งกนั ตนเองจากภยั ยาเสพตดิ
3. นาความรูท้ ีไ่ ด้รบั ไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั
50
วิธีสอน / กจิ กรรม
1. แบ่งลกู เสือออกเป็นกลมุ่ ตามฐานกจิ กรรม
2. ช้ีแจงการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามฐาน
3. ลูกเสือหมุนเวยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐาน ๆ ละ 10 นาที
4. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมฐานตา้ นภยั ยาเสพตดิ
5. อภปิ ราย และสรุป
* หมายเหตุ ตัวอย่างฐานกิจกรรมต้านภัยยาเสพตดิ
เป็นเพยี งแนวทางควรจดั ใหเ้ หมาะสมกับเวลา
ส่ือกำรสอน กำรประเมนิ ผล
1. ใบความรู้ท่ี 5 1. วิธีการวัดผล : ประเมินผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมกล่มุ
2. ใบงานที่ 5 2. เครอื่ งมือวดั ผล : แบบประเมนิ ผลงานกลุม่
3. กระดาษ 3. เกณฑก์ ารประเมินผล : มีผลการประเมินผ่าน
4. ปากกาเคมี
เกณฑท์ ่ีกาหนด
เอกสำรอ้ำงอิง / แหล่งขอ้ มูล
1. ศกึ ษาธกิ าร,กระทรวง. คมู่ อื การจดั กจิ กรรมลกู เสือ ยุวกาชาด และผบู้ าเพญ็
ประโยชนเ์ พือ่ การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ ในสถานศกึ ษา. มปท
2. เว็บไซต์ http://www.vicktraining.com
เนื้อหำวิชำ
1. ตัวอย่างฐานกจิ กรรมต้านภยั ยาเสพติด
51
ใบควำมรูท้ ่ี 5
ตวั อย่ำงฐำน
กจิ กรรมตำ้ นภยั
ยำเสพตดิ
ควำมสำคัญของฐำนกิจกรรม
ตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
1. เป็นกิจกรรมท่ีเหมาะกับลักษณะ
สังคมธุรกจิ ในปัจจุบนั ทสี่ อนให้ทุกคนกล้า
คิด กล้าแสดงออก รู้จกั การมองปัญหาใน
แ ง่มุ ม ต่าง ๆ ใ ห้รู้จักกา ร ย อ ม รับ ค ว า ม
คิดเหน็ ซ่ึงกนั และกนั
2. เป็นกิจกรรมที่ให้เรียนรู้โดยตรงซ่ึง
เป็นแบบท่ีกระทรวงศึกษาธิการต้องการ
คือยดึ ผูเ้ รียนเปน็ ศนู ยก์ ลาง
3. เป็นกิจกรรมท่ีให้เกิดการเรียนรู้ใน
ก า ร ท า ง า น ร่ ว ม กั น เ พ่ื อ ใ ห้ ที ม ไ ป สู่
ความสาเร็จ ใหเ้ หน็ วา่ ทมี ของตนเองกบั ทีม
ข อ ง ผู้ อื่ น นั้ น เ ห มื อ น กั น ห รื อ แ ต ก ต่ า ง กั น
อย่างไรบ้าง
4. เป็นกิจกรรมท่ีสนุกสนาน ท้าทาย
เพราะใช้เกมมาประกอบการเรียนรู้และได้
สมั ผสั ธรรมชาตอิ ย่างใกล้ชิดอีกทั้งได้ออก
กาลังกายไปอย่างไม่รูต้ วั
5. เป็นกิจกรรมที่ทาให้บุคคลเกิดการ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้อย่างมาก และ
ไดเ้ หน็ ศกั ยภาพที่แท้จรงิ ของสมาชิกกลุ่ม
52
ลักษณะของฐำนกจิ กรรมตำ้ นภยั
ยำเสพตดิ
1 โอกาสใหส้ มาชิกทกุ คนในกลุ่มร่วมคดิ รว่ มทา
รว่ มรับผิดชอบ
2 ใหท้ กุ คนมีโอกาสเป็นผู้นาผู้ตาม ผู้ช่วยเหลอื ผู้สนบั สนุน และ
ฝกึ การยอมรบั ผอู้ น่ื
3 เสรมิ สร้างสขุ ภาพ พลานามัย ใหแ้ กท่ กุ คน
4 เนน้ ความสามัคคีการวางแผน การเสียสละ การสื่อสาร
และการประสานงาน
5 ใหร้ ูจ้ กั ศกั ยภาพของตนเอง ผู้อนื่ และของทีมงาน
6 ส่งเสริมใหเ้ กดิ ความคดิ สรา้ งสรรค์ การจดั คนใหเ้ หมาะกบั งาน
และใหเ้ กดิ ความรกั องคก์ ร
53
องค์ประกอบของฐำนกจิ กรรมต้ำนภยั ยำเสพตดิ
1 บริเวณพื้นทีใ่ นการจดั กจิ กรรม ควรจะเปน็ ธรรมชาตทิ ีร่ ่มรื่น
สวยงาม และควรกวา้ งขวางเหมาะสมกบั จานวนกลมุ่ ตา่ ง ๆ
.. .. .. .. .. .. .. 2 ส ถ า นี ห รื อ จุ ด ที่ ใ ช้ กิจ ก ร ร ม ซ่ึ ง โ ด ย ท่ั ว ไ ป แ ล้ ว จ ะ มี จ า น ว น
ใกล้เคียงกบั กล่มุ ทแ่ี บ่งเอาไว้
3 กิจกรรมท่ีจัดไว้ ควรจะตอบสนองกับปัญหาหรือความ
ต้องการขององค์กรนั้น ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
พฤตกิ รรมท่เี ป็นปัญหา และตอ้ งสนุกสนานดว้ ย
4 บุคลากรดาเนินการ ซ่ึงประกอบดว้ ย
ผูร้ ่วมกจิ กรรม
วิทยากร
ผูป้ ระสานงาน
5 การสรุปผลของกิจกรรม ซ่ึงควรจะให้มีการร่วมคิด ร่วม
วิเคราะหห์ ลังจากเสร็จกิจกรรมภายนอกห้องประชุมแล้ว
แต่บางครั้งมั กจะ ละเ ลยกัน ไป เ พราะผู้จัด ต้องการให้
ผู้ เ ข้ า ร่ ว ม ส นุ ก ส น า น ม า ก ก ว่ า ใ ห้ เ กิ ด ข้ อ คิ ด จ า ก กิ จ ก ร ร ม
ประกอบกบั มีเวลาไม่มากนกั จงึ มักจะให้วิทยากรสรุปข้อคิด
ใหแ้ ทนการใหก้ ล่มุ ช่วยร่วมคดิ
วตั ถปุ ระสงคข์ องฐำนกจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพติด
1. ฝกึ ใหเ้ ป็นผู้มีมนุษยส์ ัมพันธท์ ด่ี ี
2. ฝึกการทางานเป็นทีม การเป็นผูน้ าผ้ตู ามทีด่ ี
3. ใหเ้ กดิ ความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ ในขณะเรยี นรู้
4. ฝึกการตดั สินใจรว่ มกนั การแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้
5. ฝกึ การวางแผนการสง่ั งาน มอบหมายงาน
54
6. ใหร้ ูจ้ กั ตนเองและเพ่ือนรว่ มงาน รวมทงั้ ค่แู ขง่ ขนั อ่ืนๆ
7. สง่ เสริมสขุ ภาพพลานามัย และสมรรถภาพทางกาย
8. ใหร้ ู้จกั การสือ่ สาร การส่อื ความกลา้ พูด กล้าแสดงออก
9. ใหร้ ู้จกั อดทน อดกลัน้ เสยี สละ ความเปน็ ประชาธปิ ไตย
การช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั
10.ส่งเสรมิ ใหร้ ู้จกั คดิ อยา่ งสร้างสรรคแ์ ละม่ันใจในตนเอง
กำรจดั กจิ กรรมในแตล่ ะฐำน
กิจกรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
1 กจิ กรรมควรเหมาะสมกบั เพศ วยั ของผรู้ ว่ มกจิ กรรม
2 กจิ กรรมควรมีท้ังสนุกสนาน ได้ใช้ทักษะ ได้ใช้ความคิด
สลับกนั ไปใหค้ รบถว้ น โดยเน้นใหร้ ่วมกนั ปฏบิ ัตทิ กุ คน
3 กจิ กรรมนั้นตอ้ งมีเป้าหมายที่มีสาระสอดคล้องกบั การ
แก้ปัญหาขององค์กรน้ัน ๆ (ตามที่องค์กรต้องการ
แกไ้ ข)
4 วิ ธี ก า ร ท า กิ จ ก ร ร ม ค ว ร มี ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย วิ ธี ก า ร
เพ่ือให้เกิดความสนใจ ไม่น่าเบ่ือ แต่ท้าทายให้ทดลอง
ปฏบิ ัติ
55
วิธีกำรดำเนนิ กจิ กรรม
1 ควรจดั วางกจิ กรรมแตล่ ะฐานใหห้ า่ งกนั พอสมควร แตอ่ ยา่ ใหไ้ กลเกนิ ไป
เพราะถา้ เหนือ่ ยมากแลว้ จะไม่เกดิ การเรยี นรู้และจะไม่สนุกสนาน (แตไ่ ม่
ควรใหม้ องเหน็ กนั ในขณะที่อยคู่ นละฐาน)
.. .. .. .. .. .. .. 2 อาจจะใหท้ ุกสถานีเริ่มกจิ กรรมพร้อมกัน แล้วหมุนไปพร้อมกันทุกฐาน
(แต่ทุกกิจกรรมต้องใช้เวลาในการปฏิบัติเท่ากัน จะได้ไม่ต้องมีการรอ
เข้าฐานหรอื เหน็ วธิ ีการปฏบิ ตั ขิ องสถานใี หม่)
3 อาจจะให้เข้าท่ีฐานท่ี 1 เหมือนกันทุกกลุ่มแล้ววนไปหรือเคล่ือนไปจน
ครบทุกสถานีกไ็ ด้ แตก่ ลุม่ ที่ยังไม่เริ่มปฏิบัตใิ นฐานที่ 1 วิทยากรต้องจดั
กจิ กรรมให้ทาขณะท่ียังไม่ไปยังสถานีแรกให้กับทุกกลุ่ม ส่วนกลุ่มท่ีทา
ครบทุกฐานแลว้ กต็ อ้ งใหท้ ากจิ กรรมเดยี วกนั เพือ่ ใหเ้ กดิ ความเท่าเทียม
กนั และไม่เบ่อื หนา่ ยท่จี ะตอ้ งรอ
4 กา รแ บ่งกลุ่ม และกา รว างฐา น ใน กา รท า กิจ กร รม ต้องให้เห ม าะ สม กับ
เวลาด้วย
5 ควรประกาศผลคะแนนให้เสร็จสิ้นหลังจากเสร็จกิจกรรมทั้งหมดแล้ว
อยา่ ปลอ่ ยเวลาใหเ้ น่นิ นานจนไม่เกดิ ความสนใจหรอื ใสใ่ จจะรู้ผลแล้ว
56
อุปกรณ์ที่จำเป็น
สำหรบั กจิ กรรม
1. แผนทบี่ รเิ วณทจี่ ดั กจิ กรรม
2. แบบบันทกึ กจิ กรรม
3. แบบบันทกึ ของผู้ประจาฐาน
4. แบบรวมคะแนนของทกุ กจิ กรรมทุกกล่มุ
5. นาฬิกาจบั เวลา
6. กระดาษและปากกา พรอ้ มแผน่ รองเจยี น
7. แผ่นคาสงั่ แตล่ ะฐาน
8. สญั ลักษณป์ ระจาฐาน
9. ผา้ สีสาหรบั กลมุ่ (ทมี ) ตา่ งๆ
10. เครือ่ งมือสื่อสารระหว่างสถานีตา่ งๆ
11. อุปกรณป์ ระจาสถานีตา่ งๆ
12. กลอ้ งวดิ ที ัศน์ (ถา้ มี) หรอื กลอ้ งถ่ายภาพเพอ่ื ถ่ายกจิ กรรม
13. ยาสามัญประจาบ้านพร้อมกระเปา๋ พยาบาล
14. ของรางวลั สาหรับทมี ชนะเลศิ
15. เครื่องฉายภาพข้ามศรี ษะ จอภาพ และแผน่ ใสพรอ้ มปากกา
เขยี นแผน่ ใส เพอ่ื ใช้ในการชี้แจงกอ่ นเรมิ่ กจิ กรรม
16. เครื่องเสียงและไมโครโฟน หรอื เคร่ืองขยายเสยี งแบบ
เคล่ือนที่
กำรเตรยี มตัวสำหรับผู้เข้ำรว่ มกจิ กรรม
1. การแตง่ กาย ควรจะใส่รองเท้าผา้ ใบหมุ้ สน้ ควรจะใสเ่ สอื้ แขน
ยาว กางเกงขายาว
2. ถ้ามีโรคประจาตวั ควรเตรียมยาใหพ้ ร้อม และแจง้ ให้
วทิ ยากรทราบกอ่ น (โดยเฉพาะผู้เพงิ่ ผ่านการผา่ ตดั มาใหม่ๆ หรือมีครรภอ์ อ่ น ๆ)
3. ไม่ควรนาของมีค่าตดิ ตวั ไปขณะประกอบกจิ กรรม เพราะ
อาจจะเกดิ การสูญหายได้
4. ควรเตรยี มรา่ งกายใหพ้ รอ้ ม เพราะตอ้ งเขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่ือ
ออกแรงและโลดโผนบา้ งพอสมควร
5. เมื่อเข้าสู่กจิ กรรมให้ร่วมคิดร่วมแสดงออกอย่างเตม็ ท่ีเต็ม
ศกั ยภาพ เพอ่ื ความสาเรจ็ ของกล่มุ
57
.. .. .. .. .. .. .. กจิ กรรมตำ้ นภยั
ยำเสพตดิ
58
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
1. แขง่ เรอื บก
วัตถปุ ระสงค์
▪ เสริมสร้างสขุ ภาพความแขง็ แรง
▪ ความอดทนในการแขง่ ขัน (ทางาน) ร่วมกนั
▪ ความสามัคคพี รอ้ มเพรยี งกนั
จำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม
50 – 100 คน (หรือตามความเหมาะสม)
แบ่งเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์ กาหนดเสน้ ทางเดินบนพื้นหญา้ ประมาณ 100 เมตร
สถำนที่ สนามหญา้ มีบรเิ วณกว้างพอสมควร
ระยะเวลำ 10 นาที
วธิ ีกำรดำเนินกำร .. .. .. .. .. .. ..
- ผนู้ าเกมชี้แจงใหส้ มาชิกทกุ ทา่ นยืนเรยี งเปน็ แถวตอนเรยี งหน่ึง เสรจ็
แล้วนั่งยอง ๆ เอามือจบั สะโพกผ้ทู ีน่ ง่ั ดา้ นหนา้ ยกเว้นทา่ นแรก
- ใหเ้ ดินทางสู่จุดหมายภายใน 5 นาที
- จะหกั ทุกๆ 5 คะแนนตอ่ คร้งั ถ้าแถวขาดหรอื หลุด
- เม่ือหมดเวลาแลว้ ผู้นาเกมใหส้ ญั ญาณและเตรียมสรุปคะแนน
หมำยเหตุ การประยุกตใ์ ห้เกมนี้รู้สึกยากข้ึน คือ แทนท่ีจะให้นั่งยองตาม
วธิ ดี าเนนิ กจิ กรรมในข้อ 1 ใหเ้ ปล่ียนวิธีการจดั แถวของแตล่ ะทีมคือ ใหเ้ อา
เท้าทั้งสองข้างพาดบนต้นขาของเพ่ือนด้านหน้าแล้วเคล่ือนตัวโดยใช้มือ
ทงั้ สองข้างช่วยพยุงในขณะเคล่ือนย้าย สาหรับผู้ท่ีอยู่หัวแถวให้ใช้เท้าท้ัง
สองกา้ วเดินในขณะนงั่
59
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
2. รวมพลัง
วัตถุประสงค์
▪ ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สามัคคี
▪ ความพรอ้ มเพรยี งในการทางานใหบ้ รรลุเปา้ หมาย
▪ การไม่ถอื ตวั หรือลดทฐิ ิ
จำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม
50 - 100 คน (หรือตามความเหมาะสม)
แบ่งเป็นกลมุ่ ๆละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์ วงลอ้ รถยนต์ 2 เสน้
สถำนท่ี ใตร้ ม่ ไม้หรือสนามหญ้า
ระยะเวลำ 10 นาที
.. .. .. .. .. .. .. วธิ ีกำรดำเนินกำร
วางวงล้อรถยนต์ 2 เส้น ไว้ห่างกันไม่น้อยกว่า 3 ฟุต หรือ 50 ซม.
ไม่ควรเกนิ กวา่ 1 เมตร (ย่ิงวางวงล้อรถยนตห์ า่ ง จะยิ่งเล่นยาก)
กาหนดให้จุดเร่ิมต้น 1 จุด ที่สมาชิกทุกท่านจะเร่ิมกันห่างจากวงล้อ
ประมาณ 2 ฟตุ
ให้สมาชิกทุกท่านยืนบนวงล้อรถยนตท์ ี่วางไว้ เมื่อครบทีมแล้วร้อง
เพลงประจาทีม หรือช่ือทีม และคาขวัญ เสร็จแล้วใหย้ ้ายไปยืนบนวง
ลอ้ รถยนตอ์ กี 1 เส้น ทวี่ างไว้ (โดยหา้ มเคล่ือนย้าย)
เมื่อย้ายไปท่ียางวงทส่ี องแลว้ ใหท้ าเหมือนยางวงแรก เสร็จแล้วย้ายท้ัง
ทมี มายางวงเดมิ คือวงแรกอีก
การวดั คะแนน จะถกู หกั ทุก 5 คะแนน ถ้าเทา้ ของสมาชิกสัมผัสทีพ่ ื้นดิน
เท้าหลน่ 1 ท่าน หกั 10 คะแนน ทาใหเ้ สรจ็ ภายใน 5 นาที
เสร็จแลว้ ผนู้ าเกมเตรียมสรุปตามวตั ถปุ ระสงค์
60
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
3. พรมวิเศษ
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อเปน็ การฝึกการวางแผนทด่ี ีในการทางานร่วมกนั
และฝกึ ทักษะการคดิ วิเคราะหก์ ารวางแผนทด่ี ี
จำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม
50 – 100 คน (หรือตามความเหมาะสม)
แบ่งเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์ เสื่อ 1 ผืน
สถำนที่ สนามหญ้าในรม่
ระยะเวลำ 5 นาที
.. .. .. .. .. .. ..
วธิ ีกำรดำเนินกำร
- สมาชิกอยู่นอกเสื่อ 1 คน ทเี่ หลืออยู่ในเส่ือ
- ให้สมาชิกในกลุ่มวางแผนเคลื่อนย้ายเส่ือให้ได้ระยะทาง
2 เมตร (ใช้เวลาน้อยท่ีสุด) โดยสมาชิกท่ีอยู่ภายในเสื่อจะ
ออกนอกเส่ือไม่ได้
61
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
4. เกลียวเชือกสัมพนั ธ์
วัตถุประสงค์
▪ เสริมสรา้ งพลงั แหง่ ความสามัคคีสมานสามัคคี
▪ การรวมพลงั กนั ทางานและความร่วมมือ
▪ การวางแผนแกไ้ ขปัญหารว่ มกนั
▪ เสรมิ สร้างภาวะผู้นา – ภาวะผู้ตาม
จำนวนผู้เข้ำรว่ มกจิ กรรม
50 - 100 คน (หรือตามความเหมาะสม)
แบ่งเปน็ กลุ่มๆละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์ เส้นเชือกสาหรับคลอ้ งมือยาวประมาณ 1 เมตร 5 – 6 เส้น
สถำนที่ ในหอ้ งอบรม หรือสนามหญา้ ทีม่ ีรม่ ไม้
ระยะเวลำ 5 นาที
.. .. .. .. .. .. .. วิธีกำรดำเนินกำร
เกมน้ีสอนทีมให้แก้ปัญหาร่วมกัน แต่ตอ้ งฟังกตกิ าให้เข้าใจ ชัดเจนดี
เสยี กอ่ น
ผนู้ าเกมหรอื กจิ กรรมแจง้ ขัน้ ตอนของกจิ กรรมตามลาดับ ดงั นี้
ก. ใหท้ กุ ท่านหนั หน้าเขา้ มาเป็นวงกลม
ข. คล้องเชือกใหม้ อื ซ้ายไว้กบั มอื ของเพอื่ นข้าง ๆ ตัวเรา
ค. สว่ นมอื ขวาใหค้ ลอ้ งเชือกกบั เพือ่ ทอ่ี ยตู่ รงขา้ ม
ง. ทุกคนจะได้คล้องมือเพื่อน 2 คน คนละข้าง (อย่าไปจบั กับผู้อื่น) เราจะเห็น
ว่ามือของเพื่อนเราในกลุ่มคลอ้ งกนั เสรจ็ แลว้ ฟังคาส่งั (ปัญหา)ของวทิ ยากร
คาสัง่ ของวิทยากรหรือผู้นากจิ กรรม คือ “ใหท้ ุกทา่ นทาอย่างไรกไ็ ดโ้ ดย
ไม่ให้เชือกหลุดจากแขนท้ังสองข้างแล้วแปรรูปของกลุ่มให้เป็นวงกลม
เหมือนท่หี นั หน้ามาเป็นวงกลมครั้งแรก”
ผู้นาเกม/ กิจกรรม สังเกตการณแ์ กไ้ ขปัญหาแล้วบันทึกคะแนนแต่ละ
ทีมภายในเวลา 5 นาที
เตรียมข้อมูลสรุปผลของกจิ กรรม
62
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
5. หว่ งเสน่หำ
วตั ถุประสงค์
▪ การรูจ้ กั ช่วยเหลือกนั
▪ การรูจ้ กั วางแผนกาลังคน
▪ การแบ่งงานกนั ทา
จำนวนผู้เข้ำรว่ มกิจกรรม
50 – 100 คน (หรอื ตามความเหมาะสม)
แบ่งเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์ - หว่ งยาง 5 วง
- ขวดแกว้ ขนาดใหญ่ 2 ใบ ใส่ทรายใหเ้ ตม็ ขวด
สถำนที่ ในหอ้ งฝกึ อบรม
ระยะเวลำ 5 - 10 นาที
วิธีกำรดำเนินกำร .. .. .. .. .. .. ..
เมื่อผู้นากิจกรรมแบ่งสมาชิกเป็นกลุ่มแล้วแจ้งใหแ้ ต่ละทีมทราบว่า ต่อไปจะเป็น
กจิ กรรมหว่ งกบั ขวดพาโชค
กาหนดจุดเรม่ิ ตน้ ทีป่ ลายเทา้ สมั ผัสพื้นกบั ระยะหา่ งที่วางขวด คือ ใบแรกห่าง 2.50
เมตร ขวดใบท่สี องระยะหา่ ง 3 เมตร
เพื่อความมั่นคงและป้องกนั การล้มของขวด ใหห้ าท่ีวางขวดนาํ มาช่วยได้
แจ้งสมาชิกในทีมทุกท่านผลัดกันโยนห่วงใส่ขวด โดยผู้โยนห่วงยางปลายเท้า
จะต้องจรดอยู่ท่ีจุดเรมิ่ ต้น โดยตัวผู้โยนห้ามใช้ส่วนใดส่วนหน่ึงของร่างกายสัมผัส
พื้น (จากเสน้ เรม่ิ ตน้ ถึงขวดทต่ี ั้งไว้)
สมาชิกในทีมสามารถช่วยอยา่ งไรกไ็ ด้ เช่น จบั เพ่อื นโน้มตวั ใหใ้ กลๆ้ ขวด
ใหค้ ะแนนขวดใบทร่ี ะยะหา่ งมากกว่าใบทีใ่ กลก้ ว่า
ผู้นากจิ กรรมสรุปตามวัตถปุ ระสงค์
63
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
6. หย่อนระเบิด
วตั ถุประสงค์
▪ ใหผ้ รู้ ่วมกจิ กรรมเหน็ ความสาคญั ในเป้าหมายของงาน
▪ เหน็ ข้อจากดั ในการสื่อสาร
▪ เสริมสร้างประสิทธภิ าพในการส่ือสาร
▪ ตระหนักในความสาคญั ของการประสานงาน
จำนวนผู้เข้ำรว่ มกจิ กรรม
กลมุ่ หรอื ทีมละ 6 คน หรอื 9 คน อาจจะมีได้หลาย ๆ ทมี
อุปกรณ์ - กระป๋องใบใหญ่ 1 ใบ และใบเล็ก 1 ใบ เจาะรูสาหรับร้อยเชือก 5 – 8 เส้น
สถำนท่ี
- เชือกยาว 5 หรือ 8 เส้น ยาวเท่ากนั ประมาณ 5 เมตร
- ผ้าปิดตา 5 หรอื 8 ผนื
ในหอ้ งฝกึ อบรม หรอื ใตต้ น้ ไม้
ระยะเวลำ 10 - 20 นาที
.. .. .. .. .. .. .. วิธีกำรดำเนินกำร
จดั ทีมแตล่ ะทีม ๆ ละ 5 คน ยืนเป็นมุม 5 มุม หรอื 5 เหลีย่ ม ถา้ มี 8 คน
กย็ ืน 8 เหลย่ี ม วางกระป๋องใบใหญ่ไวต้ รงกลาง
อีก 1 คน ของแต่ละทีมงานคอยทาหน้าที่ส่ังการให้คนในทีมทั้ง 5 คน
หรอื 8 คน คอยดึงหรือผ่อนเชือกทั้ง 5 หรือ 8 เส้น เพ่ือให้กระป๋องใบ
เล็กหย่อนลงในกระป๋องใบใหญ่
ก่อนการเร่ิมต้นเล่มเกม ผู้เล่นที่รับคาสั่งจะถูกผูกผ้าปิดตาหรือจับ
หมุน 3 – 4 รอบกอ่ น แล้วจบั ปลายเชือกอกี ดา้ นหรอื ผกู ทเ่ี อวกไ็ ด้
ผู้นาเกมย้ายกระป๋องใบใหญ่ใหห้ า่ งจากใบเลก็ ตกอยใู่ นกระปอ๋ งใบใหญ่
3 คร้ัง โดยหนั หน้าเข้า 1 ครง้ั และหนั หลังหยอ่ นกระปอ๋ ง 2 ครง้ั
เกมนี้อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที หากผู้นาหรอื ตัวแทนกลุ่มขาดทักษะ
ในการสื่อสารประสานงานหรอื สัง่ งาน
หมำยเหตุ การประยุกตห์ รอื ดัดแปลงเกมน้ีอาจจะใช้ขวดแก้วกลม
แทนกระป๋องใบเล็กและกล่องใส่ขวดแก้ว แทนกระป๋องใบใหญ่ก็ได้
อาจจะต้งั ช่ือเกมเปน็ หย่อนระเบดิ หรอื แย้ลงรกู ไ็ ด้
64
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
7. โยนไข.่ .. โยนใจ
วัตถุประสงค์
▪ เสรมิ สรา้ งทกั ษะการรบั งาน – สง่ งานและมอบหมายงาน
▪ สรา้ งสภาวะและทักษะการเปน็ ผู้นาและผตู้ าม
▪ การรว่ มมือช่วยเหลือกนั ทางานใหส้ าเรจ็
▪ มีเทคนคิ การสอ่ื สารประสานงานทด่ี ี
จำนวนผู้เข้ำร่วมกจิ กรรม
50 – 100 คน (หรือตามความเหมาะสม)
แบ่งเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์ - ไขไ่ กท่ มี ละ 12 ฟอง
- กระบะสาหรบั ใสห่ รอื วางไข่ไก่ 1 อนั หรอื จาน
สถำนที่ ใตร้ ม่ ไม้ใหญ่ หรอื สถานทโ่ี ลง่ แจง้ ท่แี ดดไม่ร้อน
ระยะเวลำ 10 นาที
วิธีกำรดำเนินกำร .. .. .. .. .. .. ..
ผู้นากจิ กรรมกาหนดจุดยืนที่มีระยะห่างไม่ตํากว่า 6 เมตร วางถาดหรือจานใส่ไข่ไก่
ไว้ ครงั้ ละ 10 – 12 ฟอง ที่จุดเรม่ิ ตน้
กาหนดให้ทีมงานส่งไข่กลับคืนมาที่ผู้นาทีม 1 ท่าน ให้ผู้นาทีมโยนไข่ในระยะห่างที่
กาหนดให้ โดยโยนหรอื ส่งใหท้ มี งานทา่ นละ 1 ฟอง จนครบทกุ ท่าน
เสรจ็ แลว้ ใหท้ ีมงานสง่ ไขก่ ลับคนื มาท่ผี ู้นาทมี ทา่ นละ 1 ฟอง เช่นเดมิ
การคดิ หกั คะแนนจะถูกหกั คะแนนถ้าเกดิ กรณคี อื ไข่แตกและ/ หรอื ผู้รับเดินออกมา
รบั นอกเส้นหรอื จุดท่กี าหนด
วธิ ีการนหี้ า้ มทดลอง และใหเ้ วลาทั้งทีม 5 นาทเี มอื่ พรอ้ มแลว้ เรมิ่
ผ้นู าเกมใหค้ ะแนนและเตรยี มสรปุ กจิ กรรม
65
.. .. .. .. .. .. ..กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
8. กระโดดเชือกหมู่
วัตถปุ ระสงค์
▪ เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะในการเคล่อื นไหวร่างกายใหส้ มั พันธ์
กบั อุปกรณ์
▪ เพอื่ สรา้ งความสามัคคี ความอดทน เสียสละ
และมีนาํ ใจนกั กฬี า
จำนวนผู้เขำ้ ร่วมกิจกรรม
50 – 100 คน (หรือตามความเหมาะสม)
แบง่ เป็นกล่มุ ๆ ละ 8 – 10 คน
อุปกรณ์
เชือกยาว
วธิ ีกำรดำเนินกำร
แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทน 2 คน สาหรับเหว่ียงเชือกให้หมุน
สมาชิกทเี่ หลือวิ่งเขา้ ไปกระโดดเชือกทีละคน จนครบทกุ คน
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ได้ 10 คะแนน
ได้ 9 คะแนน
(คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ได้ 8 คะแนน
- ผู้เลน่ ว่ิงเข้าไปกระโดดเชือกไดค้ รบทุกคน 100% ได้ 7 คะแนน
- ผเู้ ล่นวิ่งเข้าไปกระโดดเชือกได้ 80% ข้ึนไป
- ผ้เู ลน่ วิ่งเข้าไปกระโดดเชือกได้ 70% ข้ึนไป
- ผู้เล่นว่งิ เขา้ ไปกระโดดเชือกไดต้ าํ กวา่ 70%
66
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
9. น้ำข้ึนให้รีบตกั
วตั ถปุ ระสงค์
▪ ความสามัคคี ร่วมมือ รว่ มแรง ร่วมใจ
▪ การเสยี สละตอ่ ส่วนรวม
จำนวนผู้เข้ำรว่ มกิจกรรม
50 – 100 คน (หรอื ตามความเหมาะสม)
แบง่ เป็นกลมุ่ ๆ ละ 8 – 20 คน
อุปกรณ์ - ถงั นาํ 1 ใบ
- แกว้ นําเป็นกลมุ่ ๆ ละ 10 - 20 คน
สถำนท่ี ใกลส้ ระนาํ / บอ่ นํา / ใตร้ ่มไม้
ระยะเวลำ 10 นาที
วิธีกำรดำเนินกำร .. .. .. .. .. .. ..
ถังนาํ เจาะรูรอบ ๆ ถัง 1 ใบ พรอ้ มที่ตักนําเจาะรู 3 – 5 ใบ วางไว้ใกล้กับสระนําห่าง
กบั ผู้เล่น 5 – 10 เมตร (ดคู วามเหมาะสม)
กาหนดจุดเรม่ิ 1 จุด
ใหส้ มาชิกกลุม่ ซ่ึงตกั นาํ มาใส่ถงั ใหไ้ ดม้ ากที่สุด ในเวลาทกี่ าหนดใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุด
การใหค้ ะแนนดจู ากปรมิ าณนําในถงั เสรจ็ แลว้ ผู้นากจิ กรรมสรุปตามวตั ถุประสงค์
67
กจิ กรรมตำ้ นภยั ยำเสพตดิ
10. พรำยกระซิบ
วตั ถุประสงค์
เพ่ือฝึกฝนการเรียนรู้จากการถ่ายทอดในการส่ือสารของความเปน็ ภาวะ
ผู้นา ไปสูส่ มาชิกในทมี ใหต้ รงเป้าหมายของการสอ่ื สาร
จำนวนผู้เข้ำรว่ มกิจกรรม
50 – 100 คน (หรอื ตามความเหมาะสม) แบง่ เปน็ กลุ่มๆละ 8 – 20 คน
อุปกรณ์ ใบคาส่งั
สถำนที่ สนามกลางแจง้
ระยะเวลำ 10 นาที
.. .. .. .. .. .. .. วธิ ีกำรดำเนินกำร
ลูกเสือแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอนลึก ภายในหมู่ห่างกัน 1 เมตร ระหว่าง
หมู่หา่ งกนั 5 เมตร
เรมิ่ เล่นหวั หนา้ กล่มุ อ่านใบคาสั่งแล้วไปกระซิบสมาชิกคนท่ี 1 แล้วคน
ที่ 1 กระซิบตอ่ ไปยงั คนที่ 2 ทาอยา่ งเดียวกนั จนถงึ คนสุดทา้ ย
ให้คนสุดท้ายเขียนข้อความที่ได้ฟังลงในกระดาษ เขียนข้อความแล้ว
นามาทผี่ ู้กากบั ลูกเสือตามลาดับกอ่ นหลงั
ผูก้ ากบั ลกู เสืออา่ นขอ้ ความทีละกลุ่ม
ก า ร ใ ห้ ค ะ แ น น ดู จ า ก ข้ อ ค ว า ม ท่ี ไ ด้ ว่ า มี ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง ค ร บ ถ้ ว น แ ล ะ
สมบรู ณม์ ากทส่ี ดุ
ผู้กากบั ลกู เสอื สรุปกจิ กรรม
68
ใบงำนท่ี 5
ฐำนที่ 1 กำรจดั ทำคำขวญั ตอ่ ตำ้ นยำเสพตดิ
ชื่อกล่มุ ______________________
คาชี้แจง ใหก้ ลุ่มของท่านจดั ทาโปสเตอรค์ าขวัญเกี่ยวกับการตอ่ ตา้ นยาเสพติด และนาไปตดิ ไว้ท่หี อ้ งเรยี น
69
ใบงำนท่ี 5
ฐำนท่ี 2 อุทำหรณ์สอนใจ
ช่ือกลมุ่ ______________________
คาช้ีแจง ใหก้ ลุ่มของท่านเขยี น/เล่า ประสบการณท์ ่ีเกี่ยวกับภัยยาเสพติดเพื่อเปน็ อทุ าหรณส์ อนใจ
70
ใบงำนท่ี 5
ฐำนที่ 3 รณรงคด์ ว้ ยเสียงเพลง
ช่ือกลมุ่ ______________________
คาชี้แจง ให้กลุ่มของทา่ นแต่งเพลงเกีย่ วกบั ยาเสพตดิ (ระบุทานอง)
71
ใบงำนที่ 5
ฐำนท่ี 4 คน้ คดิ กจิ กรรม
ช่ือกลมุ่ ______________________
คาช้ีแจง ใหก้ ลุ่มของท่านคดิ กิจกรรมเพอ่ื รณรงคต์ ้านภยั ยาเสพติด
72
ใบงำนที่ 5
ฐำนท่ี 5 กำรพ่ึงพำตนเอง
ชื่อกลุม่ ______________________
คาช้ีแจง ใหก้ ลุ่มของท่านคดิ หาแนวทางการปฏเิ สธ เม่ือได้รบั การชักชวนจากเพอ่ื นใหท้ ดลองเสพยาเสพตดิ
73
ใบงำนที่ 5
ฐำนท่ี 6 เพอื่ นช่วยเพือ่ น
ชื่อกลุ่ม______________________
คาช้ีแจง ให้กลุ่มของทา่ นคดิ หาแนวทางในการช่วยเหลือเพอื่ นทเี่ สพยาเสพตดิ
74
ใบงำนท่ี 5
ฐำนท่ี 7 เกมยำเสพตดิ
ช่ือกลุ่ม______________________
คาช้ีแจง ให้กลุ่มของท่านคดิ เกมที่เก่ียวกบั การตา้ นภยั ยาเสพตดิ พรอ้ มท้ังสาธิตวิธีการเล่น และสรุปข้อคดิ
ที่ได้จากการเล่นเกม
75
ใบงำนที่ 5
ฐำนที่ 8 นทิ รรศกำรยำเสพตดิ
ช่ือกลุม่ ______________________
คาชี้แจง ใหก้ ลุ่มของท่านสรุปความรูท้ ีไ่ ดร้ ับจากนทิ รรศการยาเสพติด
76
ใบงำนที่ 5
ฐำนท่ี 9 บทบำทสมมติ
ช่ือกลุ่ม______________________
คาช้ีแจง ให้กลุ่มของท่านคดิ สถานการณแ์ ละแสดงบทบาทสมมตเิ ก่ียวกบั การตอ่ ตา้ นยาเสพตดิ
77
ตวั อย่ำงแบบประเมิน
แบบประเมินผลงำนของกลุ่ม
กลุ่มท_่ี ____________________________
ข้อ รำยกำรประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภำพ 1
32
1 ผลงานเป็นไปตามจุดประสงค์
2 ผลงานเสรจ็ ทันเวลา
3 ผลงานมีความคดิ รเิ รมิ่
สรา้ งสรรค์
4 เนื้อหาสาระของผลงานมีความ
สมบรู ณ์
5 วิธีการนาเสนอผลงาน
รวม
รวมท้ังส้ิน
(ดมี ำก + ดี + พอใช้ + ปรบั ปรุง)
ผลการประเมนิ คณุ ภาพอยู่ในระดบั .............................................................
เกณฑต์ ดั สนิ คุณภำพ ลงชื่อ.........................................ผปู้ ระเมนิ
(........................................)
ช่วงคะแนน
ระดบั คณุ ภาพ
24 – 30
17 - 23 ดมี าก
10 - 16 ดี
ตาํ กว่า 10
พอใช้
ปรบั ปรุง
78
รำยกำรที่ ระดบั คณุ ภำพ
ประเมิน
ดมี ำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1. ผลงำน
เป็นไปตำม ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคล้อง ผลงานไม่
จุดประสงค์ จุดประสงคท์ ุกขอ้ / กบั จุดประสงคเ์ ปน็ กบั จุดประสงคบ์ าง สอดคล้อง
ท่ีกำหนด ส่วนใหญ/่ เกอื บทุก กบั จุดประสงค์
ทกุ ประเด็น ประเด็นสมบูรณ์ ขอ้ /บางประเดน็
2. ผลงำน สมบรู ณ์ สมบูรณ์ ไม่เสร็จ
เสร็จทันตำม
กำหนดเวลำ เสรจ็ กอ่ นเวลา เสรจ็ ตามเวลา เสร็จช้ากวา่ เวลา ผลงานมี
ที่กาหนด ท่ีกาหนด ขอ้ บกพรอ่ งและ
3. ผลงำนมี ผลงานถกู ตอ้ งตาม
ควำมคดิ หลกั วชิ าการและ ผลงานถูกตอ้ งตาม ผลงานถูกตอ้ งตาม ไม่มีแนวคดิ
ริเร่มิ มีแนวคดิ แปลกใหม่ หลกั วชิ าการและ หลกั วิชาการแตย่ งั แปลกใหม่
สรำ้ งสรรค์ มีแนวคดิ แปลกใหม่
และเปน็ ระบบ แตย่ งั ไม่เปน็ ระบบ ไม่มีแนวคิด เนอ้ื หาสาระของ
4.เนื้อหำ แปลกใหม่ ผลงานไม่ถกู ตอ้ ง
สำระของ เน้ือหาสาระของ
ผลงำนมี ผลงานครบถ้วนทกุ เนอื้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เป็นส่วนใหญ่
ควำม ผลงานครบถ้วน ผลงานถกู ตอ้ งเป็น
สมบูรณ์ ประเดน็ มีวธิ ีการนาเสนอ
เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ ผลงานไม่นา่ สนใจ
5. วธิ ีกำร มีวธิ ีการนาเสนอ พดู เสียงเบาออก
นำเสนอ ผลงานทีน่ ่าสนใจ มีวิธีการนาเสนอ มีวิธีการนาเสนอ
ผลงำนกลุ่ม พดู เสียงดงั ออก ผลงานทนี่ า่ สนใจ ผลงานทนี่ า่ สนใจ เสยี งอกั ขระ
เสียงอกั ขระชัดเจน พดู เสียงดงั ออก พดู เสยี งดังออก ไม่ชัดเจนและ
เสยี งอักขระชัดเจน ไม่คลอ่ งแคล่ว
คล่องแคลว่ แตไ่ ม่คลอ่ งแคลว่ เสียงอกั ขระ
ไม่ชัดเจนและ
ไม่คลอ่ งแคลว่
79
“ บทเรยี นท่ี 6
ชื่อวิชำ
“ ลูกเสือกบั กำรดแู ล
เยยี วยำช่วยเหลือ
ผู้เกยี่ วขอ้ งกบั ยำเสพตดิ
เวลำ 60 นำที
ขอบขำ่ ยรำยวิชำ
1. การดแู ลเยยี วยาช่วยเหลือผูเ้ กย่ี วข้องกบั ยาเสพตดิ
2. การใหค้ าแนะนา ปรึกษา และแนวทางในการช่วยเหลอื ฟ้นื ฟกู ารสร้าง
แรงจูงใจ และความเขม้ แข็งใหก้ บั ผเู้ กย่ี วข้องกบั ยาเสพตดิ
จุดหมำย
เพ่อื ใหผ้ ู้เข้ารับการฝกึ อบรมมีความรู้ความเข้าใจ สามารถใหค้ าแนะนาปรึกษา
และมีแนวทางในการช่วยเหลือฟ้ ืนฟูสร้างแรงจูงใจและความเข้มแข็งให้กับ
ผเู้ กย่ี วข้องกบั ยาเสพตดิ ได้
วัตถุประสงค์
เม่ือจบบทเรยี นนแ้ี ลว้ ผูเ้ ข้ารบั การฝกึ อบรมสามารถ
1. เรยี นรู้และเขา้ ใจเกย่ี วกบั ดแู ลเยยี วยาช่วยเหลอื ผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ
2. ใหค้ าแนะนา ปรึกษา และแนวทางในการช่วยเหลือฟ้นื ฟกู ารสร้างแรงจูงใจ
และความเข้มแขง็ ใหก้ บั ผเู้ กย่ี วข้องกบั ยาเสพตดิ ได้
3. ดูแลใหค้ วามช่วยเหลอื ผ้เู กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ ได้
80
วธิ ีสอน / กจิ กรรม 5 นำที
1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน โดยใช้ภาพ วดิ ที ศั น์ 5 นำที
2. บรรยายเกยี่ วกบั การดแู ลรกั ษา และฟ้นื ฟู 20 นำที
3. แบง่ กลุ่มวิเคราะหแ์ นวทางในการช่วยเหลอื ฟ้ นื ฟู 24 นำที
4. นาเสนอผลการประชุมกล่มุ 8 กลมุ่ ๆ ละ 3 นาที 6 นำที
5. อภปิ ราย สรุปผลร่วมกนั
สื่อกำรสอน
1. รูปภาพ ภาพแผ่นพลกิ แผนภมู ิ
2. โสตทศั นปู กรณ์
3. ใบความรู้ที่ 6
4. ใบงานท่ี 6
5. กระดาษชารท์
6. ปากกาเคมี
กำรประเมินผล
1. วิธีการวัดผล :
สังเกต สอบถาม ซักถาม
2. เครอ่ื งมือวดั ผล :
แบบประเมินผลงานกล่มุ
3. เกณฑก์ ารประเมินผล :
มีผลการประเมิน ผา่ นเกณฑท์ ก่ี าหนด
81
เอกสำรอ้ำงองิ / แหล่งขอ้ มูล
1. การเคหะแห่งชาติ. (2544). เรียนรู้เร่ืองยาเสพติด ชีวิต
ปลอดภยั . กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ.์
2. พระราชบญั ญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
3. พระราชบญั ญัตยิ าเสพตดิ ให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545
4. พ.ร.บ.ยาเสพติด
5. ป.ป.ส.,สานักงาน. ความรู้แนวทางปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หา
ยาเสพตดิ . มปท.
6. ป.ป.ส.,สานักงาน. ความรู้แนวทางปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หา
ยาเสพติด. มปท.
7. เว็บไซต์
www.oncb.go.th
www.aspacngo.org
http://nctc.oncb.go.th
82
8. ศึกษาธิการ,กระทรวง. คู่มือการจัดกิจกรรม
ลูกเสือ ยุวกาชาด และผู้บาเพ็ญประโยชนเ์ พ่ือการ
ปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษา.
โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย
จากดั . 2553
9. ศึกษาธิการ,กระทรวง. คู่มือ การจัดกิจกรรม
ลูกเสือ ยุวกาชาด และสมาชิกผู้บาเพ็ญประโยชน์
เพ่ือการ ป้อง กันและแก้ไขปัญห ายา เสพ ติดใน
สถานศกึ ษา. มปท.
เนอ้ื หำวิชำ
1. ทักษะชีวิตเพ่ือการปอ้ งกนั ยาเสพตดิ
83
ใบควำมรูท้ ่ี 6
กำรดแู ลเยยี วยำ
ช่วยเหลือ
ผู้เกย่ี วขอ้ งกบั ยำเสพตดิ
ถำ้ สมำชิกในครอบครวั
คนใดคนหน่ึง
ตดิ ยำเสพตดิ
จะแกไ้ ขอย่ำงไร?
84
สมำชิกในครอบครวั คนอื่น ๆ ในกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการบาบัดรักษาและ
ฟ้ ืนฟูสมรรถภาพร่างกายกับทางโรงพยาบาล
จะตอ้ งให้ควำมช่วยเหลือ ใหก้ ำลังใจ ต ามระย ะเ ว ลาที่ แ พ ท ย์กาหนด พ่อ แ ม่แ ล ะ
สมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านจะต้องเตรียมความ
และร่วมมือแก้ไขปญั หำ พร้อ ม ใ น ก าร ที่ จ ะ รับ เ ข า ก ลั บ เ ข้ า บ้ า น ด้ว ย
ความรู้สึกอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่อย่างดีจาก
ดงั กรณตี อ่ ไปน้ี ทุกคน เพ่ือสร้างความเช่ือมั่นในตนเอง และ
1. กรณสี มาชิกท่ีเป็นลูกติดยาเสพติด ความรสู้ ึกทไี่ มโ่ ดดเดย่ี ว
พ่อแม่ควรทาอย่างไร เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบางอย่าง เช่น
ทาจิตใจให้สงบ ไม่วู่วาม ดุด่าหรอื ลงโทษ ใหเ้ ขาหา่ งจากสถานทห่ี รอื คนที่ชักนาไปสู่ยาเสพ
ติด เช่น ถ้าเป็นไปได้การเปลี่ยนโรงเรียนก็เป็น
ต้องทาใจยอมรับความจริง เห็นอกเห็นใจ การป้องกันไม่ให้เขาไปติดซําได้วิธีหน่ึง หรือ
เอาใจใส่เพ่ิมมากข้ึน และหาทางแก้ไขปัญหา เปลี่ยนทีอ่ ยอู่ าศยั เป็นต้น
ต่อไป
ช้ีแจงให้ลูกเข้าใจถึงอันตรายของยาเสพ
ติดและไม่ควรหา้ มลูกในการคบหาเพ่ือนที่ติด
ยาเสพติดทนั ที เพราะอาจทาใหเ้ พื่อนเอาชนะ
ดว้ ยการยยุ งลกู ของเรามากข้นึ ควรใหโ้ อกาส
ลกู ตดั สนิ ใจดว้ ยตนเอง
พ่อแม่ควรใหล้ ูกมีส่วนร่วมในกจิ กรรมใน
บ้าน และรว่ มกจิ กรรมกบั ทางโรงเรยี นโดย
พ่อแมค่ วรเข้าไปมีความสัมพันธอ์ ันดีกบั ทาง
โรงเรยี นด้วย เพื่อทราบความเป็นไปของลูก
ในขณะอยู่ทโี่ รงเรยี น
เม่ือลูกตดิ ยาเสพติด พ่อแม่ควรแนะนาให้
เข้ารบั การบาบัดรกั ษาและตอ้ งทาความเข้าใจ
กบั ลูกใหส้ มคั รใจเขา้ รบั การบาบัดรกั ษา
ดว้ ยตนเองโดยพ่อแมค่ อยเป็นกาลงั ใจ
ใหล้ ูกใหร้ สู้ ึกปลอดภัยและอบอนุ่
85
2. ถา้ สมาชิกทเ่ี ป็นพ่อหรอื แมต่ ดิ ยาเสพตดิ หรือเกยี่ วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ
ด้วยวิธใี ด ๆ ก็ตาม ลกู ๆ และสมาชกิ ในบา้ นควรจะทาอยา่ งไร
ไม่ควรบอกกลา่ วดว้ ยตนเอง เพราะจะเกดิ การทะเลาะเบาะแวง้ ข้นึ ในครอบครวั
นาปัญหานไี้ ปปรกึ ษาและขอความช่วยเหลอื จากญาติผู้ใหญ่หรอื ผู้ท่ตี นนับถือ เช่น
ครู พระ กานนั ผูใ้ หญบ่ ้าน เพอ่ื หาทางช่วยเหลือ
ถ้าไม่สามารถกระทาไดใ้ นขอ้ แรก ใหน้ าปัญหาไปขอความช่วยเหลือจากแพทย์ หรอื
นักสังคมสงเคราะหใ์ นหน่วยงานท่ีให้บริการดา้ นการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด
เช่น สำนักอนำมัย กรุงเทพมหำนคร
ศนู ยบ์ รกิ ำรสำธำรณสขุ กรุงเทพมหำนคร
โรงพยำบำลตำรวจ
โรงพยำบำลพระมงกฎุ เกล้ำ
โรงพยำบำลธญั ญำรกั ษ์
โรงพยำบำลประจำจงั หวดั ตำ่ ง ๆ ทกุ จงั หวดั
นาเอกสารเผยแพร่ เช่น โปสเตอรแ์ ผ่นพับ ฯลฯ ที่หน่วยงานต่างๆ นาไปเผยแพร่ให้
นาไปตดิ ทบ่ี ้านเพ่อื ใหโ้ อกาสไดอ้ ่าน ไดร้ ูเ้ กีย่ วกบั โทษและพิษภัยของยาเสพติด การป้องกัน
และบาบดั รกั ษา โทษทีจ่ ะไดร้ บั ตามกฎหมาย เป็นต้น
ไม่ว่าจะเกิดปัญหาในกรณีใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่ิงหน่ึงที่สมาชิ กใน
ครอบครัวจะช่วยเหลือกันได้ก็คือ การสร้างความเข้าใจกับทุกคนภายในครอบครัวถึงปัญหาท่ี
เกิดข้นึ และรว่ มมือกนั แกไ้ ขปัญหา ให้ความรกั ความอบอุ่น และเพิ่มความเอาใจใส่ดูแลแก่สมาชิกท่ี
กาลังประสบกบั ปัญหาใหม้ ากยิ่งข้ึน ตลอดจนส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวมีกิจกรรมหรืองาน
อดเิ รกท่ีแต่ละคนสนใจในเวลาว่างใหเ้ ต็มที่
ความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจระหว่างสมาชิกในครอบครัวคือ พลังสาคัญในการ
ป้องกันปัญหายาเสพติด
การดูแลช่วยเหลือผู้เก่ียวข้องกับยาเสพติดนั้น จะต้องให้การดูแลรักษา ช่วยเหลือ สร้าง
แรงใจความเขม้ แข็งท้ังทางดา้ นรา่ งกายและจิตใจโดยจะใช้รูปแบบวิธีการต่างๆแต่การรักษาน้ันไม่
จาเป็นต้องเร่ิมจากการดูแลรักษาทางร่างกายก่อน แล้วจึงให้การดูแลรักษาทางด้านจิตใจ
เน่ืองจากยาเสพติดบางประเภท ไม่ก่อให้เกิดอาการถอนพิษยาอย่างรุนแรง จนทาให้ผู้ป่วยไม่
สามารถทนทรมานได้ผู้ป่วยจะสามารถเข้ารับการรักษาดูแลช่วยเหลือเพื่อฟ้ ืนฟูสมรรถภาพ
ทางด้านจิตใจได้ทันทีการติดยาเสพติดซําถือว่าเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเลิกยาเสพติด เป็น
ธรรมชาติของผ้ตู ิดยาเสพติดทุกคนท่ีอาจจะหวนกลับไปใช้ยาเสพติดซาํ ได้ การติดตามผลหลังการ
ดูแลรักษาและฟ้ ืนฟูจึงมีความสาคัญและจาเป็นท่ีจะช่วยประคับประคองผู้ป่วยที่ผ่านการดูแล
รักษามีความเขม้ แขง็ และสามารถดารงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขได้
86
ใบงำนที่ 6
ชื่อกลุ่ม__________________________
คำชี้แจง ใหก้ ล่มุ ของทา่ นช่วยกนั ระดมความคดิ และวเิ คราะหแ์ นวทางในการดแู ล
เยียวยาช่วยเหลือผ้เู กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ แล้วนาเสนอผลการประชุมกลุ่ม
87
ตวั อย่ำงแบบประเมิน
แบบประเมินผลงำนของกลุ่ม
กลุ่มท_่ี ____________________________
ข้อ รำยกำรประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภำพ 1
32
1 ผลงานเป็นไปตามจุดประสงค์
2 ผลงานเสรจ็ ทันเวลา
3 ผลงานมีความคดิ รเิ รมิ่
สรา้ งสรรค์
4 เนื้อหาสาระของผลงานมีความ
สมบรู ณ์
5 วิธีการนาเสนอผลงาน
รวม
รวมท้ังส้ิน
(ดมี ำก + ดี + พอใช้ + ปรบั ปรุง)
ผลการประเมนิ คณุ ภาพอยู่ในระดบั .............................................................
เกณฑต์ ดั สนิ คุณภำพ ลงชื่อ.........................................ผปู้ ระเมนิ
(........................................)
ช่วงคะแนน
ระดบั คณุ ภาพ
24 – 30
17 - 23 ดมี าก
10 - 16 ดี
ตาํ กว่า 10
พอใช้
ปรบั ปรุง
88
รำยกำรที่ ระดบั คณุ ภำพ
ประเมิน
ดมี ำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1. ผลงำน
เป็นไปตำม ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคล้อง ผลงานไม่
จุดประสงค์ จุดประสงคท์ ุกขอ้ / กบั จุดประสงคเ์ ปน็ กบั จุดประสงคบ์ าง สอดคล้อง
ท่ีกำหนด ส่วนใหญ/่ เกอื บทุก กบั จุดประสงค์
ทกุ ประเด็น ประเด็นสมบูรณ์ ขอ้ /บางประเดน็
2. ผลงำน สมบรู ณ์ สมบูรณ์ ไม่เสร็จ
เสร็จทันตำม
กำหนดเวลำ เสรจ็ กอ่ นเวลา เสรจ็ ตามเวลา เสร็จช้ากวา่ เวลา ผลงานมี
ที่กาหนด ท่ีกาหนด ขอ้ บกพรอ่ งและ
3. ผลงำนมี ผลงานถกู ตอ้ งตาม
ควำมคดิ หลกั วชิ าการและ ผลงานถูกตอ้ งตาม ผลงานถูกตอ้ งตาม ไม่มีแนวคดิ
ริเร่มิ มีแนวคดิ แปลกใหม่ หลกั วชิ าการและ หลกั วิชาการแตย่ งั แปลกใหม่
สรำ้ งสรรค์ มีแนวคดิ แปลกใหม่
และเปน็ ระบบ แตย่ งั ไม่เปน็ ระบบ ไม่มีแนวคิด เนอ้ื หาสาระของ
4.เนื้อหำ แปลกใหม่ ผลงานไม่ถกู ตอ้ ง
สำระของ เน้ือหาสาระของ
ผลงำนมี ผลงานครบถ้วนทกุ เนอื้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เป็นส่วนใหญ่
ควำม ผลงานครบถ้วน ผลงานถกู ตอ้ งเป็น
สมบูรณ์ ประเดน็ มีวธิ ีการนาเสนอ
เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ ผลงานไม่นา่ สนใจ
5. วธิ ีกำร มีวธิ ีการนาเสนอ พดู เสียงเบาออก
นำเสนอ ผลงานทีน่ ่าสนใจ มีวิธีการนาเสนอ มีวิธีการนาเสนอ
ผลงำนกลุ่ม พดู เสียงดงั ออก ผลงานทนี่ า่ สนใจ ผลงานทนี่ า่ สนใจ เสยี งอกั ขระ
เสียงอกั ขระชัดเจน พดู เสียงดงั ออก พดู เสยี งดังออก ไม่ชัดเจนและ
เสยี งอักขระชัดเจน ไม่คลอ่ งแคล่ว
คล่องแคลว่ แตไ่ ม่คลอ่ งแคลว่ เสียงอกั ขระ
ไม่ชัดเจนและ
ไม่คลอ่ งแคลว่
89
บทเรยี นท่ี 7 “
ช่ือวิชำ
“ ลูกเสือกบั กำรชุมนมุ
รอบกองไฟ
เวลำ 120 นำที
ขอบขำ่ ยรำยวชิ ำ 7. พธิ เี ปิดการชุมนุมรอบกองไฟ
8. กาหนดการชุมนมุ รอบกองไฟ
1. ความเปน็ มา 9. การเปลีย่ นอิรยิ าบถของผเู้ ขา้ ชุมนุม
2. ความมุ่งหมายของการชุมนุมรอบกองไฟ 10. พิธีปิดการชุมนมุ รอบกองไฟ
3. สถานท่ใี ช้ชุมนมุ รอบกองไฟ
4. การเตรยี มกอ่ นเรมิ่ การชุมนมุ รอบกองไฟ
5. การจดั กองไฟ
6. การจดั ทนี่ ่ังรอบกองไฟใหจ้ ดั เป็นรูปวงกลมหรอื เกอื กม้า
จุดหมำย
เพ่ือใหผ้ ้เู ข้ารับการฝกึ อบรบสามารถเขา้ ร่วมและ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามขนั้ ตอนการชุมนุมรอบกองไฟได้
วัตถุประสงค์
เมื่อจบบทเรียนนแี้ ล้ว ผู้เขา้ รับการฝกึ อบรมสามารถ
1. บอกข้นั ตอนการชุมนุมรอบกองไฟได้
2. ปฏบิ ัตติ ามขั้นตอนการชุมนมุ รอบกองไฟได้
3. นาความรู้เกย่ี วกบั หลักการตา้ นภยั ยาเสพตดิ จดั แสดงในการชุมนมุ รอบกองไฟได้
90