The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือลูกเสือต้านภัยยาเสพติด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TEAMCHER, 2021-09-21 10:21:09

คู่มือลูกเสือต้านภัยยาเสพติด สพป.สกลนคร เขต 1

คู่มือลูกเสือต้านภัยยาเสพติด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1

วิธีสอน / กจิ กรรม

กิจกรรมยอ่ ยที่ 1 (30 นาท)ี
1. วิทยากรอธิบายประวัตคิ วามเป็นมา
แนวทางและข้ันตอนในการชุมนุมรอบ
กองไฟ
2. วิทยากรร่วมกับลูกเสือ สาธิตการ
ทาความเคารพการกล่าวชมเชย และ
การตอบรับคาชมเชยตามแบบลกู เสือ
3. นัดหมายหมู่บรกิ ารรอบกองไฟ เพ่ือ
จดั เตรียมสถานท่ี พวงมาลัย พุ่มสลาก
เป็นตน้
4. นดั หมายกาหนดเวลาในการเข้าร่วม
การชุมนุมรอบกองไฟ การส่งรายช่ือ
การแสดง

91

กิจกรรมยอ่ ยที่ 2 (90 นาที)
1. ผ้เู ขา้ ร่วมชุมนมุ นงั่ ประจาท่บี รเิ วณรอบกองไฟ
2. พิธกี รนากจิ กรรมเพ่ือเตรียมความพรอ้ ม ซักซ้อมแนวปฏบิ ัตใิ น
การชุมนมุ รอบกองไฟ แนะนาผเู้ ป็นประธานในพธิ ี
3. พิธกี รเชิญประธานกระทาพธิ เี ปิดการชุมนุมรอบกองไฟ
และจบั สลากการแสดง ใหผ้ ้เู ขา้ ร่วมชุมนมุ แสดง
รอบกองไฟตามลาดบั
4. พธิ ีกรจดั กจิ กรรมเพ่ือเปล่ยี นอริ ิยาบถของ
ผเู้ ข้าร่วมชุมนมุ ตามความเหมาะสม
5. เมื่อทกุ กลมุ่ แสดงจบ พิธีกรเชิญประธานใหข้ อ้ คิด
และกล่าวปิดการชุมนมุ รอบกองไฟ

92

สื่อกำรสอน

1. เครอื่ งดนตรี เช่น กลอง ฉง่ิ ฉับ กรับ ฯลฯ
2. เครอ่ื งประกอบการแตง่ กายในการแสดง
3. เครื่องเสียง
4. กองไฟ / กองไฟจาลอง

กำรประเมินผล

1. วธิ กี ารวัดผล : สงั เกตพฤตกิ รรมในการเข้ารว่ ม

กจิ กรรมชุมนุมรอบกองไฟ

2. เคร่ืองมือวัดผล : แบบประเมินการปฏิบตั ิกจิ กรรม

3. เกณฑก์ ารประเมินผล :มีผลการประเมนิ ผ่านเกณฑท์ ่กี าหนด

เอกสำรอ้ำงอิง / แหล่งข้อมูล

คู่มือการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ขั้นผู้ช่วยผู้ให้การ
ฝึกอบรมวิชาผู้กากับลูกเสือ คณะกรรมการลูกเสือ ฝ่ายพัฒนา
บุคลากร สานกั งานลกู เสอื แหง่ ชาติ

เนื้อหำวชิ ำ

1. การชุมนุมรอบกองไฟ

93

ใบควำมรูท้ ี่ 7

กำรชุมนุม

รอบกองไฟ

1. ควำมเป็นมำ จำกประสบกำรณ์ใน

ชีวติ ทหำรของลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ (บี.พี.)
ท่ีได้พบเห็นกำรพักแรมคืนของพ่อค้ำ ซ่ึง
เดนิ ทำงรอนแรมไปต่ำงเมืองและวิธีกำรของ
ชำวพื้นเมือง ซ่ึงมีกำรชุมนุมกันในยำมค่ำคืน
เป็นกำรพักผ่อน สนทนำแลกเปล่ียนควำม
คิ ด เ ห็ น ป รึ ก ษ ำ ห ำ รื อ กั น ท้ั ง มี ก ำ ร ร่ ว ม
สนุกสนำนด้วยกำรร้องเพลง แล ะแสดง
กิจกรรมต่ำง ๆ เป็นกำรผ่อนคลำยอำรมณ์
และบรรเทำควำมเหนื่อยล้ำมำจำกกลำงวัน
จึงได้นำวิธีกำรน้ีมำทดลองใช้ในกำรนำเด็ก
ซ่ึงอำจเรียกว่ำเป็นลูกเสือรุ่นแรกของโลกไป
อยู่ค่ำยพัก แรม ท่ีเกำะ บรำวน์ซี ประเท ศ
อังกฤษ ในปีค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) โดยให้
ลูกเสือมำชุมนุมพร้อมกนั รอบกองไฟในตอน
กลำงคนื และใช้เวลำนนั้ ฝกึ อบรมประกอบกำร
เล่ำนิทำน และมีกำรร่วมแสดงให้เกิดควำม
สนุกสนำน ได้ผลเป็นอย่ำงดี จึงได้นำมำให้
เป็นวิธีกำรฝึกอบรมลูกเสืออย่ำงหน่ึงสื บ
ต่อมำจนปัจจุบันนี้ กำรชุมนุมรอบกองไฟใน
ภำษำอังกฤษ เรียกว่ำ “CAMP FIRE” เดิมมัก
เรียกกันในภำษำไทยว่ำ กำรเล่นหรือกำร
แสดงรอบกองไฟ เปน็ เพยี งส่วนหน่ึงของกำร
ชุมนมุ รอบกองไฟเทำ่ น้นั

94

2. ควำมมุ่งหมำยของกำรชุมนุมรอบกองไฟ

การชุมนุมรอบกองไฟมีความมุ่งหมายสาคัญอยู่ 5 ประการ เพือ่
2.1 เป็นการฝึกอบรมตอนกลางคนื ดังทล่ี อรด์ เบเดน - โพเอลล์
(บี - พ)ี ในการฝึกอบรมเด็กทไ่ี ปอยคู่ า่ ยพักแรม ณ เกาะบราวนซ์ ี
2.2 ให้ลูกเสือได้ร้องเพลงร่วมกันหรือแสดงกิริยาอาการอย่าง
เดยี วกนั เป็นการปลุกใจหรือเปลยี่ นอารมณใ์ หเ้ กิดความสนุกสนาน
เบิกบานใจ ผ่อนคลายความเคร่งเครยี ดใหบ้ รรเทาเบาบางลง
2.3 ใหล้ ูกเสือแต่ละคนมีโอกาสแสดงออกในท่ีชุมนุม โดยไม่เก้อ
เขินกระดากอาย เป็นการส่งเสริมความสามัคคีของหมู่ ให้ทุกคน
รู้จกั ทางานรว่ มกบั ผู้อืน่ และทาใหร้ ูค้ วามสามารถของแตล่ ะคนไดด้ ี
2.4 ใช้เปน็ โอกาสสาหรับประกอบพิธสี าคญั บางกรณเี ช่น แนะนา
บุคคลสาคัญในกิจการลูกเสือ เช่น แนะนาผู้มีเกียรติสาคัญที่มา
เยี่ยม การมอบเคร่ืองหมายวูดแบดจ์ เคร่ืองหมายตอบแทน เข็ม
สมนาคณุ หรือประกาศนียบตั รตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
2.5 เชิญบุคคลสาคัญในท้องถ่ินตลอดจนประชาชนท่ัวไป เป็น
การประชาสัมพันธแ์ ละส่งเสริมกจิ การลูกเสอื ไดอ้ ีกทางหน่งึ

95

3. สถำนทีใ่ ช้ชุมนุมรอบกองไฟ

ค่ า ย ลู ก เ สื อ ทุ ก แ ห่ ง ค ว ร มี บ ริ เ ว ณ
สาหรับการชุมนมุ รอบกองไฟไว้โดยเฉพาะ
อยู่ท่ีมุมหน่ึงของค่ายและควรอยู่ห่างจาก
ท่ีพักพอสมควร ไม่ไกลเกินไป เพื่อมิต้อง
เสียเวลาและเกิดความยุ่งยากเมื่อลูกเสือ
ต้องเดินจากที่พักไปยังบริเวณการชุมนุม
รอบกองไฟและต้องเ ดินกลับ เมื่อการ
ชุมนุมเลิกแล้ว ส่วนบริเวณ การชุมนุม
รอบกองไฟควรมีตน้ ไม้เปน็ ฉากหลังนนั้ จะ
ทาใหบ้ รรยากาศดีข้นึ และจะทาใหก้ ารร้อง
เพลงไดผ้ ลดกี วา่ ทโ่ี ลง่ แจง้

อน่งึ ในการเลอื กสถานท่สี าหรับการชุมชนรอบกองไฟนี้ถ้าสามารถ
หาที่เป็นแอ่งให้ลูกเสือท่ีนั่งอยู่เหนือกองไฟเล็กน้อยจะดีมาก เช่น ใน
บริเวณที่มีเนิน อาจจดั ทาบริเวณการแสดงและกองไฟอยู่ตอนล่าง ส่วน
ลูกเสือใหน้ ั่งอยู่บนเนิน หรือจัดทาบริเวณการแสดงและกองไฟใหอ้ ยู่บน
เกาะมีคูนําล้อมรอบ ผู้ชมนั่งอยู่ริมคูนําอีกด้านหน่ึง สะพานข้ามคูทาด้วย
ไม้แบบสะพานชั่วคราว ปรากฏวา่ สถานทีก่ ารชุมนมุ รอบกองไฟเช่นวา่ น้ีใช้
การได้ดีอย่างยิ่ง การชุมนุมรอบกองไฟน้ีถ้าไม่สะดวก เช่น ฝนตกหรือมี
เหตอุ ่นื จะจดั ภายในอาคารและใช้กองไฟทใี่ หแ้ สงสวา่ งอยา่ งอนื่ แทนได้

96

4. กำรเตรยี มก่อนเรมิ่ ชุมนุมรอบกองไฟ .......

4.1 คณะผู้ให้การฝึกอบรมจะต้องปรึกษาหารือกันเพ่ือกาหนดว่าในการ
ชุมนมุ รอบกองไฟนนั้ จะมกี จิ กรรมอะไรบา้ ง จะใหก้ ลุ่มใดทาหน้าที่บริการ ให้ผู้ใดเป็น
พิธีกรและจะเชิญผู้ใดเป็นประธาน ซ่ึงควรเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจขั้นตอนการ
ชุมนุมรอบกองไฟดีพอสมควร หรือพิธีกรจะต้องซักซ้อมการที่ประธานจะต้อง
ปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ เสียก่อน ถ้าเป็นการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือตาม
ธรรมดา โดยปกติผู้กากบั ลูกเสือที่พาลูกเสือไปอยู่ค่ายพักแรมน่ันเองจะทาหน้าที่
ประธานและให้รองผู้กากับลูกเสือ หรือลูกเสือคนใดคนหน่ึงท่ีมีความสามารถทา
หน้าทีพ่ ิธกี ร

4.2 พิธกี ร คอื ผู้นาในการชุมนมุ รอบกองไฟ มีหน้าที่

4.2.1 นดั หมาย
- ประธาน ข้นั ตอนท่จี ะตอ้ งปฏบิ ตั ิ
- ผู้รว่ มแสดง ขั้นตอนการปฏิบัติการแต่งเพลงประจาหมู่/

กล่มุ การสง่ เร่ืองท่ีจะแสดงเวลาที่มาพร้อม เวลาที่ใช้ในการแสดง
การแต่งกายตามเนื้อเรื่อง การรายงานเมื่อเริ่มแสดง การกล่าว
ชมเชย การตอบรบั คาชมเชย การกลา่ วเม่ือมีผู้มาเย่ียม ข้อหา้ มใน
เนือ้ เรอื่ งทีจ่ ะแสดง

- กลุ่มบรกิ ารใหจ้ ดั สถานที่ กองไฟ จดั ทาพวงมาลัย ทาพุ่ม
สลาก และคนถือขบวนแห่ การช่วยเหลือพิธีกร, การทาความ
สะอาดสถานทเ่ี มอ่ื เลิกการแสดง

4.2.2 ชี้แจงลาดบั การชุมนุม ซักซ้อม ขอ้ ปฏิบัติ ข้อหา้ ม

4.2.3 ประกาศชื่อผูท้ จ่ี ะมาเป็นประธานและผ้ตู ิดตาม

4.2.4 เชิญประธานและผ้ตู ิดตามเขา้ สทู่ ่ปี ระชุม

4.2.5 ควบคมุ และดาเนนิ การใหถ้ กู ต้องโดยให้ผู้เขา้ รว่ มชุมนุม
ไดร้ บั ความสนุกสนาน

4.2.6 เลือกเพลงทจี่ ะนามาใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ผเู้ ข้ารบั การฝึกอบรม

4.2.7 รกั ษาเวลาโดยเครง่ ครดั

97

5. กำรจัดกองไฟ

กองไฟอาจจะเป็นกองไฟท่ีก่อด้วยไม้จริง โดยก่อเป็นแบบผสม
(คอกหมู+ปิรามิด) หรือจะใช้ไฟให้แสงสว่างอย่างอ่ืน ๆ แทนกไ็ ด้ถ้าเป็น
กองไฟจริงจะตอ้ งมีผ้รู บั ผิดชอบ ซ่ึงโดยปกติจะมอบใหก้ ลุ่มบริการในวัน
นัน้ ทาหน้าท่ีนี้ คอื มีหน้าทก่ี อ่ ไฟใหเ้ รียบร้อยกอ่ นทาพิธีเปิด จุดแล้วใหไ้ ฟ
ติดและจะต้องคอยดูแลกองไฟให้ติดอยู่ตลอดเวลา ในการน้ีจะต้อง
เตรียมฟนื อะไหล่และนําสารองไว้ ถ้าไฟมอดลงจะต้องเติมฟืนลงไป และ
ถา้ ไฟลกุ ลามมาก หรอื กระเดน็ ออกจากกองไฟ กต็ อ้ งพรมนําลงไป

ในปัจจุบัน นโยบายของรัฐบาล
ใหอ้ นรุ กั ษป์ ่าไม้และสิ่งแวดล้อมจงึ ควร
ละเว้นการก่อไฟด้วยไม้จริง เม่ือเลิก
การ ชุมนุมร อบกองไฟ ผู้มีหน้าที่
รับผิดชอบจะต้องออกจากบริเวณไป
อย่างเงยี บ ๆพรอ้ มกบั ผู้เข้าร่วมชุมนุม
อ่ืน ภ า ย ห ลั ง อี ก สัก ค รู่ จ ะ ต้อ ง ห ว น
กลับมาท่ีบริเวณการชุมนุมรอบกอง
ไฟอีกคร้ังหน่ึง ไม่ให้มีเศษไม้หรือเถ้า
ถา่ นเหลืออยเู่ ลย

เรื่องการทาความสะอาดบรเิ วณการชุมนมุ รอบกองไฟน้ี อยา่
ถือวา่ เป็นเรื่องเล็กน้อย ต้องถอื วา่ เป็นบทเรยี นอันสาคัญใน
การฝึกอบรมด้วย

98

6. กำรจัดที่น่ังรอบกองไฟ
ใหจ้ ัดเปน็ รูปวงกลมหรอื เกอื กม้ำ

การจัดท่ีนั่งรอบกองไฟให้จัดเป็นรูปวงกลม
หรือเกือกม้า ให้กองไฟอยู่ตรงกลาง มีท่ีนั่งพิเศษ
สาหรับประธานและผู้รับเชิญ ตั้งอยู่ในทิศทางเหนือ
ลมที่น่ังของประธานเป็นท่ีนั่งเด่ียวให้ต้ังลําหน้ากว่า
แถวของผูต้ ดิ ตามและผู้ร่วมชมการแสดง ให้มีโต๊ะวาง
พ่มุ สลากไวต้ รงหนา้ ส่วนผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยปรกติให้
นั่งตามกลุ่ม ณ สถานทที่ ไ่ี ดก้ าหนดใหไ้ ว้

7. พิธีเปิดกำรชุมนุมรอบกองไฟ

มีข้ันตอนการปฏบิ ตั ดิ งั น้ี

7.1 เม่ือผู้รว่ มแสดงแต่งกายตามเน้ือเร่ืองท่ีจะ
แสดงเข้านั่งที่เรยี งตามลาดบั กลุ่ม จากซ้ายของประธาน
ไ ป ท า ง ข ว า พ ร้ อ ม ค ว ร เ ป็ น เ ว ล า ก่ อ น เ ริ่ ม ต้ น แ ส ด ง ที่
กาหนดไว้ประมาณ 10 นาที

7.2 พิธีกร ช้ีแจงซักซ้อมการปฏิบัติแล้วแจง้ ชื่อ
และตาแหน่งหนา้ ทกี่ ารงานหรอื ตาแหน่งทางลูกเสือของ
ผเู้ ป็นประธานในพธิ แี ละผตู้ ิดตามใหท้ ราบทั่วกนั

7.3 ผ้มู หี นา้ ทข่ี องกลุม่ บรกิ ารจุดไฟ
7.4 พธิ กี ร ออกไปเชิญประธาน ซ่ึงมารอคอยอยู่
กอ่ นแลว้ ใกลท้ ี่ชุมนมุ ฯ
7.5 เมื่อประธานเดินเข้ามาในพ้ืนที่การแสดง
พิธีกรสั่งตรง ทุกคนลกุ ข้นึ ยืนตรง

99

7.6 ประธานรับการเคารพแล้ว เดนิ ตรงไปท่ีต้ังกองไฟยืนอยู่ระยะห่างพอสมควร

ยกมอื ขวาแสดงรหสั ของลูกเสือชูสูงข้ึนไปขา้ งหน้า ทามมุ กบั ไหล่ประมาณ 45 องศา

7.7 ผู้ติดตามประธานและผู้มารว่ มชุมนุมเดินตามประธานเข้ามาใหเ้ ดินไปยืนอยู่

ณ บรเิ วณทีจ่ ดั ให้

7.8 ประธานกลา่ วเปิดดว้ ยข้อความที่เป็นมงคลและจบลงด้วยถ้อยคาว่า “ข้าพเจ้า

ขอเปิดการชุมนมุ รอบกองไฟ ณ บัดน้ี” โดยใช้เวลาประมาณ 3 นาทีประธานยังคงยืน

อยู่ ณ ทเี่ ดมิ

7.9 ทกุ คนเขา้ รว่ มในทช่ี ุมนมุ กล่าวพรอ้ มกนั ว่า “ฟ”ู่ 3 ครงั้

7.10 พิธีกร นาร้องเพลง 1 หรือ 2 เพลง เช่น เพลงสยามานุสติ สดุดีมหาราชา

เพลงสถาบันของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม เป็นต้น ทั้งน้ีโดยไม่มีดนตรีประกอบ และไม่

ปรบมือ

7.11 จบเพลงแล้ว ประธานเดินกลับไปน่ังยังที่นั่งซ่ึงจัดไว้ผู้ติดตามน่ังลงตามท่ี

ของตน

7.12 พิธีกร สงั่ ใหผ้ ้รู ว่ มชุมนมุ “นั่ง”

7.13 พธิ ีกร สงั่ ใหผ้ ถู้ ือพวงมาลยั และ

พมุ่ สลากมาตั้งขบวนอยู่ดา้ นขวามอื ของ

ประธาน

7.14 พิธีกรนาร้องเพลงเกี่ยวกับแห่ .. .. .. .. .. .. ..
มาลัย – พุ่มสลาก ขบวนเริ่มออกเดนิ ผ่าน
หน้าประธานเวียนรอบกอง เมื่อครบ 3
รอบ ผูถ้ ือพวงมาลยั และพุม่ สลาก หยุดยืน
ตรงหน้าประธาน บุคคลอื่นๆ ในขบวนแห่
พวงมาลัยและพุ่มสลาก ให้กลับไปนั่งที่
เ ดิ ม ผู้ ถื อ พ ว ง ม า ลั ย ส่ ง ม า ลั ย ใ ห้ แ ก่
ประธาน ผู้ถือพุ่มสลากส่งใ ห้ประธาน
ตามลาดบั แล้วกลับเข้าท่ีนั่งของตน

100

8. กำรดำเนินกำร

8.1 พิธกี รเป็นผูน้ าการจดั กจิ กรรม เพือ่ เปล่ยี นอริ ิยาบถ โดย
การร้องเ พลงปร ะกอบท่าท าง หรือการเ ล่นเ กมตามความ
เหมาะสม

8.2 พิธีกรเชิญให้ประธานจับสลากรับสลากจากประธาน
อ่านใหท้ ราบว่ากลมุ่ ใดจะตอ้ งแสดง

8.3 ใหห้ วั หนา้ กล่มุ สง่ั สมาชิกในกลมุ่ ใหเ้ คารพผ้เู ปน็ ประธาน
“กล่มุ ......ตรง” หวั หน้ากลุ่มทาความเคารพ

8.4 ทุกคนภายในกลุ่มร่วมกันร้องเพลงประจากลุ่ม 2 จบ
จงึ เรม่ิ การแสดง

8.5 เริ่มการแสดงบริเวณหน้ากลุ่มของตน โดยหันหน้าไป
ทางประธาน

8.6 จบการแสดงทุกคนกลับไปยืน ณ ท่ีนั่งของตน หัวหน้า
กลุ่มส่ัง “กลุ่ม.......ตรง” หัวหน้ากลุ่มทาความเคารพ แล้วสั่ง
สมาชิกภายในกลุ่มของตนนัง่ ลง

8.7 พิธีกร ใหผ้ ู้เข้าร่วมชุมนุม ซ่ึงไม่ใช่กลุ่มท่ีแสดงคนหน่ึง
เป็นผู้นากล่าวชมเชยให้แกก่ ลุ่มที่แสดงผู้นากล่าวชมเชยจะเชิญ
ชวนใหก้ ลุ่มอน่ื ๆ ลุกข้ึนยนื แลว้ กล่าวคาชมเชยดังตวั อย่าง เช่น
“พี่นอ้ ง.........โปรดยนื ข้นึ แล้วกล่าวคาชมเชยให้แก่กลุ่ม..........
พร้อมกัน 3 ครั้งว่า “ยอดเย่ียม” ผู้เข้าร่วมชุมนุมกล่าวคาชมเชย
พรอ้ มกนั และแสดงกริ ิยาประกอบ โดยกา้ วเทา้ ซ้ายออกไปข้างหน้า
ประมาณคร่ึงกา้ ว กามือขวาไปไว้บริเวณหัวใจ แล้วผายมือขวาไป
ยังกลุ่มท่ีแสดงจบ พร้อมกล่าวคาชมเชยตามท่ีนัดหมายไว้เสร็จ
แล้วน่ังลง

101

.. .. .. .. .. .. ..8.8 กลุ่มที่แสดงลุกข้ึนยืน ใช้แขนขวาทับแขนซ้าย ต้ังฉากเสมอไหล่ พร้อมกับคา
กล่าวสัน้ ๆ เช่น“ขอบคณุ ครบั / คะ่ ” พรอ้ มกบั น้อมตวั ลง 1 ครงั้
8.9 พิธีกรดาเนินการเช่นเดียวกันน้ีไปจนครบทุกกลุ่ม เม่ือจบการแสดงของแต่ละ
กลมุ่ กอ่ นจะเรม่ิ การแสดงของกลุ่มต่อไป อาจมีการแนะนาบทเรยี นหรือประกอบพิธี
หรอื มีกิจกรรมอ่ืนหรอื ร้องเพลงเพื่อเปลี่ยนอิรยิ าบถสลับเป็นคร้ังคราวตามเวลาที่
เหมาะสม

9. กำรเปลี่ยนอิรยิ ำบถของผู้เขำ้ ชุมนุม

ในการชุมนมรอบกองไฟ การเปลยี่ นอริ ิยาบถของผ้เู ขา้ ชุมนุมให้
สนุกสนานร่าเริงเป็นเรื่องสาคัญ ผู้เข้าชุมนุมอาจจะรู้สึกเบื่อและงว่ ง
เหงาหาวนอน การเปลี่ยนอิริยาบถของผู้เข้าชุมนุมน้ี อาจทาได้หลาย
วธิ แี ละเป็นหน้าท่ขี องพธิ ีกรทีจ่ ะตอ้ งเป็นผนู้ า หรือมอบหมายให้ผู้รู้คน
ใดคนหน่ึงเป็นผู้นา เช่น นาใหร้ ้องเพลงราวงนาให้แสดงกิริยาอาการ
ต่าง ๆ ท่ีขบขัน หรือปลุกให้เกิดความสนุกสนาน ตื่นตา ต่ืนใจ ด้วย
วิธีการตา่ ง ๆ ท่ีเห็นว่าเหมาะสมกบั ผู้เข้าร่วมชุมนุม และเหมาะสมกับ
เวลา

10. พิธีปิด

10.1 เมื่อจบการแสดงของทุกกลุ่มแล้ว พิธีกรจะใหม้ ีการร้อง
เพลงทานองช้า อาจเปน็ เพลงทเี่ ป็นคตหิ รอื สร้างสรรคเ์ หมาะสมกับ
ผู้ร่วมชุมนุม ท้ังนี้ควรเป็นเพลงท่ีส่วนใหญ่หรือท้ังหมดได้ร่วมร้อง
ด้วย

10.2 พธิ กี รจะเชิญประธานกล่าวปดิ

102

10.3 ประธานไปยนื ในทเ่ี หมาะสม กล่าวเร่ืองสน้ั อันเปน็ ประโยชนใ์ น
เร่อื งใด ๆ ท่ีเหน็ ว่าเหมาะสม และจบลงดว้ ยถอ้ ยคาว่า “ขา้ พเจา้ ขอปดิ การ
ชุมนุมรอบกองไฟ ณ บดั น้ี” ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

10.4 พิธกี ร ใหท้ ุกคนลอ้ มวง โดยใหแ้ ขนขวาซ้อนบนแขนซ้ายของ
ตนเอง และใช้มือขวาซ้ายจบั คนข้างเคียงรว่ มกนั รอ้ งเพลงสามัคคีชุมนมุ
พร้อมกบั โยกตวั ไปทางขวา ซ้าย ช้า ๆ จนจบเพลง

10.5 ผแู้ ทนกลมุ่ บรกิ าร นาสวดมนตอ์ ย่างยาว จบแล้วใหส้ ง่ั ใหท้ กุ
คนหนั หนา้ ไปยังทศิ ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ประทับอยู่ในขณะนนั้
ถา้ หากพระองคม์ ิได้ประทับอยู่ในประเทศไทยใหห้ นั หนา้ ไปยงั
พระบรมมหาราชวังกรุงเทพมหานคร สัง่ ทาความเคารพแล้วนารอ้ งเพลง
สรรเสรญิ พระบารมีจนจบ

10.6 พิธีกร นดั หมาย
10.7 ทกุ คนแยกยา้ ยกนั กลับทพ่ี กั อย่างสงบ ส่วนกลุ่มท่ที าหน้าที่
เป็นกลุ่มบริการ กลับมาทาความสะอาดใหเ้ รยี บร้อย

103

11. หน้ำที่ของพิธีกร

11.1 นัดหมำยสมำชิก

1. เรอ่ื งการแสดง

2. เวลาส่งเรอื่ ง

3. เพลงประจาหมู่

4. การแต่งกาย

.. .. .. .. .. .. .. 5. ข้อหา้ ม 11.2 นดั หมำยประธำนในพิธี
6. ข้อปฏบิ ตั ิ 1. เวลา
7. ขัน้ ตอน 2. ข้นั ตอน
8. หน้าท่ีหมู่บรกิ าร 3. การกล่าวเปิด

4. การเลา่ เรอื่ งสั้น

11.3 กอ่ นกำรชุมนมุ

1.ตรวจสถานที่ /อปุ กรณ/์ กองไฟ

2.รบั เรอื่ งทีจ่ ะแสดง (ไมค่ วรซาํ กนั )

3.จดั รายการใหเ้ หมาะสม

12. ตัวอย่ำงคำกล่ำวเปดิ กำรชุมนุมรอบกองไฟ

12.1 ด้วยจติ ใจอันดีของ..........ที่มาชุมนุม ณ กองไฟนี้ จากทิศ
เหนือ ทิศใต้ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ข้าพเจ้าขอเชิญส่ิงศักด์ิสิทธิ์
ท้งั หลายจงมาเปน็ สักขีพยานในการชุมนมุ รอบกองไฟน้ี จงนาโชคดีมา
สู่ท่าน และขอให้กจิ การ.............จงเจริญรุ่งโรจนเ์ หมือนแสงไฟอัน
รุ่งโรจนส์ ่ิงไม่ดีไม่งามท้ังหลายขอจงมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านในกองไฟนี้
พน่ี อ้ ง.............ทั้งหลาย บดั นถ้ี งึ เวลาแล้ว ขา้ พเจา้ ขอเปดิ ชุมนุมรอบ
กองไฟ ณ บดั นี้

104

12.2 จากแสงไฟทลี่ กุ โชตชิ ่วงอยู่ ณ บดั น้ี เปรียบประดุจกจิ การของ .. .. .. .. .. .. ..
.........ท่ีรุ่งโรจน์ ส่วนเถ้าถ่านที่มอดดับเหมือนกับสิ่งที่เราทาผิดพลาดไว้
ขอใหส้ ลายไป ถึงเวลาแล้ว ข้าพเจา้ ขอเปิดการชุมนมุ รอบกองไฟ ณ บัดนี้

12.3 ขอเดชะสิ่งศักดิ์สิทธ์ิในสากลโลก จงดลบันดาลให้กิจการ
..........เจริญรุ่งเรืองย่ิง ๆ ข้ึนไปท้ัง 4 ทิศ ดุจเปลวเพลิง ท่ีส่องแสงสว่าง
รุ่งโรจน์อยู่นี้ บัดน้ีเป็นได้เวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุม
รอบกองไฟของ..........ณ บัดน้ี

12.4 ทา่ มกลางกองไฟอันรุ่งโรจนท์ ี่อยู่ตรงหน้าเรานี้ เปรียบเหมือน
แสงสวา่ งแหง่ วิญญาณและความรุง่ เรืองของกจิ การ.......... ส่วนความช่ัว
ร้ายอนั จะพึงเกดิ ข้ึนกบั กจิ การ............ ขอใหส้ ลายหมดสิ้นไป เหมือนกบั
เถา้ ถ่านของกองไฟ ทก่ี าลงั จะมอดดบั ไป บัดนี้ ถงึ เวลาแล้ว ขา้ พเจา้ ขอเปิด
การชุมนมุ รอบกองไฟ ณ บัดน้ี

หมำยเหตุ
เพลงประจากลุ่มท่ใี ช้รอ้ งใหม้ ีเนื้อรอ้ งระบชุ ่ือหมู่ มีสาระ ปลกุ ใจ เป็นคติ
เรื่องที่จะแสดงควรเป็นเรื่องเป็นคติเตือนใจ ประวัติศาสตรป์ ลุกใจใหร้ ัก

ชาติ สง่ เสรมิ ขนบธรรมเนยี มประเพณีสนุกสนาน
ไม่ควรแสดงเรื่องไร้สาระ เสียดสีบุคคล เรื่องการเมือง ผีสาง ลามก

อนาจาร ลอ้ เลียนผเู้ ขา้ รว่ มชุมนมุ ล้อเลยี นศาสนา
หา้ มใช้อาวธุ จรงิ หรอื ของมีคมมาประกอบการแสดง
หา้ มสูบบุหรใ่ี นขณะน่งั อย่ใู นบรเิ วณชุมนุม
หา้ มดมื่ ของเมา รวมทัง้ นามาใช้ประกอบการแสดง
ไม่ควรแตะต้องหรือนาส่ิงของข้ามกองไฟหรือใช้กองไฟประกอบการ

แสดงในทางไมเ่ หมาะสม

105

แบบประเมิน

กำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

ช่ือวชิ ำ กำรชุมนุมรอบกองไฟ
ชื่อกลุ่ม____________________________
กำรแสดงเร่อื ง________________________

ข้อ รำยกำรประเมิน 4 ระดบั คุณภำพ 1

32

1 เนื้อหาของเรอื่ งท่ีแสดงเหมาะสม

2 อุปกรณป์ ระกอบการแสดงและ
เครอ่ื งแตง่ กาย

3 ตัวละครแสดงได้สมบทบาท

4 การมีส่วนรว่ มของสมาชิก
รวม

.........................................
(........................................)

ผกู้ ากบั ลกู เสือ

106

รำยกำรที่ ระดบั คณุ ภำพ
ประเมนิ
ดีมำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1.เน้ือหำของ
เรือ่ งทแ่ี สดง 1. คุณธรรมพื้นฐาน 8 ปฏบิ ตั ไิ ด้ 3 ขอ้ ปฏบิ ัตไิ ด้ 2 ขอ้ ปฏบิ ตั ไิ ด้ 1 ขอ้
เหมำะสม ประการ
2. ความกตญั ญูกตเวที ปฏบิ ตั ไิ ด้ 2 ขอ้ ปฏบิ ตั ไิ ด้ 1 ขอ้ ปฏบิ ตั ไิ ม่ได้เลย
2.อุปกรณ์ 3. จิตอาสา ใน 3 ขอ้ ใน 2 ขอ้
ประกอบกำร 4. หลักเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงและ แสดงไม่สมบทบาท แสดงไม่สมบทบาท แสดงไม่สมบทบาท
เครอ่ื งแตง่ 1. ประยุกตก์ ารแตง่ กาย 1 คน 2 คน 3 คนขน้ึ ไป
กำย 2. ประยุกตอ์ ุปกรณ์
3. การแตงกายสอดคล้อง สมาชิก 1 คน สมาชิก 2 คน สมาชิก 3 คนข้นึ ไป
3.ตัวละคร กับเร่อื งที่แสดง ไม่ไดม้ ีส่วนรว่ ม ไม่ไดม้ ีสว่ นรว่ ม ไม่ไดม้ ีสว่ นร่วม
แสดงได้
สมบทบำท ทุกคนแสดงได้
สมบทบาท
4. กำรมีส่วน
รว่ มของ ทกุ คนมีสว่ นรว่ ม
สมำชิก

107

“ บทเรยี นท่ี 8

ชื่อวิชำ

“ ลูกเสือกบั กำรจดั ทำ
โครงกำร/โครงงำน
เวลำ 120 นำที

ขอบขำ่ ยรำยวชิ ำ

1. ความหมาย และองคป์ ระกอบของโครงการ/โครงงาน
2. การวางแผนจดั ทาโครงการ / กจิ กรรม/โครงงาน
3. ข้นั ตอนการจดั ทาโครงการ/โครงงาน

จุดหมำย

เพือ่ ใหผ้ ้เู ขา้ รบั การฝกึ อบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการจดั ทา
โครงการ/โครงงาน

วตั ถปุ ระสงค์

เมื่อจบบทเรียนนแ้ี ล้ว ผูเ้ ข้ารับการฝกึ อบรมสามารถ
1. เขียนโครงการ/โครงงานเกย่ี วกบั การตา้ นภยั ยาเสพตดิ ได้
2. นาโครงการ/โครงงานทจ่ี ดั ทาไปใช้ในสถานศกึ ษาของตนเองได้

108

วิธีสอน / กจิ กรรม

1. นาเข้าสูบ่ ทเรยี นโดยนาเสนอตวั อยา่ งกจิ กรรมตา้ นภยั ยาเสพตดิ ด้วยสอ่ื เช่น
วดิ ีทัศน์ เกม เพลง แผ่นพับ ฯลฯ

2. ใหค้ วามรู้เรื่องการวางแผนจดั ทาโครงการ/โครงงาน และกจิ กรรมตา้ นภยั ยา
เสพตดิ โดยใช้ Power Point และใบความรู้ที่ 7 เรือ่ ง การเขียนโครงการ/โครงงาน
ตา้ นภยั ยาเสพตดิ 1 โครงการ/โครงงาน

3. ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอโครงการ/โครงงาน
4. สรุปและประเมินผล

สื่อกำรสอน

1. วิดที ศั นต์ ัวอย่างกจิ กรรมตา้ นภัยยาเสพติด
2. Power Point เรอ่ื ง การวางแผนกจิ กรรมโครงการ/โครงงาน
3. ใบความรูเ้ รอ่ื ง การเขยี นโครงการ/โครงงาน
4. กระดาษ Flipchart
5. ปากกาเคมี

กำรประเมินผล

1. วธิ กี ารวดั ผล : ประเมินการปฏิบัติกจิ กรรมกล่มุ
2. เครอื่ งมอื วัดผล : แบบประเมินการปฏิบตั กิ จิ กรรม
3. เกณฑก์ ารประเมินผล : มผี ลการประเมินผา่ นเกณฑท์ ่กี าหนด

เอกสำรอ้ำงอิง/ แหล่งขอ้ มลู เน้ือหำวชิ ำ
1. แหล่งเรยี นรู้ในชุมชน
2. หอ้ งสมุดในสถานศกึ ษา และนอกสถานศกึ ษา 1. การจดั ทาโครงการ/โครงงาน
3. ข้อมูลทาง Internet
4. ตวั อยา่ งการเขียนโครงการ/โครงงาน
5. แบบฟอรม์ การเขยี นโครงการ/โครงงาน

109

ใบควำมรูท้ ี่ 8

กำรจัดทำ

โครงกำร/
โครงงำน

การจัดทาโครงการ/โครงงานเพ่ือดาเนินการ
ตามแผนงานอย่างใดอย่างหน่ึงน้ัน สามารถทาให้
ผู้ปฏิบัติงานทางานได้อย่างมีขั้นตอน และมองเห็น
ปัญหาในการทางานได้อย่างชัดเจนย่ิงข้ึน รวมทั้ง
มองเห็นแนวทาง ในการแก้ปัญหาอีกด้วย การ
เสนอแนะให้จัดทาโครงการ/โครงงานน้ัน จาเป็น
จะต้องระ ดมค วา มสามา รถ งบปร ะม าณและ
ทรพั ยากรอนื่ ๆ อีกเปน็ จานวนมาก ซ่ึงโครงการบาง
โครงการ/โครงงานอาจไม่จาเป็นต้องดาเนินการ ขอ
งบประมาณสนบั สนนุ เลยกไ็ ด้แตก่ ารเขยี นโครงการ/
โครงงานจะต้องทาให้ถูกข้ันตอน โดยมีแนวทางใน
การเขียนโครงการ/โครงงาน ดงั ตอ่ ไปนี้

1. โครงกำร/โครงงำน คืองานหรือกิจกรรมท่ีระบุ

ราย ละเ อีย ดต่าง ๆ เ พื่ อ ที่จะนาไปป ฏิบั ติใ ห้บ รรลุต าม
วัตถปุ ระสงคท์ ี่กาหนดไว้ในแผน บางครง้ั วัตถุประสงคห์ น่ึง ๆ
อาจจาเป็นต้องมีหลายโครงการ/โครงงานก็ได้แต่โครงการ/
โครงงานหน่งึ ๆ นนั้ จะตอ้ งมีส่วนประกอบท่ีระบุรายละเอียด
อยา่ งชัดเจนและมีความแนน่ อน ดงั น้ี

110

(1) ช่ือโครงการ / กจิ กรรม/ โครงงาน (7) สถานที่
(2) หลกั การและเหตุผล (8) งบประมาณ
(3) วตั ถปุ ระสงค์ (9) ผู้รบั ผดิ ชอบ
(4) เป้าหมาย (10) หนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ ง
(5) วธิ ดี าเนนิ งาน (11) การประเมินผล
(6) ระยะเวลา (12) ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั

2. แนวทำงในกำรเขยี นโครงกำร/ โครงงำน

(1) ชื่ อโครงการ / กิจกรรม/โครงงาน เป็นการกาหนดชื่อโครงการ/โครงงานให้
เฉพาะเจาะจงในเรอ่ื งทีจ่ ะทา
(2) หลักการและเหตุผล ควรระบุหลักการอย่างกว้าง ๆ ว่ามีความจาเป็นและมีความ
เหมาะสมอย่างไร จะใหป้ ระโยชนอ์ ย่างไร
(3) วัตถุประสงคค์ ือสิ่งท่ีผู้ทาโครงการ/โครงงานต้องการจะได้รบั และผลต่อเนื่องของ
โครงการ/โครงงานนน้ั
(4) เป้าหมาย คอื การระบุชนดิ คณุ ภาพ และขอบขา่ ยงานทจี่ ะทา
(5) วิธีดาเนินงาน เป็นการบอกรายละเอียดของการดาเนินงานหรือวิธีดาเนินงานให้
บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงคเ์ ร่มิ ต้ังแต่การเตรียมงาน การศึกษาและสารวจข้อเท็จจริงต่าง ๆ
การเสนอขออนมุ ตั ิโครงการ/โครงงาน การเรม่ิ งาน จนถงึ การปฏบิ ัติงาน
(6) ระยะเวลา เป็นการกาหนดวันเริ่มโครงการ/โครงงาน วันส้ินสุดโครงการ/โครงงาน
หรอื ช่วงเวลาที่ดาเนนิ การ
(7) สถานท่ี การระบุสถานที่ หรอื บรเิ วณท่ีจะทาโครงการ/โครงงาน
(8) งบประมาณ แยกงบประมาณรายรบั รายจา่ ยทง้ั หมดไวใ้ หล้ ะเอยี ดทีส่ ุดเท่าที่จะทาได้
(9) ผรู้ บั ผดิ ชอบ ใหร้ ะบชุ ่ือผ้ทู าใหช้ ัดเจนว่าใคร หรอื หน่วยงานใดที่รับผิดชอบโครงการ/
โครงงาน นนั้ ๆ
(10) หน่วยงานทเี่ กย่ี วข้องคอื หน่วยหลกั ทีช่ ่วยสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหก้ ารดาเนินงานตาม
โครงการ/โครงงาน สาเรจ็ ลุลว่ ง
(11) การประเมินผล การบอกแนวทางในการประเมินผลว่าจะทาอย่างไรและทาใน
ช่วงเวลาใด
(12) ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั การระบุผลของโครงการ/โครงงานที่
คาดว่าเมอื่ เสรจ็ สนิ้ โครงการ/โครงงาน

111

ตวั อยำ่ งโครงกำร/โครงงำน

112

113

แบบฟอร์มกำรเขยี น

โครงกำร/โครงงำน

114

115

แบบประเมิน

กำรปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

เรื่อง กำรจดั ทำโครงกำร/โครงงำน
ช่ือกลุ่ม_____________________________________

ข้อ รำยกำรประเมิน ระดบั คุณภำพ

1 การมีส่วนรว่ มของสมาชิก 43 2 1

2 ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ .........................................
(........................................)
3 ความถูกต้องของการจัดทา
โครงการ/โครงงาน ผู้กากบั ลกู เสอื

4 วิธีการนาเสนอ

5 ความเป็นไปไดข้ องโครงการ
รวม

116

รำยกำรที่ ระดบั คณุ ภำพ
ประเมิน
ดีมำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1.กำรมีส่วน สมาชิก 3 คนข้นึ ไป
ร่วมของ ทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิก 1 คน สมาชิก 2 คน
สมำชิก ไม่ได้มีสว่ นรว่ ม ไม่ไดม้ ีสว่ นร่วม ไม่ไดม้ ีส่วนรว่ ม
1. ใหม่ไม่ซาํ ใคร ปฏบิ ัตไิ ม่ไดเ้ ลย
2. ควำมคดิ 2. มีประโยชน์ ปฏบิ ัตไิ ด้ 2 ขอ้ ปฏบิ ัตไิ ด้ 1 ขอ้
ริเริ่ม 3. ประยกุ ตเ์ ป็นรูปแบบใหม่ ใน 3 ขอ้ ใน 2 ขอ้ ผดิ 5 ขอ้ ขน้ึ ไป
สรำ้ งสรรค์
ถูกตอ้ งทกุ ขน้ั ตอนตาม ผดิ 1 – 2 ขอ้ ผดิ 2 – 4 ขอ้ ปฏบิ ัตไิ ด้ 1 ขอ้
3. ควำม แนวทางการจดั ทา
ถูกตอ้ งของ โครงการ/โครงงาน ปฏบิ ตั ไิ ด้ 3 ขอ้ ปฏบิ ัตไิ ด้ 2 ขอ้ ปฏบิ ัตไิ ด้ 1 ขอ้
กำรจัดทำ
โครงกำร/ 1. นาเสนอนา่ สนใจ ปฏบิ ัตไิ ด้ 3 ขอ้ ปฏบิ ตั ไิ ด้ 2 ขอ้
โครงงำน 2. เสยี งดงั ฟังชัดเจน
3. วาจาสภุ าพ
4.วธิ ีกำร 4. ตามกาหนดเวลา
นำเสนอ
1. ปฏบิ ตั ไิ ด้จริง
5.ควำม 2. มีประโยชน์
เปน็ ไปได้ 3. มีความคุ้มค่า
ของ 4. ยดึ หลักเศรษฐกจิ
โครงกำร/ พอเพยี ง
โครงงำน

117

118

ส่วนท่ี 3

119

แนวทำงกำรจดั ตัง้ หนว่ ยลูกเสือต้ำนภัย
ยำเสพตดิ ในสถำนศกึ ษำ

กำรจัดต้งั กองลูกเสือ - เนตรนำรใี นสถำนศกึ ษำ
การจัดกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีในสถานศึกษา ตาม

หลักสูตรท่ีสถานศึกษากาหนด ควรดาเนินการให้เป็นไปตาม
ขอ้ บงั คับคณะลกู เสือแหง่ ชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตร และ
วชิ าพเิ ศษพ.ศ. 2509 ผ้บู รหิ ารโรงเรียน และผู้รับผิดชอบกจิ กรรม
ลูกเสือ ควรสารวจขอ้ มูลลกู เสือ - เนตรนารแี ละดาเนนิ การดังนี้

1. รับสมัครนักเรยี น และรวบรวมจานวนลูกเสือ - เนตรนารี
แตล่ ะประเภท แล้วเขียนใบสมัครเข้าเป็นลูกเสือ (ใช้แบบ ลส. 3)
ดังน้ี

1.1 ลูกเสือสารอง หมายถึงนักเรียนชายท่ีเรียนระดับ
ช่วงชั้นที่ 1 ตามหลักสูตรการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
คือ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-3 ให้มีจานวน 2-6 หมู่ หมู่ละ 4-6 คน
รวมท้ังนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย (ข้อบังคับฯ พ.ศ. 2509 ข้อ
72) กองลูกเสอื สารอง มีลกู เสอื ตง้ั แต่ 8-36 คน (ขอ้ บงั คบั ฯ พ.ศ.
2508 ขอ้ 6)

1.2 เนตรนารีสารอง หมายถึงนักเรียนหญิงท่ีเรียน
ระดับช่วงช้ันท่ี 1 ตามหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2544 คอื ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1-3 ใหม้ ีจานวน 2-6 หมู่ หมู่ละ 4-6
คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย (ข้อบังคับ ฯ พ.ศ. 2509
ขอ้ 72) กองเนตรนารสี ารอง มีเนตรนารี
ตง้ั แต่ 8 - 36 คน

1.3 ลูกเสือสามัญ หมายถงึ นกั เรียนชาย ทเี่ รียนระดบั
ช่วงช้ันท่ี 2 ตามหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544
คอื ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4-6 ใหม้ ีใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศกั ราช 2544 ระดบั ช่วงชันที่ 2 คือ ป.4-ป.6 จานวน 2-6 หมู่
หมู่ละ 6-8 คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย (ข้อบังคับ ฯ
ฉบับท่ี 13 พ.ศ. 2525 ข้อ 84) กองลูกเสือสามัญ มีลูกเสือตั้งแต่
12-48 คน (ข้อบงั คับ ฯ พ.ศ. 2508 ข้อ 6)

1.4 เนตรนารีสามัญ (เดิม ใช้หลักสูตรประถมศกึ ษา
พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) คือ ป.5-ป.6
ปจั จุบนั ใช้หลักสูตรการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2544 ระดับ
ช่วงชั้นท่ี 2 คอื ป.4-ป.6) จานวน 2-6 หมู่ หมู่ละ 6-8 คน รวมท้ัง
นายหมู่และรองนายหมู่ด้วย กองเนตรนารีสามัญ มีเนตรนารี
ตง้ั แต่ 12 - 48 คน

120

1.5 ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ระดับ ช่วงช้ันที่ 3 คือ ม.1-ม.3
จานวน 2-6 หมู่ หมู่ละ 4-8 คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย
กองลกู เสอื สามัญรุน่ ใหญ่ มีลูกเสือต้ังแต่ 8-48 คน (ข้อบังคับฯ ฉบับท่ี
14 พ.ศ. 2528)

1.6 เนตรนารีสามัญรุ่นใหญร่ ะดบั ช่วงช้ันที่ 3 คือ ม.1-ม.3
จานวน 2-6 หมู่ หมู่ละ 4-8 คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย
กองเนตรนารีสามัญรุน่ ใหญ่ มีเนตรนารีตง้ั แต่ 8-48 คน

2. เร่ิมทาการสอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารีตามหลักสูตรกาหนด
(รายละเอียดในบทท่ี 3)

3. มีผู้บังคับบัญชาท่ีผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กากับลูกเสือ
ประเภทน้ันๆ อย่างน้อยขั้นความรู้เบ้ืองต้น 1 คน ทาหน้าที่เป็นผู้กากับ
กับมีรองผู้กากับอีก 1 คนข้ึนไปเป็นผู้ช่วย (วิธีปฏิบัติของสานักงานฯ
กลุ่มลูกเสือ 1 กลุ่ม มีกรรมการกลุ่มไม่เกิน 40 คน และ กองลูกเสือ 1
กอง มีรองผูก้ ากบั ไม่เกนิ 10 คน )

4. ดาเนนิ การขออนญุ าตโดยกรอกลงแบบคาขอ ตอ่ ไปนี้ แบบละ
3 ชุด

4.1 ล.ส.1 ใบคารอ้ งขอตั้งกล่มุ ลูกเสอื หรอื กองลกู เสอื
4.2 ล.ส.2 ใบสมัครขอเป็นผู้บังคบั บญั ชาลกู เสือ
4.3 ทาหนังสอื นาของผู้บังคบั บัญชา/ผู้ขออนุญาตส่งผ่านหน่วยงาน
ต้นสังกัด เพ่ือขออนุญาตต่อผู้มีอานาจแต่งตั้งแล้วแต่กรณี ถึง
เลขาธิการสานักงานลูกเสือแห่งชาติ หรือผู้อานวยการลูกเสือ
จงั หวัด ส่งใบแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ลูกเสือ (ลส.13) ตาแหน่ง ผู้
กากบั หรอื รองผู้กากบั มาใหโ้ รงเรยี น

5. เม่ือได้รับอนุมัติใหต้ ้งั กองได้แล้ว ให้ทาพิธีเข้าประจากองและ
จัดกิจกรรม การเรียนการสอนตามปกติอย่างต่อเนื่อง (โรงเรียนจะ
ได้รับ ลส.11 หรือ ลส.12 ให้ตั้งกลุ่ม หรือกองลูกเสือ จากสานักงาน
ลกู เสอื แหง่ ชาตหิ รอื สานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั )

121

ก ำ ห น ด เ ก ณ ฑ์ ก ำ ร ตั้ ง ห น่ ว ย ลู ก เ สื อ ต้ ำ น ภั ย ย ำ เ ส พ ติ ด ใ น
สถำนศกึ ษำ

1. สถานศึกษาต้องมีลูกเสือท่ีผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรต้านภัยยาเสพติด
อยา่ งนอ้ ย 2 หมู่ ๆ ละ 4-8 คน
2. การผ่านเกณฑใ์ หไ้ ดร้ ับเครอ่ื งหมายลกู เสอื ตา้ นภยั ยาเสพตดิ

2.1 ตอ้ งผา่ นการอบรมหลักสูตรลูกเสอื ตา้ นภยั ยาเสพตดิ 3 วนั 2 คนื
2 . 2 ต้อ งผ่ า น กา ร ท ด ส อ บ ค ว า ม รู้พื้ น ฐา น เ รื่ อ งย า เ ส พติด จา ก
คณะกรรมการ
2.3 ต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์
เร่ืองยาเสพติด ร่วมกับสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน หรือมี
ส่วนรว่ มกจิ กรรมสาธารณประโยชนอ์ ยา่ งนอ้ ย 3 กจิ กรรม
2.4 ผู้บงั คับบญั ชาลูกเสอื ตา้ นภยั ยาเสพตดิ รบั รองผลการ ปฏบิ ตั งิ าน
3. ต้องมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือหน่วยลูกเสือตา้ นภัยยาเสพตดิ ในโรงเรียน
อย่างนอ้ ย 1 คน
4. ตอ้ งมีความเล่อื มใสในบทบาทหนา้ ทขี่ องลกู เสอื ตา้ นภยั ยาเสพตดิ
5. เคร่ืองหมายลูกเสือต้านภัยยาเสพติดต้องได้การรับรองจากสานักงาน
ลูกเสือแหง่ ชาติ

122

ภำคผนวก

123

เครอ่ื งหมำยประกอบเครอื่ งแบบ

ลูกเสือตำ้ นภยั ยำเสพตดิ

มีลักษณะเปน็ รูปส่ีเหลี่ยมขนาดกว้าง 1.5
น้ิว ยาว 2 น้ิว ตรงกลางเป็นเคร่ืองหมาย
วงกลมล้อมรอบ คาว่า “DRUGS” ซ่ึงมี
เครื่องหมายเส้นทแยงทับ และหน้าเสือ
ประดับทีอ่ กเสื้อด้านขวาเหนอื กระเปา๋

124

125

คณะผู้ออกแบบจัดพมิ พ์ 4 สี Graphic Design

1. นายไพรวลั ย์ จนั ทะนะ ทป่ี รึกษำ
2. นายชัยยงค์ ธุรารตั น์
3. นายวิทยา ชุมปัญญา ผ้อู านวยการสานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1
4. นายสทา้ น วารี รองผู้อานวยการสานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1
5. นางชรนิ ดา พิมพบตุ ร รองผ้อู านวยการสานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1
รองผูอ้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1
รองผู้อานวยการสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1

คณะทำงำน

1. นางชรนิ ดา พมิ พบุตร รองผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1

2. นางอรญั ญา แสนสแี กว้ ผอ.กลุ่มส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษา

3. นายวษิ ณุ สวุ รรณไตรย์ นกั วิชาการศกึ ษาชานาญการ

4. นายอรรฆเดช ภกู นั ดาน นกั วิชาการศกึ ษาชานาญการ

5. นางสาวภคพร เกษมสานต์ นักจิตวิทยาโรงเรยี นประจาสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา

6. นายยทุ ธศกั ด์ิ อุส่าห์ เจา้ หน้าทล่ี ูกเสือ

7. นายชานุพงษ์ เจรญิ ไชย ครู โรงเรยี นบ้านดอนสัมพนั ธ์

1. ว่าทร่ี อ้ ยโทศภุ วัฒน์ พมิ พม์ ีลาย คณะวทิ ยำกร
2. ว่าทร่ี อ้ ยตรอี ภสิ ทิ ธิ์ ดาโอภา
3. นายอสิ เรศ เสงย่ี มวฒั นะ ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านดงหลวง
4. นางผอ่ งศรี ผวิ หอม ผ้อู านวยการโรงเรยี นทา่ ศาลาราษฎรว์ ทิ ยา
5. นายนพดล วญิ ญาสุข ผ้อู านวยการโรงเรยี นบ้านโคกม่วง
6. นายสุรเชษฐ์ เดชาพิทักษ์ ข้าราชการบานาญ
7. ร.ต.ท.บญุ ช่วย จนั ทะแสน ครู โรงเรยี นโคกเลาะวิทยาคาร
8. นางกนกวรรณ ปาระคะ ครู โรงเรยี นเทศบาล 2 เชิงชุมอนุชนวทิ ยา
รอง สว.(ป.) กก.ตชด.23
ครู โรงเรยี นบ้านดงหลวง

อ้ำงอิง

ค่มู ือการฝึกอบรมหลักสูตรลูกเสือต้านภยั ยาเสพติด
สานกั การลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนกั เรียน
สานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ

จดั พิมพ์
กลุ่มส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษา

สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1
ถนนนิตโย อาเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000
โทรศพั ท์ 042-970131

126

จดั พมิ พ์
กลุ่มสง่ เสรมิ การจดั การศกึ ษา

สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 1
ถนนนติ โย อาเภอเมือง จงั หวัดสกลนคร 47000
โทรศพั ท์ 042-970131


Click to View FlipBook Version