The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัย รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Watanya Makrat, 2022-10-15 15:49:03

วิจัย รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ

วิจัย รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ

รูปแบบการพาดหัวขา่ วเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายขา่ วแฉ

วทนั ยา มากราช

งานวิจัยฉบบั น้ีเปน็ ส่วนหน่งึ ของการศึกษารายวชิ า การวจิ ยั เบ้อื งต้นทางภาษาไทย
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565

สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็

รูปแบบการพาดหัวขา่ วเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายขา่ วแฉ

วทนั ยา มากราช

งานวิจัยฉบับนี้เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษารายวชิ า การวจิ ยั เบ้อื งต้นทางภาษาไทย
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565

สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็

กติ ตกิ รรมประกาศ

วิจัยเรื่อง “รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายข่าวแฉ” เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
รายวิชา การวิจัยเบื้องต้นทางภาษาไทย จัดทำขึ้นเพื่อรูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายข่าวแฉ

วจิ ยั เล่มนเ้ี สรจ็ สมบูรณ์ได้ เพราะผวู้ ิจัยไดร้ บั ความกรณุ าจาก ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ และผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล
อาจารยป์ ระจำรายวชิ า ทท่ี า่ นยอมสละเวลาอันมคี า่ เพื่อตรวจทาน แกไ้ ขข้อบกพร่องตลอดจนให้คำปรึกษาและคำแนะนำ
ต่าง ๆ จนทำให้วิจัยเล่มนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และขอขอบคุณผู้แต่งตำรา เอกสารประกอบอื่น ๆ ที่ผู้วิจัยได้นำข้อมูลใช้
ประกอบการศึกษาค้นควา้ ตามท่ีปรากฏในวจิ ยั ฉบับนี้ สุดทา้ ยนข้ี อขอบคุณครอบครวั ขอบคุณเพื่อน และผู้เก่ียวข้อง
ทีค่ อยใหก้ ำลังใจ และสนับสนุนการศกึ ษางานวจิ ยั คร้ังนีจ้ นสำเร็จ ผวู้ ิจัยขอขอบพระคณุ เปน็ อย่างสงู มา ณ โอกาสน้ี

ผวู้ จิ ยั หวงั เปน็ อยา่ งยิง่ วา่ สาระความร้ใู นงานวิจัยฉบับน้ีจะเปน็ ประโยชนต์ ่อผู้ท่ีมีความสนใจจะศกึ ษา
รปู แบบการพาดหวั ขา่ วเชิงคลิกเบทต่อไป

นางสาววทนั ยา มากราช
ผวู้ ิจัย

ช่อื เรื่องงานวิจยั : รูปแบบการพาดหัวข่าวเชงิ คลิกเบทในเพจเฟซบ๊กุ รายการข่าวแฉ

ผู้วจิ ยั : นางสาววทันยา มาราช

อาจารยท์ ี่ปรึกษาวจิ ัยหลัก : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์

อาจารยท์ ี่ปรึกษารว่ ม : ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกลุ

บทคัดย่อ

การวจิ ัยน้ีมีวตั ถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการพาดหวั ข่าวเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ
ผูว้ จิ ัยคัดเลอื กกลุ่มข้อมูลแบบเจาะจง คือเจาะจงคัดเลอื กเฉพาะพาดหัว “ไฮไลท์คลปิ รายการข่าวแฉ” ที่ออกอากาศ
ระหวา่ งวันท่ี 18 มกราคม -24 ธนั วาคม 2564 และมยี อดการกดถูกใจมากกวา่ 10,000 คร้ัง ได้คลปิ ทั้งหมดจำนวน
128 คลิป และวิเคราะห์ข้อมลู โดยประยุกต์ใชแ้ นวคดิ การพาดหวั ขา่ วเชงิ คลิกเบท (clickbait headlines)

ผลการศึกษาพบว่า เพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ มรี ปู แบบการพาดหวั ไฮไลทค์ ลปิ ข่าวเชงิ คลิกเบท 6
รปู แบบ ได้แก่ 1) รูปแบบการพาดหวั ขา่ วแบบคลมุ เครือเพื่อใหอ้ ยากรู้ พบจำนวนมากท่ีสดุ จำนวน 110 คลปิ
รองลงมาคือ 2) รูปแบบการพาดหวั ขา่ วโดยระบุคำเรียกเพศ จำนวน 29 คลิป 3) รูปแบบการพาดหวั ขา่ วแบบ
อ้างอิงตวั เลข จำนวน 25 คลิป และ 4) รปู แบบการพาดหวั ข่าวแบบใชเ้ ครื่องหมายเพ่ือเร้าอารมณห์ รือเรียกความ
สนใจ จำนวน 21 คลิป ตามลำดบั โดยพบ 5) รูปแบบการพาดหัวขา่ วเน้นความขัดแย้ง กับ 6) รปู แบบการพาดหัว
ข่าวแบบหวั ขา่ วไมต่ รงกับเน้อื หาขา่ ว จำนวนเทา่ กัน 5 คลิป

คำสำคัญ : พาดหัวขา่ ว, รปู แบบการพาดหัวข่าว, คลกิ เบท

สารบญั

เรื่อง หน้า

กติ ตกิ รรมประกาศ..............................................................................................................................ก
บทคดั ยอ่ ............................................................................................................................................ข
สารบัญ..............................................................................................................................................ค

บทท่ี 1 บทนำ.....................................................................................................................................1
ความสำคัญและท่มี าของปัญหา.....................................................................................................1
วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย...............................................................................................................5
คำถามหลกั ของการวจิ ยั .................................................................................................................5
ขอ้ ตกลงเบื้องตน้ ............................................................................................................................5
ขอบเขตของการวจิ ัย......................................................................................................................7
นิยามศัพท์เฉพาะ.......................................................................................................... .................9
ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะได้รับ.............................................................................................................9
วิธกี ารดำเนนิ การวิจยั ……………………………………………………………………………………………………….9
สรุปผลการศกึ ษาค้นควา้ ………………………………………………………………………………………………….10

บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ัยที่เกย่ี วข้อง............................................................................................11
เอกสารท่ีเกยี่ วกับรปู แบบการพาดหวั ขา่ ว....................................................................................11
เอกสารท่เี ก่ียวกับการพาดหวั ขา่ วเชิงคลิกเบท.............................................................................19
งานวิจยั ทเี่ กยี่ วข้อง......................................................................................................................27

บทที่ 3 ผลการวจิ ัย...........................................................................................................................30
3.1 การพาดหัวข่าวแบบคลมุ เครือเพื่อให้อยากเขา้ อา่ นอยากรู้…………………………………………….30
3.2 การพาดหัวข่าวแบบใชเ้ คร่ืองหมายเพอ่ื เร้าอารมณห์ รอื เรยี กคำสนใจ……………………………..87
3.3 การพาดหวั ข่าวโดยระบคุ ําเรียกเพศ………………………………………………………………………….108
3.4 การพาดหัวข่าวเน้นความขดั แยง้ ………………………………………………………………………………137
3.5 การพาดหวั ข่าวแบบอา้ งองิ ตัวเลข…………………………………………………………………………….142
3.6 การพาดหวั ข่าวแบบหวั ข่าวไมต่ รงกับเน้ือหาข่าว………………………………………………………..167

สารบญั (ตอ่ )
เรอ่ื ง หน้า

บทท่ี 4 สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ……………………………………………………………………………172
สรุป…………………………………………………………………………………………………………………………….172
อภิปรายผล………………………………………………………………………………………………………………….174
ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………..175

บรรณานกุ รม..................................................................................................................................176
ภาคผนวก.......................................................................................................................................179
ประวตั ผิ ู้วจิ ยั ...................................................................................................................................244



บทที่ 1
บทนำ

ความสำคญั และทม่ี าของปัญหา

สังคมปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการติดต่อส่ือสาร มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมาก การ
รับรู้ข่าวสารของมนุษย์ก็ง่ายขึ้น การรับรู้ข่าวสารเพื่อช่วยในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมการเตรียมพร้อมรับมือ
กับภัยธรรมชาติ รับรู้เหตุการณ์ความเป็นไปในสังคม กระทั่งเพื่อให้มีเรื่องราวในการพูดคุยกันในวงสังคม
ซึ่งในอดตี พฤติกรรมการติดตามขา่ วสารของประชาชนน้ัน จะเป็นการติดตามผ่านช่องทางสอื่ วิทยุโทรทศั น์
และหนังสือพิมพ์ แต่ในปัจจุบันมนุษย์รับข่าวสารต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะให้ความสะดวกรวดเร็ว
กว่าจากแหล่งอ่ืน ๆ ขึน้ ทำใหพ้ ฤติกรรมของผู้คนเปลยี่ นไป หนั มารบั ขา่ วผ่านทางเพจเฟซบ๊กุ ข่าวมากขึ้น
(ชตุ มิ า สาตรร์ า้ ย 2556, หน้า 1)

เฟซบ๊กุ เปน็ เครือข่ายสังคมออนไลนท์ ่ีได้รับความนิยมมากที่สดุ ซึ่งทำให้ผ้ใู ชส้ ามารถติดต่อส่ือสาร
และร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือหลาย ๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกัน หรือการสร้าง
ธุรกิจทางการค้าต่าง ๆ ได้ แล้วยังรวมไปถึงรับข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งช่องทางการรับข่าวสารนั้นก็มีการสร้าง
เพจข่าวต่าง ๆ ขนึ้ มา เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพจรายการข่าวแฉ เป็นหนึ่งตัวอย่างที่
เกิดจากการสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงสถานการณ์หรือเรื่องราวท่ีเกิดข้ึน รวมถึงสาระ
ความรูแ้ ละความบนั เทิง (งานประชาสัมพันธแ์ ละโสตทัศนศึกษา ม.ป.ป, หนา้ 3)

รายการข่าวแฉ เป็นรายการข่าวรูปแบบทอล์คโชว์ นำเสนอทางช่อง GMM 25 ออกอากาศวัน
จันทร์-ศุกร์ เวลา 21:30 - 23:00 มีผ้ดู ำเนินรายการหลักคอื คชาภา ตันเจริญ (มดดำ) และ มพี ิธีกรร่วม 4
คน ได้แก่ วรฤทธ์ิ เฟื่องอารมย์ (น็อต) ชวลิต ศรมี ั่นคงธรรม (เชาเชา) วรินดา ดำรงผล (ดาด้า) และ มรกต
แสงประทีป (เอมม่ี) โดยรายการมีจุดเด่นคือ การเชิญผู้ร่วมรายการที่เป็นบุคคลที่กำลังได้รับความสนใจ
หรือมีความสำคญั ตอ่ สถานการณ์ในปัจจุบัน ถือเป็นรายการทอลค์ โชวท์ ค่ี ุยหลายประเดน็ ทง้ั ประเด็นสังคม
บุคคล การเมือง บันเทิง เป็นการเล่าข่าวที่หลากหลายอย่างแม่นยำ ชัดเจน และตรงไปตรงมา โดย
ส่วนมากรายการจะทำการบันทึกเทป แลว้ นำมาออกอากาศในวันรุ่งข้ึน หรือถ่ายทอดสดพรอ้ มกัน เพื่อให้
ทนั ต่อเหตกุ ารณส์ ด ๆ รอ้ น ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น

รายการข่าวแฉ นอกจากจะนำเสนอผ่านทางช่อง GMM 25 ท่ีออกอากาศทางโทรทัศน์แล้ว
หลังจากจบรายการ ยังมีการนำกลับมาฉายซ้ำอีกคร้ังผ่านเพจเฟซบุ๊กของรายการที่ทุกคนสามารถเข้าถึง
ทางอินเทอร์เน็ตได้จาก https://www.facebook.com/chaeshow/ แต่ลักษณะการนำเสนอจะมีความ
แตกต่างจากการนำเสนอผา่ นทางช่อง GMM 25 เนื่องจากทางเพจจะคัดเลอื กเฉพาะคลปิ ส้นั ๆ ที่มีเนือ้ หา
โดดเด่นและน่าสนใจ เป็นไฮไลท์ของวันนั้น ผู้วิจยั ตัง้ ขอ้ สังเกตว่า นอกจากการคดั เลือกเน้ือหาท่เี ปน็ ไฮไลท์
แล้ว ลักษณะการพาดหัวคลิปยังมีความน่าสนใจอีกด้วย เน่ืองจากเป็นการพาดหัวคลปิ หรือการตัง้ ชื่อคลิป
ท่ีทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจ มีความรู้สึกอยากท่ีจะเข้าไปดู ซ่ึงลักษณะการการพาดหัวข่าวแบบนี้ เรียกว่า

1

การพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท หรือเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า “การพาดหัวแบบยั่วให้คลิก” ซึ่งลักษณะการพาด
หัวดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ชมคลิกเข้าไปชมเน้ือหาสูงมาก สังเกตได้จากจำนวนผู้กดถูกใจท่ีมีมากถึง 245,000
คน ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2564

วิริยาภรณ์ ทองสุข (2559, หน้า 3) อ้างถึงใน ธาม เช้ือสถาปนศิริ (2559) ได้กล่าวถึง นิยามของ
การพาดหัวข่าวเชงิ คลิกเบทไวว้ า่

การพาดหัวข่าวที่เรียกว่า คลิกเบท หรือการพาดหัวข่าวย่ัวให้คลิกมีลักษณะรูป
ประโยคที่จับสายตา เพื่อดึงดูดให้ผู้อ่านเกิดความกระหายใคร่รู้ ความสงสัยด้วยการพาดหัว
ข่าวหลอกล่อปกปิด ซ่อนเร้นเนื้อหาสาระใจความของข่าว เมื่อผู้อ่านคลิก เข้าไปอ่านจะ
พบวา่ ไม่มเี นอื้ หาสาระอะไรเปน็ เพียงเนือ้ หาของข่าวส้ันทท่ี ำใหผ้ ู้อ่านต้องคลิกเขา้ ไปดู

จากการให้ความหมายของ วิริยาภรณ์ ทองสุข แสดงให้เห็นว่า คลิกเบท เป็นการพาดหัวข่าวที่
แตกต่างไปจากการพาดหัวข่าวแบบดั้งเดิม กล่าวคือ การพาดหัวข่าวแบบด้ังเดิม คือ "5Ws+1H" ใคร/ทำ
อะไร/ท่ีไหน/เมื่อไร/ทำไม/อย่างไร (Who, What, When, Where, Why, How) ซ่ึงแตกต่างกับการพาด
หัวข่าวในปัจจุบัน ซ่ึงเป็นรูปแบบการพาดหัวข่าวแบบคลิกเบท โดยภาษาพาดหัวข่าวแบบคลิกเบท เรียก
อีกอย่างหน่ึงว่า "การพาดหัวยั่วให้คลิก" เพื่อทำให้ผู้อ่านใคร่รู้จึงนำไปสู่การคลิกเปิดดูหรือเปิดอ่านต่อไป
โดยการพาดหัวข่าวคลิกเบทจะมีลักษณะข้อความชวนให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ในเนื้อหาของข่าว เพื่อ
หลอกล่อให้ผู้อ่านเข้าไปอ่านเนื้อข่าว เมื่อผู้อ่านคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างในแทบจะไม่มีเนื้อหาอะไร
ตัวอย่างเช่น พระตรมี ูรติเป็นแบบไหนกนั แน่ แม่ผัวพาไปจัดการ เป็นต้นโดยคลิกเบทจะปรากฎมากในการ
พาดหัวคลิปในเพจข่าวตา่ ง ๆ

จากท่ีกล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า เพจรายการข่าวแฉจะมุ่งนำเสนอเน้ือหาข่าวและสาระท่ีเป็น
ใจความสำคัญ หรือรวบรวมเนื้อหาจากข่าวซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและติดตามข่าวสารได้ทุกท่ี
ทุกเวลาแม้ว่าจะอยู่ท่ีใดก็ตาม โดยพบว่ามีลักษณะโดดเด่น ในด้านของการพาดหัวข่าวในคลิปทำให้ผู้คน
ตดิ ตามเพจน้เี ปน็ จำนวนมาก ดงั จะเห็นได้จากตวั อย่าง การพาดหวั ขา่ วเชงิ คลกิ เบทของเพจรายการแฉ
ซึ่งผวู้ ิจัยสามารถยกตวั อย่างรูปแบบการพาดหัวข่าวแบบคลิกเบท ไดด้ ังตอ่ ไปน้ี

2

1.การพาดหัวขา่ วแบบคลุมเครอื เพื่ออยากให้รู้

ภาพท่ี 1.1 สาวดาราอารมณ์ดเี ปย์หนกั ซมุ่ คบผู้ชายจ่ายไม่อน้ั
(18 มกราคม 2564)

จากการพาดหัวขา่ วขา้ งตน้ เปน็ การนำเสนอพาดหวั ข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวขา่ วแบบ
คลมุ เครือเพ่ืออยากให้อยากรู้ สงั เกตไดจ้ ากรูปแบบขอ้ ความพาดหวั ข่าวที่วา่ "สาวดาราอารมณด์ เี ปย์หนัก
ซ่มุ คบผู้ชายจ่ายไม่อั้น" แสดงให้เหน็ ว่าการพาดหวั ขา่ วมีการใชค้ ำที่คลมุ เครือ ทำให้อยากทจ่ี ะรู้ คือ คำว่า
“สาวดาราอารมณ์ดี” เป็นการแสดงออกถึงความสงสยั ทำให้ผู้อา่ นเกดิ ความรสู้ กึ อยากที่จะรวู้ า่ ดาราสาว
ท่วี า่ คอื ใคร แลว้ เปยผ์ ้ชู ายคือคนไหน จะทำใหผ้ ิดอ่านน้นั เกิดอารมณ์อยากทจี่ ะคลกิ เข้าไปอ่านเน้อื หาข่าว
ว่าทจ่ี รงิ แลว้ เกดิ อะไรขึน้ กับบุคคลดังกลา่ ว จากพาดหวั ข่าวข้างต้นมีการใช้คำคลุมเครือ ทำให้ผู้อา่ นสนใจ
ติดตามข่าวมากข้นึ

2. การพาดหวั ขา่ วแบบใชเ้ ครื่องหมายเพ่ือเร้าอารมณ์หรือเรียกความสนใจ

ภาพท่ี 1.2 ลุงพลฟอกเงิน อจั ฉรยิ ะ จอ่ ฟ้อง (28 มกราคม 2564)

3

จากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าวแบบใช้คำ
เร้าอารมณ์ สังเกตได้จากรูปแบบข้อความพาดหัวข่าวท่ีว่า "ลุงพลฟอกเงิน อัจฉริยะ จ่อ ฟ้อง!" แสดงให้
เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำท่ีเร้าอารมณ์ความรู้สึกในการพาดหัวข่าว คือ คำว่า "จ่อ ฟ้อง!" เป็นการ
มีการใช้เคร่ืองหมายอัศเจรยี ์ เพ่ือเน้นคำ ๆ นั้นให้เกิดอารมณ์ และสามารถเรียกความสนใจให้กับผอู้ ่านได้
ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกอยากที่จะคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาข่าวว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลดังกล่าว
จากพาดหวั ขา่ วขา้ งต้นมีการใชค้ ำเรา้ อารมณ์ความรู้สึกทำให้ผู้อา่ นสนใจติดตามข่าวมากขน้ึ

3. การพาดหัวข่าวโดยระบุคำเรียกเพศ

ภาพท่ี 1.3 เขา้ ใจวคั ซนี ได้งา่ ย เพราะลกู สาวเปน็ หมอ

(5 สิงหาคม 2564)

จากการพาดหัวขา่ วข้างต้น เปน็ การนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยูใ่ นรปู แบบการพาดหัวข่าวโดยระบุ
คําเรียกเพศ สังเกตได้จากรูปแบบข้อความพาดหัวข่าวที่ว่า “เข้าใจวัคซีนได้ง่าย เพราะลูกสาวเป็นหมอ”
แสดงให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวโดยระบุคําเรียกเพศในการพาดหัวข่าว คือ คำว่า “ลูกสาว” บ่งบอกว่า
เหตุการณ์นี้เกิดข้ึนกับเพศหญิง ซ้งึ ส่ือให้เห็นพาดหัวข่าวท่ีนำเอาเรื่องเพศมาเป็นจุดดึงดูด ทำให้ผู้อ่านเห็น
ภาพตามไดง้ ่ายขน้ึ

จากท่ีกล่าวมาเห็นได้ว่าการพาดหัวคลิปข่าวเชิงคลิกเบทของรายการข่าวแฉมีความน่าสนใจ ด้าน
การศึกษารูปแบบการพาดหัวข่าวแบบใหม่ ที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงเลือกท่ีจะศึกษา
รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการแฉ ซึ่งจากการศึกษางานวิจัยที่เก่ียวกับ
การศกึ ษา "การพาดหวั ข่าว" พบว่า มผี ูศ้ ึกษาจำนวนหน่ึง เช่น นนทธ์ วชั ไชยวัง (2560) "ศึกษารปู แบบการ
พาดหัวข่าวในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทย" ธรี ์วรา ขะบรู ณ์ (2557) “ศึกษาวิเคราะห์การใชภ้ าษาพาดหัวข่าว

4

ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ชุติมา สาสตร์ร้าย (2556) "ศึกษาข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์แจก M2F” นิเทศ
ไชยค าภา (2551) ศกึ ษาเรื่อง “ภาษาพาดหัวขา่ วหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์รายวนั ” เป็นต้น ส่วนงานวิจัยท่ี
เกี่ยวกับการศึกษาการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท พบว่ายังมีน้อยมาก พบเพียงงานวิจัยของ วิริยาภรณ์ ทอง
สุข (2559) ท่ีศึกษาการวิเคราะห์การนำเสนอข่าวเชิงคลิกเบทของเว็บไซต์ ด้วยเหตุนี้ แม้ว่ามีผู้ศึกษาเรื่อง
ลักษณะดังกล่าวไว้บ้างแล้วแต่การศึกษา "รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการแฉ"
ยังไมม่ ีผู้ใดศึกษา ผ้วู จิ ยั จึงเหน็ ความสำคัญในการศึกษาเร่อื งดังกล่าว

วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั

เพอ่ื ศกึ ษารูปแบบการพาดหัวขา่ วเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ

คำถามหลักของการวิจัย

การพาดหวั ข่าวเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบุก๊ รายการข่าวแฉ มกี ่ีรปู แบบ แต่ละรูปแบบมีลักษณะอยา่ งไร

ขอ้ ตกลงเบือ้ งตน้

การศึกษาเรื่อง “รูปแบบการพาดหวั ขา่ วเชิงคลกิ เบทในเพจเฟซบุก๊ รายการแฉ” ผ้วู ิจยั กำหนด
ข้อตกลงเบอ้ื งต้น ดงั นี้

1. ในการศึกษาครง้ั นี้ผูว้ จิ ัยจะศึกษาพาดหวั ขา่ ว จากการพาดหัวไฮไลท์คลิปท่ีปรากฎในเพจเฟ
ซบกุ๊ รายการขา่ วแฉ เท่านนั้

2. ในการศกึ ษาครั้งน้ี ผ้วู ิจัยจะศึกษาพาดหัวไฮไลท์คลิประหวา่ งวนั ท่ี 18 มกราคม -24 ธันวาคม
2564 โดยจะคดั เลอื กพาดหวั ไฮไลทค์ ลิปที่มียอดการกดถูกใจ 10,000 ครัง้ ขนึ้ ไป เท่าน้ัน

3. ผวู้ จิ ยั ได้ปรบั กรอบแนวคดิ จากงานวิจัย ดังนี้
3.1 ผวู้ ิจยั ปรบั กรอบแนวคดิ การวจิ ัยจากงานวิจัยของ นนท์ธวัช ไชยวัง (2560) เรือ่ ง "ศึกษา

รปู แบบการพาดหัวข่าวในเวบ็ ไซตห์ นงั สอื พิมพ์ไทย โดยมกี รอบการวิจัย ดังนี้
3.1.1 รปู แบบการพาดหัวข่าวแบบดั้งเดิม
3.1.1.1 การพาดหัวข่าวที่ใชค้ ำสแลง
3.1.1.2 การพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงคำพดู
3.1.1.3 การพาดหัวข่าวเรยี กช่อื คนดงั เรยี กช่อื จริง – เล่น สมญานามแหลง่ ข่าว
3.1.1.4 การพาดหวั ข่าวแบบใชอ้ ักษรยอ่ คำย่อของชือ่ เฉพาะยศต่ำแหน่ง
3.1.1.5 การพาดหวั ข่าวแบบเรียกอาชีพต่าง ๆ
3.1.1.6 การพาดหัวข่าวแบบเรียกชื่อหน่วยงาน
3.1.1.7 การพาดหัวข่าวใชท้ บั ศัพท์ภาษาต่างประเทศ
3.1.1.8 การพาดหัวข่าวท่ีใช้คำรุนแรง

5

3.1.1.9 การพาดหัวข่าวแบบสรุปความให้ข้อมูล
3.1.2 รูปแบบการพาดหัวข่าวแบบคลกิ เบท

3.1.2.1 การพาดหวั ข่าวแบบคลมุ เครือเพื่ออยากให้เขา้ อ่านอยากรู้
3.1.2.2 การพาดหัวข่าวแบบใช้คำเร้าอารมณค์ วามรสู้ กึ
3.1.2.3 การพาดหวั ข่าวแบบใชเ้ ครื่องหมายเพื่อเร้าอารมณ์หรือเรียกความสนใจ
3.1.2.4 การพาดหวั ข่าวโดยระบุ (ชมคลิป) (ชมภาพ) (ภาพชุด)
3.1.2.5 การพาดหัวข่าวโดยระบุคำเรียกเพศ
3.1.2.6 การพาดหวั ข่าวแบบใช้สภุ าษติ / วลี / สำนวน
3.1.2.7 การพาดหวั ข่าวเน้นความขัดแยง้
3.1.2.8 การพาดหัวข่าวแบบอา้ งองิ ตวั เลข
3.1.2.9 การพาดหวั ข่าวแบบหวั ข่าวไม่ตรงกับเน้อื หาขา่ ว

ผวู้ จิ ัยปรบั กรอบแนวคดิ ในการศกึ ษารูปแบบการพาดหวั ขา่ วเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการแฉ
ไดด้ งั รายละเอยี ดต่อไปนี้

1. การพาดหวั ขา่ วแบบคลมุ เครอื เพ่ืออยากใหอ้ ยากรู้
2. การพาดหวั ข่าวแบบใชเ้ คร่ืองหมายเพ่ือเรา้ อารมณ์หรือเรียกคำสนใจ
3. การพาดหวั ขา่ วโดยระบุคาํ เรียกเพศ
4. การพาดหัวขา่ วเน้นความขัดแย้ง
5. การพาดหวั ข่าวแบบอา้ งอิงตัวเลข
6. การพาดหวั ขา่ วแบบหวั ข่าวไม่ตรงกบั เนื้อหาขา่ ว

4. ผู้วิจัยใช้วธิ ีการอ้างอิงข้อมูล “รูปแบบการพาดหวั ขา่ วเชิงคลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าว
แฉ” โดยอา้ งองิ รูปภาพ และวันที่ ดงั ตัวอยา่ ง

6

สาวดาราอารมณด์ ีเปย์หนัก ซุม่ คบผู้ชายจ่ายไม่อนั้

(18 มกราคม 2564)

ขอบเขตของการวิจัย

การศกึ ษา “รูปแบบการพาดหัวข่าวเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการขา่ วแฉ” ผ้วู ิจัยกำหนด
ขอบเขตของการวจิ ัย ดังนี้

ขอบเขตด้านเน้ือหา
ผ้วู จิ ยั ศกึ ษา “รปู แบบการพาดหัวข่าวเชงิ คลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการแฉ” ตามรายละเอียด
ดงั ต่อไปนี้

1.1 การพาดหัวขา่ วแบบคลุมเครอื เพือ่ อยากใหอ้ ยากรู้
1.2 การพาดหัวข่าวแบบใช้เครือ่ งหมายเพื่อเร้าอารมณห์ รือเรยี กความสนใจ
1.3 การพาดหวั ข่าวโดยระบุคาํ เรยี กเพศ
1.4 การพาดหวั ข่าวเน้นความขัดแยง้
1.5 การพาดหวั ขา่ วแบบอ้างองิ ตวั เลข
1.6 การพาดหัวขา่ วแบบหัวขา่ วไมต่ รงกับเนื้อหาขา่ ว

ขอบเขตข้อมลู
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยศึกษารูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ โดย
คัดเลือกกลุ่มข้อมูลแบบเจาะจง คอื เจาะจงคัดเลือกเฉพาะพาดหัว “ไฮไลทค์ ลิปรายการแฉ” ที่ออกอากาศ
ระหว่างวันที่ 18 มกราคม -24 ธันวาคม 2564 และมียอดการกดถูกใจมากกว่า 10,000 คร้ัง ได้คลิป
ทั้งหมดจำนวน 128 คลิป

7

นิยามศัพท์เฉพาะ

การศึกษา “รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ” ผู้วิจัยได้นิยาม
ศพั ทเ์ ฉพาะ ดงั นี้

1. การพาดหัวข่าว หมายถึง การนำประเด็นสำคัญของข่าวท่ีนำมาตีพิมพ์เป็นหัวเรื่องโดยใช้
ตวั อกั ษรขนาดใหญ่ผดิ ปกติเพ่ือดงึ ดูดให้เกิดความสนใจ ซึ่งพาดหวั ข่าวในการศึกษาครั้งนี้ คอื พาดหัวไฮไลท์
คลปิ ทป่ี รากฎในเพจเฟซบุก๊ รายการข่าวแฉ

2.การพาดหวั เชงิ คลกิ เบท หมายถึง การพาดหวั ลกั ษณะขอ้ ความการพาดหัวข่าวชวนให้ผอู้ ่านเกิด
ความอยากรู้ ในเน้อื หาของข่าว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผูอ้ ่านได้ติดตามขา่ วสารผ่านรูปแบบการนำเสนอพาด
หัวขา่ ว ประกอบดว้ ย 6 รปู แบบ

2.1 การพาดหัวข่าวแบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ หมายถึง การใช้สำนวนภาษาที่มีความซับ
ช้อน ไม่ส่ือให้รู้ หรือทราบไดโ้ ดยชดั เจน แต่จะเนน้ การใช้ภาษาใหส้ งสัย ชวนใหต้ ดิ ตาม

2.2 การพาดหวั ข่าวแบบใช้เครื่องหมายเพื่อเร้าอารมณห์ รือเรยี กความสนใจ หมายถึง การพาด
หวั ขา่ วท่ีใชเ้ คร่ืองหมายในการส่ืออารมณ์ เพือ่ ใหด้ ูดึงดดู และเกิดอารมณ์คล้อยตาม ดังนี้

2.2.1 เครื่องหมายปรัศนี (?) คือเครื่องหมายที่ใช้ส้ินสุดในประโยคคำถามหรือใช้แทน
คำถาม และข้อความทเ่ี กิดความสงสยั หรอื ไมแ่ น่ใจ

2.2.2 เครือ่ งหมายอัศเจรยี ์ (!) คือเคร่ืองหมายวรรคตอน ใชเ้ ขียนหลังคำ วลี หรอื ประโยค
ท่ีเป็นคำอุทาน หรอื ใช้เขียนไว้หลังคำที่เลียนเสียงธรรมชาติ เพื่อให้ผู้อ่านทำเสียงได้เหมาะกบั เหตุการณ์ใน
เรอื่ งนัน้ ๆ และยงั ใช้เปน็ คำทีต่ อ้ งการเน้นเปน็ คำสงั่ หรอื คำเตือน

2.2.3 เคร่ืองหมาย วงเล็บ ( ) หรอื นขลิขติ คือเครื่องหมายใช้กับข้อความที่อธิบายไว้เพ่ือ
ชว่ ยใหช้ ัดเจนข้ึน หรอื ใชก้ ับขอ้ มูลบางอย่างเพ่ือเตือนความจำ

2.2.4 เครอื่ งหมายไข่ปลา หรือ จดุ ไข่ปลา (…) คือเครอ่ื งหมายท่ีใช้ละข้อความข้างทา้ ยที่ไม่
จำเป็นหรือไม่ตอ้ งการกลา่ วถงึ เพื่อแสดงใหเ้ ห็นว่าตดั ตอนข้อความน้นั มาเพียงบางสว่ น โดยต้องใสจ่ ุดอยา่ ง
น้อย 3 จดุ

2.2.5 เครื่องหมายจุลภาค หรือ ลูกน้ำ ( , ) คือเคร่ืองหมายใช้ค่ันคำในรายการ ที่เขียนต่อ
ๆ กัน ตั้งแต่ ๓ รายการข้ึนไป โดยเขียนคั่นแต่ละรายการ ส่วนหน้าคำ “และ” หรือ “หรือ” ที่อยู่หน้า
รายการสดุ ทา้ ยไม่จำเปน็ ต้องใส่เครอื่ งหมายจุลภาค

2.2.6 เครื่องหมาย ไม้ยมก (ๆ) คือเครื่องหมายใช้เขียนหลังคำ วลี หรือประโยค เพื่อให้
อา่ นซ้ำคำ วลหี รือประโยคอีกครัง้ หนึง่

2.2.7 เครื่องหมายอัญประกาศ ( “ ”, ‘ ’, ” ” ) คือเครื่องหมายใช้เขียนสกัดข้างหน้า
และข้างหลังของ อักษร คำ วลี หรือประโยค ที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ ให้ดูแตกต่างจากข้อความที่อยู่รอบ
ข้าง

8

2.3 การพาดหัวข่าวโดยระบุคำเรียกเพศ หมายถึง การพาดหัวข่าวที่นำเอาเรื่องเพศมาเป็นจุด
ดึงดูด ซงึ่ การนำเสนอพาดหัวข่าวในลักษณะนจ้ี ะมีการระบุคำเรยี กเพศอยดู่ ้วย

2.4 การพาดหัวข่าวเน้นความขัดแย้ง หมายถึง เป็นการพาดหัวข่าวท่ีมุ่งนำเสนอความขัดแย้ง
หรือชปู ระเดน็ ความขัดแยง้ ให้เห็นเปน็ จดุ เด่นในการพาดหวั ข่าว

2.5 การพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงตัวเลข หมายถึง เป็นการพาดหัวข่าวท่ีนำเสนอ หรือเน้นความ
เปน็ จำนวนเอาไว้ให้เห็นเปน็ จุดเดน่ ซ่ึงอาจใช้เป็นตวั เลขหรือภาษาเขยี นบอกจำนวนก็ได้

2.6 การพาดหัวข่าวแบบหวั ขา้ วไม่ตรงกับเน้ือหาข่าว หมายถึง เปน็ การนำเสนอพาดหวั ข่าวท่ีมี
ประเด็นของพาดหัวแตกตา่ งหรือไม่ตรงกับเน้ือหาของขา่ วโดยรวม

ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ

การศึกษา “การพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ” มีประโยชน์ท่ีคาดว่าจะ
ไดร้ ับ ดงั นี้

1. ทำให้ทราบถงึ การพาดหวั ข่าวเชงิ คลิกเบทในเพจเฟซบกุ๊ รายการขา่ วแฉ
2. สามารถนำผลวจิ ัยไปตอ่ ยอดในการทำวิจยั รปู แบบการพาดหัวขา่ วแพลตฟอร์มใหม่

วธิ ีดำเนนิ การวิจยั

การศึกษา “รปู แบบการพาดหวั ข่าวเชงิ คลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ” ผู้วิจัยกำหนด
วิธีดำเนินการวจิ ัย ดงั นี้

แหลง่ ข้อมูล
การวิจัยเร่ือง “รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท ในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ” ผู้ศึกษาจะ
คดั เลือกขอ้ มูลจากแหล่งขอ้ มลู ทีเ่ ป็นเพจเฟซบกุ๊ รายการข่าวแฉที่มกี ารเผยแพร่ ระหว่าง วันที่ 18 มกราคม
-24 ธันวาคม 2564 รวมเป็นระยะเวลา 11 เดอื น 6 วัน โดยจะคัดเลือกพาดหัวไฮไลท์คลิปท่ีมียอดการกด
ถูกใจ 10,000 คร้ังข้นึ ไป รวมทัง้ หมดจำนวน 128 คลปิ
แนวทางการดำเนินงาน
1. ศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวข้องในประเด็นต่อไปนี้

1.1 เอกสารทีเ่ ก่ียวกบั รูปแบบการพาดหวั ข่าว
1.2 เอกสารที่เก่ยี วกบั การพาดหวั ขา่ วเชงิ คลกิ เบท
1.3 งานวิจัยที่เกยี่ วขอ้ ง
2. สำรวจ และรวบรวมคดั เลอื กพาดหวั ไฮไลท์เชิงคลกิ เบทจากเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ ระหว่าง
18 มกราคม -24 ธันวาคม 2564 โดยจะคลปิ ท่ีมยี อดการกดถูกใจ 10,000 ครั้งขึน้ ไป รวมท้ังหมดจำนวน
128 คลปิ
3. นำข้อมลู ท่ีไดม้ าวิเคราะห์โดยแยกตามขอบเขตเน้ือหาที่กำหนดไว้ ดงั นี้

9

3.1 ศึกษารูปแบบการพาดหวั ข่าวเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบกุ๊ รายการข่าวแฉ โดยมรี ายละเอียด
ดังตอ่ ไปนี้

3.1.1 การพาดหวั ข่าวแบบคลมุ เครือเพื่อให้อยากเขา้ อ่านอยากรู้
3.1.2 การพาดหัวข่าวแบบใชเ้ ครื่องหมายเพอื่ เร้าอารมณ์หรือเรยี กความสนใจ
3.1.3 การพาดหัวขา่ วโดยระบุคาํ เรียกเพศ
3.1.4 การพาดหวั ขา่ วเนน้ ความขดั แย้ง
3.1.5 การพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงตวั เลข
3.1.6 การพาดหัวข่าวแบบหัวข่าวไม่ตรงกบั เน้ือหาขา่ ว
4. สรุปผลการวิเคราะห์ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
สรุปผลการศกึ ษาค้นคว้า
นำเสนอผลการวจิ ยั เร่ือง “รปู แบบการพาดหัวขา่ วเชิงคลกิ เบท ในเพจเฟซบกุ๊ รายการข่าวแฉ” ใน
รปู แบบการพรรณนาวิเคราะห์

10

บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกีย่ วข้อง

การศกึ ษา “รูปแบบการพาดหวั ขา่ วเชิงคลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการขา่ วแฉ” ผ้วู จิ ยั ศกึ ษา
คน้ คว้าจากเอกสารและงานวิจัยทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ดังต่อไปนี้

1. เอกสารท่เี ก่ยี วกบั รปู แบบการพาดหวั ข่าว
2. เอกสารที่เกีย่ วกับการพาดหัวข่าวเชงิ คลิกเบท
3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

1. เอกสารท่เี กย่ี วกบั รปู แบบการพาดหัวขา่ ว

การศกึ ษา “รปู แบบการพาดหวั ขา่ วเชิงคลกิ เบทในเพจเฟซบุ๊กรายการขา่ วแฉ” ผู้วิจัยไดศ้ กึ ษา
เอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบการพาดหวั ข่าว ในประเด็นต่อไปน้ี

1.1 ความหมายของการพาดหวั ข่าว
สุธิดา นาคเจริญ (2559, หน้า 1) ได้ให้ความหมายของการพาดหวั ขา่ ว สรปุ ได้ว่า การพาดหัวขา่ ว
คอื ส่วนบนสุดของข่าวที่ทำหน้าบอกผู้อ่านให้ทราบถึงสาระสำคัญของข่าว และเป็นส่วนประกอบสำคัญใน
การจัดหน้าหนังสือพิมพ์ หัวข่าวอาจมีขนาดแตกต่างกันตามความสำคัญของข่าวท่ีได้รับการประเมินค่า
แล้วจากบรรณาธิการ
วศินี จิตภูษา (ม.ป.ป., หนา้ 19) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหวั ข่าว
คือ การช่วยให้บรรณาธิการรู้ว่าข่าวน้ันมีประเด็นอะไรน่าสนใจ เพราะเป็นการพาดข้อความส้ัน ๆ วิธีการ
พาดหัวข่าวให้พิจารณาความสำคัญของข่าว น้ัน 1 ว่า ใคร (Who) ทำอะไร (What) ที่ไหน (Where)
เมื่อไร (When) อย่างไร (How) และทำไม (Why)
นนท์ธวัช ไชยวัง (2560, หน้า 21) อ้างถึง นรินทร์ นาเจริญ (2549, หน้า 195 - 209) ได้ให้
ความหมายของการพาดหวั ข่าว สรุปได้วา่ การพาดหัวขา่ วคือส่ิงแรกทีผ่ ู้อ่านจะพบเจอในการอ่านขา่ ว และ
จะมีผลต่อการเข้าติดตามอ่านข่าวต่อไปในรายละเอียดเป็นส่วน สำคัญที่ผู้อ่านจะตัดสินใจอ่านหรือไม่ช่ือ
เร่ืองต้องสะดุดตา ครอบคลุมเนื้อหา ส้ันกะทัดรัด วิธีการตั้งช่ือหรือการพาดหัวข่าวมีหลายแบบ เช่น การ
พาดหัวข่าวแบบสรปุ ความ การพาดหัวข่าวแบบต้ังคำถาม การพาดหัวข่าวแบบอ้างคำพูด การพาดหัวข่าว
แบบเล่นสัมผัส การพาดหัวข่าวแบบใช้คำอุทาน การพาดหัวข่าวแบบยกย่องการพาดหัวข่าวแบบ
เปรียบเทยี บ การพาดหวั ข่าวแบบบอกเลา่ และการพาดหัวข่าวแบบปรศิ นา
นันทิญา พันธ์โชติ และรัตนา จันทร์เทาว์ (2558, หน้า 3) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว
สรุปได้วา่ การพาดหัวข่าวเปรียบเสมือนการโฆษณาสินค้า ดังนั้นการพาดหัวข่าวจึงต้องใช้ภาษาเพ่ือดึงดูด
ความสนใจจากผู้อ่าน โดยจะใชอ้ ักษรขนาดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กบั ความสำคัญของเหตุการณ์ที่กำลังตกเป็นข่าว

11

วไิ ลวรรณ จงวิไลเกษม (2556, หน้า 1) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาด
หวั ขา่ วเป็นการบอกประเด็นสำคัญของข่าวมักใช้ประโยคท่ีเปน็ ข้อความส้นั 1 เพื่อช่วยให้รู้วา่ เป็นข่าวอะไร
และมีประเด็นใดน่าสนใจ วิธีการพาดหัวข่าวให้พิจารณาข้อความของข่าวน้ัน ๆ ว่าใคร ทำอะไร เม่ือไร ที่
ไหน อย่างไร และทำไมจึงทำเชน่ นัน้

ถาวร บุญปวัตน์ (2538, หน้า 121) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรปุ ได้ว่า การพาดหัว
ข่าวคือการนำเอาประเด็นข่าวมาพาดหัว ส่วนพาดตัวโตหรือตัวเล็กก็ขึ้นอยกู่ ับความสำคัญของเหตกุ ารณ์ที่
ตกเป็นข่าว เหตุ การณส์ ำคัญและประชาชนสนใจกเ็ ป็นข่าวใหญ่พาดหวั ตัวโป้งไปเลย ขา่ ว ดแี ต่คนไม่สนใจ
กเ็ ปน็ ขา่ วใหญ่ไปไมไ่ ด้ ถ้าพูดกันแบบชาวบา้ น ๆ กว็ ่า ขา่ วใดย่วั กิเลสความอยากร้ขู องคน

ภาคภูมิ หรรนภา (2554, หน้า 95) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหัว
ข่าว คือการสรา้ งสรรค์ภาษาทีส่ ั้นกระชบั ครอบคลุม ประเด็นเน้ือข่าวทั้งหมดออกมาในรปู ของประโยค วลี
หรือข้อความส้ัน ๆ และอยู่ส่วนบนสุดของเนื้อข่าว อีกทั้งยังมีขนาดตัวอักษรที่ใหญ่เพ่ือดึงดูคความสนใจ
ของผอู้ า่ น

มาลี บญุ ศริ พิ ันธ์ (2537, หน้า 94) ใหค้ วามหมายของการพาดหัวขา่ ว สรปุ ไดว้ า่ คือสว่ นบนสุดของ
ข่าว เป็นส่วนที่อยู่เหนือจากเน้ือข่าว ทำหน้าท่ีบอกผู้อ่านให้ทราบถึงสาระ รายละเอียคของข่าว และเป็น
ส่วนสำคัญในการจัดหน้าหนังสือพิมพ์ การพาคหัวข่าวอาจมีขนาคแตกต่างกัน ตามความสำคัญของข่าวท่ี
ได้รับการประเมินค่าข่าวจากบรรณาธิการ แต่สาระในหัวข่าว จะต้องเป็นประเด็นท่ีสำคัญและเป็นส่ิงที่
น่าสนใจสำหรบั ผอู้ ่าน

สมควร กวยี ะ (2547, หน้า 68) ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่าการพาดหัวข่าวเป็น
สิง่ ท่ีดงึ ดดู ใจทำใหส้ ารหรอื เนอื้ ขา่ วท่สี ง่ ไปมคี วามหนกั แนน่ นอกจากนนั้ ยังมีความเป็นวารสารศาสตร์ทีต่ อ้ ง
สร้างสรรคภ์ าษาทุกวนั

โอภาส สุกใส (ม.ป.ป., หน้าที่ 155) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่าพาดหัวข่าว
เป็นส่วนแรกสุดของข่าวที่จะเรียกรอ้ งความสนใจในข่าวแต่ละข่าว โดยเขียนสรุปประเด็นท่ีสำคัญที่สุดของ
ข่าว เพ่ือชว่ ยใหผ้ ้อู า่ นสามารถประเมินความสำคัญของข่าว น้ันได้ดว้ ยเพียงแตม่ องผ่าน ๆ ไปเท่านนั้

พนม วรรณศิริ (2544, หน้า 187) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหัว
ข่าว คือส่ืงที่ดึงดูดให้ผู้อ่านสนใจในข่าว ประเด็นสำคัญที่สุดของเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นจะอยู่ในส่วนน้ี ข่าวท่ี
เด่นท่ีสุดในแต่ละวันจะกลายมาเป็นข่าวพาดหัวตัวโตที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของ หัวขา่ วมีส่วนสำคัญใน
การคัดสินใจอ่าน หัวข่าวจะบอกข้อเท็จจริงในเบ้ืองค้น ผู้ที่สนใจจะต้องหาอ่านในรายละเอียดต่อไปในตัว
ข่าว บางคนทไี่ ม่ค่อยมีเวลามากนักเพียงได้อ่านเฉพาะหัวข่าวเท่าน้ัน ก็พอจะรู้แล้ววา่ เหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดขึ้นท้ัง
ในและนอกประเทศในวันนั้นมีอะไรบ้าง รวู้ ่าสถานการณ์ ภายในประเทศโดยรวมขณะนน้ั เปน็ อย่างไร

ฤทัยวรรณ โชคทวีพาณิชย์ จากเว็บไซต์ www.elearning.nsru.ac.th (ม.ป.ป.) ได้ให้ความหมาย
ของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหัวข่าวคือ การนำประเด็นสำคัญของข่าวมาพาดหัวหนังสือพิมพ์
เพ่ือให้ผู้อ่านทราบว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยใช้ตัวอักษรตัวใหญ่กว่าธรรมดา ใช้เพียงข้อความส้ัน ๆ แต่

12

สามารถเสนอสาระสำคัญให้แก่ผู้อ่านได้พิจารณาเลือกอ่านรายละเอียดข่าวที่ตนสนใจท้ังยังสามารถบอก
ภาพลักษณ์ของหนงั สือพิมพฉ์ บับนั้น ๆ ดว้ ย

นรินทร์ นำเจริญ (2549, หน้า 195-209) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การ
พาดหัวข่าว คือสิ่งแรกท่ีผู้อ่านจะพบเจอในการอ่านข่าว และจะมีผลต่อการเข้าติดตามอ่านข่าวต่อไปใน
รายละเอียด เป็นส่วนสำคัญท่ีผู้อ่านจะตัดสินใจอ่านหรือไม่ ช่ือเรื่องต้องสะดุดตา ครอบคลุมเน้ือหา สั้น
กะทัดรัด วิธีการต้ังชื่อหรือการพาดหัวข่าว มีหลายแบบเช่น การพาดหัวข่าวแบบสรุปความ การพาดหัว
ข่าว แบบตั้งคำถาม การพาดหัวข่าวแบบอ้างคำพูด การพาดหัวข่าวแบบเล่นสัมผัส การพาดหัวข่าวแบบ
ใช้คำอุทาน การพาดหัวข่าวแบบยกข่อง การพาดหัวข่าวแบบเปรียบ การพาดหัวข่าวแบบบอกเล่า และ
การพาดหัวข่าวแบบปริศนา

นนท์ธวัช ไชยวัง (2560, หน้า 25) อ้างถึงใน ธวัชชัย จารนัย (2540, หน้า 68) ได้ให้ความหมาย
ของการพาดหวั ขา่ ว สรุปได้ว่า การพาดหัวข่าวจะต้องส่ือความหมาย และบอกเรื่องราว ที่เกดิ ขึน้ ให้ได้มาก
ท่ีสุด และให้ผู้อ่านได้รู้ว่าเนื้อท่ีจะอ่านต่อไปเป็นเรื่องอะไร การพาดหัวข่าวส่วน ใหญ่เป็นการใช้ประโยค
บอกเล่าว่าเหตุการณ์อะไรกำลังเกิดขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ดังนั้ น การพาดหัวข่าวต้องใช้
ประสบการณ์ในการสรรหาถ้อยคำ ภายาที่สั้น กะทัดรัดที่สุด แต่มีน้ำหนัก และมีใจความสำคัญมากที่สุด
เป้าหมายการพาดหัวข่าว คือดึงดคู ความสนใจจากผ้อู ่าน ควรเรียบ เรยี งคำทน่ี ำเสนอใหม้ ีความน่าสนใจให้
ผอู้ ่านมีความร้สู กึ อขากเข้าไปอ่านตอ่ ในรายละเอียดข่าว เป็น การประหชัดเวลาแก่ผู้อ่านเพราะหัวขา่ วเป็น
การสรุปเน้ือหาอย่างข่อท่ีสุดและมีความน่าสนใจที่สุด มาบอกเล่าหรือขายประเด็นให้ผู้อ่าน การพาดหัว
ข่าวยังเป็นการลำดับความสำคัญของข่าว เช่น การ ใช้ขนาคอักษร และพื้นท่ีใหญ่ หมายความว่า ข่าวนี้มี
ความสำคัญกว่าข่าวอ่ืนาเป็นข่าวเด่นประชโวัน ถ้าเป็นข่าวรองขนาดอกั ษร พื้นที่การพาดหัวขา่ วจะลองลง
มา อีกทั้งหัวข่าวยังสร้างความสวยงาม การเล่นตัวอักษรให้มีความแตกต่างการใส่สีทำให้มีความสวยงาม
สะดุดตา ชว่ ยดึงคดผู้อ่านให้เข้า มาอ่านได้ นอกจากนี้การพาดหัวบุคลิกของส่ือ การพาดหัวข่าวของแต่ละ
สำนักข่าวจะใช้ตัวอักษร และขนาดอักษรสีไม่เหมือนกันแต่ละที่จะมีอกลักษณ์แตกต่างกันออกไปทำให้
ผู้อา่ นจดจำได้งา่ ข ดังนน้ั เหมือนเหน็ ตวั อกั ษรสามารถบ่งบอกไดเ้ ลยวา่ เป็นสอื่ ไหน

ภาคภูมิ หรรนภา (2554, หน้า 7) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหัว
ข่าว คือ ส่วนแรกของข่าวที่สรปุ ความสำคัญหรือประเด็นที่ สำคัญที่สุดของแต่ละขา่ ว มักเลือกใช้ถ้อยคำที่
ถูกกลั่นกรองอย่างละเอียดเพื่อให้ความหมายกะทัดรัด สื่อความหมายและดึงดูดความสนใจชวนให้ผู้อ่าน
ติดตามอ่านรายละเอยี ดดา้ นในเนือ้ ขา่ วตอ่ ไป และ มกั ใชต้ ัวอักษรขนาคใหญท่ ่ีสดุ ในขา่ วแตล่ ะขา่ วด้วย

อรชา เผือกสุวรรณ (2544, หนา้ ท่ี 274) ได้ให้ความหมายของการพาดหวั ขา่ ว สรุปได้ว่า การพาด
หวั ข่าว คือการเขียนพาดหวั ให้ส้ัน กระชบั แต่ยังคงใจความสำคัญ เพื่อให้ผูอ้ ่านมีความสนใจดดิ ตามเนื้อหา
ต่อไป และการพาดหัวจะต้องเป็นท่ีนำสนใจสะดุดตาสร้าง ภาพให้ผู้อ่านคล้อยตามมากกว่าภามาเขียน
ท่วั ไปทั้งในด้านสำนวนโวหารรูปแบบการนำคำไปเขียน เรียงความให้ผู้อ่านทราบความหมาย ภาษาทใี่ ชใ้ น
การเขียนพาดหัวข่าวจึงใช้คำหรือประโยคที่ทำให้ เกิดจินตนาการในการสร้างภาพพจน์ของเนื้อหาข่าว
และมักใชร้ ะดบั ภาษาไมเ่ ปน็ ทางการ

13

กนกพร ประสิทธ์ิผล (2559) นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้ให้ความหมายของการพาดหัว
ข่าว สรุปได้วา่ การพาดหัวข่าว คือจุดจึงดูดความสนใจให้ผู้อ่านเข้ามาอ่านข่าว แต่ในขณะเดียวกันผู้เขียน
นกั ข่าว หรือบรรณาธิการ ข่าวก็ต้องทำทกุ วิถีทางให้ผู้อ่านเข้าไปดิดตามเนื้อหาข่าวนั้น การพาดหัวข่าวคือ
ส่วนทสี่ ำคญั สุด รองลงมาคอื คำโปรย และรายละเอยี ดเนื้อหา ตามลำดบั เพราะะนั้นความเกง่ ของคนเขียน
พาดหัว ข่าวคือต้องสรุปเร่ืองราวและเหตุการณ์ โดยเฉพาะส่ือออนไลน์ท่ีกำลังอยู่ในการแข่งขันท่ีสูงการ
พาดหัวข่าวที่ดีจะต้องเป็นไปตามทฤษฎีเชิงวารสารศาสตร์สรุปประเด็นสำคัญ ว่าใคร ทำอะไร ที่ ไหน
เม่ือไหร่ ทำไม และอย่างไร หรือตามหลัก รพ-เH แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าการพาดหัวข่าวใน สื่อออนไลน์
จะเน่ันมองว่าพฤดิกรรมของผู้เพสื่อมากกว่าซึ่งอาจมองไปที่ว่าขณะนี้การพาดหัวข่าว ลักษณะไหนกำลัง
เป็นท่ีนิยมหรือผู้บริโภดกดเข้าไปอ่านข่าวน้ันมากที่สุด แต่ก็ชังคงหัวใจสำคัญให้ กระชับ และได้ใจความ
มากขึน้ เพอื่ ชว่ ยผบู้ ริ โภคสื่อออนไลน์สนใจ และเข้าถึงได้

ในขณะที่นนั ทวฒั น์ เนตรเจริญ (2560, หนา้ 39) อา้ งถึงใน ภาคภมู ิ หรรนภา
(2555, หน้า 77 – 95) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหัวข่าว คือข้อความที่
กระชับแต่ครอบคลุมประเด็นสำคัญของข่าวการเขียนพาดหัวข่าวนั้นมีพ้ืนที่จำกัดจึงต้องเลือกใช้คำที่
กระชับ และในขณะเดยี วกันก็ตอ้ งเล่าประเด็นสำคัญให้ผูอ้ ่านทราบไดโ้ ดยยอ่ ดว้ ย ดังตวั อย่างตอ่ ไปน้ี

“ทัพสินค้าไทยไปจีนเริ่มสะดุด ค่าเงนิ หยวนใหม่ทำตลาดฝดื ”
(ท่ีมา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 7 ก.ค. 2553)

จากพาดหวั ข่าวจะเห็นได้วา่ มีการเลือกใช้ถ้อยคำท่ีกระชบั และสามารถเล่าเรอื่ งราวได้ชดั เจนทันที
อย่างไรก็ตาม ข่าวออนไลน์ตามเว็บไซต์ข่าวหลายเว็บไซต์มีลักษณะของพาดหัวข่าวที่แตกต่างกับพาดหัว
ข่าวแบบเดมิ คือไม่ใชพ่ าดหัวขา่ วท่สี รปุ สาระสำคญั อย่างกระชบั และชัดเจน แต่เปน็ พาดหัวข่าวทีม่ ีลักษณะ
กง่ึ ปกปิดการเปิดเผยมีความน่าสงสัย และมีการแสดงปฏิกิริยาต่อเร่ืองราวในข่าวอย่างเห็นได้ชัดเจนทำให้
พาดหัวข่าวรู้สึกว่าข่าวเหล่าน้ันน่าสนใจ น่าค้นหา และอยากเข้าไปอ่านข่าวในเว็บไซต์ต่อไปน้ีดังตัวอย่าง
ต่อไปนี้

“จรงิ ๆ ใชม่ ยั้ เนี่ย! นีค่ ือสดุ ยอด “คุกไฮโซ” หรหู ราเทยี บเทา่ กับโรงแรม 5 ดาว เห็นภาพแลว้
ถึงกับสตั๊นหนกั ”

(www.jaizaa.com)

จากท่ีกลา่ วมาข้างต้น จะเหน็ ได้ว่าการพาดหัวขา่ วแบบเดมิ จะมีความแตกต่างกบั การพาดหวั ข่าว
ในเว็บไซต์ สรปุ ได้ว่า การพาดหัวข่าวแบบเดมิ เปน็ การพาดหวั ขา่ วทส่ี รปุ สาระสำคัญอยา่ งกระชบั และ

14

ชัดเจน แตก่ ารพาดหัวข่าวในเว็บไซต์ เป็นการพาดหัวข่าวในลักษณะท่ีกระตุ้นและเร้าความสนใจผู้อ่านทำ
ให้ผู้อ่านอยากเข้าไปอ่านข่าวในเว็บไซต์ การพาดหัวข่าวประเภทนี้เรียกว่า “คลิกเบท” หรือ“พาดหัวข่าว
เพอ่ื ชวนให้อ่าน” การพาดหวั ข่าวประเภทนีจ้ ะดึงดูดความสนใจแก่ผูอ้ ่าน

จากการศึกษาความหมายของพาดหัวข่าว สรุปได้ว่า การพาดหัวข่าวนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก แม้
จะเป็นแคข่ ้อความสั้น ๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงประเด็นข่าวนั้น ๆ เพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงสาระสำคัญใน
ขา่ ว โดยการใช้ภาษาที่ดึงดูดผูอ้ า่ น ทำใหเ้ กิดความอยากรขู้ องขอ้ มลู ข่าวเพิ่มมากข้ึน

1.2 รูปแบบการพาดหัวขา่ ว
นกั วิชาการไดก้ ล่าวถงึ รปู แบบการพาดหวั ข่าวไว้อย่างหลากหลาย ดังรายละเอยี ดดังตอ่ ไปนี้
วิไลวรรณ จงวิไลเกษม (2556, หน้า 1) ไดก้ ลา่ วถงึ รูปแบบการพาดหัวข่าว สรุปได้ดงั นี้
1. แบบ Who นำ เช่น "นายกรัฐมนตรปี ระชุมชี้แจงเจา้ หนา้ ที่ ศอ.บต." "แฝดสยามเพศ
หญิงเสียชีวิตแล้ว" "กกต.ยนื กรานห้ามจดใหม่ พรรคถูกยุบ
2. แบบ What นำ เชน่ "เกิดเพลงิ ไหมท้ ี่ผ่านชุมชนกลางตลาด" ซงึ่ ส่วนใหญ่
ความสำคญั ของข่าวอยูท่ ี่ การกระทำและผลกระทบ
3. แบบ When นำ เช่น "31 พ.ค.ช้ชี ะดายบุ พรรด" ซึ่งขา่ วนค้ี วามสำคัญอยู่ทเี่ งื่อนไข
ของเวลา
4. แบบ Where นำ เชน่ "เชียงใหม่กลายเปน็ เมืองในหมอกจากไฟปา่ " ซ่ึงคณุ คา่ ของ
ข่าวอยูท่ ่ีสถานท่ี
5. แบบ Why นำ เช่น "เร่งหาสาเหตหุ นุ่มคลงั่ ยิงกราด 3 ศพ กลางตลาดไท"
ความสำคญั ของขา่ วอยู่ท่ีการตง้ั ขอ้ สังเกต เพื่อเพม่ิ ความอยากรู้ อยากเหน็
6. แบบ How นำ เช่น "อยากไดม้ ือถือรุน่ ใหม่ วยั รุ่นหาเงนิ ด้วยการขายตัว" ความสำคัญ
ของข่าวอยทู่ ี่ความเปน็ เหตุเป็นผล
นนท์ธวัช ไชยวัง (2560, หนา้ 31) ได้กลา่ วถงึ รูปแบบการพาดหัวขา่ ว สรปุ ไดด้ ังนี้
1. การพาดหัวขา่ วท่ีใช้คำสแลง
2. การพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงคำพดู
3. การพาดหัวข่าวเรียกชื่อคนดงั /เรยี กชือ่ จรงิ -เล่น/สมญานามแหลง่ ข่าว
4. การพาดหวั ข่าวแบบใช้อกั ษรย่อ คำย่อของช่ือเฉพาะยศตำแหน่ง
5. การพาดหัวข่าวแบบเรียกอาชีพต่างๆ
6. การพาดหวั ข่าวแบบเรียกช่ือหน่วยงาน
7. การพาดหัวขา่ วใช้ทับศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศ
8. การพาดหวั ข่าวที่ใช้คำรุนแรง
9. การพาดหวั ข่าวแบบสรุปความให้ขอ้ มลู
ถาวร บญุ ปวัตน์ (2538, หนา้ 125-127) ได้กล่าวถงึ รูปแบบการพาดหัวข่าว สรุปไดด้ งั น้ี

15

1. แบบ Cross Line หรือ Bar Line เปน็ การพาดหวั แบบ เตม็ คอลัมนแ์ ตม่ บี รรทดั เดียว
2. แบบ Invested Pyramid รูปแบบเปน็ พร่ี ะมดิ หวั กลับหรื พชี ะผดิ ควำ่ า มี 2-3 บรรทัด ต้ังอยู่
กลางคอลัมน์ บรรทัดลา่ งสนั้ กว่าบรรทัดบน
3. แบบ Banner เปน็ การพาดหวั แบบเต็มคอลัมน์และเตม็ หนา้ กระดาษหนงั สอื พิมพ์ ใชก้ ับขา่ ว
ขนาดใหญ่ อาจจะมีบรรทัดเดียวแต่ตวั โตชนาดยักษ์ หรือสองบรรทดั ตวั โต หรืออาจมตี วั เลก็ แถมอกี
บรรทดั หนง่ึ อยูบ่ นสุดหรือลา่ งสุด
4. แบบ Stepped Lines เปน็ แบบขนั้ บันได พาดหัว 2 หรือ 3 บรรทัด ให้ส่วนหวั ของข่าวบรรทัด
แรกสั้นกว่าด้านหนึ่ง บรรทัดท่ีสอง ที่สามก็ยาวเหลื่อมกันไปโดยอีกด้านหน่ึงชิดขอบกระดาษซ้ายหรือขวา
กไ็ ด้
5. แบบ Flush Left เป็นแบบข่าวหัว 2 หรือ 3 ชั้น ด้าน ซ้ายของทุกชั้นติดขอบ ส่วนด้านขวา
เทา่ กันหรือไมเ่ ทา่ กนั กไ็ ด้
6. แบบ Flush Right เปน็ แบบหัวข่าวด้านขวาทั้งสองหรือสาม บรรทัดติดขอบขวา ส่วนด้านซ้าย
เทา่ กันหรือไมก่ ็ได้
7. แบบ Double Crossline แบบพาดหวั ขา่ ว 2 ชัน้ ขนาด ยาวเท่ากนั
8. แบบ Centered Middle Line แบบพาดหวั 3 ชั้น ช้ันบน ขนาดตัวและความยาวเท่ากัน ส่วน
ตรงกลางใชต้ ัวเลก็ กว่าและขนาดส้ันกวา่ อาจจะใชก้ ับการพาดหัวเต็มหน้าหรือไม่ก็ได้ และบรรทดั กลางอยู่
ในเครอื่ งหมายเลขนอกเลขในกไ็ ด้
9. แบบ Invested Stepped แบบพาดหัว 3-5 ชั้นในกรณีเป็น ข่าวใหญ่ บรรทัดแรกเต็มหน้า
หรอื เต็มคอลมั น์ สว่ นบรรทดั ตอ่ ๆ ไปก็ส้นั ลงตามลำดบั หรอื เรียกอีกอย่างว่าแบบบันไดคว่ำ
10. แบบ Kicker เป็นแบบพาดหัว 3 ชั้น ชั้นบนสุดใช้ตัวเล็ก ๆ อาจจะโควตคำพูดมาลง ส่วนอีก
2 ชัน้ ใชต้ วั ใหญอ่ าจเทา่ หรือไมเ่ ทา่ กัน อยชู่ ดิ ดา้ นขวาของหน้า อาจจะเต็มหรอื ค่อนหรอื ครึ่งหน้า
11. แบบ Skyline เป็นแบบพาดหัวเต็มหน้าชั้นเดียว ตัวหนังสือ ไม่ใหญ่มากนัก อาจเป็นข่าว
สำคัญแต่ไม่ถึงขนาดต้องพาดหัวใหญ่ 3 ช้ัน อาจจะเป็นพาดหัวโฆษณาเน้ือในก็ได้ เช่น คอลัมน์ดัง ๆ
รายงานข่าว พเิ ศษ เป็นตน้
รัตนา จันทร์เทาว์ (2560, หน้า 49-51) ได้กล่าวถึงรูปแบบการพาดหัวข่าวว่ามี 2 รูปแบบ
ประกอบดว้ ย
1.รูปแบบการพาดหวั ขา่ วแบบวลี สรปุ ได้ จะขนึ้ ต้นดว้ ย "วลีหลัก" จำนวน 1-3 วลี นำมาวางตอ่
กนั ถึงจะไม่มี กริยาหลักแต่ก็สามารถเขา้ ใจเนอื้ หาของข่าวไดพ้ อสงั เขป ดังตวั อยา่ ง ต่อไปน้ี
งานตลาดนัดผลติ ภัณฑข์ องเอ้ือยน้องแมห่ ญิง

(5/03/2013)
นำ้ ตกตาดซอน แหลง่ ท่องเท่ียวธรรมชาติทีน่ า่ เทย่ี ว

(16/02/2013)

16

ตัวอย่างการลักษณะพาดหัวข่าวในรูปแบบวลีข้างต้นมีลักษณะ การใช้วลีท่ีใกล้เคียงกัน กล่าวคือ
ท้ังหมดเป็นวลีประเภท "นามวลี" แบ่ง ส่วนประกอบออกเป็น "วลีหลัก" ในส่วนต้น ได้แก่ "งานตลาดนัด"
"น้ำตกตาดซอน" "จดหมายแสดงความขอบใจ" "ผปู้ ระสานงานคนใหม"่ และ "การบริการให้ขอ้ มูล"

รัตนา จันทร์เทาว์ (2560, หน้า 53-55) ได้กล่าวถึงรูปแบบการพาดหัวข่าวแบบประโยคจะเป็น
รปู แบบประโยคท่ีสมบูรณ์มากกว่าไม่สมบูรณ์ รูปแบบประโยคแบบไม่สมบูรณ์จะเป็นการขาด หรือการละ
"ภาคประธาน" ของประโยค มักจะข้ึนต้นประโยคด้วยกริยา สำคัญ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะขาดภาค
ประธานแต่ผู้อ่านก็สามารถเข้าใจ ความหมายได้ จากรายละเอียดใน "ภาคแสดง" ซึ่งจะให้ข้อมูลกลับไปสู่
ภาคประธานว่าหมายถึงใคร ดังน้ัน ในบริบทการใช้ภาษาพาดหัวข่าวใน รูปแบบประโยคที่ไม่สมบูรณ์นี้
ผอู้ ่านจึงต้องมีประสบการณ์รว่ มและเป็นคน ในสังคมลาวจงึ จะสามารถเข้าใจความหมายหรือทราบวา่ พาด
หวั ขา่ วนั้น กลา่ วถงึ ใคร หรือ ภาคประธานของประโยคเปน็ ใคร ดงั ตัวอย่าง ตอ่ ไปน้ี

คณะผู้แทนองค์การอาหารโลก ลงติดตามโครงการอยู่แขวงหลวง นำ้ ทา
(4/04/2013)

คำทะนะพอน หมัน้ ใจในงานไมแ้ ดงผลิตภัณฑ์ ยังเปน็ ท่ียอมรับของตลาด
(7/11/2013)

ตัวอย่างพาดหัวข่าวที่ใช้รูปแบบประโยคสมบูรณ์ข้างต้นพบว่ามี โครงสร้างเหมือนกัน คือ
ประกอบด้วย "ภาคประธาน" และ "ภาคแสดง" โดยภาคประธานใช้ นามวลี และภาคแสดงใช้กริยาวลีและ
นามวลี ประกอบ ภาคประธานในแต่ละพาดหัวข่าวจะแสดงความสัมพันธ์กับภาค แสดงในลักษณะคล้อย
ตามกัน กล่าวคอื หากภาคประธานเปน็ คณะรัฐบาล ภาคแสดงกจ็ ะชี้ให้เห็นกิจกรรมของประธาน แต่หาก
ภาคประธานเป็น บคุ คล ภาคแสดงก็จะอธบิ ายกิจกรรมของบุคคลคนน้ัน ตัวอย่างข้างต้นมี ภาคประธานท่ี
พบในพาดหัวข่าวจำนวนมากได้แก่ รัฐบาล และหน่วยงาน รัฐ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ
บรษิ ัทเอกชน และประชาชน

ประกายฉัตร สขุ สวัสดิ์ (2537, หนา้ 11) ได้ใหต้ วั อย่างการพาดหัวข่าวไว้ดังน้ี
1. รปู ประโยคบอกเล่า

1.1 Students Protest
นักศกึ ษาประท้วง

1.2 Excise favours tobacco Iiport
สรรพสามิตเหน็ ดว้ ยกบั การนำเขา้ ยาสบู

1.3 Downpours add to misery of tornado victims
ฝนทต่ี กลงมาอยา่ งหนักเพื่อความทุกขย์ ากให้กบั ผูเ้ ปน็ เหยอื่ ของพายุทอรน์ าโด

1.4 Jumbo jet wing peels off midair
ปกี เคร่ืองบนิ หลุดออกกลางอากาศ

1.5 Royal Family presides at heroes' cremation

17

พระบรมวงศานุวงศเ์ ป็นประธานในงานพระราชทานเพลิงศพวีรบรุ ุษ
2. รปู ประโยคบ่งผู้กล่าว

2.1 PM: Get rid of illegal airport taxis
นายกรฐั มนตรพี ดู ว่าให้กำจดั รถรบั จา้ งเถอื่ นท่ีสนามบิน

2.2 FAO: Cassava root output up slight in 1889
องค์การอาหารและเอษตรกล่าวว่าผลผลิตมันสำปะหลังออกส่ตู ลาดเพยี งเลก็ น้อยในปี 1889

3. ประโยครปู กริยา BE
3.1 more arrest likely in forestry scandal
มกี ารจบั กุมเพิ่มข้ึนในคดีซ้อื ฉาวเก่ียวกบั ป่าไม้
3.2 investors not affected by expressway feud
นักลงทนุ ไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแยง้ เก่ียวกับทางดว่ น
3.3 key aide a suspect in Gandhi assassination
องคร์ กั ษค์ นสำคัญเป็นผู้ต้องสงสยั วา่ ลอบสงั หารคานธี
3.4 Measures to ease NE woes to go to Cabinet
มาตรการท่ีจะบรรเทาความทุกขย์ ากของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เข้าสู่ การพิจารณาของ

คณะรัฐมนตรี
3.5 Officials to visit France for food additive talks
เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเดินทางไปฝรั่งเศสเพ่ือเจรจาเรื่องสารเสรมิ อาหาร
3.6 FAO team coming here for survey
คณะขององคก์ ารอาหารและเกษตรกำลงั เดนิ ทางมาท่ีน่เี พ่อื การสำรวจ
3.7 Colombia drug cartel leaders indicted in USA
ผู้นำในการจำหน่ายยาเสพตดิ รว่ มกนั ของโคลอมโบถูกฟ้องร้องในสหรัฐ

4. ประโยค compound
4.1 Israel troops, Arab students clash
ทหารอิสราเอลและนักศึกษาชาวอาหรับปะทะกนั
4.2 Swedes hoard food, fuel
ชาวสวีเดนสะสมอาหารและเชอ้ื เพลิง
4.3 Insurgents down copter, two die
ผกู้ อ่ การรา้ ยย่ิงเฮลิคอปเตอร์ตก ไชนตาย 2 คน
4.4 villagers flee stray shall as Burmese fight Karon
ชาวบ้านหนีกระสนุ ปืนลูกหลงในขณะที่พม่าสรู้ บกบั กระเหรยี่ ง
4.5 Nine killed as Sikh extremists go on rampage
มคี นตาย 9 คน จากการทีช่ าวชกิ หห์ ัวรุนแรงบุกเข้าไป

18

5. ประโยคคำถาม
Hazards of war?
การเสยี่ งอนั ตรายจากสงคราม

6. วลี
6.1 Two more medals
เพมิ่ อีก 2 เหรียญ
6.2 Arport Heroine arrest
การจบั กมุ เฮโรอนี ทส่ี นามบิน
6.3 Call for firm grip on inflation
เรียกรอ้ งให้มกี ารควบคุมเงินเออย่างเหนียวแนน่
6.4 Reshuffle at commerce
มกี ารสบั เปลี่ยนตำแหนง่ ทก่ี ระทรวงพาณิชย์ 6.5 Not an 'open-and-end' case ไมใ่ ช่

กรณที สี่ รปุ ได้ชดั เจน

จากการศึกษาเอกสารที่เก่ียวขอ้ งกบั พาดหวั ขา่ ว ทำใหท้ ราบถึงความหมายและรปู แบบของ
พาดหวั ข่าว ซึง่ ข้อมลู ท่ีได้จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์พาดหัวขา่ ว ในการศึกษา “รูปแบบการพาดหวั
ข่าวเชงิ คลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการขา่ วแฉ” ตอ่ ไป

2. เอกสารท่ีเก่ยี วกับการพาดหวั ข่าวเชงิ คลิกเบท

การศกึ ษา “รปู แบบการพาดหัวขา่ วเชงิ คลิกเบทในเพจเฟซบ๊กุ รายการข่าวแฉ” ผู้วจิ ยั ได้ศึกษาง
เอกสารทเ่ี กี่ยวข้องกับเอกสารทเี่ กี่ยวกับการพาดหัวเชิงขา่ วคลิกเบท ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี

2.1 ความหมายการพาดหัวข่าวเชิงคลกิ เบท
นนท์ธวัช ไชยวัง (2560, หน้า 29) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทสรุปได้ว่า
การพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท คือ รูปแบบการพาดหัวข่าวที่หลอกล่อให้คนเข้ามาอ่านข่าวผ่านวิธีการใช้
ภาษาหรือการใช้เคร่ืองหมายต่าง ๆ และการใช้คลิปภาพมาใช้ในการพาดหัว คือรูปแบบการพาดหัวแบบ
แพลตฟอร์มส่ือใหม่คือการใช้คำสำนวนภาษาในการหลอกล่อให้เหยื่อเข้ามาหรือกลยุทธ์การตระครบุ เหยื่อ
ให้เขา้ มาอ่านข่าวในรายละเอียด โดยจะใช้คำเร้าอารมณ์คนอ่าน การพาดหัวข่าวถือว่าเป็นประตูหน้าบ้าน
ที่จะดึงดูดความสนใจวธิ ีทำการใชภ้ าษาสำนวน การเพมิ่ ความหลากหลายในหวั ขา่ วจากแพลตฟอร์มดง้ั เดิม
เช่น การมีภาพ มีคลิป โดยส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการพาดหัวข่าวดังต่อไปน้ีหรือการพาดหัวข่าวคลุมเครือ
เพื่อให้อยากเข้าอ่านอยากรู้ทำให้ผู้อ่านสงสัยและตัดสินใจกดเข้าไปอ่านในเน้ือข่าว และภาษาในการพาด
หัวขา่ วมกั ใช้คำเร้าอารมณค์ วามรู้สกึ
วิริยาภรณ์ ทองสุข (2559, หน้า 3) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท สรุปได้ว่า
การพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท คือ การพาดหัวข่าวแบบคลิกเบทเป็นการสร้างความรู้สึกให้ผู้อ่านคลิกเข้าไป

19

อ่านข่าว โดยท่ีไม่สามารถห้ามได้ในการคลิกเข้าไปอ่านเพราะความอยากรู้อยากเห็นของผู้อ่านเป็นการ
แสดงออกทางจิตสำนึกรูปแบบหน่ึงของความรู้สึกมีความรู้ไม่เพียงพอ และในขนาดเดียวกัน วิริยาภรณ์
ทองสุข ยังได้สัมภาษณ์ ธาม เชื้อสถาปนศิริ (2559) สัมภาษณ์ ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าวเชิง
คลิกเบทสรุปได้ว่า การพาดหัวข่าวท่ีเรียกว่า คลิกเบท หรือการพาดหัวยั่วให้คลิก มีลักษณะรูปประโยคที่
จบั สายตาเพ่ือดึงดูดให้ผู้อ่านเกิดความกระหายใคร่รู้ ความสงสัยด้วยการพาดหวั ข่าวหลอกล่อ ปกปิด ซอ่ น
เร้นเนื้อหาสาระใจความของข่าวเม่ือผู้อ่านคลิกเข้าไปอ่านจะพบว่า “ไม่มีเน้ือหาสาระอะไร” เป็นเพียง
เน้ือหาของข่าว สั้น ๆ พบว่ามีลักษณะการเขียนข่าวสั้น ๆ ทำให้ผู้อ่านต้องคลิกเข้าไปดูเพราะเว็บไซต์ข่าว
ออนไลน์ต้องการเพ่ิมยอดการคลิกในเว็บไซต์เพ่ือนำไปเพ่ิมยอดการเข้าอ่านและสามารถนำไปอ้างอิงสู่การ
ซ้อื ขายยอดวิวและมีเม็ดเงนิ ของการโฆษณาในเว็บไซต์ขา่ วออนไลน์ได้หากผูอ้ ่านเล่นเฟซบุ๊กจะพบเห็นลงิ ค์
ข่าวคลิกเบทที่หลอกล่อให้ผู้อ่านคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดซ่ึงมีการใช้พาดหัวข่าวแตกต่างจากสำนักข่าว
ออนไลน์ทั่วไป

สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน สสย (2563) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทสรุปได้
ว่า การพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทคือวิธีการเรียกไลค์จากผู้อ่าน หรือชวนให้ผู้อ่านบทความทางสื่อออนไลน์
คลิกเขา้ ไปอ่าน ย่งิ คลิกอ่านเยอะย่ิงกดไลค์มากก็จะนำรายได้มาส่คู นโพสต์รูปแบบของการคลิกเบทจะมีทั้ง
รูปภาพหรือข้อความพาดหัวเรื่องมีลักษณะกระตุ้นความอยากและอารมณ์การจัดอันดับ TOP TEN การ
พูดเกนิ จริง เป็นต้น

เว็บไซต์ www.wynnsoft-solution.com (2560) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าวเชิงคลิก
เบทสรปุ ได้ว่าคอื คลิกเบทแปลตามศพั ท์นั่นก็คือ “เหย่ือลอ่ ใหค้ ลกิ ” หรือการใชค้ ำโปรยพาดหวั ขา่ วท่ีลอ่ ให้
ผู้ท่ีพบเห็นนั้นกดเข้าไปดู โดยมีเนื้อหาที่ไม่ตรงกับพาดหัว มีพาดหัวเกินจริงจากเน้ือหาภายใน การหลอก
ล่อให้คนกดเข้าไปนั้นอาจเป็นการสร้างรายได้ให้กดเว็บไซต์น้ัน ๆ ที่มีโฆษณาแปะอยู่มากมาย มักพบเห็น
เว็บคลิกเบทที่เป็นลิงก์ข่าวออนไลน์ ส่วนใหญ่คนมักอ่านข่าวจึงกลายเป็นเหย่ือท่ีถูกหลอกล่อด้วยการให้
คลิกเข้าไป ซ่ึงเป็นการเพ่มิ ยอดการคลกิ ในเว็บไซต์ท่ีชอื่ ว่า “CTR-Click Through Rate” เป็นการเพิ่มยอด
การเข้าอ่านและอ้างอิงไปสู่การซ้ือขายยอดวิว และเม็ดเงินโฆษณาในเว็บได้ ตัวอย่าง คลิกเบท ที่มักพบ
เหน็ จะมคี ำวา่ ตะลึง!! อึ้ง!! แล้วคณุ จะคาดไมถ่ งึ !! คลิกเข้าไปดสู !ิ ! เป็นต้น นอกจากนั้นยังมี คลกิ เบท ทีม่ ีชื่อ
เวบ็ ไซตแ์ ละลิงก์คลา้ ยชื่อหนงั สือพมิ พแ์ ตก่ ลายเปน็ URL ปลอมและขา่ วปลอม

เว็บไซต์ www.thaiBusinessSearch.com (ม.ป.ป.) ได้ให้ความหมายของการพาดหัวข่าวเชิง
คลิกเบทสรปุ ได้ว่า การพาดหัวขา่ วเชิงคลิกเบทคือ “เหยอ่ื ล่อให้คลิก” หมายถึงการใช้คำพาดหัวในเว็บไซต์
เพื่อล่อลวงให้คนคลิกเข้าไปอ่านข่าวหรือบทความ เว็บไซต์ที่ทำแบบนี้คือเว็บไซต์ท่ีต้องการเพ่ิมยอด
Traffic หรือยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ ซ่ึง Traffic สูงจะมีผลดีต่อเว็บไซต์ เพ่ิมคะแนน SEO ท่ีช่วยให้
อนั ดับของเว็บไซต์บนหน้าผลลัพธก์ ารค้นหาบน Search Engine ดีขึ้น รวมถึงยังใช้ยอด Traffic ในการโป
รโมทพื้นทโ่ี ฆษณาในเว็บไซต์ ทำใหเ้ กิดรายได้กบั เจ้าของเว็บไซตเ์ พมิ่ มากขนึ้ อีก

ชยพล ธานวี ฒั น์ (2562, หน้า 13) ได้ให้ความหมายของการพาดหวั ขา่ วเชงิ คลกิ เบทสรปุ ได้ว่า
คลกิ เบท คือ ขา่ วที่มกี ารใช้คำหรอื รปู ภาพพาดหัวที่ทำให้ดชู วนสงสยั น่าติดตามทง้ั ทเี่ น้ือข่าวอาจไม่มี

20

รายละเอยี ดทีน่ ่าสนใจซง่ึ ขา่ วประเภทนี้สรา้ งขึน้ เพอ่ื เรยี กยอดการเข้าชมเทา่ น้นั หรืออาจจะเช่ือมต่อไปยัง
เวบ็ ไซตห์ รอื แหลง่ ขอ้ มูลอื่น ๆ ทีเ่ ปน็ การเชิญชวนให้ผอู้ ่านเขา้ รว่ มกิจกรรมบางอย่าง เชน่ การเล่นพนนั
การตอบคำถามชิงรางวัลหรอื การหลอกลวงเพื่อใหก้ รอกข้อมูลส่วนตวั

จากความหมายของการพาดหัวข่าวเชิงคลิกสรุปได้ว่า การพาดหัวข่าวคลิกเบทเป็นลักษณะ
ข้อความการพาดหัวข่าวดึงดดู ชวนให้ผู้อา่ นเกิดความอยากรู้และสงสัยในเนื้อหาของขา่ ว เพอ่ื สรา้ งแรงจงู ใจ
ใหผ้ ้อู ่านไดต้ ดิ ตามขา่ วสารผ่านรูปแบบการนำเสนอพาดหวั ข่าว

2.2 รปู แบบการพาดหวั ข่าวเชิงคลกิ เบท
วริ ิยาภรณ์ ทองสุข (2559, หน้า 11 ) กลา่ วถึงรูปแบบการนำเสนอขา่ วคลิกเบท สรุปได้วา่ คือการ
นำเสนอรูปแบบเนื้อข่าวท่ีมีความคล้ายคลึงกับการนำเสนอเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ออนไลน์ โดยมี
คุณสมบัติเป็นสื่อประสม (Multimedia) ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยพื้นการนำเสนอเหมือนกับหนังสือพิมพ์ ทำให้
สามารถนำเสนอเนื้อหาที่เป็นภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว ภาพข้อความ เสียง และกราฟิก เพ่ือดึงดูดความ
สนใจให้ผู้อ่านเข้ามาคลิกอ่านข่าว เชิงคลิกเบทได้เป็นอย่างดี และในขนาดเดยี วกัน วิริยาภรณ์ ทองสุข ยัง
ได้สัมภาษณ์ ธาม เชื้อสถาปนศิริ (2559) สัมภาษณ์ ได้ให้ความหมายถึงรูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิก
เบท สรุปได้ว่า การพาดหวั ข่าวเชงิ คลิกเบทเป็นรูปแบบการนำเสนอเนอ้ื หาข่าวทีส่ ามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ
คือ แบบท่ี 1 ข้อความกับภาพประกอบเน้ือหาของข่าวส้ัน ๆ โดยมักจะใช้ภาพ 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือจะใช้
ภาพที่เชิญชวนให้ผู้อ่านเกิดความสงสัย ส่วนท่ี 2 คือ เมื่อผู้อ่านคลิกเข้าไปอ่านจะพบกับภาพท่ีมีความ
อุจาดหวาดเสียว หรือลามกผู้อ่านก็จะได้เห็นภาพทั้งหมดโดยไม่มีการปกปิดแต่ถ้าเป็นการน าเสนอข่าว
ของสื่อกระแสหลักภาพท่ีใช้ในการนำเสนอที่เป็นภาพอุจาด หวาดเสียว หรือลามก จะต้องมีการปกปิด
(Censor) และแบบที่ 2 การเขียน แชร์ (Recommend share) เป็นวิธีการแชร์ข่าว โดยผู้เขียนเพจจะใช้
ลักษณะของการแชร์โดยเพิ่มเติมความเห็นส่วนตัวของตนเองลงไปในบทความ เพ่ือเชิญชวนให้ผู้อ่านคลิก
เข้าไปอ่านบทความใหข้ ่าวที่นำเสนอมปี ระโยชน์ต่อผูอ้ ่าน
นนทธ์ วัช ไชยวงั (2560, หนา้ 32) ได้กล่าวถงึ รูปแบบการพาดหวั ขา่ วเชิงคลิกเบท สรปุ ได้ดงั น้ี
1. การพาดหัวข่าวแบบคลุมเครือเพ่อื ให้อยากรู้ หมายถึง การใช้สำนวนภาษาที่มคี วามซับชอ้ น ไม่
สื่อให้รู้ หรือทราบได้โดยชัดเจน แต่จะเน้นการใช้ภาษาให้สงสัย ชวนให้ติดตาม เช่น หนูเป็นใคร! ถ้าเป็น
คนแสดงตัวตนด้วยคนถา่ ยกำลังช็อกหนกั เปน็ ตน้
2. การพาดหัวข่าวแบบใช้คำเร้าอารมณ์ความรู้สึก หมายถึง การใช้สำนวนภาษาที่สื่อถึงอารมณ์
ความรสู้ ึกเปน็ สำคญั เพื่อการดึงดดู ให้น่าสนใจ
3. การพาดหัวข่าวแบบใช้เคร่ืองหมายเพื่อเรา้ อารมณ์หรือเรยี กคำสนใจ หมายถึงการพาดหัวข่าว
ที่ใช้เคร่ืองหมายในการส่ืออารมณ์ เพื่อให้ดูดึงดูด และเกิดอารมณ์คล้อยตาม เช่น ด่วน! เกิดเหตุ ไฟไหม้
ตลาดเก่าลพบุรเี สียหายยบั เป็นตน้

21

4. การพาดหัวข่าวโดยระบุคำเรียกเพศ หมายถึง เป็นการพาดหัวข่าวที่นำเอาเรื่องเพศมาเป็นจุด
ดึงดูด ซ่ึงการนำเสนอพาดหัวข่าวในลักษณะน้ีจะมีการระบุคำเรียกเพศอยู่ด้วย เช่น รวบสาวประเภทสอง
คา้ ยาบ้า หรอื หน่มุ ใหญโ่ วยวายล่นั ปลารา้ นอาหารขายปลาตัวเปน็ หมน่ื เป็นต้น

5. การพาดหวั ข่าวแบบใช้สุภาษิต / วลี / สํานวน เช่น โยนเผือกร้อนบอรด์ ใหม่ ททท. ทบทวนมติ
อปั ยศโยกย้ายระดับบิก๊ เป็นตน้

6. การพาดหัวข่าวเน้นความขัดแย้ง หมายถึง เป็นการพาดหัวข่าวที่มุ่งนำเสนอความขัดแย้ง หรือ
ชูประเด็นความขัดแย้งให้เห็นเป็นจุดเด่นในการพาดหัวข่าว อูเบอร์ไม่ให้ใช้แท็กซ่ีเสนอบวก 50 บาท แก้
ปฏเิ สธผูโ้ ดยสารทำไมคนไทยทางเลือกน้อยจัง! (คลปิ ) เปน็ ตน้

7. การพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงตัวเลข หมายถึง เป็นการพาดหัวข่าวที่นำเสนอ หรือเน้นความเป็น
จำนวนเอาไว้ให้เห็นเปน็ จุดเดน่ ซ่ึงอาจใช้เปน็ ตัวเลขหรือภาษาเขียนบอกจำนวนก็ได้ เช่น ททท.ปลื้มรายได้
ท่องเทย่ี วปี 59 ทะลุ 2 ลา้ นล้าน เป็นตน้

8. การพาดหัวข่าวแบบหัวข้าวไม่ตรงกับเนื้อหาข่าว หมายถึง เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีมี
ประเด็นของพาดหัวแตกต่างหรือไม่ตรงกับเนื้อหาของข่าวโดยรวม เช่น พาไปชมการทำอาหารอินเดียแต่
ขา้ งในขา่ วเป็นอาหารจีน เปน็ ต้น

วริ ิยาภรณ์ ทองสุข (2559, หน้า 3) อ้างถึงใน ธาม เชื้อสถาปนศิริ (2559) ได้กล่าวถึงรูปแบบการ
พาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท สรุปได้ว่า คือเน้ือหาข่าวเชิงคลิกเบทแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบที่ 1 ข้อความกับ
ภาพประกอบเนื้อหาของข่าว ส้ัน ๆ โดยมักจะใช้ภาพ 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ จะใช้ภาพท่ีเชิญชวนให้
ผู้อ่านเกิดความสงสัย ส่วนท่ี 2 คือ เมื่อผู้อ่านคลิกเข้าไปอ่าน จะพบกับภาพท่ีมีความอุจาด หวาดเสียว
หรือลามก ผู้อ่านก็จะได้เห็น ภาพท้ังหมด โดยไม่มีการปกปิด แต่ถ้าเป็นการนำเสนอข่าวของสื่อกระแส
หลัก ภาพท่ีใช้ในการนำเสนอ ที่เป็ภาพอุจาด หวาดเสียว หรือลามก จะต้องมีการปกปิด (Censor) และ
แบบที่ 2 การเขียน แชร์ (Recommend . share) เป็นวิธีการแชร์ข่าว โดษผู้เขียนเพจจะใช้ลักษณะของ
การแชร์โดย เพ่ิมเตมิ ความเหน็ ส่วนตัวของตนเองลงไปในบทความ เพ่ือเชิญชวนให้ผ้อู ่านคลกิ เข้าไปอ่นบท
ความ ใหข้ า่ วทน่ี ำเสนอมีประโยชนต์ ่อผู้อ่าน

นนท์ธวัช ไชยวัง (2560, หน้า 29) อ้างถึงใน Dolors Palau-Sampio (2015) ได้กล่าวถงึ รปู แบบ
การพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท สรุปได้ว่า คือการพาดหัวข่าวในสื่อออนไลน์ในสเปน จะใช้คำเร้าอารมณ์
ส่วนมากใช้คำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงอารมณ์และให้อารมณ์คล้อยตามเพ่ือให้กคเข้าไป อ่านในรายละเอียดข่าว
และยังใชเ้ คร่ืองหมายต่างๆเข้ามาชว่ ยในการพาดหัวข่าวเพื่อให้เกิดการ สะดดุ ตา บางครงั้ การพาดหัวข่าว
ก็จะมีการพาดแบบตรงๆสรุปความให้ข้อมูลแก่ผ้อู ่าน บางครั้งก็พบว่ามี การพาคหัวข่าวคลุมเครือเพื่อให้ผู้
อำนอยากรู้ กลยุทธ์นี้ก็ถูกนำมาใช้สลับกับกลยุทธ์การพาดหัวข่าว อื่นๆ แต่ที่ขาคไม่ได้เลขคือรูปแบบการ
พาดหัวข่าวระบุว่ามีคลิป ภาพ ภาพชุด และการพาดหัวข่าว แบบใช้สุภาษิต/วลี/สำนวน ให้ขบขันก็ได้รับ
ความนยิ มนำมาใชเ้ ช่นกนั นอกจากน้ีขงั พบวา่ มกี าร พาดหัวข่าวทน่ี ำเอาเรอ่ื งเพศ เร่ืองความขดั แย้งหรือ
ดราม่า มาเป็นจุดขายในหัวข่าว ส่วนอีกรูปแบบ หน่ึงคือการพาดหัวข่าวท่ีไม่ตรงกับเนื้อหาข้างในพบว่ามี
การนำมาใช้บางแตไ่ มบ่ ่อยมากนักเพราะจะ ทำให้ชอื่ เสยี งองค์กรส่ือเสียหาย

22

จะเหน็ ว่าการนำเสนอขา่ วคลกิ เบทสามารถตอบสนองตามต้องการของผู้อา่ นในยุคสงั คมออนไลน์
ได้เป็นอย่างดี ผู้อ่านมักจะใช้เวลาว่างในชีวิตประจำวัน เช่น ระหว่างเดินทางไปทำงาน การรับประทาน
อาหาร และช่วงเวลาก่อนนอน เป็นต้น ในการอ่านข่าวในโซเชียลมเี ดีย และโซเชียลมีเดยี ทไ่ี ด้รบั ความนิยม
มากท่ีสุดในประเทศไทยคือ เฟซบุ๊ก ทำให้ข่าวเชิงคลิกเบทได้มีการแชรข์ ้อมูลเพราะมีโอกาสท่ีผู้อา่ นมีการ
แชร์ขอ้ มลู ต่อมากทส่ี ุด

จากการศึกษารูปแบบการนำเสนอขา่ วคลิกเบท สรุปไดว้ า่ เป็นรูปแบบการนำเสนอที่มลี กั ษณะ
คล้ายกับการนำเสนอหนังสือพิมพใ์ นรูปแบบออนไลน์แต่รปู แบบคลิกเบทจะไม่จำกัดพนื้ ทีใ่ นการนำเสนอ
เหมอื นกับหนังสือพิมพ์ เพราะรูปแบบคลิกเบทสามารถใส่ภาพเคล่ือนไหว ข้อความต่าง ๆ เพอ่ื ดึงดูดความ
สนใจผ้อู ่านเพอ่ื หลอกล่อให้ผูอ้ า่ นนนั้ เขา้ มาอ่านขา่ ว ผ่านการใชภ้ าษาทย่ี ั่วยวน หรอื การใช้เคร่อื งหมาย
ต่าง ๆ ท่ีเป็นวิธีการตะครุบเหย่ือให้เข้ามาอ่านรายละเอียดในเนื้อข่าวนั้น ๆ การพาดหัวข่าวถือว่าเป็น
ประตูบานแรกท่ีจะเป็นการดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสนใจในข่าว วิธีการทดึงดูดคือการใช้ภาษา สำนวน การ
เพิ่มความหลากหลายต่าง ๆ ในการพาดหัวข่าว โดยส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการพาดหัวข่าวแบบคลุมครือ
เพ่ือให้อยากรู้ ทำให้ผู้อ่านน้ันเกิดความอยากรู้สงสัยและตัดสินใจเข้าไปอ่านในเน้ือข่าวท้ังหมด และการ
พาดหัวข่าวมักใช้คำเร้าอารมณ์ความรู้สึก คือการใช้คำ ภาษา สำนวน วลีท่ีเร้าใจเร้าอารมณ์ เพื่อให้ผู้อ่าน
น้ันนนั้ เขา้ ถงึ เหตกุ ารณน์ ้นั จรงิ ๆ หรอื สามารถนึกภาพออกตามเหตุการณ์น้ันได้

ในขณะเดียวกันการพาดหัวข่าวยังมีการพาดหัวข่าวแบบใช้เครื่องหมายเพ่ือเร้าอารมณ์หรือเรียก
ความสนใจ การใช้เคร่ืองหมายเขา้ มาช่วยเพ่ือเป็นการเร้าอารมณ์ให้ข่าวน่ากดเข้าไปอา่ นมากยิ่งขึ้น ซ่ึงการ
พาดหวั ข่าวลกั ษณะนีเ้ ป็นสว่ นช่วยให้สรา้ งความสะดดุ ดตาและโดดเด่นแก่ผอู้ า่ น ทำให้เข้าถึงขา่ วมากยิ่งขน้ึ

อย่างไรก็ตามการพาดหัวข่าวแบบคลิกเบทยังมีการนำเสนอเรื่องเพศ มาบอกในการพาดหัวข่าว
เพื่อให้คนอยากท่จี ะเขา้ ไปอ่านให้ได้รู้ว่าเกิดอะไรขนึ้ กับเพศอะไรเป็นผูก้ ระทำ เพราะบางเหตุการณ์การเอา
เร่ืองเพศมาพาดหัวข่าวทำให้คนอ่านรู้สึกอยากอ่านข่าวมากย่ิงขึ้น เช่นบางเหตุการณ์ท่ีเพศหญิงไม่น่าจะ
กระทำ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้อ่านน้ันเกิดความอยากรู้แล้วกดเข้าไปอ่าน นอกจากน้ียังมีการนำ สุภาษาษิต/
วลี/สำนวน ท่ีขบขัน สนุกสนาน เข้ามาพาดหัวข่าว ซึ่งการพาดหัวข่าวแบบน้ีคือการนำเอาสุภาษิต/วลี/
สำนวน ที่คนในสงั คมรู้จกั มาเปรยี บเปรยในการพาดหัวข่าว เพ่ือสร้างความสนุกสนานตลกขบขัน สามารถ
ดงึ ดดู ความสนใจได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกนั ยงั มปี ระเด็นที่มีความขัดแยง้ มาพาดหัวขา่ ว เพราะคนอา่ นส่วนมากจะตามข่าวท่ีเน้น
ความขัดแย้ง และประเด็ดดราม่าต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึน จึงทำให้การพาดหัวข่าวเช่นน้ีเป็นจุดขายให้คนอ่านเกิด
ความสนใจ เพราะกำลังเป็นประเด็ดสด ๆ ร้อน ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพาดหัวข่าวแบบ
อา้ งอิงตัวเลข ซ่ึงการพาดหัวข่าวท่ีใช้ตัวเลขทีบ่ อกถึงจำนวน ที่มีระยะเวลา หรอื ระยะจำนวน ข่าวบางข่าว
มกี ารใช้จำนวนตัวเลขท่ีมาด จะช่วยดึงดูดใหค้ นนั้นกดเข้าไปอ่านขา่ ว เพราะบางครง้ั เมือ่ ผอู้ ่านเห็นตัวเลขที่
เยอะ ๆ จะทำให้นา่ สนใจกดเขา้ ไปอ่านขา่ วมากย่งิ ข้ึน

23

สุดท้ายการพาดหัวข่าวไม่ตรงกับเน้ือข่าว การพาดหัวข่าวแบบนี้ เกิดข้ึนจากสังคมที่ส่ือบางสื่อ
นำมาใช้และถูกผอู้ ่านวิพากษ์มากในโลกออนไลน์ ซงึ่ เป็นอีกรปู แบบหน่งึ ที่กำลังเกิดข้ึนในส่ือมวลชนขณะนี้
การพาดเนื้อข่าวลักษณะนี้จะเป็นการหลอกล่อให้คนกดเข้าไปอ่าน แต่ไม่สามารถใช้บ่อยได้ เพราะอาจถูก
สังคมวพิ ากษ์วิจารณ์ว่าผดิ จรรยาบรรณได้

2.3 คุณลักษณะของการพาดหวั ข่าวเชิงคลกิ เบท
วริ ิยาภรณ์ ทองสขุ (2559, หน้า 38) กลา่ วถงึ คณุ ลกั ษณะการพาดหัวขา่ วเชิงคลกิ เบทสรปุ ไดด้ งั นี้
1. ประโยคบอกเล่า คือประโยคท่ีมีเน้ือหารายละเอียดให้ผู้อ่านรับทราบ รับรู้เพียงเท่าน้ัน ใครทำ
อะไร ท่ีไหน อย่างไร เมื่อไหร่ โดยมีตัวอย่างของประโยค ชุดคำหรือคำ เช่น พลอย เฌอมาลย์ทำตาค้าง!
นอนเปลอื ยโชวร์ อยสักรปู ผีเสียบนเตียง ใหม่ ดาวิกา โดนชาวเน็ตแซวหนักมากหลังใส่กระโปรงตัวนไ้ี ปเดิน
เท่ียวฝร่ังเศส กระต่าย เพื่อนรักเพ่ือนร้าย เปล่ียนไปมากรอบน้ีมาเป็นสาวสายเปย์ผู้ชายเด็กมอปลายสุด
หล่อคนนี้ เป็นตน้
2. ประโยคบง่ บอกผู้กล่าว คอื การอา้ งถึงบุคคล องค์กร หรอื หนว่ ยงาน ได้กล่าวถึงขอ้ ความน้ัน ๆ
เช่น ใหม่ ดาวิกา ดราม่ากับดีไซน์เนอร์ Asava เจ๊ออ้ เมียหลวงมือแรกท่ีโดนป้าอ้อยฉกผัวไป อั้ม แอมป์
ความรักมีปัญหากันจริง เปน็ ต้น
3. ประโยคคำถาม คอื ประโยคที่ต้องการคำตอบหรือปฏิเสธ หรอื ตอ้ งการคำตอบเป็นเนอื้ หาใหม่
เชน่ มใี ครบา้ งไปดู? งานนีใ้ ครปังกวา่ กนั เอ่ย? ไปทำอะไรมาสวยขึ้นมาก?เปน็ ตน้
4. วลี คอื กลุ่มคำทป่ี ระกอบขนึ้ จากคำต่าง ๆ ต้งั แต่ 2 คำข้นึ ไป ไดใ้ จความแตไ่ มส่ มบูรณเ์ หมือน
ประโยค เชน่ หลังเหน็ หลงั ฐานน้ีในไอจี ด้วยขอ้ ความแบบน้ี!! อยา่ งกับคนละคนกนั !! เป็นต้น
5. การใช้เคร่ืองหมายอัศเจรีย์ (!) คือ เครื่องหมายท่ีแสดงความตื่นเต้นหรือหน้าตกใจ เช่น แฟน
เกา่ แพท แต่งงาน!
6. การพาดหัวข่าวไม่ตรงกับเน้ือหาข่าว หมายถึง การพาด หัวขา่ วที่เสนอเนื้อหาที่ทำให้ผอู้ ่านเกิด
ความคลางแคลงใจ หรือไม่แน่ใจว่าพาดหัวข่าวกำลังกล่าวถึง สิ่งใดกันแน่ รวมท้ังการท่ีผู้อ่านสามารถ
ตคี วามในพาดหัวข่าวไดม้ ากกวา่ หน่งึ ความหมาย

แนวทางการวิเคราะห์พาดหัวข่าวเชิงคลิกเบท
ผวู้ ิจยั ไดศ้ กึ ษาแนวทางการวิแคราะห์พาดหัวข่าวเชงิ คลิกเบทจากงานวิชัยของ นนท์ธวชั ไชยวัง
(2560, หน้า 49) สามารถสรุปแนวทางการวเิ คราะห์ได้ดังนี้
1. การพาดหัวข่าวแบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ คือ

1.1 คลุมเครือ-ไมร่ ะบุ 5W1H ชัดเจน
1.2 เนน้ ใช้วลมี ากกว่าประโยค
1.3 ใชต้ วั ยอ่ (ที่คนสว่ นใหญไ่ มเ่ ขา้ ใจรว่ มกันหรือไม่ร้)ู
ตัวอย่างการพาดหวั ข่าวแบบครมุ เครือเพ่ือให้อยากรู้ เชน่

24

หนูเปน็ ใคร! ถ้าเปน็ คนแสดงตัวตนดว้ ยคนถา่ ยกำลังชอ็ กหนัก
(26 เม.ย. 2560)

จากตัวอยา่ งข้างต้นจะเห็นได้วา่ การพาดหวั ขา่ วลักษณะนี้คลุมเครือชวนใหผ้ ู้อ่านอยากกดเข้าไป
อา่ นข่าวในรายละเอยี ดมากย่ิงข้นึ

2. การพาดหวั ข่าวแบบใช้เคร่ืองหมายเพือ่ เร้าอารมณ์หรือเรยี กความสนใจ
2.1 คำอุทาน
2.2 คำอปุ มาให้เกิดจินตนาการความรู้สึก
2.3 คำสแลง
ตัวอย่างการพาดหัวขา่ วแบบใช้เคร่ืองหมายเพ่ือเรา้ อารมณห์ รือเรยี กความสนใจ เช่น
เผยโฉมนอ้ งแปง้ ลูกสาวไชยา มติ รชยั สวยตะลงึ !
(26 เม.ย. 2560)

จากตัวอย่างข้างตน้ จะเห็นได้วา่ มกี ารใชเ้ ครื่องหมายอัศเจรีย์ดา้ นหลังประโยค หรืออีกกรณีจะอยู่
หนา้ ประโยค

3. การพาดหัวข่าวเน้นความขัดแย้ง พาดหวั ความขัดแย้งแบบเนน้ ทผ่ี ู้ขดั แย้ง โดยช้ีว่าใครผดิ -ถกู
ชี้ว่าใครเปน็ พระเอก นางเอก ผูร้ ้าย หรือชูประเด็นความขัดแย้งใหเ้ ป็นจุดเดน่ ในการพาดหวั
ตัวอยา่ งการพาดหวั ข่าวเน้นความขัดแจง้ เชน่

บอย ถกลเกียรติ เจอ จะจะ! แท็กซ่ีเดือดส่ังยกมือไหว้ ขู่เอาเงนิ พนั บาทเหตโุ ดนทบุ รถ
(4 เม.ย 2560)

จากตวั อยา่ งขา้ งตน้ จะเห็นได้ว่า การพาดหวั ข่าวนี้มุง่ ชปู ระเด็นความขดั แย้งของบคุ คลในขา่ วเปน็
ประเดน็ หลกั

4. การพาดหวั ข่าวแบบอิงตวั เลข เปน็ การใชต้ วั เลขในพาดหัวขา่ วหรือภาษาเขยี นทีบ่ อกถึงจำนวน
ตวั อยา่ งการพาดหวั ข่าวแบบองิ ตวั เลข เช่น

ฟงั 2 ดา้ น! ร้านแจง้ ดราม่าลูกค้าโวยบิลเป็นหมน่ื ปลาจาระเม็ดตัวละพดั แปด
(18 เม.ย.2560)

จากตัวอยา่ งข้างต้นจะเหน็ ได้ว่า การพาดหัวข่าแบบใชต้ วั เลขและใชภ้ าษาเขียนตวั เลข คือปลา
จาระเมด็ ตวั ละพัดแปด

5. การพาดหวั ข่าวแบบไมต่ รงกับเน้อื หา เป็นการพาดหวั ขา่ วทเี่ น้ือขา้ งในไม่ตรงกบั หัวข่าว
ตวั อยา่ งการพาดหวั ข่าวแบบไม่ตรงกบั เน้ือหา เช่น

25

พาไปชมการทำอาหารอนิ เดียแตข่ ้างในขาวเป็นอาหารจนี
(18 เม.ย. 2560)

จากตัวอย่างขา้ งตน้ จะเหน็ ได้วา่ การพาดหวั ขา่ วลกั ษณะนีเ้ ป็นการพาดหัวข่าวท่ีพาดหวั ข่าว
กลา่ วถงึ อยา่ งหน่ึงแต่ในเนอ้ื ข่าวกล่าวอกี อยา่ งหนึ่ง

6. การพาดหัวข่าวโดยระบุแบบ (ชมคลิป) (ชมภาพ) (ภาพชุด) เพื่อบอกให้ผ้อู ่านทราบวา่ มี
เนอ้ื หาอนื่ นอกจากตวั หนงั สือในเนอ้ื ขา่ ว / หรอื ประกอบพาดหัวข่าวในประเด็นทเ่ี ปน็ ทสี่ นใจของสงั คมอยู่
ณ ขณะนั้น

ตวั อย่างการพาดหวั ข่าวโดยระบแุ บบ (ชมคลปิ ) (ชมภาพ) (ภาพชุด) เชน่
เตอื นภัยนกั บิด! หนุ่มขรี่ ถไปเชียงใหมห่ วิดเจองกู ระโดดฉก (คลิป)
(20 เม.ย.2560)

จากตวั อย่างขา้ งตน้ จะเหน็ ได้ว่า มกี ารบ่งบอกให้ทราบว่ามีเนอื้ หาอื่น เชน่ คลปิ เพื่อดึงดูดความ
สนใจในประเด็นขา่ วทสี่ ังคมกำลังใหค้ วามสนใจในขณะนั้น

7. การพาดหัวขา่ วโดยระบุคำเรียกเพศ เปน็ การพาดหัวขา่ วท่ีนำเอาเร่ืองเพศมาเป็นจดุ ดึงดดู
ตัวอย่างการพาดหัวขา่ วโดยระบคุ ำเรยี กเพศ เช่น หัวอกแม่! สาวร่ำไหท้ วงขอลูกคนื หน้าบา้ นไฮโซ
ตระกูลดงั หลงั อดีตสามฉี กไปจากโรงเรียน

(4 เม.ย.2560)
จากตัวอยา่ งขา้ งต้นจะเหน็ ได้ว่า การพาดหวั ข่าวน้ีบอกเพศ คือ หวั อกแม่สาวร่ำไห้ บง่ บอกวา่
เหตกุ ารณ์นี้เกดิ ขน้ึ กับเพศหญิง
8. การพาดหวั ข่าวแบบใช้สำนวน / สุภาษิต เป็นการใช้สภุ าษติ / วลี / สำนวนมาพาดหัวข่าว
สว่ นใหญ่เป็นการเปรยี บเปรยใหข้ บขนั
ตวั อย่างการพาดหัวข่าวแบบใช้สำนวน / สภุ าษิต เป็นการใช้สุภาษิต / วลี / สำนวน

โยนเผือกรอ้ นบอรด์ ใหม่ ททท. ทบทวนมติอปั ยศโยกย้ายระดับบิ๊ก

(19 เม.ย. 2560)
จากตวั อย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า มกี ารใช้สำนวนสุภาษิตในการพาดหัวข่าว ในที่นีค้ ือใชส้ ำนวน
สภุ าษิตว่าโยนเผอื กรอ้ น

จากการศึกษาคุณลักษณะการพาดหัวขา่ วเชิงคลกิ เบท ทำให้ผวู้ ิจยั นำข้อมลู ไปเป็นแนวทางในการ
การศึกษา “รปู แบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุก๊ รายการแฉ” ต่อไป

26

3. งานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

การศกึ ษา “รูปแบบการพาดหัวขา่ วเชงิ คลกิ เบทในเพจเฟซบกุ๊ รายการขา่ วแฉ” ผู้วิจยั ศกึ ษา
งานวิจัยทีเ่ กย่ี วข้องดังตัวอย่างต่อไปน้ี

นนท์ธวัช ไชยวัง (2560) "ศึกษารูปแบบการพาดหัวข่าวในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทย” โดยมี
วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ เพื่อศึกษารูปแบบการพาดหัวข่าวท่ีดึงดูดใจผู้อ่านของเว็บไชต์หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐและเพ่ือศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการพาดหัวข่าวของเว็บไชต์หนังสือพิมพ์ท่ัวไป และหนังสือพิมพ์
ประเภทธุรกิจ ผลการศึกษาพบว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมีการใช้รูปแบบการพาดหัวข่าวมากที่สุด คือ
การพาดหัวข่าวแบบการใช้เคร่ืองหมายเร้าอารมณ์ หรือเรียกความสนใจ การพาดหัวข่าวโดยระบุเพศ การ
พาดหัวข่าวแบบใช้คำเร้าอารมณ์ความรู้สึก การพาดหัวข่าวเรียกชื่อคนดัง ช่ือจริง เรียกสมญานามแหล่งข่าว
การพาดหัวข่าวโดยระบุ (ชมคลิป) (ชมภาพ) (ภาพชุด) การพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงตัวเลขการพาดหัวข่าวแบบ
เรียกอาชีพต่าง 1 การพาดหัวข่าวแบบทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ การพาดหัวข่าวแบบเน้นความขัดแย้ง การ
พาดหัวข่าวสรุปความให้ข้อมูลตามลำดับ ส่วนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประเภทธุรกิจมีการใช้รปู แบบการพาดหัว
ข่าวมากท่ีสุด การพาดหัวข่าวแบบใช้เครื่องหมายเร้าอารมณ์ความรู้สึกการพาดหัวข่าวแบบทับศัพท์
ต่างประเทศ การพาดหัวข่าวใชอ้ ักษรยอ่ / คำย่อ / ของช่ือเฉพาะ / ยศตำแหน่ง การพาดหัวข่าวแบบใช้คำเร้า
อารมณ์ความรู้สึก และการพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงตัวเลข การพาดหัวข่าวแบบเรียกชื่อคนดัง / เรียกชื่อจริง -
เล่น สมญานามแหล่งข่าว การพาดหัวข่าวแบบเรียกชื่อหน่วยงาน การพาดหัวข่าวแบบเน้นความขัดแย้ง การ
พาดหวั ขา่ วแบบสรปุ ให้ข้อมูลตามลำดับ

วิริยาภรณ์ ทองสุข (2559) "ศึกษาการวิเคราะห์การนำเสนอข่าวเชิงคลิกเบทของเว็บไซต์"โดยมี
วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ 1. เพ่ือศึกษาคุณลักษณะการพาดหัวข่าวและความสอดคล้องการพาดหัวข่าว
และเนื้อหาข่าวเชิงคลิกเบทของเว็บไชต์ 2. เพ่ือศึกษาแนวโน้มของการนำเสนอข่าวเชิงคลิกเบทของเว็บไซต์
และ 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นผู้อ่านข่าวเชิงคลิกเบทของเว็บไซต์ ผลการศึกษาพบว่า มีคุณลักษณะการพาด
หัวข่าวท่ีใช้รูปแบบของวลีที่นำมาเรียง กันเพ่ือใช้ในการพาดหัวข่าวมากท่ีสุด ในส่วนของภาษาที่ใช้การพาด
หัวข่าวใช้คำเรียกช่ือจริง / ช่ือเล่น มากท่ีสุด ประกอบกับการใช้เคร่ืองหมายอัศเจรีย์ () คำสแลง และ
ภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นความอยากรู้ให้กับผู้อ่านคลิกเข้าไปอ่านข่าว ส่วนเน้ือหาข่าวของ
เว็บไซต์ท่ีนำเสนอเป็นข้อความสั้น ๆ ประกอบกับภาพนิ่งมากที่สุด และการวิเคราะห์ความสอดคล้องเนื้อหา
ขา่ วและพาดหวั ขา่ วของเว็บไชต์ พบว่าสว่ นใหญ่ยังมคี วามสอดคล้องกันอยู่

ชุติมา สาสตร์ร้าย (2556) "ศึกษาข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์แจก M2Fโดยมีวัตถุประสงค์ของ
การศึกษา คือ เพื่อศึกษารูปแบบการพาดหัวข่าวท่ีดึงดูดใจผู้อ่านของเว็บไชต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและเพื่อ
ศึกษาเปรียบเทียบรปู แบบการพาดหัวข่าวของเว็บไชต์หนังสือพิมพ์ท่ัวไป และหนังสือพิมพ์ประเภทธุรกิจ ผล
การศึกษาพบว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมีการใช้รูปแบบการพาดหัวข่าวมากที่สุด คือ การพาดหัวข่าว
แบบการใช้เคร่ืองหมายเร้าอารมณ์ หรือเรียกความสนใจ การพาดหัวข่าวโดยระบุเพศ การพาดหัวข่าวแบบใช้
คำเร้าอารมณ์ความรู้สึก การพาดหวั ข่าวเรียกช่ือคนดัง ชื่อจริง เรียกสมญานามแหล่งข่าว การพาดหัวข่าวโดย
ระบุ (ชมคลิป) (ชมภาพ) (ภาพชุด) การพาดหัวขา่ วแบบอ้างอิงตัวเลข

27

การพาดหัวข่าวแบบเรียกอาชีพต่าง 1 การพาดหัวข่าวแบบทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ การพาดหัวข่าวแบบ
เน้นความขัดแย้ง การพาดหัวข่าวสรุปความให้ข้อมูลตามลำดับ ส่วนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประเภทธุรกิจมีการ
ใช้รูปแบบการพาดหัวข่าวมากที่สุด การพาดหัวข่าวแบบใช้เครื่องหมายเร้าอารมณ์ความรู้สึกการพาดหัวข่าว
แบบทับศัพทต์ ่างประเทศ การพาดหัวข่าวใช้อักษรย่อ / คำยอ่ / ของช่ือเฉพาะ / ยศตำแหน่ง การพาดหัวข่าว
แบบใช้คำเร้าอารมณ์ความรู้สึก และการพาดหัวข่าวแบบอ้างอิงตัวเลข การพาดหัวข่าวแบบเรียกช่ือคนดัง /
เรียกชื่อจริง - เล่น สมญานามแหล่งข่าว การพาดหัวข่าวแบบเรียกชื่อหน่วยงาน การพาดหัวข่าวแบบเน้น
ความขัดแยง้ การพาดหัวขา่ วแบบสรปุ ใหข้ ้อมลู ตามลำดับ

สิทธิธรรม อ่องวุฒิวัฒน์ (2564) ศึกษาเรื่อง "ปริเฉทข่าวบันเทิงในเฟชบุ๊กเพจ "ใต้เดียงดารา
การศึกษาจากมุมมองปริจเฉทวิเคราะห์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ " โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือบทความ
วิจัย มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาโครงสร้างของการนำเสนอและกลวิธีทางภาษาท่ีบุคคลท่ีนำเสนอข่าวใช้ในปริจ
แฉทบันเทิงในเฟชบุ๊กเพจ "ใต้เตียงตารา" ที่เผยแพร่ในช่วงระยะเวลา 12 เตือน โดยเลือกเก็บข้อมูลที่เผยแพร่
ตั้งแต่ วันท่ี 15 มกราคม 2563 ถึง 15 มกราคม 2564 จำนวน 354 ปริจเฉท ผลการวิจัยโครงสร้างของการ
นำเสนอปริจเฉทข่าวบันเทิงในเฟชบุ๊ภูเพจ *ใต้เตียงตารา" พบว่าโครงสร้างของการนำเสนอปริจเฉท
ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนต้นของปริจเฉทข่าวบันเทิง 2. ส่วนเน้ือหาของปริจเฉทข่าวบันเทิง และ 3.
สว่ นท้ายของ ปริจเฉทขา่ วบันเทิง ผลการศึกษาพบว่า กลวีธีทางภาษาที่บุคคลท่ีนำเสนอข่าวใชใ้ นปรจิ เฉทข่าว
บันเทิงในเฟชบุ๊กู เพจ "ใต้เตียงตารา" พบจำนวนทั้งสิ้น 12 กลวิธี ได้แก่ 1. การอ้างถึง 2. การให้รายละเอียด
3. การใช้คำเลียนเสียง 4. ยกถ้อยคำการให้สัมภาษณ์ของบุคคลท่ีเป็นข่าว 5. การใช้คำริยาแสดงอารมณ์
ความรู้สึกของบุคคลที่นำเสนอข่าว 6. การใช้คำสแลง 7. การใช้คำภาษาอังกฤษ 8.การใช้ถ้อยคำนัยผกผัน
แบบหยอกล้อ 9. การใช้อุปลักษณ์ 10. การใช้ถ้อยคำท่ีมีการคิดเคร่ืองหมายแฮซแท็ก (#) 11. การใช้สำนวน
และ 12. การซ้ำคำ ส่วนผลการวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบในการส่ือสารกับโครงสร้างของ
การนำเสนอและกลวิธีทาง ภาษาท่ีบุคคลที่นำเสนอข่าวใช้ในปริจเฉพข่าวบันเทิงในเฟชบุ๊กเพจ ใด้เตียงดารา"
พบว่า องค์ประกอบสำคัญในการส่ือสารที่มีผลต่อโครงสร้างของการนำสนอและกสวิธีทางภาษาท่ีบุคคลท่ี
นำเสนอข่าวใช้ในปริจเฉทข่าวบันเทิง ในเฟชบุ๊กเพจ "ใต้เตียงตารา" มีท้ังสิ้น 5 องค์ประกอบ ได้แก่ "ฉาก"
(Setting/Scene) "ผู้ร่วมเหตุการณ์" (Participants) "จุดมุ่งหมาย" (Ends) "เคร่ืองมือ' (Instrumentalties)
และ "บรรทดั ฐานของการปฏิสมั พันธ์ และการดีศวม" (Norn of Ihteraction & hterprctatian)

ธีร์วรา แสงอินทร์ (2562) ศึกษาเรื่อง "กลวิธีการใช้ภาษาพาดหัวข่าวออนไลน์" โดยมีวัตถุประสงค์
ของ การวิจัย คือ บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาการใช้คำ และการสื่อความหมายของพาตหัวข่าว
ออนไลน์ จาก www. thalrath.co.th และ www.khaosod.co.th วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2562
ผลการศึกษา พบว่า ผู้เขียนใช้คำที่ปรากฏความหมายโดยนัย อันทำให้ผู้อ่านต้องคิดตามอ่านเน้ือหาต่อไป
แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1. คำท่ีปรากฏความหมายโดยนัยเป็นท่ีเข้าใจกันโดยท่ัวไป คิดเป็นร้อยละ 28 มี 2
ลกั ษณะ ได้แก่ 1.1 คำท่ีมี วธิ กี ารใช้ความหมายเปล่ียนไปจากรูปคำเดิม คิดเป็นรอ้ ยละ 71 12 คำใหม่ คดิ เป็น
ร้อยละ 29 2. คำท่ีปรากฎ ความหมายโดยนัยเฉพาะตามบริบทของเน้ือหาข่าว หรือตามบริบททางสังคม
ในช่วงที่เกิดข่าว คิดเป็นร้อยละ72 นำมาจาก 1. ผู้เขียนข่าว 2. คำกล่าวของบุคคล 3. สื่อสังคมออนไลน์ และ

28

4. กลุ่มเฉพา: ผลวิจัยน้ีแสดงให้เห็นว่า ในยุคสังคมออนไลน์ ส่ือหนังสือพิมพ์นับเป็นท้ังผู้นำและผู้ตามการใช้
ภาษาในเวลาเดยี วกัน และเป็นส่ือที่มอี ิทธพิ ล ในการข้ีนำการใชภ้ าษาของสงั คม

เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ กี่ยวข้องทผ่ี ้วู จิ ัยได้ศึกษาคน้ ควา้ ได้แก่ เอกสารท่เี กยี่ วกบั การพาดหวั ขา่ ว
เอกสารที่เกีย่ วกบั คลิกเบท และงานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วข้องกับการพาดหวั ขา่ วทวั่ ไป และการพาดหัวขา่ วคลกิ เบท
ทำใหผ้ ู้วิจัยเข้าใจประเดน็ ทศี่ ึกษาได้อยา่ งลุ่มลึก และชดั เจนมากข้ึนและเป็นข้อมูลสำคญั ทน่ี ำไปใช้
ประกอบการวเิ คราะห์เรื่อง “ความสัมพันธ์ระหวา่ งประเภทข่าวกบั รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทใน
เพจเฟซบ๊กุ รายการข่าวแฉ” ในประเด็นตา่ ง ๆ ตามที่กำหนดไว้

29

บทท่ี 3
ผลการวจิ ยั

การศึกษาเรื่อง “รูปแบบการพาดหัวข่าวเชิงคลิกเบทในเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวแฉ” ผู้วิจัย
คัดเลือกกลุ่มข้อมูลแบบเจาะจง คือเจาะจงคัดเลือกพาดหัวเฉพาะ “คลิปไฮไลท์รายการแฉ” ท่ีมียอดการ
กดถูกใจ 10,000 ครั้งขึ้นไป ที่ออกอากาศระหว่างวันที่ 18 มกราคม -24 ธันวาคม 2564 รวมท้ังหมด
จำนวน 128 คลิป

ในบทนผ้ี ู้วจิ ัยนำเสนอผลการศึกษาตามลำดับ ดังต่อไปน้ี
3.1 การพาดหัวข่าวแบบคลมุ เครอื เพื่ออยากให้อยากรู้
3.2 การพาดหัวข่าวแบบใชเ้ ครอ่ื งหมายเพื่อเร้าอารมณห์ รอื เรียกความสนใจ
3.3 การพาดหวั ข่าวโดยระบคุ ําเรยี กเพศ
3.4 การพาดหวั ข่าวเน้นความขดั แยง้
3.5 การพาดหัวข่าวแบบอา้ งองิ ตัวเลข
3.6 การพาดหวั ข่าวแบบหัวข่าวไมต่ รงกบั เนื้อหาขา่ ว

3.1 การพาดหัวข่าวแบบคลุมเครอื เพื่อให้อยากรู้

การพาดหวั ข่าวแบบคลมุ เครือเพ่ือให้อยากรู้ หมายถึง การใช้สำนวนภาษาทมี่ คี วามซบั ช้อน ไม่ส่ือ
ใหร้ ู้ หรอื ทราบไดโ้ ดยชัดเจน แต่จะเนน้ การใชภ้ าษาใหส้ งสัย ชวนใหต้ ิดตาม จากการศึกษาพบการพาดหัว
ข่าวแบบคลุมเครอื เพอื่ ใหอ้ ยากรู้ จำนวน 110 พาดหวั ดงั ตัวอยา่ งต่อไปน้ี

ตวั อยา่ งที่ 1

ภาพท่ี 3.1 สาวดาราอารมณ์ดีเปยห์ นัก ซมุ่ คบผชู้ ายจา่ ยไม่อนั้
(18 มกราคม 2564)

30

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่ออยากให้อยากรู้ สังเกตได้จากรูปแบบข้อความพาดหัวข่าวที่ว่า "สาวดาราอารมณ์ดีเปย์
หนัก ซุ่มคบผู้ชายจ่ายไม่อั้น" แสดงให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ ทำให้อยากที่จะรู้ คือ
คำว่า “สาวดาราอารมณ์ดี” เปน็ การแสดงออกถงึ ความสงสยั ทำใหผ้ อู้ า่ นเกิดความรู้สกึ อยากทีจ่ ะรวู้ า่ ดารา
สาวที่ว่าคือใคร แล้วเปย์ผู้ชายคือคนไหน จะทำให้ผิดอ่านนั้นเกิดอารมณ์อยากที่จะคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหา
ข่าวว่าท่ีจริงแล้วเกิดอะไรข้ึนกับบุคคลดังกล่าว จากพาดหัวข่าวข้างต้นมีการใช้คำคลุมเครือ ทำให้ผู้อ่าน
สนใจตดิ ตามข่าวมากขนึ้

ตัวอยา่ งท่ี 2

ภาพที่ 3.2 ขอลาแล้ว องครกั ษพ์ ิทักษล์ งุ พล

(19 มกราคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพ่อื ให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวท่ีว่า “ขอลาแล้ว องครักษ์พิทักษ์ลงุ พล” คำว่า “ขอ
ลาแล้ว” เป็นการแสดงออกถึงความคลุมเครือเพ่ือให้ผู้อยากรู้ว่า องครักษ์พิทักษ์ลุงพลคือใครและด้วย
เหตุผลอะไรถึงขอลา จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเขา้ ไปอ่านเน้ือข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมี
การใช้ถอ้ ยคำท่คี ลมุ เครือดงึ ดดู ใจใหผ้ ู้อ่านอยากรู้เนือ้ หาขา่ ว

31

ตวั อยา่ งที่ 3

ภาพท่ี 3.3 ปารต์ ี้วนั เกดิ มะตูม ทำดรามาร้อนระอุ

(25 มกราคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครอื เพ่ือใหอ้ ยากรู้ สังเกตไดจ้ ากพาดหัวข่าวท่ีวา่ “ปารต์ ี้วนั เกดิ มะตมู ทำดรามาร้อนระอุ” คำว่า
“ทำดรามาร้อนระอุ” เป็นการแสดงออกถึงความคลุมเครอื เพื่อให้ผู้อยากรู้ว่าส่ิงที่เป็นดราม่าคือเร่ืองอะไร
และด้วยเหตุผลอะไรถึงเป็นดราม่าในปาร์ต้ีวันเกิด จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่าน
เนอ้ื ขา่ ว พาดหวั ข่าวข้างต้นจงึ มีการใช้ถอ้ ยคำทค่ี ลุมเครอื ดงึ ดดู ใจให้ผ้อู ่านอยากรูเ้ น้ือหาขา่ ว

ตวั อยา่ งท่ี 4

ภาพท่ี 3.4 ลุงพลฟอกเงิน อัจฉรยิ ะ จ่อ ฟ้อง!

(28 มกราคม 2564)

32

ตัวอย่างงจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า "ลุงพลฟอกเงิน อัจฉริยะ จ่อ ฟ้อง!" แสดงให้
เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำท่ีคลุมเครือ คือ คำว่า "อัจฉริยะ จ่อ ฟ้อง!" เป็นการแสดงออกถึงความ
คลุมเครือเพื่อให้ผู้อยากรู้ว่าอัจฉรยิ ะที่กล่าวถึงคือใคร และเหตุผลอะไรเขาจึงฟ้อง จึงทำให้ผู้อ่านเกดิ ความ
อยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเน้ือข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้ถ้อยคำท่ีคลุมเครือดึงดูดใจให้ผู้อ่าน
อยากรเู้ น้อื หาข่าว

ตวั อย่างท่ี 5

ภาพที่ 3.5 แอนนา เล่าชวี ิตออฟฟ่ี คดิ ฆา่ ตัวตายอีกแลว้
(1 กมุ ภาพนั ธ์ 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่อให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวท่ีว่า "แอนนา เล่าชีวิตออฟฟี่ คิดฆ่าตัวตายอีกแล้ว"
แสดงใหเ้ ห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำว่า “คิดฆ่าตัวตายอีกแล้ว” เป็นการแสดงออก
ถึงความคลุมเครือเพ่ือให้ผู้อยากรู้ว่าออฟฟ่ีคิดจะฆ่าตัวตายอีกทำไม จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยาก
คลกิ เข้าไปอา่ นเนอื้ ข่าว พาดหัวขา่ วข้างตน้ จึงมกี ารใชถ้ ้อยคำทคี่ ลุมเครือดึงดดู ใจให้ผ้อู ่านอยากรู้เนื้อหาข่าว

33

ตวั อย่างท่ี 6

ภาพท่ี 3.6 อย่าลบหลู่ เร่ืองพญานาคอสี าน

(2 กมุ ภาพนั ธ์ 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่อให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “อย่าลบหลู่ เรื่องพญานาคอีสาน” แสดงให้
เห็นวา่ การพาดหวั ขา่ วมีการใช้คำที่คลุมเครือ คอื คำว่า “อยา่ ลบหลู่” เปน็ การแสดงออกถงึ ความคลุมเครือ
เพ่ือให้ผู้อยากรู้ว่าทำไมถึงลบหลู่ไม่ได้ในเร่ืองของพญานาค จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้า
ไปอ่านเน้ือขา่ ว พาดหัวขา่ วขา้ งตน้ จึงมีการใชถ้ อ้ ยคำทคี่ ลุมเครือดึงดูดใจให้ผู้อา่ นอยากรเู้ นอื้ หาข่าว

34

ตวั อยา่ งที่ 7

ภาพท่ี 3.7 น้ำตาแตกกลางรายการ แจค็ อดไวไ้ มอ่ ยู่
(22 กมุ ภาพันธ์ 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวท่ีว่า “น้ำตาแตกกลางรายการ แจ็ค อดไว้ไม่อยู่”
แสดงใหเ้ ห็นวา่ การพาดหัวข่าวมกี ารใช้คำท่ีคลุมเครือ คอื คำวา่ “น้ำตาแตกกลางรายการ” และคำวา่ “อด
ใจไม่อยู่”เป็นการแสดงออกถึงความคลุมเครือเพื่อให้ผู้อยากร้วู ่าทำไมแจ็คถึงน้ำตาแตกในรายการ และเกิด
อะไรเร่ืองราวอะไรท่ีทำให้แจ็คอดใจไม่อยู่ จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว
พาดหวั ข่าวข้างต้นจึงมกี ารใช้ถอ้ ยคำทีค่ ลุมเครือดงึ ดดู ใจใหผ้ ้อู ่านอยากร้เู น้ือหาขา่ ว

35

ตวั อย่างที่ 8

ภาพที่ 3.8 ฆ่าปาดคอครูมวย ดบั คารถ

(23 กุมภาพันธ์ 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่อให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวท่ีว่า “ฆ่าปาดคอครูมวย ดับคารถ” แสดงให้เห็นว่า
การพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำว่า “ฆ่าปาดคอครูมวย” เป็นการแสดงออกถึงความ
คลุมเครือเพ่ือให้ผู้อยากรูว้ ่าทำไมถึงต้องฆ่าปาดคอ และครูมวยท่ีวา่ คือใคร จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้
อยากคลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้ถ้อยคำท่ีคลุมเครือดึงดูดใจให้ผู้อ่านอยากรู้
เนื้อหาข่าว

ตวั อยา่ งท่ี 9

ภาพที่ 3.9 จากลูกนายไมก่ ล้าจบี สู่คู่รกั มาราธอน มาวนิ & ตู่ ปยิ วดี
(24 กุมภาพนั ธ์ 2564)

36

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่อให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “จากลูกนายไม่กล้าจีบสู่คู่รักมาราธอน มา
วิน & ตู่ ปิยวดี” แสดงให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำว่า “จากลูกนายไม่กล้า
จีบ” เป็นการแสดงออกถึงความคลุมเครือเพื่อให้ผู้อยากรู้ว่าทำไมเม่ือก่อนเขาถึงไม่กลา้ จีบ และเจ้านายที่
กล่าวถึงคือใคร จงึ ทำให้ผ้อู า่ นเกดิ ความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนอื้ ขา่ ว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้
ถอ้ ยคำทีค่ ลุมเครอื ดึงดดู ใจให้ผ้อู ่านอยากรูเ้ น้ือหาข่าว

ตวั อย่างที่ 10

ภาพที่ 3.10 แรปเปอร์โดนแฉ หลอกสาวไปบำเรอ
(25 กุมภาพนั ธ์ 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “แรปเปอร์โดนแฉ หลอกสาวไปบำเรอ” "
แสดงให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำว่า “แรปเปอร์โดนแฉ” และคำว่า “หลอก
สาวไปบำเรอ” เป็นการแสดงออกถึงความคลุมเครือเพื่อให้ผอู้ ยากรู้วา่ แรปเปอร์ และสาวที่กล่าวถึงคือใคร
จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้ถ้อยค ำที่
คลุมเครอื ดงึ ดดู ใจให้ผู้อา่ นอยากรเู้ น้อื หาข่าว

37

ตวั อย่างที่ 11

ภาพท่ี 3.11 คดีฆ่าอำพราง น้องนหิ นา่

(1 มีนาคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “คดีฆ่าอำพราง น้องนิหน่า” " แสดงให้เห็นว่า
การพาดหัวข่าวมีการใช้คำท่ีคลุมเครือ คือ คำว่า “ฆ่าอำพราง” เป็นการแสดงออกถึงความคลุมเครือ
เพือ่ ใหผ้ ู้อยากร้วู ่าเกดิ อะไรข้ึนกบั คดีฆ่าอำพรางน้ี แล้วใครเป็นคนทำ จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยาก
คลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือดึงดูดใจให้ผู้อ่านอยากรู้เนื้อหา
ขา่ ว

ตวั อยา่ งท่ี 12

ภาพที่ 3.12 จก๊ั จ่นั ออกมาตอบโต้ หลงั ถกู โยงรักร้าวก่อนแต่ง
(2 มีนาคม 2564)

38

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพ่ือให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “จั๊กจั่นออกมาตอบโต้ หลังถูกโยงรักร้าวก่อน
แต่ง” "แสดงให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำว่า “จ๊ักจ่ันออกมาตอบโต้” เป็นการ
แสดงออกถึงความคลุมเครือเพ่ือให้ผู้อยากรู้ว่าเกิดอะไรข้ึนกับจั๊กจั่น ทำไมถึงต้องออกมาตอบโต้ และ
ออกมาตอบโต้กับใคร จงึ ทำให้ผ้อู า่ นเกดิ ความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว พาดหวั ข่าวข้างต้นจงึ มี
การใช้ถอ้ ยคำทีค่ ลมุ เครือดึงดูดใจให้ผอู้ ่านอยากรเู้ นื้อหาข่าว

ตวั อยา่ งท่ี 13

ภาพที่ 3.13 หน่มุ กรรชยั ตอบกลบั เหตดุ ราม่า

(4 มนี าคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครอื เพือ่ ให้อยากรู้ สงั เกตได้จากพาดหัวขา่ วท่ีว่า “หนุ่ม กรรชยั ตอบกลับเหตุดรามา่ ” แสดงให้
เห็นวา่ การพาดหัวข่าวมีการใชค้ ำที่คลมุ เครือ คือ คำวา่ “ตอบกลับเหตุดราม่า” เป็นการแสดงออกถึงความ
คลุมเครือเพื่อให้ผ้อู ยากรวู้ ่าหนุ่ม กรรชัยนั้นมีเหตุดราม่าอะไร และตอบกลับด้วยขอ้ ความอย่างไร จึงทำให้
ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือ
ดงึ ดดู ใจใหผ้ อู้ า่ นอยากรู้เนอ้ื หาข่าว

39

ตวั อยา่ งที่ 14

ภาพท่ี 3.14 “บอล เชิญย้มิ ” กบั รายการตลก ยอดวิวหลักล้าน!!
(4 มีนาคม 2564)

ตวั อย่างจากการพาดหวั ขา่ วข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวขา่ วทจ่ี ดั อยูใ่ นรปู แบบพาดหัวขา่ ว
แบบคลมุ เครือเพื่อใหอ้ ยากรู้ สงั เกตไดจ้ ากพาดหัวข่าวท่วี ่า ““บอล เชิญยิม้ ” กบั รายการตลก ยอดววิ หลัก
ล้าน!!” แสดงใหเ้ หน็ ว่าการพาดหวั ขา่ วมีการใช้คำท่ีคลมุ เครือ คือ คำวา่ “รายการตลก” เป็นการ
แสดงออกถึงความคลมุ เครือเพือ่ ให้ผู้อยากรู้ว่ารายการตลกที่ทำเงินไดห้ ลักล้านคือรายการอะไร จงึ ทำให้
ผูอ้ า่ นเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนอ้ื ขา่ ว พาดหัวข่าวข้างต้นจงึ มีการใชถ้ ้อยคำทคี่ ลุมเครอื
ดึงดดู ใจใหผ้ ูอ้ ่านอยากรเู้ นือ้ หาข่าว

40

ตัวอย่างท่ี 15

ภาพท่ี 3.15 “พระมหาเทวีเจ้า” เน็ตไอดอล สดุ ปัง

(8 มีนาคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่อให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “ “พระมหาเทวีเจ้า” เน็ตไอดอล สุดปัง”
แสดงให้เห็นว่าการพาดหวั ข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำวา่ “เนต็ ไอดอล สุดปงั ” เปน็ การแสดงออกถึง
ความคลุมเครอื เพ่ือให้ผู้อยากรู้วา่ ทำไมพระมหาเทวีเจ้าถงึ ไดเ้ ป็นเนต็ ไอดอลสุดปัง จึงทำใหผ้ อู้ ่านเกิดความ
อยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเน้ือข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจึงมีการใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือดึงดูดใจให้ผู้อ่าน
อยากรู้เน้อื หาขา่ ว

41

ตวั อย่างที่ 16

ภาพที่ 3.16 จุดเริม่ ต้นของคู่จิ้นเงนิ ล้าน น๊กุ -ปาย

(9 มนี าคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลมุ เครือเพ่ือให้อยากรู้ สังเกตไดจ้ ากพาดหัวขา่ วทวี่ ่า “ จุดเร่ิมตน้ ของคจู่ นิ้ เงนิ ลา้ น นุ๊ก-ปาย” แสดง
ให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำท่ีคลุมเครือ คือ คำว่า “จุดเร่ิมต้นของคู่จิ้นเงินล้าน” เป็นการ
แสดงออกถึงความคลุมเครือเพื่อให้ผู้อยากรู้ว่าจุดเริ่มต้นของทั้งคู่มาได้ยังไง และทำไมถึงได้เป็นคู่จ้ินเงิน
ลา้ น จึงทำใหผ้ ู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลกิ เข้าไปอ่านเนอื้ ข่าว พาดหัวข่าวข้างต้นจงึ มีการใช้ถอ้ ยคำท่ี
คลุมเครือดึงดดู ใจใหผ้ ูอ้ ่านอยากรูเ้ นื้อหาข่าว

42

ตวั อยา่ งท่ี 17

ภาพที่ 3.17 ฟงั ความจริงจากปาก ทีมเมียหลวงโดนนอกใจ
(10 มีนาคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวท่ีจัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครือเพื่อให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวท่ีว่า “ฟังความจริงจากปาก ทีมเมียหลวงโดน
นอกใจ” แสดงให้เห็นวา่ การพาดหวั ข่าวมีการใช้คำที่คลมุ เครือ คอื คำว่า “ทมี เมยี หลวงโดนนอกใจ” เป็น
การแสดงออกถึงความคลุมเครือเพ่ือให้ผู้อยากรู้ว่าความรู้สึกของเมียหลวงที่โดนนอกใจจะเป็นยังไง และ
รับมือกับมันได้อย่างไร จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนื้อข่าว พาดหัวข่าวข้างต้น
จงึ มีการใช้ถอ้ ยคำท่คี ลมุ เครือดึงดูดใจให้ผู้อ่านอยากรูเ้ น้ือหาข่าว

43

ตัวอยา่ งที่ 18

ภาพที่ 3.18 เรือ่ งจริงจากปากเพ่ือนสนิท จกั จั่น ถึงโลกใบทส่ี อง
(11 มนี าคม 2564)

ตัวอย่างจากการพาดหัวข่าวข้างต้น เป็นการนำเสนอพาดหัวข่าวที่จัดอยู่ในรูปแบบพาดหัวข่าว
แบบคลุมเครอื เพ่ือให้อยากรู้ สังเกตได้จากพาดหัวข่าวที่ว่า “เร่ืองจริงจากปากเพ่ือนสนิท จักจ่นั ถงึ โลกใบ
ที่สอง” แสดงให้เห็นว่าการพาดหัวข่าวมีการใช้คำที่คลุมเครือ คือ คำว่า “โลกใบท่ีสอง” เป็นการ
แสดงออกถึงความคลุมเครือเพื่อให้ผู้อยากรู้ว่าโลกใบที่สองคืออะไร และความจริงจ๊กั จั่นมโี ลกใบท่ีสองจริง
หรือไม่ จงึ ทำให้ผู้อา่ นเกิดความอยากรู้ อยากคลิกเข้าไปอ่านเนอื้ ขา่ ว พาดหวั ขา่ วข้างตน้ จึงมกี ารใชถ้ ้อยคำ
ที่คลมุ เครือดงึ ดดู ใจให้ผอู้ ่านอยากรู้เน้อื หาข่าว

44


Click to View FlipBook Version