The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือปฏิบัติงานการติดตั้ง ตู้MDB2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Fern Monsicha, 2022-07-26 05:47:50

คู่มือปฏิบัติงานการติดตั้ง ตู้MDB

คู่มือปฏิบัติงานการติดตั้ง ตู้MDB2

Keywords: คู่มือปฏิบัติงานการติดตั้ง ตู้MDB

สารบญั 1
1
บทนำ 3
ขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ านการติดต้งั ตู้ MDB-Main distribution board 7
เคร่ืองมอื อุปกรณแ์ ละข้อควรระวงั 11
01.การติดตงั้ บสั บาร์ 15
02.การตดิ ต้งั เบรกเกอรเ์ ขา้ บัสบาร์ 18
03.การติดต้งั เคร่ืองวัดและหลอดสญั ญาณ 21
04.การติดต้ังเครือ่ งปอ้ งกนั เฟสโปรเทคช่ัน 24
05.การตอ่ ระบบไฟฟา้ 25
06.การตรวจเช็คระบบและทดสอบการทำงานของระบบ 28
ภาคผนวก 33
ภาคผนวก ก การตดิ ตั้งบสั บาร์ 40
ภาคผนวก ข การติดตงั้ เบรกเกอร์เข้าบัสบาร์ 51
ภาคผนวก ค การตดิ ตั้งเครือ่ งวัดและหลอดสัญญาณ 55
ภาคผนวก ง การตดิ ต้งั เคร่อื งปอ้ งกนั เฟสโปรเทคชนั่ 57
ภาคผนวก จ การตอ่ ระบบไฟฟา้ 66
ภาคผนวก ฉ การตรวจเชค็ ระบบและทดสอบการทำงานของระบบ
ประวัตผิ ู้จัดทำ

-1-

บทนำ

ระบบไฟฟ้าเป็นปจั จยั สำคัญในการดำรงชีวิต การสอ่ื สาร การคมนาคม การศกึ ษา ระบบไฟฟา้ ที่ดี
ต้องมีประสทิ ธิภาพ ความเชื่อมนั่ ความปลอดภัยในระบบและการตดิ ตง้ั

ผู้จัดทำไดจ้ ัดทำคู่มอื เลม่ นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเทคนคิ แนวทางอยา่ งหนึ่ง ซึ่งคู่มือเลม่ นี้มีทั้งภาพ วีดีโอ
ประกอบอย่างชดั เจนและมีองคค์ วามรูข้ ยายเพ่อื ใชใ้ นการศกึ ษาไดอ้ ยา่ งง่าย ผู้จดั ทำหวังวา่ คมู่ ือปฏิบตั ิงาน
การตดิ ตัง้ ตู้ MDB นีจ้ ะมีประโยชนต์ อ่ ผู้อา่ นได้อยา่ งมาก

ข้นั ตอน การปฏิบตั ิงานการตดิ ต้ังตู้ MDB-Main distribution board มี 6 ขั้นตอน

การติดตง้ั บสั บาร์

01

การตดิ ตัง้ เบรกเกอรเ์ ขา้ บัสบาร์

02

การตดิ ตั้งเคร่อื งวดั และหลอดสญั ญาณ

03

-2-

การปฏบิ ตั งิ านการติดตง้ั ตู้ MDB-Main distribution board มี 6 ข้ันตอน

การติดตัง้ เคร่อื งปอ้ งกันเฟสโปรเทคช่นั

04

การต่อระบบไฟฟา้

05

การตรวจเชค็ ระบบและทดสอบการ

06 ทำงานของระบบ

-3-

เครอื่ งมอื อุปกรณ์และขอ้ ควรระวัง

สว่านมอื (Electric drill) ตลับเมตร(Tape measure)

ขอ้ ควรระวัง ขอ้ ควรระวัง

ควรใชง้ านแบบเจาะท่ีไม่ใช้แรง ควรใช้งานแบบเจาะทไ่ี มใ่ ชแ้ รงมาก
มาก
ประแจ(Wrench)
ไขควงชุด(Screwdriver)

ข้อควรระวัง ข้อควรระวงั

ไมค่ วรนำไขควงไปใช้ ไมค่ วรนำคอ้ นไป
ใน
ระดับน้ำ(Water gauge)
ค้อน(Hammer)

ข้อควรระวัง ข้อควรระวงั

ห้ามนำค้อนวางไว้บนพื้นที่เหนือศีรษะ หา้ มทำตกพ้ืนเพราะอาจเกิดการแตกหักได้

-4-

เครื่องมืออปุ กรณ์และข้อควรระวัง

เบรกเกอร์(Circuit Breaker) สกรู(screw)

ขอ้ ควรระวัง ขอ้ ควรระวัง

ควรใชง้ านแบบเจาะท่ีไม่ใชแ้ รงมาก ควรใชส้ กรใู ห้ตรงกบั หน้างาน

เหล็กฉาก(Machinist square) สว่านแท่นไฟฟา้ (Drill Press)

ขอ้ ควรระวัง ข้อควรระวัง

ไมค่ วรนำบรรทดั เหลก็ ฉากไปใช้งานอืน่ ที่ ควรเช็คขันดอกสวา่ นให้แนน่ กอ่ นใช้งาน
นอกเหนอื จากงานการวัดต่างๆ
มัลติมเิ ตอร์ดิจติ อล(Digital multimeter)
หินเจียร(์ Electric angel grinder)

ขอ้ ควรระวัง ขอ้ ควรระวัง
ควรสวมแว่นเวลาตดั ช้ินงาน
ควรปรบั ยา่ นการวดั ใหต้ รงกับค่าทีใ่ ช้วดั

-5-

เครื่องมอื อปุ กรณ์และข้อควรระวัง

สีสเปรย์(Spray paint) เครือ่ งตัดบสั บาร์(Bus Bar Cutter)

ขอ้ ควรระวัง ขอ้ ควรระวงั

ควรใช้ในพ้นื ท่ที ึบ หา้ มนำไปใช้ในงานทีผ่ ดิ ประเภท

ไขควงวดั ไฟ(check lamp) คมี ย้ำหางปลา(Crimper)

ขอ้ ควรระวัง ข้อควรระวัง

ไมค่ วรนำไปขันในงานหนัก หา้ มนำไปใช้ในงานทีผ่ ิดประเภท

คีมยำ้ ไฮดรอลิค(Hydraulic Crimping) หางปลาคอรด์ เอน็ (End Sleeves)

ข้อควรระวัง ขอ้ ควรระวัง

ห้ามนำไปใชใ้ นงานที่ผดิ ประเภท หา้ มนำไปใชใ้ นงานทผ่ี ิดประเภท

-6-

เคร่อื งมืออปุ กรณ์และขอ้ ควรระวัง

คมี ปอกสายไฟ(Cable Stripper) มดี คัตเตอร์(Cutter knife)

ขอ้ ควรระวัง ขอ้ ควรระวงั

ไมค่ วรนำไปใชใ้ นงานท่ีหนัก ไม่ควรนำไปใช้ในงานท่ีหนกั

เคเบ้ลิ ไทร์(Cable Tie) เครื่องเปา่ ลมโบลเวอร์(Blower)

ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง

ห้ามนำไปใช้ในงานที่ผดิ ประเภท ไมค่ วรใชง้ านตดิ กนั เปน็ เวลานาน

-7-

01 การติดตั้งบสั บาร์

เคร่อื งมอื และอปุ กรณ์

เทคนคิ การทำงาน ข้อควรระวัง

- พน่ สีบสั บาร์ตามเฟส - ควรวางบสั บาร์ไม่ให้ชดิ กันมากเกินไป ประมาณ 2
- ควรตดั และดัดบัสบารโ์ ดยใช้เครอื่ ง เซนติเมตร
- ควรยดึ บสั บาร์กับตัวรองบสั บาร์ใหแ้ น่น - พน่ สีบัสบาร์ใหถ้ ูกตามแบบสีทต่ี ้งั ไว้

-8-

01

การตดิ ตัง้ บสั บาร์ในตู้ MDB

1.1 อา่ นแบบวงจร https://shorturl.asia/Z23uI

1.2 เลือกขนาดบัสบารต์ ามตาราง https://shorturl.asia/WSdTP

-9-

01

1.3 การดดั บัสบาร์ https://shorturl.asia/4eK3T

1.4 การตัดบสั บาร์ https://shorturl.asia/yHIhW

1.5 การเจาะรูบัสบาร์ 1.6 การตดิ บสั บารเ์ ขา้ กับตวั ยดึ บสั บาร์ภายในตู้

- 10 -

01

1.7 ทำสีบสั บาร์ 1.8 เมอื่ ยดึ บสั บารเ์ สรจ็ กท็ ำความสะอาดตู้

- 11 -

02 การตดิ ตัง้ เบรกเกอร์เขา้ บสั บาร์

เครือ่ งมือและอปุ กรณ์

เทคนคิ การทำงาน ขอ้ ควรระวงั

- เจาะบสั บารต์ ามขนาดเบรกเกอร์ที่ตดิ ต้งั เพ่อื ความแนน่ - ควรขัดนอ็ ตยึดเบรกเกอรใ์ หด้ ี

- ดัดบัสบาร์โดยใช้เครอ่ื งดดั เพ่อื ความแมน่ ยำในการเขา้ - ควรดดั บสั บารแ์ ละวัดความยาวกอ่ นเขา้ เบรกเกอร์ใหด้ ี
มุม

- 12 -

02

การตดิ ตง้ั เบรกเกอรเ์ ข้าบัส
บาร์

2.1 อ่านแบบเตรียมขนาดและชนดิ เบรกเกอรท์ ี่จะตดิ ต้ัง https://bit.ly/3y2laEY

2.2 เตรียมเบรกเกอร์ตามแบบท่เี ขยี นไว้ https://bit.ly/3MYcUtL

- 13 -

.3 02

2.3 ติดเบรกเกอร์เขา้ กบั โครงตู้ https://bit.ly/3NZRTQO

2.4 ดดั บสั บาร์เพ่อื เขา้ หวั เบรกเกอร์ https://bit.ly/3OkuKZa
และทา้ ยเบรกเกอร์

2.5 เม่ือยดึ เสรจ็ ก็ทำความสะอาดตูข้ นั น็อตยึดบสั บาร์ https://shorturl.asia/3TIVk
กบั เบรกเกอรใ์ หแ้ น่น

- 14 -

02

2.6 เม่อื ยึดเสรจ็ ก็ทำความสะอาดตู้ https://bit.ly/3zKMmJC

- 15 -

03 การติดตง้ั เครื่องวัดและหลอดสัญญาณ

เครื่องมือและอปุ กรณ์

เทคนคิ การทำงาน ข้อควรระวัง

- เช็คความเรยี บรอ้ ยอปุ กรณแ์ ต่ละชิ้น ก่อนใชง้ าน - ควรใช้ให้เหมาะสมกบั งานและถูกวธิ ี
- ควรตดิ ป้ายมารค์ สายทุกคร่งั
- เลือกประเภทเฟสโปรเทคชัน่ และหลอดสญั ญาณตาม

แบบท่เี ขยี นไว้

- 16 -

03

การติดต้ังเครอ่ื งวดั และหลอด
สัญญาณ

3.1 อา่ นแบบวงจร https://shorturl.asia/Z23uI

3.2 เจาะรเู พือ่ ยดึ อปุ กรณ์ 3.3 ติดตง้ั อุปกรณเ์ คร่ืองวัดและ
หลอดสัญญาณ

- 17 -

03

3.4 วายร่งิ สายไฟตอ่ เขา้ อุปกรณ์ 3.5 ทำการตรวจสอบระบบเครอ่ื งวัดและหลอด
สญั ญาณ

3.6 ตรวจเชค็ ความเรยี บรอ้ ย

- 18 -

04 การติดตั้งเครือ่ งปอ้ งกันเฟสโปรเทคช่นั

เครือ่ งมือและอุปกรณ์

เทคนคิ การทำงาน ข้อควรระวัง

- ย้ำหางปลาด้วยคีมยำ้ หางปลาเพอื่ ไมใ่ หส้ าย - ไม่ควรปลอกสายไฟใหป้ ลายสายยาวเกนิ หาง
ปลา
หลุดหรือควรเชค็ ความแน่น - ควรมาร์คปลายสายวา่ เปน็ เฟสใดเพ่ือเขา้
- จดั สายเขา้ ตามรางเพื่อความสวยงาม สายถูกเฟส

- 19 -

04

การตดิ ตัง้ เครอ่ื งป้องกนั เฟส
โปรเทคชั่น

4.1 วงจรเคร่อื งปอ้ งกัน https://shorturl.asia/F09Nq

4.2 เตรียมอปุ กรณ์เฟสโปรเทคช่ัน 4.3 ติดตั้งเฟสโปรเทคชน่ั และฟิวส์

- 20 -

04

4.4 ตรวจเชค็ ความเรียบรอ้ ย https://shorturl.asia/cslad

- 21 -

05 การต่อระบบไฟฟา้

เคร่ืองมอื และอุปกรณ์

เทคนิคการทำงาน ขอ้ ควรระวัง

- ปลอกฉนวนหุ้มสายไฟท้ังหมดโดยให้เส้นลวดตัวนำท้งั - ควรมารค์ ปลายสายไฟใหถ้ กู ตามแบบ

สองเส้นมีความยาวประมาณ.1-1.5 เซนติเมตรและให้ - เม่ือทำการต่อสายผิดใหร้ บี แก้ไขโดยดว่ น
คำนวณความยาวของฉนวนหุ้มชั้นในสุดตามความ
เหมาะสม

- 22 -

05

การตอ่ ระบบไฟฟ้า

5.1 ตอ่ สายไฟเขา้ เบรกเกอร์ https://shorturl.asia/LRp9k

5.2 ต่อสายเข้าเคร่อื งเฟสโปรเทคชั่น https://shorturl.asia/cslad

- 23 -

05

5.3 ตอ่ สายไฟเข้าเครื่องวัด https://shorturl.asia/LRp9k

5.4 ต่อสายเขา้ หลอดสญั ญาณ https://shorturl.asia/PQvX2

5.5 ทำความสะอาดตู้ตรวจเชค็ ความเรยี บรอ้ ย

- 24 -

06 การตรวจเชค็ ระบบและทดสอบการทำงาน

ของระบบ

เครอื่ งมอื และอปุ กรณ์

เทคนิคการทำงาน ขอ้ ควรระวงั

- เร่มิ ตั้งแตป่ า้ ยชือ่ หนา้ ห้องไฟฟา้ ต้องชดั เจน - ตรวจเช็คจุดตอ่ สายและTerminalควรขันข่วั ใหแ้ นน่
ตรวจทกุ ๆจดุ
- ตรวจสอบกลไกการทริป
- หลอดไฟแสดงสภาวะการทำงานต่างๆใชไ้ ด้หรอื ไม่ - ตรวจสอบค่าต้านทานของจุดต่อลงดนิ ก่อนตรวจเช็ค
ระบบ

- 25 -

06

การตรวจเชค็ ระบบและ
ทดสอบการทำงาน

6.1 ตรวจเชค็ ป้ายชื่อและป้ายสัญลกั ษณ์ 6.2 ตรวจเชค็ มารค์ ปลายสายทุกจุด

6.3 ตรวจเชค็ จุดต่อสายและTerminal 6.4 ตรวจเชค็ จดุ ตอ่ เมนเขา้ เบรกเกอร์

- 26 -

06

6.5 ตรวจเช็คสถานะหลอดสญั ญาณไฟ 6.6 ตรวจสอบกลไกการทริป

6.7 ตรวจเช็คความเรยี บร้อยคาปาซิเตอรแ์ บงค์ 6.8 ตรวจเชค็ ระบบคาปาซเิ ตอร์แบงค์

6.9 ทำความสะอาดเป่าฝนุ่ ท้งั ระบบ 7.0 ตรวจเชค็ ความเรียบร้อยทงั้ ระบบ

- 27 -

ภาคผนวก

- 28 -

ภาคผนวก ก
การตดิ ต้ังบัสบาร์

- 29 -

การตดิ ต้งั บัสบาร์

บัสบาร์ (Busbar) คือ โลหะตัวนำไฟฟ้า ที่ทำมาจากทองแดงหรืออลูมิเนียม ผลิตในรูปทรงต่าง ๆ เช่น
แถบแบนแท่งทึบหรือรูปทรงหลอดกลวง แต่ส่วนใหญ่รูปร่างของบัสบาร์นิยมเป็นแบบ Flat คือ มีพื้นที่
หน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและอีกรูปทรงที่นิยมกันเป็นอย่างมากนั้นคือ รูปทรงหลอดกลวง โดยส่วนกลวง
ยังมีความแข็งสูงกว่าแท่งทึบที่มีความสามารถในการรับกระแสไฟฟ้าที่เท่ากัน เนื่องจากติดตั้งง่ายและยังช่วยให้
มีประสทิ ธิภาพท่ดี ใี นเร่ืองของการระบายความรอ้ น โดยทัว่ ไปการทำงานของบสั บาร์จะมวี งจรไฟฟ้าจ่ายเข้าจำนวน
น้อยและมีวงจรไฟฟ้าจ่ายออกจำนวนมาก ดังนั้นสถานีไฟฟ้าหรือแผงสวิทซ์จ่ายไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าจะต้อง
สามารถรับและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้เกิดแรงแม่เหล็กไฟฟ้า ( Electromagnetic Force )
ขึ้นอย่างมหาศาล บัสบาร์จึงจะต้องสามารถทนต่อแรงเหล่านี้ได้ ดังนั้นวัสดุที่นำมาใช้ผลิตต้องมีคุณสมบัติ
ทางไฟฟ้าทด่ี แี ละเหมาะสม โดยพิจารณาเบ้ืองตน้ จากคุณสมบัติ ดังน้ี

1. ความแขง็ แรงทางกลสงู ในด้านแรงดึง แรงอัดและแรงฉกี
2. มคี วามต้านทานตำ่
3. ความต้านทานต่อ Fatigue Failure สูง
4. ความต้านทานของ Surface Film ต่ำ
5. ความต้านทานตอ่ การกัดกร่อนสงู
6. การตัดตอ่ หรอื ดัด ทำไดส้ ะดวก

- 30 -

จากตารางเบอ้ื งต้น แสดงคณุ สมบตั เิ พือ่ พิจารณาในการเลอื กวัสดุมาใช้ผลติ BUSBAR

วธิ กี ารใช้งานและตดิ ต้งั ของบัสบาร์

1) บาร์ (busbar) ส่วนใหญ่เป็นบัสทองแดง (cubus) แต่ละบัสจะทำเป็นโค้ดสี “เพื่อให้ง่ายต่อการ
ตรวจเชค็ หรอื การซ่อมแซมระบบ” ตามรายละเอียด ดงั นี้

สีแดง แทนเฟส R (Red)
สีเหลือง แทนเฟส S (Yellow)
สนี ำ้ เงิน แทนเฟส T (Blue)

สขี อง BUSBAR ในตู้ MDB

2) การต่อที่บัสบาร์ทองแดง สามารถทำได้โดยการใช้น็อต ( Bolting ) การจับยึด ( Clamping ) การใช้
หมุด ( Riveting ) การบัดกรี ( Soldering ) หรอื การเชอ่ื ม (Welding )แล้วแต่ความเหมาะสมและความถนัดของชา่ ง

- 31 -

3) การต่อจุดต่อดว้ ยการเชื่อม บัสบาร์ทองแดง มีข้อดี คือ กระแสไฟฟ้าไหลสม่ำเสมอ ความสามารถใน
การนำกระแสไม่เปลย่ี น แปลง เนอื่ งจากจดุ ต่อเปน็ ตวั นำทองแดง

4) การใชน้ อ็ ต เป็นวธิ ที ีก่ ระชับและเชอ่ื ถือได้ แตม่ ขี อ้ เสียคือต้องเจาะรลู งไปในบารเ์ พ่ือใสน่ ็อตจะทำให้เกิด
ความผิดเพี้ยนในเส้นทางการนำกระแส จุดต่อแบบนี้จะทำใหเ้ กดิ แรงที่จุดสัมผัสไม่สม่ำเสมอ มากกว่าการใชแ้ ผน่
จบั ยึด

5) การใช้ตวั จับยึดสามารถทำได้งา่ ยโดยพนื้ ที่หน้าตดั ไมเ่ สียหาย มวลทเี่ พ่มิ ขน้ึ จะช่วยในการระบายความ
ร้อนที่จุดต่อและการออกแบบตัวจับยึดที่ดีจะทำให้เกิดแรงแบบสม่ำเสมอที่จุดสัมผัส ข้อดีอื่นๆ คือง่าย
ต่อการติดตง้ั ส่วนขอ้ เสยี คอื ราคาแพง

6) การใชห้ มุดยดึ มปี ระสทิ ธภิ าพสงู แต่มีขอ้ เสยี คือถอดหรอื ทำให้แน่นไดย้ าก และการตดิ ตั้งทำไมส่ ะดวก
7) การบัดกรีมีใช้น้อยมากสำหรับบัสบาร์ นอกจากต้องเสริมด้วยน็อตหรือตัวจับยึด เนื่องจากความร้อน
จากการลัดวงจรจะทำให้เกดิ สภาพทางไฟฟ้าและทางกลไม่ดี

กาตอ่ บัสบาร์อลมู เิ นยี ม
1) ทำความสะอาดพ้นื ผวิ ดว้ ยแปรงหรือกระดาษทราย
2) ทาคอมปาวด์ที่พนื้ ผวิ ทันทีหลงั จากทีท่ ำความสะอาด เพือ่ ปอ้ งกันการอ๊อกไซด์
3) ประกอบจกุ ต่อซ่ึงต้องใช้ Flat Washer (แหวนแบน) และ (Bleleville Washer) แหวนฉง่ิ
4) ทำการตอ่ และขนั โบลด์และมดั ให้แน่นดว้ ยทอรก์ ทีเ่ หมาะสมเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต

การตอ่ บสั บารท์ องแดง เข้ากบั บสั บารอ์ ลูมนิ ียม
1) ไปทำความสะอาดพ้ืนผวิ บัสบาร์ทองแดงโดยไม่ต้องใชก้ ระดาษทรายหรือแปรง โดยไม่ตอ้ งใชค้ อมปาวด์
2) บัสบารท์ องแดงจะต้องเคลือบดว้ ยดบี กุ เพ่ือป้องกันการกดั กร่อน (Glavanic corrosion)
3) ทาคอมปาวดท์ ีพ่ ้นื ผวิ ทันท่หี ลังจากที่ทำความสะอาด เพื่อปอ้ งกันการอ๊อกไซด์
4) ประกอบจุกตอ่ ซงึ่ ต้องใช้ Flat Washer (แหวนแบน) และ (Bleleville Washer) แหวนฉงิ่
5) ทำการต่อและขันโบลดแ์ ละนัดให้แน่น ด้วยทอรก์ ทเ่ี หมาะสมเปน็ ไปตามคำแนะนำของผ้ผู ลิต

หลกั คำนวณขนาด BUSBAR
บาร์ทองแดงที่มีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมติดตั้งภายในอาคาร ค่าอุณหภูมิโดยรอบ ( Ambient

temperature) เป็นไปตามตารางและ Temperature rise เป็น 30 องศาเซลเซียส ติดตั้งในแนวดิ่ง (Width

vertical) โดยระยะห่างระหวา่ งบาร์ทองแดงมคี า่ เทา่ กับความหนาของบารท์ องแดง : ใชก้ บั กระแสไฟฟ้าสลับ 50 Hz.,

ระยะหา่ งระหว่างเฟส > 0.8 เท่าของกงึ่ กลางระหวา่ งเฟสตอ่ เฟส

- 32 -

ตารางพกิ ัดการนำกระแสของบสั บารต์ ามมาตราฐาน DIN (Table Bus bars for rated currents)

ตารางพกิ ัดการนำกระแสของบสั บาร์ IEC (Table Busbars for rated currents)

- 33 -

ภาคผนวก ข
การตดิ ตั้งเบรกเกอร์เขา้ บัสบาร์

- 34 -

การติดตั้งเบรกเกอรเ์ ขา้ บัสบาร์

Circuit Breaker (เบรกเกอร์) คือ อุปกรณ์ทำหน้าที่ในการตัดวงจรไฟฟ้าแบบอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติ
ในระบบเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสายไฟ โหลด Load (เช่น มอเตอร์, Generator
หรือ อปุ กรณ์ไฟฟ้า)
1 เบรกเกอร์สามารถแบง่ ตามขนาดเป็น 3 ประเภท

1.1 MCB : Miniature Circuit Breaker (เบรกเกอร์ลูกย่อย) มีค่ากระแสน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 A
สว่ นใหญใ่ ชภ้ ายในบ้านพักอาศยั ตดิ ตัง้ ภายในตู้ Consumer หรอื ตู้ Load Center

1.2 MCCB : Moulded Case Circuit Breaker(โมลเคสเซอร์กิตเบรกเกอร์) มีค่ากระแสน้อยกว่า
หรอื เท่ากับ 1600 A

1.3 ACB : Air Circuit Breaker(แอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์) มคี า่ กระแสนอ้ ยกว่าหรอื เท่ากับ 6300 A

ประเภทของเบรกเกอรท์ งั้ 3 ประเภทตามขนาด

- 35 -

2 หลักการทำงานของเบรกเกอร์ แบ่งออกเป็น 2 แบบ Thermomagnetic และ Electronic
2.1.Thermomagnetic เบรกเกอรแ์ บบ Thermomagnetic ใชห้ ลักการทำงานทางความร้อน โดยการ

แปลงกระแสไฟฟา้ เปน็ พลงั งานความรอ้ น

ภายในของเบรกเกอร์ Thermomagnetic

2.1.1 เบรกเกอรแ์ บบ Thermomanetic มีฟงั ก์ช่นั การปอ้ งกนั 2 แบบ
a) การป้องกันกระแสโหลดเกนิ (Overload) หรือท่ีเรยี กว่า Function L ใชห้ ลกั การปอ้ งกนั แบบ
Bimetal
b) การปอ้ งกนั กระแสลดั วงจร (Short Circuit) หรือที่เรยี กว่า Function I ใชห้ ลกั การป้องกนั แบบ
Electromagnetic coil
2.1.2 เบรกเกอร์แบบThermomagnetic มใี ห้เลือก 3 แบบ TMF, TMD และ TMA
a) เบรกเกอร์รนุ่ TMF ไมส่ ามารถปรับต้งั ค่ากระแสทีใ่ ชง้ านได้
b) เบรกเกอรร์ ่นุ TMD สามารถปรบั ตงั้ ค่ากระแสโหลดเกิน (Overload L) ได้ต้ังแต่ 0.7-1 เท่า
c) เบรกเกอรร์ นุ่ TMA สามารถปรปั ตงั้ ค่าได้ทงั้ กระแสโหลดเกิน (Overload L) และกระแสลดั วงจร
(Short Circuit I)

- 36 -

เบรกเกอร์ Thermomagnetic รุ่นท่เี ปน็ TMF ไม่สามารถปรับตั้งค่ากระแสท่ีใชง้ านได้

เบรกเกอร์Thermomagnetic รนุ่ ทเ่ี ปน็ TMD สามารถปรับตง้ั คา่ กระแสโหลดเกนิ (Overload L) ได้ต้งั แต่
0.7-1 เท่า

- 37 -

เบรกเกอร์Thermomagnetic รุน่ ที่เปน็ TMA สามารถปรบั ต้ังคา่ ไดท้ ้ังกระแสโหลดเกนิ (Overload L) และ
กระแสลัดวงจร (Short Circuit I)

2.2.Electronic เบรกเกอรแ์ บบ Electronic ใชก้ ารวัดคา่ กระแสใชง้ านจริงดว้ ย CT และสง่ คา่ ทว่ี ดั ไดไ้ ป
ทำการคำนวนด้วยระบบ Microcontroller
2.2.1 เบรกเกอรแ์ บบ Electronic มีฟังก์ช่ันการปอ้ งกันใหเ้ ลือกทั้งหมด 4 แบบ
a) ฟังก์ชัน L การป้องกนั กระแสโลดเกิน Overload
b) ฟงั ก์ชัน S การป้องกันกระแสลัดวงจรแบบหนว่ งเวลา Short circuit with delay time
c) ฟังกช์ นั I การปอ้ งกันกระแสลัดวงจรแบบทันทีทนั ใด Instantaneous Trip
d) ฟงั กช์ ัน G ground fault

ฟงั กช์ ่ันของเบรกเกอร์ Electronic

- 38 -

สัญลักษณท์ างไฟฟา้ ของเบรกเกอร์
สัญลักษณ์ทางไฟฟ้าของเบรกเกอร์คือข้อมูลจำเพาะของเบรกเกอร์แต่ละตัว ที่ผู้ใช้ต้องกำหนดค่าต่างๆ

ให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน
– In, Amp Trip(AT) หรือ คา่ พิกดั กระแสเป็นคา่ กระแสทเี่ บรกเกอรเ์ ริ่มทำงาน (คา่ กระแสใช้งาน) มหี น่วย Amp
– Iu, Amp Frame(AF) หรือ คา่ พิกดั กระแสโครงเปน็ ค่าการทนกระแสต่อเนอ่ื งของเบรกเกอร์มหี นว่ ยเปน็ Amp
– Icu (Rated Ultimate Short-Circuit Breaking Capacity) ค่ากระแสลัดวงจรสูงสุดของเบรกเกอร์มีหน่วย
เปน็ KA(Kilo Amp)
– Ics (Rated Service Short-Circuit Breaking Capacity) คา่ พิกัดการทนกระแสลัดวงจรสูงสุดของเบรกเกอร์
และยังสามารถทำงานต่อไปได้ หน่วยเป็น % หรือ %Icu เนื่องจากเป็นการทดสอบเบรกเกอร์ที่ทำเพิ่มขึ้นอีก 1
คร้งั หลงั จากที่ทำการทดสอบ Icu จะทำการระบุคา่ ของ Ics เปน็ เปอรเ์ ซนต์ ของคา่ ท่ีทำการทดสอบ Icu
– Ue (Reted Operational Votage) เป็นค่าแรงดันที่ใช้งานของเบรกเกอร์จะมีความสัมพันธ์ในการเลือก
คา่ Icu

การเทส Icu และ Ics ของเบรกเกอรโ์ ดยการ Short Circuit ด้านลา่ งของเบรกเกอร์เข้าดว้ ยกันแล้วจ่าย
กระแสที่ต้องการเทสเขา้ ดา้ นบน

- 39 -

การเลอื กคา่ Icu ของเบรกเกอร์ ท่สี มั พนั ธก์ ับคา่ Ue

- 40 -

ภาคผนวก ค
การตดิ ต้งั เครอ่ื งวดั และหลอดสัญญาณ

- 41 -

การตดิ ต้งั เครื่องวัดและหลอดสัญญาณ

เครื่องวัดพื้นฐานที่ใช้ในตู้ MDB ทั่วไป คือโวลต์มิเตอร์เเละเเอมมิเตอร์ ซึ่งต้องใช้งานร่วมกับ
SelectorSwitch เพื่อวัดเเรงดันหรือกระเเสในเเต่ละเฟส พิกัดเเรงดันของโวลต์มิเตอร์ คือ 0-500V. ส่วนพิกัด
กระเเสของเเอมมิเตอร์จะขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของ Curren Transformer สำหรับตู้สวิทซ์บอร์ดขนาดใหญ่อาจ
มี P.F.Meter, Watt Meter หรือ Var Meter เพิ่มเติมขึ้นอยูก่ บั การออกเเบบตูบ้ างตูก้ ็อาจติดตั้ง P.F.Controller
เพอ่ื ควบคุมค่า Power Factor ในวงจรด้วย

หลักการทำงาน โดยการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดเคล่ือนทหี่ รอื ขดลวดหมุน (Moving Coil)ซงึ่ เปน็
ส่วนเคลื่อนที่ของมิเตอร์ (Meter Movement) ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆ ขดลวดระหว่างขั้วเหนือและข้ัว
ใตข้ องแม่เหล็กถาวรและสนามแม่เหล็กนี้จะตัดกบั สนามแม่เหล็กถาวร ทำใหเ้ กิดแรงบิดขนึ้ ในขดลวดทำให้หมุนไป
ได้ เขม็ ช้ีที่ยึดติดอยู่ดว้ ยนัน้ ก็จะเบ่ียงเบนไปบนสเกล จะเบยี่ งเบนไปมากน้อยขึน้ อยู่กบั ปริมาณกระแสไฟฟ้าท่ีไหล
ผา่ นขดลวดโดยมีสปริงก้นหอยทำหน้าที่ควบคุมหรอื ต้านการเบี่ยงเบนขดลวดเคลอ่ื นที่มหี ลายชนิดแต่ที่ใช้กันมาก
จะเป็นขดลวดเคลื่อนท่ี แบบดารส์ ันวาล (d’Arsonval Moving Coil) จะมเี ขม็ ช้ี (Pointer) ตดิ อย่แู ละจะเคลื่อนที่
หมุนพร้อมกันกับเข็มชเ้ี พือ่ ช้คี ่าทีว่ ดั ได้จากสเกลบนหนา้ ปัด
2.1 เครือ่ งวดั แบบขดลวดเคล่อื นที่

ในปี พ.ศ. 2424 (ค.ศ.1881) แจ๊คส์ดาร์สันวาล (Jacques d’Arsonval) นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสได้ทดลอง
นำหลกั การความสัมพันธร์ ะหวา่ งกระแสไฟฟ้ากบั สนามแม่เหล็ก (ทถี่ ูกคน้ ควา้ โดย ฮานสค์ รสิ เตยี นเออร์สเตด (ค.ศ.
1820) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน) ประดิษฐ์เป็นกลั วานอมิเตอร์แบบขดลวดเคลื่อนที่ (Moving CoilGalvanometer)
และถูกพัฒนาเป็นเครื่องวัดไฟฟ้าในปัจจุบัน เรียกว่าส่วนเคลื่อนที่แบบดาร์สันวาล โดยจะเคลื่อนที่อยู่ระหว่าง
สนามแมเ่ หล็กถาวร ดังนน้ั จึงเรยี กขดลวดแบบนี้อีกอย่างหนึ่งว่า ขดลวดเคล่ือนท่ีแบบแมเ่ หล็กถาวร (Permanent
Magnet Moving Coil: PMMC)

- 42 -

2.1.1 พืน้ ฐานขดลวดเคลือ่ นท่แี บบดารส์ ันวาล
เครื่องวัดไฟฟ้าชนิดขดลวดเคลื่อนที่แบบดาร์สันวาลมีโครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วยขด

ลวดทองแดงน้ำหนักเบาวางอยู่ระหว่างแม่เหล็กถาวร มีเข็มชี้ติดไว้กับขดลวด เมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าใหข้ ดลวดจะ
เกิดสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ขน้ึ แลว้ ถกู สนามแม่เหล็กถาวรผลัก ทำให้ขดลวดเคลอ่ื นทห่ี มนุ และเขม็ ชีจ้ ะหมนุ ไปด้วยโดย
จะช้ีคา่ ท่ไี ด้บนสเกลเป็นไปตามปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวด โครงสรา้ งของขดลวดเคลื่อนที่แบบดาร์สัน
วาล ดังรปู ท่ี 2.1 ประกอบด้วย (Bell, David A., 1994: 34)

1. ขั้วแม่เหล็ก (Pole Shoe) เป็นขั้วเหนือและขั้วใต้ของแม่เหล็กถาวรรูปเกือกม้า (Horseshoe
Permanent Magnet)

2. ขดลวดเคล่อื นท่ี ประกอบด้วย
(1) ขดลวด (Coil) เป็นลวดทองแดงน้ำหนกั เบา
(2) แกนขดลวด (Core) เปน็ จานอะลูมเิ นียม
(3) สปริงก้นหอย (SpiralSpring) หรือสปริงควบคุม (Control Spring) จะมีทั้งด้านบน

และด้านล่างของขดลวด สปริงก้นหอยนี้จะมีความต้านทานต่ำทำด้วยฟอสเฟอร์บรอนซ์ และจะจ่าย
กระแสไฟฟา้ ผา่ นสปริงกน้ หอยไปให้ขดลวด

(4) แกน (PivotorShaft) จะมีปลายแหลมมาก ๆ เพื่อป้องกันแรงเสียดทานกับที่รองรับแกน
(Jewel Bearing)

(5) เข็มชี้ (Pointer)
(6) หน้าปัด (Scale)
(7) ปุ่มปรับศูนย์ (Zero Position Control)
(8) น้ำหนกั ถว่ ง (Counter Weight)

- 43 -

2.1.2 ทร่ี องรบั แกน
ทีร่ องรบั แกน (Jewel Bearing) ของขดลวดเคล่ือนทจี่ ะต้องไม่มแี รงเสียดทานกบั ปลายแกนของขดลวด มี

2 แบบ คอื
1. ท่รี องรับแกนแบบตวั วี โดยท่ตี วั วี (V) จะทำด้วยแซฟไฟร์ (Sapphire) หรือแก้ว บางรนุ่ อาจมสี ปริง
รองอยูด่ ้านหลงั ด้วยแกน (Pivot) ของขดลวดจะต้องแหลมมาก ๆ จะไดม้ จี ดุ สมั ผัสนอ้ ยทสี่ ุด เพอ่ื
ลดแรงเสียดทานกับตัววีดังรปู ท่ี 2.2 (Bell, David A., 1994: 33)

- 44 -

2. ทร่ี องรบั แกนแบบหอ้ ยแขวนเทาต์แบนด์ (Taut Band Suspension) ทร่ี องรับแกนแบบนจ้ี ะลด
การเสียดทานดีกว่าแบบตวั วีเนื่องจากมแี ถบโลหะแบน 2 อนั ทำด้วยฟอสเฟอร์บรอนซ์ หรือพลา
ตนิ ัม อลั ลอยเพือ่ ลดความเครยี ด (Tension) จากสปริงทร่ี องรับขดลวดเคล่อื นท่ี โดยแถบโลหะทำ
ใหเ้ กดิ แรงควบคุมเพือ่ ต่อตา้ นแรงเบย่ี งเบน (Deflection Force) กระแสไฟฟ้าจะจา่ ยผ่านแถบ
โลหะแบนให้ขดลวดเคล่ือนที่ ดูรูปที่ 2.3 (Bell, David A., 1994: 33)

2.1.3 แรงทางกลของเครอื่ งมอื วดั
แรงทางกลของเครอื่ งมือวดั (Instrument Mechanical Force) เปน็ แรงทางกลกระทำให้ เข็มช้แี ละ

ขดลวดเคลอ่ื นทห่ี มุนตามปรมิ าณกระแสไฟฟ้าทีจ่ ่ายใหข้ ดลวดน้ัน มีดังน้ี
1. แรงเบี่ยงเบนหรอื แรงขบั (Deflection or Operating Force) เป็นแรงทท่ี ำให้เข็มชีเ้ คล่ือนที่

จากตำแหน่งศูนย์ของสเกล เมอ่ื นำเครอื่ งวัดไปใชว้ ัดคา่ ตวั แปรใด ๆ จะมกี ระแสไฟฟา้ ปอ้ นใหข้ ดลวดนน้ั และเกิด
สนามแมเ่ หล็กไฟฟ้าข้นึ แลว้ ถกู สนามแม่เหล็กถาวรผลกั ทำให้ขดลวดเคล่อื นทห่ี มนุ และเข็มชีจ้ ะแสดงคา่ ทว่ี ัดไดต้ าม
สเกล เป็นไปตามปริมาณมากหรอื นอ้ ยของกระแสไฟฟ้าทีป่ อ้ นให้แก่ขดลวดเคลื่อนท่แี รงเบ่ียงเบนที่เกิดในขดลวด
เคลือ่ นที่

2. แรงสปริงหรือแรงควบคุม (Springor Controlling Force) ท่ีเกิดจากสปริงกน้ หอย จะเป็นแรง
ต่อตา้ นแรงเบย่ี งเบนและมีหนา้ ท่ีดึงเขม็ ชี้กลับคนื ตำแหนง่ ศนู ยข์ องสเกลเมอ่ื ไม่มกี ระแสไฟฟ้าปอ้ นให้ขดลวด ขณะมี
กระแสไฟฟ้าป้อนใหข้ ดลวดเคล่ือนท่จี ะทำให้เขม็ ชี้หมุนพร้อมไปดว้ ยกนั ดว้ ยโดยจะหยดุ หมนุ เมอ่ื แรงเบ่ียงเบน
เท่ากบั แรงควบคมุ

- 45 -

3. แรงหน่วง (Damping Force) เมื่อขดลวดเคลอื่ นที่หมนุ และขณะกำลงั จะหยุดนิง่ ที่ค่าวัดไดบ้ นสเกลนัน้ เข็มช้ี
จะสั่น ดังนั้นจึงต้องสรา้ งแรงหน่วงมาป้องกันการสัน่ ของเข็มช้ีด้วยกระแสไฟฟ้าไหลวน (Eddy Current) โดยการ
พันขดลวดบนจานอะลูมิเนียม เมื่อขดลวดเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวรจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า
ไหลวนในจานอะลูมเิ นียมและจะเหนยี่ วนำให้เกดิ สนามแม่เหล็กมีทศิ ทางตรงกันข้ามกับการหมุนของขดลวด จงึ เกดิ
แรงต่อต้านกับทิศทางการหมุนของขดลวดเคลื่อนที่ แรงต่อต้านนี้คือแรงหน่วงเพื่อจะทำให้เข็มชี้หยุดนิ่งโดยไม่มี
การแกว่งหรือส่นั

- 46 -

ไพลอตแลมป์ (Pilot Lamp) คือ หลอดไฟแสดงสถานะหน้าตู้ควบคุม (Status or Pilot Lamp) ซ่ึง
ตู้ควบคมุ นน้ั จำเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีตอ้ งมี สถานะบอกใหผ้ ู้ใช้งานระบบทราบการทำงานของระบบ ดังน้ันอุปกรณ์ท่ีบอก
สถานะ คือ PILOT LAMPS โดยที่สถานะที่ใช้ในทั่วๆไป เช่น แสดงการทำงาน , การหยุดทำงาน ,การเกิด
Alarm ,การเกดิ Over load , การเปดิ หรอื ปิด ระบบ, ไฟแสดงเฟสระบบไฟฟ้า,และอน่ื ๆ
ประเภทของไพลอตแลมป์ แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ โดยแบง่ ตามการติดต้ัง และแบง่ ตามการทำงาน

แยกประกอบไมไ่ ด้

ไพลอตแลมป์ประเภทนี้จะถูกประกอบเรียบร้อยมาตั้งแต่โรงงานผลิต ไพลอตแลมป์ประเภทน้ีจะใช้เวลา
ติดตั้งน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วตอนติดตั้งหรือลดขั้นตอนในการติดตั้ง แต่มีข้อเสียตรงที่หาก
หลอดไฟเสียแล้ว สำหรบั การเปล่ียนหลอดไฟใหมน่ นั้ จะทำไดย้ ากหรือบ้างครงั้ จะตอ้ งเปลี่ยนยกชุดเลย ข้อดีคือรา
จะถูกกวา่ แบบแยกประกอบ

แยกประกอบได้

ไพลอตแลมป์ประเภทนี้เนื่องจากเป็นแบบแยกประกอบทำให้มีข้อดีตรงที่หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งชำรุดก็
สามารถเปลี่ยนเฉพาะส่วนนั้นไป เช่นถ้าส่วนของหลอดไฟเสีย เราสามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและง่ายอีกด้วย
โดยทำการถอดเฉพาะส่วนของหลอดไฟออกมาเทา่ นั้น แต่ราคาของไพลอตแลมป์แบบนี้จึงมีราคาที่แพงกว่าแบบ
แยกประกอบไมไ่ ด้อยเู่ ลก็ นอ้ ย

แบ่งประเภทตามการทำงาน - 47 -

แสดงสถานะเพียงอยา่ งเดียว

Pilot Lamp ไพลอตแลมป์แบบนี้จะมีเพียงหลอดไฟแสดงสถานะเท่านั้น ไม่มีปุ่มกด ไม่มีเสียงเตือน
การแจ้งเตือนจะถูกแสดงด้วยหลอดไฟ LED ที่อยู่ภายในไพลอตแลมป์ โดยมีสีให้เลือกหลายสีทั้งสีแสง สีเขียว
สีเหลือง สีน้ำเงิน ราคาไพลอตแลมป์แบบนี้มีราคาไม่แพง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ติดตั้งบนตู้ควบคุมมอเตอร์
ไว้แสดงการทำงานของมอเตอร์

แสดงสถานะพร้อมสวทิ ปุ่มกด

Pilot Lamp ไพลอตแลมปแ์ บบน้ีจะมหี ลอดไฟ LED พร้อมปมุ่ กด การแจ้งเตือนจะถูกแสดงด้วยหลอดไฟ
LED สามารถควบคุมการทำงานดว้ ยการกดปุ่ม เปิด-ปิด การทำงาน เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมการทำงาน
โดยการติดตั้งไพลอตแลมป์แบบนี้จะต้องใช้ไขควงมาช่วย เพื่อประกอบส่วนหัวและส่วนตวั ของไพลอตแลมป์เข้า
ดว้ ยกัน ราคาจะสงู กว่าแบบแรก นบั ว่าเป็นไพลอตแลมป์ที่ได้รบั ความนยิ มใชง้ านเยอะ

- 48 -

แสดงสถานะพรอ้ มเสยี งเตอื น Buzzer

ไพลอตแลมปแ์ บบนจ้ี ะมีลกั ษณะพเิ ศษคือ มีเสยี งเตอื นพร้อมกับไฟ LED การตดิ ตัง้ ไพลอตแลมป์ประเภทนี้
มกี ารใช้น็อตพเิ ศษเพื่อยึดตวั ไพลอตแลมปเ์ ข้ากับแผงควบคุม มฟี งั ก์ช่ันท่ีครบในตัว เหมาะสำหรับผู้ทตี่ ้องการใช้งาน
แบบพเิ ศษ

ไพลอตแลมป์ (Pilot Lamp) ไฟแสดงสถานะ ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่พบเจอได้ทั่วไป ซึ่งเกือบจะทุกตู้
คอนโทรลหรือตู้ไฟฟ้าจะต้องมีอุปกรณ์น้ี เพื่อบอกสถานะการการทำงานต่างๆ เช่น แสดงการทำงานปกติ , การ
หยุดทำงาน ,การเกิด Alarm ,การเกิด Over load , การเปิด หรอื ปดิ ระบบ, ไฟแสดงเฟสระบบไฟฟา้ ,และอน่ื ๆ
ไฟเลีย้ ง (Voltage Supply)

สำหรับไฟเลี้ยงนั้น มีให้เลือกใช้งานหลากหลายขนาด ได้แก่ 12VAC/DC, 24VAC/DC, 110 – 120VAC
และ 220 – 240VAC ซ่งึ การเลอื กใชน้ ้นั ตอ้ งดูก่อนว่าไฟในตคู้ อนโทรลหรือตู้ไฟเป็นไฟขนาดเท่าไร
สีแสดงสถานะ (Color)

สีของไพลอตแลมป์เป็นสิ่งที่บอกสถานะการทำงานต่างๆ เช่น แสดงการทำงานปกติ , การหยุดทำงาน ,
การเกิด Alarm ,การเกิด Over load , การเปิด หรือ ปิด ระบบ, ไฟแสดงเฟสระบบไฟฟ้า,และอื่นๆ ซึ่งมีสีหลักๆ
ให้เลือกใชด้ ังนี้


Click to View FlipBook Version