40 ดำเนินงาน และข้อควรระวังในการดำเนินงาน และควรตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนก่อนให้ ผู้เรียนเริ่มต้นทำงาน 3.2 อธิบายเป้าหมายของการทำงานร่วมกันให้ผู้เรียนเข้าใจว่าเขาต้องรับผิดชอบ ในการทำงาน และเรียนรู้จากสื่อการสอนร่วมกับสมาชิกทุกคนในกลุ่ม 3.3 อธิบายถึงความรับผิดชอบของแต่ละคนว่า จะต้องเรียนรู้เป็นรายบุคคล 3.4 อธิบายความร่วมมือระหว่างกลุ่มในบางกรณีจะต้องขยายขอบเขตแนวคิด เกี่ยวกับความร่วมมือไปถึงระดับชั้นเรียนด้วย ซึ่งจะต้องกำหนดวิธีการและเกณฑ์ให้ซัดเจน 3.5 อธิบายเกณฑ์ในการประเมินผล แจ้งให้ผู้เรียนทราบว่างานชิ้นใดบ้างที่ผู้สอน จะประเมิน 3.6 ชี้แจงและแนะแนวทางเกี่ยวกับพฤติกรรมการร่วมมือให้ชัดเจน ผู้เรียนอาจไม่ เข้าใจว่าอะไรคือการทำงานแบบร่วมมือ ผู้สอนต้องยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ผู้สอนคาดหวังให้ผู้เรียน แสดงออก เช่น ทำงานร่วมกัน อยู่ประจำกลุ่ม พูดสียงเบาๆ รับฟังความคิดเห็นของเพื่อน 4. การติดตามดูผู้เรียน 4.1 คอยดูผู้เรียนขณะปฏิบัติงาน สังกตกรณ์แต่ละกลุ่ม และเข้าไปช่วยแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น 4.2 ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายให้ผู้เรียนทำในกรณีที่เกิดการ ติดขัด ผู้สอนอาจต้องชี้แจงเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายอีกครั้ง แนะนำมโนมติที่ช่วยเสริมให้ผู้เรียน เข้าใจ บางครั้งผู้สอนอาจต้องปรับปรุงสื่อการสอน เป็นต้นแบบหรือทำตัวอย่างของทักษะให้ผู้เรียน บางครั้งผู้สอนอาจต้องตอบคำถามและนำอภิปรายอีกด้วย 4.3 สอนทักษะการร่วมมือ ในกรณีที่ผู้เรียนยังไม่รู้จักการทำงานแบบร่วมมือ มากพอผู้สอนอาจต้องเข้าไปในกลุ่มและช่วยชี้แนะบทบาทให้ผู้เรียน 4.4 ดำเนินการสรุปบทเรียน ในตอนท้ายของบทเรียนผู้สอนอาจต้องเข้าไปนำสรุป รวมสิ่งที่ผู้เรียนนำเสนอ ทบทวนมโนมติและทักษะต่างๆ และให้แรงเสริมในการทำงาน 5. การประเมินผล 5.1 ประเมินปริมาณและคุณภาพของการเรียนรู้ ประเมินรายงาน 5.2 ให้ผู้เรียนประเมินกระบวนการทำงานของกลุ่มว่าดำเนินไปดีเพียงใด เพื่อหา แนวทางในการปรับปรุงการทำงานในครั้งต่อไป กล่าวโดยสรุป ในการจัดกิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือนั้นต้องมีองค์ประกอบของการเรียนรู้ 5 ประการ ซึ่งจะขาดประการใดประการหนึ่งไม่ได้ และขั้นตอนในการวางแผนเพื่อการจัดกิจกรรมมี ความสำคัญมาก โดยครูต้องเป็นผู้แนะแนวทางและร่วมแก้ไปปัญหาที่อาจจะพบในระหว่างทำ กิจกรรมกลุ่มเพื่อให้การทำกิจกรรมกลุ่มเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
41 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศิรินันท์ ทองเงิน (2563: 1-52) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การใช้เกมเพื่อส่งเสริมการทำหน้าที่ของ สมองเชิงบริหาร (Executive Functions-EF) ของเด็กปฐมวัย โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยเพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบ EF ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมเกมส่งเสริม EF 2) เพื่อ เปรียบเทียบ EF ของเด็กปฐมวัยหลังได้รับการจัดกิจกรรมเกมส่งเสริม EF กับเกณฑ์ร้อยละ 75 กลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 21 คน โรงเรียน แห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ 1) แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริม EF ของเด็กปฐมวัย จำนวน 25 แผน 2) แบบประเมินการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัย 3) แบบวัดความ ตั้งใจด้านรูปภาพ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติทดสอบ ที Paired Samples t-tes และ One Samples T-test ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยการทำหน้าที่ของสมองเชิงบริหาร (Executive Functions-EF) ทั้ง 6 ด้าน ของเด็กปฐมวัย คือ ความจำขณะทำงานการยั้งคิดไตร่ตรอง ความสามารถในการยืดหยุ่นความคิด การควบคุมอารมณ์ การวางแผนและการจัดระบนดำเนินการ และความตั้งใจ หลังได้รับการจัดกิจกรรมเกมส่งเสริม EF สูงกว่าก่อนได้รับการจัดกิจกรรมและ คะแนนเฉลี่ยความตั้งใจ ไม่แตกต่างจากเกณฑ์ร้อยละ 75 ส่วนคะแนนเฉลี่ยการทำหน้าที่ของสมองเชิง บริหารอีก 5 ด้านที่เหลือสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม กิตติยา สุ่มมาตย์ (2564: 1-62) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบความสามารถการทำ หน้าที่ของสมองเชิงบริหารของเด็กปฐมวัยระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอน แบบไฮสโคปกับกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบปกติ โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยเพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถการทำหน้าที่ของสมองเชิงบริหารของเด็กปฐมวัยด้านการยับยั้ง พฤติกรรม การคิดยืดหยุ่น การควบคุมอารมณ์ความจำขณะทำงาน การวางแผนและจัดการทำงาน การริเริ่มและลงมือทำ ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบไฮสโคป กับกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบปกติ 2) เปรียบเทียบความสามารถการทำหน้าที่ของสมอง เชิงบริหาร ด้านการจดจ่อใส่ใจ ของเด็กปฐมวัยกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบ ไฮสโคป ก่อนและหลังเรียนประชากร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 4 จำนวน 7 โรงเรียน รวม 66 คนเลือกโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน 20 คน ได้ 2 โรงเรียน เป็นกลุ่มตัวอย่างของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นกลุ่มทดลอง 1 ห้องเรียน จำนวน 20 คน ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบไฮสโคป และโรงเรียนอีกแห่งเป็นกลุ่มควบคุม 1 ห้องเรียนจำนวน 20 คน ได้รับการจัดประสบการณ์แบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ 1) แบบประเมิน MU. EF - 101 ของนวลจันทร์ จุฑา ภักดีกุลและคณะ(2560. 2)แบบประเมินการคิด
42 ริเริ่มและลงมือทำที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น3 แบบวัดการจดจ่อใส่ใจของสุวิทย์ อุปสัยและคณะ (2563) การ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติทดสอบ MANOVA และ Dependent T - test ผลการวิจัยพ บว่า 1) เด็กปฐมวัยกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบไฮสโคป มีคะแนนเฉลี่ย ความสามารถการทำหน้าที่ของสมองเชิงบริหารด้าน การคิดยืดหยุ่น ความ จำขณะทำงาน การวางแผนและจัดการทำงาน การริเริ่มและลงมือทำ สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบ ปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านการยับยั้งพฤติกรรมและการควบคุมอารมณ์ ไม่แตกต่างกัน 2)เด็กปฐมวัยกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบไฮสโคป มีคะแนน เฉลี่ยความสามารถการทำหน้าที่ของสมองเชิงบริหารด้านการจดจ่อใส่ใจหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นิตยา พิมพ์ทอง (2564: 1-95) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การส่งเสริมทักษะ EF (Executive Functions) ของชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โดยการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏบุรีรัมย์ โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยเพื่อการส่งเสริมทักษะทางสมอง EF (Executive Function) ของชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โดยการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏบุรีรัมย์กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัยชาย - หญิง อายุระหว่าง 4 - 5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 35 คน โดยเป็นวิจัยเชิงทดลองแบบ (One - Group Pretest -Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ 1) แผนการจัด ประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย จำนวน 8 แผน 2) แบบทดสอบประเมินทักษะทางสมอง EF ของเด็กปฐมวัย อายุ 4-5 ปี จำนวน 2 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ผลการวิจัยพบว่า ทักษะทางสมอง EF (Executive Function) ของเด็ก ปฐมวัย ที่ได้รับการจัดประสบการณ์การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการ ทดลองโดยมีค่าเฉลี่ยรวมก่อนการทดลองเท่ากับ 15.13 ค่าส่วนเบียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.93 และ หลังได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.84 ค่าส่วนเบียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.86 คันธรส ภาผล (2563: ออนไลน์) ได้ทำการวิจัยเรื่อง ผลการจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงาที่ส่งผล ต่อส่งเสริมการคิดเชิงบริหารสมองสำหรับเด็กปฐมวัย โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงาของเด็กปฐมวัยที่มีต่อการคิดเชิงบริหารสมอง 2) เพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงบริหารสมองใน 2 ด้าน ได้แก่ ทักษะด้านความจำเพื่อใช้งาน และทักษะ ด้านการใส่ใจจดจ่อ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เด็กอายุระหว่าง 5 - 6 ปี ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียน 2 ปีการศึกษา 2561 ของโรงเรียน วัดศรีสโมสร จังหวัดปทุมธานีจำนวนทั้งสิ้น 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แผนการจัด กิจกรรมนิทานหุ่นเงาและแบบสังเกตทักษะการคิดเชิงบริหารสมองสำหรับเด็กปฐมวัยวิเคราะห์ข้อมูล
43 โดยการวิเคราะห์หาค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัย พบว่า การคิดเชิงบริหารสมองของเด็กปฐมวัยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในด้านการใส่ใจจดจ่อ รองลงมา คือ ด้านการควบคุมอารมณ์ ตามลำดับ ซึ่งหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมี นัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ 0.5 จิราภรณ์ แจ่มใส (2558: 1-65) ได้ทำการวิจัยเรื่อง ผลของการใช้กิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือ ประกอบการเล่านิทานในการพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำวิจัย เพื่อ 1) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะแบบ ร่วมมือประกอบการเล่านิทาน ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม 2) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทักษะทาง สังคมที่เพิ่มขึ้นของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือประกอบการเล่านิทาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ เด็กปฐมวัยชาย- หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ ในชั้นอนุบาลปีที่ 1ปีการศึกษา 2556 ของโรงเรียนสุเหร่าใหม่เจริญ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยมีขั้นตอนเลือกกลุ่มตัวอย่างดังนี้ เลือกการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายจำนวน 20 คน (Simple random sampling)โดยใช้วิธีการจับสลากจากรายชื่อประชากรทั้งหมด ระยะเวลาในการทดลอง 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือแผนการจัดกิจกรรมศิลปะแบบ ร่วมมือประกอบการเล่านิทาน และแบบประเมินทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย สำหรับแบบประเมิน ทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อความแสดงทักษะทางสังคมกับ จุดประสงค์ อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 การวิจัยครั้งนี้ใช้ แผนการทดลองวิจัยแบบเชิงทดลอง (Experimental Research) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ t- test แบบ Dependent Sample ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการจัดกิจกรรม และระหว่างการจัด กิจกรรมศิลปะแบบร่วม มือประกอบการเล่านิทานทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งโดยรวม ( F=793.36: Sig =.00 ) และทักษะด้านการช่วยเหลือ (F =227 .76; Sig =.00) ทักษะด้านการยอมรับความคิดเห็น (F=278.29; Sig =.00) ทักษะด้านการ แก้ปัญหากลุ่ม (F =270.44; Sig =.00) โดยการจัดกิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือประกอบการเล่านิทาน ส่งผลต่อพัฒนาการทักษะทางสังคมร้อยละ 98 (Partial n 2=.98) ส่งผลต่อพัฒนาการทักษะทางสังคม ด้านการช่วยเหลือ ทักษะด้านการยอมรับความคิดเห็น ทักษะด้านการแก้ปัญหากลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 98 และผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลง พบว่า คะแนนทักษะทางสังคมโดยรวมและรายด้านของเด็ก ปฐมวัยมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 01 ทุกช่วงสัปดาห์แสดงว่าการจัด กิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือประกอบการเล่านิทานสามารถพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย เพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน
44 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ และเพื่อเปรียบเทียบ ทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แบบร่วมมือ โดยมีหัวข้อในการดำเนินการวิจัย ดังนี้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร เด็กชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี กำลังศึกษาในชั้นอนุบาล 2/6 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน อนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 1 2. กลุ่มตัวอย่าง เด็กชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี กำลังศึกษาในชั้นอนุบาล 2/6 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 1 ซึ่งได้มาโดยใช้ วิธีการ (One Group Pretest – Posttest Design) แบบแผนการทดลอง การศึกษาครั้งนี้ใช้แผนการทดลองกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงา ประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ (One Group Pretest – Posttest Design) ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 แบบแผนการทดลอง สอบก่อน ทดลอง สอบหลัง T X T สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการทดลอง T แทน การทดสอบก่อนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แบบร่วมมือ X แทน การจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ 1 2 1
45 T แทน การทดสอบหลังการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แบบร่วมมือ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. ประเภทของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.1 แผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบ ร่วมมือ จำนวน 16 แผน แผนละ 45 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวม 8 สัปดาห์ 1.2 แบบประเมินทักษะ EF ดังนี้ 1.2.1 ทักษะด้านความจำเพื่อใช้งาน 3 ข้อ 1.2.2 ทักษะด้านการใส่ใจจดจ่อ 3 ข้อ 1.2.3 ทักษะด้านวางแผนจัดระบบดำเนินการ 3 ข้อ 2. การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีรายละเอียด ดังนี้ 2.1 แผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบ ร่วมมือ ขั้นตอนในการสร้างแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ การสร้างแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่น มีดังนี้ 2.1.1 ศึกษาเอกสารหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 2.1.2 ศึกษาแนวคิดทฤษฎี เอกสารและตำราที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม การเล่านิทานประกอบหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ 2.1.3 ศึกษาแนวการเขียนแผน การจัดประสบการณ์ และตัวอย่างการเขียน แผนการจัดประสบการณ์หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 2.1.4 จัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แบบร่วมมือ โดยมีขั้นตอนดังนี้ ขั้นนำ เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ พร้อมสร้างข้อตกลงร่วมกันก่อนทำกิจกรรม โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - เด็กๆ สามารถฟังนิทานหุ่นเงาตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่เข้าห้องน้ำได้หรือไม่ เพราะ อะไร - เด็กๆ คิดว่านิทานเรื่องนี้น่าจะมีชื่อเรื่องว่าอะไร 2
46 - ถ้าเด็กๆ คุยเล่นขณะฟังนิทานจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไร เป็นต้น ขั้นกิจกรรม 1. เด็กฟังนิทานหุ่นเงา โดยครูปิดไฟห้อง และฉายไฟกระทบฉากผ้าสีขาวแล้ว นำหุ่น นิทานเชิดตามบทละคร 2. เด็กๆ ฟังนิทานจบ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อเรื่องในนิทาน โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ ตัวละครมีกี่ตัว ตัวอะไรบ้าง จากเหตุการณ์ในนิทานที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นเด็กๆ จะทำ อย่างไร เป็นต้น 3. ครูอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ของกิจกรรมศิลปะที่จัดเตรียมไว้ ขั้นตอนการทํา กิจกรรม ข้อตกลง กติกาในการทํากิจกรรมให้เด็กเข้าใจ 4. แบ่งเด็กนั่งรวมกลุ่มเป็นกลุ่มย่อย 5 - 6 คน 5. ตัวแทนเด็กของแต่ละกลุ่มออกมาเลือกอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ใช้ในการทํากิจกรรม 3. สมาชิกในกลุ่มวางแผนร่วมกันว่าจะทําศิลปะจากอุปกรณ์ที่ครูเตรียมไว้อย่างไร แบ่งหน้าที่กันในกลุ่มว่าใครมีหน้าที่ทําอะไร จากนั้นร่วมกันทํางานศิลปะตามที่วางแผนเอาไว้ 6. ขณะที่เด็กทำกิจกรรมครูให้คำแนะนำหรือให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กต้องการและ คอยสังเกตพฤติกรรม 7. เมื่อหมดเวลาเด็กช่วยกันเก็บอุปกรณ์และช่วยกันทำความสะอาดให้เรียบร้อย ขั้นสรุป เด็กและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน และครูสนทนากับเด็กเกี่ยวกับ การทํากิจกรรมภายในกลุ่มว่าเกิดปัญหาอย่างไร และช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไร โดยจัดกิจกรรมในช่วง เสริมประสบการณ์ เรื่องละ 1 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน ได้แก่ วันพุธ วันพฤหัส วันละ 45 นาที รวม ทั้งสิ้น 8 สัปดาห์ ดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2 เนื้อหาสาระที่ใช้ในการทดลองการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ แบบร่วมมือ ครั้งที่ กิจกรรมนิทานหุ่นเงา กิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือ 1 ลูกหมูสามตัว สร้างบ้านให้ลูกหมู โดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครูเตรียม ดังนี้ 1. กระดาษโปสเตอร์2. กาว 3. กรรไกร 4. กล่องกระดาษ 5. เชือก 6. เทป 7. จานกระดาษ 8. ขวดน้ำ 2 อนุบาลช้างเบิ้ม ทํากิจกรรมโดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครูเตรียม ดังนี้
47 1. ฟิงเกอร์เพนท์ ได้แก่ สีโปสเตอร์กระดาษ 2. ระบายสีน้ำ ได้แก่ สีโปสเตอร์ พู่กัน ก้านสําลีฟองน้ำ 3. ระบายสีเทียน สีเทียนแท่งใหญ่ สีเทียนแท่งเล็ก 3 ก้อนเมฆมีน้ำใจ ทํากิจกรรมโดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครู เตรียม ดังนี้ 1. ปะติดกระดาษ ได้แก่ กระดาษโปสเตอร์สีกาว กรรไกร 2. ระบายสีน้ำ ได้แก่ สีโปสเตอร์ พู่กัน ก้านสําลีฟองน้ำ 3. ฟิงเกอร์เพนท์ ได้แก่ สีโปสเตอร์ ฟองน้ำ 4 หนูน้อยหมวกแดง สร้างตะกร้าให้หนูน้อยหมวกแดง โดยเด็กเลือกอุปกรณ์จาก ที่ครูเตรียม ดังนี้ 1. กระดาษโปสเตอร์ 2. กาว 3. กรรไกร 4. กล่องกระดาษ 5. เชือก 6. เทป 7. จานกระดาษ 8. ขวดน้ำ 9. ฝาขวดน้ำ 5 มดกับนกพิราบ ทํากิจกรรมโดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครูเตรียม ดังนี้ 1. ขยํากระดาษ ได้แก่ กระดาษโปสเตอร์สีกาว กรรไกร 2. ระบายสีน้ำ ได้แก่ สีโปสเตอร์ พู่กัน ก้านสําลีฟองน้ำ 4. ระบายสีเทียน ได้แก่ สีเทียนแท่งใหญ่ สีเทียนแท่งเล็ก 6 อึ่งอ่างกับวัว ทํากิจกรรมโดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครูเตรียม ดังนี้ 1. ปะติดกระดาษ ได้แก่ กระดาษโปสเตอร์สี กระดาษนิตยสาร กาว กรรไกร 2. ระบายสีน้ำ ได้แก่ สีโปสเตอร์ พู่กัน ก้านสําลีฟองน้ำ 3. ฟิงเกอร์เพนท์ ได้แก่ สีโปสเตอร์ ฟองน้ำ 7 กระต่ายกับเต่า ทํากิจกรรมโดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครูเตรียม ดังนี้ 1. ปะติดกระดาษ ได้แก่ กระดาษโปสเตอร์สีกาว กรรไกร 2. ขยํากระดาษ ได้แก่ กระดาษโปสเตอร์สีกาว กรรไกร 3. ระบายสีเทียน ได้แก่ สีเทียนแท่งใหญ่ สีเทียนแท่งเล็ก 8 หัวผักกาดยักษ์ ทํากิจกรรมโดยเด็กเลือกอุปกรณ์จากที่ครูเตรียม ดังนี้ 1. ปะติดกระดาษ ได้แก่ กระดาษโปสเตอร์สีกาว กรรไกร 2. ปะติดเศษวัสดุ ได้แก่ เศษกระดาษ ฝาขวดน้ำ หลอด 3. ระบายสีเทียน ได้แก่ สีเทียนแท่งใหญ่ สีเทียนแท่งเล็ก ตารางที่ 2 เนื้อหาสาระที่ใช้ในการทดลองการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ แบบร่วมมือ (ต่อ)
48 2.1.5 นำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามหลักการ และนำไปปรับปรุงแก้ไข 2.1.6 นำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่น เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามหลักการ และนำไปปรับปรุงแก้ไข 2.1.7 นำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ มาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญ 2.1.8 นำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ไปทดลองใช้กับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 อายุ 4-5 ปี ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน เพื่อหาคุณภาพของแผนการจัดกิจกรรม 2.1.9 นำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ไปทำเป็นแผนการเรียนรู้ฉบับจริง เพื่อใช้กับกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง 2.2 แบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ดังนี้ 2.2.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 2.2.2 ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบประเมิน ทักษะ EF เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบประเมินทักษะ EF 2.2.3 สร้างแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย จำนวน 24 ข้อ ซึ่งแบบ ประเมินพัฒนาการด้านการคิดเชิงบริหาร (EF) ของเด็กปฐมวัย แบ่งออกเป็น 3 ด้านประกอบด้วย ด้านความจำเพื่อใช้งาน จำนวน 3 ข้อ ด้านการวางจดจ่อใส่ใจ จำนวน 3 ข้อ และด้านการวางแผน จัดระบบดำเนินการ จำนวน 3 ข้อ รวมทั้งหมด 9 ข้อ 2.2.4 นำแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเสนอต่อ อาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของภาษาระดับพฤติกรรม คำถามของแบบประเมิน พัฒนาการด้านการคิดเชิงบริหาร (EF) ของเด็กปฐมวัย และปรับปรุงแก้ไข 2.2.5 นำแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ให้ผู้เชี่ยวชาญ พิจารณา ตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบความตรงของเนื้อหา และสอดคล้องกับความสามารถทางการพูดแล้วลง ความเห็น ดังนี้ (สุวิมล ติรกานันท์, 2548) ให้คะแนน +1 เมื่อเห็นว่าแบบประเมินมีความเหมาะสมและสอดคล้อง กับทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ให้คะแนน 1 เมื่อไม่แน่ใจว่าแบบประเมินมีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย
49 ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าแบบประเมินนั้นไม่มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย 2.2.6 นำแบบประเมินแบบประเมินทักษะ EF ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลอง ใช้กับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 อายุ 4-5 ปี ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน 2.2.7 นำแบบประเมินทักษะ EF ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว ไปใช้เก็บข้อมูลกับเด็ก ปฐมวัยที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Design) ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลอง โดยอาศัยการวิจัยแบบทดลองกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลองตามแบบแผนการวิจัยแบบ One-Group Pretest Posttest Design ดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 แบบแผนการทดลอง กลุ่ม สอบก่อน (Pretest) จัดกิจกรรม สอบหลัง (Posttest) ทดลอง T X T สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการศึกษาค้นคว้า T หมายถึง การทดสอบก่อนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ X หมายถึง การจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แบบร่วมมือ T หมายถึง การทดสอบหลังการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ วิธีการดำเนินการทดลอง การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ทำการทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที รวม 16 ครั้ง มีลำดับขั้นตอนดังนี้ 1. สังเกตก่อนการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้นิทาน ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์ครูจะสังเกตพฤติกรรมและบันทึกผลการประเมินทักษะ EF จำนวน 3 ด้าน รวมทั้งหมด 9 ข้อ แล้วบันทึกข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป 1 2 1 2
50 2. ดำเนินการตามแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้นิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แบบร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะสมอง (EF) ของเด็กปฐมวัย จำนวน 16 แผน ใช้เวลาในการ จัดประสบการณ์ แผนละ 45 นาที 3. ระหว่างการจัดประสบการณ์ในแต่ละสัปดาห์ครูสังเกตพฤติกรรมระหว่างการจัด ประสบการณ์โดยใช้นิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือพร้อมบันทึกตามแบบ ประเมินพัฒนาการ 4. สังเกตหลังการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้นิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แบบร่วมมือ ครูสังเกตพฤติกรรมตามแบบประเมินทักษะ EF โดยมีทั้งหมด 9 ข้อ แล้วบันทึกข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ด้วยการหาค่าเฉลี่ย และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน นำคะแนนจากแบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรมมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ร้อยละ 80 2. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้การ ทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent Sample) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ ดังนี้ 1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ 1.1 ดัชนีความสอดคล้องของแผนกับความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) สูตร IOC = ∑ เมื่อ IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหาตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนของผู้เชี่ยวชาญ 1.2 ค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินทักษะ EF ด้วยสูตร ครอนบาค (Cronbach) ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (α- Coefficient) คำนวณโดยใช้โปรแกรมสำเร็จทางสถิติ
51 2. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการบรรยายข้อมูล สถิติพื้นฐานในการบรรยายข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จทางสถิติสำหรับการวิเคราะห์ ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย 2.1 ค่าเฉลี่ย 2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.2 ค่าร้อยละ 3. สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบสมมติฐาน 3.1 เปรียบเทียบทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่น เงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ กับเกณฑ์ร้อยละ 80 โดยใช้การทดลองสอบค่าที กลุ่มเดียว 3.2 เปรียบเทียบทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่า นิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ความแตกต่างของคะแนนก่อนทดลอง และหลังทดลองโดยใช้ (t-test for Dependent) การวิเคราะห์ข้อมูลในข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับการ วิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์
52 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมายจากการวิเคราะห์ข้อมูลได้จากการทดลอง เป็นที่เข้าใจตรงกัน ผู้วิจัยกำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มทดลอง X̅แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน T แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณาในการแจกแจงแบบ t - distribution * แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลได้จากการประเมินทักษ EF ของเด็กปฐมวัยด้วยการหาค่าเฉลี่ย และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน นำคะแนนจากแบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรม มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ร้อยละ 80 ดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ของคะแนนทักษะทาง EF ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ทักษะ EF เต็ม ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง S.D. % S.D. % 1. ด้านความจำ 9 3.30 0.53 36.66 8.33 0.66 92.55 เพื่อใช้งาน 2. ด้านการจดจ่อ 9 3.37 0.56 37.44 8.40 0.72 93.33 ใส่ใจ 3. ด้านการวาง 9 3.27 0.45 36.33 8.53 0.63 94.77 แผนจัดระบบ ดำเนินการ ภาพรวม 27 9.97 1.40 36.81 25.27 1.82 93.55
53 ผลการวิเคราะห์ตามตารางที่ 4 ปรากฏว่า ทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมการ เล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 9.97 เท่ากับคิด เป็นร้อยละ 36.81 โดยค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจดจ่อใส่ใจ ค่าเฉลี่ย 3.37 เท่ากับคิดเป็น ร้อยละ 37.44 รองลงมา คือ ด้านความจำเพื่อใช้งาน ค่าเฉลี่ย 3.27 เท่ากับคิดเป็นร้อยละ 36.33 และค่าเฉลี่ย ที่ต่ำที่สุด คือ ด้านการวางแผนจัดระบบดำเนินการ เท่ากับคิดเป็น ร้อยละ 36.33 หลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ คะแนนทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 25.27 คิดเป็นร้อยละ 93.55 โดยมี ค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านการวางแผนจัดระบบดำเนินการ ค่าเฉลี่ย 8.53 เท่ากับคิดเป็น ร้อยละ 94.77 รองลงมา คือ ด้านการจดจ่อใส่ใจ ค่าเฉลี่ย 8.40 เท่ากับคิดเป็น ร้อยละ 93.33 และค่าเฉลี่ยที่ต่ำที่สุด คือ ด้านความจำเพื่อใช้งาน ค่าเฉลี่ย 8.33 เท่ากับคิดเป็น ร้อยละ 92.55 ตารางที่ 5 คะแนนค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ของคะแนนหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ คะแนนเต็ม ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ 27 25.27 1.82 93.55 ผลการวิเคราะห์ตามตารางที่ 5 ปรากฏว่า หลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือของเด็กปฐมวัยมีคะแนนทักษะ EF โดยเฉลี่ยเท่ากับ 25.27 คิดเป็นร้อยละ 93.55 2. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดย การใช้การทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent Sample) ดังตารางที่ 6
54 ตารางที่ 6 คะแนนค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ของคะแนนทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ทักษะ EF ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง t S.D. S.D. 1. ด้านความจำ 3.30 0.53 8.33 0.66 38.38** เพื่อใช้งาน 2. ด้านการจดจ่อ 3.37 0.56 8.40 0.72 38.38** ใส่ใจ 3. ด้านการวาง 3.27 0.45 8.53 0.63 45.10** แผนจัดระบบ ดำเนินการ ภาพรวม 9.97 1.40 25.27 1.82 44.62 **มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์ตามตารางที่ 6 ปรากฏว่า หลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ โดยรวมสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านความจำเพื่อใช้งาน ด้านการจดจ่อใส่ใจ และด้านการ วางแผนจัดระบบดำเนินการ หลังสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดง ว่าการจัดกิจกรรมโดยใช้การเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ สามารถ ส่งเสริมพัฒนาการทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยได้
55 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อพัฒนาทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรม การเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์และเป็น แนวทางสำหรับครู ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย ในการพิจารณา เลือกกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมทักษะ EF สำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งลำดับขั้นตอนของ การวิจัยและผลงานของการวิจัย โดยสรุปดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทาน หุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ สมมติฐานการวิจัย 1. เด็กปฐมวัยที่ได้จัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบ ร่วมมือมีทักษะ EF ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. เด็กปฐมวัยที่ได้จัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบ ร่วมมือมีทักษะ EF หลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมการทดลอง ขอบเขตของการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร เด็กชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียน อนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1
56 กลุ่มตัวอย่าง เด็กชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียน อนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 ซึ่งได้มาโดยใช้วิธีการ (One Group Pretest – Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีดังนี้ 1. แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ จำนวน 16 แผน 2. แบบประเมินทักษะ EF จำนวน 9 ข้อ ทักษะด้านความจำเพื่อใช้งาน 3 ข้อ ทักษะด้านการจดจ่อใส่ใจ 3 ข้อ ทักษะด้านวางแผนจัดระบบดำเนินการ 3 ข้อ การหาคุณภาพเครื่องมือ ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1. นำแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ที่ได้ผ่านการวิเคราะห์ และปรับปรุง แก้ไขแล้วนำไปดำเนินการทดสอบก่อนการจัดกิจกรรม 2. ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ จำนวน 8 หน่วย หน่วยละ 2 แผน รวม 16 แผน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ 3. หลังจากการดำเนินการทดลองการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ครบตามกำหนดในแผนการจัดกิจกรรมแล้ว ผู้วิจัยนำแบบ ประเมินทักษะ EF 4. นำคะแนนไปวิเคราะห์
57 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหา ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตฐาน (Standard deviation) 2. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลองโดย การใช้การทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent Sample) สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า หลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แบบร่วมมือของเด็กปฐมวัยมีคะแนนทักษะ EF โดยเฉลี่ยเท่ากับ 25.27 คิดเป็นร้อยละ 93.55 ซึ่งไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แบบร่วมมือมีความสามารถในการคิดเชิงบริหาร (EF) ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรม สูงกว่าก่อน การจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายศึกษาและเปรียบเทียบทักษะEF ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลัง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ผลการวิจัย พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือมีทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรม สูงกว่าก่อนการจัด กิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสามารถอภิปรายได้ว่า การจัดกิจกรรมการเล่านิทาน หุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ช่วยส่งเสริมทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยได้ เนื่องมาจากแผนการจัดกิจกรรมทั้ง 16 แผน ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และได้นำไป ทดลองใช้เพื่อหาคุณภาพที่เหมาะสม ดังนั้น กิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงา ประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ จึงสามารถนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม ทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในขั้นการสอนนั้นครูได้จัดกิจกรรมการเล่านิทาน หุ่นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือพร้อมทั้งกระตุ้นทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยคือ ทักษะด้านความจำเพื่อใช้งาน ทักษะด้านการจดจ่อใส่ใจ และทักษาะด้านวางแผนจัดระบบดำเนินการ การจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงานั้น ส่งเสริมให้เด็กได้มีทักษะการคิดเชิงบริหารสมอง โดยการใช้นิทานที่ ช่วยดึงดูดความสนใจทำให้เด็กเกิดการจดจ่อต่อสิ่งที่สนใจ ตั้งใจฟังนิทาน โดยไม่วอกแวก เรื่องราวใน นิทานที่มีลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการคิด และสามารถการ
58 จดจำเรื่องราวในนิทานที่เล่าหรือที่ได้ฟัง โดยสามารถนำมาเล่าเรื่องราวให้ผู้อื่นฟังต่อได้อย่างเหมาะสม และประกอบกับการทำศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือที่เด็กจะต้องช่วยกันวางแผนร่วมกัน เด็กจะต้อง อยู่กับการทำผลงานจึงทำให้ได้ฝึกการจดจ่อใส่ใจ อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับงานศิลปะที่อยู่ตรงหน้า เกิดความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย จึงทำให้ทักษะสมองด้านจดจ่อใส่ใจได้รับการการพัฒนา ซึ่งงาน ศิลปะจะช่วยให้เด็กได้ฝึกการวางแผนการทำงานศิลปะร่วมกัน มีการจัดระบบรวมถึงการดำเนินการ ทำงานศิลปะในแต่ละกิจกรรม โดยการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน มีพื้นฐานแนวคิดมาจากเนื้อเรื่องใน นิทาน สอดคล้องกับทฤษฎีของเพียเจต์ (Piaget) ที่กล่าวถึงพื้นฐานการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียน ต้องเน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (Active Learning) และการเรียนรู้ ดังกล่าว จะต้องจัดให้เด็กได้ จัดกระทำกับวัตถุได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล ความคิดและเหตุการณ์ จนกระทั่งสามารถสร้างองค์ ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีทักษะ EF ได้เป็นอย่างดี(คันธรส ภาผล (2563: ออนไลน์) ที่ได้ศึกษาการคิดเชิงบริหารสมองของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงา ของเด็กปฐมวัย ผลการวิจัย พบว่า การคิดเชิงบริหารสมองของเด็กปฐมวัยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในด้านการ ใส่ใจจดจ่อรองลงมา คือ ด้านการควบคุมอารมณ์ ตามลำดับ ซึ่งหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการ ทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ 0.5 (สุนิษา ภารตระศรีและชวนพิศ รักษาพวก,2565) ที่ได้ ศึกษาผลการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้นิทานเพื่อพัฒนาทักษะสมอง (EF) ของเด็กปฐมวัย ผลการศึกษาพบว่า 1.ผลการจัดประสบการณ์ตามแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้นิทาน เพื่อพัฒนาทักษะสมอง (EF) ของเด็กปฐมวัย มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์กําหนด 84.51/82.22 2. ทักษะสมอง (EF) ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์อย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ และข้อเสนอแนะในการจัดทำ วิจัยครั้งต่อไป 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ครูผู้สอนควรตระหนักถึงความสําคัญในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะสมอง (EF) โดยการใช้นิทาน จะต้องจัดกิจกรรมให้คล่องแคล่ว และมีเทคนิคในการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก ปฐมวัย 1.2 ครูควรมีบทบาทในการดูแลช่วยเหลือ ให้คำแนะนำเมื่อเด็กต้องการ กระตุ้นเด็ก โดยเด็กได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที ให้การเสริมแรง กล่าวชมเชย และถ้าเด็กมีปัญหาระหว่างทำ กิจกรรมครูต้องให้ความช่วยเหลือเด็ก เพื่อทำให้เด็กมีความมั่นใจและตั้งใจทำกิจกรรม
59 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการวิจัยและพัฒนาทักษะสมอง (EF) โดยใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ อื่นๆ 2.2 ควรมีการศึกษาเพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือที่มีผลต่อความสามารถด้านอื่นๆ เช่น พัฒนาการทางด้าน ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์ทางสังคม พฤติกรรมความร่วมมือ เป็นต้น
60 เอกสารอ้างอิง
61 เอกสารอ้างอิง กิตติยา สุ่มมาตย์. (2564). การเปรียบเทียบความสามารถการทำหน้าที่ของสมองเชิงบริหารของเด็ก ปฐมวัยระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบไฮสโคปกับกลุ่มที่ ได้รับการจัดประสบการณ์แบบปกติ. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. เกริก ยุ้นพันธ์. (2539). การเล่านิทาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์. เกตน์นิภา ฮาดคันทุง. (2561). การพัฒนาการจัดประสบการณ์โดยการเล่านิทานด้วยเทคนิคที่ หลากหลายเพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟังและการพูดสำหรับเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้ใช้ ภาษาไทยเป็นภาษาแม่. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและ ประเมินผลการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร. เกศินี โซดิกเสถียร. (2524). แนวการจัดโรงเรียนอนุบาล. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการ การ ประถมศึกษาแห่งชาติ. เอกสารอันดับ 12/2525 คุรุสภา. คันธรส ภาผล. (2563). ผลการจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงาที่ส่งผลต่อส่งเสริมการคิดเชิงบริหารสมอง สำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. จาตุรงค์ อาจารีย์. (2522). คู่มือสำหรับการเรียนการสอนกิจกรรมละครหุ่น. กรุงทพฯ: โอเดียนสโตร์. จารุณี ศรีเผือก. (2554). การเปรียบเทียบพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย ที่มีระดับความฉลาด ทางอารมณ์ต่างกัน หลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพด้วยการตอบคำถาม และด้วยการแสดงบทบาทสมมติ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต.(การจัดการการเรียนรู้) พระนครศรีอยุธยา : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. จิตราภรณ์ เตมียกุล. (2531). การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถภาพในการฟังนิทานของเด็กปฐมวัยโดย ใช้รูปภาพและหุ่นมือประกอบ. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. (การศึกษา ปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. จิระประภา บุญยนิตย์ และคณะ. (2551). วิธีช่วยให้เด็กรักการอ่าน. กรุงเทพมหานคร: ชมรมเด็ก. จิราพร ปั้นทอง. (2550). ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด ประสบการณ์การ เล่านิทานประกอบการเชิดหุ่นมือ. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. จันทนี บุญคลัง. (2542). การเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่มมือกับแบบปกติ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ถ่ายเอกสาร
62 ชุติมา ประจวบสุข. (2556). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย โดยใช้นิทาน. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ฐิติมา อุ่นใจ. (2538). การเปรียบเทียบการคิดแบบเอนกนัยของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบ การณืการเรียนแบบร่วมมือกับประสบการณ์ตามแผนปกติ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษา มหาบัณฑิต. นนทบุรี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ถ่ายเอกสาร. ณัฐวดีศิลากรณ์. (2556). ความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทาน ประกอบหุ่น. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ดารารัตน์ อุทัยพยัคฆ์.(2557). รูปแบบการเล่านิทานให้กับเด็กปฐมวัย. [ออนไลน์]. ได้จาก http://daratim54.blogspot.com/2014/05/blog-post_8.html. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 23 กันยายน 2565]. เดือนเต็ม สุขคำนึง. (2554). ผลของการใช้หนังสือนิทานภาพประกอบภาษามือในการอ่านคำภาษา ไทยสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินชั้น ประถมศึกษาปีที่4. ปริญญานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยนเรศวร. ดวงเดือน แจ้งสว่าง. (2542). นิทานสำหรับเด็กปฐมวัย. สงขลา: สถาบันราชภัฎสงขลา. ดวงสมร ศรีใสคำ. (2552). ผลของกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านที่มีต่อพัฒนาการทางภาษาด้าน การพูดของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ทิพย์สุดา นิลสินธพ. (2523). เข้าใจเด็กก่อนวัยเรียน. กรุงเทพฯ : ชมรมไทยอิสราเอล. นิตยา ดอกกระดิน. (2552). ผลการจัดประสบการณ์การแสดงบทบาทสมมติประกอบการเล่านิทาน ที่มีต่อความเชื่อมั่นในตัวเองของเด็กปฐมวัย. การศึกษาค้นคว้าอิสระ หลักสูตรและการ สอน กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. นิตยา พิมพ์ทอง. (2564). การส่งเสริมทักษะ EF (Executive Functions) ของชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โดยการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์(รายงาน ผลการวิจัย). บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. นุจรี ตรีโรจน์วงศ์. (2530). การเลือกและการจัดหาวัสดุห้องสมุด มหาสารคาม : ภาควิชาและอุปกรณ์ การศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง. นวลจันทร์ จุฑาภักดี. (2560). การพัฒนาและหาค่าเกณฑ์มาตรฐานเครื่องมือประเมินการคิดเชิง บริหารในเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์สถาบันชีววิทยาศาสตร์ โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล.
63 บุศรินทร์ สิริปัญญาธร. (2545). พฤติกรรมร่วมมือของเด็กปฐมวัยที่เกิดจากกิจกรรมศิลปะแบบ สื่อผสมเป็นกลุ่ม. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. บวร งามศิรอุดม.(2554). การเล่านิทานสาหรับเด็กปฐมวัย. [ออนไลน์]. ได้จาก http://kanokarpa- ec.blogspot.com/2011/01/blog-post_3469.html. [สืบค้นเมื่อ 22 กันยายน 2566]. ประคอง นิมมานเหมินท์. (2551). นิทานพื้นบ้านศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ศูนย์คติชนวิทยา. ปราณี ปริยวาที. (2551). การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการเล่านิทานและติดตามผล. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พีรพงศ์ กุลพิศาล. (2545). สมองลูกพัฒนาได้ด้วยศิลปะ. กรุงเทพฯ: ธารอักษร. พัชรี ผลโยธิน. (2540). เอกสารประกอบการอบรมเรื่อง “กิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือสำหรับเด็ก อนุบาล” ในโครงการพัฒนานักบริหารและผู้จัดการศึกษาระดับสูง. กรุงเทพฯ: คณะ ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ไพพรรณ อินทนิล. (2534). เทคนิคการเล่านิทาน.กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์. พรจันทร์ จันทวิมล. (2529). การเล่านิทานสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน. กรุงเทพมหานคร: รักลูก. รัชนี ศรีไพรวรรณ. (2516). “การเล่านิทานและเล่าเรื่อง” .สื่อภาษาชุมชนภาษาไทยของคุรุสภา. เลิศ อานัทนะ. (2535). เทคนิควิธีสอนศิลปะเด็ก. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลัดดา นีละมณี. (2522). หน่วยที่ 7 สื่อการเล่าเรื่องและนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย. ในเอกสารการสอน ชุดวิชาสื่อการสอนระดับปฐมวัย เล่ม 1. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. วราภรณ์ พิมราช. (2559). ผลการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการอภิปรายที่มีต่อ ความสามารถ ในการพูดของเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). นนทบุรี : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิเชียร เกษประทุม. (2550). นิทานพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา. วิไล มาศจรัศ. (2551). เทคนิคการเขียนการเล่านิทานสำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร: ธารอักษร. วิภาดา เพ็งธรรม. (2555). ผลของการเล่านิทานประกอบการแสดงบทบาทสมมติที่มีต่อความ สามารถทางคณิตศาสตร์ด้านการเรียงลำดับเหตุการณ์ของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน(แขนงวิชาการ ศึกษาปฐมวัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏวลัยลงกรณ์.
64 วรรณีศิริสุนทร. (2539). การเล่านิทาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. วรรณี ศิริสุนทร. (2532). เอกสารคำสอนวิชาปร 620 การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: ภาควิชา บรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน. ศิรินันท์ ทองเงิน. (2563). การใช้เกมเพื่อส่งเสริมการทำหน้าที่ของสมองเชิงบริหาร (Executive Functions-EF) ของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา หลักสูตรและการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน. (2550). สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม 32/ โครงการ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพฯ:ด่านสุทธาการพิมพ์ สุนิษา ภารตระศรีและชวนพิศ รักษาพวก. (2565). ผลการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้นิทานเพื่อ พัฒนาทักษะสมอง (EF) ของเด็กปฐมวัย. วิทยนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ สุภาวดี หาญเมธี. (2558). EF ภูมิคุ้มกันชีวิตและป้องกันยาเสพติด คู่มือสำหรับครูอนุบาล. สุภาวดี หาญเมธี และคณะ. (2561). คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครู ปฐมวัย. กรุงเทพฯ: บริษัทเอกพิมพ์ไทจำกัด สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานการวิจัยโครงการนำร่องการจัดการเรียนการ สอนโดยใช้ EF ในระดับเด็กปฐมวัยและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพ: สำนักพิมพ์บริษัทพริกหวานกราฟฟิค สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2548). กระบวนการศึกษาสร้างนิทานเพื่อการพัฒนาเด็ก ปฐมวัย. (พิมพ์ครั้งที่ 1). สำนักพิมพ์กรุงเทพฯ. สมใจ บุญอุรพีภิญญ. (2539). นิทานสำหรับคุณหนู. วารสารการศึกษา. สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2537). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม = Theories and techniques in behavior mondification. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภิชัย เพ็ญวรรณ์. (2560). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ของเด็ก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดทุ่งเพล (พรชำนิอุปถัมภ์) โดยการสอนที่ใช้ ทักษะการคิดเชิงบริหาร. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและ การสอน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ. อุบล ตู้จินดา. (2532). หลักและวิธีการสอนศิลปะ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
65 อรชุมา ยุทธวงศ์. (2527). การแสดงหุ่นสำหรับเด็กปฐมวัย : วรรณกรรมลีลาคดีระดับปฐมวัย. เอกสารประกอบการสอนวิชาหน่วยที่ 8-15. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. Dawson, P., Guare, R. (2004). “Interventions to Promote executive development in childen and adolescents.” In Handbook of Executive functioning, pp. 427- 443. Newyork:Springer. Huck, S ,Children’s Literature in the Elemen tary School. 33rd ed. New York : Halt, Rinehart andWiston,1979 Thai Health Premotion Foundation,& RLG In (2018). Handbook of Developing Executive Functions for Early Childhood Teachers (คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย). Bangkok: RLG Institute
66 . ภาคผนวก
67 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือ
68 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือ 1. นางชลิตา ธรรมโกฎิ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา อุดรธานีเขต 1 2. นางประภาภรณ์เหล่าประเสริฐ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา อุดรธานีเขต 1 3. นางนงเยาว์สิงหทองกูล ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา อุดรธานีเขต 1
69 ภาคผนวก ข ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงา ประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ
70 ตารางที่ 7 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ แผนที่ แผนการจัดกิจกรรม หัวข้อที่ประเมิน คะแนนความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC 1 2 3 1-2 ลูกหมูสามตัว 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 3-4 อนุบาลช้างเบิ้ม 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 5-6 ก้อนเมฆมีน้ำใจ 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 7-8 หนูน้อยหมวกแดง 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1
71 ตารางที่ 7 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ (ต่อ) แผนที่ แผนการจัดกิจกรรม หัวข้อที่ประเมิน คะแนนความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC +1 0 -1 9-10 มดกับนกพิราบ 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 11-12 อึ่งอ่างกับวัว 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 13-14 กระต่ายกับเต่า 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 15-16 หัวผักกาดยักษ์ 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1
72 ภาคผนวก ค ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) แบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย
73 ตารางที่ 8 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย แบบประเมิน ทักษะ EF พฤติกรรม คะแนนความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC +1 0 -1 พฤติกรรมด้านทักษะสมอง EF (ด้านความจำเพื่อ ใช้งาน) 1.ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ถูกต้อง +1 +1 +1 +3 1 2. เมื่อครูเล่านิทานจบ สามารถ เล่าทวนหรือบอกความคิดรวบ ยอดเกี่ยวกับนิทานนั้นได้ +1 +1 +1 +3 1 3. สนทนาได้ต่อเนื่องหรืออธิบาย เรื่องราวได้จนจบ +1 +1 +1 +3 1 พฤติกรรมด้านทักษะสมอง EF (ด้านการจดจ่อใส่ใจ) 1. ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จ +1 +1 +1 +3 1 2. ฟังนิทานจนจบเรื่องโดยไม่พูด แทรก +1 +1 +1 +3 1 3. ทำกิจกรรมต่างๆอย่างใส่ใจ ไม่ วอกแวก +1 +1 +1 +3 1 พฤติกรรมด้านทักษะสมอง EF (ด้านการวางแผน จัดระบบดำเนินการ) 1. การวางแผนปฏิบัติกิจกรรม ด้วยตนเอง +1 +1 +1 +3 1 2. ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนที่ วางไว้ +1 +1 +1 +3 1 3. จัดเก็บของอย่างมีระเบียบเมื่อ ได้ยินสัญญาณ +1 +1 +1 +3 1
74 ภาคผนวก ง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ
แผนที่ 1 แผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเรื่อง ลูกหมู 3 ตัว ภาวันที่ จุดประสงค์ เป้าหมายการ เสริมสร้างทักษะ EF 1 เพื่อให้เด็กสามารถ 1. ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ถูกต้อง 2. เล่าเรื่องเป็นประโยค อย่างต่อเนื่องได้ 3. ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง ได้ 1. ความจำเพื่อใช้งาน 2. การจดจ่อใส่ใจ 3.การวางแผน จัดระบบดำเนินการ 1. เด็กและครูร่วมข้อตกลงร่วมกันก่อ - เด็กๆ สามารถเข้าห้องน้ำได้หรือไ - ถ้าเด็กๆ คุยเล3. เด็กฟังนิทานลูกฉากผ้าสีขาวแล้ว น4. เด็กๆ ฟังนิทานเรื่องในนิทาน โดย - ลูกหมูมีกี่ตัว - จากเหตุการณ์อย่างไร เป็นต้น
75 นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ าคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิธีดำเนินกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/ แหล่งการเรียนรู้ การประเมิน กันสนทนาเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม พร้อมสร้าง อนทำกิจกรรม โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ ถฟังนิทาน “ลูกหมู 3 ตัว”ตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ ไม่ เพราะอะไร ล่นขณะฟังนิทานจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไร เป็นต้น กหมู 3 ตัว โดยครูปิดไฟห้อง และฉายไฟกระทบ นำหุ่นนิทานเชิดตามบทละคร น“ลูกหมู 3 ตัว”จบ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อ ครูใช้คำถามดังนี้ ณ์ในนิทานลูกหมู3 ตัว ถ้าเด็กๆเป็นลูกหมู จะทำ 1.นิทานเรื่อง “ลูกหมู3 ตัว” 2. ฉากโรงละคร หุ่นเงา 3. ไฟฉาย 4. ตัวละครหุ่น เงา สังเกต 1.การปฏิบัติตาม ข้อตกลงได้ ถูกต้อง 2.การเล่าเรื่อง เป็นประโยค อย่างต่อเนื่อง 3.การฟังผู้อื่นพูด จนจบและ สนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับ เรื่องที่ฟัง
แผนที่ 2 แผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเรื่อง ลูกหมู 3 ตัว ภาวันที่ จุดประสงค์ เป้าหมายการ เสริมสร้างทักษะ EF 2 เพื่อให้เด็กสามารถ 1. วางแผนปฏิบัติ กิจกรรมด้วยตนเองได้ 2. ทำงานที่ได้รับ มอบหมายจนสำเร็จได้ 3. เก็บของเข้าที่เมื่อได้ ยินสัญญาณได้ 1. ความจำเพื่อใช้งาน 2. การจดจ่อใส่ใจ 3.การวางแผนจัดระบบ ดำเนินการ 1. เด็กและครูร่วมกันท2. ครูอธิบายเกี่ยวกับอทํากิจกรรม ข้อตกลง 3. แบ่งเด็กนั่งรวมกลุ่ม4. ตัวแทนเด็กของแต่กิจกรรม 5. สมาชิกในกลุ่มวางแอย่างไร แบ่งหน้าที่กันศิลปะตามที่วางแผนเอ6. ขณะที่เด็กทำกิจกรต้องการและคอยสังเก7. เมื่อหมดเวลาเด็กช่เรียบร้อย 8. เด็กแต่ละกลุ่มร่วมก9. เด็กและครูร่วมกันส
76 นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ าคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิธีดำเนินกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/ แหล่งการเรียนรู้ การประเมิน ทบทวนนิทาน “ลูกหมู3 ตัว” อุปกรณ์ของกิจกรรมศิลปะที่จัดเตรียมไว้ ขั้นตอนการ กติกาในการทํากิจกรรมให้เด็กเข้าใจ มเป็นกลุ่มย่อย 5 - 6 คน ละกลุ่มออกมาเลือกอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ใช้ในการทํา แผนร่วมกันว่าจะทําศิลปะจากอุปกรณ์ที่ครูเตรียมไว้ นในกลุ่มว่าใครมีหน้าที่ทําอะไร จากนั้นร่วมกันทํางาน อาไว้ รรมครูให้คำแนะนำหรือให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็ก กตพฤติกรรม ชวยกันเก็บอุปกรณ์และช่วยกันทำความสะอาดให้ กันนำเสนอผลงาน สรุปกิจกรรม 1. กระดาษ โปสเตอร์ 2. กาว 3. กรรไกร 4. กล่อง กระดาษ 5. เชือก 6. เทป 7. จานกระดาษ 8. ขวดน้ำ สังเกต 1.การวางแผน ปฏิบัติกิจกรรม ด้วยตนเองได้ 2.การทำงานที่ ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จ 3.การเก็บของ เข้าที่เมื่อได้ยิน สัญญาณ
แผนที่ 3 แผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเรื่อง อนุบาลช้างเบิ้ม ภวันที่ จุดประสงค์ เป้าหมายการ เสริมสร้างทักษะ EF 3 เพื่อให้เด็กสามารถ 1. ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ถูกต้อง 2. เล่าเรื่องเป็นประโยค อย่างต่อเนื่องได้ 3. ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบสอดคล้อง กับเรื่องที่ฟังได้ 1. ความจำเพื่อใช้งาน 2. การจดจ่อใส่ใจ 3. การวางแผน จัดระบบดำเนินการ 1. เด็กและครูร่วข้อตกลงร่วมกัน - เด็กๆ สามาไม่เข้าห้องน้ำได้ - ถ้าเด็กๆ คุย3. เด็กฟังนิทานกระทบฉากผ้าสี4. เด็กๆ ฟังนิทาเรื่องในนิทาน โด - ช้างเบิ้มทำง - จากเหตุการทำอย่างไร เป็นต
77 นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิธีดำเนินกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/ แหล่งการเรียนรู้ การประเมิน วมกันสนทนาเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม พร้อมสร้าง นก่อนทำกิจกรรม โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ ารถฟังนิทาน “อนุบาลช้างเบิ้ม”ตั้งแต่ต้นจนจบโดย ้หรือไม่ เพราะอะไร ยเล่นขณะฟังนิทานจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไร เป็นต้น น“อนุบาลช้างเบิ้ม”โดยครูปิดไฟห้อง และฉายไฟ สีขาวแล้ว นำหุ่นนิทานเชิดตามบทละคร าน“อนุบาลช้างเบิ้ม”จบ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อ ดยครูใช้คำถามดังนี้ งานกี่ร้าน ร้านอะไรบ้าง รณ์ในนิทานอนุบาลช้างเบิ้ม ถ้าเด็กๆเป็นช้างเบิ้ม จะ ต้น 1.นิทานเรื่อง “อนุบาลช้าง เบิ้ม” 2. ฉากโรงละคร หุ่นเงา 3. ไฟฉาย 4. ตัวละครหุ่น เงา สังเกต 1.การปฏิบัติ ตามข้อตกลงได้ ถูกต้อง 2.การเล่าเรื่อง เป็นประโยค อย่างต่อเนื่อง 3.การฟังผู้อื่น พูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับ เรื่องที่ฟัง
แผนที่ 4 แผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานหุ่นเรื่อง อนุบาลช้างเบิ้ม ภวันที่ จุดประสงค์ เป้าหมายการ เสริมสร้างทักษะ EF 4 เพื่อให้เด็กสามารถ 1. ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ถูกต้อง 2. ทำงานที่ได้รับ มอบหมายจนสำเร็จได้ 3. เก็บของเข้าที่เมื่อได้ ยินสัญญาณได้ 1. ความจำเพื่อใช้ งาน 2. การจดจ่อใส่ใจ 3.การวางแผน จัดระบบดำเนินการ 1. เด็กและครูร่วมกันท2. ครูอธิบายเกี่ยวกับอกิจกรรม ข้อตกลง กติ3. แบ่งเด็กนั่งรวมกลุ่ม4. ตัวแทนเด็กของแต่กิจกรรม 5. สมาชิกในกลุ่มวางแอย่างไร แบ่งหน้าที่กันศิลปะตามที่วางแผนเอ6. ขณะที่เด็กทำกิจกรและคอยสังเกตพฤติก7. เมื่อหมดเวลาเด็กช่8. เด็กแต่ละกลุ่มร่วมก9. เด็กและครูร่วมกันส
78 นเงาประกอบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิธีดำเนินกิจกรรม สื่อการ เรียนรู้/แหล่ง การเรียนรู้ การประเมิน ทบทวนนิทาน“อนุบาลช้างเบิ้ม” อุปกรณ์ของกิจกรรมศิลปะที่จัดเตรียมไว้ ขั้นตอนการทํา ติกาในการทํากิจกรรมให้เด็กเข้าใจ มเป็นกลุ่มย่อย 5 - 6 คน ละกลุ่มออกมาเลือกอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ใช้ในการทํา แผนร่วมกันว่าจะทําศิลปะจากอุปกรณ์ที่ครูเตรียมไว้ นในกลุ่มว่าใครมีหน้าที่ทําอะไร จากนั้นร่วมกันทํางาน อาไว้ รรมครูให้คำแนะนำหรือให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กต้องการ รรม ชวยกันเก็บอุปกรณ์และช่วยกันทำความสะอาดให้เรียบร้อย กันนำเสนอผลงาน สรุปกิจกรรม 1. กระดาษ โปสเตอร์ 2. สีกาว 3. กรรไกร 4. พู่กัน 5. สําลี 6. ฟองน้ำ 7. สีเทียน สังเกต 1.การ วางแผน ปฏิบัติ กิจกรรมด้วย ตนเองได้ 2.การทำงาน ที่ได้รับ มอบหมายจน สำเร็จ 3.การเก็บ ของเข้าที่เมื่อ ได้ยิน สัญญาณ
79 ภาคผนวก จ แบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย
80 คู่มือการใช้แบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย แบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย เป็นแบบประเมินพฤติกรรมเด็ก เพื่อประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ซึ่งผู้สอนได้กำหนดแนวทางอย่างเจาะจง เพื่อให้การประเมินที่ชัดเจน วิธีการ ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมด้านทักษะ EF ผ่านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ที่ครูเตรียมไว้ โดยประเมิน พฤติกรรมเป็นรายบุคคล ประกอบด้วยพฤติกรรมด้านทักษะ EF 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความจำเพื่อใช้งาน ด้านการจดจ่อใส่ใจ และด้านการวางแผนจัดระบบดำเนินการ แต่ละด้านจะมีแบบประเมินพฤติกรรม ด้านละ 3 ข้อ รวมแบบประเมินทักษะ EF ชุดนี้ มีจำนวน 9 ข้อ วิธีการดำเนินการทดสอบ การดำเนินการประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย 1. ผู้ดำเนินการประเมินศึกษาแบบประเมินและเกณฑ์การให้คะแนน ขั้นตอนในการ ดำเนินการประเมินที่เข้าใจ 2. จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ให้พร้อม 3. ผู้ดำเนินสร้างบรรยากาศที่ดี โดยการสนทนาเพื่อให้เด็กผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆ 4. ดำเนินการประเมินพฤติกรรม พร้อมทั้งให้คะแนนตามเกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนการประเมินพฤติกรรมทักษะ EF ใช้เกณฑ์ดังนี้ 1 คะแนน แทน เด็กไม่แสดงพฤติกรรมเมื่อมีผู้แนะนำ 2 คะแนน แทน เด็กมีพฤติกรรมแสดงออกเมื่อมีผู้ชี้แนะ 3 คะแนน แทน เด็กมีพฤติกรรมแสดงออกด้วยตนเอง
81 แบบประเมินทักษะ EF สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/6 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ชื่อ...............................................................................วันที่ประเมิน......................................... ทักษะ EF ข้อที่ คำถาม/สถานการณ์ ก่อน หลัง หมายเหตุ ด้านความจำเพื่อ ใช้งาน 1 ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ถูกต้อง 2 เมื่อครูเล่านิทานจบ สามารถเล่าทวนหรือบอก ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับนิทานนั้นได้ 3 สนทนาได้ต่อเนื่องหรืออธิบายเรื่องราวได้จนจบ ด้านการจดจ่อ ใส่ใจ 6 ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ 7 ฟังนิทานจนจบเรื่องโดยไม่พูดแทรก 8 ทำกิจกรรมต่างๆอย่างใส่ใจ ไม่วอกแวก ด้านการวางแผน จัดระบบ ดำเนินการ 11 การวางแผนปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง 12 ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนที่วางไว้ 13 จัดเก็บของอย่างมีระเบียบเมื่อได้ยินสัญญาณ แบบประเมินทักษะEFของเด็กปฐมวัย การให้คะแนนเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ 1 คะแนน แทน เด็กไม่แสดงพฤติกรรมเมื่อมีผู้แนะนำ 2 คะแนน แทน เด็กมีพฤติกรรมแสดงออกเมื่อมีผู้ชี้แนะ 3 คะแนน แทน เด็กมีพฤติกรรมแสดงออกด้วยตนเอง
82 ภาคผนวก ฉ ค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย
83 ตารางที่ 9 ค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ชุดที่ แบบประเมินทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย ข้อ ค่าความแปรปรวน 1 ด้านความจำเพื่อใช้งาน 1 0.17 2 0.25 3 0.09 2 ด้านการจดจ่อ ใส่ใจ 4 0.12 5 0.25 6 0.03 3 ด้านการวางแผนจัดระบบดำเนินการ 7 0.06 8 0.23 9 0.06 ความแปรปรวนของคะแนน 3.70 สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค 0.73
84 ภาคผนวก ช คะแนนทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย
85 ตารางที่ 10 คะแนนทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยก่อน-หลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานหุ่นเงาประกอบ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือ คะแนน เลขที่ 3 3 3 ก่อน 3 3 3 หลัง 1 3 3 3 9 8 8 8 24 2 3 3 3 9 9 9 9 27 3 4 3 3 10 8 8 8 24 4 3 3 3 9 7 7 8 22 5 3 3 3 9 8 8 8 24 6 3 4 3 10 9 9 9 27 7 4 4 4 12 9 9 9 27 8 3 3 3 9 8 9 9 26 9 5 5 4 14 8 8 8 24 10 4 4 4 12 9 9 9 27 11 3 3 3 9 8 8 8 24 12 3 3 3 9 7 7 7 21 13 3 3 3 9 7 7 8 22 14 3 4 4 11 9 9 9 27 15 4 4 3 11 9 9 9 27 16 3 3 3 9 8 9 9 26 17 3 3 3 9 8 8 9 25 18 3 3 3 9 8 8 8 24 19 3 3 3 9 9 9 9 27 20 4 4 4 12 9 9 9 27 21 3 3 3 9 8 8 8 24 22 4 4 4 12 9 9 9 27 23 3 4 4 11 8 9 9 26