The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พรรณไม้เขาหินปูนในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พรรณไม้เขาหินปูนในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว

พรรณไม้เขาหินปูนในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว

92 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1

กระเจยี วขาว Zingiberaceae

Curcuma parviflora Wall.

ช่ืออื่น -
ไมลมลุกอายหุ ลายป มีลําตน ใตด นิ ลาํ ตนเหนอื ดนิ ไมชดั เจน สูง 5-10 ซม. เกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลบั
มี 2-3 ใบตอตน รูปรี หรือรูปรีแกมขอบขนาน กวาง 8-16 ซม. ยาว 15-50 ซม. ปลายแหลมถึงเรียวแหลม
โคนมน แผนใบเกล้ียงทั้ง 2 ดาน กา นใบยาว 10-27 ซม. ชอ ดอกแบบชอเชิงลด ออกท่ีปลายลาํ ตนเหนือดิน รปู
ทรงกระบอก กวาง 3-5 ซม. ยาว 3.5-10 ซม. กานชอดอกยาว 7-25 ซม. ใบประดับท่ีปลายชอสีขาว (ถามี)
บางครั้งแตมสีเขยี วท่ปี ลาย ใบประดบั ที่โคนชอสีเขยี ว รูปไขกวา ง ยาว 1.5-3.5 ซม. โคนหอตัวคลายถว ย ปลาย
มนถงึ แหลมและโคงบานออกนอก ผวิ เกล้ียง กลีบเล้ียง สขี าว ยาวประมาณ 5 มม. โคนเช่ือมเปนหลอด ปลาย
แยกเปนแฉกลกึ ดานเดยี ว วงกลบี ดอก สขี าว โคนเชื่อมตดิ กนั เปน หลอด ยาว 1-1.5 ซม. ปลายแยกเปน 3 แฉก
รูปไข ยาวประมาณ 5 มม. กลบี ปากสีขาว ปลายกลบี สีมว ง ที่กลางกลบี ดานในมสี เี หลืองแตม และมีขนหนาแนน
กลบี ปากรูปไขก ลบั ยาวประมาณ 1 ซม. ปลายกลีบแยก 2 แฉกลกึ 1/3-1/2 ของความยาวกลบี ปาก ขอบกลีบยน
และหยักเปน ชายครยุ กลบี คูขา งสีขาว รูปใบหอก ยาวประมาณ 8 มม. ขอบเรยี บหรอื ยน เลก็ นอ ย เกสรเพศผูส ขี าว
ยาวประมาณ 8 มม. รงั ไขย าวประมาณ 2 มม. ผลไมมีขอ มลู
ประเทศไทย พบเกอื บท่วั ทุกภาคของประเทศไทย ยกเวนภาคใต
การกระจายพนั ธุ พบในเมียนมา และอาจพบในลาวดวย กระเจยี วขาวมกี ารกระจายพันธุท่ีกวางมาก
และมีความผันแปรของขนาดและสขี องชอดอกมาก และบางครั้งกพ็ บวาสามารถผสมขามกับชนิดอ่ืนไดด วย
นเิ วศวิทยา มักข้ึนในปาผลดั ใบผสม บางคร้ังพบตามชายปา ดิบแลง ขึน้ ในที่ราํ ไร ที่ความสงู จาก
ระดบั ทะเลไมเ กิน 1,000 ม. ออกดอกชว งเดอื นกรกฎาคมถงึ กันยายน

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ÁØ »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éÒí ˹ÒÇ 1 93

94 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1

เขา พรรษาขาว Zingiberaceae

Globba adhaerens Gagnep.

ชื่ออ่ืน วานดอกเหลือง
ไมล ม ลกุ อายุหลายป มีลาํ ตน ใตดิน ลําตน เหนอื ดนิ สูง 30-50 ซม. มขี นสั้นหนานุม ใบเด่ียว เรยี งสลับ
ระนาบเดยี ว มี 3-4 ใบในแตละขาง รูปขอบขนานหรือรปู ขอบขนานแกมรปู รี กวาง 3-8 ซม. ยาว 10-20 ซม.
ปลายเรยี วแหลม โคนรูปลิม่ หรือมน มขี นส้นั หนานุม ทั้ง 2 ดา น กานใบสั้นมากหรือไมมี ชอ ดอกแบบชอกระจกุ
แยกแขนง ออกทป่ี ลายลําตนเหนือดิน ชอ หอยลง ยาว 8-12 ซม. แกนชอดอกมีขนสัน้ หนาแนน ใบประดบั สขี าว
หรือสีชมพอู อ น รปู ไขกลบั ยาว 2-3.5 ซม. ปลายแหลม พบั ข้ึน มีขนเล็กนอ ย วงกลบี เลีย้ ง โคนเชื่อมตดิ กนั เปน
หลอด ยาวประมาณ 3 มม. วงกลีบดอกโคนเชื่อมตดิ กนั เปน หลอด สเี หลือง ยาวประมาณ 1.2 ซม. มีขนสั้นนมุ หนา
แนน ปลายแยก 3 แฉก รปู ใบหอกกลับ ยาว 0.8-1 ซม. กลบี ปากสีเหลอื งอมสม มีแตมสีสมอมนํา้ ตาลท่กี ลางกลีบ
กลบี ปากรปู สามเหลีย่ มแคบ หักพบั ลง ยาวประมาณ 1.2 ซม. ปลายแยกสองแฉกลึกประมาณ 1/2 ของความยาว
กลีบคขู า งรูปขอบขนาน ยาว 1.2-1.5 ซม. หกั พบั ลง เกสรเพศผู ยาว 1.3-2 ซม. คลายหางปลา ปลายมรี ยางค
2 คู รงั ไขย าวประมาณ 3 มม. ผลไมมีขอมลู
ประเทศไทย ภาคตะวนั ออก และภาคตะวนั ออกเฉียงใต ในพืน้ ท่ีกลุมปา ภูเขียว-น้าํ หนาว พบท่ี
เขตรกั ษาพนั ธสุ ัตวปา ตะเบาะ-หวยใหญ
การกระจายพนั ธุ กมั พชู า
นิเวศวทิ ยา ขึ้นในปาผลัดใบผสม ปาเตง็ รงั และปาดิบ ในทแี่ สงรําไรหรอื ชายปา ทค่ี วามสูงจาก
ระดบั ทะเล 200-600 ม. ออกดอกชวงเดอื นมิถนุ ายนถงึ กันยายน

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅØ‹Á»Ò† ÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 95

96 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1

กระชายขาว Zingiberaceae

Globba globulifera Gagnep.

ช่ืออื่น -

ไมลมลุกอายุหลายป มีลําตนใตดิน ลําตนเหนือดิน สูง 30-55 ซม. มีขนสั้นหนานุม ใบเดี่ยว เรียง
สลับระนาบเดียว มี 3-4 ใบในแตละขาง รูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมรูปรี กวาง 7-9 ซม. ยาว 15-25 ซม.
ปลายเรียวแหลม โคนรูปลิ่มหรือมน มีขนส้ันหนานุมถึงกระจายท้ัง 2 ดาน กานใบส้ันมาก ชอดอกแบบชอกระจุก
แยกแขนงและอัดแนน ออกท่ีปลายลําตนเหนือดิน ชอหอยลงหรือแนวระนาบ ยาว 5-7 ซม. ใบประดับสีขาว
รูปคอนขางกลมหรือรูปไขกวาง เสนผานศูนยกลาง 1-2 ซม. ปลายกลมถึงเรียวแหลมและมีติ่งแหลม มีขนส้ัน
หนาแนน หอตัวรอบชอดอกยอยที่สั้นและมีใบประดับยอยสีขาวอัดแนนอยูดานในจํานวนมาก มักพบหัวยอย
(bulbil) ทรงกลม ผิวขรุขระ สีขาว 1 เมล็ด ท่ีซอกใบประดับใกลโคนชอดอก วงกลีบเล้ียงสีขาวหรือสีขาวอม
เขียว โคนเช่ือมติดกันเปนหลอด ปลายมี 3 หยัก วงกลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเปนหลอด ยาว 1.2-2 ซม. มีขน
ส้ันหนาแนน ปลายแยก 3 แฉก สีเหลืองออน รูปใบหอกกลับ ยาว 0.6-1 ซม. กลีบปากสีเหลืองอมสม มีแตมสี
แดงอมนํ้าตาลท่ีกลางกลีบ กลีบปากรูปสามเหลี่ยมแคบ หักพับลง ยาว 1.2-1.5 ซม. ปลายแยกสองแฉก คลาย
หางปลา ลึกถึงใกลโคนกลีบ กลีบคูขางรูปใบหอกกลับ ยาว 1-1.5 ซม. หักพับลง เกสรเพศผู ยาว 2-2.5 ซม.
ปลายมีรยางค 2 คู รังไขยาวประมาณ 2 มม. ผลไมมีขอมูล

ประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในพ้ืนท่ีกลุมปาภูเขียว-
นํา้ หนาวพบไดท ั่วไป

การกระจายพนั ธุ พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย

นิเวศวิทยา มักข้ึนในปา ผลดั ใบผสม โดยเฉพาะบนภูเขาหนิ ปนู และพบบางตามชายปาดบิ ในที่
แสงรําไรหรือชายปา ทคี่ วามสูงจากระดับทะเล 100-600 ม. ออกดอกชวงเดือนกรกฎาคมถึงกนั ยายน

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 97

98 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1

เขา พรรษาเหลอื งหางส้ัน Zingiberaceae

Globba nuda K. Larsen

ช่ืออื่น -

ไมลมลุกอายุหลายป มีลําตนใตดินเปนเหงาคอนขางกลม ยาว 1-2 ซม. ลําตนเหนือดิน สูง 30-60
ซม. เกล้ียง ใบเด่ียว เรียงสลับระนาบเดียว มี 3-6 ใบในแตละขาง รูปรี รูปไขแกมรูปรี หรือรูปขอบขนานแกม
รูปรี กวาง 2-6 ซม. ยาว 5-14 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมน เกลี้ยงทั้ง 2 ดาน กานใบไมมี หรือยาวไมเกิน
2.5 มม. ชอดอกแบบชอกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายลําตนเหนือดิน ตั้งข้ึน ยาว 10-17 ซม. เกล้ียง กานชอ
ดอกส้ันมาก ใบประดับสีเขียว รูปใบหอกถึงรูปแถบ ไมเดนชัด ยาวไดถึง 2 ซม. ใบประดับยอยรูปใบหอก สี
เขียว ยาวไดถึง 5 มม. เปนกระจุกท่ีปลายชอดอกยอย กานชอดอกยอยยาวไดถึง 7 ซม. ดอกยอยติดคอนขาง
ชิดกันอยูที่ชวงปลายชอยอย มี 2-3 ดอก และบานครั้งละ 1 ดอก วงกลีบเล้ียง โคนเชื่อมติดกันเปนหลอด ยาว
ประมาณ 3 มม. ปลายแยก 3 แฉก ยาว 2-3 มม. ปลายแหลม มีขนที่ขอบประปราย วงกลีบดอกโคนเช่ือมติด
กันเปนหลอด สีเหลืองออน ยาว 1-1.5 ซม. มีขนส้ันนุมประปราย ปลายแยก 3 แฉก หักพับกลับ รูปใบหอก
กลับ ยาว 0.7-1 ซม. กลีบปากสีเหลืองอมสมเขม มีแตมสีสมอมนํ้าตาลท่ีกลางกลีบ กลีบปากรูปสามเหล่ียม
แคบ หักพับลง ยาวประมาณ 1.2 ซม. ปลายแยกสองแฉกคลายหางปลา ลึก 1/3–1/2 ของความยาว เกล้ียง
เปนมันเงา กลีบคูขาง สีเหลืองอมสม รูปไขกวางกลับ ยาว 1.5-2 ซม. ปลายแหลม บางคร้ังเปนคลื่นเล็กนอย
หักพับลง มีขนส้ันประปราย เกสรเพศผู ยาว 1.5-3 ซม. ปลายมีรยางค 2 คู รังไขยาวประมาณ 1 มม. ผล
แบบแคปซูล รูปขอบขนาน ยาว 2-2.8 ซม. เสนผานศูนยกลาง 0.5-0.7 ซม. ผิวคอนขางขรุขระ ปลายผลมี
วงกลีบเลี้ยงติดคงทน

ประเทศไทย ภาคเหนอื ภาคเหนอื ตอนลา ง และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ในพนื้ ทกี่ ลมุ ปา ภเู ขยี ว-
น้ําหนาวพบไดท่ัวไป

การกระจายพนั ธุ เมยี นมา

นเิ วศวทิ ยา ขน้ึ ในปา ผลดั ใบผสม และปา ดบิ พบขน้ึ ไดท งั้ บนดนิ หรอื ตามซอกหนิ ปนู หรอื หนิ ชนดิ
อ่นื ๆ ในทแ่ี สงราํ ไรหรือชายปา ทีค่ วามสูงจากระดับทะเล 200-1,000 ม. ออกดอกชวงเดือนมถิ นุ ายนถึงกันยายน
ติดผลชวงเดอื นกรกฎาคมถงึ พฤศจกิ ายน

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁ‹Ø »Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 99

100 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

วา นลาวัลย Zingiberaceae

Kaempferia laotica Gagnep.

ชื่ออื่น -

ไมลมลุกอายุหลายป มีลําตนส้ันอยูใตดิน ลําตนเหนือดินส้ันมาก มี 2 ใบ เรียงสลับแผชิดผิวดิน
ใบรูปคอนขางกลม เสนผานศูนยกลาง 7-12 ซม. ปลายกลมและเปนติ่งหนาม โคนกลม ผิวใบดานบน สีเขียว
เขมมีหรือไมมีลายประสีขาวตามแนวรัศมี เกลี้ยง ผิวใบดานลางมีขนส้ัน ขอบมีสีมวงอมแดง มากถึงนอย ไมมี
กา นใบ กาบใบยาว 2-4 ซม. ชอ ดอกแบบชอ เชงิ ลด ยาว 2-3 ซม. ไมม กี า นชอ ดอก ออกทย่ี อดและฝง อยใู นกาบใบ
ใบประดบั รปู ใบหอก ยาว 1.8-2.5 ซม. มขี น ดอกยอ ยทยอยบานวนั ละ 1 ดอกตอ ตน แลว เหย่ี วแหง ทกุ วนั วงกลบี เลยี้ ง
ยาว 2.5-3 ซม. เกลี้ยง วงกลีบดอกสีขาว โคนเช่ือมติดกันเปนหลอด ยาว 3.7-4 ซม. ปลายแยก 3 แฉก รูป
ใบหอกแถบยาว กวา งประมาณ 0.4 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. กลีบปากสขี าวถงึ สชี มพอู อ น ใกลโคนกลีบแตมสี
มว งอมชมพู โคนกลบี สีขาว ปลายกลบี ปากหยักลกึ เกือบถงึ โคนเปน 2 แฉก แตล ะแฉกรปู ไขก ลับหรือไขก ลบั กวาง
ยาวประมาณ 2.5 ซม. ปลายแฉกเวาต้ืนถึงเวารปู หวั ใจ กลบี คขู า งสขี าวถึงสีชมพอู อน โคนสขี าว รูปไขกลบั หรือรปู
ไขกลบั กวาง ยาวประมาณ 2 ซม. ปลายมน เกสรเพศผสู ีขาว สน้ั มาก ซอ นอยูภายใน ยอดสันของอับเรณู (anther-
crest) ซ่ึงคลา ยกลีบดอก รปู รีหรอื รูปไขก ลับ กวาง 1-3 มม. ยาว 3-6 มม. ปลายมนถึงเวาตนื้ รงั ไขย าวประมาณ
4 มม. เกลีย้ ง ผลไมมขี อ มลู

ประเทศไทย ภาคตะวันออกและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ในพนื้ ทก่ี ลุมปา ภเู ขียว-น้ําหนาวพบที่
จังหวัดเลย และหนองบวั ลาํ ภู

การกระจายพนั ธุ ลาว (แขวงเชียงขวาง)

นเิ วศวิทยา ขึ้นในปาผลัดใบผสม และปาดิบ ตามท่ีรําไร ท้ังท่ีเปนพื้นท่ีหินปูนหรือหินตะกอน
ทีค่ วามสูงจากระดับทะเล 100-500 ม. ออกดอกชวงเดอื นมถิ ุนายนถงึ เดอื นตลุ าคม

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁ‹Ø »†ÒÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 101

102 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

ขงิ สดากร Zingiberaceae

Zingiber sadakornii Triboun & K. Larsen

ชอ่ื อนื่ ปเู ลยดาํ (ชัยภูมิ)
ไมล ม ลกุ อายหุ ลายป มลี าํ ตน ใตด นิ ลาํ ตน เหนอื ดนิ สเี ขยี ว สงู 1-1.4 ม. มขี นสนั้ หรอื คอ นขา งเกลยี้ ง ใบเด่ียว
เรียงสลับระนาบเดียว มี 4-6 ใบในแตละขาง รูปขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมรูปไขกลับ กวาง 4-6 ซม.
ยาว 21-25 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนรูปลิ่ม ดานบนเกล้ียง ดานลางมีขนยาวประปราย ลิ้นใบสีเขียวออน
มี 1 คู รปู กลม ยาว 4-5 มม. ชอ ดอกแบบชอ เชงิ ลด ออกจากลาํ ตน ใตด นิ รปู รหี รอื รปู ทรงกระบอก กวา ง 3-3.5 ซม.
ยาว 9-20 ซม. กา นชอ ดอกยาว 9-20 ซม. ใบประดับสีเขยี วอมเหลอื ง รปู ไขก ลบั ยาวประมาณ 3.5 ซม. ปลาย
กลมหรอื มตี ง่ิ หนามเลก็ นอ ย และงมุ เขา ดา นใน วงกลบี เลย้ี งสขี าว โคนเชอ่ื มตดิ กนั เปน หลอด ยาวประมาณ 1.2 ซม.
ปลายเปน แฉกลึกดานเดยี ว ยาวประมาณ 5 มม. วงกลบี ดอกสขี าวครีม โคนเชอื่ มตดิ กนั เปนหลอด ยาวประมาณ
2.7 ซม. ปลายแยกสามแฉก รปู ใบหอกถงึ ใบหอกกวาง ยาวประมาณ 2 ซม. กลีบปากสขี าวครีม บางครง้ั มจี ดุ สี
แดงที่โคนกลบี กลบี ปากรูปไขกวางถึงรปู เกอื บกลม ยาวประมาณ 1 ซม. กลบี คูขางรูปไขกลับ ยาวประมาณ 6 มม.
เกสรเพศผูสีเหลืองครมี มีจะงอยโคง ลง ยาวประมาณ 1.2 ซม. รงั ไขยาวประมาณ 4 มม. มีขนอุย ผลไมม ขี อ มูล
ประเทศไทย พบเฉพาะบรเิ วณดา นตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของกลมุ ปา ภเู ขยี ว-นาํ้ หนาว ในเขตจงั หวดั
เลย ขอนแกน และชยั ภูมิ
การกระจายพนั ธุ เปน พชื ถนิ่ เดียวของประเทศไทย
นเิ วศวทิ ยา ขน้ึ ในปา ผลัดใบผสม หรือปาดิบ ทอี่ ยตู ามเชิงเขาหนิ ปนู ในทม่ี แี สงราํ ไรและชุมช้ืน
ท่คี วามสูงจากระดับทะเล 250-400 ม. ออกดอกชวงเดือนกรกฎาคมถงึ ตุลาคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »Ò† ÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 103

104 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

ไอยริศ Zingiberaceae

Zingiber sirindhorniae Triboun & Keerat.

ชือ่ อน่ื -
ไมลมลุกอายุหลายป มีลําตนใตดินเกือบกลม ลําตนเหนือดิน สีเขียว สูง 30-70 ซม. มีขนส้ันประปราย
ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว มี 2-6 ใบในแตละขาง รูปไข รูปรี หรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน กวาง 2-4.5 ซม.
ยาว 5.5-14 ซม. ปลายแหลมหรือเรียวแหลม โคนสอบเรียวหรือรูปลิ่ม ขอบมีเย่ือบางสีมวง ดานบนเกลี้ยง
ดานลางมีขนสั้นประปราย ล้ินใบสีแดง ยาว 6-8 มม. ชอดอกแบบชอเชิงลด ต้ังข้ึน ออกท่ีปลายลําตนเหนือดิน
มีใบประดับเรียงซอนกันเปนรูปทรงรีแกมรูปทรงกระบอก ยาว 3.5-7.5 ซม. ปลายเรียวแหลม ใบประดับ
สีเขียว ปลายและขอบสีแดง รูปรีหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว 2-2.3 ซม. ปลายเรียวแหลม ดอกมีกล่ินหอม
ออน ๆ วงกลีบเลี้ยงสีขาว โคนเช่ือมติดกันเปนหลอด ยาว 1.1-1.4 ซม. ปลายแยกเปนแฉกลึกดานเดียว
วงกลีบดอกสีขาว โคนเช่ือมติดกันเปนหลอด ยาว 2.1-2.3 ซม. ปลายแยก 3 แฉก รูปใบหอก ยาว 1.6-2 ซม.
กลบี ปากสีมวงเขม มลี ายประสีขาวทั่วกลีบ รูปไขกลับ ยาว 1.5-2 ซม. ปลายกลมหรอื เวาบมุ เลก็ นอ ย กลบี คูข าง
สีมวงเขม รูปสามเหล่ียม ยาว 0.5-1 ซม. เกสรเพศผูสีขาว มีลายสีแดง ปลายมีจะงอยโคงลง ยาว 1.2-1.5 ซม.
รังไขยาว 3-4 มม. ผลแบบแคปซูล รูปไข ยาวประมาณ 7 มม.
ประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื พบเฉพาะในจังหวัดเลย
การกระจายพนั ธุ พืชถน่ิ เดยี วและหายากของประเทศไทย
นเิ วศวทิ ยา พบข้นึ ไดเ ฉพาะบนภเู ขาหินปูน ในปา ดิบแลง ขึ้นอยตู ามซอกหนิ ในทีร่ ม ที่ความสงู
จากระดบั ทะเล 300-500 ม. ออกดอกชว งเดอื นมิถุนายนถงึ สิงหาคม เปนผลชวงเดือนกันยายนถงึ ตุลาคม

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »†ÒÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 105

106 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

ตะขา ปา

Zingiber thorelii Gagnep.

ชื่อพอ ง Z. xishuangbannaeuse S. Q. Tong

ชอื่ อ่นื -

ไมล มลุกอายุหลายป มลี ําตนใตดิน ลาํ ตน เหนือดนิ สีเขยี วคล้ํา สูง 1-2.5 ม. มีขนสั้น ใบเด่ยี ว เรยี งสลบั Zingiberaceae
ระนาบเดยี ว มี 4-7 ใบในแตล ะขา ง รปู ใบหอกแคบ ถงึ รปู รี กวา ง 10-15 ซม. ยาว 20-50 ซม. ปลายยาวคลา ยหาง
ถึงเรียวแหลม โคนมนถึงรูปลิ่ม ดานบนมีขนเฉพาะตามแนวเสนกลางใบ ดานลางมีขนสั้นนุม หนาแนน ไมมี
กานใบ ชอดอกแบบชอเชิงลด ตั้งขึ้น เกิดจากลําตนใตดินและอยูชิดผิวดิน มีใบประดับเรียงซอนกันแนนเปนรูป
ทรงกรวยคว่าํ กวาง 3-5 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายแหลม กานชอ ดอกยาว 10-35 ซม. อยูใ ตดนิ ใบประดับสแี ดง
บางครั้งแตม สเี ขยี วทีป่ ลาย ผิวเกลี้ยง รูปไขหรือรูปสเ่ี หลีย่ มขา วหลามตัด ยาว 4-5.5 ซม. ปลายแหลมถงึ มน ขอบ
ทป่ี ลายมวนเขาดา นในหรือไมม ว น วงกลบี เลีย้ งสีขาว โคนเช่ือมตดิ กนั เปน หลอด ยาว 3-6 มม. ปลายเปน แฉกลกึ
ดานเดียว ยาว 4-6 มม. วงกลบี ดอก โคนเช่อื มตดิ กนั เปน หลอด สขี าว ยาว 4-6 ซม. ปลายแยกสามแฉก สีแดง
เรื่อ ๆ รปู ใบหอก ยาว 1.5-3 ซม. กลีบปากสเี หลอื งออน รปู ไขก ลับแกมรปู ขอบขนาน ยาว 1-2.5 ซม. ปลายกลม
และมวนออก กลีบคูข างสเี หลอื งออน รูปไขก ลบั ถงึ รปู ขอบขนาน ยาว 1-1.5 ซม. ปลายมนถึงกลม เกสรเพศผู
สีเหลืองถึงสเี หลอื งอมสม มจี ะงอยโคง ลง ยาวประมาณ 1.5 ซม. รงั ไขยาว 2.5-4 มม. เกลย้ี ง ผลแบบแคปซูล
รูปผลแพรกลับ ยาว 3.5-4.5 ซม. มี 3 เหลี่ยม

ประเทศไทย ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคตะวนั ออก และภาคตะวันออกเฉยี งใต

การกระจายพนั ธุ จีนตอนใต เวยี ดนาม ลาว กัมพูชา

นิเวศวทิ ยา ขน้ึ ในปา ผลัดใบ ผสมหรือปา ดิบ ตามที่ราํ ไร ในพื้นทที่ ีม่ ชี ้นั ดินลกึ ท้งั ในพ้ืนท่หี นิ ปนู
และหนิ ชนิดอื่น ๆ ทค่ี วามสงู จากระดบั ทะเล 300-1,500 ม. ออกดอกชวงเดือนกรกฎาคมถงึ ตลุ าคม

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁ‹Ø »†ÒÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1 107

108 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

กระทอื Zingiberaceae

Zingiber zerumbet (L.) Sm.

ชอื่ อืน่ -
ไมลมลุกอายุหลายป มีลําตนใตดิน ลําตนเหนือดินสีเขียวออน สูง 1-1.8 ม. มีขนส้ันประปราย
ใบเด่ียว เรียงสลับระนาบเดียว มี 5-10 ใบในแตละขาง รูปใบหอกกวางหรือรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน
กวาง 5-11 ซม. ยาว 25-40 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือสอบเรียว ขอบเรียบ ดานบนเกล้ียง ดานลาง
มีขนสั้นประปราย กานใบยาวประมาณ 3 มม. ชอดอกแบบชอเชิงลด ตั้งข้ึน เกิดจากลําตนใตดิน มีใบประดับ
เรียงซอนกันแนนเปนรูปทรงไขถึงรูปทรงกระบอก กวาง 4-5 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายมน กานชอดอกยาว
10-30 ซม. ใบประดับสีเขียวและเปล่ียนเปนสีแดงเม่ืออายุมาก รูปไขกลับ ยาว 3-4 ซม. ปลายตัดหรือเวา
เล็กนอยและมีต่ิงหนาม ขอบที่ปลายมวนเขาดานในเล็กนอย วงกลีบเล้ียงสีขาว โคนเชื่อมติดกันเปนหลอด
ยาวประมาณ 7 มม. ปลายเปน แฉกลกึ ดานเดยี ว ยาวประมาณ 1 ซม. วงกลบี ดอก โคนเชอ่ื มติดกนั เปน หลอดยาว
ยาว 2.8-3.4 ซม. ปลายแยก 3 แฉก รูปขอบขนานแกมรูปไข ยาว 1.6-2 ซม. กลีบปากสีเหลืองนวล รูปไขกวาง
หรือเกือบกลม ยาว 1-2 ซม. ปลายกลีบหยักลึกประมาณ 1/4 ของความยาว ขอบกลีบเปนคล่ืน กลีบคูขาง
สีเหลืองนวล รูปขอบขนานหรือรูปไข ยาว 7-9 มม. ปลายมน เกสรเพศผูสีเหลืองนวล มีจะงอยโคงลง ยาว
0.7-1 ซม. รังไขยาวประมาณ 3.5 มม. ผลแบบแคปซูล รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1.5 ซม.
ประเทศไทย พบทัว่ ทกุ ภาคของประเทศไทย
การกระจายพนั ธุ ภมู ภิ าคเอเชยี ใต อนิ โดจนี จนี ตอนใต ภมู ภิ าคมาเลเซยี จนถงึ ทวปี ออสเตรเลยี ตอนบน
นเิ วศวทิ ยา ขนึ้ ในปา ผลดั ใบผสม หรอื ปา ดบิ ตามทรี่ าํ ไรหรือชายปา ในพน้ื ทท่ี ่ีมีช้นั ดนิ ลกึ ทง้ั ใน
พ้ืนที่หนิ ปูนและหินชนิดอ่ืน ๆ ทค่ี วามสูงจากระดับทะเลไมเ กิน 1,300 ม. ออกดอกชวงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁ‹Ø »†ÒÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1 109

ACANTHACEAE

110 ¾ÃóäÁŒä·Â»ÃШѹ

dicotyledon

Strobilanthes quadrifaria (Wall. ex Nees ) Y. F. Deng

¾ÃóäÁäŒ ·Â»ÃШ¹Ñ 111

112 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

สันพรา Acanthaceae

Neuracanthus tetragonostachyus Nees subsp.
tetragonostachyus

ชอ่ื อืน่ -

ไมลมลุกอายุปเดียวหรือหลายป สูง 10-100 ซม. มีรากยาวหนาและแข็งแรง ลําตนทอดเล้ือยหรือ
ต้ังตรง มีขนส้ันหนาแนน ใบเด่ียว เรียงตรงขามสลับต้ังฉาก รูปรี รูปไขกลับถึงรูปใบหอก กวาง 1-4.5 ซม.
ยาว 2-10 ซม. ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนสอบเรียว ขอบเรียบ แผนใบบางและออนนุม มีขนส้ันกระจาย
ปานกลางทั้ง 2 ดาน เสนแขนงใบ 4-9 เสนในแตละขาง กานใบยาวไมเกิน 5 มม. ชอดอกแบบชอเชิงลด
ออกเปนกระจุก 1(-3) ชอ ท่ีปลายก่ิงหรือซอกใบใกลปลายก่ิง เปนแทงทรงกระบอก ยาว 3-7 ซม. กวาง
0.6-0.9 ซม. ไมมีกานชอดอก ใบประดับคลายแผนใบ สีเขียวมีเสนใบสีขาว รูปไขกวางถึงกลม ยาว 4-7 มม.
ปลายเปนต่ิงแหลมและงอนออก มีขนยาวหนาแนนเฉพาะดานนอกและขอบใบ ใบประดับเรียงซอนกัน 8-15
ชั้น และเปน 4 แถวตามแนวต้ัง วงกลีบเล้ียง สีขาว ยาวประมาณ 5 มม. โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก
รูปใบหอก ยาว 1.5-2 มม. ปลายแหลม มีขนสั้นประปรายและขนยาวหนาแนนตามแนวเสนกลีบและขอบ
กลีบ วงกลีบดอก ยาว 0.8-1 ซม. เช่ือมติดกันเปนหลอดสีขาว ดานนอกมีขนส้ันและยาวครึ่งปลาย ดานใน
มีขนยาวบริเวณปากหลอดดานลาง ปลายหลอดแยก 5 แฉก รูปคร่ึงวงกลมถึงคอนขางกลม ปลายหยักเปน
ต่ิงหนาม โดยแบงเปนแฉกลาง 3 แฉก สีมวงครามมีลายสีขาวตามแนวเสนกลีบ แฉกบน 2 แฉกเชื่อมติดกัน
สีมวงเขมมีลายสีขาว เกสรเพศผูติดบนหลอดกลีบดอกดานใน สมบูรณท้ัง 4 เกสร (แตละเกสรมีอับเรณู
2 อัน รวมมีอับเรณู 8 อัน) โดยแบงเปน 2 อันยาว มีกานชูอับเรณูยาวประมาณ 0.7 มม. ปลายแยกสองแฉก
อับเรณูรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 0.5 มม. มีขนยาวหนาแนนปกคลุม และ 2 อันสั้นกวา มีกานชูอับเรณู
ยาว 0.2-0.3 มม. อับเรณูยาวประมาณ 0.3 มม. รังไขรูปไข ยาวประมาณ 1 มม. เกลี้ยง กานยอดเกสรเพศ
เมีย ยาวประมาณ 2 มม. เกล้ียง ยอดเกสรเพศเมียเปนตุมกลม ผลแบบแหงแตก 2 เส่ียง รูปขอบขนาน ยาว
ประมาณ 6 มม. ผิวเกลี้ยง มี 4 เมล็ด

ประเทศไทย พบเกอื บท่วั ทกุ ภาคของประเทศไทย ยกเวน ภาคใต

การกระจายพนั ธุ เมียนมา และทวั่ ภมู ภิ าคอนิ โดจีน

นิเวศวทิ ยา เปนพชื ที่มถี ่ินอาศยั อยูในปา ผลดั ใบผสม และปา ดบิ แลง และมักพบบนภเู ขาหินปนู
ขึ้นในที่ราํ ไร-คอ นขางเปด โลง พบทค่ี วามสงู จากระดับทะเล 100-500 ม. ออกดอกเดอื นพฤศจกิ ายนถึงธนั วาคม
เปน ผลเดอื นธันวาคมถึงมกราคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1 113

114 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

ตีนตั่งเตย้ี

Strobilanthes quadrifaria (Wall. ex Nees ) Y. F. Deng

ชื่อพอง Ruellia quadrifaria Wall. ex Nees

ช่ืออื่น สตีน้ํา (เลย) ฮอมดง (เชียงใหม)

ไมพุม สูง 30-80 ซม. มีรากยาวหนาและแข็งแรง ลําตนมีขนส้ันสากแข็งหนาแนน ใบเด่ียว เรียงตรง Acanthaceae
ขามสลับต้ังฉาก รูปไขหรือรูปรี กวาง 3-5.5 ซม. ยาว 5.5-12 ซม. ปลายแหลม โคนรูปลิ่มกึ่งสอบเรียว ขอบ
จักฟนเล่ือย แผนใบบางและออนนุม มีขนสั้นสากแข็งหนาแนนท้ัง 2 ดาน เสนแขนงใบ 7-11 เสนในแตละขาง
กานใบยาว 1.5-3 ซม. ชอดอกแบบชอเชิงลด ออกเปนกระจุก 1-3 ชอ ที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกลปลายกิ่ง เปน
แทงทรงกระบอก ยาว 3-4 ซม. กวาง 1.5-2 ซม. กานชอดอกยาวไดถึง 1 ซม. ใบประดับคลายแผนใบ สีเขียว
ถึงสีเขียวอมชมพู รูปไขกวาง ยาวไดถึง 2 ซม. ปลายแหลม มีขนแข็งสากสีขาวหนาแนน ใบประดับเรียงซอน
กันแนน 5-12 ชั้น และเปน 4 แถวตามแนวต้ัง วงกลีบเล้ียง สีขาว ยาวประมาณ 1 ซม. โคนเช่ือมติดกัน ปลาย
แยก 5 แฉก รูปใบหอก ยาว 3-4 มม. ปลายแหลม มีขนหนาแนนท้ัง 2 ดาน วงกลีบดอก สีชมพู มีเสนกลีบสี
มวงอมแดงเขม และแตมสีเหลืองเปนแนวยาวดานในหลอดฝงตรงขามเกสรเพศผู วงกลีบดอกรูปแตรโคงและ
ต้ังขึ้น ยาว 3-4 ซม. ดานนอกมีขนส้ันชวงปลายหลอด ดานในมีขนยาวหนาแนนบริเวณใกลตําแหนงอับเรณู
ปลายวงกลีบดอกแยก 3 แฉกบน และ 2 แฉกลาง รูปครึ่งวงกลม ยาวประมาณ 3 มม. ปลายกลม เกสรเพศผู
ติดบนหลอดกลีบดอกดานใน สมบูรณทั้ง 4 เกสร มี 2 อันยาว กานชูอับเรณูยาวประมาณ 5 มม. และ 2 อัน
ส้ันกวา มีกานชูอับเรณูยาวประมาณ 2 มม. กานชูอับเรณูมีขนยาวหนาแนนติดดานเดียว อับเรณูรูปขอบขนาน
ยาว 2-3 มม. รังไขรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 3 มม. มีขนส้ันหนาแนนคร่ึงปลาย กานยอดเกสรเพศเมียยาว
ประมาณ 2 ซม. มีขนสั้นประปราย ยอดเกสรเพศเมียเรียวแหลมและมีปุมนูน 1 ปุม ผลแบบแหงแตก 2 เสี่ยง
รูปทรงกระบอง กวางประมาณ 3 มม. ยาว 1-1.3 ซม. มีขนที่ปลาย

ประเทศไทย ภาคเหนอื จนถงึ ภาคตะวนั ตกเฉยี งใต ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคตะวนั ออก และ
ภาคกลาง

การกระจายพนั ธุ เมยี นมา มณฑลยูนาน ในประเทศจนี และประเทศลาวตอนบน

นิเวศวทิ ยา เปน พชื ทมี่ ถี น่ิ อาศยั หลกั อยใู นปา ผลดั ใบผสม บางครงั้ พบตามชายปา ดบิ แลง ขน้ึ บน
ดนิ ในทค่ี อ นขา งเปด โลง ไมเ ฉพาะเจาะจงกบั พน้ื ทห่ี นิ ปนู พบทค่ี วามสงู จากระดบั ทะเล 200-900 ม. ออกดอกเดอื น
ตลุ าคมถงึ ธนั วาคม เปนผลเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »†ÒÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 115

apocynaceae

Hoya graveolens Kerr



118 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

เครอื อีเฒา ยอดขจี Apocynaceae

Ceropegia monticola W. W. Smith

ชื่ออ่ืน -
ไมเ ถาเล้อื ยลม ลุกอายหุ ลายป มีหัวใตด ิน ลาํ ตนยาวประมาณ 3 ม. เสน ผา นศนู ยก ลาง 1-3 มม. เกลีย้ ง
สีเขยี วอมน้าํ ตาล ใบเดยี่ ว เรียงตรงขาม รปู รถี ึงรูปไข กวาง 1.2-3.7 ซม. ยาว 3-8.2 ซม. โคนรปู หวั ใจมนหรือรปู
ลิม่ ขอบเรยี บ มีขนครุย ปลายแหลมถึงเรียวแหลม ผิวใบปกคลุมดวยขนสนั้ นมุ ทัง้ 2 ดาน กา นใบยาว 1.2-2 ซม.
มีขนสัน้ นุม ชอ ดอกแบบชอกระจกุ ออกตามซอกใบ จาํ นวน 3-5 ดอก กา นชอ ดอกอวบ ยาว 0.8-1.2 ซม. มขี นสน้ั
นมุ ดอกขนาดใหญ กลีบเลี้ยงสีเขียวแกมขาว รูปแถบ ปลายแหลม แยกเปนอสิ ระ 5 กลีบ ยาว 0.4-0.7 ซม. กลบี
ดอกเชอ่ื มเปน หลอดรปู คนโท ยาว 3-6 ซม. เกลยี้ ง โคนหลอดปอ ง กลางหลอดสอบ ปลายหลอดบานออกเปน รูป
แตรแคบ แฉกกลบี บาง เช่อื มกันที่ปลายกลบี ลกั ษณะคลายรปู โดมแคบ ๆ สเี ขยี วอมขาว มขี นยาวนมุ สีแดงอมมวง
กระจายอยูทั่วไป คอหลอดดานในเกล้ียง สีแดงอมมวง ดานนอกเกลี้ยง สีเขียวแกมขาว มีจุดหรือแตมสีแดงอม
มว งกระจายอยู กระบังรอบเกสรเพศผูเรียง 2 ชน้ั ช้นั นอก 5 อนั ปลายแยกเปน 2 แฉกลกึ ชัน้ ใน 5 อนั กลมุ เรณู
5 กลมุ รังไข 2 ชอง ผลเปนฝก รูปทรงกระบอก ออกเปน คู กวาง 0.2-0.4 ซม. ยาว 4.5-12 ซม. ปลายแหลม
ประเทศไทย ภาคเหนือ: เชียงใหม; ภาคตะวนั ออก: ชยั ภมู ิ
การกระจายพนั ธุ พบในตอนใตข องจีน
นเิ วศวิทยา พบขึ้นตามเขาหินปูนเต้ยี ๆ ทคี่ อ นขา งมรี มเงา ทค่ี วามสูงจากระดบั ทะเลประมาณ
500 ม. ออกดอกและเปนผลในชว งเดอื นพฤศจิกายนถึงมกราคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»†ÒÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 119

120 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

เครืออีเฒา ตนี เหย่ยี ว Apocynaceae

Ceropegia sp.

ช่ืออื่น -
ไมเถาเลื้อยลมลุกอายุหลายป มีหัวใตดิน ลําตนยาวประมาณ 2 ม. เกล้ียง สีเขียว มีจุดสีนํ้าตาลแดง
กระจายอยูทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงตรงขาม รูปรี รูปไขถึงรูปไขแคบ กวาง 1.2-2 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. โคนแหลม
ขอบเรียบ ปลายแหลมถงึ เรียวแหลม ผวิ ใบทงั้ 2 ดานปกคลุมดว ยขนสั้นนุม กา นใบยาว 0.6-1.2 ซม. มีขนสนั้ นุม
ชอดอกแบบชอกระจุกออกตามซอกใบ จํานวน 1-3 ดอก กานชอดอกส้ันมาก ยาวไมเกิน 0.3 ซม. มีขนส้ันนุม
ดอกขนาดใหญ กลีบเล้ียงสีมวงแดงแกมเขียว รูปแถบ ปลายแหลม แยกเปนอิสระ 5 กลีบ ยาวประมาณ
0.3 ซม. กลีบดอกเชื่อมเปนหลอดรูปคนโท ยาว 2-4.2 ซม. เกล้ียง โคนหลอดปองเล็กนอย กลางหลอดสอบ
ปลายหลอดบานออกเปนรูปแตรแคบ แฉกกลีบบาง เช่ือมกันที่ปลายกลีบ ลักษณะคลายรูปโดมแคบ ๆ หรือ
รูปตัวยูกลับหัว สีเขียวแกมมวงแดง มีขนยาวนุมสีแดงอมมวงกระจายอยูท่ัวไป คอหลอดดานในเกล้ียง สีเขียว
อมมวงแดง ดานนอกเกล้ียง สีเขยี วแกมขาว มีจุดเล็ก ๆ สแี ดงอมมวงกระจายอยหู า ง ๆ หรือหนาแนน กระบัง
รอบเกสรเพศผูเ รยี ง 2 ชน้ั ชัน้ นอก 5 อนั ปลายแยกเปน 2 แฉกลกึ ช้ันใน 5 อัน กลุมเรณู 5 กลมุ รังไข 2 ชอง
ผลไมพบ
ประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย; ภาคตะวันออก: ชัยภูมิ
การกระจายพนั ธุ พชื ถิน่ เดยี วของประเทศไทย
นิเวศวิทยา พบขึน้ ตามเขาหินปนู เต้ีย ๆ ท่คี อนขางมีรมเงา ทคี่ วามสูงจากระดบั ทะเลประมาณ
450 ม. ออกดอกในชว งเดือนกันยายนถงึ ธันวาคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 121

122 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

เถาวลั ยด ว น Apocynaceae

Cynanchum viminale (L.) L. subsp. brunonianum (Wight &
Arn.) Meve & Liede.

ชื่ออื่น เถาวัลยยอดดวน (ราชบุรี) เถาหูดวน (สุพรรณบุรี) เอื้องเถา (กาญจนบุรี)
พืชลมลุกเล้ือยพันอายุหลายป ลําตนทรงกระบอก เกล้ียง สีเขียวหรือสีเทา ยาวไดถึง 2 ม. แตกกอ
ไดหลายทิศทาง มีนํ้ายางสีขาว ใบเด่ียว เปนแทงทรงกระบอกสีเขียว ปลายมน ชอดอกแบบชอซ่ีรมกระจุก
ออกที่ปลายยอดหรือซอกใบ กานชอดอกส้ันมาก จํานวน 6-15 ดอก ดอกสีขาว เสนผานศูนยกลางประมาณ
1 ซม. กานดอกยาว 3-5 มม. ปกคลุมดวยขนส้ันนุม กลีบเล้ียง 5 แฉก รูปไข ยาวประมาณ 1 มม. ปกคลุม
ดวยขนสั้นนุม ขอบกลีบใส กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลือง แฉกกลีบเวาลึก รูปขอบขนานแกมรูปไข หรือรูป
ใบหอกแกมรูปขอบขนาน บิดเวียน กวางประมาณ 1 มม. ยาวประมาณ 3 มม. เกล้ียง กระบังดอกมี 2 ชั้น
ช้ันนอกเชื่อมเปนรูปถวยตื้น ๆ บางคลายเย่ือ ช้ันในอวบ ติดกับเกสรเพศผู ปลายแฉกมน คอนขางจะสั้นกวา
หรือยาวเทากับอับเรณู อับเรณูลดรูปเปนกลุมเรณู รังไขมี 2 ชอง ยอดเกสรเพศเมียกลม ผลแบบผลแหงแตก
แนวเดียว รูปทรงกระบอกปลายแหลม เกลี้ยง ยาว 8-15 ซม.
ประเทศไทย ภาคเหนอื : พษิ ณโุ ลก; ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื : เลย หนองบวั ลาํ ภ;ู ภาคตะวนั ออก:
ชัยภูม;ิ ภาคตะวันตก: ราชบุรี สพุ รรณบุรี กาญจนบรุ ;ี ภาคตะวนั ตกเฉียงใต: ประจวบคีรขี นั ธ; ภาคใต: พังงา
การกระจายพนั ธุ พบต้งั แตจ ีน (ไหหนาน) อินเดยี เมียนมา เนปาล และเวยี ดนาม
นเิ วศวิทยา พบข้ึนตามโขดหินในปาละเมาะริมทะเลหรือทอดเล้ือยตามเขาหินปูนท่ีคอนขาง
เปดโลง ท่คี วามสูงจากระดบั ทะเล 0-1,000 ม. ออกดอกและเปนผลในชว งเดอื นมีนาคมถึงพฤศจกิ ายน

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 123

124 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

นมตาํ เลยี ดอกฉนุ Apocynaceae

Hoya graveolens Kerr

ชื่ออ่ืน -

ไมเถาทอดเล้ือย ลําตน เรียว กลม เกลยี้ ง สีเขียว เมอื่ แกเ ปลีย่ นเปนสีสนมิ มจี ดุ ประสนี ํ้าตาล ขอบวม
ยาวประมาณ 5 ม. เสนผานศูนยกลาง 2-7 มม. มีรากพิเศษอยูใตขอที่แกแลว ใบเดี่ยว เรียงตรงขาม
รูปรีแกมรูปไขกลับ กวาง 3-5.7 ซม. ยาว 5.4-7.8 ซม. โคนรูปล่ิมหรือกลม ขอบเรียบ ปลายเรียวแหลมหรือ
เปน ติ่งแหลม แผนใบอวบน้ํา เม่ือแหงหนาคลายหนัง ผิวใบดานบนสีเขียวออน มีจุดสีมวงกระจายอยู กาน
ใบโคงหรือคอนขางบิด สีเขียวออน ยาว 7-12 ซม. ชอดอกแบบชอซี่รม กลม หอยลง เสนผานศูนยกลางชอ
ประมาณ 5 ซม. ดอกในชอไมเกิน 20 ดอก กานชอดอกสีเขียวถึงสีนํ้าตาลแกมมวง มีจุดสีนํ้าตาล กานดอก
กลม สีเขียวหรือสีนํ้าตาลอมมวง ยาว 1.3-2 ซม. มีขนหยาบแข็งกระจายทั่วผิว วงกลีบเลี้ยงสีเขียวอมมวง
ถึงสมี วงออน เสนผา นศูนยกลาง 3.4-4.1 มม. พูกลบี รูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข กวา ง 0.8-1 มม. ยาว 1.7-2 มม.
ขอบบางคลายเยื่อ ปลายแหลม ดานในมีขนกระจายทั่ว ดานนอกเกลี้ยง ดอกตูมคอนขางเปนสัน 5 สัน
สีขาวอมครีม วงกลีบดอกรูปกงลอ เวาลง ดานบนสีขาว ดานลางสีขาวอมมวง เสนผานศูนยกลาง 1.5-1.6 มม.
พูกลีบรูปไขแกมรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน บาง ยาว 8-8.3 มม. ปลายแยกเปนอิสระ กวาง 5-6 มม. ยาว 5-5.5
มม. โคงกลับ ปลายกลีบมวนออก มีขนยาวหางกระจายอยูท่ัว กระบังรอบเกสรเพศผูสีขาวอมมวง โปรงแสง
สวนโคนสีมวงเขมกวา เสนผานศูนยกลาง 5.5-5.7 มม. สูง 2.5-3 มม. เกล้ียง แฉกรูปไข กวาง 1.3-1.5 มม.
ยาว 2.5-3 มม. โคนแหลม ปลายกลม กลุมเรณูรูปขอบขนาน รังไข 2 ชอง แตละชองรูปไข สีเขียวออน เกลี้ยง
ผลแบบผลแหงแตกแนวเดียว รูปกระสวย สีเหลืองมีจุดสีแดงเขมแกมดํา กวางประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ
8 มม. เมล็ด แบน กวางประมาณ 1 มม. ยาวประมาณ 5.5 มม. มีกระจุกขน

ประเทศไทย ภาคเหนือ: ตาก นครสวรรค; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย; ภาคตะวันออก:
นครราชสีมา; ภาคตะวนั ออกเฉยี งใต: ชลบุรี

การกระจายพนั ธุ ภูมิภาคอินโดจนี

นเิ วศวิทยา พบทอดเล้ือยบนดินหรอื บนโขดหนิ ปนู ในพื้นทที่ ี่มีรมเงา ทคี่ วามสงู จากระดับทะเล
0-450 ม. ออกดอกและเปน ผลในชวงเดือนมีนาคมถงึ พฤษภาคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹éÒí ˹ÒÇ 1 125

126 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

นมตาํ เลยี โกเมน Apocynaceae

Hoya lobbii Hook. f.

ช่ืออื่น -
ไมเถาเลื้อย ลาํ ตน หนา แข็ง สเี ขียว กงิ่ กา นคอนขางอวบ ใบเดย่ี ว เรียงตรงขา ม รูปรีหรอื รูปไข กวา ง
2.5-5 ซม. ยาว 5-7.5 ซม. โคนเวารูปหวั ใจ ขอบเรยี บ ปลายแหลมหรอื เรียวแหลม เสนใบโคง 6-8 คู แผนใบ
อวบหนา เกลยี้ งท้ัง 2 ดาน กา นใบส้ัน โคง เกลย้ี ง ชอดอกแบบชอซร่ี ม ออกทป่ี ลายก่ิง กลบี เลยี้ งขนาดเลก็ เชื่อม
เปน วง ปลายแยกเปน 5 แฉก รูปใบหอกแกมรูปไข เกลี้ยง กลีบดอกเชื่อมกันเปนรูปกงลอ เสนผานศูนยกลาง
1.25-4.2 ซม. ปลายแยกเปน 5 แฉก ปลายแหลม สีแดงเขม มีขนสั้นกระจายท่ัวกลีบ กระบังรอบเกสรเพศผู
ขนาดใหญ หนา กลม ปลายมนหรือแหลม สแี ดงเขม เกลยี้ ง เปนเงา กลมุ เรณูสสี ม อมเหลือง ผลไมพ บ
ประเทศไทย ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ: เลย; ภาคตะวันออกเฉียงใต: จันทบุรี
การกระจายพนั ธุ อนิ เดีย
นิเวศวิทยา เล้อื ยพันตามตน ไมห รือทอดเล้ือยตามโขดหิน เขาหินปูน ทคี่ วามสงู จากระดบั ทะเล
ประมาณ 500 ม. ออกดอกและเปนผลในชว งเดอื นมิถุนายนถงึ สิงหาคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »Ò† ÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 127

128 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

นมพจิ ิตร Apocynaceae

Hoya verticillata (Vahl) G. Don

ชื่ออ่ืน นมหมู (ภาคกลาง) เนื้อมะตอม (ภาคเหนือ) ล้ินเห้ีย (กรุงเทพฯ)

ไมล มลกุ อิงอาศยั ลาํ ตนหนา แขง็ สนี า้ํ ตาลแกมเทา เกล้ียงหรอื ขรุขระเล็กนอย ใบเด่ียว เรียงตรงขาม
รูปรีแกมรูปไข ถงึ รปู รีแกมรูปขอบขนาน กวา ง 2.5-6 ซม. ยาว 6-11 ซม. โคนรปู ลิ่ม ขอบเรียบ ปลายแหลมถึง
เรียวแหลม แผน ใบเกลย้ี ง หนา กานใบอวบ โคง สนี ้ําตาลแกมเทา ยาว 0.5-2.5 ซม. ชอ ดอกแบบชอซี่รม โคงนนู
ต้งั ตรง กานชอ ดอก ยาว 3-5 ซม. เปน สนั มีไดถ งึ 40 ดอก กานดอกบาง เกล้ยี ง สีขาวอมมว งแดง ยาวประมาณ
3 ซม. กลีบเลี้ยงยืด ปลายมน วงกลีบดอกเสนผานศูนยกลางประมาณ 1.5 ซม. สีขาว ดานในเกลี้ยงหรือมีขน
ส้ันนุม แฉกกลีบดอกรูปไข ปลายแหลมมวนกลับไปขางหลัง กระบังรอบเกสรเพศผูเปนแฉกรูปไข ปลายแหลม
โคนสชี มพเู ขม ปลายสขี าว อบั เรณมู ีรยางคเปน เยือ่ บาง ๆ ปลายแหลม กา นยอดเกสรเพศเมยี เปนกอ นรูปกรวย
ปลายแหลม กลมุ เรณูสีสม อมเหลือง รปู ขอบขนาน ปลายมน มีปก กา นกลมุ เรณูสน้ั หนา รูปกรวย เคลื่อนไหวได
ผลกวางประมาณ 0.4 ซม. ยาวประมาณ 12 ซม.

ประเทศไทย ภาคเหนือ: เชยี งราย เชยี งใหม ลําปาง นา น ตาก; ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื : เลย
อดุ รธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร; ภาคตะวันออก: นครราชสมี า ศรสี ะเกษ อบุ ลราชธานี; ภาค
ตะวันตก: กาญจนบุรี ประจวบครี ีขันธ; ภาคกลาง: สระบรุ ;ี ภาคตะวนั ออกเฉียงใต: ปราจนี บรุ ี ระยอง จนั ทบรุ ี
ตราด; ภาคใต: ระนอง สุราษฎรธ านี พงั งา กระบี่ ตรัง สตูล สงขลา นราธวิ าส

การกระจายพนั ธุ อนิ เดยี เมยี นมา กมั พชู า ลาว เวยี ดนาม อนิ โดนเี ชยี (บอรเ นยี ว ชวา สลุ าเวสี สมุ าตรา)
บรูไน มาเลเซีย และสิงคโปร

นิเวศวทิ ยา พบองิ อาศัยบนตน ไมในปาเตง็ รัง ปา ผลัดใบผสม ปาดิบช้ืน หรอื ตามระบบนเิ วศเขา
หนิ ปนู ท่คี วามสูงจากระดบั ทะเล 100-900 ม. ออกดอกและเปน ผลในชวงเดือนกุมภาพนั ธถ งึ มนี าคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁØ‹ »Ò† ÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 129

aristolochiaceae

Aristolochia pothieri Pierre ex Lecomte

130 ¾ÃóäÁŒä·Â»ÃШ¹Ñ

¾ÃóäÁŒä·Â»ÃШѹ 131

132 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

กระเชาใบแคบ Aristolochiaceae

Aristolochia perangustifolia Phuph.

ชื่ออื่น -
ไมเถาเล้ือย ลําตนเกล้ียง เปนรองเล็กนอย เสนผานศูนยกลาง 1-1.5 มม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบ
หอกแคบ กวาง 1.3-1.8 ซม. ยาว 5.5-8.5 ซม. โคนรูปหัวใจเวาลึก รูปต่ิงหู ต่ิงใบกลม กวาง 5-7 ซม. ยาว
7-12 ซม. ขอบเรียบ ปลายสอบแหลมหรือเรียวแหลม เปนต่ิงหนาม แผนใบบาง ผิวใบดานบนเกล้ียง ดาน
ลางมีขนส้ันนุม มีตอมเล็ก ๆ กระจายหนาแนน เสนใบรูปฝามือ 3-5 เสน กานใบยาว 1.5-2 ซม. เรียว เกล้ียง
ชอดอกแบบชอกระจะออกท่ีซอกใบ ยาว 5.5-8 ซม. จํานวน 1-6(-10) ดอก ใบประดับรูปใบหอกถึงรูปใบ
หอกแกมรูปแถบ กวาง 1-1.5 ซม. ยาว 6-8 ซม. กานยาว 5-6 มม. ดอกสีเขียวซีดแกมน้ําตาล กลีบรวมเชื่อม
เปนหลอดรูปทรงกระบอกแคบ ๆ กวาง 2-3 ซม. ยาว 6-8 ซม. หักและโคงขึ้น ปลายกลีบต้ังตรง รูปใบหอก
แกมรูปแถบ กวาง 2-3 มม. ยาว 20-25 มม. ปลายสอบแหลม โคนหลอดกลีบเปนกระเปาะรูปไขหรือเกือบ
กลม เสนผานศูนยกลางประมาณ 4 มม. คอหลอดและผิวกลีบดานใกลแกนปกคลุมดวยขนส้ันนุม เกสรเพศผู
6 เกสร แนบติดกานยอดเกสรเพศเมียเปนเสาเกสร ยาวประมาณ 0.15 ซม. รังไขมี 6 ชอง ยอดเกสรเพศเมียรูป
ขอบขนานหรือรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแยกเปน 6 แฉก ผลแบบผลแหงแตก ผลออนรูปขอบขนาน
สีเขียวแกมมวงแดง มีสันตามยาว 6 สัน
ประเทศไทย ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ: ชยั ภูมิ ขอนแกน เลย
การกระจายพนั ธุ พืชถิน่ เดียวของไทย
นเิ วศวิทยา พบข้ึนตามขอบปาเบญจพรรณบริเวณเขาหินปูน ท่ีความสูงจากระดับทะเล
280-450 ม. ออกดอกในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เปน ผลในเดอื นตลุ าคมถงึ พฤศจกิ ายน

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ÁØ »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 133

134 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

กระเชาถงุ ทอง Aristolochiaceae

Aristolochia pothieri Pierre ex Lecomte

ชื่ออ่ืน -
ไมเถาลมลุก ทอดเลื้อยไปตามพ้ืน ลําตนมีขนละเอียด ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปไขกวางหรือแยกเปน
3 แฉก ยาว 11-12 ซม. โคนรูปหัวใจ ขอบเรียบ ปลายมนหรือแหลม ปลายแฉกมน แผนใบมีขนและตอมท้ัง
2 ดาน เสนโคนใบ 3 เสน กานใบยาว 3.5-5.2 ซม. มีขนละเอียด ชอดอกแบบชอแยกแขนงสั้น ๆ ออกตาม
ซอกใบ ยาวประมาณ 6 ซม. ดอกคอนขางหนาแนน ใบประดับรูปไข ยาวประมาณ 0.1 ซม. กานดอกยาว
0.6-0.7 ซม. ดอกสีนํ้าตาลแดงหรือสีน้ําตาลอมมวง กลีบรวมเช่ือมเปนหลอดรูปทรงกระบอกแคบ ๆ ยาว
0.8-1.6 ซม. โคงข้ึนเล็กนอย ปลายกลีบแผบานออก รูปขอบขนาน รูปใบหอกหรือรูปใบพาย ยาว 1.3-1.8
ซม. ปลายมน โคนหลอดกลีบเปนกระเปาะรูปไขหรือเกือบกลม ยาว 0.4-0.8 ซม. เกสรเพศผู 6 เกสร แนบ
ติดกานยอดเกสรเพศเมียเปนเสาเกสร ยาวประมาณ 0.2 ซม. รังไขมี 6 ชอง ยอดเกสรเพศเมียรูปกรวย ปลาย
แยกเปน 6 แฉก ผลแบบผลแหงแตก รูปไขกวาง เปนสัน ยาว 4-4.5 ซม. โคนกานและปลายผลติดกันคลาย
กระเชา กานผลยาว 3-6 ซม. เมล็ดรูปสามเหลี่ยมหัวใจ สีน้ําตาล บาง ดานหน่ึงเปนตุม ยาว 0.7-0.8 ซม.
มีปก
ประเทศไทย พบทัว่ ทกุ ภาคของประเทศไทย ยกเวน ภาคใต
การกระจายพนั ธุ พบเฉพาะในภมู ิภาคอนิ โดจีน

นเิ วศวิทยา พบข้ึนตามที่โลงในปาเต็งรัง ปาเบญจพรรณ และปาดิบแลง สวนมากพบตามเขา
หินปูน ทค่ี วามสูงจากระดบั ทะเล 100-400 ม. ออกดอกในเดอื นกรกฎาคมถึงสิงหาคม เปน ผลในเดอื นกนั ยายน
ถึงตลุ าคม

¾ÃóäÁŒà¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡ÅÁ‹Ø »†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹Òéí ˹ÒÇ 1 135

136 ¾ÃóäÁŒä·Â»ÃШ¹Ñ

asteraceae

Koyamasia curtisii (Craib & Hutch.) Bunwong,
Chantar. & S. C. Keeley

¾ÃóäÁŒä·Â»ÃШ¹Ñ 137

138 ¾ÃóäÁàŒ ¢ÒËÔ¹»Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»Ò† ÀÙà¢ÂÕ Ç-¹Òéí ˹ÒÇ 1

ชางงาผา

Koyamasia curtisii (Craib & Hutch.) Bunwong,
Chantar. & S. C. Keeley

ช่ือพอง Vernonia curtisii Craib & Hutch.

ไมลมลุกอายุหลายป สูง 20-100 ซม. ลําตนมีขนมีตอมประปราย ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปไขหรือ Asteraceae
รูปรี กวาง 2-7 ซม. ยาว 5-15 ซม. ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนสอบเรียว ขอบจักฟนเล่ือย แผนใบบางและ
ออนนุม มีขนส้ันประปรายทั้ง 2 ดาน เสนแขนงใบ 7-12 เสนในแตละขาง กานใบยาวถึง 4 ซม. ชอดอกแบบ
ชอกระจุกแนน ออกเด่ียวหรือเปนชอแยกแขนงหาง ๆ ออกที่ปลายกิ่ง กานชอดอกยาว 3-5 ซม. ฐานชอดอก
แบน ถูกลอมรอบดวยใบประดับดูคลายรูประฆัง เสนผานศูนยกลาง 8-15 มม. ยาว 15-20 มม. ใบประดับซอน
กัน 6-7 วง สีเขียวออนหรือมีสีมวงแดงที่ปลาย รูปใบหอกถึงรูปแถบ ยาว 7-10 มม. ปลายเรียวแหลมถึงยาว
คลายหางและโคงงอเขาใน มีขนส้ัน ชอดอกหน่ึงมีดอกยอยประมาณ 60 ดอก วงกลีบดอกรูปแตร สีชมพูอม
มวง มีขนส้ันนุมและขนมีตอม หลอดกลีบดอกยาว 7-10 มม. ปลายแยก 5 แฉก รูปขอบขนาน ยาว 2-3 มม.
ปลายแหลมถึงมน อับเรณูมี 5 อัน เช่ือมติดกันเปนหลอดลอมรอบกานยอดเกสรเพศเมีย อับเรณูแตละอันรูป
แถบ ยาว 2.8-3 มม. สีมวงแดงเขมหรือสีมวงคราม กานยอดเกสรเพศเมียแยก 2 แฉก ปลายมวนออก สีมวง
ออน ผลแบบแหงเมล็ดลอน (achenes) รูปกระบอง ยาว 3-3.5 มม. มี 10 สันตามยาว และมีตอมประปราย
แพปพัส (pappus) มี 1 วง เปนขนแข็งยาว 2-8 มม.

ประเทศไทย พบตง้ั แตภ าคเหนอื จนถงึ ภาคใต สาํ หรบั ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จะพบตามแนว
ภูเขาหนิ ปนู ทีป่ รากฏดานตะวนั ตกของภาค หรอื บรเิ วณกลุมปาภูเขยี ว-นํ้าหนาวทั่วไป

การกระจายพนั ธุ อนิ เดยี ภมู ภิ าคอนิ โดจนี และคาบสมทุ รมาเลเซีย

นิเวศวิทยา เปน พชื ทม่ี ถี นิ่ อาศยั เฉพาะบนหนิ ปนู ขน้ึ ในปา ดบิ ปา ผลดั ใบ หรอื ปา ละเมาะ ตามซอก
หนิ ในทรี่ าํ ไร หรอื คอนขางโลง ตามหนาผา ยอดเขา หรือปากถ้ํา ท่ีความสูงจากระดับทะเล 100-500 ม. ออกดอก
เดือนพฤษภาคมถงึ พฤศจิกายน เปน ผลเดอื นตลุ าคมถึงมกราคม

¾ÃóäÁàŒ ¢ÒË¹Ô »Ù¹ã¹¡Å‹ØÁ»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éÒí ˹ÒÇ 1 139

Balanophora latisepala (Tiegh.) Lecomte

140 ¾ÃóäÁŒä·Â»ÃШѹ

BALANOPHORACEAE

¾ÃóäÁäŒ ·Â»ÃШѹ 141


Click to View FlipBook Version