The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

พืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

Keywords: พืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

วงศ COMMELINACEAE 3

กาŒ มปหู ลุด
Tradescantia zebrina Heynh.

ถิ่นกําเนิด : ประเทศแมก็ ซโิ ก

พชื ลม ลกุ ทอดเลอ้ื ยตามพนื้ ดนิ ปลายกงิ่ ชขู นึ้
สงู ไมเ กนิ 30 เซนตเิ มตร ลกั ษณะคลา ยผกั
ปราบ ลาํ ตน อวบนาํ้ หนา 0.5 เซนตเิ มตร
มีขอปลอง ใบเรียงสลับซาย-ขวา รูปไข
สีมวงอมนา้ํ ตาล มแี ถบสีเงิน 1 แถบตาม
แนวยาวในแตละดานของแผนใบ ดอกสี
ชมพ,ู เปน ไมป ระดบั ปลกู คลมุ ดนิ ชอบขนึ้
ในท่ีรําไร-แสงแดดจัดและมีความชื้นสูง
หากปลกู ในทอ่ี ากาศชน้ื สงู เชน ในภาคใต
หรอื ตามรมิ หว ย จะแพรข ยายพนั ธอุ ยา ง
รวดเรว็ แมบ นภูเขาหนิ ปนู กต็ าม

50

3 วงศ CYPERACEAE

กกรงั กา

Cyperus involucratus Rottb.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปแอฟริกา
และตะวนั ออกกลาง

พชื น้าํ ลมลกุ สูง 1-2 เมตร ลาํ ตนเหนอื
ดนิ คอ นขา งเปน สามเหลยี่ มมน ผวิ เกลย้ี ง
เปน มนั หนา 1-1.5 เซนตเิ มตร ใบประดบั
ออกเปนกระจุกท่ีปลายลําตนคลายซ่ีรม
15-20 ใบ แตละใบยาว 20-30 เซนติ
เมตร กวา ง 1 เซนตเิ มตร ชอบขึ้นตามท่ี
ชุมนาํ้ หรือรมิ ลําธาร หรอื ถูกปลกู เพ่ือใช
เปนไมป ระดับ หรอื สานเส่ือ

51

วงศ EUPHORBIACEAE 3

ใบต‹างดอก
Euphorbia cyathophora Murr.

ถน่ิ กาํ เนดิ : ทวปี อเมรกิ าตอนกลาง และ
ประเทศสหรฐั อเมรกิ าตอนใต

พชื ลมลกุ สงู 0.3-5 เมตร ลาํ ตนกลวง
มนี า้ํ ยางสขี าวขนุ ลกั ษณะคลา ยกบั หญา ยาง
(หนา 53) มีจุดเดนตรงใบท่ีปลายกิ่ง
กอนออกดอกจะมีสีแดงแตมชวงโคนใบ
ดคู ลา ยตน ครสิ ตม าสกระจายตามธรรมชาติ
ไปทวั่ ประเทศไทยมานานมากแลว ขน้ึ ใน
สภาพแวดลอมเหมือนกับหญายาง ตาม
ขางทาง ท่ีรกราง ที่แหงแลง หรือปา
ชายหาด มักพบขึน้ เปน กลมุ

52

1 วงศ EUPHORBIACEAE

หญาŒ ยาง

Euphorbia heterophylla L.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

พืชลมลกุ สูง 0.3-1 เมตร ลําตน กลวง
มีนํ้ายางสีขาวขนุ เกล้ียง มีขนที่ปลายก่งิ
ประปราย ใบเรียงเวียน รูปรี รูปไขกลับ
หรอื คลา ยไวโอลนิ ยาว 3-10 เซนตเิ มตร
ปลายแหลม เนอ้ื ออนนุม เกล้ียง ชอดอก
เปนกระจุก ไรก านชอดอก สเี ขียว ออก
ทปี่ ลายกง่ิ ตดิ ผลงา ย มเี มลด็ ขนาดเลก็
จํานวนมาก, ขึ้นตามท่ีรกราง กลางแจง
พ้ืนที่เกษตรทั่วไป หรอื ชายปาดงดิบหรอื
ปาเบญจพรรณ ที่ระดับความสูงไมเกิน
1,300 เมตร

53

วงศ EUPHORBIACEAE 2

นํานมราชสีห
Euphorbia hirta L.

ถิ่นกําเนิด : ทวีปอเมริกาตอนกลาง

พืชลมลุก อายุปเดียว ตนต้ังตรงสูง
15-50 เซนติเมตร มีนํ้ายางสีขาวขุน
ตามสวนตางๆ มีขนส้ัน ใบเด่ียว เรียง
ตรงกันขาม ใบรูปขอบขนานหรือรูปรี
และไมส มมาตร ยาว 1-4 เซนตเิ มตร
โคนใบเบ้ียว ขอบเรียบ-หยักเล็กนอย
แผน ใบดา นบนอาจมสี แี ดงอมนาํ้ ตาลแตม
ทกี่ ลางแผน กา นใบยาว 1-3 มิลลเิ มตร
ชอ ดอกออกกระจกุ คอ นขา งกลม ออกตาม
ซอกใบ สเี ขยี วหรือแตม สีมว งอมนาํ้ ตาล
ติดเมล็ดขนาดเล็กจํานวนมาก ชอบข้ึน
ท่ัวไปตามที่โลง ไรน า ขา งถนน แทรกอยู
กับหญาตามพ้ืนดิน ทนแลงไดดี ข้ึนที่
ระดับความสงู ไมเกิน 1,000 เมตร

3 วงศ EUPHORBIACEAE

นาํ นมราชสหี เลก็
Euphorbia thymifolia L.

ถิ่นกําเนิด : ทวีปอเมริกาตอนกลาง
พืชลมลุก ทอดเลื้อยแนบกับผิวดิน
สูงไมเกิน 3 เซนติเมตร ตนมีนํ้ายาง
สขี าวขนุ คลา ยตน นา้ํ นมราชสหี  แตม ขี นาด
เล็กมาก ก่ิงกานมีสีออกมวงอมชมพู
ใบรูปไข ยาว 3-5 มิลลิเมตร ติดผล
ขนาดเล็กจํานวนมาก พบไดบอยมาก
แตเ พราะมขี นาดตน เลก็ จงึ ไมม ผี สู นใจนกั
ชอบข้ึนกลางแจงตามดินลูกรังมีกรวด
หรือทรายปน ตามซอกบล็อกหรืออิฐ
ฟุตบาท ในเขตเมืองกพ็ บไดม าก

55

วงศ EUPHORBIACEAE 2

สบู‹แดง ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา
พืชลมลุก อายุหลายป ตนอวบน้ํา สูง
Jatropha gossypifolia L. 0.4-1 เมตร มนี า้ํ ยางสขี าว ตามกงิ่ กา นใบ
และขอบใบมขี นแบบปลายมตี อ มเหนยี ว
ยอดออ นสนี าํ้ ตาลอมมว ง ใบหยกั 3-5 แฉก
กวาง 3-6 น้ิว ดอกสีแดง ผลมี 3 พู
คลายผลยางพารา ยาว 1-2 เซนติเมตร
สีเขียว, เปน พืชทนแลงไดด ี พบมากตาม
ทร่ี กรา ง ขา งทาง ทโี่ ลง พนื้ ทด่ี นิ ปนทราย
หรือปนหิน เชน ตามไรราง สันเข่ือน
พน้ื ทีท่ ายอา งเกบ็ นาํ้ ทงุ หญาเล้ียงสัตว
ขยายพนั ธไุ ดดดี วยเมล็ด

56

3 วงศ EUPHORBIACEAE

มันสําปะหลงั ปา†
Manihot esculenta Crantz

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา
เปนมันสําปะหลังพันธุปาดั่งเดิมท่ีถูกนํา
เขา มาในประเทศไทยแตแ รก แลว สามารถ
ปรบั ตวั ใหข ยายพนั ธไุ ดเ องตามธรรมชาติ
ลักษณะทั่วไปคลายมันสําปะหลังพืช
เกษตรมาก แตจ ะมีกา นใบสแี ดง หัวเลก็
เนอ้ื ไมข ม มกี ารออกดอกและตดิ เมลด็ ไดด ี
กระจายพันธุดวยเมล็ด ปจจุบันมีการ
ระบาดตามชายปา ดงดบิ ชน้ื ขอบสวนยาง
ไหลทางหรือตามริมหวยในภาคใตและ
ภาคตะวันตก เน่ืองจากสายพันธุน้ีชอบ
ความชืน้ สงู ทนตอ รม เงาไดดี

57

วงศ EUPHORBIACEAE 2

ละหง‹ุ ถ่ินกําเนิด : ทวปี แอฟริกา
พชื ลม ลกุ กงึ่ ไมพ มุ สงู 2-5 เมตร มนี าํ้ ยาง
Ricinus communis L. สีขาวขุน ก่ิงออนและใบออนมีนวลขาว
และมักมีสีมวงแดงไมมากก็นอย ใบรูป
ฝา มอื กวา ง 30-50 เมตร หยกั 7-11 พู
ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยกั กา นใบ
ยาว 20-40 เซนตเิ มตร ดอกออกเปน ชอ
ตามปลายก่ิง ตั้งข้ึนสูงประมาณ 30
เซนติเมตร ดอกสีเขียวออน ผลมีสามพู
ผิวมีหนามหนาแนน เมล็ดคลายเมล็ด
ยางพารา มีลาย, ชอบขนึ้ ตามทโ่ี ลงและ
รกรา ง ในเขตทมี่ ชี นั้ ดนิ ลกึ ทรี่ ะดบั ความสงู
ไมเกนิ 1,000 เมตร

58

1 วงศ FABACEAE

กระถนิ ณรงค

Acacia auriculiformis A. Cunn. ex Benth.

ถ่นิ กําเนิด : ตอนเหนือของทวปี
ออสเตรเลีย เกาะนวิ กีนี
และประเทศอินโดนเี ซยี ดานตะวนั ออก

ไมต น ไมผ ลดั ใบ สงู 7-15 เมตร มลี กั ษณะ
คลายกระถินเทพามาก (หนา 62) แตมี
การแตกกง่ิ ตํ่า ลาํ ตน คดงอ เปลอื กแตก
เปนรองตามแนวยาว ใบแคบกวา ปกติ
กวาง 1.5-3.5 เซนติเมตร เปนพืชที่
นิยมปลูกและใชประโยชนคลายกระถิน
เทพา แตส ามารถขน้ึ ในพนื้ ทแ่ี หง แลง กวา
ไดดี ชอบข้ึนในพ้ืนที่ดินปนทราย หรือ
ดินเหนียวที่เปนกรด ทนตอน้ําทวมขัง
มีการขยายพันธุไดเองตามธรรมชาติไดดี
ซากพชื ทร่ี ว งหลน มแี ทนนนิ สงู มากเชน กนั
พบระบาดมากตามคนั นา ทรี่ กรา งในเขต
กรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑล และฉะเชงิ เทรา
ปราจีนบุรี และพบบางในพื้นที่ใกลชาย
ทะเลของภาคใต และพ้ืนที่ดินปนทราย
ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ

วงศ FABACEAE 3

กระถินเงนิ

Acacia colei Maslin & L. A. J.Thomson

ถิ่นกําเนิด : ตอนเหนือของทวีป
ออสเตรเลีย

ไมต น ไมผ ลดั ใบ สงู 5-10 เมตร มลี กั ษณะ
คลายกระถินณรงค (หนา 59) และ
กระถนิ เทพา (หนา 62) มาก แตใบและ
กิ่งมีไขเคลือบเปนสีขาวเงิน ฝกแคบ
กวามาก กวางนอยกวา 1 เซนติเมตร
นําเขามาปลูกในเขตคันดินชลประทาน
ทด่ี นิ ไมส มบรู ณใ นบางจงั หวดั แตส ามารถ
ขน้ึ และขยายพนั ธไุ ดด ใี นพน้ื ทด่ี นิ ปนทราย
และทนอากาศแหงแลงไดดี ปจจุบัน
พบมีการขยายพันธุตามธรรมชาติบน
เนินดินทรายใกลชายทะเลท่ีจังหวัด
นราธิวาส และเนินดินทรายบางแหงใน
จังหวัดนครราชสีมา

60

2 วงศ FABACEAE

ดอกคําใตŒ

Acacia farnesciana (L.) Willd.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

ไมพ มุ สงู 1-3 เมตร ตามกงิ่ มหี นามแหลม
ยาวไดถึง 1 นิ้ว ใบประกอบแบบขนนก
2 ชั้น คลายกระถิน แตมีขนาดเล็กกวา
ชอ ใบยาว 2-3 นวิ้ ดอกคลา ยดอกกระถนิ
สเี หลอื งเขม มกี ลนิ่ หอม ฝก รปู ทรงกระบอก
โคงเล็กนอย ยาว 2-3 น้ิว เมื่อแกมีสีดํา
สามารถแพรกระจายพันธุไดเองใน
ธรรมชาติ ตามท่ีรกราง ดินทรายหรือ
เหมืองหินเกา ทุงหญาทายอางเก็บนํ้า
ทนแลง และทนนาํ้ ทว มไดด ี ปศสุ ตั วจ ะกนิ
ใบและฝก เปน พาหะแพรก ระจายเมลด็

61

วงศ FABACEAE 1

กระถนิ เทพา

Acacia mangium Willd.

ถนิ่ กําเนดิ : ตอนเหนือของทวีป
ออสเตรเลยี เกาะนิวกนิ ี
และประเทศอนิ โดนเี ซียดานตะวนั ออก
ไมต น ไมผ ลดั ใบ สูง 10-20 เมตร ลําตน
เปลาตรง เปลือกแตกเปนสะเก็ดมน กิ่ง
เกลยี้ งเปนเหลี่ยม ใบเด่ยี ว เรียงเวยี น รูป
หอกและโคง กวาง 3-7 เซนตเิ มตร ยาว
13-20 เซนตเิ มตร ปลายและโคนใบเรยี ว
แหลม มีเสนใบตามแนวยาว 3-4 เสน
ผิวเกล้ียง ชอดอกคลายหางกระรอก สี
เหลอื ง-ขาว ยาว 10 เซนตเิ มตร ฝก แบน
รูปแถบยาวไดถึง 15 เซนติเมตร กวาง
1-1.5 เซนตเิ มตร ขดมวนกลม, เปน พชื ท่ี
นิยมปลูกฟนฟูปาหรือใชไม ในพ้ืนท่ีที่มี
ปรมิ าณนาํ้ ฝนมากกวา 1,500 มลิ ลเิ มตร/ป
มีระดบั ความสงู ไมเ กนิ 500 เมตร และ
เปนดินลูกรังเปนกรด หรือดินปนทราย
จะมกี ารขยายพนั ธไุ ดเ องตามธรรมชาตไิ ดด ี
ประกอบกับซากพืชท่ีรวงหลนมีแทนนิน
สูงมากจนยับย้ังการงอกและการเติบโต
พืชชนิดอื่น ยกเวนกลาไมของมันเอง จน
ทาํ ใหก ระถนิ เทพาแผก ระจายปกคลมุ พนื้ ที่
รกราง เหมืองเกา ปาชายหาดในภาคใต
และในเขตจังหวัดจันทบุรีและตราด
หลายแหง , พาหะทสี่ าํ คญั คอื มนษุ ย และ
นกซึ่งชอบกินเยื้อหุมเมล็ดสีสมและขับ
ถา ยเมล็ดไปรวงท่ีอ่ืนๆ

62

1 วงศ FABACEAE

โสนเขา

Aeschynomene americana L.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

ไมพุมกึ่งพืชลมลุก อายุหลายป ตนสูง
0.3-2 เมตร ตามลําตน ชอดอก และ
กานใบมีขนแบบปลายมีตอมเหนียวมือ
มหี ูใบรปู หอก ยาว 1 เซนติเมตร ตดิ ทน
ใบประกอบแบบขนนกชน้ั เดยี ว มใี บยอ ย
15-20 คู ใบยอ ยรปู แถบ ยาว 8-10 มลิ ลิ
เมตร คลา ยใบผักกระเฉดแตจะไมห บุ ใบ
เมอ่ื สมั ผสั ยอดออ นมสี แี ดง ดอกคลา ยดอก
โสน สเี หลอื งคลา่ํ หรอื อมชมพู มเี สน กลบี
สแี ดง และมจี ดุ แตม ทโ่ี คนกลบี บนสเี หลอื ง
ติดฝกแบนโคงและคอดเปนปลองขนาด
เล็ก ยาว 2-3 เซนติเมตร ชอบข้ึนเปน
กลมุ ใหญ ตามทโี่ ลง ในพนื้ ทเ่ี กษตร ชายปา
ผลดั ใบและปา ดงดบิ ทรี่ ะดบั ความสงู นอ ย
กวา 1,000 เมตร ลงมา

63

วงศ FABACEAE 2

จามจรุ ี
Albizia saman (Jacq.) Merr.

ถิ่นกําเนิด : ตอนเหนือของทวปี
อเมริกาใต

หรือกามปู หรือฉําฉา ไมตน สูงไดถึง
30 เมตร เรือนยอดแผกวางคลายรม
แตกก่ิงตํ่า เปนไมโตเร็วชอบข้ึนตามที่
รกราง ท่ีมีดินอุดมสมบูรณ หรือชายนํ้า
ทงั้ ในเขตเมอื ง ชนบท และชายปา เมอื่ โต
ข้ึนมาแลวจะมีเรือนยอดแผปกคลุมแสง
ตนไมอื่นไดดีมากจนใตเรือนยอดของมัน
มีพรรณไมอื่นๆ ข้ึนไดเบาบาง เปนพืชท่ี
คนไทยมีการใชประโยชนไดหลายดาน
แตสําหรับในพ้ืนที่ระบบนิเวศปาไม
ถือวาทําใหปาขาดความหลากหลายทาง
ชีวภาพตามธรรมชาติ

64

2 วงศ FABACEAE

ถว่ั ลาย

Centrosema pubescens Benth.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

หรอื ถว่ั เซนโตรซมี า เปน ไมเ ถาลม ลกุ อายุ
ปเดียว ยาวไดถึง 3 เมตร ใบประกอบ
มี 3 ใบยอ ย เถามขี นสาก ดอกสมี ว งออ น
หรอื ชมพอู อ น ลักษณะคลา ยดอกอญั ชนั
กวางประมาณ 4 เซนติเมตร ฝกเปน
แทงแบนเรียวยาว 15-20 เซนติเมตร
สามารถปลูกเปนพืชคลุมดินหรืออาหาร
สัตวได เมล็ดกินได มักพบตามที่รกราง
กลางแจง ทั่วไป

65

วงศ FABACEAE 2

หิ่งเมน‹ ถ่นิ กําเนิด : เขตรอนในทวีปแอฟริกา
พืชลมลุก อายุปเดียวหรือหลายป สูง
Crotalaria pallida Aiton 0.4-1 เมตร ตามกง่ิ ชอ ดอก กา นใบ และ
ทองใบมีขนไหมสีขาวแนนติดกับผิว ใบ
ประกอบมี 3 ใบยอย รูปรี-ไขกลับ ยาว
3-6 เซนติเมตร ปลายใบมน ชอดอก
แบบกระจะ เปน แทงตั้งขนึ้ ยาว 30-40
เซนติเมตร ดอกสเี หลอื ง (คลายดอกปอ
เทอื ง แตใบปอเทืองจะเปนใบเดี่ยว) มี
กลบี ดอกยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มี
ลายของเสน กลบี ดอกสีแดง ฝกรูปทรง
กระบอกหอยลง ยาว 1.5-2 นวิ้ กวาง
1 เซนติเมตร พบขึ้นตามที่รกราง ในที่
โลงแจง ทั่วไป ทงุ หญา ที่มกี ารเลีย้ งสตั ว
พนื้ ทท่ี า ยอา งเกบ็ นาํ้ ใชเ ปน อาหารสตั วไ ด
ขยายพันธุไดดีดวยเมล็ดโดยมีปศุสัตว
เปน พาหะ

66

3 วงศ FABACEAE

ถั่วไมยรา

Desmanthus virgatus Willd.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

ไมพ มุ รอเลอื้ ย ยาว 0.5-1.5 เมตร ลกั ษณะ
ทว่ั ไปคลา ยกระถนิ แตจ ะมขี นาดเลก็ กวา
ดอกเปนชอขนาดเล็กสีขาว มีดอกยอย
จํานวนนอย ฝกเปนแทงดานขางแบน
ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร สีแดงอม
นา้ํ ตาล แกส นี าํ้ ตาล ถกู นาํ เขา มาเปน อาหาร
สัตว พบมากตามภาคตะวันตก และพบ
บา งในภาคใต แตช อบภมู อิ ากาศทแ่ี หง แลง
ของประเทศไทยตอนบนมากกวา

67

วงศ FABACEAE 1

กระถินยักษ
Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit

ถนิ่ กําเนดิ : ทวปี เอมรกิ าตอนกลาง
และทวปี อเมรกิ าใต

ไมต น ไมผ ลดั ใบ สงู 7-20 เมตร (เปน ชนดิ
เดยี วกันกับกระถินบาน แตต า งกนั เพยี ง
สายพันธุ (cultivat) ปกตจิ ะสงู นอยกวา
4 เมตร) ใบประกอบแบบขนนกสองช้ัน
ใบยอยรูปขอบขนาน ยาวประมาณ
1 เซนตเิ มตร ผวิ เกลย้ี ง มดี อกเปน ชอ ทรง
กลมสขี าว กวา ง 2 เซนตเิ มตร ติดฝก
แบนรูปแถบยาว 10-20 เซนติเมตร
กวา ง 2 เซนติเมตร มี 15-30 เมล็ด/ฝก
ชอบข้นึ ตามท่ีรกราง ทีเ่ ปด โลงท่ัวไป ทัง้
ในเขตเมืองและชนบท ปาเบญจพรรณ
และปาดงดิบแลงที่เสื่อมโทรมหรือตาม
ชายขอบปา และระบาดมากในบางพ้ืนท่ี
อนรุ กั ษท เี่ คยนาํ เขา ไปปลกู ปา ขนึ้ ในพน้ื ท่ี
ระดบั ตา่ํ จนถึง 500 เมตร จากระดับน้ํา
ทะเล ออกดอกและติดผลตลอดท้ังป
ชอบสภาพภูมิอากาศที่มีปริมาณน้ําฝน
600-2,000 มลิ ลิเมตร/ป และมีชว ง
ฤดแู ลง ท่ยี าวนานมากกวา 4 เดือน เชน
เขตประเทศไทยตอนบน สว นภาคใตพ บ
ระบาดนอย ไมทนทานตอพื้นที่น้ําทวม
และดินช้ืนแฉะในชวงฤดูฝน ตอท่ีถูกตัด
หรอื ลม สามารถแตกหนอ ไดด ี การกาํ จัด
จะตอ งขดุ รากถอนโคน หรอื ใชส ารฆา ตอ

68

1 วงศ FABACEAE

ไมยราบเล้ือย

Mimosa diplotricha C. Wright ex Sauvalle

ถ่ินกําเนิด : ทวปี อเมรกิ าใต
ไมเถา ยาวไดถ ึง 5 เมตรมลี กั ษณะคลาย
ตนไมยราบ (หนา 71) แตมีลําตนเปน
เหลีย่ ม สีเขยี วออ น มีขนหนาแนน และมี
หนามแหลมคมจํานวนมากแตเปราะ
หักงาย ใบประกอบแบบขนนกสองช้ัน
ชอใบยอย 3-6 คู ชอดอกเปน ชอกลม
สีชมพู ออกท่ีปลายกิ่งมีชอดอกยอย
จํานวนมาก ฝกยาว 2-3 เซนติเมตร
ชอบข้ึนตามท่ีโลงและชายปา ขึ้นไดดี
ท้ังในพ้ืนที่ปาผลัดใบและชายปาดงดิบ
เปนกลุมหนาแนนทําใหเกิดไฟปารุนแรง
แตมีเหงาสามารถทนไฟไดดี พบไดทั่ว
ประเทศ ทีค่ วามสงู ไมเกิน 1,300 เมตร

69

วงศ FABACEAE 1

ไมยราบยักษ
Mimosa pigra L.

ถิ่นกําเนดิ : ทวีปอเมรกิ าใต

ไมพ ุม อายยุ นื สงู 2-4 เมตร ลําตนและ
กิง่ กลม มีหนามแหลมคม กิ่งออนและใบ
มีขนสั้น คลายไมยราบเล้ือย (หนา 69)
แตช อใบยอยมี 7-14 คู ชอดอกสีชมพู
ทรงกลม กวา ง 1.5-2 เซนตเิ มตร ออกตาม
ซอกใบและปลายกงิ่ ตดิ ผกั รปู ขอบขนาน
แบนดานขาง กวาง 1.5-2 เซนติเมตร
ยาว 6-10 เซนตเิ มตร มีขนยาวสากคาย
หนาแนน ติดเมล็ดจํานวนมาก 15-20
เมลด็ /ฝก เปน พชื รกุ รานทรี่ จู กั กนั ดี ชอบ
ขนึ้ ตามพื้นท่ีชมุ นาํ้ นาขา วท้ิงราง ริมอาง
เกบ็ นา้ํ หรอื รมิ ตลงิ่ และตามขา งทางบน
ภเู ขาสงู กวา 1,000 เมตร ทีม่ ีฝนตกชุก
เมลด็ มอี ายยุ นื แพรก ระจายไปตามนาํ้ ดนิ
และทรายที่มีเมล็ดตกคางแลวถูกนําไป
กอสรางหรือถมที่อื่น ตนท่ีมีขนาดใหญ
มเี น้ือไม นาํ มาเผาถา นไดด มี ีคณุ ภาพ

70

2 วงศ FABACEAE

ถิ่นกําเนิด : ทวีปอเมริกาใต ไมยราบ
พชื ลม ลกุ ทอดเลอื้ ยตามพนื้ ดนิ อายหุ ลายป
ยาว 0.3-1 เมตร ลําตนกลม มักมีสี Mimosa pudica L.
นา้ํ ตาลแดง มขี นประปราย และมหี นามสนั้
แข็งแรงและแหลมคม ใบประกอบแบบ
ขนนกสองชน้ั มีชอ ใบยอ ย 2 คู ใบยอ ย
รปู แถบ ยาว 6-15 มลิ ลเิ มตร ชอ ใบจะหบุ
เม่ือถูกสมั ผัส ชอ ดอกสชี มพู เปน กระจกุ
ทรงกลม กวาง 1-1.5 เซนติเมตร ออก
1-3 ชอ/ซอกใบ ฝกรูปขอบขนานยาว
1-2 เซนตเิ มตร หยกั คอดตามแนวเมล็ด
มขี นแขง็ หนาแนน ชอบขน้ึ ตามทโี่ ลง แจง
ขา งทาง หรอื ทร่ี กรา ง ข้ึนแทรกกับหญา
อืน่ ๆ ไดดี มหี นามแหลมคมและแข็งแรง
สรา งความราํ คาญใหแ กผ ทู เี่ ดนิ เหยยี บยา่ํ
ทนแลง ทนทานตอดินทไ่ี มสมบูรณ หรอื
มีเศษหินปน หรืออยูใตรมเงาหญาอ่ืนๆ
ไดด ี มรี ากแขง็ แรงถอนยาก มกั พบระบาด
มากตามพื้นท่ีมีปศุสัตวเดินเขาไปหากิน
เพราะเมล็ดจะติดไปกับขนและมูลสัตว
ขนึ้ ทรี่ ะดบั ความสงู นอ ยกวา 1,300 เมตร
ลงมา

71

วงศ FABACEAE 1

กระฉดู
Neptunia plena (L.) Benth.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา
หรือกระเฉดเทศ เปนพืชนํ้าลมลุก อายุ
หลายป ลกั ษณะทวั่ ไปคลา ยผกั กระเฉดมาก
แตจ ะมคี วามแขง็ แรงกวา สามารถขน้ึ บน
บกได ตน ทขี่ นึ้ บนบกจะมลี าํ ตน ตง้ั ตรง สงู
0.5-1.5 เมตร ไมม นี วมสขี าว แตถ า เลอื้ ย
ลงผวิ นา้ํ จะเลอื้ ยไดย าวถงึ 7 เมตร มนี วม
สีขาวหุมลําตน จุดตางที่สําคัญอีกคือ
ที่ตามซอกใบที่ปลายก่ิงและชอดอกมี
หูใบและใบประดับ รูปไข-รูปใบหอก
ยาว 1 เซนติเมตร ติดคงทน และมีตอม
รปู ภเู ขาไฟทบี่ นกา นใบระหวา งใบประกอบ
คลู า งสดุ และมตี อ มกลมสขี าวทป่ี ลายอบั
เรณอู ีกดว ย (ผักกระเฉด ใบประดับและ
หใู บจะมขี นาดส้นั กวา 5 มิลลิเมตร และ
หลดุ รว งงาย และไมมีตอ มที่ 2 ตาํ แหนง
ดงั กลา ว) ชอบขน้ึ กลางแจง ตามพนื้ ทช่ี มุ นาํ้
คูน้ําขางทางที่มีระดับน้ําลึกไมเกิน 50
เซนติเมตร หรอื พ้ืนท่ชี ้ืนแฉะขางถนนท่มี ี
นา้ํ ขงั เปน บางชว ง ทร่ี ะดบั ความสงู ไมเ กนิ
1,000 เมตร ปจจุบันกําลังลุกลามไป
ทวั่ ประเทศ โดยมเี มลด็ เปน พาหะทส่ี าํ คญั
ติดไปตามดินหรือทรายท่ีขุดลอกจาก
แหลงนํ้า การดดู ทรายไปขาย และนกที่
ชอบหากินเมลด็ พืชตามหนาดิน

72

3 วงศ FABACEAE

ถ่วั ผี

Phaseolus lathyroides L.

ถนิ่ กําเนดิ : เขตรอนในทวีปอเมริกา
พชื ลมลกุ สงู 0.5-1 เมตร ตามลาํ ตน มี
ขนไหมสีขาว ใบประกอบ มี 3 ใบยอย
ใบยอ ยยาว 6-10 เซนตเิ มตร โคนใบมัก
หยักเปนพูเล็กนอย ดอกเปนชอต้ังข้ึน
ยาว 0.3-0.7 เมตร ดอกสแี ดงเลอื ดหมู
ฝกเปนแทงเรียวยาวคลายฝกถั่วเขียว
ขน้ึ ตามที่รกรา ง และไรท่วั ไป

73

วงศ FABACEAE 1

กระถนิ หางกระรอก
Prosopis juliflora (Sw.) DC.

ถ่นิ กําเนดิ : ทวปี อเมริกาใต

หรอื ตน หนามปศ าจ ไมพ มุ สงู 2-10 เมตร
แตกกิ่งต่ําจํานวนมาก เรือนยอดแผกวาง
ตามลําตนและก่ิงมีหนามแหลมคมและ
แขง็ แรง ยาว 3-5 เซนตเิ มตร ใบประกอบ
แบบขนนก 2 ช้ัน คลายใบกระถิน
ใบยอ ยเกล้ยี ง รูปขอบขนาน ยาว 1-1.8
เซนติเมตร ชอดอกคลายหางกระรอก
สขี าวอมเหลือง ยาว 8-12 เซนตเิ มตร
ติดฝกแบนยาวและโคง ยาว 10-15
เซนติเมตร หนา 4 มลิ ลิเมตร ผวิ เกล้ยี ง
เปน คลนื่ ตามตาํ แหนง เมลด็ ฝก แกส นี าํ้ ตาล
ออน เน้ือมีรสหวาน สัตวกินได ชอบข้ึน
ตามพนื้ ทดี่ นิ ปนทราย หรอื ดนิ เค็มใกล
ชายทะเล ในพืน้ ท่ที ม่ี ปี รมิ าณนํ้าฝนไม
เกิน 1,500 มิลลเิ มตร/ป ท่รี ะดบั ความ
สูงไมเกนิ 500 เมตร กระจายพันธไุ ดด ี
โดยเมล็ดท่ีมีปศุสัตวและนกเปนพาหะ
ปจจุบันพบในจังหวัดประจวบคีรีขันธ
และเพชรบุรี เปนวัชพืชท่ีกําจัดไดยาก
เพราะตนท่ีสูงใหญและมีหนามแหลมคม
เปน อปุ สรรค

74

3 วงศ EUPHORBIACEAE

ชมุ เหด็ เทศ
Senna alata (L.) Roxb.

ถิน่ กําเนดิ : ทวีปอเมรกิ า

ไมพุม สงู 1-2 เมตร มีชอ ดอกสเี หลือง
ต้ังข้ึนสูง 30-50 เซนติเมตร ดอกตูม
สีนาํ้ ตาล ชอบขึ้นตามทโ่ี ลง ใกลแ หลง นํา้
หรอื ทด่ี นิ ชนื้ แฉะ ฝก เปน แทง ยาว 15-25
เซนติเมตร มี 4 ปกตามแนวยาว เมอ่ื แก
จะแหงแตก เมล็ดแพรก ระจายไปตามน้ํา
และนก

75

วงศ FABACEAE 2

ขี้เหล็กอเมริกา
Senna floribunda (Cav.) H. S. Irwin & Barneby

ถิ่นกําเนิด : ประเทศแมก็ ซโิ ก

ไมต น ไมผ ลดั ใบ สงู 5-10 เมตร แตกกง่ิ ตา่ํ
เรอื นยอดแผก วา งรปู รม มคี วามคลา ยกบั
ตน ขเ้ี หลก็ บา น (Senna siamea) แตกตา ง
กันที่ปลายใบของข้ีเหล็กอเมริกาจะ
แหลม-เรยี วแหลม แผน ใบดา นลา งมขี นสนั้
นุมหนาแนน ชอดอกรูปทรงกรวยแหลม
ออกทป่ี ลายก่งิ ยาว 30-50 เซนติเมตร
ฝกกลมทรงกระบอก สวนขี้เหล็กบาน
ปลายใบจะมน-กลม แผน ใบดา นลา งมขี น
ประปรายหรอื เกลย้ี ง ชอ ดอกทรงคอ นขา ง
กลม-ทรงกระบอก ฝก แบน, ขเี้ หลก็ อเมรกิ า
เปนไมโตเร็ว ผลิตเมล็ดจํานวนมากและ
มอี ตั ราการงอกสงู เมลด็ มอี ายยุ นื ชอบขนึ้
ในพนื้ ทีม่ ภี มู อิ ากาศชืน้ และมีปริมาณนา้ํ
ฝนมากกวา 1,500 มิลลิเมตร/ป หรือ
ในพื้นที่ท่ีมีปริมาณนํ้าฝนนอยกวาน้ีแต
จะข้ึนไดดีตามริมหวย หรือหุบเขาที่ช้ืน
ท่ีระดบั ตํา่ จนถึง 2,000 เมตร ในท่แี หง
แลงกวานี้มันจะออนแอจนไมสามารถ
ขยายพันธุไดดี

76

3 วงศ FABACEAE

โผงเผง

Senna hirsuta (L.) H. S. Irwin & Barneby var. hirsuta

ถิ่นกําเนดิ : เขตรอนในทวปี อเมริกา
ไมพ มุ กง่ึ พชื ลม ลกุ สงู 0.5-1 เมตร ลกั ษณะ
ทัว่ ไปคลายตน ชุมเห็ดเลก็ (Senna occi
dentalis) (หนา 78) แตมีใบประกอบ
3-5 คู ตามกิ่ง กานใบ ใบ และฝก มีขน
หนาแนน, ชอบขึ้นเปน กลมุ ตามท่ีรกรา ง
กลางแจง ตามไร ขยายพันธดุ ว ยเมล็ดไป
กับมูลปศุสัตว

77

วงศ FABACEAE 3

ชมุ เหด็ เล็ก

Senna occidentalis (L.) Link

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

ไมพ มุ กง่ึ พชื ลม ลกุ สงู 0.5-1 เมตร ใบและ
กิ่งเกลี้ยง ลกั ษณะทัว่ ไปคลายตนขีเ้ หล็ก
แตใบยอยรูปไข ปลายเรียวแหลม มีใบ
ประกอบ 5-10 คู ฝกรูปแถบยาว แบน
ดานขาง ยาว 3-5 นิ้ว ชี้ขึ้น ชอบขึ้น
เปน กลมุ ตามทร่ี กรา งกลางแจง ขยายพนั ธุ
ดวยเมล็ดไปกบั มลู ปศสุ ัตว

78

3 วงศ FABACEAE

ถว่ั สไตโล

Stylosanthes guianensis (Aubl.) Sw.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา
พชื ลม ลกุ อายปุ เ ดยี ว สงู 15-30 เซนตเิ มตร
ตน เปนพุม กลม ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย
รปู หอก ยาว 1-3 เซนตเิ มตร ดอกมขี นาด
เล็ก กวางเพียง 5 มิลลิเมตร สีเหลือง
กลางกลีบดอกมีแตมสีแดง ถั่วสไตโล
ถกู นําเขามาประมาณป 2537 เพื่อเปน
พชื อาหารสตั ว มกี ารทดลองและสง เสรมิ
ใหปลูกในเขตภาคกลาง ภาคเหนือ
ภาคอสี าน แตม กี ารขยายพนั ธไุ ดเ องตาม
ธรรมชาตเิ ขา สปู า และพน้ื ทร่ี กรา งขา งทาง
ทั่วไป เนื่องจากมีการเจริญเติบโตที่ดี
ทนทานตอ ความแหง แลง และขยายพนั ธุ
ผานมูลสัตวโดยการเคล่ือนยายหรือการ
เดนิ หากนิ ของปศสุ ัตว

79

วงศ LAMIACEAE 1

แมงลักคา

Hyptis suaveolens (L.) Poit.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

หรอื กะเพราผี เปน ไมพ มุ กงึ่ พชื ลม ลกุ อายุ
ปเ ดยี ว สงู 0.5-2 เมตร ลาํ ตน เปน สเ่ี หลย่ี ม
ตามสวนตางๆ มีขนสีขาวสากคายและ
ขนแบบมตี อ มเหนยี วและมกี ลนิ่ ฉนุ ใบเรยี ง
ตรงขาม รูปไข ยาว 2-7 เซนติเมตร
ขอบใบจักฟน เลือ่ ย ใบมีกลน่ิ ฉนุ มากกวา
กะเพรา ชอ ดอกออกตามซอกใบใกลป ลาย
กง่ิ ดอก มี 2-5 ชอ ดอก/ซอก สมี ว งอมฟา
กลีบดอกยาว 6-8 มิลลิเมตร ผลทรง
ระฆังคลายผลกะเพราแตมีขนาดใหญ
กวา ยาว 6-10 มลิ ลเิ มตร มสี นั 10 สนั
ตามแนวยาว ปลายผลเปน ตงิ่ หนามแหลม
5 แทง , ขนึ้ ตามทรี่ กรา ง ไรน า ชายปา ดงดบิ
หรอื ปา เบญจพรรณ ทรี่ ะดบั ความสงู ไมเ กนิ
1,000 เมตร พบมากในประเทศไทย
ตอนบนหรือทมี่ ฤี ดแู ลงมากกวา 4 เดอื น

2 วงศ MALVACEAE

ปอคนั

Malachra capitata (L.) L.

ถิ่นกําเนิด : ทวีปอเมริกาตอนกลาง
ไมพุม สูง 0.5-1.5 เมตร ตามลําตน
กงิ่ กานใบ ชอ ดอก และทองใบมีขนยาว
สากคาย และทําใหคัน ใบรูปคอนขาง
กลมแกมรูปไข รูปหาเหลี่ยม หรือหยัก
3-5 พู กวา ง 5-10 เซนตเิ มตร ขอบใบหยกั
กา นใบยาว 4-10 เซนตเิ มตร ชอ ดอกออก
เปนกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง แต
ละชอ มดี อกยอ ยตดิ เปน กระจกุ 3-5 ดอก
มีกลีบเลี้ยงคลายใบสีเขียวหุมรอบ กลีบ
ดอกสีเหลือง คลายดอกชบา ดอกบาน
กวา ง 1.5-2 เซนตเิ มตร ชอบขน้ึ ตามที่
รกรา ง และพื้นทีเ่ กษตรทว่ั ไป, เปลอื กมี
เสน ใยเหนยี วคลายกลมุ ปอกระเจา

81

วงศ MALVACEAE 3

หญาŒ ขดั ใบใหญ‹

Malvastrum coromandelianum (L.) Garcke

ถน่ิ กาํ เนดิ : เขตรอนในทวปี อเมริกา

ไมพ มุ กงึ่ พชื ลม ลกุ สงู 30-50 เซนตเิ มตร
ลั ก ษ ณ ะ ทั่ ว ไ ป ค ล  า ย ห ญ  า ขั ด ใ บ ย า ว
(หนา 84) แตใ บจะเรยี งเวยี นรอบก่ิง ใบ
กวาง 3-4 เซนติเมตร (กวางกวาและ
ใหญก วา เลก็ นอ ย) ผวิ ใบดา นบนเปน มนั
งาวมขี นสากคายมือทผ่ี ิวใบดานบน เปน
วัชพืชท่ีข้ึนแทรกไปกับหญาขัดใบยาว
ชอบภูมิอากาศท่ีมีความแหงแลงแบบ
ประเทศไทยตอนบน

82

2 วงศ MALVACEAE

ถ่ินกาํ เนดิ : เขตรอนในทวปี อเมริกา ตะขบฝรง่ั
ไมต น ขนาดเลก็ สงู ไดถ งึ 10 เมตร เรอื นยอด Muntingia calabura L.
รปู รม แผก วา งไดถ งึ 10 เมตร มกั มลี าํ ตน
เดย่ี ว เปลอื กเรยี บมเี สน ใยเหนยี ว ใบเบย้ี ว
ยาว 7-15 เซนตเิ มตร ขอบใบหยกั ทอ งใบ
มขี นสขี าวหนานมุ ดอกสขี าว ผลกลม กวา ง
1 เซนตเิ มตร สุกสีแดงคลํ้า มีเมลด็ ขนาด
เลก็ สคี รีมจาํ นวนมาก เปน พชื โตเร็วมาก
ทนแลง ไดด ี มกั พบเขาไปยึดพน้ื ทีต่ ามที่
รกรางท่วั ไปแขงกบั กระถินยกั ษ เพราะมี
นก กระรอก คา งคาว เปนพาหะนําเมล็ด
เรอื นยอดทหี่ นาแนน มากทาํ ใหเ กดิ รม เงา
มากจนแทบจะไมม หี ญา หรอื พชื ชอบแสง
ข้นึ อยูได ตะขบฝร่งั มอี ายสุ น้ั ปกติไมเกนิ
15 ป จะลมลงแลวเปดโอกาสใหพืชอื่น
กลับมาขึ้นได

83

วงศ MALVACEAE 3

หญาŒ ขัดใบยาว

Sida acuta Burm. f.

ถ่ินกําเนิด : ทวีปอเมรกิ าตอนกลาง

หรือหญาไมกวาด เปนไมพุมขนาดเล็ก
อายุปเดียวหรือหลายป สูง 1-2 เมตร
กิ่งและใบมีขนยาวประปราย-เกล้ียง
ลาํ ตน มีสนี ้ําตาลเทา ใบเรียงสลับ ระนาบ
เดียว รูปหอก ยาว 3-5 เซนติเมตร กวา ง
0.4-1 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม
ขอบใบหยัก โคนใบมน มีรอยกดตาม
แนวเสนใบ ดอกออกเด่ียว ตามซอกใบ
สีเหลือง-อมสีสม คลายดอกชบา ดอก
บานกวาง 1 เซนติเมตร คลายหญาขัด
(Sida rhombifolia) ท่ีเปนพชื พนื้ เมอื ง
(แตกตา งทห่ี ญา ขดั ตน เตย้ี กวา สงู 0.2-1
เมตร ลาํ ตน มักมีสีมว งแดง ใบเรียงเวยี น
รอบกิ่ง ใบรูปขาวหลามตัด-รูปไข กวาง
0.6-2 เซน็ ตเิ มตร โคนใบรปู ลมิ่ ) หญา ขดั
ใบยาวพบข้ึนทั่วประเทศ ตามที่รกราง
ชายปา ขยายพนั ธดุ ว ยเมลด็ ทมี่ ขี นาดเลก็
ตดิ ไปกบั มลู สตั ว ดนิ และนาํ้ โตเรว็ ในอดตี
ชาวบานมักตัดนํามามัดทําไมกวาด
กวาดลานดนิ

84

1 วงศ MELASTOMACEAE

โคลงเคลงขนต‹อม
Clidemia hirta (L.) D. Don

ถน่ิ กําเนดิ : เขตรอ นในทวีปอเมริกา

ไมพมุ รอเลอื้ ย ยาว 1-3 เมตร ตามสวน
ตา งๆ มีขนยาวสากแข็ง ใบเรยี งตรงกัน
ขาม รปู ไขก วา ง มเี สน ใบออกจากโคนใบ
4 เสน ลักษณะคลา ยใบตนโคลงเคลง/
เอนอา แตม ีเนอื้ ใบบาง มีผวิ ใบดานบน
มนั เงาและมขี นสาก ดอกสขี าว มี 5 กลบี
ดอกบานกวา ง 1-1.5 เซนตเิ มตร ผลรปู รี
ยาว 1 เซนตเิ มตร มขี นยาว สุกสมี ว งดาํ
มรี สหวานและเมลด็ ขนาดเลก็ จาํ นวนมาก
กินได มีนกเปนพาหะที่สําคัญ ชอบข้ึน
ตามทรี่ าํ ไร-กลางแจง ที่มปี ริมาณนํ้าฝน
มากกวา 1,600 มิลลิเมตร/ป ขึ้นไป
ปจจุบันพบระบาดในภาคใต และภาค
ตะวนั ออก ตามชายปา ดบิ ชน้ื ชายสวนยาง
และสวนผลไม

วงศ MYRTACEAE 3

ฝรง่ั ป†า ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา
หรือ ฝร่ังขี้นก เปนไมพุม สูง 2-5 เมตร
Psidium guajava L. ลักษณะทั่วไปเหมือนตนฝรั่งพันธุปลูก
ทั่วไป แตมีผลเลก็ ทรงไข ยาวประมาณ
2 น้ิว มีเนื้อนอย ผลสุกเนื้อดานในรอบ
เมล็ดมักมีสีชมพู เปนฝร่ังพันธุด่ังเดิมที่
นาํ เขา มาแตแ รก แลวสามารถปรบั ตัวให
เจริญเติบโตไดด ใี นประเทศไทย พบเหน็
ทัว่ ไปตามขางทาง ไรร า ง ปา เสอ่ื มโทรม
โดยเฉพาะบนดอยสูงสามารถขึ้นไดถึง
ระดบั ความสงู 1,600 เมตร โดยมี นก
คา งคาว สัตวเ ลี้ยงลูกดวยนม และมนษุ ย
ชวยแพรก ระจายเมลด็

86

2 วงศ NYMPHAEACEAE

สธุ าสโิ นบล

Nymphaea capensis Thunb. var. zanzibariensis Casp.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปแอฟริกา
พืชน้ําลมลุก กลุมบัวสายที่มีดอกบาน
ตอนกลางวัน คลายบัวผัน-บัวเผ่ือน
(Nymphaea cyanea) ทเี่ ปน พชื พนื้ เมอื ง
แตใบจะมีสีเขียวออนเปนมันเงา กวาง
7-12 นวิ้ ดอกสมี ว งอมฟา -มวงอมชมพู
กลางดอกสเี หลอื ง เมอื่ บานกวา ง 4-6 นวิ้
(บัวผัน-บัวผื่อน ใบจะเล็กกวา 7 น้ิว
และดอกกวา ง 2-4 นวิ้ ) เปน บวั ปลกู ประดบั
ทสี่ ามารถแพรก ระจายไดเ องในธรรมชาติ
ท้ังจากเมล็ดท่ีติดเปนจํานวนมากเปนผง
ขนาดเล็กและโดยไหล (Stolon) ตาม
แหลง นาํ้ ท่ลี กึ ไมเ กนิ 4 เมตร มกั มกี าร
ระบาดตามหนองบงึ คคู ลองทม่ี นี า้ํ ตลอดป

87

วงศ ONAGRACEAE 1

เทียนนา

Ludwigia hyssopifolia (G. Don.) Exell

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

พชื ลมลุกอายุปเ ดยี ว ตน สงู 0.2-1 เมตร
กิ่งเปนส่ีเหลี่ยม ผิวเกล้ียง ใบออนนุม
ยาว 2-6 เซนตเิ มตร ตามใบมกั มสี มี ว งอม
นา้ํ ตาล สเี หลอื ง หรอื ชมพแู ตม กา นดอก
ยาว 2-3 เซนติเมตร สีน้ําตาลแดง
ดอกสีเหลืองสด เม่ือบานกวางไมเกิน
1 เซนติเมตร พบเปนวัชพืชที่สําคัญ
ในนาขาว พ้ืนท่ีชมุ นํ้า และตามขอบอาง
เก็บนํา้ ท่ีระดบั ความสงู ไมเ กิน 1,000
เมตร

88

3 วงศ ONAGRACEAE

พญารากดํา

Ludwigia octovalvis (Jacq.) P. H. Raven

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกาใต
คลา ยตน เทยี นนา (หนา 88) แตม ขี นาด
ของใบและดอกทใี่ หญม ากกวา โดยใบยาว
5-10 เซนติเมตร ดอกบานกวาง
2.5-3.5 เซนติเมตร ตามใบและลําตน
มขี นนมุ หนาแนน พบไดน อ ยกวา เทยี นนา
ชอบขึ้นตามพื้นท่ีชุมน้ําและมีอากาศ
คอนขางเย็นในภาคเหนือและภาคใต
เชน ตามหบุ เขา รอ งนํ้า บนภเู ขาสูง

89

วงศ OXALIDACEAE 3

สงั สมŒ ถิ่นกาํ เนิด : ประเทศในภมู ภิ าค
เมดิเตอรเ รเนยี น
Oxalis corniculata L. พชื ลม ลกุ ทอดเลอื้ ยตามพนื้ ดนิ อายหุ ลายป
สงู 5-10 เซนติเมตร ใบประกอบแบบ
ผา มอื มใี บยอ ย 3 ใบ รปู หวั ใจกลบั ใบยอ ย
ยาวไมเกิน 2 เซนตเิ มตร ลกั ษณะทว่ั ไป
คลายผักแวนที่เปนเฟนชนิดหนึ่งที่ข้ึน
ตามรมิ นาํ้ (บางคนกเ็ รยี กสงั สม วา ผกั แวน )
แตตนและใบของสังสมจะมีรสเปรี้ยว
กินเปนผักได ใบและตนมีขนส้ัน ดอกสี
เหลอื งสด ฝก เปน แทง ยาว 1-2 เซนตเิ มตร
ช้ขี ้นึ มี 4 เหลย่ี ม ชอบขน้ึ ตามขา งทาง
หรือตามทรี่ กรางกลางแจง แทรกอยกู ับ
หญาชนิดอ่ืนๆ ท่ีระดับความสูงไมเกิน
1,300 เมตร

90

3 วงศ OXALIDACEAE

ผกั แว‹นดอย

Oxalis debilis var. corymbosa (DC.) Lourteig

ถิน่ กําเนดิ : ทวปี อเมริกาใต
พชื ลม ลกุ อายหุ ลายป มีลําตน ทอดเล้อื ย
ตามพนื้ ดนิ สงู 15-30 เซนตเิ มตร มดี อก
สีชมพู ลกั ษณะท่วั ไปคลา ยผกั แวนดอก
ชมพู (หนา 92) แตกตางกันที่ใบของ
ผกั แวน ดอย มรี ปู หัวใจกลับแกมรูปกลม
โคนใบจะเผยกวางจนขอบใบยอยซอน
กนั เลก็ นอ ย แผน ใบดา นบนมรี อยกดเปน
รองตามแนวเสนแขนงใบ ชอบข้ึนใน
สภาพแวดลอมเหมือนกับผักแวนดอก
ชมพู

91

วงศ OXALIDACEAE 3

ผักแวน‹ ดอกชมพู

Oxalis latifolia Kunth

ถนิ่ กําเนิด : ทวีปอเมริกาตอนกลาง
และทวปี อเมรกิ าใต

พชื ลม ลกุ อายุหลายป มลี าํ ตน ทอดเลือ้ ย
ตามพื้นดิน สูง 15-30 เซนติเมตร ใบ
ประกอบแบบผา มือ มีใบยอ ย 3 ใบ รูป
หวั ใจกลบั แกมรปู สามเหลย่ี ม โคนใบรปู ลมิ่
ผิวเกลีย้ ง-มขี นประปราย ลักษณะท่วั ไป
คลายตนสังสม (หนา 90) แตมีใบที่
ใหญก วา ใบยาว 2-5 เซนติเมตร มีดอก
สีชมพู, ชอบข้ึนตามท่ีรําไร-กลางแจง
และมีอากาศชุมชื้น ท่ีระดับความสูง
ไมเกนิ 1,500 เมตร พบมากตามพน้ื ท่ี
เกษตรท่ีสงู ในภาคเหนอื

92

2 วงศ PASSIFLORACEAE

ถ่ินกาํ เนดิ : ทวปี อเมริกาใต กะทกรก

ไมเ ถาลม ลกุ อายปุ เ ดยี ว ยาวไดถ งึ 3 เมตร Passiflora foetida L.
ตามสวนตางๆ มีขนแบบปลายมีตอม
เหนยี วมอื และมีกลิ่นฉุน ซอกใบมีมือพัน
ใบรูปไขปลายใบหยักเปนสามพูตื้น-ลึก
มขี นทงั้ สองดา น โคนใบเวา ดอกออกเดย่ี ว
มกี ลบี ดอก 10 กลบี สขี าว โคนกลีบสี
มว ง ดอกบานกวา ง 3-5 เซนติเมตร มี
กระบังเปนเสนจํานวนมากรอบเกสร
ผลทรงกลม กวาง 2-3 เซนติเมตร มี
กลีบเลี้ยงจักเปน ฝอยปกคลุม เมอ่ื สกุ สี
เหลืองมเี มลด็ จาํ นวนมาก ขนึ้ ทว่ั ไปตามท่ี
รกรา ง ขา งทาง ไรนา แมแตตามกองขยะ
กระจายพันธุดวยเมล็ด มีนกเปนพาหะ
ที่สาํ คญั ชวยกระจายเมล็ดไปไดท วั่ ขึน้ ที่
ระดบั ความสงู ไมเ กนิ 1,000 เมตร

วงศ PHYTOLACCACEAE 3

พรกิ ฝรง่ั ถิ่นกําเนิด : ทวปี อเมริกาตอนกลาง
และทวีปอเมรกิ าใต
Rivina humilis L. พชื ลม ลุกก่ึงไมพุม อายุหลายป สงู 0.4-
1 เมตร ลักษณะทั่วไปคลายตนพรกิ แต
ตามปลายกงิ่ ชอดอก และทองใบมขี น
สนั้ -เกอื บเกลยี้ ง ชอ ดอกแบบกระจะ ยาว
4-10 เซนติเมตร ดอกสีขาวมี 5 กลบี
ผลออนกลม กวาง 3-4 มิลลิเมตร ผิวสี
แดงมนั เงา ผลสกุ สดี าํ มเี มลด็ จาํ นวนมาก
ขยายพันธุดวยเมล็ดโดยมีพาหะท่ีสําคัญ
เปนนก

94

2 วงศ PLANTAGINACEAE

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา กรดนาํ
พืชลมลุก สูง 20-40 เซนติเมตร ก่ิง
มหี ลายเหลี่ยม ใบเกล้ียง เรยี งตรงขา ม Scoparia dulcis L.
เปน คู หรอื เรยี งรอบขอ 3 ใบ ขอบใบหยกั
มีดอกสีขาวขนาดเล็ก ออกตามซอกใบ
พบท่ัวประเทศไทย ชอบขึ้นตามพ้ืนที่
ชมุ ชืน้ ในไรน าหรือใกลรองนา้ํ

95

วงศ POACEAE 1

หญาŒ ขน

Brachiaria mutica (Forssk.) Stapf

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา

พืชลมลุกกลุมหญา อายุหลายป ลําตน
ทอดเลอ้ื ยชยู อดสงู 0.5-1 เมตร ตามลาํ ตน
และใบออ นนมุ มขี นสขี าวยาวและหนานมุ
ลําตนกวาง 0.7-1 เซนติเมตร ใบเรียว
ยาว 15-30 เซนตเิ มตร ถกู นาํ เขา มาเปน
พชื อาหารสตั ว แลว แพรก ระจายดว ยเมลด็
และไหล ไปทวั่ ประเทศไทยมานานแลว
ขนึ้ ไดดีตามพนื้ ทชี่ มุ นา้ํ นาขา ว คูนํา้ ขาง
ทาง หรอื รมิ คลอง ทรี่ ะดบั ความสงู ไมเ กนิ
500 เมตร

96

2 วงศ POACEAE

หญŒารงั นก
Chloris barbata Sw.

ถิ่นกําเนิด : เขตรอนในทวีปอเมริกา
พืชลมลุกกลุมหญา อายุปเดียว ตนสูง
30-40 เซนตเิ มตร ชอดอกสแี ดงอมมว ง
มีชอแขนงรูปแถบยาว 3-6 เซนติเมตร
มี 5-10 ชอ ชอแขนงจะติดเปนกระจุก
เดียวกันคลายซ่ีรม โอนออนตามแรงลม
และมขี นนมุ เปน หญา ทด่ี อกสวย กระจาย
พันธุอยูท่ัวไป โดยเฉพาะประเทศไทย
ตอนบน

97

วงศ POACEAE 2

หญาŒ ดอกชมพู
Melinis repens (Willd.) Ziska

ถิ่นกาํ เนดิ : ทวปี แอฟรกิ า

พืชลมลุกกลุมหญา อายุหลายป ตนสูง
0.3-1 เมตร ลาํ ตน กวา งไมเ กนิ 5 มลิ ลเิ มตร
มีขนยาวนุมท่ีขอและปลายกาบใบ ใบ
รูปแถบ ยาวไดถ ึง 20 เซนติเมตร กวาง
0.5-1.4 เซนติเมตร มีชอดอกแบบแยก
แขนง ยาว 8-20 เซนตเิ มตร กา นชอ ดอก
ยาว 1-2 ฟตุ ดอกยอ ยสแี ดงอมมว ง มขี น
ฟูนุม ดูสวยงาม เม่ือติดผลสีจะซีดลงจน
ออกสขี าว, ชอบขนึ้ ตามไรร า ง ชายปา ดงดบิ
หรอื ปาเบญจพรรณ ในสภาพภมู ิอากาศ
ท่ีมีฤดูแลงยาวนานกวา 4 เดือน หรือ
ประเทศไทยตอนบน ยกเวน ภาคใต

1 วงศ POACEAE

หญŒากินี

Panicum meximum Jacq.

ถิน่ กําเนิด : ทวีปแอฟรกิ า

พืชลมลุกกลุมหญา อายุหลายป ตนสูง
1.5-3 เมตร แตกกอหนาแนน ลาํ ตน และ
ใบเกลีย้ ง-มีขนสนั้ ประปราย ลาํ ตนกวาง
10 มิลลิเมตร ใบเรยี วยาว 0.4-1 เมตร
กวา ง 2-5 เซนตเิ มตร เน้ือใบคอ นขาง
ออ นนุม มขี นยาวทปี่ ลายกาบใบ ชอดอก
ตง้ั ตรง สงู 1-3 ฟตุ รูปพรี ะมดิ มีชอ ดอก
ยอยติดหางๆ คลายชอดอกหญาแฝก
ดอกสเี ขยี วมเี กสรสแี ดง, เปน หญา ทน่ี าํ เขา
มาปลกู เลย้ี งสตั ว แตป จ จบุ นั แพรก ระจาย
เขา สธู รรมชาติ ทงั้ ทร่ี กรา ง คนั นา ขอบถนน
ชายปา ทตี่ ดิ ตอ ทเี่ ลยี้ งปศสุ ตั ว และการเลย้ี ง
แบบปลอ ยใหเ ขา มาหากนิ ในปา กส็ ามารถ
พบหญากินีไดในปา ระบาดมากในภาค
กลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ดว ย
กอที่มีพุมใบหนาแนนจึงทําใหเกิดไฟ
ไหมร ุนแรง ขน้ึ ไดทรี่ ะดบั ความสูงไมเกนิ
1,000 เมตร

99


Click to View FlipBook Version