The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กล้วยไม้ในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กล้วยไม้ในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว

กล้วยไม้ในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว

ชื่ออืน่ ๆ –

ลักษณะทางพฤกษศาสตร

กลวยไมองิ อาศยั หรือขน้ึ บนหนิ

หวั เทียมคลา ยลาํ ตน

ใบ มี 16–17 ใบ เรียงสลับระนาบเดียว Cymbidium mastersii Griff. ex Lindl.

มีลักษณะโคงลง รูปลิ้นแคบ ๆ หรือเปนแถบ
กวา งประมาณ 2 ซม. ยาวไดถ งึ 65 ซม. ปลายแหลม
โดยปกติปลายใบไมสมมาตร มีสวนเวาและมี
ต่ิงหนาม

ชอ ดอกแบบชอ กระจะ ยาว 24.5–30.5 ซม.

แกนกลางชอ ดอกยาว 4.5–10.5 ซม. มลี กั ษณะ
โคงคนั ศรหรอื หอยลง มี 5–15 ดอก ใบประดับ
ยาว 1.5–7.5 มม.

ดอก เสน ผา นศนู ยก ลางประมาณ 6.5 ซม.
กลีบดอกไมเปดกวาง กล่ินหอม กลีบเลี้ยงและ
กลีบดอกสีขาวหรือสีชมพูออน กลีบปากสีขาว ขนละเอียดปกคลุมหนาแนนและสวนโคนมีขน
มีแตมสีเหลืองท่ีโคนของแฉกกลางและที่สัน สน้ั ๆ เปน แตม ขอบเปน คลน่ื มสี นั เลก็ ๆ 2 สนั
กลีบเลี้ยงบนรูปขอบขนานแกมรูปรีแคบ ๆ ถึง บางครั้งอาจจะเปนรูปตง่ิ หูเล็ก ๆ เสาเกสรยาว
รูปไขกลับแคบ ๆ กวาง 7.5–11.5 มม. ยาว 32.5–39.5 มม. กลมุ เรณมู ีจํานวน 2 กลมุ

42.5–52.5 มม. ปลายแหลม กลบี มลี กั ษณะงมุ เขา ผลแบบผลแหง แตก รปู ทรงรกี วาง กวาง
แผออกชวงปลายกลีบ กลีบเล้ียงขางมีลักษณะ
ประมาณ 3 ซม. ยาวประมาณ 3.5 ซม.
เหมือนกลีบเลี้ยงบน กลีบดอกรูปล้ินแคบ ๆ
หรือรูปไขกลับแคบ ๆ กวาง 4.5–7.5 มม. ยาว นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
38.5–49.5 มม. มีลักษณะโคงหรือตั้งตรง
กลบี ปาก กวา ง 19.5–24.5 มม. ยาว 39.5–44.5 มม. พบตามปา ดบิ ชนื้ ภาคเหนอื และภาคตะวนั ออก-
เฉยี งเหนอื ออกดอกเดอื นกนั ยายน–ธันวาคม

เชื่อมกันจนถึงโคนของเสาเกสร แฉกขาง กวาง เขตการกระจายพนั ธุ
9.5–12.5 มม. ติดกบั เสาเกสร มีขนปกคลุมเล็ก อินเดยี ตอนเหนอื พมา จนี ตอนใต

นอย ปลายมนกวางถึงเกือบแหลมและตั้งตรง

ขอบดา นหนา มลี กั ษณะเปน ครยุ เลก็ นอ ย แฉกกลาง

รูปไข กวาง 9.5–13.5 มม. ยาว 9.5–13.5 มม.

ปลายมนหรือเปนติ่งหนาม บริเวณตรงกลางมี

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 93

ÊíÒàÀÒ§ÒÁ

Cymbidium seidenfadenii (P.J.Cribb & Du Puy) P.J.Cribb

94 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ชอื่ อ่นื ๆ – กงึ่ วงกลม กวา ง 11.5–13.5 มม. ยาว 8.5–10.5 มม.

ลักษณะทางพฤกษศาสตร ปลายแหลม โคงลง มีปุมขนาดเล็กปกคลุม Cymbidium seidenfadenii (P. J. Cribb & Du Puy) P. J. Cribb
สว นโคนและสว นกลางมขี นเปน แตม ๆ หนาแนน

กลว ยไมด นิ ขอบเรยี บ เปน คลน่ื มสี นั 2 สนั สว นโคนเปน แถบ

หัวเทียมรูปทรงกลม ยาวไดถึง 8.5 ซม. และสว นปลายยกสูงขนึ้ มขี นปกคลมุ หนาแนน
เสา เกสรยาว 29.5–32.5 มม. กลมุ เรณมู จี าํ นวน
เสน ผา นศนู ยกลางประมาณ 5.5 ซม. 2 กลมุ

ใบ มี 6–10 ใบ รูปรีแกมรูปแถบแคบ ๆ ผลแบบผลแหง แตก รปู กลมถงึ รปู กระสวย

กวา ง 0.5–2 ซม. ยาวไดถ งึ 100.5 ซม. ปลายแหลม แกมรูปขอบขนาน ยาว 3.5–5.5 ซม.
ไมม ีกานใบ
นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
ชอดอกแบบชอ กระจะ ยาว 90.5–150.5 ซม.
พบบรเิ วณทเ่ี ปน ดนิ ทรายปา สนเขา ภาคเหนอื
กา นชอ ดอกตงั้ ตรง ยาวไดถ งึ 120.5 ซม. แกนกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีระดับความสูง
ชอ ดอกยาว 16.5–40.5 ซม. มลี กั ษณะโคง และ 1,400–1,600 ม. ออกดอกเดือนธันวาคม–
เรียวไปทางปลายชอ มีดอกไดถึง 27 ดอก พฤษภาคม
ใบประดบั ยาว 2.5–15.5 มม.
เขตการกระจายพนั ธุ
ดอก เสน ผา นศนู ยก ลางประมาณ 7.5 ซม.
พชื ถ่ินเดียวของไทย
ไมม ีกลนิ่ กลีบเลยี้ งและกลบี ดอกสีขาว บางครั้ง

อาจจะมจี ุดสีแดงแตม ทีโ่ คนกลีบและเหนือเสน

ตามยาวกลางกลีบ กลีบปากสีขาว แฉกขางมี

เสนตามยาวสีน้ําตาลแดงถึงสีแดง แฉกกลางมี

สีเหลือง บริเวณสวนกลางและโคนมีแถบ

สีน้ําตาลแดงถึงสีแดง สวนปลายมีสันสีเหลือง

ดานหลังสีออนกวา กลีบเล้ียงบนรูปไขกลับ

กวาง 20.5–23.5 มม. ยาว 26.5–29.5 มม.

ปลายแหลม เวา มีลักษณะตัง้ ตรงขึ้น กลีบเลย้ี ง

ขางมีลักษณะเหมือนกลีบเล้ียงบน แตแผออก

หรอื งุมเขา เลก็ นอย กลีบดอกรปู ไขก ลับแคบ ๆ

กวาง 19.5–23.5 มม. ยาว 26.5–29.5 มม.

ปลายแหลม มีลักษณะแผออก กลีบปากเชื่อม

กับโคนเสาเกสร แฉกขางกวาง 11.5–22.5 มม.

ปลายมนกลมกวาง ขอบไมมีชายครุย มีปุม

ขนาดเลก็ หรือขนละเอยี ดปกคลมุ แฉกกลางมี

ลักษณะคลายกา นกลีบส้ัน ๆ รูปสามเหล่ยี มถึง

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 95

àÍÍé× §á«ÐÀÙ

Dendrobium bellatulum Rolfe

96 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชอ่ื อ่ืน ๆ เออ้ื งแซะดอยปุย

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร

กลว ยไมอ ิงอาศยั

หวั เทียมตงั้ ตรง อวนส้นั รูปกระสวยหรอื

รูปคลายกระบองส้ัน ๆ เสนผานศูนยกลาง
1.7–5.5 ซม. มสี นั ตามยาว ไมแ ตกกงิ่ มี 2–5 ปลอ ง

ใบ มี 2–4 ใบ ออกเกอื บปลายของหวั เทยี ม Dendrobium bellatulum Rolfe

รูปลิ้น รูปใบหอกแกมรูปไข หรือรูปขอบขนาน
กวางประมาณ 1.5 ซม. ยาว 1.5–4.5 ซม.
ปลายมน เวา ไมเ ทา กนั โคนแผเ ปน กาบหมุ ลาํ ตน
แผนใบหนาคลายแผนหนัง แผนใบท้ัง 2 ดาน
และกาบใบมขี นสนั้ สีดําปกคลมุ เลก็ นอ ย

ดอก มี 1–3 ดอก ออกเกอื บปลายหวั เทยี ม
กา นดอกรวมรงั ไขย าวประมาณ 3 ซม. ใบประดบั

รูปใบหอกแกมรูปไข ยาว 7.5–10.5 มม. บาง

คลายเยื่อ ดอกสีขาว แฉกกลางของกลีบปาก

สเี หลอื งทอง แฉกขา งสสี ม กลบี เลย้ี งบนรปู ใบหอก

แกมรปู ไข กวา งประมาณ 10.5 มม. ยาวประมาณ

25.5 มม. ปลายแหลม มีเสนตามยาว 7 หรือ

8 เสน คางรปู กรวยกวา ง ยาวประมาณ 10.5 มม.
กลบี ดอกรปู ใบหอกกลบั ปลายมน มเี สน ตามยาว นเิ วศวิทยาและการกระจายพันธุ
5 เสน กลบี ปากกงึ่ รปู ซอ ยาวประมาณ 30.5 มม. พบตามปาดิบเขา ภาคเหนือและ

ปลายแยกเปน 3 แฉก แฉกขา งกงึ่ รปู ไข แฉกกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกดอกเดือน

กงึ่ รปู ไต ปลายแยกเปน แฉกตนื้ 2 แฉก มลี กั ษณะโคง ลง มกราคม–เมษายน

กลางกลีบมีปุมขนาดเล็กเรียงตามยาวเปนแถว เขตการกระจายพนั ธุ
5 แถว เสาเกสร ยาวประมาณ 5.5 มม. ฝาปด
กลมุ เรณรู ปู กรวย มปี มุ ขนาดเลก็ ปกคลมุ หนาแนน ตะวนั ออกเฉยี งเหนือของอินเดีย พมา ลาว
เวียดนาม
ผลแบบผลแหงแตก

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 97

àÍÍ×é §á«ÐÀ¡Ù Ãд֧

Dendrobium christyanum Rchb. f.

98 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชอ่ื อ่นื ๆ เออ้ื งแซะหมน ปลายเกือบแหลม กลีบปาก ยาวประมาณ
25.5 มม. ขอบเปนคลื่น ปลายแยก 3 แฉก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร แฉกกลางปลายเวา ตน้ื กลางกลบี สสี ม และมสี นั
นนู ตามยาวสเี หลอื ง
กลว ยไมองิ อาศัย

หัวเทียมต้ังตรง รูปคลายกระบองหรือ ผลแบบผลแหงแตก
รูปกระสวย เสนผานศูนยกลาง 1.5–5 ซม. นเิ วศวิทยาและการกระจายพันธุ
ไมแ ตกกิ่ง มี 2–6 ปลอง พบตามปาดิบเขา ภาคเหนือและ

ใบ มี 2 หรอื 3 ใบ ออกใกลป ลายหวั เทยี ม ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ทร่ี ะดบั ความสงู ตง้ั แต Dendrobium christyanum Rchb. f.
รูปใบหอกแกมรูปไขหรือรูปขอบขนาน กวาง 1,000 ม. ออกดอกเดอื นพฤษภาคม–สงิ หาคม

ประมาณ 1.5 ซม. ยาว 3.5–4.5 ซม. ปลายมน เขตการกระจายพนั ธุ
เวาไมเทากนั โคนแผเปนกาบหุมลาํ ตน
เวียดนาม
ชอดอกแบบชอ กระจะ ออกใกลป ลายยอด
มี 1–2 ดอก

ดอกสขี าว กลบี เลย้ี งบนรปู ไขถ งึ รปู ใบหอก

แกมรูปไข กวาง 8.5–10.5 มม. ยาวประมาณ
20.5 มม. ปลายแหลม กลีบเล้ียงขางมีลักษณะ
เหมือนกลีบเล้ียงบน คางรูปกรวยกวาง
ยาวประมาณ 10.5 มม. กลีบดอก
รปู ขอบขนานแกมรปู รี ยาวประมาณ
20.5 มม.

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 99

àÍéÍ× §ÊÒÂÁáμ

Dendrobium chrysanthum Wall. ex Lindl.

100 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ช่ืออ่ืน ๆ – กลีบดอกมีขนบางรูปตะขอปกคลุมหนาแนน

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร ยกเวนบริเวณตรงกลาง ปลายมนกลม โคนมี
ลกั ษณะคลา ยกา นกลบี สน้ั ๆ ขอบเรียบ บริเวณ

กลวยไมอิงอาศัย ตรงกลางมลี กั ษณะเปน ขอบกวา งและหนาจากโคน

หวั เทยี มหอยหรือโคง ลง รปู ทรงกระบอก ถงึ สว นกลางกลบี เสา เกสร ยาวประมาณ 4.5 มม. Dendrobium chrysanthum Wall. ex Lindl.
โคนเสาเกสร ยาวประมาณ 6.5 มม. ฝาปด
ยาว 50.5–205 ซม. ไมแตกก่ิง มีปลองจํานวน กลมุ เรณรู ปู กรวย ยาวประมาณ 3 มม. เกอื บเกลย้ี ง
มาก แตละปลอง ยาว 3.5–4.5 ซม. เมื่อแหง
ผลแบบผลแหงแตก รูปทรงกระบอก
สเี หลืองออ นหรือสนี ํ้าตาลอมเหลือง
ใบเรียงสลับระนาบเดียว รูปใบหอกแกม กวางประมาณ 2 มม. ยาวประมาณ 7.5 มม.
รปู ขอบขนาน กวา ง 2–5 ซม. ยาว 13.5–19.5 ซม.

ปลายเรียวแหลม โคนแผเปนกาบหุมลําตน

แผน ใบบางคลา ยกระดาษ กาบใบรปู ถว ยบางคลา ย

กระดาษ เม่อื แหง สีขาวหมน

ชอดอกแบบชอกระจุก ออกตรงขามใบ
ดานขาง หรือออกตามลําตนที่แก มี 2–6 ดอก

ใบประดบั รปู สามเหลย่ี มแกมรปู ไข ยาวประมาณ

3.5 มม. บางคลา ยเยอื่ กา นดอกรวมรงั ไขย าว 3–

6.5 ซม. กลบี ดอกหนา สเี หลอื ง ดา นขา งของกลบี ปาก

มแี ตม สนี าํ้ ตาลแก กลบี เลยี้ งบนรปู รหี รอื รปู ขอบขนาน

กวาง 9.5–11.5 มม. ยาว 15.5–20.5 มม. นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
ปลายมน มีเสนตามยาว 7 เสน กลีบเลี้ยงขาง
รปู สามเหลย่ี มแกมรปู ไขเ บย้ี วกวา ง10.5–12.5มม. พบตามปา ดบิ เขา ภาคเหนอื และภาคตะวนั -
ยาว 15.5–20.5 มม. ปลายมน โคนเบยี้ วเล็กนอ ย ออกเฉยี งเหนอื ทรี่ ะดบั ความสงู 1,400–1,600 ม.
มีเสนตามยาว 7 เสน คางกวางและมน ออกดอกเดือนมนี าคม–พฤษภาคม

ยาวประมาณ 4.5 มม. กลบี ดอกรปู ไขก ลบั กวา ง เขตการกระจายพนั ธุ
11.5–14.5 มม. ยาว 16.5–22.5 มม. ปลาย อินเดียตอนเหนอื เนปาล ภฏู าน พมา ลาว
มนกลม ขอบเรยี บหรอื ขอบหยักไมเ ปน ระเบียบ เวียดนาม

ละเอียด มีเสนตามยาว 7 เสน กลีบปากรูปไต

กวา งประมาณ 22.5 มม. ยาวประมาณ 18.5 มม.

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 101

àÍÍ×é §¤Òí

Dendrobium chrysotoxum Lindl.

102 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ช่ืออ่ืน ๆ พอน้โี คะ เอื้องคําตา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร

กลวยไมอิงอาศยั

หัวเทยี มรูปกระสวย มี 2–5 ปลอง

เสนผา นศนู ยกลาง 2–5.5 ซม. มีสันตามยาว

ใบ มี 2–5 ใบ รปู ขอบขนาน กวา ง 2.5–4 ซม. Dendrobium chrysotoxum Lindl.

ยาวประมาณ 20 ซม. ปลายเวา เทากัน โคนแผ
ออกเปน กาบหุมหัวเทียม แผนใบบาง

ชอ ดอกแบบชอกระจะ ออกตามขอ

ชอดอกยาวประมาณ 25 ซม. แตละชอมี 25–
30 ดอก ใบประดับรูปใบหอกแกมรูปไขยาว
2.5–3.5 มม. ปลายแหลม บางคลา ยเยอื่ กา นดอก
ยาวประมาณ 6 ซม.

ดอกสเี หลอื ง อวบหนา มกี ลิ่นหอมออน ๆ
กลีบเลยี้ งบนรูปรแี กมรปู ขอบขนาน กวา ง 5.5–

9.5 มม. ยาว 12.5–20.5 มม. ปลายมน มีเสน

ตามยาว 7 เสน กลีบเล้ียงขางมีขนาดเทากับ

กลบี เลย้ี งบน คางรปู เกอื บทรงกลม กวา งประมาณ
5 มม. กลีบดอกรูปใบหอกกลับ กวางประมาณ นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
3.5 มม. ยาว 5.5–9.5 มม. ปลายมน มเี สน ตามยาว พบตามปา ดบิ แลง ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก-

ประมาณ 10 เสน กลบี ปากรปู วงกลมแกมรปู ไต เฉียงเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงใต ท่ีระดับ

กวา งประมาณ 23.5 มม. ยาวประมาณ 20.5 มม. ความสงู 500–750 ม. ออกดอกเดอื นกมุ ภาพนั ธ

สเี หลอื ง โคนกลบี สสี ม ขอบเปน ขนครยุ กลางกลบี เปน ผลเดอื นมีนาคม–เมษายน

มีลักษณะเปนรองรูปตัววี (V) หรือตัวยู (U) เขตการกระจายพนั ธุ
เสาเกสรยาวประมาณ 5.5 มม. ฝาปดกลุมเรณู
รปู เกอื บกลม ตะวนั ออกเฉียงเหนอื ของอินเดีย พมา ลาว
เวียดนาม
ผลแบบผลแหงแตก ทรงรูปไข เสนผาน-
ศนู ยก ลางประมาณ 3.5 ซม. ยาวประมาณ 5 ซม.

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 103

àÍ×éͧà·ÂÕ ¹

Dendrobium dixanthum Rchb. f.

ช่อื อืน่ ๆ เอ้ืองคําปอน เอื้องคําปา เอื้องคําปว

เอ้อื งใบไผ เออ้ื งไผ

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร

กลวยไมอ งิ อาศยั สงู 30–50 ซม.

หวั เทยี มตงั้ ตรงหรอื หอ ย รปู ทรงกระบอก ยาว 45–90 ซม.

ไมแตกก่ิง มีหลายปลอง แตละปลองยาว 2–3.5 ซม. มีสัน
ตามยาว

ใบ รูปใบหอกแกมรูปไข กวางประมาณ 1.5 ซม. ยาว

7.5–12.5 ซม. ปลายเรยี วแหลม โคนแผออกเปนกาบหุมลาํ ตน
104 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชอดอกแบบชอกระจะ ออกตามขอ Dendrobium dixanthum Rchb. f.

ชอดอกยาวไดถงึ 40 ซม. ใบประดบั รปู ไข ยาว
ประมาณ 2.5 มม. ปลายแหลม บางคลายเย่ือ
กานดอกรวมรงั ไขยาวประมาณ 2.5 ซม.

ดอกสีเหลือง คอนขางบาง กลีบเล้ียงบน

รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กวางประมาณ
6.5 มม. ยาวประมาณ 23.5 มม. มีเสน ตามยาว
5 เสน ปลายแหลม กลบี เลย้ี งขา ง กวา งประมาณ
6.5 มม. ยาวประมาณ 23.5 มม. ปลายแหลม
โคนเบ้ียวเล็กนอย คางก่ึงรูปทรงกระบอก
ยาวประมาณ 4.5 มม. กลบี ดอกกงึ่ รปู ขอบขนาน
กวา งประมาณ 10.5 มม. ยาวประมาณ 23.5 มม.
มีเสนตามยาว 5 เสน ปลายแหลม โคนสอบ
ขอบหยกั ซฟ่ี น ไมส มา่ํ เสมอ กลบี ปากกง่ึ รปู วงกลม
กวา งประมาณ 25.5 มม. ยาวประมาณ 22.5 มม.
ปลายเวา ตนื้ ขอบหยักไมเ ปนระเบยี บ มขี นบาง
รปู ตะขอปกคลมุ เสา เกสรยาวประมาณ 5.5 มม.
โคนเสา เกสรยาวประมาณ 4.5 มม. ฝาปดกลุม
เรณูรูปกรวย ปลายมน ดา นหนา ขอบหยกั ซี่ฟน
ไมส มํ่าเสมอ มปี มุ เล็กละเอียดปกคลมุ

ผลแบบผลแหงแตก รูปทรงกระบอกแคบ

กวางประมาณ 0.7 มม. ยาวประมาณ 7.5 มม.
กา นผลยาวประมาณ 1.5 ซม.

นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ

พบบริเวณปาดิบเขา ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก
ท่ีระดับความสูง 300–1,000 ม. ออกดอก
เดอื นกุมภาพนั ธ– เมษายน

เขตการกระจายพันธุ

พมา ลาว

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 105

àÍÍ×é §·Í§

Dendrobium ellipsophyllum Tang & F. T. Wang

106 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชื่ออ่ืน ๆ –

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร

กลวยไมอ งิ อาศยั

หัวเทียมตง้ั ตรง รปู ทรงกระบอก ยาวประมาณ Dendrobium ellipsophyllum Tang & F. T. Wang

55 ซม. มีสันตามยาว ไมแตกกิ่ง มีหลายปลอง
แตล ะปลอง ยาวประมาณ 2.5 ซม. มกี าบใบหมุ

ใบเรียงสลับ รูปรี กวาง 1.2–2 ซม. ยาว

3.5–5.5 ซม. ปลายมน เวา ไมเ ทา กนั โคนรปู หวั ใจ
แผอ อกเปนกาบหุม ลําตน

ดอกสีขาว มี 1–2 ดอก ออกตามซอกใบ
กลนิ่ หอม ใบประดบั มขี นาดเลก็ กา นดอกหอ ยลง

เรยี ว ยาวประมาณ 2.5 ซม. กลบี เลย้ี งบนโคง พบั ลง

รปู ขอบขนานแกมรปู ไข กวา งประมาณ 5.5 มม.

ยาวประมาณ 8.5 มม. ปลายแหลม กลบี เลยี้ งขา ง

โคงพับลง รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กวาง

ประมาณ 5.5 มม. ยาวประมาณ 8.5 มม.

ปลายแหลม คางมลี กั ษณะเปน เหลย่ี ม ยาวประมาณ

7.5 ซม. กลบี ดอกโคง ไปดา นหลงั รปู ใบหอกแคบ

กวางประมาณ 4.5 มม. ยาวประมาณ 7.5 มม.

ปลายแหลม กลบี ปากมขี นาดใหญก วา กลบี เลย้ี ง

ปลายมีลักษณะโคงและพับลง แฉกกลาง
รปู ขอบขนานหรอื มนกลม กวา งประมาณ 15.5 มม. นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพันธุ
ยาวประมาณ 10.5 มม. ปลายเกอื บตดั และเวา ตนื้ พบตามปา ดบิ แลง ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก-
ขอบโคงลง กลางกลีบมีแถบตามยาวสีนํ้าตาล เฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต
3 แถบ เสาเกสร ยาวประมาณ 1 มม. ฝาปด และภาคใต ท่ีระดับความสูง 700–950 ม.
ออกดอกเดอื นมถิ นุ ายน–สงิ หาคม
กลุม เรณูรปู คอนขา งกลม ปลายเวา ตน้ื

ผลแบบผลแหง แตก เขตการกระจายพันธุ

พมา จนี กมั พชู า ลาว เวียดนาม

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 107

àÍé×ͧ¤Òí ¹ŒÍÂ

Dendrobium fimbriatum Hook.

108 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ช่อื อื่น ๆ เอ้อื งคาํ ตาดาํ เอ้ืองแววมยรุ า ดอก มีกลิ่นหอมออน ๆ กลีบเล้ียงและ
กลีบดอกสีเหลืองทอง กลีบปากสีเหลืองทอง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร กลางกลบี ถงึ โคนกลบี มแี ตม รปู จนั ทรเ สย้ี วสมี ว งดาํ

กลวยไมองิ อาศัย กลีบเลี้ยงบนรูปขอบขนาน กวาง 5.5–9 มม.

หัวเทียมตงั้ ตรงหรอื หอ ยลง รปู ทรงกระบอก ยาว 12.5–18.5 มม. ปลายมน ขอบเรยี บ มเี สน
ตามยาว 5 เสน กลีบเลี้ยงขางรูปใบหอกแกม
หรือรูปกระสวย ยาว 45–110 ซม. ไมแตกก่ิง
รปู ไข ยาวเทา ๆ กับความยาวของกลีบเลยี้ งบน
มหี ลายปลอ ง แตล ะปลองยาว 3–5 ซม. มีรอ ง แตมีความกวางนอยกวา ปลายมน โคนเบี้ยว
ตามยาว เมื่อแหงสีเหลืองออนหรือสีนํ้าตาล
ขอบเรียบ มีเสนตามความยาว 5 เสน คางมี
แกมเหลือง ลักษณะมน ยาวประมาณ 3.5 มม. กลีบดอก Dendrobium fimbriatum Hook.
รูปรีแกมรูปขอบขนาน กวาง 7.5–11 มม. ยาว
ใบ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอกแกมรูป 12.5–20 มม. ปลายมน ขอบหยกั ไมเ ปน ระเบยี บ
มีเสนตามยาว 5 เสน กลีบปากคอนขางกลม
ขอบขนาน กวาง 2.5–4 ซม. ยาว 7.5–16 ซม. กวา ง 15.5–20.5 มม. ดา นบนมขี นสนั้ นมุ ปกคลมุ
ปลายแหลม โคนมกี าบใบหนาคลา ยแผน หนงั หมุ
แผน ใบหนาคลายแผนหนัง

ชอดอกแบบชอ กระจะ ยาว 4.5–15.5 ซม. หนาแนน โคนแคบมีลักษณะคลายกานกลีบ
แตล ะชอมดี อกจาํ นวน 6–12 ดอก กา นชอดอก ยาวประมาณ 3.5 มม. ขอบเปน ชายครยุ เสา เกสร
ยาว 2.5–5 ซม. แกนชอ ดอกมลี กั ษณะโคง มกี าบ ยาวประมาณ 2.5 มม. โคนเสา เกสร ยาวประมาณ
หุมอยูทีโ่ คน บางคลายเยื่อ เรียงซอ นเหล่อื มกัน 4.5 มม. ฝาปดกลุมเรณูรูปกรวย เกล้ียง ขอบ
ใบประดบั รปู สามเหลย่ี มแกมรปู ไข ยาว 3.5–5 มม. ดา นหนา หยกั ซฟี่ น ถี่
ปลายแหลม บางคลา ยเยอื่ กา นดอกรวมรังไข
ยาว 2–3.5 ซม. สเี ขียวออ น ผลแบบผลแหงแตก
นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพันธุ
พบตามปา ดบิ แลง ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก-

เฉยี งเหนือ และภาคตะวนั ตก ท่ีระดับความสูง

400–1,000 ม. ออกดอกเดือนกุมภาพันธ–

พฤษภาคม

เขตการกระจายพันธุ

อินเดยี เนปาล ภฏู าน พมา จีน เวยี ดนาม

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 109

¾Ç§Ë¡

Dendrobium findlayanum C. S. P. Parish & Rchb. f.

110 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ชื่ออื่น ๆ หวายปม เอื้องขอ กลบี เลย้ี งขา งรปู ใบหอกแกมรปู ไข กวา งประมาณ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร 9.5 มม. ยาว 35.5–37.5 มม. ปลายเกอื บแหลม
มีเสน ตามยาว 5 เสน คางเกือบรูปทรงกระบอก

กลว ยไมองิ อาศยั ยาวประมาณ 5.5 มม. กลีบดอกรูปขอบขนาน

หวั เทยี มตั้งตรง ยาวประมาณ 21 ซม. กวา ง กวา งประมาณ 18.5 มม. ยาว 35.5–37.5 มม. Dendrobium findlayanum C. S. P. Parish & Rchb. f.
ปลายแหลม โคนมลี ักษณะคลายกา นกลบี สน้ั ๆ
ไมแ ตกกงิ่ มหี ลายปลอ ง แตล ะปลอ งรปู กระบอง มเี สน ตามความยาว 5 เสน กลบี ปากคอ นขา งกลม
ยาว 2.5–4 ซม. โคนมกี าบบางคลา ยกระดาษหมุ กวางประมาณ 24.5 มม. ปลายเวา มีขนสัน้ นุม
ปกคลุม เสาเกสร ยาวประมาณ 8.5 มม. ฝาปด
ใบเรยี งสลบั รปู ใบหอก กวา ง 1.5–2.5 ซม.
ยาว 5–8.5 ซม. ปลายมนและเวาไมเทากัน กลุมเรณรู ูปวงกลม สขี าว
แผนใบหนาคลา ยแผนหนงั
ผลแบบผลแหง แตก
ชอ ดอกออกจากลาํ ตน ทแี่ กแ ละใบรว งแลว
นิเวศวทิ ยาและการกระจายพันธุ
แตละชอมีดอกจํานวน 2 ดอก ถึงจํานวนมาก
กานชอดอกยาว 6.5–16.5 ซม. กานดอกยาว พบตามปาดิบเขา ภาคเหนือและ
5.5–6.5 ซม. สีมวงอมชมพู กาบหุมโคน ยาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกดอกเดือน
ประมาณ 5.5 มม. บางคลายเย่ือ ใบประดับ มกราคม–มีนาคม

รูปสามเหลยี่ มแกมรูปไข ยาวประมาณ 6.5 มม. เขตการกระจายพันธุ
พมา จนี ลาวตอนเหนอื
บางคลา ยเยือ่

ดอกสีขาวหรือสีมวงออน กลีบเลี้ยงและ

กลบี ดอกสขี าวหรอื สมี ว งอมชมพู กลบี ปากสขี าว
หรือสีมวงอมชมพู กลางกลีบสีเหลืองทอง
กลีบเล้ียงบนรูปใบหอกแกม
รูปขอบขนาน กวางประมาณ
9.5 มม. ยาว 35.5–37.5 มม. ปลาย
เกือบมนถึงแหลม มีเสนตามยาว 5 เสน

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 111

àÍ×éͧ¡§Ôè ´íÒ

Dendrobium gratiotissimum Rchb. f.

112 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชื่ออน่ื ๆ – คลายรูปกรวย สีขาว มีปุมเล็กละเอียดปกคลุม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร หนาแนน ขอบดา นหนาหยกั ซฟี่ น

กลวยไมอ ิงอาศัย ผลแบบผลแหงแตก รูปทรงกลม กวาง

หัวเทียมหอ ยลง รปู ทรงกระบอก ยาวไดถ งึ 1.5–1.7 ซม. ยาวประมาณ 3.5 ซม.

55 ซม. มหี ลายปลอ ง แตล ะปลอ งยาว 2.5–3 ซม.

ใบ รูปขอบขนาน กวาง 1.5–2.5 ซม. ยาว Dendrobium gratiotissimum Rchb. f.

7.5–11.5 ซม. ปลายมนเล็กนอยและแยกเปน
2 แฉกตนื้

ชอ ดอกออกจากลาํ ตน ทแ่ี ก แตล ะชอ มดี อก
จํานวน 1 หรือ 2 ดอก กานชอดอกยาว 3.5–

5.5 มม. กาบหุมโคนมีจํานวน 2 หรือ 3 กาบ

รปู ไขก วา ง กวา ง 3.5–5.5 มม. ปลายมน บางคลา ย

กระดาษ เม่ือแหงสีครีม ใบประดับรูปไขกวาง

กวา ง 7.5–10.5 มม. ปลายมน บางคลา ยกระดาษ

กา นดอก ยาวประมาณ 2.5 ซม. สีมว งออน นิเวศวิทยาและการกระจายพนั ธุ

ดอก มีกลิ่นหอม กลีบเล้ียงและกลีบดอก พบตามปาดิบเขา ภาคเหนือและภาค
สีขาว ปลายกลีบสมี ว งออ น กลบี ปากกลางกลีบ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ออกดอกเดอื นกมุ ภาพนั ธ–
สเี หลอื งออ น ปลายกลบี สมี ว งออ น กลบี เลยี้ งบน พฤษภาคม
รูปใบหอกแกมรูปไข กวาง 7.5–8 มม. ยาว
23.5–25.5 มม. ปลายแหลมหรือมนเล็กนอย เขตการกระจายพันธุ
มีเสน ตามยาว 7 เสน คางคอ นขางกลม มีขนาด
เลก็ กวา งประมาณ 3.5 มม. กลบี ดอกรปู ไขเ บย้ี ว ตะวันออกเฉยี งเหนอื ของอนิ เดีย พมา จนี
ลาว เวียดนาม

กวา ง 13.5 มม. ยาว 23.5–25.5 มม. ปลายมน

โคนมลี กั ษณะคลา ยกา นกลบี สนั้ ๆ มเี สน ตามยาว

5 เสน กลีบปากรูปไขกลับกวาง กวางประมาณ

20.5 มม. ยาวประมาณ 23.5 มม. ปลายมนกลม

โคนรูปล่ิม ขอบมีขนครุยส้ัน ดานบนมีขนบาง

รูปตะขอปกคลุมหนาแนน โคนกลีบดานหลัง

มีเสนตามขวางส้ัน ๆ สีมวงออน เสาเกสร ยาว

ประมาณ 4.5 มม. สีขาว ฝาปดกลุมเรณู

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 113

àÍé×Í§ÊØÃÂÔ ¹Ñ

Dendrobium henryi Schltr.

114 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชื่ออ่นื ๆ – ชอดอกออกบรเิ วณลาํ ตน ทม่ี ใี บจาํ นวนนอ ย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร แตละชอมีดอกจํานวน 1–2 ดอก กานชอดอก
ยาว 2–3 ซม. ต้ังฉากกับลําตน กาบหุมโคนมี
กลวยไมองิ อาศยั
จํานวน 3 หรือ 4 กาบ มีลักษณะเปนหลอด

หัวเทยี มหอยลง รูปทรงกระบอก ยาว ยาว 2.5–3.5 มม. บางคลายเย่ือ ใบประดับ
รูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข ยาว 6.5–9.5 มม.
30.5–90 ซม. ไมแ ตกกง่ิ มีขอ ปลองจํานวนมาก
ปลายมน บางคลายกระดาษ กานดอก ยาว
แตละปลอง ยาว 3.5–5 ซม. ประมาณ 2.5 ซม.

ใบ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอกแกม ดอกสเี หลอื งทอง กลน่ิ หอม กลบี เลีย้ งบน
รูปขอบขนานแกมรูปไข กวาง 10.5–12 มม.
รปู ขอบขนาน กวา ง 2–3.5 ซม. ยาว 9–11.5 ซม. ยาว 23.5–30.5 มม. ปลายมน มีเสนตามยาว Dendrobium henryi Schltr.

ปลายเรียวแหลมหรือแหลม โคนส้ันและขยาย 7 เสน เสน ตามขวางจาํ นวนมาก กลบี เลี้ยงขาง
ออกเปนกาบหุม แผนใบหนาคลายแผนหนัง รูปใบหอกแกมรูปไข กวาง 10.5–12 มม. ยาว

กาบใบหมุ ลาํ ตน บางคลายกระดาษ

23.5–30.5 มม. ปลายเรยี วแหลม คางรปู กรวยกวา ง

ยาวประมาณ 5.5 มม. ปลายมนกลม กลบี ดอก

รูปไขกวางเบี้ยว กวางเทา ๆ กับกลีบเล้ียงแตมี

ขนาดส้ันกวากลีบเล้ียง มีเสนตามยาว 7 เสน

ปลายแหลม โคนกลีบมีลักษณะคลายกานกลีบ

สน้ั ๆ กลบี ปากคอ นขา งกลม กวา ง 2.5–3.5 ซม.

โคนมลี กั ษณะคลา ยกา นกลบี ยาวประมาณ 3.5 มม.

หมุ เสา เกสร ขอบทง้ั 2 ขา ง มว นขน้ึ และหยกั ซฟ่ี น

เสาเกสร ยาวประมาณ 3.5 มม. ฝาปด กลุม เรณู

ยาวประมาณ 2.5 มม. มปี มุ เลก็ ละเอยี ดปกคลมุ

หนาแนน ขอบดา นหนาจักฟน เล่อื ย

ผลแบบผลแหง แตก

นิเวศวทิ ยาและการกระจายพันธุ

พบตามปา ดบิ เขา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ท่ีระดับความสูง 1,000–1,400 ม. ออกดอก
เดือนพฤษภาคม–กนั ยายน

เขตการกระจายพนั ธุ

จีน เวียดนามเหนือ

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 115

àÍé×ͧÊμÕ ÒÅ

Dendrobium heterocarpum Wall. ex Lindl.

116 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ช่ืออื่น ๆ เออ้ื งแซะดง เออ้ื งสจี นุ ดานบนมีขนสั้นสีน้ําตาลแดงปกคลุมหนาแนน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร ขอบเรยี บ แฉกกลางปลายแหลม เสา เกสร ยาว
ประมาณ 3.5 มม. ดานหนาขยายกวางออก

กลวยไมองิ อาศัย ฝาปด กลมุ เรณรู ูปกรวย ยาวประมาณ 3 มม.

หัวเทยี มตั้งขึ้น รูปทรงกระบอกยาว 20– มีขนละเอียดปกคลมุ ดานหนา หยักซ่ีฟน
150 ซม. ไมแตกก่ิง มีขอปลองจํานวนมาก ผลแบบผลแหงแตก

แตละปลองยาว 2.5–3.5 ซม. Dendrobium heterocarpum Wall. ex Lindl.

ใบ รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กวาง

1.5–2.5 ซม. ยาว 7.5–10.5 ซม. ปลายแหลม
หรือมนเล็กนอย โคนขยายออกเปนกาบหุม
หวั เทยี ม

ชอ ดอกแบบชอ กระจะ ออกใกลป ลายยอด

แตละชอมีดอกจํานวน 1–4 ดอก กานชอดอก
ยาว 2.5–3.5 มม. กาบหมุ โคนมจี ํานวน 2 หรอื
3 กาบ บางคลายเยอ่ื ใบประดับรูปไขก วาง ยาว
4.5–9.5 มม. ปลายมน บางคลายเย่ือ สีขาว
กา นดอกรวมรงั ไขยาวประมาณ 2.5 ซม.

ดอก มีกลิ่นหอม กลีบเล้ียงและกลีบดอก
สีขาวหรือสีครีม กลีบปากปลายแยกเปนแฉก

แฉกขางสีเหลืองมีแถบสีแดง แฉกกลางสีครีม

เสา เกสรสขี าว ดา นขา งสมี ว งแดง ดา นในสเี หลอื ง

โคนเสา เกสรสเี หลอื ง กลบี เลย้ี งบนรปู ขอบขนาน นิเวศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
กวา งประมาณ 1 ซม. ยาว 2.5–3.5 ซม. ปลายมน พบตามปา ดบิ เขา ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก-
มีเสนตามยาว 5 เสน กลีบเลี้ยงขางรูปใบหอก เฉยี งเหนอื ภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ตกเฉยี งใต
แกมรูปไขเบ้ยี ว มีขนาดเทา ๆ กับกลีบเลี้ยงบน ภาคตะวันออกเฉียงใต และภาคใต ที่ระดับ
ปลายเกอื บแหลม โคนเบีย้ วเลก็ นอย มีเสนตาม ความสงู ตง้ั แต 1,000 ม. ออกดอกเดอื นธนั วาคม–
ยาว 7 เสน คางรปู กรวย ยาวประมาณ 7.5 มม. กุมภาพนั ธ
กลบี ดอกรปู ขอบขนานแกมรปู ไข กวา ง 1–1.5 ซม.
ยาว 2.5–3 ซม. ปลายแหลม ขอบเรียบ มีเสน เขตการกระจายพนั ธุ
ตามยาว 5 เสน กลีบปากรูปใบหอกแกมรูปไข
ยาวเทา ๆ กับกลบี เลย้ี ง ปลายแยกเปน 3 แฉก อินเดยี ศรีลงั กา เนปาล ภูฏาน พมา ลาว
เวียดนาม มาเลเซยี ฟลปิ ปน ส

แฉกขางมีลักษณะต้ังตรง แฉกกลางโคงลง

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 117

Dendrobium infundibulum Lindl.
118 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชอื่ อนื่ ๆ เออื้ งเงนิ หลวง

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร

กลว ยไมอ งิ อาศยั หรอื ขน้ึ บนหนิ สงู 25–50 ซม.

หัวเทยี มตง้ั ตรง รปู ทรงกระบอก ยาว 20–

45 ซม. มีสันและรองตื้น ๆ ตามยาว กาบใบมี
ขนละเอียดสดี าํ ปกคลุม

ใบ รปู รแี กมรปู ขอบขนาน กวา ง 1.5–2.5 ซม. Dendrobium infundibulum Lindl.

ยาว 7.5–10.5 ซม. ปลายเวา ไมส มมาตร โคนแผ
เปนกาบหมุ ลําตน แผน ใบหนาคลา ยแผน หนงั

ชอ ดอกแบบชอกระจะ ออกตามขอใกล

ปลายยอด แตละชอมี 1–3 ดอก ใบประดับท่ีมี
ดอกมขี นละเอยี ดสดี าํ ปกคลมุ กา นดอกรวมรงั ไข
ยาวประมาณ 4 ซม.

ดอก มีกลิ่นหอม เสน ผา นศนู ยก ลาง 5.5–
6.5 ซม. กลบี เลยี้ ง กลบี ดอก และกลบี ปากสขี าว

บรเิ วณโคนกลบี ปากสเี หลอื งหรอื สสี ม กลบี เลยี้ งบน

รูปขอบขนาน กวางประมาณ 1.5 ซม. ยาว

ประมาณ 5.5 ซม. ปลายแหลม กลีบเล้ียงขาง

รปู ใบหอกเบยี้ ว กวา งประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ

8 ซม. โคนเช่ือมติดกับคางเสาเกสร กลีบดอก นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
รปู ไขก ลบั กวา งประมาณ 3.5 ซม. ยาวประมาณ
5.5 ซม. ปลายมนและเปนติ่งหนาม กลีบปาก พบตามปา ดบิ เขา ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก-
ปลายแยกเปน 3 แฉก แฉกกลางรูปกลม ขอบ เฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ท่ีระดับความสูง
เปน คลนื่ แฉกขา งรปู ไขก ลบั ถงึ เกอื บกลม เสา เกสร ตั้งแต 1,000 ม. ออกดอกเดือนสิงหาคม–
มถิ ุนายน
รปู ขอบขนาน ยาวประมาณ 5.5 มม.

ผลแบบผลแหงแตก เขตการกระจายพันธุ

อัสสมั พมา ลาว เวยี ดนาม

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 119

àÍÍ×é §¼§éÖ

Dendrobium lindleyi Steud.

120 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ช่ืออน่ื ๆ โพดอนแหล

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร

กลวยไมอ งิ อาศยั สงู 6–10 ซม.

หวั เทียมรูปกระสวยหรือรูปทรงกระบอก

แกมรูปไข ยาว 1.5–5.5 ซม. มีปลองจํานวน
2–5 ปลอ ง แตล ะปลองยาว 1.5–2.5 ซม. มีสัน
ตามยาว 4 สนั มีกาบบางคลา ยเย่ือสขี าวหมุ

ใบ รปู ขอบขนาน กวา ง 0.5–3.5 ซม. ยาว Dendrobium lindleyi Steud.

3.5–8.5 ซม. ปลายมน แผน ใบหนาคลา ยแผน หนงั
ขอบเปนคลืน่

ชอ ดอกออกตามขอ หอ ยลง แตล ะชอ มดี อก

จํานวนมากกวา 10 ดอก กานชอดอกยาว
15–25 ซม. ใบประดับรปู สามเหล่ยี มแกมรปู ไข
แคบ ยาวประมาณ 2.5 มม. กา นดอกรวมรังไข
ยาว 6.5–30 มม. สีเขยี วอมเหลือง

ดอกสเี หลอื งอมสม กลบี เลยี้ งบนรปู ใบหอก
แกมรูปไข กวาง 7.5–9.5 มม. ยาวประมาณ

20.5 มม. ปลายมน กลบี เลยี้ งขา งมขี นาดครง่ึ หนง่ึ

ของกลบี เลยี้ งบน คางรปู คอ นขา งกลม ยาวประมาณ

5.5 มม. กลบี ดอกรปู รกี วา ง กวา งประมาณ 1.5 ซม.

ยาวประมาณ 2.5 ซม. ปลายเปน ตงิ่ มน กลบี ปาก นิเวศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
รูปขอบขนานหรือเกือบรูปไต กวางประมาณ พบตามปาเบญจพรรณและปาดิบแลง
2.5 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. หมุ ปดถงึ กง่ึ กลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เสาเกสร ปลายเวาต้ืน ขอบเรียบ กลางกลีบ ออกดอกเดอื นกุมภาพันธ–พฤษภาคม
มขี นสนั้ ปกคลมุ หนาแนน เสา เกสรสน้ั ยาวประมาณ
4 มม. ฝาปด กลุมเรณูรปู คอนขา งกลม เขตการกระจายพนั ธุ

ผลแบบผลแหงแตก อินเดีย ภฏู าน พมา ลาว เวียดนาม

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 121

àÍÍé× §Á¨Ñ ©Ò³Ø

Dendrobium palpebrae Lindl.

122 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ช่ืออ่ืน ๆ เออื้ งมจั ฉา สเี หลอื ง ปลายกลบี สขี าว กลบี เลย้ี งรปู ไข ปลายมน

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร ขอบเรียบ กลีบดอกรูปไข ขอบมีขนเล็กนอย
กลีบปากรูปกลม มขี นสนั้ นมุ ปกคลมุ เสา เกสรสนั้
กลว ยไมอ ิงอาศัยหรือขึ้นบนหิน
ผลแบบผลแหง แตก
หวั เทยี มรูปทรงกระบอก
นิเวศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
ใบ มี 3–5 ใบ รูปขอบขนานแกมรูปรี พบตามปาดิบแลงและปาเบญจพรรณ
กวา ง 2.5–3 ซม. ยาว 9.5–15.5 ซม. ปลายแหลม ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคตะวนั ออก-
แผน ใบบางและเหนียว
เฉยี งใต และภาคใต ออกดอกเดอื นกมุ ภาพนั ธ–

ชอดอกแบบชอกระจะ ออกตามขอแตละ มีนาคม Dendrobium palpebrae Lindl.
ชอมี 15–30 ดอก กานดอกรวมรังไขยาว เขตการกระจายพันธุ
3.5–4.5 ซม. อินเดยี จนี พมา ลาว เวียดนาม

ดอก มกี ลนิ่ หอมออ น ๆ เสน ผา นศนู ยก ลาง

2.5–3 ซม. กลบี เลยี้ งและกลบี ดอกสขี าว กลบี ปาก

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 123

àÍ×éͧäÁŒà·ŒÒÄÒÉÕ

Dendrobium pendulum Roxb.

124 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ช่ืออื่น ๆ หวายปม คลายรูปวงกลม กวางประมาณ 25.5 มม.

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร มีลักษณะคลายกานกลีบสั้น ๆ ขอบกลีบปาก
หุมจนถึงสวนกลางของเสาเกสร ขอบกลีบมี

กลว ยไมอิงอาศัย ขนครยุ ดา นบนและดา นลา งมขี นสน้ั นมุ ปกคลมุ

หัวเทยี มมีลักษณะตั้งข้ึนหรือหอยลง เสาเกสร ยาวประมาณ 4.5 มม. โคนเสาเกสร
ขยายใหญ ดา นลา งมปี มุ เลก็ ละเอยี ด ฝาปด กลมุ เรณู
รูปทรงกระบอก ยาว 22.5–41 ซม. ไมแตกกิ่ง คลา ยรปู กรวย มขี นเลก็ ละเอยี ดปกคลมุ
มีขอปลองจํานวนมาก แตละปลองมีลักษณะ
ผลแบบผลแหงแตก
คลายลกู ปด ยาว 2.5–3 ซม.

ใบ รปู ขอบขนาน กวา ง 1.5–2.5 ซม. ยาว Dendrobium pendulum Roxb.

9.5–12.5 ซม. ปลายแหลม โคนเปน กาบหมุ ลาํ ตน
แผนใบหนาคลายแผนหนัง

ชอดอกออกตามขอ หอยลง แตละชอ

มดี อกจาํ นวน 1–3 ดอก กา นชอ ดอกหนาและสน้ั
ยาว 2.5–5.5 มม. กาบหุม โคนมจี าํ นวน 1 หรอื
2 กาบ มลี กั ษณะเปน หลอด ยาวประมาณ 6.5 มม.
ใบประดับรูปไขกวาง กวางประมาณ 1 ซม.
ปลายมน บางคลา ยกระดาษ สขี าวหมน กา นดอก
รวมรงั ไขยาว 3.5–4.5 ซม. สีเขยี วอมเหลือง

ดอกมีขนาดใหญ มีกลิ่นหอม กลีบเล้ียง
และกลีบดอกสีขาว ปลายกลีบสีมวงแดง คาง นิเวศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
สมี ว งแดง กลบี ปากสขี าว กลางกลบี สเี หลอื งทอง พบตามปาดิบแลง ภาคเหนือและภาค
ปลายกลบี สมี ว งแดง กลบี เลย้ี งบนรปู ขอบขนาน ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ออกดอกเดอื นมกราคม–
กวา งประมาณ 10.5 มม. ยาวประมาณ 30.5 มม. เมษายน
ปลายแหลม มเี สน ตามยาว 5 เสน กลบี เลยี้ งขา ง
มีรูปรางและขนาดเหมือนกลีบเล้ียงบน ปลาย เขตการกระจายพันธุ
แหลม โคนเบี้ยวเล็กนอ ย มเี สน ตามยาว 5 เสน
คางคลายรูปกรวย ยาวประมาณ 5.5 มม. ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของอนิ เดยี บงั คลาเทศ
พมา จีน ลาว เวยี ดนาม

กลีบดอกรูปไขกวาง กวางประมาณ 15.5 มม.

ยาวประมาณ 30.5 มม. ปลายมน โคนรปู ลม่ิ แคบ

ขอบหยักซ่ีฟน มีเสนตามยาว 6 เสน กลีบปาก

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 125

àÍéÍ× §ÊÒ»ÃÐÊÒ·

Dendrobium polyanthum Wall. ex Lindl.

126 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชอ่ื อ่ืน ๆ เออื้ งสายนา้ํ เขยี ว

เออ้ื งสายนา้ํ ผง้ึ เออื้ งสายเหลอื ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร

กลวยไมองิ อาศยั

หัวเทียมมลี กั ษณะหอ ยลง รปู ทรงกระบอก Dendrobium polyanthum Wall. ex Lindl.

ยาว 20.5–35.5 ซม. ไมแตกกิ่ง มีขอปลอง
จํานวนมาก แตละปลองยาว 2.5–3 ซม.

ใบ รูปใบหอกหรือรูปใบหอกแกมรูปไข

กวา ง 2.5–3.5 ซม. ยาว 8.5–11 ซม. ปลายมน
แยกเปน แฉกไมส มมาตร แผน ใบบางคลา ยกระดาษ
กาบใบบางคลา ยกระดาษหรอื บางคลา ยเยอ่ื

ชอ ดอกออกตามขอ หอยลง แตละชอ

มี 1–3 ดอก กา นชอ ดอกมกี าบรปู เรอื หมุ จาํ นวน
2 กาบ ยาวประมาณ 2.5 มม. ใบประดบั รปู ไข ยาว
5.5–9.5 มม. ปลายมน บางคลา ยเยอ่ื สขี าวหมน
กา นดอกรวมรงั ไขย าว 2.5–3 ซม. สเี ขยี วอมเหลอื ง

ดอกมีลักษณะหอยลง กลีบเลี้ยงและ

กลบี ดอกสชี มพอู อ นหรอื สขี าว กลบี ปากสขี าวนวล

ปลายกลีบสีชมพูออน กลีบมีเสนสีมวงแดง รูปรี สีมวง มีขนละเอียดปกคลมุ ขอบดานหนา
เสา เกสรสขี าว กลบี เลย้ี งบนรปู ใบหอกแคบ กวา ง เวาตน้ื ปลายโคง ลง
6.5–10 มม. ยาวประมาณ 30.5 มม. ปลาย
เกือบแหลม โคนเบี้ยว มีเสนตามยาว 3–5 เสน ผลแบบผลแหง แตก

คางรปู กรวยแคบ ยาวประมาณ 5.5 มม. ปลายมน นิเวศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
กลบี ดอกรปู ขอบขนานแคบ กวา ง 7.5–9.5 มม. พบตามปา ดบิ เขา ปา เตง็ รงั และปา เบญจพรรณ
ยาวประมาณ 30.5 มม. ปลายมน ขอบเรียบ ภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ออกดอก
มเี สน ตามยาว 3–5 เสน กลบี ปากรปู ไขก ลบั กวา ง เดอื นกมุ ภาพนั ธ– มีนาคม

กวางประมาณ 36.5 มม. ขอบกลีบปากหุมเกิน เขตการกระจายพนั ธุ
ครง่ึ ของเสา เกสร กลบี ปากทง้ั 2 ดา น มขี นสน้ั นมุ ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เนปาล

ปกคลมุ หนาแนน ขอบหยกั ซีฟ่ น เสาเกสร ยาว พมา จนี ลาว เวยี ดนาม

ประมาณ 3.5 มม. ฝาปดกลุมเรณูรูปกรวยแกม

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 127

ËÇÒ¹͌ ÂÀÙËÅǧ

Dendrobium proteranthum Seidenf.

128 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ชื่ออื่น ๆ ขา วตอกภหู ลวง สีมวงแดง 3 แถบ กลีบเลี้ยงบนรูปรีแกมรูปไข

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร ยาว 4.5–5.5 มม. กลีบเลี้ยงขางรูปสามเหล่ียม
มแี ถบสมี วงแดง 3 แถบ กลีบดอกรูปแถบมีเสน

กลวยไมอ ิงอาศัย ตามยาวสีมวงแดง 1 เสน กลีบปากรูปรี กวาง

หวั เทยี มรปู ทรงกระบอก เสน ผา นศนู ยก ลาง ประมาณ 2.5 มม. ยาวประมาณ 3.5 มม.
สมี ว งดาํ เสา เกสรอว นสนั้ ฝาปด กลมุ เรณรู ปู กรวย
ประมาณ 10.5 มม. มกี าบหุม
ใบ รูปขอบขนานแกมรูปรี ปลายแหลม ผลแบบผลแหงแตก
โคนแผเปนกาบหมุ ลาํ ตน แผนใบบาง ใบมกั จะ นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
พบตามปาดิบเขาเขตรักษาพันธุสัตวปา Dendrobium proteranthum Seidenf.
รวงกอ นออกดอก
ภูหลวง จังหวัดเลย และอทุ ยานแหง ชาติภหู นิ -
ชอดอกแบบชอกระจะ ออกที่โคน รอ งกลา จงั หวดั พษิ ณโุ ลก ทร่ี ะดบั ความสงู 1,400–
1,500 ม. ออกดอกเดอื นมกราคม–มนี าคม
หัวเทยี ม ชอดอก ยาวประมาณ 3 ซม. แตละชอ
มี 4–7 ดอก กานดอกสั้น ใบประดับที่มีดอก เขตการกระจายพนั ธุ

ยาว 3–5.5 มม.
ดอกเสนผานศูนยกลางประมาณ 1 ซม. เปน พชื ถิน่ เดียวของไทย
กลบี เลย้ี งและกลบี ดอกสเี ขยี วแกมเหลอื ง มแี ถบ

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 129

àÍÍ×é §ªÐ¹Õ

Dendrobium senile C. S. P. Parish & Rchb. f.

130 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ช่อื อ่ืน ๆ มอื ชะนี เออ้ื งขนคา ง เทา กบั กลบี เลยี้ งบน โคนเชอื่ มตดิ กบั โคนเสา เกสร

เออ้ื งนางนี เออ้ื งมอื คา ง เออ้ื งอฮี ยุ กลบี ดอกรปู ไข กวา งประมาณ 2.5 ซม. ยาวประมาณ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร 3.5 ซม. ปลายมน กลีบปากสเี หลือง รปู ไขก ลบั
กวางประมาณ 2.5 ซม. ยาวประมาณ 3.5 ซม.

กลวยไมอิงอาศัย สูง 5–10 ซม. ปลายแหลม ขอบกลีบเวาและโคงข้ึน โคนกลีบ

หวั เทยี มรปู ทรงกระบอก ยาว 6.5–8.5 ซม. เชอ่ื มตดิ กบั คางเสา เกสร เสา เกสร ยาวประมาณ Dendrobium senile C. S. P. Parish & Rchb. f.
2.5 มม. คาง ยาวประมาณ 6.5 มม. ฝาปด
มปี ลอ ง 2–5 ปลอ ง มขี นสขี าวนมุ ปกคลมุ หนาแนน กลมุ เรณรู ปู คอ นขางกลม ปลายมน

ใบ รปู รี กวา ง 1.5–3.5 ซม. ยาว 4.5–6.5 ซม. ผลรูปทรงรี เสนผานศูนยกลางประมาณ

ปลายแหลม โคนแผเ ปน กาบหมุ หวั เทยี ม แผน ใบบาง 3 ซม. ยาวประมาณ 5.5 ซม.
มขี นสขี าวนมุ ปกคลมุ ทงั้ 2 ดา น กาบใบมขี นสนั้ นมุ
นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพันธุ
สีขาวปกคลมุ พบตามปาดิบแลงและปาเต็งรังผสมสน
ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคใต
ดอกมี1ดอกออกตามขอ สเี หลอื งกวา งประมาณ ท่ีระดับความสูง 700–950 ม. ออกดอกเดือน
เมษายน เปนผลเดอื นพฤษภาคม
4.5 ซม. ยาวประมาณ 5.5 ซม. ใบประดับรูปรี
กวา งประมาณ 32.5 มม. ยาวประมาณ 4.5 มม.
มขี นส้ันนุมสขี าวปกคลุมหนาแนน กลบี เล้ยี งบน
รปู รี กวา งประมาณ 1.5 ซม. ยาวประมาณ 2.5 ซม. เขตการกระจายพนั ธุ
ปลายแหลม กลีบเล้ียงขางมีรูปรางและขนาด พมา ลาว

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 131

àÍéÍ× §Á͹䢋㺢¹

Dendrobium thyrsiflorum Rchb. f. ex André

132 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ช่อื อ่ืน ๆ กบั แกะ พอซางดี มอนไขใ บมน ดอกมีลักษณะหอยลง กลีบเล้ียงและ
กลีบดอกสีขาว กลีบปากสีเหลืองทอง เสาเกสร
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร สีขาว โคนเสาเกสรสีเหลืองออน กลีบเล้ียงบน

กลว ยไมอิงอาศัยหรอื ขน้ึ บนหิน รปู ไข กวา งประมาณ 9 มม. ยาวประมาณ 16 มม.

หวั เทยี มมลี กั ษณะตงั้ ตรง รปู ทรงกระบอก ปลายมน ขอบเรียบ มีเสนตามยาว 5 เสน
กลบี เล้ยี งขางรูปไขถ ึงรูปใบหอก กวา งประมาณ
ยาว 12.5–46.5 ซม. มขี อ ปลอ งและสนั ตามยาว
8 มม. ยาวประมาณ 18 มม. ปลายมน ขอบเรยี บ
จาํ นวนมาก สเี หลอื งออ นแกมนา้ํ ตาล มีเสนตามยาว 5 เสน คางคอนขางกลม กวาง Dendrobium thyrsiflorum Rchb. f. ex André
ประมาณ 4.5 มม. กลีบดอกคอนขางกลม
ใบ มี 3 หรอื 4 ใบ เรยี งเวยี น รปู ใบหอกกลบั กวางประมาณ 13 มม. ยาวประมาณ 15 มม.
ปลายกลมมน โคนมีลักษณะคลายกานกลีบ
กวา ง 2–5.5 ซม. ยาว 8.5–16.5 ซม. ปลายแหลม ยาวประมาณ 2.5 มม. ขอบหยกั ซฟี่ น ไมส มาํ่ เสมอ
โคนสอบแคบเปนกาน ยาวประมาณ 6.5 มม.
แผนใบหนาคลายแผน หนงั

ชอ ดอกออกตามขอ หอยลง ชอดอกยาว มีเสนตามยาว 7 เสน กลีบปากคลา ยรปู วงกลม
9–17 ซม. มดี อกจาํ นวนมาก กา นชอ ดอกมกี าบ ถึงรูปสามเหลี่ยม กวางประมาณ 19.5 มม.
เปน เย่อื บางคลายกระดาษหุมจาํ นวน 3–4 กาบ ยาวประมาณ 15.5 มม. ดานลางมีขนส้ันนุม
ใบประดับที่มีดอกรูปไขกลับ กวาง 4–15 มม. หาง ๆ ดานบนมีขนสั้นนุมปกคลุมหนาแนน
ยาว 9.5–15.5 มม. ปลายกลมมน สีขาวหมน ปลายกลมมน โคนมีลักษณะคลายกานกลีบ
บางคลายกระดาษ มีเสนตามยาวหลายเสน ยาวประมาณ 3.5 มม. ฝาปด กลุมเรณูรูปกรวย
กานดอกรวมรงั ไขย าว 2–3.5 ซม. สคี รีม
สีขาว

ผลแบบผลแหง แตก

นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ

พบตามปาดิบเขา ภาคเหนือและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง
1,000–1,500 ม. ออกดอกเดือนมกราคม–
เมษายน

เขตการกระจายพนั ธุ

ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เนปาล
พมา ลาว เวียดนาม

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 133

àÍé×ͧ¤Òí àËÅèÕÂÁ

Dendrobium trigonopus Rchb. f.

134 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชื่ออน่ื ๆ เออื้ งคาํ ปากไก เออื้ งคาํ ภู ขอบดานบนหยักซ่ีฟน ฝาปดกลุมเรณูรูปกรวย
ยาวประมาณ 0.5 ซม. เกลย้ี ง
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร
ผลแบบผลแหงแตก
กลว ยไมอ งิ อาศัย สงู 5–10 ซม.

หวั เทยี มรปู กระสวยหรือรูปกระบอง ยาว

5.5–12 ซม. ไมแตกกิ่ง มีขอจํานวน 3-5 ขอ
แตละขอยาวประมาณ 2.5 ซม.

ใบ มี 3 หรือ 4 ใบ รูปขอบขนาน กวาง Dendrobium trigonopus Rchb. f.

1.5–4 ซม. ยาว 7.5–10 ซม. ปลายแหลม โคน
มีกาบใบสั้น ๆ หุม แผนใบหนาคลายแผนหนัง
ดานลา งมขี นสีดาํ บรเิ วณเสนกลางใบ

ชอ ดอกออกตามขอมี 1–2 ชอ แตล ะชอ

มี 2–3 ดอก กานชอดอกยาว 1.5–5 ซม.
ใบประดับท่ีมีดอกรูปไขถึงรูปสามเหลี่ยม ยาว
ประมาณ 5.5 มม. ปลายแหลม กานดอก
รวมรงั ไขย าว 2.5–4.5 ซม. สเี หลอื งออ นแกมเขยี ว

ดอกมลี กั ษณะหอ ยลง กลบี เลย้ี ง กลบี ดอก
และกลีบปากสีเหลือง บริเวณกลางกลีบปากมี

แตม สีเขียวออน กลบี เลี้ยงบนและกลีบเลีย้ งขา ง

มลี กั ษณะคลา ยกนั รปู ใบหอกแคบ กวา งประมาณ

1.5 ซม. ยาวประมาณ 3.5 ซม. ปลายแหลม

มสี นั ตามยาว เสน กลางกลบี ดา นลา งยกขนึ้ เหมอื น
เปน รปู ปก โคนกลบี เลยี้ งขา งเชอื่ มถงึ โคนเสา เกสร นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ
คางคอ นขา งกลม กวา งประมาณ 0.5 ซม. กลบี ดอก พบตามปาดิบเขา ภาคเหนือและ
รูปไขถึงรูปขอบขนาน กวางประมาณ 1.5 ซม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง
ยาวประมาณ 2.5 ซม. ปลายแหลม มเี สน ตามยาว 1,000–1,500 ม. ออกดอกเดือนกุมภาพันธ–
8 เสน กลีบปากตั้งตรงขนานไปกับเสาเกสร พฤษภาคม

ปลายแยกเปน 3 แฉก แฉกขา งรปู คลายไขกลบั เขตการกระจายพันธุ
หุมเสาเกสร ปลายมน ขอบดานบนหยักซ่ีฟน
แฉกกลางรูปวงกลม บริเวณกลางแฉกมีปุมเล็ก ตะวนั ตกเฉยี งใตข องจนี พมา ลาว เวยี ดนาม

หนาแนน เสาเกสร ยาวประมาณ 0.5 ซม.

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 135

àÍÍé× §¤ÃèѧáÊ´

Dendrobium unicum Seidenf.

136 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชื่ออื่น ๆ เออ้ื งกาํ ลงั เอก เออ้ื งสายสแี สด และมวนลง กลีบปากสีสมออนมีลายเสนสีสม
กระจายทว่ั ทงั้ ดา นบนและดา นลา ง บรเิ วณกลาง
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร กลบี มสี นั ตามยาว ขอบกลบี มว นเขา หากนั คางสน้ั

กลวยไมองิ อาศัย ผลแบบผลแหง แตก

หวั เทยี มรปู ทรงกระบอก ยาว 5–15 ซม. นเิ วศวิทยาและการกระจายพนั ธุ

มีรองตน้ื ๆ ตามยาว พบตามปาดิบแลง ปาผลัดใบ และปาสน

ใบ รปู ขอบขนานแกมรปู รี กวา ง 1–1.5 ซม. ภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ทร่ี ะดบั
ยาว 3.5–6.5 ซม. ปลายแหลม โคนแผเปนกาบ ความสูงประมาณ 1,000 ม. ออกดอกเดือน
หมุ ลาํ ตน แผน ใบบาง ใบมกั จะรว งกอ นออกดอก กุมภาพนั ธ– เมษายน

ชอ ดอกแบบชอ กระจะ ออกตามขอ มี 1–2 ชอ เขตการกระจายพนั ธุ Dendrobium unicum Seidenf.

แตล ะชอมี 2–4 ดอก กานชอ ดอกสั้น กา นดอก พมา ลาว เวยี ดนาม
รวมรังไขยาว 2.5–4.5 ซม.

ดอกมีกล่ินหอม เสนผานศูนยกลาง 2.5–

3.5 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีสมแกมแดง
เม่ือบานนานข้ึนกลีบเล้ียงและกลีบดอกบิดตัว

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 137

¡ÅŒÇÂÁ´´Í¡¢ÒÇ

Didymoplexis pallens Griff.

138 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹éíÒ˹ÒÇ

ชอื่ อ่ืน ๆ – เสา เกสรรูปกระบอง ยาว 4–6 มม. สวนปลาย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร มคี รบี 2 ครบี กา นดอกรวมรงั ไข ยาว 5–12 มม.

ท้ังตน รวมชอ ดอก ยาว 8–25 ซม. ผลรูปทรงกระบอกถึงเปน รูปกระสวย ยาว

2–3 ซม.

เหงารูปกระสวยถึงคลายลูกปด เสนผาน-
ศูนยก ลาง 0.5–0.7 ซม. ยาว 1–3 ซม.

รากขนาดเล็กออกที่โคนตน

ลําตนเหนือดินสีนํ้าตาลออน ลักษณะ Didymoplexis pallens Griff.

เรยี วยาวและตงั้ ตรง มกี าบหมุ 1–5 กาบ รปู หลอด
ยาว 2–4 มม. ปลายแหลม

ชอ ดอกแบบชอกระจะ เรียงตัวหาง ๆ

ใบประดับรูปไข กวาง 1–2 มม. ยาว 2–3 มม.
ปลายแหลมถึงเรียวแหลม หลุดรวงงาย มีดอก
2–20 ดอก

ดอกสขี าว คลา ยรปู ระฆงั ขนาด 0.5–1.5 ซม.
กลบี เลย้ี งบนและกลบี ดอกเชอ่ื มตดิ กนั เปน หลอด

สวนปลายแยกเปน แฉก 3 แฉก ต้นื ๆ รปู ไข

แกมรูปสามเหล่ียม ปลายมน กลีบเลี้ยงขาง

เชอ่ื มกัน สว นปลายแยกเปนแฉก 2 แฉก รปู ไข

พบั ออกดา นนอก ปลายมนถงึ กลม กลบี ปากสขี าว

รปู ไขก ลับ กวาง 6–8 มม. ยาว 5–5.5 มม. นิเวศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
ปลายกลบี คอ นขา งตดั ขอบเรยี บหรอื หยกั เปน คลน่ื กลวยไมอาศัยรา พบตามพ้ืนปาดิบใน

ขอบดานขางตั้งตรงหรอื มวนขึ้น กลางกลีบปาก ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคตะวนั -
มีปุมสีเหลืองขนาดเล็กจํานวนมาก
ออก ภาคกลาง ภาคตะวนั ตกเฉยี งใต และภาคใต

ที่ระดับความสงู 100–1,000 ม. ออกดอกเดือน

มนี าคม–มิถุนายน

เขตการกระจายพนั ธุ

อัฟกานิสถาน ตะวันออกเฉียงเหนือของ
อินเดีย ภูฏาน บังคลาเทศ จีนตอนใต ใตหวัน
ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย ออสเตรเลีย
เหงา และทางตะวนั ตกเฉยี งใตข องมหาสมทุ รแปซฟิ ก

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 139

àÍÍ×é §¡ÃÐμ‹ÒÂËÅÙ Ù‹

Diploprora truncata Rolfe ex Downie

140 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ

ชื่ออื่น ๆ เอื้องงวงชาง เอือ้ งหชู าง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร

ลําตนตรง เสนผานศูนยกลางประมาณ

3 มม. สูงประมาณ 10.5 ซม.

ใบรปู แถบ กวา ง 0.7–1 ซม. ยาว 4.5–7 ซม. Diploprora truncata Rolfe ex Downie

ปลายแหลม โคนรูปล่ิม แผนใบหนา

ชอ ดอกแบบชอ กระจะ ออกทขี่ อ ตรงขา มใบ

กานชอดอกยาว 5–6 ซม. แกนกลางชอดอก
ยาวไดถึง 17 ซม. ใบประดับยอยรูปคลาย
สามเหลยี่ ม กวา งประมาณ 2 มม. ยาวประมาณ
4 มม. ปลายแหลม

ดอกสีขาวถึงสีเขียวออน กลีบเลี้ยงบน
รูปไขกลับแกมรูปขอบขนาน กวางประมาณ

2.5 มม. ยาวประมาณ 6.5 มม. ปลายมน กึ่ง

เปน รูปคมุ กลีบเล้ียงขางรูปชอ น กวา งประมาณ

25 มม. ยาวประมาณ 6 มม. ปลายกึ่งแหลม

กลีบดอกรูปไขกลับถึงรูปชอน โคง กวาง

2–2.5 มม. ยาวประมาณ 5.5 มม. กลีบปาก

สขี าว มแี ตม มมี ว ง กลางกลบี แตม สเี หลอื งอมสม

โคนกลีบปากก่ึงเปนรูปโล แฉกขางรูปคลาย

สามเหล่ียม ต้ังข้ึน กลางกลีบมีครีบบาง ๆ สูง

ประมาณ 1.5 มม. คอกลีบปากยาวประมาณ
3.5 มม. ปลายกลบี ปากเปน สนั โคง กวา งประมาณ นเิ วศวทิ ยาและการกระจายพนั ธุ
1.5 มม. ยาวประมาณ 6 มม. เสาเกสร กลวยไมองิ อาศัย พบตามคาคบไมใ นปา ดิบ

ยาวประมาณ 2.5 มม. กานดอกรวมรังไขยาว ทางภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ท่ี

ประมาณ 4.5 มม. ระดับความสงู ประมาณ 1,650 ม. ออกดอก

ผลกวางประมาณ 0.6 ซม. ยาวประมาณ และเปน ผลประมาณเดือนกมุ ภาพันธ
4 ซม. เขตการกระจายพนั ธุ

ตะวนั ออกของเทือกเขาหมิ าลยั พมา ลาว

กัมพูชา เวียดนาม สิงคโปร คาบสมุทรมลายู

Orchids in the Phu Khieo-Nam Nao Forest Complex 141

àÍ×Íé §¡ÃÐà¨ÕÂé §

Epigeneium amplum (Lindl.) Summerh.

142 ¡ÅŒÇÂäÁŒã¹¡ÅØ‹Á»†ÒÀÙà¢ÕÂÇ-¹íéÒ˹ÒÇ


Click to View FlipBook Version