สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1
PBN1
การศึกษาการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา
โดยใช้ระบบการนิเทศออนไลน์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.2564
การศกึ ษาการขบั เคล่อื นคุณภาพการศกึ ษาโดยใชร้ ะบบรายงานการนิเทศ ออนไลน์
ของสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พ.ศ.2564
บทคดั ยอ่
การวิจัยเร่ือง การขบั เคลื่อนคุณภาพการศึกษา โดยใช้ระบบการนเิ ทศ ตดิ ตาม และ
ประเมินผลการจดั การศึกษาออนไลน์ ของสานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
การวจิ ยั คร้ังนี้มวี ัตถปุ ระสงค์ 1) เพ่อื ศกึ ษาปญั หาความตอ้ งการจาเปน็ ในการนิเทศของ สานกั งานเขต
พนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 2) เพอื่ สรา้ งและพฒั นาโปรแกรมระบบการนเิ ทศ
ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ออนไลน์ 3) เพ่ือศึกษาผลการใชร้ ะบบโปรแกรมระบบการ
นเิ ทศติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา ออนไลน์ ในการ ประเมินผลคณุ ภาพโปรแกรมใช้กลุ่ม
ตวั อย่างเปน็ ครู ผู้บรหิ ารและบุคลากรทางการศึกษา สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษา
เพชรบรู ณ์ เขต 1 ทไี่ ด้ทดลองใชจ้ รงิ ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563 เพอื่ หาคุณภาพโปรแกรมโดย
ใช้แบบประเมิน ประกอบไปดว้ ยประเด็นคุณภาพการศึกษา ที่ตอ้ งการเกบ็ รวบรวมข้อมูล คือ ระดับ
ความพึงพอใจในการใช้งาน ระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
ออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online) และ การใชง้ านระบบรายงานผล
การนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษาออนไลน์ School & Area Supervision Report
(SASR Online)
ผลการวิจัยพบวา่
1. ผลการศกึ ษาปญั หาความต้องการจาเปน็ ในการนเิ ทศของ สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 น้ัน ได้เล็งความสาคญั การขบั เคลอื่ นคุณภาพการศกึ ษา จึงได้สร้าง
และพัฒนาโปรแกรมระบบรายงานผลการนิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา ออนไลน์
School & Area Supervision Report (SASR Online)
2. การสร้างและพัฒนาโปรแกรมระบบการนเิ ทศติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา
ออนไลน์ จากผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ความพึงพอใจ ระบบรายงานผลการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล
การจัดการศกึ ษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online) พบวา่
ครู ผ้บู รหิ ารและบุคลากรทางการศกึ ษา สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1
มรี ะดบั ความพึงพอใจ ด้านนิเทศภายในโรงเรียน มากที่สุด ( ̅ = 4.17) รองลงมาคือรายงานการ
ตรวจเย่ียม ( ̅ = 4.16) รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานสาหรับโรงเรยี น ( ̅ = 4.16) และรายงานนิเทศ
( ̅ = 4.15) ตามลาดับ โดยความพึงพอใจในภาพรวม ระบบรายงานผลการนเิ ทศ ติดตามและ
ประเมนิ ผลการจดั การศึกษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online) อยใู่ น
ระดับดมี าก ( ̅ = 4.10)
3. ผลการศึกษาผลการใช้ระบบโปรแกรมระบบการนิเทศติดตาม และประเมินผลการจัด
การศึกษา ออนไลน์ พบว่าผู้อานวยการเขตพื้นท่ีการศึกษา รองผู้อานวยการเขตพื้นท่ีการศึกษา
เจ้าหน้าที่ ศึกษานิเทศก์ ผู้อานวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ความร่วมมือและ
สามารถเขา้ ใชง้ านระบบการนิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา ออนไลน์ School & Area
Supervision Report (SASR Online) ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ประกาศคณุ ปู การ
การศึกษาการขบั เคล่ือนคณุ ภาพการศกึ ษาโดยใช้ระบบรายงานการนเิ ทศ ออนไลน์
ของสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ฉบบั น้ี ประสบความสาเรจ็ ได้
ด้วยความเมตตากรณุ าจาก นายบรรเจดิ กลน่ิ จันทร์ ผู้อานวยการสานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 นายวทิ ยา เกษาอาจ รองผอู้ านวยการสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา
ประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 ทไี่ ด้ให้คาปรกึ ษาพร้อมกับ ข้อเสนอแนะในการปรบั ปรุงแก้ไข
ข้อบกพร่องต่างๆ ตลอดจนให้การสนับสนุนและช่วยเหลอื การดาเนนิ งานของคณะวิจัยอยา่ งดยี ิ่ง
มาโดยตลอด จนการวิจัยฉบับนีเ้ สร็จสมบรู ณ์ได้ คณะวิจัยขอขอบพระคุณมา ณ ทน่ี ี้
ขอขอบพระคณุ นายบรรเจดิ กลน่ิ จันทร์ ผู้ อ าน ว ย ก าร ส านั ก งาน เข ต พื้ น ที่
การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 นายวิทยา เกษาอาจ รองผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 นายพิน สงค์ประเสริฐ ผู้อานวยการกลุ่มนิเทศติดตาม
และประเมินผลการจัดการศึกษา นางพิบูลขวัญ กลิ่นม่ิง ศึกษานิเทศก์ นายชัยวัฒน์ นงภา
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านวังโค้ง ท่ีได้กรุณาเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบการสร้างโปรแกรม ตรวจสอบ
เครื่องมือแบบประเมินความพึงพอใจ พร้อมท้ังส่งเสริมให้คาแนะนาตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่อง
ของการวิจยั ด้วยความเอาใจใส่ จนทาให้วิจัยฉบับน้ีสาเร็จลุล่วงได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อการศึกษาในครั้งน้ี
คุณประโยชน์ที่พ่ึงจะมีจากงานวิจัยฉบับนี้ คณะวิจัยขอมอบเป็นคุณูปการเพื่อบูชาบุพการี
คุณครอู าจารย์ และผู้เกี่ยวข้องกบั การศกึ ษาทุกท่านท่ีใหก้ ารสนับสนุน ช่วยเหลือ จากการปฏิบัตหิ นา้ ท่ี
สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี และหวังเป็นอย่างย่ิงว่าผลการวิจัยในครั้งนี้ จะยังประโยชน์เพื่อให้เป็นข้อมูล
ในการดาเนินการขับเคล่ือนคุณ ภาพการศึกษาโดยใช้ระบบรายงานการนิเทศ ออนไลน์
ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ท้ังในระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา และ
สถานศึกษา ให้ประสบผลสาเรจ็ ยง่ิ ๆ ขน้ึ ไป
สพป.พช. 1
กันยายน 2564
สารบญั หนา้
บทที่ ๑
บทคดั ย่อ ๑
ประกาศคณุ ูปการ 3
สารบญั 3
5
๑ บทนา…………………………………………………………….……...…..……………………………….. 5
6
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา………………………................................... 6
วัตถุประสงค์การศึกษา…….........…………….......……………………………………………. 6
ขอบเขตของการศึกษา……………………….........…….………....…...………………………. 9
11
นยิ ามศัพท์เฉพาะ……………………….........…………….......…………………………………. 13
ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับจากการศึกษา……………………….........…......…………....…...……… 13
14
๒ เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง............................................................................... 20
20
1. นโยบายทางการศึกษา……………………………………………………………… 21
22
1.1 นโยบายกระทรวงศกึ ษาธิการ 29
1.2 นโยบายสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 30
1.3 ปที องของการนเิ ทศ 32
32
2. คุณภาพการศึกษา
32
2.1 ความหมายของ คุณภาพการศกึ ษา
2.2 แนวคดิ ทฤษฎีเกย่ี วกบั คุณภาพการศึกษา 37
3. การนเิ ทศ
3.1 ความหมาย
3.2 ความสาคัญ
3.3 วธิ กี าร
3.4 งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
4. การนิเทศออนไลน์
๓ วิธีดาเนินการวิจยั ..................................................................................................
ข้นั ตอนที่ 1 ศึกษาปัญหาความตอ้ งการจาเป็นในการนิเทศของ สานักงาน เขต
พืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1
ขน้ั ตอนท่ี 2 สรา้ งและพัฒนาโปรแกรมระบบการนเิ ทศตดิ ตาม และ
ประเมนิ ผลการจัดการศึกษา ออนไลน์
ข้ันตอนที่ 3 ศึกษาผลการใช้โปรแกรมระบบการนเิ ทศติดตาม และประเมนิ ผล
การจัดการศกึ ษา ออนไลน์
สารบัญ (ต่อ)
บทท่ี หนา้
๔ ผลการวิจัย……......…………………………….……………......…………………………………….. 38
ผลการศึกษาปัญหาความต้องการจาเปน็ ในการนเิ ทศของ สานักงานเขตพืน้ ที่ 38
การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
การสร้างและพฒั นาโปรแกรมระบบการนิเทศตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั 41
การศึกษา ออนไลน์
ผลการใชโ้ ปรแกรมระบบการนิเทศตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา 60
ออนไลน์
๕ สรปุ อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ........................................................................... 63
วตั ถปุ ระสงค์การศึกษา……………....…………….....................…….…….........………… 63
ขอบเขตการรายงานผลการศึกษา…………………....………………...….…………………. 63
การประเมินคณุ ภาพโปรแกรม………………………....………………........…....…………. 63
การวิเคราะห์ขอ้ มลู ………………………………………………………………………………….. 64
สรุปและอภปิ รายผลการวิจยั …………………………………………………………………… 64
ข้อเสนอแนะ…………………………………………………………………………………………… 65
บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………….. 66
ภาคผนวก ................................................................................................................ 71
ภาคผนวก ก รายนามผู้เช่ียวชาญ............…………………………………………………… 71
ภาคผนวก ข เครอื่ งมอื เก็บรวบรวมขอ้ มลู ………………………………………………… 76
ภาคผนวก ค ภาพ.............................................................................................. 80
คณะทางาน …………………………………………………………………………………………… 86
1
บทที่ 1
บทนำ
ควำมสำคญั และควำมเป็นมำของปัญหำ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการ กาหนดมาตรฐานคุณภาพของผู้เรียน
ทเี่ ป็นเป้าหมาย รวมท้ังมาตรฐาน กระบวนการการดาเนินงานและปัจจัยท่เี ก่ียวข้องกบั การจัดการศึกษา
ท่ีเชื่อว่า จะสามารถส่งผลให้การจัดการศึกษาบรรลุเป้าหมาย ท้ังนี้ในระหว่างดาเนินงาน จัดการศึกษา
สู่เป้าหมาย สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด จาเป็นต้องมีการ พัฒนากลไกในการติดตามตรวจสอบ
คุณภาพการศึกษาด้านกระบวนการบริหาร และการจัดการ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอน
ทีเ่ น้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และด้านคุณภาพผู้เรียน โดยบุคคลภายในสถานศึกษาและภายนอกสถานศึกษา
เพือ่ ใหม้ ่นั ใจไดว้ า่ จะสามารถพฒั นาผเู้ รยี นท่มี ีคุณภาพตามเปา้ หมายที่กาหนด ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามีอานาจหน้าทีจ่ ัดทานโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศกึ ษา
ของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา กากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานและในเขตพื้นที่
การศึกษา ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา
จัดระบบประกันคุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา โดยกาหนดให้
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา มีอานาจหน้าท่ี ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและ
พัฒนาหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน หลักสูตร การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา และหลักสูตร
การศึกษาพิเศษ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาหลักสูตรการสอนและกระบวนการเรยี นรู้ ของผู้เรยี น
วิจัย พัฒนา ส่งเสริม ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินเกี่ยวกับการวัดและ การประเมินผลการศึกษา
วิจัย พัฒนา ส่งเสริม มาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา รวมท้ังประเมิน ติดตาม
และตรวจสอบคุณภาพการศึกษา นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย
และพัฒนาสื่อนวตั กรรมการนเิ ทศทางการศึกษา
การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการสาคัญ ในการให้บริการช่วยเหลือ สนับสนุน
เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ เพ่ือปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเป็น
สาคัญการนิเทศการศึกษา เป็นการนิเทศที่ครอบคลุมถึงการนิเทศการสอน การพัฒนาหลักสูตร
การพัฒนาบุคลากรเพ่ือให้สามารถ ปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ ผู้นิเทศนอกจากจะมีบทบาท
ในการส่งเสริม ช่วยเหลือ สนับสนุนครูให้ พัฒนาการเรยี นการสอนพฒั นาหลักสูตร พฒั นาเทคนิควิธีการ
และนวัตกรรมการการศึกษา และมาตรฐาน ศึกษานิเทศก์ของคุรุสภา 2556 มาตรฐานการปฏิบัติงาน
มาตรฐานที่ 8 ได้กล่าวถึงศึกษานิเทศก์ไว้ว่า ศึกษานิเทศก์ต้อง “ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ีดี”
ศึกษานิเทศก์มีภารกิจในการพัฒนาผู้รับการนิเทศโดยการให้ คาปรึกษา แนะนา หรือจัดกิจกรรม
เพื่อให้ผู้รับการนิเทศปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมสาคัญตามเง่ือนไขท่ีผู้นิเทศ เสนอแนะ ดังนั้น ผู้นิเทศ
ต้องประพฤติปฏิบัติให้เป็นที่ประจักษ์เสียก่อน เพ่ือให้คาปรึกษา คาแนะนาหรือ กิจกรรมนั้นๆ
มีน้าหนัก มีความสาคัญน่าเชื่อถือผู้นิเทศจาเป็นต้องเป็นแบบอย่างท่ีดีท้ังบุคลิกภาพ การปฏิบัติตน
มีคุณธรรมจริยธรรม จะช่วยให้ผู้รับการนิเทศเช่ือถือศรัทธาต่อการนิเทศการศึกษาและปฏิบัติตามด้วย
ความพึงพอใจ
2
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะสาเร็จได้ตามเป้าหมาย จาเป็นต้องมีองค์ประกอบสาคัญ
ในการพัฒนา คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และกระบวนการนิเทศ ท่ีต้องร่วมกัน
สนับสนุนส่งเสริมไปด้วยกันในลักษณ ะของ “เกลียวเชือก” กระบวนการนิเทศการศึกษา
เป็นกระบวนการ ที่ทาให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุง กระบวนการเรียนการสอนของครู โดยมุ่งให้เกิด
การจัดการเรียนรู้ ท่ีมีประสิทธิภาพส่งผลถึงคุณภาพของผู้เรียน กระบวนการนิเทศการศึกษาช่วยทาให้
เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน สร้างการประสานสัมพันธ์ และขวัญกาลังใจ ซึ่งต้องดาเนินงานให้
ประสานสัมพันธ์กับกระบวนการอ่นื ในการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาให้บรรลุตามเป้าหมาย ทาให้เกิดการ
พัฒนาท่ียั่งยืนถาวร ดังท่ีสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๔๙ : ๕๒) กล่าวว่า “การจัดการท่ีดีเป็นกุญแจนาไปสู่ความสาเร็จขององค์กร
การนิเทศทีด่ นี าไปสูก่ ารจดั การทด่ี ”ี
นโยบาย “2562 ปีทองแห่งการนิเทศภายใน ห้องเรียนเป็นฐานเพ่ือการพัฒนาคุณภาพ
ของผู้เรียน” ได้กาหนดให้โรงเรียนในสังกัดใช้วิธีการนิเทศโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสารที่หลากหลาย เพ่ือส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามบริบทของ
สถานศึกษา เพื่อตอบสนองนโยบายการเป็นยุคประเทศไทย ๔.๐ และมาตรฐานการศึกษาชาติ
คือผู้เรียนเป็นผู้สร้างนวัตกรรม ครูผู้สอนใช้นวตั กรรมในการจัดการเรยี นการสอน ผู้บริหารใช้นวัตกรรม
ในการบรหิ ารงาน
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 1
ได้กาหนดจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพ 8 จดุ เน้นประกอบด้วยการอ่านออก-เขยี นได้ การทดสอบระดับ
เขตพ้นื ที่และระดบั ชาติ การประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา การนิเทศการศึกษา การดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนและความปลอดภัย การจัดสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนา
ตนเองและวิชาชีพด้วย PLC และ ID Plan และ หนึ่งโรงเรียน หน่ึงคุณภาพ (แผนปฏิบัติการประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. 2564, 2564 : 60) เพื่อให้การขับเคลื่อนคุณภาพเป็นไปตามเป้าหมายจึงต้อง
ดาเนินการนิเทศติดตาม ประเมินผลการดาเนินงานตามจดุ เน้นของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และได้
ระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ออนไลน์ School & Area
Supervision Report (SASR Online) สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
เพื่อติดตามการรายงานการนิเทศของศึกษานิเทศก์ ข้าราชการและบุคลากรทาง การศึกษาในสังกัด
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 และรายงานการนิเทศภายในโรงเรียนของ
ผู้บริหาร สถานศึกษา และครูผู้รับการนิเทศภายใน เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุง พัฒนา ระบบ
การศึกษาให้ดียิ่งขึ้น สามารถตรวจสอบผลการรายงานส่วนบุคคล รายโรงเรียน และภาพรวมท่ีแสดง
ความถี่ของการนิเทศจะเป็น กลุ่ม/หน่วย/สถานศึกษา ท่ีสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
เพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าไปตรวจเย่ียม สามารถตรวจสอบ และดูรายงานผลได้ทันทีและสะท้อนผลการ
นิเทศกากับติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไปจากเหตุผลดังกล่าวจึงทา
ให้เกิดการศึกษาการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบรายงานการนิเทศ ออนไลน์ ของสานกั งาน
เขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ขึน้
3
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ศึกษาปัญหาความต้องการจาเปน็ ในการนเิ ทศของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1
2. เพอ่ื สร้างและพัฒนาโปรแกรมระบบการนเิ ทศติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา
ออนไลน์
3. เพือ่ ศึกษาผลการใช้ระบบโปรแกรมระบบการนิเทศติดตาม และประเมนิ ผลการจดั
การศึกษา ออนไลน์
ขอบเขตกำรศกึ ษำ
1. กล่มุ เปำ้ หมำย
กลุ่มเป้าหมายท่ีใช้ในการประเมินระบบการรายงานการนิเทศ ออนไลน์ School & Area
Supervision Report สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้แก่ ผู้บริหาร
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต
ได้มาโดยทาการเลือกแบบเจาะจง
2. ด้ำนเน้อื หำ
การรายงานการประเมินระบบการรายงานการนิเทศ ออนไลน์ School & Area
Supervision Report สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 คร้ังนี้ ผู้รายงานได้
ยึดหลักและแนวทางการประเมินความคิดเห็นผู้เข้าใช้ระบบการรายงานการนิเทศ ออนไลน์ School &
Area Supervision Report ประกอบด้วย
2.1 ระบบสมุดโรงเรยี น
1) ระบบรายงานผลการดาเนนิ งาน ตามจุดเนน้ 8 จุดเน้น
จุดเน้นท่ี 1. การอ่านออก-เขียนได้
จุดเนน้ ท่ี 2. การทดสอบระดับเขตพนื้ ที่และระดบั ชาติ
จดุ เนน้ ที่ 3. การประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา
จุดเนน้ ที่ 4. การนเิ ทศการศึกษา
จดุ เนน้ ท่ี 5. การดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียนและความปลอดภัย
จุดเน้นที่ 6. การจัดสภาพแวดลอ้ มภายในสถานศึกษาใหเ้ อ้ือตอ่ การเรยี นรู้
จุดเนน้ ท่ี 7. การพัฒนาตนเองและวิชาชีพด้วย PLC และ ID Plan
จดุ เน้นที่ 8. หนงึ่ โรงเรยี น หนง่ึ คณุ ภาพ
โดยมเี อกสารประกอบแนบ (บันทกึ เปน็ ไฟล์รปู บารโ์ ค๊ด ลิ้งค์ไปยงั Google Drive
ท่เี กบ็ ไวโ้ ดยแสดงวัน เวลา การรายงาน)
2) ระบบรายงานผลงานดีเด่น
3) ระบบรายงานผลการเขา้ รับการพฒั นา
4) ระบบรายงานผลการประเมินตามหลกั สูตร
ประกอบด้วย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน
สมรรถนะ การวดั ผล 8 กลมุ่ สาระ
4
2.2 ระบบกำรรำยงำนผลกำรนิเทศตดิ ตำม และประเมนิ ผลกำรจดั กำรศึกษำ
1) เปน็ การบันทกึ การนเิ ทศของศึกษานิเทศก์ทีไ่ ปนิเทศโรงเรยี น ในสังกัด สามารถ
ดสู ถติ กิ ารนเิ ทศภาพรวม แตล่ ะโรงเรียน แตล่ ะศึกษานเิ ทศก์ได้
2) มีการบันทึกความก้าวหน้าของสถานศึกษา หลังจากศึกษานิเทศก์บันทึกข้อมูล
การนเิ ทศของแตล่ ะโรงเรยี นแล้ว
3) มีการรายงานภาพรวมแยกเป็นกลุ่มโรงเรียน แยกเป็นสดมภ์ และแสดงสถิติการ
นิเทศฯ
2.3 ระบบนิเทศภำยใน
1) เป็นการบันทกึ การนเิ ทศภายในของผู้อานวยการโรงเรียนท่ีไปนิเทศชนั้ เรยี น
สามารถดสู ถิติการนเิ ทศภาพรวม แต่ละโรงเรยี นได้
2) มีการบนั ทึกความก้าวหน้าของครูผู้รบั การนิเทศ หลงั จากผู้บริหารบันทกึ ข้อมลู การ
นิเทศของแตล่ ะชั้นเรียนแล้ว
3) มีการรายงานภาพรวม แยกเป็นโรงเรยี น แยกเป็นครูแตล่ ะคน และแสดงสถติ ิการ
นเิ ทศฯ
2.4 ระบบรำยงำนผลกำรตรวจรำชกำร
สาหรบั ผอู้ านวยการเขตพ้นื ที่การศึกษา รองผู้อานวยการเขตพืน้ ที่การศกึ ษา ไป
ตรวจราชการ และบนั ทกึ ลงโปรแกรม เพ่ือที่สามารถดูการรายงาน และความกา้ วหนา้
2.5 ระบบรำยงำนผลกำรตรวจเยีย่ ม
สาหรบั ผ้อู านวยการเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษา รองผูอ้ านวยการเขตพนื้ ที่การศึกษา
เจา้ หนา้ ที่ ศกึ ษานิเทศก์ และคณะกรรรมการอน่ื ๆ ท่ีไปตรวจเยีย่ มสถานศึกษา และบนั ทึกลงโปรแกรม
เพอื่ ดรู ายงาน และความก้าวหน้า
2.6 กำรประกันคณุ ภำพภำยในสถำนศกึ ษำ
สาหรับผู้ใช้งานโรงเรียน โดยใหโ้ รงเรียนรายงานการประกันคณุ ภาพสถานศึกษา 6
ข้ันตอน ไดแ้ ก่
1) การกาหนดมาตรฐาน
2) การจดั ทาแผนพฒั นา
3) การดาเนินงานตามแผนพัฒนา
4) ประเมินผลและติดตามตรวจสอบ
5) ติดตามผลการดาเนนิ งาน
6) รายงานผลการประเมินตนเอง
และรายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอก (บันทึกเป็นไฟล์รูป บาร์โค๊ด ล้ิงค์ไปยัง Google Drive
ที่เก็บไวโ้ ดยแสดงวัน เวลา การรายงาน)
5
3. ระยะเวลำดำเนนิ โครงกำร
ระหว่างวนั ที่ 1 ตลุ าคม 2563 – 30 กนั ยายน 2564
นิยำมศัพทเ์ ฉพำะ
1. กำรขบั เคล่ือนคณุ ภำพกำรศกึ ษำ หมายถึง การดาเนินการบรหิ ารจัดการเพื่อให้เกิด
คณุ ภาพกับผู้เรยี นจากนโยบายการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
ของสานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 จากจดุ เนน้ 8 เน้น ประกอบด้วย
จุดเน้นท่ี 1. การอา่ นออก-เขียนได้
จุดเน้นที่ 2. การทดสอบระดับเขตพนื้ ทีแ่ ละระดบั ชาติ
จดุ เน้นที่ 3. การประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา
จุดเน้นท่ี 4. การนิเทศการศกึ ษา
จุดเน้นท่ี 5. การดูแลช่วยเหลอื นักเรยี นและความปลอดภัย
จุดเนน้ ท่ี 6. การจัดสภาพแวดลอ้ มภายในสถานศึกษาให้เอื้อตอ่ การเรียนรู้
จุดเน้นที่ 7. การพฒั นาตนเองและวิชาชพี ดว้ ย PLC และ ID Plan
จุดเน้นที่ 8. หนึ่งโรงเรยี น หนง่ึ คุณภาพ
2. ระบบกำรนเิ ทศ ติดตำมและประเมินผลกำรจัดกำรศกึ ษำ ออนไลน์ หมายถึง
ระบบการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ออนไลน์ School & Area Supervision
Report (SASR Online) สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 จดั ทาขึ้น เพ่ือ
ติดตามการรายงานการนเิ ทศติดตาม และประเมินผลการศึกษา ของศึกษานเิ ทศก์ ขา้ ราชการและ
บุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 และ
รายงานการนเิ ทศภายในโรงเรียนของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา และครผู ้รู ับการนิเทศภายใน เพื่อเป็นข้อมลู
ในการปรบั ปรุง พัฒนา ระบบการศึกษาให้ดยี ิ่งขึน้ สามารถตรวจสอบผลการรายงานสว่ นบคุ คล ราย
โรงเรียน และภาพรวมทีแ่ สดงความถี่ของการนิเทศจะเป็นกลุ่ม/หนว่ ย/สถานศึกษา ท่สี านักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าไปตรวจเยย่ี ม สามารถตรวจสอบ และดูรายงานผลได้
ทนั ที (http://101.109.41.19/sasr/)
ประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากการศกึ ษา
1. การกากับติดตาม การดาเนินการนิเทศ การนาผลการนิเทศไปใช้ประโยชน์
2. การดาเนนิ งานต้องใช้กระบวนการมสี ว่ นรว่ มทกุ ขั้นตอนในการพฒั นาสรา้ งการรบั รู้รว่ มกัน
3. การพฒั นาผบู้ ริหารสถานศกึ ษาใหม้ คี วามตระหนักถงึ ความสาคญั ของการใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศ
6
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจยั ที่เกย่ี วข้อง
การดาเนินการศึกษาครง้ั น้ี มวี ัตถปุ ระสงคใ์ นการขบั เคลื่อนคณุ ภาพการศกึ ษาโดยใช้ระบบนิเทศ
ติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษาออนไลนข์ องสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์
เขต 1 เพื่อศกึ ษาความตอ้ งการ ความจาเปน็ ในการพัฒนาระบบการนเิ ทศตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัด
การศกึ ษาออนไลน์ เพ่ือสร้าง และพฒั นาโปรแกรมระบบการนิเทศติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา
ออนไลน์เพอ่ื ศึกษา ผลการใชร้ ะบบการนเิ ทศติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษาออนไลน์โดยใช้ กระบวน
การวิจยั และพัฒนาต่อไป
ผู้ศึกษาได้ดาเนินการศึกษาจากเอกสาร ตารา และงานวิจยั ท่เี กีย่ วข้องเพื่อเปน็ แนวทางใน
การศกึ ษาและผลการศึกษาในคร้งั นี้โดยได้เรียงลาดับการนาเสนอตามหัวข้อต่างๆ ดังน้ี
1. นโยบายทางการศึกษา
1.1 นโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1.2 นโยบายสานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1
1.3 ปีทองของการนิเทศ
2. คุณภาพการศึกษา
2.1 ความหมายของ คุณภาพการศึกษา
2.2 แนวคิด ทฤษฎเี กยี่ วกับคุณภาพการศึกษา
3. การนิเทศ
3.1 ความหมาย
3.2 ความสาคญั
3.3 วิธีการ
3.4 งานวิจัยท่เี กี่ยวขอ้ ง
4. การนเิ ทศออนไลน์
1. นโยบายทางการศกึ ษา
1.1 นโยบายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ดว้ ยกระทรวงศกึ ษาธิการตระหนักถึงความสาคัญของยทุ ธศาสตรช์ าติด้านการพฒั นา และ
เสรมิ สร้างศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพฒั นา
ศักยภาพคนตลอดชว่ งชีวิต การสร้างสภาพแวดลอ้ มท่ีเอ้ือต่อการพัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพมนุษย์
การพฒั นาเด็กตัง้ แตช่ ว่ งการตั้งครรภจ์ นถงึ ปฐมวยั การพฒั นาชว่ งวัยเรยี น/วัยรุ่น การพฒั นาและ
ยกระดับศกั ยภาพวยั แรงงาน รวมถึงการส่งเสรมิ ศักยภาพวยั ผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรยี นรู้
ทต่ี อบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหปุ ัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย และประเด็น
อ่ืนทเี่ ก่ยี วขอ้ งอาศัยอานาจตามความในมาตรา8 และมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546 รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศนโยบาย
การจัดการศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ดงั นี้
7
หลกั การตามนโยบาย ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565
1. สร้าง “TRUST” หรือ “ความเชอื่ มนั่ ไวว้ างใจ” ใหก้ ับสังคม โดยเฉพาะอย่างยง่ิ เด็กและ
ผู้ปกครอง โดยทุกหน่วยงานสามารถทจ่ี ะเปน็ หลกั หรอื เปน็ ทพ่ี งึ่ ได้
T (Transparency) หมายถึง ความโปร่งใส
R (Responsibility) หมายถึง ความรับผิดชอบ
U (Unity) หมายถงึ ความเป็นอันหน่งึ อนั เดียว
S (Student-Centricity) หมายถึง ผูเ้ รยี นเปน็ เปา้ หมายแห่งการพฒั นา
T (Technology) หมายถึง เทคโนโลยี
2. ให้ทุกหนว่ ยงานนารูปแบบการทางาน “MOE ONE TEAM” หรอื “การทางานรว่ มกนั เป็น
หนึ่งเดียวของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร” และนา “TRUST” ซึ่งเป็นรปู แบบในการทางานท่จี ะทาให้ครู
บคุ ลากรทางการศึกษา ผ้ปู กครอง ผู้เรียน และประชาชน กลบั มาใหค้ วามไวว้ างใจในการทางานของ
กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นสว่ นเสริมในเร่ืองความโปร่งใส ทง้ั ในเชงิ กระบวนการทางาน และ
กระบวนการตรวจสอบจากภาคสว่ นตา่ ง ๆ
3. สนบั สนุนให้ผู้ปฏบิ ตั งิ านทกุ คนดาเนนิ การตามภารกจิ ด้วยความรบั ผดิ ชอบ ต่อตนเอง องค์กร
ประชาชน และประเทศชาติ ใหค้ วามสาคัญกับการประสานความร่วมมอื จากทุกภาคส่วน โดยผ่านกลไก
การรับฟงั ความคดิ เห็นมาประกอบการดาเนนิ งานท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา
ดงั นนั้ จึงกาหนดนโยบายการจดั การศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.
2564 – 2565 ดังนี้
1. การปรบั ปรงุ หลกั สตู รและกระบวนการเรยี นรู้ให้ทันสมัย และทนั การเปล่ียนแปลงของโลกใน
ศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาผ้เู รียนทุกระดบั การศึกษาใหม้ ีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะทเ่ี หมาะสมกับ
บริบทสงั คมไทย
2.การพัฒนาคุณภาพและประสิทธภิ าพครูและอาจารย์ในระดับการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานและ
อาชีวศึกษา ให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพ่อื ใหค้ รแู ละอาจารยใ์ ด้รบั การพฒั นาให้มสี มรรถนะทง้ั
ดา้ นการจัดการเรยี นรู้ ดว้ ยภาษาและดจิ ิทัล สามารถปรับวิธกี ารเรียนการสอนและการใชส้ ื่อทันสมยั
และมีความรับผดิ ชอบต่อผลลพั ธ์ทางการศกึ ษาทเี่ กดิ กบั ผเู้ รียน
3. การปฏริ ูปการเรยี นรู้ดว้ ยดจิ ิทัลฝานแพลตฟอร์มการเรียนรดู้ ้วยดิจิทลั แห่งชาติ (NDLP) และ
การส่งเสรมิ การฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจาวนั เพือ่ ให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพฒั นาแพลตฟอร์มการ
เรยี นรู้ ด้วยดจิ ิทลั แห่งชาติ ท่สี ามารถนาไปใช้ในกระบวนการจดั การเรยี นรูท้ ่ีทันสมัยและเขา้ ถงึ แหล่ง
เรียนรู้ได้อยา่ งกวา้ งขวางผา่ นระบบออนไลน์ และการนาฐานข้อมูลกลางทางการศกึ ษามาใชป้ ระโยชนใ์ น
การพัฒนาประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารและการจัดการศึกษา
4. การพฒั นาประสิทธิภาพการบรหิ าร และการจดั การศึกษา โดยการส่งเสริมสนบั สนุน
สถานศึกษาใหม้ ีความเปน็ อสิ ระและคล่องตวั การกระจายอานาจการบริหารและการจดั การศกึ ษาโดยใช้
จังหวดั เปน็ ฐาน โดยอาศัยอานาจตามกฎหมายการศกึ ษาแห่งชาตทิ ี่ได้รบั การปรับปรุงเพอ่ื กาหนดให้
มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึงการจดั โครงสรา้ งหนว่ ยงานใหเ้ ออ้ื ต่อการจดั การเรียนการสอน
ให้มีคณุ ภาพ สถานศึกษาให้มคี วามเปน็ อสิ ระและคล่องตัว การบริหารและการจดั การศึกษาโดยใช้
จังหวดั เปน็ ฐาน มรี ะบบการบริหารงานบคุ คลโดยยดึ หลักธรรมาภิบาล
8
5 .การปรับระบบการประเมินผลการศกึ ษาและการประกันคณุ ภาพ พร้อมจดั ทดสอบวัดความรู้
และทกั ษะท่จี าเปน็ ในการศึกษาตอ่ ระดบั อดุ มศกึ ษาทง้ั สายวชิ าการและสายวิชาชพี เพื่อใหร้ ะบบการ
ประเมนิ ผลการศึกษาทุกระดับและระบบการประกนั คุณภาพการศึกษา ไดร้ ับการปรบั ปรุงให้ทันสมยั
ตอบสนองผลลัพธ์ทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม
6. การจดั สรรและการกระจายทรพั ยากรใหท้ ่วั ถึงทุกกล่มุ เปา้ หมาย รวมถงึ การระดมทรัพยากร
ทางการศกึ ษาจากความร่วมมือทกุ ภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรพั ยากรทางการศึกษามีความเปน็ ธรรม
และสร้างโอกาสใหก้ ลมุ่ เป้าหมายได้เขา้ ถึงการศึกษาทมี่ คี ุณภาพทัดเทียมกลมุ่ อ่นื ๆ กระจายทรัพยากร
ท้ังบคุ ลากรทางการศึกษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยีได้อยา่ งท่ัวถึง
7. การนากรอบคุณวฒุ แิ ห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สูก่ ารปฏบิ ตั ิ
เปน็ การผลิตและการพัฒนากาลังคนเพ่ือการพฒั นาประเทศ โดยใชก้ รอบคุณวฒุ ิแห่งชาติ เช่อื มโยงระบบ
การศึกษาและการอาชีพ โดยใชก้ ลไกการเทียบโอนประสบการณ์ดว้ ยธนาคารหน่วยกิตและการจดั ทา
มาตรฐานอาชีพในสาขาที่สามารถอ้างองิ อาเซียนได้
8. การพัฒนาเด็กปฐมวัยใหไ้ ดร้ ับการดูแลและพฒั นาก่อนเข้ารับการศกึ ษาเพ่ือพฒั นารา่ งกาย
จิตใจวินยั อารมณ์ สังคม และสติปญั ญาใหส้ มกบั วยั เพ่ือเป็นการขับเคล่ือนแผนบรู ณาการการพฒั นา
เดก็ ปฐมวัย ตามพระราชบญั ญัติการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั พ.ศ. 2562 สู่การปฏิบตั เิ ป็นรปู ธรรม โดย
หน่วยงานที่เก่ยี วข้องนาไปเป็นกรอบในการจัดทาแผนปฏิบตั กิ ารเพ่ือพฒั นาเดก็ ปฐมวัยและมีการติดตาม
ความกา้ วหน้าเปน็ ระยะ
9. การศึกษาเพ่อื อาชพี และสรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ เพื่อใหผ้ ู้จบ
การศึกษาระดบั ปรญิ ญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกบั การดารงชีพและคุณภาพชวี ิต
ที่ดีมสี ว่ นช่วยเพมิ่ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ในเวทโี ลกได้
10. การพลกิ โฉมระบบการศกึ ษาไทยด้วยการนานวตั กรรม และเทคโนโลยีทท่ี ันสมัยมาใช้
ในการจดั การศึกษาทุกระดบั การศกึ ษา เพ่ือให้สถาบันการศึกษาทุกแหง่ นานวตั กรรมและเทคโนโลยี
ที่ทนั สมัยมาใชใ้ นการจัดการศึกษาผ่านระบบดจิ ิทลั
11. การเพมิ่ โอกาสและการเขา้ ถงึ การศึกษาที่มคี ุณภาพของกลมุ่ ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา
และผเู้ รยี นที่มีความต้องการจาเปน็ พิเศษ เพือ่ เปน็ การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาทมี่ คี ุณภาพ
ของกล่มุ ผ้ดู อ้ ยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรยี นท่ีมีความต้องการจาเป็นพเิ ศษ
12. การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัย โดยยึดหลกั การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
และการมีส่วนรว่ มของผ้มู ีส่วนเกย่ี วขอ้ ง เพ่ือเพ่ิมโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกล่มุ
ผ้ดู อ้ ยโอกาสทางการศึกษาและผู้เรียนทม่ี คี วามต้องการจาเป็นพิเศษ
เนือ่ งด้วยสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ในปจั จุบนั ไดก้ ่อใหเ้ กดิ ความนยิ มในรูปแบบการเรยี นการสอนออนไลน์ (Online) มากย่ิงขน้ึ ส่งผล
กระทบอยา่ งมนี ยั สาคัญต่อการเตรียมผ้เู รยี นไทยให้มที กั ษะท่ีจาเป็นในศตวรรษที่ 21 ซ่งึ มุ่งเน้นความ
เป็นผ้ปู ระกอบการ (Entrepreneurship) และความสามารถในการปรับตัวเขา้ กบั สถานการณ์ตา่ ง ๆ
(Resilience) รวมถงึ ปญั หาความปลอดภัยของสถานศกึ ษา และปญั หาความเหล่อื มล้าของโอกาส
ในการศึกษา ทนี่ ับวนั จะทวีความรนุ แรงมากยิง่ ขนึ้ จงึ มีวาระเรง่ ด่วน (Quick Win) ของกระทรวง
ศกึ ษาธิการ ดังตอ่ ไปนี้
9
วาระท่ี 1 เร่ืองความปลอดภัยของผเู้ รียน โดยจัดใหม้ รี ปู แบบ วิธีการ หรอื กระบวนการในการ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนเกิดการเรยี นรู้อยา่ งมีคณุ ภาพ มคี วามสุข และได้รบั การปกป้อง
ค้มุ ครองความปลอดภัยทัง้ ด้านรา่ งกายและจติ ใจ รวมถึงการสร้างทกั ษะให้ผเู้ รียนมีความสามารถในการ
ดูแลตนเองจากภัยอนั ตรายต่าง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม
วาระท่ี 2 หลกั สูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเนน้ การจัดการเรียนรู้ทีห่ ลากหลายโดยยดึ ความสามารถ
ของผเู้ รยี นเป็นหลัก และพัฒนาผู้เรยี นให้เกิดสมรรถนะท่ตี ้องการ
วาระที่ 3 Big Data พัฒนาการจัดเก็บขอ้ มูลอยา่ งเปน็ ระบบและไม่ซ้าซอ้ น เพื่อให้ได้ข้อมลู
ภาพรวมการศึกษาของประเทศท่ีมีความครบถว้ น สมบรู ณ์ ถูกต้องเปน็ ปจั จบุ ัน และสามารถนามาใช้
ประโยชน์ได้อย่างแทจ้ รงิ
วาระที่ 4 ขบั เคลื่อนศูนย์ความเปน็ เลิศทางการอาชวี ศกึ ษา (Excellent Center) สนับสนุนการ
ดาเนนิ งานของศนู ย์ความเป็นเลศิ ทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามความเลิศของแต่ละ
สถานศกึ ษาและตามบรบิ ทของพนื้ ท่ี สอดคล้องกบั ความต้องการของประปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนมี
การจัดการเรยี นการสอนดว้ ยเคร่ืองมือที่ทนั สมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยปี ัจจุบัน
วาระที่ 5 พฒั นาทักษะทางอาชพี สง่ เสรมิ การจัดการศึกษาที่เนน้ พัฒนาทกั ษะอาชพี ของผูเ้ รียน
เพือ่ พัฒนาคุณภาพชวี ิต สรา้ งอาชพี และรายไดท้ ี่เหมาะสม และเพ่ิมขดี ความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศ
วาระท่ี 6 การศกึ ษาตลอดชวี ิต การจัดเรียนรู้ตลอดชวี ติ สาหรบั ประชาชนทุกชว่ งวัยใหม้ ี
คณุ ภาพ และมาตรฐาน ประซาชนในแตล่ ะชว่ งวยั ได้รบั การศกึ ษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน
เหมาะสมและเต็มตามศักยภาพตั้งแต่วยั เด็กจนถึงวัยชราและพฒั นาหลักสูตรทีเ่ หมาะสมเพ่ือเตรยี ม
ความพร้อมในการเข้าสู่สงั คมผ้สู งู วยั
วาระท่ี 7 การจัดการศึกษาสาหรบั ผู้ทมี่ คี วามต้องการจาเป็นพเิ ศษ ส่งเสรมิ การจดั การศึกษาให้
ผทู้ ม่ี ีความต้องการจาเป็นพเิ ศษได้รับการพัฒนาอยา่ งเต็มศักยภาพสามารถดารงชีวิตในสังคมอยา่ งมี
เกยี รติ ศกั ดิ์ศรีเทา่ เทียมกับผ้อู ่นื ในสงั คม สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองและมีสว่ นร่วมในการพัฒนาประเทศ
1.2 นโยบายทางการศกึ ษาของสานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์เขต 1
นโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 ของสานกั งานเขตพ้นื ท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ดังน้ี
วสิ ัยทัศน์ เพื่อผเู้ รยี นมีคณุ ภาพ สถานศึกษาและสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาไดม้ าตรฐาน
พันธกจิ
1. จัดการศกึ ษาเพื่อเสริมสร้างความมัน่ คงของสถาบันหลักของชาตแิ ละการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
2. พัฒนาผูเ้ รยี นให้มคี วามเป็นเลศิ ทางวิชาการเพอ่ื สรา้ งขีดความสามารถในการแข่งขนั
3. พัฒนาศักยภาพ และคุณภาพผเู้ รียนให้มสี มรรถนะตามหลกั สูตรและคุณลกั ษณะในศตวรรษ
ท่ี 21
4. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาใหเ้ ปน็ มืออาชีพ
5. สรา้ งโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้าให้ผเู้ รียนทุกคนได้รบั บรกิ ารทางการศึกษา
อยา่ งท่ัวถึงและเท่าเทียม
10
6. จดั การศกึ ษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ิตทีเ่ ป็นมติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ ม ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาทีย่ ั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
7. ปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาโดยใช้
Digital Technology เพื่อพัฒนามงุ่ สู่ประเทศไทย 4.0
กลยทุ ธ์
1. ส่งเสริม สนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาเพื่อความมัน่ คงของมนษุ ยแ์ ละของชาติ
2. สง่ เสริม สนับสนนุ การจดั การศึกษาเพ่ือเพ่ิมความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
3. พฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์
4. สรา้ งโอกาสในการเข้าถงึ บริการการศึกษาทมี่ ีคุณภาพมีมาตรฐานและลดความเหลื่อมล้า
ทางการศกึ ษา
5. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ิตที่เปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อม
6. พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการศึกษาใหม้ ปี ระสิทธิภาพและเกิดความสมดุ
เปา้ ประสงค์(Goal)
1. ผู้เรยี นทุกคนมคี วามรักในสถาบนั หลกั ของชาติ และยึดมนั่ การปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข มีทศั นคตทิ ่ีถกู ต้องตอ่ บา้ นเมือง มหี ลักคดิ ทีถ่ ูกตอ้ ง และเป็น
พลเมืองดีของชาติมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มคี า่ นิยมทพี่ ึงประสงค์ มจี ติ สาธารณะ มีจติ อาสา รบั ผดิ ชอบตอ่
สงั คมและผู้อ่ืน ซ่อื สตั ย์สุจริต มธั ยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินยั รักษาศลี ธรรม
2. ผเู้ รยี นทุกคนทมี่ ีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ศลิ ปะ ดนตรี กีฬา
ภาษาและอน่ื ๆ ได้รบั การพัฒนาอยา่ งเต็มตามศักยภาพ
3. ผูเ้ รยี นทุกคนเปน็ บคุ คลแห่งการเรยี นรู้ คดิ ริเรม่ิ และสรา้ งสรรค์นวตั กรรม มคี วามรู้ มีทักษะมี
สมรรถนะตามหลกั สตู ร และคุณลักษณะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 มีสุขภาวะทีเ่ หมาะสมตามวัยมี
ความสามารถในการพ่งึ พาตนเอง ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเป็นพลเมอื งพลโลกที่
ดี (Global Citizen) พรอ้ มก้าวสู่สากล นาไปสกู่ ารสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
4. ผู้เรยี นทุกคนทมี่ คี วามต้องการจ าเปน็ พเิ ศษ (ผู้พิการ) และกลมุ่ ผดู้ ้อยโอกาสได้รบั การศึกษา
อย่างทั่วถึง เทา่ เทยี ม และมีคุณภาพ
5. ผบู้ ริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาทุกคนเปน็ บุคคลแหง่ การเรียนรู้ มคี วามรู้และ
จรรยาบรรณ ตามมาตรฐานวิชาชพี
5. สถานศกึ ษาทุกแหง่ จดั การศกึ ษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างย่งั ยืน
(SustainableDevelopment Goals: SDGs) และสร้างเสริมคณุ ภาพชีวิตทีเ่ ปน็ มติ รกับสง่ิ แวดลอ้ ม ตาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
7. สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกแหง่ มีสมดุลในการบรหิ ารจัดการเชิงบรู ณา
การ มีการกากับ ติดตาม ประเมนิ ผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศทม่ี ีประสทิ ธิภาพ และการรายงานผล
อย่างเปน็ ระบบ ใช้งานวิจยั เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขบั เคลื่อนคณุ ภาพการศึกษา
ค่านยิ ม : บริการเด่น เน้นทมี งาน สรรสร้างคุณภาพ
11
จุดเนน้ ในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษามีดงั น้ี
1. การอา่ นออก-เขียนได้
2. การทดสอบระดับเขตพนื้ ที่และระดบั ชาติ
3. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
4. การนิเทศการศกึ ษา
5. การดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี นและความปลอดภยั
6. การจัดสภาพแวดล้อมภายในสถานศกึ ษาใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้
7. การพฒั นาตนเองและวชิ าชีพด้วย PLC และ ID Plan
8. หน่ึงโรงเรยี น หน่ึงคณุ ภาพ
1.3 ปีทองของการนเิ ทศ
ปที องแห่งการนิเทศภายใน หมายถึง ปีแห่งการขบั เคลอ่ื นการดาเนินงานนิเทศภายในโรงเรยี น
โดยการส่งเสริม สนับสนนุ ชแี้ นะ ช่วยเหลอื ให้โรงเรียนมคี วามเข้มแข็งในการนเิ ทศภายใน เพ่ือพฒั นา
คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครทู ีส่ ่งผลต่อคุณภาพของผ้เู รียน
แนวทางการพัฒนาการนเิ ทศการศึกษา ระดบั เขตพื้นที่การศกึ ษา ประจาปงี บประมาณ 2564
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานมปี ระเด็นทเี่ ก่ียวข้องกับการนิเทศเปน็ ไปตามสถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรน่า 2019 (COVID-19) เปน็ ไปตามสถานการณ์และบรบิ ทของ
เขตพ้ืนท่กี ารศึกษาและสถานศกึ ษาโดยเสนอประเด็นการนิเทศทีส่ อดคล้องนโยบายสานักงาน
คณะกรรมการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ดังนี้
1. การนเิ ทศการจดั การเรียนการสอน ในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โค
โรนา่ 2019 (COVID-19) จะต้องมกี ารการสร้างสอื่ และเคร่ืองมือนิเทศ สื่อและเคร่ืองมือนเิ ทศเป็นสงิ่
ท่ีจะช่วยให้การนเิ ทศมีประสิทธิภาพบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ และเปน็ ส่ิงที่จะช่วยเกบ็ รายละเอยี ดทผ่ี รู้ บั การ
นเิ ทศไม่สามารถแสดงออกมาได้และสามารถเกบ็ ข้อมลู นามาเปรยี บเทียบผลท่ีเกิดขนึ้ เพ่ือเปน็ แนวทางใน
การพัฒนาและสิ่งที่ทาใหม้ ีความเข้าใจตรงกันระหวา่ งผู้นเิ ทศและผู้รบั การนิเทศ
เทคนคิ การนเิ ทศ โดยเปน็ สื่อทส่ี อดคล้องคล้องในยุคศตวรรษท่ี 21 เน้นการใช้ ICT ในรูปแบบ
ต่างๆ เชน่ การใช้ Line Application, Clip Video, Conference, Video Line YouTube,
Facebook Live เปน็ ต้น
การนเิ ทศออนไลนเ์ กิดขน้ึ หลงั จากการเปลีย่ นแปลงของสังคมโลกอยา่ งรวดเร็วระบบการสื่อสาร
ไรพ้ รมแดน สังคมเปลีย่ นเป็นสังคมยคุ ดจิ ิทลั ปจั จัยเหลา่ นีส้ ง่ ผลต่อรปู แบบการใช้ชวี ติ ของบุคคลและวิถี
การทางานของบุคคล เพ่ือมงุ่ ตอบสนองความต้องการท่ี รวดเร็ว ทนั เวลา เพ่ือขจดั ปัญหาและอุปสรรค
ในเรื่องเวลา และระยะทางอันจะสง่ ผลต่อความสาเร็จของงาน จุดเด่นของการติดตอ่ ส่ือสารผ่านระบบ
ดจิ ิทัลทส่ี ามารถทาได้เพียงเส้ียววินาที ทาใหเ้ กดิ รปู แบบการทางานแบบใหม่ๆของคนรุน่ ใหม่ และเกดิ ขึ้น
ในหลากหลายทางด้านการศึกษากม็ เี ครือ่ งมือการนเิ ทศออนไลน์ ได้แก่
1. Microsoft Teams
ความสามารถของโปรแกรมนคี้ รอบคลุมมาก สามารถใชส้ าหรบั การจัดการเรียนการสอนได้
เต็มรปู แบบส่งงาน สง่ การบ้าน ครูตรวจงาน Video Call ดูย้อนหลงั ได้ ใชใ้ นเคร่ือง PC หรือ โหลด App
บนมอื ถือได้
12
2. Google Hangouts Meet
ความสามารถของโปรแกรมน้เี หมาะสาหรับการประชุมทรัพยากรอนิ เทอรเ์ น็ตนอ้ ย มีเมนู
น้อยทาให้ผู้ใช้งานไม่สับสน บันทกึ การประชุมได้ สามารถ Call ได้ มากถึง 250 คน เมือ่ สน้ิ สดุ การ
ประชุมระบบจะส่ง Video ท่ีบันทึก ไปยัง Email ใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือได้
3. Zoom Cloud Meetings
ความสามารถของโปรแกรมนเี้ หมาะสาหรับการประชมุ สามารถ VDO Call แชรห์ น้าจอกัน
ไดใ้ ชใ้ นเคร่ือง PC หรือ โหลด App บนมือถือได้
4. Line
ความสามารถของโปรแกรมนี้เหมาะสาหรบั Video Call ได้ คุยงาน แชท สง่ งานกันได้
ในกลมุ่ ใชง้ านงา่ ย ใช้ในเคร่ือง PC หรือ โหลด App บนมือถือได้
5. Facebook Live
ความสามารถของโปรแกรมเหมาะสาหรบั ถา่ ยทอดสดบน Facebook เพื่อแพร่ภาพการ
สนทนา ประสิทธภิ าพ การถามตอบ หรอื งานกิจกรรมแบบออนไลน์ เมอ่ื แพรภ่ าพสด ผ้รู ว่ มสนทนา
จะสามารถเข้ารว่ มการสนทนาและถามคาถาม แสดงความคดิ เหน็ แสดงความรู้สกึ หรือดไู ปพร้อมกันได้
แบบเรยี ลไทม์
2. การนิเทศเพ่ือยกระดบั คุณภาพการศกึ ษา
การนิเทศในศตวรรษที่ 21 มงุ่ เน้นการนเิ ทศท่ีเกดิ จากความสมัครใจของครผู สู้ อน ในการท่ี
จะพฒั นาการจดั การเรยี นรู้ของตนตามเป้าหมายทกี่ าหนดผ่านการมีส่วนร่วมของบคุ ลากรทอ่ี ยใู่ นบรบิ ท
การเรียนร้เู ดียวกัน และสง่ เสริมการสร้างบรรยากาศของการพฒั นาวิชาชพี ครูทมี่ กี ารเกอื้ กูลกันและกนั
อย่างเปน็ มิตรโดยมผี ู้สอนงาน (coach)เปน็ ผู้คอยสนบั สนนุ สง่ เสรมิ ให้กาลงั ใจตลอดกระบวนการจดั การ
เรยี นร้เู พอ่ื ใหผ้ สู้ อนสามารถพัฒนาบทเรยี นทจ่ี ะชว่ ยให้ผ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
นอกจากนี้ การนเิ ทศในศตวรรษที่ 21 ยังตอ้ งมกี ารนาเทคโนโลยตี ่างๆ เข้ามาช่วย
สนับสนุนใหก้ ารนเิ ทศเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและทันต่อความต้องการของผู้รับการนิเทศ โดยเฉพาะ
ระบบเครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ทางการศกึ ษาทส่ี ามารถนามาประยุกต์ใชใ้ นขน้ั ตอนต่างๆของการนเิ ทศได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ไมว่ า่ จะเป็นการติดตอ่ สื่อสาร การใหค้ าปรกึ ษา การเสนอแนะแหลง่ การเรียนรู้
และการนิเทศออนไลน์
ซงึ่ ช่วยทาใหผ้ ้นู ิเทศสามารถติดตามพัฒนาการของผสู้ อนได้อย่างสม่าเสมอและต่อเนื่อง
กระบวนการนิเทศดงั กลา่ วข้างตน้ จะชว่ ยพฒั นาทักษะการสะท้อนคดิ การประสานความร่วมมือ และการ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้สอน อันจะนาไปสกู่ ารพัฒนาสมรรถนะการจดั การเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21
ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
13
3. การนิเทศตามจุดเน้นและนโยบายสาคัญ เร่งด่วนตามบริบทและความต้องการของเขต
พ้นื ทก่ี ารศกึ ษาและสถานศกึ ษา
บริกสแ์ ละจสั ทแ์ มน (Briggs and Justman : 19521952) ได้เสนอหลักการนเิ ทศ
ไว้วา่ การนเิ ทศการศึกษาต้องเปน็ ประชาธปิ ไตยการส่งเสรมิ และการสร้างสรรคจ์ ะต้องอาศยั ความรว่ มมือ
ของวิทยากรหลายคนและควรตงั้ อยูบ่ นรากฐานของการพัฒนาวิชาชีพสง่ เสรมิ ความรสู้ กึ อบอนุ่ ใหแ้ ก่ครู
เพอื่ เป็นการสง่ เสริมความก้าวหนา้ ความพยายามของครู ปรบั ปรงุ สมรรถวสิ ยั ทศั นคติ และข้อคิดเหน็
ของครใู หถ้ ูกตอ้ งและสงู ขนึ้ นอกจากน้สี ูงสดุ ของการนิเทศการศึกษา คือหาทางช่วยให้ผเู้ รียนเกิดความรู้
ความสามารถและคานงึ ถงึ ความถนัดของแต่ละบุคคลตามความมงุ่ หมายของการศึกษา
สรปุ ได้ว่า หลกั การของการนิเทศการศกึ ษา เปน็ หลกั การที่สามารถจะนาไปใชใ้ นการดา
เนินการนิเทศของผนู้ ิเทศ เป็นแนวทางในการปฏบิ ตั กิ ารนิเทศการศึกษาของหนว่ ยงานทางการศึกษาซ่ึง
ประกอบด้วยหลกั การท่สี าคัญ คือหลักของการมุง่ ประโยชนเ์ พื่อการพัฒนาครูเป็นสาคัญ หลกั แหง่ ความ
ร่วมมอื ของผ้บู ริหาร ผนู้ เิ ทศและครู หลกั ของการสร้างสัมพันธภาพบนความเทา่ เทียมและการยอมรับซึง่
กนั และกนั หลักของความเปน็ ระบบและมคี วามต่อเนื่อง และ หลกั ของความยืดหยุ่นให้อิสระในการ
พฒั นาตนเอง
2. คุณภาพการศึกษา
2.1 ความหมายของคณุ ภาพการศึกษา
คุณภาพของโรงเรียนเปน็ องค์ประกอบท่สี าคัญในการจดั การศึกษาใหส้ าเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงค์
นบั ว่าเปน็ ความท้าทายในการดาเนนิ งานโดยเฉพาะผ้บู รหิ ารโรงเรียนท่จี ะต้องแสดงความรู้ความสามารถ
ในการบริหารจัดการ จะต้องกากบั และตดิ ตาม ตรวจสอบปรับปรุงพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางวชิ าการของ
โรงเรียนและนักเรยี น จัดทามาตรฐานการปฏบิ ัตกิ ารทง้ั การเรยี นการสอน และการทางานของครแู ละ
เจา้ หน้าทนี่ อกจากนย้ี ังต้องพิจารณาอัตราการออกกลางคนั ของนักเรยี น และความพงึ พอใจของบุคลากร
ตลอดจนจัดโรงเรยี นใหเ้ ป็นสังคมแห่งการเรยี นรู้
การศึกษาเกดิ จากการจดั การศึกษาใหมคี ณุ ภาพตรงตามความมุงหมายของใชบรกิ ารตรงตาม
มาตรฐานการศึกษาและสอดคลองกับความตองการของผูรับบริการโดยใชกระบวนการบริหารการศึกษา
ทมี่ ีคณุ ภาพ นกั วชิ าการ นกั การศึกษาไดใหความหมายของคณุ ภาพการศึกษาไวอยางนาสนใจ ดงั น้ี
กรมวชิ าการ (2538 : 2–3) กลา่ วว่า คุณภาพการศกึ ษา หมายถึง การทผ่ี ู้เรียนเกดิ
คุณลกั ษณะต่าง ๆ ครบถ้วนตามความคาดหวงั ของหลกั สูตรอันเปน็ ผลมาจากการทหี่ น่วยงานและบุคคล
ทุกระดับทุกฝา่ ย ทั้งจากส่วนกลางและสว่ นท้องถิน่ ร่วมกับชุมชนจัดการศกึ ษาทีม่ ปี ระสิทธิภาพ ไดแ้ ก่
นโยบายทชี่ ัดเจน การจดั ทรพั ยากรที่เหมาะสม บคุ ลากรการศกึ ษามีคณุ ภาพ สภาพเศรษฐกจิ และ
สงั คมทีเ่ อื้ออานวย ผู้เรียนมีความพร้อม หลักสตู ร ส่อื วสั ดอุ ุปกรณ์มคี ุณภาพ ท้องถนิ่ ใหค้ วาม
รว่ มมือและสนบั สนนุ
องค์การมหาชน (2549) กลา่ วว่า คุณภาพการศึกษา หมายถึง คุณภาพของผู้เรยี นทมี่ ี
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสงู และมคี ุณภาพดี
14
กระทรวงศกึ ษาธิการ (2549) กลา่ วว่า คณุ ภาพการศึกษาหมายถงึ คุณภาพของผ้จู บ
การศกึ ษา วา่ จะต้องมีความรู้ ทักษะและคณุ สมบัตติ ่างๆ อย่างนอ้ ยต้องครบถว้ นตามที่หลักสูตรกาหนด
สถาบันพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา (2548) ไดใ้ หค้ านยิ ามวา่ คณุ ภาพการศึกษา หมายถึง
การจัดการศกึ ษาท่ีผเู้ รียนได้รับการพฒั นาใหม้ ีความรู้ความคดิ วเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจในการดารงชวี ิต
ใหส้ อดคล้องกับตนเองและสังคม มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและวฒั นธรรมอนั ดีงาม รู้จกั และพัฒนา
สิ่งแวดลอ้ ม มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ดี มีความเคารพ ยดึ มน่ั ในสถาบนั ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์และระบอบประชาธิปไตย
ธร สุนทรายุทธ (2551 : 470) ได้นิยามคุณภาพทางการศึกษาหมายถึง ผลผลติ รวมของ
สถาบันการศึกษา ที่ได้ผลงานเปน็ ผสู้ าเรจ็ การศึกษา ผลงานและผลการจัดการศึกษา ทีป่ ระกอบดว้ ย
คุณลักษณะหรือคุณสมบตั ิของผู้ผลิตน้ัน อนั จะตอบสนองความตอ้ งการของลกู ค้า หรือผู้ทเ่ี กีย่ วข้องและ
มีผลกระทบต่อสังคม โดยรวมในทางทด่ี ีน่าปารถนา
สมศกั ด์ิ สินธุระเวชญ (2541, 27) ไดใหความหมายวา คณุ ภาพการศกึ ษา หมายถงึ คุณสมบัติ
คณุ ลกั ษณะสภาพท่ีพึงประสงคของผ้เู รียน กระบวนการจัดการศึกษาของโรงเรยี นซึง่ แสดงความสามารถ
ในการตอบสนองความตองการความจาเปนสาหรับผเู้ รยี นสงั คมในปจจบุ นั และอนาคตโดยไดมาตรฐาน
ตามทีก่ าหนด
สมศักดิ์ ดลประสิทธ์ิ (2542, 8) กลาววา คณุ ภาพการศกึ ษา หมายถึง การจัดการศึกษาใหมี
คุณภาพตรงความมุงหมายของผูใชบริการ ตรงตามมาตรฐานการศึกษาและสอดคลองกับความตองการ
ของผูรบั บรกิ ารโดยใชกระบวนการบรหิ ารการศกึ ษาทมี่ ีคณุ ภาพ
นคั รินทร ขาวผอง (2547, 16) กลาววา คุณภาพการศึกษา หมายถงึ ตัวบงชค้ี ุณลกั ษณะที่
มีความเปนเลิศทางดานตาง ๆ ท้ังดานการบริหาร และวิชาการ โดยผานกระบวนการเชงิ ระบบซึ่ง
ประกอบดวย ปจจยั นาเขา กระบวนการผลผลติ ที่มีประสิทธิภาพ และเปนที่ยอมรับของสังคม คุณภาพ
การศึกษา หมายถึง ภาพรวมของผลทเ่ี กดิ ขึน้ กบั ผเู้ รยี นทั้งในด้านความรู้ความสามารถ และคุณธรรม
ตามท่ีผู้เรียนแต่ละระดบั พึงมีพงึ เป็น (ส านักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา, 2550)
กลา่ วโดยสรุป คุณภาพการศึกษา หมายถึง คณุ ภาพที่เกิดขนึ้ กับผเู้ รยี นสง่ ผลใหผ้ ู้เรียนมี
ผลสมั ฤทธส์ิ งู มปี ระสิทธิภาพและประสทิ ธิผล สามารถพิจารณาจาก ทักษะความรคู้ วามสามารถ
คุณธรรม และคุณสมบัตติ ่างๆ อย่างนอ้ ยต้องครบถ้วนตามที่หลักสตู รกาหนด
2.2 แนวคดิ เก่ียวกับคณุ ภาพการศกึ ษา
ทฤษฎีทักษะแห่งศตวรรษท่ี21
สาหรับทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี21 เป็นที่ยอมรบั ในการสรา้ งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษ
ท่2ี 1 (Model of 21st Century Outcomes and Support Systems) ซง่ึ เปน็ ทย่ี อมรับอยา่ ง
กว้างขวางเนื่องด้วยเป็นกรอบแนวคดิ ทเ่ี นน้ ผลลพั ธท์ เี่ กิดกบั ผู้เรียน (Student Outcomes)ท้ังในด้าน
ความรูส้ าระวชิ าหลกั (Core Subjects) และทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ท่ีจะชว่ ยผเู้ รยี นไดเ้ ตรียมความ
พรอ้ มในหลากหลายดา้ น รวมทั้งระบบสนับสนุนการเรยี นรู้ได้แก่มาตรฐานและการประเมิน หลกั สตู ร
และการเรียนการสอน การพัฒนาครสู ภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสมต่อการเรียนในศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวขา้ ม “สาระวิชา”ไปส่กู ารเรียนรู้“ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” (21st Century
Skills) ซง่ึ ครจู ะเปน็ ผ้สู อนไม่ได้แตต่ ้องใหน้ ักเรียนเปน็ ผู้เรยี นรูด้ ้วยตนเอง โดยครจู ะออกแบบการเรยี นรู้
15
ฝกึ ฝนใหต้ นเองเป็นโค้ช (Coach) และอานวยความสะดวก (Facilitator) ในการเรียนร้แู บบ
PBL(Problem - Based Learning) ของนักเรยี น ซ่ึงสงิ่ ทเ่ี ป็นตวั ช่วยของครูในการจัดการเรยี นรู้ คือ
ชุมชนการเรยี นรู้ครูเพื่อศิษย์ (Professional Learning Communities: PLC) และทักษะสาคัญที่เดก็
และเยาวชนควรควรมีได้คือทักษะการเรียนร้แู ละนวัตกรรม หรอื 3R และ 4C ซึง่ มีองค์ประกอบ ดงั น้ี
3 R ได้แก่ Reading (การอ่าน), การเขยี น(Writing) และ คณติ ศาสตร์ (Arithmetic) และ
4 C (Critical Thinking - การคดิ วิเคราะห์, Communication- การสอ่ื สาร Collaboration-
การร่วมมือและ Creativity-ความคิดสรา้ งสรรค์ รวมถึงทักษะชีวิตและอาชพี และทกั ษะดา้ นสารสนเทศ
สอื่ และเทคโนโลยี ทกั ษะชีวิตและการทางาน การบรหิ ารจดั การด้านการศกึ ษาแบบใหม่ และระบบ
สนบั สนนุ การศึกษาของศตวรรษท่ี 21
จดุ มงุ่ หมายพืน้ ฐานการศกึ ษา คือการเรยี นรู้เพ่อื ความเปน็ มนษุ ย์ทสี่ ามารถดารงชีพอยใู่ นโลกตาม
ยุคสมยั ได้อย่างมีคณุ ภาพ เมื่อสังคมเปลี่ยนกระบวนทัศนท์ างการศึกษาเปล่ียนนักวิชาการหลายทา่ นเห็น
ตรงกันวา่ หากยังหลงตดิ อยู่กับส่ิงเก่า ๆ ท่เี คยใช้ไดผ้ ลในยุคเกา่ ย่อมจะส่งผลให้การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นไม่
สอดคล้องกบั โลกท่ีเป็นจริงทัง้ ในปัจจุบันและ ในอนาคตท่ียังจะเข้มขึ้นนน้ั การตัดสินใจไดใ้ นระดับบุคคล
หรือระดบั หน่วยงาน อย่างตระหนักในศักยภาพของตนเองไม่จาเปน็ ต้องร่อนนโยบายหรือคาส่ัง
จากระดบั ชาตหิ รือสว่ นกลางโดยเฉพาะ เรอ่ื งการสอน การเรยี นรู้ การบริหารจัดการ และการเป็นผู้นา
เพอ่ื เป็นส่วนหน่ึงในการนาพาผเู้ รียน ให้ก้าวสคู่ วามเป็นผ้ใู หญไ่ ดอ้ ย่างสอดคลอ้ งกบั โลกท่ีเปล่ียนแปลงไป
(วจิ ารณ์ พานิช, 2556)
ส่งิ ท่จี ะทาใหผ้ ลผลิตหรือผูเ้ รียนมคี ณุ ลกั ษณะตามความมุ่งหมาย กล่าวคอื มีคุณลกั ษณะของ
คนในศตวรรษที่ 21 ได้นัน้ ย่อมข้นึ อย่กู ับการจดั การศึกษาของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง โดยเฉพาะอย่างย่งิ
การศึกษาในระดับตา่ งๆ การจดั การศกึ ษาจะไม่บรรลุผลสาเรจ็ ได้เลยหากขาดการจัดการเรยี นรเู้ ปน็
วถิ ีทาง (Path/Means/Way) ที่จะน าผูเ้ รียนไปสูเ่ ป้าหมายทต่ี อ้ งการ หากขาดซ่ึงการจัดการเรียนรเู้ สยี
แล้ว การคาดหวงั ความสาเรจ็ ของการจัดการศึกษายอ่ มเปน็ ไปไม่ได้ ดงั น้ันแนวทางการพัฒนาทาให้
บคุ คลมีคุณลักษณะของคนในยคุ ศตวรรษท่ี 21 จงึ เปน็ เรื่องของการจดั การเรียนรู้ทส่ี อดคล้องกับยุค
ศตวรรษท่ี 21
ไพพรรณ เกยี รติโชติชยั (2545 : 28-30) เห็นวา่ การจัดการศึกษาในอนาคตมีแนวโน้ม
ทจ่ี ะย่อหลักสตู รให้สน้ั จบไดร้ วดเร็วโดยใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ มาช่วยในการเรียนการสอนกระจายการเรยี น
การสอนไปอยา่ งกวา้ งขวาง และสามารถเข้าถึงผู้เรยี นไดท้ ุกทที่ ุกเวลา ดงั นน้ั รูปแบบการเรยี นการสอน
แบบใหม่จงึ แบ่งไดเ้ ปน็ 2 รูปแบบ ดงั นี้ 1) การเรยี นรู้แบบชิงโครนัส (Synchronous learning) เป็น
การเรยี นรทู้ ่ีมีการกาหนดเวลา สถานที่ บคุ คลในการเรยี นการสอน ใชเ้ ทคโนโลยมี าชว่ ยสอน ผเู้ รียนและ
ผู้สอนสามารถท่ปี ฏิสมั พันธไ์ ด้ทันทีทันใด 2) การเรียนรแู้ บบอะซิงโครนัส (Asynchronous learning)
เป็นการเรยี นรทู้ ี่ผูเ้ รยี นสามารถเรียนรดู้ ้วยตนเองไดต้ ลอดเวลาตามทต่ี ้องการ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศมา
ช่วยในการจัดการเรยี นการสอนผ้เู รยี นและผ้สู อนสามารถมีปฏสิ ัมพนั ธไ์ ด้หลายทางในเวลาท่ตี า่ งกนั
วจิ ารณพ์ านชิ (2555 : 3-4) ต้ังข้อสังเกตว่าการเรยี นรู้สาหรับศตวรรษที่ 21 มคี วามแตกต่าง
จากการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 20 และ 19 อย่างส้นิ เชงิ วิธกี ารหลายอยา่ งทเี่ คยใช้ได้ผลดถี อื เป็นวิธีการท่ี
ลา้ สมัย เชน่ การสอนหนา้ ชัน้ โดยครบู อกสาระวชิ าใหน้ ักเรียนจด หรือการสอนแบบบรรยายหน้าช้นั
(เล็กเชอร)์ ในมหาวิทยาลัยถือเปน็ วธิ กี ารเรียนแบบนักเรียนเป็นผู้รบั ถ่ายทอดสาระเน้ือหาความรดู้ ้วย
เหตผุ ลหลายประการ การเรยี นร้ทู ไี่ ดผ้ ลดตี ้องเป็นวิธีการทน่ี ักเรียนเป็นผู้ลงมือทา (Learning by doing)
16
จากแนวคิดดงั กลา่ วขา้ งต้นจงึ สามารถท่ีจะนารูปแบบการสอน วธิ ีสอน หรือเทคนคิ การสอน
ต่างๆ มาใช้จดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้ ยกตวั อย่างเช่น Project –based learning, Problem–based
learning เป็นตน้ อย่างไรกต็ ามการทจี่ ะสามารถจัดการเรียนร้เู พอื่ พัฒนาทักษะในศตวรรษท่ี 21 ใหเ้ กดิ
ข้นึ กบั ผเู้ รยี นไดน้ ัน้ ย่อมขน้ึ อยู่กับปัจจัยตา่ งๆ ที่เก่ยี วข้องหลายประการ เช่น การบริหาร ผบู้ รหิ าร ครู
หลักสตู ร โรงเรียน หอ้ งเรยี น เป็นต้น
การพัฒนาครูผู้สอน
พมิ พ์พันธ์ เดชะคุปต์และพเยาว์ ยินดสี ขุ (2557 : 8 – 9) กล่าววา่ ครจู ะตอ้ งมีทกั ษะ 7C ซง่ึ
เปน็ ทกั ษะท่ีได้จากการวเิ คราะหส์ ิ่งทค่ี รตู ้องปฏิบตั ิและพึงมีตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ
เปน็ ทักษะที่ครูควรได้รบั การพัฒนาเพ่ือการเป็นครูมืออาชพี ได้แก่ ทกั ษะดังนี้
1.1 ทักษะ C1 : Curriculum development (การพัฒนาหลกั สตู ร)
1.2 ทักษะ C2 : Child – centered approach (การเรยี นร้เู นน้ เด็กเป็นศูนย์กลาง)
1.3 ทกั ษะ C3 : Classroom innovation implementation (การนานวัตกรรมไปใช้)
1.4 ทกั ษะ C4 : Classroom authentic assessment (การประเมินตามสภาพจริง)
1.5 ทกั ษะ C5 : Classroom action research (การวิจยั ปฏิบตั กิ ารในชน้ั เรียน)
1.6 ทกั ษะ C6 : Classroom management (การจดั การชนั้ เรยี น)
1.7 ทักษะ C7 : Character enhancement (การเสริมสร้างลกั ษณะ)
สพุ รทิพย์ ธนภัทรโชติวัตร (2557) ไดส้ งั เคราะหค์ ุณลักษณะของครใู นศตวรรษท่ี 21 พบวา่
แบ่งออกเป็น 3 ดา้ น คือ
ด้านท่ี 1 ดา้ นความร้คู วามสามารถในสาขาวิชา ประกอบดว้ ย 6 คุณลกั ษณะย่อย ได้แก่
1) มีความรู้ความเชย่ี วชาญในเน้อื หาวิชา
2) มเี ทคนคิ วธิ กี ารถ่ายทอดความร้ทู ่ี หลากหลาย
3) มีทกั ษะการคานวณ
4) มคี วามสามารถในการวดั และประเมินผลทห่ี ลากหลาย
5) รู้จกั และเข้าใจผู้เรียน
6) มคี วามสามารถในการพัฒนาหลักสูตร จดั ทาแผนการสอน กจิ กรรม และการ
ประเมินผลท่ีสอดคล้องกบั ความแตกต่างระหวา่ งผู้เรียน
ด้านที่ 2 ดา้ นการปฏบิ ตั ิตนและเหน็ คุณค่า วิชาชพี ครู ประกอบดว้ ย 7 คณุ ลกั ษณะย่อย คือ
1) เป็นผู้ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่างทด่ี ีแกศ่ ิษย์
2) มี สัมพันธท์ ่ดี ีระหวา่ งบุคคล ทางานเป็นทีมได้
3) เป็นผู้มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชพี
4) เป็นบคุ คลแหง่ การเรียนรู้และใฝ่หาความรู้อย่เู สมอ
5) รักและศรัทธาในวิชาชพี ครู
6) เปน็ ผูม้ ีภาวะ ผนู้ าทางวชิ าการ
7) ปฏบิ ตั ิตามนโยบายของหนว่ ยงาน
ดา้ นท่ี 3 ดา้ นสังคมพหุวฒั นธรรม ประกอบดว้ ย 5 คุณลกั ษณะย่อย ไดแ้ ก่
1) มคี วามสามารถในการใช้ภาษา/การส่อื สาร
2) เปน็ ผูเ้ ลือกใช้ เทคโนโลยไี ดอ้ ย่างเหมาะสม
17
3) เป็นผู้รอบรู้ เท่าทนั ตอ่ การเปล่ยี นแปลง ทันสมยั ทันเหตกุ ารณ์
4) มี ความคดิ และแกป้ ัญหาอย่างสร้างสรรค์
5) มีความสามารถในการบรหิ ารจัดการ
การพัฒนาผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
จากงานเขียนเร่ืองกระบวนทัศนใ์ หมข่ องการศึกษากรณที ัศนะตอ่ การศึกษาศตวรรษที่ 21 ของ
วโิ รจนส์ ารรัตนะ (2556) ไดก้ ล่าวถงึ ภาวะผนู้ าทักษะ และทศั นคติของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาใน ศตวรรษ
ที่ 21 ว่าผนู้ าสถานศกึ ษาเป็นบุคคลท่ถี ูกคาดหวงั ใหป้ ฏิบัตติ ามคาสั่งของหนว่ ยงานระดบั จังหวัดหรอื
ระดับแผนกงานเกี่ยวกับงานบุคลากร การจดั ซอ้ื จัดจ้าง การงบประมาณ การจัดทางเดนิ และสนามเด็ก
เล่นท่ีปลอดภัย ความสัมพันธก์ บั สาธารณะและอนื่ ๆ ทีจ่ ะทาให้การบริหารสถานศึกษา เป็นไปอยา่ ง
ราบรืน่ รวมทัง้ บทบาทสาคัญในการพฒั นาการสอนและการเรยี นรขู้ องนักเรยี น (Student learning)
เพราะการเรียนรจู้ ะเกดิ ขน้ึ ไมได้ หากขาดการใชภ้ าวะผนู้ า (Leadership) โดยภาวะผนู้ าสถานศกึ ษา
(School leadership) หมายถงึ แตล่ ะบคุ คลตอ้ งมีความเข้าใจในเนื้อหาวิชาการ การประเมินผล และ
เทคนคิ การสอน มีการทางานเพ่อื เสริมสร้างทักษะรว่ มกับครู การรวบรวม วิเคราะห์ และการใชข้ ้อมลู
เพอื่ ประกอบการตดั สนิ ใจ
ครอเฟิร์ด (Crawford) (อ้างถึงในวิโรจน์สารรัตนะ, 2556) ได้มีความเหน็ ทส่ี อดคลอ้ งกนั ของผู้
ทเ่ี กีย่ วข้องกับนโยบายทางการศึกษาวา่ คณุ ภาพภาวะผูน้ าของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นปัจจยั สาคญั ตอ่
ความสาเร็จหรอื ความล้มเหลวของสถานศึกษา แต่ดังที่นักการศกึ ษาแห่ง Stanford University ได้กลา่ ว
ว่า“ผบู้ รหิ ารทมี่ ีความสามารถไมไ่ ดม้ มี าแต่เกิดแตส่ ามารถพัฒนาขน้ึ ได้” (High-performing principals
are not just born, but can be made) ซง่ึ ต้องอาศัยการฝึกอบรมหรือการพฒั นาในทักษะที่สาคัญๆ
นอกจากนีว้ คิ เตอร์ (Victor) (อา้ งถึงในวิโรจน์ สารรตั นะ, 2556) ไดก้ ลา่ วถงึ ทัศนคติ 10
ประการ สาหรับผู้นาในศตวรรษที่ 21 วา่ ศตวรรษท่ี 21 ตอ้ งการภาวะผนู้ าแบบร่วมมอื
(Corporateleadership) มากกวา่ แบบใชอ้ านาจหรือการบังคบั ผนู้ าจะตอ้ งใหก้ ารศึกษาและสรา้ งแรง
บันดาลใจใหก้ บั ผูต้ ามและเนื่องจากการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเรว็ ทางเทคโนโลยี และการสื่อสาร ผนู้ าใน
ปัจจุบันและอนาคตจะตอ้ งพัฒนาทัศนคติใหมๆ่ ใหเ้ กิดขนึ้ ดงั นีด้ ้วย
1) ทันสมัย (Modernization) – มองอนาคตอย่างมวี สิ ัยทัศน์
2) มีสัมพนั ธภาพ (Relationships) - สรา้ งมิตรภาพทีเ่ ขม้ แข็งและยง่ั ยืน
3) ปรบั ตวั (Adaptability) - ตอบสนองความไมแ่ น่นอนได้รวดเรว็
4) ม่งุ มนั่ (Assertiveness) - เข้าใจความขดั แย้ง จดั การดว้ ยสมอง
5) สรา้ งแรงบนั ดาลใจ (Inspiration) – ไม่บังคบั แตจ่ งู ใจสร้างแรงบันดาลใจ
6) ทะเยอทะยาน (Aspiration) – ม่งุ สร้างความสาเรจ็
7) โปร่งใส (Transparency) - สรา้ งความไวว้ างใจใหเ้ กิดขึ้น
8) เปน็ พ่ีเลี้ยง (Mentoring) - เป็นพ่เี ลีย้ งมากกว่าเป็นผู้สอน
9) ซือ่ สัตย์ จรงิ ใจ (Honesty) - ไม่โกหกหลอกลวง
10) มพี ันธะรบั ผดิ ชอบ (Accountability) - ค านึงถงึ ค าม่ันสัญญาคานงึ ถึงความหรอื ล้มเหลว
ปรับทิศทางหากไมถ่ ูกต้องหรือไม่บรรลุผล
18
การพัฒนาหลักสตู รและการจดั การเรียนรู้
หลักสตู รและการจัดการเรยี นรู้ที่สง่ ผลตอ่ การบริหารจดั การศกึ ษา 4.0 ภายใตพ้ ลวัตแห่ง
ศตวรรษท่ี 21 สกู่ ารเป็นประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซยี นอยา่ งยงั่ ยืน ประกอบด้วย
(1) หลักสูตรท่ีมกี ารกาหนดตัวช้วี ัดและการประเมนิ ผลสอดรับกบั เปา้ ประสงค์ เน้นการจดั การ
เรียนรู้ที่สนองต่อสังคมและชุมชน
(2) หลกั สูตรทีเ่ น้นความสามารถเฉพาะ เนน้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการสร้างสอื่ นวัตกรรม
เพื่อสรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่
(3) การให้ความสาคัญกบั ทักษะการปฏสิ ัมพนั ธท์ างสังคม ทักษะชีวิต ทักษะทางด้านนวัตกรรม
ความคิดริเริ่ม ความรบั ผิดชอบ
(4) การจัดการเรยี นรู้ที่นาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการจัดการศึกษาสูผ่ ้เู รียนอย่าง
ตอ่ เนอื่ ง
(5) การจดั การเรียนรู้ที่เน้นวิธีการกระบวนการเรียนรู้ การบรู ณาการเนื้อหาวชิ าตา่ งๆเข้าด้วยกนั
(6) สรา้ งความเป็นเลศิ ทางภาษา คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และทักษะการอาชพี
ให้เป็นรากฐานการสร้างอนาคต
(7) การเพมิ่ ขีดความสามารถและฝกึ ฝนทักษะในการเรียนรตู้ ามทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ของ
ผเู้ รยี น
(8) หลักสูตรการเรียนร้ขู องการยกระดับทักษะอาชีพ ไปพร้อมๆกับการขับเคล่อื นเศรษฐกจิ
ฐานความรู้ ของทกั ษะในศตวรรษที่ 21
(9) หลักสูตรทเี่ ปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รียนในการเลือกสง่ิ ท่ีจะเรยี นรูร้ องรบั ความถนัด ความสนใจและ
แนวทางการเรียนรใู้ นแบบเฉพาะตัว
(10) การจัดการเรียนรูท้ มี่ นี วตั กรรมการเรียนรผู้ า่ นระบบเทคโนโลยีดิจิทัล สื่ออิเล็กทรอนิกสท์ ีม่ ี
คณุ ภาพและมาตรฐาน
การพฒั นาห้องเรียน สภาพแวดล้อมและบรรยากาศท่เี ออ้ื ตอ่ การเรยี นรู้
หอ้ งเรยี นสภาพแวดล้อมและบรรยากาศทเี่ อื้อตอ่ การเรยี นร้ทู ส่ี ง่ ผลตอ่ การบรหิ ารจดั การศกึ ษา
4.0 ภายใตพ้ ลวตั แหง่ ศตวรรษท่ี 21 ส่กู ารเป็นประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซยี นอยา่ งยง่ั ยืน
ประกอบดว้ ย
(1) การสร้างบรรยากาศการเรยี นรู้ ระหว่างบคุ ลากรทางการศกึ ษาทกุ ระดับ และบรหิ าร
จดั การเปน็ ไปตามหลักการมีส่วนรว่ ม
(2) การจดั สภาพแวดล้อมเน้นความเชือ่ มโยงแบบเครอื ข่ายที่ส่งเสริมความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์
(3) การชีแ้ นะ ปรึกษา และเกื้อหนนุ การเรยี นรู้กับทุกสว่ นและเปิดโอกาสใหส้ ร้างวธิ ีการ
ทางานใหม่ๆ
(4) การสรา้ งสภาพแวดล้อมของการทางานเป็นทีมแลกเปล่ียนเรียนรเู้ พอื่ สร้างประสบการณ์
ใหม่
(5) การจดั บริการนวตั กรรมการเรียนรู้ ผา่ นระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ัลสร้างสภาพแวดล้อมใน
การฝึกฝนทกั ษะ
(6) สง่ เสริมนวัตกรรมทางสังคมผ่านการเรยี นรู้ถงึ แกน่ แท้ความรู้
(7) การสรา้ งใหผ้ ้เู รยี นมีความอยากรู้ อยากเห็นทาให้เกิดแรงบนั ดาลใจเพื่อการเรียนรู้
19
(8) การสร้างสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนทกั ษะ สมรรถนะและความรู้
(9) การจัดสภาพแวดล้อมการเรยี นรู้ที่ ชว่ ยหล่อหลอมลักษณะจิต ทักษะและคุณลักษณะอนั
พึงประสงค์
(10) การสร้างสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนทักษะ และสง่ เสริมนวัตกรรมทางสงั คมผา่ นการใช้
ICT
อยา่ งไรก็ตามการพฒั นาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องเปน็ กระบวนการที่สถานศึกษาตอ้ ง
ดาเนนิ งานตามแนวทางการประกนั คุณภาพภายในของสถานศกึ ษา โดยมีแนวคิดการดาเนินงานที่
น่าสนใจและไดร้ ับการยอมรบั อย่างแพรห่ ลาย เชน่ กระบวนการพัฒนาโดยการใชข้ อ้ มูลอยา่ งชาญฉลาด
(Data Wise Improvement Process) การจดั การความรู้ (Knowledge Management) การสรา้ ง
เครอื ข่ายการเรียนรู้ (Learning Network) และการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์ (Evaluation
Utilization)เป็นต้น
ซงึ่ การนาแนวคิดเหล่านไี้ ปดาเนินงานเพ่ือการพฒั นาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเน่อื งของ
สถานศกึ ษา มใิ ช่เปน็ การเพม่ิ ภาระงานท่มี ากข้ึน แตเ่ ป็นการเสรมิ หรือสนบั สนุนใหโ้ รงเรียนมีระบบหรือ
วิธกี ารทจี่ ะพัฒนาโรงเรยี นตามวงจรคณุ ภาพ PDCA โดยใช้ระบบการประกนั คณุ ภาพภายในของ
สถานศึกษาเป็นฐานในการขับเคลอื่ นให้เกดิ ความต่อเน่ืองและยง่ั ยนื
การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาตามวงจรคณุ ภาพ PDCA ในขั้นการตรวจสอบและประเมินผลการ
ดาเนนิ งาน (Check) เป็นขน้ั ทีม่ คี วามสาคัญอย่างยิง่ ท่ีจะเปน็ ขอ้ มลู เช่ือมโยงไปสู่ข้นั การปรบั ปรงุ พฒั นา
(Act) เพ่อื เปน็ พืน้ ฐานในข้นั การวางแผนพัฒนา (Plan) ทาใหว้ งจรคณุ ภาพ PDCA ขบั เคล่ือนไปครบ
วงจรคณุ ภาพและเกิดการพฒั นาอยา่ งต่อเนื่อง ซงึ่ ในขน้ั การปรบั ปรงุ พฒั นา (Act) นั้นมีความหมายเปน็
๒ นัย กลา่ วคือ นัยแรก ถา้ พบวา่ ผลการประเมินคุณภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ก็รักษา
วิธปี ฏิบัตทิ ีด่ ี (Best practice) ไว้ แล้วนามาจดั ทาเป็นมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน (Standard) ของ
สถานศึกษา ส่วนนยั ทส่ี อง ถา้ ผลการประเมินไม่บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์ ต้องนาผลการประเมินมา
พจิ ารณา วเิ คราะห์สาเหตุของปญั หาเพื่อการวางแผนปรบั ปรงุ พฒั นา (Plan) ในปีต่อไป รวมท้งั เรือ่ งท่ีไม่
เปน็ ปญั หาก็ต้องพัฒนาใหด้ ยี งิ่ ขนึ้ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามกลไกของระบบการประกนั คุณภาพ
การศกึ ษา กจ็ ะขบั เคล่ือนสกู่ ารปรบั ปรงุ พัฒนาตามวงจรคุณภาพอย่างต่อเน่ืองและยั่งยืน คุณภาพ
การศกึ ษาก็จะพฒั นาขึ้นตามลาดบั แม้แต่มาตรฐานการปฏิบตั งิ าน (Standard) เมื่อนาไปส่กู ารปฏบิ ตั ิใน
ปีต่อไปก็ต้องมีการประเมินและปรบั ปรุงพฒั นาเช่นกัน ดังนั้น สถานศึกษาที่มุ่งสรา้ งวัฒนธรรมคณุ ภาพ
ใหย้ ง่ั ยนื จาเป็นต้องขบั เคล่ือนวงจรคุณภาพ PDCA กบั SDCA (Standard-Do-Check-Act) ให้ก้าวหนา้
ตอ่ ไปอย่างไมห่ ยดุ ย้งั ด้วยกลวธิ ีท่เี หมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา ซงึ่ การใชแ้ นวคดิ ต่าง ๆ
เพ่ือให้เกดิ การพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาอยา่ งต่อเนื่องของโรงเรยี นมคี วามสัมพันธก์ บั การปฏบิ ตั ิงานตาม
วงจรคณุ ภาพ PDCA อย่างแนบแนน่ ทั้งนี้ เพื่อให้เกดิ การพัฒนาอยา่ งเป็นระบบและย่ังยืน อันจะสง่ ผลให้
ผ้เู รียนได้รบั การพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
แนวคิดการนาผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ (Evaluation Utilization)
การนาผลการประเมินไปใชเ้ ป็นแนวคิดหนึ่งสาหรับการปฏบิ ัติของสถานศึกษาเพ่อื พัฒนา
คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเน่ือง โดยส่วนใหญ่แลว้ สถานศกึ ษาจะใช้กระบวนการของวงจร PDCA ในการ
บรหิ ารจัดการศกึ ษา เพื่อให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์/เปา้ หมายการจดั การศึกษาของสถานศึกษา วตั ถุประสงค์
หรอื เปา้ หมายในท่ีน้ี กค็ ือมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาซ่ึงจะชว่ ยให้ระบบการประกนั คุณภาพ
20
การศกึ ษาสามารถดาเนนิ การไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ แนวทางในการนาผลการประเมินไปใช้ประโยชน์
คือการนาผลการประเมินดา้ นต่าง ๆ ของสถานศึกษามาใชใ้ นการกาหนดแผนการปฏิบัติงานของ
สถานศึกษาใหม้ ีความสอดคล้อง เหมาะสม และทนั กับสถานการณป์ ัจจบุ ัน เพอ่ื บรรลวุ ัตถุประสงค์/
เปา้ หมายการจัดการศึกษาที่กาหนดไวน้ นั่ เอง
ผลการประเมินของสถานศึกษา มีลักษณะเป็นสารสนเทศ ดงั นัน้ สถานศกึ ษาควรนาผลการ
ประเมินทั้งผลการประเมินคุณภาพภายในและผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาพิจารณารว่ มกัน
เพือ่ ให้ได้สารสนเทศทีม่ ีความถกู ต้อง น่าเช่ือถือ แลว้ นาผลการประเมนิ ดังกล่าวมาพัฒนาและปรบั ปรงุ
คณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษาอยา่ งต่อเนื่อง
การนาสารสนเทศจากการประเมนิ ไปใชป้ ระโยชน์สามารถดาเนินการได้หลายรปู แบบ เช่น การ
ทาให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจในสิง่ ท่ีประเมิน การนาไปใช้สนบั สนุนยนื ยันการตดั สินใจ และการนาไปใช้
เชงิ ปฏบิ ตั ิการ ดังน้ัน ผูใ้ ช้ผลการประเมินตอ้ งเลอื กใช้ให้เหมาะสมกับระดบั ของงาน ซึ่งรปู แบบการนาผล
การประเมินไปใชม้ ี 4 รูปแบบ ดงั น้ี
1. การใช้ผลประเมนิ ในเชงิ ความคิด เปน็ การนาผลการประเมนิ ไปใช้เพื่อจุดประกายความคดิ
หรือสะท้อนความคดิ ของผเู้ ก่ียวข้องต่อสภาพการณ์ท่ีเกิดข้ึน ทาให้ผ้เู ก่ียวข้องเกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจต่อ
สิ่งทีม่ ุง่ ประเมินมากข้ึนโดยไม่ไดน้ าผลการประเมนิ ไปส่กู ารตัดสินใจโดยตรงเพ่ือการจดั ทาแผนงาน/
โครงการ/กิจกรรม
2. การใชผ้ ลประเมินในเชงิ ตรวจสอบยืนยันเปน็ การนาผลการประเมนิ ไปใช้เปน็ เหตผุ ล
สนับสนนุ หรอื ยนื ยนั ผลการตดั สินใจในการกาหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่กาหนดไวล้ ว่ งหน้าทา
ใหแ้ นวทาง/นโยบายทีเ่ ลือกใช้มนี า้ หนักและมีความถกู ต้อง เหมาะสมมากย่ิงข้ึน
3. การใชผ้ ลประเมนิ ในเชงิ สัญลักษณ์ เป็นการนาผลการประเมินไปใช้เพ่ือเปน็ เคร่ืองมือตดิ ตาม
กากับ หรอื ควบคมุ การประเมินว่าไดม้ ีการดาเนนิ งานตามแนวทาง ระเบียบ ข้นั ตอนที่กาหนดไว้ เพ่ือให้
กระบวนการประเมินมีคุณภาพ และเป็นท่ียอมรบั
4. การใชผ้ ลประเมนิ ในเชิงปฏิบตั ิ เปน็ การนาผลการประเมินไปใช้โดยตรงในทางปฏบิ ัติ ถอื เปน็
เคร่ืองมือหรือวธิ ีการในการพัฒนา ปรบั ปรุง และแก้ไขการปฏบิ ตั ิงาน เพ่อื ทาใหเ้ กิดผลกระทบต่อการ
เปล่ยี นแปลงท่ีเกิดขน้ึ ตามมา
3. การนเิ ทศการศกึ ษา
3.1 ความหมายของการนเิ ทศการศึกษา
การนเิ ทศ แปลว่า การให้ความชว่ ยเหลือแนะนา หรือปรับปรงุ ดงั น้ัน การนเิ ทศการศึกษาก็
น่าจะ หมายถึงการให้ความช่วยเหลือแนะนา หรือปรับปรงุ เกี่ยวกบั การศกึ ษาโดยเฉพาะในโรงเรียน ไดม้ ี
ผใู้ ห้ความหมายคาว่า การนเิ ทศการศึกษาไวแ้ ตกตา่ งกนั ดงั น้ี
สเปียร์ส (Spears อ้างองิ ในอัญชลี ธรรมะวิธกี ุล .2552) ไดใ้ หค้ าจากัดความไว้วา่ การนิเทศ
การศกึ ษาเป็นกระบวนการที่จะทาใหเ้ กดิ การปรับปรุงกระบวนการเรยี นการสอนของครู โดยการทางาน
รว่ มกบั บคุ คลท่ีเก่ียวข้องกับการน้ีเปน็ กระบวนกระตนุ้ ความเจรญิ กา้ วหน้าของครู และมุง่ หวงั ทจ่ี ะ
ช่วยเหลือครูเพอ่ื ชว่ ยให้ครูได้ชว่ ยตนเองได้
ชาญชัย อาจณิ สมาจาร (2547 : 11)ไดใ้ หค้ าจากดั ความวา่ การนเิ ทศการศึกษาคอื
กระบวนการสรา้ งสรรค์ ท่ีไม่หยดุ นงิ่ ในการให้คาแนะนาและการชชี้ ่องทางในลักษณะทเี่ ปน็ กนั เองแก่ครู
21
และนกั เรียน เพื่อการปรับปรงุ ตัวของเขาเองและสภาพการเรยี นการสอนเพอื่ ให้บรรลเุ ป้าหมายทาง
การศกึ ษาท่ีพงึ ประสงค์
สันต์ ธรรมบารุง ไดใ้ ห้ความหมายว่า การนเิ ทศการศึกษา หมายถึงการช่วยเหลอื การแนะนา
การช้ีแจง การบริการ การปรบั ปรงุ ทีเ่ ก่ียวข้องกับการเรียนการสอน ในการท่ีจะส่งเสริมใหค้ รปู รบั ปรงุ
การสอนใหด้ ีขน้ึ
สรุ ชาติ ภูผาผยุ (2550 : 49) ได้ให้ความหมายของการนเิ ทศการศกึ ษา หมายถึง กระบวนการ
ทางานรว่ มกนั ระหวา่ งผนู้ เิ ทศและผู้รับการช่วยเหลอื แนะนา และพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ให้สามารถทางานรว่ มกนั ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ เน้นการร่วมคิด ร่วมทา ประสานประโยชน์ มีความสุข
ในการพัฒนาคณุ ภาพทางการศึกษา และคุณภาพผู้เรยี น สอดคล้องเจตนารมณ์ของหลักสูตรอยา่ ง
แทจ้ รงิ
วชั รา เล่าเรยี นดี (2553 : 3) กล่าววา่ การนิเทศการศึกษา หมายถึง กระบวนการปฏิบตั ิงาน
รว่ มกนั ดว้ ยการชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ ส่งเสริมระหว่างผู้ใหก้ ารนิเทศหรือผนู้ ิเทศกับผู้รบั การนิเทศ หรอื
ระหว่างเพ่ือนครู เพือ่ ท่ีจะพัฒนาหรือปรบั ปรุงคุณภาพการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ของครู
เพอื่ ใหไ้ ด้มาซึ่งประสิทธผิ ลในการเรยี นรู้ของผู้เรียน
สรุปได้วา่ การนิเทศการศกึ ษา หมายถึง กระบวนการปรบั ปรุงและพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา โดย
ความร่วมมือระหวา่ งผ้นู ิเทศและผู้รับการนเิ ทศ ตามแนวทางของประชาธิปไตยทเ่ี น้นการใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื แนะนา และผ้รู ับการนิเทศยอมรบั เพอ่ื ประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา
3.2 ความสาคัญของการนิเทศ
หลักการนเิ ทศการศกึ ษา
การปฏบิ ตั งิ านนิเทศการศึกษา ผ้นู เิ ทศต้องอาศยั หลักการในการนเิ ทศ เพอ่ื ให้การนเิ ทศบรรลุ
เป้าหมายทกี่ าหนดไว้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพซ่ึงมีนกั การศึกษาทัง้ ชาวไทยและตา่ งประเทศได้เสนอหลักการ
นิเทศการศกึ ษาไวด้ งั น้ี
ประนอม พรมเกตุ (2550 : 6) กลา่ ววา่ สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ
(เดมิ ) ได้กาหนดให้การนเิ ทศการศึกษาเปน็ กลไกสาคญั ในการพฒั นาคุณภาพโดยใชห้ ลักการสาคัญ 3
ประการ ไดแ้ ก่
1. การนิเทศอย่างทวั่ ถึง
2. การนเิ ทศอยา่ งต่อเน่ือง
3. การนิเทศอย่างมีคุณภาพและการนเิ ทศการศกึ ษาเป็นกระบวนการหนงึ่ ในการพฒั นา
คณุ ภาพศึกษาใหด้ ียง่ิ ขนึ้
สรุ ชาติ ภผู าผุย (2550 : 56) ไดส้ รุปวา่ การนิเทศการศึกษาควรมหี ลักการดงั น้ี
1. การนิเทศการศึกษาควรจะต้ังอยู่บนความถูกตอ้ งตามหลักวิชาและเปน็ วิทยาศาสตร์
2. มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
3. ต้องเป็นประชาธปิ ไตย เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความสามารถไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี
4. เปน็ การพฒั นาวิชาชีพและคุณภาพนักเรยี น
5. มกี ารวางแผนอย่างเป็นระบบ
6. มุง่ สรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธ์ ส่งเสริมขวญั และกาลังใจ
22
สรุปไดว้ ่าหลกั การนิเทศการศึกษาทสี่ าคัญ คือ เน้นทค่ี วามถูกต้องตามหลักวชิ าการ มีความเป็น
วทิ ยาศาสตร์ มบี รรยากาศแบบประชาธปิ ไตย มคี วามเป็นกัลยาณมิตรและมีความคดิ สร้างสรรค์โดย
ดาเนนิ การอย่างเปน็ กระบวนการระหว่างผู้นิเทศและผ้รู ับการนิเทศ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของการจดั
การศึกษา
3.3 วิธีการนิเทศการศกึ ษา
3.3.1 เทคนคิ วิธกี ารนิเทศ
การศึกษาเปน็ วธิ กี ารท่ีสาคัญท่ีจะทากจิ กรรมการนิเทศการศึกษาสู่การปฏบิ ตั ิ ซ่งึ มี
นักวิชาการและผูเ้ ช่ยี วชาญทางการศึกษาไดใ้ หค้ วามหมายของเทคนคิ วิธกี ารนเิ ทศการศกึ ษาและเสนอ
เทคนิควธิ ีการนิเทศการศึกษาดงั น้ี
สุรชาติ ภูผาผุย (2550 : 64) กลา่ วถงึ เทคนคิ การนิเทศการศึกษา ซึ่งสรปุ ไดว้ ่าเป็น
กระบวนการข้นั ตอนการทางานท่เี ป็นระบบ มลี าดับขนั้ ตอนในการทางาน การควบคมุ กากบั และ
ตดิ ตามเปน็ สง่ิ สาคัญ ในการดาเนนิ งานตามแผนงานและโครงการทกี่ าหนดไว้ พร้อมท้ังช่วยแกไ้ ขปัญหา
อุปสรรคตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ระหวา่ งผูน้ เิ ทศกบั ผรู้ บั การนเิ ทศใหบ้ รรลุจุดหมายท่ีต้องการอย่างมี
ประสิทธิภาพ ซง่ึ ผู้นิเทศสามารถดาเนนิ การไดห้ ลายวิธดี ังน้ี
1. การนิเทศทางตรง เปน็ การปฏิบัตกิ ารนเิ ทศด้วยตนเอง ซึ่งปฏบิ ัติตามโครงการ แผนงาน
รวมทั้งสอื่ นเิ ทศตา่ งๆ และวธิ กี ารนิเทศที่เตรียมไว้
2. การนเิ ทศทางอ้อม เป็นการปฏิบัติการนเิ ทศโดยการใช้สือ่ แทนผนู้ ิเทศ หรือการนเิ ทศ
ทางไกล ได้แก่ การสง่ เอกสารแนะนาการปรับปรงุ การเรยี นการสอน การใช้เอกสารหลกั สูตร คู่มอื ครู
นติ ยสาร จุลสาร เทปบันทกึ เสยี ง สไลด์ วดี ทิ ศั น์ หรอื ใชว้ ิทยากรที่เชยี่ วชาญความรูส้ าขาตา่ งๆ มา
แนะนา หรอื พาทา เพ่ือช่วยเหลอื แทนผู้นเิ ทศ
3. การนิเทศภายใน เพ่ือใหเ้ กิดความต่อเน่ืองจงึ สนับสนุนการนิเทศภายใน ของผ้บู รหิ าร
โรงเรียนใหม้ กี ารนิเทศพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของทกุ ห้องเรยี น
4. การประชมุ ปฏิบัตกิ าร จดั นิเทศโดยมีกลุ่มบคุ ลากรเป้าหมาย เชน่ การประชุมปฏิบัตกิ าร
จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ ประชุมปฏิบตั ิการฝึกการใชเ้ ทคโนโลยที างด้านคอมพวิ เตอร์ วีดีทัศน์
เป็นต้น
5. การประชุม ปรกึ ษาหารือ การประชมุ ชแ้ี จงเฉพาะเรื่อง เช่น การประชมุ ครู ผ้รู ับผดิ ชอบ
งาน/โครงการอนามัยโรงเรียน
6. การประชมุ อบรม/สัมมนา
7. การศึกษาดูงาน
8. การเผยแพร่ผลงาน
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน (2555 : 1) กลา่ วถึงความหมายของเทคนิคการ
นิเทศการศกึ ษา และเทคนคิ การนิเทศท่ใี ช้ได้ผลดีดงั น้ี
เทคนิคการนเิ ทศ หมายถึง วธิ ีการนากจิ กรรมต่าง ๆ ทางการนิเทศไปใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงานอยา่ ง
เหมาะสมกับบคุ คล สถานท่ี เวลาหรือสถานการณ์น้นั ๆ ในที่น้ีจะขอนาเสนอเทคนิคท่ีใช้ไดผ้ ลดีมี 3
เทคนคิ วธิ กี าร ได้แก่ เทคนคิ วิธีการการนิเทศโดยการสอนแนะ เทคนิควธิ กี ารการนิเทศโดย
กระบวนการวจิ ัย และเทคนิควิธีการนเิ ทศแบบกัลยาณมิตร ซงึ่ แตล่ ะเทคนคิ วิธีการมีรายละเอยี ดดังน้ี
23
1. เทคนคิ การสอนแนะ เป็นเทคนิคที่ใชใ้ นการพัฒนาบุคลากรใหส้ ามารถปฏิบตั ิงานได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ โดยการแนะนาหรือเรยี นรจู้ ากผู้ชานาญการ (Coach) ในลกั ษณะท่ีได้รบั คาแนะนาหรอื
เรียนรไู้ ปพร้อม ๆ กบั การปฏิบัตงิ าน ในการนาเทคนิคน้ไี ปใช้ผ้นู ิเทศควรมแี นวทางดาเนนิ การ ดังน้ี
1.1 สรา้ งความไวว้ างใจกับผู้รับการนิเทศ เพอื่ สรา้ งสมั พนั ธภาพทอ่ี บอุ่น โดยการศึกษา
ข้อมูลของผู้รบั การนเิ ทศ เชน่ จดุ เด่น ผลงานเดน่ อธั ยาศัย การใหค้ าชมเชย การสร้างบรรยากาศที่ดี
1.2 ใช้คาถามท่ีเปน็ เชงิ ของความคิดเห็น ไม่ทาให้ผตู้ อบจนมมุ หรอื เกิดความไม่สบายใจ
ในการตอบ
1.3 เสนอแนะแนวทางแกไ้ ขหรือการพฒั นางานในลักษณะการแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ว่ มกนั
1.4 นาข้อเสนอหรอื แนวทางทรี่ ว่ มกนั คดิ ให้ผรู้ ับการนเิ ทศปฏิบัติ โดยผนู้ เิ ทศคอยให้
คาแนะนาอยา่ งใกลช้ ิด หรืออาจตอ้ งสาธิตให้ดู
2. เทคนคิ การนิเทศโดยใชก้ ระบวนการวจิ ยั เปน็ กระบวนการแสวงหาความรอู้ ยา่ งเป็นระบบท่ี
เชือ่ ถือได้ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การนากระบวนการวจิ ัยมาเปน็ เทคนิคหนึ่งในการนเิ ทศ
การศกึ ษา จาเป็นท่ผี ู้นิเทศจะตอ้ งมคี วามรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทาวิจัย และสามารถนามาใชใ้ น
การดาเนนิ งานนิเทศการศกึ ษา ดงั น้ี
2.1 การกาหนดและวิเคราะห์ปญั หา ผู้นเิ ทศจะทางานร่วมกับครโู ดยตรง ดังน้ันจึงตอ้ ง
วิเคราะห์สภาพการปฏบิ ัติงานของผรู้ ับการนิเทศ (คร)ู จุดเดน่ จุดควรพฒั นารว่ มกับครู วิเคราะห์หา
สาเหตุของปัญหา ลกั ษณะปัญหาสาคัญทเ่ี กี่ยวข้องกบั ครู เชน่ ปญั หาเกย่ี วกับหลกั สตู ร การจัดการเรียน
การสอน การวัดและประเมนิ ผล โดยมองในดา้ นของความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการและเจตคติ
เก่ียวกบั เร่อื งนัน้ ๆ
2.2 การกาหนดแนวทางการแกไ้ ขปัญหาจากสาเหตขุ องปัญหา ผู้นิเทศจะรว่ มกับผู้รบั การ
นเิ ทศกาหนดวิธีและแนวทางการนิเทศเพื่อแกป้ ัญหาน้ัน ๆ คิด พัฒนาสื่อและนวัตกรรม ซ่งึ อาจเปน็
วธิ ีการ/กจิ กรรมการนเิ ทศ สื่อการนิเทศ เช่น เอกสาร คมู่ ือ ชดุ พฒั นา สิง่ เหลา่ นี้จะอยบู่ นพ้ืนฐานของ
หลกั การและทฤษฎีท่เี กยี่ วข้องกับวิธีการน้นั ๆ ตลอดทั้งมีการหาคุณภาพของสือ่ ที่พัฒนาข้นึ เพ่อื ให้มี
ความเชื่อถือได้
2.3 การดาเนินการนิเทศ โดยนาวิธีการ/กิจกรรมท่ีเป็นสอื่ นวัตกรรมท่ีพฒั นาไปใช้ในการ
นิเทศ ในขัน้ ตอนนี้จะมกี ารเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เคร่ืองมือท่ีมีประสิทธภิ าพ และนาข้อมูลที่ไดไ้ ป
วิเคราะห์โดยใชส้ ถิตทิ ่ีเหมาะสมหรอื การอธิบายในเชงิ คุณภาพ
2.4 การสรุปผลและเขยี นรายงาน โดยการนาผลทไี่ ด้จากการวิเคราะหข์ ้อมลู ไปสรุปผล
ตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนดไวใ้ ห้ครอบคลุมทุกประเดน็ แลว้ นาเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูลในรูปแบบที่
เหมาะสมและมีคุณภาพ จากนน้ั เขียนรายงานผลการปฏิบัติงานต้ังแตเ่ ริ่มต้นจนถึงขัน้ สุดท้าย
2.5 การเผยแพร่ หลังจากท่ีไดม้ ีการสรุปและเขียนรายงานผลการปฏิบัตงิ านแลว้ ผนู้ เิ ทศ
ควรจะได้มีการเผยแพรผ่ ลการปฏิบตั งิ าน เพื่อให้ผู้ทีเ่ กย่ี วข้องและมีความสนใจนาไปใชห้ รือตอ่ ยอดต่อไป
3.3.2 กระบวนการนิเทศการศกึ ษา
ผ้ศู ึกษาไดศ้ ึกษากระบวนการนเิ ทศการศึกษารปู แบบตา่ งๆ ทม่ี ีนกั วิชาการนักการศกึ ษา
ไดเ้ สนอไวจ้ ากเอกสารและงานวิจยั ซงึ่ การนิเทศการศึกษาในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้ดาเนนิ การเปน็
กระบวนการมีลาดับข้ันตอน ผู้ศึกษาขอเสนอดังนี้
24
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน (2553ค : 9) ได้เสนอกระบวนการนเิ ทศ
การศึกษาโดยกระบวนการเดมมงิ่ (Demming Process) ซง่ึ เปน็ วงจร เรียกวา่ วงจรเดมมงิ (Demming
Circle) หรอื โดยทั่วไปนิยมเรียกกันวา่ P-D-C-A ซึ่งเป็นวงจรควบคุมคุณภาพมาปรบั ใช้ในการดาเนินการ
นิเทศการศึกษา โดยมขี ้นั ตอนทีส่ าคญั 4 ข้ันตอน คือ
1. การวางแผน (P-Planning)
2. การปฏิบัติตามแผน (D-Do)
3. การตรวจสอบ/ประเมนิ ผล (C-Check)
4. การปรบั ปรงุ แกไ้ ข (A-Act)
สรุปเปน็ แผนภูมไิ ด้ ดงั นี้
แผนภาพท่ี 1 วงจรควบคุมคุณภาพ
ทม่ี า: Deming W. Edwards. (1986). Out of the Crisis. p.215.
จากแผนภูมกิ ระบวนการ PDCA แต่ละขั้นตอนมีกิจกรรมสาคญั นาไปสู่การนิเทศการศึกษาดงั นี้
1. การวางแผน (P-Plan)
1.1 การจดั ระบบขอ้ มูลสารสนเทศ
1.2 การกาหนดจุดพฒั นาการนเิ ทศ
1.3 การจดั ทาแผนการนิเทศ
1.4 การจัดทาโครงการนิเทศ
2. การปฏบิ ตั ิงานตามแผน (D-Do)
2.1 การปฏิบตั ิตามขน้ั ตอนตามแผน/โครงการ
2.2 การกากบั ตดิ ตาม
2.3 การควบคุมคุณภาพ
2.4 การรายงานความกา้ วหน้า
2.5 การประเมนิ ความสาเร็จเปน็ ระยะ ๆ
3. การตรวจสอบและประเมินผล (C-Check)
3.1 กาหนดกรอบการประเมิน
3.2 จดั หา/สร้างเครอ่ื งมือประเมนิ
3.3 เก็บรวบรวมขอ้ มลู
3.4 วเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.5 สรปุ ผลการประเมนิ
25
4. การนาผลการประเมินมาปรับปรงุ งาน (A-Act)
4.1 จัดทารายงานผลการนิเทศ
4.2 นาเสนอผลการนเิ ทศและเผยแพร่
4.3 พัฒนาตอ่ เนื่อง
สงดั อทุ รานันท์ (2530 : 125-131) ได้ใหค้ วามเห็นว่ากระบวนการนเิ ทศทส่ี อดคล้องกับ
สภาพสงั คมไทยควรข้นั ตอนตามกระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน ซึง่ เรยี กว่า กระบวนการนิเทศแบบ
PIDRE ดังนี้
1. การวางแผน (P-Planning) เป็นขน้ั ตอนท่ีผู้บรหิ าร ผนู้ เิ ทศและผรู้ บั การนิเทศจะทาการ
ประชมุ ปรึกษาหารือ เพื่อใหไ้ ด้มาซ่งึ ปัญหาและความตอ้ งการจาเป็นท่ตี อ้ งมกี ารนเิ ทศ รวมท้ังวางแผนถึง
ขั้นตอน การปฏิบตั ิเกย่ี วกับการนิเทศทจี่ ัดขึน้
2. ใหค้ วามร้กู อ่ นดาเนนิ การนิเทศ (Informing-I) เปน็ ขนั้ ตอนของการใหค้ วามรู้ ความเข้าใจถึง
สงิ่ ทจ่ี ะดาเนนิ การว่าตอ้ งอาศัยความรู้ ความสามารถอย่างไรบา้ ง จะมขี ้นั ตอนในการดาเนินการอย่างไร
และจะดาเนนิ การอย่างไรให้ผลงานออกมาอยา่ งมคี ุณภาพ ข้ันตอนนจี้ าเป็นทุกครัง้ สาหรับเรม่ิ การนเิ ทศ
ทจ่ี ดั ขน้ึ ใหม่ ไม่ว่าจะเปน็ เรื่องใดกต็ าม และเมื่อมีความจาเป็นสาหรับงานนเิ ทศทยี่ ังเป็นไปไม่ได้ผล หรือ
ได้ผลไม่ถงึ ขนั้ ที่พอใจ ซ่ึงจาเป็น ทจ่ี ะต้องทบทวนให้ความรูใ้ นการปฏิบัตงิ านท่ีถูกต้องอีกครงั้ หนงึ่
3. การดาเนินการนเิ ทศ (Doing-D) ประกอบด้วยการปฏิบัตงิ าน 3 ลกั ษณะ คือการปฏิบตั ิงาน
ของผู้รบั การนิเทศ (คร)ู การปฏบิ ัติงานของผู้ให้การนเิ ทศ (ผ้นู เิ ทศ) การปฏิบัติงานของผ้สู นับสนุนการ
นเิ ทศ(ผู้บริหาร) การประสานงานและสนบั สนุน
4. การสร้างเสริมขวัญกาลังใจแกผ่ ู้ปฏบิ ตั งิ านนิเทศ (Reinforcing-R) เป็นขน้ั ตอนของการ
เสรมิ แรงของผูบ้ รหิ ารซง่ึ ให้ผูร้ ับการนิเทศมคี วามม่นั ใจ และบังเกดิ ความพงึ พอใจในการ
ปฏิบัติงาน ข้นั นี้อาจดาเนนิ ไปพร้อมๆกบั ผ้รู บั การนเิ ทศท่ีกาลังปฏิบัติงานหรือการปฏบิ ตั ิงานได้เสร็จสน้ิ
แลว้ กไ็ ด้
5. การประเมนิ ผลการนิเทศ (Evaluating-E) เป็นข้ันตอนที่ผู้นเิ ทศทาการประเมนิ ผลการ
ดาเนนิ งานทผ่ี า่ นไปแลว้ ว่าเปน็ อยา่ งไร หลงั จากการประเมินผลการนเิ ทศ หากพบว่ามปี ัญหาหรือมี
อุปสรรคอย่างใดอย่างหนงึ่ ท่ีทาใหก้ ารดาเนนิ งานไม่ได้ผล สมควรทีจ่ ะต้องปรบั ปรงุ แกไ้ ข ซ่งึ การ
ปรับปรงุ แก้ไข อาจทาได้โดยการใหค้ วามรเู้ พม่ิ เติมในเร่ืองท่ีปฏบิ ตั ิใหมอ่ ีกคร้ัง ในกรณีท่ีผลงานยงั ไม่ถงึ
ขน้ั นา่ พอใจหรอื ไดด้ าเนินการปรับปรุงการดาเนนิ งานทั้งหมดไปแลว้ ยงั ไมถ่ ึงเกณฑ์ท่ีตอ้ งการ สมควรท่ี
จะตอ้ งวางแผนร่วมกนั วิเคราะห์หาจดุ ทีค่ วรพฒั นาหลงั ใชน้ วัตกรรมดา้ นการเรียนรเู้ ขา้ มานเิ ทศ
3.3.3 การประเมนิ ผลการนิเทศ
ชารี มณศี รี (2542 : 192) มคี วามเหน็ วา่ การประเมินผลการนิเทศ หมายถึง การตีค่าการ
นเิ ทศ ชว่ ยเหลือ ช้แี นะแก่ครูผสู้ อนวา่ บังเกดิ ผลดีเพียงใด การประเมินผลใช้วดั ในรูปปริมาณหรือจานวน
มากน้อย แลว้ นาผลการวดั มาพจิ ารณาตีคา่ วา่ ไดผ้ ลดีเพียงใด ทงั้ น้ตี ้องสร้างเครื่องมือวดั ท่ีเท่ยี งตรง
(Validity) กาหนดหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานสาหรบั ตัดสินคุณค่า การประเมนิ ผลท่ีดีมลี กั ษณะ ดังนี้
1. ประโยชน์ การประเมินผลนาไปส่ขู ้อยุติ มีความจาเปน็ เพราะใชป้ รบั ปรุงสภาพการเรียนการ
สอน กระทาโดยตลอด และแจ้งผลใหผ้ เู้ กย่ี วข้องได้รับทราบ
2. สมบรู ณ์ การประเมินผลทางการเรยี นโดยใช้วธิ ีทดสอบผลสัมฤทธ์ิของผูเ้ รยี น และการ
ประเมนิ ค่าในตวั ครู โดยยึดถือเอาผลการเรียนของผเู้ รยี นเปน็ หลัก ยงั ไมเ่ พยี งพอจะต้องประเมินท้งั
26
ทางดา้ นการบริหาร การจดั การเรยี นการสอน หลักสตู ร โสตทัศนูปกรณ์ การตีคา่ การประเมินผลการ
นเิ ทศ
3. ความรว่ มมอื การมีส่วนรว่ มในการประเมนิ ผลของทุกคนเปน็ สิง่ จาเป็น ประสบการณ์ที่ไดร้ ับ
จากการดาเนนิ การประเมนิ ผลจะเปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ูป้ ฏบิ ัติงานทกุ คนช่วยปรับปรงุ ความรแู้ ละทกั ษะ
ตลอดจนการขยายโลกทศั น์ของทุกคนให้กว้างขวางขนึ้
4. กระบวนการตอ่ เน่ือง การประเมินผลทีท่ าเปน็ ครง้ั คราวย่อมไมก่ ่อให้เกิดผลต่อการพัฒนา
ขอ้ สรุปและการตดั สินใจท่ไี ดจ้ ากการประเมนิ ผลอาจมขี ้อผดิ พลาด ปัจจุบนั มคี วามเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเรว็ ท้ังดา้ นสังคม เศรษฐกิจ การปกครองและดา้ นอน่ื ๆ ฉะนัน้ ควรมกี ารประเมินผลหลายเทคนิควธิ ี
และกระทาต่อเน่ือง
5. กระทาอย่างพนิ ิจพิเคราะห์ การประเมินผลกระทาเพ่ือตรวจสอบผลสาเรจ็ ทีไ่ ด้กระทาไปแลว้
ประเมินทั้งคุณภาพและปริมาณ ซ่ึงกระทาไดโ้ ดยการตงั้ เกณฑ์ทีเ่ ท่ียงตรงเพ่ือวัด
3.3.4 เครื่องมอื การประเมนิ ผลการนิเทศ
การนเิ ทศจะเลือกใชว้ ิธกี ารหรือเคร่ืองมือใดจะต้องพจิ ารณาจุดม่งุ หมายและเป้าหมายของแต่ละ
กิจกรรมการนิเทศทีต่ ง้ั ไว้ ชารี มณีศรี (2542:195) ได้กลา่ วถึงเครือ่ งมือในการวัดและประเมนิ ผลงาน
การนิเทศ ไวด้ ังต่อไปนี้
1. แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือทใ่ี ชแ้ พร่หลายวัดความรู้สึก ความคดิ เหน็ ความต้องการ ของ
บุคคลในเร่ืองตา่ งๆ ได้ ใชป้ ระเมนิ ผลการอบรม การสมั มนาหรอื การประชุมต่างๆ หลกั สาคัญในการ
สร้างแบบสอบถามเพอ่ื ประเมินผลทีส่ าคัญ ดังนี้
1.1 จุดมงุ่ หมาย เปา้ หมายของโครงการหรอื กจิ กรรมการนเิ ทศที่จะประเมินผล เปน็ เกณฑ์
นามาทาเนื้อหาแบบสอบถาม
1.2 ใช้ภาษาทอ่ี ่านเข้าใจง่าย ส้นั กะทดั รดั สามารถสือ่ ความหมายได้ คนอนื่ เขา้ ใจตามที่
ตอ้ งการจะถามหรอื ไม่
1.3 เขียนคาชี้แจงในการตอบแบบสอบถามใหช้ ดั เจน ควรมีตัวอยา่ งประกอบ พยายามเก็บ
แบบสอบถามกลบั คืน อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 80 ของแบบสอบถามทง้ั หมดลักษณะแบบสอบถามอาจจะเปน็
ทัง้ แบบปลายปิด คือระบุคาตอบไว้พร้อมให้เลอื กตอบ หรือแบบปลายเปดิ เพื่อใหต้ อบได้โดยเสรี
2. แบบทดสอบ การใช้แบบทดสอบในงานนเิ ทศการศึกษา เม่ือจัดกิจกรรมการนิเทศการศกึ ษา
แล้วทาให้ผลการเรียนของผู้เรียนดขี ้ึนหรอื ไม่ การใชแ้ บบทดสอบเพือ่ การประเมินผล อาจจะ
เปรียบเทยี บได้ 4 แบบ คือ
แบบท่ี 1 เปรยี บเทียบกับเกณฑ์ปกติ เช่น หลงั จากให้ครใู ชค้ ่มู ือ ครูทศี่ ึกษานิเทศกจ์ ดั ทา
ทดสอบนาผลไปเปรยี บเทียบกับเกณฑป์ กตวิ ่าสูงหรอื ต่ากวา่ เกณฑป์ กติอยา่ งไร
แบบท่ี 2 เปรยี บเทยี บก่อนการใช้กจิ กรรมนเิ ทศและหลงั การใช้กจิ กรรมนิเทศ เช่น การ
สาธิตทดสอบผเู้ รยี นไวก้ ่อน เม่ือครดู ูการสาธิตแลว้ ไปสอนก็ทดสอบอีกคร้งั หน่ึง นาผลการทดสอบคร้ัง
แรกกับครั้งหลังมาเปรียบเทียบกันว่า ผลการเรียนดขี ึ้นมากน้อยเพียงใด
แบบที่ 3 เปรยี บเทยี บระหว่างกล่มุ ท่ใี ช้กจิ กรรมนเิ ทศ และกลุ่มท่ีไมใ่ ช่กิจกรรมนิเทศ เช่น
กจิ กรรมนิเทศให้ครูใชแ้ บบเรียนสาเร็จรปู ในการสอนแล้วทดสอบผู้เรียนที่ครใู ช้แบบเรยี นสาเรจ็ รูปสอน
พวกหนง่ึ กับทดสอบผู้เรียนท่ีครูสอนอยา่ งปกตธิ รรมดาอีกพวกหนึง่ นาผลการทดสอบจากสองพวกมา
เปรยี บเทียบกนั
27
แบบที่ 4 เปรยี บเทยี บโดยใช้แบบท่ี 2 และแบบท่ี 3 ผสมผสานกัน คือ ทดสอบกล่มุ ทีใ่ ช้
กจิ กรรมนิเทศและกลมุ่ ท่ีไม่ใชก้ จิ กรรมนิเทศ โดยทดสอบกอ่ นและหลังแลว้ นาผลตา่ งระหว่าง
การทดสอบก่อนและหลังในแตล่ ะกลมุ่ มาเปรยี บเทียบกนั
3. แบบสารวจ เปน็ เครอ่ื งมอื วัดผลทางดา้ นปริมาณ เช่น จานวนผเู้ รียนสอบได้-ตก จานวน
ผเู้ รียนทม่ี ปี ญั หาดา้ นการเรยี น จานวนผลงานประดิษฐข์ องผู้เรยี น เอกสารงานวิชาการของครู เปน็ ตน้
โดยวิธกี ารจะดูเป้าหมายทต่ี ั้งไว้กบั จานวนทคี่ าดการณไ์ ว้แบบสารวจอาจทาเปน็ รปู ตารางหรอื ช่องว่าง
ให้เติมก็ได้ สรา้ งกะทดั รัด เพื่อใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั ควรมีคาชี้แจงในการกรอกแต่ละช่อง
4. แบบสอบถามด้วยการสัมภาษณ์ ใชว้ ดั และประเมินผลเกย่ี วกับความคดิ เหน็ ความรู้สึก
และความต้องการของบคุ คล เพ่อื ให้ได้ผลสมบูรณ์ควรจดั เตรยี มหัวข้อสาหรบั สัมภาษณ์ ข้อมูลที่ชัดเจน
เทยี่ งตรงไว้ ผลการสมั ภาษณ์ควรจะได้มีการบนั ทกึ และนามาสรปุ และประเมนิ ผลอีกคร้ังหน่ึง
5. การตรวจสอบผลงานภาคปฏบิ ตั ิ เชน่ การใหค้ รนู าอุปกรณ์การสอน การจัดทาเอกสาร
หนังสอื ตา่ ง ๆ ใชก้ ารตรวจสอบผลงานภาคปฏบิ ตั ิ ใช้วธิ ีสังเกตผลงานให้ระดับคะแนนดมี ากได้ 5 ดไี ด้ 4
ค่อนข้างดไี ด้ 3 พอใช้ได้ 2 ไม่พอใชไ้ ด้ 1 เปน็ ตน้
6. การประชุมปรกึ ษาหารอื และทบทวนการปฏบิ ัติงาน ประเมินโดยใหผ้ ูม้ ีสว่ นรว่ มในการ
ปฏบิ ัตงิ านได้แถลงการณ์ปฏบิ ัติงานของตนวา่ ไดผ้ ลมากน้อยเพยี งใด มีปัญหาอะไร
7. การวิจยั ในเชิงประเมินผล การประเมนิ ผลการนิเทศการศึกษาบางเรื่อง อาจใช้
กระบวนการวิจยั เพราะจะเช่ือถือได้ เท่ยี งตรง การใช้วจิ ัยเพอ่ื ประเมินผลงานนิเทศการศึกษาเพื่อ
แกป้ ญั หาท่ีสาคญั เรม่ิ ต้ังแต่การวางหวั ข้อการวิจัยทีช่ ัดเจน ตัง้ สมมติฐาน สร้างเคร่ืองมือวิจัยเก็บ
รวบรวมข้อมลู วิเคราะหข์ ้อมูล สรุปผลตามความมุ่งหมายทว่ี างไว้ วิธีนใี้ ชเ้ วลามาก สนิ้ เปลืองเวลาและ
งบประมาณมากกวา่ วิธอี น่ื
8. การประเมินผลและการรายงานผล การประเมนิ ผลงานนิเทศการศึกษา กระทาเพอ่ื
(1) ปรบั ปรุงงานของตน
(2) ใหผ้ บู้ รหิ ารงานนิเทศการศึกษาได้ทราบถึงผลการปฏบิ ตั งิ านนเิ ทศการศึกษา เพอื่ จะได้
บรหิ ารงานนเิ ทศการศึกษาให้ดขี ้นึ ขั้นตอนการประเมนิ ผลเพ่อื รายงานผลน้นั ศกึ ษานิเทศกค์ วรทา
รายงานผลโครงการทีต่ นรับผิดชอบแลว้ เสนอหัวหน้าหน่วยหรอื หัวหนา้ ฝา่ ยแล้วแต่กรณี
จากการศึกษาความหมาย จุดม่งุ หมาย ความจาเปน็ หลักการนิเทศ กิจกรรมการนิเทศ
กระบวนการการนิเทศ และการประเมินผลการนิเทศ สรุปไดว้ า่ การนเิ ทศการศึกษา เปน็ ความรว่ มมือกนั
ระหว่างผู้นเิ ทศ คือ ศึกษานิเทศก์ และผรู้ บั การนิเทศ คอื ครผู ูส้ อนและผบู้ ริหารสถานศกึ ษาในการ
ชว่ ยเหลือปรบั ปรุง พัฒนาประสิทธภิ าพ การสอนของครู เนอื่ งจากการเปลี่ยนแปลงของสงั คมและ
วทิ ยาการของโลก ครจู ึงควรได้รับการดูแลช่วยเหลือ เพอื่ พฒั นาครใู ห้มคี วามรู้ความสามารถในการ
จัดการเรยี นรู้มีขวญั กาลังใจ การนเิ ทศต้องผ่านกระบวนการนิเทศอย่างเปน็ ระบบ ซงึ่ ประกอบด้วย
การศกึ ษาสภาพปัจจบุ ันปัญหาและความต้องการ การหาวธิ ีการในการแก้ไขปัญหา หรอื พฒั นา การ
วางแผน และการกากับ นิเทศติดตาม และประเมนิ ผลการเนินงาน โดยใชเ้ ครือ่ งมือประเมนิ ผลการนิเทศ
อย่างเหมาะสม และคานงึ ถึงกิจกรรมการนเิ ทศ ผรู้ บั การนเิ ทศ และวตั ถปุ ระสงค์ของการนิเทศเป็นสาคัญ
รวมท้ังเนน้ ความเปน็ ประชาธิปไตย ความสมั พนั ธ์ท่ีดตี ่อกันเพอื่ ใหเ้ กิดผลประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ คุณภาพของ
ผ้เู รยี น
28
3.3.5 ความจาเป็นในการนิเทศการศกึ ษา
(อัญชลี ธรรมะวธิ ีกุล, 2552) ได้กล่าวว่า ความจาเป็นในการนเิ ทศการศึกษามดี ังนี้
1. การปฏริ ปู การศึกษา เน่ืองจากนโยบายของรฐั บาล จาเป็นอยา่ งยิง่ ที่จะต้องปฏิรูปการศกึ ษา
ใหไ้ ดม้ าตรฐาน โดยเฉพาะการทางานของครูในสภาพแวดลอ้ มทกี่ าลงั เปล่ียนแปลงทางดา้ นการศึกษา
และเทคโนโลยีดา้ นดจิ ิทลั เพอื่ พฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม
2. การเปลี่ยนแปลงทางสงั คม การศึกษาจาเป็นต้องเปล่ยี นแปลงให้สอดคล้องกับการ
เปลย่ี นแปลงของสงั คม การนิเทศการศกึ ษาจะชว่ ยทาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงข้นึ ในองค์การท่ีเกย่ี วข้อง
กับการศึกษา คอื โรงเรยี น หรือสถานศึกษา
3. การเจริญกา้ วหน้าของศาสตร์วชิ าความรู้ ความรู้ในสาขาวิชาตา่ ง ๆ เพ่มิ ขึ้นโดยไม่หยดุ ย้งั
แมแ้ นวคิดในเร่ืองการจดั กระบวนการเรยี นรูก้ เ็ กดิ ขึ้นใหม่อยูต่ ลอดเวลา การนิเทศการศึกษาจะช่วยทาให้
ครมู คี วามรทู้ ันสมยั อยู่เสมอ
4. การนิเทศการศึกษาเป็นส่ิงทสี่ ังคมยอมรับว่าสามารถพฒั นางานได้ การแกไ้ ขปัญหาและ
อุปสรรคต่าง ๆ เพ่ือให้การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้พฒั นาขน้ึ จาเปน็ ตอ้ งได้รับการชแ้ี นะหรอื การนเิ ทศ
การศกึ ษาจากผูช้ านาญการโดยเฉพาะ จึงจะทาให้แกไ้ ขปญั หาไดส้ าเร็จลลุ ่วง
5. การจัดการศกึ ษาของประเทศเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ จะต้องมีการ
ควบคมุ ดแู ลดว้ ยระบบการนิเทศการศกึ ษา
6. การนเิ ทศการศึกษาเปน็ กิจกรรมท่ีมคี วามจาเปน็ ตอ่ การพัฒนาการทางานของครู แม้ว่าครู
จะได้รบั การฝึกฝนมาอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ครกู ็จะต้องปรบั ปรุงฝกึ ฝนตนเองอยู่เสมอในขณะ ท่ีทางานใน
สถานการณจ์ รงิ
7. ครยู ังตอ้ งไดร้ บั การพัฒนาในหลายๆ ด้าน การนิเทศการศึกษา มีความจาเปน็ ต่อการ
ช่วยเหลอื ครูในการเตรียมการจัดกิจกรรม
8. การพัฒนาครูให้ทันสมยั การนเิ ทศการศึกษามีความจาเป็นต่อการทาใหค้ รเู ป็นบุคคลที่
ทนั สมยั อย่เู สมอเนื่องจากการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมท่ีมีอยูเ่ สมอ
สรุปได้วา่ ผู้มหี น้าทนี่ ิเทศจงึ ควรจะต้องจัดดาเนินการ เพ่ือชว่ ยเหลือครใู ห้มีความสามารถ
ในการปรบั ปรงุ พัฒนา เทคนิคการสอน การทางานเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ตามทห่ี ลักสตู รการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐานคาดหวังไว้ อนั จะทาให้การจดั กิจกรรมการเรียนร้ขู องครูกา้ วทันโลกที่กาลงั เจรญิ กา้ วหน้าทาง
เทคโนโลยีและก่อใหเ้ กิดประโยชน์แกผ่ เู้ รียนอย่างเต็มที่
3.3.6 ลักษณะงานทปี่ ฏบิ ัติ
1.การนเิ ทศการศกึ ษาโดยสง่ เสรมิ ใหส้ ถานศึกษาบรหิ ารหลักสตู รสถานศึกษาจดั กระบวนการ
เรยี นร้มู รี ะบบการประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาชาติ พัฒนาการวัดและ
ประเมินผลการศึกษาการพัฒนาสื่อนวตั กรรมและเทคโนโลยที างการศกึ ษาได้อยา่ งมีคณุ ภาพ
2. การศกึ ษาค้นควา้ ทางวชิ าการ เพ่อื จัดทาเปน็ เอกสาร คมู่ ือ และส่ือใชใ้ นการปฏบิ ัติงานและ
เผยแพร่ใหค้ รูได้ใช้ในการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน
3. การวเิ คราะหว์ ิจัยเกยี่ วกับการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ส่ือ นวตั กรรม และ
เทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบการบรหิ ารงานวิชาการพัฒนามาตรฐานและการประกัน
คณุ ภาพการศึกษาเพ่ือใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน และเผยแพร่ แกผ่ บู้ รหิ ารสถานศึกษาครูและผูส้ นใจท่วั ไป
29
4. การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล เพอ่ื เปน็ ข้อมลู และสารสนเทศในการวางแผนนเิ ทศ
และพฒั นางานทางวิชาการ
5.ปฏบิ ตั งิ านอ่นื ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3.4 งานวิจัยทีเ่ กยี่ วข้อง
บุญศรี ใสลาเพาะ (2551 : 75)ไดว้ ิจยั เรอื่ ง สภาพการปฏิบัตติ ามกระบวนการนเิ ทศภายใน
ของสถานศกึ ษาสังกัดสานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาสกลนคร เขต 3 ผลการนเิ ทศภายใน พบว่า ผู้บริหาร
และครผู ู้สอนมคี วามคดิ เหน็ ต่อสภาพการปฏบิ ัติตามกระบวนการนิเทศภายในของสถานศึกษาอยู่ใน
ระดับปานกลาง เรยี งลาดับจากมากไปหาน้อย คอื ด้านการประเมนิ ความตอ้ งการจาเป็นในการพฒั นา
ดา้ นการวิเคราะห์จดุ เดน่ จดุ ด้อย และดา้ นการติดตามประเมินผลและปรบั ปรุงแก้ไข ตามสถานภาพของ
บคุ ลากร พบว่า ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษามคี วามคดิ เหน็ อยู่ ในระดับมาก ส่วนครูผสู้ อน มีความคิดเหน็ อยใู่ น
ระดบั ปานกลาง สว่ นครูที่ ประสบการณ์สอนนอ้ ยและครทู ี่มปี ระสบการณ์สอนมากมีสภาพการนเิ ทศ
ภายในแตกต่างกันอยา่ งไมม่ นี ัยสาคัญทางสถิต
รงั สรรค์ คมุ้ ตระกูล (2551 : 60) ไดว้ จิ ยั เรอ่ื ง ความต้องการนิเทศภายในของครูผู้สอน
อาเภอแก่งหางแมว สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่ การศึกษาจันทบรุ ี เขต 1 ผลการวจิ ยั พบวา่ ความต้องการ
การนิเทศภายในของครผู ้สู อนอาเภอแก่งหางแมว ด้านการให้ความช่วยเหลอื แก่ครโู ดยตรง ด้านการ
เสริมสรา้ งประสบการณท์ างวิชาชีพ ด้านการพฒั นาทักษะ การทางานกล่มุ ด้านการพัฒนาหลักสตู รและ
ดา้ นการวจิ ัยในชัน้ เรยี นโดยรวมและรายด้านอยใู่ นระดบั มาก ความต้องการนิเทศภายในของ ครูผู้สอน
อาเภอแก่งหางแมว สังกดั สานกั งานเขตพน้ื ท่ี การศึกษาจันทบุรี เขต 1 จาแนกตามประสบการณ์การทา
งาน เพศ วฒุ กิ ารศึกษา แตกตา่ งกนั อย่างไมม่ ีนัยสาคัญทางสถติ ิ
สณุ ีย์รัตน์ วรี ะสนุ ทร (2553 : 94) ได้วิจัยเรื่อง การศึกษาสภาพการนเิ ทศภายในตามความ
คิดเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่ี การศึกษาตราด ผลการวจิ ยั พบวา่ สภาพการ
นิเทศภายในตามความคิดเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาในสังกดั สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาตราด
โดยรวมและรายดา้ นอยู่ในระดับมาก จาแนกตามประสบการณ์ใน การปฏิบัติงานแตกตา่ งกันอย่างไมม่ ี
นัยสาคัญทางสถิติ จาแนกตามขนาดของสถานศึกษา โดยรวมแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ี
ระดบั .05
โสภณ ทองจิตร (2553 : บทคดั ยอ่ ) ได้วจิ ัยเรอ่ื ง การปฏบิ ตั ิงานตามกระบวนการนเิ ทศ
การศึกษาภายในของผู้นิเทศในสถานศกึ ษาในเครอื ข่ายบางกงุ้ จังหวดั สุราษฎรธ์ านี ผลการวจิ ยั การ
ปฏิบตั งิ านตามกระบวนการนิเทศการศกึ ษาภายในของผนู้ เิ ทศในสถานศกึ ษา ในเครือข่ายบางกุง้ จงั หวัด
สรุ าษฎรธ์ านี โดยรวมปฏบิ ตั ิในระดบั ปานกลาง เมื่อพจิ ารณาเป็นรายด้าน พบวา่ การประเมนิ ผล การ
นิเทศ มีคา่ เฉลี่ยสูงทส่ี ุด ได้แก่ การดาเนนิ การนเิ ทศการวางแผนการนิเทศ การปรับปรุงแกไ้ ข และการ
สารวจความตอ้ งการจาเป็นของสถานศึกษาตามลาดับ จาแนกตามตาแหน่ง โดยรวมไม่แตกต่างกนั อย่าง
มีนยั สาคญั ทางสถติ ทิ ่ี ระดบั .05 ส่วนรายดา้ นพบวา่ ด้านการดาเนนิ การนเิ ทศ แตกตา่ งกนั อยา่ ง มี
นัยสาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .05 ส่วนด้านอน่ื ๆ จาแนกตามประสบการณใ์ นการทางาน โดยรวมและราย
ด้านแตกต่างกันอย่างไมม่ ีนัยทางสถิติ จาแนกตามขนาดของสถานศึกษาโดยรวมแตกตา่ งกันอยา่ ง ไมม่ ี
นยั สาคญั ทางสถิติ
30
วิฑูรย์ หัสรินทร์ (2554 : บทคดั ย่อ) ไดว้ ิจยั เรื่อง การศึกษาบทบาทการนิเทศภายในของ
ผู้บริหารโรงเรียน สงั กัดโรงเรียนประถมศึกษา อาเภอธาตุพนม จงั หวัดนครพนม ผลการวิจัย พบวา่
บทบาทการนเิ ทศภายในของผ้บู ริหารโรงเรียน สงั กัดโรงเรยี นประถมศึกษา อาเภอธาตุพนม จังหวดั
นครพนม โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก ผลการเปรยี บเทยี บพบว่า ประสบการณ์ทางานและ
ขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ ระดบั .05
หะมะสตู งิ มามะ (2556 : บทคัดย่อ) ไดว้ จิ ยั เรอ่ื ง บทบาทการนเิ ทศภายในของผู้บริหาร
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจงั หวัดยะลา ผลการวิจยั พบวา่ ระดบั บทบาทการนเิ ทศภายในของ
ผบู้ รหิ าร โรงเรยี นเอกชนสอนศาสนาอสิ ลาม โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดบั ปานกลาง สว่ นผลการ
เปรยี บเทียบบทบาทการนเิ ทศภายในของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม พบว่า ขนาด
โรงเรยี นตา่ งกนั โดยภาพรวมมีความคดิ เห็นไม่แตกต่างกัน สว่ นท่ีมีประสบการณต์ ่างกนั โดยภาพรวม มี
ความคิดเห็นแตกตา่ งกนั อย่างมนี ัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ ระดับ .05
4. การนเิ ทศออนไลน์
การนเิ ทศออนไลนเ์ กดิ ขนึ้ หลงั จากการเปล่ยี นแปลงของสงั คมโลกอย่างรวดเร็ว ระบบการ
สือ่ สารไรพ้ รมแดน สังคมเปลี่ยนเปน็ สังคมยคุ ดิจิทลั ปจั จยั เหลา่ น้สี ่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของบุคคล
และวิถกี ารททางานของบคุ คล เพอ่ื ม่งุ ตอบสนองความองการท่ี รวดเรว็ ทันเวลา เพอื่ ขจัดปญั หาและ
อปุ สรรคในเร่ืองเวลา และระยะทางอนั จะสง่ ผลต่อความสาเร็จของงาน จุดเดน่ ของการติดตอ่ สอ่ื สาร
ผ่านระบบดจิ ิทัลท่ีสามารถทาไดเ้ พียงเสีย้ ววินาที ทาให้เกดิ รูปแบบการทางานแบบใหมๆ่ ของคนร่นุ ใหม่
ทางด้านการศึกษาก็มีการนาระบบการสื่อสารสารสนเทศเข้ามาใช้ในการจัดการเรยี นการสอนทางไกล
โดยใช้ขอ้ มลู ร่วมกนั ซง่ึ ได้รับการพัฒนามาอย่างตอ่ เนื่องและประสบความสาเรจ็ มาแล้ว ซึ่งแสดงถงึ วา่
ประเทศไทยกา้ วเข้าสู่สงั คมยุคดิจทิ ัลอย่างแท้จรงิ
รูปแบบการนิเทศออนไลน์ (supervision) ระบบนี้เป็นการนาเทคโนโลยีมาใชใ้ นการทางาน
เพือ่ การตดิ ต่อส่ือสารรปู แบบการนเิ ทศออนไลน์ (supervision) ขจดั ปัญหาในเรื่องระยะเวลาในการ
เดินทางของผใู้ ห้การนเิ ทศ ท่ีจะต้องเดินทางไปทาการนิเทศครู และสถานศกึ ษา เงื่อนไขสาคัญของ
กระบวนการนเิ ทศออนไลนก์ ารนเิ ทศออนไลน์เปน็ การทางานบนความร่วมมือของบคุ คลสองฝา่ ย
คอื ผู้นเิ ทศก์ และผู้ท่ีรับการนเิ ทศท่ีต้องอาศัยความรแู้ ละทักษะทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยมเี ครอ่ื งมือ
คือ อุปกรณ์ทางการส่ือสาร ที่มีภาพ เสียงและระบบสญั ญาณอินเทอรเ์ น็ตเปน็ เคร่ืองมือในการ
ดาเนินงาน ระบบนเิ ทศออนไลน์อยู่บนหลักการและแนวคิดดงั น้ี
1. ผทู้ ่รี บั การนเิ ทศก์มคี วามรู้ความเขา้ ใจในระบบนเิ ทศออนไลนด์ ี
2. ผู้ที่รับการนิเทศก์มีความร่วมมอื ของทุกฝ่ายทีเ่ กย่ี วข้องในการร่วมกัน
3. ผู้ทรี่ ับการนิเทศก์มีข้อมลู สะท้อนกลบั เพอ่ื การพัฒนาในการทางานสง่ิ ท่ีไดจ้ ากการนเิ ทศ
ออนไลน์ผลท่เี กิดกับ
4 ผู้ให้การนเิ ทศก์สามารถเห็นภาพกระบวนการจัดกิจกรรมการสอนของครูผู้สอนไดเ้ หน็ ถงึ การ
โต้ตอบ
31
5. ผใู้ หก้ ารนิเทศก์สามารถใหข้ ้อเสนอแนะกับครูสามารถพูดคุย สนทนาถามและตอบปญั หา
ให้กบั นักศกึ ษาได้ทันที
6. ผู้ให้การนิเทศก์สามารถบันทกึ ภาพและเสียงในการนเิ ทศได้
7. ผู้ให้การนเิ ทศก์นิเทศกส์ ามารถควบคมุ เวลาในการทางาน
32
บทที่ 3
วิธีดำเนินกำรวิจัย
การวจิ ยั เร่อื ง การขับเคล่ือนคุณภาพการศกึ ษาโดยใช้ระบบการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผล
การจัดการศึกษาออนไลน์ ของสานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มี
วตั ถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อศึกษาปญั หาความตอ้ งการจาเป็นในการนเิ ทศของ สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 1
2. เพ่ือสร้างและพฒั นาโปรแกรมระบบการนเิ ทศตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา
ออนไลน์
3. เพอ่ื ศกึ ษาผลการใชร้ ะบบโปรแกรมระบบการนิเทศติดตาม และประเมินผลการจดั
การศึกษา ออนไลน์
ขัน้ ตอนท่ี 1 ศกึ ษำปัญหำควำมต้องกำรจำเป็นในกำรนิเทศของ สำนกั งำนเขตพ้ืนท่กี ำรศกึ ษำ
ประถมศึกษำเพชรบรู ณ์ เขต 1
1.1 ศึกษาความตอ้ งการจาเปน็ ในการพัฒนาระบบการนเิ ทศติดตาม และประเมนิ ผลการ
จดั การศึกษา ออนไลน์ โดยดาเนินการศึกษานโยบาย
1.2 ศกึ ษาผลการสังเคราะห์ การรายงานผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
1.3 จากรายงานผลการนเิ ทศติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา ของคณะ
ศกึ ษานเิ ทศก์
1.4 ศึกษาเอกสารงานวิจยั การนิเทศฯ การพฒั นาระบบนเิ ทศออนไลน์
ข้นั ตอนที่ 2 สรำ้ งและพฒั นำโปรแกรมระบบกำรนเิ ทศตดิ ตำม และประเมนิ ผลกำรจัดกำรศกึ ษำ
ออนไลน์
2.1 การศกึ ษาเบ้ืองต้น เป็นการสารวจและรวบรวมขอ้ มูลที่เกยี่ วขอ้ งกับประเด็นคุณภาพ
การศึกษาท่ตี ้องการเกบ็ รวบรวมข้อมูลและศึกษาเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.2 การออกแบบโปรแกรม เปน็ ข้ันตอนที่นาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเบือ้ งต้นมาทาการ
วเิ คราะห์ เพ่ือออกแบบระบบโปรแกรม
2.3 การสร้างโปรแกรม เป็นข้ันตอนการเขียนโปรแกรมในส่วนของฐานข้อมูล การป้อนข้อมูล
การแสดงผลของข้อมูล และการออกแบบเอกสารของประเดน็ คุณภาพการศึกษา ที่ตอ้ งการเก็บรวบรวม
ข้อมูล
2.4 การประเมนิ โปรแกรม โดยการตรวจสอบแกไ้ ขโปรแกรมที่ดาเนนิ การสร้าง แลว้ มาทดสอบ
เพ่ือหาข้อบกพร่อง และข้อผิดพลาด โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และทาการแก้ไขโปรแกรมให้มีความ
สมบรู ณ์
33
2.5 การทดลองใช้โปรแกรม เป็นการนาโปรแกรมไปทดลองใช้จริงในภาคเรียนท่ี 2
ปกี ารศกึ ษา 2563
2.6 การประเมินคุณภาพโปรแกรม โดยการนาข้อมลู จากการไปทดลองใช้จริงในภาคเรียนที่ 2
ปีการศกึ ษา 2563 เพอื่ ประเมินคณุ ภาพและนาไปพฒั นาโปรแกรมต่อไป
2.7 การพัฒนาโปรแกรม โดยการนาผลการประเมินมาพัฒนาคุณภาพโปรแกรม เพ่ือใช้จริงใน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
เรม่ิ ต้น
รวบรวมข้อมูลทีเ่ กีย่ วข้องกบั ประเดน็ คณุ ภาพการศึกษา
ที่ต้องการเกบ็ รวบรวมข้อมลู และศึกษาเอกสารทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
การออกแบบ ปรับปรงุ /แก้ไข
โปรแกรม
การสร้าง
โปรแกรม
การตรวจสอบ
โดยผู้เช่ยี วชาญ
การทดลองใช้
โปรแกรม
การประเมินคณุ ภาพ
โปรแกรม
การพฒั นาโปรแกรมให้มีความสมบรู ณ์
34
2.1 กำรศึกษำเบ้ืองต้น
การศึกษาเบ้ืองต้น เป็นการสารวจและรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับประเด็นคุณภาพการศึกษา
ทีต่ อ้ งการเกบ็ รวบรวมข้อมูลและศกึ ษาเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง
1. การนิเทศการศึกษา (รายงานผลการนิเทศของคณะศึกษานเิ ทศก/์ รายงานผลการ
นิเทศภายในสถานศึกษา/รายงานผลการตรวจราชการ/รายงานผลการตรวจเยี่ยม)
2. การตรวจราชการ
3. การตรวจเยย่ี ม
4. การประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา
จากข้อมลู ท่ีไดศ้ ึกษานี้ จะถกู นาไปใชเ้ ป็นข้อมลู ในการวเิ คราะหแ์ ละออกแบบโปรแกรมต่อไป
2.2 กำรออกแบบโปรแกรม
การออกแบบโปรแกรม เป็นข้ันตอนที่นาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเบื้องต้นมาทาการวิเคราะห์
เพ่อื ออกแบบระบบโปรแกรม
2.3 กำรสรำ้ งโปรแกรม
การสร้างโปรแกรม เป็นขั้นตอนการเขียนโปรแกรมในส่วนของฐานข้อมูล การป้อนข้อมูล การ
แสดงผลของข้อมูล และการออกแบบเอกสารของประเด็นคุณภาพการศึกษา ท่ีต้องการเก็บรวบรวม
ข้อมูล
2.4 กำรตรวจสอบโดยผเู้ ช่ยี วชำญ
การประเมินโปรแกรม โดยการตรวจสอบแก้ไขโปรแกรมท่ีดาเนินการสร้าง แล้วมาทดสอบเพ่อื
หาข้อบกพร่อง และข้อผิดพลาด โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และทาการแก้ไขโปรแกรมให้มีความสมบูรณ์
ประกอบดว้ ย
1. ผูบ้ ริหารการศกึ ษา 1 คน
2. ศกึ ษานเิ ทศก์ 1 คน
3. ผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน
2.5 กำรทดลองใชโ้ ปรแกรม
นาโปรแกรมท่ีผ่านการแก้ไขปรับปรุงจากคาแนะนาของผู้เช่ียวชาญแล้ว ไปทดลองใช้จริงใน
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
2.6 กำรประเมินคณุ ภำพโปรแกรม
1. แบบประเมินคณุ ภำพโปรแกรม
ประเมินผลคุณภาพโปรแกรม โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็น ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการ
ศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ท่ีได้ทดลองใช้จริงภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศึกษา 2563 เพ่ือหาคุณภาพโปรแกรมโดยใช้แบบประเมิน ประกอบไปด้วยประเด็นคุณภาพ
การศกึ ษา ทตี่ ้องการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ดงั นี้
- ระดับความพึงพอใจในการใช้งาน ระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัด
การศึกษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online)
- การใช้งานระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาออนไลน์
School & Area Supervision Report (SASR Online)
35
แบบประเมนิ ท่ีใช้ในการวจิ ยั คร้งั น้ี เป็นแบบสอบถามจานวน 1 ฉบบั แบบมาตรสว่ นประเมินค่า
แบง่ ออกเป็น 5 ระดับ คือ
มากทสี่ ดุ = 5 คะแนน
มาก = 4 คะแนน
ปานกลาง = 3 คะแนน
น้อย = 2 คะแนน
นอ้ ยที่สุด = 1 คะแนน
2. ลกั ษณะของแบบประเมนิ
แบบประเมินคุณภาพของโปรแกรมระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการ
จดั การศึกษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online) ซึ่งแบ่งออกเป็น
ตอนที่ 1 แบบประเมินเกย่ี วขอ้ งกับขอ้ มลู และรายละเอียดของกลมุ่ ตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มโรงเรียน
และตาแหนง่ ของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบประเมินความพึงพอใจ ระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการ
จัดการศกึ ษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online)
ตอนที่ 3 แบบสอบถามการใช้งาน ระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัด
การศึกษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online)
3. กำรสร้ำงแบบประเมนิ
การสรา้ งแบบประเมนิ มีขน้ั ตอนดังน้ี
1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวกับการใช้หรือการพัฒนาระบบฐานข้อมูล เพื่อ
เปน็ แนวทางในการกาหนดกรอบในการสร้างแบบประเมนิ
2) สร้างแบบประเมินจากข้อมูลท่ีได้ศึกษา โดยให้เนื้อหาเป็นไปตามหัวข้อการ
ประเมนิ คุณภาพโปรแกรม ประกอบไปดว้ ยประเด็นคุณภาพการศึกษา ทตี่ ้องการเก็บรวบรวมข้อมูล คอื
ความพึงพอใจ/การใช้งาน ระบบรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
ออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online)
3) นาแบบประเมินท่ีสร้างแล้วเสนอให้ผู้เช่ียวชาญ เพื่อตรวจแก้ไขให้มีความถูกต้อง
เท่ียงตรง ตามหัวข้อการประเมินคุณภาพโปรแกรม เน้ือหา ภาษาและความชัดเจนในข้อคาถาม
4) ปรับปรุงแก้ไขแบบประเมิน เสนอผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ก่อนนาไปใช้จริง
4. กำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู
ผู้วิจัยทาการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินเป็นเคร่ืองมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ใหก้ ล่มุ ตัวอย่างเป็นผูต้ อบแบบประเมินเอง
5. กำรวิเครำะห์ข้อมลู
เมือ่ ไดร้ บั แบบประเมินคนื มา ผวู้ ิจัยดาเนินตามขนั้ ตอนดงั นี้
1) นาข้อมูลแบบประเมิน ตอนที่ 1 ซ่ึงเกี่ยวกับข้อมูลรายละเอียดของกลุ่มตัวอย่าง
ไดแ้ ก่ กล่มุ โรงเรียนและตาแหน่งของผูต้ อบแบบสอบถาม
2) นาข้อมูลแบบประเมิน ตอนที่ 2 ซง่ึ เปน็ แบบประเมินคณุ ภาพของโปรแกรม แบบ
มาตรส่วนประเมนิ คา่ มาหาคา่ เฉล่ยี ( ̅) และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.)
36
3) การแปลความหมาย คา่ เฉลี่ย ( ̅) ใช้เกณฑ์การประเมินดงั นี้
๔.๕๑ - ๕.๐๐ คะแนน ระดบั คุณภาพดเี ย่ยี ม
๓.๕๑ - ๔.๕๐ คะแนน ระดับคณุ ภาพดีมาก
๒.๕๑ - ๓.๕๐ คะแนน ระดับคุณภาพดี
๑.๕๑ - ๒.๕๐ คะแนน ระดับคณุ ภาพพอใช้
๑.๐๐ - ๑.๕๐ คะแนน ระดับคุณภาพปรับปรุง
6. สถติ ทิ ่ีใชใ้ นกำรวิเครำะห์ข้อมลู
1) ค่าเฉลย่ี (Mean) คานวณหาคา่ ไดจ้ ากสูตร (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ.2538:76)
= Χ
n
เมื่อ หมายถึง คา่ เฉล่ียของกลุ่มตวั อย่าง
N หมายถงึ จานวนคนของกลมุ่ ตวั อย่าง
X หมายถึง คะแนนแต่ละตัว
X หมายถึง ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั
2) ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) หาได้จากสตู ร (ลว้ น สายยศ และอังคณา
สายยศ.2538:76)
S.D. = n 2 − ( )2
n(n −1)
เมอ่ื S.D. แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
N แทน จานวนนักเรยี นในกลมุ่ ตัวอยา่ ง
X2 แทน คะแนนแตล่ ะช่องยกกาลงั สอง
∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแตล่ ะชอ่ งยกกาลังสอง
(∑ )2 แทน ผลรวมของคะแนนทุกชอ่ งทงั้ หมดยกกาลังสอง
2.7 กำรพฒั นำโปรแกรม
การพฒั นาโปรแกรม เป็นขั้นตอนหลงั จากการศึกษาการใช้งาน/สอบถามความพงึ พอใจของ
ผใู้ ช้งานระบบรายงานผลการนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษาออนไลน์ School & Area
Supervision Report (SASR Online) โดยการนาผลการประเมนิ มาพัฒนาคุณภาพโปรแกรม เพ่ือใช้
จรงิ ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
37
ข้นั ตอนท่ี 3 ศกึ ษำผลกำรใชโ้ ปรแกรมระบบกำรนิเทศติดตำม และประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำ
ออนไลน์
ผลการใช้โปรแกรมระบบการนเิ ทศติดตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา ออนไลน์
3.1 ระบบการรายงานผลการนเิ ทศตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษาของคณะศึกษานเิ ทศก์
3.2 ระบบนิเทศภายใน
3.3 ระบบรายงานผลการตรวจราชการ
3.4 ระบบรายงานผลการตรวจเย่ยี ม
3.5 ระบบรายงานผลการดาเนนิ งานตามจุดเนน้ 8 จุดเน้น
จุดเนน้ ท่ี 1. การอา่ นออก-เขียนได้
จุดเน้นที่ 2. การทดสอบระดับเขตพื้นทแี่ ละระดบั ชาติ
จดุ เน้นที่ 3. การประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา
จุดเนน้ ท่ี 4. การนเิ ทศการศกึ ษา
จุดเน้นที่ 5. การดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนและความปลอดภยั
จดุ เน้นท่ี 6. การจดั สภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้
จุดเน้นท่ี 7. การพัฒนาตนเองและวชิ าชีพดว้ ย PLC และ ID Plan
จุดเนน้ ท่ี 8. หนง่ึ โรงเรียน หนง่ึ คณุ ภาพ
3.6 ระบบรายงานผลการประเมนิ ตามหลักสูตร
3.7 ระบบรายงานผลงานดเี ด่น
3.8 ระบบรายงานผลการเขา้ รับการพัฒนา
38
บทที่ 4
ผลการวิจัย
การวิจยั เรอ่ื ง การขับเคลื่อนคุณภาพการศกึ ษาโดยใช้ระบบการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผล
การจดั การศึกษาออนไลน์ ของสานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มีผลการ
ดาเนนิ งานดังนี้
1. ผลการศกึ ษาปัญหาความต้องการจาเปน็ ในการนิเทศของ สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
2. การสรา้ งและพฒั นาโปรแกรมระบบการนิเทศติดตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา
ออนไลน์
3. ผลการใช้โปรแกรมระบบการนิเทศตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา ออนไลน์
1. ผลการศึกษาปญั หาความตอ้ งการจาเปน็ ในการนเิ ทศของ สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษาเพชรบูรณ์ เขต 1
1.1 ผลการดาเนินงานในการพฒั นาระบบรายงานผลการนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล การจัดการ
ศึกษา ออนไลน์ มีดังน้ี
1.1.1 ข้อมูลพนื้ ฐานของสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาทน่ี ามากาหนดเปน็ องคก์ อบของระบบ
รายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลประกอบดว้ ย
1) ขอ้ มูลพืน้ ฐานทศิ ทางการพัฒนาคณุ ภาพ
วิสัยทศั น์ : ผูเ้ รยี นมคี ณุ ภาพ สถานศึกษาและสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาไดม้ าตรฐาน
พนั ธกิจ
1. จัดการศกึ ษาเพ่ือเสรมิ สรา้ งความมนั่ คงของสถาบันหลักของชาตแิ ละการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. พฒั นาผูเ้ รยี นให้มคี วามเปน็ เลิศทางวชิ าการเพ่อื สร้างขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั
3. พฒั นาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียนใหม้ ีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลกั ษณะ
ในศตวรรษที่ 21
4. พัฒนาผู้บรหิ าร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เปน็ มอื อาชีพ
5. สรา้ งโอกาสความเสมอภาค ลดความเหลอื่ มลา้ ให้ผู้เรียนทุกคนไดร้ ับบรกิ าร
ทางการศกึ ษาอยา่ งท่วั ถึงและเท่าเทียม
6. จัดการศึกษาเพอื่ พฒั นาคุณภาพชวี ิตท่ีเป็นมติ รกับสงิ่ แวดล้อมยึดหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง และเปา้ หมายการพฒั นาที่ยัง่ ยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
7. ปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบริหารจดั การศึกษาทุกระดับและจัดการศึกษา
โดยใช้ Digital Technology เพื่อพัฒนามงุ่ สู่ประเทศไทย 4.0
39
กลยทุ ธ์
1. ส่งเสรมิ สนับสนุนการจัดการศึกษาเพ่ือความมนั่ คงของมนุษยแ์ ละของชาติ
2. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
3. พฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์
4. สร้างโอกาสในการเขา้ ถึงบริการการศึกษาที่มคี ุณภาพมีมาตรฐานและลดความเหลอื่ ม
ล้าทางการศกึ ษา
5. สง่ เสริม สนับสนนุ การจัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ท่เี ป็นมิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม
6. พัฒนาระบบบริหารจดั การศึกษาให้มปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดความสมดุล
เปา้ ประสงค์ (Goal)
1. ผู้เรียนทุกคนมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดม่ันการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดท่ีถูกต้อง
และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมท่ีพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ มีจิตอาสา
รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมและผอู้ นื่ ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มัธยสั ถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มวี นิ ยั รกั ษาศลี ธรรม
2. ผเู้ รียนทุกคนท่ีมีความสามารถพิเศษด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศลิ ปะ ดนตรี
กฬี า ภาษาและอื่น ๆ ไดร้ บั การพัฒนาอยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ
3. ผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ คิดริเริ่มและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้
มีทักษะมีสมรรถนะตามหลักสูตร และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี ๒๑ มีสุขภาวะท่ีเหมาะสม
ตามวัยมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปน็ พลเมือง
พลโลกที่ดี (Global Citizen) พร้อมก้าวสู่สากล นาไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศ
4. ผู้เรยี นทุกคนที่มคี วามต้องการจาเปน็ พิเศษ (ผูพ้ กิ าร) และกลมุ่ ผู้ด้อยโอกาสไดร้ ับ
การศกึ ษาอย่างทว่ั ถึง เทา่ เทยี ม และมีคุณภาพ
5. ผบู้ รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มคี วามรู้
และจรรยาบรรณ ตามมาตรฐานวชิ าชีพ
6. สถานศึกษาทุกแห่งจัดการศึกษาเพื่อการบรรลเุ ป้าหมายการพัฒนาอย่างย่ังยนื
(Sustainable Development Goals: SDGs) และสรา้ งเสรมิ คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสง่ิ แวดลอ้ ม
ตามหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
7. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งมีสมดุลในการบริหารจัดการเชิง
บูรณาการ มีการกากับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีประสิทธภิ าพ และการรายงาน
ผลอย่างเป็นระบบ ใชง้ านวจิ ยั เทคโนโลยีและนวตั กรรมในการขบั เคล่ือนคุณภาพการศกึ ษา
ค่านยิ ม : บริการเดน่ เน้นทมี งาน สรรสรา้ งคุณภาพ
จดุ เน้น
1. การอ่านออก-เขียนได้
2. การทดสอบระดบั เขตพ้นื ทแ่ี ละระดบั ชาติ
3. การประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา
40
4. การนิเทศการศึกษา
5. การดูแลช่วยเหลือนักเรยี นและความปลอดภยั
6. การจดั สภาพแวดลอ้ มภายในสถานศกึ ษาให้เออื้ ต่อการเรยี นรู้
7. การพฒั นาตนเองและวชิ าชีพด้วย PLC และ ID Plan
8. หน่ึงโรงเรยี น หนง่ึ คณุ ภาพ
1.2 ศกึ ษาผลการสงั เคราะห์ การรายงานผลการประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา
มาตรฐานการศกึ ษา สถานศกึ ษาทจี่ ัดการ ผลการประกนั คุณภาพภายในของสถานศกึ ษา (แห่ง)
ระดับปฐมวัย เรยี นการสอนระดับ
กาลงั พฒั นา ปานกลาง ดี ดเี ลิศ ยอด
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพ ปฐมวยั (แหง่ ) เย่ียม
ของเด็ก
มาตรฐานท่ี 2 127 0 0 42 56 29
กระบวนการบริหารและ
การจดั การ 0 1 52 54 20
มาตรฐานท่ี 3 การจดั
ประสบการณท์ ีเ่ นน้ เดก็ 0 0 52 54 21
เปน็ สาคัญ
มาตรฐานการศกึ ษา สถานศกึ ษาทจ่ี ัดการ ผลการประกนั คณุ ภาพภายในของสถานศึกษา (แหง่ )
ระดับการศกึ ษาข้ัน เรยี นการสอนระดับ กาลงั พัฒนา ปานกลาง ดี ดเี ลิศ ยอดเย่ียม
พน้ื ฐาน การศกึ ษาขั้น 0 4 74 42 11
พื้นฐาน (แห่ง) 0 1 53 60 17
มาตรฐานท่ี 1
คณุ ภาพผเู้ รยี น 131 0 0 66 54 11
มาตรฐานที่ 2
กระบวนการบรหิ าร
และการจัดการ
มาตรฐานที่ 3
กระบวนการจดั การ
เรยี นการสอนท่ีเนน้
ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ
จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบรายงานผลการ
นิเทศ ติดตามและประเมินผล การจดั การศกึ ษา ออนไลน์ มกี ารดาเนนิ การดังนี้
1. ประชมุ ผู้บรหิ ารสถานศึกษาและบุคลากรทางภายในสานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาสรา้ ง
ความตระหนักถึงความสาคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสานักงานเขต พ้ืนท่ีการศึกษาระดม
ความคิดเห็น ความต้องการในการพัฒนาระบบงานในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และกาหนดจุดเน้น
ในการขับเคล่ือนคุณภาพการศกึ ษา
41
2. แต่งต้ังคณะทางานศึกษาข้อมูลพื้นฐานความต้องการในการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี
เพ่ือการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพตามจุดเน้นของสานักงาน
เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
3. ศึกษาหลักการดาเนินงานตามองค์ประกอบของจุดเน้นของสานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประกอบด้วย การอ่านออก-เขียนได้ การทดสอบระดับเขตพื้นที่และระดับชาติ การประกัน
คุณภาพภายในสถานศึกษา การนิเทศการศึกษาในระดับสถานศึกษาและในระดับสานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษา และข้อมูลสารสนเทศเพอื่ การพฒั นาการบริหารงานวชิ าการของสานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
4. ศึกษาองค์ประกอบของระบบการนิเทศกากับติดตาม ออนไลน์ การพัฒนานวัตกรรม
ทางการศกึ ษา หรอื แนวปฏบิ ตั ทิ ่ดี ใี นการพัฒนาระบบสารสนเทศ
สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ไดเ้ ล็งความสาคัญการ
ขับเคลอื่ นคณุ ภาพการศึกษา จึงได้สร้างและพฒั นาโปรแกรมระบบรายงานผลการนิเทศ ตดิ ตามและ
ประเมนิ ผลการจัดการศึกษา ออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online)
2 การสรา้ งและพฒั นาโปรแกรมระบบการนเิ ทศตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา ออนไลน์
2.1 การศึกษาเบ้ืองตน้ เป็นการสารวจและรวบรวมขอ้ มลู ที่เก่ยี วข้องกบั ประเดน็ คุณภาพการศกึ ษา
ทตี่ ้องการเกบ็ รวบรวมข้อมูลและศึกษาเอกสารท่เี กี่ยวขอ้ ง
2.2 การออกแบบโปรแกรม เปน็ ข้ันตอนทีน่ าข้อมลู ที่ได้จากการศึกษาเบอื้ งต้นมาทาการวเิ คราะห์
เพ่ือออกแบบระบบโปรแกรม
2.3 การสร้างโปรแกรม เป็นขั้นตอนการเขียนโปรแกรมในส่วนของฐานข้อมูล การป้อนข้อมูล
การแสดงผลของข้อมูล และการออกแบบเอกสารของประเด็นคุณภาพการศึกษา ทีต่ ้องการเก็บรวบรวม
ขอ้ มลู
2.4 การประเมินโปรแกรม โดยการตรวจสอบแก้ไขโปรแกรมท่ีดาเนินการสร้าง แล้วมาทดสอบ
เพ่ือหาข้อบกพร่อง และข้อผิดพลาด โดยผู้เช่ียวชาญ 3 ท่าน และทาการแก้ไขโปรแกรมให้มีความ
สมบูรณ์
2.5 การทดลองใช้โปรแกรม เป็นการนาโปรแกรมไปทดลองใช้จริงในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา
2563
2.6 การประเมินคุณภาพโปรแกรม โดยการนาข้อมูลจากการไปทดลองใช้จริงในภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศึกษา 2563 เพ่อื ประเมนิ คุณภาพและนาไปพฒั นาโปรแกรมต่อไป
2.7 การพัฒนาโปรแกรม โดยการนาผลการประเมนิ มาพัฒนาคณุ ภาพโปรแกรม เพอ่ื ใช้จรงิ ในภาค
เรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
42
เร่มิ ต้น
รวบรวมขอ้ มลู ที่เกีย่ วขอ้ งกบั ประเด็นคุณภาพการศกึ ษา
ทตี่ อ้ งการเกบ็ รวบรวมข้อมลู และศึกษาเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง
การออกแบบโปรแกรม ปรบั ปรุง/แก้ไข
การสรา้ งโปรแกรม
การตรวจสอบ
โดยผเู้ ช่ยี วชาญ
การทดลองใชโ้ ปรแกรม
การประเมนิ คุณภาพโปรแกรม
การพฒั นาโปรแกรมให้มีความสมบูรณ์
43
2.1 การศกึ ษาเบอ้ื งต้น
การศึกษาเบื้องต้น เป็นการสารวจและรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับประเด็นคุณภาพ
การศกึ ษา ที่ต้องการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและศึกษาเอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง
1. การนิเทศการศึกษา (รายงานผลการนิเทศของคณะศึกษานเิ ทศก/์ รายงานผลการนเิ ทศ
ภายในสถานศึกษา/รายงานผลการตรวจราชการ/รายงานผลการตรวจเยยี่ ม)
2. การตรวจราชการ
3. การตรวจเยีย่ ม
4. การประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา
จากข้อมลู ท่ีไดศ้ ึกษาน้ี จะถกู นาไปใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการวเิ คราะห์และออกแบบโปรแกรมต่อไป
2.2 การออกแบบโปรแกรม
การออกแบบโปรแกรม เปน็ ขนั้ ตอนทน่ี าข้อมลู ที่ไดจ้ ากการศึกษาเบ้ืองตน้ มาทาการวิเคราะห์
เพอ่ื ออกแบบโปรแกรมระบบรายงานผลการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศกึ ษาออนไลน์
School & Area Supervision Report (SASR Online) มีรายละเอยี ดดังนี้
1. มีระบบป้องการไม่ให้บุคคลอื่นเขา้ ใชง้ าน โดยมีระบบล็อกอิน สาหรบั ผใู้ ชง้ าน ได้แก่
- เจา้ หนา้ ทีส่ านกั งาน แยกเป็น ผอ. รองฯ ผอ. เจ้าหน้าท่ี ศึกษานิเทศก์
- หน่วยงานสถานศกึ ษา แยกเป็นรายโรงเรียน
2. มีระบบเพ่ิมผู้ใช้งาน หน่วยงาน/สถานศกึ ษา ในระบบได้
3. หน้าหลัก ประมวลภาพการรายงานอัตโนมัติ มรี ะบบลอ็ กอิน สาหรบั ผู้ใช้งาน ไดแ้ ก่
- เจา้ หน้าทส่ี านกั งาน แยกเป็น ผอ. รองฯ ผอ. เจ้าหน้าท่ี ศึกษานิเทศก์
- หน่วยงานสถานศึกษา แยกเป็นรายโรงเรยี น
- มรี ะบบเพิ่มผู้ใช้งาน หนว่ ยงาน/สถานศึกษา ในระบบได้
3.1 ระบบสมดุ โรงเรยี น
ประกอบดว้ ยข้อมูลพน้ื ฐานของโรงเรยี นสามารถ ลงิ ค์ ไปยังเว็บไซต์ ระบบ
สารสนเทศเพื่อการบรหิ าร(EMIS) มีขอ้ มลู บคุ ลากรในสถานศกึ ษา แตล่ ะโรงเรียนสามารถ เพ่ิม แก้ไข
ลบได้
3.2 ระบบการรายงานผลการนเิ ทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
1) เป็นการบนั ทกึ การนิเทศของศกึ ษานเิ ทศก์ที่ไปนิเทศโรงเรียน ในสังกัด สามารถ
ดูสถติ ิการนิเทศภาพรวม แตล่ ะโรงเรียน แต่ละศึกษานิเทศก์ได้
2) มีการบนั ทึกความก้าวหนา้ ของสถานศึกษา หลงั จากศกึ ษานิเทศกบ์ นั ทึกข้อมูล
การนิเทศของแตล่ ะโรงเรยี นแล้ว
3) มกี ารรายงานภาพรวม แยกเป็นกลุ่มโรงเรียน แยกเปน็ สดมภ์
3.3 ระบบนเิ ทศภายใน
1) เปน็ การบนั ทึก การนเิ ทศภายในของผู้อานวยการโรงเรียนทไี่ ปนเิ ทศชัน้ เรียน
สามารถดูสถติ ิการนเิ ทศภาพรวม แตล่ ะโรงเรียนได้
44
2) มีการบนั ทึกความกา้ วหน้าของครผู ้รู บั การนเิ ทศ หลังจากผู้บรหิ ารบนั ทกึ ขอ้ มูล
การนเิ ทศของแต่ละชัน้ เรยี นแลว้
3.3 ระบบรายงานผลการตรวจราชการ
สาหรับผ้อู านวยการเขตพ้ืนที่การศกึ ษา รองผู้อานวยการเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ไป
ตรวจราชการ และบันทึกลงโปรแกรม เพื่อทสี่ ามารถดูการรายงาน และความกา้ วหนา้
3.4 ระบบรายงานผลการตรวจเยี่ยม
สาหรบั ผู้อานวยการเขตพื้นท่กี ารศึกษา รองผอู้ านวยการเขตพืน้ ที่การศึกษา
เจา้ หนา้ ท่ี ศกึ ษานเิ ทศก์ และคณะกรรรมการอ่ืน ๆ ที่ไปตรวจเยย่ี มสถานศกึ ษา และบันทึกลงโปรแกรม
เพื่อดรู ายงาน และความก้าวหน้า
3.5 การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
สาหรับผ้ใู ชง้ านโรงเรยี น โดยใหร้ ายงานการประกันคณุ ภาพสถานศึกษา 6 ข้นั ตอน โดย
การบันทกึ เป็นไฟลร์ ปู บาร์โค๊ด ลง้ิ ค์ไปยงั Google Drive ที่เก็บไว้
1) การกาหนดมาตรฐาน
2) การจดั ทาแผนพฒั นา
3) การดาเนนิ งานตามแผนพฒั นา
4) ประเมินผลและติดตามตรวจสอบ
5) ตดิ ตามผลการดาเนนิ งาน
6) รายงานผลการประเมินตนเอง
2.3 การสร้างโปรแกรม
การสรา้ งโปรแกรม เป็นขัน้ ตอนการเขียนโปรแกรมในสว่ นของฐานข้อมูล การป้อนขอ้ มูล
การแสดงผลของข้อมูล และการออกแบบเอกสารของประเด็นคณุ ภาพการศึกษา ท่ีตอ้ งการเกบ็ รวบรวม
ขอ้ มูลของสานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นระบบออนไลน์ สามารถใชไ้ ด้
กบั Browser ที่รองรบั การทางานของ javascript jquery การบนั ทกึ การนิเทศหรอื ข้อมูลตา่ ง ๆ
จะต้อง เปน็ สมาชิกก่อน
1) การเขา้ ระบบ ใหเ้ ขา้ ทเ่ี วบ็ ไซต์สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบูรณ์ เขต
1 URL : http:// www.phetchabun1.go.th แลว้ เลือกเมนู รายงานการนเิ ทศ(SASR) หรือพิมพ์
URL : http://101.109.41.19/SASR/ เลอื กเข้าระบบ โดยกรอกช่ือผใู้ ช้งาน และ รหัสผ่านเฉพาะ
บคุ คล ตามท่ี admin ได้กาหนดให้ รหสั ผู้ใช้ รหัส Smis 8 หลกั รหัสผ่าน 123456 เมอื่ เข้าระบบ
แล้วควรเปลี่ยนรหสั ผา่ นท่ีผู้ใชส้ ามารถจดจาได้
2) ขอ้ มูลในเมนโู ปรแกรมระบบระบบรายงานผลการนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัด
การศกึ ษาออนไลน์ School & Area Supervision Report (SASR Online)
2.1 สมดุ โรงเรยี น
ประกอบดว้ ยข้อมูลพื้นฐานของโรงเรยี นสามารถ ลิงค์ ไปยังเวบ็ ไซต์ ระบบ
สารสนเทศเพ่ือการบรหิ าร(EMIS) มขี อ้ มูลบคุ ลากรในสถานศึกษา แตล่ ะโรงเรียนสามารถ เพิ่ม แก้ไข
ลบได้