The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในเรือนจำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ranong.phq, 2023-01-09 22:17:09

แนวทางการเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในเรือนจำ

แนวทางการเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในเรือนจำ

แนวทาง

การเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวน
โรคและภัยสุขภาพทีส่ า� คัญในเรือนจ�า

แนวทางการเฝา้ ระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพท่ีสา� คญั ในเรอื นจา� ได้ผา่ นการตรวจประเมนิ และรับรอง
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพอื่ การเฝ้าระวัง ปอ้ งกัน ควบคุมโรคและภยั สุขภาพ กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค
Suggested Citation: Division of Epidemiology, Department of Disease Control. Guidelines for Surveillance,
Screening and Investigations Important Diseases and Health Hazards in Prisons, Thailand. Nonthaburi:
Division of Epidemiology, Department of Control (TH); 2020.

แนวทางการเฝ้าระวัง คดั กรอง และสอบสวน
โรคและภัยสขุ ภาพที่ส�าคญั ในเรือนจา�

ISBN : 978-616-11-4438-8

ท่ปี รึกษา เรืออากาศเอกแพทยห์ ญงิ บษุ บนั เชอื้ อินทร์

นายแพทยส์ มบัติ แทนประเสรฐิ สขุ

หัวหน้ากองบรรณาธกิ าร

แพทยห์ ญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู

กองบรรณาธิการวิชาการ นายสัตวแพทย์ธรี ศักด์ิ ชักนา�
กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค นายสหภาพ พูลเกสร
นางสาวอรทยั สวุ รรณไชยรบ
นางสาวนภิ าพรรณ สฤษดอิ์ ภิรกั ษ์ นางสาวปณติ า คุม้ ผล
นายแพทยช์ าโล สาณศิลปนิ นางสาวเพญ็ ศิริ ยะหัวดง
นางสาวกีรติกานต์ กลดั สวสั ด์ิ นายรงุ่ โรจน์ ใจยงค์
นายสมชาย เวยี งพิทักษ์
นางพัชรดิ า หงษจ์ ันทร์
นางสาวอรพรรณ กันยะมี
นางสาวปีวรา บญุ วิเศษ

กองบริการทางการแพทย ์ กรมราชทณั ฑ์

นางวชิ ชุดา คงพรอ้ มสขุ
นางกนกวรรณ จงึ เชอ้ื พนั ธุ์
ร้อยโทหญิงชตุ มิ า เจรญิ พร

พิสจู นอ์ ักษร นางสาวณฐวดี ศรวี รรณยศ
ดร.อรัฐา รังผ้ึง
นางสาวบรมิ าศ ศกั ดิ์ศิริสัมพนั ธ์
นางสาวดนยา สุเวทเวทนิ

จัดพมิ พแ์ ละเผยแพร ่

ผลิตและเผยแพร่ : กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ถนนตวิ านนท์ อา� เภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

พิมพ์ครง้ั ท ่ี 1 : กนั ยายน 2563
จำ� นวน : 1,000 เล่ม
พมิ พท์ ี่ : หจก.แคนนำ กรำฟฟคิ  
19/323 หมู่บา้ นธารทอง ถนนบางแวก เขตภาษเี จริญ กรงุ เทพฯ 10700
โทร. 02 865 8454 - 55

ค�าน�า

การควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพในเรือนจ�า และทัณฑสถานทั่วประเทศ เป็นความ
ร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ในการสนบั สนนุ เชงิ นโยบาย และวชิ าการ จากกรณกี ารระบาด
ของโรคและภัยสุขภาพในพื้นท่ีกองระบาดวิทยาได้ร่วมกับส�านักงานป้องกันควบคุมโรค
และสา� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ดา� เนนิ การสอบสวนโรคในเรอื นจา� ซง่ึ เปน็ พน้ื ทพ่ี เิ ศษและตอ้ งการ
การเช่ือมโยงของระบบการเฝา้ ระวังและการรายงานขอ้ มลู ระหว่างกัน

แนวทางการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่ส�าคัญในเรือนจ�า
ฉบับนี้ จัดท�าให้ส�าหรับหน่วยพยาบาลในเรือนจ�า และเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ในการเฝ้าระวังและ
สอบสวนโรคในเรือนจ�า โดยใช้เกณฑ์การสอบสวนโรคในเรือนจ�า และส่งเสริมการด�าเนินงาน
ของอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�า (อสรจ.) ให้สามารถคัดกรอง ค้นหาผู้มีอาการสงสัยติดโรค
ในเรอื นจา� รวมทงั้ ทราบถงึ บทบาทหนา้ ทขี่ องหนว่ ยงานในระบบการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน
โรคและภัยสุขภาพท่ีส�าคัญในเรือนจ�า ตลอดจนการเรียนรู้เก่ียวกับโรคติดต่อที่เกิดการระบาดขึ้น
ในเรือนจา�

การด�าเนินการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่าย
การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา แนวทางการสอบสวนโรคได้มาจากประสบการณ์ท่ีได้ด�าเนินการ
แนวทางน้ีจึงส�าเร็จได้ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดีของผู้บริหาร นักวิชาการ และคณะท�างาน
จากกรมราชทณั ฑ์ กรมควบคมุ โรค และหนว่ ยงานในพนื้ ที่ หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ แนวทางการเฝา้ ระวงั
คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่ส�าคัญในเรือนจ�าน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้อง
นา� ไปปอ้ งกนั ควบคุมโรคต่อไป

คณะผจู้ ัดทำ�
กันยำยน 2563



สารบัญ

ค�าน�า หน้า
สารบัญ
บทท่ี 1 บทน�า ก
ความเป็นมา ข
1
บทท่ี 2 สถานการณ์การระบาด และมาตรการควบคุมป้องกันโรคในเรือนจ�า 2

บทท่ี 3 โรคท่ีต้องเฝ้าระวังในเรือนจ�า 4
– โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
– โรคหัด (Measles) 8
– โรคหัดเยอรมัน (Rubella) 10
– โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) 12
– โรคสุกใส หรืออีสุกอีใส (Varicella, Chickenpox) 14
– โรคคอตีบ (Diphtheria) 16
– โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea) 18
– โรคอาหารเป็นพิษ (Food poisoning) 20
22
บทท่ี 4 แนวทางการเฝ้าระวังโรคในเรือนจ�า 24
รูปแบบการเฝ้าระวังโรคในเรือนจ�า
1. การเฝ้าระวังเชิงรับ (Passive Surveillance) 27
28
1.1 การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (รง. 506) 28
1.2 การเฝ้าระวังเหตุการณ์ทางโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด 28
30
(Event-based surveillance)
31
2. การเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) 31
2.1 การคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังแรกรับ 31
2.2 การคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังเก่า
33
บทท่ี 5 การสอบสวน และควบคุมป้องกันโรคในเรือนจ�า 34
นิยามของการระบาด
34
ลักษณะของการระบาด (Outbreak patterns) 34
1. แหล่งโรคร่วม (Common source) 34
2. แหล่งโรคแพร่กระจาย (Propagated source)
34
ขั้นตอนการสอบสวนโรคในเรือนจ�า 34
1. การยืนยันการวินิจฉัยโรคและการระบาด 34
2. การเตรียมตัวในการสอบสวนทางระบาดวิทยา



แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพท่สี �าคญั ในเรอื นจ�า E

สารบัญ (ต่อ) หน้า

3. การต้ังนิยามผู้ป่วย 35
4. การค้นหาผู้ป่วยเพ่ิมเติม 35
5. การพรรณนาลักษณะของการระบาดตามบุคคล เวลา และสถานท่ี 35
6. การศึกษาส่ิงแวดล้อมและการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ 35
7. การตั้งและพิสูจน์สมมติฐาน 35
8. มาตรการควบคุมและป้องกันโรคในเรือนจ�า 36
9. การน�าเสนอผลการศึกษาและเขียนรายงาน 37

บทที่ 6 เกณฑ์การสอบสวนโรค กรณีเกิดการระบาดของโรคในเรือนจ�า และบทบาทหน้าท่ี 38
ของหน่วยงานในระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคในเรือนจ�า
41
เอกสารอ้างอิง
42
ภาคผนวก 43
44
ภาคผนวก ก  
- แบบคัดกรองผู้ป่วยในเรือนจ�า ประจ�าวัน 45
- แบบสรุปผู้ป่วยในเรือนจ�า ประจ�าเดือน 46
48
  ภาคผนวก ข   51
- แบบสอบสวนโรคไอกรน 53
- แบบสอบสวนกลุ่มอาการไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน 56
- แบบสอบสวนโรคหัด 61
- แบบสอบสวนโรคหัดเยอรมัน 63
- แบบสอบสวนโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 66
- แบบสอบสวนโรคอหิวาตกโรค 68
- แบบสอบสวนโรคไข้กาฬหลังแอ่น 70
- แบบสอบสวนภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ/เหน็บชาจากการขาดวิตามินบี1 72
- แบบสอบสวนโรคเยื่อบุตาอักเสบจากเชื้อไวรัส 74
- แบบสอบสวนโรคไข้หวัดใหญ่
- แบบสอบสวนโรคหิด 76
- แบบสอบสวนโรคสุกใส 77

  ภาคผนวก ค  
- ค�าสั่งแต่งตั้งคณะท�างานจัดท�าแนวทางการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวน
โรคและภัยสุขภาพที่ส�าคัญในเรือนจ�า

F แนวทางการเฝา้ ระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพท่ีสา� คัญในเรอื นจ�า

สารบัญตาราง

หน้า

ตารางที่ 1 จ�านวนเหตุการณ์ท่ีมีการระบาดในเรือนจ�า ต้ังแต่ 1 มกราคม 2559–31 ธันวาคม 2562 6
ตารางท่ี 2 จังหวัดท่ีพบเหตุการณ์การระบาดในเรือนจ�าสูงที่สุด 10 จังหวัดแรก 6
ตารางที่ 3 จ�านวนเหตุการณ์ที่มีการระบาดในเรือนจ�า จ�าแนกตามโรคที่ได้รับรายงาน 7
ต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม 2559–31 ธันวาคม 2562 (จ�านวน 207 เหตุการณ์)
ตารางท่ี 4 ระยะฟักตัว และอาการแสดงของเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสท่ีท�าให้เกิดอาหารเป็นพิษ 25
ตารางท่ี 5 แบบคัดกรองผู้ป่วยในเรือนจ�า ประจ�าวัน 32
ตารางที่ 6 แบบสรุปผู้ป่วยในเรือนจ�า ประจ�าเดือน 32
ตารางที่ 7 เกณฑ์การสอบสวนโรค กรณีเกิดการระบาดของโรคในเรือนจ�า 39

สารบัญรูปภาพ 28

รูปท่ี 1 แบบรายงาน 506 คู่มือโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง 29
และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 29

รูปที่ 2 โปรแกรม 506 ของกองระบาดวิทยา ส�าหรับรายงานโรคท่ีต้องเฝ้าระวัง 30
รูปที่ 3 ที่อยู่ขณะเริ่มป่วย ให้ระบุเป็นช่ือ และท่ีอยู่ของเรือนจ�าหรือทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังอยู่ 32

และรหัสสถานพยาบาลที่ท�าการรักษา
รูปที่ 4 แนวทางการเฝ้าระวังโรคเชิงรับในเรือนจ�า
รูปที่ 5 แนวทางการเฝ้าระวังโรคเชิงรุกในเรือนจ�า

บทที่

1

บทน�า

2 แนวทางการเฝา้ ระวัง คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพทส่ี า� คัญในเรือนจ�า

บทที่ 1
บทน�า

นายสตั วแพทยธ์ รี ศกั ด์ิ ชกั นา� 1, อรพรรณ กนั ยะม1ี
วิชชุดา คงพร้อมสุข2, กนกวรรณ จึงเชอ้ื พนั ธ2์ุ , ร้อยโทหญิงชตุ มิ า เจรญิ พร2

1กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค
2กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์

ความเปน็ มา
ประกาศราชกจิ จานเุ บกษา ลงวนั ที่ 11 พฤศจกิ ายน 2562 พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศพระบรมราชโองการแต่งต้ังคณะกรรมการ
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ท�าความดีด้วยหัวใจ เน่ืองจากทรงมีพระราชด�าริว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียว
ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังเป็นจ�านวนมาก ยังขาดแคลนบุคลากร เคร่ืองมือแพทย์ และเวชภัณฑ์
เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ท้ังกาย
และใจ ออกมาสู่สังคมภายนอก และประกอบอาชพี สจุ ริตไดอ้ ย่างมคี ุณภาพ (1)

จากข้อมูลสถานการณ์ผู้ต้องขังของประเทศไทย พบว่า มีผู้ต้องขังเกินกว่าความจุของเรือนจ�า โดยมีสถิติจ�านวนผู้ต้องขัง
ติดเป็นอันดับ 6 ของโลก อันดับ 3 ของเอเชีย และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน (1) และจากข้อมูลสถิติผู้ต้องขังท่ัวประเทศ
ของกรมราชทัณฑ์ สถิติจ�านวนผู้ต้องขังในระยะ 20 ปีย้อนหลัง (ปี พ.ศ. 2551–2562) มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยข้อมูลเม่ือวันท่ี
9 กรกฎาคม 2560 รายงานว่ามีจ�านวนผู้ต้องขังจ�านวน 354,905 ราย และสถิติการรับตัวและการปล่อยตัวผู้ต้องขัง จากข้อมูล
สถิติการรับตัวและปล่อยตัวผู้ต้องขังในหลายปีย้อนหลัง พบว่า จ�านวนการรับตัวและปล่อยตัวผู้ต้องขังมีจ�านวนท่ีขาดความสมดุล
(ผตู้ อ้ งขงั ทไี่ ดร้ บั การปลอ่ ยตวั มจี า� นวนนอ้ ยกวา่ ผตู้ อ้ งขงั ทรี่ บั ตวั เขา้ มา) และขอ้ มลู ปี พ.ศ. 2562 (ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 15 กรกฎาคม 2562)
พบว่า มีจ�านวนการรับตัวเข้ามา 174,742 ราย และปล่อยตัว 180,761 ราย ซ่ึงอาจเป็นเพราะในระยะเวลาที่ผ่านมา
มกี ารพระราชทานอภยั โทษใหแ้ กผ่ ตู้ อ้ งขงั จงึ ทา� ใหจ้ า� นวนการรบั และปลอ่ ยตวั ผตู้ อ้ งขงั ปี พ.ศ. 2562 มจี า� นวนทอ่ี ยใู่ นภาวะทส่ี มดลุ
โดยมจี า� นวนเรอื นจา� ทณั ฑสถาน และสถานทกี่ กั ขงั ทวั่ ประเทศ พบวา่ มจี า� นวน 143 แหง่ ซง่ึ แบง่ ตามประเภทของเรอื นจา� มสี ดั สว่ น
และจ�านวนดังน้ีเรือนจ�าจังหวัด 50 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 35 เรือนจ�ากลาง 34 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 23 เรือนจ�าอ�าเภอ 26 แห่ง
คิดเป็นร้อยละ 18 ทัณฑสถาน สถานที่กักขัง และเรือนจ�าพิเศษ คิดเป็นร้อยละ 17, 4 และ 3 ตามล�าดับ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า
เรือนจ�าส่วนใหญ่เป็นเรือนจ�าจังหวัดและเรือนจ�ากลาง ซ่ึงตั้งอยู่ในพื้นท่ีเขตเมืองคิดเป็นร้อยละ 58 และจากการออกแบบ
ของเรือนจ�าหรือสถานท่ีคุมขังน้ันออกแบบมาส�าหรับจ�านวนผู้ต้องขัง 122,047 คน แต่ปัจจุบันผู้ต้องขังมีจ�านวน 354,905 คน
ซึ่งท�าให้สถานท่ีคุมขังมีความหนาแน่นมากเกินไป ท�าให้ความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังภายในเรือนจ�ามีความแออัดมาก มีโอกาส
ท่ีจะเกิดการแพร่กระจายเช้ือโรคได้อย่างรวดเร็ว และมีอาการรุนแรงมากข้ึน โดยเฉพาะโรคติดต่อท่ีส�าคัญซึ่งเป็นปัญหาท่ีส�าคัญ
ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ คุณภาพชวี ิตของผูต้ ้องขัง ตลอดจนเจา้ หน้าท่ผี ดู้ แู ลผูต้ อ้ งขัง

แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพทส่ี �าคัญในเรอื นจ�า 3

ขอ้ มลู สถานการณ์โรคติดตอ่ ท่ีสา� คัญในเรือนจา� มดี งั นี้
1) วัณโรคโดยเฉลี่ยจะมีอุบัติการณ์ของโรคสูงกว่าประชากรทั่วไป 10 เท่า ในปี พ.ศ. 2562 พบผู้ต้องขังเป็นผู้ป่วยวัณโรค
ท่ีขึ้นทะเบียนรักษาจ�านวน 4,338 ราย เป็นมีผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี 409 ราย และเป็นผู้ป่วยวัณโรคด้ือยาหลายขนาน
จา� นวน 77 ราย
2) โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และไวรัสตับอักเสบซี พบอัตราความชุกการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มผู้ต้องขัง
ทว่ั ประเทศ รอ้ ยละ 1.75 และมแี ผนเพ่มิ เปา้ หมายการตรวจคัดกรองให้สงู ขน้ึ
3) โรคไข้หวัดใหญ่ ข้อมูล 3 ปีย้อนหลัง พบการระบาดในเรือนจ�า 120 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 16,538 ราย เสียชีวิต 6 ราย
โดยสถานการณ์มีแนวโน้มความรุนแรง และจ�านวนการระบาดในเรือนจ�ามากขึ้น ในปี พ.ศ. 2562 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1–2 ราย
ต่อปี มคี า่ มธั ยฐานของจ�านวนผู้ติดเชื้อประมาณ 100 รายต่อการระบาด
4) โรคหดั จากข้อมลู 3 ปยี อ้ นหลงั พบการระบาดในเรอื นจา� 19 เหตกุ ารณ์ พบผ้ปู ่วย 524 ราย เสียชีวิต 1 ราย
การป้องกันควบคุมโรคติดต่อท่ีส�าคัญ ต้องด�าเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง การคัดกรอง
และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่ส�าคัญในเรือนจ�า ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้สามารถเฝ้าระวัง
คดั กรอง และสอบสวนโรคเฉพาะราย เพอ่ื รองรบั หากเกดิ เหตุการณ์ การระบาดของโรคไดท้ ันตอ่ สถานการณ์ (2)
ดงั นนั้ เพอ่ื สบื สานแนวทางการดา� เนนิ งานตามพระบรมราโชบายในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และเพอ่ื ใหก้ ารขบั เคลอื่ น
การด�าเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในเรือนจ�า บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีก�าหนด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จึงได้จัดท�าโครงการการอบรมหลักสูตร ครู ก. เพ่ือพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจ�า
โครงการบูรณาการความร่วมมือเพ่ือขับเคลื่อนงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อส�าคัญในเรือนจ�า และโครงการต่าง ๆ ของ
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ภายใต้แผนปฏิบัติการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ท�าความ ดี เพ่ือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งโครงการน้ีเดิมชื่อ
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ท�าความดีด้วยหัวใจ เพ่ือให้เกิดการบูรณาการด�าเนินงานของหน่วยงาน ท่ีเกี่ยวข้องให้เป็นไปด้วยความ
เรยี บรอ้ ย มีประสทิ ธภิ าพ และประสิทธิผล
กองระบาดวิทยา จึงได้จัดท�าแนวทางการเฝ้าระวัง การคัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพ ท่ีส�าคัญในเรือนจ�า
สา� หรบั หนว่ ยพยาบาลในเรอื นจา� และเจา้ หนา้ ทรี่ าชทณั ฑเ์ พอื่ ใชใ้ นการเฝา้ ระวงั และสอบสวนโรคในเรอื นจา� โดยใชเ้ กณฑก์ ารสอบสวนโรค
ในเรอื นจา� และสง่ เสรมิ การดา� เนนิ งานของอาสาสมคั รสาธารณสขุ เรอื นจา� (อสรจ.) ใหส้ ามารถคดั กรองคน้ หาผมู้ อี าการสงสยั ตดิ โรค
ในเรือนจ�า รวมท้ังทราบถึงบทบาทหน้าท่ี ของหน่วยงาน ในระบบการเฝ้าระวัง การคัดกรอง และสอบสวนโรคและภัยสุขภาพ
ท่สี า� คญั ในเรือนจ�าหรอื เพือ่ จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้เู ก่ยี วข้องน�าไปควบคมุ ป้องกันโรคตอ่ ไป

บทที่

2

สถานการณ์การระบาด และมาตรการควบคุมป้องกันโรคในเรือนจ�า

แนวทางการเฝ้าระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพทส่ี �าคญั ในเรือนจ�า 5

บทที่ 2
สถานการณ์การระบาด และมาตรการควบคุมป้องกันโรคในเรือนจ�า

อรทยั สุวรรณไชยรบ, เพ็ญศิริ ยะหัวดง
กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

สถานการณ์การระบาด

จากการเฝ้าระวังเหตุการณ์การระบาด โดยโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด กรมควบคุมโรค พบว่า จ�านวนเหตุการณ์
ทม่ี กี ารระบาดในเรอื นจา� ตงั้ แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม 2559–31 ธนั วาคม 2562 ทงั้ สนิ้ 211 เหตกุ ารณ์ โดยพบวา่ ในแตล่ ะปมี กี ารระบาด
เพ่ิมข้ึนทุกปี จาก 14 เหตุการณ์ต่อปี ในปี พ.ศ. 2559 เป็น 98 เหตุการณ์ ต่อปี ในปี พ.ศ. 2562 มีจ�านวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ
เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี พ.ศ. 2562 พบผู้ป่วย 10,191 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย (ดังตารางที่ 1) จังหวัดที่เกิดเหตุการณ์มากที่สุด
คอื กรงุ เทพมหานคร รองลงมา ไดแ้ ก่ พษิ ณโุ ลก สงขลา เชยี งใหม่ อดุ รธานี อทุ ยั ธานี พจิ ติ ร สตลู เพชรบรู ณ์ นราธวิ าส และเพชรบรุ ี
(ดังตารางที่ 2)

เมื่อจ�าแนกเหตุการณ์ตามกลุ่มโรค พบว่า กลุ่มโรคท่ีพบมากในทุกปี คือ กลุ่มโรคทางเดินหายใจ รองลงมา ได้แก่ กลุ่มโรค
ที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการ กลุ่มโรคติดต่อน�าโดยแมลง กลุ่มโรคป้องกันได้ด้วยวัคซีน กลุ่มโรคติดต่อจากการสัมผัส และกลุ่มโรค
ทางระบบประสาท โดยกลมุ่ โรคทพี่ บมผี เู้ สยี ชวี ติ สงู สดุ คอื กลมุ่ โรคทางเดนิ หายใจ รองลงมา ไดแ้ ก่ กลมุ่ โรคทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั โภชนาการ
กลุ่มโรคทางระบบประสาท และกลุ่มโรคป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซ่ึงในปี พ.ศ. 2562 โรคที่มีการรายงานสูงสุด คือ ไข้หวัดใหญ่
รองลงมา ไดแ้ ก่ โรคอจุ จาระรว่ ง โรคหดิ ภาวะไทรอยดเ์ ปน็ พษิ จากการรบั ประทานอาหารทม่ี ฮี อรโ์ มนไทรอยดร์ ว่ มกบั ขาดวติ ามนิ บ1ี
โรคหดั โรคแบคทเี รยี กนิ เนอ้ื โรคอาหารเปน็ พษิ โรคสกุ ใส โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ วณั โรคเชอ้ื ดอ้ื ยา ไอกรน และหดั เยอรมนั ตามลา� ดบั
(ดงั ตารางท่ี 3)

ตำรำงท ี่ 1 จ�านวนเหตกุ ารณท์ ี่มีการระบาดในเรอื นจา� ต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม 2559–31 ธันวาคม 2562

ปี พ.ศ. จำ� นวนเหตุกำรณ์ จำ� นวนผู้ปว่ ย (รำย) จำ� นวนผ้เู สียชวี ิต (รำย)
2559 14 1,330 4
2560 39 4,418 8
2561 60 7,854 3
2562 (ณ 31 ธ.ค. 62) 98 10,191 2
รวม  211 23,793 17

ตำรำงท่ี 2 จงั หวัดท่ีพบเหตกุ ารณ์การระบาดในเรอื นจ�าสงู ที่สดุ 10 จังหวัดแรก ตั้งแตว่ นั ที่ 1 มกราคม 2559–31 ธนั วาคม 2562

จงั หวัด จำ� นวนเหตกุ ำรณ์ จังหวดั จ�ำนวนเหตกุ ำรณ์

กรงุ เทพมหานคร 14 อุทยั ธานี 9

พิษณโุ ลก 13 พจิ ิตร 8

สงขลา 13 สตูล 7

เชียงใหม่ 11 เพชรบูรณ์ 7

อดุ รธานี 10 นราธวิ าส 7

ตำรำงท ่ี 3 จา� นวนเหตุการณ์ท่ีมกี ารระบาดในเรือนจา� จ�าแนกตามโรคทไี่ ด้รับรายงาน ตั้งแตว่ ันที่ 1 มกราคม 2559–31 ธันวาคม 2562 (จ�านวน=211 เหตกุ ารณ)์ 6 แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพท่ีสา� คญั ในเรือนจ�า

กลมุ่ โรค/โรค พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 พ.ศ. 2562 รวม
กลมุ่ โรคทำงเดินหำยใจ (1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2562) พ.ศ. 2559–ธ.ค. 2562
Influenza เหตุกำรณ์ ผู้ปว่ ย ผู้เสียชีวติ เหตกุ ำรณ์ ผ้ปู ่วย ผูเ้ สยี ชวี ิต เหตุกำรณ์ ผู้ป่วย ผู้เสียชวี ติ เหตุกำรณ์ ผปู้ ่วย ผู้เสียชวี ิต เหตุกำรณ์ ผ้ปู ่วย ผู้เสียชวี ติ
Multidrug-Resistant
Tuberculosis (MDR-TB) 7 941 2 24 3,079 2 36 6,009 2 57 6,606 - 124 16,635 6
กลมุ่ โรคที่เกี่ยวขอ้ งกบั โภชนำกำร 7 941 2 23 3,079 2 36 6,009 2 56 6,605 - 120 16,628 6
- - 1 - - 11 - 27 -
- 6 - -

4 373 - 6 711 3 7 1,575 - 18 2,231 2 35 4,890 5

Food Poisoning 1 150 - 2 262 - 4 1,400 - 4 225 - 11 2,037 -
Hyperthyroidism/ Beri Beri 2 72 - 2 215 3 2 134 - 9 399 2 15 820 5

อจุ จาระรว่ ง 1 151 - 1 173 - 1 41 - 5 1,607 - 8 1,972 -
Hepatitis -- - 1 61 --- - -- - 1 61 -
กลุ่มโรคปอ้ งกนั ไดด้ ้วยวัคซีน 2 15 1 4 143 1 14 213 - 16 496 - 36 866 2
Measles 1 14 - 3 99 1 5 69 - 10 351 - 19 533 1
Chickenpox -- --- - 7 118 - 4 142 - 11 260 -
Rubella -- - 1 44 - 1 17 - 12 - 3 62 -
Pertussis -- --- -19 - 11 - 2 10 -
Adverse Event Following 11 1-- --- - -- -11 1
Immunization (AEFI) 11 124 223 1 44 - 9 12 4
กล่มุ โรคทำงระบบประสำท 11 124 223 1 44 - 9 12 4
Meningococcal meningitis -- - 2 446 --- 2 2 609 - 4 1,055 -
กลุ่มโรคติดต่อน�ำโดยแมลง -- - 2 446 --- 2 2 609 - 4 1,055 -
Scabies -- - 1 35 - 1 54 - 1 245 - 3 334 -
กลมุ่ โรคตดิ ต่อจำกกำรสัมผัส -- - 1 35 - 1 54 - -- - 2 89 -
Conjunctivitis -- --- --- - 1 245 - 1 245 -
Necrotizing Fasciitis 14 1,330 4 39 4,418 8 60 7,854 3 98 10,191 2 211 23,793 17

รวม

แหลง่ ขอ้ มลู  : กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ . โปรแกรมตรวจสอบข่าวระบาด (Event–based surveillance)

แนวทางการเฝา้ ระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพทีส่ �าคัญในเรือนจ�า 7

จากการสอบสวนโรคที่เกิดการระบาดในเรือนจ�ามีปัจจัยท่ีพบในการเกิดโรค ได้แก่ ข้อจ�ากัดของสถานท่ีในเรือนจ�า เช่น
หอ้ งแยกโรค การเกดิ โรคหลงั จากญาตเิ ยย่ี มหรอื การตดิ โรคมาจากนอกเรอื นจา� ขอ้ จา� กดั ในการตรวจสอบอาหารโดยเฉพาะเนอื้ สตั ว์
ที่ปนเปื้อนต่อมไทรอยด์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์การระบาดในเรือนจ�าส่วนใหญ่เป็นโรคติดต่อซึ่งสามารถป้องกันได้
ดังนนั้ ควรมีการด�าเนนิ มาตรการในการปอ้ งกันควบคมุ และรักษาโรค
มาตรการป้องกนั ควบคุมโรคในเรือนจา�

1. การคัดกรองโรคที่ส�าคัญในผู้ต้องขังก่อนเข้าเรือนจ�า ระหว่างต้องโทษ และก่อนปล่อยตัว ได้แก่ อาการป่วยโรคทาง
เดนิ หายใจ วณั โรค โรคผิวหนัง โรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์ เปน็ ต้น ควรแยกกักอยา่ งน้อย 7 วนั หรอื จนกว่าจะรักษาจนหายดี

2. การคดั กรองเจา้ หนา้ ทก่ี อ่ นเขา้ ทา� งานกรณพี บโรคตดิ ตอ่ เชน่ โรคไขห้ วดั ใหญ่ ควรมกี ารปอ้ งกนั ไมใ่ หแ้ พรเ่ ชอ้ื สผู่ ตู้ อ้ งขงั
หรือไมส่ มั ผสั กับผตู้ อ้ งขัง

3. การคัดกรองญาติท่ีมาเย่ียมผู้ต้องขัง หากพบว่ามีอาการโรคติดต่อโดยเฉพาะทางเดินหายใจ ควรป้องกันไม่ให้แพร่เช้ือ
หรือเยย่ี มโดยไมใ่ หใ้ กล้ชิดกนั หรอื กรณีการใช้โทรศัพท์ควรท�าความสะอาดทุกครัง้ ท่ใี ชเ้ สรจ็

4. การควบคุมโรคในกรณีมีการแพร่ระบาด โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น แยกผู้ป่วยในหอนอนเฉพาะ
การใหว้ ัคซีนป้องกันโรคไขห้ วัดใหญใ่ นผตู้ ้องขงั โดยเฉพาะผ้ทู ีม่ ีโรคประจา� ตัว

5. การท�าความสะอาดส่ิงของเครื่องใช้ท่ใี ชร้ ว่ มกนั ทกุ ครั้งทีใ่ ช้เสร็จ
6. การปรับปรงุ อาหารโดยเฉพาะหลกี เลย่ี งเนือ้ สตั วท์ ปี่ นเปื้อนตอ่ มไทรอยด์ และปรบั ปรงุ สขุ อนามัยส่ิงแวดลอ้ ม

บทที่

3

โรคที่ต้องเฝ้าระวังในเรือนจ�า

แนวทางการเฝา้ ระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพที่ส�าคญั ในเรือนจ�า 9

บทที่ 3
โรคที่ต้องเฝ้าระวังในเรือนจ�า

สหภาพ พลู เกสร, ปณิตา คุ้มผล
กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

คณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในเรือนจ�าในการสร้างความตระหนักด้านสุขภาพเรือนจ�า
เพอ่ื สนบั สนนุ การเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคและภยั สขุ ภาพในเรอื นจา� พบวา่ จา� นวนผปู้ ว่ ยโรคกลมุ่ โรคตดิ ตอ่ เฉลย่ี ตอ่ เดอื นทร่ี ายงาน
ในระบบเฝ้าระวังฯ ในเรือนจ�า พบกลุ่มผู้ป่วยโรคติดต่อ 5 ล�าดับ ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ สุกใส วัณโรคปอด ไวรัสตับอักเสบบี
มีการเพ่ิมอย่างต่อเนื่องในระยะ 2-3 ปี เน่ืองจากผู้ต้องขังเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางทางด้านสุขภาพ อีกท้ังสภาพของเรือนจ�า
เป็นสถานท่ีปิด มีผู้ต้องขังอยู่เป็นจ�านวนมาก ท�าให้มีความเส่ียงสูงด้านสุขภาพ จ�าเป็นต้องดูแลและคัดกรองสุขภาพผู้ต้องขัง
เมื่อแรกรับ ทั้งท่อี ย่ใู นเรือนจา� และก่อนปล่อยตัว เพ่อื เปน็ การเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั และควบคมุ โรค

นิยามในการเฝ้าระวังโรค หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งส�าหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค
และภัยสุขภาพในเรือนจ�าที่ทราบข่าวการป่วย สงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าท่ีพยาบาลหรือเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ที่ได้รับมอบหมาย
ซ่ึงบุคลากรเหล่าน้ีมีส่วนส�าคัญในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค จะได้ช่วยให้การด�าเนินงานทางระบาดวิทยา
ในเรือนจ�ามีประสิทธิภาพมากข้ึนแก่ผู้ปฏิบัติงาน จึงมีความจ�าเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ แนวทางข้ันตอนการรายงานโรค
ในเรือนจ�าอย่างถูกต้อง นอกจากน้ียังมีแนวทางการเฝ้าระวังเฉพาะโรคติดต่อบางโรคที่ต้องเฝ้าระวังในเรือนจ�า ซึ่งมีหน่วยงาน
ท่ีด�าเนินการอยู่แล้วน้ัน เช่น กองวัณโรค ได้แก่ วัณโรค และกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ โรคติดเชื้อเอชไอวี
โรคซฟิ ิลิส เป็นตน้

รายละเอียดนยิ ามโรคท่ตี อ้ งเฝ้าระวังในเรือนจา� มโี รคตา่ ง ๆ ดงั นี้ (3)
1. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
2. โรคหดั (Measles)
3. โรคหัดเยอรมนั (Rubella)
4. โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus)
5. โรคสกุ ใส หรืออสี ุกอีใส (Varicella, Chickenpox)
6. โรคคอตีบ (Diphtheria)
7. โรคอุจจาระร่วงเฉยี บพลัน (Acute diarrhea)
8. โรคอาหารเปน็ พษิ (Food poisoning)

10 แนวทางการเฝ้าระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพท่สี า� คญั ในเรือนจ�า

โรคไข้หวดั ใหญ่ (Influenza)

1. นยิ ามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)

    1.1  เกณฑ์ทางคลินกิ  (Clinical criteria) 

มีอาการไข้ ไอ ร่วมกับมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ คือ เจ็บคอ น�้ามูกไหล ปวดเม่ือยตามตัว ปวดศีรษะ
ออ่ นเพลีย รา่ งกายอ่อนเพลีย และอาจมอี าการคดั จมูก หรอื เยอื่ บุตาอกั เสบ

1.2  เกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัติการ (Laboratory criteria)

            1.2.1  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏิบัตกิ ำรจ�ำเพำะ (Specific diagnosis) 
                    กำรตรวจหำเช้ือ/แอนตเิ จน/สำรพันธุกรรมของเชื้อ (Pathogen identification)

- วิธี Reverse transcription polymerase chain reaction (RT–PCR) โดยการเก็บตัวอย่าง
จากระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ Nasopharyngeal aspirate (NPA), Nasopharyngeal wash (NPW), Bronchoalveolar
larvage, Tracheal aspirate, Nasopharyngeal swab (NPS), Throat swab (TS), Nasal swab (NS) เปน็ ตน้ พบสารพนั ธกุ รรม
ของเชอ้ื ไวรัสไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza viruses)

- วธิ เี พาะแยกเชอ้ื ไวรสั (Virus isolation) โดยการเกบ็ ตวั อยา่ งจากระบบทางเดนิ หายใจ เชน่ เดยี วกบั
การตรวจโดยวิธี RT–PCR พบเช้อื ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza viruses)

- วธิ ี Rapid test เพอื่ ตรวจหา antigen ของไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ โดยปา้ ยเชอื้ จากคอหอย (Throat swab)
หรอื ปา้ ยจมกู (Nasal swab) หรอื ปา้ ยโพรงจมกู (Nasopharyngeal swab) ใหผ้ ลบวกเชอ้ื ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza viruses)
                    กำรตรวจหำภมู คิ ุม้ กนั ของเช้อื  (Serology)

- วธิ ี Haemagglutination Inhibition (HI) โดยการเกบ็ ตวั อยา่ งซรี มั่ คู่ (Paired sera) หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย
10–14 วนั และพบระดับภูมิคุม้ กันเพิม่ ขึ้นอย่างน้อย 4 เท่า (Four fold rising)

- วิธี Enzyme-Linked Immunosorbent Assay-Immunoglobulin M (ELISA–IgM) โดยการ
เก็บตัวอยา่ งซรี ม่ั เดี่ยว (single serum) พบผลบวกเชือ้ ไวรัสไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza viruses)

2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)

2.1  ผปู้ ่วยสงสยั  (Suspected case) หมายถงึ ผู้ที่มอี าการตามเกณฑ์ทางคลนิ กิ
2.2  ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยสงสยั รว่ มกบั มขี อ้ มลู ทางระบาดวทิ ยาเชอื่ มโยงกบั ผปู้ ว่ ย
ยืนยัน
2.3  ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยร่วมกับมีผลข้อใดข้อหน่ึงตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบตั ิการจ�าเพาะ

แนวทางการเฝ้าระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพที่ส�าคัญในเรอื นจ�า 11

3. เกณฑ์การรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)

ใหร้ ายงานต้งั แตผ่ ู้ปว่ ยที่สงสยั ตามระบบรายงาน 506 รหสั โรค 15 โดยรายงานผู้ปว่ ยตามรหัส ICD–10: J09–J11
และจา� แนกรหัส organism type ดังน้ี

1. Influenza A unknown subtype
2. Influenza B
3. Influenza A (H1)
4. Influenza A (H3)
5. Other specify
6. Unknown/ไม่ไดเ้ ก็บตวั อยา่ งสง่ ตรวจ

4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มลู (Verification)

- ใหร้ ายงานเฉพาะผ้ปู ่วยสงสยั โรคไข้หวัดใหญ่ และใส่ขอ้ มลู เช้อื สาเหตุ ในตัวแปร organism type
- ผ้ปู ว่ ยรายเดียวกันท่ถี ูกรายงานในระยะ 2 สัปดาห์ ถอื ว่าเป็นการรายงานซา้� ซ้อน
- ต้องตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยทุกรายท่ีได้รับรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตโรคไข้หวัดใหญ่ และเปล่ียนแปลงสถานภาพ
ของผปู้ ว่ ย กรณีเสียชวี ิตหรอื รักษาหาย

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)

5.1  การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณพี บผปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ ทกุ ราย ควรรบี ดา� เนนิ การ
สอบสวนโรคทันที เพือ่ หาปัจจยั เส่ยี ง แหล่งแพร่โรค และใหส้ ขุ ศึกษาในการป้องกนั โรค และส่งรายงานการสอบสวนผู้ปว่ ย
เฉพาะราย ให้แก่กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค

5.2  การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณพี บผปู้ ว่ ยเปน็ กลมุ่ กอ้ น ตงั้ แต่ 5 รายขนึ้ ไป
ภายใน 1 สปั ดาห์ ในสถานทเี่ ดยี วกนั เชน่ ทท่ี า� งาน โรงเรยี น เรอื นจา� เปน็ ตน้ ใหด้ า� เนนิ การตามเงอ่ื นไขการออกสอบสวนโรค
ของทมี ปฏิบตั ิการสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT) กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

12 แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพทีส่ า� คัญในเรือนจ�า

โรคหดั (Measles)

1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case Definition for Surveillance)

1.1  เกณฑ์ทางคลนิ กิ  (Clinical Criteria)

ผทู้ ม่ี อี าการไข้ รว่ มกบั ผนื่ แดงชนดิ maculopapular rash ขน้ึ และอาการอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ตอ่ ไปน้ี ไดแ้ ก่ ไอ มนี า�้ มกู
ตาแดง ตรวจร่างกายพบ Koplik’s spot

1.2  เกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร (Laboratory Criteria)

            1.2.1  กำรตรวจวนิ จิ ฉัยทำงห้องปฏิบัตกิ ำรทัว่ ไป (Presumptive diagnosis)
ไมม่ ี

            1.2.2  กำรตรวจวินจิ ฉยั ทำงห้องปฏิบัติกำรจ�ำเพำะ (Specific diagnosis)
                      กำรตรวจหำภมู คิ มุ้ กนั ชนดิ  Immunoglobulin M (IgM) ตอ่ เชอ้ื หดั ในเลอื ดดว้ ยวธิ  ี Enzyme Linked 
Immunosorbent Assay (ELISA) ที่ห้องปฏบิ ตั ิกำรทไี่ ดร้ ับกำรรบั รองจำกกรมวิทยำศำสตรก์ ำรแพทยใ์ ห้ผลบวก  

- โดยชว่ งระยะเวลาทเี่ หมาะสมตอ่ การเกบ็ ตวั อยา่ งเลอื ดเพอื่ ตรวจหาภมู คิ มุ้ กนั ชนดิ Immunoglobulin M
(IgM) ต่อเช้ือหัด คือ ในช่วง 28 วันภายหลังผื่นขึ้น โดยภูมิคุ้มกันชนิด Immunoglobulin M (IgM) จะขึ้นสูงสุดประมาณ 4 วัน
หลงั จากผ่ืนข้ึน
                      กำรตรวจหำสำรพนั ธกุ รรมของเชอ้ื ไวรสั หดั  ดว้ ยวธิ  ี Polymerase Chain Reaction จำกตวั อยำ่ ง 
Throat swab หรือ Nasal swab ให้ผลบวกต่อเช้ือหัด

- ชว่ งเวลาทเ่ี หมาะสมตอ่ การเกบ็ ตวั อยา่ ง Throat/Nasal swab เพอื่ ตรวจหาสารพนั ธกุ รรมตอ่ เชอื้ หดั
คอื ภายใน 14 วนั หลงั จากผน่ื ขน้ึ โดยช่วงเวลาที่ดีท่สี ดุ คอื 5 วันหลงั จากผ่ืนขึ้น
                      กำรเพำะเชือ้ หัดจำกตวั อย่ำง Throat swab หรือ Nasal swab ให้ผลบวกตอ่ เชือ้ หัด 

- ชว่ งเวลาทเี่ หมาะสมตอ่ การเกบ็ ตวั อยา่ ง Throat/Nasal swab เพอ่ื ตรวจเพาะเชอื้ หดั คอื ภายใน
5 วนั หลงั จากผน่ื ข้นึ

2. ประเภทผู้ป่วย (Case Classification) อ้างอิงตามโครงการก�าจัดโรคหัด หัดเยอรมัน
และหดั เยอรมนั แตก่ �าเนิดขององค์การอนามยั โลก*

2.1  ผู้ป่วยสงสัย (Suspected  case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการไข้ ร่วมกับมีผื่นแดงชนิด maculopapular rash
ขน้ึ หรอื ผปู้ ่วยทแี่ พทยส์ งสัยวา่ เป็นโรคหัด

2.2  ผู้ป่วยยืนยันด้วยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory–confirmed case) หมายถึง
ผู้ป่วยสงสัยท่ีไม่ได้รับการยืนยันทางห้องปฏิบัติการ (ผลการตรวจเป็นลบ หรือไม่ได้เก็บตัวอย่าง) แต่จากการสอบสวนโรค
มีความเช่อื มโยงทางระบาดวทิ ยากับผู้ปว่ ยยืนยนั ดว้ ยผลการตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ าร

2.3  ผู้ป่วยยืนยันทางระบาดวิทยา (Epidemiologically linked case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยที่ไม่ได้
รบั การยนื ยนั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (ผลการตรวจเปน็ ลบหรอื ไมไ่ ดเ้ กบ็ ตวั อยา่ ง) แตจ่ ากการสอบสวนโรคมคี วามเชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยา
กบั ผ้ปู ว่ ยยืนยันด้วยผลการตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

2.4  ผู้ป่วยท่ีมีอาการเข้าได้กับโรคหัดเยอรมัน (Clinically compatible measles) หมายถึง ผู้มีอาการ
เขา้ ได้กับเกณฑท์ างคลินิก

แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพที่ส�าคัญในเรอื นจ�า 13

2.5  ผปู้ ว่ ยไขอ้ อกผน่ื ทไ่ี มใ่ ชห่ ดั  และหดั เยอรมนั  (Non–measles, Non–rubella case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยสงสยั
ที่ผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการเป็นลบ หรอื ไม่มีความเชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยากับผ้ปู ว่ ยยนื ยัน

3. เกณฑก์ ารรายงานผ้ปู ว่ ยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)

ให้รายงานตั้งแต่พบผู้ป่วยสงสัย และให้เก็บตัวอย่างตรวจยืนยันเพ่ือหาภูมิคุ้มกันชนิด Immunoglobulin M (IgM)
ต่อเช้ือหัดด้วยวิธี ELISA ท่ีห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในผู้ป่วยสงสัยทุกราย
โดยรายงานผา่ นทางฐานข้อมลู โครงการกา� จัดหัด (https://apps.doe.moph.go.th/measles/)

4. การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู (Verification)

ควรตรวจสอบข้อมลู กรณีทพ่ี บผ้ปู ่วยอายุตัง้ แต่ 40 ปขี ึ้นไป หรอื เด็กอายตุ า่� กวา่ 9 เดอื น และผู้ป่วยเสียชวี ิตทุกราย

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological Investigation)

5.1  สอบสวนเฉพาะราย (Case Investigation)

ให้สอบสวนโรคในผู้ป่วยสงสัยทุกรายภายใน 48 ชั่วโมงภายหลังได้รับรายงาน และเก็บตัวอย่างเลือดเพ่ือส่งตรวจหา
ภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ เชอื้ หดั ทกุ ราย

5.2  สอบสวนการระบาด (Outbreak Investigation) 

การระบาดของโรคหัด หมายถึง การพบผู้ป่วยต้ังแต่สองรายข้ึนไปภายใน 3 สัปดาห์ ในหมู่บ้าน ชุมชน หรือสถานท่ี
ทมี่ ปี ระชากรอาศยั อยอู่ ยา่ งหนาแนน่ เชน่ โรงงาน โรงเรยี น สถานศกึ ษา และเรอื นจา� เปน็ ตน้ ใหส้ อบสวนการระบาดทกุ เหตกุ ารณ์
ในทนั ที และควรเกบ็ ตวั อยา่ งเลอื ด และ Throat/Nasal swab เพอ่ื ยนื ยนั เชอื้ และสายพนั ธท์ุ เี่ ปน็ สาเหตขุ องการระบาดทกุ เหตกุ ารณ์
โดยหากเป็นการระบาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยสงสัยมากกว่า 20 ราย ให้เก็บตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยสงสัยประมาณ 10–20 ตัวอย่าง
และเก็บตวั อยา่ ง Throat/Nasal swab จ�านวน 5 ตวั อยา่ ง เพอื่ ตรวจหาสายพันธข์ุ องเชอื้

14 แนวทางการเฝา้ ระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพท่ีสา� คญั ในเรอื นจ�า

โรคหดั เยอรมนั (Rubella)

1. นิยามในการเฝ้าระวงั โรค (Case Definition for Surveillance)

1.1  เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical Criteria)

ผู้ท่ีมีอาการไข้ ผื่นแดงชนิด maculopapular rash ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหน่ึงต่อไปนี้ ได้แก่ ปวดข้ออักเสบ
ต่อมน้�าเหลืองโต มีอาการไข้ต�่า ๆ และตาแดง มีผื่นแดงท่ัวร่างกายอย่างเฉียบพลัน โดยผื่นจะขึ้นท่ัวร่างกาย ซึ่งผ่ืนจะไม่มีการ
เปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็นสีคล�้า หัดเยอรมันแต่ก�าเนิด (Congenital rubella) อาการพิการแต่ก�าเนิดทางการได้ยิน
หรือทางสายตา หรือมีความผิดปกติของหัวใจ ในเด็กอายุน้อยกว่า 12 เดือน ร่วมกับมารดามีประวัติติดเช้ือหัดเยอรมันในระหว่าง
ต้ังครรภ์

1.2  เกณฑท์ างห้องปฏบิ ตั ิการ (Laboratory Criteria)

            1.2.1  กำรตรวจวนิ จิ ฉัยทำงหอ้ งปฏบิ ัตกิ ำรจำ� เพำะ (Specific diagnosis)
                    กำรตรวจหำภมู คิ มุ้ กนั ชนดิ  Immunoglobulin M (IgM) ตอ่ เชอ้ื หดั เยอมนั ในเลอื ดดว้ ยวธิ  ี Enzyme 
Linked Immunosorbent Assay (ELISA) ทีห่ อ้ งปฏิบัติกำรท่ไี ด้รับกำรรบั รองจำกกรมวิทยำศำสตรก์ ำรแพทยใ์ ห้ผลบวก 

- โดยช่วงระยะเวลาท่ีเหมาะสมต่อการเก็บตัวอย่างเลือดเพ่ือตรวจหาภูมิคุ้มกันชนิด Immunoglo-
bulin M (IgM) ต่อเช้อื หัดเยอรมัน คอื ในชว่ ง 28 วนั ภายหลังผ่ืนขนึ้ โดยภูมคิ ุ้มกนั ชนิด Immunoglobulin M (IgM) จะขน้ึ สงู สดุ
ประมาณ 4 วนั หลังจากผน่ื ขน้ึ
                    กำรตรวจหำสำรพนั ธกุ รรมของเชอ้ื ไวรสั หดั เยอรมนั  ดว้ ยวธิ  ี Polymerase Chain Reaction จำก 
ตวั อยำ่ ง Throat swab หรอื  Nasal swab ให้ผลบวกต่อเชือ้ หดั

- ช่วงเวลาท่ีเหมาะสมต่อการเก็บตัวอย่าง Throat/Nasal swab เพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมต่อ
เชอ้ื หดั เยอรมนั คอื ภายใน 14 วันหลังจากผนื่ ข้นึ โดยช่วงเวลาที่ดีท่ีสดุ คือ 5 วันหลังจากผนื่ ขน้ึ
                    กำรเพำะเชอ้ื หดั เยอรมนั จำกตวั อยำ่ ง Throat swab หรอื  Nasal swab ใหผ้ ลบวกตอ่ เชอื้ หดั เยอรมนั  

- ชว่ งเวลาทเี่ หมาะสมตอ่ การเกบ็ ตวั อยา่ ง Throat/Nasal swab เพอ่ื ตรวจเพาะเชอื้ หดั คอื ภายใน
5 วันหลงั จากผนื่ ขึ้น

2. ประเภทผู้ป่วย (Case Classification) อ้างอิงตามโครงการก�าจัดโรคหัด หัดเยอรมัน
และหดั เยอรมนั แตก่ �าเนดิ ขององค์การอนามยั โลก

2.1  ผู้ป่วยสงสัย (Suspected  case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการไข้ ร่วมกับมีผื่นแดงชนิด maculopapular
rashข้ึน หรือผูป้ ่วยทีแ่ พทยส์ งสัยวา่ เปน็ โรคหัดเยอรมัน

2.2  ผปู้ ว่ ยยนื ยนั ดว้ ยผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (Laboratory–confirmed case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ย
สงสยั ร่วมกบั มีผลยนื ยนั ตามเกณฑท์ างหอ้ งปฏิบัตกิ ารอย่างน้อยข้อใดข้อหน่งึ

2.3  ผู้ป่วยยืนยันทางระบาดวิทยา (Epidemiologically linked case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยที่ไม่ได้
รบั การยนื ยนั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (ผลการตรวจเปน็ ลบหรอื ไมไ่ ดเ้ กบ็ ตวั อยา่ ง) แตจ่ ากการสอบสวนโรคมคี วามเชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยา
กบั ผ้ปู ว่ ยยืนยนั ด้วยผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร

2.4  ผปู้ ว่ ยทม่ี อี าการเขา้ ไดก้ บั โรคหดั เยอรมนั  (Clinically compatible with rubella) หมายถงึ ผมู้ อี าการ
เข้าได้กับเกณฑท์ างคลนิ กิ

แนวทางการเฝ้าระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพทส่ี �าคัญในเรอื นจ�า 15

2.5  ผู้ป่วยไข้ออกผื่นท่ีไม่ใช่หัดและหัดเยอรมัน (Non–measles, Non–rubella case) ผู้ป่วยสงสัย
ทผี่ ลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเปน็ ลบ หรอื ไม่มคี วามเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับผปู้ ว่ ยยืนยัน

3. เกณฑก์ ารรายงานผ้ปู ่วยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)

ให้รายงานต้ังแต่พบผู้ป่วยสงสัย และให้เก็บตัวอย่างตรวจยืนยันเพ่ือหาภูมิคุ้มกันชนิด Immunoglobulin M (IgM)
ต่อเช้ือหัดเยอรมันด้วยวิธี ELISA ท่ีห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในผู้ป่วยสงสัย
ทุกราย โดยรายงานผา่ นทางฐานขอ้ มูลโครงการกา� จดั หัด (https://apps.doe.moph.go.th/measles/)

4. การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Verification)

ควรตรวจสอบข้อมูลกรณีทีพ่ บผู้ปว่ ยอายุตง้ั แต่ 40 ปขี นึ้ ไป หรือเด็กอายุตา่� กวา่ 9 เดอื น และผู้ปว่ ยเสยี ชีวติ ทุกราย

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological Investigation)

5.1  สอบสวนเฉพาะราย (Case Investigation)

ใหส้ อบสวนโรคในผปู้ ว่ ยสงสยั ทกุ รายภายใน 48 ชว่ั โมงภายหลงั ไดร้ บั รายงานวา่ พบผปู้ ว่ ยสงสยั และควรเกบ็ ตวั อยา่ งเลอื ด
เพอื่ ส่งตรวจหาภูมคิ มุ้ กันตอ่ เช้อื หดั เยอรมันทกุ ราย

5.2  สอบสวนการระบาด (Outbreak Investigation) 

การระบาดของโรคหัด หมายถึง การพบผู้ป่วยตั้งแต่สองรายข้ึนไปภายใน 3 สัปดาห์ ในหมู่บ้าน ชุมชน หรือสถานท่ี
ทม่ี ปี ระชากรอาศยั อยอู่ ยา่ งหนาแนน่ เชน่ โรงงาน โรงเรยี น สถานศกึ ษา และเรอื นจา� เปน็ ตน้ ใหส้ อบสวนการระบาดทกุ เหตกุ ารณ์
ในทนั ทแี ละควรเกบ็ ตวั อยา่ งเลอื ด และ Throat/Nasal swab เพอื่ ยนื ยนั เชอื้ และสายพนั ธท์ุ เี่ ปน็ สาเหตขุ องการระบาดทกุ เหตกุ ารณ์
โดยหากเป็นการระบาดใหญ่ท่ีมีผู้ป่วยสงสัยมากกว่า 20 ราย ให้เก็บตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยสงสัยประมาณ 10–20 ตัวอย่าง
และเก็บตัวอย่าง Throat/Nasal swab จ�านวน 5 ตัวอย่าง เพอื่ ตรวจหาสายพันธ์ขุ องเช้ือ

16 แนวทางการเฝา้ ระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพที่สา� คญั ในเรอื นจ�า

โรคสครบั ไทฟัส (Scrub typhus)

1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)

1.1  เกณฑท์ างคลนิ กิ  (Clinical criteria) 

มีไข้ และ/หรือแผลคล้ายบุหร่ีจี้ (Eschar) ร่วมกับอาการทางคลินิกอื่น ๆ อย่างน้อย 2 อาการ ดังน้ี คือ ปวดศีรษะ
ปวดเม่ือยตัว ปวดกระบอกตา ตาแดง ต่อมน�้าเหลืองโตและเจ็บ ไอแห้ง มีผื่นลักษณะ maculopapular rash มีไข้ หนาวสั่น
ปวดท้อง คล่ืนไส้และอาเจียน ผื่นแดงเริ่มข้ึนบริเวณล�าตัว มีผ่ืนขนาดเล็กค่อย ๆ นูนหรือใหญ่ข้ึน และมีแผลคล้ายบุหร่ีจี้ (Eschar)
พบไดใ้ นบรเิ วณใตร้ ม่ ผา้ เชน่ รกั แร้ ราวนม ขอ้ พบั แขน เอว ขาหนบี และบรเิ วณทผี่ วิ ออ่ น เปน็ ตน้ ผปู้ ว่ ยทม่ี อี าการรนุ แรงอาจทา� ให้
การท�างานของอวัยวะล้มเหลวและเลือดออก หรือหากไมไ่ ด้รบั การรกั ษาอาจทา� ใหเ้ สยี ชีวติ ได้

1.2  เกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ (Laboratory criteria)

            1.2.1  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรท่วั ไป (Presumptive diagnosis)
- วธิ ี Immunochromatographic assay จากชดุ ทดสอบ (Rapid test) ซงึ่ เปน็ วธิ ตี รวจคดั กรองผปู้ ว่ ย

โดยสามารถตรวจได้ทง้ั ตวั อย่างจาก ซีรัม่ พลาสมา และเลือด
            1.2.2  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏิบตั ิกำรจำ� เพำะ (Specific diagnosis) 
                    กำรตรวจหำเช้ือ/แอนตเิ จน/สำรพันธุกรรมของเชอ้ื  (Pathogen identification)
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) โดยการเก็บตัวอย่างเลือดหรือชิ้นเนื้อของผู้ป่วย
ในชว่ งเวลาทเ่ี หมาะสม คอื ระยะแรก ๆ ของการตดิ เชอ้ื ไดแ้ ก่ 2–3 วนั แรกของอาการไข้ พบใหผ้ ลบวกเชอื้ รกิ เกต็ เซยี (Rickettsia)
                    กำรตรวจหำภมู ิคุม้ กนั ของเชอื้  (Serology)

- วิธี Indirect immunofluorescent Assay (IFA) เป็นการตรวจยืนยันผู้ป่วยโดยหาแอนติบอดี
โดยการเกบ็ ตวั อยา่ งนา้� เหลอื ง (serum) 2 ครง้ั โดยครง้ั แรกเกบ็ เมอื่ พบผปู้ ว่ ย ครง้ั ที่ 2 หลงั จากวนั ทเ่ี รม่ิ ปว่ ย 10–21 วนั หรอื หา่ งจาก
คร้ังแรก 1–2 สัปดาห์ ตรวจพบระดับภูมิคุ้มกันต่อเชือ้ รกิ เก็ตเซีย ดังนี้

กรณีตรวจด้วยน�้าเหลืองเดี่ยว (Single\serum) ต้องพบระดับภูมิคุ้มกัน Immunoglobulin M (IgM) หรือ
Immunoglobulin G (IgG) 1:400

กรณีตรวจด้วยน�้าเหลืองคู่ (Paired sera) ต้องพบระดับภูมิคุ้มกัน Immunoglobulin M (IgM) หรือ
Immunoglobulin G (IgG) มากกว่า 4 เทา่ (Four fold rising)

ขอ้ จา� กดั ของการตรวจวธิ ี IFA คอื ตอ้ งใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศนช์ นดิ พเิ ศษ และวธิ นี อี้ าจจะมี cross reaction กบั โรคอนื่
เชน่ โรครูมาตอยด์

2. ประเภทผ้ปู ว่ ย (Case classification)

2.1  ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติเข้าไปในทุ่งหญ้า
หรอื บริเวณปา่ หรอื แพทย์วนิ ิจฉัยสงสยั โรคสครับไทฟสั

2.2  ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยร่วมกับมีผลตรวจจากชุดทดสอบ (Rapid test)
ใหผ้ ลบวก

2.3  ผ้ปู ่วยยนื ยัน (Confirmed case) หมายถึง ผปู้ ่วยสงสัยร่วมกับมีผลขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ตามเกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร
จา� เพาะ

แนวทางการเฝ้าระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพท่สี �าคัญในเรอื นจ�า 17

3. การรายงานผู้ป่วยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)

ให้รายงานตั้งแต่ผู้ป่วยสงสัย ตามระบบรายงาน 506 รหัสโรค 44 โดยรายงานผู้ป่วยตามรหัส ICD–10: A75.0–A75.3,
A75.9 และจา� แนกรหสั organism type ดงั น้ี

1. ตรวจพบเชื้อ
2. ตรวจไมพ่ บเช้อื
3. ไมไ่ ดต้ รวจเชอ้ื

4. การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูล (Verification)

- ผูป้ ่วยรายเดยี วกนั ทถ่ี กู รายงานภายใน 1 ปี ถอื วา่ เปน็ การรายงานซา�้ ซ้อน
- ต้องตรวจสอบขอ้ มลู ผปู้ ่วยเสียชวี ิตทกุ ราย และเปลย่ี นแปลงสถานภาพของผูป้ ว่ ย กรณเี สียชวี ติ หรือรกั ษาหาย

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological Investigation)

5.1  การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเสียชีวิตทุกราย ควรรีบ
ดา� เนนิ การสอบสวนโรคทนั ที เพอ่ื หาสาเหตปุ จั จยั เสย่ี ง แหลง่ แพรโ่ รค และใหส้ ขุ ศกึ ษาในการปอ้ งกนั โรค และสง่ รายงานการสอบสวน
ผู้ปว่ ยเฉพาะราย ให้แกก่ องระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค

5.2  การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 2 รายข้ึนไป
ที่มีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา และกรณีที่มีจ�านวนผู้ป่วยมากกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง ให้ด�าเนินการตามเง่ือนไข
การออกสอบสวนโรคของทีมปฏบิ ตั ิการสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT)

18 แนวทางการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพที่สา� คญั ในเรอื นจ�า

โรคสุกใส หรอื อีสุกอีใส (Varicella, Chickenpox)

1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)

    1.1  เกณฑ์ทางคลินกิ  (Clinical criteria) 

มีอาการไข้ ร่วมกับมีผื่นทั้งชนิดนูนแดง และตุ่มใส เกิดขึ้นท่ัวร่างกาย และตกสะเก็ดไม่พร้อมกัน ลักษณะของผื่น
มักข้ึนเป็นผ่ืนแดงก่อนตามด้วยตุ่มใสแล้วแตกเป็นสะเก็ด ผ่ืนจะขึ้นบริเวณใบหน้าก่อน แล้วลามไปล�าตัวและแขนขา มีอาการ
ไข้ต�่า ๆ มีผื่นทั้งชนดิ นนู แดง และตมุ่ ใส ซ่งึ เกดิ ขึน้ พร้อมกันทัว่ ร่างกาย แตจ่ ะตกสะเกด็ ไมพ่ ร้อมกนั ลกั ษณะของผ่ืนมกั ขนึ้ เปน็ กลมุ่
และมตี ุม่ ใสขึ้นตามร่างกาย โดยลักษณะของนา้� ในตมุ่ อาจจะใสหรอื ข่นุ ก็ได้

1.2  เกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)

            1.2.1  กำรตรวจทำงห้องปฏิบตั ิกำรทว่ั ไป (Presumptive diagnosis) ไมม่ ี
            1.2.2  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ัตกิ ำรจำ� เพำะ (Specific diagnosis)
                    กำรตรวจหำเชือ้ /แอนติเจน/สำรพนั ธุกรรมของเชือ้  (Pathogen identification)

- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) โดยปา้ ยเชอ้ื จากคอหอย (Throat swab) หรอื ปา้ ยจมกู
(Nasal swab) หรอื ป้ายโพรงจมูก (Nasopharyngeal swab) ใหผ้ ลบวก เชอื้ Varicella Zoster Virus
                    กำรตรวจหำภมู คิ ุ้มกนั ของเชอื้  (Serology)

- วิธี Enzyme–linked immunosorbent assay (ELISA) จากตัวอย่างเลือดและน้�าเหลือง
พบแอนตบิ อดจี �าเพาะต่อ Varicella Immunoglobulin M (IgM) หรือ Immunoglobulin G (IgG)

- การตรวจน้�าเหลืองคู่ หาระดับ Neutralizing antibody titer ต่อ Varicella Zoster Virus
(VZV) โดยระดับภูมคิ ุ้มกนั ตอ้ ง ≥ 4 เท่า (Four fold rising)

- วิธี Immunofluorescence Assay (IFA) ตรวจหาแอนติบอดี จากตัวอย่างท่ีเก็บจากฐานของ
รอยโรคทเ่ี ป็นตุม่ น้�าพองใส (Vesicular scrape) ท่ีพ่ึงแตก
                    กำรตรวจโดยวธิ อี ่นื  ๆ (Other)

- วิธีย้อมดูเซลล์ (Tzanck smear) จากตัวอย่างท่ีเก็บจากฐานของรอยโรคที่เป็นตุ่มน�้าพองใส
(Vesicular scrape) ท่พี ึง่ แตก โดยจะพบเซลล์ขนาดใหญท่ ่ีมีหลายนวิ เคลียสในหนึง่ เซลล์ (multinucleated giant cells)

2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case Classification)

2.1  ผปู้ ว่ ยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผูท้ ีม่ ีอาการเข้าได้กับเกณฑท์ างคลินิก
2.2  ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยสงสยั รว่ มกบั มขี อ้ มลู ทางระบาดวทิ ยาเชอื่ มโยงกบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั
2.3  ผปู้ ว่ ยยนื ยนั  (Confirmed case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยสงสยั รว่ มกบั มผี ลขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ตามเกณฑท์ างหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
จ�าเพาะ

3. การรายงานผู้ป่วยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)

ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยสงสัย ตามระบบรายงาน 506 รหัสโรค 17 โดยรายงานผู้ป่วยตามรหัส ICD–10 รหัส
B01.0–B01.2, B01.8–B01.9 และหากมีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ให้ลงข้อมูลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในตัวแปร
organism type ดังนี้

1. ตรวจพบเชอ้ื Varicella Zoster Virus
2. ตรวจไมพ่ บเช้อื

แนวทางการเฝ้าระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพท่ีส�าคัญในเรือนจ�า 19

3. Immunoglobulin M (IgM)/Immunoglobulin G (IgG) positive
4. Immunoglobulin M (IgM)/Immunoglobulin G (IgG) negative
5. Inconclusive
6. Unknown/ไมไ่ ดเ้ กบ็ ตัวอย่างสง่ ตรวจ

4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)

- ผู้ปว่ ยสามารถติดเชอ้ื ได้เพยี งคร้ังเดียวในชีวิต จงึ ไม่ควรมีรายงานซ�้าซ้อนในผูป้ ่วยคนเดยี วกัน
- กรณอี ายมุ ากกว่า 60 ปี ต้องตรวจสอบข้อมลู ผปู้ ว่ ยทุกรายทไ่ี ดร้ บั รายงาน
- กรณีเสยี ชีวิต ต้องตรวจสอบวา่ เสียชีวิตดว้ ยโรคสุกใสจริงหรือไม่

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)

5.1  การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเสียชีวิตทุกราย เพ่ือยืนยัน
การวินิจฉัย คน้ หาปัจจยั เส่ยี งที่ท�าให้เสยี ชวี ิต แหล่งแพรโ่ รค และใหส้ ุขศึกษาในการปอ้ งกันโรค

5.2  การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน ตั้งแต่ 5 รายข้ึนไป
ในสถานที่เดียวกันหรือมีความเช่ือมโยงกัน ภายใน 21 วัน หรือพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 2 รายขึ้นไป ท่ีสงสัยเป็นการติดเชื้อ
ในสถานพยาบาล ใหด้ า� เนนิ การตามเงอื่ นไขการออกสอบสวนโรคของทมี ปฏบิ ตั กิ ารสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT)
กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

20 แนวทางการเฝ้าระวัง คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพทส่ี า� คัญในเรือนจ�า

โรคคอตีบ (Diphtheria)

1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)

มีอาการไข้ เจ็บในล�าคอ มีแผ่นฝ้าสีขาวปนเทาบริเวณทอนซิล ช่องคอหอย โพรงจมูก หรือกล่องเสียง ในกรณีขั้นรุนแรง
อาจมอี าการคอบวม ซ่ึงอาจเปน็ ข้างเดียวหรอื ทั้งสองข้างก็ได้ และอาจเกดิ ภาวะแทรกซ้อนการอุดตันของทางเดนิ หายใจ

1.1  เกณฑ์ทางคลนิ ิก (Clinical criteria)

ผู้ป่วยมีการอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบน ร่วมกับมีแผ่นฝ้าสีขาวปนเทา ติดแน่นที่บริเวณทอนซิล
ถ้าดึงแผ่นฝ้าสีขาวปนเทาออกมักจะมีเลือดออก (Adherent membrane) โดยบางรายอาจมีอาการรุนแรง ได้แก่ ทางเดินหายใจ
อุดตัน (Airway obstruction) มีอาการคอบวม (Bull neck) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือปลายประสาทอักเสบ (Myocarditis or
Neuritis)
      หมำยเหตุ  : การอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ มีไข้ เจ็บคอ ปวด/บวม/แดง/ร้อนในช่องคอ ทอนซิล
กลอ่ งเสยี ง คอหอย โพรงจมกู

1.2. เกณฑท์ างหอ้ งปฏบิ ตั ิการ (Laboratory criteria)

            1.2.1  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ัติกำรทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
                    กำรยอ้ มส ี Gram’s stain จากตวั อยา่ ง Throat swab/Nasopharyngeal swab พบตดิ สแี กรมบวก
ไม่มีสปอร์ ลักษณะเฉพาะของเชื้อ คือ มีรูปร่างแท่งคล้ายกระบอง เรียงตัวคล้ายรูปตัวอักษรจีน ตัว L หรือ V (Gram–positive,
slender bacilli rod or curved or club–shapes)
            1.2.2  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรจำ� เพำะ (Specific diagnosis)
                    กำรเพำะเช้ือ จำก Throat swab/Nasopharyngeal swab พบเช้ือ Corynebacterium
diphtheriae
                    กำรตรวจ Phenotypic Elek’s test เป็น Toxigenicity test เพ่ือยืนยันการสร้าง Diphtheria
toxin ของเชื้อ (Toxigenic Corynebacterium)
                    กำรตรวจ Toxin gene ซ่งึ เป็น Virulence test โดยวธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) 
  หมำยเหตุ : ควรน�าส่งตัวอย่าเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการภายใน 24 ช่ัวโมงที่อุณหภูมิห้อง ถ้าไม่สามารถน�าส่งได้
ให้เก็บตัวอย่างในตู้เย็น (4 องศาเซลเซียส) ส่งตรวจได้ท่ีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันวิจัย
วทิ ยาศาสตรส์ าธารณสุข โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทว่ั ไป และโรงพยาบาลชมุ ชนขนาดใหญ่

2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)

2.1  ผู้ป่วยสงสยั  (Suspected case) หมายถึง ผทู้ ีม่ ีอาการตามเกณฑท์ างคลินกิ
2.2  ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยร่วมกับมีข้อมูลทางระบาดวิทยาเชื่อมโยงกับผู้ป่วย
ยืนยันหรอื พาหะ (ผ้ตู ดิ เชื้อท่ไี มม่ อี าการ/มีอาการไมเ่ ขา้ กับนยิ ามผูป้ ว่ ยสงสัย)
2.3  ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยร่วมกับมีผลการตรวจยืนยันตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ตั ิการจ�าเพาะ ที่มีผลการตรวจการสรา้ งสารพษิ เปน็ ผลบวก

แนวทางการเฝา้ ระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพทสี่ �าคญั ในเรอื นจ�า 21

3. การรายงานผู้ปว่ ยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)

3.1  รายงานผ่านระบบรายงานเฝ้าระวังโรค 506 (รง. 506) ให้รายงานตั้งแต่พบผู้ป่วยสงสัยทุกราย
รหัสโรค 23 โดยรายงานผู้ปว่ ยตามรหสั ICD–10 ทง้ั รหัส A36.0–A36.3, A36.8–A36.9 ซงึ่ จา� แนกรหัส Organism type ดังนี้

1. Culture: Positive, Toxin: Positive
2. Culture: Positive, Toxin: Negative
3. Culture: Negative
4. No sample/Specimen collection
ผทู้ เี่ ปน็ พาหะควรจัดทา� ทะเบียนไว้ เพอื่ การตดิ ตามพาหะ โดยไมต่ อ้ งรายงานเข้าสรู่ ะบบรายงาน 506

3.2  รายงานผ่านโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด (Event–based surveillance system)

โดยให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย ต้ังแต่พบผู้ป่วยสงสัย หรือผู้ป่วยเข้าข่าย หรือผู้ป่วยยืนยันทุกราย และ
การระบาดแบบเปน็ กล่มุ กอ้ น 

4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มลู (Verification)

หากมีการรายงานพบผปู้ ่วยคอตีบอายุมากกว่า 60 ปี หรือป่วยซ้�าภายใน 1 ปี ควรตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)

5.1  การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) สอบสวนโรคภายใน 24 ช่ัวโมง นับจากวันรับแจ้ง
เพ่ือหาปัจจัยเสี่ยง แหล่งแพร่โรค ยืนยันการวินิจฉัย ค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด และให้สุขศึกษาในการป้องกันควบคุมโรค กรณีผู้ป่วย
เสียชีวิตควรตรวจยืนยัน และส่งรายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายให้แก่กองระบาดวิทยา ผ่านโปรแกรมการตรวจสอบ
ขา่ วการระบาด (Event–based surveillance system)

5.2  การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีที่พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน (Cluster)
ในพ้ืนท่ีเดียวกัน หรืออยู่ใกล้เคียงกัน ให้ท�าการสอบสวนการระบาดภายใน 24 ช่ัวโมงนับจากวันรับแจ้งข่าวการระบาด
เพ่ือหาเชือ้ กอ่ โรคและสาเหตุของการระบาด เพือ่ การควบคุมและป้องกันโรคอยา่ งถกู ตอ้ ง

22 แนวทางการเฝ้าระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพท่สี า� คัญในเรือนจ�า

โรคอจุ จาระรว่ งเฉียบพลนั (Acute diarrhea)

1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)

    1.1  เกณฑ์ทางคลนิ กิ  (Clinical criteria) 

      มีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้�า อย่างน้อย 3 ครั้ง หรือเป็นมูกเลือด อย่างน้อย 1 คร้ัง ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง
อหิวาตกโรค (Cholera) มีอาการปวดมวนท้อง อาเจียน เป็นตะคริว ถ่ายเหลวเป็นน�้าอย่างมาก ตาโหล ผิวหนังเหี่ยวย่น
ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปสั สาวะ และมผี ลตรวจยืนยันทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

1.2  เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)

            1.2.1  กำรตรวจทำงห้องปฏบิ ัติกำรทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
                    วิธกี ำรตรวจอจุ จำระ (Stool exam) อำจพบ WBC > 20 cell/HPF

- ในเด็กอายุต�่ากว่า 5 ปี พบอุจจาระมีความเป็นกรด (Stool pH < 5) และพบภาวะที่มีน�้าตาล
ในอุจจาระ (Stool reducing substance > 1+)
            1.2.2  กำรตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั ิกำรจำ� เพำะ (Specific diagnosis)
                    จ�ำเพำะ

- วธิ เี พาะเชื้อจากอุจจาระ
- วิธี PCR, MALDI–TOF, Next generation sequencing หรือวิธีอ่ืนนอกเหนือจากการเพาะเชื้อ
เพ่อื ตรวจหาเช้ือ (Virus, Bacteria, Parasite) หรือโปรตีนของเชือ้ (Toxin)
                    กรณพี บผ้ปู ว่ ยมีจ�านวนเพม่ิ ข้นึ ผิดปกติตอ้ งตรวจยนื ยนั เชอื้ ก่อโรคด้วยการเพาะเช้ือ
2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification) ไมจ่ �าเป็นตอ้ งแยกประเภทผ้ปู ่วย

3. เกณฑก์ ารรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)

3.1 ให้รายงานผู้ป่วยโดยไม่ต้องรอผลการยืนยันการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ตามระบบรายงาน 506 รหัสโรค 02
โดยรายงานผู้ป่วยตามรหัส ICD–10 จา� แนกรหัส Organism type ดงั น้ี

1. Escherichia coli (E. coli)
2. Norovirus
3. Rotavirus
4. Non–specific dysentery
7. Other
9. Unknown
3.2 การรายงานในระบบโปรแกรมตรวจสอบขา่ วการระบาด (Event–based surveillance system) ใหร้ ายงานผปู้ ว่ ย
จากการสอบสวนผ้ปู ว่ ยเฉพาะราย และการระบาดเป็นกล่มุ ก้อน

4. การตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มูล (Verification)

ตรวจสอบความซา�้ ซอ้ นผปู้ ว่ ย ผปู้ ว่ ยเข้ารบั การรกั ษาในระยะ 14 วัน ถือวา่ ซา้� ซอ้ น

แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพท่สี �าคญั ในเรอื นจ�า 23

5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)

5.1. การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณผี ปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ จากอาการอจุ จาระรว่ งเฉยี บพลนั
เพ่อื หาสาเหตุและปจั จัยทเ่ี กี่ยวขอ้ งของการเสยี ชีวิต

5.2.  การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) เพื่อช่วยตรวจสอบการระบาดของอหิวาตกโรค
หากพบมีผู้ป่วยมากผิดปกติในช่วงใดช่วงหน่ึงในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน และจ�าเป็นต้องประสานทางห้องปฏิบัติการอย่าง
ต่อเนื่อง โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT)
กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค ฉบบั ปจั จุบนั นยิ ามโรคและแนวทางการรายงานโรคตดิ ต่ออนั ตรายและโรคตดิ ต่อทต่ี อ้ งเฝ้าระวัง
ในประเทศไทย https://ddc.moph.go.th/doe/

24 แนวทางการเฝา้ ระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพที่สา� คญั ในเรอื นจ�า

โรคอาหารเป็นพิษ (Food poisoning)

1. นยิ ามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)

    1.1  เกณฑ์ทางคลนิ ิก (Clinical criteria) 

ผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 2 คนข้ึนไป และมีประวัติการรับประทานอาหารท่ีสงสัย มีอาการคล่ืนไส้ อาเจียน ปวดท้อง
อาจมีอาการท้องเสียขึ้นอยู่กับเชื้อก่อโรค ซ่ึงอาการมักเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 30 นาที–48 ชั่วโมง ภายหลังได้รับสารเคมี
สารพิษ เชอ้ื แบคทเี รยี หรอื เช้อื ไวรสั ในกรณไี ดร้ บั สารพิษบางชนดิ อาจมีอาการทางระบบประสาทรว่ มด้วย

1.2  เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)

            1.2.1  กำรตรวจทำงห้องปฏิบัตกิ ำรท่ัวไป (Presumptive diagnosis)
วิธีเพาะเช้ือจากอุจจาระ (Stool culture) หรือ Rectal swab culture หรืออาเจียนพบเช้ือก่อโรค

การใช้ชดุ ทดสอบในการตรวจสารเคมี สารพษิ หรือเชื้อจากอาหาร/อุจจาระ หรอื เลือด/น้�าเหลือง พบผลบวก (Positive)
            1.2.2 กำรตรวจทำงห้องปฏิบตั ิกำรจ�ำเพำะ (Specific diagnosis)
            วิธี PCR หรือวิธีอ่ืน ๆ นอกเหนือจากการเพาะเชื้อและใช้ชุดทดสอบ ตรวจสารเคมี สารพิษ หรือเชื้อจาก
อาหาร อจุ จาระ อาเจยี นหรอื Rectal swab culture
            1.2.3 กำรตรวจทำงห้องปฏิบัตกิ ำรเพม่ิ เติม 
            วิธเี พาะเชอ้ื หรอื ใช้ชดุ ทดสอบตรวจหาสารเคมี สารพษิ หรอื เช้อื จากอาหาร พบผลบวก

2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)

2.1  ผปู้ ่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ทีม่ ีอาการตามเกณฑ์ทางคลนิ ิก
2.2  ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยร่วมกับมีข้อมูลทางระบาดวิทยาเชื่อมโยงกับผู้ป่วย
ยืนยนั
2.3  ผปู้ ว่ ยยืนยัน (Confirmed case) หมายถงึ ผู้ป่วยสงสยั และมีผลการตรวจยนื ยนั ทางห้องปฏบิ ตั ิการ

3. เกณฑ์การรายงานผู้ป่วยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)

3.1  ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยสงสัย โดยไม่ต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในระบบรายงาน 506
รหสั โรค 03 โดยรายงานผู้ป่วยตามรหสั ICD–10 จ�าแนกรหสั Organism type ดงั นี้

1. Vibrio parahaemolyticus
2. Salmonella spp.
3. Staphylococcus spp.
4. Listeria monocytogenes
5. Clostridium perfringens
6. Bacillus cereus
7. Campylobacter spp.
8. Cyclospora spp.
9. Escherichia coli (E. coli)
10. Norovirus
11. Rotavirus
12. Other
13. Unknown

แนวทางการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่ส�าคญั ในเรอื นจ�า 25

3.2  ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย และการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ในระบบโปรแกรม
ตรวจสอบขา่ วการระบาด (Event–based surveillance system)

4. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)

4.1  การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีผู้ป่วยเสียชีวิต เพื่อหาเช้ือก่อโรคหรือสารพิษ
ก่อโรค และหาปจั จัยทเ่ี กย่ี วขอ้ งต่อการเสยี ชวี ิต

4.2  การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) การระบาดของโรคอาหารเป็นพิษ มักเกิดหลังการ
รับประทานอาหารร่วมกันหรือจากแหล่งเดียวในช่วงเวลาสั้น ๆ ดังน้ันจึงจ�าเป็นต้องมีการสอบสวนการระบาดเพ่ือยืนยัน
การระบาด หาเชอ้ื กอ่ โรค สารพษิ และแหลง่ แพรโ่ รค เพอื่ การควบคมุ และปอ้ งกนั การระบาดของโรค โดยใหด้ า� เนนิ การตามเงอ่ื นไข
การออกสอบสวนโรคของทมี ปฏบิ ตั กิ ารสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT)

5. หมายเหตุ (Remarks)

ตำรำงท ี่ 4 ระยะฟักตัว และอาการแสดงของเชือ้ แบคทเี รีย และไวรสั ทท่ี �าให้เกิดอาหารเป็นพษิ

ชนิดเชอื้ ระยะฟกั ตวั อำกำรและอำกำรแสดง
Campylobacter 2–5 วัน ไข้ ปวดท้อง ทอ้ งร่วง และอาจปนมกู เลือด
Clostridium perfringens 6–24 ช่ัวโมง ทอ้ งรว่ ง ถ่ายเหลว อาเจียน มกั มีอาการเฉียบพลัน
Cyclospora spp. 1 สปั ดาห์ ถา่ ยเหลว สญู เสียนา้� อย่างมาก นา้� หนกั ลด ปวดทอ้ ง ท้องอดื
คล่ืนไส้ เม่อื ยลา้
Escherichia coli (E. coli) 3–4 วนั ทอ้ งร่วง (มกั ปนมูกเลือด) ปวดทอ้ งอยา่ งรนุ แรง อาเจียน ไข้ตา่�
Listeria monocytogenes 2–6 สปั ดาห์ ไข้ ปวดทอ้ ง ทอ้ งรว่ ง อาจมอี าการ ปวดศรี ษะ คอแขง็ สบั สน สญู เสยี
ความสมดุลและอาการชัก มีไข้ และในหญิงตั้งครรภ์มักจะมีอาการ
Norovirus 12–48 ช่ัวโมง อน่ื ๆ คลา้ ยไขห้ วดั ใหญ่ เชน่ ปวดเมอื่ ยตามกลา้ มเนอื้ อาจทา� ใหท้ ารก
Rotavirus 1–2 วัน เสียชวี ติ ตัง้ แตแ่ รกเกิด
Salmonella spp. 6–48 ช่ัวโมง ท้องร่วง คล่นื ไส้ ปวดทอ้ ง อาเจียน
(nontyphoidal Salmonella) ไข้ ปวดท้อง ทอ้ งร่วง อาเจยี น
Staphylococcus aureus 2–6 ช่วั โมง ไข้ ทอ้ งร่วง ปวดทอ้ ง อาเจยี น
Vibrio spp. 1–4 วนั
Bacillus cereus คล่นื ไส้ อาเจียน ปวดท้อง ผู้ปว่ ยส่วนใหญม่ อี าการทอ้ งร่วง
1. Vomiting toxin 1–6 ช่วั โมง ไข้ หนาวสนั่ ปวดทอ้ ง ถา่ ยเหลวเปน็ นา�้ คลื่นไส้ อาเจียน
2. Diarrheal toxin 6–24 ช่วั โมง
อาเจียน และอาจมอี าการทอ้ งร่วงรว่ มด้วย
ท้องรว่ ง ปวดทอ้ ง และอาจมีอาเจียนร่วมด้วย



บทที่

4

แนวทางการเฝ้าระวังโรคในเรือนจ�า

28 แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพที่สา� คญั ในเรอื นจ�า

บทที่ 4
แนวทางการเฝ้าระวังโรคในเรือนจ�า

นายสตั วแพทย์ธรี ศักด์ิ ชักน�า, แพทย์หญงิ วลยั รตั น์ ไชยฟู
กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

การเฝา้ ระวงั โรคในเรอื นจา� หมายถงึ การตดิ ตามสงั เกต พนิ จิ พจิ ารณา ลกั ษณะการเปลย่ี นแปลงของ การเกดิ การกระจาย
ของโรค และเหตุการณ์ที่เกิดในเรือนจ�า รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยข้ันตอนประกอบด้วย
การรวบรวม เรยี บเรยี ง วเิ คราะห์ แปลผล และกระจายขอ้ มลู ขา่ วสารสผู่ ใู้ ชป้ ระโยชน์ เพอ่ื การวางแผนกา� หนดนโยบายการปฏบิ ตั งิ าน
และการประเมนิ มาตรการควบคมุ ปอ้ งกนั โรคในเรือนจา� อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

รูปแบบการเฝา้ ระวงั โรคในเรือนจ�า

1.  การเฝ้าระวังโรคเชิงรับ (Passive Surveillance) เป็นระบบเฝ้าระวังที่มีการรายงานเป็นปกติประจ�าต่อเน่ือง
เม่ือพบผู้ป่วยเข้ามารับบริการในหน่วยพยาบาลในเรือนจ�า เช่น ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ สถานพยาบาลเรือนจ�า หรือ
แดนพยาบาล รวมท้ังการส่งผู้ต้องขังที่ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกเรือนจ�า หรือการรับข่าวสารเหตุการณ์การเกิดโรค
ในเรอื นจ�าหรอื ทณั ฑสถานต่าง ๆ

    การเฝา้ ระวังโรคเชงิ รบั ในเรอื นจ�า สามารถแบ่งไดเ้ ปน็  2 ระบบ ไดแ้ ก่

      1.1  กำรเฝำ้ ระวงั ทำงระบำดวทิ ยำ (รง. 506) เปน็ การเฝา้ ระวงั โดยการกา� หนดใหเ้ จา้ หนา้ ท่ี พยาบาลราชทณั ฑห์ รอื
พยาบาลเรือนจ�าของหน่วยพยาบาลในเรือนจ�า ท�าการบันทึกข้อมูลตามแบบรายงาน 506 (รง. 506) เมื่อพบโรคหรือปัญหาท่ีอยู่
ในขา่ ยการเฝา้ ระวงั โดยอาศยั นยิ ามการเฝา้ ระวงั จากคมู่ อื โรคตดิ ตอ่ อนั ตราย และโรคตดิ ตอ่ ทตี่ อ้ งเฝา้ ระวงั แลว้ รวบรวมสง่ ตอ่ ไปยงั
หน่วยงานท่ีรับผิดชอบตามเครือข่ายระบบงานเฝ้าระวัง ในกรณีท่ีส่งผู้ต้องขังออกมารับการรักษาในโรงพยาบาลนอกเรือนจ�า
ให้โรงพยาบาลทท่ี า� การรักษาเป็นผู้รายงาน

การรายงานโรคอาศยั
นยิ ามการเฝา้ ระวงั จาก
คมู่ อื โรคตดิ ตอ่ อนั ตราย
และโรคติดต่อที่ต้อง
เฝา้ ระวงั (ตาม พ.ร.บ.
โรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558)

ท่ีอย ู่       ใหร้ ะบุชือ่ และที่อยู่ของเรือนจ�า หรือทณั ฑสถาน
สถำนทีร่ กั ษำ ใหร้ ะบุชอ่ื สถานบริการในเรอื นจา�

รปู ท ี่ 1 แบบรายงาน 506 คมู่ อื โรคติดต่ออนั ตรายและโรคตดิ ตอ่ ทต่ี ้องเฝา้ ระวัง และพระราชบัญญตั ิโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพท่สี �าคญั ในเรอื นจ�า 29

หนว่ ยพยาบาลในเรอื นจา� ทข่ี น้ึ ทะเบยี นเปน็ หนว่ ยบรกิ ารสาธารณสขุ สามารถรายงานโรคผา่ นระบบรายงาน 506 สามารถ
ใช้โปรแกรม 506 ของกองระบาดวิทยา หรือโปรแกรมอ่ืน ๆ บันทึกข้อมูล เพื่อส่งรายงานโรงพยาบาลต้นสังกัด เช่น โปรแกรม
ระบบฐานข้อมูลสถานีอนามัย (JHCIS) โปรแกรมฮอสเอกซ์พี (HosXP) หรือโปรแกรมฮอสพีซียู (HosPCU) โดยสามารถส่งข้อมูล
ออกมา

รูปท่ ี 2 โปรแกรม 506 ของกองระบาดวิทยา
ส�าหรับรายงานโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

      กรณีรักษำในหน่วยพยำบำลในเรือนจ�ำ ที่อยู่
ขณะเรม่ิ ปว่ ย ใหร้ ะบเุ ปน็ ชอื่ และทอี่ ยขู่ องเรอื นจา� หรอื ทณั ฑสถาน
ท่ีผู้ต้องขังอยู่ ในส่วนรหัสสถานพยาบาล ให้ใส่รหัสของสถาน
บริการในเรือนจ�าที่ขึ้นทะเบียนไว้ แล้วส่งข้อมูลไปโรงพยาบาล
ตน้ สังกดั เพือ่ ส่งไปยงั ส�านกั งานสาธารณสุขจงั หวดั
      กรณีรักษำในโรงพยำบำลนอกเรือนจ�ำ ให้ใส่ท่ีอยู่
ของผู้ป่วยเป็นช่ือเรือนจ�าหรือทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังอยู่ ในส่วน
รหสั สถานพยาบาล ใหใ้ ส่รหสั ของโรงพยาบาลทีท่ า� การรักษา

รูปท ่ี 3 ท่ีอยู่ขณะเร่ิมป่วย ให้ระบุเป็นชื่อ และท่ีอยู่ของเรือนจ�าหรือ
ทณั ฑสถานทผี่ ตู้ อ้ งขงั อยู่ และรหสั สถานพยาบาลทท่ี า� การรกั ษา

30 แนวทางการเฝา้ ระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพที่สา� คัญในเรอื นจ�า

  1.2   กำรเฝ้ำระวังเหตุกำรณ์ทำงโปรแกรมตรวจสอบข่ำวกำรระบำด (Event–based surveillance) การเฝ้าระวัง
เหตุการณ์ในเรือนจ�า เป็นการเฝ้าสังเกตการเจ็บป่วย ข่าวสาร ส่ิงผิดปกติท่ีท�าให้เกิดการเจ็บป่วยในเรือนจ�า ทั้งผู้ต้องขัง
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ รวมถึงญาติผู้ต้องขังท่ีมาเย่ียมผู้ต้องขังที่อาจก่อให้เกิดความเส่ียงต่อสาธารณสุข ข้อมูลการเกิดเหตุการณ์
อาจมาจาก เจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ การพูดคุยกันของผู้ต้องขัง อาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจ�า ผู้ต้องขังท่ีเข้ามารับการรักษาหรือ
ขอยาในแดนพยาบาล

การเฝ้าระวังเหตุการณ์ในเรือนจ�ามีวัตถุประสงค์เพ่ือตรวจจับการระบาดของโรค เพ่ือให้เจ้าหน้าที่ในเรือนจ�าสามารถ
ตอบโต้ และรับมือกับเหตุการณ์ท่ีอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ หรือการระบาดต่อมา เช่น การพบผู้ต้องขังป่วยพร้อมกันหลายคน
มีอาการแบบเดียวกัน หรือการขอรับยาประเภทเดียวกัน ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ผู้ต้องขังป่วยด้วยอาการรุนแรงผิดปกติ
เสียชีวิตอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ ป่วยเป็นโรคท่ีไม่รู้จักหรือไม่เคยพบในพ้ืนท่ีมาก่อน พบอาหารและน้�าท่ีไม่ปลอดภัย
ญาตผิ ู้ต้องขังที่มาเยี่ยมกลับไปปว่ ยพรอ้ มกันหลายคน หรือในระยะเวลาใกล้เคยี งกัน เป็นต้น

    รายละเอยี ดเหตุการณ์ ประกอบด้วย 

1. ข้อมูลท่ัวไปของผู้ป่วย เช่น เพศ อายุ โรคประจ�าตัว แดนท่ีพัก ลักษณะงานท่ีท�าในเรือนจ�า ประวัติการเยี่ยม
ของญาติ พฤติกรรมสุขภาพที่อาจส่งผลให้เกิดโรคหรือภัยสุขภาพ ประวัติการสัมผัสโรค สภาพท่ีอยู่อาศัยหรือสิ่งแวดล้อม
และประวัติการไดร้ บั วคั ซีน เป็นต้น

2. ขอ้ มลู ดา้ นการเจบ็ ปว่ ยและการไดร้ บั การรกั ษา เชน่ วนั เรม่ิ ปว่ ย อาการแสดง สถานทร่ี กั ษา วธิ กี ารรกั ษา วนั ทไ่ี ดร้ บั
การรกั ษา การตรวจวนิ ิจฉัย และผลทางห้องปฏบิ ัติการทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง

3. สมมตฐิ านสาเหตขุ องการเกดิ โรคและภยั สขุ ภาพ ปจั จยั เสยี่ ง ปจั จยั เออื้ และขอ้ มลู ทางระบาดวทิ ยาตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง
4. มาตรการป้องกนั ควบคุมโรคเบอ้ื งต้นที่ได้ดา� เนนิ การไปแล้ว หรอื ทีจ่ ะด�าเนินการต่อไป
การรายงานการเฝ้าระวังเหตุการณ์เม่ือพบเหตุสงสัยว่าอาจจะเกิดการระบาด โดยให้หน่วยพยาบาลในเรือนจ�า
รายงานผ่านระบบการรายงานเหตุการณ์ โดยส�านักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และส�านักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.)
รวมถงึ หากมกี ารสอบสวนโรคตามระบบปกติ

พยาบาล/เจ้าหนา้ ทีเ่ รือนจ�า - รายงานในระบบเฝา้ ระวังบนเว็บไซต์ของกองระบาดวทิ ยาทกุ วันอังคาร
- บันทึกในโปรแกรม แยกขอ้ มูลจากทอี่ ย่ใู นเรอื นจ�า

JHCIS/HosXP/HosPCU - รายงานสรุปในระบบเฝ้าระวังเหตกุ ารณ์ สง่ รายงานทกุ เดือน
- รายงานเหตกุ ารณ์
รพ.ทีร่ บั ผดิ ชอบเรือนจา� สสจ. สคร. กองระบาดวทิ ยา
ตามระบบเฝา้ ระวัง
เหตกุ ารณ์ รายงาน ตาม รง. 506
ระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์ (Event Base Surveilance: EBS)

รูปท ี่ 4 แนวทางการเฝา้ ระวงั โรคเชงิ รับในเรอื นจ�า

แนวทางการเฝ้าระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสขุ ภาพท่สี �าคญั ในเรือนจ�า 31

2.  การเฝ้าระวังโรคเชิงรุก (Active Surveillance) เป็นการเฝ้าระวังโดยเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ พยาบาลเรือนจ�า
อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�า (อสรจ.) สังเกต สอบถาม คัดกรอง ติดตามค้นหาโรคของผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิด พยาบาลเรือนจ�า
ท�าหน้าที่รวบรวมข้อมูล หรือเม่ือพบโรคหรือปัญหาท่ีท�าการเฝ้าระวังแล้วให้บันทึก วิเคราะห์ข้อมูล หากพบความผิดปกติ
ตอ้ งด�าเนนิ การหาปัจจัยเส่ียงเพื่อควบคุมโรค และการปอ้ งกนั การแพร่กระจายของโรค หรือแจ้งเหตทุ ่เี กดิ ขน้ึ กบั เครอื ข่ายทนั ที

กรมราชทัณฑ์ส่งเสริมให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�าที่เป็นผู้ต้องขังสนับสนุนงานด้านสุขภาพในเรือนจ�า เน่ืองจาก
อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�าอยู่ใกล้ชิดกับผู้ต้องขังมากกว่าเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ และพยาบาลเรือนจ�า สามารถค้นหาผู้ป่วย
ตรวจสอบ ให้การช่วยเหลือแนะน�าต่าง ๆ แก่ผู้ตอ้ งขงั ได้ตลอดเวลา

ระบบการเฝ้าระวังโรคเชิงรุกในเรือนจ�า ให้เรือนจ�าและหน่วยพยาบาลในเรือนจ�าร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลภายนอก
ด�าเนนิ การจัดระบบ โดยด�าเนินการคัดกรองโรคในกลุ่มผู้ต้องขังแรกรับและผตู้ ้องขังเก่า
      2.1  กำรคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังแรกรับ ให้เจ้ำหน้ำที่รำชทัณฑ์ พยาบาลเรือนจ�าหรืออาสาสมัครสาธารณสุข
เรือนจ�า ด�าเนินการคัดกรองอาการไข้ ไอ มีน�้ามูก การออกผื่น อาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายเหลว และสอบถาม
ประวตั โิ รคประจ�าตวั และประวตั ิโรคทร่ี ักษาอย่ใู นปัจจุบัน

กรณีมีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ ให้มีการวินิจฉัย และรายงานในระบบการคัดกรอง ในกลุ่มผู้ต้องขังแรกรับ
แลว้ แยกกักอยา่ งนอ้ ย 7 วนั หรอื จนกว่าจะรกั ษาจนหายดี

กรณีมีโรคผิวหนัง หรือผื่น ให้มีการวินิจฉัย แยกรักษาจนหาย ก่อนน�าตัวผู้ต้องขังไปปะปนกับผู้ต้องขังรายอื่น
กรณีโรคอ่ืน ๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคที่เป็น เช่น วัณโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากพบอาการบริเวณผิวหนัง ให้รักษา
ตามแนวทางการด�าเนินงานของโรคนัน้ ๆ ในเรือนจา�
      2.2  กำรคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังเก่ำ ให้อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�าอธิบายให้หัวหน้าห้อง รองหัวหน้าห้อง
เสมียนห้อง และเวรยามบนเรือนนอนทราบว่าได้รับมอบหมายจากพยาบาลเรือนจ�า และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ให้คัดกรองผู้ต้องขัง
ท่ีมีอาการสงสัยประจ�าวันทุกห้อง กลุ่มอาการสงสัย ได้แก่ ไข้ ไอ มีน้�ามูก การออกผื่น ใจส่ัน แขน-ขาอ่อนแรงเดินไม่ไหว อาเจียน
และถา่ ยเหลว

อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�าบันทึกในแบบรายงานประจ�าวัน เพื่อรายงานต่อพยาบาลเรือนจ�าในการตรวจวินิจฉัย
และพิจารณาให้การรักษา แล้วบันทึกในระบบการคัดกรองในกลุ่มผู้ต้องขังเก่า ในแต่ละเดือนให้พยาบาลเรือนจ�า หรืออาสาสมัคร
สาธารณสุขเรอื นจ�า สรุปจ�านวนผูต้ ้องขงั ทปี่ ่วยตามกลมุ่ อาการของโรคในแบบสรุปผู้ปว่ ยในเรอื นจา� ประจา� เดอื น

การอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�าให้มีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติงานคัดกรองสุขภาพ การเฝ้าระวัง
และการปอ้ งกนั ควบคมุ โรคเบอื้ งตน้ สามารถบรู ณาการรว่ มกบั หลกั สตู รการอบรมอาสาสมคั รสาธารณสขุ เรอื นจา� ของกรมสนบั สนนุ
บริการสุขภาพ

32 แนวทางการเฝา้ ระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพทสี่ า� คัญในเรือนจ�า

ผ้ตู อ้ งขงั แรกรบั พยาบาล/ ไข้ ไอ น้�ามูก ไม่มอี ำกำร โรคทางเดินหายใจ
ผู้ต้องขงั เก่ำ เจา้ หนา้ ทคี่ ดั กรอง/ ออกผ่ืน ถา่ ยเหลว มีอำกำร แยกตวั อยา่ งนอ้ ย
อสรจ. โรคประจ�าตวั ไมม่ อี ำกำร 7 วนั
หรอื รักษาอยู่ โรคผน่ื
รักษาจนหาย
อสรจ. ไข้ ไอ น้�ามูก โรคอน่ื ๆ
คดั กรองประจา� วนั ออกผืน่ ถ่ายเหลว ตามลักษณะของโรค
ตามแบบบันทึก ใจส่ัน ขาออ่ นแรง
อาการผิดปกติอ่นื ๆ

รปู ที่ 5 แนวทางการเฝ้าระวงั โรคเชงิ รกุ ในเรอื นจ�า

ตำรำงท่ี 5 แบบคดั กรองผ้ปู ่วยในเรือนจา� ประจ�าวัน

แบบคดั กรองผปู้ ว่ ยในเรือนจ�า ประจา� วัน
วันท่ี ............. เดอื น ................................... ปี พ.ศ. ....................... / หอนอน ................................................. แดน ....................................................

ว/ด/ป ล�าดบั ที่ ชอื่ - นามสกลุ อายุ วนั เรม่ิ ป่วย อาการ การรกั ษา (เจา้ หน้าทบ่ี ันทกึ )
(ป)ี (ว/ด/ป) ไข/้ ไอ/ ผ่นื แดง/ คลื่นใส้/ ถ่ายเหลว/ แขนขา ใจส่นั อ่ืน ๆ ในเรอื นจ�า นอก
ตวั ร้อน น�า้ มูก ต่มุ อาเจยี น ท้องร่วง อ่อนแรง/ ระบุ เรอื นจ�า
เดินไมไ่ หว
แยกหอ้ ง ไม่
แยกห้อง

ชื่อผู้บนั ทึก ...........................................................................................................................................................................

ตำรำงที ่ 6 แบบสรุปผ้ปู ว่ ยในเรือนจา� ประจ�าเดอื น

แบบคดั กรองผปู้ ่วยในเรือนจา� ประจ�าวัน
ประจ�าเดอื น ................................... ปี พ.ศ. ....................... / หอนอน ........................................................ แดน ..........................................................

ว/ด/ป จา� นวน จา� นวน อาการ การรักษา หมายเหตุ
ผ้ตู ้องขังท้งั หมด ผ้ปู ่วยท้งั หมด การสัมผัส/
(คน) (คน) ทางเดิน ทางเดนิ ผวิ หนัง กล้ามเนื้อ อน่ื ๆ ระบุ ในเรอื นจา� นอกเรือนจ�า
หายใจ อาหาร อ่อนแรง (คน) (คน)

รวม (คน)

บทที่

5

การสอบสวน และควบคุมป้องกันโรคในเรือนจ�า

34 แนวทางการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพท่ีสา� คญั ในเรือนจ�า

บทที่ 5
การสอบสวนและควบคุมป้องกันโรคในเรือนจ�า

นายแพทย์ชาโล สาณศลิ ปนิ
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค

การสอบสวนโรคเปน็ การคน้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ ของเหตกุ ารณก์ ารระบาด โดยรวบรวมขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทส่ี า� คญั อธบิ ายรายละเอยี ด
ของการระบาด คน้ หาปจั จัยเสยี่ ง เพอื่ นา� ไปสู่มาตรการควบคุมการระบาดครัง้ นน้ั และป้องกนั ไมใ่ ห้เกดิ การระบาดในครงั้ ตอ่ ไป (4)
วตั ถุประสงคข์ องการสอบสวนโรคในเรือนจ�า(4)

1. เพื่อยืนยนั การวินิจฉัยและการระบาด
2. เพ่อื พรรณนาลกั ษณะของการระบาดตามบคุ คล เวลา และสถานที่
3. เพอ่ื ค้นหาปัจจยั เสีย่ งของการระบาด
4. เพื่อกา� หนดมาตรการในการควบคุมปอ้ งกันโรค
นยิ ามของการระบาด(4), (5)
1. เหตกุ ารณท์ ม่ี ีผลต่อสขุ ภาพประชาชนทเี่ กดิ ขน้ึ ต้ังแตค่ น 2 คนขน้ึ ไป ในระยะเวลาอนั สั้นหลังรว่ มกจิ กรรมด้วยกัน
2. เหตุการณ์ที่มีจา� นวนผปู้ ่วยมากผิดปกตใิ นชว่ งเวลาใกล้เคยี งกนั
3. เหตุการณ์ทีม่ ผี ู้ป่วยเพียงรายเดยี วซง่ึ สงสัยโรคตดิ ตอ่ อุบตั ใิ หม–่ อบุ ตั ซิ �้า
ลักษณะของการระบาด (Outbreak patterns)(4)
  1. แหล่งโรคร่วม (Common source) เป็นการระบาดท่ีผู้ป่วยทั้งหมดหรือเกือบท้ังหมดได้รับเชื้อมาจากแหล่ง
เดยี วกนั สามารถควบคมุ การระบาดของโรคเมอื่ ทราบแหลง่ โรค ตวั อยา่ งการระบาด เชน่ การระบาดของโรคอาหารเปน็ พษิ ในเรอื นจา�
  2. แหล่งโรคแพร่กระจำย (Propagated source) เป็นการระบาดที่ผู้ป่วยมีการแพร่เช้ือต่อกันไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องค้นหา
แหล่งโรคร่วม การควบคุมป้องกันโรคต้องใช้มาตรการหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ซึ่งมักเป็นการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมร่วมกับ
การปรับพฤติกรรมสขุ ภาพ ตวั อยา่ งการระบาด เช่น การระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่ในเรอื นจา�
ขนั้ ตอนการสอบสวนโรคในเรอื นจา� (4)

1. การยนื ยันการวินจิ ฉยั โรคและการระบาด

เมื่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยพยาบาลของเรือนจ�าได้รับข้อมูลการระบาด เช่น ได้รับจากอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�า (อสรจ.)
เจ้าหน้าที่จะต้องด�าเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยการตรวจสอบข้อมูลอาการ อาการแสดง ผลตรวจทางห้อง
ปฏบิ ตั ิการของผ้ปู ว่ ยทไี่ ดร้ บั รายงาน การวนิ จิ ฉัยโรค และการยนื ยนั การระบาดของโรค โดยใชน้ ยิ ามของการระบาด

2. การเตรียมตวั ในการสอบสวนทางระบาดวิทยา

เม่ือตรวจสอบข้อมูลแล้วให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยพยาบาลของเรือนจ�าติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในการ
สอบสวนโรค ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบล โรงพยาบาลในพ้ืนที่ ส�านักงานสาธารณสุขอ�าเภอ ส�านักงานสาธารณสุข
จังหวัด และส�านักอนามัย กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยพยาบาลของเรือนจ�ารายงานข้อมูลผู้ป่วยผ่านระบบเฝ้าระวัง
รง. 506 (สา� หรบั โรคทไ่ี มม่ ใี นระบบ รง. 506 ใหร้ ายงานผา่ นระบบเฝา้ ระวงั ของโรคนน้ั ) และรายงานขอ้ มลู การระบาดผา่ นฐานขอ้ มลู
ระบบโปรแกรมตรวจสอบขา่ วการระบาด (Event–based surveillance) ของกรมควบคมุ โรค

แนวทางการเฝา้ ระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพที่ส�าคญั ในเรอื นจ�า 35

การเตรียมทีม ก�าหนดวัตถุประสงค์ในการสอบสวนโรค ก�าหนดบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกภายในทีม ร่วมกันทบทวนและ
อภิปรายข้ันตอนสอบสวนโรค เตรียมเคร่ืองมือและความรู้ที่จ�าเป็นในการสอบสวนโรค เช่น แบบสอบสวนโรค อุปกรณ์เก็บและ
น�าส่งส่ิงสง่ ตรวจ ยาและเวชภณั ฑ์ตา่ ง ๆ

3. การต้งั นยิ ามผู้ปว่ ย

นิยามผู้ป่วยจะต้องตอบวัตถุประสงค์ของการสอบสวนโรค มีความเข้าใจง่ายและชัดเจน นิยามในการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม
นิยามควรมีอาการทางคลินิกท่ีส�าคัญ เวลา สถานท่ี และบุคคล โดยอาจจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น ผู้ป่วยสงสัย (suspected case)
ผูป้ ว่ ยน่าจะเป็น (probable case) และผปู้ ่วยยนื ยนั (confirmed case)
    ผู้ป่วยสงสยั  (suspected case) คือ ผู้ทมี่ ีอาการและอาการแสดงเข้าไดก้ ับโรค
    ผู้ป่วยน่ำจะเป็น (probable case) คือ ผู้ป่วยสงสัยที่มีผลทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นเข้าได้กับโรคหรือมีความ
เชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับผปู้ ว่ ยยนื ยนั
    ผู้ป่วยยนื ยนั  (confirmed case) คอื ผ้ปู ่วยสงสัยทมี่ ีผลทางหอ้ งปฏบิ ัติการยนื ยันเชอ้ื ก่อโรค

4. การค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม

การค้นหาผู้ป่วยท้ังเชิงรับท่ีหน่วยพยาบาลของเรือนจ�าซ่ึงท�าการรักษาผู้ต้องขัง และเชิงรุก ได้แก่ การคัดกรองอาการของ
ผู้ต้องขัง ญาติผู้ต้องขังท่ีมาเยี่ยม และเจ้าหน้าท่ีในเรือนจ�า โดยทีมสอบสวนโรค ควรเก็บข้อมูลผู้ป่วยโดยมีรายละเอียด
ทส่ี า� คญั ประกอบด้วย

4.1 ขอ้ มูลส่วนบุคคล ได้แก่ ช่อื อายุ เพศ วันเดือนปีเกิด แดนและเรอื นนอน เบอรโ์ ทรศัพท์ (ถา้ ม)ี
4.2 ขอ้ มลู อาการป่วย ได้แก่ อาการและอาการแสดง ความรนุ แรง เวลาเร่มิ ป่วย การรกั ษาต่าง ๆ
4.3 ข้อมูลด้านปัจจัยเส่ียง ได้แก่ สอบถามประวัติเส่ียง โรคประจ�าตัว ประวัติการได้รับวัคซีน การใกล้ชิดผู้มีอาการป่วย
และขอ้ มูลอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง

5. พรรณนาลกั ษณะของการระบาดตามบคุ คล เวลา และสถานที่

วิเคราะห์หาอัตราป่วยและอัตราตายในกลุ่มผู้ต้องขัง ร้อยละของอาการและอาการแสดงของโรคในกลุ่มผู้ต้องขัง
สร้างฮิสโทแกรมระหว่างวันที่ผู้ป่วย เร่ิมมีอาการและจ�านวนผู้ป่วย เพ่ือให้ทราบลักษณะการระบาดและประมาณระยะเวลา
การไดร้ ับเช้อื รวมถงึ ทา� แผนที่หรือแผนภาพแสดงข้อมลู วา่ แดนหรอื เรอื นนอนใดพบอตั ราปว่ ยสูงสุด

6. การศึกษาสิง่ แวดลอ้ มและการศึกษาทางห้องปฏบิ ัติการ

      6.1 กำรศึกษำส่ิงแวดล้อม เป็นการเก็บข้อมูลท่ีเก่ียวกับส่ิงท่ีน่าจะเป็นปัจจัยเส่ียงของการระบาด เช่น ส�ารวจสภาพ
ความเป็นอยู่ในเรือนนอน ลักษณะของสถานที่ท�างานในแต่ละแผนกของเรือนจ�า โรงอาหาร และโรงครัวท่ีใช้ในการประกอบ
อาหาร กรรมวิธีการประกอบอาหาร สถานท่ีอาบน�้า สถานท่ีท�างาน รอบเวลาการเข้าเยี่ยมของญาติ สังเกตพฤติกรรมการท�างาน
และการใช้ชวี ติ ประจา� วัน เป็นต้น
      6.2 กำรศกึ ษำทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร เพอ่ื บอกชนดิ ของเชอื้ หรอื สารทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ การปว่ ย สา� หรบั โรคระบบทางเดนิ อาหาร
การศึกษาทางห้องปฏิบัติการนอกจากจะเก็บอุจจาระหรือ rectal swab ผู้ต้องขัง และเจ้าหน้าท่ีท่ีมีอาการป่วยแล้ว
ทีมสอบสวนโรคจะต้องเก็บตัวอย่างของเจ้าหน้าท่ีและผู้ต้องขังที่ปฏิบัติงาน สูทกรรม อาหาร และภาชนะ เพื่อหาชนิดของเชื้อ
หรือสารทกี่ ่อให้เกิดการปว่ ยด้วย

7. การตงั้ และพสิ ูจนส์ มมติฐาน

ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาเชงิ พรรณนา การศกึ ษาสง่ิ แวดลอ้ ม และการเกบ็ ตวั อยา่ งสง่ ตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร จะเปน็ ขอ้ มลู
พ้ืนฐานในการตั้งสมมติฐานว่าใครคือประชากรกลุ่มเสี่ยงท่ีจะเกิดโรค อะไรคือพาหะน�าโรคหรือแหล่งโรค หรือโรคแพร่กระจายไป
อย่างไร

36 แนวทางการเฝ้าระวงั คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพท่สี า� คญั ในเรือนจ�า

การพิสูจน์สมมติฐานจะต้องอาศัยการศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ซ่ึงเป็นการศึกษาเพ่ือค้นหาปัจจัยเส่ียง
ของการระบาด โดยทมี สอบสวนโรคจะต้องเกบ็ ขอ้ มลู เพม่ิ เติมทมี่ คี วามเฉพาะจ�าเพาะมากข้ึน

8. มาตรการควบคุมและป้องกันโรคในเรือนจ�า

เม่ือทีมสอบสวนโรคทราบการแพร่กระจายของโรค ประชากรกลุ่มเส่ียง แหล่งโรคหรือพาหะน�าโรค และปัจจัยเส่ียง
ทีมสอบสวนโรคจะสามารถก�าหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในเรือนจ�าได้อย่างเหมาะสม โดยเป้าหมายของมาตรการ
ในช่วงแรกของการสอบสวนโรค คือ เพื่อควบคุมและตัดวงจรการถ่ายทอดโรค และเป้าหมายในระยะยาว คือ เพื่อป้องกัน
การเกิดการระบาดในอนาคต

ตัวอยา่ ง

    8.1  มาตรการควบคมุ และปอ้ งกันโรคระบบทางเดินอาหาร (6)

- เรือนจ�าให้สุขศึกษาแก่ผู้ต้องขัง อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�า (อสรจ.) และเจ้าหน้าท่ีในหน่วยพยาบาล
ของเรือนจา� คัดกรองเพอื่ หาผ้ปู ว่ ยรายใหมใ่ นชว่ งเชา้ ของทกุ วนั ตามแบบคดั กรอง

- เรือนจ�าควรแยกผู้ป่วยไปอยู่ในห้องขังแยก จนกว่าอาการผู้ป่วยจะหายเป็นปกติอย่างน้อย 48 ช่ัวโมง รวมถึง
เพอื่ นท่ที า� กจิ กรรมรว่ มกบั ผู้ป่วย ควรแยกออกไปไว้ในหอ้ งขงั แยกเพือ่ ไว้สังเกตอาการของโรค

- เรอื นจ�าควรจัดหอ้ งนา�้ แยกสา� หรบั ผู้ป่วยกับผตู้ ้องขงั ทม่ี อี าการปกติ
- เรือนจ�าควรจัดเจ้าหน้าท่ีท�าความสะอาดโดยเฉพาะส�าหรับแดนที่มีผู้ป่วย การท�าความสะอาด ให้ใช้น�้ายา
ฟอกขาวหรอื ผลติ ภณั ฑท์ �าความสะอาดที่เหมาะสม
- เรือนจ�าควรจ�ากัดการเคลื่อนย้ายของผู้ต้องขังและหลีกเล่ียงการท�ากิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและผู้ต้องขัง
ทม่ี ีอาการปกติ ไมใ่ ช้ภาชนะ ช้อน สอ้ ม หรอื แก้วนา�้ ร่วมกัน
- ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าท่ีล้างมือทุกคร้ังหลังจากใช้ห้องนา้� และก่อนรับประทานอาหาร โดยเรือนจ�าจะต้องเตรียม
ท่ลี า้ งมือ สบเู่ หลว กระดาษเชด็ มือ และถงั ขยะใหเ้ รยี บรอ้ ย รวมทัง้ สอนวธิ กี ารล้างมอื ทีถ่ ูกต้อง
- เรือนจ�าควรด�าเนินการจัดการและควบคุมอาหารให้สะอาดและปลอดภัย ต้ังแต่กระบวนการเลือกซื้อ เตรียม
ปรงุ และเกบ็ อาหาร
- เรือนจ�าควรมีการเฝ้าระวังการปนเปื้อนของอาหารท่ีจัดเล้ียงผู้ต้องขัง ด�าเนินการตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่และ
ผู้ต้องขังที่ปฏิบัติงานสูทกรรม รวมถึงมีการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่ปฏิบัติงาน สูทกรรมเร่ืองสุขาภิบาลอาหารและ
โภชนาการ

    8.2  มาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ (6–11)

- อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ�า (อสรจ.) และเจ้าหน้าที่ในหน่วยพยาบาลของเรือนจ�า ท�าการคัดกรองผู้ต้องขัง
ทุกวนั ตามแบบคัดกรอง รวมถงึ มีการคัดกรองอาการทางระบบทางเดินหายใจกอ่ นการปลอ่ ยผู้ต้องขัง

- หากพบมอี าการทางระบบทางเดนิ หายใจ ใหผ้ ปู้ ว่ ยใสห่ นา้ กากอนามยั และแยกผปู้ ว่ ยออกจากผตู้ อ้ งขงั ทมี่ อี าการ
ปกตใิ นหอ้ งแยก เพอื่ ปอ้ งกันการกระจายเชื้อ รวมถึงจัดเจ้าหน้าท่ีดูแลผู้ปว่ ยโดยเฉพาะ โดยไม่ให้ยา้ ยไปมาระหว่างแดนตา่ ง ๆ

- จัดให้มีพ้ืนท่ีรองรับผู้ต้องขังใหม่ท่ีมีอาการของระบบทางเดินหายใจ รวมถึงเตรียมถังขยะ และกระดาษช�าระ
สา� หรบั ทิง้ ขยะติดเช้ือทีม่ าจากผ้ปู ว่ ย

- งดการเคลื่อนยา้ ยผตู้ อ้ งขัง โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ การยา้ ยไปเรอื นจา� อ่ืน ๆ
- เจ้าหน้าท่ีทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในหน่วยพยาบาล ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย
และท�าความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอลเ์ จลอย่างสม่า� เสมอ

แนวทางการเฝ้าระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพทสี่ �าคัญในเรอื นจ�า 37

- ลดจา� นวนครงั้ ของการเยยี่ มญาติ และจดั ให้มวี ิธกี ารเยยี่ มอย่างเหมาะสม
- หลกี เลยี่ งการทา� กจิ กรรมรว่ มกนั ระหวา่ งผปู้ ว่ ยและผตู้ อ้ งขงั ทม่ี อี าการปกติ ไมใ่ ชภ้ าชนะ ชอ้ น สอ้ ม หรอื แกว้ นา้�
ร่วมกนั
- เรือนจ�าให้สุขศึกษาแก่ผู้ต้องขังเร่ืองการล้างมือ โดยเรือนจ�าจะต้องเตรียมท่ีล้างมือ สบู่เหลว กระดาษเช็ดมือ
และถังขยะใหเ้ รยี บรอ้ ย
- เรือนจ�าควรท�าความสะอาดใหญ่ (Big cleaning) โดยเน้นท�าความสะอาดวัสดุท่ีต้องใช้ร่วมกัน เช่น โตะ
เก้าอี้ ลกู กรง แก้วนา้� ตลอดจนหูโทรศพั ท์ทใ่ี ช้ส�าหรบั ติดตอ่ กบั ญาติทีม่ าเยยี่ ม
- การฉีดวัคซีนเพ่ือควบคุมและป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจในเรือนจ�า เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด
แก่ผูต้ ้องขงั ขณะเกดิ การระบาดของโรค หรือการฉีดวัคซนี ป้องกันโรคไขห้ วดั ใหญ่ตามฤดกู าลให้แกผ่ ู้ตอ้ งขงั ทุกคนปลี ะ 1 คร้ัง

9. การน�าเสนอผลการศกึ ษาและเขียนรายงาน

ตัวอย่าง เช่น หนังสือรายงานทางราชการแก่ผู้บังคับบัญชา รายงานการสอบสวนโรคเบื้องต้น และรายงานฉบับสมบูรณ์
รายละเอียดควรประกอบด้วย ความเป็นมา วิธีการศึกษา ผลการศึกษา ส่ิงท่ีได้ด�าเนินการไปแล้ว ส่ิงที่จะด�าเนินการท�าต่อไป
ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ พจิ ารณา

บทที่

6

เกณฑ์การสอบสวนโรค
กรณีเกิดการระบาดของโรคในเรือนจ�า
และบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ในระบบการเฝ้าระวัง

และสอบสวนโรคในเรือนจ�า

แนวทางการเฝา้ ระวัง คดั กรอง และสอบสวน โรคและภัยสุขภาพทสี่ �าคัญในเรอื นจ�า 39

บทที่ 6

เกณฑ์การสอบสวนโรค กรณีเกิดการระบาดของโรคในเรือนจ�า
และบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ในระบบการเฝ้าระวัง
และสอบสวนโรคในเรือนจ�า

แพทย์หญงิ วลยั รตั น์ ไชยฟ1ู , นายสตั วแพทย์ธีรศกั ดิ์ ชกั นา� 1, นายแพทย์ชาโล สาณศลิ ปิน1,
กรี ติกานต์ กลดั สวัสดิ์1, เพ็ญศิริ ยะหัวดง1, อรพรรณ กันยะม1ี ,

วิชชดุ า คงพรอ้ มสขุ 2, กนกวรรณ จงึ เชอ้ื พันธ2์ุ , รอ้ ยโทหญงิ ชุติมา เจรญิ พร2,
1กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค

2กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทณั ฑ์

การเฝ้าระวังและสอบสวนโรคท่ีส�าคัญในเรือนจ�า โดยใช้เกณฑ์การสอบสวนโรค ตามเกณฑ์การออกสอบสวนโรค
ของทมี ปฏบิ ตั กิ ารสอบสวนโรค แตล่ ะระดบั ของหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื การควบคมุ ปอ้ งกนั การระบาดของโรคในเรอื นจา� ไดท้ นั ตอ่
สถานการณ์ ดงั น้ี

ตำรำงท่ ี 7 เกณฑ์การสอบสวนโรค กรณเี กดิ การระบาดของโรคในเรอื นจา�

เกณฑ์กำรสอบสวน
โรงพยำบำล/อ�ำเภอ/
โรค เรอื นจ�ำ สำ� นักงำนสำธำรณสขุ จงั หวัด 
ใช้ตำมเกณฑ์ทีก่ รมควบคมุ โรคกำ� หนด
อจุ จาระร่วง/อาหารเปน็ พษิ /บิด
(Acute diarrhea/Food poisoning/ - ผูป้ ่วย 5 รายขึน้ ไป ในแดนเดียวกัน - พบผูป้ ว่ ยเปน็ กลุ่มก้อนท่เี หน็ ได้ชัดเจน
Dysentery) ภายใน 2 วัน ในเวลา 2 วัน
อาการเข้าไดก้ บั โรคไทรอยด์เปน็ พิษ - กรณเี สียชวี ิตทกุ ราย - กรณีเสยี ชวี ติ ทุกราย
เหนบ็ ชาจากการขาดวติ ามนิ บ1ี
(Hyperthyroidism/Beri Beri) - ผปู้ ว่ ยมอี าการใจสนั่ หรือออ่ นแรง - พบโรคไทรอยด์เปน็ พิษ
2 รายขึ้นไป ในแดนเดียวกนั และ ต้งั แต่ 2 รายขน้ึ ไปในแดนเดยี วกนั
อหิวาตกโรค (Cholera) ช่วงเวลาใกล้เคยี งกนั และชว่ งเวลาใกล้เคยี งกัน
กล่มุ อาการตาเหลอื ง ตวั เหลือง
เหมือนอาหารและน้�า - กรณีเสียชีวติ ทุกราย
กลมุ่ อาการคลา้ ยไขห้ วัดใหญ่
Influenza like Illness (ILI) - ผ้ปู ว่ ยยืนยันทกุ ราย -

วณั โรคปอด - ผ้ปู ว่ ยตั้งแต่ 2 รายข้นึ ไป ในแดน - ผปู้ ่วยยืนยันโรคไวรสั ตบั อักเสบเอ
(Pulmonary Tuberculosis) เดียวกัน ภายใน 1 เดอื น 2 ราย ขึ้นไปในช่วงเวลาเดยี วกัน

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcemia - ผู้ป่วยต้งั แต่ 5 รายข้นึ ไป ภายใน - ผปู้ ่วย ILI เกิดข้ึนอยา่ งต่อเนอื่ ง
or Meningococcal meningitis) 1 สัปดาห์ ในแดนเดยี วกัน ในชว่ งเวลา 3 วันตดิ กนั
ไข้ออกผ่ืน (เพม่ิ ค�าจา� กดั ความผืน่ )
ผ่นื นูนแดงหรือตมุ่ น�า้ ใส - กรณีเสยี ชวี ติ ทุกราย

- ผปู้ ว่ ยวณั โรครายใหม่ - ผปู้ ว่ ยวณั โรคดอื้ ยา (Multidrug-resistant;
- ผู้ป่วยวณั โรคกลับเป็นซ้�าทุกราย MDR) ทุกราย

- ผู้ปว่ ยวัณโรค 2 รายขึน้ ไป ในหอนอน
เดียวกนั

- ผู้ปว่ ยสงสยั ทกุ ราย - ผ้ปู ว่ ยสงสยั ทกุ ราย

- ผ้ปู ่วยออกผ่ืน 2 รายขึ้นไป ในแดน - พจิ ารณาตามเกณฑป์ กติ ข้ึนกบั โรค
เดยี วกัน ภายใน 1 สปั ดาห์

40 แนวทางการเฝ้าระวัง คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพทีส่ า� คัญในเรือนจ�า

ตำรำงท ี่ 7 (ตอ่ ) เกณฑก์ ารสอบสวนโรค กรณเี กิดการระบาดของโรคในเรือนจา�

เกณฑ์กำรสอบสวน
โรงพยำบำล/อ�ำเภอ/
โรค เรอื นจำ� สำ� นกั งำนสำธำรณสุขจงั หวดั  

ใช้ตำมเกณฑ์ที่กรมควบคมุ โรคกำ� หนด

ไอกรน (Pertussis) - ผูป้ ว่ ยสงสยั ทกุ ราย - ผูป้ ่วยสงสัยทุกราย
- พบผ้ปู ่วยยืนยันเป็นกลุม่ ก้อน

ตงั้ แต่ 2 รายขน้ึ ไป ภายใน 1 เดอื น
- กรณเี สียชวี ติ ทุกราย

ตาแดง (Conjunctivitis) - พบผปู้ ว่ ย 2 รายขน้ึ ไป -
ในแดนเดียวกนั

หดิ (Scabies) - สอบสวนและควบคุมโรค -
เม่ือพบผ้ปู ่วยทกุ ราย

แหล่งขอ้ มูล เกณฑก์ ารการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรคของแต่ละระดบั กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

บทบาทหน้าทข่ี องหนว่ ยงานในระบบการเฝา้ ระวัง และสอบสวนโรคในเรือนจา�

  การสอบสวนโรคในเรือนจ�า

  ผูร้ บั ผดิ ชอบ ได้แก่ พยาบาลในเรือนจา� เจ้าหน้าที่ราชทณั ฑ์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตน้ สังกัด สา� นักงานสาธารณสุขจงั หวดั
สา� นกั งานปอ้ งกนั ควบคุมโรค กรมควบคมุ โรค ข้นึ อย่กู บั ระดบั การระบาดตามเกณฑท์ ่ีกา� หนด

- พยาบาลในเรอื นจา� และเจา้ หนา้ ทรี่ าชทณั ฑ์ สอบสวนโรคเฉพาะรายกอ่ นทโี่ รงพยาบาล หรอื สา� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั
จะลงด�าเนนิ การสอบสวนโรค รวมถึงการแยกกกั

- ใช้เกณฑ์การสอบสวนตามเกณฑ์การออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรคแต่ละระดับของกองระบาดวิทยา
กรมควบคุมโรค

บทบาทหนา้ ทข่ี องโรงพยาบาล สา� นักงานสาธารณสุข สา� นักงานปอ้ งกันควบคุมโรค
และกองระบาดวทิ ยา

  โรงพยาบาล

จัดระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนโรค ร่วมกับเรือนจ�าในพื้นท่ีด�าเนินการเฝ้าระวังตามระบบท่ีมีอยู่ รวมทั้งติดตาม
สถานการณ์

  ส�านักงานสาธารณสขุ จงั หวัด

สนับสนุนเรือนจ�า และโรงพยาบาล ที่รับผิดชอบในการจัดระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค ก�ากับติดตามระบบเฝ้าระวัง
ในเรอื นจ�า

  สา� นกั งานป้องกนั ควบคุมโรค

กา� กับ ติดตามระบบเฝา้ ระวงั และสอบสวนโรคในเรือนจา�

  กองระบาดวิทยา 

จดั ทา� แนวทางการเฝา้ ระวงั และสอบสวนโรครว่ มกบั กรมราชทณั ฑ์ กา� กบั ตดิ ตามระบบเฝา้ ระวงั และสอบสวนโรคในเรอื นจา�

แนวทางการเฝา้ ระวัง คัดกรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพทส่ี �าคัญในเรือนจ�า 41

เอกสารอา้ งองิ

1. กลุ่มพัฒนาและบริหารยุทธศาสตร์ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โครงการบูรณาการ
ความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อส�าคัญในเรือนจ�า ภายใต้แผนปฏิบัติการโครงการ
ราชทัณฑป์ นั สขุ ทา� ความ ดี เพอื่ ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มกราคม 2563–กันยายน 2563; 2563. (เอกสารอัดสา� เนา)

2. ส�านักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ. รายงานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและ
ภยั สขุ ภาพในเรอื นจา� ครงั้ ท่ี 1/2562; วนั พฤหสั บดที ี่ 18 กรกฎาคม 2562 ณ หอ้ งประชมุ สา� นกั งานคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
อาคาร 10 ชั้น 6 กรมควบคุมโรค. (เอกสารอัดสา� เนา)

3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวัง
ในประเทศไทย [อินเทอรเ์ น็ต], 2020 .[ส�าเนา].เข้าถงึ ไดจ้ าก: https://ddc.moph.go.th/doe/

4. พจมาน ศิริอารยาภรณ์, ลักขณา ไทยเครือ. การสอบสวนทางระบาดวิทยา. ใน: ค�านวณ อึ้งชูศักดิ์, ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ,
วิทยา สวัสดิวุฒิพงศ์, ชุลีพร จิระพงษา. พื้นฐานระบาดวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แคนนา กราฟฟิค; 2557.
หนา้ 178–211.

5. Public Health England. Multi–agency contingency plan for the management of outbreaks of communicable
diseases or other health protection incidents in prisons and other places of detention in England.
London; 2018.

6. Health Protection Agency and Department of Health. Prevention of communicable disease and infection
control in prisons and places of detention: a manual for healthcare workers and other staff. London; 2011.

7. อรรถเกียรติ กาญจนพิบูลวงศ์, กฤษฎา กัลยาณธีร์, ปารวัน กัลยาณธีร์, อุดม สุขใจ. การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนดิ เอ (H1N1) 2009 ในเรอื นจา� กลางจงั หวดั สระบรุ ี เดอื นสงิ หาคม 2552. รายงานการเฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยาประจา� สปั ดาห.์
2553; 40(51): 853–7.

8. Bick JA. Infection control in jail and prisons. Clin Infect Dis. 2007 Oct 15;45(8):1047–55.
9. Suphanchaimat R, Doung–Ngern P, Ploddi K, et al. Cost Effectiveness and Budget Impact Analyses of

Influenza Vaccination for Prisoners in Thailand: An Application of System Dynamic Modelling. Int J Environ
Res Public Health. 2020; 17(4): 1247. Published 2020 Feb 14. doi: 10.3390/ijerph17041247
10.กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ค�าแนะน�าการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) กรณี
เกิดการระบาดในเรือนจ�าและทัณฑสถาน [อินเทอร์เน็ต], 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2 มีนาคม 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://
ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/introduction/introduction23.pdf
11.Chatterji M, Baldwin AM, Prakash R, Vlack SA, Lambert SB. Public health response to a measles outbreak
in a large correctional facility, Queensland, 2013. Commun Dis Intell Q Rep. 2014; 38(4): E294–E297.
Published 2014 Dec 31.

42 แนวทางการเฝา้ ระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สุขภาพทส่ี า� คญั ในเรือนจ�า

ภาคผนวก ก

- แบบคัดกรองผู้ป่วยในเรือนจ�า ประจ�าวัน
- แบบสรุปผู้ป่วยในเรือนจ�า ประจ�าเดือน

แบบคัดแบกบรคอดั กงรอผงปู้ผู้ปว่ ่วยยใในนเรเอืรนอื จนา� ปจร�าะจปา� วรันะจ�าวัน
วันท่ี ................... เดอื น ................................................ ปี พ.ศ. ...................... / หอนอน ....................................... แดน .....................................

ว/ด/ป ล�าดับท่ี ช่อื - นามสกุล อายุ (ป)ี วันเรม่ิ ปว่ ย อาการ การรักษา (เจ้าหนา้ ทีบ่ ันทกึ )
(ว/ด/ป)
ไข้/ ัตว ้รอน ในเรือนจ�า นอกเรอื นจา�
ไอ/ ้�นา ูมก
่ผืนแดง/ ุ่ตม แยกห้อง ไม่แยกหอ้ ง
คล่ืนไ ้ส/อาเ ีจยน
ถ่ายเหลว/ ้ทอง ่รวง
แขนขา ่ออนแรง/เดินไม่ไหว
ใจ ่ัสน
่ือน ๆ ระ ุบ

แนวทางการเฝ้าระวงั คดั กรอง และสอบสวน โรคและภยั สขุ ภาพทสี่ �าคญั ในเรือนจ�า

ช่ือผูบ้ ันทึก.................................................................................................................................................................. 43


Click to View FlipBook Version