The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บุญญาพร ทองจันทร์, 2021-10-13 13:41:22

สารคดี 505

สารคดี 505

สารคดีท่องเที่ยว

ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 5 / 5

คำนำ

สารคดีฝึกหัดเล่มนี้เป็นผลงานที่รวบรวมสารคดีเชิงท่องเที่ยวไว้จำนวน28ฉบับ ซึ่งผู้
เขียนเป็นเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม(ฝ่ ายมัธยม)โดยเนื้ อหาส่วนใหญ่จะเป็ นการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆใน
ประเทศไทย

รวมเล่มสารคดีฝึกหัดเล่มนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าหากไม่มีคำชี้แนะจาก อาจารย์บุญญาพร
ทองจันทร์ ตั้งแต่การเริ่มและการดำเนินการจนกระทั่งสารคดีเล่มนี้ปรากฏสู่สายตาผู้อ่าน
ทุกท่าน ทางคณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารวมสารคดีฝึกหัดเล่มนี้จะก่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่มากก็น้ อย หากมี
ข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

คณะผู้จัดทำ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่5/5

สารบัญ หน้ า

เรื่อง 1
4
ภูลมโล 7
ถ้าเบื่อเขาก็มาหาภูได้นะ 10
ภูชี้ฟ้ า 13
นี่เป็ นเกาะพีพี 16
Bangkok Art and Culture Centre 19
ไร่ชาฉุยฝง 22
เขาคูหา 24
ภูชี้ฟ้ า 27
ภูกระดึง 30
สวนนงนุช 33
ละลุ 35
Similan Island 38
สวนสนบ่อแก้ว 41
ถ้าชีวิตในเมืองมันวุ่นวายลองไปผ่อนคลายที่ภูกระดึง 44
ภูผาม่าน 47
ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย โครงการหลวงขุนแปะ 50
กิ่วแม่ปาน 53
สามพันโบก 56
สระขุนน้ำมรกต 60
Phu Thap Boek 63
บ้านป่ าบงเปี ยง 66
น้ำตกเขาชะเมาะ 69
จุดชมวิวหินช้างสี 72
สวนยาหลวง 75
วัดร่องเสือเต้น 78
น้ำพุร้อนฝาง 81
Toscana

พระบรมธาตุนาดูน







ถ้าเบื่ อเขาก็มาหาภูได้นะ
PHUPHAMAN

หากคุณกำลังหาสถานที่พักผ่อนที่วิวสวย นอนดูดาว
ในยามกลางคืน ใกล้วัด นอนกางเตนท์กับเพื่ อนหรือ
คู่รัก เราแนะนำคุณสำหรับภูผาม่าน เป็นสถานที่พัก
ผ่อนย่อนใจ ผ่อนคลายหลายๆรูปแบบ เป็นอีกสถานที่
ที่ ไ ด้ รั บ ค ว า นิ ย ม จ า ก นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว

ผู้ จั ด ทำ
น า ง ส า ว ก ฤ ติ ย า ภ ร ณ์ ถ ม ก ล า ง เ ล ข ที่ 2

ที่ ม า H T T P S : / / W W W . S A N O O K . C O M / T R A V E L / 1 4 2 3 5 2 5 / G

การเดินทาง

ขับรถจากตัวเมืองขอนแก่นมุ่งหน้าไปทาง
เหนือประมาณ 120 Km. ผ่านอำเภอ
หนองเรือ อำเภอชุมแพ และเลี้ยวเข้าเขต
" อำเภอภูผาม่าน " ขับกันเพลินๆ วิวข้างทาง
ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เดินทางกันต่อ ขับรถกันอีก
ไม่ไกล ก็ถึงเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
ที่ที่เราจะได้พบกับกับวิวภูเขาแบบ 360
องศา ภายในอุทยานมีบ้านพักและลานกางเต
นท์ ค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก
10 บาทท/ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท
เด็ก 50 บาท

ที่มา https://th.readme.me/p/33791

ตั้งอยู่ที่ไหน

อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่
ป่าดงลาน ท้องที่ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอ
ชุมแพ ตำบลห้วยม่วง ตำบลวังสวาบ ตำบลนา
ฝาย ตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัด
ขอนแก่น และป่าภูเปือย ท้องที่ตำบลภูกระดึง
ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

ที่มา https://www.nairobroo.com/travel/phu-pha-maan-2/

คาเฟ่

ที่มา https://www.nairobroo.com/travel/phu-pha-maan-2/ ‘หนองสมอ’หากมาเยือนภูผาม่านแล้วจะต้อง
ห้ามพลาด หากคุณเป็นคนที่ชอบบรรยากาศ
การจิบกาแฟ แบบได้นั่งพิธีพิถันทุกขั้นตอน
ด้วยตัวเองแล้วเพลินไปกับกาแฟแก้วโปรดและ
วิวที่ดีงามเกินจะบรรยาย หลังจากนั้นก็ล่องเรือ
สัมผัสบรรยากาศกันให้เต็มอิ่ม วิวดีต่อใจ
เหมือนได้ไปเยือนต่างประเทศเบาๆ

ทำไมถึงเรียกภูผาม่าน

รู ป ลั ก ษ ณ์ ภ า ย น อ ก ข อ ง อุ ท ย า น แ ห่ ง นี้ คื อ เ ทื อ ก
เขาหินปูนที่มีหน้าผาตัดตรงลงมาคล้ายผ้าม่าน
อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เรียกตาม ชื่อของ
ภูเขาเทือกหนึ่ง ทางตอนใต้ของอุทยานแห่ง
ชาติ ที่มีหน้าผาสูงชัน คล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่
มองดูเหมือนกับผ้าม่านผืนใหญ่ แต่เดิมเคยเป็น
พื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ และสัตว์ป่านานา
ชนิด ปัจจุบันผลจากการทำสัมปทานป่าไม้
ทำให้พื้นที่ป่าและจำนวนสัตว์ป่า ลดลงอย่าง
รวดเร็ว มีเนื้อที่ประมาณ 218,750 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา
หินปูน ที่มีความสูงชันสลับซับซ้อนกัน เป็นแนว
ยาวสลับกับที่ราบลุ่มเชิงเขา

ที่มา https://thai.tourismthailand.org/อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน

ถ้ำค้างคาว

ถ้ำค้างคาว เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีค้างคาว
ปากย่นอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในเวลาเย็นหรือ
พลบค่ำ จะบินออกมาหากิน เป็นริ้วขบวนที่
สวยงามมาก อยู่ห่างจากตัวอำเภอภูผาม่าน
ประมาณ 2 กิโลเมตร

ที่มา https://sites.google.com/site/areerat52011313412/naeana-canghwad-khxnkaen/c-
sthan-thi-thxng-theiyw-ni-canghwad-khx-kaen/7-tha-khangkhaw-phupha-
man/_MG_6960.jpg?attredirects=0

ช่องทางการติดต่อ

สถานที่ติดต่อ : อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ต.นา
หนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 40290
E-mail : [email protected]
โทรศัพท์ : 0 4300 1753
(สอบถามข้อมูลทั่วไปและการเปิดแหล่งท่อง
เที่ยวได้ที่หมายเลขนี้)

ที่มา https://travel.trueid.net/detail/kMN1r70ngOYm

เ ที่ ย ว ภู เ ข า ! ถึ ง เ วล า ที่ อ อ ก รั บ ล ม แ ละ ช ม ท ะ เ ล ห ม อ ก ที่ ภ

ภูชี้ฟ้า

า ค เ ห นื อ ! อ อ ก ไ ป

ลมอากาศเย็นกำลังเคลื่ อนตัว สารคดีฝึกหัด โดย

ฤดูหนาวเข้ามาทักทาย นางสาวจิณัฏฐ์ธิดา ตติยรัตน์
ม.5/5 เลขที่ 3
บรรยากาศดี ๆ แบบนี้ต้องเตรี

ยมตัวให้พร้อม แพ็คกระเป๋าไป

หอบเอาความสุขและอากาศแสน
บริสุทธิ์ที่ "ภูชี้ฟ้า" สุดยอดวิว

ทะเลหมอกอันดับต้น ๆ ของไทย

เริ่มต้นการเดินทาง

เดินทางโดยรถส่วนตัว เริ่มต้น
โดยใช้เส้นทางเชียงราย-เทิง
ระยะทาง 64 กิโลเมตร
เ ดิ น ท า ง ต่ อ ใ น เ ส้ น ท า ง จ า ก เ ทิ ง -
บ้านยี้ ระยะทาง 6 กิโลเมตร
ห ลั ง จ า ก นั้น เ ลี้ ย ว ซ้ า ย เ ข้ า
ทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่าน
บ้านปางค่า บ้านเชงเม้ง ระยะ
ทาง 42 กิโลเมตร เป็นทาง
ลาดยาง ก็จะถึงภูชี้ฟ้า

มีอะไรในภูชี้ฟ้า

บนยอดภูชี้ฟ้ายังมีทุ่งหญ้ากว้างประมาณ
1 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุด
แห่งหนึ่งของไทย ด้านหน้าเป็นหน้าผาสูง
มองเห็นหมู่บ้านเชียงตองในประเทศลาว
มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ 2 จุด คือ บริเวณ
ยอดภูและบริเวณลานก่อนถึงยอดภู
ระหว่างทางเดินขึ้นไปบนยอดภูก็จะเจอ
ชาวเขาสวมชุดประจำเผ่า มาคอยแวะ
ทักทายด้วย

กว่าจะมาเป็นภูชี้ฟ้า

อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ที่
ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัด
เชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่
มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงราย อยู่
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิง
ฝั่ งขวาและป่าแม่งาว ฟ้าทอง มี
พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ โดย
กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็น
วนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2541 พื้นที่ วนอุทยาน เป็น
ยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น
ติดชายแดนไทยและสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว

ช่องทางการติดต่อ

สถานที่ติดต่อ : อุทยานแห่งชาติภู
ชี้ฟ้า (เตรียมการ) 43/1 หมู่ที่ 24
ตำบลตับเต่า อำเภอเกิง จังหวัด
เชียงราย
E-mail :
[email protected]
โทรศัพท์ : 084 807 9848




อ้างอิง

https://www.wongnai.com/trips/travel-at-phuchifah



















เขาคูหา

เที่ยวธรรมชาติ กับ ทะเลหมอกและภูเขาหิน ที่มีวิว
อลังการงานสร้างสุดๆกันได้ที่ เขาคูหา จังหวัดสงขลา

สารคดีฝึ กหัด
จัดทำโดย
นางสาว ฐาปนี สนั่นเอื้อ
เลขที่.7 ม.5/5

เริ่มต้นการเดินทาง

สำหรับการเดินทางมายัง เขาคูหา ก็ใช้เวลาไม่นานเลย
เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
และเดินเท้าขึ้นไปเพียง 15 นาทีก็ถึงแล้ว โดยจะมีป้ าย
บอกทางเป็นระยะๆ และมีลานจอดรถ ห้องน้ำ ไว้ให้
บริการอีกด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงเลย

มีอะไรในเขาคูหา

เขาคูหา เลยเป็นอีกจุดชมวิวสวยๆ ที่เข้าถึงง่ายๆ สามารถเดิน
เท้าขึ้นไปได้เลย แม้ว่าจะแต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน
บ้าง แต่ก็ถือว่าไม่ยากจนเกินไป และที่ด้านบนจุดชมวิวนั้น ยัง
มีจุดถ่ายรูปสวย ที่เป็นไฮไลท์ คือ ภาพของร่องภูเขาที่รายล้อม
ไปด้วยต้นสน

กว่าจะมาเป็นเขาคูหา

เขาคูหา ตั้งอยู่ใน ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เป็น
บรรยากาศของวิวทิวทัศน์ภูเขาที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นและสวยงดงา
มมากๆ ก่อนที่จะมาเป็น เขาคูหา สวยๆ แบบนี้ ต้องบอกก่อนว่าเมื่อ
ก่อนบริเวณนี้มีการทำสัมปทานเหมืองหิน และมีการระเบิดภูเขาด้วย
เลยทำให้ภูเขามีรูปร่างแปลกตาจากที่เป็ นอยู่
แต่ต่อมาเมื่อไม่มีการต่ออายุสัมปทาน ก็ทำให้เกิดกลุ่มอนุรักษ์เขาคูหา
เข้ามาดูแลพื้นที่ และเริ่มมีชาวบ้านในพื้นที่ไปวิ่งออกกำลังกายกัน
หรือบ้างก็เข้าไปท่องเที่ยวบ้างก็ชมความสวยงามของวิวที่นี่กัน เลย
ทำให้ เขาคูหา เริ่มเป็นที่รู้จักและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้อง
ลองไปชมสักครั้งเลย

ช่องทางการติดต่อ

ที่อยู่ : เขาคูหา ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
พิกัด : https://goo.gl/maps/nMca8epK4XBsRC477
เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน

อ้างอิง

https://travel.trueid.net/detail/V1E6j7RQdvbA

ภูชี้ฟ้า

ไม่ว่าจะฤดูกาลใด จังหวัดเชียงรายก็มักเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของ
นักเดินทางเสมอ สถานที่ท่องเที่ยวตามดอ
ยและอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ดูจะเย้ายวน
เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวมากที่สุด...ว่าไหมคะ ดังนั้นวันนี้เลยขอเอาใจนักชอบเที่ยว
ทั้งหลาย พาไปยลโฉม "ภูชี้ฟ้า" รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะทะเลหมอก
ที่ภูชี้ฟ้าชนะเลิศ ทั้งบรรยากาศและธรรมชาติที่สวยงามจับใจ ราวกับภาพวาดเชียว

ล่ะ..คอนเฟิร์ม !!! ว่าแล้วก็ไปท่องแดนแห่งขุนเขาและสายหมอกที่ภูชี้ฟ้ากันเลย

ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย-สาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขต
ป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม
เป็นแนวยาว ที่ชี้ไปบนฟ้าทางฝั่ งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "ภูชี้ฟ้า"

นั่นเอง

นายณัฐมนต์ อยู่นุช ม.5/5 เลขที่8

ภูกระดึง

ว่ากันว่า....หากอยากพิสูจน์รักแท้ให้พาคนที่เรารักไปร่วม
พิสูจน์รักด้วยการเดินทางพิชิตยอดภูของอุทยานแห่ง
ชาติภูกระดึง

สารคดีฝึ กหัด
จัดทำโดย

นาย ทนง บุญเพชร
เลขที่.9 ม.5/5

เริ่มต้นการเดินทาง

รถโดยสารประจำทาง : โดยสารรถยนต์จากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต) กรุงเทพมหานคร ไปลงที่
ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตต่อแดนระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง แล้วโดยสารรถประจำทาง (รถสองแถว) ไปลง
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จากนั้นก็เดินต่อขึ้นไปยอดภูกระดึง ควรใช้รถประจำทาง หรือหาก
นักท่องเที่ยวใช้รถประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น ลงที่ชุมแพ และต่อรถสายขอนแก่น-เลย ไป
ลงที่ตลาดอำเภอภูกระดึง ซึ่งจะมีรถสองแถวต่อไปถึงอุทยาน

หมายเหตุ รถสองแถวแดงที่รับจ้างนำนักท่องเที่ยวส่งระหว่างจุดจอดรถที่ผานกเค้ามาที่ทำการอุทยาน
แห่งชาติภูกระดึง คำแนะนำคือถ้าเราไปไม่กี่คนให้รวมทีมกับกรุ๊ปอื่นจะได้เฉลี่ยค่าสองแถว ไม่ต้อง
เหมารถให้เปลืองสตางค์

รถไฟ : จากกรุงเทพมหานครโดยสารรถไฟไปลงที่ขอนแก่น จากนั้นโดยสารรถประจำทางสาย
ขอนแก่น-เลย ไปยังหน้ าตลาดที่ว่าการอำเภอภูกระดึง แล้วต่อรถสองแถว หรือเดินทางต่อไปอีก
ประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นปีนเขาขึ้นยอดภู
จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นยอดภูอีก 5 กิโลเมตร จึงจะถึง “หลังแป” แล้วเดินเท้าไปตามทุ่งหญ้าอีก 4
กิโลเมตร ก็จะถึงที่พัก บนยอดภูกระดึงทางอุทยาน ได้จัดลูกหาบสัมภาระของนักท่องเที่ยวขึ้นไปบน
ยอดภูกระดึง คิดค่าบริการเป็นกิโลกรัม

รถส่วนตัว : เดินทางโดยรถยนต์ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ดังนี้

1. เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี เพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ และอำเภอเมืองเลย
เลี้ยวเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (เลย-ขอนแก่น) และเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข
2019 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

2. ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสระบุรี นครราชสีมา จนถึงจังหวัดขอนแก่น เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูผาม่านและตำบลผานกเค้า เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

3. เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 ผ่าน
จังหวัดชัยภูมิ อำเภอภูเขียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ จาก
นั้นเดินทางเช่นเดียวกับเส้นทางที่ 2

มีอะไรในภูกระดึง

ผานกแอ่น,ผาหล่มสัก,ผาหมากดูก
ผาเหยียบเมฆ,ผาแดง,น้ำตกวังกวาง
น้ำตกถ้ำสอเหนือ,น้ำตกเพ็ญพบใหม่
น้ำตกถ้ำใหญ่,น้ำตกธารสวรรค์,สระอโนดาด

กว่าจะมาเป็ นภูกระดึง

ตามตำนานกล่าวไว้ว่ามีพรานป่ าผู้หนึ่ งได้พยายามล่ากระทิงซึ่งหลบหนีไปยังยอดเขาลูกหนึ่ งในตำบลศรี
ฐาน (ปัจจุบันอยู่ในอำเภอภูกระดึง) ซึ่งเป็นภูเขาที่ไม่เคยมีใครขึ้นมาก่อน เมื่อนายพรานได้ตามกระทิงขึ้น
ไปบนยอดเขาแห่งนั้น ก็ได้พบว่าพื้นที่บนภูเขาลูกนั้น เต็มไปด้วยพื้นที่ราบกว้างใหญ่สวยงาม เต็มไปด้วย
ป่าสน พรรณไม้ และสัตว์ป่านานาชนิด มนุษย์จึงรู้จักภูกระดึงแต่นั้นเป็นต้นมา

ภูกระดึงเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 มีปรากฏเป็นหลักฐาน
เมื่อสมุหเทศาภิบาล (พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม) ได้ทำรายงานสภาพภูมิศาสตร์เสนอ
ต่อกระทรวงมหาดไทย[3] ในปี พ.ศ. 2486 ทางราชการได้ออกพระราชกฤษฎีกาป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่า
ไม้จึงได้เริ่มดำเนินการสำรวจเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้นที่ภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นแห่งแรก แต่
เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณและเจ้าหน้ าที่จึงใด้ดำเนินการไปเพียงเล็กน้ อยและหยุดไป

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กำหนดป่าในท้องที่จังหวัดต่างๆรวม 14 แห่ง
เป็นอุทยานแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้เป็นการถาวรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กรมป่าไม้
จึงได้เสนอจัดตั้งป่าภูกระดึงให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่ง
ชาติ พ.ศ. 2504 โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดป่าภูกระดึงในท้องที่ตำบลศรีฐาน กิ่งอำเภอภูกระดึง
อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 217,581 ไร่ นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่
2 ของประเทศ ในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการเพิกถอนเขตอุทยาน
แห่งชาติในบริเวณที่กองทัพอากาศขอใช้ประโยชน์ตั้งเป็ นสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมเพื่ อประโยชน์ใน
ราชการทหารมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ทางกรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการขอเพิกถอนพื้นที่ดินดังกล่าวในปี พ.ศ.
2521 ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 217,576.25 ไร่

ช่องทางการติดต่อ

มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทั้งบนยอดภูกระดึงและบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติซึ่ง
อยู่ด้านล่าง ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามา
ขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 08.00-16.30 น.
บริเวณที่ทำการอุทยานมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่ (คนไทย) คนละ 40 บาท เด็ก
20 บาท, ผู้ใหญ่ (ต่างชาติ) 100 บาท เด็ก 200 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ
กิโลกรัมละ 30 บาท นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยาน

อ้างอิง

https://travel.kapook.com/view477.html







ละลุ

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัวหรือ
พังทลายของดิน เมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่างๆ
คล้ายกำแพงเมืองหน้ าผา ที่มีความสวยงามและแปลกตาแตก

ต่างกันตามจินตนาการของแต่ละคน

สารคดีฝึ กหัด
จัดทำโดย
นาย ธนาธิษณ์ พลชัย
เลขที่.12 ม.5/5

เริ่มต้นการเดินทาง

จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ ถนนรังสิต - นครนายก ( ทางหลวงหมายเลข 305 ) มุ่ง
หน้าสู่ จังหวัดนครนายก
ประมาณ 72.6 กิโลเมตร ( หลักกิโลเมตรที่ 72 + 600 ทางหลวงหมายเลข 305 )
จากนั้น เลี้ยวซ้าย แล้ว ขับตรงไป มุ่งหน้าสู่ จังหวัดนครนายก ประมาณ 2.7 กิโลเมตร จะพบ 3 แยกไฟ
แดง ( ตัวเมืองนครนายก )
ตรงไป ไป น้ำตกสาริกา ไป วังตะไคร้ ไป เขื่อนขุนด่านปราการชล ไป น้ำตกนางรอง ( ถนนหมายเลข
3049 )
เลี้ยวขวา ไป อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไป น้ำตกปางสีดา ไป ตลาดโรงเกลือ ไป จังหวัดสระแก้ว (
ทางหลวงหมายเลข 33 )
ให้ท่าน เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 33 ไป จังหวัดสระแก้ว
จากนั้น ขับตรงไป ประมาณ 110.9 กิโลเมตร ก็จะถึง ตัวเมืองจังหวัดสระแก้ว
จาก ตัวเมืองจังหวัดสระแก้ว ขับตรงไป มุ่งหน้าสู่ อำเภออรัญประเทศ
จาก อำเภออรัญประเทศ ใช้ ทางหลวงหมายเลข 348
จากนั้น เลี้ยวซ้าย หลักกิโลเมตรที่ 35 - 36 เข้าสู่ ถนนหมายเลข 3486
จากนั้น ขับตรงไป
จากนั้น เลี้ยวซ้าย หลักกิโลเมตรที่ 8 -9 เข้าสู่ ถนนสายบ้านโคกคลาน - หนองผักแว่น
จากนั้น ขับตรงไป ประมาณ 18 กิโลเมตร
ก็จะถึง ละลุ

มีอะไรในละลุ

น้ำฝนที่กัดเซาะ และการพังทลายของดินและยุบตัว ดินที่แข็งจะยัง
คงอยู่ เมื่อถูกลมกัดกร่อนจะมีลักษณะเป็นรูปต่างๆ ดูคล้ายกับ
กำแพงสวยงาม รูปลักษณ์แปลกตา น่าอัศจรรย์มากๆ เรียงราย
เป็นบริเวณกว้างอยู่กลางทุ่ง เต็มไปด้วยซอกหลืบต่างๆ เป็นการ
สะสมของตะกอนดิน ที่ใช้เวลาถึง 150 ล้านปี

กว่าจะมาเป็นละลุ

คำว่า “ละลุ” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ทะลุ” นั่นเอง ที่นี่มีลักษณะคล้ายกับ
แพะเมืองผีปรากฎการณ์ธรรมชาติ อายุล้านปีในจังหวัดแพร่ และ เสาดิน
นาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แต่ที่ละลุนี้จะ
มีขนาดเล็กกว่า คือ มีพื้นที่กว้างประมาณ 2,000 ไร่ เรียกได้ว่ากว้างใหญ่
ไม่เบาเลยทีเดียว จึงทำให้ที่นี่เป็นอีก ที่เที่ยวลับ ของจังหวัดสระแก้ว ที่ถ่าย
รูปสวยปัง อลังการมากๆ ทีเดียว ถ่ายรูปออกมา เหมือนกับได้ไปเที่ยว ยู
ทาห์ สหรัฐอเมริกากันเบาๆ เลยล่ะ!
ละลุ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ด้วยน้ำฝนที่กัดเซาะ และการ
พังทลายของดินและยุบตัว ดินที่แข็งจะยังคงอยู่ เมื่อถูกลมกัดกร่อนจะมี
ลักษณะเป็นรูปต่างๆ ดูคล้ายกับกำแพงสวยงาม รูปลักษณ์แปลกตา น่า
อัศจรรย์มากๆ เรียงรายเป็นบริเวณกว้างอยู่กลางทุ่ง เต็มไปด้วยซอกหลืบ
ต่างๆ เป็นการสะสมของตะกอนดิน ที่ใช้เวลาถึง 150 ล้านปี

ช่องทางการติดต่อ

ที่อยู่ : บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว
พิกัด : https://goo.gl/maps/1us6HTaxdkQGorse8
เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น.
โทร : อบต.ทัพราช 0-3724-3724

อ้างอิง

https://travel.trueid.net/detail/xGx30wMlABJ7

Similan Island

เ ป็ น ศู น ย์ ก ล า ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ ก า ร เ ดิ น ท า ง สู่
ห มู่ เ ก า ะ สิ มิ ลั น เ ป็ น เ ก า ะ ที่ ใ ห ญ่ ที่ สุ ด มี ห า ด ท ร า ย

ข า ว ล ะ เ อี ย ด ใ ต้ ท ะ เ ล มี ป ะ ก า รัง ห ล า ย ช นิ ด เ ป็ น
เ ก า ะ ที่ ส า ม า ร ถ ดำ ทั้ ง น้ำ ลึ ก แ ล ะ น้ำ ตื้ น ด้ า น เ ห นื อ

ข อ ง เ ก า ะ มี หิ น ข น า ด ใ ห ญ่ มี ลั ก ษ ณ ะ ค ล้ า ย
ร อ ง เ ท้ า บู๊ ต ถั ด ม า เ ป็ น หิ น เ รือ ใ บ ซึ่ ง เ ป็ น

สั ญ ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ห มู่ เ ก า ะ สิ มิ ลั น ด้ ว ย

น . ส . ธ า ร า รัต น์ บุ ญ ท า นั ง ม . 5 / 5 เ ล ข ที่ 1 3

คำ ว่ า สิ มิ ลั น เ ป็ น ภ า ษ า ย า วี ห รือ ม ล า ยู แ ป ล ว่ า เ ก้ า ห มู่
เ ก า ะ สิ มิ ลั น เ ป็ น ห มู่ เ ก า ะ เ ล็ ก ๆ ใ น ท ะ เ ล อั น ด า มั น ที่ จั ง ห วั ด
พั ง ง า มี 9 เ ก า ะ เ รีย ง จ า ก เ ห นื อ ม า ใ ต้ คื อ เ ก า ะ หู ย ง เ ก า ะ
ป า ยั ง เ ก า ะ ป า ห ยั น เ ก า ะ เ มี่ ย ง เ ก า ะ ป า ยู เ ก า ะ หั ว ก ะ โ ห ล ก เ ก า ะ
สิ มิ ลั น แ ล ะ เ ก า ะ บ า งู ห มู่ เ ก า ะ สิ มิ ลั น ไ ด้ รับ ก า ร ย ก ย่ อ ง ว่ า เ ป็ น
ห มู่ เ ก า ะ ที่ มี ค ว า ม ส ว ย ง า ม ทั้ ง บ น บ ก แ ล ะ ใ ต้ น้ำ มี ป ะ ก า รัง ที่
ส ว ย ง า ม ห ล า ย ช นิ ด ส า ม า ร ถ ดำ น้ำ ไ ด้ ทั้ ง น้ำ ตื้ น แ ล ะ น้ำ ลึ ก
ส า ม า ร ถ พ บ ป ล า ที่ ห า ย า ก เ ช่ น ว า ฬ โ ล ม า ป ล า ไ ห ล ม อ เ ร่
( M O R A Y ) แ ล ะ มี ป ร ะ ก า รัง S E R I A T O P O R A H I S T R I X

ซึ่ ง เ ป็ น ป ร ะ ก า รัง ห า ย า ก ที่ เ ก า ะ อื่ น ๆ แ ท บ จ ะ ไ ม่ พ บ

สวนสนบ่อแก้ว

พื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่างๆ ทำให้มีต้นสนสูงเรียงรายไปอย่าง
สวยงาม ได้ฟีล Alice in Wonderland ไปอีก งานนี้หาชุดเดรสสวยๆ

ไปยืนเก่ๆ ถ่ายรูปกัน

สารคดีฝึ กหัด
จัดทำโดย

นางสาว ธีรภัทธ์ กลมดวง
เลขที่.14 ม.5/5

เริ่มต้นการเดินทาง

ใช้เส้นทางสายเอเชียเข้านครสวรรค-กำแพงเพชร-ตาก-เถิน จากนั้นใช้เส้นทางออก
จากเถิน-ลี้ (106)-ดอยเต่า-ฮอด(1103) ทางช่วงจากเถิน-ลี้ ในช่วงแรก ๆ ประมาณ
19 กิโลเมตร จะเป็นทางโค้งลับตาเลยครับยังไงก็ขับแบบระมัดระวังถึงโค้งก็บีบแตร
รถ (เน้ นว่าแตรรถ) เส้นทางลาดยาง 2 เลน รถสวนทางกันจากนั้นก็จะมาพบกับถนน
เส้น 108(เชียงใหม่-แม่สะเรียง) วิ่งเข้าตัว อ.ฮอด พอถึงวงเวียนหอนาฬิกาก็เลี้ยว
ซ้าย อ.แม่สะเรียงตรงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงสวนสนบ่อแก้ว ซึ่งจะอยู่ทาง
ด้านซ้าย เลยออบหลวงประมาณ 20 กิโลเมตร
รถบริการประจำทาง หากเดินทางมาด้วยรถโดยสารสามารถใช้ได้หลายเส้น คือ
เชียงใหม่-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน , เชียงใหม่-อมก๋อย (สองแถว) แต่เอาง่ายๆ
แนะนำรถบัสสายเชียงใหม่-แม่สะเรียง โดยไปต่อรถที่ขนส่งอาขตเชียงใหม่แล้วไปลง
ที่สวนสนบ่อแก้ว
มีห้องน้ำสาธารณะและป้ อมตำรวจ ของ สภ.อ.ฮอด ใช้เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
และนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักผ่อนโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ หรือค่าเข้าชม
แต่อย่างใด

มีอะไรในสวนสนบ่อแก้ว

สวนสนภูเขา สวนสนบ่อแก้วเป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่างๆ ที่กรมอุทยาน
แห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศเช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ไต้หวัน เพื่อทดลอง
หาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็ นไม้เบิกนำเพื่ อปลูกบนป่ าเสื่ อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ
ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 30 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลาย
พันต้นบนพื้นที่หลายร้อยไร่ เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้ า
บริเวณนี้มีทิวทัศน์คล้ายเมืองหนาว เนื่องจากอยกู่บนดอยสูงเหมาะสำหรับแวะพักชม
ทิวทัศน์และปิกนิก ในยุคหนึ่งกองถ่ายทำโฆษณาและมิวสิกวิดีโอ นิยมใช้ที่นี่ถ่ายทำ
ภาพยนตร์ในฉากที่ต้องการทิวทัศน์แบบเมืองหนาว

กว่าจะมาเป็นสวนสนบ่อแก้ว

สวนสนเป็ นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษ เป็ นแปลง
ทดลองปลูกพืชจำพวกสน และยูคาลิบตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศ
ของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี สวยงามด้วยทิวสนที่ปลูกอย่างเป็ นระเบียบงามตา
จึงทำให้บริเวณสถานีกลายเป็ นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำกรุงเทพฯ
เป็ นแปลงเพาะพันธุ์สนที่มีแนวต้อนสนปลูกเป็ นระเบียบ นักท่องเที่ยวส่วน
ใหญ่นิยมมาเที่ยวชมในยามเช้า เนื่ องจากจะได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์แล้ว
ยังได้เก็บรูปพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่สวนสนบ่อแก้วแห่งนี้ สนในสวนบ่อ
แก้วนี้เป็ นสนสามใบจะขึ้นเหนือระดับน้ำทะเล 500 เมตร

ช่องทางการติดต่อ

ที่อยู่ : ถนนฮอด-แม่สะเรียง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด : https://goo.gl/maps/XpRABgqjndk4LwHe6
เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.
มีห้องน้ำสาธารณะและป้ อมตำรวจ ของ สภ.อ.ฮอด ใช้เป็นศูนย์บริการนักท่อง
เที่ยว และนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักผ่อนโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ
หรือค่าเข้าชมแต่อย่างใด

อ้างอิง

https://www.chiangmaipao.go.th/tourism/place_d
etail.php?id=151&area=301

Phu kradueng

"ถ้าชีวิตในเมืองมันวุ่นวายลองไปผ่อนคลายที่ภูกระดึง"

คุณเบื่อกับความวุ่นวายและกำลังเครียดกับการเรียนอยู่หรือไม่
ถ้าใช่ผมมีสถานที่หนึ่งแนะนำนั่นคือภูกระดึง ภูกระดึงเป็นสถานที่
ท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและพรรณไม้รอให้คุณมา
ผจญภัยกับธรรมชาติและบรรยากาศที่หาไม่ได้ในเมือง

จัดทำโดย

นายนิธิสันต์ วงศ์คำจันทร์ ๕/๕ เลขที่ ๑๕

เริ่มต้นเดินทาง

การเดินทางเที่ยวครั้งนี้ผมและเพื่อนเดินทางด้วย
รถบัสประจำทาง
โดยออกเดินทางจาก บขส.ขอนแก่นเวลาตี5และ
ถึงจังหวัดเลยในเวลาประมาณ7โมงเช้าแล้วก็ต่อ
รถสองแถวเพื่อเข้าไปในภูกระดึงอีก
ประมาณ20นาที

ขึ้นภูกระดึงแบบเต็มระบบ

ในการเริ่มต้นเดินขึ้นภูกระดึงพวกผม
เริ่มเดินตอนเวลาประมาณ 8โมง การ
เดินขึ้นภูกระดึงได้นั้นต้องเตรียม
ร่างกายและจิตใจมาอย่างดีเพราะระยะ
ทางรวมในการขึ้นคือ 9กม.แล้วยังต้อง
เดินต่อเพื่อที่จะไปที่พักอีก 4กม.และที่
สำคัญพวกผมจะไม่ใช้ลูกหาบในการเดิน
ทางครั้งนี้เพราะพวกผมอยากจะชนะใจ
ตัวเอง

ผู้ยืนอยู่จุดสูงสุด

หลังจากที่พวกผมทรมานตัวเองมาทั้ง
วันในที่สุดพวกผมก็ถึงจุดสูงสุดของ
ภูกระดึง พวกผมรู้สึกว่าพวกผมได้ชนะ
ใจตัวเองแล้วในการขึ้นภูกระดึง จาก
นั้นเราก็ได้เข้าที่พักเพื่อพักผ่อนเก็บแรง
ไว้ใช้เที่ยวในวันต่อไป

เที่ยวทั่วภูกระดึง

ภูกระดึงมีสถานที่เที่ยวที่เยอะมากๆ
จนไปไม่หมดพวกผมเลยเลือกที่จะ
ไปเที่ยวนำ้ตกให้ครบในครึ่งวันแรก
จากนั้นก็ไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ผา
หล่มสักแล้วค่อยกลับ ระหว่างทาง
กลับฟ้ าก็มืดทุกคนเดินอย่างรวดเร็ว
จนน่าแปลกใจเพราะวันนี้เราเดิน
เที่ยวกันจนเหนื่อยมาก ไม่มีใครพูด
หรือทักเสียงใดๆที่ไม่ใช่เสียงของ
เพื่อนกันทั้งนั้น พอถึงที่พักทุกคน
ต่างก็ล้มตัวนอนเพราะความเมื่อย
ล้า

สิ้นสุดการเดินทาง

ในที่สุดก็ถึงวันสุดท้ายของการใช้ชีวิตบน
ภูกระดึงวันนี้พวกผมต้องกลับกันแล้วแต่
วันนี้สภาพอากาศไม่เป็นใจเลย ฝนก็ตก
ถนนก็แฉะราวกับว่าที่นี่ยังอยากให้เราเที่ยว
ต่ออีก พวกผมกินเข้าเช้าเสร็จก็ออกเดิน
ทางโดยทันทีเพราะต้องแข่งกับเวลาที่รถ
ประจำทางจะมารับ ระหว่าทางเจออุปสรรค
มากมายทุกคนเปื้ อนโคลนกันหมด พอลง
ถึงตีนภูพวกเราเหนื่ อยมากแต่ก็คิดทบทวน
สิ่งที่ได้เห็นมาพวกผมไม่เสียใจเลยที่ได้มา
เที่ยวที่นี่กลับรู้สึกโชคดีที่ได้เห็นธรรมชาติ
ที่สวยงามแบบนี้และก็รู้สึกขอบคุณเพื่อนๆ
ที่รวมทุกข์ร่วมสุขกันจนสุดทาง ขอบคุณ
มากจริงๆ

ภู ผ า ม่ า น

จัดทำโดย
นางสาว ปวีณาถีอาสนา ม.5/5 เลขที่ 17
คุณเบื่อไหมกับการ work from home อยู่ที่บ้านเป็นเวลานานๆ วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักสถานที่ผ่อน
คลายชิวล์ๆรอคุณไปชาร์จพลัง ที่ขึ้นชื่อเเล้วกำลังเป็นที่รู้จักของจังหวัดขอนเเก่นในตอนนี้ ซึ่งนั่นก็คือ
อุทยานเเห่งชาติภูผาม่านนั่นเอง ที่ที่เราจะได้พบกับกับวิวภูเขาแบบ 360 องศา บอกเลยว่าประทับใจสุดๆ
แถมวันนี้ฝนตกปรอยๆ ในระดับที่เดินเล่นได้ ทำให้เมฆลอยต่ำ ทำให้บรรยากาศดีขึ้นไปอีก ไปเเล้วรับรอง

ว่าคุณจะชาร์จพลังได้เต็มที่ มีไอเดียดีๆไปทำงานต่ออย่างเเน่นอน

เริ่มต้นเดินทาง

เราเริ่มเดินทางจากกรุงเทพฯ โดย ภูผาม่านมีอะไรบ้าง
รถยนต์ส่วนตัว ตามทางหลวง

หมายเลข 201 บริเวณหลัก กม.ที่
112-113 เลี้ยวซ้ายเข้าตามทางลาดยาง
ประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงทำการอุทยาน
แห่งชาติภูผาม่าน โดยมีค่าเข้าชม : คน

ไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ,
ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
หลังจากเสียค่าเข้าชมเเล้วก็ถึงเวลาที่

เรารอคอยก็มาถึง คือเริ่มสำรวจ
อุทยาเเห่งชาติภูผาม่านกันเลย





อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน มีสภาพภูมิประเทศ
ส่วนใหญ่ เป็นเทือกเขาหินปูนที่มีความสูงชัน
สลับซับซ้อนกันเป็ นแนวยาวสลับกับที่ราบลุ่มเชิง
เขา สูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 200 -
1,000 เมตร พื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาหินปูน และ
ภูเขาขนาดเล็กติดต่อกันหลายเทือก สภาพป่า
ของที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าดิบ และป่าไม้
เบญจพรรณ สภาพอากาศจะเย็นชื้นเกือบตลอดปี
โดยรูปลักษณ์ภายนอกของอุทยานแห่งนี้ คือ
เทือกเขาหินปูนที่มีหน้ าผาตัดตรงดิ่งลงมาเป็นริ้ว
ๆ คล้ายผ้าม่าน ทำให้ชื่อของอุทยานฯ ถูกตั้งตาม
ชื่อของภูเขาเทือกหนึ่งทางตอนใต้ของอุทยาน ที่
มีหน้ าผาสูงชันคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มองดู

เหมือนกับผ้าม่านผืนใหญ่

กว่าจะเป็นภูผาม่าน

จังหวัดขอนแก่น จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูผา สิ้นสุดการเดินทาง
ม่าน ในปี พ.ศ.2534 โดยได้พระราชกฤษฏีกา
กำหนดบริเวณที่ดินป่ าดงลานในท้องที่ตำบลนา
หนองทุ่ม อำเภอชุมแพ และตำบลห้วยม่วง ตำบล
วังสวาบ ตำบลนาฝาย ตำบลภูผาม่าน กิ่งอำเภอ
ภูผาม่าน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และป่าภู
เปือยในท้องที่ตำบลภูกระดึง ตำบลศรีฐาน อำเภอ
ภูกระดึง จังหวัดเลย เนื้อที่โดยประมาณ 218,750
ไร่ หรือ 350 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่ง
ชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 108
ตอนที่ 215 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2534 จัดเป็น

อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 72 ของประเทศ





หลังจากที่เราได้ดื่มดํ่ากับบรรยากาศธรรมชาติ ทั้งภูเขาหินที่สวย
เเปลกตาอีกทั้งยังมีต้นหญ้าที่เขียวขจีในเขตอุทยานเเห่งชาติ
ภูผาม่านเเล้วทำให้เราได้เติมพลังการในการพักผ่อนกับ
ธรรมชาติเเละสามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

อย่างเเน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าพึ่งเชื่อเรา ถ้าคุณนั้นยังไม่มาสัมผัส
เอง

ช่องทางการติดต่อ

สถานที่ติดต่อ : อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ต.นา
หนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 40290
E-mail : [email protected]
โทรศัพท์ : 0 4300 1753

อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย
โครงการหลวงขุนแปะ




ทุ่งดอกไม้สีสันสดใส สูดอากาศดีบนยอดดอยกันที่
ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย สีม่วง โครงการหลวงขุนแปะ

สารคดีฝึกหัด
จัดทำโดย

นางสาว ปิยฉัตร ศรีทรัพย์
เลขที่.18ม.5/5

เริ่มต้นการเดินทาง

รถยนต์ : สามารถขับรถเก๋งเข้ามาได้ ระหว่างทางจะมีสร้างถนนเป็นระยะ
แต่การเดินทางท่องเที่ยวภายในโครงการแนะนำให้เป็นรถโฟว์วิว เนื่องจาก
ถนนบางจุดยังไม่ค่อยดี และควรมีไกด์นำทาง
รถสาธารณะ : เริ่มต้นจากเชียงใหม่ ขึ้นรถประจำทาง เชียงใหม่-ฮอด ที่
สถานีขนส่งช้างเผือก ค่าโดยสาร 49 บาท บอกกระเป๋ารถเมล์ว​่าลงปาก
ทางเข้าบ้านแปะ รถออกทุกๆ 30 นาที พอถึงแล้วให้ทางโฮมสเตย์ม​ ารับได้
เลยค่ะ ค่าเสียหาย 2 คน 800 บาท 3-4 คนขึ้นไป 1500 บาท หรือ
มากกว่านั้น แล้วแต่ตกลง ส่วนนี้จะเป็นค่าบริการรับส่ง+นำเที่ยว ไม่รวม
ค่าที่พัก




มีอะไรในโครงการหลวงขุนแปะ

ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย เป็นหนึ่งในแปลงปลูกพืชทดลองของโครงการหลวงขุนแปะ กำลัง
บานสะพรั่งเต็มทุ่ง ชูช่อดอกใหญ่สีฟ้าอมม่วง อวดความสวยงามแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะ
เริ่มบานตั้งแต่เดือนตุลาคม และบานเต็มที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือน
กุมภาพันธ์ แต่เนื่องจากเป็นแปลงปลูกทดลอง แนะนำให้โทรสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่
ก่อนมา เพราะบางทีดอกไม่บาน หรือบานแล้วแต่เกษตรกรเก็บเกี่ยวไปแล้วนั่นเอง
นอกจากนี้ หากเราเดินทางไปเที่ยวในช่วงหน้าฝน ซึ่งตรงกับฤดูทำนา จะได้พบกับนาขั้น
บันไดเขียวขจีลดหลั่นตามความสูงชันรอบโครงการหลวง ส่วนหลังกลางเดือนตุลาคมไป
ถึงต้นเดือนพฤจิกายน ข้าวจะออกรวงเป็นสีเหลืองทองอร่ามไปทั่วบริเวณ
ใกล้ ๆ กับ ศูนย์ฯ มีที่พักราคาไม่แพง คือ กระท่อมตะวันไรวินทร์ เป็นโฮมเสตย์ก​ ลางนา
มีด้วยกันทั้งหมด 3 หลัง ราคา 500 บาทต่อคน รวมอาหารเช้าเย็นที่มาแบบจัดเต็ม แต่
ถ้าจะค้างอย่างเดียว คนละ 300 บาทเท่านั้น โดยสามารถนำอาหารมาทำกันเองได้ ทาง
ที่พักยินดีเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้

กว่าจะมาเป็นโครงการหลวงขุนแปะ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2527 ตามพระ
ราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อช่วย
เหลือชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง ให้ได้รับการดูแลในด้านสาธารณูปโภค
ที่เพียงพอ ลดปัญหาการบุกรุกป่าทำไร่เลื่อนลอย และขจัดปัญหาการ
ปลูกฝิ่ น โดยสร้างอาชีพทดแทน ด้วยการปลูกพืช ผัก ผลไม้ และไม้
ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ช่องทางการติดต่อ

ที่อยู่ : โครงการหลวงขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด : https://goo.gl/maps/dEkFuKguushJEpHi8
เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.

อ้างอิง

https://travel.mthai.com/region/192324.html


Click to View FlipBook Version