หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์
หลักสตู รปรับปรงุ พ.ศ. 2559
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยพะเยา
สารบญั หน้า
หมวดที่ 1 ขอ้ มลู ท่ัวไป 1
1. รหสั และชือ่ หลกั สตู ร 1
2. ชือ่ ปริญญาและสาขาวชิ า 1
3. วชิ าเอก 1
4. จานวนหน่วยกติ ที่เรียนตลอดหลกั สตู ร 1
5. รูปแบบของหลกั สตู ร 3
6. สถานภาพของหลักสูตรและการพจิ ารณาอนุมัติ/เหน็ ชอบหลกั สูตร 4
7. ความพร้อมในการเผยแพร่หลักสตู รทีม่ ีคุณภาพและมาตรฐาน 4
8. อาชีพทีส่ ามารถปฏิบัติได้หลงั สาเรจ็ การศึกษา 5
9. ชือ่ -นามสกลุ เลขประจาตวั ประชาชน ตาแหนง่ และคุณวุฒิการศกึ ษา
ของอาจารย์ผู้รบั ผิดชอบหลักสูตร 8
10. สถานทจี่ ัดการเรียนการสอน 8
11. สถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาทีจ่ าเป็นต้องนามาพจิ ารณาใน
การวางแผนหลกั สตู ร 13
12. ผลกระทบจากขอ้ 11.1 และ 11.2 ต่อการพฒั นาหลกั สตู รและความ
เกีย่ วข้องกับ พันธกจิ ของสถาบนั 14
13. ความสัมพันธ์กับหลกั สตู รอื่นที่เปิดสอนในคณะ / สาขาวชิ าอื่นของ
สถาบนั 21
23
หมวดที่ 2 ขอ้ มลู เฉพาะของหลกั สตู ร
1. ปรัชญา ความสาคญั และวตั ถุประสงคข์ องหลกั สตู ร 26
2. แผนพัฒนาปรบั ปรุง 26
29
หมวดที่ 3 ระบบการจดั การศึกษา การดาเนินการ และโครงสร้างของหลกั สูตร 84
1. ระบบการจดั การศกึ ษา 86
2. การดาเนนิ การหลกั สตู ร
3. หลกั สูตรและอาจารย์ผู้สอน
4. องคป์ ระกอบเกีย่ วกับประสบการณ์ภาคสนาม
5. ขอ้ กาหนดเกี่ยวกับการทาโครงการหรืองานวจิ ัย
สารบญั (ตอ่ ) หน้า
หมวดที่ 4 ผลการเรียนรู้ กลยุทธก์ ารสอน และการประเมินผล 87
1. การพัฒนาคุณลกั ษณะพเิ ศษของนิสติ 87
2. การพฒั นาผลการเรียนรู้ในแตล่ ะด้าน
105
หมวดที่ 5 หลักเกณฑ์ในการประเมินผลนสิ ติ 105
1. กฎระเบียบหรือหลกั เกณฑ์ในการใหร้ ะดบั คะแนน 105
2. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสมั ฤทธิ์ของนสิ ิต
3. เกณฑก์ ารสาเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู ร 106
106
หมวดที่ 6 การพัฒนาอาจารย์
1. การเตรียมการสาหรบั อาจารยใ์ หม่ 108
2. การพฒั นาความรู้และทักษะใหแ้ ก่คณาจารย์ 109
112
หมวดที่ 7 การประกันคณุ ภาพหลักสตู ร 112
1. การบรหิ ารหลักสตู ร 113
2. การบรหิ ารทรพั ยากรการเรียนการสอน 113
3. การบรหิ ารคณาจารย์
4. การบรหิ ารบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน 114
5. การสนับสนนุ และการให้คาแนะนานิสิต
6. ความต้องการของตลาดแรงงาน สงั คม และ/หรือความพงึ พอใจของ 116
ผู้ใช้บัณฑิต 116
7. ตวั บ่งชผี้ ลการดาเนนิ งาน (Key Performance Indicators) 117
117
หมวดที่ 8 การประเมินและปรบั ปรุงการดาเนินการของหลกั สูตร
1. การประเมินประสิทธผิ ลของการสอน
2. การประเมินหลกั สตู รในภาพรวม
3. การประเมินผลการดาเนินงานตามกรอบรายละเอียดหลักสตู ร
4. การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรบั ปรงุ หลกั สตู รและแผน
ปรบั ปรงุ
สารบญั (ตอ่ ) หน้า
ภาคผนวก 118
ภาคผนวก ก ขอ้ บงั คับมหาวิทยาลยั พะเยา วา่ ด้วย การศึกษาระดบั 130
ปริญญาตรี พ.ศ.2553 166
ภาคผนวก ข ตารางเปรียบเทียบหลักสูตรปรับปรงุ พ.ศ. 2553 และ 169
หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2559 174
ภาคผนวก ค คาสงั่ แตง่ ต้ังคณะกรรมการพัฒนาหลกั สตู ร 211
ภาคผนวก ง เอกสารขออนุมัติเปลี่ยนแปลงชื่อหลกั สตู รวทิ ยาศาสตร 288
บณั ฑิต สาขาเวชกิจฉุกเฉนิ 293
ภาคผนวก จ ผลการวพิ ากษ์หลักสูตรจากผู้ทรงคุณวฒุ ิ
ภาคผนวก ฉ ประวตั แิ ละผลงานทางวชิ าการของอาจารยป์ ระจาหลกั สตู ร 300
ภาคผนวก ช ภาระการสอนของอาจารยป์ ระจาหลกั สูตรและอาจารย์
ประจา 324
ภาคผนวก ซ ตารางรวมมาตรฐานผลการเรียนรู้มหาวิทยาลัยพะเยากับ 326
มาตรฐานผลการเรียนรตู้ ามหลกั เกณฑ์สาขาวชิ าปฏิบัติการ
ฉกุ เฉินการแพทย์
ภาคผนวก ฌ หลกั เกณฑ์และเงือ่ นไขการรบั รององคก์ รหรือ
สถาบันการศกึ ษาทดี่ าเนินการหลักสตู รปริญญา
สาขาปฏิบัติการฉุกเฉนิ การแพทย์ พ.ศ. 2556
ภาคผนวก ญ หนงั สือรบั รองจากสภาวชิ าชีพ
ภาคผนวก ฎ บนั ทึกขอ้ ตกลงความร่วมมือระหว่าง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั พะเยา กบั สถาบนั ต่างๆ
วา่ ด้วยความร่วมมือในการผลติ นิสติ สาขาปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ
การแพทย์
1
หลักสูตรวิทยาศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย
Bachelor of Science Program in Emergency Medical Operation
หลักสูตรปรบั ปรุง พ.ศ. 2559
ช่ือสถาบนั อุดมศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั พะเยา
คณะ/วทิ ยาลัย แพทยศาสตร
1. รหัสและช่อื หลกั สูตร หมวดท่ี 1 ขอมูลท่ัวไป
รหสั หลกั สตู ร : 1202
หลกั สตู รวทิ ยาศาสตรบณั ฑติ
ภาษาไทย : สาขาวิชาปฏบิ ัติการฉกุ เฉนิ การแพทย
Bachelor of Science in Emergency Medical Operation
ภาษาองั กฤษ :
2. ชือ่ ปริญญาและสาขาวิชา
ชอื่ เต็ม (ไทย) : วทิ ยาศาสตรบณั ฑิต (ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย)
ช่อื ยอ (ไทย) : วท.บ. (ปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ การแพทย)
ชอื่ เตม็ (องั กฤษ) : Bachelor of Science (Emergency Medical Operation)
ชอื่ ยอ (อังกฤษ) : B.Sc. (Emergency Medical Operation)
3. วิชาเอก
ไมม ี
4. จาํ นวนหนว ยกิตท่ีเรยี นตลอดหลกั สูตร
140 หนวยกิต
5. รูปแบบของหลักสตู ร
5.1 รูปแบบ
หลกั สูตรปรญิ ญาตรี 4 ป
2
5.2 ภาษาทใี่ ช
ภาษาไทย
5.3 การรับเขาศกึ ษา
รบั นิสติ ไทยหรือตางชาติท่ีใชภาษาไทยไดเปนอยางดี
5.4 ความรว มมอื กับสถาบนั อ่นื
5.4.1 คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยพะเยา มีความรวมมือกับ โรงพยาบาล
พทุ ธชนิ ราช โรงพยาบาลนครพงิ ค และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห โรงพยาบาลเลดิ สนิ
และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปนสถาบันรวมผลิตจัดการเรียนการสอนและฝกปฏิบัติ
ในชั้นปที่ 4 และมีความรว มมือกับโรงพยาบาลพะเยาเปน สถาบันรว มผลิต โดยแบงเปนแหลงฝก
ภาคสนามของนสิ ติ ชั้นปท ่ี 1-3
5.4.2 คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลยั พะเยา มีความรว มมือกับโรงพยาบาลศนู ย และ
โรงพยาบาลทั่วไปในการจัดการเรยี นการสอน และเปนแหลงฝก ปฏบิ ตั กิ าร (สํารอง) สาํ หรับนิสิต
ชั้นปที่ 4 ในรายวิชาการฝกงานปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย 1, การฝกงานปฏิบัติการฉุกเฉิน
การแพทย 2 และการฝก งานปฏิบตั ิการฉุกเฉนิ การแพทย 3 ไดแก
1. โรงพยาบาลพระนครศรีอยธุ ยา
2. โรงพยาบาลเลดิ สนิ
3. โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
4. โรงพยาบาลเจา พระยาอภัยภเู บศร
5. โรงพยาบาลพระนง่ั เกลา
6. โรงพยาบาลศนู ยอุตรดติ ถ
7. โรงพยาบาลศนู ยข อนแกน
8. โรงพยาบาลสกลนคร
9. โรงพยาบาลมหาสารคาม
10. โรงพยาบาลลาํ ปาง
11. โรงพยาบาลแพร
12. โรงพยาบาลหลมสกั
13. โรงพยาบาลเพชรบรู ณ
14. โรงพยาบาลลาํ พนู
15. โรงพยาบาลเจาพระยายมราช
3
16. โรงพยาบาลบรุ ีรมั ย
17. โรงพยาบาลอาํ เภอในภาคเหนือไดแก
17.1 จังหวัดเชียงราย ไดแก โรงพยาบาลพาน โรงพยาบาลแมลาว โรงพยาบาล
เวยี งเชียงรงุ โรงพยาบาลพญาเม็งราย โรงพยาบาลแมจัน
17.2 จังหวัดพะเยา ไดแก โรงพยาบาลแมจัน โรงพยาบาลปง และโรงพยาบาล
เชยี งมวน
17.3 จงั หวดั เชยี งใหม ไดแก โรงพยาบาลจอมทอง และโรงพยาบาลดอยสะเกด็
17.4 จังหวดั นาน ไดแก โรงพยาบาลทา วังผา โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชปว
17.5 จังหวดั แพร ไดแ ก โรงพยาบาลสูงเมน และโรงพยาบาลลอง
17.6 จงั หวดั ลาํ ปาง ไดแก โรงพยาบาลสบปราบ
5.5 การใหป รญิ ญาแกผ สู าํ เร็จการศึกษา
ใหป ริญญาวิทยาศาสตรบณั ฑติ (ปฏบิ ัติการฉกุ เฉนิ การแพทย) มหาวทิ ยาลยั พะเยา
6. สถานภาพของหลกั สตู รและการพิจารณาอนมุ ตั ิ/เห็นชอบหลักสตู ร
6.1 หลักสตู รวิทยาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉินการแพทย หลักสูตรปรบั ปรุง
พ.ศ. 2559 เปดสอนภาคการศึกษาภาคตน 2559 ปการศึกษา 2559 ปรับปรุงจาก
หลักสตู รวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าเวชกิจฉกุ เฉนิ หลกั สูตรใหม พ.ศ. 2553
6.2 คณะกรรมการคณะแพทยศาสตร เห็นชอบหลักสูตร ในการประชุม คร้ังที่ 11 วันท่ี 22
เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. 2558
6.3 คณะกรรมการวิชาการ มหาวทิ ยาลยั พะเยา เห็นชอบหลักสูตร ในการประชมุ ครั้งท่ี 9
(2558) วนั ที่ 16 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2558
6.4 คณะกรรมการบริหารมหาวทิ ยาลยั พะเยา เห็นชอบหลักสูตร ในการประชุม ครง้ั ที่ 102
(3/2559) วันท่ี 9 เดอื น มีนาคม พ.ศ. 2559
6.5 สภามหาวิทยาลัยพะเยา อนุมัติหลักสูตร ในการประชุมคร้ังท่ี 3/2559 วันท่ี 3
เดอื น เมษายน พ.ศ. 2559
6.6 สภาวิชาชีพ คณะอนุกรรมการรับรององคกรและหลักสูตรการศึกษาและอบรมผู
ปฏิบัติการ และการใหประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมาย และวิทยฐานะแกผูผาน
การศึกษาและฝกอบรม (อศป.) และสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ไดรับรอง
หลกั สูตรในการประชมุ ครั้งที่ 1/2560 วนั ที่ 27 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2559
4
7. ความพรอ มในการเผยแพรหลกั สตู รทมี่ คี ณุ ภาพและมาตรฐาน
ห ลั ก สู ต ร จ ะ มี ค ว า ม พ ร อ ม ใน ก า ร เผย แ พ ร ห ลั ก สู ต ร ท่ี มี คุ ณ ภ าพ ต า ม ก ร อ บ ม า ต ร ฐ า น
ระดบั อุดมศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2552 ในปก ารศึกษา 2561
8. อาชีพทีส่ ามารถปฏิบตั ไิ ดหลงั สาํ เรจ็ การศึกษา
8.1 เปนนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย (Paramedic) ในสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน และสถาบัน/ สํานัก/ หนวยงานดานการแพทยฉุกเฉิน
รวมท้ังสามารถศึกษาตอระดับบัณฑิตศึกษา ดานวิทยาศาสตรสุขภาพ หรือสาขาท่ี
เกีย่ วขอ ง
8.2 นักวจิ ัยดา นการแพทยฉกุ เฉนิ และสาธารณสุข
9. ชือ่ – นามสกลุ เลขบัตรประจาํ ตวั ประชาชน ตาํ แหนง และคณุ วุฒกิ ารศกึ
ลําดบั ช่ือ – สกุล เลขบตั รประจาํ ตัว ตําแหนง ค
1 นายวรี ะพล จนั ทรดียิ่ง ประชาชน ทางวชิ าการ F
31002000XXXXX ศาสตราจารย
2 นางสาวทววี รรณ ศรีสุขคํา 36599006XXXXX อาจารย
ประก
พยาบา
เก
5
กษาของอาจารยผ ูรับผดิ ชอบหลักสตู ร
คุณวฒุ ิ สาขาวชิ า สําเร็จการศึกษา ป
FRCP - จากสถาบัน 2551
FAFPM -
FRCP - Fellow of Royal College of 2549
Physician of London
ว.ว. สูตศิ าสตรการเจริญพนั ธุ Fellow Academy of Family 2548
Physician of Malaysia
ว.ว. สูตศิ าสตรและนรเี วชวิทยา Fellow of Royal College of 2548
พ.บ. แพทยศาสตร Physician of Edinburgh, 2526
วท.บ. วิทยาศาสตรบัณฑติ United Kingdom 2522
แพทยสภา 2520
ปร.ด. ประชากรศกึ ษา แพทยสภา
วท.ม. การเจรญิ พันธแุ ละวางแผนประชากร มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร 2556
กาศนยี บัตร สาขาเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป(การรกั ษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร 2535
มหาวทิ ยาลยั มหิดล 2556
าลเฉพาะทาง พยาบาลเบื้องตน ) มหาวิทยาลยั มหิดล
กียรตบิ ัตร การปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ นอก สภาการพยาบาล 2557
โรงพยาบาลสําหรับพยาบาลวชิ าชพี กระทรวงสาธารณสุข
5
ลาํ ดับ ชื่อ – สกุล เลขบตั รประจาํ ตวั ตาํ แหนง ค
ประชาชน ทางวิชาการ
3 นางสาวนงลักษณ แกว ทอง 35205001XXXXX อาจารย พ
4 นางอรทัย เกตุขาว 36405004XXXXX อาจารย พ
5 นางสาวเพ็ญนภิ ัท นภรี งค 11007000XXXXX อาจารย ประก
ประก
6 นายวีระชัย จาํ เริญดารารัศมี 35101005XXXXX อาจารย ว
ประก
6
คุณวุฒิ สาขาวิชา สําเร็จการศึกษา ป
จากสถาบัน
ส.บ. สาธารณสขุ ศาสตร 2531
มหาวิทยาลยั สุโขทัย
ปพ.ส. พยาบาลศาสตรแ ละผดุงครรภ ชน้ั สงู ธรรมาธิราช 2527
(เทยี บเทา ปรญิ ญาตรี) วทิ ยาลัยพยาบาล
วท.ม. สุขศกึ ษาและพฤติกรรมศาสตร บรมราชชนนี พิษณุโลก 2550
พย.บ. พยาบาลศาสตร มหาวิทยาลัยมหดิ ล 2545
วทม. จติ วิทยาพฒั นาการ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม 2552
พย.บ. พยาบาลศาสตร มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง 2543
ว.ว. รังสีวิทยาวินิจฉยั มหาวิทยาลัยมหดิ ล 2558
กาศนยี บตั ร วทิ ยาศาสตรการแพทยคลนิ ิก มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม 2558
ชั้นสงู มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม
กาศนียบัตร แพทยอํานวยการการแพทยฉุกเฉิน 2558
พ.บ. แพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล 2552
วท.บ. วทิ ยาศาสตรก ารแพทย มหาวทิ ยาลัยนเรศวร 2550
ว.ว. เวชศาสตรครอบครวั มหาวิทยาลยั นเรศวร 2520
กาศนียบตั ร วิทยาศาสตรการแพทยค ลินกิ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม 2517
ชนั้ สูง (เวชปฏิบัตทิ ว่ั ไป) มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
พ.บ. แพทยศาสตร 2516
มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม
6
ลาํ ดบั ชอื่ – สกุล เลขบตั รประจาํ ตวั ตาํ แหนง คุณ
7 นายบญุ ฤทธิ์ คําทพิ ย ประชาชน ทางวชิ าการ
8 นายเธียรชัย คฤหโยธิน ว
35398000XXXXX อาจารย ประกาศน
9 นายเอนก สุภาพ
10 นายเทพนฤมติ ร เมธนาวนิ 31015001XXXXX อาจารย พ
ว
อ
ประกา
36206000XXXXX อาจารย พ
วท
ว
35605003XXXXX อาจารย พ
ประกา
พ
วท
7
ณวฒุ ิ สาขาวชิ า สําเรจ็ การศึกษา ป
จากสถาบนั
ว.ว. เวชศาสตรฉุกเฉิน 2551
นยี บัตรชน้ั สงู วทิ ยาศาสตรการแพทยคลนิ กิ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม 2549
พ.บ. แพทยศาสตร มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม 2548
ว.ว. มหาวิทยาลยั เชียงใหม 2527
อ.ว. ศลั ยศาสตร แพทยสภา 2554
เวชศาสตรป อ งกันสาขาสุขภาพจิต แพทยสภา
าศนยี บตั ร ชมุ ชน 2557
แพทยอาํ นวยการการแพทยฉ กุ เฉนิ วิทยาลัยแพทยศาสตร
พระมงกฎุ เกลา 2521
พ.บ. แพทยศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล 2519
ท.บ. วทิ ยาศาสตรก ารแพทย มหาวทิ ยาลัยมหิดล 2551
มหาวิทยาลัย
ว.ว. เวชศาสตรฉุกเฉนิ นวมนิ ทราธิราช 2542
มหาวทิ ยาลัยรังสติ 2558
พ.บ. แพทยศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล 2516
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม 2513
าศนียบัตร แพทยอํานวยการการแพทยฉุกเฉิน มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม
พ.บ. แพทยศาสตร
ท.บ. วทิ ยาศาสตรการแพทย
7
8
10. สถานทจ่ี ัดการเรยี นการสอน
มหาวทิ ยาลัยพะเยา
11. สถานการณภายนอกหรือการพัฒนาท่ีจําเปนตองนํามาพิจารณาในการวางแผน
หลักสูตร
11.1 สถานการณหรอื การพัฒนาทางเศรษฐกจิ
การพัฒนาประเทศไทยในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 11
(พ.ศ 2555-2559) มุงสรา งภมู ิคุมกนั ในมิติตางๆ ใหแ ก ครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
โดยใชแนวคดิ และทิศทางการพฒั นาประเทศอยางยั่งยืน ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตอเนื่องจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติฉบับที่ 10 มีการเช่ือมโยงมากขึ้น ทั้งทุน
มนุษย ทุนสังคม ทุนทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอม ทุนกายภาพ ทนุ การเงิน และทุนทาง
วัฒนธรรม ที่จะเช่ือมโยงกับทุนอ่ืนๆ เพื่อการพัฒนาสังคม และพัฒนาความสามารถ
ในการแขงขัน รวมท้ังการสรางพันธมิตร และการพัฒนาในประชาคมโลก การประเมิน
สถานการณค วามเสยี่ ง และการสรางภมู คุมกันของประเทศดา นเศรษฐกิจ สงั คม และวัฒนธรรม
เนนการใหค วามสําคัญกับการจัดบริการพื้นฐานทั้งดานสุขภาพ การศึกษา การเปดพ้ืนท่ีเรียนรู
ใหกวางขวางผานส่ือสรางสรรคตางๆ และการจัดสวัสดิการ และการคุมครองทางสังคมจาก
ครอบครัว ชุมชน และรัฐบาลอันจะนําไปสูการมีมาตรฐานการดํารงชวี ิตท่ีดีขึ้น การเปดการคา
และการลงทุนเพ่ิมข้ึน โดยเฉพาะในสวนภูมิภาค การปรับตัวทางเศรษฐกิจสูฐานความรูสงผลให
มกี ารเปด เสรกี ารคาบริการ และสรา งกฎระเบียบดา นทรัพยส ินทางปญ ญามากข้ึน ภาวะโรครอ น
เริ่มสงผลใหมีกฎกตกิ า ดา นสง่ิ แวดลอมมากขึ้น การเขาสสู งั คมผสู งู อายุของโลกอยา งตอ เนอ่ื ง
ประเทศที่พัฒนาแลวสวนใหญไดเขาสูการเปนสงั คมผูสูงอายุมานานกวา 40-50 ป เชน
ฝรงั่ เศส สวีเดน สหรัฐอเมรกิ า อิตาลี สงิ คโปรและญ่ีปนุ สวนประเทศที่กาํ ลังพัฒนา เชน เกาหลี
จนี อนิ โดนเี ซยี บรูไน ไทย และเวียดนาม ไดก าวเขา สูก ารเปนสังคมผูสูงอายุในชวง 5 ป ท่ีผานมา
และในชวงแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 องคการอนามัยโลกคาดวา ในป 1970 ถึงป 2025 ประชากร
ผูสูงอายุเพ่ิมขึ้นถึงรอยละ 223 จาก 694 ลานคนเปน 1.2 พันลานคนป 2025 และคาดวา
ป 2050 จะมีประชากรสูงอายุในโลกประมาณ 2 พันลานคน (WHO, 2002) สําหรับ ในประเทศ
ไทยจํานวนผูสูงอายุในโลกเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วเชนกัน ดังรายงานสถานการณ ผูสูงอายุไทย
พ.ศ. 2552 ดังที่ (สมศักด์ิ ชณุ หรัศม, 2552) พบวา ในป พ.ศ.2503 ประชากรอายุต้งั แต 60 ปข ้ึน
ไปมีเพียง 1.5 ลานคนหรือประมาณรอยละ 5.4 ของประชากรทั้งหมดเทานั้น ในป 2556
สถาบันวิจัย และพัฒนาผูสูงอายุไทย ระบุวาป 2556 ขนาดของประชากรตั้งแตอายุ 60 ปขนึ้ ไป
มีมากถงึ 9.6 ลา นคน เพิ่มเปน 6.4 เทา หรอื คิดเปนรอ ยละ 14.9 ของประชากร
9
ผลตามมาจากการมีจํานวนผูสูงอายุ คือระบบบริการสุขภาพตองเปล่ียนชไปภาครัฐ
ตองรับภาระคาใชจาย ในการรักษาผูสูงอายุอันเกิดจากโรคเรื้อรัง รายงานสถาบันวิจัย และ
พฒั นาผูสูงอายไุ ทย ระบุวา พ.ศ. 2556 ผสู งู อายุรอยละ 53 มีอาการสาํ คญั จากโรคเรือ้ รัง ไดแ ก
ความดันโลหิตสูง/ไขมัน ซ่ึงโรคเหลานี้เปนสาเหตุของการเกิดโรคฉุกเฉิน เชน โรคหลอดเลือด
สมอง นอกเหนือจากน้ียังพบวา มีการพลัดลมซ่ึงสํานักควบคุมโรคไมติดตอ กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสขุ ระบุวา อตั ราตาย และโรคอ่นื ที่เก่ียวกับการเสื่อมทางรางกายของผสู ูงอายุ
ท่ีสงผลใหผูสูงอายุเจ็บปวยฉุกเฉิน ดังรายงานการวิจัยยังระบุวาจํานวนผูรับบริการฉุกเฉิน
ในกลุมผูส งู อายุไดเ พ่ิมข้ึนอยางมาก โรคทีผ่ ูสูงอายมุ ารับบริการฉุกเฉนิ ที่ตึกฉุกเฉนิ ในโรงพยาบาล
สว นใหญ เปนปญหาดานการแพทย และการบาดเจ็บ (Keskinoglu, et al., 2010) สอดคลองกับ
องคการอนามัยโลก ยังไดระบุวากลุมอายุท่ีปวยเปนโรคไมติดตอไดแก โรคหลอดเลือดสมอง
โรคความดัน เบาหวานมากที่สดุ คือ กลุมผูสูงอายุ (WHO, 2002) ซง่ึ โรคเหลาน้ียังเปนสาเหตุนํา
ท่ีทําใหเกดิ การเจ็บปวยฉกุ เฉินไดท ง้ั ส้ิน
การเจ็บปวยฉุกเฉิน เปนสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหน่ึงของเกือบทุกประเทศทั่วโลก
รวมถึงประเทศไทย ซึ่งการเจ็บปวยฉุกเฉนิ จะครอบคลมุ โรคภัยทุกชนิด นับตง้ั แตการปวยฉกุ เฉิน
ดวยโรคเฉียบพลัน และโรคเร้ือรังที่กอใหเกิดการปวยฉุกเฉินจากอาการของโรคกําเริบ หรือ
มีภาวะแทรกซอ นเฉียบพลัน รวมถึงการบาดเจบ็ จากอุบัติเหตุ และสาธารณภัย ทง้ั นโ้ี รคหัวใจ และ
หลอดเลือด เปน สาเหตุสําคญั ของการเจบ็ ปวยฉุกเฉิน และเปนสาเหตุการเสยี ชีวิตที่มีอัตราสงู ขึ้น
เรื่อยๆ โดยเฉพาะจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือแตกจาก
การศึกษาของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (2544, อางถึงใน วิทยา ชาติบัญชาชัย, 2545)
พบวา รอยละ 70 ของภาวะหัวใจหยุดทันที (Sudden cardiac arrest) เกิดขึ้นที่บาน และมากกวา
รอยละ 90 เกิดนอกโรงพยาบาล ซ่ึงผูปวยฉุกเฉินดังกลาวตองการการดูแลชวยเหลือภายใน
3 - 5 นาที เพอ่ื ใหมีโอกาสรอดชวี ิตอยางมีคุณภาพ
อุบัติเหตุโดยเฉพาะอยางย่ิงอุบัติเหตุจราจร เปนสาเหตุของการเสียชวี ิตมากเปนอันดับ
ที่ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลอื ด ดงั ท่ีสํานกั นโยบาย และยทุ ธศาสตรก ระทรวงสาธารณสุข
ระบุวา ป พ.ศ. 2556 มีผูเสียชีวิต 14,789 คน คิดเปนอัตรา 22.89 ตอประชากร 100,000 คน
โดยทกุ ๆวันจะมคี นไทยเสียชีวติ จากอุบตั เิ หตุทางถนนเกือบ 41 คน นอกจากนี้สาํ นักระบาดวิทยา
รายงานวา ป พ.ศ. 2555 ขอมูลเครือขายระบบเฝา ระวังการบาดเจ็บ ณ ปจ จุบัน 33 แหง พบวา
มีผูบาดเจบ็ รุนแรงจากทุกสาเหตรุ วมกนั 171,232 ราย จาํ นวนผูบาดเจ็บดังกลาวจะซ่งึ สงผลตอ
ความพิการ และเปนภาระตอ ครอบครัว สังคม และประเทศชาติอยา งมาก (วิทยา ชาติบัญชาชยั ,
2545)
10
ขอมูลสถิติของสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ (2554) พบวา มีผูเจ็บปวยฉุกเฉิน
ประมาณ 12 ลานครั้งตอป ซึ่งเปนผูเจ็บปวยวิกฤติ และเรงดวนประมาณรอยละ 30 ซ่ึงคาด
ประมาณวามีผูจําเปนตองไดรับการบริการการแพทยฉุกเฉิน เพื่อรักษาชีวิต อวัยวะ หรือ
การทํางานของระบบอวัยวะสําคัญที่จําเปนตอสุขภาพ และการดํารงชีวิตปละ 4 ลานครั้ง
ซึ่งในจํานวนนี้ มผี ูเ จ็บปว ยฉุกเฉินเสียชวี ิตนอกโรงพยาบาลประมาณ 6,000 คน ทง้ั นี้หากมรี ะบบ
การแพทยฉ กุ เฉนิ ทม่ี ีประสิทธภิ าพ จะชวยรักษาชีวิตผเู จ็บปวยฉุกเฉนิ ดงั กลา วไดถงึ รอ ยละ 15-20
หรือปละ 9,000 – 12,000 คน แตจากการศึกษาของสํานักงานระบบบริการการแพทยฉุกเฉิน
(2550) พบวาหนวยปฏิบัติการการแพทยฉุกเฉินในปจจุบัน ใหบริการการแพทยฉุกเฉิน
แกผเู จบ็ ปว ยฉกุ เฉนิ เพยี งรอยละ 8.04 ของจํานวนผเู จ็บปวยฉกุ เฉนิ ทจี่ ําเปน ตอ งไดร บั การบริการ
ทง้ั หมดเทา นน้ั
นอกจากน้ีแนวโนมภัยพิบัติท่ีทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งอุบัติภัยจากธรรมชาติ ภัยที่มนุษย
กอขึ้น ภัยจากเทคโนโลยี และภัยโรคระบาด มีแนวโนมทวีมากขึ้นในขอบเขตทั่วโลก ท้ังในดาน
ความรุนแรง ความถ่ี และขอบเขตพ้นื ท่ีท่ไี ดรบั ผลกระทบ ทําใหจ ํานวนผูปวยฉุกเฉินเพม่ิ จํานวน
มากขึ้น ดังรายงานของสํานักงานวาดวยกลยุทธระหวางประเทศ เพื่อการลดภัยพิบัติ
แหงสหประชาชาติ (UNISDR, 2012) ท่ีพบวา สําหรับประเทศไทย เปนประเทศท่ีไดรบั ผลกระทบ
จากสาธารณภัยสูงสดุ เปนอันดับที่ 5 ของโลก) โดยมีผูที่ไดร ับผลกระทบถึงจํานวน 72 ลานคน
และยังพบวาเปน ประเทศทีไ่ ดรับความเสียหายทางเศรษฐกิจเปน อันดับท่ี 4 ของโลก โดยเฉพาะ
อยางยิ่ง พ.ศ. 2554 มหาอุทกภัยในประเทศไทยป พ.ศ. 2554 มีผูเสียชีวิต 813 ราย แตมีความ
สญู เสยี ทางเศรษฐกจิ สูงถึง 4.5 หม่ืนลานดอลลา ร หรือประมาณ 1.44 ลานลานบาท ซึ่งมีมูลคา
เทียบเทากวา 13% ผลิตภัณฑมวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) รายงาน
ของกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (2556) พบวาในประเทศไทยมีภัยพิบัติท่ีแตกตางกัน
ในแตละภมู ิภาค ภาคเหนือสาธารณภัยทเ่ี กิดขึ้น เปน ดินโคลนถลมอุตรดิตถ สุโขทัย แพร ลาํ ปาง
เพชรบูรณและนาน และแผนดินไหวท่ีจังหวัดเชยี งราย ภาคใตเหตุการณท่ีเกิดเปนวาตภัย และ
จากคล่ืนสึนามิ ภาคกลางสาธารณภยั ที่เกดิ ขึ้นเปนอุทกภยั สถานการณก ารเกิดภัยพบิ ัติจากเหตุ
ธรรมชาตินับวนั ยง่ิ ทวีความถ่ี และความรุนแรงมากข้ึนทั้งอทุ กภัย วาตภยั และภยั จากแผนดินไหว
ซ่ึงที่ผานมามีปญหาการขาดการเตรียมความพรอม ทําใหไมสามารถใหความชวยเหลือได
อยา งมีประสทิ ธภิ าพ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 52 และ 82
ไดกําห นด วา บริการสาธารณสุขที่ประชาชนพึงไดรับจากสถานบริการของรัฐตองเปนไป
อยา งท่ัวถึงและไดมาตรฐาน รวมท้ังนโยบายการปฏริ ูประบบสขุ ภาพ ทม่ี ุงหวังใหป ระชาชนไดร ับ
บรกิ ารสขุ ภาพทีด่ ี ครอบคลุม ทุกประเภทของบรกิ าร ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสงั คมแหง ชาติ
11
ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) กระทรวงสาธารณสุข จึงไดกําหนดแผนพัฒนาระบบการแพทย
ฉุกเฉินใหลงสูระดับชุมชน โดยเนนใหชุมชนมีสวนรวม และมีความครอบคลุมพ้ืนท่ีทั่วประเทศ
รวมท้ังมีการเปดหนวยกูชีพขึ้นในโรงพยาบาลตางๆ ซึ่งสอดคลองกับระดับสากลที่องคการ
อนามัยโลก (WHO) ไดใหความสําคัญ และกําหนดองคประกอบการดูแลสุขภาพ ดานการดูแล
การบาดเจ็บและการดูแลฉกุ เฉนิ กอ นถงึ โรงพยาบาล (Pre hospital trauma and emergency care)
ในป พ.ศ. 2550
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการแพทยฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มีการกอตั้งสถาบัน
การแพทยฉ กุ เฉนิ แหงชาติ (สพฉ.) และมกี ารจัดทําแผนยทุ ธศาสตรการพฒั นาการแพทยฉุกเฉิน
แหงชาติ จํานวน 2 ฉบับ โดยท่ีแผนยุทธศาสตรการพัฒนาการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ฉบับที่ 1
ไดมีการจัดทําเมื่อ พ.ศ. 2551-2555 โดยกําหนดวาการบริการการแพทยฉุกเฉิน (Emergency
Medical Service: EMS) หมายถึงการบริการผูบาดเจ็บ และปวยฉุกเฉินท้ังในภาวะปกติ และ
สาธารณภัย ครอบคลุมตั้งแตการรับแจงเหตุเจ็บปวยฉุกเฉิน การใหคําแนะนําปรึกษาฉุกเฉิน
การดูแลรกั ษาพยาบาลฉกุ เฉนิ กอนถงึ โรงพยาบาล การลาํ เลียงขนยา ย และนําสง สถานพยาบาล
ท่เี หมาะสม และการรักษาพยาบาลฉุกเฉินในสถานพยาบาล จนกระท่ังพนภาวะฉุกเฉิน รวมท้ัง
กาํ หนดกรอบระบบการแพทยฉ กุ เฉิน วาประกอบดวยระบบการแพทยฉุกเฉินกอนถึงโรงพยาบาล
(Pre-hospital care) ระบบการแพทยฉุกเฉินท่ีโรงพยาบาลและระบบสงตอ (Emergency
department and transferal system) และระบบการแพทยฉกุ เฉินในกรณีสาธารณภยั
ปจจุบันอยูในชวงของแผนยุทธศาสตรการพัฒนาการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ฉบับท่ี 2
(2556-2559) ท่ีมีวิสัยทัศนคือ ประเทศไทยมีระบบการแพทยฉุกเฉินท่ีไดมาตรฐาน ซ่ึงบุคคล
เขาถึงไดอยางทั่วถึงและเทาเทียม ทั้งในภาวะปกติและสาธารณภัย โดยมีการจัดการอยาง
มีสวนรวม ในแผนยุทธศาสตรการพัฒนาการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ฉบับท่ี 2 ประกอบไปดวย
7 กลยุทธ ไดแก 1) การพัฒนาระบบปฏิบัติการฉุกเฉินใหไดมาตรฐานอยางท่ัวถึงและเทาเทียม
2) การพัฒนาหลักเกณฑ กลไก และการบริหารกิจการการแพทยฉุกเฉินที่ดี 3) การพัฒนา
การเตรียมการดานการแพทยฉุกเฉินใหพรอมรับสาธารณภัย 4) การพัฒนาระบบการเงิน และ
งบประมาณใหมีประสิทธภิ าพ 5) การประสานความรวมมอื กบั ประชาคมอาเซียน และนานาชาติ
6) การพัฒนาระบบสารสนเทศ และการสื่อสารใหรองรับการตัดสินใจเชิงนโยบาย การบริหาร
จัดการ การปฏิบัติการ และการประเมินผลได และ 7) กลยุทธการสรางเสริมบทบาท
การมสี วนรวม และการจดั การความรู ทงั้ นีก้ ลยุทธท่ีสําคัญท่ีเก่ียวของกับการผลติ บุคลากร คือ
การพฒั นาระบบปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ ใหไดมาตรฐานอยา งทวั่ ถึง และเทาเทียม (สถาบันการแพทย
ฉกุ เฉนิ แหงชาต,ิ 2555)
12
11.2 สถานการณห รอื การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม
อตั ราการเกดิ โรคไมต ิดตอ สูงข้นึ แตไมสมดุลกับจํานวนบุคลากรดา นสขุ ภาพ โดยเฉพาะ
ทางดานฉุกเฉิน ซ่ึงปจจุบันนับต้ังแตเดือนกันยายน 2549 ถึงเดือนกันยายน 2555 ประเทศไทย
มีหนวยปฏิบัติการการแพทยฉุกเฉินที่ข้ึนทะเบียนแลวรวมท้ังส้ิน 12,691 หนวย เปนหนวย
ปฏิบัติการการแพทยฉุกเฉินระดับสูง จํานวน 2,183 หนวย หนวยปฏิบัติการการแพทยฉุกเฉิน
ระดับกลาง จาํ นวน 42 หนวย หนว ยปฏิบัตกิ ารการแพทยฉุกเฉินระดบั พื้นฐาน จํานวน 1,837 หนวย
และหนวยปฏิบัติการฉุกเฉินเบ้ืองตนจํานวน 8,629 หนวย (สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ,
2557) ขอมูลการปฏิบัติงานในป 2556 พบวา ดานการปฏิบัติการฉุกเฉินทางบก มีการออก
ชวยเหลือผูปวยฉุกเฉินรวมท้ังสิ้น 1,221,801 ครั้ง (รวมเขตพ้ืนท่ี กทม.) สวนใหญ เปน
การชวยเหลือเหตุการณผูปวยฉุกเฉิน จํานวน 765,076 คร้ัง รองลงมาคือการชวยเหลือ
เหตุการณอุบัติเหตุจราจร จํานวน 308,119 คร้ัง ที่เหลือเปนการชวยเหลือในเหตุการณอ่ืนๆ
ซง่ึ ไมระบปุ ระเภท ดานการออกปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉนิ ทางอากาศยาน มกี ารออกปฏิบัติการชว ยเหลือ
ผูปวยทัง้ ส้นิ 35 ครง้ั ซ่งึ สว นใหญเ ปนผูปวยฉุกเฉนิ ที่ไดรับบาดเจบ็ หรือปว ยอยใู นขั้นวิกฤตฉุกเฉิน
และอยใู นพนื้ ทีห่ า งไกล ทุรกนั ดาร หรอื พื้นท่ที ีไ่ มสามารถเคลื่อนยายดว ยยานพาหนะปกตไิ ด
แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการแพทยฉุกเฉินแหงชาติฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2556-2559
(สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ, 2557) กําหนดใหมีกลยุทธ การพัฒนาระบบปฏิบัติการ
ฉุกเฉินใหไดมาตรฐานอยางทั่วถึง และเทาเทียม โดยสงเสริมและสนับสนุนใหมกี ารผลิตบคุ ลากร
การแพทยฉ ุกเฉนิ ใหเ พยี งพอ โดยเฉพาะการผลิตนกั ปฏิบัตกิ ารฉุกเฉนิ การแพทย ซึ่งเปนบคุ ลากร
วิชาชีพเฉพาะทางดานการแพทยฉุกเฉินระดับปริญญา เชนเดียวกับนานาอารยประเทศ อาทิ
ประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ญ่ีปุน และอังกฤษ แตในปจจุบันประเทศไทยยังอยูในชวง
เริ่มตน ซึ่งพบวามีบคุ ลากรซึ่งเปนนกั ปฏิบัติการฉุกเฉนิ การแพทยป ฏิบัติงานในระบบการแพทย
ฉกุ เฉนิ นอยมาก ทัง้ ๆทีใ่ นแผนยุทธศาสตรก ารพัฒนาการแพทยฉ ุกเฉนิ แหงชาติ ระบคุ วามสาํ คัญ
และความจําเปนของบุคลากรกลุมน้ี โดยกําหนดเปาหมายใหมีนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย
จํานวน 1,860 คน ภายในป พ.ศ. 2555 สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติได (2558) ระบุวา
มีนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย จํานวน 27 คน สําหรับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย
ท่ีดําเนินการผลิตหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย มีเพียง
4 สถาบันคือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัย
นวมนิ ทราธริ าช โดยทง้ั 4 มหาวิทยาลยั คาดวามีกาํ ลงั การผลติ เพยี ง 120 คนตอ ปเทาน้นั
13
12. ผลกระทบจากขอ 11.1 และ 11.2 ตอ การพัฒนาหลักสตู รและความเก่ียวขอ งกับพนั ธกจิ
ของสถาบนั
12.1 การพฒั นาหลักสูตร
มหาวิทยาลัยพะเยา ในฐานะที่เปนมหาวิทยาลัยท่ีตั้งอยูในภูมิภาคท่ีต้ังอยูในพื้นท่ีที่ยัง
ประสบปญหาดานโครงสรางประชากร และพฤติกรรมที่สงผลตอการเจ็บปว ยฉุกเฉิน อีกท้ังยัง
ประสบปญหาสาธารณภัย จึงไดกําหนดเปนนโยบายที่จะผลิตบัณฑิต ในสาขาวิชาทางดาน
วิทยาศาสตรสุขภาพ ใหค รบทกุ สาขาวชิ า ใหออกไปรบั ใชสังคม และชุมชน ในเขตพ้นื ท่ีภาคเหนือ
ตอนบน จึงไดจัดทําหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยขึ้น
เพือ่ ตอบสนองนโยบายดงั กลา ว
การพัฒนาหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรในระดับอุดมศึกษา จะตองดําเนิน
การใหสอดคลองกับแผนยุทธศาสตรกระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาติ แผนพัฒนากําลังคนดานสุขภาพ และแผนยุทธศาสตรการพัฒนาการแพทยฉุกเฉิน
แหงชาติ ท่ีใหตระหนักถึงผลของความกาวหนา และการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วทางดาน
เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร สภาวะการเจบ็ ปว ยฉกุ เฉนิ และสาธารณภยั ของประชาชน
รวมทั้งบทบาทของบุคลากรทางดานสาธารณสุขในระดับวิชาชีพ จึงมีความจําเปนตองพัฒนา
หลักสูตรใหเทาทันการเปลี่ยนแปลง และเจตนารมณในแผนฯดังกลาว หลักสูตรที่พัฒนาขึ้น
จึงมุงเนนใหผูเรียนสามารถนําขอมูลสารสนเทศจาก ผูเจ็บปวยฉุกเฉิน และสถานการณที่
เก่ยี วขอ งมาประกอบการประเมินสภาพ และวินิจฉยั ปญหาของผูปวย สามารถประยุกตใ ชความรู
ดานวิทยาศาสตรสุขภาพ มนุษยศาสตร สังคมศาสตร นิติศาสตร และการบริหารจัดการใน
การประกอบอาชีพ สามารถใชความรู และความเชี่ยวชาญ ในการชวยเหลือบริบาล ผูเจ็บปวย
ฉกุ เฉิน ณ จุดเกิดเหตุและระหวางนําสงสถานพยาบาล ทั้งในภาวะปกติ และสาธารณภัยอยาง
ถูกตองรวดเร็ว โดยยึดหลกั คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมท้ังสามารถสราง
เสรมิ สขุ ภาพ ปอ งกัน และแกไขปญ หาสุขภาพในกรณฉี กุ เฉนิ
12.2 ความเก่ยี วพันกบั พนั ธกิจของสถาบนั
คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยพะเยา มีพันธกิจ ดงั นี้
12.2.1 เพื่อผลิตบัณ ฑิตสาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย ใหไดจํานวน
ท่ีเพียงพอและมีคณุ ภาพ
12.2.2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับนักศึกษา และจัดการเรียนการสอน
นักศึกษาปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ การแพทย ทตี่ รงกับความตอ งการของประเทศไทย
14
12.2.3 เพอื่ มุงเนน การผลิตบุคลากรดา นการแพทยฉุกเฉนิ ใหสามารถทาํ งานรว มกับ
ชุมชน เปนท่พี ่ึงพาของชุมชนในดานการแพทยฉุกเฉิน การสรางเสริมสุขภาพ
การปอ งกันโรค การฟน ฟูสขุ ภาพ
12.2.4 เพื่อผลิตบัณฑติ ทม่ี คี วามรู คณุ ธรรม จริยธรรม ดํารงไวซ ึ่งจรรยาบรรณวิชาชีพ
ดา นปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย
12.2.5 เพื่อพัฒนาใหเปนสถานบริการสุขภาพทุกระดับใหไดมาตรฐานสากล และ
ใหบ รกิ ารดานสุขภาพกบั ประชาชนในเขตภาคเหนอื ตอนบน
12.2.6 เพ่ือพัฒนางานวิจัย และการบริการวิชาการแกสังคม และนําไปพัฒนาระบบ
การแพทยฉุกเฉินในประเทศไทยใหไดม าตรฐานสากล และการบริหารจัดการ
ตามหลกั ธรรมาภิบาล
ดงั นั้น ในการพัฒนาหลักสตู ร เพอ่ื รองรับสถานการณท างเศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม
และการศึกษาท่ีเปล่ียนแปลงไป การมุงผลิตบัณฑิตระดับวิชาชีพดานการแพทยฉุกเฉิน
เพื่อแกปญหาระบบสุขภาพของประชาชนกรณีฉุกเฉิน จึงเปนพันธกิจหลักของคณะแพทยศาสตร
ทจ่ี ะตอ งดาํ เนนิ การ
13. ความสัมพันธกบั หลกั สูตรอ่ืนท่ีเปด สอนในคณะ/ สาขาวชิ าอื่นของสถาบัน
13.1 กลุม วิชา/ รายวชิ าในหลักสูตรท่ีเปดสอนโดยคณะ/ สาขาวชิ า/ หลกั สตู รอ่นื
13.1.1 หมวดวิชาศกึ ษาทว่ั ไป
13.1.1.1 รายวิชาในหลักสูตรทีเ่ ปด สอนโดยคณะศิลปศาสตร
001103 ทกั ษะภาษาไทย 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Thai Language Skills 3(3-0-6)
001111 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Fundamental English
001112 ภาษาองั กฤษพฒั นา
Developmental English
001113 ภาษาอังกฤษเชงิ วชิ าการ
English for Academic Purposes
002122 ปรชั ญาเพื่อชีวิต
Philosophy for Life
002123 ภาษา สังคม และวัฒนธรรม 15
Language Society and Culture 3(3-0-6)
3(3-0-6)
003132 ไทยกบั ประชาคมโลก 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Thai and the World Community 3(2-2-5)
003133 วิถีไทย วถิ ีทศั น
Thai Way and Vision
003135 การเมือง เศรษฐกจิ และสังคม
Politics Economy and Society
005172 การจดั การการดําเนินชวี ติ
Living Management
13.1.1.2 รายวิชาในหลักสูตรที่เปดสอนโดยคณะสถาปตยกรรมศาสตรและ
ศิลปกรรมศาสตร
002124 ปริทศั นศ ิลปะการแสดงไทย 3(3-0-6)
Thai Performing Arts 3(3-0-6)
3(3-0-6)
002125 ดุรยิ างควจิ กั ขณ
Music Appreciation
002126 ศิลปะในชวี ิตประจาํ วนั
Arts in Daily Life
13.1.1.3 รายวิชาในหลกั สตู รท่เี ปด สอนโดยคณะวิทยาศาสตรก ารแพทย
005170 พฤตกิ รรมมนษุ ย 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Human Behavior
005171 ชวี ติ และสขุ ภาพ
Life and Health
13.1.1.4 รายวชิ าในหลักสตู รทเ่ี ปดสอนโดยคณะวทิ ยาศาสตร 16
004150 กอลฟ 1(0-2-1)
Golf 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004151 เกม 1(0-2-1)
Game 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004152 บริหารกาย 1(0-2-1)
Body Conditioning 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004153 กิจกรรมเขา จงั หวะ 1(0-2-1)
Rhythmic Activities 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004154 วายนํา้ 1(0-2-1)
Swimming 1(0-2-1)
004155 ลีลาศ
Social Dance
004156 ตะกรอ
Takraw
004157 นนั ทนาการ
Recreation
004158 ซอฟทบ อล
Softball
004159 เทนนสิ
Tennis
004160 เทเบลิ เทนนิส
Table Tennis
004161 บาสเกตบอล
Basketball
004162 แบดบินตัน
Badminton
004163 ฟตุ บอล
Football
004164 วอลเลยบอล 17
Volleyball 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004165 ศลิ ปะการตอสปู องกนั ตวั 2(1-2-3)
3(3-0-6)
Art of Self – Defense 3(3-0-6)
005173 ทักษะชีวิต
Life Skills
006142 คณติ ศาสตรส ําหรบั ชีวิตในยุคสารสนเทศ
Mathematics for Life in the Information Age
006245 วทิ ยาศาสตรในชวี ิตประจาํ วัน
Science in Daily Life
13.1.1.5 รายวิชาในหลกั สูตรท่ีเปด สอนโดยวิทยาลยั พลงั งานและสงิ่ แวดลอ ม
006140 มนษุ ยก ับสงิ่ แวดลอม 3(3-0-6)
Man and Environment 3(3-0-6)
006145 พลังงานและเทคโนโลยใี กลต ัว
Energy and Technology Around Us
13.1.1.6 รายวชิ าในหลกั สตู รทเี่ ปด สอนโดยคณะเภสชั ศาสตร
006143 ยาและสารเคมีในชีวติ ประจําวัน 3(3-0-6)
Drugs and Chemicals in Daily Life
13.1.1.7 รายวิชาในหลักสูตรท่ีเปดสอนโดยคณ ะวิทยาการจัดการและ
สารสนเทศศาสตร
002121 สารสนเทศศาสตรเ พื่อการศกึ ษาคนควา 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Information Science for Study and Research
003134 อารยธรรมและภูมิปญ ญาทอ งถน่ิ
Civilization and Indigenous Wisdom
18
13.1.1.8 รายวิชาในหลกั สตู รทเี่ ปด สอนโดยคณะนติ ิศาสตร
003131 กฎหมายพ้นื ฐานเพอ่ื คณุ ภาพชวี ิต 3(3-0-6)
Fundamental Laws for Quality of Life
13.1.1.9 รายวิชาในหลักสูตรที่เปดสอนโดยคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สาร
006141 คอมพวิ เตอรส ารสนเทศข้นั พนื้ ฐาน 3(2-2-5)
Introduction to Computer Information Science
13.1.1.10 รายวิชาในหลักสู ตรท่ีเป ดสอนโดยคณ ะเกษ ตรศาสตรแล ะ
ทรพั ยากรธรรมชาติ
006144 อาหารและวิถชี วี ิต 3(3-0-6)
Food and Life Style
13.1.2 หมวดวชิ าเฉพาะดาน
13.1.2.1 รายวิชาในหลกั สตู รทเ่ี ปดสอนโดยคณะศลิ ปศาสตร
146200 ภาษาองั กฤษเพื่อวัตถุประสงคเฉพาะ 3(3-0-6)
English for Specific Purposes
13.1.2.2 รายวิชาในหลกั สตู รทเี่ ปดสอนโดยคณะวทิ ยาศาสตร
242103 เคมีทั่วไปและเคมีอนิ ทรีย 4(3-3-8)
4(3-3-8)
General and Organic Chemistry 3(2-3-6)
243101 ชวี วทิ ยา 1
Biology I
244104 ฟส กิ สวทิ ยาศาสตรชีวภาพ
Life Science Physics
19
13.1.2.3 รายวิชาในหลักสตู รที่เปด สอนโดยคณะวิทยาศาสตรก ารแพทย
361211 จลุ ชีววิทยาและปรสติ วทิ ยา 3(2-3-6)
Microbiology and Parasitology
363218 กายวิภาคศาสตรพน้ื ฐาน 3(2-3-6)
Basic Anatomy 3(2-3-6)
3(2-3-6)
365212 ชวี เคมีพืน้ ฐาน
Basic Biochemistry
367202 สรรี วิทยาของมนุษย
Human Physiology
13.1.2.4 รายวชิ าในหลกั สตู รที่เปด สอนโดยคณะเภสัชศาสตร
341334 เภสชั วทิ ยาเบือ้ งตน 3(3-0-6)
Basic Pharmacology
13.2 กลมุ วิชา/รายวิชาในหลกั สตู รทเ่ี ปด สอนใหส าขาวชิ า/หลักสูตรอื่น
ไมมี
13.3 กลุมวชิ า/รายวชิ าท่เี ปด สอนใหสาขาวชิ า/หลกั สตู รอื่น
ไมม ี
13.4 การบรหิ ารจัดการ
13.4.1 หมวดวิชาศกึ ษาท่ัวไป
มหาวทิ ยาลัยพะเยา ไดกําหนดนโยบายใหจดั การเรยี นการสอนหมวดวชิ าศกึ ษา
ทว่ั ไปจํานวนไมนอ ยกวา 30 หนวยกิต ในโครงสรางหลักสูตรระดบั ปริญญาตรีทุกหลักสูตร และ
ไดดําเนินการแตง ต้งั คณะกรรมการท่เี ก่ยี วขอ ง ดังนี้
1) คณะกรรมการบรหิ ารหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยมี อธิการบดี เปนประธาน
คณบดี/ผูอํานวยการ เปนกรรมการ และรองอธิการบดีฝายวิชาการ เปนกรรมการ และ
เลขานุการ ทําหนาท่ี กําหนดนโยบาย และพิจารณาการดําเนินการ การจัดการเรียนการสอน
หมวดวิชาศกึ ษาทวั่ ไปของมหาวิทยาลยั
20
2) คณะกรรมการดําเนินงานหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยมี รองอธิการบดีฝาย
วชิ าการ เปน ประธาน รองคณบด/ี รองผูอาํ นวยการ เปน กรรมการ ทําหนา ที่ พัฒนากระบวนการ
เรียนการสอน กํากบั ติดตาม ประเมินผลการจัดการเรียนการสอน เพอ่ื เปน ขอมูลในการปรบั ปรงุ
หมวดวิชาศึกษาท่ัวไป ตลอดจนประสานงาน เพ่ือใหการจัดการเรียนการสอนดําเนินไป
ในทศิ ทางเดียวกนั
3) คณะกรรมการประจํารายวิชา ทําหนา ท่ี ประสานงานการจัดการเรียนการสอน
21
หมวดที่ 2 ขอ มูลเฉพาะของหลักสตู ร
1. ปรชั ญา ความสําคญั และวตั ถปุ ระสงคของหลกั สตู ร
1.1 ปรัชญาของหลกั สูตร
การปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยตองอาศัยความรู ความสามารถ ทักษะในการชวยเหลือ
บรบิ าลผเู จบ็ ปว ยฉกุ เฉิน โดยผเู รยี นจะถงึ พรอมซ่งึ คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี
1.2 ความสําคญั
ขอมูลสถิติสาธารณสุข พบวาการตายจากสาเหตุภายนอก (อุบัติเหตุ การไดรับพิษ
ถกู ทําราย) ความดนั เลือดสูง และหลอดเลอื ดสมอง และการตายจากโรคหัวใจ เปน อตั รา 51.6,
37.4 และ 32.9 ตอแสนประชากร ซ่ึงเปนการเจ็บปวยฉุกเฉินท่ีเปนสาเหตุของการตายในลําดับ
2, 3 และ 4 (สํานกั นโยบายและยุทธศาสตร กระทรวงสาธารณสุข, 2556)
การเจ็บปวยฉุกเฉินเปนภาวะวิกฤตของชีวิตของแตละบุคคล หากไมไดรับการแกไข
อยางเหมาะสมทันกาลแลว อาจจะทําใหเกิดการสูญเสียชีวิต อวัยวะหรือเกิดความบกพรอง
ในการทํางานของอวัยวะสําคัญ รวมท้ังทําใหการบาดเจ็บหรืออาการปวยรุนแรงข้ึน โดย
ไมสมควรหรือการตายกอนถึงวัยอันสมควร และเกิดความทุกขทรมาน หากไมไดรับการแกไข
อยางเหมาะสม อาจจะมผี ลตอเศรษฐกิจ สงั คม และความมัน่ คงของประเทศได
สาเหตุสําคัญท่ีทําใหผูปวยฉุกเฉินในประเทศไทย ยังมีอัตราตายจากการเจ็บปวย
ฉุกเฉินสูง เน่ืองจากไมไดรับการรักษาพยาบาลอยางถูกตอง และทันเวลา ท้ังน้ีเพราะ
“ระบบการแพทยฉ ุกเฉิน” ยังไมส ามารถเขาถงึ ครอบคลุมผเู จ็บปวยฉกุ เฉินไดทุกพ้ืนท่ี ชดุ ปฏบิ ัตกิ าร
ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล ยังไมไดมาตรฐาน ขาดแคลนบุคลากรท่ีมีความรู ความชํานาญ
ในดานการใหการชว ยเหลือบริบาล ผเู จ็บปวยฉุกเฉินใหรอดพนจากความพิการ และการเสียชีวิต
รวมท้ังการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล โดยเฉพาะหองฉุกเฉิน แพทยสวนใหญยังเปนแพทย
ทหี่ มุนเวียนจากสาขาตา งๆ มาปฏิบัตงิ าน เนอ่ื งจากแพทยเ วชศาสตรฉ กุ เฉนิ ยงั มจี าํ นวนนอ ยมาก
จึงไมสามารถจัดการใหผูเจ็บปวยฉุกเฉิน ไดรับการปฏิบัติการฉุกเฉินจนพนภาวะฉุกเฉิน หรือ
ไดรับการบําบัดรักษาเฉพาะอยางทันทวงที ถึงแมวาจะไดพยายามในการแกไขปญหาขางตน
มากวา 20 ป แลว ก็ตาม
รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 52 และ 82 ไดกําหนด
วา บริการสาธารณสุขท่ีประชาชนพึงไดรับ จากสถานบริการของรัฐตองเปนไปอยางทั่วถึง
และไดมาตรฐาน รวมทั้งนโยบายการปฏิรูประบบสุขภาพ ที่มุงหวังใหประชาชน ไดรับบริการ
สุขภาพท่ีดี ครอบคลุมทุกประเภทของบริการ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
22
ฉบับท่ี 9 (พ.ศ. 2545-2549) กระทรวงสาธารณสุข จึงไดกําหนดแผนพัฒนาระบบการแพทย
ฉุกเฉินใหลงสูระดับชุมชน โดยเนนใหชุมชนมีสวนรวม และมีความครอบคลุมพ้ืนที่ท่ัวประเทศ
รวมท้ังมีการเปดหนวยกูชีพขึ้นในโรงพยาบาลตางๆ ซ่ึงสอดคลองกับระดับสากล ดังท่ีองคการ
อนามัยโลก (WHO) ไดใหความสําคัญ และกําหนดองคประกอบการดูแลสุขภาพดานการดูแล
การบาดเจ็บ และการดูแลฉุกเฉินกอนถึงโรงพยาบาล (Pre hospital trauma and emergency
care) ใน ป พ.ศ. 2550
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการแพทยฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มีการกอต้ังสถาบัน
การแพทยฉ กุ เฉนิ แหงชาติ (สพฉ.) และมกี ารจัดทําแผนยุทธศาสตรการพัฒนาการแพทยฉุกเฉิน
แหงชาติ พ.ศ. 2551-2555 โดยกําหนดใหมียุทธศาสตรการดําเนินงาน เพื่อพัฒนาระบบ
การแพทยฉุกเฉิน 5 ยุทธศาสตร ไดแก ยุทธศาสตรการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานรวมทั้ง
ระบบขอมูลสารสนเทศทางการแพทยฉุกเฉิน ยุทธศาสตรการพัฒนากลไกการบริหารจัดการ
รวมท้ังระบบการเงินการคลัง ยทุ ธศาสตรก ารพัฒนาบคุ ลากร ยทุ ธศาสตรการสรา ง และจดั การ
ความรู และยุทธศาสตรการพัฒนาเครอื ขา ย และสงเสริมการมสี วนรวมของภาคี
ปจจุบันการพัฒนาดานการแพทยฉุกเฉินอยูในชวงแผนยุทธศาสตรการพัฒนา
การแพทยฉกุ เฉนิ แหง ชาติฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2556-2559 (สถาบันการแพทยฉกุ เฉินแหง ชาต,ิ 2557)
กาํ หนดใหมีกลยุทธ การพัฒนาระบบปฏิบัติการฉุกเฉินใหไ ดมาตรฐานอยางท่ัวถึง และเทาเทยี ม
โดยสง เสรมิ และสนบั สนุนใหมีการผลติ บคุ ลากรการแพทยฉุกเฉนิ ใหเพียงพอ โดยเฉพาะการผลิต
นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย ซึ่งเปนบุคลากรวิชาชีพเฉพาะทางดานการแพทยฉุกเฉินระดับ
ปรญิ ญา เชนเดียวกับนานาอารยประเทศ อาทิ ประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมรกิ า ญ่ีปุน และ
องั กฤษ แตในปจจุบันประเทศไทยยังอยูในชวงเริ่มตน ซึง่ พบวา มีบุคลากร ซึ่งเปนนักปฏบิ ัติการ
ฉุกเฉินการแพทยปฏิบัติงานในระบบการแพทยฉุกเฉินนอยมาก ท้ังๆที่ในแผนยุทธศาสตร
การพฒั นาการแพทยฉ กุ เฉนิ แหงชาติ ทั้งแผนพัฒนาแผนยทุ ธศาสตรการพฒั นาการแพทยฉ กุ เฉิน
แหงชาติฉบับที่ และ 2 ระบุความสําคัญ และความจําเปนของบุคลากรดานการแพทยฉุกเฉิน
แตจากรายงานพบวามีรายงานบุคลากรท่ีเปนนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยเพียง 27 เทานั้น
(สถาบันการแพทยฉ ุกเฉนิ แหงชาติ, 2558)
คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยพะเยา มีพันธกิจในการผลิตบัณฑิตท่ีมีความรู
คุณธรรม จริยธรรม ดํารงไวซ่ึงจรรยาบรรณวิชาชีพดานการแพทย และสาธารณสุขจึงพัฒนา
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย (Bachelor of Science
Program in Emergency Medical Operation) ข้ึน เพื่อรองรับความตองการของระบบการแพทย
ฉุกเฉินดังกลา วขา งตน
23
1.3 วตั ถปุ ระสงคของหลักสูตร
เพ่ือสรางบัณฑิตนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยที่มีความรู ความสามารถ ทักษะ
และเจตคติท่ีสอดคลองตามหลักเกณฑและเง่ือนไขการรับรององคกรหรือสถาบันการศึกษา
ที่ดําเนินการ หลักสูตรปริญญา สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย โดยเนนคุณสมบัติ
ดังตอไปน้ี
1.3.1 มีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ และเคารพในศักด์ิศรีและคุณคา
ความเปน มนษุ ย
1.3.2 มีความรอบรูในศาสตรปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยและศาสตรที่เก่ียวของ
สามารถ ประยุกตใ ชค วามรใู นการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งเหมาะสม
1.3.3 สามารถปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยและบรหิ ารจดั การระบบการแพทยฉุกเฉิน
ในระดับ ทองถน่ิ หรอื พนื้ ทไ่ี ดอยา งมีประสทิ ธิภาพตามกฎหมายและจรรยาบรรณวชิ าชพี
1.3.4 มีความคิดอยางเปนระบบ มีวิจารณญาณ และแกปญหาไดอยางเหมาะสม
ในการ ปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทยและสถานการณท ่ัวไป
1.3.5 มภี าวะผนู ํา มมี นุษยสัมพนั ธทดี่ ี ส่ือสารและทาํ งานรวมกับผอู น่ื ไดอยา งมีประสิทธิภาพ
1.3.6 สามารถวิเคราะหเชงิ ตัวเลขและใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการปฏบิ ัตงิ าน
1.3.7 ใฝรู พัฒนาตนเองและวชิ าชีพใหทนั สมัยไดอ ยา งตอ เน่ือง
2. แผนพฒั นาปรบั ปรุง
คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยพะเยา จะดําเนนิ การใหแลว เสร็จภายในรอบการศึกษา
ของหลกั สูตร ปก ารศกึ ษา 2559-2563
24
แผนการพฒั นา/ เปลี่ยนแปลง กลยุทธ หลักฐาน/ ตวั บง ช้ี
1. แผนการพั ฒ นาหลักสูตร (1) พัฒนาหลักสูตรใหเปนไป (1) เอกสารหลักสตู ร
ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย ตามมาตรฐานสากล และ (2) เอกสารประกอบหลกั สูตร
ใหมีมาตรฐานไมต่ํากวาท่ี สอดคลองกับนโยบายของ (3) รายงานผลการประเมิน
สกอ. และ คณะอนกุ รรมการ มหาวิทยาลัยพะเยา หลกั สูตร
รับรององคกรและหลักสูตร (2) ตดิ ตามประเมินหลกั สูตร (4) รายงานผลการประเมิน
ก ารศึ ก ษ าแล ะฝ ก อ บ ร ม อยา งตอเน่ืองใหสอดคลอ ง ความพึงพอใจในการใช
ผูป ฏิ บั ติ ก าร แ ล ะก ารให กับมาตรฐานของ สกอ. บัณฑิตของหนวยงานผูใช
ป ร ะ ก า ศ นี ย บั ต ร ห รื อ (3) ติดตามความตองการของ บณั ฑติ
เครื่องหมายวิทยฐานะแก ผูใช และการเปลี่ยนแปลง
ผู ผ า น ก า ร ศึ ก ษ า ห รื อ ของเทคโนโลยี
ฝกอบรม (อศป.) กําหนด
ส อ ด ค ล อ ง กั บ น โย บ า ย
มหาวิทยาลัยพะเยา
2. แผนการพัฒนาการจัดการ (1) พัฒนาอาจารยผูสอนโดย (1) จํานวนแผนงาน/กิจกรรม
เรียนการสอนท่ีเนนผูเรียน เนนการจัดการเรียนการ การพัฒนาอาจารยผูสอน
เปนสําคัญ ตามมาตรฐานผล สอนท่ีเนนผูเรียนเปนสาํ คัญ ในการจัดการเรียนการ
การเรียนรูท้ัง 8 ดานของ ต าม ม าต ร ฐ าน ผ ล ก าร ส อ น ท่ี เน น ผู เรี ย น เป น
สกอ. เรียนรูทงั้ 8 ดาน สําคัญ ตามมาตรฐานผล
(2)พั ฒ นาส่ิงส นับ ส นุน การ การเรยี นรูทง้ั 8 ดา น
เรียน รูท่ี เน น ผู เรีย น เป น (2) สัมมนาการจัดการเรียน
สําคัญและการเรียนรูดวย การสอน
ตนเองของนิสติ (3) การจดั ระบบการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนรูโ ดย
คณาจารย นสิ ติ และ
ผเู กย่ี วของ
3. แผนการพฒั นานิสติ ใหม ีความ (1) พัฒนาการเรียนรูของนิสิต (1) แผนการพัฒนานิสิตใหมี
พรอมในการเรยี นการสอนทงั้ ใหเปนไปตามมาตรฐาน ความพรอมในการเรียนการ
ภาคทฤษฏีและภาคปฏิบตั ิ สกอ.และ อศป. กําหนด สอ น ท้ั งภาค ท ฤ ษ ฎี แ ล ะ
(2) บรู ณาการการจดั การเรียน ภาคปฏิบตั ิ
25
แผนการพฒั นา/ เปล่ียนแปลง กลยทุ ธ หลักฐาน/ ตวั บง ชี้
การสอนในหลักสูตร กับ (2)รายวชิ าทจี่ ดั ใหม กี าร บูรณา
กิจกรรมเสริมหลักสูตร การการจัดการเรียน การ
การบริการวิชาการ และ ส อ น ใน ห ลั ก สู ต ร กั บ
การวิจัย กิ จ ก ร ร ม เส ริ ม ห ลั ก สู ต ร
(3)จั ด ก า ร เรี ย น ก า ร ส อ น การบริการวิชาการ และ
ภาคปฏิบัติ โดยเนนใหนิสิต การวิจยั
ฝก ทักษะและความชํานาญ (3)ร อ ย ล ะ ข อ ง ร า ย วิ ช า
ในวิชาชีพอยางเพยี งพอและ ภาคปฏิบตั ิ ท่ีเนนใหน สิ ิตฝก
ตอเนื่อง รวมท้ังสงเสริม ทักษะและความชํานาญใน
ศลิ ปวัฒนธรรม วิชาชีพอยางเพียงพอและ
(4) พัฒนากระบวนการจัดการ ตอ เนอ่ื ง
เรียนการสอนภาคปฏิบัติ (4) รอยละของสถานพยาบาล
ที่เนนการมีสวนรวมของ หนวยงานราชการ และ
บุคลากรในสถานพยาบาล องคกรเอกชนที่เปนแหลง
และสถานบริการบริการ ฝกท่ีบุคลากรมีสวนรวมใน
สาธารณ สุ ข หน วยงาน การจัดการเรยี นการสอน
ราชการ และองคก รเอกชน (5)รอยละของอาจารยและ
(5) พัฒนาทักษะดานการแพทย ผู ช ว ย ส อ น ใน แ ห ล งฝ ก
แ ล ะ ส า ธ า ร ณ สุ ข ข อ ง ที่ไดรับการพัฒนาทักษะ
อาจารยใ หท นั สมยั ด า น ก า ร แ พ ท ย แ ล ะ
สาธารณสขุ ในแตล ะป
26
หมวดที่ 3 ระบบการจดั การศึกษา การดาํ เนนิ การ และโครงสรา งของหลกั สตู ร
1. ระบบการจดั การศกึ ษา
1.1 ระบบ
เปนไปตามขอบังคับมหาวทิ ยาลัยพะเยา วาดวย การศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2553 และ
ทีแ่ กไ ขเพม่ิ เติม
1.2 การจัดการศกึ ษาภาคการศึกษาฤดรู อน
ในปการศึกษาชั้นปที่ 3
1.3 การเทยี บเคียงหนวยกิตในระบบทวิภาค
ไมม ี
2. การดําเนินการหลักสูตร
2.1 วนั - เวลาในการดาํ เนินการเรียนการสอน
ภาคการศึกษาตน เดือน สิงหาคม – ธนั วาคม ของทกุ ปก ารศกึ ษา
ภาคการศกึ ษาปลาย เดอื น มกราคม – พฤษภาคม ของทุกปก ารศกึ ษา
ภาคการศึกษาฤดรู อ น เดือน มถิ ุนายน – สิงหาคม ของชนั้ ปท ่ี 3
2.2 คุณสมบตั ขิ องผูเ ขาศึกษา
2.2.1 เปนผูสําเรจ็ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โปรแกรมวิทยาศาสตรและ
คณติ ศาสตร หรอื เปน ผไู ดร ับประกาศนียบตั รเจา พนักงานฉกุ เฉินการแพทย
2.2.2 มีสุขภาพสมบรู ณทง้ั รา งกายและจิตใจ ไมเจบ็ ปว ยหรอื เปนโรคติดตอรายแรงหรือ
มีความผิดปกติที่เปนอุปสรรคตอการศึกษา ไมเปนผูที่ประพฤติเสียหาย ไมเคย
ตองโทษจําคุก และถูกพิพากษาถึงท่ีสุดในคดีท่ี อศป. เห็นวาจะนํามาซ่ึงความ
เสือ่ มเสียเกยี รติศกั ด์แิ กผ ูปฏิบัตกิ าร
2.2.3 มีคุณสมบัติอื่นๆตามที่ คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน และสถาบันการศึกษา
กําหนด
27
การคัดเลือกผูเขา ศกึ ษา
เป นไปตามระเบียบ การสอบคัดเลื อก บุคคลเขาศึกษาในสถาบัน อุดมศึกษ า
กระทรวงศึกษาธิการ หรือตามระเบียบการสอบคัดเลือกบุคคลเขาศึกษาในระดับปริญญาตรี
มหาวิทยาลยั พะเยา พ.ศ. 2553
2.3 ปญหาของนิสิตแรกเขา
โดยที่หลักสตู รวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าปฏิบตั ิการฉกุ เฉินการแพทย จะตองเรียน
รายวิชาพ้ืนฐานทางวิทยาศาสตรจาํ นวน 40 หนว ยกิต และเรียนวชิ าชีพดานการชวยชีวิตฉุกเฉิน
สําหรับนิสิตที่พ้ืนฐานทางวิทยาศาสตร จากชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายท่ีมีผลการเรียนต่ํา
ประกอบกบั การเรียนการสอนในระดับอดุ มศึกษา กบั ระดับมธั ยมศกึ ษามีความแตกตา งกนั ดงั นั้น
นสิ ิตใหมอาจมีปญหาเกี่ยวกับการปรับตัว นอกจากนล้ี ักษณะวิชาชพี ที่ตองมีสมรรถนะรางกาย
แข็งแรง และคลองแคลว สามารถปฏิบัติงานปฏิบัติการแพทยฉุกเฉินไดมีประสิทธิภาพ ดังน้ัน
นิสิตใหมที่มีสมรรถนะรางกาย ไมแข็งแรง และเช่ืองชาอาจมีปญหาเก่ียวกับการปรับตัวในการ
เรียนได
2.4 กลยุทธในการดาํ เนินการเพอื่ แกไขปญหา/ ขอจาํ กัดของนิสิตในขอ 2.3
สําหรับนิสิตท่ีมีปญหาเก่ียวกับพื้นฐาน ความรูพื้นฐานทางวิทยาศาสตร ตองมี
การคัดกรองนิสิต โดยการกําหนดผลการเรียนดานวิทยาศาสตรพื้นฐาน เมื่อเขามาสู
มหาวิทยาลัย คณะจะจัดใหมีการสอนเสริม หรืออาจจัดใหนสิ ิตรุนพี่ใหค ําแนะนํา และสอนเสริม
ใหร ุนนอง คณะมีการแตงต้งั อาจารยท ่ปี รกึ ษาทางวชิ าการประจําตวั นสิ ติ สวนนิสติ ท่ีมสี มรรถนะ
รางกายไมแข็งแรง และเชื่องชาตองมีการคัดกรองนิสิตสมรรถนะรางกายแข็งแรง และ
คลองแคลว เม่ือนสิ ิตเขา มาศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ตอ งมกี ารเพิม่ พูนสมรรถนะรา งกายใหแ ข็งแรง
2.5 แผนการรับนิสติ และผูสําเรจ็ การศกึ ษาในระยะ 5 ป 28
ชัน้ ป ปก ารศกึ ษา 2562 2563
2559 2560 2561 30 30
30 30
ช้นั ปท ี่ 1 30 30 30 30 30
30
ช้ันปที่ 2 - 30 30 30 120
120 30
ช้นั ปท ี่ 3 - - 30 30
ช้นั ปท ่ี 4 ---
รวม 30 60 90
คาดวา จะสําเร็จการศึกษา 0 0 0
2.6 งบประมาณตามแผน
มหาวทิ ยาลยั พะเยา มกี ารประมาณการความตอ งการงบประมาณ สาํ หรับการสนับสนุน
การจัดการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร โดยไดกําหนดเปาหมายความตองการ
งบประมาณไว ดงั น้ี
หมวดรายจา ย 2559 ปง บประมาณ 2562 2563
1. งบบุคลากร 3,050,280 2560 2561 11,163,412 13,626,641
1.1 หมวดเงนิ เดอื น 2,661,480 10,645,920 13,057,400
1.2 หมวดคาจา งประจาํ 388,800 5,750,640 8,304,888
5,322,960 7,834,440 517,492 569,241
2. งบดาํ เนินการ 800,000
2.1 หมวดคา ตอบแทน 200,000 427,680 470,448 1,100,000 1,000,000
2.2 หมวดคา ใชสอย 250,000 300,000 300,000
2.3 หมวดคาวัสดุ 350,000 900,000 1,100,000 350,000 350,000
2.4 หมวดสาธารณปู โภค 240,000 300,000 300,000 450,000 350,000
250,000 350,000 340,000 340,000
3. งบลงทนุ 350,000 450,000
3.1 หมวดครภุ ัณฑ 340,000 340,000
4. งบเงนิ อดุ หนุน 1,000,000 1,000,000 1,000,000 1,000,000 1,000,000
รวมรายจาย 1,028,000 1,770,000 2,080,000 2,370,000 2,400,000
5,878,280 9,767,640 12,824,888 15,633,412 18,366,641
รวมเปน เงนิ ท้ังสนิ้ 62,810,861 บาท
29
2.7 ระบบการศกึ ษา
แบบช้ันเรียน
แบบทางไกลผานสอื่ ส่ิงพมิ พเ ปน หลกั
แบบทางไกลผานส่อื แพรภ าพและเสยี งเปนสื่อหลกั
แบบทางไกลทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ ปน สื่อหลกั (e – Learning)
แบบทางไกลทางอินเทอรเ นต็
อน่ื ๆ (ระบ)ุ
2.8 การเทียบโอนหนว ยกิต รายวิชา และการลงทะเบยี นเรยี นขามมหาวิทยาลยั
เปนไปตามขอ บังคับมหาวทิ ยาลยั พะเยา วา ดวย การศึกษาระดบั ปริญญาตรี พ.ศ. 2553
และทีแ่ กไขเพม่ิ เติม
3. หลักสูตรและอาจารยผูสอน
3.1 หลักสูตร
3.1.1 จาํ นวนหนว ยกติ รวมตลอดหลักสตู ร 140 หนวยกิต
3.1.2 โครงสรา งหลักสูตร
โครงสรางหลักสูตร แบงเปนหมวดวิชาท่ีสอดคลองกับท่ีกําหนดไวในเกณฑ
มาตรฐานหลกั สูตรของกระทรวงศึกษาธกิ าร ดังน้ี
หมวดวิชา เกณฑม าตรฐานของ สกอ. หลกั สตู ร หลกั สตู ร หลกั สตู ร
ไมน อยกวา 30 หนว ยกิต ตามเกณฑ ใหม พ.ศ. ปรับปรุง
1. หมวดวิชาศึกษาท่วั ไป พ.ศ. 2559
1.1 หมวดวิชาศึกษาทวั่ ไปบังคบั ไมนอ ยกวา 84 หนวยกิต อศป. 2553
1.2 หมวดวชิ าศึกษาท่ัวไปเลือก 30 30 30
ไมน อยกวา 6 หนว ยกิต
2. หมวดวิชาเฉพาะ 120 หนวยกติ 104 21 21
2.1 กลมุ วิชาพืน้ ฐาน 40 9 9
2.2 กลุมวชิ าเฉพาะ 64 95 104
6
3. หมวดวิชาเลือกเสรี 140 23 40
รวม (หนวยกิต) ไมน อยกวา 72 64
6 6
131 140
3.1.3 รายวชิ า 30
1) หมวดวิชาศกึ ษาทวั่ ไป ไมนอยกวา
หมวดวิชาศึกษาทวั่ ไปบังคับ จํานวน 30 หนว ยกติ
กลมุ วิชาภาษา 21 หนว ยกิต
9 หนว ยกิต
001103 ทักษะภาษาไทย 3(3-0-6)
Thai language Skills
3(3-0-6)
001111 ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน
Fundamental English 3(3-0-6)
001112 ภาษาองั กฤษพฒั นา 3 หนวยกิต
Developmental English 3(3-0-6)
กลมุ วิชาสังคมศาสตร 3(3-0-6)
003134 อารยธรรมและภมู ปิ ญ ญาทองถนิ่
1 หนว ยกติ
Civilization and Indigenous Wisdom 1(0-2-1)
000136 พะเยาศกึ ษา
1(0-2-1)
Phayao Studies
1(0-2-1)
กลมุ วิชาพลานามยั บงั คบั เลือก
004150 กอลฟ 1(0-2-1)
Golf 1(0-2-1)
004151 เกม
1(0-2-1)
Game
004152 บรหิ ารกาย
Body Conditioning
004153 กจิ กรรมเขาจงั หวะ
Rhythmic Activities
004154 วา ยน้ํา
Swimming
004155 ลลี าศ
Social Dance
004156 ตะกรอ 31
Takraw 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004157 นนั ทนาการ 1(0-2-1)
Recreation 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004158 ซอฟทบอล 1(0-2-1)
Softball 1(0-2-1)
1(0-2-1)
004159 เทนนสิ 1(0-2-1)
Tennis 1(0-2-1)
004160 เทเบิลเทนนสิ 8 หนวยกิต
Table Tennis 3(3-0-6)
3(2-2-5)
004161 บาสเกตบอล 2(1-2-3)
Basketball
004162 แบดมินตนั
Badminton
004163 ฟุตบอล
Football
004164 วอลเลยบอล
Volleyball
004165 ศิลปะการตอสูป อ งกนั ตวั
Art of Self – Defense
กลมุ วชิ าบรู ณาการ
005171 ชีวิตและสุขภาพ
Life and Health
005172 การจดั การการดําเนินชวี ติ
Living Management
005173 ทักษะชวี ิต
Life Skills
001113 หมวดวชิ าศึกษาทวั่ ไปเลอื ก ไมนอยกวา 32
กลมุ วชิ าภาษา 9 หนวยกติ
ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ 3(3-0-6)
English for Academic Purposes 3(3-0-6)
3(3-0-6)
กลุมวิชามนษุ ยศาสตร 3(3-0-6)
002121 สารสนเทศศาสตรเพ่ือการศกึ ษาคนควา 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Information Science for Study and Research 3(3-0-6)
002122 ปรชั ญาเพ่ือชีวติ
3(3-0-6)
Philosophy for Life 3(3-0-6)
002123 ภาษาสงั คมและวัฒนธรรม 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Language Society and Culture
002124 ปริทัศนศ ิลปะการแสดงไทย
Thai Performing Arts
002125 ดุรยิ างควจิ กั ขณ
Music Appreciation
002126 ศิลปะในชวี ิตประจําวนั
Arts in Daily Life
กลุมวิชาสงั คมศาสตร
003131 กฎหมายพน้ื ฐานเพ่อื คณุ ภาพชีวติ
Fundamental Laws for Quality of Life
003132 ไทยกับประชาคมโลก
Thai and the World Community
003133 วถิ ีไทย วถิ ีทัศน
Thai Way and Vision
003135 การเมอื ง เศรษฐกจิ และสังคม
Politics Economy and Society
กลุมวชิ าวทิ ยาศาสตรและคณิตศาสตร 33
006140 มนษุ ยก ับส่ิงแวดลอ ม
3(3-0-6)
Man and Environment 3(2-2-5)
006141 คอมพิวเตอรสารสนเทศข้ันพน้ื ฐาน 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Introduction to Computer Information Science 3(3-0-6)
006142 คณิตศาสตรส าํ หรบั ชีวติ ในยุคสารสนเทศ 3(3-0-6)
3(3-0-6)
Mathematics for Life in the Information Age
006143 ยาและสารเคมีในชีวติ ประจําวัน 3(3-0-6)
Drugs and Chemicals in Daily Life 104 หนวยกติ
006144 อาหารและวถิ ีชวี ิต จาํ นวน 40 หนว ยกิต
Food and Life Style 4(3-3-8)
006145 พลังงานและเทคโนโลยใี กลต วั 4(3-3-8)
3(2-3-6)
Energy and Technology Around Us 2(2-0-4)
006245 วทิ ยาศาสตรในชวี ติ ประจาํ วนั
Science in Daily Life
กลุมวชิ าบรู ณาการ
005170 พฤตกิ รรมมนษุ ย
Human Behavior
2) หมวดวชิ าเฉพาะดานไมน อยกวา
2.1 กลุม วชิ าพื้นฐาน
242103 เคมที ั่วไปและเคมอี ินทรีย
General and Organic Chemistry
243101 ชีววทิ ยา 1
Biology I
244104 ฟสิกสวทิ ยาศาสตรช ีวภาพ
Life Science Physics
323141 หลกั การจดั การสขุ ภาพ
Principle of Health Management
323142 หลักวทิ ยาการระบาด 34
Principle of Epidemiology 3(2-2-5)
3(3-0-6)
323143 จติ วิทยาปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย 3(2-2-5)
3(2-2-5)
Psychology of Emergency Medical Operation 3(3-0-6)
323244 หลกั การดูแลสุขภาพ 3(2-3-6)
3(2-3-6)
Principle of Health Care 3(2-3-6)
323246 พยาธิสรรี วิทยา 3(2-3-6)
Pathophysiology
341334 เภสัชวทิ ยาเบ้อื งตน
Basic Pharmacology
361211 จุลชวี วิทยาและปรสิตวทิ ยา
Microbiology and Parasitology
363218 กายวิภาคศาสตรพ น้ื ฐาน
Basic Anatomy
365212 ชวี เคมพี ื้นฐาน
Basic Biochemistry
367202 สรีรวทิ ยาของมนษุ ย
Human Physiology
2.2 กลมุ วิชาเฉพาะ จาํ นวน 64 หนว ยกติ
146200 ภาษาอังกฤษเพือ่ วตั ถปุ ระสงคเฉพาะ 3(3-0-6)
English for Specific Purposes
323111 ศัพททางการแพทย 1(1-0-2)
Medical Terminology
323131 ระบบการแพทยฉกุ เฉิน 2(2-0-4)
Emergency Medical System
323212 เทคนิคหัตถการ 1 2(1-4-4)
Procedure I
323313 การซักประวตั ิ การตรวจรา งกายและอาการวิทยา 2(1-4-4)
History Taking Physical Examination and Symptomatology
323314 การชวยฟน คืนชพี 1 35
Life Support I 2(1-4-4)
3(2-4-6)
323315 การดแู ลผปู ว ยฉุกเฉิน 1 3(2-4-6)
3(2-4-6)
Emergency Medical Care I 2(1-4-4)
323316 การดแู ลผบู าดเจ็บฉกุ เฉนิ 1 2(1-4-4)
2(1-4-4)
Emergency Trauma Care I 2(1-4-4)
323321 เทคนคิ หัตถการ 2 2(1-4-4)
3(2-4-6)
Procedure Technique II 3(3-0-6)
323322 การชวยฟน คืนชีพ 2 2(1-4-4)
3(2-4-6)
Life Support II 1(0-4-2)
323323 การดแู ลผูปวยฉกุ เฉนิ 2 3 หนวยกติ
Emergency Medical Care II
323324 การดแู ลผบู าดเจบ็ ฉกุ เฉิน 2
Emergency Trauma Care II
323325 การตรวจคลน่ื ไฟฟาหวั ใจ
Electrocardiography Monitoring
323331 การยกและการเคลือ่ นยาย
Lifting and Moving
323332 การปฏิบตั กิ ารฉุกเฉนิ การแพทย
Emergency Medical Operation
323333 กฎหมาย จริยธรรมและ นิตเิ วชศาสตร
Law ethic and forensic Medicine
323334 การจดั การทางการแพทยในสถานการณสาธารณภัย
Medical Management in Disaster
323335 การวจิ ยั การแพทยฉ กุ เฉิน
Research of Emergency Medicine
323436 สมั มนา
Seminar
323391 การฝก งานปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย 1
Training of Emergency Medical Operation l
323492 การฝกงานปฏิบตั กิ ารฉุกเฉนิ การแพทย 2 36
Training of Emergency Medical Operation II 9 หนว ยกติ
323493 การฝกงานปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย 3 9 หนว ยกติ
Training of Emergency Medical Operation III
3) หมวดวิชาเลือกเสรี จาํ นวน 6 หนวยกติ
นิสิตสามารถเลือกเรียนรายวิชาที่เปดสอนในมหาวิทยาลัยพะเยา หรือ
สถาบนั อุดมศกึ ษาอื่นท่มี หาวิทยาลัยรบั รอง ยกเวนรายวิชาในหมวดวิชาศกึ ษาท่วั ไป
3.1.4 แผนการศึกษา 37
ชัน้ ปท ่ี 1 3(3-0-6)
ภาคการศกึ ษาตน 3(3-0-6)
3(3-0-6)
001103 ทักษะภาษาไทย 3(3-0-6)
Thai Language Skills 4(3-3-8)
1(1-0-2)
001111 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 2(2-0-4)
Fundamental English 3(2-2-5)
003136* พะเยาศึกษา 19 หนว ยกิต
Phayao studies
003134* อารยธรรมและภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ
Civilization and Indigenous Wisdom
243101 ชวี วทิ ยา 1
Biology I
323111 ศพั ทท างการแพทย
Medical Terminology
323141 หลักการจดั การสุขภาพ
Principle of Health Management
323142 หลกั วทิ ยาการระบาด
Principle of Epidemiology
รวม
หมายเหตุ *ใหนสิ ติ เลือกเรยี นเพียง 1 รายวชิ า
38
ชนั้ ปท ี่ 1
ภาคการศกึ ษาปลาย
001112 ภาษาอังกฤษพฒั นา 3(3-0-6)
004XXX* Developmental English 1(0-2-1)
005171 กลุมพลานามยั 3(3-0-6)
005173 2(1-2-3)
242103 Physical Activities 4(3-3-8)
244104 ชีวิตและสุขภาพ 3(2-3-6)
323131 2(2-0-4)
323143 Life and Health 3(3-0-6)
ทกั ษะชีวติ
Life Skills
เคมที วั่ ไปและเคมีอนิ ทรยี
General and Organic Chemistry
ฟส ิกสวิทยาศาสตรชีวภาพ
Life Science Physics
ระบบการแพทยฉกุ เฉิน
Emergency Medical System
จิตวิทยาปฏิบัตกิ ารฉุกเฉนิ การแพทย
Psychology of Emergency Medical Operation
รวม 21 หนว ยกติ
หมายเหตุ *ใหน สิ ติ เลือกเรยี นกลมุ พลานามยั รายวชิ า 004154 วา ยนํา้ Swimming
ชนั้ ปท่ี 2 39
ภาคการศึกษาตน
3(2-2-5)
005172 การจดั การการดําเนินชวี ิต 3(2-2-5)
323244 Living Management 3(2-3-6)
363218 หลกั การดแู ลสุขภาพ 3(2-3-6)
367202 3(X-X-X)
00XXXX Principle of Health Care 3(X-X-X)
00XXXX* กายวิภาคศาสตรพ นื้ ฐาน 3(X-X-X)
XXXXXX
Basic Anatomy 21 หนว ยกติ
สรีรวิทยาของมนุษย
Human Physiology
วชิ าศกึ ษาทวั่ ไป เลือก
General Elective
วิชาศกึ ษาท่ัวไป เลือก
General Elective
วิชาเลอื กเสรี
Free Elective
รวม
หมายเหตุ *ใหน สิ ติ เลือกเรยี นรายวิชา
001113 ภาษาองั กฤษเชงิ วิชาการ English for Academic Purposes
ช้นั ปท ่ี 2 40
ภาคการศกึ ษาปลาย
3(3-0-6)
146200 ภาษาองั กฤษเพอ่ื วัตถุประสงคเฉพาะ 2(1-4-4)
323212 English for Specific Purposes 3(2-2-5)
323246 เทคนิคหัตถการ 1 3(3-0-6)
341334 3(2-3-6)
361211 Procedure Technique I 3(2-3-6)
365212 พยาธิสรรี วิทยา 3(X-X-X)
00XXXX
Pathophysiology 20 หนว ยกิต
เภสัชวิทยาเบอ้ื งตน
Basic Pharmacology
จลุ ชีววิทยาและปรสติ วทิ ยา
Microbiology and Parasitology
ชวี เคมีพ้ืนฐาน
Basic Biochemistry
วชิ าศึกษาทัว่ ไป เลือก
General Elective
รวม
*หมายเหตุ จํานวนชัว่ โมงภาคปฏบิ ตั ิ 60 ชั่วโมง
41
ช้นั ปท ี่ 3
ภาคการศกึ ษาตน
323313 การซกั ประวตั ิ การตรวจรางกายและอาการวิทยา 2(1-4-4)
323314 History Taking Physical Examination and 2(1-4-4)
323315 Symptomatology 3(2-4-6)
323316 3(2-4-6)
323321 การชวยฟนคืนชพี 1 3(2-4-6)
323331 Life Support I 2(1-4-4)
323332 3(2-4-6)
323333 การดแู ลผูป วยฉุกเฉิน 1 3(3-0-6)
Emergency Medical Care I
การดแู ลผบู าดเจ็บฉกุ เฉนิ 1
Emergency Trauma Care I
เทคนิคหตั ถการ 2
Procedure Technique II
การยกและการเคลื่อนยา ย
Lifting and Moving
การปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ การแพทย
Emergency Medical Operation
กฎหมาย จริยธรรมและ นติ ิเวชศาสตร
Law Ethic and Forensic Medicine
รวม 21 หนว ยกิต
*หมายเหตุ จํานวนช่ัวโมงภาคปฏิบตั ิ 420 ช่ัวโมง