The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร วท.บ.สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nori.j, 2021-11-11 00:55:16

หลักสูตร วท.บ.สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

หลักสูตร วท.บ.สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

9 นายแพทยอนณ ปญญโญใหญ อาจารย

ว.ว. นติ เิ วชศาสตร 83
พ.บ. แพทยศาสตร
2556
2553

83

84

4. องคประกอบเก่ียวกับประสบการณภาคสนาม (การฝก งาน หรอื สหกิจศกึ ษา)
ในการฝกภาคปฏิบัติของสาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย เปนการฝกเพ่ือเพิ่ม

ประสบการณในการเรยี นการสอนเพ่ือใหนสิ ิตมีทักษะภาคปฏิบตั ิดา นปฏบิ ตั ิการฉุกเฉนิ การแพทย
ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง ภายใตหลักคุณธรรม จริยธรรมทางวิชาชีพ การฝกภาคปฏิบัติจะฝก
ท่ีโรงพยาบาล โดยแบงการฝกเปน 2 ระดับคอื

1. การฝกงานปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย 1 เปนการฝกงานเทคนิคหัตถการขั้นพ้ืนฐาน
สาํ หรับนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย ไดแก การประเมินผูปว ยฉกุ เฉิน เทคนิคการจัดทางเดิน
หายใจ ระบบการใหอ อกซเิ จน การดดู ของเหลวออกจากทางหายใจ เทคนคิ โลหิตพลวตั ร การทํา
คลอดปกติ การชวยการคลอดปกติ หตั ถการอนื่ ๆ หัตถการในระบบสบื พนั ธแุ ละทางเดินปส สาวะ
การกูชีพ การยกและเคลือ่ นยายผปู ว ย หัตถการวินจิ ฉัย วิธีการบริหารยา หลกั การชว ยฟน คนื ชีพ
ขั้นพ้ืนฐานในเด็กและผูใหญ การเตรียมความพรอมกอนออกปฏิบัติการ การใชวิทยุสื่อสาร
การรับแจง เหตุ และการปฏบิ ตั กิ ารกอ นนําสงสถานพยาบาล

2. การฝกงานปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย 2 เปนการฝกปฏิบัติการส่ือสารและสั่งการ
ในศูนยรับแจงเหตุและส่ังการ การสื่อสารโดยใชวิทยุขณะออกปฏิบัติการ การประเมินและ
การควบคมุ สถานการณฉุกเฉิน ปฏิบัติการฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ การสงมอบผูเจ็บปวยฉุกเฉิน
การบันทึกรายงานการออกปฏิบัติการและรายงานการรับแจงเหตุและสั่งการ และเทคนิค
หัตถการข้ันพ้ืนฐานสําหรับนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย ไดแก การประเมินผูปวยฉุกเฉิน
เทคนคิ การจดั ทางเดินหายใจ ระบบการใหออกซเิ จน การดูดของเหลวออกจากทางหายใจ การใช
เครื่องมือกลชวยในการหายใจในผูใหญ หัตการท่ีศีรษะและคอ เทคนิคโลหิตพลวัตร การทํา
คลอดปกติ การชวยคลอดปกติ หัตถการอื่นๆ หตั ถการโครงรา ง การกชู ีพ การยกและเคลื่อนยาย
ผูปว ย หตั ถการวินจิ ฉยั วิธีการบริหารยา การใชเคร่อื งมอื กลโดยไมลุกลํา้ รางกาย หลกั การชว ย
ฟน คนื ชีพข้ันพ้นื ฐานในเดก็ และในผูใหญ และการฟนคืนคลน่ื หัวใจดว ยไฟฟา แบบอัตโนมัติ

3. การฝกงานปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย 3 เปนฝกปฏิบัติการการเตรียมความพรอม
การรับแจงเหตุและส่ังการ การปฏิบัติการฉุกเฉิน การออกแบบและการบริหารจัดการระบบ
แพทยฉุกเฉิน การฝกปฏิบัติการเทคนิคหัตถการข้ันสูงสําหรับนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย
ไดแ ก การเจาะเย่ือไคโคไทรอยด การใชยาระงับความรูสึกเฉพาะท่ี การระงับปวดและการระงับ
ประสาท หตั ถการวนิ จิ ฉยั หัตถการในระบบสืบพนั ธแุ ละทางเดนิ ปส สาวะ หตั ถการท่ีศรี ษะและคอ
เทคนิคโลหิตพลวัตร การทําคลอดปกติ การชวยคลอดปกติ หัตถการอ่ืนๆ หัตถการโครงราง
การชะลางตา วธิ ีการบริหารยา การชวยฟนคืนชีพขั้นสูงในเด็กและผูใหญ การขจัดสิ่งขัดขวาง
ทางเดินหายใจโดยใชอุปกรณสอง การใชอุปกรณสอ งกลองเสียงโดยตรง การสอดใสหลอดคา
ในทอ ลมผูใหญและเด็ก การใชเ ครื่องกลชว ยหายใจดวยพวยลม การใชเ ครือ่ งกลชว ยหายใจแบบ

85

มือกดและอัตโนมัติระหวางเคล่ือนยายผูปวยในผูใหญและเด็ก การใชยาและสารน้ําในการกูชีพ
การฟน คืนคล่ืนหวั ใจดวยไฟฟาแบบไมอ ตั โนมตั ิ การผนั คืนจังหวะหัวใจดว ยไฟฟา การกํากบั จงั หวะ
หวั ใจ และการดแู ลผปู ว ยหลงั ฟน คนื ชพี

4.1 มาตรฐานผลการเรยี นรขู องประสบการณภ าคสนาม
ความคาดหวงั ในผลการเรยี นรขู องประสบการณภ าคสนาม

4.1.1 มีวินยั ตรงตอ เวลา เสยี สละ และซ่ือสัตยสจุ ริต
4.1.2 มคี ุณธรรม จริยธรรม และตระหนกั ในการปฏบิ ตั ติ ามจรรยาบรรณวชิ าชีพ
4.1.3 มีภาวะผนู าํ และสามารถทาํ งานเปนทีม

4.1.4 เคารพในสิทธิ คณุ คา และศกั ดศ์ิ รขี องความเปนมนษุ ย
4.1.5 สามารถประยุกตใชความรูจากศาสตรที่เก่ียวของในการปฏิบัติการ

การแพทยฉกุ เฉนิ
4.1.6 สามารถใหการดูแลชว ยเหลือผูเจ็บปวยฉุกเฉนิ ณ จดุ เกิดเหตแุ ละระหวา ง

นาํ สงสถานพยาบาลอยางถูกตอ งรวดเรว็
4.1.7 สามารถสงเสรมิ ปองกนั และแกไขปญหาสุขภาพ ในกรณฉี กุ เฉนิ

4.1.8 สามารถวเิ คราะห ออกแบบ วางแผน พัฒนาและปรับปรงุ ระบบการแพทย
ฉกุ เฉิน

4.1.9 ใหบ ริการวิชาการดา นการแพทยฉ ุกเฉินแกผ รู บั บริการและบุคลากรที่เก่ียวของ

4.2 ชว งเวลา

รหสั วิชา รายวชิ า หนวยกิต ช้นั ป ภาคการศกึ ษา
323391
การฝกงานปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย 1 3 หนว ยกติ 3 ฤดรู อ น
323492 Training of Emergency Medical Operation I
9 หนว ยกิต 4 ตน
323493 การฝก งานปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉนิ การแพทย 2
Training of Emergency Medical Operation II 9 หนวยกติ 4 ปลาย

การฝก งานปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย 3
Training of Emergency Medical Operation III

86

4.3 การจัดเวลาและตารางสอน

ชนั้ ป รหสั วิชา รายวชิ า หนว ยกติ ตารางสอนและจํานวน
ชั่วโมง

3 323391 การฝก งานปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย 1 3 หนวยกติ ภาคการศกึ ษาฤดรู อ น

Training of Emergency Medical 3 หนว ยกติ

Operation I 180 ชัว่ โมง

4 323492 การฝก งานปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉนิ การแพทย 2 9 หนวยกิต ภาคการศึกษาตน

Training of Emergency Medical 3 หนวยกติ

Operation II 540 ชั่วโมง

4 323493 การฝกงานปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ การแพทย 3 9 หนวยกติ ภาคการศึกษาปลาย

Training of Emergency Medical 9 หนว ยกติ

Operation III 540 ชั่วโมง

5. ขอ กําหนดเก่ยี วกับการทาํ โครงงานหรืองานวจิ ยั
5.1 คาํ อธิบายโดยยอ

หลักสูตรกาํ หนดใหนิสิตเรียนในรายวิชา 323335 การวิจัยการแพทยฉุกเฉินกําหนดให
นิสิตตองทํางานวจิ ัยกลุม โดยมีสมาชกิ ภายในกลมุ จํานวน 2-3 คน และมีรายงานท่ีตองสงตาม

รูปแบบและระยะเวลาท่ีหลักสูตรกําหนด หัวขอของการวิจัยเกี่ยวของกับงานดานการแพทย
ฉุกเฉนิ นสิ ิตสามารถศึกษาตามความสนใจและความถนดั ของนสิ ิต โดยมีขอบเขตของงานวิจัยที่
สามารถทําเสรจ็ ไดภายในระยะเวลาที่กาํ หนด ภายใตก ารควบคมุ ดแู ลของอาจารยที่ปรกึ ษา

5.2 มาตรฐานผลการเรียนรู
นิสิตมีความรูความเขาใจในระเบียบวิธีวิจัย สามารถศึกษาวิจัยเพ่ือหาความรูใหมและ

นาํ ไปใชใ นการเสนอแนะแนวทางในการแกป ญ หาหรอื พัฒนางานดา นปฏบิ ตั ฉิ ุกเฉินการแพทยไ ด
5.3 ชวงเวลา ภาคการศกึ ษาภาคปลาย ชั้นปท ่ี 3

5.4 จาํ นวนหนวยกติ 3 หนวยกติ

87

หมวดท่ี 4 ผลการเรียนรู กลยทุ ธก ารสอน และการประเมินผล

1. การพฒั นาคุณลักษณะพิเศษของนสิ ิต

คุณลกั ษณะพเิ ศษ กลยทุ ธห รือกจิ กรรมของนิสิต
1. ดา นบุคลกิ ภาพ
2. ดา นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และ (1) บูรณาการการพัฒนาบุคลกิ ภาพ ในรายวชิ าท่ีเก่ยี วของ
แ ล ะ ใ น กิ จ ก ร ร ม เส ริ ม ห ลั ก สู ต ร ต ล อ ด ร ะ ย ะ เว ล า
จรรยาบรรณวิชาชพี การศกึ ษา

3. ดา นภาวะผนู ํา (1) มกี ารบูรณาการสอดแทรกคณุ ธรรมจริยธรรมในการ
จัดการเรียนการสอนในรายวชิ าตางๆ

(2) จัดการเรียนการสอนโดยยึดผูปวยและชุมชนเปนฐาน
ใหความสําคัญและปลูกฝงใหนิสิตมีจรรยาบรรณ
วิชาชีพ

(3) มีการตรวจสอบและสงเสริมใหนิสิตมีคุณธรรม
จ ริ ย ธ ร ร ม ใน ก า ร ดํ า ร ง ชี วิ ต อ ย า ง ต อ เนื่ อ ง ต ล อ ด
หลกั สูตร

(1) ออกแบบการจัดการเรยี นการสอน
ใน ร า ย วิ ช า เอ ก ใ ห นิ สิ ต ต อ ง ทํ า ง าน เป น ก ลุ ม ท้ั ง ใ น
บทบาทของผูนําและสมาชิกกลุม

(2) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร และสรางแรงจูงใจใหน ิสิต
รวมกิจกรรมและสงเสริมการแสดงความคิดเห็นและ
แสดงออก

(3) กาํ หนดบรรทัดฐานในการเรยี นรูในกลุม ปลกู ฝง การมี
วินยั ซ่อื สตั ย และความรับผดิ ชอบตอ สวนรวม

2. การพฒั นาผลการเรียนรใู นแตล ะดาน
สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยไดกําหนดมาตรฐานผลการเรียนรูโดยยึดกรอบ

จากมาตรฐานของสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติที่กําหนดมาตรฐานไว 6 ดานและเพ่ิม
คณุ ลกั ษณะบณั ฑติ ทพี่ งึ ประสงคของมหาวทิ ยาลยั พะเยาอกี จํานวน 2 ดานรวมเปน 8 ดานไดแ ก

88

2.1 คุณธรรม จรยิ ธรรม
2.1.1 ผลการเรยี นรดู านคณุ ธรรม จริยธรรม
(1) ตระห นั ก ใน คุ ณ ค าแ ล ะคุ ณ ธ รรม จริยธ รรม แล ะซ่ื อ สั ต ยสุ จ ริต
มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวชิ าชีพ
(2) มีวินยั และความรับผดิ ชอบตอ ตนเองและสงั คม
(3) เคารพกฎระเบยี บและขอ บังคบั ตา งๆ ขององคก รและสงั คม
(4) เคารพสิทธิและรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน รวมท้ังเคารพในคุณคาและ
ศักดศ์ิ รีของความเปนมนษุ ย
(5) มีจิตสํานกึ และตระหนกั ในการปฏิบัตติ ามหลกั คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
(6) ปฏิบตั ิตามจรรยาบรรณวิชาชพี รวมทง้ั จดั การกบั ปญ หาในการดํารงชพี และ
การทํางานได
(7) มีวินัยซ่ือสัตยส จุ รติ เสียสละและมีความรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและสงั คม
(8) เปนแบบอยา งทดี่ ตี อผูอืน่ ทง้ั ในการดาํ รงตนและการปฏบิ ัติงาน
2.1.2 กลยุทธก ารสอนทใี่ ชในการพัฒนาการเรยี นรดู า นคณุ ธรรม จริยธรรม
สงเสริมใหเ กิดความสํานกึ ในการปฏบิ ัติตามคุณธรรม จรยิ ธรรม ใหค วามสําคัญ

กบั พฤตกิ รรมการมีวินยั ตรงตอเวลา เสียสละ ความซื่อสัตยสุจรติ และเคารพ กฎระเบียบของ
นิสิต โดยผูสอนเปนแบบอยาง สรางความตระหนักและบูรณ าการการปฏิบัติตาม
จรรยาบรรณวิชาชีพในทุกรายวิชาดานการแพทยฉุกเฉิน ออกแบบการจัดการเรียน
การสอนใหนิสิตไดแสดงความรับผิดชอบ ภาวะผูนํา ทํางานเปนทีม แกไขปญหา แสดงความ
คิดเห็นและรับฟงความคิดเห็น และจัดการเรียนการสอนใหนิสิตตระหนักในสิทธิผูปวยและ
ศักดิ์ศรีคณุ คาของความเปน มนษุ ย

2.1.3 วิธกี ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรดู า นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ประเมินพฤติกรรมคุณธรรมจรยิ ธรรมของนิสิตระหวางเรยี นตลอดหลักสตู รท้ัง

ในช้ันเรียนและแหลงฝกงาน โดยผูสอน เพ่ือนนิสิต ตนเอง ผูชวยสอนในแหลงฝก และ
ผูรบั บรกิ าร ประเมินพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมในการเขารวมกิจกรรมเสรมิ หลักสูตร และ
สรปุ และประเมินพฤตกิ รรมทีไ่ มพงึ ประสงค และหาแนวทางแกไข

89

2.2 ความรู
2.2.1 ผลการเรยี นรูด านความรู
(1) มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีท่ีสําคัญในเนื้อหาที่
ศึกษา
(2) สามารถติดตามความกาวหนาทางวิชาการ และมีความรูในแนวกวางของ
สาขาวิชาท่ีศึกษาเพ่ือใหเล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงและเขาใจผลกระทบของ
เทคโนโลยใี หมๆ
(3) สามารถบรู ณาการความรูทศี่ ึกษากับความรใู นศาสตรอน่ื ๆ ทเี่ กี่ยวขอ ง
(4) มคี วามรูความเขา ใจในสาระสําคัญดานวทิ ยาศาสตรว ทิ ยาการจัดการ
มนุษยศาสตรส งั คมศาสตรและศาสตรอ ืน่ ทเ่ี กย่ี วของ
(5) มีความรคู วามเขา ใจองคค วามรแู ละสาระสําคัญในศาสตรปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉิน
การแพทยสามารถบูรณาการและประยุกตกับศาสตรที่เก่ียวของไดอยาง
กวางขวางและเปน ระบบ
(6) มีความรคู วามเขา ใจสาระสําคญั ในกระบวนการแสวงหาความรู การจดั การ
ความรแู ละติดตามงานวจิ ยั และความรูใหมท ่เี กย่ี วขอ งกบั การแกปญหาและ
การตอ ยอดองคความรใู นการปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย
(7) มคี วามรูความเขาใจและตระหนักในกฎหมาย กฎ และคําสง่ั ที่เกี่ยวขอ งกับ
การป ฏิ บั ติ ก ารฉุ กเฉิน ก ารแพ ท ยซึ่งเป ล่ี ยน แป ล งต าม ก าล เวล า
เพ่อื ตอบสนองสถานการณทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป
2.2.2 กลยทุ ธการสอนที่ใชใ นการพัฒนาการเรยี นรดู านความรู
จัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ เพื่อใหนิสิตมีความรูความเขาใจ

หลักการทฤษฎีและสาระสําคัญเกย่ี วกับระบบการแพทยฉุกเฉินทั้งในดานการสงเสริม ปองกัน
และแกไขปญหาสุขภาพในกรณีฉกุ เฉิน มีความรใู นศาสตรท ี่เก่ยี วขอ งไดแ ก วิทยาศาสตรสุขภาพ
มนุษยศาสตร สังคมศาสตร นิติศาสตร และการบริหารจัดการ ตลอดจนสามารถบูรณาการ
ศาสตรท่ีเก่ียวของกับศาสตรดานการแพทยฉกุ เฉนิ มีความรูค วามเขาใจในกฎระเบียบขอบังคับ
ของวิชาชีพ ที่ปรบั เปลี่ยนตามสถานการณ ท่เี ปล่ยี นแปลง สามารถวเิ คราะห ออกแบบ วางแผน
พัฒนาและปรับปรุงระบบการแพทยฉุกเฉิน สามารถวางแผนและพัฒนาการเรียนรูของตนเอง
อยางตอ เน่ือง และสนใจพัฒนาความชํานาญทางการแพทยฉุกเฉินของตนเอง และมีสวนรวมใน
การพัฒนาวิชาชีพ

90

2.2.3 วิธกี ารวดั และประเมินผลการเรียนรดู านความรู
ประเมินผลการเรียนรูตามสภาพจริงดวยวิธีการที่หลากหลาย จากผูสอนผูเรียน

เพอื่ นนิสิต และอาจารยแหลงฝกในแหลงฝก เชน การทดสอบ การประเมินชิน้ งาน การประเมิน
การนาํ เสนอหนาช้นั เรียน การประเมนิ ผลการอภิปราย การประเมินการวิเคราะหกรณศี ึกษาและ
การประเมินพัฒนาการของผูเรียน โดยใชสมุดบันทึกรายการปฏิบัติทางการแพทย (Medical
procedures book)

2.3 ทักษะทางปญญา
2.3.1 ผลการเรียนรูดา นทักษะทางปญ ญา
(1) คดิ อยางมวี จิ ารณญาณและอยางเปน ระบบ
(2) สามารถวิเคราะหปญหา รวมทง้ั ประยุกตความรูท ักษะ และการใชเ ครอ่ื งมือ
ทเ่ี หมาะสมกบั การแกปญ หาไดอยางเหมาะสม
(3) สามารถสบื คน รวบรวม ศกึ ษา วิเคราะห และสรุปประเดน็ ปญ หาเพื่อใชใ นการ
แกปญ หาอยา งสรา งสรรค
(4) ใชประสบการณทางภาคปฏิบัติมาหาแนวทางใหมในการแกปญหาไดอยาง
เหมาะสม
(5) สามารถสืบคนขอเท็จจริงทําความเขาใจและประเมินขอมูลสารสนเทศ
แนวคิดและหลักฐานใหมๆ จากแหลงขอ มูลท่ีหลากหลายไดและนําขอมูลไป
ใชใ นการแกปญ หาและพฒั นางานได
(6) สามารถคิดวิเคราะหอยา งเปนระบบและใหข อเสนอแนะอยางสรา งสรรคโ ดย
ใชองคค วามรูประสบการณทางภาคปฏิบตั แิ ละผลกระทบจากการตดั สนิ ใจที่
เกี่ยวของกบั การปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย
(7) สามารถใชทักษะ และความเขา ใจอันถองแทในเนื้อหาสาระการปฏิบัติการ
ฉุกเฉนิ การแพทยท างวิชาการและวิชาชพี
(8) สามารถพัฒนาแนวทางใหม เพ่ือแกไขปญหาในการปฏิบัติงานประจําให
สอดคลองกบั สถานการณและบรบิ ททางสขุ ภาพทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป
2.3.2 กลยทุ ธการสอนทใ่ี ชใ นการพฒั นาการเรียนรดู า นทกั ษะทางปญญา
จัดการเรียนการสอนใหนิสิตไดฝกทักษะกระบวนการคิดวิเคราะหสรางสรรค

แกปญ หา คดิ อยางมีวิจารณญาณ และคิดอยา งเปนระบบ ดวยตนเองและในกลุมในสถานการณ
ทั่วไปและสถานการณฉุกเฉิน โดยใชรปู แบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนทห่ี ลากหลาย เชน
การเรียนเปนกลุมแบบรวมแรงรวมใจ การอภิปราย การสัมมนา การวิเคราะหกรณีศึกษา

91

การเรียนโดยใชส ถานการณจําลอง ประชุมปรึกษาปญหาทางการแพทยฉุกเฉิน การสอนโดยใช
ภาพยนตร การเรยี นโดยการปฏิบัติจริง และการจัดทาํ โครงงาน

2.3.3 วิธีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรูด า นทกั ษะทางปญ ญา
ประเมินตามสภาพจริง โดยการประเมินทักษะทางปญญา ไดแก การประเมิน

กระบวนการคิด การทดสอบความสามารถในการคิด การประเมินผลงานที่เกิดจากกระบวน
การคิด ไดแก รายงานการศึกษาและ/วิเคราะหกรณีศึกษา รายงานการศึกษาอิสระ รายงาน
การศึกษา สถานการณจําลอง รายงานผลการประชุมปรึกษาปญหาทางการแพทยฉุกเฉิน
รายงานผลการอภิปรายกลมุ และรายงานผลการสัมมนา

2.4 ทักษะความสมั พนั ธระหวางบคุ คลและความรบั ผดิ ชอบ
2.4.1 ผลการเรยี นรดู านทักษะความสมั พนั ธระหวางบุคคล และความรบั ผดิ ชอบ
(1) มีมนุษยสัมพันธที่ดี สามารถส่ือสารกับกลุมคนหลากหลายท้ัง
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษไดอ ยา งมีประสทิ ธภิ าพ
(2) สามารถวางตัวและแสดงความคิดเห็นพรอมทั้งแสดงจุดยืนอยาง
เหมาะสมตามบทบาทหนาทแี่ ละความรบั ผิดชอบ
(3) มีภาวะความเปนผูนําและผูตาม สามารถปรับตัวเขากับผูอื่นได
เหมาะสม ทํางานเปนทมี ไดอยา งมีประสิทธิภาพ
(4) มีความรบั ผิดชอบการพัฒนาการเรียนรูท ้ังตนเองและวิชาชีพอยาง
ตอเนือ่ ง
(5) สามารถปรบั ตวั และมีปฏิสมั พันธอยา งสรา งสรรคก ับผูรับบริการ
ผรู วมงานผูบังคบั บัญชา และผูเกย่ี วขอ ง
(6) สามารถทํางานเปนทีมไดทั้งในบทบาทสมาชิก และผูนําในระบบ
การแพทยฉ ุกเฉินและระบบบริการสาธารณสขุ ทเ่ี ก่ยี วของ
(7) สามารถแสดงออกซึ่งภาวะผูนําในสถานการณท่ีไมชัดเจน และ
ตองใชนวัตกรรมใหมๆในการแกปญหาไดอยางเหมาะสมโดย
พ้ืนฐานของตนเองและกลมุ
(8) มคี วามรับผิดชอบในการเรยี นรอู ยางตอ เน่ืองรวมท้ังพัฒนาตนเอง
และวชิ าชีพ

92

2.4.2 กลยุทธการสอนท่ีใชในการพัฒนาการเรียนรูดานทักษะความสัมพันธ
ระหวา งบคุ คลและความรบั ผิดชอบ

จดั การเรียนการสอนโดยเนนการมีปฏิสัมพันธระหวา งผูเรยี นกับผูเรยี น ผูเรียนกับ
ผสู อน ผูเรยี นกับแหลงฝกปฏิบัติงานภาคสนามและผูเรยี นกับผูร ับบริการ โดยการมอบหมายใหทํา
กจิ กรรมหรือผลงานท่ีตอ งมีปฏิสัมพันธกับผูอ่ืน การฝกทักษะการทํางานเปนทีมท้ังในชั้นเรียนและ
กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร ทง้ั ในหลกั สูตรทีศ่ กึ ษา ระหวา งหลกั สตู ร และระหวางสถาบัน

2.4.3 วธิ กี ารวดั และประเมินผลการเรยี นรดู า นทักษะความสมั พันธร ะหวา งบุคคล
และความรบั ผิดชอบ

ประเมินความสามารถในการสอ่ื สารท้ังภาษาไทยและภาษาตางประเทศ ประเมิน
ความรับผิดชอบในการเรียน และการทํางาน ทั้งรายบุคคลและรายกลุม และการประเมิน
พฤตกิ รรมการแสดงความคดิ เห็น

2.5 ทักษะการวิเคราะหเ ชงิ ตวั เลข การสอื่ สาร และการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ
2.5.1 ผลการเรียนรูดานทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช

เทคโนโลยสี ารสนเทศ
(1) มีทักษะในการใชเครอ่ื งมอื ทีจ่ ําเปน ท่มี อี ยูใ นปจ จบุ นั ตอการทํางานทเี่ กยี่ วขอ ง
กับการใชสารสนเทศและเทคโนโลยสี ่ือสารอยางเหมาะสม
(2) สามารถแกไขปญหาโดยใชสารสนเทศทางคณิตศาสตรหรือนําสถิติมา
ประยกุ ตใชใ นการแกป ญหาท่ีเก่ยี วของอยา งสรางสรรค
(3) สามารถส่ือสารอยางมีประสิทธิภาพท้ังปากเปลาและการเขียน เลือกใช
รปู แบบของสอ่ื การนําเสนออยา งเหมาะสม
(4) สามารถศึกษา ทาํ ความเขาใจในประเด็นปญหาเลือกและประยกุ ตใชเ ทคนิค
ทางสถิติหรือคณิตศาสตรท่ีเกีย่ วของกับการปฏิบัติการฉกุ เฉนิ การแพทยไ ด
อยางเหมาะสมในการศึกษาคนควาและเสนอแนะแนวทางในการแกไข
ปญ หา
(5) สามารถสื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพ ทั้งการพูด การเขียนและวิธีการ
สื่อสารอนื่ ท่ีเกี่ยวขอ ง รวมท้งั เลอื กใชร ปู แบบการนาํ เสนอท่เี หมาะสมกับกลมุ
บคุ คลที่แตกตา งกนั ได
(6) ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการเก็บรวบรวมขอมูลประมวลผลแปล
ความหมายและนําเสนอขอมลู สารสนเทศอยา งสม่าํ เสมอ

93

2.5.2 กลยทุ ธการสอนท่ีใชในการพัฒนาการเรียนรูดานทกั ษะการวเิ คราะห
เชิงตัวเลข การส่อื สารและการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

จัดการเรียนการสอน โดยการมอบหมายใหนิสิต ศึกษาคนควาและใชขอมูล
สารสนเทศในการวิเคราะหปญ หา แกไขปญ หา และพฒั นางานในระบบการแพทยฉ กุ เฉินท่ีไดรับ
มอบหมาย อยางสรางสรรค ฝกทักษะการสื่อสารระหวางบุคคล ท้ังการพูด การฟงและ
การเขยี น จัดการเรียนการสอนโดยใชเทคโนโลยีเปนฐาน

2.5.3 วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรูดานทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข
การส่ือสาร และการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

ประเมนิ ผลงานการศึกษาคนควา วิเคราะห และใชขอมูลสารสนเทศ ประเมินทักษะ
การสอ่ื สารในชวี ิตประจําวัน และทักษะการสอ่ื สารกับผรู บั บรกิ าร ประเมินทกั ษะการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศในการเรียนรู และประเมินผลงานท่ีนิสิตไดวิเคราะหเชิงตัวเลข สื่อสาร และใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศ

2.6 สุนทรยี ศลิ ป
2.6.1 ผลการเรยี นรูด านสนุ ทรยี ศลิ ป
มีความซาบซงึ้ ในคณุ คาของศลิ ปะ ดนตรี และวฒั นธรรม
2.6.2 กลยุทธการสอนท่ีใชใ นการพฒั นาการเรยี นรูด านสนุ ทรียศลิ ป
จัดการเรียนการสอน โดยใหนิสิตสรางสรรคผลงานทางวิชาการตามที่ไดรับ

มอบหมายจากผูบรรยายใหสวยงาม เชน ใบงาน การสรุปบทเรียน รายงานทางวชิ าการ รวมถึง
มกี ารนําเสนอขอมลู ของงานท่ีไดรับมอบหมายดวยส่ือตางๆ โดยมีคะแนนความสวยงามมอบให
จัดการเรียนการสอน โดยมีเสียงดนตรีหรอื เสียงธรรมชาติบรรเลงเบาๆ เพือ่ ใหนสิ ิตเกดิ อารมณ
สุนทรีย จัดการเรียนการสอน โดยมีการศึกษาดูงานในสถานที่ทองเท่ียวทางวัฒนธรรม หรือ
มกี ารนํารูปภาพที่เกี่ยวของกับวฒั นธรรมมาประกอบการสอน

2.6.3 วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรดู านสนุ ทรียศิลป
ประเมนิ ความคิดสรางสรรคและความสวยงามของผลงานท่นี ิสิตทําประเมนิ ระดับ

ความพึงพอใจของนิสิตท่ีมีตอการจัดการเรียนการสอน โดยมีเสียง ดนตรีหรือเสียงธรรมชาติ
บรรเลงเบาๆ และประเมินระดับความพึงพอใจของนิสิตที่มีตอจัดการเรียนการสอน
โดยมีการศึกษาดูงานในสถานที่ทองเที่ยวทางวัฒนธรรม หรือมีการนํารูปภาพที่เก่ียวของกับ
วฒั นธรรมมาประกอบการสอน

94

2.7 ทกั ษะการสงเสรมิ สขุ ภาพและพฒั นาบุคลิกภาพ
2.7.1 ผลการเรยี นรูดานทักษะการสง เสรมิ สขุ ภาพและพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ
(1) มสี ขุ นสิ ัยทส่ี งเสรมิ ตอ การดแู ลรักษาสุขภาพ
(2) สามารถพฒั นาบุคลกิ ภาพไดอยา งเหมาะสม
2.7.2 กลยทุ ธก ารสอนทใ่ี ชในการพัฒนาการเรยี นรูดา นทกั ษะการสง เสรมิ สุขภาพ

และพัฒนาบุคลิกภาพ
จัดการเรยี นการสอนทีส่ งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพ และการพัฒนาบุคลิกภาพ

โดยการมอบหมายใหนิสิตฝกทักษะการส่ือสารระหวางบุคคล การนําเสนอหนาช้ันเรียน และ
การอภปิ รายหมู

2.7.3 วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรูดานทักษะการสงเสริมสุขภาพและ
พัฒนาบุคลิกภาพ

จัดใหมกี จิ กรรมการออกกําลงั กาย เพ่ือเสรมิ สรางสมรรถนะ และการสงั เกตการณ
สอื่ สารระหวา งนิสิตและเพื่อน และการนําเสนองานในชนั้ เรยี น

2.8 ทักษะการปฏิบตั กิ ารทางวชิ าชพี
2.8.1 ผลการเรยี นรดู า นทกั ษะการปฏบิ ัติการทางวิชาชพี
(1) มีทักษะในการปฏิบัติการฉุกเฉินแกผูปวยฉุกเฉิน ไดตามมาตรฐาน
การปฏิบัติการฉุกเฉินท้ังนอกสถานพยาบาล และในสถานพยาบาลได
อยา งสอดคลองกับสภาพปญหา
(2) สามารถดําเนินมาตรการในการปองกันการเจ็บปวยฉุกเฉินไดท้ังในระดับ
บคุ คล และชุมชนได
(3) ปฏิบัตงิ านโดยยึดมั่นใน คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณแหงวิชาชพี และ
กฎหมายทเี่ กย่ี วของได
(4) บรหิ ารจดั การระบบการแพทยฉุกเฉนิ ในระดบั ทอ งถ่นิ หรอื พน้ื ทไี่ ด
2.8.2 กลยุทธก ารสอนทใ่ี ชใ นการพัฒนาการเรียนรูด า นทกั ษะการปฏบิ ัตกิ ารทางวิชาชพี
จัดการเรยี นการสอน โดยการสรุปความรูรวบยอด สาธิต สาธิตยอนกลับ แสดง

บทบาทสมมติ ฝกปฏิบัติในผูปวยจําลอง ฝกปฏิบัติในหองปฏิบัติการ ฝกปฏิบัติในสถานการณ
จําลอง ฝกปฏิบัติในแหลงฝกงานตามเกณฑของสถาบันการแพทยฉุกเฉิน การศกึ ษากรณีศึกษา
การวิเคราะหกรณีศึกษา การจดั ทําโครงงาน และการศึกษาดงู านจากสถานการณจ รงิ

95

2.8.3 วิธกี ารวดั และประเมินผลการเรยี นรดู า นทักษะการปฏบิ ตั กิ ารทางวชิ าชีพ
ประเมนิ ทกั ษะปฏิบตั ิการทางวชิ าชีพแบบองครวม โดยบรู ณาการความรู ทักษะ

เจตคติ และคุณธรรมจริยธรรม ท่ีเนนผูรับบริการเปนศูนยกลาง ไดแก การประเมินทักษะ
การปฏิบัติการจากการสาธิตยอนกลับ การฝกปฏิบัติ และการทดสอบภาคปฏิบัติ
ในหองปฏิบัติการ การประเมินความสามารถในการแสดงบทบาทสมมติในการปฏิบัติการ
การแพทยฉุกเฉินในสถานการณจําลอง ท้ังในบทบาทตางๆในระบบการแพทยฉุกเฉิน
การประเมินทักษะการปฏิบัติการจากการฝกปฏิบัติงานในสถานการณจริง ณ แหลงฝก
ปฏิบัติงาน และการประเมินผลการจัดทํารายงานกรณีศึกษา รายงานการประชุมปรึกษา
ปญหาทางการแพทยฉ ุกเฉิน รายงานการจัดทาํ โครงงาน และรายงานการศกึ ษาดูงาน

แผนทแ่ี สดงการกระจายความรบั ผดิ ชอบมาตรฐานผลการเรีย
• ความรบั ผดิ ชอบหลัก

รายวชิ า 1.คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญญา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

กลุมวิชาภาษา

ทักษะภาษาไทย   

ภาษาองั กฤษ   

พน้ื ฐาน

ภาษาองั กฤษ   
พัฒนา

อารยธรรมและ

ภูมิปญญา    

ทองถ่ิน

พะเยาศกึ ษา   

กลุมวชิ า

พลานามยั

กอลฟ     

เกมส       

บริหารกาย    

กจิ กรรมเขา    
จงั หวะ

วายนาํ้    

ลลี าศ     

ตะกรอ      

นนั ทนาการ    

96

ยนรจู ากหลักสูตรสูร ายวชิ า (Curriculum Mapping)

ο ความรับผดิ ชอบรอง

7.ทักษะ
การ
6. สง เสริม
4.ทกั ษะความสมั พันธระหวา งบคุ คลและ 5.ทกั ษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข สนุ สุขภาพ 8.ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ าง
ความรบั ผิดชอบ การสอ่ื สาร และการใช ทรยี วชิ าชีพ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศลิ ป และ
พฒั นา
บคุ ลกิ
ภาพ

(7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

  
 



  
  

  
  
 

 

 
  
  
  


รายวชิ า 1.คุณธรรม จรยิ ธรรม 2.ความรู 3.ทักษะทางปญ ญา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

ซอฟทบอล    
  
เทนนสิ     
  
เทเบลิ เทนนสิ      
   
บาสเกตบอล    

แบดมนิ ตัน   

ฟตุ บอล   

วอลเลยบ อล 

ศิลปะการตอ สู 
ปอ งกันตวั

กลุม วิชาบรู ณา

การ

ชีวิตและสุขภาพ  
 
การจดั การการ      

ดาํ เนินชีวติ

ทกั ษะชีวิต   

วชิ าศกึ ษา

ทว่ั ไปเลือก

กลุมวชิ าภาษา

ภาษาองั กฤษเชงิ  

วิชาการ

97

7.ทกั ษะ
การ
6. สงเสรมิ
4.ทกั ษะความสมั พันธร ะหวางบคุ คลและ 5.ทกั ษะการวิเคราะหเชงิ ตัวเลข สุน สขุ ภาพ 8.ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ าง
ความรับผิดชอบ การส่ือสาร และการใช ทรยี วชิ าชพี
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศิลป และ
พัฒนา
บคุ ลกิ

ภาพ

(7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

  
  
  
  
  
  
  

  

  
  

    

รายวิชา 1.คุณธรรม จรยิ ธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญ ญา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

กลมุ วชิ า

มนษุ ยศาสตร

สารสนเทศ

ศาสตรเพอ่ื    

การศกึ ษา

คน ควา

ปรชั ญาเพือ่ ชีวติ    

ภาษา สงั คมและ   
วฒั นธรรม

ปรทิ ศั น

ศิลปะการแสดง     

ไทย

ดุริยางควิจกั ษณ      

ศลิ ปะใน      
ชวี ิตประจาํ วนั

กลมุ วิชา

สงั คมศาสตร

กฎหมายพนื้ ฐาน

เพ่ือคณุ ภาพ      

ชวี ิต

ไทยกบั     
ประชาคมโลก

วิถไี ทย วถิ ที ศั น   

98

7.ทักษะ
การ
6. สงเสรมิ
4.ทกั ษะความสัมพันธร ะหวา งบคุ คลและ 5.ทักษะการวเิ คราะหเชงิ ตวั เลข สุน สุขภาพ 8.ทักษะการปฏบิ ตั ทิ าง
ความรบั ผดิ ชอบ การส่ือสาร และการใช ทรยี วิชาชีพ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศิลป และ
พฒั นา
บคุ ลกิ
ภาพ

(7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

    

  
  

 
 
 

   

 
  

รายวชิ า 1.คุณธรรม จริยธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญ ญา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

การเมอื ง

เศรษฐกจิ และ      

สังคม

กลมุ วชิ า

วิทยาศาสตร

และ

คณติ ศาสตร

มนุษยกบั    
สิ่งแวดลอม

คอมพวิ เตอร

สารสนเทศขัน้        

พ้ืนฐาน

คณิตศาสตร
สําหรบั ชวี ิตใน  
    

ยคุ สารสนเทศ

ยาและสารเคมี  
ในชีวติ ประจาํ วนั   

อาหารและวถิ ี    
ชวี ติ

พลงั งานและ

เทคโนโลยใี กล       

ตวั

99

7.ทักษะ
การ

4.ทักษะความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คลและ 5.ทกั ษะการวิเคราะหเชิงตวั เลข 6. สงเสรมิ 8.ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ าง
ความรบั ผดิ ชอบ การสือ่ สาร และการใช สนุ สขุ ภาพ วิชาชพี
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ทรยี
ศิลป และ
พัฒนา

บุคลิก
ภาพ

(7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

 

  
  

 
 
 
  


รายวิชา 1.คณุ ธรรม จริยธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญญา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

วทิ ยาศาสตรใ น    
ชวี ติ ประจําวัน

กลมุ วชิ าบรู ณา

การ

พฤติกรรม     
มนุษย

100

7.ทักษะ
การ
6. สงเสรมิ
4.ทกั ษะความสัมพนั ธร ะหวางบคุ คลและ 5.ทักษะการวเิ คราะหเชงิ ตวั เลข สนุ สขุ ภาพ 8.ทักษะการปฏบิ ตั ิทาง
ความรบั ผิดชอบ การสือ่ สาร และการใช ทรีย วชิ าชีพ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศิลป และ
พัฒนา
บุคลิก
ภาพ

(7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

  



แผนทีแ่ สดงการกระจายความรบั ผดิ ชอบมาตรฐานผลการเรยี นรจู ากห
• ความรับผดิ ชอบหลกั

รหสั 1.คณุ ธรรม จริยธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญญา
วชิ า รายวิชา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

2. หมวดวิชาเฉพาะ

2.1 กลุมวิชาพื้นฐาน

242103 เคมที ่วั ไปและ     
243101 เคมอี ินทรีย   

ชวี วิทยา 1     

244104 ฟส ิกส    
323141 วทิ ยาศาสตร
323142 ชีวภาพ   
323143
หลักการ   
323244 จดั การ
323246 สุขภาพ   
341334
หลกั   
วทิ ยาการ
ระบาด   

จติ วิทยา
ปฏิบตั กิ าร
ฉกุ เฉิน
การแพทย

หลักการดแู ล
สุขภาพ

พยาธิ
สรรี วทิ ยา

เภสชั วิทยา
เบ้ืองตน

101

หลกั สตู รสูรายวชิ า (Curriculum Mapping) หมวดวชิ าเฉพาะ

ο ความรบั ผดิ ชอบรอง

7.ทักษะ
การ
6. สงเสริม
4.ทักษะความสมั พนั ธร ะหวางบคุ คลและ 5.ทกั ษะการวเิ คราะหเชงิ ตวั เลข สนุ สขุ ภาพ 8.ทกั ษะการปฏบิ ตั ิทาง
ความรับผิดชอบ การส่ือสาร และการใช ทรยี วชิ าชพี
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศิลป และ
พฒั นา (1) (2) (3) (4)
บคุ ลิก
ภาพ

(7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2)

     
  
  





      

      
 
 



รหัส รายวชิ า 1.คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญ ญา
วชิ า

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

361211 จลุ ชวี วทิ ยา 

และปรสิต    

วิทยา 
 
363218 กายวิภาค

ศาสตร 

พื้นฐาน

365212 ชีวเคมีพน้ื ฐาน  

367202 สรีรวิทยาของ    
มนษุ ย

2.2 กลมุ วชิ าเฉพาะดาน

146200 ภาษาองั กฤษ

เพ่ือ       
 
วตั ถปุ ระสงค
 
323111 ศัพทท าง   
การแพทย  

323131 ระบบ   

การแพทย 

ฉกุ เฉิน

323212 เทคนิค  
หัตถการ 1

323313 การซักประวตั ิ

และการตรวจ  

รางกาย

323314 การชว ยฟน 
คืนชพี 1

323315 การดูแล

ผูปวยฉกุ เฉนิ  

1

102

7.ทักษะ
การ
6. สง เสริม
า 4.ทักษะความสมั พนั ธระหวางบคุ คลและ 5.ทักษะการวเิ คราะหเ ชงิ ตัวเลข สนุ สขุ ภาพ 8.ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ าง
ความรบั ผดิ ชอบ การส่ือสาร และการใช ทรยี วิชาชพี
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศลิ ป และ
พัฒนา
บุคลกิ
ภาพ

) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

  

  
  


    

 

   

     
  
  

     

     

รหสั 1.คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2.ความรู 3.ทกั ษะทางปญญา
วิชา รายวชิ า

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

323316 การดแู ล    
323321 ผูบาดเจบ็ 
323322 ฉกุ เฉนิ 1    
323323  
323324 เทคนคิ  
323325 หัตถการ 2
323331     
323332 การชวยฟน 
คนื ชพี 2   
323333   
323334 การดแู ล 
ผูปวยฉุกเฉนิ  
2
  
การดูแล
ผูบาดเจบ็   
ฉุกเฉิน 2
  
การตรวจคล่นื
หวั ใจไฟฟา

การยกและ
การ
เคลือ่ นยาย

การ
ปฏบิ ัติการ
ฉกุ เฉิน
การแพทย

กฎหมาย
จริยธรรมและ
นิตเิ วชศาสตร

การจดั การ
ทางการแพทย
ใน
สถานการณ
สาธารณภัย

103

7.ทกั ษะ
การ
6. สง เสรมิ
า 4.ทักษะความสัมพนั ธระหวา งบคุ คลและ 5.ทกั ษะการวเิ คราะหเ ชงิ ตัวเลข สนุ สุขภาพ 8.ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ าง
ความรบั ผดิ ชอบ การส่ือสาร และการใช ทรีย วชิ าชพี
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ศลิ ป และ
พฒั นา
บุคลิก
ภาพ

) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

      

     
 
     

     

      
  
  
 
    

        
 
   

        

รหสั รายวชิ า 1.คณุ ธรรม จริยธรรม 2.ความรู 3.ทักษะทางปญ ญา
วิชา

(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6)

323335 การวิจยั    
323436 การแพทย
323391 ฉกุ เฉนิ 

323492 สัมมนา   

323493 การฝก งาน   
ปฏบิ ัตกิ าร
ฉุกเฉนิ   
การแพทย 1

การฝก งาน
ปฏบิ ตั กิ าร
ฉุกเฉนิ
การแพทย 2

การฝก งาน
ปฏิบตั ิการ
ฉุกเฉิน
การแพทย 3

104

7.ทักษะ
การ
6. สง เสริม
า 4.ทกั ษะความสัมพันธร ะหวางบคุ คลและ 5.ทักษะการวิเคราะหเ ชงิ ตวั เลข สนุ สขุ ภาพ 8.ทักษะการปฏบิ ตั ิทาง
ความรบั ผิดชอบ การสอ่ื สาร และการใช ทรีย วชิ าชพี
เทคโนโลยีสารสนเทศ ศลิ ป และ
พฒั นา
บุคลกิ
ภาพ

) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (1) (1) (2) (1) (2) (3) (4)

    

        

         

         

         

105

หมวดท่ี 5 หลักเกณฑใ นการประเมนิ ผลนสิ ติ

1. กฎระเบียบหรอื หลักเกณฑใ นการใหระดับคะแนน
การวัดผลและการสําเร็จการศึกษาเปนไปตามขอบังคับมหาวิทยาลัยพะเยา วาดวย

การศึกษาระดับปรญิ ญาตรี พ.ศ. 2553 และท่ีแกไขเพม่ิ เตมิ

2. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนสิ ิต
2.1 การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรูข ณะนสิ ติ ยังไมส าํ เร็จการศกึ ษา
จัดใหมีการทวนสอบระดับวิชาท้ังภาคทฤษฎี และปฏิบัติโดยจัดต้ังคณะกรรมการ

พจิ ารณาความเหมาะสมของขอ สอบใหเปน ไปตามแผนการสอน
2.1.1 ทําการประเมินขอสอบโดยผทู รงคุณวุฒภิ ายนอก

2.1.2 มีการสอบประมวลความรู (Comprehensive examination) รายวิชาพ้ืนฐาน
ทางวิทยาศาสตรและวิชาพื้นฐานทางวชิ าชีพ

2.2 การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรหู ลงั จากนิสติ สําเร็จการศกึ ษา
2.2.1 สํารวจความพึงพอใจดานผลสัมฤทธิ์การเรียนรูของผูใชบัณฑิต แหลงฝก

ผสู าํ เรจ็ การศึกษาและผมู ีสวนไดส วนเสยี
2.2.2 ดําเนินการโดยการศึกษาวิจัยติดตามบัณฑิตทุกป และนําผลการวิจัย

มาพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร และกระบวนการจัดการเรียนการสอนอยาง
ตอ เนื่อง

3. เกณฑก ารสําเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตร

เกณฑก ารสาํ เรจ็ การศกึ ษาตามหลกั สูตรเปนไปตามขอ บงั คับมหาวทิ ยาลัยพะเยา วา ดว ย
การศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี พ.ศ. 2553 และที่แกไ ขเพม่ิ เตมิ

106

หมวดท่ี 6 การพฒั นาคณาจารย

1. การเตรยี มการสําหรบั อาจารยใหม
1.1 กําหนดใหอาจารยใหมทุกคนจะตองเขาปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัย เพื่อใหมีความรู

และความเขาใจในนโยบายของมหาวทิ ยาลัย บทบาทหนา ที่ของอาจารยต ามพันธกจิ สมรรถนะ
ความเปนครู หลักสูตร รายวิชา และการจัดการเรียนการสอน กจิ กรรมตางๆ ของมหาวิทยาลัย

รวมท้งั กิจกรรมทร่ี ว มมือกบั หนวยงานทเี่ กยี่ วขอ ง
1.2 คณะมอบหมายงานโดยมีอาจารยที่มีประสบการณเ ปนพี่เลี้ยง

1.3 สง เสรมิ ใหอาจารยมกี ารเพม่ิ พูนความรู สรางเสริมประสบการณ เพอื่ สงเสริมการสอน
และการวจิ ยั อยางตอ เนอื่ ง โดยผา นการทาํ วจิ ัยสายตรงในสาขาวชิ าเปน อนั ดบั แรก การสนับสนุน

ดา นการศึกษาตอ ฝกอบรม ดงู านทางวชิ าการและวิชาชพี ในองคกรตา งๆ การประชุมทางวชิ าการ
ท้ังในประเทศและ/หรือตางประเทศ หรือการลาศึกษาตอ เพ่ือเพ่ิมพูนประสบการณ

ดานการแพทยฉ ุกเฉนิ

2. การพฒั นาอาจารย
การพัฒนาอาจารยทั้งอาจารยใหม และอาจารยเกาใหพัฒนาท้ังในดานวิชาการ และ

วชิ าชพี ดงั นี้
2.1 พัฒนาและสรา งแรงจงู ใจดานสมรรถนะ และหวั ใจความเปนครูทกุ ป

2.2 เพ่มิ พูนความรูความสามารถดานการพัฒนาหลักสตู ร การจดั การเรียนการสอนและ
การวัดประเมินผลทกุ ปอยา งตอเนอ่ื ง

2.3 พัฒนาความเช่ยี วชาญดา นปฏิบตั ิการฉกุ เฉินการแพทย ใหมคี วามเปน สากลอยเู สมอ
2.4 พัฒนาความรูโดยใหอาจารยเขารวมประชุมอบรม และสัมมนาทางวิชาการ
ดานการแพทยฉ ุกเฉนิ และดา นทเ่ี กี่ยวขอ งอยางนอ ยปละ 15 ช่วั โมง

2.5 พัฒนาทักษะการวิจัย การเขียนตํารา หนังสือ และการเขียนบทความเพ่ือตีพิมพ
เผยแพรผ ลงานในวารสารวชิ าการระดบั ชาติ และนานาชาติ

2.6 พฒั นาใหเ ขา สตู าํ แหนงทางวชิ าการ
2.7 พฒั นาใหวุฒิสูงข้ึน โดยเฉพาะสาขาท่เี ก่ียวของกับการแพทยฉ ุกเฉนิ

2.8 เพ่ิมพูนและพัฒนาทักษะดานภาษาอังกฤษ และการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพอ่ื การศกึ ษา

107

2.9 การพฒั นาวิชาการ และวิชาชีพดานอน่ื ๆ
2.9.1 บรหิ ารจดั การใหอาจารยไ ดรบั การฝกอบรม และศกึ ษาดูงานดา นการแพทย
ฉุกเฉนิ ท้ังในประเทศและตางประเทศ
2.9.2 พัฒนาอาจารยใหมีความเชี่ยวชาญดานปฏิบัติการแพทยฉุกเฉินการแพทย
ฉุกเฉนิ ใหเ ปนสากลอยเู สมอ
2.9.3 สงเสริมใหอ าจารยมีสว นรว มในกิจกรรมการบริการวชิ าการแกช มุ ชน
2.9.4 จัดโครงการใหอาจารยมีสวนรวมในการดําเนินงานหรือใหบริการ
ทางวิชาการดานการสาธารณสุข และการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม รวมกับ
สถานพยาบาล และหนวยงานท่ีเก่ียวของ เพ่ือใหอาจารยมีความรู และ
ทกั ษะที่ทันสมยั
2.9.5 สงเสริมการทําวิจัยสรางองคความรูหรือนวัตกรรมเปนหลักและ
เพ่ือพัฒนาการเรยี นการสอนและมีความเช่ียวชาญในสาขาวิชาชพี เปน รอง

108

หมวดท่ี 7 การประกนั คณุ ภาพหลักสตู ร

1. การบรหิ ารหลักสูตร
1.1 จัดตง้ั คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสตู รวทิ ยาศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าปฏิบตั กิ ารฉุกเฉิน

การแพทย เพ่ือทําหนาท่ีวางแผนและนโยบายท่ีสนับสนุนและกาํ กับการใชหลักสูตรใหเ ปน ไปอยาง
มีประสิทธิภาพ กอใหเกิดบัณฑิตวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย

ตามวัตถุประสงคของหลักสูตร และติดตามประเมนิ การใชหลกั สตู ร เพ่ือทําหนาท่ีกาํ กับดําเนนิ งาน
เปด และปดหลักสตู ร ดําเนนิ งานตามเกณฑม าตรฐานหลกั สูตรระดบั อุดมศึกษา และกรอบมาตรฐาน

คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และคณะอนุกรรมการรับรององคกรการศึกษาหรือฝกอบรมผู
ปฏบิ ัตกิ ารและการใหป ระกาศนยี บตั รหรอื เครอื่ งหมายวทิ ยาฐานะแกผผู า นการศกึ ษาหรือผูฝก อบรม

(อศป.) ประเมนิ หลกั สูตรตามกรอบเวลาที่กาํ หนดในเกณฑมาตรฐานหลักสูตร และพฒั นาหลกั สูตร
ตามผลการประเมินหลกั สตู ร บริหารและวางแผนหลกั สตู รดา นวชิ าการ รวมท้ังนิเทศ กาํ กบั ตดิ ตาม

การดาํ เนนิ งานหลักสูตร และรายงานผลการปฏิบตั ิงานและผลการบริหารหลักสตู ร
1.2 จัดต้ังคณะกรรมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต

สาขาวิชาสาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย เพ่ือทําหนาท่ีดําเนินงานตามแผนและนโยบาย
ในการสนับสนุน ทั้งในดานการจัดการเรียนการสอน การจัดหาผูสอน และทรัพยากรการเรียน
การสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน การประเมินผลลัพธตามหลักสูตร

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาขาวชิ าปฏบิ ัติการฉุกเฉินการแพทยการประเมินการจัด
การเรียนการสอน และจัดทําสรุปผล การดําเนินงานเสนอคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวิทยา

ศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ าสาขาวิชาปฏิบตั ิการฉกุ เฉินการแพทยเปน ระยะ
1.3 จัดตง้ั คณะกรรมการรายวิชา ประกอบดว ยอาจารยในแตละสาขาวิชาท่ีเกย่ี วของ ทาํ หนาที่

ดําเนินการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน การประเมิน
ผลลพั ธตามหลักสูตร การประเมนิ การจดั การเรียนการสอนในแตละรายวิชา และจัดทาํ สรปุ ผลการ

ดําเนินงานเสนอคณะกรรมการการเรยี นการสอนเปนระยะ

109

โครงสรางการบริหารหลกั สูตร

คณะกรรมการรบั ผิดชอบหลักสูตรวทิ ยาศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ าปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย

คณะกรรมการจดั การเรยี นการสอน

คณะกรรมการรายวิชา

คณะกรรมการรายวิชา A1

คณะกรรมการรายวชิ า A2

คณะกรรมการรายวิชา A…

2. การบริหารทรัพยากรการเรยี นการสอน
2.1 การบรหิ ารงบประมาณ
คณะวางแผนงบประมาณประจําป เพอ่ื จัดซือ้ ตาํ รา วารสาร โสตทศั นปู กรณ วสั ดุครภุ ณั ฑ

คอมพิวเตอร ส่ือ และอุปกรณ ประกอบการเรียนการสอน ใหไดตามเกณฑมาตรฐาน
เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและสรางสภาพแวดลอมในการเรียนรู รวมทั้งเพื่อสงเสริม
การเรียนรดู วยตนเองของนสิ ติ แหลง งบประมาณ ไดแ ก

(1) งบประมาณแผน ดนิ งบประมาณรายไดท่ีไดร บั จดั สรรจากมหาวิทยาลยั พะเยา
(2) งบประมาณสนบั สนนุ จากสํานกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา

110

2.2 ทรพั ยากรการเรยี นและการจัดการ

2.2.1 มีอาคารและหอ งเรียนท่เี ออื้ ตอ การสอน และหองเรยี นกลมุ ยอ ยอยา งเพยี งพอ

2.2.2 หองทาํ งานอยา งเหมาะสมทีเ่ ออ้ื ตอ การทาํ งานของอาจารย และบุคคลากร

2.2.3 มสี ถานทีท่ าํ กิจกรรมเสริมหลกั สตู รสาํ หรับนกั ศกึ ษา

2.2.4 มหี องปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร และวิทยาศาสตรสขุ ภาพท่ีเหมาะสม และ

อุปกรณท ่เี พียงพอ

2.2.5 มีหองปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทยเสมือนจริงที่เหมาะสม และมีอุปกรณ

ที่ทนั สมัยเพยี งพอ และพรอ มใช

2.2.6 มีหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร และมีคอมพิวเตอรที่สืบคนขอมูลทาง

อนิ เตอรเ นต็ ได 1 : 10 คน

2.2.7 มีหองเรียนและอุปกรณทัศนูปกรณท่ีเพียงพอและเหมาะสมกับกิจกรรม

การเรียนการสอนท่กี าํ หนดในรายละเอยี ดของหลกั สูตร และรายวิชา

2.2.8 หนงั สือตาํ ราเอกสาร หนังสือตาํ รา เอกสารและวารสารท่ีใชป ระกอบการเรียน

การสอนสวนใหญมีอยูในสํานักหอสมุด และหองสมุดคณะแพทยศาสตร

มหาวิทยาลัยพะเยา หรือมีการยืมหนังสือจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ โดย

ผานทางสํานักหอสมุด ซ่ึงมีรายการท่ีเกี่ยวของกับหลักสูตร จําแนกตาม

รายการดงั นี้

จาํ นวนทรัพยากรสารสนเทศของสํานกั หอสมดุ และหอ งสมดุ คณะแพทยศาสตร
ตาํ ราเรยี น
ภาษาไทย 4,566 เลม

ภาษาตางประเทศ 3,881 เลม

วารสาร ภาษาไทย 30 เลม

ภาษาตา งประเทศ 20 เลม

โสตทศั นวัสดุ (วีดีทัศน แผนดสิ ก เทปบนั ทกึ เสียง 2,157 ชุด

ซีดรี อม)

111

ฐานขอมูลทางอิเล็กทรอนกิ ส
Medicine complete web of science
Science direct
Up to date
CINAHL
Access Medicine

นอกจากนี้ยังมีบริการยืมหนังสือจากหองสมุดของคณะตางๆท่ีจัดการเรียนการสอน
ดานวทิ ยาศาสตรส ขุ ภาพ รวมทง้ั บริการขอ มลู สนเทศ และสืบคนขอมลู ทางไกล

2.3 การจัดการ
2.3.1 จัดใหมีผูรับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากรการเรียนการสอน
โดยเฉพาะ
2.3.2 มีการศึกษาความตองการ และนํามาวางแผนการจัดหาและแผนการใช

ทรพั ยากรการเรียนการสอนการศกึ ษาทกุ ประเภทอยา งตอเน่อื ง
2.3.3 มที รัพยากรการศึกษาทุกประเภทอยา งเพยี งพอ และพรอ มใชตลอดเวลา
1) จัดหองสมุดและส่ือสารสนเทศ นิสิตสาขาวิชาปฏิบัติการแพทยฉุกเฉิน

สามารถสืบคนและแสวงหาความรูไดจากหนังสือ ตํารา และวารสารทั้งภาษาไทยและ
ภาษาตา งประเทศ ภายในหองสมุด มหาวิทยาลัยพะเยา หองสมุดวทิ ยาศาสตรสุขภาพ

2) จดั หอ งอา นหนังสือคณะแพทยศาสตร
3) บริหารจัดการใหนสิ ิตสามารถสืบคน ขอมูลความรูจากฐานขอมูลตางๆ และ
ฐานขอ มูลอเิ ล็กทรอนิกสท คี่ ณะแพทยจ ดั สรร ไดต ลอด 24 ช่วั โมง
2.3.4 มีการประเมนิ คณุ ภาพ และปรมิ าณทรัพยากรทุกประเภท รวมทง้ั แหลงฝกอยาง
ตอ เนื่องทุกปก ารศกึ ษาโดย
1) ใหอาจารยผูสอนแตละรายวิชามีสวนรวมในการเสนอแนะรายช่ือหนังสือ
ตลอดจนสอื่ ประกอบการเรยี นการสอน
2) ติดตามการใชทรัพยากรการเรียนการสอนเพ่ือปรับปรุง และพัฒนาอยาง
ตอ เน่ือง
3) ประสานงานและสนบั สนุนใหม ตี าํ รา และสอ่ื ประกอบการฝกงานในแหลง ฝก
อยา งเพียงพอ
4) ประเมินความเพียงพอของทรัพยากร วางแผน จัดหา และติดตามการใช
ทรพั ยากรการเรยี นการสอน โดยใหอ าจารย นิสิต ผูชวยสอนในแหลงฝก มสี วนรวม 2

112

2.3.5 ประเมนิ ความพึงพอใจตอความเพียงพอของทรพั ยากรของอาจารย นสิ ิต และ
ผชู ว ยสอนในแหลง ฝกทุกปเพอ่ื ปรบั ปรุงทรพั ยากรการเรยี นการสอนภายหลังสนิ้ สดุ การเรียน

2.3.6 ติดตามการใชทรัพยากร ท้ังตํารา วารสาร ส่ือ และอุปกรณ ตามความเหมาะสม และ
สถานการณของมหาวทิ ยาลยั

2.3.7 นําผลการประเมินความเพียงพอของทรัพยากร มาปรับปรุงแผน และ
การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรในปต อ ไป

3. การบรหิ ารคณาจารย
3.1 การรบั อาจารยใ หม
มีระบบและดําเนินการสรรหาและคัดเลือกอาจารยใหม ตามระเบียบ และหลักเกณฑ

ของมหาวิทยาลัย โดยอาจารยใหมจะตองมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปและ/หรือมี
ความเช่ียวชาญในสาขาวชิ าการแพทยฉุกเฉนิ และสาขาท่เี กยี่ วของตามทค่ี ณะกําหนด

3.2 การมีสว นรวมของคณาจารยใ นการวางแผน การตดิ ตาม และทบทวนหลกั สตู ร
มีระบบการวางแผน การติดตาม และทบทวนหลกั สูตร โดยอาจารยผูรบั ผิดชอบหลักสูตร
และผูสอนประชุมรวมกันในการออกแบบ วางแผนการจัดการเรียนการสอน การวัดและ
ประเมินผล การเยย่ี มสอน การรวบรวมขอมูลเพอ่ื การปรบั ปรุงหลกั สูตร

3.3 การแตง ตัง้ คณาจารยพเิ ศษ
สําหรบั อาจารยพิเศษถือวามคี วามสําคัญมาก เพราะจะเปนผูถายทอดประสบการณตรง
จากการปฏบิ ตั ิมาใหกบั นสิ ติ โดยคณาจารยตอ งเปนผทู ่มี ีประสบการณต รงดา นการแพทยฉ กุ เฉนิ
หรือมีวฒุ กิ ารศึกษาอยางตาํ่ ปรญิ ญาโทตามเกณฑของ อศป.

4. การบรหิ ารบคุ ลากรสนบั สนนุ การเรยี นการสอน
4.1 การกาํ หนดคณุ สมบัตเิ ฉพาะสําหรบั ตําแหนง
วางแผน และดาํ เนนิ การสรรหา และคัดเลือกบุคลากร สนบั สนุนการเรยี นการสอนที่มีวุฒิ

การศึกษาอยางต่ําระดับปรญิ ญาตรี และมีคุณสมบตั ิเฉพาะสําหรับตําแหนงตามความตองการ
ของคณะ

113

4.2 การเพิม่ ทกั ษะความรเู พอ่ื การปฏบิ ัติงาน
วางแผนการพฒั นาบคุ ลากรสนับสนนุ โดยการอบรม ประชมุ สัมมนา หรือศกึ ษาดูงานทั้ง
ในประเทศและตางประเทศ ใหมีความรูความเขาใจเก่ียวกับสาระสําคัญของหลักสูตร และ
แนวทางการจัดการศึกษา เพ่ือสามารถสนบั สนุนการจัดการเรยี นการสอนได ทั้งการเรียนในชั้น
เรยี น หองปฏบิ ตั กิ าร และการทําวิจยั

5. การสนบั สนนุ และการใหค าํ แนะนํานสิ ติ
5.1 การใหค ําปรึกษาดานวิชาการและอ่ืนๆ แกน สิ ติ
5.1.1 คณะพจิ ารณาแตงต้ังอาจารยท ีป่ รกึ ษาทางวิชาการใหกบั นิสติ ทกุ คน พรอมท้ัง
จัดระบบอาจารยที่ปรึกษาและจัดอัตราสวนอาจารยตอนิสิตไมเกินเกณฑ
ทม่ี หาวทิ ยาลัยกาํ หนด
5.1.2 จัดอาจารยท่ปี รึกษาดา นอื่นๆตามความเหมาะสม เพื่อใหคําปรึกษาแนะนาํ ใน
การจัดทํากิจกรรมเสริมของหลักสตู รแกน ิสติ

5.2 การอทุ ธรณของนสิ ิต
กรณีที่นิสิตมีความสงสัยเก่ียวกับการประเมินในรายวิชาใด สามารถท่ีจะย่ืนคํารองขอดู
กระดาษคําตอบในการสอบ ตลอดจนคะแนน และวธิ กี ารประเมินของอาจารยใ นแตละรายวิชาได
ทัง้ นีเ้ ปนไปตามหลักเกณฑ และวธิ กี ารที่มหาวิทยาลัยกาํ หนด

6. ความตอ งการของตลาดแรงงาน สงั คม และหรือความพงึ พอใจของผใู ชบ ณั ฑิต
การเจ็บปว ยฉุกเฉินเปนสาเหตกุ ารเสียชีวติ อันดับหน่ึงของเกือบทุกประเทศท่ัวโลกรวมถึง

ประเทศไทย ซึ่งการเจ็บปวยฉุกเฉินจะครอบคลุมโรคภัยทุกชนิด นับตั้งแตการปวยฉุกเฉินดวย
โรคเฉียบพลันและโรคเร้ือรังที่กอใหเกิดการปวยฉุกเฉินจากอาการของโรคกําเริบหรือ
มีภาวะแทรกซอ นเฉยี บพลนั รวมถึงการบาดเจ็บจากอบุ ัติเหตุ และสาธารณภัย ประกอบกบั รายงาน
ของสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ (2558) ไดระบุวา บุคลากรดานการแพทยฉุกเฉิน
ยังไมเพียงพอ และยังไมมีรายงานจํานวนนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย แสดงใหเห็นวา
การพัฒนาบุคลากรดานระบบการแพทยฉ ุกเฉนิ ยังไมประสบความสําเร็จ เพ่ือแกปญ หาดงั กลาว
กลาวคือยังขาดบุคลากรที่เปนการปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย ที่ทําหนาท่ีหลักในการดูแล
สุขภาพฉุกเฉิน และปองกนั การเกดิ โรคท่เี ปนสาเหตขุ องการเจบ็ ปว ยฉุกเฉนิ ของประชาชน

114

7. ตัวบงชผ้ี ลการดาํ เนินงาน (Key Performance Indicators)
กําหนดผลการดําเนินงานบรรลุตามเปาหมายตัวบงช้ีทั้งหมดอยูในระดับดี ตอเน่ือง

2 ปการศึกษา โดยมีเกณฑการประเมินผาน คือ มีการดําเนินงานตามขอ 1 – 5 และอยางนอย
รอ ยละ 80 ของตัวบงช้ี มีผลการดาํ เนินงานตามทีร่ ะบไุ วใ นแตละป ดงั น้ี

ดชั นบี ง ชผี้ ลการดาํ เนนิ งาน ปท่ี 1 ปท่ี 2 ปท ี่ 3 ปที่ 4 ปที่ 5

1. อาจารยประจําหลักสูตร อยางนอ ยรอยละ 80 มี

สวนรวมในการประชุมวางแผน เพ่อื ตดิ ตาม และ     

ทบทวนการดาํ เนนิ การของหลักสตู ร

2. มรี ายละเอยี ดของหลกั สูตร ตามแบบ มคอ.2

ท่ี ส อ ด ค ล อ งกั บ ก ร อ บ ม าต ร ฐาน คุ ณ วุ ฒิ     
ระดับอุดมศกึ ษาแหงชาติ หรอื มาตรฐานคุณวุฒิ

สาขา/สาขาวชิ า (ถา มี)

3. มีรายละเอียดของรายวิชา และรายละเอียดของ

ประสบการณภ าคสนาม (ถาม)ี ตามแบบ มคอ.3     
และ มคอ.4 อยางนอยกอนการเปดสอนในแต

ละภาคการศึกษาใหค รบ ทกุ รายวิชา

4. จัดทํารายงานผลการดําเนินการของรายวิชา

และรายงานผลการดาํ เนนิ การของประสบการณ

ภาคสนาม (ถามี) ตามแบบ มคอ.5 และ มคอ.6     

ภายใน 30 วัน หลังสน้ิ สุดภาคการศกึ ษา ท่ีเปด

สอนใหครบทกุ รายวชิ า

5. จัดทํารายงานผลการดําเนินการของหลักสูตร

ตามแบบ มคอ.7 ภายใน 60 วัน หลังสิ้นสุดป     

การศกึ ษา

6. มี ก ารท วนส อ บ ผลสั ม ฤ ท ธิ์ขอ งนิ สิต ต าม

มาตรฐาน ผลการเรียนรูท่ีกําหนดใน มคอ.3     
และ มคอ.4 (ถามี) อยางนอยรอยละ 25 ของ

รายวชิ าทเี่ ปด สอนในแตละปการศกึ ษา

115

ดชั นบี งชผ้ี ลการดาํ เนนิ งาน ปท ่ี 1 ปท ่ี 2 ปท่ี 3 ปท ี่ 4 ปที่ 5

7. มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน

กลยุทธ การสอน หรือ การประเมินผลการ 
เรียนรู จากผลการประเมินการดําเนินงานที่

รายงานใน มคอ.7 ปทีแ่ ลว

8. อาจารยใหม (ถามี) ทุกคน ไดรับการปฐมนิเทศ     
หรือคาํ แนะนําดา นการจดั การเรยี นการสอน

9. อาจารยประจําทุกคนไดรับการพัฒนาทาง

วิชาการ และ/หรือวิชาชีพ อยางนอยปละหน่ึง     

คร้งั

10. จํานวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน

(ถามี) ไดรับการพัฒนาวิชาการและ/หรอื วิชาชีพ     

ไมน อ ยกวา รอ ยละ 50ตอป

11. ระดับความพึงพอใจของนิสิตปสุดทาย/บัณฑิต

ใหมท่ีมีตอคุณภาพหลักสูตร เฉลี่ยไมนอยกวา     

3.5 จากคะแนนเต็ม 5.0

12. ระดับความพึงพอใจของผูใชบัณฑิตท่ีมีตอ

บัณฑิตใหม เฉลี่ยไมนอยกวา 3.5 จากคะแนน 

เต็ม 5.0

116

หมวดท่ี 8 การประเมนิ และปรบั ปรงุ การดาํ เนนิ การของหลักสูตร

1. การประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของการสอน
1.1 การประเมนิ กลยทุ ธการสอน
1.1.1 กาํ หนดนโยบายใหมกี ารประชุมออกแบบกลยทุ ธ การสอนรายวิชา โดยอาจารย

ผูรับผิดชอบหลัก สูตรและอาจารยผูสอน และ/หรือมีการปรึกษาผูเช่ียวชาญ
ดา นหลกั สูตรและการจัดการเรียนการสอน

1.1.2 จัดระบบการประเมินผลรายวิชา โดยประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียน
การสอนทง้ั 8 ดา น จากการประเมินตนเองของอาจารย การประเมินโดยนิสิต

การสอบถามจากนิสิต รวมท้งั การประเมนิ ผลสัมฤทธข์ิ องผเู รยี นตามมาตรฐาน
คณุ วุฒิระดับอุดมศึกษาทกี่ าํ หนดในรายละเอียดของหลกั สูตรและรายวชิ า
1.1.3 จัดประชุมการประเมินผลประจําป โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร

อาจารยผูรับผิดชอบราย วชิ าและอาจารยผ ูสอน เพอ่ื แลกเปล่ยี นเรียนรแู ละขอ
คาํ แนะนาํ

1.1.4 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตร สรุปรวบรวมผลการประเมินกลยุทธ
การสอน และขอเสนอแนะในการวางแผนปรับปรุง/พัฒนาการจัดการเรียนการ

สอนในปก ารศึกษาตอไป
1.2 การประเมินทักษะของอาจารยในการใชแผนกลยทุ ธก ารสอน

1.2.1 นิสิตประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของอาจารยทุกคน
เมือ่ ส้นิ สุดการเรียนการสอนทุกรายวชิ า

1.2.2 อาจารยประเมินตนเอง และเพื่อนรวมงานประเมินทักษะการจัดการเรียน
การสอน

1.2.3 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสตู ร อาจารยผรู ับผิดชอบรายวิชา และอาจารย
ผูสอน สรุปผลการใชแผนกลยุทธการสอนรายวิชา เมื่อส้ินสุดภาคการศึกษา

และรวมกันวางแผนปรับปรุง/พฒั นาแผนกลยทุ ธการสอนในปก ารศกึ ษาตอ ไป

2. การประเมนิ หลักสตู รในภาพรวม
2.1 แตงต้ังคณะกรรมการประเมินหลักสูตรที่ประกอบดวยผูมีสวนไดสวนเสีย
ทุกหนว ยงาน
2.2 คณะกรรมการประเมินหลักสูตร วางแผนและประเมินหลักสูตรท้ังระบบ โดยใช

กระบวนการวิจัย จากการประเมินเอกสารหลักสูตร กระบวนการใชหลักสูตร

117

สมั ฤทธผิ ลของหลักสตู ร ไดแก นิสิตและบณั ฑิต โดยเก็บรวบรวมขอ มลู จากอาจารย
นิสิตช้ันปสุดทาย บุคลากรสนับสนุน อาจารยพี่เลี้ยงในแหลงฝก ผูใชบัณฑิต
ผูรับบรกิ าร และผทู รงคุณวุฒจิ ากภายนอก จากการสอบถาม สมั ภาษณ และสงั เกต
2.3 สรุปผลการประเมินหลักสูตรในภาพรวมและใหขอเสนอแนะในการปรับปรุงหรือ
พัฒนาหลกั สตู รและการจดั การเรยี นการสอน

3. การประเมินผลการดาํ เนนิ งานตามรายละเอียดหลกั สตู ร
คณะแพทยศาสตรกําหนดใหใชระบบการประกันคุณภาพภายใน (IQA) ในการประเมินผล

การดําเนินงานตามรายละเอียดหลักสูตร โดยยึดตามมาตรฐานคณุ วุฒริ ะดับบัณฑติ ศึกษา และ
ตวั บง ชี้ท่กี ําหนดของหลกั สตู ร โดยผูท ่ีทําหนาท่ปี ระเมินคือ คณาจารยผ รู บั ผิดชอบหลกั สูตร และ
คณะกรรมการประเมนิ คณุ ภาพภายในของคณะ

4. การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรบั ปรงุ หลกั สตู ร
4.1 คณะกรรมการประเมินหลักสูตร สรุปผลการประเมินหลักสูตรและจัดทําเปน
รายงานเพอ่ื เสนอตอมหาวทิ ยาลัย
4.2 จัดประชุมนําเสนอผลการประเมินหลักสูตรตออาจารยประจําหลักสูตร อาจารย
ประจํา อาจารยพิเศษ ผูชวยสอนในแหลง ฝก นิสิตและบุคลากรสนับสนุนการเรียน
การสอน เพื่อรบั ทราบ ตรวจสอบผลการดําเนินหลกั สูตร และระดมขอ คดิ เห็นและ
ขอเสนอแนะในการปรบั ปรุง/พัฒนาหลักสูตรและแผนกลยุทธก ารสอน
4.3 ปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตรและแผนกลยุทธการสอนตามผลการประเมินหลักสูตร
ความตองการของผูใช นโยบายของมหาวิทยาลัย และตอบสนองกรอบมาตรฐาน
คุณวฒุ ิระดบั อดุ มศกึ ษาแหง ชาติ

119

ภาคผนวก ก
ขอ บังคบั มหาวทิ ยาลยั วาดวยการศกึ ษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๓

120

121

122

123


Click to View FlipBook Version