The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 2 การแยกสารผสม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 62040112129, 2022-10-15 12:53:23

หน่วยที่ 2 การแยกสารผสม

หน่วยที่ 2 การแยกสารผสม

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 ว22101
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนศรีวิไลวิทยา

นางสาวนภัสสรณ์ โพธิราช
รหัสประจำตั วนักศึ กษา 62040112129
ส า ข า วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ทั่ ว ไ ป แ ล ะ เ ค มี

การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565



แผนการจัดการเรยี นรู้
วชิ า วทิ ยาศาสตร์ 3
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2 โรงเรยี นศรีวิไลวทิ ยา

นางสาวนภัสสรณ์ โพธิราช
รหัสนกั ศึกษา 62040112129
สาขาวิชาวทิ ยาศาสตร์ท่วั ไปและเคมี

การฝึกปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา 1
รหัสวิชา ED18501 (INTRENSHIP IN SCHOOL 1)

คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุดรธานี
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565



คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 รหัสวิชา ว 22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดหรือวางแผนเรื่องที่จะสอนอย่างเป็นระบบ
ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระ
การเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ให้ผู้เรียนได้เป็นผู้
คิดและปฏิบัติด้วยตนเองตามสภาพแวดล้อมและบริบทของโรงเรียน คิด ออกแบบ จัดหา จัดซื้อ สื่ออุปกรณ์
ทเ่ี หมาะกบั สาระการเรียนรู้ วดั และประเมนิ ผลดว้ ยวิธกี ารที่หลากหลาย เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการเรียนรู้
และวัยของผูเ้ รียนตาม ซึง่ ประกอบด้วยหนว่ ยการเรียนรู้ จำนวน 4 หนว่ ย ดังน้ี

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรื่อง ระบบตา่ ง ๆ ของมนุษย์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง การแยกสารผสม
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง สารละลาย
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง แรงและแรงลัพธ์
แผนการจดั การเรยี นรใู้ หป้ ระโยชนห์ ลายประการ นอกจากจะชว่ ยทำให้ผู้สอนเกดิ ความมั่นใจในการสอน
และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ยังมีส่วนช่วยในการวางแผนการจัดการเรียนการสอน
ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของผู้เรียน เมื่อพบข้อบกพร่อง
และปัญหาในการจดั การเรียนการสอนจากการเขยี นบันทึกหลงั การสอน ผู้สอนได้นำประเด็นปัญหาทีพ่ บเจอมา
ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เรียนและสภาพห้องเรยี นที่จัดการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้การจัดการเรียนรู้
มีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะส่งผลไปถึงศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมายทางการ
เรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ประกอบไปด้วยตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางวิทยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์ คำอธบิ ายรายวิชา กำหนดการสอนวิชาวทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียน
ที่ 1 การประเมินและการให้คะแนน รวมทั้งแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด 28 แผน สื่อ ใบงาน แบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ที่ใช้ในการประเมินความรู้ ความสามารถของผู้เรียน วิธีการและเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้
ของผู้เรียน
ผู้สอนขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำแผน
การจดั การเรียนร้ทู ีม่ ีประโยชน์และมีคุณคา่ ตอ่ การจัดการเรียนการสอน อนั จะเปน็ ประโยชน์สงู สดุ ต่อตัวผู้เรียน
ไว้ ณ โอกาสน้ี

นภสั สรณ์ โพธิราช

สารบญั ข

เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การแยกสารผสม
1-8
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 14 การระเหยแหง้ 9-16
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15 การตกผลกึ 17-29
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 16 การกลั่นแบบธรรมดา 30-37
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 17 โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ 38-44
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 18 การสกัดด้วยตัวทำละลาย 45-52
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 19 การนำความรเู้ รอื่ งการแยกสารผสมไปใช้ประโยชน์

1

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 (รายวิชาพืน้ ฐาน)

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

รหัสวชิ า ว22101 รายวิชาวิทยาศาสตร์ 3

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 เร่ือง การแยกสารผสม จำนวน 13 ช่ัวโมง

เรื่อง การระเหยแหง้ จำนวน 2 ชั่วโมง

สอนโดย นางสาวนภสั สรณ์ โพธริ าช

สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
1.มาตรฐาน

ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับ
โครงสรา้ งและแรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การ
เกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2.ตวั ช้ีวัด

ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลกึ การกล่นั อย่างงา่ ย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกัดดว้ ย ตวั ทำละลาย โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกล่ันอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การ
สกัดด้วยตวั ทำละลาย
3.สาระสำคญั

การระเหยแห้งเป็นวิธกี ารแยกสารผสมประเภทสารละลายทม่ี ตี วั ละลายที่มสี ถานะเป็นของแขง็ ละลาย
อยู่ในตัวทำละลายที่มีสถานะเป็นของเหลวโดยนำไปให้ความร้อน ตัวทำละลายจะระเหยไปจนหมดเหลือตัว
ละลายติดอยทู่ ่กี ้นภาชนะ
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1.นกั เรียนสามารถอธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ ได้ (K)
2.นกั เรียนสามารถแยกสารโดยการระเหยแห้งได้ (P)
3.นกั เรยี นมคี วามสนใจ ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ยั กระตือรอื รน้ มุง่ ม่ันในการทำงานและทำงานร่วมกับผู้อื่น
อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5.สาระการเรยี นรู้
ความรู้
-การระเหยแหง้

2

ทกั ษะ/กระบวนการ
-การจดั กระทำและสอื่ ความหมายข้อมลู
-การลงความเหน็ จากข้อมูล
-การทดลอง
-การสงั เกต
-การตัง้ สมมตฐิ าน
-การตีความหมายและลงข้อสรุป

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
-มวี ินัย
-ใฝเ่ รียนรู้
-ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

6.กิจกรรมการจัดการเรยี นรแู้ บบ 5 E
ขัน้ ที่ 1 ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.ครูถามนักเรยี นโดยใชค้ ำถามในหนา้ เปิดหน่วยการเรียนรู้ โดยมีคำถาม ดังนี้
-ในการทำนาเกลือจะสามารถแยกเกลือออกจากน้ำทะเลหรือดินอย่างไร (ครูให้

นักเรยี นตอบโดยท่ไี ม่ไดต้ ้องการคำตอบที่ถกู ต้อง แต่นกั เรยี นตอ้ งตอบได้เม่ือเรียนจบหนว่ ยการเรยี นรู)้
2.นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถามเพ่ือเชื่อมโยงไปสู่การ

เรยี นรู้ เร่ือง การระเหยแหง้
ขัน้ ท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
1.ครูใหค้ วามร้เู ก่ียวการจำแนกสารโดยใชเ้ นือ้ สารเปน็ เกณฑ์ สารเนอ้ื เดยี ว สารเนื้อผสม
1.ครถู ามนกั เรียน โดยมีคำถามดงั น้ี
-นกั เรยี นคิดวา่ การระเหยแห้งทำได้อย่างไร (แนวคำตอบ การใหค้ วามร้อนเพือ่

แยกตัวละลายทม่ี ีสถานะเป็นของแขง็ ออกจากสารละลายที่มีสถานะเป็นของเหลว)
2.ครูแบง่ นักเรยี นเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กนั โดยคละชายหญงิ
3.ครูให้นักเรียนศึกษาวธิ ีการปฏิบัติกจิ กรรมการทดลอง จากหนังสอื เรยี นหนา้ 48-49
4.ครสู าธติ วิธแี ยกสารด้วยการระเหยแหง้ โดยมีสารละลาย 2 ชนิดคอื สารละลายโซเดยี ม

คลอไรด์ และสารละลายสารสม้ จากนนั้ นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกนั คิดสมมติฐานของการทดลอง
5.นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ปฏิบตั กิ ารทดลองการระเหยแหง้ โดยท่คี รผู ู้สอนสังเกตการปฏิบัติ

กิจกรรมการทดลองของแตล่ ะกลมุ่ และใหค้ ำแนะนำถ้านกั เรียนมีขอ้ สงสยั ในประเด็นตา่ ง ๆ

3

ข้ันที่ 3 ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1.นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมลงความเหน็ ข้อมลู โดยจะนำข้อมูลจากการทดลอง บนั ทึกผลลงใน

ตารางบนั ทึกผลการทดลองในสมดุ ของตนเอง
2.ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อธิบายและหาข้อสรุปเร่ืองการแยกสารดว้ ยวธิ ีการระเหยแหง้ โดย

ใช้แนวคำถามต่อไปนี้
-การระเหยแห้งคอื อะไร (แนวคำตอบ เป็นวิธกี ารแยกสารลายท่ปี ระกอบดว้ ยตวั

ละลายท่ีเป็นของแข็งในตัวทำละลายทเ่ี ป็นของเหลวโดยใหค้ วามร้อนแก่สารละลายจนตวั ทำละลายระเหยออก
เหลอื แต่ของแข็ง)

ขนั้ ที่ 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
1.ครใู หค้ วามรเู้ พม่ิ เตมิ เกี่ยวกบั การระเหยแห้งทพี่ บในชีวติ ประจำวัน เชน่ การทำนาเกลอื

นำ้ ปลาที่ต้งั ไวห้ ลายวันจะพบผลึกใสไม่มีสีของโซเดยี มคลอไรด์ นำ้ หวานท่ีเขม้ ข้นมากจะพบผลึกน้ำตาลท่ีกน้
ภาชนะ การสกัดสีจากดอกไมห้ รอื ใบไมด้ ้วยตวั ทำละลาย เมอ่ื นำไประเหยแห้งจะได้ผงสีทีน่ ำไปใช้ผสมอาหาร
เปน็ ตน้

2.ครูใหค้ วามรูเ้ พ่ิมเติมแก่นกั เรียนเพื่อเชอ่ื มโยงไปสเู่ รือ่ งตอ่ ไปคอื การตกผลกึ ครูอธบิ ายดงั นี้
“การแยกสารโดยวธิ ีการระเหยแหง้ อาจได้สารท่ีไม่บริสทุ ธิ์ ถ้ามีตวั ละลายท่เี ปน็ ของแขง็ หลายชนิดละลายอยูใ่ น
ตวั ทำละลายชนดิ เดยี วกัน ถ้าต้องการแยกใหบ้ รสิ ุทธใ์ิ ห้นำสารท่ีไดจ้ ากการระเหยแหง้ ไปแยกใหบ้ รสิ ุทธโ์ิ ดย
การตกผลึก”

ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation)
1.ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปองค์ความรู้เกยี่ วกับเรอื่ งการแยกสารโดยวิธีการระเหยแหง้
2.นักเรยี นตอบคำถามท้ายกิจกรรมการทดลองลงในสมดุ ของตนเอง
3.ครตู รวจและประเมินผลการทดลองและคำถามท้ายกจิ กรรมของนักเรยี นทกุ กลุ่มและทกุ คน

7.ส่ือการเรียนรู้
1.หนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ของบรษิ ทั แมค็ เอด็ ดเู คชนั่ จำกดั
2.สารละลายโซเดยี มคลอไรด์, สารละลายสารส้ม
3.ถ้วยกระเบอ้ื ง, ตะแกรง, ตะเกียงแอลกอฮอล์
4.แทง่ แกว้ คนสาร, หลอดหยด

4

8.การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัด เคร่อื งมอื การวัด เกณฑ์การประเมิน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70

1.นักเรียนสามารถอธิบาย 1.นกั เรียนตอบคำถามทา้ ย -คำถามทา้ ยกิจกรรมการ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70
ทดลอง
การแยกสารผสมโดยการ กิจกรรมการทดลอง ระดับคุณภาพดี ผ่าน
ระเหยแหง้ ได้ (K) เกณฑ์

2.นักเรยี นสามารถแยก 1.นกั เรยี นทำกจิ กรรม -กจิ กรรมการทดลองแยกสาร

สารโดยการระเหยแหง้ ได้ ทดลองแยกสารผสมโดยการ ผสมโดยการระเหยแหง้

(P) ระเหยแหง้

3.มคี วามสนใจ ใฝ่เรียนรู้ สงั เกตพฤตกิ รรมระหว่าง -แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั

มงุ่ ม่นั ในการทำงาน มวี ินัย เรียนของนกั เรียน พงึ ประสงค์

รบั ผดิ ชอบต่องานทีไ่ ด้รบั

มอบหมาย (A)

5

6

นายปราโมทย์ คำเพชรดี
24 6 65

7

8

9

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 15 (รายวิชาพน้ื ฐาน)

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2
รหสั วชิ า ว22101 รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 3
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง การแยกสารผสม
เรอ่ื ง การตกผลกึ จำนวน 13 ช่วั โมง
สอนโดย นางสาวนภสั สรณ์ โพธริ าช จำนวน 2 ช่ัวโมง

สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
1.มาตรฐาน

ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ิ ของสสารกบั
โครงสรา้ งและแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าค หลักและธรรมชาติ ของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
2.ตัวชีว้ ัด

ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกล่ันอย่างง่าย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกดั ด้วย ตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์

ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแหง้ การตกผลกึ การกลัน่ อยา่ งง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การ
สกัดดว้ ยตวั ทำละลาย
3.สาระสำคัญ

การตกผลกึ เปน็ วิธีแยกของแขง็ ออกจากสารละลายโดยทำให้สารละลายท่ีอุณหภมู สิ ูงแลว้ ทำให้เยน็ ลง
ตัวละลายทีม่ อี ยมู่ ากเกินพอในสารละลายจะแยกตัวออกจากสารละลายในรปู ผลึกท่ีเป็นสารบรสิ ุทธิ์
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1.นกั เรียนสามารถอธบิ ายการแยกสารโดยการตกผลึกได้ (K)
2.นกั เรยี นสามารถแยกสารโดยการตกผลกึ ได้ (P)
3.นักเรียนมคี วามสนใจ ใฝ่เรยี นรู้ มีวินัย กระตอื รอื รน้ ม่งุ มัน่ ในการทำงานและทำงานร่วมกับผู้อน่ื
อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5.สาระการเรียนรู้
ความรู้

-การตกผลึก
-หลกั การแยกสารโดยวธิ ีการตกผลกึ
-ตัวอยา่ งการแยกสารโดยการตกผลกึ

10

ทกั ษะ/กระบวนการ
-การลงความคิดเหน็ จากข้อมูล
-การจดั กระทำและส่อื ความหมายขอ้ มูล
-การทดลอง
-การตีความหมายและลงข้อสรุป
-การสงั เกต

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
-ใฝเ่ รียนรู้
-มวี ินยั
-มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

6.กจิ กรรมการจัดการเรียนร้แู บบ 5 E
ขัน้ ท่ี 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.ครูทบทวนความรเู้ ดิมเกี่ยวกบั การแยกสารผสมโดยการระเหยแห้งทน่ี กั เรยี นไดเ้ รยี นและทำ

กิจกรรมการทดลองในคาบท่ีผ่านมา
2.ครนู ำผลกึ ต่าง ๆ ใหน้ ักเรยี นดู เชน่ ผลกึ เกลือแกง ผลึกจนุ สี ผลกึ สารสม้
3.ครถู ามคำถามนักเรยี น
-สารแต่ละชนดิ มผี ลกึ เหมอื นหรอื ต่างกนั อยา่ งไร (แนวคำตอบ ต่างกนั สารแต่ละ

ชนิดมีผลกึ และรูปรา่ งแตกตา่ งกัน)
-ผลึกต่าง ๆ เกิดขึ้นไดอ้ ย่างไร (แนวคำตอบ เม่อื ตัวละลายแยกตัวออกจาก

สารละลายจะเกิดการตกผลกึ ขึ้น)
-นักเรียนคิดวา่ การตกผลึกทำไดอ้ ยา่ งไร (แนวคำตอบ การให้ความรอ้ นเพ่ือแยกตวั

ละลายทม่ี ีสถานะเปน็ ของแข็งออกจาการสารละลายทีม่ สี ถานะเปน็ ของเหลว)
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
1.ครูแบ่งกลมุ่ นกั เรยี นออกเปน็ 6 กลมุ่ จำนวนเท่า ๆ กนั โดยคละชายหญิง
2.ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาวิธปี ฏิบัติกจิ กรรมการทดลอง
3.ครใู หน้ กั เรียนทำกิจกรรมการทดลอง กิจกรรมที่ 2.2 การแยกสารโดยวิธีการตกผลึก
4.เมือ่ นกั เรียนทำกิจกรรมการทดลองเสรจ็ ครจู ะให้นำสารละลายจุนสที ่กี รองแล้วตงั้ ไว้จนมี

อุณหภมู ิลดลงเทา่ กับอุณหภูมหิ ้อง หลังจากน้ันใหน้ ักเรียนสงั เกตการเปล่ียนแปลง
5.ครูใหน้ กั เรียนบนั ทึกผลการทดลองลงในสมดุ ของตนเอง

11

ข้นั ที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)

1.ครใู หต้ ัวแทนนกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลองของกลุม่ ตัวเอง

2.ครูและนักเรยี นสรุปผลการทดลองรว่ มกนั ดงั นี้

“การแยกจุนสีจากสารละลายจุนสี ซึ่งประกอบด้วยจุนสีและนำ้ ทำได้โดยละลายจุนสีในน้ำ

จนอิ่มตัว แล้วให้ความร้อนและเติมผงจุนสีเพิ่ม จากนั้นปล่อยให้อุณหภูมิของสารละลายลดลงช้า ๆ จุนสีจะ

คอ่ ย ๆ แยกออกจากสารละลาย เนื่องจากเมอ่ื อณุ หภมู ลิ ดลงสภาพละลายได้ของจุนสีจะลดลง จะได้ของแข็งท่ี

มรี ูปทรงเรขาคณติ ”

ขัน้ ที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)

1.ครใู หค้ วามรู้เกย่ี วกับหลักการแยกสารโดยวิธีการตกผลึกและตัวอยา่ งการแยกสารโดยการ

ตกผลกึ

2.นักเรียนตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมการทดลอง กิจกรรมท่ี 2.2 การแยกสารโดยวธิ กี ารตก

ผลกึ

ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation)

1.ครแู ละนกั เรียนร่วมสรปุ องค์ความรเู้ ก่ยี วกบั การตกผลกึ ท่ไี ด้เรยี นในวนั นี้

2.ครปู ระเมินผลจากตารางบนั ทกึ ผลการทดลองและการตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม

7.ส่ือการเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ของบริษัทแม็คเอ็ดดูเคชัน่ จำกดั

2.จุนสี

3.บีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร

4.กระดาษกรอง

5.แท่งแกว้ คนสาร

6.ขวดรปู ชมพู่

7.กรวยกรอง

8.การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครื่องมอื การวัด เกณฑ์การประเมนิ

1.นกั เรียนสามารถอธิบาย 1.นักเรยี นตอบคำถามท้าย -คำถามทา้ ยกจิ กรรมการ ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70

การแยกสารโดยการตก กจิ กรรมการทดลอง ทดลอง
ผลึกได้ (K)

12

2.นกั เรยี นสามารถแยก 1.นกั เรียนทำกจิ กรรม -กจิ กรรมการทดลองแยกสาร ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70
สารโดยการตกผลกึ ได้ (P)
ทดลองแยกสารผสมโดยการ ผสมโดยการตกผลึก ระดบั คณุ ภาพดี ผา่ น
3.มคี วามสนใจ ใฝ่เรียนรู้ เกณฑ์
มุ่งมนั่ ในการทำงาน มวี ินยั ตกผลกึ
รบั ผดิ ชอบต่องานทีไ่ ด้รบั
มอบหมายและทำงาน สงั เกตพฤตกิ รรมระหว่าง -แบบประเมนิ คุณลักษณะอัน
รว่ มกบั ผู้อื่นอยา่ ง
สร้างสรรค์ (A) เรยี นของนกั เรยี น พงึ ประสงค์

13

14

นายปราโมทย์ คำเพชรดี
30 6 65

15

16

17

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 16 (รายวิชาพ้นื ฐาน)

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2
รหัสวิชา ว22101 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 3
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เร่ือง การแยกสารผสม
เรอื่ ง การกลน่ั แบบธรรมดา จำนวน 13 ชัว่ โมง
สอนโดย นางสาวนภัสสรณ์ โพธิราช จำนวน 2 ช่ัวโมง

สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
1.มาตรฐาน

ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พันธร์ ะหว่างสมบัติ ของสสารกับ
โครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2.ตวั ชีว้ ัด

ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ การตกผลกึ การกลนั่ อยา่ งงา่ ย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกดั ดว้ ย ตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์

ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกลัน่ อย่างงา่ ย โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ การ
สกดั ด้วยตวั ทำละลาย
3.สาระสำคญั

การกล่นั เป็นการทำใหข้ องเหลวกลายเป็นไอและทำใหไ้ อควบแนน่ กลบั มาเป็นของเหลวอกี คร้ัง การ
กล่ันแบบธรรมดานำไปใชแ้ ยกสารผสมท่ีเปน็ ของเหลวท่มี ีสารระเหยง่ายละลายอยกู่ บั สารทีร่ ะเหยยาก โดยสาร
ทีร่ ะเหยงา่ ยจะกลน่ั ออกมาก่อน
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1.นักเรยี นสามารถอธบิ ายการแยกสารโดยการกลั่นแบบธรรมดาได้ (K)
2.นักเรยี นสามารถสังเกตผลการทดลองการแยกสารโดยการกลั่นแบบธรรมดา และตอบคำถามท้าย
กิจกรรมได้กระชบั (P)
3.นกั เรยี นมีความสนใจใฝ่เรียนรู้ มีความม่งุ มัน่ ในการทำงาน มีวินยั และรับผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั
มอบหมาย (A)
5.สาระการเรียนรู้
ความรู้

-การกลนั่ แบบธรรมดา

18

-ประเภทของการกล่นั
-ข้นั ตอนการกลัน่ แบบธรรมดา
ทักษะ/กระบวนการ
-การจัดกระทำและสือ่ ความหมายขอ้ มลู
-การลงความเห็นจากข้อมูล
-การสังเกต
-การตีความหมายและลงข้อสรุป
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
-ใฝเ่ รียนรู้
-มีวนิ ยั
-มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
6.กจิ กรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ 5 E
ขั้นท่ี 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.ครทู บทวนความรเู้ ดิมเกย่ี วกบั การระเหยแห้งและการตกผลกึ ทีไ่ ดเ้ รยี นในคาบที่ผา่ นมา
เพ่ือเช่อื มโยงกบั เรื่องทจี่ ะทำการสอน
2.ครูถามคำถามนกั เรยี น

-นักเรียนคิดว่าการกลน่ั แบบธรรมดาทำไดอ้ ยา่ งไร (แนวคำตอบ การให้ความรอ้ น
เพ่ือแยกตัวละลายทีม่ ีสถานะเปน็ ของเหลวออกจากสารละลายที่มีสถานะเปน็ ของเหลว)

ข้ันที่ 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
1.ครใู ห้นักเรียนศึกษาข้นั ตอนการกล่นั และวัสดอุ ุปกรณ์ สารละลายท่ีใชใ้ นการกล่ันลำดบั

ส่วนจากใบความรู้
2.ครูให้นักเรยี นเปดิ คลิปวดิ โี อเรื่อง การกลัน่ อยา่ งง่าย และหนงั สือวิชาวิทยาศาสตร์ ม.2

(MAC 4.0) หน้า 54-56
3.ครใู ห้นกั เรียนดกู จิ กรรมแยกสารโดยการกลัน่ แบบธรรมดาหรอื การกล่นั อย่างง่าย จากคลิป

วดิ โี อ
ขั้นท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1.ครูให้นักเรยี นสังเกตผลการทดลองจากคลปิ วิดโี อ การกลน่ั อย่างง่าย แลว้ ตอบคำถามข้อ

1-2 นาทที ่ี 6.44 ลงในสมุด โดยมคี ำถามดงั น้ี
1.1 การเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการใหค้ วามรอ้ นแก่สารละลายจุนสี เกิดขึ้นได้

อยา่ งไร (แนวคำตอบ เกิดจากสารละลายจนุ สเี ดือดกลายเปน็ ไอ และเจอกับอณุ หภมู ติ ่ำทำให้เกิดการควบแนน่
กลายเปน็ ของเหลวไหลลงในหลอดทดลองขนาดเลก็ สารละลายจนุ สีจงึ มีสีเขม้ ขึน้ )

19

1.2 สารในหลอดทดลองขนาดเลก็ คอื อะไร ทราบไดอ้ ยา่ งไร (แนวคำตอบ สารมี
ลักษณะเปน็ ของเหลว ใส ไมม่ ีสี แสดงวา่ เป็นน้ำ)

2.ครูสรุปเนื้อหาการกลน่ั แบบธรรมดาหรอื การกล่ันอยา่ งง่ายใหน้ กั เรยี นฟงั
ข้นั ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)

1.ครใู ห้ความรูเ้ พมิ่ เตมิ นอกเหนอื จากหนงั สือเรยี นคือเกย่ี วกับประเภทขของการกลัน่ ดงั น้ี
-การกล่นั แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท

1) การกล่ันแบบธรรมดาหรือการกลนั่ อย่างงา่ ย
2) การกลั่นลำดับส่วน สารละลายทม่ี ีจดุ เดือดต่างกนั ประมาณ 2-20 องศาเซลเซยี ส
เมือ่ กล่นั ธรรมดาจะไม่สามารถแยกใหบ้ ริสทุ ธิ์ได้ เพราะจดุ เดอื ดใกล้กนั เกินไป จึงตอ้ งใช้การกลั่นลำดบั สว่ น
โดยการใช้คอลัมน์แกว้ ทำหน้าทก่ี นั้ สารให้ระเหยออกไปไดช้ า้ ลง ทำใหส้ ารแยกออกจากกนั ไดด้ ขี นึ้

3) การกล่นั นำ้ มันดิบ
1. ปโิ ตรเลียม คอื สารละลายท่เี กิดจากสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมากกว่า 100

ชนดิ รวมกันอยู่ สารไฮโดรคาร์บอนเหล่านีม้ ีจุดเดือดใกล้เคยี งกนั มาก จึงตอ้ งอาศัยการกลัน่ ลำดับส่วน โดยสาร
ท่ีมีมวลโมเลกุล น้อยกว่าจะระเหยและแยกตวั ออกมากอ่ น (มีจุดเดอื ดตำ่ กว่า)

2. ผลติ ภัณฑท์ ไ่ี ดจ้ ากการกลน่ั น้ำมนั ปโิ ตรเลยี ม ยังคงเปน็ สารละลาย **ไมเ่ ปน็ สาร
บริสทุ ธ์ิ

3. ผลติ ภัณฑท์ ี่ไดจ้ ากการกลนั่ ปิโตรเลยี ม เรียงลำดับดังนี้
“ก๊าซหุงตมุ้ (มเี ทน)” “ก๊าซโซลีน (น้ำมนั เบนซิน)” “แนฟทาหนัก”
“นำ้ มนั กา๊ ด” “น้ำมนั ดเี ซล” “น้ำมันหลอ่ ล่ืน” “บิทเู มน” “พาราฟิน”
“น้ำมันเตา” “ยางมะตอย”

20

4. แผนภาพแสดงขน้ั ตอนการกลนั่ นำ้ มนั ดิบ

4) การกลัน่ ดว้ ยไอน้ำ หรอื การสกัดดว้ ยไอน้ำ ใช้แยกสารที่ไม่ละลายน้ำและระเหยงา่ ย

ออกมาจากสารละลาย โดยใช้ไอน้ำเป็นตัวพาสารออกมา

ข้ันท่ี 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation)

1.ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ องค์ความรู้เกย่ี วกบั เร่อื งการกล่นั แบบธรรมดา

2.นักเรียนทำใบงานเรอ่ื ง การกลนั่

3.ครูประเมนิ และตรวจสอบจากการตอบคำถามในสมุดและใบงาน

7.สื่อการเรยี นรู้

1.หนังสอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ของบริษทั แม็คเอด็ ดูเคชนั่ จำกัด

2.วิดโี อเรื่อง การกลนั่ อยา่ งงา่ ย

3.ใบความรู้เร่ือง การกลั่น

4.ใบงานเรือ่ ง การกลั่น

8.การวดั และประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั เครื่องมือการวดั เกณฑก์ ารประเมิน

1.นกั เรยี นสามารถอธบิ าย 1.นกั เรียนตอบคำถาม -คำถามระหวา่ งการจัด ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70

การแยกสารโดยการกลัน่ ระหว่างการจดั กจิ กรรมการ กิจกรรมการเรยี นรู้

แบบธรรมดาได้ (K) เรยี นรู้ -ใบงาน การกลน่ั

2.นักเรยี นทำใบงานเร่อื ง

การกล่นั

21

2.นกั เรียนสามารถสังเกต 1.นกั เรยี นตอบคำถามทา้ ย -การตอบคำถามท้ายกิจกรรม ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70
ผลการทดลองการแยกสาร กิจกรรม (ในสมุด)
โดยการกลัน่ แบบธรรมดา
และตอบคำถามท้าย -แบบประเมินคุณลกั ษณะอัน ระดับคณุ ภาพดี ผา่ น
กจิ กรรมได้กระชับ (P)
3.มีความสนใจ ใฝ่เรยี นรู้ สงั เกตพฤตกิ รรมระหว่าง พึงประสงค์ เกณฑ์
มุ่งม่ันในการทำงาน มีวนิ ยั เรยี นของนกั เรยี น
รับผิดชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับ
มอบหมาย (A)

22

23

24

25

26

ใบงาน การกลนั่

ตอนที่ 1
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นใชค้ วามรทู้ เ่ี รยี นมาตอบคาถาม

1.อธบิ ายหลกั การของการกลนั่ แบบธรรมดา
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
2.อธบิ ายหลกั การของการกลนั่ แบบลาดบั ส่วน
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
3.ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งสารในชวี ติ ประจาวนั ทใ่ี ชว้ ธิ กี ารแยกดว้ ยการกลนั่ แบบธรรมดา
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
4.ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งสารในชวี ติ ประจาวนั ทใ่ี ชว้ ธิ กี ารแยกดว้ ยการกลนั่ แบบลาดบั ส่วน
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

27

ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นใชค้ วามรทู้ เ่ี รยี นมาตอบคาถามความแตกตา่ งการกลนั่ แบบธรรมดาและการกลนั่
ลาดบั ส่วน

ความแตกต่าง การกลนั่ แบบธรรมดา การกลนั่ ลาดบั สว่ น

หลกั การ

จุดเดอื ด

ลกั ษณะการแยก
ของสาร

28

เฉลย
ใบงาน การกลนั่

ตอนที่ 1
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นใชค้ วามรทู้ เ่ี รยี นมาตอบคาถาม

1.อธบิ ายหลกั การของการกลนั่ แบบธรรมดา
เป็นวธิ กี ารแยกของเหลวออกจากสารละลายซง่ึ มตี วั ละลายท่มี จี ดุ เดอื ดสงู กว่าตวั ทาละลายมาก
ใหค้ วามร้อนแก่สารละลายท่เี ป็นของของเหลว + ของแขง็ สารท่เี ป็นของเหลวจะแยกออกมา
กอ่ นของแขง็
2.อธบิ ายหลกั การของการกลนั่ แบบลาดบั สว่ น
เป็นวธิ กี ารแยกสารละลายทม่ี จี ดุ เดอื ดตา่ งกนั ประมาณ 2-20 องศาเซลเซยี ส ใชแ้ ยกสารละลายท่ี
เกดิ จากของเหลว + ของเหลว และองคป์ ระกอบมจี ดุ เดอื ดต่างกนั เลก็ นอ้ ย ของเหลวทม่ี จี ุดเดอื ด
ต่าจะแยกออกมาก่อน
3.ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งสารในชวี ติ ประจาวนั ทใ่ี ชว้ ธิ กี ารแยกดว้ ยการกลนั่ แบบธรรมดา
เชน่ การแยกน้าเกลอื
4.ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งสารในชวี ติ ประจาวนั ทใ่ี ชว้ ธิ กี ารแยกดว้ ยการกลนั่ แบบลาดบั ส่วน
เช่น การแยกน้าจากแอลกอฮล์

29

ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นใชค้ วามรทู้ เ่ี รยี นมาตอบคาถามความแตกตา่ งการกลนั่ แบบธรรมดาและการกลนั่
ลาดบั สว่ น

ความแตกต่าง การกลนั่ แบบธรรมดา การกลนั่ ลาดบั ส่วน

หลกั การ เป็นวิธีการแยกของเหลวออกจาก ใชแ้ ยกสารละลายทเ่ี กดิ จากของเหลว +
สารละลายซง่ึ มตี วั ละลายทม่ี จี ดุ เดอื ด ของเหลว และองคป์ ระกอบมจี ุดเดอื ด
สูงกว่าตัวทาละลายมาก ให้ความ ต่างกนั เลก็ น้อย
ร้ อ น แ ก่ ส า ร ล ะ ล า ย ท่ีเ ป็ น ข อ ง
ของเหลว + ของแขง็

จุดเดอื ด จดุ เดอื ดตา่ งกนั มาก จดุ เดอื ดตา่ งกนั เลก็ น้อย

ลกั ษณะการแยก ข อ ง เ ห ล ว จ ะ แ ย ก อ อ ก ม า ก่ อ น ของเหลวทม่ี จี ุดเดอื ดต่าจะแยกออกมา

ของสาร ของแขง็ ก่อน

30

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 17 (รายวิชาพ้ืนฐาน)

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2

รหัสวชิ า ว22101 รายวิชาวิทยาศาสตร์ 3

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 เรือ่ ง การแยกสารผสม จำนวน 13 ชวั่ โมง

เร่อื ง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ จำนวน 2 ชวั่ โมง

สอนโดย นางสาวนภสั สรณ์ โพธริ าช

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
1.มาตรฐาน

ว 2.1 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบตั ิ ของสสารกบั
โครงสรา้ งและแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
2.ตัวชว้ี ัด

ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกล่ันอย่างงา่ ย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกัดดว้ ย ตัวทำละลาย โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกลน่ั อย่างง่าย โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ การ
สกัดด้วยตวั ทำละลาย
3.สาระสำคญั

การแยกสารโดยวิธโี ครมาโทกราฟีแบบกระดาษเปน็ วธิ ีแยกสารผสมที่มีปริมาณน้อยมากโดยใช้สมบัติ
การละลายในตวั ทำละลายและถกู ดดู ซับดว้ ยกระดาษได้แตกต่างกนั ทำใหส้ ารแต่ละชนิดที่ผสมกันเคล่ือนที่ไป
บนตัวดูดซับได้ระยะทางต่างกัน โดยสารที่ถูกดูดซับได้น้อยกว่าจะเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้นไปได้ระยะทางไกล
กวา่ จงึ แยกสารผสมออกจากกันได้
4.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1.นักเรียนสามารถอธบิ ายการแยกสารผสมโดยวธิ โี ครมาโทกราฟแี บบกระดาษได้ (K)
2.นักเรยี นสามารถสงั เกตผลการทดลองการแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแี บบกระดาษ (P)
3.นักเรียนสามารถคำนวณหาค่าอัตราการเคลือ่ นที่ หรือ Rf ได้ (P)
4.นกั เรยี นมีความสนใจ ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน มวี นิ ัย รบั ผิดชอบต่องานทไ่ี ด้รับมอบหมายและ
ทำงานร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างสรา้ งสรรค์ (A)

31

5.สาระการเรยี นรู้
ความรู้
-ความหมายโครมาโทกราฟี
-ประเภทของโครมาโทกราฟี
-วิธแี ยกสารดว้ ยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ
-อตั ราการเคล่อื นที่ หรอื Rf
ทักษะ/กระบวนการ
-การจัดกระทำและส่ือความหมายขอ้ มูล
-การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
-การสังเกต
-การตีความหมายและลงข้อสรุป
-การใชจ้ ำนวน
-การวดั
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
-ใฝ่เรยี นรู้
-มวี ินยั
-มุ่งมั่นในการทำงาน

6.กจิ กรรมการจัดการเรยี นรแู้ บบ 5 E
ขนั้ ที่ 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.ครูนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น โดยการกล่าวถึงบทเรยี นเร่อื งการแยกสารด้วยวิธกี ารระเหยแห้ง การ

ตกผลกึ และการกล่นั แบบธรรมดาทน่ี กั เรียนได้ทำการศึกษาแลว้ เพื่อเชอ่ื มโยงเขา้ กบั บทเรียนทีจ่ ะทำการสอน
2.ครใู ช้คำถามถามนักเรียนว่า “ถา้ มีสารที่ต้องการแยก มปี รมิ าณทนี่ อ้ ย เช่น น้ำหมึกปากกา

จะสามารถแยกดว้ ยวธิ ีดังกลา่ วไดห้ รือไม่ นกั เรียนมีความคดิ อยา่ งไร” และครถู ามนกั เรียนวา่ “นกั เรยี นคิดว่า
วนั น้ีเราจะมาเรยี นเร่อื งอะไร” (แนวคำตอบ ข้ึนอยกู่ บั คำตอบของนักเรียน)

ขั้นท่ี 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
1.ครแู บง่ กลุม่ นักเรียนออกเปน็ 6 กลมุ่ กลุ่มละเท่า ๆ กนั โดยคละชายหญิง
2.ครอู ธบิ ายข้นั ตอนวธิ ีการแยกสารด้วยวิธกี ารโครมาโทกราฟีใหน้ ักเรยี นฟัง และสาธิตวิธีแยก

สารใหน้ กั เรยี นดู
3.ครใู หน้ กั เรียนปฏิบตั กิ รรมการทดลอง โดยท่ีครผู ู้สอนสงั เกตการปฏิบตั กิ ิจกรรมการทดลอง

ของแต่ละกลุ่ม และให้คำแนะนำถา้ นกั เรียนมขี ้อสงสยั ในประเด็นตา่ ง ๆ

32

ขั้นท่ี 3 ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)

1.นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมลงความคดิ เห็นข้อมลู โดยจะนำข้อมูลจากการทดลอง บันทกึ ผลลง

ในตารางบันทึกผลการทดลองในสมุดของตนเอง

2.ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั อธิบายและหาขอ้ สรปุ เร่ืองการแยกสารดว้ ยวิธีการโครมาโทกราฟี

แบบกระดาษ

3.นกั เรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรมการทดลองลงในสมุดของตนเอง

ขนั้ ที่ 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)

1.ครูใหค้ วามร้เู ก่ียวกบั การหาอัตราการเคลื่อนท่ี หรอื Rf ใหน้ กั เรยี นฟัง

2.ครยู กตัวอยา่ งวธิ ีการคำนวณการเคล่ือนท่ีของสาร

3.ครใู ห้นกั เรียนทำใบงานเรือ่ ง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ และ Rf

ขั้นท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)

1.ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปองคค์ วามรูท้ ไ่ี ดเ้ รียนในวันน้ี

2.ครปู ระเมนิ ผลการเรียนรู้จากใบงานเรื่อง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ และ Rf ตาราง

บนั ทกึ ผลและคำถามท้ายกิจกรรมการทดลอง

7.ส่ือการเรยี นรู้

1.หนงั สือเรียน รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ของบรษิ ทั แมค็ เอด็ ดูเคชัน่ จำกดั

2.กระดาษโครมาโทกราฟี

3.ปากกาเมจกิ สีดำ สีเขยี ว

4.นำ้ , สารละลายเอทานอล 95 %

5.บีกเกอร์ขนาด 250 cm3

6.กรรไกร, ไม้บรรทดั , ยางลบ, ดินสอ, เทปกาวใส

7.กระจกนาฬิกา

8.การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมนิ

1.นักเรียนสามารถอธบิ าย 1.นกั เรยี นตอบคำถาม -คำถามระหวา่ งการจดั ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70

การแยกสารผสมโดยวธิ ี ระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการ กจิ กรรมการเรยี นรู้

โครมาโทกราฟแี บบ เรียนรู้

กระดาษได้ (K)

33

2.นักเรียนทำใบงานเรอื่ ง -ใบงานเร่อื ง โครมาโทกราฟี

โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ แบบกระดาษ และ Rf

และ Rf -คำถามทา้ ยกิจกรรมการ
3.นกั เรยี นตอบคำถามท้าย ทดลอง
กจิ กรรมการทดลองลงใน

สมุดของตนเอง

2.นักเรียนสามารถสังเกต 1.นักเรียนทำกจิ กรรมการ -กจิ กรรมการทดลองแยกสาร ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70

ผลการทดลองการแยกสาร ทดลองแยกสารด้วยวิธีโคร ด้วยวธิ โี ครมาโทกราฟีแบบ

โดยวิธีโครมาโทกราฟีแบบ มาโทกราฟแี บบกระดาษ กระดาษ

กระดาษ (P)

3.นักเรียนสามารถ 1.นักเรียนทำใบงานเร่อื ง -ใบงานเรอื่ ง โครมาโทกราฟี ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70

คำนวณหาค่าอตั ราการ โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ แบบกระดาษ และ Rf ระดับคณุ ภาพดี ผา่ น
เกณฑ์
เคล่อื นท่ี หรือ Rf ได้ (P) และ Rf

4.มีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ สังเกตพฤตกิ รรมระหว่าง -แบบประเมินคณุ ลักษณะอัน

มงุ่ มน่ั ในการทำงาน มวี ินยั เรียนของนกั เรยี น พงึ ประสงค์

รบั ผิดชอบต่องานที่ได้รบั

มอบหมายและทำงาน

รว่ มกับผู้อืน่ อย่าง

สรา้ งสรรค์ (A)

34

35

36

37

38

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 18 (รายวิชาพนื้ ฐาน)

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
รหัสวิชา ว22101 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 3
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง การแยกสารผสม
เร่ือง การสกดั ด้วยตวั ทำละลาย จำนวน 13 ชั่วโมง
สอนโดย นางสาวนภสั สรณ์ โพธิราช จำนวน 3 ชวั่ โมง

สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
1.มาตรฐาน

ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ
เกดิ สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
2.ตัวชว้ี ัด

ม.2/1 อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ การตกผลกึ การกลัน่ อย่างงา่ ย โครมาโทกราฟแี บบ
กระดาษ การสกดั ด้วย ตัวทำละลาย โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ การ
สกัดดว้ ยตวั ทำละลาย
3.สาระสำคัญ

การแยกสารโดยการสกดั ดว้ ยตวั ทำละลายเปน็ วิธีแยกสารผสมท่เี ป็นของเหลวปนอยูก่ บั ของเหลว หรือ
ของแข็งปนอยูก่ บั ของเหลว โยใช้สมบัติการละลายของสารอาจใชแ้ ยกสารที่ต้องการออกจากส่วนต่าง ๆ ของ
พชื ซ่ึงมีหลกั การที่สำคัญ คือ การเลอื กตวั ทำละลายทเี่ หมาะสมในการสกดั สารท่ตี อ้ งการออกมาใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด
4.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการแยกสารผสมโดยการสกดั ดว้ ยตวั ทำละลายได้ (K)
2.นักเรียนสามารถทำการทดลองแยกสารผสมโดยการสกัดด้วยตัวทำละลายจากพืชแต่ละชนดิ ได้ (P)
3.นักเรยี นสามารถสงั เกตผลการทดลองการแยกสารผสมโดยการสกดั ด้วยตัวทำละลายได้ (P)
4.นกั เรียนมีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน มีวินัย รับผิดชอบตอ่ งานท่ไี ด้รบั มอบหมายและ
ทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื อย่างสร้างสรรค์ (A)

38

5.สาระการเรยี นรู้
ความรู้
-การแยกสารโดยการสกัดด้วยตวั ทำละลาย
-การสกดั โดยการกล่ันด้วยไอน้ำ
ทักษะ/กระบวนการ
-การจัดกระทำและสอื่ ความหมายขอ้ มูล
-การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
-การสังเกต
-การตีความหมายและลงข้อสรปุ
-การทดลอง
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
-ใฝเ่ รยี นรู้
-มีวนิ ยั
-มงุ่ ม่ันในการทำงาน

6.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5 E
ข้ันที่ 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.ครทู บทวนความรเู้ ดมิ เกย่ี วกับวิธีการแยกสารผสมท่นี ักเรยี นไดเ้ รียนในคาบผา่ นที่มา ได้แก่

การระเหยแหง้ การตกผลึก การกล่นั โครมาโทกราฟี
2.ครถู ามนกั เรยี นว่า
-ถ้านักเรียนตอ้ งการสกดั สารออกจากพชื นกั เรียนคิดควรใช้วธิ ีอะไร และคิดว่า

สามารถใช้อะไรสารอะไรได้บา้ ง (แนวคำตอบ ตามความรคู้ วามเข้าใจเดิมของผู้เรียน)
ขั้นที่ 2 ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1.ครแู บง่ กลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั โดยคละชายหญงิ
2.ครใู หน้ กั เรียนศึกษาวิธีปฏิบตั กิ จิ กรรมการทดลอง กจิ กรรมท่ี 2.5 การสกดั ดว้ ยตัวทำ

ละลาย
3.ครูให้ตัวแทนแต่ละกลมุ่ มาจับฉลากพชื ที่แต่ละกลุ่มจะได้นำมาสกดั ซ่งึ แตล่ ะกลมุ่ จะไดพ้ ืช

1 ชนิดแตกตา่ งกนั ได้แก่ ขมิ้น อญั ชัน ผกั บุ้ง ใบเตย ขา่ คะนา้ ซ่งึ เปน็ พชื หาง่ายในท้องถิ่น
4.ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการทดลอง โดยมคี รูผู้สอนสงั เกตการปฏบิ ัติ

กจิ กรรมการทดลองของแตล่ ะกลุ่ม และให้คำแนะนำถา้ นกั เรียนมขี ้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ
5.ครใู ห้นกั เรยี นบนั ทกึ ผลการทดลองลงในสมดุ ของตนเอง

39

ขนั้ ที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1.ครูใหต้ วั แทนกลมุ่ 2 คน ออกมานำเสนอผลการทดลองทีห่ น้าช้ันเรยี น
2.นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มลงความเห็นขอ้ มูล โดยจะนำข้อมลู จากการทดลอง บันทึกผลลงใน

ตารางบันทกึ ผลการทดลองในสมดุ ตนเอง
3.ครแู ละนกั เรียนสรปุ ผลการทดลองด้วยคำถามท้ายกจิ กรรม
4.ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อธบิ ายและหาข้อสรปุ เรื่องการแยกสารด้วยวธิ ีการสกดั ด้วยตวั ทำ

ละลาย โดยใชแ้ นวคำถามดงั ต่อไปนี้
-การสกัดด้วยตวั ทำละลายคอื อะไร (แนวคำตอบ เป็นวิธีการแยกสารที่ต้องการโดย

ใช้ตัวทำละลายแยกสารที่ตอ้ งการออกจากส่วนตา่ ง ๆ ของสารผสม โดยต้องเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสมใน
การสกัดสารทตี่ ้องการ คือ ตอ้ งละลายสารที่ต้องการสกัดได้ดี ไม่ทำปฏิกริ ิยากับสารทตี่ ้องการสกดั ถา้ ต้องการ
แยกสี ตัวทำละลายต้องไม่มีสี ถ้าต้องการแยกกลิ่น ตัวทำละลายต้องไม่มีกลิ่น ตัวทำละลายต้องไม่มีพิษ จุด
เดือดต่ำ)

ขั้นท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1.ครูให้ความร้เู พม่ิ เติมเกย่ี วกบั การแยกสารด้วยวิธีการสกัดโดยการกลน่ั ด้วยไอน้ำ โดยให้

นกั เรยี นดรู ปู ภาพอุปกรณ์ท่ีใช้ในการสกัดโดยการกลัน่ ดว้ ยไอน้ำ
2.ครูอธิบายหลกั การแยกสารและวิธกี ารแยกสารดว้ ยวธิ ีการสกดั โดยการกล่นั ดว้ ยไอน้ำ โดย

ยกตัวอยา่ งการสกดั นำ้ มันหอมระเหยจากผิวมะกรูด
3.ครูใหค้ วามร้เู พิม่ เติมเกยี่ วกบั การแยกสารจากของผสมที่เปน็ สารเนื้อผสมอีก 4 วิธี คอื การ

หยบิ ออก การรอ่ น การกรอง และการดึงดูดด้วยแม่เหลก็
ขั้นที่ 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
1.ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปองคค์ วามรทู้ ่ีได้เรยี นในวนั น้ี
2.ครปู ระเมนิ ผลจากตารางบันทึกผลการทดลองและการตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมการทดลอง

ของแตล่ ะคน
7.ส่ือการเรียนรู้

1.หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ของบรษิ ทั แม็คเอ็ดดเู คชน่ั จำกัด
2.รปู ภาพอปุ กรณ์การสกดั โดยการกลน่ั ด้วยไอน้ำ
3.ขิง อัญชัน ผกั บุ้ง ใบเตย ขา่ คะน้า
4.หลอดทดลองกลมุ่ ละ 2 หลอด
5.กระบอกตวงขนาด 10 cm3
6.ที่วางหลอดทดลอง
7.เอทานอลความเขม้ ขน้ 95 %

40

8.นำ้ กลั่น

8.การวัดและประเมินผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวัด เคร่ืองมอื การวดั เกณฑ์การประเมนิ

1.นักเรียนสามารถอธิบาย 1.นักเรยี นตอบคำถาม -คำถามระหวา่ งการจดั ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70

การแยกสารผสมโดยการ ระหว่างการจดั กิจกรรมการ กิจกรรมการเรียนรู้

สกัดด้วยตัวทำละลายได้ เรยี นรู้ -คำถามท้ายกิจกรรมการ

(K) 2.นกั เรยี นตอบคำถามท้าย ทดลอง

กจิ กรรมการทดลองลงใน

สมุด

2.นักเรียนสามารถทำการ 1.นักเรียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรม -กจิ กรรมการทดลองแยกสาร ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70

ทดลองแยกสารผสมโดย การทดลองแยกสารโดยการ โดยการสกดั ด้วยตัวทำละลาย

การสกัดด้วยตัวทำละลาย สกดั ดว้ ยตวั ทำละลายจาก จากพืชแต่ละชนดิ

จากพชื แต่ละชนิดได้ (P) พชื แตล่ ะชนดิ

3.นักเรยี นสามารถสังเกต 1.นกั เรียนสังเกตผลการ -ผลการทดลองจากการปฏิบตั ิ ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70

ผลการทดลองการแยกสาร ทดลองจากการปฏิบัติ กจิ กรรมการทดลองแยกสาร

ผสมโดยการสกดั ด้วยตัว กิจกรรมการทดลองแยกสาร โดยการสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย

ทำละลายได้ (P) โดยการสกัดด้วยตวั ทำ

ละลาย

4.นกั เรยี นมีความสนใจ ใฝ่ สังเกตพฤตกิ รรมระหวา่ ง -แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั ระดบั คุณภาพดี ผ่าน
เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน เรียนของนกั เรียน
มวี ินัย รบั ผิดชอบต่องานที่ พึง ประสงค์ เกณฑ์
ไดร้ บั มอบหมายและ
ทำงานร่วมกบั ผอู้ ื่นอย่าง
สร้างสรรค์ (A)

41

42

นายปราโมทย์ คำเพชรดี
15 7 65

43

44


Click to View FlipBook Version