The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krooduangts, 2022-09-15 05:42:59

รายงานการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

รายงานการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Keywords: รายงานการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6



รายงานการดาเนนิ งานประเด็นทา้ ทายในการพฒั นาผลลพั ธ์การเรียนรขู้ องผเู้ รยี น

การพัฒนาทกั ษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรยี นโดยใชก้ ารจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning เร่ือง
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย วิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 6 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

ภาคเรียนท่ี 2/2564

นางเดอื น แสนทา้ ว
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

โรงเรยี นบ้านสม้ ป่อย
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 3

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ



คานา

รายงานการดาเนินงานประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรขู้ องผเู้ รยี นฉบับน้ี จัดทาข้ึนเพอ่ื
รายงานผลการพัฒนาทักษะการคดิ แกป้ ัญหาของนกั เรยี นโดยใชก้ ารจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning เร่ือง
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2/2564 ซง่ึ
จัดทาขึ้นตามข้อตกลงในการพัฒนาผลลพั ธก์ ารเรียนรขู้ องผเู้ รยี นของนางสาวธันย์ชนก จนั ทะบตุ ร ตาแหน่งครู
วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ ทแี่ สดงใหเ้ ห็นถงึ ระดับการปฏิบตั ิท่ีสงู ว่าคาดหวงั ของวิทยฐานะครชู านาญการ
พเิ ศษ คือ การรเิ รม่ิ พฒั นา การจัดการเรยี นรู้และพฒั นาคุณภาพการเรยี นรู้ของผเู้ รียนใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลง
ไปในทางทด่ี ีขน้ึ หรือมีการพฒั นามากขน้ึ

ขอ้ มลู ท่ีได้จากรายงานการดาเนนิ งานประเดน็ ท้าทายในการพฒั นาผลลัพธก์ ารเรียนรู้ของผู้เรยี นในคร้ัง
น้ี ขา้ พเจ้าจะได้นาไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการปรับปรุงการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เพ่ือสง่ เสรมิ และพฒั นาศกั ยภาพ
ของผู้เรยี นให้สูงขนึ้ และพฒั นาคุณภาพการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษาต่อไป

นางเดือน แสนท้าว
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี



สารบญั

เรือ่ ง หน้า
คานา .............................................................................................................................................................. ก
สารบญั ........................................................................................................................................................... ข
บทที่ 1 : บทนา .............................................................................................................................................1
1. สภาพปัญหาและท่ีมา.................................................................................................................................1
2. จุดประสงค์ ................................................................................................................................................1
3. เป้าหมาย ...................................................................................................................................................1
4. กลุ่มเปา้ หมาย ............................................................................................................................................2
5. ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ....................................................................................................................................2
6. ระยะเวลาในการดาเนินงาน .......................................................................................................................2
บทที่ 2 : วิธกี ารดาเนนิ งาน...........................................................................................................................3
1. ขนั้ ที่ 1 ขัน้ วางแผน (PLAN).......................................................................................................................3
2. ขน้ั ที่ 2 ข้ันดาเนนิ การ (DO).......................................................................................................................3
3. ขั้นที่ 3 การตรวจสอบการปฏบิ ตั งิ าน (Check) ..........................................................................................4
4. ข้ันท่ี 4 การปรบั ปรุงแก้ไข (Action)..........................................................................................................4
บทท่ี 3 : ผลการดาเนินงาน.........................................................................................................................5
1. ผลลพั ธ์ของผู้เรียน......................................................................................................................................5
2. จดุ เด่น/ความสาเร็จ ...................................................................................................................................5
3. จดุ ที่ควรพัฒนา ..........................................................................................................................................5
ภาคผนวก......................................................................................................................... .................................6

1

บทท่ี 1 : บทนา

1. สภาพปญั หาและท่ีมา
การจดั การเรยี นรูใ้ นกลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี มงุ่ เน้นใหน้ ักเรยี นได้เรยี นรู้ผา่ น

กระบวนการเรยี นรู้ทห่ี ลากหลาย ฝกึ ทักษะกระบวนการคิด บูรณาการความรู้ มคี วามสามารถในการใช้
เทคโนโลยแี ละประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวันได้ จากการวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน กลุม่ สาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของ
พลงั งาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างสสารและพลงั งาน พลังงานใน
ชีวติ ประจาวัน ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกย่ี วข้องกับ เสียง แสง และคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทง้ั นา
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ พบว่า มีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของผูเ้ รยี นมผี ลสัมฤทธ์ิต่ากว่าเกณฑ์ท่กี าหนด อีกทัง้
จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ (O-NET) ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ เป็นสาระทท่ี างโรงเรียนควรเร่งพฒั นาเน่ืองจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่า
กว่าคะแนนเฉลี่ยระดบั ประเทศ

การจัดการเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active learning) เป็นกระบวนการเรียนการสอนท่สี ่งเสริมให้
ผ้เู รียนมีส่วนร่วมในชัน้ เรียน สรา้ งปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างครผู ู้สอนกบั ผู้เรียน มุ่งให้ผ้เู รียนลงมือปฏิบตั ิ โดยมีครู
เป็นผ้อู านวยความสะดวก (Facilitator) สร้างแรงบนั ดาลใจ ใหค้ าปรึกษา ดแู ล แนะนา ทาหน้าที่เปน็ โค้ชและ
พีเ่ ล้ียง (Coach & Mentor) แสวงหาเทคนคิ วิธีการจัดการเรยี นรู้ และแหล่งเรยี นรทู้ ่ีหลากหลายใหผ้ ู้เรียน

ดังน้นั ขา้ พเจ้าจงึ พฒั นาทักษะการคิดแกป้ ญั หาของนักเรยี นโดยใช้การจดั กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ
Active Learning เร่ือง วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ซ่งึ เป็นกจิ กรรมทีผ่ ู้เรียนได้ปฏบิ ัติจรงิ เนน้ การมีสว่ นรว่ มและความสนุกสนาน เพ่ือพฒั นาให้ผ้เู รยี นมีทกั ษะการ
คดิ แก้ปัญหาและยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นใหส้ งู ขน้ึ สรา้ งเจตคตทิ ่ีดตี ่อการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ พัฒนา
ทกั ษะนักเรยี นใหเ้ ตรยี มพรอ้ มส่ทู ักษะแห่งการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 รวมทั้งสามารถนาไปใชห้ รือบูรณาการ
กับชีวิตประจาวันได้

2. จดุ ประสงค์
1. เพ่ือพฒั นาทักษะการคดิ แก้ปญั หาของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6
2. เพอ่ื ส่งเสรมิ การใช้เทคโนโลยีเพ่อื การเรยี นรู้
3. เพอื่ พฒั นาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียน

3. เปา้ หมาย
3.1 เชงิ ปริมาณ
1. ผเู้ รียน ร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์การประเมิน (ร้อยละ 60)
2. ผู้เรยี น ร้อยละ 80 มีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์อยู่ในระดับดขี ึ้นไป
3. ผู้เรียน ร้อยละ 100 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดบั พอใจมาก

ขนึ้ ไป
3.2 เชิงคุณภาพ
ผ้เู รียนกลมุ่ เป้าหมาย นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 มคี วามรู้ความเข้าใจในเรื่อง วงจรไฟฟ้าอยา่ ง

งา่ ย รวมทั้งสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ได้

2

4. กลุม่ เปา้ หมาย
4.1. นักเรยี นโรงเรียนบ้านสม้ ป่อย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จานวน

14 คน

5. ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั
1. ผเู้ รียนมีทักษะการคิดแกป้ ัญหา
2. ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยเี พือ่ การเรียนรู้
3. ผู้เรียนมลี ักษณะอนั พึงประสงค์

6. ระยะเวลาในการดาเนินงาน
3- 31 มกราคม 2564

3

บทที่ 2 : วธิ ีการดาเนินงาน

วิธีการดาเนนิ งานการพฒั นาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรยี นโดยใช้การจดั การเรียนรู้แบบ Active
Learning เร่ือง วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย วิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 6 ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้
กระบวนการดาเนนิ งานตามหลักการ PDCA ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ข้นั ที่ 1 ขัน้ วางแผน (PLAN)
1. พัฒนาตนเองให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจรรมการเรียนรู้ Active learning โดยการเข้ารับ

การอบรมในหลักสตู รและสาขาวชิ าทีเ่ กยี่ วข้อง
2. วเิ คราะห์หลักสตู ร มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้ีวัดรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจาวัน ผล

ของแรงทีก่ ระทาต่อวัตถุ ลักษณะการเคล่อื นท่ี แบบตา่ งๆ ของวัตถุ รวมทัง้ นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอน

พลังงานปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ติ ประจาวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ยี วข้องกับ เสียง แสง และคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมท้งั นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ตัวช้ีวัด
ว 2.3 ป.6/1 ระบุสว่ นประกอบและบรรยาย หนา้ ท่ขี องแต่ละสว่ นประกอบของ

วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.3 ป.6/2 เขยี นแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย
ว 2.3 ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลอง ด้วยวธิ ีที่เหมาะสมในการอธิบาย วิธกี าร

และผลของการต่อเซลลไ์ ฟฟ้า แบบอนกุ รม
ว 2.3 ป.6/4 ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรู้ ของการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม

โดยบอกประโยชนแ์ ละการประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลอง ดว้ ยวิธที ีเ่ หมาะสมในการอธบิ ายการ ตอ่

หลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและ แบบขนาน
ว 2.3 ป.6/6 ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรู้ ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม และ

แบบขนาน โดยบอกประโยชน์ ข้อจากัด และการประยุกต์ใชใ้ น ชวี ิตประจาวัน

3. ศกึ ษาและวิเคราะห์กระบวนการประเมินผล โดยจดั ทาและพัฒนาวิธีการวดั และประเมินผลที่
สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรยี นรู้และเหมาะสมกบั ผู้เรยี น

4. ศกึ ษาและวิเคราะหแ์ หลง่ การเรยี นรู้ โดยพฒั นาและเลือกใช้สื่อการเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรทู้ ี่
เหมาะสมต่อการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

2. ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ ดาเนนิ การ (DO)
1. พัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง

วงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ให้เปน็ ไปตามเกณฑ์ทกี่ าหนด
2. ออกแบบกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ Active learning ใหส้ อดคลอ้ งกบั ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรู้

แกนกลางตามคู่มือครูรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เลม่ ๒ กล่มุ สาระ
การเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ของสถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) และ

4

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาหรับครผู ู้สอน กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

3. ออกแบบห้องเรียนออนไลน์ด้วย google classroom
4.วัดและประเมินผล แก้ไขและพัฒนาผเู้ รยี นในระหว่างการเรียนรู้และหลังการจัดการเรยี นรู้
5.สรุปผลการเรียนรขู้ องผู้เรยี น

3. ขน้ั ที่ 3 การตรวจสอบการปฏบิ ตั งิ าน (Check)
1. ประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้เรียนและผทู้ ีม่ ีสว่ นเกี่ยวข้องกบั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

4. ขน้ั ที่ 4 การปรับปรุงแก้ไข (Action)
1. นาผลการประเมินการจัดกิจกรรมของผู้ท่ีเกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ เพ่ือปรับปรุงและพัฒนาการจัด

กิจกรรมการเรยี นรู้ในการพฒั นาผ้เู รยี นให้มปี ระสทิ ธิภาพยง่ิ ขนึ้

5

บทท่ี 3 : ผลการดาเนนิ งาน

ผลการดาเนนิ งานการพัฒนาทกั ษะการคิดแกป้ ญั หาของนักเรียนโดยใช้การจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active
Learning เรอื่ ง วงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 6 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่
2/2564 มผี ลการดาเนินงาน ดังตอ่ ไปน้ี

1. ผลลัพธ์ของผูเ้ รยี น รอ้ ยละ
1.1 ผลลัพธ์เชิงปรมิ าณ เปา้ หมาย ผลลพั ธ์
รอ้ ยละ ร้อยละ 100
ท่ี ตัวชี้วดั ความสาเร็จ 80.00
1 ผ้เู รียนผ่านเกณฑ์การประเมิน (รอ้ ยละ 60) รอ้ ยละ รอ้ ยละ 100
80.00
2 ผู้เรียนมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์อยูใ่ นระดบั ดีข้ึนไป ร้อยละ 100 ร้อยละ 100

3 ผเู้ รียนมคี วามพึงพอใจต่อการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ อยใู่ นระดบั พอใจ 87.50
มากขึน้ ไป
สรุปผลการเรียนรู้ของผเู้ รยี น ท่ีไดร้ ะดบั ดขี ้นึ ไป

1.2 ผลลัพธ์เชงิ คณุ ภาพ
ผเู้ รียนกลมุ่ เป้าหมาย นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในเร่ือง วงจรไฟฟ้าอยา่ ง

ง่าย รวมท้งั สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวันได้

2. จดุ เดน่ /ความสาเร็จ

1. ผู้เรียนความสนุกสนานและพึงพอใจในการเรียนรู้ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี

2. ผ้เู รียนสามารถใช้เทคโนโลยีเพอื่ การเรียนรู้

3. จุดที่ควรพฒั นา
1. เตรยี มอปุ กรณ์ในการทดลองใหม้ ีความพร้อม

6

ภาคผนวก

- แผนการจดั การเรยี นรู้
- ร่องรอย/หลกั ฐานการวัดและประเมินผลผเู้ รยี น
- ภาพถ่ายการจดั กิจรรมการเรยี นรู้

223ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรับปรุง)

คำชีแ้ จงประกอบแผนจดั การเรยี นรู หนวยการเรยี นรทู ี่ ๕

แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๑.๑ วงจรไฟฟาอยา งงาย เวลา ๓ ชัว่ โมง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. สาระสำคัญของแผน
วงจรไฟฟาเปนเสนทางที่กระแสไฟฟาผานไดครบรอบ วงจรไฟฟาอยางงายมีสวนประกอบที่มีหนาท่ี

แตกตางกัน เราสามารถเขียนแผนภาพวงจรไฟฟา โดยใชสญั ลักษณเ พื่ออธบิ ายลกั ษณะการตอ วงจรไฟฟา

๒. ขอเสนอแนะเพิ่มเติมในการนำไปใช (ใหระบุสิ่งที่ตองการเนนหรือขอสังเกต ขอเสนอแนะ คำแนะนำ)
ในเรือ่ งตอไปน้ี คือ
๒.๑ ขอบขา ยเนื้อหา
วงจรไฟฟา เปนเสน ทางท่ีกระแสไฟฟาหรือประจุไฟฟาเคลือ่ นท่ีผานอปุ กรณไฟฟา ไดครบรอบ
วงจรไฟฟาอยางงายประกอบดวยอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ไดแก แหลงกำเนิดไฟฟา สายไฟฟา และ

เครื่องใชไฟฟา แหลงกำเนิดไฟฟาทำหนาที่ใหพลังงานไฟฟาใหกับเครื่องใชไฟฟา สายไฟฟาเปนตัวนำไฟฟา
ทำหนาที่เปนทางเชื่อมใหก ระแสไฟฟาผานจากแหลงกำเนดิ ไฟฟาไปยังเคร่ืองใชไ ฟฟา เครื่องใชไ ฟฟาทำหนาที่
เปล่ยี นพลงั งานไฟฟาเปนพลังงานอน่ื

เมื่อตอวงจรไฟฟาอยางงายโดยใหอ ุปกรณไ ฟฟาทุกอยางเชือ่ มตอกันจนครบวงจร วงจรไฟฟาจะเปน
วงจรปด ทำใหเครื่องใชไฟฟาทำงานได แตถามีสวนใดสวนหนึ่งของวงจรไฟฟาไมเชื่อมตอกัน จะทำใหไมครบ
วงจร วงจรไฟฟา จะเปนวงจรเปด เครื่องใชไฟฟา ไมท ำงาน

การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟาอยางงายเพื่อสื่อสารหรืออธิบายการตอวงจรไฟฟาใหเขาใจตรงกัน
โดยใชส ญั ลกั ษณแทนการวาดรูปอุปกรณไฟฟา ตา ง ๆ ในวงจรไฟฟา

๒.๒ จดุ ประสงคการเรียนรู (ความรู ทกั ษะ คุณธรรมจริยธรรม คานยิ ม) (ถามี)
จดุ ประสงคด า นความรู
๑. ระบสุ ว นประกอบของวงจรไฟฟา อยางงา ย
๒. บอกหนา ทข่ี องสว นประกอบของวงจรไฟฟาอยางงาย
๓. อธิบายลกั ษณะของวงจรปดและวงจรเปด
๔. อธบิ ายการเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟาอยา งงา ย
จุดประสงคด านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
๑. การสงั เกต
๒. การจัดกระทำและส่ือความหมายขอมูล
๓. การตีความหมายขอมูลและลงขอสรุป

224 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สำหรับครูผูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

จุดประสงคดานคุณธรรม
๑. มงุ ม่นั ในการทำงาน
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีวนิ ัย

๒.๓ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู
๑) การเตรียมตัวของครู นักเรียน (การจดั กลุม) (ถา มี)
๑.๑ การจดั กลมุ โดยแบง นกั เรียนออกเปน กลุม กลุมละ ๔-๕ คน
๑.๒ ครศู ึกษาการตอวงจรไฟฟา อยางงายจากตวั อยางวีดิทศั นปฏิบัติการวิทยาศาสตรสำหรับครู
เรื่อง ตอ วงจรไฟฟาอยา งงา ยไดอยางไร จาก http://ipst.me/9478

๑.๓ การตอวงจรไฟฟาโดยใชออดไฟฟา และมอเตอรไฟฟาใหทำงานได ตองใชพลังงานไฟฟา
จากถานไฟฉาย ๑.๕ โวลตจำนวน ๒ กอน นอกจากนี้ออดไฟฟาเปน อุปกรณทีม่ ีข้ัว ดังนั้น
การตอวงจรไฟฟาจึงตองตอใหถูกขั้ว โดยนำขั้วบวกของถานไฟฉายตอเขากับขั้วบวกของ
ออดไฟฟา (ชองสีแดง) และตอ ขัว้ ลบของถา นไฟฉายเขากบั ข้ัวลบของออดไฟฟา (ชองสดี ำ)
จึงจะทำใหออดไฟฟามีเสียงดัง สวนมอเตอรติดใบพัดสามารถตอขั้วใดของถานไฟฉาย
เขา กบั มอเตอรก็ได แตถ า ตอสลับขัว้ กันจะทำใหใ บพัดหมุนในทศิ ทางตรงกนั ขา ม

๒) การเตรยี มส่ือ วสั ดุอุปกรณ ของครู นกั เรียน (ถามี) ๒ กอน/กลมุ
ส่งิ ที่ครตู องเตรียม คือ ๑ อนั /กลุม
๒.๑ ถา นไฟฉายแบบ D หรือ AA ขนาด ๑.๕ โวลต ๑ อนั /กลมุ
๓ เสน/กลมุ
๒.๒ กระบะใสถานสำหรับใสถานไฟฉาย ๑ กอน ๑ ชุด/กลมุ
๑ อนั /กลุม
๒.๓ กระบะใสถา นสำหรบั ใสถานไฟฉาย ๒ กอน ๑ อัน/กลมุ
๒.๔ สายไฟฟา ๑ อนั /กลุม

๒.๕ หลอดไฟฟา แบบมีไสขนาด ๒.๕ โวลตพ รอ มฐานหลอด

๒.๖ มอเตอรต ดิ ใบพดั
๒.๗ ออดไฟฟา

๒.๘ สวติ ซไฟฟา

225ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรบั ครผู ูส อน) กลุมสาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 (ฉบับปรบั ปรุง)

สงิ่ ทน่ี กั เรียนตอ งเตรียม คือ
-
๓) เตรียมใบงาน ใบความรู ใบกิจกรรม (ถา มี)
๓.๑ ใบงาน ๐๑ วงจรไฟฟาอยา งงา ย
๓.๒ ใบความรู เร่ือง หนา ท่ีของสว นประกอบในวงจรไฟฟาอยางงา ย
๓.๓ ใบงาน ๐๒ แผนภาพวงจรไฟฟา
๓.๔ ใบความรู เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา
๓.๕ ใบงาน ๐๓ แบบฝก หดั เรือ่ ง วงจรไฟฟาอยา งงา ย

๒.๔ วัดผลประเมนิ ผล (ถามี)
๑) วิธกี ารวดั ผลประเมินผลการเรยี นรู
๑.๑ การตอบคำถามในใบงาน
๑.๒ สงั เกตทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการทำกิจกรรม
๑.๓ สังเกตพฤติกรรมดานคุณธรรมขณะทำกิจกรรม
๒) วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ
๒.๑ เครื่องมือและเกณฑใ นการประเมินดา นความรู
ตรวจใหคะแนนจากการตอบคำถามในใบงาน แลว ใชเ กณฑในการใหคะแนน ดังน้ี
- มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน

- ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน

- ต่ำกวา ๕๐% ได ๑ คะแนน

๒.๒ เครื่องมอื และเกณฑใ นการประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
สังเกตทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร โดยใชแบบประเมินทักษะกระบวนการ

ทางวทิ ยาศาสตร (ดงั แนบ) นำคะแนนมารวมกนั แลวใชเกณฑใ นการใหค ะแนนดังนี้

- มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน

- ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน

- ตำ่ กวา ๕๐% ได ๑ คะแนน

๒.๓ เครอ่ื งมือและเกณฑใ นการประเมินดา นคณุ ธรรม
สังเกตพฤตกิ รรมดา นคุณธรรมโดยใชแ บบประเมนิ ดานคุณธรรม (ดังแนบ) นำคะแนน

มารวมกัน แลวใชเกณฑใ นการใหคะแนน ดังนี้
- มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน

- ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน

- ต่ำกวา ๕๐% ได ๑ คะแนน

226 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู (สำหรับครูผูสอน) กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบับปรบั ปรุง)

๓) การทดสอบกอ นเรยี น หลงั เรยี น แบบฝก หดั กอ นเรยี น หลังเรยี น
ทำแบบฝกหัดในใบงานหลังเรียน

๓. อ่ืน ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรับครผู ูสอน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชั้นประถ

แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรขู

หนวยการเรียนรูท่ี ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา เร่อื ง วงจรไฟ

กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศาส

ข้นั นำ แนวการจดั กิจก
ขัน้ สอน
ขนั้ สรปุ • ทบทวนความรูพ้ืนฐานเก่ียวกับพลงั งา
ข้ันประเมนิ ผล วงจรไฟฟา

• ทำกจิ กรรมท่ี ๑ วงจรไฟฟา อยางงายเ
ในวงจรไฟฟา อยางงา ย อภปิ รายและท

• ทำกิจกรรมท่ี ๒ เขียนแผนภาพวงจรไ
แผนภาพวงจรไฟฟา อภปิ รายและเขีย

• อภปิ รายและลงขอ สรปุ เกี่ยวกับวงจรไ
เปดและวงจรปด และการเขียนแผนภ

• ทำใบงาน ๐๓ แบบฝก หดั เร่ือง วงจร

• ประเมนิ จากการตอบคำถาม
• ประเมนิ จากการทำกิจกรรมในชัน้ เรยี น
• ประเมินจากการทำแบบฝก หัด

ถมศกึ ษาปท ี่ 6 (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๒๗

ของแผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๑.๑ เวลา ๓ ชว่ั โมง
ฟฟาอยางงาย ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖
สตรแ ละเทคโนโลยี

กรรมการเรยี นรู
านไฟฟา และตรวจสอบความรเู ดมิ เก่ยี วกับวงจรไฟฟา และการเขียนแผนภาพ

เปน อยางไร โดยตออุปกรณไฟฟา อา นใบความรู เร่ือง หนาท่ขี องสวนประกอบ
ทำใบงาน ๐๑ วงจรไฟฟาอยา งงา ย

ไฟฟา ไดอ ยา งไร โดยวาดรูปการตอวงจรไฟฟา อานใบความรู เรอ่ื ง การเขียน
ยนแผนภาพวงจรไฟฟา และทำใบงาน ๐๒ แผนภาพวงจรไฟฟา

ไฟฟา และหนา ที่ของแตละสว นประกอบในวงจรไฟฟาอยา งงา ย ลกั ษณะของวงจร
ภาพวงจรไฟฟา

รไฟฟา อยา งงาย



๒๒๘ ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑

หนวยการเรียนรทู ี่ ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา หนวยยอยท่ี ๑

กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศ

ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรยี นรู (๓ ช่ัวโมง)

วงจรไฟฟาเปน ชว่ั โมงที่ ๑

เสน ทางทีก่ ระแสไฟฟาหรอื ขน้ั นำ (๕ นาที)

ประจุไฟฟา เคลื่อนท่ผี าน ๑. ครูทบทวนความรูพื้นฐานของนักเรียนเกีย่ วกับพล

อปุ กรณไฟฟา ไดค รบรอบ ใชค ำถามดังน้ี

วงจรไฟฟาอยา งงาย ๑.๑ นาิกาปลุก (หรือเครอื่ งใชไฟฟาอืน่ ทใ่ี สถา น

ประกอบดวยอปุ กรณไฟฟา (ถานไฟฉาย)

ตาง ๆ ไดแก แหลงกำเนิด ๑.๒ ถา นไฟฉายใหพลงั งานใดแกนากิ าปลกุ (ให

ไฟฟา สายไฟฟา และ ๒. ครตู รวจสอบความรเู ดิมเกี่ยวกบั การตอวงจรไฟฟา

เคร่ืองใชไฟฟา แหลงกำเนิด ๒.๑ ภายในนาิกาปลุกมีวงจรไฟฟา หรอื ไม (นักเ

ไฟฟาทำหนาท่ใี หพลังงาน ๒.๒ วงจรไฟฟา ประกอบดว ยสวนประกอบใดบาง

ไฟฟาใหกับเคร่ืองใชไฟฟา

สายไฟฟา เปน ตวั นำไฟฟาทำ ขั้นสอน (๕๐ นาท)ี

หนาท่เี ปน ทางเช่ือมให ๓. ครชู วนนักเรยี นไปหาคำตอบ โดยใหน ักเรยี นอา น

กระแสไฟฟาผานจาก ๑ วงจรไฟฟาอยางงายเปนอยางไร หนา ๙๗ จ

แหลง กำเนิดไฟฟา ไปยัง เก่ียวกบั จุดประสงคในการทำกจิ กรรม โดยใชค ำถ

๓.๑ กจิ กรรมในวนั น้ีนกั เรยี นจะไดเรยี นเร่ืองอะไร

๓.๒ นกั เรียนจะไดเรยี นรเู รือ่ งน้ีดวยวิธีใด (สงั เกต

(สำหรับครูผูสอน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 6 (ฉบบั ปรับปรงุ )

๑.๑ วงจรไฟฟาอยา งงา ย

๑ เรอื่ ง วงจรไฟฟา เวลา ๓ ช่ัวโมง

ศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖

สอ่ื / แหลง เรียนรู

๑. ถา นไฟฉายแบบ D หรือ

AA ขนาด ๑.๕ โวลต

ลังงานไฟฟาที่ทำใหเครื่องใชไฟฟาทำงานได โดย ๒. กระบะใสถาน

๓. สายไฟฟา

นไฟฉาย ๑ กอ น) จะทำงานไดโ ดยตองอาศัยส่ิงใด ๔. หลอดไฟฟาแบบมีไสขนาด

๒.๕ โวลต พรอมฐานหลอด

หพ ลงั งานไฟฟา) ๕. มอเตอรต ิดใบพดั

า โดยใชค ำถามวา ๖. ออดไฟฟา

เรยี นตอบตามความเขา ใจของตนเอง) ๗. สวติ ชไฟฟา

ง (นักเรียนตอบตามความเขา ใจของตนเอง) ภาระงาน / ชิน้ งาน

๑. การบนั ทกึ ผลการทำกจิ กรรม

นช่อื กจิ กรรมและจุดประสงคขอ ๑ ในใบกจิ กรรมที่ ในใบงาน
จากนั้นรวมกันอภิปรายเพื่อตรวจสอบความเขาใจ ๒. การทำแบบฝกหัด

ถามดงั นี้

ร (สว นประกอบของวงจรไฟฟา อยา งงาย)

ต)

ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรบั ครผู สู อน) กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชั้นประถ

แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๑

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา หนว ยยอยที่ ๑

กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศ

เครื่องใชไฟฟา เครื่องใชไฟฟา ๓.๓ เมื่อเรียนแลว นกั เรยี นจะทำอะไรได (ระบสุ

ทำหนาที่เปลี่ยนพลังงาน ๔. ครสู รุปจดุ ประสงคก ารเรียนรูในวนั นี้ใหน กั เรียนทร

ไฟฟา เปนพลังงานอ่ืน ๕. นักเรียนอานวิธีทำในใบกิจกรรมที่ ๑ ขอ ๑-๒

เมอื่ ตอวงจรไฟฟา จากนน้ั รว มกันอภิปรายเพือ่ สรุปข้นั ตอนการทำกิจ

อยางงายโดยใหอปุ กรณ ๕.๑ นักเรยี นตอ งทำอยางไรกับอปุ กรณไ ฟฟาตา ง

ไฟฟาทุกอยา งเชื่อมตอกนั ๕.๒ เมื่อตออุปกรณไฟฟาตามแตละรูปแลว นัก

จนครบวงจร วงจรไฟฟา บนั ทึกผลการทำงานของหลอดไฟฟา )

จะเปน วงจรปด ทำให ๕.๓ เมื่อตออุปกรณไฟฟา สังเกต และบันทึกผล

เครื่องใชไฟฟาทำงานได เกย่ี วกับ เรื่องอะไร (ลกั ษณะการตอ อปุ กรณ

แตถา มีสว นใดสวนหนึ่งของ ๖. เมอื่ นักเรียนเขา ใจข้ันตอนการทำกจิ กรรมแลว ครูแ

วงจรไฟฟาไมเชอ่ื มตอกนั หนา ๙๗ และบันทึกผลลงในใบงาน ๐๑ ตาราง ๑

จะทำใหไมค รบวงจร ลักษณะตาง ๆ หนา ๙๙-๑๐๐ จากนั้นใหนักเรีย

วงจรไฟฟาจะเปน วงจรเปด หลอดไฟฟาสวางและไมสวา ง และนำเสนอผลการอ

เคร่ืองใชไฟฟาไมท ำงาน ๗. ครแู ละนักเรยี นรว มกันอภปิ รายผลการทำกจิ กรรม

๗.๑ เราตองตอหลอดไฟฟาเขากับอะไร หลอดไ

ถา นไฟฉาย และสายไฟฟา จงึ จะทำใหหลอด

๗.๒ ขั้วของถานไฟฉายอยูบริเวณใด (ขั้วของ

ถานไฟฉาย)

ถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบับปรับปรุง) ๒๒๙

๑.๑ วงจรไฟฟาอยางงาย

๑ เร่ือง วงจรไฟฟา เวลา ๓ ช่วั โมง

ศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖

สวนประกอบของวงจรไฟฟาอยา งงา ย) วธิ ีการประเมิน

ราบอีกคร้งั หน่ึง ๑. การตอบคำถามในแบบฝกหดั

๒ หนา ๙๗-๙๘ โดยฝกอานตามความเหมาะสม ๒. สงั เกตทกั ษะกระบวนการ

จกรรม โดยใชคำถามตอไปนี้ ทางวทิ ยาศาสตรในการทำ

ง ๆ (ตออปุ กรณไฟฟาในลกั ษณะตา ง ๆ ตามรูป) กิจกรรม

กเรียนตองสังเกตและบันทึกผลสิ่งใด (สังเกตและ ๓. สงั เกตพฤติกรรมดานคุณธรรม

ขณะทำกจิ กรรม

ลตามรูปทุกรูปแลว นักเรียนตองรวมกันอภิปราย

ณไ ฟฟา ทที่ ำใหหลอดไฟฟาสวา งและไมส วาง) เกณฑการประเมนิ

แจกอปุ กรณใหน ักเรยี นตออปุ กรณไฟฟาตามรูปใน ๑. การตอบคำถามในแบบฝกหัด
๑ การทำงานของหลอดไฟฟาเมื่อตออุปกรณไฟฟา ไดถูกตอ งดว ยตนเอง
ยนอภิปรายลักษณะการตออุปกรณไฟฟาที่ทำให - มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน
อภปิ ราย
- ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน
มโดยอาจใชคำถามดงั นี้
- ต่ำกวา ๕๐% ได ๑ คะแนน
ไฟฟาจึงจะสวาง (เราตองตอหลอดไฟฟาเขากับ

ดไฟฟาสวา งได)

งถานไฟฉายอยูบริเวณปลายทั้งสองดานของ

๒๓๐ ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา หนว ยยอยท่ี ๑

กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศ

การเขียนแผนภาพ ครูใหความรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสรางภา

วงจรไฟฟาอยา งงา ยเพือ่ ประกอบการอธิบาย โดยแสดงสวนประกอบภายในข

สอ่ื สารหรอื อธบิ ายการตอ นำไฟฟาได ที่ปลายไสหลอดดานหนึ่งตอกับดา นลาง

วงจรไฟฟาใหเ ขา ใจตรงกนั ตอกบั ดา นขางของหลอดทเ่ี ปนแถบโลหะ ดงั รูป

โดยใชสญั ลกั ษณแทน

การวาดรูปอปุ กรณไฟฟา

ตา ง ๆ ในวงจรไฟฟา

จดุ ประสงคด า นความรู ๗.๓ เราตองตอถานไฟฉาย สายไฟฟา และหลอดไ
๑. ระบุสวนประกอบของ กรณีที่ใชสายไฟฟา ๑ เสน เราตองตอปลาย
วงจรไฟฟาอยา งงาย ของถานไฟฉาย สวนปลายสายไฟฟาอีกดาน
๒. บอกหนาทีข่ อง เปนแถบโลหะ จากนั้นนำดานลางของหลอด
สวนประกอบของ กรณีที่ใชสายไฟฟา ๒ เสน ใชปลายสายไฟ
วงจรไฟฟาอยา งงาย ถานไฟฉาย สวนปลายที่เหลือของสายไฟฟ
๓. อธบิ ายลกั ษณะของวงจร ไฟฟา และปลายสายไฟฟา อกี เสนหนง่ึ แตะกบั
ปดและวงจรเปด

(สำหรับครูผูสอน) กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

๑.๑ วงจรไฟฟา อยางงาย เวลา ๓ ช่ัวโมง
๑ เรอ่ื ง วงจรไฟฟา ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี ๒. มีทักษะกระบวนการ
ายในของหลอดไฟฟา ครูอาจวาดรูปบนกระดาน ทางวิทยาศาสตรขณะทำกิจกรรม
ของหลอดไฟฟา ไดแก ไสหลอดซึ่งทำจากวัสดุที่ - มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน
งของหลอดไฟฟา สวนปลายไสหลอดอีกดานหน่งึ - ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน
- ตำ่ กวา ๕๐% ได ๑ คะแนน
ไฟฟาอยางไรจึงจะทำใหหลอดไฟฟาสวางได (ใน ๓. มีคุณลักษณะดานคุณธรรม
ยดานหนึ่งของสายไฟฟาเขากับขั้วบวกหรือขั้วลบ - มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน
นหนึ่งตอเขากับดานขางของหลอดไฟฟาบริเวณที่ - ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน
ดไฟฟาไปแตะกับอีกขั้วหนึ่งของถานไฟฉาย ใน - ตำ่ กวา ๕๐% ได ๑ คะแนน
ฟฟาแตละเสนตอเขากับขั้วบวก และขั้วลบของ
ฟาเสนหนึ่งแตะกับแถบโลหะดานขางของหลอด
บดานลา งของหลอดไฟฟา)

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรบั ครูผูส อน) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถ

แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๑

หนวยการเรียนรูท่ี ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา หนว ยยอยที่ ๑

กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศ

๔. อธิบายการเขยี น ครูใหค วามรเู พม่ิ เตมิ วา การตอถา นไฟฉาย ส

แผนภาพวงจรไฟฟา สวา งได เปน การตอ ที่ทำใหมีเสนทางท่ีกระแสไฟฟาผ

อยา งงาย ๗.๔ การตออุปกรณไฟฟาแบบใดท่ีทำใหหลอดไฟฟ

และหลอดไฟฟา หรือกรณีที่มีสายไฟฟา แ

จดุ ประสงคด า นทกั ษะ ถา นไฟฉาย หรือไมไ ดเช่ือมตอกับแถบโลหะด

กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ๗.๕ การตออุปกรณไฟฟาที่ทำใหหลอดไฟฟาสวา

๑. การสังเกต (หลอดไฟฟาสวางไดเมื่อตอหลอดไฟฟาเขา

๒. การจัดกระทำและสื่อ ทำใหมีเสนทางที่กระแสไฟฟาผานไดครบรอบ

ความหมายขอมลู อุปกรณตาง ๆ ไมต อ เชอื่ มกันทงั้ หมด)

๓. การตคี วามหมายขอมลู ครูใหความรูเพิ่มเติมวาการตออุปกรณไฟฟาต

และลงขอสรปุ วงจรไฟฟาอยา งงา ย ซึง่ เปน การตออุปกรณไ ฟฟาตา ง

ในวงจรไฟฟา ทำใหห ลอดไฟฟา ทำงานได

จดุ ประสงคดานคุณธรรม ๗.๖ วงจรไฟฟาอยางงายที่ทำใหหลอดไฟฟาสวาง

๑. มุงม่นั ในการทำงาน และหลอดไฟฟา)

๒. ใฝเ รยี นรู ๗.๘ ภายในนาิกาปลุกจะมีวงจรไฟฟาหรือไม เพ

๓. มวี นิ ัย ใสถานไฟฉายซึ่งเปนสวนประกอบหนึ่งขอ

เคลือ่ นทแ่ี ละเกิดเสยี งได) ครอู าจนำรูปมาใหน

ถมศกึ ษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๓๑

๑.๑ วงจรไฟฟาอยา งงาย เวลา ๓ ชว่ั โมง
๑ เรื่อง วงจรไฟฟา ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี
สายไฟฟา และหลอดไฟฟา แลว ทำใหหลอดไฟฟา
า นไดครบรอบ
ฟาไมส วาง (ไมมสี ายไฟฟา ตอระหวางถานไฟฉาย
แตไมไดเชื่อมตอปลายสายไฟฟาเขากับขั้วของ
ดานขา งและดา นลางของหลอดไฟฟา )
างกับหลอดไฟฟาไมสวางนั้นแตกตางกันอยางไร
ากับอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ใหเชื่อมตอกันทั้งหมด
บ สวนการที่หลอดไฟฟาไมสวางนั้นเกิดจากการตอ

ตาง ๆ เชื่อมตอกันในกิจกรรมนี้ เรียกวา การตอ
ง ๆ ใหเ ชอ่ื มตอกันครบรอบ จะมกี ระแสไฟฟาผาน

งประกอบดวยอะไรบาง (ถานไฟฉาย สายไฟฟา

พราะเหตุใด (นากิ าปลุกมีวงจรไฟฟา เพราะตอง
องวงจรไฟฟาอยางงาย จึงจะทำใหเข็มนาิกา
นักเรยี นดูเพม่ิ เติมใหน กั เรยี นเขาใจมากยิ่งขึ้น

๒๓๒ ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑

หนวยการเรยี นรูท่ี ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา หนวยยอยท่ี ๑

กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชาวทิ ยาศ

ข้นั สรปุ (๕ นาที)

๘. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูใน

วงจรไฟฟาอยา งงา ย และการตอ อุปกรณไ ฟฟาตาง

๙. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายโดยใชคำถาม

ประกอบดวย ถานไฟฉาย สายไฟฟา และหลอดไ

ทั้งหมด ทำใหมีเสนทางที่กระแสไฟฟาผานไดคร

ไฟฟา ตา ง ๆ ไมตอ เชือ่ มกันทัง้ หมด หลอดไฟฟาจะ

๑๐. ครูแจงวาในชั่วโมงถัดไป นักเรียนจะไดเรียนร

อยางงาย

ชัว่ โมงท่ี ๒
ข้นั นำ (๕ นาท)ี
๑๑. ครตู รวจสอบความรเู ดิมเกยี่ วกับวงจรไฟฟา แบบ

๑๑.๑ วงจรไฟฟาหมายถึงอะไร (วงจรไฟฟาห
เคลอ่ื นที่ผานอปุ กรณไ ฟฟาไดครบรอบ)

๑๑.๒ จากสวนประกอบของวงจรไฟฟา นัก

(นกั เรียนตอบตามความเขา ใจของตนเอ
๑๑.๓ วงจรไฟฟา เปดและวงจรไฟฟาปด เปน อย

(สำหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรียนที่ ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

๑.๑ วงจรไฟฟาอยา งงา ย เวลา ๓ ช่วั โมง
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๖
๑ เรือ่ ง วงจรไฟฟา
ศาสตรและเทคโนโลยี

นชั่วโมงนี้ดวยตนเองเกี่ยวกับสวนประกอบของ
ง ๆ ท่ีทำใหห ลอดไฟฟาสวาง
มและลงขอสรุปใหไดวา วงจรไฟฟาอยางงาย
ไฟฟา เมื่อตออุปกรณไฟฟาตาง ๆ ใหเชื่อมตอกัน
รบรอบ หลอดไฟฟาจะสวาง แลวเมื่อตออุปกรณ
ะไมส วาง
รูหนาที่ของอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ในวงจรไฟฟา

บวงจรปดและวงจรเปด โดยใชคำถามวา
หมายถึงเสนทางที่กระแสไฟฟาหรือประจุไฟฟา

กเรียนคิดวาแตละสวนประกอบมีหนาที่อะไร
อง)
ยา งไร (นักเรียนตอบตามความเขาใจของตนเอง)

ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรับครูผสู อน) กลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชนั้ ประถ

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา หนวยยอยท่ี ๑

กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศ

ข้นั สอน (๔๕ นาที)

๑๒. ครูชวนนักเรียนไปหาคำตอบ โดยใหนักเรีย

ใบกิจกรรมที่ ๑ วงจรไฟฟาอยางงายเปนอ

ตรวจสอบความเขา ใจเกีย่ วกบั จุดประสงคใ นกา

๑๒.๑ กิจกรรมในวันนี้นักเรียนจะไดเรียนเรื่อ

อยางงาย และลกั ษณะของวงจรปดและ

๑๒.๒ นักเรียนจะไดเรยี นรูเร่อื งน้ีดวยวธิ ใี ด (ส

๑๒.๓ เมื่อเรียนแลว นักเรียนจะทำอะไรได

อยา งงา ย และอธิบายลกั ษณะของวงจร

๑๓. ครสู รุปจดุ ประสงคก ารเรียนรูในวนั นี้ใหน ักเรยี นท

๑๔. นักเรียนอานวิธีทำในใบกิจกรรมที่ ๑ ขอ ๓ ห

รวมกันอภิปรายเพื่อสรปุ ขั้นตอนการทำกจิ กรรม

๑๔.๑ นกั เรียนตองอา นใบความรู เรื่อง อะไร

๑๔.๒ เม่อื นักเรยี นอานใบความรูแลว ตองอภ

ในวงจรไฟฟาอยา งงา ยและลกั ษณะของ

๑๕. ครูนำรูปการตออุปกรณไฟฟาในลักษณะตาง ๆ

นา จะเปนวงจรปดหรือวงจรเปด กอนอา นใบควา

ถมศึกษาปท่ี 6 (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๓๓

๑.๑ วงจรไฟฟา อยา งงาย เวลา ๓ ช่ัวโมง
๑ เรอื่ ง วงจรไฟฟา ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี

ยนอานชื่อกิจกรรมและจุดประสงคขอ ๒-๓ ใน
อยางไร หนา ๙๗ จากนั้นรวมกันอภิปรายเพื่อ
ารทำกจิ กรรม โดยใชค ำถามดงั นี้
องอะไร (หนาที่ของสวนประกอบของวงจรไฟฟา
ะวงจรเปด )
สังเกตและอภปิ ราย)
ด (บอกหนาที่ของสวนประกอบของวงจรไฟฟา
รปดและวงจรเปด )
ทราบอีกครง้ั หน่งึ
หนา ๙๘ โดยฝกอานตามความเหมาะสม จากน้ัน
ม โดยใชค ำถามตอไปนี้
(หนาทขี่ องสวนประกอบในวงจรไฟฟา อยางงาย)
ภปิ รายเก่ียวกับเรื่องอะไร (หนา ทีข่ องสวนประกอบ
งวงจรปดและวงจรเปด )
ในขอ ๑ หนา ๙๗ มาใหนักเรียนทำนายวา รูปใด
ามรู

๒๓๔ ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑

หนวยการเรียนรทู ่ี ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา หนว ยยอยที่ ๑

กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชาวทิ ยาศ

๑๖. ครูใหนักเรียนอานใบความรู เรื่อง หนาที่ของส

๑๐๓ และรวมกันอภิปรายหนาที่ของสวนประก

๑๐๐ จากนั้นครูแจกสวนประกอบของวงจรไฟฟ

อภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของวงจรปดและวง

ตามลำดบั และบนั ทึกผลในหนา ๑๐๑

๑๗. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแสดงการตอวงจรปดแล

กิจกรรม โดยใชคำถามดงั ตอ ไปนี้

๑๗.๑ วงจรไฟฟาหมายถึงอะไร (วงจรไฟฟาเปน

ผานอปุ กรณไฟฟาไดครบรอบ)

๑๗.๒ วงจรไฟฟาอยางงายประกอบดวยอะ

เครื่องใชไ ฟฟา )

๑๗.๓ จากการอานใบความรู สวนประกอบ

(แหลงกำเนิดไฟฟาทำหนาที่ใหพลังงาน

ทางเชื่อมใหกระแสไฟฟาผานจากแ

เครือ่ งใชไ ฟฟา ทำหนาทีเ่ ปลี่ยนพลงั งานไฟ

๑๗.๔ การตอวงจรไฟฟาในกิจกรรมนี้ อุปก

เครื่องใชไฟฟา เพราะเหตุใด (ถานไฟฉาย

(สำหรบั ครผู สู อน) กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 6 (ฉบบั ปรับปรงุ )

๑.๑ วงจรไฟฟา อยา งงา ย เวลา ๓ ช่วั โมง
๑ เร่อื ง วงจรไฟฟา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี

สวนประกอบในวงจรไฟฟาอยางงาย หนา ๑๐๒-

กอบในวงจรไฟฟา และบันทึกผลในตาราง ๒ หนา

ฟาอยางงายใหนักเรียนแตละกลุม แลวใหรวมกัน

งจรเปด และแสดงการตอวงจรแบบปดและเปด

ละเปด จากนั้นครูชวนนักเรียนอภิปรายผลการทำ

นเสนทางที่กระแสไฟฟาหรือประจุไฟฟาเคลื่อนท่ี

ะไรบาง (แหลงกำเนิดไฟฟา สายไฟฟา และ

บแตละสวนของวงจรไฟฟาทำหนาที่อยางไร
นไฟฟาแกเครื่องใชไฟฟา สายไฟฟาทำหนาที่เปน
หลงกำเนิดไฟฟาไปยังเครื่องใชไฟฟา และ
ฟฟาเปนพลงั งานอ่นื )
กรณใดเปนแหลงกำเนิดไฟฟา อุปกรณใดเปน
ยเปนแหลงกำเนิดไฟฟาเพราะทำหนาที่ใหพลังงาน

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรบั ครูผูสอน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนที่ ๒ ชน้ั ประถ

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑

หนว ยการเรียนรูที่ ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา หนวยยอยท่ี ๑

กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศ

ไฟฟาแกเครื่องใชไฟฟา หลอดไฟฟาเปน

ไฟฟาเปนพลงั งานแสง)

๑๗.๕ วงจรปดและวงจรเปดมีลักษณะแตกตา

วงจร ท่ีอปุ กรณไฟฟาตอเช่ือมกันท้ังหมด

ตาง ๆ ในวงจร หลอดไฟฟาหรือเครื่องใ

อุปกรณไฟฟาไมเชื่อมตอกัน ทำใหไมมีกร

วงจร หลอดไฟฟา หรอื เครือ่ งใชไ ฟฟาจึงไม

๑๗.๖ วงจรปดและวงจรเปดในนาิกาปลุกเปน

อยางไร (เมื่อใสถานไฟฉายหรือเปดส

กระแสไฟฟาเคลื่อนที่ครบรอบ ทำใหนา

ถานไฟฉายออกหรือปดสวิตซ ทำใหอุป

เคลอ่ื นท่ไี มค รบรอบ ทำใหนาิกาปลกุ ไมท

๑๘. ครูใหนักเรียนทบทวนสิ่งที่ไดเรียนรูโดยตอบคำ

ชวยกนั เฉลยคำตอบ

ขน้ั สรปุ (๑๐ นาที)

๑๙. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนสรุปความรูดวยตนเองเ

ของวงจรไฟฟา หนาที่ของแตล ะสว นประกอบ แล

ถมศึกษาปท ี่ 6 (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๓๕

๑.๑ วงจรไฟฟา อยางงาย เวลา ๓ ชวั่ โมง
๑ เร่ือง วงจรไฟฟา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖
ศาสตรแ ละเทคโนโลยี
นเครื่องใชไฟฟาเพราะทำหนาที่เปลี่ยนพลังงาน

งกันหรือไม อยางไร (แตกตางกัน วงจรปดเปน
ด ทำใหม กี ระแสไฟฟาเคลื่อนที่ผานอุปกรณไฟฟา
ใชไฟฟาจึงทำงานได สวนวงจรเปดเปนวงจรที่
ระแสไฟฟาเคลื่อนที่ผานอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ใน
มทำงาน)
นอยางไร และมีผลตอการทำงานของนาิกาปลุก
สวิตซ ทำใหอุปกรณไฟฟาเชื่อมกันทั้งหมด มี
าิกาปลุกทำงานได เปนวงจรปด และเมื่อถอด
ปกรณไฟฟาไมเชื่อมตอกันทำใหกระแสไฟฟา
ทำงาน เปนวงจรเปด )
ำถามหลังจากทำกิจกรรม หนา ๑๐๔-๑๐๕ และ

เกี่ยวกับความหมายของวงจรไฟฟา สวนประกอบ
และลกั ษณะของวงจรปด และวงจรเปด

๒๓๖ ชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู

แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๑

หนวยการเรยี นรูที่ ๕ วงจรไฟฟาและแรงไฟฟา หนวยยอยท่ี ๑

กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศ

๒๐. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและลงขอสรุป

ประจุไฟฟา เคล่ือนทีผ่ านอปุ กรณไฟฟาไดค รบรอ

ไฟฟา เชน ถานไฟฉาย สายไฟฟา และเครื่อง

ทำหนา ที่ใหพลังงานไฟฟา แกเคร่ืองใชไฟฟา สาย

จากแหลงกำเนิดไฟฟาไปยังเครื่องใชไฟฟา และ

พลังงานอื่น วงจรปดเปนวงจรที่อุปกรณไฟฟาต

ผานอุปกรณไฟฟาในวงจร เครื่องใชไฟฟาจึงทำ

ตอเช่ือมกัน ทำใหไ มมีกระแสไฟฟาเคลื่อนทีผ่ า น

ทำงาน

ชัว่ โมงท่ี ๓
ขนั้ นำ (๕ นาที)
๒๑. ครูทบทวนความรูที่ไดเรียนมาแลวเกี่ยวกับกา

วงจรไฟฟาอยางงาย ตอแบบวงจรปด วงจร

ความถูกตอ ง
๒๒. ครูตรวจสอบความรูเดิมเกี่ยวกับการเขียนแผ

วงจรไฟฟาในขอ ๒๐ จะเขยี นแผนภาพแสดงวงจ

ตอบตามความเขา ใจของตนเอง)

(สำหรบั ครูผสู อน) กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 6 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

๑.๑ วงจรไฟฟาอยางงา ย เวลา ๓ ช่ัวโมง
๑ เรอ่ื ง วงจรไฟฟา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี
ปไดวา วงจรไฟฟาเปนเสนทางที่กระแสไฟฟาหรือ

อบ วงจรไฟฟาอยางงา ยประกอบดว ย แหลง กำเนิด
งใชไฟฟา เชน หลอดไฟฟา แหลงกำเนิดไฟฟา

ยไฟฟาทำหนา ที่เปนทางเช่ือมใหกระแสไฟฟาผาน

ะเครื่องใชไฟฟาทำหนาท่ีเปลี่ยนพลังงานไฟฟาเปน
ตอเชื่อมกันทั้งหมด ทำใหมีกระแสไฟฟาเคลื่อนที่

งานได สวนวงจรเปดเปนวงจรที่อุปกรณไฟฟาไม

นอปุ กรณไฟฟาตาง ๆ ในวงจร เคร่ืองใชไฟฟาจึงไม

ารตอวงจรไฟฟา โดยครูสุมนักเรียนออกมาตอ
รเปด แลวใหเพื่อนสังเกตและชวยตรวจสอบ

ผนภาพวงจรไฟฟา โดยใชคำถามวา จากการตอ
จรไฟฟาทที่ กุ คนเขาใจตรงกนั ไดอยา งไร (นักเรยี น

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรบั ครผู ูส อน) กลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถ

แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๑

หนวยการเรียนรูท่ี ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา หนว ยยอยที่ ๑

กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชาวทิ ยาศ

ข้ันสอน (๔๕ นาที)

๒๓. ครูชวนนักเรียนไปหาคำตอบ โดยใหนักเรียนอ

เขียนแผนภาพวงจรไฟฟาไดอยางไร หนา

ความเขาใจเกี่ยวกบั จุดประสงคใ นการทำกิจกร

๒๓.๑ กิจกรรมในวันนี้นักเรยี นจะไดเรียนเรื่อ

แผนภาพการตอวงจรไฟฟาอยา งงาย)

๒๓.๒ นักเรยี นจะไดเรียนรเู ร่อื งน้ดี ว ยวิธีใด (ส

๒๓.๓ เม่อื เรยี นแลว นกั เรียนจะทำอะไรได (เข

๒๔. ครูสรปุ จุดประสงคการเรยี นรใู นวนั นใ้ี หนกั เรียนท

๒๕. นักเรียนอานวิธีทำในใบกิจกรรมที่ ๒ หนา ๑๐๖

อภิปรายเพอ่ื สรุปขนั้ ตอนการทำกิจกรรม โดยใช

๒๕.๑ วงจรไฟฟา ๓ วงจร ที่นักเรียนตองตอม

ทำใหมอเตอรหมนุ และทำใหอ อดไฟฟาม

๒๕.๒ เมื่อตอ วงจรไฟฟาแลว นกั เรยี นตอ งทำอย

ละวงจร)

๒๕.๓ นักเรียนตองอานใบความรู เรื่อง อะไร

การเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา และอภปิ รา

ถมศึกษาปท่ี 6 (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๓๗

๑.๑ วงจรไฟฟาอยา งงา ย เวลา ๓ ชว่ั โมง
๑ เร่ือง วงจรไฟฟา ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖
ศาสตรแ ละเทคโนโลยี

อานชื่อกิจกรรมและจุดประสงคในใบกิจกรรมที่ ๒
๑๐๖ จากนั้นรวมกันอภิปรายเพื่อตรวจสอบ
รรม โดยใชคำถามดงั น้ี
องอะไร (การตอวงจรไฟฟาอยางงายและการเขียน

สงั เกตและอภปิ ราย)
ขยี นแผนภาพการตอ วงจรไฟฟาอยางงา ยได)
ทราบอกี ครงั้ หนง่ึ
๖ โดยฝกอานตามความเหมาะสม จากนั้นรวมกนั
ชคำถามตอ ไปน้ี
มีอะไรบาง (วงจรไฟฟาที่ทำใหหลอดไฟฟาสวาง
มเี สยี งดัง)
ยางไรตอ (สังเกตและวาดรูปการตอวงจรไฟฟาแต

และอภิปรายเกี่ยวกับอะไร (อานใบความรู เรื่อง
ายความสำคัญของการใชแผนภาพวงจรไฟฟา)

๒๓๘ ชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑

หนว ยการเรียนรูท่ี ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา หนวยยอยที่ ๑

กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศ

๒๕.๔ นักเรียนตองทำอะไรตอ (วิเคราะหวง

แผนภาพวงจรไฟฟา )

๒๖. เมือ่ นกั เรยี นเขาใจขั้นตอนการทำกจิ กรรมแลว ค

วาดรูปลงในใบงาน ๐๒ แผนภาพวงจรไฟฟา ลงใ

๑๐๗-๑๐๙

๒๗. ครูใหนักเรียนอานใบความรู เรื่อง การเขียนแผน

ขอมูลเกี่ยวกับความสำคัญของการใชแผนภ

การอภิปราย

๒๘. ครูใหนักเรียนใชขอมูลจากใบความรูไปเขียนแผน

ใบงาน ๐๒ ลงในสวนที่เปนแผนภาพการตอวง

ตรวจสอบความถกู ตอ ง

๒๙. ครูและนักเรียนรวมกนั อภปิ รายโดยใชคำถามดังต

๒๙.๑ สวิตชทำหนาที่อะไรในวงจรไฟฟา (ทำหน

ปด โดยถา ยกสวิตชข นึ้ จะทำใหเปนวงจรเป

๒๙.๒ นักเรียนตองใชเวลาวาดรปู การตอ วงจรไฟ

(ใชเ วลานาน เพราะมีอุปกรณไ ฟฟา หลาย

๒๙.๓ การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟา เราเขีย

สัญลักษณแทนรปู อปุ กรณไ ฟฟา )

(สำหรับครผู สู อน) กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 (ฉบับปรับปรุง)

๑.๑ วงจรไฟฟา อยา งงาย เวลา ๓ ชั่วโมง
๑ เรอ่ื ง วงจรไฟฟา ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี

งจรไฟฟาทั้ง ๓ วงจรที่ตอไวในขอ ๑ แลวเขียน

ครูใหนักเรียนตอวงจรไฟฟาท้ัง ๓ วงจร สังเกตและ
ในสว นท่ีเปนรูปการตอวงจรไฟฟา แตล ะวงจร หนา

นภาพวงจรไฟฟา หนา ๑๑๐-๑๑๒ และอภิปราย
ภาพวงจรไฟฟา ครูอาจสุมนักเรียนนำเสนอผล

นภาพวงจรไฟฟาที่ไดตอไปแลวทั้ง ๓ วงจร ลงใน
งจรไฟฟาแตละวงจร หนา ๑๐๗-๑๐๙ โดยครูชวย

ตอไปนี้
นาที่ควบคุมใหวงจรไฟฟาเปนวงจรเปดหรือวงจร
ปด แตถา กดสวิตชล งจะทำใหเปน วงจรปด )
ฟฟาของวงจร ๓ แบบ นานหรือไม เพราะเหตุใด
ยอยางท่ีตองวาดใหเหมือนของจรงิ )
ยนสิ่งใดแทนการวาดรูปอุปกรณไฟฟา (เขียน

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรบั ครูผูสอน) กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชั้นประถ

แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๑

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา หนว ยยอยท่ี ๑

กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชาวทิ ยาศ

๒๙.๔ วิธีการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟาทำได

สัญลักษณ แตละอยางใหตรงกับตำแ

เช่อื มตอกนั ทั้งหมด)

๒๙.๕ การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟามีประโยชนห

ระยะเวลาการวาดรูปวงจรไฟฟาแลว กา

เขา ใจสิ่งทีต่ อ งการสื่อสารไดตรงกัน)

๓๐. นักเรยี นตอบคำถามหลังจากทำกจิ กรรม หนา ๑๑

ขั้นสรุป (๑๐ นาท)ี

๓๑. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนสรุปความรูดวยตนเองเ

หรืออธิบายการตอวงจรไฟฟาเขาใจตรงกัน โดยเข

ในวงจรไฟฟา

๓๒. ครูชวนนักเรียนสรุปความรูที่ไดเรียนทั้งหมดเ

รูปแบบ infographic ดังตัวอยางตอไปน้ี

ถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๓๙

๑.๑ วงจรไฟฟา อยางงา ย เวลา ๓ ช่วั โมง
๑ เรอ่ื ง วงจรไฟฟา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
ศาสตรและเทคโนโลยี
ดอยางไร (เขียนแผนภาพวงจรไฟฟา โดยเขียน
แหนงของอุปกรณจริง และเขียนใหสัญลักษณ

หรือไม อยางไร (มีประโยชน นอกจากจะชวยลด
ารใชสัญลักษณที่เหมือนกันยังทำใหเราสามารถ

๑๓ และชวยกนั เฉลยคำตอบ

เกี่ยวกับการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟาเพื่อสื่อสาร
ขียนสัญลักษณแทนการวาดรูปอุปกรณไฟฟาตาง ๆ

เกี่ยวกับวงจรไฟฟาอยางงาย โดยอาจใหสรุปใน

๒๔๐ ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๕ วงจรไฟฟา และแรงไฟฟา แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี หนว ยยอยที่ ๑
รายวชิ าวทิ ยาศ

๓๒. นักเรยี นทำใบงาน ๐๓ แบบฝก หัด เร่ือง วงจรไฟ
คำตอบ

(สำหรบั ครผู สู อน) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรับปรุง)

๑.๑ วงจรไฟฟาอยา งงา ย เวลา ๓ ช่ัวโมง
ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖
๑ เรอ่ื ง วงจรไฟฟา
ศาสตรแ ละเทคโนโลยี

การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟา
เพื่อส่อื สารหรืออธิบายการตอ วงจรไฟฟา
เขาใจตรงกนั โดยเขยี นสัญลกั ษณแ ทนการ
วาดรูปอุปกรณไ ฟฟา ตาง ๆ ในวงจรไฟฟา
ดังตวั อยา ง

ฟฟา อยางงา ย หนา ๑๑๔-๑๑๕ และชว ยกันเฉลย

๒๔๑ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรบั ครผู ูสอน) กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรียนที่ ๒ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 6 (ฉบับปรบั ปรุง)

แบบประเมินดานคณุ ธรรม
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑.๑ เรอ่ื ง วงจรไฟฟา อยา งงา ย

ชอ่ื ผูประเมนิ /กลุม ประเมิน………………………………………………………………………………………………………………

ชอื่ กลุมรบั การประเมนิ …………………………………………………………………………………………………………………….
ประเมนิ ผลครง้ั ที…่ ……………….... วนั ท่ี ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...….…………........

เรือ่ ง……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ที่ ลักษณะ/พฤติกรรมบง ช้ี ระดับพฤตกิ รรม คะแนนทไี่ ด
เกิด = ๑ ไมเกิด = ๐
๑. มุงมั่นในการทำงาน
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มวี นิ ยั

คุณลักษณะตามจุดประสงคดานคณุ ธรรม รวมคะแนนที่ไดท้ังหมด = …………… คะแนน
- มากกวา ๘๐% ได ๓ คะแนน

- ๕๐% - ๗๙% ได ๒ คะแนน

- ต่ำกวา ๕๐% ได ๑ คะแนน

๒๔๒ ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สำหรับครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบประเมินดานทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ นการทำกจิ กรรม
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๑.๑ เร่ือง วงจรไฟฟาอยา งงาย

เกณฑก ารประเมิน มีดงั นี้ ๒ หมายถงึ พอใช ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
๓ หมายถึง ดี

สง่ิ ทป่ี ระเมิน คะแนน
การสังเกต
การจดั กระทำและสื่อความหมายขอมลู
การตีความหมายขอ มูลและลงขอสรปุ

รวมคะแนน

เกณฑก ารประเมนิ

ทักษะกระบวนการ ระดบั ความสามารถ

ทางวิทยาศาสตร ดี (๓) พอใช (๒) ควรปรบั ปรุง (๑)

การสงั เกต สามารถใชประสาทสมั ผัส สามารถใชป ระสาทสมั ผสั สามารถใชประสาทสมั ผสั

เก็บรายละเอียดและ เก็บรายละเอียดและ เก็บรายละเอียดและ

บรรยายเกี่ยวกับ บรรยายเกี่ยวกับ บรรยายเกี่ยวกับ

สวนประกอบของ สวนประกอบของ สวนประกอบของ

วงจรไฟฟา การทำงาน วงจรไฟฟา การทำงานของ วงจรไฟฟา การทำงานของ

ของหลอดไฟฟาเมื่อตอ หลอดไฟฟา เมอ่ื ตออปุ กรณ หลอดไฟฟา เมอื่ ตออปุ กรณ

อุปกรณไฟฟาในลักษณะ ไฟฟาในลักษณะตาง ๆ ไฟฟาในลักษณะตาง ๆ

ตาง ๆ การตอวงจรไฟฟา การตอวงจรไฟฟา ที่ทำให การตอวงจรไฟฟาท่ีทำให

ท่ีทำใหหลอดไฟฟา สวา ง หลอดไฟฟาสวาง มอเตอร หลอดไฟฟาสวาง มอเตอร

มอเตอรห มุนและออด หมุนและออดไฟฟา มเี สียง หมุนและออดไฟฟา มีเสยี ง

ไฟฟา มีเสียงดังไดถูกตอง ดังไดถูกตองจากการชแ้ี นะ ดงั ไดถ ูกตองเพียงบางสว น

ดว ยตนเอง โดยไมเพิ่ม ของครูหรอื ผอู ืน่ หรือมีการ แมว าจะไดรบั คำชแี้ นะจาก

ความคดิ เหน็ เพ่ิมเติมความคิดเหน็ ครูหรือผูอืน่

การจดั กระทำและ สามารถวาดภาพ สามารถวาดภาพ สามารถวาดภาพ

สอ่ื ความหมายขอมลู วงจรไฟฟาอยา งงา ยและ วงจรไฟฟาอยางงายและ วงจรไฟฟาอยางงา ยและ

เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา

๒๔๓ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรับครผู ูสอน) กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6 (ฉบับปรับปรุง)

ทกั ษะกระบวนการ ระดบั ความสามารถ

ทางวิทยาศาสตร ดี (๓) พอใช (๒) ควรปรบั ปรงุ (๑)

เพอื่ ใหผูอื่นเขาใจไดงา ยได เพอ่ื ใหผอู ืน่ เขาใจไดงายได เพอื่ ใหผ อู น่ื เขาใจไมได

ดวยตนเอง จากการช้ีแนะของครูหรือ แมวา จะไดร ับการชแี้ นะ

ผอู น่ื จากครหู รอื ผูอน่ื

การตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตคี วามหมายขอมูล

ขอมูลและลงขอสรุป ขอ มูลที่ไดจากการสังเกต ขอ มลู ท่ีไดจากการสงั เกต ท่ไี ดจากการสังเกต และ

และนำมาลงขอ สรุปได และนำมาลงขอ สรปุ ได นำมา ลงขอ สรุปไดถ ูกตอ ง

ถูกตองดว ยตนเองวา ถกู ตองจากการชีแ้ นะของ เพียงบางสว นวาวงจรไฟฟา

วงจรไฟฟาอยา งงาย ครหู รอื ผูอืน่ วา วงจรไฟฟา อยา งงายมสี ว นประกอบ

มีสว นประกอบ คอื อยา งงายมสี ว นประกอบ คอื แหลง กำเนิดไฟฟา

แหลงกำเนิดไฟฟา คอื แหลง กำเนิดไฟฟา สายไฟฟา และเครื่องใชไฟฟา

สายไฟฟา และเคร่ืองใชไฟฟา สายไฟฟา และเคร่ืองใชไฟฟา โดยสว นประกอบแตละ

โดยสวนประกอบแตล ะ โดยสว นประกอบแตล ะ อยา ง ทำหนาที่แตกตา ง

อยางทำ หนาที่แตกตา ง อยา ง ทำหนา ทแี่ ตกตา ง กนั แตไ มสามารถบอก

กนั วงจรไฟฟามีท้ังแบบ กนั วงจรไฟฟามีท้งั แบบ ความแตกตา งของ

วงจรปด และวงจรเปด ซ่งึ วงจรปด และวงจรเปด ซง่ึ วงจรไฟฟาแบบวงจรปด

มลี ักษณะแตกตางกนั มีลักษณะแตกตา งกนั และวงจรเปด และการ

และการเขียนแผนภาพ และการเขยี นแผนภาพ เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟามี

วงจรไฟฟามีความสำคญั วงจรไฟฟามคี วามสำคัญ ความสำคัญชวยใหล ดเวลา

ชวยใหลดเวลาการวาดรปู ชว ยใหล ดเวลาการวาดรปู การวาดรูปวงจรไฟฟา และ

วงจรไฟฟาและส่ือสิ่งท่ี วงจรไฟฟาและสื่อสง่ิ ท่ี สอื่ สิ่งที่ตองการส่ือสารให

ตองการสือ่ สารใหเขาใจ ตองการสอื่ สารใหเขาใจ เขาใจตรงกนั

ตรงกนั ตรงกัน

๒๔๔ ชุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู (สำหรับครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6 (ฉบบั ปรับปรุง)

เฉลยใบงาน

๒๔๕ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 (ฉบับปรับปรุง)

หลอดไฟฟาไมสวา ง
หลอดไฟฟา สวาง
หลอดไฟฟาไมสวา ง
หลอดไฟฟาไมสวา ง
หลอดไฟฟา ไมสวาง

๒๔๖ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู (สำหรับครูผูส อน) กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรียนท่ี ๒ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

หลอดไฟฟาสวา ง
หลอดไฟฟาไมสวาง

ถา นไฟฉาย ใหพ ลังงานไฟฟาแกห ลอดไฟฟา
สายไฟฟา เชื่อมตอระหวางถา นไฟฉายกบั หลอดไฟฟา
หลอดไฟฟา เปล่ยี นพลังงานไฟฟา ใหเ ปน พลังงานแสง

๒๔๗ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรับครูผูส อน) กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 6 (ฉบับปรบั ปรงุ )

สว นประกอบตาง ๆ ในวงจรไฟฟาทั้งถา นไฟฉาย สายไฟฟา และหลอดไฟฟา
เช่ือมตอกันทั้งหมด ทำใหก ระแสไฟฟาสามารถเคล่อื นทผี่ านอุปกรณไ ฟฟาได
ครบวงจร หลอดไฟฟาจึงสวาง

สวนประกอบตา ง ๆ ในวงจรไฟฟา ทัง้ ถานไฟฉาย สายไฟฟา และหลอดไฟฟา
ไมเช่ือมตอกันท้ังหมด ทำใหไมมกี ระแสไฟฟา ผานอุปกรณไ ฟฟา หลอดไฟฟา
จึงไมส วาง

๒๔๘ ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู (สำหรับครผู ูส อน) กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร) ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 6 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

ถานไฟฉาย สายไฟฟา และหลอดไฟฟา

ถา นไฟฉายเปนแหลง กำเนิดไฟฟา ท่ใี หพ ลงั งานไฟฟา โดยมีสายไฟฟา ทำหนา ที่เปน
เสน ทางเชอ่ื มใหก ระแสไฟฟาผานระหวางถา นไฟฉายกบั หลอดไฟฟา ทำให
หลอดไฟฟาหรือเครอ่ื งใชไ ฟฟา อื่นเปลยี่ นพลังงานไฟฟาเปนพลงั งานอื่นได
วงจรไฟฟาท่ีทำใหห ลอดไฟฟาสวางไดตอ งมีสวนประกอบหรอื มเี สนทางให
กระแสไฟฟา เคล่อื นทผ่ี านอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ไดค รบรอบ

การตอ วงจรไฟฟา แบบวงจรปด เปนการตอ แบบท่ีสวนประกอบตา ง ๆ ในวงจรไฟฟา
เชือ่ มตอกันทงั้ หมด ทำใหมกี ระแสไฟฟา ในวงจรไฟฟา หลอดไฟฟา จึงสวา งได
สว นการตอ วงจรไฟฟา แบบวงจรเปด เปนการตอ สวนประกอบตา ง ๆ ในวงจรไฟฟา
ไมเช่ือมตอกนั ทั้งหมด จะทำใหไมม ีกระแสไฟฟา ในวงจรไฟฟา หลอดไฟฟาจึงไมสวา ง

๒๔๙ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (สำหรบั ครผู ูสอน) กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร) ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 6 (ฉบบั ปรับปรุง)

วงจรไฟฟา อยางงา ยมสี วนประกอบตาง ๆ ท่ีทำหนา ทแี่ ตกตา งกนั วงจรปดและ
วงจรเปดแตกตา งกัน ถาวงจรท่มี ีกระแสไฟฟา เคล่อื นท่ีผา นไดจ ะเปนวงจรปด
สวนวงจรทไ่ี มมีกระแสไฟฟา เคลื่อนที่ผานจะเปน วงจรเปด


Click to View FlipBook Version