The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by annassareeunlimited, 2022-03-31 23:57:37

พฤติกรรมการบริโภค ม.1

เล่มที่ 2

Keywords: หน่วยที่ 2



คำนำ

เอกสารประกอบการเรียน ชุด เศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรมรายวิชาสังคมศึกษาส12101 (สาระเศรษฐศาสตร์)ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 2 เรื่อง พฤติกรรมกำรบริโภค ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบริโภค อุปสงค์ อุปทาน
ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา และกฎหมายทีเ่ กยี่ วกับการคุ้มครองทรัพยส์ นิ ทางปัญญา การจัดทา
เอกสารประกอบการเรียนชุดน้ี ผูจ้ ัดทาวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั ตลอดทงั้ สาระ
การเรยี นรทู้ ี่กาหนดไวใ้ นหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดย
มีเน้ือหาตรงตามท่ีหลักสูตรกาหนดไว้ และกิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมี
ความสขุ เอกสารประกอบการเรยี นชดุ นี้ มีจานวน 4 เลม่ ดงั น้ี

เล่มที่ 1 เรอื่ ง เศรษฐศาสตรเ์ บื้องต้น
เล่มที่ 2 เรือ่ ง พฤตกิ รรมกำรบริโภค
เล่มท่ี 3 เรื่อง สถาบันการเงิน
เลม่ ท่ี 4 เรื่อง เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผู้จดั ทาหวงั เป็นอย่างยง่ิ วา่ เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ คงมปี ระโยชนก์ บั ครู
ผู้สอนไม่มากก็นอ้ ย และขอขอบคณุ ผู้อานวยการโรงเรียน ผเู้ ชยี่ วชาญ คณะครทู กุ ท่าน
ที่ให้ความรแู้ ละคาแนะนาในการจดั ทาเอกสารเล่มนี้

วีระพงศ์ กลู น้อม

สำรบัญ ข

เร่อื ง หน้ำ
คำนำ ก
สำรบัญ ข
สำรบัญภำพ ง
คำช้แี จงสำหรับครู 1
คำชแ้ี จงสำหรับนักเรียน 2
มำตรฐำน/ตวั ชีว้ ดั 3
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ 4
ผังมโนทศั น์กำรเรยี นรู้ 6
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 7
กระดำษคำตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 10
11
บทท่ี 1 กำรบรโิ ภค 23
กจิ กรรมท่ี 1 26
36
บทที่ 2 อปุ สงค์ อุปทำน 38
กิจกรรมที่ 2 44
46
บทท่ี 3 ทรพั ยส์ ินทำงปญั ญำ 54
กจิ กรรมที่ 3 57
60
บทที่ 4 กฎหมำยที่เกี่ยวกับกำรคุ้มครองทรพั ยส์ ินทำงปัญญำ
กจิ กรรมที่ 4

แบบทดสอบหลังเรยี น
กระดำษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน

สำรบัญ ค

เรื่อง หนำ้
คำอภิธำนศัพท์ 61
ภำคผนวก 62
63
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี น 64
เฉลยกิจกรรมท่ี 1 67
เฉลยกจิ กรรมที่ 2 69
เฉลยกิจกรรมที่ 3 71
เฉลยกิจกรรมที่ 4 74
75
บรรณำนุกรม
ประวตั ิผู้จัดทำ

สำรบญั ภำพ ง

เรื่อง หนำ้
ภำพท่ี 1 ผกั และผลไม้ 11
ภำพที่ 2 ฟงั เพลง 12
ภำพท่ี 3 เติมน้ำมัน 12
ภำพท่ี 4 ปัจจัยสี่ 13
ภำพที่ 5 กำรโฆษณำเครื่องใช้ไฟฟำ้ 14
ภำพท่ี 6 ตูเ้ ยน็ 14
ภำพท่ี 7 อำหำรที่มีประโยชน์ 15
ภำพท่ี 8 รำยไดข้ องผบู้ รโิ ภค 16
ภำพท่ี 9 สินค้ำตดิ รำคำ 16
ภำพที่ 10 ผู้ทม่ี รี ำยไดส้ งู นยิ มซื้อสนิ คำ้ ทมี่ รี ำคำแพง 17
ภำพท่ี 11 ซ้ือเสอื้ กนั หนำว 17
ภำพท่ี 12 โฆษณำสนิ คำ้ ลดรำคำ 18
ภำพที่ 13 ผกั และผลไม้ 19
ภำพท่ี 14 ค่ำนิยมรักษำสขุ ภำพ 20
ภำพท่ี 15 กำรบรโิ ภคนยิ ม 20
ภำพท่ี 16 คำ่ นิยมรักควำมสนุก 21
ภำพที่ 17 อยู่อยำ่ งพอเพียง 22
ภำพที่ 18 มเี งินและซ้อื ไอศกรมี ได้ (อปุ สงค)์ 26
ภำพท่ี 19 กำรค้ำขำย 27
ภำพที่ 20 คนซ้อื ของ 27

สำรบัญภำพ จ

เรอ่ื ง หนำ้
ภำพท่ี 21 รำคำสนิ ค้ำชนดิ นนั้ 30
ภำพท่ี 22 ทำงำนเกษตรกร 30
ภำพที่ 23 ซื้อรองเท้ำ 31
ภำพที่ 24 สินค้ำรำคำถูกคนซ้ือเพ่ิมขึ้น (อปุ ทำน) 32
ภำพที่ 25 ไร่มนั สำปะหลัง 34
ภำพที่ 26 นำฏศลิ ปไ์ ทย 38
ภำพท่ี 27 กำรจดสทิ ธบิ ัตรคอม 40
ภำพท่ี 28 เครือ่ งหมำยกำรค้ำ 41
ภำพท่ี 29 ข้ำวหอมมะลิ 41
ภำพท่ี 30 กำรทำกระเป๋ำย่ำนลเิ ภำ 43
ภำพท่ี 31 เคร่ืองสำอำงปลอม 46
ภำพท่ี 32 สินค้ำละเมิดลิขสิทธิ์ 53

1

คำชแ้ี จงสำหรับครู

ครูศึกษาการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด เศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา ส 12101 (สาระเศรษฐศาสตร)์
เล่มท่ี 2 เรื่อง พฤติกรรมกำรบริโภค ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนพิทักษ์วิทยากุมุง
ตามขน้ั ตอนต่อไปนี้

1. ศกึ ษามาตรฐาน ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรู้ และจดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ห้เข้าใจ
2. เตรียมเอกสารประกอบการเรียนใหพ้ ร้อมและพอกับจานวนนักเรยี น
3. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื ประเมินผลการเรียนรูข้ องนักเรียน
4. ให้นกั เรยี นศึกษาเนื้อหาจากเอกสารประกอบการเรยี นใหค้ รบทกุ หวั ข้อ และ
ทากจิ กรรมทุกคร้งั เมอื่ เรียนจบ
5. เนน้ ย้านกั เรยี นไม่ใหด้ เู ฉลยก่อนทากจิ กรรมเสร็จ
6. ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน
7. สรปุ คะแนนจากการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลังเรยี น พรอ้ มแจ้งผล
ให้นักเรยี นทราบ เมอ่ื นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ให้ศึกษาเนอื้ หาใหม่อกี ครง้ั
ก่อนเรยี นรู้เล่มต่อไป

2

คำชี้แจงสำหรับนกั เรยี น

นักเรียนใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด เศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ส 12101 (สาระเศรษฐศาสตร)์
เล่มท่ี 2 เร่ือง พฤติกรรมกำรบริโภค ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพิทักษ์วิทยากุมุง ตาม
ขนั้ ตอนดังนี้

1. อา่ นคาชแ้ี จงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนให้เขา้ ใจ
2. ศกึ ษามาตรฐาน ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้ รวมทง้ั จุดประสงค์การเรียนรู้
ให้เขา้ ใจ
3. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนจานวน 10 ข้อ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ส่งครูตรวจ
4. ศึกษาเนอื้ หาจากเอกสารประกอบการเรียน และทากิจกรรมให้ถูกตอ้ ง
5. ทาแบบทดสอบหลงั เรียนจานวน 10 ขอ้ แลว้ ส่งให้ครตู รวจ ครสู รุปคะแนน
และแจง้ ผลคะแนนใหน้ กั เรยี นทราบ

3

มำตรฐำนกำรเรียนรู้

สำระท่ี 3 เศรษฐศำสตร์
มำตรฐำน ส 3.1
เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรพั ยากรในการผลิต และการบรโิ ภค
การใชท้ รพั ยากรที่มอี ยจู่ ากดั ได้อย่างมีประสิทธภิ าพและคมุ้ คา่ รวมทง้ั
เข้าใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอื่ การดารงชวี ติ อยา่ งมดี ุลยภาพ
ตวั ช้วี ดั ม.1/2
วเิ คราะหค์ า่ นิยมและพฤตกิ รรมการบรโิ ภคของคนในสังคม
ซึง่ ส่งผลตอ่ เศรษฐกจิ ของชมุ ชนและประเทศ
มำตรฐำน ส 3.2
เข้าใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ
และความจาเปน็ ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวช้ีวัด ม.1/3
ระบุปัจจยั ท่มี ีอิทธิพลตอ่ การกาหนด อุปสงค์และอปุ ทาน
ตวั ชวี้ ัด ม.1/4
อภปิ รายผลของการมีกฎหมายเก่ยี วกบั ทรพั ย์สิน ทางปญั ญา

4

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

นักเรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการเรียนชุดเศรษฐศาสตร์ เลม่ ท่ี 2 เรื่อง พฤติกรรม
กำรบรโิ ภค นกั เรียนจะมคี วามรู้ความเข้าใจ และความสามารถ ดงั น้ี

1. นักเรียนอธิบายเก่ยี วกบั การบรโิ ภคได้
2. นกั เรยี นวิเคราะหอ์ ุปสงค์ อุปทานได้
3. นกั เรยี นอธิบายเกี่ยวกบั ทรัพยส์ ินทางปญั ญาได้
4. นักเรียนอธิบายกฎหมายท่เี ก่ยี วกับการคุ้มครองทรัพยส์ ินทางปัญญาได้

5

ผงั มโนทศั น์

เล่มที่ 1 เรอื่ ง เศรษฐศำสตรเ์ บอ้ื งตน้

เอกสำรประกอบกำรเรียน เล่มท่ี 2 เรือ่ ง พฤติกรรมกำรบริโภค
ชดุ เศรษฐศำสตร์ เล่มท่ี 3 เร่ือง สถำบนั กำรเงนิ

เลม่ ที่ 4 เรอ่ื ง เศรษฐกิจพอเพยี ง

6

ผงั มโนทัศน์กำรเรยี นรู้

บทท่ี 1 กำรบรโิ ภค

เล่มที่ 2 บทที่ 2 อุปสงค์ อุปทำน
เร่ือง พฤตกิ รรมกำรบรโิ ภค บทท่ี 3 ทรพั ย์สนิ ทำงปญั ญำ

บทที่ 4 กฎหมำยทเี่ กี่ยวกับ
กำรคุม้ ครองทรัพยส์ ินทำงปญั ญำ

7

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คำชแี้ จง นักเรยี นเลือกคาตอบทถ่ี ูกท่สี ดุ เพียงคาตอบเดยี วโดยทาเครอื่ งหมายกากบาท
( X ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ ขอ้ ความทีถ่ กู ต้อง ขอ้ สอบมจี านวน 10 ขอ้ ถ้าตอบถูก
ได้ 1 คะแนน ตอบผิดหรือไมต่ อบ ได้ 0 คะแนน (10 คะแนน)

1. ข้อใดไมใ่ ชห่ ลกั การบริโภคทีด่ ี
ก. บอยซือ้ เสื้อกนั หนาวมาใสใ่ นฤดูหนาว
ข. เจมส์ซ้ืออาหารมารบั ประทานใหพ้ ออม่ิ
ค. หมากซ้ือโทรศพั ท์มอื ถอื รุ่นใหม่ทีโ่ ฆษณาเกินจรงิ
ง. โปบ๊ นาขา้ วที่เหลือมาทาเปน็ ขา้ วตงั ไว้รบั ประทานเปน็ อาหารวา่ ง

2. โสภาชอบใช้นาฬกิ ายห่ี ้อโรเล็กซ์ เพราะเธอมรี สนยิ มสงู การกระทาของโสภา
สอดคลอ้ งกับพฤตกิ รรมการบรโิ ภคในเรอ่ื งใด
ก. ความจาเป็น
ข. กระแสสังคม
ค. การประชาสมั พนั ธ์
ง. เทคโนโลยีสมัยใหม่

3. ข้อใดแสดงความหมายของอุปสงค์ไดด้ ีทสี่ ดุ
ก. มาร์กตี้ อ้ งการซ้ือโทรศัพท์เคลือ่ นท่ี แต่เงนิ ไม่พอ
ข. มินตท์ าแจกันท่โี ชว์อยู่ตกแตก จงึ ตอ้ งจ่ายค่าเสียหาย
ค. พรีมมีเงนิ พอท่ีจะซอื้ กระเป๋าหลยุ ส์ แตย่ ังไม่อยากซ้ือ
ง. คิมมนี่ าเงนิ เกบ็ ไปซือ้ นา้ หอมทอี่ ยากได้มานานมากแลว้

8

4. ข้อใดแสดงแค่ความตอ้ งการเท่านนั้ ไม่ใชอ่ ปุ สงค์
ก. มารก์ ต้ี อ้ งการซ้ือโทรศัพทเ์ คล่อื นท่แี ตเ่ งนิ ไมพ่ อ
ข. คิมมีม่ เี งินพอที่จะซอื้ คอมพิวเตอร์ จึงไปซอ้ื มาใช้
ค. มนิ ต์ทาแจกนั ทโ่ี ชว์อยตู่ กแตก จงึ ต้องจา่ ยคา่ เสยี หาย
ง. พรมี มีเงนิ พอทจ่ี ะซื้อกระเป๋าหลยุ ส์ แตย่ งั ไม่อยากซือ้

5. ตามกฎของอปุ สงค์ ถา้ ราคาของมะมว่ งชนั้ ดีในปนี ลี้ ดลงจากเดมิ กโิ ลกรมั ละ
50 บาท เหลอื เพียง 30 บาท จะเกดิ ผลอยา่ งไร
ก. อปุ ทานในมะม่วงสงู ข้ึน
ข. อปุ สงคใ์ นมะมว่ งตา่ ลง
ค. อปุ สงค์ในมะมว่ งจะสงู ขึน้
ง. ผบู้ รโิ ภคต้องการสนิ คา้ นอ้ ย

6. เพราะเหตุใดในชว่ งเทศกาลสงกรานต์ ดอกมะลิจึงมีราคาแพงกวา่ ปกติ
ก. เปน็ ดอกไมท้ ี่หาไดง้ า่ ย
ข. ชาวสวนปลูกดอกมะลิลดลง
ค. ความตอ้ งการสินคา้ สูงขึ้น
ง. มะลิเจริญเติบโตไดด้ ใี นชว่ งฤดูร้อน

7. ขอ้ ใดเป็นไปตามกฎของอุปทาน
ก. ผผู้ ลิตจะผลติ สนิ คา้ เพ่ิมขึ้น ถา้ ราคาสนิ คา้ สูงขึ้น
ข. ผผู้ ลิตจะผลติ สนิ คา้ ลดลง ถ้าราคาสนิ คา้ เพม่ิ ข้นึ
ค. ผผู้ ลิตจะผลติ สินค้าเพม่ิ ขึ้น ถา้ ราคาสนิ คา้ ลดลง
ง. ผ้ผู ลิตจะผลติ สนิ ค้ามากขึ้น ถา้ ตน้ ทนุ การผลติ สงู ขึน้

9

8. ทรพั ยส์ ินทางปญั ญา มคี วามหมายตรงกับขอ้ ใด
ก. ผลงานที่เกดิ ข้นึ เองตามธรรมชาติ
ข. ผลงานการประดษิ ฐค์ ิดค้นของมนษุ ย์
ค. ผลงานที่เกดิ จากการนามาโดยไมร่ ับอนญุ าต
ง. ผลงานที่มีความคิดสร้างสรรคม์ าจากความคดิ ของคนอ่ืน

9. การกระทาของบุคคลในขอ้ ใดทป่ี ฏบิ ัตติ ามพระราชบัญญัตลิ ิขสทิ ธิ์ พ.ศ.2537
ก. แก้มซ้อื แผ่นซีดีเพลงของแท้มาฟงั
ข. อ้ัมกอ็ ปปดี้ ีวีดีภาพยนตร์และนาไปขายตอ่
ค. แอฟแอบอัดภาพยนตร์ท่กี าลงั เขา้ ฉายในโรงภาพยนตร์
ง. รชิ ช่ซี ้อื โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ลอกเลียนแบบมาจากบริษัทแหง่ หน่งึ

10. ขอ้ ใดไม่ใชผ่ ลดขี องการจดทะเบียนทรพั ยส์ ินทางปญั ญาตอ่ ผสู้ ร้างสรรค์ผลงาน
ก. บอกใหผ้ อู้ ืน่ ทราบวา่ ใครเป็นผูค้ ดิ ค้น
ข. เปน็ การคุม้ ครองสทิ ธใิ นปัญญาของผูป้ ระดษิ ฐค์ ดิ ค้น
ค. ทาใหผ้ ู้ประดิษฐ์คดิ คน้ ไดร้ ับคา่ ตอบแทนจากงานของตน
ง. ทาใหผ้ ปู้ ระดษิ ฐ์คดิ คน้ ขาดแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานออกมา

10

กระดำษคำตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน

เล่มที่ 2 เร่อื ง พฤติกรรมกำรบริโภค

ชื่อ ชัน้ เลขที่

วันที่ เดือน. พ.ศ.

แบบทดสอบก่อนเรยี น
ข้อ ก ข ค ง
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

คะแนนเตม็ ไดค้ ะแนน
10 คะแนน

11

บทท่ี 1

กำรบรโิ ภค

การท่ีสินค้าและการบริการมีมากมายหลายชนิด และมีคุณภาพท่ีแตกต่างกัน
ผู้บริโภคจึงควรเข้าใจหลักการและวิธีเลือกซื้อสินค้าและการบริการ เพื่อให้เกิดความ
พอใจสูงสุดท่ีผู้บริโภคควรจะได้รับ เช่น การเลือกซ้ือผักและผลไม้ท่ีสดและสะอาด
รวมท้งั ปลอดสารพษิ (ภาพที่ 1)

ภำพที่ 1 ผักและผลไม้

ทม่ี ำ : https://www.google.com/search?q=MrXBM8n0OYsC-M
สบื ค้นวนั ท่ี 12 เมษำยน 2562

การบรโิ ภคหมายถงึ การใชป้ ระโยชน์จากสนิ คา้ และบริการท้งั ในรปู ของการบริโภค
และอปุ โภค ซึง่ การบรโิ ภค คือ การใชป้ ระโยชนจ์ ากสนิ ค้าโดยการนาเข้าสู่รา่ งกาย
สว่ นอปุ โภค คอื การใชป้ ระโยชนจ์ ากสนิ ค้านน้ั โดยไม่ต้องผา่ นเข้าสรู่ า่ งกาย

12

ประเภทของกำรบรโิ ภค
ประเภทของการบริโภคมที ้งั หมด 2 แบบ ดงั นี้
1. การบริโภคโดยตรง เป็นการบรโิ ภคท่ีให้ประโยชน์แกผ่ ูบ้ ริโภคขณะที่กาลงั

บริโภค เช่น การแปรงฟัน อาบนา้ ฟงั เพลง (ภาพท่ี 2) ดื่มนา้ เปน็ ต้น

ภำพท่ี 2 ฟังเพลง

ท่ีมำ : https://www.google.com/search?q==qnfdVdyZGJKyKM=dZc4owURyuODxM
สืบคน้ วนั ท่ี 12 เมษำยน 2562

2. การบรโิ ภคทางออ้ ม เป็นการบรโิ ภคท่ใี ห้ประโยชนแ์ กผ่ ู้บรโิ ภคในเวลาต่อไป
เช่น การใชน้ า้ มนั (ภาพท่ี 3) วตั ถดุ ิบตา่ งๆ การใช้เคร่อื งจกั รผลติ สนิ คา้ เป็นต้น

ภำพท่ี 3 เตมิ นำ้ มนั

ทมี่ ำ : https://www.google.com/search?q=XerWmyStFYu7VM
สืบค้นวนั ที่ 12 เมษำยน 2562

13

ควำมสำคญั ของกำรบริโภค
การบริโภค เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจท่ีมีความสาคัญ เนื่องจากมนุษย์ทุกคน

ตอ้ งบริโภคเพอ่ื การดารงชีวิตและการบริโภคยังเป็นส่ิงกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน
ทาให้มีรายได้ท้ังผู้ผลิต และเจ้าของปัจจัยการผลิต มีสินค้าและการบริการบริโภค
เพ่มิ ข้ึน ทาให้เศรษฐกจิ ขยายตวั ข้ึน

หลกั กำรบรโิ ภคที่ 1. ควำมจำเป็น 2. ควำมมปี ระโยชน์
ดี

3. ควำมปลอดภยั 4. ควำมประหยดั

1. ควำมจำเป็น หมายถงึ สิง่ ทีจ่ าเปน็ ต้องบริโภค มิฉะน้ันจะทาใหเ้ กิดอนั ตราย
ตอ่ ตนเองหรอื ครอบครวั ส่วนใหญ่ส่ิงทจ่ี าเปน็ ในการครองชพี คอื ปจั จัยสี่ ได้แก่
อาหาร ทอ่ี ยอู่ าศยั เคร่อื งนุ่งหม่ และยารกั ษาโรค (ภาพที่ 4)

ภำพที่ 4 ปจั จยั สี่

ที่มำ : https://www.google.com/search=AGxxmfS1yT1N=vwhiUO7whom0IM
สืบคน้ วนั ที่ 12 เมษำยน 2562

14

2. ควำมมีประโยชน์ หมายถึง บริโภคในส่ิงที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและ
ครอบครวั โดยไม่ทาให้ผู้อืน่ หรอื สงั คมเดอื ดร้อน บางคนบริโภคสินค้าและบริการจาก
โฆษณาท่ีเกินความจริง (ภาพที่ 5) บางคนเลือกบริโภคอาหารจานด่วน ดื่มน้าอัดลม
เปน็ ประจา พฤติกรรมเชน่ นไ้ี ม่ก่อเกิดประโยชนแ์ กร่ า่ งกายมากนกั

ภำพที่ 5 กำรโฆษณำเคร่ืองใช้ไฟฟำ้

ท่ีมำ : https://www.google.com/search?q=YajWGpCvz7sPneau=r6PoEsBrRibAM
สบื คน้ วันท่ี 12 เมษำยน 2562

3. ควำมปลอดภยั หมายถึง เมือ่ บรโิ ภคสนิ คา้ หรอื บรกิ ารนัน้ แล้ว ไมเ่ กดิ อนั ตรายต่อ
ตนเองและสิง่ แวดลอ้ มโดยการอ่านฉลากสินคา้ พิจารณาส่วนประกอบของวนั ผลติ
และวันหมดอายุ หรือการรบั รองคุณภาพสนิ คา้ จากหน่วยงานท่ีถกู ตอ้ งตามกฎหมาย
และนา่ เชือ่ ถอื (ภาพที่ 6)

ภำพท่ี 6 ตเู้ ยน็

ทมี่ ำ : https://www.google.com/search?q=MrXBM8n0OYsC-M
สบื ค้นวันท่ี 12 เมษำยน 2562

15

4. ควำมประหยัด หมายถึง ประมาณการบริโภคไม่มากหรือน้อยเกินไป โดย
คานึงถงึ คุณภาพ ราคาทีเ่ หมาะสม ใช้จา่ ยตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงพอประมาณ
มีเหตุผล ไมเ่ ลยี นแบบการบริโภค ไมฟ่ ุ่มเฟือย ทาใหใ้ ช้ประโยชน์ (ภาพที่ 7) จากสินค้า
และการบริการอย่างค้มุ คา่

ภำพท่ี 7 อำหำรที่มีประโยชน์

ท่ีมำ : https://www.google.com/search?q=IQbNO0Ctwa3=0360Ik71KNIAeM
สืบค้นวนั ที่ 12 เมษำยน 2562

ปจั จัยทมี่ อี ทิ ธิพลตอ่ พฤติกรรมกำรบริโภค
การตัดสนิ ใจเลือกซอ้ื สนิ ค้าและบริการตา่ งๆ มาบรโิ ภคข้ึนอยกู่ บั ปจั จยั ทม่ี ี

อิทธิพลตอ่ พฤตกิ รรมการบรโิ ภค ดังน้ี
1. รำยไดข้ องผ้บู รโิ ภค การบรโิ ภคจะมากหรอื น้อยข้นึ อยกู่ บั รายไดข้ องผู้บริโภค

คอื ถ้ามีรายไดม้ ากขึน้ กจ็ ะเพิม่ การบรโิ ภค แตถ่ า้ รายไดล้ ดลงกจ็ ะลดการบริโภคลง
(ภาพที่ 8)

16

ภำพท่ี 8 รำยไดข้ องผ้บู ริโภค

ทม่ี ำ : https://www.google.com/search?q=E0%B8%B2% 4PouiV0A=eTMtbT6FK71mM
สืบคน้ วันท่ี 12 เมษำยน 2562

2. รำคำ ปรมิ าณการบรโิ ภคขน้ึ อยู่กับราคาสนิ คา้ หรือบรกิ าร ถ้าราคาสนิ คา้ เพ่มิ
สูงข้นึ ปรมิ าณการบรโิ ภคจะลดลง แตถ่ ้าราคาสนิ คา้ ลดลง ปรมิ าณการบรโิ ภคจะเพม่ิ ขน้ึ
(ภาพท่ี 9)

ภำพท่ี 9 สนิ คำ้ ตดิ รำคำ

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=zIXDsOPqkewNM
สบื คน้ วนั ที่ 12 เมษำยน 2562

3. รสนิยม มผี ลต่อพฤตกิ รรม การบรโิ ภค และแตกต่างกนั ตามบุคคล
อายุ เพศ ระดับการศกึ ษา รายได้ (ภาพท่ี 10) อาชพี สงั คม สภาพแวดลอ้ ม เปน็ ต้น

17

ภำพท่ี 10 ผทู้ ่ีมีรำยไดส้ งู นิยมซอ้ื สนิ คำ้ ทมี่ รี ำคำแพง

ท่มี ำ : https://www.google.com/search?q=MrXBM8n0OYsC-M
สบื ค้นวนั ที่ 12 เมษำยน 2562

4. ฤดกู ำล ปริมาณการบรโิ ภคสินคา้ บางชนดิ แตกตา่ งกันไปตามฤดกู าล เชน่
ความตอ้ งการใช้เสอ้ื กนั หนาวจะมากขน้ึ ในฤดูหนาว (ภาพท่ี 11) ส่วนในฤดูร้อนความ
ต้องการบริโภคน้าแขง็ จะเพม่ิ ข้นึ เปน็ ต้น

ภำพท่ี 11 ซือ้ เสือ้ กันหนำว

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=Jks4HTcqwqnq1M=NbQz1Q4nYLlpM
สืบค้นวนั ท่ี 12 เมษำยน 2562

18

5. กำรคำดคะเนรำคำ เป็นการคาดการณ์การเปล่ียนแปลงราคาสนิ ค้าในอนาคต
ซง่ึ สง่ ผลตอ่ ปรมิ าณการบรโิ ภค เชน่ ถ้าคาดว่าราคานา้ มนั จะเพ่ิมข้นึ ผู้บรโิ ภคก็จะเติม
นา้ มันไว้ก่อนท่ีราคานา้ มันจะปรับตวั สงู ข้ึน เปน็ ตน้

6.เทคนคิ กำรขำย การให้สนิ เชอื่ ทาใหผ้ ู้บรโิ ภคมีอานาจซื้อสินคา้ และการบริการ
มาสนองความตอ้ งการได้มากข้นึ

7. กำรโฆษณำ เปน็ แรงจูงใจให้ผูบ้ รโิ ภคมคี วามต้องการบริโภคสินคา้
หรอื การบรกิ ารชนดิ นน้ั เพม่ิ ขึน้ (ภาพที่ 12)

ภำพที่ 12 โฆษณำสินค้ำลดรำคำ

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=VMCmYfO1K5SPmgfZna=yoFLlEQvX7ybhM
สบื ค้นวันที่ 12 เมษำยน 2562

ค่ำนิยมกบั พฤตกิ รรมกำรบริโภคท่ีสง่ ผลตอ่ เศรษฐกจิ ของชุมชนและประเทศ
คา่ นยิ ม หมายถึง ความรู้สกึ สนใจ พอใจ ของมนุษย์ เปน็ แนวทางที่มนษุ ย์ยึดถือ

เพอ่ื ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ มีการยอมรบั อย่างแพร่หลายจากสมาชิกของสงั คม บคุ คลในสงั คม
จะถกู กระตุน้ ใหม้ สี ่วนรว่ มให้แสดงพฤติกรรมเพื่อให้บรรลุคา่ นยิ ม ซ่งึ แตล่ ะสังคมจะมี
ลักษณะของค่านยิ มและพฤติกรรมในการบริโภคแตกตา่ งกนั ไป

19

1. ค่ำนยิ มควำมร่ำรวย และนยิ มใชส้ ินคำ้ จำกตำ่ งประเทศ
พฤตกิ รรมกำรบรโิ ภค : บคุ คลทมี่ คี า่ นิยมนี้จะซือ้ หรอื ใช้สินคา้ ทีม่ ีราคา

สูง โดยเฉพาะสนิ คา้ ทมี่ ชี อื่ เสียงและมรี าคาแพงจากต่างประเทศนับถือคนท่ี
รา่ รวยหรอื คนในสงั คมชน้ั สงู

ผลที่มตี อ่ เศรษฐกิจ : ทาให้เปน็ คนฟ่มุ เฟอื ย นาไปสปู่ ัญหาหนีส้ ิน และ
การพง่ึ พาสินค้าจากต่างประเทศมากเกนิ ไป โดยไม่จาเป็นทาใหข้ าดดลุ การคา้ ควร
ปรับเปลี่ยนค่านยิ ม โดยการปลกู ฝังเรอื่ ง ความประหยดั (ภาพที่ 13)

ภำพที่ 13 ผกั และผลไม้

ทีม่ ำ : https://www.google.com/search?q=B9%84%E0B8A1 vK6y8AM=NYsHzp9CCMqkzM
สืบคน้ วันที่ 12 เมษำยน 2562

2. ค่ำนิยมรักษำสุขภำพ
พฤตกิ รรมกำรบรโิ ภค : บคุ ลที่มีค่านยิ มนี้ จะคานึงถึงสขุ ภาพเปน็ หลัก

เลอื กอาหารท่ีมีประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย ออกกาลงั กายอยา่ งสมา่ เสมอ รกั ษาความ
สะอาด พกั ผ่อนอย่างเพียงพอ ไปพบแพทย์เป็นประจา เพอ่ื ทาให้สุขภาพแข็งแรง
ต้องการมชี วี ิตท่ยี นื ยาวรวมทงั้ ดแู ลสขุ ภาพคนในครอบครัวดว้ ย (ภาพท่ี 14)

ผลทมี่ ตี อ่ เศรษฐกิจ : ไมต่ ้องเสยี คา่ ใช้จา่ ยในการรักษาพยาบาลทงั้ ของ
ตนเองและของรัฐบาล มชี วี ิตและความเปน็ อยทู่ ่ีดเี ป็นกาลงั สาคัญในการพัฒนา
เศรษฐกิจของชมุ ชน และประเทศ

20

ภำพที่ 14 ค่ำนยิ มรกั ษำสขุ ภำพ

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=GDaup3LUP1vyi4Ag=xIjYtvkgCVntRM
สบื คน้ วันที่ 12 เมษำยน 2562

3. กำรบรโิ ภคนยิ ม
พฤตกิ รรมกำรบริโภค : บุคคลทมี่ คี า่ นยิ มน้ีจะฟุ่มเฟอื ย บริโภคตาม

กระแสนิยม บรโิ ภคโดยไม่ไดค้ านึงถึงเรอื่ งใด ๆ ไม่ว่าจะราคา สขุ ภาพ
รายได้ หรอื ความจาเปน็ นอกจากความพงึ พอใจของตน

ผลทม่ี ีตอ่ เศรษฐกจิ : ทาให้ต้องพยายามดน้ิ รน หาส่งิ ทีต่ นตอ้ งการ
ไม่มวี ินัยทางการเงนิ เสียเงินโดยไมจ่ าเปน็ ใชส้ นิ ค้าและบริการส้ินเปลือง
และไมค่ มุ้ ค่า ทาใหม้ ีปญั หาหนีส้ นิ นาไปสูป่ ญั หาทางเศรษฐกจิ อน่ื ๆ และ
ปญั หาสังคมอ่นื ๆ ตามมา (ภาพที่ 15)

ภำพที่ 15 กำรบรโิ ภคนิยม

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=2ahUKEwjhSL2A=QRKqfbT1l2gxM
สบื คน้ วนั ที่ 12 เมษำยน 2562

21

4. คำ่ นิยมรกั ควำมสนุก
พฤตกิ รรมกำรบริโภค : บคุ คลทม่ี คี า่ นิยมน้ี เป็นคนทีช่ อบความสนุกสนาน

ร่นื เรงิ ชอบสงั สรรค์กบั เพอื่ นๆ ญาตพิ ่นี ้องในทกุ โอกาส ทุกเทศกาล (ภาพที่ 16)
ผลท่ีมีต่อเศรษฐกิจ : ทาให้เกิดปัญหาหน้ีสิน อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

หรือทรัพย์สินที่เกิดจากการทะเลาะวิวาท แต่ก็ทาให้มีการกระจายรายได้ไปยัง
สถานท่ีท่องเที่ยวต่างๆ ภายในประเทศ เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ไปให้
สถานทที่ อ่ งเท่ียวตา่ ง ๆ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกจิ ของชุมชนและประเทศให้ดีข้นึ

ภำพท่ี 16 ค่ำนิยมรกั ควำมสนุก

ทีม่ ำ : https://www.google.com/search?q=Pwc6tgAwqPU4zuPOkc=kRjOruXWDZHM
สืบคน้ วนั ที่ 12 เมษำยน 2562

5. คำ่ นิยมกำรดำรงชีวิตเรียบง่ำยและประหยัด
พฤติกรรมกำรบริโภค : บุคคลท่ีมีค่านิยมนี้จะเป็นคนเรียบง่ายใช้จ่ายใน

สง่ิ ท่ีจาเปน็ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อว่าจะคุ้มค่าหรือไม่สามารถ
ออมเงนิ ไดด้ ี ไม่นิยมก่อหนีส้ ินให้กบั ตนเองหรือครอบครัว

ผลทีม่ ตี ่อเศรษฐกจิ : ค่านยิ มนเี้ ปน็ ค่านยิ มทด่ี ี เพราะเป็นผู้ท่ีดารงชีวติ
อย่างมีความสุข อยู่อย่างพอเพียงตามฐานะ (ภาพท่ี 17) ไม่สร้างปัญหาให้กับ
ตนเอง ครอบครัวและสังคม และเงินออมยงั เป็นผลดีตอ่ การลงทนุ ในชมุ ชนและ
ประเทศ

22

ภำพที่ 17 อยู่อยำ่ งพอเพียง

ทมี่ ำ : https://www.google.com/search?q=MmmYejPMosrAG1orbg=mM7cvgdfj_N0M
สบื คน้ วนั ท่ี 12 เมษำยน 2562

สรปุ
คา่ นยิ มมผี ลต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ทง้ั ที่
เป็นค่านิยมสว่ นตัวและค่านยิ มของสังคม ซึ่งสง่ ผลตอ่
เศรษฐกจิ ของตนเอง ชมุ ชน และประเทศชาติ เชน่ คา่ นยิ ม
การทาบุญ การเชื่อโชคลางของขลงั เปน็ ตน้

23

กิจกรรมที่ 1

คำชี้แจง นกั เรยี นเขยี นเครอื่ งหมายถกู ( )หนา้ ขอ้ ความทถ่ี กู ต้อง และเขียน
เครือ่ งหมายผดิ ( )หน้าขอ้ ทีผ่ ิด (10คะแนน)

ตวั อย่ำง ถา้ ราคาสินค้าเพ่มิ สงู ขน้ึ ปรมิ าณการบรโิ ภคจะลดลง
แตถ่ า้ ราคาสนิ คา้ ลดลง ปรมิ าณการบริโภคจะเพม่ิ ขนึ้

1. หลกั การบรโิ ภคทีด่ ตี ้องยดึ หลัก 1) ความจาเป็น 2)ความอยากได้
3) ความมปี ระโยชน์ และ 4) ความปลอดภัย

2. การโฆษณาเปน็ แรงจูงใจให้ผู้บริโภคมคี วามต้องการบรโิ ภค
สนิ คา้ หรอื บรกิ ารชนดิ นน้ั เพิ่มขน้ึ

3. ถา้ มีรายไดม้ ากขน้ึ จะลดการบริโภค แต่ถ้ารายไดล้ ดลงกจ็ ะเพ่ิม
การบรโิ ภค

24

4. ฤดกู าลเปน็ ปจั จัยท่มี อี ทิ ธิพลต่อพฤตกิ รรมการบริโภค เพราะ
ปรมิ าณการบริโภคสนิ ค้าบางชนดิ แตกตา่ งกันไปตามฤดูกาล

5. ความจาเปน็ ในการครองชพี ไดแ้ ก่อาหาร ทอี่ ยอู่ าศัย
เครอ่ื งนงุ่ ห่ม และยารกั ษาโรค

6. ค่านิยมเปน็ ความรู้สกึ สนใจ พอใจ ของมนษุ ย์ เปน็ แนวทางที่
มนุษย์ยึดถอื เพือ่ ประพฤติปฏบิ ตั ิ มกี ารยอมรบั อย่างแพรห่ ลายจาก
สมาชิกของสงั คม

7. ผลท่ีมตี ่อเศรษฐกจิ ของคา่ นยิ มรักษาสขุ ภาพ ทาให้รฐั บาลตอ้ ง
เสยี ค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาลให้ประชาชน เพื่อความเปน็ อยทู่ ี่ดี
ของประชาชนอนั เปน็ กาลงั สาคัญในการพัฒนาเศรษฐกจิ

8. ผลที่มตี อ่ เศรษฐกจิ ของค่านยิ มความรา่ รวยและนิยมใช้สนิ ค้า
จากต่างประเทศ ทาใหเ้ ปน็ คนฟุ่มเฟือย นาไปสปู่ ัญหาหน้ีสิน
ทาใหข้ าดดุลการคา้

25

9. พฤติกรรมการบรโิ ภคของบคุ คลท่มี ีค่านยิ มการดารงชีวติ เรียบ
ง่ายและประหยดั จะพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบกอ่ นตดั สนิ ใจซือ้ ว่า
จะคุ้มคา่ หรอื ไม่ สามารถออมเงนิ ไดด้ ี ไมน่ ยิ มกอ่ หนี้สนิ ไป

10. พฤตกิ รรมการบรโิ ภคของบุคคลที่มคี ่านิยมบริโภคนยิ ม จะ
ประหยดั ไม่ฟมุ่ เฟือย ไม่บรโิ ภคตามกระแสนยิ ม บรโิ ภคโดย
คานึงถงึ ความจาเปน็

เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ตอบถกู 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน
ตอบผดิ หรอื ไมต่ อบ ได้ 0 คะแนน

(เกณฑก์ ารประเมนิ ตอบได้ 8 –10 คะแนน ถอื ว่าผา่ น)

26

บทท่ี 2

อุปสงค์ อปุ ทำน

อปุ สงค์ (demand) หมายถงึ ปริมาณความตอ้ งการซอื้ สินคา้ หรอื บริการชนิดใด
ชนิดหนง่ึ ทผ่ี ู้บรโิ ภคมคี วามเตม็ ใจที่จะซ้อื และสามารถซอื้ หามาได้ในขณะใดขณะหนงึ่
ณ ระดบั ราคาตา่ งๆ ทต่ี ลาดกาหนดมาให้ (ภาพที่ 18)

ภำพท่ี 18 มีเงนิ และซ้อื ไอศกรีมได้ (อปุ สงค์)

ทีม่ ำ : https://www.google.com/search?q=YeOvCuy6z7sP1N=QgB7S03mSTY8mM
สืบค้นวนั ท่ี 13 เมษำยน 2562

อปุ สงคท์ ีม่ ปี ระสทิ ธผิ ล
อุปสงค์ท่มี ีประสทิ ธิผล ประกอบด้วย 3 ส่วนท่ีสาคญั ดงั นี้
1. ควำมต้องกำรซ้ือ เปน็ ความอยากไดใ้ นสนิ ค้าหรอื บริการเหลา่ นนั้ ความ

ตอ้ งการอย่างเดยี วไมถ่ อื วา่ เป็นอปุ สงค์ เพราะอุปสงค์จะตอ้ งเปน็ ความตอ้ งการที่
สามารถซ้อื ไดแ้ ละเกิดการซอ้ื ขายขน้ึ จริงๆ (ภาพที่ 19)

27

ภำพที่ 19 กำรค้ำขำย

ท่ีมำ : https://www.google.com/search?q=YeOvCuy6z7sP1N=QgB7S03m2543mM
สบื ค้นวนั ท่ี 13 เมษำยน 2562

2. ควำมเตม็ ใจที่จะจำ่ ย คอื การทผ่ี ้บู รโิ ภคมีความยินดที จ่ี ะยอมเสียสละเงินหรอื
ทรพั ยส์ ินทตี่ นมีอยเู่ พ่ือแลกเปล่ียนกับสนิ คา้ หรือบรกิ ารต่าง ๆ เหลา่ นน้ั มาเพอื่ ใช้ใน
การบาบัดความตอ้ งการของตน (ภาพท่ี 20)

ภำพที่ 20 คนซอื้ ของ

ท่มี ำ : https://www.google.com/search?q=YeOvCuy6z7sP1N=0298B7S03mSTY8mM
สืบคน้ วันท่ี 13 เมษำยน 2562

28

3. ควำมสำมำรถที่จะซื้อ โดยปกตจิ ะถูกกาหนดจากขนาดของทรพั ย์สินหรือ
รายไดข้ องบุคคล โดยมีความสัมพนั ธ์ในทิศทางเดียวกัน คือ ถา้ มีรายได้มากความสามารถ
ท่จี ะซื้อจะมีสูง ถ้ามีน้อยก็จะมคี วามสามารถซอ้ื ต่า

กฎของอปุ สงค์

กฎของอปุ สงค์ เป็นกฎทอ่ี ธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าณสินค้าหรือบริการ

ท่ีผู้บริโภคต้องการซ้ือกับระดับราคาของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ กล่าวคือ ปริมาณซ้ือ

ของสินค้าหรอื บริการชนดิ ใดชนดิ หนงึ่ จะแปรผันกับระดับราคาของสินค้าหรือบริการ

น้ันๆ โดยให้ปัจจัยอื่นๆ คงท่ี เช่น ถ้านมสดมีราคาต่าลง ผู้บริโภคจะซ้ือนมสดใน

ปริมาณที่เพิ่มข้ึนในทางตรงกันข้าม ถ้านมสดมีราคาสูงข้ึน ผู้บริโภคจะซ้ือนมสดใน

ปรมิ าณทีน่ ้อยลง

ตัวอยำ่ ง ความสัมพนั ธ์ของอปุ สงคก์ ับราคาสินค้า จากปริมาณการซอื้ มงั คุด

ของปา้ สนี วล

ปรมิ าณการซือ้ มังคุดของปา้ สีนวล ราคามงั คุด (บาท/กก.)
ราคามังคุด ปริมาณซอื้ 50 A

45 B

(บาท/กก.) (กก./วัน) 40 C
50 1
เส้นอปุ สงค์

45 2 35 D

40 3 E
35 4 30

30 5 25 F
25 6
ปริมาณซ้ือ

0
1 2 3 4 5 6 (กก./วัน)

เส้นอปุ สงค์ในการซอ้ื มังคุดของป้าสีนวล

29

คำอธิบำย
จากตาราง ปริมาณการซือ้ มังคดุ ของปา้ สีนวล ตามระดบั ราคาตา่ งๆ และ เมอื่ นา

ตัวเลขจากตารางมาเขยี นเปน็ กราฟ โดยลงจดุ ตา่ งๆ บนกราฟและลากเสน้ เช่ือมโยงแต่
ละจดุ เขา้ ดว้ ยกนั ก็จะไดเ้ ส้นอุปสงค์ ซงึ่ มลี กั ษณะลาดจากซ้ายไปขวา

จากรปู กราฟ เส้นอปุ สงค์จะแสดงให้เหน็ ความต้องการซ้อื มังคุดของป้าสีนวล
ตามระดับราคาตา่ งๆ กนั ในชว่ งเวลาหนง่ึ เชน่

ท่จี ดุ A จะเหน็ ว่า ทร่ี าคา 50 บาท ปรมิ าณซ้อื 1 กิโลกรมั
ทีจ่ ุด B ราคาลดลงเหลือ 45 บาท ปา้ สีนวลซอ้ื เพมิ่ ข้นึ เปน็ 2 กโิ ลกรมั
ที่จุด C, D ,E และ F ซงึ่ มีราคา 40 , 35 , 30, และ 25 บาท ปริมาณการซ้อื
ไดเ้ พ่ิมเป็น 3 , 4 , 5 และ 6 กโิ ลกรัม ตามลาดบั
ดงั นน้ั จะเหน็ ไดว้ ่าสาหรับผบู้ รโิ ภครายหน่ึงๆ ความต้องการซอ้ื สินค้า
จะเพิม่ สูงขน้ึ เมอ่ื ราคาลดลง แตเ่ มื่อราคาเพ่มิ สูงขึน้ ความตอ้ งการซือ้ จะลดลง
จากตัวอยา่ งแสดงใหเ้ หน็ ว่าปรมิ าณอปุ สงค์ต่อสนิ คา้ ใดๆ มกั มีความสมั พันธใ์ น
ทางตรงกนั ข้ามกับราคาของสนิ ค้าน้ันๆ

ปัจจยั ทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ กำรกำหนดอปุ สงค์

ปจั จยั ที่มีอทิ ธิพลตอ่ การกาหนดอปุ สงค์ ท่ีสาคญั มดี ังน้ี
1. รำคำสนิ ค้ำชนิดน้นั เป็นปัจจัยท่สี าคัญทส่ี ดุ ในการกาหนดอุปสงค์ ซึง่ เป็น
คา่ ใชจ้ ่ายของผ้ซู ือ้ เมอ่ื ปจั จัยอื่นๆ คงที่ เชน่ หากราคาสนิ คา้ เพม่ิ สงู ขนึ้ ผบู้ รโิ ภคกจ็ ะ
ร้สู ึกว่าตนเองจะตอ้ งเสยี ค่าใชจ้ า่ ยเพมิ่ สูงข้นึ อาจตดั สนิ ใจซ้อื สนิ คา้ นอ้ ยลง หรอื เปลย่ี นไป
ซ้ือสินคา้ อ่นื หรือหากราคาสนิ ค้าใดมรี าคาลดลง ผูบ้ รโิ ภคก็อาจจะซอ้ื สินค้าชนดิ นั้น
เพ่ิมมากขึน้ (ภาพที่ 21)

30

ภำพที่ 21 รำคำสนิ ค้ำชนิดน้ัน

ทม่ี ำ : https://www.google.com/search?q=YeOvCuy6z7sP1N=QgB7S03mSuyiop01re
สบื ค้นวันท่ี 13 เมษำยน 2562

2. รำยไดข้ องผบู้ รโิ ภค กาลงั ซอื้ ของผู้บรโิ ภค ในกรณีสินคา้ ปกติ เมอ่ื ผู้บริโภคมี
รายได้เพ่ิมสงู ขนึ้ กจ็ ะมกี าลงั ซ้ือเพ่มิ มากขน้ึ สามารถจดั สรรรายได้มาบริโภคสินคา้ เพ่ิม
มากขึน้ ในทางกลบั กนั ถ้าผบู้ ริโภคมรี ายไดน้ ้อยลง อปุ สงคต์ อ่ สินค้ากจ็ ะลดลงไปด้วย
(ภาพท่ี 22)

ภำพท่ี 22 ทำงำนเกษตรกร

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=YeOvCuy6z7sP1N=QgB7S03mbnhjuoiM
สืบค้นวนั ที่ 13 เมษำยน 2562

31

3. รสนยิ มของผู้บรโิ ภค เป็นปจั จัยหนง่ึ ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจซอ้ื ของ
ผูบ้ ริโภค เช่น ผมู้ รี ายไดส้ ูงอาจซอ้ื สนิ คา้ ทีม่ ีราคาแพงตามกระแสสังคม หรอื ตามการ
เลยี นแบบการบริโภคของผูม้ ีรายไดส้ ูง (ภาพท่ี 23)

ภำพท่ี 23 ซ้อื รองเทำ้

ทมี่ ำ : https://www.google.com/search?q=NXIGGD5p0yeMi=-XjXF2oHyZOM
สบื คน้ วันท่ี 13 เมษำยน 2562

4. จำนวนประชำกร หากมีประชากรทเี่ ปน็ ผซู้ ้อื เพ่มิ มากข้นึ อุปสงค์ของตลาดที่
มีตอ่ สนิ คา้ กจ็ ะขยายตัวเพ่ิมสูงข้ึน แตใ่ นทางตรงกนั ขา้ ม ถา้ จานวนประชากรท่ีเปน็ ผ้ซู ื้อ
มีการขยายตวั ชา้ หรือไมข่ ยายตวั อปุ สงคร์ วมต่อสินคา้ กจ็ ะขยายตวั ชา้ ตามไปด้วย

5. รำคำของสนิ ค้ำทเี่ กีย่ วขอ้ ง ในตลาดโดยท่วั ไปจะมสี นิ ค้าทดแทนทีใ่ ช้
ทดแทนกนั ได้ เชน่ เนอ้ื ไกก่ ับเนือ้ วัว ถ้าหากในขณะนนั้ ราคาเน้อื วัวแพง แต่ราคาเนอ้ื
ไกถ่ กู ผบู้ ริโภคกอ็ าจลดการซื้อเนื้อววั แล้วหันมาซ้อื เน้อื ไกแ่ ทน ทาใหอ้ ุปสงค์ต่อเนื้อ
ไกส่ ูงข้นึ หรอื พจิ ารณาจากราคาสนิ ค้าที่ใชป้ ระกอบกัน เชน่ กาแฟกบั นา้ ตาล เมอื่ กาแฟ
มรี าคาสูงข้นึ จะทาให้ความตอ้ งการในการซ้ือนา้ ตาลลดลง

32

ควำมหมำยของอุปทำน
อุปทำน (supply) หมายถงึ ปริมาณสนิ คา้ และบริการทีผ่ ้ขู ายหรอื ผู้ผลติ

ในระดับราคาตา่ งๆ ตามทรี่ ะยะเวลากาหนดให้ คือ ถา้ สินคา้ ใดมีราคาเพิม่ สูงขน้ึ ผูผ้ ลิต
ก็ยินดีท่ีจะเสนอขายมากขึ้น เพราะคาดวา่ จะได้กาไรเพมิ่ มากข้ึน ถา้ ราคาสินคา้ ชนดิ
นั้นราคาลดลง ปรมิ าณเสนอขายจะลดลงตามไปด้วย

กฎของอุปทำน เป็นกฎทอ่ี ธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งจานวนสนิ คา้ หรอื บรกิ าร
ทผี่ ผู้ ลติ ต้องการเสนอขายและพรอ้ มท่จี ะขาย ในระดบั ราคาสนิ คา้ หรอื บริการนั้น ๆ
กล่าวคอื ปริมาณขายของสินคา้ หรอื บรกิ ารชนดิ ใดชนิดหนึ่งจะแปรผนั โดยตรงกับ
ระดับราคาของสินคา้ หรือบริการนนั้ ๆ โดยใหป้ จั จัยอ่นื ๆ คงที่ ดงั น้ัน เมอ่ื ราคาสินคา้
หรือบริการสูงข้ึน ปรมิ าณเสนอขายจะเพิม่ ขึน้ แต่ถ้าราคาสินคา้ หรอื บริการลดลง
ปริมาณเสนอขายจะลดลง (ภาพที่ 24)

ภำพท่ี 24 สินคำ้ รำคำถูกคนซ้ือเพมิ่ ขึน้ (อุปทำน)

ทม่ี ำ : https://www.google.com/search?q=VdOmYaKPMtXPz7sPk=nF6bm70jdeXOAM
สบื ค้นวนั ที่ 13 เมษำยน 2562

33

ตวั อย่ำง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างอปุ ทานกบั ราคาสินคา้ จากปริมาณการขายถ่วั พู
ของนายบุญ

ราคาถั่วพู (บาท/กก.)

ปริมาณการขายถัว่ พูของนายบุญ 50 A
ราคาถว่ั พู ปรมิ าณขาย B
45

(บาท/กก.) (กก./วนั ) 40 C เส้นอปุ ทำน
50 60 35 D
45 50
40 40

35 30 30 E

30 20 25 F
25 10 ปรมิ าณขาย

คำอธบิ ำย 0
10 20 30 40 50 60 (กก./วัน)

เสน้ อุปทานในการขายถวั่ พขู องนายบญุ

จากตาราง ปริมาณการเสนอขายถัว่ พูของนายบญุ ในระดบั ราคาตา่ งๆ เมื่อนา

ตัวเลขจากตารางมาเขียนเปน็ กราฟ โดยลงจุดต่างๆ บนกราฟและลากเสน้ เช่อื มโยง

ระหวา่ งจดุ กจ็ ะได้เส้นอปุ ทานซ่งึ มลี ักษณะลาดขึ้นจากซ้ายไปขวา

จากรปู กราฟ เส้นอปุ ทานจะแสดงให้เห็นปริมาณการขายถวั่ พขู องนายบุญใน

ระดับราคาตา่ งๆ เชน่

ทีจ่ ุด F ราคาถว่ั พูกโิ ลกรมั ละ 25 บาท นายบญุ จะเสนอขาย 10 กโิ ลกรัม

ที่จุด E ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 30 บาท ผขู้ ายจะเสนอขายเพม่ิ ขน้ึ

เปน็ 20 กโิ ลกรัม

34

ทจ่ี ดุ D, C , B และ A ซง่ึ มรี าคา 35 , 40 , 45, และ 50 บาทนน้ั ปริมาณ
เสนอขายจะเพ่มิ ขึน้ เปน็ 30 , 40 , 50 และ 60 กโิ ลกรมั ตามลาดบั

ดงั นน้ั จะเห็นได้วา่ ปรมิ าณขายสินคา้ ใดๆ จะมีความสัมพันธใ์ นทิศทาง
เดียวกันกบั ราคาของสนิ คา้ นน้ั ๆ
ปัจจัยท่มี ีอิทธพิ ลต่อกำรกำหนดอุปทำน

การทผี่ ูผ้ ลิตจะผลิตสินคา้ เพอื่ สนองความตอ้ งการของผู้บรโิ ภคหรอื ผซู้ ือ้ มาก
นอ้ ยเพยี งใด ขึ้นอยู่กบั ปจั จัยหลายประการ ดังน้ี

1. รำคำสนิ ค้ำชนดิ นัน้ ถ้าราคาสนิ คา้ ชนดิ ใดเพ่มิ สงู ขึ้นจะเป็นแรงจงู ใจท่ผี ู้ผลิต
จะผลิตหรือขายสนิ ค้านน้ั ๆ เปน็ จานวนมาก ในทางตรงกันขา้ ม ถา้ สินคา้ ชนดิ ใดมีราคา
ลดลง ผู้ผลิตอาจผลิตหรือขายสนิ คา้ นน้ั ในปรมิ าณท่ลี ดตา่ ลงตามไปด้วย

2. ต้นทุนกำรผลิต ถา้ หากต้นทุนการผลิต เชน่ ค่าจ้างแรงงาน ราคาวตั ถุดบิ มี
ราคาสงู ขึน้ ผลกาไรสทุ ธขิ องผผู้ ลิตย่อมนอ้ ยลง ก็อาจจะผลติ หรือขายสินค้านน้ั นอ้ ยลง
แตถ่ ้าราคาปัจจยั การผลติ ลดต่าลง ความต้องการขายของผผู้ ลติ ก็อาจจะเพิ่มสูงขนึ้

3. รำคำสินค้ำชนิดอน่ื สินค้าท่ีผลิตทดแทนกนั ไดภ้ ายใต้ปจั จยั การผลติ ชนดิ
เดียวกนั เมอื่ สนิ คา้ ชนดิ หน่งึ มีราคาสงู ข้ึน ย่อมจงู ใจใหผ้ ูผ้ ลิตทาการผลิตออกมามากข้นึ
เช่น การผลติ ดา้ นเกษตรกรรม เมื่อราคามนั สาปะหลังสูงขนึ้ ผูผ้ ลติ ออ้ ยจะลดการปลกู
ออ้ ยลงแล้วหันไปปลูกมันสาปะหลงั แทน (ภาพที่ 25) เปน็ ตน้

ภำพท่ี 25 ไรม่ นั สำปะหลัง

ทีม่ ำ : https://www.google.com/search?q=tYiqWOFQhW967M=fC5mTq4YtdUArM
สบื คน้ วันที่ 13 เมษำยน 2562

35

สรปุ
กลไกการตลาดมีกลไกราคาเป็นหลกั ของการทางาน
ปรมิ าณอุปสงคจ์ ะผนั แปรตรงกนั ขา้ มกบั ราคาสินคา้
สว่ นปรมิ าณอุปทานจะแปรผันไปทิศทางเดยี วกนั กบั
ราคาสนิ ค้าโดยผูบ้ รโิ ภคและผผู้ ลติ จะคานึงถงึ ราคาสนิ ค้า
ทค่ี าดว่าตนจะต้องเสยี หรอื ไดร้ บั รวมท้ังคานงึ ถงึ ปัจจัยอน่ื ๆ ดว้ ย

36

กิจกรรมท่ี 2

คำช้แี จง นกั เรยี นศกึ ษาเน้ือหา แลว้ ตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง (10 คะแนน)
ตัวอยำ่ ง อุปสงค์ที่มปี ระสิทธิผลประกอบดว้ ยส่ิงใดบา้ ง
ตอบ อปุ สงคท์ ี่มปี ระสทิ ธิผลประกอบดว้ ย 1) ความตอ้ งการซอ้ื
2) ความเตม็ ใจทจี่ ะจา่ ย 3) ความสามารถทจ่ี ะซอ้ื

1. นกั เรียนบอกความหมายของอปุ สงค์
ตอบ

2. นกั เรยี นยกตวั อยา่ งกฎของอปุ สงค์ มา 1 ตัวอยา่ ง
ตอบ

3. นักเรยี นบอกปจั จยั ทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ การกาหนดอุปสงค์
ตอบ

37

4. นกั เรยี นบอกความหมายของอปุ ทาน
ตอบ

5. นกั เรียนอธิบายกฎของอปุ สงค์ มาพอสังเขป
ตอบ

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ตอบถูก 1 ข้อ ได้ 2 คะแนน
ตอบผิดหรือไม่ตอบ ได้ 0 คะแนน

(เกณฑ์การประเมนิ ตอบได้ 8 –10 คะแนน ถอื วา่ ผ่าน)

38

บทท่ี 3

ทรัพยส์ นิ ทำงปัญญำ

ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา หมายถึง ผลงานอนั เกดิ จากความคิดสร้างสรรคข์ องมนษุ ย์
ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาเป็นทรัพยส์ ินอกี ชนิดหนงึ่ (ภาพที่ 26)นอกเหนอื จากสังหาริมทรพั ย์ คือ
ทรัพย์สนิ ทสี่ ามารถเคลอ่ื นยา้ ยได้ เช่น นาฬกิ า รถยนต์ โตะ๊ เปน็ ตน้ และอสงั หาริมทรพั ย์
คอื ทรพั ย์สินทีไ่ ม่สามารถเคลอื่ นยา้ ยได้ เช่น บา้ น ทด่ี นิ เปน็ ตน้

ภำพท่ี 26 นำฏศิลปไ์ ทย

ทมี่ ำ : https://www.google.com/search?q= mYa7iOLuT4t4Pt6mLuAY=DCx2uhlPTNcuDM
สืบค้นวนั ที่ 14 เมษำยน 2562

ประเภทของทรพั ยส์ นิ ทำงปญั ญำ
โดยทั่วๆ ไป คนไทยสว่ นมากจะคนุ้ เคยกับคาวา่ “ลิขสทิ ธ”์ิ และจะใชเ้ รยี ก

ทรพั ยส์ ินทางปญั ญาทกุ ประเภท โดยทถ่ี ูกตอ้ งแล้วในทางสากลทรัพย์สนิ ทางปัญญา
แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี

39

1. ทรัพย์สนิ ทำงอตุ สำหกรรม (Industrial Property) หมายถึง ความคดิ สรา้ งสรรค์
ของมนษุ ย์ท่ีเก่ียวกับสินคา้ อตุ สาหกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการประดษิ ฐ์ คิดค้นการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ทางอตุ สาหกรรม ทรัพย์สนิ ทางอุตสาหกรรมจงึ สามารถแบง่ ออกได้ ดงั นี้

1.1 สทิ ธบิ ตั ร
1.2 อนสุ ิทธิบตั ร
1.3 เครอ่ื งหมายการคา้
1.4 คมุ้ ครองพนั ธ์ุพชื
1.5 แบบผังภมู ิของวงจรรวม
1.6 ความลบั ทางการคา้
1.7 สง่ิ บ่งชที้ างภมู ิศาสตร์
1.8 ภมู ิปญั ญาท้องถนิ่
2. ลิขสทิ ธิ์ (Copyright) หมายถงึ สิทธิแต่เพยี งผ้เู ดยี วของผู้สร้างสรรค์เกี่ยวกบั
งานทีผ่ ้สู ร้างสรรคไ์ ดท้ าข้ึนตามประเภทลิขสิทธ์ทิ ่ีกฎหมายกาหนด 9 ประเภท ได้แก่
2.1 วรรณกรรม
2.2 นาฏกรรม
2.3 ศลิ ปกรรม
2.4 ดนตรีกรรม
2.5 โสตทัศนวัสดุ
2.6 ภาพยนตร์
2.7 สง่ิ บนั ทกึ เสยี ง
2.8 งานแพร่เสยี งแพรภ่ าพ
2.9 งานอนื่ ใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ และศลิ ปะ

40

ควำมหมำยของทรพั ยส์ นิ ทำงอตุ สำหกรรม
ทรัพยส์ ินทางอตุ สาหกรรมทสี่ าคญั มีดงั น้ี
1. สิทธบิ ตั ร หมายถึง หนงั สอื สาคัญท่รี ัฐออกให้ เพอื่ ค้มุ ครองการประดิษฐ์

คดิ ค้นหรือการออกแบบผลิตภณั ฑ์ ทมี่ ลี กั ษณะตามทีก่ าหนดในกฎหมาย กฎกระทรวง
และระเบยี บวา่ ด้วยสทิ ธบิ ัตร เป็นทรพั ยส์ ินทางปญั ญาประเภทหนง่ึ เช่น การประดษิ ฐ์
รถยนต์ โทรทศั น์ คอมพิวเตอร์ (ภาพท่ี 27) โทรศพั ท์ หรอื การออกแบบขวดบรรจนุ ้า
ดื่ม ลวดลายบนจาน บนถ้วยกาแฟ เพ่ือไม่ให้เหมือนของคนอืน่ เปน็ ตน้

ภำพท่ี 27 กำรจดสิทธบิ ตั รคอม

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=YZ-rJ4mu4t4Psvu=ZN372pfXeitz-M
สบื ค้นวันที่ 14 เมษำยน 2562

2. อนุสทิ ธิบตั ร เป็นทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทเี่ กดิ จากผลงานสร้างสรรคก์ ารประดิษฐ์
คิดค้นท่ไี ม่มีความซับซ้อนอาจคดิ ขึ้นโดยง่ายเปน็ ความคดิ ในระดบั การพัฒนาเทคโนโลยี
ไมส่ งู มาก หรือเปน็ การประดษิ ฐ์คิดค้นเพียงเลก็ น้อย แตต่ ้องเปน็ การประดษิ ฐ์ขน้ึ ใหม่
และสามารถประยกุ ต์ใชใ้ นทางอุตสาหกรรมได้ และมีประโยชน์ใชส้ อยมากขนึ้

41

3. เครื่องหมำยกำรคำ้ หมายถงึ เครื่องหมายหรอื สญั ลกั ษณห์ รอื ตราท่ีใชก้ บั สนิ ค้า
หรอื บรกิ าร ซงึ่ เครื่องหมายท่ีใหค้ วามคมุ้ ครองตามพระราชบญั ญัตเิ ครอื่ งหมายการคา้
พ.ศ. 2534 แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิเคร่อื งหมายการคา้ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2543
มี 4 ประเภท ได้แก่ 1) เครอ่ื งหมายการคา้ (ภาพท่ี 28) 2) เครอื่ งหมายบรกิ าร
3) เครือ่ งหมายรบั รอง และ 4) เครอ่ื งหมายรว่ ม

ภำพที่ 28 เครื่องหมำยกำรค้ำ

ที่มำ : https://www.google.com/search?q= mYa7iOLuT4t4Pt6mLuAY=DCx2uhlPTNcuDM
สืบคน้ วันท่ี 14 เมษำยน 2562

4. คมุ้ ครองพันธพ์ุ ืช เพื่อเปน็ การสง่ เสริมและสร้างแรงจงู ใจใหม้ กี ารพฒั นา และ
ปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ ๆ ด้วยการให้สิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย ส่งเสริมการอนุรักษ์
และพัฒนาการใช้ประโยชน์พันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธ์ุพืชป่า และเพ่ือการกระตุ้นเร่ง
เร้าใหช้ ุมชนมีส่วนร่วมในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรพันธุกรรมพืชอย่างย่ังยืน (ภาพที่ 29)

ภำพท่ี 29 ข้ำวหอมมะลิ

ทม่ี ำ : https://www.google.com/search?q=cj0dXcl0eJ2M
สบื ค้นวนั ที่ 14 เมษำยน 2562

42

5. แบบผงั ภูมขิ องวงจรรวม คอื แบบแผนผงั หรือภาพท่ที าข้ึนไมว่ ่าจะปรากฏใน
รปู แบบใดหรอื วธิ ีใดเพือ่ ใหเ้ ห็นถงึ การจัดวางให้เป็นวงจรรวม เช่น แบบของวงจรไฟฟ้า
ตัวชุดหน้ากากหรือแผ่นบัง ซ่ึงเป็นตัวต้นแบบท่ีใช้ในการสร้างให้เกิดแบบผังภูมิ ก็จัด
ว่าอยู่ในขา่ ยทจี่ ะได้รับความคมุ้ ครองตามกฎหมายนีเ้ ชน่ กัน

6. ควำมลับทำงกำรค้ำ เป็นข้อมูลที่นาไปใช้ประโยชน์ในทางการค้า เนื่องจาก
การเป็นความลับและเป็นข้อมูลท่ีเจ้าของความลับทางการค้าได้ใช้วิธีการที่เหมาะสม
รักษาไว้เป็นความลับ เพราะฉะน้ันสิทธิของเจ้าของความลับทางการค้าจึงมีอยู่ตลอดไป
และความลบั ทางการคา้ จะไดร้ บั ความคุ้มครองโดยไม่ต้องมีการจดทะเบียนแต่อย่างใด
เจ้าของความลับทางการค้าสามารถเลือกท่ีจะแจ้งข้อมูลความลับทางการค้าของตนมา
เป็นหลกั ประกนั ในการก้ยู ืมเงนิ กับธนาคารได้

7. สิง่ บง่ ชท้ี ำงภูมิศำสตร์ เป็นทรัพยส์ นิ ทางปัญญาประเภทหนง่ึ เกดิ ข้ึน ระหวา่ ง
ปัจจยั สาคัญสองประการ คือ ธรรมชาตแิ ละมนษุ ย์ เชน่ ชุมชนไดอ้ าศัยลักษณะเฉพาะที่
มีอยู่ในแหล่งภมู ศิ าสตร์ตามธรรมชาติ อนั ไดแ้ กส่ ภาพดนิ ฟา้ อากาศหรือวตั ถดุ บิ เฉพาะ
ในพนื้ ทม่ี าใชป้ ระโยชนใ์ นการผลติ สนิ คา้ ในท้องถิน่ ของตน ทาให้ได้ผลติ ภณั ฑท์ ม่ี ี
คุณลักษณะพิเศษทม่ี าจากพน้ื ท่ีเฉพาะคณุ ลกั ษณะพิเศษนีอ้ าจหมายถงึ คุณภาพ ชอ่ื เสียง
หรอื คุณลักษณะเฉพาะอ่นื ๆ ที่มาจากแหล่งภมู ศิ าสตร์นั้นๆ

8. ภูมิปัญญำท้องถิ่น เป็นองค์ความรู้ท่ีส่ังสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการ
เรียนรู้ เลือกสรร ปรุงแต่ง พัฒนา และถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพ่ือใช้แก้ปัญญาและ
พัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อม และเหมาะสมกับยุคสมัย มี
คณุ คา่ ทางวัฒนธรรมตามวถิ ชี วี ิตของไทย

43

ภำพท่ี 30 กำรทำกระเป๋ำยำ่ นลิเภำ

ที่มำ : https://www.google.com/search?q=E0%B8%A3%E963TH963=9p-M5tiJQ6BlM
สืบค้นวนั ท่ี 14 เมษำยน 2562

สรปุ
ทรัพย์สินทางปญั ญาเปน็ ผลงานทเ่ี กิดจากความคดิ สรา้ งสรรค์
ของมนษุ ย์ นอกเหนือจากสังหาริมทรพั ยแ์ ล้ว ยังมที รัพย์สิน
ทีเ่ คลอ่ื นยา้ ยได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ เปน็ ตน้

44

กจิ กรรมท่ี 3

คำชแี้ จง นกั เรยี นศึกษาเนื้อหา แลว้ อธิบายหัวขอ้ ท่ีกาหนดต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
(10 คะแนน)

ตวั อย่ำง ทรพั ย์สินทางปัญญา
ตอบ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา หมายถึง ผลงานอนั เกดิ จากความคดิ
สรา้ งสรรค์ของมนุษย์ ทรัพยส์ ินทางปญั ญาเปน็ ทรัพย์สนิ ชนิด
หนงึ่ ที่มกี ฎหมายคุ้มครอง

1. ทรพั ย์สนิ ทางอตุ สาหกรรม
ตอบ

2. ลขิ สทิ ธิ์
ตอบ


Click to View FlipBook Version