ประวัตคิ รู
ครุ ุสภาจัดพมิ พเ์ น่อื งในงานวนั ครู
๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
wส�ำนwักงwาน.เkลขsาธpิก.าoรคrุร.ุสtภhา
ค�ำนำ�
หนังสือประวัติครูจัดพิมพ์เนื่องในงานวันครู ๑๖ มกราคม ของทุกปี
เพือ่ ยกยอ่ งเชิดชเู กียรติ พรอ้ มท้งั เผยแพร่ประวัตแิ ละผลงานของครผู ู้ล่วงลับไปแล้ว
ท่ีสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแบบอย่างแก่ครูรุ่นหลัง เริ่มจัดพิมพ์
ต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ได้เผยแพร่แล้วจ�ำนวน ๑,๑๐๒ ประวัติ และ
ใน พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้เผยแพรอ่ ีกจ�ำนวน ๑๘ ประวตั ิ รวม ๑,๑๒๐ ประวัติ
หนังสอื ประวตั ิครเู ลม่ น้ี จัดกลุ่มตามความสอดคล้องของการปฏบิ ตั แิ ละ
ผลงานเปน็ ๕ กลมุ่ ประกอบด้วย
ครูพระนักพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิตของชุมชน
มี ๑ ประวตั ิ คือ พระอุบาลคี ณุ ปู มาจารย์ (ปญั ญา อินฺทปญฺโ ) ผูพ้ ัฒนาวัดไรข่ ิง
และชุมชนวัดไรข่ ิงให้มีความเจรญิ รุ่งเรอื งทกุ ๆ ด้าน เป็นเจ้าอาวาสวัดไร่ขงิ นานถงึ
๔๘ ปี สรา้ งผลงานไวเ้ ปน็ จำ� นวนมาก ทส่ี ำ� คญั คอื รางวลั เสาเสมาธรรมจกั ร ในฐานะ
ผทู้ ำ� ประโยชนต์ อ่ พระพทุ ธศาสนาประเภท “ส่งเสริมพฒั นาชุมชนโดยใช้หลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนา”
ครผู ้บู ริหารการศกึ ษาทหี่ ลากหลายกลยุทธ์ มี ๗ ประวตั ิ คอื นายถวัลย์
ทองมี ผมู้ ชี วี ติ การทำ� งานจากครปู ระชาบาล ศึกษานิเทศก์ จนถึงต�ำแหนง่ อธบิ ดี
กรมการศาสนา ได้สร้างคุณูปการด้านการศาสนาไว้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ
การจัดท�ำแผนพัฒนาด้านการศาสนาและการปฏิรูปการศึกษาของศูนย์อบรม
เดก็ ก่อนเกณฑ์ในวัดและมัสยดิ นางนารี วัฒนธรรม ครูผมู้ วี ิสัยทศั นก์ ว้างไกล ใส่ใจ
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 3
มุ่งมั่นปลูกฝังเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณภาพ เป็นผู้ก่อต้ังโรงเรียนวัฒนดรุณวิทย์
บนพื้นฐานความรักความเมตตา จนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับอย่างกว้างขวาง
ในจังหวัดชลบุรี นายประทีป โรจนากาศ ครู ศึกษานิเทศก์ และผู้อ�ำนวยการ
การประถมศึกษาจังหวัดที่มีอุดมการณ์ในการพัฒนาการเรียนการสอน การนิเทศ
และการบริหารการประถมศึกษาในจังหวัดให้เจริญก้าวหน้า ผลงานท่ีส�ำคัญคือ
โครงการทดลองสอนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ แบบบรู ณาการโดยใชภ้ าษาไทยเปน็ แกน
และเปน็ ผรู้ เิ รม่ิ สรา้ งอาคารสำ� นกั งานและบา้ นพกั ของผอู้ ำ� นวยการการประถมศกึ ษา
จังหวดั ทุกแห่งท่ีดำ� รงตำ� แหน่ง นายประพฒั น์ แสงวณชิ ผบู้ ริหารทีม่ ีความซอ่ื สัตย์
ใจดี และมีคุณธรรม ก้าวจากครูโรงเรียนเอกชนจนด�ำรงต�ำแหน่งรองอธิบดี
กรมการศาสนา และผตู้ รวจราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร มคี วามรู้ความสามารถ
ในการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเปน็ อยา่ งดี แตง่ คำ� ประพันธ์ไดท้ ั้งโคลง ฉันท์
กาพย์ กลอน รวมท้งั เรือ่ งสั้นและบทความ นายศักดา วงั ทอง อดตี ผ้อู �ำนวยการ
สามัญศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ทุ่มเทอุทิศตนให้แก่งานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ
การจดั การเรยี นการสอนใหน้ กั เรยี นเปน็ ผมู้ คี วามรคู้ คู่ ณุ ธรรม เพอ่ื เปน็ คนดี มคี ณุ ภาพ
และสามารถดำ� รงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขทแ่ี ทจ้ ริง นายสชุ าติ วรมานะกลุ
เปน็ แบบอยา่ งของผมู้ คี วามมานะและอดทน สามารถทำ� งานพง่ึ ตนเองไดม้ าตงั้ แตเ่ ดก็
เป็นผู้ก่อต้ังโรงเรียนพณิชยการปราจีนบุรีและโรงเรียนหทัยชาติ โดยยกเว้น
คา่ ธรรมเนยี มการเรยี นใหแ้ กน่ กั เรยี นทข่ี าดแคลนจำ� นวนมาก จงึ เปน็ ทร่ี กั และศรทั ธา
ของผู้ปกครองและชุมชน และ นายอุดม วัชรสกุณี อดีตผู้อ�ำนวยการโรงเรียน
สงั กดั กรมสามญั ศกึ ษา และรองอธบิ ดกี รมสามญั ศกึ ษา เปน็ ผกู้ อ่ ตงั้ โรงเรยี นอดุ มศกึ ษา
และมูลนิธิวัชรสกุณี เพ่ือให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนขาดแคลน เป็นผู้บริหารที่มี
ความซอ่ื สัตย์ ใหเ้ กียรติผอู้ นื่ และดแู ลหว่ งใยผู้ใตบ้ ังคบั บญั ชา
ครผู สู้ รา้ งศษิ ยด์ ว้ ยจติ วญิ ญาณ มี ๔ ประวตั ิ คอื นายนำ้� วา้ รม่ โพธทิ์ อง
ครสู อนดนตรไี ทย วทิ ยาลยั นาฏศลิ ปลพบรุ ี ผมู้ คี วามสามารถเปน็ เลศิ ในการบรรเลง
เคร่ืองดนตรีไทย ฆ้องวงใหญ่ และประพันธ์เพลงไทย มีวิธีสอนศิษย์แบบตัวต่อตัว
4 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
ปากตอ่ ปากคล้ายพอ่ สอนลูก มีความรกั ความผูกพัน เอาใจใส่ เอ้ืออาทรต่อศิษย์
อยา่ งสมำ�่ เสมอ รองศาสตราจารยป์ ระพนธ์ เรอื งณรงค์ ปชู นยี บคุ คลดา้ นภาษาไทย
เป็นผู้ทรงความรู้ด้านวรรณกรรมและภาษาถ่ินใต้ ได้รับรางวัลอาจารย์ตัวอย่าง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ครูภาษาไทยดีเด่นระดับอุดมศึกษา ได้รับรางวัล
พระราชทานหนังสือสารคดียอดเยี่ยม ได้รับโล่และเกียรติบัตรผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น
และรางวัลพระราชทานหนังสือดเี ด่น ว่าท่ีรอ้ ยตรี สวุ ร กาญจนมยรู ผเู้ ชย่ี วชาญ
ดา้ นการสอนคณติ ศาสตร์ สามารถสอนเรอื่ งทเ่ี ขา้ ใจยากใหเ้ ขา้ ใจงา่ ยโดยใชส้ อ่ื ประกอบ
เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเป็นครูคณิตศาสตร์ท่ีดีแก่ศิษย์ เป็นผู้มีผลงาน
การสอน การเปน็ วทิ ยากร และการบริหารเกี่ยวกับการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์
ทโี่ ดดเด่น และ นางสาวอารีย์ แพใหญ่ ครชู นบทผู้มคี วามคดิ นอกกรอบ นอกจาก
สอนภาษาไทยแลว้ ยงั สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นมรี ายไดร้ ะหวา่ งเรยี น เปน็ ครทู ม่ี คี วามเมตตา
เสียสละเวลาเพื่อพฒั นานักเรยี น โดยมีคติประจ�ำใจว่า ความสุขของครูคอื การที่ได้
ปลูกป้ันศษิ ย์ใหเ้ ปน็ คนดี มคี ุณภาพ
ครผู รู้ งั สรรคง์ านศลิ ปข์ องชาติ มี ๓ ประวตั ิ คอื ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยเ์ ขยี น
ยิม้ ศิริ ศษิ ยเ์ อกของศาสตราจารยศ์ ลิ ป์ พรี ะศรี อาจารยแ์ ละผู้บรหิ ารมหาวิทยาลัย
ผู้สร้างสรรคง์ านประตมิ ากรรม “ไทยสมัยใหม”่ แหง่ วงการศิลปะรว่ มสมัย ผลงาน
ชิ้นเอก คือ “ขลุ่ยทิพย์” เป็นประติมากรรมหล่อทองส�ำริดเป็นรูปของนักดนตรี
ก�ำลังเป่าขลุ่ยด้วยลีลาอันงดงาม นายคมกฤษ เมฆหมอก ครูท่ีมุ่งมั่นทุ่มเทโดยใช้
ศิลปะบ�ำบัดเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กพิเศษและเด็กด้อยโอกาส เป็นครูศิลปะ
ท่ีมีนิสัยร่าเรงิ แจ่มใส มีนำ้� ใจ เปน็ ท่รี กั ของทุกคน และ ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ุณ
วโิ ชค มกุ ดามณี ครศู ลิ ปะทบี่ ม่ เพาะใหผ้ เู้ รยี นมคี วามเขา้ ใจอยา่ งลกึ ซงึ้ ในสง่ิ ทตี่ นเองทำ�
สนบั สนนุ ใหม้ คี วามเชอ่ื มน่ั ในการสรา้ งสรรคศ์ ลิ ปะในรปู แบบของตนเอง เปน็ ผทู้ ดลอง
สรา้ งสรรคเ์ ทคนคิ วธิ ใี หม่ ๆ ในการพฒั นางานศลิ ปะสอ่ื ผสมอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ไดร้ บั รางวลั
จากการประกวดผลงานหลายครง้ั จงึ ไดร้ บั การประกาศเกยี รตคิ ณุ เปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ
สาขาทัศนศิลป์ (ส่ือผสม)
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 5
ครูผอู้ นรุ กั ษ์ภมู ปิ ญั ญาไทย มี ๓ ประวัติ คือ นายคงเดช ประพฒั น์ทอง
ผู้รอบรู้หรือ “ขุนคลังวิทยา” รู้รอบในสาขาวิทยาการต่าง ๆ ของกรมศิลปากร
โดยเฉพาะอย่างย่ิงในทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี นายนครินทร์ ชาทอง
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (หนงั ตะลุง) ครผู ้สู อนและนายหนงั ตะลงุ ทม่ี ี
ความเชี่ยวชาญ สามารถออกแบบหนังตะลุงให้มีลักษณะเฉพาะตัว มีลีลาการเชิด
หนงั ตะลงุ จนเปน็ ทย่ี อมรบั ของนายหนงั ตะลงุ และผชู้ ม รวมทง้ั ไดพ้ ฒั นาใหศ้ ษิ ยเ์ ปน็
นายหนงั ตะลงุ เปน็ จำ� นวนมาก และ นายหรน หมดั หลี เจา้ ของทฤษฎี “เกษตรธาตสุ ”ี่
(ดนิ นำ้� ลม ไฟ) คิดผสมผสานองคค์ วามรู้เดิมกับเทคนิคการเกษตรจนเป็นเกษตร
แบบธรรมชาติ ไดร้ บั รางวัลเกษตรกรดีเดน่ หลายรางวลั
ในการจัดท�ำประวัติครู ส�ำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับข้อมูลจาก
ทว่ั ประเทศ ทงั้ จากสว่ นราชการ ผเู้ คยรว่ มงาน หรอื ทายาทเจา้ ของประวตั ิ ตลอดจน
ผสู้ นใจมานำ� เสนอ คณะกรรมการจดั ทำ� หนงั สอื ประวตั คิ รพู จิ ารณาคดั สรรและคน้ ควา้
ขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ เพอื่ ใหท้ กุ ประวตั มิ คี วามสมบรู ณถ์ กู ตอ้ งสำ� หรบั การศกึ ษาและอา้ งองิ
ผสู้ นใจศกึ ษาไดจ้ ากหอ้ งสมดุ ประชาชน หอ้ งสมดุ คณะครศุ าสตร์ และคณะศกึ ษาศาสตร์
ของมหาวทิ ยาลยั ตา่ ง ๆ ตลอดจนสำ� นกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั และสำ� นกั งานเขตพน้ื ท่ี
การศึกษาทกุ แห่ง
ขอขอบคุณหน่วยงานราชการและผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายที่กรุณาให้ข้อมูล
ท�ำให้หนงั สือประวตั ิครูบงั เกิดประโยชน์ต่อการศกึ ษาและวงการครูสบื ไป
คณะกรรมการจดั ทำ� หนังสอื ประวัติครู
๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
6 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
สารบญั
ครูพระนกั พฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ภาพชีวติ ของชุมชน ๙
• พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินฺทปญฺโ ) ๑๑
ครูผูบ้ ริหารการศกึ ษาท่หี ลากหลายกลยุทธ์ ๒๑
• นายถวลั ย์ ทองมี ๒๓
• นางนารี วัฒนธรรม ๓๕
• นายประทีป โรจนากาศ ๔๕
• นายประพัฒน์ แสงวณิช ๕๗
• นายศักดา วังทอง ๖๗
• นายสุชาติ วรมานะกุล ๘๑
• นายอุดม วัชรสกุณี ๙๑
ครูผูส้ รา้ งศษิ ย์ด้วยจิตวญิ ญาณ ๙๙
• นายนำ้� วา้ รม่ โพธ์ทิ อง ๑๐๑
• รองศาสตราจารยป์ ระพนธ์ เรอื งณรงค์ ๑๑๕
• วา่ ทร่ี อ้ ยตรี สวุ ร กาญจนมยรู ๑๒๗
• นางสาวอารีย์ แพใหญ่ ๑๓๙
สารบัญ ๑๕๑
ครูผู้รังสรรค์งานศิลป์ ของชาติ ๑๕๓
๑๖๓
• ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยเ์ ขยี น ยมิ้ ศริ ิ ๑๗๓
• นายคมกฤษ เมฆหมอก
• ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณวิโชค มุกดามณี ๑๘๓
ครูผู้อนุรักษ์ภูมิปั ญญาไทย ๑๘๕
๑๙๓
• นายคงเดช ประพฒั นท์ อง ๒๐๕
• นายนครนิ ทร์ ชาทอง
• นายหรน หมดั หลี ๒๑๗
ภาคผนวก ๒๑๘
๒๕๕
• นามานกุ รมคร ู
• ค�ำส่ังแต่งตงั้ คณะกรรมการจดั ท�ำหนังสอื ประวัตคิ ร ู
ครูพระนักพฒั นา
คุณธรรม จริยธรรม
และคณุ ภาพชีวิตของชุมชน
พระอุบาลคี ุณูปมาจารย์
(ปั ญญา อินฺทปญฺโ )
พระอุบาลีคุณปู มาจารย์
(ปัญญา อินฺทปญฺโ )
พ.ศ. ๒๔๖๕ - ๒๕๕๑
พระอุบาลีคณุ ปู มาจารย์
(ปัญญา อนิ ฺทปญฺโ )
พ.ศ. ๒๔๖๕ - ๒๕๕๑
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินฺทปญฺโ )
ป.ธ.๖, พธ.ด. กติ ตมิ ศกั ด ์ิ มนี ามเดมิ วา่ ปญั ญา ทพิ ยม์ ณฑา
เกิดเมอื่ วันท่ี ๘ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๖๕ ทีบ่ า้ นบางแกว้
ต�ำบลนครชัยศรี อ�ำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
เป็นบุตรของนายไป๋และนางแช่ม ทิพย์มณฑา มีน้อง
รว่ มบดิ ามารดา จ�ำนวน ๔ คน คอื นางสมัย ภิรมย์นุ่ม
(ถงึ แกก่ รรม) นายสงดั (ถงึ แกก่ รรม) นางเสงยี่ ม ฉลาดแพทย์
(ถงึ แกก่ รรม) และแมช่ สี งา่ ทพิ ยม์ ณฑา พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารย์
บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันท่ี ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ วัดกลางบางแก้ว
ต�ำบลนครชัยศรี อ�ำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ
ณ วดั เดียวกัน เมือ่ วันท่ี ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ สอบไดเ้ ปรียญธรรม ๓ ประโยค
๔ ประโยค ๕ ประโยค และ ๖ ประโยค เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๕ พ.ศ. ๒๔๘๖ พ.ศ. ๒๔๙๓
และ พ.ศ. ๒๔๙๕ ตามล�ำดับ สอบได้นักธรรมช้ันเอก เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๗ และสอบได้
ประโยคครูพิเศษมลู (พ.) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖
หลังจากพระอุบาลีคุณูปมาจารย์สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ก็เร่ิมเป็น
ครูสอนปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๕ หลังจากนั้น ได้เป็นกรรมการตรวจประโยค
นกั ธรรมสนามหลวง เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๘๖ เปน็ ผกู้ อ่ ตงั้ โรงเรยี นบาลวี ดั ตกุ๊ ตา อำ� เภอนครชยั ศรี
จงั หวดั นครปฐม เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๘๘ เปน็ อาจารยใ์ หญโ่ รงเรยี นสหศกึ ษาบาลี วดั พระปฐมเจดยี ์
จงั หวดั นครปฐม เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๕ เปน็ ผกู้ อ่ ตง้ั โรงเรยี นบาลวี ดั ออ้ มใหญ่ อำ� เภอสามพราน
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 13
จงั หวัดนครปฐม เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๐๑ เปน็ เจา้ ส�ำนกั โรงเรียนบาลวี ดั ไรข่ งิ เม่อื พ.ศ. ๒๕๐๓
เป็นกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๐๓ เปน็ อาจารย์ใหญโ่ รงเรียน
ศึกษาผู้ใหญว่ ดั ไร่ขงิ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นผูอ้ �ำนวยการฝึกซ้อมอบรมบาลีกอ่ นสอบของ
คณะสงฆ์ภาค ๑๔ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๕๑ และเป็นผู้อ�ำนวยการโรงเรียน
พระพทุ ธศาสนาวันอาทติ ย์ วดั ไรข่ ิง เม่ือ พ.ศ. ๒๕๒๒
ด้านงานปกครอง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระธรรมธร๑ จังหวัดนครปฐม
เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๖ เปน็ เจา้ อาวาสวดั ไรข่ งิ และเปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๓ เปน็ เจา้ คณะ
จงั หวดั นครปฐม และรกั ษาการเจา้ อาวาสวดั พระงาม เมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เปน็ รองเจา้ คณะ
ภาค ๑๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เปน็ เจ้าคณะภาค ๑๔ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๔๔ และเปน็ ท่ีปรึกษา
เจา้ คณะภาค ๑๔ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๔๕
๑ธรรมธร เปน็ ช่อื ต�ำแหนง่ ในกรรมการของจังหวดั มหี นา้ ท่ีตดั สนิ อธิกรณ์
14 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารย์ เปน็ พระทม่ี เี มตตา เปน็ พระทพี่ ทุ ธศาสนกิ ชนใหค้ วาม
เคารพนับถือ และเป็นผู้ให้ในทุก ๆ อย่าง พระเทพปวรเมธี (ประสิทธ์ิ พฺรหฺมรํสี)
รศ. ดร. อคั คมหาบัณฑิต๒ รองเจ้าคณะภาค ๑๕ รองอธิการบดฝี า่ ยบรหิ าร มหาวทิ ยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั (มจร) ไดเ้ ขยี นไวใ้ นอนโุ มทนาปรารภ ในหนงั สอื ปญั ญานพิ นธ์
ตอนหน่ึงว่า “...พระเดชพระคณุ หลวงพ่อพระอบุ าลีคุณูปมาจารย์ เป็นพระเถระผูม้ ีศลี า
จารวตั รงดงาม เครง่ ครดั ปฏบิ ตั ติ ามพระธรรมวนิ ยั มปี ฏปิ ทานา่ เคารพเลอื่ มใส กราบไหวไ้ ด้
อยา่ งสนทิ ใจของบรรดาผไู้ ดพ้ บเหน็ มวี ถิ คี วามเปน็ อยสู่ มถะเรยี บงา่ ย เปย่ี มดว้ ยพรหมวหิ ารธรรม
และสงั คหวตั ถธุ รรม เปน็ ทงั้ นกั ปกครอง นกั บรหิ าร นกั การศกึ ษา และนกั พฒั นาทม่ี วี สิ ยั ทศั น์
กว้างไกล สร้างสรรค์ผลงานมากมายสุดจะพรรณนา ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแก่
สาธารณชนทั่วไป...”
ครูพระผูพ้ ฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของประชาชน
โดยท่ีผลงานของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ในการพัฒนาวัดไร่ขิงและชุมชน
วัดไร่ขิงให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้านอย่างครบวงจร และมีมากมาย ดังที่
พระเทพปวรเมธี รศ. ดร. ได้เขียนไว้ ซ่ึงไม่อาจน�ำเสนอทั้งหมดได้ จึงขอกล่าวเฉพาะ
สว่ นท่ีส�ำคญั เท่านั้น
ผลงานส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาและพัฒนาคน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์
มปี ณธิ านแนว่ แนใ่ นการสง่ เสรมิ และพฒั นาการศกึ ษา โดยไดก้ ลา่ วไวใ้ นหนงั สอื ปญั ญานพิ นธ์
ตอนหนงึ่ วา่ “เมอ่ื เราไมม่ โี อกาสไดเ้ รยี นหนงั สอื กจ็ ะขอสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ เยาวชนไดม้ โี อกาส
เรียนหนังสือ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม” ดังนั้น นับต้ังแต่อุปสมบท จึงได้พยายามหา
วธิ กี ารสง่ เสรมิ ใหเ้ ยาวชนเรยี นหนงั สอื มาโดยตลอด ทง้ั การใหท้ ดี่ นิ และสรา้ งอาคารสถานที่
ทางการศึกษา เช่น โรงเรียนวดั ไร่ขงิ วิทยา โรงเรยี นวดั ไรข่ ิง (สุนทรอทุ ิศ) ศนู ย์การศึกษา
นอกโรงเรียนอ�ำเภอสามพราน (วัดไร่ขิง) ส�ำนักงานการประถมศึกษาอ�ำเภอสามพราน
รวมทัง้ ไดม้ อบทด่ี นิ วดั เพื่อสร้างศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษ เขตการศึกษา ๑ สถาบนั พฒั นาครู
คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม (วัดไร่ขิง)
นอกจากนน้ั ยงั ได้มอบอปุ กรณก์ ารศกึ ษาและทนุ การศึกษาอกี ดว้ ย โดยให้ทุนการศึกษา
๒อคั คมหาบณั ฑิต เป็นสมณศักด์ทิ ่รี ัฐบาลพม่าถวายแด่พระภกิ ษุเถรวาทผมู้ ีคุณปู การโดดเด่น
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 15
แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และพระภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับ
ปรญิ ญาเอก สำ� หรบั พระภกิ ษสุ งฆน์ น้ั พระเทพปวรเมธี รศ. ดร. รองอธกิ ารบดฝี า่ ยบรหิ าร
มจร ไดใ้ หข้ อ้ มลู เพม่ิ เตมิ ไวว้ า่ พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารยไ์ ดม้ อบทนุ การศกึ ษาแกพ่ ระภกิ ษสุ งฆ์
ถึงระดับปริญญาเอกหลายรูป ท่ีเป็นพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน เช่น
พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร
และอดีตอธิการบดี มจร หลายสมัย พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค ๓ และเจ้าอาวาส
วัดกัลยาณมิตร วรวิหาร พระเทพปวรเมธี รศ. ดร. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มจร
และพระเทพวชั ราจารย์ คณบดคี ณะพทุ ธศาสตร์ มจร และผชู้ ว่ ยเจา้ อาวาสวดั พระเชตพุ น
วมิ ลมังคลาราม ราชวรมหาวหิ าร เปน็ ตน้
16 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
ผลงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์
ได้ให้ความส�ำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนวัดไร่ขิงให้ดีข้ึน
นอกจากไดม้ อบทด่ี นิ ของวดั และสรา้ งสถานทท่ี างการศกึ ษาดงั ทกี่ ลา่ วแลว้ ยงั ไดม้ อบทด่ี นิ
และสรา้ งสถานทเี่ พอ่ื ประโยชนข์ องประชาชนอกี หลายอยา่ ง คอื โรงพยาบาลประชารกั ษ์
(ปจั จบุ ันคอื โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์) ทีท่ �ำการไปรษณียว์ ัดไรข่ งิ ทท่ี �ำการองค์การ
บริหารส่วนตำ� บลทา่ ตลาด ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ หน่วยบริการประชาชนเมตตา (วัดไร่ขิง)
นอกจากนั้น ยังได้มอบที่ดินของวัดและร่วมสร้างสะพานมงคลรัฐประชานุกูล (วัดไร่ขิง)
และทท่ี ำ� การองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลไรข่ งิ รวมทง้ั ไดม้ อบทดี่ นิ วดั สรา้ งสถานตี ำ� รวจภธู ร
ต�ำบลโพธแิ์ กว้ อกี ด้วย
สว่ นโรงพยาบาลประชารกั ษน์ นั้ นางสายพณิ มณศี รี อดตี ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี น
กาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลยั นครปฐม (พระตำ� หนกั สวนกหุ ลาบมธั ยม) และอดตี ผอู้ ำ� นวยการ
โรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั ไดก้ ลา่ ววา่ “พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารยเ์ คยเลา่ ใหฟ้ งั วา่ พระบาทสมเดจ็
พระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราชบรมนาถบพติ รไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ
ไปที่วัดไร่ขิง และมีพระราชด�ำรัสกับหลวงพ่อว่าท่ีน่ีเป็นชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่
หนาแน่น น่าจะมีโรงพยาบาลสัก ๔๐ - ๕๐ เตียง พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ได้น�ำเรื่องน้ี
เข้าท่ีประชุมกรรมการมูลนิธิวัดไร่ขิง และได้สร้างโรงพยาบาล ๔๐๐ เตียง โดยใช้ช่ือ
พระราชทานว่าโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ โรงพยาบาลน้ีมีเครื่องไม้เคร่ืองมือที่
ทันสมัยมาก โดยเฉพาะเครื่องมือและผู้เช่ียวชาญด้านการรักษาโรคตาและการเปลี่ยน
เลนสต์ าทม่ี ชี อ่ื เสยี งมาก พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารยไ์ ดเ้ ปน็ คนไขโ้ ดยเปลย่ี นเลนสต์ าทงั้ สองขา้ ง
ท�ำให้มองเห็นได้ชัดเจน ท้ังน้ี ได้น�ำมาเล่าให้ประชาชนในชุมชนฟังทางเสียงตามสาย
เวลา ๐๕.๓๐ น. วา่ หากมปี ัญหามองไมช่ ดั เจน ใหไ้ ปเปลยี่ นเลนส์ตาทีโ่ รงพยาบาลเมตตา
ประชารกั ษไ์ ด้ โดยพระอบุ าลคี ุณปู มาจารยไ์ ดก้ ล่าววา่ ‘อาตมาไปเปลี่ยนมาแล้ว ไม่เจ็บ
อะไรมาก เหมือนมดกดั เท่าน้ัน เดย๋ี วนม้ี องเหน็ ชัดเจนมาก’”
ผลงานด้านท�ำนุบ�ำรุงพระพุทธศาสนา พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ได้บูรณะ
และปรับปรุงโบราณสถานและโบราณวัตถุภายในเขตพุทธาวาสหลายประการ คือ
พระอุโบสถ ใบเสมารอบพระอุโบสถ พระพุทธรูปปางพระปาลิไลยก์ พระพุทธรูป
ปางหา้ มญาติ พระสงั กจั จายน์ พระวหิ ารประจำ� ทศิ และพระปรางค์ ส่วนโบราณสถาน
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 17
และโบราณวตั ถภุ ายในเขตสงั ฆาวาสทส่ี ำ� คญั เชน่ ศาลาการเปรยี ญ ศาลาจตรุ มขุ มณฑป
และหอระฆัง เป็นตน้
ผลงานดา้ นการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารยเ์ รมิ่ ดำ� เนนิ การ
ตงั้ แตเ่ ปน็ พระธรรมทตู อำ� เภอเมอื งนครปฐม จงั หวดั นครปฐม โดยไดอ้ บรมพระภกิ ษสุ ามเณร
ภายในวัด หลังเวลาท�ำวัตรเช้า-เย็น อบรมศีลธรรมศิษย์วัดและนักศึกษาที่พักอยู่ในวัด
พรอ้ มใหไ้ หวพ้ ระสวดมนต์ อบรมอบุ าสก-อบุ าสกิ าทร่ี กั ษาอโุ บสถศลี ในวดั รว่ มกบั คณะสงฆ์
และทางราชการออกอบรมประชาชนตามทอ้ งถน่ิ ตา่ ง ๆ ในเขตปกครอง เปน็ ผอู้ ำ� นวยการ
ฝึกซ้อมอบรมพระอุปัชฌาย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ และภาคอื่น ๆ ท่ีฝึกซ้อม
อบรม และเปน็ ผบู้ รรยายถวายความรู้แก่พระสงั ฆาธกิ ารในเขตปกครองด้วย
นายยทุ ธชยั อตุ มา อดตี เลขาธกิ ารครุ สุ ภา ไดก้ ลา่ วถงึ พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารย์
ในด้านการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาเรอ่ื งกรรมฐานว่า “ท่านเปน็ พระนักปฏิบัตทิ ่เี คร่งครดั
และเชย่ี วชาญดา้ นกรรมฐานอยา่ งยง่ิ จากการทเ่ี คยไปอบรมทสี่ ถาบนั พฒั นาครู คณาจารย์
และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงบรรดาผู้บริหารโรงเรียนที่บรรจุใหม่ทุกรุ่นที่ต้องไป
อบรมทส่ี ถาบนั ดงั กลา่ ว ลว้ นกลา่ วเปน็ เสยี งเดยี วกนั วา่ ทา่ นเปน็ พระนกั ปฏบิ ตั ทิ เ่ี ครง่ ครดั
ใครท่ีได้ผ่านการฝึกอบรมกับท่าน ท่านจะสอนวิธีการน่ังกรรมฐาน การน่ังสมาธิฝึกจิต
ทถ่ี กู ต้อง เพื่อให้บรรลุถึงการฝกึ สมาธิอยา่ งแทจ้ รงิ ”
ผลงานด้านการประพนั ธ์ พระอบุ าลีคณุ ูปมาจารยไ์ ดน้ ิพนธ์เร่ืองตา่ ง ๆ ท่เี ป็น
ประโยชน์มากมาย ทัง้ บทความและพระธรรมเทศนา นิทานธรรมะ พุทธธรรมค�ำกลอน
และปัญญาสุภาษติ และโดยที่พระอบุ าลีคณุ ปู มาจารยเ์ ป็นเจ้าอาวาสวดั ไร่ขงิ ทนี่ านที่สดุ
ถึง ๔๘ ปี (ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๕๑) ดังน้ัน นิพนธ์ที่น่าอ่านที่สุดคงไม่เกินเรื่อง
18 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
“อกสมภาร” เปน็ ผลงานทเ่ี ขยี นเลา่ ประสบการณต์ รงและเหตกุ ารณท์ ไี่ ดร้ บั ฟงั จากสมภาร
ท้ังหลาย เพอ่ื เปน็ อทุ าหรณ์และแนวทางในการบริหารวัด ซง่ึ นอกจากไดร้ ับความร้แู ลว้
ยงั ได้เห็นอารมณข์ ันของพระอบุ าลีคุณปู มาจารยอ์ กี ด้วย
จากผลงานดีเด่นในหลาย ๆ ด้าน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์จึงได้รับปริญญา
ดุษฎีบัณฑติ กิตตมิ ศักดส์ิ าขาตา่ ง ๆ จาก ๗ สถาบนั คอื มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย สภาการฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
วไลยลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
สมณศกั ดแิ์ ละเกยี รตคิ ณุ ทไ่ี ดร้ บั การยกยอ่ ง ไดร้ บั รางวลั โลเ่ กยี รตคิ ณุ /เกยี รตยิ ศ
รวม ๑๔ รางวลั ทสี่ ำ� คญั คอื เสาเสมาธรรมจกั รในฐานะผทู้ ำ� ประโยชนต์ อ่ พระพทุ ธศาสนา
ประเภท “สง่ เสรมิ พฒั นาชมุ ชนโดยใชห้ ลกั ธรรมทางพทุ ธศาสนา” เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๐ ไดร้ บั
โลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ ผบู้ ำ� เพญ็ ประโยชนด์ า้ นการศกึ ษาและโลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ ผบู้ ำ� เพญ็
ประโยชนด์ า้ นการประถมศกึ ษา จากรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๖
เปน็ ตน้ ไดร้ บั สมณศกั ดเิ์ ปน็ พระครทู กั ษณิ านกุ จิ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๐ ไดร้ บั พระราชทานสมณศกั ดิ์
เปน็ พระราชาคณะชน้ั สามญั ท่ี พระปญั ญาวมิ ลมนุ ี เมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๔ ไดร้ บั พระราชทาน
เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปัญญาภรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑
ได้รับพระราชทานเลอ่ื นสมณศักดเิ์ ปน็ พระราชาคณะชนั้ เทพ ที่ พระเทพวรเวที ไดร้ ับ
พระราชทานเลอื่ นสมณศกั ดเ์ิ ปน็ พระราชาคณะชน้ั ธรรม ท่ี พระธรรมมหาวรี านวุ ตั ร และไดร้ บั
พระราชทานสถาปนาสมณศกั ดเ์ิ ปน็ พระราชาคณะเจา้ คณะรองชน้ั หริ ญั บฏั ท่ี พระอบุ าลี
คณุ ูปมาจารย์
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ มรณภาพเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
เมือ่ วันท่ี ๑๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ สริ อิ ายุ ๘๕ ปี ๔ เดอื น ๖ วัน
นายพุธทรพั ย์ มณีศรี ผู้เรียบเรียง
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 19
ข้อมูลอา้ งอิง
๑. ปัญญานิพนธ์ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินฺทปญฺโ มหาเถร)
พมิ พค์ รง้ั ที่ ๒ : พฤษภาคม ๒๕๕๑ เน่อื งในงานออกเมรุพระราชทานเพลงิ ศพ พระอุบาลี
คุณูปมาจารย์ (ปญั ญา อินทฺ ปญโฺ มหาเถร ป.ธ.๖)
๒. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์กับต�ำนานวัดไร่ขิง วัดไร่ขิง อ.สามพราน
จ.นครปฐม พมิ พค์ รงั้ ท่ี ๑ : ตลุ าคม ๒๕๕๙ เนอ่ื งในโอกาสบำ� เพญ็ กศุ ลฉลองอายวุ ฒั นมงคล
ครบ ๘๔ ปี พระอุบาลคี ุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินทฺ ปญฺโ ป.ธ. ๖, พธ.ด. กติ ตมิ ศกั ด)ิ์
๓. อกสมภาร โดยพระอุบาลีคณุ ูปมาจารย์ (ปัญญา อินทฺ ปญโฺ ) พมิ พฉ์ บบั
สมบรู ณ์ ครัง้ ที่ ๓ : ตุลาคม ๒๕๔๙
๔. ผู้ใหข้ อ้ มลู เพม่ิ เตมิ
๔.๑ พระเทพปวรเมธี (ประสิทธิ์ พฺรหฺมรํสี) รศ. ดร. อัคคมหาบัณฑิต
รองเจา้ คณะภาค ๑๕ รองอธกิ ารบดฝี า่ ยบรหิ าร มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
ประธานคณะกรรมการประสานแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส/ประธานองค์การศึกษาวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร และรักษาการ
เจา้ อาวาสวัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ
๔.๒ นางสายพณิ มณศี รี อดตี ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลยั
นครปฐม (พระตำ� หนกั สวนกหุ ลาบมธั ยม) และอดตี ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั
๔.๓ นายยุทธชัย อุตมา อดีตเลขาธิการคุรุสภา
20 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
ครูผูบ้ ริหารการศึกษา
ท่ีหลากหลายกลยุทธ์
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 21
๑ นายถวลั ย ์ ทองมี
๒ นางนารี วฒั นธรรม
๓ นายประทีป โรจนากาศ
๔ นายประพฒั น ์ แสงวณิช
๕ นายศักดา วังทอง
๖ นายสุชาต ิ วรมานะกุล
๗ นายอุดม วชั รสกณุ ี
นายถวัลย์ ทองมี
พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๒๕๖๔
นายถวัลย์ ทองมี
พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๒๕๖๔
นายถวัลย์ ทองมี เกิดเม่ือวันท่ี ๒๔ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๘๐ ท่ีบ้านเลขที่ ๑๕ หมู่ท่ี ๑ ต�ำบลบางกระเบา
อ�ำเภอนครชัยศรี จงั หวัดนครปฐม เป็นบตุ รของนายเบ้ียว
และนางเชอ้ื ทองมี มพี ี่ ๑ คน ไดแ้ ก่ พระครวู ฒุ ธิ รรมสาคร
(แจ่ม กาญจโน) ปจั จบุ นั มรณภาพแลว้ มนี ้อง ๗ คน ได้แก่
นายประชมุ (ถงึ แกก่ รรม) นางนวลศรี นายโอสถ นางพนมพร
ข�ำเขียว นายวิทยา นางกัญญา วราหกิจ และนายชตั รชัย
ทองมี (ถึงแก่กรรม)
การศึกษาเบื้องต้น เรียนจบชั้นประถมศึกษาท่ีโรงเรียนพุทธวิถีประสิทธ์ิ
(วัดกลางบางแก้ว) อ�ำเภอนครชัยศรี ใน พ.ศ. ๒๔๙๒ เรียนตอ่ ทโ่ี รงเรยี นเพ่มิ วทิ ยา
ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนของวัดกลางบางแก้ว จบการศึกษาช้ันมัธยมปีท่ี ๓ พ.ศ. ๒๔๙๖
เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนไพศาลศิลป์ (ปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้ว) จังหวัดพระนคร
(กรงุ เทพมหานคร ในปจั จบุ นั ) จบการศกึ ษาชนั้ มธั ยมปที ี่ ๖ ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ศกึ ษาตอ่ ที่
โรงเรยี นฝกึ หดั ครพู ระนครศรอี ยธุ ยา (ปจั จบุ นั คอื มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนครศรอี ยธุ ยา)
โดยเปน็ นกั เรยี นทนุ ประจำ� จงั หวดั สำ� เรจ็ การศกึ ษาหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าการศกึ ษา
(ป.กศ.) เปน็ รนุ่ แรก ใน พ.ศ. ๒๕๐๐ เขา้ ศกึ ษาตอ่ ทโ่ี รงเรยี นฝกึ หดั ครบู า้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา
(ปจั จบุ นั คอื มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา) สอบไดป้ ระกาศนยี บตั รวชิ าการศกึ ษา
ชนั้ สงู (ป.กศ.สงู ) รนุ่ แรก ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ศกึ ษาตอ่ ระดบั ปรญิ ญาตรที วี่ ทิ ยาลยั วชิ าการศกึ ษา
ประสานมิตร (ปจั จบุ นั คอื มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ) สำ� เรจ็ การศกึ ษาไดร้ บั ปรญิ ญา
การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) ใน พ.ศ. ๒๕๐๔ ส�ำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาครุศาสตร
มหาบัณฑิต (ค.ม.) สาขาบริหารการศึกษา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. ๒๕๒๓
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 25
หลังเกษียณอายุราชการ ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ขณะนน้ั อายุ ๗๒ ปี และสำ� เรจ็ ปรญิ ญาปรชั ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาสหวทิ ยาการเพอ่ื การพฒั นา
แขนงวชิ าการบรหิ ารการศึกษาเพ่ือพฒั นา ใน พ.ศ. ๒๕๕๕
นายถวัลย์ เข้ารับราชการในต�ำแหน่งครูตรี โรงเรียนชุมชนวัดบ้านเลือก
(โพธาภิรมย์) อ�ำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใน พ.ศ. ๒๕๐๔ ตอ่ มาไดย้ ้ายไปทีโ่ รงเรียน
วัดธรรมศาลา อ�ำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม สอบได้ต�ำแหน่งศึกษานิเทศก์
ฝ่ายสามัญศึกษา ประจ�ำจังหวัดนครปฐม ใน พ.ศ. ๒๕๐๗ โอนไปเป็นผู้ช่วยหัวหน้า
สว่ นการศกึ ษา องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นครปฐม ใน พ.ศ. ๒๕๑๕ และเปน็ ผอู้ ำ� นวยการ
การประถมศกึ ษาจงั หวดั นครปฐม ใน พ.ศ. ๒๕๒๓ ยา้ ยไปเปน็ ผอู้ ำ� นวยการการประถมศกึ ษา
จงั หวัดเพชรบุรี และจังหวัดนนทบุรี ตามล�ำดับ กระทั่งไดเ้ ปน็ ผู้อ�ำนวยการกองนโยบาย
และแผน ส�ำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ใน พ.ศ. ๒๕๒๘
เป็นรองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ ใน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นผตู้ รวจ
ราชการ ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ใน พ.ศ. ๒๕๓๕ และเป็นอธิบดี
กรมการศาสนา ใน พ.ศ. ๒๕๓๘ จนเกษียณอายุราชการ ใน พ.ศ. ๒๕๔๐
นายถวัลย์ มีความมุ่งม่ันในการประกอบวิชาชีพครูต้ังแต่เรียนจบระดับ
มัธยมศึกษา ได้รับการคัดเลือกเป็นนักเรียนทุนให้ศึกษาต่อหลักสูตรประกาศนียบัตร
วิชาการศึกษา และระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาช้ันสูง เมื่อส�ำเร็จการศึกษา
26 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
ในระดบั ปรญิ ญาตรี เริม่ รับราชการครูท่ีโรงเรียนวดั บา้ นเลือกซึง่ อยูห่ ่างไกลจากบา้ นเกิด
ทอ่ี ำ� เภอนครชยั ศรี จงึ ตอ้ งเชา่ บา้ นอยใู่ กลต้ ลาดอำ� เภอโพธาราม ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบทมี่ ี
ตอ่ หนา้ ท่กี ารงาน ท้ังท่ีตอ้ งเดนิ ทางไปกลบั เพื่อดแู ลบดิ ามารดา และตอ้ งทำ� งานเพ่อื หา
รายได้มาสนบั สนนุ การศกึ ษาของนอ้ ง ๆ หลังจากพ่ชี ายคนโตบรรพชาอปุ สมบท กระทั่ง
น้องสำ� เร็จการศกึ ษาระดบั สงู ทกุ คน ทั้งนี้ นายถวัลย์วางตวั เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี จึงพยายาม
อบรมสั่งสอนน้อง ๆ ในการปฏิบัติตัวที่ดีในการรับราชการให้มีความซ่ือสัตย์สุจริต
ขยันหม่ันเพียรในการท�ำงานตามท่ีผู้บังคับบัญชามอบหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
มมี นุษยสัมพันธก์ ับเพอื่ นรว่ มงาน ผบู้ ังคับบัญชา และชมุ ชน เป็นแบบอยา่ งท่ีดีในการใช้
หลกั บรหิ าร คอื การครองตน ครองคน และครองงาน จนทำ� ใหน้ อ้ ง ๆ ประสบความสำ� เรจ็
ในการประกอบอาชพี ทงั้ อาชีพอิสระและรับราชการทกุ คน
นายจำ� เรญิ เสกธรี ะ อดตี อธบิ ดกี รมการศาสนา ซงึ่ เคยเปน็ ครผู สู้ อนนายถวลั ย์
ไดก้ ลา่ วไวใ้ นหนงั สอื ทรี่ ะลกึ พธิ พี ระราชทานเพลงิ ศพ นายถวลั ย์ ทองมี ความตอนหนงึ่ วา่ ...
“ขณะทที่ า่ นเรียนหนังสอื อยูใ่ นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ณ โรงเรยี นไพศาลศลิ ป์ ผมเป็นครู
สอนวิชาคณติ ศาสตร์ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ ทุกวชิ า และสอนวิชาตรโี กณมิติ
ให้แก่นักเรียนเตรียมอุดมศึกษาปีท่ี ๑ ท่ีเรียกว่า ม.๗ ท่านอธิบดีถวัลย์ เป็นนักเรียน
ที่เรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และขยันเรียนคนหนึ่งจนถือเป็นตัวอย่างได้ ผมมาพบ
ทา่ นอธบิ ดถี วลั ยอ์ กี ครง้ั หนงึ่ เมอ่ื ผมยา้ ยเขา้ มาทำ� งานในกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตงั้ แตป่ ี พ.ศ.
๒๕๒๖ เปน็ ตน้ มา จนเกษยี ณอายุราชการในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ในชว่ งน้ี ท่านอธิบดีถวลั ย์
กไ็ ดม้ าทำ� งานในกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในตำ� แหนง่ ทสี่ ำ� คญั ๆ หลายตำ� แหนง่ ไดเ้ หน็ ฝไี มล้ ายมอื
ของทา่ นใหเ้ ปน็ ทป่ี ระจกั ษใ์ นการประชมุ ระดบั ชาตหิ ลาย ๆ ครง้ั ตงั้ แตท่ า่ นเปน็ ผอู้ ำ� นวยการ
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 27
กองนโยบายและแผน สปช. ซึง่ ในการเสนองานแผนและงบประมาณของ สปช. ทกุ ครงั้
ก็ผ่านในท่ีประชุมไปได้ด้วยดี ท้ังท่ีเป็นงานท้ังยากและทั้งมากเกินกว่าที่คนธรรมดา
จะช้แี จงใหผ้ ูอ้ ืน่ เข้าใจได้ง่ายและเร็วภายในเวลาอันจ�ำกัด...”
“จากครูประชาบาลสอู่ ธบิ ดกี รมการศาสนา”
นายถวัลย์ เปน็ ผมู้ ปี ระสบการณก์ ารท�ำงานอย่างดเี ย่ียม ตงั้ แต่รบั ราชการเป็น
ครูประชาบาล ศึกษานิเทศก์ กระท่ังสู่ต�ำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา รวมระยะเวลา
๓๖ ปี ทงั้ นี้ ได้ยดึ หลกั ปฏิบตั ิงานโดยสรปุ ดงั นี้
๑. มีความรับผิดชอบ การท�ำงานมุ่งผลส�ำเร็จเป็นที่ต้ัง งานทุกเร่ืองต้องมี
คณุ ภาพ ประสทิ ธภิ าพ และโปรง่ ใส เมอ่ื ผบู้ งั คบั บญั ชาไดม้ อบหมายงานใดกต็ อ้ งทำ� ใหเ้ สรจ็
ทันทีด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และต้องให้ดีท่ีสุด เม่ืออยู่ในต�ำแหน่งใดก็จะต้องดูแล
งานในความรับผิดชอบใหเ้ รยี บรอ้ ยและโปรง่ ใสทุกเร่ือง
๒. รักษาตนเองมิให้มีความบกพร่อง ไม่ประพฤติปฏิบัติในส่ิงท่ีไม่สมควร
ระมดั ระวงั มใิ หม้ จี ดุ ดา่ งพรอ้ ยทใี่ หผ้ บู้ งั คบั บญั ชา เพอื่ นรว่ มงาน และผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาตำ� หนิ
๓. ให้เกียรติและเคารพผู้บังคับบัญชา ยึดหลักประจ�ำใจว่าต้องให้เกียรติ
เคารพ ซ่ือสัตย์ กตัญญู เสียสละ ทุ่มเท และใกล้ชิดผู้บังคับบัญชาเสมอและตลอดไป
ถึงแม้ว่าเป็นผู้บังคับบัญชาเพียงวันเดียวก็ถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาสั่งหรือ
มอบหมายงานตอ้ งท�ำให้ส�ำเรจ็ และดที ีส่ ุด
28 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
๔. ความเปน็ ธรรม ทกุ คนตอ้ งการความเปน็ ธรรม “คอื ความพอใจ” ถา้ ตนเอง
พอใจแล้วถอื ว่าไดร้ บั ความเป็นธรรม ฉะน้ัน ในการปฏบิ ตั งิ านที่เกยี่ วข้องกบั คนทุกเรื่อง
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา ตอ้ งถอื เปน็ เรอ่ื งสำ� คญั ทตี่ อ้ งดแู ลเปน็ พเิ ศษในทกุ เรอื่ ง
การดำ� เนนิ งานตอ้ งมีหลักเกณฑท์ ชี่ ัดเจน แยง้ ไม่ได้ และเปดิ เผย ไม่มีความลับ
๕. ต้องไม่สร้างศัตรู ศัตรูเป็นปัญหาใหญ่ในการท�ำงาน ศัตรูเพียงคนเดียว
อาจฆ่าเราได้ ต้องพยายามอย่างย่ิงที่ไม่ให้มีศัตรู ในบางครั้งอาจมีศัตรูท่ีเราไม่รู้ตัว
ไม่ทราบเหตุผลว่ามีศัตรูเกิดข้ึนได้อย่างไร ท�ำไมเขาจึงเป็นศัตรูกับเรา การตั้งใจจริง
ในการท�ำงานดว้ ยความถูกตอ้ งและโปร่งใสยอ่ มช่วยให้ผา่ นพ้นวิกฤติไปได้
๖. การแกป้ ญั หา การรบั ราชการเปน็ ไปดว้ ยดีและราบรื่นหรือไม่ ไมว่ า่ ไปอยู่
ทไ่ี หน ทำ� งานอะไร ตอ้ งพบปญั หาอยตู่ ลอดเวลา เมอื่ พบปญั หาหนกั หนว่ งอยา่ งไรตอ้ งแกใ้ หไ้ ด้
การแกป้ ญั หาตอ้ งอดทน ท�ำใจใหส้ งบ ย้ิมรบั ปัญหา แลว้ หาวิธีแก้ปัญหาดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล
คลา้ ยการคดิ โจทยเ์ ลขหรอื การพสิ จู นโ์ จทยเ์ รขาคณติ การแกป้ ญั หาตอ้ งอาศยั ความอดทน
อย่าร้อนรน ทำ� ใจใหส้ งบ มสี มาธิ ใชค้ วามสุขมุ คดิ หาวิธีแกป้ ัญหาด้วยเหตดุ ว้ ยผล
๗. การเสียสละและทมุ่ เทในงาน ตอ้ งเสียสละทุ่มเทในงานตลอดเวลา ถือว่า
การทำ� งานและผลสำ� เรจ็ ในงานเปน็ ชวี ติ จติ ใจ ไมล่ ะทงิ้ งาน มาทำ� งานแตเ่ ชา้ และกลบั เยน็ มดื
ถอื เปน็ หลกั การว่าต้องมาถงึ ท่ที ำ� งานกอ่ นแล้วกลับหลงั ผ้บู ังคบั บญั ชาเสมอ ต้องเกาะติด
ส�ำนกั งานแม้วันหยุดราชการ หากมีงานค้างตอ้ งมาทำ� ให้แลว้ เสรจ็
นายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครปฐม ได้กล่าวถึง
นายถวัลย์ไว้ในหนังสอื เล่มเดียวกนั ความตอนหนง่ึ ว่า...
“คุณพี่ถวัลย์เป็นบุคคลต้นแบบด้านการใฝ่เรียนรู้ การปฏิบัติงานราชการ
และการสร้างครอบครัวสมบรู ณ์แบบทีช่ าวนครปฐมบ้านเราให้การยอมรับ คณุ พไ่ี ด้สรา้ ง
เกยี รติภูมจิ ุฬาฯ ทนี่ ิสิตเก่าจุฬาฯ นครปฐมภาคภมู ิใจ เป็นผู้รเิ ริ่มการจดั สรรงบประมาณ
แดน่ ้องผู้หิวโหยทัว่ ประเทศของ สปช. เปน็ ต้นแบบมาถึงปจั จุบันนี้ ตามโครงการอาหาร
กลางวนั และนมโรงเรยี น เปน็ อธบิ ดกี รมการศาสนาไดร้ ณรงคใ์ หพ้ ระสงฆท์ ว่ั ประเทศยดึ มน่ั
ในหลักธรรมอย่างเคร่งครัด และส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติธรรมด้วยจิตวิญญาณ
นบั ไดว้ า่ ไดส้ รา้ งบญุ กศุ ลไวม้ ากมาย คณุ พเ่ี ปน็ ไอดอลของกระผมในเรอ่ื งการครองตน ครองคน
และครองงาน ซ่งึ สามารถนำ� มาปรับใชใ้ นยคุ New Normal ไดผ้ ลดใี นหลายมติ ิ...”
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 29
นายถวัลย์ เปน็ ผ้มู ีความมุง่ มนั่ ในการปฏิบัติงานอยา่ งเต็มกำ� ลังความสามารถ
ไม่ว่าจะอยใู่ นบทบาทของครู ศกึ ษานิเทศก์ ผู้อ�ำนวยการ รองเลขาธิการคณะกรรมการ
การประถมศึกษาแห่งชาติ ผู้ตรวจราชการ อธิบดี เมอื่ ครง้ั ดำ� รงต�ำแหน่งอธบิ ดกี รมการ
ศาสนา ไดแ้ ก้ปญั หา ปรับปรุงพัฒนางาน โดยอาศยั การทำ� งานจริง ขยนั มานะ บากบั่น
สงู้ านไม่ถอย มคี วามซอ่ื สตั ย์สจุ รติ โปรง่ ใส สรา้ งผลงานใหก้ รมการศาสนา โดยไดบ้ นั ทึก
ผลงานของตนไวด้ ว้ ยความภาคภมู ิใจ โดยสรปุ ได้ดังนี้
การจัดทำ� แผนพฒั นาศาสนา มนี โยบายส�ำคัญ ได้แก่ พฒั นาการศกึ ษาสงฆ์
พฒั นาและเสรมิ สรา้ งศาสนสถานใหเ้ ปน็ ศนู ยก์ ลางของชมุ ชน เผยแผห่ ลกั ธรรมสปู่ ระชาชน
ระดมสรรพก�ำลังท�ำนุบ�ำรุงอุปถัมภ์ศาสนา พัฒนาการบริหารงานด้านศาสนาให้มี
ประสทิ ธิภาพ ส่งเสริมการจดั ศนู ยอ์ บรมเด็กก่อนเกณฑ์
บริหารงบประมาณของกรมการศาสนา เน้นการบรหิ ารจดั การงบประมาณ
ใหต้ รงตามวตั ถปุ ระสงคข์ องงานโครงการ โดยใชแ้ นวปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ
อยา่ งเครง่ ครดั กำ� หนดใหห้ นว่ ยงานจดั ทำ� โครงการขอเงนิ งบประมาณอยา่ งชดั เจน ใหผ้ ล
คมุ้ คา่ สามารถนำ� ไปปฏบิ ตั ไิ ด้ ควบคมุ การตรวจสอบภายในอยา่ งใกลช้ ดิ ทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์
ปรับปรุงข้ันตอนการท�ำงานให้กระชับ รวดเร็ว รัดกุม โปร่งใส ออกระเบียบการปฏิบัติ
เพ่ือป้องกนั การทุจริต
พฒั นาการศึกษาของคณะสงฆ์ ผลกั ดันใหม้ ีพระราชบัญญตั ิ ๓ ฉบับ ได้แก่
พระราชบัญญัตมิ หาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั พระราชบญั ญัตมิ หาวทิ ยาลัย
มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั แกไ้ ขพระราชบญั ญตั ริ บั รองวทิ ยฐานะผสู้ ำ� เรจ็ วชิ าการพระพทุ ธศาสนา
พ.ศ. ๒๕๒๗
การศึกษาในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา วางแผนพัฒนา
การศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาสำ� หรับพระภิกษุ สามเณร ใหม้ คี ุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียน
มัธยมทั่วไป ปรับปรุงอาคารเรียน อาคารอื่น ๆ ให้มีสภาพใหม่อยู่เสมอ พัฒนาบุคลากร
ระดับบริหาร ส่งเสริมให้จัดห้องเรียน อุปกรณ์สอน ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ
จดั ชดุ สัญญาณรับดาวเทียมอย่างทั่วถึง สนับสนุนให้มีการบริหารแบบกระจายอ�ำนาจ
แบบกลุ่มโรงเรยี น
30 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี แก้ปัญหาบริหารการศึกษา
โดยน�ำแนวทางปฏิรูปการศึกษามาใช้ ประสานความร่วมมือกับกรมต่าง ๆ ให้ชักน�ำ
นกั เรยี นเขา้ มาบรรพชาอุปสมบทเพื่อเรยี นพระปริยตั ิธรรมควบคู่กับวิชาสามัญ
การศึกษาด้านวิปัสสนากรรมฐาน สนับสนุนให้เปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม
ตามวดั ตา่ ง ๆ ใหม้ ากขนึ้ โดยกำ� หนดใหม้ เี ปา้ หมายตำ� บลละ ๑ วดั อบรมพระวปิ สั สนาจารย์
เพ่ือใหก้ ระจายไปประจำ� ตามศูนย์ปฏิบัตธิ รรมต่าง ๆ
พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม โดยการเผยแผ่หลักธรรมค�ำสอนสู่ประชาชน
โดยจดั ทำ� แผนเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาอยา่ งเปน็ ระบบตอ่ เนอื่ ง สง่ เสรมิ ศาสนสถาน องคก์ ร
ทางศาสนาทุกกลุ่ม อบรมบุคลากรทางศาสนา พัฒนาสื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
สง่ เสรมิ กจิ การพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย์ พฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรมขา้ ราชการ สง่ เสรมิ
จรยิ ธรรมในสถานศึกษา
การปฏริ ปู การศกึ ษาของศนู ยอ์ บรมเดก็ กอ่ นเกณฑใ์ นวดั และมสั ยดิ สง่ เสรมิ
ใหม้ ศี นู ย์อบรมเดก็ กอ่ นเกณฑ์ ปรับปรุงแก้ไขในเร่อื งก�ำหนดเบิกจา่ ยงบอุดหนนุ การจดั
ค่าตอบแทนครูพ่เี ล้ยี ง เร่งพัฒนาศูนยฯ์ และบคุ ลากรตามแนวปฏิรปู การศึกษา
การดแู ลรกั ษาและจดั ประโยชนท์ ่ีดนิ ศาสนสมบัติ โดยปรบั ปรงุ หลกั เกณฑ์
การคดิ คา่ บำ� รงุ คา่ เชา่ ใหเ้ ปน็ ปจั จบุ นั จดั ทำ� คมู่ อื การขอเชา่ ทดี่ นิ ตงั้ คณะกรรมการกลน่ั กรอง
การจดั ประโยชน์ ก�ำกับดแู ลเจ้าหน้าที่ให้ไปปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความสจุ ริต โปร่งใส รวดเรว็
รัดกุม
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 31
นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงพัฒนาเร่ืองการจัดหารถยนต์ไว้เป็นพาหนะประจ�ำ
กรมการจดั การโรงพมิ พก์ ารศาสนา การอปุ ถมั ภศ์ าสนาอสิ ลาม การปรบั ปรงุ กฎ ระเบยี บ
ข้อบงั คบั ตา่ ง ๆ และการพัฒนาระบบข้อมลู สถติ ิและสารสนเทศ ระบบงานคอมพิวเตอร์
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ไดป้ ระทานวรคติธรรมไวใ้ นหนังสอื เลม่ เดียวกัน ความตอนหนง่ึ ว่า...
“ท่านอธิบดีกรมการศาสนา นายถวัลย์ ทองมี จะเกษียณอายุราชการในปี
พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ นี้ กรมการศาสนายกยอ่ งวา่ เปน็ ผปู้ ระสบความสำ� เรจ็ ในชวี ติ ราชการ
อยา่ งสูง ผลงานในระหวา่ งรับราชการของทา่ นอธบิ ดีกรมการศาสนาผู้นี้ ได้รบั ยกย่องว่า
ควรเป็นแบบอยา่ งของข้าราชการรนุ่ หลัง สองปใี นตำ� แหน่งอธบิ ดีกรมการศาสนา...”
สมเดจ็ พระมหาธรี าจารย์ (นยิ ม ฐานสิ สฺ โร) ไดเ้ ขยี นสาราณยี ลขิ ติ ถงึ นายถวลั ย์
ไว้ในหนังสือเลม่ เดยี วกนั ความตอนหนง่ึ วา่ ...
“ทา่ นอธิบดถี วลั ย์ ทองมี อธบิ ดีกรมการศาสนา ขา้ พเจา้ เหน็ ว่าท่านเป็นผู้มี
ความจรงิ ใจ และจรงิ จงั ตอ่ หนา้ ทกี่ ารงาน กลา้ คดิ กลา้ เสนอ กลา้ ทำ� พรอ้ มทจ่ี ะรบั ผดิ ชอบ
งานในหน้าท.่ี ..”
นายโกวทิ วรพิพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ ไดก้ ลา่ วถงึ นายถวลั ย์
ไวใ้ นหนังสอื เล่มเดยี วกัน ความตอนหน่งึ วา่ ...
“อาจารยถ์ วลั ย์ ทองมี เป็นคนท่ที �ำอะไรจริง กล้าไดก้ ล้าเสีย หากเจออปุ สรรค
จะเดนิ ชนจนสดุ ฤทธิ์ ฉะนน้ั อาจารยจ์ งึ มกั จะทำ� อะไรแลว้ สำ� เรจ็ ผล อาจารยเ์ ปน็ คนรกั เพอ่ื น
ไม่ทอดทิ้งเพ่ือน อาจารย์ถวัลย์เป็นคนมีความพยายามสูง จากศึกษานิเทศก์ต่างจังหวัด
อาจารย์ก็เข้ากระทรวงและเป็นผู้อ�ำนวยการกอง รองเลขาธิการ ผู้ตรวจรราชการ
กระทรวง และอธิบดกี รมการศาสนา ตามล�ำดบั ...”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โยธิน ศรีโสภา อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม ไดก้ ลา่ วยกยอ่ งไวใ้ นหนงั สอื เลม่ เดยี วกนั ความตอนหนง่ึ วา่ ...
“ทา่ นอธบิ ดถี วลั ย์ ไดส้ รา้ งประวตั ศิ าสตรอ์ กี หนา้ หนงึ่ ใหเ้ กดิ ขน้ึ แกม่ หาวทิ ยาลยั
ราชภัฏนครปฐม เมอื่ ทา่ นตัดสินใจเลือกเรยี นปรญิ ญาเอกทน่ี ี่ และสามารถจบการศกึ ษา
32 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
ในระดบั ปริญญาเอกเปน็ คนแรกของมหาวิทยาลยั โดยการใช้เวลาเพยี ง ๔ ปี กอ่ ให้เกดิ
ต�ำนานเล่าขาน ยืนยันปรัชญาการศึกษาที่กล่าวว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคแห่งการเรียนรู้
เพราะเราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชวี ิต...”
เกยี รตคิ ณุ ทไี่ ดร้ บั การยกยอ่ ง นายถวลั ยไ์ ดร้ บั การคดั เลอื กจากสภาสงั คมสงเคราะห์
แหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถัมภ์ ใหเ้ ปน็ พ่อตัวอยา่ ง พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้รบั รางวลั
ศิษย์เก่าดีเด่น สาขาผู้บริหารการศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยครู
พระนครศรีอยุธยาเนื่องในโอกาส ๑๐๐ ปี การฝึกหัดครูไทย ศิษย์เก่าดีเด่นภาควิชา
บริหารการศกึ ษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๘ ศิษยเ์ กา่ ดเี ดน่
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ พ.ศ. ๒๕๓๘ ศษิ ยเ์ กา่ ดเี ดน่ สถาบนั ราชภฏั บา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา
พ.ศ. ๒๕๓๙ ครศุ าสตร์ปราชญจ์ ุฬา สมาคมครศุ าสตรส์ ัมพนั ธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
พ.ศ. ๒๕๓๙ รางวัลผู้ท�ำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจ�ำปี ๒๕๓๙ ประเภท
ส่งเสริมกิจกรรมพระพุทธศาสนา และประกาศเกียรติคุณผู้ได้ท�ำประโยชน์อย่างมาก
ให้กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๐
เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับพระราชทาน คือ มหาวชิรมงกุฎ
ประถมาภรณช์ า้ งเผอื ก และเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลา
นายถวัลย์ สมรสกับนางสาวบุบผา จักรเพชร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ มบี ตุ ร ๔ คน
คือ นางพิมพ์ใจ วงศ์จินดา พลตรี นายแพทย์ พงษ์จรัส นางไพจิตร สุริยา และนางสาว
เพญ็ จันทร์ ทองมี
นายถวัลย์ เริ่มมีอาการเจ็บป่วยตั้งแต่ต้น พ.ศ. ๒๕๖๐ ประสบอุบัติเหตุ
ลม้ ศีรษะกระแทกพ้นื อย่างรุนแรง ทำ� ใหเ้ กดิ ภาวะเลอื ดออกในสมอง ต่อมา พ.ศ. ๒๕๖๓
ประสบอบุ ตั เิ หตลุ ม้ ศรี ษะกระแทกพน้ื อกี ครงั้ ไดเ้ ขา้ รบั การรกั ษาทโี่ รงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้
กรุงเทพมหานคร และถึงแก่อนิจกรรมด้วยภาวะเลือดออกใต้เย่ือหุ้มสมองเฉียบพลัน
เม่ือวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ สิรอิ ายุ ๘๓ ปี ๔ เดอื น ๗ วนั
นายยุทธ โตอดเิ ทพย์ ผ้เู รียบเรยี ง
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 33
ข้อมูลอา้ งองิ
๑. ท่ีระลึก “พิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.ถวลั ย์ ทองมี อดีตอธิบดกี รมการ
ศาสนา ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ท่ี ๑๐ เมษายน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๒. ผูใ้ ห้ข้อมลู เพ่มิ เตมิ
๒.๑ นายโอสถ ทองมี อดีตผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี นพระปฐมวทิ ยาลยั
๒.๒ ดอกเตอร์สันทนา พูลพัฒน์ อดีตศึกษานิเทศก์ช�ำนาญการพิเศษ
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
34 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
นางนารี วฒั นธรรม
พ.ศ. ๒๔๖๔ - ๒๕๖๐
นางนารี วัฒนธรรม
พ.ศ. ๒๔๖๔ - ๒๕๖๐
นางนารี วัฒนธรรม (สกุลเดิม เทศสวัสดิ์) หรือ
ในนาม “ปา้ คร”ู เกดิ เมือ่ วันท่ี ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔
ทต่ี ำ� บลหนองรี อำ� เภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวดั ชลบรุ ี เปน็ บตุ ร
คนที่ ๓ ของนายย้วดและนางพรง้ิ เทศสวสั ดิ์ มีพ่ี ๒ คน
คอื นางสุรยี ์ และนางรชั นี เน่อื งจ�ำนงค์ มนี อ้ ง ๑ คน คือ
นายกวี เทศสวัสดิ์ ทั้งหมดถงึ แก่กรรมแลว้
นางนารี จบการศกึ ษาตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษา
ภาคบงั คบั ในชว่ งอายุ ๗-๑๔ ปี ทโ่ี รงเรยี นชมุ ชนวดั หนองรี
ต�ำบลหนองรี อ�ำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และจบช้ันมัธยมปีท่ี ๓ จากโรงเรียน
สตรีชลบุรี “ชลกันยานุกลู ” (โรงเรียนชลกนั ยานุกูล ในปจั จบุ ัน)
นางนารี เป็นผู้สนใจใฝ่หาความรู้มาตั้งแต่เด็ก ชีวิตครอบครัวอบอุ่น ได้รับ
การเลย้ี งดอู ยา่ งดี ใหเ้ ปน็ คนมคี วามเมตตา ปรารถนาทไี่ ดเ้ หน็ ผอู้ นื่ มคี วามสขุ มคี วามใฝฝ่ นั
อยากเป็นครู เหตผุ ลทท่ี ำ� ใหอ้ ยากเป็นครูคือความรักเด็ก ความเมตตาท่ีมีตอ่ เดก็ ๆ ดงั ท่ี
นางนารีได้เล่าเร่ืองในอดีตบางส่วนไว้ในหนังสืออนุสรณ์โอกาสฉลองครบรอบ ๔๐ ปี
และเปดิ อาคารเรียน นาร-ี เกษม วฒั นธรรม ๒ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗
ความตอนหนึ่งว่า
“คร้ังแรกท่ีป้าครูคิดอยากเป็นครู เพราะเห็นเด็ก ๆ ใจมันรักเขาอยู่แล้ว
เหน็ เดก็ หนา้ ตามอมแมม เสอ้ื ผา้ ไมม่ จี ะใส่ เสอื้ ผา้ ไมม่ คี นซกั กส็ งสาร ครง้ั แรกปา้ ครเู ปน็ ครู
โรงเรยี นวดั ปา่ เปน็ โรงเรยี น สปช. กไ็ ปพบกบั เดก็ พวกนอ้ี กี สมดุ ดนิ สอไมม่ จี ะใช้ กอ็ ปุ การะ
ไปหลายคน”
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 37
นางนารี เร่ิมเป็นครูคร้ังแรก ใน พ.ศ. ๒๔๘๓ ท่ีโรงเรียนวัดป่า (โรงเรียน
วดั อรญั ญกิ าวาส ในปจั จบุ นั ) ตำ� บลบา้ นสวน อำ� เภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวดั ชลบรุ ี จติ วญิ ญาณ
ความเป็นครูส�ำแดงตัวตนชัดเจน ใจอ่ิมเต็ม มีความสุขกับการท�ำหน้าที่เพาะเมล็ดพันธุ์
ทางปญั ญาใหก้ บั เดก็ ตวั นอ้ ย ๆ ไดเ้ ตบิ โตกา้ วหนา้ นางนารเี ปน็ ครสู อนหนงั สอื อบรมบม่ เพาะ
ลูกศิษย์อยู่หลายรุ่น หลายโรงเรียนในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ โรงเรียนวัดอรัญญิกาวาส
(วดั ปา่ ) โรงเรยี นวดั ตน้ สน (โรงเรยี นเทศบาลชลราษฎรน์ เุ คราะห์ ในปจั จบุ นั ) และโรงเรยี น
อนบุ าลชลบรุ ี
หลังจากนางนารีสมรส เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๙ แล้ว ได้ลาออกจากการเป็นครู
เพอ่ื ทำ� หนา้ ทแี่ มบ่ า้ นเลย้ี งดลู กู ๆ แตก่ ม็ ญี าติ ๆ มาเสนองานใหท้ ำ� อยเู่ นอื ง ๆ สว่ นใหญเ่ ปน็ งาน
ดา้ นการเงนิ แต่ไดป้ ฏิเสธไปเนื่องจากไม่มคี วามถนดั ในเรือ่ งดังกลา่ ว ในชว่ งนี้ นางนารี
มโี อกาสไดเ้ ขา้ ไปทำ� งานทสี่ ำ� นกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั ชลบรุ ซี ง่ึ เปน็ ศนู ยก์ ลางความสำ� คญั
ในการจดั การศกึ ษา ทำ� ใหไ้ ดใ้ กลช้ ดิ และซมึ ซบั เรยี นรวู้ ธิ กี ารบรหิ ารจดั การระบบการศกึ ษา
ของไทย จากนายยรรยง วงษ์สวรรค์ ศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี ในสมัยนั้น ท่ีเมตตา
ให้ข้อแนะน�ำในเรื่องต่าง ๆ เก่ียวกับการจัดการศึกษาในโรงเรียนอันเป็นพื้นฐานและ
แรงบนั ดาลใจที่สำ� คัญในการจดั ต้ังโรงเรยี นของตนเองในเวลาต่อมา
38 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
ผูก้ อ่ ตงั้ โรงเรยี นวฒั นดรุณวทิ ย์ ท่มี วี สิ ยั ทศั นก์ วา้ งไกล
ใสใ่ จปลกู ฝังเยาวชนบนเสน้ ทางการศกึ ษา
จากประสบการณ์ในการเป็นครูผู้สอนและการท�ำงานท่ีมีทุนเก็บสะสม
มาโดยตลอด ประกอบกบั ใจรกั ในวชิ าชีพครแู ละรักเดก็ ๆ นางนารไี ด้รเิ ริม่ จดั ตงั้ โรงเรยี น
ข้นึ เอง โดยปรกึ ษาดอกเตอร์ประโยชน์ เนอื่ งจำ� นงค์ คหบดอี �ำเภอบ้านบึง ซง่ึ เป็นลูกพี่
ลูกน้องกนั รวมทั้งบรรดาญาตอิ กี หลายคนทพ่ี รอ้ มใหก้ ารสนับสนนุ ชว่ ยเหลอื โดยเฉพาะ
มารดาของนางนารที ส่ี นบั สนนุ ทนุ รอนในการเรมิ่ ตน้ ดว้ ยความหวงั ทจ่ี ะไดเ้ หน็ เดก็ หนา้ ตา
สะอาดสะอา้ น พดู จาไพเราะ กริ ยิ ามารยาทงดงาม เปน็ ทช่ี น่ื ชมรกั ใคร่ พรอ้ มกบั การสรา้ ง
พทุ ธทิ างปญั ญาควบคู่กันไป โดยในระยะแรกได้เช่าท่ีดินซึง่ เป็นผนื นาเพื่อกอ่ ตงั้ โรงเรยี น
เพราะเจ้าของท่ีดินไม่ยอมขาย แต่เมื่อเห็นความสามารถในการด�ำเนินงานของนางนารี
จึงยอมขายให้ในเวลาต่อมา (ด้วยความเมตตาและเอ้ืออาทร นางนารีได้เลี้ยงดูเจ้าของ
ที่ดินผืนนั้นมาจนวาระสุดท้ายของชีวิต) ส่วนชื่อโรงเรียน พระภิกษุรูปหน่ึงตั้งให้ว่า
“วัฒนดรุณวิทย์” อันหมายถึงการพัฒนาเด็กให้มีความรู้ จึงเป็นช่ือโรงเรียนท่ีนางนารี
ม่งุ มนั่ จัดต้ังขนึ้ มาจนส�ำเร็จ
โรงเรยี นวฒั นดรณุ วทิ ย์ อำ� เภอบา้ นบงึ จงั หวดั ชลบรุ ี กอ่ ตง้ั ขนึ้ เมอ่ื วนั ที่ ๑ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยมีนางนารีเป็นผู้รับใบอนุญาตและเป็นผู้จัดการ และมีนางสาวพูนสุข
รงุ่ แพน ทำ� หนา้ ท่คี รูใหญ่ ในวนั แรกของการเปดิ เรียน มีนักเรียน ๑๒ คน ในปีต่อ ๆ มา
มจี ำ� นวนนกั เรยี นเพม่ิ มากขนึ้ อยา่ งทบทวี จนมชี อื่ เสยี งเปน็ ทยี่ อมรบั ของผปู้ กครองและชมุ ชน
ซง่ึ เป็นผลเกิดจากการทน่ี างนารีท�ำโรงเรียนข้ึนมาด้วยความรกั ความเมตตา เลือกสงิ่ ท่ดี ี
ที่สุดให้กับลูกศิษย์ของตน การคัดเลือกครูผู้สอนก็ท�ำด้วยความประณีตพิถีพิถัน คือ
“ครวู ฒั นดรณุ วทิ ย์” ตอ้ งมีบุคลกิ ภาพดี พรัง่ พรอ้ มทั้งความรู้และรปู ลกั ษณ์
นางนารี เปน็ คนมรี ะเบยี บในทกุ ดา้ น เปน็ เจา้ ของกจิ การทปี่ ฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ ง
แก่ครูและทุกคน ในความดูแล นางเย็นใจ สุกใส อดีตครูใหญ่โรงเรียนวัฒนดรุณวิทย์
ไดใ้ หข้ อ้ มูลเพิม่ เตมิ ไวว้ ่า
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 39
“ป้าครูเข้มงวดเรื่องการแต่งกาย กิริยามารยาท การพูดจา การวางตัว
การทำ� งาน ตลอดถึงการใช้ชวี ติ โดยป้าครูเปน็ คนน�ำแลว้ ทำ� ใหด้ ู เพราะคณุ ครเู หล่าน้ี
ต้องเปน็ แบบอยา่ งให้กบั เดก็ ๆ แบบอย่างทีด่ ีจึงมคี ่ามากกวา่ ค�ำสอน คณุ ครขู องโรงเรียน
วัฒนดรณุ วทิ ย์ภายใต้การน�ำของปา้ ครู จึงกลายเป็นครูพนั ธุ์แท้ตวั จรงิ ที่ท�ำหน้าทด่ี ่งั ล่มิ
คอยตอกแตม้ แตง่ หนา้ ผาหนิ อนั หมายถงึ ศษิ ย์ ใหม้ รี ปู ลกั ษณท์ ง่ี ดงามพรอ้ มสรรพ ทงั้ ดา้ น
ความรแู้ ละคุณธรรม”
การก�ำกับติดตามดูแลคุณภาพการเรียนการสอน ถือเป็นหัวใจส�ำคัญซึ่งเป็น
หนา้ ทขี่ องเจา้ ของกจิ การทตี่ อ้ งบรหิ ารบคุ ลากรอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ครผู ใู้ ดทเี่ ปลย่ี นระดบั
การสอน นางนารไี ดใ้ หเ้ นอ้ื หาแบบฝกึ หดั ไปทำ� ทดสอบจนแนใ่ จวา่ คณุ ภาพความรมู้ เี พยี งพอ
ในการสอนระดับน้ัน หากลูกศิษย์คนไหนขาดเรียนผิดสังเกตก็ออกติดตามถึงบ้าน
ดว้ ยตนเอง โรงเรยี นมรี ถรบั สง่ นกั เรยี น การขน้ึ นง่ั ไปกบั สายรถรบั สง่ ของโรงเรยี นกก็ ระทำ� อยู่
อย่างสม�่ำเสมอ เพอ่ื ไดร้ จู้ กั บ้านของบรรดาลกู ศษิ ยท์ เ่ี ดินทางดว้ ยระยะทางไกล แมภ้ าระ
งานมาก นางนารกี ็ไมเ่ คยบน่ เหนอ่ื ย แตก่ ลับเปน็ ความรน่ื รมยข์ องการทำ� หนา้ ที่ โดยถอื วา่
การท�ำงานหนกั คอื ดอกไม้ของชีวิต
นางนารี เปน็ คนเขม้ แขง็ เปน็ ผนู้ ำ� ทท่ี งั้ ครใู นโรงเรยี น คนในชมุ ชน และตา่ งชมุ ชน
ใหก้ ารยอมรบั นางสมคดิ คงเพชรวเิ ศษ ผรู้ บั ใบอนญุ าตและผจู้ ดั การโรงเรยี นเพชรพทิ ยาคม
อำ� เภอเมืองชลบรุ ี ได้ให้ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ ไว้ว่า
“ครนู ารเี ปน็ ครเู กา่ แกข่ องอำ� เภอบา้ นบงึ เปน็ คนเกง่ เขม้ แขง็ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๖
ก่อนท่ีจะตั้งโรงเรียนวัฒนดรุณวิทย์ เขาก็ได้พาคณะมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการที่
โรงเรียนเพชรพิทยาคม ครูนารีเป็นคนมุ่งม่ัน เอาจริงเอาจังกับการจัดท�ำโรงเรียนมาก
สามารถดูแลบริหารจัดการไดอ้ ยา่ งดี เพียงไม่ก่ีปีก็ทำ� โรงเรียนใหม้ ีช่ือเสยี งได้ ทีโ่ ดดเด่น
คือด้านวชิ าการ และยังคงยั่งยนื มาจนถงึ วันน้”ี
ดา้ นการปกครองดแู ลนกั เรยี น นางนารใี หค้ วามสนใจและมงุ่ มนั่ สง่ั สอนอบรมดจุ เปน็
บตุ รหลานในครอบครวั เสยี งคำ� สอนทเ่ี ปย่ี มเมตตาของปา้ ครดู งั กอ้ งผา่ นเครอื่ งกระจายเสยี ง
ของโรงเรียนในเช้าตรู่ของทุกวัน ภาพการถือไม้เรียวเล็ก ๆ พร้อมโทรโข่งตัวน้อย
40 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
เดินตระเวนดูแลลูกศษิ ย์ พร้อมรับคำ� ทอ่ งศัพท์ภาษาองั กฤษ วนั ละ ๕ คำ� ของแตล่ ะคน
นางกอวัฒนา วัฒนธรรม ผู้จัดการโรงเรียนวัฒนดรุณวิทย์ เล่าถึงบรรยากาศการอบรม
สง่ั สอนและฝกึ ความรบั ผดิ ชอบใหแ้ กเ่ ด็กของนางนารีวา่
“การอบรมบ่มเพาะลูกศิษยห์ นา้ เสาธง นำ�้ เสียงของปา้ ครูไมเ่ คยเกรย้ี วกราด
หรือเสียงดัง แต่เด็ก ๆ จะน่ิงฟังและจ�ำได้ ด้วยความเป็นครูท่ีใส่ใจในทุกรายละเอียด...
มีลูกศิษย์บางคนไม่ชอบทานกล้วย เวลาปอกกล้วยก็กลับหัวกลับหางหันด้านโคนขึ้น
กลบั ดา้ นหวั ลงแลว้ ปอกลอกเปลอื ก ปอกเลน่ ๆ แบบไมถ่ กู วธิ ี โดยไม่คิดจะทาน เมื่อป้าครู
มาเหน็ กไ็ มไ่ ดว้ า่ อะไร เพยี งบอกใหว้ างกลว้ ยไว้ ลกู ศษิ ยห์ ลงดใี จวา่ วนั นไี้ มต่ อ้ งทานกลว้ ย
แถมยงั ไมโ่ ดนตำ� หนบิ งั คบั แตผ่ ดิ คาดเพราะปา้ ครเู ดนิ ไปหยบิ กลว้ ยลกู ใหมม่ า แลว้ สาธติ
การปอกแบบถูกวิธีให้ดูอย่างช้า ๆ พร้อมอธิบายว่าไม่ชอบทานก็ไม่เป็นไร แต่เวลา
ปอกกล้วยต้องปอกให้ถูก ค่อย ๆ ปอก ปอกให้สวยงามเหมือนดอกไม้บานยามเช้า
เมอื่ ปอกเสรจ็ ปา้ ครจู งึ ยน่ื กลว้ ยใหแ้ ลว้ บอกวา่ ทานซะ เพราะกลว้ ยมปี ระโยชน.์ ..”
ความเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี เห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นผู้ให้
มากกวา่ ผรู้ บั นายสทิ ธศิ กั ด์ิ ขนุ นาแกว้ กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นวฒั นดรณุ วทิ ย์ กลา่ วถงึ
สตรีผู้ก่อตั้งโรงเรียนนีว้ า่
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 41
“ป้าครูเป็นร่มโพธ์ิร่มไทรให้กับลูกหลาน
เพื่อนฝูง ญาติมิตรหรือลูกน้องอย่างแท้จริง
ผใู้ ดมเี รอ่ื งเดอื ดรอ้ นมาพงึ่ พงิ ปา้ ครไู มเ่ คยปฏเิ สธ
ชว่ ยเหลอื ทกุ ครงั้ ทกุ เรอ่ื ง รบั อปุ การะเลย้ี งดเู ดก็ ๆ
ท่ีขาดแคลนให้ได้รับการศึกษาตามระดับ
สติปัญญาของแต่ละคน ลูกศิษย์คนไหนฐานะ
ไม่สู้ดีนัก ก็ให้เรียนโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน
เวลาพาคณุ ครใู นโรงเรยี นไปทศั นศกึ ษา กใ็ หเ้ งนิ
ทกุ คนอยา่ งทวั่ ถงึ เพอ่ื เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทาง
ในครงั้ นนั้ ๆ พรอ้ มกบั กำ� ชบั วา่ อยา่ ลมื ซอ้ื สง่ิ ของ
กลับไปฝากคุณพ่อคุณแม่ของแต่ละคนด้วย
ถึงฤดูกาลผลไม้มาเยือน ทุเรียนเป็นคันรถก็ถูก
เหมาซอ้ื จากทางโรงเรยี นเพอื่ แจกจา่ ยใหบ้ รรดาคณุ ครแู ละบคุ คลทร่ี จู้ กั ปา้ ครจู งึ กลายเปน็
เขอื่ นกกั นำ้� ใจแหลง่ ใหญท่ ม่ี คี วามสงา่ งามในฐานะของผใู้ ห้ โดยนสิ ยั สว่ นตวั เปน็ คนประหยดั
เรยี บงา่ ย แตส่ ำ� หรบั การชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื แลว้ ไดก้ ระทำ� อยา่ งเตม็ ท่ี เปน็ การสะสมทานบารมี
ให้บงั เกดิ กบั ใจ”
นางนารี เปน็ ผู้ไดร้ บั รางวัลครุ ุสดดุ ี ประเภทผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาดีเด่น ดำ� เนนิ
กจิ การโรงเรยี น “วฒั นดรณุ วทิ ย”์ ดว้ ยความเขม้ แขง็ มน่ั คง บนพน้ื ฐานความรกั ความเมตตา
ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ เปน็ ทป่ี ระจกั ษแ์ ละยอมรบั อยา่ งกวา้ งขวางในจงั หวดั ชลบรุ ี เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๓
ได้โอนโรงเรียนให้แกบ่ ุตรสาว คอื นางกอวัฒนา วัฒนธรรม ให้เป็นผรู้ ับใบอนญุ าตและ
เปน็ ผจู้ ดั การ แตก่ ย็ งั คอยเปน็ ขวญั และกำ� ลงั ใจใหก้ บั บตุ รสาวและบรรดาคณุ ครมู าโดยตลอด
“แม้สภาพรา่ งกายไม่แคล่วคลอ่ ง แตส่ มองยงั ไหว” ท้งั ครูและผ้ทู ไี่ ด้สัมผสั ใกลช้ ิดยืนยัน
เปน็ เสยี งเดยี วกนั วา่ นางนารเี ปน็ ผมู้ จี ติ ใจแขง็ แกรง่ ดงั่ หนิ ผา เปน็ พระในบา้ นของลกู หลาน
อยา่ งแทจ้ รงิ เปน็ แบบอยา่ งใหล้ กู นอ้ ง เพอื่ นรว่ มงาน และลกู ศษิ ยไ์ ดเ้ หน็ ในเรอื่ งความเพยี ร
ความมรี ะเบยี บวนิ ยั รำ�่ รวยนำ้� ใจ อดทน ประหยดั เรยี บงา่ ย และสชู้ วี ติ นายบญุ มา นาปา่
นายบญุ รอด แมส่ อด และนายประเสรฐิ หนองรี นอ้ ง ๆ ผเู้ คยไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื ดแู ล
42 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
จากนางนารี ได้เขยี นกลอนส่งความสขุ มาให้ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๕๖ แสดงถงึ ความประทับใจ
และซาบซ้งึ ในความมีเมตตาของนางนารี ดงั ความท่วี ่า
“แดพ่ ่นี ารี...ผทู้ รงคุณ “พ่ีนาร”ี งามงดดสู ดใส
© หนง่ึ ปผี ่านกาลเวลารักษาพ่ี ผูอ้ ย่ใู กลค้ ือหลาน-ลกู ใจผูกพนั
เหมือนดอกไม้จรุงกล่นิ จรุงใจ จะจู่จ่มู าเยี่ยมกะทันหัน
เราอยู่ไกลใจยังคดิ ถึงพี่อย ู่ จึงรอวันนีม้ าเย่ยี มอาทร
คงจะไมส่ มควรด่วนฉะน้นั เราสามคนนั้นเกิดอนสุ รณ์
ทง้ั บญุ รอด บุญมา ทง้ั ประเสริฐ ขอกลา่ วกลอนกลอ่ มพ่ดี งั นแี้ ลฯ”
ถงึ ความดีของพีน่ ั้นไม่สน่ั คลอน
นางนารี สตรผี มู้ จี ติ เมตตาและเออ้ื อาทร มใิ ชเ่ พยี งแตเ่ ปน็ ครผู กู้ อ่ ตงั้ สถานศกึ ษา
หากแตเ่ ปน็ ผู้สรา้ งคน ผปู้ ลกู ฝังเยาวชนให้เปน็ พลเมอื งดขี องประเทศชาติ จงึ มีศษิ ย์เกา่
หลายคนทม่ี ชี ือ่ เสยี งและปฏิบตั งิ านแทนคุณแผ่นดินอยู่ในปัจจบุ ันน้ี
เกยี รตคิ ณุ ทนี่ างนารไี ดร้ บั ไดแ้ ก่ รางวลั ครผู มู้ จี รรยาบรรณดเี ดน่ “เขม็ ครุ สุ ดดุ ”ี
ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จากสำ� นกั งานเลขาธิการครุ สุ ภา เมือ่ พ.ศ. ๒๕๓๙
เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณช์ น้ั สงู สดุ ทไี่ ดร้ บั พระราชทาน คอื จตตุ ถดเิ รกคณุ าภรณ์
นางนารี สมรสกบั นายเกษม วฒั นธรรม มบี ตุ ร ๔ คน คอื นายสกุ ติ ติ นายพชิ ยั เกตุ
นายสรุ พล และนางกอวัฒนา วัฒนธรรม
นกั รบชีวิตอย่างปา้ ครู ผผู้ า่ นสงั เวยี นรอ้ นหนาวมาอย่างยาวนานถึง ๕ แผ่นดนิ
เปรยี บไดด้ งั ไมใ้ หญท่ ค่ี อ่ ยเสอ่ื มไปตามกาลเวลา สงั ขารเรม่ิ ออ่ นลา้ โรยแรง และถงึ แกก่ รรม
ดว้ ยความชรา เมอื่ วนั ที่ ๑๖ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๐ สริ อิ ายุ ๙๖ ปี ๗ เดอื น ๑๕ วนั
นางสาววไิ ลลักษณ์ ภภู่ ักดี ผู้เรยี บเรยี ง
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 43
ข้อมูลอ้างองิ
๑. หนงั สอื อนสุ รณโ์ อกาสฉลองครบรอบ ๔๐ ปี และเปดิ อาคารเรยี น นาร-ี เกษม
วฒั นธรรม ๒๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗
๒. ผูใ้ ห้ขอ้ มูลเพ่มิ เตมิ
๒.๑ นางเยน็ ใจ สกุ ใส อดตี ครใู หญ่ โรงเรยี นวฒั นดรณุ วทิ ย์ อำ� เภอบา้ นบงึ
จังหวดั ชลบรุ ี
๒.๒ นางสมคิด คงเพชรวิเศษ ผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียน
เพชรพทิ ยาคม อ�ำเภอเมอื งชลบุรี จงั หวดั ชลบุรี
๒.๓ นายสิทธิศักดิ์ ขนุ นาแกว้ กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นวัฒนดรณุ วทิ ย์
อ�ำเภอบ้านบึง จงั หวัดชลบุรี
๒.๔ นางกอวัฒนา วัฒนธรรม ผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียน
วัฒนดรณุ วิทย์ อำ� เภอบา้ นบึง จังหวดั ชลบุรี
44 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
นายประทปี โรจนากาศ
พ.ศ. ๒๔๖๙ - ๒๕๖๓
นายประทีป โรจนากาศ
พ.ศ. ๒๔๖๙ - ๒๕๖๓
นายประทปี โรจนากาศ เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี ๑๘ ธนั วาคม
พ.ศ. ๒๔๖๙ ทหี่ อ้ งแถวสามสบิ หอ้ ง ถนนนวิ าศ หลังสถานี
รถไฟบรุ รี มั ย๑์ ตำ� บลในเมอื ง อ�ำเภอเมอื งบรุ รี มั ย์ จงั หวดั
บรุ รี มั ย์ เปน็ บตุ รคนเดยี วของนายจงิ คมิ (ต่อมาเปล่ียนชื่อ
เป ็นคิมฮง) และนางทัด โรจนากาศ (สกุลเดิม แซเ่ ตง็ )
เมอื่ วยั เยาว์ นายประทปี ตอ้ งชว่ ยครอบครวั ทำ� งาน
จึงไม่ได้เรียนตามก�ำหนดเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
จนกระทัง่ อายุ ๘ ปี หรือประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๗ นายประทปี จึงไดเ้ รียนชั้นประถมปที ี่ ๑
ทโ่ี รงเรยี นประชาบาลตำ� บลในเมอื ง ๑ (บรุ ีราษฎร์บำ� รุง) ปจั จบุ นั โรงเรยี นนอ้ี ยใู่ นสงั กดั
ของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ใช้ชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนเทศบาล ๑ (บุรีราษฎร์ดรุณวิทยา)”
การเรยี นของนายประทปี อยใู่ นเกณฑด์ มี าก สอบไลไ่ ดท้ ี่ ๑ ในทกุ ชน้ั เมอ่ื เรียนจบชน้ั ประถม
ปีท่ี ๔ (ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๐) แล้ว ต้องเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนฮ่ัวเค้ียว (บางคน
เรยี กวา่ หวั เฉยี ว) ตามความตอ้ งการของบดิ า เรยี นไดเ้ พยี ง ๓ ปี ราชการได้ยุบเลกิ กจิ การ
โรงเรียนท่ีสอนภาษาจีนทั่วประเทศ ใน พ.ศ. ๒๔๘๒ ท�ำให้การเรียนของนายประทีป
ตอ้ งหยดุ ชะงกั ลง แตย่ งั โชคดที น่ี ายแกว้ พนู ศริ ิ คหบดชี าวบรุ รี มั ย์ ไดข้ อใชโ้ รงเรยี นแหง่ น้ี
ต้ังเป็นโรงเรียนเอกชน ชื่อว่า “โรงเรียนประชาวิทยาลัย” นายประทีปจึงได้เข้าเรียน
ชน้ั มธั ยมปที ่ี ๑ และชน้ั มธั ยมปที ่ี ๒ เนอื่ งจากนายประทปี เปน็ นกั เรยี นเรยี นเกง่ ครูหลายคน
๑ ห้องแถวสามสิบห้อง เป็นห้องเช่าสร้างใหม่บริเวณสถานีรถไฟแห่งใหม่ เร่ิมเปิดเดินรถ
เม่ือวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๘ จากสถานีท่าช้าง จังหวัดนครราชสีมาถึงสถานีบุรีรัมย์
ระยะทาง ๙๑ กโิ ลเมตร ทางรถไฟสายนแ้ี ยกมาจากสายกรงุ เทพฯ-หนองคาย
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 47
ที่โรงเรียนประชาวิทยาลัย ได้แนะน�ำให้ไปสอบเข้าเรียนต่อท่ีโรงเรียนมัธยมประจ�ำ
จังหวัดบุรีรัมย์ (ปัจจุบันคือโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม) เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๔ นายประทีป
สอบเขา้ เรยี นช้ันมัธยมปที ี่ ๓ ได้ จงึ เรยี นตอ่ จนจบชน้ั มัธยมปที ่ี ๖ ใน พ.ศ. ๒๔๘๗
การเรียนในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานน้ี นายประทีปได้บันทึกไว้ในหนังสือ
“ชวี ประวตั ิ นายประทปี โรจนากาศ” ความตอนหนึง่ ว่า
“คนจีนในตลาดได้ร่วมมือกันตั้งโรงเรียนข้ึน ช่ือโรงเรียนหัวเฉียว เตี่ยให้ผม
เข้าเรียนตามแรงของชุมชนจีน บางคร้ังผมต้ังใจเรียนก็สอบได้ท่ี ๑ หรือท่ี ๒ บางที
เบ่ือหน่าย ก็ท�ำคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ครูใช้ไม้บรรทัดตีฝ่ามือตามจ�ำนวนคะแนนท่ีตก
บางคร้งั ก็ ๑๒ ที กต็ ้องทนเจ็บไป และนกึ เบ่อื หนา่ ยทำ� ใหไ้ มอ่ ยากเรยี น
โรงเรียนจีนทั่วประเทศสอนได้ประมาณสามปีก็ถูกสั่งให้ยุบเลิกด้วยเหตุผล
ทางการเมือง คุณแก้ว พูนศิริ ได้ขอใช้โรงเรียนหัวเฉียวท่ีถูกสั่งให้ยุบเลิก ตั้งเป็น
โรงเรียนประชาวทิ ยาลัย สอนภาษาไทย ผมเขา้ เรยี นช้นั มัธยมปีที่ ๑
กจิ การของเตยี่ ไมด่ ี เตยี่ ยา้ ยครอบครวั ไปอยทู่ ห่ี มบู่ า้ นสำ� โรงทาบ (ปจั จบุ นั ยกฐานะ
เปน็ อำ� เภอสำ� โรงทาบ) อำ� เภอศรขี รภมู ิ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ผมยงั คงเรยี นหนงั สอื อยู่ท่ีโรงเรียน
ประชาวิทยาลัย...ส�ำหรับท่ีอยู่อาศัย ได้พักอยู่หลายแห่ง แล้วแต่โอกาส...”
48 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
นายประทีป มีนิสัยเป็นเด็กขยัน อดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากล�ำบาก
เพราะได้ฝึกท�ำงานหนักมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ยังมีความวิริยะอุตสาหะและเอาใจใส่ต่อ
การศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างมาก ชอบเรียนทุกเรื่องที่มีโอกาส ดังน้ัน เมื่อไปอาศัยอยู่
บ้านใครก็ชว่ ยทำ� งานบ้านให้โดยไม่หวังคา่ จ้างรางวัลใด ๆ จงึ ท�ำให้เปน็ ที่รกั ใคร่ของผทู้ ่ี
ไปอาศยั อยทู่ กุ ครอบครวั ดงั ทน่ี ายประทปี เลา่ ไวใ้ นหนงั สอื เลม่ เดยี วกนั ความตอนหนงึ่ วา่
“ครั้งที่ ๓ อาศัยอยู่บ้านอาจารย์วิจิตร วิเศษฤทธิ์ อาจารย์ซื้อไก่ ๕ ตัว
ใหผ้ มเลยี้ งทใี่ ตถ้ นุ บา้ นเตยี้ ๆ ปรากฏวา่ ไกป่ ว่ ยตายลงวนั ละตวั ในทสี่ ดุ กต็ ายหมด สมยั นนั้
รฐั บาลให้ขา้ ราชการและราษฎรร้องรำ� ท�ำเพลงในวนั เสาร์เพ่อื พักผ่อนหย่อนใจ เสยี งเพลง
และดนตรีดังกังวานไปทุกแห่ง เพลงร�ำวงฮิตที่สุด หลวงวิจิตรวาทการแต่งเพลงใหม่ ๆ
ทยอยออกมาหลายเพลง ผมเองก็ร่วมวงด้วยการสีไวโอลินมีอาจารย์น้อม พินิจศักดิ์
เปน็ หวั หนา้ วง รับงานทกุ แห่ง...”
ดงั ทีไ่ ดก้ ลา่ วแล้วว่า นายประทปี เปน็ เด็กอจั ฉริยะ เรยี นเก่ง เรยี นได้ทกุ วิชา
เรยี กวา่ เปน็ ผมู้ คี วามถนดั ในการเรยี น เมอ่ื ไปอยใู่ นสงั คมนกั ดนตรี นายประทปี ก็สนใจเรียน
ดนตรีจนสามารถเล่นไวโอลินร่วมกับนักดนตรีที่เป็นผู้ใหญ่ได้ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่
นายประทีปสามารถสอบเข้ารับราชการได้ เมื่ออายุเพียง ๑๘ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗
ซงึ่ นายประทีปไดเ้ ลา่ ไว้ในหนงั สือเล่มเดียวกนั ว่า
“ตอนผมเรยี นจบ ม.๖ แล้ว ยังไม่มงี านท�ำ ร้สู ึกโชคดี ทางราชการเปดิ สอบ
แขง่ ขนั บคุ คลเขา้ รับราชการ ๓ แผนก คือ แผนกศึกษาอ�ำเภอ แผนกสรรพากรอ�ำเภอ
และแผนกป่าไมอ้ �ำเภอ เมือ่ สอบได้แล้วจึงจะเลือกแผนก
ผมอายุ ๑๘ ปี ๓ เดือน จงึ มสี ิทธ์ิสมัครสอบ สมคั รเสรจ็ รบี หาหนงั สอื ชน้ั ม.๖
มาอ่าน มีเสียงพูดว่าอย่าไปสอบให้เสียเวลาเลย เขาก�ำหนดตัวคนไว้แล้ว ผมไม่ฟัง
เสยี งนกเสยี งกา อา่ นหนงั สอื ของผมไปเรอื่ ยตามบทสภุ าษติ ทวี่ า่ ‘มคี วามพยายามทไ่ี หน
มคี วามสำ� เรจ็ ที่นน่ั ’...
เมอื่ ถงึ วนั สอบ ผมกไ็ ปเขา้ สอบตามเวลา เมอื่ สอบเสรจ็ กอ็ ยบู่ า้ นรอฟงั ผล ปรากฏวา่
ผมสอบไดท้ ี่ ๑ ส่วนท่ี ๒ และที่ ๓ ปรากฏเคยท�ำงานมาแล้ว...”
ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ 49
นายประทีป เลือกท�ำงานในแผนกศึกษาธิการอ�ำเภอเมืองบุรีรัมย์ ต่อมา
มีการเปิดสอบเทียบวุฒิครูประกาศนียบัตรครูพิเศษประถม (พ.ป.) แม้มีงานประจ�ำ
ทห่ี นกั มากเพราะมเี จา้ หนา้ ทน่ี อ้ ย นายประทปี กไ็ มย่ อ่ ทอ้ ขวนขวายศกึ ษาเลา่ เรยี นวชิ าครู
ด้วยตนเอง ก็สามารถสอบไดภ้ ายในปีเดียว
พ.ศ. ๒๔๘๙ เม่ือเปล่ียนแปลงผู้บังคับบัญชา ชีวิตนายประทีปหักเหเพราะ
ถกู กดดันเรือ่ งการท�ำงาน ทำ� อะไรกถ็ ูกตำ� หนิ ไมถ่ กู ใจ ตอ้ งลาออกไปเสย่ี งโชคท่ีกรุงเทพฯ
๓ ปี ท�ำงานทุกอย่าง ตั้งแต่งานกรรมกรท่าเรือ งานสนามมวย งานออกแบบและ
ทำ� บลอ็ กแมพ่ มิ พ์ งานบญั ชรี า้ นคา้ และงานเขยี นปา้ ยหนา้ รา้ น เปน็ ตน้ มเี วลาตอนกลางคนื
ก็ไปเล่นดนตรีตามแต่โอกาสอ�ำนวย ท�ำงานหนักจนล้มป่วยลง ต้องย้ายกลับบุรีรัมย์
เมื่อรักษาตัวหายเป็นปกติแล้ว ได้สมัครไปเป็นครูสอนที่โรงเรียนประชาวิทยาลัยซึ่งเป็น
โรงเรียนที่เคยเรียนตามค�ำชักชวนของผู้มีพระคุณท่านหน่ึง ได้รับเงินเดือน ๕๐๐ บาท
สอนวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมปีท่ี ๑-๓ พร้อมกันนั้น ก็สอบ
ประกาศนียบัตรครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) ได้ภายในปเี ดยี วเช่นกนั
ด้วยเหตุทีน่ ายประทปี เปน็ ผู้มีจิตวิญญาณความเปน็ ครู มีความรักและเมตตา
ต่อศษิ ย์ อยากเหน็ ศษิ ยม์ คี วามเจริญก้าวหน้า มีชื่อเสยี งตามความถนัดของแต่ละบคุ คล
นายประทปี ได้ปรารภกับเพื่อนครแู ละผู้บังคับบญั ชาอยเู่ สมอ ถึงความสามารถเฉพาะตัว
ของศิษย์หลายคนว่า ถ้าศิษย์เหล่านั้นมีโอกาสเหมือนเด็กโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียง
ทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ หรือกรุงเทพมหานคร คงสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและโรงเรียน
เปน็ อยา่ งมาก ดงั นน้ั เมอ่ื มเี วลานอกจากงานในหนา้ ทโ่ี ดยตรงแลว้ นายประทปี กฝ็ กึ นกั เรยี น
ที่มีแววความถนัดในด้านต่าง ๆ ที่ตนเห็นว่าสามารถเติมเต็มในเรื่องน้ัน ๆ ได้ ไม่ว่าเป็น
50 ประวัติครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕