คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการกาหนดให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
โดยหลักสูตรมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษา สร้างคนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพใน
การศึกษาต่อและประกอบอาชพี ครจู ึงมีบทบาทสาคัญในการจดั การเรียนรู้ให้บรรลเุ ปา้ หมายของหลักสูตร
แผนการจัดการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งที่มีความจาเป็นและสาคัญอย่างย่ิงในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เพราะเป็นเคร่ืองมือบ่งช้ีถึงรายละเอียดของมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระ
การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่ือการเรียนรู้ ตลอดจนวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้การ
จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชว้ี ดั ทก่ี าหนดไว้
โครงการนิเทศภายใน จัดทาขึ้นเพ่ือพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเก่ียวกับ
วธิ ีการจัดการเรียนรทู้ ี่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั นาไปใช้ปรบั ปรงุ พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอนของ
ตนได้ และเพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน โดยผู้บริหารและคณะกรรมการนิเทศภายในโรงเรียน ได้
ดาเนินการตามกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน จากการวิเคราะห์ข้อมูล ปัจจัยพ้ืนฐาน การออกนิเทศ
ภายในตามบริบทของโรงเรียนเพ่ือหาแนวทางและกาหนดทางเลอื กในการพัฒนางานต่าง ๆ โดยเนน้ การมี
ส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน มีการบันทึกกิจกรรมท่ีได้ดาเนินการนิเทศภายในต่าง ๆ จัดทา
ปฏิทินการนิเทศ จัดทาเครื่องมือท่ีใช้ในการนิเทศ ซ่ึงได้นาเสนอรายละเอียดและผลการนิเทศไว้ในเอกสาร
สรปุ โครงการนิเทศภายในเลม่ นี้ โรงเรยี นสามารถนาผลการนิเทศ จุดเด่น จุดท่ีควรพฒั นาไปปรับใช้ให้เป็น
แนวทางในการพฒั นาการจดั การศกึ ษาใหเ้ หมาะสมกับบริบทของโรงเรยี นในปกี ารศกึ ษาตอ่ ไป
งานนิเทศ วิจัย และพัฒนาการเรยี นการสอน
โรงเรียนขขุ นั ธ์
สำรบญั หนำ้
บทที่ 1
1
1 บทนา 1
หลกั การและเหตุผล 2
วตั ถปุ ระสงค์ 2
วธิ ีดาเนนิ การ 3
ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ 3
4
2 เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง 5
การนิเทศภายใน 14
จุดหมายของการนเิ ทศภายใน 16
กระบวนการนิเทศภายใน 19
ตวั อยา่ งขอบขา่ ยงานนิเทศ 26
ตวั อย่างการจัดการนเิ ทศในโรงเรียน 39
42
3 การดาเนนิ การนเิ ทศภายใน 43
4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล 44
5 สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ 48
บรรณานกุ รม 52
ภาคผนวก 62
66
ภาคผนวก ก โครงการนิเทศภายใน 71
ภาคผนวก ข คาสั่งนิเทศภายใน 74
ภาคผนวก ค ภาพถา่ ยการนเิ ทศภายใน
ภาคผนวก ง แบบสรุปผลการนเิ ทศกลุ่มสาระการเรยี นรู้/กล่มุ งาน
ภาคผนวก จ แบบบันทกึ กิจกรรม PLC
ภาคผนวก ฉ แบบประเมนิ ผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน
ภาคผนวก ช เอกสารประกอบการนเิ ทศ
บันทกึ ข้อควำม
สว่ นรำชกำร โรงเรียนขุขนั ธ์ ตาบลห้วยเหนอื อาเภอขุขนั ธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ท่ี /2565 วันท่ี 28 เดือน กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2565
เรื่อง รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน
เรยี น ผอู้ านวยการโรงเรียนขขุ ันธ์
ตามที่งานนเิ ทศ วิจัย และพัฒนาการเรียนการสอน กลุ่มบริหารวิชาการ ได้ดาเนินงานโครงการนิเทศ
ภายใน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ติดตามงานและนิเทศการเรียนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพ 2) เพื่อ
พัฒนาประสิทธิภาพของครูในการจัดกระบวนการเรียนการสอนและกากับการปฏิบัติงาน และดาเนิน
กิจกรรมนิเทศกลุ่มสาระการเรียนรู้และกลุ่มงาน ในวันท่ี 15 มีนาคม 2565 และ วันที่ 17 มีนาคม 2565
โดยบูรณาการนิเทศในรูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และ การสะท้อนผลหลังการปฏิบัติงาน
(After Action Review: AAR) เพ่อื สะท้อนผลหลงั การปฏบิ ัติงาน
บัดนี้การดาเนนิ การเสร็จสน้ิ แลว้ จงึ รายงานผลการดาเนินงานตามแบบรายงานตามเอกสารท่ี
แนบมาพร้อมนี้
จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ และลงนามรบั รองการปฏบิ ัตหิ นา้ ที่
(ลงช่อื )
(นางยหิ วา ผุดผา พฉิ ินทธารี)
หวั หน้างานนเิ ทศ วจิ ยั และพฒั นาการเรียนการสอน
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 1
บทท่ี 1
บทนำ
หลกั กำรและเหตผุ ล
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
กาหนดกรอบแนวทางการจัดการศึกษาท่ีม่งุ ใหผ้ ู้เรยี นทุกคนมคี วามสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้ โดย
ถอื ว่าผู้เรียนสาคัญท่ีสดุ ครจู ะต้องมีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพไดม้ าตรฐานสูงตามมาตรฐาน
หลักสตู รและมาตรฐานการศกึ ษาชาติ และโรงเรียน มีศักยภาพในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเข้าสู่ระบบ
การประกันคุณภาพการศึกษาและการยกระดับโรงเรียนชั้นนาของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พน้ื ฐาน ท่ีมีความพรอ้ มสูก่ ารเปน็ โรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School) ซึ่งบคุ ลากร
ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพ่ือให้เป็นโรงเรียนที่มีระบบการพัฒนาผู้เรียน
สถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อม หลักสูตร และการจัดการเรียนรู้ที่เอ้ืออานวยให้ผู้เรียนสามารถ
แสดงถึงการพฒั นาตนเองกา้ วไกลตามความตอ้ งการจนถงึ ระดับสากล และหมวดที่ 5 มาตรา 31 – 40 การ
นิเทศภายใน ได้กาหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพภายใน
สถานศกึ ษา พ.ศ. 2542 ซึง่ กาหนดการกากับติดตามการจัดการศกึ ษาของผู้บริหารไวอ้ ย่างชัดเจน
ภารกิจที่สาคัญประการหนึ่งของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ร่วมบริหาร ก็คือ การนิเทศ
โดยเฉพาะการนเิ ทศภายในโรงเรียน เป็นแนวทางหน่ึงที่จะชว่ ยปรบั ปรุงคุณภาพการศึกษา ซงึ่ จะชว่ ยแกไ้ ข
ปรับปรุงส่ิงที่บกพร่องด้านวิชาการให้มีการพัฒนา และส่งเสริมให้การเรียนการสอนบรรลุวัตถุประสงค์
ผู้บรหิ ารสถานศึกษาและผู้รว่ มบรหิ าร เปน็ ผ้ทู ีอ่ ยู่ใกล้ชดิ กับคุณครูและนักเรยี น จึงยอ่ มทราบถึงปัญหาตา่ งๆ
ได้ดีกว่าบุคลากรภายนอก เม่ือเป็นเช่นน้ีแล้ว การนิเทศภายในโรงเรียนจะสนองตอบความต้องการของ
บุคลากรในโรงเรียนได้อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสมทสี่ ุด
การนิเทศภายในมีบทบาทในการพัฒนาครูให้สามารถจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ให้
บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้ และกระบวนการนิเทศมีความสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่งต่อการ
จัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ซ่ึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา
และบุคลากรทุกฝ่ายในสถานศึกษาที่ต้องร่วมมือกัน เพื่อกระตุ้น สนับสนุน ส่งเสริม แนะนา ช่วยเหลือ
ร่วมมือกัน แก้ปัญหา ปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนให้มปี ระสิทธภิ าพ อนั จะนามาซ่ึงผลลัพธ์ของผู้เรียน
และการจัดการเรียนการสอนทม่ี คี ณุ ภาพต่อไป
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อติดตามงานและนเิ ทศการเรยี นการสอนของครูให้มีประสิทธภิ าพ
2. เพ่อื พฒั นาประสทิ ธิภาพของครูในการจดั กระบวนการเรียนการสอนและกากบั การปฏบิ ตั ิงาน
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 2
วธิ ดี ำเนนิ กำร
1. วางแผน (Plan) ประชุม วางแผน เสนอโครงการเพ่อื ขออนมุ ัติ แต่งต้งั คณะกรรมการดาเนินงาน
2. ดาเนินการ (Do)
กจิ กรรมที่ 1 นิเทศชัน้ เรยี น/นิเทศ Online
กจิ กรรมท่ี 2 นเิ ทศกลุ่มสาระการเรียนรใู้ นรูปแบบ PLC AAR และ นาเสนอ Best Practice
3. ตรวจสอบ (Check) นเิ ทศ กากบั ติดตาม การดาเนินงาน
4. ประเมนิ ผลและรายงาน (Action) ประเมินผลการนิเทศ สรปุ รายงานผลตอ่ ผู้บรหิ ารเมื่อส้นิ ปี
การศึกษา
5. รายงานผลการดาเนินงานตอ่ ที่ประชมุ และผู้บรหิ าร
ประโยชน์ท่ีคำดว่ำได้รับ
1. ครูและบุคลากรได้รับการสง่ เสริมและพฒั นาตนเองในด้านการจดั การเรยี นการสอน เพือ่ ให้จดั
กระบวนการเรียนการสอนได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
2. มแี นวทางการเรยี นรู้ใหม่ ๆ และผลงานท่ีเป็นเลิศ (Best Practice) สาหรับครเู พ่อื แลกเปลยี่ น
เรียนรใู้ นการพฒั นาการเรียนการสอนอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 3
บทที่ 2
เอกสำรและงำนวจิ ยั ท่ีเก่ยี วข้อง
การดาเนนิ งานนเิ ทศภายในนี้ คณะผรู้ ายงานได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ดงั น้ี
1. การนเิ ทศภายใน
2. จดุ มงุ่ หมายของการนิเทศภายใน
3. กระบวนการนเิ ทศภายใน
4. ตวั อย่างขอบขา่ ยงานนิเทศ
5. ตัวอยา่ งการจดั การนิเทศในโรงเรยี น
กำรนิเทศภำยใน
นักการศึกษาท่ีมีความเช่ียวชาญ ทางด้านการนิเทศการศึกษาได้ให้ความหมาย ของการนิเทศ
ภายในโรงเรยี น ดังน้ี
วไลรัตน์ บุญสวัสดิ์ (2538 : 62) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน หมายถึง
การทางานของผู้บริหารโรงเรียนร่วมกับครูในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตาม
วัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายของการศึกษาที่กาหนดไว้
วัชรา เล่าเรียนดี (2545 : 130) กล่าวว่า การนิเทศภายในโรงเรียน เป็นกระบวนการบริหาร
การศึกษาที่จัดดาเนินการในโรงเรยี นโดยบุคลากรในโรงเรียนเป็นหลัก ซ่ึงประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน
คณะครูอาจารย์และบุคลากรทเี่ ก่ียวข้องกบั การศกึ ษาในโรงเรยี นเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน
โดยตรง
ชัด บุญญา (2546: 44) ได้ให้ความเห็นว่า การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง การดาเนินใดๆ
ทที่ าให้ครมู คี วามพึงพอใจและมีกาลังใจที่จะพฒั นาการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาการดาเนินงานใดๆ
ของโรงเรียน ให้เป็นไปตามมาตรฐานของโรงเรียนและของบุคลากรให้สูงข้ึนและรักษาไว้ จนส่งผลให้
โรงเรียนเป็นท่ียอมรับของผรู้ ับประโยชนจ์ ากโรงเรียนทุกฝ่าย อกี ทั้งผา่ นการประเมนิ ภายในและภายนอก
จากความหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนดังกล่าว สรุปได้ว่า การนิเทศภายในโรงเรียนเป็น
กระบวนการทางานและดาเนินกจิ กรรมร่วมกัน ระหวา่ งผู้บรหิ ารและบุคลากรภายในโรงเรียนในการแนะนา
ช่วยเหลือ มีขวัญกาลังใจ ส่งเสริมเก่ียวกับการเรียนการสอนและพัฒนาการดาเนินงานของโรงเรียนให้
เป็นไปตามมาตรฐานของโรงเรียน เพ่ือปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เป็นท่ี
ยอมรับของผู้รับประโยชน์จากโรงเรียนทกุ ฝ่าย เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดการศึกษา
ทกี่ าหนดไว้
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 4
จุดมุ่งหมำยของกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น
สาย ภาณุรัตน์ (2521) หวั หน้าหน่วยศึกษานิเทศก์คนแรกของประเทศไทย ได้เสนอจดุ มุ่งหมาย
ของการนเิ ทศการศกึ ษาไว้หลายข้อดังนี้
ชว่ ยสรา้ งคณุ ลักษณะแหง่ ความเปน็ 3 ช่วยให้ครพู ัฒนาการสอนของตน
1 ผนู้ าใหแ้ กค่ รู โดยมคี าแนะนา 2 ประการ คือ
ให้แกค่ รู 3.1 อยา่ ไดพ้ ยายามยัดเยยี ดความ
2 ชว่ ยส่งเสรมิ ขวัญของครูใหอ้ ย่ใู นสภาพ คดิ เหน็ ท่ีคนนิยมให้ครูจาตอ้ งรับ และ
พยายาม
ทด่ี ี และเข้มแข็ง รวมหมูค่ ณะได้ 3.2 พยายาม อย่าไดฝ้ ืนให้ครทู าตาม
แผนหรือแบบท่ตี นทา
5 ช่วยฝึกครูใหม่ให้เข้าใจงานในโรงเรียน
และงาน ของอาชีพครู
6 ชว่ ยหยิบยกปัญหาตา่ งๆ ของ 4 จงพยายามหลกี เล่ยี งการกรอก
คาแนะนา สง่ั สอนใหค้ รูจนครูรบั ไมไ่ หว
โรงเรยี นทท่ี างโรงเรียนไมส่ ามารถจะแกไ้ ข
ไดโ้ ดยลาพงั
7 ใหค้ รรู จู้ ักคน้ หาจดุ ลาบากในการเรยี นร้ขู อง
เด็กแตล่ ะคน และครชู ่วย วางแผนการสอนให้
8 ช่วยในด้านประชาสัมพันธ์ถึงความ
เคลอ่ื นไหวของการศึกษาท่โี รงเรียนในท้องถ่ิน เหมาะสมเพอ่ื แก้ไขการช่วยแก้ไข
ได้จัดดาเนินการ ท้งั น้เี พอ่ื ใหร้ าษฎรเขา้ ใจ
สงัด อทุ รานันท์ (2530 : 12) กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียน 4 ประการ คอื
1. เพ่อื พัฒนาคน
2. เพอ่ื พัฒนางาน
3. เพ่อื สร้างการประสานสมั พนั ธ์
4. เพอ่ื สร้างขวญั กาลงั ใจ
ชดั บุญญา (2546:46) กลา่ ววา่ ความมุ่งหมายของการนเิ ทศภายในโรงเรียน เพอ่ื สนับสนุน
สง่ เสรมิ กระตุน้ ใหค้ รแู ละผูท้ มี่ ีส่วนได้สว่ นเสยี จากการจดั การศึกษาทุกฝ่ายเปน็ รายบคุ คลหรือหลายคนได้
รว่ มมือร่วมใจกนั ปฏริ ูปวธิ ีการจัดการเรยี นการสอน วิธีการบรหิ ารจดั การศกึ ษาทม่ี ่งุ สู่ความสาเร็จตาม
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 5
มาตรฐานของโรงเรยี น และของบคุ ลากรของโรงเรยี นให้สงู ขึ้นและรักษาไว้ได้อยา่ งตอ่ เนือ่ งด้วยความเต็มใจ
กระบวนการนเิ ทศภายในโรงเรียน
จากจุดมุง่ หมายของการนเิ ทศภายในขา้ งต้น สรุปไดว้ า่ การนเิ ทศภายในมจี ุดม่งุ หมายท่ีจะพฒั นา
คนในองค์กร พัฒนาครูให้มีความรคู้ วามสามารถในงานพฒั นาหลักสตู ร การจดั การเรียนการสอน ช่วย
ประสานงานและความร่วมมือให้เกดิ ความเข้าใจอันดรี ะหว่างงานทกุ งานท่เี ก่ียวขอ้ ง อกี ท้ังยังสรา้ งความ
มั่นคงในอาชีพครู สร้างสรรค์กาลังใจแกบ่ คุ ลากรเพือ่ การพัฒนานักเรยี นให้มีคุณภาพตามความม่งุ หมายของ
การจดั การศกึ ษา
กระบวนกำรนเิ ทศภำยใน
ในการดาเนินงานใดก็ตามจาเป็นจะต้องมีข้ันตอนในการทางานเพื่อให้งานสาเรจ็ เรียบร้อยดี
มีประสิทธิภาพ สาหรับกระบวนการนิเทศการศึกษาน้ัน มีแนวคิดของบุคคลหลายคน เช่น
Ben M. Harris ได้ ส รุ ป ก ร ะ บ ว น ก าร ใน ก าร นิ เท ศ ก า ร ศึ ก ษ า POLCA มี ดั ง น้ี
1. Planning Processes (P) หมายถึง การวางแผนในการปฏบิ ัติงาน โดยคิดวา่ จะ
ทาอย่างไร กาหนดจุดมุ่งหมายของงาน พัฒนาวธิ ีดาเนินการ กาหนดงานท่ีจะดาเนินการ คาดคะเน
ถงึ ผลท่จี ะได้รับจากโครงการและวางโครงการ
2. Organizing Processes (O) หมายถงึ การจดั โครงสร้างของการดาเนินงานโดย
สร้างหลักเกณฑ์ในการทางาน จัดหาทรพั ยากรท่ีจะใช้ในการดาเนินงานโดยสร้างเกณฑใ์ นการทางาน
สร้างความสัมพันธ์ของงาน แบ่งงานโดยกาหนดหน้าท่ีในการปฏิบัติงาน มีการประสานงาน
มอบหมายอาน าจให้ตามหน้าท่ี วางโครงการของหน่วยงานและพัฒ นานโยบายต่างๆ
3. Leading Processes (L) หมายถึง บทบาทในฐานะผู้นา โดยดาเนินการการ
วินิจฉัยส่ังการ การคัดเลือกตัวบุคลากร กระตุ้นให้บุคลากรทางานลงมือปฏิบัติงานการสาธิตในการ
ปฏิบัติงานการให้คาปรึกษาช่วยเหลือ การติดต่อส่ือสาร การให้กาลังใจ การให้คาแนะนาให้มี
ความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน ให้ความเร้าใจในการปฏิบัติงาน แสดงและอธิบายเก่ียวกับกา
ปฏิบตั งิ าน
4. Controlling Processes (C) หมายถึง การควบคุมการปฏิบัติงาน ดาเนินงาน
โดยการพิจารณามอบหมายงาน ให้ความสะดวกในด้านตา่ งๆ พิจารณาลงโทษ มีการแก้ไขทันทีเมื่อ
งานผดิ พลาด การให้บุคลากรออกจากงาน การตักเตือน และการกาหนดระเบียบในการปฏิบตั ิงาน
5. Assessing Processes (A) หมายถึง การตรวจสอบผลการปฏิบัติงานโดยการ
ป ร ะ เมิ น ผ ล ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น วั ด ผ ล ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น วิ จั ย ผ ล ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น
Luther Gulick ก ล่ า ว ถึ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร บ ริ ห า ร POSDCORB ดั ง นี้
1. Planning (P) หมายถึง การวางแผนหรอื วางโครงการอย่างกว้างขวางๆ ว่ามีงาน
อะไรบางท่ีจะต้องปฏิบตั ิตามลาดับ วางแผนวิธีปฏิบัตพิ ร้อมด้วยวัตถุประสงค์ของการปฏบิ ัติงานน้ันๆ
ก่อนลงมือปฏิบตั ิการ
2. Organizing (O) หมายถึง การจัดรูปโครงการหรือเค้าโครงของการบริหาร โดย
กาหนดอานาจหน้าท่ีของหน่วยงานย่อย หรือตาแหน่งต่างๆ ของหน่วยงานให้ชัดเจน พร้อมด้วย
กาหนดลักษณะและวิธีการติดต่องาน สัมพันธก์ ันตามลาดับข้ันแห่งอานาจหน้าท่ีสูงต่าลดหล่ันกันไป
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 6
3. Staffing (S) หมายถึง การบริหารงานอันเก่ียวกับตัวบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ทุก
ประเภทของหน่ายงาน การบริหารงานบุคคลดังกล่าว รวมตั้งแต่การแสวงหาคนมาทางาน การบรรจุ
แต่งต้งั การฝึกอบรมและพัฒนาบุคคลที่บรรจุแต่งตงั้ ไว้แล้ว การบารุงขวญั การเลื่อนขั้นและการลด
ขนั้ ตลอดจนการพ้นจากงาน และการบารุงรักษาสภาพการทางานที่ดี และมีประสิทธิภาพใหค้ งอยู่
ตลอดไป
4. Directing (D) หมายถึง การวินิจฉยั สั่งการ หลงั จากได้วิเคราะห์และพิจารณางาน
โดยรอบคอบแล้ว รวมท้ังการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามคาสั่งน้ันๆ ในฐานะผู้บริหาร เป็น
ผ้บู ังคับบญั ชาหนว่ ยงาน
5. Coordinating (Co) หมายถงึ การประสานงานหรอื สอื่ สัมพนั ธ์หนว่ ยงานย่อยหรือ
ตาแหน่งต่างๆ ภายในองค์การหรือสานักงานใหญ่ เพ่ือก่อให้เกิดการทางานท่ีมีประสิทธิภาพ ไม่มี
การซ้าซ้อนหรือขัดแย้งกนั แต่ทุกหน่วยงานทางานประสานกลมกลืนกัน เพื่อวัตถุประสงค์หลักของ
องคก์ ารหรือหนว่ ยงานใหญร่ ว่ มกนั
6. Reporting (R) หมายถงึ การเสนอรายงานไปยังผบู้ งั คับบัญชา หรือไปยงั หน่วยงาน
ทีเ่ กี่ยวข้อง ท้ังเบ้ืองบนและเบื้องล่าง การเสนอรายงานทาให้ผู้บังคับบัญชาทราบความก้าวหน้าของ
งานทุกระยะ สะดวกแก่การประสานกับหน่วยงานอ่ืนๆ ในขณะเดียวกันควรเสนอรายงานให้
ผู้ร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทราบด้วย จะเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีร่วมกัน และเป็นการ
บารงุ ขวัญไปในตัว การเสนอรายงานจาเปน็ ทจี่ ะต้องมีการบันทกึ หลกั ฐานที่เก่ียวกับการปฏิบัติงานไว้
เป็นระยะๆมีการวินจิ ฉัย การประเมนิ ผล และการตรวจสอบเป็นระยะๆ จึงจะสามารถทารายงานได้
ถกู ต้องรัดกมุ และสมบรู ณ์
7. Budgeting (B) หมายถึง การจดั ทางบประมาณการเงิน การวางแผนหรือโครงการ
ในการใช้จ่ายเงนิ การบัญชี และการควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินหรือตรวจสอบบัญชีโดยรอบคอบและ
รดั กุม
กระบวนการนิเทศดังกล่าวมีความสอดคล้องกัน แต่สาหรับกระบวนการนิเทศการศึกษา
ท่ัวไปทั้งหมดจาเป็นต้องปรับข้ันตอนเหล่านี้ให้เข้ากับกระบวนการบริหารงานในโรงเรียน อย่างไรก็
ตามยงั คงยึดแนวทางของกระบวนการนิเทศการศึกษาท่ัวไปเป็นหลักในการจัดการนิเทศศึกษาภายใน
โรงเรยี นซงึ่ นามาปรับใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั วัตถปุ ระสงคแ์ ละกจิ กรรมการนเิ ทศ ดงั นี้
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 7
กระบวนกำรของเดมมง่ิ กระบวนกำรของเลฮ์แมน
ขน้ั ที่ 1
ขท้ันบ่ี ทกพ่ี 8รอ่ กงหารลปงั รจบัากปทPรงุดแลกอไ้งขดสแู ว่ ลนA้ว
การกาหนดปัญหาและความตอ้ งการจาเป็น (Need)
(Modification) AP ขั้นที่ 2
การกาหนดจุดประสงค์ที่วดั ได้ (Measurable Goals)
CD
ขัน้ ท่ี 3
ขั้นท่ี 7 การประเมนิ ผลการทดลอง P การกาหนดอุปสรรคและข้อจากดั ต่าง ๆ
เพื่อพจิ ารณาดูวา่ ไดผ้ ลตามวัตถุประสงค์ (Constraints)
หรือไม(่ Evaluation) ขนั้ ที่ 4
การกาหนดวิธีการท่เี ปน็ ทางเลือกใน การแก้ปญั หา
(Alternatives)
ข้ันที่ 5
การเลือกทางเลอื กในขั้นท่ี 4 มาปฏิบัติเพ่อื แกป้ ัญหา
(Selection)
ข้นั ท่ี 6 การนาทางเลือกที่เลอื กแล้วไป
ทดลองใช้ (Implementation)
การนิเทศภายในโรงเรยี นเป็นการดาเนินการอยา่ งมขี ้นั ตอนเป็นระบบและตอ่ เนือ่ ง ประกอบดว้ ย
4 ขั้นตอน ดงั น้ี
ข้นั ท่ี 1 การศกึ ษาสภาพปัจจบุ ันปญั หาและความต้องการ (เปิดใจ)
ขน้ั ท่ี 2 การวางแผนการนเิ ทศ (ร่วมใจ)
ขน้ั ที่ 3 การปฏิบัตกิ ารนิเทศ (ตัง้ ใจ เต็มใจ)
ข้ันที่ 4 การประเมนิ ผลการนิเทศ (ชน่ื ใจ )
การนิเทศภายในโรงเรียนน้ัน การดาเนินการควรคานึงถึงปัญหาของโรงเรียน รวมทั้งความ
ต้องการของบุคลากรในโรงเรียนด้วย ดังน้ันการดาเนินการนิเทศภายในโรงเรียนจึงต้องมีการวางแผน
กาหนดแนวทางร่วมกนั ประสานสมั พันธ์รว่ มมอื ให้การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน และมีเปา้ หมายเดยี วกัน คือ
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของโรงเรยี นให้ไดต้ ามเกณฑ์มาตรฐานท่ีกาหนดไว้
กิจกรรมกำรนเิ ทศ
กิจกรรมการนิเทศในที่น้ีหมายถึงหัวข้อกิจกรรมท่ีจะนาไปเป็นแนวทางในการออกแบบวิธีการ
นิเทศตามวัตถุประสงค์ของการนิเทศ หรอื พจิ ารณากาหนดรายละเอยี ดในการดาเนินการนเิ ทศในแต่ละคร้ัง
หรือแต่ละรายการใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั การและกระบวนการนิเทศ เช่น
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 8
เชญิ วทิ ยากรมาใหค้ วามรู้ใหม่ จัดประกวดหรอื นิทรรศการผลงานของครู
ส่งครูไปฝกึ งาน
จดั ประชุมชแ้ี จงเรือ่ งใหม่ๆ สงั เกตการสอนในหอ้ งเรยี น
สาธิตการสอนโดยครูในโรงเรียน (การวางแผนการสอนที่พบว่ามีปัญหาแล้ว
หรอื จากโรงเรยี นอื่น ๆ ทเี่ ชิญมา ทดลองสอนตามแผน และสังเกตการสอน
รว่ มกนั )
การสัมมนาเสนอแผนการสอน แผนงาน
โครงการ ประจาภาคเรียนหรือประจาปี เยย่ี มชัน้ เรยี น
ของหมวดวิชา ฝ่าย งาน ใหค้ าปรึกษาแนะนา
การประชุมปฏิบัติการในเร่ืองใดๆ
การสัมมนาเสนอผลงานของหมวด
วิชา ฝ่าย งานประจาภาคเรียน ร่วมกัน
หรอื ประจาปี การร่วมกันวิจัยในช้ันเรียน หรือวิจัยเชิง
การสัมมนาสรุปผลการสอน หรือ ปฏิบตั กิ ารอ่ืนๆ
ผลงานใดๆ ของครู หรือบุคลากร ฯลฯ
อื่น ๆ ในโรงเรียน
ศึกษาดงู าน ดนู ทิ รรศการ
ผู้ทำหน้ำท่ีนิเทศภำยในโรงเรียน
การนิเทศการศึกษามีจุดมุ่งหมายหลักก็คือ มุ่งพัฒนาครูหรือบุคลากรให้รู้จักวิธีการปรับปรุง
การเรยี นการสอนหรอื งานในหน้าทใ่ี ห้ดีขน้ึ เพอื่ ทาให้การศกึ ษาเกดิ ผลสมั ฤทธติ์ ามความคาดหมาย ผูน้ ิเทศ
การศึกษาจึงเป็นบุคคลใดก็ตามท่ีสามารถปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายนี้ ในเร่ืองนี้มีผู้กล่าวไว้หลายแนวคิด
Adams and Dickey (1966 : 8) ได้ให้ความเห็นในเรื่องของการนิเทศโดยกล่าวไว้ว่า “ผู้นิเทศ
คอื บุคคลใดกต็ ามที่มีหน้าท่ใี นการทางานร่วมกับผู้อน่ื เพ่ือเพิ่มพูน และปรับปรุงสภาพการเรียนการสอน”
ดังนั้นอาจจะเป็นครูใหญ่ในโรงเรียนหรือผู้ช่วยเหลือ แขนงหนึ่งแขนงใดพิเศษ เช่น พลศึกษา ดนตรี หรือ
อาจจะเปน็ ศึกษาธกิ าร หรอื ผู้อานวยการโรงเรยี นกไ็ ด้
ในทัศนะของ สนุ ีย์ เอี่ยมอดุลย์ (2523 : 4) ผู้ทส่ี ามารถทาหนา้ ทน่ี เิ ทศการศกึ ษาไดก้ ็คอื
1. ศกึ ษานเิ ทศก์
2. ผู้บริหารโรงเรียน ได้แก่ ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อานวยการโรงเรียน หรืออธิการ
วิทยาลัย ผู้ช่วยครูใหญ่ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ รองอธิการฝ่ายวิชาการ
หัวหนา้ คณะวชิ า หวั หนา้ สายวชิ าต่างๆ หวั หนา้ ภาควชิ าต่างๆ
3. ผทู้ ่ีสถานศกึ ษาเชิญไปให้คาแนะนาเป็นครัง้ คราว
4. ครู – อาจารย์ทีม่ ีความรูค้ วามสามารถ
ยง วัชชวัลคุ (2523 : 42) ได้กล่าวสนับสนุนในเรื่องที่ว่า ผู้บริหารโรงเรียนมีบทบาทต่อการ
นิเทศภายในโรงเรียนว่า ครูใหญ่จะต้องรับผิดชอบงานวิชาการของโรงเรียนด้วย ครูใหญ่จึงต้องมีบทบาท
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 9
ในการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน งานนี้เป็นงานในหน้าท่ีโดยตรง จะโยนให้เป็นภาระหน้าที่ของ
ศกึ ษานเิ ทศก์หรือผูบ้ รหิ ารระดับสงู ข้ึนต่อไปหาได้ไม่ ว่าไปแลว้ บุคคลดังกล่าวนั้นมีความสาคัญในการนิเทศ
การศกึ ษาภายในโรงเรยี นน้อยกว่าครใู หญ่
จากข้อความข้างต้นผู้นิเทศคือบุคคลใดก็ตามท่ีมีหน้าท่ีทางานร่วมกับผู้อ่ืน เพ่ือปรับปรุง
สมรรถภาพการเรียนการสอน โดยการใหค้ วามชว่ ยเหลือสนบั สนุนให้ความร่วมมือมากกว่าการแนะนาหรือ
สัง่ การอย่างเดียว สาหรับผู้นเิ ทศภายในโรงเรียนก็ คอื บุคลากรภายในโรงเรียน เช่น ผู้อานวยการ รอง
ผู้อานวยการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้หรือกลุ่มวิชาหัวหน้างานต่างๆ รวมไปถึงครูผู้สอนที่มีความรู้
ความสามารถ ความชานาญ และประสบการณ์ ในสาขาวิชาใดวิชาหน่ึง ที่โรงเรียนได้แต่งตั้งเพื่อทา
หนา้ ท่ีคอยช่วยเหลือครูในการปรับปรงุ การเรียนการสอนหรือภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมายใหม้ ีคุณภาพยงิ่ ข้ึน
หรือดขี ้ึน”
บทบำทและหนำ้ ทีข่ องผู้นเิ ทศกำรศกึ ษำ
ผทู้ ่มี ีหน้าที่การศึกษาในโรงเรียนจะตอ้ งทราบวา่ ภาระหน้าทอ่ี ันถือว่าเปน็ หลักของการนิเทศนนั้
เปน็ อยา่ งไร เพือ่ จะไดย้ ดึ เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ไิ ด้ถูกตอ้ ง มีดงั ตอ่ ไปนี้
1. ชว่ ยเหลือครูในการพัฒนาและปรบั ปรงุ ตนเอง
2. ส่งเสรมิ ให้มกี ารปรับปรงุ หลักสูตร
3. ชว่ ยเหลือครใู นการปรบั ปรุงการสอนของตนให้ดีขนึ้
4. เปิดโอกาสให้ผู้เชย่ี วชาญในสาขาวิชาซง่ึ มีอยู่ในโรงเรียนได้ชว่ ยเหลือเพ่อื นครู
5. สง่ เสริมให้คณะครมู ีความสนใจในอปุ กรณ์การสอน
6. ชว่ ยเหลอื ครใู นการทาความเขา้ ใจเกีย่ วกับเด็กใหด้ ีขนึ้
7. ชว่ ยเหลอื ครูในการประเมนิ ผลนกั เรียน
8. สง่ เสริมกระต้นุ ให้รู้จักประเมนิ ผลโครงการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าของตน
9. ช่วยให้ครปู ระสบผลสาเร็จและมีความร้สู กึ มนั่ คง
อาคม จันทสุนทร ได้สรุปบทบาทและหน้าท่ขี องผู้ทาการนเิ ทศการศกึ ษาไว้ 2 ประการ คือ
1. บทบาทในฐานะที่ปรึกษาหรือผู้ช่วยคิดของผบู้ รหิ ารการศึกษา หมายถึง ในการวางแผนงาน
ในการดาเนินการต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลือในการตัดสินใจของผู้บริหาร ดังน้ันจะเห็นว่า ศึกษานิเทศก์น้ัน
จะเป็นที่ปรึกษาและช่วยในด้านความคิดเชิงวิชาการอธิบดีหรือศึกษาธิการและครู ส่วนนิเทศภายใน
โรงเรียนได้แก่ ครู หัวหน้าหมวด สายวิชา และหัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียน จะเป็นท่ีปรึกษาครูใหญ่
อาจารย์ใหญ่ และผู้อานวยการโรงเรียน ในบทบาทนี้เปน็ หน้าทน่ี ิเทศการศึกษาทางอ้อม คือช่วยผู้บริหาร
ตัดสินใจหรือดาเนินการในการบริหารงาน และจะมีผลต่อการเรียนการสอนอีกชั้นหนึ่งต่อไป บทบาท
เชน่ น้คี ล้ายกบั เปน็ เสนาธิการของกองทพั
2. บทบาทในฐานะทเี่ ปน็ ผู้นาในสถานการณเ์ รยี นการสอนทีค่ รูจัดอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้นิเทศการศึกษาในบทบาทน้ีจะพยายามมีกิจกรรมให้ครูได้เรียนรแู้ ละปฏิบัติในด้านการเรียน การสอนให้
บงั เกดิ ผลดยี ่ิงข้ึน เหมือนเปน็ ครูของครู
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 10
ดังน้ัน ในการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนขนาดกลาง บุคคลท่ีทาหน้าท่ีนิเทศควรจะมี
คุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากบุคลากรอ่ืนๆ ซึ่งภิญโญ สาธร ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ทาหน้าที่นิเทศ
ภายในโรงเรียนไว้ดังน้ี
1. มคี วามร้แู ละมีความเข้าใจตัวนักเรยี นเป็นอยา่ งดี
2. มคี วามรแู้ ละมีความเขา้ ใจวธิ ใี ห้ความรู้แกน่ กั เรยี นเป็นอยา่ งดี
3. มีความร้แู ละมคี วามเข้าใจสภาพสังคมของโรงเรยี น
4. มีความรับผิดชอบต่องานนิเทศการศกึ ษา
5. ใชว้ ิธกี ารนเิ ทศการศึกษาดว้ ยเหตผู ลและสตปิ ัญญาทีป่ ฏบิ ตั จิ รงิ ได้
นอกจากนี้ ผู้ทาการนเิ ทศยังควรเป็นผทู้ มี ีลกั ษณะตามแนวความคดิ ของบุคคลต่างๆ โดย Wiles
(1967 : 13-18) ได้กล่าววา่ ผนู้ เิ ทศจาเป็นตอ้ งมีทกั ษะ 5 อย่างดังตอ่ ไปนี้
1. ทักษะในดา้ นความเป็นผนู้ า (Leadership)
2. ทกั ษะในดา้ นมนษุ ยสมั พันธ์ (Human Relationship)
3. ทักษะในดา้ นกระบวนการหมูพ่ วก (Group Process)
4. ทกั ษะในด้านการบริหารบุคคล (Personal Administration)
5. ทักษะในด้านการประเมินผล (Evaluation)
Katz (อ้างถงึ ใน Harris : 15-16) สรุปทกั ษะท่สี าคญั ของผู้นิเทศไวด้ ังนี้
1. Technical Skill ได้แก่ ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเทคนคิ ละวธิ ีการนิเทศที่จะให้ได้ผลดี
ท่สี ุด
2. Human Skill ได้แก่ ความสามารถในการทางานกบั คนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ี ถือ
วา่ การมมี นุษยสัมพันธ์ เป็นเร่อื งสาคัญสาหรบั ผู้ทาหน้าที่นิเทศ เพราะเปน็ งานทจี่ ะต้องทาร่วมกนั
3. Conceptual Skill ได้แก่ ความสามารถในการเข้าใจ ความสาคัญของหน่วยงานของ
ตน เข้าใจระบบการศึกษาต้ังแต่ระดับประเทศจนถึงระดับท้องถิ่น ตลอดจนความเข้าใจ ขอบข่าย
อ งค์ ป ร ะ ก อ บ ก ล ไก ใน ก าร ป ฏิ บั ติ ง าน แ ล ะ ค ว าม สั ม พั น ธ์ ข อ งห น่ ว ย งาน ท่ี เก่ี ย ว ข้ อ ง
นพพงษ์ บญุ จิตราดลุ ได้เสนอแนวคิดเกยี่ วกบั คุณสมบตั ปิ ระจาตัวของผู้นิเทศไว้ 2 ประการ
ซ่ึงพอสรุปไดด้ งั นี้
1. ทางด้าน Personal Characteristic หมายถึง คุณ สมบัติประจาตัวของผู้นิเทศ
จาเป็นต้องมีความคดิ รเิ รม่ิ ความสามารถในการเปน็ วทิ ยากร ความกระตอื รอื ร้นในการทางาน
2. ทางด้าน Professional Qualification หมายถึง คุณสมบัติที่ถือเป็นอาชีพ เป็นผู้ท่ีมี
ความร้ใู นด้านการศกึ ษาอย่างกวา้ งขวาง มีวฒุ กิ ารศกึ ษาสูง
ดงั นั้น ผู้ท่ีทาการนเิ ทศในโรงเรยี นจาเปน็ ตอ้ งมกี ารฝกึ ฝนให้เกิดทักษะต่าง ๆ ตลอดทั้งการสรา้ ง
คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการดาเนินงานให้ได้ผลดียิ่งข้ึน นอกเหนือจากคุณสมบัติและทักษะท่ี
จาเป็นต้องมีแล้ว ประสบการณ์ยังเป็นค่านิยมและความเชื่อถือของคนไทย ฉะน้ันผู้ที่มีหน้าท่ีนิเทศ ใน
โรงเรียนจึงควรมีประสบการณใ์ นด้านการทางานมากพอสมควร
ผอู้ านวยการโรงเรียน มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารและวางแผนดาเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรม
ตา่ งๆ ของโรงเรียนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในดา้ นวิชาการและงานต่าง ๆ หนา้ ที่ของผู้อานวยการ
โรงเรยี นได้แก่
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 11
1. วางโครงการดาเนนิ การของโรงเรียน
2. จัดทาโครงการสอนให้เปน็ ไปตามหลักสตู ร และปรบั ปรงุ ให้ใชไ้ ด้เหมาะสมอย่เู สมอ
3. แนะนาควบคุมการสอนของครูใหด้ าเนินไปตามโครงการสอน
4. จัดกจิ กรรมตา่ งๆท่ีเปน็ การสง่ เสรมิ การเรยี นการสอน
5. การดาเนนิ การวดั ผลการศกึ ษาถูกตอ้ งตามระเบยี บและหลกั การวดั ผลการศึกษา
6. สนับสนนุ ให้มกี ารค้นควา้ ทดลอง ปรบั ปรุงวิธกี ารสอนใหด้ ยี ่งิ ข้ึน
7. จัดให้มกี ารอบรมครูในโรงเรียน เช่น การปฐมนิเทศครูใหม่ การประชุมครูเพื่อพิจารณา
หรือพัฒนาแก้ไขปญั หาตา่ งๆ
เม่ือพิจารณางานด้านวิชาการท่ีผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาต้องรับผิดชอบแล้วจะเห็นว่าเป็น
งานเดียวกับการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรยี นต่างกันที่ว่างานนิเทศเป็นงานที่ให้ความช่วยเหลือ แนะนา
ส่งเสริม ให้คาปรึกษา ส่วนงานบริหารงานวิชาการเป็นงานท่ีให้โอกาสและให้บริการแก่ครูบุคลากรใน
โรงเรียน ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่าผู้บริหารโรงเรียนจะต้องรับผิดชอบงานด้านการจัดการนิเทศการศึกษา
ดังน้ี
1. ช่วยครูแต่ละคนในการทาการสอนให้ได้ผลดี ช่วยแก้ปัญหาในด้านการสอนและปัญหา
ส่วนตัว
2. เปน็ ผปู้ ระสานงานและบรกิ ารแก่ครทู กุ คนในดา้ นวิธีการสอน
3. ทาหน้าท่ีเป็นวิทยากรที่ดีของครูทุกโอกาส สามารถให้คาปรึกษาแนะนาช้ีแจง ชี้แหล่ง
วชิ าการท่ีเหมาะสมใหแ้ ก่ครู
4. ประเมินผลการเรียนการสอนเพื่อหาลู่ทางในการปรบั ปรุงการเรียนการสอน และการจัด
โปรแกรมของโรงเรียนให้มีประสทิ ธภิ าพสงู สุด
5. สรา้ งขวัญของครใู ห้อยู่ในสภาพสูง
6. ส่งเสรมิ สนับสนนุ และพัฒนาวชิ าชีพครใู ห้กา้ วหน้า
สาหรับบทบาทของผู้บริหารในฐานะผู้นิเทศ คิมบอลล์ ไวลส์ และ จอห์น ที โลเวล สรุป
ความเห็นไว้วา่ ผ้บู รหิ ารควรมีบทบาทดงั นี้
1. บทบาทในดา้ นมนุษยสัมพนั ธ์ ผูบ้ รหิ ารมีหนา้ ที่ทาให้เกิดความเข้าใจอนั ดีภายในกล่มุ และมิ
ใหเ้ กดิ ความขดั แย้งภายในกลุ่ม
2. บทบาทในฐานะเป็นผูน้ า ผู้บรหิ ารทาหน้าท่ดี งั น้ี
2.1 พัฒนาความเป็นผนู้ าให้เกิดขน้ึ แก่ตวั ผ้อู ืน่
2.2 ชว่ ยให้ผอู้ นื่ มีสว่ นร่วมในการตดั สินใจ
2.3 ให้ผ้อู นื่ มีสว่ นร่วมในการตัดสนิ ใจ
2.4 ให้ผ้อู ่ืนมสี ว่ นรว่ มในการใช้อานาจและใหผ้ ู้อื่นมสี ่วนร่วมในการรับผิดชอบ
3. บทบาทในดา้ นการจัดแนะนาดาเนนิ การในหนว่ ยงาน ผู้บรหิ ารมีหนา้ ท่ีดงั นี้
3.1 พัฒนาในด้านการจัดและการดาเนนิ งานในโรงเรยี น
5.2 ชว่ ยใหก้ ารดาเนนิ งานตา่ งๆดาเนินไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
5.3 การตดั สินใจใดๆก็ตามตอ้ งดาเนนิ ไปตามขนั้ ตอน
5.4 เม่ือกล่มุ ใดตัดสนิ ใจไปแลว้ ตอ้ งไม่มีการยับยงั้
5.5 พยายามทาใหท้ กุ คนมเี ปา้ หมายอันเดยี วกนั เพื่อให้เกิดวนิ ัย
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 12
5.6 ส่งเสริมใหท้ ุกคนมวี ินยั ในตนเอง
6. บทบาทในการคัดเลือกและการใชป้ ระโยชน์บุคลากร ผบู้ รหิ ารมหี น้าทด่ี งั นี้
4.1 พิจารณาเลือกบคุ ลากรใหมใ่ ห้ตรงตามความตอ้ งการ โดยให้ครูมีสว่ นร่วม
4.2 ช่วยให้บคุ ลากรใหม่ร้สู ึกว่าเปน็ ทต่ี ้องการของโรงเรยี น
4.3 ดาเนนิ การวัดผลของครูหลายๆวธิ ี เพอ่ื ใหก้ ารวดั ผลเปน็ ไปอยา่ งยุติธรรม
4.4 การตั้งบคุ ลากรให้ปฏิบัติงานต้องคานึงถึงความเหมาะสม
7. บทบาทในการสร้างขวญั ของครู ผบู้ รหิ ารมีหน้าท่ดี ังต่อไปน้ี
5.1 ให้ครพู อใจในงานท่ที า
5.2 ชว่ ยใหค้ รูมีความสะดวกสบาย ปลอดภัยในการทางาน
5.3 ชว่ ยใหค้ รมู ีส่วนร่วมในการวางโครงการและนโยบายตา่ ง ๆ
5.4 ช่วยให้ครเู ช่อื ม่ันในความสามารถของตน
5.5 ชว่ ยให้ครรู ู้สกึ วา่ ตนเองมีความสาคัญและเปน็ ทีต่ อ้ งการ
5.6 จดั ให้มบี รกิ ารต่างๆ เชน่ คู่มอื ครู การศกึ ษาตอ่ การอบรมตามทีค่ รูตอ้ งการ
8. บทบาทในการพัฒนาบุคลากร ผู้บรหิ ารมหี น้าทดี่ ังนี้
6.1 จดั ให้มกี ารอบรมในหนว่ ยงานโดยจัดให้ตรงตามความต้องการ
6.2 การประชุมที่จัดข้นึ ชว่ ยให้ครูมีความกา้ วหนา้
6.3 ใช้วิธีการสังเกตการณ์สอน แต่ต้องให้ครูใหญ่และครผู ู้สอนมีความเขา้ ใจซงึ่ กนั และ
กัน
6.4 ใชว้ ธิ กี ารวัดผลเพือ่ พัฒนาบุคลากร เพ่ือให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพดา้ นการเรยี นการสอน
นอกจากนี้ สุจริต เพียรชอบ (2514 : 19-24) ได้กล่าวว่า การจัดการนิเทศการศึกษา
ภายในโรงเรียนนน้ั มงี านนเิ ทศทผี่ ู้บริหารสามารถทาได้ ดงั ต่อไปนี้
1. การชว่ ยเหลอื ครูทางด้านวชิ าการและบริหาร ได้แก่
1.1 ปฐมนิเทศครใู หม่
1.2 จดั ประชุมครูก่อนเปิดภาค
1.3 การสงั เกตการสอนในช้นั
1.4 การเยยี่ มช้ันเรียนอื่นๆ
1.5 การสาธติ การสอน
1.6 การนเิ ทศดา้ นการใหค้ าปรึกษาเป็นรายบคุ คลและเป็นหมู่
1.7 การจัดประชุมปฏิบตั กิ าร
1.8 การอบรมครู
1.9 การจดั สัมมนา
1.10 จัดหนังสอื ท่ีมคี ุณค่าทางวชิ าการ
1.11 ปรับปรุงหอ้ งสมุดให้ทันสมยั และแนะนาครูให้ใชห้ ้องสมดุ
1.12 แนะนาให้ครูเขา้ เปน็ สมาชกิ ของสมาคมทางวชิ าการต่างๆ
1.13 จดั บรกิ ารโสตทัศนศกึ ษาใหแ้ ก่ครูเปน็ อย่างดี
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 13
2. สนับสนนุ ใหค้ รูไปเรยี นเพ่ิมเติม
2.1 การช่วยเหลอื ครูในด้านปัญหาส่วนตัว ดูแลทุกขส์ ุขของครูในปกครอง เป็นกันเอง ละมี
มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี จนกระท่ังครูสามารถปรับทุกข์ด้วย ท้ังด้านส่วนตัว ปัญหาในการทางานตลอดจนเข้า
กบั เพ่อื นรว่ มงานได้
2.2 การสรา้ งขวญั (Morale) ของคณะครูในโรงเรยี น ไดแ้ ก่
1) ช่วยให้ครูในโรงเรียนมีความรู้เกี่ยวกับวิชาการ ทางานการบริหาร และดาเนินการสอน
อยา่ งเพียงพอ
2) จัดสภาพการทางานใหด้ แี ละสะดวกสบายเปน็ สขุ
3) ช่วยใหค้ รูมคี วามอบอ่นุ สามารถดาเนนิ ชีวติ อยใู่ นสังคมอย่างเป็นสขุ
4) เป็นทป่ี รกึ ษาท่ดี ขี องครูทกุ โอกาส
5) สร้างลกั ษณะความเป็นผ้นู าใหก้ บั ครู
6) พยายามใหค้ รรู ูส้ กึ ว่าตวั เองมคี วามสาคัญ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของหมู่คณะ
7) ครใู หญค่ วรมจี ิตใจกว้างขวางยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ
8) ชว่ ยให้ครูมคี วามสาเร็จในการทางาน มคี วามเจริญงอกงาม
9) ให้ครูมสี ว่ นร่วมในการวางนโยบาย
10) ใหค้ รไู ด้มีความรูสึกนับถอื ตนเอง
11) การดาเนินงานตา่ งๆในโรงเรยี นควรเป็นประชาธปิ ไตย
12) ครูใหญ่ควรมคี วามยตุ ิธรรมต่อทุกตน
2.3 การประเมนิ ผลการปฏิบัติงานของโรงเรียน ซ่ึงอาจทาได้ดังนี้
1) จดั ต้รู บั ฟังความคดิ เหน็ ของครภู ายในโรงเรียน
2) จดั ให้มกี ารอภปิ รายปญั หาต่างๆของโรงเรยี น
3) จดั ให้มีกล่องรับฟังความคิดเห็นของโรงเรียน
4) จดั ใหม้ ีวจิ ัยเชงิ ปฏิบัตกิ าร
5) ชว่ ยใหค้ รูรจู้ กั ประเมินผลการเรียนและความก้าวหน้า
6) ช่วยใหค้ รปู ระเมินผลการสอนของตนเอง
โรงเรียนมัธยมศึกษาส่วนใหญ่ มีภาระงานต้องรับผิดชอบมาก ผทู้ ี่มีบทบาทท่ีสาคัญในด้านการ
จัดการเรียนการสอนและงานต่าง ๆ ในโรงเรียน คือรองผบู้ ริหารกลุม่ การบรหิ ารวิชาการและแผนงาน กลุ่ม
การบริหารทวั่ ไป กล่มุ การบรหิ ารงานบุคคลและงบประมาณ กลุ่มการบริหารกิจการนักเรยี นและมอบหมาย
ไปใหห้ ัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้/กล่มุ วิชา หัวหนา้ งานตา่ ง ๆ ดงั นั้นหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้/ู กลุ่มวชิ า
หัวหนา้ งานต่าง ๆ จงึ มงี านดา้ นนเิ ทศการศกึ ษาดงั ต่อไปนี้
1. จัดปฐมนิเทศครใู หม่
2. ชว่ ยดูแลนสิ ิตและศกึ ษาฝึกสอนด้านการสอนและการปกครอง
3. แนะนาครใู นหมวดเดียวกนั นาหลกั สูตรไปใช้
4. ร่วมกับครูในกลุ่มวิชาเดียวกันทาโครงการสอน แผนการสอนและประเมินผลการเรียน
การสอน
5. จัดหาหนังสอื ประกอบและอ้างอิงให้ครูในกลุ่มเดียวกนั
6. นิเทศ สาธิต การสอนแกค่ รูที่มีปญั หาในเร่อื งการสอน ส่งเสริมใหค้ รใู ชว้ ิธีสอนแบบตา่ งๆ
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 14
7. จัดครูในกลมุ่ วชิ าเดียวกนั แทนครทู ป่ี ่วยหรือลา
8. ประชมุ ครูเดือนละคร้ังเป็นอย่างน้อย
9. จัดทารายช่ือหนังสือหรือวารสารท่ีเป็นประโยชน์ต่อครูในกลุ่มวิชา หรือร่วมกับครู
บรรณารกั ษ์ในการจดั หาหนงั สือเขา้ ห้องสมดุ
10. ร่วมกับครใู นกล่มุ เดียวกันจดั กจิ กรรมนักเรียน
11. ติดตอ่ วทิ ยากรหรอื ผูท้ รงคณุ วุฒิให้มาบรรยาย ชี้แจง หรอื แนะนาแกค่ รูและนกั เรยี น
12. มอบหมายงานและแบง่ งานสอนให้ครูตามความถนัดและความสามารถ
13. รับ ฟั งน โยบ ายความ คิดเห็ น ขอ ง และ ครูใน ก ารจัดด าเนิ น งาน .ใน โรงเรีย น
เนื่องจากการนิเทศภายในโรงเรียนต้องทางานร่วมกับครูทุกคนในโรงเรียน ดังน้ันการนิเทศ
ภายในโรงเรียนจะประสบผลได้ก็มาจากความเข้าใจและเห็นชอบของคณะครใู นโรงเรียน ผูบ้ ริหารโรงเรยี น
ต้องใช้วิธีการประชุมปรึกษาจนคณะครูมองเห็นปัญหาว่าถ้าโรงเรียนขาดการนิเทศเป็นเคร่ืองมือในการ
ดาเนินงานแล้ว จะมีผลเสียหายอย่างไรบ้าง เม่ือคณะครูเขา้ ใจและมจี ุดมุ่งหมายร่วมกันว่าจะต้องทาเพื่อ
คณุ ภาพของโรงเรยี นแล้ว การสรา้ งระบบงานนเิ ทศขึ้นภายในโรงเรียนกจ็ ะทาไดโ้ ดยสะดวก ดังที่ ฐะปะนีย์
นาครทรรพ ได้กล่าวว่า “การที่จะดาเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนให้ได้ผลดีน้ันต้องอาศัยคา 4 คา คือ
ตรวจตรา ตรกึ ตรอง ตระเตรยี ม และ ตรากตรา ”
ตวั อยำ่ งขอบขำ่ ยของงำนกำรนิเทศภำยในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียน เป็นการนิเทศการปฏิบัติงานตามขอบข่าย หรือโครงสร้างงาน
ในสถานศึกษาซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้บรรลุภารกิจของสถานศึกษา
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ประกอบด้วย 4 งาน คือ
1. งำนด้ำนวิชำกำร เป็นงานท่ีเกี่ยวกับการนาหลักสูตรไปใช้ ให้บรรลุตามจุดหมายของ
หลักสูตรสถานศึกษา ตลอดจนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร ได้แก่
1.1 การพัฒ นาหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ และการออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.2 ก ารน าหลัก สูตรสถาน ศึก ษ าไป ใช้ และ ก ารอ อ ก แบ บ ก ารจัดก ารเรียน รู้
1 .3 ก าร ส่ ง เส ริม แ ล ะ ส นั บ ส นุ น ให้ ค รู จั ด ท าแ ล ะ ใช้ แ ผ น ก า ร จั ด ก าร เรี ย น รู้
1.4 การจัดการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ แบบบูรณาการ และเน้นทักษะการ
คดิ การพัฒนาผู้เรยี นในดา้ นวิชาการ
1.5 การจดั หา พัฒนาสอื่ และเทคโนโลยีทางการศกึ ษา
1.6. การสนับสนุนใหค้ รูผลติ และใช้สอื่ การเรยี นรู้
1.7 การจดั กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร
1.8 การจดั มมุ หนังสือ หอ้ งสมุด และแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา
1.9 การวดั และประเมินผลตามสภาพจริง
1.10 การสอนซ่อมเสรมิ
1.11 การวจิ ัยเพ่ือพฒั นาการศกึ ษา
1.12 การประกนั คุณภาพการศกึ ษา
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 15
1.13 การนิเทศภายในโรงเรียน ติดตามผลการปฏิบัติงาน การพัฒ นาบุคลากร
การปฐมนเิ ทศบุคลากรใหม่
1.14 การส่งเสริมและสนับสนุน ให้ครูจัดทาแฟ้มข้อมูลนักเรียน เป็น รายบุคคล
1.15 การประเมินคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศกึ ษา
1.16 การจัดศูนย์โสตทศั นปู กรณ์
1.17 การจัดบริการแนะแนว
2. งำนด้ำนบริหำรบุคคล เป็นการจดั ดาเนินการ เพ่ือให้บุคลากรในสถานศึกษาได้รูแ้ ละเขา้ ใจ
หน้าท่ีและความรับผดิ ชอบของตน การติดตามดูแล ช่วยเหลอื ใหป้ ฏบิ ัติงานทไี่ ด้รับมอบหมาย ให้ประสบ
ความสาเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานส่งเสริมให้บุคลากรใน
ส ถ า น ศึ ก ษ า พั ฒ น า ต น เอ ง ใ ห้ มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น สู ง ขึ้ น ไ ด้ แ ก่
2.1 การวางแผนอัตรากาลงั และกาหนดตาแหนง่
2.2 การกาหนดความต้องการ หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบ
2.3 การมอบหมายหน้าทีแ่ ละความรับผดิ ชอบ
2.4 การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่
2.5 การจัดสวสั ดกิ าร
2.6 ตดิ ตามผลการปฏบิ ตั งิ าน
2.7 การพัฒนาบคุ ลากร
2.8 การส่งเสรมิ ให้นกั เรียนไดศ้ กึ ษาต่อ
2.9 การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน
2.10 การพิจารณาความดคี วามชอบ
2.11 การกาหนดมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานของบคุ ลากร
2.12 งานวินัยและนติ กิ ร
3. งำนดำ้ นบริหำรทวั่ ไป เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสานักงาน ซึง่ มขี ้อกาหนดกฎเกณฑ์และ
วธิ ีการท่ีแน่นอน ได้แก่
3.1 งานธรุ การและสารบรรณ
3.2 งานทะเบียนและรายงาน
3.3 งานข้อมลู และสารสนเทศ
3.4 งานจัดทาแผนปฏิบตั ิการและการจัดระบบการศึกษา
3.5 งานอาคารสถานท่ี ส่งิ แวดลอ้ ม และความปลอดภัย
3.6 งานประชาสมั พนั ธ์
3.7 งานสวสั ดกิ าร
3.8 งาน พ.ร.บ. การศกึ ษา
3.9 งานระเบยี บ กฎหมาย กฎกระทรวง และข้อปฏิบัติต่างๆ
3.10 กจิ กรรม 5 ส
3.11 งานสมั พนั ธช์ มุ ชน
4. งำน ด้ำน งบ ป ระมำณ เป็น งาน ท่ีเกี่ยวข้อ งกับระบบก ารเงิน และพั สดุ ได้แก่
4.1 งานงบประมาณ
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 16
4.2 งานจดั ทาแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปี
4.3 งานจัดต้งั และการของงบประมาณประจาปี
4.4 งานเบิกจ่ายงบประมาณ
4.5 งานรายงานการใช้จา่ ยงบประมาณประจาปี
4.6 การตรวจสอบ ติดตาม และประเมนิ ประสิทธภิ าพการบรหิ ารงบประมาณ
4.7 การบริหารการเงนิ
4.8 การบรหิ ารการบัญชี
4.9 การบรหิ ารงานวัสดุ
4.10 ระบบทรพั ยากรและการลงทนุ เพื่อการศึกษา
5. งำนด้ำนกิจกำรนักเรียน เป็นงานที่สถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจาเป็นต้องจัดกลุ่ม
โครงสร้างในการบรหิ ารโรงเรียนให้เปน็ ระบบซึ่งสว่ นใหญจ่ ะประกอบด้วยงานยอ่ ย ไดแ้ ก่
5.1 งานระดบั ชน้ั
5.2 งานระเบียบวินยั
5.3 งานคณุ ธรรมจริยธรรม
5.4 งานรักษาความปลอดภัย
5.5 งานกรรมการนกั เรียน
5.6 งานประชาธปิ ไตย
5.7 งานระบบดูแลนักเรียน
5.8 งานรณรงคต์ อ่ ตา้ นสารเสพติด
ฯลฯ
ตัวอยำ่ งแนวทำงกำรจัดกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น
Allan A. Glatthorn (1984, อ้างถึงใน วัชรา เล่าเรียนดี 2545:137-150) ได้เสนอแนวทางใน
การจัดการนิเทศภายในไว้ 4 วธิ กี าร คือ
1. การนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) เป็นการนิเทศที่เน้นกระบวนการปรับปรุงการ
สอนของครอู ยา่ งเข้มข้น ตอ้ งวางแผนอย่างเปน็ ระบบ มีการกระทาอยา่ งรอบคอบทุกข้ันตอน และทาให้ครบ
กระบวนการนิเทศ
2. การนิเทศแบบเพ่ือนร่วมพัฒนาวิชาชีพ (Cooperative Professional Development) เป็น
ทางเลือกหน่ึงของการนิเทศ สาหรับครูที่ไมป่ ระสงค์จะรับการนิเทศรูปแบบอน่ื เป็นกระบวนการที่ครตู ั้งแต่
2 คนข้ึนไปตกลงทางานร่วมกัน เพื่อพัฒนาวิชาชีพ ด้วยการสังเกตการสอนในช้ันเรียน การให้ข้อมูล
ย้อนกลับ การอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ ในเรอ่ื งท่เี กี่ยวกบั ปรบั ปรุงวชิ าชพี
3. การนิเทศแบบพัฒนาตนเอง (Self – Directed Development) เป็นกระบวนการนิเทศที่ครู
ทางานโดยอิสระ เป็นผู้นาในการพฒั นาวิชาชีพของตนเอง ดว้ ยการวางแผนเพื่อพัฒนาวชิ าชีพการสอนของ
ตนและดาเนินตามโครงการท่วี างไว้ ซ่งึ ประกอบด้วย เปา้ หมาย วธิ กี ารในการพฒั นาตนเอง แหล่งทรัพยากร
ทีต่ ้องการ วธิ ีการประเมินผลและความช่วยเหลือจากผบู้ รหิ ารท่คี รูต้องการ
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 17
4. การนเิ ทศแบบควบคุมเชิงบริหาร (Administrative Monitoring) เปน็ การนิเทศทผี่ ู้บริหารเข้า
เย่ียมเยียนช้ันเรียนในระยะเวลาส้ันๆและอย่างไม่เป็นทางการเท่าใด แต่ต้องมีการวางแผนทั้งก่อนการเข้า
เย่ียม และการให้คาปรึกษาหลังเข้าเย่ียมแล้ว จะเห็นว่าวิธีการนิเทศภายใน 4 วิธีการที่นาเสนอน้ันจะเป็น
การนิเทศการเรียนการสอน แต่เราสามารถท่ีจะนามาปรับใช้ในการปฏิบัติงานในโรงเรียนของเราไดเ้ พอื่ ให้
สอดคล้องกับระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียน และการพัฒนายกระดับโรงเรียนเป็น
โรงเรียนมาตรฐานสากล (World – Class Standard School) สาหรับกระบวนการหรือข้ันตอนของแต่
ละวิธีจะนามาเสนอใหผ้ ้ทู ี่สนใจได้รบั ทราบในโอกาสต่อไป
จากองคป์ ระกอบของการประกนั คุณภาพการศึกษา ที่กาหนดให้โรงเรียนมีมาตรฐานการศึกษา
ของโรงเรียน 3 ด้าน คือ ด้านผลผลิต ด้านกระบวนการ และด้านปัจจัย โดยแต่ละมาตรฐานจะมี
ตัวชี้วัดสาหรับกาหนดระดับคุณภาพ และเครื่องมือวัด เพ่ือใช้ในการวัดระดับ คุณภาพตามมาตรฐาน
องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้เป้าหมายในการนิเทศการศึกษามีความ ชัดเจนย่ิงข้ึน นั่นคือ การนิเทศท่ี
ม่งุ หวังให้ผู้รับผดิ ชอบมาตรฐานของโรงเรียน หรอื มาตรฐานตามหลักสูตรสามารถปฏิบัติไดต้ ามมาตรฐานที่
กาหนดไว้และสามารถยกระดับให้มาตรฐานท่ีรับผิดชอบสูงขึ้นได้ การนิเทศของผู้นิเทศซ่ึงอาจจะได้แก่
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน ครูแกนนา ครูท่ีมีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง
และผู้นิเทศอ่ืนๆ ในยคุ ใหม่นี้จงึ ควรเป็นไปอย่างเป็นกระบวนการดงั แนวดาเนินการในเบอื้ งต้น ตอ่ ไปน้ี
ทาความเข้าใจพระราชบัญญัติการศึกษา วางแผนการนเิ ทศ โดยใช้หลกั การ แนวคิด และ
และระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษา กิจกรรมการนิเทศทไี่ ด้กลา่ วมาแลว้ ในตอนตน้ และใช้
แนวคดิ ในการประกันคุณภาพการศกึ ษาทง้ั 4 ประการ
ทาความเข้าใจมาตรฐานทางการศึกษา ตอ่ ไปนี้มาประยกุ ต์ใชเ้ ป็นหลกั การในการปฏบิ ัติการนเิ ทศ
ทั้งของโรงเรียนและของบุคลากรอย่าง เพมิ่ เตมิ ไดแ้ ก่
ชัดเจนอย่างถ่องแท้ทุกมาตรฐานเพื่อให้
เห็นความเช่อื มโยง สัมพันธ์ระหว่างกนั 5.1 การใช้โรงเรยี นเป็นฐานในการบริหาร หรือเปน็
การนิเทศท่ีเป็นไปตามความตอ้ งการจาเปน็ ของโรงเรียน
ศึ ก ษ า ก า ร ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ต า ม ม า ต ร ฐ า น ข อ ง โดยผเู้ กย่ี วข้องหลายฝ่ายมี สว่ นร่วม
กลุ่มเป้าหมายท่ีจะทาการนิเทศการศึกษา
อ าจ ท าไ ด้ โด ย พิ จ าร ณ าผ ล ก า ร ป ร ะ เมิ น 5.2การยึดผูร้ บั การนเิ ทศเปน็ ศูนย์กลางในการนเิ ทศ
ต น เอ ง (SSR) ข อ ง โร ง เรี ย น ห รื อ 5.3 การแสดงความรับผิดชอบท่ตี รวจสอบได้ หรือ
ทาการศึกษาเป็นการเฉพาะก็ได้ การนเิ ทศที่สามารถแสดงใหผ้ ู้เกย่ี วข้องเขา้ ใจวัตถุประสงค์
ขั้นตอนการปฏิบตั ิรวมท้งั ปจั จัยต่างๆ ที่นามาใช้ ตั้งแต่
วิเคราะห์ปัญหาการนิเทศ เน้นปัญหาที่ ตน้ จนกระทั่งส้นิ สดุ การนเิ ทศอยา่ งชดั เจน
เกี่ยวข้องกับวิธีคิดวิธีปฏิบัติงานใดๆ ของ 5.4 การมีส่วนร่วมคดิ รว่ มทา หรือ ความพยายามที่จะ
ผู้รับการนิเทศทีก่ าลงั เปน็ อยู่ ใหผ้ รู้ ับการนิเทศมสี ว่ นรว่ มในการวางแผน และ
ประเมินผลการนิเทศ เปน็ ต้น
ประเมนิ ผลและสรุปรายงาน ดาเนินการนเิ ทศ
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 18
เงือ่ นไขของควำมสำเรจ็
กำรนเิ ทศภำยในจะประสบควำมสำเรจ็ จะต้องอำศยั บริบททีเ่ ออ้ื ต่อกำรนิเทศ เชน่
การจดั บรรยากาศและสงิ่ แวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื ต่อการเรียนการสอนและการปฏบิ ัตงิ าน
ความพรอ้ มของส่ือวัสดอุ ปุ กรณ์การสอนและการปฏิบัติงาน
ขวัญและกาลังใจของบุคลากร
การทางานเป็นทมี ความสามคั คี หรอื ความเป็นเอกภาพของบคุ ลากร
ความรู้ความเขา้ ใจและเจตคติในเรอ่ื งการนเิ ทศของบุคลากรในโรงเรียน
ภาวะผูน้ า คณุ สมบตั ขิ องความเป็นผู้บรหิ าร
ฯลฯ
เนื้อหาสาระการนิเทศดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นหลักการและแนวปฏิบัติในการนิเทศที่
จะช่วยให้การนิเทศประสบความสาเร็จ แต่จะสาเร็จมากน้อยเพียงใดคงต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจและ
เจตคติในเร่ืองการนิเทศและปัจจัยประกอบต่าง ๆ ตลอดจนภาวะผู้นาของคณะผู้บริหาร ท้ังทางวิชาการ
และกลุม่ งานอืน่ ๆ ทเ่ี กีย่ วข้องเปน็ สาคญั
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 19
บทที่ 3
กำรดำเนินกำรนเิ ทศภำยใน
โรงเรียนขขุ ันธ์เล็งเหน็ ความสาคัญของการนิเทศภายใน เนือ่ งจากเป็นกจิ กรรมทส่ี าคัญทสี่ ุดในการ
สนับสนุนการเรียนการสอนภายในโรงเรียนให้ดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงใช้การนิเทศภายในเป็น
กลยุทธ์ในการขบั เคล่อื นการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา โดยใช้การนเิ ทศภายใน แบบ KKS 5G Model โดยมี
จดุ มุง่ หมายในการนิเทศ คือ เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน มีการประสานความร่วมมือ สร้างขวัญและกาลังใจ
ในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักการในการร่วมมือร่วมใจ
ระหว่างผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศตามความต้องการจาเป็นในการพัฒนา โดยมีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่ง
กาหนดประเด็นการนิเทศ ดังนี้คือ การจัดการเรียนการสอนในช้ันเรียน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active
Learning) การจดั การเรยี นร้อู อนไลน์ในสถานการณ์ COVID-19 ดังภาพ
5Good
Teacher&
Student
4Good KKS5G 1Good
Development Management
3Good 2Good
Performance Information
รูปแบบการนเิ ทศ KKS 5G Model
KKS หมายถงึ K: Kindness K: Knowledge S: Success มคี ณุ ธรรม นาความรู้ สู่
ความสาเรจ็ 5G
1G = Good Management คือ การบรหิ ารจัดการโดยยดึ เปา้ หมาย
2G = Good Information คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่อื สารทมี่ ี
ประสิทธิภาพ
3G = Good Performance คอื การดาเนินงานทมี่ คี ุณภาพ
4G = Good Development คือ การพฒั นาเปน็ วงรอบและต่อเนื่อง
5G = Good Teachers and Good Students คอื ครเู กง่ นกั เรียนเกง่
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 20
และมีกระบวนการดาเนนิ งาน ดังนี้
1. กำรเตรียมกำรก่อนกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น
1.1 สรา้ งความเข้าใจรว่ มกนั เกีย่ วกับแนวทางการดาเนินงานนิเทศภายใน เกย่ี วกบั ความหมาย
ความสาคัญ และความจาเป็นของการจัดการนิเทศภายในโรงเรยี น จดุ มุ่งหมายของการนเิ ทศ เป้าหมาย
และตวั บ่งชี้ความสาเร็จของการนิเทศภายในโรงเรียน กระบวนการนเิ ทศภายใน
1.2 แตง่ ตัง้ คณะกรรมการนเิ ทศภายใน โดยการมีส่วนรว่ มของบคุ ลากรในโรงเรยี น
ประกอบด้วย ผู้บรหิ ารโรงเรยี น ครูวชิ าการ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ หวั หนา้ กลุม่ งาน หรอื ผู้ทไี่ ด้รับการ
คดั เลือกจากคณะครู
1.3 ทาความเขา้ ใจร่วมกนั เก่ียวกับบทบาทหนา้ ท่ขี องผู้นเิ ทศ และผ้เู ขา้ รับการนเิ ทศ รวมทั้งผู้
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
บทบำทหนำ้ ทขี่ องคณะกรรมกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น
1) กาหนดเป้าหมายของการนเิ ทศภายใน เก่ยี วกบั การจัดการเรียนการสอนในชน้ั เรยี น
2) ส่งเสริมให้ครมู ีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับการนเิ ทศภายในโรงเรียน
3) กระตุ้นให้ครเู กดิ การพฒั นาตนเองอยา่ งสมา่ เสมอ
4) ร่วมมือกบั คณะครดู าเนินงานตามขัน้ ตอนกระบวนการนเิ ทศภายใน
5) สรา้ งขวัญและกาลงั ใจใหแ้ ก่ผูป้ ฏิบตั งิ านโดยการยกยอ่ งชมเชยในท่ีประชุม มอบ
เหรยี ญรางวลั เกยี รตบิ ัตรในการปฏบิ ตั กิ ารสอนดี และมีนวตั กรรมยอดเย่ียม
6) ตดิ ตามประเมนิ ผลและพฒั นาการดาเนนิ การนิเทศภายใน
บทบำทหนำ้ ท่ีของผูร้ บั กำรนิเทศ
1) ยอมรบั บทบาทหน้าทีข่ องผู้นเิ ทศโดยรบั ฟังความคิดเห็น ข้อเสนอและ และให้ความ
รว่ มมอื
2) ร่วมมอื กบั ผนู้ ิเทศในการวิเคราะหป์ ญั หาและกาหนดแนวทางแกไ้ ขปัญหา
3) ปฏบิ ัตงิ านตามท่ีได้รับมอบหมายด้วยความจริงใจ และใช้แนวทางทไ่ี ดร้ ับการนเิ ทศ
ในการแก้ปญั หาหรือพฒั นางาน
1.4 ซักซ้อมความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การปฏบิ ัตกิ ารนิเทศให้แกค่ ณะกรรมการดาเนินการนิเทศ
ภายใน เพอ่ื ปอ้ งกันข้อผิดพลาดและความขัดแย้งในการนิเทศ
2. กำรดำเนินกำรนิเทศภำยในโรงเรียน
การดาเนินการนเิ ทศภายในโรงเรียนขุขันธ์ ได้ประยุกตใ์ ช้วิธีการนเิ ทศแบบปกติบรู ณาการ
กบั การนิเทศออนไลน์ โดยมีกระบวนการดาเนินการ 4 ข้ันตอน ดงั นี้
ขน้ั ท่ี 1 ศึกษำสภำพปัจจุบนั ปัญหำ และควำมต้องกำร (1G = Good management
and 2G = Good Information)
1.1 จัดทาข้อมูลสารสนเทศพน้ื ฐานรอบด้านของผู้บรหิ าร ครแู ละนักเรยี น เพ่ือ
เปน็ ข้อมูลในการพิจารณาวางแผนการดาเนินงานตามประเด็นการนเิ ทศ เชน่ การจดั การเรยี นรเู้ ชงิ รุก
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 21
(Active Learning) การจดั การเรยี นรูอ้ อนไลนใ์ นสถานการณ์ COVID-19 โดยยึดเป้าหมายของสถานศึกษา
และหนว่ ยงานต้นสังกดั
1.2 ประชมุ แลกเปลีย่ น ระดมความคดิ ของผู้บริหาร หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ครแู ละบคุ ลากร เพ่อื วเิ คราะห์สภาพปัญหาและความตอ้ งการในการพฒั นาตามบริบทของโรงเรยี น
1.3 จดั ลาดับความสาคัญของปัญหาหรอื ความตอ้ งการเร่งด่วนกอ่ น-หลัง
1.4 นาผลการวิเคราะห์จากประเดน็ การนเิ ทศมากาหนดค่าเป้าหมายการพฒั นาที่
เช่ือมโยงกับมาตรฐานและประเด็นพจิ ารณาของมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา
1.5 สรา้ งการรับรูร้ ะหวา่ งผู้เกยี่ วข้องทกุ ฝา่ ย จดั ทาเอกสาร ประชาสมั พันธ์ ใช้
เทคโนโลยีในการรวบรวมสารสนเทศ และกรสือ่ สารอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ข้นั ท่ี 2 วำงแผนกำรนเิ ทศ (3G = Good Performance)
2.1 กาหนดแนวทาง วิธีการทหี่ ลากหลายตามสภาพปัญหาและความต้องการ มี
การใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) การ
สะท้อนผลหลังการปฏบิ ตั ิงาน AAR และการศึกษาชนั้ เรียน (Lesson Study)
2.2 เลือกแนวทางในการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย คือการนิเทศการ
จัดการเรียนการสอนในช้ันเรยี น และนิเทศกลมุ่ สาระการเรยี นร้/ู กลมุ่ งาน
2.3 วางแผนการดาเนินงาน โดยการประชุม ปรึกษาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจ
รว่ มกัน สร้างคณะนิเทศ ทีมงานและเครือข่ายการนิเทศ กาหนดประเด็นการนิเทศ กาหนดระยะเวลาใน
การนิเทศ กาหนดวิธีการนิเทศ และกิจกรรมกรนิเทศ เช่น การสังเกตชั้นเรียนโดยคณะผู้บริหาร หัวหน้า
กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กลุ่มงาน คณะกรรมการนิเทศ การชม VTR การดาเนนิ กจิ กรรมชุมชนการเรยี นรู้ทาง
วชิ าชพี (PLC) การสะทอ้ นผลหลงั การปฏบิ ัติงาน AAR สมั ภาษณ์ ฯลฯ
ขั้นท่ี 3 สรำ้ งเคร่อื งมอื และปฏบิ ตั กิ ำรนเิ ทศ (4G = Good Development)
3.1) แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน กาหนดบทบาทหนา้ ท่ีของผู้ที่เก่ยี วขอ้ ง
กบั การนิเทศ ซงึ่ จะมที ้ังผนู้ เิ ทศ ผูร้ บั การนเิ ทศ และผู้สนบั สนนุ การนเิ ทศ
3.2) สร้างเคร่ืองมือการนิเทศเพื่อเก็บข้อมูลในการแก้ปัญหาและพัฒนา สร้าง
เว็บไซต์ ใน Google Site ชื่อ นิเทศ KKS เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปล่ียนข้อมูล การศึกษาข้อมูลจาก
คมู่ อื การนเิ ทศออนไลนเ์ พ่ือเปน็ แนวทางการสร้างความเข้าใจตรงกนั ในการปฏิบัติงานในทีมนิเทศ และความ
เขา้ ใจระหวา่ งครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ในการศึกษารายละเอยี ดและเป็นช่องทางให้ครูใชใ้ นบนั ทึกการ
นิเทศชนั้ เรยี น ภาพถา่ ย จากการนิเทศ ตรวจสอบ ติดตามความก้าวหนา้ ของการดาเนนิ งาน สะทอ้ นผลและ
ประเมนิ ผลการดาเนินงาน
3.3) สร้าง Google Form การนิเทศภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาหรับ
คณะกรรมการนิเทศท่ีได้รบั การแต่งต้ัง และครผู ู้รับการนเิ ทศ
3.3) เช่ือมโยง Link แบบฟอร์มตา่ ง ๆ ใน เวบ็ ไซต์งานนิเทศ เพอื่ อานวยความ
สะดวกในการดาเนินการเกีย่ วกับข้อมูล
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 22
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 23
3.4) การปฏิบัติการนิเทศ ประชมุ เตรยี มการก่อนการนิเทศ เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจ
ของผู้นิเทศ นิเทศตามขั้นตอน ระยะเวลา และใช้เคร่ืองมือตามท่ีกาหนด คณะกรรมการนิเทศท่ีได้รับ
แตง่ ตงั้ ดาเนนิ การ ดงั น้ี
1) วางแผน และประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหาร ในการกาหนด
แนวทางการนิเทศภายใน
2) ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และคณะกรรมการนิเทศ
กาหนดปฏทิ นิ การนเิ ทศของกลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กล่มุ งาน
2) นิเทศการจัดการเรียนการสอน และนิเทศกลุ่มสาระการเรียนรู้/กลุ่ม
งาน ตามปฏิทินที่กาหนด โดยนิเทศการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน 100% สังเกตการสอน หรือ
บรู ณาการการนิเทศรปู แบบออนไลน์
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 24
3) รูป แ บ บ ก าร นิ เท ศ แ บ บ ร่วม พั ฒ น าวิ ช าชี พ (Cooperative
professional Development) เพ่ือวิเคราะห์สภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร ซึ่งจะช่วยให้ทราบสภาพ
ปัญหา เพ่ือใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน และพัฒนาบุคลากร การดาเนินการชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทางวิชาชีพ (PLC) การสะท้อนผลหลังการปฏิบัติงาน AAR ซ่ึงครูจะมีการจัดกลุ่มร่วมวิพากษ์แผนการ
จัดการเรียนรู้ สังเกตชั้นเรียน สะท้อนผล โดยคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง ร่วมมือกันปฏิบัติงาน เพื่อ
ปรับปรุงความก้าวหน้าในวิชาชีพ โดยสังเกตการสอนซ่ึงกันและกัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในช้ันเรียน ให้
ข้อมูลย้อนกลับจากการสังเกตการณ์สอนและอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน นิเทศการจัดการ
เรียนรอู้ อนไลน์ บันทึกข้อมูลการนเิ ทศและอัพโหลดภาพถ่ายขณะดาเนนิ การนเิ ทศตามความเหมาะสม และ
ยดื หยุ่น คณะกรรมการนิเทศบนั ทึกข้อมูล เช่น สภาพปัญหา สิ่งท่ีทาได้ดี ขอ้ เสนอแนะ ใน Google Form
และ สะทอ้ นผลหลังการปฏบิ ัติงาน AAR
4) หลังจากได้รับการนิเทศครูผู้รับการนิเทศบันทึก ปัญหา และ
ขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมการนเิ ทศ ครูผู้รบั การบันทึกการนิเทศออนไลน์พรอ้ มอพั โหลดภาพถ่ายในการ
จัดการเรยี นการสอนในชน้ั เรียนลงในแบบฟอร์ม สะท้อนผล และสรปุ ผลการนเิ ทศ
5) คณะกรรมการนิเทศบันทึกผลการนิเทศกลุ่มสาระการเรียนรู้ใน
แบบฟอร์ม สรปุ และรายงานผลการดาเนินงาน
ข้นั ท่ี 4 กำรประเมนิ ผลกำรนเิ ทศ (5G = Good Teachers and Good Students)
ประเมินผลการนิเทศภายใน และสะท้อนผลการดาเนินงานนิเทศภายใน สรุป รายงานผล
การดาเนินงาน และนาผลไปใชป้ รับปรงุ พัฒนา วิเคราะห์ สงั เคราะห์ผลการสะท้อนการปฏบิ ัติงานเพื่อเป็น
ข้อมูลในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนางาน สร้างขวัญและกาลังใจ คัดเลือกผลงาน
ครูผู้สอนดี และครูผู้มีนวัตกรรมยอดเย่ียม เพ่ือมอบรางวลั เหรยี ญ The best teacher and Innovation
และเกียรติบัตรท่ีเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จัดเวทีเผยแพร่การดาเนินงาน รายงาน
ผลและเผยแพรก่ ารดาเนินงานนเิ ทศต่อผูเ้ กย่ี วข้อง ตลอดจนพัฒนาครูให้มศี ักยภาพในการจัดการเรยี นการ
สอนโดยใช้เทคโนโลยี
ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานนิเทศภายใน โดยใช้เกณฑ์ ดงั นี้
5.00 –4.51 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจอยูใ่ นระดับมากท่ีสุด
4.50 –3.51 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดับมาก
3.50 –2.51 หมายถึง มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
2.50 –1.51 หมายถงึ มีความพึงพอใจอยใู่ นระดับนอ้ ย
1.50 –1.00 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับควรปรบั ปรุง
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 25
สถิตทิ ี่ใชใ้ นกำรวิเครำะหข์ อ้ มลู
ในการศึกษาครง้ั นใ้ี ช้ในการวดั ค่าแนวโน้มเข้าสสู่ ว่ นกลาง และการกระจายขอ้ มูล ดงั น้ี
1. คา่ เฉล่ยี เลขคณติ (Mean) โดยใช้สตู รดังน้ี (สมนึก ภัททยิ ธนี 2551:237)
X= X
n
เมอ่ื X แทน ตัวกลางเลขคณิตหรอื ค่าเฉลย่ี
X แทน ผลรวมท้งั หมดของคะแนน
n แทน จานวนคนทง้ั หมด
2. ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตรดงั นี้ (สมนึก ภทั ทยิ ธนี
2551:250)
S = nx2 (x)2
n(n 1)
เม่ือ S แทน ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ผลรวมทง้ั หมดของกาลังสองของคะแนน
x2 แทน
( x)2 แทน กาลงั สองของผลรวมทั้งหมด
จานวนคนท้งั หมด
n แทน
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 26
บทที่ 4
ผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
จากการดาเนินงานนิเทศภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนขุขันธ์ ในวันท่ี 15 มีนาคม 2565
และวนั ที่ 17 มีนาคม 2565 โดยบูรณาการการดาเนินกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ (PLC) และการ
สะท้อนผลหลังการปฏิบัติงาน (AAR) ของคณะครูและบุคลากรโรงเรียนขุขนั ธ์ ครัง้ น้ี คณะกรรมการนเิ ทศ
ได้นาข้อมูลมาวิเคราะห์ และจาแนกเป็นกลมุ่ สาระการเรียนรู้/กลุม่ งาน ดังแสดงในตาราง
ตำรำง 3.1 จานวนครแู ละบุคลากรท่ีเข้ารว่ มกิจกรรมจาแนกตามกลมุ่ สาระการเรียนรู้/กลมุ่ งาน
ที่ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ จำนวนครูและ เขำ้ รว่ มกจิ กรรม รอ้ ยละ
บุคลำกร
1 ภาษาไทย 17 94.44
2 คณติ ศาสตร์ 18 16 72.73
3 วิทยาศาสตร์ 22 36 100
4 สงั คมศกึ ษาฯ 36 22 100
5 การงานอาชพี 22 8 72.72
6 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 11 12 100
7 ศลิ ปะ 12 10 100
8 ภาษาตา่ งประเทศ 10 22 91.67
9 แนะแนว 24 10 100
10 คอมพวิ เตอร์ 10 11 100
11 164 93.18
รวม 176
จากตาราง 3.1 จานวนครูและบุคลากรทั้งส้ิน จานวน 176 คน เข้าร่วมกิจกรรมนิเทศภายใน
โดยใช้รูปแบบชุมชนการเรียนรทู้ างวชิ าชพี (PLC) และการสะทอ้ นผลหลังการปฏิบัตงิ าน AAR จานวน 164
คน คิดเปน็ ร้อยละ 93.18
และได้ทาการประเมินผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน โดยใช้แบบสอบถามแบบมาตรา
ส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ด้านบริบท (Context) ปัจจัย
นาเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลติ (Product) ดงั แสดงในตาราง
ตำรำง 3.2 การประเมินผลการดาเนนิ งานนิเทศภายใน
ลำดบั รำยกำรประเมิน ( x ) (S.D.) แปลผล
ท่ี
4.58 0.56 มากทีส่ ุด
ดำ้ นบริบท (Context) 4.58 0.56 มากทส่ี ุด
1 โครงการสอดคลอ้ งกับวสิ ัยทัศน์ของโรงเรียน
2 โครงการสอดคล้องกับมาตรฐานคณุ ภาพการศึกษา
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 27
ลำดบั รำยกำรประเมนิ ( x ) (S.D.) แปลผล
ท่ี
ดำ้ นปจั จัยนำเข้ำ (Input)
3 ความพอเพยี งของบคุ ลากรในการดาเนินงาน 4.35 0.71 มาก
4 ความพร้อมของเทคโนโลยใี นการสนับสนนุ การดาเนินงาน 4.42 0.50 มาก
นิเทศ
ด้ำนกระบวนกำร (Process)
5 การมีส่วนรว่ มของครูและบคุ ลากรในการดาเนินงานนเิ ทศ 4.65 0.49 มากทีส่ ุด
6 ความรว่ มมอื ของครูและบุคลากรในการดาเนนิ การนเิ ทศ 4.65 0.49 มากท่ีสุด
7 ครแู ละบคุ ลากรมีส่วนร่วมในการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ 4.52 0.72 มากทส่ี ดุ
ด้ำนผลผลติ (Product)
8 ผลการดาเนินงานบรรลตุ ามเป้าหมายทตี่ ้งั ไว้ 4.39 0.56 มาก
9 ครสู ามารถนาผลจากการนเิ ทศไปพัฒนาการจดั การเรียน 4.32 0.70 มาก
การสอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
10 ความพึงพอใจตอ่ การดาเนินงานนเิ ทศภายใน 4.45 0.68 มาก
สรุปรวม 4.49 0.45 มำกที่สดุ
จากตาราง 3.2 พบว่า ผลการดาเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด ( X = 4.49, S.D. =
0.45) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านบริบท และด้านกระบวนการอยู่ในระดับ มากท่ีสุด เม่ือ
พจิ ารณาเป็นรายข้อจากมากที่สุดไปหาน้อย ลาดับท่ี 1 – 3 พบว่า การมีส่วนร่วมและความร่วมมือของครู
และบุคลากรในการดาเนินการนิเทศอยู่ในระดบั มากทส่ี ดุ ( X = 4.65, S.D. = 0.49) รองลงมาคอื โครงการ
สอดคลอ้ งกับวสิ ัยทัศน์ของสถานศึกษาและมาตรฐานคุณภาพการศกึ ษา ( X = 4.58, S.D. = 0.56) และ ผู้
นเิ ทศมีความพงึ พอใจตอ่ การดาเนนิ งานนเิ ทศภายใน ( X = 4.45, S.D. = 0.68) ตามลาดับ
ภาพรวมของการนิเทศกลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กลุ่มงาน ตามจุดเน้นและนโยบายของสานกั งานเขต
พื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร คณะผู้นิเทศได้สังเคราะห์จากการดาเนินกิจกรรมชุมชนการ
เรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการสะท้อนผลหลังการปฏิบัติงาน (AAR) โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ
สภาพปญั หา การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน และผลลพั ธข์ องผู้เรยี น ดงั แสดงในตาราง
ตำรำง 3.3 ผลการปฏบิ ัตงิ านแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู/้ กลมุ่ งาน
ท่ี กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ กำรปฏบิ ตั ิ
1 ภาษาไทย
สภำพปญั หำ
-ความพร้อมของอปุ กรณ์การเรียนออนไลน์
-นกั เรยี นอา่ นไม่คลอ่ ง เขยี นไมค่ ลอ่ ง
-ปัญหาการจัดการเรียนรไู้ ด้ไมเ่ ต็มทีใ่ นสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
COVID-19
-ข้อจากดั ด้านการสร้างเครื่องมอื ในการจัดการเรยี นรู้
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 28
ท่ี กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรปฏิบตั ิ
2 คณติ ศาสตร์
กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
3 วทิ ยาศาสตร์ -มีการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนหลากหลาย
-ปรบั กิจกรรมใหเ้ ขา้ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19
-ดแู ลนักเรียนท่ัวถึง โดยใชก้ ลยทุ ธใ์ นการจัดการเรียนการสอนทั้งแบบ
On-line Off-line และ On-hand
-ครูมนี วตั กรรมในการจดั การเรียนการสอน
-ครูใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย
-จัดการเรยี นรู้ที่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ
ผลลพั ธข์ องผ้เู รยี น
-คะแนน O-NET สูงกวา่ ระดบั ชาตติ ิดตอ่ กนั ทุกปี
-มผี ลงานระดบั ชาติ
นกั เรียนมีผลการเรยี น 0 ร มส. ลดลง
สภำพปัญหำ
-นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑก์ ารวดั ประเมนิ ผลในรายวชิ า
-นักเรียนมพี นื้ ฐานการคานวณไม่เทา่ กนั
-นักเรยี นขาดความกระตอื รอื รน้ ในการเรียน
-นกั เรยี นมคี วามรับผดิ ชอบน้อย
-นกั เรยี นจดจาสตู รไมไ่ ด้ ทาให้ไมส่ ามารถทาโจทย์ได้
-นกั เรียนขาดทกั ษะการคิดคานวณและความตระหนกั ในการค้นควา้ หา
ความรู้
-นักเรียนขาดความรพู้ ืน้ ฐานเชน่ ทอ่ งสตู รคูณไมไ่ ด้
-นักเรียนไม่สนใจเรยี น ไมส่ ามารถนาความรู้ไปใชใ้ นการสอบและศึกษา
ต่อ
-การใชเ้ ทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน
กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
-จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนอย่างหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั
ผ้เู รียน มีการใช้สื่อ เทคโนโลยใี นการจัดการเรยี นรู้
-ครูมนี วัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน
-ครูใชเ้ ทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย
-จดั การเรียนรูท้ ี่เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
ผลลพั ธ์ของผู้เรยี น
-ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ระดบั ดีขึน้ ไป รอ้ ยละ 65.04
สภำพปญั หำ
-ผลกระทบจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของ COVID-19
-นกั เรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจในเน้อื หาค่อนข้างน้อย
-นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับดีขน้ึ ไปไม่ถงึ ร้อยละ 80
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 29
ท่ี กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ กำรปฏิบตั ิ
4 สงั คมศึกษาฯ
-นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ไม่ถงึ รอ้ ยละ 50
-นกั เรียนยังไม่สามารถเรยี นรู้ด้วยตนเองไดย้ ังคงตอ้ งตามชว่ ยเหลอื
-ข้อจากดั ของอุปกรณ์ในการสอน Online ทาให้ไม่สามารถสอนไดอ้ ย่าง
เตม็ ศกั ยภาพ
-นกั เรยี นเข้าเรยี นออนไลนน์ ้อย (ม.ตน้ ) เขา้ ชน้ั เรยี นไมถ่ ึง 50%
-การเข้าถงึ แหลง่ เรยี นรูย้ าก
-นกั เรยี นบางกลุม่ มีความรับผิดชอบนอ้ ย
กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
-จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนอยา่ งหลากหลาย เนน้ กระบวนการ
วทิ ยาศาสตร์ และการใชโ้ ครงงานเป็นฐาน
-ครูมีนวตั กรรมในการจดั การเรยี นการสอน
-ครใู ช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย
-จัดการเรียนรทู้ เ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั
ผลลัพธ์ของผเู้ รยี น
-นักเรียนมีผลงานระดับชาติ
-นกั เรียนมีทักษะในการแก้ไขปญั หาโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
สภำพปญั หำ
-นกั เรียนขาดทักษะด้านการคดิ วิเคราะห์
-ระยะเวลาในการพฒั นาไม่เออื้ อานวยตอ่ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
-นกั เรยี นไม่เข้าเรยี น
-นกั เรยี นไมส่ ่งงาน มีความรบั ผดิ ชอบน้อย
-นกั เรียนมผี ลการเรยี นไมพ่ งึ ประสงค์
-นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามท่ีกาหนด
-นกั เรียนขาดคุณธรรมในตนเอง
-นกั เรยี นขาดทักษะการแก้ปัญหาดว้ ยตนเอง
-นกั เรียนหลบเรียน ไมต่ ้ังใจเรยี น
-ความไมพ่ รอ้ มดา้ นการเรยี นออนไลน์ เรยี นไม่ทัน
กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
-จดั กิจกรรมการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั
ผู้เรียน
-ครมู นี วตั กรรมในการจัดการเรยี นการสอน
-ครใู ช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย
-จัดการเรียนรทู้ เี่ น้นผู้เรยี นเป็นสาคญั
ผลลพั ธ์ของผู้เรียน
-ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 85
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 30
ท่ี กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ กำรปฏิบัติ
5 การงานอาชพี
สภำพปญั หำ
6 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา -นักเรียนมผี ลการเรียน 0 ร มส. มากขึ้น มีผลการเรยี นไมพ่ งึ ประสงค์
-ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
7 ศิลปะ -นกั เรยี นบางส่วนไม่สนใจวชิ างานช่าง ไมอ่ ยากลงมือปฏบิ ตั ิ ขาดวัสดุ
อปุ กรณ์ ขาดหอ้ งเรยี นทีเ่ อื้อตอ่ การปฏิบัตงิ านชา่ ง
-นักเรียนมีเจตคติท่ีไม่ดีต่ออาชพี การเกษตร เชน่ ไม่เรยี นกป็ ลูกต้นไม้ได้
เป็นงานหนัก สกปรก
-ขาดปัจจัยท่ีสง่ เสรมิ การเรยี นการสอน
-นักเรยี นขาดความรับผดิ ชอบ
กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
-จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนอย่างหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ
ผู้เรยี น
-ครมู ีนวัตกรรมในการจัดการเรยี นการสอน
-ครูใช้เทคโนโลยีในการจดั การเรียนการสอนอย่างหลากหลาย
-จัดการเรียนรู้ทเี่ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ
ผลลพั ธ์ของผู้เรียน
-ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนดี มคี วามกระตือรอื รน้
สภำพปัญหำ
-ปญั หาดา้ นเศรษฐกิจ
-เครอ่ื งมือในการจัดการเรียนรู้ และการเรียนรู้ออนไลน์
-ความสนใจของนกั เรียนมนี อ้ ย
-ความพร้อมของอุปกรณก์ ารเรียนออนไลน์
กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
-จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย ทันสมยั เหมาะสมกบั
ผเู้ รียน
-ครมู นี วัตกรรมในการจดั การเรยี นการสอน
-ครใู ช้เทคโนโลยีในการจัดการเรยี นการสอน
-จดั การเรียนรู้ที่เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
ผลลัพธ์ของผ้เู รยี น
-ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ระดบั ดขี นึ้ ไป ร้อยละ 80
-นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ 90
สภำพปญั หำ
-นกั เรยี นมีความรบั ผิดชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายนอ้ ย
-เครื่องดนตรีและห้องเรยี นไมเ่ พียงพอ
-ปญั หาการหยดุ เรยี นเน่อื งในสถานการณ์ COVID-19 ทาให้จดั การเรียน
การสอนไมเ่ ตม็ ที่
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 31
ท่ี กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ กำรปฏบิ ัติ
8 ภาษาต่างประเทศ
กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
9 แนะแนว -จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนอยา่ งหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ
ผู้เรยี น
-ครูมีนวัตกรรมในการจดั การเรยี นการสอน
-ครูใชเ้ ทคโนโลยีในการจัดการเรยี นการสอน
-จดั การเรยี นรู้ที่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ
ผลลัพธ์ของผู้เรยี น
-ผเู้ รยี นผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 90
-ผเู้ รียนมคี วามรับผิดชอบต่องาน รอ้ ยละ 85
-ผูเ้ รียนมคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รอ้ ยละ 85
สภำพปัญหำ
-ความรบั ผิดชอบต่องานของนกั เรยี นนอ้ ย
-นกั เรยี นอ่านตัวอักษรพอิ นิ ไมอ่ อก
-นักเรยี นอา่ นไมค่ ล่องเขียนไมค่ ลอ่ ง อ่านไมอ่ อก เขยี นไม่ได้
-นักเรยี นไม่เข้าใจไวยากรณ์
-นักเรยี นอ่านออกเสียงไมถ่ ูกตอ้ ง
-นกั เรยี นไมส่ ามารถใชภ้ าษาอังกฤษในการส่อื สารได้
-นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑก์ ารวัดประเมนิ ผลในรายวชิ า
-นกั เรยี นไม่มีพนื้ ฐานความรดู้ า้ นภาษาอังกฤษ
-นกั เรียนจาคาศพั ทไ์ ม่ได้
-นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนตา่
กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
-จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยมีนวตั กรรมสนบั สนนุ การเรยี นร้ทู ี่
ชดั เจน และสร้างสรรค์
-ครมู ีนวตั กรรมในการจดั การเรียนการสอน
-ครใู ช้เทคโนโลยีในการจดั การเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย
-จดั การเรียนรูท้ ่เี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ
ผลลัพธ์ของผเู้ รยี น
-ผูเ้ รยี นได้รบั ความรู้ตรงตามวัตถุประสงค์
-ผเู้ รยี นมีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
-ผู้เรยี นมีสร้างผลงานจากความรู้ที่เรียนได้ มชี ้ินงาน/ผลงานทนี่ ่าสนใจ
แสดงใหเ้ หน็ ถึงความรคู้ วามสามารถ
กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
-จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนอยา่ งหลากหลาย ทันสมยั เหมาะสมกบั
ผู้เรียน
-ครูมีนวัตกรรมในการจดั การเรยี นการสอน
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 32
ท่ี กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ กำรปฏบิ ัติ
10 คอมพิวเตอร์
-ครูใช้เทคโนโลยีในการจดั การเรยี นการสอน
-จัดการเรียนรูท้ ่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
ผลลัพธข์ องผู้เรียน
-ผเู้ รียนมีทกั ษะชวี ิตและมที ักษะในศตวรรษที่ 21
-นกั เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
-จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั
ผูเ้ รยี น
-ครมู ีนวตั กรรมในการจัดการเรยี นการสอน
-ครใู ชเ้ ทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอยา่ งหลากหลาย
-จดั การเรียนรูท้ เี่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
ผลลพั ธ์ของผูเ้ รียน
-ผเู้ รยี นมีทักษะการใช้เทคโนโลยี
-นักเรียนมคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
จากการนิเทศการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู และการดาเนินกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพ (PLC) แสดงให้เห็นว่าครูได้สร้างสรรค์นวัตกรรม (Best Practice) เพ่ือใช้ในการแก้ไขปัญหา และ
พฒั นาผู้เรียนอย่างหลากหลาย สามารถเป็นแบบอย่างที่ดี ในการแลกเปล่ียนเรยี นร้สู าหรับครูในกลุ่มสาระ
การเรยี นรูแ้ ละครูบุคลากรทง้ั ในและนอกโรงเรียน ดังแสดงในตาราง
ตำรำง 3.4 นวัตกรรม (Best Practice) การจดั การเรยี นรู้จาแนกตามกลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ละกลมุ่ งาน
ท่ี ชื่อ – สกุล กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้/ นวัตกรรม
1 นายทวีศิลป์ อสิพงษ์ กลมุ่ งำน
2 นายรฐั กร คามา เปดิ ท้ายขายหนงั สือระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
ภาษาไทย พฒั นาทกั ษะการอา่ นเขียนสะกดคาสาหรับ
3 นางสาวโศจยา ดวงสนิ ภาษาไทย นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โดยใช้แบบฝกึ
4 นางสาววรรณิภา อตุ มะ ทักษะ
ภาษาไทย การจดั การเรยี นการสอน Online สาหรับ
5 นางสาวณชิ กานต์ แกน่ มน่ั คณิตศาสตร์ นกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยใช้ Canva
การจัดการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ผ่านแอป
6 นางสาวณัฐยาพร คาแพง คณติ ศาสตร์ พลเิ คชนั ในชว่ งสถานการณก์ ารระบาดของไวรสั
โควดิ -19
คณติ ศาสตร์ การจดั การสอนในรูปแบบ Online ผา่ น Google
Meet และการวัดผลประเมนิ ผลโดยโปรแกรม
Zip grade
การบวกลบจานวนเตม็ ด้วย Bar Model
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 33
ท่ี ชอ่ื – สกลุ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้/ นวัตกรรม
กลุ่มงำน
7 นางสาวพรรธน์ชญมน การพัฒนาการจดั การเรยี นการสอนโดยใช้
พิชญวฒั นโภคนิ คณติ ศาสตร์ โปรแกรม Meet และบทเรียนสาเร็จรูป ในช่วง
สถานการณ์โควิด-19
8 นายวรวุฒิ ศรีโพธ์ิ วิทยาศาสตรแ์ ละ การจดั การเรียนรโู้ ดยใชโ้ ครงงานเปน็ ฐานรายวชิ า
เทคโนโลยี โลกทงั้ ระบบ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
9 นางสาวศศิธร กแุ ก้ว วิทยาศาสตรแ์ ละ การใช้เทคโนโลยีออกเมนเต็ดเรียลลติ ี้เพอื่ พฒั นา
เทคโนโลยี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรายวชิ าชีววทิ ยา
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โดยผ่านกระบวนการ
10 นางอัจฉราวรรณ บุญเหมาะ วทิ ยาศาสตรแ์ ละ เรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน
เทคโนโลยี ผลของการจดั การเรียนรู้แบบการสืบเสาะหา
ความรวู้ ิชาฟสิ ิกส์ ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่
11 นางสาวพมิ พ์ณรดา วิทยาศาสตรแ์ ละ 4 โดยบรู ณาการการใชส้ ถานการณ์จาลองเสมือน
จินดาธรานนั ท์ เทคโนโลยี จรงิ (SBL) และการปฏิบัติการทดลองจริง
การพัฒนารปู แบบการสอนฟิสิกสโ์ ดยใชแ้ นวคิด
12 นางสาวณรัชญา ทองเพช็ ร วทิ ยาศาสตร์และ สะเต็มศึกษาร่วมกบั การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้
เทคโนโลยี ปัญหาเปน็ ฐานเพ่อื สง่ เสรมิ สมรรถนะในการ
แก้ปัญหาแบบรว่ มมือ
13 นางประภสั สร โทแสง วทิ ยาศาสตร์และ การพัฒนาความสามารถในการอธิบายทาง
14 นางเมฑาวี วนั ดรี ตั น์ เทคโนโลยี วิทยาศาสตรข์ องนกั เรียน ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
ด้วยรปู แบบการเรียนการสอนแบบสืบเสาะ
สังคมศกึ ษาฯ ร่วมกับกลวธิ ีโตแ้ ยง้
การพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
15 นางสาวฐาปนี ศรีปัตเนตร สังคมศกึ ษาฯ ของนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โดยการใช้
16 นางสาวพนดิ า ไชยปญั ญา สังคมศกึ ษาฯ กจิ กรรมเปน็ ฐาน
การพัฒนารปู แบบกิจกรรมเกมเพอ่ื การเรียนรู้
ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวชิ าสงั คม
สาหรับนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
การจดั การเรยี นรสู้ ังคมศึกษาเพ่อื สง่ เสรมิ ทักษะ
การแก้ไขปญั หาโดยใช้ TPC MODEL
ทอ้ งถิน่ ก้าวไกลดว้ ยการสอนสังคมศึกษาใน
ศตวรรษท่ี 21 ที่ใช้การจัดการเรยี นร้แู บบบรู ณา
การภาษาองั กฤษเพ่อื การจดั การเรียนรู้สาระวชิ า
(CLLL) และการเรียนร้แู บบบรู ณาการระหวา่ ง
ความรู้ดา้ นเทคโนโลยีความรู้ดา้ นการสอนและ
ความรู้ดา้ นเน้ือหา (TPACK)
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 34
ท่ี ชอ่ื – สกลุ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้/ นวตั กรรม
กลุ่มงำน
Further and modern up-country by new
17 นางสาวสพุ รรณี ศรีสะอาด การงานอาชพี Social Studies teaching in 21st century
18 นางสาวนาถฏิญา สารพี วง การงานอาชพี through using CLILL and TPACK
19 นายบนั ลอื สิทธิศร การงานอาชีพ การจดั การสอนในรูปแบบ online
20 นายบญุ ชว่ ย จันทร์ศรี สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา การจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning
21 นายนาพล จมุ พิศ สขุ ศึกษาและพลศึกษา การจัดการเรยี นรู้คู่คุณธรรม
22 นายอาพล กาบบัว สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชุดแบบฝกึ กิจกรรมเขา้ จงั หวะ (ลีลาศ)
ชดุ แบบฝกึ กีฬาฟตุ บอล
23 นางสาวอรอุมา วิสยั ศิลปะ ชดุ แบบฝึกการหลบหลีกป้องกันและออกอาวุธ
จากทอ่ น้า PVC ของกีฬามวยไทย
24 นายไกรลาศ ผดุ ผา ศลิ ปะ ส่อื การเรยี นการสอนในช่วงสถานการณโ์ ควดิ -19
ส่ือการสอนผ่านยทู ปู
25 นางมัณฑนา สาระไทย ศลิ ปะ การพัฒนาทักษะแหง่ อนาคตด้านมโนทศั น์การคดิ
เชิงออกแบบรายวชิ าศลิ ปะโดยใช้ KUKAI Model
26 นางสาวชนัญชิดา นันทา ศลิ ปะ สาหรับนักเรยี นระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5
โรงเรยี นขุขนั ธ์ โรงเรยี นขขุ ันธ์ จงั หวัดศรสี ะเกษ
27 นางยพุ ยงค์ บารุง ศิลปะ การพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนดา้ นทักษะการคิด
สร้างสรรค์ผลงานการแสดงนาฏศิลป์ไทย โดยใช้
28 นางอมั พร จนั ทรเ์ ทยี มวงษ์ ศลิ ปะ เอกสารประกอบการเรยี นการสอนนาฏศิลป์ผ่าน
การจดั กจิ กรรมเรยี นการสอนแบบเพื่อนชว่ ย
29 นางสาวกนกลกั ษณ์ ภาษาตา่ งประเทศ เพ่อื น
นาฏยศพั ท์ ภาษาทา่ สู่การราประกอบเพลงแม่บท
จันทรอ์ ินทร์ ราวงไทย และราวงมาตรฐาน
การจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์ Covid –
30 นางสาวดวงตะวนั พนั ธเสน ภาษาต่างประเทศ 19 โดยใช้สื่อการเรียนการสอน Online
สื่อการสอนจากวัสดุเหลอื ใช้ซองกาแฟชนิดต่างๆ
31 นางสาวกรณ์ภสั สรณ์ ภาษาตา่ งประเทศ ทีใ่ ช้ในชีวติ ประจาวนั
วงษ์เศษ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ PAPA
Model
การจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร
ตามรูปแบบ PPP Model
การพฒั นาทักษะการจดจาคาศัพทภ์ าษาจนี โดย
วิธีการสอนแบบ 3P
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 35
ท่ี ชือ่ – สกุล กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้/ นวตั กรรม
กลุ่มงำน รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนผ่านเว็บ (Web-
Based Instruction) รายวิชาเทคโนโลยี
32 นางสาวธณั กนก ค้วิ สวุ รรณ คอมพวิ เตอร์ ออกแบบและการคานวณสาหรบั นกั เรยี นช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
33 นายอทิ ธพิ ล เสาร์แดน คอมพวิ เตอร์ การพฒั นาทกั ษะการแก้ปญั หาด้วย Coding
34 นายนฐั กร เจรญิ วรเกษม คอมพิวเตอร์ การพัฒนาทักษะการนาเสนองานดว้ ย e-book
โดยใช้ส่ือออนไลน์
35 นางสาวรกั ชนก ดว้ งเลก็ แนะแนว การจดั การเรยี นการสอนในรปู แบบออนไลน์
36 นางสาวชนากานต์ แนะแนว การจดั การเรยี นการสอนในยคุ
โควดิ 19
นุรติ านนท์ แนะแนว การเลือกอาชพี กบั ความเป็นจริงในยคุ ปัจจุบนั
37 นางสภุ าพิศ จันทรม์ ณเี ลิศ
หลังจากการนิเทศคณะผู้ดาเนินงานได้ให้ครูและบุคลากรสะท้อนผลหลังจากกระบวนการนิเทศ
ภายในพบว่ามีประเด็นที่ครูได้สะท้อนผลใน 4 ประเด็นคือ ด้านครู ด้านนักเรียน ด้านโรงเรียน และสิ่งที่
ต้องการพัฒนา ซ่ึงเป็นการสะท้อนผลให้เห็นถึงมุมมองท่ีเป็นประโยชน์ในการจัดทาข้อมูลสารสนเทศ เพื่อ
นาไปพัฒนากระบวนการเรียนการสอน พัฒนาผู้เรยี น พฒั นาครู และกระบวนการนิเทศ ซ่ึงคณะกรรมการ
นเิ ทศไดส้ งั เคราะห์ประเด็นจากการสะท้อนผล ดงั นี้
ด้ำนครู
1. ครูไดแ้ ลกเปลย่ี นเรียนรกู้ ระบวนการจดั การเรียนรู้ ประสบการณ์ ขอ้ เสนอแนะในการบรหิ าร
การจัดการ และการพัฒนาการเรียนการสอน
2. สามารถช่วยสะทอ้ นปัญหากระบวนการจัดการเรยี นการสอน ได้รบั ทราบปัญหาและแนว
ทางการแกป้ ญั หาของกลุ่มสาระการเรียนรู้
3. ครมู แี นวทางในการจดั การเรยี นการสอนที่เอ้ือตอ่ ผเู้ รยี น เช่นการจดั การเรยี นการสอนออนไลน์
และการสอนเพื่อให้ผ้เู รียนไดน้ าความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ให้มากที่สดุ
4. ครูส่วนใหญ่มีความสามารถในการใช้ส่ือเทคโนโลยีในการจัดการเรียนสอนออนไลน์ ผา่ น Line
Facebook Zoom โดยใช้ IPad Laptop จัดทาคลิปวดี ีโอ และ ใช้สื่อจากแหลง่ เรยี นรูต้ า่ ง ๆ
5. ครมู ีแนวทางในการวางแผนการปรบั การเรียนการสอน การวดั ประเมินผล และการเกบ็
คะแนนเพอื่ ใหน้ ักเรียนมคี ะแนนทพ่ี งึ ประสงค์
6. เหน็ ศกั ยภาพความพรอ้ มของครผู ้สู อน ความต้ังใจ และความทุ่มเทในการสอน
7. ครูมกี ารพฒั นาสื่อ นวัตกรรมในการจดั การเรียนการสอนอย่างดเี ย่ียม สง่ ผลต่อคุณภาพของ
ผูเ้ รียน
8. ครมู ีนวตั กรรมทที่ ันสมยั เหมาะกับสถานการณแ์ ละกลมุ่ นกั เรียน
9. ครูมีแผนการจดั การเรียนการสอน เตรียมส่อื อปุ กรณต์ า่ ง ๆ ในการจดั กิจกรรมทเี่ อ้อื ตอ่ การ
เรียนรูข้ องผู้เรียน
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 36
10. ครสู ามารถพัฒนาการเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธิภาพมากขนึ้
11. การใชง้ านด้าน IT ของครูทง้ั โรงเรยี น
12. ครไู ด้รบั การนิเทศอยา่ งกัลยาณมิตร
13. อยากใหม้ ีการนิเทศทีเ่ นน้ การพัฒนาคณุ ภาพครูทั้งระบบ
14. การขาดแคลนอตั รากาลงั สอนวชิ าคอมพิวเตอร์ และเจา้ หน้าท่ีดแู ลระบบคอมพิวเตอร์
ด้ำนนกั เรียน
1. นักเรียนมีผลการเรียนที่ไม่พึงประสงค์ ขาดความกระตือรือร้นในการส่งงาน ขาดเรยี น หลบเรียน
ไมส่ นใจการเรยี น
2. นกั เรียนมคี วามแตกตา่ งแต่ละบคุ คล
3. การจัดการเรยี นการสอนตามความแตกตา่ งระหว่างบุคคล
4. การติดตามนักเรียน การแก้ปัญหาในด้านการเรียนการสอน นักเรียนได้รับการช่วยเหลือได้ถูกจุด
และสามารถป้องกันปญั หาที่อาจจะเกิดขึน้
5. ได้ทราบปัญหาของนักเรยี นแต่ละระดบั การร่วมมอื แก้ไขผลการเรียนทไ่ี ม่พงึ ประสงค์
6. นักเรียนร้อยละ 40 ไม่สามารถเข้าเรียนออนไลน์ได้จากหลายสาเหตุ หลายปัจจัย เช่น ไม่มี
สัญญาณอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ไม่พร้อม ต้องช่วยงานทางบ้าน ขาดความรับผิดชอบอันเนื่องจาก
สาเหตุการปดิ เรยี นบ่อย ไม่เขา้ ใจ ไมก่ ล้าถาม ส่งผลให้นักเรยี นมผี ลการเรียนภาคเรยี นที่ 1 ไม่ผ่าน
เกณฑ์ ค่อนขา้ งมาก
7. ปญั หาการแกไ้ ขผลการเรียน
8. ไดเ้ ห็นแนวการจดั การเรียนการสอนท่นี กั เรียนสนใจ
9. นกั เรยี นไดร้ ับการส่งเสรมิ และพัฒนาไดต้ รงตามศักยภาพและสถานการณแ์ วดล้อมปัจจบุ ัน
10. นักเรยี นได้รับการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้มากข้นึ ตามศักยภาพ
11. นักเรยี นไดเ้ รยี นรแู้ ละลงมือปฏิบตั ิจริง
12. อยากให้นาปญั หานกั เรยี นมาสะท้อนในวงกวา้ งเพอ่ื ให้มองเหน็ ภาพของโรงเรยี น
13. มีแนวคดิ ใหมใ่ นการพัฒนาการเรยี นการสอน และพัฒนาผ้เู รยี น
14. นักเรียนสามารถเรยี นรูไ้ ด้หลากหลายชอ่ งทาง
15. แผนการเรียนของนักเรยี นท่ีจดั เป็นปนิ่ โตใหน้ ักเรยี นไม่เหมาะสมกบั สงั คมไทยในยุคปจั จุบัน
นักเรยี นควรสามารถเลอื กวิชาเสรีไดด้ ้วยตวั ของนกั เรยี นเอง
16. คณุ ภาพ มาตรฐานความรับผดิ ชอบของนักเรียนต่าลง โรงเรียนต้องปลูกฝังใหม้ ากข้ึน
17. สามารถช่วยสะท้อนปัญหานกั เรยี น เปิดโอกาสให้ครไู ด้แสดงความคิดเหน็
ดำ้ นโรงเรียน
1. โรงเรียนเหน็ สภาพปัญหาการเรียนจากการนิเทศ
2. โรงเรียนสามารถนาผลการนิเทศไปใช้จดั กระบวนการบรหิ ารงานได้
3. รบั ทราบแนวนโยบาย ทิศทางในการพัฒนาโรงเรยี น พัฒนางาน เพือ่ นาไปใช้ในการแก้ปญั หา
4. โรงเรียนได้รับการพฒั นาอยา่ งมเี ปา้ หมาย
5. โรงเรยี นมีมาตรฐาน
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 37
6. มสี อ่ื ทัศนปู กรณ์ทเี่ อือ้ ต่อการเรียนการสอน
7. การจัดระบบอนิ เตอรเ์ นต็ ให้พร้อมในการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตใน
โรงเรยี นใหม้ ีประสทิ ธิภาพมากข้ึน
8. การสนับสนนุ งบประมาณคา่ อนิ เทอรเ์ น็ตให้ผู้ปกครอง
9. ปรบั ปรงุ หลกั สตู รสถานศกึ ษายกเลิกการจดั แผนการเรยี นแบบจัดสรรให้เรยี น แตใ่ หน้ กั เรยี นเลือก
แผนการเรยี นดว้ ยตวั ของนกั เรียนเอง (เลือกเสรีเอง) โดยเพ่มิ การให้ความรู้ในการลงทะเบยี นวชิ า
เสรี พรอ้ มกบั การแนะแนวทีเ่ ข้มแขง็
10. ควรอานวยความสะดวกดา้ นต่าง ๆ ให้กับบุคลากร
11. ปรบั ปรุงพน้ื ที่จอดรถ
12. โรงเรยี นให้ความสาคญั กบั การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน โดยคานงึ ถึงความปลอดภัยของ
นักเรยี น และครู
13. ปรับปรุงงอาคารสถานที่ (อาคาร 6) ให้ดดู ี
14. ไดก้ าชบั เรือ่ งการแก้ผลการเรียนที่ไมผ่ ่าน ของภาคเรียนท่ี 1 ให้เน้นการได้คะแนนและความูร้ใน
ระหวา่ งเรียนมากกวา่ จะวดั ผลจากการสอบ เพ่ือลดปัญหานกั เรียน ติด 0 และ ร ปญั หาการเรยี น
ออนไลน์ ทาใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ ผลการเรยี น
15. ครูบางทา่ นไม่สามารถใช้อุปกรณ์ในการสอนออนไลน์ ไดซ้ ึง่ วชิ าคณิตศาสตรเ์ ปน็ วชิ าท่ีเนน้ ทกั ษะ
จาเปน็ ตอ้ งอธิบายและโต้ตอบระหว่างเรียนเม่อื นักเรียนสงสัย การใหน้ กั เรยี นดคู ลปิ วดี ิโอ เม่ือ
นักเรยี นสงสัย นกั เรียนไมส่ ามารถสอบถามขณะนั้นได้ จงึ ทาใหน้ กั เรยี นไม่อยากเรียน ไม่อยากถาม
การจดั การเรยี น On-Site จะมปี ระสทิ ธภิ าพมากกว่า
16. ปัญหามลู นกพริ าบ
17. บคุ ลากรในกลุ่มสาระการงานอาชพี ไม่เพียงพอ
18. ความพร้อมของกล่มุ สาระการเรียนรู้
19. การบริหารจดั การระบบงานของโรงเรียนยงั ขาดประสทิ ธภิ าพและไมส่ ะทอ้ นถงึ องคก์ รทจ่ี ะพัฒนา
เชน่ การจองห้องต่าง ๆ
20. การปรับปรุงโครงสร้างสาธารณปู โภคพน้ื ฐานทุกด้าน เชน่ ไฟฟ้า ระบบนา้ การแกป้ ัญหาหอ้ งน้า
สิ่งทตี่ ้องกำรพฒั นำต่อไป
1. การพฒั นาเทคนคิ การสอน กระบวนการจัดการเรยี นการสอนใหม้ ีคณุ ภาพมากขึน้
2. การวดั และประเมินผล การเก็บคะแนนในชวั่ โมงเรยี นเพอื่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท่ดี ีขึน้
3. การแกไ้ ขผลการเรยี นที่ไมพ่ งึ ประสงคข์ องนกั เรยี นให้มผี ลการเรยี นท่ีดขี น้ึ
4. การพฒั นาครแู ละนักเรียนในเชิงคุณภาพ
5. นักเรียนผ่านเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาทุกคน ไม่มีผลการเรยี น 0 ร มส.
6. สง่ เสรมิ ครแู ละนักเรยี นดา้ นการเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21
7. สรา้ งนวตั กรรมใหม่ ๆ
8. การปรบั ลดวชิ าเลอื ก
9. จดั สรรอตั รากาลงั บคุ คลากรให้เพียงพอกบั ความตอ้ งการของกลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กลุม่ งาน
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 38
10. ควรแจง้ ข้อหัวการนิเทศให้กับคณะครูทราบล่วงหน้าเพ่ือจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากข้นึ ถ้าเป็นได้ให้
ทกุ คนสะทอ้ นการสอนออนไลน์ทผ่ี า่ นมาว่าพบเจอปญั หาเรื่องใดบา้ งเปน็ รายบคุ คล เพราะจากการ
นเิ ทศครสู ่วนใหญ่ไม่แสดงความคิดเหน็
11. การมสี ว่ นร่วมของครูในการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
12. ต้องการเพ่มิ ความเร็วอินเทอร์เน็ตและจดุ กระจายสัญญาณ WI-FI
13. ดา้ นไอที ทีร่ องรบั การเรยี นออนไลน์อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
14. มหี อ้ งเรียน SMART ROOM ท่สี ะอาดและทนั สมัย
15. อานวยความสะดวกของงานทีย่ งั ไม่คล่องตัวเพ่ือใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ทางโรงเรยี น
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 39
บทท่ี 5
สรปุ อภปิ รำยผล และข้อเสนอแนะ
การนิเทศภายในคร้ังน้ี เป็นการดาเนินการเกีย่ วกับกระบวนการนเิ ทศเพอื่ พฒั นาการจัดการเรยี น
การสอนโดยใช้กระบวนการชุมชนการเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (PLC) และการสะทอ้ นผลหลงั การปฏบิ ัตงิ าน AAR
ซงึ่ คณะกรรมการนิเทศขอสรุปผลตามลาดับ ดังน้ี
1. วตั ถปุ ระสงค์
2. สรปุ ผลการดาเนนิ งาน
3. อภิปรายผล
4. ขอ้ เสนอแนะ
วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื ติดตามงานและนเิ ทศการเรยี นการสอนของครูใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
2. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของครูในการจดั กระบวนการเรยี นการสอนและกากับการปฏิบตั ิงาน
สรุปผลกำรดำเนินงำน
การดาเนนิ การนเิ ทศครั้งนี้ใชร้ ูปแบบการดาเนินกิจกรรมชมุ ชนการเรียนรูท้ างวิชาชีพ (PLC) และ
การสะท้อนผลหลังการปฏิบัติงาน (AAR) ผลการนิเทศพบวา่
1. ครูและบุคลากรได้รับการติดตามงานและนิเทศการเรียนการสอนในชั้นเรียน และกลุ่มสาระ
การเรียนร้ไู ดร้ ับการนเิ ทศ รอ้ ยละ 93.18
2. ครูมีการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีอย่างหลากหลาย และทุกกลุ่ม
สาระการเรียนร/ู้ กล่มุ งาน มีนวตั กรรมในการจดั การเรยี นการสอน รอ้ ยละ 100
3. ครูและบคุ ลากรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามกระบวนการชุมชนการเรียนรูท้ างวชิ าชพี (PLC) การ
สะท้อนผลหลังการปฏิบัติงาน (AAR) เพ่ือพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้มี
ประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน โดยมีผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.49, S.D. = 0.45)
เม่ือพิจารณาเป็นรายดา้ นพบว่า ด้านบริบท และด้านกระบวนการอยู่ในระดับ มากที่สดุ เมื่อพิจารณาเป็น
รายข้อจากมากท่ีสุดไปหาน้อย ลาดับที่ 1 – 3 พบว่า การมีส่วนร่วมและความรว่ มมือของครูและบุคลากร
ในการดาเนินการนิเทศอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.65, S.D. = 0.49) รองลงมาคือ โครงการสอดคล้อง
กับวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาและมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ( X = 4.58, S.D. = 0.56) และ ผู้นิเทศมี
ความพงึ พอใจตอ่ การดาเนนิ งานนิเทศภายใน ( X = 4.45, S.D. = 0.68) ตามลาดับ
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 40
อภปิ รำยผล
จากการนเิ ทศการจัดการเรยี นการสอนกลุม่ สาระการเรียนร้แู ละกลุม่ งาน มปี ระเด็นน่าสนใจนามา
อภิปรายผล ดังน้ี
1. การนิเทศภายในสอดคล้องกบั วิสัยทัศน์ของโรงเรียน และมาตรฐานคุณภาพการศกึ ษา จึงทาให้
ครูและบุคลากรเห็นความสาคัญในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน และสนับสนุนการ
ดาเนินการ รวมทั้งรว่ มมอื และมีส่วนร่วมในการดาเนนิ งานนิเทศ
2. ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรเู้ ทคนิค วิธกี าร การจัดกระบวนการเรยี นการสอนจากการร่วมกิจกรรม
ชมุ ชนการเรยี นร้ทู างวิชาชีพในกลุ่มสาระการเรียนรู้ และต่างกล่มุ สาระการเรยี นรู้ เพอื่ นาไปเป็นแนวทางใน
การประยุกตใ์ ช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ทั้งน้ีเปน็ เพราะได้เห็นแนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี น
การสอนในรปู แบบต่าง ๆ จาก Model Teacher สอดคล้องกับงานวิจัยของ พีระพร รตั นาเกียรต์ิ (2563)
ที่ศึกษาวิจัยเก่ียวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ PLC เพื่อส่งเสริมการทางานร่วมกันของ
นักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย ซึ่งผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัยมีพฤติกรรมการ
ทางานร่วมกันสงู ข้ึนหลงั จากจดั กจิ กรรมคดิ เป็นคะแนนร้อยละความก้าวหนา้ 63.26
3. ความพึงพอใจของครูและบุคลากรในการดาเนินงานนิเทศภายใน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ
มาก อาจเป็นเพราะกระบวนการนิเทศมีความเป็นกัลยาณมิตร บรรยากาศเปน็ กนั เอง การดาเนินการนิเทศ
เป็นไปดว้ ยความกระชับ และตรงประเดน็ กับความต้องการของผู้เข้ารับการนิเทศ ครูไดส้ ะท้อนปัญหาจาก
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จากนั้นแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ไขปัญหาของตนเองสู่เพ่ือนใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ประเด็นส่วนใหญ่เป็นประเด็นท่ีใกล้เคียงกันคือ ปัญหาเก่ียวกับสื่ออุปกรณ์ในการ
จัดการเรียนการสอน ปัญหาการเข้าเรียนออนไลน์ ปัญหาการส่งงาน ความรับผิดชอบของนักเรียน และ
แนวทางในการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ ณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์ (2545:60) ที่กล่าวว่า
การดาเนินงานท่ีมีประสิทธิภาพนนั้ ควรจดั ให้ครูบคุ ลากรทางานรว่ มกนั เกดิ ความคนุ้ เคยกนั บรรยากาศของ
การทางานร่วมกันเป็นกันเอง เกิดความผูกพัน จะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของการทางานให้เกิด
ความสาเรจ็
4. ผลการประเมินการดาเนินงานนเิ ทศมีค่าเฉล่ยี โดยรวมอยใู่ นระดบั มากท่ีสดุ ทงั้ น้ีอาจะเปน็ เพราะ
ครูและบุคลากรทางการศึกษา เห็นความสาคัญของการนิเทศ สอดคล้องกับงานวิจัยของสานักงาน
ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ (2562) ซ่ึงผลการวิจัยพบว่า ครูมีการปรับเปล่ียนการจัดกระบวนการจัดการเรียน
การสอนหลงั จากได้รบั การนเิ ทศ
ขอ้ เสนอแนะของผูร้ บั กำรนิเทศ
1. ควรมีการดาเนนิ การนเิ ทศภายในรูปแบบนีอ้ ย่างต่อเนอื่ งทุกปเี พื่อพัฒนาคุณภาพสถานศกึ ษา
2. ควรมกี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ วิเคราะหป์ ญั หาและแกไ้ ขแบบนี้ตอ่ ไป
3. เป็นรูปแบบการจัดการนิเทศท่ีดีมาก ลดภาระเอกสาร กระชบั เวลา และมกี ารแลกเปลยี่ นประเด็น
สาคญั ดี
4. การนิเทศมีผลกับการจัดการเรียนการสอนมากข้นึ
5. ควรนาผู้เช่ียวชาญมาร่วมการนิเทศเพ่ือสอดคล้องกับ PLC และ PA ของโรงเรียน
6. นาขอ้ เสนอแนะจากกรรมการนิเทศไปพัฒนางานตอ่ ไป
7. ขอขอบคุณทีไ่ ดด้ าเนนิ การจัดการนเิ ทศใหไ้ ด้รบั ทราบปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ไข
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 41
8. ควรรวบรวมทกุ ๆ ความคดิ เหน็ สรปุ เปน็ รายงานเสนอผูบ้ ริหาร และนาเสนอในทป่ี ระชุมครู
9. การแก้ไขปญั หามลู นกพิราบ
10. การจัดหาบุคลากรเพ่มิ ในกล่มุ สาระการเรยี นรแู้ ละกล่มุ งานทไี่ มเ่ พียงพอ
11. การจดั สรรพนื้ ทใ่ี นการจดั การเรยี นการสอนงานเกษตร
12. สนามกฬี าทไ่ี ดม้ าตรฐาน
13. การปรับพน้ื ทางเดินในบริเวณโรงเรียนทกุ จุดทีท่ รุดตวั ใหม้ ีความปลอดแก่นักเรยี นและบุคลากร
โรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะในกำรดำเนินกำรนเิ ทศคร้งั ตอ่ ไป
1. ควรมีการดาเนินกิจกรรมชุมชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ (PLC) เพ่ือเปรียบเทียบพฤติกรรมการ
ทางานร่วมกันของครูและบุคลากรในกลุม่ สาระการเรียนรู้
2. ควรมีการศึกษาเก่ียวกับเทคนิควิธกี ารจัดการเรยี นการสอนแบบใหม่ ๆ เพ่ือให้ครแู ละบุคลากร
ไดร้ ว่ มเรยี นรู้และพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนต่อไป
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนิเทศภายใน: 42
บรรณำนกุ รม
โกวิท ประวาลพฤกษ์. พัฒนำกำรศกึ ษำแท้และแฟ้มพัฒนำงำน. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์บริษัทเคอะ
มาสเตอรก์ รปุ แมแนจเมน้ ท์, 2542.
ชัด บุญญา. “เทคนิคการกากับติดตามผลการปฏิบัติการสอนเพื่อการนิเทศงานวิชาการภายใน
โรงเรียน,” สำรพฒั นำหลกั สูตร. (วารสารออนไลน)์ . 14; 12 (กรกฎาคม – กนั ยายน 2538):
ชัด บุญญา. หลักกำรและแนวคิดและแนวคดิ ในกำรนเิ ทศกำรศึกษำยุคใหม.่ 2546.
พะนอม แก้วกาเนิด. กำรนิเทศกำรศึกษำ. หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา : ม.ป.ป.
(อดั สาเนา)
วไลรัตน์ บญุ สวสั ด.์ิ หลักกำรนเิ ทศกำรศกึ ษำ. กรุงเทพฯ : อารต์ กราฟคิ , 2538.
วชั รา เล่าเรยี นดี. เทคนิคกำรจัดกำรเรียนกำรสอนและกำรนิเทศ. โครงการส่งเสริมการผลิตตารา
และเอกสารการสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปกร นครปฐม, 2545.
วินยั เกษมเศรษฐ. หลักกำรและเปำ้ หมำยของกำรนิเทศกำรศึกษำ. หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์ กรมสามัญ
ศึกษา, ม.ป.ป. (อัดสาเนา)
วิโรจน์ สารรัตนะ, ดร. กำรวำงแผน ในโรงเรียนมัธยมศึกษำ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อักษร
บัณฑิต, 2532.
ศริ ิวรรณ ฉายะเกษตริน กำรค้นคว้ำจำกเอกสำรเกีย่ วกับควำมหมำยของกำรนเิ ทศกำรบรหิ ำร และ
ควำมมุง่ หมำยของกำรนิเทศกำรศึกษำในประเทศไทย, ม.ป.ป. (อดั สาเนา)
หน่วยศึกษานิเทก์ กรมสามัญ ศึกษา.. เอกสำรชุดกำรประกันคุณ ภำพกำรศึกษำ เล่ม 1-4
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว, 2542.
. กำรนิเทศเพอ่ื ให้โรงเรียนพัฒนำตนเอง. กรมสามญั ศกึ ษา , 2532.
. กำรบริหำรงำนเชงิ ระบบ. กรมสามัญศึกษา , 2537.
. ควิ ซีในโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพก์ ารศาสนา , 2543
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนเิ ทศภายใน: 43
ภำคผนวก
รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการนิเทศภายใน: 44
ภำคผนวก ก
โครงกำรนเิ ทศภำยใน
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 45
รายงานผลการดาเนินงานโครงการนเิ ทศภายใน: 46