สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทฆกททป่าสายรยยฤระะแแ์์แ์ตสทสผผุมุะธผนนิ นไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวการสุม สะตุ ประสะ ฆา่ ฤทธิ
รดาวคณาจารยผ์ สู้ อน
ทยแ์ ผนไทยเนตคณะผ้จู ดั ทาํ :
อาจารย์กวินนาถ วาสิกานนท์
ารแพวนั ทปี ฏบิ ัตงิ านปรุงยา : อาจารย์แสงสุรยี ์ จามิกรณ์
อาจารย์วภิ า งามวงศ์มาศ
สถาบนั ก(สงวนลิขสิทธิ พ.ศ. ๒๕๖๓) : อาจารยช์ ลธิชา เมน่ มกุ ดา
อาจารยอ์ ุมาพร ตาตะบตุ ร
นกั ศึกษาแพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกรรมไทย รุ่น ๑๑
สถาบนั การแพทย์แผนไทยเนตรดาว
๒๕-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓
คํานาํ
หนังสื อ “การสุ ม สะตุ ประสะ ฆ่าฤทธิ” เล่มนี นักศึกษาแพทย์แผนไทย
สาขาเภสั ชกรรมไทย รุ่น ๑๑ สถาบันการแพทย์แผนไทยเนตรดาว จัดทาํ ขึนเพื อ
เ ป น ก า ร แ ส ด ง ผ ล ง า น ภ า ค ป ฎิ บั ติ ข อ ง นั ก ศึ ก ษ า ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ใ น หั ว ข้ อ
“การสุม สะตุ ประสะ ฆ่าฤทธิ” ซึงถือเปนอีกหนึงขันตอนทีสําคัญในการจัดเตรียมตัวยา
ก่อนทีจะนาํ ไปใช้ปรุงยาตามตํารับแผนโบราณ เนืองจากเภสัชวัตถุทีได้จากพืช สัตว์ ธาตุ
ทีจะนาํ มาเปนส่วนผสมในการปรุงยานันบางอย่างมีพิษมาก จึงทาํ ให้ต้องมีวิธีการทําให้มี
ฤทธอิ อ่ นลงโดยการ “สะตุ ประสะ ฆา่ ฤทธ”ิ เสียกอ่ นจงึ จะนาํ ไปปรงุ เปนยาได้ นอกจากนแี ลว้
ในหนงั สือเลม่ นยี งั กลา่ วถงึ เรอื งการ “สุม” เภสัชวตั ถชุ นดิ ตา่ ง ๆ ทจี ะนําไปปรงุ เปนยามหานลิ
แทง่ ทองอกี ดว้ ย
โดยเนือหาในหนังสือเล่มนีได้ทําการรวบรวมกรรมวิธีการต่าง ๆ ในการสุม สะตุ
ประสะ ฆ่าฤทธิ ซึงเปนวิธีการปฎิบัติตามแบบแผนโบราณไว้อย่างละเอียดเปนขันเปนตอน
และมีเทคนิคต่าง ๆ ในการปฎิบัติปรุงยาพร้อมทังมีรูปภาพประกอบการบรรยาย เพือให้
ผู้อ่านสามารถทําเข้าใจและสามารถนาํ ไปปฏิบัติตามได้อย่างง่าย
ทังนี ทางคณะผู้จัดทําขอขอบพระคุณคณาจารย์ทุกท่านเปนอย่างสูง ทีได้กรุณา
ถ่ายทอดความรู้อันทรงคุณค่าให้แก่ลูกศิษย์อย่างครบถ้วน ทาํ ให้สามารถนําความรู้ทีได้นันมา
ปฎบิ ตั แิ ละจดั ทําเปนรปู เลม่ ขนึ อยา่ งสมบรู ณ์ ทางคณะผจู้ ดั ทาํ หวงั เปนอยา่ งยงิ วา่ หนงั สือเลม่ นี
จะมีคณุ ประโยชน์ต่อแพทยแ์ ผนไทยและผู้สนใจศึกษาหาความรู้ทุกท่านได้นาํ ไปเปนแนวทาง
ในการปฎบิ ตั ิและสามารถปรุงยาไดอ้ ยา่ งถกู ต้องปลอดภัยเพือนาํ ไปรกั ษาผู้ปวยต่อไป
คณะผจู้ ัดทํา
นกั ศึกษาแพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกรรมไทย รุ่น ๑๑
สถาบนั การแพทย์แผนไทยเนตรดาว
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
ารแพสทารยบแ์ ญผั นไทยเนตรดาวคํานํา ข
ก สารบัญ
สถาบนั ก ยแ์ ผนไทยเนตรดาวการสุมเครืองยา
ทการสุมลูกมะคําดคี วาย ๑ การสะตุ ประสะ ฆ่าฤทธิ ๒๒
ารแพการสุมเนือในเมลด็ สะบา้ มอญ ๖ การสะตสุ ารส้ม ๒๖
๘ การสะตุนาํ ประสานทอง ๒๘
การสุมเมลด็ มะกอก ๑๐ การสะตุดินสอพอง ๓๐
๑๒ การสะตุมหาหงิ ค์ุ ๓๒
นั กการสุมหวายตะค้า ๑๔ การสะตเุ หลก็ ๓๔
าบการสุมไมส้ ัก ๑๖ การสะตุยาดํา ๓๖
สถการสุมกระดูกไก่ ๑๘ การสะตรุ งทอง โดยใชใ้ บขา่ ๓๘
๒๐ การสะตรุ งทอง โดยใช้ใบบวั ๔๐
าวการสุมกระดูกงู
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดการสุมเบียจนั การฆา่ ฤทธเิ มล็ดในสลอด ๔๒
การฆ่าฤทธชิ าดกอ้ น ๔๔
การฆ่าฤทธริ ากระยอ่ ม ๔๖
การฆ่าฤทธหิ ัวดองดงึ ๔๙
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
สถาสบถนัาบกนั ากรกาแราแรพพสทุทมยยเคแแ์์แ์ รผผผอื นนนงไไททยไทยยาเเยนนเตตนรรตดดาารววดาวการสุมเครอื งยาเปนการนาํ เครอื งยาสมนุ ไพรประเภทพืชวัตถหุ รือสัตว์วตั ถุ บรรจใุ ส่หม้อดนิ เผา
ทยใชด้ นิ สอพองละลายนาํ ใหม้ คี วามเขม้ ขน้ ปานกลางยาฝาหมอ้ โดยรอบเวน้ ชอ่ งวา่ งไว้ ๑ นวิ เพือลดแรงดนั
ารแพภายในหม้อและปองกันไม่ให้หม้อแตกขณะทาํ การเผาเครืองยา ความร้อนทีระอุอยู่ภายในหม้อจะทาํ ให้
สถาบนั กเครอื งยากลายเปนถ่าน จงึ นําไปใช้ปรุงยาตอ่ ไป ตาํ รับยาทตี ้องใช้เครืองยาสุม คือ ยามหานลิ แท่งทอง
วตั ถุดบิ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ในการสุมเครอื งยา
ตรดาววตั ถุส่วนประกอบ
ยเน๑. ดินสอพอง
ไท๒. นาํ สะอาด
แ์ ผนอุปกรณ์ในการสุมเครอื งยา
ทย๑. หมอ้ ดนิ เผาพร้อมฝาละมี
ารแพเลือกใชห้ มอ้ ดนิ เผาในการสุมเครอื งยา
กหม้อทใี ช้สุมยาครงั นี ใช้ขนาด ๘ นวิ
าบนั๒. เตาถา่ น
สถ าวเลอื กใช้เตาดินเผาและเลือกขนาด
รดให้เหมาะสมกับหมอ้ ดนิ เผา
ต๓. ไมพ้ าย
เนเลอื กใชข้ นาดให้เหมาะสมกบั หมอ้ ดินเผา
ไทย๔. ถา่ นไม้
น๕. เครอื งชังดจิ ิตอล
แ์ ผ๖. ถาดสเตนเลส
ยสําหรบั วางพักเครอื งยาทีสุมเสรจ็ แล้ว
ารแพท๗. เกรียงหรอื อุปกรณ์ใช้สําหรับแซะดนิ สองพอง
๘. ทคี บี สําหรับคบี เบยี จนั และถ่าน
ก๙. ภาชนะสําหรับเกบ็ เครอื งยาทสี ุมเสร็จแลว้
าบนั๑๐. ภาชนะสําหรบั ใส่ดินสอพอง
สถ๑๑. ถุงมือผ้าสําหรบั จับของร้อน
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๒. ถุงมอื ยาง
๒
ขนั ตอนการสุมเครอื งยา
าว๑. เตรยี มหม้อดนิ หากเปนหม้อดินเผาใหม่ให้แช่นาํ ทงิ ไว้หนงึ คืน ทาํ ความสะอาดและนําไปผงึ ในทรี ่ม
รดหรือเชด็ ให้แหง้ สนทิ การนําหม้อไปแช่นาํ จะช่วยให้หมอ้ ดนิ เผาไม่แตกงา่ ยเมอื นําไปใช้สุมเครอื งยา
เนต๒. ชงั นาํ หนกั เครอื งยาทตี ้องการนาํ ไปสุม ควรชงั นาํ หนักให้มากกว่าปริมาณทีต้องการเพราะการสุม
ไทยจะทําใหน้ าํ หนกั เครืองยาลดลง
น๓. นําเครอื งยาทชี งั นาํ หนกั แลว้ บรรจุลงหมอ้ ดนิ เผา โดยการบรรจุเครอื งยานนั ไมค่ วรบรรจุเครืองยา
แ์ ผจนเตม็ หมอ้ ควรเหลอื พืนทสี ําหรบั ใชใ้ นการพลกิ เครอื งยาในระหวา่ งทสี ุม การพลกิ จะทําใหเ้ ครอื งยา
ทยนนั ถกู ความรอ้ นทวั ถึงกันหมด ดังนนั ถา้ มเี ครืองยาในปรมิ าณมากให้แบง่ เครืองยาออกไปสุมหลาย
ารแพหม้อได้ ในกรณที ที ําการสุมเครืองยาหลายสิงพรอ้ มกนั ให้เขยี นชือเครืองยาไวท้ ขี อบหมอ้ หรือตวั
หม้อและฝาหม้อ เพราะเครืองยาบางสิงเมอื สุมเสรจ็ จะมลี กั ษณะทีเหมอื นหรอื คลา้ ยกันอาจทําให้
นั กเกดิ ความสับสนได้ เมอื บรรจเุ สรจ็ ให้ปดฝาหมอ้
สถาารบแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว ไทยเนตรดาวไม่ควรบรรจเุ ครอื งยา
น จนเต็มหมอ้ ควรเหลอื พืนที
าบนั ก แ์ ผ สําหรับใช้ในการพลกิ เครอื งยา
ในระหวา่ งทสี ุม
สถ ารแพทย๔. ยาฝาหมอ้ ด้วยดนิ สอพอง นําดินสอพองละลายนาํ ให้มีความเขม้ ข้นปานกลาง คอื ไมเ่ หลวและไมข่ ้น
จนเกินไป ยารอบฝาหมอ้ ใหท้ วั โดยให้เวน้ ชอ่ งว่างไว้ ๑ นวิ เพือเปนการลดแรงดนั ภายในหมอ้ และ
สถาสบถนัาบกนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวปองกันหมอ้ แตกขณะสุมเครืองยา
เว้นชอ่ งวา่ ง ๑ นิว
๓
๕. นําหมอ้ ดนิ เผาขนึ ตงั ไฟ ใชไ้ ฟอ่อนหรอื ไฟกลางในการสุมเทา่ นนั หา้ มใช้ไฟแรงเพราะจะทําให้หมอ้
แตกได้ ระหวา่ งทีทําการสุมใหห้ มนั สังเกตไฟในเตาถ่านสมาํ เสมออยา่ ใหแ้ รงจนเกนิ ไปหรืออยา่ ให้
าวไฟมอดดบั ลงไป
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรด๖. สังเกตการพุ่งของควัน เมอื สุมเครอื งยาไปสักพักจะเรมิ มีควันพุ่งออกมาจากชอ่ งว่างทเี ว้นไว้
สถ าวใหห้ มนั คอยคมุ ไฟใหร้ ้อนสมาํ เสมอ ในระหวา่ งทีสุมใหเ้ ขย่าหม้อดนิ เผาเพือพลกิ เครืองยาภายในหมอ้
รดใหถ้ ูกความร้อนทวั ถึงกนั ทงั หมด ใหส้ ุมไปจนกระทงั ควันทพี ุ่งออกมานนั เรมิ จางลงและหมดไป
ตเหลือเพียงไอรอ้ นแสดงวา่ เครืองยาสุมได้ทีแลว้ ใหย้ กหมอ้ ลงตงั ไว้เพือให้หม้อคายความร้อนสักครู่
ารแพทยแ์ ผนไทยเนเขยา่ หมอ้ ดนิ เผาเพือพลิกเครอื งยาภายในหม้อ
ใหถ้ กู ความร้อนทัวถงึ กันทงั หมด
าบนั ก๗. นําเครอื งยาออกจากหมอ้ ดินเผา ใหใ้ ชเ้ กรยี งหรืออปุ กรณ์ช่วยแซะดินสอพองทีปดฝาหม้อออก
สถโดยต้องระวงั อยา่ ให้เศษดนิ สอพองตกลงไปในหม้อดินเผา จากนนั เปดฝา นําเครืองยาทีสุมเสรจ็
าวเตรียมไว้เพือจัดเก็บและนําไปใชป้ รงุ ยาตอ่ ไป
แล้วเทใส่ถาด ปลอ่ ยใหค้ ายความร้อนจนเครืองยาเยน็ ลง ชงั นาํ หนกั เครืองยาสุม นําไปใส่ภาชนะที
การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดสถาบนั เกคารรอื แงยพาททใี ยชส้แ์ ุมผดน้วยไวทิธยีดเงั นกตลา่ รวดมาานวี ได้แก่
าบนัหวายตะค้า ไมส้ ัก กระดูกไก่ กระดูกงู
ลูกมะคําสดีคถวาาบยนั เนกอื าใรนแเมพล็ดทสยะบแ์ ้าผมนอญไทเยมลเนด็ มตะรกดอกาว
สถส่วนการสุมเบยี จนั จะใชว้ ธิ กี ารสุมดว้ ยการหมกไฟ ซงึ รายละเอยี ดจะไดก้ ลา่ วไวใ้ นหวั ขอ้ การสุมเบยี จนั
ตอ่ ไป
๔
ข้อควรระวังในการสุมเครืองยา
การสุมเครอื งยา คอื การเผาหรอื การใชค้ วามรอ้ นทําใหเ้ ครอื งกลายเปน ไอนาํ และกา๊ ซ
าวคารบ์ อนไดออกไซดจ์ ะระเหยไปในอากาศ จงึ ทําใหน้ าํ หนกั ของเครอื งยาลดลงไปดว้ ย ซงึ นาํ หนกั
รดของเครอื งยาแตล่ ะสิงอาจจะลดลงไปไมเ่ ทา่ กนั ดงั นนั กอ่ นทาํ การสุมควรชงั นาํ หนกั เครอื งยาให้
เนตมากกวา่ นาํ หนกั เครอื งยาสุมทตี อ้ งการนําไปใชป้ รงุ ยา
ยในการบรรจุเครืองยาลงหม้อดินเผา ไม่ควรบรรจุเครืองยาจนเต็มหม้อ แต่ควรเหลือพืนทีไว้
นไทส่วนหนึง เพือใช้ในการพลิกเครืองยาขณะสุม การพลิกจะทําให้เครืองยาถูกความร้อนทัวถึงกัน
แ์ ผทังหมด
ทยห้ามยาดินสอพองรอบขอบฝาหม้อหนาเกินไป เพราะจะทําให้เปดออกยาก และให้เว้นช่องว่าง
ารแพประมาณ ๑ นิว เพือลดแรงดันภายในหม้อและให้ไอนาํ ระเหยออกได้
ห้ามใช้ไฟแรงในการสุมเพราะจะทําให้หม้อแตกได้
นั กห้ามทําการสูดดมควันทีออกจากหม้อดินเผา เพราะควันเครืองยาบางสิงอาจจะเปนพิษ
าบเมือสูดดมเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตรายได้
สถาสบถนั การแพทยแ์ ผนไทยเตนรตดารวดาวลักษณะของเครอื งยาสุมทใี ช้ได้ คือ
ยเนเมอื หกั แล้วพบว่าเครอื งยาจะเปนถา่ น
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไททวั กนั ทงั หมดทงั ชนิ
๕
การสุมลูกมะคําดคี วาย
าววัตถุส่วนประกอบ
รดลูกมะคาํ ดคี วาย ๙๗๐ กรมั
ยเนตการเตรียมเครอื งยาและวสั ดุอปุ กรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. นาํ ลกู มะคาํ ดีควายมาคดั แยก โดยให้คดั เลอื กลกู ทสี มบูรณ์
ยและมีขนาดใกล้เคียงกัน เมอื นาํ ไปสุมจะทาํ ให้เครืองยาสุกทวั
ารแพทถงึ กนั นําไปชงั นาํ หนักเตรยี มไว้
๓. เตรยี มดินสอพองสําหรับยาปดฝาหม้อดนิ เผา นาํ ดนิ สอพอง
นั กใส่ภาชนะ เติมนาํ ลงไปทีละน้อย ขยาํ ดนิ สอพองกับนาํ ให้
าบละลายรวมเปนเนอื เดยี วกนั เนือดินสอพองทไี ดจ้ ะต้องไมเ่ หลว
สถ าวและไม่ข้นจนเกนิ ไป เมอื ทําเสรจ็ ให้พักไว้
ตรดวิธีการทํา
เน๑. นาํ มะคําดคี วายทีชงั นาํ หนักแลว้ ใส่ลงไปในหมอ้ ดนิ เผา๑
ไทยเขยี นชอื เครอื งยาไวท้ หี มอ้ และฝาหมอ้ จากนนั ใหป้ ดฝาหมอ้ ๒
น๒. นําดินสอพองทีละลายนาํ เตรยี มไว้ ยาขอบฝาหม้อดนิ เผา
เวน้ ช่องวา่ ง
แ์ ผใหท้ วั และให้เวน้ ช่องว่างไวป้ ระมาณ ๑ นวิ เพือให้ไอนาํ ประมาณ ๑ นวิ
ยและควนั สามารถระบายออกได้ในขณะสุม อกี ทงั ยัง
ารแพทเปนการช่วยลดแรงดนั ภายในหมอ้ เพือปองกันหม้อแตก ๕
ในขณะสุม
ก๓. นําหม้อขนึ ตงั ไฟ ใช้ไฟปานกลางในการสุม
นั๔. เมอื สุมไปสักพัก จะเรมิ สังเกตเหน็ ควนั พุ่งออกมาจากหมอ้
าบให้รอจนกระทงั ควนั เหลา่ นีจางลงและหมดไป ระหว่างนี
สถใหเ้ ขย่าหม้อ เพือพลิกกลับเครอื งยาให้ถกู ความร้อน
าวทวั ถงึ กนั ทงั หมด การสุมครงั นใี ชเ้ วลาประมาณ ๓ ชวั โมง
รด๕. เปดฝาหม้อออก จากนนั เทเครืองยาใส่ถาด ตงั พักไว้
เนตจนกระทงั เครืองยาเยน็ ตวั ลง จากนนั นาํ ไปใส่ภาชนะ
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยทีเตรียมไว้ เพือจัดเกบ็ เตรียมนําไปปรุงยาตอ่ ไป
๖
ลกู มะคําดีควายสมุ รดาวนาํ หนักก่อนสุม ๙๗๐ กรัม การสุม
เนตนาํ หนักหลังสุม ๒๘๐ กรัม
ไทยใช้เวลาสุมประมาณ ๓ ชัวโมง ลกู มะคาํ ดีควายครงั นี
แบง่ สุมทงั หมด
สถาบนั การแพทยแ์ ผน ตรดาวลูกมะคําดคี วาย กอ่ นสุม ๒ หม้อ
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนรดาวลูกมะคาํ ดีควาย หลังสุม
แ์ ผนไทยเนตชอื เครอื งยา:
ทยส่วนทใี ช้ทาํ ยา:
ารแพรสยา:
สถาบนั กสรรพคณุ :
มะคําดคี วาย
ผลแก่
ขม
ดบั พิษตา่ งๆ แก้กาฬภายใน สุมเปนถา่ น ปรงุ ยาแกพ้ ิษรอ้ น พิษไข้ พิษซาง ใช้ร่วมกับ
เมด็ มะกอกสุมไฟกนิ แกห้ อบ เนอื งจากปอดชนื ปอดบวม แกไ้ ข้ แกเ้ สลดสุมฝอนั เปอยพัง
แก้จุดกาฬ ต้มเอานาํ ชโลมผมแก้ชันตุ แกเ้ ชือรา แก้รงั แค แตไ่ ม่ควรทิงไวน้ านเกินไป
ระวังอยา่ ให้เข้าตา จะทําให้แสบตา ตาอักเสบได้
๗
การสุมเนอื ในเมล็ดสะบา้ มอญ
วัตถสุ ่วนประกอบ
าวเนือในเมล็ดสะบ้ามอญ ๘๕๐ กรัม
รด(ใช้ลูกสะบ้ามอญพร้อมเปลือกทังหมดประมาณ ๑,๔๕๐ กรัม)
ยเนตการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดุอปุ กรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. นาํ เมลด็ สะบา้ มอญมากระเทาะเปลอื กออก ใชเ้ ฉพาะเนือใน
ยเมลด็ สะบา้ มอญ คดั เลือกขนาดให้ใกลเ้ คยี งกนั เมือนาํ ไปสุม
ารแพทจะทําให้เครอื งยาสุกเท่ากันทกุ ชนิ นาํ ไปชงั นาํ หนกั เตรยี มไว้
๓. เตรียมดนิ สอพองสําหรับยาปดฝาหมอ้ ดินเผา นําดินสอพอง
นั กใส่ภาชนะ เติมนาํ ลงไปทลี ะน้อย ขยําดินสอพองกับนาํ ให้
าบละลายรวมเปนเนือเดียวกนั เนอื ดินสอพองทไี ด้จะตอ้ งไม่เหลว
สถ าวและไมข่ ้นจนเกนิ ไป เมือทาํ เสรจ็ ให้พักไว้
รดวิธีการทํา
เนต๑. นาํ เนอื ในเมลด็ สะบา้ มอญทชี งั นาํ หนกั แลว้ ใส่ลงไปในหมอ้ ดนิ เผา๑
๒-๔
ยเขยี นชอื เครอื งยาไวท้ ีหมอ้ และฝาหมอ้ จากนนั ให้ปดฝาหม้อ ๕-๖
ไท๒. นําดนิ สอพองทลี ะลายนาํ เตรยี มไว้ ยาขอบฝาหมอ้ ดนิ เผาใหท้ วั
แ์ ผนและให้เว้นช่องวา่ งไว้ประมาณ ๑ นวิ เพือให้ไอนาํ และควนั
ยสามารถระบายออกไดใ้ นขณะสุม อกี ทงั ยังเปนการช่วยลด
ทแรงดันภายในหม้อเพือปองกันหมอ้ แตกในขณะสุม
ารแพ๓. นําหม้อขนึ ตงั ไฟ ใช้ไฟปานกลางในการสุม
๔. เมือเวลาผา่ นไปประมาณ ๔๐ นาที จะเรมิ เห็นควนั สีขาวลอย
นั กออกมาจากภายในหมอ้ จากนนั อกี ประมาณ ๑๕ นาที ควันจะเรมิ
าบเปลียนเปนสีเหลืองลอยออกมาพรอ้ มกับความชนื จะถูกขับออก
สถมาเรอื ยๆ เมอื เวลาผา่ นไปสักพักจะเรมิ เห็นเปนคราบเหนยี ว
สีนาํ ตาลเข้ม ลกั ษณะคลา้ ยนาํ มนั เหลวเกาะตดิ ขอบฝาหม้อ
รดาว๕. เมือเวลาผ่านไปประมาณ ๓ ชวั โมง ควนั จะเปลียนเปนสีเหลอื ง
ตอ่อนและลดนอ้ ยลงตามลําดบั เมอื ควันทีลอยออกมาลดลงจน
เนหมดเหลอื เพียงไอรอ้ นแสดงว่าเนือในเมลด็ สะบ้ามอญเปนถ่านที
ไทยสุกดแี ล้ว จงึ ยกหม้อลงจากเตา (ระหว่างทีสุมให้เขยา่ หม้อ เพือ
แ์ ผนพลกิ กลับเครอื งยาใหถ้ กู ความรอ้ นทวั ถงึ กันทงั หมด และระวงั
ยเรืองความร้อนของเตาควรให้ร้อนสมาํ เสมอ อยา่ ใหไ้ ฟแรงเกนิ
ารแพทไปและไม่ควรเตมิ ถา่ นอีก เมือควันทีปากหม้อเรมิ ลดลง )
๖. เปดฝาหมอ้ ออก เทเครอื งยาใส่ถาด ตงั พักไวจ้ นกระทงั เครอื งยา
นั กเยน็ ตวั ลง จากนนั นาํ ไปใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้ เพือจัดเกบ็ เตรยี ม
สถาบนําไปปรุงยาต่อไป
๘
เนอื ในเมล็ดสะบา้ มอญสมุ รดาวนาํ หนักก่อนสุม ๘๕๐ กรัม การสุม
เนตนาํ หนักหลังสุม ๒๓๖ กรัม
ไทยใช้เวลาสุมประมาณ ๓ ชัวโมง เนอื ในเมล็ด
สะบา้ มอญครงั นี
นั การแพทยแ์ ผนเนอื ในเมลด็ สะบา้ มอญ ก่อนสุม แบง่ สุมทงั หมด
๒ หมอ้
สถาสบถนัาบการแพทยแ์ ผนไทยเนตารวดาวเนอื ในเมลด็ สะบา้ มอญ หลงั สุม
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดชอื เครอื งยา:
ส่วนทใี ช้ทํายา:
นั กรสยา:
สถาบสรรพคุณ:
สะบา้ มอญ
เนอื ในเมลด็
เมาเบือ
แกโ้ รคผวิ หนัง มะเรง็ คุดทะราด แกพ้ ิษไข้ ไขเ้ ซืองซมึ แก้พิษรอ้ น ตา้ นเชือแบคทีเรีย
ตา้ นเนืองอก ทําให้มดลกู คลายตัว บรรเทาอาการหอบ ลดการอักเสบ
๙
การสุมเมลด็ มะกอก
าววตั ถุส่วนประกอบ
รดเมล็ดมะกอก ๖๐๔ กรัม
ยเนตการเตรียมเครอื งยาและวัสดุอปุ กรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. นาํ เมลด็ มะกอกมาคัดแยก โดยใหค้ ัดเลือกลูกทีสมบูรณ์
ยจากนนั นําเมล็ดมะกอกผ่าตามยาวของผลออกเปน ๔ ส่วน นําไปชงั นาํ หนกั เตรยี มไว้
ารแพท๓. เตรียมดินสอพองสําหรับยาปดฝาหมอ้ ดินเผา นาํ ดนิ สอพองใส่ภาชนะ เติมนาํ ลงไปทลี ะนอ้ ย
ขยําดินสอพองกบั นาํ ใหล้ ะลายรวมเปนเนือเดยี วกนั เนอื ดนิ สอพองทีได้จะต้องไม่เหลว
นั กและไม่ข้นจนเกินไป เมือทาํ เสรจ็ ให้พักไว้
สถาบ าววธิ กี ารทํา
รด๑. นําเนอื ในเมลด็ มะกอกทชี งั นาํ หนกั แลว้ ใส่ลง
ไปในหมอ้ ดนิ เผา เขียนชือเครืองยาไวท้ หี ม้อ
ยเนตและฝาหมอ้ จากนนั ให้ปดฝาหมอ้
๓. นําหมอ้ ขนึ ตงั ไฟ ใชไ้ ฟปานกลางในการสุม
๔. เมอื สุมไปเรือยๆ จะสังเกตเห็นควนั พุ่งออกมา
จากหม้อ ใหร้ อจนกระทงั ควนั เหลา่ นจี างลง
และหมดไปเหลือเพียงไอร้อน
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไท๒. นาํ ดินสอพองทลี ะลายนาํ เตรียมไว้ ยาขอบฝา ๕. เปดฝาหมอ้ ออก จากนนั เทเครอื งยาใส่ถาด
าวหมอ้ ดนิ เผาใหท้ วั และใหเ้ วน้ ชอ่ งวา่ งไวป้ ระมาณ
รด๑ นวิ เพือใหไ้ อนาํ และควนั สามารถระบายออก
ตงั พักไว้ จนกระทงั เครืองยาเยน็ ตัวลง เมล็ด
เนตไดใ้ นขณะสุม อกี ทงั ยงั เปนการชว่ ยลดแรงดนั
มะกอกทีสุมโดยสมบรู ณแ์ ล้วจะกลายเปน
ยภายในหมอ้ เพือปองกนั หมอ้ แตกในขณะสุม
เมล็ดมะกอกสีดาํ เงามันวาว จากนนั นาํ ไปใส่
นไทปรงุ ยาต่อไป
ภาชนะทีเตรียมไว้ เพือจัดเกบ็ เตรียมนําไป
สถาบนั การแสพถาทบนัยกแ์ าผรแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๐
เมล็ดมะกอกสมุ าวนาํ หนักก่อนสุม ๖๐๔ กรัม
ตรดนาํ หนักหลังสุม ๒๑๒ กรัม
แ์ ผนไทยเนตารางสรปุ เวลาและการเปลียนแปลงของการสุมเมล็ดมะกอก (เริมสุมเวลา ๑๑.๔๒ น.)
ารแพทยเวลา ระยะเวลานาทที ี การเปลียนแปลง
๑๑.๔๒ ๐ นาํ หมอ้ ดนิ เผาทบี รรจุเครืองยาและยาฝาดว้ ยดนิ สอพองเรยี บรอ้ ยแล้วขึนตังไฟ
าบนั ก๑๑.๔๙ ๗ เรมิ มีควนั สีขาวออกมา และมีกลนิ
สถ าว๑๑.๕๒ ๑๐ ควนั เรมิ เปลยี นสีเปนสีเหลืองอ่อน ดินสอพองทยี าไวร้ อบฝาเริมเปลยี นสี
รด๑๒.๐๐ ๑๘ ควนั เรมิ จางลง ใหจ้ บั หม้อดนิ เผาเขย่า เพือทําการพลกิ เมล็ดมะกอกให้สุกทัวถึงกนั
เนต๑๒.๐๓ ๒๑ ควนั เรมิ พุ่งแรงขนึ ดนิ สอพองเรมิ เปลียนเปนสีเหลืองอ่อนในจดุ ทมี ีควนั พุ่งออกมา
ไทย๑๒.๐๖ ๒๔ ควันเรมิ จางลง ให้จบั หมอ้ ดินเผาเขยา่ เพือทําการพลิกเมล็ดมะกอกให้สุกทัวถงึ กัน
น๑๒.๐๙ ๒๗ ควันเรมิ พุ่งแรงขึน ดินสอพองเริมเปลียนเปนสีเหลอื งเขม้ ในจดุ ทีมคี วันพุ่งออกมา
แ์ ผ๑๒.๑๒ ๓๐ ควนั เรมิ จางลง ให้จบั หม้อดนิ เผาเขยา่ เพือทาํ การพลิกเมลด็ มะกอกให้สุกทัวถึงกนั
ทยทําสลบั กันไปเช่นนีเรือยๆ โดยใช้เวลาประมาณ ๒ ชัวโมง จนกวา่ ควันจะหมด
ารแพเมอื สุมเครอื งยาจนเปนถ่านแลว้ ให้เปดฝาหม้อออก จากนันเทเครอื งยาใส่ถาด
ตงั พักไวจ้ นกระทงั เครืองยาเย็นตวั ลง จากนนั นําไปใส่ภาชนะทีเตรียมไว้ เพือจดั
กเกบ็ เตรียมนําไปปรุงยาตอ่ ไป
สถาบนั ระยะเวลาสุม และนาํ หนักกอ่ น-หลังสุม
าวหมอ้ ที เวลาเรมิ ต้นเวลาสินสุดรวมระยะเวลาสุม นําหนักกอ่ นสุม (กรัม) นําหนักหลังสุม (กรัม)
รด๑ ๑๑.๔๒ ๑๓.๓๕ ๕๓ นาที ๑๕๐ ๕๘
เนต๒ ๑๔.๓๖ ๑๕.๕๐ ๑๕๐ ๕๐
นไทย๓ ๑๕.๑๐ ๑๖.๔๑ ๑ ชวั โมง ๔ นาที ๑๕๐ ๔๙
ารแพทยแ์ ผ๔ ๑๕.๒๐๑๗.๐๙ ๑ ชวั โมง ๓๑ นาที ๑๕๔ ๕๕
๖๐๔ ๒๑๒
๔๙ นาที
รวมนําหนกั
กชอื เครอื งยา:มะกอก การสุมเมลด็ มะกอกครงั นี
าบนัส่วนทใี ช้ทาํ ยา:เมล็ด แบ่งสุมทงั หมด ๔ หม้อ
สถรสยา: เยน็
สรรพคุณ: แช่เอานาํ ดืมแก้ร้อนใน แก้หอบ แกส้ ะอึก
๑๑
การสุมหวายตะค้า
าววัตถุส่วนประกอบ
รดหวายตะคา้ ๖๓๔ กรัม
ยเนตการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดอุ ุปกรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. นําหวายตะค้า สับเปนท่อนๆ ให้มคี วามยาวเท่ากนั หรือ
ยใกลเ้ คยี งกัน นําไปชงั นาํ หนกั เตรยี มไว้
ารแพท๓. เตรยี มดนิ สอพองสําหรบั ยาปดฝาหมอ้ ดนิ เผา นาํ ดินสอพอง
ใส่ภาชนะ เติมนาํ ลงไปทลี ะน้อย ขยําดนิ สอพองกบั นาํ ใหล้ ะลาย
กรวมเปนเนือเดียวกนั เนอื ดินสอพองทไี ดจ้ ะตอ้ งไมเ่ หลวและ
าบนัไม่ขน้ จนเกินไป เมือทําเสรจ็ ให้พักไว้
สถ าววิธีการทํา
รด๑. นําหวายตะครา้ ใส่ลงไปในหมอ้ ดนิ เผา เขยี นชอื เครอื งยาไวท้ หี มอ้ และฝาหมอ้ จากนนั ใหป้ ดฝาหมอ้
เนต๒. นําดินสอพองทลี ะลายนาํ เตรยี มไว้ ยาขอบฝาหม้อดนิ เผาให้ทวั และใหเ้ ว้นชอ่ งวา่ งไว้ประมาณ ๑ นวิ
ยเพือให้ไอนาํ และควนั สามารถระบายออกได้ในขณะสุม อีกทงั ยังเปนการช่วยลดแรงดนั ภายในหม้อ
ไทเพือปองกันหม้อแตกในขณะสุม
น๓. นาํ หมอ้ ขนึ ตงั ไฟ ใช้ไฟปานกลางในการสุม
แ์ ผ๔. เมอื สุมไปสักพัก จะสังเกตเหน็ ควนั พุ่งออกมา จากหมอ้ ใหร้ อจนกระทงั ควนั เหลา่ นจี างลงและหมดไป
ารแพทย๑ ๒-๓ ๔
สถาบนั ก รดาว๕. เปดฝาหม้อออก จากนนั เทเครืองยาใส่ถาดตงั พักไว้ จนกระทงั เครืองยาเยน็ ตวั ลง
ตจากนนั นาํ ไปใส่ภาชนะทีเตรียมไว้ เพือจัดเก็บเตรยี มนาํ ไปปรุงยาต่อไป
สถาบนั การแสพถาทบยนั กแ์ าผรแนพไททยยแ์ เผนนไทยเนตรดาว๕
๑๒
หวายตะครา้ สมุ าวนาํ หนักก่อนสุม ๖๓๔ กรัม
ตรดนาํ หนักหลังสุม ๒๐๖ กรัม
ไทยเนตารางสรปุ เวลาและการเปลยี นแปลงของการสุมเมลด็ มะกอก (เริมสุมเวลา ๑๑.๔๔ น.)
แ์ ผนเวลา ระยะเวลานาทีที การเปลียนแปลง
ารแพทย๑๑.๔๔ ๐ นําหมอ้ ดินเผาทีบรรจเุ ครืองยาและยาฝาด้วยดินสอพองเรียบร้อยแลว้ ขึนตงั ไฟ
๑๑.๔๙ ๕ เรมิ มคี วนั สีขาวออกมา และมกี ลิน
นั ก๑๑.๕๗ ๑๓ ควันเรมิ เปลยี นสีเปนสีเหลืองอ่อน ดนิ สอพองทยี าไว้รอบฝาเริมเปลยี นสี
สถาบ าว๑๒.๐๐ ๑๖ ควนั เรมิ จางลง ให้จบั หม้อดนิ เผาเขย่า เพือทําการพลิกหวายตะคร้าให้สุกทัวถงึ กนั
รด๑๒.๐๑ ๑๗ ควนั เรมิ พุ่งแรง ดนิ สอพองเริมเปลียนเปนสีเหลอื งอ่อนในจุดทีมคี วนั พุ่งออกมา
เนต๑๒.๐๒ ๑๘ ควนั เรมิ จางลง ให้จับหม้อดนิ เผาเขย่า เพือทําการพลกิ หวายตะครา้ ให้สุกทัวถงึ กัน
ย๑๒.๑๐ ๒๖ ควันเรมิ พุ่งแรง ดนิ สอพองเริมเปลียนเปนสีเหลืองเข้มในจดุ ทีมคี วนั พุ่งออกมา
นไท๑๒.๑๕ ๓๑ ควันเรมิ จางลง ให้จบั หมอ้ ดนิ เผาเขยา่ เพือทาํ การพลกิ หวายตะครา้ ให้สุกทัวถึงกนั
แ์ ผทําสลบั กนั ไปเชน่ นีเรือยๆ โดยใชเ้ วลาประมาณ ๒ ชัวโมง จนกวา่ ควันจะหมด
ยเมือสุมเครืองยาจนเปนถ่านแลว้ ใหเ้ ปดฝาหมอ้ ออก จากนันเทเครืองยาใส่ถาด
ารแพทตังพักไวจ้ นกระทังเครืองยาเยน็ ตัวลง จากนันนาํ ไปใส่ภาชนะทีเตรียมไว้ เพือจัด
เกบ็ เตรียมนาํ ไปปรุงยาต่อไป
นั กระยะเวลาสุม และนําหนกั กอ่ น-หลังสุม
สถาบหมอ้ ที เวลาเรมิ ต้น
เวลาสินสุด รวมระยะเวลาสุม นาํ หนกั ก่อนสุม (กรัม) นําหนักหลังสุม (กรมั )
าว๑ ๑๑.๔๔๑๓.๓๐ ๔๖ นาที ๑๕๐ ๕๕
รด๒ ๑๔.๓๐๑๖.๒๔ ๕๔ นาที ๑๘๔ ๖๐
เนต๓ ๑๔.๓๒๑๖.๒๕ ๕๓ นาที ๑๕๐ ๔๔
แ์ ผนไทย๔ ๑๔.๓๔๑๖.๒๕๕๑ นาที ๑๕๐ ๔๗
๖๓๔ ๒๐๖
รวมนาํ หนกั
ารแพทยชอื เครืองยา:
หวายตะครา้ การสุมหวายตะคร้าครงั นี
เถาส่วนทใี ชท้ ํายา: แบ่งสุมทงั หมด ๔ หม้อ
นั กรสยา:เย็น
สถาบสรรพคุณ:
แก้พิษร้อน แก้ไข้พิษ ไขก้ าฬ แก้ชกั เพราะความร้อนสูง แก้สลบ แกห้ อบ แก้ลินกระดา้ ง
คางแขง็ เพราะพิษไข้ สุมไฟทาํ ดา่ ง รสเยน็ จัด แกห้ อบ ดับพิษรอ้ น
๑๓
การสุมไมส้ ัก
าววัตถสุ ่วนประกอบ
รดไม้สัก ๗๗๐ กรัม
ยเนตการเตรียมเครอื งยาและวัสดอุ ปุ กรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. ผ่าไมส้ ักใหม้ ีขนาดเลก็ และมีขนาดเท่ากัน เพือลดระยะเวลาในการสุม
ยขนาดทเี ท่ากนั นเี มอื สุมจะทําใหค้ วามร้อนทวั ถงึ กนั และสุกพรอ้ มกนั นําไปชงั นาํ หนักเตรยี มไว้
ท๓. เตรยี มดินสอพองสําหรบั ยาปดฝาหม้อดินเผา นาํ ดนิ สอพองใส่ภาชนะ เติมนาํ ลงไปทลี ะนอ้ ย
ารแพขยาํ ดนิ สอพองกบั นาํ ใหล้ ะลายรวมเปนเนอื เดียวกนั เนอื ดินสอพองทไี ดจ้ ะต้องไมเ่ หลว และไม่ข้น
จนเกินไป เมอื ทําเสรจ็ ใหพ้ ักไว้
าบนั กวธิ ีการทํา
สถ าว๑. นาํ ไมส้ ักทชี งั นาํ หนกั แลว้ ใส่ลงไปในหมอ้ ดนิ เผา ๓. นาํ หม้อขนึ ตงั ไฟ ใช้ไฟปานกลางในการสุม
รดเขียนชอื เครืองยาไว้ทีหมอ้ และฝาหมอ้ จากนนั ๔. เมอื สุมไปเรอื ยๆ จะสังเกตเห็นควนั พุ่งออกมา
ตใหป้ ดฝาหมอ้
เนและหมดไป
จากหม้อ ให้รอจนกระทงั ควนั เหล่านีจางลง
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
สถ๒. นาํ ดนิ สอพองทีละลายนาํ เตรยี มไว้ ยาขอบฝา ส๕ถ. าเบปนัดฝกาาหรม้อแอพอกทจยาแ์กนผนั นเทไเทครยือเงนยาตใสร่ถดาดาว
าวหมอ้ ดนิ เผาใหท้ วั และใหเ้ วน้ ชอ่ งวา่ งไวป้ ระมาณ
ตงั พักไว้ จนกระทงั เครืองยาเยน็ ตัวลง
รด๑ นวิ เพือใหไ้ อนาํ และควันสามารถระบายออก
จากนนั นําไปใส่ภาชนะทีเตรียมไว้ เพือจดั เกบ็
ตไดใ้ นขณะสุม อีกทงั ยังเปนการช่วยลดแรงดนั
เนภายในหม้อ เพือปองกันหมอ้ แตกในขณะสุม
เตรียมนาํ ไปปรงุ ยาต่อไป
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
๑๔
สถาบนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวการสุม
ก ไมส้ ักครงั นี
นั แบง่ สุมทงั หมด
าบ ๒ หมอ้
สถ ตรดาวชือเครืองยา:
เนส่วนทีใชท้ ํายา:
ไทยรสยา:
สถาบนั การแพทยแ์ ผนสรรพคณุ :
ไมส้ ัก
แกน่
ขมเมารอ้ น
ฆา่ พยาธผิ วิ หนัง ขับพยาธิ บํารงุ โลหติ แก้ไอ ขับลม ขบั ปสสาวะ แก้บวม แกไ้ ข้
ขับลมในกระดกู คุมธาตุ แก้ออ่ นเพลยี
๑๕
การสุมกระดูกไก่
าววัตถสุ ่วนประกอบ
รดกระดูกไก่ ๔๕๐ กรัม
เนตการเตรียมเครอื งยาและวสั ดอุ ุปกรณ์
ไทย๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
น๒. เตรียมกระดูกไก่ โดยใช้ส่วนปกบนของไก่สด นํามาต้มให้สุก
แ์ ผเลาะเนือไก่ออกให้หมดเหลือเฉพาะกระดูกไว้ นาํ ไปล้างนาํ ทาํ ความสะอาด
ทยแล้วตากกระดูกไก่ให้แห้งสนิท เมือแห้งดีแล้วให้นาํ มาคัดขนาดให้เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน
ารแพนําไปชังนาํ หนักเตรียมไว้
๓. เตรยี มดินสอพองสําหรับยาปดฝาหมอ้ ดินเผา นาํ ดนิ สอพองใส่ภาชนะ เติมนาํ ลงไปทีละน้อย
กขยําดินสอพองกบั นาํ ให้ละลายรวมเปนเนอื เดียวกัน เนอื ดินสอพองทไี ด้จะต้องไมเ่ หลว
าบนัและไม่ข้นจนเกินไป เมอื ทําเสรจ็ ให้พักไว้
สถ าววธิ ีการทาํ
รด๑. นาํ กระดกู ไกท่ ชี งั นาํ หนกั แล้ว ใส่ลงไปในหม้อดนิ เผา เขยี นชือเครืองยาไวท้ หี ม้อและฝาหมอ้
ตจากนนั ให้ปดฝาหมอ้
เน๒. นําดนิ สอพองทลี ะลายนาํ เตรยี มไว้ ยาขอบฝาหมอ้ ดนิ เผาใหท้ วั และใหเ้ วน้ ชอ่ งวา่ งไวป้ ระมาณ ๑ นวิ
ไทยเพือใหไ้ อนาํ และควนั สามารถระบายออกไดใ้ นขณะสุม อกี ทงั ยงั เปนการชว่ ยลดแรงดนั ภายในหมอ้
นเพือปองกนั หมอ้ แตกในขณะสุม
แ์ ผ๓. ยกหมอ้ ขนึ ตงั ไฟ อยา่ ใชไ้ ฟแรงเกนิ ไป เมือเวลาผา่ นไปประมาณ ๒๐ นาที จะเรมิ เห็นควันสีขาวลอย
ยออกมาปรมิ าณไมม่ ากนกั แตม่ ีกลนิ เหม็นสาบ ผ่านไปอีกประมาณ ๓๐ นาทีควันจะเรมิ เปลยี นเปนสี
ทขาวอมเหลอื งลอยออกมา พร้อมกบั กลนิ เหมน็ สาบแรงมากกวา่ เดิม ความชนื จะถกู ขบั ออกมาพรอ้ ม
ารแพกับมีของเหลวออกมากับควันจบั เปนคราบเกาะติดขอบฝาหมอ้
สถาบนั ก เนตรดาว๔.
ย๕.
รป๑อรตะม่อาอณกี ป๓ระชมวั าสโณมถง๒าผบ๐า่ นนันไาปกทาคีครวว๒นันัแจจพะึงเหทรมมิ ยดเปแ์ ยลผกียหนนมเปไอ้ ทนลสงยจีขเาานกวเตแตลราะดคาอ่ ว๓ย-ๆ๔ลดนอ้ ยลงตามลาํ ดบั
ไท๖. เปดฝาหมอ้ ออก จากนนั เทกระดูกไกท่ สี ุมเสรจ็ แล้วใส่ถาดตงั พักไว้ จนกระทงั เครอื งยาเย็นตัวลง
แ์ ผนจากนนั นําไปใส่ภาชนะทีเตรยี มไว้ เพือจดั เกบ็ เตรียมนาํ ไปปรงุ ยาตอ่ ไป (กระดกู ไก่ทีได้จะมลี ักษณะ
ยสีดาํ มันเงา คลา้ ยถา่ น เมือหกั ทดสอบดูพบวา่ จะหกั ง่าย)
สถาบนั การแพท๕-๖ ส๑ถ๖ าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
กระดกู ไก่สมุ รดาวนาํ หนักก่อนสุม ๔๕๐ กรัม การสุม
าวสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตนาํ หนักหลังสุม ๒๗๒ กรัมกระดูกไกค่ รงั นี
แบ่งสุมทงั หมด
๒ หม้อ
นั การแพทยแ์ ผนไทยกระดูกไก่ หลังสุม เนตรดกระดูกไก่ กอ่ นสุม
สถาบ การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวชอื เครืองยา:กระดูกไก่
กระดกู
าบนัส่วนทีใชท้ าํ ยา:รสเยน็
สถรสยา:
สรรพคุณ: สุมไฟปรุงยาดับพิษรอ้ น แกซ้ างชัก
๑๗
การสุมกระดูกงู
าววัตถสุ ่วนประกอบ
รดกระดูกงู ๒๕๐ กรัม
เนตการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดุอปุ กรณ์
ไทย๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. เตรียมกระดูกงู ให้นาํ ไปชังนาํ หนักเตรียมไว้
ย๓. เตรียมดนิ สอพองสําหรบั ยาปดฝาหมอ้ ดนิ เผา นําดนิ สอพองใส่ภาชนะ
ารแพทเติมนาํ ลงไปทีละนอ้ ย ขยาํ ดินสอพองกับนาํ ให้ละลายรวมเปนเนือเดยี วกนั
เนือดินสอพองทไี ดจ้ ะตอ้ งไม่เหลวและไม่ข้นจนเกนิ ไป เมอื ทําเสรจ็ ให้พักไว้
าบนั กวธิ ีการทาํ
สถ าว๑. นํากระดกู งูทชี งั นาํ หนักแล้ว ใส่ลงไปในหม้อดนิ เผา เขยี นชือเครืองยาไวท้ หี ม้อและฝาหมอ้ จากนนั
รดให้ปดฝาหม้อ
ต๒. นาํ ดนิ สอพองทลี ะลายนาํ เตรยี มไว้ ยาขอบฝาหมอ้ ดนิ เผาใหท้ วั และใหเ้ วน้ ชอ่ งวา่ งไวป้ ระมาณ ๑ นวิ
เนเพือใหไ้ อนาํ และควันสามารถระบายออกได้ในขณะสุม อกี ทงั ยงั เปนการชว่ ยลดแรงดนั ภายในหมอ้
ยเพือปองกนั หมอ้ แตกในขณะสุม
ไท๓. นําหม้อขนึ ตงั ไฟ ใช้ไฟปานกลางในการสุม
แ์ ผน๑ ๒ ๓
าบนั การแพทย๔. เมอื เวลาผา่ นไป ๓๐ นาที ควนั เรมิ หมดลงใหใ้ ชถ้ งุ มอื รอ้ นจบั หมอ้ เขยา่ พลกิ หมอ้ ไปมาเพอื กลบั กระดกู งู
สถในหมอ้ ประมาณ ๓-๔ ครงั ขณะทีเขยา่ จะมีควนั พุ่งออกมาเยอะในครงั แรกและค่อยๆ นอ้ ยลง
าวจนกระทงั ควนั หมดไป วางหมอ้ ลงบนเตาเพือสุมตอ่ จะเกดิ ควนั สีขาวลอยขนึ มาใหม่
รด๕. หลงั จากเขยา่ พลิกหมอ้ ไป ๕-๖ รอบ (ระยะเวลาประมาณ ๑ ชวั โมง) ควนั ทอี อกมาจะเรมิ เปลยี น
ตเปนสีเหลืองและดินสอพองจะมคี ราบเหนียวสีนาํ ตาลอมดาํ เกาะอยู่
เน๖. สุมตอ่ ไปเรือยๆ จนควันหมด และเมือเขย่าแล้วรูส้ ึกเบา แสดงว่ากระดกู งสู ุมใช้ได้แลว้
ไทย๗. เปดฝาหม้อออก จากนนั เทกระดกู งูทีสุมเสรจ็ แลว้ ใส่ถาดตงั พักไว้ จนกระทงั เครอื งยาเย็นตวั ลง
แ์ ผนจากนนั นําไปใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้ เพือจดั เก็บเตรียมนําไปปรุงยาต่อไป
สถาบนั การแพทย(ก๔ร-ะ๖ดกู งสู ุมทใี ชไ้ ดจ้ ะมลี ักษณะเป๗นสีดําเงาเสหมถอื านบกน้อั นกถา่ารน)แพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
๑๘
กระดกู งูสมุ าวการสุม
รดกระดกู งูครงั นี
ต แบง่ สุมทงั หมด
เน ๒ หม้อ
สถาสบถนัาบกนั ากราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเยนเตนรตดารวดาวชือเครืองยา:
ส่วนทีใชท้ าํ ยา:
นั กรสยา:
สถาบสรรพคุณ:
กระดูกงู
กระดูก
เมาร้อน
แก้พิษเลอื ดลม แกจ้ ุกเสียด แกก้ ระษัย แก้ปวดเมือย แก้มะเร็ง แกพ้ ิษตานซาง
และตานขโมย
๑๙
การสุมเบยี จัน
าววตั ถสุ ่วนประกอบ
รดเบียจัน ๒๐๐ กรัม
ยเนตการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดอุ ปุ กรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์การสุมยา (ดูจากหน้าที ๒)
แ์ ผน๒. เตรียมเบียจัน นาํ เบียจันไปแช่นาํ สะอาดทิงไว้ ๑ คืน
ยเพือให้เศษดินและทรายทีติดมากับเครืองยาออกให้หมด
ารแพทล้างนาํ ใหส้ ะอาด นาํ ไปผงึ ใหแ้ หง้ จากนนั นาํ ไปชงั นาํ หนกั และนับจาํ นวนเบยี จนั ว่ามีทงั หมดกตี วั
เพราะหลังจากทีทาํ การสุมหรอื หมกไฟเรียบร้อยแล้วจะต้องคีบออกจากเตาใหค้ รบตามจาํ นวน
กทีได้นาํ ลงไปสุม
าบนั๓. เตรียมเตาถ่านสําหรับการเผาเบียจัน ควรเลือกเตาทีมีหน้ากว้าง เพือให้มีพืนทีในการสังเกต
สถ าวเบียจันขณะทําการสุม และมีพืนทีในการวางเบียจันให้สามารถกระจายออกไปได้ ไม่ให้ทับกันมาก
รดเกินไป เติมถ่านให้เต็มเตา เนืองจากเปลือกของเบียจันมีลักษณะแข็ง ควรใช้ไฟแรงในการสุม
ตและหมันเติมไฟอย่างสมําเสมอ
ไทยเนวธิ ีการสุมเบยี จัน ใช้วธิ ีการหมกไฟ ซงึ มวี ธิ กี ารทํา ดังนี
แ์ ผน๑. นําเบยี จนั ทเี ตรยี มไว้ เทโรยลงบนเตาถ่านทจี ดุ ไฟแลว้ ให้กระจายทวั หน้าเตา อยา่ ใหก้ องทบั กนั
สถาบนั การแพทย าว๒. เมอื เวลาผา่ นไปประมาณ ๑๕ นาที เบียจนั จะเรมิ เปลียนเปนสีเหลอื งอมนาํ ตาล และเข้มขนึ เรือยๆ
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรด๓. ตรวจดหู ากมีเบยี จนั ตกลงไปด้านลา่ งให้คีบเบยี จนั ทีตกลงใต้เตาขนึ มาวางบนเตา
๒๐
๔. เมอื เวลาผา่ นไป ๒ ชวั โมง เบยี จนั ทสี ุมจะเปลยี นจากสีนาํ ตาลเปนสีขาวขนุ่ ทงั หมด (สีคลา้ ยนมอดั เมด็ )
๕. เมอื เวลาผ่านไป ๔ ชวั โมง ให้เรมิ ตรวจดเู บียจนั ทเี ผาอย่วู ่าสุกดแี ล้วหรอื ไม่ โดยใหใ้ ชท้ คี ีบๆ เบยี จนั
าวขนึ มาจากเตาวางลงบนฝาละมแี ล้วลองบบี หรือทบุ เบาๆ ถ้าบบี แล้วเบยี จนั แตกออกเปนผงหรือ
รดขเี ถา้ ทงั ตวั แสดงวา่ สามารถนาํ ไปใชไ้ ด้ ใหน้ ําขนึ จากเตา แตถ่ า้ หากเบยี จนั ทีเผายังคงสภาพไม่
เนตสามารถบบี ให้แตกได้ ให้นาํ กลบั ไปเผาต่อ ใหเ้ ผาจนกระทงั เบียจนั สามารถบบี และแตกเปนผงหรือ
ไทยเปนขเี ถ้าได้ (ระยะเวลาทีใชข้ นึ อยูก่ ับความแรงของไฟและปรมิ าณของเบยี จนั )
สถาบนั การแพทยแ์ ผน รดาวาบนั การแ๖.พเทมอื ยสุมแ์ เบผยี จนนั ไจทนกยระเทนงั ตเครรอื ดงยาาวใชไ้ ดแ้ ลว้ ใหใ้ ชท้ คี บี ๆ ออกจากเตา หา้ มคบี แรงเพราะจะทาํ ใหแ้ ตกได้
ตจากนนั ใหน้ ํามาวางเรยี งบนถาดแลว้ กระจายออกไปใหท้ วั เพือคายความรอ้ น รอจนกระทงั เยน็ ตวั ลง
เน๗. เมอื เบยี จนั เย็นตวั แลว้ ใหน้ ํากระชอนตาถมี ารอ่ นเลก็ น้อย เพือขจัดสิงแปลกปลอมออกไป
ไทย๘. นาํ เบียจนั ทีสุมแลว้ เก็บใส่ภาชนะหรือถงุ ปดให้สนทิ เพือเตรยี มนําไปใชป้ รุงยาต่อไป
สถาบนั การแพทยแ์ ผน รดาวสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตชอื เครอื งยา:
กส่วนทใี ชท้ าํ ยา:
าบนัรสยา:
สถสรรพคณุ :
เบียจัน
เปลือกหอย
เค็มกร่อย
รบั ประทาน ขับลมในลําไส้ ขับปสสาวะ แก้ไตพิการ เผาไฟผสมพิมเสน
ใชโ้ รยแผลกัดฝาละออง
๒๑
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๒๒
การสะตุ ประสะ ฆา่ ฤทธิ
าวในการปรงุ ยาสมนุ ไพรใหไ้ ดต้ ามตํารบั ยาแผนโบราณนนั เภสัชวตั ถุ อนั ไดแ้ ก่ พืช สัตว์ หรอื ธาตุ
รดวัตถุบางชนิดทีจะนํามาใช้เข้าตาํ รับยา อาจมีพิษ มีฤทธิแรง หรือจัดเปนตัวยาอันตราย อาทิเช่น สลอด
ตยางสลัดได ชะมดเช็ด สารหนู นาํ ประสานทอง หรือปรอท ดังนันก่อนทีจะนาํ เภสัชวัตถุต่างๆ มาเปน
ยเนส่วนผสมในการปรุงยา จําเปนจะต้องนาํ มาแปรสภาพหรือผ่านกระบวนการเพือลดความเปนพิษ
ไทโดยการสะตุ ประสะ และฆ่าฤทธเิ สียก่อน จึงจะนาํ ไปใช้ได้อย่างปลอดภัย
ยแ์ ผนการประสะ ทางการแพทย์แผนไทยได้ให้ความหมายของการประสะออกเปน ๒ ความหมาย
ารแพทความหมายที ๑ คือ การทําใหพ้ ิษของตวั ยาอ่อนลง เช่น การประสะยางสลัดได ยางตาตมุ่ ยางหวั เขา้ คา่
ความหมายที ๒ คือ ในยาขนานนันมีเครืองยาตัวหนึง ขนาดนาํ หนักเท่ากับนาํ หนักเครืองยาอืนรวมกัน
นั กเช่น ยาประสะเปราะใหญ่ ซึงส่วนหรือนาํ หนักของเปราะใหญ่จะเท่ากับนาํ หนักของเครืองยาอืนรวมกัน
าบเปนต้น
สถ รดาวการสะตุ คือ การทําให้ตัวยามีฤทธิอ่อนลง หรือ ทาํ ให้พิษของตัวยาน้อยลง หรือ ทาํ ให้ตัวยานัน
ตสะอาดขนึ โดยในหนงั สือเลม่ นจี ะกลา่ วถึงการสะตุ เภสัชวตั ถุ ๗ สิงด้วยกนั คือ สารส้ม นาํ ประสานทอง
เนดนิ สอพอง มหาหงิ คุ์ เหล็ก ยาดํา สะตุรงทองโดยใชใ้ บขา่ และใบบัว ซงึ มีขนั ตอนการปฎิบัติ ดงั นี
ไทย๑. สารส้ม มลี กั ษณะเปนผลกึ กอ้ นใสหรอื สีขาวขนุ่ มวั เลก็ นอ้ ย ไมม่ กี ลนิ มรี สฝาดเปรยี ว หากนาํ
นไปสะตุแล้วจะได้เปนผงสีขาว มีสรรพคุณทังภายนอกและภายใน ใช้แก้ระดูขาว หนองใน หนองเรือรัง
แ์ ผขบั ปสสาวะ เปนยาขบั ฟอกลา้ งโลหติ ระดู แกร้ ํามะนาดเหงอื กบวม ทาํ ใหฟ้ นแขง็ แรง แกแ้ ผลในปากและคอ
ยใชส้ มานแผล หา้ มเลือดแผลเลก็ ๆ
ทวิธีการสะตุสารส้ม ทาํ ได้โดย บดสารส้มให้ละเอียด นํามาใส่ในหม้อดิน ยกขึนตังไฟจนฟูขาว
ารแพจะทาํ ใหส้ ารส้มสะอาดขนึ เพราะเสียนาํ ไปจากทผี ลึกเสียรูป จึงนาํ ไปใชป้ รุงยาได้
ก๒. นาํ ประสานทอง เปนเกลอื โซเดยี มบอเรต (SODIUM BORATE) ทอี ยใู่ นรปู ของเกลอื แคลเซยี ม
าบนับอเรต (CALCIUM BORATE) พบไดต้ ามธรรมชาติ เมอื นําไปตม้ กบั โซเดยี มคารบ์ อเนต (SODIUM CARBONATE)
สถจะไดเ้ ปนนาํ ประสานทอง อาจเปนผลกึ ใส หรอื เปนผงสีขาว รสหวาน ไมม่ กี ลนิ ถา้ มนี าํ จะอยใู่ นรปู โมเลกลุ
เปน NA2B4O7.10H2O หรือทีเรียกว่า บอแรกซ์ ลักษณะจะเปนผลึก ผงผลึก เปนเม็ด จะหลอมตัว
าวเมือมีความร้อน ๗๕ องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว นาํ ประสานทองจะไม่มีนาํ อยู่ในโมเลกุลถ้าเผาใน
รดอุณหภูมิ ๓๕๐ องศาเซลเซียส เรียกว่า นาํ ประสานทองสะตุ หรือ FUSED SODIUM BORATE หรือ
เนตBORAX GLASS หรือ FUSED BORAX ลักษณะจะเปนผงหรือแผ่นคล้ายกระจก เมือถูกอากาศ
ไทยจะขนุ่ ขาว มฤี ทธเิ ปนดา่ ง ละลายนาํ ไดน้ อ้ ย นาํ ประสานทองสะตตุ ามตําราสรรพคณุ ยา โบราณวา่ มรี สปรา่
นชา ใช้แก้ละอองซางใช้ลอกลินเด็ก กัดเม็ดยอดในปาก กัดเม็ดฝ ส่วนนาํ ประสานทองจีนทีมีรสเค็ม
แ์ ผจะมสี รรพคณุ แกร้ ดิ สีดวงจมกู ขบั เสมหะ แกล้ มจกุ เสียด และนาํ ประสานทองเทศจะมรี สเยน็ ใชข้ บั เสมหะ
ทยแก้ไอ แก้ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงในลาํ คอ แก้ไข้ผอมเหลือง แก้ริดสีดวงทวาร แก้หืด แก้อาการฟกบวม
ารแพแก้ลมอัณฑพฤกษ์ นาํ ประสานทองทําให้เกิดพิษได้ง่าย ปจจุบันจึงใช้ในทางยาน้อยลง ซึงอาจทําให้เด็ก
อาเจียน ทอ้ งร่วง ช็อก และตายได้ แมไ้ ด้รบั เข้าไปเพียง ๕-๑๐ กรัม
นั กวิธีการสะตุนาํ ประสานทอง ทาํ ได้โดย นาํ ใส่หม้อดินตังไฟจนฟูขาว จึงนําไปใช้ปรุงยาได้
สถาบในปจจุบันนาํ ประสานทอง อย. จะไม่อนุญาตให้ใช้ในยาแผนโบราณ ยกเว้นยาทีผลิตขึนสําหรับ
รับประทานในมอื หนงึ โดยมนี าํ ประสานทองไมเ่ กิน ๒๕ มลิ ลิกรมั
๒๓
การสะตุ ประสะ ฆา่ ฤทธิ (ต่อ)
าว๓. ดินสอพอง มีสีขุ่นขาว ร่วน ละเอียด เปนแคลเซียมคาร์บอเนตทีเกิดขึนเองตามธรรมชาติ
รดพบได้มากทีจังหวัดลพบุรี แพทย์แผนโบราณนิยมนํามาเผาไฟแล้วนํามาผสมกับพิมเสนบด ใช้โรยแผล
ตกามโรคและแผลเรือรังทุกชนิด ใช้เปนยาดูดนาํ เหลืองได้ดี หรือใช้ทาตัวเด็กทาํ ให้ผิวหนังเย็น แก้พิษ
ยเนแกเ้ มด็ ผดผนื คัน ใช้ห้ามเหงอื
ไทวิธีการสะตุดินสอพอง ทําได้โดย ใส่ดินสอพองในหม้อดิน ปดฝา ยกตังไฟนานพอสมควร
แ์ ผนเพือทาํ ใหส้ ุกปราศจากเชือโรค จงึ นําไปใช้ปรงุ ยาได้
ารแพทย๔. มหาหิงค์ุ มาจากรากและลําต้นของพืชในสกุล FERULA (วงศ์ UMBELLIFERAE) หลายชนิด
เช่น FERULA ASSAFOETIDA REGEL หรือ F. SINKIANGENSIS K.M. SHEN ซึงจะมีชันนาํ มันอยู่
นั กพืชเหลา่ นมี ีถนิ กําเนิดในตะวันออกกลาง และทางภาคตะวนั ตกของจนี ลักษณะของมหาหงิ คุจ์ ะเปนก้อน
าบสีเหลืองแดงและเหนียว มียางสีขาวอยู่เปนแห่งๆ รสเผ็ดร้อน มีกลินเหม็นเบือทนนาน ในสมัยโบราณ
สถ าวใชแ้ กอ้ าการทอ้ งผกู แกล้ ม ปวดทอ้ ง ทอ้ งขนึ ใชท้ าทอ้ งเดก็ แกท้ อ้ งขนึ อดื เฟอ โดยผสมกบั แอลกอฮอล์
รดวธิ กี ารสะตุมหาหงิ คุ์ ทําไดโ้ ดย นํานาํ เดอื ดจดั ลวกใบกะเพราแดง ขยาํ ใบกะเพราแดงในนาํ รอ้ น
ตกรองเอาแต่นาํ เอานาํ ทีได้ไปล้างมหาหิงค์ุ โดยให้ทําการล้างทังหมด ๗ ครัง จากนันนํามหาหิงคุ์ไปผึง
เนใหแ้ หง้ สนทิ จงึ นาํ ไปใชป้ รงุ ยาได้
นไทย๕. เหล็ก ตามตาํ รายาโบราณจะใช้สนิมเหล็กทํายา เพือบาํ รงุ โลหิต แก้โรคตบั โต ตับทรุด มา้ มโต
แ์ ผมา้ มแลบตามชายโครง แก้คดุ ทะราด
ยวิธีการสะตุเหล็ก ทําได้โดย เอาเหล็กมาตะไบจนได้ผงเหล็กหรือนําไปตําด้วยครกให้ละเอียด
ทจากนันนาํ ไปร่อนด้วยกระชอนตาถีจนได้เปนผงเหล็ก นําผงเหล็กทีได้มาใส่บนฝาละมีทีตังไฟไว้จนร้อน
ารแพเทนาํ มะนาวลงไปจนท่วมผงเหล็ก รอจนแห้ง ทําประมาณ ๓-๘ ครัง ครังสุดท้ายให้รอจนกระทัง
ผงเหลก็ แหง้ และกรอบดี นําไปพักใหเ้ ยน็ สนิทแล้วขูดออก จงึ นําไปใชป้ รุงยาได้
าบนั ก๖. ยาดํา มาจากยางสีเหลืองของใบว่านหางจระเข้ทีแข็งกลายเปนก้อนสีดาํ จะมีสารกลุ่ม
สถแอนทราควิโนน (ANTHRAQUINONE) อยู่หลายชนิด แต่ทีสําคัญคือ อะโลอิน(ALOIN) และ
บารบ์ าโลอิน (BARBALOIN) ออกฤทธเิ ปนยาถา่ ยอย่างแรง
าววิธีการสะตุยาดาํ ทาํ ได้โดย นาํ กระทะเหล็กขึนตังไฟกลางจนกระทังกระทะร้อนจัด ใส่ยาดํา
รดและเติมนาํ ลงไปเลก็ น้อย หมนุ กระทะเพือใหน้ าํ ซมึ เขา้ ไปช่วยละลายยาดาํ ใหท้ วั ตงั ไวส้ ักครู่รอจนกระทงั
เนตยาดําแห้งและกรอบ สามารถร่อนออกจากกระทะได้ นําไปวางใส่ถาดผึงไว้ให้เย็นสนิท จึงนาํ ไปปรุงยา
ไทยความร้อนจะทําให้สารแอนทราควิโนนบางส่วนระเหิดไป จึงทาํ ให้ยาดาํ มีฤทธิอ่อนลงได้
แ์ ผน๗. รงทอง ยางต้นรงทองจะมีรสเอยี นเบือ มีฤทธลิ ดความดนั โลหติ เปนยาถ่ายอย่างแรง
ทยวิธีการสะตุรงทอง ทาํ ได้โดย บดรงทองให้ละเอียด แล้วใช้ใบบัวหรือใบข่าห่อ ๗ ชัน นําไปปง
ารแพจนสุกกรอบ แล้วค่อยนําไปปรุงยา ยาแผนโบราณในปจจุบัน อย. ไม่อนุญาตให้ใช้รงทอง ยกเว้น
ยาทีผลิตขึนสําหรับรับประทานในมือหนึง โดยมีรงทองไม่เกิน ๖๐ มิลลิกรัม สารสําคัญในรงทอง ได้แก่
สถาบนั กแอลฟา-กตั ตเิ ฟอรนี และบตี า-กตั ตเิ ฟอรนี จะสลายไปเมอื ถกู ความรอ้ น จงึ ทาํ ใหฤ้ ทธขิ องรงทองออ่ นลงได้
๒๔
การสะตุ ประสะ ฆา่ ฤทธิ (ต่อ)
าวการฆ่าฤทธิ คือ การทําให้ตัวยามีฤทธิอ่อนลง หรือ ทําให้พิษของตัวยาน้อยลง โดยส่วนมาก
รดจะใช้สําหรบั เครืองยาทีมีฤทธแิ รงมากและมพี ิษมาก ในหนังสือเลม่ นไี ดก้ ลา่ วถงึ การฆา่ ฤทธกิ ับเครอื งยา
ตทงั ๔ สิง ไดแ้ ก่ สลอด ระย่อม ดองดึง ชาดกอ้ น ซงึ มีขนั ตอนการปฎบิ ตั ิ ดังนี
ยเน๑. สลอด เปนเภสัชวัตถุทีจัดอยู่ในประเภทพืชวัตถุจําพวกต้น เปนไม้พุ่มขนาดย่อม ต้นเกลียง
ไทใบเดียวรูปไข่ เรียงสลับกัน ส่วนทีใช้นํามาทํายาครังนี คือ เมล็ดในลูกสลอด สรรพคุณ เปนยาถ่าย
แ์ ผนอยา่ งแรง แก้ปวดวมนในทอ้ ง ก่อนนาํ ไปปรงุ ยาตอ้ งนาํ ไปฆ่าฤทธเิ สียก่อน
ยวิธีการฆ่าฤทธิเมล็ดในลูกสลอด นําข้าวเปลือกและเกลือห่อด้วยผ้าขาวบางมัดด้วยเชือกให้แน่น
ารแพทนาํ ไปต้มรวมกับเมล็ดในสลอดในนาํ เดือด ต้มด้วยไฟกลางจนกระทังข้าวเปลือกทังหมดบาน จากนันนาํ
เมล็ดในสลอดไปล้างนาํ เปล่าให้สะอาด นํากระดาษซับมันวางบนถาดจากนันนาํ เมล็ดในสลอดวางบน
นั กกระดาษซับมัน นํากระดาษซับมันวางทับเมล็ดสลอดอีกชันหนึง นาํ ถาดมาวางทับ จากนันใช้ของหนัก
าบวางทับบนถาด ให้ทับทิงไว้ ๑ คืน เพือต้องการรีดให้นาํ มันของเมล็ดในสลอดซึงมีพิษออกมาให้มากทีสุด
สถ าวจึงนําเมล็ดในสลอดไปใช้ปรุงยาได้
ตรด๒. ระย่อม เปนเภสัชวัตถุทีจัดอยู่ในประเภทพืชวัตถุจําพวกต้น เปนไม้พุ่มเตียขนาดเล็ก ลงราก
เนส่วนทใี ชน้ าํ มาทํายาครงั นี คอื ราก รสขมเมาเลก็ นอ้ ย สรรพคณุ แกป้ วดศีรษะเนอื งจากความดนั โลหติ สูง
ไทยแก้คลุ้มคลังเนืองจากดีและโลหิต ช่วยย่อยอาหารและระงับประสาท ถ้ากินจะมีอาการข้างเคียง คือ
นหนา้ แดง ตวั แดง แนน่ จมกู และงว่ งนอน (กอ่ นนําไปปรงุ ยาตอ้ งนําไปฆา่ ฤทธเิ สียกอ่ น อาการแทรกซอ้ น
แ์ ผจะน้อยลง)
ยวิธกี ารฆา่ ฤทธริ ากระยอ่ ม มีทงั หมด ๒ วธิ ี คือ
ทวิธีที ๑ นํารากระย่อมไปแช่เหล้า ๔๐ ดีกรี เปนเวลา ๑ ชัวโมง จากนันนําไปคัวด้วยไฟปานกลาง
ารแพจนแหง้ จากนนั ใหน้ ําไปอบดว้ ยความรอ้ นทอี ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส เปนเวลา ๑ ชวั โมง จงึ นาํ ไปใช้
ปรงุ ยาได้
กวธิ ที ี ๒ นาํ รากระยอ่ มแชน่ าํ ซาวขา้ ว ๑ คืน จากนนั นําระยอ่ มไปอบดว้ ยความร้อนทอี ุณหภูมิ ๑๐๐
าบนัองศาเซลเซียส เปนเวลา ๑ ชวั โมง จงึ นําไปใชป้ รุงยาได้
สถ๓. ดองดึง เปนเภสัชวัตถุทีจัดอยู่ในประเภทพืชวัตถุจําพวกหัว-เหง้า ลาํ ต้นเปนหัวหรือเหง้า
าวขนาดเลก็ อยใู่ ตด้ นิ ส่วนทใี ชน้ าํ มาทํายาครงั นี คอื หวั ใตด้ นิ รสรอ้ นเมา สรรพคณุ แกโ้ รคเรอื น คดุ ทะราด
รดแก้ปวดขอ้ (รูมาตซิ มั ) แกก้ ามโรค แกพ้ ิษสัตวก์ ัดต่อย ขับผายลม
เนตวิธีการฆ่าฤทธิดองดึง นาํ ดองดึงไปล้างนาํ ให้สะอาด พักให้สะเด็ดนาํ นาํ ไปนึงด้วยไฟกลาง
ไทยเนืองจากขณะนึงจะมีไอนาํ เกิดขึนและพิษของดองดึงก็จะระเหยมากับไอนาํ นีด้วย ดังนัน จึงต้องห่อ
นฝาลังถึงด้วยผ้าขาวบาง เพือเปนการปองกันไม่ให้ไอนาํ หยดกลับลงไปทีดองดึง จากนันนาํ ไปอบ
แ์ ผดว้ ยความร้อนทอี ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส เปนเวลา ๑ ชวั โมง จึงนําไปใช้ปรงุ ยาได้
ารแพทย๔. ชาดกอ้ น เปนเภสัชวตั ถทุ จี ดั อยู่ในประเภทธาตวุ ตั ถุ มีลกั ษณะเปนผลึกแข็งสีแดง
วิธีการฆ่าฤทธิชาดก้อน ทําได้โดยบดชาดก้อนให้ละเอียดเปนผง จากนันให้เทใส่บนฝาละมี
นั กทีตังไฟไว้จนร้อน จากนันเติมนาํ มะกรูดลงไปให้ท่วมชาด รอจนแห้ง ทาํ ทังหมด ๓ ครัง ครังสุดท้าย
สถาบใหร้ อจนกระทงั ชาดแหง้ และกรอบดี นาํ ไปพักใหเ้ ย็นสนทิ แลว้ ขูดออก จงึ นําไปใชป้ รุงยาได้
๒๕
การสะตุสารส้ม
าววตั ถุส่วนประกอบ
รดสารส้มบดละเอยี ด ๑๕๐ กรัม
ยเนตการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดุอปุ กรณ์
ไท๑. เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณก์ ารสะตสุ ารส้ม
แ์ ผนหม้อดินเผา ขนาด ๖ นวิ๑ ใบ
ยไมพ้ าย (ขนาดใหเ้ หมาะสมกับหม้อดิน) ๑ อนั
ทเตาถา่ น
ารแพถ่านไม้ ๑ ใบ
กถาดสเตนเลส ๑ ถงุ
าบนัเครอื งชงั ดจิ ิตอล
๑ ใบ
๑ เครือง
าว๒. เตรยี มสารส้ม ใชค้ รกตาํ สารส้มก้อนให้ละเอียดเปนผง จากนนั นําไปชงั นาํ หนัก เตรยี มไว้
สถไม้เสียบลกู ชนิ สําหรบั เขยี สิงสกปรก ๑-๒ อัน
ตรดวิธีการทํา
เน๑. นาํ หมอ้ ดินเผาขนึ ตงั ไฟกลาง รอใหห้ ม้อร้อน
ไทย๒. นาํ สารส้มทเี ตรียมไว้แลว้ เทลงไปในหมอ้ ดินเผา พยายามเทใหก้ องรวมกันอย่ตู รงกลางหมอ้
นห้ามเขยี หรือคนสารส้ม และให้เปดฝาหมอ้ ไว้
แ์ ผ๓. เมอื เวลาผา่ นไปสักพักความรอ้ นจะทําให้สารส้มละลายเปนของเหลวและมีฟองฟูขนึ มา ในระหวา่ งนี
ยใหส้ ังเกตในหมอ้ ดวู า่ มเี ศษผงหรอื สิงสกปรกลอยขนึ มาหรอื ไม่ ถา้ มใี หใ้ ชไ้ มเ้ สียบลกู ชนิ ทาํ การเขยี
ทเศษสิงสกปรกนนั ออกไปใหห้ มด
ารแพ๔. ปล่อยใหส้ ารส้มในหม้อเดือดไปเรือยๆ จะพบวา่ สารส้มทลี ะลายเปนของเหลวเรมิ จบั ตวั กันเปนก้อน
อีกครงั ตามรปู ทรงของหม้อ ใหร้ อจนกระทงั สารส้มแห้งและขาวขนึ สังเกตฟองของสารส้มเรมิ นงิ
กไม่ขยับตัว เมือแหง้ ดแี ลว้ ใหย้ กลงจากเตา พักทงิ ไวใ้ นหมอ้ จนสารส้มเยน็ ตัวลง
าบนั๕. เมือเย็นลงแล้วใหแ้ กะสารส้มออกจากหม้อ จงึ นําไปใช้ปรงุ ยาต่อไป
สถ๑-๒ ๓
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔ ๕
๒๖
นนสาําํ หหาสนนรัักกกหถสล่อังนม้าสสสสบะะสถถตตุนัุาาะ๑๑บบต๑๕ก๑๐นนัั ุ กกากกรรัมรัมาาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๒๗
การสะตนุ าํ ประสานทอง
าววตั ถุส่วนประกอบ
รดนาํ ประสานทอง ๑๕ กรัม
เนตการเตรยี มเครอื งยาและวัสดุอปุ กรณ์
ไทย๑. เตรียมวัสดอุ ุปกรณก์ ารสะตสุ ารส้ม
นหมอ้ ดินเผา ขนาด ๖ นวิ
แ์ ผไม้พาย (ขนาดให้เหมาะสมกบั หม้อดิน)
ทยเตาถา่ น
ารแพถา่ นไม้
ถาดสเตนเลส
นั กเครืองชงั ดจิ ิตอล
าบไมเ้ สียบลกู ชนิ สําหรับเขียสิงสกปรก
๑ ใบ (หรอื หมอ้ สเตนเลส ๑ ใบ)
๑ อัน (หรือทัพพี ๑ อัน)
๑ ใบ
๑ ถงุ
๑ ใบ
๑ เครอื ง
๑-๒ อนั
สถ รดาววธิ ีการสะตนุ ําประสานทองสามารถใชห้ ม้อดนิ เผาหรือหม้อสเตนเลสในการสะตุ
ซงึ มวี ธิ ีการทําเหมอื นกัน ดังนี
เนต๑. นําหมอ้ ดนิ เผาหรอื หม้อสเตนเลสขนึ ตังไฟกลาง รอให้รอ้ น
ย๒ เทนาํ ประสานทองลงไปทีละน้อย ห้ามใส่ปริมาณมาก เนอื งจากนําประสานทองเมือถกู ความรอ้ น
ไทจะเกิดการพองตวั ขึนเปน ๗ เท่า
แ์ ผน๓. ใช้พายคนนําประสานทอง อย่าใหต้ ดิ ก้นหม้อ เมอื คนไปได้สักพักจะพบวา่ นาํ ประสานทองเริมพองตวั
มากขนึ กว่าเดิม มลี กั ษณะคล้ายเมด็ โฟม มสี ีขาวและมนี ําหนกั เบา ในการทําตอ้ งระมดั ระวงั เรอื ง
ทยการปลวิ และอย่าเขีย หรือแทงส่วนทพี องเพราะอาจจะประทไุ ด้ หากพบเศษผงหรือสิงสกปรกให้
ารแพใชไ้ ม้เขียผงออก คนจนกระทงั นําประสานทองสุกทัวกัน
๔. ตกั ใส่ถ้วยพักไว้ รอให้เย็น ควรตักอยา่ งระมดั ระวังเพราะอาจจะปลิวจนทาํ สูญเสียนําหนกั ของ
กเครืองยาได้ นําประสานทองทีสะตุเสร็จเรยี บร้อยแลว้ ให้นาํ ไปใส่ถุงหรือใส่ภาชนะปดให้สนทิ จงึ นาํ
าบนัไปใช้ปรงุ ยาต่อไป
สถ วธิ ีการสะตุนําประสานทองโดยใช้หม้อดนิ เผา
รดาว าว๑-๒ ๓
สถาบนั การแสพถทยาแ์บผนั นกไทายรเแนตพสทถายบแ์ นั ผกานรแไทพยทยเนแ์ ผตนรไทดยเนตรดาว๑-๒
วิธกี ารสะตนุ าํ ประสานทองโดยใชห้ ม้อสเตนเลส
๓
๒๘
นําประสานทองสะตุ รดาวนาํ หนักก่อนสะตุ ๑๕ กรัม
ตนาํ หนักหลังสะตุ ๗ กรัม
ยเนใช้เวลาโดยประมาณ ๓๐ นาที
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยเยนเตนรตดารวดาวหมายเหตุ
ทยรอใหห้ ม้อรอ้ นกอ่ นจงึ ใส่นาํ ประสานทองลงไปทําการสะตุ
ารแพใชไ้ ฟกลางตลอดการสะตุ
กรณที ําในปรมิ าณทีมาก ให้สะตุนาํ ประสานทองทีละน้อย เนืองจากนําประสานทองเมอื ถูกความร้อน
กจะเกิดการพองตัวหรอื ฟูขนึ ๗ เทา่ จากของเดมิ
าบนันําประสานทองทไี ดจ้ ะมลี กั ษณะคลา้ ยเมด็ โฟมสีขาว มีนาํ หนกั ทเี บาและเปราะงา่ ย
สถกรณตี ้องการความรวดเร็วในการสะตุ ให้ใช้หมอ้ สเตนเลสแทนหม้อดนิ เผา และใช้เตาแกส๊ ทําการสะตไุ ด้
จะใชเ้ วลาน้อยกวา่
๒๙
การสะตุดนิ สอพอง
าววัตถุส่วนประกอบ
รดดินสอพองก้อน นาํ หนักรวม ๑๕๐ กรมั
ยเนตการเตรียมเครอื งยาและวสั ดอุ ปุ กรณ์
ไท๑. เตรียมวัสดอุ ุปกรณก์ ารสะตสุ ารส้ม
แ์ ผนหมอ้ ดินเผาพรอ้ มฝาละมี ขนาด ๖ นวิ ๑ ใบ
ยไม้พาย (ขนาดให้เหมาะสมกับหมอ้ ดนิ ) ๑ อนั
ทเตาถ่าน
ารแพถา่ นไม้ ๑ ใบ
๑ ถุง
กถ้วย ๑ ใบ
าบนัทีคีบ ๑ อนั
รดาววิธกี ารทาํสถเครืองชงั ดจิ ิตอล ๑ เครือง
๑. นําดินสอพองใส่ลงไปในหม้อดินเผา โดยพยายามวางเรียงไม่ให้ซ้อนกัน เพือต้องการไล่ความชืน
เนตทีอยู่ในดินสอพองออกได้ดีขึน จากนันให้ปดฝาหม้อดินเผา นําหม้อทีมีดินสอพองไปขึนตังไฟ ใช้ไฟ
ยอ่อนในการสะตุ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชัวโมง
ไท๒. เมือครบเวลาแล้วให้เปดฝาหม้อขึน หยิบดินสอพองออกมาสังเกตดูว่าสุกดีหรือยัง ถ้ายังไม่สุกดี
นให้ปดฝา นําไปสะตุใหม่ ให้ทาํ การสะตุจนกว่าดินสอพองจะสุก
แ์ ผ๓. ดินสอพองทีสุก สังเกตได้จากเศษดินสอพองเม็ดเล็กๆ ทีเกาะติดรอบก้อนร่วนและหล่นจากก้อน
ยดินสอพองไปอยู่ก้นหม้อ รวมทังสีของก้อนดินสอพองเริมเปลียนจากสีขาวเปนสีขาวนวล
ารแพท๑ ๒
สถาบนั ากรแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว รดาว๓ ดนิ สอพองสะตุ
ดินสอพองทยี งั ไม่ได้สะตุ
สถาบนั ก นั การแพทยแ์ ผานรแไทพทยยเแ์นผตนไทยเนตรดาววธิ กี ารสะตุดนิ สอพองชนิดผง
๑
๑. นาํ ดินสอพองไปชงั นาํ หนกั จากนนั ใหเ้ ทใส่
กหม้อสเตนเลส
สถาบ าบนั๒. นาํ ไปควั ดว้ ยไฟอ่อนจนดนิ สอพองแห้ง
สถ๓. นาํ ไปเทใส่ถาด เกลียให้ทวั ถาด ผงึ ไว้ใหเ้ ย็น
๒๓
นําไปบรรจุใส่ถุง เพือเตรียมนาํ ไปใช้ปรงุ ยาตอ่ ไป
๓๐
ดินสอพองสะตุ รดาวนาํ หนักก่อนสะตุ ๑๕๐ กรัม
ตนาํ หนักหลังสะตุ ๑๕๓ กรัม
ยเนใช้เวลาโดยประมาณ ๑๕๐ นาที
สถาสบถนัาบกนั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยเยนเตนรตดารวดาวหมายเหตุ
าบนัไม่ต้องรอให้หม้อร้อน ให้ใช้ไฟอ่อนในการสะตุ
สถการสะตุดินสอพองแบบผง ต้องใช้หม้อดิน หรือหม้อสเตนเลส ไม่ควรใช้วัสดุทีเปนอลูมิเนียม
๓๑
การสะตุมหาหงิ คุ์
าววตั ถุส่วนประกอบ
รดมหาหิงคุ์
เนตกะเพราแดง
๒ กิโลกรัม
ไทยนาํ สะอาด
๒ กิโลกรัม
๘ ลิตร
แ์ ผนวิธีการเตรียมมหาหงิ คุ์
ยวัสดอุ ปุ กรณ์
ารแพท๑. มดี
๒. เขยี ง
นั ก๓. กะละมงั สเตนเลส
วิธีทํา
หนั มหาหิงคใ์ุ ห้เปนลูกเตา๋
ขนาด ๑ X ๑ เซนตเิ มตร ใส่กะละมัง เตรยี มไว้
สถาบ าววธิ กี ารเตรียมนาํ ใบกะเพราเพือนําไปลา้ งมหาหิงค์ุ
รดวสั ดุอปุ กรณ์
เนต๑. หมอ้ ตม้ นาํ วธิ ที าํ
ย๒. กะละมงั พลาสตกิ
๑. เทนาํ สะอาดใส่หมอ้ ตม้ นาํ ให้เดอื ด เตรียมไว้
ไท๓. ตะกรา้
๒. ล้างใบกะเพราให้สะอาด พักไวบ้ นตะกรา้ ให้สะเด็ดนาํ จากนนั นาํ มา
น๔. กะละมงั สเตนเลส
เด็ดเลอื กเฉพาะใบใส่กะละมงั
แ์ ผ๕. ครก
๓. ใชค้ รกตาํ ใบกะเพราใหแ้ หลก ใส่กะละมังสเตนเลสอีกใบหนงึ
ย๖. เตาถ่านหรอื เตาแกส๊
๔. ใช้เหยือกตวงนาํ หรือกระบวยตักนาํ รอ้ นเดือดจดั ประมาณ ๑ ลิตร
ารแพท๗. ถงุ มือยางทนความร้อน
เทลงในกะละมงั ใบกะเพราใน ขอ้ ๓ จากนนั ใหใ้ ส่ถงุ มอื ซอ้ นกนั ๒-๓ คู่
แลว้ ใชม้ อื นวดใบกะเพรากบั นาํ รอ้ นบบี ใหน้ าํ มนั หอมระเหยของใบกะเพรา
ก๙. ทัพพี ออกมาใหม้ ากทีสุด นวดจนกระทงั ไดน้ าํ สีเขียวเขม้ ใช้เวลานวด
๘. เหยือกตวงนาํ สเตนเลส
นั๑๐. กระบวย
าบ๑๑. กระชอนตาถี ประมาณ ๓-๕ นาที
๕. ยกหม้อทตี ม้ นาํ ร้อนลงจากเตา เทนาํ ใบกะเพราในข้อ ๔ ลงไปในหมอ้
สถ สเตนเลสอกี ใบ นาํ นาํ กะเพราทีไดไ้ ปใช้ลา้ งมหาหิงค์ุ
ใช้พายหรอื ทัพพีคนผสมให้เขา้ กนั กรองนาํ ใบกะเพราใส่กะละมัง
าว๑ ๒
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรด๔ ๕ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๓
๓๒
การสะตุมหาหิงคุ์ (ต่อ)
รดาวขนั ตอนการสะตุมหาหงิ คุ์
ตวสั ดอุ ุปกรณ์
ยเน๑. ชามสเตนเลส
นไท๒. ทพั พี
แ์ ผ๓. กระบวย
ทย๔. ถาดสเตนเลส
สถาบนั การแพ ไทยเนตรดาว๕. เกรยี ง
วธิ ที าํ
๑. ตกั มหาหงิ คุ์ ประมาณ ๑-๒ ทพั พี ใส่ลงไปในชามสเตนเลส ตกั นาํ กะเพรา
ใส่ลงไปให้ท่วมมหาหิงค์ุ จากนันใช้ทัพพีคนมหาหิงค์ุกับนาํ กะเพรา
ให้ทวั ทกุ กอ้ น เมือลา้ งเสร็จให้เทนาํ ลา้ งมหาหิงคุ์ทงิ ไป
๒. ตักนาํ กะเพราลงไปในชามสเตนเลสใบเดิมลา้ งมหาหิงค์ ทาํ เช่นนไี ป
จนครบ ๗ ครงั จะสังเกตเหน็ ว่ามผี งแปงและสิงสกปรก ปนออกมา
กับนาํ ดว้ ย เมอื ลา้ งครบ ๗ ครงั แล้วพบว่ากอ้ นมหาหิงคุ์มขี นาดเล็ก
ลงและสะอาดขนึ
๓. นาํ มหาหงิ คุ์ทีล้างเสรจ็ ไปวางบนถาดสเตนเลส ผงึ ไวส้ ักพักจน
มหาหงิ ค์แุ หง้ จากนนั ให้กลับมหาหงิ ค์ุอีกดา้ นขนึ เพือใหแ้ ห้งทวั กัน
แล้วผงึ ทงิ ไว้ ๑ คืน
๔. เมอื ผงึ จนแหง้ แล้ว ใหใ้ ช้เกรียงคอ่ ยๆ แซะออกจากถาด ถ้าติดกนั
ให้ใชม้ ือคอ่ ยๆ บใี หแ้ ยกออกจากกนั เปนกอ้ นๆ จึงนําไปจัดเกบ็
เพือเตรยี มไว้ใช้ปรุงยาตอ่ ไป
แ์ ผน๑-๒
สสถถาสาบบถนันัาบกกนัาารกรแาแพรแทพพยททแ์ ยยผแ์นผไทนยไทเนยตเนรดตารวดาว๓ ๔
๓๓
การสะตเุ หล็ก
าววัตถุส่วนประกอบ
รดผงเหลก็ ๑๕ กรัม
เนตนาํ มะนาว ๘ ช้อนโต๊ะ
ไทยการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดุอปุ กรณ์
แ์ ผน๑. เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์
ยฝาละมี ขนาด ๖ นวิ
ทเตาถ่าน ๑ ใบ
ารแพถา่ นไม้
๑ ใบ
กเครืองชงั ดจิ ติ อล ๑ ถุง
าบนัไม้เสียบลกู ชนิ หรอื ไมข้ นาดเล็ก ๑ อัน
๑ เครอื ง
าวจากนนั นาํ ไปชงั นาํ หนักใส่ถงุ เตรียมไว้
สถ๒. เตรยี มผงเหล็ก ใช้ครกตําเหล็กใหล้ ะเอยี ด นําไปรอ่ นด้วยกระชอนตาถีจนได้เปนผงเหลก็
รดวธิ กี ารทํา
เนต๑. หงายฝาละมีขนึ นําไปวางบนเตาถา่ น รอจนกระทงั ฝารอ้ น ใช้ไฟกลางในการสะตุ
ย๒. เทผงเหล็กทีเตรียมไว้ลงบนกลางฝาละมี
ไท๓. ตกั นาํ มะนาว ๑ ช้อนโต๊ะ เทลงไปให้ท่วมผงเหลก็
แ์ ผน๔. ใช้ไมช้ ่วยเขียผงเหลก็ และนาํ มะนาวใหเ้ ขา้ กันทงั หมด
๕. เมือผงเหล็กและนาํ มะนาวเข้ากันดี สักพักจะมฟี องอากาศเกดิ ขนึ ใหร้ อจนกระทงั ฟองยบุ ตวั ลง
ทยและผงเหลก็ แหง้ ดี นับเปนครงั ที ๑
ารแพ๖. จากนนั ให้ตกั นาํ มะนาวลงไปเพิม โดยเทให้ทวั ผงเหล็ก ซงึ ครงั นไี มต่ ้องชว่ ยเขยี แต่ปล่อย
ใหน้ าํ มะนาวกับผงเหลก็ แหง้ ไปพรอ้ มกัน นับเปนครงั ที ๒
ก๗. ใหท้ าํ ตามขอ้ ที ๖ อกี ๕ หรือ ๖ ครงั รวมทงั หมดจะต้องใส่นาํ มะนาว ๗ หรือ ๘ ครงั
าบนั๘. เมือครบ ๗ หรอื ๘ ครงั แลว้ ในครงั สุดทา้ ยใหร้ อจนกระทงั ผงเหลก็ แหง้ และกรอบดี ยกฝาละมีลง
จากเตาพักไวใ้ ห้เยน็ จากนนั ให้ขดู ผงเหล็กออกจากฝา นาํ ไปจดั เกบ็ เพือใชป้ รุงยาต่อไป
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวสถาบนั กา๕๑ร-แ๒พทยแ์ ผนไทยเนตร๓๖ดาว
๔
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
๔ ๓๔
นนเใชหาําํ ้เหหวสนนลลัักกาโกหถ็กดล่อยังนสาสสปสสรบะะะถถะตตตมุนัุาา๑า๑ณบบ๔ุ๕กกนนััก๓รรา๐ัมกกัมรนาาาแทรรี แแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๓๕
การสะตยุ าดํา
าววัตถสุ ่วนประกอบ
รดยาดาํ บดละเอียด ๑๐๐ กรัม
เนตนาํ สะอาด
ไทยการเตรยี มเครอื งยาและวสั ดอุ ุปกรณ์
ประมาณ ๕ ช้อนชา
แ์ ผน๑. เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์
ยกระทะเหลก็
ทตะหลิว ๑ ใบ
ารแพเตาถ่าน
๑ อนั
กถ่านไม้ ๑ ใบ
าบนัเครอื งชงั ดจิ ติ อล
๑ ถุง
สถ าวกะละมงั สเตนเลส ๑ อนั
๑ ใบ
ตรดวิธกี ารทาํ
เน๑. นํากระทะเหล็กขนึ ตงั ไฟกลางคอ่ นไปทางแรง รอให้กระทะรอ้ น
ย๒. เมอื กระทะรอ้ นไดท้ ใี หเ้ ทยาดําลงไปกลางกระทะ จากนนั เทนาํ ตามลงไปเลก็ นอ้ ย โดยเทใหอ้ ยตู่ รง
นไทกลางยาดาํ
แ์ ผ๓. กลงิ กระทะไปมาเพือใหน้ าํ ซึมเข้าไปชว่ ยละลายยาดําจนหมด
ย๔. ตงั กระทะไว้บนเตาสักครู่ จะมีควนั สีเหลืองลอยออกมาจํานวนมาก และเมือผ่านไปอีกสักพัก
ทควนั สีเหลอื งจะกลายเปนสีขาวและคอ่ ยๆ จางลงและหมดไป เมอื ควนั หมดแล้วใหต้ งั กระทะจน
ารแพกระทงั ยาดําแห้ง กรอบ และร่อนเปนแผ่นได้
๕. ยกกระทะลง ใชต้ ะหลวิ แซะยาดาํ ออกจากกระทะใส่กะละมงั สเตนเลสไว้ รอให้เยน็ ตวั ลง
กนาํ ไปจัดเกบ็ เพือนําไปใช้ปรงุ ยาต่อไป
๒. เตรยี มยาดํา ใชค้ รกตํายาดาํ ให้ละเอียด จากนนั นาํ ไปชงั นาํ หนักใส่ถุงเตรยี มไว้
าบนั๑ ๒
สถ แ์ ผนไทยเนตรดาว๓ ๔
สถาบนั การแพทยหมายเหตุ: ผู้ทําการสะตุยาดาํ ควรยืนอยู่เหนือลม เพราะหากสูดดม อาจทําให้เกิดอาการแพ้ได้๕
เมือสะตุยาดําเสร็จแล้วต้องล้างมือและภาชนะให้สะอาด ถ้าสัมผัสแล้วนาํ เข้าปากอาจทําให้ท้องเสียได้
๓๖
ยาดสาํ ถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยยเเยนนาเดตตนาํ รรสตดดะาารตววดุ าว
๓๗
การสะตรุ งทอง โดยใชใ้ บข่า
าววัตถสุ ่วนประกอบ
รดรงทองบดละเอียด ๑๐๐ กรัม ๑. เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์
การเตรยี มเครอื งยาและวัสดอุ ุปกรณ์
เนตนาํ มะนาว
ไทยใบข่า ๗ ใบ
๑ ช้อนโต๊ะ ตะแกรงสําหรับยา่ ง ๑ อนั
๑ ใบ
เตาถ่าน ๑ ถุง
นถ่านไม้
แ์ ผไมเ้ สียบลกู ชนิ
ยถาดสเตนเลส ๒–๓ อัน
ารแพททคี ีบ ๑ อัน
๑ ใบ
นั ก เตรยี มไว้
๒. เตรยี มรงทอง ใชค้ รกตํารงทองใหล้ ะเอยี ด จากนนั นาํ ไปชงั นาํ หนกั
าบ ๓. เตรียมใบขา่ ใช้ใบข่าสด เลอื กใบมลี กั ษณะสมบูรณ์ ใบใหญ่
สถ รดาววิธกี ารทาํ
ใบยาว ไมแ่ หง้ ไมแ่ ตก และไม่มีรู
เนตโดยให้ใบใหญ่สุดอยู่ชันนอก จากนันพับใบข่าให้เปนรูปกรวย
๑. นาํ ใบข่าใบทัง ๗ ใบ มาวางเรียงซ้อนต่อๆ กัน ให้ใบวางไปในทิศทางเดียวกัน อย่าให้สันใบทับกัน
ย๒. ตักรงทองทีเตรียมไว้ใส่ลงไป ตามด้วยนาํ มะนาว
ไท๓. พับปลายใบขา่ ลงมาปดรงทอง จากนนั ใชไ้ มเ้ สียบลกู ชนิ เสียบใบขา่ ยดึ ไวไ้ มใ่ หห้ ลดุ อยา่ เสียบจนทะลุ
แ์ ผนจะทําให้รงทองไหลออกมาได้
ทย๕. ดึงไม้เสียบลูกชินออก ให้สังเกตไม้ทีดึงออกมาถ้าเห็นรงทองมีลักษณะเปนยางยืดเหนียวติดออก
๔. นาํ ไปย่างด้วยไฟอ่อน พลิกกลับไปมาจนสุกกรอบดี
ารแพมากับไม้และสีรงทองทีได้เปนสีเหลืองอมส้มเข้ม แสดงว่าใช้ได้ ถ้าใช้ไม่ได้ให้นาํ ไม้เสียบกลับไป
ก๖. เมือสะตุรงทองเสร็จแล้ว ให้แกะใบข่าชันนอกออกให้เหลือแต่ใบชันในเพียงใบเดียว และให้นาํ ไป
ใหม่และนาํ กลับไปย่างใหม่อีกครัง
าบนัตากแดดจัด จนรงทองแห้ง ใช้เวลาตากแดดประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ เมือแห้งแล้วให้แกะใส่ภาชนะ
สถนําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ปรุงยาต่อไป
๑๒สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๓ สถาบนั ก๔ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
๓๘
นนราําํ งหหสนนทัักกกหถอล่อังนาสสงสสบะะถถสตตุนัุาา๓ะ๑บบ๐๗ตก๐นนัั กุการกกรัมรัมาาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๓๙
การสะตรุ งทอง โดยใช้ใบบวั
าววตั ถุส่วนประกอบ
รดรงทองบดละเอียด ๓๐๐ กรัม ๑. เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์
การเตรียมเครอื งยาและวัสดุอปุ กรณ์
เนตนาํ มะนาว
ไทยใบบัว
๓ ช้อนโต๊ะ ตะแกรงสําหรับยา่ ง ๑ อนั
๑ ใบ
เตาถา่ น ๑ ถงุ
๗ ใบ นถ่านไม้
แ์ ผไมเ้ สียบลกู ชนิ
ยถาดสเตนเลส ๒–๓ อนั
ารแพททคี บี ๑ อนั
๑ ใบ
นั ก เตรยี มไว้
๒. เตรยี มรงทอง ใชค้ รกตาํ รงทองใหล้ ะเอยี ด จากนนั นาํ ไปชงั นาํ หนกั
าบ ๓. เตรยี มใบบัว ใช้ใบบวั สด เลือกใบมีลักษณะสมบูรณ์ ใบใหญ่
สถ าววิธีการทํา
รด๑. นําใบบัวทัง ๗ ใบ มาวางเรียงซ้อนต่อๆ โดยให้ใบใหญ่สุดอยู่ชันนอก
ไมแ่ ห้ง ไม่แตก และไม่มีรู กอ่ นใชใ้ ห้ตัดก้านออกใหช้ ดิ ใบ
เนต๒. ตักรงทองทีเตรียมไว้ใส่ลงไป ตามด้วยนาํ มะนาว
ย๓. ห่อใบบัว โดยพับทัง ๔ ด้านเข้าหากัน คือ ซ้าย ขวา ล่าง และบน พับให้เปนรูปสีเหลียม จากนัน
ไทใช้ไม้เสียบลูกชินแทงด้านซ้ายและขวา ยึดไว้อย่าให้ทะลุไปอีกด้านจะทาํ ให้รงทองไหลออกมาได้
น๔. นําไปย่างด้วยไฟอ่อน พลิกกลับไปมาจนสุกกรอบดี
แ์ ผ๕. ดึงไม้เสียบลูกชินออก ให้สังเกตไม้ทีดึงออกมาถ้าเห็นรงทองมีลักษณะเปนยางยืดเหนียวติดออก
ยมากับไม้และสีรงทองทีได้เปนสีเหลืองอมส้มเข้ม แสดงว่าใช้ได้ ถ้าใช้ไม่ได้ให้นาํ ไม้เสียบกลับไป
ารแพทใหม่และนาํ กลับไปย่างใหม่อีกครัง
กตากแดดจัด จนรงทองแห้ง ใช้เวลาตากแดดประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ เมือแห้งแล้วให้แกะใส่ภาชนะ
๖. เมือสะตุรงทองเสร็จแล้ว ให้แกะใบบัวชันนอกออกให้เหลือแต่ใบชันในเพียงใบเดียว และให้นําไป
นันําไปจัดเก็บเพือนําไปใช้ปรุงยาต่อไป
สถาบ๑-๒ ๓
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔
๔๐
นนราําํ งหหสนนทัักกกหถอล่อังนาสสงสสบะะถถสตตุนัุาา๒ะ๓บบ๑ต๐ก๖๐นนัั ุกกากกรรรัมัมาาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๔๑
การฆา่ ฤทธเิ มล็ดในสลอด
าววัตถสุ ่วนประกอบ
รดเมล็ดในสลอด
การเตรียมเครอื งยาและวัสดอุ ุปกรณ์
เนตนาํ สะอาด ๕-๑๐ ลิตร
๑. เตรยี มวัสดุอุปกรณ์
ไทยเกลือ
ผา้ ขาวบาง ขนาด ๑๒ X ๑๒ ซม. ๑ ผนื
สถาบนั การแพทยแ์ ผน รดาวข้าวเปลือก
๑ ช้อนโต๊ะ เชือกฝาย ๕๐ ซม. ๑ เส้น
๑ หยิบมือ
เตาถา่ น ๑ ใบ
ถา่ นไม้ ๑ ถุง
หมอ้ ตม้ สลอด ๑ ใบ
กะละมัง ๑ ใบ
กระชอน ๑ อนั
ถาดสเตนเลส ๑ ใบ
สิงของทมี นี าํ หนัก เชน่ เขียงหรอื ครก
๒. เตรยี มเมล็ดสลอด ทบุ เมล็ดสลอดใหแ้ ตก คัดเลอื กเฉพาะ
ยเนตวธิ กี ารทาํ
ไท๑. เทนาํ สะอาดใส่ลงไปในหมอ้ นาํ ขนึ ตงั ไฟ ตม้ นาํ ดว้ ยไฟแรงจนนาํ เดือด จากนนั ใหห้ รเี ปนไฟกลางเนอื ในเมลด็ จากนนั นาํ ไปชงั นาํ หนักใส่ถงุ เตรยี มไว้
น๒. หอ่ ขา้ วเปลอื กและเกลอื ดว้ ยผา้ ขาวบาง โดยใหก้ างผา้ ขาวบางออก วางขา้ วเปลอื กและเกลอื บนผา้
แ์ ผจากนนั ใหม้ ดั ผา้ ขาวบางใหแ้ นน่ โดยใหจ้ บั มมุ ทงั ๔ รวบเขา้ หากนั เหลอื พืนทไี วพ้ อประมาณ
ยเพือใหม้ พี ืนทสี ําหรบั ขา้ วเปลอื กทสี ุกและบานออก มดั ผา้ ขาวบางดว้ ยเชอื กลกั ษณะเปนเงอื นกระตกุ
ารแพทเพือความสะดวกในการแกะดเู มลด็ ขา้ ว และปลอ่ ยปลายเชอื กใหม้ คี วามยาวพอสมควร
๓. เมอื นาํ เดอื ดแลว้ ใหเ้ ทเมลด็ ในสลอดทงั หมดลงไปในหมอ้ นําผา้ ทหี อ่ ในขอ้ ๒ ใส่ตามลงไป โดยใหผ้ กู
กเชอื กไวก้ บั หหู มอ้
นั๔. ตม้ ดว้ ยไฟกลาง ประมาณ ๒-๓ ชวั โมงหรอื จนกระทงั ขา้ วเปลอื กบานจงึ จะใชไ้ ด้ ระหวา่ งรอใหห้ มนั
าบสังเกตนาํ ในหมอ้ อยา่ ใหน้ าํ แหง้ ถา้ นาํ แหง้ สามารถเตมิ นาํ ลงไปเพิมได้ สิงทตี อ้ งระวงั อกี หนงึ อยา่ ง
สถคอื หา้ มสูดดมไอนาํ เพราะไอนาํ ของเมลด็ ในสลอดยงั คงมฤี ทธอิ ยู่ เมอื สูดดมจะทาํ ใหเ้ กดิ อาการ
าวปวดมวนในทอ้ งได้
รด๕. เมอื ขา้ วเปลอื กบานแลว้ ใหย้ กหมอ้ ลง กรองเมลด็ ในสลอดใส่กะละมงั นําไปลา้ งนาํ สะอาด ใชม้ อื ซาว
ตเมลด็ ในสลอดแลว้ เทนาํ ทงิ ลา้ งนาํ เชน่ ประมาณ ๓ ครงั จงึ นาํ ไปวางผงึ บดถาด
ยเน๖. รดี นาํ มนั สลอดออกโดยใชว้ ธิ กี ารนําของหนกั ไปทบั มวี ธิ ที าํ ดงั นี
ไทนาํ กระดาษซบั มนั วางบนถาด นําเมลด็ ในสลอดวางเรยี งบนกระดาษซบั มนั
แ์ ผนนาํ กระดาษวางทบั เมลด็ ในสลอดอกี ชนั หนงึ
ยนําถาดมาวางทบั บนกระดาษ จากนนั ใหน้ ําของหนกั มาวางทบั เชน่ เขยี งหรอื ครก ใหท้ บั ทงิ ไว้ ๑ คนื
ารแพท๗. เมอื เมลด็ ในสลอดถกู รดี นาํ มนั ออกมาจนหมดและแหง้ ดแี ลว้ จงึ นาํ ไปเกบ็ ในถงุ หรอื ภาชนะปดสนทิ
สถาบนั กเพือนาํ ไปใชป้ รงุ ยาตอ่ ไป
๔๒