สบื สาน ตอ ยอด
สกาูกราบรพริหัฒารนจาดั ธกุรากริจนช้ำมุ อชยนา งย่ังยืน
โครงการบรห� ารจดั การนำ้ อยางย�ังยนื
อา งเกบ็ น้ำหว ยคลา ยอันเนื่องมาจากพระราชดำร�
ตำบลกดุ หมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จงั หวัดอดุ รธานี
ท่ปี รึกษา : นายการณั ย์ ศภุ กจิ วิเลขการ
: ศาสตราจาย์ ดร.ชาตชิ าย ณ เชียงใหม่
บรรณาธกิ าร : นางสาวหทยั รัตน ์ พ่วงเชย
: นายวรากร วงศ์สิทธ์ิ
ผ้เู รยี บเรยี ง : นางวราลักษณ์ ไชยทพั
ประสานงาน : นายประหยดั ห่อทรพั ย์
พิสูจนอ์ ักษร : นางสาวไพเราะ บุญสุข
จดั พิมพโ์ ดย : ฝา่ ยจัดการความรู้
สถาบนั สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมปดิ ทองหลงั พระสบื สานแนวพระราชดำ� ร ิ
อาคารสยามทาวเวอร์ ชนั้ 26 เลขท่ี 989 ถนนพระราม 1 ปทมุ วนั
กรงุ เทพฯ 10330 โทรศัพท์ 02-6115000 โทรสาร 02-6581413
เวบ็ ไซต์ www.pidthong.org
Facebook : มลู นิธปิ ิดทองหลงั พระสืบสานแนวพระราชด�ำริ
ขอบคุณ : ราษฎรบา้ นโคกล่าม และบ้านแสงอรา่ ม ต.กุดหมากไฟ
อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
: เจา้ หนา้ ที่ และ อาสาสมคั รพฒั นาหมบู่ า้ น (อสพ.) สำ� นกั งานโครงการบรหิ าร
จัดการนำ้� อย่างยั่งยนื อา่ งเก็บนำ้� ห้วยคล้ายอันเน่อื งมาจากพระราชด�ำริ
อ.หนองวัวซอ จ.อดุ รธานี
: มูลนธิ ิแมฟ่ ้าหลวงในพระบรมราชปู ถัมภ์ ที่ให้การสนับสนนุ ด้านการเตรียม
ความพรอ้ มของผู้น�ำและชุมชนบา้ นโคกล่าม บ้านแสงอรา่ ม
อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี
พิมพค์ ร้ังที่ 1 : กันยายน 2563
จ�ำนวนพิมพ์ : 500 เล่ม
พมิ พ์ท่ี : บริษัท บุญศิริการพิมพ์ จ�ำกดั
โทร. 02 941 6650 - 1
เกรนิ่ น�ำ
โครงการบรหิ ารจดั การนำ้� อยา่ งยง่ั ยนื อา่ งเกบ็ นำ้� หว้ ยคลา้ ย อนั เนอื่ ง
มาจากพระราชด�ำริ ต�ำบลกุดหมากไฟ อ�ำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
เป็นพน้ื ท่ีต้นแบบแห่งท่ีสองของมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชด�ำริ
หลังจากทีด่ ำ� เนินการในพืน้ ที่ต้นแบบแห่งแรกท่จี งั หวดั นา่ นได้ 1 ปี 9 เดอื น ผา่ น
กจิ กรรมการพฒั นาตา่ ง ๆ เชน่ การทำ� ฝาย ระบบน�้ำเข้าพืน้ ที่ทำ� กิน ส่งเสริมการ
ท�ำเกษตรทฤษฎีใหม่ ท�ำให้ชาวบ้านมีข้าวพอกิน ลดค่าใช้จ่าย มีรายได้เพมิ่ ข้นึ
มคี วามม่นั ใจวา่ จะพง่ึ ตนเองได้ และปลดหนไี้ ดใ้ นอนาคต มลู นธิ ปิ ดิ ทองหลงั พระฯ
จงึ ไดข้ ยายผลไปในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื โดยเลอื กพื้นทอ่ี า่ งเกบ็ นำ�้ หว้ ยคลา้ ย
อนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธานี โดยมีแนวคดิ วา่ ต้องการ
ขยายผลจากพนื้ ทตี่ น้ แบบจงั หวดั นา่ น สกู่ ารพฒั นารปู แบบใหม่ กลา่ วคอื ทำ� เลก็
ประหยดั เกดิ การขยายผลเรว็ ในวงกวา้ งและไดป้ ระโยชนส์ งู สุดตรงกับประชาชน
โดยสถาบนั สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมปดิ ทองหลงั พระสบื สานแนวพระราชดำ� ริ
ท�ำหน้าท่ีในการประสานให้เกิดการบูรณาการท�ำงานร่วมกันของหน่วยงาน
สบื สานแนวพระราชดำ� ริ หนว่ ยงานภาครฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน สถาบนั
การศกึ ษา ภาคประชาสังคม และ ภาคชมุ ชน เพอื่ เป็นต้นแบบการพฒั นาโดยน�ำ
แนวพระราชด�ำรไิ ปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ สามารถพัฒนาเป็น
แหลง่ เรียนรู้ให้แกป่ ระชาชนทง้ั ในระดบั ชุมชน จังหวัด และประเทศตอ่ ไป
อ่างเก็บน้�ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ เป็นโครงการท่ี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็น
โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริ เมอื่ วนั ที่ 22 ธนั วาคม 2546 และไดป้ รบั ปรงุ
แลว้ เสรจ็ ในปี พ.ศ. 2551 แตย่ งั ไมส่ ามารถใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งเตม็ ประสทิ ธภิ าพ
เนอ่ื งจากยงั ไมม่ รี ะบบสง่ นำ้� และระบบการบรหิ ารจดั การนำ้� เขา้ สทู่ น่ี าของชาวบา้ น
นอกจากน้ีล�ำห้วยอยู่ต่�ำกว่าแปลงนาของชาวบ้าน ดังน้นั ชาวบ้านจงึ น�ำน้�ำเข้านา
โดยขุดคลองขนาดเล็ก และท�ำฝายกนั้ น้�ำยกระดับน�้ำให้สูงขนึ้ ให้น้�ำไหลเข้านา
ตัวเองหรือใช้วธิ ีสูบน้�ำขนึ้ มาใช้ แต่วิธีการจัดการน�้ำดังกล่าวไม่สามารถน�ำมาใช้
ในชว่ งฤดแู ล้งได้ เพราะไมม่ ีน้ำ� ฝนและนำ้� ทไี่ หลจากลำ� หว้ ยมาสู่อ่าง ทำ� ใหช้ าวบา้ น
สามารถท�ำนาได้เพยี งครั้งเดียว เน่อื งจากระบบนำ้� ไมเ่ พียงพอ ดังนน้ั หากไม่เรง่
ดำ� เนนิ การปรบั ปรงุ การเพิ่มประสทิ ธภิ าพการใชป้ ระโยชนจ์ ากอา่ งเกบ็ นำ�้ จะทำ� ให้
ไม่ได้ผลผลิตทางการเกษตรในปรมิ าณท่ีเพยี งพอหรอื ไม่มีคุณภาพ สูญเสีย
รายได้จากการผลิตท้ังพชื ก่อนนาและหลังนา ส่งผลกระทบต่อปัญหาหน้ีสิน
จนกระทัง่ ต้องอพยพแรงงานออกนอกพ้ืนท่ี
2 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การนำ�้ อยา่ งยั่งยนื ส่กู ารพัฒนาธุรกิจชมุ ขน
มลู นธิ ปิ ดิ ทองหลงั พระฯ ซ่ึงตอ่ ไปในเอกสารฉบบั นจี้ ะเรยี กวา่ โครงการ
ปิดทองหลังพระฯ ตามท่ีประชาชนในพน้ื ท่ีต้นแบบเรียก จงึ ได้วางวัตถุประสงค์
เพ่ือแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชวี ิตของชุมชนท้องถ่นิ โดย
น�ำองค์ความรู้ตามแนวพระราชด�ำรไิ ปปรับใช้อย่างสอดคล้องเหมาะสมกับภูมิ
สังคม เพอื่ สร้างงานและอาชีพให้กับประชาชน ควบคู่กับการฟื้นฟูและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างพ้นื ที่ต้นแบบแก้ไขปัญหา
แบบบูรณาการตามแนวทางพระราชด�ำริ ให้เป็นแหล่งเรยี นรู้ระดับจังหวัด ภาค
และ ประเทศ
เอกสารชุดน้ี เป็นการสรุปประสบการณ์องค์ความรู้ และผลจาก
การด�ำเนินงานท่ีผ่านมาของโครงการบรหิ ารจัดการน้�ำอย่างยงั่ ยืนอ่างเก็บน้�ำ
ห้วยคล้ายฯ ผ่านการด�ำเนินงานสนับสนุนของมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสาน
แนวพระราชด�ำริ ในหมู่บ้านท่ีรับประโยชน์จากโครงการ 2 หมู่บ้าน คือ บ้าน
โคกลา่ มและบา้ นแสงอร่าม ซ่ึงมีประเด็นหลกั การพฒั นา คือ ยกระดับคณุ ภาพ
ชวี ติ ของประชาชนให้สามารถพ่ึงพาตนเองได้อย่างยัง่ ยนื โดยการบริหารจัดการ
แหล่งน�้ำขนาดเล็ก อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำรใิ ห้เกิดประโยชน์สูงสุด (Fully
used) เพือ่ สรา้ งอาชีพ สรา้ งรายได้ และแกไ้ ขปญั หาดา้ นสงั คม แรงงานพลดั ถ่ิน
ใหก้ ลบั สูช่ มุ ชน พร้อมพัฒนาเป็นหอ้ งเรยี นปฏิบัตกิ ารทางสงั คม (Social Lab)
ในการเรยี นรู้และฝึกปฏิบัติให้กับทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ต้งั แต่กระบวนการ
สรา้ งความเขา้ ใจ เขา้ ถึง และการพฒั นา
สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การนำ้� อย่างยง่ั ยืนสูก่ ารพฒั นาธรุ กิจชุมขน 3
สารบัญ 1
6
เกร่ินน�ำ
1. น้อมน�ำแนวพระราชด�ำรดิ ้านการบริหารจดั การน้�ำ 12
อา่ งเกบ็ นำ้� หว้ ยคล้ายจงึ นำ� ประโยชน์สูช่ ุมชน
2. ชุมชนเป็นฐานหลัก รว่ มระดมพลัง 48
นอ้ มนำ� แนวทางการจดั การน�ำ้ ชุมชน
3. น้ำ� เพียงพอ เสริมต่ออาชีพ 58
ส่กู ารพัฒนาระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชน
4. ขบั เคลื่อนบันไดข้ันทสี่ าม การเชอ่ื มโยงสู่ภายนอก 62
เสริมตอ่ ธรุ กจิ ชมุ ชน 71
5. สิง่ ท่ที �ำยงั ต้องสานต่อ ตามรอยพ่อ สู่การพฒั นาท่ยี ่ังยนื
6. สรุป สง่ ทา้ ย
1.
น้อมน�ำแนวพระราชด�ำรดิ ้าน
การบริหารจัดการน้�ำ
อา่ งเก็บนำ�้ ห้วยคล้าย
จึงน�ำประโยชนส์ ู่ชมุ ชน
6 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อย่างยง่ั ยืนสูก่ ารพฒั นาธรุ กจิ ชุมขน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรม-
นาถบพิตร (รัชกาลท่ี 9) ทรงพระราชทานแนวพระราชด�ำริในการพัฒนาแหล่งน้�ำ
ผิวดินให้แก่หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ให้ด�ำเนินการแก้ไขปัญหา
การขาดแคลนนำ�้ งานอา่ งเกบ็ นำ้� ซงึ่ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของแนวพระราชดำ� รใิ นการบรหิ าร
จดั การน้�ำเพือ่ แกไ้ ขปัญหาการขาดแคลนน้ำ�
อา่ งเกบ็ นำ้� เกดิ จากการสรา้ งเขอื่ นปดิ กนั้ ระหวา่ งหบุ เขาหรอื เนนิ สงู เพอ่ื กกั เกบ็ นำ้�
ที่ไหลลงมาจากรอ่ งนำ้� ลำ� ธารตามธรรมชาติ ปริมาณน�้ำท่เี ขอื่ นสามารถกักเกบ็ ไว้ได้
ขึ้นกับความสูงของเข่ือนแต่ละแห่ง อ่างเก็บน้�ำเพ่ือการเกษตรและอุปโภคบริโภค
อันเน่อื งมาจากพระราชดำ� ริ ส่วนใหญม่ ักมีสันเขือ่ นซง่ึ สงู ไมม่ ากนัก และมกั ก่อสรา้ ง
เป็น “เขื่อนดิน” ซึ่งเกิดจากการน�ำดินมาบดอัดให้แน่นเป็นตัวเข่ือน นอกจากการ
สืบสาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การน�ำ้ อยา่ งย่ังยนื สกู่ ารพฒั นาธุรกจิ ชุมขน 7
สร้างเขื่อนเก็บกักน�้ำแล้ว จะต้องสร้างอาคารระบายน�้ำล้นเพ่ือควบคุมระดับน�้ำใน
อ่างเก็บน้�ำมิให้ล้นข้ามสันเขื่อน และสร้างท่อส่งน้�ำจากอ่างเก็บน�้ำท่ีตัวเขื่อน เพื่อใช้
ควบคุมน�้ำที่จะส่งออกไปให้กับพ้ืนท่ีเพาะปลูกซ่ึงอยู่ท้ายอ่างเก็บน�้ำ ประโยชน์ของ
อ่างเก็บน้�ำ นอกจากแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน�้ำในฤดูแล้งแล้ว ท�ำให้เกษตรกร
สามารถเพาะปลูกได้ตลอดปี ยังเป็นแหล่งน้�ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน
ลดปญั หาน้ำ� ทว่ มพนื้ ที่สองฝั่งน�้ำ และยังเปน็ แหล่งเพาะพนั ธสุ์ ัตว์อกี ดว้ ย นอกจากน้ี
ยังทรงเสดจ็ ฯเยี่ยมเยียนราษฎรในจงั หวัดต่างๆ ท่วั ประเทศ เพื่อทรงรบั ทราบปญั หา
การขาดแคลนแหลง่ นำ้� ในทอ้ งทนี่ น้ั ทรงซกั ถามขอ้ มลู เกย่ี วกบั สภาพปญั หา ลกั ษณะ
การไหลของนำ้� ปริมาณการไหลของน้�ำ และทรงบนั ทึกข้อมลู ลงในแผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ
มาตราส่วน 1 : 50,000 ของกรมแผนท่ีทหาร พระราชกรณียกิจในการแก้ไขปัญหา
การขาดแคลนน�้ำในภูมิภาคต่างๆ ทั้งการสร้างเขื่อน อ่างเก็บน�้ำ ฝาย การขุดลอก
หนองน�้ำ และขุดสระเก็บน้�ำ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา ภูมิประเทศ แหล่งน�้ำ
รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจและสังคม นอกจากทรงส�ำรวจสภาพพ้ืนท่ีและความ
ต้องการของสังคม ยังทรงพิจารณาว่า ค่าใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้างโครงการ
ชลประทานน้ันๆ จะใช้งบประมาณเท่าไร คุ้มค่าเพียงใด จะเกิดประโยชน์แก่คน
ในชุมชนใด มีผลกระทบต่อคนกลุ่มใด จึงมีพระราชด�ำริว่าราษฎรในหมู่บ้านที่ได้
รับผลประโยชน์จะต้องมีส่วนร่วมกับทางราชการในการช่วยเหลือราษฎรท่ีเสีย
ประโยชน์ ซึ่งตรงกับหลักการในการจัดการสิ่งแวดล้อมท่ีว่า ผู้ได้รับผลประโยชน์
เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายนั้น ซ่ึงเป็นพระบรมราโชบายที่ทรงมุ่งหวังให้ราษฎรมีส่วนร่วม
ในการพฒั นาชุมชนและชว่ ยเหลอื เก้อื กูลคนในสังคม และยงั ท�ำให้ราษฎรมสี ่วนรว่ ม
ในการดแู ลรกั ษาสิ่งกอ่ สร้างนัน้ ๆ ดว้ ย1
จากแนวพระราชด�ำริดังกล่าว มูลนิธิฯ จึงได้น้อมน�ำมาเป็นหลักการ
ด�ำเนินงานโครงการฯ ทั้งในด้านกรอบคิด หลักแนวทาง ตลอดจนแนวทฤษฎี
องค์ความร้ดู า้ นการจัดการน้ำ� ดังน้ี
1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั กบั งานด้านการจดั การทรพั ยากรน้ำ� .http://www3.moac.go.th/king-water
8 สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการน้ำ� อย่างย่งั ยนื สกู่ ารพัฒนาธุรกิจชมุ ขน
กรอบแนวคดิ
การท�ำงานแบบพึ่งตนเองและมีส่วนร่วม สนับสนุนให้ชาวบ้านในพ้ืนที่
มีความพร้อมท่ีจะลุกขึ้นมาท�ำงานด้วยตนเอง ตามหลักการทรงงาน “ระเบิดจาก
ข้างใน” การด�ำเนินโครงการฯจึงเน้นความร่วมมือจากชุมชนเป็นส�ำคัญ ชุมชนต้อง
มีส่วนร่วมด�ำเนินการตั้งแต่ต้น คือ ร่วมออกแบบ ร่วมลงแรงสร้าง และเป็นผู้ดูแล
บริหารจดั การระบบอยา่ งต่อเน่อื งในระยะยาว
การพฒั นาทส่ี อดคลอ้ งเหมาะสมกบั สภาพพนื้ ทแ่ี ละภมู สิ งั คม การพฒั นา
ท่ีเน้นการใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์สภาพปัญหาท่ีสอดคล้องกับสภาพพ้ืนท่ี เพื่อ
ให้เกิดความย่ังยนื ไม่ส่งผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อม และคนในพื้นทีไ่ ด้รบั ประโยชน์
การลงมือท�ำให้เกิดผลส�ำเร็จและมีการขยายผลต่อ โครงการได้วาง
แนวทางการเชอ่ื มโยงขยายผลระหวา่ งชมุ ชนไปสชู่ มุ ชนรอบๆเพอื่ ใหเ้ กดิ เปน็ เครอื ขา่ ย
และเกดิ แนวทางการพัฒนาท่คี รอบคลมุ ทงั้ พืน้ ท่ใี นระดบั พนื้ ที่และระดบั จงั หวัด
สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ้� อยา่ งย่ังยืนสู่การพัฒนาธุรกิจชมุ ขน 9
หลักแนวทางการด�ำเนนิ โครงการ
การน้อมน�ำแนวพระราชด�ำริการบริหารจัดการน้�ำชุมชน เน้นการใช้
ขอ้ มูลสภาพปัญหาและบรบิ ทของพนื้ ที่ มีการวเิ คราะหข์ ้อมูล และออกแบบโครงการ
ให้คุ้มค่ากับประโยชน์ของชุมชน สามารถจัดหาน้�ำได้เพียงพอ และใช้เทคโนโลยี
ผสานกบั องคค์ วามรชู้ มุ ชนน�ำมาบริหารจัดการน�ำ้ โดยชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
การท�ำงานแบบบูรณาการ โดยมกี ารประสานงานและบรู ณาการหน่วยงาน
ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ทั้งหน่วยงานสืบสานแนวพระราชด�ำริ หน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม และภาคชุมชนเข้ามามีสว่ นร่วมในการทำ� งาน
การติดตามและวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม เช่น พ้ืนที่รับน้�ำทางการเกษตร
ที่เพ่ิมข้ึนหลังจากมีการบริหารจัดการน้�ำ ผลผลิตข้าวท่ีเพ่ิมขึ้น มีการปลูกพืชหลังนา
เกษตรกรมีอาชีพเสรมิ มหี นสี้ นิ ลดลงและมรี ายได้เพมิ่ ข้ึน เป็นตน้
การแก้ปัญหาแบบองค์รวม การใช้แนวทางแก้ไขปัญหาท่ีเร่ิมจากปัญหา
การขาดแคลนนำ้� เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารเชอื่ มโยงการแกไ้ ขปญั หาในมติ อิ น่ื ๆทยี่ ง่ั ยนื ตอ่ เนอ่ื ง
โดยมีขั้นบันไดของการพัฒนา 3 ขั้นบันได คือ บันไดขั้นแรก ครัวเรือนพึ่งตนเอง
(อยู่รอด) บันไดขั้นท่ีสอง ชุมชนรวมกลุ่มพึ่งตนเองได้ (พอเพียง) และบันไดข้ันที่
สาม เชอื่ มโยงออกสู่ภายนอก (ย่ังยืน) เปน็ เป้าหมายการพฒั นา
แนวทฤษฎอี งค์ความรดู้ ้านการจดั การน้�ำ
การแกไ้ ขปญั หาการขาดแคลนนำ�้ โดยใชห้ ลกั การธรรมชาตชิ ว่ ยธรรมชาติ
มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหา ลักษณะการไหลของน�้ำ ปริมาณการไหล
ของน�้ำ เพ่ือออกแบบพัฒนาระบบการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้�ำโดยใช้หลักการ
บรหิ ารจดั การนำ้� ทกี่ ระจายสพู่ นื้ ทท่ี างการเกษตรของชาวบา้ นในพนื้ ที่ โดยใชแ้ นวทาง
ตามการไหลของน้ำ�
10 สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน้ำ� อย่างย่ังยนื สู่การพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน
การผสานองค์ความรู้ชุมชนกับการใช้เทคโนโลยีการจัดการน้�ำ ได้แก่
อ่างเก็บน�้ำ บ่อพวง ฝายทดน้�ำ ทางระบายน้�ำล้น อาคารระบายน้�ำในการผันน�้ำสู่
ทอ่ กระจายนำ้� เปน็ ต้น
รปู แบบการบรหิ ารจดั การนำ�้ ชมุ ชน การจดั ตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารจดั การ
น้�ำของชุมชน เป็นกลุ่มในการดูแลบริหารจัดการน้�ำ มีการแบ่งโซนรับผิดชอบ และ
การทำ� ปฏิทนิ การบรหิ ารจดั การน้ำ� ของชมุ ชน
หลักการดำ� เนนิ โครงการ
กรอบแนวคิด หลักแนวทาง แนวทฤษฎีองค์ความรู้
การดำ� เนนิ โครงการ ด้านการจดั การน�้ำ
การทำ� งานแบบพึง่ การนอ้ มนำ� แนว หลักการธรรมชาติ
ตนเองและมีส่วนรว่ ม พระราชด�ำริการบรหิ าร ชว่ ยธรรมชาติ
จัดการน้ำ� ชมุ ชน
การพฒั นาทสี่ อดคลอ้ ง การทำ� งานแบบ การผสานองคค์ วามรู้
เหมาะสมกบั สภาพพน้ื ที่ บูรณาการ ชมุ ชนกบั การใช้
เทคโนโลยกี ารจดั การนำ�้
การลงมอื ทำ� ใหเ้ กดิ ผล การตดิ ตามและวดั ผล รปู แบบการบรหิ าร
สำ� เรจ็ และขยายผลตอ่ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม จดั การนำ้� ชมุ ชน
สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการน�ำ้ อยา่ งยง่ั ยืนสูก่ ารพัฒนาธุรกิจชุมขน 11
2.
ชุมชนเปน็ ฐานหลัก
รว่ มระดมพลงั นอ้ มนำ�
แนวทางการจดั การน้ำ� ชมุ ชน
12 สืบสาน ต่อยอด การบริหารจัดการน้�ำอย่างย่ังยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชุมขน
ชมุ ชนเป็นฐานหลกั ของการพัฒนา : การสรา้ งความเข้าใจ
และเข้าถึงชุมชน
จากกรอบแนวคิดตามพระราชด�ำรัสที่พระองค์ท่านทรงเน้นย้�ำในเรื่องการ
พงึ่ ตนเองของราษฎรเปน็ สำ� คญั โครงการฯวางแนวทางการดำ� เนนิ งานทใ่ี หช้ มุ ชนเปน็
ฐานหลักส�ำคัญ ส่วนหน่วยงานและเจ้าหน้าท่ีท�ำหน้าที่ในการสนับสนุน ดังน้ันการ
สรา้ งความเขา้ ใจในการใหช้ มุ ชนลกุ ขน้ึ มาเปน็ ผดู้ �ำเนนิ การในการแกป้ ญั หาของตนเอง
จงึ เปน็ หวั ใจสำ� คญั ของจดุ เรม่ิ ตน้ การดำ� เนนิ งาน การสนบั สนนุ ของมลู นธิ ปิ ดิ ทองหลงั
พระฯ และการดำ� เนินงานสนบั สนนุ ของส่วนตา่ งๆ
เวลาไปปฏิบัติให้ถอื ว่าเราเปน็ นักเรยี น ชาวบา้ นเป็นครูหรอื ‘ธรรมชาติเป็นครู’
การทท่ี า่ นทง้ั หลายจะออกไป กจ็ ะไปหลายๆดา้ น...
กจ็ ะต้องเข้าใจว่า เราอาจจะเอาความรูไ้ ปใหเ้ ขา แตก่ ็ตอ้ งนับถือ
ความรขู้ องเขาดว้ ย จงึ จะมคี วามสําเรจ็
พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่บณั ฑิตอาสาสมคั รพฒั นาชนบท
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ณ ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาภพู านอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริ
อําเภอเมอื ง จงั หวัดสกลนคร เมื่อวนั ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522
สบื สาน ต่อยอด การบริหารจดั การน�้ำอยา่ งยัง่ ยนื สูก่ ารพัฒนาธรุ กิจชุมขน 13
การดำ� เนนิ งานในชว่ งเรมิ่ ตน้ จงึ เปน็ การสรา้ งความเขา้ ใจ และเขา้ ถงึ ชมุ ชน
เร่ิมด�ำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 มีทีมเจ้าหน้าท่ีลงพ้ืนท่ีเข้าพบผู้น�ำชุมชน
ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้น�ำตามธรรมชาติ เพ่ือท�ำความเข้าใจเบื้องต้นเก่ียวกับ
วัตถุประสงค์และแนวทางการท�ำงาน มีการส�ำรวจลักษณะทางกายภาพ วิถีชีวิต
ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การเก็บข้อมูลพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการเป็นส่วน
ส�ำคัญในการท�ำงานกับชุมชน นอกจากจะเป็นการท�ำให้ได้ข้อมูลแล้ว ยังเป็นการ
สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าท่ีโครงการฯกับคนในชุมชน ที่ส�ำคัญ
คือ “การเข้าถึง” เป็นการท�ำให้ชุมชนไว้ใจและพร้อมจะเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ดำ� เนินงานโครงการฯร่วมกนั
การปรบั ความคดิ เพอื่ ให้เห็นความสำ� คัญของ “การพง่ึ ตนเองและการมี
ส่วนร่วม” ทางโครงการฯได้วางแนวทางในการใช้พ้ืนที่ต้นแบบคือ โครงการพัฒนา
พนื้ ทต่ี น้ แบบบรู ณาการแกไ้ ขปญั หาและพฒั นาพนื้ ทจ่ี งั หวดั นา่ นตามแนวพระราชดำ� ริ
จังหวัดน่าน เป็นจุดเรียนรู้ส�ำคัญในการสร้างความเข้าใจ โดยการคัดเลือกชาวบ้าน
ที่สมัครใจไปศึกษาดูงานในพ้ืนท่ีต้นแบบจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นกระบวนการสร้าง
ความเขา้ ใจ เขา้ ถงึ โดยเฉพาะประเดน็ ทเี่ ปน็ ปจั จยั ความสำ� เรจ็ ในการปลกุ ชาวบา้ นให้
ลุกขึ้นมาท�ำงานด้วยตนเอง และเห็นต้นแบบของผลส�ำเร็จจากการพัฒนาที่มีชุมชน
เปน็ ตัวต้ังในการพ่งึ ตนเองเป็นส�ำคัญ
“การพฒั นาทีม่ าจากฐานชมุ ชน ถา้ ทกุ คนร่วมแรง
รว่ มใจกนั เป็นการพัฒนาที่ท�ำไดโ้ ดยไม่ตอ้ ง
สิน้ เปลืองงบประมาณ ท�ำใหเ้ กดิ ความยง่ั ยืน
ท�ำใหส้ ามารถพงึ่ พาตัวเองได้”
นายเสวต จนั ทรห์ อม ผูใ้ หญ่บ้านหมู่ 11 บา้ นแสงอรา่ ม
14 สบื สาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน�้ำอย่างย่ังยนื สู่การพฒั นาธรุ กิจชุมขน
การศึกษาส�ำรวจวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีส่วนร่วม เป็นอีกกระบวนการ
ส�ำคัญ ท่ดี �ำเนนิ การเพอ่ื ใหเ้ กดิ การรับรเู้ ขา้ ใจและวิเคราะห์วางแผนการพัฒนาระบบ
การจัดการน้�ำเพ่ือแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยการร่วมศึกษาข้อมูลสภาพปัญหา
สภาพพื้นที่ร่วมกันกับตัวแทนในชุมชน มีการประชุมชาวบ้านท้ังสองหมู่บ้านอย่าง
เป็นทางการ เพ่ือชี้แจงโครงการฯและวางแนวทางการส�ำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล
ท่ีเป็นจริงในพื้นที่ ร่วมกันระหว่างทีมงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โครงการฟาร์มตัว
อย่างฯ มลู นิธิปดิ ทองหลงั พระฯ และตวั แทนชาวบา้ น โดยแนวทางการศกึ ษาส�ำรวจ
วเิ คราะห์ข้อมลู แบบมสี ่วนรว่ ม ประกอบด้วย
• การเดินเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านทุกครัวเรือน สัมภาษณ์พูดคุยตามกรอบ
ประเด็นในแบบส�ำรวจเศรษฐกิจ-สังคม ประกอบด้วย ข้อมูลสมาชิกใน
ครัวเรือน ท่ีอยู่อาศัย การศึกษา อาชีพ ที่ท�ำกิน ปัจจัยการผลิต ทรัพย์สิน
รายได้ รายจ่าย หน้ีสิน ปัญหาและความต้องการเบ้ืองต้น รวมทั้งการ
พูดคุยกลุ่มย่อยเพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกเฉพาะกลุ่ม เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน
กลุม่ แมบ่ า้ น เป็นตน้
• การเดินส�ำรวจข้อมูลกายภาพของหมู่บ้าน ได้แก่ สภาพชุมชน รูปแบบ
การจัดการน�้ำ แหลง่ น้�ำ ลำ� ห้วย การใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ รายแปลง ชนิดพชื ท่ี
ปลูกส�ำหรับไว้กินและไว้ขาย ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และ
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ นื่ ๆ สถานทส่ี ำ� คญั เชน่ โรงเรยี น วดั สำ� นกั สงฆ์ เปน็ ตน้
• การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบส�ำรวจเศรษฐกิจ สังคม และข้อมูลกายภาพ
เป็นข้อมูลภาพรวมของท้ังหมู่บ้าน ใช้สื่ออธิบายและภาษาท่ีชาวบ้าน
เข้าใจง่าย เพ่ือเป็นเครื่องมือให้ชาวบ้านวิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกบั ประเด็นปญั หาและความตอ้ งการท่ีแทจ้ รงิ
• การประชุมชาวบ้านเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ร่วมกันก�ำหนด
ปัญหา พร้อมทั้งจัดล�ำดับความส�ำคัญ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการแก้ไขปัญหา
ก่อน ซง่ึ ปญั หาของหมูบ่ า้ นที่ชาวบา้ นต้องการแกไ้ ข คือ เร่อื งนำ�้ เปน็ อันดบั
แรก รองลงมาคือเรือ่ งการปรับปรุงดินให้เหมาะสมกบั การเพาะปลูก
สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน�้ำอยา่ งย่งั ยนื สูก่ ารพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน 15
การพฒั นาอาสาสมัครพัฒนาหมูบ่ า้ น (อสพ.) การมีอาสาสมัครชาวบา้ น
ทเ่ี ปน็ คนในชมุ ชน เป็นอกี แนวทางที่โครงการฯ ให้การสนบั สนนุ เพื่อใหเ้ กิดความรสู้ กึ
เป็นเจ้าของร่วมกันในการด�ำเนินโครงการฯ โดยการคัดเลือกชาวบ้านที่มีความ
เสยี สละ มจี ติ อาสา หมบู่ า้ นละ 2 คน จดั กระบวนการเรยี นรแู้ ละการพฒั นาศักยภาพ
ด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการพัฒนาระบบน�้ำ ได้ไปศึกษาดูงานเรียนรู้จากพื้นท่ีต่างๆ
โครงการพัฒนาดอยตุง (พ้ืนท่ีทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ และโครงการ
พัฒนาพืน้ ท่ตี น้ แบบฯ จ.นา่ น ด้านการเกษตร ได้ไปเรยี นร้ทู โี่ ครรงการฟารม์ ตัวอยา่ ง
ตามพระราชด�ำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
ด้านปศุสัตว์ ได้ไปเรียนรู้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ
จงั หวดั สกลนคร เปน็ ตน้
พ้นื ที่ การเดนิ ส�ำรวจ การประชมุ
ต้นแบบเป็น ขอ้ มลู กายภาพ ชาวบา้ นเพอื่
การม ี จดุ เรยี นรู้ ของหมู่บา้ น ตรวจสอบความ
ส่วนรว่ ม ถูกต้องของ
การ
การเดินเข้าไป วิเคราะห์ ข้อมูล
พดู คยุ กบั ขอ้ มลู
การพึง่ การปรบั
ตนเอง ความคดิ ชาวบา้ น
ทกุ ครวั เรอื น
การศึกษา
วเิ คราะห์ขอ้ มลู
การพัฒนา อยา่ งมีส่วนร่วม
อาสาสมคั ร
เข้าใจ เข้าถึง
ปดิ ทอง
หลงั พระ
คัดเลอื กชาวบ้าน พัฒนา แนวทางการดำ� เนิน :
ทีม่ ีความเสยี สละ ศกั ยภาพ การสร้างความเขา้ ใจ เขา้ ถงึ ชุมขน
เสริมความรู้
มีจิตอาสา
หมูบ่ า้ นละ 2 คน
16 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การนำ้� อย่างยั่งยนื สกู่ ารพัฒนาธรุ กิจชุมขน
นายสุดใจ เจรญิ สขุ ผใู้ หญบ่ ้านหมู่ 3 บา้ นโคกลา่ ม
กล่าวถงึ แนวคิดการพฒั นาท่ไี ดร้ ว่ มด�ำเนนิ งานกับโครงการฯ ว่า
“เปน็ การสรา้ งแรงบนั ดาลใจใหก้ บั เรา ท�ำให้เกิดการพัฒนาทมี่ ีพลังเหมอื น
น�ำ้ พทุ เ่ี กดิ ข้นึ จากฐานลา่ ง “ระเบดิ จากภายใน” และกระจายออกไปสภู่ ายนอกได”้
จึงเห็นได้ว่า การด�ำเนินงานเพื่อปรับฐานความเข้าใจแก่ชุมชนเป็นสิ่งส�ำคัญ
ในช่วงเร่มิ ต้นโครงการ เพราะเมื่อสามารถสร้างกระบวนการให้ชุมชนเป็นฐานหลัก
และเป็นตัวตั้งกระบวนการด�ำเนินการพัฒนาต่างๆที่ตามมาหลังจากที่ชุมชน
เริ่มตระหนักในความส�ำคัญและพร้อมจะด�ำเนินการแล้ว การประสานหน่วยงาน
ตา่ งๆ ในการหนนุ เสริมการพัฒนาจึงเกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไม่ยากนกั
ก่อนสร้างงานคอื การระดมใจ
จากแนวคิดการบรหิ ารจดั การนำ้� โดยชุมชน โดยการนอ้ มนำ� แนวพระราชดำ� ริ
ที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โครงการจึงวางแนวทางในการด�ำเนินงาน
แก้ไขปัญหาที่ต้องการให้ชุมชนมีส่วนร่วม ต้ังแต่กระบวนการวิเคราะห์ส�ำรวจสภาพ
พน้ื ท่ีร่วมกนั กับเจ้าหนา้ ท่ี การวเิ คราะหป์ ัญหาส�ำคัญ และรว่ มออกแบบแนวทางการ
แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน�้ำได้แนวทางในการเพ่ิมศักยภาพในการกักเก็บน้�ำของ
อ่างเก็บน้�ำห้วยคล้าย และการกระจายน้�ำสู่พ้ืนที่เกษตร ซึ่งจากการท�ำงานแบบ
“เข้าใจ-เข้าถึง” ของเจา้ หนา้ ท่ีโครงการฯ ท�ำให้ไดร้ ับความรว่ มมือจากชุมชน มกี าร
จัดเวทีประชาคมเพื่อคืนข้อมูลผลการส�ำรวจวิเคราะห์สภาพพ้ืนท่ีและสภาพปัญหา
ของชุมชน และช้ีแจงแนวทางสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน ซึ่งได้มีการวางแผน
ออกแบบแนวทางร่วมกัน ในการพัฒนาระบบน้�ำ โดยได้น้อมน�ำแนวพระราชด�ำริ
มาเปน็ ฐานองคค์ วามรู้ และใชข้ อ้ มลู ประสบการณจ์ ากมลู นธิ แิ มฟ่ า้ หลวงฯ มารว่ มปรบั
ประยุกต์ รวมทั้งประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ส�ำนักงานโครงการ
ชลประทานอุดรธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี โดยท่ีประชุมเห็นชอบ
ในการระดมแรงงานชาวบ้านโดยไม่มีการจ่ายค่าจ้างเหมา หรือ ค่าจ้างแรงงาน
เพอื่ ใหเ้ กดิ การมสี ่วนรว่ มอย่างแทจ้ ริง
สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การน�ำ้ อยา่ งย่งั ยนื สกู่ ารพฒั นาธรุ กจิ ชมุ ขน 17
“หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านเรยี กประชุมชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านมาท�ำความ
เข้าใจแล้ว ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเพนิ่ ก็ส่งคนลงมาส�ำรวจพื้นท่ีร่วมกับ
ผู้น�ำชาวบ้านว่าตรงไหนจะเอาท่อไปลงได้ ความยาวเท่าไหร่ พากันเอา
ไม้หลักไปปักไว้ หลังจากส�ำรวจวางแผนกันแล้ว ต่อมาก็มีการสงั่
ท่อพีวีซีจากกรุงเทพฯมาลง เป็นท่อน้�ำอย่างดีที่มีความแข็งแรงทนทาน
พอท่อน้�ำมาชาวบ้านก็พากันดีใจ ทางเจ้าหน้าท่ีเพ่นิ ก็ว่าเพน่ิ จะเอาแต่
อุปกรณ์ต่างๆมาให้นะ แต่ไม่มีค่าแรงและค่าจ้างแรงงานให้ชาวบ้าน
ต้องช่วยกันเอง ชาวบ้านเห็นท่อมาก็พากันดีใจ ชวนกันนัดวันลงขุด
แนวท่อ นัดมากันได้หลาย เพ่ินก็ว่าชาวบ้านเอาแท้(เอาจริง) ถึงวัน
นัดหมายชาวบ้านก็ห่อข้าวห่อน้�ำเอาจอบเอาเสียมมากันเอง ใช้เวลา
นานกว่าสองเดือนในการสร้างระบบน้�ำกว่าจะส�ำเร็จ” นายทองสา
พิมพา ประธานคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น้�ำ และประธานโซนห้วยคล้าย
เลา่ ถงึ ความร่วมแรงร่วมใจของชมุ ชน เมอื่ แรกเร่ิมโครงการฯ
18 สบื สาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน�ำ้ อยา่ งย่ังยืนสกู่ ารพัฒนาธรุ กิจชุมขน
นอ้ มน�ำหลักการบรหิ ารจัดการนำ�้ ตามแนวพระราชด�ำริ ในการวางแผนพฒั นา
และแก้ไขปัญหา
เม่ือผ่านขั้นตอนการสร้างการมีส่วนร่วมจากชุมชน จึงเข้าสู่กระบวนการตาม
หลักการบริหารจัดการน้�ำ ซ่ึงได้น้อมน�ำหลักการบริหารจัดการน�้ำตามแนวพระ
ราชดำ� ร2ิ มาเปน็ แนวทางในการเรม่ิ ดำ� เนินงาน ดังนี้
• หานำ้� ได้ : จดั เกบ็ ขอ้ มลู แหลง่ น้�ำ ปรมิ าณนำ้� ปรมิ าณฝนในชมุ ชน จดั การ
ขอ้ มูลเป็นระบบ ระบปุ ญั หา และเสนอแนวทางแก้ไข ไปสู่การหาแหล่งน�้ำ
ส�ำรองในชมุ ชน
• เกบ็ น้�ำไว้ : เกบ็ ส�ำรองน้�ำหลากและนำ�้ ท่วมไว้ในแหลง่ กักเกบ็ น�้ำ เช่น
สระน้�ำแก้มลิง สระน�้ำประจ�ำไร่นา หรือบ่อน�้ำ เพ่ือไว้ใช้อุปโภค-บริโภค
และการเกษตร
• ใช้น้�ำเป็น : วางแผนการใช้น้�ำท้ังการอุปโภค-บริโภค และการเกษตร
ที่สอดคล้องกับปริมาณน้�ำที่มี จัดการข้อมูล วิเคราะห์สมดุลน้�ำและ
ด�ำเนนิ งานทฤษฎใี หม่
• จัดการอย่างมีประสิทธิภาพ : บริหารจัดการน้�ำ และปรับตัวเข้ากับ
สถานการณ์ เพื่อให้มีน้�ำใช้อย่าง พอเพียง ส�ำหรับอุปโภค-บริโภค และ
การเกษตรอย่างต่อเน่ืองตลอดท้งั ปี
2 คมู่ อื การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรนำ้� ชมุ ชนตามแนวพระราชดารดิ ว้ ยวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย ี สถาบนั สารสนเทศ
ทรพั ยากรน้ำ� และการเกษตร (องคก์ ารมหาชน) หรอื สสนก. กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สืบสาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการน้�ำอยา่ งยั่งยืนส่กู ารพัฒนาธรุ กิจชุมขน 19
หานำ�้ ได้ : วเิ คราะหต์ ้นทุนน้ำ� และสภาพปญั หาของชุมชน
อ่างเก็บน�้ำห้วยคล้ายอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ ต้ังอยู่ในเขตการปกครอง
ของบ้านแสงอร่าม หมู่ 11 เดิมเป็นฝายทดน�้ำห้วยคล้ายโครงการชลประทาน
ขนาดเล็ก กอ่ สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2526 ต่อมาเกิดภาวะฝนตกหนัก น้�ำป่าไหลหลาก
ท่วมและกัดเซาะอาคารชลประทานพังเสียหายใช้ประโยชน์ไม่ได้ นายค�ำผล บ�ำรุง
สมาชิกองค์การบริหารส่วนต�ำบลกุดหมากไฟจึงได้ท�ำหนังสือขอให้น�ำความกราบ
บังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการด�ำเนินการก่อสร้างฝาย
ทดน้�ำห้วยคล้าย เพื่อเก็บกักน�้ำไว้ใช้ส�ำหรับราษฎรในการอุปโภค-บริโภค และท�ำ
การเกษตรได้ตลอดปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ รับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ เมื่อวันท่ี 22 ธันวาคม
2546 และได้มีการด�ำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2551 โดยทาง
กรมชลประทาน ส�ำนกั ชลประทานที่ 5
จากการวิเคราะห์ต้นทุนน�้ำในอ่างฯ พบว่ายังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่าง
เต็มประสิทธิภาพ โดยมีขนาดความจุของอ่าง 269,500 ลูกบาศก์เมตร แหล่งน�้ำ
ต้นทุนท่ีไหลลงอ่างมีร่องน้�ำธรรมชาติจากอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานค�ำ ท่ีไหลลง
อา่ ง 3 สาย หว้ ยสะสีเ่ หลี่ยม ห้วยบางป่าเตย รอ่ งสามโพน และมีสายนำ�้ ยอ่ ย ๆ 12
สายไหลลงพื้นที่เกษตร มีสภาพเป็นป่าโปร่ง โดยสายน้�ำตามล�ำห้วยจะแห้งในหน้า
แลง้ ไมม่ นี ำ้� ไหลลงมาทอ่ี า่ งเกบ็ นำ�้ ตงั้ แตเ่ ดอื นมกราคม - เมษายน ยงั ไมม่ รี ะบบสง่ นำ้�
และระบบการบริหารจัดการน้�ำเข้าสู่ท่ีนาของชาวบ้าน รวมทั้งสภาพล�ำห้วยที่อยู่
ต่�ำกว่าแปลงนาของชาวบ้าน ชาวบ้านจึงต้องน�ำน�้ำเข้านาโดยขุดคลองขนาดเล็ก
และท�ำฝายกั้นน้�ำยกระดับน้�ำให้สูงขึ้นให้น้�ำไหลเข้านาตัวเองหรือใช้วิธีสูบน้�ำข้ึน
มาใช้ ซ่ึงจะมพี ื้นท่ีทรี่ ับน�้ำไดเ้ พยี ง 800 ไร่ (เต็มศกั ยภาพของอา่ ง) วธิ กี ารจัดการน้ำ�
ดังกล่าวจึงไม่สามารถน�ำมาใช้ในช่วงฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ ท�ำให้รับน้�ำได้เพียง
200 ไร่ เน่ืองจากไม่มีน้�ำฝนไปเติมปริมาณน�้ำในอ่างและน้�ำท่ีไหลจากล�ำห้วย
มาสู่อ่าง เม่ือระดับน�้ำในอ่างเก็บน้�ำมีปริมาณต�่ำกว่าระดับเก็บกัก ชุมชนจึงต้อง
มีการแบ่งน�้ำผ่านประตูระบายน้�ำที่กรรมการหมู่บ้านบริหารจัดการน้�ำ ชาวบ้านกลุ่ม
ผู้ใช้น้�ำเป็นผู้ดูแล โดยผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ถือกุญแจ มีก�ำหนดเวลาในการปิด-เปิด
และการแบง่ เวรยาม
20 สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการนำ�้ อย่างยง่ั ยนื สกู่ ารพัฒนาธรุ กิจชมุ ขน
การจดั การนำ�้ ทจี่ ำ� กดั ในฤดแู ลง้ ดงั กลา่ ว ทำ� ใหช้ าวบา้ นสามารถทำ� นาไดเ้ พยี ง
คร้งั เดยี วในฤดฝู น ราษฎรในพ้นื ทบ่ี ้านโคกล่าม หมทู่ ี่ 3 และบา้ นแสงอร่าม หมทู่ ่ี 11
ต�ำบลกุดหมากไฟ อ�ำเภอหนองวัวซอ รวม 258 ครัวเรือน 1,426 คน จึงขาดแคลน
น้�ำส�ำหรับท�ำการเกษตรและอุปโภคบริโภค แม้แต่การสูบน้�ำเข้าพื้นที่แปลงก็ใช้ได้
ในพื้นท่ีเพียง 200 ไร่ ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เช่น ผลผลิตข้าว
เฉล่ียได้เพียง 350 กิโลกรัมต่อไร่ และไม่มีรายได้จากทั้งพืชก่อนนาและหลังนา
ท�ำให้เกิดปัญหาหนี้สิน จนกระท่ังแรงงานภาคเกษตร ต้องเคล่ือนย้ายออกนอก
พ้ืนท่ีไปท�ำงานรับจ้างในต่างประเทศเป็นจ�ำนวนมาก การส�ำรวจข้อมูล
เศรษฐกิจสังคมพบว่า ชาวบ้านแสงอร่ามส่วนใหญ่ท�ำนา ปลูกมันส�ำปะหลังและ
ยางพารา มีรายได้ รวม 9,667,420 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยหลังคาเรือนละ 100,702
บาทต่อปี มีหน้ีสินรวม 6,222,600 บาท ส่วนชาวบ้านโคกล่ามมีรายได้รวม
7,698,815 บาทต่อปี หรือเฉล่ียหลังคาเรือนละ 76,988 บาทต่อปี มีหน้ีสิน
รวม 11,211,940 บาท
“น�้ำท่ีเก็บไว้ภายในอ่างเก็บน�้ำ เม่ือมีการระบายน�้ำทาง
น�ำ้ ล้น (สปิลเวย์ Spill way) ลงไปสู่คลองธรรมชาติเพอื่ ให้
เกษตรกรหรือชาวบ้านได้ใช้ น้�ำกลับไม่ถึงท่ีนาของชาวบ้าน
ท�ำให้ชาวบ้านหรอื เกษตรกรจ�ำเป็นต้องมีการน�ำ
เคร่ืองสูบน้�ำเข้ามาช่วยในการสูบน้�ำเข้าพื้นที่นา
จึงท�ำให้ชาวบ้านมีต้นทุนการผลิตเพิม่ สูงข้นึ
และเมื่อฤดูแล้งมาถึงชาวบ้านสามารถน�ำน้�ำมา
ใช้ได้เพียง 200 ไร่เท่านน้ั ท�ำให้ผลผลิตไม่ได้
เต็มประสิทธิภาพ เกิดความสูญเสียรายได้ทงั้
พืชก่อนนาและหลงั นา จึงท�ำให้เกษตรกรมปี ัญหา
หนสี้ นิ ตามมา และทสี่ �ำคญั ชาวบา้ นบางคนตอ้ งทง้ิ ถนิ่ ฐานไป
ท�ำงานนอกพนื้ ทม่ี ากข้ึน” นายอดุลย์ เจรญิ สขุ อาสาสมคั ร
ปิดทองหลังพระ
สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน้ำ� อยา่ งย่งั ยืนสู่การพฒั นาธรุ กจิ ชมุ ขน 21
เก็บนำ�้ ไว้ : ก่อรปู สร้างฐาน ออกแบบพฒั นาระบบ
หลงั จากที่ชาวบา้ นมคี วามพร้อมทีจ่ ะรว่ มแรงลงมอื พฒั นาดว้ ยตัวเอง และได้
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ปัญหาและน�้ำต้นทุนของชุมชนแล้ว โครงการและหน่วยงาน
ต่างๆ จึงได้ร่วมกับแกนนำ� ชาวบ้านออกแบบการพฒั นาระบบนำ�้ เพือ่ การเก็บน้�ำและ
แกป้ ญั หาน้�ำให้แก่ชมุ ชน ดงั นี้
1. พฒั นาระบบส่งน�้ำอา่ งเกบ็ นำ้� ห้วยคลา้ ยฯ งานเสรมิ ตอม่อ ยกระดับนำ้�
ท่ี Spill way โดยการสรา้ งตอม่อบริเวณ Spill way จ�ำนวน 6 ตวั สงู 50 ซม.
กว้าง 50 ซม. วางช่องห่าง 1.50 เมตร โดยใช้ไม้ปริมาตร 3 x 3 นิ้ว
ที่สามารถยกข้ึนลงเพ่ือควบคุมระดับน้�ำได้ จะเริ่มกักเก็บน้�ำในช่วงใกล้
หมดฤดูฝนเพือ่ เกบ็ น้ำ� ไว้ใช้สำ� หรบั การเกษตร ซ่ึงน�้ำทไ่ี หลผ่าน Spill way
จะถกู ส่งไปยังบ่อพวง 3 บอ่ โดยระบบ Gravity ทำ� ให้ปริมาณกักเกบ็ น้ำ�
22 สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การน้ำ� อยา่ งย่งั ยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชมุ ขน
เสริมตอมอ่ บริเวณ spill way ส่งนำ้� ด้วยระบบท่อ
การปรับปรงุ ฝายเดิม
อา่ งหว้ ยคล้ายฯ
ฝายตวั ท่ี 1
ฝายตัวที่ 2
ฝายตัวท่ี 3
เพ่ิมข้ึน 73,600 ลบ.ม. ซ่ึงแต่ละบ่อพวงมีการปรับปรุงพนังก้ันน้�ำเสริม
คันดินด้านข้าง เพื่อเพ่ิมความสามารถการกักเก็บน้�ำและไม่ให้น้�ำเข้า
ท่วมที่นาชาวบ้าน และการซ่อมแซมฝายเดิมทั้ง 3 บ่อพวง เพ่ือผันน�้ำไป
สู่ลำ� เหมืองในทน่ี าของชาวบา้ น
สบื สาน ต่อยอด การบริหารจัดการน้ำ� อย่างยัง่ ยนื สกู่ ารพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน 23
2. อาคารระบายน้�ำให้มีช่องอัดน�้ำท่ีแข็งแรง กักเก็บและควบคุมน�้ำ
มีการส่งน�้ำด้วยระบบท่อ โดยต่อแนวท่อจากวาล์วด้านขวา เพื่อน�ำน้�ำ
ไปตามท่อ 6 นิ้ว ระยะทาง 1,220 เมตร และใช้การส่งน้�ำแบบก้างปลา
สู่แปลงเกษตรซึ่งจะมีกรรมการท�ำหน้าท่ีเป็นผู้เปิดวาล์วระบายอากาศ
เพ่ือไล่ฟองอากาศ จากนั้นค่อยเปิดวาล์วใหญ่เพื่อให้น�้ำไหลเต็มท่อก่อน
ตามด้วยการเปิดวาล์วเล็กตัวแรกและให้ปิดวาล์วเล็กตัวถัดไปเพื่อให้น้�ำ
เข้าคลองซอย(ก้างปลา)กระจายน�้ำเข้าแปลงเกษตรชาวบ้าน รวมท้ัง
อาสาสมัครจะสังเกตการไหลของน้�ำว่าผิดปกติหรือไม่ เช่น น้�ำไหลน้อย
กวา่ ปกติ น้�ำไหลสมำ�่ เสมอ พบตะกอนหิน ดิน ทราย ปะปนในน้�ำ ให้เปดิ
ทอ่ ระบายทราย เพ่ือระบายออกจากท่อน�ำ้
ภาพกรรมการกำ� ลงั ท�ำหนา้ ที่เปน็ ผ้เู ปิดวาลว์ ระบายอากาศเพื่อไลฟ่ องอากาศในอาคารระบายนำ�้
3. ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ� ห้วยก้านเหลอื ง
• งานปรับปรุงอ่างเก็บน้�ำห้วยก้านเหลือง เป็นการบดอัดด้านหน้าของ
คนั ดนิ เพื่อป้องกนั การรวั่ ซมึ โดยด้านหลงั ของอา่ งจะท�ำการปรับปรงุ ดิน
และฝังท่อลอดคันดินส่งน้�ำไปยังล�ำห้วยเข เสริมพ้ืนที่ 673 ไร่ ระบบ
การจ่ายน้�ำเป็นแบบก้างปลา รวมทั้งซ่อมแซมท่อด้านซ้าย ส่วนด้าน
ขวาจะสรา้ ง Spill way และท่อลอดถนน เพ่ือระบายน�ำ้ ลงล�ำห้วยเดิม
• งานซอ่ มแซมปรบั ปรงุ งานฝายหว้ ยคำ� เข เสรมิ อาคารระบายนำ�้ เสรมิ คนั
ดิน วางท่อ 920 เมตร คู่กับล�ำเหมือง 200 เมตร จะได้พ้ืนที่รับน�้ำ
637 ไร่ โดยชาวบ้านกว่า 200 คน ลงแรงขุดลอกแผ้วถางป่าอ้อใน
พ้นื ท่ี 9 ไร่ หลังจากท่ปี ลอ่ ยทงิ้ ร้างขวางทางน�ำ้ เปน็ เวลามากกวา่ 50 ปี
24 สบื สาน ต่อยอด การบริหารจดั การนำ�้ อย่างย่ังยนื สกู่ ารพฒั นาธรุ กจิ ชุมขน
ซึ่งต่อมา หลังจากที่มี สรุปภาพรวมการพัฒนาระบบและพัฒนาการ
การกระจายน้�ำโซนห้วยคล้าย การดำ� เนินงานดา้ นการบริหารจดั การน�้ำ
ประสบความส�ำเร็จ ทางชุมชน
จึงได้ด�ำเนินการขอขยายผลไปสู่ พ.ศ. 2500 พ.ศ. 2546
โซนอน่ื ๆ โดยการขดุ ลอกลำ�้ นำ�้ เพอ่ื
เพ่มิ การกกั เก็บน�ำ้ จากล�ำหว้ ยเดมิ กรมชลประทานเข้ามา ในหลวง ร.9 ทรงรบั เป็น
โดยในปี พ.ศ. 2556 ไดด้ �ำเนนิ การ ด�ำเนินการก่อสร้างอ่างเกบ็ โครงการพระราชด�ำรฯิ
ขยายท่อส่งน้�ำจากห้วยคล้ายไป
ขเ้ี กีย ระยะยาว 400 เมตร ขยาย นำ้� หว้ ยคลา้ ย
พื้นที่รับน�้ำได้อีก 126 ไร่ ปี พ.ศ.
2557 ได้ด�ำเนินการปรับปรุง พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2554
ฝายร่องน้�ำข้เี กีย และต่อทอ่ สง่ น�้ำ
ระยะทางยาว 280 เมตร เพ่ือ อา่ งเก็บน้ำ� ห้วยคล้ายแลว้ มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนว
เสริมศักยภาพจากตน้ นำ�้ พื้นทีร่ บั เสร็จเกบ็ น�ำ้ ได้มีความจุ พระราชด�ำริ เข้ามาด�ำเนนิ งานสร้าง
น้�ำ 50 ไร่ ปี พ.ศ. 2558 ร่วมกัน 692,500 ลบ.เมตร ความเขา้ ใจ-เขา้ ถึง
ต่อยอดฝายเก็บน้�ำขนาดเล็กตาม มูลนิธแิ มฟ่ า้ หลวงฯ และ
ล�ำห้วยขี้เกีย ห้วยอ่าง ห้วยคล้าย เกษตรอ�ำเภอ สง่ เสรมิ พ.ศ. 2555
ท�ำให้มีพ้ืนที่รับน�้ำเพ่ิม 210 ไร่ การปลูกพชื ฤดูแลง้
ปี พ.ศ. 2559 ขยายท่อส่งน�้ำ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พัฒนาระบบการกระจายน้�ำจาก
จากห้วยคล้ายกับค�ำเข เชื่อมกัน อุดรธานี ส่งเสรมิ อา่ งเกบ็ น�้ำ
ระยะทาง 400 เมตร จึงสามารถ การปลูกพชื หลงั นา - เสริมตอหม้อ สปิลเวย์ ฝายพวง
กระจายน้�ำได้ครบพื้นท่ีทั้ง 4 โซน 3 ลกู พร้อมอาคารระบายนำ�้ ต่อ
ซ่ึงเมื่อมีการใช้น�้ำเพิ่มมากข้ึน มูลนธิ ปิ ิดทองหลังพระ รว่ ม ท่อส่งน�้ำมีพ้ืนที่รับน�้ำในฤดูแล้ง
และเพื่อให้มีการติดตามข้อมูลใน กับมหาวิทยาลยั 1,290 ไร่
การใช้น้�ำมาประกอบการบริหาร - จดั ตง้ั กลมุ่ ผใู้ ชน้ ำ้� สมาชกิ 129 คน
จัดการน�้ำ ในพ.ศ. 2560 จึงได้ ขอนแก่น สนับสนุนกลุม่ พื้นที่ 139 แปลง
ด�ำเนินการติดตั้งมิเตอร์ตรงจุด ตลาดศึกษาดูงาน
ที่เป็นวาล์วด�ำก่อนปล่อยน�้ำตาม พัฒนาอาชีพ พ.ศ. 2556
โซนต่างๆ เพือ่ วดั ปรมิ าณนำ�้ และ
กรมชลประทานเขา้ มา ขยายท่อส่งน�้ำจากห้วยคล้ายไป
สนับสนุนการปรับปรุง โซนหว้ ยขี้เกีย ระยะยาว 400 เมตร
ผวิ สันอา่ งและเรยี งหิน ขยายพนื้ ทีร่ บั นำ�้ 126 ไร่
พ.ศ. 2557
ปรบั ปรงุ ฝายรอ่ งนำ้� ขเี้ กยี และตอ่ ทอ่
ส่งน�ำ้ ยาว 280 เมตร เพมิ่ พน้ื ทีร่ บั
น�้ำ 50 ไร่
พ.ศ. 2558
ตอ่ ยอดฝายเกบ็ นำ�้ ขนาดเลก็ ตาม
ล�ำห้วยข้เี กีย หว้ ยอ่าง ห้วยคล้าย
มีพ้นื ท่รี ับน�้ำเพมิ่ 210 ไร่
พ.ศ. 2560
ติดต้ังมิเตอร์ วัดน้�ำเพื่อประเมินใน
การใช้น�้ำแต่ละโซนเพ่ือเป็นฐาน
ข้อมลู ในการจดั สรรนำ�้
พ.ศ. 2561
ต่อท่อเสริมในพื้นท่ีห้วยคล้ายกับ
พืน้ ท่ีห้วยคำ� เข
สืบสาน ต่อยอด การบริหารจดั การน้ำ� อยา่ งย่งั ยนื สูก่ ารพฒั นาธุรกจิ ชุมขน 25
การประเมินผลในการใชน้ �ำ้ แต่ละโซนเพ่อื เป็นฐานขอ้ มูลในการจัดสรรน้ำ� ตอ่ มาในปี
พ.ศ. 2561 ได้ด�ำเนินการต่อท่อเสริมเชื่อมจาก ห้วยคล้ายไปห้วยค�ำเข ด้วยการต่อ
ท่อส่งน�้ำระยะทาง 470 เมตร รวมทั้งทางกรมชลประทานยังได้เข้ามาปรับปรุงผิว
สันอ่าง และเรียงหินห้วยข้ีเกียและห้วยอ่างตามโครงการเศรษฐกิจฐานรากของ
กรมชลประทานพร้อมทงั้ และพัฒนาแหล่งน้�ำนอกพ้ืนท่ีรบั ประโยชน์ โดยไดป้ รับปรุง
ซอ่ มแซมฝายการเกษตร 7 ตัว
ใช้น้�ำเป็น : องค์ความรู้การกระจายน้�ำให้ชุมชนได้ใช้น�้ำอย่างท่ัวถึง
ตามลักษณะพน้ื ท่ี
การพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้�ำโดยชุมชน ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูล
และออกแบบระบบให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทพื้นที่ การออกแบบ
วางแผนการพัฒนาระบบการจัดการน้�ำโดยชุมชนจึงจ�ำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้
ท่ผี สมผสานระหว่างความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี กบั องค์ความรจู้ ากชมุ ชน
ภาพตัดขวาง
แสดงระบบการบริหารจัดการนำ้�
โดยชุมชนอา่ งเกบ็ นำ้� ห้วยคลา้ ย
อนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ
ภาพวาดโดย : วาดฟ้า ไชยทัพ
26 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ�้ อย่างยง่ั ยืนสกู่ ารพัฒนาธรุ กิจชุมขน
สรุปองค์ความรสู้ �ำคญั
ทโ่ี ครงการฯใชใ้ นการจดั การนำ้� ใหส้ ามารถกระจายสพู่ นื้ ทก่ี ารเกษตรของชมุ ชน ไดด้ งั น้ี
1. การเพมิ่ นำ�้ ตน้ ทนุ ในระบบ โดยมแี นวทางสำ� คญั ไดแ้ ก่การดแู ลรกั ษาและ
ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ต้นน้�ำ เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้�ำและแหล่งต้นน�้ำ
ทางธรรมชาติ การเพ่ิมปริมาณกักเก็บน�้ำในอ่างเก็บน�้ำ ล�ำน้�ำ และฝาย
ต่างๆ โดยการปรับปรุงอ่างเก็บน้�ำ เสรมิ อาคารระบายน้ำ� เสริมคนั ดิน การ
บดอัดคันดินเพ่ือป้องกันการรั่วซึม การขุดลอกฝาย และการเสริมตอม่อ
ยกระดับกักเกบ็ น้�ำ
2. การสต๊อกน�้ำ เพ่ิมพ้ืนที่การเก็บน�้ำไว้ใช้ยามจ�ำเป็น เป็นการชะลอน�้ำใน
ช่วงที่มีปริมาณมากไม่ให้ไหลท้ิง และเป็นการเพิ่มแหล่งกักเก็บน�้ำในช่วง
ท่ปี รมิ าณนำ�้ มาก เพื่อเก็บไว้สำ� หรับในในชว่ งไมม่ นี �้ำเพียงพอ โดยการท�ำ
บ่อพวงเป็นแก้มลงิ ส�ำหรับเกบ็ นำ้� จ�ำนวน 3 บ่อ ทำ� สปิลเวยท์ ่ีสามารถใช้
ไมก้ ้ันเป็นประตูส�ำหรบั ปดิ เปดิ น้ำ� ไดต้ ามความเหมาะสม
3. ระบบการกระจายน้�ำ โดยใช้หลักการกาลักน�้ำและแรงโน้มถ่วง โดยมี
อาคารระบายน้�ำท�ำหน้าที่ควบคุมน�้ำ โดยมีระบบท่อที่ต่อแนวท่อออก
จากอ่างเก็บน้�ำและบ่อพวง เพ่ือน�ำน�้ำไปตามท่อขนาด 6 นิ้ว และใช้การ
สง่ นำ�้ ดว้ ยระบบทอ่ แบบกา้ งปลาทเี่ ปน็ ทอ่ ทมี่ ขี นาดเลก็ ลง คอื ทอ่ และวาลว์
ปดิ เปิดนำ�้ ขนาด 4 นิว้ 3 น้ิว และ 2 นว้ิ ตามล�ำดบั เพ่ือผนั นำ�้ จากอาคาร
ระบายน�้ำเข้าสู่แปลงเกษตรตามโซนต่างๆ โดยต้องวิเคราะห์การวาง
แนวทอ่ จากลกั ษณะพนื้ ทส่ี งู ไปสพู่ นื้ ทต่ี ำ่� เพอ่ื คำ� นวณการไหลของนำ้� และ
ระยะทางในการวางท่อ การติดวาล์วน�้ำเพื่อปล่อยน�้ำแต่ละจุด ซึ่งจ�ำเป็น
ต้องอาศัยองค์ความรู้ในการวิเคราะห์การไหลของน�้ำที่สามารถกระจาย
ได้อย่างท่ัวถึง รวมท้ังมีการติดมิเตอร์เพื่อติดตามข้อมูลปริมาณน้�ำในแต่
ละโซน เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการคำ� นวณปริมาณนำ�้ ในแตล่ ะปี
สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อยา่ งย่งั ยืนสู่การพฒั นาธุรกิจชุมขน 27
จัดการอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ : การบริหารจดั การน�้ำโดยชมุ ชน
หลังจากการก่อสร้างติดต้ังระบบและการกระจายน�้ำแล้ว การจัดการเพื่อ
กระจายใหม้ ีการใชน้ �้ำอย่างมีประสทิ ธิภาพจงึ เปน็ เร่ืองทสี่ ำ� คัญมาก การวางระบบใน
การกระจายน�้ำเป็นงานท่ีต้องวางแผนและมีกลไกหลักในการจัดการ เน่ืองจาก
ระบบท่ีวางไว้จะไม่มีการใช้เคร่ืองสูบน้�ำและระบบไฟฟ้า แต่ใช้หลักการไหลของน้�ำ
ตามแรงโน้มถ่วงของโลก และการปิดเปิดวาล์วน�้ำเพื่อให้น�้ำไหลไปตามท่อส่งน้�ำ
ทีว่ างแนวไว้ ดังนน้ั ระบบการจดั การน�้ำโดยชุมชนจึงเปน็ ส่งิ ส�ำคญั เพ่ือใหเ้ กิดการใช้
น้�ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยชุมชนมีเคร่ืองมือการบริการจัดการน้�ำท่ีส�ำคัญ 3
ส่วน คอื คณะกรรมการจดั การน้�ำ ปฏทิ ินการใชน้ ำ้� และกฎระเบียบการใช้น�้ำรว่ มกนั
• คณะกรรมการบริหารจัดการน�้ำ เป็นกลไกท่ีชุมชนเป็นหลัก มีการ
คัดเลือกอาสาสมัครมาเป็นตัวแทนคณะกรรมการผู้น�ำโซน มีโครงสร้าง
คณะกรรมการบริหารจัดการนำ้� ตามโซน ทำ� หน้าทใี่ นการวางแผนและดูแล
ระบบการบริหารจดั การนำ�้ ของชมุ ชน
• ปฏิทินการบริหารจัดการน้�ำ การก�ำหนดโซนการกระจายน้�ำและปฏิทิน
การบริหารน�้ำในฤดูกาลต่างๆ การผสมผสานองค์ความรู้ชุมชนกับองค์
28 สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การน�ำ้ อยา่ งย่ังยนื สู่การพัฒนาธุรกิจชมุ ขน
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ปัจจัยเงื่อนไขต่างๆในการก�ำหนด
ขอ้ ตกลงร่วม เวลา และวธิ ีการในการบริหารจดั การน้ำ� ของชุมชน
• กฎระเบยี บกตกิ าการใชน้ ำ�้ ระบบและมาตรการสำ� คญั ในการสรา้ งขอ้ ตกลง
ร่วมของกลุ่มผู้ใช้น้�ำเป็นแนวทางการปฏิบัติการที่ต้องอาศัยความร่วมมือ
จากสมาชิกผู้ใช้น้�ำในทุกข้ันตอน โดยมีระเบียบท่ีเกิดจากการก�ำหนดกฎ
กติการ่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและการกระจายน้�ำอย่างทั่วถึง
รวมท้งั การมีสว่ นรว่ มรับผดิ ชอบค่าน�้ำเพ่ือใชใ้ นกระบวนการด�ำเนนิ งานใน
แตล่ ะช่วงของการบรหิ ารจดั การน้�ำโดยชมุ ชนใหเ้ กิดความยัง่ ยนื
ระบบนำ�้ ทว่ี างไวเ้ ปน็ รปู แบบทอ่ี าศยั หลกั การตามแนวพระราชดำ� ริ
การบรหิ าร แบบธรรมชาตแิ กธ้ รรมชาติ และการใชห้ ลกั การแบบ "กาลกั นำ�้ "
คือใช้หลักการไหลของน้�ำและการปิดเปิดวาล์วน�้ำเพ่ือให้น�้ำไหล
จัดการนำ�้ ไปตามทอ่ สง่ นำ้� ทวี่ างแบบไว้ ดงั นน้ั ระบบการจดั การนำ�้ โดยชมุ ชน
จึงเป็นสิ่งส�ำคัญท่ีต้องมีการด�ำเนินการเพ่ือให้เกิดการใช้น้�ำท่ีมี
โดยชุมชน ประสิทธิภาพสูงสุด โดยทางชุมชนมเี ครื่องมือสำ� คญั 3 สว่ น
คณะกรรมการบริหาร ปฎทิ นิ การบรหิ าร กฎกตกิ าระเบยี บผใู้ ชน้ ำ�้
จดั การน้ำ� ตามโซน จัดการน้�ำ
เป็นกลไกท่ชี ุมชนเป็นหลกั การกำ� หนดปฏิทนิ การ ระบบและมาตรการสำ� คญั
บรหิ ารนำ้� ในฤดูกาลต่างๆ ในการสรา้ งขอ้ ตกลงร่วม
มกี ารคดั เลอื กอาสาสมคั รมา การผสมผสานองค์ความรู้ ของกล่มุ ผู้ใชน้ ำ�้
เป็นตัวแทนคณะกรรมการ
ผูน้ ำ� โซน ชุมชนกับองค์ความรู้ทาง เปน็ แนวทางการปฏิบัตกิ าร
มโี ครงการสรา้ งคณะกรรมการ วิทยาศาสตร์ ทีต่ ้องใชค้ วามรว่ มมอื จาก
สมาชกิ ผ้ใู ช้น�้ำในทุกขั้นตอน
บริหารจัดการน�้ำตามโซน การวเิ คราะห์ปัจจัยเงื่อนไข
ท�ำหน้าท่ีในการวางแผนและ ต่างๆ ในการก�ำหนดข้อ ระเบยี บทีเ่ กดิ จากการ
ดแู ลระบบการบริหารจัดการ ตกลง ร่วมในเร่ืองเวลา กำ� หนดกฎกติการ่วมกนั
น้ำ� ของชุมชน และวธิ ีการในการบรหิ าร เพอ่ื ให้เกิดความเปน็ ธรรม
จดั การน้ำ� ชุมชน และการกระจายนำ�้ อยา่ งทั่วถงึ
การมสี ว่ นรว่ มรบั ผดิ ชอบคา่ นำ้�
เพอ่ื น�ำมาใช้ในกระบวนการ
ด�ำเนินการบริหารจัดการน�้ำ
โดยชมุ ชนใหเ้ กดิ ความย่ังยนื
สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการนำ�้ อยา่ งยั่งยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชุมขน 29
คณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น�้ำ : กลไกการบริหารจัดการน้�ำโดยชุมชน
มีสว่ นรว่ ม
คณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น�้ำ ถือว่ามีความส�ำคัญเป็นอย่างมากในระบบการ
บริหารจัดการน้�ำโดยชุมชน ที่ตั้งขึ้นเพ่ือเป็นกลไกส�ำคัญที่ให้อ�ำนาจการบริหาร
จดั การแกช่ มุ ชนเปน็ หลกั โดยมกี ารคดั เลอื กอาสาสมคั รมาเปน็ ตวั แทนคณะกรรมการ
และผู้น�ำโซน มีโครงสร้างคณะกรรมการบริหารจัดการน้�ำตามโซน ในปี 2561 มี
การปรับโครงสร้างคณะกรรมการผู้ใช้น�้ำ เน่ืองจากมีคณะกรรมการชุดเก่าบางคน
ลาออกไป จึงปรับโครงสร้างใหม่โดยเน้นจากผู้ที่มีจิตอาสาและสมัครใจ ปัจจุบัน
คณะกรรมการกลุ่มมีจ�ำนวน 13 คน เพื่อท�ำหน้าที่ในการวางแผนและดูแลระบบ
การบริหารจัดการน้�ำของชุมชน โดยมีการแบ่งบทบาทการท�ำงานที่ชัดเจน 3 คน/
โซน และมีท่ีปรึกษาซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการชุดก่อน 1 คน คือ นายทองม้วน
หมีกลุ มีสมาชกิ กลุ่มผู้ใช้นำ้� จำ� นวน 112 ครวั เรอื น
โครงสรา้ งและรายชอ่ื คณะกรรมการกลุม่ ผใู้ ช้น้ำ�
โครงการบรหิ ารจดั การนำ้� อยา่ งยง่ั ยนื อา่ งเกบ็ นำ�้ หว้ ยคลา้ ยอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริ
ประธานโซนห้วยคล้าย ประธานโซนหว้ ยอา่ ง ประธานโซนขเี้ กีย ประธานโซนคำ� เข
นายทองสา พิมพา นายวีระศักด์ิ ค�ำภาตัน นายสมยั จงกลนี นางสกุ ญั ญา ฉมิ ลี
กรรมการ เหรญั ญกิ กรรมการ กรรมการ
นายเคน ปิตตะนะ นายบุญธรรม เสนาอุดร นายสเุ วช ดว้ งคำ� ภา นายทองสนู บุญกว้าง
เลขา กรรมการ กรรมการ กรรมการ
นายบวั ลพ ขนั ตรี นายสมชาย สมอดี นายวรี ะพล ศรลี าวิต นายตุ่น เผา่ หอม
30 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน้�ำอยา่ งย่งั ยนื สกู่ ารพฒั นาธรุ กจิ ชมุ ขน
คุณสมบตั ทิ ่สี ำ� คญั ของคณะกรรมการกลุ่มผูใ้ ชน้ ้ำ�
คณะกรรมการได้กล่าวถึงบทบาทและคุณสมบัติของคณะกรรมการกลุ่มที่
เป็นกลไกสำ� คญั ในการบรหิ ารจดั การน้ำ� จากโครงการฯ ซ่งึ สามารถสรุปไดด้ งั นี้
• มีความหวังดีต่อชุมชน และอยากให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันจากการ
บริหารจัดการน้ำ�
“ในฐานะทผ่ี มเปน็ ประธานกลมุ่ ผมก็อยาก
เห็นทกุ คนได้น้ำ� อย่างทวั่ ถึง บ่อยากให้
ใครตกหล่น บ่ไดน้ �้ำใช้ อยากใหท้ ุกคนไดใ้ ชน้ ำ้�
ได้รบั น้ำ� ด้วยกนั ทุกคน บม่ ีผู้ใดไดเ้ ปรยี บ
เสยี เปรยี บกนั ”
นายทองสา พมิ พา ประธานคณะกรรมการ
กล่มุ ผ้ใู ชน้ ำ้� และประธานโซนหว้ ยคล้าย
• เป็นผู้เสียสละ เป็นจิตอาสา และมีความพร้อมในการด�ำเนินงาน
เพอื่ ชมุ ชน กรรมการแตล่ ะโซนตอ้ งทำ� หนา้ ทหี่ ลายดา้ น เพอื่ ใหม้ กี ารกระจาย
น้�ำอย่างท่ัวถึงตามแผนที่วางไว้ เป็นผู้เสียสละเวลาส่วนตัวมาด�ำเนินงาน
เพอ่ื สว่ นรวม โดยทไ่ี มม่ คี า่ ตอบแทนเปน็ เงนิ เดอื นในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท ี่ ตงั้ แต่
การประชุมวางแผน ในแต่ละวันต้องคอยเดินบ้าง ขับมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว
บ้าง เพื่อคอยตรวจตราไปตามแนวท่อ คอยท�ำหน้าท่ีปิดเปิดวาล์วน�้ำ
ตามเวลา เพ่ือให้มีการกระจายน�้ำสู่แปลงของสมาชิกกลุ่มตามปฏิทิน
การปล่อยน้�ำ และคอยดแู ลตรวจสอบการลกั ขโมยนำ�้ รวมทง้ั ตดิ ตามตรวจ
สอบอุปกรณ์ต่างๆว่ามีการช�ำรุดเสียหายหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องด�ำเนินการ
ซ่อมแซม
สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การน�ำ้ อย่างย่ังยนื สู่การพัฒนาธุรกจิ ชุมขน 31
“ต้ังแต่ปี 55 มา กรรมการมีหลายกวา่ น้ี แตก่ อ็ อก
ไปหลายคน เพราะวา่ หนงึ่ บม่ เี งนิ เดอื น สอง ทน
ค�ำเว้าของไทบา้ นบไ่ ด้ เพราะเวลาทตี่ อ้ งไปปดิ น�ำ้
ตามเวลา เพิน่ ก็ว่าใส่ เพิ่นว่ายังบไ่ ด้น�้ำ เวลาไป
เก็บเงนิ ค่าน้�ำ เพน่ิ กเ็ ว้าใสบ่ างคนก็บ่ใหค้ า่ น�ำ้ แถม
กรรมการยงั ถูกด่าวา่ เจา้ ของมเี งินเดอื นยังมาเกบ็
เงินไทบา้ น กรรมการท่เี หลืออยูเ่ ทา่ น้ีถอื วา่ ผ่าน
ความอดทนและเขม้ แข็งมาแลว้ เพราะว่าไมม่ ใี ครท�ำ
ถ้าเราไมท่ �ำก็ไม่มีคนท�ำ”
นายสมัย จงกลนี ประธานโซนขเ้ี กีย
• มคี วามเปน็ กลาง ไมย่ ดึ แตผ่ ลประโยชนข์ องสว่ นตน หรอื พวกพอ้ ง เครอื ญาติ
โดยให้ความส�ำคัญแก่ผู้ท่ีเดือดร้อนมากเป็นเบื้องแรก จะเห็นได้จากการ
วางแผนปฏิทินการใช้น�้ำ คณะกรรมการจะใช้ข้อมลู เกีย่ วกับระบบการผลิต
และลักษณะของพ้ืนท่ีของชาวบ้านมาพิจารณาประกอบการกระจายน�้ำ
โดยค�ำนึงถึงปัจจัยเง่ือนไขของชาวบ้านท่ีได้รับความเดือดร้อนและ
ตอ้ งการน�ำ้ มากกวา่ ผูอ้ น่ื กอ่ น
“ก็เพ่ินเอานำ้� มาใหแ้ ลว้ ถ้าบ่มีผูเ้ ฮด็
ขา้ เจ้ากบ็ ไ่ ดน้ �้ำ น้�ำก็จะอยูค่ อื เก่า เฮามาเฮ็ด
กจ็ ะเอาแตข่ องเจา้ ของผเู้ ฮด็ ผ้เู ดียวกบ็ ไ่ ด้
ไดเ้ ฮด็ แลว้ กต็ อ้ งเฮด็ ใหท้ ั้งหมดทุกคนไดน้ ำ�่
เหนอื่ ยยงั ไงก็ตอ้ งทนเอา
เพราะได้ท�ำแลว้ ก็ตอ้ งท�ำต่อไป”
นายวีระศกั ด์ิ คำ� พาตัน ประธานโซนห้วยอ่าง
32 สืบสาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การนำ้� อย่างยั่งยืนสู่การพัฒนาธรุ กจิ ชมุ ขน
ฉนั อยากเห็นไทบ้าน ไทแปงนาใหค้ วามรว่ มมือ
อยา่ ให้แตค่ ณะกรรมการเฮ็ดอยผู่ เู้ ดียว บอ่ ยากใหเ้ ห็นแกต่ วั
“อยากให้เหน็ ใจกนั แบง่ น�ำ้ กนั มีน้อยก็ใช้คนละเล็กละนอ้ ย
รวมทงั้ อยากให้ไทบา้ นพฒั นาเพ่มิ ข้นึ เมือ่ มีน�้ำแล้วจะได้เฮด็
เกษตรอย่างอนื่ น่�ำ ท�ำเกษตรแบบปลูกผสมผสาน
สิไดม้ รี ายไดเ้ พ่ิมข้ึน”
นางสกุ ัญญา ฉิมลี ประธานโซนค�ำเข
บทบาทและแนวทางการดำ� เนนิ การของคณะกรรมการบรหิ ารจดั การนำ�้
ก่อนฤดูกาลท�ำนา คณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้�ำ จะมีการประชุม
เพ่ือวางแผนบริหารจัดการน้�ำ มีการน�ำข้อมูลท่ีได้จากเก็บข้อมูลตามคู่มือของ
กรรมการแต่ละโซน และการสรุปข้อมูลจากบัญชีกองทุนกลุ่มผู้ใช้น้�ำ ในการ
วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนและสรุปปัญหาการด�ำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา เพ่ือน�ำมา
วางแผนจัดท�ำปฏิทินการใช้น�้ำตามโซนพ้ืนท่ีในฤดูกาลถัดไป มีการติดประกาศ
ประชาสัมพันธ์ปฏิทินการบริหารจัดการน�้ำไว้ตามโซนต่างๆให้ชาวบ้านได้รับรู้อย่าง
ท่ัวถึง หากมีข้อขัดแย้งหรือต้องการปรับเปล่ียนก็ให้ชาวบ้านมาเสนอต่อคณะ
กรรมการเพ่ือพิจารณาร่วมกันตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังท�ำหน้าท่ีใน
การส�ำรวจวัสดอุ ปุ กรณ์ต่างๆ เช่น วาล์วน้ำ� ท่อน้�ำ มิเตอร์น�ำ้ ทอ่ี าจจะมกี ารเสยี หาย
ด�ำเนินการซอ่ มแซมบ�ำรุงกอ่ นใชง้ านในทกุ ๆปี
สบื สาน ต่อยอด การบริหารจัดการน้ำ� อย่างยัง่ ยืนสูก่ ารพัฒนาธุรกิจชุมขน 33
โดยในระหว่างฤดูกาลท�ำการเกษตร คณะกรรมการแต่ละโซนจะท�ำหน้าที่
บริการเป็นผู้เปิด-ปิดน้�ำ ควบคุมดูแลการปล่อยน้�ำภายในโซนรับผิดชอบให้ทั่วถึง
ตามปฏิทินที่ก�ำหนดไว้ มีการบันทึกข้อมูล และการสื่อสารข้อมูลการใช้น�้ำระหว่าง
คณะกรรมการและสมาชิกแต่ละโซนอย่างสม�่ำเสมอ มีการประสานการท�ำงาน
ระหว่างคณะกรรมการแต่ละโซนในการจัดการน้�ำ การประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูล
ข่าวสารให้รับทราบอย่างท่ัวถึงว่าแต่ละวันจะมีการปล่อยน�้ำไปจุดใดบ้าง โดยการ
ประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านแจ้งประชาสัมพันธ์ตารางการใช้น้�ำผ่านเสียงตามสาย
ในช่วงเช้าให้สมาชิกทุกโซนทราบ เช่น วนั ที่ 1 - 3 จะปล่อยน�ำ้ โซนหว้ ยขี้เกยี วันท่ี 4-5
จะปล่อยน้�ำโซนห้วยอ่าง เพื่อให้สมาชิกในแต่ละโซนรับทราบและปฏิบัติตามกฎ
ระเบยี บของกลมุ่ ศนู ย์ประสานงานโครงการฯ ไดจ้ ัดทำ� ปฏทิ นิ การปลอ่ ยนำ้� เป็นปา้ ย
ไวนลิ นำ� ไปตดิ ไวท้ จี่ ดุ สำ� คญั ของแตล่ ะโซน การนำ� เอกสารขอ้ มลู เกย่ี วกบั ระเบยี บกลมุ่
ผู้ใช้น้�ำพร้อมรายช่ือคณะกรรมการที่ดูแลในแต่ละโซนให้คณะกรรมการน้�ำน�ำไป
ส่อื สารท�ำความเขา้ ใจกบั สมาชกิ ทกุ คน
ศูนย์ประสานงานโครงการฯ ได้ออกแบบคู่มือส�ำหรับเป็นสมุดบันทึกข้อมูล
การปลอ่ ยน�้ำ เพือ่ ใหค้ ณะกรรมการทงั้ 4 โซน เก็บข้อมลู ในรายละเอยี ด ประกอบดว้ ย
ชอ่ื สมาชกิ ทใ่ี ชน้ ำ้� ชนดิ พชื ทป่ี ลกู ปรมิ าณพนื้ ที่ วนั ทเ่ี ปดิ นำ�้ ตง้ั แตเ่ วลา .....ถงึ เวลา .....
มีช่องส�ำหรับสมาชิกและพยาน (คณะกรรมการ) ลงช่ือรับทราบการจ่ายและเก็บ
ค่าน้ำ� เพื่อเปน็ หลักฐานในการเก็บคา่ น�้ำ เพอ่ื ความโปรง่ ใสในการตรวจสอบ
กอ่ นการปลอ่ ยนำ�้ จะมกี ารประชมุ รว่ มระหวา่ งคณะกรรมการและสมาชกิ กลมุ่
ผู้ใช้นำ�้ เพอ่ื สรุปบทเรียนปัญหาต่างๆ และวางแผนการทำ� งานรว่ มกนั รวมทั้งในการ
ประชมุ ประจำ� เดอื นของชมุ ชนจะมกี ารนำ� เสนอปญั หาและหารอื ถงึ แนวทางการแกไ้ ข
ปญั หาเพือ่ ให้รบั รรู้ ับทราบแนวทางการปฏบิ ตั ิท่ีตรงกนั
34 สบื สาน ต่อยอด การบริหารจัดการน�้ำอยา่ งยงั่ ยนื สกู่ ารพฒั นาธรุ กจิ ชุมขน
ปฏทิ นิ การบรหิ ารจดั การนำ้� : กำ� หนดการตารางเวลาการปลอ่ ยนำ้�
เพอื่ จดั สรรนำ้� อยา่ งทวั่ ถงึ และเปน็ ธรรม
ปฏิทินการปล่อยน�้ำ เป็นเครื่องมือส�ำคัญในการก�ำหนดตารางเวลาและโซน
พ้ืนท่ีในการกระจายน�้ำและการบริหารน�้ำในฤดูกาลต่างๆ โดยการผสมผสานองค์
ความรู้ชุมชนกบั การคำ� นวณตามหลกั การทางวิทยาศาสตร์ โดย
1. ค�ำนวณข้อมูลปริมาณน้�ำในการน�ำมาบริหารจัดการ การจัดสรร การ
กระจายแก่ชาวบ้านในฤดูการผลิต รวมท้ังการก�ำหนดสัดส่วนปริมาณน้�ำ
คงเหลือเก็บไว้ส�ำหรับรักษาโครงสร้างอ่างและระบบนิเวศ (ตามหลักการ
บริหารจัดการนำ้� ของชลประทาน)
การคำ� นวณปริมาณการใชน้ ำ�้ ของพชื ฤดูแลง้
"คิดจากชนดิ พืชทใ่ี ช้น้�ำสงู สดุ "
ข้าวโพดหวาน 500 (Max) = 500 ลบ.ม./ไร่
ชนดิ พชื ท่ีใชน้ ้ำ� สงู สุด + 120 = ปรมิ าณน้�ำทพี่ ชื ใช้/ไร/่ ฤดูกาล 600 + 120 = 620
การค�ำนวณพื้นท่ศี ักยภาพปลูกพชื หลงั นาในฤดูแลง้
ปริมาณนำ้� ทเ่ี หลอื x 0.8 94,132 x 0.8 = 121 ไร่
ปรมิ าณนำ้� ทีพ่ ืชใช/้ ไร/่ ฤดูกาล 620
สามารถบริหารน�้ำเพอื่ การเกษตรในฤดูแล้งได้ 121 ไร่
ค�ำนวณปริมาณนำ�้ ที่สามารถใช้ไดใ้ นฤดูแล้ง 62
การบรหิ ารจัดการน้�ำเม่อื สน้ิ สุดฤดฝู น 2561/2562
ความจเุ ตม็ ศักยภาพอา่ ง 838,000 ลบ.ม.
วธิ กี ารบริหารจัดนำ้� ในฤดแู ล้ง "คำ� นวณตามหลักคดิ ชลประทาน"
ท่ ี รายการ ปรมิ าณ หนว่ ย
1. ปรมิ าณน้�ำในอา่ งฯ สิ้นสดุ ฤดูฝน (3 พ.ย. 61) 426,000 ลบ.ม.
2. ปรมิ าณนำ�้ ใชก้ ารไม่ได ้ (รักษาระดบั ธรณี) 94,000 ลบ.ม.
3. หรือปริมาณน้�ำต้นทุน (1) - (2) 332,000 ลบ.ม.
4. ปลอ่ ยลงบอ่ พวง 3 บอ่ (รักษาระดับนิเวศน)์ 79,300 ลบ.ม.
5. บรหิ ารไวใ้ ชส้ ำ� หรบั กจิ กรรมดา้ น ปศสุ ตั ว์ ประมง (สระนำ�้ ในแปลง 59 สระ) 64,428 ลบ.ม.
6. บรหิ ารไวต้ กกลา้ ปลูกข้าวปี 61 (ม.ิ ย.) 94,140 ลบ.ม.
7. เหลอื ปริมาณน�ำ้ ใช้ปลูกพชื ฤดูแลง้ (3) =(4) =(5) =(6) =(7) 94,132 ลบ.ม.
สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อยา่ งยงั่ ยืนสู่การพฒั นาธุรกจิ ชมุ ขน 35
2. แบง่ โซน เพอื่ กำ� หนดแบง่ ชว่ งเวลาในการกระจายนำ�้ โดยแบง่ ออกเปน็
4 โซน ได้แก่ โซนห้วยคล้าย โซนห้วยอ่าง โซนค�ำเข และโซนขี้เกีย โดย
การก�ำหนดช่วงเวลาปฏิทินการกระจายน้�ำให้แต่ละโซน มีการวิเคราะห์
ปัจจยั เง่อื นไขตา่ งๆ ในการก�ำหนดเวลา ขอ้ ตกลงรว่ มในการบริหารจดั การ
น้ำ� ของชมุ ชน
ผงั การแบง่ โซนและการกระจายนำ�้ ตามโซนตา่ งๆ 4 โซน
ภาพวาดโดย : วาดฟ้า ไชยทัพ
36 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ�้ อย่างยง่ั ยืนสกู่ ารพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน
3. มกี ารกำ� หนดสตู รตารางเวลาในการกระจายนำ้� โดยกำ� หนดเปน็ จำ� นวน
วันท่ีจะปล่อยลงแต่ละโซน โดยทั่วไปตารางการปล่อยน�้ำในฤดูแล้งจะ
เป็นสูตร 2-2-1-2 กล่าวคือในหน่ึงสัปดาห์จะแบ่งน้�ำการปล่อยน้�ำไป
ตามโซนตามจ�ำนวนวันในรอบสัปดาห์วนกันไปจนครบทุกแปลงของ
สมาชกิ ผใู้ ชน้ ำ้� เปน็ สตู รการบรหิ ารจดั การนำ้� ใหท้ วั่ ถงึ กนั ทกุ โซน จำ� นวนวนั
และเวลาในการปล่อยน้�ำขึ้นกับจ�ำนวนพื้นที่ของเกษตรกรที่ต้องการใช้น�้ำ
จะเห็นว่าพื้นท่ีโซนขี้เกียมีเกษตรกรที่ปลูกพืชหลังนาจ�ำนวนน้อยกว่า
โซนอื่น จึงไดร้ บั น้�ำเพียงหน่งึ วันในรอบสปั ดาห์
ตวั อย่างปฏิทินการบริหารจัดการน�ำ้ ฤดูแลง้ ปี 2562 ตวั อยา่ งปฏิทินการบรหิ ารจดั การน้�ำ ฤดูฝนปี 2562
มกราคม 2562 มิถนุ ายน 2562
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
1 หว้ ยคลา้ ย 2 หว้ ยคลา้ ย 3 ค�ำเข 4 ค�ำเข 5 ข้ีเกยี 5 หว้ ยอา่ ง 1 ขเี้ กยี 2 ขเี้ กีย
7 หว้ ยอา่ ง 8 หว้ ยคลา้ ย 9 หว้ ยคลา้ ย 10 ค�ำเข 11 คำ� เข 12 ขี้เกยี 13 หว้ ยอา่ ง 3 หว้ ยอา่ ง 4 หว้ ยอา่ ง 5 หว้ ยคลา้ ย 6 หว้ ยคลา้ ย 6 หว้ ยคลา้ ย 8 คำ� เข 9 ค�ำเข
14 หว้ ยอา่ ง 15 หว้ ยคลา้ ย 16 หว้ ยคลา้ ย 17 คำ� เข 18 คำ� เข 19 ขี้เกยี 20 หว้ ยอา่ ง 10 บอ่ พวง 11 ขเี้ กีย 12 ขี้เกยี 10 หว้ ยอา่ ง 10 หว้ ยอา่ ง 15 หว้ ยคลา้ ย 16 หว้ ยคลา้ ย
21 หว้ ยอา่ ง 22 หว้ ยคลา้ ย 23 หว้ ยคลา้ ย 24 คำ� เข 25 ค�ำเข 26 ขี้เกีย 27 หว้ ยอา่ ง 17 หว้ ยอา่ ง 18 ค�ำเข 19 ค�ำเข 20 บอ่ พวง 21 ขี้เกีย 22 ขเี้ กยี 23 หว้ ยอา่ ง
24 หว้ ยอา่ ง 25 หว้ ยคลา้ ย 26 หว้ ยคลา้ ย 27หว้ ยคลา้ ย 28 คำ� เข 29 ค�ำเข 30 บอ่ พวง
28 หว้ ยอา่ ง 29 หว้ ยคลา้ ย 30 หว้ ยคลา้ ย 31 คำ� เข ส. อา.
กรกฎาคม 2562
กุมภาพนั ธ์ 2562 2 ข้ีเกยี 3 หว้ ยอา่ ง จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
จ. อ. พ. พฤ. ศ. 9 ขเ้ี กีย 10 หว้ ยอา่ ง
1 ค�ำเข 16 ขเ้ี กีย 17 หว้ ยอา่ ง 1 ขเ้ี กีย 2 ขีเ้ กยี 3 หว้ ยอา่ ง 4 หว้ ยอา่ ง 5 หว้ ยคลา้ ย 6 หว้ ยคลา้ ย 7 หว้ ยคลา้ ย
4 หว้ ยอา่ ง 5 หว้ ยคลา้ ย 6 หว้ ยคลา้ ย 7 คำ� เข 8 ค�ำเข 23 ขเ้ี กีย 24 หว้ ยอา่ ง 8 ค�ำเข 9 คำ� เข 10 บอ่ พวง 11 ขเี้ กยี 12 ขี้เกยี 13 หว้ ยอา่ ง 14 หว้ ยอา่ ง
11 หว้ ยอา่ ง 12 หว้ ยคลา้ ย 13 หว้ ยคลา้ ย 14 คำ� เข 15 คำ� เข 15 หว้ ยคลา้ ย 16 หว้ ยคลา้ ย 17 หว้ ยคลา้ 18 คำ� เข 19 คำ� เข 20 บอ่ พวง 21 ขีเ้ กีย
ส. อา. 22 ข้ีเกยี 23 หว้ ยอา่ ง 24 หว้ ยอา่ ง 25หว้ ยคลา้ ย 26หว้ ยคลา้ ย 27 หว้ ยคลา้ ย 28 ค�ำเข
18 หว้ ยอา่ ง 19 หว้ ยคลา้ ย 20 หว้ ยคลา้ ย 21 ค�ำเข 22 ค�ำเข 29 คำ� เข 30 บอ่ พวง 31 ขีเ้ กยี
2 ขเ้ี กยี 3 หว้ ยอา่ ง
25 หว้ ยอา่ ง 26 หว้ ยคลา้ ย 27 หว้ ยคลา้ ย 28 คำ� เข 9 ขี้เกีย 10 หว้ ยอา่ ง สิงหาคม 2562
16 ขเ้ี กยี 17 หว้ ยอา่ ง จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
มีนาคม 2562 23 ขเ้ี กีย 24 หว้ ยอา่ ง
จ. อ. พ. พฤ. ศ. 30 ขเี้ กยี 31 หว้ ยอา่ ง 1 ขี้เกีย 2 หว้ ยอา่ ง 3 หว้ ยอา่ ง 4 หว้ ยคลา้ ย
5 หว้ ยคลา้ ย 6 หว้ ยคลา้ ย 7 ค�ำเข 8 ค�ำเข 9 บอ่ พวง 10 ขี้เกีย 11 ข้เี กยี
4 หว้ ยอา่ ง 5 หว้ ยคลา้ ย 6 หว้ ยคลา้ ย 7 ค�ำเข 1 คำ� เข ส. อา. 12 หว้ ยอา่ ง 13 หว้ ยอา่ ง 14 หว้ ยคลา้ 15 หว้ ยคลา้ 16 หว้ ยคลา้ 17 ค�ำเข 18 คำ� เข
11 หว้ ยอา่ ง 12 หว้ ยคลา้ ย 13 หว้ ยคลา้ ย 14 คำ� เข 8 คำ� เข 19 บอ่ พวง 20 ข้ีเกยี 21 ขีเ้ กยี 22 หว้ ยอา่ ง 23 หว้ ยอา่ ง 24 หว้ ยคลา้ ย 25 หว้ ยคลา้ ย
15 คำ� เข 6 ขี้เกยี 7 หว้ ยอา่ ง 26 หว้ ยคลา้ ย 27 คำ� เข 28 ค�ำเข 29 บอ่ พวง 30 ข้ีเกยี 31 ขีเ้ กีย
13 ข้ีเกยี 14 หว้ ยอา่ ง
18 หว้ ยอา่ ง 19 หว้ ยคลา้ ย 20 หว้ ยคลา้ ย 21 คำ� เข 22 คำ� เข 20 ขี้เกยี 21 หว้ ยอา่ ง กันยายน 2562
27 ขี้เกยี 28 หว้ ยอา่ ง จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
25 หว้ ยอา่ ง 26 หว้ ยคลา้ ย 27 หว้ ยคลา้ ย 28 ค�ำเข 29 คำ� เข
ส. อา. 1 หว้ ยอา่ ง
เมษายน 2562 2 หว้ ยอา่ ง 3 หว้ ยคลา้ ย 4 หว้ ยคลา้ ย 5 หว้ ยคลา้ ย 6 คำ� เข 7 คำ� เข 8 บอ่ พวง
จ. อ. พ. พฤ. ศ. 4 ขี้เกีย 5 หว้ ยอา่ ง 9 ข้เี กีย 10 ขเ้ี กีย 11 หว้ ยอา่ ง 12 หว้ ยอา่ ง 13 หว้ ยคลา้ 14 หว้ ยคลา้ 15 หว้ ยคลา้
16 ค�ำเข 17 คำ� เข 18 บอ่ พวง 19 ขีเ้ กีย 20 ขเี้ กยี 21 หว้ ยอา่ ง 22 หว้ ยอา่ ง
1 หว้ ยอา่ ง 2 หว้ ยคลา้ ย 3 หว้ ยคลา้ ย 4 คำ� เข 5 คำ� เข 23 หว้ ยคลา้ 24 หว้ ยคลา้ 25 หว้ ยคลา้ 26 ค�ำเข 27 คำ� เข 28 บอ่ พวง 29 ข้ีเกีย
8 หว้ ยอา่ ง 9 หว้ ยคลา้ ย 10 หว้ ยคลา้ ย 11 ค�ำเข 12 ค�ำเข 30 ขี้เกีย
15 หว้ ยอา่ ง 16 หว้ ยคลา้ ย 17 หว้ ยคลา้ ย 18 ค�ำเข 19 คำ� เข
22 หว้ ยอา่ ง 23 หว้ ยคลา้ ย 24 หว้ ยคลา้ ย 25 คำ� เข 26 คำ� เข
29 หว้ ยอา่ ง 30 หว้ ยคลา้ ย
พฤษภาคม 2562
จ. อ. พ. พฤ. ศ.
1 หว้ ยคลา้ ย 2 คำ� เข 3 คำ� เข
6 หว้ ยอา่ ง 7 หว้ ยคลา้ ย 8 หว้ ยคลา้ ย 9 คำ� เข 10 ค�ำเข 11 ขี้เกีย 12 หว้ ยอา่ ง ก�ำหนด เปดิ -ปดิ นำ�้ ตงั้ แต่ 06.00 น.-18.00 น.
13 หว้ ยอา่ ง 14 หว้ ยคลา้ ย 15 หว้ ยคลา้ ย 16 คำ� เข 17 ค�ำเข 18 ขเ้ี กีย 19 หว้ ยอา่ ง
20 หว้ ยอา่ ง 21 หว้ ยคลา้ ย 22 หว้ ยคลา้ ย 23 คำ� เข 24 ค�ำเข 25 ขี้เกีย 26 หว้ ยอา่ ง
27 หว้ ยอา่ ง 28 หว้ ยคลา้ ย 29 หว้ ยคลา้ ย 30 คำ� เข 31 ค�ำเข
สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การน้ำ� อย่างยงั่ ยนื ส่กู ารพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน 37
ส่วนในฤดูฝน จะมีการปรับสูตรการปล่อยน้�ำ เน่ืองจากมีผู้ท่ีต้องการใช้น้�ำ
ในการปลูกพืชและมีพ้ืนท่ีของสมาชิกท่ีปลูกพืชจ�ำนวนมากข้ึนกว่าในฤดูแล้ง จึงมี
การจัดสรรตารางเวลาตามความเหมาะสมและเท่าเทียมกัน รวมทั้งเพื่อให้มีการ
กกั เกบ็ นำ�้ ไว้ใชเ้ ป็นสต๊อกนำ�้ ในฤดูแลง้ ด้วย สตู รในการปล่อยน้�ำในฤดฝู นจงึ ปรับเป็น
สูตร 2-2-3-2-1 คือ แต่ละรอบการปล่อยน�้ำจะต้องมีหน่ึงวันที่จะต้องปล่อยน�้ำจาก
อา่ งเก็บน้ำ� เข้าบอ่ พวง
จะเหน็ วา่ ปฏทิ นิ การบรหิ ารจดั การนำ้� ไมไ่ ดก้ ำ� หนดแบบตายตวั ทกุ ปี แตข่ น้ึ อยู่
กบั สถานการณใ์ นแตล่ ะปี เชน่ ขอ้ มลู ปรมิ าณนำ�้ สภาพปญั หาภยั แลง้ การปรบั ระบบ
การผลิตของสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้�ำ ความต้องการของสมาชิก ฯลฯ ซึ่งคณะกรรมการ
ตอ้ งมกี ารประชมุ พจิ ารณาจากความจำ� เปน็ ตา่ งๆ เชน่ ปที แ่ี ลง้ มากๆ พนื้ ทข่ี องสมาชกิ
บางแปลงท่ีชาวนาเร่ิมถอนกล้าท้ิงเพราะน้�ำไม่พอ (ไม่เช่นนั้นกล้าจะแย่งน้�ำกันและ
แห้งตายหมด) ก็เห็นความจ�ำเป็นต้องปล่อยน้�ำให้ใช้ก่อนหรือปล่อยน�้ำให้เวลานาน
มากขึ้น ซึ่งต้องมีการเจรจาต่อรองกับรายต่อไป ขอความเอื้อเฟื้อกัน โดยเป็นเร่ืองท่ี
กรรมการและสมาชกิ กลมุ่ ตอ้ งชว่ ยกนั พจิ ารณา ในการตดั สนิ ใจตามความจำ� เปน็ ของ
เ กษตรกรเปน็ หลกั
ปัจจัยส�ำคัญในการก�ำหนดสูตรปฏิทินการกระจายน้�ำ จึงขึ้นกับปริมาณน�้ำ
จำ� นวนพน้ื ทเ่ี กษตร และระบบการปลกู พชื ทมี่ คี วามตอ้ งการใชน้ ำ้� ของสมาชกิ
กลุ่มเปน็ สำ� คญั ในแตล่ ะปอี าจจะมีเกษตรกรบางรายทีเ่ ริม่ ปรับเปล่ยี น
ระบบการปลกู พชื ผกั ทม่ี คี วามหลากหลายมากขนึ้ ตอ้ งการใชน้ ำ�้ มากขน้ึ
กว่าโซนอื่นๆ เช่น การใช้น�้ำในแปลงผักในโดมปลูกผักของกลุ่ม ซ่ึงก็
มีความเป็นไปได้ แต่ต้องมีการเจรจาตกลงกัน ไม่เพียงแต่เฉพาะ
กรรมการเทา่ นนั้ ทเ่ี ปน็ ผกู้ ำ� หนด แตต่ อ้ งมาประชมุ รว่ มกนั วา่ พน้ื ที่
ไหนจะปลกู พชื มากนอ้ ยขนาดไหน การปลกู พชื ของเกษตรกร
บางรายปลูกพืชไม่เหมือนกัน บางปีเกษตรกรบางคนไม่
ท�ำนา บางคนเปล่ียนไปปลูกพืชชนิดอ่ืนๆ สูตรของ
การกระจายน้�ำจึงเป็นไปตามเงื่อนไขของ
เกษตรกรเป็นหลกั
38 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน้�ำอยา่ งยง่ั ยนื สู่การพฒั นาธุรกจิ ชุมขน
กฎระเบยี บกตกิ าการใชน้ ำ�้ : มาตรการในการสรา้ งความรบั ผดิ ชอบ
รว่ มกนั เพอ่ื ความยงั่ ยนื ในการใชน้ ำ้�
กฎระเบียบกติกาการใช้น้�ำ เป็นอีกเคร่ืองมือที่วางไว้เพื่อให้เกิดระบบและ
มาตรการส�ำคัญในการสร้างกติกาและข้อตกลงร่วมของกลุ่มผู้ใช้น้�ำ เป็นแนวทาง
การปฏิบัติการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกผู้ใช้น้�ำในทุกข้ันตอน โดยมี
ระเบียบที่เกิดจากการก�ำหนดกฎกติการ่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและการ
กระจายน้�ำอย่างทั่วถึง รวมท้ังการมีส่วนร่วมรับผิดชอบค่าน�้ำเพื่อใช้ในกระบวนการ
ด�ำเนนิ งานในแต่ละช่วงของการบริหารจดั การนำ้� โดยชมุ ชนใหเ้ กดิ ความยั่งยืน
ระเบียบคณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้�ำโครงการบริหารจัดการน้�ำ
อย่างย่ังยืนอ่างเก็บน้�ำห้วยคล้าย อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ บ้าน
โคกลา่ ม –บ้านแสงอร่าม ต.กดุ หมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อดุ รธานี
ระเบยี บส�ำหรับสมาชิกกลุ่มผ้ใู ชน้ ้ำ�
1. เกษตรกรผู้ใช้น�้ำ มีหน้าที่จ่ายค่าบ�ำรุงรักษาระบบน�้ำเข้ากองทุน ปีละ
10 บาทต่อไร่ เพอ่ื ใชใ้ นการบรหิ ารจัดการระบบน้�ำ
ยกเวน้ กรณปี ระสบปญั หาภยั แลง้ ใหง้ ดเวน้ การเกบ็ เงนิ คา่ บำ� รงุ รกั ษา
และใชเ้ ปน็ การรบั บรจิ าคแทน
2. เกษตรกรที่อยู่นอกแนวท่อ แต่มีความจ�ำเป็นต้องใช้น�้ำและท�ำการผัน
น้�ำจากแนวท่อเข้าแปลงนาของตน จะต้องเก็บค่าบ�ำรุงรักษาเหมือน
กบั เกษตรกรทอ่ี ยูต่ ดิ แนวทอ่
3. การพฒั นา-ปรบั ปรงุ -ซ่อมแซมระบบนำ�้ คณะกรรมการและสมาชิกผใู้ ช้
น้�ำต้องเขา้ มารว่ มกนั ดำ� เนินการด้วยทกุ ครั้ง
กรณไี ม่มารว่ มกิจกรรม
3.1 สมาชิกท่ีเป็นกลุ่มผู้ใช้น้�ำตามแนวท่อ (อ่างห้วยคล้าย ห้วยค�ำเข
ห้วยข้ีเกยี ห้วยอ่าง) ตอ้ งจา่ ยคา่ ปรบั 100 บาทต่อวันตอ่ ครั้ง
3.2 สมาชิกท่ีเป็นกลุ่มผู้ใช้น้�ำอ่างพวง ต้องจ่ายค่าปรับ 200 บาท
ตอ่ วนั ต่อครงั้
สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การน�ำ้ อยา่ งยงั่ ยืนสกู่ ารพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน 39
4. กรณเี กษตรกรท�ำแนวท่อแตก ช�ำรุดเสยี หาย โดยไม่เจตนา ตอ้ งแจง้ ให้
กับคณะกรรมการโซนนั้นทราบทันที และรับผิดชอบในการซ่อมแซม
รวมท้ังค่าใช้จ่ายท่ีเกิดขึ้นท้ังหมด โดยคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น�้ำและ
อสพ. จะสนบั สนนุ แรงงานในการซอ่ มแซม
5. กรณีเกษตรกรท�ำแนวท่อส่งน�้ำช�ำรุดเสียหาย โดยเจตนา ให้มีการปรับ
เงินจ�ำนวน 2,500 บาท ต้องแจ้งให้กับคณะกรรมการโซนน้ันทราบ
ทันที และรบั ผิดชอบในการซ่อมแซม รวมทั้งค่าใช้จ่ายทเ่ี กิดขนึ้ ทัง้ หมด
โดยคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น้�ำและ อสพ. จะสนับสนุนแรงงานใน
การซ่อมแซม
ระเบยี บสำ� หรบั คณะกรรมการกลุ่มผูใ้ ชน้ ้�ำ
• การพัฒนา-ปรับปรุง-ซ่อมแซมระบบน้�ำ คณะกรรมการและสมาชิกผู้ใช้
น�้ำต้องเข้ามารว่ มกนั ด�ำเนินการด้วยทกุ คร้งั
กรณไี ม่มาร่วมกจิ กรรม
2.1 กรรมการทเ่ี ปน็ ผใู้ ชน้ ำ�้ ตามแนวทอ่ (อา่ งหว้ ยคลา้ ย หว้ ยคำ� เข หว้ ยขเี้ กยี
ห้วยอา่ ง) ต้องจ่ายคา่ ปรับ 100 บาทตอ่ วันต่อคร้ัง
2.2 กรรมการทเี่ ปน็ กลมุ่ ผใู้ ชน้ ำ้� อา่ งพวง จา่ ยคา่ ปรบั 200 บาทตอ่ วนั ตอ่ ครง้ั
• ในการ เปดิ – ปดิ น�ำ้ เขา้ แปลงนา ตอ้ งมีกรรมการเข้าร่วม อย่างน้อย 3 คน
• คณะกรรมการกลุ่มผใู้ ช้น�้ำต้องมีความซ่ือสตั ย์ รบั ผดิ ชอบ และปฏบิ ตั หิ น้าที ่
อย่างตรงไปตรงมา
• กรณเี กดิ เรอ่ื งเฉพาะกจิ เรอื่ งเรง่ ดว่ น เกดิ ปญั หา หรอื ขอความรว่ มมอื ชาวบา้ น
ให้ทางคณะกรรมการแจ้งผู้ใหญ่บ้านท�ำการประชาสัมพันธ์แจ้งให้สมาชิก
กลุ่มผู้ใชน้ ้ำ� รบั ทราบดว้ ยกนั
• คณะกรรมการต้องท�ำความเข้าใจกับเกษตรกรให้ปฏิบัติตามระเบียบกติกา
การใช้นำ้� ให้เขา้ ใจท่วั กัน
• กรณคี ณะกรรมการละเลยการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ใหค้ ณะกรรมการทพี่ บเหน็ ดำ� เนนิ
การปรับทนั ที จำ� นวน 500 บาท
40 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การน�้ำอย่างยั่งยนื สกู่ ารพฒั นาธุรกิจชุมขน
ขอ้ ตกลงระหว่างผ้ใู ช้น�ำ้ และคณะกรรมการผ้ใู ช้น้ำ�
1. คณะกรรมการผู้ดูแลการเปิด - ปิดน้�ำ จะได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 50
ตอ่ ปขี องค่าบำ� รงุ รกั ษาที่เก็บไดท้ ั้งหมดในปนี ้นั
2. เงินท่ีได้จากการปรับสมาชิก/คณะกรรมการที่ท�ำผิดระเบียบ ให้คิดเฉลี่ย
เป็นค่าตอบแทนคณะกรรมการผู้ดูแล รอ้ ยละ 40 ตอ่ ครง้ั
3. ล�ำดบั การเปดิ – ปิด น�ำ้ ข้ึนอยู่กับคณะกรรมการและเกษตรกรผู้ใชน้ ำ้� ตกลง
กัน โดยเรยี งล�ำดับตามความเหมาะสม
4. เกษตรกรและคณะกรรมการผใู้ ช้นำ้� ตอ้ งร่วมกันจัดการ ดแู ลและตรวจสอบ
ฝายกั้นน้�ำ เม่ือมฝี นตกในปรมิ าณมาก (หรือมวี กิ ฤตแล้ง) หากมีปริมาณน้�ำ
มากเกนิ ความจำ� เป็นต้องให้ปลอ่ ยน�ำ้ ลงอ่างพวง
5. เมื่อพบจุดที่ช�ำรุด ต้องแจ้งให้คณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น�้ำรับทราบทันที
เพื่อช่วยกันซ่อมแซมให้ฝายก้ันน้�ำกลับเข้าสู่สภาพเดิมและพร้อมใช้งาน
ได้อย่างเดมิ
6. คา่ บำ� รงุ รกั ษาทมี่ กี ารเรยี กเกบ็ จากเกษตรกรทไ่ี ดร้ บั ประโยชนจ์ ากโครงการฯ
ให้คณะกรรมการแต่ละโซนเป็นผู้เก็บรวบรวมเงิน ส่งมอบให้ประธานของ
กองทุนน�้ำน�ำฝากเข้าบัญชีกองทุน เพ่ือจัดซื้ออุปกรณ์ที่จ�ำเป็นในการซ่อม
บ�ำรงุ ระบบส่งนำ�้ ตอ่ ไป
สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ้� อยา่ งยัง่ ยืนสู่การพฒั นาธรุ กจิ ชุมขน 41
บทเรยี น : ความเปน็ เจา้ ของงานทร่ี ว่ มรบั ผล รว่ มตดิ ตาม คอื ตวั ชว้ี ดั
สำ� คญั ของความยง่ั ยนื
คณะกรรมการกองทุนผู้ใช้น้�ำ จะมีการติดตามรวบรวมสมุดบันทึกการใช้น้�ำ
ของสมาชิก น�ำข้อมูลมาสรุปยอดสมาชิกผู้ใช้น้�ำ ความถี่จ�ำนวนคร้ังที่ใช้น้�ำ เพื่อ
เปรียบเทยี บกบั ปริมาณน�้ำทบี่ ริหารไปแต่ละโซน ดูความสมั พนั ธ์ และพฤติกรรมการ
ใช้น�้ำของสมาชิก รวมท้ังเก็บข้อมูลวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพ่ือพัฒนาให้มี
ประสิทธภิ าพและใชน้ �้ำใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ในทุกๆปี
จากการสรุปบทเรียนร่วมกันพบว่าปัญหาท่ีส�ำคัญ มีท้ังจากตัวสมาชิก และ
ปัญหาในการด�ำเนินงานของคณะกรรมการเอง ปัญหาความร่วมมือจากสมาชิก
มสี มาชิกบางคนท่ไี มเ่ ห็นความสำ� คญั ของกฎระเบียบกติกาของกลมุ่ ท�ำใหก้ ารน�ำไป
ปฏิบัติไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง อีกท้ังยังมีสมาชิกท่ีท�ำผิดกฎกติกา มีการ
แอบลกั เปดิ นำ้� การขโมยนำ�้ ในชว่ งเวลาทยี่ งั ไมถ่ งึ ตารางใชน้ ำ้� ในพนื้ ทข่ี องตน สมาชกิ
บางคนไม่ยอมจ่ายค่าน�้ำตามจ�ำนวนพื้นท่ีท�ำการเกษตรของตน โดยอ้างว่าได้รับน้�ำ
ไม่เต็มพื้นที่ สมาชิกบางคนมีการปรับเปลี่ยนระบบอุปกรณ์โดยพละการ เช่น
การเปล่ียนแนวท่อน้�ำ แอบดึงวาล์วน้�ำ ดึงท่อน้�ำออก เพื่อให้น้�ำเข้าที่นาของตนใน
ปริมาณมากข้ึน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเกิดจากการจัดสรรน้�ำตามปฏิทินไม่เพียงพอต่อ
ปริมาณความต้องการในการใช้น้�ำของสมาชิก ที่ต้องการให้เปิดน้�ำเข้าพื้นที่
ตนเองมากๆ การยังไมต่ ระหนกั ต่อการแบ่งปนั นำ�้ ส่งผลใหใ้ นบางวนั การบรหิ ารนำ�้
ไมเ่ ปน็ ไปตามปฏิทิน และปรมิ าณน้�ำไม่ได้ตามที่สมาชิกส่วนใหญต่ ามแผนที่วางไว้
แนวทางการแกไ้ ขทผ่ี า่ นมาสำ� หรบั การผดิ กฎกตกิ าของสมาชกิ คณะกรรมการ
ใช้วิธีการไกล่เกลี่ย และมีการปรับการบริหารการปล่อยน้�ำภายในโซนพื้นท่ี ด้วย
วิธีการจัดช่วงเวลาตามกลุ่มสมาชิกที่วาล์วปล่อยน�้ำมีขนาดเดียวกัน และมีระดับ
ความสูงใกล้เคียงกัน ให้เปิดน�้ำใช้พร้อมกัน ส่วนปัญหาการกระจายน�้ำไม่ทั่วถึง
ในฤดูแล้ง จากเดิมที่เคยใช้น้�ำได้เพียง 3 โซนในฤดูแล้ง คือ ห้วยคล้าย ห้วยข้ีเกีย
ห้วยอ่าง จึงได้พยายามทดลองใช้แนวทางแบบกาลักน้�ำดึงน้�ำจากห้วยคล้ายไปที่
ห้วยค�ำเข เพ่ือให้เกษตรกรได้ใช้น�้ำในช่วงการปลูกพืชหลังนา แต่ไม่ได้ผล จึงปรับ
เป็นวิธีการเช่ือมท่อจากท่อเมนหลักของต้นน้�ำห้วยคล้ายไปห้วยค�ำเข ซ่ึงจากเดิม
42 สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการน�้ำอย่างยงั่ ยืนส่กู ารพัฒนาธรุ กจิ ชมุ ขน
โซนห้วยคำ� เขจะใชน้ �ำ้ ไดเ้ ฉพาะหนา้ ฝน เม่ือมกี ารต่อทอ่ ท�ำให้เกษตรกรโซนหว้ ยคำ� เข
สามารถปลูกพืชหลังนา ปลกู พชื ผสมผสาน ปลูกขา้ วโพดหวาน ผักสวนครวั เพิ่มข้ึน
ส่วนปัญหาจากการด�ำเนินงานของคณะกรรมการ มาจากการที่
คณะกรรมการมีจ�ำนวนน้อย ท�ำให้ไม่สามารถลงพื้นที่เพ่ือบริหารน�้ำให้สมาชิกได้
อย่างต่อเน่ือง บางคนไม่สามารถลงไปเปิดน�้ำด้วยตนเองตามท่ีตกลงกันไว้ ซึ่ง
จ�ำเป็นต้องเปิดน้�ำผ่านมิเตอร์เพ่ือให้เก็บข้อมูลปริมาณน�้ำ ซึ่งบางครั้งไม่มีการเปิด
ผ่านมิเตอร์ท�ำให้ข้อมูลปริมาณน�้ำในแต่ละโซนไม่สัมพันธ์กับปริมาณน้�ำที่ใช้จริง
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในการใช้มิเตอร์ ที่มาจากตะกอนดินที่ติดอยู่ในมิเตอร์น�้ำท�ำ
ให้มิเตอร์ใช้วัดผลการใช้น้�ำไม่ได้จริง จึงมีแนวทางข้อเสนอในการให้ความรู้ด้าน
เทคนิค วิธีการเปิด-ปิดน้�ำให้แก่สมาชิกผู้ใช้น�้ำทราบ เพ่ือความถูกต้องในกรณี
ที่ต้องการเปิดน้�ำเอง ป้องกันปัญหาการเปิดน�้ำไม่ผ่านมิเตอร์ ให้ความรู้เร่ืองการ
ให้น้�ำกับพืชแต่ละชนิด เช่น การใช้วิธีการชักร่องน้�ำในแปลงให้น้�ำท่ัวถึงท้ังแปลง
ทีมปฏิบัติการพื้นท่ีได้เสนอวิธีการแก้ไขโดยก่อนการเปิดน้�ำใช้ในฤดูแล้ง ให้ใช้ผ้า
จีโอเทคไทล์ ปิดปากท่อเพ่ือกรองน�้ำ ป้องกันตะกอน อุดตันใบพัดมิเตอร์ หรือแนว
ทอ่ ส่งน�้ำ
สบื สาน ต่อยอด การบริหารจดั การน�ำ้ อยา่ งยัง่ ยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชมุ ขน 43
สรปุ ผลการดำ� เนนิ งานดา้ นการพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การนำ้� โดย
ชมุ ชน ตามโครงการบรหิ ารจดั การนำ�้ อยา่ งยงั่ ยนื อา่ งเกบ็ นำ�้ หว้ ยคลา้ ยฯ
จากการติดตามผลการด�ำเนินงานในการพัฒนาระบบน้�ำและการบริหาร
จัดการน�้ำของโครงการอ่างเก็บน�้ำห้วยคล้ายฯ ในปี 2562 พบว่า ข้อมูลสรุปผลจาก
การบันทึกการใช้น�้ำผ่านมิเตอร์ โซนห้วยคล้าย จ�ำนวน 1891.00 ลบ.ม. โซนห้วย
อ่าง จ�ำนวน 445.60 ลบ.ม. โซนห้วยขี้เกยี จ�ำนวน 106.60 ลบ.ม. และโซนห้วยค�ำเข
จ�ำนวน 10,152.00 ลบ.ม. รวมปริมาณน�้ำท่ีปล่อยในระบบการจัดการน้�ำของกลุ่ม
ทงั้ ส้ินจ�ำนวน 12,595.20 ลบ.ม.
ปริมาณการใช้ นำ้� จากอา่ งเก็บน�้ำหว้ ยคลา้ ย ผา่ นตวั เลขมิเตอรท์ ้งั 4 โซน
12,000.00
10,000.00 10,152.00 ลบ.ม.
8,000.00
6,000.00 12,595ร.ว2ม0 ลบ.ม.
4,000.00 คณะกรรมการกองทุนผู้ใช้น้�ำ ติดตามรวบรวม
สมุดบันทึกการใช้น้�ำของสมาชิก น�ำข้อมูลมาสรุป
2,000.00 ยอดสมาชิกผู้ใชน้ ้ำ� ความถีจ่ ำ� นวนครั้งท่ีใชน้ ้ำ� เพ่อื
เปรียบเทียบกับปริมาณน้�ำท่ีบริหารไปแต่ละโซน
1,891.00 ลบ.ม. 445.60 ลบ.ม. 106.60 ลบ.ม. โซน ดูความสัมพันธ์ และพฤติกรรมการใช้น้�ำของ
ห้วยคำ� เข สมาชิกรวมท้ังเก็บข้อมูลวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน
โซน โซน โซน เพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและใช้น�้ำให้เกิด
หว้ ยคล้าย ห้วยอา่ ง หว้ ยขีเ้ กยี ประโยชนส์ งู สุด
ตารางบันทึกการใช้น้ำ� ผ่านมิเตอร์
โซนห้วยคล้าย 1,891.00 ลบ.ม.
โซนห้วยอา่ ง 445.60 ลบ.ม.
โซนห้วยข้เี กีย 106.60 ลบ.ม.
โซนห้วยคำ� เข
10,152.00
สรุปข้อมูลภาพรวมศักยภาพการใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการน้�ำ
อ่างเก็บน้�ำห้วยคล้าย สามารถเพ่ิมพ้ืนท่ีการรับน้�ำในฤดูฝนรวม 1,297 ไร่ จ�ำนวน
ครัวเรือนท่ีได้รับน�้ำ 112 ครัวเรือน จ�ำนวนพ้ืนท่ี 139 แปลง พ้ืนที่รับน้�ำในฤดูแล้ง
รวม 461 ไร่ จ�ำนวนครวั เรือนที่ได้รับน้ำ� 48 ครัวเรือน จำ� นวนพื้นที่ 55 แปลง เพิ่มขึ้น
จากเดิมก่อนการพัฒนาระบบ คือเดิมพ้ืนท่ีการรับน�้ำในฤดูฝนเพียง 800 ไร่ จ�ำนวน
ครัวเรือนที่ได้รับน้�ำ 83 ครัวเรือน จ�ำนวนพ้ืนท่ี 87 แปลง พื้นที่รับน�้ำในฤดูแล้งเดิม
44 สืบสาน ต่อยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อย่างยงั่ ยืนสู่การพัฒนาธุรกจิ ชุมขน
ไดเ้ พยี ง 200 ไร่ จ�ำนวนครัวเรือนท่ไี ด้รบั น้�ำ 31 ครวั เรือน และจ�ำนวนพ้นื ท่ี 33 แปลง
แบ่งตามโซน 4 โซน ได้ตามแผนทีส่ รุปข้อมูลภาพรวม ดังนี้
หลังจากที่มีการพัฒนาระบบน�้ำต่อยอดจากระบบเดิม โดยการปรับปรุง
ซ่อมแซมฝายการเกษตรอีก 7 ตัว และการพัฒนาแหล่งน้�ำ ขุดลอกล�ำห้วยและ
แหล่งนำ�้ ต่างๆ 3 สามารถเพ่ิมพ้นื ที่รับน�้ำไดอ้ ีก 544 ไร่ ในฤดูฝน รวมพ้ืนท่ีรับน�้ำจาก
การพัฒนาระบบน�้ำท้ังหมด 1,850 ไร่ จ�ำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์จาก
โครงการฯ 126 ครวั เรอื นในฤดฝู น และ 56 ครวั เรือนในฤดแู ลง้
แผนทแี่ สดงภาพรวม "การบริหารจัดการน้ำ� "
3 โครงการซอ่ มแซม ปรบั ปรุง เสรมิ ฝาย อา่ งเกบ็ นำ�้ และการส่งน้ำ� ด้วยระบบทอ่ ตามยทุ ธศาสตร์สง่ เสรมิ การ
ขบั เคลอ่ื นการพฒั นาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในภาคการเกษตรและชนบท จงั หวัดอุดรธานี ปี 2558
สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การน�ำ้ อยา่ งยงั่ ยืนสูก่ ารพัฒนาธรุ กจิ ชมุ ขน 45
นอกจากนี้ ยังพบว่ากิจกรรมในการใช้น�้ำที่ได้จากการพัฒนาระบบน�้ำ ยังต่อ
ยอดไปสู่กิจกรรมของชุมชนท่ีหลากหลายมากขึ้น ได้แก่ การน�ำน้�ำไปใช้ในแปลงผัก
ในโดมปลกู ผัก การตกกลา้ ปลูกข้าว การปลกู พชื หลงั นา การปลกู ขา้ วโพด ปลกู ฝรง่ั
ไร้เม็ด โรงเห็ดฟาง ผักหวานป่า หน่อไม้ ถั่วลิสง สตรอเบอร์รี่ กล้วยหอมทอง
มะละกอ และพืชผักต่างๆ ที่เป็นสวนผสมผสาน การเล้ียงปลา หรือมีบ่อน้�ำส�ำหรับ
ให้วัว ควายได้ใช้น้�ำ ตลอดจนกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่เกิดข้ึน เช่น กลุ่มผักปลอดภัย
กล่มุ ผลไมแ้ ปรรูป กลมุ่ โรงสีรวม ทสี่ ามารถสรา้ งอาชพี และรายได้ให้แกช่ าวบ้าน
การบริหารจดั การน�้ำฤดแู ล้ง (2560/2561)
46 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ้� อย่างยง่ั ยนื ส่กู ารพัฒนาธุรกิจชุมขน
แม้ว่าโครงการฯ ด้านการพัฒนาการบริหารจัดการน�้ำชุมชนจะยังไม่
สามารถด�ำเนินการได้ครอบคลุมทั่วถึงแก่คนทุกคนในชุมชน แต่โครงการฯ ได้มี
ความพยายามในการประสานงานหน่วยงานต่างๆ และการบูรณาการการ
ด�ำเนินการร่วมกัน
เพ่ือให้เกิดแนวทางการพัฒนาแหล่งน�้ำนอกพื้นที่ท่ีมีระบบส่งน�้ำ เช่น การ
ขุดสระ การขุดลอกล�ำน้�ำ การเสริมระบบการใช้น�้ำในแปลง การพัฒนาระบบการ
ผลิตที่หลากหลายให้เป็นระบบเกษตรผสมผสานและเป็นแปลงตัวอย่าง รวมทั้ง
สนบั สนนุ อาชพี เสรมิ และการพฒั นากลมุ่ อาชพี ทจี่ ะสามารถสรา้ งรายไดแ้ ละคณุ ภาพ
ชีวิตท่ีดีขึ้นแก่กลุ่มคนทุกกลุ่มในชุมชน จากบันไดข้ันแรกคือ ครัวเรือนพ่ึงตนเอง
(อยรู่ อด) เป็นการต่อยอดไปสู่บนั ไดขัน้ ท่ีสอง ชุมชนรวมกล่มุ พง่ึ ตนเองได้ (พอเพียง)
และบนั ไดขนั้ ท่ีสาม เชื่อมโยงออกสูภ่ ายนอก (ยั่งยืน) ซ่งึ จะกล่าวในบทต่อไป
สบื สาน ต่อยอด การบริหารจัดการนำ้� อย่างยง่ั ยืนสูก่ ารพฒั นาธุรกจิ ชุมขน 47
3.
นำ้� เพียงพอ เสริมตอ่ อาชพี
สู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน
48 สืบสาน ต่อยอด การบรหิ ารจัดการนำ้� อย่างยง่ั ยนื ส่กู ารพัฒนาธรุ กจิ ชมุ ขน