The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สืบสานต่อยอด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน สู่การพัฒนาธุรกิจชุมชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by datapidthong, 2022-04-03 22:43:08

สืบสานต่อยอด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน สู่การพัฒนาธุรกิจชุมชน

สืบสานต่อยอด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน สู่การพัฒนาธุรกิจชุมชน

น้�ำมา เกษตรกรรมดี มรี ายไดเ้ พ่มิ เสรมิ ระบบการผลติ

จากการพฒั นาระบบนำ้� เพอ่ื แกป้ ญั หาการขาดแคลนนำ้� ของชมุ ชน โครงการฯ
ยงั ได้วางแนวทางในการพฒั นาด้านการผลติ การสง่ เสรมิ อาชพี การตลาด และการ
ต้ังกองทุนประกอบอาชีพ เพื่อพัฒนาให้เป็นพ้ืนท่ีต้นแบบการประยุกต์ใช้แนว
พระราชดำ� รใิ นการบรหิ ารจดั การนำ�้ ชมุ ชน และเกษตรทฤษฎใี หมต่ ามแนวพระราชดำ� ริ
ท่ีสามารถน�ำไปสกู่ ารพง่ึ พาตัวเอง บรหิ ารจัดการไดด้ ว้ ยชุมชน
เม่ือน้�ำมา จึงต้องน�ำพาให้เกษตรกรสามารถพัฒนาระบบการผลิต โดย
โครงการฯไดส้ นับสนนุ การปรับรูปแบบระบบการเกษตรของชมุ ชน ไดแ้ ก่
การส่งเสริมการปรับปรุงระบบการผลิตข้าวเพื่อเพ่ิมผลผลิต การท�ำนา
เป็นอาชีพหลักของคนในชุมชนบ้านโคกล่าม-แสงอร่าม ดังนั้น การลดต้นทุนและ
เพ่ิมผลผลิตข้าวนาปี ซ่ึงพบว่าผลผลิตข้าวก่อนที่โครงการฯ จะเข้ามาด�ำเนินงาน
ในปี 2554 ได้เพียง 350 กิโลกรัมต่อไร่ เร่ิมจากการปรับปรุงดิน โดยการปลูก
ปอเทืองแล้วไถกลบก่อนปลูกข้าว หลังจากเก่ียวข้าวเสร็จจึงปลูกพืชหลังนา ได้แก่
ขา้ วโพดหวาน ถว่ั เหลอื ง เมือ่ เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วกไ็ ถกลบซากพชื เพ่ือเพิม่ ปรมิ าณ

สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ�้ อย่างยัง่ ยืนสู่การพัฒนาธุรกิจชมุ ขน 49

อินทรีย์วัตถุในดิน รวมทั้งเพ่ิมธาตุอาหารไนโตรเจน มีการตรวจวิเคราะห์ดิน และ
วิเคราะห์สูตรปุ๋ยตามค่าดิน โดยท�ำงานร่วมกับสถานีพัฒนาท่ีดินจังหวัดอุดรธานี
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ส�ำนักงานเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมท้ังการ
เช่ือมโยงกบั ระบบการบรหิ ารจัดการน�ำชุมชนของกลุม่ ผใู้ ชน้ ำ�้
เม่ือชาวบ้านเตรียมต้นกล้าหรือเมล็ดพันธุ์แล้วเสร็จ คณะกรรมการกลุ่ม
ผู้ใช้น�้ำได้ร่วมท�ำแผนบริหารจัดการน้�ำในการเพาะปลูกข้าวและพืชต่างๆให้มีน�้ำ
เพียงพอตลอดฤดูกาลปลกู คณะกรรมการระดบั อำ� เภอ ประกอบดว้ ย เกษตรอำ� เภอ
พฒั นาการอ�ำเภอ ปศุสัตว์อำ� เภอ ฯลฯ ไดม้ าทบทวนความรกู้ ารปลูกขา้ วอยา่ งถูกวธิ ี
การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การผลิตไตรโคเดอร์มาและสารชีวภัณฑ์ เพ่ือป้องกัน
และแก้ไขปัญหาโรคแมลง โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียนประสบการณ์
การใช้ปุ๋ย มีการติดตามทุกระยะโดย อสพ. ซึ่งจากการตรวจติดตามแปลง พบว่า
แปลงท่ีมีการปรับปรุงดินโดยปุ๋ยพืชสด (ปอเทือง) ต้นข้าวมีการเจริญเติบโตดี เช่น
ล�ำต้นมีความสูง มีการแตกกอมากกว่าแปลงที่ไม่ได้ปรับปรุงดิน ส่งผลให้ผลผลิต
ขา้ วเพ่ิมขนึ้ จากปี 2558 ทไ่ี ด้ 488 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 524 กิโลกรมั ต่อไร่ในปี 2559
นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ได้การรับรองมาตรฐาน GAP ในเกษตรกร 52 ราย จาก
เกษตรกร 129 ราย คิดเปน็ ร้อยละ 40.3 คนปลกู ขา้ วซึง่ เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์
ขา้ วอยา่ งแท้จรงิ
การส่งเสริมฟาร์มต้นแบบ กิจกรรมการส่งเสริมด้านการเกษตร สร้างพ้ืนที่
ต้นแบบเกษตรกร เพ่ือน�ำไปสู่การขยายผลพ้ืนที่อื่น ๆ โดยคัดเลือกชาวบ้านท่ีมี
ความขยันหมั่นเพียรจ�ำนวน 2 แปลง ขนาด 6 ไร่ คือ นายสุบรรณ สอดสี และ
20 ไร่ คือ นายบุญมาก สิงห์ค�ำป้อง โดยการสนับสนุนให้เกษตรกรแปลงตัวอย่าง
เรียนรู้วิธีการปลูกพืชหลายช้ัน ตลอดจนส่งเสริมเมล็ดพันธุ์และการเลี้ยงปศุสัตว์
เพ่ือพฒั นาเปน็ พื้นทต่ี น้ แบบการเรียนรู้

50 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การนำ้� อย่างยัง่ ยนื สู่การพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน

ฟาร์มตัวอยา่ งฯ สชู่ ุมชน แนวคิดของการท�ำฟาร์มฯ -ป รกะาหรลยดดั รายจ่าย -อ อเพมิม่ รายไดจ้ าก
นายบญุ มาก สงิ หค์ ำ� ป้อง -ข- กกยาานั รรดปแูลลูกรพกั ืชษแาบพบืชตผ่อักเทนุกอ่ื วงนั ในการซ้ืออาหาร การเลย้ี งหมู
- การเกบ็ เกย่ี วผลผลติ ทกุ วนั

กลว้ ย ผกั ชี โหระพา กระเพรา มะม่วง มะพร้าว
แค สะเดา มะรมุ คอกสกุ ร เป็ด ไก่ ข้าวโพด
พริก มะเขือ

ข่า ตะไคร้ กองป๋ยุ คอก

ผกั กระเฉดน้�ำ

ต�ำลึง ถัว่ พู บวบ ฟกั ทอง ผกั บ้งุ ต้นทุนต่อไร่ 23,261 บาท
ผลท่ีจะได้ = 106,000 บาท

สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มอาชีพและกลุ่มกองทุน หนุนการแก้ปัญหา
เศรษฐกจิ

โครงการฯ ยังท�ำงานสนับสนุนต่อยอดในการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้
ชาวบ้านในชุมชนต่อเน่ือง ด้วยการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนด้านอาชีพต่างๆ
ที่สอดคล้องและเป็นไปตามความต้องการของคนในชุมชน โดยเน้นให้มีการบริหาร
กลุ่มในลักษณะกองทุนเพื่อให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของ เรียนรู้การบริหารจัดการกลุ่ม
และน�ำไปสู่ความยั่งยืน กลุ่มกองทุนด้านอาชีพท่ีได้รับการสนับสนุนให้มีการจัด
ต้งั ขน้ึ ได้แก่
1. กองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ก่อต้ังเมื่อ ปี 2555 ซ่ึงในต�ำบลกุดหมากไฟมี
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนอยู่แล้ว ตั้งอยู่ที่บ้านกุดหมากไฟ โดยใช้สถานท่ีของ
ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีต�ำบลกุดหมากไฟ จึงขยายผลมาตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว
ชุมชนบ้านโคกล่าม - แสงอร่ามให้เป็นศูนย์เครือข่าย ในระยะเริ่มต้นน้ีได้น�ำเมล็ด
พันธุ์ข้าวให้แก่กองทุน 2 ครั้ง โดยคัดเลือกสมาชิกที่เป็นชาวนามืออาชีพในการ
ผลิตและคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว และมีการควบคุมวิธีการท�ำนาตั้งแต่กระบวนการปักด�ำ

สืบสาน ต่อยอด การบริหารจดั การนำ้� อยา่ งยงั่ ยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชมุ ขน 51

การดูแลระหว่างตน้ ขา้ วโต การเกบ็ เก่ียว และแปรสภาพ โดยมีการคดั เลือกเกษตรกร
ท่มี ีท่ีดนิ เปน็ ของตัวเอง มีน�้ำทำ� นา และทำ� นาแบบปักด�ำ จำ� นวน 20 ราย ใช้พน้ื ท่ที ำ�
นา 5 ไร่ มาทำ� แปลงขา้ วสาธติ ส�ำหรบั ผลติ เมลด็ พันธุ์ขา้ วคุณภาพดี สง่ เข้าร่วมอบรม
ถ่ายทอดความรู้ ในเรื่องการเตรียมดิน ปักด�ำ วิธีการดูแลรักษา และการเก็บเก่ียว
เม่ือเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะมีการตรวจคุณภาพข้าว ถ้าผ่านได้มาตรฐานก็จัด
บรรจุภัณฑ์เป็นข้าวคุณภาพดีส�ำหรับจ�ำหน่าย ทั้งน้ีได้รับการสนับสนุนเครื่องเป่าท�ำ
ความสะอาดเมล็ดพันธุ์ จากศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองแวงพัฒนา ต.กุดหมากไฟ
อ.หนองวัวซอ เพ่ือท�ำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ก่อนบรรจุกระสอบ และจ�ำหน่ายให้
กับเกษตรกรท่ีต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวไปใช้ในฤดูการท�ำนา ในปี 2556 ศูนย์
เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานีได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวจ�ำนวน 2 ตัน ประเภทข้าว กข.6
จำ� นวน 40 กระสอบ ข้าวหอมมะลิ 105 จำ� นวน 40 กระสอบให้ทางกองทนุ เมลด็ พนั ธุ์
ข้าวนำ� มาบริหารจัดการ เพ่อื ใหส้ มาชิกพฒั นาเมล็ดพันธุ์คณุ ภาพดจี ำ� หนา่ ย
2. วิสาหกิจชุมชน “กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์บ้านโคกล่าม-แสงอร่าม” ได้รับ
สนับสนุนงบประมาณกองทุนปุ๋ยมาจากโครงการปดิ ทองหลงั พระฯ เป็นทนุ สนับสนนุ
ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2558 โดยให้ทุนมาเป็นปุ๋ยสูตร 0-3-0 จ�ำนวน 70 กระสอบ
ราคากระสอบละ 150 บาท กองทุนปุ๋ยจัดจ�ำหน่ายกระสอบละ 170 บาท หักก�ำไร
กระสอบละ 20 บาทเข้ากองทุนปุ๋ย 10 บาท หักให้คณะกรรมการ 10 บาทเพื่อ
เป็นค่าบริหารจัดการ แรกเร่ิมกลุ่มท�ำหน้าที่ซื้อปุ๋ยมาขายให้สมาชิก โดยให้สมาชิก
มารับปุ๋ยไปก่อนและช�ำระหน้ีคืนภายหลัง ต่อมากลุ่มเร่ิมพัฒนาองค์ความรู้เพ่ือ
ให้สามารถด�ำเนินการผลิตปุ๋ยเองได้ด้วย ในปี 2561 สถานีพัฒนาท่ีดินจังหวัด
อุดรธานี ได้มาสนับสนุนให้มีการพัฒนาสูตรปุ๋ยอินทรีย์เพ่ือการปรับปรุงบ�ำรุงดิน
มีการเก็บตัวอย่างดินเป็นรายแปลง จ�ำนวน 139 แปลง พาพัฒนาหาสูตรปุ๋ยที่
เหมาะสมกบั สภาพดนิ โดยนำ� ตัวอยา่ งป๋ยุ ทีผ่ ลิตไดส้ ่งให้กรมพฒั นาทดี่ นิ ไดว้ เิ คราะห์
เพ่ือให้มีการพัฒนาปรับสูตรปุ๋ยให้ตรงกับคุณภาพของดินในพื้นที่ โดยปรับปรุงให้
มีหลากหลายสูตรตามสภาพดิน เช่น ปุ๋ยท่ีใช้ส�ำหรับดินเหนียว ดินทราย มีการท�ำ
แปลงสาธิตการใช้ปุ๋ย และต่อมามีการสนับสนุนเคร่ืองจักรอัดเม็ดปุ๋ย เพื่อให้กลุ่ม
สามารถผลิตป๋ยุ อินทรียข์ ายได้เองอกี ดว้ ย

52 สืบสาน ต่อยอด การบริหารจัดการนำ�้ อย่างยง่ั ยืนสู่การพัฒนาธรุ กิจชมุ ขน

วัตถุดบิ กระบวนการผลติ ปุย๋ อนิ ทรยี ์คณุ ภาพ
บ้านโคกลา่ ม-แสงอร่าม
อัตราส่วนผสม 100 กก.
1) เตรียมน้�ำหมกั หอยเชอรรี่
กากนำ�้ ตาล นำ้� หมกั มลู คา้ งคาว

ป๋ยุ หมัก 2) นำ� มลู สตั วแ์ หง้ มาบดให้ละเอยี ด
ก่อนใช้ในขน้ั ตอนการผลติ
ขี้ววั 3) นำ� ปุ๋ยหมัก สว่ นผสมหลกั มา
หินฟอสเฟต สับให้ละเอยี ด และตากใหแ้ ห้ง

รำ� ข้าว 4) ผสมร็อคฟอสเฟต (หินภูเขาไฟ)
กากถว่ั เหลอื ง กากถั่วเหลือง-มูลสัตว์ (ขี้วัว)
และผสมร�ำข้าว

5) จุลนิ ทรีย์ซปุ เปอร์ (พด.9) กับน�ำ้
ลดให้ท่ัวกองปยุ๋ ในอตั ราส่วนปยุ๋
3 กโิ ลกรมั

ราคาจ�ำหนา่ ย 6) ขึน้ จานป้ันเม็ด พร้อมฉีดพ่น
1) ราคา 300 บาท นำ�้ หมกั หอยเชอรี่ และนำ้� หมกั
(ซอื้ สดกระสอบ) มูลค้างคาวแล้วน�ำมาผึ่งใน
2) ราคา 350 บาท ทรี่ ม่ ใหแ้ หง้ บรรจกุ ระสอบละ
(ช�ำระหลังจาก 50 กิโลกรัม จ�ำหน่ายให้
เกบ็ เกีย่ วผลผลติ ขา้ ว) สมาชกิ

3. กลมุ่ วสิ าหกจิ ผปู้ ลกู ผักปลอดภยั โครงการฯ ได้สรา้ งความเข้าใจหลกั การ
ท�ำงานการสมทบแรงงานในการปรับปรุงโรงเรือน และสนับสนุนองค์ความรู้ และ
วางแผนรอบการปลกู การปลกู ตามฤดกู าล ความรเู้ ร่อื งโรคพืช - แมลงศตั รูพืช โดย
ประสานงานให้กรมวิชาการเกษตรมาสนับสนุนองค์ความรู้ในการรับรองมาตรฐาน
GAP เกษตรอ�ำเภอหนองวัวซอ เข้ามาสนับสนุนแนะน�ำวิธีการท�ำไตรโคเดอร์มา
บิวเวอเรีย และให้องค์ความรู้การปลูกการดูแลรักษา เกษตรจังหวัดอุดรธานี
ช่วยประสานช่องทางตลาดเกษตรกร (ร่มเขียว) ส�ำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์
จงั หวดั อุดรธานีสนบั สนนุ การท�ำบญั ชี และการปิดบัญชีงบดุลประจ�ำป ี

สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อยา่ งยง่ั ยืนสกู่ ารพฒั นาธุรกจิ ชุมขน 53

มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี สนับสนุนงบประมาณในการสร้างโรงเรือน
โรงคัดล้างบรรจุภัณฑ์ และองค์ความรู้การปลูกการดูแลรักษา การรวมกลุ่มของ
เกษตรกรเพื่อหาช่องทางการจ�ำหน่ายสินค้า การวางแผนการผลิตจากการส�ำรวจ
ความต้องการของตลาด ประชุมวางแผนการปลูกผักตามฤดูกาลเพื่อให้ง่ายต่อ
การดูแล ท�ำปฏิทินแผนการปลูก (การเตรียมแปลง การเตรียมเมล็ด การปลูก
การดแู ลรกั ษา การเกบ็ เกย่ี ว) จดั หาปจั จยั การเพาะปลกู (ปยุ๋ เมลด็ พนั ธ์ุ ) โดยเกษตรกร
เป็นผู้จัดการในด้านต่างๆ ได้แก่ การท�ำบัญชีการเงิน การตกลงราคากับสมาชิกท่ี
ขายใหก้ ลมุ่ (ตน้ ทนุ ) คา่ แรงงานของสมาชกิ ทนี่ ำ� ผกั ไปจำ� หนา่ ยมกี ารหกั 10% เขา้ กลมุ่
การท�ำบญั ชีต้นทนุ -รายได้ การแปรรปู มโี รงจัดการผลผลติ หลงั เก็บเกี่ยว เพื่อคัดลา้ ง
และบรรจภุ ณั ฑส์ นิ คา้ กอ่ นนำ� จำ� หน่ายตลาด 3 แหง่ ได้แก่ โรงพยาบาลค่ายประจกั ษ์
ศลิ ปาคม โรงพยาบาลศูนยอ์ ดุ รธานี และตลาดร่มเขยี ว
54 สบื สาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การนำ้� อย่างย่ังยืนสกู่ ารพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน

4. กลมุ่ วสิ าหกจิ โรงสขี า้ วชมุ ชน บา้ นโคกลา่ ม - แสงอรา่ ม โรงสขี า้ วชมุ ชน
ก่อต้ังเมื่อปี 2556 วัตถุประสงค์เพ่ือต้องการให้คนในชุมชนมีร�ำ เพื่อน�ำไปเลี้ยงหมู
ไก่ เปด็ และสรา้ งรายไดใ้ หก้ ับชมุ ชน ไม่ต้องออกไปหาซอื้ ข้างนอก โรงสชี ุมชนแห่งนี้
เกิดจากการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน กล่าวคือ กลุ่มได้ขอยืมเงินจากกองทุน
ศึกษาดูงาน 200,000 บาท เพื่อซื้อท่ีดินสร้างอาคารโรงสี ขอยืมเงินกลุ่มสุกร
20,000 บาท ในการติดต้ังระบบไฟฟ้าในอาคาร อ�ำเภอหนองวัวซอสนับสนุน
วัสดุก่อสร้าง เทศบาลต�ำบลกุดหมากไฟสนับสนุนระบบวัสดุอุปกรณไฟฟ้า มูลนิธิ
พระดาบส และโครงการปิดทองหลังพระฯ สนับสนุนเคร่ืองสีข้าว โดยกลุ่มได้เริ่ม
ด�ำเนินการสีข้าวในปี 2557 เริ่มมีการสีข้าว และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน
เม่ือปี พ.ศ.2558 โดยการจ�ำหน่ายหุ้นให้สมาชิกหุ้นละ 100 บาท การด�ำเนินงาน
ของโรงสีประกอบด้วย การแปรรูปข้าวเปลือก การจำ� หนา่ ยรำ� ปลายขา้ ว แกลบโดย
จดั ซ้ือข้าวเปลอื กเข้าโรงสี การบรรจภุ ณั ฑ์ และเพ่ิมมูลค่า เชน่ การแปรรูป ข้าวกล้อง
ขา้ วอนิ ทรยี ์ การขายผลผลิตจากโรงสี ไดแ้ ก่ ร�ำ ปลายข้าว และแกลบ การเดนิ เครือ่ ง
สีข้าว เปิดด�ำเนินงานโรงสีข้าว ควบคุมเคร่ืองสีข้าว การดูแลซ่อมบ�ำรุงเคร่ืองสีข้าว
มีการจัดจ้างสมาชิกของกลุ่ม เพื่อปฏิบัติงานท่ีโรงสีข้าววันละ 2 คน โดยให้ค่า
ตอบแทนร้อยละ 30 ของรายได้จากการขายร�ำ ปลายข้าว และแกลบ และให้มี
คณะกรรมการสลับหมุนเวียนกันมาดูแลกิจการวันละ 1 คน การจัดสรรก�ำไรสุทธิ
ประจ�ำปีเม่ือถึงสิ้นปีทางบัญชีจะหักค่าใช้จ่าย และน�ำก�ำไรสุทธิมาจัดสรร โดย
จัดสรรให้คณะกรรมการ ร้อยละ 30 ของก�ำไรสุทธิประจ�ำปี จัดสรรให้สมาชิกผู้ถือ
หุ้น ร้อยละ 30 ของก�ำไรสุทธิประจ�ำปีและจัดสรรให้กองทุนโรงสีข้าวชุมชน ร้อยละ
40 ของกำ� ไรสทุ ธิประจำ� ปี
ในปี พ.ศ. 2561 จากการขบั เคลอ่ื นนโยบายจงั หวดั อดุ รธานี “ตลาดทแ่ี นน่ อน”
ทโี่ รงพยาบาลหนองววั ซอ โดยทางเกษตรอำ� เภอหนองววั ซอ ผอู้ ำ� นวยการโรงพยาบาล
หนองวัวซอ และทีมปฏิบัติงานพ้ืนท่ี จ.อุดรธานี ซ่ึงท่ีประชุมได้มีแนวทางให้กองทุน
วสิ าหกจิ โรงสีขา้ วชมุ ชนบา้ นโคกลา่ ม-แสงอรา่ ม จดั สง่ ข้าว GAP ให้กบั โรงพยาบาล
หนองววั ซอ โดยทมี ปฏบิ ตั งิ านพนื้ ท่ี จ.อดุ รธาน ี ไดป้ ระชมุ หารอื รว่ มกบั คณะกรรมการ
กองทุนโรงสีข้าวชุมชน เพื่อหาแนวทางการตลาดในการส่งข้าวตามยอดส่ังซื้อข้าว

สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน�ำ้ อยา่ งยง่ั ยืนสู่การพัฒนาธุรกิจชุมขน 55

สรปุ กระบวนการแปรรูปและจ�ำหน่ายข้าวภูธารา

1 รับซ้ือขา้ วจากสมาชิกท่ี 2 3ท�ำความสะอาดและตรวจความช้ืน คดั เมลด็ ขา้ วและสง่ิ เจือปน
ผ่านการรบั รองมาตรฐาน คุณภาพของขา้ วตอ้ งมคี า่ ความชน้ื อีกครัง้ เพื่อใหไ้ ด้ขา้ วที่มี
GAP ของกรมการข้าว อยทู่ ่ี 15 เปอรเ์ ซ็นต์ คณุ ภาพพร้อมจ�ำหน่าย

ขา้ วเปลือก 1 กก. ปลายข้าว ได้ข้าว
จะได้รำ� 0.22 กก. 0.17 กก. 0.50-0.61 กก.

5 บรรจุลงกลอ่ งและส่งไปตามยอดท่สี ่งั ซอื้ 4 บรรจุ ชัง่ นำ้� หนัก และน�ำไปชลี ดว้ ย
เคร่ืองอัดสูญญากาศ

หอมมะลิ 105 เดอื นละ 300 กิโลกรมั คณะกรรมการกองทุนและทีมปฏบิ ตั งิ านฯ ได้
ลงพ้ืนที่รบั ซือ้ ขา้ ว GAP จากเกษตรกรท่นี �ำมาแปรรูป แต่ข้าว GAP ในพ้ืนทบี่ ้านโคก
ลา่ ม-แสงอรา่ มยงั มไี มเ่ พยี งพอ คณะกรรมการกองทนุ จงึ แกไ้ ขปญั หาเบอื้ งตน้ ดว้ ยการ
ไปซ้ือขา้ ว GAP ในพ้ืนที่ใกล้เคียงมาเสริมในส่วนทไี่ มพ่ อ โดยคณะกรรมการกองทุน
รว่ มกนั ดำ� เนนิ การแปรรูป คัดแยก และ บรรจุขา้ ว ตามยอดสั่งซอื้

5. กลุ่มกองทุนปศุสัตว์ มีเกษตรกรที่สนใจและต้องการเลี้ยงสุกร ทาง
โครงการปิดทองหลังพระฯ จึงได้ส่งตัวแทนกลุ่มเข้าฝึกอบรมในหน่วยงานราชการ
ท่ีเก่ียวข้อง เช่น สถานีบ�ำรุงพันธุ์สัตว์อุดรธานี และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ โดยศึกษาเก่ียวกับการผลิตและการจัดการสุกร
หลังจากนั้นทางเกษตรกรได้รับแจกพันธุ์สุกรจากมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เป็นสุกร
พันธุ์จินหัว เหมยซาน และเปียแตรง วิธีการบริหารของกลุ่มคือ สมาชิกน�ำแม่พันธุ์
สุกรไปเล้ียงก่อน หลังจากน้ันต้องส่งลูกคืน โดยการยืมแม่สุกรไปเล้ียง 1 ตัวต้อง

56 สบื สาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจดั การนำ้� อย่างยง่ั ยนื สู่การพฒั นาธรุ กจิ ชุมขน

สง่ คนื เปน็ ลกู สกุ รตวั เมยี อายุ 2 เดอื น จำ� นวน 2 ตวั ทงั้ นอ้ี าจจะคนื ในลกู ชดุ แรกกไ็ ดห้ รอื
ชดุ หลังก็ได้เชน่ กนั แต่ต้องอยู่ในระยะเวลา 1 ปี หากสมาชิกไมป่ ระสงคจ์ ะสง่ คืนเปน็
ลกู สุกร ก็สามารถส่งคนื เปน็ เงนิ สดได้ โดยคิดลกู สกุ รเปน็ เงนิ ตวั ละ 500 บาท ต่อมา
มกี ารขยายผลสง่ เสริมการเลย้ี งสตั ว์ตา่ งๆ ได้แก่ การสง่ เสรมิ การเล้ยี งกบ การเลย้ี งไก่
การเลี้ยงจ้งิ หรีด เพ่ือเป็นแหลง่ อาหาร (โปรตีน) ในครัวเรือนและขายเป็นรายได้เพม่ิ
6. กลุ่มกองทุนศึกษาดูงาน การจัดตั้งกลุ่มกองทุนต้อนรับผู้ศึกษาดูงาน จาก
การสนับสนุนของโครงการฯ เพ่ือเป็นต้นแบบ ท�ำให้หมู่บ้านโคกล่าม-แสงอร่ามต้อง
ตอ้ นรบั คณะกลมุ่ บคุ คลและหนว่ ยงานตา่ งๆ ทม่ี าศกึ ษาดงู านจำ� นวนมากขนึ้ แมบ่ า้ น
ในหมบู่ า้ นจะตอ้ งมาชว่ ยกนั เตรยี มหาอาหาร ซง่ึ ตอ้ งเสยี สละเวลามาทำ� งานโดยไมไ่ ด้
รับผลตอบแทน ทางโครงการฯ ได้ให้ค�ำแนะน�ำว่าควรจัดตั้งกองทุนต้อนรับผู้ศึกษา
ดูงานเพ่ือให้มีระบบการได้ผลประโยชน์จากต้อนรับคณะต่างๆท่ีมาศึกษาดูงาน
จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มโดยมีแม่บ้าน 10 คนเป็นคณะกรรมการหลัก ซ่ึงเปิดโอกาสให้
ชาวบ้านทุกคนท่ีมีเวลาว่างในช่วงท่ีหมู่บ้านมีผู้มาศึกษาดูงานเข้ามาเป็นสมาชิกของ
กลมุ่ ได้ และสามารถลงชอื่ ทำ� งานในสมุดบันทกึ ของกลุ่มได้ กลมุ่ มีการบริหารจัดการ
คือ คณะกรรมการสามารถเบกิ งบกลางจากกลุ่มมากอ่ น 50% ของรายรบั แต่ละครง้ั
เพ่ือไปซ้ือวัตถุดิบประกอบอาหาร หลังจากท่ีคณะศึกษาดูงานช�ำระค่าใช้จ่ายให้กับ
กลมุ่ แลว้ ทางกลุ่มจะแบ่งคา่ ใชจ้ า่ ยออกเปน็ 4 ส่วน ไดแ้ ก่ 15% แบ่งให้แม่ครวั 5%
แบ่งให้ฝ่ายสถานท่ี และอีก 2 % แบ่งให้คณะบุคคลที่มาให้การต้อนรับแขก ส่วน
ทีเ่ หลอื 78 % เขา้ กองทนุ โดยมีฝา่ ยบัญชี 3 คน เป็นผดู้ ูแลในการทำ� บญั ชขี องกล่มุ
ซึ่งท�ำให้กองทุนนี้มีทุนหมุนเวียนอยู่จ�ำนวนมากพอท่ีจะสามารถให้กองทุนอ่ืนมา
ยืมไปใช้กอ่ นได้ โดยไม่คดิ ดอกเบย้ี
การด�ำเนินงานของโครงการฯ ในระยะสอง หลังจากการแก้ปัญหาการขาด
แคลนน้�ำได้แล้ว แนวทางการปรับเปล่ียนรูปแบบเกษตรกรรมสู่เกษตรปลอดภัย
รวมท้ังการส่งเสริมการรวมกลุ่ม มีการพัฒนาให้เกิดกลุ่มกองทุนอาชีพต่างๆ ที่
บริหารจัดการโดยชุมชนเอง แม้จะมีบทเรียนปัญหาของแต่ละกลุ่มที่ต้องช่วยกัน
แก้ไขอย่างต่อเน่ือง แต่กลุ่มต่างๆ ก็ได้ด�ำเนินการยืนหยัดจัดการตนเอง นับจาก
เร่ิมดำ� เนินงานมาถึงปัจจุบนั

สืบสาน ต่อยอด การบริหารจัดการน้�ำอย่างยงั่ ยืนสู่การพัฒนาธุรกจิ ชุมขน 57

4.
ขบั เคล่อื นบนั ไดข้ันทส่ี าม
การเช่ือมโยงสูภ่ ายนอก

เสรมิ ตอ่ ธรุ กจิ ชมุ ชน

58 สบื สาน ต่อยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อย่างย่ังยนื สูก่ ารพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน

จากการด�ำเนินงานพัฒนากลุ่มต่างๆ ท�ำให้โครงการฯ สามารถน�ำพาชุมชน
ไปสู่บันไดข้ันท่ีสอง คือชุมชนรวมกลุ่มพึ่งตนเองได้ (พอเพียง) อันจะเป็นฐาน
ส�ำคญั ในการพฒั นาไปสู่บนั ไดข้นั ที่สามคอื การเชื่อมโยงออกสู่ภายนอก (ย่ังยืน)
โดยการสนบั สนนุ สง่ เสรมิ ทมี่ คี วามชดั เจนในการตอ่ ยอดในดา้ นการเชอื่ มโยงภายนอก
คอื “กลมุ่ วสิ าหกิจชุมชนผลติ ภณั ฑภ์ ธู ารา” (กล่มุ ตลาด) จากหลกั การด�ำเนินงาน
โครงการฯ ที่ต้องการให้ไปสู่บันไดขั้นท่ี 3 โครงการฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงาน
ต่างๆ เพ่ือยกระดับกลุ่มของชุมชนให้สามารถขยายผลสู่ภายนอก โดยการพัฒนา
ให้เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สามารถด�ำเนินงานด้านการตลาดของชุมชน เป็นการ
พัฒนาศักยภาพของกลุ่มในการด�ำเนินงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ด้วยตนเอง
ฝึกการหาตลาด ประสานกลไกต่างๆ ในทางธุรกิจด้วยตนเอง โดยมีมหาวิทยาลัย
ราชภัฏอุดรธานี เข้ามาร่วมหนุนเสริมเป็นพี่เลี้ยงหลักในการสนับสนุนการบริการ
ความรู้ด้านวิชาการ การจัดอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์/การออกแบบปรับปรุง
บรรจภุ ณั ฑ์ รวมท้ังยงั สนบั สนนุ วสั ดุสร้างโรงเรอื นแปรรปู
นอกจากน้ี ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ยังร่วมด�ำเนินการใน
การติดตามและให้ค�ำแนะน�ำการพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรไปสู่
มาตรฐาน (อย.) ส�ำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด ส่งเสริมการบันทึกบัญชีท่ี
ถูกต้อง ช่วยตรวจบัญชีสหกรณ์ จ.อุดรธานี กรมสินทรัพย์ทางปัญญาให้ค�ำแนะน�ำ
ในการข้ึนทะเบียนตราสินค้า(แบรนด์) ส�ำนักงานเกษตรอ�ำเภอหนองวัวซอสนับสนุน

สืบสาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การน�้ำอย่างยั่งยืนสูก่ ารพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน 59

ให้ค�ำแนะน�ำในการขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุม ส�ำนักงานพัฒนาชุมชนอ�ำเภอ
หนองวัวซอสนับสนุนให้ค�ำแนะน�ำในการข้ึนทะเบียนสินค้ามาตรฐาน OTOP และ
เมือ่ ทาง มรภ.อดุ รธานี ร่วมกับกลุม่ แมบ่ ้านยน่ื ขอจดทะเบยี น อย. เพ่ือยกระดับความ
นา่ เชอื่ ถอื ใหผ้ ลติ ภณั ฑแ์ บรนดภ์ ูธารา จนได้รบั ตรา อย. ทำ� ให้ผลติ ภณั ฑ์แปรรูปของ
กลุ่มอย่าง ข้าวปลอดสารพิษ กล้วยตาก กล้วยกรอบ ข้าวแต๋น ได้รับการยอมรับ
และความนยิ มจากตลาดอยา่ งน่าพึงพอใจ

ผศ.ดร.อรรถศาสตร์ วิเศียรศาสตร์ นางหม่วย ดอนศรีโคตร
อาจารยป์ ระจำ� คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ราชภัฏอุดรธานี ได้กล่าวถึงความร่วมมือ ภธู ารา ใหข้ อ้ มลู เพมิ่ เตมิ ของการ
ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในพ้ืนที่ท่ีมี เข้ามาพัฒนาต่อยอดอ่างเก็บ
บทบาทร่วมกับชาวบ้านพัฒนาแบรนด์ น้�ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจาก
ภูธาราข้ึนมาจนประสบความส�ำเร็จว่า พระราชดำ� ริว่า “โครงการฯท�ำให้
“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ภูธารามี เกษตรกรสามารถท�ำการเกษตร
ความไดเ้ ปรียบในแงข่ องการเปน็ พ้นื ทต่ี น้ นำ�้ ไดท้ งั้ ปกี ระทั่งท�ำใหเ้ รามวี สิ าหกจิ
ท�ำการเพาะปลูกในพ้นื ท่ีเน้นการท�ำเกษตร กลุ่มโรงสีข้าวร่วมกัน ผลิตข้าว
แบบปลอดภัย ลดการพึ่งพาสารเคมี ปลอดภัยเพื่อจ�ำหน่ายในตลาด
ผลผลิตที่ได้จงึ มีคุณภาพ และจุดแข็งที่ท�ำ นั ด เ ก ษ ต ร ป ล อ ด ภั ย ส ่ ง ข ้ า ว
จ�ำหน่ายในโรงพยาบาลหลาย
ให้การรวมกลุ่มของแม่บ้าน แห่ง ซ่งึ สร้างรายได้กลับมาให้
ทนี่ เี่ ขม้ แข็งจนเกดิ แบรนด์ คนในชมุ ชนอยา่ งทว่ั ถึง”
ภูธาราขน้ึ มา คือการมี
หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจ
ชุมชนผลิตภัณฑ์ภูธารา
รวมถงึ มสี มาชิกกลมุ่
แม่บ้านท่ีเข้มแข็ง
ด้วย”

60 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน้ำ� อยา่ งยง่ั ยืนสกู่ ารพัฒนาธุรกิจชมุ ขน

จะเห็นได้ว่า ผลจากความส�ำเร็จของการบริหารจัดการน�้ำในพื้นที่บ้าน
โคกล่าม-แสงอร่าม ยังท�ำให้เกิดการรวมกลุ่ม ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่ม
ชาวบ้านไม่น้อย อย่างเช่นกลุม่ ปลกู ผกั ท่ีผลผลิตผักของชมุ ชนไดน้ �ำมาจำ� หน่ายทกุ
วนั ศกุ ร์-เสาร์ ท่ตี ลาดร่มเขยี ว หนา้ ส�ำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.อดุ รธานี และได้
ไปจ�ำหน่ายท่ีตลาดนัดอีกแห่งในเมืองอุดรธานี ทุกวันพุธ ซึ่งผลผลิตท่ีผลิตได้ตอน
น้ียังไม่เพียงพอจ�ำหน่าย เพราะตอนนี้ผู้บริโภคสนใจซ้ือหาผักปลอดสารพิษมารับ
ประทานกนั มากขึน้

“จากแต่ก่อน เราท�ำแต่นาปลูกข้าว ก็มี
รายได้ไม่เพียงพอเอามาใช้จ่ายดูแลครอบครัว
เมื่อมาสมัครเป็นสมาชกิ ผู้ปลูกผักปลอดภัย
นอกจากจะมีรายได้ที่มั่นคง แน่นอน และเพ่ิมขึน้
แล้ว สุขภาพของเกษตรกรผู้ปลูกก็ดีขนึ้ ด้วย
เพราะร่างกายไม่ต้องรับสารพษิ ทางการเกษตร”
นางทองสุข เสนาอุดร ประธานกลุ่มวิสาหกิจ
ชุมชนผูป้ ลกู ผักปลอดภัย

จังหวัดอุดรธานีมีนโยบายและแผนการขยายตลาดสู่ผู้บริโภคให้ได้อาหาร
ปลอดภัย โดยการจัดตลาดเกษตรปลอดภัยจาก “ตลาดร่มเขียว” ท่ีมีอยู่ในขณะ
น้ี โดยมีแผนในการสร้างความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าช้ันน�ำเปิด “ตลาดจริงใจ”
เป็นทางเลือกเพิ่มเติม นอกจากน้ัน ปัจจุบันจังหวัดอุดรธานียังได้จับคู่ธุรกิจระหว่าง
ผู้ประกอบการเอกชนกับกลุ่มเกษตรกร ส่งผลให้มีการท�ำความตกลงการค้ากัน ของ
ผ้ปู ระกอบการคา้ ปลีกและโรงแรมรวม 10 แหง่ เพ่อื รบั ซอ้ื สนิ คา้ เกษตรปลอดภัยจาก
กลุ่มเกษตรกร นบั เป็นตน้ แบบการพัฒนาทีต่ อ่ ยอดตอ่ ไปอย่างยั่งยนื

4 เรียนรู้พน้ื ท่ีตน้ แบบ บ้านโคกล่าม - แสงอร่าม เมอื งอดุ ร พลกิ ฟืน้ ผนื ดนิ ดว้ ย ‘การบริหารจดั การน้ำ� ’ น�ำความอยูด่ ี
กินดีสู่ชุมชน By Praornpit Katchwattana -March 8, 0 9 https://www.salika.co/2019/03/08/water-
management-model-udonthani/

สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจดั การน�้ำอยา่ งยงั่ ยืนสู่การพฒั นาธุรกิจชมุ ขน 61

5.
ส่งิ ทที่ ำ� ยังต้องสานต่อ
ตามรอยพ่อ สูก่ ารพฒั นาทยี่ งั่ ยืน

62 สบื สาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการนำ้� อยา่ งยง่ั ยืนสู่การพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน

จากต้นแบบส่กู ารขยายผล

...การจดั การน�ำ้ ชุมชนนน้ั เห็นความส�ำเร็จในบางชุมชนแลว้
ใหช้ ุมชนชาวบ้านท่ีมีความรู้ ประสบความส�ำเรจ็ มีประสบการณ์จัดการ

และพัฒนาน้ำ� ในพื้นทีม่ าชว่ ยขยายผลไปยังชุมชนอื่น...

พระราชด�ำรสั เม่ือวันท่ี 25 กรกฎาคม 2554
ณ ห้องประชมุ สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟ้ากลั ยาณวิ ัฒนา
กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ ชน้ั 14 อาคารเฉลิมพระเกยี รตโิ รงพยาบาลศิรริ าช

โครงการบรหิ ารจดั การนำ�้ อยา่ งยง่ั ยนื อา่ งเกบ็ นำ้� หว้ ยคลา้ ยฯไดพ้ ฒั นาเปน็
พื้นที่ต้นแบบด้านการบริหารจัดการน�้ำชุมชน ตามเป้าหมายที่โครงการวางไว้
โดยในระยะที่ 3 ที่วางไว้ในด้านการขยายผลสู่ภายนอก ทางโครงการฯ จึงยกระดับ
ให้พ้ืนท่ีบ้านโคกล่าม-แสงอร่ามท�ำหน้าที่ขยายผลองค์ความรู้ต้นแบบไปสู่พ้ืนที่
ใกล้เคียง และเปน็ ตน้ แบบขยายผลของท้ังระดบั จังหวัด

สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ�้ อย่างยงั่ ยนื สู่การพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน 63

ในปี 2558 จังหวดั อดุ รธานี ไดด้ ำ� เนนิ โครงการซ่อมแซม ปรบั ปรงุ เสริมฝาย
อ่างเก็บน�้ำ และการส่งน�้ำด้วยระบบท่อ ตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมการขับเคลื่อนการ
พฒั นาตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในภาคการเกษตรและชนบท โดยพนื้ ท่ที ม่ี ี
แหล่งน�้ำเดิมช�ำรุดเสียหาย หรือต้องการเสริมประสิทธิภาพระบบน้�ำเดิมในชุมชนให้
ใชป้ ระโยชน์ไดเ้ ต็มศกั ยภาพ สามารถเขา้ มาเรยี นรู้รปู แบบโครงการบริหารจดั การนำ�้
อย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้�ำห้วยคล้ายฯ ได้ ท�ำให้จังหวัดอุดรธานีขยายผลได้อีกจ�ำนวน
399 โครงการ ในปี 2562 ครอบคลุม 20 อำ� เภอ 260 หมบู่ ้าน รวมพ้ืนที่รบั ประโยชน์
จากระบบน�ำ้ 84,579 ไร่

ในสว่ นพน้ื ทใ่ี กลเ้ คียงอา่ งเก็บนำ้� ห้วยคล้ายฯ ทมี่ บี รบิ ทคล้ายกับบา้ นโคกลา่ ม
บ้านแสงอร่าม คือ บ้านกุดหมากไฟ ซ่ึงชาวบ้านกุดหมากไฟได้เห็นตัวอย่างความ
สำ� เรจ็ ของโครงการอา่ งเกบ็ นำ�้ หว้ ยคลา้ ยฯ จงึ เรมิ่ เหน็ ความสำ� คญั และตอ้ งการพฒั นา
แหลง่ นำ�้ ทอ่ี า่ งเกบ็ นำ้� หว้ ยเชยี งลเี ชน่ เดยี วกนั โดยไดร้ บั อนมุ ตั โิ ครงการภายใตโ้ ครงการ
ซ่อมแซม ปรับปรุง เสริมฝาย อ่างเก็บน้�ำฯ ตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมการขับเคล่ือน
การพัฒนาตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท

“โดยแผนงานตามโครงการฯ ที่เสนอคือ ปรับปรุงระบบฝายและอ่าง
เกบ็ นำ้� ตอ่ ทอ่ สง่ นำ�้ ในลกั ษณะเดยี วกนั กบั โครงการอา่ งเกบ็ นำ�้ หว้ ยคลา้ ย ปดิ ทองฯ
สนับสนุนเป็นวัสดุอุปกรณ์ ความหนักใจตอนโครงการเข้ามาในชุมชนคือ คิดว่า
ผนู้ �ำมงุ่ มัน่ อยแู่ ลว้ คณะกรรมการจะตอ้ งเขม้ แข็งและเดนิ หนา้ ในการท�ำ แตช่ ว่ งแรก
เร่ิมน้นั ชมุ ชนให้ความรว่ มมือบางสว่ น คณะกรรมการ
ต้องมาท�ำเองต่อเนื่อง เป็นคนส�ำรวจการวางท่อว่าจะ
ไปทิศทางไหน มีเทศบาลร่วมเดินส�ำรวจ เพราะต้อง
ดูพ้ืนที่รองรับน้�ำ และพื้นท่ีใช้ประโยชน์เป็นหลัก
มใี ครบ้างจากเสน้ ทอ่ แต่ละเส้น ก่ีคน ก่ไี ร่ อกี สว่ นหนงึ่
ดูความสูง ต�่ำ ว่าน�้ำจะไปได้หรือไม่หากวางท่อใน
แต่ละเส้น และกระจายออกมาเป็นสี่สาย ซ่งึ เป็นการ
ออกแบบให้น้�ำกระจายไปท่วั ถึง” นายสมพงษ์
นาสมวาส ก�ำนนั ตำ� บลกดุ หมากไฟ

64 สบื สาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน�ำ้ อยา่ งยง่ั ยืนสู่การพฒั นาธรุ กิจชุมขน

ซ่ึงพื้นที่น้ีถือว่าอยู่ในระยะเร่ิมด�ำเนินการในปีแรก มีการทดลองเปิดน�้ำพบว่า
ได้ร้อยละ 80 แต่บางแปลง น้�ำยังไปไม่ถึง บางแปลงเสียสละให้คนอ่ืนได้ใช้ โดย
เฉพาะผู้น�ำเสียสละให้คนท่ีเดือดร้อนได้เปิดน้�ำเข้าท่ีนาตัวเองได้ก่อน ต้องเสียสละ
ใหเ้ ขาไปกอ่ น กอ่ นท่จี ะเอาน้ำ� เขา้ ในพ้นื ทเ่ี กษตรตวั เอง
“ ที่ส�ำคัญบางคนอยากได้น�้ำแต่ไม่มีส่วนร่วม บางคนมีส่วนร่วมแต่เป็น
ไปไม่ได้ที่จะดึงน�้ำไปถึง คนที่อยากได้แต่ไม่มาคิดกับเรา เพราะคิดว่าน้�ำต้อง
ผ่านท่ีนาตัวเอง กรรมการต้องคิดร่วมกัน ซึง่ เป็นปัญหาส�ำคัญ เจ้าของที่นารู้
อยู่แล้วว่าน้�ำต้องผ่านที่นาตัวเอง จงึ ไม่เข้ามามีส่วนร่วม แก้ไขปัญหาโดยการ
จัดประชุมร่วมกัน ขอความร่วมมือ ชุมชนพน่ี ้องให้เสียสละ เพราะไม่มีค่าแรงงาน
ไม่มีค่าจ้าง เอาใจมาร่วมกันท�ำ” ก�ำนันกล่าวย�้ำถึงแนวทางส�ำคัญของโครงการฯ
ท่ไี ด้หลกั การมาจากโครงการปดิ ทองหลงั พระฯ
ยึดหลักการมีส่วนร่วม เริ่มต้ังแต่ประชุมบ่อยๆ มีการลงทะเบียนว่าใครมา
ร่วมบ้าง และวิเคราะห์ว่ามีความต้ังใจที่จะร่วมงานจริงหรือไม่ เร่ิมต้นของการ
ท�ำงานชาวบ้านมาช่วยกันในวันแรกของการท�ำงานโดยมีนายอ�ำเภอมาร่วมใน
การเปิดงาน มีคณะกรรมการและชาวบ้านมาช่วยกันจ�ำนวนมาก ระยะเวลาใน
การด�ำเนินการประมาณ 10 วัน บางแห่งท่ีลงท่อเป็นดินแข็งจ�ำเป็นต้องลงขันใน
การหาเคร่ืองจักรมาช่วย และราษฎรบางคนที่มีเครื่องจักรก็น�ำเคร่ืองจักรมาช่วย
มีช่างมาร่วมในการประเมินค่าใช้จ่าย วางโครงสร้างงาน และในขั้นการลงมือท�ำ
จริงตอ้ งใช้แรงงานชาวบ้าน

สบื สาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจดั การน�้ำอยา่ งย่งั ยนื สกู่ ารพัฒนาธรุ กิจชุมขน 65

ผลจากการดำ� เนนิ งานในปีแรก พบวา่ นาทไ่ี ม่เคยได้น�้ำและไมเ่ คยได้ผลเตม็
ตามศักยภาพ หลังจากวางระบบท่อแล้ว ได้ผลผลิตข้าวได้มากขึ้นกว่าเดิม ได้เห็น
วิธีคิดชาวบ้าน โดยเฉพาะคณะกรรมการ มีการประชุมหารือร่วมกันในการต้ัง
ระเบียบกติกา วางแผนการใช้น�้ำ น�้ำไม่เพียงพอเพราะบางคนเปิดเต็มท่ีตลอด จะมี
การจัดการควบคุมในการเปิด-ปิดน้�ำอย่างไร คณะกรรมการกลุ่มจัดการน�้ำ ปัจจุบัน
มอี ยู่ 20 คน ทุกคนเป็นจิตอาสาโดยมผี นู้ �ำ 2 คน ทำ� หน้าที่แก้ไขปัญหาใหแ้ นวทาง
ในการจดั การและใหค้ �ำปรึกษา และหน่วยงานอื่นๆ เขา้ มาสง่ เสรมิ เกี่ยวกบั แหลง่ นำ้�
เพ่ือใช้ด้านการเกษตร เกิดเป็นเครือข่ายการท�ำงานร่วมกัน เม่ือวางระบบแล้ว พ้ืนที่
ไดร้ บั ประโยชนเ์ พม่ิ ขนึ้ หลายไร ่ และผนู้ ำ� เรมิ่ จะกระจายความรบั ผดิ ชอบใหก้ บั ผนู้ ำ� คน
อนื่ ๆ ทำ� บา้ ง ณ ปจั จบุ นั โครงสรา้ งการจดั การถอื วา่ ไดแ้ ลว้ แตข่ นึ้ อยกู่ บั ปรมิ าณนำ�้ และ
ขอ้ ตกลงคนอยตู่ น้ นำ้� วา่ จะปลอ่ ยใหไ้ ดห้ รอื ไม ่ คณะกรรมการจะตอ้ งรว่ มกนั ออกแบบ



“เมื่อไม่ได้ดงั่ ใจ จงึ ติดใจกรรมการ คนที่เข้าใจดีก็ยังเข้าใจอยู่ และเคย
พดู คยุ กับพ่ีนอ้ ง คนไหนพูดยากจะเข้าไปหาและอธบิ าย เคา้ กจ็ ะเร่มิ เขา้ ใจ เพราะ
เราเป็นก�ำนัน แต่หากเป็นคณะกรรมการเข้าไป มักจะมีปฏิกิริยาอยู่ ฉะนัน้ เป็น
ความเชือ่ มนั่ ในผู้น�ำแบบไม่เป็นทางการยังไม่มี ต้องเอาผู้น�ำทางการไปพูดคุย
ไม่ใช่ผู้น�ำอิทธิพลแต่เป็นผู้น�ำชุมชน ที่เชอ่ื ม่ันแบบไหนลงมือท�ำเลย เอาแบบผู้น�ำ
ชาวบ้านไดเ้ ขา้ ใจ ท�ำร่วมกัน กินรว่ มกนั “เขา้ ใจ เข้าถึง พัฒนา” พดู แลว้ ตอ้ งท�ำ
ลงมือท�ำเอง อยู่กับชาวบ้านซง่ึ เรียกได้ว่าเป็นแนวทางปฏิบัติของคนอีสาน”
นายสมพงษ์ นาสมวาส ก�ำนนั ตำ� บลกดุ หมากไฟ

66 สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน้�ำอย่างย่งั ยืนสกู่ ารพัฒนาธุรกจิ ชุมขน

“การท่ีชาวบ้านว่ากล่าวต�ำหนิมาก็มีความน้อยใจอยู่บ้าง
แต่ด้วยความขยัน อดทน จะปลูกพืชผักหลังการเก็บเกี่ยว
ลงทนุ ท�ำและมโี ครงการฯนมี้ าชาวบา้ นไมไ่ ดอ้ จิ ฉา ท�ำได้ต่อเนอ่ื ง
นาอยู่ไกลอยากได้สามารถท�ำให้ได้ และเป็นประโยชน์มากขนึ้
ชาวบ้านมาร่วมมือ ร่วมใจกันท�ำมากขนึ้ และให้ชาวบ้านได้ปลูก
พชื ผักเหมือนกนั ในทกุ ฤดกู าล น�้ำทม่ี าจากอ่างตอ่ เอง เป็นผ้นู �ำ
แตเ่ สยี สละท�ำเพื่อชมุ ชนเปน็ อสม.เปน็ อชต.(อาสาพฒั นา
ชว่ ยต�ำบล) ประสานงานกบั พัฒนาชมุ ชน ถอื ว่าใจ
หลกั มจี ติ อาสา ด�ำเนนิ การเอง” นายหนนู า แกว้ คำ�
กรรมการน้�ำอ่างเชียงลี ม.2 ต�ำบลกดุ หมากไฟ


โครงการอ่างเก็บน้�ำห้วยหินแตก หมู่บ้านขยายผลภายใต้โครงการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมฐานราก เพ่ือบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ
COVID-19 พนื้ ทจ่ี ังหวดั อดุ รธานี

“จากการได้เห็นหมู่บ้านใกล้เคียงกรณีบ้านโคกล่าม-
แสงอร่าม ที่ได้รับโครงการพระราชด�ำริฯ เห็นชาวบ้าน
ไดร้ บั ประโยชนเ์ กยี่ วกบั นำ�้ ไมว่ า่ จะเปน็ หนา้ แลง้ ชาวบา้ นปลกู
พชื ผกั สวนครวั หลายๆอยา่ ง และคดิ วา่ ในพน้ื ทข่ี องหมบู่ า้ นมี
แหลง่ นำ�้ จึงจดั ท�ำเปน็ โครงการเสนอไปเพอ่ื น�ำมาด�ำเนนิ การ
ในพืน้ ท่ีขยายผลจากโคกล่ามมา เพราะต้นทุนการเกษตร
ในพน้ื ทม่ี อี ยทู่ งั้ สวนยางพารา ทน่ี าทส่ี วนทสี่ ามารถ
สร้างเป็นเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้ มีระบบน�้ำใช้ให้
กบั ชมุ ชน เปน็ ความต้งั ใจทจ่ี ะท�ำจึงประสานอ�ำเภอ
โครงการพระราชด�ำริเข้ามาด�ำเนนิ การ” นายพวง
เพชรมณี ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ 8 บา้ นหนองแวงศรชี มภู

สืบสาน ต่อยอด การบริหารจดั การน้ำ� อยา่ งย่ังยืนสูก่ ารพฒั นาธุรกิจชุมขน 67

โครงการริเริ่มด�ำเนินการ
มาได้สองปี ไปดูแนวปฏิบัติ
ต า ม โ ค ร ง ก า ร พ ร ะ ร า ช ด� ำ ริ ฯ
โดยได้รับความรู้จากหน่วยงาน
ราชการต่างๆ และช่วงต้นปี
2563 ท่ีมีสถานการณ์ระบาด
ของโควิด-19 ได้มาด�ำเนินการ
โครงการอีกครั้ง เม่ือวันที่ 22
พฤษภาคม ได้รับความร่วมมือ
จากชาวบ้านเป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มท่ีต้องการน้�ำ กลุ่มเกษตร โดยการท�ำแผนงาน
โครงการตามแนวทางจากพื้นท่ีอ่างเก็บน�้ำห้วยคล้ายฯ แต่ไม่ได้ท�ำแบบเดียวกัน
ทั้งหมด ต้องน�ำมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากลักษณะและบริบทพ้ืนที่ต่างกัน อ่างห้วย
หินแตกมีปริมาณความจุน�้ำน้อย และอยู่ในพ้ืนท่ีลุ่ม หากใช้วิธีกาลักน้�ำแบบอ่าง
ห้วยคล้าย น�้ำจะไปได้ไม่ท่ัวถึง ทางทีมน้�ำของโครงการปิดทองหลังพระฯ มาดูแล้ว
แนะน�ำให้ท�ำเป็นถังเก็บน้�ำ ดึงน�้ำข้ึนเก็บไว้บนท่ีสูง สามารถที่จะกระจายน�้ำได้ไกล
กว่า ฉะน้นั กระบวนการแบบโคกล่ามแสงอรา่ ม จงึ ไม่สามารถนำ� มาใช้ในพนื้ ทน่ี ี้ได้
ดังน้ันจากสภาพภูมิประเทศ สภาพน้�ำไม่เหมือนกันจึงเปล่ียนแนวทางใน
การดำ� เนนิ การ แบบทีว่ างไว้ คือ ทำ� ทอ่ น�้ำไปตามทน่ี า ให้เกษตรกรได้ใช้น�ำ้ แบบสบู
น�้ำเข้าพ้ืนที่ ต่อมาหลังจากมีการประชาคม ชุมชนจึงเสนอให้เพิ่มเติมโครงการให้
สามารถเดินทอ่ เพิม่ เติมให้ครบทุกพ้ืนทีท่ ั้งสองฝง่ั เนอื่ งจากในโครงการเขียนแผนไว้
ไมค่ รอบคลมุ พื้นที่ นำ�้ กระจายไมท่ ั่วถงึ ได้เฉพาะฝ่ังเดยี ว
การกระจายน้�ำ ขึ้นถังแล้วปล่อยลงมาโดยมีมาตรการ ระเบียบกติกา และ
คณะกรรมการรว่ มดแู ลวา่ จะปลอ่ ยน�ำ้ วันไหน แบ่งเวลา แบง่ โซนในการเปดิ ในแตล่ ะ
วนั สลับสบั เปลย่ี นหมนุ เวยี นกัน จากประสบการณข์ องพนื้ ท่โี คกล่าม-แสงอรา่ ม พบ
วา่ หากวาล์วเปิดน้ำ� อยู่หน้าบ้านตวั เอง คณะกรรมการต้องท�ำหนา้ ท่เี ฝา้ การเปิด-ปดิ
น้�ำอยา่ งดี ปอ้ งกนั การลกั เปดิ นำ้� เพราะน้�ำอยหู่ น้าทด่ี ินของตนเองแล้ว อยา่ งไรก็ตาม
กรรมการต้องมีมาตรการชัดเจน เช่น มีมาตรการตั้งแต่ขั้นเบาคือตักเตือน ข้ันที่สอง
หนักขนึ้ ไปอีก ข้ันทีส่ ามเรียกประชุม

68 สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการน้ำ� อย่างยัง่ ยนื สกู่ ารพัฒนาธุรกจิ ชมุ ขน

ในโครงการอ่างเก็บน้ำ� ห้วยหนิ แตก มีแผนการสรา้ งถังเก็บน้�ำ อยู่ 2 หอๆ ละ
4 ถงั รวม 8 ถงั แต่ละจดุ เกบ็ น้�ำได้ 10,000 ลติ ร/คร้ังในการสูบ โดยจะทยอยสบู ข้นึ
ไป และมีระบบน้ำ� การตดั นำ้� โดยใช้โซลา่ เซลล์ในการป่นั น�ำ้ และมีระบบทอ่ เปน็ แบบ
PVC ขนาด 2 น้ิว ตั้งแต่ต้นชนปลาย และใช้แผงโซล่าเซลล์ประกอบในการส่งน�้ำ
ซงึ่ การขยายพน้ื ทร่ี องรบั น�้ำ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารทดลองเปดิ ระบบและเกบ็ ขอ้ มลู ปรมิ าณ
น�้ำก่อนว่า มีปริมาณน้�ำที่เป็นต้นทุนเท่าไหร่ หากมีปริมาณมากสามารถกระจายได้
เลย จึงได้ท�ำแผนเสนอกับทางเทศบาล โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเสนอแผน
มีสมาชิกผู้ใช้น้�ำที่จะใช้น�้ำท่อไปถึงพื้นท่ีนาตัวเอง 35 ราย5 ร่วมสละแรงงาน และ
โครงการปิดทองหลังพระฯ ได้จ้างแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์โควิด เป็น
การแก้ไขปัญหาการว่างงานดว้ ย
ในการเชอ่ื มโยงกบั โครงการปดิ ทองหลงั พระฯ สงิ่ ทไ่ี ดร้ บั คอื การเสนอโครงการฯ
การลงมาสนับสนุนของเจ้าหน้าท่ีมีการส่งคนมาช่วยพูดคุย ติดตามการด�ำเนินงาน
เห็นระบบการจัดการน้�ำของชุมชน และชุมชนปลูกพืชผักอยู่แล้ว มีพืชหมุนเวียน
ในขณะที่พื้นที่ยังปลูกอ้อยอยู่ อยากจะเปล่ียนการปลูกอ้อยเป็นพืชอย่างอื่น ปลูก
ผกั สวนครวั ผลไม้ ผสมผสานในแปลง
และการพัฒนาการเกษตรให้ไป
สอดรบั กบั การทอ่ งเทยี่ ว ทจ่ี ะสามารถ
นำ� ผลผลิตมาขายได้ ซง่ึ เป็นแผนงาน
หนึ่งสังเกตได้จากที่เกษตรกรเร่ิม
น�ำเอามะม่วงมาจ�ำหน่ายข้างทาง
เส้นทางที่จะไปยังแหล่งท่องเที่ยว
เฉล่ียมีรายได้เดือนละ 4,000 บาท
แต่มาตดิ โควิดเลยหยดุ ไป

5 ดำ� เนินการภายใต้ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมฐานราก เพอื่ บรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาด
ของ COVID-19 โดยมลู นธิ ปิ ิดทองหลงั พระฯ รว่ มกับจังหวดั อดุ รธานี

สบื สาน ต่อยอด การบริหารจดั การน้�ำอยา่ งย่งั ยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชมุ ขน 69

“ถ้ามีน�้ำใช้มากพอ ผมคิดว่าชาวบ้าน
จะได้พัฒนาอาชีพเสรมิ ต่างๆตามมามากมาย
หลังจากมะม่วงหมด ชาวสวนได้ปลูกพชื อ่ืนๆ
เช่น แตงโม เพอื่ น�ำมาวางจุดขายสินค้าเพราะ
พน้ื ท่ีตรงนี้เป็นจุดส�ำคัญของการท่องเท่ียว
ซึ่งสามารถกระจายรายได้กับชุมชนท่ีมีผลผลิต
ชาวบา้ นผลติ เอง ขายเองในราคาทไี่ มแ่ พง อาจจะ
ท�ำให้สามารถปรับเปลี่ยนระบบเกษตร จากเดิม
ที่เกษตรกรปลูกอ้อยนนั้ พบว่าย่งิ เป็นหน้ีกับ
ทางธกส.มากขน้ึ หากสามารถปลูกพืชผักสวน
ครัวร่วมโครงการปิดทองหลังพระ จะท�ำให้มี
พชื ผักขายได้ตลอดท้งั ปี ที่ไม่ใช่การปลูกเชิงเดี่ยวและมีหนี้ธกส.เหมือนเดิม”
นาย โสพน อินทรอ์ ำ� คา ผใู้ หญ่บา้ น หมู่ 7 บา้ นหนองแวงจมุ พล

อย่างไรก็ดี ผู้น�ำเองก็ยังคงมีข้อกังวลว่า อนาคตถ้าเปิดน้�ำแล้วชาวบ้านจะ
มีการใช้น้�ำมากขึ้นจนอาจจะไม่ได้มีการควบคุม จึงควรจะสร้างมาตรการเข้ามา
ควบคุมการใช้น�้ำและพิจารณาจากพ้ืนที่ต้นแบบ ทั้งระบบกรรมการและระเบียบ
กติกาการใช้น�้ำ แต่อีกระบบหน่ึงต้องหามิเตอร์มาด�ำเนินการเพื่อที่จะจัดเก็บค่าใช้
จ่ายเรือ่ งน้�ำได้ มิเตอร์ตวั หนง่ึ ประมาณ 400 บาทและการใช้นัน้ จะใชเ้ ทา่ ไหรแ่ ลว้ แต่
เจา้ ของ เพราะตอ้ งจา่ ยเงนิ ตามหนว่ ยใชน้ ำ�้ และการเกบ็ เงนิ ทจ่ี ะไมเ่ กดิ ปญั หาตามมา

70 สบื สาน ต่อยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อยา่ งยัง่ ยนื สกู่ ารพฒั นาธุรกจิ ชมุ ขน

6.
สรปุ ..ส่งทา้ ย

สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการนำ้� อยา่ งยง่ั ยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชุมขน 71

การบริหารจดั การน�ำ้ ทย่ี งั่ ยืน : สบื สาน ตอ่ ยอด สูก่ ารพ่งึ ตนเอง

จากปัญหาการจัดการน้�ำโดยชุมชน มีบทเรียนปัญหาด้านการจัดการน้�ำดังท่ี
กล่าวไปแล้วน้ัน สามารถวเิ คราะหไ์ ดว้ า่ เกิดจากสาเหตุส�ำคญั 2 ประการคือ
ปัญหาศักยภาพของแหล่งน�้ำของชุมชน ที่ยังไม่สามารถน�ำมาใช้ได้อย่าง
เตม็ ศกั ยภาพ ซง่ึ ทางคณะกรรมการกลมุ่ ไดร้ ว่ มกนั วเิ คราะห์ แมว้ า่ พนื้ ทจี่ ะมศี กั ยภาพ
คือ มีล�ำห้วยมาก และมีร่องน้�ำท่ีมาจากป่าหลายจุด แต่ปัญหาส�ำคัญคือ พื้นที่ทาง
การเกษตรของชาวบ้านนั้นอยู่สูงกว่าล�ำห้วย/แหล่งน�้ำ เมื่อจะใช้น�้ำจ�ำเป็นต้องได้
สูบน้�ำขึ้นไป และต้องใช้ทุนจ�ำนวนมากท�ำให้บางคร้ังไม่คุ้มค่าหรือบางพ้ืนท่ีสูงกว่า
ล�ำน้�ำ พื้นที่ที่อยู่ไกลจากล�ำน�้ำยิ่งล�ำบากมากข้ึน นอกจากน้ี ล�ำห้วยท่ีมียังต้ืนเขิน
กักเก็บน�้ำได้น้อย มีวัชพืชข้ึนมาก จนท�ำให้บางปีไม่มีน�้ำ บางล�ำห้วยไม่สามารถ
เก็บน�้ำไว้ได้ ฝายที่มีอยู่มีความจ�ำเป็นท่ีจะต้องยกคันดินข้ึนเพื่อให้เกิดการจุของน�้ำ
ใหม้ ปี รมิ าณมากขนึ้ ในฤดฝู น ดนิ ในพนื้ ทเี่ กษตรสว่ นใหญเ่ ปน็ ดนิ ทรายผสมดนิ เหนยี ว
และอยบู่ นทสี่ ูงมีความลาดเอียงในพ้นื ที่ อา่ งค�ำเข ห้วยอ่าง และห้วยข้เี กีย (จากห้วย
อ่าง – ข้เี กยี ลกั ษณะเป็นทรายทัง้ ดา้ นบนและด้านล่างเรยี กว่า เปน็ ทรายบนทีต่ ่ำ� และ
สูง) ดินยังเป็นดินทราย การจัดการน�้ำระบบท่อไม่เหมาะสมกับพื้นท่ีน้ัน เนื่องจาก
ไม่สามารถกักเก็บน้�ำไว้ได้นาน บางแห่งเป็นดินทราย โดยชุมชนเสนอแนวทางการ
จัดการน้�ำของชุมชนให้ได้เต็มศักยภาพจ�ำเป็นต้องมีการพัฒนาแหล่งน้�ำตามบริบท
ของพน้ื ที่ ดงั น้ี
• ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้�ำของชุมชน ซึ่งควรมีการเพ่ิมพื้นท่ีป่าในบริเวณที่ป่า
มีสภาพเสื่อมโทรม เพอ่ื เป็นแหลง่ กักเกบ็ นำ�้ แหลง่ ต้นน�้ำล�ำธารของชุมชน
• การขดุ ลอกลำ� หว้ ยตา่ งๆ เพือ่ ลดขอ้ จำ� กดั อ่างเกบ็ น�ำ้ ไม่สามารถเก็บนำ�้ ได้
เพียงพอ จึงจะขุดลอกล�ำห้วยให้ลึกข้ึน และเพ่ิมคันดินให้สูงขึ้น เพ่ือเพิ่ม
พ้ืนท่ใี นการเก็บนำ้� ไดแ้ ก่ หว้ ยอา่ ง ควรขุดลอกให้กว้างขน้ึ และทำ� คันดิน
ใหแ้ ขง็ แรงไดม้ าตรฐานจะสามารถจดั เกบ็ น้�ำไดม้ ากขน้ึ หว้ ยคำ� เข เนอ่ื งจาก
มลี ำ� หว้ ยทล่ี กึ แลว้ แตม่ พี น้ื ทไี่ มก่ วา้ งพอหรอื ไมล่ กึ พอ ทำ� ใหน้ ำ�้ ไหลไปเรอื่ ยๆ
ฉะนั้นวิธีการคือ ท�ำให้ลึกและเกบ็ นำ�้ เพิ่มได้

72 สืบสาน ตอ่ ยอด การบรหิ ารจัดการนำ�้ อยา่ งยงั่ ยนื ส่กู ารพัฒนาธุรกจิ ชุมขน

• การเพม่ิ ระบบการต่อทอ่ สง่ น้ำ� โดยสามารถเพิ่มเชื่อมตอ่ จากล�ำหว้ ยคลา้ ย
ได้ หากน�้ำในลำ� หว้ ยเพม่ิ ปรมิ าณได้มากพอยังสามารถต่อท่อได้อีก
• ขดุ สระในทดี่ นิ ทำ� กนิ ของตวั เองในบรเิ วณหว้ ยอา่ งและหว้ ยคำ� เข เนอ่ื งจาก
เปน็ ท่ีดอน ควรจะขุดสระไว้เม่อื นำ�้ ไหลลงมา

ฟ้นื ฟูสภาพ เสรมิ ถนนคันดิน
ป่าตน้ น้ำ� รอบอา่ ง

โซนขเ้ี กยี โซนห้วยอา่ ง โซนหว้ ยคลา้ ย โซนห้วยค�ำเข

ขุดสระในที่ดนิ บรเิ วณ ขุดลอก ขดุ ลอก
พน้ื ทีส่ งู และดินทราย หว้ ยอ่าง หว้ ยค�ำเข

ภาพวาดโดย : วาดฟ้า ไชยทพั

สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการนำ�้ อยา่ งย่ังยนื สู่การพฒั นาธุรกิจชุมขน 73

ปญั หาการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนกบั การสรา้ งการยอมรบั ตอ่ คณะกรรมการ
กลุ่ม ที่ผ่านมาความเช่ือมั่นและเคารพในการท�ำงานของคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้
น้�ำยังไม่เข้มแข็งพอ จึงท�ำให้มีสมาชิกท่ีไม่เคารพกติกากลุ่ม ดังน้ัน ควรมีการ
จัดเวทีประชาคมและสื่อสารข้อมูลที่มีแก่ชาวบ้าน เพ่ือให้ชาวบ้านรู้ว่าตัวเองต้อง
ทำ� อะไร อย่างไร และเปน็ ส่วนหนง่ึ ของการจัดการน้�ำด้วย ไมค่ วรปล่อยใหเ้ ป็นภาระ
ของกรรมการ ท�ำให้คณะกรรมการเป็นคณะกรรมการในการจัดการน�้ำจริงๆ มิใช่
เป็นเพียงผู้ปิดเปิดน้�ำเท่านั้น ซึ่งจะต้องให้ผู้น�ำชุมชนร่วมสร้างบทบาทของ
คณะกรรมการให้มีอ�ำนาจหน้าที่ท่ีสามารถจัดการน้�ำได้จริงตามมาตรการข้อตกลงที
ส�ำคัญคือ การยอมรบั ทำ� ใหก้ ฎกตกิ ามีความศักดสิ์ ิทธิและเปน็ จริง
บทบาทคณะกรรมการไม่ใช่บทบาทเฉพาะกิจกรรมเก่ียวข้องกับน�้ำเท่านั้น
แต่ควรให้เข้าไปรวมกิจกรรมในชุมชนให้รู้ว่า น้�ำมาจากไหน ฝายมีก่ีฝาย กี่แห่ง
หากทุกฝายมีการขุดลอก ดูแลจัดการจะท�ำให้มีน�้ำเพ่ิมข้ึนและมีศักยภาพมากข้ึน
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจะต้องสร้างตัวเองขึ้นมา เอาข้อมูลท่ีท�ำข้ึนมาคุย
ชัดเจน ทุกคนมีความรู้ สามารถจัดการน�้ำได้จริงเพ่ือให้ชาวบ้านได้รับรู้ สร้างการ
ตอ่ รอง ท�ำให้เห็นผลประโยชนแ์ ละท�ำใหค้ ณะกรรมการมอี �ำนาจหน้าทต่ี ามกฎกติกา
ท่ีวางไว้จริง เพื่อท่ีจะสร้างการเจรจาต่อรองได้ สิ่งที่ควรจะท�ำให้คณะกรรมการได้
รับการยอมรับจากชุมชนคือ ข้อมูลและความรู้ท่ีจะน�ำมาใช้บริหารจัดการชุมชนได้
ซ่ึงข้อมูลการใช้น�้ำไปเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชน ชุมชนจ�ำเป็นต้องย้อนประโยชน์กลับ
คืนมาให้ชุมชนอยู่ได้ หากไม่มีท่อส่งน้�ำกระจายแล้วสิ่งเหล่านี้จะเกิดหรือไม่
คณะกรรมการไม่ควรจะเป็นผู้แบกรับภาระเพียงล�ำพัง แต่ชาวบ้านทุกคนควรจะ
ร่วมกนั และนำ� เขา้ มาในกลุ่ม พูดคยุ ในกลุ่มหากตกิ าหรอื ขอ้ ตกลงรว่ มกนั

74 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน�ำ้ อยา่ งยงั่ ยนื สู่การพัฒนาธรุ กิจชมุ ขน

ต้นน�้ำ กลางน้�ำ ปลายนำ้� : ความตอ้ งการท่ีชุมชนอยากเหน็
การพฒั นาทีย่ งั่ ยืน

จากการประชุมสรุปบทเรียนการด�ำเนินโครงการบริหารจัดการน้�ำอย่างย่ังยืน
อ่างเก็บน้�ำห้วยคล้าย ฯระหว่างแกนน�ำกลุ่มต่างๆของชุมชนโคกล่าม-แสงอร่าม
ได้รว่ มกันระดมความคิดเหน็ ตอ่ การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ท่ชี ุมชนตอ้ งการ โดยมองผา่ นการ
ขบั เคลอ่ื นโครงการฯ ที่ผา่ นมาและส่งิ ท่ตี อ้ งเดินหนา้ ต่อไป ในระบบการพัฒนาธุรกิจ
ชุมชนที่ย่ังยืน มีการใช้ระบบห่วงโซ่อุปทานในการวางแนวทางที่ต้องการขับเคลื่อน
ชมุ ชน โดยแบง่ เปน็ ชว่ งตน้ นำ�้ (ระบบการผลติ ) กลางนำ�้ (ระบบการแปรรปู และพฒั นา
มูลค่าผลผลิต) และปลายนำ�้ (ระบบตลาดและการเชอ่ื มโยงสู่ภายนอก) ทำ� ใหช้ มุ ชน
ไดร้ ว่ มแลกเปลยี่ นและเหน็ เปา้ หมาย แนวทางการขบั เคลอื่ นชมุ ชนสคู่ วามยงั่ ยนื ดงั นี้

ต้นนำ�้ กลางน�ำ้ ปลายน้�ำ
(ระบบการแปรรูป (ระบบตลาดและการ
(ระบบการผลติ )
และพัฒนามูลคา่ ผลผลติ ) เชือ่ มโยงสูภ่ ายนอก)

 การผลิตเป็นระบบ  มีการรวมกลุ่ม แปรรูป  ผลติ ภณั ฑ์ปลอดภยั
การเกษตรปลอดสาร ผลผลติ เชน่ กลว้ ย ขา้ ว สตอร่ีที่ชัดเจน นำ� มา
ไมม่ กี ารใช้สารเคมี / อ้อย มนั ขา้ วโพดและ สตู่ ลาดทท่ี ำ� ใหผ้ บู้ รโิ ภค
เกษตรอนิ ทรยี ์ /เกษตร สัตว์ต่างๆ รับรู้เขา้ ใจ และขยาย
ผสมผสานทห่ี ลากหลาย  มีระบบการจัดการของ ผลิตภัณฑ ์
 มอี าชพี การท�ำมา กลมุ่ ทดี่ ี มคี วามโปรง่ ใส  ข้อมลู การตลาดที่ดี
หากนิ ไดต้ ลอดทง้ั ป ี นา่ เช่ือถอื ตลาด ขยายออกไป
 การปรับปรงุ ดนิ ให้มี  การสนับสนนุ การ ข้างนอก หา้ งสรรพ
ความสมบรู ณโ์ ดยการ พฒั นาเทคโนโลยตี า่ งๆ สนิ ค้า ซุปเปอร์มาเก็ต
ใชป้ ุ๋ยอินทรีย์ ลดการ โรงสี โรงงานแปรรปู พฒั นาใหก้ ว้างข้นึ
ใช้สารเคมี โรงคดั แยก เชน่ แปรรปู มากกวา่ ระดบั ชมุ ชน
 มีรายได้เขา้ กลมุ่ กลว้ ย พชื ผักต่างๆ ไปสรู่ ะดบั ประเทศ
สามารถสรา้ งความ  สรา้ งผลติ ภณั ฑป์ ลอดภยั
เช่ือถือได้ คุณภาพอาหาร

สืบสาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน้�ำอยา่ งยงั่ ยืนส่กู ารพัฒนาธรุ กจิ ชุมขน 75

ต้นนำ้� กลางน�้ำ ปลายน�ำ้
(ระบบการแปรรปู (ระบบตลาดและการ
(ระบบการผลิต)
และพฒั นามูลค่าผลผลิต) เชอ่ื มโยงสภู่ ายนอก)

 การพฒั นาความรอู้ ยา่ ง  การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ปลอดภยั คณุ ภาพชวี ติ
เหมาะสม และมีการ ใหโ้ ดดเดน่ มเี อกลกั ษณ์ ท่ีดี เกิดการเอ้ือเผื่อ
พฒั นาความรเู้ ทคโนโลยี ของชุมชน เหมาะสม ร่วมกัน
ที่เหมาะสม เช่น การ น่าใช้ ดึงดูด ไม่ใช้ทุน  มีพ่ีเล้ยี งชว่ ยพัฒนา
ไถกลบ การจัดการ มาก มีเรื่องราวสตอรี่ สินคา้ ระบบ Online
แปลงและการปลูกพืช ของชมุ ชน เพจภธู ารา มนี กั วชิ าการ
หมุนเวยี น  มกี ารพฒั นามาตรฐาน หน่วยงานท่ีเข้ามาร่วม
 มีน้�ำท�ำการเกษตรที่ สินคา้ มกี ารรบั รอง หนุนเสริมต่อเน่ือง เช่น
เพียงพอกบั การเกษตร มาตรฐาน GAP นักวิชาการ สถาบัน
ไดท้ ว่ั ถงึ ตลอดทั้งปี มาตรฐานอินทรีย์ อย. การศึกษา สง่ ตลาด
มกี ารบริหารจัดการนำ้� มาตรฐาน PGS ท�ำให้ ภายนอก เชน่ หา้ ง
ร่วมกนั กระจายท่ัวถึง ผบู้ รโิ ภคอยากซอื้ สนิ คา้ สรรพสนิ คา้ ซปุ เปอร์
 การจัดสรรที่ดิน มีการ ของชมุ ชน สะอาด มาเกต็ รวมทงั้ ตลาดสด
จัดการแปลงในระบบ ปลอดภัย  ใหช้ มุ ชนทำ� ไดด้ ว้ ยตวั เอง
เกษตรผสมผสาน มตี ลาดนัดชมุ ชน
 เมลด็ พันธุ์พชื ต่างๆ โรงเรยี นตา่ งๆ ในเมอื ง
สามารถผลิตเอง ร้านอาหารต่างๆ
คดั เอง ให้มีคณุ ภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏฯ
ทสี่ ดุ ไม่ตอ้ งพ่ึงตลาด โรงพยาบาลภายนอก
ภายนอก อำ� เภอ มกี ลมุ่ ตลาดของ
 มเี ทคโนโลย ี ระบบน�ำ้ ชมุ ชนรวบรวมสนิ คา้ ไป
ทีส่ อดคล้องกับการ ขาย และมีการบริหาร
เกษตร มกี ารจัดการ จัดการเงินที่ดี (ปันผล
เทคโนโลยีของกลุ่ม มี ให้สมาชิก มีสัดสว่ นท ่ี
คณุ ภาพ เครอ่ื งทนุ่ แรง น�ำไปพัฒนาชุมชน)

76 สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจัดการน�้ำอย่างยงั่ ยืนสูก่ ารพฒั นาธรุ กจิ ชุมขน

ตน้ น�ำ้ กลางนำ้� ปลายน้�ำ
(ระบบการแปรรูป (ระบบตลาดและการ
(ระบบการผลติ ) และพฒั นามลู คา่ ผลผลติ ) เช่ือมโยงสภู่ ายนอก)


 มกี องทนุ ของกลมุ่ ตา่ งๆ  ชุมชนและรอบๆ ชุมชน
ส�ำหรบั เปน็ ตน้ ทุน คนในชุมชน โรงเรียน
ปจั จยั การผลติ มรี ะบบ โรงพยาบาล หนว่ ยงาน
ขอ้ มลู ตา่ งๆ เช่น บัญชี ตา่ งๆ ธกส. ตลาดนัด
ของกลุ่ม หรือการ สเี ขียวในหน่วยงาน
ออกแบบ การผลติ  จุดขายสำ� คญั มีสตอรี่
ของกลุ่ม คณุ ภาพอาหารปลอดภยั
สขุ ภาพของเราที่ดีขึน้

จากเป้าหมายดังกล่าว กลุ่มต่างๆ ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนชุมชน
ร่วมกัน เพื่อให้เกิดทิศทางแนวทางการท�ำงานท่ีเข้มแข็งระหว่างคณะกรรมการกลุ่ม
ต่างๆ ทีม่ พี ลงั มากขน้ึ ใน ดงั นี้

แนวทางการดำ� เนินงาน

1. กลุ่มวิสาหกิจตา่ งๆ ไดแ้ ก่ กลุ่มวสิ าหกิจผูป้ ลูกผกั ปลอดภัย มตี ลาดรบั ซื้อ
สินค้าของชุมชนท่ีมั่นคง วิสาหกิจปุ๋ยอินทรีย์ชุมชนขยายตลาดสู่ภายนอก
พัฒนาผลิตภัณฑ์ (สูตรปุ๋ย,บรรจุภัณฑ์) กลุ่มวิสาหกิจโรงสีข้าวชุมชน
มโี รงเกบ็ ขา้ วเปลอื กกอ่ นสี พฒั นาโครงสรา้ งโรงเรอื น (ลดมลพษิ ฝุน่ ขา้ ว)
กลุ่มวิสาหกิจภูธาราพัฒนาการผลิตของชุมชน วางแผนการผลิตของ
เกษตรกร เพือ่ ใหม้ ีวตั ถดุ บิ พัฒนาศักยภาพการแปรรปู ผลผลิต เพือ่ ใชเ้ อง/
จ�ำหน่าย กลุ่มวิสาหกิจเมล็ดพันธุ์ การจัดหาเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ มาทดลอง
ปลูก/เก็บ การจัดหาเมล็ดพันธุ์ให้สมาชิก จัดหาเทคโนโลยีในการคัด
เมล็ดพนั ธ์ุ และการวางแผนการผลิตให้ได้เมลด็ พนั ธ์ุคณุ ภาพกลุ่มปศุสัตว์
มโี รงเรอื นเลยี้ งไกไ่ ขเ่ พอื่ ลดรายจา่ ย เพม่ิ ความรกู้ ารปอ้ งกนั โรคระบาดของ
สตั ว ์ วางแผนการผลติ จดั หาตลาด การทำ� อาหารสัตว์ ลดตน้ ทุน

สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การนำ้� อย่างย่ังยนื สู่การพัฒนาธุรกิจชุมขน 77

2. ชุมชนเป็นแหล่งทอ่ งเท่ยี วเชงิ ระบบนเิ วศและเกษตร โดยมีการพฒั นาการ
จัดท�ำโฮมสเตย์ การปรับปรุงจุดเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพวิทยากรประจ�ำ
จดุ เรียนรู้ และเสรมิ ความรดู้ ้านการบริการ
3. พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ พฒั นาบรรจภุ ณั ฑโ์ ลโก/้ เรอื่ งราวสามารถผลติ เมลด็ พนั ธ์ุ
ท่ีมีคุณภาพ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับตลาดท่ีหลากหลายมี
คณุ ภาพได้รับการยอมรบั มีตลาดรับซอื้ สนิ ค้าของชมุ ชนทม่ี ั่นคง (โรงเรียน
โรงพยาบาล ภตั ตาคาร/ร้านอาหาร หา้ ง)

ศูนยป์ ระสานงานพน้ื ที่ เจ้าหน้าท่ี และ อสพ. :
บทบาทและแนวทางต่อไป

การด�ำเนินงานของโครงการฯ มีหัวใจส�ำคัญท่ีเป็นพลังหนุนให้งานขับเคล่ือน
ไปตามแนวทาง หลักการที่วางไว้ ในโครงการฯ ได้วางแนวทางในการจัดตั้งศูนย์
ประสานงานระดบั จงั หวัด ซงึ่ มกี ารตั้งศนู ย์ในพน้ื ทชี่ มุ ชน โดยเจา้ หน้าท่ีประสานงาน
ประจำ� ในศนู ย์ฯ และท�ำงานเกาะติด เขา้ ไปคลกุ คลีและฝงั ตวั ในชมุ ชน

78 สืบสาน ต่อยอด การบริหารจดั การน�้ำอยา่ งยั่งยืนสู่การพฒั นาธุรกิจชมุ ขน

“การที่ได้คลุกคลีอยู่ในพนื้ ที่ ท�ำให้ก�ำหนดแผนงานและกิจกรรมได้อย่าง
ตอ่ เนอ่ื ง และท�ำใหก้ จิ กรรมสว่ นมากมกั จะประสบความส�ำเร็จ เพราะไดด้ งึ ศกั ยภาพ
ชาวบ้านที่มีความสามารถมาใช้อย่างเต็มที่ แต่การด�ำเนินงานที่คลุกคลีในพ้ืนที่
ในช่วงระยะเวลายาวนาน อาจท�ำให้ชุมชนเกิดความเคยชิน และติดกับการพึ่งพา
ปดิ ทอง อะไรกป็ ดิ ทอง ท�ำใหท้ ง้ั ผนู้ �ำทางการ ผนู้ �ำทางธรรมชาติ และแกนน�ำชาวบา้ น
ขาดความมน่ั ใจในการทจ่ี ะวางแผนประสานงานกบั หนว่ ยงานอนื่ ๆ

แนวทางตอ่ ไปทว่ี างไว้จะสนบั สนนุ พ้นื ทใ่ี นดา้ นการพฒั นา
ศกั ยภาพ พัฒนาคน พัฒนาความรู้ และความเชี่ยวชาญ โดย
การศึกษาดูงาน ฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากรในการถ่ายทอด
ความรู้ ในมิติต่าง ๆ” นายอดิเรก แสนสวะ เจ้าหน้าที่
พืน้ ทีต่ ้นแบบปดิ ทองหลงั พระ ฯ จ.อุดรธานี

“การอยใู่ นพื้นทส่ี ามารถสรา้ งความเช่อื มนั่ ใหช้ าวบา้ น
ในงานพัฒนา ชาวบ้านเข้าใจหลักการ และวิธีท�ำงานของ
โครงการฯท่ีถูกต้อง จากการสื่อสารสร้างความเข้าใจใน
ระดับครัวเรอื น/ชุมชน ที่ส�ำคัญคือเกิดความต่อเน่ือง
ในการพัฒนา ท�ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความเข้าใจบรบิ ท
ชุมชน เมื่อพบปัญหาสามารถแก้ไขได้ไว ตรงจุด และเห็น
ผลทันที อีกทงั้ ยังได้พัฒนาคนและความรู้ควบคู่กับการ

ท�ำงานไปพร้อมๆ กัน เกิดการปรับเปลี่ยนวธิ ีคิดช่วยเหลือตัวเอง และกันเองใน
ชุมชน สามารถขยายผลจากชุมชนไปหมู่บ้านข้างเคียงได้ แต่จุดอ่อนคือการ
ท�ำงานอยู่ในพื้นที่เป็นระยะเวลานาน พบว่าชุมชนขาดทักษะในการประสานความ
ร่วมมือ และความรู้จากภายนอกเอง การเกาะติดอยู่กับพ้นื ท่ีบางคร้งั ท�ำให้
หน่วยงานปกติมีความเข้าใจผิดคิดว่าปิดทองเป็นเจ้าของพ้นื ท่ี กิจกรรม/
โครงการลงสนับสนุนส่งเสรมิ มีมากพอแล้ว ซง่ึ ต้องใช้วิธีส่ือสารสร้างความ
เข้าใจอย่างต่อเน่ือง เพ่อื ให้การพัฒนาต่อเน่ืองจากระบบปกติ” นายวรากร
วงศ์สิทธ์ิ หัวหนา้ งานพ้นื ทีต่ ้นแบบ โครงการปิดทองหลงั พระฯ จ.อดุ รธานี

สบื สาน ตอ่ ยอด การบริหารจดั การน�้ำอย่างยงั่ ยนื สูก่ ารพฒั นาธรุ กิจชมุ ขน 79

ศนู ยป์ ระสานงานพน้ื ทฯ่ี ในบทบาททจี่ ะตอ้ งหนนุ เสรมิ การขบั เคลอ่ื นใหช้ มุ ชน
ไปถงึ เปา้ หมายการพฒั นาทยี่ งั่ ยนื เพอ่ื สบื สานตอ่ ยอดการบรหิ ารจดั การนำ�้ โดยชมุ ชน
ตามแนวพระราชดำ� ริ ได้วางเปา้ หมายแนวทางตอ่ ไปว่า เปา้ หมายมุ่งหวัง คอื ชมุ ชน
สามารถพึง่ ตนเองได้จากธุรกจิ ชมุ ชน วัยแรงงานกลับมาพฒั นาตอ่ ยอด สร้างความ
เข้มแข็งให้ชุมชนย่ังยืน ส่วนแนวทางต่อไปท่ีวางไว้ที่จะสนับสนุนพื้นที่ มีการจัดท�ำ
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชนบทเชิงพ้ืนที่ ร่วมกับส่วนราชการ ท้องถ่ิน และหน่วย
งานตามระบบปกติ ในการพฒั นาระยะยาวแผนการรวมกลมุ่ บรหิ ารจดั การในลกั ษณะ
ธรุ กจิ ชมุ ชน เพอ่ื สรา้ งประสทิ ธภิ าพการทำ� งาน และการพฒั นาความรเู้ รอื่ งการบรหิ าร
จดั การธรุ กิจชุมชนทด่ี ี

นายวรากร วงศส์ ิทธ์ ิ ทีมงานในพ้ืนท่ี

พนกั งานสถาบันสง่ เสรมิ และ
นายวีระยุทธ โพธกิ มล พัฒนากจิ กรรมปดิ ทองหลงั พระฯ
(หัวหน ้ างานพนื้ ทีต่ ้นแบบจังหวดั อดุ รธานี)
น.ส.สฑุ ารกั ษ์ วรศร ี พนกั งานสถาบันสง่ เสรมิ และ
พฒั นากจิ กรรมปิดทองหลังพระฯ
นายอดเิ รก แสนสวะ พนกั งานสถาบนั ส่งเสรมิ และ
พัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ
นายบญุ โฮม โพธิ์ละวดั พนักงานสถาบันส่งเสริมและ
นายอดุลย ์ เจริญสุข พฒั นากิจกรรมปดิ ทองหลงั พระฯ
นายอนิ ทร์ มะแพน อาสาสมคั รพฒั นาหมบู่ ้าน
น.ส.บังอร ศรสี ะอาด อาสาสมคั รพฒั นาหมูบ่ ้าน
น.ส.ดวงเนตร สละกิง่ อาสาสมคั รพฒั นาหม่บู ้าน
นายธรี พัฒน ์ ฉมิ ล ี อาสาสมัครพฒั นาหมบู่ ้าน
อาสาสมคั รพัฒนาหมบู่ า้ น
อาสาสมคั รพัฒนาหม่บู ้าน

80 สืบสาน ต่อยอด การบรหิ ารจดั การนำ้� อยา่ งย่งั ยืนสูก่ ารพฒั นาธุรกจิ ชมุ ขน



มูลนธิ ปิ ด ทองหลงั พระสบื สานแนวพระราชดำร�
และสถาบันสงเสร�มและพฒั นากิจกรรมปดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ
อาคารสยามทาวเวอร ชั้น ๒๖ เลขท่ี ๙๘๙ ถ.พระราม ๑ ปทมุ วนั กรงุ เทพฯ ๑o๓๓o

โทรศัพท o๒-๖๑๑-๕ooo โทรสาร o๒-๖๕๘-๑๔๑๓ www.pidthong.org


Click to View FlipBook Version