The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดความรู้การพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by datapidthong, 2022-01-20 23:53:33

ชุดความรู้การพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

ชุดความรู้การพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

Keywords: ชุดความรู้การพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

เข้าใจ
เข้าถงึ

พฒั นา

1

คำนำ

นับตั้งแต่ปี 2552 สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้
เร่ิมการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในจังหวัดน่าน และขยายสู่พ้ืนท่ีจังหวัดอุดรธานี
เพชรบรุ ี อทุ ัยธานี และกาฬสินธ์ุ ในปตี อ่ ๆ มา เพื่อประยุกต์ศาสตร์พระราชา
“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” “หลักการทรงงาน 23 ประการ” และ “องค์ความรู้
แนวพระราชดาริ 6 มิติ” ไปส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ
ต่างๆ ท้ังน้ี เพื่อจัดการความรู้และส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดาริ
อยา่ งเป็นระบบ กว้างขวาง จนเปน็ แนวทางหลักของประเทศ
เอกสารฉบับนี้ ได้รวบรวมความรู้เก่ียวกับ “การพัฒนาเชิงพ้ืนท่ีแบบบูรณาการ”
ในพื้นท่ีต้นแบบต่างๆ อันผสาน “ความรู้แนวพระราชดาริ” “ความรู้สากล”
และ “ความรู้ท้องถิ่น” ท่ีเกิดขึ้นจากความเข้าใจและประสบการณ์การ
พัฒนาในพื้นท่ีต้นแบบ ซึ่งได้มาจากการสัมภาษณ์ สารวจ และสังเกตการ
พฒั นาในพ้ืนท่ี แล้วนามาสังเคราะห์ นาเสนออย่างเปน็ หมวดหมู่และเป็นข้ัน
เป็นตอน เพือ่ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจและเป็นประโยชน์ต่อการดาเนินงานในพื้นที่
อื่นตอ่ ไป

2

เนือ้ หำในเลม่

1. จุดริเร่มิ ของการพฒั นาพ้ืนที่ตน้ แบบ
2. ความหมายและความสาคญั

ของการพฒั นาเชงิ พนื้ ทแ่ี บบบรู ณาการ
3. หลกั การและวิธกี ารทางาน

ในการพฒั นาพืน้ ท่ีแบบบรู ณาการ

เขา้ ใจ: เข้าใจภูมิสงั คม เข้าใจเขาเข้าใจเรา
เข้าถงึ : เขา้ ถงึ ปัญหา เข้าถึงความร่วมมือ
พัฒนา: พฒั นาคน พัฒนางาน

4. บทสรุปและบทเรียน

3

4

1. จดุ ริเรม่ิ
การพฒั นาพน้ื ทตี่ น้ แบบ

การพัฒนาของประเทศท่ีผ่านมา ก่อให้เกิดความเลื่อมล้าและช่องว่างใน
สังคมมากขนึ้ เรอื่ ยๆ ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้อย่างไม่ระมัดระวัง กิจกรรม
การพัฒนากระจุกตัวอยู่ตามเมืองใหญ่และเมืองอุตสาหกรรม ทาให้ผู้คน
และแรงงานหล่ังไหลเข้าสู่พื้นท่ีเหล่านั้น จนเกิดความแออัดและไร้ระเบียบ
ขณะที่พ้ืนทช่ี นบทไมไ่ ดร้ บั การพัฒนาอย่างเหมาะสม

แม้ได้มีการพัฒนาพ้ืนท่ีผ่านกระบวนการวางแผน จัดทาโครงการ และ
จัดสรรงบประมาณของภาครัฐ แต่ยังไม่สามารถคล่ีคลายปัญหาดังกล่าวได้
อีกท้ังต้องเผชิญกับแรงกดดันใหม่ๆ อีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภัย
ธรรมชาติท่ีรุนแรงมากข้ึน การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขาด
แคลนแรงงาน การปรับเปลยี่ นรปู แบบการบริโภค การตลาดที่มีการแข่งขัน
มากข้ึน หลายฝ่ายเริ่มหันมาคิดและทบทวนเพื่อแสวงหาทางเลือกและ
ทางออกที่เหมาะสมในการพัฒนาพ้ืนท่ี

“ชุมชนทอ้ งถิน่ มคี วามถดถอยและมืดมนไปเรื่อยๆ
หนี้สินครวั เรอื นพอกพูน ลกู หลานไปทางานเมอื งใหญ่ เพื่อใหอ้ ยู่รอด
รัฐบาลไม่เคยตั้งคาถามกับส่ิงเหล่านเี้ ลย เหตุใดจึงเป็นเชน่ น้นั ”

หม่อมราชวงศ์ดศิ นดั ดา ดศิ กุล ประธานกรรมการบริหารสถาบันส่งเสรมิ
และพฒั นากิจกรรมปดิ ทองหลงั พระ สืบสานแนวพระราชดาริ

5

สะทอ้ นภาพปญั หาการพัฒนาพื้นที่

ปัญหาในการพัฒนาพ้ืนท่ี ส่วนหน่ึงมีผลมาจากข้อจากัดในการทางานของ
หลายภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ซ่ึงอยู่ภายใต้เง่ือนไข รูปแบบการทางาน และ
การใชค้ วามรู้ท่ีไมเ่ หมาะสม

การทางานของภาครัฐ

o นโยบายการพัฒนาจากบนลงล่าง
o นโยบายเดียวใช้กบั ทุกพ้นื ที่
o ตอ้ งกระจายงบประมาณทมี่ ีจากัด
o พนื้ ทีร่ บั ผดิ ชอบมาก ไม่สามารถทาให้ได้อย่างทั่วถึง
o ขอ้ มูลไมเ่ พยี งพอในการจดั ทารายละเอยี ดโครงการ
o ระยะเวลาโครงการส้ันตอ้ งรบี ทา
o ตอ้ งทางานตามภารกจิ ของหนว่ ยงานเปน็ หลกั
o แต่ละหนว่ ยงานตา่ งคนต่างทา ไมม่ ีการประสานกัน
o วิธกี ารทางานและการใชง้ บประมาณไมย่ ืดหยุ่น
o งบประมาณมาช้าต้องเร่งใหเ้ สรจ็
o วงจรแผนและงบประมาณไม่สอดคล้องกับกจิ กรรมการผลิต
o ขาดการตดิ ตามผลการดาเนินงาน

การทา งานขอ งภาครั ฐส่วน ใหญ่ยัง ต้องเผ ชิญกับ การโย กย้ายบุ คลาก ร
บ่อยคร้ังและความไม่แน่นอนของนโยบาย อันส่งผลให้การทางานขาด
ความต่อเน่ือง และยากที่จะทาให้การพัฒนาในเรื่องสาคัญๆ เกิดผลเป็น
รปู ธรรม

6

ประชาชนในพนื้ ที่

o พง่ึ พิงอาหารและสิ่งอานวยความสะดวกจากภายนอก
o เกิดรายจ่ายที่ไมจ่ าเป็นและมีหน้ีสินสะสม
o หวั หนา้ ครอบครวั และคนรุน่ ใหมอ่ อกจากพนื้ ท่ี
o ไม่ไดแ้ สดงความคิดเหน็ และตัดสินใจในการพัฒนาพื้นที่
o คุ้นเคยกบั ความชว่ ยเหลอื แบบใหเ้ ปลา่
o ผ้นู าหวังประโยชนส์ ่วนตวั และพวกพ้อง
o รอดูคนอ่ืนทากอ่ น แล้วค่อยตัดสินใจลงมอื ทา
o ไม่คุ้นเคยกบั การเปลยี่ นแปลง

การทางานของภาคสว่ นอนื่ ๆ

o อปท. เนน้ งานโครงสร้างพืน้ ฐาน
o เอกชนหวังผลกาไรและสรา้ งภาพลกั ษณ์
o การศกึ ษาสอนเรื่องไกลตัว
o งานวจิ ัยไมต่ อบโจทยพ์ ืน้ ท่ี
o ตลาดแข่งขันสงู ผูบ้ รโิ ภคเปล่ียนแปลงง่าย

7

จากปัญหาการผลิตในพื้นที่ต่างๆ ไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่าง
เพียงพอในการดารงชีวิต อีกทั้งรูปแบบการบริโภคต้องพ่ึงพิงสินค้าและ
สิ่งอานวยความสะดวกจากภายนอกมากขึ้น ทาให้หลายครอบครัวเกิด
ภาระหน้ีสิน ผลักดันให้หัวหน้าครอบครัวและคนรุ่นใหม่ออกไปทางานใน
เมืองใหญ่ ขาดกาลังสาคัญในการพัฒนาพ้ืนท่ี และอยู่ในภาวะเป็นผู้รอรับ
ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมักเกิดข้ึนในลักษณะการ
สนับสนุนงบประมาณและการแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ โดยไม่มีเง่ือนไขและ
วิธีการท่ีเหมาะสม ทาให้ประชาชนในหลายพื้นที่คุ้นเคยกับการได้เปล่า
ขาดแรงกระตุน้ ในการลงมอื พฒั นาด้วยตนเอง
ขณะทภี่ าคส่วนอ่ืนอันเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนา ไม่ว่าองค์การปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคธุรกิจเอกชน ภาคการศึกษา ก็ดาเนินภารกิจของ
ตนอย่างไม่สอดคล้องกับความต้องการและไม่สามารถแก้ไขปัญหาในพ้ืนที่
ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ ทาให้ปัญหาส่ังสมและมีความซับซ้อนมากขึ้น ยาก
ทจ่ี ะใหช้ ุมชนแก้ปญั หากนั เองโดยลาพงั

8

เรม่ิ พัฒนาพน้ื ทตี่ น้ แบบ

สถาบนั ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมปดิ ทองหลังพระฯ
เรมิ่ การพัฒนาพ้ืนที่ต้นแบบ ด้วยความรว่ มมือกบั หน่วยงาน
ทเี่ กีย่ วข้อง ม่งุ สร้างความเขา้ ใจและสร้างการมีส่วนร่วม
ของประชาชน ขบั เคลื่อนงานตามสภาพพน้ื ท่แี ละความ
ต้องการของประชาชน เพื่อใหเ้ กิดการแกไ้ ขปัญหาท่แี ท้จรงิ

สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้แปลงแนว
พระราชดาริมาสู่การปฏิบัติ โดยผสานกับองค์ความรู้ แนวทางการบริหาร
และหลกั การทรงงาน เพื่อใชใ้ นการแก้ปญั หาพื้นที่ต่างๆ โดยมีกระบวนการ
ทางานรว่ มกบั ภาคที ้งั ภาครัฐ เอกชนและสถาบนั การศึกษา ในพ้ืนท่ีต้นแบบ
ปดิ ทองหลงั พระฯ 5 พน้ื ท่ี ในจังหวัดนา่ น อดุ รธานี เพชรบุรี อุทัยธานี และ
กาฬสินธุ์ ต้ังแตป่ ี 2552 เป็นตน้ มา

9

การพัฒนาพืน้ ทต่ี น้ แบบภายใต้โครงการในพ้ืนทต่ี ่างๆ

2552 การบูรณาการแก้ไขปัญหาพ้ืนที่จังหวัดน่าน พัฒนาพ้ืนท่ีต้นน้า
และพัฒนาชุมชนบนพื้นท่ีสูง ท่ามกลางการขยายตัวของพืช
เชงิ เดี่ยวท่ีมกี ารใชส้ ารเคมีจานวนมาก

2554 การบริหารจัดการน้าอย่างย่ังยืน อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
บ้านโคกล่าม-แสงอร่าม จังหวัดอุดรธานี จัดการน้าและพัฒนา
พ้ืนท่ีให้เอ้ือต่อการเกษตรและปศุสัตว์ของชุมชนท้องถ่ินได้อย่าง
ทั่วถึงตลอดปี

2555 การพฒั นาชนบทเชิงพ้ืนที่ประยุกต์ตามพระราชดาริบ้านโป่งลึก-
บางกลอย จังหวัดเพชรบุรี การพัฒนาระบบสูบน้า กระจายน้า
และจัดทาแผนแก้ไขปญั หานา้ ในระยะยาว สาหรับการต้ังถิ่นฐาน
ของกล่มุ ชาตพิ นั ธท์ุ ่ีย้ายออกมาจากผืนป่า

2556 การพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือยอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
จังหวัดกาฬสินธุ์ แก้ปัญหาน้าท่วมและน้าแล้งซ้าซาก เพ่ือให้
ชุมชนท้องถ่ินมีน้าเพียงพอสาหรับการอุปโภคบริโภคและทา
การเกษตรได้ตลอดปี

2556 การบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพ้ืนท่ีตาบลแก่นมะกรูด
อาเภอบา้ นไร่ จังหวัดอทุ ยั ธานี พัฒนาพ้ืนท่ีรอยต่อกับป่าอนุรักษ์
ให้ชุมชนซึ่งเป็นชาติพันธุ์กะเหร่ียงมีความมั่นคงด้านที่ทากินและ
น้าใช้ รวมถึงมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อเป็นแนวกันชนแข็งแรงใน
การปอ้ งกนั การบุกรุกปา่ ไม้

10

รูปแบบการดาเนินงานในแต่ละพื้นท่ี เน้นการระดมความร่วมมือกับ
หลากหลายภาคส่วน ทาการสารวจข้อมูลและวิเคราะห์เพ่ือกาหนด
ประเด็นการพัฒนาท่ีสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และดาเนินงานอย่างมีส่วน
ร่วมกับชุมชนในพ้ืนท่ีต้นแบบ ตามหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา”
ซ่ึงหลายพื้นท่ีมีปัญหาการขาดแคลนน้าเพื่อการเกษตรและการประกอบ
อาชีพทางการเกษตร จึงได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีประสบอยู่ นาไปสู่
กิจกรรมการพัฒนาระบบน้า การปรับปรุงสภาพดิน การส่งเสริมปลูกพืช
และเล้ียงสัตว์เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน รวมท้ังการ
ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มบริหารจัดการกองทุน การผลิต การแปรรูป
และการตลาด ส่งเสริมให้ครัวเรือนรวมกลุ่มและแบ่งปันการใช้ทรัพยากร
รว่ มกัน
นอกจากนี้ ไดม้ กี ารปรับปรงุ ดนิ เพ่ือให้เหมาะสมต่อการทาการเกษตร เน้น
การปลกู พืชผักเพ่ือสร้างรายได้ลดรายจ่าย ปลูกพืชเศรษฐกิจ ยกระดับการ
ผลิตให้ได้มาตรฐาน มีการจัดการป่าไม้ด้วยการแบ่งประเภทป่าออกเป็น
ป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ และป่าไม้ใช้สอย รวมท้ังส่งเสริมการใช้พลังงาน
แสงอาทติ ย์เกบ็ รักษาผลผลิตทางการเกษตร

11

การดาเนินงานพฒั นาพื้นที่ตน้ แบบ

…การทางานพัฒนาในพน้ื ท่ีต้นแบบปดิ ทองหลงั พระฯ
เรามคี ณะทางานจังหวดั และคณะทางานอาเภอ
คอยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหนว่ ยงาน
และมีอาสาสมัครพฒั นาหมบู่ ้าน (อสพ.) ซึง่ เป็นลกู
เป็นหลานของคนในพนื้ ที่ เข้ามาทางานกับโครงการฯ
เราพัฒนาพวกเขาควบคู่กันไปกบั การพฒั นาพน้ื ที่
เพ่ือให้เขาเปน็ กาลงั สาคญั ตอ่ ไป…

ณัฐพล จิระสกลุ ไทย ผู้จัดการฝา่ ยส่งเสรมิ งานพฒั นา
มลู นธิ ิสถาบนั ปดิ ทองหลงั พระฯ

การพัฒนาพ้ืนที่ต้นแบบต่างๆ ได้ยึดเอาภูมิสังคมและความต้องการของ
ประชาชนเป็นหลัก มีกระบวนการศึกษาและวิเคราะห์พ้ืนที่ กาหนด
เป้าหมายและจัดทาแผนพัฒนาในแต่ละพื้นท่ี โดยมีคณะกรรมการระดับ
จังหวัด คณะกรรมการระดับอาเภอ ประกอบด้วยหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
อย่างครอบคลุม เป็นกลไกในการกากับการขับเคล่ือนการพัฒนาให้มุ่งสู่
เปา้ หมายเดียวกัน
นอกจากน้ี ยังระดมความร่วมมือจากภาคส่วนอ่ืนๆ เข้ามาสนับสนุนงาน
พัฒนา โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ต้ังอยู่ในภูมิภาค ซ่ึงช่วยศึกษาข้อมูล
และให้ข้อแนะนาต่อการพัฒนาพ้ืนท่ี และภาคเอกชนที่ช่วยเหลือด้านการ
ผลิตและการตลาดเพอื่ ยกระดบั การผลติ ของเกษตรกรในพ้นื ท่ี

12

ในส่วนของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้
มอบหมายให้ฝ่ายส่งเสริมงานพัฒนา เป็นหน่วยรับผิดชอบงานพัฒนาพ้ืนท่ี
ตน้ แบบ โดยต้งั สานักงานประจาในแต่ละพื้นท่ี จัดให้มีเจ้าหน้าท่ีรับผิดชอบ
ดาเนินงานในด้านงานส่งเสริมการเกษตร ทั้งทางด้านการเพาะปลูกพืช ปศุ
สัตว์ และประมง งานโครงสร้างเพ่ือจัดการน้า งานข้อมูลและงาน
สานักงาน พร้อมกับจัดให้มีอาสาสมัครพัฒนาหมู่บ้าน (อสพ.) ซึ่งเป็นคน
ในพ้ืนที่เข้ามาทางานกับโครงการฯ เพื่อพัฒนาคนควบคู่กันไปกับการ
พัฒนาพ้นื ท่ี และเพื่อใหเ้ ปน็ กาลังสาคญั ในการพัฒนาพื้นที่ต่อไป

13

ขั้นตอนการพัฒนาพ้ืนที่ต้นแบบได้ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ให้
ความสาคัญในการสร้างความเข้าใจ การสารวจข้อมูลพื้นฐานโดยละเอียด
รวมท้ังการใช้เทคโนโลยีแปรภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อใช้ในการวางแผนและ
เปรียบเทียบผลการพัฒนาเป็นระยะๆ นอกจากนั้น ยังให้ความสาคัญใน
การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานในระดับจังหวัดและระดับอาเภอ เพ่ือ
ร่วมขับเคล่ือนการพัฒนาพ้ืนที่ต้นแบบ โดยมีการดาเนินงาน 9 ประการ
ท้ังนี้ อาจมกี ารดาเนนิ งานกลบั ไปมาหรอื ทาซ้า กข็ ้ึนอยกู่ ับแตล่ ะพื้นที่

ขัน้ ตอนการดาเนนิ งานพฒั นาพืน้ ทตี่ ้นแบบปิดทองหลังพระฯ
1. ศกึ ษาข้อมลู พ้นื ทีเ่ บือ้ งต้นและคดั เลือกพื้นท่ี
2. หารอื กับหน่วยงานที่เกย่ี วข้องและตง้ั คณะทางาน
3. ชแ้ี จงทาความเขา้ ใจกบั ประชาชนในพนื้ ที่
4. สารวจและวเิ คราะหข์ ้อมลู พ้นื ที่
5. คืนขอ้ มูลให้กับประชาชน
6. ทากจิ กรรมเรง่ ด่วน
7. จัดทาแผนการพฒั นาพ้นื ท่ี
8. ดาเนนิ กิจกรรมตามแผนพัฒนาพนื้ ที่
9. ทบทวนและตดิ ตามประเมนิ ผล

14

15

16

2. ความหมายและความสาคัญ
ของการพฒั นาเชิงพน้ื ทีแ่ บบบูรณาการ

สบื ค้นความหมายจากพืน้ ทต่ี ้นแบบ

กำรพัฒนำเชิงพื้นทแ่ี บบบรู ณำกำร
(Integrated Area-based Development)
หมายถึง การพฒั นาบนฐานภูมิสังคมของพ้นื ที่
โดยไมแ่ ยกส่วน มีการกาหนดประเด็นการพัฒนาทีช่ ัดเจน
ผสานแผนงาน ความรู้ และทรัพยากร
ดาเนินการแบบยืดหยุ่นและมสี ่วนร่วมไปในทศิ ทางเดียวกนั
เพ่ือให้เกดิ ประโยชน์อย่างทั่วถงึ

ความหมายของ “การพัฒนาเชิงพื้นท่ีแบบบูรณาการ” ข้างต้น เรียบเรียง
ข้นึ จากสงิ่ ท่ีคน้ พบ จากการสัมภาษณ์ สารวจ สังเกตวิธีปฏิบัติในการพัฒนา
พ้ืนท่ีต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ผนวกกับการศึกษาทบทวนงานวิชาการ
ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับ “การพัฒนาเชิงพื้นที่” และ “การพัฒนาแบบบูรณา
การ” เพ่ือให้มีความครบถ้วน

17

ท้ังนี้ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ตามความหมายน้ี อาจ
เกิดขึ้นไม่ครบถ้วนในช่วงใดช่วงหน่ึงของการทางาน แต่เม่ือดูตลอดท้ัง
กระบวนการพัฒนาก็จะพบว่ามีแนวคิดสาคัญๆ ได้ถูกสะท้อนออกมาใน
แตล่ ะขัน้ ตอนการทางาน

แนวคิดและแนวปฏิบัติการพัฒนาพื้นท่ตี น้ แบบปิดทองหลังพระฯ

 เข้าใจภูมิสงั คม
 ยึดประชาชนเปน็ ศนู ย์กลาง
 พฒั นาแบบไม่แยกส่วน
 กาหนดมติ ิการพฒั นาชดั เจน
 ทากิจกรรม Quick win
 คน้ หาและใหโ้ อกาส “คนหวั ไว ใจสู้”
 ผสานความรแู้ นวพระราชดาริ ความรสู้ ากล

และความรทู้ อ้ งถน่ิ
 ประสานแนวราบและแนวดิ่ง
 ประสานแผนงานและงบประมาณ
 สรา้ ง Champion product
 ยดื หยุ่น ปรบั ให้เหมาะกับพ้ืนท่ี
 ชาวบา้ นมีสว่ นร่วมและลงแรง
 เสริมพลัง
 พัฒนารู้ตอ่ เน่ือง

18

อันท่ีจริงแล้ว การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ได้ยึดแบบอย่าง
การพัฒนาเชงิ พืน้ ที่แบบบูรณาการมาจากโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งสมเด็จ
ย่า (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีฯ ) ทรงใช้วิธีการทางานแบบ
องค์รวม แก้ไขปัญหาการปลูกฝ่ินในพื้นที่จนประสบความสาเร็จ ด้วย
ความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งเร่ิมจากหน่วยงานความม่ันคง ต่อมามี
หน่วยงานดา้ นการพัฒนาอาชีพ ด้านการสาธารณสุข และด้านการฟ้ืนฟูป่า
ไม้เข้ามาร่วมพัฒนาด้วย และท่ีสาคัญก็คือการมีส่วนร่วมของประชาชนใน
พื้นท่ี

สอดคลอ้ งกับวธิ ีการบรหิ ารราชการ

แนวทางการพัฒนาข้างต้นซ่ึงเป็นไปเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน ได้ถูก
กาหนดไว้เป็นเป้าหมายในการบริหารงานภาครัฐ ตามพระราชกฤษฎีกาว่า
ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 ซึ่งระบุ
ไวว้ ่า

…ส่วนราชการต้องดาเนินการโดยถือว่าประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ทจ่ี ะได้รบั บริการจากรัฐ…

…ก่อนดาเนินการพัฒนาจะต้องวิเคราะห์ผลดีผลเสียให้ครบถ้วน
ทุกด้าน กาหนดขั้นตอนดาเนินการที่โปร่งใส รับฟังความ
คิดเห็นของประชาชนหรือช้ีแจงทาความเข้าใจให้ประชาชน
ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ตอ่ ส่วนร่วม…

….กรณีท่ีภารกิจใดเก่ียวข้องกับหลายส่วนราชการ ให้กาหนด
แนวทางเพื่อให้เกิดการบริหารราชการแบบบูรณาการร่วมกัน
โดยมุ่งใหเ้ กิดผลสัมฤทธิ์เพอื่ ภารกจิ ของรฐั

19

การบริหารราชการแบบบูรณาการ ยังเป็นรูปแบบการนาการบริหาร
จดั การภาครัฐแนวใหม่ทน่ี ามาปรบั ใชใ้ นระบบราชการของประเทศ ต้ังแต่ปี
พ.ศ. 2546 โดยเร่ิมใช้กับการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ให้ผู้ว่า
ราชการจังหวัดทาหน้าท่ีเป็นผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดที่เรียกว่า CEO
(Chief Executive Officer) มีอานาจบังคับบัญชา ส่ังการหัวหน้าส่วน
ราชการต่างๆ ภายในจังหวัดได้อย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมจัดทาแผนพัฒนา
จังหวัดแบบบูรณาการ และเนน้ การจัดการแนวราบที่ใช้การบูรณาการการ
ทางานของทกุ ภาคส่วนในพื้นที่ในลักษณะ “พื้นท่ี พันธกิจ การมีส่วนร่วม”
ในทุกขั้นตอนของการทางาน เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาใน
ระดับจังหวัด ตลอดจนเพอื่ สร้างการทางานในลักษณะเครือขา่ ย

ปจั จุบัน การบริหารแบบบรู ณาการก็ยงั เป็นยุทธศาสตร์สาคัญในการพัฒนา
ระบบราชการ ที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.)
กาหนดไว้

…เพือ่ ให้เกิดการทางานรว่ มกัน แกป้ ญั หาการแยกสว่ นในการ
ปฏบิ ัตงิ าน นาศักยภาพของแตล่ ะหน่วยงานมาสรา้ งคุณคา่ ในการ
ขับเคลอื่ นการพฒั นาและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอยา่ งคุ้มคา่ …

…พฒั นารูปแบบและวิธีการทางานของภาครฐั ในระดับต่างๆ โดย
เนน้ การยดึ พน้ื ที่เปน็ หลกั (Area-based Approach) เพ่ือให้เกิด
ความรว่ มมือ ประสานสัมพนั ธก์ นั ในการปฏบิ ัตงิ านและการใช้
ทรพั ยากรใหเ้ ปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เกิดความคุ้มค่าและไม่
เกิดความซ้าซ้อน…

20

การมสี ว่ นรว่ ม แม้จะไม่มีข้อสรุปว่า “การพัฒนาเชิง
ภารกิจ พ้ืนท่ี” กับ “การพัฒนาแบบบูรณา
พน้ื ที่ การ” เร่ืองใดเป็นหลักเรื่องใดเป็นรอง
ซ่ึงมักพบเห็นคาท่ีเกี่ยวข้องทั้งสองแบบ
ก็คือ การพัฒนาเชิงพ้ืนท่ีโดยยึดหลัก
บูรณาการ การพัฒนาแบบบูรณาการ
โดยยดึ หลักการพัฒนาเชิงพ้ืนที่ ซ่ึงหาก
พิจารณารายละเอียดทั้งสองหลักการ
พบว่ามีองค์ประกอบสาคัญ 3 ประการ
ไดแ้ ก่

1) พ้ืนที่ (Area) เอาพื้นท่ีเป็นตัวตั้ง
เชื่อมโยงปัญหาในพื้นที่ และนามา
กาหนดเป็นแนวทางการพัฒนาอย่าง
เหมาะสม

2) ภารกจิ (Function) เช่ือมโยงภารกิจ
ของหน่วยงานตา่ งๆ ในพ้นื ท่ี ไม่ต่าง
คนต่างทาหรือทาซา้ ซอ้ นกนั

3) การมีสว่ นร่วม (Participation) เป็น
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วน
เ สี ย ป ร ะ ช า ช น ใ น พ้ื น ท่ี แ ล ะ
หน่วยงานท่เี กย่ี วข้อง

21

ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ท่ีปรึกษาสถาบันปิดทองหลังพระฯ
ไดใ้ ห้ขอ้ แนะนาเพมิ่ เติมแก่เจา้ หนา้ ทผี่ ู้ปฏิบัติงาน ไว้วา่

 พ้ืนท่ี – ตอ้ งถามตัวเองว่า เขา้ ใจคน เข้าใจพ้นื ท่ีท่ี
ปฏิบัติงานดีพอหรอื ยัง หากยังไมเ่ ข้าใจหรือรู้ไม่พอ ให้
กลบั มาทบทวน และเตรียมข้อมูลให้พร้อมและละเอยี ดถ่ี
ถ้วน พอในการวางแผนและคาดการณ์ได้ เชน่ หากฝนมา
มาก พืน้ ท่ีจะรบั นา้ ได้หมดหรือไม่ นา้ จะท่วมสงู แค่ไหน
แล้วต้องเตรยี มอพยพไปไหน ผลกระทบจากน้าทว่ มมี
อะไรบ้าง

 ภารกจิ – ร้ภู ารกิจที่ตัวเองต้องทา และรู้ความรบั ผิดชอบ
ของหน่วยงานอืน่ ๆ ด้วย โดยตอ้ งมีความสมั พนั ธ์ทด่ี กี บั เขา
เพ่อื ใหเ้ กิดการทางานรว่ มกนั และบรรลปุ ระโยชนร์ ว่ มกนั

 การมสี ่วนร่วม – ตอ้ งระบุได้ว่าใครท่ีควรเข้ามามสี ว่ นรว่ ม
ในการพฒั นาพ้นื ที่ ไม่ได้เลอื กคนจากตาแหน่งหนา้ ท่ีอยา่ ง
เดยี ว แต่เลือกคนหัวไวใจสู้ มที ักษะ มีไหวพริบ และเปดิ
โอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมโดยไมก่ ดี กนั หรือแบ่งพรรค
แบง่ พวก

22

ประโยชนไ์ ด้มากกวา่ ท่คี ดิ

…ตอ้ งยอมรบั วา่ การทางานร่วมกนั จริงๆ ของหลาย หน่วยงานนั้น
ไม่ค่อยเกดิ ข้นึ การทางานครั้งแรกอาจยังไมส่ าเร็จ ไมล่ งตวั
เพราะต่างกนั ต่างกจ็ ะทางานของตวั เอง แต่พอมาพูดคยุ กันหลายๆ
ครง้ั ก็เร่ิมแบง่ งานกันเอาเข้าแผนของตัวเอง งานก็ไม่ซ้าซ้อนกัน
ประหยดั งบฯ และเข้าใจกันมากขึ้น …

บุญตา ชมพูวเิ ศษ รองนายกเทศมนตรตี าบลรอ่ งคา
อ.รอ่ งคา จ.กาฬสนิ ธุ์

การทางานพัฒนาแบบบูรณาการเป็นสิ่งที่ไม่ง่าย เพราะความคิดและ
ประสบการณ์ของคนที่มาทางานร่วมกันน้ันมีหลากหลาย จึงต้องมี
เป้าหมายชัดเจนและยอมรับร่วมกัน อาศัยการสื่อสารและประสานงานกัน
เป็นอย่างดี ประโยชน์ก็จะค่อยๆ เกิดข้ึนชัดเจน ดังเช่นการพัฒนาพ้ืนท่ี
ตน้ แบบปดิ ทองหลังพระฯ

 แกป้ ัญหาตรงจุด
 ตอบโจทย์ชาวบา้ น
 ลดความขัดแย้ง
 ชาวบ้านรว่ มเปน็ เจา้ ของรว่ มดูแล
 ลดความซา้ ซ้อน
 ประหยัดงบประมาณและทรพั ยากร
 เกดิ ผลได้เรว็
 สนับสนนุ และเสริมงานกัน

23

…ชาวบา้ นเดือนร้อนเร่ืองน้ามานาน เรามีอ่างเก็บนา้ ท่ีทางการมาขุดไว้
มนี ้าแต่เอามาใช้ไม่ได้ พอเริ่มมาพฒั นาตามแบบปิดทองหลงั พระฯ
กม็ ีหนว่ ยงานเขา้ มาชว่ ยกันคดิ และลงแรงวางท่อส่งนา้ ไมน่ าน
ปัญหานา้ กค็ ล่ีคลายไปไดอ้ ย่างไมน่ ่าเช่ือ หลังจากนั้นชาวบ้านก็
ช่วยกนั ดูแลกันเอง …

เสวต จนั ทร์หอม ผใู้ หญ่บ้าน บ้านแสงอร่าม
ต.กดุ หมากไฟ อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี

ผลท่เี กิดข้ึนมไิ ดเ้ ป็นประโยชนก์ ับชาวบ้านเท่านั้น แต่ส่งผลโดยรวมต่อพ้ืนที่
เป็นการแบง่ เบาภารกิจและลดขอ้ จากัดในการทางานของหน่วยงานภาครัฐ
และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน สามารถสร้างความร่วมมือได้อย่าง
กว้างขวาง รวมท้งั ต่อยอดและริเร่มิ งานพัฒนาใหมๆ่ อยา่ งเห็นไดช้ ัด

24

25

26

3. หลกั การและข้ันตอนการทางาน
ในการพัฒนาเชิงพ้นื ท่ีแบบบรู ณาการ

การพัฒนานั้นไม่ยาก
หากเข้าใจ ไวใ้ จ และแบ่งงานกันเป็นอย่างดี…
แตถ่ ้าพฒั นาแล้วยงั ไม่สาเร็จหรือเจอปัญหาอุปสรรค
ก็ต้องกลับไปทาความเข้าใจและเข้าถึงกัน
ใหถ้ ่องแท้เสียใหม่

 เขา้ ใจพื้นที่  เขา้ ถงึ ปญั หา  พฒั นาคน

 เขา้ ใจเขาเข้าใจเรา  เขา้ ถึงความรว่ มมือ  พัฒนางาน

กอ่ นจะทาอะไรจะต้อง เมื่อเข้าใจกันแล้วก็ การพัฒนานน้ั ไมย่ าก
ทาความเข้าใจเสียก่อน ต้องเข้าถึง จะไดร้ ู้ หากเขา้ ใจ ไวใ้ จ และ
เขา้ ใจท้ังภมู ิประเทศ ขอ้ มูล สถานการณ์ แบ่งงานกนั เป็นอย่างดี
เข้าใจผู้คน และขนบ- ทเี่ กิดขน้ึ และปัญหา โดยต้องระลกึ อยู่เสมอ
ธรรมเนียมของสังคม ท่แี ทจ้ ริงเพื่อร่วมกนั ว่าปญั หาแตล่ ะพน้ื ท่ี
ทสี่ าคัญ คอื ตอ้ งให้ พัฒนาพ้นื ทต่ี ่อไป แต่ละเวลาไม่เหมือนกัน
เขาเข้าใจและไวใ้ จเรา จึงตอ้ งหมั่นเรียนรู้
ด้วย คอยทบทวน ยืดหยุน่
และปรับใหเ้ หมาะสม

27

เข้ำใจ

ก่อนจะทาอะไร จะต้องทาความเข้าใจเสียก่อน
เข้าใจท้ังภมู ิประเทศ เข้าใจผู้คน และขนบธรรมเนียมของสังคม
ทส่ี าคัญคือต้องให้เขาเข้าใจและไว้ใจเราด้วย

1) เข้าใจภูมสิ ังคม

การทาความเข้าใจพ้ืนที่ นับเป็นก้าว หลักกำรทรงงำนที่เกี่ยวข้อง
แรกที่สาคัญ ในการสร้างความ
ร่วมมือหรือลงมือทากิจกรรมพัฒนา ภมู สิ งั คม การพัฒนาจะต้องเปน็
ใดๆ เนื่องจากแต่ละพ้ืนท่ีน้ันมีความ ไปตามภมู ิประเทศทางภมู ศิ าสตร์
แตกต่างกัน ท้ังทางด้านสภาพพื้นท่ี และภมู ิประเทศทางสงั คมศาสตร์
สงั คม และวัฒนธรรม การเข้าใจพ้ืนที่ ในสังคมวิทยา คือ นิสัยใจคอของ
จะช่วยให้การพัฒนามีความยืดหยุ่น คนเรา จะไปบังคับให้คนอ่ืนคิด
และสอดคล้องกบั ความเป็นจริง อย่างอ่ืนไม่ได้ เราต้องแนะนา เรา
เขา้ ไป

ประเด็นทตี่ อ้ งเขำ้ ใจ

 สภาพพื้นท่ี  ทรัพยากรธรรมชาติ

 การทามาหากิน  ลกั ษณะทางสงั คม

 วฒั นธรรมประเพณี  ลกั ษณะเฉพาะของพน้ื ท่ี

 ปญั หาทเ่ี กิดขึน้

28

วิธกี ำร “เขำ้ ใจ”

 ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (ข้อมูลมือสอง) ของหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว ท้ัง
หน่วยงานราชการระดับจังหวัด ระดับอาเภอ องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถนิ่ สถาบันการศึกษา รายงานการวิจัย รวมถึงองค์กรหรือภาคี
ทเ่ี ข้ามาทางานในหมู่บ้าน

ข้อมลู ทค่ี วรศึกษาและรวบรวม แบ่งได้เป็น
(1) ข้อมลู สภาพทางกายภาพ เช่น ลักษณะดิน แหล่งน้าธรรมชาติ

สภาพป่าไมแ้ ละการใช้ประโยชน์
(2) ข้อมูลทางสังคม เช่น การตั้งถิ่นฐาน การศึกษา สาธารณสุข ความ

เชอื่ และประเพณที อ้ งถิน่
(3) ข้อมลู สภาพเศรษฐกิจ เช่น การประกอบอาชพี แหล่งการค้า
(4) ข้อมูลโครงสร้างพ้ืนฐาน เช่น ถนน ฝาย อ่างเก็บน้า บ่อน้า

สถานทสี่ าคัญ

ควรศึกษาข้อมูลให้มากที่สุดก่อนที่จะเข้าไปในหมู่บ้านเป้าหมาย
เพือ่ ให้เจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนาได้เห็นภาพรวมของหมู่บ้านก่อน
ลงไปปฏบิ ตั งิ านจรงิ ช่วยให้การพูดคุยกับบุคคลสาคัญในลาดับต่อไป
มคี วามราบรนื่

…ตอนนนั้ คุณชายดิศก็มาทีน่ ห่ี ลายครัง้ แลว้ แต่ไมม่ ีใครรู้ ทุก
ครงั้ ทีม่ าคุณชายจะมาจอดรถดูวถิ ชี าวบ้านว่าเขากินอย่างไร
อยยู่ งั ไง คุณชายรู้แม้กระทั้งวา่ ตอนเชา้ ชาวบา้ นมาร้านคา้ ซื้อ
อะไรบ้าง ผัก พริก มะเขือ ปู ปลา ชาวบา้ นซ้ือทั้งหมดทั้งที่
สามารถปลูกกินเองได้…

อดุลย์ เจริญสขุ อาสาสมคั รพฒั นาหมบู่ ้าน (อสพ.)
บา้ นโคกล่าม-แสงอร่าม อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธานี

29

 คยุ กบั บุคคลสาคญั ท่ีมีบทบาทในหมู่บ้าน ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย-
ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบล รวมถึงผู้นากลุ่มต่างๆ
ปราชญ์ชาวบา้ น ผ้นู าทางศาสนา ผู้อาวโุ สท่ีชาวบา้ นนบั ถือ

ใช้รูปแบบการหารือแบบไมเ่ ป็นทางการ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริม
งานพัฒนาได้เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของหมู่บ้านด้านต่างๆ
ความต้องการ ทุนทางสังคม และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ทุตยิ ภูมทิ ไี่ ด้รับมา และอาจได้ขอ้ มลู ทีเ่ หนือความคาดหมาย

อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณาใช้รูปแบบที่เป็นทางการ ซึ่งมีการนัด
หมายล่วงหน้า แจ้งวัตถุประสงค์และข้อมูลท่ีต้องการ ทาให้ผู้ให้
ข้อมูลได้เตรียมข้อมูลไว้ให้ครบตามวัตถุประสงค์ ท้ังน้ี ข้ึนอยู่กับ
สถานการณ์

 สารวจภาพรวมของพ้ืนท่ี โดยการเดินดูสภาพทั่วๆ ไปในหมู่บ้าน
สภาพพ้ืนท่ีทากิน และแหล่งทรัพยากรต่างๆ ของชุมชน เพื่อให้
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมงานพัฒนาได้เข้าใจภาพรวมของชุมชน และเป็น
ข้อมูลพ้ืนฐานสาหรับการวางแผนสารวจในรายละเอยี ด

การสารวจภาพรวมของพ้ืนท่ีควรจะมีการบันทึกข้อมูลท่ีต้ังลงใน
แผนผังและแผนท่ี ได้แก่ สถานที่สาคัญ บ้านบุคคลสาคัญ บ้านผู้ให้
ข้อมูลในด้านต่างๆ ที่ตั้งบ้านเรือน ร้านค้าหรือแหล่งซื้อขายสินค้า
สถานที่ทากิจกรรมร่วมกัน พื้นท่ีสาธารณะ สาธารณูปโภคต่างๆ
ตาแหน่งพื้นท่ีทากิน แหล่งทรัพยากรของหมู่บ้าน เป็นต้น เพ่ือ
สะทอ้ นใหเ้ ห็นภาพหมบู่ ้านทุกมิตกิ ารพัฒนา

30

เครอ่ื งมอื สาหรับสารวจภาพรวมของพ้ืนท่ี ประกอบดว้ ย
- การเดินสารวจอย่างมีส่วนร่วม (Participatory survey) เพ่ือให้
เห็นภาพพน้ื ทจ่ี รงิ โดยรวม
- การทา Historical Timeline เพื่อเรียนรู้สถานการณ์การพัฒนา
และการเปล่ยี นแปลงในพ้นื ที่จากอดตี ถึงปจั จุบนั
- แผนท่ีความคิด (Mind map) เพ่ือจาแนกข้อมูลเป็นประเด็น
สาคัญ เป็นกลุ่มๆ โดยอาจแบ่งเป็น ด้านเศรษฐกิจ สังคม และ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
- การจาแนกแจกแจงภาคี (Stakeholder Mapping) เพ่ือระบุ
และจาแนกกลุ่มคนในชุมชน และภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา
พื้นที่
- การวิเคราะห์ภาคี (Stakeholders analysis) เพื่อใช้ในการ
วิเคราะห์ความเก่ียวข้อง ความสนใจ และหน้าที่ของภาคีที่มีอยู่
ในสถานการณ์ปัจจุบัน และใช้เพื่อเป็นระบุบทบาทความ
รับผดิ ชอบในการทางานร่วมกัน
- ใช้รูปแบบและเครื่องมืออ่ืนๆ ตามที่เห็นสมควร เช่น แผนท่ี
ทรพั ยากร แผนทีท่ างสังคม และประชมุ กลุม่ ยอ่ ย เป็นตน้

31

 การปรึกษาหารือและทาความเข้าใจกัน เมื่อได้ศึกษาข้อมูล

พูดคุยกับบุคคลสาคัญ และสารวจภาพรวมพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าท่ี
ควรมาคุยแลกเปล่ียนกันเกี่ยวกับส่ิงท่ีสังเกตเห็น มุมมองต่อการ
พฒั นาพ้นื ที่ โอกาสและแผนงานทน่ี า่ จะเกิดข้นึ

ส่งิ ทค่ี วรทำ

- เลือกศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบ
ความถกู ต้องและทันสมัยของข้อมูลก่อนนาไปใช้

- ควรระมัดระวังการคุยกับบุคคลที่มีความขัดยังกัน เจ้าหน้าที่
ไม่ควรนาข้อความท่ีอีกฝ่ายกล่าวพาดพิง ไปบอกกับอีกฝ่าย
หนึ่ง ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่แสดงความคิดเห็นเข้าข้างฝ่ายใด
ฝ่ายหนง่ึ

- หลีกเล่ียงการรับปากหรือให้คาม่ันว่าจะเอางบประมาณหรือ
สง่ิ ของมาให้ หรอื พูดสรา้ งความคาดหวงั ทจ่ี ะพงึ่ พา เป็นต้น

- สงั เกตการดารงชีวติ ประจาวนั ของชาวบ้านและบันทึกข้อมูลสิ่ง
ที่พบเห็น เช่น สินค้าท่ีมีขายในร้านค้าชุมชน รูปแบบการซื้อ
สินค้า เวลาท่ีคนส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน สถานที่และเวลาท่ีมีการ
รวมกลุม่ พูดคยุ เป็นตน้ เพือ่ ช่วยในการวางแผนการดาเนนิ งาน

- การเข้าใจภูมิสังคม เป็นสิ่งท่ีต้องเรียนรู้และเข้าใจนับตั้งแต่เริ่ม
เข้าไปทางาน และตลอดการทางานร่วมกันชุมชน ซ่ึงมีวิธีการ
หลากหลายตามทกั ษะและความถนดั ของเจ้าหนา้ ท่ี

32

2) เข้าใจเขา เข้าใจเรา

หลักกำรทรงงำนท่เี กี่ยวข้อง การเข้าใจเขาเข้าใจเรา ต้องเป็น
ความเข้าใจระหว่างกันทั้งสองฝ่าย
การมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ หรือหลายฝ่ายท่ีเก่ียวข้องในการ
สาธารณชน ประชาชน หรือ พัฒนาพ้ืนท่ี ท้ังความเข้าใจของ
เจ้าหน้าท่ีทุกระดับ ได้ร่วมกัน ชุมชนต่อภารกิจและบทบาทของ
แสดงความคิดเห็น เก่ียวกับเรื่อง หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง และความ
ท่ีต้องคานึงถึงความคิดเห็นของ เข้าใจของหน่วยงานภายนอกต่อ
ประชาชน หรือความต้องการ ภูมศิ าสตรแ์ ละภมู สิ ังคมของพื้นท่ี
ของสาธารณชน
ระเบิดจากข้างใน ต้องการสร้าง ประเดน็ ทีต่ ้องเข้ำใจกัน
ความเข้มแข็งให้คนภายในชุมชน
มีความพร้อมที่ร่วมพัฒนาเสีย  ความคดิ เหน็ และความต้องการ
ก่อน มิใช่การนาเอาความเจริญ ในการพฒั นาพน้ื ท่ีของแต่ละ
หรือบุคคลจากสังคมภาย นอกเข้า ฝา่ ย
ไปหาชุมชนในหมู่บ้านท่ียังไม่ทันมี
โอกาสไดต้ ั้งตัวหรอื เตรยี มพร้อม  ความสัมพนั ธ์ของกลุ่มคน
 ภารกิจ ความเชี่ยวชาญและ

ขอ้ จากัดหนว่ ยงาน
 ผปู้ ระสานงานแตล่ ะกลมุ่
 รปู แบบการทางานรว่ มกันของ

แต่ละหน่วยงานที่ชดั เจน

33

วธิ ีกำร “ทำควำมเข้ำใจกัน”

 ทาความรู้จักคนอย่างท่ัวถึง ด้วยการหม่ันพูดคุย ทาความรู้จักกับ
คนในชุมชนแบบไม่เป็นทางการ สังเกตและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนใน
หมู่บ้าน สอบถามเรื่องความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ ปัญหา
ของครอบครวั และปัญหาของหมู่บา้ น สิ่งที่อยากทาหากมโี อกาส

ตวั อย่างสถานที่ท่ีมีโอกาสทาความรู้จักคนได้อย่างหลากหลาย

- ตลาดสดในตอนเช้าหรือตอนเย็น ที่มักมีสินค้าจากชุมชนและ
จากแหล่งภายนอกมาวางจาหน่าย

- ร้านค้าในชุมชนช่วงเย็นๆ เพราะเป็นที่รวมตัวของชาวบ้านใน
การพูดคุยเรือ่ งตา่ งๆ หรอื รา้ นกาแฟในช่วงเช้า

- งานบญุ ตา่ งๆ หรือบรเิ วณศาสนสถานในชว่ งท่ีมีงานประเพณีของ
ชมุ ชน หรือการกินข้าวร่วมกบั ชาวบา้ น

- การประชุมประจาเดือนของหมู่บา้ น

เจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนาสามารถสังเกตการดารงชีวิตประจาวัน
ของคนในชุมชนได้จากสถานที่เหล่าน้ีน ซึ่งทาให้วิเคราะห์ได้ว่า
ชมุ ชนพ่ึงพาอาหารจากการผลิตจากในชุมชนหรือภายนอชุมชนเป็น
ส่วนใหญ่ การร่วมกิจกรรมจัดงานเลี้ยงหรือพิธีกรรมจะช่วยทาให้
เข้าใจความเช่ือและค่านิยมของชุมชน ลักษณะอาหาร และ
ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่าน้ีจะทาให้
เข้าใจกนั มากขึน้

34

 ศึกษาภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากรายชื่อหน่วยงานท่ี
รวบรวมได้จากการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิและการพูดคุยกับบุคคล
สาคัญ ซึ่งต้องศึกษาถึงภารกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบ นโยบาย
และทิศทางการทางานของหน่วยงาน รวมถึงระบบแผนและ
งบประมาณด้วย เมื่อเจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนาได้ศึกษาภารกิจ
ของหนว่ ยงานตา่ งๆ แลว้ ควรหาโอกาสเข้าไปแนะนาโครงการและ
หารือแนวทางการทางานร่วมกันกับผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของ
หนว่ ยงานเหล่านนั้

 ต้ังคณะทางาน สร้างทีมปฏิบัติการในพ้ืนท่ี เป็นกลไกสาคัญใน
การทางานร่วมกับหน่วยงานราชการทุกระดับ รวมถึงเป็น “ข้อ
ตอ่ ” ในการเช่ือมโยงการทางาน ประสานงาน ส่ือสารข้อมูล สร้าง
ความเข้าใจ เพอ่ื บรู ณาการงานกับหน่วยงานตา่ งๆ
การตั้งคณะทางานควรมีรูปแบบคาสั่งอย่างเป็นทางการ ให้ทุก
หน่วยงานท่ีมีภารกิจเกี่ยวข้องโดยตรง มีคณะทางานควร
ประกอบด้วย ผู้แทนทั้งจากหน่วยงานราชการทั้งส่วนภูมิภาค
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน มูลนิธิ ภาคประชาสังคม
สถาบันการศึกษาเข้ารว่ มดว้ ย

35

คณะทางานควรมี 2 ระดบั ซง่ึ มีบทบาทหนา้ ท่ีแตกตา่ งกนั
(1) คณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น

ประธาน มีผู้แทนหน่วยงานระดับจังหวัดและหน่วยงานส่วน
ภูมิภาคที่เก่ียวข้องร่วมเป็นกรรมการ ทาหน้าท่ีผลักดันด้าน
นโยบาย บูรณาการงานและงบประมาณ ติดตามผลการ
ดาเนนิ งานในพ้ืนท่ี
(2) คณะทางานระดบั พน้ื ทีห่ รอื ระดบั อาเภอ ซ่ึงมนี ายอาเภอหรือ
หัวหน้าหน่วยงานระดับพื้นที่เป็นหัวหน้าคณะทางาน มี
หน่วยงานที่มีภารกิจในพ้ืนที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
สถาบันการศึกษา และผู้แทนชาวบ้านร่วมเป็นคณะทางาน
ทาหนา้ ท่ีขบั เคลอ่ื นการดาเนนิ งานในพ้ืนท่ี เป็นกลไกเชื่อมโยง
การทางานทุกระดบั

ปัจจยั สาคัญในการดาเนินงานของคณะทางาน ไดแ้ ก่
- ความเข้าใจและยึดถือแนวทางการพัฒนาเชิงพ้ืนที่แบบ
บูรณาการตามแนวทางพระราชดาริฯ ของคณะทางาน
- การทางานเป็นทีมร่วมกันระหว่างคณะทางานด้วยกัน และ
ระหวา่ งคณะทางานกับแกนนาชาวบา้ นในพ้นื ที่
- การสื่อสารข้อมูลระหว่างคณะทางานอย่างสมา่ เสมอ และ
ทันสถานการณ์

36

 ศึกษาดูงานสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจ การศึกษาดูงาน
กรณีตัวอย่างที่มีผลการดาเนินงานที่ประสบความสาเร็จ เป็น
รปู ธรรม จะชว่ ยสร้างความเขา้ ใจและความเช่ือม่ันใจในแนวทางการ
พัฒนาตามแนวพระราชดาริฯ ควรเลือกกรณีในการศึกษาดูงาน ที่มี
สภาพภูมิสังคมใกล้เคียงกับพ้ืนท่ีเป้าหมาย เพ่ือให้ง่ายต่อการทา
ความเข้าใจและการนามาประยุกตใ์ ช้
กลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมการศึกษาดูงาน ควรมีทั้งชาวบ้านในพ้ืนท่ี
เป้าหมายและคณะทางานท่ีแต่งตั้งข้ึน เป็นผู้ท่ีสนใจ มีความพร้อม
ในการทากจิ กรรมหลงั จากศึกษาดงู านหรือสามารถกลบั มาส่ือสารได้
ในระหว่างหรอื หลังจากศกึ ษาดงู าน ควรชวนคิดชวนคุยเปรียบเทียบ
ระหวา่ งชุมชนเป้าหมายกับกรณีที่ไปศึกษาดูงาน สรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้
และสง่ิ ท่จี ะนาไปปรับใช้ โดยย้าวา่ ไมค่ วรลอกเลยี นแบบ

…เม่ือเจ้าหน้าท่ีขออาสาสมัครไปดงู านที่ จ.น่าน รบี ยกมือ
อาสาไปเลย อยากไปดู ไปเห็นวา่ เคา้ ทากนั อยา่ งไร ก็ได้ไปเห็น
วา่ เคา้ สามารถพัฒนาแหล่งน้าได้จริง พอกลบั มากเ็ ลา่ ให้
ชาวบา้ นฟงั ชวนมาช่วยกันทา…

อนิ ทร์ มะแพน อาสาสมคั รพัฒนาหมบู่ า้ น (อสพ.)
บ้านโคกล่าม-แสงอรา่ ม อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี

37

การประชุมของคณะทางานอย่างสม่าเสมอ
เป็นการสร้างความเข้าใจแนวทางปิดทองหลังพระฯ
ทาใหช้ ่วยกันคิดและหาทางออกเพ่ือแก้ปัญหาที่เกิดขึน้
แลกเปลี่ยนความเหน็ กนั อย่างเท่าเทียม
โดยมชี าวบ้านจะต้องร่วมคิด ร่วมทา
ร่วมเปน็ เจ้าของงานพฒั นา

 ไม่ยึดงานตนเองเป็นท่ีต้ัง หาโอกาสร่วมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน
และหน่วยงานอื่น เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดและช่วยเหลือกัน ซ่ึง
เจ้าหนา้ ทส่ี ่งเสริมงานพัฒนาควรมีแผนการทางาน ท่ีมีความยืดหยุ่น
ปรับได้ตามความพร้อมของกลุ่มเป้าหมายและสถานการณ์เฉพาะ
หน้า ไม่มุ่งเฉพาะงานของตนให้เสร็จ โดยไม่สนใจชาวบ้านหรือ
คณะทางาน การมโี อกาสชว่ ยเหลอื งานของคณะทางาน ซ่ึงจะเอ้ือให้
เกิดความเข้าใจแผนงานและเกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน
เข้าใจกนั ทงั้ สองฝ่าย ช่วยใหเ้ กดิ การทางานเปน็ ทมี มากขึน้

 สื่อสารสม่าเสมอ เป็นการส่ือสารทั้งทางเดียว เพื่อให้และรับข้อมูล
กลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม และการส่ือสารสองทางท่ีต้อง
แลกเปล่ียนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงการสะท้อนปัญหาท่ี
เกิดขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรอบด้าน เกิดความเข้าใจ ไว้ใจ และ
ความเชอื่ มนั่ ในการนาขอ้ มลู ไปใช้ในการวางแผนและทางานรว่ มกัน

38

สิง่ ทค่ี วรทำ

- ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
ทอ้ งถ่ิน หรือสง่ิ ทีจ่ ะสรา้ งความขดั แย้งรุนแรง

- ควรต้ังคณะทางานในระยะเร่ิมต้นของการทางาน เพื่อให้
คณะทางานมีส่วนร่วมสารวจและศึกษาข้อมูลพื้นที่ร่วมกันกับ
เจา้ หนา้ ที่สง่ เสริมงานพัฒนาและตัวแทนชาวบ้านต้ังแต่ต้น

- ควรประชุมสร้างความเข้าใจเป้าหมายการทางานให้ชัดเจน
และมนั่ ใจวา่ คณะทางานและผู้นาชุมชนเขา้ ใจตรงกัน

- ควรจัดการศึกษาดูงานในช่วงแรกๆ ของการพัฒนาพ้ืนท่ี เพ่ือ
ช่วยสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจกับงานพัฒนาพ้ืนที่
ช่วยสรา้ งความสัมพันธ์ท่ีดรี ะหว่างเจ้าหน้าที่ส่งเสริมงานพัฒนา
กับคณะทางาน และตวั แทนชาวบ้าน ซึ่งนาไปสู่การทางานเป็น
ทมี ทดี่ ีในระยะตอ่ ไป

- ควรพยายามเข้าหาคนทุกกลุ่ม เพ่ือให้ได้รับข้อมูลอย่างรอบ
ด้าน ที่นาไปสู่การแก้ไขปัญหาท่ีตรงจุด และลดความขัดแย้งที่
อาจเกดิ ขนึ้

- การสร้างความเข้าใจกันอาจต้องใช้เวลา จึงต้องหมั่นสาน
สัมพันธ์อันดีอย่างต่อเน่ือง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย อาศัย
ความอดทน

39

เขำ้ ถงึ

เมื่อเข้าใจกนั แล้ว ก็ต้องเข้าถึง ใหเ้ ขาไว้ใจเรา
จะได้ร้ขู ้อมูล สถานการณ์ท่ีเกดิ ขน้ึ เพ่ือร่วมกันค้นหา
ปญั หาท่แี ท้จริง และจะไดร้ ่วมกันพัฒนาพื้นทตี่ ่อไป

3) เขา้ ถึงปญั หา หลักกำรทรงงำนทเี่ ก่ียวข้อง

การเข้าถึงปัญหาเพื่อการรับรู้ปัญหา ศกึ ษาขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ
ซ่ึงอาศัยพ้ืนฐานจากความเข้าใจพื้นท่ี ศกึ ษาขอ้ มลู รายละเอยี ดอยา่ งเปน็
การได้ข้อมูลรอบด้าน ครอบคลุมทุก ระบบ ทัง้ ขอ้ มลู เบอ้ื งต้นจาก
มิติ ด้วยการศึกษาข้อมูลที่เป็นระบบ เอกสาร แผนท่ี สอบถามจาก
มององค์รวม นาไปสู่การแก้ปัญหาที่ เจ้าหนา้ ที่ นักวิชาการ และราษฎร
ตรงจุด การเข้าถึงปัญหาอย่างแท้จริง ในพ้นื ที่ ใหไ้ ด้รายละเอียดทถี่ กู ต้อง
เป็นปัจจัยสาคัญต่อการพัฒนาพ้ืนที่ องคร์ วม
แบบบูรณาการ คดิ อย่างองค์รวม หรอื มองอยา่ ง
ครบวงจร มองเหตุการณ์ท่เี กิดขึ้น
ประเดน็ สำคญั และแนวทางแกไ้ ขอยา่ งเช่อื มโยง
แก้ปัญหาจากจดุ เลก็
 ขอ้ มูลครัวเรือน มองปญั หาในภาพรวม แตก่ าร
 แผนทท่ี รพั ยากร แก้ปญั หาจะเรมิ่ จากจดุ เลก็ ๆ คือ
 สถานการณป์ ัญหา การแก้ปญั หาเฉพาะหนา้ ท่คี น
 สาเหตุและผลกระทบของปัญหา มักจะมองขา้ ม

40

วธิ กี ำร “เขำ้ ถงึ ปัญหำ”

 สารวจข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือน เพื่อเข้าใจถึงสภาพ
ความเป็นจริงของชุมชน มีข้อมูลท่ีสะท้อนสาเหตุของปัญหาและ
ศกั ยภาพของชุมชน ซึ่งเป็นการสารวจร่วมกันของเจ้าหน้าที่ส่งเสริม
งานพัฒนา คณะทางานระดับพ้ืนที่หรือทีมปฏิบัติการพ้ืนท่ี และ
ตวั แทนชาวบ้าน
(1) เริ่มจากทาความเข้าใจแบบสารวจ อธิบายความสาคัญของ
ข้อมูลท่ีจะสารวจ ประโยชน์ของข้อมูล อธิบายรายละเอียด
ของคาถามทีละข้อ เทคนิคการถามเพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีถูกต้อง
และครบถว้ น
ทดลองทาแบบสารวจ ปรับคาถามให้เข้าใจชัดเจน สอดคล้อง
กับภูมิสังคมของพ้ืนท่ีเป้าหมาย และให้แน่ใจเสียก่อนนาไปใช้
สารวจจรงิ
(2) วางแผนการทางาน โดยจัดทีมสารวจเป็น 2 ทีม คือ (1) ทีม
สารวจข้อมูลรายครัวเรือน ดาเนินการสอบถามและบันทึก
ข้อมูลตามแบบสารวจ (2) ทีมทาแผนท่ี ดาเนินการจับพิกัด
ตาแหน่งที่สาคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ
ที่ตัง้ บา้ นเรอื น วดั แหล่งนา้ ร้านค้า โรงสี จุดท้ิงขยะ ท่ีทากิน
ฯลฯ พร้อมทาเป็นแผนที่

41

(3) แจ้งเร่ืองการสารวจและขอความร่วมมือ โดยนายอาเภอ
ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ท่ีชาวบ้านนับถือ แจ้งใน
การประชมุ หมู่บ้าน เพ่อื ชแี้ จงวตั ถุประสงค์ในการนาข้อมูลไป
ใช้ วิธีการสารวจ ช่วงเวลาและระยะเวลาในการสารวจ และ
ขอความรว่ มมอื ให้ชาวบ้านตอบตามความจริง

(4) สารวจขอ้ มูลตามแบบสารวจ โดยมีผู้ให้ข้อมูลครัวเรือนละ 1
คน ซงึ่ ช่วงเวลาท่ีเหมาะสมในการสารวจควรเป็นช่วงเย็นหรือ
ช่วงคา่ ทไี่ ม่กระทบกับเวลาในการประกอบอาชีพของชาวบ้าน
หรือเป็นช่วงท่ีชาวบ้านสามารถให้ข้อมูลได้อย่างสะดวก และ
ควรรอให้ชาวบ้านพร้อมท่ีจะให้ข้อมูล ทั้งนี้ ระหว่างการ
สารวจควรใชว้ ิธีการพดู คุยอยา่ งไมเ่ ป็นทางการ

 สารวจแหล่งทรพั ยากร เพ่อื ทราบถึงต้นทุนด้านทรัพยากรของพ้ืนท่ี
ปัญหาในการใช้ประโยชน์ การเข้าถึงแหล่งทรัพยากรของชาวบ้าน
โดยเป็นการดาเนินการร่วมกันของเจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนา
คณะทางานระดับพนื้ ทห่ี รือทีมปฏบิ ัตกิ ารพนื้ ท่ี และตัวแทนชาวบ้าน
ควรแบ่งเป็นชุดย่อย อาทิ ชุดสารวจป่า สารวจน้า สารวจดินและ
ทดี่ นิ ทากิน เปน็ ต้น

42

ข้อมูลทรพั ยากรปา่ ประกอบดว้ ย

- ขอบเขตพื้นที่ป่า เช่น เขตอุทยานฯ เขตป่าสงวนฯ เขตป่า
ชุมชนฯ บริเวณท่ีมีการบุกรุกทาลายหรือมีสภาพเส่ือมโทรม
พ้นื ทีป่ า่ ใช้สอย

- ระดบั ความสูงของพน้ื ทีป่ ่าไม้ ชนิด/จานวนพันธ์ุไม้ท่ีอยู่ในพ้ืนท่ี
ปา่ ความหนาแน่นของต้นไม้ ขนาดขอต้นไม้

- ชนิดพันธ์ุที่ชาวบ้านนามาใช้ประโยชน์ บริเวณที่ชาวบ้านมาใช้
ประโยชน์จากป่า เช่น แหล่งเก็บฟืน เก็บเห็ด หน่อไม้ และ
อาหารจากป่า รวมถึงบริเวณที่ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของ
ชาวบ้าน

ข้อมลู ทรพั ยากรน้า ประกอบดว้ ย

- ข้อมูลพิกัด ระดับความสูง ความยาว และลักษณะเส้นทางน้า
ต้นน้า แหล่งกักเก็บน้า ลาห้วยที่มีน้าตลอดปีและไม่ตลอดปี
ฝาย แนวท่อส่งน้าเดิม ขนาดพ้ืนท่ีรับน้าในปัจจุบัน ปริมาณ
การไหลของน้าแต่ละลาห้วย โดยเดินสารวจ บันทึกข้อมูล
ภาพถ่าย และเกบ็ ตัวอยา่ งน้ามาตรวจคุณภาพ

- บันทึกพิกัดและภาพถ่ายจุดสาคัญ เช่น บริเวณท่ีมีปัญหาภัย
ธรรมชาติ อาทิ ดินถล่ม น้าหลาก ตล่ิงท่ีถูกกัดเซาะ จุดที่มีน้า
มุด/นา้ โผล่ จดุ ท่ีนานา้ ไปใชใ้ นชมุ ชนหรอื การเกษตร จุดที่มีการ
ใช้สารเคมี จดุ ทีม่ ีการสะสมดนิ ตะกอนหรือมปี ัญหา เป็นต้น

43

ข้อมูลดนิ และทีด่ นิ ทากนิ ประกอบด้วย

- ข้อมูลพิกัด ขอบเขตและเน้ือท่ีของพ้ืนที่ทากิน ระดับความสูง
ของพื้นที่รายแปลง ข้อมูลเจ้าของที่ดินพร้อมภาพถ่าย ทั้งนี้
กรณีเป็นพื้นท่ีมีเอกสารสิทธิ์ไม่ต้องสารวจข้อมูลใหม่ สามารถ
ขอข้อมลู จากหนว่ ยงานภาครัฐ เช่น กรมท่ีดิน สานักงานปฏิรูป
ทดี่ นิ เพอื่ การเกษตร (สปก.) เปน็ ต้น

- ข้อมูลการใช้ประโยชน์พื้นที่ เช่น ชนิดพืชท่ีปลูกในรอบปี
ภาพถ่ายลักษณะการใชป้ ระโยชนพ์ ืน้ ที่ ปญั หาในการใช้พน้ื ที่

 วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน หลังจากสารวจและสรุปข้อมูลเศรษฐกิจ
และสังคม และข้อมูลแหล่งทรัพยากรให้เป็นระบบ จะเป็นการ
ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน ระหว่างทีมปฏิบัติการพื้นที่
และตัวแทนชาวบ้าน ระบุจุดท่ีเป็นปัญหา วิเคราะห์สาเหตุและ
ผลกระทบของปัญหาอย่างรอบด้าน หากข้อมูลไม่ชัดเจนอาจต้อง
วางแผนสารวจเพมิ่ เติม

 จัดเวทีคืนข้อมูลแก่ประชาชนและผู้เก่ียวข้อง เพ่ือให้ชาวบ้านใน
พืน้ ทีไ่ ด้ร่วมกันตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของข้อมูล ช่วยกัน
วิเคราะห์และเพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะการสะท้อน
ปัญหาและสาเหตุของปัญหา รวมถึงช่วยกันจัดลาดับความสาคัญ
ของปัญหาท่ีเกิดข้ึน เพื่อนาไปสู่การเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา
ร่วมกัน ซึ่งการเตรียมการและกระบวนการจัดเวทีคืนข้อมูลเป็นสิ่ง
สาคญั ทจ่ี ะทาให้เจา้ หนา้ ท่ีส่งเสรมิ งานพัฒนาและทมี ปฏิบัติการพื้นท่ี

44

ได้เข้าถึงปัญหาที่แท้จริง จึงมีบรรยากาศที่เหมาะสม กระตุ้นให้
ชาวบ้านได้คิดและร่วมแลกเปลี่ยนอย่างอิสระ ไม่ถูกชักนาหรือ
บังคับจากผนู้ าหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
 สอบถามความต้องการพัฒนาพ้ืนที่ ซึ่งสามารถทาได้ทั้งแบบท่ีเป็น
ทางการใช้การประชุมชี้แจงหรือเวทีระดมความคิดเห็นต่างๆ และ
แบบไม่เป็นทางการ จากการพูดคุยแลกเปล่ียนระหว่างเจ้าหน้าท่ี
ส่งเสริมงานพัฒนากับชาวบ้านหรือภาคีที่เก่ียวข้องในพื้นท่ี โดย
เจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนาควรหาโอกาสในการสอบถามความ
ต้องการจากกลมุ่ คนตา่ งๆ ใหไ้ ดค้ รอบคลุมมากที่สุด และสามารถทา
ได้ตลอดระยะเวลาที่ทางานในพ้ืนท่ี เพื่อให้สามารถเข้าถึงปัญหาท่ี
แท้จรงิ ของพนื้ ทีไ่ ด้

…เริ่มจากศึกษาวถิ ีชีวติ ชาวบ้าน วิถีชุมชน มีเจ้าหนา้ ทมี่ าอยู่
ในชมุ ชน สร้างความเช่ือมั่น เรียนรูจ้ ากชาวบา้ น โจทยม์ าจาก
ชาวบา้ น แต่ไมใ่ ช่แค่รูว้ า่ ชาวบ้านอยากได้อะไร แต่เปน็ สิ่งท่ี
ดูแลว้ วา่ ชาวบ้านจะได้ประโยชนจ์ รงิ ๆ …

สุดใจ เจริญสุข ผ้ใู หญบ่ ้าน บา้ นโคกลา่ ม
ต.กดุ หมากไฟ อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี

45

ส่ิงทค่ี วรทำ

- การจัดทีมสารวจข้อมูลต่างๆ ควรกาหนดผู้ท่ีทาหน้าท่ีบันทึก
ข้อมูลให้ชัดเจน เน่ืองจากบางพ้ืนท่ีชาวบ้านไม่ถนัดการเขียน
และบนั ทกึ จึงอาจเป็นบทบาทของเจา้ หน้าท่ี

- การสารวจข้อมูลครัวเรือน ควรมีรูปแบบการชวนคุยเก่ียวกับ
ประเด็นคาถาม สอบถามเร่ืองความเป็นอยู่และการทากิน
มากกว่าการสัมภาษณ์โดยถามเป็นข้อๆ และควรมีการสังเกต
สภาพแวดล้อม สร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจต่องาน
พฒั นาตามแนวพระราชดารฯิ แก่ชาวบ้านไปพรอ้ มๆ กัน

- แต่ละทีมอาจจัดแบ่งเป็นชุดย่อยตามขนาดพ้ืนท่ี แต่ละชุดควร
มีเจ้าหน้าทห่ี น่วยงานราชการ อปท. และชาวบา้ น คละกนั ไป

- การสารวจแหล่งทรัพยากรควรพิจารณาช่วงเวลาให้เหมาะสม
กับวัตถุประสงค์ในการสารวจ เช่น พื้นท่ีมีปัญหามีน้าไม่
เพยี งพอในช่วงหน้าแล้ง ก็ควรเลือกสารวจทรัพยากรน้าในช่วง
หน้าแล้งท่ีมีน้าน้อย เพ่ือให้ได้ข้อมูลมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุของ
ปัญหาท่แี ทจ้ ริง

46

4) เข้าถึงความร่วมมือ

หลกั กำรทรงงำนทเ่ี ก่ียวข้อง การพัฒนาเชิงพื้นท่ีแบบบูรณาการ
ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วน
ความซอ่ื สตั ย์ สุจรติ จริงใจต่อกนั ต่างๆ ที่เก่ียวข้องทุกระดับทั้งภาครัฐ
ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธ์ใจ แม้ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และ
จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทาประโยชน์ ภาคประชาสังคม จึงต้องมีกลไกการ
ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ท่ีมีความ เชื่อมประสาน ทั้งแนวราบและ
รู้มาก แต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความ แนวด่ิงให้มีการดาเนินงานเป็นไปใน
บรสิ ทุ ธิ์ใจ ทิศทางเดยี วกัน
ร-ู้ รกั -สามคั คี
 การที่เราจะลงมือทาสิ่งใดนั้น นอกจากน้ี ยังต้องเข้าใจภารกิจและ
จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด แผนงานของแตล่ ะหน่วยงาน เพื่อให้
รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีแก้ปัญหา สามารถแบ่งงานกันได้ ลดความ
 เมื่อเรารู้ครบด้วยกระบวนการ ซ้าซ้อน เกิดการใช้ทรัพยากรอย่าง
แล้ว จะต้องเห็นคุณค่า เกิดศรัทธา คุ้มค่า รวมถึงมีความซ่ือสัตย์จริงใจ
เกิดความรักท่ีจะเข้าไปลงมือปฏิบัติ ต่อกัน ทางานเป็นทีม เกิดเป็นพลัง
แก้ปัญหาน้ันๆ  เมื่อถึงขั้นลงมือ ในการขับเคลือ่ นงานรว่ มกนั
ปฏิบัติต้องคานึงเสมอว่าเราทาคน
เดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน
สามัคคีกันเป็นหมู่คณะ จึงจะเกิด
พลังในการแกป้ ัญหาให้ลุลว่ งดว้ ย

ประเด็นสำคัญ  กฎระเบยี บทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
 บคุ คลท่ีรบั ผดิ ชอบ
 ความพรอ้ มของข้อมลู
 ระบบแผนและงบประมาณ

47

วธิ กี ำร “เข้ำถึงควำมรว่ มมอื ”

 ประสานแนวราบ-แนวด่ิง ทั้งรูปแบบท่ีเป็นทางการโดยผ่านกลไก
คณะทางานระดับจังหวัด และคณะทางานระดับอาเภอหรือทีม
ปฏิบัติการพื้นท่ี ซึ่งมีการมอบหน้าท่ีผู้ประสานงานท่ีชัดเจนใน
ประเด็นต่างๆ โดยอยู่ภายใต้กรอบภารกิจหรือหน้าที่ของหน่วยงาน
ท่เี กย่ี วขอ้ ง นอกจากน้ี ยังสามารถประสานงานผ่านการทาข้อตกลง
ร่วมระหวา่ งหนว่ ยงาน
ส่วนรูปแบบที่ไม่เป็นทางการนับว่ามีความสาคัญมากเช่นกัน ต้อง
อาศัยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงาน
เป็นหลัก ซึ่งมีพื้นฐานมาจากความ “เข้าใจเขา เขาใจเรา” และการ
เขา้ ใจเป้าหมายและแนวทางการดาเนินงานร่วมกัน

 ทบทวนภารกิจและแผนของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง รวมถึงการ
รวบรวมแผนงานโครงการท่ีหน่วยงานจะทาในปีต่อไป เพื่อให้การ
ประสานงานเพ่ือแก้ไขปัญหาหรือบูรณาการงานพัฒนาในพื้นที่
เป้าหมายเป็นไปตามกรอบภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สามารถเบกิ ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ลดความ
ซ้าซ้อน ทันต่อสถานการณ์ในพื้นท่ี และเกิดการใช้ทรัพยากรอย่าง
คมุ้ ค่า

48

 แบ่งงานกันทาให้ชัดเจน เป็นส่ิงสาคัญท่ีจะทาให้เกิดความร่วมมือ
ในการดาเนินงานท่ีมีประสิทธิภาพ ทาให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องรู้
หน้าที่และความรับผิดชอบในการร่วมกันพัฒนาพื้นที่ รวมถึง
สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดาเนินงานระหว่างกันได้ ซ่ึง
ต้องกาหนดเป้าหมายร่วมกัน มีแผนการดาเนินงานท่ีชัดเจน ต้องรู้
ขอ้ จากัด รู้ศกั ยภาพของหนว่ ยงานที่จะร่วมกันดาเนนิ งาน

 ร่วมกันจัดทาแผนพัฒนาพื้นท่ี ซ่ึงแผนพัฒนาพื้นท่ีแบบบูรณาการ
เป็นเครื่องมือสาคัญในการร่วมกันพัฒนาพ้ืนที่ของหน่วยงานที่
เก่ียวข้องโดยเฉพาะภาครัฐ โดยแผนพัฒนาฯ ควรเกิดขึ้นจากการมี
ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแสดงความคิดเห็นและแบ่งงานกัน
เพ่ือให้มีความเป็นเจ้าของแผนร่วมกัน และช่วยกันขับเคลื่อนแผน
ไปส่กู ารปฏิบตั ิ และทบทวนแผนทกุ ๆ 6 เดือน

…เมื่อตั้งทีมบูรณาการระดบั พืน้ ท่ี
ซ่ึงมีทางองค์การบริหารสว่ นตาบล เป็นเลขาฯ
ก็ต้องประสานงานรอบดา้ น ผลกั ดนั
จนมีการทาแผนปฏิบตั กิ ารเพื่อพฒั นาพ้ืนทรี่ ่วมกนั
ซึง่ ท่ีผา่ นมาการทางานของหน่วยงานก็ต่างคนตา่ งทา
บางหนว่ ยงานก็เอากล้าไม้เอาของมาแจกโดยไมบ่ อกกัน
สุดท้ายกเ็ ป็นภาระของ อบต. ท่ีตอ้ งมาแก้ไข…

อนุมาศ มาศทอง ปลดั องค์การบริหารสว่ นตาบลบ้านไร่
อ.บา้ นไร่ จ.อทุ ยั ธานี

49


Click to View FlipBook Version